...ผลประโยชน์ทับซ้อน...ตอน เมา (30 พ.ย. 2563) หน้า 42
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ...ผลประโยชน์ทับซ้อน...ตอน เมา (30 พ.ย. 2563) หน้า 42  (อ่าน 409599 ครั้ง)

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3502
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
ปกก็ร้ายไม่เบานะ มีวางแผนไว้ด้วย 55555555

ออฟไลน์ Zalzah_iP

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 878
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-1
ตามมาจากวาระซ่อนเร้น
สารภาพว่าแอบชอบคาร์แรกเตอร์ของเฮียเวฟมาตั้งแต่เรื่องโจ๊กโซ่ มีความขิงในบารมี มีความหวงน้องและโชว์พาวเบาๆ มุกที่ชอบที่สุดคือมุกคอนเนคชั่นที่เฮียแกใช้ขิงต่อหน้าน้องๆ นี่แหละค่ะ ถูกใจอีช้อยยิ่งนัก!
ส่วนน้องปกนี่ อ่านจากวาระฯ แล้วนึกว่าจะเป็นคนซื่อๆ ใสๆ แนวโซ่ แต่กลับไม่ใช่เลย แค่ติดจะเนิบๆ เรียบๆ เก็บอารมณ์เก่งไรงี้มากกว่า แต่ในส่วนของความคิดนี่...ร้ายอ่ะ เรียกว่าอยู่เป็นกันเลยทีเดียว ชอบๆ คูลดี
ส่วนเจ๋งนี่เหมือนโจ๊กเวอร์ชั่นซื่อๆ อ่ะ คือนางเต้นไปตามปกแบบไม่เฉลียวใจเลย เหมือนหมีตัวใหญจริงๆ ด้วย แล้วก็ชอบพื้นฐานนิสัยของคนตระกูลนี้นะคะ ลักษณะนิสัยของทั้งโจ๊กและเจ๋งสะท้อนให้เห็นถึงการถูกเลี้ยงดูมาอย่างอบอุ่น เอาใจใส่ เติบโตมาในครอบครัวที่ดี และอบอวลไปด้วยความรัก
ชอบดิษตอนเมานะคะ ดูเป็นผู้ชายมุ้งมิ้ง เอ็นดูนาง

ออฟไลน์ kaokorn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 903
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-2
ขอบคุณคุณบัวฮะ อ่านแล้วคิดถึงโจ๊กโซ่จริงๆ แต่มีทั้งคู่แวะเวียนมาบ่อยๆนี่ดีใจจังเลย
เจ๋งกับโจ๊กนี่โขกกันมาเลย 5555+
 o13

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7700
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
พึ่งเจอเรื่องนี้ ติดตามๆ

ออฟไลน์ HISY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3645
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-3
ปากพี่น้องบ้านนี้เขาคุณภาพจริงๆ

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1541/-8
ผลประโยชน์ทับซ้อน
By: Dezair
…………………….
ตอนที่ 4


   ชีวิตของนิสิตปีหนึ่งมีเรื่องให้ทำมากมาย นอกจากจะเข้าเรียนแล้ว ยังมีห้องเชียร์ตอนเย็น แม้กระทั่งวันเสาร์ที่ควรจะได้หยุดอยู่บ้าน ก็ยังมีกิจกรรมจับสายรหัส


ปกฉัตรถอนหายใจเบาๆ รู้สึกล้ากับกิจกรรมจำนวนมากที่ผลาญพลังงานของเขา แต่...พอคิดว่าชีวิตนี้จะมีปีหนึ่งแค่ครั้งเดียว เขาก็ฮึดแรงออกจากบ้านมาที่คณะ


   วันๆวนเวียนอยู่แต่ในคณะ แทบไม่ได้ย่างกรายไปที่อื่นเลย คิดมาถึงตรงนี้ก็ถอนหายใจอีกเฮือก อุตส่าห์สละเวลาตอนเช้าไปกินข้าวที่โรงอาหารคณะบัญชีกับดิษกรวันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ เว้นวันพฤหัสหนึ่งวัน เพราะเดี๋ยวเพื่อนสนิทจะสงสัยว่าทำไมไปบ่อย แล้วก็ไปวันศุกร์อีกที


แต่...เขาก็ไม่ได้เจอหน้าเจตน์อีก


   ...ทำยังไงจะได้เจอกันอีกนะ ถึงจะชอบทำหน้าบูดไปหน่อย แต่...ก็อยากเห็นหน้ามากๆเลย...


   “มอนิ่ง ปก” เสียงทักสดใสพร้อมด้วยฝ่ามือตบเข้าที่กลางหลัง ทำเอาปกฉัตรที่เดินคิดสะระตะถึงกับสะดุ้งเฮือกหันไปมอง เจ้าของฝ่ามือคือติซซี่ มีหนุ่มปีหนึ่งอีกคนติดสอยห้อยตามมาด้วย ปกฉัตรส่งยิ้มให้ทั้งติซซี่และเพื่อนผู้ชายคนนั้นที่อยู่ภาควิชาเดียวกับเขาแต่ไม่ค่อยได้คุยกันนัก


   “ปกไปโรงอาหารด้วยกันเปล่า เรากับเจฟจะไปหาไรกินก่อน” ปกฉัตรยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู แต่ยังไม่ทันได้ตัดสินใจ ติซซี่ก็คว้าแขนเขาไปควง


   “โอยยยย ไม่ต้องดูแล้ววววว...พวกพี่นัดสิบโมง นี่เพิ่งจะเก้าโมงครึ่งเอง! ไปกินข้าวกับเราเถอะ! นี่เจฟกับปกรู้จักกันรึยัง เจฟซิ่วมาแหละ อายุแก่กว่าแต่เข้าพร้อมกัน ก็นับว่าเป็นผั...เอ๊ย! เพื่อนนนนนน” ติซซี่ผู้แสนอัธยาศัยดีถามชายหนุ่มสองคนที่ตัวเองควงไว้ซ้ายคน ขวาคน จะว่าวันนี้แต้มบุญล้นเหลือก็ว่าได้ เพราะทางซ้ายนี่ปกฉัตร ที่ใครๆก็พูดกันว่าเป็น ‘ของดี ไออาร์ปีหนึ่ง’ ส่วนขวามือก็เจฟฟรี่ หนุ่มลูกครึ่งลีดคณะ


   ปกฉัตรยิ้มน้อยๆ มองเพื่อนร่วมภาควิชาที่ไม่ค่อยได้คุยกันแล้วหันไปตอบคนที่ควงแขนเขา


   “รู้จักกันแล้ว เจฟอยู่ไออาร์” หนุ่มลูกครึ่งที่ชื่อเจฟฟรี่พยักหน้าหงึกหงัก


   “จริงด้วย! งั้นวันนี้ขอหนุ่มสังคมควงหนุ่มไออาร์นะคระ! ไปค่ะ! ไปกินข้าวกัน!!” แล้วติซซี่ก็ลากสองหนุ่มไออาร์ไปโรงอาหารอย่างรวดเร็ว


ทว่า...ทันทีที่ก้าวเท้าเหยียบเข้าไปในโรงอาหาร สายตาของปกฉัตรก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่ไม่น่าจะอยู่ที่นี่ แต่กลับนั่งเด่นเป็นสง่าอยู่ที่โต๊ะหนึ่งในโรงอาหารรัฐศาสตร์


   เจตน์!


   “ปกกับเจฟกินไรดี” ติซซี่หันมาถาม ปกฉัตรเลิ่กลั่กอึดใจเดียว ก่อนจะตั้งสติอย่างว่องไว


   “ไปซื้อก่อนก็ได้ เดี๋ยวจองโต๊ะให้” หนุ่มสังคมร่างอ้อนแอ้นมองคนพูดตาปริบๆ แล้วกวาดตาไปทั่วโรงอาหารที่โล่งโปร่งสบายในยามเช้าวันเสาร์


   “ไม่ต้องจองก็ได้มั้ง ปก โล่งซะขนาดนี้”


   “เอ่อ...หมายถึง...หมายถึงเฝ้ากระเป๋าให้ไง” ปกฉัตรชี้ไปที่คนเพียงคนเดียวในสามคนที่หิ้วกระเป๋ามาด้วย ติซซี่ผู้นำเทรนด์มีแบรนด์เนมใบเล็กๆเป็นของตนเอง


   “อ้อ จริงด้วย งั้นฝากด้วยนะ! เจฟไปซื้อข้าวกัน!” แล้วติซซี่ก็ส่งกระเป๋าถือของตนเองให้ปกฉัตร ก่อนจะควงเจฟฟรี่ไปเตร่ที่ร้านอาหารไม่กี่ร้านที่เปิดในวันเสาร์


พอเหลือเพียงลำพัง อำนาจในการตัดสินใจเลือกโต๊ะจึงกลายเป็นของปกฉัตรแต่เพียงผู้เดียว


   ร่างผอมโปร่งเดินช้าๆไปที่โต๊ะด้านหลังเจตน์ที่นั่งอยู่คนเดียว แน่นอนว่าเขาจงใจเดินอย่างเงียบๆไม่ให้คนที่นั่งอยู่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีคนนั่งโต๊ะถัดไป


   แม้จะไม่ได้เห็นหน้ากัน แม้จะนั่งหันหลังให้กัน แต่ระหว่างแผ่นหลังของปกฉัตรและเจตน์ก็มีแค่ทางเดินแคบๆคั่นกลางเท่านั้น


   “เฮียโจ๊ก สั่งไร นานฉิบหาย” พอปกฉัตรทรุดตัวลงนั่ง เสียงทุ้มๆของคนที่นั่งหันหลังให้เขาก็ดังขึ้น ร่างโปร่งขยับตัวเล็กน้อย เอี้ยวตัวนิดหน่อย เลยพอจะเห็นว่ามีคนเดินมานั่งร่วมโต๊ะกับเจตน์ด้วย คงจะเป็น ‘เฮีย’ ที่เจตน์เรียก


   แต่...ทั้งเจตน์ ทั้ง ‘เฮียของเจตน์’ ทำไมมากินข้าวกันที่นี่?


   “สปาเก็ตตี้ผัดปลาหมึกไข่เค็ม” คำตอบดังมาจากคนร่วมโต๊ะ


   “เมนูอะไรวะเฮีย ไม่น่าจะแดกได้”


   “เมนูกูเอง แล้วคนแดกก็กูมั้ย มึงจะเสือกทำไม”


“ก็ไม่เห็นมีใครสั่งนี่หว่า เขามีแต่ปลาหมึกไข่เค็มราดข้าวไม่ใช่เรอะ?”


“ก็กูไม่อยากแดกข้าว กูอยากแดกสปาเก็ตตี้”


“เออๆ เรื่องของเฮีย แล้วเฮียเสร็จกี่โมง ผมจะได้รอ”


“ยังไม่รู้ มึงกลับไปก่อนก็ได้”


“ไม่เอา ขี้เกียจออกมาใหม่ เดี๋ยวรอแถวนี้แหละ เฮียจะกลับก็โทร.หาแล้วกัน แต่...ไม่น่าเชื่อว่าเฮียจะมาร่วมกิจกรรมจับสายรหัสนี่นะ” คนแอบฟังขมวดคิ้วฉับ


แสดงว่า ‘เฮียของเจตน์’ มาที่รัฐศาสตร์เพื่อมาร่วมกิจกรรมจับสายรหัสน่ะสิ!


   “กูไม่ได้อยากมา แต่...เอ่อ...พี่รหัสกูไม่ยอม” ร่างโปร่งกำลังจะเอี้ยวตัวไปแอบดูหน้าคนที่เจตน์เรียกว่าเฮียซึ่งมาร่วมกิจกรรมจับสายรหัสในวันนี้ แต่ไม่ทันจะมองเห็น ติซซี่ก็ถลามาที่โต๊ะพร้อมด้วยสีหน้าตื่นตะลึงสุดขีด


   “พี่โจ๊ก ปกครอง!” เจ้าตัวกระซิบแบบหน้าตาโอเว่อร์มาก ปกฉัตรรีบยืดตัวตรง ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น


   “พี่โจ๊ก ปกครองนั่งโต๊ะข้างหลัง! โอยยยยย...แต้มบุญของฉันเยอะเกินไปแล้ววววว” ติซซี่ครวญ หน้าแทบจะทิ่มจานข้าวของตัวเอง


   “พี่โจ๊ก?” ปกฉัตรทวน


   “คนเสื้อดำที่กำลังตักสปาเก็ตตี้เข้าปากไง! เอ๊ะ! มีใครนั่งด้วย หรือว่า...” ติซซี่พยายามจะชะโงกหน้าดูให้เต็มตาว่าใครนั่งข้างหนุ่มปีสามภาควิชาการปกครองคนดัง แต่ไม่ทันจะเห็นได้ถนัด เจฟฟรี่ก็เดินถือจานข้าวมาที่โต๊ะแล้วเอ่ยปากด้วยเสียงที่ดังในระดับปกติ


   “ปก ไปซื้อข้าวได้แล้ว” เป็นเสียงระดับปกติ ที่นอกจากโต๊ะของปกฉัตรจะได้ยินกันทุกคนแล้ว โต๊ะข้างๆก็ได้ยินกันทุกคนเช่นกัน โดยเฉพาะ...เจตน์ ที่ถึงกับหันมองทันทีที่ได้ยินชื่อ ‘ปก’


   ต่างคนต่างเห็นกัน ปกฉัตรไม่รู้จะทำสีหน้าแบบไหนที่ถูกจับได้ว่าเขามานั่งอยู่ที่โต๊ะถัดไป เลยตีสีหน้านิ่งเฉยเอาไว้ก่อน แต่...เจตน์ไม่ใช่คนถนัดกับการทำเฉยๆ เขาเลิกคิ้วทันที


   “มึงอีกแล้ว?”


ปกฉัตรเหล่มองด้วยหางตา ท่องคำว่าสติในใจดังๆอยู่หลายที ก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบๆ และสีหน้าเรียบ


   “อีกแล้วอะไร นี่คณะผม” 


   เจตน์อยากจะงับหัวคนพูดหน้านิ่ง สายตาว่างเปล่านั่นจริงๆ ยิ่งพอเหลือบไปเห็นหนุ่มลูกครึ่งนั่งลงข้างๆ ก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบใจ


   “แล้วไอ้ดิษไปไหน” เขาถามกลับ จงใจพูดถึงดิษกรทั้งๆที่ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกี่ยวข้อง


   “ก็คงอยู่บ้านละมั้ง”


   “แล้วทำไมมึงไม่อยู่บ้าน?”


   “อ้าว ก็ผมมาจับสายรหัส” คำตอบของปกฉัตร ทำให้เจตน์รู้สึกตัวว่าเขาออกจะพาลไปหน่อย ชายหนุ่มตาเรียวจากต่างคณะกลั้นลมหายใจเหมือนจะกลั้นความรู้สึกแปลกๆในใจ เหลือบตาไปมองไอ้หนุ่มลูกครึ่งที่นั่งกินข้าวอยู่ข้างๆคนผิวขาวร่างผอมตรงหน้า แล้วก็ชักจะหมั่นไส้


   ...เวลามีไอ้ดิษ ก็ตัวติดกันอย่างกับตังเม พอไม่มีไอ้ดิษ ก็มีตัวผู้มาติดอยู่ดี!...


   ...แล้วนี่...กูจะหงุดหงิดทำไมวะเนี่ย!...


   เจตน์พยายามระงับอารมณ์ เขาหันกลับไปทางญาติผู้พี่ที่อาศัยรถของเขามารับมาส่งในวันนี้


   “ผมไปรอร้านกาแฟแล้วกัน เฮียเสร็จแล้วโทร.มา!” แล้วหนุ่มปีสองจากคณะบัญชีก็ลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากโรงอาหารไปอย่างรวดเร็ว ปกฉัตรได้แต่มองตามแผ่นหลังแล้วก็รู้สึกว่าถ้าวันนี้ติซซี่มีแต้มบุญมากมายเพียงใด เขาก็คงมีน้อยจนแทบติดลบ


   ...อุตส่าห์ได้เจอกัน แต่คุยกันได้ไม่ดีเลย...


   ...เพราะอะไรนะ...


   “ปก รีบไปซื้อข้าวเร็วเข้า! มีสายรายงานว่าเจอพี่โซ่ ไออาร์ที่โถงตึก!” เสียงของติซซี่ปลุกสติ ปกฉัตรเลยลุกจากโต๊ะ และเขาก็พบว่านอกจากเจตน์จะลุกจากโต๊ะไปแล้ว ‘เฮียของเจตน์’ ก็หายไปแล้วเช่นกัน


   “อ้าวววว พี่โจ๊กไปไหนแล้วอ่ะ!” เสียงของติซซี่ดังขึ้นเบาๆ แต่ปกฉัตรไม่ได้สนใจจะหาคำตอบมากนัก เพราะ...สิ่งหนึ่งที่สำคัญและมันหายไป คือหัวใจของเขาเอง


   ...เจอพี่ทีไร ใจหายไปอยู่กับพี่ทุกทีเลย ถึงแม้ว่าพี่...จะไม่รู้ก็ตาม...

...........................

   การจับสายรหัสของคณะรัฐศาสตร์ถูกแบ่งตามภาควิชา ปกฉัตรไม่รู้ว่าภาควิชาอื่นใช้วิธีไหน แต่ของเขาใช้วิธีสอยดาว และไม่รู้ว่าเพราะจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว หรือเพราะพรหมลิขิต เขาก็สอยเอาดาวกระดาษดวงหนึ่งที่อยู่ริมสุดลงมาเปิด


ปกฉัตรได้พี่รหัสเป็นผู้หญิงร่างเล็กป้อมผมหยิกเหมือนตัวการ์ตูน เจ้าตัวยิ้มแย้มสดใสทันทีที่รู้ว่าน้องรหัสของหล่อนคือเขา


‘พี่ชื่อฟางนะคะ วันนี้ลุงรหัสก็มาด้วยแหละ เดี๋ยวออกจากห้องแล้วไปหาอะไรกินกันนะ’


ตอนแรกปกฉัตรออกจะงุนงงที่พวกพี่ปีสองมองมาที่เขาแถมด้วยเสียงคร่ำครวญทำนองว่าพี่รหัสของเขาโชคดีเกินไปแล้ว แต่พอได้พบหน้าลุงรหัส ปกฉัตรก็เดาได้ในทันทีว่าถ้าติซซี่รู้ว่าสายรหัสของเขาเป็นใคร รายนั้นต้องยิ่งกว่าคร่ำครวญแน่นอน


...พี่รหัสชื่อพี่ฟาง ส่วนลุงรหัสที่อยู่ปีสามชื่อพี่โซ่ ส่วนปู่รหัสก็...ตามที่เคยแจ้งสถานะเอาไว้ในห้องเชียร์...พี่วินัยหน้าดุ เสียงดุที่ชื่ออรรณพคนนั้น...


“ฟาง ไม่ต้องยิ้มเยอะขนาดนั้นก็ได้นะ พี่รู้แล้วว่าดีใจที่่พี่พามาเลี้ยงกาแฟ” กิจกรรมเสร็จสิ้น สายรหัสก็พาน้องใหม่ของสายไปเลี้ยง แม้วันนี้จะขาดพี่ซีเนียร์ปีสี่ซึ่งตามธรรมเนียมจะต้องเก็บตัวเป็นความลับ แต่...อรรณพเปิดเผยตัวเองในห้องเชียร์ไปแล้ว โทษฐานที่น้องๆปีหนึ่งหมายตา ‘พี่โซ่ ไออาร์’ กันเป็นพิเศษ


“อ่านปากทิฆัมพรนะคะ ใครว่าฟางจะกินแค่กาแฟ! ฟางจะกินขนมด้วย!” ทิฆัมพร ผู้หญิงกินเก่งจนร่างป้อมย้ำหน้าตาจริงจัง ก่อนจะหันไปหาน้องรหัสใหม่ล่าสุดของตนเอง


“ปกอยากกินอะไร สั่งเลยนะ พี่โซ่นี่เศรษฐีกระบี่” แล้วเจ้าตัวก็โบ้ยไปที่เจ้ามือในวันนี้ซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ ปกฉัตรจำรุ่นพี่ปีสามคนนี้ได้ดี เพราะเป็นรุ่นพี่คนแรกที่ทักเขาในวันมาร่วมงานเฟิร์สเดท ไม่น่าเชื่อว่าโชคชะตาจะทำให้เขาได้กลายมาเป็นน้องในสายรหัสของอีกฝ่าย


คนถูกยกย่องให้เป็น ‘เศรษฐีกระบี่’ หัวเราะร่วน หน้าขาวๆดูเหมือนจะเปล่งแสงได้เวลาเจ้าตัวยิ้ม


“ปกทานอะไรดี สั่งขนมด้วยนะ จะได้อิ่มๆ” นอกจากจะเป็นคนยิ้มง่าย ยังเป็นกันเองและดูใจดี ปกฉัตรยิ้มรับก่อนที่พี่รหัสปีสองของเขาจะโผล่หน้าเข้ามา


“พี่โซ่จะให้น้องกินอิ่มที่ร้านกาแฟเลยเหรอคะ นี่ฟางนึกว่าจะเลี้ยงหมูกระทะต่อ” เป็นผู้หญิงที่ไร้มาดและไม่รักษาฟอร์มอย่างสิ้นเชิง ปกฉัตรหัวเราะกับพี่รหัสของตัวเองที่ดูแล้วน่าจะกินเก่ง


“อ้าว ฟางอยากกินหมูกระทะเหรอ พี่กะจะพาไปเลี้ยงบุฟเฟ่ปลาดิบซะหน่อย”


“ไม่จริง!!”


“จริง แต่ถ้าอยากหมูกระทะ ก็หมูกระทะ พี่ไม่ขัดใจน้องของพี่หรอก” พูดไปยิ้มไป ยิ่งยิ้มก็ยิ่งมีเสน่ห์ พี่ปีสามคนนี้สมแล้วที่เป็นสเป็คสาธารณะของแท้


“ขัดใจฟางเถอะค่ะ ขัดใจฟางที!” สองรุ่นพี่ดูเหมือนจะหยอกกันสนุกไปแล้ว คนปีสามนั่นหัวเราะง่ายเหมือนเด็กๆ ในขณะที่คนปีสองก็ท่าทางจะยั่วขึ้น ปกฉัตรมองรุ่นพี่ในสายรหัสของตัวเองตรงหน้าแล้วก็รู้สึกดี อย่างน้อยๆ...ถึงวันนี้จะถูก ‘พี่’ เดินหนี แต่ก็ได้สายรหัสที่เป็นกันเองสุดๆมาหนึ่งสาย


“ปกมาเลือกเค้กกับพี่ฟางดีกว่า พี่ฟางจะกินสามชิ้นเป็นอย่างต่ำ!”


แล้วปกฉัตรก็ถูกรุ่นพี่ผู้หญิงลากแขนไปที่หน้าตู้เบเกอร์รี่ มีเสียงหัวเราะสดใสของ ‘พี่โซ่’ ดังตามหลัง ไม่รู้แม้แต่นิดเดียว ว่าในร้านเดียวกันนี้...ใครบางคนที่เดินหนีเขามา นั่งอยู่ที่มุมหนึ่ง และมองมาที่เขาด้วย!

………………..

   เจตน์นั่งอยู่ในร้านกาแฟ ที่โต๊ะริมหน้าต่างกระจก


ตั้งแต่เขาเผ่นออกมาจากโรงอาหารคณะรัฐศาสตร์ด้วยความหงุดหงิดก็มาสถิตตัวเองอยู่ที่นี่ ต้นเหตุที่หงุดหงิดไม่ใช่ใครที่ไหน ก็สีหน้าเฉยๆของ ‘แฟนไอ้ดิษ’ มันน่าโมโห ก็เลยลุกออกมาทั้งที่ยังทานข้าวไม่อิ่ม สุดท้ายต้องมาพึ่งเครื่องดื่มคาเฟอีนและขนมปังในร้านกาแฟชื่อดัง


   ...แต่...อุตส่าห์หนีมาถึงนี่ สุดท้ายแม่งก็ยังตามมาอยู่ดี!!...


   ชายหนุ่มมองร่างผอมสูงที่ยืนอยู่ระหว่างชายหนุ่มคนหนึ่งและหญิงสาวคนหนึ่ง เขาไม่รู้ว่าสองคนที่ขนาบข้างนั่นเป็นใคร แต่เกี่ยวแขนเกี่ยวขากันพัลวันไปหมดจนเห็นแล้วยิ่งหงุดหงิดมากกว่าเดิม ยิ่งเห็นสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่วาววับมีประกายนั่น ก็ยิ่งทนไม่ไหวจนต้องหันไปหยิบกาแฟมาดูดปรื้ดแรงๆ!


   …ทีกับกู ทำหน้านิ่งเหมือนกระดาษ A4 เปล่าๆหนึ่งแผ่น! ทีกับคนอื่นแม่งเดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวมีความสุข!...


   …มีปัญหาอะไรกับกูนักหนาวะ เชี่ย!...


   แม้จะหงุดหงิด แต่เจตน์กลับไม่รู้ตัวเองแม้แต่น้อยว่ากำลังจ้องมองปกฉัตรที่ยืนอยู่หน้าตู้เบเกอรี่ และคงจะจ้องอยู่อย่างนั้นอีกนาน ถ้าไม่ใช่ว่าจู่ๆก็มีคนเดินมาทรุดตัวลงนั่งร่วมโต๊ะกับเขา


   “อ้าว เฮียโจ๊ก...” คนตรงหน้าคือ เจียระไน หน้าตาถอดพิมพ์เดียวกันมาเพราะเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน และเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เขาไม่ได้นอนพักสบายๆอยู่บ้านในวันเสาร์ เพราะอีกฝ่ายจะมาร่วมกิจกรรมจับสายรหัสของคณะรัฐศาสตร์


   ใช่...ลูกพี่ลูกน้องของเจตน์คนนี้อยู่ในคณะรัฐศาสตร์ เดิมที ‘เฮียโจ๊ก’ ของเขาไม่ใช่คนสนใจกิจกรรมใดๆนักหรอก แต่ไม่รู้ทำไมคราวนี้ถึงต้องมาให้ได้ ขนาดรถเข้าศูนย์ ยังบังคับให้เขาขับรถมารับส่งเลย


   “รู้ได้ไงว่าอยู่นี่” เจตน์ถามอย่างงุนงงที่เห็นญาติผู้พี่ของตนมาอยู่ตรงหน้าทั้งๆที่ไม่น่าจะรู้ว่าเขารอที่นี่


   “อ่า...กู...ผ่านมาเห็นมึงนั่งอยู่พอดี” คนฟังขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ร้านกาแฟร้านนี้ไม่ได้อยู่ในมหาวิทยาลัย ไม่ได้อยู่ใกล้คณะรัฐศาสตร์ แต่...เจียระไนบอกว่าผ่านมาเห็น


   ...ช่างเถอะ เฮียคงจะผ่านมาเจอจริงๆนั่นแหละ...


   “แล้วนี่จับสายเสร็จแล้วเหรอ กลับเลยมั้ย” เจตน์ถามคนเป็นพี่ แต่รายนั้นเอนหลังพิงพนักโซฟา


   “ออกไปก็รถติด นั่งอยู่นี่ก่อนแหละ” พอ ‘เฮีย’ ว่าอย่างนั้น คนทำหน้าที่ขับรถก็ได้แต่ตามใจ แต่พอเขามองกลับไปที่ตู้เบเกอร์รี่อีกที ก็พบว่าปกฉัตรและชายหนึ่งหญิงหนึ่งนั้นหายไปแล้ว


   ดวงตาเรียวกวาดมองไปรอบร้านทันที


   “มองหาใครวะ เจ๋ง” คำถามดังมาจากคนที่นั่งร่วมโต๊ะ เจตน์สะดุ้ง รู้สึกตัวขึ้นมาวินาทีนั้นว่าเขากำลังมองหาคนที่ไม่ควรจะมองหาที่สุด!


   ...เวลาเจอหน้ามันก็หงุดหงิด แล้วจะไปมองหามันทำไมวะเนี่ย!...


   “เปล่า...เฮ้ย! เฮีย นั่นกาแฟผม” เจตน์รีบร้องทัก เมื่อพบว่าแก้วกาแฟของตัวเองถูกญาติผู้พี่หยิบไปดูดซะแล้ว แถมดูเหมือนจะดูดอย่างไม่มีสติด้วย เพราะตาเอาแต่มองไปด้านหลังของเขา


   “อ้าว...เออ...โทษทีว่ะ งั้นกูไปซื้อกาแฟก่อน” แล้วเจียระไนก็รีบวางกาแฟคืนก่อนจะลุกจากโต๊ะไปทันที เจตน์มองตามด้วยความสงสัย ก่อนจะหันไปมองด้านหลังที่เป็นเป้าสายตาของพี่ชายของเขาจนทำให้หยิบกาแฟไปดูดหน้าตาเฉย


   แล้วตอนนั้นเอง...หนุ่มคณะบัญชีก็ได้รู้...โต๊ะข้างหลังของเขาเป็นโต๊ะของปกฉัตร!!


   ตาสบตาอีกครั้ง ดวงตาของเขามองสบกับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่ว่างเปล่าคู่นั้นอีกหน ก่อนที่เขาจะรีบหันหน้ากลับทันที ทว่า...โต๊ะของพวกเขาก็อยู่ใกล้กันเกินไปจนได้ยินเสียงจากโต๊ะของปกฉัตรอยู่ดี


   “ผมอยากเป็นทูต ก็เลยเข้าคณะนี้”


   “ทำไมถึงเข้ามหา’ลัยนี้เหรอ...อ่า...ก็...ผมอยากเข้ามาเจอใครบางคนที่นี่น่ะ”


   ทั้งๆที่สาบานกับตัวเองว่าไม่สนใจจะฟัง แต่ไม่รู้ทำไม...หูและสมองของเจตน์ถึงทำหน้าที่ได้ดีเหลือเกิน


   ...อยากเป็นทูต ก็เลยเข้าคณะนี้...


   ...อยากเจอใครบางคน ก็เลยเข้ามหาวิทยาลัยนี้...

   
   แล้วจู่ๆ ชื่อ ‘ดิษกร’ ก็ปรากฏขึ้นในหัวของเจตน์


   สองคนนี้...เป็นแฟนกันจริงๆ

..........................

   มันเป็นเรื่องน่าหงุดหงิด...หงุดหงิดอะไรไม่รู้ รู้แต่เจตน์หงุดหงิด ทั้งๆที่ไม่น่าจะเจอกัน แต่โชคชะตาก็เหมือนเล่นตลกให้เจอกันบ่อยๆ แล้วพอเจอกัน สีหน้าเฉยๆกับสายตาว่างเปล่าของฝ่ายนั้นก็ยิ่งทำเอาอารมณ์เสียหนักกว่าเดิม แต่...พอโชคชะตาจะไม่ให้เจอกัน ก็เหมือนปกฉัตรจะพ้นไปจากวงโคจรของเขาอย่างสิ้นเชิง!!


   ...หลายวันแล้วนะสัด! กูไม่เจอ...เอ่อ...ไม่เจอใครเลยนอกจากเพื่อนในคณะ!!!...


   แล้วพอผ่านไปอีกหลายๆวันที่เจตน์ยังคงพบหน้าแต่เพื่อนในคณะหน้าตาเดิมๆ คนขี้หงุดหงิดก็ทนความหงุดหงิดไม่ไหวอีกต่อไป เขาคิดว่าตัวเองน่าจะเป็นพวกชอบเข้าสังคมมากๆเลยทีเดียว เพราะรู้สึกคิดถึงผองเพื่อนสมัยมัธยมขึ้นมายังไงไม่รู้


ไม่ต้องพึ่งฤกษ์งามยามดีใดๆ อาศัยความหงุดหงิดเพราะไม่ได้เจอใครล้วนๆ ก็เลยตัดสินใจโทร.เชิญเพื่อนสนิทรายตัวให้มาร่วมเตะฟุตบอลกระชับมิตรในตอนเย็นหลังเลิกเรียนวันหนึ่ง แน่นอน...มีตัวแถมเป็นรุ่นน้องที่แสนสนิทอย่างดิษกรมาด้วย


   ...แต่...ไอ้ดิษมาคนเดียว...


...วะ!!! นี่กูหงุดหงิดอะไรอีกแล้ว!!!!...


   “มึงช่วยทำหน้าตาเหมือนคนอยากเตะบอลหน่อย ไอ้เจ๋ง นี่มึงชวนพวกกูมาเตะนะ ไม่ใช่พวกกูเค้นคอมึงมา” ธนทัตหันมาด่าเพื่อนสนิทที่วิ่งอยู่ในสนามฟุตบอล แต่ไม่รู้เป็นอะไรของมัน เตะบอลไปหน้าหงิกไป ไม่สมคนคลั่งฟุตบอลเลยสักนิด!


   “นั่นสิเฮีย เมื่อกี้นี้ยิงแต่ละลูก ชนเสา ชนคาน ยิงนกตกปลา ไม่ได้สักลูก” ดิษกรหันมาบ่นรุ่นพี่ร่วมทีมที่ปกติฝีเท้าดีเยี่ยม แต่ไม่รู้วันนี้เป็นอะไร ยิงสวยๆไปชนกรอบประตูกระเด้งกระดอนออกนอกกรอบเสมอ


   “งั้นพวกมึงก็ยิงเองสิวะ!” เจตน์หันไปด่าตามประสาคนหงุดหงิด


   “ยิงพ่อง! กูเป็นโกลล์!” ธนทัตออกตัวก่อน ดิษกรก็รีบพูดต่อ


   “ส่วนผมก็กองหลัง” ไอ้คนออกตัวว่ากองหลังที่มาคนเดียวไม่หนีบใครมาด้วยนี่ยิ่งทำให้เจตน์หงุดหงิดใหญ่ ไม่รู้หงุดหงิดอะไร แต่ที่รู้ๆคือเห็นหน้ามันวันนี้แล้วหงุดหงิดมาก!


   “อ่า ใจเย็นๆ พักก่อนๆ” เป็นการุนที่อยู่อีกทีมเข้ามาห้าม พลพรรคนักกีฬาก็เลยพักครึ่งไปนั่งที่ข้างสนามฟุตบอลกันก่อน


   “เป็นไรของมึงวะ เจ๋ง” การุน จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ผู้เคยออกตัวว่าจะเรียนคณะนี้เพื่อมารักษาหมาในปากของเจตน์หันมาถาม คนถูกถามอยากจะอ้าปากบอกความหงุดหงิดหรอก แต่...ก็ไม่รู้อยู่ดีว่าจะอธิบายความหงุดหงิดยังไง


   “เปล่า!!” บอกปัดไปซะ จะได้สิ้นเรื่อง แต่...ดูเหมือนเพื่อนๆที่คบหากันมานานจะไม่มีใครยอมให้เจตน์บอกผ่านเรื่องนี้ไปได้เลย


   “เปล่าเชี่ยอะไร หน้าเป็นตูดขนาดนี้” ธนทัตรีบขัด คนที่อุตส่าห์บอกว่าเปล่าเลยตวัดตาเรียวๆไปจิกทีหนึ่ง


   “กูบอกว่าเปล่าก็ช่วยเชื่อกูหน่อยได้มั้ย”


   “อ่ะๆ เชื่อๆมันไป อย่าไปตอแยมัน” การุนห้ามทัพ เพราะเกรงว่าเซ้าซี้มากๆ คราวนี้เพื่อนรักอาจจะไม่เตะบอลยิงนกตกปลาแบบเมื่อกี้ แต่จะเตะหัวพวกเขาแทน


เจตน์ยังหงุดหงิด แต่ก็รู้ดีว่าถ้าอยากให้เพื่อนๆมองข้ามความหงุดหงิดของเขาซะ ก็ต้องไม่ปล่อยให้บรรยากาศเงียบแบบนี้ หนุ่มตี๋ตาเรียวหันไปมองรุ่นน้องร่วมคณะซึ่งจะเป็นเหยื่อให้เขาใช้บังหน้า


   “แล้วมึงเป็นไง ไอ้ดิษ เรียนใกล้ซิ่วรึยัง”


 ดิษกรอ้าปากหวอ ที่อยู่ดีๆหวยก็มาออกที่ตนเอง


   “อ้าว...ทำไมอยู่ดีๆก็หันมาพูดจาเป็นมงคลกับน้องเฉยเลยล่ะครับ เฮียเจ๋ง”


   “ก็มึงขี้เกียจ”


   “อุ๊ย พูดจาแทงหัวใจ...แต่...เฮียก็พูดถูกแหละ ผมขี้เกียจ แถมวิชาก็ยาก แต่ถ้าซิ่ว สงสัยโดนทั้งอานิศด่า โดนทั้งไอ้ปกด่าแน่เลย” อยู่ดีๆ ชื่อแสลงก็ลอยมาเข้าหูเจตน์อีก แต่เขาไม่ทันถามอะไร คำถามจากธนทัตก็ดังขึ้นเสียก่อน


   “จะโดนด่าเรื่องอะไรวะ ก็คนมันจะซิ่ว”


   “ก็โดนด่าเพราะว่าตอนแรกอานิศบอกว่าผมเรียนไม่เก่ง ให้ไปเรียนอะไรก็ได้ที่เป็นสกิลอ่ะเฮีย อย่างน้อยก็มีอาชีพติดตัว อาหาคนสอนมาให้ด้วยนะ เห็นว่าเป็นพ่อครัว เป็นเจ้าของร้านอาหารด้วย ให้ผมไปเรียนในร้านเขาได้เลย ไอ้ปกก็เห็นด้วย แต่ผมเห็นเฮียเจ๋งเป็นไอดอลไง ก็เลย...เข้าคณะนี้”


   “อ้าว โทษกูอีก” ทำไมชื่อแสลงมันทำให้อารมณ์หงุดหงิดค่อยๆหายไปทีละหน่อยก็ไม่รู้ แต่รวมๆแล้ว เจตน์ชักอยากรู้ความเป็นไปของเจ้าของชื่อนี้อีก


   ...เรียนเป็นไงมั่ง ชีวิตปีหนึ่งโอ.เค.มั้ย...


   “แล้ว...แล้วเพื่อน...” ปากงึมงำจะถามถึงเพื่อนสนิทของดิษกรที่ไม่โผล่หน้ามาอีก แต่ธนทัตชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน


   “เจ๋ง มึงก็ติวให้ไอ้ดิษมันหน่อย มันอุตส่าห์เห็นมึงเป็นไอดอล” คนถูกแย่งพูดชะงักไปเล็กน้อยที่จู่ๆก็ถูกเพื่อนสนิทโยนงานมาให้ ดิษกรมองเจตน์ด้วยตาเป็นประกายเหมือนมีความหวัง


   “เฮียเจ๋งติวได้เหรอ?! ฮูยยย...พ่อพระมาโปรด นี่นึกว่าพ้นมัธยมมาแล้วจะไม่มีคนมาติวให้แล้วนะเนี่ย แต่ก่อนก็มีแต่ไอ้ปกนี่แหละติวให้ผมประจำเลย ตอนนี้จะให้มันมาติวให้อีกก็กลัวใจจะเข้าห้องสอบไปเขียนเรื่องก่อการร้ายอะไรของมันในวิชาคณะเรา” แล้วชื่อแสลงก็ดังเข้าหูเจตน์ให้ได้ยินอีกหน ไม่ได้เห็นหน้า ได้ยินแต่ชื่อก็ทำเอาหนุ่มตี๋จากคณะบัญชีนิ่งไปได้ถนัด


“เจ๋ง...ไอ้เจ๋ง...เป็นไรวะ” ธนทัตเห็นเพื่อนเงียบก็เลยเอาเท้าสะกิด เจตน์ถึงกับสะดุ้งหันมามองเพื่อนทั้งกลุ่มหน้าตาเหรอหรา ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเมื่อกี้พอเขาได้ยินชื่อปกฉัตรแล้วก็เข้าญาณขาดการติดต่อกับเพื่อนคนอื่นๆไปเลย


“เป็นไรของมึง อาการไม่ดีบอกกูนะ ถึงกูจะเรียนปีสอง แต่กูมีพี่ที่รู้จักเรียนปีหก เขาน่าจะช่วยมึงได้” การุนเสนอตัว


“เก็บไว้ช่วยตัวมึงเองเถอะ!” เจตน์ด่าเข้าให้ ก่อนจะเหลือบไปมองรุ่นน้องที่ยังคงส่งสายตาวิบวับขอความช่วยเหลือให้เขาติวหนังสือให้


“กูติวให้ก็ได้” ดิษกรเกือบจะร้องเย้ด้วยความดีใจ แต่ประโยคถัดมาของเจตน์ดังขึ้นเสียก่อน


“สัปดาห์หน้า ตอนเย็นวันจันทร์ พุธ ศุกร์เลิกเรียนแล้วไปหากูที่คอนโดแล้วกัน”


...เลือกโลเกชั่นเป็นคอนโดนี่ ไม่ได้ตั้งใจให้ไอ้ดิษพาใครไปเลยนะ...จริงๆ...แค่...คิดว่ามันเป็นส่วนตัวดี เผื่อว่า...เอ่อ...เผื่อว่า...เผื่อว่าไอ้ดิษจะพาใครไปด้วย จะได้มีที่กว้างๆ แยกย้ายกันอ่านหนังสือไงล่ะ!...


   “จะติวตั้งแต่สัปดาห์หน้าเลยเหรอเฮีย” รุ่นน้องผู้แสนขี้เกียจตัวเป็นขนท้วงเบาๆ


   “หรือมึงจะรอติวตอนไทร์มั้ยล่ะ?”


   “อุ้ย! ขู่แรง ไปก็ได้ครับเฮีย แล้ว...ทำไมแค่จันทร์ พุธ ศุกร์อ่ะ สามวันพอเหรอ”


“วันอื่นก็ให้กูอ่านหนังสือของกูเองมั่งมั้ย ใจคอจะให้ติวให้มึงทุกวันเลยรึไง?” ดิษกรหัวเราะแหะๆอย่างเห็นจริงตามที่คนติวว่า


“จริงด้วย ยังไงก็ขอบคุณเฮียมากๆ ขอให้เฮียเจ๋งมีเมียเร็วๆนะ ให้สมกับบุญบารมีที่สร้างกับผม”


… ‘มีเมียเร็วๆนะ’ ...


ภาพจำไหลวูบกลับเข้ามาในสมอง ภาพที่ปกฉัตรก้มๆเงยๆหาของในห้องครัวของเขา ภาพที่ปกฉัตรกำลังหั่นผักอยู่ข้างๆเขา เจตน์กลืนน้ำลายเอื๊อก ก่อนจะรีบเอาเท้ายันเจ้าของคำอวยพรอย่างดิษกร


   “เว่อสัด!” เขาด่ากลบเกลื่อน ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วไล่เพื่อนทุกคนให้กลับลงไปเตะฟุตบอลอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้...เจตน์ไม่มีสีหน้าหงุดหงิดอีกแล้ว แต่กลายเป็นไม่มีสติจะเตะฟุตบอลแทน


   “ไอ้เชี่ยเจ๋ง! มึงมาเป็นโกลแทนกูเลยสัด! พวกกูเตะบอลเอาแต้มนะโว้ย! ไม่ใช่เอานกเอาปลาไปต้มแดก!!” ธนทัตว้ากลั่น    


แต่ท้ายที่สุด...ทีมของเขาก็พ่ายแพ้ไปอย่างราบคาบ เพราะพอเจตน์กลายมาเป็นโกล ไม่ว่าฝั่งตรงข้ามจะยิงมาทางไหน โกลตี๋คนนี้ก็รับพลาดไปหมดทุกลูกเลย


“ไอ้เชี่ยเจ๋ง!!!!!! มึงเป็นเชี่ยอะไรเนี่ย!!!”


เจตน์อึกอัก ตอบได้แต่คำว่า “กูไม่รู้”


...กูไม่รู้ว่าทำไม...หน้าของเพื่อนสนิทไอ้ดิษถึงเต็มหัวกูไปหมดอย่างงี้...   

........................................

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1541/-8


ดิษกรที่กลับจากเตะฟุตบอลกับเหล่าพี่ๆร่วมโรงเรียนมัธยมยังไม่ยอมเข้าบ้าน เขาเดินเตร่ไปมารอเพื่อนรักบ้านข้างๆตั้งแต่เย็นแล้ว เห็นปกฉัตรบอกว่าวันนี้จะกลับค่ำหน่อย เพราะมีกิจกรรมห้องเชียร์วันสุดท้าย รออยู่พักใหญ่ๆ รถโฟร์วีลคันโตก็แล่นมาจอดที่หน้าบ้านหลังข้างๆ หนุ่มร่างยักษ์คณะบัญชีขมวดคิ้วฉับแล้วโผล่หน้าข้ามรั้วไปสอดส่องอย่างอยากรู้อยากเห็น


   ปกฉัตรเปิดประตูลงมายืน เห็นพูดอะไรกับคนขับไม่รู้ แล้วยกมือไหว้ จากนั้นก็ปิดประตูแล้วรถคันใหญ่ก็กลับรถออกจากซอยไป


   “ไอ้ปก” ดิษกรร้องเรียกทันทีที่รถโฟร์วีลพ้นสายตา เจ้าของชื่อที่กำลังเปิดประตูรั้วเข้าบ้านเดินไปหาเพื่อนรักที่ชะโงกหน้าข้ามรั้วด้านข้างมาเรียก


   “รถใครวะ” ในฐานะเพื่อนสนิทที่พ่อแม่ของปกฉัตรฝากฝังให้ช่วยดูแล ดิษกรเลยต้องซักไซ้มากหน่อย


   “พี่รหัสน่ะ”


   “พี่รหัสมึงเป็นผู้หญิงไม่ใช่เหรอ ที่มึงเคยเล่าให้กูฟัง ทำไมขับรถคันใหญ่งี้วะ”


   “คนนี้เป็นพี่ปีสี่ วันนี้เฉลยพี่รหัสซีเนียร์ เขาก็เลยพาไปกินข้าวแล้วมาส่งนี่แหละ” ปกฉัตรตอบ วันนี้เป็นวันปิดห้องเชียร์ น้องปีหนึ่งบางคนก็ได้พบหน้าพี่ปีสี่ในสายรหัสเป็นครั้งแรก แต่เขา...เจอหน้าพี่รหัสซีเนียร์มาหลายครั้งแล้ว เพราะฝ่ายนั้นเป็นพี่วินัย


   “แล้วมึง...ไปเตะบอลมาเหรอ” ปกฉัตรเห็นเพื่อนสนิทยังอยู่ในชุดเสื้อบอลกางเกงบอลก็พอจะรู้ว่าดิษกรคงขลุกอยู่กับกีฬาลูกกลมๆนั่นแหละ


   “เออ เฮียเจ๋งโทร.มาชวน” ชื่อที่หลุดออกมาจากปากของดิษกรทำเอาปกฉัตรชะงัก นึกเสียดายที่เขาไม่ถูกดิษกรชวนไปเป็นเพื่อน แต่...คิดอีกที หมู่นี้เขายุ่งมาก กิจกรรมคณะในแต่ละวันเยอะเสียจนเขากลับบ้านค่ำ ไม่ได้พบหน้าดิษกรด้วยซ้ำ จะให้เพื่อนมาชวนเขาซึ่งไม่เคยเตะฟุตบอลให้ไปด้วยกัน ก็คง...ประหลาด


   “แต่ไม่รู้เฮียเป็นอะไรว่ะ ดูแปล๊กแปลก”


   “แปลกยังไง” ปกฉัตรถามด้วยความอยากรู้ ไม่ได้เจอกันนานขนาดนี้ แต่พอได้ยินชื่ออีกฝ่ายทีไร เขาก็...คิดถึงทุกที


   “ไม่รู้ สงสัยอยู่ในช่วงฝีเท้าตก เออ! แต่เฮียจะติวหนังสือให้กูด้วยล่ะ! มีคนสืบทอดตำแหน่งแทนมึงแล้วนะ!” ดิษกรขออวดสักหน่อย รุ่นพี่ซึ่งตัวเองทั้งเทิดทูนและบูชาอย่างเจตน์ทำตัวสมกับที่เขาไว้มองเป็นไอดอลจริงๆ!


   “อ้อ...ติววิชาคณะเหรอ” ดิษกรพยักหน้ารับ ดูจะภาคภูมิใจกับรุ่นพี่อย่างเจตน์มากเหลือเกิน ปกฉัตรลอบมองเพื่อนสนิท อาศัยว่าตอนนี้ดิษกรคงกำลังชื่นชมเจตน์จนไม่ทันสงสัยอะไร ถ้าเขาถามซักไซ้ก็คงไม่เป็นที่สังเกต


   “แล้วติวเมื่อไรล่ะ”


   “วันจันทร์หน้าตอนเย็น”


อ้อ...ว่างพอดี ห้องเชียร์ก็ไม่มีแล้วด้วย


   “ติวที่ไหน”


เผื่อจะทำเป็นบังเอิญไปเจอกันบ้าง จะได้ไม่ลืมหน้ากัน


   “คอนโดเฮีย” ปกฉัตรชะงัก รู้สึกเหมือนเจอทางตัน เพราะเขาคงบังเอิญไปเจอเจตน์ที่คอนโดของเจตน์ไม่ได้หรอก


   ท่าทีเงียบไปของเพื่อนสนิทร่างผอมโปร่ง ทำเอาดิษกรเพิ่งนึกออก เขารีบออกตัว


   “เฮ้ยๆ คราวนี้ไปติวหนังสือ กูไม่เมาอยู่แล้ว มึงไม่ต้องไปขับรถกลับให้กูก็ได้ กลับมาอ่านหนังสือเถอะ” แถมโดนดิษกรปิดประตูทุกเส้นทางอีก ไปแล้วไม่เมา ไปแล้วขับรถกลับเองได้ หมายความว่าปกฉัตรไม่ต้องไปด้วยเหมือนคราวก่อน


   ...ไม่สิ มันไม่เมา แต่มันก็ง่วงง่ายนี่หว่า...


   “แต่ติวหนังสือก็คงเลิกดึก มึงจะขับรถกลับยังไงทั้งๆที่ง่วง?” ใจหนึ่งน่ะห่วงเพื่อนอย่างที่ยกมาเป็นข้ออ้างนั่นแหละ อีกใจก็...ห่วงตัวเองจะไม่ได้เจอหน้าผู้ชายคนนั้น


   “อ่า...ก็...” ดิษกรนิ่งคิด จะขอค้างที่คอนโดของรุ่นพี่คนสนิทก็เกรงใจ ถึงฝ่ายนั้นจะใจกว้างก็เถอะ


   ปกฉัตรยิ้มจางแล้วเสนอตัว


   “เดี๋ยวกูไปด้วยนั่นแหละ จะได้ขับรถพามึงกลับ”


   “แล้ว...มึงไม่ต้องอ่านหนังสือสอบเหรอวะ” กับรุ่นพี่คนสนิทก็เกรงใจ แต่กับเพื่อนสนิทคนนี้ก็ยิ่งเกรงใจหนัก 


   “กูก็ขนไปอ่านที่คอนโดเฮียมึงด้วยไง หรือถ้าเขาไม่ให้กูอ่านที่ห้องเขา กูลงมาอ่านที่ล็อบบี้ก็ได้” ปกฉัตรตอบเรียบๆ แล้วยักไหล่เหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่โต แต่ก็ไม่วายแซะเฮียของดิษกรที่เคยขู่จะไม่ให้เขาขึ้นคอนโด


   “อ่า...เฮียเจ๋งก็ปากเสียไปงั้นแหละ จริงๆเขาใจดี”


   “กูก็ไม่ได้ว่าอะไร” ปกฉัตรยักไหล่อีกทีเหมือนไม่ถือสาอะไรกับรุ่นพี่คนสนิทของเพื่อนรัก ดิษกรยิ้มเผล่


   “มึงไม่ว่าอะไรก็ดีแล้ว งั้น...วันจันทร์หน้า มึงเลิกเรียนแล้วไปเจอกูที่คณะ จะได้ไปคอนโดเฮียเจ๋งพร้อมกัน”


   “อือ” ร่างโปร่งรับคำแล้วยิ้มจางๆ ก่อนจะขอตัวเข้าบ้านเพราะยุงเริ่มชุม เขาหมุนตัวเดินจากมาพร้อมด้วยนัยน์ตาสีจางที่เต็มไปด้วยความสมหวัง


   ...จะได้ไปคอนโดของ ‘พี่’ อีกแล้ว…

...............................

   เย็นวันจันทร์ ดิษกรมายืนยิ้มแฉ่งอยู่ตรงหน้าเจตน์ที่เพิ่งลงจากตึก ข้างหลังรุ่นน้องตัวใหญ่คือเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลจางๆที่ทำหน้าตาเฉยๆเป็นประจำ


   ทั้งๆที่ตอนไม่เจอหน้ากันก็รู้สึกหงุดหงิด แล้วพอได้ยินชื่อมันจากปากคนอื่นกลับรู้สึกอยากรู้อยากเห็น แต่...พอมาเจอหน้ากันตรงๆ เจตน์ก็รู้สึกว่าตัวเองทำหน้าไม่ถูก ไม่รู้ว่าความรู้สึกคันๆในใจนี่คืออะไร


   ...หงุดหงิดเปล่าวะ? ก็ไม่ใช่...มันเหมือน...มันเหมือนมีอะไรไม่รู้ไต่ยุบยิบอยู่ที่หน้าอกเนี่ย!...


   มือใหญ่ข้างหนึ่งถูอกตัวเอง รู้สึกรำคาญใจกับความยุบยิบนั่นจนชักจะหน้าหงิก ยิ่งไม่รู้ว่าจะทำหน้ายังไง นิสัยปากไม่ดีก็เลยถูกงัดออกมาแสดงออกเป็นอย่างแรก


   “เพื่อนมึงซิ่วมาคณะนี้เหรอ?!” ถามถึงปกฉัตร แต่ไม่ถามปกฉัตร คนถูกพูดถึงที่ยืนอยู่ด้วยนึกเข่นเขี้ยวในใจ แต่...ก็ช่างมันเถอะ เขาอุตส่าห์ถามถึงให้ใจเต้นแล้วก็ยอมๆเขาหน่อย


   “ซิ่วไรล่ะเฮีย นี่ว่าที่ท็อปภาคฯ” ดิษกรอวยเพื่อนรักเล็กน้อย เจตน์เบะปากให้เห็นกันโต้งๆ


   “แล้วมาทำอะไรที่นี่?!”


   “ก็...ผมจะขอให้ไอ้ปกไปด้วย...” เจตน์เหลือบตามามองคนที่ยืนหน้านิ่งอยู่กับคนพูด ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วตั้งคำถาม


   “มันจะไปทำไม” สายตาเจาะจงที่ปกฉัตร แต่สรรพนามเรียกเป็นบุคคลที่สาม บอกให้รู้ว่าไม่ได้ถามให้ปกฉัตรตอบ แต่ถามให้ดิษกรตอบต่างหาก แต่...ปกฉัตรที่ดูนิ่งๆเฉื่อยๆ กลับไวกว่าเพื่อนสนิทมากนัก


   “ผมจะไปรอดิษ ติวเสร็จจะขับรถพาดิษกลับ”


   ...คำก็ดิษ สองคำก็ดิษ...


   ...กูรู้แล้วว่ากูหงุดหงิดเพราะกูอิจฉาพวกมีความรักนี่เอง!!!...


   “เข้าใจอะไรผิดรึเปล่า คอนโดกูไม่ใช่ศาลาบริการฟรีให้มึงไปนั่งรอ”


   “แล้วพี่จะเอายังไง”


   เจ้าของคอนโดเหลือบตาไปมองรุ่นน้องร่วมคณะ ก่อนจะหันมามองปกฉัตรที่มองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า


   ...มาอีกแล้ว ไอ้สายตาแบบนี้ กูล่ะเกลียดฉิบหาย!...


   ...กูยืนอยู่ตรงนี้! ถ้าเกลียดก็มองกูแบบเกลียดสิเว้ย! จะมองว่างเปล่าทำพ่องอะไร!!!...


   เจตน์ควักกระเป๋าสตางค์แล้วหยิบเงินส่งให้คนที่มองเขาอย่างว่างเปล่า แต่...พอเงินถูกยื่นไปตรงหน้า ปกฉัตรก็ได้แต่กะพริบตาปริบๆ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเต็มไปด้วยความงุนงง


   “มึงไปซื้อของสดมา!”


   “หะ?” แม้แต่ดิษกรยังงงไปด้วย แต่เจตน์จ้องรุ่นน้องต่างคณะตาเขม็ง


   “เย็นนี้กูจะทำกับข้าว ซื้อให้พอสำหรับสามคน! ไม่ต้องยึกยัก! มึงคิดว่ากูใจดีรึไง! คิดจะเอาห้องกูไว้รอเพื่อนมึงก็หัดตอบแทนเจ้าของห้องบ้าง! มึงน่ะน้องในไส้กูก็ไม่ใช่! น้องรหัสกูก็ไม่ใช่! น้องในคณะกูก็ไม่ใช่! ทุกอย่างที่กูให้มึง ไม่ใช่ของฟรี!! ต้องรู้จักทำอะไรตอบแทน! ไปซื้อของ! แล้วตามไปเจอพวกกูที่ห้อง!!”


   ปกฉัตรยืนหน้าชา มือไม้เย็นเฉียบ รู้สึกเหมือนน้ำลายเหนียวหนืดพูดอะไรไม่ออก ไม่มีแม้แต่เสียงจะเปล่งออกมา โดนด่าแถมโดนทวงบุญคุณไปหนึ่งยกใหญ่ๆ แม้จะยอมรับว่าหัวใจชื่นชอบรุ่นพี่คนนี้มากแค่ไหน แต่...ก็เหมือนโดนตบหน้าแรงๆให้ตื่นมารับรู้ความจริง


   ...ไม่ใช่น้องในไส้ ไม่ใช่น้องรหัส ไม่ใช่น้องในคณะ...เป็นแค่เพื่อนของรุ่นน้องที่สนิท เป็นแค่คนห่างๆ ไม่มีความหมายอะไรเลย...


   หัวใจเหมือนอัดแน่นด้วยของเหลว มันอึดอัดจนพานให้หายใจไม่ออกไปด้วย เขาไม่รู้ตัวมาก่อนว่าถูกมองแบบนี้มาตลอด ถูกมองอย่างไม่มีค่า ไม่มีความหมาย ทั้งๆที่...เขาแค่...อยากอยู่ใกล้ๆ อยากรู้จัก อยากสนิท  อยากเป็นรุ่นน้องที่เจตน์เล่นหัวแบบดิษกร ไม่เคยคิดจะกินของฟรี หรือเอาเปรียบเลยแม้แต่นิด แต่...อีกฝ่ายไม่เข้าใจ แล้วเขาก็พูดให้เข้าใจไม่ได้ด้วย


ร่างโปร่งได้แต่เม้มปาก สองมือกำแน่น แต่ความเย็นเฉียบของฝ่ามือยังคงพุ่งมาทิ่มแทงหัวใจของเขาไม่หยุดหย่อน ดิษกรเห็นท่าไม่ดีเลยเดินมาขวางระหว่างรุ่นพี่ร่วมคณะและเพื่อนสนิทของตน


   “เอ่อ...เฮียเจ๋ง...ผมเป็นคนขอให้ไอ้ปกไปเป็นเพื่อนเอง ผมขับรถไม่แข็ง ก็เลยให้มัน...”


   “ไม่เป็นไร ดิษ เดี๋ยวกูไปซื้อของแล้วจะตามไป” ปกฉัตรดึงแขนดิษกรเอาไว้ ก่อนจะหันไปมองคนเป็นรุ่นพี่ สีหน้าและสายตาของเจตน์ยามมองเขา ราวกับจะบีบหัวใจของปกฉัตรให้แหลก เขาสูดลมหายใจเขาลึก ส่งเงินคืน ก่อนจะเอ่ย


   “เดี๋ยวผมจ่ายเอง พี่ไม่ต้องออกเงินหรอก ผมไม่อยากให้พี่เข้าใจว่า...ผม...อยากได้ของพี่ฟรีๆ” ต่อให้เจตน์จะไม่รับเงินคืน มือขาวก็ยัดธนบัตรให้ แล้วหมุนตัวเดินออกจากหน้าตึกไปทันที


ดิษกรอึกอัก อยากตามเพื่อนสนิทไป แต่...ทั้งปกฉัตรและเจตน์ดูเหมือนจะทะเลาะกันแบบนี้ เขาก็เลยไม่รู้ว่าจะยืนอยู่อย่างนี้เพื่อพูดให้เจตน์ใจเย็นลง หรือตามปกฉัตรไปเพื่อทำให้เพื่อนสนิทรู้สึกดีขึ้น


   “เฮีย...ไอ้...ไอ้ปกมันไม่มีรถนะ แล้วมันจะไปซื้อของแบกของมายังไง” เขาหันไปเตือนสติรุ่นพี่ร่วมคณะ แต่เหมือนเจตน์จะยังทิฐิแรงกล้า


   “แท็กซี่สิ ไม่เห็นจะยาก!”


   “แต่มันขาไม่ดี…” คนฟังชะงัก ดวงตาเรียวตวัดไปมองดิษกร


   “มึงว่าไงนะ?!”


   “ไอ้ปกมันขาไม่ดี แล้วมันจะแบกของหนักๆได้ยังไง”


เจตน์เม้มปากแน่น ความรู้สึกบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก ทั้งๆที่เมื่อกี้รู้สึกว่าตัวเองทำในสิ่งที่ควรทำแล้ว หาเรื่องปกฉัตร...กล่าวหาปกฉัตรลอยๆ...ทั้งๆที่ควรจะรู้สึกดีที่ทำให้หมอนั่นมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม แต่...สุดท้ายแล้ว กลับไม่ใช่เลย


   ...ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำเลย...


   ชายหนุ่มหยิบคีย์การ์ดในกระเป๋ากางเกงแล้วส่งให้ดิษกรในทันที


   “มึงไปรอกูที่ห้อง เดี๋ยวกูตามไป!”


   “แล้วเฮียจะไปไหน”


เจตน์เงียบไปอึดใจ มองออกไปที่ไกลลิบๆ ยังคงเห็นร่างโปร่งเดินเพียงลำพัง


   “ไปซื้อของกับเพื่อนมึงไง” แล้วเขาก็หมุนตัวเดินตามปกฉัตรออกไปทันที ปล่อยให้ดิษกรมองตามอย่างงุนงง


   “แล้วทำไม...ไม่ให้ผมไปเป็นเพื่อนไอ้ปกอ่ะ...เฮ้...ผมก็มีรถนะครับ เฮ้...” แม้จะพยายามโบกไม้โบกมือเรียกเจตน์กลับมา แต่...ร่างสูงๆนั่นก้าวเท้าฉับๆหายไปทางหัวมุมแล้วเรียบร้อย

............................

   ซุปเปอร์มาร์เก็ตในห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมืองนั้นพลุกพล่านไปด้วยผู้คน เสียงเพลงช่วยให้เพลิดเพลินในการจับจ่ายซื้อของ แต่...ไม่ใช่สำหรับนิสิตชาย 2 คนที่มาด้วยกันเลย โดยเฉพาะเมื่อคนหนึ่งทำหน้าเหมือนไม่อยากมา ส่วนอีกคนก็เอาแต่ทำหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่ได้มาด้วยกัน


   ...แต่...ก็มาด้วยกันนั่นแหละ เพราะมีรถเข็นคันเดียวคั่นกลาง ในระหว่างที่คนหน้าหงิกกำลังเลือกบล็อกโคลี่ คนหน้าตาเฉยๆก็ยังยืนอยู่ใกล้ๆ ไม่ได้ขยับไปไหน จนกระทั่ง...เป็นฝ่ายคนหน้าตาเฉยๆพูดขึ้นมาก่อน


   “นี่ผมไม่ได้สั่ง แต่ผมว่า...รีบๆเลือกดีมั้ย” ปกฉัตรเอ่ยปากขึ้นมา อารมณ์กรุ่นๆในอกที่ถูกกล่าวหาว่าเอาเปรียบทำให้ไม่อยากอยู่ด้วยกันแบบนี้เท่าไร


   ...รู้มั้ยว่าน้อยใจ...รู้มั้ยว่าเสียใจ...


   ...ไม่รู้หรอก เพราะพี่ไม่เคยสนใจกันสักนิดเดียว...


   “มึงอยากมาซื้อกับกูครั้งนี้ครั้งเดียว หรืออยากมาวันพุธกับวันศุกร์ด้วย?”


   “วันพุธกับวันศุกร์? หมายความว่าไง”


   “มึงคิดว่าไอ้ดิษสอบกี่วิชา? แล้วมันก็ไม่ได้ฉลาด ขี้เกียจตัวเป็นขนแบบนั้นคงจะอ่านหนังสือเองอยู่หรอก ที่กูซื้อเนี่ย คือซื้อเอาไปทำข้าวเย็นให้มึงกับไอ้ดิษแดกสามวัน” ปกฉัตรชะงัก เขาก็พอรู้ว่าไม่น่าจะติววันเดียวเสร็จ แต่ก็ไม่คิดว่าดิษกรจะมีโปรแกรมติวหนังสือกับรุ่นพี่อย่างเจตน์ถึงสามวันต่อสัปดาห์


   ...อย่างนี้ก็ต้องไปคอนโดของพี่ทั้งสามวันเลยน่ะสิ...


   ริมฝีปากบางกระตุกที่มุมปากเล็กน้อย อารมณ์น้อยใจเมื่อกี้เจือจางลงอย่างไวภายใต้ท่าทีเรียบเฉย


   “อะไร ทำหน้ายังงั้น” สีหน้าเหมือนจะยิ้มนิดๆของปกฉัตรอยู่ในสายตาของเจตน์พอดี เป็นสีหน้าประหลาดๆ เหมือนมีแววพอใจ แต่สุดท้ายก็หายไป


   ปกฉัตรหันไปมองคนถาม แน่นอนว่าสีหน้าของหนุ่มรุ่นน้องจากต่างคณะในเวลานี้เรียบเฉย ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนก็ว่างเปล่าไปแล้วเรียบร้อย


   “ผมทำหน้าแบบไหนเหรอ” แถมมีย้อนถามด้วย เจตน์ยิ่งคุยยิ่งหงุดหงิด


   “ไม่รู้โว้ย! หน้ามึง มาถามอะไรกูล่ะ!”


   “แต่ผมไม่เห็นหน้าตัวเอง มีแต่พี่ที่เห็นหน้าผม” อารมณ์ดีขึ้นแล้ว จะหาเรื่องคุยเล่นด้วยก็ได้ อย่างน้อยๆจะได้เอามาหักลบกลบหนี้กับความน้อยใจที่เมื่อกี้เจตน์ทำเอาไว้


   “โน่น กระจก! มึงไปส่องไป!”


   “ไม่ใช่นกแก้ว เจอกระจกต้องวิ่งไปส่อง” ปกฉัตรตอบเรียบๆ แต่นั่นทำเอาเจตน์หลุดหัวเราะออกมาหนึ่งที


   “มึงคิดเหมือนกูเลย ยิ่งเวลาเจอคนเอาแต่ส่องกระจกตลอดเวลา กูยิ่งคิดว่าเหมือนนกแก้ว” ปกฉัตรยกยิ้มน้อยๆ


   “แต่นั่นก็เพราะคนคนนั้นอยากดูดี อยากดูสวยที่สุดไม่ใช่เหรอ เขาถึงได้เอาแต่ส่องกระจก นกแก้วก็คงเหมือนกัน มันรู้ตัวว่ามันสวย มันอยากสวยที่สุด มันก็เลยต้องส่องกระจก ไม่เหมือน...นกเขา ตัวเทาๆ ส่องไม่ส่องก็เหมือนเดิม มันก็เลยไม่รู้จะส่องไปทำไม” ท้ายประโยคนั้นเสียงแผ่วลง ปกฉัตรเหมือนเห็นตัวเองเป็นแค่นกเขา ตัวเทาๆที่ไม่น่าสนใจ เจตน์ที่ใครต่อใครก็บอกว่ามีผู้หญิงเป็นสต็อก คงพบเจอคนที่สวยที่สุด คนที่ตรงสเป็คที่สุดมาแล้วมากมาย


แล้ว...ผู้ชายอย่างปกฉัตรล่ะ ผู้ชายที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน ผู้ชายที่ไม่มีความสวยงามเหมือนผู้หญิง


   ...เป็นแค่นกเขานั่นแหละ...เกิดมาเป็นนกเขาก็ต้องเป็นนกเขาไปจนตาย ยังไงก็เป็นนกแก้วไม่ได้หรอก...


   ท่าทีเงียบขรึมและเหมือนจะจมลงไปหลุมดำมืดทั้งๆที่ยืนอยู่ข้างกันทำเอาเจตน์ชะงัก อะไรบางอย่างบอกเขาว่าจะปล่อยให้อีกฝ่ายหายลับเข้าไปในหลุมนั้นไม่ได้ เขาต้องฉุดออกมา!


   “นกเขาตัวเทาๆพ่อมึงสิ มึงไม่รู้รึไงว่ามีประกวดนกเขา” อยู่ดีๆ ร่างสูงก็โพล่งพรวดขึ้นมา ดึงสติปกฉัตรให้เงยหน้าขึ้นมอง

   
   “นกไหนมันก็สวยทั้งนั้นแหละ ถ้าคนมองว่าสวย แต่ถ้าคนจะมองว่าขี้เหร่ ต่อให้นกแม่งประกวดได้รางวัลมา แม่งก็ขี้เหร่อยู่ดี”


   “พี่พูดอะไรเนี่ย” ปกฉัตรเหมือนยังจูนไม่ติด กะพริบตาปริบๆพยายามตามคำพูดของอีกฝ่ายให้ทัน


   “ปลอบใจมึงไง” หัวใจคนฟังอุ่นวาบขึ้นมาทันที เจตน์เป็นคนปากร้ายโผงผาง แต่บทจะพูดตรงก็ตรงเสียจนร่างโปร่งตั้งตัวไม่ทัน


   ...แต่ก็เพราะ ‘พี่’ เป็นแบบนี้...ถึงได้...


   “อึ้งอะไร มาเข็นรถ ขาไม่ดีก็ไม่ต้องเสล่อเดินเอง หาที่เกาะไว้สิ” คราวนี้ปกฉัตรกะพริบตาปริบๆ


   “ผม? ขาไม่ดี?” เขาย้อนถามก้มลงมองขาสองข้างของตัวเองก็ไม่เห็นว่ามันจะไม่ดีตรงไหน ยังวิ่งได้ เดินได้ ว่ายน้ำได้ เหมือนคนปกติทั่วๆไป


   “เออไง! ก็ไอ้ดิษบอกกู” อ้อ...ดิษกรบอก แล้ว...ดิษกรไปเอาเรื่องขาไม่ดีมาจากไหน


   แม้จะสงสัย แต่ปกฉัตรออกจะฉลาดแกมโกงเล็กน้อย ก็เลยไม่ปฏิเสธ


พอ ‘คนขาไม่ดี’ เงียบ เจตน์ก็เลยพานนึกเอาเองว่าอีกฝ่ายคงขาไม่ดีจริง และคงไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีก เรื่องสุขภาพสำหรับบางคน ก็เป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่อยากให้ใครรู้ แต่...บังเอิญเขารู้ไปแล้ว แล้วก็ไม่ใช่คนมองข้ามเรื่องพวกนี้ด้วย!


   “มึงจับรถไว้ เกิดเซ่อซ่าล้มหน้ากระแทกพื้นขึ้นมา กูไม่พาไปส่งโรง’บาลหรอกนะ!” แล้วคนปากร้ายแต่ใจดีก็ดึงมือของปกฉัตรมาวางบนราวจับรถเข็น 


แน่นอน...มือข้างหนึ่งของเจตน์ ‘เผลอ’ วางทับมือของปกฉัตรที่จับราวนั้นด้วย สมองของร่างสูงออกคำสั่งว่าทำแบบนี้แล้วจะมั่นใจว่าอีกฝ่ายจะจับรถเข็นเดินไปตลอดทางโดยไม่ล้ม


ทว่า...สำหรับเจ้าของมือที่ถูกมือใหญ่ทับ กลับรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองปลิวออกไปจากอกแล้ว ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเหลือบมองมือของตนเองที่ถูกมือของคนข้างกายทับเอาไว้แล้วยิ้มจาง


แม้มือของเจตน์จะหนักและร้อน...แต่...ปกฉัตรไม่ทักท้วงแม้แต่คำเดียว


ติดตามตอนต่อไป (วันพุธ)

ปกฉัตรสายอ่อย อันนี้อ่อยจริง ทำจริง แสตนด์อินไม่ต้อง ก็ว่าโจ๊ก ปกครองเป็นจอมสร้างสถานการณ์แล้ว มาเจอปก ไออาร์นี่สูสีเลยค่ะ ฮ่าฮ่า

ส่วนเฮียเจ๋ง...ปากไม่ดี ปากร้าย ขี้หงุดหงิด แต่ก็แอบคิดถึงเขาอ่ะ คนเรา กิ๊วๆ

ป.ล. เปิดตัวสายรหัสนี้ครบแล้วนะ เวฟ ปีสี่ > โซ่ ปีสาม > ฟาง ปีสอง > ปก ปีหนึ่ง (โจ๊กและเจ๋งควรรู้ ว่าถ้าเข้าทางพี่เวฟไม่ได้ ควรจะเข้าทางใคร กร๊ากๆๆๆ)

ขอบคุณคนอ่าน คนเม้นท์ คนติดตาม และพื้นที่บอร์ดเช่นเคย

   เจอกันวันพุธนะคะ เพราะว่าวันพฤหัสบัวไม่อยู่ เลยจะแวะมาลงให้ก่อนค่ะ


ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ TNM

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 49
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
เกินเรื่องมากหนูปกวางมาดเกินเรื่องมาก

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
โอ๊ยๆ...........มีความสุขมากกกกกก  ชอบบบบบบบ

เจ๋ง ไม่เจอปกนาน ก็คิดถึง
อุตส่าห์ออกอุบายชวนเพื่อน และดิษ  มาเตะบอล
แต่ปกไม่ได้มา ผิดหวัง ออกอาการซะเพื่อนๆผิดสังเกต

ปก  น้อยใจด้วย ที่เจ๋งพูดเหมือนตัวเองมาเอาเปรียบ
เจ๋ง ปากไว พูดแรงๆ เล่นเอาปกน้อยใจ เสียใจ
ทั้งที่ต่างฝ่ายต่างชอบกัน  :เฮ้อ: :เฮ้อ: :เฮ้อ:
แน่ะเจ๋งแอบวางมือทับมือปก ปกก็ทำเนียนเฉย    :z3: :z3: :z3:
อย่างนี้เจ๋งจะไม่ดีใจรึ  :hao3: :hao3: :hao3:
       :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4025
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
เกรี้ยวกราดแรงกว่าโจ๊กมากค่ะเฮียเจ๋ง สายซึนด้วย ขนาดนี้ยังไม่รู้ตัวอีกว่าชอบเขา  :hao7:

ออฟไลน์ bobby_bear

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-5
ทำไมชอบคาแรกเตอร์เจ๋งจัง ตอนก่อนก็ชอบความวางแผนของปก
มาตอนนี้เราชอบเจ๋ง หรือเพราะชีวิตจริงสเปคเราเป็นแบบเจ๋งมั้ง
ชอบคนใจดี แต่ไม่ชอบคนพูดหวาน ๆ หรือเอาใจ 55555

โถพ่อคุณ กากนัมเบอร์ทูกำลังจะเกิดขึ้นมั้ยอ่ะ 555

ออฟไลน์ anntonies

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 848
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
เจ๋งคือซื่อกว่าที่คิดเยอะมากกกกกก
ถ้าได้ปกจริงๆคงหลงหัวปักหัวปำ

ออฟไลน์ singalone

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 382
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-2
โอ้ยยยย เฮียเจ๋งคนซึน น่าดีดปากซักทีสองที

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26

ออฟไลน์ TachibanaRain

  • มาโกโตะเทนชิ
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2422
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +76/-3
ฮ่าๆๆๆๆเฮียเจ๋งนี่ดีแต่เกรี้ยวกราดจริงๆ แบบนี้จะไปทันเล่ห์น้องปกได้ยังไง หืม?

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7214
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
คำพูดเฮียเจ๋งมันก็น่าน้อยใจจริง ๆ นั่นแหละ แต่ถึงจะปากร้ายแต่ใจดีนะเออ
สนใจพี่เวฟ จะมีเรื่องเป็นของตัวเองไหมคะ

ออฟไลน์ ่patsaporn

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4343
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-6
เฮียเจ๋ง โห ปาก นี่อยากจะกลุ้ม น้ำตาซึมเลยสงสารน้อง คนแอบรักก็มีปมอยู่ละ
เจอแบบนี้แน่นอนว่าจุก แต่เฮียก็รีบมาปลอบใจอยู่นะ ดิษคงงงๆ เอ๊ะ วันนี้กูจะได้ติวไหม
เฮียคิดถึงเขาทำไมปากแข็ง ขี้หึงด้วยนะเราอ่ะ นี่ถ้าน้องยิ้มแย้มน่ารักใส่ เฮียแกจะรับไหวไหม หลงตาย
ยิ้มใส่เฮียค่ะลูก น้องปก

ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3350
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
พี่เจ๋ง (ของน้องปก) อาการหนักแล้ว +1  :ped149:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1511
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
นิขนาดไม่ได้อ่อยคนพี่ยังคันหัวใจยุบยิบขนาดนี้

ออฟไลน์ cheezett

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 472
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
ตอนที่เราอ่านเรื่องโจ๊ก เราคิดว่าปกนี่ซื่อๆอ่ะแบบโดนเจ๋งล่อลวงไรงี้ ไหงมันกลับตาลปัตรแบบนี้55555

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
พี่เจ๋งปากไม่ดี ทำร้ายจิตใจน้องปก   :m16:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5414
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ a.amyw

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 38
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
น่ารักมากกก ชอบบบบ ชอบทั้งเฮียเจ๋งทั้งน้องปกเลยย เมื่อไหร่จะเลิกเข้าใจผิดกันสักทีต่างคนก็ต่างใจตรงกันฮือออ อยากเห็นตอนเฮียเจ๋งรุกจีบน้องปกแล้ววว เอ๊ะหรือปกจะจีบเฮียก่อน555555555555

ออฟไลน์ G-NaF

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 821
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1
น้องปกขุดหลุมพรางโดยไม่รู้ตัว พร้อมกับเจ๋งที่กำลังจะโดดลงไปในหลุมที่น้องขุดโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน  :laugh:

ออฟไลน์ MNIMD

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 50
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
  กรี๊ดดดดดดดด พี่เจ๋งคิดถึงน้องปกตลอดเลยนะ !! อะไรคือการเห็นน้องปกอยู่กับเพื่อนก็หงุดหงิด เจอน้องปกอยู่กับพี่โซ่ พี่ฟางก็ไม่พอใจ พี่ไม่ได้หึงแทนดิษหรอกค่ะพี่อย่าเข้าใจผิด ขนาดยังไม่เป็นอะไรกันพี่เจ๋งยังห่วงขนาดนี้แล้วถ้าเป็นไรกันนี่พี่เจ๋งไม่จับน้องอยู่ในห้องทั้งวันไม่ให้ใครเห็นเลยหรอคะ แค่คิดว่าเขาเป็นแฟนกับดิษก็เหม่อได้ทั้งวันแล้ว แอบอยากไปกระซิบบอกพี่เจ๋งว่าเขาไม่ใช่แฟนกันค่ะพี่ พี่จีบน้องปกทีน้องปกอ่อยขนาดนี้แล้ว ละก็อย่าปากหมาใส่น้องปกบ่อยดิ น้องมันน้อยใจละเนี่ย ถึงสุดท้ายจะตามมาง้อก็เถอะ

 ขำความพี่น้องตระกูล จ ขำกับการที่พี่โจ๊กแกล้งอยากนั่งร้านกาแฟต่อเนี่ยแหละ จะนั่งมองโซ่ก็บอก ชีวิตช่างน่ารันทดอยากเข้าหาก็โดนกีดกันจากพี่เวฟและอลงกต โถ่ หมดกันเจียระไนผู้ไม่อยากคบค้าสมาคมกับใครแต่ต้องออกมาดูการจับสายรหัสเพียงเพราะโซ่มา

ติดตามตอนต่อไปนะคะ

ออฟไลน์ boboman

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-2
เจ๋งคิดถึงน้องก็บอกกก
หน่วงเล็กๆ แต่ก็มุ้งมิ้งหัวใจนะเนี่ยตอนเนี้ย อิอิ

ออฟไลน์ MSeraph

  • This too shall pass
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1754
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-3
โถวววว คิดถึงเค้าขนาดนั้น แต่พอเจอดันนนปากไม่ดีอะนะเฮียเจ๋ง
ทำน้องเสียใจอะรู้มั้ยคะคุณ! แต่ปลอบใจน้องด้วยอะะ หายเคืองง
อยากให้เฮียรู้ใจคัวเองซะทีค่ะ น้องอ่อยจนเหนื่อยแล้ว555
รอค่าาาา

ออฟไลน์ HISY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3645
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-3
ยอมใจกับความไบโพล่าและฝีปากบ้านนี้จริงๆ
ดูอิพี่มันนะคิดถึงเขาแต่ปากไม่วายลับมีดตลอด

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด