แจ้งข่าว :♣♣♣ ลำนำกาล ♣♣♣ ตอนพิเศษ @ซองแดง (15/2/61) P.8
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: แจ้งข่าว :♣♣♣ ลำนำกาล ♣♣♣ ตอนพิเศษ @ซองแดง (15/2/61) P.8  (อ่าน 43665 ครั้ง)

ออฟไลน์ p-n-t

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
    • https://www.facebook.com/JiaJia.novels/
   “ฮ้าดดดดดด.... ชิ้ว”

   “อากาศกำลังเปลี่ยนกระมัง รู้สึกคันจมูกยุบยิบอย่างไรชอบกล ขนคอขนแขนก็ลุกกันซู่ๆ ดูท่าทางจะจับไข้หัวลมเสียแล้วหนา” ภิกษุชราแห่งวัดใหญ่พึมพำเบาๆ

   ..................................

   สีส้มนวลของหลอดไฟแรงเทียนสว่างไสวไปรอบบริเวณลานวัดอันกว้างขวาง ร้านรวงทั้งของกินแลของเล่นถูกจัดสร้างเป็นเพิงขึ้นภายในเวลากระชั้นชิด แต่ต่อให้มีเวลาน้อยสักเพียงใด ท่านอำนาจก็สามารถเนรมิตงานวัดขึ้นได้ราวกับเสก ที่ล่าช้าเห็นจะมีเพียงเจรจาขอพื้นที่จัดงานภายในวัดใหญ่นั่นแหละหนาที่ต้องเข้าไปอ้อนวอนท่านเจ้าประคุณอยู่เป็นนาน กว่าท่านจะยอมพยักหน้าตอบตกลงอย่างแกนๆ เพราะทนลูกตื๊อของท่านอำนาจและบทโศกน้ำตาแตกของคุณมารตีไม่ไหว อพิโธ่... ก็จะจัดงานธีมงานวัด ถ้าไม่จัดในวัด มันจะไปได้บรรยากาศกระไรได้

   หัวอกของผู้เป็นพ่อปลื้มปริ่มเหลือจะกล่าว เมื่อเห็นท่าทีของเจ้าลูกชายที่ตาเป็นประกายด้วยความยินดี ดูท่าคงอยากแล่นเข้าไปในงานใจจักขาด ติดเพียงยังห่วงบิดามารดา เพราะดูท่าทางละล้าละลังมองทางเข้างานที มองมาทางตนที เฮ้อ... ลูกใครหนา ช่างน่าเอ็นดูเสียจริง

   “เจ้าพุดเอ๊ย พาคุณหนูไปเดินเที่ยวไป อย่าลืมแลกอัฐตรงทางเข้างานเสียด้วยเล่า ประเดี๋ยวข้าจะพาแม่รตีไปนั่งชิงช้าสวรรค์เสียหน่อย จะได้ระลึกความหลังเมื่อครั้งยังหนุ่มยังสาว พวกที่เหลือก็แยกย้ายกันเดินดีๆ เล่า อย่าไปทำขายหน้าให้เสียชื่อคนในเรือนเศรษฐทรัพย์อนันต์ไพศาลเทียวนะ”

   งานวันนี้มิได้มีเพียงคนบนเรือนเศรษฐทรัพย์อนันต์ไพศาลเท่านั้น แต่รวมชาวเมืองเรือนเศรษฐทรัพย์อนันต์ไพศาลไปด้วย ทางเข้างานเริ่มต้นที่วัดใหญ่ จากนั้นก็เป็นร้านรวงยาวไปจนสุดลูกหูลูกตา

   พุดพากาลแวะแลกอัฐที่ทางเข้าไว้จำนวนหนึ่ง ก่อนแจกจ่ายให้ทุกคนพกติดตัวไว้ กาลไม่ได้มีหน้าที่จ่ายเงินอยู่แล้วจึงไม่ได้รับแลก แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงขอก้อนหินในมือของพุดมาดูอย่างนึกสงสัย

   “มีทำบรรยากาศย้อนยุคด้วยนะ ใช้ก้อนหินแทนเงิน ครีเอทสุด”

   กาลยกก้อนหินเล็กๆ ในมือขึ้นส่งไฟ จึงเห็นว่ามีสีชมพูอมม่วง มีประกายแทรกอยู่ในเนื้อหินเป็นสีขาวระยิบระยับ

   “ทับทิมดิบน่ะเจ้า สวยดีใช่ฤาไม่ เวลาเด็กๆ เล่นจับจ่ายซื้อของกันจักได้สนุก”

   “...”

   ให้ตายเหอะ ควรจะชินซะทีดีไหมไอ้กาล สะบัดหัวไล่ความรู้สึกรวยออกจากหัว แล้วตัดสินใจว่าวันนี้จะสนุกให้สุดเหวี่ยงเลย มือเรียวยาวขาวผ่องคว้าหมับเข้าให้ที่ข้อมือของพี่เลี้ยงส่วนตัวทันที พลางกระตุกเร่งยิกๆ

   “ไปเหอะพี่พุด โน่น... พี่ปริกหายไปแล้ว เรามัวแต่ชักช้า เดี๋ยวสนุกตามเขาไม่ทัน”

   “จะไปแถบใดก่อนล่ะเจ้า โซนของกินหรือโซนของเล่น” คิ้วเข้มโค้งขึ้นเป็นคำถาม

   “ไปยิงปืนก่อนเลยพี่พุด แล้วค่อยไปปาลูกดอกกัน มีบ้านผีสิงด้วย อันนั้นรอดึกๆ ค่อยเข้าจะได้น่ากลัวๆ หน่อย พวกม้าหมุนตัดไป หนูไม่ค่อยชอบ มีตักไข่นำโชคด้วยไหมพี่?”

   ประกายตาที่เต้นระริกล้อแสงไฟรับกันกับแก้มที่ขึ้นเลือดฝาดเพราะความตื่นเต้น ทำเอาพุดขยับมือรวบเข้าเกาะกุมกระชับมือของกาลอย่างแน่นหนาโดยไม่รู้ตัว หากจะถามหาเหตุผล พุดก็คงหามีให้ได้ มีเพียงความรู้สึกที่ต้องจับยึดไว้ให้แน่น เพราะกลัวจะสูญเสียไปเพียงเท่านั้น

   “ไปเถิดเจ้า เที่ยวชมเสียให้ทั่ว หากหิวฤากระหายก็ให้บอกพี่ กะเดี๋ยวพี่จักพาไปซื้อหา”

   กาลพยักหน้ารับระรัว ก้าวขาออกเดินตามพุดต้อยๆ ระหว่างทางก็เห็นร้านขายอาหารที่เป็นหม้อดินเผาวางตั้งเรียงราย ที่นั่งด้านหน้าใช้ก้อนฟางแห้งอัดแท่งปูทับด้วยพรหมเปอร์เซียกันระคายเคืองผิวเป็นเก้าอี้ มีลูกค้านั่งกระจายกันอยู่ ในมือของแต่ละคนถือภาชนะกระทงใบตองใส่อาหาร อีกมือหนึ่งกำลังคีบเส้นเข้าปากกันอย่างเอร็ดอร่อย แม้ค้าในชุดโจงสีพื้นกับผ้าแถบสีน้ำตาลเห็นกาลมองมาก็พยักหน้ายิ้มให้ กาลสะกิดพี่พุดอย่างหมายมาดทันที

   “พี่พุดๆ เล่นเสร็จแล้วเราแวะมากินขนมจีนร้านนั้นกันนะ”

   “คุณหนูอยากรับขนมจีนฤาขอรับ โซนอาหารไทยต้องเดินอ้อมไปอีกทางค่อนข้างไกลอยู่สักหน่อย หากคุณหนูไม่อยากเดินไกล พี่จักไปหาซื้อมาให้นะเจ้า”

   “อ้าว! ร้านนั้นไม่ได้ขายขนมจีนเหรอจ๊ะ หนูเห็นเป็นเส้นๆ” กาลบุ้ยใบ้ให้พุดดู

   พุดส่ายหน้าอมยิ้มพลางเฉลย

   “โซนแถวนี้เป็นร้านขายอาหารอิตาลีน่ะเจ้า ที่คุณหนูเห็นน่าจักเป็นสปาเก็ตตี้คาโบนาร่ากระมัง”

   ไม่น่าถามเลย ถามไปให้อายเล่นอย่างนั้นเอง ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าสปาเก็ตตี้คาโบนาร่าจะถูกเสิร์ฟในกระทงใบตอง!!

   พุดพากาลแวะเข้าซุ้มโน้นออกซุ้มนี้อยู่เป็นนาน สองมือของพุดเต็มไปด้วยข้าวของพะรุงพะรังจากการละเล่นต่างๆ แต่ก็ยังก้าวเดินอย่างสบายๆ ผิดกับคนที่ตอนแรกกระตือรือร้นอยากเที่ยวเล่น ที่ตอนนี้มีสภาพเหงื่อท่วมกาย หน้าซีด เดินลากขาตามพุดอย่างช้าๆ เหมือนมีตุ้มเหล็กถ่วงอยู่ก็ไม่ปาน

   “พะ... พี่พุด กี่ทุ่มแล้วจ๊ะ... เดี๋ยวไปไม่ทันนัดกับพี่ปริก”

   “ใกล้สองยามแล้วขอรับ คุณหนูอดทนอีกนิดหนึ่งหนา เดินเลี้ยวอ้อมต้นไทรข้างหน้านั่นไปก็ลัดเข้าทางหลังวัดวัดใหญ่ได้เลยขอรับ”

   กาลหอบแฮ่กไปบ่นอุบอิบไป

   “พี่พุดน่าจะเตือนหนูหน่อย ปล่อยให้ผู้ใหญ่รอน่าเกลียดตายเลย ยิ่งให้ท่านเจ้าประคุณรอด้วยแล้ว... ไม่อยากจะนึกเลยจริงๆ”

   คิดถึงสายตาของท่านเจ้าประคุณแห่งวัดใหญ่แล้ว กาลก็มีแรงฮึดจ้ำขาเดินได้เร็วขึ้น จนขึ้นมาเดินเคียงกับพุดที่ก้มหน้าลงแก้ตัวเสียงเบา

   “ก็พี่เห็นคุณหนูกำลังสนุก จึงอยากทอดเวลาให้คุณหนูได้เล่นนานขึ้นอีกหน่อยนี่ขอรับ”

   “พี่พุดตามใจหนูซะจนจะเสียคนอยู่แล้วนะพี่ อ๊ะ! ถึงแล้วๆ ไปเร็วพี่พุดพี่ปริกรออยู่”

   ภาพหญิงไทยไซซ์อวบจัดในชุดไทยดุสิตยืนซ่อนอยู่แถวบริเวณต้นโพธิ์ซึ่งบังเธอเกือบไม่มิด ทำเอากาลอยากหัวเราะแต่ก็เกรงใจสภาพทุลักทุเลของแม่ปริกที่โดนยุงกัดจนทั่ว เพราะต้องมาแอบซ่อนเค้กอยู่ตรงบริเวณนี้ เพื่อรอกาลตามที่ได้นัดแนะกันไว้

   “ถ้ากระผมมิได้นัดแนะกับแม่ปริกไว้ก่อน กระผมคงวิ่งหนีแทบไม่ทันเทียว นึกเยี่ยงไรมาแอบแถวต้นโพธิ์ขอรับ”

   “พี่พุด” กาลหยิกหมับเข้าที่ต้นแขนคนข้างตัวทันที เมื่อเห็นแม่ปริกเตรียมอ้าปากตอบโต้ ซึ่งคงกินเวลาโต้เถียงกันอีกนานเป็นแน่

   “รีบไปกันเถอะจ้ะพี่ปริก คุณพ่อกับคุณแม่อยู่กับท่านเจ้าประคุณใช่ไหมจ๊ะ”

   ปริกขว้างค้อนวงใหญ่ใส่พ่อพุด ก่อนจะรีบรายงานสถานการณ์ทันที

   “เจ้าค่ะ นี่ท่านเจ้าประคุณก็ยื้อแล้วยื้ออีก กลัวว่าท่านอำนาจกับคุณรตีจะกลับเสียก่อน คุณหนูพร้อมแล้วใช่ฤาไม่เจ้าคะ จะได้ให้เขาจัดการกันเลย”

   พูดจบก็รีบหันไปจิกตาใส่พุดให้รีบดำเนินการ พุดคว้าโทรศัพท์จากชายพกกรอกเสียงลงไปสองสามคำ รอเพียงไม่นาน บนท้องฟ้าที่มืดสนิทก็สว่างกระจ่างตาเต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้ไฟ

   ท่านอำนาจและคุณมารตีที่ตกใจเสียงพลุพลันวิ่งถลันออกมาจากในกุฏิของท่านเจ้าประคุณ ก่อนจะโล่งใจเมื่อเห็นว่าเป็นเพียงดอกไม้ไฟเท่านั้น พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นบุตรชายถือเค้กก้อนใหญ่ปักเทียนสว่างไสวเดินเข้ามาหา

   “ขอบคุณคุณพ่อกับคุณแม่นะจ๊ะ ที่ให้กำเนิดหนู เลี้ยงดูหนูมา ถึงวันนี้จะจัดงานฉลองวันเกิดให้หนูย้อนหลังก็เถอะ แต่จริงๆ วันเกิดหนูก็ต้องขอบคุณพ่อกับแม่ถึงจะถูก คือ... หนูก็ไม่รู้จะซื้ออะไรให้ เพราะพ่อกับแม่คงมีกันครบหมดแล้ว เค้กนี่พี่ปริกก็ทำ หนูแค่ถือเอามาให้เฉยๆ หนูมีแค่คำพูดแค่นั้นจ้ะ ขอบคุณพ่อกับแม่มากๆ นะจ๊ะ”

   คุณมารตีไม่รู้ว่าเป็นเพราะแสงเทียนที่ส่ายไหว หรือน้ำใสๆ ที่เอ่อคลอกันแน่ที่ทำให้มองหน้าบุตรชายไม่ชัด เห็นเพียงรอยยิ้มขัดเขินขณะยื่นเค้กก้อนสีขาวขนาดไม่ใหญ่มาก ตกแต่งลวดลายประดับแต่เพียงเล็กน้อย ตรงกลางเป็นรูปหัวใจสองดวงที่มีลูกศรปักหัวใจทั้งคู่ไว้ด้วยแยมสตรอว์เบอร์รี่ ด้านหนึ่งเขียนว่าอำนาจ ส่วนอีกด้านเขียนว่ามารตี ตรงกลางด้านล่างมีคำว่า ขอบคุณครับ เขียนด้วยลายมือโย้เย้ ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ได้ว่าใครเป็นคนเขียนคำนี้

   ท่านอำนาจมือหนึ่งโอบประคองคุณมารตี ขณะที่มืออีกข้าง  เอื้อมไปลูบศีรษะบุตรชายด้วยความรู้สึกเต็มตื้น น้ำตารื้นที่หางตาด้วยความรู้สึกปีติที่ลูกแสดงความกตัญญู

   “นี่ถ้าข้าไม่เห็นแก่ความกตัญญูที่เอ็งอยากแสดงออกให้พ่อแม่รับรู้นะ ให้ตายข้าก็ไม่ยอมให้จัดงานในวัดหรอก วันพรุ่งนี้ทั้งพระทั้งเณรในวัดจะตื่นไปบิณฑบาตไหวหรือไม่ยังไม่รู้”

   สิ้นคำพูดของท่านเจ้าประคุณ สองผัวเมียก็ยิ่งปลื้มอกปลื้มใจกันเป็นการใหญ่ ที่ลูกชายถึงกับยินยอมเข้าวัดมาเองเพื่อขอร้องภิกษุชรา

   “เอ่อ... เราจะเลิกทำซึ้งแล้วตัดแบ่งเค้กกันเมื่อไหร่ดีจ๊ะ ดูซิ ครีมเริ่มละลายแล้วเนี่ย ส่วนหลวง เอ๊ย! ท่านเจ้าประคุณก็ไม่ต้องบ่นให้มากไปหรอกนะจ๊ะ รับรองหนูจะตัดแบ่งเค้กชิ้นที่ใหญ่ที่สุดให้ โอ๊ย!...”

   มะเหงกที่เขกลงบนหัวกาล ทำเอาเจ้าตัวร้องเสียงหลง คลำหัวป้อย พลางนึกบ่น ทำมาเป็นใช้กำลังกลบเกลื่อน จริงๆ อยากฉันแต่ฉันไม่ได้เพราะเดี๋ยวจะอาบัติล่ะสิ ไอ้กาลรู้ทันหรอก!



~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

ที่จริงก็พยายามจะอัพถี่ๆ ค่ะ วอนใครก็ได้มาช่วยพี่ที ก็พี่มันตันนนนน ซิกๆๆ

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~


^-^♥►MAGNOLIA◄♥ ชอบบบบบบบบบบมากกกกกกกกเหมือนกันเวลาเจอเม้นท์ของคนอ่านค่ะ 55555 กระโดดกอดหลายๆ ที น้องกาลคนใหม่ไฉไลกว่าเดิมมมม ให้มันรู้ซะบ้างค่ะว่าใครเป็นใคร แสบขนาดไหน ลองถามท่านเจ้าประคุณดู  :laugh:
^-^about  :กอด1: :กอด1:
^-^♥lvl♀‘O’Deal2♥ ใช่ค่ะ บังอาจมาแตะต้องน้องกาล ต้องเอาให้เข็ด!  :m19:
^-^qq_oo มาแล้วค่าาา รวยแบบไม่เกรงใจคนเขียนและคนอ่านเลยค่ะ ถถถ อยากรวยแบบนี้บ้างงงง  :hao5:
^-^puiiz  :mew1: :mew1:
^-^benzdekba  :mew1: :mew1:
^-^Billie  :กอด1: :กอด1:
^-^poppycake  แปะมือ ตบบ่าด้วยความเข้าใจค่ะ อยากรวยด้วยยยยยยยยยยยยยย น้องกาลเวอร์ฯ ใหม่พิษเยอะขนาดไหนถามท่านเจ้าประคุณดูค่ะ ท่านรู้ซึ้งมาก  :laugh:
^-^alternative ความไฮโซนี้ ไปกลับแบบข้ามโลกเลยค่ะ ต่อให้อยู่เฉยๆ พี่พุดก็ยอมให้ซบแล้วค่ะ เอร๊ยยย อยากซบพี่พุดบ้าง :-[ :-[
^-^•♀NoM!_KunG♀• บันเทิงมากค่ะ อิจความไฮโซของบ้านนี้ ปล.คนเขียนหน้าตาดี มีผลต่อคนอ่านค่ะ  :hao7:
^-^หัวเเม่มือ ขอบคุณมากกกกค่ะ มาอ่านต่อนะคะ  :กอด1:
^-^benzdekba มาแล้วๆๆๆๆๆๆๆ มาอ่านต่อได้เลยค่าาาาา  :katai4:
^-^puiiz  คลานแข่งกันค่ะ  :katai5: :katai5: :katai5:

ขอบคุณทุกเม้นท์ที่มาให้กำลังใจนะคะ

 :mew1: :mew1: :mew1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-10-2017 20:09:05 โดย p-n-t »

ออฟไลน์ qq_oo

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1749
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +143/-4
เฝ้ารอทุกวัน สุดท้ายก็มาอัพสักที ยาวสะใจมากขอแบบนี้ทุกตอน สู้ๆๆๆน้า โอม ตอนต่อไปจงมาเร็วๆๆเพี้ยง

ออฟไลน์ alternative

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2318
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +285/-3
ก็แค่ทับทิมดิบ ของธรรมด๊า...ธรรมดาให้เด็กเล่น

สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะหนูกาล ขอให้ได้ขอให้โดน

อุ้ย! นี่ฉันอวยพรอะไรไป  :z1:

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
หนูกาล สุดยอดดดดดด
เกือบได้ไปฉลองวันเกิดที่ดาวอังคารซะแล้ว

กาล น่ารักมากกกกกก
จะอยู่ที่ไหน กาลก็ดูเหมือนพอเพียง
ไม่ได้ฟุ้งเฟ้อตามความมั่งคั่งร่ำรวยของ ศศ.เลย
แถมทำให้พ่อแม่มีความสุข คลอเคล้าคลอเคลีย ตลอด   
โดยเฉพาะพี่พุด แทบจะกลืนกินกาลซะให้ได้
       :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8927
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7593
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-8
รื่นเรงบุนเทิงสุด

#งั้นไม่อ่านต่อละไม่ชอบคนหน้าตาดีฮ่าาๆๆๆ

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
พ่อกับแม่หวานมากกกกกกก
พี่พุด รักนี้มันแน่นนนอก ชิมะ
น้องกาล ซึนเสมอต้นปลาย

 :L2: :pig4: :L1:
คนเขียนจะสวยมากกว่านี้อีกถ้าขยันลงบ่อยๆนะ อุอิ รอตอนต่อไป

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3384
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

ออฟไลน์ poppycake

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2670
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-4
ถ้าท่านแม่จะถึงขั้นจัดงานวันเกิดที่ดาวอังคาร...
ก็อยากจะให้เชิญน้องไปด้วยนะเจ้าคะ...>\\\\<
แต่พี่พุดของเรานี่หยอดตลอดๆๆๆ หยอดน้อยๆ แต่อาศัยหยอดบ่อยๆ และเนียนมากมาย 555555

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4025
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
เพิ่งเข้ามาเจอ เรื่องแฟนตาซีมากค่ะ เป็นการย้อนยุคที่ตลกมาก ทั้งคุณมากคุณจอบมาหมด 5555555 กาลน่ารักมากๆเลยค่ะ แทนตัวเองว่าหนูยิ่งน่ารัก พ่อกับแม่ก็น่ารัก คิดว่าน่ารักกันทั้งประเทศนี้เลย ขอบคุณสำหรับนิยายสนุกๆนะคะ ติดตามตอนต่อไปค่ะ  :mew1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ dukdikdukdik

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2521
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +233/-3
ชอบนายเอกพูดจ๊ะจ๋าจัง น่าร้ากกก   :-[

ออฟไลน์ badbadsumaru

  • ♡ caramel macchiato
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2463
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-2
55555 เรื่องนี้สนุกมาก
อ่านตอนแรกนึกว่าแค่ย้อนเวลาเฉยๆ
นี่ย้อนเวลาแบบแฟนซีสุดๆ หนูกาลรวยเกิ้นนน ยอม

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
ทะเล้นเหลือเกินนะกาล พี่พุดคงอยากฟัดวันละหลายที ฮา

ออฟไลน์ colorofthewind21

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
อิชั้นหลงมาอ่านเจ้าค่ะ แล้วก็หาทางออกไม่ได้อีกเลย หลงรักหนูกาลมากกก

ออฟไลน์ maneethewa

  • มณีเทวา
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 184
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-1
    • Maneethewa - มณีเทวา

ออฟไลน์ p-n-t

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
    • https://www.facebook.com/JiaJia.novels/
บทที่ 6 @ต้นลำพู - รู้สึกวิบวับ

   “เป็นกระไรหรือขอรับคุณหนูกาล”

   คนถูกทักเบือนหน้ามามองนิดหนึ่ง แล้วหันกลับไปมองแสงสีอมส้มยามพระอาทิตย์ตกดินต่อ ปากขยับตอบเบาๆ เพียงว่า

   “เบื่อ”

   ท่าทางจะเบื่อถึงขีดสุดละกระมัง พุดคิดขณะเคลื่อนตัวเข้าไปยืนด้านข้างของคนที่นั่งห้อยเท้าตรงนอกชานเล่น ท่านั่งหลังค้อมไหล่ตกดูซึมเซาอย่างเห็นได้ชัด

   “จะรับขนมข้าวต้มไหมขอรับ เดี๋ยวพี่ไปถามในเรือนครัวให้”

   “ไม่ล่ะพี่พุด วันๆ ตื่นมาแล้วก็นอน จะทำอะไรก็มีคนคอยแย่งทำไปหมด พี่พุดไม่ต้องแปลกใจเลยนะ ถ้าพรุ่งนี้ตื่นมาแล้วเห็นหนูขยับตัวไม่ได้เพราะว่าง่อยกินเนี่ย” กาลส่ายหน้าจนผมกระจาย พลางระบายความอึดอัดให้พุดฟัง

   นึกย้อนไปถึงกิจวัตรประจำวันแล้วได้แต่ปลง เป็นคุณหนูกาลก็ดีตรงกินก็อิ่ม นอนก็อุ่น แต่เสียตรงที่ถูกยกไว้ขึ้นหิ้ง จะหยิบจะจับอะไรก็มีคนถลาเข้ามาทำแทนทุกอย่าง ยิ่งตอนนี้ไม่ได้ไปโรงเรียนด้วยแล้วก็ยิ่งไม่มีอะไรทำ

   ส่วนสาเหตุที่ไม่ต้องไปโรงเรียนแล้วน่ะเหรอ แน่นอนว่าเป็นเพราะไอ้เจ้าอัลเบิร์ตอะไรนั่นแหละ ดันไปขอรับผิดกับพ่อของตัวเองเพราะกลัวจะถูกตัดออกจากกองมรดก ทางนั้นเลยมีการขอขมาลาโทษกันเป็นการใหญ่ ทีนี้ด้วยความเป็นห่วง ‘หนูกาล’ ทายาทเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลจะโดนทำร้ายร่างกายและจิตใจ จึงงดเว้นไม่ต้องไปโรงเรียนด้วยประการฉะนี้

   พุดทรุดตัวลงนั่งข้างๆ คนที่เอนตัวลงนอนกับพื้นไม้กระดานไม้สักขัดมันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใบหน้าที่เริ่มมีเลือดฝาดถูกอาบไล้ด้วยแสงอาทิตย์ทอประกายเศร้าซึมจนพุดนึกสงสาร

   “คืนนี้ข้างแรม”

   หือ... กาลพลิกตะแคงตัวมามองหน้าคนพูดทันที อะไร ยังไง ข้างแรมแล้วมันเป็นยังไงล่ะ จ้องหน้าคนที่เอ่ยปากแล้วอยู่ก็หยุดพูดไปซะเฉยๆ แล้วก็ขัดใจ

   “อ้าวพี่พุด ไอ้พูดลอยๆ งี้หมายความว่าไงล่ะ ให้ไวพี่อย่ามัวมาอมพะนำ วัยรุ่นใจร้อน บอกมาๆ ข้างแรมทำไมล่ะพี่”

   ก็แล้วมานอนจ้องเขาตาแป๋วแบบนี้จะให้พี่ชวนเยี่ยงไรเล่าเจ้า พุดได้แต่นึกขัดเขิน ใบหน้าคร้ามคมเริ่มปรากฏริ้วสีแดงที่ข้างแก้มอย่างทนเก็บอาการไม่อยู่ นั่งอึกๆ อักๆ อยู่เป็นนานพุดก็ไม่ยอมบอกสักที จนกาลต้องลุกมานั่งจ้องหน้าอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ

   “พูด... มา... พี่... พุด!”

   “กะ... ก็ ก็คืนนี้เป็นคืนข้างแรม หากคุณหนูรู้สึกเบื่อหรือมิมีสิ่งใดทำ พี่ก็อยากจะชวนคุณหนูไปพายเรือชมหิ่งห้อยที่แถวโค้งน้ำท้ายคลองน่ะขอรับ”

   พอโดนกดดันมากๆ เข้า จากที่กลัวดอกพิกุลจะร่วงจากปาก พุดก็รัวคำตอบเป็นข้าวตอกแตกทันที หลังสิ้นสุดคำพูด กาลก็ส่ายหน้าบ่นทันที

   “ก็เท่านั้นล่ะ กว่าจะพูดได้... เดี๋ยว! พี่ว่าอะไรนะ”

   อาการเกาะแขนเขย่าแล้วมองหน้าด้วยตาเป็นประกายอย่างคนมีความหวัง ทำให้พุดอมยิ้ม พลางคิดว่าช่างน่าเอ็นดูเสียจริง เหมือนเด็กเล็กๆ ขอลูกกวาดก็มิปาน

   “พี่ว่าจักชวนคุณหนูไปดูหิ่งห้อยกันคืนนี้ คุณหนูจักได้หายเบื่อ ดีไหมขอรับ”

   “ดีสิพี่พุด ว่าแต่ไปตอนไหน หนูจะได้เตรียมตัว”

   เสียงทุ้มหัวเราะแผ่วๆ ก่อนบอก

   “มิต้องเตรียมตัวกระไรดอกหนา เตรียมแต่ใจไปสนุกแค่นั้นก็พอแล้ว ส่วนที่ว่าจะไปเพลาใดดีนั้น พี่ว่ารับสำรับเย็นเสร็จ รอย่อยสักครู่ แล้วค่อยออกเดินทางดีหรือไม่ คุณหนูคิดเห็นเป็นประการใดขอรับ”

   “จะคิดเห็นอะไรได้ล่ะพี่พุด หนูน่ะผู้ตาม พี่น่ะผู้นำ พี่พุดมีหน้าที่คิดก็คิดไปเถอะ”

   “ก็แล้วถ้าหากสิ่งที่พี่ ‘เฝ้าคิด’ เป็นสิ่งที่คุณหนูมิได้คิดเห็นตรงกันเล่า จะให้พี่ทำเยี่ยงไร”

   “หา... “ กาลทำหน้างุนงง

   “พี่พุดพูดอะไรวกไปวนมา คิดไม่คิดอะไรหนูไม่รู้ล่ะ หนูรู้แต่คืนนี้หนูจะได้ไปเที่ยว ชะเอิงเอย...”

   อาการกระดี๊กระด๊าผิดกับเมื่อครู่ราวกับเป็นคนละคนทำให้พุดส่ายหัว เออหนอเด็กน้อยของพี่ ใจง่ายแบบนี้ ใครเอาของกินของเล่นมาล่อ เจ้ามิแล่นตามเขาไปหมดหรอกรึ เมื่อก่อนพุดเคยบูชาในความหยิ่งยโสของคุณหนูกาลเธอนัก แต่มาเดี๋ยวนี้ กลับนึกหลงใหลในความเดียงสาแบบนี้ของเธอมากกว่า

   ด้วยความดีใจที่จะได้เที่ยวเล่น ทำให้กาลรีบลุกขึ้นยืน แต่แล้วก็ต้องเซเกือบล้มหน้าคะมำ ดีที่พุดตาไวคว้าประคองเอวไว้ได้ทันท่วงที

   “หน้ามืดหรือขอรับ นั่งลงก่อนเถิด อย่าลืมสิว่าร่างกายของคุณหนูมิใคร่แข็งแรงมากนัก”

   กาลพยักหน้ารับ ฝืนยิ้มขอโทษส่งให้พร้อมกับหลับตาลงเมื่อเริ่มรู้สึกเหมือนเห็นจุดสีขาวดำพร่าเต็มไปหมดทั้งสองตา ขาทั้งคู่ย่อลงอย่างอ่อนแรง โดยมีพุดช่วยพยุงให้ค่อยนั่งลงพิงซบบ่าของตนไว้

********************************************************************************

   “ลูกกำพร้าเยี่ยงเอ็ง ข้าให้เข้ามาร่วมเป็นสมัครพรรคพวกก็ดีถมไปละ ใช้ให้ไปซื้อยาสูบแค่นี้ ทำเป็นมามองตาขวาง หากเอ็งไม่พอใจ เอ็งก็ไสหัวไปเสีย อย่ามายืนเกะกะขวางทางข้า”

   พุด เด็กหนุ่มในวัย ๑๕ ปี ยืนจ้องพวกกลุ่มเด็กรุ่นๆ ที่มีอายุไล่เรียงกันด้วยความโมโห มือทั้งสองข้างกำแน่นจนเห็นเส้นเลือดขึ้นเป็นริ้ว ในชีวิตของพุดเกลียดนักก็คือการโดนว่าว่าเป็นลูกกำพร้า ซึ่งข้อนี้ต่อให้เจ็บใจแค่ไหน ตัวเขาก็กลับไปแก้ไขไม่ให้พ่อแม่ตายไม่ได้ ส่วนอีกข้อที่จะเกลียดที่สุดก็คือการเป็นขี้ข้า ด้วยเกิดมาก็ต้องถูกสถานะบ่าวในเรือนเศรษฐทรัพย์อนันต์ไพศาลครอบหัวอยู่ ไม่รู้จะต้องจงรักภักดีกระไรกันหนักหนา แต่ละคนก็มีวิชาความรู้ติดตัว ทำไมไม่ออกจากเรือน จากเมืองบ้าๆ นี่ไปมีชีวิตของตัวเองกันก็ไม่รู้

   ตัวเขาอยากจะเป็นตัวของตัวเอง อยากได้รับการยกย่องชมเชยในฐานะของไอ้พุดเอง หาใช่ถูกชื่นชมบูชาในเรื่องที่ตนเป็นบ่าวในเรือนเศรษฐฯ ไม่ การเป็นบ่าวก็เหมือนกับการเป็นข้อด้อยของเขาไม่ใช่ข้อดีอย่างที่ใครๆ ในชาวเมืองคิด พุดจึงไม่เคยปริปากบอกผู้ใดว่าเป็นคนของเรือนเศรษฐฯ

   แล้วดูไอ้พวกเด็กเหลือขอพวกนี้สิเล่า มันมาตีถูกขนดหางเขาด้วยการใช้กันเป็นขี้ข้าให้ไปซื้อข้าวของ ซ้ำด้วยการชี้หน้าด่าว่าเป็นลูกกำพร้าอีกคำรบ ถ้าวันนี้ไม่ได้ฟาดปากเอาเลือดชั่วมันออกมาก็อย่ามาเรียกกันว่าไอ้พุดเลย ไอ้ที่ยอมมาอยู่กับพวกมันก็เพราะต้องการให้ตนเองโดดเด่น ทั้งเรื่องเหล้ายา การพนัน ตีรันฟันแทงใดๆ ไอ้พุดล้วนเป็นเอกทั้งสิ้น ถึงจะรู้ว่าเป็นสิ่งมิใคร่ดีงาม แต่ทิฐิในใจของการอยากถูกยอมรับก็ทำให้พุดตัดความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทิ้งไป

   “ใช่ว่าข้าอยากอยู่ร่วมกับพวกเอ็งนัก หลายหนที่พวกเอ็งเอาเปรียบข้า คนเหมือนกันแท้ๆ ดันมาแบ่งชนชั้นวรรณะ ข้าไม่ใช่ลูกกระจ๊อกให้พวกเอ็งจิกหัวใช้นะโว้ย มาไอ้ยักษ์ วันนี้ข้าจะดวลกับเอ็งให้รู้ดำรู้แดงกันไป จะตัดเพื่อนกันก็ยอมล่ะวะ”

   “ฮ่าๆๆๆ” เสียงหัวเราะของไอ้ยักษ์ เด็กหัวโจกร่างใหญ่สมชื่อยักษ์ที่ยืนแหกปากฟังดูน่าโมโห เพราะนอกจากจะหัวเราะเยาะแล้วยังยักคิ้วหลิ่วตาล้อเลียนอีกด้วย

   “เฮอะ แล้วใครคิดว่าเอ็งเป็นเพื่อนกันเล่าไอ้พุด ทุด!! ตัวเท่าเมี่ยงยังมาทำกร่าง เอาเว้ยพวกเรา วันนี้รุมเตะเด็กเล่นแก้เหงากันโว้ย” จบคำพูดของหัวโจก เด็กลูกน้องอีกสามสี่คนก็สะบัดคอหักข้อนิ้วค่อยๆ ย่างสามขุมเข้ามา

   “ไอ้พวกหมาหมู่... เข้ามาพร้อมๆ กันเลยก็ดี ข้าจะได้จัดการเสียทีเดียว”

   “ปากดีนักนะเอ็ง”

   ผลัวะ!! หมัด เท้า เข่า ศอกของทั้งหกคนผลัดกันประเคนใส่กันอย่างหนักหน่วง ข้างฝ่ายพุดต่อให้เก่งแค่ไหนก็มีเพียงคนเดียว ไหนเลยจะปัดป้องได้ตลอดรอดฝั่ง ทั้งร่างไม่มีที่รอดจากการปะทะกันไปได้สักจุด ขณะที่กำลังพัวพันกันอย่างดุเดือดนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงคล้ายคำว่าอย่าหรือหยุดอย่างใดสักอย่าง หากมิมีใครคิดสนใจฟังให้เสียเวลา

   ซ่า!!

   น้ำเย็นจัดถูกสาดราดรดกันถ้วนหน้า วูบแรกคือตกตะลึง วูบถัดมาคือความโกรธเกรี้ยวที่ดันมีคนมาขัดจังหวะ และอารมณ์ในวูบสุดท้ายคือความตะลึงลาน เมื่อเห็นว่าผู้ที่มาคือคุณหนูของเรือนเศรษฐทรัพย์อนันต์ไพศาล

   คนอื่นอาจกลัวในอำนาจบารมีและบุญคุณที่ท่วมหัวท่วมหูของเรือนเศรษฐฯ แต่ไอ้พุดไม่เคยเกรงเลยแม้แต่นิดเดียว ได้แต่มองผ่านคุณหนูกาลของบ้านที่อายุราว ๗ – ๘ ปี ที่อยู่ในชุดโจงกระเบนสีแดง เสื้อคอกลมสีขาวเกล้าจุกร้อยมาลัยประดับปิ่นทองฝังเพชรล้อแสงอาทิตย์แพรวพราว ใบหน้าอ่อนใสของเด็กน้อยเชิดขึ้นมองมาอย่างสนใจในเหตุการณ์ตรงหน้า พุดมองเมินอย่างไม่สนใจ แต่ที่ทำเอาต้องหลบสายตาแทบไม่ทันก็คือผู้ที่ตามคุณหนูมาทางเบื้องหลังนั่นต่างหาก

   “ตา... ตาชด” พุดครางเสียงสั่น ตาหรุบลงต่ำ จึงได้เห็นถังน้ำขนาดใหญ่ในมือของผู้เป็นตา นี่สินะความเปียกชื้นที่มาเยือนอย่างไม่ทันตั้งตัว

   ผู้เป็นตาโมโหจนแทบจะกรากไปลากตัวหลานมาสั่งสอนให้เข็ดหลาบ หากก็ได้แต่ระงับอารมณ์โดยการบีบถังน้ำในมือจนเกิดเสียงปริแตกดัง เปรี๊ยะ! เบาๆ เพราะต้องคอยยืนทำหน้าที่อารักขาคุณหนูกาลก่อน

   “ทำกระไรกัน”

   เสียงใสของเด็กน้อยเอ่ยถาม ผิดแต่ว่าเสียงของเด็กคนนี้มีความเย็นเยียบติดจะเฉยชาอย่างไรบอกไม่ใคร่ถูก กลุ่มเด็กหนุ่มรุ่นกระทงมองหน้ากันไปมาแล้วได้แต่ก้มหน้าลง สองมือประสานไว้ด้านหน้าอย่างเรียบร้อยหากแต่ไม่กล้าพูดอะไรกันสักคน

   “คุณหนูถาม ไม่ได้ยินรึ” เสียงห้าวของตาชดก้องกังวาน ทำให้กลุ่มนักเลงตัวร้ายเมื่อสักครู่ยิ่งก้มหน้าชิดจรดอกตัวสั่นพั่บๆ กันเป็นการใหญ่ อย่าไปถามหาความเก่งอย่างเมื่อครู่เลย แม้กระทั่งจะอ้าปาก ยังไม่มีความสามารถแม้แต่น้อย ใครก็รู้ว่าคุณชดแห่งเรือนเศรษฐฯ เป็นทหารมือ ๑ ของหน่วยซีล ผ่านการฝึกแบบบ้าระห่ำขนาดนั้นมาแล้ว รับรองได้ถึงความสามารถที่ไม่ธรรมดาเป็นอย่างดี แล้วกะอีแค่กลุ่มวัยรุ่นเหลือขออย่างพวกเขา จะครณามือของคุณชดกระนั้นหรือ เมื่อไม่ได้รับคำตอบ ชดจึงเบนสายตาไปที่หลานชายคนเดียวแล้วจ้องเขม็ง

   “ก็แค่ชกต่อยกัน... เพียงเท่านั้น”

   “หนูเห็นอยู่ว่ามีเรื่องชกต่อยกัน ตามิได้บอดเสียหน่อย แต่ที่อยากรู้น่ะคือสาเหตุว่าชกกันทำไมต่างหาก”

   “ก็พวกมันเห็นกระผมเป็นขี้ข้า ไม่ได้เห็นเป็นพวกพ้องก็เลยฟาดปากกันก็แค่นั้น”

   “ไม่ชอบเป็นบ่าวรึ” คุณหนูกาลทำหน้าสงสัย พลางหันไปเอียงคอถามตาชด

   “คนนี้มิใช่หลานตาชดหรอกหรือ” พอเห็นตาชดพยักหน้ารับคุณหนูกาลก็รีบพูดต่อ

   “ในเมื่อเป็นลูกหลานของชดก็แสดงว่าเป็นบ่าวไพร่ของเรือนเศรษฐทรัพย์อนันต์ไพศาลมาตั้งแต่เกิดแล้ว จะมาบอกว่าพี่มิได้เป็นบ่าว ไม่ชอบเป็นบ่าวได้เยี่ยงไร”

   จบคำพูดของคุณหนูกาล พวกนักเลงหัวไม้ที่มีเรื่องกันกับพุดต่างตาเบิกค้าง ได้แต่อุทาน ฉิบหายแล้ว อยู่ในใจ คนทั้งกลุ่มมองหน้ากันไปกันมา ก่อนจะค่อยๆ ก้าวขาถอยหลังทีละก้าวสองก้าวอย่างช้าๆ เมื่อเห็นคนทางเรือนเศรษฐฯ มิได้สนใจพวกตนก็ทยอยวิ่งโกยอ้าวกันอย่างไม่คิดชีวิต

   ส่วนพุดส่งประกายตาดุดันขึงใส่เจ้าตัวเล็กที่พูดเจื้อยแจ้วประกาศเรื่องตนเป็นบ่าวในเรือนออกมาหน้าตาเฉย อุตส่าห์ปิดบังมาได้ตั้งนาน ไอ้คุณหนูผิวบางนี่ทำเสียเรื่องหมด ยิ่งคิดพุดก็ยิ่งหงุดหงิด

   “ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ไม่ได้อยากจะไปรับใช้เจ้านายทั้งหลายบนเรือนแม้แต่น้อย”

   “ไอ้หลานไม่รักดี” เสียงของชดตวาดด้วยความเดือดดาล

   “ใครมันสั่งมันสอนให้เอ็งคิดเยี่ยงนี้ วันนี้ถ้าไม่เอาเลือดหัวเอ็งออกก็คงผิดต่อคุณท่านทุกรุ่นของเศรษฐทรัพย์อนันต์ไพศาลแล้ว”

   ชดย่างสามขุมเข้าหาหลานในไส้ด้วยหน้าตาถมึงทึง ฝ่ายเจ้าหลานตัวดีก็เงยหน้าขึ้นจ้องสบตาผู้เป็นตาอย่างท้าทาย เท่านั้นเองเส้นประสาทของชดก็ขาดผึงกระโจนเข้าหาพร้อมด้วยกำปั้นทันที

   “เดี๋ยวตาชด!”

   คุณหนูกาลกระโดดเข้าขวางเบื้องหน้าของพุดพร้อมกับคำตะโกนห้ามปราม หยุดยั้งไม่ให้หมัดผู้เป็นตากระทบโดนตัวหลานในไส้ได้ทัน แต่ทว่าแขนขาวผ่องเล็กจ้อยของเด็กน้อยกลับเป็นฝ่ายรับเคราะห์แทน ดีที่ตาชดยังออมแรงได้ทัน แต่กระนั้นก็ยังเกิดรอยช้ำเป็นปื้นวงใหญ่บนต้นแขนของร่างเล็กทันที

   “คุณหนูกาล!”

   สองเสียงประสานเรียกคุณหนูของบ้านด้วยความตกใจ เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ไปได้ ชดรีบถลาเข้ามาประคองเตรียมอุ้มกาลกลับเรือนทันที แต่เด็กน้อยกลับห้ามไว้ พยายามสะกดกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอจวนเจียนจะหยดจนหน้าตาแดงก่ำไปหมด ก่อนจะฝืนพูดกับพุดที่ยืนนิ่งมองมาตาค้าง

   “มิอยากรับใช้เจ้านายหลายคนใช่หรือไม่ เยี่ยงนั้นจงมาเป็นคนของหนู รับใช้หนูเพียงแต่หนู พี่คิดว่ากระไร?”

   พุดมองเด็กน้อยตรงหน้าด้วยความมึนงง ความเป็นคนของเรือนเศรษฐฯ จะให้เยี่ยงไรก็หนีไม่พ้นอยู่แล้ว เหตุใดคุณหนูกาลจึงเอาร่างมาบังไว้ด้วย ตัวเธอก็น้อยเพียงเท่านี้ คงเจ็บยิ่งกระมัง ยังจะฝืนมากล่าววาจาจะรับตนไว้ให้มีนายเพียงคนเดียวอีก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตาชดโกรธหรือเพราะคนตรงหน้าต้องเจ็บตัวในเรื่องไม่เป็นเรื่องที่ทำให้พุดค่อยๆ คลายทิฐิลง

   “เอ็ง... เอ็ง กลับเรือนไปข้าจะเฆี่ยนให้หลังยับเลยคอยดูเถอะ” ตาชดชี้นิ้วอันสั่นระริกใส่พุด

   “ได้เยี่ยงไร พี่เขาทำหนูเจ็บ ต้องเป็นหนูเป็นคนทำโทษถึงจะถูก ตาชดจะมาแย่งหนูทำโทษไม่ได้หนา”

   น้ำเสียงกระเง้ากระงอดมาพร้อมกับท่าทางออดอ้อน เล่นเอาชดใจอ่อนยวบ ยอมให้คุณหนูกาลเป็นคนทำโทษเอง

   “คุณหนูตีแรงๆ นะขอรับ ตัวคุณหนูมีนิดเดียว ตีไม่หนักกะเดี๋ยวมันไม่หลาบจำ แหม่... พูดแล้วคันเขี้ยว อยากจะฟาดมันเองสักหลายๆ ที”

   เพี๊ยะ!

   ริ้วแดงเป็นรอยฝ่ามือขนาดเล็กขึ้นสีบนแก้มข้างซ้ายของพุดทันทีที่เสียงเนื้อถูกกระทบสิ้นสุดลง จะว่ามิเจ็บเลยก็คงไม่ใช่ แต่หากเปลี่ยนเป็นตามาเป็นผู้ลงมือแล้ว ความเจ็บระดับนี้เรียกว่าเล็กน้อยนักเทียว พุดยกมือขึ้นกุมซีกหน้าด้านซ้ายไว้พลางมองคุณหนูกาลตรงหน้าที่ยิ้มแฉ่งแล้วเอ่ยเสียงใส

   “หนูเป็นนายของพี่พุดได้คนเดียว เพราะฉะนั้นหนูเลยมีสิทธิ์ทำโทษพี่พุดได้คนเดียวใช่ไหมจ๊ะ”

   พูดจบก็หันไปหัวเราะคิกคักกับตาชดแล้วออดอ้อนให้พาไปใส่ยาบนเรือนที เพราะรู้สึกเริ่มระบมที่ต้นแขนขึ้นมาตงิดๆ แล้ว

   พุดยืนมองร่างเล็กที่เดินจากไป ในหัวอกมีความรู้สึกพลุ่งพล่านแปลกๆ หัวใจเต้นระทึกอึงอล ภายใต้ฝ่ามือที่กุมใบหน้าไว้เริ่มรับรู้ได้ถึงความร้อนผ่าวของตราประทับของเจ้านายตัวน้อยที่ลวกอยู่บนผิวแก้ม และถึงแม้รอยฝ่ามือนี้จะจางและหายไปภายในเวลาไม่กี่วัน แต่กลับประทับแน่นในความทรงจำไม่รู้ลืม

********************************************************************************

   “คุณหนูกาล คุณหนูขอรับเป็นเยี่ยงไรบ้าง คุณหนูอยู่คนเดียวสักครู่ได้ฤาไม่ ประเดี๋ยวพี่จะไปตามบ่าวคนอื่นให้โทรหาคุณหมอให้นะขอรับ เพลานี้น่าจะยุ่งอยู่ในเรือนครัวทำสำรับเย็นกันอยู่”

   เสียงร้อนรนของพุดทำให้กาลกระพริบตาปริบ พลางมองหน้าคนที่ดูจะกังวลจนเสียกิริยา พยายามสะบัดหัวไล่ความมึนงงจากความทรงจำของไอ้คุณหนูกาลที่มักจะฉายพาดผ่านมาให้เห็นเป็นระยะๆ อยู่เสมอ ก่อนจะแกล้งหัวเราะ แล้วพูดสัพยอกให้พุดคลายกังวล

   “พี่พุดลืมไปแล้วหรือเปล่าจ๊ะ ว่าพี่ก็พกโทรศัพท์ติดตัวไว้กับเขาเหมือนกัน ถ้าจะโทรจริงๆ พี่ก็โทรเองได้ แต่ไม่ต้องตามหมอหรอกจ้ะ หนูแค่หน้ามืดนิดเดียวเอง นั่งพักอีกแป๊บนึงก็หายแล้วล่ะ”

   กาลนั่งนิ่งๆ อยู่สักครู่ คิดทบทวนความหลังก็ให้ยิ่งแปลกใจ ตอนเด็กๆ ไอ้เจ้าคุณหนูกาลก็ดูนิสัยดีนี่หว่า แต่ทำไมโตขึ้นถึงได้เอาแต่ใจจนน่าเตะ จึงแอบเลียบๆ เคียงๆ ถามเอากะแหล่งพักพิงข้างตัว

   “นั่งเฉยๆ ก็เบื่อเนอะพี่พุด เอาอย่างนี้ดีกว่าอยู่ว่างๆ พอดี พี่เล่าเรื่องตอนที่ได้เจอหนูครั้งแรกให้ฟังหน่อยสิจ๊ะว่าหนูเป็นยังไงบ้าง”

   พุดมีท่าทางงุนงง แต่ก็อมยิ้มยอมเล่าให้ฟังแต่โดยดี สีหน้ายามระลึกถึงเรื่องราวแต่หนหลังนั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่น

   “อืม... ตอนที่พี่เจอกับคุณหนูคราแรกนั้น คุณหนูยังเล็กอยู่เลย น่าจะราว ๗-๘ ขวบได้กระมัง ส่วนตัวพี่นั้นไม่อยากจะพูดถึงเลย”

   “ทำไมล่ะ พี่พุดเป็นยังไงจ๊ะตอนนั้น”

   “ก็เป็นประเภทยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาลน่ะขอรับ ถ้าให้ว่ากันตามหลักวิชาการก็เพราะฮอร์โมนวัยรุ่นมันพลุ่งพล่าน ชอบทำตัวประชดชีวิต ท้าตีท้าต่อยกับคนอื่นเขาไปทั่ว ตอนคุณหนูมาเจอพี่ เอ่อ... พี่ก็กำลังมีเรื่องทะเลาะต่อยตีอยู่นั่นแหละขอรับ”

   กาลแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ย้อนถามเสียงสูง

   “พี่พุดเนี่ยนะ”

   ใบหน้าคมหรุบตาลงทำเป็นไม่กล้ามองสบตา แต่ดูก็รู้ว่าเจ้าตัวคงเขินอายอยู่ไม่น้อย เมื่อพูดถึงข้อเสียของตนเองเมื่อสมัยยังเป็นวัยรุ่น ถ้าเป็นโลกที่กาลอยู่ใบเดิมนี่ต้องเรียก ‘พุด ฮอร์โมน’ กันเลยทีเดียว (อย่าไปบอกพี่พุดนะ... หนูว่าพี่พุดหล่อกว่า ต่อ ฮอร์โมนอีก - กาล)

   “พี่ว่าข้ามเรื่องของพี่ไปเรื่องของคุณหนูดีกว่าขอรับ คุณหนูตอนเด็กๆ น่ารักมาก อย่างกับตุ๊กตา นิสัยก็น่ารักนะขอรับ รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ช่างพูดช่างเจรจานักเทียว”

   “แล้วทำไมพอโตมาถึงได้ชอบทำตัวเหินห่างกับคนอื่นในบ้านล่ะจ๊ะ แถมยังชอบใช้กำลังทุบตีบ่าวในบ้านอีก ได้ข่าวว่าที่สลบไปสามวันจนความจำเสื่อมนี่ก็เพราะไปเล่นงานพี่ปริกแล้วแย่งชิงมะยมแช่อิ่มมากินใช่ไหมจ๊ะ”

   พุดรู้สึกแปลกใจยิ่งนัก ที่เห็นคุณหนูกาลพูดถึงตนเอง แต่ทำเหมือนพูดถึงคนอื่น ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าก็เธอความจำเสื่อมนี่นา จะให้วิจารณ์นิสัยของคุณหนูต่อหน้าคุณหนูตัวเป็นๆ พุดก็เริ่มติดอ่างอึกๆ อักๆ ขึ้นมาเหมือนกัน

   “พูดมาเถอะจ้ะพี่พุด นะๆ เล่าให้ฟังหน่อย หนูไม่โกรธหรอกจ้ะ ก็หนูจำไม่ได้นี่นา นะ นะ... น้า”

   เฮ้อ... พุดได้แต่ลอบถอนหายใจในอก ก็เป็นเสียเยี่ยงนี้ ช่างออดอ้อนนักแล จะให้พี่ปฏิเสธได้กระไร

   “ก็ความที่คุณหนูน่ารักมากนี่แหละขอรับ ไม่ว่าจะทำอะไรใครๆ ก็เห็นดีเห็นงามไปหมด ไม่ว่าเรื่องนั้นจะผิดหรือจะถูกก็กลายเป็นถูกต้องที่สุดเสมอถ้าเป็นความคิดเป็นการกระทำของคุณหนูกาล พอโดนตามใจมากๆ เข้าก็เลย... ก็เลยเป็นอย่างที่รู้ๆ กันน่ะขอรับ”

   เข้าข่ายเรือนเศรษฐฯ รังแกฉันเลยนะเนี่ย!

********************************************************************************

(มีต่อ)

ออฟไลน์ p-n-t

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
    • https://www.facebook.com/JiaJia.novels/
   “แน่ใจนะขอรับว่าไปไหว”

   หลังจากที่รับสำรับเย็นเสร็จ กาลก็ขออนุญาตท่านอำนาจกับคุณมารตีไปพายเรือชมหิ่งห้อยทันที ซึ่งแน่นอนว่าเพียงแต่เอ่ยปากก็แทบจะอุ้มบุตรชายสุดที่รักไปวางไว้ให้ในเรือเลยเชียวล่ะ กาลถอนหายใจเบื่อหน่ายกับความเป็นห่วงเกินเหตุของสุดยอดพี่ชายที่แสนดี แต่ด้วยความที่กลัวจะไม่ได้ไปเที่ยวจึงฉีกยิ้มตอบว่า

   “ไหวจ้า หนูบอกพี่พุดไปเป็นล้านรอบแล้วว่าไหว”

   “เอ... เจ้าพุดนี่ก็กระไร หนูกาลบอกว่าไปไหวก็คือไหวสิ” คุณมารตีเอ่ยปาก แน่นอนว่าเมื่อเมียรักเปิด สามีที่ดีย่อมต้องตาม

   “จริงของแม่รตี ก็เจ้ากาลพูดเองว่าไปไหวก็คือไปไหว”

   ไอ้การโดนตามใจมันก็มีข้อดีของมันอยู่ล่ะเนอะ ไม่แปลกใจเล้ยว่าทำไมไอ้คุณหนูกาลถึงเสียคนตอนโต

   “พี่พุดรู้ไหม แค่กินข้าวเสร็จหนูก็มีแรงละ นี่ถ้าให้ฆ่าควายด้วยมือเปล่าตอนนี้ หนูยังทำได้เลยนะพี่”

   พูดจบก็เดินตัวปลิวนำลงเรือนไปทันที เมื่อไม่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวทางด้านหลัง ยังหันมาตะโกนเร่งเสียอีกต่างหาก พุดได้แต่ส่ายหน้าในความดื้อของคุณหนูกาล ค่อยๆ ยกมือไหว้ลาท่านอำนาจและคุณมารตี ก่อนจะนึกขึ้นได้ถึงเรื่องสำคัญ จึงรีบเผ่นแผล็วโดดไปทางบันไดทางลงเรือน แต่ก็ช้าเกินไปเมื่อได้ยินเสียงโอ๊ย โอดโอยมาจากเบื้องล่าง

   “อูย... เจ็บโคตร” ไม่รักษามาดคุณหนูแล้ว กาลตะโกนเสียงดังอย่างแค้นเคือง

   พุดชูตะเกียงในมือขึ้นสูงก่อนจะชะโงกถาม

   “เป็นเยี่ยงไรบ้างขอรับคุณหนูกาล พี่กำลังจะมาเตือนแท้ๆ เทียวว่าให้เดินระวังๆ”

   “จะเป็นไงได้ล่ะพี่พุด” เจ้าตัวก้มลงกุมเท้าไป กระโดดเหยงๆ ตอบคำถามไป

   “เจ็บจะแย่อยู่แล้ว ใครเอาอะไรมาทิ้งไว้หน้าทางขึ้นลงบันไดเรือนเนี่ย เกะกะชะมัด พี่พุดเอาไฟมาส่องตรงนี้ที จะได้เห็นชัดๆ ว่ามันคืออะไร”

   “ไม่ต้องส่องหรอกขอรับ ช่วงนี้ทั้งมรกต ทั้งทับทิม แลพวกพลอยต่างๆ มักจะขึ้นมาอยู่เนืองๆ เมื่อเช้าพี่ก็ให้พวกเด็กๆ เก็บกวาดไปให้พ้นทางเดินบ้างแล้ว สงสัยช่วงค่ำคงผุดมาอีกระลอกนึงน่ะขอรับ”

   “ผืนแผ่นดินนี้มั่งคั่งนัก เต็มไปด้วยเพชรนิลจินดา สายแร่ทองคำมากมายไหลผ่าน...”

   เสียงแลคเชอร์ประวัติการอพยพมาตั้งดินแดนของต้นตระกูลเศรษฐทรัพย์อนันต์ไพศาลที่พุดเคยเล่าให้ฟังดังขึ้นมาในหัวกาลทันที แต่... อะไรมันจะมีเยอะขนาดผุดกันขึ้นมาเป็นดอกเห็ดขนาดนี้วะ!!

   คืนเดือนแรม แน่นอนว่าบรรยากาศเงียบสงบรอบข้างมืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากตะเกียงที่แขวนไว้ให้ความสว่างเพียงวับแวม พุดค่อยๆ วาดไม้พายสลับซ้ายขวาอย่างเชื่องช้า ลำเรือที่โยกไหวเล็กน้อยส่งให้เกิดเงามืดสว่างสลับไปมาบนใบหน้านวล แต่ถึงจะมองเห็นเพียงรางๆ พุดก็ยังเห็นปากอิ่มที่บ่นขมุบขมิบไปมาไม่ได้หยุด

   “ยังมิหายเคืองดอกหรือ บ่นเป็นหมีกินผึ้งเทียว บ่นมากๆ ระวังหิ่งห้อยตกใจบินหนีหมดนะขอรับ”

   ได้ผลทันทีเมื่อคนช่างบ่นตะปบปากตัวเองแล้วมองซ้ายมองขวาพลางลดเสียงลงเป็นกระซิบ

   “เกือบลืมไปเลยว่าห้ามเสียงดัง แล้วนี่ใกล้ถึงรึยังจ๊ะพี่พุด”

   “โค้งน้ำด้านหน้านั่นก็ถึงแล้วขอรับ”

   พุดค่อยๆ ราไม้พายเมื่อใกล้ถึงจุดชมหิ่งห้อย ต้นลำพูที่ทอดตัวเป็นแนวยาวสุดลูกหูลูกตาที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้ากาลเต็มไปด้วยดวงไฟดวงน้อยที่ส่องแสงวิบวับราวกับไฟประดับต้นคริสต์มาสที่กาลเลยเห็นในทีวี เจ้าตัวอยากตะโกนอุทานชมความมหัศจรรย์นี้ออกมาเต็มแก่ แต่ก็ทำได้เพียงกระตุกแขนของพุดแล้วชี้ชวนให้ดูอย่างตื่นเต้น

   “สวยมากเลยพี่พุด เดี๋ยวๆ ภาษาของเรือนเศรษฐ์ฯ เรียกว่าไงนะจ๊ะพี่เวลาเราจะชมว่าสวยน่ะจ้ะ”

   พุดมองหน้าคุณหนูของตนที่กำลังตื่นเต้นไม่หยุด ประเดี๋ยวก็มองไปที่ต้นลำพู ประเดี๋ยวก็หันกลับมาถามไถ่ พอถามเสร็จก็มิรอฟังคำตอบ ตาก็หันไปจ้องมองแสงกระพริบเหล่านั้นต่อ ใบหน้าด้านข้างที่แหงนเงยน้อยๆ เหมือนจะเรื่อเรืองด้วยความสุข พุดมองเหม่อประทับเสี้ยวหน้านั้นเข้าสู่ความทรงจำของตนทันที เสียงพร่าที่พยายามบังคับให้เอ่ยคำตอบออกมาอย่างมั่นคงกลับติดที่จะสั่นเล็กน้อย

   “งามมาก... ขอรับ”

   กาลพยักหน้าหงึกหงัก ดวงตายังคงจ้องอยู่ที่เหล่าหิ่งห้อยตัวน้อย จึงไม่ทันเห็นคำว่า งามมาก ของพุดนั้น สายตาของคนพูดตกต้องอยู่กับผู้ใด สักครู่ก็หันกลับมามองพุดด้วยแววตาเจ้าเล่ห์พราวระยับ

   “พี่พุดรู้ไหมจ๊ะ ว่าทำไมหิ่งห้อยถึงต้องเปล่งแสงด้วย”

   “หิ่งห้อยกระพริบแสงเพื่อการสื่อสารและผสมพันธุ์กัน โดยแสงนั้นเกิดจากการทำปฏิกิริยาของสารลูซิเฟอรินกับออกซิเจน โดยมีเอนไซม์ลูซิเฟอเรสเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา และมีสารอะดีโนซีนไตรฟอสเฟตเป็นตัวให้พลังงานทำให้เกิดแสง อืม... เท่าที่พี่จำได้ก็ประมาณนี้นะขอรับ”

   “...”

   “มันไม่ใช่เรื่องวิชาการขนาดน้าน โห พี่พุดอะ ตอบซะหมดกันเลย”

   กาลถอนหายใจยาวเหยียดแสดงออกว่าคำตอบของพุดหาได้ถูกใจไม่ เล่นเอาคนตอบใจไม่ดีรับเอ่ยปากง้อปากคอสั่น

   “พี่ขอโทษเถิดหนา พี่หลงนึกว่าคุณหนูอยากทดสอบภูมิพี่เสียอีก ไหนคุณหนูลองบอกพี่ทีรึว่าทำไมหิ่งห้อยต้องเปล่งแสงด้วย”

   กาลหน้าตูมบอกเสียงสะบัดทันที

   “หิ่งห้อยกระพริบแสงเพื่อการสื่อสารและผสมพันธุ์กัน โดยแสงนั้นเกิดจาก...”

   “อย่าล้อพี่เล่นแบบนี้สิเจ้า อย่าโกรธเลยหนา จะให้พี่ทำสิ่งใดชดเชยดีคุณหนูกาลจึงจะหายโกรธแล้วเล่าเรื่องแสงของหิ่งห้อยให้พี่ฟังได้”

   “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกจ้ะพี่พุด เขาว่ากันว่า หิ่งห้อยคือวิญญาณของชายที่จุดตะเกียงตามหาหญิงคนรักที่ชื่อนางลำพู ซึ่งจมหายไปในแม่น้ำ คือจริงๆ มันควรฟังแล้วโรแมนติก ฟังแล้วว้าวไงพี่พุด ทีนี้เจอสารอะไรต่อมิอะไรของพี่เข้าไปมันเลยแย่เลย”

   กาลส่ายหน้าเบะปากด้วยความขัดใจ แต่หลังจากนั้นก็กลับมาทำหน้าตาทะเล้นเมื่อนึกขึ้นได้

   “แต่หนูจำไว้แล้วนะว่าพี่พุดติดสัญญาว่าจะทำอะไรก็ได้ชดเชยให้หนูหายโกรธ”

   พุดถอนหายใจโล่งอกทันทีที่คุณหนูกาลกลับมาพูดคุยยิ้มแย้มเช่นเดิม ถึงเวลาเห็นหน้างอๆ ไม่ได้อย่างใจแล้วจะรู้สึกว่าเธอช่างน่าแกล้งน่าหยอกล้อเพียงใดก็ตาม แต่ใบหน้ายามทะลึ่งทะเล้นเยี่ยงนี้กลับทำให้คนมองสุขใจมากกว่า

   “อพิโธ่ ปกติพี่ก็ออกจะตามใจคุณหนูทุกสิ่งอย่าง สิ่งใดที่พี่ออกปากสัญญาให้เยี่ยงไร พี่ก็ต้องปฏิบัติตามให้จงได้”

   “โอ๊ะ โอ... ลูกผู้ชายตัวจริงกระทิงนะพี่พุด ไม่ต้องตั้งท่าขึงขังขนาดนั้นหรอกจ้ะพี่ หนูแค่จะขอให้พี่ตอบคำถามของหนูข้อเดียวเท่านั้นเอง เป็นคำถามง่ายๆ ขอเพียงพี่ตอบคำถามของหนูตามความจริงแล้วหนูก็จะหายโกรธพี่... ดีไหมจ๊ะ”

   กาลยิ้มบางแล้ว ให้มือราผิวน้ำเล่น ในใจมีความรู้สึกกังวลกับความทรงจำเก่าของคุณหนูกาลเมื่อตอนเย็นแปลกๆ มันเป็นความรู้สึกค้างคาในใจ คล้ายมีเสี้ยนเล็กๆ ปักอยู่ที่ปลายนิ้ว เหมือนจะไม่เป็นอะไรมาก แต่มักจะแปลบปลาบทุกครั้งที่ลูบโดน หากปล่อยทิ้งไว้นานก็กลัวจะเป็นแผลใหญ่กลัดหนองลุกลามไปได้ ถามกันซะตั้งแต่ตอนนี้ให้หายสงสัยกันไปเลยดีกว่า มือเรียววักน้ำขึ้นแล้วปล่อยให้ไหลลงสู่เบื้องล่าง มองจนน้ำหยดลงจากอุ้งมือจนหมดจึงตัดใจเอ่ยปากถามพยายามทำเสียงให้ฟังดูเรื่อยๆ สบายๆ ที่สุด

   “พี่พุดคิดว่า... คุณหนูกาลคนก่อนหน้านี้กับกาลที่นั่งอยู่ตรงหน้าพี่ปัจจุบัน แบบไหนกันแน่ที่พี่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข”

   ถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่าเปรียบเทียบคนเก่าใหม่ไปก็เท่านั้น ในเมื่อที่นั่งอยู่ตรงนี้ยังไงก็เป็นไอ้กาลนี่แหละ แต่ขอให้ได้ถามสักนิดเถอะ

   มันคาใจ!!

   การที่ต้องมามองฝ่ายถูกถามขมวดคิ้วมุ่นแล้วทำท่าคิดหนักนี่มันก็ชวนให้ตื่นเต้นดีนะ กาลกำลังคิดว่าตนเองมีอาการหวงพี่ชายขนาดหนัก รู้อีกด้วยว่ามันเป็นนิสัยที่ไม่ดี แต่นานครั้งก็ขอใช้สิทธิ์ในการงอแงบ้างเหอะ

   “มิรู้สิเจ้า” พุดค่อยๆ ตอบออกมาเสียงเบาหลังจากที่นั่งครุ่นคิดมาเป็นครู่

   “จะตอนร้ายพี่ก็ชอบ พอตอนดีพี่ก็รัก พี่ก็มิรู้จะตอบเยี่ยงไร”

   ไม่รู้ว่าหิ่งห้อยบินมาเกาะที่ต้นลำพูมากขึ้นรึยังไง กาลจึงได้รู้สึกว่าบริเวณรอบๆ ดูเหมือนจะสว่างไสวมากขึ้นมา  เมื่อพุดพูดจนจบประโยคพลันก็รีบลุกขึ้นยืน รีบก้าวเท้าไปนั่งชิดพลางเกาะแขนเขย่าโดยไม่สนใจอาการเรือโคลงเลยแม้แต่น้อย

   “จริงๆ นะ ไม่ว่าดีไม่ว่าร้ายยังไง พี่พุดชอบหนูที่เป็นหนูใช่ไหมจ๊ะ”

   กาลดีใจที่พุดไม่ได้เลือกตอบว่าชอบคุณหนูกาลแบบไหนกันแน่ ถ้าตอบว่าชอบแบบเก่าก็คงรู้สึกกระอักกระอ่วน แต่ถ้าตอบว่าชอบแบบคนใหม่แล้วอีกครึ่งหนึ่งที่อยู่ภายในร่างกายนี้ล่ะจะทำยังไง ความรู้สึกสับสนวกวนในใจตีกันให้วุ่นวาย แต่คำตอบของพุดกลับทำให้สิ่งที่คิดมากมาตลอดของกาลรู้สึกสงบลงได้

   “เบาๆ ขอรับคุณหนู เรือโคลงหมดแล้ว จะดีใจกระไรกันขอรับ ยังไงคุณหนูก็เป็นคุณหนูกาลของพี่อยู่เสมอ ปัดโธ่! หยุดเล่นได้แล้วหนา ประเดี๋ยวเรือคว่ำไปจะทำเยี่ยงไร”

   “แหม... จับนิดจับหน่อยทำเป็นปัดป้อง พ่อเนื้อทอง เอ๊ะ! รึว่าจริงๆ พี่พุดบ้าจี้ มาให้หนูจิ้มซะดีๆ ฮ่าๆๆ”

   ฝ่ายหนึ่งเฝ้าระวัง ฝ่ายหนึ่งรุกเข้าใส่ พุดจะทำกระไรรุนแรงมากก็มิได้ เพราะคุณหนูเธอผิวบาง ประเดี๋ยวจับแรงไปก็ขึ้นรอยนิ้วเอาเสียอีก ได้แต่ขอร้องให้หยุดกับยกมือปัดป้องเท่านั้น ไอ้กลัวเรือจะพลิกคว่ำนั่นก็สาเหตุประการหนึ่ง แต่สาเหตุหลักๆ น่ะ ใจของไอ้พุดมันพล่านไปหมดแล้ว ยามมือเล็กๆ นั่นแกล้งจับตรงนู้น จิ้มตรงนี้ คุณหนูเธอยังเด็ก เธอก็นึกสนุกไปตามประสา แต่คนตัวโตกว่า ใจกลับไพล่ไปคิดอกุศล!

   เรือลำน้อยโยกไหวรุนแรงมากขึ้นจนเกือบจะพลิกคว่ำอยู่หลายรอบ กว่ากาลจะยอมหยุดเล่นสงครามจี้เอวคน (ที่คิดเอาเองว่า) บ้าจี้ ก็เล่นเอาเหนื่อยหอบหน้าแดงกันไปทั้งคู่ เพียงแต่ว่าใบหน้าขึ้นสีเรื่อต่างกันที่เหตุผลของแต่ละคนเท่านั้น

   “โอย... เหนื่อยชะมัด” กาลพูดไปก็หอบไป มือกระพือคอเสื้อตนเองเพื่อระบายความร้อนไม่หยุด ผิดกับพุดที่นั่งนิ่งเฉย เพราะเปลือยท่อนบนอยู่แล้วจึงไม่ต้องมาเสียเวลาพัดกระพือ

   “ก็พี่บอกให้คุณหนูเล่นได้แล้วก็มิยอมหยุด ดื้อเยี่ยงนี้ถ้าเป็นลูกเป็นหลานจะจับตีให้ก้นลาย”

   “อันนี้เป็นน้องเป็นนุ่งเลยไม่ตีใช่ไหมจ๊ะ”

   “มิต้องออดอ้อนเลยหนา เฮ้อ... ไปกันเถอะขอรับ ถ้าร้อนก็กลับเรือนกัน”

   “ยังก่อนเถอะนะพี่พุด นานๆ จะได้ออกมาที หนูมีวิธีคลายร้อนที่ได้ผลนะ ก่อนอื่น... พี่พุดเชื่อใจหนูไหมจ๊ะ”

   คนฟังพยักหน้ารับทันที แม้ใจจะรู้สึกหวาดๆ กับสารพพัดลูกเล่นของคนตรงหน้า มือขาวคว้าหมับเข้าให้ที่มือของพุดทันทีที่พยักหน้าเสร็จ ก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยความรวดเร็วจนพุดลุกตามเกือบไม่ทัน ยังไม่ทันจะอ้าปากถามว่าจะกระทำอันใดก็รู้สึกถึงแรงดึงกระชากอย่างแรง แล้วความเย็นก็จู่โจมเข้ามาทุกทิศทุกทางทันที

   ตูมมมม

   พุดทะลึ่งพรวดขึ้นสู่ผิวน้ำ สิ่งแรกที่ทำคือมองหาร่างของคุณหนูในทันที แรงกระตุกที่มือตามมาด้วยการโผล่หน้ามายิ้มแป้น ทำให้เห็นว่าคนตรงหน้าไม่เป็นอันตรายใดๆ

   “เย็นเนอะ”

   อยากจะยกมือเขกมะเหงกใจจะขาด หากแต่ใบหน้าที่มีหยาดน้ำเกาะพราว ส่งยิ้มมาเป็นทัพหน้า จึงได้แต่ลดมือลงเกลี่ยเส้นผมไปทัดหลังใบหูให้อย่างอ่อนโยนแทน

   “คุณหนูกาลขอรับ ใจคอจะทำให้พี่พุดหัวใจวายหรืออย่างไร เรื่องเล่น...”

   “ชู่ววว”

   ฝ่ามือเย็นเฉียบรีบยกขึ้นปิดปากคนที่กำลังจะร่ายยาวทันที

        “บ่นเป็นหมีกินผึ้งเชียวพี่พุด บ่นมากๆ ระวังหิ่งห้อยตกใจบินหนีหมดนะจ๊ะ”

   พุดได้แต่จำใจลอยคอดูหิ่งห้อยเป็นเพื่อนคุณหนูกาลตัวแสบ ก็เล่นยกเอาทั้งประโยคมายอกย้อนกันเช่นนี้จะให้ทำกระไรได้!



~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

รักกันน้อยๆ แต่ขอให้รักกันนานๆ นะเจ้าคะ
นานน้านอัพงาน มันก็จะอายๆหน่อยเจ้าค่ะ แฮร่!!!

เสร็จในวันลอยกระทงพอดีเลย
สุขสันต์วันลอยกระทงค่าทุกๆ คน

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

^-^ qq_oo มาแล้วค่าาาาา ยังคงยาวสะใจเหมือนเดิมค่ะ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ  :L2:
^-^ alternative ใช่ค่ะ ทับทิมนี่ของเบๆ ผิดขึ้นกลางลานบ้านเลยค่ะ คิดว่าสักวันคงโดน แค่กๆๆๆ  :hao3:
^-^ ♥►MAGNOLIA◄♥ ขอบคุณที่เอ็นดูน้องกาลนะคะ  :L2: น้องกาลนี่ แค่มีของกินก็พอใจแล้วค่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ พอเพียงมาก เพียงแค่กระเพาะเต็มก็พอ  :laugh:
^-^ mild-dy  :pig4: :L2: :pig4:
^-^ •♀NoM!_KunG♀• วรั๊ยยยย อ่านต่อเถอะค่ะ ยอมให้คนอ่านหน้าตาดีกว่านิดนึงก็ได้  :impress2:
^-^ Billie หวานเหมือนรถบรรทุกอ้อยมาคว่ำอยู่หน้าเรือนค่ะ ในส่วนของพี่พุดก็ยังคงหลงน้องเช่นเคย // ลงให้แล้วค่ะ สวยไหมคะ  :m1:
^-^ puiiz  :L2: :pig4: :L2:
^-^ poppycake วันเกิดปีหน้า คุณแม่ท่านอาจจะเสนอจัดที่ดาวอังคารจริงๆ ก็ได้ค่ะ ถถถ แค่ทับทิมยังเกลื่อนกลาด เก็บกันมิหวาดมิไหว นับประสาอะไรกะแค่เช่ายานไปดาวอังคารล่ะคะ  :laugh:
^-^ Snowermyhae เวลาเขียนช่วงที่ไหลลื่นก็บันเทิงเช่นกันค่ะ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ อย่าลืมแว้บบบมาอ่าน มาให้กำลังใจน้องกาลและคนเขียนอีกค่า  :L2:
^-^ dukdikdukdik คนจะได้เอ็นดูน้องกาลและนักเขียนไงคะ  :impress2:
^-^ badbadsumaru ดีใจที่ชอบค่าาาา อยากออกนอกกรอบ จะได้ไม่เหมือนใครค่ะ ส่วนความรวยของน้องกาลนั้นนนน เป็นความฝันของนักเขียนเช่นกันค่ะ  :laugh:
^-^ sirin_chadada คิดว่าพี่พุดคงอยากทำมากกว่าฟัดค่ะ แค่กๆๆๆๆ  :-[
^-^ colorofthewind21 เดี๋ยวปิดประตูขังไว้เลย อย่าเพิ่งไปไหนนะเจ้าคะ คอยให้กำลังใจน้องกาลกับคนเขียนด้วยเจ้าค่ะ
^-^ maneethewa มาแล้วเจ้าค่า  :m1: :m1: :m1:



 :L2: :pig4: :L2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-11-2017 18:08:05 โดย p-n-t »

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
ขยันนัวเนียถึงเนื้อถึงตัวพี่พุดขนาดนี้...ระวังจะโดนจับกินเข้าสักวันนะหนูกาล (อยากเห็นพี่พุดตบะแตกจะแย่ล้าวววว)

ออฟไลน์ alternative

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2318
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +285/-3
พี่พุดเข้านัวเลยจ้ะ เด็กมันซื่อ ไม่รู้ตัวหรอก  :laugh:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ♥lvl♀‘O’Deal2♥

  • หานิยายถูกใจยากจัง!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2694
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-4
โรแมนติกเชียว

ออฟไลน์ qq_oo

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1749
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +143/-4
รอทุกวันเลย ในที่สุดก็มา

ออฟไลน์ colorofthewind21

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
คุณหนูกาลของบ่าวนี่นะ ซนนักเชียว คอยทำให้พี่พุดแก้มแดงตลอดเลย อย่าทำให้ใจพี่พุดเต้นหนักมากสิเจ้าคะ สงสารพี่พุดเขานา

ออฟไลน์ badbadsumaru

  • ♡ caramel macchiato
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2463
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-2
5555555 ถึงเนื้อถึงตัวพี่พุดขนาดนี้ สงสารพี่แกจริงๆ
คุณหนูกาลตอนเด็กน่ารัก น่าหยิกจริงเชียว

ออฟไลน์ poppycake

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2670
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-4
กาลนี่ช่างอ่อยจิงๆ พี่พุดใจบางหมดแล้วมั้ง อิอิอิ
(ถึงกาลเองจะไม่รู้ตัวก้อเหอะนะ! ♡♡)
แต่อยากจะไปช่วยเก็บกวาดทับทิมให้จิงๆค่ะ กลัวพี่พุดจะเหนื่อย 55555555

ปล. สารอีโนซีนไตรฟอสเฟต = สารอะดีโนซีนไตรฟอสเฟต (ATP) ใช่ไหมคะ??

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
ช้อบ ชอบ มรกต ทับทิม ที่ผุดขึ้นมาจากดิน
อั๋ยยะ........ สงสัยว่าที่ผุดขึ้นมานี่
เจียระนัย เป็นเหลี่ยมเรียบร้อย น้ำงามวิบวับหรือเปล่านะ
ผุดขึ้นมาวันละสองครั้ง มากมายจนต้องเก็บกวาดไปให้พ้นทางเดิน
อุแม่จ้าว ตระกูลทรัพย์เศรษฐ์อนันต์ ไม่ต้องทำงาน
ก็มีกินมีใช้ไปชั่วลูก ชั่วโหลนเลย

พี่พุด ใจเต้นเหลือเกินเวลาหนูกาลน่ารัก
สงสัยได้เป็นโรคหัวใจซักวันแน่ๆ
      :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ p-n-t

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
    • https://www.facebook.com/JiaJia.novels/
กาลนี่ช่างอ่อยจิงๆ พี่พุดใจบางหมดแล้วมั้ง อิอิอิ
(ถึงกาลเองจะไม่รู้ตัวก้อเหอะนะ! ♡♡)
แต่อยากจะไปช่วยเก็บกวาดทับทิมให้จิงๆค่ะ กลัวพี่พุดจะเหนื่อย 55555555

ปล. สารอีโนซีนไตรฟอสเฟต = สารอะดีโนซีนไตรฟอสเฟต (ATP) ใช่ไหมคะ??

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขอบคุณที่แจ้งให้ทราบค่า แก้ไขเรียบร้อยแล้วนะคะ  :pig4:
ยาวมากจนตาลาย หลุดหูหลุดตาไปจนได้ค่ะ แหะๆ  :really2:


ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3384
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

ออฟไลน์ maneethewa

  • มณีเทวา
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 184
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-1
    • Maneethewa - มณีเทวา
อื้อหือ หวานนนนนน
 :-[ :-[ :-[

ออฟไลน์ Piima

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 660
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
โอ้ยยย

หนูกาลน่ารักมากๆเลยลูก

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด