TWINS " รัก ลวง หลอก " [Incest][3P][ #43 เราสามคนตลอดไป [END] ](28/10/60)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: TWINS " รัก ลวง หลอก " [Incest][3P][ #43 เราสามคนตลอดไป [END] ](28/10/60)  (อ่าน 45102 ครั้ง)

ออฟไลน์ หิมะขาว

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 39
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ตอนนี้ งง ไปหมดแล้ว  :hao7: :hao7: :hao7:

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          TWINS บทที่ 20 ฝาแฝดและสาเหตุของอาการป่วย


          ผมกลับมาที่คอนโดด้วยความรู้สึกแปลกๆ เรื่องที่ผมเจอในวันนี้ทำให้ผมคิดหนัก ว่าต่อไปจะปล่อยให้ธัชไปหาเซนเซย์ดีหรือไม่ ถ้าวันนี้เป็นธัชที่ไปล่ะ จะเกิดอะไรขึ้นกับสองคนนั้นบ้าง ยิ่งเป็นธัชที่ชอบปล่อยให้คนอื่นจับตัวด้วยแล้ว ไม่ได้ ผมไม่ยอมหรอก ผมส่ายหน้าช้าๆ แต่ว่าแล้วผมล่ะจะเป็นยังไงต่อไป ผมก็ไม่อยากที่จะต้องโดนทำอะไรแบบนั้นเหมือนกัน โอ้ยย ปวดหัว

          " ธัช พี่มาแล้วนะ " เงียบอีกแล้ว จะหลอกให้ตกใจอีกแล้วใช่ไหม เดี๋ยวเถอะนะ 

          ผมเดินเข้าไปมองหาธัชรอบๆ ห้อง แต่ก็ไม่เห็นวี่แววเลยสักนิด ผมหมุนลูกบิดประตูห้องธัชช้าๆ และเปิดเข้าไป แต่ในห้องก็กลับว่างเปล่าอีกเช่นกัน แต่ผมที่เดินอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงเหมือนกับเสียงสายฝน เสียงน้ำที่ตกกระทบลงพื้น ไม่สิ นี่มันฝักบัวในห้องน้ำต่างหาก แบบนี้นี่เอง ธัชกำลังอาบน้ำอยู่ 

          ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก และเดินไปที่ห้องน้ำ เตรียมตัวจะเคาะประตู เพื่อบอกน้องว่าผมมาแล้ว 

          ' แกร่กๆๆ แกร่กๆๆ ' 

          แต่ผมที่กำลังจะเคาะประตูนั้น กลับต้องชะงักมือค้างไว้ เพราะถึงจะเบามาก แต่ผมก็ได้ยินเสียงแปลกๆ มันเป็นเสียงเหมือนกับ เสียงเลื่อนใบมีดคัตเตอร์ เหมือนวันนั้น ที่ผมเจอในกระเป๋าของธัช ผมแนบหูลงกับประตูห้องน้ำ เพื่อฟังเสียงในนั้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยหัวใจที่สั่นไหว 

          ' พี่อาจจะหนีไปอีก ' 

          ' ไม่ ต้องทำให้ไปไหนไม่ได้ ' 

          ผมถอยหลังออกจากประตูห้องน้ำช้าๆ ความรู้สึกแบบนี้กลับมาอีกแล้ว มันไม่น่าจะเป็นแบบนี้ ผมจับมือที่สั่นน้อยๆ ของตัวเอง 

          " พี่กลับมาเมื่อไหร่ครับ " ธัชนุ่งผ้าขนหนูเหน็บเอวไว้และเดินออกมา ทำหน้าตกใจเมื่อเห็นผมยืนอยู่ 

          " พี่เพิ่งมาเมื่อกี้เอง ดูสิยังสะพายกระเป๋าอยู่เลย " ผมชี้กระเป๋าสะพายของผมพลางยิ้มให้แบบปกติที่สุด

          " พี่กินอะไรมาหรือยังครับ ถ้ายังก็นั่งรอเลย เดี๋ยวผมทำให้แปบเดียว " ผมมองน้องที่ขยี้หัวที่เปียกน้ำพลางเดินไปมาด้วยผ้าขนหนูผืนเดียว

          " รีบใส่เสื้อผ้าเถอะ เดี๋ยวไม่สบายนะ " ผมลุกขึ้นและหยิบผ้าเช็ดตัวอีกผืนมาช่วยขยี้ผมให้น้องด้วยอีกแรง

          ธัชค่อยๆ นั่งลง ลืมตาจ้องมองผมและส่งยิ้มหวานมาให้ ไอ้เด็กคนนี้นี่น่าหมั่นไส้ ผมหลบสายตาและมองแต่ผมของธัชเท่านั้น ไอ้พวกกล้ามเนื้อของธัชนั้นทำผมรู้สึกอับอายจริงๆ ตอนนี้มีสิ่งที่พวกเราไม่เหมือนกันแล้ว แต่ต้องแก้ผ้าเท่านั้นนะถึงจะเห็น

          " วันนี้พี่ทำกับข้าวให้ดีกว่า ธัชอยากกินอะไรล่ะ "

          " อะไรก็ได้ครับ ขอแค่พี่ทำให้ " ผมมองธัชที่หัวชี้ฟู หนอย อ้อนเก่งนะเรา

          " อยู่ดีๆ ทำอะไรเนี่ย " ผมหัวเราะ และตีแขนน้องเบาๆ เพราะอยู่ดีๆ ธัชที่นั่งอยู่ ก็รวบตัวผมเข้าไปกอดซะงั้น  แต่แล้วผมรู้สึกว่าอยู่ดีๆ แรงกอดของธัชก็เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนผมรู้สึกอึดอัด 

          " ธัช พี่เจ็บนะ " ธัชยังคงนิ่ง ก้มหน้า และออกแรงกอดผมจนผมนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

          " ธัช ปล่อยพี่นะ! " ผมเสียงดังขึ้น และผลักธัชออก

          " ค..คือ ผมขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ " ธัชลุกขึ้นและเข้ามาหาผมด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย ผมสังเกตเห็นธัชตัวสั่นน้อยๆ ด้วยความตกใจ

          " พี่เจ็บหรือเปล่า ผมขอโทษนะ " 

          " พี่ไม่เป็นไร ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ " ผมยิ้มออกมาทำท่าเหมือนผมไม่เป็นไรจริงๆ และดันน้องให้เข้าไปในห้อง

          และเมื่อธัชเข้าไปแล้ว ผมทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้ในครัวอย่างอ่อนแรง ผมรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมาแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะที่ธัชเป็นแบบนี้ ก็เพราะตัวผมเอง มันเป็นเพราะผมทั้งหมด


          10 ปีก่อน ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น


          พวกเราสองพี่น้องเป็นเด็กกำพร้า ผมไม่รู้ว่าพวกเราเป็นใคร รู้แต่ว่าพวกเราชื่ออะไร ในตอนแรกนั้นพวกเราอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง แต่พวกเด็กๆ ที่นั่น เมื่อเห็นพวกเราแปลกกว่าใคร ก็พากันกลั่นแกล้งเรา ผมจึงพาน้องหนีออกมา เพราะไม่มีผู้ใหญ่คนไหนที่จะสามารถรับฟัง และพวกเขาไม่เชื่อในสิ่งที่พวกเราพูด

          ถึงข้างนอกนี้พวกเราจะไม่มีที่ซุกหัวนอน แต่ผมก็รู้สึกดีกว่าที่จะยอมให้คนพวกนั้นรังแกธัช แม้ว่าจะโดนตบตีแค่ไหน แต่ธัชก็จะยังยิ้มแย้มและเป็นมิตรกับทุกคนเสมอ ผมเกลียด ผมจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายธัช ผมจึงพาน้องออกร่อนเร่ ขออาหารเพื่อประทังชีวิต และหลบฝนในที่ที่พอจะอยู่ได้ 

          ผมทาตัวพวกเราด้วยโคลนที่สกปรก เพื่อปิดบังผิวพรรณจริงๆ ของพวกเราไว้ ถึงจะเป็นเด็กผู้ชาย แต่เด็กแบบพวกเราก็น่าอันตรายเหลือเกิน ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้านั้น ก็มีคนจ้องมองพวกเราด้วยสายตาแปลกๆ เสมอ ผมไม่เคยกลัวอะไร มีเพียงสิ่งเดียวที่ผมกลัว ก็คือธัชอาจจะเป็นอะไรไป

          ธัชเป็นเด็กที่จิตใจดี แต่อ่อนแอนัก มักหวั่นไหวไปกับสิ่งรอบตัว พอจิตใจอ่อนแอ ร่างกายก็พลอยอ่อนแอไปด้วย ถ้าผมทำให้น้องเข้มแข็งได้ละก็ ธัชก็จะแข็งแรงแน่นอน ผมเชื่ออย่างนั้น

          จนในที่สุด เมื่อพวกเราอายุได้ 10 ปี ผมก็ได้เจอที่ที่พวกเราพออยู่ได้ ที่นี่เป็นโบสถ์ที่มีซิสเตอร์คอยดูแลพวกเด็กกำพร้า และเด็กๆ ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นเด็กเล็กๆ ผมกับน้องได้รับความเมตตาจากที่นี่ ผมคอยช่วยงานซิสเตอร์ เป็นเหมือนกับพี่ใหญ่ดูแลพวกเด็กๆ พวกนี้ อยู่ที่นี่ธัชดูยิ้มแย้มและมีความสุขเสมอ เมื่อธัชมีความสุข ผมก็จะมีความสุขไปด้วย

          แต่แล้วเมื่อผมกับธัชอายุได้ 12 ปี มีสองสามีภรรยาคู่หนึ่งต้องการรับเด็กไปเลี้ยงเพื่อเป็นลูกบุญธรรม ผมมองรถคันใหญ่และการแต่งกายที่ดูดีของทั้งสองคน จะดีแค่ไหนกันนะถ้าพวกเราได้ไปอยู่กับคนพวกนั้น

          และไม่นานหลังจากนั้นผมก็ถูกซิสเตอร์เรียกพบ เพื่อบอกถึงเรื่องการรับอุปการะในครั้งนี้ 

          " ธัชมาหาพี่เร็ว " หลังจากคุยกับซิสเตอร์ ผมเรียกน้องที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ในลานกับเด็กคนอื่น

          " จะมีคนพาพวกเราไปเลี้ยงนะ ธัชดีใจไหม " ผมมองน้องที่ทำหน้าตื่นเต้นดีใจ 

          " จริงเหรอครับ พวกเราจะมีพ่อกับแม่แล้วใช่ไหม " ธัชกอดผมเอาไว้ด้วยความดีใจ 

          " พี่ธิชร้องไห้ทำไมเหรอครับ " ธัชหุบยิ้มลงทันทีที่เห็นผมน้ำตาไหลออกมาและจับแก้มผมเอาไว้

          " พี่แค่ดีใจ " ผมไม่อาจกลั้นน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาจากหัวใจไว้ได้ ผมคว้าธัชเข้ามากอดไว้แน่นและร้องไห้ออกมาอย่างสุดหัวใจ

          " พี่รักธัช ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอให้ธัชจำไว้ว่าพี่รักธัชที่สุด " ธัชมองหน้าผมแบบไม่เข้าใจ ธัชเช็ดน้ำตาให้ผม พวกเรากอดกันเหมือนกับเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน

          ในเย็นวันนั้น ผมเก็บเสื้อผ้าทุกอย่างใส่กระเป๋าเก่าๆ ใบเล็กๆ ของเรา ผมมองน้องชายที่ยิ้มแย้มแจ่มใส กำลังกอดลาพวกเพื่อนๆ

          " พี่ธิชทำอะไรน่ะครับ บอกลาพวกเพื่อนๆ สิ " ธัชกวักมือเรียกผมที่นั่งอยู่ไกลๆ 

          " ได้เวลาแล้วนะเด็กๆ " ซิสเตอร์เดินมาหาผมด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

          " ดีแล้วจริงๆ หรือธิช " ผมเงยหน้ามองซิสเตอร์ด้วยรอยยิ้ม 

          " ครับ ทุกอย่างก็เพื่อธัช " ซิสเตอร์แอบเช็ดน้ำตาและเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ขอบคุณครับซิสเตอร์ แต่ผมไม่เป็นไรหรอกครับ  ผมจูงมือน้องที่กำลังมองไปมองมาอย่างตื่นเต้น ผมส่งยิ้มอ่อนๆ ให้ธัช 

          " ธัช เชือกรองเท้าหลุดแล้วนะ " ผมก้มผูกเชือกรองเท้าที่หลุดให้ธัชอย่างช้าๆ

          " พี่ครับ ยังไม่เสร็จอีกเหรอ " ไม่ใช่ว่ายังผูกไม่เสร็จแต่ตอนนี้ผมไม่สามารถเงยหน้าขึ้นมาได้ เพราะว่าตอนนี้น้ำตาของผมมันไม่หยุดไหลสักที ผมก้มลงร้องไห้กับรองเท้าของน้องด้วยความเจ็บปวด 

          " รถมาแล้วนะธัช เดี๋ยวธัชไปรอพี่บนรถก่อนนะ เดี๋ยวพี่ตามขึ้นไป " ผมรีบเช็ดน้ำตาและผลักน้องให้ขึ้นไปบนรถที่จอดไว้ และบอกว่าผมจะขึ้นตามไป ธัชมองผมด้วยความสับสน แต่ธัชไม่เคยดื้อกับผม ธัชเชื่อผมทุกเรื่อง

          ธัชจึงเดินขึ้นไปบนรถคันนั้นอย่างว่าง่าย และเมื่อประตูปิดลง รถก็เริ่มเคลื่อนตัวช้าๆ ออกไป

          " เดี๋ยว พี่ครับ " ธัชโผล่หัวออกมาจากตัวรถด้วยใบหน้าตื่นตกใจ 

          " ไม่ พี่ครับ พี่ธิช " ธัชเริ่มร้องไห้และพยายามจะออกมาจากรถที่กำลังแล่นออกไปช้าๆ

          " พี่ธิช พี่ครับ "

          " พี่ครับ อย่าทำแบบนี้ ฮือ " 

          " พี่ธิช ฮืออ..ไหนพี่บอกว่าจะ..ฮึก ไม่ทิ้งผม "

          " ฮือๆ ไหนว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ฮึก..อย่า อย่าทิ้งผม "

          ผมคุกเข่าลงกับพื้น ร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะกลั้น ธัชร้องไห้และตะโกนสุดเสียง เสียงกรีดร้องของน้องมันทำให้ผมเจ็บปวดเจียนตาย 

          " ฮืออ..พี่ขอโทษธัช ฮึก..พี่รักธัช "  ใบหน้าของธัชที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและหยาดน้ำตา คือภาพสุดท้ายที่ผมได้เห็นก่อนที่พวกเราจะจากกัน ทั้งหมดที่ผมทำก็เพื่อให้ธัชได้มีชีวิตที่ดี สองสามีภรรยานั่นไม่สามารถเลี้ยงพวกเราทั้งสองคนพร้อมๆ กันได้ นี่เป็นทางเดียวที่ผมจะทำเพื่อน้อง


เพื่อธัช น้องชายที่ผมรักหมดหัวใจ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-05-2018 15:40:49 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ alternative

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2317
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +285/-3
ธัชฝังใจที่ถูกทิ้งสินะ

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4825
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
งั้นผู้มีพระคุณก็ไม่ใช่คู่นี้ซินะ :hao3:

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
พี่ธิช อยากให้น้องมีคนเลี้ยงที่ดี
ทำให้ต้องแยกจากกัน
แต่ธัช ไม่ต้องการแยกจากกัน
นี่เป็นสาเหตุที่ธัชคิดว่าพี่ทิ้งตัวเอง
กลัวการถูกทิ้งสินะ
       :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ ป่ามป๊ามป่ามปาม

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 483
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
ครอบครัวที่ธัชไปอยู่ด้วยจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นไหม หรืออาจจะเป็นครอบครัวเซนเซย์ ลุ้นๆ
เสียง 'แกรกๆ' คือเสียงคัตเตอร์ ขนลุกอะ ธัชจะน่ากลัวเกินไปแล้ว
เซนเซย์ต้องรักษาด่วนแล้วล่ะ ไม่งั้นธิชแย่แน่

ออฟไลน์ พันธุ์ไทย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 64
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ทำเพื่อน้องก็เข้าใจ  :mew2: แต่ก็ทำให้อีกฝ่ายมีปมในใจไปด้วย  :ling3:  :katai1:

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          TWINS บทที่ 21 ฝาแฝดและการท้าทายของเซนเซย์


          " ธัช ตื่นได้แล้วนะ " ผมเข้ามาปลุกน้องในตอนเช้า เพราะวันนี้พวกเรามีเรียนหลายวิชา แต่ตามปกติแล้วผมไม่เคยที่จะต้องมาปลุกน้องหรอกครับ แต่วันนี้มันจำเป็นจริงๆ เพราะอาหารที่ผมทำให้น้องเมื่อคืน มันมีส่วนผสมของยา และผลข้างเคียงก็ทำให้ธัชเป็นแบบนี้ ผมเสียใจ แต่ผมไม่มีทางเลือก 

          " พี่ครับ ผมปวดหัวจัง " ผมนั่งลงข้างๆ น้องลูบเบาๆ ที่แก้ม

          " ถ้างั้นวันนี้นอนพักซะนะ เดี๋ยวพี่จะไปคนเดียวเอง " 

          " แต่วันนี้มีสอบย่อยหลายวิชานะครับ " ธัชพูดพลางทำหน้าหงอย

          " วันนี้พี่จะไปแทนธัชเอง ของตัวพี่เดี๋ยวพี่ไปสอบแก้ทีหลัง " วันนี้ผมจะเป็นธัชชา เพื่อเข้าเรียน และบอกพวกอาจารย์ว่าธิชานั้นป่วย มาไม่ได้ แบบนี้แหละดีแล้ว แต่สิ่งที่ผมหนักใจอยู่เสมอก็คือ เคียวเซนเซย์ 

          " ผมไม่อยากทำแบบนั้นเลย " ผมมองหน้าน้องที่กำลังทำหน้าเศร้า 

          " ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวพี่จะกลับมา พี่ทำกับข้าวไว้ ถ้าหิวก็อุ่นกินเอานะ " 

          " พี่ต้องกลับมานะครับ " ผมชะงักมองหน้าธัช

          " สัญญาไว้แล้วนี่ พี่ไม่ไปไหนหรอก " ผมก้มลงจูบเบาๆ ที่หน้าผากของน้องและหันหลังออกจากห้องมา

          ผมจะทำยังไงดีนะ ธัชเริ่มอาการหนักขึ้นอีกแล้ว เมื่อก่อนนั้นผมให้น้องกินยาอยู่เสมอ และน้องก็ดูเหมือนจะทำตามที่ผมสั่ง และผมคิดว่าผมสามารถดูแลน้องได้โดยไม่ต้องไปหาหมอ และธัชก็อาการดีขึ้นเรื่อยๆ ผมคิดว่าธัชนั้นหายแล้ว แต่ความจริงนั้นธัชแค่ปิดบังผมเท่านั้นเอง ถ้ามหา'ลัยรู้อาจจะแย่ก็ได้ ผมต้องซ่อนน้องเอาไว้ก่อน ผมจะไม่ให้ใครมาแตะต้องธัช ต้องไม่ให้เซนเซย์รู้ เซนเซย์อาจวางแผนอะไรก็ได้ 

          ผมลงจากรถ พยายามปั้นหน้ายิ้มแย้มอย่างยากลำบากเพราะหัวใจของผมตอนนี้มันอ่อนแอนัก ผมไม่มีที่พึ่ง ผมไม่เคยบอกใครเรื่องของน้องกับใคร แม้กระทั่งพ่อแม่บุญธรรมของผมกับธัชตอนนี้ ผมไม่สามารถไว้ใจใครได้ ผมต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง

          ผมเข้าเรียนทุกวิชาในชื่อของธัชชา ทุกอย่างดูเหมือนจะผ่านไปได้ด้วยดี จนคาบเรียนสุดท้ายของเซนเซย์ หมอนั่นจ้องมองผมตลอดเวลาด้วยสีหน้าแปลกๆ จนถึงท้ายคาบ

          " เซนเซย์ครับ พอดีพี่ธิชไม่สบาย วันนี้เลยไปช่วยงานไม่ได้นะครับ " ผมบอกเซนเซย์และยิ้มแย้มอย่างฝืนทน

          " งั้นเหรอ ถ้างั้นเธอก็ไปแทนละกัน ธัชชา " ผมคิดไปเองหรือเปล่านะว่าเซนเซย์พูดชื่อธัชชาแบบเน้นคำแปลกๆ 

          " วันนี้ไปกับฉันละกัน " ผมตาโตมองเซนเซย์ด้วยความไม่เข้าใจ

          " เอ่อ ผมขัับรถมาครับ ผมไปเองดีกว่า " จะให้ซ้อนดูคาติสีดำคันนั้นอ่านะ อย่าหวังเลย มีหวังทั้งมหา'ลัยล่าหัวผมแน่ๆ เพราะตั้งแต่ไหนแต่ไร ผมได้ยินมาว่าไม่มีใครเคยได้ซ้อนท้ายเซนเซย์เลย 

          " คำสั่ง " เซนเซย์พูดเสียงแข็งพลางมองหน้าผมแบบไม่เป็นมิตร

          ผมกลืนน้ำลายลงคอ ไอ้บ้าเอ้ย คิดจะทำอะไรฟะ ผมสังเกตุว่าถึงแม้ในห้องเซนเซย์จะดูเหมือนใจดีกับธัช แต่ข้างนอกนี่เซนเซย์ก็ดุธัชเหมือนกันแฮะ เป็นคนที่แปลกจริงๆ

          หลังเลิกเรียน ผมเดินช้าๆ ตามหลังเซนเซย์ที่เดินเร็วอย่างกับจรวดไปที่รถสุดเท่ห์คันนั้น ผมปวดใจจริงๆ เพราะมันจอดอยู่หน้าตึกที่มีนักศึกษาเดินผ่านไปมาเป็นร้อย  ผมขาแข็ง ยืนเป็นตอไม้อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากรถที่เซนเซย์จอดอยู่ ตามองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง ผมไม่ชอบเป็นจุดสนใจมากนัก ยิ่งต้องอยู่ใกล้ๆ เซนเซย์ด้วยแล้ว ผมมองเซนเซย์ที่กำลังใส่เสื้อหนังสีดำแขนยาว และสวมหมวกกันน็อค เซนเซย์เปิดหน้ากากขึ้น ทำให้มองเห็นแค่ตาเท่านั้น

          " จะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม " เซนเซย์พูดเสียงดังใส่ผม สาวๆ ที่ยืนดูเซนเซย์ต่างจ้องมองมาที่ผม พลางพูดคุยซุบซิบกันเสียงดัง ผมอยากจะสลายหายไปตอนนี้จริงๆ ผมเดินเข้าไปช้าๆ แบบไม่ค่อยเต็มใจนัก 

          " แต่ผมไม่มีหมวก " 

          " ไม่ต้อง ไม่ไกลหรอก " ผมถอนหายใจ ก้าวขาขึ้นคร่อมซ้อนท้ายเซนเซย์ พลางหลบสายตาฝูงเหยี่ยวสาวที่บางคนก็ทำหน้าช็อค และบางคนก็ทำหน้าฟินสุดๆ เหอะๆ

          ไอ้รถบ้านี่ ทำไมที่นั่งมันถึงทำให้ไหลไปชนคนขับฟะ ไม่ว่าผมจะพยายามออกห่างจากคนขับเท่าไหร่ ผมก็จะไหลไปหาเซนเซย์ตลอดเวลา เรียกได้ว่าแนบชิด แบบต้องกอดเอวลูกเดียว

          " จับแน่นๆ " ไม่ทันพูดจบ เซนเซย์ก็ออกตัวอย่างเร็ว จนผมแทบจะร่วงจากรถ ผมรีบคว้าเอวเซนเซย์ไว้ด้วยความกลัว โอ้ยย วันนี้มันอะไรกันวะเนี่ย ผมมองเห็นหน้าตึกคณะที่ห้องทำงานของเซนเซย์อยู่บนนั้น แต่เซนเซย์กลับขับผ่านมันไป ผมหัวใจเต้นรัว นี่พวกเราจะไปไหนกันนะ

          " คือว่า เลยแล้วนี่ครับ! " ผมตะโกนแทรกผ่านลมที่พัดแรง ไอ้บ้านี่มันซิ่งจริงๆ จะบ้าตาย ไม่มีเสียงตอบกลับมา  ความกลัวเริ่มแทรกซึมตัวผม นี่ผมกำลังถูกพาไปไหนกันละเนี่ย

          แต่ไม่นานรถของเซนเซย์ก็มาจอดอยู่ที่หน้าคอนโดสุดหรูแห่งหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นคอนโดของเซนเซย์

          " พาผมมาที่นี่ทำไม " ผมลงจากรถและรีบถามเซนเซย์ด้วยความหวาดระแวง 

          " ผมไม่ขึ้นไปได้ไหม " เซนเซย์ไม่ตอบ แต่จับมือผมและเดินเข้าไปข้างใน

          " เดี๋ยวครับ นี่มันอะไรกัน ปล่อย " เซนเซย์หันมามองผมด้วยสายตาดุดัน

          " เธอไม่ใช่ธัชชางั้นเหรอ " ผมชะงักและรู้สึกว่าผมกำลังไม่เป็นตัวของธัชเลย สิ่งที่ผมแสดงทั้งหมดมันคือตัวผมเองทั้งนั้น

          " ผมคือธัชชา " ผมบอกเซนเซย์เสียงเรียบ

          " งั้นก็ดี ตามมาซะ " ผมใจสั่น นี่มันอะไรกัน ผมจะทำยังไงดี 

          เซนเซย์กดลิฟท์มาที่ชั้นบนสุด ซึ่งมีอยู่เพียงแค่สองห้องเท่านั้น  ผมเดินตามเซนเซย์ด้วยความหวาดหวั่น มาให้เขาเชือดถึงที่เลยกู ผมจะรอดไหมเนี่ย เซนเซย์กดรหัสและเปิดประตูเข้าไป ข้างในตกแต่งแนวเดียวกับห้องทำงานของเซนเซย์ มันเป็นโทนสีขาวดำ และมีหนังสือมากมาย ผมมองขึ้นไปยังชั้นลอยที่สอง ซึ่งสามารถมองดูจากโถงด้านล่างได้ ผมยืนอยู่ที่ประตู ไม่กล้าแม้แต่จะเดินเข้าไป 

          " ทำอะไร จะเดินเข้ามาหรือจะให้อุ้มเข้ามา " ผมรีบเดินทันทีที่ได้ยินคำขู่นั้น แค่ในห้องทำงานผมก็โดนกอดขนาดนั้น นี่มาถึงห้อง ผมจะไม่โดนทำมากกว่านี้เหรอเนี่ย แค่คิดผมก็ตัวสั่นน้อยๆ ผมมองดูร่างกายเซนเซย์ ผมจะเสี่ยงสู้ดีไหมนะ แต่คงโดนไล่ออกนี่สิ จะให้ทำยังไง

          " อ้าว มาแล้วเหรอ " ผมชะงักหยุดเดินทันทีที่เห็นพี่เชนนั่งอยู่ที่โถงรับแขก ผมรอดแล้วสินะ ผมแสดงท่าทางดีใจจนออกนอกหน้าเลยทีเดียว

          " หวัดดีครับพี่เชน " ผมยกมือไหว้ส่งยิ้มทักทาย ถ้ามีพี่เชนอยู่ก็น่าจะหายห่วง

          " ว่าไงธัช เป็นไงบ้าง " พี่เชนทักผมอย่างเป็นมิตร

          " ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นเคียวไม่กัดหรอกน่า ใช่ไหม " พี่เชนหันไปหาเซนเซย์ที่ตอนนี้ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด

          " ไม่ใช่แค่กัดหรอก " ผมเดินตัวลีบเข้าไปหาพี่เชนทันทีที่ไอ้บ้านั่นพูดแบบนั้น

          " ฮ่าๆ เคียวเป็นแบบนั้นเองแหละ แต่จริงๆ ใจดีนะ " ใจดีกับผีน่ะสิ

          " เอ่อ ไม่ต้องตกใจนะ วันนี้พี่มาคุยด้วยน่ะ " พี่เชนทำท่าทางให้ผมนั่งลง  ผมเดินเข้าไปและนั่งลงที่โซฟาข้างๆ พี่เชน พลางเหลือบมองดูเซนเซย์ที่ยืนกอดอกพิงเสาอยู่

          " มีอะไรบอกพี่ตรงๆ ได้เลยนะ พี่พยายามจะช่วยเราอยู่ อย่ากลัว " ผมขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ หมายความว่ายังไงกัน 

          " เฮ้อ เปล่าประโยชน์ชะมัด " ผมหันไปมองเซนเซย์ที่พูดและทำหน้าเบื่อหน่ายสุดๆ

          " พี่เชนพูดเรื่องอะไรเหรอครับ ผมไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย " 

          " คือ พี่ขอแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการก่อนละกัน พี่กับเอ่อ... " พี่เชนมองเซนเซย์ที่ตอนนี้ทำหน้ายักษ์สุดๆ ก่อนจะพูดต่อไป

          " คือ พี่เป็นจิตแพทย์น่ะ อย่าเพิ่งตกใจนะ " ผมลุกขึ้นทันทีที่พี่เชนพูดจบ หมายความว่ายังไง นี่เป็นแผนของเซนเซย์งั้นเหรอ จะหาหลักฐานเรื่องธัชใช่ไหม คนพวกนี้น่าจะแค่สงสัย ต้องเงียบไว้ 

          " ผมปกติดีครับ ผมไม่ได้เป็นอะไร พวกเราทั้งสองคนพี่น้องปกติดี " 

          " ใจเย็นๆ ก่อนธัช นี่พี่พยายามจะช่วยอยู่นะ " คนพวกนี้รู้ได้ยังไง ธัชก็ทำตัวปกติเวลาอยู่ข้างนอก จะแสดงอาการก็น้อยสุดๆ หรือไอ้ท็อปไปฟ้องเซนเซย์ จะหาเรื่องไล่พวกเราออกน่ะสิ ผมไม่ยอมเชื่อคนพวกนี้หรอก 

          " พี่เสียเวลาเปล่าครับ ผมปกติจริงๆ " พี่เชนมองผมและมองเซนเซย์แบบขอความช่วยเหลือ

          " ก็บอกแล้วไงว่าเปล่าประโยชน์ " เซนเซย์พูดกับพี่เชนพลางจ้องมองผมด้วยสายตาดุดัน 

          " งั้นค่อยคุยกันวันหลังละกันนะ นี่นามบัตรพี่ ถ้ามีอะไรก็โทรหาพี่ได้เลย " พี่เชนยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะเดินไปหาเซนเซย์ ทั้งสองคนซุบซิบอะไรกันสักอย่าง ก่อนที่พี่เชนจะขมวดคิ้วจ้องมองผมอย่างสงสัย และเดินออกไปจากห้อง ผมทำท่าจะเดินตามพี่เชนออกไป แต่เซนเซย์ก็รีบมาดึงผมเอาไว้ 

          " จะไปไหน " 

          " ผมจะกลับครับ คงไม่มีอะไรแล้ว " ตอนนี้ผมไม่สามารถยิ้มได้แม้แต่วินาทีเดียว 

          " เธอคือธัชชาแน่เหรอ " ผมเงยหน้ามองเซนเซย์ที่จ้องมองผม

          " ครับ " 

          " วันนี้ไม่ร่าเริงเลยนะ ทำไมต้องกลัวจิตแพทย์ขนาดนั้น " 

          " ผมไม่ได้กลัว แต่ผมไม่ได้เป็นอะไร " 

          " เธอรู้อะไรไหม ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเธอคือธัชชา " เซนเซย์พูดพลางจ้องมองผมจนใบหน้าของเราห่างกันแค่นิดเดียว ผมกลืนน้ำลาย หัวใจสั่นไหวด้วยความกลัว 

          " แล้วเธอรู้ไหมว่า ถ้าเธอไม่ใช่ธัชชา นั่นหมายถึงอะไร " ผมเริ่มเดินก้าวถอยหลัง เพราะว่าเซนเซย์ยังคงเดินเข้ามาเรื่อยๆ อย่างกดดัน

          " เธอสองคนพี่น้อง ทำผิดร้ายแรง คิดว่าจะรอดงั้นเหรอ " พอได้ยินแบบนั้น ผมจึงหยุดเดินและจับแขนของเซนเซย์ไว้

          " ผมขอโทษครับ แต่วันนี้เซนเซย์ทำผมกลัวจริงๆ ผมเลยดูแปลกๆ แต่ผมคือธัชชาจริงๆ นะครับ " ผมต้องผ่านช่วงเวลาบ้าๆ นี้ไปให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม

          เซนเซย์เหมือนกำลังพิจารณาผม เซนเซย์เพ่งมองผมหลายนาทีเลยทีเดียว ผมมองหน้าเซนเซย์ที่ตอนนี้อมยิ้มน้อยๆ แบบนี้ผมรอดแล้วใช่ไหม เซนเซย์เชื่อผมแล้วสินะ

          " งั้นก็ได้ ถ้าอย่างนั้นธัชชา จูบฉันสิ แล้วฉันจะเชื่อ " ผมเบิกตามองเซนเซย์ด้วยความตกใจ


แล้วแบบนี้ผมจะต้องทำยังไงกัน ผมไม่รู้เลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-05-2018 17:32:05 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4825
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
ความจะแตกก็อีคราวนี้แหละ คนแก่สงสัย  o6

ออฟไลน์ alternative

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2317
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +285/-3
นี่คือพยายามช่วยแล้วเหรอ

กดดันน้องขนาดนี้ทำไมเนี่ย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ป่ามป๊ามป่ามปาม

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 483
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
นี่คือวิธีพิสูจน์หรือหาเรื่องแต๊ะอั๋งเค้าคะ แหม  :hao3:

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          TWINS บทที่ 22 ฝาแฝดที่ถูกตรึงกับเตียง


​          ​" งั้นก็ได้ ถ้าอย่างนั้นธัชชา จูบฉันสิ แล้วฉันจะเชื่อ " ผมเบิกตามองเซนเซย์ด้วยความตกใจ แล้วแบบนี้ผมจะต้องทำยังไงกัน ผมไม่รู้เลย

​          " คือเรื่องแบบนั้น คือ... " ถ้าเป็นธัช ผมไม่แน่ใจเลยว่าธัชจะกล้าทำไหม

​          " เราเคยจูบกันแล้วนี่ ไม่ใช่หรือไง " ผมมองเซนเซย์ด้วยความตกใจ จูบงั้นเหรอ ธัชเคยจูบเซนเซย์ตอนไหนกัน ทำไมผมถึงไม่รู้เรื่องนั้น ทั้งสองคนมีความสัมพันธ์แบบไหนกันแน่ ธัชปิดบังผมงั้นเหรอ

​          ผมถอยหลังจนมาถึงโซฟาตัวยาวที่เหมือนกับในห้องทำงานของเซนเซย์ ผมทิ้งตัว นั่งลงช้าๆ ด้วยความสับสน เซนเซย์เดินมานั่งลงข้างๆ ผม พิงพนักอย่างสบายอารมณ์

​          " ยอมแพ้ซะเถอะ ธิชา แล้วยอมรับซะว่าเธอไม่มีอะไรที่เหมือนกับน้องชายเลย นอกจากหน้าตา " เซนเซย์ยิ้มเยาะดูถูกผม

​          นายพูดผิดแล้ว ผมกับธัชน่ะ พวกเราเหมือนเป็นคนคนเดียวกัน ผมทำได้ทุกอย่างเพื่อธัช

​          ผมหลับตาลง กำมือแน่นเพื่อตั้งสมาธิ ผมค่อยๆ เลื่อนตัวเข้าหาเซนเซย์ พลางดึงคอเสื้อคนตรงหน้าเข้ามา ให้ริมฝีปากของเราประสานกัน เหมือนเซนเซย์จะอึ้งไปเพราะไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ แต่เมื่อผมจะถอนริมฝีปากออก ผมกลับรู้สึกว่าทำไม่ได้ เซนเซย์ใช้มือทั้งสองข้างล็อคหน้าของผมไว้และเริ่มจูบกลับอย่างร้อนแรงจนผมตกใจ

​          ผมพยายามดันตัวออกแต่ก็เปล่าประโยชน์ คนตรงหน้านั้นแข็งแรงเกินไป ผมไม่สามารถขัดขืนใดๆ ได้เลย เซนเซย์เอียงคอให้ริมฝีปากพวกเราประสานกันแนบแน่นขึ้น ผมรู้สึกปากเริ่มชาและเจ็บไปหมด แต่ผมก็ไม่ยอมให้ลิ้นนั่นเข้ามาบุกรุกในปากของผมได้ แต่แล้วเซนเซย์ก็ใช้มือข้างหนึ่งบีบแก้มของผม จนผมต้องอ้าปากออกด้วยความเจ็บ เมื่อช่องทางที่ปรารถนาเปิดออกแล้ว คนตรงหน้าไม่รอช้า เข้ามากระหวัดเก็บเกี่ยวความต้องการไม่รู้จบ เรียวลิ้นอุ่นแทรกเข้ามาจนผมแทบสำลัก 

​          ผมรู้สึกว่าตัวผมนั้นกำลังค่อยๆ นอนลงด้วยแรงกดของคนตรงหน้า แต่ว่าแล้วถ้าผมขัดขืนล่ะ การเป็นธัชชาของผมก็ต้องจบลง ผมต้องเลือก ระหว่างช่วยน้องหรือช่วยตัวผมให้รอด ผมควรจะทำยังไงดี

​          ผมโดนกดให้นอนราบลงกับโซฟา คนตรงหน้ายังไม่ยอมละริมฝีปากออกแม้เพียงเสี้ยววินาที ผมดันอกแกร่งนั้นไว้อย่างอ่อนแรง เซนเซย์ทับผมและมือทั้งสองข้างยังคงล็อคผมไม่ให้ขยับหน้าหนีได้เลย ผมเริ่มเกร็งตัว ผมว่านี่คงไม่ใช่แค่เพียงจูบอีกแล้ว คนตรงหน้าดูเหมือนจะไม่ยอมหยุด 

​          " อย่า " ผมหันหน้าหนี และใช้มือผลักและปัดป้องตัวเองไว้ แต่ก็ไม่เป็นผลเช่นเดิม เซนเซย์ตามมาดูดกลืนริมฝีปากผมอีกครั้ง และเริ่มใช้มือข้างที่เหลือยกหลังผมขึ้นเล็กน้อยและเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลัง และต่ำลงเรื่อยๆ ไปทุกที ผมว่าผมไม่ไหวแล้วล่ะ พี่ขอโทษนะธัช

​          ผมกำมือและใช้แรงทั้งหมดผลักคนข้างบน แต่แรงผลักนั้นก็แค่ทำให้ริมฝีปากของเราสองคนผละออกจากกันเท่านั้น เซนเซย์หยุดการกระทำทั้งหมด และจ้องหน้าผมด้วยรอยยิ้ม 

​          " ว่าไงธิชา ในที่สุดก็ทนไม่ไหวแล้วเหรอ นึกว่าจะแน่แค่ไหน หึ " ผมมองเซนเซย์ด้วยแววตาแห่งความเกลียดชัง 

​          " เลว " ผมพูดออกมาด้วยความแค้น

​          " คงคิดว่าตัวเองเป็นพี่ชายที่แสนดีงั้นสิ เธอมันก็แค่คนเห็นแก่ตัว " ผมมองเซนเซย์อย่างไม่เข้าใจ ผมนี่หรอเห็นแก่ตัว ผมเสียสละทุกอย่างก็เพื่อธัช ผมอุทิศชีวิตของผมเพื่อน้อง 

​          " คงคิดว่าตัวเองทำเพื่อน้องใช่ไหม แล้วเธอเคยถามธัชบ้างหรือเปล่า ว่าต้องการสิ่งที่เธอทำไหม " 

​          " ไม่จำเป็น ทำผมทุกอย่างก็เพื่อธัช " 

​          " เธอกำลังยัดเยียดความต้องการของตัวเองให้น้อง สร้างความกดดัน ถ้าเธอว่าดี ธัชก็ต้องว่าดีงั้นเหรอ เด็กนั่นไม่มีสิทธิ์คิด ไม่มีสิทธิ์ออกความเห็นหรือไง บางทีคนที่ป่วย อาจจะไม่ใช่ธัช แต่เป็นเธอก็ได้ " ผมผลักไอ้บ้านี่ออกอีกครั้ง และลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่

​          " ผมจะทำสิ่งที่ผมคิดว่าดีกับน้อง และจะไม่มีใครมาขวาง แม้แต่คุณ "

​          " งั้นเหรอ แล้วเรื่องการโกงข้อสอบนั่น จะไม่เป็นปัญหากับเธอสองคนพี่น้องงั้นเหรอ "

​          " คุณไม่มีหลักฐาน แม้แต่กล้องวงจรปิดก็แยกเราสองพี่น้องไม่ออกหรอก " 

​          " งั้นเหรอ แล้วถ้าหาก ให้ลองทำใหม่ดูล่ะ " ผมมองเซนเซย์ด้วยความกลัวแบบปิดไม่มิด

​          " ห้ามออกจากห้องก่อนหมดเวลา ห้ามขอเปลี่ยนตัว เอ๊ะ ขอเข้าห้องน้ำสินะ นี่คิดว่าทั้งหมดฉันโง่งั้นเหรอ เธอต่างหากที่โง่ เย่อหยิ่ง คิดว่าตัวเองแน่นักหรือไง! " เซนเซย์พูดเสียงดัง ผมก้มมองพื้น ผมกับน้องคงไม่รอดแน่ถ้าต้องทำข้อสอบใหม่อีกครั้ง ทุกอย่างจะประจักษ์ทันทีที่ได้เห็นผลสอบของเรา ธัชไม่มีทางทำได้ 

​          " ว่าไงล่ะ ธิชา พ่อคนเก่ง " เซนเซย์มองผมพลางยิ้มเยาะอย่างสุขใจที่เห็นผมกำลังตกที่นั่งลำบาก 

​          " สายตาใช้ได้นี่ อยากฆ่าฉันงั้นเหรอ " ผมกำมือแน่น มองไอ้บ้านี่ด้วยสายตาอาฆาตแบบสุดๆ อย่างปิดไม่มิด

​          ผมพุ่งตัวเข้าไป ง้างหมัดใส่มันด้วยความเหลืออด ถ้าไหนๆ จะต้องโดนไล่ออกแล้ว ผมก็จะขออัดมันก่อนให้สาสมกับที่มันทำกับผม แต่การตัดสินใจของผมนั้นถือว่าผิดพลาดมหันต์ เซนเซย์รับหมัดของผมด้วยมือข้างเดียว และล็อคแขนอีกข้างของผม และยกผมขึ้นทั้งตัวพาดบนบ่าอย่างง่ายดาย ผมดิ้นและพยายามเตะไอ้บ้านี่ด้วยความคลั่ง

​          " ปล่อยกู ปล่อยกูนะ ไอ้เลว ไอ้ยุ่นโรคจิต!! " 

​          " ด่าได้แสบมาก " เซนเซย์เดินไปที่ห้องนอนห้องหนึ่งและโยนผมลงอย่างแรง ผมรีบเด้งตัวลุกขึ้นและพยายามหนีลงจากเตียง เซนเซย์หยิบเชือกใต้เตียงและโดดขึ้นมาคล่อมผมเอาไว้ พลางรวบแขนทั้งสองข้างของผมและมัดอย่างรวดเร็วติดกับหัวเตียง

​          " จะทำอะไร ปล่อยกูนะโว้ย!! " ผมแหกปากโวยวาย เสียงดังหวังให้คนอื่นได้ยิน

​          " แหกปากไปเถอะ ชั้นบนนี้ทั้งหมดเป็นของฉัน อ่อ ไม่สิทั้งคอนโดนี่ต่างหาก เป็นของฉัน " เซนเซย์พูดและยังคงมัดผมด้วยสีหน้าเรียบเฉย 

​          " จำเรื่องการบำบัดที่เคยบอกได้หรือเปล่า " ผมมองมือของผมที่กำลังถูกมัดด้วยความหวาดหวั่น การบำบัด บำบัดบ้าอะไรวะ 

​          " กูไม่ได้ป่วย ปล่อยกู!! " ผมยังคงตะโกนต่อไปแม้ไม่มีหวัง เซนเซย์มัดผมด้วยเชือก ตรึงผมไว้กับเตียง ความแน่นของเชือก ทำเอาผมนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ ผมมองเซนเซย์ที่ยืนอยู่ปลายเตียงด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว 

​          " จะทำอะไรวะ ไอ้บ้าเอ้ย ปล่อยกูนะ ถ้ากูหลุดไปได้นะมึง!! " ผมแหกปากโวยวายทันที เพราะเซนเซย์กำลังแกะกระดุมเสื้อเชิ๊ตสีดำออกช้าๆ พลางมองผมด้วยสายตายิ้มเยาะ 

​          " เป็นเด็กที่ปากเก่งสุดๆ แต่ก็ดีแต่ปากนั่นแหละ " ผมเถิบตัวเองถอยหนีจากปลายเตียง หดขาด้วยความหวาดหวั่น ถึงจะไม่มีประโยชน์ก็เถอะ แต่ผมก็ไม่รู้จะทำอะไรแล้ว

​          " อยากออกไปจากที่นี่งั้นเหรอ อ้อนวอนฉันสิ ฉันอาจใจอ่อนก็ได้ " เซนเซย์พูดพร้อมยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ 

​          " ขอร้องเหรอ ไปตายซะ!! " ผมตะโกนก้อง คนอย่างผมหรอจะยอม คนอื่นอ่ะไม่แน่ แต่ไอ้บ้านี่ต่อให้ตายก็ไม่ยอม

​          " ตกลงจำเรื่องการบำบัดที่เคยบอกไม่ได้จริงๆ เหรอ " ผมมองมันด้วยความขุ่นเคือง ผมไม่ได้ใส่ใจคำพูดมันหรอก เพราะงั้นเลยจำไม่ได้ ผมมองเซนเซย์ที่ตอนนี้ทำหน้าเปรมปรีเหลือเกิน 

​          " มันคือเซ็กส์บำบัดยังไงล่ะ "


ผมกลืนน้ำลายลงคอ ถ้าผมเปลี่ยนใจอ้อนวอนมันตอนนี้ มันจะปล่อยผมจริงๆ หรือเปล่า ผมไม่มีทางรู้ได้เลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-05-2018 17:33:57 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ ป่ามป๊ามป่ามปาม

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 483
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
เรื่องอื่นช่างมันก่อน แต่ตอนนี้เซนเซย์ร้อนแรงสุดๆไปเลยค่า  :hao5:
เซนเซย์หาเรื่องแต่กับธิชเท่านั้นแหละ เรื่องเซ็กส์บำบัดก็คงพูดให้ธิชขึ้น กับธัชคงไม่เป็นแบบนี้(มั้ง)
ตอนหน้าจะเป็นไงอะ เซนเซย์อย่าแกล้งธิชให้รู้สึกเกลียดไปมากกว่านี้เลย เดี๋ยวจะลำบากตอนหลังเอานา
แค่คิดถึงตอนหน้าก็...  :hao6: :hao7:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4825
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
ชิดจอรอดู เซ็กบำบัด  :hao6:

ออฟไลน์ หิมะขาว

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 39
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
ี่ร้อนแรง
จูบเดียวของธิช ทำเอาเซนเซย์ยั้งอารมณ์ไม่อยู่
หรืือต้องการสั่งสอนธิชกันแน่
แต่ดูจากที่ใช้กำลังบังคับจูบ ไม่ใช่แล้วล่ะ
ที่ว่าใช้เซ็กส์บำบัด ตกลงบำบัดใคร ธัช หรือธิช หรือเซนเซย์  o22 o22 o22

ธิช เองทำไม่ถูกเรื่องน้องหลายอย่าง
ปกป้องเกินไป คิดแทนทุกอย่าง
ทำแทนแม้เป็นเรื่องผิดกฎ ประกวดเดือนแทน เข้าสอบแทน

ที่เซนเซย์ว่าไว้ก็น่าจะจริงนะ
ธัช ก็ผิดปกติ จิตๆแล้ว
ธิช ก็ไม่ปกติ
รอซ็กสบำบัดนะ  :ling1: :ling1: :ling1:
       :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ alternative

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2317
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +285/-3
บำบัดเคียวสินะ

ออฟไลน์ JustWait

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3349
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-4
คนเรามันก็ป่วยด้วยกันทั้งนั้นแหละค่ะ แค่ตะรู้ตัวหรือเปล่า

ธิชเอ๊ยยอมรับเถอะว่าที่ทำอยู่เนี่ย ทำอาการน้องแย่ลงนะ ทำให้เขายึดติดกว่าเดิม ทำให้เขาคิดว่าถ้าไม่มีพี่จะไม่มีค่า อย่า over protective 

ออฟไลน์ noozzz

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 309
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
ธัชคือคนที่น่าสงสารสุด ต้องทำทุกอย่างให้ธิชพอใจ เพราะกลัวจะถูกธิชทิ้ง ถ้าระเบิดเมื่อไหร่คงแรงแน่ๆ

ออฟไลน์ hellfire

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 59
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
สวัสดีค่า เพิ่งเริ่มอ่านเดี๋ยวจะตามอ่านให้ครบนะคะ นิยายคนเขียนสนุกมากค่ะชอบบบๆๆๆๆๆๆๆ
รอนะคะนิยายคนเขียนสนุกมากค่ะ :hao7:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ป่ามป๊ามป่ามปาม

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 483
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
รอเซ็กส์บำบัดอยู่นะคะเนี่ย  :o8:

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 778
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          TWINS บทที่ 23 ฝาแฝดและคุณหมอผู้มีพระคุณ


          เคียวเซนเซย์         


          ผมยืนมองแฝดพี่ที่ร้ายกาจและดื้อรั้นแบบสุดๆ ผมเข้าใจว่าเด็กนี่รักน้องชายมากแค่ไหน แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ความรักอย่างเดียว มันไม่สามารถช่วยให้น้องหายป่วยได้ ซึ่งเด็กนี่ไม่รู้เรื่องนั้นเอาซะเลย ถ้าถามผมว่า ทำไมผมถึงรู้เรื่องนี้งั้นเหรอ นั่นก็เพราะว่าผมอยู่ที่นั่น ในวันที่ธัชกลายเป็นแบบนั้นยังไงล่ะ


          6 ปีก่อน กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น


          " นายน้อยครับ มีสายมาจากนายท่านครับ " ผมเดินไปรับโทรศัพท์จากคุณพ่อที่อยู่ที่ประเทศไทยด้วยความไม่เต็มใจ 

          คุณพ่อนั้นมีธุรกิจหลายอย่างและอาศัยอยู่ที่ประเทศไทย ตอนนี้ก็เป็นอธิการบดีอยู่ที่มหา'ลัยแห่งหนึ่ง ส่วนผมนั้นอาศัยอยู่กับคุณลุงที่นี่ เพราะว่าผมกำลังเรียนอยู่ที่มหา'ลัยหนึ่งในโตเกียว  ผมกำลังศึกษาเกี่ยวกับจิตเวช ในระดับปริญญาเอก แต่คุณพ่อนั้นต่อต้านผมเสมอ คุณพ่อไม่ต้องการให้ผมเป็นจิตแพทย์ คุณพ่อมีอัคติกับอาชีพพวกนี้ เพราะท่านบอกว่าคนพวกนี้ดูเหมือนอ่านใจเราได้ยังไงล่ะ ผมจึงจำเป็นต้องเรียนสาขาอื่นเพิ่มด้วย และถูกบังคับให้ไปช่วยงานที่มหา'ลัยของคุณพ่อ แต่ผมซึ่งยังเรียนไม่จบ ก็ได้แต่รอเวลา ที่ตัวเองจะต้องทำสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ แต่ก็จำเป็นต้องทำเพื่อครอบครัว

          คุณลุงของผมนั้นเป็นผู้มีอิทธิพลในย่านนี้ ธุรกิจที่แสนดำมืด ทำให้ผมอยากที่จะเรียนจบไวๆ และไปจากที่นี่ ผมเกลียดที่จะต้องมายุ่งเกี่ยวกับสิ่งโสมม มันจะฉุดดึงผม ให้ต่ำลงในสักวัน

          ' เด็กใหม่นั่น น่าสงสาร '

          ' เหมือนจะเสียสติไปแล้วนะ '

          ' เห็นร้องไห้ใหญ่เลย '

          เสียงซุบซิบนินทาของเหล่าหญิงขายบริการ ในย่านธุรกิจของคุณลุง ทำให้ผมเกิดความสนใจ ผมเกลียดที่จะต้องเหยียบย่างมาที่นี่ แต่วันนี้คุณลุงใช้ให้ผมมาทำธุระ ผมจึงต้องมาอย่างช่วยไม่ได้

          ตลอดทางเดิน ทุกคนต่างก้มหัวให้ผม หญิงขายบริการ ต่างส่งสายตามาให้ไม่ขาด แต่ขอโทษเถอะ แค่เห็นก็สะอิดสะเอียนแล้ว 

          " เงียบซะ ไอ้เด็กเวร แกทำร้ายลูกค้าได้ยังไง ตัวแค่นี้แต่ฤทธิ์เยอะจริงๆ "

          ผมเดินผ่านห้องที่เหมือนลูกกรงห้องหนึ่ง ผมยืนมองเด็กผู้ชายที่กำลังถูกทุบตี ถูกล่ามโซ่ที่คอเหมือนกับสัตว์ เด็กนั่น ไม่สนใจคนที่กำลังทุบตีตัวเองอยู่ แต่กำลังเพ้อถึงใครสักคน ด้วยรอยยิ้มและหยาดน้ำตา ผมมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่สั่นไหว เด็กนั่นน่าสงสารและเวทนาอย่างที่สุด อายุน่าจะไม่เกิน 15 ปี ยังเด็กอยู่มาก ที่จะมาอยู่ในที่แบบนี้

          " ทำอะไร " ผมส่งเสียงดังให้คนที่กำลังทารุณเด็กนี่อยู่ เห็นว่าผมอยู่ข้างนอก

          " นายน้อยครับ มีอะไรให้รับใช้หรือเปล่าครับ " ไอ้หมอนั่นก้มหน้าลงอย่างนอบน้อมทันทีที่เห็นผม

          " ไปซะ " ผมออกปากไล่ และเดินเข้าไปหาเด็กนั่นเพื่อมองดูใกล้ๆ เป็นเด็กที่ผิวพรรณดี หน้าตาดีมาก แต่สติกลับเลอะเลือน นายต้องเจอกับอะไรมาบ้างนะ ความจริงแล้วผมไม่ควรยื่นมือเข้าไป ผมไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน เพราะผมไม่อยากยุ่งกับคุณลุง แต่ผมที่เป็นแพทย์จะปล่อยเด็กนี่ไว้ได้ยังไง เด็กนี่ยังมีทางรักษา 

          " พี่ครับ พี่อยู่ไหน " ผมเดินช้าๆ เข้าไปใกล้ๆ เด็กนี่ที่กำลังนั่งขดตัวอยู่ที่มุมห้อง พลางพูดกับตัวเองด้วยแววตาเลื่อนลอย แต่พอเด็กนี่เห็นผม ก็รีบเข้ามาเกาะแขนผมและยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

          " พี่ พี่มาหาผมแล้วใช่ไหม " ผมมองเด็กนี่ด้วยความเวทนา ถ้าพี่นายมาเห็นจะเจ็บปวดใจแค่ไหนนะ

          " ไม่ ไม่ใช่ พี่เกลียดแก พี่เลยทิ้งแกไงล่ะ " ผมมองเด็กนี่ที่เริ่มเปลี่ยนสีหน้าและเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้นอีกครั้ง พลางกรีดร้อง ทำร้ายข้าวของ ทำร้ายตัวเอง ผมเดินออกจากห้อง ตรงไปยังห้องของผู้ดูแลที่นี่ 

          " นายน้อยมีอะไรให้รับใช้ครับ "

          " เด็กที่มาใหม่นั่น มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง " ผมถามเสียงแข็งออกไปอย่างดุดัน

          " เด็ก อ๋อ เด็กผู้ชายคนนั้น มีคนนำมาขายให้เราครับ " ขายงั้นเหรอ 

          " สภาพแบบนั้นทำงานไม่ได้หรอก ปล่อยไปซะ " 

          " แต่ว่านายน้อย เรื่องนี้ต้องได้รับคำสั่งจากนายท่านใหญ่เท่านั้น " ผมกัดกรามแน่น คุณลุงงั้นเหรอ 

          " ห้ามเด็กนั่นรับแขก จนกว่าฉันจะสั่ง ฉันจะคุยกับคุณลุงเอง  เข้าใจไหม "

          " ครับนายน้อย "

          ผมรีบกลับมาที่บ้านเพื่อขอเข้าพบคุณลุง ซึ่งคุณลุงยินดีมากที่ผมอยากคุยด้วย 

          " มีเรื่องอะไรทถึงมาหาลุงด้วยตัวเองได้ " คุณลุงยิ้มพลางยกเหล้าขึ้นจิบ

          " เด็กที่มาใหม่ ที่เป็นเด็กผู้ชาย " คุณลุงเปลี่ยนสีหน้าทันทีที่ได้ยิน

          " หลานไม่ควรยุ่งกับเรื่องนี้นะ " ผมกำมือแน่น

          " แต่เด็กนั่นกำลังป่วย "

          " แล้วยังไงล่ะ ร่างกายมันยังดีใช่ไหมล่ะ " ผมเงยหน้าขึ้นจ้องมองคุณลุงด้วยความไม่พอใจ

          " อย่าลดตัวไปแปดเปื้อนกับสิ่งสกปรกเลยเคียวเฮ " 

          " งั้นก็ขออภัยที่มารบกวนครับ " ผมก้มหัวให้คุณลุง และจากมาด้วยความโกรธ เหอะ สกปรกงั้นเหรอ จิตใจของแกนั่นแหละที่สกปรก 

          ผมกดโทรศัพท์โทรหาคนรับใช้ที่ทำงานอยู่ที่นั่น ที่ที่เด็กนั่นอยู่ ซึ่งคนรับใช้คนนี้ เป็นคนที่ผมนั้นสนิทที่สุด

          " คืนนี้ฉันซื้อเด็กนั่น มาเอาเงินไป และอย่าบอกให้ใครรู้ว่าเป็นฉัน ฉันจะเข้าไปหลังร้าน " ผมกดวางสายและเตรียมตัวเข้าไปพบเด็กนั่น

          ในเวลาเที่ยงคืน ผมเดินทางลับๆ มาที่ร้าน ต้องเรียกได้ว่าเป็นย่านเลยทีเดียว ผมแต่งกายปกปิด ไม่มีใครจำผมได้ และเข้าไปหาเด็กนั่นที่นั่งตัวสั่นเทาอยู่ภายใน เวลาที่ต้องรับแขก เด็กจะถูกย้ายมายังห้องที่ปิดมิดชิด แต่ในเวลาปกติ ก็จะถูกขังในกรง เพราะเด็กนี่เป็นตัวโชว์ที่ดึงดูดลูกค้ามากมายให้เข้ามา ด้วยใบหน้าที่ดูน่ารักและดูสวยงามในเวลาเดียวกัน เด็กนี่ถ้าโตขึ้นก็คงจะหล่อมากทีเดียว

          " เธอ " ผมนั่งลงช้าๆ ถอดหมวกออก และยื่นมือเข้าไปหาเด็กที่ตัวสั่นเทานี้ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

          " ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ทำอะไรหรอก " ผมยังคงกล่อมเด็กนี่ด้วยรอยยิ้ม

          " เธอ ชื่ออะไรงั้นเหรอ ฉันชื่อ... " ผมชะงักไป เพราะไม่ได้คิดว่าจะบอกชื่อตัวเองยังไง

          " ฉันชื่อเคย์ เป็นหมอ เรียกเคย์ซังก็ได้ " ผมยังคงยิ้ม เด็กนี่เริ่มมองหน้าผมแต่ก็ยังไม่ยอมขยับตัว

          " ฉันจะนั่งตรงนี้นะ เธออยู่ตรงนั้นก็ได้ " ผมนั่งลงที่ฝูกนอน 

          " ได้ยินว่าเธอมีพี่ชาย ช่วยเล่าให้ฟังได้ไหม " ผมส่งยิ้มให้ และชวนพูดคุยอย่างเป็นมิตร

          " ผ..ผมชื่อ.ธัช " เด็กนั่นค่อยๆ ขยับตัวมาทางผมช้าๆ อย่างหวาดระแวง

          หลังจากนั้นทุกคืน ผมก็ได้ซื้อตัวธัช และทำการบำบัดรักษาจิตใจ จนธัชก็เริ่มที่จะไว้ใจผม และเข้าใกล้ผมมากขึ้นเรื่อยๆ ช่างเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมากเพราะว่าผมนั้นได้ให้หมอมาตรวจร่างกายของธัชแล้ว พบว่าธัชนั้นยังไม่ได้ถูกแตะต้อง ยังไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางเพศใดๆ ผมได้ช่วยเด็กคนนี้ได้ทันเวลา นั่นเป็นสิ่งที่ผมดีใจที่สุด

          " พี่ธิชเป็นคนยังไงงั้นเหรอ " ผมถามธัชด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน 

          " พี่ธิชใจดี เข้มแข็ง ถึงไม่ค่อยยิ้มแต่พี่ธิชก็หล่อมากๆ แต่ก็นะแบบว่า พวกเราเป็นแฝดกัน หน้าตาเหมือนกัน แต่เวลาผมส่องกระจก ผมกลับไม่รู้สึกอะไร แต่พอมองหน้าพี่ธิช ผมก็ชอบ ผมอยากอยู่กับพี่ตลอดไป " ธัชพูดถึงพี่ชายด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข และเขินน้อยๆ

          " พี่ธิชบอกว่ารักผม รักผมที่สุด พี่ธิช.. " ผมมองธัชที่ชะงักไป ทั้งๆ ที่ยิ้มอยู่แต่น้ำตากลับไหลออกมา

          " เอ๊ะ ขอโทษครับผ.ผม " ธัชเริ่มร้องไห้อีกครั้งจนตัวสั่น ผมค่อยๆ ดึงธัชเข้ามากอดช้าๆ ลูบผมของธัชแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลมให้หายเศร้า ในช่วงเวลาเกือบปีที่ผ่านมาผมได้รู้จัก ได้พูดคุย ได้รู้จักธัช ธัชนั้นเปรียบเสมือนน้องชายของผม เป็นเด็กดีที่อ่อนโยน แต่จิตใจนั้นแสนบอบบางราวกับแก้ว ที่พร้อมจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ได้ทุกเมื่อ

          " ธัชอยากเจอพี่ธิชหรือเปล่า " ธัชมองผมด้วยแววตาแสนเศร้า 

          " พี่ธิชอาจจะลืมผมไปแล้ว " ผมจับแก้มของธัชไว้ให้เงยหน้ามองผมชัดๆ 

          " ธัช ฉันจะอยู่ข้างๆ เธอเสมอ " ธัชส่งยิ้มพลางกอดผมไว้แน่นและร้องไห้อีกครั้งอย่างปวดร้าว

          " ขอบคุณครับเคย์ซัง " ธัชพูดพลางยืดคอมาจุฟที่ปากผมเบาๆ จนผมตกใจ 

          " ผมเคยทำกับพี่ธิชบ่อยๆ " ธัชพูดพลางฉีกยิ้มกว้าง สองพี่น้องนี่รักกันแบบไหนนะ ผมขมวดคิ้วอย่างสงสัย แต่ช่างเถอะ ธัชยิ้มได้ก็น่าจะพอแล้วล่ะ

          หลังจากนั้นไม่นาน ในคืนหนึ่ง คนสนิทของผมที่คอยเฝ้าธัชก็โทรหาผม และบอกว่ามีคนแอบมาพบธัช เด็กคนนั้นหน้าตาเหมือนกับธัช ผมที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบไปที่นั่นทันที  เพราะว่าที่นั่นมีบอดี้การ์ดล้อมอยู่ทั่วทุกที่ การจะพาธัชหนีไปนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ นอกจาก

          ผมแต่งกายมิดชิด เหน็บปืนไว้ที่เอว และเดินฝ่าฝนออกไปท่ามกลางความหนาวเหน็บ เมื่อใกล้ถึงที่นั่น ผมยิงปืนขึ้นฟ้า และวิ่งล่อพวกบอดี้การ์ดทั้งหมดให้ออกมา และเป็นไปตามที่คิด พอได้ยินเสียงปืน ทุกคนก็วิ่งออกมาทางผม พร้อมถือปืนวิ่งไล่ 

          " โชคดีนะธัช ขอให้มีชีวิตที่ดี " ผมบอกลาธัชในสายลม พร้อมวิ่งหนีตายอย่างดุเดือด แต่ในที่สุด เมื่อผมมีแค่เพียงคนเดียว ก็ไม่สามารถหนีพ้นได้ ผมถูกล้อมด้วยบอดี้การ์ดหลายสิบคน ที่เล็งปืนมาทางผม หมายที่จะฆ่า ผมเปิดผ้าคลุมออก เผยให้เห็นว่าผมเป็นใคร พวกนั้นทั้งหมด ก็ต่างทำหน้าตื่นตกใจและคุกเข่าลงต่อหน้าผมด้วยความลนลาน

          " นายน้อยทำไมถึงทำแบบนี้ละครับ "

          " ขอโทษ แล้วก็ขอบใจมาก "  หน้าที่ของผมจบลงแล้ว ผมทั้งดีใจและเศร้าใจ แต่ว่าการที่จะทำให้ธัชมีความสุขได้นั้น ก็คงเป็นการได้กลับไปอยู่กับพี่ชายนั่นแหละ


ถ้าโชคดี สักวันเราจะได้พบกันอีกแน่นอน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-05-2018 17:37:35 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ JustWait

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3349
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-4

ออฟไลน์ ป่ามป๊ามป่ามปาม

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 483
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
อดีตเป็นงี้นี่เอง เซนเซย์เป็นคนดีผิดคาดแฮะ อืม เอ็นดูธัชแบบน้องชายด้วย
ธัชต้องจำเซนเซย์ได้แน่นอน ไม่น่ามีอะไรเชิงชู้สาว(ชาย)แบบที่ธิชระแวง
ตัดมาปัจจุบัน ยังรอเซ็กส์บำบัดอยู่นะคะ  :hao7:

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
คิดเหมือนกันว่าเซนเซย์เคยรู้จักแฝด เพราะแฝดเคยอยู่ญี่ปุ่น
     
ธัช น่าสงสารมาก พี่ก็คิดว่าธัชได้คนเลี้ยงดีๆ
ที่ธัชถูกเลือกเพราะธัชหน้าตายิ้มแย้ม น่ารัก
ส่วนธิช หน้าตาบึ้งตึง ดูไม่น่ารัก เลยไม่ถูกเลือก
ที่ไหนได้เอาธัช ไปขายต่อนี่เอง
ธิช ก็รักน้องมากจริงๆ
       :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ chaweewong19841

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 92
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-2
 สนุกมาก มาต่ออีกนะคะ

ออฟไลน์ alternative

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2317
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +285/-3
เบื้องหลังอันซับซ้อน

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 778
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4825
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
อดิตมันขั่งขมขื่นมากนัก หลานธัช  :monkeysad:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด