┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ== [END]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ== [END]  (อ่าน 112138 ครั้ง)

ออฟไลน์ Jthida

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1549
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-3
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[2]==[P.1]== [28/12/60]
«ตอบ #30 เมื่อ28-12-2017 19:48:36 »

อมก เรื่องนี่หายไปนานเว่อ

ออฟไลน์ yozz

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 45
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[2]==[P.1]== [28/12/60]
«ตอบ #31 เมื่อ28-12-2017 19:52:42 »

มาแล้ว ววว ววว วว ว ว ว ว ว

ออฟไลน์ route rover

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +221/-7
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[2]==[P.1]== [28/12/60]
«ตอบ #32 เมื่อ29-12-2017 00:36:57 »

พี่จักรไม่ได้ความจำเสื่อม แค่ทำความจำหล่นหายไปแค่นั้นเองง

ออฟไลน์ Panizzz3838

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[2]==[P.1]== [28/12/60]
«ตอบ #33 เมื่อ29-12-2017 06:49:21 »

ปักมุดเลยคร้าาาาาาาาา :katai4: :katai4: :katai4:

ออฟไลน์ EoBen

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3306
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +150/-6
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[2]==[P.1]== [28/12/60]
«ตอบ #34 เมื่อ29-12-2017 11:18:28 »

มันลืมง่ายขนาดนั้นเลยหรอ

คนที่เคยมีความทรงจำร่วมกันเลยนะ


ออฟไลน์ mirage

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-1
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[2]==[P.1]== [28/12/60]
«ตอบ #35 เมื่อ29-12-2017 15:37:01 »

ติดตามๆ ค่ะ พี่จักรคุณภีม
 :pig4: :pig4:


ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[2]==[P.1]== [28/12/60]
«ตอบ #36 เมื่อ30-12-2017 03:18:54 »

มันต้องมีสาเหตุที่ทำให้ลืมน้องซิ ใช่ไหม  :เฮ้อ:

ออฟไลน์ JokerGirl

  • ∀Σ❤∀ΔΣ Forever^^
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2921
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +128/-3
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[2]==[P.1]== [28/12/60]
«ตอบ #37 เมื่อ30-12-2017 09:56:47 »

กลิ่นหน่วงมาเลย แต่น่าติดตามว่าจะเป็นยังไงต่อไป :pig4:

ออฟไลน์ kawtoo

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 2
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[2]==[P.1]== [28/12/60]
«ตอบ #38 เมื่อ01-01-2018 16:12:04 »

 :กอด1:
ตามมาตั้งแต่ออกซิเจนจนเรื่องนี้อ่ะคนเขียนนิยายดีอ่ะเรื่อยๆแต่ไม่น่าเบื่อเราชอบแนวแบบนี้มากเลยยังงัยก็จะติดตามต่อไปนะค่ะปอลิงตั้งแต่สมัครใช้งานมาเพิ่งใช้ครั้งนี้แหละรักนะไรต์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-01-2018 16:16:27 โดย kawtoo »

ออฟไลน์ pattapong200320

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 333
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[2]==[P.1]== [28/12/60]
«ตอบ #39 เมื่อ01-01-2018 19:20:03 »

รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อค่า สงสารหนูภีมมากๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[2]==[P.1]== [28/12/60]
« ตอบ #39 เมื่อ: 01-01-2018 19:20:03 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Wichuda Yodthong

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 6
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
    • https://www.facebook.com/Care-288419358268797/
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[2]==[P.1]== [28/12/60]
«ตอบ #40 เมื่อ02-01-2018 13:19:09 »

 :-[ มาต่ออีกน้าาา

ออฟไลน์ CHESS.

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 212
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +228/-2
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[2]==[P.1]== [28/12/60]
«ตอบ #41 เมื่อ03-02-2018 21:32:34 »

-3-


“ถ้าคนไข้ไม่ยอมไปนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลจริงๆ คงต้องมีคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิดนะครับ สภาพร่างกายตอนนี้ก็ไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว ถ้ายืนยันว่าทำกายภาพให้อย่างสม่ำเสมอ แสดงว่าคนไข้คงไม่ให้ความร่วมมือมากนัก เพราะอาการยังไม่ดีขึ้นเลย”

“แล้วพี่ผมยังมีโอกาสอยู่หรือเปล่าครับหมอ” ประมุขที่ยืนอยู่อีกฝั่งของเตียงเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ

“มีครับ แต่ถ้ายังดึงดันทำกายภาพทั้งที่คนไข้ไม่เต็มใจแบบนี้ หมอเกรงว่าคงไม่เห็นผลชัดนัก สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือเรื่องจิตใจของคนไข้มากกว่า ถ้าเขายอมรับการรักษาด้วยความเต็มใจ โอกาสต่างๆ ก็จะมากตามไปด้วย” นายแพทย์สูงอายุมองคนที่กำลังหลับสนิทบนเตียงด้วยสายตาเห็นใจ จากประวัติที่ได้รับมาจากญาติคนไข้เมื่อถูกเรียกตัวมาที่สวนรังสิมันตุ์ เขาก็พอเข้าใจอยู่ว่าทำไมคนตรงหน้าถึงได้ดูอ่อนแอและไร้เรี่ยวแรงขนาดนี้ ทั้งที่อุบัติเหตุในครั้งนั้นก็ผ่านมานานมากแล้ว

“ขอบคุณมากนะครับหมอ” สองพี่น้องยกมือไหว้นายแพทย์อย่างมีมารยาท หลังจากนั้นก็เดินไปกุมมือพี่ชายกันคนละข้างแล้วนั่งทำหน้าซึมเงียบๆ

ภีมภัทรที่ยืนอยู่ใกล้ประตูมองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาปวดร้าวไม่แพ้กัน มือที่กำแน่นอยู่แล้วออกแรงมากกว่าเดิมจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อ แต่น่าแปลกที่เขาไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย

พี่จักรต้องเจ็บมากกว่าตั้งกี่เท่า…

นายแพทย์สูงวัยที่มองเห็นสายตาของผู้ที่เปรียบเสมือนหลานชายแท้ๆ ของตัวเองถอนหายใจยาวเมื่อเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง เขาก้มลงเก็บข้าวของที่เตรียมมา ก่อนจะเดินไปที่ประตูและแตะแขนภีมภัทรเบาๆ เป็นเชิงเรียก

“ภีม อาขอคุยด้วยหน่อย”

ภีมภัทรหันไปมองคนบนเตียงเป็นครั้งสุดท้าย เขาปล่อยมือที่กำแน่นออก จากนั้นจึงหมุนตัวเดินตามหลังอาหมอของตนออกไปด้านนอก

นรงค์เป็นเพื่อนกับวิบูลย์มานาน เวลาคนในบ้านไม่สบายก็มักจะเป็นคนเข้ามาดูแลให้อยู่เสมอ เพราะงั้นจึงไม่แปลกที่เขาและภีมภัทรจะสนิทกันเหมือนญาติ และคงไม่แปลก...หากจะอ่านสายตาของหลานตัวเองออก

“นั่นคนสำคัญใช่ไหม” ประโยคคำถามนั้นไร้ซึ่งความอยากรู้อยากเห็น ราวกับผู้ถามเพียงพูดออกมาเฉยๆ เพียงเท่านั้น ภีมภัทรมองสบสายตาของผู้ใหญ่ที่ตนนับถือ และสุดท้าย...เขาก็พยักหน้าโดยไม่ปิดบัง

“ใช่ครับ”

“นั่นสินะ...ถ้าไม่สำคัญหลานอาคงไม่ยอมกลับมาอยู่บ้านแบบนี้หรอก” นรงค์แย้มรอยยิ้มเอ็นดู “หลังพ่อเราแต่งงานใหม่เมื่อปีสองปีก่อน ภีมก็ไม่เคยกลับมานอนที่นี่อีกเลย แม้ว่าสิตาจะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วก็ตาม”

“แค่คิดว่าต้องกลับมานอนในที่ที่ผู้หญิงเห็นแก่เงินคนนั้นเคยอยู่ ภีมก็ขยะแขยงจนอยากจะอ้วกแล้วครับ” ถ้อยคำตอบราบเรียบขัดกับดวงตาวาวโรจน์ทำเอาคนฟังต้องรีบยกมือแตะไหล่หลานชายตัวเองให้ใจเย็นอย่างรวดเร็ว

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ภีมภัทรไม่อยากกลับมานอนที่บ้านหลังนี้ก็คือสิตา...หญิงสาวที่เคยเข้าหาวิบูลย์เมื่อไม่กี่ปีก่อนจนเกือบแต่งงานกัน เขาชิงชังผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่ที่หล่อนพยายามเข้าหาเขาด้วยท่าทางน่ารังเกียจทั้งที่มีพ่ออยู่แล้ว โชคดีที่วันงานมีคนเข้ามาเปิดโปงเสียยับเยินว่าเธอจะจับเจ้าของสวนรังสิมันตุ์เพราะเงิน วิบูลย์ถึงรอดมาได้ หลังจากนั้นพ่อของเขาก็ไม่เคยเปิดใจรับผู้หญิงคนไหนเข้ามาในบ้านอีกเลย

“เอาเถอะ...เรามาพูดเรื่องพ่อหนุ่มที่อยู่บนเตียงกันดีกว่า” นรงค์เปลี่ยนเรื่องเมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอึมครึมที่กำลังโอบล้อม แล้วก็เป็นไปตามคาด...ทันทีที่เขาพูดถึงเรื่องของคนที่อยู่ในห้อง ใบหน้าตึงๆ ของหลานชายก็ผ่อนคลายลงแล้วกลายเป็นความกังวลแทนที่แทบจะทันที

“พี่จักรเป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ”

“ตอนนี้ก็อย่างที่เห็น…บอกตรงๆ ว่าแย่” นายแพทย์มากประสบการณ์เอ่ยตอบชัดเจนโดยไม่ปกปิด “แต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือในอนาคต ถ้าเขายังเป็นแบบนี้อยู่ต่อไป ไม่ใช่แค่เดินไม่ได้...แต่อาคิดว่าโรคแทรกซ้อนต่างๆ ก็คงเกิดขึ้นตามมาด้วย เลิกคิดเรื่องจะหายเป็นปกติไปได้เลย”

คนฟังทำหน้าเครียดโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่สวยสั่นไหวจนน่าสงสาร เห็นแบบนั้นแล้วผู้เป็นอาก็ทนมองต่อไม่ไหว ต้องรีบเอ่ยปากพูดสิ่งที่คิดไว้ในใจออกมาในที่สุด

“แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทาง…” นรงค์ยิ้มบางเมื่อคนที่ทำหน้าเศร้าอยู่จนถึงเมื่อครู่เงยหน้าขึ้นมองอย่างกระตือรือร้น และราวกับจะรู้สึกตัวว่าถูกมองออก ภีมภัทรถึงได้เก็บท่าทีอย่างรวดเร็วจนแก้มแดงหูแดงไปหมด “ภีมก็แค่ทำให้เขายอมรับการรักษาก็พอแล้ว”

“อาพูดเหมือนเป็นเรื่องง่าย...” ทายาทรังสิมันตุ์กลอกตาให้เห็นจังๆ จนคนมองอมยิ้มขำ

“ทำไมล่ะ ก็ดูสนิทกันนี่นา อาเห็นมองเขาตาไม่กะพริบ”

“อายังไม่รู้...พี่จักรน่ะดื้อยิ่งกว่าอะไรดี” ภีมภัทรบ่นพึมพำ ยิ่งนึกถึงหน้าคนที่นอนอยู่ในห้องก็ยิ่งหน้าตึง อย่าว่าแต่ทำให้ยอมรับการรักษาเลย ทำให้ยอมกินข้าวหมดจานให้ได้ก่อนดีกว่า

“เอาน่า...อย่างน้อยเราก็อยากให้เขาหายไม่ใช่เหรอ ถ้าพยายามมากๆ สักวันต้องส่งไปถึงเขาได้แน่” นรงค์ก้มลงหยิบกระเป๋าข้างกายขึ้นมาถือ ใบหน้าใจดีของชายสูงวัยฉายรอยยิ้มเอ็นดูเมื่อเห็นหน้าตางุนงงของหลานชาย

“ส่งถึงเขา...”

“ความรู้สึกไงล่ะ” สิ้นคำพูดที่ดูราวกับจะทะลุไปถึงใจคนฟัง นายแพทย์สูงวัยตบบ่าให้กำลังใจคนที่ยังยืนนิ่งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเขาจะเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก

ภีมภัทรยืนนิ่งเป็นหินอยู่ครู่ใหญ่กว่าจะรู้สึกตัว ใจที่เต้นอย่างสงบมาโดยตลอดเต้นแรงขึ้นหนึ่งจังหวะเมื่อนึกได้ว่าถูกอาหมอของตัวเองมองออกเข้าให้แล้ว ชายหนุ่มเอนกายพิงพนังเพื่อรอให้ใจกลับมาสงบนิ่งเช่นเดิม เพราะเกรงว่าถ้าไปเจอคนอื่นในสภาพนี้คงไม่พ้นถูกมองออกจนหมด

“หรือจะรู้กันหมดแล้ว” บ่นพึมพำกับตัวเองเสร็จแล้วก็ต้องรีบสะบัดหัวทิ้งความคิดนั้นไป ลองถ้าอาหมอรู้แล้ว มีหรือคนที่ใกล้ชิดกว่าอย่างคนอื่นจะมองไม่ออก เพียงแต่ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์มาสนใจเรื่องนั้น ถึงมันจะดูน่าอายไปสักหน่อยที่ปล่อยให้โดนจับความรู้สึกได้ง่ายๆ ทั้งที่คิดว่าปิดมิดแล้วก็ตาม

“ภีม…” เสียงเรียกที่เจือความกังวลจากทางด้านข้างทำให้เจ้าของชื่อหลุดจากภวังค์

ประมุขกับฮ่องเต้ยืนอยู่ไม่ไกลนัก สีหน้าของทั้งคู่ฉายแววเคร่งเครียดขณะสบตากัน แต่เมื่อภีมภัทรเดินเข้าไปใกล้ฮ่องเต้ซึ่งเป็นคนเรียกเขาในตอนแรกก็เริ่มพูดในทันทีด้วยความเร่งรีบ

“ผมกับมุขมีธุระต้องรีบไปจัดการ น่าจะกินเวลานานหลายวันกว่าจะได้มาที่นี่อีก” เพียงแค่พูดจบคนฟังก็เข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายจะสื่อได้อย่างรวดเร็ว

“ผมจะดูแลพี่จักรเอง” ถ้อยคำหนักแน่นราวกับคำสัญญากลายๆ ทำให้สองพี่น้องที่ขมวดคิ้วมาโดยตลอดเผยรอยยิ้มโดยไม่รู้ตัว

บางทีตอนที่พวกเขากลับมาที่นี่อีกครั้ง...อาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปก็ได้

“ขอบคุณนะภีม” ประมุขตบไหล่เพื่อนสมัยเด็กเบาๆ เป็นการขอบคุณจากใจจริง

สามสหายลากันอยู่เพียงครู่เดียวก็แยกย้ายไปคนละทิศคนละทาง ฮ่องเต้ที่ดูจะรีบร้อนที่สุดแทบจะถลาออกไปนอกบ้านโดยไม่ยอมเก็บของ ทำเอาภีมภัทรหลุดมาดคุณชายที่แสดงมาตลอดเพราะต้องรีบวิ่งไปคว้าแขนไว้จนเกือบหน้าทิ่ม กว่าจะบอกให้ใจเย็นๆ ได้ก็เล่นเอาเหนื่อย ประมุขแอบกระซิบกับเขาก่อนขึ้นรถว่าคนรักของฮ่องเต้กำลังมีปัญหา และดูท่าจะหนักหนาเอาการเสียด้วย ฮ่องเต้ถึงได้ลนลานแบบนี้

สุดท้ายเมื่อสองพี่น้องจากไปแล้วภีมภัทรถึงได้กลับมายืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องของใครบางคนอีกครั้ง มือขาวตามประสาของคนไม่ค่อยโดนแดดยกค้างอยู่กลางอากาศ ใจนึกใคร่ครวญอยู่ครู่ใหญ่ว่าจะเคาะหรือไม่เคาะดี เพราะยังไงจักรพรรดิก็เพิ่งหลับไปไม่นานนัก เพียงแต่...

เพล้ง!

เอาอีกแล้วเหรอ...

“ทำไมชอบทำลายข้าวของนักนะ” ชายหนุ่มบ่นเบาๆ กับตัวเองก่อนจะผลักประตูเข้าไปด้านในโดยไม่เคาะ เหตุการณ์เดิมๆ เกิดขึ้นอีกครั้ง ต่างกันเพียงสถานที่ เมื่อภาพของจักรพรรดิที่นอนหมอบอยู่กับพื้นข้างเตียงซ้อนทับกับภาพที่เพิ่งเกิดไปไม่นานนักอย่างพอดิบพอดี

ทายาทรังสิมันตุ์เดินเข้าไปด้านในช้าๆ สายตาเหลือบมองแก้วที่แตกเป็นใบที่สองเงียบๆ โดยไม่ได้แสดงท่าทีใด เขาเพียงย่อตัวลง จับแขนผอมแห้งของคนที่ยังก้มหน้าแล้วช่วยพยุงขึ้นมานั่งดีๆ บนเตียง ครั้งนี้จักรพรรดิไม่ได้โวยวายเหมือนครั้งก่อน หากแต่ดวงตาคมคู่นั้นกลับว่างเปล่าจนน่าใจหาย สายตาของเขาจ้องมองขาสองข้างของตัวเองนิ่งงันราวกับไม่ได้รับรู้ว่ามีใครอีกคนอยู่ตรงนี้ด้วย จวบจนคนมองทนไม่ไหว ต้องย่อกายคุกเข่าลงตรงหน้า มือขาววางทาบทับบนมือที่ยังคงพันผ้าพันแผลไว้และไม่ได้ทำอะไรเพื่อรบกวนอีก

สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวเป็นเพียงขนนกที่พัดผ่าน หากกลับหนักแน่นในความรู้สึกจนสามารถดึงคนที่กำลังเหม่อให้กลับมายังโลกแห่งความเป็นจริงได้

จักรพรรดิมองดวงตาคู่สวยซึ่งเป็นประกายระยิบระยับเฉกเช่นทุกครั้งที่เขาจ้องมองเงียบๆ และคนตรงหน้าเองก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ถึงได้จ้องกลับมาเขม็งโดยไม่ยอมพูดอะไรแม้แต่คำเดียว สุดท้ายก็เป็นเขาที่ทำลายความเงียบก่อน

“แก้ว...”

“ไม่เป็นไร” ไม่ต้องรอให้คนที่ไม่เคยขอโทษใครเอ่ยปากออกมา ภีมภัทรก็พูดตัดด้วยความเข้าใจ

“ใบที่สองแล้ว” เจ้าของใบหน้าคมคายละสายตาออกจากใบหน้าได้รูป เขาเหม่อมองไปยังเศษซากของแก้วที่แตกด้วยฝีมือตัวเอง แต่เพียงแค่กะพริบตา ใบหน้าของคนคนเดิมก็เข้ามาบดบังทัศนวิสัย ราวกับต้องการความสนใจจากเขาอีกครั้ง

“พี่จักรไม่ต้องห่วงหรอก บ้านภีมมีแก้วเยอะมาก” คนพูดแทบจะกัดลิ้นตัวเองตายเมื่อเพิ่งนึกได้ว่าพูดอะไรออกไป

บ้านภีมมีแก้วเยอะมาก...คิดได้ไง

“งั้นเหรอ...”

ทว่ากลับผิดคาด...เมื่อดวงตาคมว่างเปล่าคู่นั้นทอประกายวาววับอยู่ครู่หนึ่ง น่าเสียดายที่เพียงวูบเดียวก็จางหายไป แต่แค่นั้นก็มากพอจะทำให้คนตาสวยฉีกยิ้มดีใจจนหน้าบานได้แล้ว

“ว่าแต่...เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมล้มอีกแล้ว” เมื่อต้องกลับมาจริงจังอีกครั้ง ภีมภัทรจึงพยายามเลือกคำพูดให้ดีที่สุด เขาสังเกตสีหน้าของคนข้างกายตลอดเวลา และพร้อมจะเปลี่ยนเรื่องได้ทุกเมื่อหากจักรพรรดิต้องการ

“ลืมตัว” คำตอบสั้นๆ ได้ใจความดังออกมาโดยไม่หยุดคิด จักรพรรดิเพียงวางแขนไปด้านหลัง ดันกายกลับไปนอนพิงพนักเตียงด้วยความยากลำบากโดยไม่ขอความช่วยเหลือใดๆ

ลืมตัว...

แม้จะผ่านมานานพอสมควร แต่การที่คนธรรมดาคนหนึ่งต้องกลายเป็นคนพิการเดินไม่ได้คงไม่ใช่เรื่องที่จะทำใจให้ชินได้ในระยะเวลาสั้นๆ บางคนใช้เวลาเป็นเดือน บางคนเป็นปี หรือบางคน...อาจใช้เวลาทั้งชีวิต

“เวลาตื่นนอน...ก็ต้องลุกจากเตียงไม่ใช่หรือไง” คนพูดมองไปที่ขาทั้งสองข้างของตัวเอง ในขณะที่คนฟังทำได้เพียงเม้มปากแน่น

ทุกวันที่หลับไปแล้วตื่นขึ้นมาใหม่ ทุกวันที่รู้สึกราวเรื่องเลวร้ายทุกอย่างเป็นเพียงฝันตื่นหนึ่ง แต่แล้วเมื่อคิดจะขยับกาย กลับต้องพบว่ามันคือความเป็นจริง...ต่อให้หลอกตัวเองและพยายามฝืนยืนขึ้นมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่รู้สึกตัว แต่สิ่งที่จักรพรรดิต้องพบเจอในทุกๆ วันก็คือความจริงที่ว่า...

เขากลายเป็นคนพิการไปแล้ว

“ปกติ...พี่ตื่นเวลาเดิมตลอดหรือเปล่า”

จักรพรรดิไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาเพียงเหลือบตามองคนถาม จากนั้นก็เงียบไป แต่ภีมภัทรกลับพยักหน้าหงึกหงักราวเข้าใจคำตอบ

“ต่อไปนี้ ภีมสัญญาว่าพี่จะไม่ทำแก้วแตกอีก”

คำสัญญาแปลกๆ เมื่อผนวกกับใบหน้ามั่นอกมั่นใจของผู้พูด หากใครมาเห็นก็คงอดขันไม่ได้ แต่เมื่อคนที่มองอยู่มีเพียงจักรพรรดิ เขาจึงทำเพียงกะพริบตาแล้วมองเมินไปอีกทางราวไม่ใส่ใจ

แล้วจะเอาแก้วพลาสติกมาวางแทนหรือไง…

“พี่จักรอยากออกไปเดินเล่นไหม” ภีมภัทรกลับมากะตือรือร้นอีกครั้ง แต่แล้วเมื่อนึกได้ว่าอาการของอีกฝ่ายยังไม่ค่อยดีนักไหล่ที่ตั้งตรงก็ห่อลงเล็กน้อยด้วยความผิดหวัง

อยากพาไปเรือนกุหลาบไวๆ...

คนป่วยเหลือบตามองท่าทีเหี่ยวเฉาของลูกแมวหงอยข้างเตียงชั่วครู่ และสุดท้ายเขาก็ต้องถอนหายใจแล้วเอ่ยออกมาในที่สุด

“ก็น่าจะดีกว่าการอยู่แต่ในห้องแบบนี้”

ภีมภัทรยิ้มกว้างจนหน้าบาน เขารีบลุกขึ้นแล้วเดินไปเข็นวีลแชร์มาจนชิดเตียง จากนั้นก็เข้าไปพยุงจักรพรรดิอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจกะทันหัน

“อาหมอบอกว่าพี่มีไข้อ่อนๆ ยังไงวันนี้ก็อย่าเพิ่งอาบน้ำเลยนะครับ ถ้าปวดหัวหรืออยากพักรีบบอกภีมเลยนะ”

จักรพรรดิไม่ได้ตอบรับอะไร เขาเพียงพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ ปล่อยให้คนช่างจ้อพูดนั่นพูดนี่ขณะที่ตัวเองพยายามพยุงเขาลงจากเตียง ถึงภีมภัทรจะไม่ใช่คนตัวเล็กอะไร แต่เมื่อเทียบกับเขาแล้วก็ต่างกันพอสมควร ดังนั้นภาพที่ออกมาจึงค่อนข้างทุลักทุเล และเมื่อเห็นอีกคนกัดปากแน่น คิ้วขมวดมุ่น แต่ก็ยังพูดไม่หยุด ยิ่งมองก็ยิ่งน่าขำจนเผลอแกล้งลงแรงพิงไว้ทั้งตัว ทำเอาคนพยุงตัวเซจนเกือบล้ม ยังดีที่ดันร่างเขาลงบนวีลแชร์ได้ก่อน

ภีมภัทรเข็นรถพาร่างคนป่วยออกมาจากห้อง ก่อนจะพาออกจากบ้าน พวกเขาไม่ได้สนทนาอะไรกันมากมาย เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีคนพูดอยู่คนเดียว ไม่ว่าจักรพรรดิจะสนใจหรือไม่สนใจ คนด้านหลังก็ยังพูดเล่านั่นเล่านี่ให้ฟังตลอดทาง

“เดี๋ยวภีมจะให้คนมาทำทางลาด จะได้เข็นรถง่ายๆ หน่อย” เพราะต้องเข็นรถบนพื้นหญ้า ทำให้เขาต้องออกแรงเยอะพอสมควร ไม่ต้องพูดถึงว่าถ้าจักรพรรดิเข็นเองแล้วจะเป็นยังไงเลย

เผื่อว่าพี่จักรจะชอบเรือนกุหลาบ...วันไหนอยากไปจะได้เข็นไปเองได้

คิดแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่กับตัวเอง

“ตั้งแต่วันนี้ภีมจะย้ายลงมานอนห้องข้างล่างที่อยู่ข้างพี่จักร ถ้ามีอะไรก็เรียกได้เลยนะ หรือถ้าไม่อยากตะโกนเรียกจะเขวี้ยงแก้วให้แตกก็ได้ ภีมจะรีบไปหา”

คนประเภทไหนกันจะเขวี้ยงแก้วเพื่อเรียกให้ไปหา...

แล้วคนประเภทไหนที่จะคิดวิธีนี้ออกมาได้...

ดูเหมือนคนช่างพูดจะยังไม่รู้สึกตัว ถึงได้ไม่คิดแก้ไข ยังคงพูดเป็นต่อยหอยเหมือนตัวเองเป็นคนพูดเก่งทั้งที่ดูแล้วไม่น่าเป็นแบบนั้นเลยสักนิด

“ตอนพี่จักรหลับภีมถือวิสาสะเช็ดตัวให้แล้ว ไม่ต้องกลัวว่าจะเหม็นนะ”

หาเรื่องคุยไปเรื่อย...

“...หรือยัง”

“พี่จักรว่าอะไรนะ” คนด้านหลังที่ดีใจเพราะอีกคนตอบโต้ด้วยหยุดมือที่กำลังเข็นรถกะทันหันแล้วรีบเดินดุ๊กๆ ไปอยู่ด้านหน้า เท่านั้นไม่พอ...เขายังอุตส่าห์นั่งยองๆ เพื่อให้เห็นหน้ากันได้ชัดอีกต่างหาก

“ถามว่า...”

“ครับ”

"เมื่อยปากหรือยัง”

“...”

คนที่เหมือนจะโดนด่าว่าพูดมากอ้อมๆ เกือบเผลอแสดงสีหน้าหงิกงอออกไปเมื่อโดนถามจังๆ เขาอยากจะกระชากคนบนรถวีลแชร์มาเขย่าๆ แล้วบอกให้รู้เหลือเกินว่าที่ต้องทำแบบนี้มันเพราะใคร

ก็เพราะอยากชวนคุยถึงยอมเมื่อยปากแบบนี้ไงเล่า!

แต่มีหรือที่คุณชายผู้เป็นถึงทายาทรังสิมันตุ์จะยอมโดนกวนอยู่ฝ่ายเดียว

“ก็ถ้าพี่เลิกเงียบจนน้ำลายหายบูดเมื่อไหร่ ภีมก็คงจะเมื่อยปากเมื่อนั้นแหละครับ”

คราวนี้ถึงทีจักรพรรดิขมวดคิ้วมุ่นบ้าง เขาทำท่าจะพูดอะไรต่อ แต่แล้วก็โดนภาพบางอย่างดึงความสนใจไปจนหมดสิ้น

ภาพสวนดอกไม้กว้างจนบรรจบกับแผ่นฟ้าอีกด้านทำให้เขาลืมสิ่งที่จะพูดไปเสียสนิท ความสวยงามของดอกไม้ที่พลิ้วไหวเบาๆ ไปตามสายลมคล้ายจะกะเทาะเปลือกของบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในใจให้แตกออกทีละน้อย

อา...ดูเหมือนตอนเด็กๆ เขาจะชอบอะไรแบบนี้มากทีเดียว

ทั้งลมเย็นๆ ที่คล้ายจะช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าที่สั่งสมมา และความสบายใจยามเห็นสีสันสดใสของสวนดอกไม้กว้างขวาง รวมถึง…

“พี่จักร” เจ้าของเสียงขยับกายเดินมาด้านข้างแล้วเรียกเขาด้วยความเป็นห่วง ทั้งดวงตาคู่สวยและริมฝีปากที่เม้มแน่นแสดงชัดถึงความกังวลโดยไม่ต้องคาดเดาว่าต้นเหตุเกิดจากใคร “เป็นอะไรหรือเปล่า”

จักรพรรดิหรี่ตาลงมองดวงตาที่เป็นประกายเจิดจ้ารับกับแสงของดวงอาทิตย์ที่อยู่ด้านหลังเจ้าตัว ภาพที่ปรากฏดูสวยงามเสียจนเขาไม่อาจละสายตา และโดยไม่รู้ตัว...ดวงตาที่เผลอแสดงความอ่อนโยนออกมาชั่วขณะนั้นได้ทำให้คนตาสวยหน้าร้อนวาบจนเกือบหันหน้าหนี แต่เพราะเสียดายบรรยากาศดีๆ และไม่อยากให้ความอ่อนโยนนั้นจางหายไป ภีมภัทรจึงทำได้เพียงกลั้นหายใจ คิดว่าจะปล่อยให้อีกคนมองอยู่อย่างนั้นโดยไม่พูดอะไรขึ้นมาอีก

เพียงแต่...

จะมองอีกนานไหมเนี่ย…หน้าจะไหม้แล้วนะ

“อะ...อีกไม่ไกลก็จะถึงแล้วครับ” เมื่อไม่อาจทนต่อสายตานั้นได้ เขาจึงจำต้องขยับกายโดยการรีบเดินกลับไปประจำตำแหน่ง ภีมภัทรถอนหายใจโล่งอก เขาใช้มือเดียวในการช่วยเข็นรถให้จักรพรรดิ เพราะมืออีกข้างต้องใช้กุมอกซ้ายของตัวเองเอาไว้ ราวกับกลัวว่าสิ่งที่อยู่ด้านในจะเต้นแรงจนทะลุออกมา

เป็นคนที่อันตรายจริงๆ…

ตลอดทางที่เหลือนั้นมีเพียงความเงียบ คนที่ถูกกล่าวหาว่าพูดมากเงียบกริบเหมือนโดนสาป ในขณะที่คนน้ำลายบูดเองก็ไม่คิดชวนคุยอยู่แล้ว บรรยากาศรอบกายของพวกเขาจึงมีเพียงความเงียบงัน กับสายลมจางๆ ที่คอยพัดเอากลิ่นดอกไม้เข้ามาใกล้

ทว่าแม้จะไม่มีใครพูดอะไร...แต่พวกเขาก็ไม่ได้มึนตึงใส่กันเหมือนช่วงแรกอีกต่อไปแล้ว

“เข้าเขตแล้วนะครับ…”

คำเตือนของคนด้านหลังทำให้จักรพรรดิที่กำลังเหม่อลอยได้สติกลับคืนมา เขาเงยหน้าขึ้นมองตรงไปด้านหน้า ก่อนดวงตาคมว่างเปล่าจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

ซุ้มดอกไม้เป็นทางยาวหลายซุ้มถูกประดับประดาไปด้วยดอกไม้หลากชนิด เพียงแค่มองก็สามารถรับรู้ได้ว่ามันถูกปลูกให้เลื้อยพันซุ้มเองตามธรรมชาติจนแทบมองไม่เห็นโครงด้านใน อีกทั้งบนพื้นที่ที่ควรมีเพียงหญ้าและทางเข้ากลับมีดอกไม้ร่วงหล่นลงมากระจายอยู่จนเต็มไปหมด

นั่นยังไม่นับรวมน้ำพุจำลองขนาดย่อมที่รออยู่ตรงปลายทางอีก...

“ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักรของภีมครับ”

อาณาจักร...

คำคำนั้นไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด เพราะทันทีที่เดินผ่านซุ้มดอกไม้เข้ามาข้างใน จักรพรรดิก็เข้าใจได้ในทันทีว่าทำไมเมื่อมองจากด้านนอก ที่แห่งนี้ถึงได้มีพุ่มดอกไม้สูงเกือบเท่าตัวคนล้อมไว้จนเหมือนเป็นเขตอะไรสักอย่าง

ที่แท้ก็เพื่อกั้นเป็นอาณาเขตของอาณาจักรเล็กๆ แห่งนี้นี่เอง...และนอกจากน้ำพุตรงกลางแล้ว เบื้องหลังยังมีตู้กระจกขนาดยักษ์ที่เต็มไปด้วยต้นไม้อยู่ในนั้นอีกต่างหาก

“พ่อสร้างที่นี่ให้ภีมตอนวันเกิดหลายปีก่อน” ภีมภัทรเงยหน้ามองป้ายชื่อเก่าๆ ที่ยังคงแขวนไว้ที่เดิมไม่เคยเปลี่ยน ‘เรือนกุหลาบ’ คือชื่อของมัน ดวงตาคมสวยเปล่งประกายแวววาวเมื่อนึกถึงช่วงเวลานั้น “พ่อเห็นภีมเศร้าก็เลยสร้างที่นี่ขึ้นมา”

“…”

“ตอนนั้นภีมร้องไห้ไม่หยุด แถมยังไม่ยอมกินข้าว งอแงจนพ่อขู่ว่าจะตีอยู่หลายรอบก็ยังไม่หาย” เขาเดินไปด้านหน้า สายตามองตรงเข้าไปด้านในเรือนกุหลาบโดยไม่ได้ขยายความต่อ ดูราวกับสติทั้งหมดถูกดูดหายไปจนเกลี้ยง

บางทีอาจเป็นเพราะ ณ สุดทางของที่แห่งนี้...มีของสิ่งหนึ่งที่แสนสำคัญตั้งอยู่

ของที่สำคัญ...จนเกือบจะเทียบเท่ากับคนด้านหลัง

“เศร้าเรื่องอะไร”

คนที่กำลังเหม่อหันขวับกลับมามองคนถามด้วยความแปลกใจ เขาไม่คาดคิดว่าจักรพรรดิจะสนใจเรื่องของเขาจนต้องถามต่อ และเมื่อได้สบตาคู่นั้น...ก็คล้ายกับหัวใจจะทำงานหนักขึ้นมาอีกรอบ

“เรื่อง...”

“…”

“เรื่อง...”

ภีมภัทรเม้มปากแน่น คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความหงุดหงิดกับท่าทีที่เหมือนสาวน้อยของตนเอง จนสุดท้ายเขาต้องถอนหายใจออกมาแรงๆ เพื่อตั้งสติ เมื่อคิดว่าพร้อมแล้วจึงสูดหายใจเข้าและมองสบตากับจักรพรรดิอีกครั้ง

จะปล่อยให้โอกาสในครั้งนี้เสียเปล่าไม่ได้เด็ดขาด...

“ตั้งแต่จำความได้ ในชีวิตของภีมก็มีแค่พ่อที่สำคัญที่สุด ส่วนแม่ทิ้งภีมไปตั้งแต่ภีมยังอายุไม่ถึงขวบ” เขายิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคนที่อยู่ตรงหน้ากำลังตั้งใจฟัง “ภีมไม่เคยเข้าใจว่าทำไมพ่อต้องทำงานหนักทั้งที่เป็นถึงเจ้าของไร่ ภีมเอาแต่คิดว่าพ่อไม่มีเวลาให้ภีมเลย พวกพี่เลี้ยงก็ตามใจจนเสียนิสัย ภีมกลายเป็นเด็กเห็นแก่ตัว นิสัยไม่ดีสุดๆ แย่ยิ่งกว่าพี่จักรตอนนี้อีก”

“นาย…” จักรพรรดิขมวดคิ้วเมื่อโดนด่าตรงๆ แต่นอกจากจะไม่ขอโทษแล้วคนตรงหน้ายังหัวเราะแล้วมองเมินไปเสียอีก

“แต่อยู่มาวันหนึ่งก็มีพี่ชายใจดีคนหนึ่งเข้ามาที่ไร่ พี่ชายอายุมากกว่าภีมนิดเดียว แต่กลับฉลาดเป็นกรด รู้เรื่องของพ่อดียิ่งกว่าภีมที่เป็นลูกเสียอีก พี่ชายบอกภีมว่าพ่อกำลังทำงานหนักเพื่อภีม ต่อไปถ้าอยากได้เพื่อนเล่นเขาจะมาหาเอง หลังจากนั้นภีมก็สนิทกับพี่ชายที่สุด เราทำหลายๆ อย่างด้วยกัน พี่ชายเป็นทั้งเพื่อนเล่นและเป็นทั้งครู...”

“…”

“แต่แล้วพี่ชายก็หายไป” คนพูดคลายรอยยิ้มแล้วหลับตาลง “เขาทำให้ภีมผูกพัน แล้วก็หายตัวไปโดยไม่บอกกล่าว”

“…”

“หายไป...และไม่ติดต่อมาอีกเลย"

เขาจำได้ดีราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน...ช่วงเวลาที่ใครคนนั้นหายไป มันเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะถล่มลงมาตรงหน้า

“ภีมไม่รู้ว่าความรู้สึกในตอนนั้นเรียกว่าอะไร แต่พอได้คิดทบทวนเมื่อโตมาแล้วถึงได้รู้...” เขาคุกเข่าลงตรงหน้ารถวีลแชร์ ก่อนดวงตาพราวระยับที่มีหยาดน้ำใสเอ่อคลอคู่นั้นจะจ้องมองอีกคนนิ่งงันราวต้องการถามหาคำตอบและอ้อนวอนอยู่ในที “ความรู้สึกที่ภีมมี...”

“…”

“พี่จักรว่า...มันใช่ความรักหรือเปล่า”

ไม่ต้องตอบหรอก...

“ในชีวิตของภีมเคยมีแค่พ่อที่สำคัญที่สุด”

ประโยคเดิมถูกพูดซ้ำอีกครั้ง...

“แต่ในวันที่คนคนนั้นหายไป ภีมถึงได้รู้ว่าตัวเองมีคนสำคัญเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน”

พี่ชายคนนั้น...

“ถ้าพ่อเปรียบเสมือนท้องฟ้า” ภีมภัทรใช้มือของตัวเองแตะลงที่ปลายเท้าขาวซีดซึ่งวางอยู่บนรถวีลแชร์

“…”

“งั้นพี่...ก็คือโลกทั้งใบ”




—————————



TALK: ไม่มีเวลาเลยจริงๆนะ ฮือ ช่วงนี้จะหายๆหน่อยนะคะ  แต่เมษาเราจะกลับมาพร้อมความยิ่งใหญ่!!
อย่าเพิ่งทิ้งกันเด้อ


ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3095
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[3]==[P.2]== [03/02/61]
«ตอบ #42 เมื่อ03-02-2018 22:04:51 »

นี่คือฉากบอกรักใช่ไหม? อิอิ

ออฟไลน์ เพียงเพื่อน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 175
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[3]==[P.2]== [03/02/61]
«ตอบ #43 เมื่อ03-02-2018 22:09:39 »

อะไรยังไงน้ออ สงสารภีมจัง

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-8
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[3]==[P.2]== [03/02/61]
«ตอบ #44 เมื่อ03-02-2018 22:57:02 »

ในที่สุดก็เล่าให้ฟังจนได้สินะน้องภีม พี่จักรจะว่ายังไงล่ะนั่น

ออฟไลน์ kanj1005

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 224
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-1
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[3]==[P.2]== [03/02/61]
«ตอบ #45 เมื่อ03-02-2018 23:25:38 »

มาอีกที  เมษาเลยเหรอ    :mew2:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[3]==[P.2]== [03/02/61]
«ตอบ #46 เมื่อ04-02-2018 05:06:42 »

น้องบอกรักแล้วนะ พี่จะว่าไงบ้างเอย  :hao3:

ออฟไลน์ เก้าแต้ม

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1290
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-3
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[3]==[P.2]== [03/02/61]
«ตอบ #47 เมื่อ04-02-2018 12:16:42 »

พี่จักรจะเปิดใจไหมน๊า

ออฟไลน์ EoBen

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3306
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +150/-6
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[3]==[P.2]== [03/02/61]
«ตอบ #48 เมื่อ05-02-2018 17:12:45 »

แล้วพี่จักรจะนึกออกไหม เกริ่นมาขนาดนี้แล้วเนี่ย

ออฟไลน์ PKT

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 183
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[3]==[P.2]== [03/02/61]
«ตอบ #49 เมื่อ05-02-2018 18:12:13 »

โอ้ยยย  โลกทั้งใบเลยนะะ จักรพรรดิ
เราจะรออออออ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[3]==[P.2]== [03/02/61]
« ตอบ #49 เมื่อ: 05-02-2018 18:12:13 »





ออฟไลน์ whistle

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 766
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-4
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[3]==[P.2]== [03/02/61]
«ตอบ #50 เมื่อ06-02-2018 00:38:20 »

รอพี่จักรนึกถึงความทรงจำที่มีน้องภีมออก..........

ออฟไลน์ mpalism31

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 54
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[3]==[P.2]== [03/02/61]
«ตอบ #51 เมื่อ13-02-2018 23:40:11 »

มาพร้อมกับการเปิดพรีรึเปล่าคะ 55555555555555555 ติดตามนิยายทุกเรื่องนะคะ   :impress2:

ออฟไลน์ NC Wanted

  • NC Wanted
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 43
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[3]==[P.2]== [03/02/61]
«ตอบ #52 เมื่อ14-02-2018 11:25:23 »

 :oo1:

ออฟไลน์ CHESS.

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 212
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +228/-2
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[3]==[P.2]== [03/02/61]
«ตอบ #53 เมื่อ02-03-2018 20:42:17 »

-4-


ในฐานะทายาทรังสิมันตุ์ วันนี้ภีมภัทรจำเป็นต้องไปดูงานที่รีสอร์ทแทนพ่อตัวเองที่ต้องไปดูพันธุ์ดอกไม้นำเข้าซึ่งถูกส่งมากะทันหัน หลังจากหลีกเลี่ยงมานานหลายปี สุดท้ายแล้วก็หนีไม่พ้นหน้าที่ที่เขาไม่ได้ชอบนัก และดูเหมือนวิบูลย์จะดักทางไว้หมดแล้วเสียด้วย ถึงได้หนีไปดูพันธุ์ดอกไม้ที่ว่าตั้งแต่เมื่อวานโดยทิ้งคำสั่งไว้ว่าจะให้เลขามาช่วยสอนงานเขาแทน ราวกับรู้ว่าถ้ารอถึงเช้าภีมภัทรคงขอสนับหน้าที่แน่ๆ ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่เขาคิดไว้จริงๆ

“สวัสดีครับอานพ” ภีมภัทรยกมือไหว้ชายสูงวัยที่เพิ่งเดินเข้ามาในบ้านด้วยความเคารพเสมือนอีกฝ่ายเป็นญาติผู้ใหญ่อีกคน

“สวัสดีครับคุณภีม” นพวัฒน์ส่งยิ้มสุภาพแกมเอ็นดูกลับไปให้ก่อนจะรีบยกมือรับไหว้ เขาเห็นลูกชายของเจ้านายมาตั้งแต่เด็ก ถึงอย่างนั้นก็ยังให้ความเคารพอีกฝ่ายอยู่เสมอ  “คุณภีมทราบเรื่องงานวันนี้แล้วใช่ไหมครับ”

“ทราบแล้วครับ” ภีมภัทรถอนหายใจ ถึงวิบูลย์จะให้อิสระในการใช้ชีวิตกับเขาขนาดไหน แต่ใจเขารู้ดีว่าพ่อก็คงอยากให้ช่วยงานในบ้านอยู่เหมือนกัน โชคดีที่ภีมภัทรชอบดอกไม้ ถึงจะไม่ได้ชอบการบริหารจัดการงานมากนักแต่ก็ยังดีที่เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ชอบอยู่บ้าง ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจว่าเมื่อถึงเวลาจะทำตามหน้าที่ให้ดีที่สุด เพียงแต่เขาไม่คิดว่ามันจะไวขนาดนี้เท่านั้นเอง

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ท่านยังให้อิสระคุณภีมแน่ๆ เพียงแต่อยากให้คุณไปดูความเปลี่ยนแปลงของรีสอร์ทบ้างก็เท่านั้นเอง” คำพูดปลอบใจของนพวัฒน์ดูจะได้ผลอยู่ไม่น้อย ภีมภัทรถึงได้แอบถอนหายใจแล้วกลับไปวางมาดเหมือนคุณชายเช่นเดิม

“ถ้าอย่างนั้นรบกวนอานพรอสักครู่นะครับ”

“ครับ”

ร่างโปร่งรีบเดินไปยังปีกซ้ายของบ้านและตรงเข้าไปในห้องนอนที่ถูกย้ายมาอยู่ชั้นล่างของตน เขาคว้าข้าวของจำเป็นสองสามอย่างที่เตรียมไว้แล้วติดตัวมาด้วย ก่อนจะแอบเปิดประตูเข้าไปในห้องที่อยู่ติดกันอย่างเงียบเชียบ

“พี่จักร...” ดวงตาคู่สวยฉายแววเจ็บปวดเมื่อเห็นใบหน้าที่ดูทรมานแม้ยามหลับของคนที่นอนอยู่บนเตียง จักรพรรดิในตอนที่ไม่มีทิฐิหรือสิ่งใดบดบังดูอ่อนแอจนน่าใจหาย

ภีมภัทรวางข้าวของทั้งหมดลงบนโต๊ะโดยระวังไม่ให้มีเสียงดังรบกวนคนหลับ ก่อนเขาจะนั่งลงด้านข้างช้าๆ มือเรียวขาวแตะเบาๆ บนแก้มซูบตอบของคนป่วย ใจนึกภาวนาขอให้พี่จักรกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมไวๆ

เขารู้เรื่องที่ต้องไปดูงานที่รีสอร์ทแทนวิบูลย์ตั้งแต่เมื่อวานเพราะนพวัฒน์โทรมาบอก หลังจากช่วยพาจักรพรรดิเข้าไปในห้องน้ำเพื่อให้อีกฝ่ายจัดการตัวเองเสร็จแล้วเขาจึงบอกเรื่องที่วันนี้จะไม่อยู่ตอนช่วงเช้าให้รู้ โดยไม่ลืมบอกว่าจะให้แม่บ้านเข้ามาช่วยดูแลเรื่องอาหารให้แทน จักรพรรดิในตอนนั้นไม่ตอบรับสักคำ ทั้งยังทำท่าทางเหมือนคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา เห็นแล้วเขาก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ที่พูดเรื่องพวกนั้นออกไป

แต่ก็แค่รู้สึกผิดที่ทำให้จักรพรรดิคิดมาก...ไม่ได้เสียใจเลยแม้แต่น้อยที่พูดออกไป

ภีมภัทรไม่ได้คาดหวังกับคำตอบตั้งแต่แรก เขาเพียงอยากบอกให้รู้ว่าอีกฝ่ายสำคัญสำหรับเขามากขนาดไหน...ขอแค่ให้รับรู้ไว้เพียงเท่านั้นก็พอแล้ว

“ภีมจะรีบกลับ” เจ้าของเสียงกระซิบแผ่วเบาแล้วแตะมือผอมเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะขยับกายลุกขึ้นยืนพลางหยิบของที่ถือมาจัดวางให้เข้าที่ตามแผนที่คิดไว้ หลังจากดึงผ้าห่มห่มให้คนบนเตียงเรียบร้อยแล้วจึงหมุนตัวเดินออกจากห้องไป และนั่นเป็นเวลาเดียวกันกับที่แม่บ้านกำลังทำท่าจะเคาะประตูห้องของจักรพรรดิพอดี

“ป้าน้อยมีอะไรหรือเปล่าครับ ยังไม่แปดโมงเลย”

“เห็นคุณภีมบอกว่าคุณจักรพรรดิเธอตื่นไม่ค่อยเป็นเวลา ป้าเลยมาดูเผื่อถ้าตื่นแล้วจะได้ไปยกข้าวเช้ามาให้ค่ะ” น้อยแอบยิ้มเมื่อเห็นว่าคุณหนูของเธอเพิ่งออกมาจากห้องของใคร เมื่อวานก็ย้ำหนักย้ำหนาให้ช่วยดูแลจักรพรรดิแทนตอนที่เขาไม่อยู่ แต่ไม่คิดว่าแม้แต่ก่อนไปทำงานจะยังมาหาแบบนี้อีก

“พี่จักรยังไม่ตื่นเลยครับ ภีมว่าอีกสักชั่วโมงสองชั่วโมงค่อยมาดูดีกว่า”

“ได้ค่ะ เดี๋ยวป้ามาดูใหม่” น้อยพยักหน้ารับ เธอยืนรอจนคุณหนูทำท่าจะเดินจากไป แต่เมื่อเห็นแผ่นหลังที่ดูกว้างขึ้นกว่าตอนเด็กหลายเท่าแล้วก็อดพูดสิ่งที่รู้สึกออกมาไม่ได้ “คุณภีมเป็นห่วงคุณจักรพรรดิมากเลยนะคะ เห็นแล้วอดนึกถึงเมื่อก่อนไม่ได้”

ภีมภัทรหันขวับกลับมามองด้วยสีหน้าตกใจ ถึงแม้ไม่แปลกใจที่พ่อตัวเองจำจักรพรรดิได้ แต่ไม่คิดว่าแม้แต่ป้าน้อยซึ่งเป็นแม่บ้านก็จำได้เช่นกัน

“ป้าน้อยจำพี่จักรได้ด้วยเหรอครับ”

“จำได้สิคะ จะจำไม่ได้ได้ยังไงกัน มีแค่คุณจักรพรรดิเท่านั้นล่ะที่ทำให้คุณหนูของป้าตามติดเป็นตังเมได้ขนาดนั้น” เธอหัวเราะคิกคัก “ตอนเด็กๆ คุณภีมชอบหายไปจนใครก็หาไม่เจอ มีแค่คุณจักรพรรดิคนเดียวที่หาเจอ สุดท้ายทุกคนก็จะเห็นเขาให้คุณภีมขี่หลังกลับบ้านทุกที”

“งั้นเหรอครับ...” ภีมภัทรยิ้มเศร้า ยิ่งนึกถึงภาพเก่าๆ เหล่านั้นก็ยิ่งปวดหัวใจ “แต่พี่จักรจำภีมไม่ได้เลย”

“โธ่ คุณภีมของป้า” แม่บ้านสูงอายุคลายรอยยิ้ม เธอเดินเข้าไปจับมือคุณหนูตัวน้อยของตนไว้แน่น ที่แท้ที่อีกคนทำหน้าเศร้าอยู่บ่อยๆ ก็เพราะแบบนี้นี่เอง “คุณจักรพรรดิบอกเองหรือคะว่าจำคุณภีมไม่ได้”

“เขาจำได้ว่าเคยรู้จักครับ แต่จำความทรงจำที่เคยมีร่วมกันไม่ได้เลย”

ก็เพราะว่าไม่สำคัญ…

น้อยมองใบหน้าเศร้าหมองนิ่งงันด้วยความสงสารจับใจ เธอเข้าใจดีกว่าความเจ็บปวดของภีมภัทรมีมากมายขนาดไหน ภาพของเด็กชายตัวน้อยที่ร้องไห้เพราะพี่จักรของตัวเองไม่ยอมมาหายังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำของใครหลายๆ คนที่นี่ คุณหนูของเธอร้องไห้จนไม่สบาย เพ้อหาพี่ชายใจดีทุกวี่วัน กว่าจะดีขึ้นก็ใช้เวลานานหลายเดือน แม้แต่เธอยังรู้สึกโกรธคุณจักรพรรดิอยู่หน่อยๆ เสียด้วยซ้ำ แต่แล้วเมื่อได้รับรู้เรื่องราวของเขาผ่านเจ้านาย ความโกรธนั้นก็กลายเป็นความเห็นใจ

เด็กทั้งสองคนนี้ล้วนน่าสงสาร...พวกเขาผ่านความเจ็บปวดมามากมายเหลือเกิน

“คุณภีม ป้าขอพูดอะไรหน่อยนะคะ” ฝ่ามือแห้งกร้านยกขึ้นลูบไหล่ผอมเบาๆ ราวต้องการปลอบประโลม ดวงตาอ่อนโยนของผู้ผ่านโลกมามากกว่าทำให้ภีมภัทรต้องพยักหน้าและนิ่งฟัง “ตอนยังเด็กคุณภีมจำได้ไหมคะว่าตัวเองเคยไม่สบายจนร้องเรียกหาแต่คุณจักรพรรดิ พอคุณเขามาก็เอาแต่กอดไว้แน่นไม่ยอมปล่อย”

“ภีม…” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว พยายามค้นหาความทรงจำเหล่านั้น แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

“แล้วคุณภีมจำได้ไหมคะว่าตัวเองเคยวิ่งไปที่สระบัวเพราะอยากเอาดอกบัวไปให้คุณจักรพรรดิ แต่เพราะว่ายน้ำไม่เป็นเลยงอแงจนคุณเขาต้องโดดลงสระไปเก็บให้แทน”

“อันนั้นภีมจำได้” คนจำได้ยิ้มสดใส ยังจำได้ดีว่าเขาในตอนนั้นร้องไห้หนักขนาดไหนยามเห็นจักรพรรดิเปียกปอนไปหมดเพราะตัวเอง

“แล้วจำได้ไหมคะว่าเคยอ้อนขอให้คุณจักรพรรดิมาอาศัยอยู่ด้วยกัน”

“ภีมเคยทำแบบนั้นด้วยเหรอครับ” เขาทำตาโต รู้สึกอับอายจนอยากจะเอาหัวโขกกำแพงเสียให้รู้แล้วรู้รอด ดีที่ยังรักษามาดที่เหลืออยู่น้อยนิดไว้ได้

“สิ่งที่ป้าอยากบอกก็คือเรื่องนี้ค่ะ” น้อยอมยิ้มเมื่อเห็นหน้าแดงๆ ของคนขี้อาย เธอมองคุณหนูด้วยสายตาปรานีเหมือนเวลาที่ญาติผู้ใหญ่ต้องการสั่งสอนลูกหลานตัวเอง “ความทรงจำของคนเรามีไม่เท่ากัน บางเรื่องคุณภีมจำได้ บางเรื่องอาจจำไม่ได้ มันเป็นเรื่องปกติของคนทุกคน ยิ่งระยะเวลาผ่านไปนานแค่ไหนเรื่องเก่าๆ ที่ไม่ได้เอามาทบทวนบ่อยๆ ก็จะยิ่งจางหายไปตามกาลเวลา สิ่งที่คุณภีมจำได้ มันคือสิ่งที่คุณภีมทบทวนและนึกถึงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เพราะงั้นถึงจำได้ดีใช่ไหมล่ะคะ”

“…”

ใช่แล้ว...เขานึกถึงอยู่ตลอดทุกวันตั้งแต่จักรพรรดิหายไป

“คุณภีมเองก็รู้ใช่ไหมคะว่าคุณจักรพรรดิเธอเปลี่ยนไปขนาดไหน ป้าไม่เชื่อหรอกว่าคนอ่อนโยนอย่างคุณเขาจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เพราะตัวเอง ป้าเคยบอกคุณภีมอยู่เสมอว่าสภาพแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญ จำได้หรือเปล่าคะ”

“ครับ ภีมจำได้”

“ป้าไม่รู้ว่าคุณเขาไปเจออะไรมา แต่ป้าคิดว่าคุณภีมน่าจะรู้นะคะ เพราะงั้นอย่าไปน้อยใจเรื่องจำอะไรได้หรือไม่ได้เลยนะ”

“…”

“ในช่วงเวลาที่คุณภีมกำลังมีความสุข บางทีคุณเขาอาจจะร้องไห้อยู่คนเดียวก็ได้”

คำพูดนี้ราวกับจะบาดลึกไปถึงจิตใจของผู้ฟัง ภีมภัทรเบิกตากว้าง หยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอดวงตาทั้งสองข้าง

“ภีม...ภีมไม่รู้เลย”

ไม่รู้ว่าพี่จักรเจออะไรมาบ้างถึงเปลี่ยนไปขนาดนั้น...

ไม่รู้ว่าพี่จักรต้องเจ็บปวดขนาดไหนที่ต้องอยู่คนเดียว...

ไม่รู้...เพราะเอาแต่สนใจความรู้สึกของตัวเอง

“คุณภีม...” เสียงเรียกด้วยความเป็นห่วงทำให้คนที่เกือบร้องไห้รู้สึกตัว ภีมภัทรยกแขนเช็ดหยาดน้ำตาที่ยังไม่ได้ไหลออกมาจนหมด ก่อนเขาจะยิ้มบางให้คนมองสบายใจ

“ภีมไม่เป็นไรครับ”

“อย่าห่วงเลยนะคะ ความทรงจำเราสร้างขึ้นมาใหม่ได้เสมอ”

“ขอบคุณนะครับป้าน้อย” ภีมภัทรสวมกอดหญิงสูงวัยไว้แน่น ถ้าป้าน้อยไม่ได้มองออกว่าเขารู้สึกยังไง เขาคงไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่าตัวเองลืมอะไรไปบ้าง

“คุณภีมเชื่อป้านะคะ ต่อให้คุณเขาจำไม่ได้ แต่ความรู้สึกที่เคยมีต่อกัน...ป้าเชื่อว่ามันไม่เคยหายไปไหน” เธอลูบแผ่นหลังกว้างเป็นการปลอบประโลม ก่อนจะผละออกเพื่อช่วยจัดเสื้อผ้ายุ่งเหยิงของภีมภัทรให้เข้าที่ “รีบไปเถอะค่ะ คุณนพรอแย่แล้ว”

“ครับป้า ภีมจะรีบกลับนะครับ”

น้อยเพียงยิ้มตอบขณะที่มองส่งคุณหนูของเธอไปจนลับสายตา

เมื่อกลับไปถึงห้องรับแขกภีมภัทรก็พบว่านพวัฒน์นั่งรออยู่ก่อนแล้ว ชายสูงวัยยิ้มบางก่อนตั้งท่าจะหยิบเอกสารออกมาจากกระเป๋า ติดที่ว่าคนเด็กกว่ายกมือห้ามไว้เสียก่อน

“เราไปคุยกับบนรถเถอะครับอานพ จะได้ไม่เสียเวลา”

“ได้ครับ” นพวัฒน์รับคำก่อนจะเดินตามเจ้าของร่างสูงโปร่งออกไปด้านนอกโดยไม่คิดขัด

บรรยากาศบนรถไม่ได้เคร่งเครียดมากนักแม้ว่าเรื่องที่เอามาพูดคุยกันส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องงาน ภีมภัทรตั้งใจอ่านเอกสาร ในขณะที่หูก็รับฟังสิ่งที่เลขาของพ่อพูดไปด้วย เมื่อเกิดข้อสงสัยเขาก็จะถามทันทีเพราะไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาด แต่ดูเหมือนสิ่งที่เป็นปัญหาและทำให้เขาสงสัยได้ไม่รู้จบจะมีมากมายเสียเหลือเกิน

“เราจะมั่นใจได้ยังไงครับว่ารีพอร์ทของเมเนเจอร์ที่ให้มามันจะครบถ้วนทุกประการ”

“เรื่องนั้นเรามีคนสอดส่องอยู่ตลอดเวลาครับ แม้เมเนเจอร์จะเป็นตำแหน่งใหญ่ แต่พนักงานทุกคนล้วนมีสิทธิ์เท่าเทียมในการฟ้องร้องหรือแจ้งข้อมูลกับผมหรือท่านโดยตรง”

“หมายความว่าถ้าพวกเขาทำงานเป็นทีม เราก็จะไม่มีทางรู้ใช่ไหมครับ” ภีมภัทรถามทั้งที่ยังก้มหน้า

“เรื่องนั้นย่อมไม่เกิดขึ้นครับ ในทุกแผนกมีคนของเราที่ท่านฝึกมาด้วยตัวเอง พวกเขาเหล่านั้นไม่มีวันทรยศ” นพวัฒน์ตอบด้วยความมั่นใจ

“เข้าใจแล้วครับ ขอโทษด้วยที่สงสัยเรื่องการทำงานภายในองค์กรที่พวกอานพสร้างมานาน”

“ผมเข้าใจครับ”

จริงๆ แล้วนพวัฒน์รู้เรื่องนิสัยของภีมภัทรอยู่ก่อนแล้วเพราะเห็นมาตั้งแต่เด็ก แม้จะเป็นคนเก่งแต่ภีมภัทรก็มีข้อเสียที่วิบูลย์ เจ้านายของเขามักจะพูดถึงอยู่เสมอ

ภีมภัทรไม่ไว้ใจใคร...

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเพื่อน คนใกล้ชิด หรือแม้แต่เรื่องของการทำงาน มีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่คนคนนี้ไว้ใจและสามารถวางงานให้ได้โดยไม่ต้องมากังวลในภายหลัง ซึ่งมันเป็นทั้งข้อเสียและข้อดี ข้อดีคือความรอบคอบ ส่วนข้อเสียคือตัวเองจะเหนื่อยมากเกินไป เพราะอะไรๆ ก็คิดว่าต้องจัดการเองไปเสียหมด และเขาเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะช่วยแก้นิสัยนั้นให้หลานชายได้ยังไง

แต่ตอนนี้ช่างมันก่อนเถอะ เพราะเรื่องที่สำคัญกว่านั้นคือ...

“คุณภีมเจอทางออกแล้วหรือครับ”

“ทางออก?” ภีมภัทรเงยหน้ามองคนด้านข้างด้วยความงุนงง

“ผมเห็นตอนแรกคุณดูไม่สบายใจ เหมือนกับเจอทางตัน แต่พอกลับออกมาอีกทีบรรยากาศเปลี่ยนไปราวกับคนละคน ท่าทางจะพบทางออกแล้วสินะครับ”

“ผม...ดูออกชัดเจนขนาดนั้นเลยเหรอครับ” คนพูดยกมือลูบหน้าตัวเองเบาๆ ทั้งรอยยิ้ม

“ครับ ชัดเจนมากเลย”

“ก็...คิดว่าเจอทางออกแล้วล่ะครับ แต่ไม่รู้คนอีกฝั่งเขาจะยอมเปิดประตูให้หรือเปล่า”

ถ้าเปิดให้ก็คงจะดีใจที่สุดในชีวิต แต่ถ้าไม่เปิดให้...

ถึงตอนนั้นคงต้องเก็บเศษใจที่แหลกละเอียดมาไว้ในมือ...

จากนั้นก็กลับไปนั่งประกอบมันใหม่ให้กลับไปเป็นเหมือนเดิม...

แล้วค่อยไปเคาะประตูอีกครั้ง...












‘ถ้าพ่อเปรียบเสมือนท้องฟ้า...งั้นพี่ก็คือโลกทั้งใบ’

จักรพรรดิไม่ใช่คนโง่...

เขารู้ดีว่าคนที่ภีมภัทรพูดออกมาหมายถึงใคร

เพียงแต่เขาไม่คาดคิด...ไม่คาดคิดว่าตัวเองจะกลายเป็นโลกทั้งใบให้ใครได้

หากเป็นจักรพรรดิในยามปกติ เขาคงขมวดคิ้ว มองดูคนพูดด้วยสายตาเหยียดหยาม และคิดว่าเรื่องที่อีกฝ่ายพูดออกมาเป็นเรื่องไร้สาระ แต่เมื่อคิดว่าหากพูดออกไปแล้วหยาดน้ำใสที่กำลังเอ่อคลอในดวงตาคู่สวยนั่นจะไหลลงมา หัวใจพลันเต้นผิดจังหวะไปครู่หนึ่ง สุดท้ายความสับสนก็เล่นงานจนสติไม่อยู่กับตัว

เขาจำได้ว่าตัวเองอ้าปากคล้ายจะพูดบางอย่าง...บางอย่างที่ไม่ได้ถูกสั่งการมาจากสมอง แต่ส่งตรงมาจากหัวใจ อีกเพียงแค่เสี้ยววินาที คำที่ไม่ได้กลั่นกลองก็จะหลุดออกไปตามความรู้สึกชั่ววูบ คงต้องขอบคุณคนงานของไร่ที่เดินเข้ามาขัดจังหวะพอดี ทำให้คนที่ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ผุดลุกขึ้นยืนแล้วรีบเดินเข้าไปหาจนไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติ

‘ขอโทษ’

ขอโทษเรื่องอะไรกัน...ทำไมต้องขอโทษด้วย ขืนพูดออกไป คงหาเหตุผลพูดต่อไม่ได้แน่ เพราะแม้แต่ตัวเขาเองยังไม่รู้เลยว่าจะขอโทษทำไม

คิดหาคำตอบมาตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้ก็ยังตอบตัวเองไม่ได้...

กายสูงขยับพิงหัวเตียงโดยใช้แขนทั้งสองข้างช่วยด้วยความเคยชิน กระบอกตาทั้งสองข้างปวดตุบจนต้องหลับลงช้าๆ สาเหตุคงเป็นเพราะเมื่อคืนนอนน้อยไปหน่อย ร่างกายที่อ่อนแออยู่แล้วจึงออกอาการเช่นนี้ เขายกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ จนเมื่ออาการปวดเริ่มทุเลาเลยคิดจะลุกขึ้นเพื่อไปหาน้ำดื่ม หากขาที่ไม่ขยับตามคำสั่งกลับทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก

ลืมตัวอีกแล้ว...

ใครจะไปชินได้กัน

ดวงตาคมกริบทอประกายดุร้าย มือผอมกำแน่นจนมองเห็นเส้นเลือดปูดโปน ก่อนมือที่กำไว้ข้างหนึ่งจะยกขึ้นสูง หวังจะทุบลงบนขาที่ไร้ความรู้สึกเพื่อระบายอารมณ์ขุ่นมัวในใจ แต่แล้วก็มีอันต้องชะงักเมื่อพบว่าขาทั้งสองข้างของตัวเองมีอะไรบางอย่างแปะอยู่บนนั้น

กระดาษโพสต์อิทสีชมพู...

จักรพรรดิขมวดคิ้ว เขาดึงกระดาษทั้งสองแผ่นนั้นมาดู สายตาเพ่งมองตัวอักษรเป็นระเบียบบนกระดาษด้วยความไม่เข้าใจ

‘หนูแค่ยังไม่แข็งแรง อย่าทำร้ายหนูน้า’

คล้ายมุมปากผู้อ่านจะกระตุกน้อยๆ ไม่รู้ว่าคนเขียนมองเห็นอนาคตหรือไง ถึงดักทางเขาได้ถูกขนาดนี้

จักรพรรดิหันไปมองกระดาษอีกใบ บนนั้นมีเพียงรูปลูกศรที่ชี้ไปด้านข้าง เขาหันหน้าไปตามลูกศร ก่อนจะพบว่าบนโต๊ะข้างเตียงมีแก้วน้ำแก้วหนึ่งวางอยู่เหมือนเช่นทุกวัน ทว่า...

“กุหลาบ...”

มือซีดเซียวซึ่งเกือบจะทำร้ายตนเองไปเมื่อครู่ยื่นไปหยิบดอกกุหลาบสีขาวข้างแก้วน้ำมามองใกล้ๆ จักรพรรดิเพ่งมองมันอยู่นาน นานพอจะเห็นว่าหนามแหลมซึ่งควรจะมีนั้นถูกตัดออกไปอย่างตั้งใจจนแทบมองไม่เห็นรอย

ที่บอกว่าต่อไปนี้เขาจะไม่ทำแก้วแตกอีก ที่แท้ก็ใช้วิธีนี้...

“ปัญญาอ่อน”

ปากบอกว่าปัญญาอ่อน...หากรอยยิ้มกลับผุดขึ้นมาโดยตั้งใจ

เจ้าของร่างสูงหันไปมองรถวีลแชร์ซึ่งจอดอยู่ติดเตียง ดวงตาคมทอประกายครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จนท้ายที่สุดแล้วเขาก็ตัดสินใจขยับตัวตั้งตรง แขนสองข้างวางลงบนเตียงเพื่อใช้รองรับน้ำหนัก ก่อนเจ้าตัวจะเทแรงทั้งหมดลงไปที่แขนเพื่อลากท่อนร่างอันไร้ความรู้สึกให้ขยับตามไปด้วย

ทุกอย่างเป็นไปอย่างยากลำบากเนื่องจากจักรพรรดิไม่เคยตั้งใจทำแบบนี้ด้วยตัวเองมาก่อน แม้จะใช้เวลาไม่นาน แต่การต้องใช้แรงทั้งหมดไปกับการขยับตัวทำให้มีเหงื่อผุดอยู่เต็มใบหน้าซีดเซียว และในเสี้ยววินาทีที่มือนั้นเอื้อมไปจับพนักวางแขนของรถวีลแชร์ด้วยความเกร็งจนรถเลื่อนไปด้านหลัง...

ตึง!

ร่างกายสูงใหญ่พลันหล่นลงจากเตียงจนเกิดเป็นเสียงกระแทกพื้นดังกึกก้อง...

ความรู้สึกเจ็บของแขนทั้งสองข้างที่รับน้ำหนักตัวไว้เทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกหนักอึ้งในใจตอนนี้ จักรพรรดิกัดฟันแน่น อารมณ์หลายอย่างในใจตีรวนจนเขาอยากจะระบายมันออกมา และการระบายนั้นก็คงหนีไม่พ้นการทำให้ตัวเองเจ็บอย่างเคย แต่ก่อนที่จะได้ทำเช่นนั้น...

“พี่จักร!” เสียงร้องเรียกด้วยความตกใจแบบที่จักรพรรดิไม่เคยได้ยินมาก่อนดึงดูดความสนใจของเขาได้จนหมด

ร่างโปร่งของคนที่บอกว่าจะกลับมาตอนบ่ายพุ่งเข้ามาหาพร้อมใบหน้าที่ดูราวกับจะร้องไห้ ภีมภัทรทรุดตัวลงข้างๆ ก่อนจะช่วงพยุงเขาให้นั่งลงบนเตียงทั้งที่มือตัวเองยังสั่น

“เจ็บมากไหม” คนขี้ห่วงคว้าแขนข้างหนึ่งของคนเจ็บขึ้นดูอย่างรวดเร็วโดยไม่ขออนุญาต โชคดีที่การกระแทกครั้งนี้จักรพรรดิเอาแขนลงรับน้ำหนักไว้จนหมด แผลที่พบจึงมีเพียงรอยแดงเป็นทางยาวบริเวณท้องแขนเท่านั้น

“ไม่”

“ไม่เจ็บก็ดีแล้ว” ภีมภัทรถอนหายใจยาว ก่อนทำท่าจะลุกขึ้นยืน “พี่จักรรอตรงนี้ก่อน ภีมจะไปเอายามาทาให้”

“ไม่ต้อง”

“แต่ว่า...”

จักรพรรดิตัดบทด้วยการดึงแขนอีกคนให้นั่งลงด้านข้างตามเดิม เท่านั้นไม่พอ...สายตาคมยังกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าจนคนโดนมองตัวเกร็ง เผลอเม้มปากมองแขนตัวเองที่ยังโดนจับไว้จนหน้าแดงหูแดงไปหมด

“ทำไมกลับมาไว”

“วันนี้ภีมแค่ไปดูบรรยากาศคร่าวๆ แล้วก็คุยกับผู้จัดการนิดหน่อย ไม่ได้ทำอะไรมากมายอยู่แล้ว พอเสร็จแล้วก็รีบกลับมาเลย”

อีกอย่างก็เพราะเป็นห่วง...

“อืม”

“…”

“…”

“เอ่อ...”

จะเงียบก็เงียบ แต่ไม่ต้องจ้องได้ไหมเล่า หน้าจะไหม้อยู่แล้ว!

“ภีม…” เสียงเรียกแผ่วเบาคล้ายไม่มั่นใจทำให้ภีมภัทรลืมอาย เขารีบเงยหน้ามองคนพูดด้วยความตกใจ ถึงแม้เสียงนั้นจะไม่ได้อ่อนโยนนัก แต่กลับทำให้ใจเต้นแรงจนปวดไปหมด

“ครับ”

“ไม่เสียใจหรือไง”

“เสียใจ?”

“ที่ฉันจำไม่ได้” แววตาว่างเปล่าทอประกายประหลาดราวกับจะรู้สึกผิดอยู่ในที

“ถ้าบอกว่าไม่เสียใจเลยก็คงโกหก” เขาตอบหลังจากใช้เวลาปรับอารมณ์อยู่เพียงชั่วครู่ ดวงตาคู่สวยมองสบดวงตาคมด้วยความอ่อนโยน “แต่ภีมเข้าใจดีว่าอะไรเป็นอะไร ภีมเองก็มีเพื่อนที่จำได้แค่ชื่อ แต่จำสิ่งที่เคยทำร่วมกันไม่ได้เหมือนกัน ภีมรู้ว่าคนคนนั้นเป็นเพื่อนสนิท แต่นอกจากเป็นเพื่อนสนิทแล้วก็จำไม่ได้เลยว่าเคยก่อวีรกรรมอะไรด้วยกันเอาไว้บ้าง กลับกลายเป็นพ่อเสียอีกที่เอามาเล่าให้ฟังจนภีมนึกออกนิดๆ หน่อยๆ”

คงต้องขอบคุณป้าน้อยที่ช่วยเตือนสติจนเขาคิดได้ แต่จะให้ยกตัวอย่างด้วยเรื่องเดียวกันกับตอนนั้นก็แลดูน่าอายเกินไปหน่อย

“บางครั้งโชคชะตาก็เล่นตลก ภีมเคยน้อยใจ คิดว่าภีมไม่สำคัญเลยสำหรับพี่จักร พี่จักรถึงจำไม่ได้” ภีมภัทรยิ้มบาง ก่อนจะก้มหน้าลงซ่อนความเจ็บปวดในใจ ความคิดของเขาในเวลานั้น ถ้าพี่จักรจำได้และมารับรู้ทีหลังคงจะเสียใจแน่ๆ เพราะไม่ใช่แค่คิดไปคนเดียว แต่เขากลับเอาความรู้สึกของตัวเองมาตัดสินใครอีกคนด้วย “...แต่พอได้เจอพี่จักร ได้สัมผัสว่าพี่มีความเจ็บปวดซ่อนอยู่มากขนาดไหน ภีมถึงได้รู้ว่าเรื่องที่ภีมน้อยใจมันไร้สาระเอามากๆ ทำไมภีมถึงเอาแต่มองเรื่องของตัวเองจนไม่พยายามเพื่อพี่จักรเสียที”

“…”

“พี่จักรไม่ได้เย็นชาทั้งที่จำกันได้เสียหน่อย พี่ก็แค่...เย็นชาใส่เพราะจำไม่ได้เท่านั้นเอง”

“มองโลกในแง่ดีจังนะ”

“นั่นสิ” ภีมภัทรหัวเราะ ทั้งดวงตาคู่สวยที่ทอประกายระยิบระยับและรอยยิ้มสดใสเหมือนดวงอาทิตย์เจิดจ้าทำให้จักรพรรดิต้องหลบสายตา เขาเพิ่งรู้ว่าตัวเองยังไม่ได้ปล่อยแขนอีกฝ่ายก็ตอนที่มือเรียวขาวนั้นยื่นมาแกะมือเขาไปจับไว้ “ต่อให้จำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร”

“…”

“ภีมจะสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่ คราวนี้จะทำให้มั่นใจว่าพี่จักรจะไม่ลืมภีมอีก”

“…”

“เพระงั้น...ให้โอกาสภีมนะครับ” ความหวังพาดผ่านอยู่ในดวงตาคู่สวยจนไม่ว่าใครก็คงเห็นได้อย่างชัดเจน ภีมภัทรบีบมือใหญ่ที่เขากุมไว้แน่นขึ้น

เขาวางเดิมพันไปแล้ว...พูดไปจนหมดแล้ว

ถ้าโดนปฏิเสธกลับมา คราวนี้หัวใจคงแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี

“โอกาส…” ฝ่ายผู้ที่โดนโจมตีด้วยคำพูดที่ไม่คาดคิดถึงกับนิ่งไป จักรพรรดิหลับตา พยายามเก็บเศษเสี้ยวของความรู้สึกที่มีมารวมกันเพื่อหาคำตอบให้ตัวเอง

เขายอมรับว่าเคยรู้จักภีมภัทรมาก่อนจริงๆ แต่ก็อย่างที่เคยพูดไป เขาเพียงแค่รู้จัก จำได้ว่าเคยมีความทรงจำร่วมกัน แต่จำไม่ได้เลยสักนิดว่าความทรงจำเหล่านั้นมีอะไรบ้าง ในคราแรกจักรพรรดิไม่ได้คิดว่าเขาผิด เขาก็แค่จำไม่ได้ จำไม่ได้ก็เท่ากับไม่สำคัญ เพราะงั้นถึงได้ปล่อยผ่าน แต่เมื่อได้ยินถ้อยคำพวกนั้น...

โลกทั้งใบ...

คำพูดที่ไร้ความลังเล ฝ่ามือขาวที่แตะปลายเท้าราวต้องการส่งผ่านความจริงใจมาให้ ทุกๆ อย่างที่คนตรงหน้าทำมันทำให้เขารู้สึกแปลกๆ ซึ่งความรู้สึกที่ว่ามันไม่ได้ดูเหมือนความรู้สึกผิดเลยสักนิด...แต่เป็นอะไรที่ละเอียดอ่อนกว่านั้น

ในเมื่อจำไม่ได้...ทำไมจึงรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวด

ในเมื่อคิดว่าไม่สำคัญ...ทำไมถึงไม่อยากให้คนตรงหน้าร้องไห้

ก็แค่ยอมรับ...

“ขอโทษที่จำไม่ได้” คำว่าขอโทษที่เคยสงสัย...หมายถึงเรื่องนี้นี่เอง “แล้วก็...”

“…”

“ฝากตัวด้วย”

ภีมภัทรยิ้มกว้าง...มันเป็นรอยยิ้มที่ดูมีความสุขที่สุดเท่าที่จักรพรรดิเคยเห็นมา เขามองค้างอยู่นาน นานจนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามือตัวเองยกขึ้นเช็ดน้ำตาให้คนหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่

“ขอบคุณครับ” เสียงสะอื้นดังขึ้นทั้งที่ยังยิ้ม ดวงตาคู่สวยหลับลง ก่อนมือเรียวจะจับมืออีกฝ่ายให้แนบแก้มตนมากกว่าเดิม “ขอบคุณ...”

จากนี้ไปเขาจะเริ่มใหม่ทั้งหมด...จะไม่ถามหาเรื่องในอดีตกับจักรพรรดิอีก

ความทรงจำอาจจะเริ่มจากศูนย์...แต่ความรู้สึกที่มี แม้ผ่านมานานเป็นสิบปีก็ไม่มีวันลดลง

“พี่ชื่อจักรพรรดิ เราชื่ออะไร” จักรพรรดิยิ้มบางเมื่อดวงตาคู่สวยลืมขึ้นสบด้วยความประหลาดใจ และในวินาทีต่อมา เจ้าตัวก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างแล้วเช็ดหน้าเช็ดตาตัวเองเป็นการใหญ่

“ผมชื่อภีมภัทรครับ พี่เรียกผมว่าภีมก็ได้ ส่วนผมก็จะเรียกพี่ว่าพี่จักร”

“อืม”

“พี่จักร...”

“หืม”

“พี่จักร...”

“ว่าไง”

“โลกทั้งใบของภีม”

จักรพรรดิไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงยกมือลูบหัวทุยอย่างถือวิสาสะจนคนขี้แงร้องไห้ออกมาอีกรอบ

“รอหน่อยนะ”

ก็แค่ยอมรับความจริง...

ถึงสมองจะจำไม่ได้ว่าเคยมีความทรงจำอะไรร่วมกันบ้าง...แต่ใจกลับไม่สามารถลืมความรู้สึกที่มีต่อกันได้เลย


-------------------


TALK : นิยายเรื่องนี้ก็ feel good ค่ะ พื้นฐานจิตใจของพี่จักรเป็นคนดีขนาดไหนคงได้เห็นกันต่อไป เพราะงั้นจะทำให้ภีมเสียใจได้ยังไง 

สำหรับเรื่องจำไม่ได้นี่ปกตินะคะ เดี๋ยวยิ่งได้เปิดใจเล่าก็จะยิ่งชัดเจนขึ้น เราเองก็มีนะ เพื่อนที่รู้ว่าเป็นเพื่อนสนิทตอนเด็กๆ แต่จำไม่ได้เลยว่าเคยทำอะไรด้วยกันบ้าง บางคนที่คิดว่าตัวเองความจำดีแล้วลองคิดดีๆนะคะ บางทีคุณเองก็อาจจะลืมใครบางคนไปเหมือนกัน : )

ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่หายแล้วค่ะ เรากำลังฝึกงานเดือนสุดท้ายเพื่อจบการศึกษาอยู่เผื่อใครสงสัย จะกลับมาเต็มตัวตอนเดือนเมษานะคะ ถึงเวลานั้นจะได้เจอกันบ่อยๆ แล้ว ฝากพี่จักรกับน้องภีมด้วยน้า

ออฟไลน์ route rover

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +221/-7
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[4]==[P.2]== [02/03/61]
«ตอบ #54 เมื่อ02-03-2018 21:12:33 »

ยังคงรออ่านอยู่นะคะ

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3095
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[4]==[P.2]== [02/03/61]
«ตอบ #55 เมื่อ02-03-2018 22:53:00 »

ร้องไห้ตามเลยอ่ะ

ออฟไลน์ mpalism31

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 54
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[4]==[P.2]== [02/03/61]
«ตอบ #56 เมื่อ03-03-2018 00:29:16 »

"พี่ชื่อจักรพรรดิ เราชื่ออะไร" อหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหเขินแรกมากค่ะ  :ling1:  :o8:

ออฟไลน์ PKT

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 183
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[4]==[P.2]== [02/03/61]
«ตอบ #57 เมื่อ03-03-2018 01:02:13 »

มาแย้ีววว

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[4]==[P.2]== [02/03/61]
«ตอบ #58 เมื่อ03-03-2018 01:20:56 »

มาทำความรู้จักการใหม่ ขอให้คราวนี้หนิดหนมกันมาก ๆ กว่าเดิมเด้อ  :hao3:

ออฟไลน์ Sasiwan

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==จักรพรรดิ==[4]==[P.2]== [02/03/61]
«ตอบ #59 เมื่อ14-03-2018 22:03:09 »

เรายังรอไรท์ที่ Thaiboylove ทุกวันเลยนะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด