[สนพ.B2S] คนของความจำ [END]#แจ้งข่าวรูปเล่มหนังสือหน้า 6 (24/10/61)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [สนพ.B2S] คนของความจำ [END]#แจ้งข่าวรูปเล่มหนังสือหน้า 6 (24/10/61)  (อ่าน 24511 ครั้ง)

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
เกลียวคิดจะกดฮยองหรอ 55555 ฮยองโหดเบอร์นั้นจะยอมให้กดหรอ  :laugh:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-10-2017 21:57:07 โดย rockiidixon666 »

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 41 คืนเปลี่ยวของยูมิน


          ในความมืด ฮยองค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงและออกจากห้องไป หึหึ ได้เวลาล่าเหยื่อแล้วมินเอ๋ย ผมค่อยๆ ลุกออกจากเตียง เปิดประตูห้องให้เกิดเสียงน้อยที่สุด และค่อยๆ ย่องไปยังห้องรับรองแขกข้างๆ ด้วยใจระทึก ผมทำตัวกลมกลืนกับผนัง คลานหลบแสงจันทร์ และแง้มประตูห้องพี่ไอเบาๆ อย่างเชี่ยวชาญ หึหึ ถ้าแบบโจ่งแจ้งแล้วเขินละก็ จัดการแม่งในความมืดนี่แหละ ผมพยักหน้าเห็นด้วยกับตัวเองและคืบคลานต่อไปยังเตียงที่มีคนนอนอยู่อย่างระแวดระวัง

          " หลับไวจัง ไม่คิดถึงกันเลยหรา ชิ "

          ผมค่อยๆ คลานเข้าไป มุดผ้าห่มผืนหนาที่ปกคลุมร่างนั้นไว้ แหม ขนหน้าแข้งเยอะเหมือนกันนะเนี่ย ผมที่ค่อยๆลูบไล้คนตรงหน้าเบาๆ อย่างรักใคร่ อยากช่วยถอนขนจริงๆ ให้ตาย

          ผมยังคงคลานช้าๆ ต่อไป จุดหมายอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว ขอมองหน้าให้หายคิดถึงหน่อยเถอะ 
         
          " เบาๆ นะตัวเอง เค้าไม่เคย " หือ เดี๋ยวนะ เสียงสตอแบบนี้คุ้นๆ

          ผมลุกขึ้น ดึงผ้าห่มออก เผยให้เห็นคนที่นอนสบายอารมณ์ด้วยท่วงท่าเย้ายวนกวนบาทาซะเหลือเกิน โถ่ว ไอ้สันขวาน ผมถีบมันลงจากเตียงแล้วเดินไปเปิดไฟอย่างอารมณ์เสีย 

          " โอ้ย อะไรของมึงเนี่ย ย่องเข้าห้องกูแล้วเสือกถีบกูอีก " ผมที่ตอนนี้ถึงกับกุมขมับ มึงไปนอนบ้านหมาไป๊ ไอ้ห่า

          " มึงมานอนอะไรห้องนี้วะ เซ็งโว้ยย " 

          " เหมือนคุณแจอินจะรู้ทันมึงว่ะ เลยให้พี่ไอไปนอนชั้นบนโน้น ฮ่าๆๆๆ " ไอ้เกลียวตอนนี้หัวเราะชอบใจกับความผิดหวังของผมปานจะขาดใจ เดี๋ยวมึงได้ขาดใจตายจริงๆ แน่ ไอ้เพื่อนเลว ไม่บอกกูสักคำ

          " เห็นว่าให้บอดี้การ์ดยืนคุมอยู่หน้าห้องพี่ไอด้วยนะโว้ย มึงต้องแห้งเหี่ยวแน่ๆ คืนนี้ ฮ่าๆๆๆ " ไอ้กากเกลียวยังคงหัวเราะตัวงออยู่ที่พื้นห้องอย่างขำขัน หึ คิดว่ากูยอมแพ้เหรอ

          ผมออกมาจากห้องตะกวดเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดของผม และย่องต่อเนื่องขึ้นไปยังชั้นบน อย่าดูถูกสกิลตีนแมวของผมนะคร๊าบ

          " ทำอะไรอยู่ตรงนี้เหรอครับคุณหนู " อ้ากกก ผมที่กำลังทำตัวกลมกลืนกับแสงจันทร์ เจือกโดนเจอเข้าจังๆ

          " เอ่อ คือห้องน้ำครับ ปวดชิ๊งฉ่องจัง แหะๆ "

          " ในห้องคุณหนูก็มีห้องน้ำนะครับ มาครับเดี๋ยวผมจะนำไป " พ่อบ้านเหี่ยวๆ ของคุณพ่อเดินนำผมกลับห้อง หัวใจของผมมันช่างห่อเหี่ยวซะเหลือเกิน ฮืออ

          ผมกลับเข้ามาในห้อง นอนดิ้นไปมาอยู่บนเตียงอย่างหว่าเว้ ฮืออ เค้าอยากกอดพี่ไออ่ะ ใจร้ายกันจัง พรากคนรักกันมันบาปนะ ไม่รู้กันเลยเหรอ หึ่ยย

          แต่อยู่ดีๆ ก็มีมือมาดึงผม และลากผมขึ้นไปบนเตียง ตอนนี้ห้องของผมปิดไฟมืดครับ แต่กลิ่นและความรู้สึกของผมนั้นรู้ได้ทันทีว่าใครกำลังกอดผมจากด้านหลังอยู่ ผมหดคอและเกร็งตัวอัตโนมัติ อ้ากกก ถ้าเปิดไฟนี่ต้องเห็นเลือดซึมออกจากหางตาผมแน่ๆ ผมที่ตอนนี้หน้าแดงเถือกแบบสุดๆ บรรยากาศแบบนี้ สัมผัสแบบนี้ จะเหลือม๊ายตัวผม

          " กลัวหรือเปล่า " พี่ไอกระซิบข้างๆ หูผมเบาๆ ทำเอาผมกลืนน้ำลายเอื้อก ไอ้กลัวนี่กลัวอะไรคร๊าบพี่ไอ

          " ม..มาได้ไงอ่ะ " ผมที่เขินจนเสียงสั่นแต่ก็สงสัยสุดๆ

          " พี่มารอสักพักแล้ว ไม่รู้มินไปไหน " ใจตรงกันซะงั้น อ้าก

          ผมที่อยู่ในชุดนอนผ้าแพรตัวบาง เนื้อผ้าลื่นๆ แปลกๆ เวลาที่พี่ไอกอดไว้แบบนี้ ความรู้สึกเลยเหมือนผมไม่ได้ใส่อะไรเลย มันสยิวมาก อ้ากก พี่ไอเริ่มมือปลาหมึกอีกแล้ว ลูบไล้ตัวผมเบาๆ และกำลังหอมแก้มผมอยู่ 

          " มินของพี่น่ารักมาก ตอนเด็กๆ ว่าน่ารักแล้ว โตขึ้นมายิ่งน่ารักไปใหญ่ " ผมที่ได้ยินแบบนั้นก็หน้าบานสิครับ เอาจริงๆ ผมอยากหล่อนะ แต่ถ้าพี่ไอชอบแบบนี้ผมก็โอเช อิอิ

          " พี่หลงรักมินตั้งแต่แรกเห็นเลยนะ กะว่าถ้ามินจะโดดลงไปจริงๆ พี่ก็คงจะตามไปด้วย " ผมเงยหน้ามองพี่ไอในความมืด พี่ไอกำลังมองออกไปยังนอกหน้าต่างที่แสงจันทร์สาดส่องเข้ามา

          " พี่ร้องไห้ทุกครั้งที่ไปที่นั่น พี่คิดว่ามินจากพี่ไปแล้ว แต่ตอนนี้พี่กำลังกอดมินอยู่ เหมือนฝันไปเลย " พี่ไอซุกหน้าเข้ากับคอของผมและกอดผมแน่น ผมทำให้พี่ต้องเจ็บปวดขนาดนี้เลยเหรอ

          ผมพลิกตัวหันหน้าเข้าหาพี่ไอชันเข่าและกอดพี่ไอไว้ พี่ไอจอมหยาบคายคนนั้น แท้จริงแล้วหัวใจกลับเปราะบางมากกว่าที่คิด ผมที่ว่ามีแต่เรื่องน่าเศร้าแล้ว แต่คงเทียบไม่ได้กับของพี่

          ผมจับหน้าพี่ไอที่กำลังซบลงบนหน้าท้องของผมขึ้นช้าๆ และพรมจูบลงบนหน้าผาก จมูก และไล่ลงมากยังปากได้รูปนั้นจนริมฝีปากของเราสองคนแนบสนิทเข้าหากัน เป็นจูบแห่งความรักที่สองเรามีให้กันเสมอมา โดยไม่มีอารมณ์อื่นใดแอบแฝง

          แต่เอ๊ะ ผมรู้สึกว่ามือของพี่ไอนั้นอยู่ผิดตำแหน่งไปนิด เพราะความรู้สึกของผมมันบอกว่า ก้นของผมกำลังโดนขยำอยู่อย่างมันส์มือ

          " เอ่อ พี่ไอครับ " หนอยย ตีหน้าเศร้าเล่าความหื่น ไอ้สายตาลูกหมาหงอยเมื่อกี้หายไปไหน ตอนนี้พี่ไอกำลังจะกลายร่างเป็นหมาป่าอีกแว้ว

          " นิ่มจัง " อ้ากกก ผมจับมือพี่ไอที่ยังขยำก้นผมเอาไว้แต่ก็ไม่เป็นผลสักนิด

          " ด..เดี๋ยวๆ ใจเย็นๆ ครับพี่ " พี่ไอเริ่มออกแรงกอดเอวผมเอาไว้แน่นแล้วนอนลงไป ทำให้ตัวผมตอนนี้ทับอยู่บนตัวพี่ไอในท่าล่อแหลมสุดๆ หน้าอกของผมอยู่ในตำแหน่งปากพี่ไอพอดีเป๊ะ ม่ายน๊าา

          " คราวที่แล้ว อด แต่คราวนี้ไม่รอดหรอก หึหึ " ว่าแล้วพี่ไอก็กอดรัดผมลงไปนัวเนียอยากร้อนแรง ขยำขยี้ผมจนชุดแทบจะหลุดรุ่ย

          ' กรวบๆ '

          เอ๊ะได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ ผมกับพี่ไอหยุดทุกการกระทำวาบหวิวต่างๆ และมองไปยังเก้าอี้ตัวหนึ่งในมุมมืด

          ไฟห้องเปิดขึ้น พร้อมไอ้ห่าสันขวานนั่งเคี้ยวป๊อบคอนอยู่บนเก้าอี้อย่างเมามันส์

          " อ่าว หยุดไมอ๊ะ กำลังได้รมณ์ " ผมกับพี่ไอจึงร่วมใจกันแจกอมยิ้มรูปส้นทีนให้มันไปอมเล่นคนละที เซอร์วิสจัดเต็มให้เลยสัด

          ผมตื่นเช้ามาด้วยความหดหู่ในหัวใจ ช่วงเวลาหรรษาอย่างที่ใฝ่ฝันมักมีมารผจญเสมอ ผมที่สาบานจะจกลูกตามันให้ได้ ไอ้ห่ารากไส้ แต่พี่ไอกลับนอนหัวเราะอย่างอารมณ์ดี และบอกว่าจริงๆ พี่เขาไม่คิดจะทำอะไรผมอยู่แล้วครับ เพราะว่า

          " พี่อยากทักทายคุณพ่อของมินก่อน ตั้งแต่มาที่นี่ก็ยังไม่เจอท่านเลย " ผมหน้างออย่างปิดไม่มิด

          คุณพ่องั้นเหรอ ผมไม่อยากให้พี่ไอมีแผลในใจไปมากกว่านี้เลยครับ มีแต่จะโดนดุด่าเปล่าๆ

          " คือว่า ผม... " เหมือนพี่ไอจะรู้ว่าผมรู้สึกอย่างไร พี่ไอส่งยิ้มให้และจับมือผมเอาไว้ บีบมือผมเบาๆ เพื่อให้ผมมีกำลังใจเดินต่อไปข้างหน้า บอกผมว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพวกเราก็จะต่อสู้ฟันฝ่าไปด้วยกัน


และจะไม่มีวันปล่อยมือจากกันตลอดไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2018 16:37:05 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
เดี๋ยวนี้ฝีมือหลานเกลียวพัฒนาขึ้นเยอะนะ เข้าห้องได้โดยที่หลานไอกับหลานมินไม่รู้ตัว นับถือ ๆ  :laugh3: :laugh3:

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
ฮามินอ่ะ แอบเข้าหาพี่ไอซะงั้น 55555

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 42 สิ่งที่ไม่เคยพูดออกไป


          ไม่นานฮยองก็กลับมาและพาผมกับพี่ไอไปพบคุณพ่อ แต่น่าแปลก ปกติแล้วคุณพ่อจะชอบอยู่แต่ในห้องทำงาน แต่วันนี้ทำไมถึงเรียกให้ผมมาที่ห้องนอนกันนะ ผมมองหน้าฮยองที่หลบตาผมแปลกๆ และทำมือให้ผมเข้าไป ผมพยักหน้าให้พี่ไอที่เดินตามผมเข้ามาอย่างเงียบๆ

          ผมเข้ามาในห้องนอนของคุณพ่อที่ไม่ได้เข้ามานานเหลือเกิน ผมตกใจมากเพราะว่ารอบๆ เตียงคุณพ่อมีถุงน้ำเกลือและสายระโยงระยางเต็มไปหมด ผมรีบเดินไปคุกเข่าลงข้างๆ เตียงของคุณพ่อ และจับมือคุณพ่อเอาไว้

          " คุณพ่อไม่สบายเหรอครับ ทำไมไม่เห็นมีใครบอกอะไรผมเลย " ผมมองหน้าซูบซีดของคุณพ่อด้วยความไม่เข้าใจ คุณพ่อที่มักจะดุผมประจำตอนนี้กลับมองผมด้วยสีหน้าโล่งใจ

          " มาแล้วเหรอ พ่อแค่ไม่สบายนิดหน่อย เดี๋ยวก็หาย ได้ข่าวว่าโดนทำร้ายที่ไทย ลูกไม่เป็นไรใช่ไหม ยูมิน " เสียงของคุณพ่อแหบแห้งดูไร้เรี่ยวแรง แต่สิ่งที่คุณพ่อพูดกลับทำให้ผมน้ำตาไหลออกมาอย่างช้าๆ

          " คุณพ่อเรียกผมว่าอะไรนะครับ " ผมมองคุณพ่อแบบที่ไม่อยากจะเชื่อ คุณพ่อไม่เคยเรียกชื่อผมว่ายูมินเลยมา 11 ปีแล้ว

          " ไม่เป็นไรแล้วนะ ยูมิน " คุณพ่อกำมือผมแน่น และส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนมาให้ ผมร้องไห้ออกมาอย่างเพราะความดีใจ เหมือนกับว่าความเจ็บปวดในหัวใจของผมได้ถูกปลดปล่อยแล้ว 

          " ผมไม่เป็นไรครับ ขอบคุณครับคุณพ่อ " ผมหันไปมองฮยองที่ส่งยิ้มให้ผมอย่างอ่อนโยน  คุณพ่อส่งจดหมายเก่าๆให้ผมฉบับหนึ่ง ซึ่งจ่าหน้าซองถึงผม ผมได้แต่สงสัยจึงเปิดมันอ่านอย่างช้าๆ


          ถึง ยูมินลูกรัก

          ขอโทษที่แม่ไม่ได้ให้ความรักแก่ลูกอย่างที่ควรจะได้ พ่อกับแม่นั้นมีเวลาน้อยเกินไปที่จะดูแลลูกให้ดี จีมินพี่สาวของลูกถูกความสามารถของตัวเองกดดันอย่างหนัก ทำให้พี่ของลูกซึมเศร้าและไม่ร่าเริง เป็นความผิดของพวกเราที่ทำให้ลูกมีแต่ความหม่นหมอง พ่อกับแม่ไม่อยากให้ยูมินเป็นเหมือนพี่สาวของลูก จึงพยายามกีดกันลูกออกจากสิ่งที่รักเรื่อยมา แต่แล้วพ่อกับแม่ก็ได้รู้ว่ามันผิด พวกเราไม่สามารถเลี้ยงดูลูกๆ ให้มีความสุขได้เลย พี่ของลูกถึงได้จากพวกเราไป พี่สาวของลูกกระโดดน้ำตายด้วยความทุกข์ระทมในหัวใจ พ่อกับแม่ เป็นคนฆ่าลูกๆ เอง ในวันที่แม่เห็นลูกชายของแม่ใส่กระโปรงเพื่อแม่ แม่อยากขอโทษลูกเหลือเกิน แม่ได้ทำลายตัวตนของลูก ทำลายความภาคภูมิใจของลูก ขอบคุณที่ทำเพื่อแม่ เพื่อครอบครัวของเรา ยูมินลูกชายของแม่ เป็นลูกที่พ่อกับแม่ภาคภูมิใจที่สุด แม่รักลูกเสมอ ลูกชายของแม่ ยูมินของเรา


          ในกระดาษจดหมายนั้นมีแต่ร่องรอยของน้ำตา ผมร้องไห้ออกมาอีกครั้งอย่างเศร้าเสียใจ ผมไม่เคยรู้เลยว่าคุณพ่อคุณแม่คิดอย่างไร ผมได้เกลียดผู้มีพระคุณของผมมาตลอด ผมมันเด็กน้อยเหมือนอย่างที่ฮยองมักพูดกับผมเสมอจริงๆ

          " คุณพ่อครับ นี่พี่ไอครับ " ผมมองพี่ไอและพยักหน้าให้พี่ไอเดินเข้ามาและคุกเข่าลงข้างๆ ผม 

          " ผมรักพี่ไอครับคุณพ่อ " พี่ไอมองหน้าผมเหมือนไม่อยากจะเชื่อว่าผมจะพูดคำนั้นออกมา ต่อหน้าผู้มีพระคุณ คุณพ่อส่งยิ้มให้ผม และเรียกพี่ไอให้เข้าไปใกล้ๆ จับมือของพวกเราสองคนเอาไว้ด้วยกัน

          " ลูกของพ่อรักคนไหน พ่อก็รักคนนั้น ดูแลยูมินด้วยนะ " ผมน้ำตาไหลออกมาด้วยความดีใจ ถ้อยคำของคุณพ่อมันมีความหมายต่อผมมากมายจริงๆ ผมผู้ซึ่งไม่เคยถูกยอมรับเรื่องใดๆ เลยในชีวิต บัดนี้ผมมีสิทธิ์ที่จะเลือก และผมก็ได้เลือกแล้ว เลือกมานานตั้งแต่ 8 ปีก่อนแล้ว

          " ขอบคุณครับ " ผมกับพี่ไอพูดพร้อมกัน และยิ้มให้กันอย่างมีความสุข


          " เป็นลูกชายของ S กรุ๊ปเหรอ คุณพ่อยังสบายดีไหม " คุณพ่อคุยกับพี่ไอ ถามถึงเรื่องของครอบครัวพี่ไอ

          " คุณพ่อยังสบายดีครับ " ผมสังเกตเห็นสีหน้าพี่ไอหม่นเศร้าลงอีกแล้ว

          " มีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เลยนะ S กรุ๊ปกับ K กรุ๊ปก็ร่วมธุรกิจกันมาตลอด "

          " ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ บริษัทของคุณพ่อถ้าเทียบกับของท่านแล้ว ก็ไม่ได้ถึงครึ่งของความยิ่งใหญ่ของท่านเลยครับ " พี่ไอพูดจาเป็นงานเป็นการได้น่าทึ่งมาก และยิ่งไปกว่านั้น ผมชอบเวลาพี่ไอพูดภาษาเกาหลีจัง แทบอยากจะกรี๊ดออกมา งืออ เท่ห์สุดๆ ไปเลย

          พวกเราบอกลาคุณพ่อ และผมบอกคุณพ่อว่าจะมาดูแลท่านบ่อยๆ และออกจากมาจากห้องด้วยหัวใจที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน ผมที่เจ็บปวดกับความไม่เข้าใจมาตลอดเกือบทั้งชีวิต บัดนี้ได้ปลดเปลื้องความทุกข์ใจทุกอย่างแล้ว ผมจะได้ยิ้มออกมาจากหัวใจได้อย่างเต็มที่สักที

          ผมมองพี่ไอที่กำลังส่งยิ้มให้ผมอย่างอ่อนโยน 

          " มีอะไรเหรอครับ มองผมแปลกๆ " ผมถามอย่างสงสัย

          " ขอบคุณที่บอกว่ารักพี่ ต่อหน้าคุณพ่อนะ " ผมรีบหันหน้าหลบพี่ไออย่างรวดเร็ว เพราะว่าตอนนี้หน้าผมกลายเป็นมะเขือเทศอีกแล้ว

          " พูดอีกทีได้ป่ะ " พี่ไอยังคงตามมากระซิบข้างๆ หูผมอย่างออดอ้อน

          " ม่ายเอา " ผมปิดหูทั้งสองข้างและหลับตาปี๋

          " ไม่รักพี่จริงๆ หรอกเหรอ " พี่ไอทำหน้าบู้บี้น่าสงสาร ผมนี่มันอายอะไรไร้สาระจริงๆ งืออ เอางี้ดีกว่า

          " ให้ร่างกายเป็นตัวบอกดีไหมล่ะ " ผมที่ทำตัวใจกล้าหน้าด้านเอามือออกจากหูและใช้นิ้วชี้ลากเบาๆ ผ่านหน้าอกลงมายังกล้ามท้องของพี่ไออย่างมีเลศนัย

          " พูดแล้วนะ " พี่ไอตะครุบนิ้วมือผมและจับเอาไว้แบบเสน่ห์หา อ้ากกก นี่กูทำอาร๊ายยย หาเรื่องอีกแล้ว แต่ก่อนอื่นผมต้องวางแผนถ่วงน้ำไอ้เพื่อนจอมเกือกของผมก่อนครับ ไม่งั้นคงไม่ได้กินตับอย่างสบายใจแน่ๆ

          " ขออภัยที่ต้องรบกวนนะครับ แต่ผมมีเรื่องจะต้องบอกคุณ เรื่องพี่ชายของคุณ " ฮยองเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่ตึงเครียด ผมมองใบหน้าของพี่ไอที่บัดนี้เหมือนกำลังจะร้องไห้อีกแล้ว


เข้มแข็งไว้นะครับพีี่ไอ พี่ยังมีผมอยู่เคียงข้างเสมอ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2018 16:42:18 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 43 ซาโยนาระพี่ชาย


          ผมมองดูพี่ไอที่ยืนคุยกับฮยองที่มุมระเบียงบ้านของผมอย่างเคร่งเครียด สักพักพี่ไอกับฮยองก็เดินมาหาผม พี่ไอตาแดงก่ำแบบสุดๆ อย่างน่าสงสาร

          " ไปกันเถอะครับคุณหนู " ผมมองหน้าฮยองที่กำลังทำหน้าหม่นหมองด้วยหัวใจที่สั่นไหว พี่ไอไม่พูดอะไรเลย แต่น้ำตาไหลออกมาเงียบๆ ผมจับมือพี่ไอไว้แน่นและบีบเบาๆ เพื่อบอกว่าผมอยู่ตรงนี้ ข้างๆ พี่

          พวกเราเดินทางมาที่โรงพยาบาลกลางกรุงโซล ผมตกใจมากที่เพิ่งรู้ว่าพี่พริ้นถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาลที่ดีที่สุดที่นี่ ฮยองบอกว่าได้แจ้งให้คุณพ่อของพี่พริ้นและพี่ไอทราบแล้ว และกำลังจะเดินทางตามมา

          บรรยากาศตอนที่พวกเรามาถึงโรงพยาบาลช่างเศร้านัก พี่ไอดูเหม่อลอยและไม่พูดอะไรออกมาสักคำ การที่พี่ไอทำร้ายพี่พริ้นและการพูดจาว่าร้ายต่างๆ ใส่พี่ชายเพราะความเข้าใจผิดนั้น เสมือนเป็นตราบาปที่ไม่สามารถลืมเลือนได้เลย เป็นแผลใจที่ทำให้พี่ไอเจ็บปวดเหลือเกิน

          แต่จะโทษพี่ไอก็ไม่ได้ซะทีเดียว เพราะแทบจะไม่มีใครเข้าใจพี่พริ้น พี่พริ้นเป็นพวกความมั่นใจเหลือล้น ความคิดและการกระทำสุดโต่งเกินไป พี่พริ้นลองใจผมอย่างโหดเหี้ยม เพื่อหาคำตอบจากคำบอกรักของผม พี่พริ้นคงไม่พอใจที่ผมนั้นทำเหมือนกับเป็นคนสองใจอะไรแบบนั้น พี่พริ้นที่รักและปกป้องพี่ไอมาเสมอ คงไม่ยอมให้น้องชายถูกปั่นหัวแน่นอน และการที่พี่พริ้นเป็นคนปากหนักสุดๆ ด้วยแล้ว ทำให้เกิดการเข้าใจผิดอย่างง่ายดาย

          ผม พี่ไอ ฮยองและไอ้เกลียวเดินกันมาเงียบๆ ที่แผนกหนึ่งในโรงพยาบาล มีผ้าม่านปกคลุมรอบๆ เตียงทุกเตียงในบริเวณนี้ ฮยองที่ยืนอยู่ที่หน้าประตู ทำมือให้พวกเราเข้ามา พี่ไอเปิดผ้าม่านเดินเข้าไปยังเตียงเตียงหนึ่งที่มีผ้าสีขาวคลุมตัวผู้ที่นอนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่หัวจรดเท้า

          พี่ไอที่เห็นแบบนั้น เดินเข้าไปช้าๆ และคุกเข่าลงกับพื้นร้องไห้ราวกับจะขาดใจ ผมยืนอยู่ตรงนั้นเกาะแขนฮยองไว้และร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจไม่แพ้กัน พี่ไอกำมือคนที่นอนอยู่บนเตียงเอาไว้แน่นและเริ่มตะโกนอีกครั้งอย่างไม่ยอมรับกับภาพที่เห็น

          " ลุกขึ้นมานะ ผมไม่ยอมหรอก ได้ยินไหม! " พี่ไอยังคงร้องไห้และตะโกนเรียกพี่ชายสุดกำลัง จนคุณหมอและพยาบาลหลายคนวิ่งเข้ามาอย่างตื่นตกใจ

          " พี่ครับ พี่ไม่อยู่ใครจะปกป้องผมจากคุณพ่อ " พี่ไอก้มหน้าลงพูดกับหน้าอกของคนในผ้าสีขาวอย่างเจ็บปวดหัวใจ

          " ผมขาดพี่ไม่ได้หรอก พี่ต้องลุกขึ้นมา อยู่กับผม " พี่ไอยังคงฟูมฟายต่อไปอย่างไม่แคร์สายตาใคร

          " จริงเหรอ... "

          ผมได้ยินเสียงอะไรสักอย่างจากเตียงข้างๆ ที่มีผ้าม่านกั้นอยู่ พี่ไอหยุดร้องไห้และทุกคนเงี่ยหูฟังเสียงแปลกๆ

          พี่ไอลุกขึ้นช้าๆ ค่อยๆ เปิดผ้าคลุมสีขาวที่คลุมคนคนนี้อยู่บนเตียง ทุกๆ คนกลั้นหายใจเตรียมพร้อมกับภาพที่จะเห็น

          ' พรึบ! '

          เดี๋ยวๆๆๆ นะ อาแปะนี่ใครฟะ ขอโทษครับพวกเรามาผิดเตียง ตึ่งโป๊ะ

          " อยู่นี่ " เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นข้างๆ พี่ไอเดินไปช้าๆ ยังเตียงที่มีม่านบังอยู่รอบๆ และเปิดม่านนั้นออก พี่พริ้นนอนอยู่บนเตียงนั้นด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนแบบจริงใจ

          ผมยิ้มให้กับภาพตรงหน้า พี่ไอที่วิ่งเข้าไปหาพี่ชายและกอดพี่พริ้นเอาไว้ร้องไห้โฮเหมือนเด็กน้อยที่ไม่ยอมโต 

          " ไอ้บ้าเอ้ย ไอ้โรคจิต พี่มัน ผมคิดคำด่าไม่ออก " พี่ไอด่าพี่พริ้นเป็นชุด พร้อมต่อยพี่พริ้นเบาๆ

          " โอ้ยย ทำร้ายกันอีกแล้ว " พี่พริ้นร้องโวยวายเสียงดังแต่หัวเราะร่าอย่างขำขัน

          " แต่แบบนี้ก็คุ้มแล้วนะ ไอเรียกพี่ว่าพี่ด้วยหายากสุดๆ " พี่พริ้นทำหน้ายียวนกวนบาทาน้องชายสุดๆ ทำเอาพี่ไอหน้ามุ่ยไปเลย

          " ไอ้บราค่อนโรคจิต กะอีแค่โดนยิงถากๆ ทำอย่างกับโดนยิงทะลุหัวใจ งี่เง่าจริงๆ " ฮยองบ่นขมุบขมิบอยู่ข้างเตียงอย่างหมั่นไส้

          ผมเห็นพี่พริ้นหันไปมองฮยองและยักคิ้วให้หนึ่งจึ้ก ผมมองคนสองคนสลับกันไปมา เดี๋ยวนะ อย่าบอกนะว่า ที่ฮยองหายไปทุกคืนนั่น ผมหันมองไอ้เกลียวที่ยืนอยู่ข้างๆ ผม มันกำลังทำตาละห้อยปากสั่นน้อยๆ แบบคนอกหัก ฮ่าๆๆๆ สมน้ำหน้ามึงว่ะ มึงก็หล่อนะ แต่ถ้าให้เทียบกับพี่พริ้นมึงก็ขยะเปียกดีๆ นี่เอง ผมตบบ่าเพื่อนพร้อมส่งยิ้มละมุนไปให้ไม่ขาดสาย กูยกโทษให้มึงทุกอย่างเพื่อน เพราะมึงเนี่ยแหละน่าสงสารที่สุดในเรื่อง

          " ขอได้ไหม มีอะไรช่วยบอกกันบ้าง อย่าเก็บเงียบไว้คนเดียวได้ไหม " พี่ไอพูดกับพี่พริ้นเบาๆ อยู่ข้างๆ

          " คนใจร้อนแบบไอบอกไปก็เสียเรื่อง " เอาล่ะ สองพี่น้องจะต่อยกันอีกไหมเนี่ย

          " ขอโทษ..ครับ " ผมมองพี่ไอที่พยายามจะพูดเพราะๆ กับพี่ชาย เพราะพี่ไอชอบพูดหยาบคายจนเคยตัว

          " ไม่ต้องเปลี่ยนไปหรอก เป็นไอเหมือนเดิมน่ะดีแล้ว " ผมมองพี่พริ้น พี่พริ้นที่ทำตัวอ่อนโยน และทำตัวโหดร้าย ก็คงสู้พี่พริ้นโหมดนี้ไม่ได้ ดีจังเลยน้า 

          " แล้วพี่โดนยิงตรงไหนครับ " ผมลุกเดินเข้าไปหาพี่พริ้นใกล้ๆ 

          " หึ สำออย " ผมมองฮยองที่ยังยืนกอดอกอยู่ห่างๆ 

          " โธ่ ถึงจะไม่ใช่จุดสำคัญแต่ก็เจ็บนะ จุกสุดๆ ไปเลย " พี่พริ้นทำสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าว

          " แล้วทำไมถึงมาอยู่ห้องรวมละครับ " ผมถามอย่างสงสัยจริงๆ เพราะว่านี่ไม่ใช่ห้องพิเศษ แต่เป็นห้องรวมจริงๆ นอนรวมกับคนอื่น

          " หึ ถามคุณพ่อบ้านตัวดีของมินสิ สงสัยกลัวพี่จะเหงา " พี่พริ้นส่งสายตาอาฆาตให้ฮยอง แต่ฮยองกลับจ้องหน้าตอบแบบไม่สะทกสะท้านใดๆ

          " งั้นย้ายกัน จะได้อยู่กันส่วนตัวๆ เนอะๆ " ผมเกาะแขนฮยองโยกไปมา

          " ครับ ผมจะไปจัดการให้ " ฮยองพูดและเดินไปอย่างรวดเร็ว ผมเห็นพี่พริ้นมองตามฮยองจนสุดสายตาเลยฮะ

          " คนเกาหลีนี่ดีจังเลยน้า ผิวก็สวย หน้าก็สวยทั้งนั้นเลย " พี่พริ้นพูดเบาๆ พลางกอดคอพี่ไอไว้แล้วกระซิบกระซาบอะไรสักอย่างกันสองคน

          " บ้า ยังเลย " ผมเห็นพี่ไอกระเด้งตัวออกห่างจากพี่พริ้น และพี่พริ้นก็ลากกลับมากระซิบใหม่ 

          " อือ คืนนี้แหละ " เดี๋ยวๆๆๆ พี่สองคนคุยอะไรก๊านน คืนนี้มันอะไรยังไงคร๊าบบ

          ผมมองสองพี่น้องสองคนที่กำลังคุยกันหัวเราะด้วยกันอย่างรักใคร่ ผมว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก็ดีนะ เพราะไม่งั้น พี่พริ้นก็คงยังเป็นพี่พริ้นที่ใส่หน้ากากปิดกั้นตัวเองอย่างแน่นหนา น้ำตาของพี่ไอคงเป็นตัวบอกอะไรหลายๆ อย่าง พี่พริ้นที่รักน้องชายยิ่งกว่าสิ่งใด คงไม่อยากให้พี่ไอต้องร้องไห้อีกแล้ว

          " มิน " พี่พริ้นเรียกผมเข้าไปหาและส่งยิ้มให้ผม

          " ขอโทษนะ เรื่องวันนั้น " 

          " ไม่หรอกครัับ ผมคิดว่าผมเข้าใจพี่แล้ว ขอโทษที่ทำให้สับสนนะครับ " ผมยิ้มให้พี่พริ้น

          " ยังไงก็รุนแรงเกินไปจริงๆ นั่นแหละ เผลอจูบจริงไปซะได้ " เอ่อ พี่คร๊าบบ พี่จะพูดทำม๊ายย ผมมองพี่ไอที่ตอนนี้กำลังตาแทบถลนจ้องมองพี่พริ้นอย่างเคืองๆ อีกแล้ว

          " แต่ไอต่อยพี่ไปแล้วนะ อ่ะ เอาอีกก็ได้ " พี่พริ้นกางแขนทั้งสองข้างออกเหมือนจะให้พี่ไอต่อยอีก 

          " ให้มินต่อยดีกว่า " ผมมองพี่ไอที่ตอนนี้ทำตัวชิลๆ นั่งลงบนเตียงพี่พริ้นและจ้องมองผมแทน

          " เอ่อ คือผมแค่ตกใจครับ แต่ไม่เป็น.. " ผมที่ยังไม่ทันพูดจบประโยค แต่ฮยองซึ่งมาจากไหนไม่รู้ก็เดินไปต่อยพี่พริ้นแทนครับ เต็มๆ เดี๋ยวนะ เฮียใส่สนับมือคู่ใจด้วยครับ อ้ากกก

          พี่พริ้นตอนนี้เลือดไหลออกจากมุมปากแบบไหลโจ๊กเลยครับ ทำเอาไอ้เกลียวยิ้มกริ่มเลยทีเดียว มึงคิดจะเสียบตอนเขาทะเลาะกันสินะไอ้เลว คู่นั้นเขาซาดิสม์กันหรือไงนะ

          " ผมชำระแค้นแทนคุณหนู คงไม่ว่ากันนะครับ " ฮยองพูดพลางถอดสนับมือออกและเช็ดมันอย่างรักใคร่ แต่ผมว่านี่น่ะเบาแล้วครับ ถ้าเป็นคนอื่น ฮยองคงยิงทิ้งแน่ๆ

          " ต่อยเพราะคุณหนู หรือเพราะว่าเมื่อคืน... " ผมตกใจสุดๆ เพราะพี่พริ้นยังพูดไม่จบ ฮยองก็เข้าไปกระชากคอเสื้อพี่พริ้นครับ อ้ากกก เมื่อคืนเกิดอะไรขึ๊นนน แต่พี่พริ้นยังคงยิ้มอย่างสบายอารมณ์ ไม่ได้กลัวฮยองเลยครับ คนจริงล่ะคนนี้

          " เอ่อ นี่โรงพยาบาลนะครับฮยอง ผมขอเถอะ " ผมตอนนี้เข้าไปตะครุบแขนฮยองและลากออกมาให้ห่างจากพี่พริ้นก่อนจะกัดกันตายไปมากกว่านี้ครับ 

          " เห็นแก่น้องชายนายที่ทำตัวน่าคบหรอกนะ ไม่งั้นฉันไม่เอาแกไว้แน่ " ผมดึงแขนฮยองไว้เพราะกลัวฮยองจะโดดใส่พี่พริ้นอีกรอบ งืออ คู่นี้เค้าชอบกันแบบไหนน้า พี่พริ้นต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมทำอะไรฮยองแน่เลยอ๊ะ สงสัยจัง

          " กลับกันเถอะครับคุณหนู อยู่แถวนี้มีแต่จะพาลอารมณ์เสีย " ฮยองจูงมือผมให้ออกเดินไปจากห้อง ผมรั้งตัวไว้แล้วมองพี่ไอที่กำลังนั่งอยู่กับพี่พริ้น
         
          " แล้วคืนนี้มาอีกนะ! " พี่พริ้นตะโกนออกมาจากห้อง ทำเอาฮยองจิ๊ปากด้วยความรำคาญใจ

          " เดี๋ยวพี่ตามไปนะมิน! " พี่ไอก็ตะโกนออกมาบอกผมด้วยอีกคน

          " ฮยองมาเฝ้าพี่พริ้นตอนกลางคืนเหรอฮะ " ผมถามฮยองออกไปอย่างสงสัย 

          " ก็เพราะแผนแกล้งน้องของมันนั่นแหละ แล้วหมอนั่นก็พูดเกาหลีไม่เป็นด้วย ตัวปัญหา แถมยังนิสัยเสียจริงๆ "

          " แต่ฮยองก็ช่วยพี่พริ้นใช่ไหมครับ " ผมส่งยิ้มให้ฮยอง

          " ทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้วครับ ผมไม่เอาด้วยแล้ว คุณไอก็เจอไอ้บ้านั่นแล้ว " 

          " ขอบคุณนะครับ แต่จริงๆ ฮยองไม่จำเป็นต้องมาดูแลเองเลยนี่ครับ ให้ใครมาแทนก็ได้ " ผมมองฮยองที่ไม่ยอมมองหน้าผมเลย สงสัยแทงใจดำ อิอิ

          " ถ้ามันยอมให้คนอื่นเข้าใกล้ก็ดีสิครับ ไม่ยอมใครเลยหมอนั่น เอาแต่ใจ ปากร้าย เจ้าเล่ห์ หลงตัวเองที่สุด " 

          " ฮยองเอาอยู่แน่นอนครับ แต่ฮยองห้ามชอบพี่พริ้นมากกว่าผมน้า " 

          " เหอะ ชอบเหรอครับ ผมอยากฆ่ามันมากกว่า " ฮยองหน้าบูดสุดๆ สงสัยจะโกรธเรื่องที่พี่พริ้นจะพูด

          " แล้วตกลงเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ " ฮยองหยุดเดินและมองหน้าผมแบบอารมณ์เสีย

          " คุณหนูระวังสองพี่น้องนั่นให้ดีเถอะครับ ดูแล้วคงเป็นพวกบ้ากามเหมือนกัน อย่าอยู่ด้วยสองต่อสองดีที่สุด " ผมมองฮยองพลางอมยิ้ม มันก็จริงแหละครับเพราะพี่ไอนี่หื่นตัวพ่อจริงๆ ซึ่งตอนนี้ผมรู้แล้วว่าพี่ไอติดนิสัยมาจากใคร เลือดข้นกว่าน้ำนี่ท่าจะจริง หึหึ

          และอย่างงี้เองสินะพี่พริ้นถึงโดนจับมาอยู่ห้องรวม คนที่ไม่เคยกลัวอะไรแบบฮยอง แต่กลับไม่กล้าอยู่กับพี่พริ้นสองต่อสองนี่น่าสงสัยแฮะ แปลว่าพี่พริ้นต้องร้ายกว่าที่ตาเห็นแน่ๆ คงเป็นคู่ที่ดุเดือดเลือดสาดสุดๆ แน่นอน


เริ่มอยากเห็นฮยองโดนรังแกแล้วสิ หึหึ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2018 16:44:11 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
เข้าใจกันได้ ดีแล้วๆ :กอด1:

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 44 ไอติมเป็นเหตุ


          หลังจากเดินออกมาจากตึกโรงพยาบาลกับฮยอง สักพักพี่ไอก็ตามมาครับ และไอ้เกลียวขอแยกตัวไปเที่ยวไหนของมันก็ไม่รู้ ตอนนี้พี่ไอกับฮยองกำลังคุยอะไรกันสักอย่าง ผมซึ่งนั่งรอสองคนนั้นคุยกันใต้ร่มไม้พลางเขี่ยดินเขี่ยหญ้าเล่นไปด้วย สักพักฮยองก็เดินมาทางผมด้วยสีหน้าแบบคนอารมณ์เสียยิ่งกว่าเก่า

          " เดี๋ยวคุณหนูกลับไปกับคุณไอก่อนนะครับ ผมมีเรื่องต้องไปจัดการ " ฮยองพูดกับผมด้วยใบหน้าเบื่อหน่าย แต่พี่ไอกลับยิ้มแย้มแจ่มใสซะเหลือเกิน พี่พริ้นคงให้พี่ไอมาขอร้องอะไรฮยองแน่ๆ

          " ป่ะ เราไปกัน " พี่ไอยื่นมือมาหาผม เพื่อดึงให้ผมลุกขึ้น

          " เราจะกลับบ้านกันก่อนเหรอครับ " 

          " ใช่สิ หรือมินอยากไปที่อื่น " แหง๋สิครับ โอกาสแบบนี้หายาก ผมอยากเที่ยวกับพี่ไออยู่แล้ว และไม่มีใครมารบกวนเราด้วย หึหึ

          " พาไปเที่ยวหน่อยย " ผมเขย่าแขนพี่ไอทำตาใสแบบสุดๆ ขอร้องให้พาไปเที่ยว พี่ไอยิ้มแบบมีเลศนัย อย่างกับรู้ความคิดผมซะงั้น

          " เจ้าถิ่นต้องพาไปสิ พี่ไม่ใช่คนเกาหลีสักหน่อย " 

          " แต่ผมขับรถไม่เป็นอ่ะ " ผมพูดจริงๆ เพราะไม่เคยขับและมีแต่คนขับให้จนเคยตัว

          พี่ไอไม่พูดอะไร แต่เปิดประตูให้ผมขึ้นรถ ซึ่งเป็นรถของบ้านผมนั่นแหละครับ คันนี้กว้างมากด้วย หึหึ

          ผมนั่งอยู่ในรถที่พี่ไอขับ คิดถึงเมื่อก่อนที่ผมนั่งรถกับพี่ไอครั้งแรก และเกือบจะฆ่ากันนั่นแหละ พี่ไอถ้ามองจากภายนอกนี่แบดบอยชัดๆ ใครมั่งจะไม่กลัวละครับ แต่พอมารู้จักจริงๆ นิสัยช่างตรงกันข้ามกับภาพลักษณ์ แต่ก็เป็นคนขี้แกล้งและหื่นกระหายเหมือนเดิม ผิดกับพี่พริ้นที่ภายนอกดูเรียบร้อยเป็นเจ้าชายไร้พิษภัย แต่จริงๆ โฉดโหดซะงั้น

          " พี่พริ้นเขาทำไมถึงเรียนหมอเหรอครับ " ผมสงสัยจริงๆ คนแบบพี่พริ้นเนี่ยนะเรียนหมอ ถ้าเป็นเมื่อก่อนอ่ะเชื่อ แต่ตอนนี้คิดแล้วมันแปลกมาก

          " พริ้นทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ ทั้งหัวดีแล้วก็เรียนเก่งมากๆ ด้วย แต่ถ้าจะพูดจริงๆ แล้วพริ้นถนัดอย่างอื่นมากกว่านะ " ผมมองหน้าพี่ไอที่กำลังพูดถึงพี่ชายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

          " พี่พริ้นเก่งเรื่องไหนเหรอครับ "

          " ศิลปะป้องกันตัวทุกแขนง ระยะประชิด ไม่มีใครล้มพริ้นได้ " ผมมองหน้าพี่ไอแบบตกตะลึง พี่พริ้นเนี่ยนะ 

          " พริ้นกับพี่ตัวพอๆ กัน แต่ต่อยกันทีไรพริ้นไม่เคยสู้พี่เลย แต่พี่เคยเห็นพริ้นซ้อมคนมาหลายครั้งแล้ว ต่อให้ลุมก็เถอะ ที่มินไม่เห็นพริ้นมีบอดี้การ์ดก็เพราะงี้ไง คือมันไม่จำเป็น " พี่ไอยังคงพูดไปขับรถไปชิลๆ

          " เอ่อคือ ถ้าพี่พริ้นกับฮยองสู้กันพี่ไอว่าใครจะชนะครับ " พี่ไอขมวดคิ้วมุ่นครุ่นคิดอยู่นาน

          " พี่ไม่รู้ว่าฮยองถนัดด้านไหนนี่สิ แต่ถ้าเป็นขนาดตัวพริ้นกินขาด และตอนนี้พริ้นก็สูงพอๆ กับฮยองด้วยนะ พี่กับพริ้นยังสูงได้อีก อายุก็น้อยกันด้วย พริ้นน่าจะได้เปรียบกว่า "

          " แต่ฮยองอ่ะมืออาชีพนะครับ " พี่ไอนี่ได้ทีอวยพี่ชายเหมือนกันแฮะ ยังไงผมก็คิดว่าฮยองเก่งกว่า แบร่

          " เอาเป็นว่าสองคนนั้นใครไวกว่าก็ได้เปรียบ แต่พริ้นเจ้าเล่ห์กว่าแน่นอน คนจะมาตายเพราะงี้แหละ พริ้นน่ะจอมหลอกลวง คนเถรตรงแบบฮยองอาจแพ้ทาง " เอาเป็นว่าผมภาวนาให้เขาได้กัน เอ้ยเข้ากันได้ดีละกันครับ แหะๆ

          ผมมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความรู้สึกสนใจ และก็ต้องเกาะกระจกหนึบเลยครับ เจอของโปรดเข้าให้แล้ว

          " ไอติมๆๆ " ผมที่เห็นร้านไอติมข้างทางทำเอาน้ำลายย้อยด้วยความอยาก ผมชอบไอติมจริงๆ แต่ที่ชอบที่สุดเลยก็ไอติมแท่งๆ แบบของไทย รสชาติแปลกๆ ที่ผมไม่เคยกินเยอะดี พี่ไอจอดรถและลงไปซื้อมาให้อย่างใจดี หึ่ยย พ่อเทพบุตร อยากโดดจูบสักที 

          " กินเยอะอ้วนแก้มป่องไม่รู้นะ " พี่ไอบ่นพร้อมหยิกแก้มผม แต่ก็ยังแกะห่อไอติมให้ น่ารักเนอะแฟนใครหว่า

          ผมมองรสช็อคโกแลตที่พี่ไอถืออยู่พลางจ้องมองอย่างอยากกิน 

          " อะไร ของตัวเองก็มี " พี่ไอยังคงขับรถและกัดไอติมไปด้วย หึ่ยย ไอ้คนหวงของกิน

          " อ่ะๆ ล่อเล่น ฮ่าๆ " พี่ไอยื่นไอติมให้ผมตอนรถติดไฟแดง ผมที่เห็นแบบนั้นเลยยืนหน้าเข้าไปแล้วเลียๆ ดูดๆ แย่งพี่ไอกิน ผมสังเกตเห็นมือพี่ไอสั่นน้อยๆ อย่างน่าสงสัย 

          " เอ่อ พอได้แล้ว นี่กะกินหมดเลยใช่ไหม " พี่ไอเขกหัวผมหนึ่งทีแล้วเอาไอติมเข้าปากตัวเองจนหมด 

          " ไอคนขี้งก ชิ " หึ แต่ช่างเถอะ ผมมีรสเมล่อนโซดาของผมอยู่แล้ว

          ผมกินไอติมของผมต่อ แต่พบว่ามันละลายหยดย้อยไปหมด ผมที่กินไม่ทันแต่เสียดายเลยเลียไอติมที่กลายเป็นน้ำไหลหยดย้อยไปทั่วข้อมือของผม แต่ไม่รู้ทำไม ผมรู้สึกพี่ไอขยับตัวดุ๊กดิ๊กแปลกๆ เหมือนนั่งไม่เป็นสุขซะอย่างนั้น แถมยังเหลือบมองผมแปลกๆ อีกด้วย

          ผมมองไอติมในมือพลางมองพี่ไอที่กำลังหลบตาผมอย่างสุดกำลัง หน้าที่ขาวอมชมพูของผมบัดนี้แดงจนเลือดจะออกจมูกอยู่แล้ว หนอยยย ไอคนบ้ากาม บังอาจคิดมิดีมิร้ายเราตอนหม่ำไอติม อ้ากกก

          " ไอทะลึ่ง " ผมพูดอุบอิบอย่างเขินอาย นี่คุณพี่คิดไปถึงไหนแล้วห๊า

          " ก็อยากน่ารักเองทำไมอ่ะ " พี่ไอพูดแบบหน้าตาเฉยสุดๆ ไปเลย ไอบ้า เขินนะเฟ้ย

          " แล้วเป็นอะไรมดกัดเหรอ ยุกยิกอยู่ได้มันอันตรายนะ "

          ผมบ่นพี่ไอที่ยังไม่เลิกขยับตัวแปลกๆ 

          " เอ่อ สักพักแหละ " ผมทำหน้างง แต่สักพักก็ต้องรีบหันหน้าออกกระจกแทบจะทันที

          อ้ากกก พี่ไอ ไอบ้า ไอบ้ากาม นี่มีอารมณ์เพียงแค่ผมเลียไอติมในมืองั้นเหรอ ผมละเชื่อเค้าเลย ผมตอนนี้หน้าแดงจนเลือดแทบจะซึมออกตา อ้ากก อยากโดดออกจากรถตอนนี้สุดๆ ไปเลยด้วยความอาย

          " อยากให้ช่วยหรือเปล่า " อ้ากกกกก นี่ผมพูดอะไรออกป๊ายย พี่ไอหันมามองผมแบบตาโตเลยทีเดียว 

          " ฮั่นแน่ ตะกละนะเรา " หนอย ผมเปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันไหม เริ่มหมั่นไส้

          " ฮ่ะๆ มันเอ่อ ไม่เป็นไรดีกว่า " แปลกแฮะ ปกติจอมหื่นแบบพี่มีหรือจะปฏิเสธ

          " ทำไมเหรอ หรือมันมีอะไรผิดปกติ " ผมทำหน้าอยากรู้ ก็ผู้ชายเหมือนๆ กันนั่นแหละ 

          " ให้พูดตรงๆ จริงๆ เหรอ " พี่ไอยังไม่ยอมสบตาผมตรงๆ

          " มินเอาเข้าปากไม่ไหวหรอก " ผมหันคว้บไปหาบุคคลผู้คุยโวโอ้อวดอย่างหมั่นไส้

          " จะสักแค่ไหนเชียว หึ " อ้ากก ผมอยากตบปากตัวเองสักร้อยทีพูดแบบนี้มักจบไม่สวย จริงๆ ผมเคยนั่งทับตอนพี่ไอเป็นแบบนี้มาแล้ว ซึ่งทำเอาผมอยากเปลี่ยนเป็นรุกเลยทีเดียว เพราะกลัวเจ็บ อ้ากก

          มือพี่ไอที่ขับรถอยู่ตอนนี้ข้างนึงปล่อยจากพวงมาลัยรถ และคว้าหมับเข้าที่มือผม ผมนั่งตัวเกร็งทันทีและพยายามยื้อมือดึงกลับคืนแต่ก็สู้แรงพี่ไอไม่ไหว ผมใช้มืออีกข้างของผมปิดหน้าตัวเองไว้อย่างคนกำลังชี้ตัวผู้กระทำผิด ผมหลับตาปี๋ และเกร็งแขนเป็นระยะ ในอกน้้นหัวใจเต้นรัวเหมือนจะหลุดออกมา ก็แค่จับอ่า ใจสู้หน่อยดิ๊ ผมกล่อมตัวเอง

          พี่ไอดึงมือผมไปวางที่หน้าขาตัวเองอย่างช้าๆ และไม่ได้ออกแรงบังคับให้ผมจับตรงๆ เหมือนกับรอให้ผมขยับมือเองซะงั้น อ้ากกกก มือผมยังคงนิ่งสนิทและไม่กล้าขยับไปไหน กางเกงของพี่ไอเป็นกางเกงยีนส์สีเข้ม ที่ผ้าค่อนข้างหนา คงไม่ค่อยโดนหรอกมั้ง ผมค่อยๆ เลื่อนมือช้าๆ ลากผ่านกางเกงตัวหนาอย่างแผ่วเบา

          พี่ไอยังคงขับรถด้วยท่าทางชิลๆ เหมือนกับการที่มือของผมนั้นอยู่บนกางเกง มันไม่ได้ทำให้รู้สึกเร้าใจได้เลย หนอยย ผมที่เลื่อนมือไปมาเบาๆ ตอนนี้กลับกำลังพยายามล้วงเข้าไปข้างในแม่งเลย ฮ่าๆๆ เล่นกับใครไม่เล่น พี่ไอที่กำลังขับรถอยู่ รีบคว้าหมับเข้าที่มือของผมอยากตื่นตกใจ

          " เดี๋ยวๆ ใจเย็น " 

          " ไม่ยงไม่เย็นแล้ว ถอดออกมา " ผมตอนนี้ใช้มือทั้งสองข้างตะครุบกางเกงพี่ไอ และพยายามแกะกระดุมกางเกงยีนส์พี่ไออย่างหน้าดำหน้าแดง ในขณะที่พี่ไอก็พยายามดึงมือที่เป็นปลิงอเมซอนเข้าสิงของผมอย่างชุลมุน

          ' ปรี๊นนนนนน! '

          เสียงแตรรถและไฟหน้ารถส่องเข้ามา ทำให้รู้ว่ารถวิ่งข้ามเลนไปแล้ว พี่ไอเลยรีบหักหลบกลับเข้ามาอย่างรวดเร็ว และจอดรถข้างๆ ทางที่มืดสนิท

          " เกือบลงนรกก่อนขึ้นสวรรค์แล้วไหมล่ะ " พี่ไอพูดตำหนิผมแบบติดตลก แต่ผมหน้าจ๋อยไปแล้ว

          " ขอโทษครับ " ผมพูดเพราะสำนึกผิดจริงๆ

          ผมหันไปมองพี่ไอด้วยตาเบิกโพรง เพราะตอนนี้พี่ไอกำลังปลดกระดุมกางเกงยีนส์ และรูดซิบลง ผมรีบทำตัวลีบติดประตูรถฝั่งผมด้วยความหวาดระแวง อ้ากกก นั่งรถทีไรเป็นเรื่องตลอด

          " ไหน คนเก่ง ว่าไง " พี่ไอที่ตอนนี้ปรับเบาะนอนลงและถอดกางเกงลงจนเห็นกางเกงชั้นในสีเข้มวับๆ แวมๆ กำลังพูดแหย่ผม อ้ากก ผมแอบเหลือบตาไปมองแว๊บๆ ก็เห็นกางเกงชั้นในน่าจะแบบบ็อกเซอร์สีเข้มของพี่ไอ ขอบด้านบนเป็นภาษาอังกฤษแต่ผมอ่านไม่ถนัด

          " แน่ะๆ ไม่ต้องแอบมอง ไหนเมื่อกี้ใครพยายามล้วงแบบเอาเป็นเอาตาย มาสิ นอนให้ล้วงเลยเนี่ย เร็วๆ ฮ่าๆๆ " พี่ไอหัวเราะลั่นแบบสะใจสุดๆ

          " เชอะ แค่นี้ทำเป็นอวด " ผมเหลือบมองและเบะปากมองบนแบบเกรียนๆ

          " ก็ตอนนี้มันหลับไปอีกแล้วอ่ะ " พี่ไอพูดพลางขยับตัวมาหาผมช้าๆ

          " มินช่วยปลุกมันอีกทีหน่อยสิ " พี่ไอยื่นหน้ามากนะซิบข้างหูผม จนผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว เอาล่ะ คราวนี้ผมจะรอดไหม


ผมสวดภาวนาขอให้ไม่มีตัวตะกวดใดๆ มาเคาะกระจกรถ โอมเพี้ยง อิอิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2018 16:48:23 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
คำแนะนำ "กรุณาอย่ากินไอติมระหว่างเดินทาง อาจเกิดอุบัติเหตุทำให้ไอติมหักระหว่างรับประทานได้"  :try2: :try2:

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 45 ลิปมันกลิ่นสตอเบอร์รี่


          พี่ไอปรับเบาะที่นั่งลงให้ผม และดึงตัวผมเข้าไปหาช้าๆ จนริมฝีปากเราสัมผัสกัน ผมเลื่อนตัวไปหาพี่ไอมากขึ้น กอดคอพี่ไอเอาไว้และบดริมฝีปากหนักหน่วงเข้าไปอีก เสียงของเหลวและริมฝีปากที่กระทบกันดูดกลืนกันไปมาไม่ขาดสาย เรียวลิ้นลิ้มรสความหอมหวาน โหยหาซึ่งกันและกันราวกับไม่อยากจะแยกจากกันตลอดไป

          พี่ไอจับมือผมที่กำลังกำเสื้อของพี่ไอเอาไว้ ให้เลื่อนลงต่ำไปเรื่อยๆ จนอยู่บนขอบกางเกงชั้นใน สัมผัสกับสิ่งที่แข็งขืนอยู่ภายในนั้น ผมกระตุกมือขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ จนพี่ไอที่ยังคงดูดปากผมอย่างเร่าร้อนนั้น หัวเราะในลำคออย่างพอใจ

          ผมหลับตาแน่น และเอียงหน้าหนีด้วยความเขินอายแต่พี่ไอก็ยังตามมาครอบครองริมฝีปากของผมไว้ต่อไป และเริ่มดึงมือผม ให้สัมผัสกับสิ่งที่แข็งขืนนั่นมากกว่าเดิม ถึงจะแค่นอกเนื้อผ้า แต่ผมก็รู้สึกสั่นไปหมด ที่ดูถูกไว้เมื่อกี้ขอคืนคำ ดูเหมือนพ่อจะให้มาเยอะน่าดู อ้ากกก

          ผมหันหน้าหนีอีกครั้งพร้อมดึงมือออก แต่คราวนี้พี่ไอแค่ยิ้มและลูบแก้มผมเบาๆ ให้ผมผ่อนคลายลง ผมไม่ได้จะหนีหรอกครับ ผมจะทำอย่างที่พูดต่างหาก

          ผมค่อยๆ ก้มตัวลงช้าๆ จูบแผ่วเบาผ่านเสื้อสีเข้มของพี่ไอ กดน้ำหนักให้พี่ไอนอนลงราบลงไปกับเบาะที่นั่ง จูบไล่ลงมาเรื่อยๆ จนมาถึงกางเกงชั้นในสีเข้มตัวนั้น พี่ไอลุกขึ้นเหมือนกับลังเลที่จะให้ผมทำในสิ่งนี้ 

          " คือมิน ไม่ต้อง.. "

          " ผมอยากทำ ให้ผมทำให้นะ " ผมพูดพลางส่งยิ้มให้พี่ไอ

          ผมก้มลงจูบเบาๆ บนเนื้อผ้าตรงส่วนที่แข็งขืนของพี่ไอช้าๆ  และค่อยๆ เลื่อนกางเกงชั้นในสีเข้มของพี่ไอลง จนส่วนนั้นของพี่ไอ ปรากฎขึ้นในสายตาตรงหน้า ถึงจะเขินอายแค่ไหนแต่ในใจของผมนั้นอยากจะทำให้คนที่รัก มีความสุขและรู้สึกดีที่สุด

          ผมค่อยๆ ใช้มือของผมสัมผัสรูดเบาๆ และใช้ปลายลิ้นแตะสัมผัสลากตั้งแต่โคนไล่ขึ้นไปยันสุดปลายที่อ่อนไหว ผมสังเกตเห็นคนที่นอนอยู่กระตุกเกร็งขึ้นเล็กน้อย และหายใจแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ ผมลากลิ้นวนตรงส่วนที่ไวต่อความรู้สึก ชิมหยาดน้ำใสที่เอ่อขึ้นมาเพราะความวาบหวาม จนคนเบื้องล่างเริ่มครางเสียงต่ำในลำคอ มือของคนข้างล่างเริ่มลูบไปมาที่เรือนผมและหลังคอของผม ผมเริ่มขยับขึ้นและพยายามใช้ปากครอบครองส่วนแข็งขืนนั้นอย่างทุลักทุเล ปากเล็กๆ ของผมทำได้แค่ครอบครองส่วนบนที่อ่อนนุ่มนั้นได้แค่นั้นเอง ผมค่อยๆ ดูดเม้มและขยับขึ้นลงสลับกับเลียเบาๆ อย่างเร่งจังหวะ

          " อ..อือ.อ.อืม. " เสียงครางของคนที่นอนอยู่ยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ และช่วงขาที่เกร็งรับกับสัมผัสที่ผมปรนเปรอให้ มือคนเบื้องล่างเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของผม และลูบผ่านกางเกงยีนส์ ล้วงเข้าไปยังบั้นท้ายกลมมนและบีบเบาๆ แต่ทำเอาผมสะดุ้ง แต่ปากของผมก็ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างสม่ำเสมอไม่ขาดตอน ผมเหลือบมองดูคนที่นอนอยู่ หลับตาพริ้มและหายใจเข้าออกถี่กระชั้นเหมือนจะขาดใจ 

          " พอเถอะ พี่จะไม่ไหวแล้ว " พี่ไออยู่ดีๆ ก็ลุกขึ้น จู่โจมจูบผมแบบที่ยังไม่ทันตั้งตัว ดันผมไปที่เบาะหลังและกดผมให้นอนลงด้วยความร้อนรน พี่ไอถอนริมฝีปากออก และถอดเสื้อยืดแขนยาวสีเข้มออกจากลำตัวอย่างรวดเร็ว ผมที่นอนมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เหมือนกับมันกำลังจะหลุดออกมา หนุ่มที่หล่อคิ้วเข้ม ผิวขาวเหมือนหิมะ และร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ กำลังมองผมราวกับจะกลืนกิน พี่ไอก้มตัวลงมาประกบปากกับผมอีกครั้งอย่างร้อนแรง และมือของพี่ไอกำลังแกะกระดุมเสื้อเชิ๊ตของผมออกอย่างรีบร้อน พี่ไอละริมฝีปากออกจากปากสีชมพูของผม และเริ่มจูบและขบเม้นใบหู ดูดให้เกิดรอยที่ลำคอเหมือนดั่งแวมไพร์ที่กระหายหาเลือด ผมเงยหน้าขึ้น เกร็งและใช้มือทั้งสองข้างดันหน้าท้องแกร่งนั่นไว้ เมื่อเสื้อตัวบางของผมหลุดออกเผยให้เห็นผิวสีชมพูระเรื่อ พี่ไอที่กำลังดูดเม้มที่ลำคอ ก็ย้ายริมฝีปากมาครอบครองยอดยกสีชมพูอย่างรวดเร็ว

          " อ.อื้อ อ้ะ " ผมเกร็งขาดิ้นไปมาอย่างเสียวซ่าน แอ่นอกรับสัมผัสที่วาบหวามอย่างเต็มตื้น เสียงครางด้วยความเสียวยังคงดังต่อเนื่อง คนเบื้องบนยังคงดูดเม้นติ่งสีชมพูนั่นอย่างหื่นกระหาย และใช้มืออีกข้างแกะกระดุมกางเกงของผมอย่างร้อนรนและรูดกางเกงของผมลงอย่างรวดเร็ว จนตอนนี้ช่วงล่างของผมนั้นไม่มีสิ่งใดปกปิดอีกแล้ว ผมค่อยๆ เลื่อนมือลงไปปิดส่วนน่าอายของตัวเองไว้ แต่พี่ไอก็ดึงมือผมเอาไว้ และค่อยๆ เลื่อนตัวลงไปเรื่อยๆ ครอบครองส่วนที่น่าอายของผมไว้อย่างง่ายดาย ผมดิ้นบิดเกร็งอย่างเสียวซ่าน และจิกนิ้วลงไปยังเรือนผมสีเข้มของคนตรงหน้าที่กำลังปรนเปรอให้ผมจนผมครางจนหอบหายใจ

          " อ่ะ อ..อื่อ อ จะถึง แฮ่ก " ผมไม่สามารถพูดออกมาเป็นภาษาได้ รู้สึกเหมือนกำลังจะหลอมละลาย ผมจิกเล็บลงบนหลังของคนเบื้องบนและเกร็งตัวครั้งสุดท้าย ปลดปล่อยหยาดน้ำสีขาวออกมาอย่างสุดจะกลั้น พี่ไอกลืนน้ำสีขาวของผมจนหมด ผมได้แต่หอบหายใจอย่างหมดแรง พี่ไอก้มลงมาประทับริมฝีปากผมอีกครั้ง ความคาวกลับกลายเป็นความหวานเมื่อเราสองคนนั้นดูดปากแลกความหวานกันอีกครั้งอย่างไม่รู้เบื่อ แต่ผมก็ต้องตกใจเพราะอยู่ดีๆ พี่ไอก็ละริมฝีปากออกและข้ามไปนั่งที่เบาะหน้าเหมือนเดิม ผมได้แต่มองพี่ไออย่างงงๆ พลางนั่งกอดตัวเองที่ล่อนจ้อนเอาไว้ แต่ไม่นานผมก็เข้าใจว่าพี่ไอกำลังขับรถไปที่ไหน

          ตอนนี้ข้างนอกดึกมากแล้ว และมืดสนิท พี่ไอจอดรถและอุ้มผมลงจากรถทั้งๆ ที่ไม่ได้ใส่อะไรเลย อ้ากก แต่ก็เอาผ้าห่มและผ้าเท่าที่หาได้จากรถคลุมตัวผมไว้ออกมาด้วย ที่นี่คือที่ในความทรงจำของเรา พี่ไออุ้มผมไปตรงใจกลางที่มีเปียโนตั้งอยู่ และวางผมลงบนเก้าอี้ยาว และปูผ้าลงที่พื้น   

          " หนาวหน่อยนะ " พี่ไอที่ปูผ้าแล้วเข้ามากอดผมและจูบผมต่อ ถึงจะหนาวแต่ก็ไม่มากครับ ที่นี่ยังมีผนังกั้นอยู่แต่ว่ายังไงที่นี่ก็อาจมีคนเดินเข้ามาได้ทุกเมื่อ กลายเป็นความเสียวปนระทึกขวัญไปซะงั้น พี่ไออุ้มผมให้ลุกขึ้นยืนช้าๆ และหันหลังวางมือทั้งสองข้างไว้บนเปียโน พี่ไอคุกเข่าลงช้าๆ และจับยึกสะโพกผมเอาไว้ ผมที่รู้ว่าพี่ไอจะทำอะไร จึงรีบขยับตัวหนีและใช้มือข้างนึงบังจุดล่อแหลมไว้

          " ไม่เอา มันสกปรกนะ " ผมส่ายหน้าไปมาอย่างไม่ยอมเด็ดขาด แต่พี่ไอแค่ลุกขึ้นและกอดผมเอาไว้จากด้านหลังและเริ่มจูบผมอีกครั้งและใช้มือข้างนึงกุมส่วนที่อ่อนไหวของผมไว้ ผมเริ่มรู้สึกไร้แรงต่อต้านอีกแล้ว แขนขาเริ่มอ่อนแรง มืออีกข้างของพี่ไอลูบไปมาที่หน้าท้องและเรื่อยขึ้นมายังยอดอกและบี้มันเบาๆ 

          " อ่ะ อ..อื้อ " ผมที่ถูกกระตุ้นทุกจุดของอารมณ์ร่างกายเริ่มที่จะร้อนขึ้นอีกครั้ง พี่ไอละปากจากผม จูบพรมไปบนแผ่นหลังลากจมูกโด่งแผ่วเบามาลงเรื่อยๆ

          จนต่ำลงคุกเข่าลงช้าๆ ตรงช่องทางสีหวาน เป็นสีชมพูที่ดูบริสุทธิ์ พี่ไอจรดลิ้นร้อนลากแผ่วเบาไปมาตรงช่องทางนั้น ผมที่รู้สึกเสียวซ่านจนแทบจะยืนไม่ไหว ได้แต่ยืนขาสั่นอย่างอ่อนแรง 

          " อ.อื้อ พ.อแล้วครับ มันรู้สึกแปลกๆ "  พี่ไอลุกขึ้นมาอีกครั้งและจูบลงบนแผ่นหลังที่เริ่มชื้นเหงื่อของผม 

          " เจ็บนิดนึงนะ " ผมมองพี่ไอที่ตอนนี้ดึงลิปมันกลิ่นสตอเบอร์รี่ออกมาและทาลงบนนิ้วมือและใช้นิ้วมือนวดช่องทางด้านหลังของผมเบาๆ ผมเกร็งตัวเพราะความกลัว พี่ไอโน้มตัวลงมาประกบริมฝีปากของผมอีกครั้ง และผมก็ต้องดิ้นไปมาเพราะนิ้วนิ้วนึงของคนด้านหลังกำลังค่อยๆ สอดใส่เข้ามาอย่างช้าๆ ผมน้ำตาไหลออกมา และเริ่มเกร็งตัวขึ้นอีกแล้ว

          " จ..เจ็บอ่ะ " ผมนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

          " จะไหวไหมน้า อย่าเกร็งสิ " พี่ไอยังคงพูดเล่นและนวดไปตามจุดเพื่อให้ผมผ่อนคลายลง

          " ขอโทษนะไม่ได้เตรียมอะไรเลย มีแค่ลิปเอง " พี่ไอจูบใบหูของผมเบาๆ และเริ่มซุกไซร้ลำคอของผมอีกครั้ง

          " ผมไหวครับ ทำต่อสิ " ผมผ่อนคลายตัวเองลงจับแขนที่กำลังลูบไล้ไปตามลำตัวของผมและลูบเบาๆ คนข้างหลังเริ่มกอบกุมส่วนที่อ่อนไหวของผมอีกครั้ง และรูดขึ้นลงช้าๆ เพื่อให้ผมโฟกัสจุดอื่นที่ไม่ใช่ด้านหลัง 

          " อ..อ่ะ..อื้อ..อ ฮ่า " ผมอ้าปากหอบหายใจ คนข้างหลังที่เห็นแบบนั้นก็เพิ่มนิ้วเข้ามาอีก อย่างช้าๆ และนวดรอบๆช่องทางนั้น เพื่อเตรียมรับสิ่งที่ใหญ่กว่า ความเจ็บเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัดแต่ก็ทำให้รู้สึกดี ผมที่เริ่มจะยืนไม่ไหว คนข้างหลังก็ช้อนเอวผมขึ้น ผมโค้งตัววางแขนคงบนคีย์เปียโน ทำให้ทุกการเคลื่อนไหว เกิดเสียงขึ้นแปลกๆ แล้วผมก็ต้องสะดุ้งน้อยๆ เพราะคนข้างหลังเริ่มปลดกางเกงยีนส์สีเข้มของตัวเองออก จรดปลายของส่วนที่แข็งขืนนั้นลงบนช่องทางที่เตรียมพร้อมไว้แล้วอย่างรอคอย 

          " อย่าเกร็งนะ หันมามองพี่สิ " พี่ไอกระซิบเบาๆ พร้อมจับแก้มผมให้เอี้ยวตัวมาประกบริมฝีบอกอีกครั้งอย่างนิ่มนวล

          " อื่อ..อ่ะ...อ ..อื้อ " ส่วนที่แข็งขืนนั้นกำลังแทรกตัวเข้ามาอย่างช้าๆ ในขณะที่ริมฝีปากของเราประกบกัน ค่อยๆ เข้ามาเรื่อยๆ จนสุด คนข้างหลังปล่อยริมฝีปากของผมและก้มลงจูบแผ่นหลังของผมที่มีเหงือผุดขึ้นมาเพราะความร้อน พร้อมครางต่ำในลำคออย่างพึงพอใจ

          " ..น แน่นจัง " ผมกำมือแน่น อ้าปากหอบหายใจ ความรู้สึกเจ็บและอึดอัดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกวาบหวาม วูบวาบ และเสียวซ่านในเวลาเดียวกัน

          " พี่จะค่อยๆ ขยับ ไม่ไหวบอกนะ " พี่ไอก้มลงกระซิบข้างหูของผมด้วยเสียงกระเส่า มือลูบไล้ไปบนยอดอกสีชมพูของผมและเขี่ยเบาๆ จนผมร้องครางอย่างอดมิได้ พร้อมๆ กับเริ่มขยับเอวช้าๆ ทุกจังหวะการเข้าออก นำมาซึ่งเสียงครางของผมอย่างสุดจะกลั้น

          " อ่ะ ..อ่า..อึก อ๊ะ " ผมก้มตัวลงต่ำอีก ก้มหน้ากับคีย์เปียโนพร้อมครางเสียงหวาน ผมเอื้อมมือไปดันหน้าท้องแกร่งนั้นเบาๆ เพราะว่าตอนนี้คนข้างหลังเริ่มกระแทกเข้าออกถี่และแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเสียวซ่านราวจะขาดใจ 

          " อึก อืมม ข้างในรู้สึกดีจัง " เสียงครางอย่างพึงพอใจดังขึ้นเป็นระยะจากคนข้างหลัง ที่กำลังล็อคเอวของผมแน่น และเร่งจังหวะเข้าออกจนผมแทบขาดใจ

          " อ๊า อ่ะอ อ้า อ๊อื่อ " ผมร้องครางสลับกับหอบหายใจแรง เอี้ยวตัวไปรับสัมผัสจากริมฝีปากได้รูปนั้น ดูดเม้มและของเหลวกันอย่างกระหาย มือของคนข้างหลังลูบไล้กอดผมเอาไว้แน่นราวกับกลัวผมจะหายไป พร้อมกระแทกร่างกายถี่กระชั้นและลึกยิ่งขึ้นไปอีก จนผมซีดปากด้วยความเสียวแบบแทบจะทนไม่ไหว คนข้างหลังเริ่มส่งเสียงครางในลำคอถี่ขึ้นเรื่อยๆ และขบกัดคอผมเอาไว้เหมือนหมาป่าที่กำลังล่าเหยื่อ 

          " จ..จะไม่ไหวแล้ว " 

          " ..เหมือน.กั.น " คนข้างหลังปล่อยคอผมและกดหลังผมให้ต่ำลงกว่านี้ และกระแทกเข้าออกเร่งจังหวะถี่สุดๆ ผมร้องครางทุกจังหวะที่ท่อนกายของสองคนกระทบกัน เหงือร้อนของพี่ไอหยดกระทบลงบนหลังของผมทุกจังหวะการเสียดสี 

          " อ๊ะ ป..ปล่อยข้างใน " ผมพูดอย่างอ่อนแรง คนข้างหลังไม่พูดอะไร แต่กระแทกเข้าออกถี่กระชั้นขึ้นอีกและกระแทกแรงสุดๆ เป็นครั้งสุดท้าย  ก่อนครางเสียงต่ำและก้มหน้าหอบหายใจกับหลังของผม ในขณะที่ผมก็ปล่อยหยาดน้ำสีขาวออกมาจนเลอะเทอะพื้นตรงหน้าไปหมด ความรู้สึกอุ่นๆ ในช่องทางด้านหลังเป็นตัวบอกอย่างดีว่าคนข้างหลังก็ถึงจุดแล้วเหมือนกัน คนข้างหลังยังคงกอดผมเอาไว้ในขณะที่ร่างกายยังไม่ผละออกจากกัน และเริ่มจูบซับหยดเหงื่อที่หลังคอของผมอย่างแผ่วเบา

          " น่ารักจัง เมียพี่น่ารักสุดๆ " พี่ไอจูบใบหูของผมและกระซิบบอก ทำเอาผมก้มหน้างุดแทบจะฝังเข้าไปในเปียโนเลยทีเดียว

          " ไอบ้า ใส่ซะเต็มแรงเลย ซาดิสม์เอ้ย "

          " มันเบรกไม่อยู่แล้วอ่ะ เจ็บหรือเปล่า ขอโทษนะ " พี่ไอหอมแก้มผมไปมาแบบรู้สึกผิด

          " ก่อนอื่นเอาออกก่อนดีไหม " ผมที่พูดแบบไม่ยอมมองหน้าคนข้างหลัง เพราะว่าตอนนี้เริ่มเขินอีกแล้ว

          " ครับ ไม่งั้นมีรอบสองแน่ " พี่ไอพูดข้างๆ หูผม พร้อมอมยิ้ม อ้ากกก ผมพยายามดันตัวไอหื่นกามนี่ออก แต่ กลายเป็นว่าพี่ไอยิ่งกอดรัดผมแน่นขึ้นไปอีก

          " ข.ขอพักก่อน ไม่ไหวแล้วขาชาไปหมด " พี่ไอจูบผมที่ขมับเบาๆ และเริ่มถอนแก่นกายออก ผมรู้สึกโล่งขึ้นแต่บัดนี้เรียวขาของผมนั้นมีน้ำสีขาวไหลออกมาไม่ขาดสาย อ้ากกก นี่ปล่อยออกมากี่ลิตรฟะเนี่ย

          พี่ไอหายไปและกลับมาพร้อมกล่องทิชชู่ในรถ และช่วยเช็ดคราบต่างๆ บนตัวผมอย่างถนุถนอม ทีแบบนี้ละเบา ทีเมื่อกี้ละโยกจนซี่โครงจะหัก หึ่ยย ผมมองหน้าคนที่นั่งคุกเข่ากับพื้น และกำลังเช็ดเรียวขาของผมอย่างรักใคร่ ผมมองคนตรงหน้าที่ใบหน้าชื้นเหงื่อเสยผมขึ้นและใส่กางเกงยีนส์เรียบร้อย แต่เปลือยท่อนบนโชว์หุ่นอันทรมานใจอยู่ตลอดเวลา 

          " มองแบบนี้อยากต่อรอบสองจริงๆ สินะ " ผมสะดุ้งหลบตาคนตรงหน้าอย่างเขินอาย

          " ไอคนหลงตัวเอง " ผมแกล้งทำหน้าบู้กลบเกลื่อน พี่ไอที่นั่งคุกเข่าเอื้อมมือมาจับมือผมและจูบลงบนหลังมือผมช้าๆ เหมือนเจ้าชายที่กำลังจุมพิตเจ้าหญิง

          " พี่จะรักมินจนกว่าลมหายใจของพี่จะดับลง " ผมอมยิ้มกับภาพตรงหน้า 

          " งั้นก็ดับซะตอนนี้เลยดีไหม " ผมหวดมือลงบนไหล่หนาของคนตรงหน้าพลางหัวเราะ และโดดเข้าไปกอดคอพี่ไอจนพี่ไอหงายหลังลงไปกับพื้น 

          " ผมรักพี่ไอครับ รักที่สุด " ผมกอดคนตรงหน้าแน่น และยิ้มออกมาจากหัวใจ หากว่าโลกนี้จะสูญสลายไปผมก็ไม่เสียดาย เพราะว่าผมได้ใช้ชีวิตคุ้มค่าแล้ว


ได้อยู่ ได้พบเจอและได้รักคนคนนี้จนหมดหัวใจ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2018 16:50:33 โดย Gloomy Sunday »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
หื่นกว่าพี่ไอ ก็มินนี่แหละ  :laugh:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
 :haun4: หื่นได้ใจมากกกกกก

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 783
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 46 เรื่องคืนนั้นกับเด็กโรคจิต


          ฮยองแจอิน



          ในคืนวันที่เด็กพริ้นนั่นโดนยิง ผมกับเด็กนั่นวางแผนดักซุ่มศัตรูอยู่ในที่ที่คิดว่าอาจจะเจอพวกมัน

          " มาคนเดียวหรือไง " ผมถามออกไปเพราะว่าเด็กนี่เป็นถึงลูกชายคนโตของ S กรุ๊ปแต่กลับไม่มีบอดี้การ์ดติดตัวสักคน น่าแปลก

          " แค่ฉันคนเดียวก็พอ " ผมมองใบหน้าที่ม่วงช้ำของเด็กนั่นด้วยความไม่เข้าใจ

          " หน้าไปโดนอะไรมา " 

          " เป็นห่วงหรือไง " กวนชะมัด เด็กพริ้นนี่ทำตัวมีความลับเสมอเหมือนไม่ไว้ใจใครเท่าไหร่

          " แล้วน้องชายนายล่ะ " 

          " ไอปลอดภัยแล้ว ถูกขังไว้ในที่ปลอดภัย "  ผมมองใบหน้าที่อ่อนลงเสมอในเวลาพูดถึงน้องชายของหมอนี่ เป็นเด็กที่แปลก หน้าตาฟกช้ำแบบนั้นก็คงเพราะน้องชายนั่นแหละ

          จนถึงตอนที่เด็กผมดำนั่นวิ่งเข้ามา และไม่ต้องเดา เด็กพริ้นทิ้งทุกอย่างและวิ่งเข้าไปปกป้องน้องชายสุดชีวิต ผมที่คิดว่าคงไม่ต้องห่วง แต่ก็พลาด ยังมีพวกมันหลงเหลืออยู่และยิงเด็กนั่นจากระยะไกล ผมเก็บมันเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีการยิงซ้ำ และเรียกบอดี้การ์ดทุกคนให้เข้ามาช่วยพวกนั้นออกไป คุณหนูปลอดภัยดีเพราะให้เกลียวพาแยกไปอีกทาง

          เด็กพริ้นโดนยิงไม่ถูกจุดสำคัญ แต่ก็เสียเลือดเยอะพอดู หน้าซีดลงอย่างรวดเร็ว ผมมองเด็กนั่นที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพียงเพื่อปกป้องคนที่ตัวเองรัก เหมือนกับมองเห็นตัวเองเลยนะ ผมก็ยอมทุกอย่างเพื่อคุณหนูเช่นเดียวกัน ผมนำเด็กพริ้นขึ้นเครื่องพร้อมแพทย์จากตระกูลของเรา ต้องช่วยไว้ให้ได้ เพราะถ้าหากนายตายไปละก็ ทั้งสองคนนั่นคงไม่สามารถยิ้มและมีความสุขได้จริงๆ จากหัวใจ

          เด็กพริ้นที่ตัวคนเดียวทำให้ผมต้องมาคอยดูแลหมอนี่ เหลือเชื่อมาก หมอนี่แข็งแรงกว่าที่คิด ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่สามารถฟื้นตัวได้เร็วขนาดนี้ ผมที่นั่งหลับตาเฝ้าไข้เด็กนี่อยู่ข้างๆ ก็ต้องตกใจสุดๆ เพราะหมอนี่ตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้และนอนจ้องหน้าผม ความรู้สึกของผมบอกตัวเองว่าอย่าอยู่ใกล้เด็กนี่น่าจะดีกว่า 

          " นาย ไอเป็นยังไงบ้าง " คำถามแต่ละอย่างจากหมอนี่ส่วนมากจะเป็นเรื่องน้องชาย

          " ปลอดภัยและจะพบกับคุณหนูในวันพรุ่งนี้ " 

          " อย่าบอกไอเรื่องที่ฉันอยู่ที่นี่ " 

          " อย่าได้ใจไปหน่อยเลย คุณไม่ใช่เจ้านายของผม อย่ามาสั่งผมให้ทำนั่นนี่มากนักเลย ขอเตือน คุณไม่รู้จริงๆ หรอกว่าผมเป็นคนยังไง " ไอ้เด็กนี่ได้ใจเกินไป

          " แล้วนายเป็นคนยังไงกันล่ะ จริงๆ ฉันก็อยากจะรู้นะ " สายตาที่มันมองผมมันแปลกๆ ตั้งแต่แรกๆ แล้ว ดูไม่น่าจะเป็นพวกรักร่วมเพศ แต่ก็วางใจไม่ได้

          " คุณไม่รู้นั่นแหละดีแล้ว " 

          " นายน่ะ ชอบผู้ชายใช่ไหมล่ะ " ผมมองหน้าไอ้เด็กนี้ด้วยความสงสัย 

          " ผมไม่จำเป็นต้องตอบคำถามของคุณ " 

          " เมื่อก่อนฉันเกลียดพวกคนแบบนายมาก ถึงดูพวกมันออกยังไงล่ะ แต่ตอนนี้น่ะไม่ได้คิดแบบนั้นหรอกเพราะไอก็ชอบมินที่เป็นผู้ชาย บางทีมันอาจจะมีอะไรดีๆ ก็ได้ " ผมมองเด็กนั่น เกลียดงั้นเหรอ และดูออก หึ เด็กน้อยเอ๋ยนายน่ะ ยังไม่รู้อะไรอีกเยอะ

          " ผมยอมรับว่าคุณเก่งนะที่มองผมออก แต่คุณคงรู้แค่นั้นนั่นแหละ และขอบอกไว้ก่อนนะ ถึงผมจะไม่สนใจผู้หญิง แต่ก็ไม่สนผู้ชายต่ำๆ หรอกนะ " ผมไขว่ห้างพูดคุยโดยไม่แสดงสีหน้าเช่นเคย

          " จริงๆ ฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจเรื่องนายชอบผู้ชายหรอกนะ แต่แบบนี้ลั๊คกี้แฮะ " หลอกถามงั้นเหรอ ไอ้เด็กเวร

          " ผู้ชายกับผู้ชายเค้าทำกันยังไงนะ " ไอ้งี่เง่า

          " กลับไปกอดผู้หญิงแบบที่เคยจะดีกว่านะ ขอเตือน " 

          " นายก็สวยนะ หรือจะบอกว่าหล่อดี ดูดึงดูดน่าสนใจ เสน่ห์แบบผู้ใหญ่งั้นเหรอ ฉันออกปากชมเนี่ย ถือว่ามีบุญสุดๆ ไปเลยนะ " ไอ้เด็กหลงตัวเอง

          " งั้นเหรอครับ ขอบคุณละกันที่ชม " อยากต่อยปากมันจริงๆ

          " นี่ นายทำหน้าแบบอื่นไม่เป็นหรือไง " ถ้ามันโดนยิงอีกสักนัดคงจะดี ปากมากจริงๆ

          " ไม่มีเหตุผลให้ผมต้องทำหน้าแบบอื่นนี่ครับ " 

          " แล้ว ถ้าฉันทำได้ล่ะ " หึ ไอ้เด็กนี่มันอวดดีจริงๆ

          " ถ้าทำได้ก็ลอง "

          " ไม่มีอะไรที่ฉันอยากได้แล้วไม่ได้ " มันทำสีหน้าจริงจังเหลือเกิน น่าขัน

          " งั้นเหรอน่าสนุกนะ " เอาสิ เล่นกับเด็กสักหน่อยก็น่าจะดี 


          วันนี้คุณหนูกับเด็กไอนั่นเจอกันแล้ว ทั้งสองคนมีความสุขสักทีนะ ผมที่เฝ้ามองคุณหนูต้องเจ็บปวดหัวใจก็พลอยทำให้ผมนั้นหมองเศร้าไปด้วย และไอ้เด็กพริ้นนี่ก็ทำคุณหนูเจ็บปวดมาหลายครั้ง ถึงจะเพราะความไม่รู้ก็เถอะ อยากทรมานมันสักครั้งจริงๆ

          วันนี้ผมก็มาที่โรงพยาบาลเพื่อมาดูเด็กนี่ หมอบอกว่าเด็กนี่ไม่ยอมคุยไม่ยอมพูดอะไรกับใครเลย ทำตาขวางอย่างเดียว ใช่ว่าจะใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้ซะเมื่อไหร่ แถมหมอนี่เรียนหมอซะด้วย แต่ดูแล้วไม่น่าจะรักษาใครได้ ถ้าฆ่าคนว่าไปอย่าง ไอ้ลูกหมาเอ้ย

          ผมก้มลงมองหน้าคนที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงอย่างเงียบสงบ เหมือนกับกำลังมองเด็กไอนั่นในเวอร์ชั่นที่ดูสดใสกว่า ผมสีน้ำตาลอ่อนนี่ช่างเข้ากับใบหน้าที่ไร้ที่ติของเด็กนี่ ถ้านอนนิ่งๆ ไม่พูดมากก็จัดว่าโอเคเลยนะ เวลาหมอนี่ทำหน้ายิ้มแย้มก็เหมือนกับเป็นคนละคนกับนิสัยจริงๆ ที่ชอบทำหน้าเย่อหยิ่ง มองคนอื่นเหมือนเป็นมดปลวกยังไงยังงั้น

          " ถ้ามองขนาดนี้ก็จูบเลยสิ " เด็กนั่นลืมตาขึ้นช้าๆ พลางมองผมแบบยิ้มเจ้าเล่ห์ 

          " อย่าบอกนะว่าหลงรักฉันแล้ว " เฮ้อ เอือมเกินกว่าจะพูดอะไรออกไป 

          " มีความมั่นใจเหลือเกินนะ น่าขำ " ผมพูดพลางนั่งลงที่โซฟาห่างออกมาจากเตียง

          " ที่นี่ประเทศนี้ผู้ชายหน้าตาดีๆ มีอยู่เกลื่อน ผมไม่สนใจเด็กน้อยแบบคุณหรอกครับ " 

          " ใครจะไปรู้ ได้ลองอาจติดใจก็ได้นะ " ปากดีจริงๆ

          " จะทำอะไร " ผมมองดูเด็กน้่นที่ทำท่าเหมือนจะลุกออกจากเตียง

          " แค่ยืดเส้นยืดสายน่ะ " ผมมองผ้าพันแปลที่พันรอบตัวของหมอนั่น มันอึดจริงๆ ให้ตาย

          " ขอเตือนไว้ก่อน ถ้าคุณคิดจะทำอะไรแปลกๆ ละก็ ขอให้เลิกคิดซะ เพราะผมจะยิงคุณจริงๆ "

          " เครียดเกินไปนะ แจอิน กลัวงั้นเหรอ " ผมเกลียดที่ไอ้เด็กนี่พูดชื่อผมออกมาแบบนั้นจริงๆ

          " อย่าคิดว่าจะออมมือให้ ถึงคุณจะบาดเจ็บอยู่ก็เถอะ " ผมพูดพลางลุกขึ้นช้าๆ เพราะเหมือนว่าเด็กนี่ต้องการลองดีจริงๆ

          " ถ้าฉันตายไปคุณหนูของนายจะเสียใจนะ นายแคร์คุณหนูนิ ใช่ไหมล่ะ " เด็กพริ้นยังคงพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มพร้อมเดินมาหาผมเรื่อยๆ อย่างช้าๆ อย่างคุกคามชัดเจน

          ผมยืนนิ่งๆ ผมไม่กลัวหรอกถ้าต้องอัดมันจริงๆ เอาแค่ปางตายก็พอ

          " อีกแค่ก้าวเดียว ฉันจะอัดแกแน่ " ผมพูดขู่เสียงเย็น แต่ไอ้เด็กโรคจิตนี่ก็ยังยิ้มอยู่

          " ไม่พูดเพราะแล้วเหรอครับ คุณพ่อบ้าน " ผมเกลียดสีหน้ายิ้มเยาะของมันจริงๆ

          มันหยุดยืนนิ่งพร้อมส่งยิ้มให้อย่างน่ารำคาญ แต่ชั่วพริบตามันก็พุ่งพรวดเข้ามาอย่างรวดเร็ว ผมกะจังหวะเข้าไปซัดมันที่หน้า แต่มันกลับป้องกันได้ ฝีมือไม่เลว แต่ยังอ่อนหัดไปนิด ผมใช้จังหวะตอนมันตั้งการ์ดกันหน้าไว้ แทงเข่าเข้าไปที่ท้องของมันที่เป็นแผล และอ้อมไปด้านหลังหยิบมีดที่ซ่อนในถุงเท้าและล็อคคอมันเอาไว้

          " โอ้ยยย ยอมแล้วๆ จะฆ่ากันจริงๆ เหรอเนี่ย ไม่ออมมือมั่งเลย " มันร้องโวยวายเสียงดังกุมแผลที่ท้องไว้ ซึ่งตอนนี้เลือดเริ่มไหลออกมาจนผ้ากลายเป็นสีแดง

          " ถ้ายังคิดจะทำแบบเมื่อกี้อีกละก็ ฉันฆ่าแกแน่ " แต่เมื่อผมที่พูดแบบนั้นก็ต้องทรุดนั่งลงไป มองเข็มฉีดยาที่ปักอยู่ที่ขา แย่แล้ว พลาดซะแล้ว ไอ้เด็กนั่นมันต้องการให้ผมล็อคตัวมันเพื่อเข้าใกล้และจะได้ปักเข็มนี่ลงบนขาของผม

          " แหม่ กว่าจะขโมยหมอมาได้ยากเอาการ แผนสำเร็จ เป็นการเสี่ยงที่คุ้มค่า ถึงแม้จะเจ็บมากกว่าที่คิดซะอีก " มันพูดพลางลูบท้องที่เป็นแผลไปมา มันที่เรียนหมออยู่แล้ว เรื่องเลือกยาพวกนี้คงเป็นของกล้วยๆ สำหรับมัน 

          " ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ทำอะไรนายหรอก แค่อยากอยู่ใกล้ๆ เฉยๆ " ไอ้เด็กนี่นั่งยิ้มอยู่ตรงหน้าผมอย่างน่าโมโห 

          " ขยับไม่ได้ใช่ไหมล่ะ แขนขาอ่อนแรงไปเลย น่าสงสาร " อยากฆ่ามันเหลือเกิน ผมที่เห็นว่ามันบาดเจ็บ และไม่ใช่คนเลวร้ายเท่าไหร่ถึงไม่ได้ระวังตัวเท่าที่ควร เจ็บใจจริงๆ

          " ตัวบางกว่าที่คิดแฮะ แต่กล้ามเนื้อสวยมากเลย ฝึกยังไงกันนะ " ผมที่ไม่มีแรงแม้แต่จะพูด ได้แต่จ้องหน้ามันราวจะกินเลือดกินเนื้อ มันตอนนี้ลูบไปมาตามร่างกายของผมอย่างอยากรู้อยากเห็น

          " ใส่สูทมาอีกทำไม ถอดออกดีกว่าเนอะ อึดอัดจะตาย " ผมขมวดคิ้วมุ่น อย่าให้ขยับได้นะพ่อจะอัดให้ยับ

          ผมได้แต่มองมันค่อยๆ ถอดเสื้อนอกของผม และปลดกระดุมเสื้อเชิ๊ตสีขาวของผมออกทีละเม็ดทีละเม็ด พลางจ้องหน้าผมและอมยิ้มอย่างคนโรคจิต 

          " สวยจังเลยนะ " มันพูดพลางลูบไล้ไปมาบนหน้าท้องและลามไปจนถึงหน้าอก แต่จงใจไม่ให้โดนยอดอก

          " สีชมพูด้วยล่ะ " มันยังยิ้มจนตาหยีและพูดจาโลมเลียร่างกายผมตลอดเวลา

          " แว่นนี่ก็เกะกะชะมัด ถอดออกละกัน " มันพูดพลางค่อยๆ ถอดแว่นของผมออกช้าๆ

          " ว้าว นี่จงใจพลางหน้าหรือเปล่าเนี่ย สุดยอดเลยแฮะ ตอนแรกก็ว่าดูดีแล้วนะ พอไม่มีแว่นนี่สุดยอดคูณสิบไปเลย " มันปรบมือแปะๆ อย่างกวนบาทาจริงๆ

          " จ.จะ.ฆ่.าแ..ก " ผมพยายามพูดอย่างยากลำบากด้วยความแค้นสุดๆ

          " ถ้าอย่างงั้นละก็ ยิ่งต้องทำให้คุ้มสินะ จะตายทั้งที ขอมีความสุขหน่อยละกัน " ผมที่คิดว่ามันจะหยุด กลับต้องเสียใจกับคำพูดตัวเอง กลายเป็นเหมือนฆ่าตัวตายซะได้  ก็รู้อยู่แล้วว่ามันโรคจิต แต่ไม่คิดว่ามันจะร้ายขนาดนี้

          มันพูดพลางก้มลงช้าๆ และหยุดตรงใบหน้าของผม จมูกของมันสัมผัสกับจมูกของผมช้าๆ แต่กลับหยุดนิ่งอยู่แค่นั้น ผมหลับตาลงแต่ก็ต้องลืมตาขึ้น เพราะว่าเด็กนี่ยังคงทำแค่นั้น แค่จมูกชนกัน แต่ริมฝีปากยังไม่แตะโดนกัน ถึงแม้จะใกล้มากสุดๆ ก็ตาม

          " แบบนี้ไม่สนุกเลยแฮะ อยากจูบแบบที่นายก็จูบฉันด้วยจัง " มันพูดเบาๆ พร้อมทำหน้ามุ่ยแบบหงุดหงิด แต่ผมกลับรู้สึกแปลกๆ อยู่ในใจ เด็กนี่มันยังไงกันแน่นะ

          สักพักเด็กพริ้นก็ลุกขึ้น ติดกระดุมเสื้อของผม และแบกผมลงมานอนที่โซฟา

          " ไม่เกินชั่วโมงก็ขยับได้แล้ว หลังจากนั้นก็ช่วยอัดฉันเบาๆ หน่อยละกันนะ " มันพูดพลางจูบลงที่แก้มของผมเบาๆ และลุกกลับไปนอนที่เตียงตัวเองอีกครั้ง ผมสังเกตตามทางที่เด็กนี่เดิน มีเลือดหยดเป็นทาง หึ แค่นี้คงพอแล้วล่ะ ถ้าทำมากกว่านี้มันคงตายแน่ๆ ผมคิดและกลับยิ้มเล็กๆ ออกมา นอนมองดูเด็กนั่นที่ตอนนี้หลับไปแล้ว คงจะเจ็บมากสินะ


จากนี้ไปฉันจะสอนเรื่องที่นายอยากรู้ให้เอง ว่าผู้ชายกับผู้ชายเขาทำกันยังไง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2018 16:57:27 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8927
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
อู้ยยย.........รอ ร้อ รอ  :hao3:
จากนี้ไปชั้นจะสอนเรื่องที่นายอยากรู้ให้เอง
ว่าผู้ชายกับผู้ชายเค้าทำกันยังไง  :ling1: :ling1: :ling1:
       :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
มีสอนให้กันด้วย เขินจังเลย  :o8: :-[

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 47 พ่อบ้านปิศาจ


          ฮยองแจอิน


          หลังจากที่พาคุณหนูและเด็กไอมาพบไอ้บ้านี่ ผมดีใจที่ทุกอย่างลงตัว คุณหนูดีใจมากที่ไม่ต้องเห็นเด็กไอนั่นร้องไห้เพราะพี่ชายอีกแล้ว หึ เรื่องเมื่อคืนทำผมจับมันมาอยู่ห้องรวมนี่แหละดี มันจะได้ทำอะไรไม่สะดวก ผมเดาไม่ออกว่ามันคิดจะทำอะไรต่อไป

          บ่ายวันนั้นเด็กไอมาขอร้องให้ผมย้ายพี่ชายไปพักฟื้นที่บ้านตระกูลคิม บอกว่าพี่ชายไม่อยากอยู่คนเดียว หนอย ได้ทีเอาใหญ่ทั้งพี่ทั้งน้อง แต่ว่านายท่านก็อนุญาต จะขัดก็คงไม่ได้ เห็นทีผมต้องระวังตัวมากกว่านี้ ที่ต้องระวังน่ะ เพราะว่าผมไม่ชอบให้เด็กพริ้นนี่มาเล่นอะไรแปลกๆ กับผมแบบที่ผมไม่ได้ตั้งตัวต่างหาก แต่ถ้าหากผมเล่นเด็กนี่ซะเอง นั่นก็อีกเรื่อง หึ

          " จากนี้ไปก็ดูแลผมด้วยนะครับ คุณพ่อบ้าน " มันพูดพร้อมทำหน้าตายิ้มเยาะ หึ พ่อจะดูแลให้สาสมเลยทีเดียว

          แผลโดนยิงไม่ได้ทำให้เด็กนี่หงอยได้เลย มันกลับลุกขึ้นเดินไปมาเหมือนแค่เป็นแผลถลอก ก่อนออกจากโรงพยาบาลหมอก็มาตรวจดูอาการเด็กพริ้นนี่อีกครั้ง

          " เอ่อ แผลเปิดนะครับ ช่วงนี้งดขยับตัวแรง หรือห้ามออกกำลังกายนะครับ " คุณหมอที่ทำหน้างง ว่าทำไมไอ้เด็กนี่ถึงแผลเปิดได้ ทั้งๆ ที่เย็บอย่างดีแล้วเชียว 

          " นี่ รีบพาฉันออกไปจากที่นี่ทีสิ เบื่อจะแย่แล้ว " เด็กนี่มองผมแบบกวนประสาทตลอดเวลา 

          " แต่อยู่กับคุณพ่อบ้านสุดเนี๊ยบก็คงจะน่าเบื่อเหมือนกันหรือเปล่าน้า นี่ วันๆ นายทำอะไรบ้างล่ะ " 

          " ครับ ก็คงจะน่าเบื่อเหมือนที่คุณพูดนั่นแหละ เพราะฉะนั้นอย่ามายุ่งกับผมมากนักจะดีกว่า " ผมพูดพร้อมเดินนำเด็กพริ้นนี่ออกมาจากห้อง เพื่อเตรียมกลับ

          ตลอดการเดินทางในรถ เด็กนี่ก็เอาแต่จ้องมองผม หึ มองไปเถอะ นายไม่รู้หรอกว่านายกำลังจะเจออะไร 

          " คุณเป็นคนซื้อเปียโนเก่าๆ นั่นให้น้องชายงั้นเหรอ " 

          " ใช่ พูดให้ถูกก็คือ ฉันซื้อที่ดินผืนนั้นเลยต่างหาก " บราค่อนของแท้เลยนะ

          " แล้วน้องชายคุณรู้หรือเปล่า "

          " ไม่ แค่เอาไปไว้ให้ แล้วไอก็เปิดร้านนั้นขึ้นมา จัดแต่งร้านเพื่อรำลึกถึงมิน เพราะคิดว่ามินตายไปแล้ว เจ้าน้องชายนั่นรักมั่นคงเหลือเกิน " เปียโนนั่นถึงหายไปสินะ
         
          " น่าแปลกนะ เพราะว่าลูกนอกสมรสอย่างคุณไอ น่าจะไม่ได้รับการยอมรับมากกว่า " 

          " นั่นเป็นเรื่องของคุณพ่อกับคุณแม่ แต่ฉันไม่สนหรอก " ผมมองแววตาที่เหมือนโกรธแค้นแทนน้องอย่างปิดไม่มิดของเด็กนี่
                   
          " แล้วคุณแม่ของคุณ ผมไม่เคยได้ยินข่าวเลย "

          " หนีไปแล้ว " ผมไม่น่าถามเลยสินะ ดูไปก็น่าสงสาร คงจะมีแค่น้องชายคนเดียวที่อยู่ข้างๆ

          " ขี้โกงจังเลยนะ ฉันไม่รู้เรื่องของนายเลย " เด็กนี่อยู่ดีๆ ก็ตัดพ้อซะงั้น 

          " คิดดีแล้วเหรอ เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ " ผมมองหน้าเด็กนี่ที่ทำสีหน้าจริงจังมองผม

          " ช่วยพาฉันถลำลึกลงไปหน่อย คุณพ่อบ้าน " ผมมองหน้าเด็กนี่ที่ค่อยๆ ยื่นหน้าเข้ามาอย่างช้าๆ

          ' ปั้บ! '

          ผมตะปบหน้าเด็กนี่ไว้ด้วยมือข้างเดียว และไม่หันไปมองด้วยซ้ำ 

          " อย่าแม้แต่จะคิด " หึ ใจเย็นๆ ไอ้หนู ของจริงจะเริ่มในอีกไม่นาน


          พริ้น


          ผมมองแจอินขับรถ ด้วยท่าทางที่ดูเป็นงานเป็นการ ต้องบอกว่าหมอนี่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูเหมือนมืออาชีพไปหมด ทำได้ทุกอย่าง หน้าตาที่ไร้อาการ สีหน้าที่ไม่แสดงออกใดๆ นั่น อยากแกล้งชะมัด จะต้องทำให้นายแสดงสีหน้าแบบที่ไม่เคยทำให้ใครดู ฉันต้องได้เห็นมันเป็นคนแรก

          ผมเคยเกลียดผู้ชายที่เข้ามาหาผม ผมเคยคิด ว่ากับผู้ชายงั้นเหรอ งี่เง่า ผู้หญิงก็มีเยอะแยะ สวยๆ หุ่นดีๆ เวลาสัมผัสก็นุ่มนิ่มชวนให้รู้สึกดี แล้วกับผู้ชายเนี่ยนะ อกก็แบน ร่างกายก็มีแต่กล้ามเนื้อ จับตรงไหนก็คงไม่นุ่มนิ่ม เป็นบ้ากันหรือไง ให้ตายก็ไม่เอาด้วยหรอก

          แต่แล้วเมื่อผมได้เจอคนคนนี้ มันแปลก ผมที่คิดว่าตัวเองนั้นเพอร์เฟคยิ่งกว่าใคร กลับต้องเหลียวหลังมองดูผู้ชายคนนึง ยืนตัวตรงอย่างงามสง่า ใส่สูทสีดำแม้อากาศจะร้อนสักแค่ไหน ผิวขาว หน้าเรียว แว่นกรอบดำ แววตาที่ดูเฉียบคมนั่น เหมือนกับมองทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง สีหน้าเรียบเฉย แต่กลับดูดีสุดๆ ไปเลย ต้องเป็นพวกที่ทำงานอะไรที่อันตราย ดูลึกลับ อยากจะรู้จังเลยนะ ว่านายคิดอะไรอยู่ แล้วนายถ้าห้วเราะออกมาจะเป็นยังไงกันนะ

          ผมมาถึงบ้านของตระกูลคิม ต้องบอกว่าคฤหาสน์สินะ คนละแบบกับบ้านของผมที่นี่ตกแต่งแบบสไตล์ยุโรป หินอ่อน หรูหราแบบสุดๆ แต่บ้านของผมเป็นคฤหาสน์กึ่งบ้านทรงไทย เป็นแบบไทยๆ ที่ดูร่มรื่นเย็นสบาย

          ผมเข้าไปทักทายผู้นำตระกูลคิมด้วยใบหน้าเป็นมิตร แต่ผมที่พูดภาษาเกาหลีไม่ได้เลยต้องให้แจอินทำหน้าที่เป็นล่ามให้ นิสัยของคุณพ่อของมินต่างกับรูปลักษณ์ เหมือนจะดุแต่กลับใจดี เจ้าพ่อมาเฟียของแท้เลยแฮะ ต้องฝากตัวไว้ หึหึ

          ผมที่ออกมาจากห้องของคุณพ่อของมิน และถูกนำทางมาที่ห้องรับรองห้องหนึ่งในคฤหาสน์ ผมเดินตามแจอินที่เดินนำผมมาที่ห้อง แจอินยังคงระวังตัวสุดๆ ถ้าผมขยับแปลกๆ สักนิด หมอนี่ก็จะหันมาอัดผมแน่นอน จริงๆ ผมคิดว่าผมสู้ได้สบายมาก แต่เมื่อคืนน่ะ ยอมให้อัดต่างหากเล่า 

          " เชิญพักผ่อนตามสบาย ถ้ามีอะไรก็เรียกพ่อบ้านได้เลย " แจอินพูดพลางผายมือให้ผมเข้าไปในห้อง แหม่ทางการตลอดเลยนะ 

          " นายก็มาพักด้วยกันสิ " ผมลองพูดเย้าแหย่เล็กๆ ดูท่าทีไปก่อน

          " ต้องขออภัยแต่ผมมีเรื่องต้องไปทำ ขอตัว " เจ้าตัวพูดพลางรีบเดินจากไป กลัวผมจะฉุดเข้าห้องหรือไง เชื่อเค้าเลย แต่สนุกดีแฮะ

          หมอนี่อายุมากกว่าผมแค่ 3 ปี แต่การวางตัวนั้นดูราวกับเป็นผู้ใหญ่เหลือเกิน อยู่แบบนั้นไม่เครียดบ้างหรือไงนะ หมอนั่นเคยปลดปล่อยบ้างหรือเปล่า แย่ละ แค่คิดก็รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา นี่ผมหลงหมอนั่นมากขนาดไหนกันนะ แปลกจริงๆ ให้ตาย จะมีทางไหนที่จะได้เข้าใกล้หมอนั่นแบบที่ไม่ต้องสู้กันบ้างนะ

          ผมเดินดูรอบๆ ห้องที่ตกแต่งอย่างสวยงามหรูหราสมกับเป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชียจริงๆ น้องชายผมนี่ลูกเขยตระกูลคิมเชียวนะ สุดยอดไปเลย ฮ่าๆ ผมเดินไปมาอย่างอารมณ์ดีแต่หน่วงๆ ที่แผลชะมัด แจอินเล่นแทงเข่าซะเต็มแรง เหมือนโดนยิงอีกนัดเลยก็ว่าได้ แต่เอาเถอะ ถือว่าคุ้ม

          ' ****Night Club 22.00 '

          ผมมองดูกระดาษแผ่นน้อยที่ถูกวางไว้บนเตียงอย่างเรียบง่าย ใครกันนะ แจอินงั้นเหรอ ในที่แบบนั้น บ้าไปแล้ว

          ผมรอเวลาจน 4 ทุ่มแต่งตัวตามปกติ ไอ้ปกติของผมน่ะก็สุดยอดอยู่แล้ว แบบไม่ได้หลงตัวเองหรอกนะ ก็ผมน่ะหล่อจริงๆ นี่นา หึ
         
          ผมเรียกแท็กซี่ ซึ่งผมก็พูดเกาหลีไม่ได้สักนิด แต่ยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้คนขับ แค่นั้นก็เข้าใจได้ ไม่นานผมก็มายืนงงๆ อยู่หน้าไนท์คลับแห่งหนึ่ง ผมถูกจ้องมองโดยคนที่ผ่านไปผ่านมาและคนที่มาเที่ยวที่นี่เป็นตาเดียว ก็แน่ล่ะ ผมน่ะชินแล้ว ใครบ้างจะไม่อยากเข้ามาทักคนแบบผมกันล่ะ ผมส่งยิ้มละมุนแจกจ่ายไปทั่วทุกคนที่เดินผ่าน แต่ละคนก็กระซิบพูดคุยกันด้วยภาษาที่ผมก็ไม่เข้าใจกันตลอดทางเดิน

          สาวๆ สวยๆ เยอะแยะเต็มไปหมด นุ่งสั้น ขาเรียวยาว แหม่แต่ละคนต่างเข้ามาลูบไล้ผมที่เดินผ่านไปอย่างโปรยเสน่ห์ ผู้ชายที่จัดว่าหน้าตาดีก็เหมือนจะมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ นี่มันสุดยอดไปเลย ที่ไทยก็สู้ไม่ได้สักนิด มีบริกรมาถามอะไรสักอย่างกับผม แต่ผมฟังไม่รู้เรื่องเอาซะเลย เลยทำแค่ตีหน้ามึนอย่างช่วยไม่ได้

          " พริ้น ? " บริกรสาวเข้ามาถามผมอย่างเป็นมิตร ผมพยักหน้าให้เพื่อบอกว่าใช่แล้วผมชื่อพริ้น สักพัก หล่อนก็พยักหน้าเหมือนให้ผมตามหล่อนไป

          ผมเดินไปตามทางที่ถูกบริกรสาวนำมาขึ้นสู่ชั้นบน ที่บรรยากาศดูต่างกับชั้นล่างสุดๆ มีโซฟาหลายตัวอยู่ด้านบนนี้ รู้สึกเหมือนคล้ายๆ คลับที่ผมชอบไปอยู่หน่อย แต่แสงไฟดูอึมครึมกว่า และดูมืดกว่ามาก แทบจะเหมือนเปิดแบล็คไลท์เลยทีเดียว

          บริกรสาวหยุดยืนและทำมือให้ผมนั่งลง ผมมองไปที่โซฟาฝั่งตรงข้ามกับผมด้วยหัวใจที่เต้นรัว ผมตาโตจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ค่อยๆ ขยับนั่งลงช้าๆ โดยยังคงไม่อาจละสายตาจากคนตรงหน้าได้ 

          " แจอินงั้นเหรอ " ผมมองชายหนุ่มตรงหน้าที่ตอนนี้ไม่มีแว่นอยู่บนใบหน้า เสยผมขึ้นและจัดแต่งแบบแปลกตาที่ดูหล่อมากๆ ต้องบอกว่าเท่ห์สุดๆ ไปเลย แต่งกายด้วยเสื้อเชิ๊ตสีเข้มที่ปลดกระดุมลงสักครึ่งนึงได้ โชว์รูปร่างและผิวขาวเนียนทรมานใจทั้งหญิงและชายที่เดินผ่านไปแบบต้องเหลียวหลังคอแทบหักทุกคน ในมือคีบบุหรี่ที่กำลังพ่นไปในอากาศ และที่นั่งซ้ายขวาของแจอินก็มี เอ่อ เหมือนกับเด็กวัยรุ่นชายน่าตาน่ารักสองคนขนาบข้าง โดยที่แจอินนั่งเหมือนกับโอบทั้งสองคนนี่เอาไว้ 

          " มาช้านะ นึกว่าหลงทางไปซะแล้ว " ผมยังคงมองคนตรงหน้าด้วยหน้าตาที่แบบเหวอสุดชีวิต นี่คุณพ่อบ้าน นี่นายจริงๆ งั้นเหรอ

          " ทำตัวแบบนี้คุณหนูไม่ว่าหรือไง " ผมพยายามพูดออกไปแบบสงบที่สุด แต่ติดตลกกวนๆ

          " หึ ฉันทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คุณหนูเสมอนั่นแหละ " การพูดก็เปลี่ยนไปด้วยแฮะ 

          " อ๋อ งั้นตอนนี้เป็นช่วงปลดปล่อยสินะ " คนตรงหน้าแค่พ่นควันต่อไปโดยไม่สนใจคำเหน็บแนมของผม

          ผมยังคงจ้องมองคนตรงหน้าที่ตอนนี้หันไปพ่นควันใส่หน้าเด็กหนุ่มน่ารักข้างๆ นั่นและเริ่มจูบกับเด็กผู้ชายนั่นอย่างไม่แคร์สายตาประชาชี แปลก ผมมองภาพตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น เป็นประสบการณ์ที่ผมไม่เคยเจอมาก่อน

          " นายเป็นรุกงั้นเหรอ " ผมที่อดสงสัยไม่ได้ก็เผลอหลุดปากพูดออกไปด้วยหัวใจที่ระทึก 

          " ขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นใคร " ว้าว ยิ่งได้มองคนตรงหน้าผมยิ่งคิดว่าถ้างั้น ฉันจะต้องให้นายอยู่ข้างล่างฉันให้ได้

          " แล้วแบบฉันล่ะ ว่าไง " ผมถามออกไปด้วยความตื่นเต้นทางสีหน้าที่ปิดไม่มิด

          " นายคิดว่านายมีค่าพอจะเข้ามาอยู่ในตัวฉันงั้นเหรอ น่าขำ  " คนตรงหน้าไม่พูดเปล่า แต่ยืดเรียวขานั่นมาเหยียบลงบนกางเกงของผม ตรงจุดไหนคงไม่ต้องบอก โซฟาของเราหันหน้าเข้าหากัน และไม่ห่างกันทำให้ขาของคนตรงหน้ายืดมาถึงตัวผมแบบสบายๆ แถมเราสองคนยังสูงสุดๆ อีกด้วย เรียวขาภายใต้กางเกงสีเข้มนั่นยังคงวางลงบนจุดอันตรายของผม พร้อมขยับเบาๆ ไปมาอย่างเร้าอารมณ์ จ้องหน้าผมด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ก็เย้ายวนสุดๆ ในเวลาเดียวกัน

          ในขณะที่เด็กๆ ทั้งสองคนข้างๆ แจอินก็ยังคงลูบไล้ไปมาบนลำตัวของแจอินอย่างหลงไหล ผมกลืนน้ำลายกับภาพตรงหน้า ความรู้สึกคับตึงเริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้กางเกงของผมที่ถูกปลุกเร้าโดยเท้าของคนตรงหน้าที่ขยับไปมาอย่างเชี่ยวชาญ

          มีสาวสวยคนหนึ่งเดินเข้ามาหาผม และพูดเหมือนขอนั่งลงข้างๆ ผมไม่ได้พูดหรือปฏิเสธอะไร เพราะผมไม่เข้าใจ ผมมองคนตรงหน้าที่ยืดขากลับไปนั่งไขว่ห้างเหมือนเดิมด้วยใบหน้าเรียบเฉย หญิงสาวข้างๆ ผมยังคงเขยิบเข้ามาใกล้และทำท่าอยากรู้จักกับผมสุดๆ แต่ผมยังคงจ้องมองไปยังฝั่งตรงข้ามซึ่งคนที่ผมสนใจก็จ้องมองผมไม่วางตาเช่นกัน

          แล้วจู่ๆ คนตรงข้ามก็ลุกพรวดขึ้นมา เดินมานั่งลงบนตักผม และดึงคอผมเข้าไปจูบอย่างร้อนแรง จนผู้หญิงข้างๆลุกหนีไปด้วยความตกใจ ผมจับแก้มคนตรงหน้าไว้และจูบตอบกลับไปอย่างร้อนแรงเช่นกัน เรียวลิ้นที่สอดแทรกเข้าไปดูดกลืนหยอกล้อกันจนรู้สึกหูอื้อไปหมด ความลุ่มหลงหล่อหลอมให้พวกเรากอดรัดกันไปมาอยู่บนโซฟาโดยไม่แคร์สายตาใคร ผมไม่เคยตกอยู่ในภวังค์แห่งความหลงไหลแบบนี้มาก่อน ทั้งๆ ที่ชีวิตของผมก็ผ่านคนมามากมาย แต่กลับไม่มีใครเติมเต็มมันได้เลย ผมพบแล้วสินะคนที่ผมตามหามาตลอด


นายเป็นของฉันแจอิน ของฉันเท่านั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2018 17:00:08 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 783
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
 :mc4: ยินดีด้วย หลานพริ้นมีคู่แล้ว

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 48 ใครแพ้อยู่ข้างล่าง


         พริ้น


         พวกเรายังคงกอดจูบกันอยู่บนโซฟาตัวยาว ท่ามกลางสายตาของผู้ที่มาเที่ยวยังสถานบันเทิงแห่งนี้ แต่ก็พบว่าไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งหรือมองเหมือนเป็นเรื่องแปลก คงเพราะว่าเรื่องแบบนี้อาจเป็นเหมือนเรื่องธรรมดาๆ ที่พบเห็นได้ทั่วทุกมุมของที่นี่

         " เดี๋ยวมา " อยู่ดีๆ คนในอ้อมกอดผมก็ถอนริมฝีปาก ลุกขึ้น และเดินออกไปกระซิบอะไรบางอย่างกับการ์ดที่ยืนอยู่มุมห้อง  ทุกท่วงท่าการเดิน สายตาสีหน้า ผมไม่อาจละสายตาจากคนคนนี้ไปได้ 

         " คุณเป็นใครงั้นเหรอ " อยู่ดีๆ เด็กหนุ่มน่าตาน่ารักนั่นก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าสงสัย

         " นายเป็นคนไทยงั้นเหรอ " ผมถามออกไปด้วยความแปลกใจ

         " แม่ผมเป็นคนไทย คุณรู้จักคุณแจอินได้ยังไง " เด็กนั่นพูดด้วยสีหน้าสงสัยเช่นเดิม

         " ทำไมงั้นเหรอ " การรู้จักแจอินเป็นเรื่องน่าแปลกหรือไงนะ

         " คุณแจอินเป็นคนของตระกูลคิม ถึงจะอันตราย แต่ทุกคนก็ยอมเสี่ยงเพื่อเข้าหาคนคนนั้น เป็นเหมือนดาวที่อยู่สูงสุดของที่นี่ ทุกคนน่ะหลงไหลคุณแจอินกันทั้งนั้น คุณน่ะระวังตัวไว้ดีกว่า เพราะคุณแจอินไม่เคยเข้าหาใครก่อน มีแค่คุณนี่ล่ะที่ดูแปลกกว่าใคร อาจมีคนอยากทำร้ายคุณได้ " จริงๆก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ที่แจอินจะมีแต่คนหมายปอง ตั้งแต่เข้ามาที่นี่ ผมยังไม่เห็นใครที่ดูดีกว่าหมอนั่นเลย ยกเว้นผม หึหึ

         " นายเป็นเด็กของแจอินงั้นเหรอ " เด็กนั่นส่ายหน้าไปมา

         " ผมเสนอตัวให้คุณแจอิน ทุกคนก็ทำแบบนี้ คุณแจอินน่ะ เข้าหายากสุดๆ ก็นะ มีสิทธิ์เลือกนี่นา และวันนี้ผมก็หวังว่าคุณแจอินจะเลือกผม " เหอะ ฝันไปเถอะไอ้หนู ต่อไปนี้แจอินเป็นของฉันต่างหากล่ะ

         ยังไม่ทันไรที่เด็กนี่เตือนผม ก็มีคนมาเยี่ยมผมซะแล้ว จีบคนดังนี่มันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย พวกโอปป้าสามตัวล้อมผมที่นั่งอยู่บนโซฟา และพูดคุยกันไปมาด้วยสีหน้าหาเรื่อง ได้เสียสิวะ อยากออกกำลังอยู่พอดี

         ผมลุกขึ้นยืนขึ้นช้าๆ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พวกมันคนหนึ่งเดินดิ่งเข้ามาและส่งหมัดขวามากะจะน็อคผมอย่างเต็มรัก แต่ผมแค่ดึงแขนมันไว้ และพลิกกดมันให้นอนคว่ำหน้าเอาแขนไพ่หลัง แล้วกระทืบที่แขนมันเต็มแรง เสียงกระดูกที่หักดังเป๊าะ ช่างเสนาะหูจริงเชียว พวกมันที่เหลือก็รีบกรูเข้ามา แต่ไม่ต้องห่วง ไม่เกินสามสิบวิเท่านั้นล่ะ พวกมันก็ลงไปนอนคาบแก้วเล่นสบายใจแล้ว

         ผมที่ไม่ทันตั้งตัวกลับพบว่าตอนนี้มีปากฉลามจ่ออยู่ที่คอซะแล้ว ไอ้หยาน่ากลัวจริงๆ มีพวกของมันซ่อนอยู่อีกหนึ่งคนคอยหาโอกาสเข้ามาตอนผมเผลอ เหอะลอบกัดสินะ

         " 죽고 싶어 ? (อยากตายใช่ไหม ?) " ผมหันไปช้าๆ ก็พบว่าแจอินของผมกำลังถือปืนจ่ออยู่ที่หัวของไอ้ตัวที่เอาปากฉลามจ่อคอผมอยู่ พร้อมพูดภาษาที่ผมไม่เข้าใจขู่มันด้วยเสียงอันเย็นยะเยือก น่ารักอ่ะ หึหึ

         พอเห็นปืนจ่อหัว ไอ้นรกนี่ก็รีบเดินออกจากตัวผมและลากเพื่อนมันออกจากบริเวณนี้อย่างทุลักทุเล หึ สมน้ำหน้า

         " ยิ้มอะไร อยากตายหรือไง " แจอินหันมามองหน้าผมที่กำลังยิ้มอยู่อย่างแช่มชื่น

         " ดุจัง แต่ก็น่ารัก " ผมยิ้มกวนส่งไปให้คนที่ยังทำหน้านิ่งเฉยมองผมแบบเอือมระอาอีกแล้ว

         " มาเล่นเกมส์กันไหม " แจอินเดินเข้ามาหาผมช้าๆ และดึงผมให้นั่งลงข้างๆ พร้อมพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าผม

         " ถ้าใครแพ้ คนนั้นต้องทำตามที่คนชนะสั่งทุกอย่าง " ผมหันควับไปยังคนข้างๆ ที่ยิ้มที่มุมปากน้อยๆ อย่างพึงพอใจ

         " บอกไว้ก่อนนะ ว่ายังไงฉันก็ไม่ยอมอยู่ล่างแน่ " ผมพูดออกไปด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ถึงจะเป็นแจอินก็เถอะแต่ผมน่ะไม่ไหวหรอก

         " ถ้างั้นก็อย่าแพ้สิ " แจอินพูดเบาๆ ข้างๆ หูของผม อยากจูบจริงๆ ให้ตาย

         สักพักก็มีแก้วเหล้าเล็กๆ เป็นช็อตมากมายวางอยู่ตรงหน้าผม ทุกแก้วเป็นเหล้าหลากหลายยี่ห้อแน่ๆ เพราะแต่ละแก้วมีสีที่ต่างกัน ผมมองหน้าคนข้างๆ ที่กำลังจ้องหน้าผมด้วยสายตาที่เหมือนเพลิงเผาไหม้ ผมใจสั่นเสมอเวลามองคนคนนี้ตรงๆ

         " ใครแพ้เดี๋ยวก็จะรู้เอง อาการมันจะบอก " แจอินเอื้อมแขนมากอดคอผมและกระซิบเบาๆ พร้อมจูบลงที่หูของผมเบาๆ อย่างยั่วยวน อาการงั้นเหรอ อาการแบบไหนกันนะ แบบนี้ถึงจะชนะ แต่ก็คงเมาแน่นอน เพราะมองดูแล้วดีกรีน่าจะไม่ใช่น้อยๆ

         " ฉันจะไม่ยอมแพ้แน่ๆ " ผมพูดออกไปด้วยความมั่นใจอีกครั้ง 

         " แล้วมาดูกัน " ผมเริ่มหวั่นๆ นิดๆ เพราะคนข้างๆ ก็ดูเหมือนจะมั่นใจเช่นกัน

         ผมเอื้อมมือไปหยิบแก้วสีอำพันสวยใบเล็กที่ใกล้มือที่สุด แล้วกระดกรวดเดียวลงคอ พลางหันไปจ้องคนข้างๆ ที่เลือกหยิบใบหนึ่งจากบนโต๊ะ และกระดกรวดเดียวเช่นกัน ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ แต่แววตาดูเซ็กซี่เหลือเกิน

         พวกเราผลัดกันดื่มทีละแก้ว ทีละแก้ว ห้าแก้วผ่านไป แปดแก้วผ่านไป หึ ผมน่ะคอแข็งอย่าบอกใคร ถ้าจะมอมกันละก็คิดผิดแล้วที่รัก นายเสร็จฉันแน่

         แต่เอ๊ะ แปลกแฮะ มันแปลก ที่นี่ทำไมมันถึงร้อนๆ ขึ้นพิกล ทั้งๆ ที่ตอนแรกยังรู้สึกว่าแอร์เย็นอยู่เลย ผมเริ่มปลดกระดุมเสื้อลงและกระพือเบาๆ ด้วยความร้อนแปลกๆ ผมเมางั้นเหรอ ไม่ ไม่มีทาง 

         " ดูเหมือนจะรู้ตัวคนแพ้แล้วนะ " ผมขมวดคิ้วหันไปมองคนข้างๆ ที่ตอนนี้อมยิ้มเหมือนผู้ชนะ

         ผมที่รู้สึกร้อนวูบวาบแปลกๆ ไม่สบายตัวเอาซะเลย อาการแบบนี้อย่าบอกนะว่า

         " ยาปลุกงั้นเหรอ " ผมมองคนข้างๆ ที่เลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ พลางอมยิ้มเล็กๆ

         " บอกไว้ก่อนนะ เล่นแบบนี้คนที่จะเจ็บก็คือนาย " ผมพูดจริงนะ แบบนี้ได้มีข่มขืนกันแน่ๆ

         " ลืมกติกาไปแล้วเหรอ คนแพ้ต้องทำตามที่ฉันสั่งเท่านั้น ถ้านายแหกกฎ ฉันจะไม่ยุ่งกับนายอีก " เป็นคำขู่ที่ทำผมหัวใจหนักอึ้ง ถ้าผมต้องเสียแจอินไป มีแต่ต้องยอมสินะ

         " ต้องการให้ทำอะไร " อย่าบอกนะว่า

         " อยู่ข้างล่างฉัน " ผมมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าที่หมดอาลัยตายอยากอย่างปิดไม่มิด 

         " ไม่มีทางอื่นเลยเหรอ แบบว่า ฉันไม่ได้รังเกียจนายหรอกนะ แต่ว่าฉัน ฉันอยากกอดนาย อยากให้นายเป็นผู้หญิงของฉัน " ผมพูดด้วยสีหน้าอ้อนวอน หวังว่าคนใจร้ายจะเห็นใจ

         " ไม่รู้หรอกนะ แต่ถ้ายังอยากอยู่กับฉันคืนนี้ ก็ตามมา " แจอินพูดพลางเดินนำออกไปยังลานจอดรถที่มีรถจอดอยู่มากมาย

         ผมเดินตามแจอินมาเงียบๆ ด้วยอารมณ์ที่ยังครุกรุ่น ผมเดินเร่งฝีเท้าและดึงมือแจอินไว้ และผลักลงที่กระโปรงหน้ารถคันหนึ่งใกล้ๆ พร้อมก้มลงไปประกบปากกับคนเบื้องล่างอย่างทนไม่ไหว คนเบื้องล่างไม่ได้ขัดขืน แต่กลับกอดคอผมแน่นขึ้น ผมย้ายจากริมฝีปากขบเม้มที่ลำคอระหงส์ขาวเนียนอย่างกระหาย มือของคนเบื้องล่างลูบไล้ไปตามอก หน้าท้องของผมและลงต่ำไปยังจุดที่ตื่นตัวเต็มที่ของผม

         " ทรมานน่าดูเลยสินะ เป็นถึงขนาดนี้แล้ว " ผมยังคงจูบไซ้ไปตามซอกคอเนียนของคนเบื้องล่าง ที่กำลังสัมผัสส่วนอ่อนไหวของผมจากภายนอกกางเกงยีนส์สีเข้ม 
         
         " นี่ จะทำตรงนี้ไม่ได้นะ เป็นบ้าหรือไง " แจอินตีผมที่ไหล่อย่างแรง ด้วยใบหน้าบึ้งตึง 

         " ดุตลอด " 

         " แล้วจะทำไม " แจอินทำหน้าตาหาเรื่อง ผมยื่นหน้าเข้าไปจูบปากแจอินอีกรอบ ยังไงก็ชอบจัง ผมชอบคนคนนี้

         " ฉันชอบนาย ชอบมาก " ผมพูดพลางกอดคนตรงหน้าหอมแก้มซุกไซ้ไปมาแบบนัวเนียสุดๆ

         " งั้นเหรอ ถ้างั้น พร้อมจะอยู่ข้างล่างฉันหรือยัง " ผมที่ได้ฟังแบบนั้นก็รีบเงยหน้าขึ้นและส่ายหัวรัวๆ ด้วยความหวั่นใจ

         แจอินไม่สนที่ผมส่ายหัวลากผมเดินมาเรื่อยๆ ยังรถคันหนึ่ง นี่มันซีมูลีนของแท้ ที่บ้านผมไม่มี เพราะคุณพ่อไม่ชอบ 

         " ถอดเสื้อผ้าซะ " แจอินพูดพลางกระชากเสื้อผมจนไม่ต้องถอดกระดุมเลยทีเดียว ขาดหมด

         " ไม่อยู่ล่างได้ไหม พอดีชอบอยู่บน อยู่ข้างหลังก็ได้ " ผมพูดพลางเข้าไปกอดตัวแจอินไว้ และล็อคเลยครับ

         " อยากสู้กับฉันเหรอ " เอ่อคือไม่ใช่แบบนั้นสิ ผมปล่อยตัวแจอินช้าๆ อย่างเซ็งๆ

         แจอินแค่มองหน้าผมและค่อยๆ แกะกระดุมออกทีละเม็ดจนหมด ผมมองภาพตรงหน้าแบบเผลอกลืนน้ำลาย ผมลุกพรวดเข้าไปดูดปากคนข้างหน้าอย่างกระหาย ความนุ่มนิ่มของริมฝีปากบางนี่ทำให้ผมหลงไหล พวกเราดึงดูดกันไปมาจนริมฝีปากกลายเป็นสีแดง ตัดกับใบหน้าขาวที่บัดนี้เริ่มชื้นเหงื่อ ผมลูบไล้ไปตามแก้มใส ลำคอขาว ไล่ลงมายังยอดอกสีชมพูและลูบเบาๆ คนตรงหน้ากระดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ยอมละริมฝีปากออกจากกัน มือเรียวลูบไล้ไปบนกางเกงของผมและล้วงเข้าไปนวดคลึงส่วนตื่นตัวของผมที่คับแน่นอยู่ข้างในอย่างร้อนแรง

         ผมละมือออกจากยอดอกเล็กๆ ลงไปยังก้นกลมมนลูบไล้บีบเฟ้นอย่างมันส์มือ และค่อยๆ ถอดกางเกงคนตรงหน้าลงช้าๆ เขยิบกายเข้ามาชิดกันเรื่อยๆ 

         " สีสวยจัง " ผมจูบเบาๆ ที่แก้มพร้อมลูบไล้ไปตามส่วนอ่อนไหวของคนตรงหน้า กลายเป็นว่าตอนนี้เราผลัดกันจับส่วนแข็งขืนของกันและกันอย่างมันส์มือ

         " หุบปากแล้วนอนลงไป " ผมถึงกับสะดุ้งเพราะว่าคนตรงหน้าเริ่มผลักผมนอนลง ไม่ใช่การผลักเบาๆ ซะด้วย ผมนอนลงด้วยใจระทึก ผมจะขัดขืนดีไหมนะ แต่ผมชอบแจอินจริงๆ นี่นา ผมไม่อยากทำร้ายแจอิน

         " เดี๋ยวๆ นี่อะไรน่ะ " คนตรงหน้าโน้มตัวลงมาผูกปิดตาผมเอาไว้ด้วยผ้าเส้นหนึ่ง 

         " ไม่เอาแบบนี้ได้ไหม ฉันอยากเห็นหน้านายนะ " ผมพูดและพยายามดึงผ้าออก

         " ถ้าอยากจะทำกันดีๆ ก็อยู่นิ่งๆ ซะ " ผมที่คิดว่าถ้าไม่ยอมตอนนี้ต่อไปคงเข้ามาตัวแจอินได้ยากแน่ๆ เลยต้องยอมตามอย่างว่าง่าย นี่มีแต่ผมงั้นเหรอที่ชอบคนคนนี้ 

         " นายไม่ชอบฉันเหรอ " ผมพูดออกไปด้วยความน้อยใจนิดๆ ไม่เคยมีใครใจร้ายหรือปฏิเสธผมมาก่อน แถมนี่ผมยังต้องยอมอยู่ข้างล่างอีกด้วย คนข้างบนไม่พูดอะไร แต่ก้มลงมาจูบผมด้วยความรู้สึกที่แปลกออกไป ดูนุ่มนวลบดขยี้อย่างเนิบนาบเหมือนเต็มไปด้วยความรัก นิ้วเรียวยาวของคนข้างบนยังคงลูบไล้แก่นกายที่ร้อนระอุของผมอย่างสม่ำเสมอ ผมคงจะโดนจริงๆ สินะ เอาเถอะ

         แต่อยู่ๆ ความรู้สึกตรงส่วนที่แข็งขืนนั้นก็แปลกไป ความอบอุ่นคับแน่นที่ก่อตัวจนทำให้ผมรู้สึกเกร็งหน้าท้องช้าๆอย่างเสียวซ่าน ผมควานมือไปในความมืดจับเอวคนที่กำลังนั่งลงช้าๆ สอดทับแก่นกายของผมไว้ ผมถึงกับอ้าปากหายใจเข้าเล็กน้อย ความรู้สึกช่างแตกต่างกับพวกผู้หญิงมันโอบตึง รัดแน่นและสัมผัสดีกว่าแบบที่ถ้าขยับผมคงถึงจุดภายในสามวิเป็นแน่

         " อึกก แจอิน ดีจัง " ผมถึงกับครางออกมา อยู่ข้างล่าง แบบนี้เองสินะ จะออนท็อปก็ไม่บอกกันที่รัก เป็นคนที่ร้ายกาจจริงๆ หลอกกันได้

         ผมลูบเอวคนที่อยู่เบื้องบนไปมาและบีบเฟ้นสะโพกเนียนนั่นด้วยแรงอารมณ์ คนข้างบนเริ่มขยับขึ้นลงอย่างช้าๆ ทุกการเคลื่อนไหวทำเอาผมเสียวซ่านแบบขาดใจ ผมยังคงลูบไล้ไปตามร่างกายของคนข้างบนอย่างหลงไหล แต่คนข้างบนยังคงเงียบกริบ ไม่ส่งเสียงใดๆ อยากแกะผ้าปิดตานี่ออกจัง คนข้างบนคงเม้มปากกลั้นเสียงไว้ เพราะผมได้ยินถึงเสียงผมหายใจที่ถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ ทุกการขยับขึ้นลง ผมจับมือของคนข้างบนไว้และจูบไปตามเรียวนิ้วยาวอย่างรักใคร่และเลียไปมาเพื่อดับสะกดอารมณ์

         " อึก.." ผมได้ยินเสียงอ้าปากหอบหายใจและเสียงครางเล็ดลอดออกมาเล็กน้อย เพราะตอนนี้ผมเริ่มจับเอวของคนข้างบนและขยับตัวรับสัมผัสที่คนข้างบนปรนเปรอให้แรงขึ้นและถี่ขึ้นเรื่อยๆ ผมที่จับเอวของคนข้างบนตอนนี้เริ่มเคลื่อนมือมายังจุดอ่อนไหวของคนตรงหน้าและรูดขึ้นลงตามแรงที่เราสองคนสอดใส่กันอย่างร้อนแรง 

         " อื้อ เสียวจัง ขอโทษนะแต่ไม่ไหวแล้ว " ผมลุกขึ้นพรวดและกระชากผ้าปิดตาออก และกอดรัดคนตรงหน้าไว้

         " ไอ้บ้า พอเลยนะ " แจอินที่เห็นแบบนั้นเลยพยายามขืนตัวออกจากผม และดันอกผมไว้ แต่ขอโทษนะตอนนี้ผมแทบคลั่ง อะไรก็ฉุดไม่อยู่อีกแล้ว ผมโลมเลียคอคนตรงหน้าพร้อมกอดรัดและจับเอวคนตรงหน้ากระแทกเข้าออกต่อไป พร้อมจ้องมองสีหน้าของคนที่ผมหลงจนโงหัวไม่ขึ้นอย่างใกล้ชิด แจอินแค่เงยหน้าขึ้น หันหนีไปมาหลับตาและขมวดคิ้วเม้มปากแน่น ใบหน้าขาวบัดนี้ขั้นสีระเรื่อจนแดง คงจะอดกลั้นไว้สินะ ได้เสียสิแบบนี้ ภัยย้อนเข้าหาตัวแล้วที่รัก

         " อ.อืม สุดยอดไปเลย อ่ะ ชอบจัง " ตามจังหวะที่เร่งขึ้นผมที่รู้สึกดีสุดๆ กอดรัดและดูดปากคนตรงหน้าอย่างเร้าอารมณ์ ปากแดงๆ นั่นช่างยั่วยวนใจซะเหลือเกิน 

         " ร้องออกมาสิ อยากได้ยินเสียงจัง " ผมยังคงจับเอวที่ทับผมอยู่และขยับโยกไปมาอย่างหื่นกระหาย  ผมที่รู้สึกว่าอยากได้ยินเสียงคนคนนี้และเริ่มจะทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงเริ่มดันคนในอ้อมกอดลงไปนอน และเร่งจังหวะการสอดประสานขึ้นอีก ผมกอดรัดเรียวขาของคนข้างใต้เอาไว้ขณะที่เอวก็ยังคงทำตามหน้าที่ของมัน ผมจูบเม้มขบกัดเรียวขาขาวจนเกิดรอย และเลียเบาๆ อย่างเสน่ห์หา

         " อึ.ก เบ.าหน่.อ.ย " คนข้างล่างดูเหมือนจะทนแทบไม่ไหวเหมือนกัน ยื่นมือมาดันกล้ามท้องผมเอาไว้ เพราะผมนั้นกระแทกเข้าออกอย่างแรงและถี่กระชั้นจนแทบขาดใจ พร้อมงับเบาๆ ไปตามเรียวขาของคนข้างล่างอย่างสุดจะทน 

ผมที่เสียวจนซีดปากออกมาตอนนี้คงไม่ใช่เพราะยา แต่เพราะมันสุดยอดจริงๆ รู้สึกน้ำอาจไหลทะลักออกมาทุกเมื่อ แต่ยังก่อน กลั้นไว้ อดทนไว้  ผมมองดูคนข้างล่างหน้าและร่างกายแดงไปหมดด้วยแรงอารมณ์ ยังคงเม้มปากแน่นและอดทนสุดๆ จริงๆ แต่ก็อ้าปากหอบหายใจเป็นพักๆ ราวกับจะขาดใจ

         " แจอิน เรียกชื่อฉันสิ " ผมยังคงแหย่คนข้างร่างที่บิดเร้าร่างกายไปมา

         " จ.ะฆ่.าแ.ก " ไหงงั้นเล่า แต่ช่างเถอะ อย่างที่เคยพูด งั้นต้องจัดให้คุ้มก่อนตาย หึหึ ผมก้มลงจูบคนข้างล่าง มือที่ว่างก็เขี่ยติ่งไตสีชมพูที่ตอนนี้แดงฉานไปเรียบร้อย และปล่อยริมฝีปาก ลงมางับยอดอกนี้อย่างหมั่นเขี้ยว คนข้างบนพยายามดันผมออกและนั่นยิ่งทำให้ผมเลียและดูดเม้นยอดยกนี่จนแดงไปใหญ่

         " อ.อึก พอแล้ว " แจอินชอบตรงนี้งั้นเหรอ ผมที่ตอนนี้แก่นกายร้อนราวกับจะหลอมละลายได้ทุกเมื่อยังคงกระแทกเข้าออกบดขยี้ เข้าออกตามความยาวและกดแรงแบบเน้นๆ พร้อมดูดติ่งสีแดงนี่ต่อไป 

         " อึ.ก อ่ะ จะถึง " ผมที่ตอนนี้เหงือโทรมกาย ยืดตัวขึ้นมองหน้าคนข้างล่างที่ส่งเสียงบอกออกมาและน้ำตาไหลออกมาเล็กๆ คงจะไม่ไหวแล้วสินะ ผมก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ผมเลียหยาดน้ำนั้นเบาๆและก้มลงไปดูดริมฝีปากแดงนั้นอีกเป็นครั้งสุดท้าย และเร่งจังหวะเข้าออกที่อาจฆ่าคนได้ พร้อมกระตุกปล่อยหยาดน้ำฉีดเข้าไปในร่างกายของคนข้างล่างแบบเต็มแรง พร้อมครางเสียงต่ำแบบสุขสมสุดๆ พร้อมๆ กับที่คนเบื้องล่างก็ปล่อยหยาดน้ำออกมาเลอะเทอะหน้าท้องทั้งของผมและตัวเองจนเปียกไปหมด

         ผมกอดคนข้างล่างไว้แน่น หอบหายใจเหมือนไปวิ่งมาราธอนรอบโลกมาอย่างงั้น หัวใจเต้นตึกตักเหมือนจะระเบิดออกมาจากอก

         " ชอบจังแจอิน ขออีกทีนะ " 

         " เอาออกไปถ้ายังไม่อยากตาย " ผมมองหน้าคนที่ตอนนี้ลืมตามองผมแบบอยากจะฆ่าผมจริงๆ แน่นอน 

         " ไอ้บ้า ซาดิสม์แถมยังอึดอีก นึกว่าจะตายซะแล้ว " ผมฟังเสียงบ่นของคนตรงหน้าที่จงใจบ่นเป็นภาษาเกาหลีที่ผมฟังไม่ออกซะด้วย

         " พูดว่าอะไรเหรอ ขออีกใช่ไหม " ผมมองคนตรงหน้าพลางส่งยิ้มละมุนสุดๆ ไปให้ สุดท้ายก็โดนยันออกมาแบบเบาๆ (เหรอ) จนได้

         " ถามยังไม่ตอบเลย ชอบฉันหรือเปล่า " ผมที่ช่วยซับน้ำที่หน้าท้องของแจอิน ยังคงอยากฟังคำตอบนั้นอยู่

         " ปกติฉันเป็นรุกนะ มีหลายคนที่พยายามจะรุกฉัน แต่ฉันฆ่ามันหมด แค่นี้พอจะรู้หรือยัง " แจอินมองหน้าผมพร้อมหรี่ตาลงแบบอารมณ์เสีย ผมยิ้มกว้างและเข้าไปกอดคนตรงหน้าไว้ พร้อมหอมแก้มไปหลายฟอดเลย ด้วยความดีใจ

         " ขอบคุณครับ " 

         " แต่ครั้งหน้า ต้องเปลี่ยนกันนะ " ผมหุบยิ้มอย่างรวดเร็ว และส่ายหน้าแบบจริงจังอีกรอบ 

         " ฮ่าๆ ไอ้ขี้โกง " แจอินปิดหน้าและหัวเราะชอบใจกับท่าทางของผมใหญ่ ผมหัวใจสั่นระรัว แจอินที่กำลังหัวเราะ ต้องรีบถ่ายรูป โอ้ย น่ารัก หล่อดูดีสุดๆ เมียใครฟะ


คนหลงเมียมันเป็นแบบนี้นี่เอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2018 17:02:39 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ fahsai

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 815
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-2
โถ่ฮยองงงง โดนกินซะแล้ว

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
เก่งอ่ะหลานพริ้น  ทำให้ฮยองยิ้มได้  o13

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 49 คืนอันเร่าร้อนของไอ้เกลอเพื่อนยาก


          หลังจากที่พวกเรา เอ่อ กลับมาจากที่ซากตึกนั่นแล้ว เป็นเวลาดึกมากๆ พวกเราย่องกลับมาที่บ้านของผม แบบรวดเร็วสุดๆ แต่ก็ต้องช็อคกับภาพที่เห็นตรงหน้ามากกว่า

          " ไปไหนมากันเหรอ " ผมที่จ๊ะเอ๋เข้ากับพี่พริ้นและฮยองที่เหมือนเพิ่งจะกลับมาเหมือนกัน เอ๊ะ เดี๋ยวนะ สภาพแบบนั้นนี่

          " พี่นั่นแหละไปไหนมา แล้วสภาพแบบนั้นนี่มันอะไรน่ะ " พี่ไอกำลังคุยกับพี่พริ้นที่สภาพพวกเรา 3 คนตอนนี้เละเทะสุดๆ 

          " เลือดซึมออกจากแผลแล้วนะพี่พริ้น " ผมร้องเตือนพี่พริ้นที่ตอนนี้เลือดโชกสุดๆ 

          " อ่อ พอดีแจอินขย่... " พี่พริ้นไม่ทันพูดจบฮยองก็ศอกเข้าที่แผลพี่พริ้นอีกทีด้วยความเร็ว 

          " โอ้ยย " พี่พริ้นร้องลั่นทุ่งเลยทีเดียว

          " คุณหนูรีบไปจัดการตัวเองซะ " ผมมองดูฮยองในชุดลำลองแต่สวมแว่นไว้เช่นเคย มองดูก็รู้ว่ามาจากข้างนอกเหมือนกันแต่ก็เนี๊ยบกว่าทุกคน

          " ส่วนคนอื่นๆ ก็แยกย้ายไปได้แล้ว ผมขอตัวก่อน " ฮยองโค้งลงและเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว

          " พี่ไปก่อนนะไอ เดี๋ยวค่อยคุยกัน " พี่พริ้นวิ่งตามฮยองไปติดๆ สองคนนั่นคืบหน้าสุดๆ เลยแฮะ ผมมองฮยองที่ผลักพี่พริ้นไปตลอดทางด้วยความงงงวย

          ผมกับพี่ไอรีบเดินกลับมาที่ห้องของผมและพี่ไอรีบปิดประตูอย่างรวดเร็ว และเข้ามากอดผมจากด้านหลัง

          " ไม่เอาแล้ว เหนียวไปหมดแล้วง่ะ " ผมที่พยายามดันไอคนหื่นกามออกไปอย่างทุลักทุเล

          " ป่ะ อาบน้ำกัน " พี่ไอที่พูดแบบนั้นก็อุ้มผมวิ่งไปที่ห้องน้ำอย่างรวดเร็ว อ้ากก 

          " พี่ไม่กลับไปที่ห้องเหรอ "

          " นี่ไล่พี่ใช่ป่ะ " พี่ไอมองหน้าผมแบบงอนๆ

          " ป่าวว ก็แค่พี่อาจอยากพักผ่อน " ผมมองหน้าพี่ไอพลางส่งยิ้ม

          " อยากนอนกอดมินได้ไหม " พี่ไอทำเสียงเล็กเสียงน้อยออดอ้อน ชิ ยอมก็ได้ ฮ่ะๆ ผมพยักหน้าหงึกๆ พร้อมอมยิ้้ม

          " นอนอย่างเดียวนะ ผมเหนื่อยแล้ว " ผมทำหน้าแบบอ่อนล้าสุดๆ

          " ไม่ทำอะไรหรอกน่า " พี่ไอพูดพลางหัวเราะ และหอมแก้มผมเร็วๆ อีกหนึ่งที

          พวกเราอาบน้ำด้วยกัน ผมที่ยังคงเขินอาย ก็รีบอาบด่วนจี๋หลบมือปลาหมึกของพี่ไอพัลวัน และวิ่งหนีออกจากห้องน้ำใส่เสื้อผ้า ซุกเข้าผ้าห่มผืนหนาและเตียงอันอบอุ่นนุ่มสบาย ไม่นานพี่ไอก็ตามออกมา นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเล็กเหน็บเอวไว้ ผมนอนซ่อนอยู่ในผ้าห่มพลางแอบมองคนที่เดินไปมาหน้ากระจก ถึงจะเห็นอะไรต่อมิอะไรกันมาแล้วก็ยังเขินสุดๆ เลยแฮะ พี่ไอนี่เอาเวลาไหนไปออกกำลังกายนะ งืออ ผมอยากมีซิกแพคบ้างจัง 

          " เห็นนะ " พี่ไอยิ้มให้ผมในเงาสะท้อนของกระจก

          " ไม่ใส่เสื้อนอนเหรอ " ผมมองพี่ไอที่ขึ้นมาบนเตียงแบบใส่เพียงกางเกงนอนขายาวเท่านั้น

          " ทำไม เห็นอกพี่แล้วเกิดอารมณ์เหรอ " พี่ไอพูดพลางมุดเข้ามากอดผมไว้แน่น

          " เชอะ หลงตัวเองอีกละ " 

          " อยากอยู่แบบนี้ตลอดไปจัง " พี่ไอชอบเอาหน้ามาซุกคอผมตลอดเมื่อมีโอกาส

          " พูดเหมือนจะจากผมไปไหน "

          " ไม่มีทางซะหรอก " ผมยิ้มให้กับคำตอบนั้น

          รุ่งขึ้นผมแอบย่องออกจากเตียง ไม่ลืมจุฟคนที่นอนสลบไสล คงจะเพลียมากสินะ ก็แหง๋แหละ อ้ากก ออกแรงซะขนาดนั้น แถมยังมีต่อยกสองในรถอีก อิอิ ผมที่ตื่นก่อนก็ล้างหน้าแปรงฟัน และย่องไปหาฮยองที่ห้อง ด้วยความอยากรู้อยากเห็นผุดๆ 

          ' โอ้ยยย! '

          ผมได้ยินเสียงร้องลั่นมาจากห้องฮยองจึงเร่งฝีเท้าขึ้นอีก

          " ใจร้ายยย " ผมเห็นพี่พริ้นยืนตัดพ้ออยู่ในห้องฮยองพลางลูบแผลไปมา

          " ทำอะไรอยู่ตรงนั้นครับคุณหนู " อ๋อย โดนจับได้ซะแล้ว ว่าแอบเนียนแล้วนะเนี่ย

          " เดี๋ยวผมต้องไปข้างนอกหน่อยนะครับ " 

          " ไปไหนเหรอครับ ให้ผมช่วยไหม " ผมเดินเข้าไปหาฮยองและกอดฮยองไว้แบบออดอ้อน

          หวาาาา คอแดงแจ๋เลย ร่องรอยแบบนี้มัน ฮยองที่รู้ตัวว่าผมจ้องก็ดึงคอเสื้อขึ้นมาปิดอย่างจงใจ ผมทำตาโตจ้องมองพี่พริ้นกับฮยองสลับไปมา หูวว เมื่อคืนต้องเร่าร้อนสุดๆ แน่นอน 

          " ไม่ต้องมามองแบบนั้นเลยครับ เคยส่องกระจกดูตัวเองไหม " ฮยองพูดพลางจับคางผมเงยขึ้น 

          " อื้อหือ น้องชายเรานี่ไม่เบาเหมือนกันแฮะ " พี่พริ้นพูดพลางหัวเราะขำ ผมรีบหดคอลุกขึ้นถอยหลังไปเกาะประตูห้องอย่างด่วนจี๋
         
          " คาดโทษไว้ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะกลับมาจัดการ " อึ๋ย โหดร้าย

          " จะไปทำโทษทำไม ทีเรายัง.. " ผมเห็นฮยองขว้างแจกันใกล้ๆ มือใส่พี่พริ้นอย่างรวดเร็ว แต่พี่พริ้นกลับหลบได้ คู่นี่นี้สุดยอดจริงๆ

          ช่วงบ่ายผมถึงได้รู้ว่าฮยองพาพี่พริ้นไปหาหมอครับเพราะแผลเปิด พี่พริ้นเล่าว่าคุณหมอตกใจมากตอนเห็นแผล เพราะไอ้ที่เย็บไว้นี่หลุดออกจากกันหมด แปลว่าต้องไปทำอะไรรุนแรงมาแน่ๆ อ้ากก อย่าคิดๆ ถึงจะอยากรู้ก็เถอะ หึหึ

          พี่ไอยังคงไม่ตื่นครับ หึหึ ผมซึ่งจริงๆ ก็เจ็บปวดทุกย่างการเดิน แต่ก็ต้องทนไว้ เพราะผมมีเรื่องสำคัญอยากคุยกับพี่พริ้น แต่ก็มาเจอไอ้หมาหงอยนี่ซะก่อน

          " ว่าไงมึง " ผมทักไอ้เพื่อนตัวดีของผมที่ตอนนี้ทำหน้าเหมือนกำลังจะตาย นั่งอยู่ในสวนบ้านผม

          " มึงเห็นคอคุณแจอินป่ะ " ผมตบไหล่เพื่อนแปะๆ แบบให้กำลังใจ

          " ใช่ซิ๊กูไม่หล่อเหมือนพี่พริ้นนี่ "

          " มึงอ่ะหล่อ แต่สันดานหมาไม่แดก " มันหันขวับมามองหน้าผมแบบหรี่ตา

          " ใช่ซิ๊มึงก็เข้าข้างพี่ของผัวอยู่แล้วนิ " ผมตบกบาลมันไปหนึ่งทีแบบเน้นๆ

          " แล้วเป็นไงเมื่อคืน เห็นมึงเดินเหมือนมีสากคาตูดแบบนี้ จัดหนักเลยสิ " 

          " คาตูดพ่อง " ผมตบมันอีกทีอย่างหมั่นไส้

          " อิจฉาโว้ยย! " อยู่ดีๆ มันก็ตะโกนขึ้นมาอย่างหัวเสีย 

          " เอางี้ คืนนี้มึงบุกเลย เดี๋ยวกูล่อพี่พริ้นออกมาห่างๆ เอง " ผมนั่งยองลงข้างๆ มันพลางกระซิบบอกแผนการอันชั่วร้ายให้ฟัง ไอ้เกลียวหันควับคว้ามือผมและยกขึ้นมากุมไว้ ทำหน้าเหมือนน้ำตาจะไหลซาบซึ้งใจเหลือเกิน

          " แต่กูไม่รับประกันความปลอดภัยนะ แถมถ้าพี่พริ้นรู้ มึงโดนกระทืบแน่ " เอาวะเพื่อเพื่อน อยากให้มันลองเปิดใจสารภาพออกไป ถึงจะโดนอัดแน่นอนก็เถอะ

          " มึงจะเป็นเพื่อนกูตลอดไป กูจะคิดถึงมึง " ผมพูดพร้อมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

          " มึงพูดเหมือนกูจะไปตาย " ผมตบบ่ามันแปะๆ อีกทีพร้อมบีบน้ำตาให้มันที่กำลังทำหน้าเอ๋อแดก

          ผมบอกให้มันโทรกลับบ้านและบอกลาครอบครัวซะ และเดินทิ้งมันที่ทำหน้ามึนเอาไว้ เพื่อไปหาพี่พริ้นครับ ซึ่งแน่นอน พี่พริ้นยังคงนอนอยู่บนเตียง แต่อยู่คนเดียวแฮะ แบบนี้เหมือนกับย่องเข้าหาพี่เขยเลย หึหึ

          " ขอรบกวนหน่อยคร๊าบ " ผมเคาะที่ประตูที่เปิดเอาไว้

          " มาก็ดีพี่มีเรื่องจะคุยเหมือนกัน " พี่พริ้นลุกขึ้นนั่งและส่งยิ้มให้ผม

          " วันรืนเป็นวันเกิดของไอ " พี่พริ้นพูดด้วยแววตาที่อ่อนโยนกว่าครั้งไหนๆ 

          " ผมก็จะมาขอร้องเรื่องนึงเหมือนกัน " ผมยิ้มกลับไปให้

          " พี่ก็คิดว่าคงเป็นเรื่องเดียวกัน ช่วยพี่ เป็นเรื่องสุดท้ายที่พี่จะทำให้ไอได้ " 

          " ครับ ผมจะช่วยเต็มที่เลย " พวกเราส่งยิ้มให้กันอย่างมีความสุข เพราะว่าคนที่พวกเรารักและหวังดีที่สุดก็คือคนคนเดียวกัน


          เกลียว


          ผมรอเวลาจนดึกตามที่ได้นัดแนะกับเพื่อนเลิฟไว้ ย่องอย่างเบาหวิว แอบมองคนที่กำลังเดินมาทางนี้ด้วยหัวใจที่เต้นระทึก วันนี้แหละจะหัวจะก้อย ก็ต้องบอกความในใจออกไปให้ได้ หึหึ คารมเป็นต่อ รูปหล่อเป็นรองนะคร๊าบ พี่พริ้นก็พี่พริ้นเถอะ เจอเกลียวเข้าไปก็ดับแน่นอนขอบอก

          ผมมองเพื่อนสุดหล่อของผมที่กำลังดึงแขนพี่พริ้นและแยกออกไป พร้อมส่งซิกให้ผม ขอบใจมากเพื่อนเลิฟ บุญคุณนี้จะไม่ลืม ว่างๆ จะเนรคุณแน่นอน หึหึ

          ผมแอบตามคุณแจอิน จนคุณแจอินเข้าไปในห้องนอน ผมใช้ความเร็วแทรกตัวเข้าไปก่อนจะประตูจะปิดลงอย่างเชี่ยวชาญ หึหึ เสร็จแน่คนดีของผม

          " จะแอบตามอีกนานไหม " เจี๊ยกก นี่รู้มาตลอดเลยหรา

          " มีอะไรก็พูดมา ก่อนที่ฉันจะอัดแก " มาถึงก็ชะตาจะขาดแล้วผม

          " เอ่อ คือว่า " พอเอาจริงๆ ก็พูดไม่ออกอ่ะ อ้ากก

          " สนใจฉันงั้นเหรอ " อุ๊ย รู้ได้ยังไงตัวเอง คุณแจอินไม่พูดเปล่า แต่เดินเข้ามาหาผมช้าๆ อย่างน่าหวาดเสียว 

          " ผ..ผม ช.ชอบคุณแจอินมากเลยครับ " ผมที่สั่นสู้ ในที่สุดก็ได้พูดออกไปแล้ว เย้

          " เหรอ " คุณแจอินยังคงเดินเข้ามาและเลิกคิ้วขึ้นเหมือนฟังพยากรณ์อากาศ

          " ถอดกางเกงออกสิ " อ้ากกก อยู่ๆ ก็แจ็คพ็อตเลยวุ๊ย

          " เอ่อ คือ " ผมพูดไม่ออกบอกไม่ถูกลนลานสุดๆ คุณแจอินนี้ร้อนแรงและใจร้อนขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย เค้าเขินนะ คุณแจอินยังคงเดินเข้ามาเรื่อยๆ จนผมนั่งลงกับเตียง งืออ ห้องหอมชะมัด เตียงก็หอมม 

          อยู่ดีๆ คุณแจอินก็เหยียบผมครับ ตรงไหนอย่าให้บอก อ้ากก เต็มเท้าเลยง่ะ หักแล้วมั้งมังกรดำลูกพ่อ สักพักคุณแจอินก็ล้วงอะไรสักอย่างในตู้ข้างเตียง ในขณะที่เท้านั้นยังคงเหยียบผมอยู่ อุก จุกแล้วคร๊าบบ

          ผมก็ต้องถึงกับตาโตเป็นไข่ห่าน ถลึงตาแทบหลุดออกจากเบ้าทันทีที่คุณแจอินล้วงของสิ่งหนึ่งออกมาจากตู้ เพราะสิ่งที่คุณแจอินถืออยู่ในมือมันคือมังกรผงาดของแท้ที่สั่นและหมุนควงสว่านได้อย่างน่าหวาดเสียว อ้ากก นี่คุณแจอินเล่นของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ยยย

          " เอ้า ถอดกางเกงสิ " เอ๊ะ เดี๋ยวๆ โพสิชั่นมันดูจะผิดพลาด

          " เอ่อ คือ ผมรุกนะครับ " ผมพูดเบาๆ อย่างหวาดเสียว อ้ากก คุณแจอินแค่เลิกคิ้วที่เหมือนจะหายเข้าไปในหน้าม้านั้นอย่างแปลกใจ

          " มีแค่นี้แต่จะรุก ? " ฉึก ช่างเป็นคำพูดที่ทำผมแทบจะน้ำตาเล็ดออกมาด้วยความโศกเศร้า เฮือกก 

          " นี่แกคิดจะกดฉันงั้นเหรอ " คุณแจอินพูดเสียงเย็นทำเอาผมขาสั่นเรียบร้อย

          ' ครืดดด '

          คุณแจอินกดเปิดเครื่องมือสุดหรรษาในมือด้วยใบหน้าเรียบเฉย และยังเหยียบผมไว้ อ้ากก แบบนี้ไม่ใช่แบบที่หนูคิ๊ดดด เปลี่ยนใจทันม๊ายย

          " เอ่อ คือ ขออภัยที่มารบกวนครับ " ผมจับเท้าของคุณแจอินและวางไว้บนเตียงแทน และลุกขึ้นโค้งห้วอย่างนอบน้อมและเดินก้าวเท้าสั้นที่สุดแต่คิดว่าไวที่สุด พยายามเดินออกจากห้องอย่างรวดเร็ว โกยสิครับ รออัลลัย อ้ากกกก แสงสว่างอยู่แค่เพียงเอื้อมมือเท่านั่น ผมยื่นมือไขว่คว้าหาอิสระภาพ

          ' ปั่บ! '

          ไหล่ผมถูกมือยึดเอาไว้แบบหนักหน่วงและแข็งแกร่ง

          ' ปัง! '

          เสียงปิดประตูอย่างแรงก็ยังไม่เท่าเสียงกรีดร้องที่ดังออกมาจากห้องนั้นอย่างน่าพิศวง


          มิน


          " แย๊กกกกกกกกกกกกกกกก! " 

          ผมได้ยินเสียงกรีดร้องอันสุขสมของเพื่อนรัก สมใจมึงแล้วนะ ต้องขอบคุณกูนะรู้ไหม ฮ่าๆๆๆ ผมอืดอกอย่างภาคภมูิใจ พลางปาดน้ำตาเล็กๆ ที่ไหลออกมาด้วยความปราบปลื้ม


ผมนี่มันเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ อิอิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2018 17:07:00 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8927
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 50 ของขวัญแด่คนที่รักที่สุด


          วันนี้เป็นวันสำคัญ ผมตื่นแต่เช้า ลากพี่ไอที่นอนขี้เซาให้ลุกขึ้น อาบน้ำแปรงฟันแต่งตัวให้หล่อเฟี้ยวที่สุด วิ่งไปมาในห้อง ร่าเริงจนพี่ไอแปลกใจ 

          " มีอะไรดีๆ เหรอ " พี่ไอที่คงเวียนหัวกับผม มองผมด้วยความสงสัย

          " ไม่มี๊ " ผมว่าผมอาจทำเสียเรื่องได้ ผมเป็นคนปิดความลับไม่เก่งเอาซะเลย ถ้างั้น หนีดีกว่า อิอิ

          ผมวิ่งออกจากห้องทิ้งพี่ไอที่ทำหน้ามึนไว้แบบงงๆ และวิ่งไปหาเพื่อนเลิฟเพื่อถามไถ่ถึงคืนหรรษา มันถึงกับหลบหน้าผมทั้งวันเลยนะ อะไรของมึงฟะ

          " เมื่อวานมึงไปไหนมา " ผมได้ทีวิ่งเข้าไปล็อคคอมันแบบไม่ให้ตั้งตัว มันสะดุ้งโหยงจนหัวทิ่มตกจากเตียงไปเลย

          " มึงมาคนเดียวใช่ไหม " ไอ้ห่านี่ทำตัวเหมือนกำลังหนีผี

          " อะไรของมึง " 

          " เกือบไปแล้ว ไม่เอาแล้ว " และมันก็เล่าให้ผมฟังอย่างละเอียดถึงสิ่งที่มันเจอมา ผมหัวเราะลัั่นจนแทบขาดอากาศหายใจ ในขณะที่มันทำหน้าหมาหงอยต่อไป

          " มึงหนีมาได้ยังไงวะ "

          " กูโดดหน้าต่างออกมาสิ แขนซ้นเลยกู " มันไม่คอหักตายก็บุญละครับ ห้องฮยองอยู่ชั้นสองครับ ฮ่าๆ 

          " กูนับถือพี่พริ้นว่ะ ต่อไปต้องมองใหม่ซะแล้ว ยอดมนุษย์ชัดๆ บรึ๋ยย " แต่กูว่าพี่พริ้นไม่ได้โดนแบบมึงว่ะเพื่อน ฮ่าๆ

          ผมลากไอ้เกลียวออกมาจากห้อง ซึ่งไอ้กากนี่เดินเอาตูดชิดผนังตลอดเวลา ผมขำจนปวดท้องกับภาพที่เห็น กูเตือนมึงแล้ว อยากลองของดีนัก กร๊ากกก

          ผมวิ่งไปหาฮยอง ซึ่งไอ้เกลียวโกยอ้าวไปแล้ว ไอ้ห่าเขาแกล้งมึงหรอก ทำกลัวจริงจังไปได้ 

          " ฮยอง คิดถึงจัง " ผมพูดพลางกอดฮยองแน่นแบบสุดๆ 

          " แบบนี้ไม่ต้องเซอร์ไพรส์แล้วมั้งครับ คุณไอคงรู้แล้ว ถ้าดูจากอาการคุณหนู " 

          " โธ่ แล้วเตรียมพร้อมหรือยังครับ " ผมส่งสายตาวิ๊งๆ ให้ฮยองที่ทำหน้าเหม็นเบื่อสุดๆ

          " เรียบร้อยครับ วางใจได้ " ผมยิ้มแป้นแบบปากจะฉีกถึงรูหูเลยทีเดียว

          " พี่พริ้นละครับ " พอผมถามถึงพี่พริ้น พี่พริ้นก็มาครับ เข้ามากอดผมที่กอดฮยองไว้อีกที จนฮยองต้องด่าและตีพี่พริ้นแรงๆ ถึงจะปล่อยฮะ ผมยิ้มขำกับภาพตรงหน้า

          " อารมณ์ดีกันแปลกๆ นะวันนี้ " พวกเราสามคนหุบยิ้มและเงียบกริบทันที เมื่อพี่ไอยืนมองอยู่นอกประตู

          " เดี๋ยวผมจะไปเตรียมอาหารนะครับ " ฮยองรีบแจ้นก่อนใครเพื่อน ขี้โกงนี่นา

          " พี่ไปช่วยแจอินดีกว่า " พี่พริ้นได้ทีก็แจ้นตามไปติดๆ

          " ผมไปหาไอ้เกลียวดีกว่า " ผมซึ่งจะชิ่งหนีบ้าง แต่ก็ถูกพี่ไอล็อคตัวไว้ กอดผมไว้แน่นจนตัวลอยขึ้นจากพื้นเลยฮะ

          " บอกมาเลยนะ ว่ามีอะไรกัน " อ้ากกก ผมดิ้นไม่ออก วงแขนท่านช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก

          " คือว่าาา วันนี้วันดีน้าา อากาศดี๊ดี " 

          " โอ้ยยยย เจ็บนะ " พี่ไอดึงจมูกผมจนแดงเป็นลูกตำลึงเลย

          " โกหกไม่เก่งนะเรา ถ้ายังไม่พูด พี่จะปล้ำแม่งตรงนี้แหละ " อ้ากกก พี่ไอพูดพลางหอมแก้มผมไปมา จนการ์ดและพ่อบ้านแถวนี้ รีบหันหนีกันเป็นแถบ อายฟ้าดินมั่งสิเฟ้ย

          " หิวแล้ว กินข้าวกัน นะๆ " ผมดันหน้าพี่ไอและออดอ้อนตาใสสุดฤทธิ์

          พี่ไอปล่อยผมลงอย่างว่าง่ายและจูงมือผมเดินไปห้องอาหาร ซึ่งอาหารเต็มโต๊ะสุดๆ แบบกินได้ทั้งหมู่บ้านเลยทีเดียว โดยมีคุณพ่อนั่งที่หัวโต๊ะ ผมที่เห็นคุณพ่อก็รีบวิ่งไปบีบไหล่ให้โดยไว คุณพ่อหัวเราะชอบใจใหญ่ และบอกให้พี่ไอนั่งใกล้ๆ และตรงข้ามพี่ไอก็เป็นพี่พริ้น และผมลากฮยองไปนั่งข้างพี่พริ้น และผมวิ่งเร็วจี๋กลับมานั่งข้างพี่ไอ และบอกฮยองจัดจานข้าวให้ไอ้เกลียวข้างๆ จานข้าวหมาหน้าบ้าน เพื่อเพื่อนเลิฟสุดๆ อิอิ

          " ต่อไปไอก็มาช่วยพ่อดูแลกิจการที่นี่นะ ถือว่าช่วยยูมินที่กำลังฝึกหัดงานด้วย พ่อคุยกับพ่อไอให้แล้ว " ผมยิ้มหน้าบานเป็นจานกระด้ง พี่ไอส่งยิ้มให้ผม และมองพี่พริ้นที่ส่งยิ้มให้เหมือนกัน หน้าพี่ไอหมองลงทันทีที่สบตาพี่พริ้น คู่นี้เค้ารักกันมากจนผมอิจฉาไปเลยแฮะ

          " พี่ตัดสินใจเถอะครับ ถึงไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่เราก็เจอกันบ่อยๆ ได้อยู่แล้ว " ผมฉีกยิ้มออกมาอย่างจริงใจ ผมอยากให้พี่ไออยู่กับผมก็จริง แต่ถ้าวันนึงผมถูกพรากฮยองไปผมก็คงจะเสียใจเหมือนกัน ผมเลยเข้าใจพี่พริ้นดี

          " ตอบรับสิไอ " พี่พริ้นพูดพร้อมส่งยิ้มให้พี่ไออีกครั้ง 

          " ครับ ขอบคุณครับ " ผมจับมือพี่ไอแน่น และส่งยิ้มจนตาหยี

          หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จ ผมก็รีบวิ่งกลับห้องไปอย่างด่วนจี๋ เพื่อทำตามแผนการณ์อันสุดจะเร้าใจที่พวกเราร่วมมือกันเพื่อพี่ไอ 

          " มิน กินข้าวแล้ววิ่งไปมาเดี๋ยวจุกนะ มันน่าไหมเนี่ย ดื้อจริงๆ " เป็นอย่างที่คิด พี่ไอรีบวิ่งหน้าตาตื่นตามมาพลางหอบหายใจ

          " เดี๋ยวๆ นี่อะไรเนี่ย " ผมตะครุบตัวพี่ไอและจับมัดปิดตาซะเลย 

          " ห้ามถอดออกจนกว่าผมจะบอกให้ถอด ไม่งั้นเราขาดกัน " ผมพูดเสียงเด็ดขาดพลางสะบัดบ็อบอย่างมั่นใจ

          " พี่ไม่มีวันถอดหรอก " พี่ไอยืนนิ่งๆ แต่ผมกลับรีบวิ่งเข้าไปน้วยแขนพี่ไอแบบดีใจสุดๆ อ้ากก น่าร้ากก แฟนโผมคร๊าบบ อิอิ

          ผมกอดแขนพาพี่ไอเดินไปเรื่อยๆ โดยมีฮยอง พี่พริ้น และไอ้เกลียวเดินตามหลัง จุดหมายที่เราจะไปอาจจะใช้เวลานิดหน่อย แต่ไม่ต้องห่วง ผมได้จัดเตรียมสิ่งที่ดีที่สุดให้พี่ไว้แล้ว

          ตลอดการเดินทาง พี่ไอไม่พูด ไม่ถามอะไรเลย เหมือนกับว่าเพราะมีพวกเราอยู่ มีแต่คนที่รักพี่ พี่ถึงวางใจ ให้ผมพาพี่ไป ไม่ว่าจะแห่งหนไหน เราก็จะจับมือเดินไปด้วยกันตลอดไป

          ผมพาพี่ไอเดินช้าๆ ไปตามทางเดินยาวที่ทำด้วยไม้ ผ่านสวนเซ็นหรือสวนหินที่มีน้ำตกเล็กๆ ไหลผ่านอย่างสวยงาม ผมจับมือพี่ไอแน่นพี่ไอก็จับมือผมไว้แน่นเช่นเดียวกัน

          พวกเราหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้อง ห้องหนึ่ง ฮยองเปิดบานประตูเลื่อน เพื่อให้พี่ไอเดินเข้าไปได้อย่างสะดวก ผมค่อยๆแกะผ้าปิดตาของพี่ไอออกช้าๆ พวกเราทุกคนกำลังยิ้มออกมาจากหัวใจ

          " สุขสันต์วันเกิดนะครับพี่ไอ ขอให้พี่มีความสุขมากๆ นะครับ " ผมพูดออกมาพลางส่งยิ้มไปให้

          พี่ไอยิ้มและลืมตาขึ้นช้าๆ แต่ก็พลันหุบยิ้มลง กลายเป็นหยาดน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาที่มีความสุขนั่น

          " โอก้าซัง " พี่ไอพูดออกมากลางเดินเข้าไปคุกเข่าตรงหน้าหญิงสูงวัยคนหนึ่ง แต่ยังคงมีเรือนผมดำยาวและมีใบหน้าที่สวยจับใจ ผมน้ำตาไหลกับภาพตรงหน้า พี่ไอกอดคุณแม่ไว้และร้องไห้ออกมาแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้พบ ไม่ได้คุย ไม่แม้แต่จะได้ยิน พี่ต้องเจ็บปวดมานานแค่ไหนกันนะ ผมและทุกๆ คนอยากให้พี่ยิ้มออกมาจากหัวใจได้เต็มที่สักที

          ผมมองพี่พริ้นที่มองพี่ไอด้วยแววตาที่อ่อนโยนและยิ้มอย่างมีความสุข ขอบคุณครับพี่ ทุกอย่างเป็นเพราะพี่ พี่ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับพี่ไอแล้ว พี่เป็นพี่ชายที่ดีจริงๆ

          " พริ้น " ผมมองคุณแม่ของพี่ไอที่เรียกพี่พริ้น และทำท่าเหมือนเรียกเข้าไปหา พี่พริ้นยึกยักเหมือนกับไม่กล้าที่จะเข้าไป คุณแม่ของพี่ไอคงจะรู้ว่าพี่พริ้นเป็นใคร แต่กลับไม่มีทีท่าจะโกรธเคืองใดๆ เลย พี่พริ้นค่อยๆ คุกเข่าเข้าไปหาคุณแม่พี่ไอช้าๆ ก้มหน้าลงไม่กล้าสบตา แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้ผมน้ำตาไหลอีกครั้ง

          คุณแม่พี่ไอดึงพี่พริ้นเข้าไปใกล้ๆ และกอดพี่พริ้นไว้ เหมือนกับกอดลูกชายอีกคนหนึ่ง ตอนนี้ทั้งสามคนแม่ลูกกอดคนอย่างกลมเกลียว เป็นภาพที่ผมประทับใจ และจะไม่มีวันลืมเลือน

          เวลาผ่านไปสักพัก คุณแม่ของพี่ไอหยิบอะไรสักอย่างออกมาจากกล่องข้างฝูกนอน มันมีจำนวนเยอะมากมายเป็นร้อยเป็นพัน ผมเพ่งมองใกล้ๆ ก็รู้ว่าเป็นรูปถ่ายนั่นเอง ทั้งหมดนั่นเป็นรูปแอบถ่ายของพี่ไอ ตั้งแต่พี่ไออายุ 12 ปี จนถึงปัจจุบันที่พี่ไอ อายุ 20 ปีพอดี 

          " ขอบคุณมากนะลูก " คุณแม่ของพี่ไอหันมาหาพี่พริ้น จับแก้มพี่พริ้นไว้ และพูดขอบคุณทั้งน้ำตา พี่ไอมองรูปถ่ายพวกนั้นและหันมามองหน้าพี่ชายช้าๆ ด้วยน้ำตาที่รินไหล 

          " ขอบคุณครับพี่ " พี่ไอกอดพี่พริ้นไว้แน่นเนิ่นนาน ผมเพิ่งรู้เรื่องพวกนี้เหมือนกัน ไม่รู้เลยว่าพี่ทำอะไรเพื่อน้องชายคนนี้บ้าง ขอบคุณครับพี่พริ้นพี่ชายของพวกเรา

          " บราค่อนของแท้ " ผมมองฮยองที่พูดแบบนั้นแต่ก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

          พวกเราตกลงว่าจะค้างที่นี่หลายๆวันเลย บ้านแบบญี่ปุ่นของพี่ไอสวยมาก เป็นแบบโบราณที่มาอายุเป็นร้อยปี ผมหลงไหลไปกับความสวยงามของที่นี่ พวกเรานั่งรถเล่นกันในตัวเมืองโตเกียว เป็นรถตู้ที่เราเช่าเพื่อท่องเที่ยว ผมนั่งพิงไหล่พี่ไอไว้ และพี่ไอก็โอบกอดผมจากด้านหลัง ผมชี้ออกไปนอกหน้าต่างให้ดูสิ่งที่น่าสนใจเป็นพักๆ พวกเรายิ้มและหัวเราะด้วยกัน ต่อไปเราสองคนจะไม่แยกจากกันอีกแล้ว ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ ผมก็จะจับมือพี่ กอดพี่ รักพี่ พวกเรานั้นจะอยู่เพื่อกันและกันตลอดไป

          ผมมองไปยังอีกคู่ที่นั่งอยู่ท้ายสุด และก็ต้องตกใจเพราะว่าทั้งคู่กำลังกอดกันแน่นและกำลังกระซิบกระซาบกันสองคนอย่างมีความสุข รถคนนี้เต็มไปด้วยความรัก ผมมีความสุขที่เห็นคนที่เรารักนั้นมีความสุข ทั้งสองคนเป็นคนสำคัญของผมกับพี่ไอ พวกเรานั้นรักกันยิ่งกว่าใครๆ พี่พริ้นที่ต้องกลับประเทศไทยคงจะทำให้ฮยองเสียใจไม่ใช่น้อย แต่ก็ใช่ว่าพวกเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันซะหน่อย ผมจะซื้อเครื่องบินเจ็ทเพื่อที่พวกเราจะได้เจอกันเมื่อไหร่ก็ได้เท่าที่ใจเราต้องการ อย่าลืมสิ ผมมีเงินซะอย่าง หึหึ

          ท่ามกลางความรักและความหวานของคู่รักทั้งสอง ยังมีบุคคลอีกคนหนึ่งซึ่งทำหน้าที่เป็นคนขับรถอยู่ด้านหน้า คนขับรถที่ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา 

" อิจฉาคนมีคู่โว้ยย อ้ากกก "



THE END




**********************************************************************************

***ขอบพระคุณทุกคนที่ติดตามอ่านนะคะ ทั้งคนที่มาคอมเม้นสม่ำเสมอและคนที่แอบอ่านเงียบๆ เป็นผลงานเรื่องแรกค่ะ อาจจะซับซ้อน บางตอนอ่านแล้วงงๆ ขออภัยถ้าหากมีบางอย่าง บางตอน บางตัวละครไม่ได้ดั่งใจอย่างที่คิดเนอะ เพราะจริงๆแล้วไรท์วางโครงเรื่องไว้จะมีแค่คู่เดียวค่ะ นอกนั้นเสริมให้ล้วนๆ 555+ จะมีตอนพิเศษให้ได้อ่านกันนิดหน่อยค่ะ ยังไงฝากติดตามด้วยน้า  ยังไงก็ขอขอบคุณมากนะคะ***
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2018 17:10:11 โดย Gloomy Sunday »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด