[สนพ.B2S] คนของความจำ [END]#แจ้งข่าวรูปเล่มหนังสือหน้า 6 (24/10/61)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [สนพ.B2S] คนของความจำ [END]#แจ้งข่าวรูปเล่มหนังสือหน้า 6 (24/10/61)  (อ่าน 24512 ครั้ง)

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 12 ชายที่มากับร่มคันใหญ่


          ชายที่ถือร่มกันฝนคันใหญ่ ยื่นร่มมากันฝนให้กับผม อีกมือหนึ่งก็ยื่นผ้าเช็ดหน้าสีขาวที่มีลวดลายแปลกๆ มาให้ พร้อมใบหน้าที่ดูบึ้งตึง และคิ้วที่ขมวดมุ่น แต่แววตากลับอ่อนลง 

          " ไปให้พ้น " ผมไล่คนที่ยืนอยู่ด้านหลังด้วยไมตรีจิตที่ติดลบ ผมไม่อยากจะมาทะเลาะกับหมอนี่ในช่วงเวลานี้หรอกนะ

          " หมอนั่นน่ะ มันไม่มาหรอก กลับบ้านไปซะ " ผมยิ้มให้กับคำพูดของคนคนนี้

          " ผมรู้ " ไม่รู้ว่าละอองฝนหรือหยาดน้ำตากันแน่ที่ทำให้ใบหน้าของผมเปียกชื้นถึงขนาดนี้

          " รักมันมากขนาดนั้นเลยเหรอ " ผมเงยหน้ามองคนที่ตั้งคำถามนี้ออกมา 

          " ถ้าจะมาสมน้ำหน้าหรือหัวเราะเยาะก็เอาเลยสิ เพราะวันนี้น่ะ เป็นวันพิเศษ " ผมยังคงส่งยิ้มไปให้ ทำให้คนตรงหน้า ขบกรามแน่นด้วยอารมณ์ครุกรุ่น

          ' หมับ! '

          ผมมองที่แขนของผมอย่างแปลกใจ มือที่กำลังเกาะกุมแขนผมอยู่ตอนนี้ ไม่ได้ออกแรงอย่างที่คิด แต่ค่อยๆ ดึงตัวผมให้ลุกยืนขึ้น แล้วจูงผมเดินออกไปยังรถที่จอดรถอยู่ไม่ไกลนัก

          ผมขืนตัวเอาไว้ ความรู้สึกทั้งสงสัยและแปลกใจก่อตัวขึ้นมา หมอนี่วันนี้เป็นอะไรกันนะ ดูแตกต่าง ราวกับเป็นคนละคนกับวันนั้น 

          " ถ้าจะมาสงสารหรือเห็นใจผม บอกไว้ก่อนนะ ไม่ต้อง คนแบบนายน่ะ ผมไม่ต้องการความเห็นใจ " คนตัวสูงหยุดเดินพร้อมกับหันหน้ามาด้วยแววตาที่แข็งกร้าว

          " หุบปาก แล้วตามมาซะ ไม่อย่างนั้น ฉันจะมัดนายแล้วโยนใส่ท้ายรถ " ผมมองหน้าที่จริงจังของไอ้คุณไออย่างชั่งใจ สายตาแบบนั้นคงไม่ได้พูดเล่นแน่ๆ

          ผมเริ่มออกเดินอีกครั้งตามแรงจูงของคนตรงหน้า หมอนี่มันเป็นไบโพล่าแน่ๆ น่ากลัวชะมัด แต่คงเป็นพี่พริ้นสินะ ที่ส่งไอบ้านี่มา พี่คงมาไม่ได้จริงๆ เลยต้องทำแบบนี้ใช่ไหมครับ ผมไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองใช่ไหม พี่ก็เป็นห่วงผมเหมือนกันใช่หรือเปล่า

          ตลอดเวลาที่อยู่ในรถ ไม่มีเสียงใดๆ นอกจากเสียงฝนที่ตกอยู่ภายนอกหน้าต่างเท่านั้น ผมเหลือบมองดูคนข้างๆ ที่กำลังเท้าคางขับรถ อย่างสบายๆ เป็นครั้งแรกที่เห็นหมอนี่แต่งกายด้วยชุดลำลองที่ดูปกติ เสื้อแขนยาวคอวีสีดำที่แขนเสื้อถูกถกขึ้นถึงข้อศอก กางเกงยีนส์สีเข้ม และรองเท้าบูธทรงสูง เครื่องประดับสีเงินที่ข้อมือ และเจาะหูอีกด้วย

          ผมไม่แปลกใจว่าทำไมหลายๆ คนถึงมองผู้ชายคนนี้เหลียวหลังคอแทบหัก เพราะถ้าเปรียบพี่พริ้นเหมือนดั่งเจ้าชายที่สว่างไสวดุจแสงอาทิตย์แล้ว คนคนนี้ก็คงเปรียบเสมือนเจ้าชายที่ทรงเสน่ห์แห่งรัตติกาล

          " เราจะไปไหนกัน " ผมทำลายความเงียบนี้ด้วยความกล้าๆ กลัวๆ

          " หุบปาก แล้วอยู่นิ่งๆ "

          เวลาผ่านไปสักพัก รถก็ได้มาหยุดอยู่ที่หน้าร้านอาหารหรือจะเรียกว่าบาร์แห่งหนึ่ง มันดูสงบและเรียบหรู เมื่อเดินเข้ามาในร้าน บรรยากาศนั้นอบอวนไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ ไฟสลัวๆ ตามทางเดินจากเชิงเทียนตามโต๊ะต่างๆ และพรมสีแดงเลือดหมู ทำให้ร้านดูวังเวงและโรแมนติกในคราวเดียวกัน

          หมอนี่คิดอะไรอยู่นะ ถึงพาผมมาในที่แบบนี้ ผู้คนที่พูดคุยกันราวเสียงกระซิบ ต่างหยุดพูดและมองดูผมกับไอ้คุณไอ เดินผ่านโต๊ะไปอย่างเงียบๆ แต่ก็ยังคงจ้องตาไม่กระพริบ ตามด้วยเสียงซุบซิบนินทาตามหลัง ผมหลบสายตาทุกๆ คนด้วยความเคยชิน

          ตรงกลางของร้าน มีแชนเดอเลียร์อันใหญ่สีดำที่ดูเก่าแก่แต่ก็งดงาม ประดับอยู่ด้านบนของใจกลางร้าน และใต้แชนเดอเลียร์นั้น ก็มีเปียโนหลังใหญ่สีดำหลังหนึ่งตั้งอยู่ หัวใจของผมสงบลงอย่างน่าประหลาดเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า มันทำให้ผม หวนคิดถึงความทรงจำที่แสนล้ำค่า ช่วงเวลาที่ผมได้ใช้มันร่วมกับคนที่ผมรัก ซึ่งไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักเพียงไหน แต่ทิวทัศน์นั้น ก็ไม่เคยหายไปจากหัวใจของผม

          " ไปสิ " ผมหันไปมองคนที่เดินตามหลัง ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย แต่ก็รู้โดยทันทีเมื่อคนคนนั้น พยักพเยิดหน้าไปทางเปียโนนั่น 

          " เล่นสิ ฉันอยากฟัง " คนพูด พูดพร้อมกับจุดบุหรี่ขึ้นสูบ แล้วพ่นควันใส่หน้าผมด้วยท่าทางที่กวนประสาท หมอนี่รู้ได้ยังไงกันนะว่าผมเล่นเปียโนเป็น แต่ พี่พริ้นคงเล่าให้ฟังสินะ

          ผมเดินไปยังเปียโนหลังนั้น ทั้งร้านดูเงียบสงบลงทันที เหมือนกับว่ากำลังรออะไรอยู่

          ' ไอ้หนูนั่น สภาพนั้นจะเล่นเป็นเหรอ '

          ' นั่นสิ ขึ้นไปทำอะไรตรงนั้นนะ '

          ' เจ้าของร้านรักเปียโนตัวนั้นมากนะ แทบไม่ให้ใครแตะต้องมันเลยแท้ๆ '

          เสียงกระซิบกระซาบตามมาไม่ขาดสาย เมื่อผมเดินมานั่งที่เปียโนหลังนี้ ผมลูบไล้ไปตามคีย์เปียโนอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกแปลกๆ นี่มันคืออะไรกันนะ เป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด

          ผมหลับตาลง นึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ คิดถึงความรู้สึกต่างๆ ที่ผมต้องเผชิญมาเพียงลำพัง ความรู้สึกทุกๆ อย่างได้หลั่งไหล ไปพร้อมๆ กับนิ้วมือที่ก่อให้เกิดเสียงดนตรี ความโศกเศร้าสอดประสานกับปลายนิ้ว ทำให้เสียงเพลงที่บรรเลงออกมานั้น เศร้าหมองยิ่งนัก เสียงกระซิบก่นด่าที่ได้ยินอยู่ก่อนหน้า แปรเปลี่ยนเป็นเสียงกระซิบ ที่แสดงความแปลกใจ และชื่นชมหลงไหลไปกับเพลงที่บรรเลง ความเศร้าโศกของท่วงทำนอง ทำให้แขกหลายๆ คน ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความเศร้า 

          ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่ผมได้บรรเลงเพลงที่แสนเศร้านี้ออกไป เหมือนกับว่าความโศกเศร้าในหัวใจของผมนั้น เริ่มเจือจางลง ตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วที่ผม ชอบที่จะระบายความรู้สึกไปการเล่นเปียโนที่แสนรัก ปลดปล่อยความรู้สึกทุกๆ อย่าง ให้ลอยออกไปจากหัวใจ เหลือไว้แค่เพียงความสุข และความสบายใจเท่านั้น

          เสียงเพลงบรรเลงจบลง พร้อมกับเสียงปรบมือที่ดังสนั่นโถงแห่งนี้ มีหลายๆ คนกำลังเช็ดน้ำตาด้วยกระดาษทิชชู่พร้อมกับส่งยิ้มมาให้ ผมลุกขึ้นยืน ผายมือและโค้งตัวลงเล็กน้อยเป็นเชิงขอบคุณ

          ผมกวาดสายตาไปหาคนที่พาผมมา ณ ที่แห่งนี้ แว๊บหนึ่งผมสังเกตุเห็นสีหน้าที่ดูประหลาดใจระคนตกใจออกมาจากหมอนั่น เป็นไงล่ะ ฝีมือผมเทพมากใช่ไหมล่ะ ผมส่งยิ้มกวนประสาทไปให้ และสิ่งที่ได้รับกลับมา ก็คือรอยยิ้มที่กวนประสาทยิ่งกว่านั่นเอง นี่สินะ รอยยิ้มของจอมมาร แต่ก็ ไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่นะ ผมคิดและยิ้มออกมาจากหัวใจ


หลังจากนี้ จะแบ่งรอยยิ้มให้บ้างละกัน ไอคนซาดิสม์เอ๋ย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-05-2018 17:25:19 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
พระเอกมาแล้วว อิอิ  :impress2:

ออฟไลน์ ChabaSri

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 602
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
จะทีมพี่ไอล่ะนะค้าาาาาา

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 13 ลางร้ายของความเจ็บปวด


          ผมลากสังขารกลับมาที่คอนโดของไอ้เกลียวด้วยสภาพที่ดูไม่ได้หนักกว่าเดิม ไอ้คุณไอ ไม่ยอมพูดอะไรเลยตอนมาส่ง หลบตาผมตลอดเวลา คุยด้วยก็ไม่ยอมคุยด้วย อยู่ดีๆ ก็เป็นบ้าอะไรอีกกันนะ เชอะ

          ผมบ่นปากอุบอิบตลอดทางขณะเดินขึ้นลิฟท์ และไม่นานก็มายืนอยู่หน้าประตูห้อง ผมไขกุญแจ แต่ก็พบว่ามันไม่ได้ล็อคอยู่ สงสัยไอ้เกลียวมันคงลืมละมั้ง

          ภายในห้องมืดสนิท ผมต้องคลำทางสักพักกว่าจะมาหยุดยืนที่หน้าประตูห้องของมัน ผมเปิดประตูเข้าไปช้าๆ และก็พบว่าตอนนี้ มันกำลังนอนอยู่บนเตียง 

          " หลับแล้วเหรอ ทำอะไรของมึงวะ ปกติไม่เห็นจะปิดไฟทั้งห้องแบบนี้เลย " ผมพูดพลางชะเง้อคอมองไปรอบๆ อย่างแปลกใจ เพราะไอ้เกลียวเป็นพวกชอบนอนเปิดไฟครับ มันกลัวผี

          " กูเปิดไฟให้นะ " ผมเดินเข้าไปเตรียมจะกดสวิตส์ไฟ 

          " ย..อย่า อย่าเปิด " อยู่ดีๆ มันก็ร้องขึ้นมาเสียงดัง ทำเอาผมตกใจเลยทีเดียว

          " อะไรของมึง เมาหรือไง " ผมยังคงงงงวยกับท่าทีของมัน ทำไมมันถึงต้องห้ามผมเปิดไฟด้วยนะ

          " วันนี้กูอยากนอนแบบมืดๆ ว่ะ ขอกูนอนได้ไหม เดี๋ยวค่อยคุยกันนะ มึงรีบไปนอนเถอะ " มันพูดอู้อี้พร้อมมุดตัวเข้าไปในผ้าห่ม ผมรู้สึกว่านี่มันไม่ปกติเลยสำหรับเพื่อนของผม หรือว่ามันจะไม่สบายกันนะ

          ด้วยความเป็นห่วง ผมเลยตัดสินใจเดินเข้าไปข้างๆ เตียงของมันพร้อมกับกระชากผ้าห่มผืนใหญ่ที่คลุมตัวมันออกทันที

          " โอ้ย ทำอะไรของมึงวะ " เมื่อผ้าผ่มเปิดออกเผยให้เห็นสภาพของคนที่อยู่ใต้นั้น ทำให้ผมตกใจก้าวถอยหลัง ถึงจะอยู่ในความมืด แต่ร่องรอยบนใบหน้าของมัน ก็เด่นชัดเหลือเกิน ผมรีบวิ่งไปเปิดไฟ แล้ววิ่งกลับมาที่เตียงอีกครั้ง 

          " ไอ้เกลียว ใครทำมึงแบบนี้ เกิดอะไรขึ้น " ผมพูดเสียงสั่นเครือ ในขณะที่ไอ้เกลียวร้องโวยวาย และพยายามซ่อนตัวไปในใต้ผ้าห่มอีกครั้ง 

          " มึงบอกกูมาเดี๋ยวนี้นะ ใครทำมึง " ผมพยายามจับไหล่มัน เพื่อจะได้มองหน้ามันชัดๆ

          เลือดนองเปรอะหมอน จากสภาพใบหน้าของมันที่หล่อเหลา บัดนี้ตาข้างนึงบวมช้ำสีม่วง บวมเป่งจนตาปิดไปทั้งหมด คิ้วแตกเลือดยังคงไหลอาบหน้า ปากเจ่อบวมช้ำจนคิดว่าฟันกรามก็น่าจะหลุดไปหลายซี่แน่นอน เรียกได้ว่าสภาพมันตอนนี้ ปางตายเชียวล่ะ

          " ก..กูไม่เป็นไร "

          " ไม่เป็นไรพ่องมึงสิ ไป ไปหาหมอกับกูเดี๋ยวนี้ " ผมพยายามเข้าไปพยุงตัวมันอย่างทุลักทุเล เพราะตัวมันค่อนข้างใหญ่กว่าผม แต่มันก็รั้งตัวเองไว้ไม่ยอมลุกขึ้นตามแรงที่ผมดึง

          " ไม่ ไม่ไป " มันยังคงดื้อดึงไม่ยอมลุกจากเตียงอยู่อย่างนั้น

          " อะไรของมึงวะ อยากตายหรือไง " ผมตะโกนด่ามันอย่างเหลืออด มันจะดื้อไปทำไมกันวะ 

          " กูขอ ถือว่ากูขอละกัน " มันพูดด้วยสีหน้าจริงจัง นับว่าเป็นสีหน้าที่หายากยิ่งที่จะได้เห็นจากมัน ผมอยากจะตะโกนด่ามันเหลือเกินว่าทำไม ทำไมถึงไม่บอกอะไรผมเลย แต่ความคิดนั้นก็ต้องหยุดลง ผมจะมีสิทธิ์พูดคำนั้นได้ยังไง ทั้งๆ ที่ผม ก็ไม่เคยบอกความจริงทุกอย่างให้มันรู้เลย

          " กูจะทำแผลให้ " ผมพูดเสียงอ่อน พลางเดินหากล่องพยาบาลที่หายากยิ่งในห้องโล่งๆ แห่งนี้ เมื่อหาเจอแล้ว ก็เดินกลับมาเพื่อปฐมพยาบาลให้ไอ้เพื่อนตัวดีของผม

          ผมไม่พูดอะไรอีกต่อไป เพราะถึงถามอะไรไปมันก็คงไม่บอกอยู่ดี ผมโกรธ โกรธมาก ใครกันนะที่กล้าทำกับมันขนาดนี้ มันเป็นพวกซื่อๆ และไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน ตลอดเวลาที่เรียนกับมัน อยู่กับมัน ก็ไม่เคยมีปัญหากับใครเลย อย่าให้รู้ละกัน ผมคิด

          " ขอโทษนะ " ไอ้เกลียวทำหน้าเศร้า แต่เชอะ กูงอนว่ะ

          " โอ้ยยย จะฆ่ากันหรือไงวะ " ด้วยความหมั่นไส้ผมเลยจงใจใส่แรงเข้าไปตอนทำแผลให้มัน

          " หึ สมน้ำหน้า " ผมพูดพลางแลบลิ้นให้มันอย่างสะใจ 

          " แล้ววันนี้เป็นไงบ้างวะ แต่งตัวแบบนี้ไปดินเนอร์กับพี่่พริ้นสุดหล่อของมึงมาล่ะสิ " ผมหยุดชะงัก สิ่งที่พยายามลืม ตอนนี้กลับทำให้ผมนึกถึงมันอีกครั้ง 

          " อ๋อ อืมก็ตามนั้นแหละ " ผมฝืนยิ้มอย่างอ่อนแรงออกไป

          " ไม่เป็นไรนะ " ไอ้เกลียวถามพร้อมทำคิ้วขมวดมุ่น

          " มึงห่วงตัวเองก่อนดีไหม " ผมเลี่ยงที่จะมองหน้ามัน
         
          " เดี๋ยวกูไปนอนดีกว่า ยังไงถ้ามึงเปลี่ยนใจจะไปหาหมอก็บอกนะ " 

          " อืม ขอบใจนะมิน " ผมยิ้มให้มันและเดินออกมาเพื่อไปอาบน้ำ


          รุ่งขึ้น ผมทำแผลให้ไอ้เกลียวอีกครั้ง พร้อมหาอาหารและยามาให้ 

          " แดกซะ เดี๋ยวกูจะไปชมรมหน่อย เดี๋ยวขากลับซื้อยามาเพิ่มให้อีกละกัน " 

          " ไม่เป็นไร มึงไปเถอะ กูถึกจะตาย ไม่ต้องห่วง " 

          " เหอะ จะตายห่าแล้วยังปากดีอีก " ผมดีดหูมันไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้ พร้อมวิ่งหนีเสียงสาปแช่งที่ไล่ตามหลังมาติดๆ 

          ผมไม่อยากอยู่ว่างๆ แม้แต่วินาทีเดียว ห้องชมรมเลยเป็นตัวเลือกเดียวของผม แต่เห็นแบบนี้ผมก็ไม่ได้ว่างตลอดหรอกนะครับ จริงๆ ผมก็มีงานที่ต้องทำอยู่ ไม่อย่างนั้นจะหาเงินมาจากไหนละครับ ช่วงนี้เงินยิ่งร่อยหลอซะด้วย ผมทำงานรับจ๊อบเล่นเปียโนตามร้านอาหารนี่ล่ะครับ แต่ด้วยสภาพของผม ก็เลยหาที่เล่นยากนิดหน่อย เดี๋ยวช่วงบ่ายวันนี้ผมต้องไปเล่นที่บ้านเด็กกำพร้า การเล่นดนตรีให้พวกเด็กๆ ฟังนั้น ก็ถือเป็นความสุขอีกอย่างหนึ่งของผม

          ' ปัง! '

          เสียงประตูชมรมเปิดออก พร้อมกับคนที่คุ้นเคยรีบร้อนกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าเป็นกังวล

          " มิน " คนที่เพิ่งเข้ามาก็คือพี่พริ้นนั่นเอง ผมส่งยิ้มให้พี่พริ้นเหมือนเช่นเคย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยสักนิด

          " มิน พี่ ขอโทษมินจริงๆ นะ พี่จะทำยังไงดีมินถึงจะยกโทษให้ " พี่พริ้นพูดรัวเร็วอย่างร้อนรน

          " เดี๋ยวๆ ครับพี่ ใครโกรธอะไรใครเหรอครับ ผมไม่ได้โกรธพี่นะครับ "

          " จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง พี่ไม่ได้กลับไปรับมินนะ " พี่พริ้นพูดด้วยสีหน้าที่ครางแครงใจ

          " ก็ พี่ส่งพี่ไอมารับผมนี่ ใช่ไหมละครับ พี่ไอก็มาส่งผมที่หอครับ ขอบคุณนะครับ ที่ยังนึกถึงผม " ผมส่งยิ้มให้พี่พริ้น เพื่อแสดงออกว่าผมไม่เป็นอะไร

          " ไอ ไอไปที่นั่นอย่างงั้นเหรอ " ผมมองสีหน้าของพี่พริ้นที่มีแต่ความสงสัย แต่ก็กลับเปลี่ยนไปเป็นรอยยิ้มอย่างรวดเร็ว

          " อ..อ๋อ ไอ ไอนั่นเอง ฮ่ะๆ พี่ให้ไอไปรับมินแทนพี่เอง ใช่แล้วล่ะ พี่ขอโทษจริงๆ นะ พี่ติดธุระสำคัญจริงๆ " พี่พริ้นพูดด้วยแววตาเศร้าสร้อย

          แล้วอย่างงี้ผมจะโกรธพี่ลงได้ยังไงกันละครับ ผมยิ้มให้กับพี่พริ้นอย่างอ่อนโยน พี่น่ะ จะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้นชีวิตของผมเป็นของพี่มานานแล้ว ไม่จำเป็นต้องมาขอโทษผมเลยแท้ๆ


ต่อให้พี่ทิ้งผมไว้ข้างทางนั้นจริงๆ ผมก็ ไม่มีวันโกรธพี่ได้หรอกครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-05-2018 17:27:09 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
แหมม อิพี่พริ้นสวมรอยทำเนียนเหมือนให้ไอมาส่งแทน เชอะ มินคงจะชอบพี่พริ้นมากจริงๆ เตรียมตัวรับความเจ็บปวดแล้วมาซบอกะไอดีกว่าน้าาาา

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 14 จุมพิตที่แสนขมขื่น


          หลังจากขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ พี่พริ้นก็กลับออกไป เพราะว่าวันนี้พี่พริ้นมีคิวถ่ายละครและถ่ายแบบลงนิตยสารอีกหลายงาน ผมส่งยิ้มให้พี่พริ้นก่อนจะเตรียมตัวไปทำงานพิเศษที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าย่านชานเมือง ซึ่งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ เป็นกองทุนช่วยเหลือในนามของตระกูลสหวัฒนวรางกูร หรือตระกูลของพี่พริ้นนั่นเอง

          เป็นครั้งแรกที่ผมมาที่นี่ มันช่างเป็นสถานที่ที่ดูอบอุ่นและร่มรื่นเหลือเกิน ผมชอบเวลาที่ได้เห็นเด็กๆ วิ่งเล่นและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยได้รับในวัยเด็ก 

          " พี่ชายฮะ ไปเล่นกัน " เด็กน้อยตากลมโตคนหนึ่ง พยายามลากผมไปยังสนามเด็กเล่นที่สวนดอกไม้ด้านหลัง ผมเดินมาเรื่อยๆ ตามแรงจูงของเด็กน้อย

          เสียงเอะอะเจี๊ยวจ๊าวและเสียงหัวเราะของเด็กๆ ดังมาถึงทางที่ผมกำลังเดิน ทำให้รู้ว่าสนามเด็กเล่นด้านหลังนี้คงมีเรื่องสนุกๆ สินะ ผมเดินต่อไปจนถึงใต้ต้นโอ๊คต้นใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านอย่างร่มรื่น มองดูกลุ่มเด็กตัวเล็กๆ ตรงหน้า กำลังเล่นกับชายหนุ่มคนหนึ่งอย่างสนุกสนาน เด็กๆพากันลุมกระโดดและกอดขาของชายหนุ่นคนนั้นไว้ ทำให้หนุ่มคนนั้นล้มหงายท้องลงไปพร้อมกับระเบิดหัวเราะออกมาอย่างร่าเริง

          ผมยิ้มให้กับภาพตรงหน้าอย่างมีความสุข เป็นคนที่ใจดีจังเลยนะ เด็กๆ คงรักชายหนุ่มคนนั้นมากจริงๆ

          แต่เมื่อผมลองเพ่งมองดูดีๆ แล้ว ทำไมผมถึงรู้สึกว่าคุ้นๆ จังเลยนะ เหมือนกับว่า เอ่อ...

          ผมชะงักค้างทันทีที่ได้เห็นคนตรงหน้าชัดๆ ไม่ ไม่ ไม่ เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทาง ผมสั่นหัวอย่างรุนแรงพลางขยี้ตารัวๆ อย่างตื่นตะลึง ถ้าเป็นไอ้บ้านั่นจริงๆ คงจับเด็กกินตับไปแล้วแน่นอน

          ผมค่อยๆ ย่องเข้าไปเพื่อมองให้เห็นชัดถนัดตาขึ้นอีกนิด และก็ชัดเจนครับ ผมอ้าปากค้างอีกครั้ง คุณพระ นี่มันอะไรกันฟะเนี่ย เด็กน้อยคนหนึ่งในกลุ่มนั้นวิ่งตรงมาหาผม เพื่อมาลากให้ผมเข้าร่วมกับการละเล่นครั้งนี้

          และเมื่อชายหนุ่มตรงหน้าหันมาสบตาเจอผมเข้าก็ตัวแข็งทื่อทันที หน้าตาที่ยิ้มแย้มอย่างสนุกสานตลอดเมื่อกี้นี้  บัดนี้เหลือแค่เพียงความเหนื่อยล้าและความตกใจอยู่บนใบหน้า ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นยืน และพยายามผลักเด็กๆ ออกไปให้ห่างตัว ทำหน้าตาเลิกลั่ก เหมือนกำลังพยายามทำลายหลักฐานอยู่ยังไงยังงั้น แต่เด็กๆ ที่ยิ่งโดนผลัก ก็ยิ่งกรูกันเข้าหา จนชายหนุ่มนั้นล้มคว่ำลงไปอีกรอบ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเด็กๆ

          " ให้ช่วยไหมครับ " ผมพูดพลางยื่นมือเข้าไปหา พร้อมส่งรอยยิ้มกวนประสาทไปให้อย่างเปิดเผย 

          " ยุ่ง " คำตอบที่ได้ทำเอาผมหลุดขำออกมาอย่างเสียมิได้ ใครจะไปรู้ ว่าจอมมารคนนี้รักเด็กขนาดไหน ฮ่าๆๆ ผมหัวเราะในใจ ไอ้หมอนี่เอาจริงๆ ก็น่ารักดีแฮะ 

          " ไม่ยักรู้ว่าเป็นพวกนางงามรักเด็ก " ผมยังคงแหย่ยั่วโมโหคนตรงหน้า ด้วยใบหน้ากวนทีนแบบสุดๆ

          " เหอะ กับเด็กเล็กๆ พวกนี้น่ะใช่ แต่กับเด็กเปรตบางคนแถวนี้น่ะ ไม่ใช่แน่นอน " หึยย ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิม

          " ไหนๆ เด็กๆ มาให้พี่ดูหน่อยคร๊าบบ ตับยังอยู่กับตัวไหมเนี่ย ระวังโดนปิศาจกินตับไม่รู้น้า " ผมพูดพลางจับตัวเด็กๆ พลิกไปมา แกล้งทำเป็นสำรวจร่างกายเด็กๆ เพื่อแหย่คนแถวนี้เล่น ฮ่าๆ 

          " เด็กพวกนี้น่ะ ไม่โดนหรอก แต่เด็กโข่งบางคนแถวนี้น่ะ ไม่แน่ " ไอ้คุณไอ ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนเป็นไอหื่นไปเรียบร้อย พูดพร้อมกับส่งสายตาโลมเลียมาที่ผมอย่างหื่นกระหาย ทำเอาผมรีบลุกขึ้นพร้อมขนที่ตั้งชันไปทั้งตัว

          " พี่ฮับ พี่สองคนเป็นแฟนกันเหรอ " เด็กชายตัวน้อยมองผมกับไอหื่นไปมาแล้วถามขึ้นอย่างไร้เดียงสา 

          " ไม่ใช่!!! " ผมกับไอหื่นตะโกนออกมาพร้อมกันอย่างตื่นตกใจกับคำถาม จนเด็กน้อยคนนั้นเบะปากเตรียมร้องไห้ด้วยความตกใจเสียง

          " โอ๋ๆ ไม่ร้องนะไม่ร้อง ฮึบๆ " ไอ้คุณไอ อุ้มเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขน พร้อมโยกตัวไปมาอย่างเชี่ยวชาญ ผมละอึ้งกับภาพตรงหน้าจริงๆ มีเรื่องให้ล้อไปนานเลยทีนี้ หึหึ

          " นายเป็นคนที่จะมาเล่นเปียโนวันนี้งั้นเหรอ " 

          " ใช่สิ " 

          " เฮ้ออ งั้นก็เลือกเพลงดีๆ ให้เด็กๆ ละกัน "

          " แน่นอน " ผมยิ้มให้กับความคิดนั้น แหง๋อยู่แล้วล่ะ ผมน่ะเล่นได้ทุกเพลงทุกแนวนั่นแหละ คอยดูละกัน

          " โอนี่จาง วันนี้ก็จะเล่นหยอคะ " เด็กหญิงตัวเล็กๆ เกาะขาไอ้คุณไอไว้แล้วเขย่าเบาๆ 

          " วันนี้พี่ชายคนนั้นจะเล่นให้ฟังน้า เดี๋ยวเราไปฟังด้วยกันนะคะ " ไอ้คุณไอย่อเข่าลงมาคุยกับเด็กหญิงอย่างใจดี

          ผมหูฝาดไปหรือป่าวนะ ไอ้คุณไอเนี่ยนะ เล่น เล่นอะไรกัน เปียโนงั้นเหรอ ถ้าเป็นกลองชุดหรือกีต้าร์ก็ว่าไปอย่าง ผมมองคนตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ ถึงวันนี้ไอ้คุณไอจะแต่งตัวดูสบายตามากกว่าทุกวันก็เถอะ แต่ยังไงอิมเมจมันก็ไม่ได้อยู่ดีละนะ

          " คุณมิน พร้อมจะขึ้นเล่นหรือยังคะ " ผู้ดูแลของที่นี่มาตามผมเพราะว่าใกล้ถึงเวลาแสดงแล้ว

          " ครับ พร้อมแล้วครับ " 

          " ส่วนคุณไอ มีสายมาจากคุณท่านค่ะ " 

          " อืม จะไปเดี๋ยวนี้แหละ " คุณท่านงั้นเหรอ อะไรกันนะ แต่ผมไม่มีเวลาจะคิดอะไรอีกแล้ว เพราะว่าต้องขึ้นแสดงแล้วล่ะ

          ผมมาถึงโรงอาหารที่เด็กๆ นั่งเรียงกันอยู่ด้วยใบหน้าตื่นเต้น ผมส่งยิ้มอย่างร่าเริงก่อนที่จะนั่งลงบนคีย์บอร์ดตัวเล็ก แต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว เพราะสำหรับผมไม่ว่าจะเปียโนหลังใหญ่หรือคีย์บอร์ดตัวเล็กๆ ผมก็ทุ่มสุดฝีมืออยู่แล้ว เพื่อรอยยิ้ม เพื่อความสุขของทุกๆ คน

          ผมเริ่มบรรเลงเพลงที่ท่วงทำนองสดใส สนุกสนานเหมาะกับเด็กๆ ผมน่ะไม่ได้แค่เล่นเปียโนเก่งอย่างเดียวน้า แต่ผมก็ร้องเพลงได้ด้วย ผมเล่นและร้องเพลงอย่างครื้นเครง พวกเด็กๆ ช่วยกันปรบมือประกอบจังหวะ บ้างก็ร้อง บ้างก็เต้นตามจังหวะเพลง

          ผมเหลือบไปเห็นไอ้คุณไอยืนพิงเสามองมาด้วยใบหน้าที่แปลกออกไป เป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ผมจ้องมองใบหน้านั้นด้วยหัวใจที่สั่นไหว ราวกับว่ามันเต้นตึกตัก ด้วยจังหวะที่แปลกออกไป

          งานวันนี้จบลงแล้ว แต่พวกเด็กๆ ก็ยังลุมล้อมผม ไม่ให้ผมได้กลับง่ายๆ เลยทีเดียว ดูเหมือนพวกเด็กๆ จะถูกใจผมเข้าซะแล้ว แต่ว่าตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว ผมเริ่มเป็นห่วงไอ้เกลียวที่นอนรอความตายอยู่ที่ห้องอย่างปล่าวเปลี่ยว จึงจำใจต้องโบกมือลาพวกเด็กๆ ที่โบกมากลับอย่างเศร้าสร้อย 

          " ไม่ต้องทำหน้าเศร้าแบบนั้นน้า พี่จะมาเล่นด้วยอีกบ่อยๆ เลย ดีไหม " ผมพูดด้วยใบหย้ายิ้มแย้ม

          " เย้ๆ แล้วมาอีกนะคะ "

          " แล้วมาอีกน้า " 

          " สัญญาแล้วนะครับ "

          " จะรอนะฮับ " เด็กๆ พากันตะโกนลาอย่างตั้งใจ ผมส่งยิ้มให้เด็กๆ เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินออกมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ 

          ' ปรี๊น ปรี๊น! '

          เสียงแตรที่ไม่บอกก็รู้ว่ามาจากใครดังขึ้นด้านหลัง ก็ว่าอยู่ว่าหายไปไหน ที่แท้ก็ไปเอารถมานี่เอง

          " ขึ้นมา "  ไอ้คุณไอขับรถมาขนาบข้างผม เปิดกระจกลง และสั่งผมด้วยน้ำเสียงวางอำนาจ

          " เรื่องสิ " ผมเบะปาก แล้วเดินต่อไป อย่างกวนบาทา เห็นแบบนี้ผมก็ไม่ง่ายนะคร๊าบ หึหึ

          " งั้นก็ตามใจ " หึยยย เจ้าของรถปิดกระจกขึ้นพร้อมออกรถอย่างเร็วแรง จนฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วถนน ไอบ้า ไอคนใจร้าย แต่ด่ายังไม่ทันขาดคำ รถ BMW คันเดิมก็ถอยหลังกลับมาอีกครั้งหนึ่ง หึ ไม่แน่จริงนี่หว่า 

          " อย่าให้พูดซ้ำ " เจ้าของรถพูดด้วยน้ำเสียงบงการ ขู่แกมบังคับ ผมซึ่งกลัวโดนฆ่าหมกท่อแถวนี้ เลยต้องขึ้นรถอย่างจำใจ

          บรรยากาศในรถยังคงเย็นยะเยือกเช่นเคย แต่ความกลัวของผมน่ะกลับลดน้อยลง คนที่เล่นเปียโนเป็นน่ะ ไม่ใช่คนไม่ดีหรอก นี่คือคติของผม หึหึ 

          " มาที่นี่บ่อยงั้นเหรอ " ผมถามออกไปอย่างสงสัยใคร่รู้

          " นายน่ะเป็นแค่รุ่นน้องของพี่พริ้นจริงเหรอ พี่พริ้นดูไว้ใจนายมาก​ " ผมถามสิ่งที่ผมอยากรู้จริงๆ ออกไปอย่างอดมิได้ 

          " หึ เห็นเป็นแบบนั้นเหรอ " ไอ้คุณไอยิ้มเหี้ยมเกรียมอย่างบอกไม่ถูก 

          " นายน่ะ ชอบหมอนั่นใช่ไหมล่ะ เพราะอะไร "  ไอ้คุณไอถามผมต่อ ทำเอาผมสะดุ้งตัวน้อยๆ เพราะตกใจกับคำถามนี้

          " เอ่อ บอกไม่ได้ แต่บอกได้แค่ว่าไม่ใช่เพราะหน้าตาหรอก จริงๆนะ "

          " หึ ก็คงงั้น ไม่งั้น นายก็ต้องชอบฉันด้วยใช่ไหมล่ะ " หึยยย ไอ้คนหลงตัวเอง

          " แหวะ " ผมทำท่าสำรอกอย่างหมั่นไส้

          แต่อยู่ดีๆ ไอ้คุณไอก็หักรถหลบเข้าข้างทาง และขณะที่ผมกำลังงงงวยอยู่นั้น ร่างของคนข้างๆ ก็เอี้ยวตัวมา ใช้มืออันแข็งแกร่งนั่น บีบคางของผมไว้ แล้วประกบจูบผมอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง ผมตกใจจนไม่ทันได้ตั้งตัว ได้แต่ทำตาโตมองใบหน้าของคนที่เข้ามาใกล้จนเห็นแม้กระทั่งขนตา รู้สึกถึงความเปียกชื้นของปลายลิ้นที่กำลังพยายามลุกล้ำเข้ามา ผมได้แต่ปิดปากแน่นด้วยความยากเย็น 

          " อ..อื้อ.อ..อ " ผมกำเสื้อของไอบ้านี่ไว้ แล้วผลักออกไปอย่างเต็มแรง ตามด้วยหมัดขวาตรงแห่งความโกรธ

          " ไอสารเลว " ผมมองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อกับสิ่งที่คนคนนี้ทำกับผม

          " หึ คนที่สารเลวจริงๆ น่ะ ไม่ใช่ฉันหรอก " คนตรงหน้าแค่นหัวเราะออกมาเหมือนมีอะไรซ่อนอยู่ในใจ

          ผมเปิดประตูออกมาจากรถ ไร้ซึ้งการยื้อหรือรั้งใดๆ จากเจ้าของรถ ผู้ชายคนนั้นยังคงแค่นหัวเราะอย่างขบขันกับบางสิ่งบางอย่าง ผมเดินจากมาด้วยความรู้สึกทั้งโกรธและสับสน ทำไมกันนะ ทำไมผู้ชายคนนั้น ถึงทำกับผมเหมือนว่าผมไม่มีหัวใจ


นายมีอะไรซ่อนอยู่ ในหัวใจกันแน่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-05-2018 17:29:25 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ ChabaSri

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 602
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
คนที่ดูถูกกระทั่งตัวเองก็สมควรแล้วที่จะอยู่คนเดียว

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 15 การตัดสินใจที่ผิดพลาด


          ผมพาร่างกายและจิตใจที่อ่อนล้า กลับมายังห้องของเพื่อนซี้ที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนเตียง เสียงกรนอย่างสบายใจของมันทำให้รู้ว่า มันยังหายใจอยู่

          ผมหวนคิดถึงสิ่งที่ผมได้ประสบพบเจอในวันนี้ สัมผัสแปลกๆ ยังคงหลงเหลืออยู่บนริมฝีปากบางนี่ มันช่างรุนแรง และวาบหวามในเวลาเดียวกัน ผมน่าจะเชื่อคำที่ไอ้เกลียวบอกผม ถึงความอันตรายของไอหื่นนั่น ผมไม่น่าโอนอ่อน ไปกับรอยยิ้มที่ดูใจดีเวลาอยู่กับเด็กๆ ของไอ้หมอนี่เลย คนเลว คนหลอกลวง เจอครั้งหน้าพ่อจะฟาดให้ยับเชียว เพราะหมัดขวาตรงตอนนั้นมันเบาซะเหลือเกินด้วยความตกใจ

          ผมขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน นอนสบถอยู่คนเดียวเบาๆ ในความมืดข้างๆ ไอ้เกลียว แต่คิดอีกทีก็แปลกจริงๆ หมอนั่นเหมือนคนเก็บกดอะไรสักอย่าง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แต่สิ่งที่ทำให้โกรธที่สุดก็คือ หมอนั่นเหมือนกับพยายามพูดให้ผมคิดว่าพี่พริ้นเป็นคนไม่ดีหรืออะไรทำนองนั้น หรือเป็นเพราะว่าไอ้คุณไออิจฉาอะไรสักอย่างในตัวพี่พริ้น ถึงได้ใส่ร้ายพี่พริ้นนัก สองคนนั่นไม่ถูกกันหรอกเหรอ ทั้งๆ ที่เหมือนจะสนิทกันแท้ๆ

          ' เคร้ง! ' 

          เสียงของตกในห้องครัว ทำให้ผมสะดุ้งขึ้น นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ยินเสียงแปลกๆเหล่านี้ เหมือนกับว่าทุกฝีก้าวของผมมีคนเฝ้ามองอยู่ แต่ก็ช่างเถอะ ผมรู้อยู่แล้วว่าจะหนีให้พ้นจากสิ่งที่ผมหนีอยู่น่ะ มันเป็นเรื่องยากเย็นแค่ไหน ผมคงจะต้องไปจากที่นี่แล้วสินะ เพราะถ้าอยู่ต่อไป ก็คงทำให้เพื่อนคนเดียวของผมต้องเดือดร้อนแน่นอน คนในสูทสีดำนั่น น่ากลัวแค่ไหน ผมนั้นรู้ดีกว่าใคร


          เกือบหนึ่งอาทิตย์ผ่านไป ไอ้เกลียวเริ่มอาการดีขึ้นแล้ว ใบหน้าที่เคยบวมช้ำก็ยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว แต่จริงๆ มันไม่หายน่าจะดีกว่า เพราะพอมันอาการดีขึ้น มันก็กลับมาแพล่มน้ำไหลไฟดับเหมือนเดิม ซึ่งตอนนี้มันก็กำลังงอแงดิ้นไปมาเหมือนเด็กสามขวบ ไอ้สำออยเอ้ย

          " อยากกินข้าวผัดดดด มินจ๋าไปซื้อให้หน่อยย " ไอ้ตัวดีทำเสียงเล็กเสียงน้อยออดอ้อนขอข้าวกินอย่างน่าหมั่นไส้ ตัวอย่างกับควายแต่สมองมันสามขวบจริงๆ สินะ

          " ตีนไหมครับน้องเกลียว เดี๋ยวพี่จัดให้ 3 มื้อเลย " ไอ้เกลียวหยุดดิ้นพร้อมส่งสายตาขุ่นเคืองมาให้

          " กูเจ็บบบบ มึงต้องบริการกูดิ๊ " 

          " มึงจะได้เจ็บจริงๆ แน่ๆ ถ้ายังไม่เลิกทำสวนสตอเบอร์รี่อีก ไอ้ตอแหล " ผมพูดพลางบีบแก้มช้ำๆ ของมันอย่างคันมือ ทำเอามันร้องกรี๊ดกร๊าดเหมือนโดนข้าวสารเสกเลยทีเดียว สมน้ำหน้าไอ้กาก

          ผมปล่อยมันร้องโวยวายไป พร้อมกับเตรียมตัวไปงานอีเว้นท์ที่พี่พริ้นไปร่วมด้วยวันนี้ ผมก็ยังคงเป็นแฟนคลับที่ซื่อสัตย์เสมอของพี่พริ้น เพราะฉะนั้นผมไม่มีทางพลาดหรอกฮะ

          " เกลียว คืนนี้กูจะกลับไปนอนห้องกูแล้วนะ ขอบใจมึงมาก มึงมีอะไรโทรหากูละกัน " ผมหันไปหาไอ้ตัวดีที่กำลังฉีกซองมาม่าอย่างตั้งใจ

          " มินนนน อย่าไปเลยนะ มินไม่อยู่เกลียวจะอยู่ยังไง " มันรีบไถลตัวมาคุกเข่าเกาะแข้งเกาะขาผมอย่างน่ารำคาญ อยากถีบมันจริงๆ โว้ย

          " ให้มันน้อยๆ หน่อย เมื่อก่อนมึงก็อยู่คนเดียว " 

          " ชิ ตัวดำแล้วยังใจดำอีก " 

          " เออซิ๊ ใครจะไปหล่อขาวตี๋แบบมึงล่ะ " 

          " แน่นอน ของเค้าดีจริงๆ " มันพูดพลางพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดผม ผมเลยยันมันออกไปจากขาผม พร้อมกระทืบมันอีกทีด้วยความหมั่นไส้ แต่มันกลับนอนหงายท้องหัวเราะร่าอย่างร่าเริง 

          " ขอบคุณนะมิน ถ้าไม่ได้มึงกูอาจตายไปแล้ว " 

          " อย่างมึงน่ะต้องตายด้วยตีนกูเท่านั้นครับ เข้าใจแล้วนะ ไอ้กาก " 

          " ฮ่าๆๆ เยสเซอร์ " มันทำท่าตะเบ๊ะด้วยสีหน้ากวนทีน ทำเอาคันบาทาอีกรอบเลยทีเดียว


          ผมมาถึงงานอีเว้นท์ที่พี่พริ้นจะมาร่วมในวันนี้ และยังคงทำเหมือนๆ เดิมด้วยความเคยชิน ผมใส่แมสปิดหน้าอันใหญ่ ยืนหลบมุมอยู่ห่างไกลและไม่ลืมสวมไอเทมสุดรัก นั่นก็คือหมวกที่พี่พริ้นให้มานั่นเอง

          งานวันนี้มีดารานางแบบนายแบบมามากมายจนละลานตา แต่กลับมีชายหนุ่มเพียงสองคนเท่านั้น ที่ดูโดดเด่นกว่าคนอื่น คนแรกนั้นแน่นอนก็คือพี่พริ้น ใบหน้าที่ดูใจดีและรอยยิ้มอันสว่างไสวยังคงเป็นเอกลักษณ์สำหรับหนุ่มรูปหล่อคนนี้ แต่อีกคนผมนี่แทบอยากจะหาอะไรเขวี้ยงหัวจริงๆ ถ้ากระโดดขึ้นไปกระชากคอหมอนั่นตอนนี้ได้ ผมคงทำไปแล้ว แต่ก็คงไม่แคล้วตายคาทีนบรรดาแฟนคลับเป็นแน่ เพราะคนที่มาร่วมงานส่วนใหญ่นั้นก็คือแฟนคลับของสองคนนั่น

          ผมส่งสายตาชื่นชมไปยังพี่พริ้นไม่ขาดสาย และไม่ลืมส่งสายตาและรังสีอาฆาตไปยังคนที่อยู่ข้างๆ พี่พริ้นด้วยเช่นกัน ไอ้คุณไอ ยังคงทำหน้าตาเบื่อหน่ายสลับกับเหมือนโกรธใครมาแต่ชาติปางก่อนอยู่เช่นเดิม

          แต่แล้ว อยู่ดีๆ ผมก็รู้สึกรังสีฆ่าฟันและรังสีของความอิจฉาทิ่มแทงตัวผมไม่ขาดสาย และก็ได้รู้ว่าสาเหตุมาจากใคร พี่พริ้นหรี่ตามองมาที่ผม พร้อมส่งยิ้มและโบกมือไปมาอย่างร่าเริงมาให้ ทำเอาผมยืนตัวลีบเข้าไปในหลืบเสามากกว่าเดิมเลยทีเดียวด้วยความเขิล ผมส่งยิ้มและโบกมือกลับไปยังพี่พริ้น แต่ก็ต้องสะดุดกับสายตาของคนข้างๆ พี่พริ้น ที่มองมาที่ผมราวจะกินเลือดกินเนื้อ เหอะ คิดว่ากลัวหรือไงฟะ มาขโมยจูบนี่ยังไม่ได้เครียเลยนะเฟ้ย ไอบ้านี่


          ไม่นานหลังจากนั้นงานก็จบลง แต่ผมที่กำลังจะเดินกลับ อยู่ดีๆ ก็มีมือมาดึงผมไว้ซะก่อน 

          " รอนานไหมมิน " ผมสะดุ้งตัว พร้อมหันไปเผชิญหน้ากับพี่พริ้นที่ส่งยิ้มมาให้เหมือนเคย ผมงงงวยกับคำพูดของพี่พริ้นเพราะว่าผมกับพี่พริ้นเราไม่ได้นัดอะไรกันไว้

          " ฮ่ะๆ ไม่รับมุกพี่อีกละ " พี่พริ้นหัวเราะน้อยๆ พร้อมดึงแมสปิดหน้าผมออก

          " ขอโทษนะครับ ผมน่าจะซื่อบื้อมากกว่าที่คิด " ผมตอบและส่งยิ้มไปให้

          แต่ก็ต้องหุบยิ้มลงทันทีเพราะผู้มาเยือนอีกคน ที่เดินมาจ้องหน้าผมอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ผมไม่หลบตาหรือเลี่ยงหมอนี่หรอก ผมไม่อยากแสดงความแพ้ออกมา พี่พริ้นมองผมสลับไปมากับไอบ้านั่น พร้อมทำหน้าสงสัย

          " มีอะไรกันเหรอ นี่ถ้าพี่ไม่อยู่ด้วยจะโดดใส่กันไหมเนี่ย " พี่พริ้นยังคงพูดติดตลกให้ผมกับไอบ้านั่นผ่อนอารมณ์ลง ผมไม่รู้ว่าไอ้คุณไอเป็นอะไร ทำหน้าเหมือนกำลังโกรธผมสุดๆ ทั้งๆ ที่คนที่ควรจะโกรธ มันคือผมต่างหากล่ะ

          " มิน วันนี้ไปกับพี่นะ พี่จะไปที่คลับที่พี่ชอบไปน่ะ ไปดื่มกัน ไอด้วย ต้องมา " พี่พริ้นชวนผมไปดื่มด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ประโยคที่ชวนหมอนั่นกลับเสียงเย็นชาขึ้นต่างออกไปจากท่อนที่ชวนผม

          " คลับเหรอครับ แต่ว่าผมไม่ดื่มนะครับ ผมดื่มไม่เป็น " ผมพูดความจริง เพราะผมไม่ชอบการดื่มเอาซะเลย

          " งั้นก็แค่ไปนั่งเล่นเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ น้าๆ มิน พี่อยากให้มินไปจริงๆ " พี่พริ้นมาแนวออดอ้อนเสียงหวานอีกตามเคย ต่อให้ใจแข็งแค่ไหนก็ระทวยฮะแบบนี้

          " เอาไปทำไมให้เปลืองกับแกล้ม " ผมหันควับไปมองหน้าไอ้คนปากแมวอย่างก้าวร้าว ฮึ่ยย เดี๋ยวพ่อข่วนซะหรอก

          " ครับ พี่พริ้น ให้ผมไปด้วยนะครับ " ผมพูดลอยหน้าลอยหน้าไม่สนใจเสียงเห่าหอนจากคนข้างเคียง

          " ฮ่ะๆ ดีมาก งั้นไปกัน " พี่พริ้นออกเดินนำหน้าไปที่รถอีกครั้งด้วยความร่าเริง ทิ้งผมให้เดินกับไอ้คุณไอนี่อีกแล้ว

          " กลับบ้านไปซะ " ไอ้คุณไอพูดด้วยเสียงที่ไม่ดังมาก พี่พริ้นก็เลยไม่ได้ยิน

          " ไม่ " ผมพูดด้วยเสียงราบเรียบ ไม่แสดงสีหน้าใดๆ

          " มิน กลับไปเถอะ " ผมหยุดเดินและหันไปมองคนข้างๆ ด้วยสีหน้าสงสัย เพราะว่านี่เป็นครั้งแรกที่หมอนี่เรียกชื่อผม ทำไมต้องทำเสียงเครียดแบบนั้นนะ การที่ผมไปครั้งนี้มันจะมีอะไรหรือไง แต่ไม่หรอก ไอบ้านี่มันก็แค่กวนประสาทผมเท่านั้นแหละ

          " หยุดไล่ผมได้แล้ว ถ้าไม่พอใจที่ผมจะไป นายนั่นแหละควรกลับไปซะ " ผมพูดเสียงเย็นและมองหน้าไอบ้านี่อย่างท้าทาย การจะไปกับพี่พริ้น มันไปหนักส่วนไหนของหมอนี่กันแน่นะ


แต่ผมไม่รู้หรอกว่าการตัดสินใจในครั้งนี้ มันจะเปลี่ยนแปลง ทุกสิ่ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-05-2018 17:31:13 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
คนที่ดูถูกกระทั่งตัวเองก็สมควรแล้วที่จะอยู่คนเดียว

มีเหตุผลหลายอย่างที่ทำให้มินคิดกับตัวเองในแง่ลบจ้า มารอดูกันค่ะ ขอบคุณที่ติดตามน้า

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
โดนพี่ไอจูบถือเป็นกำไรชีวิตนะมิน ไม่ควรโกรธ 555

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 16 คำบอกลาที่นำไปสู่จุดเริ่มต้น


          ผม พี่พริ้น และไอ้บ้าไอมาถึงหน้าไนท์คลับแห่งหนึ่งในเวลาไม่นาน คลับแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นย่านที่มีคนพลุกพล่าน เต็มไปด้วยร้านค้าและแสงสีต่างๆ เป็นที่ที่ผมไม่เคยมาและไม่คิดที่จะมา

          แย่ละ วันนี้ผมแต่งตัวไม่ได้เหมาะเลยจริงๆ เสื้อยืดคอกลมกับกางเกงยีนส์ขาดๆ กระเป๋าเป้ใบใหญ่ และหัวกระเซอะกระเซิง ใครเห็นก็ต่างจ้องมองผมด้วยสีหน้าขบขัน ต่างจากสองคนนั่นที่ฟีโรโมนฟุ้งกระจาย ใส่แว่นดำดูน่าค้นหา สาวๆ ที่พบเห็นต่างอยากจะกระโจนเข้าใส่กันทั้งนั้น

          พี่พริ้นพาผมเข้ามาในร้านที่ดูคึกคัก ไฟสลัว แสงสี มีฟลอร์เต้นที่กว้างขวางตกแต่งแบบสไตล์โมเดิร์น มีชั้นลอยด้านบน ที่สามารถมองลงมายังชั้นล่างได้

          พี่พริ้นพาพวกเราขึ้นไปบนนั้น รู้สึกจะเขียนว่า VIP แต่ผมก็แน่ใจทันทีที่ไปถึง โซนด้านบนตกแต่งอย่างหรูหรา มีบริกรคอยรับออเดอร์อยู่ทั่วทุกมุม มีแต่หนุ่มสาวที่ดูไฮโซมีฐานะ นั่งพูดคุยและกินดื่มกันอย่างสนุกสนาน

          พวกเราสามคนมาถึงโต๊ะที่พี่พริ้นจองไว้ เป็นโซฟาที่ดูนุ่มสบาย อยู่ในทำเลที่มองเห็นด้านล่างดีที่สุด แต่ที่ผมอึ้งจริงๆ ก็คือ ไม่ได้มีแต่พวกเรา เพื่อนๆ ของพี่พริ้นประมาณ 4-5 คน มานั่งดื่มรอพี่พริ้นอยู่ก่อนแล้ว และหนึ่งในนั้นก็คือแฟนของพี่พริ้นนั่นเอง

          ผมนั่งลงที่โซฟาตัวที่ว่าง ส่วนพี่พริ้น เหอะๆ รีบไปนั่งข้างแฟนเขาครับ แต่ผมก็ไม่ได้อะไรหรอกนะครับ เค้ารักกันดีผมก็ดีใจครับ แต่ผมคิดไปเองหรือเปล่านะ ว่าสายตาเพื่อนๆ แต่ละคนของพี่พริ้นนั้นแปลกๆ ทุกคนต่างจ้องมองผมพร้อมกับส่งยิ้มแปลกๆ มาให้

          " น้องมินสินะครับ พี่เป็นเพื่อนของพริ้นครับ ชื่อนาย ขอพี่นั่งข้างๆ นะ " ผมไม่ทันได้ตอบอะไร ไอ้คุณนายก็นั่งลงอย่างถือวิสาสะ ผมมองไปรอบๆ ทุกคนหัวเราะคิกคักกันทำไมนะ 

          " เฮ้ยๆ น้องมินเป็นแขกพิเศษนะเพื่อนๆ ทุกคน ดูแลน้องดีๆ นะ " หลังจากพี่พริ้นพูดจบ ทุกคนก็ระเบิดหัวเราะออกมา ผมไม่ชอบอะไรแบบนี้เลยแฮะ

          แต่แล้วก็มีขายาวๆ มาพาดตรงกลางระหว่างผมกับไอ้คุณนาย แล้วเท้านั้นก็เขี่ยอิพี่นายออกไป หยาบคายแบบนี้ไม่มีใครหรอกครับ ไอ้คุณไอนั่นเอง ทุกคนหยุดหัวเราะและมองมาอย่างอารมณ์เสีย ทำเอาอิพี่นายลุกขึ้นแล้วมองหน้าไอ้คุณไออย่างเอาเรื่อง แต่ไอ้คุณไอก็ไม่ได้พูดอะไร เอาแต่จ้องพี่พริ้นด้วยสายตาอาฆาต และนั่งลงข้างๆ ผมแทนอิพี่นายที่ลุกหนีไป พี่พริ้นก็จ้องมองกลับด้วยใบหน้าที่ยิ้มแบบเหี้ยมเกรียมแปลกๆ ผมไม่เคยเห็นพี่พริ้นทำหน้าแบบนี้มาก่อนเลย เขาทำสงครามอะไรกันหรือเปล่านะ

          " น้องมิน ดื่มให้พี่หน่อยสิครับ แก้วนึงนะ " พี่พริ้นพูดพลางชูแก้วเหล้าขึ้น พร้อมกับที่บริกรนำแก้วเหล้ามาวางไว้ตรงหน้าผม ผมสังเกตเห็นมือไอ้คุณไอที่กำลังกำแก้วเหล้าของตัวเอง แรงกำนั้นทำให้เส้นเลือดปูดขึ้นมา และสั่นน้อยๆ อย่างน่ากลัว

          " ขอโทษครับ แต่ผมไม่ดื่มได้ไหมครับ หรือไม่ก็ขอเป็นน้ำผลไม้ " ผมพูดพร้อมกับดันแก้วเหล้าออกไปให้ห่างจากตัว 

          " กลับกันเถอะ " ไอ้คุณไอพูดพลางดึงแขนผมให้ผมลุกขึ้น 

          " ไอ " พี่พริ้นพูดเสียงดังด้วยใบหน้าที่ไม่มีรอยยิ้มอยู่บนนั้น ผมมองไปที่พี่พริ้นกับไอ้คุณไอสลับไปมาด้วยความงงงวย

          " ไอไปห้องน้ำเป็นเพื่อนพี่หน่อยสิ " พี่พริ้นพูดพลางส่งยิ้มอีกครั้ง แต่เป็นรอยยิ้มที่ไม่เหมือนพี่พริ้นที่ผมรู้จักเลยสักนิด

          " พริ้น พอเถอะ " ไอ้คุณไอพูดขึ้นพร้อมเดินเข้าไปหาพี่พริ้น 

          " เดี๋ยวพี่กับพี่ไอมานะมิน ทำตัวตามสบายนะ " พี่พริ้นกอดคอไอ้คุณไอ พร้อมกึ่งเดินกึ่งลากออกไปจากโต๊ะ

          พี่พริ้นกับไอ้คุณไอนั่นไปสักพักแล้วแต่ก็ยังไม่กลับมา ผมซึ่งไม่มีอะไรทำก็นั่งเขี่ยน้ำแข็งเล่นอย่างใจลอย รู้สึกทำตัวไม่ถูกเอาซะเลย

          " คนบางคนแม่งไม่เจียม ยังไม่รู้ตัวเลยว่ะ ฮ่าๆ " ผมก้มหน้าลงมองโต๊ะ 

          " แม่งกล้าฉิบหาย คงนึกว่าตัวเองวิเศษมาจากไหนมั้ง แบบละเมอ คิดว่าตัวเองได้ควงไอดอลที่ชอบ ฮ่าๆๆ " เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามยังคงดังอย่างต่อเนื่อง

          " ขนาดเค้าพาแฟนไปอวด แม่งยังหน้าด้านอ่ะ ยังไม่สำนึก " 

          " เฮ้ย มึงเบาๆ หน่อย กูสงสารน้องเค้า จะร้องไห้แล้วว่ะ ฮ่าๆ " ผมกำหมัดแน่น นี่มันเรื่องอะไรกันนะ ทำไมคนพวกนี้ถึงได้พูดแบบนี้กัน

          " มึงสงสารมึงก็ช่วยสงเคราะห์น้องเค้าหน่อยสิวะ "

          " สภาพนี้ให้ฟรีกูยังโกรธว่ะ ฮ่าๆ " เสียงระเบิดหัวเราะยังคงตามมาไม่ขาด นี่ผม มาทำอะไรที่นี่กันนะ พี่พริ้นครับ พี่รู้เรื่องนี้หรือเปล่านะ

          พูดไม่ทันขาดคำพี่พริ้นก็เดินกลับมาพร้อมกับไอ้คุณไอ ที่ตอนนี้หน้าบูดยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ใบหน้าที่ขาวซีด กลับแดงก่ำอย่างโกรธจัด พี่พริ้นนั่งลงตามเดิมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ส่วนไอ้คุณไอ ยังคงจ้องหน้าพี่พริ้นไม่วางตา

          " สนุกหรือเปล่าครับน้องมิน เพื่อนๆ ของพี่ดูแลดีไหม " ผมคิดไปเองหรือเปล่านะ ว่าพี่พริ้นถามผมด้วยสีหน้าที่แลดูสนุกสนาน

          " ครับ " ผมตอบออกไปเสียงแผ่ว ทุกคนระเบิดเสียงหัวเราะอีกครั้งด้วยความสะใจ ผมมองไปที่ไอ้คุณไอ ที่ฟันกรามขบกันแน่นจนเป็นสันขึ้นมา

          " ผมขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะครับ " ผมพูดพลางลุกขึ้นแล้วเดินไปจากโต๊ะอย่างรวดเร็ว รู้สึกไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อไปแม้แต่วินาทีเดียว ผมเดินด้วยแรงที่อ่อนล้า เดินช้าๆ ไปตามทางที่มีแสงสลัวอยู่รำไร พี่พริ้นครับ พี่ไม่รู้เรื่องนี้ใช่ไหมครับ บอกผมทีว่าพี่ไม่รู้ ผมเปิดน้ำและวักน้ำล้างหน้าอยู่ที่อ่างน้ำ มองตัวเองในกระจกด้วยหัวใจที่สั่นเทา 

          " บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามา " เสียงดังขึ้นด้านหลัง ไอ้คุณไอยืนกอดอกพิงผนังพร้อมพ่นควันอยู่ไม่ห่างจากผมเท่าไหร่นัก ผมไม่พูดอะไร แล้วรีบเดินหนีออกไปเพื่อกลับไปยังโต๊ะ แต่มือของหมอนั่นก็คว้ามือผมเอาไว้ 

          " นี่รักมันมากขนาดนั้นเลยเหรอ " ไอ้คุณไอพูดด้วยเสียงที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจสุดๆ 

          " ปล่อยผม " ขอบคุณนะแต่ว่า ผมน่ะ อยากรู้อะไรบางอย่างด้วยตัวเอง ผมคิด แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป

          ผมแกะมือที่เกาะกุมนั้น แล้วเดินมาตามทางอีกครั้ง แต่ก็ต้องหยุดชะงัก

          " ฮ่าๆๆ ตลกชะมัด นับว่าเป็นเรื่องที่สนุกสุดๆ ไปเลย แก้เครียดได้ผลชะงัด " ผมยืนอยู่ตรงหัวมุม ที่ถ้าเดินออกไปอีกก้าวคนทั้งโต๊ะก็คงจะมองเห็นผม แต่ผมตอนนี้นั้น ไม่มีแรงแม้แต่จะก้าวออกไปแม้เพียงอีกก้าวเดียว เสียงนั่น เป็นเสียงของคนที่ผมคิดว่าผมรู้จักดี แต่ว่าตอนนี้กลับไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว

          " มาทุกงานเลยนะเฟ้ย ยืนทำลับๆ ล่อๆ น่าสงสารว่ะ เลยไปคุยด้วยสักหน่อย แม่งต้องกลั้นขำสุดๆ ไปเลยนะ มึงต้องเห็นหน้ามันตอนกูเข้าไปทัก ฮ่าๆๆ " ผมยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ด้วยหัวใจที่สั่นไหว ตัวของผมสั่นเทาไปด้วยความเสียใจ

          " พอวันนั้นโทรไปบอกว่าจะมีเซอร์ไพรส์ กูพารินไป แม่งมันยังยิ้มอ่ะ สุดๆ กูละเหลือเชื่อเลย ฮ่าๆๆ พอบอกให้รอแม่งก็รอ ใครแม่งจะกลับไปรับวะ แม่งไม่รู้มันซื่อหรือโง่กันแน่ แต่กูว่าทั้งสองอย่างว่ะ " พี่พริ้นพูดจบพร้อมหัวเราะอย่างสนุกสนานกับเพื่อนๆ หยาดน้ำตาแห่งความผิดหวังและเสียใจหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย พี่ครับ 

          ' ตอนนี้พี่เป็นใครกันแน่ ' ผมพูดด้วยเสียงกระซิบกับตัวเอง ผมเตรียมจะก้าวออกไป แต่มือของคนที่เดินตามผมมาก็จับผมเอาไว้ หมอนั่นกำแขนของผมแน่นเหมือนเป็นสัญญาณให้ผมหยุดเดิน พร้อมก้าวเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว ง้างหมัดและต่อยพี่พริ้นเต็มแรง จนพี่พริ้นล้มลงจากเก้าอี้ พี่ไอต่อยพี่พริ้นซ้ำอีกหลายครั้ง เสียงกรีดร้องดังสนั่นบริเวณแถวนั้น 

          " หยุดนะ " ผมก้าวออกไปกางแขนบังพี่พริ้นเอาไว้ พร้อมจ้องหน้าไอ้พี่ไอด้วยสีหน้าแน่วแน่

          " ฮ่ะๆ ฮ่าๆๆ " พี่พริ้นระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างผู้ชนะ ทั้งๆ ที่เลือดกำลังไหลออกมาจากคิ้วและมุมปาก

          " ไปซะ " ผมไล่คนตรงหน้าออกไปด้วยหัวใจที่เจ็บปวด พี่ไอมองผมด้วยสีหน้าที่ไม่เข้าใจ เจ็บปวดและโกรธเกรี้ยว ผมยังคงกางแขนปกป้องพี่พริ้นอย่างไม่ลดละ

          ผมขอโทษฮะ ผมขอโทษจริงๆ ผมร้องออกมาจากหัวใจแต่ก็ไม่สามารถส่งไปถึง พี่ไอมองหน้าผมเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยสีหน้าผิดหวังก่อนที่จะเดินจากไป และไม่หันกลับมาอีกเลย

          " ขอบคุณนะมิน ไอ้บ้านั่่นมันหมาบ้าชัดๆ คอยดูนะ ถึงบ้านต้องเห็นดีกันแน่ " ผมไม่พูดอะไรอีก พร้อมดึงพี่พริ้นขึ้นมาจากพื้น ปัดฝุ่นและเช็ดเลือดออกจากปากของพี่พริ้น 

          " ลาก่อนนะครับ " ผมพูดกับพี่พริ้น ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ขอบคุณสำหรับทุกๆ อย่าง พี่ได้ต่อชีวิตให้กับผม ผมจะไม่มีวันลืมพี่ และผมก็ไม่เคยโกรธพี่เลย ผมแค่เสียใจเท่านั้น ที่วันนี้ พี่พริ้นที่ผมรู้จัก ไม่มีอีกต่อไปแล้ว


          ผมกลับมาถึงห้องของผมด้วยความอ่อนแรง แต่หัวใจของผมกลับแข็งแกร่งขึ้น 

          ' แกร็กๆ ' 

          เสียงแปลกๆ ที่ดังขึ้นภายในห้อง ทำให้ผมรู้ว่า ไม่ได้มีแค่ผมที่อยู่ในห้องตอนนี้


          (** มินพูดเป็นภาษาเกาหลี**)


          " ฮยอง ไม่ต้องแอบตามผมแล้วนะ บอกคุณพ่อ ว่าผมจะกลับไป " ผมพูดกับชายใส่แว่นในชุดสูทสีดำ ที่เฝ้าติดตามผมมานานหลายปี


จากนี้ไป ได้เวลา กลับสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง











**( ฮยอง แปลว่าพี่ชาย ใช้เวลาที่ผู้ชายอายุน้อยกว่า เรียกผู้ชายที่อายุมากกว่านะคะ )**
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-05-2018 17:33:45 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
หลงรักพี่ไอรอบที่ล้าน :-[

ออฟไลน์ mareya.no7

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 559
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
นายเอกนี่อ่อนมากเลยนะคับ  :ling2:

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
นายเอกนี่อ่อนมากเลยนะคับ  :ling2:

มีเหตุผลที่ทำให้เป็นแบบนั้นจ้า แต่อีกไม่นานก็รู้ค่ะ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

ออฟไลน์ ChabaSri

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 602
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
จากพฤติกรรมของมินในตอนนี้เราว่าโดยเนื้อแท้แล้วต้องเป็นคนที่จิตใจเข้มแข็งมาก การโดนทรยศจากคนที่ตนเองชื่นชมแต่ยังยืนหยัดอยู่ได้นี่ไม่ง่ายเลยนะ

ส่วนคุณพริ้นเนี่ยทำร้ายจิตใจคนที่ชื่นชมคุณขนาดนี้ได้นี่เป็นคนที่หยาบโดยกมลสันดานจริงๆ ความรู้สึกคนเอามาล้อเล่น ที่โรงเรียนไม่สอนหรอว่ามันไม่ดี


พี่ไอก็เป็นคนที่น่าชื่นชมมากตรงที่กล้าปกป้องความรู้สึกของคนคนหนึ่งทั้งๆที่อาจผิดใจกับเพื่อน

ปล.คนเขียนสู้ๆตามอ่านอยู่นะ เกาะติดแน่นหนึบ

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 17 การทรยศและชายในชุดสูทสีดำ


          (**มินใช้ภาษาเกาหลีคุยกับฮยองเท่านั่น**)


          ไฟในห้องเปิดขึ้น พร้อมการปรากฎตัวของคนที่ผมนั้นใช้เวลาอยู่ด้วยมากที่สุดในชีวิต 

          " คิม ยูมิน คุณหนูเตรียมใจเอาไว้แล้วใช่ไหม ว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง ถึงได้กล้าหนีออกมาแบบนี้ " ฮยอง พูดพร้อมขยับแว่นตา ด้วยความเบื่อหน่าย

          ซอง แจอิน หัวหน้าพ่อบ้านของตระกูลคิม ตระกูลที่ร่ำรวยและมีอิทธิพลที่สุดในประเทศเกาหลีใต้ พ่อบ้านคนสนิทที่อยู่กับผมมาตั้งแต่ผมเกิด ฮยองเป็นคนเจ้าระเบียบและฉลาดมากๆ คอยควบคุมดูแลทุกๆ อย่างของตระกูล ทั้งๆ ที่อายุแค่เพียง 24 ปีเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นพ่อบ้านที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพ่อบ้าน เก่งทั้งบู้และบุ๋น เคยฆ่าคนมาแล้วด้วยล่ะ อย่าได้ทำให้พี่แกเคืองเชียว

          " รู้สิ ผมน่ะ พอแล้วล่ะ เตรียมใจเอาไว้อยู่แล้ว " ผมพูดพลางเหม่อมองไปยังท้องฟ้านอกหน้าต่างนั่น

          " สารรูปดูไม่ได้เลยนะครับ จัดการก่อนจะกลับไปหานายท่านด้วย ผมยอมไม่ได้ที่จะให้นายท่านเห็นคุณหนูในสภาพแบบนี้ "

          " คร๊าบ คร๊าบ ได้เวลาลอกคราบแล้วสินะ " ผมยิ้มให้กับฮยอง แต่ฮยองเพียงแต่ส่งสายตาดุๆ มองผมเหมือนเดิม

          แต่เอ๊ะ ผมเกือบลืมไปแน่ะ ผมจะบอกไอ้เพื่อนตัวดีของผมยังไงดีนะ อยู่ดีๆ ผมก็หายไปแบบนี้ ไอ้เกลียวคงอกแตกตายแน่นอน

          " ฮยอง คือว่าผมขอเวลานิดนึงได้ไหม คือผมมีเพื่อนคนนึงที่... "

          " ไม่ต้องหรอกครับ " ฮยองพูดแทรกขึ้นมาทันที ทำเอาผมหน้ามุ่ยด้วยความมึนงง

          " ไม่จำเป็นหรอก " ฮยองพูดพร้อมพยักหน้าเรียกคนคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านนอก ในมุมที่ผมมองไม่เห็น ให้เข้ามาข้างใน


          ผมลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ด้วยหัวใจที่เจ็บปวดอีกครั้ง เพราะคนที่ก้าวเดินเข้ามานั้น

          ก็คือเพื่อน เพื่อนที่ผมไว้ใจที่สุด เพื่อนรัก เพียงคนเดียวของผม

          ไอ้เกลียวเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่รู้สึกผิด ไม่มีแววขี้เล่นเหมือนดั่งปกติ วันนี้คงเป็นวันที่ผมเจ็บปวดที่สุดในชีวิตถึงสองครั้งสินะ ไอ้เกลียวเดินมานั่งลงคุกเข่าต่อหน้าผม 

          " ขอโทษครับคุณหนู " 

          " อย่าเรียกกูด้วยคำนั้น " ผมตะโกนก้องด้วยเสียงอันสั่นเครือด้วยความเจ็บปวด ในโลกนี้จะมีใครจริงใจกับผมบ้างไหม ผมจะเชื่อใจใครได้บ้าง ผมนั่งลงบนเตียงอย่างหมดแรง และไม่ยอมมองหน้ามัน หน้าคนที่มันทรยศผม

          " อย่าโกรธมันไปเลยครับคุณหนู มันก็แค่ทำตามคำสั่งของผมเท่านั้น ผมจำเป็นต้องมีสายข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของคุณหนูอยู่แล้ว คุณหนูคงไม่คิดจริงๆ หรอกนะว่า หนีพ้นแล้วน่ะ " ผมยิ้มอย่างขมขื่น จริงๆ แล้วผมก็คิดเหมือนกันว่าทุกอย่างมันง่ายเกินไป ทุกๆ อย่างที่ผมจะทำ มันเหมือนกับว่ามีคนปูทางไว้

          ตั้งแต่ที่ผมหนีมาที่ประเทศไทยนี่ พร้อมปลอมแปลงเอกสารการมีตัวตนทุกอย่าง เปลี่ยนชื่อ วีซ่า บัตรประชาชน หรือเอกสารสำคัญทุกอย่างล้วนเป็นของปลอม ชื่อจริงๆ ของผมคือ คิม ยูมิน สัญชาติ และเชื้อชาติเกาหลีใต้ แต่สำหรับคนเอเชียแล้ว ก็พอจะเนียนเป็นคนไทยได้ ผมลงทุนแต่งตัวในแบบที่ไม่ใช่ตัวผม เปลี่ยนแม้กระทั่งสีผิว ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากเย็นที่สุด เพราะผมนั้นมีผิวที่ขาวมากๆ ถึงแม้ว่าจะคอยไปอบผิวเพื่อทำผิวแทนอยู่เสมอ แต่ผิวที่ขาวโดยธรรมชาติ ก็จะกลับคืนสภาพโดยเร็ว แค่ไม่ได้เข้าเครื่องอบผิวนั่นสักอาทิตย์ ผิวของผมก็จะคืนสภาพกลายเป็นขาวที่ขาวอมชมพู ซึ่งผมแสนเกลียดตามเดิม

          " ตั้งแต่นี้ต่อไป ไม่ต้องโผล่มาให้เห็นหน้าอีก นายได้ทำหน้าที่ของนายสมบูรณ์แล้ว " ผมกล้ำกลืนฝืนพูดออกมาด้วยความเสียใจ คงไม่มีอีกแล้วสินะ เสียงหัวเราะที่เราสองคนมีให้กันมาตลอดสองปี ผม ไม่เหลือใครอีกแล้ว 

          " ผมมันไม่ดีพอหรอกครับ " ไอ้เกลียวพูดขึ้นอย่างแผ่วเบา ทำให้ผมหมุนตัวกลับมามองหน้ามันอีกครั้ง

          " คุณหนูไม่เคยไว้ใจผมเลยสักครั้ง ไม่มีครั้งไหนเลยที่คุณหนูไม่โกหกผม ผมได้แต่เฝ้ารอให้คุณหนูได้บอกเรื่องราวต่างๆ ให้ผมได้ฟัง แต่มันก็ไม่เคยเกิดขึ้นเลย เพราะฉะนั้น ผมมันล้มเหลวครับ ไม่ได้ทำหน้าที่ที่สมบูรณ์อะไรเลย " ไอ้เกลียวพูดด้วยเสียงที่สั่นเครือเหมือนกำลังร้องไห้อยู่ในใจ นั่นสินะ มันไม่ใช่ความผิดของมันเลย คนที่เลวที่สุดก็คือผมต่างหากล่ะ

          ผมหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น อย่างนี้เองสินะ ผมยิ้มให้กับตัวเอง ให้กับโชคชะตาของผมอย่างเศร้าใจ 

          ไอ้เกลียวลุกขึ้นยืน เตรียมพร้อมที่จะออกไปจากห้อง

          " ผมต้องขอบคุณ หนูคุณอีกครั้งนะครับ ขอให้คุณหนูโชคดี " มันพูดออกมาด้วยสีหน้าที่หม่นหมอง ก่อนจะเดินจากไป

          " เดี๋ยว " ผมเรียกมันเอาไว้ก่อนที่มันจะออกไปพ้นจากประตู

          " ถ้ามึงยังเรียกกูว่าคุณหนูอีกที กูจะถือว่ามึงไม่ใช่เพื่อนของกู " ผมพูดกับมันด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ไอ้เกลียวหันกลับมาด้วยใบหน้าที่เกือบจะร้องไห้ แต่ก็ยิ้มออกมาในที่สุด

          " ขอบคุณครับ คุ....ควายมิน " กูจะถือว่าไม่ได้ยินคำหลังละกันนะ ไอ้สึด ได้ทีเอาใหญ่เลยนะมึง ผมเดินเข้าไปตบกบาลมันเน้นๆ ด้วยความแค้น พร้อมถีบมันลงไปกองกับพื้นด้วยความรักล้วนๆ ผมกับมันหัวเราะด้วยกันอีกครั้ง ต่อจากนี้ผมสัญญากับตัวเองว่าผมจะหัดเชื่อใจคนอื่นบ้าง ผมไม่ต้องการจะสูญเสียใครไปอีกแล้ว


ถึงแม้ว่า ผมจะสูญเสียคนที่ผมรักมากที่สุดไปแล้วก็ตาม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-05-2018 17:35:30 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
มินจะกลับสู่ร่างเดิมแล้วว  อิพี่พริ้นรู้คงเสียดายสมน้ำหน้ามานนน 55555 เกาะติดๆๆๆ

ออฟไลน์ mareya.no7

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 559
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
เป็นกำลังใจให้คนเขียน อยากรู้ว่าจะเป็นยังไงต่อไป ติดตามคับ

ออฟไลน์ Zetnezz

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 18 จุมพิตแห่งการจากลา


          ผมมองนาฬิกาที่บอกเวลาตี 2 ด้วยหัวใจที่ยังสั่นไหว แต่ผมไม่ได้นึกถึงพี่พริ้นหรอกนะครับ ผมกำลังนึกถึงใบหน้าของคนที่ผมเคยคิดว่าไม่อยากเห็นต่างหาก ใบหน้าแสนเศร้า ที่ผมได้เห็นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เขาจะเดินจากไป

          ผมตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียง รีบแต่งตัวแบบลวกๆ แล้วกระชากประตูเปิดออกด้วยความรีบร้อน

          " คุณหนู นี่มันกี่โมงกี่ยามกันแล้วครับ " อึ๋ย เสียงสยองจากความมืด มันมืดยิ่งขุมนรกใดๆ ในโลกนี้เลยทีเดียว

          " ฮยอง ผมขอเถอะนะครับ แค่แปบเดียวนะ ผมจะรีบกลับมา " ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ แปลว่าโอเคสินะ ผมรีบโกยอ้าวสุดชีวิตแบบไม่เหลียวหลังกลับ เพราะกลัวว่าฮยองจะเปลี่ยนใจน่ะสิ ถ้าฮยองบอกไม่ให้ไปแล้วล่ะก็ อย่าหวังว่าผมจะได้ออกไปแบบมีชีวิตรอด

          ผมรีบวิ่งมาหน้าหอ โบกแท็กซี่อย่างรีบร้อน และกระโดดขึ้นรถอย่างรวดเร็ว ผมบอกทางกับแท็กซี่ด้วยความไม่มั่นใจนัก เพราะว่าผมเคยไปที่นั่นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ไม่รู้ว่าทำไม แต่ผมคิดว่าคนคนนั้น จะต้องอยู่ที่นั่นแน่ๆ

          ไม่นานรถก็มาจอดที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง หรือจะเรียกว่าบาร์แห่งหนึ่งที่ผมเคยถูกพามานั่นแหละ มันเป็นสถานที่ที่แปลกประหลาด เหมือนมีมนต์ขลัง ที่ทำให้คนที่มา ตกอยู่ในภวังค์แห่งความเงียบสงบเหมือนกับได้นอนหลับฝันดี

          เวลานี้ตัวร้านได้ปิดไฟมืดแล้ว แต่ผมก็ยังไม่หยุดที่จะก้าวเดินเข้าไป ในความมืดมิดนั้นมีเพียงแสงสว่างรำไรจากแชนเดอเลียร์อันใหญ่ที่ส่องแสงอย่างนุ่มนวล ส่องให้เห็นชายคนหนึ่งที่ผมตั้งใจจะมาพบ กำลังนั่งบรรเลงบทเพลงที่แสนเศร้าอยู่ที่เปียโนหลังนั้น พร้อมหลับตาลงด้วยสีหน้าที่หม่นหมอง ผมนั่งลงบนเก้าอี้ใกล้ๆ ตัว และจ้องมองชายผู้นั้นไม่วางตา

          ความรู้สึกนี่มันอะไรกันนะ ผมไม่อาจละสายตาจากคนคนนี้ไปได้ ฝีมือการเล่นระดับนั้น คงต้องใช้เวลากว่าสิบปีแน่ๆ เหมือนกับผม ที่ใช้เวลาเป็นสิบปีเช่นกัน

          เพลงบรรเลงหยุดลงกระทันหัน พร้อมเสียงที่แสดงถึงอารมณ์ขุ่นมัวของผู้บรรเลง ขัดกับเพลงอันแสนเศร้าและอ่อนโยนที่เจ้าตัวบรรเลงก่อนหน้านี้

          " ใคร " เสียงนั้นก้องกังวาลไปทั่วทั้งร้านด้วยความไม่พอใจ

          ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินช้าๆ เข้าไปหาคนที่ตั้งคำถามด้วยใบหน้านิ่งสนิท คนตรงหน้าตกใจลุกขึ้นยืนทันที พร้อมใบหน้าโกรธเคือง ที่เหมือนพร้อมจะกระโจนใส่ได้ตลอดเวลา

          " มาทำไม ออกไปซะ " 

          " ผมไปแน่ครับ แต่ก่อนหน้านั้น ขอเวลาผมสักครู่ได้ไหม " 

          " เวลาของนายหมดไปแล้ว ออกไปก่อนที่ฉันจะโยนนายออกไปเอง " คนตรงหน้ายังคงกราดเกรี้ยวและไม่ยอมที่จะฟังอะไรเลย

          ผมเร่งจังหวะการเดินเร็วขึ้น และเข้าไปถึงตัวของพี่ไอแบบที่เจ้าตัวยังไม่ทันได้ตั้งตัว พร้อมกระชากคอเสื้อเชิ๊ตสีเข้มนั้นอย่างรวดเร็ว ทำให้พี่ไอโน้มคอลงมาด้วยความไม่เต็มใจ ผมใช้จังหวะนั้นประกบปากลงบนริมฝีปากของคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา

          ผมรู้สึกได้ว่าคนตรงหน้ากำลังตกใจและสับสนอยู่ไม่น้อย ซึ่งนั่นก็เป็นความรู้สึกของผมเหมือนกัน ผมไม่เข้าใจสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่เลยสักนิด รู้แต่เพียงว่า ผมอยากจะปลอบประโลมคนตรงหน้า ด้วยความรู้สึกดีๆ ที่ผมนั้นมีให้ ในแบบที่ผมไม่เคยรู้สึกอยากทำกับคนอื่นๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งพี่พริ้น

          ริมฝีปากที่ประกบกันนั้นยังคงแนบสนิทและเนิ่นนานราวชั่วนิรันดร์ ผมค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกช้าๆ พลางจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของคนตรงหน้า ดวงตาที่สั่นไหวและอ่อนโยนกว่าใครๆ

          " ขอโทษ และก็ขอบคุณนะครับ " ที่แบ่งความรู้สึกดีๆ ให้กับผม ในขณะที่ตอนนี้ผมไม่ได้ดูน่ารักเอาซะเลย ผมคิด แต่ก็ไม่ได้พูดมันออกไปทั้งหมด ผมส่งยิ้มน้อยๆ ให้คนตรงหน้า

          ถึงแม้พี่ไอจะดูเป็นคนโหดร้ายและหยาบคายแค่ไหน แต่จริงๆ แล้วผมกลับค้นพบว่า พี่ไอก็เป็นแค่คนที่ใช้ความรุนแรงเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนโยนของตัวเองเท่านั้น เหมือนดังเช่นผม ที่ยิ้มแย้มเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอของตัวเอง เราสองคนนั้นช่างเหมือนกันเหลือเกิน 

          ผมส่งยิ้มให้พี่ไอเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะหันหลังเดินจากมา พี่ไอไม่ได้พูดอะไร ทำแค่เพียงนั่งลงเงียบๆ ที่เปียโนหลังนั้น ไม่มีแม้คำบอกลาใดๆ แต่ผมก็หวังเหลือเกินว่าพวกเราจะได้พบกันอีก ในสักวัน

          " ลาก่อนนะครับ พี่ไอ " ผมพูดกับสายลมเบาๆ

หวังเพียงให้คนที่หมองเศร้าอยู่นั้น ได้กลับมามีรอยยิ้มในเร็ววัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-05-2018 17:37:06 โดย Gloomy Sunday »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Roman chibi

  • Death is not the end. Death can never be the end. Death is the road. Life is the traveller. The soul is the guide.
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1224
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-3
เกลียวเป็นเพื่อนที่น่ารักมากๆเลย
อยากรู้จังว่าทำไมมินถึงปลอมตัวหนีมาที่ไทย มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแล้วเกี่ยวข้องกับพี่ไออย่างไง
รอตอนต่อไปอยู่นะคะ :katai4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-09-2017 13:22:13 โดย Roman chibi »

ออฟไลน์ ♥lvl♀‘O’Deal2♥

  • หานิยายถูกใจยากจัง!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2694
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-4

ออฟไลน์ Zetnezz

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 19 เด็กหญิงในความทรงจำ


          ไอ



          ผมยังคงอึ้งและตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ เด็กนั่นมันยังไงกันนะ ต้องการอะไรจากผมกันแน่ แต่ที่ผมรู้ตอนนี้ก็คือ ผมไม่ควรยื่นมือเข้าไปอีกแล้ว ผมอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ เท่านั้น

          ครั้งแรกที่ผมพบเด็กคนนั้น ผมรู้ได้ในทันทีว่า ทำไม พริ้นถึงมายุ่งกับเด็กคนนี้ น่าสงสาร น่าสงสารเหลือเกิน นายจะต้องเจ็บปวดเจียนตาย เหมือนกับผมยังไงล่ะ

          พริ้น คือพี่ชายเพียงคนเดียวของผม พี่ชายต่างแม่ที่เกลียดชังผมยิ่งกว่าคนไหนๆ ในตระกูล คุณแม่ของผมเป็นชาวญี่ปุ่น ถึงผมจะเลือกที่จะมีชื่อญี่ปุ่นได้ แต่ผมไม่สามารถเลือกที่จะไปจากที่นี่ ตระกูลนี้ได้ ผมมีชีวิตอยู่เพื่อทำตามใจคุณพ่อและพี่ชายเท่านั้น

          ผมไม่รู้ว่าทำไมถึงจะต้องช่วยเด็กคนนั้น อาจเป็นเพราะว่าพวกเราคล้ายกัน ผมรู้มาจากพริ้นว่าเด็กคนนี้นั้นเล่นเปียโนได้ น่าแปลก เด็กคนนั้นเหมือนกับว่า กำลังปิดบังอะไรอยู่เสมอ ดวงตาที่แสนเศร้านั้น ทำให้ผมไม่อาจลืมเด็กคนนั้นได้ ถึงจะดูอ่อนแอ แต่ดวงตาในตอนปกป้องคนที่ตัวเองรัก กลับเข้มแข็งยิ่งกว่าใครๆ

          ผมชอบเด็กนั่นหรือเปล่านะ ผมคิด ว่าผมอาจจะแค่สงสารเท่านั้น แต่ทำไมกันนะ เวลาที่ผมถามคำถาม ว่าเด็กนั่นรักพริ้นมากขนาดนั้นเลยเหรอ ในหัวใจผม กลับกลัว กลัวคำตอบที่จะได้รับเหลือเกิน ช่วงเวลาที่ผมได้อยู่และพูดคุยกับเด็กนั่น มันไม่แย่เลยทีเดียว ผมรู้สึกสบายใจ รู้สึกถึงความจริงใจจากเด็กคนนั้น คนแบบนายไม่ควรจะต้องมาเสียใจแบบนี้เลยจริงๆ

          เพราะอะไรนายถึงชอบพริ้นขนาดนั้นกันนะ ผมสงสัย ว่าถ้าหากไม่ใช่เพราะหน้าตาแบบที่เด็กนั่นบอกแล้วละก็ มันจะมีอะไรอีกนะ ที่ทำให้คนคนนึง ทนเจ็บปวดเพื่อคนที่เพิ่งรู้จักกันได้

          ในวันที่ฝนตกนั่น ผมมองเด็กคนนั้น ที่นั่งรอพริ้นอยู่ท่ามกลางสายฝนอันหนาวเย็น ด้วยใบหน้าที่ไม่ย่อท้อต่อความเจ็บปวดใดๆ ช่างน่าอิจฉาเหลือเกินนะ จะมีใครที่รักผม ด้วยหัวใจแบบนี้บ้าง พริ้นได้ทุกสิ่งทุกอย่างไปเสมอ ในขณะที่ผมนั้น สูญเสียทุกๆ อย่าง

          ในคืนที่ผมพาเด็กคนนั้นมาที่นี่ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่สำหรับผมแล้ว ในยามที่รู้สึกสิ้นหวังหรือเศร้าเสียใจ ก็จะใช้เปียโนของผม ปลดปล่อยสิ่งที่อยู่ในใจนั้นออกมา ซึ่งเมื่อได้ยินการบรรเลงของเด็กคนนั้น ผมกลับรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง บางอย่างที่อยู่ลึกเข้าไปข้างในหัวใจ บางสิ่งที่ผมเก็บซ่อนเอาไว้ ภาพของเด็กน้อยที่กำลังบรรเลงบทเพลงอยู่ที่เปียโนหลังโทรมตัวนั้น ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข

          Rrrr Rrrr

          ผมก้มมองหน้าจอมือถือ ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครโทรมา

          " ครับ " ผมกดรับโทรศัพท์

          " กลับบ้านมาเดี๋ยวนะ หรือจะให้ชั้นส่งคนไปลากคอแกมา! " น้ำเสียงข่มขู่และเกรี้ยวกราดนี้ ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคุณพ่อ

          ผมกดวางสาย และลุกขึ้นจากเปียโน ไม่ลืมที่จะลูบไล้มันไปมา เพราะมันเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผมได้อยู่และใช้เวลาร่วมกับคนที่ผมรักในวัยเด็ก ซึ่งผมจะไม่มีวันได้เจอเธออีกแล้ว ไม่ว่าจะคิดถึงแค่ไหนก็ตาม

          " มาแล้วสินะ ไหนแกบอกฉันมาซิ ว่าที่พริ้นเป็นแบบนี้ ฝีมือแกใช่ไหม " ชายในวัยสูงอายุ กำลังเดินไปมาและตะโกนอย่างกราดเกรี้ยวใส่ผมด้วยความโมโห ซึ่งคนที่ยืนตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จอยู่ที่มุมห้อง ก็คือพี่ชายตัวดีของผมนั่นเอง

          " มันสมควรแล้ว แค่นี้ยังน้อยไป กับสิ่งที่มันทำกับคนอื่น " ผมพูดออกมาอย่างหน้าตาเฉย ผมก็โมโหเป็นเหมือนกันนะ

          ' เพรี้ยะ! ' 

          ใบหน้าของผมหันตามแรงที่ฝ่ามือหนานั้นปะทะกับใบหน้า

          " แกอยากให้แม่แกเป็นยังไง ห๊ะ แกไม่แคร์ใช่ไหม " ผมคุกเข่าลงกับพื้นด้วยหัวใจที่สั่นไหว 

          " ขอโทษครับคุณพ่อ ผมจะไม่ทำแบบนี้อีก " 

          " เหอะ สำนึกไว้ซะ ว่าถ้าไม่มีฉัน แม่แกป่านนี้ก็ตายไปแล้ว อย่ามาขึ้นเสียงใส่ฉันอีก " ผมก้มหัวลงด้วยหัวใจที่สั่นสะท้าน ถ้าผมต้องเสียคุณแม่ไปอีก ผมคงไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อไปได้

          คุณพ่อไม่พูดต่อ แต่เดินไปหยิบไม้หวายอันใหญ่ที่ผนังห้อง 

          " พอเถอะครับคุณพ่อ ไอก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ผมไม่ถือโทษโกรธน้องหรอกครับ " พริ้นพูดขึ้นมาพลางดึงไม้หวายออกไปจากมือของคุณพ่อ 

          " แกดูซะ แกกล้าทำร้ายพี่ชายของแกได้ยังไง ทั้งๆ ที่พี่ของแกปกป้องแกเสมอ " ผมแค่นหัวเราะออกมาเพราะความน่าสมเพชของพี่ชายจอมตอแหลของผม

          " ไอ ไปได้แล้ว " ผมไม่รอให้พูดซ้ำ ผมกระชากประตูเปิดออกและเดินกลับห้องไปด้วยหัวใจที่เจ็บแค้น

          ถ้าหากว่าผมมีเงินเป็นของตัวเองละก็ ผมจะพาคุณแม่หนีไปให้ไกลแสนไกล คุณแม่ของผมนั้นท่านกำลังป่วยหนัก จำเป็นที่ต้องต้องใช้อำนาจและเงินมหาศาลของคุณพ่อ เพื่อยื้อชีวิตของคุณแม่ไว้ โดยต้องแลกกับการที่ผมจะต้องอยู่ที่นี่ ในนรกขุมนี้ และห้ามไปเจอคุณแม่ ที่นอนป่วยอยู่ที่ญี่ปุ่นเด็ดขาด 

          เสียงประตูห้องของผมเปิดออก พร้อมกับคนที่ผมอยากซัดหน้ามันอีกครั้งด้วยความโมโห

          " หึ คิดว่าจะรอดไปได้เหรอ ที่ทำกับหน้าฉันแบบนี้น่ะ แกกับแม่โสเภณีของแก " ผมพรวดเข้าไปกระชากคอเสื้อพี่ชายด้วยความโมโหสุดขีด จะด่าจะว่าผมอะไรก็ได้ทั้งนั้น แต่กับคุณแม่ ผมจะไม่ทนหรอกนะ

          " เอาสิ ต่อยฉันอีกสิ " พริ้นมองผมด้วยสีหน้ายิ้มเยาะอย่างท้าทาย เพื่อคุณแม่ เพื่อคุณแม่ ผมท่องในใจ เป็นบทสวดมนต์ที่ได้ผลชะงัด

          " น้องชายผู้น่าสงสารเอ๋ย ขนาดแกปกป้องไอ้เด็กนั่นจะเป็นจะตาย แล้วไงล่ะ เด็กนั่นมันก็เลือกชั้นโว้ย ฮ่าๆๆ ไอ้โง่นั่น หลงเสน่ห์ชั้นขนาดไหนก็เห็นๆ กันอยู่ แต่ก็ว่ามันไม่ได้หรอกนะ ใครบ้างจะไม่หลงรักชั้น ฮ่าๆๆ " ผมผลักไอ้บ้านี่ออกไปจากห้องแล้วปิดประตูใส่หน้ามันด้วยความเดือดดาล

          นั่นสินะ ยังไงเด็กนั่นก็ไม่เลือกผมจริงๆ แล้วจูบนั่น มันคืออะไรกันนะ ผมนอนลงบนเตียง แตะมือลงบนริมฝีปากนี่ พลางคิดถึงใบหน้าของเด็กคนนั้นแล้วหลับตาลง

          ในความฝันอันเลือนลาง เด็กผู้หญิงที่มีใบหน้าที่งดงามแต่กลับหมองเศร้า กำลังมองลงไปยังความมืดมิดของด้านล่างนั่น


เด็กผู้หญิงที่ผม ได้ช่วยชีวิตเอาไว้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-05-2018 17:38:37 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ ChabaSri

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 602
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
อ่าดราม่าเข้มข้นขุ่นคลัก

ออฟไลน์ ♥lvl♀‘O’Deal2♥

  • หานิยายถูกใจยากจัง!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2694
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-4
มินเข้าใจผิด ถถถ แต่มินก็เลือกถูกแล้ว รอมินกลับมา

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 20 การหวนคืนสู่ฝันร้าย


          ผมกำลังมองออกไปยังท้องฟ้าสีส้มที่นอกหน้าต่างเล็กๆ บานนี้ด้วยหัวใจที่อ่อนล้า ช่วงเวลา 2 ปีที่อยู่ที่นี่นั้นทำให้ผมรู้สึกผูกพันธ์อย่างน่าประหลาด ผมจะต้องกลับไปแล้ว กลับไปยังที่ที่ผมเกิด และใช้ชีวิตมา ซึ่งเป็นที่สุดท้ายที่ผมอยากจะไป

          ผมขอร้องอ้อนวอนให้ฮยองพาไอ้เกลียวมาด้วย แต่ก็ไม่เป็นผล ไอ้เกลียวเป็นคนไทยแท้ ที่ครอบครัวของมันทำงานให้กับตระกูลของผมอยู่ที่ประเทศไทยนี้ คอนโดที่ไอ้เกลียวพาผมไปอยู่ ช่วงที่ผมไม่ได้กลับไปนอนห้องของตัวเอง จริงๆ แล้วก็เป็นทรัพย์สมบัติของตระกูลผม ถึงว่าล่ะ การตกแต่งเห่ยๆ แบบนั้นจะมีใครล่ะที่เป็นต้นคิด นอกจากคุณพ่อของผม

          จะว่าไป แล้วใครเป็นคนทำร้ายไอ้เกลียวกันนะ ผมลืมถามมันไปเลย 

          " ฮยอง รู้เรื่องที่เกลียวโดนทำร้ายหรือเปล่าครับ " ฮยองไม่พูดอะไรนอกจากเลิกคิ้วขึ้นด้วยท่าทีฉงน

          " ผมอยากให้ฮยองช่วยสืบให้ แล้วจัดการเบาะๆ ให้ที " 

          " คงไม่ต้องหรอกครับ " ผมละสายตาจากกระจกเครื่องบินและจ้องมองใบหน้าของฮยองด้วยความสงสัย

          " หมายความว่ายังไงเหรอครับ "

          " ผมเป็นคนสั่งสอนมันเอง " ผมมองหน้าฮยองแบบไม่อยากนะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน

          " ซอง แจอิน อธิบายมาซะ! " ผมขึ้นเสียงกับคนที่ผมเคารพด้วยความโมโห จะมีเหตุผลอะไรที่จะอัดคนแบบนั้นให้ปางตายได้

          ฮยองแค่ทำหน้าเบื่อหน่าย และก้มลงจัดคอปกเสื้อเชิ๊ตสีขาวให้กับผมด้วยท่าทีสบายๆ 

          " มันทำงานผิดพลาด ผิดพลาดใหญ่หลวงเลยล่ะครับ ผมสั่งให้มันจับตาดูคุณหนูไว้ แต่มันกลับ พาคุณหนูหนีไป " ฮยองยังคงพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย เหมือนกับกำลังเล่าเรื่องดินฟ้าอากาศ

          " จริงๆ แล้วผมจะต้องพาคุณหนูกลับไป ตั้งแต่วันที่ผมไปที่โรงอาหารคณะของคุณหนูแล้ว แต่มันกลับส่งสัญญาณบอกคุณหนู และพาคุณหนูวิ่งหนีไป " ฮยองขยับแว่นหนึ่งทีด้วยท่าทีที่รำคาญใจ

          ถ้างั้นในวันที่มันบอกผมว่าลืมล็อคกุญแจห้อง จริงๆ แล้วเป็นมันเองสินะที่เข้ามาเพื่อให้ผมรีบเก็บเสื้อผ้าหนีไป แล้วมันก็ตื้อให้ผมไปกับมัน แต่ทำไมถึงเลือกมาที่คอนโดของคุณพ่อกันนะ อาจเป็นเพราะที่ที่อันตรายที่สุด อาจเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดงั้นสินะ

          " และแล้วคืนหนึ่งผมก็จับมันได้ มันที่พยายามหนีหัวซุกหัวซุนไปตามถนน ผมจับมันมาและเค้นที่อยู่ของคุณหนู ผมลงมือเองเลยนะครับ ด้วยสนับมือนี่ " ฮยองหยิบสนับมือสีเงินที่เงาวาววับออกมาพลางมองมันอย่างชื่นชม ผมถึงกับขนลุกไปเลยฮะ ไอ้เกลียว มึงแขวนพระอะไรวะถึงรอดมาได้

          " ผมอัดมันด้วยสนับนี่นานหลายชั่วโมง และทรมานมันอีกสารพัดรูปแบบแต่มันก็ไม่ยอมปริปากเลยสักนิด ในท้ายที่สุด ผมจ่อปืนเข้าที่หัวของมัน เตรียมพร้อมที่จะเหนี่ยวไกปืน หึหึ คุณหนูรู้ไหมว่า มันพูดว่าอะไร " ฮยองยิ้มสยองออกมาทำเอาผมสยึยไปเลย

          " มันขอให้ผมดูแลคุณหนูให้ดี เหมือนดั่งที่ผมทำมาตลอดชีวิตของผม ให้ตามใจคุณหนูบ้าง เพราะว่าคุณหนูน่ะ มีชีวิตที่ลำบากมามากมายพอแล้ว หึหึ ขนาดมันกำลังจะตาย ยังจะมาพูดเอาดีให้คนอื่นอีก " ฮยองหัวเราะ ฮยองหัวเราะเหรอ เป็นสิ่งที่หายากสุดๆ ในชีวิตของผมครับ อึ๋ย น่ากลัวชะมัด

          " สุดท้ายผมยังให้โอกาส ให้มันพูด ให้บอกว่าคุณหนูอยู่ที่ไหน มันกลับพูดว่า ' ฆ่าผมซะ ' ด้วยใบหน้าที่แน่วแน่ของมัน ด้วยรอยยิ้ม " ผมฟังที่ฮยองเล่าด้วยหัวใจที่สั่นไหว ผมก็มีเพื่อนแท้เหมือนคนอื่นเขาสินะ 

          " ผมจะฆ่าคนที่ซื่อสัตย์ต่อคุณหนูแบบนั้นได้ยังไงกันละครับ เด็กนั่นควรได้รับรางวัล " ฮยองพูดพร้อมกับรินนมอุ่นๆ ให้กับผม

          " ขอบคุณนะครับ " ผมส่งยิ้มให้ฮยองอย่างเป็นสุข

          " มีเพื่อนที่ดีนะครับคุณหนู เท่านี้ผมก็พอเบาใจได้ " 

          " ฮยองอ่า อย่าใจร้อนสิครับ ชอบทำอะไรรุนแรงอยู่เรื่อยเลย " ผมจิบนมและส่งยิ้มให้ฮยอง 

          " อย่างงี้ถ้าผมมีแฟน แฟนผมคงไม่ต้องไปนอนกับรากมะม่วงเลยเหรอเนี่ย " 

          " อย่างไอ้หนุ่มผมดำนั่นเหรอครับ " 

          ' พรวดดด! ' 

          ผมพ่นนมเป็นระอองน้ำพุด้วยความตกใจสุดๆ

          " ฮ..ฮยอง อย่าบอกนะว่า " 

          " ผมไม่สนใจเรื่องรสนิยมของคุณหนูหรอกนะครับ แต่การที่คุณหนูจะไปจู.. " ผมรีบตะครุบปากฮยองอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่านี่จะเป็นเครื่องบินส่วนตัว แต่ผมก็ไม่อยากจะได้ยินอะไรแบบนี้ ยิ่งจากปากของคนที่ทำหน้าราวกับว่ามันเป็นแค่การตบแมลงวันเท่านั้นด้วยแล้ว หึยยย เขินเฟ้ยย

          " แค่รุ่นพี่ครับรุ่นพี่ ก็แค่ เอ่อ ช่างมันเถอะครับ นะนะ " ผมพนมมือขอร้องฮยองให้พับเก็บเรื่องนี้ลงไปซะ

          " ที่ประเทศไทยนี่เค้าจูบรุ่นพี่ที่ปากกันเหรอครับ ผมจะได้จดไว้ " ฮยองทำท่าจดปากกาลงสมุด ด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ โอ้ยยย ถ้าเปลี่ยนพ่อบ้านตอนนี้ยังทันม๊ายย

          จะว่าไปผมก็ยังรู้สึกถึงความรู้สึกแปลกๆ ที่ริมฝีปากนี่ มันไม่เคยจางหายไปเลย หรือว่าผมไม่อยากจะลืมมันกันแน่นะ ผมยิ้มจางๆ ให้กับเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก


          กรุงโซลยังคงเหมือนเดิม แสงไฟ ผู้คน และหัวใจของผม ที่ยังคงหม่นหมองทุกครั้งที่อยู่ที่นี่ อากาศที่หนาวเย็นก็ยังไม่เย็นชาเท่ากับคนที่ผมจะไปพบอยู่ตอนนี้

          ไม่นานนักผมก็มาอยู่ที่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่นี่ ที่ที่ผมแสนเกลียดที่จะเหยียบย่างเข้าไป บรรยากาศและการตกแต่งยังคงเหมือนเดิม เหล่าพ่อบ้านแม่บ้าน และบอดี้การ์ดในชุดสีดำมากมาย ยืนโค้งตัวต้อนรับนายน้อยหนึ่งเดียวของบ้าน

          ในตอนนี้นั้นตัวผมได้กลับคืนสภาพดังเดิมแล้ว ผิวที่ขาวจัดจนกลายเป็นสีแดงระเรื่อเมื่อเจอกับอากาศที่หนาวเย็น ผมสีบอร์นทองที่ผมนั้นย้อมจากสีน้ำตาลเข้ม เห็นแบบนี้แต่ผมก็เป็นพวกแฟชั่นนิสนะครับ ตามสไตล์วัยรุ่นเกาหลีทั่วไป แต่ก็ไม่เคยมีใครชมว่าผมหล่อสักที ผิดกับที่ผมโดนชมว่าสวยจนเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ทำให้ผมอยากกระโดดไปบีบคอไอ้พวกที่บอกผมว่าสวยเหลือเกิน สวยบ้าบออะไรกันล่ะ กูหล่อเฟ้ย

          " คุณหนู เชิญทางนี้เลยครับ นายท่านรออยู่แล้วครับ " พ่อบ้านในชุดสูทสีดำโค้งตัวและนำทางผมไปยังห้องทำงานของคุณพ่อ 

          ผมยืนหายใจเข้าออกลึกๆ ก่อนที่จะเข้าไป เพราะว่าผมนั้นรู้ว่าผมจะต้องเจอกับอะไร 

          " มาได้แล้วเรอะ " ชายสูงอายุตัวใหญ่ นั่งอยู่ที่หลังโต๊ะทำงาน กำลังมองใบหน้าของผมอย่างยิ้มเยาะ

          " ครับ คุณพ่อ ขออภัยที่ไม่ได้กลับมานานครับ "

          " ก็แหง๋สิ แกไปติดผู้ชายอยู่ที่ไหน ทำไมฉันจะไม่รู้ " ผมกำมือแน่น เพื่อให้อารมณ์ที่ครุกรุ่นสงบลง

          " แจอินมันคิดว่าฉันไม่รู้สินะ ถึงได้ส่งรายงานโกหกว่าแกแค่ไปเรียนและทำกิจกรรมชมรมเฉยๆ มันคิดว่าฉันโง่หรือไง ชั้นจะลงโทษมันแทนแก โทษฐานที่มันดูแลแกไม่ได้ "

          " อย่านะครับคุณพ่อ ฮยองก็แค่ทำตามคำสั่งของผม และผมก็ไม่ได้ไปติดผู้ชายอะไรนั่นจริงๆ " ผมคุกเข่าลงขอร้องคนที่ผมเกลียดที่สุด เพื่อปกป้องผู้ที่อยู่เคียงข้างผมมานานด้วยความซื่อสัตย์ต่อผม ผมมีแค่ฮยองคนเดียวเท่านั้นในบ้านหลังนี้ที่ดูแลผมยิ่งกว่าคนไหนๆ

          " เหอะ แต่จะว่าไป อาจเป็นเพราะฉันก็ได้ ที่ทำให้แกวิปริตไปแบบนี้ สงสัยฉันคงจะให้แกใส่กระโปรงมากเกินไป " ผมเงยหน้ามองคนที่ขึ้นชื่อว่าพ่อด้วยความรู้สึกที่เจ็บแค้น ใช่แล้วล่ะ ผมน่ะ ไม่เคยได้เป็นตัวของตัวเลยนับตั้งแต่ที่ได้เกิดมา


คิม ยูมินน่ะ ได้ตายไปแล้ว ถึงจะมีชีวิตอยู่ แต่ก็เหมือนตายทั้งเป็น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-05-2018 17:40:23 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ ♥lvl♀‘O’Deal2♥

  • หานิยายถูกใจยากจัง!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2694
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-4

ออฟไลน์ ChabaSri

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 602
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
นี้พ่อหรือเจ้ากรรมนายเวร

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด