[สนพ.B2S] คนของความจำ [END]#แจ้งข่าวรูปเล่มหนังสือหน้า 6 (24/10/61)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [สนพ.B2S] คนของความจำ [END]#แจ้งข่าวรูปเล่มหนังสือหน้า 6 (24/10/61)  (อ่าน 24487 ครั้ง)

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
สงสารเกลียวอ่ะ ไม่รู้จะโดนทำโทษอะไรอีก  o7

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 31 การพบกันของสองหนุ่ม


          ผมยังคงนอนอยู่ที่โรงพยาบาล หลังจากคืนนั้นที่ เอ่อ แบบว่า อ้ากกก ไอ้เพื่อนสารเลว มึงนี่มันมารผจญแท้ๆ ผมที่คิดว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตอนนี้หน้าก็เลยแดงเป็นมะเขือเทศเลยทีเดียว ตายล่ะ ผมปล่อยตัวมากเกินไปสินะ ไม่ได้ๆ ถ้าเรายังไม่ได้ตกลงปลงใจให้ชัดเจน หรือแต่งงานกัน ถุยย บอกรักพอ ขอแค่พี่บอกว่ารักผม ไม่ว่าสวรรค์ชั้นเจ็ด หรือขุมนรกรัญจวนใจขุมไหน ขอแค่เพียงมีพี่ไออยู่ ผมก็ยินดีที่จะไป แฮร่

          หลังจากไอ้เพื่อนเลวของผมโกยอ้าวหนีไปเมื่อคืน มันก็ไม่โผล่หน้าโง่ๆ ของมันมาอีก พี่ไอที่โดนผมดีดกระเด็นตกโซฟาเมื่อคืน กำลังนั่งทำหน้างออยู่ที่โซฟาตัวเดิมอย่างหัวเสีย ฮืออ ก็ผมตกใจนี่ครับ นี่ยังดีนะที่เป็นไอ้เกลียว ผมไม่อยากจะคิดว่าถ้าเป็นฮยอง ผมจะทำหน้ายังไง

          ผมนึกถึงฮยอง นึกถึงคนสนิทที่ผมเคารพรักเหมือนพี่ชายแท้ๆ ของผม ผมเคารพการตัดสินใจของฮยองทุกอย่าง ผมเคยสัญญากับฮยองไว้ ว่าถ้าหากสิ่งไหน ที่ฮยองเห็นว่าต้องทำ ผมจะต้องไม่ลังเลที่จะทำมัน ฮยองบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่าง ก็เพื่อตัวผม และผมก็เชื่อใจฮยองมากที่สุดในชีวิต

          ไม่นานหลังจากเช้าตรู่ พี่พริ้นก็กลับมา และพี่ไอก็ขอตัวกลับไปอาบน้ำก่อน ถึงผมจะเกรงใจพี่ไอมากๆ แต่ผมก็ไม่อยากให้พี่ไอกลับไปเลยง่ะ 

          " หน้าแดงขนาดนี้ไข้ขึ้นหรือเปล่าน้า " พี่พริ้นพูดอย่างร่าเริงพลางเอามือแนบหน้าผากผม

          ผมมองพี่พริ้นและส่งยิ้มให้เหมือนทุกที พี่เป็นพี่ชายที่น่ารักจังเลยนะ ถ้าหากเรื่องในคลับคืนนั้นไม่ได้เกิดขึ้น ผมคิด ว่าผมนั้นจะยังรักพี่แบบเดิมอยู่หรือเปล่า ถึงผมจะพบพี่ไอ ผมจะรักใครมากกว่ากันนะ ผมมองแววตาของพี่พริ้นที่ไม่เหมือนเมื่อก่อน พี่ดูจริงใจมากกว่าครั้งไหนๆ เวลาที่จ้องมองผมแบบนี้

          " มองพี่ขนาดนี้พี่เขินนะเนี่ย " พี่พริ้นส่งยิ้มหวานมาให้ พร้อม ดึงแก้มผมทั้งสองข้าง

          " โอ้ย โถ่ เจ็บนะครับ " ผมจับมือพี่พริ้นและดึงมือนั้นออกจากแก้มของผม มือหนักเหมือนกันแฮะ

          " พี่ขอโทษ " ผมมองหน้าพี่พริ้นที่ตอนนี้ไม่มีรอยยิ้มใดๆ อยู่บนใบหน้าของพี่เลยอย่างสงสัย

          " ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้เจ็บขนาดนั้นหรอก " ผมส่งยิ้มอ่อนโยนไปให้ 

          " พี่ขอโทษจริงๆ นะ ทุกๆ อย่าง " พี่พริ้นกำมือผมแน่น ผมนิ่วหน้าขมวดคิ้วด้วยความเจ็บ สงสัยและไม่เข้าใจ

          แต่ผมก็ต้องตกใจสุดๆ เมื่อข้างหลังพี่พริ้น มีคนคนนึงยืนอยู่ ทำหน้าแบบนิ่งสนิทจนผมใจสั่นด้วยความกลัวเลยทีเดียว คนคนนั้นขยับแว่นด้วยท่าทีเฉยชา มองคนที่ยังไม่รู้ตัวด้วยแววตาและรังสีฆ่าฟันแบบปิดไม่มิด

          " เอ่อ คือว่าพี่พริ้นครับ " ผมเรียกพี่พริ้นด้วยใจเต้นระทึก เหมือนอกกำลังจะระเบิดออกมายังไงยังงั้น พี่พริ้นจะจำฮยองได้ไหมนะ เพราะฮยองไม่ได้เปลี่ยนจากเดิมเท่าไหร่ จากตอนนั้นฮยองที่อายุ 16 ปี กับตอนนี้ 24 ปี ยังคงทำหน้าเฉยชาไร้ความรู้สึก และใส่แว่นกรอบดำแบบนี้ตลอดมาไม่มีเปลี่ยนแปลง

          " นี่คือ เอ่อ พี่แจอิน พี่ชายที่ผมบอกครับ "

          พี่พริ้นลุกขึ้นและหันหน้าไปหาฮยองอย่างช้าๆ ด้วยรอยยิ้มเหมือนเคย ผมมองคนทั้งสองสลับไปมา เพราะตอนนี้ทั้งสองจ้องกันแต่ไม่พูดอะไรออกมาสักที พี่พริ้นทำหน้าแปลกใจอยู่ชั่วครู่ แต่ก็กลับมายิ้มแย้มเช่นเดิม พร้อมยื่นมือไปทักทายอย่างเป็นมิตร แต่ฮยองกลับทำหน้าเฉยชาเหมือนเดิม และไม่ยอมยื่นมือออกมา 

          " เอ่อ พี่แจอินเขาค่อนข้างจะฟังไทยไม่ค่อยถนัดน่ะครับ ฮ่ะๆ " ผมพยายามกลบเกลื่อนท่าทางชวนหาเรื่องของฮยองด้วยเสียงที่สั่นเทา ทำไมกันนะ ฮยองถึงแม้จะน่ากลัว แต่จริงๆ เป็นคนมีเหตุผล และมีมารยาทมากๆ แต่ตอนนี้กลับทำตัวไร้มารยาทกับแขกซะงั้น และที่น่าแปลกใจที่สุดคือ พี่พริ้น จำฮยองไม่ได้อย่างงั้นเหรอ

          " คนต่างชาติงั้นสินะ ไม่เป็นไร ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ผมพริ้น เป็นรุ่นพี่ที่มหา'ลัยของมินครับ " 

          " ขออภัยที่เสียมารยาทแต่ตอนนี้ ผมขออยู่กับ...น้องชายตามลำพังได้ไหมครับ " ฮยองยังคงทำหน้าตาน่ากลัวและพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น 

          " แหม พูดไทยเก่งกว่าคนไทยอีกนะเนี่ย ฮ่ะๆ เชิญตามสบายครับ " พี่พริ้นที่ทำหน้าเคร่งเครียดพักหนึ่ง แต่ก็กลับมายิ้มละมุนอีกครั้ง แบบไม่ใส่ใจคำพูดของฮยอง

          " มิน พักผ่อนเยอะๆ นะ มีอะไรโทรหาพี่ได้เลย " พี่พริ้นพูดกับผม และส่งยิ้มให้อีกครั้ง ก่อนหมุนตัวเดินจากไป

          " ฮยอง ทำไมละครับ ทำไมถึงทำท่าทางแบบนั้นใส่พี่พริ้น " ผมทุบฮยองที่เดินเข้ามาใกล้ๆ เตียงอย่างเด็กงอแง ไม่รู้แหละผมเคืองมาก

          " คุณหนูชอบผู้ชายคนนี้เหรอครับ เขาเป็นคนที่คุณหนูตามหาจริงๆ น่ะเหรอ " ฮยองพูดพลางทำคิ้วขมวดมุ่นและทำหน้าไม่พอใจ

          ผมยิ้มกับคำถามนั้นของฮยอง ผมรักพี่พริ้นครับ พี่พริ้นคือคนสำคัญของผม และผมก็รักพี่ไอด้วยเช่นกัน เพราะพี่ไอก็คือหัวใจของผม ถ้าหากว่าสักวัน ผมจะต้องเลือกคนใดคนหนึ่งจากสองคนนี้แล้วละก็ มันคงเป็นตัวเลือกที่ยากเกินไปสำหรับผม


          ฮยองอยู่กับผมไม่นานก็ขอตัวกลับไป ฮยองนั้นแค่เอาของใช้จำเป็นมาให้ และบอกว่าอีกสองสามวันผมก็จะได้ออกไปแล้ว จริงๆ ผมอยากออกไปซะตอนนี้เลย เพราะผมน่ะสบายดีครับ แต่ฮยองบอกว่าคุณพ่อสั่งห้ามผมออกไปไหนตอนนี้ หึ่ยย ขนาดอยู่ไกลยังจะมาสั่ง ชิ

          เสียงประตูเปิดออกอีกครั้ง ผมกระเด้งลุกขึ้นมาอย่างไวว่อง เพราะคิดว่าคงจะเป็นสุดที่รักของผม อ้ากก คิดถึงนะเนี่ย ไปอาบน้ำที่เทือกเขาหิมาลัยหรือไง นานเกินไปแล้ว ชิ ผมรีบวิ่งไปที่ประตูอย่างร้อนรน แต่ก็ต้องหยุดชะงัก เพราะคนที่โผล่มา กำลังทำหน้ายิ้มกริ่มแบบกวนเบื้องล่างสุดๆ กูอยากเอาเล็บถลกหนังหน้ามึงออกมาจัง

          ไอ้เพื่อนเลวจอมขัดจังหวะของผม กำลังยิ้มพร้อมยักคิ้วหนึ่งจึ้กให้ผมแบบมีเลศนัย 

          " ผิดหวังอ่าดิ๊ อิอิ " ผมตอบคำถามมันด้วยการถีบไอ้หอกนี่ออกไปนอนกลิ้งหน้าระเบียงกับถุงน้ำเต้าหู้ของมัน

          " โอ้ยยย แหม พอเห็นไม่ใช่ผัวก็ถีบส่งเลยนะ " มันพูดขณะที่กำลังนอนตะแคงข้างไขว้ห้างอย่างสบายใจพลางดูดน้ำเต้าหู้ไปด้วย 

          " เหอะ บุญของเราคงดูดได้แต่น้ำเต้าหู้ ไม่เหมือนหวานใจใครบางคน ได้ดูดนมสตอเบอรี่หวานฉ่ำ " มันถอนใจพลางส่ายหน้าไปมาอย่างกวนบาทา

          ผมยืนเท้าสะเอวอย่างมีน้ำโห จะเอาไงกับมันดี จับยัดห้องดับจิตไปเลยดีไหม

          " ฮยองคร๊าบ หวัดดีคร๊าบ " ผมที่ทำท่าไหว้ฮยองแบบหลอกๆ เพื่อหลอกฟายแถวนี้ และก็ได้ผล ไอ้เกลียวตอนนี้ปากสั่น น้ำเต้าหู้ย้อยจากปากอย่างน่าสมเพช มันตั้งหลักล้อฟรีใส่เกียร์หมาวิ่งแทบไม่เห็นฝุ่นจากไป พร้อมน้ำเต้าหู้ที่ไหลเป็นทาง

          ผมส่ายหน้ากับภาพน่าสมเพชของบอดี้การ์ดผู้ทำงานผิดพลาด และทำให้คุณหนูเสี่ยงชีวิต ตอนนี้มันคงหนีฮยองหัวซุกหัวซุน แต่ก็ไม่วายเป็นห่วงผม ถึงได้แว๊บมาหาบ่อยๆ จริงๆ มึงไม่ต้องมาก็ได้ ไอ้ตัวขัดลาภ หึ่ยย ผมชูนิ้วกลางบอกลามัน และคิดว่าคงจะเจอกันอีกทีหน้าหลุมศพ

          มันแปลกมากที่ฮยองจะไม่ทำอะไรมัน พวกเรามีกฎเหล็กที่ทำให้ตระกูลเข้มแข็ง พวกเราจึงเคร่งครัดและมีระเบียบ ขนาดว่าทุกๆ คนยอมตายเพื่อตระกูลเลยทีเดียว เพราะฉะนั้น การที่ไอ้เกลียวยังวิ่งดูดน้ำเต้าหู้อยู่ได้ คงเป็นเพราะฮยองกำลังทำงานบางอย่างอยู่ งานที่สำคัญกว่าการสั่งสอนเห็บตัวเล็กๆ แบบมัน

          ผมตัวสั่นอย่างไร้เหตุผล ความมั่งคั่งและทรงอิทธิพลของคุณพ่อ ทำให้พวกเราสามารถฆ่าคนเป็นผักปลาอย่างง่ายดาย ผมไม่อยากเห็นฮยองที่ใบหน้าเปื้อนเลือดอีกแล้ว ผมที่รอดมาได้ เลยไม่อยากหวนคิดถึงค่ำคืนนั้นอีก ผมกำลังพยายามลืมความน่ากลัว ความหวาดหวั่น ให้หายออกไปจากใจ

          พี่ไอครับ เมื่อไหร่พี่จะกลับมา ผมอยากกอดพี่จัง ผมยิ้มและมองออกไปบนท้องฟ้า คิดถึงเสียงนุ่มทุ้มหูที่กระซิบถ้อยคำหวานอย่างร้อนแรง คิดถึงใบหน้าคมเข้ม คิ้วที่ขมวดน้อยๆ เหมือนไม่พอใจตลอดเวลา แต่ใครจะรู้ละว่าภายใต้ใบหน้าที่ดูบึ้งตึงนั้น


รอยยิ้มของพี่ มันช่างสว่างไสวและอ่อนโยนกว่าใครๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2018 16:11:41 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
แอบเชียร์ให้เกลียวคู่ฮยอง 555555555
มินคงฝั่งใจกับเด็กในอดีตมากเลยสินะ คงคิดว่าเป็นพี่พริ้นเต็มที่ถึงขนาดเขาสันดานเสียขนาดนั้นยังรักเขาอยู่ได้ น้อยใจแทนพี่ไอแล้วนะ หึ อยากให้รู้ความจริงเร็วๆ ว่ามันไม่ใช่พี่พริ้นนนน

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
แอบเชียร์ให้เกลียวคู่ฮยอง 555555555
มินคงฝั่งใจกับเด็กในอดีตมากเลยสินะ คงคิดว่าเป็นพี่พริ้นเต็มที่ถึงขนาดเขาสันดานเสียขนาดนั้นยังรักเขาอยู่ได้ น้อยใจแทนพี่ไอแล้วนะ หึ อยากให้รู้ความจริงเร็วๆ ว่ามันไม่ใช่พี่พริ้นนนน
คนแก่ร่วมหนับหนุนด้วยคน :katai2-1:

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 32 ถ้อยคำที่แสนสำคัญ


          ไอ


          " พี่สัญญา "

          " พี่จะพานายไป "

          ผมสะดุ้งตื่นขึ้นในความมืด นี่ผมเผลอหลับไปงั้นเหรอ มินคงรอผมแย่แล้วมั้งป่านนี้ แต่ ถ้าหากว่ามิน ไม่ได้รอผมล่ะ ผมสั่นหัวเบาๆ ไล่ความคิดแย่ๆ นั้นออกไป ผมคิดว่ามินน่ะรักผม ต้องใช่แน่ๆ ไม่อย่างนั้นมินคงไม่ปล่อยให้ผมกอดมินไว้แบบนั้น

          แต่คืนนั้น วันที่พริ้นช่วยมินออกมา ผมรู้สึกเหมือนกับว่าผมไม่ควรอยู่ตรงนั้น ผมคือผู้แพ้ที่แท้จริง ความจริงแล้ว วันนั้นผมวิ่งไปถึงที่ประตูนั่นก่อนพริ้นด้วยซ้ำ แต่ว่าความคิดหนึ่ง ก็ผุดขึ้น เป็นความคิดที่เสมือนฝันร้ายของผมเสมอมา ผมไม่สามารถลืมมันได้ ผมได้แต่คิดโทษตัวเองมาตลอด 8 ปีมานี้

          ผมได้ช่วยคนคนหนึ่งไว้ และผมก็ได้ฆ่าเธอด้วยคำว่า ' รอ ' หลังจากที่ผมพบเธอ พวกเราได้ใช้เวลาแห่งความสุขร่วมกัน เธอเป็นรักแรกของผม ผมบอกตัวเองเสมอ ว่าผมจะไม่รักใครอีก นอกจากเธอ จนเมื่อผมเจอมิน ผมสับสนในหัวใจ ผมไม่ควรยื่นมือเข้าไป ผมไม่ควรรักมิน เพียงแค่เพราะว่า มินนั้นคล้ายเหลือเกิน จนผมนั้นอดไม่ไหวที่จะได้อยู่ใกล้ๆ มิน แม้เพียงแค่เสี้ยววินาที แค่นั้นมันก็มีค่ามากมายสำหรับผม

          ผมมองมิน ผมรักมิน และผมก็เกลียดตัวเองในเวลาเดียวกัน แล้วจีมินล่ะ นายเป็นคนฆ่าเธอ ผมคิดแบบนั้นเสมอในหัวใจ เป็นความเจ็บปวดและความรู้สึกผิดที่ยากที่จะลืม ผมไปที่นั่นเสมอ ที่แห่งความทรงจำของเรา วางช่อดอกไม้เพื่อระลึกถึงความทรงจำดีๆ ที่เราเคยมีร่วมกัน ผมอยากบอกเธอเหลือเกินว่า ผมไม่เคยลืม และจะไม่มีวันลืมเธออย่างแน่นอน เพราะเธอคือ คนแห่งความทรงจำที่ล้ำค่ายิ่งของผม

          ผมที่ต้องจากกับคุณแม่ที่ญี่ปุ่น ถูกส่งมาอยู่ที่โซล เกาหลีใต้ เพราะว่าบ้านคุณพ่อที่ประเทศไทยยังคงมีปัญหาเรื่องแม่เลี้ยงที่ไม่ยอมให้ผมอยู่ในบ้าน ผมจึงต้องอยู่บ้านพักตากอากาศที่เกาหลีกับแม่บ้านชาวเกาหลีอีกหนึ่งคน ทำให้ผมนั้นสามารถพูดภาษาเกาหลีได้ดี เพราะผมถนัดเรื่องแบบนี้ ผมคิดว่าภาษาและดนตรีเป็นสิ่งที่ปราณีตและงดงาม

          ในวันสุดท้ายของเดือน ที่ผมกำลังจะไปพบจีมินที่ซากตึกแห่งนั้น อยู่ดีๆ ก็มีชายชุดดำหลายคนลุมล้อมผม และจับตัวผมเอาไว้ ผมทั้งร้องตะโกน เตะและต่อยคนรอบๆ จนหมดแรง เด็กชายวัย 12 ปีที่ร้องไห้ทุรนทุรายเพียงเพราะต้องการไปที่แห่งนั้น ผมต้องบอกเธอ ผมต้องลาเธอก่อน ผมดิ้นจากการจับกุมของคนชุดดำของคุณพ่อ เธออยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ ผมมองเห็นเธอ เดินเข้าไปที่ซากตึกนั้นจากไกลๆ แต่สิ่งที่ผมทำได้ก็คือ ร้องไห้และเอื้อมมือออกไปไขว้คว้าเธอในอากาศอย่างสิ้นหวัง ผมตะโกนเรียกเธอ ไม่ว่ากี่ครั้ง เธอก็ไม่ได้ยินผมอีกแล้ว

          หลังจากที่คุณพ่อพาตัวผมมาที่ประเทศไทย เป็นคฤหาสน์ใหญ่โตที่ดูเงียบเหงา คุณพ่อที่ไม่พูดกับผม แม่เลี้ยงที่มองผมเหมือนเป็นตัวอะไรสักอย่างที่ไม่ควรมีชีวิตบนโลก และพี่ชายที่มีใบหน้าคล้ายกับผม แต่กลับดูเย่อหยิ่งยิ่งกว่าใคร ผมเก็บตัวอยู่ในห้องเล็กๆ ของผม ไม่พูดไม่คุยกับใคร ผมไม่มีใครเลย แต่ผมก็จะอยู่ อยู่เพื่อเธอ เพราะเราสัญญากันแล้ว ผมยิ้มน้อยๆ ในความมืดของมุมห้อง กอดตัวเองและนอนหลับไป

          และแล้วฝันร้ายที่สุดในชีวิตของผมก็มาถึง ผมที่ใช้เวลาหลายปีในการสืบหาเธอจากข่าวลือต่างๆ จนในที่สุดผมก็ได้ยิน ข่าวที่ลับที่สุด จากคนภายในตระกูลคิม ซึ่งข่าวนั้น เป็นข่าวสั้นๆ แต่เพียงว่า คุณหนูจีมินนั้นได้ตายลงไปแล้ว ด้วยการฆ่าตัวตาย ผมที่ได้ยินข่าวนั้นครั้งแรกตอนอายุ 15 ปี เข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น ร้องไห้ราวกับหัวใจแหลกสลาย

          ผมคิดภาพเธอที่รอคอยผมอยู่ที่เปียโนหลังนั้นด้วยความเศร้าเสียใจ ใบหน้าที่งดงามของเธอที่กำลังดีดเปียโนหลังนั้นพร้อมหยาดน้ำตา ผมฆ่าเธอ ผมเป็นคนฆ่าเธอ ผมฆ่าคนที่ผมรักที่สุดไปแล้ว เธอที่อยากจะจากโลกนี้ไปอยู่แล้ว มีเพียงแค่ผม เป็นที่ยึดเหนี่ยวสิ่งสุดท้ายของเธอ และผมก็จากเธอไป ทิ้งให้เธอ อยู่เพื่อรอผมแต่เพียงลำพัง

          " แกคิดว่าฉันจะโง่ปล่อยแกไปเหรอ แกจะหนีฉันไปหาแม่ของแกใช่ไหม " ผมโดนคุณพ่อตบหน้า เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ผมพยายามทุกอย่างเพื่อกลับไปที่นั่น กลับไปที่แห่งความทรงจำของเราสองคน และไปหาคุณแม่ ซึ่งคงเป็นสิ่งที่ยากที่สุด เพราะคุณพ่อสั่งคนให้คุ้มกันบ้านที่คุณแม่อยู่ไว้อย่างแน่นหนา

          ผมนอนเหมือนผีตายซาก อยู่ในห้องเล็กๆ ของผม ไม่กินไม่นอน ผมที่ไม่รู้ความหมายของการมีชีวิตอยู่ แต่ก็ยังตายไม่ได้ ผมจะรอให้คุณแม่ไปก่อน แล้วผม จะตามคนที่ผมรักทั้งสองคนไป

          " ฉันจะพานายไป " ผมลืมตาขึ้นช้าๆ มองใบหน้าของคนที่มอบความหวังในการมีชีวิตให้แก่ผม 

          " แต่นายต้องทำตามที่ฉันสั่งนะ เข้าใจไหม " ผมมองหน้าพี่ชายอย่างไม่เข้าใจ พี่ชายที่นิสัยประหลาดของผม



          ผมคิดไปเองหรือเปล่านะ ช่วงนี้ผมรู้สึกแปลกๆ เหมือนกับมีคนกำลังตามผมอยู่ยังไงยังงั้น ผมเร่งรถเต็มสปีดเพื่อสลัดความรู้สึกนั้น ผมค่อนข้างตีนผีอยู่แล้ว ยากหน่อยนะพวกแฟนคลับ

          ผมมาถึงโรงพยาบาลที่มินอยู่ จอดรถและรีบวิ่งขึ้นไปยังห้องของมิน ใบหน้าของผมชานิดๆ เพราะตอนกลับบ้านไป ผมก็โดนตบไปหนึ่งที คงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร หาเรื่องลงกับผมเสมอตั้งแต่ผมเป็นเด็กแล้ว

          ผมเปิดประตูห้องมินเบาๆ ตอนนี้ดึกมากแล้ว ผมเดินไปข้างๆ เตียงของมิน จ้องมองใบหน้าที่น่ารักนั่น จมูกกับปากเล็กๆ ของมินทำเอาผมหมั่นเขี้ยวชะมัด อยากจะดึงจมูกนั่นแรงๆ จัง แต่ก็กลัวมินจะเจ็บ ผมนี่ก็ซาดิสม์ใช่เล่นนะ

          ผมก้มลงประทับริมฝีปากเบาๆ ที่หน้าผากของคนที่ผมรักอย่างอ่อนโยน ขนตาที่ยาวเป็นแพรนั่นกระตุกเล็กน้อยแบบแปลกๆ ทำให้ผมย่นคิ้วมองหน้าคนที่กำลังหลับอย่างละเอียดถี่ถ้วน หนอยย ร้ายจริงๆ นะเนี่ย ผมละยอมเขาเลย ไอ้เด็กขี้อ่อยนี่ ผมอมยิ้มขำเมื่ออยู่ดีๆ ปากเล็กๆ นั่นก็ยื่นออกมาเหมือนเจ้าหญิงที่รอให้เจ้าชายมาจุมพิต ได้เลยจ้าป๋าไอจัดให้

          " โอ้ยยย " ผมดีดปากเล็กนั่นเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว แต่คนโดนดีดนี่สำออยสุดๆ อยากขยำขยี้ให้สาแก่ใจจริงๆ

          " สำออยๆ ดีดเบาๆ ทำร้องลั่น " ผมบีบจมูกเล็กๆ นั่นอีกทีด้วยความหมั่นไส้

          " ไอคนใจร้าย " มือเล็กนั่นหยิกแขนผมซะแรงเชียว ผมเลยฉวยโอกาสจับมือนั่นมาจุฟซะเลย ไอ้เด็กขี้อ่อยรีบดึงมือกลับพร้อมถลึงตาใส่ แหม น่ากลัวจริงจริ๊ง

          ผมนั่งลงข้างๆ เตียงมินและเท้าคางจ้องมองหน้าคนที่ทำหน้าบูดอย่างอารมณ์ดี 

          " แก้มนั่น โดนอะไรมาครับ " ผมรีบหันหน้าหลบอย่างรวดเร็ว แย่ละ มันเห็นชัดขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย ผมไม่อยากให้มินเป็นกังวล
         
          " พี่พริ้นเหรอครับ พวกพี่ทะเลาะกันเหรอ " ผมหันหน้ากลับมาและส่ายหน้าช้าๆ 

          " ไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอก " ผมพูดพร้อมส่งยิ้มให้มิน ที่ตอนนี้กำลังทำหน้างงอยู่ น่ารักเกินไปแล้ว

          " นอนได้แล้ว ไม่นอนเดี๋ยวจะจบแบบเมื่อคืน " ผมพูดยั่วคนตัวเล็กที่กำลังทำหน้าแบบมีความหวังซะงั้น

          " จบแบบที่มีคนนอนกลิ้งกับพื้นน่ะเหรอ " เด็กขี้อ่อยพูดไปหัวเราะคิกคักไป หึ่ม เมื่อคืนกำลังเข้าได้เข้าเข็ม เจือกมีไอ้บ้าเข้ามาขัดซะได้ อย่าให้พ่อเจอ ต้องจัดให้ยับ

          " เอาหน้ามาใกล้ๆ หน่อยย " เด็กขี้อ่อยตอนนี้เปลี่ยนเป็นเด็กขี้อ้อนซะแล้ว ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดแล้วหลับตาลงอย่างรอคอย จะจูบสินะ เอาสิ เดี๋ยวต่อให้ยาวๆ

          " โอมเพี้ยงง แผลจงหายย จ๊วฟฟฟ " ผมลืมตาขึ้นเพราะว่าเด็กน้อยนี่กำลังจูบแก้มที่เป็นรอยช้ำของผมแบบเต็มแรง แถมเลียซะด้วย 

          " แบบนี้แผลแทนที่จะหาย ขี้กรากอาจขึ้นแทนนะเนี่ย " ผมแกล้งบ่นแต่อมยิ้มขำไอ้เด็กเกรียนนี่ โอ้ย พระเจ้า อยากฟัด นิ่งไว้ เย็นไว้ไอ้เสือ

          " เชอะ งั้นขี้กรากก็คงจะขึ้นตัวผมมากกว่ามั้ง " มินพูดพร้อมสะบัดบ็อบใส่ อ๋อที่ผมเลียตัวของมินเมื่อคืนอ่านะ หึ ผมพยายามไม่คิดครับเดี๋ยวมังกรจะตื่น ฮ่าๆ

          " อะไร พูดแบบนี้แปลว่าอยากโดนอีก " ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้ พร้อมกระซิบเบาๆ

          " เรื่องสิ ไปไกลๆ เลย " มินดันหน้าผมซะแทบหงายหลังแล้วลงไปนอนหันหลังให้ผม

          ผมค่อยๆ คลานขึ้นเตียงมินอย่างช้าๆ ห้องของมินไม่ใช่ห้องคนป่วยแบบธรรมดาหรอกครับ แต่เป็นห้องที่ดีที่สุดในโรงพยาบาลแล้ว เตียงเลยเป็นแบบที่กว้างมากๆ ผมเลยขึ้นไปนอนได้แบบสบายๆ เชียว

          ผมค่อยๆ กอดมินที่นอนตะแคงหันหลังให้ผมอย่างช้าๆ แต่มินไม่ได้โวยวายไล่ผม นี่ยั่วกันอีกแล้วเหรอ ผมกอดมินเอาไว้ ดึงเข้ามาแนบตัว มินก็ขยับตัวให้ตัวเองสามารถเข้ามาชิดผมได้มากที่สุดเหมือนกัน ผมก้มลงหอมเส้นผมที่ละเอียดอ่อนสวยงามนั่น กลิ่นหอมของตัวมินที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ผมมีความสุขเหลือเกิน ผมอยากอยู่ในช่วงเวลานี้ให้นานแสนนาน ขอแค่เพียงเราสองคนอยู่ด้วยกันแบบนี้ก็พอแล้ว

          " พี่รักมินนะ "

          ผมกระซิบถ้อยคำที่แสนสำคัญแผ่วเบาให้คนที่ผมรักหมดหัวใจได้ฟัง มินไม่ได้พูดอะไร แต่ตัวสั่นน้อยๆ เหมือนกำลังร้องไห้อยู่

          ผมกอดมินไว้แน่นขึ้นอีกนิด ให้รู้ว่าผม จะไม่มีวันทิ้งคนที่ผมรักให้รอคอยผมอีกแล้ว ผมจะขอโอกาสอีกสักครั้ง อุทิศชีวิตให้ความรักครั้งนี้


คราวนี้ผมจะปกป้องคนที่ผมรักเอาไว้ให้ได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2018 16:14:06 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
แอบเชียร์ให้เกลียวคู่ฮยอง 555555555
มินคงฝั่งใจกับเด็กในอดีตมากเลยสินะ คงคิดว่าเป็นพี่พริ้นเต็มที่ถึงขนาดเขาสันดานเสียขนาดนั้นยังรักเขาอยู่ได้ น้อยใจแทนพี่ไอแล้วนะ หึ อยากให้รู้ความจริงเร็วๆ ว่ามันไม่ใช่พี่พริ้นนนน
คนแก่ร่วมหนับหนุนด้วยคน :katai2-1:
:z1:  :z1: :laugh:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
 :hao5: ต่างคนต่างเข้าใจผิด  :hao5:

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 33 ไม่มีอีกแล้ว


          เมื่อคืน เป็นคืนที่พิเศษที่สุด ถ้อยคำที่พี่ไอบอกกับผม มันทำให้ชีวิตของผมมีความหมาย ผมอยากจะบอกพี่กลับไปเหลือเกินว่าผมนั้นก็รักพี่ แต่ผมก็ยังพูดออกไปไม่ได้ ผมร้องไห้ด้วยความดีใจและความกลัว ผมกลัวว่าถ้อยคำรักที่พี่บอกผมนั้น มันจะไม่ได้หมายถึงผม แต่เป็นคนที่พี่เฝ้าคิดถึงเขา ผ่านทางตัวผม

          ในที่สุดก็จะได้ออกจากที่นี่สักที ผมเบื่อกลิ่นยาเต็มทนแล้ว แต่ที่น่าแปลกก็คือ พี่ไอหายไปก่อนผมจะตื่น และกลายเป็นพี่พริ้นที่นั่งรอผมอยู่ข้างๆ เตียงแทน

          " พี่ช่วยเก็บของนะ แล้วเราไปกัน " พี่พริ้นช่วยผมเก็บของเตรียมตัวออกจากที่นี่ด้วยรอยยิ้มสดใส

          " แล้ว..พี่ไอละครับ " พี่พริ้นเงยหน้ามองผมด้วยสีหน้าแปลกใจ

          " เดี๋ยวนี้เราสนิทกับไอจังเลยนะ มีเรื่องอะไรดีๆ หรือเปล่า เล่าให้พี่ฟังได้นะ " พี่พริ้นพูดพร้อมส่งยิ้มให้ผม

          " คือ เปล่าครับ ไม่มีอะไร ผมแค่สงสัยเพราะว่าพวกพี่ชอบไปไหนด้วยกัน " ผมที่ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร เลยตอบแบบเลี่ยงๆ ไปก่อนดีกว่า

          " วันนี้ไอติดธุระน่ะ แต่เดี๋ยวก็มาแหละ พี่บอกไอแล้ว ว่าพี่จะไปส่งมินที่หอเอง "


          ผมนั่งรถมากับพี่พริ้น ตลอดทางพี่พริ้นก็ชวนคุยอะไรไปเรื่อย เป็นคนที่อบอุ่นจังเลยนะ แต่ก็ดูเหมือนซ่อนอะไรบางอย่างไว้ในเวลาเดียวกัน

          ไม่นานผมก็มาอยู่หน้าหอพักของผม คิดถึงจังแฮะ ผมกำลังจะหิ้วกระเป๋าแต่พี่พริ้นก็ดึงมันไปจากผม

          " เอ่อ พี่พริ้นส่งแค่นี้ก็ได้ครับ ผมเกรงใจ " ผมพูดด้วยความสัตย์จริง แค่พี่มาส่งนี่ผมก็ดีใจสุดๆ แล้วฮะ

          " ไม่ได้ เดี๋ยวพี่เอาขึ้นไปให้ มินไม่ควรออกแรงมากนะช่วงนี้ " พี่พริ้นพูดพร้อมสะพายกระเป๋าที่ไหล่ กระเป๋าลูกใหญ่กลายเป็นลูกเล็กไปเลย

          ผมเดินนำพี่พริ้นขึ้นไปด้วยความเงียบ มีเพียงเสียงฝีเท้าของเราสองคนเท่านั้น จนในที่สุดผมก็มายืนอยู่หน้าห้องของผม ผมเปิดประตูให้พี่พริ้น แต่พี่พริ้นทำมือให้ผมเข้าไปก่อน

          ห้องยังคงเหมือนเดิม สงสัยฮยองจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดให้ ห้องเล็กๆ ที่น่าอยู่ของผม

          " ห้องน่ารักดีนะ " พี่พริ้นวางกระเป๋า และมองไปรอบๆ อย่างสนใจ

          " รกนิดหน่อยนะครับ ผมเป็นพวกติสๆ หน่อย " ผมหัวเราะแหะๆ ด้วยความเขินห้องตัวเอง

          พี่พริ้นเดินไปรอบๆ ห้อง มองข้าวของของผมที่เรียงรายอยู่ในชั้น ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มตลอดเวลา

          ตายล่ะ ผมรีบวิ่งไปตะครุบสมุดไดอารี่ของผมที่ผมชอบเขียนมันเอาไว้ด้วยความไวแสงพร้อมยิ้มกลบเกลื่อน แต่พี่พริ้นก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ส่งยิ้มกลับมาเท่านั้น

          " ชอบพวกของเกาหลีเหรอ " พี่พริ้นหันมาเลิกคิ้วถาม

          " เอ่อ คือใช่ครับ พี่แจอินชอบซื้อมาฝากครับ " พี่พริ้นยังคงเดินไปรอบๆ ห้อง หยิบจับของจุกจิกต่างๆ ของผมอย่างสนใจ แต่เมื่อเดินไปเรื่อยๆ อยู่ดีๆ กลับหยุดชะงัก พร้อมหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งขึ้นมา มันเป็นผืนที่ผมยังนึกไม่ออกว่าได้มาจากไหน สีหน้าพี่พริ้นเปลี่ยนไป บรรยากาศรอบๆ ตัวก็ดูน่ากลัวขึ้นด้วย ผมเริ่มรู้สึกว่า พี่พริ้นนั้นกำลังสงสัยอะไรบางอย่าง เพราะพี่พริ้นเงียบและจ้องมองผ้าผืนนั้นอยู่นานเลยทีเดียว

          " มิน ยังชอบพี่อยู่หรือเปล่า " พี่พริ้นที่เงียบไปหลายนาที อยู่ดีๆ ก็ถามคำถามแบบนี้ออกมาตรงๆ ผมได้แต่ตกใจ และทำอะไรไม่ถูก ผมจะพูดยังไงดีนะ 

          " พี่เป็นคนสำคัญของผม ผมชื่นชมพี่ตลอดมาครับ " ผมพูดเรื่องจริง เพราะพี่นั้นสำคัญกับผมจริงๆ

          " งั้นเหรอ " พี่พริ้นพูดด้วยเสียงที่เย็นเฉียบไม่เหมือนพี่พริ้นปกติเลย

          พี่พริ้นที่หันหลังอยู่ ตอนนี้เดินมาหาผมเรื่อยๆ อย่างช้าๆ จนผมต้องก้าวถอยหลังด้วยความหวาดหวั่นในใจ
         
          " พ..พี่มีอะไรหรือเปล่าครับ " พี่พริ้นตอนนี้ไม่มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าอีกแล้ว กำลังทำหน้าเหมือนกำลังไม่พอใจผม

          " มินชอบพี่หรือเปล่า " พี่พริ้นถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเย็นชา และเดินเข้ามา จนผมต้องก้าวถอยหลังออกไปเรื่อยๆ

          " ผม..." ผมกลัวพี่พริ้นจริงๆ พี่เป็นอะไรไปอีกแล้ว ผมกำลังทำอะไรผิดงั้นเหรอ

          " ตอบไม่ได้เหรอ กำลังลังเลสินะ " พี่พริ้นพูดพลางเลิกคิ้วถามด้วยใบหน้าเรียบเฉย

          " มันไม่ใช่แบบนั้นครับ " ผมส่ายหน้าช้าๆ พี่คงกำลังเข้าใจอะไรสักอย่างผิดไปแน่ๆ

          " ไหนๆ เราก็เป็นแฟนคลับพี่มานานใช่ไหมล่ะ มินเนี่ยพิเศษที่สุดเลยรู้ไหม วันนี้พี่เลยเตรียมของขวัญพิเศษสุดๆ มาให้ " พี่พริ้นยิ้มน้อยๆ อย่างน่ากลัวและยังไม่หยุดเดินเข้ามา

          " พี่พริ้นครับ พี่เป็นอะไรไป พี่ไม่ใช่คนแบบนี้นะครับ " ผมพูดพลางส่ายหน้าช้าๆ 

          " ไม่ใช่แบบนี้งั้นเหรอ ฮ่าๆๆๆ " พี่พริ้นระเบิดหัวเราะจนผมสะดุ้งตกใจ เป็นเสียงหัวเราะที่กรีดลึกไปถึงหัวใจ เหมือนกับว่าคำพูดของผมนั้น มันน่าขันซะเหลือเกิน

          ผมที่ได้จังหวะตอนที่พี่พริ้นปิดหน้าและหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ก็รีบวิ่งไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีมือที่แข็งแรงสุดๆ มาล็อคตัวผมไว้และลากผม โยนขึ้นไปบนเตียงอย่างแรง จนผมจุกจนตัวงอ

          ผมงอตัวก้มหน้าลงกับเตียง น้ำตาไหลออกมาไม่ขาดสาย ไม่ใช่ว่าผมเจ็บที่โดนโยนหรอกนะครับ แต่ผมเจ็บใจ เพราะคนที่ผมคิดว่าเป็นคนสำคัญของผม ตอนนี้กลับทำร้ายผมได้ลงคอ 

          " ร้องไห้งอแงเป็นผู้หญิงไปได้ ฉันละเกลียดจริงๆ " พี่พริ้นพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

          " พี่..ไ..ม่.ใช่ " ผมร้องไห้สำลักน้ำตาออกมาอย่างเจ็บปวด  พี่ไม่ใช่คนที่ผมเคยรู้จักอีกแล้ว

          " ปกติไม่เล่นกับผู้ชายหรอกนะ รู้ไว้ซะ " พี่พริ้นพูดพลางค่อยๆ ถอดเสื้อออก ทำให้ผมลุกขึ้นมาอีกครั้งด้วยความกลัว เพราะรู้ว่าตัวเองกำลังจะโดนทำอะไร ผมพยายามคลานหนีลงจากเตียง แต่พี่พริ้นที่ถอดเสื้อทิ้งไว้กับพื้นก็ขึ้นมาจับตัวผมไว้ ผมแทบไม่มีแรงดิ้นรนด้วยซ้ำ เพราะผมนั้นเสียใจ ความเสียใจมันทำให้ผมอ่อนแอ

          พี่พริ้นจับผมกดหน้าลงกับเตียง และมัดมือของผมไขว้หลังไว้ ผมยังคงร้องไห้จนตัวสั่นด้วยความกลัว พี่พริ้นนั้นดูคล้ายกับพี่ไอมาก แต่การกระทำนั้นกับต่างกันราวฟ้ากับเหว

          ผมเฝ้ามองพี่ เฝ้าคิดถึงพี่มานานแสนนาน แต่วันนี้มันได้สิ้นสุดลงแล้ว พี่คงไม่ใช่ผู้ชายที่ผมตามหาอีกแล้ว คนที่บอกว่าจะอยู่เพื่อผม คงไม่มีอีกต่อไปแล้ว


นี่คือจุดจบของเด็กผู้ชายคนนึงที่โง่งมงายไปเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2018 16:15:44 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
พี่ไอมาช่วยน้องเร็ววววววว  อีพี่พริ้น เลวเสมอต้นเสมอปลาย มินถึงเวลาแล้วที่ควรเกลียดพี่พริ้นสักที  :katai1:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
ผ้าเช็คหน้าผืนนั้น  มาจากไหนหว่า คนแก่นึกไม่ออก  :undecided:

ไง หลานไอมาช่วยหลานมินด่วน  :dont2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 34 คำถามที่อยู่ในใจมานานแสนนาน


          พี่พริ้นมัดผมแน่นขึ้น และใช้มีดพกของตัวเองค่อยๆ กรีดลงบนเสื้อเชิ๊ตตัวบางของผม ผมขอโทษนะครับพี่ไอ ผมมันโง่เองที่ไม่เชื่อพี่ พี่ไอปกป้องผมเสมอ แต่ตอนนี้ ผมกำลังทำตัวเอง

          พี่พริ้นไม่พูดอะไร ยังคงตั้งหน้าตั้งตากรีดเสื้อผ้าผมเงียบๆ และจับผมพลิกนอนหงายขึ้นมา 

          " ย..อย่า " ผมร้องห้ามอย่างหมดแรง พี่พริ้นแค่จ้องหน้าผม และเริ่มก้มลงซุกไซร้ที่คอของผมอย่างช้าๆ แต่แรงจูบกับรุนแรง จนผมเจ็บไปหมด ผมดิ้นไปมาและเริ่มร้องไห้อีกครั้ง

          " เงียบ! " พี่พริ้นตะโกนใส่ผมด้วยความโมโห พี่พริ้นจับหน้าผมเอาไว้และประกบปากผมอย่างรุนแรง ผมปิดปากแน่น ไม่ให้สิ่งใดลุกล้ำเข้าไปได้ ผมที่ทั้งกลัวและสับสน ลืมตามองคนตรงหน้าด้วยดวงตาที่พล่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตา ผมกำลังนึกถึงคำถาม ที่พี่ถามผมก่อนหน้านี้ และผมจะต้องพูดมันออกไป

          " ผมรักพี่ไอ "

          ผมพูดหลังจากพี่พริ้นปล่อยปากผมให้เป็นอิสระ พี่พริ้นหยุดทุกอย่างและจ้องมองผมเงียบๆ นานหลายนาที


          แล้วอยู่ๆ พี่พริ้นก็ลุกขึ้นใส่เสื้ออย่างรวดเร็ว ทำเอาผมที่นอนอยู่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความโล่งอกและงงงวย เป็นความรู้สึกที่หลากหลายเหลือเกิน 

          " ขอบอกอะไรไว้อย่างนะ ไอน่ะมีคนที่รักอยู่แล้ว และยังไม่เคยลืมซะด้วย และคิดว่าคงไม่มีวันลืม " ผมมองพี่พริ้นที่ตอนนี้กำลังแกะเชือกให้ผม พี่พริ้นตอนนี้ เหมือนเป็นพี่พริ้นคนละคนกับที่ผมเฝ้ามองมานานแสนนาน และก็ไม่ใช่คนที่น่ากลัวแบบเมื่อกี้ด้วย แต่คงเป็นพี่พริ้น ที่เป็นตัวพี่พริ้นจริงๆ 

          และคำพูดของพี่พริ้นทำให้ผมยิ้มอย่างเศร้าสร้อย 

          " ผมน่ะรู้มาตั้งนานแล้วครับ พี่ไอมักจ้องมองผมเหมือนกับว่ากำลังมองใครบางคนที่ไม่ใช่ผมอยู่ " ผมยิ้มและน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่จำเป็นต้องเก็บเอาไว้ แต่ผมก็ยังหวัง ว่าพี่เค้าจะรักผมจริงๆ รักผมที่เป็นผม 

          " พี่พริ้นครับ ทำไมพี่ถึงทำแบบนี้เหรอครับ " ผมที่ตอนนี้หายกลัวแล้วอยากรู้เหตุผลจริงๆ เหลือเกิน แต่พี่พริ้นกับนิ่งและเงียบไป เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

          ผมรวบรวมความกล้าครั้งสุดท้าย พูดสิ่งที่ผมคิดว่าจะเก็บไว้ในใจไปจนตายออกมา ตอนนี้ผมไม่สนอีกแล้ว

          " พี่คือคนที่ช่วยผมเอาไว้เมื่อ 8 ปีก่อนหรือเปล่าครับ " ผมตัดสินใจถามพี่พริ้นออกไปตรงๆ ผมกำผ้าปูที่นอนแน่นรอคอยคำตอบที่ผมนั้นเชื่อมั่นมาตลอด 8 ปี 

          " แบบนี้เองสินะ " พี่พริ้นพูดออกมาเบาๆและไม่ได้พูดอะไรต่ออีก แต่กลับยิ้มออกมาเหมือนกับว่าโลกนี้มันช่างสดใสสวยงามเหลือเกิน และออกไปจากห้อง โดยไม่ตอบคำถามของผม


          ผมนั่งอยู่ที่ระเบียงห้อง เฝ้าคิดถึงคำพูดต่างๆ ของพี่พริ้น ผมที่ผ่านความน่ากลัว เสี่ยงภัยและงงงวยมาสุดๆ และผมก็แทบไม่เข้าใจในสิ่งที่พริ้นทำเลยสักนิด แต่ผมก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เอาเถอะ ผมจะถามพี่คราวหน้าละกัน ตอนนี้พี่คงไม่ใส่หน้ากากกับผมแล้วใช่ไหม

          " ไม่ระวังตัวเหมือนเคยนะคุณหนู " อึ๋ยย ผมรีบหดคอแทบไม่ทัน เพราะพี่พริ้นทำรอยเอาไว้ซะชัดเจนเชียว ถ้าฮยองมาไวกว่านี้อีกนิด พี่พริ้นคงเป็นโจ๊กแน่ๆ

          " เอ่อ ฮยองไปไหนมาครับ ผมไม่ค่อยเห็นเลย " ฮยองทำหน้ารำคาญผมอีกแล้ว

          " ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ คุณหนูจำอะไรได้อีกไหม คืนที่ถูกลักพาตัว " ผมที่อยากจะลืมกลับต้องนึกอีกแล้วสินะ 

          " เอ่อ มีสองคน เสียงเหมือนยังหนุ่มๆ อยู่ แล้วก็... " 

          " เรื่องสองคนนั้นไม่ต้องแล้วครับ " ผมทำหน้างงงวยกับคำพูดฮยอง 

          " ฮยองจับพวกมันได้แล้วเหรอ มันอยู่ที่ไหน ผมจะไปฆ่ามัน " ผมลุกขึ้นพรวด เขย่าเสื้อฮยองอย่างตื่นเต้น

          " พวกมันตายตั้งแต่คืนแรกแล้ว " ผมปล่อยเสื้อฮยอง และนั่งลงช้าๆ อีกครั้ง

          อย่างงั้นเหรอ เสียงปืนสองนัดที่ได้ยินตอนนั้น คือฮยองหรอกเหรอ ยังไงผมก็ยังไม่ชินกับการฆ่าคนของฮยองสักที มันทำให้ผมนั้นคิดจริงๆ ว่า คนพวกนั้นเลวทรามขนาดที่ต้องฆ่ามันเลยเหรอ แต่ว่าถ้ามันไปทำแบบนี้กับคนอื่นล่ะ ปวดหัวจัง

          " พวกมันไม่ได้เป็นมืออาชีพ แต่ถูกสั่งการโดยพวกมืออาชีพ ถ้าคุณหนูนึกอะไรออกอีก ก็บอกผมละกัน " 

          เด็ก ผู้ชายคนนึง แล้วก็ผ้าเช็ดหน้า ใช่แล้ว ผ้าเช็ดหน้าลายแปลกๆ ที่คล้ายกับที่ผมนั้นมีผืนนึง

          " ผ้าเช็ดหน้า " ผมพูดทันทีที่นึกออก

          " ผ้าเช็ดหน้าแบบไหนงั้นเหรอครับ " ผมเดินไปหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นมาให้ฮยองดู

          " มันเป็นแบบสั่งปักพิเศษ พวกผู้ดีทั้งหลายชอบใช้กัน " ฮยองพูดเบาๆ และวิเคราะห์อย่างเชี่ยวชาญ

          " ใครเป็นคนให้คุณหนูมางั้นเหรอครับ " ผมส่ายหน้าให้กับคำถามนั้น มันเป็นสิ่งที่ผมนึกยังไงก็นึกไม่ออกจริงๆ

          Rrrr Rrrr

          ผมกดรับแบบไม่ได้มองหน้าจอด้วยความรีบร้อน 

          " ไปหาไรกินกัน รอล่างหอ " ผมยิ้มหน้าบานเป็นกระด้งด้วยความดีใจ งืออ คิดถึงสุดๆ 

          " เชอะ ไม่หิวสักหน่อย " ปากพูดอย่างนั้น แต่ตอนนี้ผมวิ่งไปทั่วห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจฮยองที่ยืนทำหน้ามุ่ยอยู่ที่ระเบียง

          " ฮยอง เดี๋ยวผมมาน้า " ผมวิ่งไปหาฮยอง เอาหัวไถสองสามทีอย่างออดอ้อนและวิ่งเร็วจี๋ลงบันไดทีละ 3 ขั้น แต่พอมาถึงชั้นล่างสุด กลับเดินช้าๆ ชมนกชมไม้ แบบผู้ดีศรีสยาม

          รถ BMW คันเดิมจอดอยู่ เรียกความสนใจแก่คนแถวนี้ไม่น้อย พร้อมกับเจ้าของรถที่เด่นซะเหลือเกิน

          " ขึ้นรถสิ " พี่ไอเดินมาเปิดประตูให้ผมครับ เดี๋ยวนี้บริการดีแฮะ

          ผมนั่งอยู่ในรถคันเดิม บรรยากาศเดิมๆ แต่ความรู้สึกแปลกใหม่ ตัวผมที่คิดถึงเรื่องเมื่อคืนก็หุบยิ้มไม่ลงเลยครับ พี่ไอจะรู้หรือเปล่าน้า หึ่ยย สงบสติอารมณ์หน่อย เผื่อจะได้ยินคำว่ารักอีกสักรอบ ผมนั่งอมยิ้มโยกตัวไปมาอย่างอารมณ์ดี แต่พอคิดถึงเรื่องที่พี่พริ้นทำ ผมก็หน้ามุ่ยอีกรอบด้วยความไม่เข้าใจ 

          " ใส่เสื้อแบบนี้มาไม่ร้อนหรือไง " ผมรีบหดคอแบบด่วนจี๋ ใจเต้นระรัวด้วยความกลัว

          " รู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ อ่ะ เลยใส่แบบนี้มา เผื่อๆ ไว้ " 

          " ไม่สบายเหรอ กลับเถอะแบบนั้น เดี๋ยวจะยิ่งแย่ " พี่ไอเปลี่ยนสีหน้าเป็นซีเรียสขึ้นมาซะงั้น 

          " ไม่อาว ไม่กลับ " ผมที่ติดชอบอ้อนฮยอง เริ่มมาเผลออ้อนพี่ไอด้วยซะแล้ว 

          " ก็ได้ ก็ได้ แล้วไปไหนกันดีนะ " พี่ไอถามผมแบบขอความคิดเห็น 

          " ไปไหนก็ได้ " ผมยิ้มให้พี่ไอ ที่หันมายิ้มให้ผม ใช่แล้วล่ะ ไปที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น ขอแค่มีพี่ไออยู่ด้วยก็พอ

          ไม่นานผมก็มาถึงสถานที่หนึ่งที่ผมไม่เคยมา มันเป็นเหมือนงานวัด แต่ไม่ใช่งานวัดของไทยนะครับ ซึ่งจริงๆ แล้วมันคืองานวัดหรืองานเทศกาลจำลองของญี่ปุ่น ผมที่ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้เท่าไหร่นัก ก็เลยวิ่่งพล่านไปมา จนพี่ไอวิ่งตะครุบจนเหนื่อย ฮ่ะๆ ผมคิดว่าพี่ไอคงจะคิดถึงบ้านละมั้ง เพราะบ้านพี่ไอจริงๆ อยู่ที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แต่พี่ไอบอกว่ามีเหตุผลบางอย่าง ที่ทำให้กลับไปไม่ได้

          ผมมองหน้าพี่ไอที่กำลังมองเหล่าโคมไฟประดับงาน ด้วยสายตาที่ดูเศร้าเหลือเกิน 

          " เอ่อคือ พ..พี่ไอ " พี่ไอที่กำลังมองร้านขนมอยู่หันควับมาหาผมแบบที่ผมยังตกใจ 

          " เรียกพี่ได้แล้วเหรอ " พี่ไอขยี้หัวผมอย่างกวนประสาท

          " เชอะ ไม่เรียกดีกว่า " ผมแกล้งทำหน้าบู้อย่างไม่พอใจ

          " โอ๋ๆ เรียกเถอะนะ พี่ชอบ " พี่ไอยื่นหน้าเข้ามาใกล้พร้อมส่งยิ้มหวานมาให้ โอ้ยย จะละลายแว้ว

          " หรือจะเรียก ฮิเดกิซัง ดีป่ะ " พี่ไอทำหน้าบูดอย่างรวดเร็ว 

          " ห่างเหินเกินไป ไม่เอา " หึหึ 

          " หรือจะเป็น ไอคุง ไอซัง โอ..นี่จาง " ไอ้คำสุดท้ายทำเอาผมเขินแฮะ แต่เห็นเด็กๆ ชอบเรียกพี่ไอว่าโอนี่จังแล้วดูน่ารักดี

          " คำสุดท้าย ไว้เรียกตอนอยู่บนเตียงนะ " อ้ากก พี่ไอกระซิบใส่หูผมด้วยเสียงกระเส่าสุดๆ ไม่น่าเลยผม พลาดซะแล้ว

          ผมแก้เขินด้วยการเดินไปนั่งช้อนปลาทองเล่น แต่ก็ช้อนไม่ได้สักตัวเลย ฮืออ ยากไปแล้ว ขณะที่พี่ไอ ช้อนปลาทองได้ทุกตัวจนเต็มที่ใส่ กะให้ร้านเขาล่มจมเลยทีเดียว แต่สุดท้ายพวกเราก็ไม่ได้เอาปลากลับมาครับ แค่เล่นสนุกๆ เฉยๆ ผมที่เล่นจนเหนื่อยก็วิ่งหาของกิน และได้มาหลายอย่างเลย ทั้งยากิโซบะ ทาโกยากิ ซูชิ ผมกินอย่างเต็มคราบ ในขณะที่พี่ไอกินน้อยและเอาแต่จ้องมองผม

          พวกเรากินเสร็จแล้วแต่ผมก็ยังคงแทะแอปเปิ้ลเคลือบน้ำตาลต่อไป เพราะมันดูน่ากินดี พี่ไอก็มาแย่งกัดไปด้วย ทำเอาใจเต้นแรงเลย ข่นบ้า

          ' ฟิ้ววว! ปัง!'

          ผมกับพี่ไอนั่งกันอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำ พร้อมเงยหน้ามองดูพลุที่สว่างไสวสวยงาม ผมอยากจะเก็บช่วงเวลานี้ไว้ในใจตลอดไป ในขณะที่มือของเราสองคนยังเกาะกุมกันไว้อยู่ตอนนี้ ทุกๆ อย่างมันช่างดูสดใสงดงามไปหมด

          " แย่ละ เหมือนฝนจะตก รอพี่ตรงนี้ เดี๋ยวพี่กลับมา " ผมยิ้มและพยักหน้าให้พี่ไอ ที่กำลังรีบร้อนวิ่งไป

          ผมยังคงนั่งมองแม่น้ำและแสงสีอันสวยงามข้างหน้าอย่างอิ่มเอมใจ วันหลังชวนฮยองกับไอ้เกลียวมาดูด้วยดีกว่า 

          " มิน "

          ผมลุกขึ้นปัดกางเกงที่มีหญ้าติดอยู่ พร้อมหันไปมองพี่ไอที่กำลังถือร่มกันฝนใบใหญ่สีดำ และกำลังยื่นผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งให้กับผม

          เหมือนกับเวลาหมุนวนกลับไป แสงสีที่สวยงามกลับกลายเป็นสีเทา เสียงพลุที่ดังกึกก้องบนท้องฟ้านั้น ผมไม่ได้ยินมันอีกแล้ว มีแต่เพียงเสียงหัวใจของผมเท่านั้น ที่มันดังและสั่นไหวอยู่ภายใน ร่างกายชาไปทั่วร่าง ผมมองภาพตรงหน้า ภาพพี่ไอที่ทับซ้อนกับภาพพี่ไอในอดีตที่ถือร่มคันใหญ่ พร้อมยื่นผ้าเช็ดหน้าลายแปลกๆ นั้นมาให้ ในวันที่ผมนั่งรอพี่พริ้น อยู่ที่หน้าห้างในคืนฝนตก


ผมค่อยๆ ถอยหลังออกจากพี่ไอช้าๆ ด้วยแววตาที่เริ่มพล่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2018 16:18:13 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
ผ้าเช็คหน้าอีกแล้ว  :really2:

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 35 หัวใจที่เต้นช้าลง


          ' ไม่จริง ' ผมก้าวถอยหลังไปเรื่อยๆ อย่างหวาดหวั่น

          ' ไม่เห็นมีเหตุผลเลย ' 

          ' พี่ไอไม่มีทางทำแบบนั้น ' 

          ' แล้วทำไมถึง '

          ผมยังคงก้าวถอยหลังหนีผู้ชายที่ผมนั้นรักที่สุดในหัวใจ ผมพึมพำกับตัวเอง พยายามคิดและไตร่ตรองทุกอย่าง พี่มีส่วนเกี่ยวข้องงั้นเหรอ เพื่ออะไรกัน

          " มิน เป็นอะไรไป ไม่สบายหรือเปล่า " พี่ไอที่รับรู้ได้ถึงอาการแปลกไปของผม รีบก้าวเดินตามมาและดึงผมเอาไว้ ผมสายหน้าช้าๆ และดึงมือของพี่ไอออกจากแขนของผม พี่ไอมองผมด้วยความไม่เข้าใจ และกำลังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ พี่ไอยังคงตามมาจับแขนผม และเขย่าตัวผมเหมือนต้องการให้ผมบอกว่าเพราะอะไร ผมถึงเป็นแบบนี้

          พี่ไม่รู้จริงๆ งั้นเหรอ ผมจะเชื่อใครดี แต่ว่าผมรักพี่ไอ มันจะต้องมีอะไรผิดพลาด 

          " ผ้าเช็ดหน้าของพี่ " พี่ไอมองผมด้วยสีหน้าที่หม่นหมอง

          " พี่เป็นพวกเดียว กับพวกที่จับตัวผม งั้นเหรอ " ผมพูดออกไปด้วยความยากเย็น เพราะผมนั้นกลัวและเสียใจจริงๆ

          หลังจากที่ผมพูดแบบนั้นออกไป สีหน้าพี่ไอจากที่เหมือนกำลังจะร้องไห้ ก็แปรเปลี่ยนไปเป็นใบหน้าที่โกรธเกรี้ยวสุดๆ แบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน พี่ไอไม่พูดอะไร แต่หันหลังและวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว


          ไอ


          ผมขับรถออกมาด้วยใจที่เดือดสุดๆ ผมจะฆ่ามัน ไอ้พี่สารเลว ต้องเป็นมันแน่ๆ ทำไม ทำไมกัน พี่ไม่เคยทำถึงขนาดนี้มาก่อน ทำไมต้องเป็นมิน พี่ก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าผมรักมิน ผมกำพวงมาลัยแน่น ผมนึกถึงสายตาของมินที่จ้องมองผมด้วยความหวาดกลัว มินที่ก้าวเดินไปจากผม มินที่รังเกลียดสัมผัสจากผม ผมทุบพวงมาลัยด้วยความโมโห

          ผมมาถึงบ้านด้วยความเร็วที่เหยียบมิด วิ่งเข้าไปในตัวบ้านตามหาคนที่มันทำเกินไปแล้ว มันมากเกินไปแล้ว 

          " พริ้น!!! ออกมาซะ " ผมตะโกนจนแม่บ้านตกใจจนตัวสั่น ผมไม่สนหรอก ผมจะคุยกับมันให้รู้เรื่อง

          เสียงรถยนต์จอดดับเครื่องอยู่หน้าบ้าน ทำให้ผมรู้ว่าเป็นมันแน่ๆ ผมรีบวิ่งออกไป มองเห็นพริ้นที่นั่งอยู่ในรถ กำลังมองผมด้วยความเคร่งเครียดเช่นกัน ผมเดินไปที่รถ เปิดประตูและลากมันออกมา และต่อยมันด้วยความแค้น

          " นี่ต่อยฉันเรื่องอะไรอีกล่ะ " พริ้นยังทำลอยหน้าลอยตา รอยยิ้มเย้ยหยันของมันยังอยู่บนใบหน้า

          " เรื่องลักพาตัวหวานใจแก หรือว่าเรื่องที่ฉันข่มขืนมัน " ผมมองคนตรงหน้า ผมไม่เข้าใจความคิดของพี่เลยสักนิด พี่มันบ้าไปแล้ว ผมต่อยพี่อีกหมัดด้วยความโมโหจนแทบเสียสติ และบีบคอพี่ด้วยแรงอารมณ์ แต่พริ้นไม่เคยโต้ตอบผมเลย บนใบหน้านั้นยังมีแต่รอยยิ้ม ทำไมกัน

          " แกเป็นบ้าไปแล้วหรือไง!!! " คุณพ่อที่วิ่งมาและถือปืนไว้ในมือ

          " แก ไอ้สารเลว ชั้นคงเอาแกไว้ไม่ได้ " ผมมองหน้าคุณพ่อที่ไม่เคยเข้าข้างผม และไม่เคยเห็นผมเป็นลูกด้วยความแค้น

          " อย่าต้องถึงขนาดนั้นเลยครับคุณพ่อ " พริ้นที่ไม่รู้ว่าออกไปจากกำมือผมเมื่อไหร่ กำลังพยายามแย่งปืนจากคุณพ่อ

          " พริ้น!!! แกพอได้แล้ว คราวนี้แกปกป้องมันไม่ได้หรอก " 

          " ใจเย็นๆ ก่อนเถอะครับ "

          " ไอรีบขอโทษคุณพ่อสิ " ผมยืนมองคนสองคนที่ผมไม่อยากยุ่งด้วยอีกแล้วด้วยน้ำตา 

          " ไม่ " ผมพูดออกไปอย่างเย็นชา

          " ไอ ไปซะ " พริ้นไล่ผมให้ออกไปจากตรงนี้เหมือนทุกทีที่มีเรื่อง

          " จับมันไว้ แล้วโยนไปไว้ในคุกใต้ดินซะ " ผมที่ได้ยินคุณพ่อพูดแบบนั้นแต่ขากับไม่มีเรี่ยวแรง ผมยืนอยู่เฉยๆ รอให้บอดี้การ์ดของบ้านพาผมไป

          ผมนั่งอยู่ในห้องขังของบ้าน ครุ่นคิดถึงสิ่งต่างๆ ผมเชื่อฟังพี่เสมอ ผมบอกว่าความคิดของพี่ครั้งนี้มันผิด แต่พี่ไม่เคยเชื่อผม พี่ทำเกินไปแล้ว ครั้งนี้ผมไม่มีวันให้อภัยพี่

          " ไอ " ผมมองพี่ชายด้วยแววตาที่บ่งบอกว่าอย่ามายุ่ง

          " อยู่แบบนี้ไปก่อนละกัน ปลอดภัยกว่า " ผมไม่ได้ยินคำสุดท้ายที่พี่พูด แต่จริงๆ ผมไม่สนหรอก ผมจะตายยังไงก็ช่าง

          " ทำแบบนี้ทำไม " ผมถามพี่ชายด้วยความโกรธเคือง แต่คำตอบที่ได้ก็คือความเงียบ 

          " นี่แกข่มขืนมินจริงๆ งั้นเหรอ " เป็นคำถามที่ผมใช้ความเป็นคนทั้งหมดในการเค้นคำพูด ผมกลัว กลัวคำตอบของพี่เหลือเกิน
         
          " ใช่ " ผมวิ่งใส่กรงอย่างแรง และพยายามยื่นมือออกไปหาไอ้เลวนี่ด้วยความโกรธที่เหนือคำบรรยาย

          " เราเคยคุยกันแล้วนี่ไอ ฉันก็มีเรื่องที่ต้องทำ ส่วนนายก็แค่ต้องฟังฉัน ฟังที่ฉันสั่งเท่านั้น " 

          " ไปตายซะ " ผมที่ตอนนี้จบสิ้นแล้ว กับความเป็นพี่น้องของเรา ผมจะไม่ฟังพี่อีก แต่มีอีกสิ่งที่ผมไม่เข้าใจ ทำไมพี่ถึงยังยิ้ม เรื่องที่พี่ทำกับผม มันทำให้พี่มีความสุขมากงั้นเหรอ นี่พี่เกลียดผมขนาดนี้เลยเหรอ

          ตอนนี้คงดึกมากแล้ว ผมที่ตอนนี้ยังอยู่ในกรง นั่งรอเวลาเพื่อที่จะออกไป ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยเข้ามาในนี้หรอก ที่นี่น่ะเหมือนกับเป็นห้องนอนที่สองของผม ผมมักก่อเรื่องและถูกส่งมาที่นี่เสมอตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว เพราะฉะนั้น ผมไม่สนหรอก ผมจะออกไป ไปหามิน

          ผมไขสะเดาะกลอนประตูด้วยความชำนาญ ปกติผมไม่เคยหนีหรอก ไม่มีเหตุผลให้ต้องหนี แต่คราวนี้ผมต้องไปหามิน บอกมิน ว่าจริงๆ แล้วมันเป็นยังไง และผมอยากรู้ว่ามินโดนพริ้นทำอะไรจริงหรือเปล่า ผมต่อยกรงเหล็กด้วยความแค้น เวลาที่นึกถึงเรื่องนี้ มินที่ผมนั้นรักและถนุถนอมเป็นอย่างดี แค่คิดก็เหมือนจะตายแล้ว

          แต่ผมก็คิดว่าแล้วทำไมมินถึงไม่พูดอะไรเลย ไม่ได้แสดงออกถึงอาการของคนที่ถูกขืนใจ ไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงอะไรเลย และมินไม่ใช่คนที่จะยอมทำเรื่องแบบนั้นง่ายๆ แต่ผมก็ต้องหยุดความคิดนั้นอีกที หรือเพราะว่ามินก็ชอบพริ้น ไม่ ไม่มีทางผมเชื่อใจมิน มันอาจมีอะไรมากกว่านั้น

          ผมตอนนี้กำลังวิ่งข้ามสวนหน้าบ้าน และพยายามปีนรั้วออกไป ที่นี่เป็นที่ที่ผมคุ้นเคย ไม่มีทางที่จะโดนจับได้ ยกเว้นไอ้พี่ชายโรคจิตของผม ผมต้องรีบ ก่อนมันจะรู้ตัว

          ผมวิ่งไปตามถนน ยังดีที่พกกระเป๋าตังไว้ ผมโปกแท็กซี่ และไปมหา'ลัย ไปที่หอมินอย่างเร่งด่วน รถจอดลงที่หน้าปากซอยหอมิน แต่ก็ยังไกลมาก ผมรีบวิ่ง วิ่งไปหามินโดยเร็วที่สุด

          Trrr Trrr

          โทรศัพท์ของผมสั่นอยู่ในกระเป๋า แต่มันไม่ใช่เวลาที่ผมจะต้องมารับโทรศัพท์ แต่ว่ามันก็ยังคงสั่นอยู่ตลอดเวลา ผมเลยคิดว่าอาจจะเป็นมิน  ผมหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า และก็เป็นมินจริงๆ มินโทรหาผม มินคงเข้าใจผมแล้วใช่ไหม มินไม่โกรธผมแล้วใช่หรือเปล่า

          " ฮัลโหลมิน " ผมรีบพูดด้วยหัวใจที่สั่นสะท้าน

          " ห..นีไป " ผมฟังไม่ถนัดเท่าไหร่ เสียงมินมีแต่ความสั่นกลัว

          " รีบหนีไป หนีไปพี่ไอ " มินละล่ำละลักรีบพูดด้วยความรีบร้อน

          " พี่อยู่แถวหอมินแล้ว พี่กำลังไปหา "

          " อะไรนะ ไม่ อย่ามา หนีไป " ผมไม่เข้าใจ ผมไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ทำไมผมจะต้อง

          " มิน พี่.. "


          ' ปัง!!! '


เสียงปืนที่ดังขึ้น และเสียงกรีดร้องของมินที่ดังมาจากที่ไกลๆ และหัวใจที่กำลังจะหยุดเต้นลง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2018 16:20:25 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
ค้างงงงงงงงงงงงงงงงงง  o7 :dont2: :sad2:

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 36 รอยยิ้มของพี่ชาย


          ไอ


          ผมที่หยุดนิ่งค้าง เข่าอ่อนทรุดลงบนถนนที่ไม่มีใครอยู่เลยนอกจากผม และคนอีกคนหนึ่งที่ผมนั้น ไม่คิดว่าจะเจอที่นี่ ผมคลานไปช้าๆ หาร่างของผู้ชายคนนึงที่นอนอยู่ตรงนั้น ของเหลวสีแดงกำลังไหลออกมาอย่างช้าๆ ทำให้ผมตัวสั่นเทาไปด้วยความกลัว

          " ทำ..ไ.ม " ผมไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะพูดออกมา ไม่นะ ไม่เอาแบบนี้ 

          " ทำไมถึงได้ " ผมน้ำตาไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ กุมมือคนตรงหน้าไว้ด้วยหัวใจที่สั้นสะท้าน

          " ข.อโท.ษ " พริ้นพูดออกมาด้วยความยากลำบาก ถ้าพี่ไม่อยู่ตรงนั้น คนที่นอนอยู่บนพื้นตอนนี้คงเป็นผม

          " หยุดพูดได้แล้ว ลุกขึ้น ลุกขึ้นสิ!  " ผมตะโกนแล้วพยายามดึงพี่ให้ลุกขึ้น แต่ก็ไม่สำเร็จ

          " ไม่ ไม่ ไม่ไม่เอาแบบนี้ อย่าล้อเล่นสิ! " ผมยังตะโกนใส่พี่ชายต่อไป

          " สัญญากันแล้วนี่ ว่าจะพาผมไปหาคุณแม่ " ผมที่ตอนนี้ร้องไห้และกอดพี่เอาไว้เหมือนเด็กน้อยที่เอาแต่ใจ

          " ข.อ.โท..ษ..ค.ง.ทำ.ต..า.ม.สั.ญ.ญา ไม่.ไ.ด้..แล้.ว " ผมที่ร้องไห้จนสะอึกสะอื้น ส่ายหน้าอย่างไม่ยอมรับความจริง

          " ทำไมถึงทำแบบนี้ พี่เป็นบ้าอะไร! " ผมตะโกนด่าพี่เพราะผมไม่เข้าใจสักอย่างที่พี่ทำ พี่มันบ้า มันโรคจิต

          " ดี.ใจ ด้.วย.น..ะ.ไอ " พริ้นยังคงพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

          " พูดบ้าอะไร ลุกขึ้นมานะ " ผมยังคงพยายามดึงพี่ให้ลุกขึ้น แต่พี่ก็ดึงผมเอาไว้เสมอ ผมร้องไห้กับอกของพี่อย่างไม่อายใคร ถึงพวกเราจะไม่ค่อยเข้าใจกัน แต่ผมก็เชื่อฟัง พี่เสมอมา

          ผมมองเห็นมินที่ร้องไห้จนตัวสั่นอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก แต่ว่าตอนนี้อะไรก็ไม่สำคัญแล้ว 



          " ฉันจะพานายไป " 

          " แต่นายต้องทำตามที่ฉันสั่งนะ เข้าใจไหม " ผมมองหน้าพี่ชายอย่างไม่เข้าใจ พี่ชายที่นิสัยประหลาดของผม

          " อะไรเหรอ " ผมถามพี่ชายว่าต้องการอะไร

          " ไม่ต้องถาม ทำตามที่ฉันสั่งก็พอ " ผมไม่เข้าใจ พี่กำลังแกล้งผมงั้นเหรอ พี่เกลียดผมใช่ไหม



          " กินข้าวซะ " ผมมองพี่ชายที่แอบเอาข้าวมาให้ผมอีกแล้ว

          " พริ้น!! ทำไมถึงทำแบบนี้ แม่สั่งว่ายังไง อย่าไปยุ่งกับมัน ทำไมถึงเป็นเด็กแบบนี้!! " ผมมองพี่ชายที่โดนตีและโดนดุแต่พี่กลับทำหน้านิ่่งเฉย

          " คุณแม่เกลียดคุณแม่ของไอ แต่ไอไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ "

          " แม่สั่งก็ต้องทำ!!! เข้าใจไหมพริ้น!!! บอกแม่มาว่าลูกเกลียดมันใช่ไหม!!! " ผมมองหน้าพี่ที่ขมวดคิ้วมุ่นแบบไม่พอใจ

          " ครับ ผมเกลียดไอ " แต่แววตาที่พี่มองมาทางผมกลับอ่อนลง


          พี่ชายที่บอกว่าเกลียดผม กลับเก็บผมไว้ใกล้ๆ ตัวเสมอ คงเหมือนกับได้คุมขังผมเอาไว้ ไม่ให้ผมได้เป็นตัวของตัวเอง พี่เป็นคนแปลกๆ ที่ร้ายและมีความคิดที่น่ากลัว พี่ไม่เคยไว้ใจใคร พี่บอกผมเสมอว่าทุกคนล้วนหลอกลวง พี่จะใส่หน้ากากยิ้มแย้มหลอกลวงเอาไว้ และชอบลองใจคน เพื่อให้แต่ละคนเผยตัวจริงออกมา ด้วยวิธีการที่ไร้หัวใจทุกรูปแบบ

          " ทุกคนที่เข้ามาหาเราก็เพราะชื่อเสียงเงินทองและหน้าตาเท่านั้น อย่าโง่ให้พวกมันหลอก " พี่มักพูดแบบนี้กับผมเสมอ บอกให้ผมสวมหน้ากากของความหยาบคาย เพื่อปิดบังตัวตนของผม

          ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน ผมมักจะเผลอต่อยพี่เสมอ แต่น่าแปลกที่พี่ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะตอบโต้กลับมา ไม่เคยเลยแม้แต่ครั้งเดียว จนเมื่อมินเริ่มเข้ามา พริ้นก็ยังยึดติดกับความเชื่อมั่นเดิมๆ ว่ามินนั้นก็เหมือนกับคนอื่นๆ ที่ผ่านเข้ามา แต่ผมคิดว่าไม่ มินนั้นแตกต่างจากคนอื่น มินชอบพริ้นด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง เป็นเหมือนรักแท้ อดทนแม้โดนทำร้ายจิตใจอย่างสาหัส

          ผมเฝ้ามองรอยยิ้มของมินที่มองพริ้น มันเป็นของจริง เป็นความรู้สึกที่บริสุทธิ์ ผมเมื่อได้รู้จักและใกล้ชิดกับมิน ผมยิ่งรู้และมั่นใจว่ามินเป็นคนที่เชื่อใจได้ แต่พริ้นก็ยังไม่ยอม ยังคงแกล้งมินด้วยความโหดร้ายเสมอมา วันนั้นที่คลับ ผมต่อต้านพี่สุดกำลัง ปกป้องมินด้วยตัวผมเอง ผมได้แต่บอกพี่ ขอร้องพี่ ให้พี่เชื่อผมสักครั้ง

          พี่ด่าผม ด่าแม่ของผม นั่นคงเป็นเรื่องที่ร้ายแรงที่สุดที่พวกเราทะเลาะกัน แต่ผมก็ยังต้องพึ่งพี่ เพราะมีแค่พี่คนเดียวที่พาผมไปยังสถานที่แห่งความทรงจำนั้นได้ พี่บอกว่าชอบที่ได้เห็นผมร้องไห้เวลาไปที่นั่น พี่เลยชอบพาผมไป พี่มันโรคจิต

          พริ้นลากผมไปทุกๆ ที่ ยกเว้นที่ญี่ปุ่น แต่พี่ก็บอกว่า ถ้าผมทำตัวดีๆ เชื่อฟังพี่ พี่ก็จะพาผมไป ผมไม่รู้ว่าพี่โกหกผมหรือเปล่า แต่ผมก็ยังเฝ้ารอวันนั้น


          สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า พี่เกลียดที่นั่น พี่ไม่ชอบเด็กๆ แล้วทำไมถึงชอบตามผมมากัน 

          " เกลียดเด็กงั้นเหรอ " ผมถามพี่ด้วยความสงสัย

          " ใช่ น่ารำคาญ " พริ้นพูดด้วยสีหน้าที่บ่งชัดว่าไม่ได้โกหก

          " แค่คนเดียวก็พอแล้ว " ผมฟังพี่พูดไม่ถนัด คนเดียวอะไรของพี่นี่หมายความว่ายังไงกันนะ


          พริ้นรู้ว่าผมนั้นรักผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเธอนั้นได้ตายไปแล้ว ผมได้เล่ารายละเอียดต่างๆ ให้พี่ฟัง พี่ไม่เคยหัวเราะเยาะผม แต่พี่ก็ไม่เคยออกความเห็นอะไรกับเรื่องนี้

          ยังคงมีหลายเรื่องที่ผมไม่เข้าใจพี่เอาซะเลย พี่ชอบทำตัวแปลกๆ ทำเรื่องเลวๆ กับคนอื่นได้หน้าตาเฉย คอยทำตัวแย่ๆ พลอยทำให้ผมดูแย่ไปด้วย ฉุดดึง เหนี่ยงรั้งกันไว้ ไม่เคยห่าง

          พี่ชอบบอกว่าพี่เกลียดผมใช่ไหม ผมก็เกลียดพี่เหมือนกัน แต่ว่าเพราะแบบนั้น คำว่าเกลียดของพี่ กับของผม มันคงไม่ใช่ความหมายเดียวกัน และวันนี้ผมพึ่งได้เข้าใจ ว่าคำว่าเกลียดของพี่ หมายความว่ายังไง

          เพราะฉะนั้นที่คุณพ่อชอบพูดน่ะ ไม่ผิดหรอก พริ้นคอยปกป้องผมเสมอ แม้กระทั้งลมหายใจสุดท้าย พี่ก็ยังคงปกป้องผมเหมือนที่พี่ทำเสมอมา


พี่ชายเพียงคนเดียวของผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2018 16:22:32 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ Roman chibi

  • Death is not the end. Death can never be the end. Death is the road. Life is the traveller. The soul is the guide.
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1224
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-3
โห พี่พริ้นนี่แหล่ะพระเอกตัวจริง อย่าตายน้า :katai4: :katai4:

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
โอยยย อยากจะบ้าตาย ดันด่าพี่พริ้นไปซะเยอะเลย ยกโทษให้น้องด้วยยย น้องผิดไปแล้วว  :z3:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
ผู้ได๋เป็นคนยิงพริ้น หวังว่าไม่ใช่ฮยองนะ  o12

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 37 เด็กหนุ่มและพ่อบ้านในความทรงจำ


          มิน 5 ชั่วโมงก่อน



          ผมยังคงอยู่เพียงลำพังที่งานเทศกาลที่พี่ไอทิ้งผมเอาไว้ พี่ไอได้จากไปแล้ว ไปที่ไหนผมก็ไม่เข้าใจ แต่ผมนั้นเชื่อว่ามันจะต้องมีอะไรผิดพลาด 

          " คุณหนู มานั่งทำอะไรตรงนี้เหรอครับ "

          ความกลัวเข้าแทรกซึมตัวผม ฮยอง ตามผมมางั้นเหรอ ฮยองจะได้ยินเรื่องเมื่อกี้หรือเปล่านะ ถ้าฮยองรู้ว่าผ้าเช็ดหน้าเป็นของพี่ไอละก็ ฮยองอาจจะฆ่าพี่ไอก็ได้ ผมเงยหน้ามองคนสนิทที่สุดของผม ด้วยสีหน้าที่คิดว่าปกติที่สุด

          " เอ่อ คือทะเลาะกันนิดหน่อยครับ ฮยองตามผมมางั้นเหรอครับ นานหรือยัง " 

          " ช่วงนี้อันตรายหน่อยนะครับ เห็นคุณหนูรีบร้อนออกมาจากห้องเลยต้องตามมาดูสักหน่อย " 

          " ฮยองรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับผ้าเช็ดหน้าเพิ่มหรือยังครับ " ผมว่าผมลุยถามตรงๆ ไปเลยดีกว่า

          " ทราบเกือบ 90% แล้วล่ะครับ " ผมมองหน้าฮยองด้วยความกลัวที่ปิดไม่มิด

          " ยังไงตอนนี้กลับกันเถอะครับ ผมมีงานต้องไปทำต่อ " งานงั้นเหรอ ใช่เรื่องพี่ไอหรือเปล่านะ ผมมือสั่น ผมจะทำยังไงดีจะบอกพี่ไอยังไงให้หนีไป

          " ฮยองครับถ้าผมจะขอ.. "

          " เคยสัญญากันแล้วนี่ครับ การตัดสินใจของผมก็เพื่อคุณหนูทั้งนั้น ไม่เชื่อใจผมเหรอครับ " ฮยองจ้องมองผมด้วยใบหน้านิ่งเฉย และรู้ทัน แต่ผมกลับรู้สึกผิด ฮยองคุกเข่าลงตรงหน้าผม และกุมมือผมไว้ 

          " กรุณาเชื่อใจผมเถอะครับ " 

          " แต่มันอาจเป็นการฆ่าผมไปด้วยนะครับ " ผมน้ำตาไหลออกมาช้าๆ ด้วยความกลัว

          " ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมก็จะตามไปครับ " ฮยองจุมพิตที่นิ้วของผมช้าๆ เพื่อแสดงคำสัตย์อย่างที่เคยเป็นมา

          ฮยองมาส่งผมที่ห้อง และรีบร้อนออกไป ผมสังเกตุเห็นอาวุธบนตัวฮยองเพิ่มมากขึ้น เหมือนกับกำลังทำสงครามอยู่ ไม่ได้ลอบฆ่าคนงั้นเหรอ ฮยองแบกกระเป๋ายาวที่เหมือนปืนไรเฟิ้ลออกไป ทำให้ผมยิ่งตื่นกลัวไปใหญ่

          ผมพยายามโทรหาพี่ไอ แต่พี่ไอก็ไม่รับสายเลย ไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้าง ผมเกลียดตัวเองที่ถอยหนีจากพี่ไอในตอนแรก ความสับสนทำให้ผมทำร้ายพี่ พวกเรานั้นคงเจ็บปวดไม่แพ้กัน

          ตอนนี้เป็นเวลาดึกมากแล้วแต่ผมก็ยังคงโทรหาพี่ไอ ต้องบอกพี่ ให้พี่ไปไกลๆ ก่อนช่วงนี้ มันต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิด ผมกดเบอร์พี่ไออีกครั้งและโทรออก

          " ฮัลโหลมิน " พี่ไอรับแล้วผมต้องรีบ

          " ห..นีไป " ความตื่นกลัวทำให้ผมพูดออกมาไม่ชัดนัก

          " รีบหนีไป หนีไปพี่ไอ " 

          " พี่อยู่แถวหอมินแล้ว พี่กำลังไปหา " ผมเบิกตากว้าง

          " อะไรนะ ไม่ อย่ามา หนีไป " ผมรีบพูดบอกพี่ไออย่างสุดกำลังด้วยความร้อนรน พร้อมวิ่งออกไปจากหอ 

          " มิน พี่.. "

          ผมที่วิ่งออกมา แต่ก็ยังไม่เห็นพี่ไอ คงไม่ไกลจากตรงนี้ล่ะ ผมวิ่งออกไปด้วยความเร็ว น่าจะเป็นซอยทางเข้าที่แถวนั้นเป็นตึกว่างๆ ไร้ผู้คน

          นั่น ผมเห็นพี่ไอ กำลังวิ่งมาทางผมจากไกลๆ พวกเรายังคงอยู่ห่างกันมาก ถึงจะไกล แต่ผมก็ยังจำได้ว่าเป็นพี่ไอ ผมรีบวิ่งไปหาพี่ด้วยใบหน้าที่มีความหวัง ผมจะปกป้องพี่เอง ผมจะไปถึงพี่แล้ว


          ' ปัง!!! '


          เสียงปืนที่ดังขึ้น ทำให้ผมหยุดนิ่งอยู่กับที่ ภาพเบื้องหน้าของผม ชายคนนึง ได้ล้มลงพร้อมเสียงปืนนั้น เหมือนกับเรี่ยวแรงทุกอย่างได้หมดลง ผมคุกเข่าลงกับพื้น กรีดร้องกับภาพที่เห็น ผมได้แต่ตัวสั่นและไร้เรี่ยวแรงที่จะเดินไป

          พี่พริ้น ที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนวิ่งเข้าไปกอดพี่ไอก่อนที่เสียงปืนจะดังขึ้น ผมมองพี่พริ้นที่ค่อยๆ ล้มลงไป กำลังนอนนิ่ง และเลือดไหลออกมาเต็มไปหมด และพี่ไอที่กำลังร้องไห้อย่างหนัก ก้มลงไปพูดกับพี่พริ้นและกอดพี่พริ้นเอาไว้

          " มิน เร็วเข้า " ผมที่กำลังช็อคกับภาพตรงหน้า หันไปมองคนที่กำลังลากผมเข้าที่กำบัง 

          " เกลียว " ผมมองหน้าที่กำลังหวาดวิตกของมัน ในมือของมันถือปืนสั้นเอาไว้ 

          " ฮยองฆ่าพี่พริ้น " ผมเริ่มร้องไห้อีกครั้งอย่างไร้เรี่ยวแรง 

          " ไม่ ไม่ใช่ อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ กูต้องพามึงออกไปจากตรงนี้ให้ได้ " ไอ้เกลียวพูดพร้อมพยายามลากผมให้ออกห่างจากที่นี่

          ไม่ ไม่ ผมรั้งตัวเองไว้และพยายามวิ่งออกไปอีกครั้ง พี่ไอ แล้วพี่ไอล่ะ พี่ไออาจจะโดนยิงอีกคน ผมรีบลนลานต่อสู้ไอ้เกลียวสุดกำลัง แต่ผมที่ตัวเล็กกว่ามัน ไม่อาจต้านแรงมันได้

          " คุณแจอินจะจัดการเอง กูขอโทษนะ " และนั่น ก็เป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมได้ยิน ก่อนที่สิ่งต่างๆ จะดับวูบลง


          ไอ


          ผมยังคงกอดพี่เอาไว้ เสียงปืนดังขึ้นต่อเนื่อง นี่มันอะไรกันนะ แต่ผมไม่สนหรอก ผมมองหน้าพี่ที่ซีดขาวและนิ่งสนิทเหมือนกับหลับไป กุมมือพี่เอาไว้ ผมจะไม่ไปไหน

          ' บรื้นนน เอี๊ยดดด! ' 

          เสียงรถสองคันดังขึ้นใกล้ๆ พร้อมกับชายในชุดดำหลายคนเดินเข้ามาหาผม และพยายามล็อคตัวผมไว้ 

          " พวกแกเป็นใคร ปล่อย! " ผมตะโกนลั่น ต่อสู้ขัดขืน ผมต่อยมันไปสองคน เพราะมันพยายามจะพาผมขึ้นรถ

          " อย่าแตะต้องพริ้นนะ " ผมรีบวิ่งเข้าไปหาพวกมันที่กำลังอุ้มพริ้นขึ้นรถด้วยแรงทั้งหมดที่มี ผมทั้งเตะและต่อยพวกมันลงไปกองหลายคน แต่สุดท้ายพี่ก็ถูกพาตัวไปยังรถอีกคัน ที่ตอนนี้วิ่งเร็วจี๋ออกจากซอยไปแล้ว

          ผมตั้งท่าเตรียมพร้อมสู้ ตอนนี้ผมไม่กลัวอะไรทั้งนั้น

          แต่แล้วผมก็ต้องหยุดชะงักกับภาพตรงหน้า คนคนหนึ่งกำลังเดินลงมาจากรถตู้สีดำคันนั้น ผมค่อยๆ เดินเข้าไปหาคนคนนั้นอย่างช้าๆ ไปหาบุคคลที่ผมนั้นจำได้ไม่มีวันลืม ถึงจะเจอกันแค่ไม่กี่ครั้ง แต่ผมก็มั่นใจ ว่าเขาคือใคร

          " ฮยองแจอิน " ผมเดินเข้าไปกำคอสูทสีดำของคนตรงหน้า และมองดูใกล้ๆ

          " ขึ้นรถก่อนเถอะครับ เรามีเรื่องต้องคุยกัน " ผมตามฮยองขึ้นรถ ฮยองไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ผมดีใจจริงๆ ที่ได้เจอกันอีกครั้ง

          " คุณกับพี่ชายช่างคล้ายกันนัก แต่ก็ไม่เหมือนซะทีเดียว คุณพ่อของคุณนี่ใจร้ายสุดๆ เลยนะครับ ถึงซ่อนตัวลูกชายอีกคนเอาไว้ " 

          " คุณรู้ได้ยังไง " ผมถามด้วยความสงสัย เพราะคุณพ่อนั้นเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับสุดๆ

          " พี่ชายของคุณ นิสัยแย่จริงๆ แต่ก็คงจะรักคุณมาก " 

 
          ฮยองแจอิน


          " นาย บอกมาว่าเป็นใคร " นึกว่ามดปลวกที่ไหน ผู้ชายที่คุณหนูคิดว่าเป็นคนที่ช่วยชีวิตสินะ หน้าเหมือนแต่นิสัยไม่ใช่ 

          " เล็งปืนใส่แบบนี้นิสัยไม่ดีเลยนะครับ " ถ้าไม่ใช่คนที่คุณหนูชอบละก็ แกตายตั้งแต่ยังไม่ชักปืนหรอกไอ้หนู

          " ผมก็เป็นแค่พี่ชายของมินครับ อย่างที่บอกในโรงพยาบาลนั่นแหละ ถ้าคุณสงสัยละก็ " ไม่จำเป็นต้องพูดคุยกับมันมาก 

          " เป็นบอดี้การ์ดคุณหนูนั่นใช่ไหม " เห็นทีจะเอามันไว้ไม่ได้แล้ว

          " อย่าขยับ ฉันยิงจริงๆ นะ " หึ ผมที่ขยับตัวเร็วไปนิด คงทำให้ตกใจสินะเด็กน้อยเอ๋ย หาเรื่องจริงๆ

          ผมค่อยๆ ยกมือขึ้นทั้งสองข้างให้เหมือนกับยอมจำนน จริงๆ แล้วผมกำลังสงสัยมันนั่นแหละ เพราะผ้าเช็ดหน้าในที่เกิดเหตุนั่นเป็นของตระกูลของมัน แต่ผมเพิ่งพบหลักฐานบางอย่างจากรถตู้คันนั้น ดูเหมือนจะเป็นแผนลวงใส่ร้ายตระกูลของนายพริ้นนี่ ตัวการจริงๆ เป็นอีกกลุ่มนึง ที่เป็นศัตรูของทั้งตระกูลคิม และของไอ้เด็กบ้านี่

          แต่มีอีกเรื่องที่อยากรู้จริงๆ คือเรื่องหนุ่มผมดำนั่น เกี่ยวข้องยังไงกับนายพริ้นนี่กันนะ

          " คุณพูดเรื่องอะไร ผมดูเหมือนนักฆ่าแบบนั้นเหรอ " ผมพูดเรียบๆ หลอกถามข้อมูลมันจะดีกว่า 

          " นี่แกไม่เคยส่องกระจกดูตัวเองเลยเหรอ เด็กอนุบาลยังรู้เลยมั้ง " ไอ้เด็กนี่กวนประสาทชะมัด

          " แลกเปลี่ยนข้อมูลกันดีไหมครับ คุณบอก ผมบอก " แต่จะบอกเรื่องจริงหรือเปล่านั่นอีกเรื่องนึง หึ

          " หึ ไม่ล่ะ ฉันยังไม่แน่ใจหรอกนะ แต่ก็อยากให้มันเป็นอย่างที่คิด "


          หลังจากนั้นก็ไม่ได้คุยกับเด็กพริ้นนี่อีก จนวันนี้ก่อนที่คุณหนูจะออกไปงานเทศกาลกับหนุ่มผมดำนั่น

          " นาย " มันอีกแล้วสินะ มันที่หาผมเจอง่ายๆ นี่ทำผมอารมณ์เสียชะมัด

          " ไอเป็นน้องของฉัน " ผมที่อยู่ดีๆ ก็เจอแจ็คพ็อต เป็นอย่างที่คาด ดีล่ะ ต้องรีบแจ้งคุณหนู

          " อย่าบอกมิน " ผมมองหน้าเด็กพริ้นนี่ด้วยความไม่เข้าใจ
         
          " ไอจะต้องดีใจมากแน่ๆ ไม่ต้องร้องไห้อีกแล้ว " ผมกำลังมองหน้าคนที่กำลังมองออกไปบนท้องฟ้าด้วยรอยยิ้ม เด็กนี่คงรักน้องชายมากสินะ 

          " ทำไมผมจะต้องฟังคุณ " ผมไม่จำเป็นต้องรับคำสั่งจากใคร

          " มันจะเป็นเซอร์ไพรส์พิเศษ ของทั้งสองคน " ผมมองไอ้บราค่อนนี่ ลองฟังมันหน่อยก็คงได้

          " นายมีแผนอะไร " 

          แต่เมื่อผมฟังแผนของเด็กพริ้นนี่แล้ว ผมนึกออกในทันที เป็นความคิดที่ดีเยี่ยม คุณหนูจะต้องดีใจมากแน่ๆ

          " แต่ว่าตอนนี้มีพวกจ้องจะเล่นงานเราอยู่ จะต้องปกป้องไว้ให้ได้ " เป็นอย่างที่เด็กนั่นพูด ตอนนี้เรื่องปกป้องคุณหนูสำคัญกว่า 

          " นาย สัญญาได้ไหม ว่าถ้าเกิดฉันพาไอไปที่นั่นไม่ได้ นายจะช่วยพาน้องของฉันไปที่นั่นแทนฉัน " ผมมองเด็กคนนั้นที่ดูมีความสุขเหลือเกินเวลาที่พูดถึงน้องชาย


นายน่ะ ไม่ใช่คนที่ดี แต่นายเป็นพี่ชายที่ดีนะเด็กน้อย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2018 16:29:03 โดย Gloomy Sunday »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
หรือพี่พริ้นจะคู่ฮยอง ดูทรงแล้วมีลุ้นแฮะ  พี่พริ้นอย่าตายเด้อ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-10-2017 01:37:08 โดย rockiidixon666 »

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
เมนต์ไม่ออก สมองมึนตืบ  :really2: :เฮ้อ:

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 38 คนของความทรงจำที่แท้จริง


          ไอ


          ผมนั่งอยู่ในรถตู้ที่ขับออกมาด้วยความเร็ว ผมไม่เข้าใจว่าทำไมฮยองถึงรู้จักกับพริ้นได้ แล้วฮยองมาทำอะไรที่นี่ ผมรู้ว่าฮยองเป็นหัวหน้าพ่อบ้านและบอดี้การ์ดของตระกูลคิม และจะมีเรื่องอะไรสำคัญถึงขนาดที่คนคนนี้ต้องบินมาไกลถึงไทยกันนะ

          " ฮยองมาทำอะไรที่ไทยงั้นเหรอครับ " ผมถามออกไปด้วยใจระทึก 

          " ผมเป็นผู้ดูแลผู้สืบทอดของตระกูลนี่ครับ แน่นอนว่าผมต้องมาอยู่ดูแลคุณหนู " ผมหัวใจเต้นแรง คุณหนูงั้นเหรอ แต่ว่า

          " แต่ว่าจีมิน ตายไปแล้ว " ผมพูดด้วยเสียงแหบแห้ง ผมยังคงไม่อาจพูดคำนี้ออกไปได้ โดยไม่อยากร้องไห้

          " ข้อมูลที่คุณได้รับถูกต้องแล้ว คุณหนูจีมินแห่งตระกูลคิมได้ตายไปแล้ว " ผมน้ำตาไหลออกมา นี่ผมหวังอะไรกันนะ ผมหวังในใจลึกๆ ว่าเรื่องที่ผมรู้มาตลอดนั้นอาจเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด

          " ผมมาที่นี่ เพื่ออารักษ์ขาปกป้องคุณหนูอีกคนที่เหลืออยู่ของตระกูล " ผมเงยหน้าขึ้นจ้องมองฮยองที่ยังคงทำหน้านิ่งเฉย 

          " คุณหนูอีกคนงั้นเหรอครับ "

          " ผมมาที่นี่เพื่อปกป้องคุณหนูยูมิน น้องชายฝาแฝดของคุณหนูจีมิน " ผมมองฮยองด้วยความสงสัย

          " คุณคงได้ข่าววงในสุดๆ มาจริงๆ น้อยคนนักจะรู้ว่าคุณหนูจีมินได้เสียชีวิตลงแล้ว แม้แต่ตัวคุณหนูยูมินเองยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิตของพี่สาวตัวเองเลยครับ มันยากเกินไปที่จะพูดถึง " 

          " คุณหนูยูมินที่ฮยองพูดถึงนั่น " ผมมือสั่นอย่างควบคุมไม่ได้

          " ใช่มินหรือเปล่าครับ มินที่ผม... " 

          " มินที่คุณกำลังคบหาด้วยใช่ไหมล่ะครับ แน่นอนว่า คำตอบคือ ใช่ " ผมน้ำตาไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ เพราะอย่างนี้สินะ ผมถึงได้ตกหลุมรักเด็กนั่น เพราะว่าหน้าตาเหมือนกัน เป็นฝาแฝดงั้นเหรอ 

          " แต่ผมว่าคุณคงเข้าใจอะไรผิดไปอีกอย่างนะครับ " ผมเงยหน้ามองฮยองที่ยังคงพูดต่อไปด้วยใบหน้าเรียบเฉย

          " คุณหนูจีมินตายไปเมื่อ 11 ปีก่อนครับ " 11 ปีก่อนงั้นเหรอ ผมไม่เข้าใจที่ฮยองพูด 

          " ถึงที่หมายแล้ว กรุณาลงจากรถด้วยครับ แล้วคุณจะเข้าใจทุกอย่างเอง "

          ผมที่กำลังมึนงงสับสน ถูกดันให้ลงมาจากรถตู้คันใหญ่สีดำนั่น ผมยังคงมีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากจะถามฮยอง แต่รถคันนั้นก็แล่นจากไปแล้วด้วยความรวดเร็ว

          ผมมองไปรอบๆ สถานที่ที่ผมถูกนำมาทิ้งไว้ และก็ต้องยิ่งงงไปใหญ่ เพราะว่าที่นี่ มันคือร้านของผม ที่ที่ผมเก็บสิ่งสำคัญเอาไว้ ผมรีบวิ่งเข้าไปในร้านซึ่งตอนนี้ผมปิดมันอยู่ เพราะผมนั้นยุ่งเกินกว่าที่จะเปิดมันได้ หัวใจผมเต้นรัวเร็ว พร้อมออกวิ่งไปยังใต้แชนเดอร์เลียนั่น ที่ใจกลางร้านแห่งนี้

          ภาพเบื้องหน้าทำให้ผมหัวใจสั่นไหว เปียโนของผม มันหายไป หายไปไหน เป็นไปได้ยังไง ผมวิ่งไปรอบๆ อย่างตื่นตกใจ เพราะมันเป็นสิ่งล้ำค้าเพียงสิ่งเดียวของผม ใจกลางนั่น ผมเห็นจดหมายอันเล็กๆ วางอยู่ตรงที่ที่เคยมีวางเปียโนตั้งเอาไว้

          ' กลับคืนสู่ที่ของมัน ' 

          ผมมองกระดาษในมืออย่างไม่เข้าใจ แต่ผมจำลายมือนี้ได้ มันคือลายมือของพี่ พี่เป็นคนช่วยผมนำมันเอามาไว้ที่นี่ และตอนนี้พี่นำมันกลับคืนไปงั้นเหรอ เพราะอะไรกัน เมื่อผมนึกถึงพี่ ผมก็ร้องไห้อีกครั้งอย่างเจ็บปวดใจ

          แต่ เดี๋ยวก่อนนะ คำพูดของฮยองมันแปลก 11 ปีงั้นเหรอ มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน ผมเจอจีมินเมื่อ 8 ปีก่อน 8 ปีใช่แน่นอน

          แต่อยู่ๆ ผมก็นิ่งค้างอยู่ตรงนั้น หยาดน้ำตาหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย พร้อมๆ กับที่ผมหัวเราะออกมา อย่างงั้นเหรอ มันเป็นแบบนี้เองเหรอ ผมไม่ได้พบจีมิน ผมไม่ได้ช่วยชีวิตจีมิน แต่ตอนนั้น บนยอดตึกนั่น คนที่ผมได้ช่วย และรักจนหมดหัวใจ

          ก็คือ ยูมินต่างหากล่ะ


          มิน


          ผมลืมตาตื่นขึ้น ผมเวียนหัวจัง เหมือนกับโดนทุบหัวยังไงยังงั้น ผมที่กำลังนั่งงัวเงียและกำลังพยายามนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ผมเบิกตาโพรง พร้อมลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก ใช่แล้ว พี่่พริ้น พี่พริ้นถูกยิง ผมต้องรีบ พี่ไอ พี่ไอละ ผมอยู่ที่ไหน ผมต้องไปช่วยสองคนนั่น

          " จะไปไหน นอนลงก่อน " ผมหันไปมองไอ้คนทุบหัวผมด้วยความเคือง 

          " กูจะฆ่ามึง " ผมโดดใส่มัน และบีบคอมันด้วยความหมั่น

          " โอ้ยยย เป็นห่าอะไรวะเนี่ย กูช่วยมึงอยู่นะ " ไอ้เกลียวดิ้นไปมาอยู่ใต้ตัวผม

          " พากูกลับไป พากูไปหาพี่ไอ " ผมยังคงทุบตีมัน กระทืบมัน มึงบังอาจตีหัวกูจนสลบ ไอ้เพื่อนทรยศ

          " มึงแหกตาดูด้วย ตอนนี้มึงอยู่ที่ไหน มึงจะโดดร่มกูก็ไม่ว่านะ " ผมยกเท้าค้างไว้กลางอากาศและเหยียบมัน เดินไปข้างหน้า ผมมองออกไปนอกหน้าต่างเล็กๆ นี่มันบนเครื่องบิน นี่มันบ้าอะไรกัน ผมวิ่งกลับไปกระชากคอไอ้เกลียวอีกครั้งอย่างร้อนรน

          " นี่มันอะไร มึงจะพากูไปไหน " 

          " กลับโซล " ไอ้เกลียวพูดเบาๆ พร้อมรอยยิ้ม ยิ้มพ่อง

          " กูไม่กลับ พากูกลับบ้านทำไม " ผมลุกขึ้นกระทืบมันอีกครั้ง พร้อมวิ่งไปห้องนักบิน เตรียมพร้อมตะครุบตัวกัปตัน แต่ไอ้เกลียวก็วิ่งมาล็อคคอผมไว้ พร้อมใส่กุญแจมือผมล็อคไว้กับเก้าอี้

          " นี่มึงกล้าทำกับกูแบบนี้เหรอ! " ผมตะโกนใส่มันอย่างโมโห

          " กูจะฆ่ามึง กูจะไล่มึงออก กูจะให้ฮยองทรมานมึง " ผมร้องตะโกนดิ้นไปมาอย่างทุรนทุราย

          " มึงนี่โหดแท้ แต่กูไม่กลัวหรอก มาสิ มาฆ่ากูเร้วว " ไอ้เพื่อนสารเลวมันยังคงกวนทีนผม เต้นส่ายตูดไปมาอย่างท้าทาย อย่าให้กูหลุดไปได้นะมึง

          " มิน " อยู่ดีๆ มันก็เดินเข้ามาหาผมช้าๆ จับที่ไหล่ผม แล้วร้องไห้ออกมา 

          " กูดีใจด้วยนะ " ผมไม่เข้าใจสิ่งที่มันพูด มีเรื่องอะไรให้ยินดีงั้นเหรอ ผมต้องจากพี่ไอ และอาจจะจากพี่พริ้นตลอดกาล สิ่งที่ผมคิดมันทำให้ผมร้องไห้ออกมาอย่างเงียบๆ อย่างทุกข์ทรมานในหัวใจ


ป่านนี้พวกพี่จะเป็นยังไงกันบ้างนะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2018 16:30:58 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
รู้ความจริงสักทีน้าพี่ไอ 
ปล.เกลียวน่ารักก

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
เกลียวมีมุมนี้ด้วยหรือ มีขึ้นเสียงด้วย ระวังฮยองมาได้ยินนะหลานเกลียว  o8

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 39 บทเพลงของสองเรา


          ผมมาถึงกรุงโซลด้วยหัวใจที่เจ็บปวด หม่นหมอง โศกเศร้ามากกว่าทุกครั้ง ดวงตาของผมตอนนี้มันปวดบวมแดงแจ๋เพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ผมรู้สึกเคว้งคว้างว่างเปล่า ไร้จุดหมาย ผมเสียพี่พริ้นไปแล้วสินะ และผมจะได้เจอพี่ไออีกไหม ผมไม่รู้

          ผมนั่งรถของบ้านเพื่อเดินทางกลับ พร้อมกับไอ้เกลียว ที่ทำหน้าที่แทนฮยอง พอคิดถึงฮยอง ผมก็รู้สึกเจ็บปวด ทำไมกันครับ ทำไมถึงทำร้ายผม ทั้งๆ ที่รู้ว่าผมจะต้องเสียใจ แล้วตอนนี้ทำไมถึงไม่อยู่ข้างๆ ผม

          ผมเดินเข้าบ้านด้วยร่างที่เหมือนไร้วิญญาณ ผมไม่ยอมไปทักทายคุณพ่อ เพราะตอนนี้ผมนั้นสภาพดูไม่จืด ผมนอนลงบนเตียง ร้องไห้และหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า ทั้งกายและจิตใจ


          " คุณหนู ตื่นเถอะครับ " ผมได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังอยู่ข้างๆ ผมลืมตาขึ้น ห้องที่มืดมิด ตอนนี้กลับมีแสงจ้าลอดเข้ามาทางหน้าต่าง ตอนนี้คงเช้าแล้วสินะ

          ผมไล่สายตาไปหาคนที่ปลุกผมขึ้นมา ชายในชุดสูทสีดำ กำลังขยับแว่นตา ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยเช่นเคย ผมลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เดินเข้าไปหาฮยองช้าๆ อย่างไร้เรี่ยวแรง

          " ทำไมกันครับ อยากให้ผมตายงั้นเหรอ " ผมที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่ฮยองทำ กำลังกำปกเสื้อของฮยองไว้แน่นด้วยความเสียใจ

          " ทำไมถึงต้องฆ่าพี่พริ้นด้วย " ผมพูดพลางร้องไห้ออกมา 

          " ไม่ใช่สิ ถ้าพี่พริ้นไม่วิ่งออกมา คนที่ตายก็คือพี่ไอ " ผมพูดเสียงสั่นเครือด้วยความเจ็บปวด

          " ขออภัยด้วยครับคุณหนู ที่ผมปกป้องทั้งสองคนนั้นเอาไว้ไม่ได้ "

          " ปกป้องงั้นเหรอ " ผมไม่เข้าใจในสิ่งที่ฮยองพูด 

          " คุณแจอินไม่ได้เป็นคนยิงหรอกนะมิน " ไอ้เกลียวที่เดินออกมาทำให้ผมขมวดคิ้ว

          " คนที่ลักพาตัวมึง เอ่อคุณหนูไม่ใช่พวกพี่ไอหรือพี่พริ้นหรอกนะ พวกนั้นน่ะถูกใส่ร้าย คุณแจอินกับพี่พริ้นน่ะ สืบและกำจัดพวกมันเกือบหมดแล้ว แต่สุดท้ายก็พลาด มีนักฆ่าคนนึงรอดชีวิต และซุ่มโจมตีอยู่ พี่ไอที่ไม่รู้เรื่อง ก็เลยวิ่งเข้ามา แล้วพี่พริ้นก็เลย " ความเงียบของไอ้เกลียวผมเข้าใจ อย่างนี้เองสินะ 

          " คุณหนูรีบอาบน้ำแต่งตัวเถอะครับ พวกเรายังมีเรื่องที่ต้องทำอีก " ผมมองฮยองอย่างไม่เข้าใจ

          " ผมไม่อยากทำอะไรหรอกครับ ปล่อยผมอยู่คนเดียวเถอะ " ผมอยากโทรหาพี่ไอ แต่ว่าโทรยังไงก็ไม่ติด พี่ไออาจจะ ผมคิดและน้ำตาก็ไหลออกมาอีก

          " กรุณาทำตามที่บอกเถอะครับ "


          ที่นี่ยังคงหนาวเย็นเหมือนเคย หมอกควันหนาลอยตัวจนผมมองไม่เห็นอะไรข้างนอกกระจกเลย 

          " พวกเราจะไปไหนกันเหรอครับ " ผมถามฮยองที่ขับรถเงียบๆ และไอ้เกลียวที่เงียบเช่นกัน

          " ไปที่ที่คุณหนูอยากไป " ผมมองฮยองด้วยความไม่เข้าใจ

          " ถ้าเป็นที่นั่น ผมไม่อยากไปครับ " ผมน้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง ผมยังทำใจไม่ได้ที่จะไปที่นั่น

          " ที่นั่น ไม่มีอะไรอีกแล้ว " ผมพูด และยิ้มทั้งน้ำตา แต่ในความเป็นจริงแล้วผมอยากจะไปครับ ผมคิดถึงที่แห่งนั้นเสมอ ที่ของเรา

          แต่ไม่นานผมก็มาถึง สถานที่ที่คุ้นเคย ผมเดินไปรอบๆ เหมือนอย่างที่เคย วันนี้หมอกหนากว่าทุกวัน ผมแทบมองไม่เห็นอะไรเลย หรืออาจจะเป็นเพราะน้ำตาของผมละมั้ง ที่มันทำให้ทุกอย่างพล่าเลือน

          ผมเดินไปเรื่อยๆ เข้าไปยังใจกลาง ที่ที่มีดอกไม้มากมายกองอยู่ตรงนั้น ใต้แชนเดอร์เลียอันใหญ่นั่น ผมหรี่ตามองเข้าไปด้วยหัวใจที่สั่นสะท้าน ผมยังไม่ตื่นสินะ ผมกำลังฝันไป

          ผมก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ น้ำตาเริ่มหลั่งรินออกมาไม่ขาดสาย ผมเอื้อมมือไปสัมผัสเปียโนต้วนั้น ที่ตั้งอยู่ใต้แชนเดอร์เลียนั่น ลูบไล้มันราวกับว่าผมได้ย้อนเวลาไปเมื่อวันวาน สภาพของมันดีขึ้น จนผมแทบจะจำไม่ได้ มันคือเปียโนหลังเดิม หลังที่ผมและคนสำคัญของผม ได้ใช้เวลาร่วมกันกับมัน

          ผมนั่งลงช้าๆ ที่เปียโน น้ำตาไหลออกมาด้วยความดีใจและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน ผมคิดถึงเหลือเกิน คิดถึงความทรงจำที่แสนล้ำค่านั้น ผมค่อยๆ ขยับนิ้วช้าๆ พร้อมบรรเลงบทเพลง เป็นบทเพลงที่มีแค่ผมและคนในความทรงจำเท่านั้น ที่รู้ตัวโน๊ตของมัน มันเป็นบทเพลงแห่งความรัก แต่บัดนี้ ท่วงทำนองของมันกลับเศร้าสร้อยเหลือเกิน


          ไอ


          ผมเดินมายังสถานที่แห่งความทรงจำ ที่ผมนั้นมาประจำสม่ำเสมอ เป็นเวลานานแค่ไหนแล้ว ที่ผมนั้นต้องร้องไห้เจ็บปวดใจ กับการที่ต้องคิดว่าผมได้ฆ่าคนที่รักที่สุดไปแล้ว ผมที่มีชีวิตอยู่ ก็เหมือนตายทั้งเป็นเสมอมา แต่ต่อไปนี้มันจะเปลี่ยนไปแล้ว ขอบคุณครับพี่

          ผมเดินใกล้เข้าไปยังสถานที่แห่งนี้ บรรยากาศยังคงเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือ บทเพลง ผมได้ยินเสียง เสียงของบทเพลง ที่มีแค่ผมกับมินเท่านั้นที่รู้ การเดินทางไกลของเราสองคนได้สิ้นสุดลงแล้ว ผมก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยหัวใจที่สั่นไหว หยาดน้ำตาแห่งความสุขหลั่งรินช้าๆ ไม่ขาดสาย

          ภาพเบื้องหน้า เป็นภาพของคนที่ผมรัก กำลังบรรเลงบทเพลงของสองเราด้วยความโศกเศร้า ผมก้าวเดินไปช้าๆ เข้าไปหาคนที่ผมเฝ้าคิดถึงมานานหลายปี ยืนอยู่ข้างหลัง และเอื้อมมือเข้าไปช้าๆ ที่คีย์เปียโนนั่น เพื่อเติมเต็มบทเพลงของเรา ที่จะสมบูรณ์ได้ ก็ต่อเมื่อเราทั้งสองคนจะต้องบรรเลงร่วมกัน


          มิน


          บทเพลงที่ผมบรรเลงนั้น มีเสียงเมโลดี้ที่เพิ่มเข้ามา ผมกำลังฝันไปงั้นเหรอ ผมหันมองช้าๆ ที่คีย์เปียโนที่กำลังบรรเลงต่อไป มือที่กำลังขยับไปมาบนเปียโนนั้น เป็นมือที่ผมคุ้นเคยเหลือเกิน ผมมองไล่ขึ้นไปตั้งแต่ปลายนิ้วเรียวยาว แขนที่ขาวซีด ไล่ขึ้นไปยังไหล่กว้าง เงยหน้าขึ้นไปยังบุคคลที่ผมนั้นคิดถึงเหลือเกิน ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมตลอดเวลา แต่บัดนี้กลับดูอ่อนโยน โหยหาและแววตาที่เต็มไปด้วยความรัก

          เป็นพี่มาตลอดงั้นเหรอ ผมมองหน้าคนที่ผมนั้นรักหมดหัวใจ รักมาตลอดตั้งแต่ 8 ปีก่อน และบัดนี้ก็ยังหลงรักคนคนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าพวกเราจะจำกันได้หรือไม่ มันไม่สำคัญ เพราะว่าพวกเรานั้น เกิดมาเพื่อรักกัน พวกเราจะหลงรักกันและกันไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน แต่หัวใจของพวกเราก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

          ผมลุกขึ้นกอดคนตรงหน้าไว้ และคนตรงหน้าก็กอดผมกลับเช่นกัน พวกเรากอดกันเนิ่นนานเหมือนกับวันแรกที่พวกเราพบกัน ผมร้องไห้กับอ้อมอกนั้น ร้องให้กับความปวดร้าวเจ็บปวดที่เราต้องพบเจอตลอดมา ต่อไปนี้จะไม่มีอีกแล้ว พวกเราได้พบกันแล้ว และพวกเราจะไม่พรากจากกันอีก

          " พี่ขอโทษ พี่มันโง่มาก " พี่ไอพูดด้วยเสียงสั่นเครือ พี่ต้องเจอเรื่องร้ายๆ อะไรมาบ้างนะ 

          " ไม่เลย ผมต่างหาก โง่มากนานมาก " ผมยิ้มให้พี่ไอที่ตอนนี้ก็ยิ้มให้ผมเช่นกัน

          " ทำไมถึงบอกว่าตัวเองชื่อจีมินล่ะ " พี่ไอถามผมด้วยสีหน้าตัดพ้อ

          " ก็ยังดีกว่าพี่ที่ไม่บอกชื่อผมเลย " ผมหน้าบู้ด้วยความงอนยิ่งกว่า

          " ใครบอก พี่น่ะบอกชื่อเราไปแล้วนะ " ผมเงยหน้ามองพี่ไออย่างไม่เข้าใจ พี่บอกผมตอนไหนกัน

          " ไอเลิฟยูไง " ผมเบิกตาที่บวมช้ำกว้าง เอ่อ จริงๆ ด้วยแฮะ อ้ากกกก 

          " ไอบ้านี่ " ผมกระหน่ำทุบตีไอคนที่เล่นไม่เข้าเรื่องอย่างหนัก ถ้าพูดออกมาดีๆ ตั้งแต่แรกก็ไม่เป็นแบบนี้หรอก ทำคนอื่นเค้าลำบากแค่ไหน รู้ม๊ายย

          " ไม่ทันไรก็ทำร้ายกันซะแล้ว " พี่ไอนั่งลงกับพื้นกอดตัวเองเพราะโดนผมตี

          ผมยิ้มให้กับพี่ไอ วันนี้มันช่างเป็นวันที่ดีเหลือเกิน เป็นวันที่เราสองคน จะต้องจดจำมันไว้ตลอดไป

          " พี่มาที่นี่ได้ยังไงเหรอ " ผมไม่ควรถามหรือเปล่านะ เพราะว่าตอนนี้พี่ไอที่กำลังยิ้มแย้มกลับทำหน้าเศร้าอีกแล้ว

          " พี่พริ้นบอกให้พี่มา มาหามิน " ผมนั่งลงช้าๆ ข้างๆ พี่ไอ

          " พี่เคยสงสัยว่าทำไมพี่พริ้นถึงต้องยิ้มด้วยนะ เวลาแบบนั้นน่ะ แต่ตอนนี้พี่รู้แล้ว มินรู้ไหมว่าพี่พูดกับพี่พริ้นว่ายังไง " ผมส่ายหน้าช้าๆ สงสารพี่ไอจับใจ

          " พี่บอกให้พี่พริ้นไปตาย แต่พี่พริ้นก็ยังยิ้มให้พี่ พี่บอกให้คนที่ทำเพื่อพี่ไปตาย " ผมกอดพี่ไอที่กำลังร้องไห้เอาไว้ ทำไมพวกเราถึงไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันนะ ทำไมสวรรค์ต้องพรากคนที่พวกเรารักไปด้วย

          ผมจูบพี่ไอเบาๆ เพื่อปลอบโยนคนที่กำลังเสียใจ สายสัมพันธ์ของพี่น้องนั้นช่างแน่นแฟ้นและสวยงามเสมอ ผมถึงแม้จะถูกพี่พริ้นทำร้ายจิตใจเสมอก็เสียใจไม่แพ้กัน เพราะผมรู้สึกว่าพี่พริ้นนั้นไม่ได้ร้ายที่สุดหรอก แต่สภาพแวดล้อมได้ทำให้พี่แสดงออกมาแบบนั้น รักแต่ไม่อาจบอกรักได้ ช่างเป็นคนที่น่าสงสารเหลือเกิน

          พวกเรายังคงกอดกันไว้ เหมือนว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่พวกเราจะได้อยู่ด้วยกัน ทั้งๆ ที่วันนี้จะเป็นวันที่พวกเรานั้นได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งต่างหาก พวกเรากอดกันบนเก้าอี้ตัวเดียวกัน ส่งยิ้มให้กัน และเริ่มบรรเลงบทเพลงอีกครั้ง ด้วยท่วงทำนองแห่งความสุข มันเป็นเพลงของเราสองคนที่แต่งขึ้นด้วยความรักของเรา


บทเพลงของสองเรา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2018 16:33:13 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
ถึงเจอกันแล้วแต่ก็รู้สึกว่ามันก็ยังเศร้าอยู่ดี  :monkeysad:

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 40 รอยยิ้มปริศนาของคุณพ่อบ้าน


          ผมนั่งอยู่บนเตียงในห้องนอน เอ่อ เรียกว่ามุมเตียงจะดีกว่า เพราะว่าผมไม่ได้อยู่คนเดียวในห้อง มุมเตียงอีกมุมหนึ่ง ผู้ชายที่ผมหลงรักนั้นกำลังนั่งอยู่ อ้ากก นี่มันอะไรกัน พวกเราทั้งกอดทั้งจูบ ลูบคลำลงลิ้นต่างๆ นาๆ กันมาแล้ว แต่พอมารู้ว่าคนในความทรงจำของผมคือพี่ไอ ผมกลับรู้สึกว่าเขินอายมากกว่าปกติซะงั้น ใจเต้นตึกตักตลอดเวลา ทำตัวไม่ถูกอย่างกับสาวน้อยแรกแย้ม

          " ฮ่ะๆๆๆ " ผมหัวเราะกลบเกลื่อนความอายของตัวเอง

          " ฮ่ะๆๆๆ " พี่ไอก็ไม่ต่างกันซะงั้น กลายเป็นตอนนี้เรานั่งหัวเราะกันคนละมุมฮะ จะบ้าตาย

          " เอ่อ พี่ไปนอนอีกห้องก็ได้นะ " แหมพ่อสุภาพบุรุษ ทีเมื่อก่อนละโดดใส่อย่างเดียวเลย ชิ

          " ใช่ซิ๊ แล้วแต๊เล้ย " ผมที่ไม่รู้ทำไมอยู่ดีๆ ก็คุมโทนเสียงของตัวเองไม่ได้ซะงั้น

          " งั้น แปลว่าได้เหรอ " พี่ไอค่อยๆ ขยับมาเรื่อยๆ จากมุมเตียง ในขณะที่ผมก็ขยับเข้ามาเหมือนกัน

          ' เฟี้ยวว ตุบ! ' 

          ผมหันไปมองไอ้ตัวตะกวดที่มันมาจากไหนก็ไม่รู้ อยู่ดีๆ ก็โดดพรวดเข้ามากลางเตียงของผม ผ่านหน้าผมกับพี่ไอไปเส้นยาแดงผ่าแปด

          " เฮ้ออ สบายจัง เตียงนิ๊มนิ่ม ใหญ๊ใหญ่ เอาเป็นว่านอนนี่ดีกว่า " ผมหรี่ตามองไอ้ตัวขัดลาภ หนอยย กูจะฆ่ามื๊งงง

          " ขออภัยด้วยครับคุณหนู " ผมมองฮยองที่เดินเข้ามาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ชิ ฮยองปล่อยมันมาป่วนผมงั้นเหรอ

          " คุณไอ เชิญที่ห้องรับรองทางนี้เลยครับ ผมได้เตรียมทุกอย่างไว้แล้ว " ผมมองพี่ไอด้วยแววตาละห้อย หึ่ยย มีแต่คนขัดความสุขของเราสองคนจัง

          " ฮยองง " ผมเดินไปหาฮยองและเอาหัวถูไถออดอ้อนเช่นเคย

          " พี่ไอนอนห้องผมก็ได้นี่นา ไม่เห็นเป็นไรเลยง่า " ผมตัดพ้อและย่ำเท้าไปมาแบบเด็กน้อย

          " มิน ไม่เป็นไรหรอก พี่เป็นแขก จะทำตัวน่าเกลียดได้ยังไง " ผมมองหน้าพี่ไอแล้วเบะปากอย่างขัดใจ ชิ 

          " ก็ได้ครับ " ผมมองพี่ไอที่กำลังเดินออกไป ไม่วายหันมายิ้มและโบกมือให้ผม อ้ากก น่าฟัด เอ้ยน่ารัก หึ่ยย อดใจไว้หนุ่มน้อย เขาต้องเสร็จเราแน่นอน ใจเย็น ผมส่งยิ้มหวานจ๋อยไปให้ แต่สายตาฮยองทำให้ผมหุบยิ้มแทบไม่ทัน

          ผมเดินไปถีบไอ้เกลียวออกจากเตียงแล้วนอนลงอย่างหงุดหงิด 

          " แหม กะได้เสียกันตั้งแต่คืนแรกเลยเหรอ ร้ายนะมึง " 

          " เสือก เรื่องของกู " ผมไม่สนใจหรอก แต่เอาจริงๆ ก็คงไม่กล้าหรอก อ้ากก เขินๆ

          " มึงไม่กลัวเหรอ มึงระบมแน่กูบอกได้เลย " ผมมองหน้าไอ้เกลียว หรี่ตามองมันและหูผึ่งเรียบร้อย เอาจริงๆ ผมไม่เคยมีประสบการณ์อะไรเลยครับ เรียกได้ว่าเลเวลศูนย์ของแท้ 

          " มันเป็นไงวะ มึงรู้เหรอ " ผมถามมันอย่างอดสงสัยไม่ได้

          " มันแบบว่า อึ๋ยย มึงจะปวดท้องสุดๆ เหมือนอะไรจะหลุดออกมา แล้วก็แสบมากด้วย " 

          " เดี๋ยวๆ นั่นมันขี้ท้องเสียแล้วสัด " ผมตบกบาลมันไปหนึ่งที กวนทีนไม่เลิก

          " เออ เอาดีๆ ละ มึงเตรียมเจลไว้เลย เอาแบบลื่นๆ หรือทางที่ดี มึงกดพี่เขาเลย อย่าให้เขาแทงได้ ใครแทงก่อนได้เปรียบ " แหม มึงพูดเหมือนง่ายเนอะ มึงจะให้กูกดพี่เขา กูไปสู้กับคิงคองง่ายกว่า

          " แต่แบบมึง กูว่ายังไงก็โดนเสียบ " ผมเลิกคิ้วมองมันแบบมึงก็รู้นิยังมาถาม

          " มึงรู้เรื่องแบบนี้ได้ไงวะ " ผมกระซิบถามมันแบบเบาๆ

          " กูพยายามเสียบคนคนนึงอยู่ " ผมเลิกคิ้ว เอาจริงดิ 

          " ใครวะ มึงเอาผู้ชายด้วยเหรอ " ผมถามมันด้วยความสงสัยจริงๆ

          " กูได้หมดถ้าสดชื่น "

          " แล้วใครวะ " ผมอยากรู้สุดๆ ไปเลย

          " คนที่กำลังจะเข้ามาเนี่ย " ผมเลิกคิ้วด้วยความสงสัยสุดๆ หมายความว่าไงวะ

          " คุณหนูได้เวลานอนแล้วนะครับ " ฮยองที่เปิดประตูเข้ามาทำผมถลึงตาแทบหลุดออกจากเบ้า เดี๋ยวนะนี่มึง ฆ่าตัวตายชัดๆ มึงขยับตัวผิด หนอนมึงหลุดออกจากตัวแน่ๆ ผมเขย่าๆ คอเสื้อไอ้เกลียวในความเงียบ มึงนี่มันคนจริงว่ะ กูยอม

          " เค้าเล่นกับมึงเหรอ " ผมกระซิบกระซาบใส่หูมันอย่างระแวดระวัง 

          " กูว่ากูอกหักแน่ๆ " มันกระซิบกลับด้วยแววตาหมองเศร้า

          " หมายความว่าไงวะ " 

          " พี่แกช่วงนี้หายไปไหนทุกคืนเลย เหมือนไปหาใครสักคน " ผมเลิกคิ้วขึ้นจนแทบหายไปจากหน้าม้า เห้ยๆๆ ฮยองมีคนรักงั้นเหรอ ผู้ใดได้ใจเสือตัวนี้ไปฟะ ต้องสุดยอดแน่ๆ

          " ซุบซิบอะไรกันครับ อยากตายมากใช่ไหม " คำว่าตายฮยองส่งสายตาไปทางไอ้เกลียวอย่างไม่ปิดบัง

          " คนบ้าอะไรหล่อฉิบหาย ดุร้ายแต่มีเสน่ห์ อยากเห็นสีหน้าแบบอื่นของคุณแจอินจัง แค่คิดก็สยิวแล้ว " ไอ้เกลียวยังกระซิบกับผมต่ออย่างไม่สนใจคำขู่ของฮยอง กูว่ามึงจะสยองมากกว่า

          " นับ 1 " ฮยองที่ยืนพิงกรอบประตูกำลังนับถอยหลังเค้าดาวน์แห่งความตายอย่างใจเย็น ไอ้เกลียวที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบใส่เกียร์หมาโกยอ้าวออกประตูไปอย่างรวดเร็ว

          ฮยองเดินเข้ามาในห้องพร้อมจัดผ้าห่มให้ผม 

          " ฮยองครับ ขอบคุณนะครับ " ผมส่งยิ้มให้ฮยอง 

          " เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ " ฮยองยังคงทำหน้าเรียบเฉย

          " ผมรักฮยองนะครับ " ผมพูดและรีบจุฟแก้มฮยองด้วยความเร็วแสง จนฮยองขมวดคิ้วมุ่น

          " ถ้าคุณไอมาเห็นอาจคิดเป็นอื่นได้นะครับ "

          " ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมก็จะจุฟพี่ไอด้วย " ผมพูดพลางยิ้มแป้นจนฮยองถอนหายใจ ผมนั้นตั้งแต่เด็กมีแต่ฮยองเท่านั้น แม้แต่พี่สาวเองยังไม่สนิทเท่า ผมคิด ว่าถ้าหากไม่มีพี่ไอแล้วละก็ ผมก็จะอยู่กับฮยองตลอดไป

          " ผมอยากอยู่กับฮยองตลอดไปเลยครับ อยากให้ฮยองมีความสุข " 

          " ผมไม่ลืมหรอกนะครับ ว่าคุณหนูเคยคิดจะจากผมไป " ผมหุบยิ้ม ใช่แล้ว แต่ว่าตอนนั้นน่ะ ผมยังเด็กเกินไป ผมรู้สึกผิดมากๆ ที่คิดจะทิ้งฮยองไว้ข้างหลัง

          " วันนี้ฮยองนอนกับผมนะ " ฮยองยิ้มน้อยๆ พลางขมวดคิ้วมุ่น 

          " ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะครับ อายุตั้ง 19 แล้ว และจริงๆ ก็คงไม่ได้อยากนอนกับผมหรอกใช่ไหมล่ะ " ฮยองเลิกคิ้วอย่างรู้ทัน แต่ผมส่ายหน้าไปมาและส่งยิ้มให้คนตรงหน้า

          ผมรักพี่ไอครับ พี่ไอเป็นของผม ไม่ต้องรีบร้อน หึหึ แต่สำหรับผมแล้ว ก็คงเหมือนพี่ไอกับพี่พริ้นที่ยังไงสายสัมพันธ์ของครอบครัวก็สำคัญเช่นกัน ฮยองคือพี่ชายของผม พี่ชายสุดหล่อที่อายุมากกว่าผมถึง 5 ปี ร่างกายเพรียวบางแต่กลับแข็งแกร่งยิ่งกว่าใคร

          ฮยองเป็นเด็กกำพร้า ที่คุณพ่อเก็บมาชุบเลี้ยงและฝึกฝนจนสมบูรณ์แบบสุดๆ ผมที่ไม่มีใครคุยด้วย ไม่ค่อยมีใครสนใจ ก็มีเพียงฮยองที่อยู่เคียงข้างผมเสมอมา ผมมองฮยองที่ตอนนี้กำลังถอดแว่นออก และเสยผมขึ้นช้าๆ อย่างตกตะลึง แบบนี้เองสินะ ไอ้เกลียวถึงใจสั่น เพราะขนาดผมเองยังเผลอกลืนน้ำลายเลยฮะ หล่อแบบทรมานใจเหลือเกิน

          " ผมจะอยู่จนคุณหนูหลับเท่านั้นนะครับ ผมมีที่ที่ต้องไปอีก " ผมมองฮยองที่นอนมองเพดานข้างๆ ผมอย่างสงสัย 

          " ฮยองมีแฟนแล้วเหรอครับ ใครกันน้า " 

          " อย่าพูดให้ขำหน่อยเลยครับ ใครจะเป็นแฟนกับไอ้เด็กโรคจิตนั่น " ผมขมวดคิ้วน้อยๆ เด็กโรคจิตงั้นเหรอ ใครกันนะ ผมมองฮยองที่ตอนนี้อมยิ้มน้อยๆ อย่างอารมณ์ดี เดี๋ยวนะ ฮยองยิ้ม อ้ากกก ใครกันนะ ใครขโมยหัวใจฮยองไป ผมรีบคลานไปกอดฮยองไว้แน่นเหมือนเด็กกำลังจะถูกแย่งของรักไป

          " อะไรกันครับคุณหนู เล่นเป็นเด็กไปได้ " ฮยองตีแขนผมซะแรงเชียว

          " ผมกำลังจะโดนแย่งฮยองไป " ผมส่ายหัวดุ๊กดิ๊กไปมาและกอดฮยองไม่ปล่อย

          " ไม่มีใครแย่งผมไปจากคุณหนูได้หรอกครับ "

          " สัญญานะครับ " ผมกับฮยองนอนกอดกันไปมาอย่างมีความสุข


การที่เรามีใครสักคนที่รักและหวังดีต่อเราเสมอมามันเป็นอะไรที่ล้ำค่าที่สุดแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2018 16:35:08 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ Roman chibi

  • Death is not the end. Death can never be the end. Death is the road. Life is the traveller. The soul is the guide.
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1224
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-3

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด