[สนพ.B2S] คนของความจำ [END]#แจ้งข่าวรูปเล่มหนังสือหน้า 6 (24/10/61)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [สนพ.B2S] คนของความจำ [END]#แจ้งข่าวรูปเล่มหนังสือหน้า 6 (24/10/61)  (อ่าน 24508 ครั้ง)

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 21 ฝาแฝดแห่งตระกูลคิม


          10 ปีก่อน



          " คุณหนูจีมิน เก่งจังเลยค่า "

          " คุณหนูนี่อัจฉริยะของแท้เลยนะครับ "

          " ฝีมือระดับนี้ ทั้งๆ ที่อายุ 9 ขวบเองนะ "

          " ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ผิดกับอีกคนเลยนะ "

          นั่นเป็นสิ่งที่ผมได้ยินมาตลอดเวลาหลายปีมานี้ คิม จีมิน พี่สาวฝาแฝดของผม เธอเป็นอัจฉริยะทางด้านดนตรี ชนะการประกวด และได้รางวัลมากมาย สร้างชื่อเสียงแก่วงตระกูลของเรามานักต่อนัก ทั้งๆ ที่อายุเพียง 9 ขวบเท่านั้น ทั้งๆ ที่เรานั้นเหมือนกัน แม้กระทั่งหน้าตา แต่ทำไมกันนะ ผมรู้สึกเหมือนว่า เราช่างแตกต่างกัน แค่เพราะว่าผมนั้น ไม่ได้มีฝีมือเหมือนกับเธอ ผมจึงถูกมองว่าไร้ค่า ทุกๆ คนต่างผิดหวังในตัวผม ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้ให้กำเนิดทั้งสอง

          คุณพ่อของผมเป็นนักธุรกิจ ที่มีกิจการมูลค่ามากที่สุดในเอเชีย ส่วนคุณแม่ เป็นนักเปียโนชื่อดัง ที่แข่งขันมาแล้วทั่วโลก ไม่แปลกที่ท่านจะคาดหวังกับลูกๆ ฝาแฝดของพวกท่าน คาดหวังที่จะเห็นพวกเราทั้งสองคนได้ก้าวไปสู่จุดสูงสุด ดังที่พวกท่านนั้นได้ทำมา


          แต่ผมกลับทำมันไม่ได้


          มีเพียงฮยองเท่านั้นที่อยู่เคียงข้างผม ฮยองเป็นพ่อบ้านที่ทำหน้าที่ดูแลผมและพี่จีมิน ผมมักไล่ฮยองให้ไปอยู่กับพี่จีมินเสมอ แต่ฮยองก็ไม่เคยไปไหนห่างจากผมเลย ฮยองจึงเป็นเหมือนเพื่อน และพี่ชายของผม

          จนวันนึงที่เป็นเหมือนฝันร้ายที่สุดในชีวิตของผม การจากไปอย่างกระทันหันของพี่จีมิน ทำให้ทุกคนในบ้านช็อคหนัก คุณพ่อที่ใบหน้าซูบซีดรีบรุดมาในที่เกิดเหตุ และคุณแม่ที่กรีดร้องราวกับหัวใจแหลกสลาย  ทุกคนจ้องมองผม ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะผม เพราะผมที่อยู่กับพี่ก่อนที่พี่จะจมน้ำและหายไป


          " นี่มันอะไรกันครับฮยอง " ผมมองชุดกระโปรงสีขาวที่อยู่บนเตียงของผมอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ฮยองไม่ตอบ และก็ไม่ยอมสบตาผมเลย

          ผมลากเท้าไปที่ห้องทำงานของคุณพ่อด้วยหัวใจที่เจ็บปวด

          " นี่มันอะไรกันครับ " ผมตะโกนพลางเขย่าชุดกระโปรงไปมาด้วยความโมโห

          " ทำเพื่อแม่ของแก แม่ของแกกำลังจะตาย " คุณพ่อพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย เหมือนกับว่ามันเป็นสิ่งที่ง่ายเหลือเกินที่จะทำ ผมน้ำตาไหลออกมาด้วยความเจ็บปวด นั่นสินะ คนที่ควรตายไป มันคือผมต่างหาก

          คุณแม่ที่เสียใจอย่างหนัก ได้ล้มป่วยลง คุณแม่ไม่เคยเรียกชื่อผมอีกเลย ร้องเรียกหาแต่พี่จีมินเท่านั้น ความเสียใจทำให้คุณแม่เสียสติไป ผมมองดูคุณแม่ที่ดิ้นทุรนทุรายร้องเรียกหาพี่ด้วยความเจ็บปวด


          เวลาผ่านไป 2 ปีแล้ว ผมมองดูตัวเองในกระจกยาวที่ส่องให้เห็นตัวผมที่อยู่ในสภาพที่น่าสมเพช การตายของพี่ถูกปิดเป็นความลับ มีเพียงคนในตระกูลเท่านั้นที่ล่วงรู้ ไม่มีใครสามารถแยกออกระหว่างผมกับพี่จีมิน เพราะพวกเรานั้นเหมือนกันมาก ตัวผมที่จำเป็นต้องแต่งตัวเป็นเด็กผู้หญิงจึงไม่มีใครล่วงรู้
         
          " คุณหนูจีมินยังงดงามเหมือนเดิมเลยนะครับ " ใบหน้าของผมกระตุกด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ต้องเก็บมันเอาไว้

          ทุกๆ คนในบ้าน รวมทั้งพ่อบ้านแม่บ้าน ทุกๆ คนนั้นรู้ว่าผมคือยูมิน น้องชายฝาแฝดของพี่ แต่กลับไม่มีใครเรียกผมด้วยชื่อนั้นอีกเลย คิม ยูมิน ได้ตายจากไปแล้วจากอุบัติเหตุนั่น ผมได้แต่ร้องไห้ข้างในหัวใจ ที่ร้องเท่าไหร่ก็ไม่มีใครได้ยินมัน

          ' เพล้ง! ' 

          " คุณหนู ยูมิน อย่าทำแบบนี้สิครับ " กระจกบานที่เท่าไหร่ไม่รู้ที่ผมได้ทำลายมัน ผมเกลียดชังใบหน้านี้ ร่างกายนี้ ไม่อยากจะรับรู้หรือเห็นมันอีก มีเพียงฮยองเท่านั้นที่ยังคงเรียกผมด้วยชื่อของผม ทำให้รู้ว่าผมยังมีตัวตนอยู่ ยังมีชีวิตอยู่

          ผมเดินไปตามทางเดินเพื่อไปพบคุณแม่ที่ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว ท่านส่งยิ้มให้กับผม เมื่อผมได้เดินเข้าไปในห้องของท่าน

          " จีมินมาแล้วเหรอลูก มานั่งนี่สิ มาใกล้ๆ แม่ " ผมฝืนยิ้มอย่างข่มขื่นให้คุณแม่ ที่กอดผมเอาไว้แน่นเหมือนกลัวว่าผมจะหายไป


          " ฮยอง ผมอยากไปเดินเล่นจังเลยครับ พาผมไปได้ไหม " 

          " แต่นายท่านคงจะไม่อนุญาตหรอกนะครับคุณหนู " ผมมองใบหน้าของฮยองด้วยแววตาอ้อนวอน ผมไม่มีใครอีกแล้วที่จะช่วยผมได้

          " แค่ครั้งนี้นะครับ " ผมยิ้มอย่างดีใจ กอดฮยองไว้แน่น มีเพียงฮยองเท่านั้นที่ใจดีกับผม

          ด้วยความช่วยเหลือที่แสนยากลำบาก ตอนนี้ผมถึงได้มาอยู่ท่ามกลางผู้คนที่เดินสวนกันไปมา นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ผมไม่ได้ออกมาข้างนอกแบบนี้ 

          " อย่าคิดหนีไปไหนเชียวนะครับ ไม่อย่างนั้น นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่คุณหนูจะได้ออกมา " ฮยองขู่ผมด้วยสีหน้าที่บอกว่า เอาจริงแน่นอน 

          " คร๊าบฮยอง ว่าแต่ผมอยากเปลี่ยนชุดจังเลยครับ " ผมมองตัวเองที่ยังคงอยู่ในชุดพีชสีขาวที่ดูน่ารักซะเหลือเกิน 

          " เปลี่ยนไปก็เท่านั้นแหละครับ " ผมไม่เข้าใจที่ฮยองพูดเลยสักนิด

          ' เด็กคนนั้นน่ารักสุดๆ ไปเลยนะ '

          ' ยังกับตุ๊กตาแน่ะ '

          ' ลูกครึ่งหรือเปล่านะ ' 

          เสียงซุบซิบนินทายังคงดังเป็นระยะที่ผมเดิน เฮ้อ ผมละเกลียดชะมัด ผมเป็นผู้ชายนะ จะดีใจเวลาโดนชมว่าน่ารักได้ยังไง

          " ฮยองผมอยากเปลี่ยนชุดจริงๆ นะ " ผมยังคงอ้อนฮยองต่อไป 

          " ครับ มาทางนี้เลยครับ " 

          ไม่นานผมก็อยู่ในชุดเอี๊ยมกางเกงขาสั้นสีกรม และเสื้อคอลูกไม้แขนยาวสีขาว หึ แบบนี้ค่อยดูหล่อหน่อย

          ' ว๊ายย เด็กคนนั้นน่ารักจังเลย '

          ' ดูแก้มสีชมพูนั้นสิ ' 

          ' เด็กผู้หญิงแน่เลย ' 

          ' แต่งตัวน่ารักจัง แม่หนูน้อย '

          ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่า ไอ้ที่ฮยองบอกว่าเปลี่ยนไปก็เท่านั้นมันเป็นยังไง ผมซึ่งหน้าบูดเป็นตูดลิงอยู่ตอนนี้ ยิ่งเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากผู้คนที่พบเห็นไปใหญ่

          " ผมบอกคุณหนูแล้วนะครับ ว่าถ้าแอบหนีไป คุณหนูจะไม่ได้ออกมาอีก " ฮยองยังคงพูดเตือนผมอยู่เสมอ ตลอดเวลาที่อยู่ข้างนอกนั่น

          แต่ว่านะ ผมน่ะ ไม่กลัวหรอกครับฮยอง เพราะว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายของผมอยู่แล้ว


ครั้งสุดท้ายที่ผมจะอยู่บนโลกใบนี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-05-2018 18:40:51 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ ChabaSri

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 602
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
อ่า....พบจิตแพทย์เถอะ ทั้งบ้านเลย

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
อ่า....พบจิตแพทย์เถอะ ทั้งบ้านเลย

ถ้างั้นคนเขียนคงหนักสุดเนอะ เข้าขั้นโรคจิตค่ะ ทุกอย่างมีเหตุผลจ้า อ่านให้จบแล้วจะรู่ค่ะ 555+

ออฟไลน์ ♥lvl♀‘O’Deal2♥

  • หานิยายถูกใจยากจัง!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2694
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-4

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
โห บ้านนี้นี่มันปรกติมั้ยเนี่ยย

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 22 คำสัญญาที่ถูกลืมเลือน


          ผมใช้ผู้คนที่เดินไปมาเป็นกำบัง และรีบวิ่งหนีฮยองด้วยความเร็วสุดชีวิต ฮยองที่ตอนนี้กำลังซื้อไอติมให้ผม ยังคงไม่รู้ตัวว่าผมนั้นได้หายไปแล้ว

          " ขอโทษนะครับ ฮยอง แล้วก็ ขอบคุณสำหรับทุกๆ อย่างฮะ " ผมหยุดยืนมองฮยองและส่งยิ้มให้เป็นครั้งสุดท้าย

          ผมเดินไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าจุดหมายคือที่ไหน แต่ผมรู้ว่าจุดมุ่งหมายของผมคืออะไร ผมกำลังหาที่ ที่ซึ่งผมจะได้หายไปตลอดกาล ผมมองไปบนฟ้าที่มืดครึ้มอย่างเป็นใจ มันมืดมนเหมือนกับหัวใจของผมในตอนนี้

          ผมมองเห็นตึกหลังหนึ่ง ในตรอกซอกซอยที่อยู่ลึกสุดใจ ที่ที่ไม่มีใครเดินผ่าน เป็นตรอกเล็กๆ ที่มีตึกร้างมากมาย ผมมองไปที่ตึกที่สูงที่สุด และหาทางเข้าไป ผมใต่บันไดขึ้นไปยังชั้นสูงสุดเรื่อยๆ อย่างมุ่งมั่น จนในที่สุด ผมก็มาถึงจุดสูงสุดของตึกนี้จนได้

          ตอนนี้สายฝนเริ่มตกลงมาแล้ว ผมเงยหน้าขึ้นให้สายฝนที่หนาวเย็นตกกระทบลงบนใบหน้าจนเปียกชื้น และก้าวเดินไป ยังขอบตึกนั่นอย่างช้าๆ ก้าวขึ้นไปและหยุดยืนอยู่บนนั้น ผมก้มมองลงไปยังความมืดมิดของข้างล่างนั่น ด้วยหัวใจที่เตรียมพร้อม ที่จะได้หลับไหลไปในห้วงนิทราชั่วนิรันดร์ ผมกำลังจะเป็นอิสระแล้วสินะ ผมจะไม่ต้องร้องไห้อีกแล้ว

          " สูงดีนะ " ผมละสายตาจากความมืดมิดข้างล่างนั่น จ้องมองบุคคลที่ผมไม่รู้จักด้วยความตกใจ

          " ผมไม่ได้จะมาห้ามเธอหรืออะไรแบบนั้นหรอก " เด็กหนุ่มคนนั้นพูด ด้วยรอยยิ้มที่แสนเศร้า

          " ผมก็เคยอยากที่จะลงไปที่นั่น เหมือนกับเธอ ผมรู้ว่ามันรู้สึกยังไง " เด็กหนุ่มก้าวขึ้นมาอยู่ที่ขอบตึกนั่น ซึ่งระยะก็ไม่ได้ห่างจากตัวผมเท่าไหร่ ใครกันนะ นายน่ะจะมาเข้าใจผมได้ยังไงกัน

          " แต่ว่านะ ผมก็นึกขึ้นได้ว่า ผมยังมีคุณแม่ที่เป็นห่วงผมอยู่ ผมจะมาตายที่นี่ไม่ได้ " เด็กหนุ่มคนนั้นยังคงพูดต่อไปด้วยรอยยิ้มหมองเศร้า แต่ผมน่ะไม่มีใครเลยต่างกับนายนะ ผมคิดในใจ

          " เพราะงั้น ถ้าเธอไม่มีคนที่เธอจะอยู่เพื่อเขาแล้วละก็ " เด็กหนุ่มยังคงจ้องมองลงไปยังความมืดมิดด้านล่าง และค่อยๆ หันมาฉีกยิ้มที่สดใสให้กับผม

          " อยู่เพื่อผมสิ แล้วผมก็จะอยู่เพื่อเธอเหมือนกัน " หยาดน้ำตาค่อยๆ ไหลออกมาจากดวงตาของผม เหมือนกับว่าผมได้ถูกปลดปล่อยจากความเศร้าหมองในหัวใจ ผมมีเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่งั้นเหรอ ผมจะยังสามารถมีความสุขได้ใช่ไหม ผมไม่ได้ไร้ค่าแล้วใช่ไหม

          ผมหันหลังให้ความมืดมิดข้างล่างนั่น ไปยังอ้อมแขนที่กางไว้รองรับตัวผม พวกเรากอดกันเนิ่นนานแสนนาน ผมร้องไห้กับอ้อมกอดนั้นปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในหัวใจ ความเศร้า ความสิ้นหวัง ความเจ็บปวดทุกๆ อย่าง ให้มันออกมากลายเป็นหยาดน้ำตา

          " ผมมีที่ที่อยากจะพาเธอไป ผมจะสอนเธอเอง " เด็กหนุ่มเช็ดน้ำตาให้กับผมอย่างอ่อนโยน เมื่อผมเพ่งมองดีๆ แล้วพวกเราน่าจะอายุไม่ห่างกันเท่าไหร่ ใบหน้าหล่อเหลา และตัวสูงจังเลยนะ สูงกว่าผมเป็นคืบได้ แถมยังตัวใหญ่อีกต่างหาก และถ้าผมเข้าใจไม่ผิด เขาคนนี้น่าจะคิดว่าผมเป็นผู้หญิงสินะ 

          " เธอชื่ออะไรงั้นเหรอ " เด็กหนุ่มที่กำลังจูงมือผมอยู่นั้น หันมายิ้มให้ผมอย่างอ่อนโยน

          " คิม จีมิน " ผมพูดบ้าอะไรออกไปนะ การเป็นพี่จีมินมา 2 ปี ทำให้ผมแทบจะกลายเป็นพี่โดยสมบูรณ์ ทำให้เผลอพูดชื่อนั้นออกไป

          " แล้วนายล่ะ " ผมถามกลับไป แต่คำตอบที่ได้กลับมีแต่เสียงหัวเราะของคนตรงหน้าเท่านั้น
         
          " ไอ.. "

          " ไอเลิฟยู ฮ่ะๆ " 

          " นี่ อย่าพูดเล่นสิ " ผมตีแขนคนตรงหน้าอย่างลืมตัว 

          " ไม่ได้ล้อเล่นซะหน่อย " ข่นบ้า เห็นเป็นเรื่องเล่นไปได้ แต่ก็ช่างเหอะ จะชื่ออะไรก็ไม่สำคัญหรอก ขอแค่เป็นคนคนนี้ก็พอ คนที่ทำให้โลกของผมเปลี่ยนไป

          เด็กหนุ่มพาผมเดินลัดเลาะไปยังที่ต่างๆ ลัดคลองน้ำ ลัดทุ่งหญ้าที่เขียวขจีขนาดใหญ่ ผมไม่รู้มาก่อนเลยว่าจะมีสถานที่แบบนี้อยู่ที่นี่ด้วย มันเงียบสงบและทำให้รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก

          พวกเรามาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง เป็นซากตึกปลักหักพังขนาดใหญ่ แต่ก็ยังพอกันแดดกันฝนได้ ภายในนั้นโล่ง แต่ก็มีข้าวของเก่าๆ ที่พังเสียหาย มีเชิงเทียนเก่าๆ มีโคมไฟ และใจกลางของตึกนั่นก็คือ แชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่ ที่มีหยากไย่เกาะอยู่เต็มไปหมด และภายใต้แชนเดอเลียร์นั้น มีเปียโนหลังหนึ่งตั้งอยู่ เป็นเปียโนสีดำ ที่มีสภาพโทรมและผุพังแล้ว 

          " ยังเล่นได้อยู่นะ " เด็กหนุ่มหันมายิ้มให้ผม และเดินไปรอบๆ เปียโนหลังโทรม ลูบไล้เปียโนที่ผุพังนั้นอย่างรักใคร่ ผมมองภาพตรงหน้า ด้วยหัวใจที่สั่นไหว

          " มาสิ ผมจะสอนให้เอง " ผมเดินเข้าไปนั่งที่เปียโนหลังนั้นอย่างว่าง่าย

          " วางมือตรงนี้นะ " เด็กหนุ่มยืนค่อมหลังผมเอาไว้แล้วโน้มตัวมาใกล้ ใบหน้าของเขาอยู่ข้างๆ แก้มผมนี่เอง ทำเอาใบหน้าของผมร้อนผ่าวเลยทีเดียว เขาจับมือของผมให้วางบนคีย์ต่างๆ ของเปียโนอย่างเชี่ยวชาญ

          ผมตัวแข็งทื่อ ทั้งตื่นเต้นและรู้สึกแปลกๆ ชอบกล ผมหันไปมองแก้มของเด็กหนุ่มคนนั้นอย่างกล้าๆ กลัว 

          " อยากหอมก็เอาเลยสิ " 

          " ม..ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย " ผมพูดตะกุกตะกักด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าว

          " ฮ่ะๆ หน้าแดงหมดแล้ว " หึ่ยย กลายเป็นคนหื่นไปแล้วเรา

          ผมวางมือบนคีย์เปียโนและเริ่มบรรเลงบทเพลงออกมา ทำให้เด็กหนุ่มคนนั้นทำสีหน้าแปลกใจ และแปรเปลี่ยนไปเป็นรอยยิ้มที่สดใสร่าเริง

          " ตกใจหมดเลย นี่เธอเล่นเป็นหรอกเหรอ " ผมพยักหน้าหงึกหงักอย่างภาคภูมิใจ

          " ฮ่ะๆ เก่งมากเลย " เด็กหนุ่มพูดชมผมพร้อมกับขยี้หัวผมเบาๆ ผมยิ้มแป้นจนเหมือนแก้มจะระเบิดออกมา เป็นครั้งแรกที่ผมได้รับคำชมจากการบรรเลงของผม

          " แต่วันนี้เย็นมากแล้วนะ บ้านเธออยู่ที่ไหนล่ะ ผมจะพาไป " ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของผม แปรเปลี่ยนไปเป็นหมองเศร้าอย่างรวดเร็ว

          " อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ เราจะมาเจอกันอีกนะ ที่นี่ ทุกๆ วันเลย " เด็กหนุ่มกุมมือของผมเอาไว้ แล้วส่งยิ้มอย่างอ่อนโยน 

          " จำเอาไว้ว่า ผมจะรอเธออยู่ที่นี่เสมอ แล้วมาหาผมนะ " ผมพยักหน้าพร้อมส่งยิ้มให้เป็นคำตอบ


          หลังจากนั้นทุกๆ วันผมจะแอบมาที่นี่ด้วยความช่วยเหลือของฮยอง ซึ่งวันแรกที่ผมกลับไป ฮยองโกรธผม และไม่ยอมพูดกับผมเลย แต่พอผมเล่าเรื่องเด็กหนุ่มคนนี้อย่างมีความสุข ฮยองก็ยอมที่จะพาผมมาที่นี่

          ผมกับเด็กหนุ่มปริศนา กำลังแต่งบทเพลงเพลงหนึ่งขึ้น ซึ่งใช้เวลาเกือบเดือนเลยทีเดียวกว่าที่ทุกอย่างจะลงตัว พวกเราบรรเลงร่วมกัน ถ้าผมเล่นคอร์ด เด็กหนุ่มก็จะเล่นเมโลดี้ สลับกันไป เป็นช่วงเวลาที่ผมมีความสุขที่สุดในชีวิต ถึงแม้ว่าผมจะยังไม่รู้ชื่อของเขา แต่มันก็ไม่จำเป็น ตราบเท่าที่เรายังอยู่ด้วยกัน

          แต่แล้ววันแห่งความสุขนั้นก็หายไป ในวันสุดท้ายของเดือน ที่ผมได้มาที่นี่ เด็กหนุ่มคนนั้นก็ไม่ได้มาที่นี่อีกเลย ผมไม่รู้ว่าทำไม แต่เขาคงจะมีเหตุผลของเขาสินะ ผมยังคงมาที่นี่ทุกๆ วัน เฝ้ารอให้เด็กหนุ่มคนนั้นกลับมา


          เมื่อผมอายุครบ 12 ปี คุณพ่อที่รู้ว่าผมชอบหนีออกไปจากบ้านเลยลงโทษผม โดยการส่งผมไปเรียนที่โรงเรียนประจำแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ เพื่อที่ผมจะไม่ได้ออกไปไหนอีกนอกจากเรียนเท่านั้น ผมไม่แม้แต่จะได้คุยกับฮยอง เพราะคุณพ่อก็ลงโทษฮยองที่พาผมออกไปข้างนอกโดยไม่ได้รับอนุญาตเช่นกัน

          ตลอดเวลาที่อยู่ที่นั่น ผมยังคงไม่ละความพยายาม เฝ้านึกถึงรายละเอียดต่างๆ ของเด็กหนุ่มคนนั้น เท่าที่ผมจะนึกออกได้ รู้แบบนี้ผมน่าจะถามเขาทุกๆ อย่างที่จำเป็น มีอะไรบ้างนะที่จะทำให้ผมรู้ว่าคนคนนั้นคือใคร

          ผมพยายามนึกถึงสิ่งต่างๆ นี้มาเป็นเวลาหลายปี หน้าตา เสื้อผ้า เอ๊ะ เสื้อผ้าของเขามีตราอะไรสักอย่างอยู่บนกระดุมนั่น แต่มันยากจัง ผมจำรายละเอียดไม่ได้มากนัก เพราะว่ามันค่อนข้างจะสังเกตุยากมากๆ ถ้าผมไม่ได้เข้าใจผิดอะไรละก็ ตรานั่นน่าจะเป็นตราประจำตระกูลหรืออะไรทำนองนั้นแน่ๆ

          ผมตามสืบเรื่องตราประจำตระกูลนั่น มาเป็นเวลา 3 ปี ไล่ดูทุกตระกูลที่น่าจะเป็นไปได้ในกรุงโซล แต่ก็ไม่มีที่ใกล้เคียงเลย ผมจึงไล่ดูขยายวงกว้างออกไป จนในที่สุดผมก็ได้เจอ

          สหวัฒนวรางกูร เป็นตระกูลเก่าแก่และร่ำรวย อาศัยอยู่ในประเทศไทย ซึ่งตระกูลนี้ มีลูกชายเพียงคนเดียวเท่านั้น ก็คือพริ้น พีรณัฐ ซึ่งอายุมากกว่าผม 2 ปี ผมคิดว่าผมจำรอยยิ้มนั้นได้

          ผมมองดูรูปถ่าย ที่มีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลายิ้มแย้มอยู่บนนั้น เวลาผ่านมา 4 ปีแล้วสินะ แต่พี่ก็ยังมีใบหน้าที่เปื้อนยิ้มเหมือนเคย

          " กลายเป็นหนุ่มหล่อเต็มตัวแล้วสินะ พี่ดูเปลี่ยนไปมากจริงๆ " ผมพูดเบาๆ และยิ้มให้กับคนในรูป คนที่ผมนั้นคิดถึงสุดหัวใจ


          จนเมื่อผมอายุได้ 17 ปี ผมก็ได้กลับมาที่บ้าน ที่กรุงโซลอีกครั้งเพราะว่าคุณแม่นั้นกำลังล้มป่วยลงด้วยโรคประจำตัว และท่านก็ได้สิ้นใจไปในเวลาไม่นาน ซึ่งในช่วงเวลาสุดท้ายของลมหายใจของท่านนั้น ท่านก็ไม่ได้เรียกชื่อที่แท้จริงของผมเลย

          หลังจากที่ผมกลับมาผมก็ได้พบฮยองเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ผมรีบถามถึงสิ่งที่ผมอยากรู้มาตลอด เรื่องของเด็กหนุ่มคนนั้น แต่ฮยองที่คอยไปที่สถานที่แห่งนั้นแทนผม ก็เหมือนกับไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้เท่าไหร่ บอกแค่ว่าไม่พบเด็กคนนั้นที่นั่นอีกเลย

          ผมจึงกลับมายังที่สถานที่แห่งความทรงจำนี้อีกครั้ง ด้วยตัวของผมเอง ทำไมกันนะ ฮยองถึงไม่อยากให้ผมมาที่นี่

          ผมเดินไปรอบๆ ดื่มด่ำกับความร่มรื่น และบรรยากาศที่ยังคงเป็นเหมือนเก่า เหมือนครั้งที่พวกเรา ยังคงใช้เวลาอยู่ที่นี่ด้วยกัน ผมเดินไปเรื่อยๆ เก็บเกี่ยวความรู้สึกในสถานที่ ที่เคยมีพี่อยู่ที่นี่ แต่เมื่อผมเดินไปยังใจกลางของซากปลักหักพังนี้

          ภาพที่ผมเห็นกลับทำให้หัวใจของผมสั่นสะท้านไปด้วยความเศร้าเสียใจ เปียโนหลังโทรมตัวนั้นได้หายไปแล้ว แต่ถูกวางแทนที่ด้วยกองดอกไม้ที่แห้งเหี่ยว ด้วยเหตุผลอะไรที่ผมเองก็ไม่เข้าใจ ใครกันนะที่นำมันไป หรือว่าจะเป็นพี่ พี่กลับมาที่นี่เหรอครับ หรือว่าทุกอย่างมันไม่สำคัญกับพี่อีกแล้วใช่ไหม

          แต่ว่านะ ผมก็จะอยู่ต่อไป เพราะผมได้สัญญากับพี่ไว้แล้ว


ผมจะอยู่เพื่อพี่ ถึงแม้ว่าตอนนี้ พี่จะไม่ได้อยู่เพื่อผมอีกแล้วก็ตาม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-05-2018 18:43:20 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ armize

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 95
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3

ออฟไลน์ mareya.no7

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 559
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
เขาก็บอกว่าไอ ถึงแม้จะเล่นเป็นไอเลิฟยูก็เหอะ ยังจะพริ้นๆอยู่ได้ ไม่เอะใจเลยหรือ

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
เขาก็บอกว่าไอ ถึงแม้จะเล่นเป็นไอเลิฟยูก็เหอะ ยังจะพริ้นๆอยู่ได้ ไม่เอะใจเลยหรือ

ณ ตอนนั้นทั้งสองเด็กน้อยมากจ้า มินคิดว่าพูดเล่นจริงๆ และอีกอย่างคือตราประจำตระกูลเป็นของพริ้นค่ะ และพริ้นกับไอหน้าคล้ายกันสุดๆ ^__^ ถ้ารู้เร็วก็จบเร็วสิ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 23 Forget Me Not


          ตั้งแต่ที่ผมได้กลับมาที่นี่ก็หลายวันแล้ว สิ่งต่างๆ ยังคงน่ารำคาญใจสำหรับผม ผมอยากกลับไปจัง กลับไปที่ประเทศไทย เพราะว่าที่นั่นผมได้มีเพื่อน มีชีวิตเป็นของตัวเอง

          ตั้งแต่ที่คุณพ่อเรียกผมไปพบในวันแรก ท่านก็ไม่เรียกผมอีกเลย แต่ก็ดีแล้วล่ะ เพราะผมไม่อยากโดนด่าอีกยังไงล่ะ คุณพ่อเป็นคนไม่ชอบพูดเท่าไหร่ ผมเลยไม่รู้ว่าท่านคิดอะไร

          " ฮยอง ผมเบื่อออ " ฮยองที่กำลังจัดผ้าม่านให้กับผม ถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่ายเช่นกัน

          " ฮยองงง ผมอยากไปที่นั่น ไม่ได้ไปมา 2 ปีแล้วอ่ะ "

          " จะไปทำไมอีกละครับ ก็ที่นั่นไม่มีอะไรอีกแล้ว " 

          " แต่ผมก็อยากไปอยู่ดีอ่ะ " ผมยังคงทำหน้าบูด ทำเสียงออดอ้อนขอความเห็นใจ

          " แต่นายท่าน.."

          " ผมไม่สนหรอก " ผมพูดเสียงดังอย่างขุ่นเคืองใจ ทำไมกันนะ ฮยองเหมือนกับเข้าข้างคุณพ่อซะอย่างนั้น

          " คุณหนู นายท่านก็แค่โมโหเท่านั้นละครับ ถึงได้พูดแบบนั้น " 

          " นี่ไม่ได้อยู่ข้างๆ ผมแค่ไม่นาน ฮยองเปลี่ยนใจไปเข้าข้างคุณพ่อตั้งแต่เมื่อไหร่กัน " ผมพูดอย่างน้อยใจ หึ สามวันจากนารีเป็นอื่นสินะ

          " เฮ้อ คุณหนูก็ยังเด็กน้อยเหมือนเดิมนะครับ " ฮยองพูดพลางขยับแว่นด้วยท่าทีรำคาญใจ

          " จะพูดอะไรผมก็ไม่สนหรอก ผมเกลียดคุณพ่อ " ผมยังคงยึดมั่นกับความคิดนั้นไม่เปลี่ยนแปลง และจะไม่มีวันเปลี่ยนใจด้วย


          วันรุ่งขึ้นผมอ้อนฮยองอีกยกใหญ่เพื่อขอไปที่นั่นอีกครั้ง จนฮยองยอมใจอ่อนจนได้ ผมนั่งรถไปกับฮยอง ไปยังสถานที่แห่งความทรงจำของผมด้วยหัวใจที่เต้นตึกตักอย่างควบคุมไม่ได้ ผมรู้สึกตื่นเต้นเสมอเวลาที่จะไปที่นั่น เพราะว่าในลึกๆแล้ว ผมยังคงหวัง ที่พี่พริ้นจะกลับมา และจำผมได้

          ผมลงจากรถ และเดินดูรอบๆ สถานที่แห่งนี้เหมือนทุกๆ ครั้ง ซากปลักหักพังยังคงเดิม แต่ตอนนี้อากาศที่หนาวจัด ทำให้ทั่วทั้งถนนและตัวซากตึกเต็มไปด้วยหมอกหนามากมาย ผมเดินเข้าไปยังตรงกลางที่ที่เคยมีเปียโนตั้งอยู่นั้นด้วยหัวใจที่เปลี่ยวเหงา มองดูซากดอกไม้ที่ตอนนี้นั้นกองเป็นภูเขาได้ 

          " พี่พริ้นครับ พี่จะรู้ไหมนะ ว่าเปียโนไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว " ผมพูดกับตัวเองอย่างแผ่วเบา พลางจ้องมองไปยังซากดอกไม้นั่น

          " มันอะไรกันนะ " ผมเดินเข้าไปที่ซากดอกไม้เหล่านั้นด้วยหัวใจที่สั่นไหว มีดอกไม้ช่อหนึ่งที่ยังคงสดใหม่ เหมือนว่ามันเพิ่งถูกวางลงไม่นานนี้เอง

          ผมหยิบดอกไม้นั้นขึ้นมา และวิ่งออกไป ใคร ใครกันนะที่วางดอกไม้พวกนี้ไว้ เพื่ออะไรกัน ผมอยากรู้ ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นคนที่นำเปียโนตัวนั้นไปก็ได้ ผมวิ่งไปตามซอกซอย ที่อยู่ใกล้ๆ ไม่สนเสียงเรียกของฮยองที่ร้องเรียกชื่อผม

          ผมหยุดวิ่งทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า ไกลออกไปในหมอกอันเลือนลาง ผู้ชายที่มีพระคุณต่อผมกำลังยืนยิ้มอย่างร่าเริงเหมือนกำลังดีใจอะไรสักอย่าง แค่เห็นเพียงด้านข้างนั้น ผมก็จำได้ในทันที

          พี่พริ้น พี่นั่นเอง พี่จำที่นี่ได้เหรอครับ พี่จำผมได้แล้วงั้นเหรอ แล้วทำไมกัน พี่ถึงได้ทำร้ายผมในคืนนั้น ผมที่ทำหน้ายิ้มอยู่สักครู่ ก็กลับหมองเศร้าลงอีกครั้ง

          แต่แล้วผมก็ต้องก้มตัวลงและรีบวิ่งไปแอบที่กำแพงอีกด้าน เพราะว่าที่ตรงนั้นไม่ได้มีแค่พี่พริ้นที่ยืนอยู่เท่านั้น แต่ยังมีคนอีกคน ชายหนุ่มที่ผมจำได้ในทันที ชายหนุ่มผมสีดำ ที่มีสีหน้าเบื่อหน่าย แต่แววตากลับดูอ่อนล้าและเศร้าสร้อย พี่ไอ มาด้วยงั้นเหรอ ทำไมกันนะ

          ผมรู้สึกเศร้าสร้อยเมื่อได้เห็นสีหน้าของพี่ไอ เพราะอะไรกันนะ ทำไมคนที่ดูเข้มแข็งแบบพี่ ถึงได้ทำหน้าเหมือนกำลังร้องไห้กัน ที่นี่ สถานที่แห่งนี้ ทำให้พี่ร้องไห้งั้นเหรอ ผมคิดและสงสัย ผมไม่อยากเห็นคนคนนี้ร้องไห้เลย

          หลังจากคืนนั้น ที่พี่พริ้นได้ทำร้ายจิตใจของผม ผมนั้นเจ็บปวดทรมานเจียนตาย แต่ผมก็ไม่เคยโกรธพี่เลย อาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อมนั้นทำให้พี่เปลี่ยนไป แต่มันก็ได้เปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างในหัวใจของผม

          ผมนั้นยังคงรักพี่เหมือนเดิม แต่ความรักนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว เป็นความรักและความซื่อสัตย์ คงเหมือนกับหมาน้อยตัวนึงนั่นแหละ ที่ไม่ว่าเจ้าของจะทุบตียังไง มันก็ยังรักและซื่อสัตย์ต่อนายของมันสุดหัวใจ แต่ก็ไม่ได้หวังจะให้พี่มารักผม ขอแค่ให้ผมได้เฝ้ามองพี่มีความสุขก็พอ

          แต่สำหรับพี่ไอนั้น มันแปลก ผมที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะชอบผู้ชายคนไหนเลย กลับรู้สึกหวั่นไหนเหลือเกินเมื่อได้อยู่ใกล้ๆ พี่ ตั้งแต่ครั้งนั้นที่เราจูบกัน ผมก็เหมือนจะไม่สามารถลืมมันได้เลย พี่จะคิดกับผมยังไงนะ พี่มีคนในหัวใจแล้วหรือเปล่า ผมจะสามารถ อยู่ในใจพี่บ้างได้ไหมนะ

          แต่เรื่องน่าแปลกอีกเรื่องหนึ่งก็คือ พี่พริ้นกับพี่ไอ ดูจะไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่นะ ผมคิด แต่ทำไมกันนะ วันนี้ก็ยังอยู่ด้วยกันอีก เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดอะไรทำนองนั้นหรือเปล่า เป็นคู่ที่แปลกดีแฮะ 

          " ทำอะไรกันครับคุณหนู " ผมสะดุ้งสุดตัว โธ่ฮยองตกใจหมด ผมรีบดึงฮยองเข้ามาหลบข้างกำแพงโดยเร็ว 

          " หลบทำไมกันละครับ ยิงทิ้งเลยดีไหม "

          " เย้ยย ฮยอง อย่านะครับ " ผมรีบตระครุบแขนฮยองที่ทำท่าล่วงมือเข้าไปในเสื้อด้วยความตกใจ

          " คุ้นๆ นะครับ คนนั้น " 

          " ใช่ไหมล่ะ ฮยอง พี่พริ้นไงครับ พี่พริ้นที่เล่นเปียโนกับผมตอนเด็กไง " ผมเขย่าคอเสื้อฮยองอย่างตื่นเต้น

          " งั้นเหรอครับ ก็ว่าคุ้นๆ อยู่ แต่ตอนนี้ดูไม่ค่อยร่าเริงเหมือนเมื่อก่อนเลยนะครับ " ผมมองฮยองด้วยความสงสัย 

          " ไม่ใช่ครับฮยอง คนที่ผมสีน้ำตาลอ่อนนั่นต่างหากครับพี่พริ้น " ฮยองเลิกคิ้วสูงจนผมคิดว่ามันจะหายไปในเรือนผมซะแล้ว

          " เหรอครับ หน้าคล้ายกันอยู่นะครับสองคนนั้น " ฮยองทำคิ้วขมวดมุ่นอย่างสงสัย

          " แต่เขาเป็นเพื่อนกันครับ " นั่นสินะ ถึงจะออกแนวคนละสไตล์ แต่รอยยิ้มก็คล้ายกันเหลือเกิน อย่างกับพี่น้องกันแน่ะ แต่พี่พริ้นเป็นลูกคนเดียวนี่นา

          " แล้วจะแอบทำไมละครับ ออกไปทักทายสิ " ฮยองที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นพยายามลากผมออกจากที่ซ่อน ทำให้ผมขืนตัวสุดชีวิตเลยทีเดียว

          " ไม่เอา อย่านะครับ " ผมยังคงพยายามดิ้นรนสุดฤทธิ์อย่างอ่อนแรง ผู้ชายคนนี้พละกำลังน่ากลัวจริงๆ

          " อ๋อ อย่างนี้นี่เอง ไอ้หนุ่มผมดำนั่น ก็ว่าคุ้นๆ " ฮยองขยับแว่นแบบใช้ความคิด

          " รุ่นพี่ที่คุณหนูจู.. " ผมตระครุบปากฮยองอีกครั้งด้วยความตกใจ อ้ากก นี่ตั้งใจแกล้งผมใช่ม๊ายย หึ่ยย

          " อย่าดังสิครับ " ผมมองเห็นทั้งสองคนกำลังมองมาทางนี้อย่างสงสัย 

          " ผมจะไปเจอพวกเขาแน่ครับ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ " ผมยิ้มและมองไปยังสองคนนั่น ที่ตอนนี้กำลังเดินหันหลังไปอีกทางหนึ่งแล้ว

          ผมมองดอกไม้สีฟ้าในมือ มันคือดอกฟอเกตมีนอทสินะ 

          " โปรดอย่าลืมฉัน อย่าลืมวันเวลาดีๆ ที่มีให้แก่กัน " ผมมองช่อดอกไม้แล้วส่งยิ้มน้อยๆ เพราะอะไรกันนะ ถึงต้องเป็นดอกไม้นี้


และเพราะอะไรกันนะ พวกพี่ถึงได้มาที่นี่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-05-2018 18:45:26 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 24 COME BACK TO BKK


          Rrrr Rrrr 

          เสียงโทรศัพท์รบกวนโสตประสาทแต่เช้าตรู่นี่มันอะไรกันฟะ ใครกันนะที่โทรมากวนใจแต่เช้า แต่แล้วผมก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เพราะว่าจะมีใครซะอีกล่ะที่โทรมา นอกจากไอ้เพื่อนเกลอจอมแหลสดของผมนั่นไง ผมรีบกดรัับโทรศัพท์ด้วยความดีใจ ไม่ได้เจอ ไม่ได้คุยกับมันมาเกือบเดือน ผมก็คิดถึงมันเหมือนกันนะ 

          " ท่าน กำลังเข้าสู่บริการรับฝากกก หัวจัยยย " 

          " ฝากตีนกูแทนได้ไหม " ผมพูดกรอกโทรศัพท์เข้าไปด้วยความมีน้ำโห กวนทีนไม่เลิกจริงๆ ไอ้นี่

          " โธ่ คุ...มินมินของเกลียว อย่าใจร้ายนักสิคร้าบบ " 

          " ใครมินมิน ใครของมึง เดี๋ยวกูส่งคนไปตื้บแม่งเลยนิ มีอะไร โทรหากูทำไม " ผมพูดไปงั้นแหละ จริงๆ แล้วผมอยากคุยกับมันสุดๆ ไปเลย

          " กระผมมีข่าวมาแจ้งขอรับ " มันยังกวนทีนไม่เลิก 

          " อะไรของมึง อย่าลีลากูไม่ได้ว่างเหมือนมึงนะ " ผมพูดไปงั้นแหละ จริงๆ ผมว่างฉิบหาย

          " อ่าว อ่าว อ่าว งั้นเรื่องพี่พริ้นสุดที่รักของมึงก็ไม่ต้องรู้ดีกว่าเนอะ " ไอ้ห่า ได้ทีเอาใหญ่เลยนะเมิง

          " เหอะๆ เดี๋ยวกูอ่านในเน็ตเอาก็ได้ " กูเพิ่งเจอเขาเมื่อไม่กี่วันก่อนเองเฟ้ย

          " แต่ว่าตอนนี้กูกำลังนั่งอยู่ใกล้ๆ โต๊ะพี่เขาเลยนะโว้ย " 

          " เหรอ มึงไปสาระแนอะไรใกล้ๆ พี่เขาวะ " ผมหูผึ่งขึ้นมาอย่างอดไม่ได้นิดนึง

          " แต่พี่เขาไม่ได้อยู่คนเดียวว่ะ อยู่กับไอ้นายแบบลูกครึ่งที่ตัวติดกันยังกับฝาแฝดนั่นแหละ " ผมที่นอนคุยอยู่บนเตียง ณ ตอนนี้ลุกขึ้นยืนแทบจะในทันที พลางเปิดสปีกเกอร์โฟนด้วยความใคร่รู้

          " แล้วไงต่อวะ " 

          " นั่นแน่ มึงยังไงแน่วะ อย่าหลายใจสัด นี่กะเหมาสองเลยมั้งเนี่ย "

          " มึงยังอยากมีลิ้นอยู่ในปากไหม " ผมพูดด้วยเสียงที่เย็นยะเยือกตัดขั้วหัวใจ

          " โธ่อย่าเดือดสิครับเพื่อน ถ้าไม่มีลิ้น กระผมจะมีฉายาเกลียวสายเบิร์นได้ยังไงกันละครับ " 

          " ฮยองครับ ไม่จำเป็นต้องมีสายข่าวในไทยแล้วครับ เก็บมันซะ " ผมหันไปสั่งฮยองด้วยความเหลืออด 

          " ขอโทษค้าบบ ผมผิดไปแล้ว " ผมฟังเสียงอ้อนวอนร้องขอชีวิตจากไอ้เกลียวพลางกลั้นขำไปด้วย

          " T1 รหัส 019 อย่าให้เหลือซาก " ผมหันไปหาฮยองที่ตอนนี้กำลังคุยกับสมอลทอล์คข้างหูด้วยสีหน้าเรียบเฉย เฮ้ยย ผมได้ยินเสียงกรีดร้องของไอ้เกลียว ดังมาจากโทรศัพท์ ทำเอาใจเสียไปเลยด้วยความช็อค

          " ฮยอง ทำอะไรน่ะครับ "

          " ก็กำจัดไงครับ " ผมอ้าปากค้างอย่างตกใจ นี่ผมสั่งฆ่าไอ้เกลียวไปแล้วหร๊าา

          " หนูในห้องครัวตอนนี้ค่อนข้างเยอะนะครับ ผมก็ต้องเรียกหน่วยกำจัดมาจัดการมันอยู่แล้ว " คำพูดของฮยองทำเอาผมเข่าอ่อนด้วยความโล่งอก ไอ้เกลียวมึงเกือบโดนเชือดซะแล้ว แต่เสียงกรี๊ดไอ้เกลียวก็ยังไม่หยุดนี่มันยังไงกันฟะ

          " กรี๊ดดดดดดด หล่อจังเลยฮ้าา พี่พริ้น พี่ไอ กรี๊ดดดด " โธ่ ไอ้ตอแหล ผมกดวางสายด้วยความหมั่นไส้สุดขีด

          Rrrr Rrrr

          " วางสายทำด๋อยอะไรฟะ " มันโทรมาอีกรอบ

          " มึงจะไร้สาระอีกนานไหม ไม่งั้นกูวางจริงๆ ละนะ " 

          " มึงจะกลับมาเมื่อไหร่ "

          " กูยังไม่รู้เลย มึงคิดว่าพ่อจะปล่อยกูไปง่ายๆ เหรอ " ผมพูดเรื่องจริงครับ คุณพ่อมีเหรอจะปล่อยผมไป

          " เสียดายแทนว่ะ " 

          " อะไรของมึงวะ "

          " ก็สัปดาห์หน้าอ่ะ งานแฟนมีตสเปเชี่ยลโว้ย อันนี้ข่าววงในสุดๆ เห็นแก่มึงนะเนี่ย กูเลยแอบไปสืบมา เป็นงานมอบของขวัญให้ไอดอลแบบใกล้ชิดเฟ้ย "

          ผมฟังดูก็ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าที่ควร เพราะก่อนหน้านี้ ผมได้มีโอกาสใกล้ชิดสองหนุ่มสุดฮอตแห่งปีแบบสบายๆ เลยยังไงล่ะ แต่หลังจากเกิดเรื่องที่คลับในคืนนั้น ผมก็ไม่กล้าไปเจอพี่พริ้นอีกหรอกครับ ยิ่งพี่ไอด้วยแล้ว แค่คิดเลือดก็มาเลี้ยงบนหน้าแล้ว เขินเฟ้ย

          แต่ว่านี่ก็เป็นโอกาสดีเหมือนกันนะ เพราะว่าการเจอพี่พริ้นในที่สาธารณะ คงจะดีกว่าการเจอแบบส่วนตัว ผมไม่อยากเสียใจอีกแล้ว พี่เขาจำผมไม่ได้ แถมยังไม่ชอบผมอีกด้วย ถึงได้พูดแบบนั้นในคืนนั้น เขาคงจะรำคาญใจที่มีคนแบบผมแอบตามไปเรื่อย เฮ้อ เป็นเรื่องที่ลำบากใจจังนะ

          " ขอบใจมึงนะ ที่สาระแนคาบข่าวมาบอก "

          " ยังไงจะมาก็บอกกูนะ กูจะไปรับ " 

          " เออ ขอบใจว่ะ " ผมกดวางสาย นอนกลิ้งไปมาคิดว่าจะหนีไปดีไหมน้า แต่ผมเคยหนีไปแล้วนี่สิ มันจะง่ายเหมือนครั้งก่อนเหรอ เอาฟะเป็นไงเป็นกัน ขอแม่งซึ่งๆ หน้านี่แหละ

          ผมเดินลากเท้าไปห้องทำงานของคุณพ่อ ด้วยหัวใจเต้นระรัว ถ้าขอได้นะ กูจะยอมแต่งหญิงอีกรอบ ยืนแจกขนมหน้าสยามเลยเอ้า


          " อืม ไปสิ ไปดูกิจการโรงแรมที่นั่น แล้วศึกษาให้ดีซะ แกคิดว่าฉันเลี้ยงแกมานอนกลิ้งไปมาอยู่ในห้องหรือไง " ผมที่ยืนอึ้งอ้าปากค้างด้วยความตกใจ นี่ผมคิดไปเองหรอกหรือว่าคุณพ่อจะขังผมเอาไว้

          " แจอิน แกคอยรายงานฉันด้วยว่ามันอยู่นั่นทำอะไรบ้าง " 

          " ครับ นายท่าน " ผมมองฮยองที่ตอบรับคุณพ่อด้วยความมึนงง พอจะง่ายก็ง่ายจังแฮะ

          " ผมไปก่อนนะครับ แล้วจะกลับมาบ่อยๆ ครับ " ผมก้มหัวและบอกลาคุณพ่อ  ผมออกมาจากห้องด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ผมที่แทบไม่ได้คุยกับคุณพ่อ รู้สึกว่าคุณพ่อดูดุน้อยลงแฮะ

          " ผมบอกคุณหนูแล้ว ว่านายท่านน่ะ ไม่ได้เป็นแบบที่คุณหนูคิดหรอกครับ "

          " เชอะ วันนี้อาจจะแค่อารมณ์ดีละมั้ง ต้องรีบหนี ก่อนที่คุณพ่อจะเปลี่ยนใจ " พอพูดจบผมก็โกยแน่บเก็บข้าวของเตรียมบินทันที ครั้งนี้ฮยองไปด้วย ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ดี๊ดี เพราะว่าฮยองทำได้ทุกอย่าง ผมไม่ต้องลำบากแล้ว หึหึ

          ผมไม่อยากขึ้นเครื่องบินของบ้านเลยครับ มันดูเงียบเหงาพิกล ผมเลยอ้อนฮยองขึ้นเครื่องบินชั้นประหยัด ซึ่งก็ไม่เป็นผลแถมโดนดีดหน้าผากอีก หึ่ยย คนใจร้าย เห็นแบบนี้ฮยองก็หนุ่มฮอตนะครับ เป็นขวัญใจแม่บ้านเลยล่ะ แต่ผมก็นึกไม่ออกจริงๆ ว่าคนแบบฮยองจะมีแฟนแบบไหน ผมไม่เคยเห็นใครใส่สูทแล้วหล่อเท่าฮยองเลยจริงๆ สุดยอดฮะ

          " เวลาอยู่ที่ไทย ฮยองทำตัวเหมือนปกติได้ไหมครับ แบบว่าไม่เอาแบบนี้อ่ะ ไม่เอาแบบเหมือนผมมีบอดี้การ์ดตามตัวอ่า ได้ไหมฮะ " ผมออดอ้อนตาใสหวังว่าฮยองจะเข้าใจ 

          " งั้นจะให้ผมเป็นแบบไหนดีละครับ พ่อ เพื่อน พี่ชาย หรือแฟน " ฮยองพูดด้วยสีหน้าเรียบสนิทแต่คำพูดช่างน่ากลัวนัก 

          " เอาเป็นพี่ชายแหละฮะ " แต่ไอ้แฟนนี่มันยังไงกันครับ แฟนแบบฮยอง ผมคงโดนฆ่าหมกท่อตายไปนานแล้ว

          ผมมาถึงไทยแล้ว เสื้อแขนยาวที่ใส่มาแทบทำให้ผมอยากจะถอดแล้วปาทิ้ง อากาศช่างแตกต่างกันซะเหลือเกิน ผมซึ่งเป็นคนขี้ร้อน พอมาเจออากาศแบบนี้ผิวก็จะกลายเป็นสีแดงไปโดยปริยาย

          ผมชะเง้อมองหาคนที่มารับอยู่พักหนึ่ง ซึ่งเมื่อเห็นป้ายที่มันโบกไปมาแล้ว มันทำให้ผมอยากจะโบกกบาลมันด้วยป้ายนั้นซะเหลือเกิน 

          ' มินมินผู้งามเลิศในปฐพี ' อยากจะเผาทิ้งทั้งคนทั้งป้ายจังเลยโว้ย
         
          " งามแต้งามว่า " ไอ้เกลียวทำหน้าทะเล้น ปากแมวยิ้มกริ่ม

          " งามพ่อง " ผมพูดพร้อมโบกกบาลมันด้วยความคิดถึง

          ผมใส่มาร์คสีดำปิดปากตลอดเวลา เพราะไม่ชอบให้ใครจ้องหน้าสักเท่าไหร่ แต่รู้สึกจะได้ผลตรงกันข้ามแฮะ

          ' โอปป้าหรือเปล่านะ ' 

          ' โครตขาว '

          ' ดาราหรือเปล่า '

          " ปิดหน้าอ่ะได้ แต่ปิดออร่าไม่ได้เลยว่ะ ฮ่าๆๆ " ไอ้เกลียวหัวเราะขำกลิ้ง พร้อมเดินยืดข้างๆ ผม แบบพยายามเทียบรัศมี โธ่ ไอ้กาก

          " ฮยอง ไปพักที่ห้องผมที่มอกันเนอะ " ถึงมันจะแคบ แต่ผมก็ชอบแฮะ

          " คุณหนูอยากให้ผมอยู่ห้องเดียวกับคุณหนูจริงๆ เหรอครับ " ผมมองฮยอง แล้วยิ้มกว้างพร้อมโดดกอดฮยองอีกทีด้วยความรัก 

          " ขอบคุณคร๊าบบบ " ฮยองให้อิสระแก่ผม ผมนึกว่าจะโดนคุมตัวใกล้ชิดซะอีก

          " ผมจะอยู่ที่โรงแรมแถวๆ หอคุณหนูนั่นแหละ ถ้ามีอะไรก็เรียกได้เลยนะครับ "

          ผมแยกกับฮยองที่หน้าหอของผม ซึ่งไม่ได้กลับมาพักหนึ่งแล้วด้วยความคิดถึง 

          " มึงตามกูมาทำไมเนี่ย " ผมมองตามไอ้เกลียวที่เดินตามผมขึ้นบันไดมาเงียบๆ 

          " กูว่ามึงแต่งตัวแบบเดิม ทำตัวแบบเดิมก็ดีนะ "

          " อะไรของมึงวะ " ผมมองมันด้วยความสงสัย มึงเป็นแม่หวงลูกหรือไง

          " มึงไม่เห็นสายตาผู้ชายแถวนี้เหรอวะ กูว่ามึงไม่น่ารอดเกิน 3 วัน "

          " กูมีปืน อย่าพูดอะไรชวนอ้วกได้ไหม ลองมาแตะกูสิ กูจะเล่นแม่งให้สูญพันธุ์เชียว กูจะฆ่ามัน ถลกหนังมัน ตัดลิ้นมัน แล้วยิงลิ้นมันอีกที "

          " โหดสัด "

          " แน่นอน " ผมยักไหล่แบบชิลๆ กูไม่เคยกลัวเฟ้ย ผมผู้ชายแมนๆ ฮะ 

          " กูว่ากูอยู่เฝ้ามึงดีกว่า " 

          " ไม่ต้อง " ผมถีบมันจนมันเซถอยหลังลงบันไดไปหลายขั้น แล้วเดินเข้าห้องไปแบบไม่สนใจมัน

          " เฮ้อ เพื่อนกูมีผัวแน่นอน " ไอ้เกลียวพูดเบาๆ พลางเดินลงบันไดไป แต่ผมยังได้ยิน

          " ผัวพ่อง " ทำเป็นห่วงเกินเหตุจริงๆ มึง

          ผมนอนลงบนเตียงและยิ้มอยู่คนเดียวในความมืด 

          " ผมกลับมาแล้วนะครับ พี่พริ้น พี่ไอ แล้วเจอกันนะครับ " ผมพูดเบาๆ

พลางหลับตาและคิดถึงใบหน้าของคนสำคัญของผมทั้งสองคน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-05-2018 18:48:19 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
ใจอยากให้มินเกลียดอิพี่พริ้นนะเนี่ย แต่ไม่เป็นไรค่ะแค่มีใจให้พี่ไอก็โอแล้ว เราว่าถ้าอิพี่พริ้นเห็นมินร่างอปป้านี้ต้องหลงมินแน่ ถึงจุดนั้น กลัวมินหวั่นไหว #ทีมพี่ไอ 55

ออฟไลน์ ♥lvl♀‘O’Deal2♥

  • หานิยายถูกใจยากจัง!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2694
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-4
ก้ยังอยากให้รู้เรื่องจริงไวๆ ว่าพริ้มไม่ใช่

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
เรื่องราวน่าติดตาม ชิดจอคอมฯ รอดูตอนหน้า  :m22:

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 25 เด็กหนุ่มผู้มีใบหน้างดงาม


          ไม่กี่วันหลังจากนั้น ผมก็ได้ไปติดต่อกับมหา'ลัยเพื่อทำเรื่องเรียนอีกครั้ง เพราะอยู่เฉยๆ ไปวันๆ มันไม่มีประโยชน์อะไร โรงแรมที่ผมต้องไปดูแลก็สามารถไปตอนกลางคืนได้ เพราะงั้นกลับมาเรียนนี่แหละดีที่สุด และผมก็ชอบเรียนด้วย

          และวันนี้ผมก็ได้มาอยู่ในงานแฟนมีต ที่จัดขึ้นเพื่อให้บรรดาติ่งทั้งหลาย ได้มีโอกาสขึ้นไปมอบของขวัญแก่บรรดาไอดอลที่ตัวเองชื่นชอบแบบใกล้ชิด ซึ่งสำหรับพี่พริ้นนั้น การจะถึงเนื้อถึงตัวขนาดนี้นั้นยากสักหน่อย เพราะเคยมีเหตุการณ์แฟนคลับลุมทึ้งพี่เค้าจนได้รับบาดเจ็บมาแล้ว

          ผมดูรายชื่อคนดังที่มาร่วมงานในวันนี้ แต่ไม่มีพี่ไอแฮะ แต่ถึงมีผมก็ไม่กล้าหรอกครับ แล้วก็ไม่รู้จะให้อะไรด้วย วันนี้ผมแอบหนีฮยองกับไอ้เกลียวมาด้วยความยากลำบาก เพราะผมไม่ต้องการให้ทั้งสองมาเห็นผมที่นี่เท่าไหร่ ซึ่งไอ้เกลียวนั้นรู้ฮะ ว่าผมมาที่นี่ แต่ผมสั่งห้ามมันไม่ให้มาเองแหละ ไอ้ตัวน่ารำคาญ ถ้ามันมาเสียงานแน่


          พริ้น


          เรื่องน่าเบื่อแบบนี้เมื่อไหร่จะหมดไป แฟนมีต เหอะ เรื่องบ้าบออะไรกัน ผมไม่อยากเข้าใกล้บรรดาแฟนคลับเกรดต่ำพวกนั้น แค่โดนผิวก็รู้สึกเหมือนผื่นจะขึ้นแล้ว คลื่นไส้ชะมัด คนระดับผมน่ะ แค่มองอย่างเดียวก็น่าจะเพียงพอแล้ว เจียมตัวกันซะมั่งสิ จบงานนี้ต้องเครียกับ ผู้จัดการส่วนตัว สักที

          " พริ้น เสร็จหรือยัง " 

          " อืม อีกแปบนึง คนมาเยอะหรือเปล่า " 

          " เยอะ เตรียมตัวละกัน "

          " เหอะ อยากจะบ้าตาย " ผมคุยกับน้องชาย ที่ผมนั้นลากมาออกงานด้วยเสมอ เพราะไม่มีใครได้ดั่งใจและรู้ใจผมเหมือนไอ

          " น้องพริ้นเตรียมตัวเสร็จหรือยังคะ เดี๋ยวเตรียมไปสแตนด์บายข้างเวทีเลยนะคะ " ยัยช้างน้ำคนหนึ่งเดินเข้ามาทำเป็นพูดคุยด้วยอย่างใกล้ชิด เหอะ น่ารำคาญ

          " น้องไอมาเป็นเพื่อนพี่พริ้นเหรอคะ สนิทกันจังเลยน้า แต่เสียดายที่วันนี้น้องไอไม่มีคิวขึ้นเวทีเนอะ "

          " ดีแล้วล่ะ "

          " แหม พูดอะไรอย่างนั้นคะ แฟนๆ น้องไอก็ไม่น้อยเลยนะคะ " ไอได้แต่ทำหน้าเบื่อหน่ายเหมือนเดิมกลับไป จริงๆผมก็เบื่อนะ ที่ต้องมานั่งใส่หน้ากากยิ้มละมุนนี่ อยากจะอ้วกจริงๆ

          ผมนับหนึ่งถึงสาม แล้วเดินขึ้นเวทีพร้อมส่งยิ้มละมุนไปทั่ว พลางโบกไม้โบกมืออย่างร่าเริง เสียงกรี๊ดแสบแก้วหูยังคงเป็นสิ่งที่เหมือนเดิมทุกงานที่ผมไป ชินซะแล้วล่ะ เอ้า รักผมสิ หลงกันเข้าไป ผมหล่อสุดๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ ฮ่ะๆ ผมยังคงแจกยิ้มโปรยเสน่ห์ไปทั่ว อย่างที่เคยเป็นมา

          " เอาละครับ บัดนี้ก็ได้เวลาอันสมควรแล้วเนอะ เวลาที่แฟนๆ นั้นรอคอย ที่จะได้มอบของขวัญให้แก่ไอดอลที่ตัวเองชื่นชอบครับ "

          " ใช่แล้วล่ะค่ะ บรรดาสาวๆ รอโอกาสนี้มานานแล้วใช่ไหม เชิญเข้าแถวเรียงหนึ่งอย่างเป็นระเบียบนะคะ อย่าดันอย่างแย่งกันแซงคิวน้า ทีมงานควบคุมแถวนิดนึงค่ะ " พิธีกรบนเวทีประกาศให้บรรดาแฟนคลับเตรียมตัวที่จะขึ้นมามอบของให้กับผมบนเวที

          เฮ้ออ ผมมองแถวที่ตอนนี้ยาวจนแทบจะออกไปนอกฮอลล์ด้วยความละเหี่ยใจ เมื่อไหร่วันนี้มันจะหมดไปนะ ไอ้ขยะพวกนี้น่ะ ผมไม่อยากได้เลยสักนิด ไม่รู้จะเอามาให้กันทำไม

          แต่แล้วหัวใจของผมก็เหมือนหยุดเต้นไป ใบหน้าที่แสนงดงามนั่น สวรรค์ช่างบรรจงสร้างขึ้นมาจริงๆ ตากลมสวยเหมือนตุ๊กตา ขนตาที่ยาวเป็นแพรสวย ผมคิดว่าผมสามารถจ้องตาคนคนนี้ได้ตลอดกาลเลยทีเดียว จมูกเล็กๆ ที่รับกับคิ้วเรียวที่เรียงตัวกันอย่างสวยงาม ปากเล็กๆ รูปปีกนกนั่น เป็นสีชมพูน่ารักแบบธรรมชาติ แก้มที่สีแดงระเรื่อ ผิวที่ขาวอมชมพูนั่น ไม่อยากจะจินตนาการถึงภายใต้เสื้อผ้านั่นเลย แต่งตัวสะอาดดูน่ารัก เหมาะกับรูปร่างที่สมส่วน ตัวเล็กแต่ก็ไม่ผอม เสื้อเชิ๊ตสีขาวที่ชายเสื้ออยู่ในกางเกงยีนส์สีซีดแบบเดฟรัดรูปทำให้เห็นบั้นท้ายกลมมนเล็กๆ นั่น และกระดุมที่ปลดลงนิดหน่อยนั่นทำเอาผมเผลอกลืนน้ำลายด้วยความหลงไหล

          เด็กนี่เป็นใครกันนะ มองดูแล้วไม่น่าจะเป็นคนไทย น่าจะญี่ปุ่นหรือไม่ก็เกาหลี เหมือนกับตุ๊กตาเดินได้สุดๆ เลยล่ะ

          " เอ่อ ขอโทษที่มาเจออีกนะครับ " เด็กคนนั้นได้มายืนข้างหน้าผมแล้ว แต่คำพูดนั่น กลับทำให้ผมขมวดคิ้วอย่างสงสัย ครับ อย่างงั้นเหรอ นี่เป็นสิ่งที่ผมงงงวยสุดๆ คนที่สวยขนาดนี้ เป็นผู้ชายงั้นเหรอ  เด็กคนนั้นส่งยิ้มมาให้ ทำเอาผมใจเต้นไม่เป็นส่ำเลยทีเดียว

          " ขอบคุณที่เป็นแฟนคลับพี่ ติดตามผลงานของพี่นะครับ " ผมพูดและส่งยิ้มให้แบบละมุนละไมที่สุด คนอะไรน่ารักแล้วยังตัวหอมสุดๆ ไปเลย

          " ครับ ผมชอบพี่มากๆ ครับ ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณพี่ " ผมขมวดคิ้วน้อยๆ อีกครั้งอย่างไม่เข้าใจ

          " วันนี้ผมไม่ได้จะมามอบของขวัญอะไรให้หรอกนะครับ แต่เรียกว่ามีของมาคืนน่าจะดีกว่า เพราะว่ามันเป็นของของพี่ ผมไม่เหมาะกับมันหรอกครับ " เด็กหนุ่มพูดพลางหยิบหมวกสีดำใบหนึ่งขึ้นมา จากกระเป๋าสะพายใบเล็กๆ พลางส่งมันให้กับผม 

          ผมก้มมองหมวกในมือด้วยความสงสัย หมวกงั้นเหรอ เป็นแบบพิเศษที่ผมมีแค่ใบเดียวเท่านั้น ผมมองหมวกในมือสลับกับใบหน้าของเด็กหนุ่มอีกครั้ง เดี๋ยวนะ ไม่จริงน่า

          " ม..มินงั้นเหรอ " ผมพูดออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง มินงั้นเหรอ เด็กลูกเป็ดขี้เหร่นั่น ทำไมถึง

          " ครับพี่ มินเองครับ " มินส่งยิ้มให้ผมอย่างอ่อนโยน ผมพูดไม่ออก ครั้งล่าสุดที่คลับนั่น มันเลวร้ายสุดๆ ทำเอาผมไม่กล้าสบตามิน ผมจะพูดแก้ตัวยังไงดีนะ


          มิน


          ผมมองพี่พริ้นที่ตอนนี้ทำหน้าเหมือนกำลังดำน้ำอยู่ด้วยความแช่มชื่น นี่ผมแกล้งพี่มากไปหรือเปล่านะ หึหึ

          " เรื่องที่คลับนั่น ผมไม่โกรธพี่หรอกครับ " พี่พริ้นที่ทำหน้าเหมือนดำน้ำตอนนี้โผล่พ้นน้ำแล้ว

          " มิน พี่... " 

          " ไม่ต้องพูดอะไรหรอกครับ ผมไม่เป็นไร " ผมยิ้มให้พี่พริ้นด้วยความจริงใจ

          " ผมไปแล้วดีกว่า คนที่ต่อคิวเค้ามองผมแบบอยากจะฆ่าผมกันแล้วฮะ " ผมยิ้มให้พี่พริ้นและเตรียมจะเดินลงไปจากเวที

          " มิน รอพี่หลังเวทีนะ เดี๋ยวจบนี่พี่จะรีบไปหา " ผมมองพี่พริ้น ผมควรจะปฏิเสธนะ แต่เมื่อผมมองไปที่หลังเวทีก็ได้เห็นสายตาของคนคนหนึ่ง เป็นคนที่ผมคิดถึงจริงๆ แต่แววตานั้นกลับเป็นแววตาที่แข็งกร้าว เหมือนกับว่ากำลังโกรธผมอยู่

          " พี่ไอ " ผมค่อยๆ เดินไปหลังเวทีนั้น เดินตรงไปหาคนที่ผมอยากอยู่ใกล้ๆ แต่พอไปถึงตัวพี่ไอ พี่ไอกลับเดินหนีผม และไม่ยอมทักผมเลยสักคำ 

          " สุดท้ายก็ยังกลับมาหามัน สงสัยชอบหล่อเลวเร้าใจ " คำพูดเย้ยหยันดังขึ้นจากพี่ไอ ซึ่งแม้ตอนพูดก็ยังไม่มองหน้าผมเลย
         
          " มันไม่ใช่อย่างนั้นครับ " ผมพูดเสียงอ่อน ผมไม่อยากให้พี่คิดแบบนั้นเลย

          " พี่จำผมได้เหรอครับ " ผมดีใจนะที่พี่จำผมได้ ถึงตอนนี้กับตอนนั้นจะต่างกันสุดๆ ก็เถอะ 

          " เหอะ ปลอมตัวห่วยๆ " คนอะไรเก่งชะมัด ทั้งๆ ที่ทุกคนเชื่อสนิทใจแท้ๆ ผมว่าผมไม่ห่วยสักหน่อย แต่พี่คงมองคนด้วยหัวใจ พี่ถึงรู้ว่าเป็นผม ผมส่งยิ้มเศร้าๆ กล้บไปให้พี่ไอ พี่คงยังไม่หายโกรธผมจากเรื่องตอนนั้นสินะ

          " รอนานไหมมิน " ไม่นานพี่พริ้นก็ลงมาจากเวทีและเดินตรงดิ่งมาหาผม พี่ไอที่เห็นพี่พริ้นเดินมา ก็เดินหนีไปทันที ผมมองตามหลังพี่ไอ ด้วยหัวใจที่หม่นหมอง

          " มินไปอยู่ไหนมา พี่ติดต่อไม่ได้เลย " ผมยิ้มเจื่อน พี่น่ะเหรอติดต่อผม เหอะๆ

          " ผมกลับบ้านมาน่ะครับ ค่อนข้างไกลนิดนึง " ผมพูดและยังคงหันไปมองพี่ไอ ที่หนีไปนั่งอยู่ไกลๆ นั่น

          " วันนี้ไปกินข้าวกับพี่นะ ไม่ได้เจอกันนาน เอ่อ พี่ขอโทษนะมิน วันนั้นพี่ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ พี่เมาน่ะ " พี่พริ้นพูดพร้อมทำหน้าหมองเศร้า 

          " ผมบอกแล้วว่าไม่เป็นไรจริงๆ ครับ " ผมรู้นะว่าพี่ไม่จริงใจเลยสักนิด แต่ผมก็ไม่โกรธพี่หรอกครับ คงมีเหตุผล ที่ทำให้พี่เปลี่ยนไปขนาดนี้

          " แต่วันนี้ผมคงไปด้วยไม่ได้หรอกครับ ผมมีที่ที่ผมต้องไปจริงๆ เอาไว้วันหลังนะครับ " ผมก้มหัวขอโทษพี่พริ้นที่ต้องปฏิเสธไมตรี แล้วเดินกลับออกมา เดินผ่านพี่ไอ ที่นั่งทำหน้าหมองเศร้าอยู่ ผมหันไปมองพี่ไอเล็กน้อยขณะเดินผ่าน ก่อนจะก้าวออกไปจากหลังเวทีด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง อยากจะพูดออกไปเหลือเกิน ว่าผมคิดถึงพี่แค่ไหน แต่ก็ทำได้แค่เพียง เดินจากไปเงียบๆ เท่านั้น


เพราะหัวใจของผมในตอนนี้ มันยังไม่มีความกล้าพอ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-05-2018 18:51:22 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
พี่ไอเก่งจัง  อิพี่พริ้นโผล่มาทีทำเสียอารมณ์ตลอด 55 เกลียดนาง

ออฟไลน์ Roman chibi

  • Death is not the end. Death can never be the end. Death is the road. Life is the traveller. The soul is the guide.
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1224
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-3
สงสารพี่ไอจังโดนมินจำผิดว่าเด็กหนุ่มคนนั้นเป็นพี่พริ้น เศร้าแทนเลย สนุกมากค่า รอตอนต่อไปอยู่นะคะ :impress: :impress:

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 26 อ้อมกอดที่แสนคิดถึง


          ผมมายืนอยู่หน้าสถานที่ที่ผมเคยสัญญากับเด็กๆ ไว้ ว่าผมจะกลับมา มันก็คือสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ผมเคยมานั่นเอง ผมเดินเข้าไปด้วยรอยยิ้ม มันเป็นที่ที่สงบจริงๆ ดูร่มรื่นและอบอุ่นเหมือนที่มาครั้งก่อน และเมื่อเด็กๆ เห็นผม ก็ต่างกรูกันเข้ามาหาผม เหมือนลูกหมาน้อยที่รอเจ้าของ

          " พี่มินมาแล้ว "

          " เย้ๆ "

          " นี่พวกเราจำพี่ได้ด้วยเหรอ " ผมถามอย่างสงสัยใคร่รู้ เด็กๆ พวกนี้หลอกไม่ได้เลยแฮะ 

          " จำได้สิคะ ไม่ค่อยมีใครมาหาพวกเราหรอกค่ะ " เด็กหญิงตัวน้อยพูดออกมาอย่างไร้เดียงสา แต่ทำเอาผมรู้สึกเศร้าใจจัง

          " มีแค่พี่มิน กับพี่ไอ แล้วก็พี่พริ้นที่มา " ผมเลิกคิ้วด้วยความฉงน พี่พริ้นเนี่ยนะ 

          " พี่ไอใจดีที่หนึ่งเลยครับ ชอบมาเล่นกับพวกเราบ่อยๆ เลย " เด็กชายตัวน้อยพูดถึงพี่ไออย่างรักใคร่

          " แล้วพี่พริ้นละครับ " ผมถามออกไปด้วยความสงสัย 

          " พี่พริ้นขี้แกล้ง นิสัยไม่ดีเลย แต่พี่เค้าก็ชอบมากับพี่ไอ แต่ไม่ยอมเล่นกับพวกเราเลย " เป็นความรู้ใหม่แฮะ พี่พริ้นนี่นิสัยขัดกับท่าทางที่แสดงออกมาจริงๆ สินะ

          " เอาล่ะ วันนี้มาเล่นอะไรกันดีครับ พี่จะเล่นด้วยนะ "

          " เล่นไล่จับกันค่ะ " ผมยิ้มให้กับเด็กๆ อย่างรักใคร่ เด็กน้อยพวกนี้นั้น ช่างน่าสงสารเหลือเกิน การไม่ได้รับความรักและความใส่ใจเป็นยังไงผมรู้ดี เพราะฉะนั้น ผมถึงปล่อยพวกเด็กๆ เอาไว้แบบนี้ไม่ได้ 

          " โอนี่จัง " เด็กน้อยคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่น ไปหาบุคคลที่มาใหม่ด้วยความตื่นเต้น จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่พวกเด็กๆ ที่ตื่นเต้นหรอกครับ หัวใจของผมแทบจะหลุดออกมาจากอกเลยล่ะ

          ผมยืนอยู่กับที่ ไม่กล้าพูดและไม่กล้าเดินเข้าไปหา เอาไงดี เอาไงดี ผมจะพูดอะไรดีไหมนะ พี่ไอที่ถูกเด็กๆ ล้อมรอบอยู่ตอนนี้ กลับมองผมด้วยสายตาหาเรื่อง น่ากลัวอ่ะ เด็กๆ ค่อยๆ ลากพี่ไอที่ยืนหน้าบูดอยู่ตรงนั้นให้ค่อยๆ เดินมาหาผมอย่างช้าๆ

          " มาทำไม " พี่ไอพูดด้วยเสียงที่เย็นยะเยือก

          " ผมมาหาเด็กๆ ทำไมล่ะ ไม่ได้เหรอ ไม่เห็นมีป้ายห้ามตรงไหน " ไอ้มินเอ๋ย แกจะกวนทีนพี่เขาทำม๊าย ผมกรีดร้องห้ามตัวเองในใจ 

          " เหอะ ทำไมไม่ไปอยู่กับพี่พริ้นล่ะ " คนตรงหน้ายังคงประชดถากถางเสียงแข็ง 

          " ไม่อ่ะ อยากอยู่นี่มากกว่า " ผมนั่งลงวาดรูปให้เด็กๆ ดู พี่ไอนั่งยองๆ ลงตามผม และยังคงจ้องผมไม่วางตา

          " ค่อยดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย " พี่ไอจ้องมองผม นี่ถือเป็นคำชมสินะ ผมก้มหน้าลงต่ำกว่าเก่า อมยิ้มน้อยๆ บังคับไม่ให้ตัวเองยิ้มกว้างเกินไป 

          " ยิ้มทำไม ไม่ได้ชมซะหน่อย " ผมเงยหน้าขึ้นมาจ้องพี่ไอเขม็ง เชอะ ไอ้คนใจร้าย 

          แต่อยู่ดีๆ ผมก็ต้องตกใจ เพราะว่าพี่ไอเอามือทั้งสองข้างมาล็อคหน้าผมเอาไว้ และจ้องมองหน้าผมแบบที่ห่างแค่ไม่กี่คืบเท่านั้น ทำเอาผมหน้าแดงแบบที่เลือดทั้งตัวมากองรวมที่หน้าเลยทีเดียว

          " ถ้ามีโอกาสได้โตขึ้นมา ก็คงคล้ายๆ แบบนี้สินะ " ผมขมวดคิ้วกับคำพูดของพี่ไอ โตงั้นเหรอ พี่พูดถึงใครกัน

          พี่ไอปล่อยมือออกจากหน้าของผมแล้วทำหน้าเศร้า มองไปบนท้องฟ้า พี่กำลังคิดถึงใครอยู่กันนะ ผมจะสามารถเป็นคนที่พี่กำลังคิดถึงได้ไหม ผมจ้องมองพี่ไอที่กำลังมองไปบนท้องฟ้าอย่างเลื่อนลอย

          " คุณพ่อหรือคุณแม่นายเหรอที่เป็นคนญี่ปุ่น " ผมอยากรู้เรื่องของคนคนนี้จัง ทุกๆ อย่าง

          " ยุ่งไม่เข้าเรื่อง " พี่ไอหันกลับมามองหน้าผมอย่างรำคาญใจ

          " คุณแม่ " ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ก็ยอมบอกแฮะ ผมยิ้มให้คำตอบของพี่ไอด้วยความดีใจ

          " ถ้างั้นตอนนี้ก็อยู่กับคุณแม่เหรอ " 

          " เปล่า ถึงจะอยากอยู่ แต่ก็ไม่ได้ " พี่ไอพูดพร้อมส่งยิ้มเศร้าๆ ออกมา

          " ท่านอยู่ที่ญี่ปุ่นน่ะ "

          " อ๋อ งั้นก็ไปเยี่ยมท่านบ่อยๆ สินะ " พี่ไอมองหน้าผมอีกครั้งแล้วส่ายหน้าเบาๆ ผมไม่เข้าใจเลย แต่ไม่ถามเรื่องนี้อีกจะดีกว่า ผมไม่อยากให้พี่ทำหน้าแบบนี้

          "นาย เอ่อคือ เคยไปเกาหลีหรือเปล่า " ผมพยายามถามแบบไม่ให้น่าสงสัยสุดๆ เพราะผมสงสัยเหลือเกินว่าพี่ไอกับพี่พริ้น ไปที่นั่นทำไม 

          " เคยสิ " ผมใจเต้นแรงเพราะคำตอบนั้น 

          " ไปถ่ายงาน ไปบ่อยมาก " ผมซึ่งใจเต้นตึกตักบัดนี้ช่างห่อเหี่ยวเหลือเกิน

          ผมกับพี่ไออยู่เล่นกับพวกเด็กๆ จนใกล้ค่ำแล้ว จึงบอกลาเด็กๆ และเตรียมตัวกลับ ผมบอกลาพี่ไอ และรีบเดินหนีออกมาเพราะผมไม่กล้ารบกวนให้พี่เค้าไปส่งหรอกฮะ 

          ' บรี๊น ปรี๊น! '

          เสียงแตรรถที่ขับตามหลัง พร้อมเจ้าของรถที่เปิดหน้าต่างลงมา ภาพนี้เหมือนผมเคยเห็นมันมาก่อนแฮะ 

          " ขึ้นรถ " คำสั่งแนวข่มขู่ยังคงเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้ผมไม่เล่นตัวหรอกฮะ มีหรือจะพลาด ผมวิ่งขึ้นรถเร็วจี๋ เพราะกลัวเจ้าของรถจะเปลี่ยนใจ ผมนี่ก็ไม่เบานะ ฮ่าๆ

          ผมขึ้นมานั่งยิ้มแฉ่งอยู่ในรถ ด้วยความดีใจที่ปิดไม่มิด ในรถยังเหมือนเดิม บรรยากาศเดิม หนุ่มหล่อที่กำลังทำหน้าบูดคนเดิม และผมหวังว่าจะมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้นเหมือนเดิม แฮร่

          " หิวจังเลยน้า " ผมพูดพลางลูบท้องไปมาเหลือบมอง คนข้างๆ หวังให้คนที่ได้ยินอยากพาผมไปกินข้าวแทนที่จะส่งบ้าน

          ' ตุบ ' ขวดน้ำหวานถูกโยนใส่หัวของผมอย่างไร้ความปราณี หึ่ยยย คนเค้าอ่อยอยู่ ก็สนบ้างสิเฟ้ย

          " รองท้อง " ผมยิ้มกว้าง พร้อมเปิดขวดขึ้นดื่ม เอ๊ะ มันถูกดื่มไปแล้วครึ่งนึงครับ นี่มันนน!! จูบทางอ้อม ถุยย ผมคิดอีกทีจะไปอ้อมทำไมกันละครับ ก็จูบกันมาสองรอบแล้ว ทำตัวเป็นสาวน้อยไปได้กู

          " นายชอบฉันเหรอ " 

          ' พรวดดดด! '

          ผมพ่นละอองน้ำพุออกมาอีกแล้ว อยู่ดีๆ ก็เข้าประเด็นสำคัญเลยซะงั้นเนอะพ่อคุณ
         
          " ไอ้เดือนก่อนนั่นมันอะไร มาจูบฉันทำไม " ผมที่ตอนนี้หน้าก็แดงอยู่แล้วยิ่งแดงไปใหญ่ ไม่รู้จะพูดยังไงดีแล้ว โอ้ยย 

          " เหอะ พูดเหมือนตัวเองไม่เคยจูบผมก่อน " ผมพูดพลางหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างแก้เขิน 

          " อยากโดนอีกว่างั้น " หึ่ยยย รู้ได้ไง เอ้ยย บ้าไปแล้วใครจะไปอยากโดนอีกกัน

          " หลงตัวเองตามเคย ชิ " 

          " งั้นก็ตอบมาสิ " พี่ไอยังคงเร่งเอาคำตอบ

          " ทีนายยังไม่ยอมบอกเลย แล้วเรื่องอะไรผมจะ.. "

          " ฉันชอบ " ผมที่ยังไม่ทันได้พูดจบ อ้าปากค้างไว้อย่างนั้นด้วยความตกใจ 

          " ช..ชอบผมงั้นเหรอ " ผมซึ่งติดอ่างไปเรียบร้อย กำลังช็อคกับการสารภาพรักอัน เอ่อ ทำไมพี่แกดูไม่ตื่นเต้นเลยฟะ

          ผมที่นั่งตัวแข็งทื่ออย่างทำอะไรไม่ถูก จะหายใจยังไม่กล้า เรียกเสียงหัวเราะให้แก่พี่ไอ ที่ตอนนี้หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี

          " จะเกร็งทำไม ไม่จับปล้ำหรอก " ไอ้คนพูดยังคงหัวเราะหึหึ อย่างชอบใจ

          " เอ๊ะ แต่ในรถก็น่าตื่นเต้นดีนะ " พี่ไอพูดพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ ฮยองงงช่วยผมด้วยยย งืออ ผมตอนนี้นั่งเอี้ยวตัวหนี ทำตัวลีบติดประตูฝั่งที่ผมนั่งไปเรียบร้อย 

          " ปากดี ดีแต่ปาก " เอ้า ทำไมไปพูดอย่างนั้นเล่าตัวกู การท้าทายแบบนี้มักจบไม่สวย ผมได้แต่อยากตบปากตัวเองในใจ

          นั่นไงกูว่าแล้ว พี่ไอเปิดไฟเลี้ยวเข้าข้างทาง จอดรถพร้อมปิดไฟทั้งรถ ทำให้พวกเราอยู่ในความมืด เพราะท้องฟ้าตอนนี้มืดสนิทแล้ว ทำเอาผมเกาะที่เปิดประตูรถด้วยหัวใจอันสั่นไหว ผมจะโดนอีกแล้วใช่ม๊ายย 

          " อย่าไปใกล้พริ้นอีกได้ไหม " พี่ไอที่ทำหน้าเศร้าและพูดด้วยน้ำเสียงเว้าวอน ผมมองหน้าพี่ไอด้วยความหนักใจ ผมจะทำยังไงดีนะ

          ผมไม่ได้ตอบอะไร แต่ค่อยๆ ขยับโน้มตัวยื่นหน้าเข้าไปหาพี่ไออย่างช้าๆ เหมือนพวกเรามีแรงดึงดูดเข้าหากันอย่างประหลาด พี่ไอที่รู้ตัวก็เริ่มขยับตาม ฝ่ามือหนายื่นประคองที่ข้างแก้มของผมอย่างแผ่วเบา ผมค่อยๆ หลับตาลง สัมผัสความรู้สึกที่นุ่มนิ่มอ่อนโยนของริมฝีปากที่ค่อยๆ เพิ่มระดับความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ

          ผมลืมตาตื่นตกใจเล็กน้อยเมื่อปลายลิ้นของคนตรงหน้าที่พยายามดุนดันเข้ามาสำรวจภายในปากเล็กๆ นี้จนสำเร็จ เข้ามาลิ้มรสความหวาน หยอกล้อกับลิ้นน้อยอย่างร้อนแรง ผมรู้สึกราวกับกำลังถูกเผาไหม้ไปด้วยแรงแห่งความปรารถนา  มันทำให้รู้สึกวาบหวามและร่างกายเริ่มอ่อนแรง เป็นเวลาหลายนาทีที่เราดึงดูดกันไปมา ทำให้ผมเริ่มที่จะขาดอากาศหายใจ

          " อื้อ..อ..อ หาย..ใจ.ม..ไม่.อื้อ..อ.ออก " ดูเหมือนผมจะไปกดสวิตส์อะไรของพี่ไอเข้าให้แล้ว คนตรงหน้ายังไม่ยอมปล่อยริมฝีปากของผมให้เป็นอิสระ ถึงแม้ว่าผมจะเริ่มออกแรงทุบและดันอกแกร่งนั่นออกไป ยิ่งดันออก คนตรงหน้าก็ยิ่งกอดรัดผมรุนแรงขึ้นเท่านั้น

          จนในที่สุดผมก็หลุดรอดเงื้อมือมารจอมหื่นออกมาจนได้ ผมหอบหายใจอยู่นานเป็นพักก่อนจะได้พูดอะไรออกไป คนตรงหน้าแค่ผละออกและจ้องหน้าผมนิ่งๆ 

          " ไอบ้า ไอหื่น เกือบตายแล้วไหมเนี่ย "  พระเจ้า นึกว่าจะตายซะแล้ว

          " ด่าตัวเองก็เป็น เริ่มก่อนเองแท้ๆ " คำพูดของไอ้พี่ไอทำเอาผมถลึงตาหน้าแดงเป็นลูกตำลึงเลยทีเดียว

          พี่ไอเงียบไปสักพัก และจ้องหน้าผมด้วยสีหน้าหมองเศร้าลงอีกแล้ว

          " ขอกอดหน่อยได้ไหม " ผมมองหน้าคนที่เหมือนมีเรื่องอะไรอยู่ในใจ พี่เป็นอะไรงั้นเหรอครับ พี่คง ไม่ได้เห็นใครในตัวผมใช่ไหม

          ผมไม่พูดอะไร แต่ค่อยๆ ชันเข่าแล้วหันหน้าไปหาพี่ไอ เพื่อที่จะได้กอดกันถนัด แต่มันติดเกียร์รถนี่สิ พี่ไอที่เห็นแบบนั้น จึงกอดเอวผมและลากผมข้ามฝั่งไปทั้งตัว ให้ผมนั่งลงที่หว่างขาของพี่หรือจะเรียกว่านั่งตักเลยก็ว่าได้ และกอดผมเอาไว้จากด้านหลัง

          ความรู้สึกนี้มันอะไรกันนะ อ้อมกอดที่แสนอบอุ่นนี้ ทั้งๆ ที่เป็นครั้งแรกแท้ๆ แต่กลับ รู้สึกถึงความเศร้า ความเหงา ความคิดถึง และถวิลหา หยาดน้ำตาไหลลงอย่างช้าๆ ที่แก้มของผมอย่างไม่มีเหตุผล พี่ไอกอดผมแน่นพร้อมเอาหน้าซุกที่หลังของผม พี่คงเหนื่อยมามากใช่ไหมครับ พี่คงต้องร้องไห้เพื่อใครเหมือนกันสินะ

          ผมกอดแขนพี่ไอ ที่กำลังกอดตัวผมอยู่ลูบไปมา เพื่อให้พี่ไอคลายความเศร้า พี่ไอซึ่งตอนนี้ย้ายหน้าจากแผ่นหลังของผม เอาคางเทินบนไหล่ผมเบาๆ จนแก้มเราสองคนแนบชิดกัน ผมเหลือบมองแก้มของพี่ไอ ซึ่งตอนนี้อยู่ใกล้ซะเหลือเกิน 

          " อยากจะหอมก็เอาเลยสิ " รู้สึกคุ้นๆ กับอะไรแบบนี้แฮะ ผมเลยบีบจมูกพี่ไอแล้วดึงซะเลย

          " โอ้ยย ซาดิสม์เหรอ " พี่ไอที่ตอนนี้คลำจมูกตัวเองป้อยๆ เริ่มหายซึมและเปลี่ยนเป็นอารมณ์หื่นแทนอีกแล้ว อ้ากก 

          " มือน่ะ คิดว่าจับอยู่ตรงไหนครับ ได้ทีเอาใหญ่เลยนะ " ผมคว้ามือพี่ไอที่เริ่มล้วงเข้าไปตรงชายเสื้อเชิ๊ตของผมที่หลุดออกมา 
                   
          " หอมจัง " พี่ไอเริ่มซุกไซร้หอมคอผมไปมา ทำให้ผมขนลุกชูชันทั้งตัว

          " มันจั๊กจี้นะ ฮ่าๆ " ผมเริ่มหัวเราะแล้วดิ้นไปมา นี่คนหรือปลาหมึกฟะเนี่ย พี่ไอเริ่มหอมตัวผม และใช้ปลายจมูกโด่งนั่นไล้ไปมาทั่วแผ่นหลังบนเสื้อเชิ๊ตตัวบางนั่น ไล่ขึ้นมายังซอกคอช้าๆ และขบเม้มที่ใบหูของผม

          แย่ละสิ แย่แน่ๆ ถ้ายังไม่หยุด ผมที่ไม่เคยทำเรื่องแบบนี้มาก่อนในชีวิต เริ่มเกร็งตัวด้วยความกลัวอีกแล้ว นี่ยังไงผมก็ต้องเป็นเบี้ยล่างสินะ ฮืออ แต่จะให้ผมกดคนคนนี้ก็คงไม่ไหวละนะ

          มือหนาเลื่อนไปมา ไปตามหน้าขา เอว หน้าท้อง ลูบไล้อย่างแผ่วเบาไปจนพาดผ่านยอดอกที่เป็นจุดอ่อนไหว ผมกลั้นเสียงเอาไว้ เม้มปากแน่น และเกร็งตัวมากขึ้นไปอีก

          ผมต้องหยุดพี่ไอเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นละ เอ่อ เดี๋ยวๆๆๆ ผมรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างใต้ก้นน้อยๆ ของผม ตายละ กูไม่รอดแน่  ไม่ใช่ไม่รอดอย่างเดียว แต่หนักเลยล่ะ ถ้าสัมผัสโฟกัสที่ขนาดด้วยแล้ว ผมนึกถึงคำพูดไอ้เกลียวเลยทีเดียว ' เพื่อนกู มีผัวแน่นอน ' หึ่ยย เห็นใจกันหน่อยเถอะ ผมไม่ได้ชอบผู้ชายมาตั้งแต่แรกนะ จะไปแบบว่า เอ่อ แบบนั้นผมก็ยังทำใจไม่ได้หรอกฮะ ฮยองช่วยหนูด้วยยยย งือออ

          " คือว่าา " ผมตัดสินใจทำลายความเงียน เอ้ย เงียบนี้เบาๆ พี่ไอที่ตอนนี้อารมณ์ครุกรุ่น เอี้ยวตัวมามองด้านข้างของผมแล้วทำท่ากลั้นขำซะอย่างนั้น 

          " อะไร กลัวเหรอ " ผมไม่พูดแต่พยักหน้าน้อยๆ หนึ่งทีเป็นคำตอบ 

          " ฮ่าๆๆ " พี่ไอหัวเราะลั่นแบบขำซะเหลือเกิน ทำเอาผมหน้าจ๋อยไปเลยเพราะความอาย ชิ ไอคนบ้ากาม ยังมีหน้ามาหัวเราะเยาะหนุ่มน้อยไร้ประสบการณ์อีก

          " ไปโรงแรมกัน "

          " เย้ยยย ไม่ไป๊ " ผมเสียงสูงแบบปิดไม่มิด

          " อะไร ก็ไปกินข้าวไง มีร้านนึงอยู่ในโรงแรม บรรยากาศดี " ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก ทำเอาพี่ไอขำก๊ากอีกรอบ แต่ผมดีใจนะที่พี่ยิ้มได้แล้ว ซึ่งหายากมาก

          ผมอมยิ้มก่อนหอมแก้มพี่ไอหนึ่งทีด้วยความไวเหนือแสง แล้วรีบปีนกลับไปนั่งอีกฝั่งอย่างรวดเร็ว ทำให้พี่ไอมองหน้าผมอย่างตกใจ
         
          " หึ ติดไว้ก่อนนะ เอาคืนดับเบิ้ล " พี่ไอพูดพร้อมส่งรอยยิ้มหื่นกระหายมาให้ หึ่ยย ดับเบิ้ล เลยหร๊า ขอทริบเบิ้ล ได้ไหม ถุยย ฮ่ะๆ

          ผมมองไปที่นอกกระจก ยิ้มให้กับเงาสะท้อนของคนข้างๆ อย่างสุขใจ


ผมอยากให้คนคนนี้ ยิ้มแย้มอยู่ข้างๆ ผมตลอดไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-05-2018 18:54:02 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ Roman chibi

  • Death is not the end. Death can never be the end. Death is the road. Life is the traveller. The soul is the guide.
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1224
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-3
สวีทจัง น่ารักมาก :oni2: :fox2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 27 โลกที่มีเพียงเราสอง


          บรรยากาศในรั้วมหา'ลัยยังคงเดิม ผมที่เริ่มกลับมาเรียน ทำให้เพื่อนๆ ต่างช็อคกันไปถ้วนๆ หน้า หลายๆ คนถามผม ว่าทำไมก่อนหน้านี้ถึงอยู่ในสภาพนั้น ผมก็แค่บอกว่าเบื่อลุคเดิมๆ และอยากเปลี่ยนแนวเท่านั้นเอง จริงๆ แล้วผมทำเพื่อให้สายสืบของบ้านสับสนและหาผมได้ยากขึ้นเท่านั้น ผมรู้ว่าไม่มีทางหลอกสายสืบที่คุณพ่อส่งมาได้นานหรอก แต่ก็ต้องลองเสี่ยงดู ดีกว่า เป็นยูมินเดินไปเดินมา โดยที่ไม่ทำอะไรเลย

          แต่สุดท้ายผมก็หนีได้ถึง 2 ปี เกินคาดเลยครับ และสุดท้ายของสุดท้าย คุณพ่อก็ส่งลาสบอสไพ่ตายออกมา นั่นก็คือฮยอง ซึ่งไม่ว่าผมจะกลายเป็นสภาพไหน ก็ไม่มีทางตบตาฮยองที่อยู่ใกล้ชิดกับผมมาตั้งแต่เกิดได้หรอกครับ

          ผมยังคงแต่งตัวมาเรียนสบายๆ แต่ไม่ได้หนีบแตะแล้วครับ ฮ่าๆ สาวๆ มองผมที่กำลังเดินอยู่ใต้คณะเป็นตาเดียว ก็แน่ล่ะ หล่อขนาดนี้จะไม่สนกันได้ยังไงกันล่ะ หึหึ

          " นายคะ ขอรบกวนแปบนึงได้ไหมคะ " สาวสวยคนนึงเดินเข้ามาหาผมอย่างกล้าๆ กลัว เข้ามาเลยครับผมฉีดยาแล้ว

          " ครับ ว่าไงครับ " ผมยิ้มแย้มแช่มชื่นรื่นอุรา

          " คือนายใช้ครีมยี่ห้ออะไรเหรอคะ หน้าใส๊ใส เราเห็นแล้วอิจฉามากๆ เลย หน้าเงาเกาหลี๊เกาหลี มีเคร็ดลับอะไรบอกมั่งสิ " สาวคนนั้นถามผมด้วยใบหน้าใคร่รู้อย่างตื่นเต้น แต่ผมกลับหน้าเจื่อนไปเรียบร้อย ฮืออ ผมไม่ใช่เพื่อนสาวของเธอนะ หึ่ยย ไอ้เกลียวที่มากับผมตอนนี้ลงไปนอนขำชักดิ้นชักงอเรียบร้อย เดี๋ยวเถอะมึงง

          " อสุจิครับ พอกวันละ 3 เวลาก่อนอาหาร " ไอ้เพื่อนเกรียนที่ตอนนี้ลุกขึ้นมาตอแหลแย่งตอบคำถาม ซึ่งสุดท้ายก็โดนตบไปเรียบร้อยสองที รวมของผมด้วยในนั้น

          " กูหล่อขนาดนี้ทำไมสาวๆ ไม่จีบกูวะ "

          " จีบห่าอะไร เค้าไม่ยกมดลูกให้ก็ดีแล้ว ฮ่าๆ " ผมตบกบาลมันไปอีกทีด้วยความหมั่นไส้

          เอาจริงๆ ผมก็ไม่ได้สวยแบบผู้หญิงขนาดนั้นหรอกครับ ถ้าตัดผมสั้นๆ ผมก็เข้าข่ายหล่ออยู่นะ แต่แค่แต่งหญิงก็ไม่มีใครจับได้อ่ะ ฮืออ 

          " นายๆ ขอเบอร์หน่อยสิ " มาแล้วไง ไหนบอกสาวๆ ไม่ชอบผู้ชายหน้าแบบผม หึ

          " เพื่อนเราชอบน่ะ คนนั้นน่ะ " สาวน้อยคนนี้ชี้ไปยังกลุ่มเพื่อนที่ เอ่อ ผู้ชายทั้งฝูง ที่ตอนนี้มันกำลังส่งเสียงโห่ฮา แซวเพื่อนตัวเองที่กำลังมองมาทางผมด้วยสายตาหยาดเยิ้ม กูอยากจะบ้าตาย ยิงทิ้งแม่งทั้งกลุ่มเลยดีไหม

          แต่เสียงโห่ร้องก็ต้องโดนเสียงกรี๊ดที่ดังกว่ากลบไป อื้อหือ ต้องหล่อขนาดไหนโรงอาหารคณะผมถึงแทบแตกขนาดนี้ และคำตอบก็อย่างที่ผมคิด พี่พริ้นในชุดกาวน์เดินมาทางผม พร้อมส่งยิ้มสดใสดั่งพระอาทิตย์มาให้ ทุกสายตาต่างจ้องมองผมสลับกับพี่พริ้นเป็นตาเดียว แล้วซุบซิบๆ กันไม่เกรงใจผมเลย

          " น้องมิน กำลังจะทานข้าวพอดีเลยเนอะ งั้นทานด้วยกันนะ " พี่พริ้นยิ้มสดใสมาให้ผม ที่กำลังยืนมองซ้ายขวาหาบุคคลที่สามที่ถ้ามาเห็นคงโกรธผมอีกแน่ๆ เลย 

          " เอ่อ เดี๋ยวผมจะเริ่มเรียนแล้วครับ คงต้องไปแล้ว " ผมว่าผมชิ่งดีกว่า

          " เรียนอะไรของมึงวะ กูหิว " โถไอ้เพื่อนเวร กูอยากฆ่ามื๊ง

          " ฮ่ะๆ มินขยันจังเลยนะ นี่กะเรียนแบบข้าวปลาไม่กินเลย " พี่พริ้นยังคงหัวเราะ พร้อมส่งยิ้มอย่างไม่ย่อท้อ ผมนั่งลงที่โต๊ะ พี่พริ้นอาสาไปซื้อข้าวและน้ำมาให้ ซึ่งไม่ว่าผมจะปฏิเสธแค่ไหนก็ไม่เป็นผล

          " มิน นี่มันอะไรกันวะ ความสัมพันธ์พัฒนาดีนี่หว่า พี่แกเหาะมาจากคณะแพทย์เองเลยนะโว้ย ทั้งๆ ที่เวลาพักแม่งนิดเดียวเอง " ผมยิ้มเจื่อนๆ ให้เพื่อนผู้แสนจั๊ดง่าวของผม

          ผมดีใจนะครับที่พี่พริ้นดูใส่ใจผม อาจจะอยากขอโทษเรื่องที่ผ่านๆ มา ยังไงพี่พริ้นก็ยังคงเป็นคนสำคัญของผม แต่ผมก็ไม่อยากเห็นสีหน้าที่เศร้าหมองของพี่ไออีกนี่นา มีแต่เรื่องหนักใจจัง

          ผมสังเกตุว่ามีพวกเสื้อช็อปจากวิศวะเดินไปมาเยอะเกินเหตุ พวกนี้ก็มากินข้าวที่คณะผมงั้นเหรอ ผมเลยชะเง้อมองหาชายหนุ่มผมดำในเสื้อช็อปด้วยใจตุ๊มๆ ต่อมๆ เหมือนภรรยากำลังแอบนอกใจสามีเลยแฮะ 

          " มองหาใครเหรอ " พี่พริ้นที่มาพร้อมข้าวสองจาน ยิ้มแย้มให้ผมอย่างอ่อนโยน

          " เอ่อ คือแล้วพี่ไอละครับ " พี่พริ้นเลิกคิ้วขึ้นสูงเชียวกว่าจะตกลงมา

          " พี่หาไอที่คณะไม่เจอ ไม่รู้ไปไหน สงสัยไปกินข้าวกับสาวมั้ง " ผมที่ได้ฟังแบบนั้น รู้สึกตัวชาไปทั้งตัว นี่พี่ไอมีแฟนแล้วงั้นเหรอ 

          " มิน เป็นอะไรไป " ผมที่ตอนนี้สมองตื้อไปเรียบร้อย ได้แต่นั่งเอ๋อแดก

          " แล้วพี่รินละครับ " ผมเอ่ยถามหาแฟนสาวของพี่พริ้น ที่เห็นรักกันจะเป็นจะตาย

          " เอ่อ เลิกกันแล้ว " ห๊ะ เลิกกันแล้วซะงั้น

          " เสียใจด้วยนะครับ แต่ถ้าเป็นไปได้ก็คืนดีกันเถอะครับ พี่เขาก็ดูเป็นคนดี " ผมพูดออกไปแบบสุภาพ ซึ่งจริงๆ เจ้าหล่อนนั่นหัวเราะเสียงดังกว่าใครในคลับคืนนั้น

          ยังไม่ทันขาดคำ เจ้าหล่อนก็เดินมาข้างหลังพี่พริ้นที่นั่งตรงข้ามผมด้วยสีหน้าและแววตาเกรี้ยวกราด เอาละครับ ผมควรจะยกจานหนีดีไหม

          " พี่พริ้น นี่มันอะไรกันคะ ทำไมรินโทรหาถึงไม่รับสาย แล้วมาทำอะไรที่นี่ " นังริน เอ้ยพี่รินยืนทำตาเขี้ยวปั๊ดใส่พี่พริ้นอย่างไม่ปราณี เดี๋ยวนะเมื่อกี้ไหนบอกเลิกแล้วไงพี่ พี่พริ้นที่ตอนนี้ทำหน้ากึ่งยิ้มกึ่งน่ากลัว ทำเอาผมสยองเลยทีเดียว

          " เดี๋ยวค่อยคุยกันนะริน ตอนนี้พี่มีธุระ " พี่พริ้นพูดเสียงเย็นชาอย่างไร้เยื่อใย และไม่หันไปมองด้วยซ้ำ

          " เพราะมันใช่ไหมคะ พี่เป็นอะไรของพี่อ่ะ มันผู้ชายนะคะ แค่มันสวยนิดหน่อยพี่ก็ไปหามันเลยเหรอ " พี่รินชี้หน้าผมและสวดยับ แต่ผมไม่ชอบเลยแฮะ ผมไม่ได้อยากแย่งใครสักหน่อยนะ แล้วผมก็ไม่ได้สวยด้วยเจ้ พูดดีๆ นะ หึ่ม

          " เอ่อ พี่ใจเย็นๆ นะครับ พี่เข้าใจผิดแล้ว ผมเป็นแค่คนรู้จักของพี่พริ้นครับ " ผมซึ่งเริ่มเดือดเหมือนกันแต่ยังคงพูดดีๆ ไว้ก่อน

          " แกเป็นใคร คิดว่าจะจับพี่พริ้นได้งั้นเหรอ เดี๋ยวก็ลงเอยเหมือนอีพวกร่านตัวอื่นๆ นั่นแหละ " พี่รินคงจำผมไม่ได้สินะ ตัวอื่นๆ นี่หมายความว่ามีหลายๆ คนโดนเหมือนผมแบบในคลับนั้นเหรอ

          " ริน! " พี่พริ้นพูดเสียงดัง พร้อมลุกขึ้นกึ่งเดินกึ่งลากพี่รินไปอย่างระทึกขวัญสุดๆ ผมที่ถูกตราหน้าว่าแย่งผู้ชายชาวบ้าน กำลังโดนคนในโรงอาหารซุบซิบนินทาอย่างหนัก

          " หือ อย่างกับละครหลังข่าวเลยว่ะ " ไอ้เกลียวที่นั่งแดกข้าวพร้อมดูหนังสด ผมนั่งลงอย่างเหนื่อยอ่อน เจอเรื่องงามไส้แต่วันเลยแฮะ

          " อี๋ อย่ามาใกล้ฉันนะนังร่าน " ผมตบกบาลไอ้เกลียวไปอีกทีอย่างมีน้ำโห กวนทีนไม่เลิกสึด


          ผมที่ออกมาจากโรงอาหารคณะ กำลังเดินไปบนระเบียงทางเดินเพื่อเข้าคลาสต่อไป ไอ้เกลียวที่ลงคนละวิชากับผมก็แยกไปเรียนเรียบร้อย สงบได้สักทีชีวิตตู ผมเดินแวะเข้าห้องน้ำใกล้ๆ บันไดหนีไฟ ล้างหน้าล้างตาสักหน่อย ไม่งั้นอาจหลับคาคาบเรียนได้

          แต่อยู่ๆ ก็มีมือปริศนามาปิดปากผม และล็อคตัวผมจากข้างหลัง ผมที่ตัวเล็กจะไปมีแรงขัดขืนคนที่ตัวใหญ่กว่าได้ยังไงกันล่ะ ผมพยายามดิ้นและร้องให้คนช่วยอย่างหมดแรง สุดท้ายมันก็พาผมลากเข้าห้องน้ำจนได้ เมื่อเข้ามาแล้วมันก็ปล่อยตัวผม ผมเลยส่งหมัดขวาตรงออกไป แต่ก็ถูกสกัดได้อย่างแทบไม่ต้องออกแรง เดี๋ยวนะ รูปร่างแบบนี้ หน้าตาแบบนี้ โถ่ว

          " ไอบ้า ไอโรคจิต ทำอะไรฟะ ตกใจหมด " ผมที่ยังคงตบตีคนตรงหน้าอย่างเหลืออด แม่งเอ้ยนึกว่าโดนแก๊งมาเฟียคู่แข่งซิวซะแล้ว 

          " ชู่ อย่าเสียงดังสิ เก็บเสียงไว้ตอนทำอย่างอื่นกันดีกว่า " คำพูดไอบ้านี่ทำเอาผมหน้าแดงจนเลือดแทบจะออกหูเลยฮะ ไอ้พี่ไอ ไอบ้านี่ขึ้นมาแอบตั้งแต่ตอนไหนฟะ

          ผมที่คิดถึงคำพูดของพี่พริ้นขึ้นมา ทำเอาฉุนสุดๆ ผมก้มหน้าลงไม่มองคนตรงหน้า เชอะ 

          " เป็นอะไร กินข้าวกับพริ้นไม่อร่อยหรือไง " ผมเงยหน้ามองไอคนขี้ประชดอย่างแค้นเคือง 

          " แล้วใครล่ะที่ไปกินข้าวกับสาวมา " ผมพูดพร้อมหรี่ตาลงอย่างจับผิด 

          " สาวที่ไหน พริ้นกรอกหูอะไรมาอีกล่ะ ดูสิน่ะ หึงหน้าดำหน้าแดงเลยวุ๊ย " หึ่ยยย ไอ้คนขี้แกล้ง ไม่ได้หึงเฟ้ย จริงจริ๊ง

          ผมเดินไปพยายามดึงกลอนประตู แต่ก็ไม่เป็นผล พี่ไอกอดผมไว้จากด้านหลังแล้วลากผมมานั่งทับบนตัวพี่ไอที่นั่งบนฝาชักโครกอีกที นี่ถ้ามีคนก้มมองช่องด้านล่างนี่บันเทิงแน่นอน ท่ามันส่อจริงๆ ให้ตาย

          " ปล่อยเลย " ผมที่พยายามแกะมือปลาหมึกของพี่ไออย่างสุดความสามารถ ขณะที่พี่ไอนั้นกอดผม และเริ่มซุกไซร้ไปมาแบบคนขี้แกล้ง

          เย้ยย มีคนเข้ามา ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องข้างๆ เปิดออกและมีคนเข้าไปในนั้น 

          " อย่า " ผมกระซิบเบาๆ ให้ไอหื่นด้านหลังหยุดการกระทำทุกอย่างที่จะทำให้คนข้างห้องจับได้ แต่ก็ไม่เป็นผล พี่ไอยังคงหอมคอผม หูผม และตอนนี้กำลังหอมแก้มผมอยู่ 

          " เอาคืนแล้วนะ 2 ที " พี่ไอกระซิบที่หูของผมเบาๆ ทำเอาผมขนลุกซู่ ลองมามีคนที่หล่อขั้นนี้เอาหน้ามาใกล้ๆแล้วกระซิบข้างหูดูสิครับ ผมแทบจะละลายไหนลงชักโครกไปเลย

          " ไอบ้า " ผมกระซิบด่าอย่างเหลืออด โอ้ยเขินเฟ้ย

          "  อย่ามาซุกคอผมสิ " ผมกระซิบเบาๆ ด่าพี่ไอที่ยังคงไม่เอาหน้าออกจากหลังคอของผม

          " ไรขนอ่อนๆ สีทองพวกนี้น่ารักจัง ทั้งตัวนี่ขนสีนี้หมดเลยหรือป่าว " พี่ไอกระซิบถามเบาๆ ทำเอาผมหดคอหนี งืออ เขินสุดๆ ไปเลยครับ ผมนี่คิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว อ้ากก ตัวผมที่ขาวมากๆ พวกไรขนอ่อนๆ เลยเป็นสีทองแบบไม่ได้ตั้งใจ ผมอยากโกนมันออกแต่ฮยองบอกว่ามันจะทำให้ยิ่งขึ้นครับ ฮืออ

          " อย่า เดี๋ยวมันเป็นรอย " ผมกำลังหยิกแขนจอมหื่น ที่กำลังเริ่มจุฟคอผมเบาๆ และเหมือนกำลังแรงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเป็นรอยละก็ฮยองฆ่าผมแน่ๆ ไม่สิ ฆ่าพี่ไอแน่ๆ อันนี้ไม่ได้ล้อเล่นครับ

          " อย่าปล่อยให้ใครทำแบบนี้กับมินนะ " ผมสะดุ้งน้อยๆ เพราะพี่ไอเรียกชื่อผม แล้วกอดผมเอาไว้แน่นสุดๆ ผมดีใจเลยเผลอยิ้มออกมา

          ผมยกแขนแล้วเอื้อมมือไปโน้มคอพี่ไอลงมา เอี้ยวตัวเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นรับสัมผัสจากริมฝีปากที่นุ่มนวลนั้น พวกเราจูบกันเนิ่นนาน ไม่สนใจว่าจะส่งเสียงดังหรือไม่


รับรู้แค่เพียงว่า​ โลกใบนี้มีแค่เราเพียงสองคนก็พอแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2018 15:44:55 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
ตามสบายเลยหลานไอ คนแก่แวะไปแขวนป้าย"ทำความสะอาด" ไว้หน้าห้องน้ำให้แล้ว  :laugh:

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
พี่ไอรุกหนักขึ้นทุกวัน  :hao6:

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 28 แสงสีที่ดับวูบลง


          ผมนอนจ้องมองเพดานห้องที่ว่างเปล่าพลางอมยิ้มในความมืด ความรู้สึกของผมตอนนี้มันช่างหลากหลาย ผมกับพี่ไอ ความสัมพันธ์ของพวกเราตอนนี้ จะเรียกว่าอะไรดีนะ ผมรู้สึกดีมากๆ เวลาที่ได้อยู่ใกล้ๆ พี่ไอ ถึงพี่ไอจะดูเป็นมนุษย์หื่นกระหายก็เถอะ แต่พอเอาเข้าจริงๆ พี่ไอก็จะหยุดเสมอ เป็นสุภาพบุรุษเหมือนกันแฮะ นึกว่าจะบ้าหื่นกามแบบไม่สนแล้วจับกดลูกเดียวซะอีก

          พี่ไอเล่าว่า ไอ้ฉายาเสือไบบ้าอะไรนั่นมั่วทั้งเพ พี่ไอไม่ได้ฟาดเรียบอะไรแบบนั้นซะหน่อย พี่ไอไม่สนใจใครเลยมาตั้งนานแล้ว มีแต่พวกเมียมโนทั้งนั้น แต่ไม่ยอมบอกว่าเพราะอะไร ผมสงสัยอีกอย่างหนึ่งก็คือ ดูเหมือนพี่ไอจะไม่ได้เกลียดพี่พริ้นแบบนั้นแฮะ เพราะพี่ไอไม่เคยพูดเรื่องไม่ดีของพี่พริ้นเลย จะมีก็แต่เตือนผมให้ระวังพี่พริ้นอย่างเดียว คงเป็นสายสัมพันธ์อะไรบางอย่าง

          ผมจะบอกฮยองให้สืบเรื่องพี่ไอดีไหมนะ แต่ผมกลัวว่าถ้าพี่ไอรู้ พี่ไอจะโกรธผมน่ะสิ ใครบ้างที่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องส่วนตัว ขนาดผม ผมยังไม่เคยเล่าเรื่องของผมให้ใครฟังเลย ฮยองก็เคยเจอพี่พริ้นตอนเด็กๆ แค่ครั้งหรือสองครั้งเท่านั้น เพราะฮยองแค่มาส่งผมเฉยๆ และไม่ได้เข้ามาก้าวก่าย นอกจากผมจะขอความช่วยเหลือเท่านั้น

          Rrrr Rrrr

          เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ผมรีบลนลานรับอย่างว่องไวเพราะหวังจะได้ยินเสียงคนที่ผมนั้นคิดถึงสุดๆ แต่ผลที่ได้กลับห่วยเกินคาด

          " โย่ววว หมูทะกันนน " เหอะ ไอ้ตัวดีแม่งชวนกูลงพุงอีกแล้ว

          " อะไร มึงเลี้ยงใช่ไหม " 

          " กูเลี้ยง แต่มึงจ่าย โอเคเดล!! " 

          " เดลพ่อง กูวางละเสียเวลาชีวิต " 

          " กูเลี้ยงๆๆ โอเคนะ ด่วนเลย เดี๋ยวกูไปรับ "

          " เออ ด่วน " ผมกดวางสายทันที เพราะไอ้ห่านี่มันก็อยู่แถวนี้ล่ะครับ เดี๋ยวมันก็มา

          ผมลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าแบบง่ายๆ เสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้น เพราะอากาศมันร้อนสุดๆ เหลือเกิน ยิ่งอยู่หน้าเตาด้วยแล้ว เหงื่อไหลไคลย้อยแน่นอน

          " ราชรถมารับแว้วคร๊าบบ! " เสียงแม่งมาก่อนตัว 500 เมตรได้ไอ้ห่า มึงจะเรียกคนมาแดกทั้งซอยเลยหรือไง

          " มึงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเลยกูให้ 3 วิ " คำพูดแรกที่มันเห็นผมก็ออกคำสั่งเลย มันน่าเขกกบาลจริงๆ

          " กูจะไปชุดนี้ เชี่ยไรของมึง "

          " กูไม่รู้น้า แม่งใครลากเข้าป่า กูไม่สนจริงๆ ด้วยเอ้า " ปากหมานจริงๆ ไอ้หอก

          ผมไม่สนใจและเดินผ่านตัวมันไป มันที่ทำท่าทางอึกอัก แต่ก็ยอมเดินตามมาแต่โดยดี ก็แค่หลังมอใกล้ๆ แค่นี้ แล้วผมก็เป็นผู้ชายนะ ผมไม่เคยกลัวอะไรอยู่แล้ว แถมมึงก็อยู่ด้วย มึงเป็นสายข่าวและบอดี้การ์ดกู มึงต้องปกป้องกูสิ ผมเดินชิลๆ อ่อยเหยื่อชาวบ้านไปทั่วแบบอยากหางานให้มันทำ หึหึ

          ' ผู้หญิงเปล่าวะ ' 

          ' ผู้ชายว่ะ '

          ' ผู้ชายแบบนี้กูก็เอา '

          ผมไม่สนใจเสียงนกเสียงกา มึงลองสิ ได้แดกตีนกูแน่ วันนี้รู้สึกเหมือนมีความกล้าเต็มเปี่ยมสุดๆ หึหึ ผมเดินเท้าต่อไป ผ่านสายตาประชาชีมากมายที่มองผมเป็นตาเดียว ไอ้พวกผิวปาก พ่องมึงเป็นนกหวีดหรือไง คลื่นไส้

          ไม่นานผมก็มาถึงร้านหมูกะทะจิ้มจุ่มหลังมอ บรรยากาศดีนะ แต่ร้านมืดไปหน่อย มุมอับก็เยอะไป 

          " เดี๋ยวกูโทรชวนฮยองก่อน " ผมพูดพลางดึงโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนไอ้เกลียวตะครุบมือผมด้วยความร้อนรนสุดๆ

          " อย่านะโว้ย ไม่งั้นกูตาย " ผมขมวดคิ้วไม่เข้าใจความหมายของมันเลยสักนิด

          " มึงเป็นห่านอะไรเนี่ย " ผมความด้วยความสงสัย

          " ถ้าพี่แจอินมาเห็นกูพามึงมาในสภาพนี้กูเป็นโจ๊กแน่ๆ " ผมลืมไปเลย นี่ไม่ใช่เรื่องของผมคนเดียว ไอ้เกลียวที่ตอนนี้เป็นบอดี้การ์ดฝึกหัด มันคนแรกที่จะซวยถ้าผมเป็นอะไรไป

          " มึงอย่าทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้ กูดูแลตัวเองเป็น ก็เหมือนที่ผ่านๆ มานั่นแหละ " ผมพูดให้มันสบายใจขึ้น เพราะตลอดมาผมก็ไม่เคยเป็นอะไรมาก่อน วันนี้คงไม่ซวยหรอกน่า

          " เดี๋ยวกูไปห้องน้ำแปบนะ เดี๋ยวมา "

          " ไม่ได้ กูต้องไปด้วย " ไอ้เกลียวลุกขึ้นยืนตามผมแบบประกบข้าง 

          " อะไรของมื๊งง ถ้ากูไปขี้มึงจะเข้าด้วยไหม "

          " เข้า!! " ผมตบกบาลมันไปหนึ่งดอกด้วยความพูดไม่คิดของมัน

          " กูไปแปบเดียว กูรู้น่า กูจะระวัง ถ้าเกิน 5 นาที มึงเข้ามาหากูเลยโอเคไหม " ผมตกลงกับมันให้มันสบายใจ พลางเดินไปห้องน้ำด้วยความระแวดระวัง เพราะผมก็เริ่มเสียใจกับการตัดสินใจในการใส่เสื้อผ้าของผมแล้วล่ะ

          ผมเดินมาถึงห้องน้ำแบบปลอดภัยท่ามกลางสายตาที่เหมือนฝูงหมาไฮยีน่าจ้องตลอดทาง ผมเปิดก็อกน้ำล้างมือในอ่างล่างหน้า แล้วก้มลงล้างหน้าอีกนิดหน่อย

          ' ปั่บ! '

          เย้ยย ผมสะดุ้งโหยงทันที เพราะรู้สึกถึงมือปริศนาที่กำลังแปะอยู่บนก้นของโผ้มม

          ผมใจเต้นรัว หันไปอย่างรวดเร็วกะด่ากราดเต็มที่ แต่เอ๊ะ ผมมองไม่เห็นใครเลยแฮะ หรือผีจะหลอก แต่สักพักก็มีมือเล็กๆ ดึงกางเกงผมอีกที 

          " พี่ฮะ พี่ทำผ้าเช็ดหน้าหล่น " ผมใจหายแว๊บ นึกว่ากุมารทองเล่นกูซะแล้ว โถ่ว เด็กน้อยเอ๋ย 

          " ขอบคุณครับ " ผมนั่งยองๆ ลูบหัวเด็กน้อยอย่างขอบคุณ

          เด็กน้อยพอส่งผ้าเช็ดหน้าให้ ก็วิ่งแจ้นไปอย่างรวดเร็ว แต่ปัญหาก็คือมันไม่ใช่ของผมครับ ผมมองผ้าเช็ดหน้าอย่างสงสัย เพราะผมรู้สึกคุ้นๆ กับลายของมันซะเหลือเกิน มันคล้ายๆ กับผืนที่ผมมีอยู่ผืนหนึ่งในห้อง แต่ผมลืมไปแล้วว่าผมได้มันมาจากไหน

          " นั่น ของผมเองครับ " ชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมยื่นมือมาขอผ้าเช็ดหน้าคืน

          " อ๋อ เหรอครับ " ผมขมวดคิ้วสงสัยแต่ก็ส่งกลับคืนให้แต่โดยดี 

          " ขอบคุณครับ " ชายหนุ่มคนนั้นมองผมด้วยสายตาแปลกๆ และรับผ้าเช็ดหน้าคืน

          ผมก้มหัวลงเล็กน้อย และเดินผ่านชายหนุ่มคนนั้นไป 


แต่นั่น กลับเป็นสิ่งสุดท้ายก่อนที่ภาพต่างๆ จะดับวูบลง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2018 15:48:07 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 29 ช่วยไว้อีกครั้ง


          ผมตื่นขึ้นด้วยสายตาที่ฝ้ามัว นี่มันอะไรกันนะ ผ้าปิดปากที่ผูกเอาไว้ มือและเท้าที่ถูกมัดด้วยผ้าสีแดงแน่นหนา แรงสั่นสะเทือนทำให้รู้ว่าผมนั้นอยู่ในรถที่กำลังวิ่ง มันเป็นรถตู้คันใหญ่ ผมถูกมัดและจับนอนอยู่ที่เบาะด้านหลังสุด มีผู้ชายที่ปิดหน้าอยู่สองคนที่หน้ารถ กำลังคุยกันถึงอะไรบางอย่าง ที่ผมก็ฟังไม่ถนัด

          คลื่นความกลัวเข้าแทรกแซง ผมรีบมองร่างกายตัวเองก็พบว่า ผมนั้นยังไม่ได้โดนทำอะไร เสื้อผ้าต่างๆ ยังอยู่ในที่ของมันที่ควรจะเป็น ไม่มีรอยใดๆ บนร่างกาย ผมรีบหลับตาทันทีเมื่อหนึ่งในนั้นมองมาที่ผม

          " เจ้านายแม่งเลือกของดีสุดๆ เลยว่ะ "

          " ขาวสุดยอด น่าเลียทั้งตัว "

          " ตอนแรกบอกเป็นผู้ชาย กูนี่นึกเลยว่าแม่งสยองว่ะ แต่พอมาเห็นนี่กลายเป็นสยิวแทน ผู้ชายก็ผู้ชายเถอะจะจัดให้ถึงใจเลยว่ะแบบนี้ "

          " น่ารักฉิบหาย แจ่มสุดๆ "

          ผมนอนตัวสั่นสะท้าน ไม่คิดว่าเรื่องที่ไอ้เกลียวกังวลมันจะเกิดขึ้นกับผมจริงๆ แต่พวกมันพูดถึงเจ้านายอะไรสักอย่าง มีคนจ้างมันมางั้นเหรอ ผมซึ่งตอนเด็กๆ เคยเกือบจะโดนลักพาตัวมาแล้ว ผมยังจำความรู้สึกนั้นได้ดี แต่ตอนนั้นศัตรูของคุณพ่อ แค่จะขู่คุณพ่อเท่านั้น ไม่ได้จะทำอะไรตัวผม แต่การลักพาตัวครั้งนี้ มันอาจทำให้ผมสูญเสียอะไรหลายๆ อย่างไป

          ผมหลับตานึกถึงใบหน้าของทุกๆ คนที่ผมรัก และแน่นอนที่สุด พี่ไอ พี่จะรับผมได้ไหมถ้าหากว่าผมไม่ได้เป็นของพี่ไอคนแรก ผมน้ำตาไหลออกมาด้วยความอ่อนแอ ผมตายซะดีกว่าที่จะโดนทำแบบนั้นจากไอ้สารเลวพวกนี้

          " เฮ้ย แต่แบบนี้จะดีเหรอวะ เจ้านายบอกห้ามแตะมันนะ "

          " ก็อย่าทำแรงสิวะ แม่งไม่รู้หรอก " 

          " แต่ผิวแบบนี้ลำบากว่ะ แค่ขยำนิดหน่อยก็เป็นรอยละ ฮ่าๆๆ "

          " อย่าพูดให้กูคิดสิวะ จะทนไม่ไหวแล้วนะเนี่ย "

          " เดี๋ยวกูไปดูมันแปบ "

          " เฮ้ย อย่าให้เสียของนะโว้ย " 

          " ฮ่าๆๆ นิดหน่อยเอง เดี๋ยวเปลี่ยนกัน "

          ผมที่ตอนนี้แกล้งหลับอยู่ หัวใจเต้นระรัวด้วยความกลัว ผมจะสู้พวกมันสองคนได้หรือเปล่านะ ผมจะลองเสี่ยงดูดีไหม หรือนอนนิ่งๆ ดูลาดราวก่อนดี

          พวกมันคนหนึ่งปีนเบาะเข้ามาหาผมอย่างช้าๆ มันเข้ามาใกล้ผมมาก มากขึ้นเรื่อยๆ จนผมรู้สึกถึงลมหายใจของมันที่เป่ารดคอของผมอยู่

          " หอมสุดๆ เลยว่ะ เนียนไปทั้งตัว " ไอ้เลวนี่ลูบเบาๆ ไปตามเรียวขาของผม ผมรู้สึกสะอิดสะเอียนอยากฆ่าพวกมันให้ตายคามือนัก

          " ก้นสวยกว่าผู้หญิงอีกนะเนี่ย " มันที่กำลังมองก้นของผม และเอื้อมมือจะมาแตะ แต่ผมดิ้นหลบซะก่อน

          " อ้าว ตื่นแล้วเหรอ " มันพูดกับผมด้วยน้ำเสียงกวนประสาท

          " อย่ามองพี่แบบนั้นสิ ยิ่งมองแบบนั้นพี่ยิ่งมีอารมณ์นะ " ผมที่จ้องมองมันตาขวาง ทำได้เพียงเรียกเสียงหัวเราะจากมันและคู่หูของมันเท่านั้น

          ผมอยากจะพูดกับมัน อยากจะเสนอเงินให้มันเผื่อมันจะยอมเปลี่ยนใจบ้าง แต่มันก็ไม่ยอมแก้มัดให้ผมเลย

          " เฮ้ย จะทำไรก็รีบทำ ไม่มีเวลาแล้ว " คู่หูของมันส่งเสียงมาจากด้านหน้า ทำให้ผมดิ้นรนด้วยความกลัวอีกครั้ง

          " อย่าดิ้นนักเลยน่า แปบเดียวเอง " มันส่งเสียงดังใส่ผม เพราะผมเริ่มดิ้นและถีบมัน ไม่ให้มันเข้าใกล้ผมได้ แต่มันกลับล็อคขาของผมไว้ ลูบไล้และพยายามถอดกางเกงของผม

          แต่แล้วรถที่วิ่งอยู่ก็หักหลบอะไรสักอย่างกระทันหันเข้าข้างทาง รถเขย่าอย่างรุนแรง และชนเข้ากับต้นไม้อย่างจัง ผมรีบตั้งหลัก และพยายามคลานหนีไปที่ประตูสุดชีวิต แต่มือของมัันก็ยังคงตามมาจับข้อเท้าของผมไว้ มีคนพยายามเปิดประตู และทุบกระจกอยู่ข้างนอก ทำให้ไอ้สองตัวนี้หนีออกจากหน้าต่างอีกทาง แล้วรีบวิ่งหนีหายเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว

          คนที่พยายามเปิดประตู ตอนนี้เปิดออกแล้ว และเข้ามาดึงผมออกจากรถ และกอดผมเอาไว้แน่นสุดๆ ผมร้องไห้ออกมาด้วยความโล่งใจ ผมเกือบจะมีตราบาปไปทั้งชีวิตแล้ว ผมเงยหน้าขึ้นมองหน้าบุคคลที่มีพระคุณต่อผม สายตาที่เลือนลางด้วยความอ่อนล้า ทำให้กว่าผมจะโฟกัสภาพตรงหน้าได้ก็สักพักเลยทีเดียว

          ผมสีน้ำตาลอ่อน ใบหน้าที่ยิ้มแย้มอยู่เสมอ ตอนนี้กลับกำลังทำหน้าหวาดหวั่น จ้องมองใบหน้าของผมและกำลังตะโกนพูดอะไรสักอย่างกับพวกพยาบาลที่เพิ่งมาถึง พี่อีกแล้วเหรอครับ พี่ช่วยผมเอาไว้อีกแล้ว แต่ว่าทำไมกันนะ มันเหมือนกับว่ามีบางอย่างที่ติดอยู่ในใจของผม บางอย่างที่บอกผม ว่ามันไม่ใช่

          และสายตาของผมก็ได้มองเห็น คนอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวผม คนคนนั้นกำลังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ผู้ชายที่ผมนั้นรักหมดหัวใจ


เสียงปืนดังขึ้นสองครั้งจากที่ไกลๆ พร้อมกับผมที่สติดับวูบไปอีกครั้ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2018 16:00:51 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
ผู้ 2 คนนั่นเป็นไผหว่า  :confuse:

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
          FC ที่ 30 เสียงพึมพำที่มีความหมาย


          ผมลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในห้องสีขาว บนหลังมือมีเข็มน้ำเกลือเจาะอยู่ แต่ก็มีสิ่งอื่นอยู่บนมือของผมอีก ผมมองมือที่กำลังกุมมือของผมอยู่ ไล่ไปเรื่อยๆ ก็พบว่าคนคนนั้นก็คือ พี่พริ้น นั่นเอง

          ผมมองไปรอบๆ ห้องที่มืดสลัว ที่นี่คือโรงพยาบาลสินะ ผมไม่ชอบกลิ่นแบบนี้เลย จริงๆ ผมก็ไม่ได้เป็นอะไรมากครับ แค่หัวแตก และอ่อนเพลียเท่านั้น ผมมองต่อไป และสะดุดสายตากับสายตาคู่หนึ่ง ที่กำลังมองมาที่ผม เป็นแววตาที่แสนเศร้าเหลือเกิน

          ผมขยับตัวทำท่าจะลุกขึ้น เลยทำให้คนที่นอนฟุบอยู่ข้างๆ เตียงนั้นตื่นขึ้นมา 

          " มิน ตื่นแล้วเหรอ " พี่พริ้นที่งัวเงียลุกขึ้นพร้อมเดินไปเปิดไฟให้ห้องสว่างขึ้น

          " ผมนอนไปนานหรือยังครับ "

          " เกือบวันนึงได้ แต่พักผ่อนเยอะๆ เถอะ ไม่ต้องรีบลุกขึ้นมา " พี่พริ้นกดไหล่ของผมให้นอนลงไปกับเตียงอีกครั้ง 

          " หิวหรือเปล่า พี่จะหาอะไรมาให้นะ " 

          " ไม่ต้องหรอกครับ ผมยังไม่หิวครับ " พี่พริ้นส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ผม ขณะที่อีกคน ยังคงมองไปที่ประตู ไม่มองมาทางนี้เลย

          " พวกพี่ไม่ต้องอยู่เฝ้าผมหรอกครับ เดี๋ยวผมเรียกพี่ชายของผมมา " ผมไม่อยากรบกวนเวลาของทั้งสองคนหรอกครับ ทั้งสองคนมีงานเยอะแยะเต็มไปหมด และผมก็อยากพบฮยองกับไอ้เกลียวด้วย

          ผมรู้ว่าฮยองกับไอ้เกลียวคงอยู่แถวๆ นี้ ยิ่งฮยองด้วยแล้วชอบทำตัวลึกลับเสมอ พูดถึงไอ้เกลียว ผมรู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าตอนนี้มันไปนอนอยู่กับรากมะม่วงแล้วหรือยัง ฮยองจะลงโทษมันหนักไหมนะ ครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ผมเป็นห่วงมันจริงๆ

          " มินมีพี่ชายด้วยเหรอ " พี่พริ้นเลิกคิ้วถามผมอย่างสงสัย 

          " เอ่อ มีครับ คนนึง แต่ไม่ใช่พี่แท้ๆ หรอกครับ " ผมตอบและส่งยิ้มให้พี่พริ้น และพยายามมองหน้าคนใจร้ายที่หนีไปนั่งห่างจากผม

          " งั้นพี่รออยู่เจอพี่ชายมินดีกว่า รู้จักกันไว้น่าจะดีนะ แล้วพี่ก็เป็นห่วงมินด้วย อย่าไล่พี่นักสิ " คำพูดของพี่พริ้นทำเอาผมใจสั่น ถ้าพี่พริ้นเห็นฮยอง พี่พริ้นจะจำฮยองได้ไหมนะ

          Trrr Trrr

          " พี่ขอเวลาแปบนะ " พี่พริ้นหันมาพูดกับผม

          " ครับ เชิญตามสบาย " ผมพูดพลางส่งยิ้มให้พี่พริ้น ที่รีบเดินไปที่หน้าต่างและรับโทรศัพท์ด้วยความรีบร้อน

          " ว่าไงนะ " พี่พริ้นพูดใส่โทรศัพท์ด้วยเสียงที่ตึงเครียดสุดๆ

          " มิน พี่ขอโทษจริงๆ นะ พอดีคุณพ่อของพี่เรียกด่วนน่ะ แล้วพี่จะรีบกลับมา " พี่พริ้นหันมาขอโทษผม และรีบเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว

          ผมสังเกตุเห็นพี่ไอมองตามพี่พริ้นด้วยสีหน้าตึงเครียดเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้เดินตามพี่พริ้นออกไป ผมยิ้มด้วยความโล่งใจ ผมอยากคุยกับพี่ไอจัง

          ผมพยายามลุกออกจากเตียงอีกครั้ง ด้วยความยากลำบาก เพราะสายน้ำเกลือนี่เกะกะชะมัด เจ้าคนใจร้ายนั่นก็ไม่ยอมขยับเขยื้อนมาช่วยหรือเข้ามาใกล้ผมเลย แต่กลับนั่งก้มหน้ามองพื้นซะอย่างนั้น ผมไม่สนใจ และดึงเข็มนั่นออกจนเลือดไหลออกมา และเดินดิ่งเข้าไปดึงคอเสื้อคนตรงหน้าด้วยความโมโหและน้อยใจ

          แต่แล้วผมกลับต้องปล่อยมือของผมออกจากเสื้อของพี่ไอ เพราะตอนนี้พี่ไอกำลังฟุบหน้าลงกับฝ่ามือ ตัวสั่นเหมือนคนกำลังร้องไห้ ผมหัวใจสั่นไหวกับภาพตรงหน้า ผู้ชายที่ดูเข้มแข็งอยู่เสมอ บัดนี้กลับดูอ่อนแอราวกับใกล้แตกสลาย พี่เป็นอะไรกันครับ

          " เป็นเ..พราะพี่.. " พี่ไอพูดกับฝ่ามือตัวเอง พึมพำอะไรสักอย่างที่ผมก็ฟังไม่ถนัด

          " พี่..ทำให้..เธอต้..องต..าย " ผมค่อยๆ คุกเข่าลงช้าๆ และกอดพี่ไอเอาไว้ ลูบเบาๆ ที่ผมของพี่ไออย่างปลอบประโลม พี่พูดถึงอะไรกัน

          " พี่นึกว่ามินจะจากพี่ไปอีก " พี่ไอกระซิบอย่างแผ่วเบา

          " พี่ไม่อยากสูญเสียอีกแล้ว " ผมจับหน้าคนที่ดูเสียขวัญให้เงยหน้าขึ้นมาและยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

          " ผมไม่เป็นอะไร มองผมสิ " ผมลุกขึ้นและหมุนตัวไปมาให้พี่ไอดู ว่าผมน่ะไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ แค่นี้สบายมาก แต่พี่ไอก็ยังไม่สนใจผม กลับไปฟุบหน้าลงกับฝ่ามืออีกแล้ว 

          " นี่ " ผมนั่งลงเขย่าขากางเกงคนตรงหน้าไปมาแบบเด็กอ้อนขอขนม

          " ขอบคุณนะครับที่เป็นห่วงผม ผมไม่เป็นไรจริงๆ แทบไม่มีรอยอะไรเลย ที่หัวแตกก็เพราะรถชนกับต้นไม้น้า พวกนั้นไม่ได้ทำอะไรผมสักหน่อย " ผมหน้าบู้ด้วยความงอน เอาไงดีน้า

          " ถ้าเป็นห่วงผมจริงๆ ละก็...ปลอบผมหน่อยสิ " ผมพูดช้าๆ และสังเกตุเห็นคิ้วข้างนึงของพี่ไอกระตุก มุกยั่วยวนน่าจะได้ผลแฮะ หึ่ยย ไอคนหื่นเอ๋ย

          ผมค่อยๆ ดึงเชือกที่ผูกเสื้อคนไข้ตัวบางของผมออก ที่ละขั้น ทีละขั้นอย่างช้าๆ จนเชือกทั้งหมดที่ยึดเสื้อตัวนี้ให้ปกปิดร่างกายส่วนบนของผมเอาไว้ หลุดออกจากกัน เผยให้เห็นอะไรต่ออะไรวับๆ แวมๆ วิวกำลังดี

          พี่ไอที่ตอนแรกไม่ยอมสนใจผม ตอนนี้กลับค่อยๆ กางนิ้วที่ปิดหน้าอยู่ออกทีละน้อย หนอยย คิดว่าไม่เห็นหร๊า

          " สนใจผมบ้างหรือยังครับ " ผมยิ้มให้กับคนที่กำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความเย้ายวนใจ หึหึ พี่ไอตอนนี้เงยหน้าขึ้นมานั่งตรงๆ แบบสบายๆ แล้ว เป็นไงล่ะ ชอบละซิ๊

          แต่อยู่ดีๆ แขนข้างหนึ่งของพี่ไอ ก็ดึงตัวผมที่เสื้อตัวบางจะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่เข้าหาตัว แขนทั้งสองข้างโอบกอดผมและลากตัวผมเข้าไปชิดกับหน้าอกแกร่งนั่น อ้ากก ท่าตอนนี้มันส่อขั้นสุดจริงๆ

          ผมที่ทำตัวไม่ถูกพยายามใช้แขนดันอกพี่ไอไว้ด้วยแรงทั้งหมด แต่ก็ไม่เป็นผล จะแข็งแรงอะไรขนาดนี้ งืออ ผมก้มหน้างุดกับอกของพี่ไอ ไม่กล้าเงยหน้าสบตาพี่ไอ ที่ตอนนี้กำลังยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ หูของผม

          " เตรียมใจแล้วใช่ไหมถึงทำแบบนี้ " พี่ไอกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูของผม ทำเอาผมขนลุกซู่ และยิ่งก้มหน้าต่ำกว่าเดิม

          " ครั้งนี้จะไม่หยุดเหมือนครั้งก่อนๆ หรอกนะ " ผมที่ได้ฟังแบบนั้น เริ่มรู้สึกเสียใจกับการกระทำของตัวเองเหลือเกิน ผมได้ปลุกปิศาจจอมหื่นขึ้นมาแล้วสินะ ไม่อ๊าวว หนูขอโต๊ดด

          พี่ไอเริ่มลูบไล้ไปตามหลังของผม จมูกที่ซุกซนนั่นก็เริ่มหอมเส้นผม ไล่ลงไปที่หูอย่างช้าๆ และคลอเครียอยู่ที่ลำคอ จูบเน้นๆ ที่ลำคอสีขาวที่เริ่มกลายเป็นสีชมพู มือที่ลูบไล้ไปตามเสื้อด้านหลัง ตอนนี้กลับลูบลงไปเรื่อยๆ ไปยังสะโพกกลมมนที่นั่งทับอยู่บนหน้าขาของตัวเอง

          ผมสะดุ้งน้อยๆ ทันทีที่มือนั้นสัมผัสลูบไล้แผ่วเบาผ่านกางเกงตัวบาง ห้ามสิ พูดสิ ผมกลืนน้ำลายลงคอพร้อมคำพวกนั้น ความจริงแล้ว ผมอาจจะต้องการให้คนคนนี้ สัมผัสผมให้มากกว่านี้ก็ได้

          ผมตัวสั่นน้อยๆ เมื่อมือนั้นค่อยๆ เลื่อนสูงขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่บนเสื้อสีฟ้าบางๆ นี่ แต่เป็นสัมผัสแผ่วเบาบนผิวเนื้อเนียนละเอียด ถึงมือนั้นจะลูบไล้ไปบนแผ่นหลังของผมอย่างแผ่วเบา แต่ริมฝีปากของผู้ชายตรงหน้ากลับเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ขบเม้มหูสีชมพูเล็กๆ นี่ด้วยความเสน่ห์หา ลากลิ้นอย่างแผ่วเบาไปตามลำคอเรียวระหงส์

          ผมหลับตากำเสื้อของผู้ชายตรงหน้าไว้แน่น เริ่มรู้สึกถึงความรุนแรง และความเจ็บเล็กๆ ที่คอ

          " ย..อย่านะ มันจะเป็นรอย " แต่ผมก็ต้องเริ่มเสียใจที่พูดแบบนั้น เพราะเหมือนกับว่า ผมยิ่งไปกระตุ้นให้คนตรงหน้าอยากทิ้งรอยไว้ยิ่งขึ้นไปอีก

          ปกติเวลาเราสองคนเวลาทำแบบนี้ พี่ไอมักทำทีเล่นทีจริงและพูดแหย่ผมเล่นเสมอ แต่คราวนี้กลับมีแต่ความเงียบ และโต้ตอบกลับมาด้วยการกระทำที่รุนแรงขึ้น ผมเริ่มเกร็งตัว เพราะรสสัมผัสที่หนักขึ้น และหวาบหวามจนผมเริ่มหอบหายใจ 

          " แลบลิ้นออกมาสิ " พี่ไอที่อยู่ดีๆ ก็หยุดทำรอยสีแดงที่คอของผม เปลี่ยนมากัดหูผมเบาๆ พร้อมกระซิบบอก ผมทำตามอย่างว่าง่าย เพราะไม่รู้ว่าพี่ไอให้ทำไปทำไม ผมค่อยๆ เงยหน้าขึ้น หลับตา และอ้าปากเล็กๆ ของผม พร้อมส่งลิ้นเล็กๆ นั้นออกมา พี่ไอโต้กลับด้วยลิ้นร้อนที่ส่งมาประกบด้วยความร้อนแรง และรวดเร็ว จนผมเผลอกำเสื้อคนตรงหน้าแรงจนยับยู่ยี่ แรงดึงดูดรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ผมเหมือนกับถูกสูบพลังชีวิตออกไปแบบรวดเดียว

          คนตรงหน้ายังคงดูดกลืนพลังงานของผมอย่างคนหื่นกระหาย พอถึงจุดหนึ่งก็จะปล่อยริมฝีปากของผมให้เป็นอิสระชั่วครู่ เมื่อผมอ้าปากเพื่อหายใจเข้า ริมฝีปากร้อนนั้นก็จะกลับมาช่วงชิงลมหายใจไปอีกครั้ง จนตัวผมเริ่มเอนเอียงไปตามแรงของคนตรงหน้า เลื่อนตัวต่ำลงเรื่อยๆ จนแผ่นหลังของผมสัมผัสกับโซฟาที่เย็นเฉียบ แต่ริมฝีปากของพวกเราก็ยังคงไม่แยกจากกัน ราวกับจะกลืนกินเป็นเนื้อเดียว

          ผมที่ตอนนี้เริ่มรับรู้ว่า ผมกำลังอยู่ในท่าที่อันตรายที่สุด แต่กลับไม่มีแรงต่อต้านใดๆ ทำได้เพียงแค่หอบหายใจเป็นช่วงๆ เท่านั้น คนตรงหน้าค่อยๆ ทิ้งน้ำหนักลงบนตัวผมมากขึ้นเรื่อยๆ และใช้มือค่อยๆ ลูบไล้ไปตามเอวของผม เลื่อนขึ้นมาเรื่อยๆ อย่างแผ่วเบา จนมือนั้นสัมผัสกับยอดอกเล็กๆ ที่กำลังเป็นไตแข็งขึ้นด้วยความเสียวซ่าน ผมแอ่นตัวรับสัมผัสที่หวาบหวามนั่น พร้อมกลั้นเสียงเอาไว้อย่างสุดกำลัง พี่ไอที่รู้สึกได้ถึงจุดอ่อนของผม จึงถอนริมฝีปากออก และค่อยๆ จูบลงที่ปาก คาง คอ เคลื่อนต่ำลงมาอย่างช้าๆ พร้อมใช้มือค่อยๆ ถอดเสื้อของผมออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นยอดอกเล็กๆ สีชมพูที่ตั้งชัน ผิวที่ขาวเนียนสีชมพูและไรขนอ่อนๆ สีทอง

          พี่ไอจูบเบาๆ ที่ยอดอกนั่นอย่างหลงไหล ผมสะดุ้งตัวน้อยๆ พลางใช้มือตัวเองปิดปากกลั้นเสียงเอาไว้ มืออีกข้างพยายามดันคนข้างบนให้หยุดเล่นกับจุดอ่อนไหวนั่นอย่างไร้กำลัง พี่ไอยังคงจูบเบาๆ และใช้จมูกโด่งนั้น ลากแผ่วเบาไปทั่วเหมือนจะแกล้งกัน ผมบิดตัวไปมาภายใต้ร่างกายที่แข็งแรงและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อนั้น เพราะตอนนี้รับรู้ได้ถึงความรู้สึกเปียกชื้น จากลิ้นร้อนที่ลากไล้ไปทั่วบริเวณ ยกเว้นยกอกสีชมพูนั่น

          ' แอ๊ดดด '

          เสียงประตูที่เปิดออก ทำให้การกระทำทุกๆ อย่างที่กำลังดำเนินมาหยุดชะงัก

          ผมแหงนหน้าขึ้นมองหน้าโง่ๆ ของคนที่โผล่มาในจังหวะที่เชี่ยที่สุดในโลก ไอ้เกลียวที่ตอนนี้อ้าปากค้าง พะงาบๆ พร้อมปล่อยถุงปาท่องโก๋ในมือล่วงกระจาย 

          " เอ่อ ขอโทษครับ เชิญกดจุดกันตามสบาย " 

          ' ปัง!! '

          เสียงประตูที่ปิดลงอย่างแรง และเสียงฝีเท้าที่ทำให้รู้ว่ามันโกยอ้าวสุดชีวิต


จบกันชีวิตกู อ้ากกก กูต้องฆ่าปิดปากมึงให้ด้ายยยยย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2018 16:02:58 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
มินแจกอ้อยพี่ไอตลอด พี่ไอยิ่งหื่นๆอยู่ด้วย 5555

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด