>ลูกรักของเเม่< *Mpreg* (คิงส์xหอม) ตอนที่ 30 (ตอนจบ) {16/07/60}
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: >ลูกรักของเเม่< *Mpreg* (คิงส์xหอม) ตอนที่ 30 (ตอนจบ) {16/07/60}  (อ่าน 42472 ครั้ง)

ออฟไลน์ ตีสี่

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 412
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-5
    • 61'
ตอนแรกที่อ่านเราก็ว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะจบแบบดีๆได้นะ ดีๆในที่นี้คือคิงส์กับหอมอยู่ด้วยกัน แต่พอมาลองๆคิดว่า มันเป็นกรรมของหอมที่เคยทำไว้ในชาติภพอื่น มันก็พอยอมรับได้อยู่ ตั้งแต่ที่เริ่มคบกันสมัยยังเด็กแล้ว เราว่าหอมโดนมารบังตาแน่ ดูแล้วครอบครัวหอมก็ดีนะ พ่อแม่นิสัยดีเชียวละ แต่หอมอ่อนแอผิดพ่อผิดแม่มากอ่ะ คบกับคิงส์ได้ แสดงว่าไม่ใช้สมองคิดเลยล่ะ ส่วนคิงส์ เลวทั้งตระกูลอยู่แล้ว คิงส์จะดีแปลกแยกก็ไม่ใช่ ทีสำคัญเป็นพวกโลเล ผีเข้าผีออก เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ถ้าหอมไม่ป่วย เราว่ายังไงก็กลับไปดีกันไม่ได้ หรือต่อให้อนาคตคิงส์กลับมาอยู่กับหอม  เดี๋ยวสักพักมันก็ไปมีคนอื่นอยู่ดี สิ่งที่คิงส์ทำมันไม่ได้เป็นที่นิสัย
ปล. ด้วยความอินจากใจจริง

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

ออฟไลน์ ่jum

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3709
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-4

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
ตอนแรกที่อ่านเราก็ว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะจบแบบดีๆได้นะ ดีๆในที่นี้คือคิงส์กับหอมอยู่ด้วยกัน แต่พอมาลองๆคิดว่า มันเป็นกรรมของหอมที่เคยทำไว้ในชาติภพอื่น มันก็พอยอมรับได้อยู่ ตั้งแต่ที่เริ่มคบกันสมัยยังเด็กแล้ว เราว่าหอมโดนมารบังตาแน่ ดูแล้วครอบครัวหอมก็ดีนะ พ่อแม่นิสัยดีเชียวละ แต่หอมอ่อนแอผิดพ่อผิดแม่มากอ่ะ คบกับคิงส์ได้ แสดงว่าไม่ใช้สมองคิดเลยล่ะ ส่วนคิงส์ เลวทั้งตระกูลอยู่แล้ว คิงส์จะดีแปลกแยกก็ไม่ใช่ ทีสำคัญเป็นพวกโลเล ผีเข้าผีออก เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ถ้าหอมไม่ป่วย เราว่ายังไงก็กลับไปดีกันไม่ได้ หรือต่อให้อนาคตคิงส์กลับมาอยู่กับหอม  เดี๋ยวสักพักมันก็ไปมีคนอื่นอยู่ดี สิ่งที่คิงส์ทำมันไม่ได้เป็นที่นิสัย
ปล. ด้วยความอินจากใจจริง

คิดเหมือน เห็นตรงเลยละ

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7697
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
ดราม่ามาก!

ออฟไลน์ arissara

  • ดาดาเดเด
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-2
อื้อหือ คือมันเกินพระเอกไปไกลมากนะ คือ ไกลมากตั้งเเต่ช็อตที่รู้ว่าเป็นลูกตัวเอง แต่ไม่ยอมรับแม่เว่ย คือบอกว่าลูกตัว แต่ไม่ไยดีคนอุ้มเลย ไม่คิดว่าผิดที่ไม่เคยดูเเล จะเเย่งไป บอกไม่มีสายเลือดเกี่ยวเลย คือ แค่นั้นก็หมอสิทธิ์ให้ความเป็นผัวเเล้วววว ให้ความเลวประดับแทน ถ้าจบแยบแฮปปี้นะ คือหมอรักษาหอม แล้วอีตาจั๊ดง่าวนั่นก็ฐานะพ่อของลูก จบ

ออฟไลน์ Tastsu

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 70
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
ตอนที่ 16
«ตอบ #96 เมื่อ15-07-2017 14:30:34 »

โชคชัยกำลังนั่งเซ็นเอกสารสำคัญบนโต๊ะทำงานในห้องส่วนตัวที่บ้าน เสียงเปิดประตูพร้อมกับร่างบางในชุดนอนวาบหวามบางแนบเนื้อเดินเข้ามาพลางกอดจากด้านหลัง
“หยุดทำงานเถอะค่ะ เรามาสนุกกันดีกว่านะคะ”
โชคชัยหยุดมือ
“ทำไมเข้ามาแล้วไม่เคาะประตู”
“ทำไมคะ จะเคาะอะไรอีก ลินดาเองนี่คะไม่ใช่คนอื่น  จุ๊บ”
“พอเถอะ ฉันจะทำงาน เธอออกไปก่อน”
“ไม่เอาน่า ตั้งแต่ลินดาออกจากโรงพยาบาลเราก็ไม่ได้สนุกกันเลยนี่คะ ไหนบอกว่าถ้าลินดาหายดีเราจะมาสนุกกันไงคะ”  มือเรียวค่อยๆล้วงเข้าไปในกางเกง แต่มือหนากลับหยุดไว้เสียก่อน
“ฉันบอกให้พอไง! ฉันจะทำงาน”
ลินดาหน้าเสีย เพราะปกติโชคชัยจะไม่เคยตวาดเธอแบบนี้สักครั้ง แล้ววันนี้เกิดบ้าอะไรขึ้นมา
“นี่คุณโชคชัย คุณเป็นอะไรเนี่ย ปกติก็จะเลือกลินดานี่คะ”
“แต่ฉันกำลังทำงาน เธอออกไปได้แล้ว”
เธอยังคงไม่ยอมแพ้จับมือหนามาสัมผัสหน้าอกอวบอั๋น  “นี่ไงคะที่คุณชอบ”
ฟึ่บ! คุณโชคชัยกระชากมือออก
“ฉันบอกว่าให้ออกไป ไม่ได้ยินหรือไง!”
ลินดาตัวสั่น เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นคนตรงหน้าเป็นขนาดนี้  เธอสั่นไปทั้งตัวอยากกรีดร้องเสียให้ได้
“แล้วคุณจะเสียใจ!” พูดจบร่างบางก็รีบเดินออกไปจากห้องทันที เหลือเพียงร่างที่นั่งกุมขมับก่อนจะหยิบโทรศัพท์มองชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของหอมแล้วยิ้มออกมาแทน
“ตายด้านหรือไงไอ้แก่เอ๊ย” ลินดาที่หัวเสียกำลังเดินกลับไปที่ห้อง แต่กลับเจอพิสมัยเสียก่อน
“เธอมาทำอะไรตรงนี้ดึกดื่นๆ”
“เอ่อ ลินดา…..ไปเดินเล่นข้างล่างแล้วกำลังจะกลับห้องน่ะค่ะ”
“เดินเล่น ตอนนี้เนี่ยนะ” พิสมัยขมวดคิ้วไม่พอใจ
“เอาเวลาเดินเล่นโทรตามตาคิงส์ให้กลับบ้านดีกว่าไหมฮะ! แล้วนี่แต่งตัวอะไร แต่งแบบนี้ออกไปข้างนอกจะไปให้พวกคนรับใช้มันข่มขืนหรือไงฮะ!”
“ขะ…ขอโทษค่ะคุณแม่…….”
“อะไรกัน ผัวไม่กลับบ้านคิดจะหาผัวคนรับใช้หรือไง กลับห้องไปได้แล้ว”
“ขอโทษค่ะ……”
พอกลับถึงห้องเธอก็ปาหมอน ปาทุกอย่างด้วยอารมณ์คุกรุ่น
“กรี๊ดดดดดดดด อีแก่เอ๊ย ฉันชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ ทั้งไอ้แก่ อีแก่ ทั้งไอ้บ้าหลงกระเทยอีก คอยดูเหอะสมบัติพวกแกฉันจะฮุบมาให้หมดเลย!”
 …………………………….
Part Hom
ตอนเช้าผมเดินออกมานอกห้องด้วยอารมณ์ขุ่นมัว เมื่อคืนหมูหันนอนกับพี่คิงส์ผมจึงนอนคนเดียว เปิดประตูออกมาก็เจอทั้งสองคนนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารเเล้วคงเพราะวันนี้ผมตื่นสาย
หมูหันนั่งกินซีเรียลแทนข้าว พอผมเดินออกมาใบหน้าของหมูหันก็เหมือนจะร้องไห้ ดวงตาคลอ แล้วหันไปมองหน้าพี่คิงส์ คุยอะไรกันบางอย่างก่อนที่หมูหันจะค่อยๆเดินมาหาผมที่กำลังจะทำอาหาร
“แม่ครับ…ฮึก.ก…ก ผมขอโทษ ผมเด็กไม่ดี ผมจะไม่เก็บอีกแล้วผมจะทิ้ง แม่อย่าโกรธผมนะ ฮึก..ก”
ผมรีบสวมกอดหลับตาลงอย่างปวดใจเพราะทำให้ลูกเสียใจและคิดมากขนาดนี้  ลืมตาเห็นพี่คิงส์ยืนมองอยู่เราสองคนสบตากันก่อนที่จะเป็นผมที่เบือนหน้าหนี
“ไม่ร้องไห้นะครับ แม่ไม่โกรธหนูเลย”  ผมใช้มือปาดน้ำตาให้
“ฮึก…ก….” หมูหันยื่นแหวนให้ผม   ผมกุมมือลูกไว้แทน
“ถ้าหนูอยากได้แม่จะให้ มันเป็นของหนูแล้ว แม่ขอโทษที่ทำหนูร้องไห้นะครับ”
หมูหันเบะปากก่อนจะร้องไห้เสียยกใหญ่เพราะคงคิดว่าผมจะโกรธตนเองมาก
วันนี้ผมกับพี่คิงส์ไปส่งหมูหันที่โรงเรียนพร้อมกัน พี่คิงส์บอกว่าวันหยุดนี้จะพาหมูหันไปทะเลผมเองก็ไม่ได้ขัดเพราะผมก็ทำให้หมูหันต้องเสียใจทั้งๆที่ลูกไม่รู้เรื่องเลยอยากจะขอโทษด้วยการพาไปเที่ยวเหมือนกัน
“ส่งผมข้างทางก็ได้ครับ คุณจะได้ไปที่อื่นสะดวก”
“หอมอยากไปไหน พี่จะไปด้วย”
 ผมมองคนพูด เขาสำนึกงั้นเหรอ ตอนนี้เนี่ยนะ
“ผมไม่รู้ว่าคุณไปเจออะไรมาจู่ๆถึงได้เปลี่ยนไป แต่ว่ามันสายไปแล้วจริงๆ จบสัญญาเราอย่าเจอกันเลยครับ”
“หอม….”
“ถ้าคุณยังเหลือความรู้สึกดีๆให้กับผมบ้าง คุณปล่อยผมกับหมูหันไปเถอะ ยกลูกให้ผม”
“พี่ทำไม่ได้….”
คำตอบที่ได้รับทำให้ผมเบือนหน้าหนีมองไปทางหน้าต่างแทน
“พี่จะไม่ยกหมูหันให้หอมเพราะทั้งหอมและหมูหันต้องอยู่กับพี่”
คำพูดที่เอ่ยออกมาทำให้ผมได้แต่มองหน้าคนพูดด้วยความไม่เข้าใจ…..หมายความว่ายังไงเขาพูดเหมือนกับ…..
“พอเถอะครับ มันเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว มันนานเกินไปสำหรับเรา ทั้งผมและคุณในตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว”
พี่คิงส์ไม่พูดอะไรอีกแต่สีหน้าเศร้าสลดลงจนผมเองยังอดไม่ได้ที่จะปวดใจตามแต่มันสายเกินไปแล้วจริงๆสำหรับเรา…….
……………………………………………….
“น้ำสีฟ้า” หมูหันชี้ไปทางทะเลแล้วยิ้มร่า ทั้งยังวิ่งไปมาตรงชายหาดอย่างตื่นเต้น เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้มาเห็นทะเลแบบนี้
วันนี้พี่คิงส์พาผมและหมูหันมาทะเลในวันหยุด เดิมทีตั้งใจว่าจะไม่ค้างแต่เห็นท่าทางลูกแล้วคงต้องค้าง1คืน แต่เพราะไม่ได้จองห้องไว้จึงทำให้เราสามคนอยู่ในห้องเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“แม่ครับ นี่อะไรหรอครับ” หมูหันหยิบเปลือกหอยขึ้นชู
“เปลือกหอยน่ะ อย่าไปเก็บเอาไว้ที่เดิมดีกว่า” พี่คิงส์ตอบแทนเดินไปหาลูกแล้วอุ้มขี่คอ หมูหันก็หัวเราะชอบใจเพราะได้เห็นทะเลได้กว้างกว่าเดิม
 “สวยจัง…ผมช๊อบชอบล่ะ อยากอยู่ที่นี่นานๆเลย”
ผมยิ้มเมื่อเห็นหมูหันหัวเราะ  พี่คิงส์มองผมแล้วยิ้มตาม เราสองคนสบตากันนิ่ง
RrrRRr เสียงโทรศัพท์ทำลายบรรยากาศสงบ มองชื่อที่ขึ้นหน้าจอทำให้ผมเลี่ยงที่จะเดินไปรับที่อื่นและพี่คิงส์คงรู้ว่าใครโทรมาแววตาถึงได้เปลี่ยนไป
“ฮัลโหลครับพี่หมอ”
 “หอมทำไรอยู่เหรอ”
“เอ่อ….ก็เหมือนทุกวันน่ะครับ” เลี่ยงที่จะตอบว่ามาเที่ยวถ้าพี่หมอรู้คงเสียใจ
 ‘นี่คุณเลิกมาก่อกวนผมทุกวันจะได้ไหม บอกแล้วไงว่าจะรับเคสนี้รักษา’เสียงใครบางคนดังจากปลายสายท่าทางอารมณ์จะเสียมากๆ
“ใครพูดเหรอครับ”
“หมอเด็กน่ะ ฮ่าๆๆ”
“หา…”
‘นี่คุณอย่าดูถูกภาษาไทยที่ผมร่ำเรียนมานะอย่าคิดว่าผมจะฟังไม่ออก และผมไม่ใช่หมอเด็ก’
‘ก็คุณตัวเล็กนี่ นึกว่าเด็กประถม’
‘นี่คุณ! ถ้าไม่เลิกก่อกวนผมนะ ผมจะไม่รักษาคนไทยที่คุณบอกจริงๆด้วย’
 ผมนิ่งงง พี่หมอเนี่ยนะก่อกวน แปลกจริง ทั้งยังชวนอีกฝ่ายทะเลาะอีก
“พอดีพี่อยู่โรงพยาบาลน่ะมาคุยเรื่องรักษาอาการของหอมกับหมอที่เชี่ยวชาญที่นี่ หมอคิวปิดน่ะ ฮ่าๆๆ ชื่อตลกดีนะ”
‘นี่คุณยังไม่เลิกอีก!’
“แค่นี้ก่อนนะครับ ถ้าคุยนานกลัวว่าหอมจะได้ยินเสียงที่ไม่ดีผ่านหู…….”
‘นี่คุณ!’
ผมยิ้มท่าทางด้านโน้นกำลังสนุกเชียว แต่เมื่อหันกลับไปก็เจอสายตาที่มองเหมือนดูอยู่ตลอด แต่เขาก็ไม่ได้เข้ามาทำอะไรผม
อาหารเย็นจัดที่ริมหาด คล้ายปาร์ตี้เล็กๆที่ทางที่พักจัดให้ แขกที่นี่มีทั่งไทยทั้งต่างประเทศ สนุกสนานริมชายหาดพอควร
ผมแกะอาหารทะเลให้หมูหัน เจ้าตัวยิ้มแก้มปริ
“เดี๋ยวพี่ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” พี่คิงส์บอกแล้วเดินจากไป ผมกับหมูหันก็นั่งกินกันอย่างอร่อย ผมไม่ได้ทานของดีๆแบบนี้นานแล้ว
“ขอโทษนะครับ ไปเต้นรำกับผมได้ไหมครับ”
ผู้ชายคนหนึ่งเอ่ยทัก เมื่อเพลงคลอเบาๆเหมาะสำหรับคู่รักบรรเลงขึ้น มีคู่รักหลายคนกอดกัน อิงแอบไปกับเพลง
“เอ่อ….ขอโทษด้วยนะครับ ผมเต้นไม่เป็น”
“ไม่เป็นไรครับ เต้นไม่ยากผมสอนได้…”
“ไม่ดีกว่าครับ ตอนนี้มือผมก็เปื้อนด้วย”
หมับ! เขาจับแขนผมและพยายามจะดึงให้ลุก
“หยุดนะ! จะทำอะไรแม่ผมน่ะ” หมูหันรีบเดินมากั้น เท้าเอวประจันหน้า
 “เจ้าหนู ฉันจะขอแม่เธอเต้นรำ”
“ไม่ให้! แม่ต้องเต้นกับพ่อเท่านั้น ออกไปเลยนะ”
เขาเริ่มแสดงสีหน้าไม่พอใจแล้ว
“ถอยไป ฉันจะเต้นรำกับแม่แก!” เขาบีบแขนผมแรงก่อนจะกระชากไปเต้นรำ
“ปล่อยผม”  ผมขืนตัวแต่ก็ไร้ผล
ฟึ่บ
เขากอดเอวผม
“แค่เต้นรำเอง”
มือหยาบที่กอดเอวผมเริ่มไล้เข้าไปในเสื้อ
“คุณ!”
ปึก! หมัดเน้นๆอัดไปที่ใบหน้าของคนที่กอดผมอย่างจัง ตอนแรกผมจะล้มตามไปด้วยแต่แรงดึงจากเจ้าของหมัดกระชากตัวผมเข้าไปในอ้อมกอด
“อย่ามายุ่งกับเมียกู ไอ้สัด!””
“ชิส์! มะ…มึง!” เลือดออกจากจมูกเยอะพอควร
เขาทำท่าจะสู้ แต่เจ้าของที่พักรีบเอาคนมากันเอาไว้
“ใจเย็นๆกันนะครับ คุณลูกค้า”
“งั้นคุณเอาไอ้นี่ไปเก็บซะ ก่อนที่ผมจะอัดมันอีก”
“กูไม่ไป!”
“งั้นมึงเจอตีน!” พี่คิงส์จะเข้าไปอัดอีกแต่ผมและคนอื่นๆช่วยห้ามเอาไว้ สุดท้ายผู้ชายคนนั้นก็โดนลากออกไปแทน
 “เฮ้อ….”
“มันทำอะไรหอมบ้าง”
“อะ..เอ่อ เปล่าครับ”
“งั้นก็ดี…พี่แทบจะฆ่ามันตาย....”
ผมเพียงพยักหน้าจะเดินไปนั่งแต่แขนกลับถูกจับไว้
“อย่าเพิ่งนั่งมาเต้นรำกันสักเพลงสิ”
“เอ๊ะ เต้นรำ”
“ใช่”
“ไม่ดีกว่าครับ ผมเต้นไม่เป็น”
พี่คิงส์กอดเอวผมแล้วให้ใบหน้าผมซบกับอกแกร่งแทน พี่คิงส์ก็โยกตัวเบาๆ
“แค่ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆก็พอแล้วล่ะ”
หมูหันกระโดดชอบใจใหญ่ในมือมีของกินเต็มสองข้าง
ส่วนผมยังคงซบอกอีกฝ่ายนิ่ง ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรงไม่แพ้กัน ผมควรจะผละตัวออกหากแต่ร่างกายกลับไม่ทำ เพราะนานเหลือเกินที่เราสองคนไม่ได้ใกล้ชิดกันแบบนี้นี้…ทั้งๆที่ได้รับแต่ความเจ็บปวดจากเขาแต่เวลานี้ผมกลับเลือกที่จะอยู่ใกล้ๆเขาต่อไป…ขอแค่ช่วงเวลานี้เท่านั้นจริงๆ…..

ออฟไลน์ Tastsu

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 70
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
ตอนที่ 17
«ตอบ #97 เมื่อ15-07-2017 14:31:12 »

“ผมจะนอนริมล่ะ”
ผมถอนหายใจเมื่อหมูหันบอกว่าจะนอนริม ถึงเตียงจะใหญ่นอนได้สบายสำหรับสามคนแต่การที่หมูหันบอกว่าจะนอนริมซึ่งนั่นก็หมายความว่าผมกับพี่คิงส์ต้องนอนติดกัน
“ไม่ดีกว่าครับ หมูหันนอนตรงกลางดีไหม”
“ไม่เอา อึดอัดอ่ะ”
ผมถอนหายใจ พี่คิงส์ที่อาบน้ำเสร็จออกมาพอดีและคงรู้ว่าผมกำลังปวดหัวเรื่องอะไร
 “ถ้าหอมไม่อยากนอนกับพี่ พี่ไปนอนเปลข้างนอกก็ได้ อากาศข้างนอกกำลังเย็นดีเหมือนกัน”พูดจบก็เดินเข้าไปในห้องแต่งตัว ผมได้แต่ถอนหายใจ…รู้สึกปรับตัวไม่ทันกับอารมณ์ของเขาจริงๆ
ผมเตรียมผ้าห่มหมอนจะไปข้างนอก
“จะไปไหน” เขาเดินออกมาพอดี
“ผมไปนอนข้างนอกเองดีกว่าครับ คุณนอนกับลูกไปเถอะ”
“พี่ไปเอง หอมนอนกับลูกดีกว่า”
“ผมไปเอง”
“พี่จะไปนอนข้างนอก”
“ผมก็จะไป”
“ทำไมไม่นอนด้วยกันอ่ะครับ พ่อ แม่ หมูหัน นอนด้วยกันบนเตียง แฮร่” หมูหันยิ้มแล้วจับแขนของผมกับพี่คิงส์คนละข้าง
“นอนด้วยกันนะครับ ผมตื่นเต้นจัง ไม่เคยนอนพร้อมหน้ากันเลย เพื่อนผมยังนอนกับพ่อและแม่เลย”
ผมกับพี่คิงส์มองหน้ากัน
“นอนกันน๊า ครั้งเดียวก็ได้เพราะพ่อกับแม่ไม่เคยนอนด้วยกันเลย” หมูหันทำท่าจะร้องไห้
“อะ..เอ่อ คือหมูหัน….”
“พ่อกับแม่จะนอนด้วยกันนะครับ” พี่คิงส์พูดแล้วดึงผมไปกอด
“จริงหรอครับ เย่ๆๆ นอนด้วยกันๆๆ” หมูหันหัวเราะกระโดดไปมา แต่ท่าทางจะร้องไห้นั่นหายไปไหนแล้วล่ะ
กว่าตัวแสบจะหลับก็นานพอควร ตอนแรกจะอุ้มให้มานอนตรงกลางแต่ท่าทางอาจจะทำให้ตื่นผมเลยปล่อยให้นอนด้านข้างต่อไป ซึ่งนั่นทำให้ผมและพี่คิงส์นอนใกล้กันแทน
นานแล้วจริงๆที่เราไม่เคยนอนด้วยกันแบบนี้……นานแค่ไหนนะ….จำไม่ได้ด้วยสิ….ตอนนั้นเรายังรักกันใช่ไหมนะ…..ไม่สิตอนนั้นพี่คิงส์เลิกรักผมแล้ว….
 หมับ  มือหนาจับมือผมไว้ เราสบตากันแต่ผมเลือกที่จะดึงมือออกและนอนตะแคงไปหาหมูหันแทน
“ระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้แล้วใช่ไหมพี่มารู้ตัวเอาป่านนี้นี่นะตอนเราคบกันพี่นอกใจและไปคบกับลินดา”
ผมกอดหมูหันแน่น …..
“พี่มันเลวจริงๆ พี่เคยคิดว่าถ้าพี่เจอลินดาก่อนหอมคงจะดีกว่านี้ ถ้าพี่แต่งงานกับลินดาคงมีความสุขมากๆ มี พ่อ แม่ ลูก พี่จึงทิ้งหอมไป………”
น้ำเสียงที่สารภาพออกมาทั้งเศร้าใจและโกรธตนเอง ผมได้แต่นอนนิ่งหลับตารับฟัง ทั้งๆที่เจ็บปวดไม่ต่างกัน
“แต่สุดท้ายมันไม่ใช่เลย พี่อยู่กับลินดาไม่มีความสุข  มันไม่ใช่ความรักพี่ก็แค่อยากมีลูกก็เท่านั้น ในใจพี่ว่างเปล่าเหมือนขาดอะไรไป แต่เมื่อได้เจอหอมอีกครั้งยิ่งพออยู่ใกล้พี่ถึงรู้ว่าพี่รักหอมมากที่สุด….”
“ฮึก…ก…ก...” ผมปิดปากพยายามกลั้นเสียงสะอื้น แต่พี่คิงส์คงรับรู้จึงดึงผมไปกอด
“พี่ขอโทษ….”
“ฮึกๆๆ พอเถอะครับ พอเถอะ….มันสายไปแล้วจริงๆ”
พี่คิงส์ดึงให้ผมหันหน้ามามอง มือหนาเช็ดน้ำตาให้กับผม นัยน์ตาพี่คิงส์มีแววไหววูบ
“สายไปแล้วจริงๆใช่ไหม”
ผมพยักหน้าทั้งน้ำตา
พี่คิงส์พยายามกลั้นน้ำตาไว้ “แต่ขอแค่ที่นี่ได้ไหมที่เราจะรักกัน พี่ขอร้องแค่ที่นี่เท่านั้นเมื่อกลับไปเราจะเป็นเพียงคนแปลกหน้าเหมือนเดิม….เรื่องสัญญาพี่ขอยกเลิกพี่จะยกหมูหันให้…..ในเมื่อเราสองคนไม่อาจจะกลับมารักกันได้แล้วจริงๆ”
น้ำตาผมไหลไม่ขาดสาย ไม่รู้ร้องไห้มากแค่ไหน ในคืนนั้นหัวใจผมเจ็บปวดร้าว….พี่คิงส์จูบหน้าผากผม พร่ำขอโทษและนอนกอดผมทั้งคืน……
……………………………………………………………………
เช้าต่อมาทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ผมพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด
“พี่ดูตารางแล้วนะ เรือจะออกจากที่นี่ตอน 8 โมงเช้า และจะกลับมาที่นี่ 3 โมงเย็น” พี่คิงส์พูดขณะที่เราเตรียมตัวเพื่อไปเที่ยวเกาะกัน
เรือออกตามตารางแต่ดูจากท้องฟ้าแล้วผมคิดว่าอีกไม่นานพายุต้องเข้าแน่ๆ
“หอมทำอะไร ขึ้นมาสิ” พี่คิงส์พูดขณะที่หมูหันเองก็อยู่ในอ้อมกอดและกำลังอยู่บนเรือ
เรือแล่นไปยังเกาะสำหรับท่องเที่ยว วิวสองข้างทางมีแต่น้ำทะเลสีฟ้าไม่มีพื้นดินจนดูน่ากลัว เห็นเพียงเกาะต่างๆที่ทั้งอยู่ใกล้และไกล
“ไปค้างคืนกันกี่คืนล่ะพ่อหนุ่ม”  ลุงที่เป็นผู้ช่วยเรือเอ่ยถามพี่คิงส์
“ไป-กลับน่ะครับไม่ได้ค้างคืน”
“อ้าว วันนี้เรือเที่ยวสุดท้ายมีแค่พวกข้านี่แหละเพราะพายุจะเข้า3-4วัน แต่วันนี้พวกข้าไม่ได้กลับฝั่งเพราะต้องอยู่งานแต่ง”
“เที่ยวสุดท้ายเหรอครับ?”  ผมถามบ้าง
“ใช่น่ะสิ พวกเอ็งคงต้องค้างที่นี่3-4วันล่ะนะเพราะกว่าพายุจะสงบคงไม่มีเรือลำใดออกจากเกาะหรือมาเกาะกันหรอก”
ผมกลับพี่คิงส์มองหน้ากัน ท่าทางจะเลือกช่วงเวลาผิดเสียแล้ว
โชคดีที่ยังมีเสื้อผ้าติดมาบ้าง ที่พักถึงจะไม่สบายเหมือนบนฝั่งแต่ก็น่าอยู่คล้ายๆบ้านหลังเล็กๆกระทัดรัด
“ไปงานแต่งกันไหม”
ผมเงยหน้ามองขณะใส่เสื้อกันหนาวให้หมูหันเพราะอากาศเริ่มเย็น
“จะดีเหรอครับ เราไม่ใช่ญาติของเจ้าบ่าว-เจ้าสาวนี่ครับ”
“นักท่องเที่ยวคนอื่นๆเขาก็ไปกัน แถมท่าทางทางเจ้าภาพเองก็อยากให้ไปร่วม ไปเถอะงานมงคลไม่ได้ไปทำร้ายใคร”
ผมมองหน้าหมูหัน เจ้าตัวยิ้ม  “ผมอยากไปครับ!”
สุดท้ายพวกเราก็ไปงานแต่งงานของชาวบ้านบนเกาะตอนแรกผมไม่อยากเข้าร่วมงานสาเหตุหนึ่งในนั้นคือเสื้อผ้าของพวกเราไม่เข้ากับงานแต่งสักนิด แต่ผิดจากที่คิดงานแต่งกลับสบายๆไม่ได้หรูหรา เจ้าบ่าว-เจ้าสาวใส่ชุดแต่งกายประจำถิ่น ไม่ได้พิธีรีตองมาก
“เขาทำไรกันหรอครับ” หมูหันยืนมองคู่บ่าวสาวที่กำลังเข้าพิธีรดน้ำสังข์
“เขาแต่งงานกัน”  พี่คิงส์ตอบ
“ทำไมต้องแต่งงานอ่ะครับพ่อ แต่งงานคือไรหรอ”
“เพราะรักกันไงครับถึงแต่งงานกัน เมื่อแต่งงานกันทั้งสองคนนั้นเขาก็จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอดไปเลยไง”
“งั้นพ่อกับแม่ก็เคยแต่งงานกันใช่ไหมครับ เพราะทั้งสองคนรักกันและอยู่ด้วยกัน”
ผมชะงัก….ส่วนพี่คิงส์ยิ้มรับนิ่งไม่ได้ตอบอะไร
เราจะแต่งงานกันได้ยังไง……และตอนนี้เราก็ไม่ได้รักกัน……ผมเม้มปาก
“ทั้งสองคนรบกวนหน่อยนะจ้ะ”  เสียงของผู้หญิงวัยกลางคนเอ่ยขึ้น “พอดีพิธีอยากให้มีเด็กๆด้วยน่ะจ้ะขอยืมแรงหนูน้อยไปช่วยหว่านดอกไม้ได้ไหมจ้ะ”
“เอ่อ….หมูหันยังเด็กน่ะครับเกรงว่าจะทำพิธีวุ่นเปล่าๆ”
“ไม่หรอกจ้า เด็กๆน่ะไร้เดียงสาป้าชอบ”
“ถ้าอย่างนั้นผมก็ไม่ขัดข้องนะครับ…...หมูหันคุณป้าใจดีขอแรงหมูหันช่วยโปรยดอกไม้ได้ไหมครับ”
“ดอกไม้หรอ โปรยๆ ผมอยากทำล่ะ” หมูหันกระโดดดีใจ ก่อนจะถูกพาไปยังพิธี
มือหนาเอื้อมมาจับมือของผม ผมขัดขืนละออกจากมือนั้น
 “อย่าทำแบบนี้เลยครับ เราตกลงกันแล้วนี่ครับว่าเราสองคนจบไปแล้ว”
“แต่พี่ขอแค่ที่นี่ได้ไหม ขอแค่ที่นี่ที่เราจะเป็นเหมือนคนรักกันเหมือนเมื่อก่อน”
“คงไม่ได้….”
 “แต่อย่างน้อยเราสองคนก็ควรทำเพื่อลูกบ้าง หมูหันคิดว่าเรารักกัน……..แค่3วันเท่านั้น หลังจากออกจากเกาะนี้ทุกอย่างจะเหมือนเดิม ต่างคนต่างไป…..แต่ขอตอนนี้ได้ไหมที่เรายังรักกัน…”
ผมนิ่วหน้าเพราะคำว่าทำเพื่อลูกมันทำให้ผมอารมณ์เสีย..พูดเหมือนผมไม่เคยทำเพื่อลูกเลยเขาต่างหากที่ไม่เคยทำ!
ฟึ่บ!
“รักกันๆ แต่งงานๆๆ” หมูกระโดดแล้วโปรยดอกไม้
“พ่อกับแม่รักกัน อยู่ด้วยกันตลอดไปนะ ผมดีใจที่ตอนนี้มีพ่อ….ผมอยู่กับแม่มานานแล้วนึกว่าจะไม่มีพ่อแล้วซะอีก เพื่อนๆคนอื่นมีพ่อกันหมดเลย…..แต่ตอนนี้ผมมีพ่อ! ผมดีใจที่สุดเลย พ่อ แม่ ผม จะอยู่ด้วยกันตลอดไปนะ”หมูหันยิ้ม
ผมนิ่งงันอารมณ์โกรธพลันมลายหายไป
พี่คิงส์อุ้มหมูหันไปกอดและหอมทันที
“หนวดพ่ออ่ะ จักจี้ ฮ่าๆๆ”
พี่คิงส์เอาหนวดไซร้แก้มป่อง หากแต่หยุดลงแล้วกอดลูกแน่น
“พ่อขอโทษ…พ่อขอโทษจริงๆ”ผมรับรู้ได้ถึงเสียงสั่นเครือ
ผมหลับตาลงเบือนหน้าไปทางอื่น……
…………………………………………………………………………..
 “ถ้ากลับไป….พี่จะเลิกกับลินดา”
ผมมองใบหน้าคนพูดที่กำลังนั่งมองดูดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน
เราสองคนนั่งชมวิวริมชายหาดมีขอนมะพร้าวไว้รองรับ ซึ่งตอนนี้หมูหันได้หลับลงไปแล้วหลังจากที่ตอนเช้าเล่นในงานแต่งงานกับเด็กๆท้องถิ่นจนเพลิน
 “ตลอดเวลาเกือบ4ปีที่พี่อยู่กับลินดาพี่ไม่เคยมีความสุขแม้ช่วงแรกๆจะรักแต่มันกลับหมดลง”
“แล้วคุณถามผู้หญิงหรือยังครับว่าเขาอยากเลิกหรือเปล่า คุณอย่าเอาความคิดของคุณไปตัดสินความรักของคนอื่น ตอนที่คุณทิ้งผมไปคุณก็ตัดสินเอง…..ผมไม่ได้ตัดสินที่จะเลิกรักด้วยซ้ำ……ทุกครั้งทำไมคุณต้องคอยตัดสินใจความรักเองตลอด”
”พี่ขอโทษ”
“ผมเบื่อคำขอโทษของคุณแล้ว….และมันช้าไปจริงๆ…..ผมคงทำได้แค่แนะนำความรักครั้งนี้ให้กับคุณเท่านั้น….เพราะผมไม่อยากให้ลินดาต้องมาเจ็บเหมือนกับผม…..ผมเป็นผู้ชาย ลินดาเป็นผู้หญิงผมเชื่อว่าเขาต้องอ่อนไหวมากกว่าผมแน่ๆ”
พี่คิงส์สูดอากาศหายใจเต็มปอด
“นั่นสินะ พี่ไม่มีสิทธ์ไปตัดสินความรักจากใคร เพราะครั้งหนึ่งพี่เคยตัดสินความรักผิดพลาด ทำให้ตอนนี้พี่ก็ได้แต่เสียใจเพราะความรักครั้งนั้นคงไม่สามารถจะกลับคืนมาได้แล้วจริงๆ”
ผมใจหายทำไมรู้สึกเสียใจที่ตัวเองพูดไปแบบนั้น….ผมกำมือแน่นกลั้นใจพูดต่อ…..
“ความรักก็เหมือนอากาศนั่นแหละครับ มันอยู่รอบๆตัวเรา…ถ้าใจเราไม่อยากรับรู้มันก็ไม่มีความหมายและจะสลายหายไป…”
“แต่สำหรับพี่แม้ความรักของเราจะสลายไปแต่เราสามารถสร้างมันขึ้นมาได้อีกครั้ง….” 
ผมและพี่คิงส์มองหน้ากัน สายลมพัดพาอากาศหนาวเย็นมาสัมผัสกาย ผมกอดตัวเองเมื่อรับรู้ถึงอากาศรอบกายที่ค่อยๆก่อตัวและสัมผัสได้อีกครั้ง

ออฟไลน์ Tastsu

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 70
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
ตอนที่ 18
«ตอบ #98 เมื่อ15-07-2017 14:31:50 »

“ฉันมาเจรจาเรื่องหลานของฉัน” พิสมัยเอ่ยขึ้นขณะนั่งฝั่งตรงข้ามพ่อและแม่ของหอม เธอตั้งใจมาที่บ้านที่เธอไม่อยากมาเหยียบตั้งแต่เช้าเพื่อมายื่นข้อเสนอแกมขมขู่
“พวกคุณก็รู้ใช่ไหมว่าบ้านและที่ดินนี้พวกคุณแค่เช่าอยู่เท่านั้น”
มะลิแม่ของหอมขมวดคิ้วไม่พอใจ เธอเองก็ไม่คิดว่าจะได้มาประจันหน้ากับคนใจร้ายแบบนี้อีกเพราะยังจำได้ดีเหตุการณ์ในวันนั้นที่เป็นวันที่ทั้งเธอและลูกต้องเจอกับความอัปยศ
“ฉันรู้ค่ะว่าบ้านและที่ดินผืนนี้เป็นแค่ที่เช่าแล้วไม่ทราบว่าเกี่ยวอะไรกับการเจรจาของคุณ”
“หึ…..เนียนเอาเอกสารมาซิ”
เนียนคนรับใช้คู่กายรีบยื่นให้
“นี่เป็นเอกสารการซื้อขาย ถ้าฉันเซ็นซื้อไปเมื่อไรที่ที่พวกคุณอยู่ตอนนี้จะเป็นของฉัน”
มะลิและยศ มองหน้ากันเครียด
“อะไรครับคุณนาย ซื้อขายอะไร”
“ก็ฉันได้ไปเจรจากับเจ้าของที่นี่แล้วน่ะสิ ว่าจะซื้อบ้านหลังนี้”
“ต้องการอะไรกันแน่ถึงกับเล่นสกปรกแบบนี้”
“หลานฉันไง…..พวกคุณไปบอกไอ้ลูกกระเทยของพวกคุณว่าให้คืนหลานฉันซะ แล้วฉันจะยกเลิกการซื้อขายนี้”
“เลว! คุณมันเลวจริงๆ เพราะแม่เลวเเบบนี้ไงลูกถึงเลวไม่ต่างกัน!” มะลิยืนขึ้นชี้หน้าด่า ส่วนยศรีบปราม
“แก! กล้าดียังไงมาด่าฉัน”
“ทั้งสองคนใจเย็นๆก่อนเถอะนะ”
“คุณจะไปเย็นอะไรอีก พวกนี้มันขู่เรานะคะ”
“คุณนายพวกผมคงจะทำตามที่คุณบอกไม่ได้”
พิสมัยกัดฟันกรอด “ถ้าอย่างนั้นพวกแกก็เตรียมตัวย้ายออกจากบ้านหลังนี้ได้เลย! ไปกันเถอะเนียนอยู่ที่นี่มากเสนียดจะติดได้”
“รีบๆออกไปเลยนะ!” มะลิรีบตวาดหลัง
“ฉันไม่เคยคิดเลยนะคะคุณว่าเขาจะร้ายกาจขนาดนี้ เขาจะมายุ่งกับพวกเราอีกทำไม ทำไมชีวิตเราถึงไม่พ้นคนแบบนี้สักที ฉันเหนื่อย…..” พูดพลางทรุดกับพื้นอย่างหมดแรง
“มะลิ….”
“เราจะทำยังไงดีคะคุณ….บอกหอมไหมคะ….ในเมื่อยัยคุณนายเอาเรื่องนี้มาพูดนั่นก็หมายความว่า ต่อให้หอมจะเล่นเกมส์ชนะแค่ไหน เราก็ไม่ได้หมูหันอยู่ดี”
ยศพยักหน้า “ผมก็คิดแบบเดียวกัน…..เราไม่ยกหลานให้แน่ๆ แต่บ้านหลังนี้….”ทั้งสองคนยืนมองบ้านก่อนจะกอดกันร้องไห้กับความผูกพันที่มี
………………………………………………………………………..
“สัญญาณโทรศัพท์ที่นี่ไม่มีหรอกคุณ”
ผมเลิกมองหน้าจอแล้วเอ่ยขอบคุณ ลุงคงเห็นผมยกโทรศัพท์เหนือแขนหาสัญญาณมานานจึงได้เอ่ยบอก
“ว่าแต่พ่อหนุ่มอีกคนกับเด็กอ้วนๆนั่นไปไหนเสียแล้วล่ะ”
“เดินเล่นริมหาดน่ะครับ”
“อ้อ ยังไงก็รีบกลับมาที่พักนะเพราะพายุจะเข้าอีกแล้วล่ะ ส่วนโทรศัพท์มีใช้ได้อยู่1เครื่องนะอยู่ที่บ้านผู้ใหญ่บ้านน่ะ แต่ต้องรีบหน่อยเพราะพายุจะเข้า เดี๋ยวสัญญาณจะไม่ติด เดิมสัญญาณก็แทบจะไม่มี แต่ถ้ามีธุระสำคัญข้าว่าใช้บริการดีกว่านะ……”
“เอ่อ ถ้าอย่างนั้นพาผมไปได้ไหมครับ”
“ได้ซี่ ตามข้ามาล่ะกัน”
เดินไปถึงที่บ้านผู้ใหญ่บ้านเจอโทรศัพท์บ้านที่ว่าค่อนข้างเก่าแต่เห็นว่าเป็นเครื่องเดียวที่โทรติด
“ตามสบายนะคุณ เเต่ต้องกดเปิดสัญญาณนี่ก่อนนะถึงจะใช้ได้”
“ขอบคุณนะครับ” หลังจากนั้นผมก็กดเบอร์โทรหาแม่เพื่อบอกว่าตอนนี้ผมอยู่ที่เกาะและอาจจะออกจากที่นี่ไม่ได้1-2 วัน เผื่อทั้ง2คนจะติดต่อเพราะโทรศัพท์ผมใช้งานไม่ได้
“ฮัลโหลแม่ครับ ได้ยินผมไหม”
“ครืด..ด….นั่น..ใคร…คะ”
“หอมเองครับแม่”
“อ้าวหอม…ครืดด….เองเหรอลูก สัญญาณไม่ค่อยดีเลย”
“แม่ครับตอนนี้ผมอยู่ที่เกาะทะเลทางใต้นะครับ แล้วที่นี้พายุเข้าน่ะครับยังออกจากเกาะไม่ได้”
“ตายจริง…อันตรายนะลูก แม่เองก็โทรหาลูกเมื่อเช้าแต่โทรไม่ติดเลย”
“แล้วแม่โทรหาผมทำไมเหรอครับ”
 แม่นิ่งแล้วถอนหายใจ
“หอม…เมื่อเช้ายัยคุณนายมาที่บ้าน”
“คุณนาย…แม่พี่คิงส์เหรอครับ”
“ใช่จ้ะ”
“เขามาทำไมครับแม่ เขาทำร้ายพ่อกับแม่หรือเปล่าครับ” ผมบีบโทรศัพท์แน่น
“ก็ไม่เชิงหรอกลูก คือว่ายัยคุณนายนั่นยื่นข้อเสนอเรื่องหมูหันน่ะสิ ถ้าเราไม่ให้หมูหันเขาจะซื้อบ้าน ครืดดดด…เราออกไป…”
“อะไรนะครับแม่ผมไม่ค่อยได้ยิน ซื้ออะไรครับ?”
“ที่บ้าน......”
ติ๊ด…สัญญาณโทรศัพท์ขาดหายไปพร้อมกับร่างสูงของพี่คิงส์ที่ยืนยิ้มพร้อมกับหมูหัน
“คุณกดปิดสัญญาณโทรศัพท์ผมทำไม ผมกำลังคุยธุระกับแม่อยู่นะ”
“ขอโทษนะหอมมือพี่ไปโดนน่ะ”
ผมพ่นลมหายใจ แต่ก็ไม่ได้โกรธมากมายเพราะเรื่องที่บอกกับแม่ก็บอกแล้วคงแต่ยังค้างคากับประโยคของแม่
“ผมหิวข้าวจังเลยอ่าแม่พาไปกินข้าวหน่อยครับ”
“แล้วคุณล่ะจะไปไหม” ผมถาม
“เอ่อ เดี๋ยวพี่เข้าห้องน้ำก่อน เดี๋ยวจะตามไป”
ผมพยักหน้าแล้วจูงมือพาหมูหันไปยังที่พัก
……………………………………………………………………….
“มันจะคืนคุณหนูให้เราไหมคะคุณนาย”  เนียนคนรับใช้คนสนิทเอ่ยถามขณะยกน้ำชาให้คุณนายที่นั่งในสวนหน้าบ้าน
 “ให้ไม่ให้ฉันก็จะเอาหลานฉันคืนอยู่แล้วล่ะ แกอย่าลืมสิว่าเรายังมีอีกแผนหนึ่ง หึ”
“จริงด้วยสิคะคุณนาย แบบนี้มันต้องเจ็บช้ำเหมือนตอนที่คุณนายไล่มันเหมือนหมาข้างถนนแน่ค่ะ”
พิสมัยยิ้มหยัน
รถยนต์คันงามเคลื่อนตัวเข้ามาในบ้าน แม้จะถูกต้นไม้บังไม่อาจเห็นได้ชัดแต่แค่สีรถก็รู้ว่าเป็นใคร
“คุณโชคชัยกลับมาทำไมตั้งแต่กลางวัน” พิสมัยวางถ้วยชาลงจะเดินไปหาแต่ต้องชะงักเท้าเมื่อร่างของหญิงสาวที่ลงจากรถพร้อมกันทำท่าจะจูบกับโชคชัย ทำให้พิสมัยถึงกับเบิกตากว้างปรี่เข้าไปหาด้วยจิตใจที่เตรียมจะพิโรธทุกเมื่อ
“ทำอะไรกัน! คุณโชคชัย ลินดา!”
ทั้งสองคนสะดุ้งเฮือก
“ฉันถามว่าทำอะไรกัน นี่พวก…แก...จะ…จูบกันเหรอ”   เธอแทบจะพูดไม่ออกเพราะโกรธจนอยากกรีดร้องเสียมากกว่า
“อะ...อะไรของคุณ คุณหญิง”
“จะอะไร คุณจะจูบกับลินดาใช่ไหม แล้วไปไหนด้วยกันมา!”
“นี่คุณ…..คิดไปถึงไหนแล้ว”
“ถึงไหนอะไร! คุณหักหลังฉันเหรอฮะ! แกลินดา!”  พิสมัยจะเข้าไปทำร้ายแต่โชคชัยขวางไว้
“คุณ! พอได้แล้ว ผมแค่บังเอิญผ่านหน้าบ้านลินดา แล้วเห็นลินดา…เอ่อ….จะขึ้นแท็กซี่เพราะคนขับรถไม่อยู่ ฉันก็เลยพากลับมาด้วย แล้วที่เห็นจะจูบคงเพราะใบไม้ติดที่หัวฉันต่างหากลินดาจึงหยิบออกให้ ถ้าไม่เชื่อก็ตามใจผมขี้เกียจต้องมาอธิบายกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง” พูดจบโชคชัยก็เดินเข้าไปในบ้าน
พิสมัยหน้าเสีย
ลินดาแอบยิ้มแต่ก็ต้องรีบทำหน้าเศร้า
“จริงหรือเปล่าที่คุณโชคชัยพูด”
“จริงค่ะ คุณแม่ หนูไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ ฮึกๆ”
“เฮ้อ…..งั้นฉันขอโทษด้วยแล้วกันเพราะฉันใจร้อนไป” พูดจบก็รีบเดินตามสามีไป
ลินดา กอดอก แสยะยิ้ม  “โง่จริงๆ”
……………………………………………………………………………
“ว้าวววววว กุ้งตัวใหญ่มากเลยครับ กุ้งๆๆ”
“นั่งทานดีๆครับ เดี๋ยวแม่แกะให้”
“ไม่เอา ผมแกะเองได้ โตแล้ว”
“อ่อ….งั้นเชิญเลยพ่อหนุ่ม” ผมยิ้มมองลูกที่เจ้าตัวตั้งใจแกะเปลือกกุ้ง
“ว้าววววว กุ้งน่าอร่อยเต็มไปหมดเลย”พี่คิงส์เอ่ยขึ้นเเล้วไปนั่งข้างๆหมูหันที่กำลังตั้งใจเเกะกุ้งตัวใหญ่
ผมมองพี่คิงส์ที่กำลังเเกะกุ้งเเข่งกับหมูหัน อยากถามพี่คิงส์เรื่องคุณนายเหมือนกันว่าไปบ้านผมทำไม
“คิ้วขมวดอีกแล้ว” นิ้วจิ้มมาที่หน้าผากของผม “ยิ้มหน่อยสิเหมือนเมื่อก่อน”
ผมจับหน้าผากตัวเองแต่ยังนิ่วหน้าต่อไป
หลังจากทานข้าวจนอิ่มเราก็รีบทำธุระส่วนตัวให้เสร็จแล้วเข้านอนเพราะพายุกำลังมา คลื่นทะเลคล้ายสึนามิขนาดย่อม เสียงฝนที่ตกกระทบหลังคาเสียงดังทำให้หมูหันมุดเข้าผ้าห่มทันที ผมยิ้ม แต่พอเงยหน้ามองก็สบตาพี่คิงส์ที่นอนด้วยกันแต่มีหมูหันขั้นกลาง
“นอนเถอะครับ พรุ่งนี้พายุอาจจะสงบแล้วเราจะได้ออกเดินทางเช้าๆ”
มือหนาเอื้อมมาสัมผัสแก้มของผม “พี่อยากอยู่ที่นี่นานๆ เพราะจากนี้ไปเราคงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีก”
“ถ้าพี่อยากเจอลูก ผมไม่ได้ปิดกั้นนะครับ หมูหันก็รักคุณ”
“แล้วหอมล่ะ…..รักพี่ไหม”
ผมเบนสายตาไปทางอื่น
“คำตอบก็รู้แล้วนี่นะ หอมหลับเถอะวันนี้เพลียทั้งวันแล้วนี่” พี่คิงส์พูดพลางเปิดผ้าดูหมูหันที่มุดหลับอยู่ในผ้า ก่อนจะอุ้มจัดท่าให้ลูกนอนดีๆ
ความมืดมาพร้อมกับความเงียบ ผมนอนไม่หลับ จิตใจผมสับสน ทำไมรู้สึกเจ็บที่น่าอกเมื่อเขาบอกว่าเราคงจะไม่มีโอกาสได้เจอกันอีก….ทำไมต้องปวดใจ……
ครืนนนน เสียงลมดังขึ้นรุนแรงคล้ายสิ่งของด้านนอกพังทลาย ผมและพี่คิงส์รีบลุกจากที่นอนพลางเปิดไฟนีออนอย่างตื่นตระหนก
“กะ.เกิด….” ครืนนนน
ไม่ทันได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้นภายในที่พักคล้ายมีใครมาเขย่าอย่างรุนแรง ทั้งผนังและไม้สั่นไหวจนผมต้องรีบกอดหมูหันเข้าอ้อมกอด พี่คิงส์เข้ามากอดผม
ไฟนีออนดับสนิททำเอาผมใจวูบแต่แสงไฟจากไฟแช็คพี่คิงส์ทำให้สว่างขึ้น
“ไม่ต้องกลัว” พี่คิงส์เอ่ยปลอบเมื่อตัวผมสั่นและหมูหันเริ่มร้องไห้ ผมซุกเข้าอ้อมกอดเขาเหมือนต้องการที่ปลอดภัย
ครืนนนนนน
ไม่รู้ว่าเสียงอะไรเกิดขึ้นรู้ตัวอีกทีผมก็กรีดร้องลั่นเมื่อจู่ๆหลังคาก็พังลงมาตรงเราสามคนพอดี พี่คิงส์กอดผมและลูกไว้แน่น
คล้ายหัวใจหยุดเต้นผมหอบหายใจถี่รู้สึกช็อค แขนก็กอดหมูหันที่ร้องไห้ดังลั่นแต่คนที่กอดผมตอนนี้กลับนิ่งคล้ายไม่มีตัวตน
“ฮือๆๆ แม่…ฮือๆ..ๆ..”
“หมูหันเป็นยังไงบ้างลูก” ผมรีบกอดปลอบแต่เพราะทุกอย่างมืดมิดจึงทำได้แต่เพียงกอดปลอบเท่านั้น หลังผมพิงอกกว้างจะยกมือไขว่คว้ารอบข้างแต่กลับติดสิ่งหนึ่งคล้ายไม้ที่อยู่ห่างจากศีรษะผมเพียงไม่กี่คืบเหมือนกับว่าติดค้างบางอย่างก่อนที่จะถูกศีรษะของผม
“พี่คิงส์” ผมเอ่ยเรียกคนที่นั่งซ้อนหลังผมอยู่แต่เขากลับนิ่ง ผมควานหาไฟแช็คและเมื่อหาเจอและจุดติด ผมก็เบิกตากว้าง เมื่อไม้ท่อนใหญ่รวมถึงสังกะสีบางส่วนพังลงมาแต่มันไม่หล่นมาทับผมและลูกเพราะพี่คิงส์เอาตัวเข้าบังไว้ทำให้ศีรษะของเขามีแต่เลือด
“พี่คิงส์!” ผมร้องลั่นเมื่อเลือดบนศีรษะไหลมาที่ไหล่เขาเยอะมาก ผมรีบใช้มือที่ว่างจับหน้าเขาเพื่อเรียกสติ
“พี่คิงส์! พี่คิงส์!” ตัวผมสั่นไปหมด หมูหันร้องไห้มากขึ้นแล้วเข้ากอดพี่คิงส์
“พ่อ! ฮือๆๆ”
“ช่วยด้วย!” ผมรีบลุกแล้วยกไม้และสังกะสีที่ทับศีรษะของเขาออกแต่เพราะมันหนักจึงยากลำบากพอสมควรยิ่งอยู่ในความมืดจึงเอาออกยาก
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”
“หะ…หอม”
“พี่คิงส์!”
“ฮือๆๆ”
ผมเอาท่อนไม้ที่ทับออกให้จนหมดเขาทรุดตัวนอนลงทันทีผมรีบไปกอดเขาไว้แน่น
“หอมไม่เป็นอะไรนะ”
“ผมไม่เป็นอะไรแต่ พี่ ฮึก..ก…”
“พี่ไม่เป็นไร” เขาพูดอย่างอ่อนแรง
“พี่อดทนไว้นะ เดี๋ยวผมจะไปเรียกคนอื่นมาช่วย”
“มะ..ไม่ต้อง” เขาจับแขนผมแน่น “ไม่ต้องพี่ไม่ไหวแล้วปล่อยพี่ไปเถอะ”
“ไม่เอา! ฮึก…ก..ทำไมต้องยอมแพ้ด้วย”
“ปล่อยให้พี่ตายเถอะ คนอย่างพี่น่าจะตายไปตั้งนานแล้ว…ไม่ควรที่จะมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อทำร้ายใครอีก….”
“ไม่เอา ถ้าพี่ตายแล้วหมูหันจะอยู่ยังไง”
“ฮือๆๆ พ่อ อ่าอย่าเป็นไรนะ”
พี่คิงส์ลูบหัวลูกที่กอดเขาร้องไห้
“ลูกต้องการพ่อนะ”
ผมไม่รู้ว่าสายตาเขายามที่ผมพูดประโยคนี้ไปเป็นอย่างไรแต่เขาจับมือผมแน่นก่อนจะละออก ผมรีบวิ่งไปหาคนมาช่วย ไม่นานชาวบ้านที่แตกตื่นกันอยู่แล้วก็เข้ามาช่วย พี่คิงส์ถูกนำส่งสถานพยาบาลอาการภายนอกไม่น่าเป็นห่วงนักมีแผลที่ศีรษะที่ไม่ค่อยลึกมากแต่หากกลับไปควรตรวจให้ละเอียดอีกทีและมีแผลถลอกฟกช้ำตามตัว
ผมถอนหายใจรู้สึกเหมือนหัวใจมันหล่นตุบออกมาเพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วและรุนแรงยิ่งพี่คิงส์บอกว่าตัวเองไม่รอดผมก็ยิ่งขวัญเสียแต่ที่ไหนได้กลับไม่เป็นอะไรมากเท่าที่คิด หลังจากกล่อมลูกจนกลับบนเตียงพยาบาลก็มาดูพี่คิงส์ที่นอนอยู่ พอพี่คิงส์เห็นผมก็จะลุกแต่ผมห้ามไว้
“เป็นยังไงบ้างครับ”
“ไม่เป็นไร” เขายิ้มบางๆให้ผม
“ขอบคุณนะครับที่ช่วยผมกับลูก...ขอบคุณจริงๆ”
“เป็นหน้าที่ของหัวหน้าครอบครัวอยู่แล้ว”
ผมมองเขาแล้วร้องไห้
“อย่าร้องไห้เลยหอมเพราะตลอดเวลาพี่ไม่เคยได้ดูแลหอมและลูกเลย พี่มีโอกาสได้ทำแบบนี้พี่มีความสุขมาก…..ถ้าทั้งสองคนเป็นอะไรไปพี่คงอยู่ไม่ได้”
“พี่คิงส์..ฮึก..” เขาจับมือผมแน่น
“ถ้าไปจากที่นี่แล้วเราคงเป็นแค่คนอื่นกันสินะ”
ผมเพียงแต่ร้องไห้ไม่ได้ตอบกลับไปรู้สึกปวดหัวใจที่เมื่อได้ยินคำลา
“ถ้าเจอกันเราอย่าทักกันอีกเลยนะ ให้ทำเหมือนคนอื่นไกล..ให้ทำเหมือนกับว่าเราไม่เคยรู้จักกัน..เพราะพี่คงทำใจไม่ได้หากเจอหอมแล้วทำได้เพียงมอง…แต่เรื่องค่าใช้จ่ายของลูกพี่จะเลี้ยงดูแน่นอน”
“พ่อ!” เสียงร้องไห้โยเยทำให้ผมรีบลุกดูลูก หมูหันร้องไห้แล้วซุกเข้าอ้อมกอดผม
“พ่อ ฮือๆๆ พ่ออยู่ไหน”
ผมรีบอุ้มหมูหันมาหาพี่คิงส์เจ้าตัวก็กางแขนเข้าไปหาพ่อแต่เพราะพี่คิงส์ยังบาดเจ็บจึงเคลื่อนไหวไม่ได้มากนัก
“ฮึก..ก..พ่อเจ็บตรงไหนบ้างผมจะเป่าให้ ฮือออ”
“พ่อไม่เป็นไรครับ ขอบใจมากนะ”
“ผมกลัวว่าพ่อจะจากผมไป ไม่เอานะอย่าจากผมไป อยู่กับผมตลอดไปนะ”
ผมและพี่คิงส์มองหน้ากัน มือหนาคล้ายจะอยากจับมือผมไว้แต่ผมเอื้อมไปจับก่อน เขามองผมแววตาไม่อยากเชื่อว่าผมทำแบบนี้
“หอม”
ฟึบ ผมสวมกอดเขาอ้อมแขนของเขากอดผมตอบแน่นแล้วจูบเข้าที่แก้ม

ออฟไลน์ Tastsu

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 70
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
ตอนที่ 19
«ตอบ #99 เมื่อ15-07-2017 14:32:36 »

ตอนนี้พวกผมกำลังเดินเล่นที่ริมหาด ทั้งที่บอกให้พี่คิงส์นอนพักก็ไม่นอนรั้นจะมาเดินเล่นให้ได้ เศษซากต่างๆที่เกิดขึ้นเมื่อคืนยังคงปรากฎให้เห็น กิ่งไม้หัก ลำต้นโค่นล้ม ที่พักหลายแห่งพังลงมา
“พรุ่งนี้เราคงกลับบ้านได้แล้วล่ะ” ผมพูด
 “ผมไม่อยากกลับเลย…ที่นี่สวยมาก น้ำสีฟ้า ถ้ากลับไปต้องคิดถึงแน่ๆเลยเนอะ” หมูหันมุ่ยปาก ในมือก็ถือไม้ไว้เขี่ยทรายเล่น
ไม่กลัวเหรอ….
หมูหันหยุดนิ่ง “มะ…ไม่กลัวสักหน่อย…มีแม่….มีพ่อ….ผมไม่กลัวหรอก” พูดแล้วจับมือพี่คิงส์และผมไว้แน่น เราสองคนมองหน้ากันแล้วยิ้มพร้อมกับก้มหอมแก้มลูกชายสุดน่ารัก
“งั้นเอาเป็นว่าวันนี้เรามาสร้างความทรงจำดีๆกันเถอะ”
 “อะไรหรอครับพ่อ”
“สร้างปราสาททรายดีไหม”
“เอาทรายสร้างหรอ”
“ใช่….มาช่วยพ่อสร้างดีกว่า”
หมูหันตาโตตื่นเต้น มาชวนผมให้สร้างด้วยกันแต่ผมขอนั่งดูสองคนช่วยกันทำดีกว่า  ผมยิ้มเมื่อสองพ่อลูกช่วยกันก่อปราสาททราย จากทรายกองหนึ่งเปลี่ยนรูปร่างเป็นปราสาททรายรูปทรงเบี้ยวไม่สวยนักแต่รอยยิ้มทั้งสองคนสำคัญกว่า……
“พ่ออย่าทำแบบนั้นสิ ไม่สวยเลย มาผมทำเองดีกว่า พ่ออยู่เฉยๆเลยนะ”
“หึๆ” ผมหัวเราะเพราะพี่คิงส์ทำปราสาทไม่สวยจนหมูหันดุ พี่คิงส์มองมายังผมชี้ไปทางหมูหันประมาณว่า ดูลูกสิ หลังจากสร้างปราสาททรายเสร็จเราสามคนก็ถ่ายรูปด้วยกันเป็นที่ระลึก
“อ๊ากกกก ฮ่าๆๆ พ่อปล่อยผมนะ” หมูหันดิ้นเมื่อถูกพี่คิงส์อุ้มแล้ววิ่งลงทะเลไปด้วยกัน
“แม่! เล่นน้ำกันเถอะ!  เอิ้กๆๆ”
ผมตะโกนบอกให้พี่คิงส์ระวังน้ำเข้าแผล..เฮ้อ..ทำไมเขาถึงทำตัวเหมือนเด็กแบบนี้
 “อ๊ากกกก ฮ่าๆๆ” หมูหันร้องแล้ววิ่งมาทางผมดูสนุกสนานกันใหญ่
“พ่อแกล้งล่ะ บอกว่าปลาตัวใหญ่ๆจะมากินหมูไป ผมไม่ใช่หมูสักหน่อยนึงเนอะไม่กลัวหรอก ผมคิมหันต์ต่างหากล่ะ ปลาตัวใหญ่ๆไม่กินหรอกเนอะ” พูดเองเออเองซะงั้นไม่กลัวแต่วิ่งมาเนี่ยนะ
“หนีพ่อมานะตัวแสบ”
“พ่อหลอกอ่ะ เชอะ ผมไม่ใช่หมูนะปลาตัวใหญ่ไม่กินหรอก”
“แต่วิ่งร้องลั่นมาฟ้องแม่เชียวนะ” พี่คิงส์ขยี้หัวลูก
“เลิกเล่นเถอะครับ อีกอย่างพี่มีแผลนะครับทำไมถึงทำอะไรไม่รู้จักโตแบบนี้ คุณหมอเขาก็บอกว่าเเผลห้ามถูกน้ำ” ผมพูดร่ายยาวจนพี่คิงส์เอามืออุดหู ส่วนหมูหันบ่นใหญ่เลยว่าน้ำเค็ม หลังจากก่อปราสาททรายเสร็จ เล่นน้ำจบ ทั้งสองคนก็พักเหนื่อยด้วยการนอนอาบแดดโดยขุดหลุมฝังตัวเอง พี่คิงส์ก็ยอมเป็นตุ๊กตาให้หมูหันและผมฝังตัวด้วยทราย ส่วนหมูหันก็ชอบใจนอนตามพี่คิงส์บ้าง จนตอนนี้ทั้งสองคนเหมือนเต่านอนอาบแดดไม่มีผิด
“พ่อ แม่ เมฆก้อนนั้นเหมือนหน้าคนสามคนเลย คนแรกคือพ่อตรงกลางผมและอีกคนคือแม่เนอะ” ผมมองดูเมฆที่ว่าก็คล้ายๆ
“ผมสนุกมากๆเลย แล้วมากันอีกนะ”
 ……………………………………………….
เช้าต่อมาเราก็ออกจากเกาะ ตอนนี้พวกเรากำลังเดินทางกลับบ้านกัน
มือหนากุมมือผมไว้ ส่วนอีกมือก็ใช้ขับรถ ผมดึงมือกลับก็ยังจะจับอีก ทั้งๆที่ไม่ควรเพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้
“พี่ดีใจนะที่เรากลับมาคบกันอีก”
“ครับ…..ผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน”
“คบกันคือไรหรอครับ” หมูหันที่นั่งตักผมเอ่ยถาม
 “ก็…..รักกันไงครับ เหมือนกับคู่บ่าวสาว หมูหันจำได้ไหมล่ะ”  พี่คิงส์บอก
“อุว้าววววว พ่อกับแม่ก็จะแต่งงานกันใช่ไหมครับ แต่งงานอีกๆ”
ผมหน้าเศร้าผมกับพี่คิงส์จะแต่งงานกันได้ยังไงล่ะ
“แต่งไหมล่ะ”
“เอ๊ะ”
พี่คิงส์ยิ้มแล้วชะลอรถเพราะติดไฟแดง
“แต่งงานกันไหม เราสองคน”
ผมอึ้ง แต่งงาน?
“เรื่องแต่งงานไม่ว่าจะเพศไหนก็มีสิทธิ์….หอมนั่นแหละจะแต่งงานกับพี่ไหม”
ผมนิ่งจุกจนพูดไม่ออก
“พะ….พี่คิงส์ขอผมแต่งงานเหรอครับ”
“ใช่….เราแต่งงานกันนะ จุ๊บ”  พูดพลางจูบมือของผม
ผมรู้สึกจุกตื้นตันจนร้องไห้ออกมา “ฮึก..ก..พี่คิงส์” เราสองคนกอดกันหมูหันก็เข้ามากอดด้วย
ปี๊นๆๆ เสียงรถบีบแตรจากด้านหลังบ่งบอกถึงสัญญาณไฟเขียว  เราสองคนรีบออกจากภวังค์และเดินทางกลับคอนโด
หลังจากกลับมาถึงได้ไม่นานโทรศัพท์พี่คิงส์ก็ดังขึ้น
 “แม่พี่เขาโทรมาบอกพี่เรื่องหอม…...”พี่คิงส์พูดหน้าเศร้าแล้วมานั่งกอดผมจากด้านหลัง
ผมที่กำลังนำเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าชะงักนิ่งรู้สึกไม่ดีเมื่อพูดถึงคุณนาย…..ต่อให้ผมกับพี่คิง์รักกันมากแค่ไหนถ้าคุณนายไม่ยอม…….
“แม่พี่ตอนนี้เข้าใจเรื่องของเราแล้วนะ”
ผมเงยหน้ามอง
“เข้าใจ?”
 “ใช่ ท่านเข้าใจเราแล้ว ท่านยอมที่จะให้พี่รักหอม ท่านจะไม่ขัดขวางอีกแล้ว”
“จริงเหรอครับ……คุณนายน่ะเหรอ ยอมรับผมแล้ว”
“ใช่…ท่านบอกว่ายอมรับหอมแล้ว….แต่ต่อให้ไม่ยอมรับพี่ก็ไม่สน” ในน้ำเสียงคล้ายโกรธอย่างมาก
 ผมหยุดมือกระพริบตาปริบๆ “ไม่อยากเชื่อ….ละ….แล้ว…ลินดาล่ะ”
“พี่จะเลิก…”
“ผม…..ผมไม่อยากทำร้ายเขา”
“พี่ไม่ได้รักลินดาแล้วและลินดาเองบางทีก็อาจจะไม่ได้รักพี่เช่นกัน”
“พี่รู้ได้ยังไงว่าเขาไม่รัก”
“คนเจ้าชู้น่ะเขาดูกันออก….”
ผมนิ่วหน้า “เจ้าชู้!?”
“แต่พี่เลิกแล้ว”
“ผมไม่เชื่อ…หวา พี่คิงส์ทำอะไรครับ”
“ก็ขาเจ็บพี่ก็จะอุ้มพาไปที่เตียงไงล่ะ”
“ผ้ายัง….แล้วเอาหน้ามาใกล้ทำไมล่ะครับ”
“ก็อยากจูบ” พี่คิงส์จะก้มลงจูบผม
“อย่าครับ หมูหันก็อยู่นะ”
“ขอแค่10 นาที” ไม่ให้ผมตกลงก็พาอุ้มเข้าไปในห้อง ทั้งยังบอกหมูหันที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์ให้นั่งดูคนเดียวไปก่อน
“พี่คิงส์…..”
“พี่รักหอมนะ นานแล้วที่ไม่ทำ”
“นานอะไรครับ ที่เกาะ อ๊ะ อย่ากัดสิครับ”   ฟันกัดเข้าที่ลำคอ ก่อนจะตามมาด้วยบทรักอันรุนแรงเร่งเร้าที่ต้องจบภายใน10 นาที เสียงครางดังอื้อในลำคอไม่อยากให้หมูหันได้ยิน แรงกระแทกไม่ยั้งเพราะเร่งรีบทำให้เตียงสั่นจนแทบหัก  10 นาทีที่ร่วมรักเหมือน 10 ชั่วโมง เพราะช่างเหน็ดเหนื่อยเหลือเกินหลังจากเสร็จสิ้นภายในเวลา10 นาทีเราสองคนก็นอนพัก พี่คิงส์นอนหลับเพราะคงเพลียจากการขับรถด้วย
“จุ๊บ” ผมจูบหน้าผาก
ไม่อยากเชื่อว่าเราจะได้กลับมารักกันอีก
RrrRRR เสียงโทรศัพท์จากข้างนอกห้องทำให้ผมลุกไปรับ เบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นทำให้ผมลังเลที่จะรับ
“ฮัลโหลครับ”
“นี่ฉันเองนะ” เสียงจากปลายสายทำให้ผมตัวชาวาบ
“คุณ…นาย”
“ใช่ฉันเอง เบอร์เธอตาคิงส์ให้ฉันไว้”
“คะ….ครับ”
“บอกตามตรงนะฉันไม่อยากยอมรับเธอเท่าไร เเต่ในเมื่อชีวิตคู่ตาคิงส์ไม่มีความสุขเอาแต่ตามติดหนึบเธอตลอด ฉันเลยต้องยอมรับ…..ฉันยอมรับเธอ”
จากสั่นๆคล้ายหัวใจพองโต
“ยอมรับผม….จริงเหรอครับ”
“ใช่……ฉันให้อภัย แต่ยังไงวันพรุ่งนี้พาหลานมาให้อุ้มด้วยล่ะ”
“เอ๊ะ”
“ทำไมหวงหรือไง”
”ปะ…เปล่าครับ ผมดีใจที่คุณนายให้โอกาสและเข้าใจผม”
“หึ แค่นี้ละแล้วพรุ่งนี้ฉันจะรอ”
ติ๊ด
 ผมยิ้มรับ แปลว่าคุณนายให้ผมกับพี่คิงส์รักกันได้แล้วใช่ไหม ผมจะเดินไปหอมแก้มหมูหันด้วยความตื่นเต้นแต่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง
“ครับแม่”
“โทรติดสักที….. กลับมาแล้วใช่ไหมลูก”
“ครับแม่ได้พักหนึ่งเเล้ว….”
“มาที่บ้านได้ไหมลูก แม่กับพ่อมีเรื่องสำคัญจะบอกลูก โทรคุยคงไม่สะดวกเท่าไรเพราะเรื่องใหญ่จริงๆ”
“ได้ครับ ผมจะรีบไปนะครับ”  ผมไปปลุกพี่คิงส์ให้มาดูหมูหันเพราะผมจะไปบ้าน
“แล้วผมจะรีบกลับก่อนอาหารเย็นนะครับ”
ผมพูดแล้วออกไปจากห้อง
“เรื่องใหญ่งั้นเหรอ หรือจะเป็นเรื่องที่แม่เคยโทรบอกตอนนั้น”
ปี๊นๆ มายืนรอรถข้างทางได้ไม่นานรถยนต์คนหนึ่งก็เคลื่อนมาจอดข้างๆพร้อมกับบีบแตร
“หอมกลับมาตั้งเเต่เมื่อไร” พ่อพี่คิงส์รีบลงจากรถมาหา
“สวัสดีครับ......เพิ่งมาถึงวันนี้น่ะครับ”
“ฉันตกใจมากรู้ไหมที่ติดต่อหอมไม่ได้เลย ไหนบอกว่าจะไม่นอนค้างไงล่ะ”
"มีเหตุการณ์กระทันหันน่ะครับ เลยอยู่ค้างต่อ"
“เฮ้อ….ฉันก็อดเป็นห่วงไม่ได้ กลัวว่าจะเกิดเรื่องร้ายๆ….จริงสิตอนนี้ฉันว่างไปทานข้างกลางวันกันไหม”
“คือผมต้องไปบ้านพ่อกับแม่น่ะครับ มีธุระด่วนน่ะครับ”
“อ้อ ฉันนี่มาผิดเวลาสินะ เดี๋ยวฉันไปส่งแล้วกัน”
 “เอ่อ…”
“ขึ้นรถเถอะ อย่าเกรงใจเลย”
ผมขึ้นรถตามที่คุณพ่อบอก
“ขอโทษนะครับที่ไม่ได้ทำอาหารกลางวันให้คุณพ่อเลย ผมไม่คิดว่าจะไปหลายวันขนาดนี้”
“หึ แค่ได้อยู่กับหนู ฉันก็มีความสุขแล้วล่ะ”
“ครับ?”
“เปล่าๆ ฮ่าๆๆ”
“ตะ....แต่พรุ่งนี้ผมไปบ้านคุณพ่อผมจะทำอาหารให้ทานนะครับ” ผมก้มหน้างุดด้วยความเขิน
“ไปบ้านฉัน?”  ทำไมคุณพ่อทำหน้าเหมือนไม่รู้เลย
“ก็...คุณแม่ยอมรับผมกับพี่คิงส์แล้ว ยอมให้เราคบกัน”
“ว่าไงนะ!” เอี๊ยดดดดดด รถเบรกกระทัน จนคันหลังบีบแตร แต่คุณพ่อกลับไม่ได้สนใจสักนิด
“ยอมรับ? ”
“เอ่อ...ครับ”
คุณพ่อขมวดคิ้วหน้าเสีย
“คุณพ่อไม่ชอบผมเหรอครับ”
“ไม่ใช่ๆ ชอบมาก แต่….” คุณพ่อไม่ได้พูดอะไรต่อแต่ท่าทางเครียด หลังจากคุณพ่อส่งผมที่บ้าน ก็ขับรถไปทันที
 “หอม….”
ผมยกมือไหว้พ่อกับแม่ พวกท่านมีสีหน้าลำบากใจอย่างชัดเจนก่อนจะเล่าเรื่องที่ต้องการบอกให้ผมฟัง ทันที
 “ไม่จริงหรอกครับ ผมไม่เชื่อ” ผมพูดขึ้นเมื่อพ่อกับแม่บอกผมเรื่องคุณนาย ที่ให้เลือกว่าจะย้ายออกจากบ้านหลังนี้หรือจะยกหมูหันให้
“หอม แม่จะหลอกลูกทำไม”
“คุณนายไม่มีทางยื่นข้อเสนอแบบนี้หรอกครับ”
“เป็นความจริงลูก” พ่อตบบ่าผม “เขามาหาพวกเราบอกแบบนี้จริงๆ”
“พ่อ…..แต่คุณนายบอกผมว่ายอมรับให้ผมกับพี่คิงส์รักกันแล้ว”
“ว่าไงนะ” แม่เบิกตากว้าง “รักกับคิงส์ หมายความว่ายังไง”
“คือ….”
“นี่ลูกกลับไปคบกันอีกเหรอ”
ผมก้มหน้างุด
“ทำไมทำแบบนี้! ไปคบกันอีกทำไมจำไม่ได้เหรอที่เขาทำให้ลูกเจ็บช้ำมากแค่ไหน ทำไมกลับไปรักกันอีก!”
 “คุณใจเย็นๆเถอะ”
“ฉันเย็นไม่ไหวแล้วค่ะ ดูลูกทำสิ” แม่เอ่ยทั้งน้ำตา
“ผมขอโทษ”
“จำได้ไหมวันนั้นวันที่เราถูกไล่เหมือนหมา ทำไมไม่จำ! ฮือๆๆ แม่เสียใจมากรู้ไหมที่ลูกทำแบบนี้”
“แม่ครับ ฮึกๆๆ ผมขอโทษแต่ผมรักเขาจริงๆ”
“พอที…….อยากทำอะไรเชิญเลย รู้ตัวอีกทีแม่กับพ่อคงนอนตายข้างถนน!” พูดจบแม่ก็เดินไปสวนหลังบ้านทันที
“แม่ครับ! แม่!”
“อย่าไปเลยหอมแม่เขากำลังโกรธ พูดไปก็เท่านั้นแหละลูก”
“ฮึกๆๆ พะ..พ่อ  ผมขอโทษ แต่ผม…..”
“เรื่องนี้พ่อไม่เข้าข้างลูกนะ …พ่อจะไม่โกรธอะไรลูกแต่แค่เสียใจ”
พ่อเดินจากไปเช่นกัน เหลือเพียงผมที่ทรุดตัวร้องไห้อยู่แบบนั้นพลางนึกถึงคำที่แม่บอกว่าคุณนายมาที่นี่ให้เลือกระหว่างบ้านและหมูหัน…แต่ทำไมพี่คิงส์ถึงบอกว่ายอมรับผมแล้ว
ผมกำมือแน่น  “หรือพี่คิงส์จะทำร้ายผมอีกแล้ว….ทำไมกัน…..”


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ตอนที่ 19
« ตอบ #99 เมื่อ: 15-07-2017 14:32:36 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Tastsu

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 70
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
ตอนที่ 20
«ตอบ #100 เมื่อ15-07-2017 14:33:15 »

“อย่าเศร้าไปเลยพ่อกับแม่หอมต้องโกรธพี่เป็นธรรมดา” ผมนั่งนิ่ง หลังจากกลับมาจากที่บ้านผมแทบจะไม่อยากทำอะไร เพราะผมทำให้พ่อกับแม่ต้องเสียใจ
“ยิ้มหน่อยสิ….” พี่คิงส์กุมมือผม “พรุ่งนี้เราจะไปหาแม่พี่กันนะ แล้วจะคุยเรื่องแต่งงานด้วย”
ผมรู้สึกเครียด…เพราะมันต่างกับที่พ่อและแม่พูดเอาไว้….
“ไม่ดีใจเหรอ”
“เอ่อ….ดีใจครับ”
“พี่ก็ดีใจ แต่ก่อนหน้านั้นยิ้มก่อนเถอะ..นะ…”
 ผมยิ้มตามที่บอก พี่คิงส์จูบหน้าผากผม
“เราจะผ่านไปด้วยกันนะหอม จากนี้ไปเราจะอยู่ด้วยกัน…ตลอดไป….”
“ครับ…….”
 …………………………………………………………………….
“คุณเลิกกินเหล้าเถอะค่ะ เป็นอะไรคะเนี่ย กลับมาก็เอาแต่ดื่ม”
“อย่ามายุ่งกับฉัน”
“คุณโชคชัย”
“น่ารำคาญ ไปให้พ้น”
“นี่คุณไปเจอเรื่องอะไรมาเนี่ยถึงได้ดื่มเอาดื่มเอา ปกติคุณไม่เคยเป็นแบบนี้นี่ยิ่งพรุ่งนี้ต้องไปทำงานอีก”
“เหอะ! เธอนี่มันจริงๆเลยนะ เอาแต่ใช้ฉัน ตัวเองไม่ทำงานเอาแต่ผลาญเงิน”
พิสมัยขมวดคิ้วเริ่มไม่พอใจ “แล้วเกี่ยวอะไรกับคุณ เงินก็เงินฉัน”
“เงินอะไร คุณทำงานเป็นด้วยเหรอ...ตั้งแต่แต่งงานกันก็มีแต่ผมที่ทำงานจนตั้งตัวได้! ส่วนคุณเอาแต่เงินที่ผมให้ไปผลาญเล่นการพนันกับเพื่อนคุณ อย่าคิดว่าผมไม่รู้…..ถ้าวันไหนผมตายไปคุณจะไม่ได้สักแดง!”
พิสมัยกำมือแน่น “ใช่ ฉันมันไม่ทำอะไรเลยแต่เมื่อคุณตายสมบัติก็ต้องเป็นของฉันอยู่ดี! รีบๆตายซะล่ะ!”พิสมัยพูดด้วยแรงโกรธ โชคชัยกำมือแน่นแทบจะปาแก้วทิ้ง
 ……………………………………………………………………………
“ไม่เห็นต้องตื่นเต้นอะไรเลยนี่ แค่ไปพบแม่พี่เอง”
 ผมถอนหายใจหลายครั้ง มือถือตะกร้าผลไม้อย่างดี ขณะที่กำลังเดินทางไปที่บ้านพี่คิงส์
 “ผมไม่เคยไปบ้านพี่คิงส์นานแล้วนี่ครับ แล้วครั้งนี้ไปเจอแม่พี่คิงส์อีก”
“เอาน่า…ไม่มีอะไรหรอก…พี่จะปกป้องหอมเอง…”พี่คิงส์บีบมือผมแน่น
รถเคลื่อนที่มาถึงบ้าน หัวใจผมเต้นรัว นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้มาเหยียบที่นี่เลย บ้านยังดูใหญ่โตเหมือนเดิม
ผมหลับตาสูดอากาศหายใจเข้าลึกๆแล้วเดินลงจากรถ อีกมือถือตระกร้าอีกมือจูงหมูหันเข้าไปในบ้าน สายตาของคนรอบข้างมองมายังพวกผมอย่างแปลกใจ
“มาแล้วเหรอ”
“สวัสดีครับ….หมูหันไหว้ย่าสิลูก” หมูหันทำตาม
คุณนายยิ้มให้หมูหัน
“มาหาย่าสิ”
หมูหันมองหน้าผมยังไม่เดินไปหา
“มาหาย่าเถอะ ย่ามีของเล่นเยอะเลยนะ หนูอยากได้ไหม”
“ของเล่น! จริงหรอครับ”
“จริงสิจ้ะ มาเถอะ” หมูหันกำลังจะเดินไปแต่ผมกลับคว้าแขนไว้ก่อน รู้สึกไม่สบายใจมากะทันหันแต่คุณนายก็เดินเข้ามาพาหมูหันไป
 “หลานของย่า ฟอดดดด หน้าตาน่าเอ็นดูเชียวเหมือนตาคิงส์ตอนเด็กไม่มีผิด”
“เอ่อ คุณนายครับ ผมซื้อผลไม้มาฝาก…."
“เอากลับไป แล้วเเกก็ออกไปจากบ้านฉันซะ”
“ครับ?” ผมนิ่งงง
 “ยังจะโง่อะไรอีก! ฉันไล่แกไม่ได้ยินหรือไงตอนนี้หลานของฉันมาอยู่ที่นี่แล้วแกก็หมดประโยชน์…..”
ผมอึ้งจนพูดไม่ออก ทั้งงงทั้งอึ้ง หมายความว่ายังไง
“พี่คิงส์ ผมไม่เข้าใจ” ผมหันไปมองหน้าพี่คิงส์สีหน้าเขาดูปวดใจ
“หอมพี่ขอโทษแต่ฟัง….”
เพี๊ยะ!
“พี่หลอกผมอีกแล้ว!”ผมเอ่ยเสียงสั่นน้ำตาคลอ
“ไม่ใช่!”
“ใช่ ตาคิงส์หลอกแก! โดยร่วมมือกับฉัน โดยให้แกหลงรักตาคิงส์แล้วยอมพาหลานฉันมาที่นี่”
 “มะ…ไม่ ไม่! นั่นลูกผม เอาคืนมา พวกคุณมันเลว! ปล่อยลูกผมนะ”
“ไม่! นี่หลานฉันแกออกไปซะ”
 “เอาหมูหันคืนมา ได้โปรดเถอะ ผมกราบล่ะ ฮึก..ก…ก….”
“แม่คืนหมูหันมาเถอะ!”
“อะไรของแกคิงส์ นี่แผนเราสำเร็จแล้วนะเกิดบ้าอะไรขึ้นมา!”
“ผมมีเรื่องจะบอกแม่… ผมรักหะ….”
 คุณนายจะพาหมูหันขึ้นไปชั้นสองแต่ผมรีบขึ้นไปหาและยื้อไว้ได้ตรงบันได
  “กรี๊ดดดดดด อย่ามาแตะต้องฉันนะ คิงส์แกช่วยฉันเร็ว!”
ผมไม่รู้ว่าพี่คิงส์ทำอะไรรู้สึกแค่ว่าเขามาอยู่ข้างๆ ตอนนี้ทุกอย่างวุ่นวายมาก หมูหันร้องไห้ลั่น ผมยื้อลูกไว้แต่อีกใจก็กลัวลูกเจ็บจึงทำได้เพียงจับแขนลูกไว้เท่านั้น ส่วนคุณนายก็จิกเข้าเนื้อและตบตีผมอย่างแรง
“ปล่อยยยยย พวกคุณมันเลว พวกคุณทำร้ายผมอีกแล้ว ฮึก..ก..”
 “ปล่อยผมนะ ผมจะไปหาแม่ ฮือๆๆ คนใจร้ายอย่าทำร้ายแม่นะ ฮือๆๆ”
“หมูหัน…..ฮือๆๆ”
 “เสียงดังอะไรกัน เกิดอะไรขึ้น!” คุณพ่อพี่คิงส์ที่อยู่ชั้นสองตะโกนขึ้นอย่างตกใจ
ในจังหวะนั้นคล้ายทุกคนถูกชะงักไว้แต่จู่ๆคุณนายก็ผลักผมทันที ผมที่ตั้งตัวไม่ทันผงะหลังจะหล่นหากแต่แขนของพี่คิงส์รั้งผมไว้และนั่นทำให้เขาเสียหลักและล้มลงไปแทน
ตุบๆๆๆ
“คิงส์!” พ่อพี่คิงส์ร้องลั่น
“กรี๊ดดดดดดดดดด” เสียงกรีดร้องดังขึ้นพร้อมกันจนไม่รู้ว่าเสียงใครเป็นเสียงใคร  ผมยืนอึ้งคาบันได้ พี่คิงส์ตกลงไปนอนแน่นิ่ง มีเลือดออกตรงหัว  ทั้งคุณพ่อ คุณนาย ลินดา และคนอื่นๆที่ยืนลุ้นอยู่ต่างกรูเข้าไปหา
“คิงส์! ฮือๆๆๆ เรียกรถพยาบาลสิ อีพวกโง่ ฮือๆๆ ”
คุณพ่อลงไปหาทั้งๆที่เหมือนยังไม่ส่างเมา  “คิงส์!”
 ผมรีบคว้าหมูหันมากอดเอาไว้
“แก! อีฆาตกรแกทำร้ายลูกฉัน ฮือๆๆๆ แก!” คุณนายจะเข้ามาหาผมแต่ถูกคุณพ่อกั้นไว้
“พอได้แล้วคุณหญิง เรื่องทั้งหมดเพราะคุณวางแผนบ้าๆไม่ใช่หรือไง”
“คุณโชคชัยคุณเข้าข้างมันเหรอมันผลักลูกเราตกจากบันได้นะ ฮือๆๆ”
“คุณต่างหากที่ผลักหอมแต่คิงส์มันช่วยหอมแล้วตกลงไปเอง”
คุณนายเบิกตากว้าง “นะ..นี่คุณ ไปเข้าข้างมันทำไม! บอกมาสิว่าคุณเข้าข้างมันทำไมฮะ!” พูดแล้วลงมือทุบอกสามีไม่ยั้ง
“เพราะผมรักหอมน่ะสิ!”  พูดแล้วจับแขนให้หยุด
ทุกคนอึ้ง ส่วนผมอึ้งไม่ต่างกัน คุณพ่อบอกว่ารักผม……ผมฟังไม่ผิดใช่ไหม
 “คะ..คุณ” คุณนายถึงกับวูบลงไป
 “คุณหญิง!”
 “คุณนาย!” คนรับใช้คู่กายรีบมาประคอง
 ผมยังคงอึ้ง กอดลูกแน่นมองเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างไม่อยากเชื่อ
 ลินดามองมายังผม สายตาเธอเกรี้ยวกราด
 “หอมกลับบ้านไปเถอะ” คุณพ่อเอ่ย
 รีบทำตามที่บอก ขายังสั่นอยู่เลย สายตายังไม่ลืมมองพี่คิงส์ที่นอนสลบไม่ได้สติทั้งศีรษะยังมีเลือดออก…พี่คิงส์จะตายไหมแต่ก็สมแล้วเพราะเขามันเชื่อถือไม่ได้คนอย่างเขาควรจะตายตั้งแต่อยู่บนเกาะแล้ว!
 “พ่อ! หมูหันจะเดินเข้าไปหา” แต่ผมยื้อไว้
 “หมูหันกลับบ้านเขาไม่ใช่พ่ออีกแล้ว เขาทำร้ายเรามามากเกินทนแล้ว……”
พอกันทีผมจะไม่สนใจเขาอีกแล้ว ผมจะเลิกโง่เหมือนคำที่พวกเขาด่า  ผมเกือบไปแล้วจริงๆ เกือบที่จะเสียลูกไป………….
ผมพาหมูหันเดินไปตามทาง เสียงรถพยาบาลดังไปทั่วถนน
 “ผมอยากไปหาพ่อ พ่อมีเลือด ผมหลับ ฮึก..ก..”  หมูหันเบะปาก
“พ่อเขาทำร้ายเราอีกแล้ว ต่อไปนี้เราอย่าไปยุ่งกับเขาอีกนะ”
“ทำไมอ่ะครับ ไม่เอา ทำไมล่ะ ทำไมต้องไม่ยุ่งกับพ่อด้วย”
“เขาไม่ใช่พ่ออีกแล้ว เขาคือคนใจร้ายคนหนึ่งเท่านั้น”
“ไม่! เขาคือพ่อ ของผม  ฮึก…ก….ก….”
“หมูหัน….”
“ฮึกๆๆ ผมคิดถึงพ่อ……..”
ผมสวมกอดลูก เราสองคนนั่งร้องไห้ริมทางจนกระทั่งมีรถยนต์มาเทียบข้างๆ
รถคันนี้………
“หอมมาทำอะไรตรงนี้ลูก”
“พ่อ! ผมรีบกอดพ่อทันที”
“เกิดอะไรขึ้นทำไม....”
“เขาหลอกผมอีกแล้ว ผมโง่อีกแล้ว ผมขอโทษ ฮึกๆๆ ผมขอโทษ”
พ่อกอดผมแล้วตบบ่าอีกมือก็จับหัวหมูหันที่กอดขาพ่อร้องไห้เช่นกัน
 ………………………………………………………………..
“คุณยังจะมีหน้ามาอีกเหรอ ออกไป!” พิสมัยตะคอกเมื่อโชคชัยมายืนรอหน้าห้องฉุกเฉินเช่นกัน
“ออกไป! แกมันเลว!”
“คิงส์ก็ลูกผมเหมือนกัน แล้วคุณหญิงคุณหยุดเสียงดังได้แล้วรบกวนคนอื่น แล้วหัดอายซะบ้าง”
“อายเหรอ เหอะ! แกต่างหากที่ควรอาย! แกไปรักอีกระเทยมันทำไมฮะ กรี๊ดดดดดด”
 “คุณหญิง! เพราะคุณเป็นแบบนี้ไงผมถึงเบื่อ!”
 “แก!”
 เสียงเปิดประตูทำให้เสียงทุกอย่างเงียบ
 “คุณหมอลูกฉันเป็นยังไงบ้างคะ”
 “บริเวณศีรษะไม่น่าเป็นห่วงมากนักแต่ที่น่าเป็นห่วงคือกระดูกไขสันหลังซึ่งได้รับความกระทบกระเทือน และจะทำให้ช่วงล่างของคนไข้ไม่สามารถขยับได้ครับ......”
 ทันทีที่ได้ฟังคำตอบทุกคนได้แต่อึ้งพิสมัยถึงกับล้มฟุบกับพื้น
 “คุณนาย!” เนียนรีบดูอาการ
 “มะ..ไม่จริง”
 ลินดาปิดปาก เธอไม่อยากจะเชื่อ แบบนี้หมายความว่า คิงส์จะพิการ
 ส่วนโชคชัยยืนอึ้งไม่ต่างกัน  “ มะ…หมอครับ รักษาลูกผมด้วยนะครับ เท่าไรผมยินดีจ่าย”
 “ยังพอมีโอกาสหายนะครับเพราะได้รับกระทบกระเทือนไม่ถึงขั้นรักษาไม่ได้แต่ต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป แต่หายเมื่อไรนั้นหมอบอกไม่ได้จริงๆครับ”
 “ฮือๆๆ คิงส์! หมอคะช่วยลูกฉันด้วย ฉันทำใจไม่ได้ ฮือๆๆ ได้โปรดเถอะค่ะ”
 “ผมจะช่วยสุดความสามารถ ขอตัวนะครับ”
“ไม่จริง ไม่จริง คิงส์! ฮือๆๆ”
ลินดากัดเล็บแน่น  เธอรีบอาศัยจังหวะที่คนอื่นกำลังเสียใจรีบเดินออกไปข้างนอกแล้วโทรศัพท์หาแม่ของเธอทันที
“ว่าไงนะพิการเหรอ”
“ไม่เอานะคะ หนูไม่เอาแล้ว ไม่อยากอยู่กับคนพิการ แล้วคุณโชคชัยก็กำลังหลงอีกระเทยนั่นด้วยค่ะแม่”
“ว่าไงนะ โอ๊ยยย อะไรกันเนี่ย บ้าไปหมดแล้ว”
“หนูไม่เอาแล้วนะคะ อยู่บ้านนี้หนูเหมือนจะบ้า ทำไมไม่มีใครสนใจหนูเลย”
“ถ้างั้นเราเริ่มกันคืนนี้เลยไหม”
“อะไรคะแม่”
“ให้คุณโชคชัยเขียนไง”
“คะ…คืนนี้เลยหรือคะ” ลินดาเอ่ยเสียงสั่น
“ใช่”
“แล้วเราจะ…เอ่อ...ฆ่าไหมคะ”
“ฆ่าสิ เราต้องทำคืนนี้แล้ว…ไม่เช่นนั้นพวกที่ทวงหนี้จะฆ่าแม่นะลูก  ทำได้ใช่ไหม”
“คะ..ค่ะ  หนูทำได้”
“ดีมากลูก”
ลินดา กดปิดโทรศัพท์เธอสั่นไปทั้งตัว
“ฉันไม่มีทางเลือกในเมื่อทุกอย่างมันบีบคั้น”

ออฟไลน์ Tastsu

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 70
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
ตอนที่ 21
«ตอบ #101 เมื่อ15-07-2017 14:33:54 »

 ผมกลับมาถึงบ้าน แม่ที่เห็นผมกับหมูหันสภาพแบบนี้ก็เดาได้ทันที ท่านไม่ได้ว่าอะไรแต่กอดปลอบใจ
“หอมโทรศัพท์ดังตั้งนานแล้วนะลูก”
ผมที่นั่งเหม่อรีบขานรับ
ชื่อที่ปรากฎทำให้ลังเลที่จะรับ คุณพ่อพี่คิงส์………..
ฉันรักหอม
ดังอยู่พักหนึ่ง จนดับและโทรมาอีกหลายครั้งไม่มีท่าทีว่าจะไม่หยุดโทรมา ผมเลยต้องรับอย่างช่วยไม่ได้
“ครับ”
“หอม….”
“เอ่อ..ครับ”
“หนูคงไม่อยากจะคุยกับฉันแล้วสิ”
‘……’
“ฉันไม่ได้คิดกับหนูแบบนั้นหรอก”
“เอ๊ะ จะ..จริงเหรอครับ”
“ฉันรักหนูแบบลูกหลานน่ะ เพราะเหตุการณ์มันพาไปจริงๆ เลยพูดแบบนั้นไป หนูคงไม่รังเกียจฉันนะ”
“ไม่เลยครับคุณพ่อ…….”
 “หนูน่ะ ต่างจากคนที่ฉันเคยเจอมากรู้ไหม หนูใสซื่อ พอฉันอยู่ข้างๆแล้วมีความสุขมากๆ ฉันเลยอาจเผลอไปบ้าง และ……“
 ผมนิ่งรอฟัง
“เอ่อ …แค่นี้นะ ฉันอยากโทรมาอธิบาย แล้วก็ขอโทษแทนทั้งสองคนนั้นด้วย”
สายถูกตัด ผมได้แต่กุมขมับกับเรื่องต่างๆ
“ใครโทรมาหาเหรอลูก”
“ช่างเถอะครับ ฝนจะตกอีกแล้วเดี๋ยวผมช่วยเก็บผ้านะครับ”
 …………………………………………………………
ลินดามองเครื่องดื่มตรงหน้าแล้วยิ้มเยาะ เธอถือแก้วเหล้าชงอย่างดีเพื่อให้โชคชัยที่กำลังกุมขมับบนโต๊ะทำงาน
ก๊อกๆ “ลินดาเองค่ะ”
“เข้ามา”
“อย่าเครียดเลยนะคะ ดื่มนี่หน่อยดีกว่าจะได้กระฉับกระเฉงนะคะ”
“ฉันไม่มีอารมณ์ดื่ม”
“โถ่ คุณโชคชัยล่ะก็”
“นี่เธอสามีเป็นถึงขนาดนี้ ทำไมยังนิ่งเฉยอยู่อีก”
”ลินดาก็เศร้านะคะ นี่ไงคะเลยมาดื่มย้อมใจ คุณก็มาดื่มกับลินดาหน่อยนะคะ น๊า” ลินดาขยั้นขยอยื่นแก้วเหล้าให้ ความยั่วยวนต่อน้ำสีตรงหน้าทำให้โชคชัยคว้าไว้ ลินดาแสยะยิ้ม
“ดื่มเลยค่ะ”
 โชคชัยกลั้นใจดื่มไปหลายอึกจนกระทั่งเริ่มมึนเมา ลินดารีบหยิบกระดาษให้แล้วพูดกล่อมเพื่อให้โชคชัยเขียนพินัยกรรมให้
“เขียนให้หน่อยนะคะ เขียนว่าสมบัติทุกชิ้นยกให้ลินดา พร้อมกับลงลายเซ็นและวันที่หน่อยน๊า นะคะ”
คุณโชคชัยสะบัดหัว  “หอม…ให้เขียนอะไรนะ”
ชื่อที่เอ่ยออกมาทำให้ลินดานิ่วหน้าแต่ก็ต้องพยายามกลั้นอารมณ์โกรธไว้
“เขียนยกสมบัติให้ลินดาค่ะ”
 “ได้สิฉันจะเขียนให้เธอนะ”
มือหนาค่อยๆเขียนขณะที่สติแทบจะเลือนราง ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้ทำทุกอย่างไปอัตโนมัติ  แม้จะเขียนไม่สวยเหมือนทุกครั้งแต่ก็พอรู้ว่าเป็นลายมือใคร ตอนแรกเกือบเขียนชื่อหอมลงไปแต่ลินดารีบบอกได้ทัน
ทันทีที่เซ็นเสร็จลินดาถึงกับหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะยัดแก้วเกล้าให้คุณโชคชัยดื่มจนหมด และร่างนั้นก็ฟุบไปกับโต๊ะทำงานทันที
 “โง่! หึ ทีนี้สมบัติทุกชิ้นก็จะเป็นของฉัน” พูดพลางหันไปมองคนที่เธอว่าจ้างมาให้เป็นผู้ลงมือ
“เอาไอ้แก่นี่ไปฆ่าทิ้งซะ”
 …………………………………
เช้าต่อมา
ก๊อกๆ “คุณท่านคะ”
ก๊อกๆ “คุณท่านคะ”
ก๊อกๆ “คุณท่านคะ”
“มีอะไรเหรอ” เนียนได้ยินเสียงเด็กรับใช้ในบ้านเสียงดังก็เดินมาดู
“ป้าเนียน หนูเรียกคุณท่านหลายครั้งแล้วค่ะ แต่ไม่มีเสียงตอบรับเลย หนูจะเข้าไปทำความสะอาดน่ะค่ะ”เนียนขมวดคิ้วอาจเป็นเพราะคุณท่านจะดื่มหนักก็เป็นได้ เธอเลยเปลี่ยนมาเรียกเอง
ก๊อกๆ “คุณท่านคะ”
ก๊อกๆ
ไร้เสียงตอบรับ
“ดิฉันขออนุญาตเข้าไปนะคะ” เมื่อเปิดประตูเข้าไปพบเพียงความว่างเปล่า คนรับใช้มองหน้ากันแต่ก็ไม่ได้สนใจนักเพราะคิดว่าเจ้านายตนอาจออกไปจากห้องแล้ว
“คุณโชคชัยยังไม่ตื่นอีกเหรอ”  พิสมัยเอ่ยขึ้นขณะเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาล เนื่องด้วยความอิดโรยจึงทำให้แสดงความอ่อนล้า ดวงตาคล้ำผิดกลับเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่ทราบค่ะ ในห้องไม่มีใครอยู่เลยค่ะ”
“อะไรนะ ออกไปไหนตั้งแต่เช้า หรือว่าจะไปหาอีหอม!” เพียงนึกความโกรธก็คล้ายพวยพุ่งออกมาดั่งไฟ เธอเม้มปากกำมือแน่น
“ชักจะมากไปแล้วนะ!”
เหล่าคนรับใช้ต่างก้มหัวด้วยความกลัว ไม่นานโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นเมื่อกดรับต้องเบิกตากว้างและกรีดร้องสุดเสียง
“เกิดอะไรคะคุณนาย”
พิสมัยหายใจหอบแทบเป็นลม
“คุณโชคชัยถูกพบกลายเป็นศพ”
เพียงประโยคเดียวก็ทำให้ทุกคนตัวแข็งทื่อ ต่างก็ไม่อยากเชื่อ แต่พิสมัยตอนนี้เป็นลมล้มพับไปแล้ว ผู้ที่โทรมาบอกว่าพบศพแต่ไม่เอ่ยนามให้รู้ว่าผู้ใดโทรแจ้ง แม้สภาพศพจะใบหน้าเหวอะจนจำไม่ได้แต่เสื้อผ้าที่เธอเห็นประจำก็เป็นสิ่งยืนยันได้ดี
“ฮึก..ก..ทำไม..ทำไม…”
“ทางเราจะทำการตรวจ DNA อีกครั้งเพื่อให้แน่ชัดนะครับ”
“จะตรวจทำไมในเมื่อเป็นไอ้แก่อยู่แล้ว ฮือๆๆ”
“ส่วนชันสูตร….”
“อยากทำอะไรก็ทำ กรรมแล้วที่มันทำกับฉัน ฮึก..ก…สมน้ำหน้า” แม้จะเอ่ยวาจาไม่ใยดีแต่ความรู้สึกกับแตกสลายหยาดน้ำตาแห่งความเสียใจหลั่งรินไม่หยุด
เพราะคู่ชีวิตได้ตายจากไปแล้ว……
สองวันต่อมา คิงส์ถูกย้ายเข้าห้องพิเศษแต่ยังไม่ฟื้นจนกระทั่ง……
“คิงส์….” พิสมัยเอ่ยเรียกเมื่อขนตากระพริบ
“อะ…อืม…นะ…น้ำ”
 เธอรีบหยิบแก้วและใส่หลอดให้ดื่ม
 “เป็นยังไงบ้างลูก”
“ปะ…ปวดหัว  เกิดอะไรขึ้น” คิงส์กุมศีรษะตัวเองที่มีผ้าพันแผล ปวดมากขึ้นเพราะเดิมทีเขาก็ได้รับบาดเจ็บบริเวณนี้อยู่แล้ว พยายามปรับสายตากับภาพเบื้องหน้า
“อย่าเพิ่งลุกลูก”
คิงส์จะลุกแต่กลับหยุดชะงัก
 “ทำไม…ทำไม ขาผมไม่รู้สึกอะไรเลย”
 พิสมัยน้ำตาคลอ เช่นเดียวกับเนียน เธอมองใบหน้าของลูกด้วยความเศร้า
 “มะ….แม่ ทำไมขาผม….”
“ฮึก…ก….ก เดี๋ยวลูกก็หายนะ”
“ไม่! ขาผมไม่รู้สึกอะไรเลย”  คิงส์เปิดผ้าออก มองขาตัวเองแล้วทุบลงไป
“คิงส์!”
“ผมไม่เจ็บ หมายความว่ายังไง ไม่จริง…ผมพิการแล้วใช่ไหม  ผมพิการแล้ว! ฮึก..ก..ก  ใช่ไหม…”
“คิงส์ใจเย็นลูกๆ ฮึก..ก…ก  แม่จะหาหมอเก่งๆมารักษา”
“ไม่! ผมมันพิการไปแล้ว รักษาไม่หายหรอก ไม่มีทาง …..หอมล่ะ หอมไปไหน”
“ไปพูดถึงมันทำไม!”
คิงส์หลับตา…... “ผมรักหอมผมไม่อยากเเย่งลูกจากหอมอีก…..”
พิสมัยเบิกตากว้าง จุกจนพูดไม่ออก
“วะ..ว่าไงนะ..พูดอะไรออกมา”
“ผมรักหอม ช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันทำให้ผมรู้ว่ายังรักหอมอยู่ วันนั้นที่ผมพาหอมไปผมตั้งใจที่จะบอกแม่และให้แม่ยอมรับหอมจริงๆ…..”
“มะ..ไม่จริง..โกหก”
 “ตอนที่ผมแต่งงานผมไม่รู้สึกมีความสุข แต่แค่ไม่นานที่ผมได้อยู่กับหอม อยู่กับลูก ผมมีความสุขมาก นานแล้วที่ผมไม่ได้รู้สึกแบบนี้…… และผมจะไม่ทำร้ายหอมอีก เราจะแต่งงานกัน”
“พอที! แกมันโง่ โง่เหมือนพ่อแก พ่อแกก็บอกรักมัน”
คิงส์ขมวดคิ้ว “พูดอะไรครับ”
“พ่อแกรักอีกระเทยนั่นเหมือนกัน รู้ไหมตอนนี้มันอยู่ไหน  ในโลงไง!”
“ไม่จริง!” คิงส์จะลุก
“แกจะไปไหน ขาแบบนั้นจะไปไหนอีก”
“ผมจะไปหาพ่อ”
“จะไปหามันทำไม พ่อแกอยู่ในห้องดับจิต จะไปดูร่างเน่าๆของมันหรือไง”
“ทำไมแม่พูดแบบนี้ พ่อตายไปทั้งคนนะ!”คิงส์ตวาดลั่นทั้งน้ำตา เขาซบมือร้องไห้โฮ
“ทำไมพ่อถึงตาย..ฮึก..ก….”
“จะไปรู้มันเหรอ” กัดฟันกรอดแต่เสียงสั่น
“พ่อแกตายเพราะรักมัน อีกหน่อยแกก็ต้องตายเพราะมัน”
“หอมไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย มีแต่เราที่ทำผิดมาตลอด..ตั้งแต่แรก”
“ปกป้องมันเข้าไป แกมันโง่!”
“ใช่ผมโง่ ผมทำร้ายหอมอีกแล้ว ผมทำร้ายเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เขาเกลียดผมแล้ว…..โถ่เว๊ย!!”
"แกเมื่อก่อนโง่ยังไงก็โง่แบบนั้น ฉันขัดขวางชี้ทางสว่างให้ดึงแกกลับมา เเต่แกกลับไปหามันในความมืดอีกหรือไง!”
“พอที! ผมไม่อยากฟังแล้ว ที่รู้ตอนนี้ผมไม่มีหอมอีกแล้ว เพราะแม่คนเดียว เพราะแม่ที่คิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา ทั้งที่ให้ผมออกห่างก็ได้ แต่กลับบอกให้ผมหลอกให้หอมรัก! ”
“อ๋อ นี่แกโทษฉันเหรอ แกก็ตกลงไม่ใช่หรือไง! อย่ามาโทษฉันไอ้ลูกอกตัญญู! แกอย่าหวังจะไปใกล้ชิดมันเลย พิการเเบบนี้ใครจะเอา ขนาดเมียแกยังไม่โผล่หัวมาโรงพยาบาลเลย”
“ผมจะเลิกกับลินดา”
“อะไรนะ”
“ผมจะเลิกกับลินดา แล้วจะแต่งงานกับหอม”
 “ไอ้โง่!” พิสมัยทุบตีคิงส์ทันที เนียนรีบช่วยห้าม
“อย่าค่ะคุณนาย คุณคิงส์ป่วยอยู่นะคะ”
“แกมันโง่ กรี๊ดดดดดด คนรอบข้างฉันมันบ้าไปหมดหรือไง ทั้งแก ทั้งพ่อแก ทำให้ฉันเหนื่อยใจตลอด ฮึกๆๆ ทำไม…..”
“ผมขอโทษ…..ต่อไปนี้ให้ผมทำตามหัวใจตัวเองเถอะครับ สภาพผมก็แบบนี้แล้ว ขอแค่ครั้งสุดท้าย ผมเชื่อว่าหอมต้องเข้าใจผม”
“ไอ้โง่! ฮึก..ก…ก พิการอย่างแกไม่มีใครเอาแล้ว!”
 ……………………………………………………………..
 Part Hom
 ผมไปรับลูกจากโรงเรียนพอเข้าบ้านได้ไม่นานเจ้าตัวก็บอกว่าได้กลิ่นขนมอร่อยๆ ผมยิ้มแล้วจับแก้มกลมๆ
 “เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วค่อยกินขนมคุณยายนะ”
 “เย่!”
 เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ผมยิ้มรับเมื่อเบอร์นั้นคือ
 “ครับพี่หมอ……..สบายดีครับ……”
หลังจากนั้นก็คุยเรื่องต่างๆไปเรื่อย นานหลายสิบนาทีก็วางเพราะแม่เรียก แต่พอจะเดินเข้าบ้านเด็กส่งหนังสือพิมพ์ก็เอ่ยเรียก
 “พี่ครับๆ หนังสือพิมพ์ฉบับเย็นครับ พอดีวันนี้เหลือเลยให้”
“เด็กคนนี้คือเด็กที่ผมเคยให้ขนมกินบ่อยๆ”
“ขอบใจนะ กลับบ้านดีๆล่ะ”
“ครับ”
 ผมยิ้มแล้วเดินเข้าบ้านแต่ข่าวหน้าหนึ่งทำให้ผมหยุดชะงัก
 ข่าวรั่ว! สองพ่อลูกตระกูลดังเกิดเหตุร้ายพร้อมกัน ลูกชายสุดหล่อต้องพิการ ส่วนผู้เป็นพ่อถูกฆ่าตาย
 เกิดอะไรขึ้น……ผมยืนอึ้งอยู่นาน
 “หอมยืนทำอะไรลูก แม่เรียกนานแล้วนะ”
ผมมือสั่น…คุณพ่อ...



ออฟไลน์ Tastsu

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 70
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
ตอนที่ 22
«ตอบ #102 เมื่อ15-07-2017 14:34:30 »

“คุณคิงส์อย่าเครียดเลยนะคะ พรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้วค่ะ”
“กลับบ้านเหรอ….ถ้าฉันมีความสุขได้ก็ดีสินะ พิการแบบนี้ พ่อก็มาตายจากไป”
“ทำกายภาพบำบัดเดี๋ยวก็หายเเล้วค่ะ คุณหมอบอกว่าคุณคิงส์สามารถหายได้ ส่วนคุณท่าน…ท่านไปสบายแล้วค่ะ..และเราต้องจับฆาตรกรได้แน่นอนค่ะ”
คิงส์พยักหน้า
เนียนเข็นรถเข็นกลับห้อง ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปทั้งสองคนก็ชะงัก
หอมกับหมูหันนั่งอยู่บนโซฟาเยี่ยมไข้
“หะ…หอม”
“ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ…เป็นการส่วนตัว” คำพูดบ่งบอกให้เนียนได้รับรู้ คิงส์เอ่ยบอกเนียนให้ออกไปก่อนส่วนตนก็เข็นวีชแชร์ด้วยตนเองค่อยๆเข้ามาข้างใน
“พี่ดีใจที่หอมมา พี่นึกว่าหอมจะเข้าใจผิดแล้วโกรธพี่แล้วซะอีก….หมูหันมาหาพ่อสิ” คิงส์ทำมือรอกอด แต่หมูหันก็ยังยืนนิ่ง
 หอมมองคนตรงหน้า หนวดเคราหายไปคงเพราะหมอโกนออกให้เลยทำให้หมูหันดูแปลกหน้าไปบ้างแต่สาเหตุจริงๆที่ลูกไม่เข้าไปหาเพราะคำพูดของหอมก่อนที่จะมาเยี่ยม
“ทำไมไม่มาหาพ่อล่ะ”
“พอได้แล้วล่ะ พวกเรามาที่นี่ไม่ได้มาทำอะไรแบบนี้ หมูหันเอานี่ไปคืนเขาซะ”
หมูหันมองคิงส์แล้วค่อยๆเดินไปหาอย่างกลัวๆกล้าๆ แล้วยื่นของบางอย่างให้
คิงส์ยิ้ม สัมผัสมือน้อยหากแต่ต้องนิ่งงันเมื่อวัตถุบางอย่างถูกวางบนมือ
แหวน….คิงส์เงยหน้ามองหมูหันอย่างไม่เข้าใจ
“เอาแหวนนี่มาให้พ่อทำไมฮึ หมูหันอยากได้ไม่ใช่เหรอ”
“ผมไม่เอาแล้วล่ะ”
“ทะ..ทำไมล่ะ อ้อ อยากได้วงใหม่ใช่ไหม ดะ...เดี๋ยวถ้าพ่อหายจะพาไปซื้อนะ เอาแบบที่หมูหันชอบ”
หมูหันส่ายหน้า
“ทำไมล่ะ งั้นไปตอนนี้ก็ได้”
“หมูหันมานี่”
หมูหันเม้มปากแล้วกลับไปหาหอม
“พวกเรามาที่นี่แค่เอาแหวนมาคืน”
“หอม…..”
“เราจบกันแค่นี้ ผมเลิกโง่แล้ว……เพราะโง่มาสองครั้งให้คุณหลอก ต่อไปก็อย่ามายุ่งกับพวกเราอีก”
“ไม่! พี่รักหอม รักหอมจริงๆ  เชื่อพี่เถอะ”
 “เหอะ! คนอย่างคุณมันเลว! ยังจะมาโกหกอะไรอีก! ที่คุณเป็นแบบนี้ก็เพราะคุณทำตัวคุณเอง ผลกรรมมันมาอยู่ที่คุณแล้ว”
“พี่ยอมรับว่าเมื่อก่อนพี่เลว พี่ทิ้งหอมไป แต่ครั้งนี้พี่รักหอมจริงๆ เรากลับมาอยู่ด้วยกัน3คนเถอะนะ”
“เชิญไปหลอกคนอื่นเถอะ!” พูดจบหอมก็จูงมือหมูหันออกไปจากห้อง คิงส์รีบเข็นรถไปห้ามแต่ก็ไม่ทัน เขารีบลุกเพื่อรั้งแต่ล้มลงเพราะลืมว่าตนเองเดินไม่ได้
หอมหันกลับมามอง
“หอม อย่าทิ้งพี่ไป” คิงส์พยายามจะคลานไปหา
“ลาก่อนครับ…..”
“ไม่! หอม!”
ปัง
คิงส์ตะโกนอย่างเจ็บปวด “กลับมาหาพี่! พี่รักหอมจริงๆ! ฮึก… อ๊ากกกกกก”
“คุณคิงส์! เกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมเป็นแบบนี้ มันทำร้ายคุณคิงส์เหรอคะ”
“หอมทิ้งผมไปแล้ว ทั้งๆที่ผมรักหอม…..พาผมไปที ผมจะอธิบายให้หอมฟัง”
“อย่าเลยค่ะ พอเถอะ คนแบบนั้นน่ะ คุณคิงส์อย่าไปคลุกคลีกับพวกชั้นต่ำเลยค่ะ”
“หอมไม่ได้ต่ำ ทั้งป้าเนียนและก็แม่เลิกดูถูกหอมสักที!”
เนียนเงียบทันที แล้วค่อยๆพยุงคนตัวใหญ่ไปที่เตียง โดยที่คิงส์ยังคงพร่ำเพ้อหาคนที่เพิ่งออกไปตลอดเวลา
……..อีกด้าน
พิสมัยยังคงวิ่งวุ่นไปมาระหว่างบ้านกับโรงพยาบาลทั้งยังต้องจัดการเรื่องการตายของสามี ทุกอย่างรุมเร้าทั้งร่างกายและจิตใจ ราศีที่ดูเย่อหยิ่งจึงหายไปแทบหมด
“เป็นเมียภาษาอะไร ไปดูผัวสักวันจะตายหรือไงฮะ”
ลินดาที่กำลังดื่มน้ำส้มค่อยๆวางแก้วอย่างใจเย็น
“ลินดาไม่ค่อยว่างค่ะคุณแม่”
 “ไม่ว่าง เนี่ยเหรอไม่ว่างน่ะ”
“ค่ะ ต้องทำผม ทำเล็บ ทำหน้าด้วยนะคะ วันๆไม่ว่างเลยค่ะ”
“ลินดา! นี่เธอ”
RrrrRR เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดเสียก่อน พิสมัยกรอกสายพูด
“ว่าไงนะ มันมาโรงพยาบาลเหรอ ได้ฉันจะรีบไป” เธอกดวางสาย
“พรุ่งนี้คิงส์จะกลับจากโรงพยาบาล แล้วฉันจะมาจัดการเธอด้วยลินดา!” 
……………………………………..
 
“เห็นไหมฉันบอกแล้วว่ามันไม่เอาแกแล้ว ยังมาหยามหน้าแกถึงนี่ เป็นไงทีนี้ตาสว่างหรือยัง”
 “พอที ผมไม่อยากฟัง ที่หอมเป็นแบบนี้ก็เพราะผม….”
 พิสมัยเม้มปาก  “ปกป้องมันจริงนะ ฉันละเบื่อ! พรุ่งนี้ได้กลับบ้านล่ะ ฉันจะได้โล่งสมองบ้างสักที ”
 คิงส์พ่นลมหายใจ มองแหวนที่ถูกคืนมากับมือ เขาได้แต่นึกถึงใบหน้าของ เมีย และ ลูก  คิดถึงแต่เขาคงไม่มีวันที่จะได้เป็นครอบครัวเดียวกันอีกแล้ว
…..เช้าต่อมา
“นี่แกโทรตามมันแล้วใช่ไหม เวลาป่านนี้แล้วทำไมมันยังไม่มารับอีกฮะ”
“เนียนโทรตามคนขับรถแล้วนะคะแต่ตอนนี้โทรไปไม่รับสายเลยค่ะ”
“นี่จะให้ฉันรอไปถึงไหน ก็รู้นี่ว่าคิงส์จะออกจากโรงพยาลกี่โมง นี่มันเลยมาครึ่งชั่วโมงแล้วนะ กลับไปจะไล่ออก คอยดู!”
“กลับแท็กซี่เลยไหมคะ คุณนาย”
“ฉันไม่เคยขึ้น มันจะปล้นเราหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“ผมว่ากลับแท็กซี่ก็ได้ครับ ผมอยากกลับไวๆ”
พิสมัยมองสภาพบุตรชายที่เอือมระอาเต็มทน แล้วพ่นลมหายใจ
“เอางั้นเหรอ...เนียนแกไปเรียกแท็กซี่ไป”
 “ค่ะคุณนาย”
“ให้ตายเถอะ ชีวิตนี้ฉันต้องขึ้นแท็กซี่จริงๆเหรอเนี่ย ไอ้คนขับรถจะไล่ออกให้หมดเลย ไร้ความรับผิดชอบเสียจริง”
หลังจากขึ้นแท็กซี่ไม่นานตัวรถก็มาถึงประตูรั้วของบ้าน เนียนเดินไปยังรั้วเพื่อบอกให้เปิดประตูหากแต่กลับไม่มีใครสนใจ
“อะไรเนี่ยเปิดประตูช้าจัง” พิสมัยเลื่อนกระจกลง
“คุณนายคะ ไม่มีใครเปิดประตูเลยค่ะ”
“ว่าไงนะ!  เดี๋ยวฉันจะจัดการโล๊ะออกให้หมด!” เธอรีบลงจากรถ
 “นี่! ทำไมไม่เปิดประตูให้พวกฉัน เปิด!” คนรับใช้ที่เฝ้าประตูหรือคนสวนต่างสะดุ้งโหยงหากแต่กลับไม่มีใครมาเปิดประตูรั้วให้
 “นี่พวกแก! อยากโดนไล่ออกนักใช่ไหม!”
 “จะไล่คนของลินดาออก ถามลินดาสักคำหรือยังคะคุณแม่” ลินดาเดินมาพร้อมกับลดาผู้เป็นแม่และคนใช้สองคนที่เดินถือร่มให้ ยืนประจันหน้ารั้วของอีกฟาก
 “เธอพูดอะไรของเธอ รีบๆให้มันเปิดประตูให้พวกฉันเข้าไปเร็วเข้า”
“อุ๊ย คงจะไม่ได้หรอกค่ะคุณแม่ ก็แบบว่าบ้านนี้ไม่รับคนนอกน่ะค่ะ”
“ว่าไงนะ นี่เธอพูดอะไร ใครคนนอก”
“ก็คุณแม่ไงคะ คนนอก”
“ฉัน!? พูดอะไรของเธอ  ลดาลูกเธอพูดอะไรกัน รีบๆสั่งคนให้เปิดประตูให้พวกฉันเข้าไปได้แล้ว”
“เอ่อ พิสมัย คือฉันก็อธิบายเป็นคำพูดไม่เก่งนะ แต่เอากระดาษนี่ไปอธิบายแทนล่ะกัน” พูดพลางยื่นเอกสารบางอย่างให้ พิสมัยหยิบมาอ่าน ก่อนจะเบิกตากว้าง ใบทะเบียนสมรสระหว่างโชคชัยและลินดารวมทั้งใบพินัยกรรมมอบทรัพย์สมบัติให้กับลินดา มีลายเซ็นโชคชัยพร้อม
“นะ..นี่มันอะไร”
“ใบทะเบียนสมรสและใบพินัยกรรมไงจ้ะพิสมัย”
“ทำไม…ทำไม…ลินดาถึง….พวกเธอเล่นบ้าอะไรกัน!”
“ไม่ได้เล่นค่ะคุณแม่ พูดง่ายๆ หนูเป็นเมียคุณพ่ออย่างถูกต้องตามกฎหมาย ก็คุณแม่อยากโง่ไม่จดทะเบียนสมรสทำไมล่ะคะ อ้อส่วนสมบัติทุกชิ้นเป็นของลินดาหมดแล้วนะคะยกเว้น…”พูดพลางโยนเครื่องเพชรและสมบัติส่วนตัวของพิสมัยให้
“มีแต่ของพวกนี้ที่เป็นของคุณแม่….หนูให้ล่ะกันเดี๋ยวจะอดอยากไปขอทานข้างถนน หึ” ยิ้มเยาะแต่ก็แอบเสียดายเพราะสมบัติที่เธอได้นั้นมีแต่ของโชคชัยเท่านั้น ส่วนสมบัติส่วนตัวก็ต้องคืนให้พิสมัยไปไม่อย่างนั้นคงมีเรื่องฟ้องร้องซึ่งเธอยอมคืนให้ดีกว่าปวดหัว
พิสมัยมองกล่องเครื่องเพชรและสมบัติต่างๆของเธอเช่นพวกเสื้อผ้าราคาแพงถูกโยนข้ามรั้ว เธอกัดริมฝีปากแน่น ตาแทบจะถลนด้วยความโกรธ  ฉีกกระดาษที่นำมาอ่านจนเหลือเพียงชิ้นส่วนเล็กๆ
“พวกแกจะบ้าหรือไงอย่ามาหลอกฉัน คุณโชคชัยจะไปจดทะเบียนสมรสกับแกและมอบสมบัติให้พวกแกทำไม!”
“ก็ลินดาเป็นเมียรักนี่คะ”
พิสมัยหยุดชะงักค้างกลางอากาศ คำพูดทุกอย่างถูกส่งเข้ามาในรถ คิงส์ตัวชากับคำพูดต่างๆที่ได้ยินรวมถึงประโยคล่าสุดนี้ด้วย
“กะ..แกพูดอะไร”
“ตลอดมา ลินดากับคุณพ่อ xx กันไงคะ คุณแม่กับพี่คิงส์ก็โง๊โง่ ไม่รู้เลย อ้อ บอกด้วยก็ได้ ตอนลินดาท้องแล้วแท้งไป อาจจะเป็นลูกของคุณพ่อก็ได้นะคะ”
“กรี๊ดดดดดดด ปังๆๆๆๆ แก!!”  พิสมัยกรีดร้องเขย่าประตูจนอยากให้มันพังทลายตรงหน้า ลินดาและผู้เป็นแม่ผงะเล็กน้อย
 “พวกแก! ฉันจะฟ้อง ทุกอย่างมันไม่มีทางเป็นไปได้ ฉันจะฟ้อง!”
“เชิญฟ้องได้เลยค่ะคุณแม่ระหว่างภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายกับอีแก่คนนอกใครกันที่จะได้สมบัติ”
ลดายกยิ้มแล้วเอ่ยต่อลูกสาว “พิสมัยเธอก็ไม่ได้มีทรัพย์สินร่วมกับคุณโชคชัยเลยสักนิดนี่ ก็เกาะเขากินมาตลอด หึ จะฟ้องเอาอะไรได้”
คำพูดที่ทำให้ร่างทั้งร่างสั่นชา ด้วยความโกรธ กรีดร้องดังสุดเสียง
 “พวกแก..พวกแกรวมหัวกันใช่ไหม! ลดาทำไมเธอถึงทำเเบบนี้กับฉัน  ฉันเป็นเพื่อนเธอนะ ทำไม!”
“ขอโทษนะพิสมัย แต่ฉันก็ต้องอยู่รอดเธอก็รู้ว่าฉันก็เสียพนันไปเยอะแค่ไหน”
“แกก็เลยมาหลอกแล้วเอาสมบัติฉันไปใช่ไหม อีเลว!”
“ไปเถอะค่ะคุณแม่ เบื่ออีแก่แถวนี้” พูดจบทั้งสองคนก็เดินจากไปแล้วให้คนรับใช้ที่เธอเพิ่งจ้างมาโยนสมบัติเสื้อผ้าต่างๆของคิงส์และเนียนให้
“กลับมา! ฉันจะฟ้องแก ฉันจะจ้างทนายมาสู้!!”
หยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ไหลออกมาจากดวงตาที่เคยเย่อหยิ่ง หากแต่ตอนนี้กลับไร้แสงสว่าง ร่างท้วมทรุดลงกับพื้นโดยมีเนียนคอยปลอบและร้องไห้ข้างๆ แต่ไม่ยอมแพ้รีบโทรหาทนายประจำตระกูล หากแต่คำตอบที่ได้รับทำให้เธอได้แต่ร้องไห้เพราะพินัยกรรมที่ลินดามีคือลายมือและลายเซ็นของโชคชัยจริงๆ
“แม่! อึก…”คิงส์ที่ได้ยินทุกอย่างก็เสียใจไม่ต่างกันเขากระเสือกกระสนลงมาจากรถ
“คุณคิงส์!” เนียนรีบไปรับ
 “แม่ครับ”
“คิงส์ ฮึก..ก..บอกเเม่ทีว่าไม่จริงใช่ไหม เราไม่ได้เสียทุกอย่างไปใช่ไหม”
 คิงส์เม้มปากจับมือของแม่ไว้แน่นแทนคำพูดเพราะเขาเองคงจะตอบไม่ได้ว่านี่คือเรื่องจริง
 “แม่ไม่อยากจะเชื่อ ฮึก..ก….ว่าเราได้เสียทุกอย่างไปหมดแล้ว ฮือๆๆ แม่เสียใจจริงๆที่รับนังอสรพิษเข้าบ้าน!”
 คิงส์กอดปลอบแม่ มองไปยังเบื้องหน้าเป็นบ้านที่เขาเคยอยู่ แต่ตอนนี้พวกเขาไม่สามารถแม้แต่จะข้ามรั้วนี้ไปได้เลย ทำไมพ่อเขาต้องมอบมรดกให้คนพวกนี้
 “ออกมานะอีพวกสารเลว ออกมาฉันจะแจ้งตำรวจจับ ออกมา! เอาทุกอย่างของฉันคืนมา!!”
………. 3 เดือนต่อมา
 “ผลัดแป้งหรือยัง”
 “ครับผม”
 “กางเกงในล่ะใส่ยัง”
 “ครับผม”
 “งั้นใส่กางเกงกับเสื้อให้แม่ดูหน่อย”
 “ครับผม”
 หมูหันค่อยๆใส่กางเกง แม้เซเอียงจะล้มไปบ้างแต่ก็ใส่ได้ แต่…..
 “หวายยยย ทำไมคับซะแล้วล่ะ"  ผมมองกางเกงที่ติดกระดุมไม่ได้
“หมูหันลูกอ้วนขึ้นอีกแล้วนะ”
“เอ๊ะ” หมูหันขมวดคิ้ว แล้วแขม่วท้อง จ้องมองผมตาเขม็ง
 ผมใช้นิ้วจิ้มหน้าผาก
 “อย่าเจ้าเล่ห์นะ อ้วนก็อ้วนสิ แบบนี้แม่คงต้องไปซื้อกางเกงตัวใหม่ให้ที่ตลาดวันนี้แล้วล่ะ”
 หมูหันมู่ปากแล้วเลิกแขม่วท้องจนเม็ดกระดุมกระเด็นออกจากกางเกง ผมอ้าปาก ส่วนหมูหันปิดหน้า
 “หมูอ้วน!”
 “แม่ได้ยินไปตลาดๆ แล้วหมูอ้วนอะไร” แม่เปิดประตูเข้ามาในห้อง
 “แม่ดูสิครับ หลานชายแม่อ้วนจนติดกระดุมไม่ได้ แถมกระดุมยังกระเด็นจากกางเกงเลยครับ”
 “ฮ่าๆ ก็คนกำลังโตนี่นะ ฟอดดดดด” แม่ก้มลงหอมหมูอ้วน
 “เนอะ เนอะ อ้วนที่ไหน กำลังโตต่างหาก” ตัวอ้วนยังไม่ยอมแพ้
 “ปากดีนักนะเรา”
 “ว่าแต่แม่ได้ยินว่าหอมจะไปตลาดเหรอ”
 “ใช่ครับ ว่าจะไปซื้อกางเกงกับเสื้อให้หมูหันน่ะครับ เพราะใส่ไม่ค่อยได้แล้ว”
 “งั้นแม่ฝากซื้อขนมน้ำหน่อยนะ”  แม่พูดพลางยื่นเงินมาให้ แต่ผมกลับไม่รับ
 “เก็บไว้เถอะครับ ผมมีงานทำแล้วนะครับ”
 งานที่ว่าคืองานที่พี่ไหมพี่สาวของผมแนะนำให้ทำกับเพื่อนของพี่ เป็นงานพิมพ์เอกสารง่ายๆ เงินเดือนตามมาตรฐานรัฐ และมีวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ด้วย
 แม่พยักหน้าเข้าใจ
 ผมกำลังเตรียมตัวจะไปตลาดกับลูก ตลาดไม่ได้ไกลมากแต่ถ้าเดินไปก็ประมาณ 10 นาทีได้
 “เดินก็ระวังรถกันด้วยนะ” แม่พูดแล้วใส่หมวกให้หมูหัน
 “ซื้อของมาฝากยายเยอะๆด้วยล่ะ”
“ครับผม จะซื้อมาฝากคุณตาด้วย”
 แม่ยิ้ม
 ผมเปิดประตูออกไป ทันทีที่มองออกไปนอกรั้ว ผมกับแม่ถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก เขาคนนั้นตอนนี้อยู่หน้าบ้านของผม……

ออฟไลน์ Tastsu

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 70
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
ตอนที่ 23
«ตอบ #103 เมื่อ15-07-2017 14:35:15 »

 “เดินดีๆสิครับหมูหัน” ผมรีบจับมือลูกเพราะเจ้าตัวชอบวิ่งนำก่อน และคนที่นี่ก็พลุกพล่านมาก
“แม่อ่ะ ผมก็อยากเดินแบบปกติบ้าง แม่จูงมือผมแบบนี้ถ้าแมนคุงมาเห็นผมจะเอาหน้าน่ารักไปไว้ที่ไหนล่ะ”
“แมนคุง? ใครเหรอ”
“อ้าว ผมไม่เคยบอกแม่หรอ แมนคุงที่กระโดดเหมือนซุปแมนไง เพื่อนที่โรงเรียน”
“แม่ไม่เห็นรู้เลย”
“งั้นผมคงบอกกับพ่อมั้ง”
ผมมองลูก  หมูหันไม่ได้ใส่ใจอะไรในคำพูดยังคงเดินแล้วมองของทั้งสองข้างทางต่อไปแต่เป็นผมเองที่อดหวั่นไม่ได้ที่เขาพูดถึงพ่อ….
“ไปร้านเสื้อผ้าก่อนนะเดี๋ยวแม่จะพาไปร้านขนม โอเคไหม”
“ครับผม”
ผมพาหมูหันเข้าร้านเสื้อผ้าราคาถูก แต่น่ารักเหมาะกับวัย
“อยากได้ตัวไหน”
“ตัวที่ใส่แล้วน่ารักจิ”
“อ่า งั้นคงไม่มี”
 “แม่อ่า….”
คนขายหัวเราะกับความน่ารักของเจ้าหมูอ้วน ผมซื้อไปหลายตัวพอสมควร คนขายก็น่ารักลดราคาให้ด้วย
พอออกจากร้านเสื้อผ้าก็ไปซื้อขนมที่หมูหันชอบเจ้าตัวก็เลือกอย่างมีความสุข หมูหันชอบกินเค้กมาก เพราะกินของแบบนี้เลยอ้วนแบบนี้ไง
 “ซื้อไปฝากคุณตา กับ คุณยาย ด้วยนะ” หมูหัน หันมาสั่งผมที่กำลังตักเค้กใส่กล่อง
 “จะกินคนเดียวล่ะสิ”
 “เปล่านะ”
 “เจ้าเล่ห์ อย่าคิดว่าแม่ไม่รู้นะ คุณตากับคุณยายไม่ชอบกินเค้กสักหน่อย”
 หมูหันมู่ปาก ประมาณว่ารู้ทันแต่ผมก็ซื้อไปเยอะพอควร
 พอออกจากร้านขนมเค้ก พวกผมก็เดินไปยังร้านขนมไทยที่แม่ฝากซื้อ แต่แปลกร้านประจำกลับหยุดซะงั้น พวกเราเลยต้องเดินเข้าลึกๆไปอีก จนมาเจอร้านขนมร้านใหม่ที่ผมเพิ่งเคยเห็นครั้งแรก
 “เอาลอดช่องและซาหริ่มอย่างละถุงครับ”
 “ได้จ้ะ”
 ผมเงยหน้ามอง ก่อนจะเบิกตากว้างคนขายเองพอเห็นผมก็ถึงกับผงะ  ปล่อยทัพพีตักขนมหล่นพื้นเสียงดัง
 ทำไมคนรับใช้คุณนายถึงมาขายขนมที่นี่!
 ในขณะที่ผมกำลังสงสัย ร่างของใครบางคนที่นั่งอยู่บนรถเข็นก็เคลื่อนมา
 “มีอะไรเหรอเนีย…” พี่คิงส์เบิกตากว้างเมื่อเห็นผม แต่คงไม่เห็นหมูหันเพราะโต๊ะที่ตั้งหม้อขนมอยู่สูงกว่า และพี่คิงส์นั่งแบบนี้คงไม่อาจเห็นได้ แต่ที่ผมตกใจคือทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้!
 “หอม” พี่คิงส์ยิ้มกว้างแล้วเคลื่อนรถเข็นมาใกล้ๆโต๊ะที่วางหม้อแต่เพราะติดข้างหน้าจึงไม่อาจมาหาผมได้
 “พี่ดีใจที่เจอหอม”
 “ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่”
พี่คิงส์หน้าเสียก่อนจะฝืนยิ้ม “เกิดเรื่องมากมายน่ะ พวกเราเลยมาเช่าห้องอยู่แถวๆตลาดนี่”
 “ว่าไงนะ” เกิดเรื่องอะไรกันทำไมถึงต้องขนาดมาอยู่แบบนี้
 “หอมอยากกินอะไรกินเลยนะ พี่ไม่คิดเงิน ฝีมือเนียนอร่อยมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว พวกเราช่วยกันทำตั้งเเต่เช้ามืดเลย”
 “แม่คุยกับใครหรอครับ” หมูหันเงยหน้าถาม
 “นั่นเสียงหมูหันหรือเปล่า” พี่คิงส์ เลิ่กลั่กอยากลุกมอง
 “หมูหันไปเถอะลูก” ผมจะจูงหมูหันไปที่อื่น
 “หอม!” พี่คิงส์จะมาหาผมแต่มาไม่ได้เพราะติดหน้าร้านและร้านข้างๆต้องเดินมาหาเท่านั้น
 “หอม! อย่าเพิ่งไป ฟังพี่ก่อน”
 ผมพ่นลมหายใจแล้วหันไปตามคำขอ พี่คิงส์ยิ้ม
 “เลิกทำเหมือนผมโง่สักทีเถอะ”
 “ไม่ใช่ พี่รัก….”
 “พอเถอะ เบื่อ….ต่อให้คุณจะบอกรักผมกี่ครั้ง หัวใจผมมันด้านแล้ว”
 “พี่…..พี่จะเล่าทุกอย่างให้ฟัง ฟังพี่อธิบายได้ไหม เรื่องทั้งหมด…..”
 “แก…”
 ผมหันไปมองเสียงคนมาใหม่
 “คุณนาย…”
 คุณนายพอเห็นผมถึงกับเบิกตากว้าง ปิดใบหน้าตัวเอง
 “ยะ..อย่ามองฉันนะ ไปให้พ้น!”
 “แม่ครับ”
“คุณนายคะ”
คุณนายปิดหน้าตัวเองแต่ยังเดินมาหาผม   “ไปให้พ้น ไป! จะสมเพชฉันล่ะสิ แกน่ะ!” คุณนายมองเลิ่กลั่กก่อนจะคว้าหม้อขนม
“อย่านะคะคุณนาย”
“แม่ จะทำอะไรน่ะ เราต้องเอาไว้ขายนะครับ”
 หมับ
 ผมจับข้อมือคุณนายให้หยุด
 “แกจะทำอะไร”
 “หยุดได้แล้วนะครับ! ผมไม่รู้หรอกนะว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับพวกคุณ แต่การที่คุณทำแบบนี้มันยิ่งทำให้คุณตกต่ำกว่าเดิม!”
 คุณนายเบิกตากว้าง ตัวสั่น
 “นี่แก นี่แก ดูถูกฉันเหรอฮะ ฉันไม่ได้ตกต่ำ!  ฉันคือคุณนายพิสมัย!”
 “พอทีเถอะครับเพราะตอนนี้คุณก็คือคนทั่วไปไม่ได้สูงศักดิ์เลิกยกตนข่มท่านสักทีเพราะมันทำให้ผมมองคุณสมเพชมากขึ้น”
 “แก กรี๊ดดดด”
 โครมมมม
 คุณนายโกรธมากปัดหม้อขนมทั้งหมดด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด ท่ามกลางเสียงร้องห้ามของพี่คิงส์ และ เนียน  คนรอบข้างมุงดูเหตุการณ์ บางคนก็ถ่ายรูป อัดคลิปไว้
 “พอเถอะครับแม่ พอได้แล้ว…” พี่คิงส์ยกมือซบกับหน้า
 “ฮึก..ก..คุณนายคะ พอเถอะค่ะ”
 “แก! ฮือๆๆ ฉันไม่ได้ตกต่ำ ฉันยังเป็นคุณนาย รวยล้นฟ้า ฮึกๆๆ ฉันเป็นถึงคุณนาย!”
ขนมหกกระจายไปทั่วบริเวณ ร้านขนมเล็กๆร้านหนึ่งตอนนี้เหลือเพียงหม้อที่ว่างเปล่าหล่นเกลื่อนกลาด คุณนายทรุดลงกับพื้นแล้วร้องไห้โฮ  เนียนรีบมาพยุงแต่กลับถูกสลัดออก
 “ฉันไม่ได้ตกต่ำ  ฮือๆ ฉันคือคุณนายพิสมัย ฮือๆ”
 “คุณนายคะ”
 ผมมองทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างใจหาย
 “แม่ครับ” หมูหันเริ่มเบะปาก
 “หมูหัน!” พี่คิงส์เรียกเพราะคงเห็นหมูหันแล้ว
 หมูหันมองพี่คิงส์ก่อนจะไปแอบข้างหลังผม พี่คิงส์มองการกระทำของหมูหันใบหน้าบ่งบอกว่าผิดหวังอย่างมาก
 “มาหาพ่อเถอะนะ เราจะไปเที่ยวทะเล ก่อกองทราย เล่นเป็นเต่า กันอีก เหมือนที่ลูกชอบ” หมูหันเกาะขาผมแน่นไม่ยอมออกไปหา
 “หอม….เรามาอยู่ด้วยกันเถอะนะ พี่สัญญาว่าพี่จะเลี้ยงดูหอมกับหมูหันให้สบาย เชื่อพี่นะ”
 “หอม โทษทีนะพี่หาที่จอดรถนานไปหน่อย” คนมาใหม่ทำให้พี่คิงส์หยุดนิ่ง
 หมูหันรีบเข้าไปหาพี่หมอ พี่หมอก็เอาใจด้วยการอุ้มทันที
 “เกิดอะไรขึ้นเหรอหอม” พี่หมอมองเหตุการณ์อย่างงงๆ
 “ไม่มีอะไรหรอกครับ เราไปที่อื่นเถอะครับ"
 “อะ…อืม”
 พี่คิงส์ไม่ได้รั้งผมไว้คงเพราะพี่เขาคงรู้ตัวดีว่าไม่ควรจะเอ่ยเรียกผม ผมเม้มปากอยากจะหันกลับไปมองแต่ก็รีบเดินเพื่อให้ออกห่างจากที่นี่ให้ได้เร็วที่สุด
 หลังจากเดินตลาดเสร็จ ก็กลับบ้านหิ้วของเต็มสองมือโดยมีพี่หมอช่วยถือ  จะถามว่าพี่หมอมาได้ยังไง ผมเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันเพราะเมื่อเช้าทันทีที่เปิดประตูบ้านมองไปยังนอกรั้วก็เห็นพี่หมอยืนฉีกยิ้มให้แล้ว ถามก็บอกว่าดูงานไวกว่าที่คิดเลยได้กลับไว
“ตกใจหมดเลย มาไม่บอกไม่กล่าวกันเลยนะ” แม่พูดพลางจัดผลไม้ ขนมให้ทาน
 “อยากเซอร์ไพซ์น่ะครับ  ว่าแต่หมูหันอ้วนขึ้นหรือเปล่า” พี่หมอจิ้มพุงย้วย
 หมูหันส่ายหัวแล้วนั่งนิ่ง
 “ไม่กินขนมเค้กเหรอลูก”
 หมูหันยังส่ายหน้าต่อ แล้วเดินขึ้นไปชั้นสองเพื่อกลับห้อง
 “เป็นอะไรเหรอหอม หมูหันไปเจออะไรมาเหรอถึงซึมแบบนี้” แม่ถาม
 ผมได้แค่ยิ้ม ไม่ได้ตอบอะไรไป
 “พี่หมอ วันนี้ทานข้าวด้วยกันนะครับ ไม่ได้ทานด้วยกันนานแล้ว”
 “ได้สิ รบกวนด้วยนะ”
 “เดี๋ยวแม่จะไปดูหมูหันหน่อยนะ ตามสบายนะจ้ะคุณหมอ”
 หลังจากแม่ไปก็เหลือแค่เราสองคน
 “ไม่เจอกันนานหอมซูบลงไปเยอะนะ”
 “ก็ครับ…เกิดเรื่องหลายเรื่องเลย…แต่ตอนนี้ผมฟื้นตัวแล้วครับ”
พี่หมอพยักหน้าแล้วพูดต่อเสียงเครียด “เดือนหน้าพี่นัดคิวกับหมอที่นั่นไว้แล้วว่าจะพาหอมไปรักษา”
 พี่หมอจับมือผมไว้ “แล้วหอมจะต้องหาย……”
 ผมพยักหน้า ใจจริงผมไม่อยากรักษาเพราะถ้าเกิดว่าผมไม่หายแล้วตายที่นั่น ผมคงจะเสียใจเพราะเวลาที่ควรจะอยู่กับครอบครัวผมกลับมาใช้เวลานั้นมานอนบนเตียงแทน……
หลังจากทานข้าวพี่หมอก็ขอตัวกลับ ส่วนผมกับแม่นั่งคุยกัน
 “เวรกรรมจริงๆ เฮ้อ……” แม่ถอนหายใจเมื่อผมเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง แม่ไม่ได้ซ้ำเติมแต่กลับสงสารด้วยซ้ำ
“มิน่า คุณนายนั่นถึงไม่ได้มาซื้อบ้าน เป็นแบบนี้นี่เอง จะมาซื้อบ้านเราแต่บ้านตัวเองตอนนี้กลับไม่มีอยู่ เวรกรรมจริงๆ”
“แต่ที่แปลกคือพวกเขากลับมาอาศัยอยู่แถวๆนี้”
“หรือเพราะคิงส์เขาอยากมาอยู่ใกล้ๆหอมล่ะลูก”
 “........เพราะที่นี่ค่าเช่ามันถูกกว่าที่อื่นมากกว่ามั้งครับ”
 แม่ถอนหายใจแล้วลุกไปดูหมูหันที่นอนหลับบนเตียงนอน
 “เพราะแบบนี้หรือเปล่าหมูหันถึงดูซึมๆไป คงเพราะเจอพ่อมาล่ะสิ” แม่ลูบผมที่ชื้นเหงื่อ
 “หอม…หมูหันยังเด็กนะลูก เขาเคยได้รับความอบอุ่นจากพ่อ เขาเคยฝังใจว่ามีพ่อ ลูกจะไปห้ามไม่ให้เด็กไปคุย ไปกอด หรือแสดงว่ารัก มันห้ามไม่ได้นะลูก”
“ผมเข้าใจครับว่าหมูหันรักพี่คิงส์ แต่ผมต้องห้ามตอนนี้เพราะผมไม่อยากให้เขาเกิดผูกพันมากกว่านี้นะครับ”
 แม่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
 “แล้วเรื่องไปรักษาที่คุณหมอเขาคุยตอนทานข้าวล่ะ ลูกตัดสินใจยังไง”
 “ผม….ไม่อยากไปครับ….ถ้าผมไม่ไปแม่จะโกรธผมไหม”
 “โกรธสิ ลูกรู้ไหมบางคนเขาไม่มีแม้โอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ แต่ลูกยังมีโอกาสนั้นทำไมลูกถึงไม่คว้ามันไว้ล่ะ  แม่ทนเห็นลูกต้องมาจากไป ไม่ได้หรอกรู้ไหม”
 “ครับ….ผมจะรักษา”
 แม่ยิ้มแล้วกอดผม
 ……………………………………………………………………..
 เนียนนั่งนับเงินที่ได้จากการขายขนมแล้วได้แต่ปลงตก ขาดทุน…….ที่จริงขนมขายได้พอควรอาจหมดได้ภายในครึ่งวัน หากแต่เกิดเหตุการณ์นั้นก่อนจึงทำให้ขาดทุนแบบนี้
 “ขาดทุนมากไหมเนียน”
 “เอ่อ…เยอะเลยค่ะคุณคิงส์ แบบนี้ทุนที่จะทำขนมขายจะยิ่งน้อยลงด้วยค่ะ”
 “ช่างมันสิ ไม่ขายก็ไม่อดตายหรอก คนอย่างฉันไม่ตายง่ายๆหรอกนะ” พิสมัยยังไม่ยอมแพ้เชิดหน้าต่อ หากแต่แก้วในมือที่มีน้ำสีใสทำให้คิงส์รีบเข็นรถไปหาผู้เป็นแม่แล้วแย่งจากมือ
 “แม่เริ่มเมาเเล้วนะครับ พอเถอะ”
 “เอามาฉันจะดื่ม ไอ้ของราคาถูกเเบบนี้ไม่ทำให้ฉันเมาหรอกนะ”
 “พอเถอะครับ….”
 “เอาคืนมา! ฉันจะดื่มแกจะเอาไปไหน”
 “ยิ่งแม่ดื่ม แม่ก็จะควบคุมตัวเองไม่ได้ แล้วเงินที่เอาไปซื้อเหล้าเนี่ย เอามาเป็นทุนขายขนมได้นะแม่”
“ฉันไม่ขาย! จะขายทำไม ฉันรวยอยู่แล้ว”
“ใช่! แต่มันเป็นเมื่อก่อน แม่ยอมรับความจริงได้แล้ว”
“ไม่มีทาง!”
“ไม่มีทางงั้นเหรอ..นั่นสิถ้าแม่ไม่ใช้เงินอย่างเบี้ยเราคงไม่ต้องมีชีวิตแบบนี้” คิงส์นึกถึงทรัพย์สมบัติส่วนตัวที่นำไปเปลี่ยนเป็นเงินครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนหน้าที่จะมาใช้ชีวิตที่นี่เขามีเงินมากพอที่จะเช่าคอนโดหรูได้สบาย ยังพอมีกินได้อีกนานแต่แม่ของเขากลับใช้ชีวิตไม่ต่างจากเมื่อก่อน ใช้เงินจนหมดเสื้อผ้ายังเอาไปขาย จนสุดท้ายชีวิตก็ต้องกลายมาเป็นอย่างนี้
“แกโทษฉันเหรอ!”
“ใช่ ฮึก..ก..แล้วขนมนี่ เพราะเเม่ไม่ใช่หรือไงที่ทำให้เราขาดทุนแบบนี้”
 “โทษเมียแกสิเพราะมันยั่วโมโหฉันไง แล้วเห็นผัวใหม่มันไหม ท่าทางจะรวยเสียด้วย แกดูสารรูปตัวเองซะบ้าง!”
 คิงส์ถึงกับสะอึก กำหมัดแน่น ใช่เขาแพ้! แต่ถึงเขาจะรวยก็แพ้อยู่ดีเพราะหอมคงไม่เลือกเขาอีกแล้ว……..
 ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น เนียนรีบเปิดออก
 ปรากฎหญิงร่างท้วมเห็นก็พอเดาได้ว่ามีฐานะพอสมควร
 “มีอะไรเหรอคะ”
 “ค่าเช่า” พูดพลางยื่นมือรอรับ
 เนียนอึกอัก หันไปมองเจ้านายทั้งสองก่อนจะหันมาตอบ
 “คือ…..ยังขายของไม่ได้เลยค่ะ ขอผลัดเป็นอีก1อาทิตย์ได้ไหมคะ”
 “อะไรนะ! ไม่มีจ่ายเหรอ นี่มาเช่าฉันแค่เดือนเดียวก็คิดจะเบี้ยวค่าห้องฉันแล้วเหรอ”
 “เปล่านะคะ คือตอนนี้ไม่มีเงินเลยจริงๆค่ะ”
 “ ไม่มีเงิน? โอยตายล่ะ นี่รู้ไหมค่าเช่าฉันน่ะถูกที่สุดแล้ว แล้วคนที่เช่าก็เป็นคนหาเช้ากินค่ำเหมือนพวกเธอทั้งนั้นแต่เขาก็ยังมีเงินจ่ายฉันทุกเดือน แต่พวกเธอเพิ่งมาเช่าแค่เดือนเดียวกลับคิดจะไม่จ่ายฉันแล้วเหรอ”
 “เปล่านะคะ ขอแค่อาทิตย์เดียวจริงๆค่ะ มีจ่ายแน่นอน”
 “อะไรนักหนา!” พิสมัยเดินมาประจันหน้าแทนเนียน
 “สายันต์สวัสจ้ะ คุณนายตกอับ ครั้งที่แล้วเพิ่งมาเจรจาจะซื้อที่แถวๆนี้ทำไมตอนนี้กลับไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าฉันล่ะ ตกอับเหลือเกินนะ หึ”
 “แก! ฉันไม่ได้ตกอับ! อย่างแกน่ะอย่าคิดว่าจะมารวยสู้ฉันได้นะก็แค่พวกเก็บค่าเช่ากระจอกๆ! ริทำตัวเป็นคุณนายไฮโซ”
“อีคุณนายตกอับ ยังจะมาด่าฉันได้อีกเหรอดูสารรูปตัวเองบ้าง ตอนนี้แกน่ะไม่ต่างอะไรกับแม่ค้าตลาดรู้ไว้ด้วย!”
 “แก!” พิสมัยจะปรี่เข้าไปตบแต่เนียนกันไว้
 “อย่านะคะคุณนาย “
 “แกจะห้ามฉันทำไมเนียน ปล่อย ฉันจะตบมัน!”
 “แม่หยุดเถอะ!”
 “พวกแกวันนี้ถ้าไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าฉัน พรุ่งนี้เชิญออกไปได้เลยนี่ฉันสงสารแค่ไหนแล้วที่ให้ซุกหัวนอนได้คืนนี้! คนอย่างแกถ้าไม่เลิกหยิ่งในศักดิ์ศรีคงตายข้างถนนแหละย่ะ!” ประโยคสุดท้ายหันมาสาดน้ำลายใส่คุณนายตกอับ พูดจบก็เดินเชิดจากไป
 “แก!” พิสมัยจะไปหยิบขวดเหล้ามาปาแต่เนียนก็ห้ามไว้อีก
 “พอเถอะค่ะ คุณนาย”
 “แกจะมาห้ามฉันทำไม!” เธอผลักคนรับใช้ข้างกายจนล้ม
 “แม่! ทำไมแม่ต้องทำให้ทุกอย่างมันเลวร้ายลงด้วย แม่ก็รู้ว่าตอนนี้เราไม่เหลืออะไรแล้ว ทำไม ทำไมแม่ถึงไม่ยอมรับความจริงแล้วใช้ชีวิตตามที่เป็นอยู่”
 “เหอะ!” พิสมัยค่อยๆทรุดนั่งลงพื้น “ฮึก..ก..ฉันไม่ยอมใช้ชีวิตแบบนี้!”
 “คุณนายคะ…..อย่าร้องไห้เลยนะคะ เนียนจะทำทุกอย่างให้คุณนายกับคุณคิงส์สบายนะคะ”
 “เนียน..แกนี่มันโง่จริงๆ ทำไมไม่ทิ้งพวกฉันแล้วไปอยู่บ้านหลังนั้นเหมือนคนอื่นๆล่ะ มารับใช้คนอย่างฉันอีกทำไม”
 “ไม่ค่ะ เนียนไม่ทิ้ง คุณนายมีพระคุณต่อเนียนมาก เนียนก็เอ็นดูและรักคุณคิงส์มากเช่นกัน เนียนไม่ไปไหนหรอกค่ะ”
 “หึ แกนี่มัน ฮ่าๆๆ โง่จริงๆ ฮึก..ก…ก..“
คิงส์ได้แต่หลับตา เขาไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลยจริงๆ ทั้งที่เขาควรจะเป็นกำลังสำคัญแท้ๆแต่เขากลับเป็นแค่ตัวถ่วง เขาจิกขาตัวเองที่ยังพอรู้สึกเจ็บบ้างแต่น้อยเหลือเกิน………………..
 ………………………………………………………….
 “เก็บไปอย่าให้เหลือเลยนะ เสนียดมันติดห้องของฉัน”
 "ฉันก็ไม่อยากอยู่ที่แบบนี้หรอกย่ะ! คอยดูนะฉันจะไปประกาศที่อื่นว่าห้องของแกมันโสโครกแค่ไหน”
 “หนอย อีคุณนายตกอับ!”
 “แม่ไปเถอะครับ”
พิสมัยฮึดฮัดแต่ก็ยอมไปโดยดี ของมีเพียงกระเป๋าใส่เสื้อผ้ามือสองเท่านั้น ส่วนอุปกรณ์ทำขนมก็เช่าเขามาทั้งนั้น ตอนนี้ทั้งตัวมีแค่เงินไม่กี่ร้อย มีกระเป๋าเสื้อผ้าและคนสามคนที่ไปตามทางอย่างไร้จุดหมาย
 “ไม่ต้องห่วงนะคะ เนียนจะหาห้องเช่าให้ได้วันนี้แหละค่ะ” เนียนให้ทั้งสองคนรอตรงร้านอาหารริมทาง ส่วนตัวเองก็รีบไปหาห้องเช่า
 “สั่งอะไรคะ” เด็กที่ร้านเตรียมจดออเดอร์
คุณนายไม่สนใจในคำพูด
 “แม่ครับกินอะไรหน่อยเถอะ แม่ไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”
 คุณนายยังนิ่ง คิงส์มองออเดอร์ในมือแล้วคลำเงินในกระเป๋า ก่อนจะตัดสินใจสั่งอาหาร
 “ขอข้าวผัดไข่1จานครับ”
 เด็กจดทำหน้างงเพราะสั่งแค่จานเดียว แต่ก็ไม่ได้ค้านอะไร
 “ได้ค่ะ”
 “แล้วคิงส์ไม่กินเหรอ”
 “เอ่อ ผมไม่หิวน่ะครับ ตอนเช้าๆกินข้าวไม่ค่อยลง แม่กินเถอะครับ”
 “ฉันไม่กินหรอก”
 “แม่กินเถอะครับ เผื่อเราต้องหาห้องอีกนาน ผมอุตส่าห์สั่งแล้ว”
 คุณนายไม่ได้ตอบอะไรแต่พอข้าวมาเสิร์ฟก็นั่งกินโดยดี แม้จะไม่ยินดีก็ตาม
 หลังจากนั้นสักพักเนียนก็กลับมาพร้อมกับท่าทางผิดหวัง
 “เป็นไงบ้างเนียน” คิงส์เอ่ยถาม
 “หาไม่ได้เลยค่ะ ที่หาได้เราก็ไม่มีเงินจ่ายค่ามัดจำ”
 ทั้งสามคนนิ่งงัน
 “แล้ววันนี้เราจะนอนไหนล่ะ” คุณนายเอ่ยถามอย่างหมดอาลัยตายอยาก
 คิงส์หลบสายตา เม้มปากแน่น เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะไปไหนเหมือนกัน
 “นี่พวกคุณ ลูกค้าคนอื่นฉันมาแล้วค่า มายืนมานั่งบังหน้าร้านนานแล้วนะคะ” เจ้าของร้านปากจัดเท้าเอวว่า
 คุณนายจะหันกลับไปสวนแต่ก็สงบปากเพราะเริ่มรู้บทเรียนบ้างแล้ว
“ไปเถอะค่ะ คุณนาย คุณคิงส์” เนียนรีบพาคิงส์และพยุงคุณนายไปตามทางเรื่อยๆ  อากาศเริ่มร้อนทั้งสามคนมาหยุดตรงฟุตปาธแล้วนั่งพัก
 “เดี๋ยวเนียนซื้อน้ำมาให้ดื่มนะคะ ทั้งสองคนรอตรงนี้นะคะ”
 “แม่ไหวไหมครับ”
 คุณนายพยักหน้าอย่างอ่อนแรง
 เคร้ง
 เสียงบางอย่างดังตรงหน้าของคนทั้งสอง คิงส์มองบนพื้นที่มีเศษเหรียญวางอยู่แล้วมองอย่างงงๆ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจเพราะอาจจะมีคนทำตกไว้แต่เขาก็ไม่พลาดโอกาสที่จะขอเก็บเศษเหรียญไว้เอง
 เคร้ง
 เคร้ง
 เศษเหรียญเริ่มกองตรงหน้าพวกเขามากขึ้น คิงส์ที่ไม่มีที่เก็บก็กองไว้ตรงหน้าและนั่นทำให้คนหลายคนที่เดินผ่านไปมาให้เงินเพิ่มมากขึ้น
 “ทำไมเขาเอาเงินมากองไว้ล่ะ” คุณนายเอ่ยอย่างสงสัย
 คิงส์ขมวดคิ้วมองกองเศษเหรียญตรงหน้า ก่อนที่คำตอบจะทำให้เขาจุกจนพูดไม่ออก...เขาพอรู้เเล้วว่าทำไม…..
 “เเปลกนะ จะเงินตกก็ไม่ใช่ ทำไมคนพวกนั้นถึงให้เงินเรา”
 “แม่ครับ…” คิงส์รู้สึกจุกในคอไม่กล้าจะพูดความจริง คุณนายมองคนเดินผ่านไปมาแล้วให้เงินพวกเขาอีก ก่อนจะเริ่มรับรู้ความจริงที่ทำให้ศักดิ์ศรีของตัวเองพังทลาย
 “เราเหมือนขอทานเหรอคิงส์" คุณนายพูดอย่างเลื่อนลอย
 "เราเป็นขอทานเหรอ ตอนนี้เราคือขอทานใช่ไหม!”
 “เเม่ครับ ไม่ใช่เราไม่ใช่”
“ดูสิใครๆก็ให้เงินเรา! เราเป็นขอทานไปแล้ว หะๆๆฮ่าๆๆ” คุณนายหัวเราะลั่นทั้งน้ำตา คิงส์อยากจะลุกไปปลอบแต่ก็ทำไม่ได้
 “แม่ครับ ใจเย็นๆ  เราไม่ใช่ขอทาน เราแค่มานั่งพักเฉยๆ”
 “แล้วพวกมันให้เงินเราทำไม พวกมันคิดว่าเราเป็นอะไร….ไม่! ไม่เอาแล้ว ฉันไม่เอาแล้ว ทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย! พอที!”
 “แม่..ฮึก..ก..”คิงส์ได้แต่มองสภาพแม่แล้วร้องไห้เท่านั้น ไม่มีแรงแม้แต่จะลุกไปปลอบด้วยซ้ำ
 ……………………….
 “เอากี่ไม้หมูหัน”
 “สามครับคุณยาย”
 “พอเหรอ”
 “อือ งั้นสิบครับ แหะ”
 มะลิยิ้มกริ่มแต่ก็ตามใจหลานเพราะนานๆจะมารับหลานตอนกลับจากโรงเรียนเพราะส่วนมากคุณครูจะมาส่ง แต่วันนี้ติดภารกิจเลยมาส่งให้ไม่ได้
มะลิรับเงินทอนจากแม่ค้า แล้วยื่นเงินทอนให้หลาน
 “หมูหันเดี๋ยวหนูนำเงินนี่ไปให้คนกลุ่มนั้นนะ ใส่ลงไปในขันนะจ้ะ”
 หมูหันมองเศษเงินในมือแล้วพยักหน้ารับ แล้วเดินดุ่ยๆไปยังกลุ่มคนที่นั่งริมทาง แต่ตรงหน้ากลับไม่มีขันอย่างที่บอกเลย
 “ขันล่ะครับ”
 หมูหันเอ่ยถามกับคนที่นั่งเหม่อลอยบนรถเข็นส่วนอีกสองคนก็นั่งคอตกอยู่ข้างๆ
 คนนั่งรถเข็นที่ตอนนี้หนวดเครารุงรังค่อยๆหันหน้ามองตามเสียงที่คุ้นเคย ก่อนจะเบิกตากว้าง
 “คุณตา ขันอยู่ไหนล่ะครับ ผมจะให้เงินนะ”
“มะ…หมูหัน….หมูหัน!”
 หมับ! คิงส์คว้ากอดลูกไว้
 “คุณตาจะทำอะไรน่ะ”
 คุณนายและเนียนที่นั่งคอตกเงยหน้ามอง ก่อนทั้งสองคนจะเบิกตากว้างไม่ต่างกัน  มะลิรีบมาดูหลานแล้วแย่งออกจากอ้อมกอดคนแปลกหน้า แต่พอเห็นอีกสองคนที่นั่งอยู่ เธอก็ถึงกับอึ้ง
 “ทำไมพวกคุณมาอยู่ตรงนี้”สายตาเหลือบมองผู้ชายหนวดเครารุงรัง
 “นี่อย่าบอกนะว่านี่คือ คิงส์…..”
 “พะ..พ่อ” หมูหันมองใบหน้าที่แทบจะจำไม่ได้ แล้วเอ่ยเรียก
 คิงส์น้ำตาอาบแก้มเมื่อได้ยินคำเรียก
 “มาหาพ่อสิหมูหัน”
 หมูหันสายหน้า
 “ทะ…ทำไมล่ะ ทำไมไม่มาหาพ่อ”
 “แม่ไม่ให้ทำ”
 คิงส์หยุดชะงักแล้วพยักหน้าทั้งน้ำตา
 “อย่ามองฉันนะ ไปให้พ้น” พิสมัยรีบลุกไปเเอบข้างหลังลูก
 มะลิมองสภาพทั้งสามคนอย่างเวทนาเพราะสภาพไม่ต่างจากขอทานทั่วไป เสื้อผ้ามอมแมม ผมเพร่ากระเซิง หนวดเครารุงรัง แลไม่น่าคบหา หากแต่จิตใจที่เวทนาทำให้เธอเอ่ยคำนี้ออกไป
 “พวกคุณไปพักบ้านฉันก่อนเถอะนะ ฉันจะดูแลพวกคุณเอง”
 

ออฟไลน์ Tastsu

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 70
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
ตอนที่ 24
«ตอบ #104 เมื่อ15-07-2017 14:35:56 »

“อย่ามายุ่งกับฉัน ฉันไม่ไป แกไปให้พ้น!” อดีตคุณนายยังคงหยิ่งในศักดิ์ศรี เธอต่อว่าพร้อมกับกุมหัวด้วยความอายแล้วยังคงแอบอยู่ด้านหลังบุตรชาย
มะลิถอนหายใจ มองสภาพทั้งสามคนอย่างเวทนา
 “เกิดอะไรขึ้นหรือคิงส์ทำไม….เอ่อ....”
 “……..อาทิตย์ที่แล้วพวกผมไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้องน่ะครับ เลยถูกไล่ออกมา……..”
 “ตายจริง……..แล้วตอนนี้อาศัยกันที่ไหนล่ะ”
 คิงส์หลบสายตา  “ไม่มีหลักแหล่งน่ะครับ”
 มะลิยิ่งตกใจไปอีก ทำไมถึงได้เกิดเรื่องแบบนี้ได้ ……
“ไปอยู่กับฉันก่อนไหม”
 คิงส์ส่ายหน้า “ขอบคุณมากนะครับ แต่ผมคงไม่มีหน้าจะไป…….แค่ผมได้เห็นลูกตอนนี้ผมก็ดีใจมากแล้วครับ”
“งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นฉันคงช่วยได้แค่นี้นะ” พูดพลางยื่นเงินแบงค์สีม่วงให้
 “ตอนนี้ฉันมีแค่นี้เธอรับไว้เถอะนะ” คิงส์มองเงินในมือ น้ำตาคลอเขาพยักหน้าแล้วไหว้ขอบคุณ
 “ขอบคุณมากนะครับ คุณ….คุณน้าดีกับผมมากทั้งๆที่ผมทอดทิ้งทั้งหอมและหมูหัน….”
 “ใช่ว่าฉันหายโกรธนะ แต่เธอก็เป็นถึงพ่อของหมูหัน ฉันไม่อยากให้หลานต้องเศร้า” พูดพลางลูบหัวตัวอ้วน
 “หมูหันกอดพ่อเขาหน่อยเถอะลูก”
 “แต่แม่….”
 “ยายไม่บอกแม่หรอกจ้ะ”
 หมูหันมองคิงส์ยังคงลังเลที่จะเข้าหา หากแต่คิงส์มองสภาพตัวเองแล้วเอ่ยเสียงสั่น
“ไม่ต้องมากอดพ่อหรอก พ่อตัวเปื้อนน่ะ เดี๋ยวหนูจะเปื้อนด้วย”
 หมูหันมองพ่อที่ยิ้มแต่แฝงไปด้วยความเศร้าก่อนจะพุ่งเข้ากอดเต็มแรง
 คิงส์อึ้ง มือทั้งสองข้างค้างกลางอากาศก่อนจะโอบรัดแน่น “พ่อคิดถึงลูกมากนะ” พูดพลางหอมแก้มแล้วกอดแน่นราวกับว่าร่างอ้วนๆนั้นจะหายไป
 หมูหันซุกเข้ากับเอว  “ผมคิดถึงพ่อมากเลยล่ะ ฮึก..ก…ก…อยากก่อกองทราย อยากเล่นเต่า”
 มะลิมองสองพ่อลูกกอดกันร้องไห้ตัวเองก็อดที่จะน้ำตาคลอไม่ได้
พิสมัยค่อยๆเหลือบตามองเหตุการณ์
 คิงส์เช็ดน้ำตาให้ลูก “กลับบ้านได้แล้วนะตัวแสบ”
 “แล้วพ่อล่ะ”
คิงส์นิ่ง ก่อนจะยิ้ม “พ่อยังไม่กลับครับ”
 “พ่อไปอยู่กับผมได้ไหม”
 คิงส์ดึงลูกมากอดอีก “ขอบใจหนูมาก แต่พ่ออยู่ที่นี่ดีกว่า ถ้าคิดถึงพ่อมาหาพ่อนะ แต่พ่อคิดถึงหนูตลอดเวลาเลย พ่อนึกว่าจะไม่ได้กอดหนูแบบนี้อีกแล้ว…..คิมหันต์……”
 น้ำตาใสไหลลงอาบแก้มป่องครั้งแล้วครั้งเล่า เจ้าตัวเม้มปากแน่นกลั้นไว้
 คิงส์เช็ดน้ำตาให้ลูกอีก
มะลิจับมือน้อยไว้ “ไปกันเถอะหมูหัน เดี๋ยวแม่เขาก็จะกลับแล้วนะ”
 คิงส์เงยหน้ามองเมื่อได้ยินคำเอ่ยถึงอีกคน
 “หอมสบายดีไหมครับ”
 “สบายดีจ้ะ ได้งานทำแล้วล่ะเป็นงานจัดเอกสารง่ายๆน่ะจ้ะ ส่วนเงินเดือนก็พอส่งหมูหันเรียน”
คิงส์ยิ้มแล้วพยักหน้า เขาจำได้ดีตอนที่เขาบอกว่าหอมไม่มีปัญญาส่งลูกเรียนได้ แต่ตอนนี้เขาแค่ให้เงินลูกซื้อขนมยังไม่มีเลย
 “ไหว้พ่อเขาสิลูก เราจะได้กลับกัน”
 หมูหันทำตามที่บอก
 “ผมไปแล้วนะครับ”
 คิงส์ยิ้มแต่แฝงไปด้วยความเศร้า หากแต่ทั้งสองกำลังจะเดินจากไปร่างของเนียนที่โงนเงนมานานกลับล้มลงกะทันหัน
“เนียน!” คุณนายร้องลั่นรีบเข้าไปช่วย
 “ไข้ขึ้นสูงเชียว” มะลิอังหน้าผากแล้วมองจากสีหน้าที่ไร้เลือดฝาด
“เนียน ฟื้นมาสิ!”
 “ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วย!”
 หลายคนรีบกรูมาเมื่อได้รับเสียงขอความช่วยเหลือและรีบพาส่งโรงพยาบาล
 คิงส์และหมูหันเลือกที่จะรออยู่บริเวณอื่นแทน ส่วนมะลิและพิสมัยนั่งใจจดใจจ่อรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน
 “ใจเย็นๆนะคะ คงไม่เป็นอะไรมากหรอก” มะลิจับมือคนข้างๆไว้แต่กลับถูกปัดออก
 “อย่ามาแตะ! แกกำลังแช่งอยู่ล่ะสิ สะใจล่ะสิ!”
 “นี่คุณเลิกคิดอะไรที่เลวร้ายได้แล้ว ทำไมคุณถึงชอบมองคนอื่นแบบนี้ ฉันไม่ได้คิดร้ายอะไรกับคุณเลยนะมีแต่คุณที่คิดแบบนี้อยู่คนเดียว”
 คุณนายยังคงเชิดไม่ยอมมองหน้า
 “คุณเกลียดพวกฉันเพราะอะไรหรือแค่ลูกฉันเป็นผู้ชายแล้วไปรักกับลูกคุณ”
 “ใช่เพราะเป็นผู้ชาย”
“คุณจะบอกว่าความรักชาย-หญิงดีเหรอคะ ขอเดานะคะดูจากสถานการณ์ฉันไม่เห็นลูกสะใภ้คุณเลย…”
 “อย่าพูดถึงนังนั่นนะ!” พิสมัยตวาดลั่น กำมือแน่น ตัวสั่นด้วยความโกรธ แค่นี้มะลิก็เดาได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
 “แค่นี้คุณก็น่าจะรู้แล้วนะว่าความรักชาย-หญิงก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตคู่มีความสุข”
 “พูดได้พูดดีเลยนะ ซ้ำเติมฉันล่ะสิ”
 “ฉันไม่ซ้ำเติมคุณหรอก”
 “ทำไม...ทำไมแกถึงต้องทำตัวดีเป็นแม่พระ”
 “ฉันไม่ได้เป็นแม่พระหรอกนะคะ ที่ฉันดีกับคุณเพราะฉันไม่อยากจะมีเวรกรรมอะไรต่อพวกคุณอีก ชาติหน้าถ้ามีจริง ครอบครัวของฉันจะได้หลุดพ้นจากพวกคุณ   ฉันขออโหสิกรรมให้แล้วกันค่ะ”
 พิสมัยมองใบหน้ามะลินิ่ง
 เสียงเปิดประตูห้องฉุกเฉินเปิดออก
 “นะ….เนียนเป็นยังไงบ้างคะ”
 “คนไข้แค่อ่อนเพลียเนื่องจากพักผ่อนน้อยและมีไข้น่ะครับ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง นอนพักที่นี่2-3วันก็กลับบ้านได้แล้วครับ”
 พิสมัยกล่าวขอบคุณ ร้องไห้อย่างดีใจก่อนที่หมอจะอนุญาตให้ไปเยี่ยมไข้ได้
 “เนียน…ฉันดีใจที่แกไม่ทิ้งฉันไป ฮึก..ก…ก” พิสมัยจับมือของคนที่นอนหลับไม่ได้สติ
 “คะ...คุณนาย” เนียนค่อยๆลืมตาตื่น
 “แกฟื้นแล้ว”
 “คุณนายทำไมเนียน…..”
 “แกนะแก จำไว้อย่าตายก่อนฉันนะ ฮึก..ก..ก”
“คะ….ค่ะ” เนียนพูดทั้งน้ำตา ซาบซึ้งในความหมาย
 หลังจากนั้นสักพักก็หมดเวลาเยี่ยม พิสมัยทำเพียงนั่งหน้าห้องเพราะไม่มีจุดหมายที่จะไปที่ใด มะลิมองคนที่เคยอ้วนท้วนแต่บัดนี้กลับซูบผอม ท่าทางน่าเวทนาอย่างยิ่ง
 “ถ้ายังไงคุณไปอยู่บ้านฉันก่อนก็ได้นะ เพราะถ้าคุณยังอาศัยอยู่แบบนั้นไม่คุณก็คิงส์คงได้ป่วยอีกแน่ๆ”
คนฟังยังคงนิ่ง
“คุณพิสมัย…ตอนนี้คุณน่าจะคิดได้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร...อย่าทิฐิเหมือนเมื่อก่อน...เป็นคนใหม่เถอะนะคะ….เห็นแก่คิงส์เถอะค่ะ….”
พิสมัยเงยหน้ามองดวงตาคลอ
 “ให้ฉันไปอยู่ด้วยเหรอ…”
 “ใช่ค่ะ แต่…..ไม่ได้ให้ไปอยู่เฉยๆนะคะ คุณก็ต้องช่วยฉันทำมาหากิน หวังว่าคุณจะทำเป็นนะคะ”
พิสมัยมองคนพูดนิ่งงันก่อนจะคลี่ยิ้มแล้วพูดด้วยแรงฮึด “คนอย่างฉันไม่มีอะไรทำไม่เป็นหรอกย่ะ” พูดพลางกอดอกเชิด
มะลิยิ้ม
คิงส์กับหมูหันที่เลือกจะรอข้างนอกตรงศาลาพักผ่อนมากกว่าจะเข้าไปเพราะไม่อยากเกะกะการทำงานของโรงพยาบาล ส่วนหมูหันก็ไม่อยากให้เข้าไปเพราะกลัวจะไปติดโรคจากในโรงพยาบาล
 “คุณยายไปนานจัง”
 “เดี๋ยวก็มา….”คิงส์พูดพลางหยิบแหวนออกมาจากกระเป๋ากางเกง
 หมูหันมองแหวนที่ตนเองเคยเป็นเจ้าของแล้วตาโต
 “ลูกเก็บไว้เถอะนะ”
 หมูหันส่ายหน้า  “แม่บอกให้คืนพ่อ”
 “อย่าให้แม่รู้สิ เป็นความลับของของเราสองคนนะ”
 หมูหันตาลุกวาว แล้วยิ้ม ก่อนจะรับแหวนไว้
 คิงส์ยิ้มเมื่อมือน้อยๆรับมันไปอีกครั้ง
 “ผมจะไม่ให้แม่เห็นล่ะ ผมจะเก็บไว้อย่างดีเลย”
 เสียงฝีเท้าดังมาใกล้ มะลิกับพิสมัยเดินมาพอดี
 “เนียนเป็นยังไงบ้างครับแม่”
 “ไม่สบายน่ะ แล้วก็พักผ่อนน้อย”
 “เนียนคงเหนื่อยมากที่ต้องดูแลพวกเราตลอดเวลา” คิงส์พูดเสียงเศร้า
 “เอาล่ะเลิกพูดเรื่องหดหู่แล้วกลับบ้านกันเถอะ คิงส์น้าจะให้คิงส์กับแม่ไปอยู่บ้านน้าก่อนนะ”
 “อะ….เอ่อ….คือผม”
 “เธอก็ควรที่จะนึกถึงแม่เธอบ้างนะ อยากให้แม่เธอป่วยเหรอ”
คิงส์พูดไม่ออก
 “เอาเป็นว่าไปกันเถอะ ฉันโทรบอกคุณยศแล้วเขาก็ยินดี”
 คิงส์ยกมือไหว้ “ขอบคุณนะครับ”
 “จ้ะ ไปกันเถอะเดี๋ยวเรียกแท็กซี่กลับบ้านกัน”
 “พ่อจะไปอยู่กับผมหรอ” หมูหันตาโตกระโดดดีใจ
 คิงส์ยิ้มแต่ก็อดที่จะถอนหายใจไม่ได้ ถ้าเจอหอมเขาอยากจะอธิบายทุกอย่างแต่ไม่รู้เจ้าตัวจะฟังไหมเพราะตอนนี้คงมีใครมาแทนที่เขาไปแล้ว
………………………………


 Part Hom
 วันนี้ผมกลับจากที่ทำงานช้ากว่าปกติเพราะงานค่อนข้างเยอะ แอบสงสัยเล็กน้อยเพราะวันนี้หมูหันไม่ได้ออกมารับผม
 “กลับมาแล้วเหรอหอม”
 “ครับแม่….แล้วหมูหันไปไหนเหรอครับ”
 “เอ่อ…..ก็…..หอมแม่มีเรื่องจะบอกจ้ะ”
 “ครับ?”
 “คิๆๆ แพ้อีกแล้วล่ะ สู้ผมไม่ได้หรอก”
 ผมย่นคิ้วได้ยินเสียงหมูหันหัวเราะคิกคัก เล่นกับใคร? พ่อกลับมาจากที่ทำงานแล้วเหรอ
 “หมูหันเล่นกับใครครับแม่”
 “เอ่อ….”
ผมเดินเข้าไปในบ้านหาต้นตอของเสียง เห็นร่างที่นั่งอยู่บนรถเข็นร่างกายผมก็ชาไปทั้งตัว เขาคนนั้นมีหนวดเคราเต็มทั้งใบหน้ามากกว่าที่เจอเมื่ออาทิตย์ก่อน แต่ผมก็จำได้ทันทีว่าเป็นเขา
 “ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่!” ผมเดินปรี่เข้าไปหา เขาเองก็อึ้งเมื่อเห็นผม
 “หอม…ฟังแม่ก่อนนะ แม่เป็นคนพาเขามาเอง ตั้งแต่วันนี้เขาจะมาอยู่ที่นี่”
 “ทะ…ทำไมครับ ไหนเเม่บอกว่าไม่อยากให้เขามาใกล้พวกเราแล้วทำไม….”
 “แม่อยากให้จบๆไปเถอะ อโหสิกรรมให้กัน แล้วช่วยเขาได้ก็ช่วย “
 “ไม่…ออกไปจากบ้านผมเดี๋ยวนี้” ผมหันไปคุยกับคนที่นั่งบนรถเข็น สายตาที่เขามองผมไม่ใช่แววตาน้อยใจหากแต่เป็นแววตารู้สึกผิด ผมเบือนหน้าไปทางอื่นไม่อยากมอง
 “หมูหันก็ดีใจที่พ่อเขา……...”
 “พอเถอะครับแม่ หมูหันไม่มีพ่อ” ผมจับแขนลูกให้ลุก
 “ขึ้นห้อง...”
 “ผมอยากเล่นกับพ่อ”
 “กลับห้อง! แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าไม่มีพ่อแล้ว ห้ามไปยุ่งกับเขาอีก”
 “หอมอย่ารุนแรงกับลูกสิ” พี่คิงส์เอ่ยตำหนิ
 “อย่ายุ่งกับลูกของผม คุณก็แค่คนนอก”
 คิงส์หน้าเศร้า “ถ้างั้นพี่ออกไปจากบ้านนี้ดีกว่า หอมจะได้สบายใจ”
 “โอยยย ทั้งสองคนพอเถอะ หอมมาคุยกับเเม่ก่อน….”แม่จับมือลากผมออกไปที่สวน
 “แม่ครับทำไมพาเขามาล่ะ”
 “แม่ไปเจอเขาขอทานข้างถนนน่ะสิลูก”
ผมเบิกตากว้าง แทบไม่อยากเชื่อ ขอทาน? พี่คิงส์น่ะเหรอ
“แม่ไปเห็นก็เวทนาเหลือเกิน หมูหันเป็นคนเจอน่ะแม่ให้เอาเศษเหรียญไปให้แต่ปรากฎว่าเป็นคิงส์และพวกคุณนาย”
 ผมถอนหายใจรู้สึกตกใจกับเรื่องที่ได้ยินมันเหลือเชื่อเกินไปกับคนที่รวยล้นฟ้ากลับมาตกอับแบบนี้….
 “หอม….เราเลิกที่จะทิฐิต่อกันเถอะ แม่เองก็ใช่ว่าจะหายโกรธนะแต่ไม่อยากมีเวรมีกรรมกันอีกแล้ว ช่วยๆกันไป”
 “จะช่วยถึงเมื่อไรครับหรือตลอดชีวิต”
 “ก็ถ้าเขามีทางไปน่ะหรือพอจะช่วยเหลือตัวเองไปตั้งต้นใหม่ได้ก็พอ”
 “แต่ผมจะไม่ให้หมูหันเข้าใกล้พวกเขานะครับ” ผมถอนหายใจอีกครั้งเตรียมหันหลังจะกลับเข้าบ้านหากแต่คนที่ปรากฎตรงหน้าทำให้ผมได้แต่ยืนนิ่ง
 คุณนาย…..
 ผมไม่ยกมือไหว้หากแต่เดินผ่านไปเท่านั้น…เเต่ท่าทางเขาเปลี่ยนไป ลดความทิฐิตัวเองไปเยอะ ทั้งเขาทำท่าจะอยากคุยกับผมอีก
 “หมูหันอาบน้ำหรือยัง”
 “ยังครับ”
 “งั้นขึ้นมาข้างบนเดี๋ยวแม่จะอาบน้ำให้”
 หมูหันมองพี่คิงส์แล้วเดินตามมา ผมไม่ได้มองพี่คิงส์เลยสักนิดเหนื่อยที่จะต้องมองหน้ากัน
 “เป็ดล่ะ 3 ตัวๆ” หมูหันเล่นเป็ดสีเหลืองที่ลอยไปมาในกะละมัง
 “หมูหัน…”
 “ครับ…” ตอบรับแต่ยังคงเล่นง่วนอยู่
 “แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าไปเข้าใกล้เขาอีก อย่าไปยุ่งด้วย”
“แต่ผม…”
 “ไม่มีแต่ ถ้าแม่เห็นลูกอยู่ใกล้เขาอีกแม่จะตีนะ”
 “เชอะ ถ้าแม่ตีจะฟ้องคุณตากับคุณยายล่ะ” พูดแล้วลุกจากกะละมังแล้ววิ่งทั้งที่ยังแก้ผ้าออกไปทันที
 “หมูอ้วนกลับมานะ!”
 …………………………………………………….
 “ว๊ายยยยย ไม่เอาน่า” ลินดาวิ่งหนีรอบเตียงเมื่อบรรดาผู้ชาย1ใน2วิ่งไล่จับแล้วอุ้มเธอขึ้นเตียง
 “ช้าๆก็ได้นะ ลินดาไม่หนีไปไหนหรอก” พูดพลางคล้องคอโน้มคนที่คร่อมตนให้มาจูบ อีกคนก็ไม่ยอมแพ้กำลังถอดส่วนล่างของเธอออก หากแต่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดอารมณ์ทั้งสามก่อน
 “แม่…”
 “ลินดาเหรอลูก….ครืดดดด… ส่งเงินมาให้แม่หน่อยสิ พะ...พวกมันต้องรวมหัวโกงแม่แน่ๆเลย…ครืดดด…”
 ลินดานิ่วหน้า “ทำไมแม่ยังไม่เลิกเล่นพนันอีก กลับมาบ้านเถอะค่ะ!”
 “อะไรนะ….ครืดด….ที่ชายแดนไม่ค่อยมีสัญญาณเลยลูก”
 “หนูบอกให้เลิก!”
 “แม่ไม่ค่อยได้ยินเลย…ครืดดด… เอาเป็นว่าส่งเงินมาให้แม่นะพรุ่งนี้แม่….ครืด…จะข้ามชายแดนไปกดเงิน อย่าลืมส่งมานะแม่จะไปเล่นคืนมาให้หมดเลย”
 ติ๊ด
 ลินดานิ่งค้างเม้มปากแน่น…ต่อให้รวยแค่ไหนต่อให้เปลืองตัวเพื่อเศรษฐีกี่คนแต่ถ้าแม่เธอยังเป็นแบบนี้ชีวิตเธอคงไม่มีความสุข….

ออฟไลน์ Tastsu

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 70
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
ตอนที่ 25
«ตอบ #105 เมื่อ15-07-2017 14:36:35 »

ฟึ่บ! ผมโยนเสื้อผ้าให้กับคนที่นั่งอยู่บนรถเข็น
 “เมื่อมาอยู่ที่นี่ก็ต้องทำงานไม่ได้อยู่ฟรี เสื้อผ้าพวกนี้เป็นของหมูหัน ของพ่อและก็ของแม่ผม คุณต้องซักให้หมดภายในวันนี้ บ้านผมมันจนไม่มีเครื่องซักผ้าหรอกนะครับ”
คนที่นั่งบนรถเข็นมองกองผ้าที่อยู่ตรงหน้าแล้วค่อยลงมือซักไม่ปริปากบ่น หากแต่ยังคงเงอะงะเพราะทำไม่เป็น ซ้ำยังใส่ผงซักฟอกไปเยอะเสียจนผมเริ่มไม่พอใจ
 “นี่คุณจะผลาญเงินบ้านผมหรือไง” ผมนิ่วหน้าจัดการเอาผ้าลงกะละมังแล้วขยี้สาธิต
 “ทำแบบนี้คงเป็นนะครับ”
 “พี่ทำเป็น ถึงจะทำครั้งแรกแต่พี่ทำได้” พูดแล้วยิ้มให้ผม แต่ผมก็กอดอกปั้นหน้าบึ้งใส่
 “งั้นก็ดีครับ ถ้าไม่ทำงานก็ไม่มีข้าวให้กิน บ้านผมไม่ใช่สถานสงเคราะห์ที่ให้อยู่ฟรีๆ ถ้าทำไม่เสร็จทั้งคุณและแม่คุณผมจะไม่ให้กินข้าวเช้า”
 พี่คิงส์พยักหน้า ก่อนจะเอ่ยถามอีก “แล้วของหอมล่ะ พี่จะซักให้นะ”
 “อย่ามายุ่งกับของของผม มีหน้าที่ซักอย่ามาพูดมาก” ผมหันหลังกลับแต่กลับถูกคำพูดรั้งเอาไว้
 “หอม…เรื่องของเรา...”
 “เหอะ คุณจะหลอกอะไรผมอีกล่ะ”
 “ไม่ใช่…..ทุกอย่างคือเรื่องจริงพี่รักหอมจริงๆ”
“ไม่อายตัวเองหรือไงที่มาพูดพล่ามแต่เรื่องโกหกอยู่ได้….ถ้าคุณพอตั้งตัวได้ก็รีบๆออกจากที่นี่ไปเถอะแค่นี้ผมก็สมเพชคุณเกินทน” ผมเดินออกจากตรงนั้น ผมเบื่อ…เบื่อที่จะต้องติดอยู่กับเรื่องแบบนี้ นานเท่าไรแล้วที่ผมหนีไม่พ้นเขาเลย ต้องจมปลักอีกแค่ไหน……แต่ทำไมผมถึงต้องเหลือความรู้สึกบางอย่างไว้ให้เขาอีก
 “แม่ครับ….ถ้าผมกินกระเทียมได้แม่ต้องให้ผมเล่นกับพ่อนะ” หมูหันที่กำลังกินข้าวจู่ๆก็เอ่ยขึ้น พ่อกับแม่มองหน้ากัน
 ผมมองลูกที่ทำท่าจะตักหมูทอดกระเทียมได้ทุกเมื่อ หมูหันเกลียดกระเทียมมาก มากขนาดที่ว่าหากกินไปคำเดียวจะไม่กินอะไรต่ออีกเลยแม้ของตรงหน้าจะเป็นของโปรดก็ตาม
 “หมูหัน…..อย่ามาต่อรองกับแม่นะ “
 “แม่อ่ะ….งั้นผมไม่กินข้าวแล้ว” พูดจบแล้วเดินไปหลังบ้าน
 “จะไปไหนกลับมากินข้าวต่อนะ…”ผมทำท่าจะลุก ถ้าไปหลังบ้านคงจะไปหาพี่คิงส์ที่กำลังซักผ้าแน่ๆ
 “หอม….” พ่อเอ่ยขัด “ให้หมูหันเขาไปเล่นกับพ่อเขาเถอะนะ”
 “พ่อครับ ผมให้พวกเขามาอยู่ที่นี่ได้ก็ดีแค่ไหนแล้วครับ แต่ทำไมต้องให้ลูกไปยุ่งกับเขาด้วย”
 “แค่วันนี้ก็ได้น่า…..”แม่ถอนหายใจ
 “พ่อกับแม่ก็เข้าข้างหลานจนเดี๋ยวนี้หมูหันไม่ค่อยเชื่อฟังผมเลย”
 “แม่ไม่อยากเห็นหลานแม่เสียใจนี่”
 “อ้อ ว่าแต่คุณพิสมัยไปไหนล่ะ ไม่มาทานข้าวหรือคุณ”
 “ไปเยี่ยมเนียนน่ะค่ะ พรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลแล้วค่ะ”
 “อ้าว ดีเลยสิ….”
 “อ้อ หอมเรียกคิงส์มากินข้าวได้แล้ว….”
“เขาไม่ว่างนี่ครับ”
 “ไม่ว่าง? ตอนแรกบอกเขายังไม่หิวไม่ใช่เหรอ”
 “หอม…..”พ่อส่งสายตามาหาผม ผมเลยต้องเดินไปเรียกตัวต้นเหตุ
 “ฮะๆๆ พ่ออ่า แสบตานะ คิๆๆ เอิ้ก…”
 เสียงนี้….
 ผมเดินไปตามเสียง ก่อนจะเบิกตากว้าง หมูหันเปียกไปทั้งตัวทั้งยังมีฟองผงซักฟอกติดอยู่อีก
 “ทำอะไรกันน่ะ!” ผมรีบปรี่ไปหาลูก หมูหันตกใจจนลื่นล้ม
 “หมูหันทำไมลูกถึงเปียกแบบนี้” ผมจับหมูหันให้ลุกแล้วหาน้ำล้างทันที
 “นี่คุณ คุณให้ลูกผมเล่นบ้าอะไร!”
 “พี่….พี่ขอโทษนะ”
 “ผมเล่นเองแหละ สนุกดีมีฟอง…”
 "หมูหัน! มาให้ทำโทษเลยนะ”
 “หอม! พี่ผิดเอง อย่าตีลูกเลยนะ”
 “คนนอกอย่ามายุ่ง!”
 “ฮึก” หมูหันเริ่มร้องโยเย เมื่อเห็นผมทำท่าจะตี
 “เงียบนะ”
 “ไม่ แม่ใจร้ายจะตีผม พ่อช่วยผมด้วย ฮึก”
 ผมเองก็ไม่อยากจะตีแต่เพราะอยากประชดทำให้มือผมเผลอตีไปจนได้
 เพี๊ยะ!
“โฮๆๆ!!”
 “หมูหัน!”  พี่คิงส์รีบลุกขึ้นมาแต่ก็ต้องล้มลงไปแล้วรีบคลานมาหาหมูหันที่ร้องไห้ตัวงอเพราะผมเผลอไปตีที่หน้าของลูก!
 “มะ….หมูหัน แม่ขอโทษนะ” ผมจะเดินไปหาแต่หมูหันก็ยิ่งร้องมากขึ้น
 “เกิดอะไรขึ้น!” แม่กับพ่อรีบมาดูเหตุการณ์
 “อะไรกันเนี่ยหอม หมูหันร้องทำไมลูก” แม่รีบไปปลอบหมูหัน
 ส่วนพ่อก็ประคองพี่คิงส์ให้อยู่บนรถเข็นเหมือนเดิม
 “หอม….พ่อว่าเราควรที่จะต้องคุยกันหน่อยแล้วนะ”
 ……………………………….
 “พ่อไม่เคยสอนให้ลูกเป็นคนแบบนี้ ทำร้ายหมูหัน….ทั้งเรื่องคิงส์อีก….”
 “ผมขอโทษครับ…..ผมขอโทษครับพ่อ”
 “เราพาพวกเขามาอยู่เพราะอยากช่วยเหลือแต่ลูกกลับทำให้เราเหมือนพาเขามาแล้วมาทรมาน เขาพิการ ไร้บ้าน ไร้ทุกอย่างทำไมลูกถึงต้องทำเเบบนี้กับเขาอีก พ่อเสียใจมากรู้ไหม”
 “แล้วที่เขาทำกับผมล่ะ…..”
 “พ่อรู้ลูกโกรธ...พ่อก็โกรธแต่ตอนนี้พ่อปล่อยวางทุกอย่างแล้วแค้นไปมามันหนักอก… เหมือนที่แม่บอกอโหสิกรรมให้กัน…….ถ้าลูกยังไม่เลิกที่จะทำแบบนี้พ่อก็คงหมดปัญญาที่จะสั่งสอน”
 หลังจากที่พ่อไปผมก็ได้แต่นั่งทรุดลงโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง ผมทำผิดต่อลูก….มือคู่นี้ที่ตีลงบนแก้ม
 “หอม…..”
 ผมเม้มปากแน่น หันไปมองตัวต้นเหตุ
 “สะใจมากไหมที่ทำให้ผมทำร้ายลูก สะใจมากใช่ไหมที่ทำให้ผมถูกพ่อต่อว่า”
“พี่ไม่ได้คิดแบบนั้นเลย พี่ขอโทษนะ…..”
 “ขอโทษเรื่องไหนล่ะความผิดของคุณมันมากเหลือเกิน! ถ้าอยากให้ยกโทษให้ก็รีบๆไปตายซะ! ไปเร็วๆได้ยิ่งดีไปให้พ้น!”
 เขาไม่ได้ตอบโต้อะไรแต่ค่อยๆเข็นรถตัวเองแล้วจากไป ผมทรุดตัวลงรู้สึกหายใจไม่ออกมากระทันหัน ค่อยๆสูดลมหายใจอย่างช้าๆ
 “ฮึก..ก..ก…”ผมซบหน้าลงกับเข่า ผมไล่เขาไปแต่อีกใจผมก็ไม่ได้ตั้งใจทำแบบนั้น ทำไมผมต้องทั้งรักทั้งเกลียดเขาด้วย…..ถ้าเขาไม่ใช่รักแรก รักที่ฝังใจมานานผมคงสามารถลืมเขาได้ไปนานแล้ว….
 ผมนั่งตรงนั้นอยู่นานจนเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินเข้ามา ผมเงยหน้ามองแล้วรีบเช็ดน้ำตาออก
 คุณนาย….
 ผมลุกจะไปที่อื่น
 “เดี๋ยว…ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”
 “ผมไม่ว่างครับ….”
“ขอร้องล่ะฟังฉันหน่อยเถอะ” น้ำเสียงที่ฟังดูแปลกไปจากที่เคยพูดกับผม
 “มีอะไรเหรอครับ”
 “เรื่องแรกฉันอยากจะขอโทษเธอ”
 ผมหยุดชะงักเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง คุณนายน่ะเหรอจะเอ่ยขอโทษผม ผมไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม
 “ฉันขอโทษ….เรื่องทุกอย่างมันเป็นความผิดฉันเอง ถ้าฉันยอมรับเธอแต่แรกคงไม่เป็นแบบนี้ ตาคิงส์ก็ไม่เป็นแบบนี้ ฮึก..ก..ก..ยิ่งพอพวกเธอช่วยเหลือ ฉันก็ยิ่งรู้สึกผิดมาก ขอโทษจริงๆ…”
 ผมนิ่งงัน….ตอนนี้ผมควรจะทำยังไงให้อภัยหรือเปล่า ผมสับสนจนเอ่ยตอบไม่ถูก
 “ฉันไม่ขอให้เธอยกโทษให้หรอกนะ แต่คิงส์ยกโทษให้คิงส์ด้วย เขารักเธอจริงๆ…..”
 แววตาผมไหววูบ หมายความว่ายังไง รักผมจริงๆ???……
“เป็นแผนฉันเองที่ให้คิงส์หลอกให้เธอรัก แต่…ฮึก..ก..แต่ฉันไม่รู้เลยว่าเขา…เขารักเธอจริงๆ….”
 ผมตัวชาไปทั้งตัว พูดไม่ออก….รักผมเหรอ รักผมจริงๆเหรอ
 “กะ...โกหก…คุณโกหกใช่ไหม”
 “ตาคิงส์รักเธอ เขาบอกฉัน ฮึก...ก...ก…เขารักเธอจริงๆ...”
 ผมมือสั่น ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้น
 “โกหก! ผมไม่เชื่อคุณ ผมไม่ใช่คนโง่อีกแล้วนะ”
 “เรื่องจริง! ฮึกๆ เชื่อฉันเถอะนะ” คุณนายลงไปทรุดกับพื้นคล้ายอ้อนวอน ผมรีบหันไปทางอื่น
 “เขารักเธอ….เขาคิดจะเลิกกับลินดาแล้วแต่งงานกับเธอนะหอม…ฮึก…”
 ผมปิดหน้าตัวเอง ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้น….เขารักผมจริงๆใช่ไหม….ผมหยุดคิดนึกถึงประโยคที่ผมเพิ่งพูดออกไปกับเขา
 “ขอโทษเรื่องไหนล่ะความผิดของคุณมันมากเหลือเกิน! ถ้าอยากให้ยกโทษให้ก็รีบๆไปตายซะ! ไปเร็วๆได้ยิ่งดีไปให้พ้น!” เมื่อกี้นี้ผมไล่เขาไป ผมไล่เขา…..
 ผมรีบวิ่งไปหาพี่คิงส์……หาทั่วบ้านก็ไม่เจอ อย่าบอกนะว่าเขาออกไปแล้วจริงๆ
 ผมมองประตูรั้วที่เปิดออกอย่างใจหายก่อนจะวิ่งออกไปทันที
 “พี่คิงส์! อยู่ที่ไหน!” ผมวิ่งอย่างไร้จุดหมาย ไม่รู้ทิศทาง ไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง ทำไมเหตุการณ์แบบนี้ต้องเกิดขึ้นพร้อมๆกันทำไมไม่ให้เวลาผมบ้างทำไมเราถึงไม่เข้าใจกันก่อนที่ผมจะไล่เขาไป ผมทรุดนั่งริมทางอย่างหมดหวัง
 “ฮึกๆ..ๆ..“ ผมเริ่มเหนื่อยกับโชคชะตา ทำไมโชคชะตาถึงได้เล่นตลกกับผมทุกที! ให้มีความสุขบ้างไม่ได้หรือไง…..
 เสียงรถยนต์มาจอดตรงหน้า ก่อนที่คนบนรถจะเดินมาหาผมแล้วเอ่ยเรียก
 “หอม….”
ผมเงยหน้ามองทั้งน้ำตา “พี่หมอ...อึก...พี่หมอช่วยผมด้วย พี่หมอช่วยผมที”
 “อะไรหอมเป็นอะไร เจ็บตรงไหนเหรอ” พี่หมอถามอย่างร้อนลน
 “ตามหาพี่คิงส์ให้ที พี่คิงส์เขาหายไป ฮึก..ก…ผมขอร้องช่วยผมด้วย”
 พี่หมอนิ่งอึ้ง “ตามหาทำไม”
 “เขาหายไปจากบ้านผม เพราะผมแท้ๆเลย”
 “หมายความว่ายังไงเขามาอยู่บ้านหอมเหรอ”
 “ครับ….พี่ช่วยผมได้ไหม…ผมอยากเจอเขา”
 พี่หมอถอนหายใจแล้วพาผมขึ้นรถยนต์ไป “ทางที่พี่มาไม่เจอเขานะ คาดว่าคงต้องไปอีกทาง”
 พี่หมอยื่นผ้าเช็ดหน้า “อย่าร้องไหัเลยนะเดี๋ยวก็เจอเขาแล้ว….”
 ผมมองหน้าพี่หมอแล้วรู้สึกผิด “ผมขอโทษ….ขอโทษที่ต้องบอกว่าผมยังรักเขา ฮึก..ก..ก..ผมขอโทษ”
 พี่หมอไม่ได้พูดอะไรกลับมาแต่ยังคงขับรถต่อไปเรื่อยๆแต่ภายใต้แววตาที่นิ่งนั้นกลับไหววูบ….
 “ผม….น่ารังเกียจใช่ไหมครับ”
 “ไม่เลยสักนิด อย่าพูดดูถูกตัวเองแบบนี้อีกนะเพราะพี่จะโกรธ”
 ผมยิ้มรับ “ขอบคุณมากนะครับ”
 ผมมองไปข้างหน้าเห็นคนที่นั่งอยู่บนรถเข็นก่อนจะเบิกตากว้าง
 “พะ..พี่คิงส์!” ผมชี้ไปข้างทางพี่หมอค่อยๆจอดรถเทียบ รถยังจอดไม่สนิทดีแต่ผมก็รีบลงไปทันที
 “พี่คิงส์…..”ร่างสูงในรถเข็นสะดุ้งเฮือก แล้วพยายามจะหนี
 “อย่าหนีผม! ผมรู้เรื่องหมดทุกอย่างแล้วแม่พี่บอกผมหมดแล้ว….”
พี่คิงส์หยุดนิ่งผมเดินเข้าไปหามองแผ่นหลังงอคุ้มที่ต่างจากในอดีตที่สง่าเสมอ
 “พี่รักผมใช่ไหม รักผมจริงๆใช่ไหม…..ไม่ได้หลอกผมอีกใช่ไหม พี่คิงส์…..”
 “พี่รักหอมนะ….แต่ถ้าหอมอยากให้พี่ไปให้พ้นๆพี่จะไปนะ…”
 “คุณอย่าเห็นแก่ตัวได้ไหม! ตอนนี้ผมรู้เรื่องหมดแล้วคุณยังหนีผมไปอีกเหรอ บอกผมได้ไหมว่าคุณยังรักผมอยู่จริงๆ ผมพร้อมจะรับฟังทุกอย่าง ฮึก..ก…”
 พี่คิงส์ค่อยๆเข็นรถให้มาเผชิญหน้า “หะ….หอม อยากฟังพี่จริงเหรอๆ”
 ผมพยักหน้า
 “พี่รักหอมจริงๆ พี่ขอโทษที่พี่ทิ้งหอมไปแต่ครั้งนี้พี่รักหอมจริงๆเชื่อพี่เถอะนะ ฮึก…ก….ถ้าหอมไม่เชื่อใจ พี่พร้อมจะไปทุกเมื่อแต่ดูแลแม่พี่กับเนียนได้ไหม”
 “ถ้ารักผม…..ก็กลับบ้านกับผม…..เราสองคนควรที่จะปรับความเข้าใจกันได้แล้ว”
 ผมค่อยๆย่อตัวแล้วทรุดกอด “กลับกันเถอะครับ…..”
 พี่คิงส์กอดผมแล้วซบตัวร้องไห้
 หลังจากกลับมาที่บ้านพี่หมอก็ขอส่งพวกผมแค่หน้าประตูรั้ว  พี่หมอยิ้มให้บางๆแล้วลูบหัวผม
 “ขอโทษนะครับ แต่ผมคิดว่าชีวิตนี้ผมคงมีได้เเค่รักเดียวจริงๆ ถ้ารักครั้งนี้หลุดลอยไปอีกผมก็คงไม่รักใครอีกแล้ว”
 “เป็นคำตัดขาดที่ทำให้พี่ปวดใจมากรู้ไหม”
 “ผมขอโทษ….ขอบคุณมากสำหรับทุกอย่างนะครับ ผมรักพี่หมอได้แค่พี่ชายจริงๆ ผมเชื่อว่าพี่หมอต้องเจอคนที่รักพี่หมอและพี่หมอรักเขาแน่นอนครับ”
 พี่หมอยิ้มเศร้าก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย  “เรื่องผ่าตัดที่ต่างประเทศอีกไม่กี่วันแล้วนะ”
 “ผม…ขอเลื่อนได้ไหมครับ”
 “หอม…”
“ผมอยากที่จะสะสางเรื่องทุกอย่างก่อน ผมอยากจะช่วยพี่คิงส์....ทั้งเรื่องพินัยกรรมที่น่าสงสัยและขาของเขาด้วย….”
 “แล้วชีวิตตัวเองไม่ห่วงบ้างหรือไง…..ห่วงแต่คนอื่น”
 “ผมไม่เป็นไรแล้ว อาการก็…ไม่กำเริบอะไรแล้วนะครับ…ผมยังทนได้ นะครับพี่หมอขอเวลาผมอีกนิดนึง”
 “พี่ไม่อยากทำแบบนี้เลยรู้ไหมพี่อยากจะลักพาหอมไปรักษาทุกเมื่อแต่หอมคงเสียใจแน่…...”พี่หมอยิ้มแต่แฝงไปด้วยความเศร้าก่อนจะขับรถออกไป
 ผมมองจนรถลับสายตา “ขอโทษและขอบคุณมากนะครับสำหรับทุกอย่าง”
 ผมเดินเข้าไปในบ้านแต่กลับไม่เจอพี่คิงส์
 “พี่คิงส์….”ผมหาเขาจนทั่วแต่ก็ไม่เจอจนได้ยินเสียงหลังบ้าน เห็นกำลังตั้งอกตั้งใจจะซักผ้าต่อ
 “ทำอะไรครับ”
 “พี่ยังซักผ้าไม่เสร็จเลย”
 “พอเถอะครับ ที่จริงผมควรต้องทำ”
 “ไม่เป็นไรพี่ทำได้” ไม่พูดเปล่ายังพยายามก้มที่จะซักทั้งๆที่ก้มยากแบบนี้
 “พี่คิงส์…..พอเถอะครับ”
 “ไม่เป็นไรพี่มาอยู่บ้านหอมพี่ก็ต้องทำงาน….”
 “มองตาผม” ผมจับใบหน้าพี่คิงส์ให้สบตาเขาพยายามจะหลบสายตา เขาเปลี่ยนไป…..ดูกลัวๆ
 “ทำไมพี่ถึง……”
“พี่ขอโทษ พี่ไม่กล้าที่จะสู้หน้าหอมอะไรได้อีกแล้ว   สะ…สภาพพี่กลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว ทั้งพี่ยังไร้บ้าน ไม่มีอะไรอีกแล้ว และพี่…เคยเป็นขอทาน พี่…”
 ผมถอนหายใจ ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้นปล่อยให้พี่คิงส์นั่งอยู่แบบนั้นคนเดียว ก่อนที่ผมจะกลับมาพร้อมกับใบมีดโกน
 “หอม…..”
 “เดี๋ยวผมจะโกนหนวดให้นะครับ หนวดเครารุงรังหมดแล้ว”
 “ไม่เป็นไรหรอก พี่ทำเองนะ”
 “ผมอยากทำให้ครับ” ผมทาครีมและค่อยๆโกนหนวดเคราที่รุงรังออก นานแค่ไหนแล้วที่ผมไม่เคยทำแบบนี้ให้…นานมากจริงๆ
 หมับ…..มือผมถูกจับพี่คิงส์จ้องตาผมนัยน์ตาสื่อความหมายหลายอย่าง
 “อย่าจับสิครับเดี๋ยวจะถูกมีดบาดนะครับ” พี่คิงส์ทำตามแต่โดยดี ใช้เวลานานพอสมควรถึงโกนหนวดเสร็จ
 ใบหน้าหล่อเหลาที่ไม่ได้เห็นมานานปรากฏขึ้นอีกครั้ง
 “หล่อเหมือนเดิมนะครับ”
 พี่คิงส์จับคางตัวเองที่ค่อนข้างเรียบเหมือนเดิมแม้จะมีรอยสากบ้างแต่ก็ดีกว่าเดิมมาก
 “ไม่ว่าพี่จะเป็นอะไรยังไง ต่อให้จน พิการ เป็นขอทาน พี่ก็คือพี่คิงส์…..เพราะฉะนั้นกลับมาเป็นคนเดิมเถอะครับกลับมาเป็นเสาหลักให้ผมและลูก”
 ฟึ่บ
 อุบ
 ลำแขนแกร่งฉุดผมเข้าอ้อมกอดก่อนจะฉกฉวยจูบอย่างกระหาย
 “พะ…พี่...อื้อ!”
 เนิ่นนานกว่าจูบที่ล้วงลึกนั้นจะผละผมออก
“แฮ่กๆๆ”
 “พี่ขอโทษนะเป็นยังไงบ้าง”
 “แฮ่กๆ จะ..จู่ๆ ก็จูบ..ผม…ผมก็ตกใจสิครับ”
 “พี่อยากจูบ นานแล้วที่พี่ไม่ได้ทำแบบนี้ พี่คิดถึงสัมผัสทุกอย่างของหอมนะ”
ผมยิ้มแล้วลูบไล้ใบหน้าอีกฝ่าย แต่เสียงแม่ดังขึ้นก่อน
 “หอม”
 “มะ....มีอะไรเหรอครับแม่”
 แม่มีสีหน้ากังวล “ลินดามาที่นี่”
 “ว่าไงนะครับ!” พี่คิงส์เป็นฝ่ายถาม ก่อนที่จะรีบพาตัวเองไปทันที

ออฟไลน์ Tastsu

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 70
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
ตอนที่ 26
«ตอบ #106 เมื่อ15-07-2017 14:37:14 »

“มาทำไม” พี่คิงส์ถามเสียงกร้าวเมื่อหญิงสาวในชุดหรูหราสวมแว่นตาดำยืนอยู่อีกฟากของรั้วบ้านขนาดเตี้ยและมีชายหนุ่มหน้าตาดีสองคนยืนขนาบข้างอยู่ ดูก็รู้ว่าไม่ใช่แค่คนติดตามธรรมดา
 “กว่าจะหาตัวเจอ ที่ไหนได้มาขลุกอยู่กับเมียเก่า”
 “แล้วจะหาตัวฉันทำไม! ยังจะหน้าด้านมาให้ฉันเห็นหน้าอีก” พี่คิงส์ต่อว่าทำเอาลินดาหน้าเสีย เพราะเธอคงไม่เคยโดนผู้ชายด่า
 “พิการแล้วยังปากดีอีกนะ ไอ้ง่อยเอ๊ย”
 พี่คิงส์กำหมัดแน่น ถ้าพี่เขาลุกได้คงต่อยคว่ำไปแล้ว
 “คุณมาทำอะไรที่บ้านผม” ผมเป็นฝ่ายถามเพื่อยุติทุกอย่างก่อนที่พี่คิงส์จะโมโหไปมากกว่านี้
 “อีกระเทย หึ! มึงนี่น่าสมเพช ถูกผัวทิ้งยังจะมาเลี้ยงดูมันอีกคนดีเหลือเกินนะมึงน่ะ!”
 “แล้วคนชั่วๆอย่างคุณมาทำอะไรหน้าบ้านคนดีๆแบบผมล่ะครับ”
“กะ..แก กรี๊ดด! แกนั่นแหละชั่ว!แกฆ่าลูกของฉันแกมันสารเลว!”
 ผมหยุดนิ่งกัดฟันกรอด ใช่ ผมผิดผมไม่เถียงและมันจะเป็นความผิดที่ติดตัวผมไปตลอดชีวิต…..
 หมับ มือหนากุมมือผมไว้แน่นก่อนจะหันไปถามลินดาอีก
 “สรุปเธอมาทำไม”
 “ฉันก็ไม่ได้อยากมานักหรอกนะ แต่จะเอาใบนี้มาให้ดู” พูดพลางให้หนึ่งในผู้ชายยื่นกระดาษให้พี่คิงส์
 “ฉันขายบริษัททิ้งไปแล้ว”
 พี่คิงส์อ่านเอกสารตัวสั่นเทิ้ม กำมือแน่นด้วยความโกรธ
“เธอ! สารเลว!”พี่คิงส์จะลุกแต่ก็ทำไม่ได้ ดวงตาเขาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา
“บริษัทนั่นพ่อฉันสร้างมันมากับมือแต่เธอกลับ!...” เขาโกรธจนพูดไม่ออกมือกำแน่นจนสั่นสะท้าน กัดฟันกรอด
“โกรธฉันเหรอแน่จริงแกลุกมาตบฉันสิไอ้ง่อย ฮ่าๆๆ” ลินดายิ้มแล้วหัวเราะหยันจนผมอยากจะเข้าไปตบเธอจริงๆ
 “รีบๆออกไปเลยนะ นางบ้า!” แม่ผมมาพร้อมกับขันน้ำในมือ
 “ออกไปจากหน้าบ้านฉันเลยนะ! ไป!”
 “นี่แก!”
 “ถ้าไม่ไปฉันจะสะ….”
 “กรี๊ดดดด”
เพี๊ยะ!
“อีลินดา!”
ยังไม่ทันที่แม่ผมจะพูดจบ คุณนายที่มาเห็นเหตุการณ์พอดีรีบเดินออกไปก่อนจะกระชากจิกหัวลินดาและตบจนเธอล้มลงทั้งยังตามคร่อมแล้วตบหลายต่อหลายครั้ง พวกผมอึ้งเพราะเหตุการณ์ไวมาก จะไปห้ามแต่แม่ก็รั้งไว้จึงทำได้แต่ดู โดยมีแม่ยืนเชียร์
 “กรี๊ดๆๆ ช่วยด้วย”
 “อีเลว อีลินดา กูจะตบมึงให้หายหน้าด้านเลย หน้าอย่างนี้ใช่ไหมที่แย่งผัวกูไป หน้าแบบนี้ใช่ไหมที่โกงสมบัติกู”
 เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!
 “ช่วยด้วย ยืนบื้อทำไม กรี๊ดดด”
 ผู้ชายสองคนที่ยืนเงอะงะรีบเข้าไปดึงคุณนายออก พวกก็รีบไปช่วยคุณนายเช่นกัน
 “อีแก่!  แก ฉันจะแจ้งตำรวจ!” ลินดาที่ตอนนี้ใบหน้าแดงช้ำ ผมกระเซิง ถูกชายหนุ่มสองคนช่วยพยุง
 “เอาซี่ แจ้งเลยจะได้บอกเลยว่ามึงบุกรุก! มาก่อความวุ่นวาย!  พูดแล้วคันมืออยากตบอีก อีโสเภณี!”
 “กรี๊ดดดดดด”
 พี่คิงส์จับมือแม่ตัวเองไว้ “แม่ครับพอเถอะ”
 “คิงส์แม่ล่ะอยากตบหนังหน้ามันอีก”
 “อีกแก่!  ล่มจมยังไม่พอใช่ไหมฮะ”
 “ทำไม ล่มจมแล้วตบคนไม่ได้หรือไง”
 “แก! กรี๊ดดด! ฉันจะ....”
ซ่า!! พูดไม่ทันจบแม่ผมก็เอาน้ำในขันสาดทันที พวกผมอึ้งมองแม่ตาค้าง
ลินดาอึ้งกว่าสภาพเธอเปียกไปทั้งตัว ค้างนานก่อนจะกรีดร้องลั่น
 “กรี๊ดดดดดดด แกอีแก่ พวกมึง พวกมึง! ที่รักจัดการพวกมันซะ” หันไปบอกชายหนุ่มสองคน
 “เข้ามาสิครับผมจะได้แจ้งตำรวจ” ผมพูดแล้วยกโทรศัพท์ขู่
 ทั้งสองคนเลยหยุดชะงัก
 “ทำไมไม่เข้าไปล่ะ! กรี๊ดดดดด โถ่เอ๊ย ไร้ประโยชน์! ฝากไว้ก่อนเถอะพวกมึง!” พูดจบรีบขึ้นรถแล้วจากไป
 ผมถอนหายใจโล่งอก เมื่อเหตุการณ์สงบลง
 “ไม่เบานี่คุณ” คุณนายเอ่ยชมแม่
 แม่ยิ้ม “คุณนั่นแหละเยี่ยมกว่าเล่นซะนางนั่นหน้าบวมไปเลย”
 “หึ เธอก็ใช่เล่นนะ”
 ทั้งสองคนยิ้มให้กัน แล้วจับมือเป็นพันธมิตรโดยสมบูรณ์
 “แล้วมันมาทำไมเหรอคิงส์” คุณนายเอ่ยถาม
พี่คิงส์เม้มปากแน่นคอตก “มันขายบริษัทแล้วครับ”
คุณนายเบิกตากว้างน้ำตาคลอหน่วยแต่ก็ไม่ได้โวยวายอะไร “ช่างเถอะตอนนี้แม่ปลงทุกอย่างแล้ว…ช่างมันเถอะนะ” พูดแล้วกอดพี่คิงส์แน่น
 พี่คิงส์พยักหน้ารับว่าตนเองไม่เป็นไร คุณนายหันมามองผมแล้วเดินมาหา
 “หอม….เรื่องที่ฉันพูด….กับเธอ….”
 ผมยิ้มแล้วจับมือคุณนาย “ครับ….ผมได้คุยกับพี่คิงส์แล้ว….เรากำลังปรับความเข้าใจกันครับ….”
 คุณนายยิ้ม
 แม่ก็ปริ่มตาม
 ส่วนพ่อที่เพิ่งมาหลังจากปลอบหมูหันก็เข้ามาโอบบ่าแม่แล้วยิ้ม
“ขอบใจเธอมากนะหอม...ขอบใจจริงๆ...ที่เข้าใจ….”
 …………………………………
 ผมมองหมูหันที่ยังคงเล่นรถของเล่นโดยที่ไม่สนใจผมสักนิด แม้ว่าผมจะพยายามขอโทษและชวนคุย
 “หมูหัน…..”
 “บรื้นนนนน”
 “แม่ขอโทษ......หนูเจ็บแก้มมากไหม”
 ยังคงนิ่งเฉยไม่สนใจผม
 “แม่จะไม่ห้ามให้หนูเล่นกับพ่อแล้วนะ”
 หมูหันหันมามอง แก้มยังมีรอยแดงจนผมอดที่จะโทษตัวเองอีกไม่ได้
“จริงหรอครับ!”
 “จริงสิ”
 “เย่! งั้นผมหายโกรธล่ะ”
 ผมจับแก้มลูกแล้วจูบลงเบาๆ "แม่ขอโทษนะที่ทำหนูเจ็บ"
 “แค่นี้จิ๊บๆน่า  ลูกผู้ชายต้องอดทน!”
 เสียงรถเข็นทำให้ผมและหมูหันหันไปมอง
 “พ่อ!” หมูหันพุ่งไปกอดเต็มรัก “แม่ให้ผมเล่นกับพ่อแล้ว เย่ๆ!!”
 “แล้วจะเล่นอะไรกับพ่อล่ะฮึ”
 “ซุปเปอร์แมน!”
 “เล่นยังไงล่ะ”
“ก็นี่ไงทำแขนแบบนี้เอาผ้าคลุมมาผูกตรงคอแล้วก็ บิน!” หมูหันทำท่าวิ่งไปทั่ว 
 “พ่อขอโทษนะพ่อเล่นไม่ได้หรอก…พ่อ...วิ่งไม่ได้” พี่คิงส์ยิ้มเศร้า
 หมูหันทำหน้าผิดหวัง “แล้วทำไมพ่อไม่ลุกล่ะ”
 พี่คิงส์มีสีหน้าเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด
 “คือพ่อ…”
 “มาเล่นกับตาดีกว่า” พ่อที่จู่ๆก็มา พูดพลางเอาผ้ามาคลุมหลัง
 “พ่อเขาไม่สบายน่ะ มาเล่นกับตาดีไหม”
 “อ้าว….พ่อไม่สบายหรอ” หมูหันเดินมาหาแล้วจับมือพี่คิงส์ “หายไวๆนะครับแล้วมาเล่นกับผม”
 พี่คิงส์นิ่งงันก่อนจะพยักหน้ารับปากอย่างจำใจ
 หมูหันยิ้มร่าแล้วไปเล่นกับพ่อของผม
 ผมโอบคอพี่คิงส์จากด้านหลังพลางปลอบโยน
 “เดี๋ยวพี่คิงส์ก็หาย….พรุ่งนี้ไปโรงพยาบาลเพื่อไปทำกายภาพบำบัดนะครับ…ผมจะลางานแล้วจะพาไป”
 “พี่ไม่หายหรอก..”
 “หายสิครับ พี่ต้องหาย…..พี่เห็นไหมครับสนามหญ้าตรงนั้น พี่ไม่อยากที่จะเหยียบย่ำมันอีกครั้งเหรอครับ….ถ้าพี่อยากสัมผัสมันพี่ต้องเข้มแข็งแล้วเราจะผ่านมันไปด้วยกัน”
 มือหนาจับมือผมเเล้วจูบ ก่อนจะพยักหน้ารับ....
 หลังจากนั้นผมก็พาพี่คิงส์เข้ามาในบ้านเพื่อที่จะพามาทานอาหารเช้าที่ตอนนี้เป็นอาหารกลางวันสำหรับพี่คิงส์เรียบร้อยแล้ว
 ผมจับหน้าอกตัวรู้สึกปวดขึ้นมาดื้อๆจนแทบจะทำกับข้าวที่นำมาให้พี่คิงส์หล่น
 “น่ากินทั้งนั้นเลย หอมทำเหรอ”
“ปะ..เปล่าครับ แม่ทำน่ะครับ”
 “เหรอ อ้าวแล้วจานข้าวหอมล่ะ”
 “มะ….ไม่หิวน่ะครับ อะ..เอ่อ ผมขอตัว ขะ….เข้าห้องน้ำก่อนนะครับ…”ผมรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำทรุดตัวลงเพราะไม่ใช่แค่ตรงอกที่เจ็บแต่ภายในร่างกายผมนั้นเจ็บไปหมด
 “อึก….อ่อก…พรวดดดด”
 ผมมองเลือดที่ทะลักออกมาจากปากและกระจายอยู่บนฝ่ามือของผมอย่างตะลึง
 “แค่กๆ..ๆ..มะ..ไม่จริง เเค่กๆ...ยังจะตายไม่ได้ ยังไม่อยากตายตอนนี้ ฮึก..ก..ก..”ผมกอดตัวเองพยายามฝืนทนอาการเจ็บปวด
 “จะ…เจ็บ” ภายในร่างกายปวดเหมือนทุกอย่างกำลังบิดเบี้ยว
 ก๊อกๆ..ๆ..
 “หอมเป็นอะไรหรือเปล่า จู่ๆก็วิ่งมา” พี่คิงส์เคาะประตูจนทำให้ผมสะดุ้งเฮือก
 พยายามฝืนตอบ “ปะ..เปล่าครับ แค่…แค่ปวดท้อง”
 “กินยาไหมพี่จะหาให้”
 “มะ..ไม่เป็นไรครับ ผม....สบายดี พี่ไปกินข้าวต่อเถอะเดี๋ยวจะเป็นโรคกระเพาะนะครับ”
 “……งั้นพี่ไปกินข้าวนะ….ถ้าเป็นอะไรต้องบอกพี่นะ”
 “คะ..ครับ”
 หลังจากที่ข้างนอกเงียบสนิทแน่ใจว่าพี่คิงส์ไปแล้ว ผมก็ค่อยๆพยุงตัวเองอย่างลำบาก มองตัวเองในกระจกที่มีเลือดไหลตรงปาก เลือดกระจายเปื้อนเสื้อผ้าและลำคอ
 “ฮึก..ก…ก…ยังไม่อยากตายตอนนี้  ผมยังไม่อยากตาย….ขอให้ผมได้อยู่ดูลูกโตมากกว่านี้เถอะ….ขอให้ผมได้มีความสุขก่อน….”
 


ออฟไลน์ Tastsu

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 70
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
ตอนที่ 27
«ตอบ #107 เมื่อ15-07-2017 14:37:57 »

 “โอ๊ยยย เบาๆสิแก้มฉันก็ระบมหนักกว่าเดิมสิ!”
“ขะ…ขอโทษค่ะคุณลินดา”
 “เพราะพวกมันแท้ๆ ฉันจะแก้แค้น! อูยยยยย”
 ชายหนุ่มสองคนเดินลงมาจากชั้นสองพร้อมกัน  ลินดาสั่งให้คนรับใช้ออกไปก่อน
 “กว่าจะตื่นนะ”เธอพูดพลางกอดอกไม่พอใจ
 “ขอโทษนะครับลินดา”
 “อย่าโกรธพวกเราเลยนะ”
 “โกรธสิเมื่อวานไม่เห็นช่วยลินดาเลย ดูสิ ทั้งปากทั้งหน้าแหกไปหมดแล้วเนี่ย”
 “เอ่อ….ขอโทษนะครับ อย่าโกรธพวกเราเลยนะ” ทศพูดพลางซุกไซร้ลำคอขาว ส่วนริดก็ไถ่โทษโดยการพรมจูบแขนเรียว
ทศและริดมองตากันต่างฝ่ายต่างมองอย่างไม่สบอารมณ์เหมือนกับว่าหึงกันและกัน!
 ……………………………………………………………..
 วันต่อมา
 “หมอบีบตรงนี้รู้สึกไหมคะ”
 “รู้สึกนิดๆครับ” พี่คิงส์เอ่ยบอกหมอสาว
 หมอยิ้ม  "หากเป็นแบบนี้มีโอกาสหายนะคะ เพราะขายังมีความรู้สึกยู่…..ถ้ายังไงหมออยากให้คุณพาคนไข้มาทำกายภาพบำบัดทุกวันนะคะ"
"จริงเหรอครับ คุณหมอช่วยพี่คิงส์ด้วยนะครับ" ผมจับมือพี่คิงส์ยินดี พี่คิงส์ก็ยิ้มหน้าบาน
 “ค่ะ นี่ตารางการทำกายภาพบำบัดนะคะ ทำที่บ้านก็ได้ค่ะแต่ว่าพอถึงเวลาต้องมาที่โรงพยาบาลนะคะ”หลังจากนั้นหมอก็ให้พี่คิงส์เริ่มทำกายภาพบำบัด บุรุษพยาบาลช่วยพยุงให้พี่คิงส์นอนบนเตียง ก่อนที่หมอสาวจะเริ่มให้พี่คิงส์ทำตาม โดยให้ค่อยๆขยับขาเท่าที่จะทำได้ งอขา ขยับขา ผมมองการกระทำอย่างใจจดใจจ่อ แม้จะนานพอสมควรกว่าพี่คิงส์จะพยายามขยับขาได้แต่แค่นี้ก็มีหวังแล้ว
หลังจากทำกายภาพบำบัดเสร็จผมก็พาพี่เขากลับบ้าน
“นี่เธอเพิ่งหายป่วยนะ อย่าเพิ่งลุกมาจับโน่นทำนี่สิ” เสียงคุณนายเอ่ยขึ้นคงเพราะป้าเนียนที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลลุกมาทำอะไรบางอย่างแน่ๆ
 “คุณนายคะ เนียนหายป่วยแล้วค่ะ เนียนอยากทำอะไรเพื่อทุกคนบ้าง”
 “เธอเนี่ยนะ”
 “ให้เนียนทำอะไรบ้างนะคะ…ได้ไหมคุณมะลิ”
 “เเน่นะคะว่าหายดีแล้ว คุณแก่แล้วน่าจะพักนะคะ”
 “ต๊ายยย แก่ที่ไหนกันยังแข็งแรงดี”
 “งั้นเข้าครัวกันเลยค่ะ” พูดจบแม่กับป้าเนียนก็เข้าไปในครัว
 “มีอะไรหรือครับคุณนาย”
 “ก็เนียนน่ะสิ บอกว่าจะทำขนมขาย เฮ้อ….แก่แล้วก็น่าจะพักบ้างนะ”
 “งั้นเหรอครับ….เพิ่งออกจากโรงพยาบาลวันนี้เอง”
 “อ้อ หอม”
 “ครับ”
 “เมื่อกี้นี้เรียกฉันว่าอะไรนะ”
“คุณนายครับ”
 “เฮ้อ…นั่นสินะเธอเรียกฉันแบบนี้มาตั้งแต่เริ่มคบกับตาคิงส์ใหม่ๆนี่นะ เพราะฉันเป็นคนบอกให้เรียก….หอม….ต่อไปนี้เธอไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณนายแล้วนะ เธอเรียกฉันว่าแม่เถอะ”
 ผมอึ้ง คุณแม่เหรอ…คุณนายให้ผมเรียก
 “เอ่อ…จะ….จะดีเหรอครับ ผม….”
 “หอมมาถึงขั้นนี้แล้วจะกลัวอะไรอีกล่ะฮึ ตอนนี้เธอเองก็เหมือนลูกของฉันคนหนึ่งนะ”
 “คุณนาย….”
 “เรียกใหม่”
 “คุณแม่…”
 คุณแม่กอดผมแล้วตบหลังเบาๆ
 "ฉันนี่โง่จริงๆที่เพิ่งรู้ตัวป่านนี้…..ทำให้เธอเสียใจมาหลายปี…..ถ้าฉันรู้ตัวเร็วกว่านี้ก็ดีสินะ เธอและลูกจะได้สบาย….ฉันคงมีความสุขได้มองหลานวิ่งเล่นในบ้านนานแล้ว”
 “คุณ…แม่…..”
 พี่คิงส์มองผมยิ้มให้เเล้วชูสองนิ้วสู้ๆ
 ………………………………………………….
 “ยิ้มอะไรเหรอหอม”  พี่แอนเจ้าของกิจการที่ผมทำงานด้วยเอ่ยทัก
“นิดหน่อยน่ะครับ”
 “แหนะ…คิดถึงที่รักอยู่ใช่ไหมล่ะ”
 “ก็…..”
 “ใช่ล่ะสิ”
 “พี่แอนก็….ชอบล้อผมอยู่เรื่อยเลย”
 “ก็จริงนี่” พูดพลางวางแก้วกาแฟให้ตรงหน้า
 “เดี๋ยวนี้หอมน่ะ ดูสดใสขึ้นมากเลยนะ เพราะคนรักอยู่ใกล้ใช่หรือเปล่า”
 “ก็คงเป็นอย่างงั้นมั้งครับ” ผมยิ้มรับ
แต่จู่ๆโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้นชื่อที่ปรากฎที่หน้าจอทำให้ผมเบิกตากว้าง…
…………………………………………………………………………
 “ว่าไงนะ ออกไปจากที่นี่แล้วเหรอ”
 “เอ่อ…..ค่ะคุณลินดา ผู้ชายสองคนนั้นออกจากบ้านไปแล้วค่ะ”
 ลินดาอ้าปากค้าง จุกจนพูดไม่ออก  โดนหักหลังได้เจ็บแสบ!
 “ทำไมแกไม่ห้ามฮะ พวกแกด้วย ยืนเอ๋อทำไมไม่ห้าม!”
 เหล่าคนใช้สะดุ้งเฮือกไม่กล้าสบตา
 “กะ…” ลินดากำหมัดแน่นเล็บจิกเข้าเนื้อ “ทรยศฉันเหรอ ไอ้พวก……เอ๊ย! กรี๊ดดดดด”
“คะ..คุณลินดาคะ ตำรวจมาขอพบค่ะ!”
“อะไรนะ” ลินดาเบิกตากว้าง
ตำรวจหลายนายเดินเข้ามาในบ้าน ลินดาใจเต้นตึกตักด้วยความกลัวว่าจะถูกจับพิรุธได้
“มะ..มีอะไรคะ”
“ผลการตรวจ DNA ที่คุณต้องการให้ตรวจจากศพออกมาแล้วครับ…..ศพนั้นไม่ใช่ของคุณโชคชัยและตอนนี้มีคนนำคุณโชคชัยมาที่โรงพยาบาลแล้วครับ”
ลินดาเบิกตากว้างแทบถลนออกมา เนื้อตัวสั่น “มะ...ไม่จริง…”
 ………………………………………………………….
 “จริงเหรอหอม!” คิงส์ยิ้มอย่างดีใจจนน้ำตาไหลออกมาทำให้พิสมัยที่นั่งอยู่ข้างๆเอ่ยถาม
 “หะ…หอมโทรมาทำไมเหรอคิงส์” ถามเพราะเห็นคิงส์ยิ้มทั้งน้ำตา
 “หอมโทรมาบอกว่า พ่อ..พ่อยังไม่ตายครับ!”
 “อะไรนะ….จริงเหรอ!” พิสมัยแทบสิ้นสติสามีของเธอยังไม่ตาย…เธอร้องไห้หนักกว่าลูกชายหลายเท่า
“ครับ...หอมบอกว่ามีคนใช้โทรศัพท์พ่อโทรหาว่าพ่อยังมีชีวิตอยู่…”
จากนั้นคิงส์ก็เล่าตามที่หอมบอกทุกอย่าง ว่าโชคชัยเกือบถูกฆ่าตายด้วยฝีมือของคนที่ลินดาจ้างแต่มีคนช่วยไว้ทันและด้วยความกลัวลินดาคนที่ถูกจ้างเลยขอร้องเขาโดยการนำเสื้อผ้าโชคชัยไปให้ศพไร้ญาติที่วัดหนึ่งสวมใส่แทนแล้วอ้างว่าเป็นศพโชคชัย….ตอนแรกเขาจะพาโชคชัยกลับบ้านแต่ทางเขาเกิดปัญหานิดหน่อยเลยพามาไม่ได้และตอนนี้โชคชัยอยู่โรงพยาบาลเพราะความเครียด
ทุกอย่างที่ร่ายออกมาจากปากคิงส์ทำให้พิสมัยร้องไห้โฮพร้อมกับกำมือแน่น
“อีลินดา!...มันนั่นเองที่เป็นฆาตกรตัวจริงทำไมมันเลวขนาดนี้!”
คิงส์เองก็คาดไม่ถึงว่าลินดาจะเลวขนาดนี้เช่นกันกล้าแม้กระทั่งสั่งฆ่าคน
 “คิงส์..ระ..เรารีบไปหาพ่อกัน…แม่อยากไปหาพ่อ ฮึก..ก..”
 “แม่ไม่โกรธพ่อเหรอครับ”
“แม่ไม่เชื่อว่าพ่อเขาจะทำร้ายเรา…ต้องเป็นแผนพวกมันแน่นอน”
คิงส์พยักหน้า “แต่หอมบอกว่าอยากไปด้วยน่ะครับ พวกเรารอหอมก่อนดีกว่าครับ”
“อืม….”

ออฟไลน์ Tastsu

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 70
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
ตอนที่ 28
«ตอบ #108 เมื่อ15-07-2017 14:38:41 »

ลินดามองตัวเองในกระจกกระชับเสื้อคลุมแน่นเส้นเลือดที่ขมับตึงเปรี๊ยะด้วยความเครียด เธอเช็ดน้ำตาที่หลั่งออกมาดื้อๆ
 “ทำไมมันไม่ตาย…ทะ…ทำไม…” เธอกล่าวเสียงสั่น ในมือกระชับมีดสั้นแน่นเพราะวันนี้เธอตั้งใจจะไปสังหารโชคชัยให้ตายจริงๆ!
 RRrRRR เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น  ลินดารีบกดรับ
 “แม่…แม่อยู่ที่ไหนเนี่ย ทำไมไม่กลับบ้านสักที…รู้ไหมว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว…”
 “ละ..ลินดา ชะ..ช่วยแม่ด้วย”
 “แม่อยู่ที่ไหน! เกิดอะไรขึ้น!”
 “ฮึก..ก..พวกมัน จับตัวแม่ไว้ มันบอกว่าถ้าแม่ไม่ให้เงินมัน มันจะไม่ปล่อยแม่ ฮึก..ก…ลินดาโอนเงินมาให้แม่นะ”
 “นี่แม่เล่นเสียอีกแล้วเหรอ….เสียเท่าไรอีก”
ลดาพูดตอบเสียงสั่นจำนวนเงินหลายหลักทำให้ลินดานิ่งค้าง
“ทำไมแม่เล่นเสียขนาดนี้!..หนูจะไปเอาเงินที่ไหน..ตอนนี้มันกลับมาแล้วมันยังไม่ตาย!..ทุกอย่างถูกระงับหมดเลย!”
“ชะ..ช่วยแม่ด้วย…ฮึก..ก...แม่กลัวนะ มันขู่จะฆ่าแม่ด้วยถ้าแม่ไม่จ่ายเงินภายในวันนี้”
 “วันนี้!?”  ลินดากำโทรศัพท์แน่น  “วันนี้หนูจะโอนไปให้ ถ้าทำสำเร็จ…”
 “ทำอะไรเหรอลูก….”
“ฆ่าคน..”
 “ว่าไงนะ! หนูจะฆ่าใคร”
 “....แม่…แม่รอนะ เดี๋ยวหนูจะโอนไปให้”
 “จ้ะๆ แค่วันนี้เท่านั้นนะ หนูโอนมาให้แม่นะ ว๊ายยยย” สายถูกตัดออกไป
 “แม่! แม่!  โถ่เอ๊ย!” ลินดากำมือแน่น
 ก่อนจะรีบพาตัวเองไปยังเป้าหมายทันที เมื่อพ้นสายตาเหล่าคนใช้ก็โทรบอกตำรวจเพื่อให้ทราบความเคลื่อนไหวของลินดา
 “ฉันมาขอเยี่ยมคุณโชคชัยค่ะ”
 พยาบาลสาวยิ้มรับ  “ถ้าอย่างนั้นเชิญด้านนี้นะคะ” ลินดาทำตามที่บอกและเดินตามพยาบาลสาวไปในตึกหนึ่งซึ่งแปลกเพราะว่าไม่มีคนไข้คนอื่นอยู่เลย เมื่อถึงหน้าห้องพยาบาลสาวก็เอ่ยอีกครั้ง
 “เวลาเยี่ยม 10 นาทีนะคะ” พูดจบพยาบาลก็เดินจากไป ลินดาเข้าไปในห้องมองไปที่เตียงที่มีร่างๆหนึ่งนอนหลับอยู่
เธอยิ้มแสยะ  “ไงคะคุณโชคชัย….ลินดาเองค่ะไม่เจอกันนานเลยนะคะ”
 ‘…..’
 “ทำไมถึงยังมีชีวิตอยู่ทำไมไม่ตายไปซะ!...ถ้าคุณไม่เย็นชากับฉันก่อนแล้วรีบยกสมบัติให้ฉัน…บางทีฉันอาจจะเก็บคุณไว้ก็ได้…แต่ไม่!….คุณกลับทำสิ่งที่ตรงข้ามทั้งหมด!...คนอย่างคุณต้องให้ฉันฆ่าอีกกี่ครั้งถึงจะตาย!”
 มือเรียวค่อยๆหยิบมีดออกมาจากเสื้อคลุม
 “ตายซะเถอะ!”
“หยุดอยู่แค่นั้นล่ะ คุณลินดา”
 ลินดาหยุดชะงัก ไม่ทันที่จะได้หันไปมอง ตำรวจก็เข้าชาร์ตทันที
 “กรี๊ดดดดด”
 เธอถูกจับตัวและถูกพาออกมาจากห้องนั้นทันที
 “ปล่อย! เกิดอะไรขึ้น! แกมาจับฉันทำไม!” ลินดาพยายามดิ้นจากการเกาะกุม
ลินดามองมือตัวเองที่กำลังจะถูกคล้องกุญแจมือ
“ผมขอจับคุณในข้อ….”
เธอใช้แรงเฮือกสุดท้ายดิ้นหนีและตัดสินใจแย่งปืนจากตำรวจอย่างสุดฤทธิ์และเธอก็ทำสำเร็จ
 “อย่าขยับไม่งั้นฉันยิงแน่!” เธอยกปืนขู่ ก่อนจะค่อยๆเดินหนีทั้งๆที่มือยังคงกวาดปืนไปทั่ว ตำรวจนิ่งเพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ปะทะกันในโรงพยาบาล ก่อนจะรีบติดตามเมื่อเธอวิ่งหนีออกไป
 “ฉันไม่ยอม ฉันจะต้องไม่ถูกจับง่ายๆแบบนี้”เธอจะวิ่งไปที่รถตัวเอง แต่กลับมีตำรวจเฝ้าอยู่
 เธอทรุดตัวแอบข้างตึก  “ช..ช่วยด้วย ใครก็ได้ ฮึก..ก…แม่…พ่อ…ช่วยลินดาด้วย” นึกขึ้นได้เธอก็รีบโทรหา แต่กลับปรากฎร่างของตำรวจที่เจอเธอเข้า
 ปัง!
 ลินดายิงทันทีเพราะความตกใจและกลัว
 “มะ..ไม่จริง” เธอมองร่างของตำรวจที่ล้มลง มองมือตัวเองที่เป็นคนลั่นไก
 “ฉะ..ฉันไม่ได้ทำ” เธอจะวิ่งหนีแต่ตำรวจหลายนายปรากฏตัวอีกครั้ง
 “หยุด! แล้ววางปืนลงซะไม่อย่างนั้นผมจะยิง!”
“ไม่!  ถ้าเข้ามา ฉันจะยิงเหมือนกับตำรวจคนนี้!” เธอยังพูดข่มขู่ ทั้งที่ในใจเธอสั่นกลัวแต่ยังยกปืนกวาดขู่ไปทั่ว
 “วางปืนลงซะ”
 “ไม่! อย่าเข้ามา! ฮึก..ก...ก” เธอยกปืนไปที่หมอเเละพยาบาลที่จะไปหาคนเจ็บ
 “คุณใจเย็นๆ ถ้าคุณมอบตัวตอนนี้โทษหนักจะกลายเป็นเบา…..คุณยอมให้หมอไปหาตำรวจที่นอนเจ็บเถอะครับ ถ้าเขาเป็นอะไรขึ้นมาคุณจะโดนข้อหาหนักกว่าเดิม”
 “ไม่! พวกแกจะหลอกฉันอีกล่ะสิเพราะอีกระเทยนั่นใช่ไหม เพราะพวกมันใช่ไหม!พวกมึงอยู่ไหนออกมาเลย อีตัววางแผนทั้งหมด พวกมึงออกมา!” ลินดากรีดร้องลั่น
 “วางปืนลงเถอะครับ….”
 “ไม่! ฉันไม่ยอมติดคุกง่ายๆไม่มีทาง! คนอย่างฉัน….ไม่มีวันมีจุดจบแบบนี้!”
 “คุณมอบตัวเถอะ คุณอาจจะพ้นผิดทนายจะช่วยคุณเอง….” ตำรวจยังคงเกลี้ยกล่อม
 ลินดาร้องไห้หนัก เธอสับสนไม่รู้จะทำยังไง เธอลดปืนลงช้าๆ ตำรวจค่อยๆเดินเข้าไปหาเธอเมื่อเห็นเธอเริ่มลดปืนลง
 “มะ….ไม่….ฉัน….ไม่อยากติดคุก….ฉัน…..ฉันไม่ยอม!”
 ปัง! เธอยกปืนยิงทันที จนตำรวจนายนั้นล้มลง
 ปัง! และกระสุนนัดต่อมาคือกระสุนที่ทะลุผ่านร่างกายของเธอ
 ร่างของลินดาล้มลง  ตาค้าง…..
 “อัก..!  มะ..ไม่…ฉะ..ฉัน..ไม่อยากตาย….อัก!” เธอกระอักเลือดกระจายเต็มหน้าและลำคอ หมอและพยาบาลรีบวิ่งมาช่วยเธอ ลินดายังคงตาค้าง น้ำตาไหลตลอดเวลา
 ‘โตขึ้นลินดาจะเป็นคนดีค่ะ ลินดาอยากเป็นเหมือนพ่อที่ใครๆก็รัก’
 ‘พ่อดีใจนะที่หนูคิดได้ สัญญากับพ่อนะครับคนดี ว่าถ้าหนูโตขึ้นจะเป็นคนดีต่อสังคม ไม่ทำร้ายผู้อื่น’
“ค่ะ ลินดาสัญญาค่ะ”
 คำสัญญาในอดีตผุดขึ้นมาในหัว  หยาดน้ำตาหลั่งรินเมื่อสายเกินไป…..เธอมาคิดได้เมื่อวาระสุดท้ายกำลังจะมาถึง
 “หนูไม่ได้เป็นคนดีตามที่สัญญากับพ่อเลยค่ะ หนูกลายเป็นคนเลว…หนูขอโทษ….ถ้าหนูเจอพ่อ พ่อให้อภัยหนูนะคะ….”เสียงพึมพำจากปากค่อยๆขาดหายพร้อมกับหัวใจที่หยุดเต้น
 ……………………………………………………………………………………..
Part  Ton Hom
 พวกผมรออยู่ที่บ้านได้รับโทรศัพท์จากตำรวจถึงเรื่องราวต่างๆ ทุกคนต่างตกใจเมื่อรับรู้ถึงเหตุการณ์และรู้ว่าลินดาตายแล้ว……พวกผมไม่คิดว่าเรื่องราวจะร้ายแรงขนาดนี้
พวกเรารีบไปที่โรงพยาบาลทันที ได้เห็นตำรวจกำลังพิสูจน์หลักฐานและรอยเลือดสีเข้มที่ผมต้องเบือนหน้าหนี ก่อนจะรีบไปยังห้องที่ทุกคนอยากไปให้ถึงเร็วที่สุด
 “คุณโชคชัย!” คุณแม่ค่อยๆเดินไปหา มือปิดปากน้ำตาไหลไม่ขาดสายเมื่อมองคุณพ่อที่มองมาทางตนพอดี
 “คุณหญิง….”
 แค่เอ่ยเท่านั้น คุณแม่รีบเข้าไปสวมกอด
 “ตาแก่! หนังเหนียวจริงๆ ฮือๆๆ”
 ลำแขนแกร่งค่อยๆโอบกอดตอบ “แช่งผมเหรอ...หึ…ผมขอโทษ...ผมกลับมาแล้ว”
 ผมค่อยๆเข็นรถพี่คิงส์เข้าไปหา
 “พ่อ”
 “คิงส์…..หนูหอม….”
 “ยินดีต้อนรับกลับมานะครับ…” พี่คิงส์เอ่ยแล้วจับมือพ่อมาแนบกับแก้มตัวเอง
“พ่อขอโทษสำหรับทุกอย่าง…ผมขอโทษนะคุณหญิงเรื่องลินดา…ผมขอโทษจริงๆ…” คุณพ่อเอ่ยทั้งน้ำตาคุณแม่พยักหน้าแล้วหอมแก้ม
“ค่ะ….ทีหลังถ้าทำอีกฉันจับตอนจริงๆด้วย”
คุณพ่อหัวเราะแล้วชูนิ้วสาบาน
………………………………………………………….
 1 อาทิตย์ต่อมา
 พิธีศพของลินดาถูกจัดขึ้นเเละจบภายในวันเดียวแม้พวกผมจะพยายามติดต่อคุณลดาผู้เป็นแม่แต่กลับติดต่อไม่ได้จน3วันต่อมาถึงรู้สาเหตุนั้น ตำรวจตระเวนชายแดนพบศพของคุณลดาที่เสียชีวิตมาได้1อาทิตย์แล้ว สันนิษฐานว่าอาจโดนผู้มีอิทธิพลของประเทศเพื่อนบ้านฆ่าตาย
 กรรมช่างตามทันจนน่ากลัว แต่ผมก็คิดว่ามันหนักหนาเกินไป….อยากให้โอกาสพวกเขาบ้าง….ผมเชื่อว่าก่อนที่ทั้งสองคนจะตายต้องกำลังเสียใจที่ตนเองคิดผิดแน่ๆ…..ผมไม่ติดใจอะไรทั้งยังอโหสิกรรมให้และกรวดน้ำให้เสมอเวลาไม่สบายใจ
ส่วนพินัยกรรมคุณพ่อเล่าว่าตอนเขียนนั้นไร้สติ ทุกอย่างจึงเป็นโมฆะ ดังนั้นเรื่องทุกอย่างจึงจบลง คุณเเม่เเละพี่คิงส์ก็สบายใจที่รู้เรื่องราวจากปากคุณพ่อที่ไม่ได้ยกสมบัติให้ลินดา....บริษัทแม้ไม่อาจนำกลับคืนแต่ทุกคนต่างก็ตั้งมั่นที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่…. 
 “ดาวล่ะ ดาว!” หมูหันชี้มือเมื่อเห็นดาวตก ผมที่กำลังนั่งกอดลูกก็มองตามมือน้อยๆ
 “ถ้าเห็นดาวตกเขาให้ขอพรนะ”
 “จริงหรอ! งั้นถ้าเห็นอีกผมจะขอล่ะ”
 “ขอว่าอะไรฮึ หรือขอให้ได้กินขนมเยอะๆ”
 “ไม่ใช่สักหน่อยยย”
 “แล้วขออะไรล่ะ”
 “ขอให้พ่อและแม่อยู่กับผมตลอดไปเลย คุณตา คุณยาย คุณปู่ คุณย่าด้วย“พูดแล้วหันมาซบอกผมซะงั้น ผมจูบหน้าผากลูกแล้วกอดไว้แน่น
 “หมูหัน…ถ้าแม่ไม่อยู่หนูต้องเข้มเเข็งนะ”
หมูหันทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
 "แม่จะไปไหนหรอ..จะทิ้งผมหรอ”
 “เอ่อ..….”
 “ไม่เอา! แม่ห้ามไปไหนนะ ไม่งั้นผมจะโป้งจริงๆด้วย ไม่พูดด้วยอีกแล้วนะ”
 “หมูหัน”
 “ฮึก..ก..ก ไม่เอาๆๆ ไม่ฟังๆๆ” พยายามดิ้นจากอ้อมกอดของผม
 “ฟังแม่ก่อนนะ” ผมจับตัวลูกให้หันมามอง  “แม่ไม่ได้อยากไปไหนแต่ถ้าถึงเวลานั้นหนูต้องเข้มแข็งนะครับ”
 ‘….’
 “เป็นลูกผู้ชายต้องเข้มเเข็งเหมือนที่หนูเคยพูดใช่ไหม”
 หมูหันน้ำตาคลอ ผมเองก็ไม่ต่างกัน
 “หนูชอบดาวใช่ไหม”
 หมูหันพยักหน้า
 “ถ้าแม่ไม่อยู่ หนูดูดาวบนท้องฟ้านะ..นั่นคือแม่  เเม่จะคอยมองดูหนูจากข้างบนนั้น”
 “แล้วถ้าผมอยากกอดแม่ล่ะ ผมจะทำยังไง…..”
 ผมรวบตัวลูกมากอดแล้วหอมเเก้มรักใคร่ “….นั่นสินะ…..”
 “ทั้งสองคนเข้าบ้านได้แล้วนะ” เสียงคุณแม่เรียก  ผมรีบเช็ดน้ำตาให้ตัวเองและลูก
 “มาทำอะไรในสวน ดึกๆแบบนี้ ยุงกัดตัวลายแล้วมั้ง เข้าบ้านเถอะ “
 “ครับ…”
 “หมูหันมานี่ลูก มาพาย่าเข้าบ้านหน่อย”หมูหันมองมาที่ผมคงเพราะกังวลแต่ก็ค่อยๆเดินไปจับมือคุณแม่
ผมและลูกมาอยู่บ้านพี่คิงส์ได้เกือบเดือนแล้วทุกอย่างกำลังเป็นไปด้วยดี พี่คิงส์เริ่มจะเดินได้บ้างโดยใช้ไม้ค้ำ แต่ถือว่าฟื้นตัวเร็วมากเมื่อเทียบกับผู้ป่วยคนอื่น
 “คณปู่!” หมูหันวิ่งไปหาคุณพ่อที่กำลังนั่งประดิษฐ์ของเล่นชิ้นใหม่ให้
 “ว้าวววววว  อะไรหรอครับคุณปู่”
 “ว่าวยังไงล่ะ ปู่ประดิษย์เองเลยนะ พรุ่งนี้จะพาทุกคนไปเที่ยวที่ราบตรงภูเขา ที่นั่นมีลมสำหรับเล่น อากาศก็ดีเหมาะสำหรับจีบกันด้วย ฮ่าๆๆ”
 “เย่ๆๆ  ปู่สอนผมเล่นด้วยนะ”
 “ได้ซี่!”
 หมูหันวิ่งไปมาอย่างตื่นเต้น ท่าทางคงจะลืมเรื่องเมื่อกี้นี้แล้วล่ะ
 ผมยิ้มรับ ก่อนที่พี่คิงส์จะค่อยๆเดินมาหาผมอย่างยากลำบาก
 “ไปที่สวนอีกครั้งไหม”
 ผมพยักหน้ารับ
 “วันนี้ท้องฟ้าสวยดีนะ”
 “ครับ….สวยมาก…..” ผมค่อยๆพยุงให้พี่คิงส์นั่งบนเก้าอี้ เราสองคนมองหน้ากันแล้วยิ้ม มือหนาเอื้อมมาจับมือของผม
 “พี่ดีใจที่วันนี้เรามีเรา…พี่รักหอมมากๆ”
 “ผมก็รักพี่ครับ……”
 พี่คิงส์สัมผัสใบหน้าของผม “พี่เลวมากที่ทิ้งหอมและลูก…แต่หอมก็ยังอยู่ข้างๆพี่ ….พี่สัญญาว่าจะดูแลหอมและลูกตลอดไป จะกลับมาเดินให้ได้เหมือนเดิม…เป็นสามีและพ่อที่ดี”
 “ไม่ต้องสัญญาผูกมัดหรอกครับ ขอแค่พี่คิงส์ทำมันด้วยหัวใจก็พอและรักผมรักลูก…ผมไม่ขออะไรอีกเลย…”
“แน่นอนสิ พี่ทำด้วยหัวใจอยู่แล้ว…”
 จุ๊บ  ริมฝีปากจูบลงบนฝ่ามือของผมอย่างแผ่วเบา
 “พี่จะไม่จากไปไหน หอมเองก็อย่า…..จากพี่ไหนเลยนะ……”
 ผมนิ่ง…..ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ “…..ครับ…..”
 ………………………………………………………………………….
 หมอหนุ่ม ทรุดตัวลงบนโซฟาเมื่อกลับจากโรงพยาบาล เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่กับความเหนื่อยล้า ….และหัวใจที่ยังไร้คนดูแล
 “ท่าทางเราจะไม่มีดวงด้านนี้จริงๆ คงต้องโสดไปตลอดชีวิตล่ะมั้ง”
 RRRrrRrrr เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาไม่อยากกดรับเแต่ก็ต้องเอื้อมมือไปรับอย่างยากเย็น แต่เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฎเขาก็ยกยิ้มทันที
 “ว่าไงครับ คุณหมอคิวปิด”
 “กว่าจะรับได้นะคุณ”
 “ผมเพิ่งถึงบ้านนี่ครับ..แล้วคุณหมอตัวเล็กโทรหาผมซะดึกทำไมครับ”
 “คิดว่าผมอยากโทรหาคุณนักหรือไง อีกอย่างประเทศผมยังเช้าอยู่เลย…..ที่โทรมาหาคุณเพราะเรื่องแฟนคุณไงที่บอกจะมารักษาไม่เห็นมาเลยนี่”
 หมอพิสุทธิ์เสยผมอย่างเหนื่อยใจ “หอมไม่ใช่แฟนผมหรอก”
 “อ้าว ไหนบอกว่าแฟน….ช่างเถอะ…แล้วสรุปเอ่อ คุณหอมเขาจะรักษาตัวไหม…..บอกไว้ก่อนเลยนะ ผมเองก็ไม่มั่นใจว่าจะหายไหมแต่อย่างน้อยก็อยากให้รักษา…”
 “ผมอยากให้เขาไปรักษาใจจะขาดแต่เขาดื้อจริงๆ” หมอหนุ่มกุมขมับเครียด
 “งั้นผมจะไปประเทศไทย จะไปพาตัวเขามาเอง”
 “หืม?”
 “ผมจะไปประเทศไทย คุณมารับผมที่สนามบินด้วยนะ เดี๋ยวโทรบอก”
 “มาเหรอ! ตอนไหน”
 “ตอนนี้”
 “ว่าไงนะ! นี่หมอตัวเล็ก” สายถูกตัดไปแล้ว หมอพิสุทธ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ถึงจะตกใจแต่ก็น่าจะเป็นตัวช่วยที่ดีที่จะพาหอมไปรักษาตัวได้


 

ออฟไลน์ Tastsu

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 70
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
ตอนที่ 29
«ตอบ #109 เมื่อ15-07-2017 14:39:23 »

ตอนนี้คุณพ่อกำลังจะพาพวกผมไปเที่ยวที่ราบตรงภูเขาอย่างที่บอกเมื่อวาน แม้จะชุลมุนเล็กน้อยเพราะกะทันหันแต่ก็ถือว่าเตรียมของได้ทันเวลาพอดี
 “ปากเปื้อนแล้วนะ” ผมเช็ดปากให้หมูหันที่นั่งกินขนมถ้วยที่เมื่อเช้าแม่นำมาให้ เพราะกำลังจะนำไปขายพอดี หมูหันเลยได้โชคกินพุงกาง
 “ว้าวววว สวยจังเลยคุณปู่” หมูหันยื่นหน้าไปหาคุณพ่อที่กำลังขับรถและมีคุณแม่นั่งข้างๆ ข้างหน้าเป็นภูเขาลูกเตี้ยมีหญ้าสีเขียวขจีเหมาะสำหรับปิกนิกอย่างมาก
รถจอดอยู่ด้านล่างพวกผมจึงค่อยๆเดินขึ้นไป ผมและแม่มีหน้าที่ถืออาหารและจูงหมูเดิน ส่วนคุณพ่อก็พยุงพี่คิงส์ให้ขึ้นไปรับวิวแต่โชคดีที่ภูเขาไม่ได้ชันมากมายอะไรจึงพอพาพี่คิงส์ไปชมวิวได้
“สวยจัง…..”
 “เป็นสถานที่ที่พ่อเขาชอบพาแม่มาสมัยสาวๆน่ะจ้ะ”  คุณแม่หันมาบอกผม
 “คุณพ่อโรแมนติกมากเลยนะครับ”
 คุณพ่อหัวเราะ
 “คุณปู่มาสอนผมเล่นว่าวสักทีสิครับ”
 “โอ้ ปู่ลืมเลย มาๆ”
 ผมยิ้ม ก่อนจะส่งน้ำให้พี่คิงส์ “เหนื่อยไหมครับ”
 “ไม่เลย…ที่นี่สวยมากจริงๆ…เรามาแต่งงานที่นี่กันไหม”
 “ตะ….แต่งงานเหรอครับ”
 “ใช่….แต่งงาน พี่เคยบอกแล้วนี่ว่าเราจะแต่งงานกัน”
 “ฮึก…ก…ก…ผมนึกว่าพี่จะล้อเล่นเสียอีก….”
 “พี่ไม่ได้ล้อเล่น พี่พูดจริง…แต่งงานกับพี่นะครับ….นะหอม….”
 ผมพยักหน้าแล้วสวมกอด
 แชะ!  “หวานกันเชียวนะ” คุณแม่พูดพร้อมกับกล้องในมือ
 “แม่ล่ะก็ถ่ายทำไมไม่บอกผมก่อนล่ะ จะได้ให้ช็อตดีๆ”
 “อ้าว แม่ผิดซะงั้นล่ะ ว่าแต่ไม่มีแหวนเหรอฮึ ขอหอมแต่งงานทั้งทีทำไมไม่มีแหวนล่ะ” คุณแม่ทำเสียงดุจนพี่คิงส์หน้าเสีย
 “แหวนเหรอมีสิ!” หมูหันวิ่งมาแต่ไกลก่อนจะหยิบของบางจากกระเป๋า
“ผมพกติดตัวไว้ตลอดเวลาเลยล่ะ ผมคืนให้ครับแม่” หมูหันยื่นแหวนมาให้ แหวนวงนี้คือแหวนที่พี่คิงส์เคยให้ผมเมื่อนานมาแล้วและผมจำได้ว่าคืนให้กับพี่คิงส์ไปแล้ว….แล้วทำไมถึงอยู่ที่ลูกได้
 “หมูหันไม่เอาแล้วเหรอฮึ” พี่คิงส์ถาม
 “ไม่เอาแล้วล่ะ ผมอยากให้แม่สวมมากกว่า…ก็แหวนของแม่นี่นา”
ผมมองแหวนตรงหน้าแล้วปิดปากกลั้นเสียงร้องไห้ …..แหวนวงนี้แหวนของผม….แหวนชิ้นแรกที่พี่คิงส์ให้….แหวนในความทรงจำของสองเราตั้งแต่คบกัน……แหวนที่ผมเคยทิ้งมันไปและคืนให้แต่ตอนนี้มันกำลังจะกลับมาหาผม
“แต่งงานกับพี่นะครับหอม….” พี่คิงส์สวมแหวนให้ผมแล้วจูบหน้าผากปลอบโยน
 “ฮึก..ก..พี่คิงส์”
 คุณแม่กับคุณพ่อยิ้มรับก่อนจะถ่ายรูปพวกผมอีกครั้ง….
 การขอแต่งงานที่ทำให้ผมตื้นตันผ่านพ้นไป...เเต่ผมยังคงยิ้มเพราะมีความสุขพี่คิงส์บอกว่าอาทิตย์หน้าจะจัดงานเเต่งงานเพราะดูฤกษ์มาเรียบร้อยเเล้ว....
 พี่คิงส์นอนหนุนตักผม
 "หอม…."
 "ครับ…."
 "พี่ไม่คิดเลยนะว่าวันนี้จะมาถึงวันที่เรากลับมารักกันอีก….." มือหนาจับมือผมไว้ทั้งหอมทั้งจูบ ผมยิ้มแล้วก้มลงจูบหน้าผากพี่คิงส์
 "ฮ่าๆๆ พี่คิงส์ผมจักจี้นะอย่าเอาหนวดมาถูแก้มผมสิ"
 "ก็หอมอยากมาจูบพี่ก่อนทำไมฮึ"
 "ฮ่าๆ พี่คิงส์ขี้แกล้งจริงๆเลย  หน้าผมเจ็บไปหมดแล้วมั้งเนี่ย"
 พี่คิงส์ลุกนั่งแล้วจับหน้าของผมไว้ แล้วลูบไล้ไปทั่วหน้า  "หายเจ็บหรือยัง"
"หายแล้วมั้งครับ"
 พี่คิงส์มองหน้าผมก่อนจะค่อยๆโน้มหน้ามาแล้วกดจูบที่ปาก
  ลิ้นค่อยๆสอดเข้ามา…
 "แม่ครับๆ  ผมหิวขนมอ่ะ ขนมถ้วยคุณยายหมดหรือยังครับ"
 ผมรีบผละออก
 แต่พี่คิงส์หน้ามุ่ย
 "อ้าว แม่ลืมไว้ที่รถเลย เดี๋ยวแม่ไปเอาให้นะ" พี่คิงส์จับมือผมไว้ไม่ให้ไป
 "พี่คิงส์….ผมจะไปเอาขนมให้ลูกนะครับ"
"เฮ้อก็ได้…..." พูดพลางส่งสายตาให้ตัวอ้วน ก่อนที่พี่คิงส์จะค่อยๆปล่อยมือไป
 รถยนต์จอดอยู่ข้างล่างเนินเดินไปไม่กี่ก้าวก็ถึง
 “ผมไปด้วย…..”
 “ติดใจขนมคุณยายล่ะสิ” ผมเดินจูงมือลูกเพื่อไม่ให้กลิ้งล้ม ก่อนจะเปิดรถเพื่อหยิบตระกร้าขนม
 “อึก...”ผมจับตรงอกตัวเองก่อนจะทรุดตัวลง หายใจไม่ออก….
 “จะ…เจ็บ! แค่กๆ..ๆ…” ผมไอตัวโยนหลับตาแน่นเพราะจุกจนลุกไม่ขึ้น  เล็บจิกเบาะรถเป็นรอยลึกก่อนที่ผมจะทรุดนั่งในเบาะอย่างหมดแรง
 “แม่! แม่เป็นไรหรอ”
 “ปะ..เปล่า”
 “เลือดนี่ เลือด”
 ผมค่อยๆจับปากและจมูกที่มีความรู้สึกเย็นๆ
“มะ..ไม่ใช่”  ผมรีบหยิบขวดน้ำแล้วล้าง “ไม่ใช่…..ไม่ใช่เลือดนะครับ”  ผมปลอบลูกที่กำลังจะเบะปาก
“ไม่ใช่หรอ”
 “มะ…ไม่ใช่….”ผมพูดแต่เจ็บภายในร่างกายจนอยากจะร้องไห้ อวัยวะบิดคล้ายภายในจะฉีกขาด
 “มะ…แม่”
 “ไม่..มีอะไรไปหาพ่อกันเถอะนะ”  ผมยิ้มแล้วพยายามเดินให้ปกติที่สุดเพื่อเดินกลับไปหาพี่คิงส์
 “หอมดูนี่สิ ดอกไม้พี่เจอตรงนั้นสวยไหม” พี่คิงส์ใช้ไม้ค้ำเดินมาหาผมช้าๆ
 ผมมองภาพตรงหน้าอย่างพร่าเลือน มองเห็นตรงหน้าว่าพี่คิงส์กำลังเดินมาหาผมพร้อมกับดอกไม้สีสวยในมือ  ผมหลับตานิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
 …ก่อนจะยิ้มรับแล้วค่อยๆเดินไปหาแต่…
 “แค่กๆๆ…อ่อก...ก….” ผมกระอักเลือดสีแดงสดกระจายเต็มตัวครั้งนี้เนิ่นนานจนผมคิดว่าเลือดในร่างกายผมคงหมดไปแล้ว ผมได้ยินเสียงตะโกนเรียกชื่อผม เสียงกรีดร้องของแม่
 ตุบ!
 “หอม!ไม่! เกิดอะไรขึ้นลืมตามองพี่ ลืมตา!”
 “กรี๊ดดดด”
 ทุกคนดูชุลมุนไปหมด หมูหันร้องไห้โฮ พี่คิงส์รีบช้อนตัวผมแล้ววิ่งไปที่รถทันที
 ผมยิ้ม…พี่คิงส์เดินได้แล้วแต่ผม…
 “อัก!..แฮ่กๆๆ…ผมเจ็บ…ฮึก..ก..”
 “อดทนไว้นะครับ… ฮึก...ก…ก อย่าเป็นอะไรนะ อย่าทิ้งพี่…..”
 “พะ...พี่คิงส์….ดูแลหมูหันด้วยนะ…” ผมค่อยๆใช้มือสัมผัสใบหน้าก่อนที่มันร่วงหล่น
 “หอม! อ๊ากกกกกกกก”
 ………………………………………………………………………….
Part Kings
 ผมกำลังจะเสียหอมไป ผมกำลังจะเสียคนที่ผมรักไป….ผมนั่งหมดอาลัยเบื้องหน้าห้องฉุกเฉิน…ผมอยู่อย่างเลื่อนลอยกับความทรงจำที่หอมของผมมีแต่เลือด…
 “…อย่าจากพี่ไปเลยนะ….” ผมซบหน้ากับฝ่ามือตัวเอง
 ประตูถูกเปิดออก พ่อกับแม่เป็นคนที่เดินไปคุยกับหมออย่างร้อนลน
 “ลูกฉันเป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ”
 “อวัยวะภายในคล้ายหยุดทำงาน หมอไม่เคยเจอเคสแบบนี้ผ่าตัดไม่ได้เลยครับ….หมอพยายามแล้วจริงๆ….”
 ผมสั่นไปทั้งตัว….ตัวชาเมื่อได้ยินคำพูดของหมอ…..หมอจะบอกว่าหอมรักษาไม่ได้ใช่ไหม….หมอกำลังจะบอกว่าหอมกำลังจะตายใช่ไหม!
 “มะ….เมียผมนะหมอ! หอมเป็นเมียผมช่วยเมียผมด้วย!  อ๊ากกกก หอม!” ผมคลั่งจนพ่อต้องกอดไว้
 “คิงส์!”
 “ปล่อยผม พ่อ…..ช่วยหอมด้วยขอร้องล่ะหมอ ผมกราบล่ะ….”ผมก้มกราบแต่หมอก็ยังยืนยันคำเดิมว่าผ่าตัดไมได้ ทำอะไรไมได้เลย..นอกจากรอให้หอมจากไปทั้งอย่างนั้น
 “โถ่เว๊ย! กูมันโง่ ทำไมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหอมเลย!”
 ปึก!  ผมเอาหัวโขกกำแพง แม่หวีดร้องขณะที่ยังอุ้มหมูหัน
 พ่อรีบมาห้ามผม “ตั้งสติไว้สิคิงส์!”
 “ฮึก..ก…ก”  ทุกคนร้องไห้ หมูหันสะอื้นตัวโยนร้องหาหอมตลอดเวลา
 “หอม!" เสียงดังขึ้นพร้อมกับแม่และพ่อของหอมที่วิ่งมาพร้อมกับน้ำตา
“หอมล่ะอยู่ไหน ฮึก..ก..ก….”
ทุกคนเดินเข้าไปในห้องฉุกเฉินแต่ผมทำใจไม่ได้เลยขออยู่ข้างนอกก่อน ได้ยินเสียงร้องไห้ดังขึ้นเป็นระยะๆ ผมซบหน้าลงบนฝ่ามือ น้ำตาผมมันไหลตลอดเวลา จนตาผมแทบจะลืมไม่ขึ้น ทำไม…ทำไม…ผมไม่รู้เลยว่าหอมป่วย! หอมป่วยตอนไหน
 ผมค่อยๆเดินเข้าไปหาหอมที่นอนไม่ได้สติบนเตียง ทุกคนกำลังร้องไห้แทบทรุด มองคนที่นอนหลับไม่ได้สติใบหน้าซีดเซียวจนผมแทบไม่อยากเชื่อว่าเราเพิ่งจะยิ้มให้กันและผมเพิ่งจะขอแต่งงานไป….
 “หะ…หอม…..พี่เองนะ….ทำไมไม่ฟื้นล่ะ….”ผมจับมือเรียวมาแนบกับแก้ม “จะจากพี่ไปเหรอ….เรากำลังจะแต่งงานกันนะ…ฮึก..ก….อย่าจากพี่ไปได้ไหม….อยู่กับพี่อย่าไปจากพี่…พี่ยังไม่ได้ไถ่โทษที่ทำกับหอมและลูกเลย….”
 “พะ…พี่….คิงส์…” เสียงแหบอ่อนโรย ทำให้ผมยิ่งบีบมืออีกฝ่ายแน่น
 “หอม!”
 ทุกคนต่างเรียกเมียของผม…
 “ทำไม..ผม…”
 “หอม..เจ็บตรงไหนไหมลูก”
 “แม่…พ่อ…”
 หอมพูดอย่างอ่อนแรง แล้วส่ายหัว
 ผมรู้ว่าหอมเจ็บมากเพราะมือนั้นบีบมือผมแน่นทุกครั้งที่พูด หอมเหนื่อยมาก..เหนื่อยจนผมคิดว่าหอมจะจากไปได้ตลอดเวลา
 “ทำไมไม่บอกพี่ว่าหอมป่วย….”
 “ผม…ขอ….โทษ…”
 หอมหันซ้ายขวา
 “หมูหันล่ะครับ”
 “หมอไม่ให้เข้ามาเพราะกลัวติดเชื้อน่ะ ตอนนี้พยาบาลอุ้มอยู่…”
หอมทำหน้าเสียดายก่อนจะนิ่วหน้าแล้วบีบมือผมด้วยความเจ็บ..แค่นั้นผมก็จูบมือ ร้องไห้อีกครั้ง….
 “อย่าจากพี่ไปเลยนะ…..อยู่กับพี่กับลูกต่อไปนะ…”
 “…..ครับ….”
 “หอมเเม่โทรหาคุณหมอพิสุทธ์แล้วนะลูก เขากำลังมา เขาพาหมอจากต่างประเทศมาด้วย….หอมรอก่อนนะลูก อย่าทิ้งพ่อกับแม่แล้วก็หมูหันไปนะ….ไม่อยากเห็นลูกโตไปมากกว่านี้หรือไง”
 หอมสะอื้นแล้วพยักหน้ารับ…..
 ไม่นานหมอพิสุทธิ์ก็มาพร้อมกับคนร่างเล็กหัวทองใส่แว่น
 “หอม!....หอมเป็นยังไงบ้าง”
 “พี่หมอ” หอมเอ่ยเรียกแล้วมองไปยังหมอตัวเล็ก
 “ผมหมอคิวปิดนะครับ…..ผมเพิ่งมาถึงไทยเมื่อกี้นี้เองพอได้ยินเรื่องคุณก็รีบมาเลย คุณต้องรีบไปรักษาตัวเดี๋ยวนี้เลยนะครับ….” พูดพลางตรวจเช็คอาการของหอม
 จากนั้นผมก็ไม่รู้ว่าเขาจัดการยังไง ไม่รู้อะไรเลย รู้เเค่ว่ามีการทำเรื่องย้ายการรักษาของหอมไปต่างประเทศแค่นั้นจริงๆ…หอมป่วยเป็นอะไรผมไม่รู้เลย
 หลังจากหมดเวลาเยี่ยม ทุกคนต่างปลอบใจกัน ส่วนผมเดินไปหาหมอตัวเล็กที่กำลังวิ่งวุ่นกับทางโรงพยาบาล
 “คุณหมอ…”
 “ครับ?”
 “เมียผมเป็นอะไรเหรอครับ”
 “เมีย….ภรรยาเหรอครับ อ้อ..คุณคือคนรักของคุณหอมเหรอครับ….มิน่าหมอนั่นถึงพูดแบบนั้น…..”ดูเขาจะตกใจมากและพึมพำบางอย่างกับตัวเอง
“คุณไม่รู้เหรอครับว่าคนรักของคุณป่วยเพราะอะไร…….เพราะเขาท้องยังไงล่ะครับ”
ผมสับสนไม่เข้าใจ “อะไรนะครับ?”
 “ที่คุณหอมเป็นแบบนี้เพราะเขาเคยท้องครับ ผู้ชายท้องไม่ได้อยู่แล้ว แต่คุณยังฝืนธรรมชาติอวัยวะภายในเลยรับการเปลี่ยนแปลงไม่ได้จึงเป็นแบบนี้ ถึงผมจะเคยรักษาอาการผิดปกติของอวัยวะภายในร่างกายก็จริงแต่ไม่เคยรักษาเคสแบบนี้เท่าไรครับ เพราะรักษายาก...และไม่เคยมีใครหาย แต่ผมจะรักษาสุดความสามารถนะครับ” พูดจบหมอตัวเล็กก็ไปทำงานต่อ
 ผมใจวูบ…..หมายความว่าผมก็ยังไม่มีหวังใช่ไหม
 ผมขาอ่อนยวบแทบจะล้มไปกองกับพื้นแต่ค่อยๆพยุงตัวเองไปนั่งรอหน้าห้องฉุกเฉินเหมือนเดิม ขาผมยังไม่หายดีพอใช้งานหนักมันยิ่งล้าจนผมแทบจะยืนไม่ได้
 “ฮึก...พี่ขอโทษ…พี่ขอโทษ….” ผมกุมหัวตัวเอง เมื่อรู้สาเหตุ…..เพราะผมอยากมีลูกหอมถึงได้เป็นแบบนี้…เพราะผม….
 ร่างของใครบางคนกำลังจะเดินผ่านผมไป ผมเงยหน้ามองก่อนจะเอ่ยขึ้น
 “ช่วยหอมด้วย….ผมขอร้องล่ะ”หมอพิสุทธ์นิ่งงัน
 “คุณทำร้ายหอมมามาก….คุณเพิ่งมาสำนึกอะไรตอนนี้…..รู้ไหมหอมป่วยมานานมากแค่ไหน แล้วคุณทำอะไรบ้าง! คุณทิ้งหอม! ให้หอมเลี้ยงลูกจมอยู่กับโรคบ้าๆที่คุณเป็นคนทำให้มันเกิด! แล้วคุณ….คุณทำร้ายเขากี่ครั้ง…..”
 ผมไม่ตอบโต้นั่งฟังอย่างสำนึกผิด…ทุกอย่างเพราะผมเอง!
 “พรุ่งนี้เช้าหอมต้องไปรักษาตัวแล้ว….ถ้าหายก็คือหาย ถ้าไม่หาย……” หมอพิสุทธ์ไม่พูดอะไรต่อแล้วเดินจากไป ผมซบหน้ากับฝ่ามือจนกระทั่งมีมือน้อยๆมาจับมือเเขนผม
 ผมเงยหน้ามอง
 “พ่อ…”
 “หมูหัน…”
 “แม่นอนหลับหรอ..คุณยายบอกว่าแม่นอนอยู่ในห้องนั้น”
ผมพยักหน้าแล้วกอดลูก
 “ทำไมผมไปหาแม่ไม่ได้ล่ะ….ผมคิดถึงแม่นะ”
 ผมได้แต่กอดลูกไว้ตอบลูกไม่ได้…ได้แต่กอดเจ้าตัวเล็ก… จากนั้นแม่ผมก็พาหมูหันกลับบ้านเพราะท่าทางหมูหันจะเริ่มเพลียแล้วและพรุ่งนี้เช้าจะต้องไปส่งหอมที่สนามบินเพื่อไปรักษาตัว
 ผมยังคงนั่งรอหน้าห้องที่หอมรักษาตัว แม้คนอื่นจะให้พักผ่อนแต่ผมรอไม่ได้กลัวว่าถ้าเผลอหลับไปหอมจะ…
 “กาแฟหน่อยไหม” พ่อของหอมยื่นกาแฟให้
 “ขอบคุณครับ”
 “เธอไปพักหน่อยเถอะ….นั่งทั้งคืนแบบนี้ขาเธอไม่เป็นไรหรือ”
 “ไม่เป็นอะไรครับ”
 “อืม….ที่จริงหอมป่วยหนักมาได้พักหนึ่งแล้วล่ะนะแต่ก็ไม่ได้รักษา มีเรื่องมากมายเข้ามา…พ่อก็เพิ่งคุยกับหมอพิสุทธ์ว่าเขาจะพาหอมไปรักษาตัวตั้งนานแล้วแต่หอมยืนยันที่จะไม่ไปเพราะอยากช่วยเธอก่อน”
 ผมจุกจนพูดไม่ออก
 “เฮ้อ…..โทษใครไม่ได้นะต้องโทษหอมนั่นแหละรู้ว่าป่วยแต่ไม่รักษาตัว….แต่คนที่ผิดมากที่สุดก็คือพ่อที่รู้ว่าลูกป่วยแต่ก็ไม่เคยพาไปรักษาจริงจังเลย….”
 “คุณพ่อ…ผมต่างหากผมทำผิด…ผมมัน…”
 “ทั้งสองทานอะไรหน่อยเถอะ” แม่ของหอมเอ่ยขึ้น ใบหน้าเพลียและซีดอย่างเห็นได้ชัด ทั้งดวงตาผ่านการร้องไห้อย่างหนัก
 "อย่าเพิ่งโทษใครเลยนะ…..เราต้องเข้มแข็งแม่เชื่อว่าหอมเองก็หวังแบบนั้น…."
 ………………………………….
เช้าต่อมา ณ สนามบิน
“ตอนเช้าต้องแปรงฟันรู้ไหมครับ ไปโรงเรียนอย่าเล่นผาดโผนนัก กินข้าวให้ตรงเวลาด้วย อาบน้ำอย่าอาบนานนะเดี๋ยวจะเป็นหวัด” หอมบอกกับหมูหันเสียงขาดๆหายๆเพราะร้องไห้ไปพูดไป ทุกคนก็ได้แต่ยืนร้องไห้ไปตามๆกัน
 “แม่ไม่อยู่กับผมหรอแม่จะไปไหน” หมูหันเบะปาก
 “เดี๋ยวแม่มานะ….จำเรื่องดวงดาวได้ไหม ถ้าคิดถึงแม่มองดาวบนฟ้านะครับ”
 หมูหันพยักหน้าแล้วกอดหอมแน่น ร้องไห้โยเย
 “ฮึก..ผมจะมองดาวแทนแม่นะ..ฮึก..ก…และผมจะรอกอดแม่นะครับ”
 หอมเช็ดน้ำตาของตัวเองและลูก “แม่รักหนูมากนะ…ลูกรักของแม่”
 “ผมก็รักแม่ครับ” หอมยิ้มรับทั้งน้ำตาขณะนั่งอยู่บนรถเข็น
 “ทุกคนผมไปแล้วนะครับ…”หอมเอ่ยบอกทุกคนขณะที่กำลังจะไปขึ้นเครื่องพร้อมกับหมอตัวเล็กเพื่อรักษาตัวต่างประเทศ
 “หอม….” ผมจับมือมากุมไว้  “ต้องกลับมาหาพี่และทุกคนนะ…พี่จะรอ….”
 “ครับ....ผมจะกลับมา…..”
 ผมยิ้ม
มองร่างของหอมที่หมอตัวเล็กเข็นรถจากไป เราไม่ได้กอดไม่ได้จูบกันยามลา.....เพราะผมจะรอวันที่หอมกลับมา….หอมไม่ให้พวกผมตามไปด้วยเพราะหอมบอกว่าจะกลับมาหาทุกคนเอง….และผมจะรอจนถึงวันนั้น……
 ………………………….
 หลายวันแล้วที่หอมไปรักษาตัว หมอพิสุทธ์โทรมาบอกผมว่าวันนี้หอมจะทำการผ่าตัด ซึ่งตรงกับประเทศไทยเวลาประมาณ 1 ทุ่ม ซึ่งก็ผ่านมา3 ชั่วโมงแล้ว ผมกำลังรอโทรศัพท์ของผลการผ่าตัดแทบจะคลุ้มคลั่ง
“ว้าววว ดาววันนี้สวยจัง!” หมูหันชี้ไปบนท้องฟ้าขณะที่ผมกำลังนั่งกุมหัวด้วยความเครียด วันนี้หมูหันนอนช้าผิดปกติให้นอนก็ไม่นอนบอกแค่ว่าอยากดูดวงดาว
 “พ่อ! ดาวดวงนั้นสว่างจัง ดูสิๆ”
 ผมเดินไปมองดาวที่ลูกบอก ดาวดวงนั้นสว่างกว่าดาวดวงอื่น ทั้งสวย ทั้งยังส่องแสงจ้าจนผมหยุดสายตามอง
 “แม่บอกผมว่าถ้าแม่ไม่อยู่ให้ผมดูดาวแทนล่ะ…..งั้นผมจะเรียกดาวดวงนี้ว่าแม่หอมดีไหมครับ…” ผมยิ้มกับความไร้เดียงสา
 RRRrrrRR เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น   ผมรีบกดรับเมื่อปรากฏชื่อที่หน้าจอ
 “ฮัลโหลครับ”
 ……..
 “หมอพิสุทธ์?”
 “……….หมอคิวปิดโทรมาบอกผม…ว่า…....หะ…..หอม…..หัวใจหยุดเต้นระหว่างผ่าตัด…..”
 ‘……’
 “ฮึก….หอมตายแล้วนะ…..”
 ผมค้างนิ่ง….มือที่ถือโทรศัพท์อ่อนยวบทิ้งข้างตัว สมองผมว่างเปล่าทุกอย่าง…มันตื้อไปหมด…ผมมองหมูหันที่ยังคงเรียกดวงดาว ดวงนั้นว่าแม่โดยที่ไม่รู้เลยว่าหอมอาจจะกลายเป็นดาวดวงนั้นไปแล้ว…
 

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ตอนที่ 29
« ตอบ #109 เมื่อ: 15-07-2017 14:39:23 »





ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
ต้องมีปาฏิหาริย์ให้หอมบ้างสิ

ออฟไลน์ som

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2708
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +230/-2
มาจบตอนได้โหดมากๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7697
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
ดราม่ามาก!

ออฟไลน์ ่jum

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3709
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-4

ออฟไลน์ Tastsu

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 70
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
ตอนที่ 30 (ตอนจบ)
«ตอบ #115 เมื่อ16-07-2017 14:44:34 »

  ผมยังคงยืนอึ้งแบบนั้น มือสั่นไปหมด พยายามรวบรวมคำพูดไม่ให้สั่น
 “ขะ..ขอเบอร์ มะ….หมอคิวปิดให้ผมได้ไหม”
 หมอพิสุทธ์รับคำแล้วบอกเบอร์ที่ผมต้องการ ก่อนจะวางสายไป เขาเองก็ตกใจและเศร้าใจไม่ต่างกันฟังจากน้ำเสียงที่ดูล้าไปหมด
 “หมอคิวปิด  ผมคิงส์นะครับ”
 “คุณ…คุณคิงส์ ผมขอโทษ…ผมช่วยคุณหอมไม่ได้ เขาจากไปเวลา…..”
 “ผมขอคุยกับหอมได้ไหมครับ ได้โปรด….ให้เขาได้ยินเสียงผมกับลูก…..”
 “ดะ…ได้…ครับ…เชิญคุยได้เลยนะครับ….”
 ผมสูดอากาศเข้าเต็มปอดแต่น้ำตาผมมันกลับไหลออกมาแทน
 “หะ..หอม นี่พี่เองนะ……ตื่นได้แล้ว…..ไหนบอกว่าจะไม่จากพี่ไหน….ไหนบอกว่าจะอยู่กับพี่….กลับมาหาพี่เถอะนะ…..”
 ‘……’
 “มะ..หมูหันอยู่ที่นี่….กำลังมองดาวบนฟ้าที่หอมเคยบอก….มันสวยมากจริงๆ แต่พี่ไม่ต้องการดวงดาวพี่ต้องการหอมนะ กลับมาหาพี่และลูกเถอะ ฮึก….”
 ผมทรุดตัวร้องไห้ กุมหัวอย่างหมดหวัง
 “ฮึก…ก….พี่จะตายอยู่แล้ว พี่กำลังจะตายตามหอมแล้วรู้ไหม!  ตื่นขึ้นมาคุยกับพี่!กลับมาหาพี่เถอะนะ…”
 “พะ..พ่อ พ่อร้องไห้ทำไมหรอ”
 ผมร้องไห้หนักก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้ลูก “คุยกับแม่หน่อยนะ”
 “แม่หรอ!” หมูหันรีบรับโทรศัพท์
“ฮัลโหลๆ แม่! คิดถึงจังเลย เมื่อไรแม่จะมาหาผมสักทีอ่า……”หมูหันคุยแล้วเดินไปดูดาวเช่นเดิม
“ดาววันนี้สวยมากเลยครับ มีดาวดวงนึงส่องแสงสว่างเหมือนแม่มากเลยล่ะ ผมเรียกว่าดาวแม่หอมล่ะ…”
 ‘…..’
 “ทำไมแม่ไม่คุยกับผมเลยล่ะ  ไม่คิดถึงผมหรอ…..ผมรอแม่กลับมากอดนะครับ…”
 ……………………………………………………
 หลายเดือนต่อมา
 เด็กน้อยขึ้นไปยังห้องนอน ที่ตนเคยนอนอยู่กับแม่….ใต้เตียงเป็นที่เก็บกล่องใบหนึ่งที่ตนชอบแอบเล่นเสมอ ภายในนั้นมีทั้ง ดอกไม้แห้ง อัลบัมรูปของพ่อและแม่ในสมัยก่อนย้อนไปถึงสมัยเรียน
 “แม่…” หมูหันมองรูปของเด็กผู้ชายหน้าหวานที่ยืนข้างผู้ชายร่างสูงในชุดนักบาส แล้วสัมผัสผ่านรูป
 น้ำตาเอ่อคลอแล้วซบกอด “ผมคิดถึงแม่….วันนี้ไม่เห็นมีเค้กเลย….วันเกิดผมวันนี้แล้วนะ…..”
 “หมูหันอยู่ไหนลูก ได้เวลาไปโรงเรียนแล้วนะ” เสียงคุณยายดังขึ้น หมูหันรีบเก็บรูปอย่างอาลัยอาวรณ์ แล้วเช็ดน้ำตาออก
 “อ้าวมาอยู่ในห้องนี่เองแล้วเป็นอะไรจ้ะทำไมตาแดงๆ” มะลิเอ่ยถามหลานก่อนจะพาไปหาสามีที่กำลังจะพาไปส่งโรงเรียน
 “หน้ามุ่ยทำไมฮึ วันนี้วันเกิดหลานนี่ ฮึบ!” ยศพูดพลางอุ้มหลานชาย
 “อย่าเล่นผาดโผนมากนักนะจ้ะ….”
 หมูหันพยักหน้าคำนี้จำขึ้นใจเพราะก่อนแม่จะจากไปย้ำเยือนตนอยู่
 “คุณตา คุณยาย......แม่.....ไม่มาหาผมแล้วจริงๆหรอ วันนี้วันเกิดผมนะ ฮึก….ผมจะ 4 ขวบแล้วนะ” พูดพลางยื่นชูนิ้ว3นิ้ว ผู้เป็นตาและยายมองหน้ากัน สีหน้าเศร้าแต่ก็ต้องปั้นยิ้ม
 “แม่หอมไปอยู่ในที่ที่ไกลมากเลยจ้ะเลยมาไม่ได้นะ”
“ฮึก..ก…ก็ผมคิดถึงนี่….ผมคิดถึงๆๆ!” หมูหันร้องไห้โฮแล้วดิ้น สองตายายมองหน้ากันเศร้า กว่าจะปลอบใจได้ก็นานพอควร
 “ฝากด้วยนะครับ….” ยศเอ่ยกับครูสาวที่ยืนต้อนรับ
 “วางใจได้เลยค่ะ”
 “หมูหันตอนบ่ายคุณยายจะมารับแทนนะ” ยศเอ่ยกับหลานแล้วขึ้นรถเพื่อไปทำงาน
 หมูหันเม้มปากแล้วเดินไปนั่งเล่นบนชิงช้า
 “หมูหันๆมาเล่นกัน เย่!” แมนคุงเพื่อนสนิทเอ่ยขึ้นแต่ท่าทางของเพื่อนทำให้แมนคุงสงสัยและเดินไปหา
 “ไม่สบายหรอหมูหัน” พูดพลางใช้หน้าผากชนหน้าผาก
 “เปล่าหรอก เราสบายดี”
 “อ้าว แล้วทำไมไม่มาเล่นกับพวกเราล่ะ”
 “เราไม่อยากเล่น…..”
 “มาเล่นกันเถอะนะ จะเศร้าไปทำไม….มาๆ….”
 “ไม่! เราจะนั่งอยู่ตรงนี้….เราจะไม่ไปไหน”
เพื่อนๆมองหน้ากันเมื่อหมูหันไม่ร่าเริง
 “เด็กๆเข้าห้องเรียนได้แล้วจ้ะ”
 “ค้าบบบ//ค่า”
 “หมูหันจ้ะเข้าห้องเรียนเถอะ”
 “ไม่! ผมจะนั่งตรงนี้”
 “เอ่อ..หมูหันจ้ะ”
 “ผมจะรอแม่ตรงนี้ถ้าแม่ไม่มาผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น….”พูดพลางเช็ดน้ำตาตัวเองแล้วก้มหน้านิ่ง
....................
 “อย่างนั้นเหรอครับ…ครับผมจะรีบไปครับ” คิงส์วางสายเมื่อครูอนุบาลโทรมาเรื่องหมูหัน   เขาที่นั่งโต๊ะผู้บริหารจำเป็นต้องรีบกลับเพราะลูก
 “เรไร ผมจะกลับบ้านก่อนนะ เอกสารผมจะเอากลับไปเซ็น ส่วนเรื่องประชุมกับนัดลูกค้าเลื่อนเป็นพรุ่งนี้นะ” พูดบอกกับเลขาสาวจนเธอได้แต่ยืนงงและปลงกับชีวิต
ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงที่เพิ่งก่อตั้งบริษัทเฟอร์นิเจอร์ได้ไม่นานบริษัทขนาดย่อมก็สามารถเติบโตได้พอสมควร  นอกจากความสามารถแล้วใบหน้าที่หลอเหลาทำให้สาวๆหลงใหลหากแต่เขามีลูกและคนรักที่ อยู่ในดวงใจอยู่แล้ว
 ร่างสูงเดินลงมาจากตึกบริษัท ขณะกำลังเดินออกมาจากตึกสิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เขาหยุดเดิน ก่อนที่จะยิ้มออกมา……
 ………………………………………………
 “เลิกดื้อได้แล้วนะ”
 “เราไม่ได้ดื้อนะ”
 “ไม่ดื้อที่ไหนล่ะ ก็หมูหันกำลังดื้อไม่เข้าเรียน” แมนคุงเอ่ย
 “เราเปล่านะ!”
 “ดื้อจริงๆ”
 “บ้าๆ แมนคุงบ้า เราไม่คุยกับแมนคุงแล้ว”
 แมนคุงทำหน้าช็อคเมื่อหมูหันบอกว่าจะไม่เล่นด้วย
 “หมูหัน….เราขอโทษนะ”
 “เชอะ”
 “รถคุณพ่อนี่ หมูหันจ้ะคุณพ่อมาแล้วนะ” ครูสาวเอ่ย
หมูหันยังคงไม่สนใจ
 “คุณพ่อสวัสดีค่ะ...อุ๊ย…” ครูสาวตกใจเมื่อมีคนเดินอยู่เคียงข้างคิงส์
 หมูหันยังเชิดไม่สนใจคิงส์ แต่เมื่อเสียงเพื่อนๆคนอื่นดังขึ้น คุยกันว่ามีคนสวยมากับพ่อด้วยเด็กน้อยก็รีบหันไปมองทันที ก่อนจะเบิกตากว้าง
ปรากฎใบหน้าสวยยิ้มให้ตนทั้งน้ำตา ผมที่เคยยาวประบ่าตอนนี้ยาวเกือบถึงหลัง.....ร่างกายผอมกว่าปกติ......ผิวที่เคยขาวเเต่ตอนนี้ซีดเซียวลงเเต่เขาก็จำได้.....
 “ฮึก..ก…” หมูหันค่อยๆเดินไปหา
 “แม่!” แล้วพุ่งเข้ากอด
หอมนั่งรอรับกอดแล้วหอมแก้ม
 “ฮึก...ก…ผมคิดถึงแม่ ผมคิดถึงแม่! ฮือๆ”
 “แม่อยู่นี่แล้วนะครับ….แม่กลับมาแล้วนะ….”
 ร่างอ้วนๆมืออวบๆกอดแน่นราวกับให้อ้อมกอดนี้ชดใช้กับอ้อมกอดที่หายไป
 “อย่าจากผมไปไหนอีกนะ….ผมคิดถึง…..”
 หอมยิ้มรับ ลูบหลังเบาๆ หอมแก้มนุ่มฟอดใหญ่
 “แม่กลับมาแล้วนะครับ.....”
 จากนั้นหอมและคิงส์ก็ขอครูพาหมูหันกลับมาบ้านก่อน หมูหันร้องเพลงดีใจตลอดทาง ส่วนคิงส์กุมมือเรียวไว้แน่นกลัวว่าจะหายไป
 “พี่ตกใจมากเลยที่หอมมาหาพี่”
 “อยากเซอร์ไพซ์น่ะครับ…..”
 “พี่ดีใจมากจริงๆ เป็นการเซอร์ไพซ์ที่พี่ทั้งตกใจเเละดีใจจนร้องไห้เลยล่ะ” คิงส์กุมมือแน่นกว่าเดิม เขาทั้งยิ้มทั้งร้องไห้เมื่อหอมมาหาที่บริษัท ร้องไห้ไม่อายพนักงานและคนอื่นๆเลย
……………ย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน
 Part Kings
 ผมร้องไห้หนักก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้ลูก “คุยกับแม่หน่อยนะ”
 “แม่หรอ!” หมูหันรีบรับโทรศัพท์
 “ฮัลโหลๆ แม่! คิดถึงจังเลย เมื่อไรแม่จะมาหาผมสักทีอ่า……”หมูหันคุยแล้วเดินไปดูดาวเช่นเดิม
 “ดาววันนี้สวยมากเลยครับ มีดาวดวงนึงส่องแสงสว่างเหมือนแม่มากเลยล่ะ ผมเรียกว่าดาวแม่หอมล่ะ…”
 ‘…..’
 “ทำไมแม่ไม่คุยกับผมเลยล่ะ ไม่คิดถึงผมหรอ…..ผมรอแม่กลับมากอดนะครับ…”
 “คุณหอม!” เสียงโวยวายจากปลายสายดังขึ้น ผมรับโทรศัพท์จากลูก คำพูดของแต่ละคนฟังดูร้อนรน สายโทรศัพท์ถูกตัดคงเพราะกลัวจะไปรบกวนเครื่องมือของหมอแต่คำพูดที่ผมพอจับใจความได้คือ
 ‘คนไข้หัวใจกลับมาเต้นอีกครั้ง’
 ผมกุมมือภาวนาขอให้คำพูดที่ผมได้ยินเป็นเรื่องจริง
 “หอม….กลับมาหาพี่และลูกเถอะนะ…พี่ขอร้อง”
 1 ชั่วโมงผ่านไป สายเรียกเข้าจากหมอตัวเล็กดังขึ้น ผมรีบรับอย่างร้อนรนหัวใจถูกบีบรอฟังปาฏิหาริย์
 “…….คุณคิงส์ คุณหอมหัวใจกลับมาเต้นอีกครั้งแล้วนะครับ!”
 “จะ..จริงเหรอ”
 “จริงๆครับ! ตอนนี้การผ่าตัดลุล่วงไปด้วยดี รอแค่ฟื้นตัวแต่อาจใช้เวลานานสักหน่อย….เเต่ปลอดภัยเเล้วนะครับ....”
 “ฮึก..ก…ขอบคุณมากครับ..ขอบคุณมากนะครับคุณหมอ…”
“ไม่ใช่เพราะผมหรอกครับแต่เพราะพวกคุณต่างหากที่เป็นแรงใจให้คุณหอมสู้ต่อไปและอยากมีชีวิตอยู่ต่อ…”
 ……………………..
 Part Hom
 “ว่าแต่คุณหมอตัวเล็กไม่มากับหอมเหรอ”
 “มาครับ…ที่จริงพี่หมอเป็นคนไปส่งผมที่บริษัทพี่คิงส์ครับ แล้วพี่หมอกับหมอคิวปิดก็ไปเที่ยวกันต่อ”
 “อ๋อ…สองคนนี้มีซัมติงกันนี่นะ”
 ผมยิ้มเพราะในที่สุดพี่หมอก็มีความสุขสักที ไม่ต้องจมปลักอยู่กับผมอีกแล้ว
 “รถพ่อกับแม่พี่นี่ พวกท่านคงมาเพื่อจัดงานวันเกิดให้หมูหัน….พวกท่านต้องดีใจแน่ๆที่ได้เจอหอมแบบนี้” พี่คิงส์พูดอย่างตื่นเต้นเมื่อมาถึงบ้านผมแล้วเห็นรถของคุณพ่อกับคุณแม่จอดอยู่
 “นั่นสินะครับ”
 ผมและพี่คิงส์จูงมือหมูหันเข้าไปในบ้าน.....บ้านที่ผมจากไปมานาน…..ความรู้สึกคิดถึงแล่นเข้ามาในหัวใจเติมเต็มความสุขที่ขาดหายไป….
 “คุณโชคชัย ลืมของขวัญหมูหันหรือเปล่า” เสียงคุณแม่ดังขึ้น
 “ไม่ได้ลืมหรอกน่า”
 “คุณพิสมัยคะมาช่วยฉันในครัวหน่อยค่ะ”
 นั่นเสียงแม่ผมนี่ หัวใจผมเต้นรัวรู้สึกตื้อในอก นานเท่าไรแล้วที่ไม่ได้ยินเสียง ไม่ได้เจอหน้า ไม่ได้กอด….
 “อ้าวคิงส์……” คุณพ่อมองพี่คิงส์แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นผมอยู่ข้างๆ ท่านหยุดนิ่ง….
 “คิงส์มาแล้วหรือคุณ” คุณแม่เดินออกมาจากในครัว หยุดค้างเช่นกัน
 “คุณพิสมัยฉันบอกว่าอย่าอู้ไงคะ” แม่ผมเดินออกมาจากในครัว
ผมมองภาพตรงหน้าที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตา
 แม่หันหน้ามาทางผมพอดี ท่านหยุดนิ่ง…..เอามือปิดปากตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ
 “หะ..หอม!”
 “แม่ครับ….”
 เราสองคนกอดกัน  แม่ทั้งหอมทั้งจูบผม พร่ำบอกคิดถึงทั้งน้ำตา
 “กลับมาหาแม่แล้วสินะ...ขอบคุณ...ขอบคุณจริงๆ…ฮึก…ขอบคุณที่กลับมา….”
 “ผมคิดถึงแม่…คิดถึงทุกคน…ผมกลับมาแล้วนะครับ……..”
 กว่าจะพูดคุยกันพวกเราก็ร้องไห้กันจนตาแดงช้ำ พ่อผมพอรู้ว่าผมกลับมาก็ทิ้งงานแล้วมาหาทันที ทุกคนดูชื่นมื่นแม้จะต้องเสียน้ำตาก่อน
 ตอนนี้บรรยากาศเริ่มมืดแล้วเหมาะสำหรับเค้กวันเกิด
เพลงวันเกิดของหมูหันดังขึ้น ทุกคนพร้อมใจกันร้องจนจบ
 “อธิษฐานสิหมูหัน” ผมบอกลูก
 “ขอให้ทุกคนอยู่กับผมตลอดไป….มีพ่อ แม่ คุณตา คุณยาย คุณปู่ คุณย่า คุณ…..”กว่าหมูหันจะเอ่ยชื่อหมดทุกคนก็มองหน้ากันแล้วขำ
 “เป่าเทียนเถอะลูก”
 “ฟู่ ฟู่ ฟู่ ฟู่”
 “เย่! เก่งมากหลานตา”
 เทียนดับแต่ความสุขกำลังจะเกิด ทุกคนหัวเราะยิ้มให้กัน ของขวัญที่ทุกคนคัดสรรสำหรับหลานถูกเปิดออกไม่น้อยหน้ากัน หมูหันหัวเราะชอบใจตลอดเวลา
 พี่คิงส์จับมือผมเดินแยกออกมาต่างหาก……..ริมฝีปากประทับจูบปากผมอย่างแผ่วเบาแล้วกอดไว้หลวมๆ
“คิดถึง...คิดถึง….คิดถึง…”คำว่าคิดถึงออกมาจากปากพี่คิงส์ครั้งแล้วครั้งเล่า
 “ผมก็คิดถึงพี่…..ผมคิดว่าจะไม่มีโอกาสได้กอดพี่อีกแล้ว….”
 “รู้ไหม ตอนที่หมอโทรมาหาพี่ว่าหอมตายแล้ว พี่รู้สึกแบบไหน…..หัวใจของพี่มันเจ็บไปหมด….พี่อยากจะตายตามไปเลยรู้ไหมฮึ”
พี่คิงส์จับใบหน้าของผมแล้วจูบอีก   
 “อย่าทำแบบนี้อีกนะ….มีอะไรต้องบอกพี่ พี่ไม่เอาแล้วที่ต้องรู้เป็นคนสุดท้ายแบบนี้…..พี่ไม่อยากเสียหอมไป….”
 “ครับ…..ผมจะไม่ทำอีก….ผมเองก็กลัว….กลัวว่าจะจากพี่ไป….”
 “แอะ! ทำไรกันหรอ” หมูหันเดินมาหา
 “พ่อกับแม่มาแอบหวานอะไรตรงนี้ วันนี้วันเกิดผมนะต้องมาหวานกับผมสิ”
 “ครับๆ” ฟอดดด พี่คิงส์กดหอมแก้ม
 “ครั้งนี้วันเกิดผมแล้วครั้งหน้างานแต่งพ่อกับแม่ใช่เปล่า”
 ผมนั่งขยี้หัวตัวอ้วน “ใครบอกฮึ จำคำนี้มาจากไหน”
 “ก็วันที่พ่อขอแม่แต่งงานน่ะสิ ผมจำได้ขึ้นใจว่าทั้งสองคนจะแต่งงานกัน”
 “แล้วรู้ความหมายเหรอ”
 “ไม่รู้อ่ะ แหะๆ”
 “ความหมายก็แบบนี้ไงครับหมูหัน จ๊วบบบ”
 “หวา พะ..อุ๊บ! อื้อ!”
 ผมรีบผละตัวพี่คิงส์ออกเพราะจู่ๆก็จับผมจูบต่อหน้าลูกซะงั้น
 “แต่งงานก็ประมาณนี้แหละลูก”
หมูหันตาลุกวาว “โห งั้นทำอีกๆ”
 “พอได้แล้วนะพี่คิงส์…..”
 “ทั้ง3คนเข้าบ้านได้แล้วจ้ะ ยุงจะกัดเอานะ….” แม่เดินมาเรียก พวกผมก็ทำตามที่บอก หากแต่เสียงกระซิบข้างหูทำให้ผมหน้าแดง
 “กล่อมหมูหันให้หลับแล้วมาแต่งงานแบบหนักๆกันต่อนะ…..”
 ผมหันไปมองพี่คิงส์แล้วยิ้มเขิน
 วิ๊ง เเสงของท้องฟ้าทำให้ผมหันไปมอง ดาวบนท้องฟ้าดวงหนึ่งส่องเเสงสว่างกว่าดาวดวงอื่น ผมมองเเล้วยิ้มเหมือนกับว่าดาวดวงนั้นกำลังจ้องมองผม หากเเต่เพียงไม่นานมันก็หล่นลงเป็นดาวตก
 "ว้าว ดาวตกล่ะ ขอพรๆ"  หมูหันรีบกุมมือขอพรเเละพูดขึ้นเสียงดัง  "ขอให้ทุกคนอยู่กับผมตลอดไป!"
 ผมกับพี่คิงส์มองหน้ากัน.....ใช่พวกเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป.....เเม้ถึงวันที่เราคนใดคนหนึ่งจะจากไปเเต่ความรักของเราจะยังคงอยู่ด้วยกันตลอดไปตราบนิรันดร์

++++++++++++++++++++++

ขอบคุณที่ติดตาม ทั้งคำติชมต่างๆนะคะ  :mew1:


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

วางจำหน่ายเเบบหนังสือ



ลูกรักของเเม่ รอบตำหนิค่ะ
(ถ้าหมดเเล้วไม่รีปริ้นนะคะ ทำรอบเดียวค่ะ)
*ตำหนิธรรมดา ราคา 400 บาท
ดูสภาพ>>>http://tastsunovel.lnwshop.com/product/1
(กดสั่งในเว็บได้เลยค่ะ)
*ตำหนิหนัก ราคา 250 บาท

ดูสภาพ>>>http://tastsunovel.lnwshop.com/product/2
 (กดสั่งในเว็บได้เลยค่ะ)
*ค่าจัดส่ง
-พัสดุธรรมดา 30 บาท
-ลงทะเบียน 40 บาท
-ems 50 บาท
-เล่มต่อมา + 10
 
**ตอนพิเศษ
-คิงส์หอม behind the scenes
(scenes 1,2,3,love scene )
-หมูหัน story
(วัยเยาว์ story , วัยรุ่น story)
-รักไม่มีวันจบ (เเถมท้ายนิดหน่อย)
 
 วางจำหน่ายเเบบ e-book

 


 
นิยายเเบบ e-book วางจำหน่าย 2 เรื่อง เเล้วนะคะ
ลูกรักของเเม่ >>>https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTQ3NjQ0NyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjYwNDY4Ijt9




 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-07-2017 21:40:42 โดย Tastsu »

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
แล้วปาฏิหาริย์ ก็เกิดกับหอม  :mew1:
เพราะทั้งคิงส์ ทั้งหมูหัน โทร ส่งเสียงเรียกร้องให้หอมกลับมา
แล้วทั้งสองครอบครัว ก็กลับมามีความสุข
ขอบคุณไรท์ ให้คนอ่านมีความสุข
       :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

ออฟไลน์ Petit.K

  • Petit parapluie
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 842
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
คิดว่าจะจบแบบดราม่าซะแล้ว ตกใจหมด5555555
ขอบคุณค่า

ออฟไลน์ som

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2708
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +230/-2
ดีใจแทนหมูหันมากๆ  ที่แม่กลับมา   ขอบคุณนักเขียนครับ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด