[End&Mpreg] หนี้รัก -หนี้พิเศษ : ครอบครัวแสนสุข- 8/4/61
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [End&Mpreg] หนี้รัก -หนี้พิเศษ : ครอบครัวแสนสุข- 8/4/61  (อ่าน 82298 ครั้ง)

ออฟไลน์ wavery

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ



เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0           

                  ____________________________________________________________________



Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-04-2018 23:23:55 โดย wavery »

ออฟไลน์ wavery

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
Re: [Mpreg] หนี้รัก 2/3/60
«ตอบ #1 เมื่อ02-03-2017 14:00:31 »

ลูกหนี้ที่รัก

 
เพราะแอบรักแอบมองมานานถึงสามปีเต็มและคนอย่างอัมรินทร์เองไม่คิดจะรอให้คนในหัวใจหนีหายจากเขาไปไหนได้อีก บนละครเล็กๆจึงเกิดขึ้นเพื่อเหนียวรั้งให้เปลวอรุณต้องมาเป็นของของเขาเพียงคนเดียว...

แต่เรื่องมันคงไม่ง่ายขนาดนั้น.....

อัมรินทร์
"เอางี้ไหม ไหนๆนายก็ชอบบ่นฉันเรื่องเปลี่ยนคู่นอนไม่ซ้ำหน้าอยู่แล้ว นายก็มาทำหน้าที่นี้ด้วยเป็นไง....."


เปลวอรุณ
                                                                               
   "แล้วสถานะของผมตอนนี้มันมีสิทธิแย้งไหม?"



"ฉันยอมเป็นแค่คู่ขาของคุณอมรินทร์เท่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องเป็นเมียน้อยของเขาด้วย"

"เลขามึงก็อายุเยอะแล้ว จะทำไรก็เห็นใจกระดูกกระเดี้ยวเขาด้วย"


                                     
       ...........................................................................


เข้าใจกันก่อน

 1. เรื่องนี้เป็นแนวMpregหรือก็คือแนวผู้ชายท้องได้
 2. เรื่องนี้เราแต่งเพื่อให้ความบันเทิงใจ
 3. หากมีครงไหนที่ผิดพลาด สามารถบอกเราได้เลย
 4. 1เม้นต่อ1กำลังใจนะคะ เพื่อเพิ่มแรงใจในการอัพวนิยาย
 5. เรื่อนนี้ได้เปลี่ยนชื่อจาก หนี้รัก มาเป็น ลูกหนี้ที่รัก นะคะ



เกาะติดสถานการณ์ได้ที่ แฟนเพจ : https://www.facebook.com/Iamwavery/

นิยายเรื่องก่อน 
ฝนกลางฤดูหนาว


ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-07-2017 21:08:08 โดย wavery »

ออฟไลน์ wavery

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
Re: [Mpreg] หนี้รัก -บัญชีหนี้- 2/3/60
«ตอบ #2 เมื่อ02-03-2017 14:13:46 »

บัญชีหนี้


         หลายครั้งที่เคยได้ยินประโยคที่ใครต่อใครใช้เปรียบเปรยชีวิตหนึ่งชีวิตของมนุษย์ที่เกิดมาบนโลกนี้ว่าเป็นเหมือนตัวละครในบทละครของหนังเรื่องหนึ่งที่ถูกเรียกว่า ละครชีวิต.........

   นักแสดงหลายล้านชีวิตเริ่มต้นงานแสดงของตนตั้งแต่ครั้งแรกที่ลืมตาขึ้นมาในโรงละครขนาดใหญ่ที่เรียกว่า โลก ตัวละคนต่างๆดำเนินชีวิตไปตามบทบาทหน้าที่ที่ได้รับหลายฉากสวยงามดั่งความฝันยามลืมตา หลายฉากสุขสมยากที่จะลืม แต่บางบทมันกลับโหดร้ายจนเหมือนตายทั้งเป็น หลายครั้งที่บทชีวิตจะกำหนดให้เราโศกเศร้ากับเรื่องที่โถมเข้ามาใส่แล้วก็จะกลับมายิ้มอีกครั้งเมื่อเวลาหมุนผ่าน วนเวียนซ้ำกันไปอย่างนั้นจนกว่าผู้เล่นจะหมดแรงลง

   เหมือนกับความรู้สึกของเขาในตอนนี้ที่ความเย็นของเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำไม่ช่วยให้ความร้อนรุมในอกบรรเทาลง จนทำให้ขอบชายเสื้อสูทเนื้อดีที่เขาอุตสาห์เก็บเงินมาร่วมแรมปีกว่าจะได้มันมาไว้ครอบครองต้องการมาเป็นที่ซับความชื้นจากฝ่ามือทั้งสองข้างที่เต็มไปด้วยเหงื่อจากแรงกดดันที่กำลังเผชิญอยู่

   ไม่มีใครหรือสัญญาณอะไรที่บอกให้เขารู้สึกตัวก่อนล่วงหน้าถึงภัยร้ายที่ซ้อนอยู่ภายใต้ความโชคร้ายที่เขากำลังประสบ หลายครั้งที่เขาเฝ้าถามว่าเมื่อไรบทชีวิตของเขาจะเจอกับฉากที่สงบสุขสักที

   “ยืนนิ่งทำไมละ ฉันบอกให้มานี้ไง”

   เสียงทุ่มนุ่มลึกที่เต็มไปด้วยความหฤหรรษ์เรียกสติที่แตกกระเจิงของชายสวมแว่นผิวขาวที่ยืนตีหน้าเครียดอยู่กลางห้องให้หันกลับมาสนใจ

   “มานี้”  อัมรินทร์ ย้ำอีกครั้ง

   เหยื่อของเขากำลังกลัว.......

   ไม่มีอะไรที่เร้าอารมณ์ขันของผู้ล่าได้เท่ากับการเห็นเหยื่อตัวน้อยที่ตนหมายตาจนมุมทำอะไรไม่ถูกไม่แต่ยื่นนิ่งไม่ไหวติ่งอีกแล้ว โดยเฉพาะเหยื่อตรงหน้าของเขาตอนนี้  เหยื่อที่ชื่อ เปลวอรุณ

   ดวงตาสีอีกาจ้องมองคนพูดเขม็งก่อนจะหลับตาลงแน่นเมื่อไร้ซึ่งทางหนีมีแต่ต้องจำยอมต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ขาเรียวขยับก้าวตรงไปข้างหน้าช้าๆอย่างจำทน

   “อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ นายเป็นคนเลือกเองนะ”

   “แต่ผมไม่ได้เลือกที่จะทำแบบนี้” เปลวอรุณเถียงสุดใจ ใช่ เขาไม่เคยคิดจะเลือกให้มันเป็นแบบนี้เลยสักนิด ไม่เลย

   “อ่า นั้นสินะ นายไม่ได้เป็นคนเลือกเพราะคนที่เลือกมันคือ ฉัน”  รอยยิ้มร้ายที่ปรากฏขึ้นเสริมให้ใบหน้าหล่อคมคายประธานหนุ่มวัยยี่สิบแปดดูมีเสน่ห์ชวนมองมากขึ้น แต่ต้องไม่ใช่กับเปลวอรุณในตอนนี้แน่ที่คิดจะมองมันด้วยความรู้สึกเคลิ้มฝันแบบนั้นเพราะไม่ว่าจะมองยังไงรอยยิ้มนั้นก็ไม่ต่างกับปีศาจร้ายเจ้าเล่ห์ที่ล่อหลอกผู้คนให้ตายใจด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจกับท่าทีแสนดีเช่นนักบุญ

   “ไหนดูสิ มีอะไรที่ฉันจะเรียกเก็บจากนายได้บ้าง”

   อัมรินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก้าวเดินเข้ามาหาคนที่จงใจเว้นระยะห่างหยุดยืนอยู่ก่อนถึงตัวเขาถึงหนึ่งช่วงแขน  เปลวอรุณไม่ได้ตัวเล็กหากแต่ความสูงที่ 175cm.ของเจ้าตัวมันห่างกับความสูงของเขาอยู่เกือบสิบเซนติเมตรก็เท่านั้น แถมรูปร่างที่ไม่ใช่คนออกกำลังกายของอีกคนด้วยแล้วเวลายืนคู่กันเปลวอรุณเลยดูจ้อยร่อยไปเลยในสายตาของเขา

          ชายหนุ่มจงใจที่จะยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้เน้นย้ำให้ลมหายใจอุ่นร้อนของตนเป่ารดลงข้างแก้มยามที่ตนโน้มตัวลงมาพิจารณาเรือนกายของที่ตัวเล็กกว่าโดยเฉพาะกลิ่นหอมอ่อนๆที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวที่โชยกลิ่นออกมาจากผิวกายยิ่งกระตุ้นอารมณ์ดิบของเขาให้อยากฝากฝั่งความเป็นเจ้าของเอาไว้ที่ผิวกายสะอาด แต่เขาต้องอดทน..........

          “นายคิดว่านายจะเอาหายเงิน100ล้านมาคืนฉันทันภายในสองเดือนไหม” อัมรินทร์เริ่มคำถาเดิมอีกครั้งโดยที่ใบหน้าหล่อเหลายังไม่ยอมที่จะละห่างออกจากบริเวณซอกคอขาว

           “ผมขอเวลาเพิ่มได้ไหม”

            “ไม่”

   “แต่เวลาแค่นั้นผมก็บอกแล้วว่ายังไงก็หาไม่ทัน”  เปลวอรุณหดลำคอหนี

   “ถ้าอย่างนั้นฉันคงจะต้องเอาบ้านนายไปขายแล้วเอาเงินนั้นมาใช้หนี้” อัมรินทร์เปรยถึงวิธีเรียกชำระหนี้ตามกฎหมาย ที่แน่นอนว่าคนอย่างเปลวอรุณไม่มีทางยอมแน่

   “ไม่ได้นะ คุณจะขายบ้านของผมไม่ได้”

   “ทำไมละ ในเมื่อนายเอาบ้านมาเป็นหลักประกันให้ฉัน ฉันก็มีสิทธิที่จะเอามันมาทำประโยชน์อะไรก็ได้ในเมื่อนายไม่มีเงินมาคืนฉัน”

   “แต่ผมไม่ให้ขาย” แน่ละ..นั้นมันบ้านของเขานะ ใครมันจะยอมกันง่ายๆ

   “แล้วจะเอาไง คนทำธุรกิจเงินมันต้องหมุนอยู่ตลอดเวลานะนายก็รู้”

   เขาทำงานเป็นเลขาให้อัมรินทร์มาหลายปีทำไมเขาจะไม่รู้ละว่าสำหรับนักธุรกิจแล้วการเงินต้องมีการเข้าออกหมุนเวียนกันอยู่ตลอดเวลา แต่เขาไม่มีทางหาเงินก้อนจำนวนหลายล้านนั้นมาใช้คืนอีกฝ่ายได้ทันตามเวลาที่เจ้าหนี้กำหนดไว้ได้แน่ แต่ทางเลือกที่อีกคนหยิบยื่นมาให้มันไม่ใช่เรื่องที่ใครจะยอมรับกันง่ายๆ

   “ถอดกางเกงออกสะสิ” 

   !!

   ดวงตากลมเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ออกมาจากปากของคนตรงหน้า เปลวอรุณนิ่งค้างอย่างคนทำอะไรไม่ถูกถึงจะรู้อยู่แล้วถึงความหมายแฝงที่อีกคนเคยพูดให้ได้ยินก่อนหน้าคืออะไร แต่เขาไม่คิดว่าอีกคนจะพูดมันออกมาแบบนี้

          “ว่าไง จะถอดเองหรือจะให้ฉันถอดให้ละ”   ชายหนุ่มถามย้ำอีกครั้งอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า

           “แต่ฉันอยากจะเป็นถอนมันออกมาเองมากกว่า นายว่าดีไหม” 

          “ไม่ ไม่ต้อง ผม ผมถอดเอง” เปลวอรุณรีบส่งเสียงห้ามเมื่ออัมรินทร์มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นมาจากเก้าอี้อีกครั้ง

          “งั้นก็ถอดสิ ฉันรออยู่”

          อัมรินทร์ผายมือออกเชื้อเชิญให้อีกคนทำตามที่ออกปากมา มือขาวกำชายเสื้อสูทแน่นอย่างนึกอดสูในชะตาชีวิตของตนเองในตอนนี้ นึกสมเพชตัวเองที่หลงผิดคิดเชื่อใจคนตรงหน้าว่ามีจิตเมตตากรุณาลูกนกตกยากอย่างเขา แต่ไม่ใช่ คนคนนี้ทำอะไรหวังผลเสมอและสิ่งที่อัมรินทร์หวังจากตัวเขาก็คือ ร่างกาย

            “เร็วๆสิเปลว” อัมรินทร์เร่งเร้า เมื่อไม่เห็นว่าเปลวอรุณจะขยับเขยื้อนกายจากเดิมเลยสักนิด

            เปลวอรุณขบริมฝีปากตัวเองเน้นจนขึ้นสีช้ำ ก่อนจะเคลื่อนมือที่สั่นเทาของตนลงจากชายเสื้อสูทลงไปที่เข็มขัดปลดมันออกช้าๆอย่างสังเวชใจ เขาไม่รู้หรอกว่าตอนที่กางเกงขายาวสีดำร่วงหล่นจากเอวลงไปกองกับพื้นอัมรินทร์มีสีหน้ายังไงเพราะความกระด้างอายมันมีมากจนเขาไม่กล้าแม้จะเงยหน้าขึ้นมองและไม่คิดจะมองด้วย มีเพียงเสียงกลืนน้ำลายจากอีกฝ่ายเท่านั้นที่เขาได้ยินก่อนที่จะสั่งให้เขาถอดสูดตัวนอกกับถุงเท้าและรองเท้าที่สวมอยู่ออก

             “มานั่งนี้”
              อัมรินทร์ตบฝ่ามือลงที่หน้าขาของตนเองเป็นเชิงเรียกให้คนที่พยายามดึงเสื้อเชิ้ตสีอ่อนลงมาปิดบังส่วนสงวนตรงกลางตัวที่อยู่ภายใต้กางเกงชั้นในยี่ห้อดังที่ยังไม่ถูกถอดออกแต่ไม่เป็นไร เขาไม่ว่าเดี๋ยวเขาค่อยเป็นคนถอดให้เองที่หลังได้
 
              “ตรงนี้”
               เขาย้ำอีกครั้งเมื่อเปลวอรุณมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาแต่ไม่ยอมที่จะทำตามที่เขาสั่ง เปลวอรุณทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ก่อนจะยอมขึ้นไปนั่งค่อมที่ตักของอีกคนตามความต้องการ

              เปลวอรุณเป็นคนขาวยิ่งผิวใต้ร่มผ้าที่ไม่เคยโดนแดดแบบนี้ด้วยแล้วยิ่งสว่างยามต้องแสง ผิวพรรณหรือก็นุ่มมือจนอดไม่ได้ที่จะเผลอบีบจับเนื้อนุ่นที่ต้นขาอ่อน

              “ฮึก”

              อัมรินทร์เหลือบตามองคนที่นั่งอยู่บนตักยกมือขึ้นปิดปากแล้วหันหน้าหนีไปอีกทางเมื่อเผลอส่งเสียงบางอย่างออกมา ชายหนุ่มยกแขนข้างหนึ่งขึ้นสูงกดให้อีกคนซบลงที่ไหล่เพื่อที่ว่าเขาจะได้สูดดมความหอมจากลำคอนั้นได้ถนัด ส่วนมืออีกข้างก็ยังคงสนุกอยู่กับการลูบไล้ไปตามต้นขาสวยลากยาวขึ้นสูงไปถึงช่วงเอวบาง เมินเฉยต่ออาการสั่นของลูกนกตัวน้อยที่นั่งนิ่งให้เขาลูบจับ

               “คุณอัมรินท์ หยุดเถอะ” เปลวอรุณร้องขอเสียงสั่น ให้เจ้านายหนุ่มของตนหยุดการกระทำอันน่าอับอายนี้ต่อตนสักที

                “แล้วถ้าฉันตอบว่า ไม่ ละ” อัมรินทร์กระซิบที่ข้างหู

                “ผมขอร้อง ผม..”

                 คำร้องขอที่ผู้ฟังไม่แม้จะสนใจถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอเมื่ออัมรินทร์เชยปลายคางของอีกคนขึ้นมองใบหน้าสวยที่แดงก่ำเต็มไปด้วยความอายและน้ำตาที่คลอหน่วงอยู่ที่ขอบตา  กดจูบไปยังริมฝีปากบางสีอ่อนเรียกความตกใจให้กับเปลวอรุณเป็นอย่างมากจนเริ่มที่จะดิ้นขัดขืนแต่มีหรือที่อัมรินทร์จะยอมเขาใช้แขนข้างหนึ่งกดรั้งที่หลังขอของอีกคนเอาไว้ไม่ให้ขยับหนีส่วนอีกข้างก็รวบเอวบางเอาไว้แน่นไม่ให้หลุด

           จังหวะที่พยายามหนีออกจากท่อนแขนแข็งแรงเปลวอรุณเผลออ้าปากออกมาเล็กน้อยจนกลายเป็นช่องทางให้คนที่รออยู่อาศัยโอกาสนี้สอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากของอีกคน

         ความแปลกใหม่ที่ได้รับทำให้เปลวอรุณรีบถกตัวหนีตามสัญชาตญาณเอาตัวรอดเช่นเดียวกับลิ้นเล็กที่พยายามถอยหนีจากผู้บุกรุกที่พยายามพุ่งเข้ามาเกี่ยวรัดแต่ก็ไม่ได้ผล แม้จะอายุมากกว่าอีกคนอยู่กว่าเจ็ดปีแต่ความชำนาญนั้นต่างกันในเมื่อเปลวอรุณที่แทบไม่เคยผ่านมือใครแม้แต่ความรักยังไม่เคยมีหรือจะรู้ซึ้งในรสรักได้ดีเท่าอัมรินทร์ที่เปลี่ยนคนข้างกายเป็นว่าเล่นเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้า

           ปลายลิ้นหนาลากไล้ไปตามขอบข้างของลิ้นเล็กกวาดไล่ไปทั่วทั้งช่องปากเกิดเป็นความเสี่ยวซ่านให้คนอ่อนเดียวสาในเรื่องเช่นว่าได้รู้สึกสะท้านไปทั่วกาย ความมึนเบลอจากการที่เส้นประสาทหลายเส้นถูกปิดกันทำให้สมองของเปลวอรุณเริ่มขาวโพนละหลุดลอยจนไร้การขัดขื่นเหมือนตอนแรกซ้ำยังกำปกเสื้อของอีกคนเอาไว้แน่นเป็นที่ยึดเมื่อรู้สึกเหมือนตัวเองจะละลายไปกับรสจูบที่ได้รับ

              อัมรินทร์ดูดดึงริมฝีปากบางของเปลวอรุณจนบวมช้ำอาศัยจังหวะที่คนแก่กว่ามึนเบลอกับรสรักที่มอบให้เลื่อนมือข้างที่โอบกระชับรอบเอวต่ำลงเรื่อยๆลูบไปมาตามความโค้งมนของบั้นท้ายกลมได้รูปผ่านชั้นในสีเข้มแบบมีขา ก่อนจะแทรกปลายนิ้วหนาเข้ามาด้านในลากผ่านตามร่องกลางของเนื้อนิ่มเต็มกำมือ

              เปลวอรุณเกร็งกายแน่นเบี่ยงใบหน้าหนีสัมผัสดูดดื่มที่คนตัวใหญ่กว่าสร้างขึ้นเมื่อนิ้วมือของอัมรินทร์กดย้ำอย่างจงใจตรงปากทางของช่องทางเล็กที่ด้านหลังและยิ่งสั่นระริกมากขึ้นเมื่อคนเจ้าเล่ห์เริ่มกดแทรกปลายนิ้วเข้ามาด้านในจนเขารู้สึกเจ็บความหวาดกลัวเกาะกุมทั่วทั้งใจดวงน้อยให้เต้นระรัวไร้จังหวะเช่นเดียวกับเสียงหอบหายใจหนักๆยามที่อ้าปากร้องขอความเมตตา
“ฮึก..พอเถอะ..ขอร้อง..คุณอัมรินทร์..ผมขอร้อง”

เมื่อคนรับฟังไม่คิดจะสนใจคำอ้อนวอนนั้นก็เป็นเพียงแค่เสียงลอยลมที่ลอยผ่านข้างหู
หน้าด่านแรกของบทละครฉากใหม่ของเขาเริ่มขึ้น
ฉากที่เขาไม่อยากเล่น...
ถ้าในวันนั้นเขาไม่หลงกลเล่ห์เหลี่ยมเอาแต่ได้ของอัมรินทร์
บทบาทในวันนี้จะไม่มีทางมีผู้เล่นที่ชื่อ
เปลวอรุณ

_______________________________________________________________

ยุฮู้!!

มาเปิดต่อนแรกไว้ก่อน หลังสอบเจอกันเน้อ!!
*** ยังไม่ได้ตรวจคำผิด เจอตรงไหนบอกด้วยสิกลับมาแก้ให้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-03-2017 16:27:49 โดย wavery »

ออฟไลน์ Jthida

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1580
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-3
Re: [Mpreg] หนี้รัก -บัญชีหนี้- 2/3/60
«ตอบ #3 เมื่อ02-03-2017 15:14:02 »

รออ

ออฟไลน์ azure

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
Re: [Mpreg] หนี้รัก -บัญชีหนี้- 2/3/60
«ตอบ #4 เมื่อ02-03-2017 15:17:11 »

ลงชื่อติดตาม :katai5:

ออฟไลน์ anandawan

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 374
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-2
Re: [Mpreg] หนี้รัก -บัญชีหนี้- 2/3/60
«ตอบ #5 เมื่อ02-03-2017 15:47:29 »

ติดตามค่ะ
แจ้งเรื่องเว้นวรรคประโยค กับคำผิดหน่อยเนอะ ตัวอย่างย่อหน้าสุดท้าย

เรื่องการเว้นวรรค อาจจะปรับให้เหมาะสมกว่านี้ค่ะ
เปลวอรุณเกร็งกายแน่น เบี่ยงใบหน้าหนีสัมผัสดูดดื่มที่คนตัวใหญ่กว่าสร้างขึ้น เมื่อนิ้วมือของอัมรินทร์กดย้ำอย่างจงใจตรงปากทางของช่องทางเล็กที่ด้านหลัง และยิ่งสั่นระริกมากขึ้น เมื่อคนเจ้าเล่ห์เริ่มกดแทรกปลายนิ้วเข้ามาด้านในจนเขารู้สึกเจ็บ ความหวาดกลัวเกาะกุมทั่วทั้งใจดวงน้อยให้เต้นระรั่วไร้จังหวะเช่นเดียวกับเสียงหอบหายใจหนักๆ ยามที่อ้าปากร้องขอความเมตรา

ส่วนคำผิด
รั่ว >> รัว
เมตรา >> เมตตา

ประมาณนี้จ้า

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3535
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4
Re: [Mpreg] หนี้รัก -บัญชีหนี้- 2/3/60
«ตอบ #6 เมื่อ02-03-2017 17:13:16 »

 :mew1: :mew1: :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ azure

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
Re: [Mpreg] หนี้รัก -บัญชีหนี้- 2/3/60
«ตอบ #7 เมื่อ02-03-2017 17:55:40 »

ลงชื่อติดตาม :katai5:

ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1196
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4
Re: [Mpreg] หนี้รัก -บัญชีหนี้- 2/3/60
«ตอบ #8 เมื่อ02-03-2017 20:36:48 »

 :mew1:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5247
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19
Re: [Mpreg] หนี้รัก -บัญชีหนี้- 2/3/60
«ตอบ #9 เมื่อ03-03-2017 00:56:50 »

 o13

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: [Mpreg] หนี้รัก -บัญชีหนี้- 2/3/60
« ตอบ #9 เมื่อ: 03-03-2017 00:56:50 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ wavery

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
เป็นหนี้ครั้งที่ 1


        “นี้คือน้าพิมพา ต่อจากนี้ไปเขาจะมาอยู่กับเราที่บ้านหลังนี้”

   เสียงพูดของชายวัยกลางคนที่เขาคุ้นเคยเอ่ยขึ้นมาจากส่วนลึกของความทรงจำ น้ำเสียงที่แม้จะไม่ได้ยินมานานแต่เขาก็ไม่เคยที่จะลืมได้ เสียงของพ่อที่เอ่ยแนะนำสมาชิกคนใหม่ของบ้าน...........

   “พิม นี้ลูกชายฉันเองชื่อเปลวอรุณ”

   รอยยิ้มสวยจากริมฝีปากที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงสด ยิ้มรับคำที่ผู้ชายข้างกายแนะนำ ถึงตอนนั้นเขาจะยังเด็กอยู่มากแต่ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ความจนมองไม่ออกว่ารอยยิ้มนั้นมันไม่ได้สวยหวานเหมือนที่พ่อเขาเห็น

   เขาไม่ชอบผู้หญิงคนนี้..........

   “ต่อจากนี้น้าพิมจะมาอยู่ดูแลพ่อ และก็จะมาเป็น แม่ ของเปลวด้วยเข้าใจไหม”

        ชายวัยกลางคนพูดอย่างมีความสุขพร้อมโอบร่างอรชรของภรรยาคนใหม่อย่างรักใคร่ แต่นั้นไม่ใช่กับเปลวอรุณในวัยสิบขวบที่มองมายังทั้งคู่ด้วยสายตาว่างเปล่า 

        พ่อของเปลวอรุณเป็นเจ้าของกิจการเล็กที่ไม่ใหญ่โตอะไรมาแต่ก็มีเงินเหลือใช้ไม่ขัดสนอะไร ส่วนแม่ของเขาก็เป็นเพียงแม่บ้านธรรมดาที่คอยดูแลลูกและก็สามี แต่ก็นั้นแหละยิ่งพ่อของเขาทำงานนอกบ้านมากเท่าไรการพบเจอกับผู้คนก็ยิ่งมาก พ่อของเขาเริ่มมีพฤติกรรมแปลกๆดูมีลับลมคมในบ้างอยากกับเขาและแม่ จากที่ทุกครั้งเราสามคนจะต้องมานั่งกินข้าวพร้อมหน้ากันกลับเหลือแค่ลูกกับแม่แค่สองคน และเป็นแบบนี้เรื่อยมาจนสุดท้ายแม่ก็มาจับได้ว่าพ่อของเขาแอบมีเมียน้อย   เขายังจำได้ดีเลยว่าดึกๆเสียงที่เขาได้ยินแทนเสียงเพลงกล่อมนอนในตอนกลางคืนคืออะไร........

         ความอ่อนแอของผู้หญิงที่เขารักมากที่สุดที่ไม่ยอมแสดงออกมาให้ใครเห็นได้แต่แอบร้องไห้คนเดียวในมุมมืดๆผิดกับรอยยิ้มอ่อนโยนที่แม่มักจะส่งออกมาให้ใครต่อใครเห็น

         
แล้วมันก็พรากเอาแม่ของเขาไป..............

          ห้าปีหลังจากนั้นแม่ที่ตรอมใจมานานก็ล้มป่วยและไม่นานแม่ก็จากไปโดยที่ไม่เห็นแม้แต่เงาของพ่อที่เป็นควรจะมาอยู่ดูใจแม่  หลังจากนั้นพ่อเขาก็พาตัวต้นเหตุอย่างผู้หญิงคนนั้นเขามาในบ้าน พาเขามาทั้งๆที่ศพของแม่ยังไม่เผา.........

เขาเกลียดพ่อ.....

เขาเกลียดความรัก...........

             เปลือกตาสีอ่อนค่อยๆกระพริบถี่เพื่อปรับสภาพการมองเห็นในยามเช้าที่แสงแดดยามสายสาดเข้ามาในห้องนอน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกวาดมองรอบข้างก่อนจะปิดเปลือกตาลงอีกครั้งอย่างเหนื่อยอ่อน
ฝันงั้นหรอ.........

       เวลาก็ผ่านมายี่สิบกว่าปีแล้วแต่ทำไมอยู่เขาถึงมาฝันอะไรแบบนี้อีกกัน  ดวงตากลมจ้องมองเพดานสีขาวด้านบนอย่างเหม่อลอยอย่างไม่คิดจะขยับตัว ไม่ใช่ว่าไม่อยากลุกไปไหนแต่เพราะเขาอยากจะลองหลับตาแล้วตื่นขึ้นมาใหม่อีกครั้งดูก็เท่านั้น เพื่อว่าบางที่สิ่งที่เขาเห็นหรือสัมผัสอยู่ตอนนี้จะเป็นเพียงแค่ความฝันที่ซ้อนทับอยู่อีกชั้นแต่เพราะแรงยวบของพื้นที่บนเตียงนอนด้านข้างกับความหนักของท่อนแขนที่พากทับช่วงท้องของเขานี้ต่างหากที่ช่วยยืนยันความจริงให้เขาได้ยอมรับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานเป็นเรื่องจริง

   “คิดอะไรอยู่หรอ”

   น้ำเสียงนุ่มชวนฟังของอัมรินทร์ดังขึ้นพร้อมรั้งร่างของคนที่เอาแต่นอนเหม่อเข้ามาใกล้เพื่อหมายจะกอดเอาไว้ แต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่ยินดีกับการกระทำนั้นเท่าไรเพราะพอเขาเพิ่มแรงเพื่อกระชับกอดเปลวอรุณกลับเลือกที่จะพลิกตัวหนีเตรียมจะลุกจากที่นอน

   “จะรีบไปไหนละเปลว วันนี้วันหยุดนอนต่อกันเถอะ”

   “เชิญคุณนอนไปคนเดียวเถอะครับ ผมจะไปอาบน้ำ”

   “งั่นฉันอาบด้วย”

   “ไม่ต้อง”

   อัมรินทร์ยิ้มขำกับเสียงขู่ของอีกคน ชายหนุ่มเลื่อนตัวไปนั่งซ้อนหลังโดนที่ท่อนแขนยังไม่ละออกจากช่วงเอวบางทั้งยังซบหน้าลงกับแผ่นหลังเล็กของเจ้าตัว เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยจริงๆว่ากลิ่นของน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ติดอยู่บนเสื้อผ้าของเขามันจะหอมขนาดนี้จนมันมาอยู่บนตัวของเปลวอรุณ

   “คุณอัมรินทร์ปล่อย”

   “ไม่”

     เปลวอรุณพยายามที่จะงัดเอาแขนปลาหมึกของคนตัวโตกว่าออกแต่ไม่ว่าเขาจะพยายามเท่าไรอัมรินทร์ก็จะยิ่งเพิ่มแรงกอดรัดนั้นมากขึ้นเรื่องๆจนกลายเป็นว่านอกจากจะไม่สามารถออกจากอ้อมแขนของอีกคนได้แล้วเขายังจมลงกับแผ่นอดกว้างนั้นเรื่อยๆเข้าไปอีก

   “อ้าวหยุดดิ้นแล้วหรอ” ก็เพราะมันไร้ประโยชน์ไงถึงหยุด เปลวอรุณบ่นในใจ

   “อ๊ะ ทำอะไรนะ”

   เปลวอรุณแว๊ดเสียงใส่อีกคนทันทีเมื่ออยู่ๆมือปลาหมึกที่ว่าก็เลื่อนเสื้อตัวหลวมโครงที่เขาใส่อยู่ลงจนหัวไหล่มนของเขาออกมาต้องความเย็นของเครื่องปรับอากาศแต่แค่นั้นมันไม่พอเพราะได้คนมือซนที่ว่ามันยังกดจูบลงกับหัวไหล่ของเขาอีกด้วย

   “ทำไมละ ทีเมื่อคืนเรายัง...”

   “ยังอะไร อย่ามาพูดจาพร้อยๆนะคุณอัมรินทร์”  รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏบนใบหน้าหล่อนิ่งค้างกลางอากาศเมื่อเจอคำพูดดักทางของคนแก่กว่า

   ถึงจะไม่ค่อยอยากจะยอมรับเท่าไรก็เถอะ แต่นอนจากกอดจูบลูบคลำแล้วเขาไม่ได้อะไรอย่างอื่นที่เกินเลยกับเปลวอรุณเลยสักอย่าง ทั้งๆที่รอเวลาแบบนี้มาตั้งสามปี

   “ชิส์”

   อัมรินทร์ส่งเสียงแสดงอาการตัดพ้อน้อยใจที่ถูกขัดความฝันก่อนจะล้มตัวนอนหันหลังให้อีกคนที่ เปลวอรุณส่ายหน้ากับท่าทีเป็นเด็กๆโดนขัดใจของชายหนุ่มอายุใกล้เลขสามอย่างเขาลุกขึ้นจากเตียงนอนก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

    ผ้าเช็ดตัวผืนหนาที่อัทรินทร์ยกให้เขาใช้ถูกพาดอยู่ที่ราว มือบางไล่ปลดเม็ดกระดุมเสื้อตัวใหญ่ออกจากร่างแต่ปลดไปได้เพียงสองเม็ดร่องรอยที่อีกฝ่ายทำไว้เมื่อวานก็ปรากฏเต็มตั้งแต่ช่วงลำคอลากยาวมาจนถึงแผ่นอก ใบหน้าขาวขึ้นสีแดงก่ำทันทีเมื่อภาพวาบหวิวของตนกับอัมรินทร์ในห้องทำงานฉายขึ้นในโสตประสาท

   “บ้าชะมัด”


   ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ละก็เปลวอรุณอยากจะย้อนเวลากลับไปเมื่อสองเดือนก่อน อ๋อ ไม่สิ.. เอาก่อนหน้านั้นสักยี่สิบปีเลยแล้วกันเพราะถ้าเรื่องเมื่อยี่สิบปีไม่เกิดขึ้นละก็ชีวิตของเขาก็คงจะมีแต่ความสงบไม่วุ่นวายเหมือนที่ผ่านมา และแน่นอนว่าเรื่องเมื่อสองเดือนก่อนก็จะไม่มีทางเกิดขึ้นด้วยเหมือนกัน.....................


2 เดือนก่อน

   
            “ฉันบอกให้เอาเงินมาแกก็เอามาสิ”

             น้ำเสียงแหลมเล็กที่ส่อเจตนาชัดเจนตรงตามคำพูดที่เขาได้ยินมาเป็นสิบปีจนนึกชินชาพอๆกับความสมเพชในตัวผู้หญิงตรงหน้าที่แก่ใกล้ลงโลงขนาดนี้แล้วยังแบมือขอเงินคนคราวลูกแบบเขาอยู่ได้ไม่นึกอาย ถึงจะฉีดจะดึงมาขนาดไหนแล้วก็เถอะ

              “แต่เงินสำหรับเดือนนี้ผมก็ให้คุณไปแล้วไง”

               เขาตอบเสียงเรียบอย่างนึกรำคาญใจที่วันหยุดอันแสนสุขของเขาต้องมาเจอมลพิษทางเสียงแต่เช้าแบบนี้ นี้ถ้าต้นไม้ของเขาช็อคตายยกสวนเพราะเสียงผีบ้านี้ละก็เขามั่นใจเลยว่ามีดปอกผลไม้ในครัวได้ปักกลางอกมันแน่

                “ก็ฉันใช้มันไปหมดแล้ว”   

                 “แต่ผมเพิ่งให้ไป”

                 “หมดก็คือหมด แกมีหน้าที่แค่เอาเงินมาให้ฉันจะพูดมากทำไม” 

                 พิมพากอดอกแน่นอย่างเอาแต่ใจกับอีกแค่ขอเงินเพิ่มแค่นี้ทำมาเป็นบ่ายเบี่ยงคิดว่าเงินแค่สามหมื่นมันจะไปพออะไรใช้ไม่ถึงอาทิตย์ก็หมดแล้ว

               เปลวอรุณกรอกตากับเหตุผลประจำที่เจ้าหล่อนยกขึ้นมาเป็นข้ออ้างขอเงินเพิ่มจากเงินประจำที่ขูดเลือดขูดเนื้อจากปูแรงงานอย่างเขาอยู่ทุกเดือน ให้ตายเถอะ เงินเดือนที่เขาอุตสาห์ทำงานเอาเป็นเอาตายอย่างหนักมาทั้งเดือนเกินครึ่งต้องแบ่งให้อีผีนี้ใช้จ่ายมือเติบจนเขาแทบจะไม่เหลือเงินเก็บอยู่แล้วยังจะมีหน้ามาของเพิ่มอีก มือเรียวเอื้อมไปปิดก๊อกน้ำที่ใช้รดต้นไม้อยู่ก่อนจะหันกลับขึ้นมาเผชิญหน้ากับพิมพาตรงๆเป็นครั้งแรก

             “จนกว่าจะถึงเดือนหน้าผมจะไม่ให้เงินคุณอีก เพราะผมถือว่าเดือนนี้ผมให้แล้ว”

             เขายื่นคำขาดพร้อมกับหันไปส่งยิ้มให้คุณป้าข้างบ้านที่โผล่หน้าออกมาดูเหตุการณ์เล็กน้อยก่อนจะเดินผ่านหญิงวัยกลางคนปลายๆเข้าบ้านไปอย่างไม่ค่อยจะอยากสนทนาด้วยเสียเท่าไร แต่มีหรือที่คนอย่าพิมพาจะยอม

             พิมพาไม่รอช้ารีบหมุนกลายตามชายรูปร่างบางที่มีศักดิ์เป็นลูกเลี้ยงของตนที่เดินหนีเข้ามาในบ้านหล่อนคว้าท่อนแขนเล็กที่ขนาดไม่ได้แตกต่างจากผู้หญิงของเปลวอรุณเอาไว้แทบจะทันทีที่เข้าถึงตัวอีกคน

            “แต่ฉันเป็นแม่แก ฉันสั่งอะไรแกก็ต้องทำ” หล่อนตะคอกเสียงกร้าว

             “ก็แค่ แม่เลี้ยง พูดให้หมดด้วย”

             เขาสะบัดมือของอีกคนออกอย่างไม่ใยดีแล้วเดินกระแทรกเท้าหนีความวุ่นวายนั้นขึ้นไปบนห้องของตัวเองทันที ไม่สนด้วยว่าคนที่เดินตามรังควานทวงหนี้บุญคุณเขามาจะโดนบานประตูห้องของเขากระแทรกหน้าหรือไม่  เขาไม่สน............

             ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่ใครเกลียดใครได้มากได้มายเท่าผู้หญิงคนนี้มาก่อน ตอนนั้นเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพิมพาไปเอาความภาคภูมิใจทุเรศๆแบบนี้มาจากไหนตั้งแต่พ่อพามันเข้ามาเย้ยแม่เขาถึงในบ้านยังไม่พอมันยังชูคอทำตัวเหมือนเป็นเข้าของบ้านกดขี่แม่เขาอย่างกับเป็นขี้ข้าทั้งๆที่ตัวเองเป็นผู้อยู่อาศัย พ่อเขาก็เหมือนกันหลงแต่นางลายดอกนี้จนหน้ามืดตามัวบอกอะไรก็ไม่เชื่อ ไม่รู้อะไรเลยสักอย่างว่าทุกคืนแม่ต้องนอนร้องไห้ขนาดไหน ไม่รู้เลยว่าไอ้เมียน้อยตัวดีของตัวเองมันรีดไถ่เมียในทะเบียนของตนเหมือนกุ๊ยข้างถนนขนาดไหนเพื่อเอาเงินไปเล่นพนันกับซื้อของประโคมตัวเอง เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าแม่ทนอยู่ในสภาพนี้ได้ยังไงกัน

                “แม่ทนผู้หญิงคนนี้ได้ไงยังไง เปลวไม่เข้าใจ”

           ดวงตาสวยจ้องมองกรอบรูปสีอ่อนที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานที่มุมห้องอย่างไม่เข้าใจ  อาจเพราะตอนนั้นเขายังเด็กด้วยหรือเปล่าก็ไม่นะเขาถึงไม่เคยเข้าใจเลยว่าเพราะอะไรแม่ถึงยังยิ้มได้แม้พ่อจะพาผู้หญิงอีกคนเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย

        “เพราะรักไงเปลว”

   “..”

   “เพราะพ่อคือคนที่แม่รัก ไม่ว่าอะไรที่ทำให้คนที่แม่รักมีความสุขแม่ทนได้ทั้งนั้นแหละ”


           พอคิดถึงคำที่แม่พูดมันก็อดไม่ได้จริงๆที่เขาจะทำเสียงขึ้นจมูก แน่ละ ถ้าต้องยิ้มทั้งๆที่ในใจร้องไห้จะเป็นจะตายมันจะยังเรียกว่าความสุขได้ยังไง

            เปลวอรุณส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย มือบางยกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆไปทีหนึ่งก่อนจะคว้าเอาของที่จำเป็นยัดใส่กระเป๋าสะพายอันเล็กๆที่เขามักชอบสะพายไปไหนมาไหนเวลาออกจากบ้าน
ไหนๆก็ไหนๆละออกไปหาอะไรทำข้างนอกดีกว่า...........


   เขาชื่อ เปลวอรุณ ปีนี้ก็อายุครบ 35 ปีพอดี เขาทำงานเป็นเลขาของรองประธานบริษัทส่งออกอัญมณีรายใหญ่ของประเทศไทยที่ส่งออกทั้งเครื่องประดับที่เจียระไนแล้วและยังไม่เจียรระไน ตอนแรกเขาทำงานเป็นผู้ช่วยเลขาของประธานบริษัทแต่เมื่อสามปีก่อนเขาถูกย้ายให้มาเป็นเลขาของลูกชายคนเดียวของท่านประธานที่เพิ่งเข้ามาทำงานที่บริษัท หน้าที่หลักๆของเขานอกจากช่วยสอนงานต่างๆให้แล้ว ยังต้องช่วยดูแลเรื่องอื่นๆของเจ้าตัวอีกด้วย ซึ่งนั้นก็ไม่ใช้ปัญหาอะไรขอแค่งานที่เขาทำมันจะช่วยให้เขาได้เงินเพิ่มมากขึ้นไม่ว่าอะไรเขาก็ไม่เกี่ยงหรอก...............

   “ทำไมทำหน้าเครียดอย่างนั้นละ”

   เสียงทุ้มต่ำในลำคอที่กระซิบอยู่ข้างหูเรียกสติการรับรู้ของเขาให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน พร้อมกับกับใบหน้าคมคายของเจ้านายหนุ่มรุ่นน้องที่ใบหน้าอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่เซนยามที่เขาหันไปตามเสียงเรียกจนเผลออุทานเรียกชื่ออีกฝ่ายออกมาอย่างตกใจ

    “คุณอัมรินทร์”   

          เจ้าของชื่อยิ้มกว้างจนตาหยีให้อีกคนโดยไม่ยอมละใบหน้าออกจาตำแหน่งเดิมแถมดูเหมือนจะพยายามเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าสวยชวนมองนั้นเรื่อยๆ และเป็นเปลวอรุณทนต่อสภาพความใกล้ชินเกินความจำเป็นนี้ของตัวเองกับอัมรินทร์ไม่ไหวจึงเป็นฝ่ายที่ผละออกจากตำแหน่งที่นั่งอยู่โดยการเลื่อนเก้าอี้ออกไปด้านหลังเพิ่มแล้วหันหน้าหนีไปอีกทาง

          อัมรินทร์ เป็นเจ้านายของเขาที่อายุน้อยกว่าถึงเจ็ดปีเป็นลูกชายคนเดียวของท่านประธารที่เขาได้รับการฝากฝั่งให้ช่วยดูแลทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวในฐานะเลขาส่วนตัวของอัมรินทร์  ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะ แต่เขากลับไม่เคยยินดีเลยที่ต้องมาดูแลผู้ชายคนนี้เลยสักนิดจริงๆ แม้ตำแหน่งนี้จะเป็นที่เฝ้าฝันของสาวๆทั้งออฟฟิตแต่มันไม่ใช่กับเขาแน่

             ส่วนหนึ่งที่เขาไม่อยากจะเข้าไปสนิทด้วยอาจเพราะนิสัยเจ้าชู้ของเจ้าตัวที่มักจะคบกับใครไปทั่วจนบางที่เขาเองก็ต้องมานั่งปวดหัวกับเรื่องที่ตามมาของอีกคนเพราะหน้าที่ที่ต้องคอยดูแลเจ้านายหนุ่มในทุกๆด้านด้วยแล้วการจัดการกับตารางรถไฟที่จะชนกันเมื่อไรก็ได้ของคนไม่รู้จักพอก็เลยกลายเป็นอีกงานของเขาเช่นกันถึงความจริงแล้วมันจะไม่เคยมีเรื่องทำนองนี้มาให้เขาปวดหัวเหมือนที่คิดก็เถอะแต่เขาก็ไม่ชอบมันอยู่ดี และอีกส่วนหนึ่งที่น่าจะเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดที่เขาไม่อยากเข้าใกล้อัมรินทร์เสียเท่าไรก็คงจะเป็นสายตาที่อีกคนใช้มองมาทางเขา ความวาววับอย่างมีเล่ห์นัยนั้นไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าเจ้าของดวงตาคมต้องที่จะสื่ออะไรแต่เพราะเขารู้ต่างหากล่ะ เขาจึงพยายามหนี........ เหมือนอย่างทำอยู่ในตอนนี้

   “คุณอัมรินทร์มีอะไรหรือเปล่าครับ” เปลวอรุณเอ่ยถาม

   “เปล่า ไม่มีอะไรหรอก แค่นั่งอยู่ในห้องแล้วมันเบื่อๆเลยออกมาข้างนอกนะ”  อัมรินทร์ว่าด้วยสายตาพราวประกายยามมองไปที่ใบหน้าขาวของคนตรงหน้าที่อยู่ต่ำกว่าในยามที่เขายืดตัวตรงเป็นปกติ

   “ว่าแต่นายเถอะ นั่งเหม่อแบบนี้คิดถึงใครอยู่”  คนถูกถามรีบโปกมือปฏิเสธทันควัน

   “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ ก็แค่....” ปัญหาเดิมๆก็เท่านั้น......

   “หืออ ว่าไงปัญหาอะไร”

   “ไม่มีอะไรหรอกครับ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร” 

           เปลวอรุณว่าตัดบทก่อนจะคว้าเอาแฟ้มเอกสารที่วางอยู่ขึ้นแนบอกแล้วเดินผ่านอีกคนไปโดยอ้างว่าต้องเอาเอกสารไปส่งคืนให้แผนกออกแบบ ซึ่งเจ้านายหนุ่มก็ไม่ได้ว่าขัดอะไรแถมยังยินดีเปิดทางให้อีกต่างหาก ซึ่งนั้นถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเปลวอรุณอยู่ไม่น้อยที่อีกคนไม่รู้สึกติดใจอะไรกับคำโป้ปดของตนเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย เอกสารอะไรมันไม่มีหรอกมันก็แค่ข้ออ้างที่จะไม่ต้องอยู่ใกล้อีกคนก็เท่านั้น...  แต่ไหนๆก็ได้ลุกออกมาแบบนี้แล้วเจ้าตัวเลยถือโอกาสไปหาอะไรกินรองท้องเลยก็แล้วกัน
ดวงตาคมที่พราวระยับยามมองตามแผ่นหลังเล็กนั้นแปลเปลี่ยนกลับเป็นความเรียบนิ่งทันทีที่ร่างขาวสว่างของเลขาส่วนตัวหายเข้าไปในตัวลิฟท์  อัมรินทร์จับจ้องไปทางที่เปลวอรุณเดินไปก่อนจะกลับเข้าไปในห้องทำงานของตัวเองอีกครั้ง ร่างสูงทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หนังสีดำตัวใหญ่ที่ประจำของเขาอีกครั้งพร้อมกับทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ที่กว้างมากพอที่จะทำให้เขาสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของตึกสูงด้านนอกได้เป็นวงกว้างอย่างใช้ความคิด


              ตั้งแต่เกิดมา อัมรินทร์ มีทุกอย่างที่ใครๆก็ปรารถนา ทั้งลาภยศ เงิน ทอง หน้าที่การงาน ไหนจะรูปร่างหน้าตาที่ไม่ว่าใครเห็นก็ต่างต้องเลียวมามองซ้ำ หากแต่นั้นมันเอามาใช้กับเปลวอรุณไม่ได้เลย........ 

             เปลวอรุณไม่เหมือนคนอื่นที่เขารู้จัก เพราะอีกฝ่ายไม่ได้สนใจใยดีอะไรในตัวเขาสักอย่างแต่กลับเป็นเขาที่ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันเขายอมรับอยู่ลึกๆในใจเลยว่าเขาสนใจกุหลาบดอกนี้มากขนาดไหน มากขนาดที่เอ่ยปากขอผู้ช่วยเลขาของพ่อมาเป็นของตนเพียงเพื่อหวังจะได้เชยชมดอกไม้งามดอกนี้  แต่เขาก็คิดผิด.......

              หากเปรียบเปลวอรุณเป็นดอกกุหลาบแสนสวยแล้วก็คนเป็นกุหลายน้ำแข็งสีขาวแสนบริสุทธิ์ เพราะนอกจะไม่เคยยิ้มมาให้เขาแล้วใบหน้าสวยนั้นยังเรียบนิ่งเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับโลกภายนอกคล้ายคนปิดกั้นตัวเองจากทุกสิ่ง และสิ่งที่หลอมรวมกันมาเป็นเปลวอรุณอย่างนี้แหละคือความสวยงามที่กระตุ้นความกระหายอยากของนักล่าเช่นเขา 

                ความปรารถนาที่เขาต้องได้คิดการขยี้เปลือกน้ำแข็งแสนเย็นชานั้นออกแล้วดอมดมความหอมจากกุหลาบพิสุทธิ์ดอกนี้  เขาไม่สนวิธีการที่จะได้มา  เขาสนแค่เปลวอรุณต้องเป็นของเขาไม่ว่าจะยังไงหรือต่อให้กุหลาบดอกนี้ต้องเฉาคามือเขาก็จะต้องได้เป็นเจ้าของมัน

                “อยากหนีก็หนีไป แต่ถึงเวลาเมื่อไรนายหนีฉันไม่พ้นแน่”

…………………………………………………………………………………..

   เย็นวันนี้ก็เหมือนกับวันอื่นๆในสัปดาห์ที่อัมรินทร์จะถ่วงเวลาทำงานในช่วงเย็นของตัวเองออกไปนานที่สุดเพื่อที่เขาจะได้ใช้เวลานั้นในการอยู่ทำงานกับเปลวอรุณให้ได้นานที่สุด

   “นี้เป็นตารางงานของวันอาทิตย์หน้า ถ้าคุณอยากจะเพิ่มหรือยกเลิกอะไรก็เขียนเพิ่มเข้าไปได้เลยเดี๋ยวผมจะเอามาจัดตารางให้ใหม่อีกที”

          เปลวอรุณยื่นกระดาษที่เขียนถึงตารางงานในส่วนของอาทิตย์ถัดไปให้ชายหนุ่มตรงหน้าที่ถือว่าเป็นงานสุดท้ายของวันในสัปดาห์นี้ของเขาก่อนที่จะได้กลับบ้านเสียที

           อัมรินทร์รับใบตารางมาดูราการงานก่อนจะวางลงบนโต๊ะตรงหน้าก่อนจะบอกให้เปลวอรุณกลับไปได้ แม้ความจริงเขาอยากจะรั้งอีกฝ่ายให้อยู่ต่อ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายคือเปลวอรุณผู้ที่ระวังตัวจากเขามากกว่าอะไรครั้งจะหาข้ออ้างเล็กๆน้อยๆมาอ้างคนตัวขาวก็รู้ทันเขาไปเสียทุกเรื่อง  เขาลองมาแล้วเขารู้ดี.....

               ยิ่งอีกฝ่ายไม่เล่นด้วยจะให้เขาดันทุรังต่อไปก็มีแต่ทำให้คนขี้ระแวงระวังตัวมากขึ้นไปอีกแค่นี้เขาก็แทบจะหาทางเข้าหายากพออยู่แล้ว สุดท้ายเขาก็ทำได้แค่ขับรถตามอีกคนมาถึงบ้านหลังสีขาวของอีกคนแล้วก็นั่งมองมันอยู่อย่างนั้นจนแน่ใจแล้วว่าอีกคนจะเข้าบ้านของตัวเองเรียบร้อยแล้วเขาถึงจะได้ฤกษ์ขับรถกลับบ้านบ้าง  ที่เขาทำแบบนี้มากว่าสามปีไม่ใช่เพราะเขาเป็นห่วงหรืออะไรเปลวอรุณหรอกนะ เขาก็แค่อยากให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครอื่นมีชิ่งตัดหน้าเขาไปก่อน เพราะถ้าเป็นแบบนั้นเขาคงไม่ทางยอมแน่ๆ


         ประตูรั้วไม้สีเข้มเปิดออกกว้างเพื่อเปิดรับรถยนต์ดำสนิทให้เข้ามาด้านในเสียงเครื่องยนต์สี่ล้อราคาเหยียบล้านดับลงเมื่อเข้ามาจอดสนิทอยู่ที่โรงจอดรถของคฤหาสน์หรูกลางเมือง ก่อนประตูรถที่เปิดออกด้วยฝีมือของเจ้าของรถหนุ่ม

   อัมรินทร์ส่งของให้กับคนรับใช้สาวที่เดินเข้ามารอรับของก่อนจะเดินตามหลังเขาเข้าไปในบ้าน มือหนาปลดเนคไทที่ผูกอยู่ที่คอออกเพื่อคลายความอึกอัดอย่างเหนื่อยหน่ายจนไม่ทันได้สังเกตว่าไม่ได้มีแค่สาวใช้เท่านั้นที่ออกมารอรับเขากลับบ้าน

   “กลับบ้านดึกๆดื่นๆทุกวันอย่างนี้ถ้าพ่อแกรู้เข้าจะเป็นยังไงนะ”

   เสียงทุ้มติดจะทะเล้นของคนที่ออกมารับเขาอยู่ที่หน้าประตูบ้านเรียกสายตาของคนที่เพิ่งกลับเข้ามาให้หันไปมองชายหนุ่มผิวเข้มกว่าเขาอยู่ถึงสองระดับรูปกายหนาอย่างคนชอบออกกำลังกายยืนกอดอกพิงกรอบประตูบานใหญ่ใบหน้าหล่อเข้มที่ถูกล้อมกรอบด้วยหมวดที่ถูกจัดแต่งมาอย่างดี มันจะเป็นใครไปไม่ได้เลย ถ้าไม่ใช่....

   “ไอ้รุทธ์”

   รุทธ์ หรือ อนิรุทธิ์  ลูกชายคนเดียวของน้าสาวแท้ๆของเขาที่ล้วงลับไปแล้วเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาเอง อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาแต่แก่เดือนกว่าถ้าให้นับตามศักดิ์แล้วก็คงต้องบอกว่าอีกคนคือพี่ชายของเขา แต่ด้วยความที่โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กทำให้พวกเขาสองคนสนิทกันเหมือนเพื่อนมากกว่าความเคารพซึ้งกันจึงไม่ค่อยจะมี 

   “ว่าไงไอ้เสือ ทำไมกลับบ้านดึก” 

           อนิรุทธิ์ถามย้ำอีกครั้งพลางยืนกอดอกมองมาที่รองประธานหนุ่มอย่างจับผิด แต่อัมรินทร์กลับเลือกที่จะไม่สนใจคำพูดนั้นแล้วเดินผ่านอีกคนเข้าบ้านแทน อนิรุทธิ์จิ๊ปากอย่างไม่พอใจก่อนจะเดินตามอีกคนเข้าไปด้านใน

            “หน้างอมาแบบนี้อย่าบอกนะว่ายังจับพ่อเลขาคนสวยนั้นมาเป็นของมึงไม่ได้อีกละสิ”

            ปลายเท้าที่กำลังเดินอยู่ถึงกลับชะงักเมื่อต้องมาเจอคำพูดที่เหมือนแทงใจดำของเขาเข้าให้ ดวงตาคมตวัดมองหน้าญาติผู้พี่ของตนตาขวางอย่างเอาเรื่อง

           “เรื่องของกู!”  อัมรินทร์ว่าอย่างหัวเสียก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินเข้าห้องของตัวเองเข้าไปโดยมีอนิรุทธิ์เดินตามเข้ามา

   ช่วงนี้เขากลับบ้านดึกจริงอย่างที่อนิรุทธิ์ว่าแต่นั้นมันเป็นเพราะใครกันล่ะถ้าไม่ใช่เพราะเลขาคนสวยของเขาอย่างเปลวอรุณ วันนี้เขาอุตสาห์นั่งทำงานจนดึงเพื่อถ่วงเวลาให้คนตัวบางอยู่กับเขาที่ทำงานนานขึ้นกว่าเดิม เพราะด้วยนิสัยของอีกที่ทำงานมาด้วยกันสักระยะทำให้เขารู้ว่าเปลวอรุณจะไม่กลับบ้านจนกว่าเขาจะออกจากบริษัท  แถมยังทำตัวเหมือนพวกโรคจิตที่คอยตามดูอีกฝ่ายถึงบ้านและสุดท้ายก็เลยจบด้วยการที่เขาไปหิ้วเอาผู้หญิงที่เจอกันที่คลับไปเอาที่โรงแรมใกล้ๆแล้วก็กลับบ้านวนเป็นลูปอย่างนี้เกือบทุกวัน ให้ตายเถอะ........ 

   “มึงนี้ดูๆไปก็น่าสงสารวะ จะมีใครรู้ไหมนะว่าไอ้เสือแดกไม่เลือกเนี้ยจริงๆแล้วมันล่าเหยื่อที่ต้องการไม่ได้ ฮ่าฮ่าฮ่า”

   อนิรุทธิ์หัวเราะลั่นเสียงดังอย่างขบขำกับความจริงตรงหน้าที่ผิดกับเจ้าของห้องที่นั่งหน้าเครียดไม่สบอารมณ์  ก็นะ เรื่องของอัมรินทร์กับเปลวอรุณไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้เขารู้ดีเลยแหละ  ถึงเขาจะไม่ได้ทำงานที่เดียวกับอัมรินทร์แต่เขาเองมีเวลาว่างมากพอที่จะตามติดชีวิตรักของญาติตัวเองเล่นเป็นงานอดิเรกเหมือนกัน ยิ่งเรื่องของรองประธานหนุ่มกับเลขาหน้าห้องด้วยแล้วบอกเลยว่ามันน่าติดตามยิ่งกว่ารายการเรียลลิตี้สะอีกและจากที่เขาสังเกตดูแล้วนอกจากเปลวอรุณจะไม่สนใจอะไรในตัวของญาติเขาแล้วแม้แต่หางตาจะมองยังไม่เคยคิดจะแลแบบนี้ เขาบอกเลยว่าโอกาสที่มันจะได้แดกหญ้าแก่เกิดชาติหน้ายังไม่รู้ว่าจะได้กินหรือเปล่าเลย

   “ถ้ามึงจะซ้ำเติมมึงกลับห้องของมึงไปเลยไอ้รุทธ์”   อัมรินทร์ชัดสีหน้าใส่อย่างไม่พอใจที่ถูกเอาเรื่องจริงมาพูดล้อเลียนเหมือนจะบอกว่าเขาไร้น้ำยา แบบนี้มันทนไม่ได้ อัมรินทร์จะไม่ทน!

   “เอาน่าๆ อย่างเพิ่งไล่กูสิมึงไม่อยากได้วิธีที่จะทำให้คุณเลขานั้นมาเป็นของมึงหน่อยหรอ” อนิรุทธิ์กอดคอน้องชายตัวเองเน้นพร้อมยักคิ้วหลิวตาใส่อัมรินทร์อย่างคนที่มีแผนการบางอย่างอยู่ในใจ

   “มึงหมายความว่ายังไง” อัมรินทร์ถามอย่างไม่ค่อยไว้วางใจกับความคิดในหัวของผู้ชายตัวใหญ่ข้างๆ

   “อยากรู้หรอ”

   “เออ”

   อนิรุทธิ์ยกยิ้มมุมปากอยากพอใจกับคำตอบที่ไม่ไกลจากความคาดหมายของเขาเท่าไร ชายหนุ่มผละตัวจากญาติตัวเองลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินออกจากห้องไปดื้อๆไม่พูดไม่จาอะไร อัมรินทร์ขมวดคิ้วมองตามหลังอีกคนอย่างไม่เข้าใจ

   รออยู่ครู่หนึ่งคนเจ้าแผนการก็เดินกลับเข้ามาในห้องของเขาอีกครั้งด้วยใบหน้าเริงร่าแต่สิ่งที่เรียกความสนใจจากสายตาคมของอัมรินทร์ได้ดีที่สุดน่าจะเป็นสิ่งที่อยู่ในมือของอีกฝ่ายมากกว่า

   “นั้นอะไร” เขาถาม

   “ก็ของที่จะทำให้คุณเลขาเป็นของมึงไง”


________________________________________________________________

ต่อจากนี้เราจะพาผู้โดยสารทุกท่านนั่งเก้าอี้ย้อนเวลาไปกับแผนการเอาเมียของคุณหนูอันอันกันนะคะ

 :katai2-1:

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
[/color]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-03-2017 21:29:11 โดย wavery »

ออฟไลน์ J029

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 229
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-1
ตอนช่วงแรกๆนี่ไม่นึกเลยว่าพระเอกจะอายุน้อยกว่านายเอกนะเนี้ย แต่ชอบแนวนายเอกแก่กว่านะ แล้วอายุนายเอกก็ 35แล้ว ถ้ามาท้องอีกจะเป็นไรไหมนะ

ออฟไลน์ มะเขือม่วง

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 454
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0

ออฟไลน์ angelnan

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 350
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-5
ติดตามจ้า ชอบนายเอกฉลาด เข้มแข็งแบบนี้

ออฟไลน์ fay 13

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5692
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +286/-44

ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1196
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4
มาต่อไวๆๆๆน้าาชอๆบๆ

ออฟไลน์ YADA

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 207
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
สงสารเปลว

ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3651
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
ติดตามจ้า

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7732
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
ติดตามๆ

ออฟไลน์ azure

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
ชอบอ่าาาาา  :katai5:

ตลกพระเอกทำตัวเหมือนสเตอกเกอร์ตามนายเอกไปวันๆ
แล้วเมื่อไรจะสมหวังละหนิ?

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13912
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26

ออฟไลน์ wavery

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
เป็นหนี้ ครั้งที่ 2


          มีอยู่ไม่กี่เรื่องหรอกที่จะทำให้พ่อคนร้อยเล่ห์อย่างอัมรินทร์ยิ้มหน้าบานได้ทั้งหน้าได้แบบนี้ถ้าไม่ใช่เรื่องคอลเลคชั่นใหม่ที่กำลังจะออกมาได้ผลตอบรับที่ดีเกิดคาด ก็คงเป็นราคาหุ้นสักตัวในบริษัทที่ขึ้น แต่บังเอิญว่าที่กล่าวมาทั้งหมดดูจะไม่ใช่เรื่องที่ทำให้ท่านรองประธานหนุ่มอย่างอัมรินทร์ยิ้มแก้มปริกับทุกสิ่งรอบตัวจนใกล้เคียงกับคำว่าบ้าแบบนี้แน่

   เช้านี้เขาตื่นขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเปิดโน๊ตบุ๊คคู่ใจเข้าเว็บนู้นออกเว็บนี้หาบางสิ่งที่เขาต้องการ ก่อนจะกลับมานั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับเอกสารที่เพิ่งได้รับมาจากอนิรุทธิ์เมื่อคืน พร้อมกับแผนการบางอย่างที่พวกเขาสองพี่น้องวางกันเอาไว้

   ความรู้สึกตื่นเต้นที่มีมากกว่าทุกวันดูจะทำให้ชายหนุ่มรู้สึกแอ็คทีฟมากกว่าปกติอยู่หลายเท่า มองอะไรก็ดูจะสวยงามไปหมดอย่างเช่นอาหารเช้าวันนี้

   “มึงแน่ใจนะว่าจะแดก”

        สีหน้าเคร่งเครียดของเซฟมือสมัครเล่นที่เริ่มจะไม่มั่นใจในขนมปังปิ้งไหม้เกรียมกับไข่ดาวที่ เออ จากเศษซากอารยะธรรมเก่าแก่ของมันน่านะที่เขาเดาว่ามันคือไข่ไก่ที่พี่ชายเขาต้องการให้ทำมันให้ออกมาเป็นไข่ดาว ส่วนไส้กรอก อืม อย่าไปพูดถึงมันเลยแล้วกัน

   “แน่นอน”

   แต่วันนี้เขาอารมณ์ดีอะไรๆก็อร่อยไปหมดนั้นแหละถึงในความเป็นจริงรสชาติมันออกจะหมาไม่แดกและหลังจากนั้นเขาจะท้องเสียอย่างหนักก็เถอะ....

   แต่แค่อาการท้องไส้ปั่นป่วนยามเช้านี้นะหรอที่จะหยุดยั้งแผนการที่เขาอุตสาห์คิดเอาไว้ทั้งคืนได้แน่ ไม่มีทาง เพราะต่อให้เขาต้องคลานไปเขาก็จะทำ

   “มึงแน่ใจหรอวะ ที่จะมาทั้งสภาพแบบนั้น”

   เป็นอีกครั้งที่อนิรุทธิ์ออกปากถามญาติของตัวเองหลังจากออกมาจากบ้าน คือเขาเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจอะไรในตัวผู้ชายที่เกิดหลังจากตัวเองสามเดือนคนนี้เท่าไรเหมือนกัน ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อวานหลังจากที่เขาเดินออกจากห้องของอีกคนมาแล้ว ท่านรองประธานเจ้าของตำแหน่ง เสืออดเหยื่อ ที่เขามอบให้มันไปหัวกระแทรกพื้นหรือนอนตกเตียงจนประสาทกลับกันแน่ถึงได้ เอ่อ.. เสื้อบานเย็นกับกางเกงขาสามส่วนสีเขียวตานีดูจะเป็นอะไรที่เข้ากันจังเลยเนอะ

   “ทำไมละ วันนี้ออกจะท้องฟ้าสดในเราก็ต้องแต่ตัวให้เข้ากับบรรยากาศสิ”

   หรอ สดใสหรอ..  ร้อนบัดซบละสิไม่ว่า

   “คือกูก็ไม่ได้ว่าอะไรกับรสนิยมการแต่งตัวของมึงที่วันนี้มันออกจะหลุดโลกไปหน่อยหรอกนะ เพียงแต่กู..” กูอายวะ เอาจริงๆ

   “ทำไมๆ”

   “ก็ไม่ทำไมหรอกนะ แต่ทำไมกูต้องแต่งแบบมึงด้วยวะ” ถึงจะคนละสีกับแต่ความแจ๋ม จะ แดม แจ๋ม ว้าว  ของมันนี้ไม่ได้น้อยหน้ากันเลยสักนิด เหี้ยเอ๋ย! คนมองทั้งตลาดเลย...

   “ก็เพื่อหลงไง มึงก็รู้จตุจักรคนเยอะจะตายชัก”  อัมรินทร์ดึงแว่นกันแดดมาสวมไม่สนใจสีหน้าเหนื่อยหน่ายกับความคิดหลุดกรอบนั้นเท่าไร

   “เอาจริงๆ บอกกูมาตรงๆดิว่ามึงลากกูมาทำไรที่นี้”

   “ซื้อของ”

   “ซื้อของ ? คนอย่างมึงนี้นะมาซื้อของที่นี้” 

   “ใช่ ทำไมมันแปลกหรือไง”

   “เออ แปลก!!”

          เขาเคยชวนมันมาเป็นสิบๆครั้งมันก็ไม่แม้จะสนใจอ้างนู้นอ้างนี้ตลอด ที่สำคัญเลยคืออัมรินทร์เป็นคนจำพวกขี้ร้อนและมันเกลียดอากาศร้อนที่พร้อมจะเผาผิวมันให้ไหม้เป็นขนมปังปิ้งเมื่อเช้าอย่างกับอะไรดี มันต้องมีอะไรหรืออะไรสักอย่าง ที่ทำให้คนอย่างคุณชายอัมรินทร์มายืนอยู่ที่นี้ในเวลาเที่ยงตรงได้แบบนี้   

   “กูมาซื้อต้นไม้” เจ้าตัวว่าพร้อมหันซ้ายหันขวามองหาร้านเป้าหมาย

   “ห๊ะ”

   “ต้นไม้ไง มึงหูตึงหรือไงเนี้ย”

   “กูไม่เห็นเคยรู้ว่ามึงชอบต้นไม้ใบหญ้าหรืออะไรที่ออกดอกได้มาก่อน” ถ้าเป็นพวกของที่มันส่องแสงได้อย่างพวกเพชรพลอยนี้เขาพอจะเชื่ออยู่หรอก แต่นี้ ต้นไม้ คนที่ปลูกอะไรไม่เกินสามวันก็ตายอย่างมันจะมาซื้อต้นไม้ไปฆ่าหรือไง ? ไม่ได้การละเขาต้องรีบพามันไปหาหมอเดี๋ยวนี้เลย

   “กูจะซื้อให้เปลว”

   “ห๊ะ”

   “ตามนั้น มึงจะไปซื้ออะไรก็เรื่องของมึงจะกลับแล้วเดี๋ยวกูโทรหา”

   “เฮ้ย ! เดี๋ยว ! ไอ้อัน ไอ้อัน”

   อัมรินทร์โบกมือลาทำเป็นไม่สนใจเสียงเรียกของอีกคนก่อนจะกลืนหายไปกับฝูงชนมากมายที่เดินเบียดเสียดกันตามทางเดินแคบๆ เพื่อไปหาซื้อของที่ตนเองต้องการ

   จริงอยู่ที่เขากับต้นไม้ดูจะเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะอยู่ด้วยกันได้ จำได้ว่าตอนนั้นเคยซื้อต้นไม้ต้นเล็กๆมาตามคำแนะนำของแม่มาตั้งไว้ที่โต๊ะทำงานแต่สุดท้ายมันก็ตายเพราะเขาลืมให้น้ำมัน

   แต่ถึงมันไม่เหมาะกับเขาแต่มันเหมาะกับเปลว........

   และเหตุผลง่ายๆที่เขามาที่นี้ก็เพราะเปลวอรุณ........

   ช่วงปีแรกๆที่เขารู้จักเปลวอรุณเขาติดตามการใช้ชีวิตหลายๆอย่างของคนตัวขาว ชอบไปไหน ชอบกินอาหารร้านไหน นอนดึกขนาดไหน แม้กระทั้งของใช้ที่ใช้ประจำยี่ห้ออะไรเขารู้หมด และที่สำคัญเปลวอรุณชอบต้นไม้

   ไม่เจาะจงว่าต้องเป็นไม้มงคลหรือไม้ประดับขอแค่สามารถแต่สวนหลังบ้านให้สวยได้เจ้าตัวจ่ายไม่อัน แต่จะมีอยู่อย่างหนึ่งที่เขาสังเกตดูว่าอีกฝ่ายจะซื้อบ่อยที่สุดก็คงเป็นแคคตัส

   กิจกรรมยามว่างในช่วงวันหยุดของเปลวอรุณคือการจัดสวนถาด เจ้าตัวจะเผลออมยิ้มเล็กๆทุกครั้งที่กำลังได้วางก้อนหินหรือกรวดเล็กๆลงไปประดับอาณาจักรเล็กนั้น ดวงตาสวยใต้กรอบแว่นจะหรี่ลงเล็กน้อยตอนกำลังเล็งว่าต้นไม้ต้นน้อยต้นนี้ควรจะวางอยู่มุมไหนของถาดดี พอเสร็จจากอันนี้ก็หันไปดูแลอาณาจักรแห่งอื่นๆไปเรื่อยๆ และนั้นแหละคือเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงต้องหาซื้อขาตั้งมาวางแว่นส่องทางไกล เพราะเปลวมักจะหมดเวลาเป็นวันๆกับการสร้างอาณาจักรของตัวเองและเขาจะไม่มีทางพลาดโอกาสที่จะได้เห็นใบหน้าสวยๆนั้นแสดงอารมณ์แบบอื่นแน่ ถึงช่วงหลังๆมานี้จะไม่ได้ไปแอบดูอะไรแบบนี้ในวันหยุดแล้วก็เถอะแต่เขาก็ยังเชื่ออยู่ว่าเจ้าตัวจะต้องกำลังจัดสวนน้อยๆของตัวเองอยู่แน่

   “สนใจถามได้นะพี่” ใบหน้าหล่อพยักรับคำถามของคนขายโดยไม่ละไปจากพืชใบเขียวที่มองยังไงเขาก็แยกมันไม่ออกอยู่ดีว่าอันไหนคือพันธ์อะไร

   “ซื้อให้แฟนหรอพี่”

   “ใช่ เอ๊ย ไม่ใช่ซื้อปลูกเอง”

   คนขายร่างอวบทำหน้าล้อเลียนลูกค้าหนุ่มที่รีบปฏิเสธคำถามของเขาทันควันอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อสักเท่าไร ก็นะเขาขายของมานานทำไมจะมองไม่ออกว่าคนที่มาซื้อของต้องการอะไร อย่างเช่นลูกค้าหนุ่มที่ดูจะตึงเครียดกับการเลือกซื้อของในร้านเขาแบบนี้โดยไม่สนใจรอบข้างเลยว่าจะถูกสาวๆที่ผ่านไปมามองหรือแอบถ่ายรูปยังไง ถ้าไม่ซื้อให้แฟนแล้วจะให้ซื้อให้ใครได้

   “ผมจะเชื่อนะ”

   อัมรินทร์เหลือบมองคนขายเล็กน้อยก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาเดินดูต้นแคคตัสต้นน้อยในร้านอยู่หลายรอบ แต่ไม่ว่าจะมองยังไงเค้าว่ามันก็เหมือนกันไปหมดและเชื่อเถอะว่าเปลวอรุณมีมันครบทุกแบบแล้วแน่ๆ

   “ให้ผมช่วยเลือกไหม” เป็นอีกครั้งในรอบเกือบสินห้านาทีที่คนขายเอ่ยทักขึ้น ซึ่งมันเป็นขอเสนอที่ดีมากเพราะเขาเองก็ไม่รู้จะเอาต้นไหนเหมือนกัน

   “ก็ดี”

   “อยากได้แบบไหนว่ามา”

   “แบบไหน คือ” ไม่ใช่ว่าซื้อๆไปก็ได้หรอ

   “ก็แบบ ซื้อไปปลูกเดียวๆหรือเอาไปจัดใส่รวมๆกันนะ”

   “อ๋อ เอาแบบจัดใส่ถาด”

   คนขายพยักหน้ารับทราบถึงความต้องการของลูกค้าก่อนจะเดินเข้ามาใกล้พร้อมหยิบจับต้นน้อยๆขึ้นมาให้ดูพร้อมอธิบายรายละเอียดเล็กๆน้อยให้มือใหม่อย่างอัมรินทร์เข้าใจพร้อมแนะนำการเลือกต้นแต่ละต้นมาจัดรวมกันด้วยก่อนจะปล่อยให้ชายหนุ่มเดินเลือกต้นที่ชอบอีกรอบ

   ไอร้อนจากแสงแดดตอนบ่ายเริ่มทำให้คนที่เริงร่ามาตั้งแต่เช้าเริ่มที่จะหงุดหงิดบวกกับไม่ว่าเขาจะเดินวนอีกสักกี่รอบเขาก็ยังหาต้นไม้ที่เขาต้องการไม่ได้สักที เขาเกือบจะทอดใจแล้วจริงๆว่าควรจะหาซื้ออย่างอื่นแทนถ้าไม่เพราะหางตาของเขาเหลือไปเห็นต้นแคคตัสต้นหนึ่งที่ซ้อนตัวจากสายตาใครต่อใครอยู่ด้านล่างสุดของชั้นวาง มุมปากยกยิ้มอย่างพอใจ ในที่สุดเขาก็หาเจอ

   “ฉันเอาต้นนี้”



   
   “กูจะไปบอกเด็กๆให้รีบเก็บของ”

   “ทำไม”

   “พายุจะเข้า”

   “ไม่เห็นมีข่าวเลย มึงมั่วเปล่า”

   “ไม่ ไม่ ไม่มีทางมั่วแน่”

   “ทำไม”

   “เพราะมึงกำลังจัดสวนถาดไงไอ้อัน มึงกำลังปลูกต้นไม้”

   อนิรุทธิ์พูดหน้าเครียด ก็รู้สึกอยู่หรอกว่าวันนี้อัมรินทร์ดูแปลกๆแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะแปลกถึงขนาดที่จะซื้อต้นไม้กับอุปกรณ์จัดสวยถาดมาแบบนี้

   “แค่กูกำลังทำสิ่งใหม่ๆบ้างมึงจะแตกตื่นทำไม”

        ดินสีดำถูกเทลงจากถุงลงถูกถ้วยกระเบื้องสีสะอาดตาให้พอประมาณก่อนจะถูกมือหนาทั้งสองข้างกดลงให้ราบเสมอกัน  ก่อนจะหยิบถุงที่บรรจุหินกรวดขึ้นมาพิจารณา เทตรงไหนดี...

         “ตรงที่มึงซื้อมาทำเองไง” ถ้าซื้อแบบทำสำเร็จมาแล้วเขาก็พอจะปล่อยผ่านไปหรอก แต่นี้ซื้อมาทำเองย่อมหมายความได้ง่ายๆเลยว่ามันต้องมีอะไรที่มากกว่านั้น

   “กูก็แค่อยากลองทำ”

   “อยากลองหรือยากเอาใจ” อนิรุทธิ์ว่าดักทาง  หายไปสองสามชั่วโมงเขาก็นึกว่ามันจะหนีกลับไปแล้วที่ไหนได้กลับหิ้วอุปกรณ์จัดสวนมาเต็มสองมือลำบากเขาช่วยถืออีกด้วย หัวเด็ดตีนขาดยังไม่เขาก็ไม่มีทางเชื่อคำพูดคนอย่างอัมรินทร์แน่

   “จะอย่างไหนมันก็เรื่องของกูวะรุทธิ์ มึงมีงานอะไรก็ไปทำเสียสมาธิกูหมด”  คนออกปากไล่ก้มหน้าก้มตาทำเป็นตั้งอกตั้งใจกับการออกแบบสวนส่วนตัวขนาดย่อมของตนเองเพื่อซ้อนใบหน้าที่เริ่มจะขึ้นสีอย่างอายๆ

   “ต้องจริงจังขนาดนั้นเลยหรอวะ”

   “เรื่องอะไร”

   “ก็ที่ทำอยู่นี้ไง”

   “สวนถาดอะนะ”

   “อย่ามาตีหน้าซื่อไอ้น้องชาย” ใบหูแดงขนาดนั้นยังคิดว่าจะแอบได้อีกหรือไง

   อัมรินทร์ทำเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเท่านั้นก่อนจะหันมาสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าต่อเหมือนกำลังรอให้คนที่เอาแต่จ้องเขาถามสิ่งที่อยู่ในหัวนั้นออกมา

   “มึงจริงจังมาแค่ไหนกับคนทีชื่อเปลวอรุณ”

   “ถามทำไม”

   “อย่าคิดว่ากูไม่รู้อัน กูอยู่กับมึงมาทั้งชีวิตทำไมเรื่องเล็กน้อยแค่นี้กูจะดูไม่ออกวะว่ามีอะไรบ้างในชีวิตมึงที่เปลี่ยนไป”
   อัมรินทร์หยุดมือที่กำลังจะเทกรวดลงแล้ววางมันกลับลงบนโต๊ะเช่นเดิมก่อนจะเงยขึ้นมามองหน้าคู่สนทนาที่มองเขาอยู่ด้วยสายตาจริงจัง ไม่บ่อยหรอที่เขาสองคนจะคุยกับด้วยสีหน้าแบบนี้ยิ่งคนเฮฮาอย่างอนิรุทธิ์ด้วยแล้วเรื่องนี้คงต้องจับเข่าคุยกันจริงๆแล้วละ

   “อะไรที่มึงว่าเปลี่ยน” เขาถามขณะถอดถุงมือยางที่เปื้อนดินออก

   “ตัวมึง การใช้ชีวิตของมึง”

   “...”

   “มึงเลิกกับคู่ขามึงแทบทุกคนหลังเจอเปลวอรุณแถมมึงยังทำตัวเหมือนพวกโรคจิตแอบดูเขา ทำตัวดีอยู่ในกรอบทั้งๆที่เมื่อก่อนมึงไม่ใช่ มึงเปลี่ยนไปเยอะอัน เปลี่ยนไปเยอะมาก” การเปลี่ยนแปลงที่เขาไม่รู้ว่าอีกคนจะรู้ตัวไหมแต่มันคือความจริงที่เขาสัมผัสได้ตลอดสามปีที่ผ่านมา

    “แล้วไม่ดีหรือไง” อัมรินทร์ถาม

   “เพราะมันดีไงกูถึงถามมึง”

   “ก็ยอมรับว่าที่ทำอยู่เนี้ยเพราะอยากเอาใจเปลว”

   “แล้ว..”

   “กูอยากได้เปลวแถมอีกไม่นานเปลวก็จะมาเป็นของกู กูก็ต้องเอาใจเขาหน่อย”

   “มึงมั่นใจแผนมึงขนาดนั้นเลยหรือไง”

   “ที่สุด”

   คนเจ้าเล่ห์ยิ้มร่าให้กับแผนการในหัวอะไรที่เขาคิดเขาอยากได้มันไม่เคยไม่เป็นความจริงเรื่องนี้ก็เช่นกัน สามปีเลยนะสำหรับการเฝ้ามองของเขาทั้งๆที่เป็นคนอื่นแค่สามนาทีก็แทบจะแก้ผ้าเดินมาหาเขาแล้วแต่นี้อะไรขนาดขาอ่อนยังไม่เคยได้เห็นเลยนี้ถ้าเขาไม่แอบตามไปดูที่บ้านเขาคงไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างเปลวอรุณจะมีเสื้อผ้าแขนขาสั้นอย่างชาวบ้านเขาแน่

   “ถ้ามึงจะมั่นขนาดนี้นะ ถ้าไม่ได้ขึ้นมากูนี้จะขำให้”

   “ไม่มีทาง กูวางแผนมาเป็นอย่างดีแล้วมึงก็ต้องช่วยกูด้วย”

   “แล้วกูจะได้อะไรตอบแทน”  พี่น้องกันนิ อะไรช่วยได้เขาก็ช่วยอยู่แล้วเพียงแต่เขาแค่อยากรู้เฉยๆว่าหลังจากช่วยไอ้เจ้าเล่ห์รวบหัวรวบหางเลขาคนสวยได้แล้ว แล้วเขาจะได้อะไร......

   “เดี๋ยวถึงเวลากูหาให้มึงเองน่า ไม่ต้องห่วง”

   มือหนาเอื้อมออกไปตบบ่าอีกคนสองสามที่ก่อนจะกลับมาเก็บเอาไว้ที่ข้างลำตัวอีกครั้งเพื่อพูดต่อ

   “มึงก็รู้ว่ากูอยากได้เปลวมาสามปี กูไม่เคยรอใครนานขนาดนี้มาก่อนถึงจะไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องรอทั้งๆที่กูจะบังคับให้เขานอนกับกูเลยตั้งแต่วันแรกก็ได้ แต่กูก็ไม่ทำ”

   “เหมือนจะเป็นคนดี แต่มึงอย่าลืมสิว่าสิ่งที่แกกำลังจะทำมันก็ไม่ต่างจากการบังคับเขาสักเท่าไร” อนิรุทธิ์แย้งขึ้น

   “ก็จริง”

   “...”

   “แต่จะให้รอเปลวใจอ่อนยอมกูง่ายๆ ถามจริงเถอะชาตินี้กูจะได้ไหม”

   “ก็คงไม่”

   ใช่ เพราะมันคงไม่มีทางแน่....

   เพราะรู้ดีไงว่าคนอย่างเปลวอรุณไม่มีทางที่จะยอมให้เขาง่ายๆแน่ดังนั้นมันก็จำเป็นต้องมีลูกเล่นกันบ้าง เพราะมันคงไม่มีใครหรอกที่จะทนมองเหยื่อของตัวเองลอยไปลอยมารอให้หมาคาบไปกินตัดหน้าหรอก ไม่มีทาง...

   “กูอยากได้เปลวมาสามปี ต่อให้ถึงเวลานั้นเปลวจะเป็นของกูแค่สามวิกูก็จะทำให้เขาประทับใจกูให้ได้มากที่สุดเหมือนกัน”

________________________________________________________________

หนี้รักเป็นนิยายตลก
ถ้าใครเคยอ่าน ฝนกลางฤดูหนาว จะรู้ว่านิยายเราเป็นนิยายใสๆไร้ดราม่า(?)
 :hao7:

แน่นอนว่านิยายเรื่องนี้เป็น mpreg ก่อนจะท้องได้มันก็ต้อง บ๊ะ บ๊ะ กันก่อนอะเนอะ
 แต่จะเป็นตอนไหนก็ไม่รู้

ส่วนใครที่เป็นห่วงเปลวที่แก่แล้ว(หื้อ) ถ้าท้องอีกจะเป็นยังไง
ไม่ต้องห่วงค่ะ คุณได้ห่วงแน่นอน

อุ๊ฟ!!

ออฟไลน์ azure

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
ตอนนี้อ่านแล้วก็ขำๆพระเอก แต่ย้อนขึ้นไปอ่านบทนำอีกที..... สงสารนายเอกอ่าาาา :mew5:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5247
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3535
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7732
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
รอตอนต่อไป~

ออฟไลน์ wavery

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
เป็นหนี้ ครั้งที่ 3



            ทามกลางแสงสียามค่ำคืนของนครหลวงที่ไม่เคยหลับใหลนอกจากเหล่าผีเสื้อราตรีที่ออกโลดแล่นแล้วลึกเข้าไปในกลางกรุงยังมีสถานทีอีกแห่งที่หลบซ้อนตัวอยู่ภายในแสงหลากสี

              บ่อนการพนัน........

              กิจการผิดกฎหมายที่ซ้อนตัวอยู่เบื้องหลังผับใหญ่กลางเมืองที่เหล่าดาราไฮโซตบเท้าก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกระดับVIP ที่ได้คนใหญ่คนโตทางการเมืองหนุนหลังจนแทบจะไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่ง ถือได้ว่าที่นี้เป็นสวรรค์ของนักเสี่ยงโชคเลยก็ว่าได้

              และเมื่อขึ้นชื่อว่าการพนันเกมส์การเล่นที่ต้องใช้ดวงและโชคในการขัดเคลื่อนเพื่อให้เม็ดเงินที่มีอยู่ผลิดอกออกผลก็ย่อมมีทั้งผู้ได้และผู้เสีย

              “รอยัลสเตรทฟลัช!!”

              แต้มของไพ่ที่สูงที่สุดดังขึ้นกลางวงเรียกเสียงฮือฮาจากทุกคนที่อยู่บริเวณรอบๆได้เป็นอย่างดียิ่งตอนที่ไพ่ทั้งห้าใบถูกหงายลงบนโต๊ะเพื่อให้ทุกคนที่ล้อมวงเข้ามาได้เห็นไพ่หายากที่อยู่ในมือ ไพ่โพดำที่เรียงตัวกัน A  K  Q  J  10 เปอร์เซ็นการได้ไพ่เรียงเช่นนี้มีเพียงแค่0.00015% เท่านั้น แน่นอนว่ายิ่งมันยากในการที่จะได้มามากเท่าไรแต้มและเงินรางวัลที่จะได้ย้อมสูงตามไปด้วยเท่านั้น

              “จ่ายมาครับ จ่ายมา”

              เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่ชายวันกลางคนรูปร่างผมแห้งเจ้าของไพ่รอยัลสเตรทฟลัชจะหน้าชื้นตาบานกับเม็ดเงินที่เขากำลังได้จากคนในวง แถมนี้ยังเป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้ามาสัมผัสการเสี่ยงโชคแบบนี้แถมยังใช้เวลาไปไม่ทันจะถึงหนึ่งชั่วโมงแต่กลับถอนทุนคืนได้เกินคาดแบบนี้มีหรือที่เขาจะได้ลิงโลดกับโชคที่ได้รับ

              แต่เกมส์เสี่ยงโชคที่ว่ามีกฎเกณฑ์ง่ายๆอยู่ข้อหนึ่งที่นักเสี่ยงโชครู้กันดีนั้นคือ เมื่อมีคนได้ก็ย่อมมีคนเสีย

ิ              และคนที่เทพีแห่งโชคลาภเลือกที่จะเมินเฉยก็คือ พิมพา......

              หลังจากเข้าคอร์สทำผิวที่จองเอาไว้เมื่อช่วงต้นปีเสร็จหล่อนก็ตรงดิ่งเข้ามาหาความบันเทิงที่แสนโปรดปราดอย่างเช่นทุกวัน แต่วันนี้หล่อนเลือกที่นี้

              Butterfly club

              ฉากหน้าคือผับหรูที่เหล่าเซเลบริตี้คนดังตามตบเท้าก้าวเข้ามาใช้บริการหากแต่เบื้องหลังของมันนั้นคือคลาสิโนใหญ่กลางใจเมืองแหล่งรวมอบายมุขทุกสิ่งอย่างเพื่อสนองความต้องการของเหล่าลูกค้าระดับวีไอพีกระเป๋าหนักและคนที่จะเข้ามายังโซนคลาสิโนได้นั้นต้องเป็นเมมเบอร์ของคลับเท่านั้น

              ม่ายสาวใหญ่ไม่ได้เป็นเมมเบอร์อะไรที่ว่านี้หรอกหากแต่หล่อนมาตามคำชวนของเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่ชื้นชอมในสนามแข่งแห่งโชคลาภนี้เหมือนกัน

              “พอฉันเลิกเล่นแล้ว”

              คนที่เสียจวนจะหมดตัวกระแทรกเสียงอย่างไม่พอใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า หล่อนมานั่งที่นี้ตั้งแต่ช่วงเย็นแต่นี้อะไรกันอีกไม่ถึงสิบนาทีจะเข้าวันใหม่อยู่แล้วแต่เงินของหล่อนมีแต่ออกกับออกอย่างเดียว ดูเหมือนวันนี้จะไม่ใช่วันของหล่อนจริงๆ

              “จะรีบไปไหนละพิม อีกสักรอบสิ”

              “ไม่ละ เชิญหล่อนเล่นต่อไปเถอะฉันไม่มีอารมณ์แล้ว”

              พิมพากระชากเสียงใส่ผู้หญิงวัยเดียวกันที่เป็นคนชวนหล่อนมาที่นี้ ร่างเพรียวลุกขึ้นจากวงกิจกรรมแทรกตัวผ่านคนที่รุมล้อมโต๊ะออกมา

              ข้อดีอย่างหนึ่งของการเป็นคลาสิโนระดับไฮเอนด์นั้นคือทุกคนที่มาที่นี้จะไม่ค่อยสุงสิงกันมาเกินความจำเป็นแถมการบริการก็ยังยอดเยี่ยมจนบ่อยปลายแถมที่หล่อนเคยไปเทียบไม่ติด และเพราะไม่ค่อยมีใครยุ่งเกี่ยวกันมานี้แหละดีจะได้มีใครสนใจหล่อนนั้นกำลังจะหมดตัวเลยต้องออกมาทั้งๆที่ใจยังอยากจะอยู่ใช้บริการต่ออีก

              “เดี๋ยวครับคุณผู้หญิง”

ิิิิ              รองเท้าส้นสูงสีสดของพิมพาหยุดชะงักลงเล็กน้อยขณะกำลังเดินไปยังทางออก ใบหน้าสวยหันกลับมามองชายฉกรรจ์ที่มองจากการแต่งตัวแล้วน่าจะเป็นการ์ดรักษาความปลอดภัยจากโซนเสี่ยงโชค

ืืืืื              “มีอะไร” หล่อนถามพลางวางกระเป๋าลงให้พนักงานตรวจสอบ

             “ช่วยมาด้วยกันหน่อยได้ไหมครับคุณผู้หญิง” อย่างที่บอกว่าวันนี้ไม่ใช่วันของหล่อนดังนั้นอะไรๆจึงดูจะขัดหูขัดตาไปหมดยิ่งคำพูดที่ออกมามีเจตนาจะขัดขวางการกลับบ้านด้วยแล้วใบหน้าสวยก็ยิ่งบูดบึ้งไม่พอใจ

              “ไม่ไป ฉันจะกลับแล้ว”

              พิมพาว่าเสียงแข็ง มือบางคว้ากระเป๋าของตัวเองแล้วตั้งท่าจะเดินออกไปทางประตูแต่ดูท่าการ์ดที่อยู่อีกฝั่งของประตูจะไม่เห็นด้วยกับความคิดของลูกค้าสาวใหญ่คนนี้เท่าไร

              “นี้พวกแก!”  พิมพาเริ่มวีน

              “ช่วยไปกับพวกเราด้วยครับ”  การ์ดคนแรกที่เป็นคนทักพิมพาเดินเข้ามาใกล้พร้อมผายมือไปอีกทางหมายให้เจ้าหล่อนตามไปกับพวกตนด้วย

              “ก็บอกว่าไม่ไง ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง”

              “แต่..”

              “อ้าว อ้าว มีอะไรกันหรือครับ”

              เสียงเข้มของการ์ดตัวใหญ่เมื่อครู่ถูกเสียงขี้เล่นของบุคคลที่สามขัดขึ้นก่อนที่จะทัดได้พูดอะไร พิมพามองดูชายหนุ่มร่างสูงโปร่งตัวขาวผมยาวถูกมัดหลวมๆแล้วพาดไว้ที่ไหล่ดวงตาเรียวเล็กอย่างคนเชื้อสายจีนที่พอก้าวเข้ามาในวงสนทนาชายฉกรรจ์ที่ล้อมหล่อนอยู่เมื่อครู่ก็ตีวงออกห่างบ่งบอกได้ว่าคนมาใหม่ต้องมีตำแหน่งอะไรสักอย่างในที่นี้แน่

              “”มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าครับคุณผู้หญิง” อาตี๋หน้าซนส่งยิ้มการค้าให้ลูกค้าตรงหน้าพร้อมถามไถ่

              “ฉันกำลังจะกลับ แต่คนของคุณนี้สิไม่ยอมให้ฉันกลับ” พิมพาตอบ

              “ไอหย๋า! ทำไมพวกนายทำแบบนี้กับลูกค้าละ หื้อ” คำตำหนิที่ดูจะไม่จริงจังเสียเท่าไรออกจะขบขันมากกว่าเสียด้วยซ้ำไป

              “ขอโทษครับ”

              “อย่างให้เป็นแบบนี้อีกนะ ส่วนคุณผู้หญิงผมต้องขอประทานโทษด้วยจริงๆนะครับ” ท้ายประโยคคือน้ำเสียงที่ถูกดันจนน่าสงสาร พิมพากรอกตาอย่างหน่ายๆกับเรื่องตรงน่าที่พาลทำหล่อนเสียเวลา

              “ผมชื่อ ลี หย่งฟาง เป็น เออ.. ผู้จัดการของที่นี้ ถ้าไม่เป็นการเสียเวลาผมอยากจะขอรบกวนให้คุณผู้หญิงมากับผมหน่อยได้ไหมครับ ผมอยากจะขอไถ่โทษกับความเสียมารยาที่ลูกน้องผมทำให้คุณต้องขุ่นเคืองใจ จะได้หรือไม่ครับ” อาฟางพยายามทำหน้าในน่าสงสารที่สุดเพื่อร้องขอความเห็นใจนั้น

              “อย่านานนักแล้วกัน”

              ผู้จัดการจำแลงยิ้มร่าก่อนจะเดินนำแขกพิเศษของตนไปยังห้องรับรองที่อยู่อีกทาง โดยไม่ลืมที่จะหันมายิ้มให้ลูกน้องทั้งสามที่ยืนมองตามหลังพร้อมกับยกนิ้วชี้ขึ้นจรดปากบางเป็นสัญญาณให้รู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ต้องไม่รู้ไปถึงหูเจ้าของบ่อนแห่งนี้อย่างเด็ดขาด เพราะเขาเองก็ยังไม่อยากจะโดนทำโทษทั้งคืนเหมือนกันนะ................

 

                           

             

              วันหยุดสุดสัปดาห์ก็คล้ายๆสวรรค์บนดินขนาดย่อมของคนทุกช่วงวัย ยิ่งช่วงเช้าของวันหยุดที่ไม่ต้องรีบตื่นเพื่อเข้าสู่วัฏจักรของชีวิตอันเร่งรีบในสังคมเมือง โดยเฉพาะคนขี้เซาอย่างเปลวอรุณที่การได้นอนตื่นสายในวันที่ไม่รีบร้อนแบบนี้ดูจะเป็นอะไรที่เขาโปรดปรานมากที่สุด จนไม่อยากจะลุกออกจากเตียงจนกว่าจะถึงช่วงสาย

              หลายคนมักเข้าใจในตัวเปลวอรุณอย่างผิดว่าเลขาหน้าสวยของท่านรองเป็นพวกจริงจังกับทุกเรื่องแอ็คทีฟกับทุกสิ่ง เปล่าเลย มันไม่ใช่เลยสักนิด เพราะถ้าใครได้มาเห็นเขาตอนนี้จะรู้เลยว่าเปลวอรุณน่ะเป็นแค่จอมขี้เกียจคนหนึ่งเท่านั้น ไอ้ที่เห็นว่าจริงจังกับงานนั้นก็แค่ว่าจะรีบๆทำมันให้เสร็จแล้วกลับบ้านมานอนก็เท่านั้น ถึงหลังๆมานี้จะเป็นเพราะอยากจะหนีให้ห่างจากเจ้านายหนุ่มของตนอย่างอัมริทร์ก็ตาม

              เปลวอรุณเกลียดคนเจ้าชู้และอัมรินทร์เองก็เป็นคนแบบนั้น............

              ทุกวันนี้นอกจากจะต้องรับมือกับงานมากมายที่ต้องรับผิดชอบอยู่ในแต่ละวันแล้วเปลวอรุณเองก็ต้องคอยรับมือกับลูกเล่นลูกไม้ต่างๆที่อัมรินทร์สันหามาใช้กับเขาตลอดเวลา

ืืืืืืืืื              อัมรินทร์เป็นคนฉลายชายหนุ่มรู้วิธีเข้าหาเขาดีว่าควรใช้ลูกไม้แบบไหนเพื่อที่เขาจะไม่ไหวตัวทันแล้วหาทางหนี งาน จึงเป็นข้ออ้างหลักที่คนหนุ่มกว่าเลือกที่จะหยิบมันมาใช้กับเขาเหมือนอย่างตอนนี้........

              “สีม่วงกับสีชมพูเปลวว่าสีไหนสวยกว่ากัน”

              “ผมไม่ชอบสีม่วง”

              “งั้นเอาสีชมพู”

              “มันหวานไป”

              “แล้วสีไหนดีละเปลว”

               “ไม่รู้”

               ตอนแรกที่ได้รับโทรศัพท์จากอัมรินทร์ที่บอกว่ามีเรื่อด่วนให้รีบออกมาหาเปลวอรุณก็คิดว่าเป็นเรื่องโปรแจคใหม่ที่กำลังจะเริ่มมีปัญหาเขาถึงได้รีบเร่งออกจากบ้านมา แต่ที่ไหนได้นอกจากจะไม่มีงานด่วนอะไรอย่างที่คนปลิ้นปล้อนบอกแล้วเขายังต้องมาช่วยอีกฝ่ายเลือกซื้อของแต่งบ้านอีกต่างหาก

              “แต่ฉันเลือกไม่ถูกจริงๆนี้หน่าเปลว ดูสิสวยไปหมดเลย” อัมรินทร์พูดด้วยสายตาละห้อยตามแผ่นหลังที่เล็กกว่าของคนที่เดินหนีทิ้งให้เขาต้องมาตัดสินใจเลือกสีผ้าม่านเอง

               “ก็มันผ้าม่านห้องนอนคุณ คุณชอบแบบไหนก็เลือกเองสิจะมาถามผมทำไมผมไม่ได้ไปนอนด้วยสักหน่อย”

               เปลวอรุณว่าตัดรำคาญโดยที่ตาก็เอาแต่มองตัวอย่างผ้าม่านสีน้ำเงินเข้มเนื้อหนาที่อยู่ตรงหน้าที่มันช่างถูกใจเขาเสียจริงถ้าเอาไปคงตัดกับห้องนอนโทรนขาวของเขามากแน่ๆ คนตัวขาวยืนพิจารณาดูม่านในมือจับพลิกซ้ายทีขวาทีเพื่อดูลายอย่างตั้งใจจนไม่ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มร้ายของคนเจ้าแผนการที่มองมาจากด้านหลัง

                “งั้นไปดูอย่างอื่นกันเถอะ”

              ไม่ว่าเปล่ามือแสนซนของอัมรินทร์ก็รีบคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเปลวอรุณเอาไว้แล้วออกแรงฉุดเล็กๆให้คนที่ยังไม่ทันตั้งตัวเดินตามตนไปอีกโซน

              “อะไรของคุณเนี้ย”

              คนโดนดึงบ่นอย่างไม่ไม่ค่อยพอใจแต่เพราะทำอะไรไม่ได้จึงจำต้องกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามแรงจูงของอีกคนที่ดูจะมีความสุขกับการพาเข้าโซนนู้นออกโซนนี้เสียเหลือเกิน เขาไม่เข้ารู้หรอกนะว่าคนอย่างอัมรินทร์กำลังมีความคิดที่จะทำอะไรอยู่ในหัวถึงได้เรียกเขาออกมาจากบ้านเพื่อมาเลือกซื้อของที่เจ้าตัวไม่แม้จะจริงจังกับการเลือกเลยสักนิด


            เกือบสองชั่วโมงที่เปลวอรุณต้องมาเสียเวลาในไปอย่างสูญเปล่ากับการมาเป็นผู้ช่วยในการเลือกซื้อของแต่งบ้านกับอัมรินทร์ที่นอกจะไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปแล้วมันยังผลาญพลังงานของเขาจนเกือบหมดด้วยเหมือนกัน

              “อะไรกันเปลว แค่มาซื้อของแค่นี้ทำไมถึงหอบละ”

              อัมรินทร์ยิ้มล่อมองเจ้าของชื่อที่นั่งหอบหน้าแดงอยู่ที่เก้าอี้ยาวที่ทางห้างจัดไว้ให้สำหรับลูกค้าอย่างนึกขำแต่ก็อดไม่ได้ที่จะแอบมองแก้มขาวๆที่เริ่มแดงขึ้นจากการเหนื่อยหอบ

              “ผมแก่แล้ว” เปลวอรุณแย้ง

              “ไม่จริงสักหน่อย” อัมรินทร์นั่งลงที่ว่างข้างๆ

              ก็เปลวของเขายังสวยใสเอ๊ะๆอยู่เลยนี้หน่า.....

              “ว่าแต่คุณจะมาซื้ออะไร เดินกันมาตั้งนานผมยังไม่เห็นคุณจะดูอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง” ถ้าคนมันตั้งใจจะมาซื้อจริงๆมันต้องได้ตั้งแต่สิบนาทีแรกแล้ว ไม่ใช่เดินไปเดินมาทรมานคนแก่แบบนี้

              “จริงๆก็ไม่ได้อยากจะซื้ออะไรหรอก” อัมรินทร์ว่านิ่งตามความจริง

              “แล้วคุณโทรเรียกผมออกมาทำไม” เปลวอรุณโผงขึ้นยืนพร้อมขึ้นเสียงเสียงดังใส่อย่าเหลืออด

              “น่าๆๆ เสียงดังไปแล้ว”

            แน่นอนว่าเมื่อครู่เสียงที่เปลวอรุณเป่งออกมามันดังพอที่จะทำให้คนบริเวณรอบๆหันมามอง อัมริทร์จึงใช้โอกาสที่เปลวอรุณก้มหน้าขอโทษคนที่ผ่านไปมาฉุดมือขาวนั้นให้กลับมานั่งที่เดิมก่อนจะฉวยเอามือนั้นมากุมไว้แน่น

              “ปล่อยได้แล้วครับ” เปลวอรุณพยายามบิดมือของตัวเองออกหากแต่อัมรินทร์เองก็ไม่อย่างปล่อยโอกาสที่นานๆจะมีทีแบบหลุดมือออกไปเหมือนกัน

               สุดท้ายความดื้อด้านของอัมรินทร์ก็เป็นผล

               เปลวอรุณนั่งนิ่งปล่อยให้นิ้วมือข้างหนึ่งของเขาแทรกผ่านร่องนิ้วมือของอีกคนที่กุมมันเอาไว้แน่นโดยไม่พูดอะไร พวกเขาสองคนนั่งกันอยู่อย่างนั้นเงียบๆมองดูผู้คนที่เดินมาเลือกซื้อของเข้าบ้าน อาจเพราะที่นี้เป็นห้างสรรพสินค้าที่เน้นขายอุปกรณ์และของแต่งบ้านเป็นหลักคนที่มาที่นี้ส่วนใหญ่จึงมากันเป็นครอบครัวหรือไม่ก็คู่รักที่กำลังมาช่วยกันเลือกซื้อของใช้สำหรับการเริ่มต้นชีวิตคู่ของพวกเขา

               แต่สิ่งหนึ่งที่ดูจะดึงดูดสายตาของเปลวอรุณได้ดีที่สุดก็คนจะเป็นภาพพ่อแม่ลูกที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขานั่งอยู่เท่าไร

               จำไม่ได้แล้วเหมือนกันว่ามันนานขนาดไหนแล้วที่เขาไม่ได้ออกมาซื้อของด้วยกันกับครอบครัวแบบนี้ อาจก่อนที่แม่เสียหรือไม่ก็อาจเป็นก่อนที่พ่อจะมีเมียน้อย..........

                “หิวยัง” หลังจากเงียบกันอยู่นานอัมรินทร์ก็เปิดการสนทนาขึ้น

                “ยังครับ”

                “แต่ฉันหิว”

                อัมรินทร์ในคำนิยามของเปลวอรุณคือคนเอาแต่ใจตัวเองและแน่นอนว่าคนเอาแต่ใจคนนี้ไม่ฟังคำโต้แย้งใดๆของเขาทั้งสิ้น ทั้งยังจูงมือเขาเดินเข้าร้านญี่ปุ่นสไตล์ครอบครัวที่อยู่ชั้นล่างของห้างอย่างหน้าตาเฉยไม่แม้จะสนใจสายตาของใครต่อใครที่มองมาทางพวกเขาสองคนเลยสักนิด

                 “สั่งเลยเปลว มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง” อัมรินทร์ว่าพร้อมส่งเมนูอาหารในมือให้อีกคน

                 “คุณอยากกินอะไรคุณก็สั่งไปสิ” เปลวอรุณว่าปัด

                 “ไม่ได้ นี้เลยเวลากินข้าวของเปลวมานานแล้วนะ ถ้าเปลวเป็นอะไรขึ้นมาจะทำไง”

                 “ก็แค่ไปหาหมอ ไม่ก็นอนอยู่บ้าน”

                 “เปลวต้องกินเมื่อกี้ตอนดูของฉันเห็นเปลวหน้าซีดแถมยังทำท่าเหมือนจะเป็นลมตั้งหลายรอบ กินๆเดี๋ยวฉันสั่งให้” สีหน้าทะเล้นของอัมรินทร์หายวับไปกับตาก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นสีหน้าที่ดูจริงจังสมกับตำแหน่งที่ทำอยู่ทันทีเมื่อเป็นเรื่องของเปลวอรุณ

                  อัมรินทร์ สังเกต จ้องมอง เปลวอรุณอยู่ตลอดเวลาทำไมเขาจะไม่รู้ถึงความผิดปกติเพียงเล็กน้อยของคนที่ชอบปั้นหน้านิ่งทำเป็นไม่รู้สึกรู้สาอะไรนั้นเลยละ ที่เขาคอยเดินตามหลังเปลวอรุณก็เผื่อว่าถ้าหากอีกคนเป็นอะไรเขาจะได้เขาไปรับได้ทันและที่พยายามหยุดนั่งเป็นช่วงๆก็เพื่อไม่ให้คนที่ย้ำอยู่ได้ว่าตัวเองแก่รู้สึกเหนื่อยเกินไป

                 เพราะไม่รู้ว่าเปลวอรุณชอบกินอะไรอัมรินทร์จึงใช้วิธีหว่านแห่สั่งอะไรก็ได้ที่มีอยู่ในเมนูมาแทนเป็นอย่างๆให้อีกคนเลือก รออยู่สักครู่ใหญ่อาหารที่ถูกสั่งไปก็ถูกทยอยเอามาวางที่โต๊ะ

                 เปลวอรุณให้เกียรติ์เจ้านายของตนเป็นฝ่ายเริ่มตักอาหารก่อน ก่อนที่เขาเองจะเลือกหยิบจับอาหารที่พอกินได้เข้าปาก ส่วนใหญ่อาหารที่อัมรินทร์เลือกมาจะเป็นอาหารที่เขาพอกินได้แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด บางอย่างที่เขาไม่ชอบเขาแทบจะไม่เฉียดปลายตะเกียบเข้าไปใกล้เลยด้วยซ้ำ

                 เขานั่งกินเงียบๆท่างกลางสายตาวาวระยับของอัมรินทร์ที่ดูจะให้ความสนใจกับการที่เขาเอาหารหาใส่ปากมากกว่าการที่จะเอาอาหารใส่ปากตัวเอง

                 “ทำไมไม่กิน”

                 “อิ่มแล้ว”

                “แต่คุณยังไม่ได้กินอะไรเลยสักอย่าง”

                 “อิ่มใจ”

                  “...”

                “แค่เปลวยอมมานั่งกินข้าวกับฉันแบบนี้ แค่นี้ฉันอิ่มอกอิ่มใจจนกินอะไรลงแล้ว”อัมรินทร์พูดออกมาคล้ายคนกำลังเพ้อก่อนจะครีบเอาเจ้าทาโกยากิก้อนกลมที่พร่องไปกว่าครึ่งจากฝีมือของเปลวอรุณเข้าปาก

                “คุณต้องประสาทไปแล้วแน่ๆ”

                “ทำไมคิดอย่างนั้น” อัมรินทร์ถาม
 
                “คิดเอาสิ” เปลวอรุณตัดบท

                 ไม่ใช่ไม่รู้ถึงสิ่งที่ชายหนุ่มตรงหน้าทำอยู่หมายความว่าอะไร ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าทุกเย็นหลังเลิกงานจะมีรถสีดำสนิทของใครบางคนขับตามไปส่งเขาถึงหน้าบ้าน จอดอยู่อย่างนั้นรอจนกว่าเขาจะขึ้นบ้าน และเหนือสิ่งอื่นใดคือสายตาแพรวระยับเต็มไปด้วยความมั่นใจของอีกฝ่ายที่ใช้มองมาที่เขาตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน มันสามารถบอกให้เขารับรู้ความคิดที่อีกคนคิดอยู่ให้เขารู้ได้ไม่ยากถึงความปรารถนายามที่อีกคนมองมาทางเขาอย่างไม่คิดปิดบัง  ถ้าเลี่ยงได้เขาก็ไม่คิดจะอยู่กับอัมรินทร์มาไปเกินความจำเป็น

              อาจเป็นเพราะเขาอายุมากกว่าเจอคนมาหลายรูปแบบเขาจึงสามารถรู้ความต้องการของอีกคนและมักหาท่าหลีกเลี่ยงได้เสมอ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังเหนื่อยอยู่ดี แต่เพราะนอกจากการแทะโลมทางสายตากับคำพูดคำจาที่ดูจะส่องถึงความต้องการที่อัดอั้นอยู่ในใจของอีกคนแล้วเขาก็ไม่เห็นว่าอัมรินทร์จะทำอะไรที่เป็นการล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวเขามากจนเกินไป เขาจึงไม่ปริปากพูดอะไรออกไป

เขาแค่อยากรู้......

ว่าถ้าเขายังทำเป็นนิ่งเฉยแบบนี้ต่อไป คนอย่างอัมรินทร์จะทำยังไงต่อไป.....

เดินหน้าหรือถอยหลัง......

แต่ถ้าให้เขาเลือก เขาจะเลือกให้อัมรินทร์ถอยหลังกลับไปสะ เขาไม่พร้อมสำหรับความต้องการที่อีกฝ่ายมี

เขาไม่พร้อมและไม่ต้องการ......

 
                “ใจร้ายจังเลยนะเปลว” อัมรินทร์ตัดพ้อหน้าเศร้า

                “ผมก็เป็นของผมแบบนี้”

                “ฉันอยากจะอยู่กับเปลวนะ ทำไมเปลวไม่ลองให้โอกาสฉันบ้างละ” อัมรินทร์วางตะเกียบในมือลงก่อนจะประสาทมันเอาไว้ที่ใต้คางจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาจริงจังที่น้อยครั้งจะได้เห็นเวลาอยู่ด้วยกัน
 
                “ที่คุณเรียกผมออกมาเพราะเหตุผลนี้หรอครับ” เปลวอรุณเปลี่ยนเรื่อง เขาไม่อยากตอบคำถามนี้

                “ถ้าฉันตอบว่า ใช่ เปลวจะลุกแล้วเดินหนีฉันออกจากร้านไปเลยไหม”

                 คำตอบที่ได้ไม่ได้ไกลจากการคาดเดาของเปลวอรุณเท่าไร นัยน์ตาเฉยชาปรายตามองอัมรินทร์นิ่งก่อนจะลงมือทางอาหารตรงหน้าต่อเงียบๆไม่พูดอะไร ซึ่งแค่นั้นก็มากพอที่จะทำให้อัมรินทร์ยิ้มกริมอย่างพอใจที่อีกคนไม่ลุกหนีเขาไปไหน

                 อาหารมื้อนี้อร่อยอย่าบอกใคร...



  :katai3:

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13912
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
รออ่านอีกจ้า

ออฟไลน์ wavery

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
:katai3:




                 “คุณส่งผมที่บริษัทพอเดี๋ยวผมขับรถกลับเอง”  เปลวอรุณพูดขึ้น

                “ทำไมละ ให้ฉันไปส่งบ้านก็ได้นะ” อัมรินทร์ถามขณะหมุนพวงมาลัยรถออกจากห้างสรรพสินค้า

                 “คุณรู้หรอว่าบ้านผมอยู่ไหน” คนถูกถามชะงักเล็กน้อยกับคำถามหยันเชิงของอีกคน

                 “ก็.. ขับไปแล้วให้เปลวบอกทางไง” เขาแก้ต่าง

                  “ไม่อยากรบกวน แค่นี้ผมขับกลับเองได้อีกอย่างถ้าไม่ไปเอารถพรุ่งนี้ผมจะไปทำงานยังไง” เปลวอรุณให้เหตุผล จากบ้านเขาไปที่บริษัทใช่ว่าจะใกล้แถมรถที่จะไปยังไม่มีต้องต่อหลายต่ออีกเขาว่ามันวุ่นวายแถมเสียพลังงานไปเปล่าๆ

               “ก็เดี๋ยวฉันมารับไง ไปทำงานพร้อมกันประหยัดดี”

              “ไม่จำเป็น” อัมรินทร์ยกยิ้มกับคำปฏิเสธที่แสนจะตรงไปตรงมาของอีกคน

              ถึงตอนอยู่ในร้านอาหารจะทำตัวเหมือนเปิดโอกาสให้เขาแต่จริงๆแล้วก็แค่ถนอมน้ำใจเท่านั้นแหละ แต่ก็ดีได้มายากๆแบบนี้สิเขาชอบ ยิ่งยากแบบนี้สิดีเพราะถ้ายอมกันง่ายๆก็คงไม่ใช่เปลวอรุณและแผนที่เขาอุตสาห์วางเอาไว้ก็คงเสียเปล่า

                “ แน่ใจนะว่าจะไม่ให้ไปส่ง” อัมรินทร์ถามขึ้นมาอีกครั้งหลังขับมาส่งอีกคนที่บริษัทแล้ว

                “ครับ ขอบคุณนะครับที่มาส่ง” เปลวอรุณรับคำสั้นๆก่อนจะจัดการปลดเซฟตี้เบลออกจากตัวแล้วหันมาขอบคุณอีกคนเพื่อที่จะลงจากรถ

หมับ

              แต่แรงรั้งที่ข้อมือทำให้คนที่กำลังจะก้าวลงจากรถต้องหันกลับมามองคนขับที่คิดจะรั้งเขาเอาไว้ด้วยความสงสัย

              “มีอะไรครับ”

              “เปล่า แค่จะบอกว่ากลับดีๆนะ” ใจจริงก็อยากจะพูดอะไรที่มันพอจะช่วยให้เปลวอรุณเปลี่ยนใจแล้วยอมกลับมานั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถให้เขาต่ออยู่เหมือนกัน แต่คิดไปคิดมาวันนี้ได้เท่านี้ก็พอแล้ว

              “ครับ”

              เปลวอรุณก้มหัวเล็กน้อยแทนคำขอบคุณพร้อมกับบิดข้อมือออกจากมือหนาของอัมรินทร์ที่จับอยู่ โชคดีที่อีกคนไม่ได้คิดจะรั้งอะไรเขาไว้ทำให้พอแขนข้างนั้นเป็นอิสระเขาก็ตรงไปขึ้นรถของตัวเองที่จอดอยู่แล้วขับออกไปโดยไม่รอ

              “หนีได้ก็หนีไปนะเปลว จับได้เมื่อไรจะไม่ปล่อยให้ดิ้นเลย”

              รอยยิ้มร้ายปรากฏขึ้นพร้อมกับคำหมายมั่นของเจ้าของดวงตาคมที่เฝ้ามองเป้าหมายสำคัญของตัวเองขับรถหายออกไป  อัมรินทร์นั่งอยู่อย่างนั้นสักพักแล้วจึงหยิบโทรศัพท์ส่วนตัวของตนขึ้นมากดเข้าทำรายการบางอย่างในโทรศัพท์ก่อนจะวางมันลงตรงที่วางของแล้วขับรถตามอีกคนออกไป

              แต่อัมรินทร์ไม่รู้หรอกว่าเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นที่เกิดขึ้นในบริเวณลานจอดรถระหว่างเขากับเปลวอรุณจะอยู่ภายใต้การเฝ้ามองของใครบางคนที่คนแอบมองพวกเขาอยู่พร้อมกับรอยยิ้มอย่างคนนึกสนุก

              “น่าสนุกแล้วสิ”



 

              ไหนๆก็ได้ออกมาจากบ้านทั้งทีเปลวอรุณเลยถือโอกาสนี้แวะซุปเปอร์มาเก็ตแถมบ้านเพื่อเลือกซื้อของใช้ในบ้านที่ใกล้หมดกับพวกของสดสำหรับทำอาการเข้าไปด้วยเลย แถมเมื่อกี้อัมรินทร์ยังส่งข้อความมาบอกว่าพรุ่งนี้ชายหนุ่มอยากกินอะไรเขาจึงต้องซื้อเข้าไปด้วย

              หน้าที่เลขาที่เขาได้รับมาบางทีก็พ่วงเอาตำแหน่งคนใช้ของอีกคนมาด้วยเพราะตั้งแต่เมื่อหกเดือนที่แล้วอัมรินทร์ก็มอบหน้าที่ใหม่ให้กับเขาในการทำอาหารกลางวันใส่กล่องไปให้กินที่บริษัทด้วยบางวันก็เป็นข้าวเช้าโดยเจ้านายหนุ่มจะส่งข้อความมาบอกเขาก่อนว่าอยากจะกินอะไรแต่ถ้าไม่ก็คือแล้วแต่เขาว่าเขาจะเมตตาทำอะไรให้อีกคนกิน

              หลังจากเลือกซื้อของที่ต้องการได้ครบแล้วเปลวอรุณก็ขับรถตรงกลับบ้านทันที  แต่พอกลับมาถึงบ้านทุกอย่างมันกลับเงียบจนรู้สึกผิดปกติ ตอนนี้เป็นเวลาใกล้ๆห้าโมงเย็นยังไม่ถึงเวลาที่พิมพาจะออกไปบ่อนรถก็ยังจอดอยู่หน้าบ้านแถมรองเท้าคู่โปรดของเจ้าหล่อนก็ยังวางอยู่ที่ชั้นจึงน่าแปลกที่เขาแทบจะไม่ได้ยินเสียงอะไรดังออกมาจากในบ้านเลย

            มันผิดวิสัยคนอย่างพิมพา.....

              เขาไม่ชอบความไม่ปกติเพราะนั้นมันหมายถึงสัญญาณบอกเหตุอะไรสักอย่าง

              หัวคิ้วสวยถูกกดให้ต่ำลงอย่างใช้ความคิด เปลวอรุณเดินเอาถุงที่บรรจุของที่ซื้อมาจากซุปเปอร์วางเอาไว้ที่โต๊ะทานอาหารก่อนจะเดินตรงไปทางบันไดเพื่อเอาของขึ้นไปเก็บ  แต่ยังไม่ทันที่เท้าของเขาจะสัมผัสกับขั้นบันไดขั้นแรกคนที่เขามองหาอยู่ก็กำลังลงบันไดมาด้วยท่าทีรีบร้อนพอดี

              “ปะ เปลวกลับมาแล้วหรอ”  น้ำเสียงของพิมพาดูจะตกใจอย่างเห็นได้ชัดที่เดินลงบันไดมาเจอกับเขาทั้งยังกอดกระเป๋าสะพายของตัวเองเอาไว้แน่นจนน่าสงสัย

         “จะไปไหน” นัยน์ตาเรียบหรี่มองกระเป๋าเดินทางขนาดย่อมที่อยู่ในมืออีกข้าง

              “อ๋อ พอดีฉันถูกรางวัลนะเลยจะไปต่างจังหวัดสักอาทิตย์หนึ่ง” พิมพาตอบกลับ

              “หรอ”

              “อือ ไปนะ”

              พิมพาบอกอย่างร้อนรนก่อนจะรีบยกกระเป๋าลงบันไดแล้วเอาไปเก็บไว้ในรถของตนเองที่จอดอยู่นอกบ้านแล้วขับออกไป  โดยมีเปลวอรุณยืนมองตามหลังเงียบๆอย่างจับผิด

              บ่อนการพนันหรืองานชิงโชคถึงได้ถูกรางวัล.......

              เปลวอรุณคิดกับตัวเองก่อนจะเดินขึ้นบันไดบ้านไปที่ห้องของตัวเองตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก กุญแจห้องนอนถูกไขขึ้นก่อนที่มือเรียวจะบิดที่ด้ามจับก้านโยกของห้องเข้าไป มองสำรวจห้องนอนอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าข้าวของในห้องของเขายังอยู่ดีไร้การเคลื่อนย้ายใดๆก่อนจะกลับลงไปข้างล่างอีกครั้ง

              ที่เขาต้องล็อกห้องทุกครั้งที่ออกจากบ้านนั้นไม่ใช่เพราะเขาต้องการความเป็นส่วนตัวแต่เพื่อป้องกันไม่ให้ของ สำคัญ ของเขาหรือของมีค่าใดๆตกไปถึงมือของพิมพา

            เพราะไม่งั้นต่อให้มีเงินกองสูงเท่าภูเขาแต่ถ้าอยู่ในมือผีพนันอย่างพิมพามีเท่าไรก็คงไม่พอ

__________________________________________________________________

มาละเด้ออออ

ยังมีใครรอหนูอันอันอยู่บ้างมั้ยหน่ออออ

ต่อจากนี้เพื่อนๆสามารถติดตามการอัพนิยายได้ที่เพจแล้วะะคะ

 :mew1:

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7732
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
ต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ!

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด