☂เหตุเกิดเพราะชอบคุณ☂ Sp3. [31-10-17]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ☂เหตุเกิดเพราะชอบคุณ☂ Sp3. [31-10-17]  (อ่าน 79271 ครั้ง)

ออฟไลน์ Lalaleega

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
งื้ออ ชอบพี่เจต :hao7: :hao7:
หนูถั่วหันมาสนใจพี่เจตแกบ้างนะลูก :katai1:

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
กำลังหนุนพร้อมสินะ อิอิ

ออฟไลน์ Sky

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 944
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-2
โอ้ยยย พี่เจตตต รุกแล้ววววว

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
บทที่ 12
เหตุเกิดเพราะ...ฝน



ครืน


“ฝนตกหนักเลยว่ะมึง” แบงค์กับผมติดแหง็กอยู่ในอาคารเพราะฝนกำลังตกหนัก เพื่อนหลายคนยอมวิ่งฝ่าฝนออกไปเพื่อกลับบ้าน แต่ผมยังกลับไม่ได้เพราะคุณเพื่อนไม่ยอมให้เสื้อเปียก ผมจึงต้องอยู่รอฝนซาเป็นเพื่อนมันหรือจนกว่าพ่อของแบงค์จะมารับ


ชาตินี้จะได้กลับบ้านไหม


“นั่นสิ” ผมเงยหน้ามองสายฝน ดีนะที่ผมเอาร่มมาจะได้ไม่ต้องกลับบ้านแบบเปียกๆ


“แย่จังเราไม่ได้เอาร่มมาด้วยสิ” เสียงเล็กดังขึ้นระหว่างผมกับแบงค์ แอลมองท้องฟ้าแล้วยื่นมือไปรองน้ำฝนอย่างกังวล ผมรีบล้วงกระเป๋าสะพายแล้วหยิบร่มคันเล็กส่งให้แอล


“อะ เอาร่มเราไปใช้ก่อน”


“แต่มึง...” ผมหันไปส่งสายตาให้แบงค์หุบปาก แล้วยิ้มให้คนตัวเล็ก


“เราหยิบเกินมาคันหนึ่งน่ะ แอลเอาไปใช้ได้เลยนะ”


“ขอบคุณนะพู เดี๋ยวพรุ่งนี้เราเอามาคืน อ่า สายแล้ว เดี๋ยวเจตรอ ไปก่อนน้า” คนตัวเล็กโบกมือให้ผมก่อนจะกางร่มเดินออกไป


“มึงนี่นะ รู้ตัวว่าไม่ถูกกับฝนยังจะหาเรื่องให้ตัวเองอีก”


“เถอะน่า เพื่อความสบายใจของกู กูไม่อยากให้แอลป่วย”


“มึงนั่นแหละที่จะป่วย แล้วนี่จะกลับยังไง ให้ป๊ากูไปส่งไหม”


“อย่าเว่อร์น่า กูกลับเองได้ จะให้พ่อมึงย้อนไปย้อนมาทำไม”


“งั้นเดี๋ยวเอาร่มกูไปใช้”


ผมรับร่มจากแบงค์ทันทีที่ส่งคุณชายขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว แต่ในจังหวะที่กำลังจะออกจากโรงเรียนผมเหลือบไปเห็นฟ้าลังเลที่จะเดินฝ่าฝนออกมาจากอาคาร คิดว่าเธอคงไม่มีร่มผมจึงเดินไปหาเธอแล้วชวนมาเข้าร่มด้วยกัน


“ขอบใจ” เธอเอ่ยเสียงเบาแล้วเดินเข้ามาอยู่ในร่มคันเดียวกับผม


เราทั้งคู่เงียบไปตลอดทางจนกระทั่งใกล้ถึงหน้าประตูโรงเรียนจู่ๆ ฟ้าก็พูดขึ้น


“นายชอบแอลเหรอ” ฟ้าหันไปทางอื่น แต่รอฟังคำตอบจากผม


“อืม” ผมไม่รู้หรอกว่าเธอถามทำไม แต่ผมก็ตอบไปตามความจริง จะว่าไป ตั้งแต่วันที่ผมเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กพี่เจต วันนี้คงเป็นวันแรกที่เราได้คุยกันดีๆ


“ขอโทษนะที่วันนั้นพูดกับนายไม่ดี ฉันแค่...ชอบพี่เจตมากเท่านั้นเอง” เธอสบตาผมด้วยแววตารู้สึกผิด


“ไม่เป็นไรหรอก” ผมตอบอย่างไม่ใส่ใจ เธออ้าปากเหมือนจะพูดอะไรแต่ไม่พูด ผมจึงเอ่ยถาม


“มีอะไรเหรอ” ฟ้าลังเล แต่สุดท้ายเธอก็ถามผม


“นาย...ไม่ได้คิดอะไรกับพี่เจตแน่นะ” หืม คำถามอะไรล่ะนั่น


“คิดอะไร” หมันไส้อะไรอย่างนั้นน่ะเหรอ


“ชอบพี่เจต หรืออะไรทำนองนั้น” เธอดูไม่แน่ใจ ผมจึงอดแกล้งเธอนิดๆ ไม่ได้


“ฉันคิด” เธอกำมือแน่นแต่พยายามควบคุมสีหน้าไม่ให้แสดงออกว่ากำลังไม่พอใจ “ฉันคิดว่าไม่ชอบขี้หน้าเขาอย่างแรงเลยล่ะ” ผมเฉลย


เธอเงยหน้ามองผมอย่างไม่เข้าใจ


“ตอนนี้เขากำลังขัดขวางความรักระหว่างฉันกับแอล และในอดีต” ผมสบตาเธอ “ก็แย่งหัวใจเธอไป”


“เอ่อ...พู” เธอกัดปาก เงยหน้าสบตาผมด้วยแววตาเสียใจ


ผมหันกลับมามองทางข้างหน้า “ช่างเถอะ เธอไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก ตอนนี้หัวใจของฉันไม่เจ็บปวดอีกแล้วเพราะฉันกำลังมีความรักครั้งใหม่ และไม่ต้องกังวลว่าฉันจะแย่งพี่เจตของเธอ เพราะฉันชอบน้องของเขาไม่ใช่เขา” ผมบอกเธออย่างมั่นใจ


“เราขอโทษนะ เรื่อง...เมื่อหลายปีก่อน”


“มันผ่านไปแล้วฟ้า เราไม่โกรธเธอแล้ว ตอนนี้เราแค่หวังว่าวันวานจะหวนกลับคืนมา” ผมบอกเธอ “กลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม...ได้ไหม”


ฟ้าก้มหน้าลงแล้วพยักหน้ารับทั้งน้ำตา


“อื้อ”


“ไม่เอาๆ ไม่ร้อง” ผมเช็ดน้ำตาบนแก้มเธอ ดีใจที่เรื่องระหว่างเราจบสิ้นสักที บอกตามตรงผมไม่มีความสุขหรอกที่เราสองคนไม่พูดคุยกันตลอดหลายปี ลึกๆในใจผมยังคงหวังว่าเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง แม้ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่เป็นเพื่อนสนิทกันอย่างแต่ก่อนก็เพียงพอแล้ว


“พูจะช่วยเราจีบพี่เจตได้ไหมอะ”


“หืม เกี่ยวอะไรกับเราล่ะ” ผมยืนรอรถเมล์เป็นเพื่อนเธอ


“ก็...เห็นนายสนิทกับแอล น่าจะพอถามได้ว่าพี่เจตชอบอะไร ไม่ชอบอะไร สเปคของเขาเป็นแบบไหนเราจะได้ทำตัวถูก”


“อ่า...” เรื่องอะไรผมต้องไปสืบเรื่องของศัตรูด้วยล่ะ


“นะ ช่วยเราหน่อยน้า” ฟ้าเขย่าแขนผมด้วยท่าทางอ้อนๆ เหมือนก่อนทำเอาผมอดยิ้มไม่ได้


“อะๆ ก็ได้ แต่ฟ้าต้องช่วยกันพี่เจตให้เราด้วยนะ เราจะได้มีเวลาจีบแอล”


“ได้เลย!” ผมหัวเราะนิดๆ เมื่อเห็นดวงตาเปล่งประกายของเธอ


“อะ” ผมส่งร่มให้เธอถือเมื่อเห็นรถเมล์ของใกล้เข้ามา


“ไม่เป็นไรหรอกพู เดี๋ยวขึ้นรถเมล์ก็ไม่เปียกแล้ว”


“บ้านฟ้าอยู่ไกลจากป้ายรถเมล์นะ” ผมบอกเพราะเคยไปทำงานกลุ่มร่วมกันที่บ้านฟ้า จากหน้าปากซอยถึงบ้านฟ้าค่อนข้างไกล จะให้ผู้หญิงเดินตัวเปียกคงไม่ดี


“อืม ขอบใจนะพู” ผมมองส่งฟ้าขึ้นรถเมล์แล้วรีบวิ่งไปขึ้นรถเมล์ที่อยู่อีกฝั่งเพื่อกลับบ้าน


“ทำไมเปียกซกอย่างนี้ล่ะพู คุณคะขอผ้าเช็ดตัวหน่อยเร็ว” พ่อรีบหยิบผ้าขนหนูส่งให้แม่เช็ดหัวผมทันที


“ลืมเอาร่มไปล่ะสิ ถ้าเป็นไข้ขึ้นมาจะทำยังไง พรุ่งนี้แม่ก็ไปค่ายกับเด็กๆ พ่อเขาก็ต้องขึ้นเครื่องไปสิงคโปร์คืนนี้ แล้วใครจะดูแลเรา”


“โห่แม่ ผมโตแล้วนะไม่ได้อ่อนแอเหมือนตอนเด็กๆ สักหน่อย ฮัดชิ่ว” ผมจาม เหลือบมองแม่ที่ยืนทำหน้าดุแล้วรีบฮึบไม่ให้จาม แต่อดทนได้ไม่นานก็จามออกมาอีก


“กินยาดักไว้ก่อนลูก” พ่อยื่นยาให้ผมพร้อมแก้วน้ำ ผมรับมากินก่อนจะถูกแม่ไล่ให้ขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วค่อยลงมาทานข้าวเย็น


⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀


“อื้อ” ผมเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่ส่งเสียงร้องอยู่ข้างเตียง


“ว่าไง” เสียงผมแหบมากจนแทบไม่มีเสียง


(ไอ้ถั่ว เป็นไงบ้างวะ!)


“ไม่เป็นไรมากหรอก มึงมีอะไร” เมื่อรู้ว่าเป็นใครผมจึงรีบเข้าเรื่องทันที อยากนอนต่อจะแย่แล้ว


(ไอ้เผือกห้องเก้ามันบอกว่าวันนี้ครูชมรมมึงนัดสั่งงานเพราะแกจะบินไปนอกหนึ่งอาทิตย์ ใครไม่มาไม่มีสิทธิ์ส่งงาน มึงมาไหวไหม)


“เชี่ยเอ้ย! เออ เดี๋ยวกูไป” ผมวางสาย ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งอย่างมึนๆ ตบหน้าเรียกสติสองสามทีก่อนจะค่อยๆ พยุงร่างเข้าไปอาบน้ำ หวิดจะหัวกระแทกพื้นหลายครั้งแต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี


แต่งตัวเสร็จผมก็ลงมาข้างล่าง มองโน้ตของแม่ที่บอกว่าไม่อยู่สามวัน ส่วนพ่อไปต่างประเทศอาทิตย์หนึ่งให้ผมทำอาหารกินเองเพราะมีของสดอยู่ในตู้เย็นแล้ว ผมหยิบขนมปังทาแยมกินเป็นอาหารเช้า อย่างน้อยให้มีอะไรตกถึงท้องสักนิดก็ยังดี


ผมลากสังขารขึ้นรถเมล์ไปจนถึงโรงเรียนโดยสวัสดิภาพ เข้าเรียนกับแบงค์สองสามคาบ  ฟ้าคืนร่มให้ผมแล้วถามไถ่อาการเสียงอ่อนจนเพื่อนร่วมห้องแปลกใจไปตามๆ กัน บ้างก็ว่าผมกับฟ้าหายโกรธกันแล้ว บ้างก็ว่าเราคบกัน แต่เราสองคนไม่ได้ใส่ใจ ดีใจมากกว่าที่ได้กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว


“สเตตัสพี่เจตแปลกๆ โน๊ะพู” ฟ้ามานั่งกินข้าวกับพวกผมครับ เธอยื่นโทรศัพท์ของผมที่ยืมไปส่องพี่เจตให้ผมดู


‘ชอบ’


“เป็นบ้ามั้ง” ผมพูดอย่างนั้นก่อนจะได้รับค้อนวงใหญ่จากเพื่อนสาว


“อย่าว่าพี่เจตสิ เอ๊ะ หรือว่าพี่เจตแอบชอบผู้หญิงคนไหนเข้าแล้ว ไม่นะ!” ผมมองท่าทางเครียดขึงของฟ้าก็ได้แต่ปลอบใจเธอว่าบางทีเพื่อนพี่เจตอาจจะยืมไปเล่นก็ได้ หรือเขาอาจจะชอบท้องฟ้า ทะเล ภูเขาอะไรทำนองนั้นก็เลยโพส

“ถ้าเป็นอย่างที่พูว่าก็ดีไป อย่าลืมถามแอลให้เรานะว่าพี่เจตชอบอะไร”


“คร้าบๆ”


เมื่อถึงคาบสุดท้ายผมก็พาร่างอ่อนปวกเปียกของตัวเองมาจนถึงห้องชมรมในที่สุด


“ภูรินทร์”


“มาครับ” ผมรีบยกมือทันทีที่ได้ยินชื่อตัวเอง ครูหันมามองผมที่วิ่งพรวดเข้ามาแล้วเรียกชื่อคนถัดไป


“นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว” เผือกเพื่อนร่วมชมรมร้องทักเมื่อผมนั่งลง รู้สึกเหมือนมีคนนั่งข้างๆ ทั้งที่ผมนั่งคนเดียวมาตลอดสองปี


ผีเหรอวะ


พอจะเหลือบไปมองเผือกก็เรียกไว้ซะก่อน


“เออ คราวที่แล้วไอ้แบงค์บอกว่ามึงท้องเสียเหรอวะ ฮ่ะๆ” ผมมุ่ยหน้าใส่เผือก อุตส่าห์ลืมๆ ไปแล้วยังจะมารื้อฟื้นอีก


“เผือก”


“ว่าไง” มันนั่งเท้าคางรอคำถามจากผมเพราะคิดว่าผมเรียกชื่อมัน


“ไม่เผือกสิ”


“สัด กูเป็นห่วงโว้ย” เผือกผลักหัวผมเบาๆ แต่ร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงก็ทำให้ผมเอนตัวไปชนคนข้างๆ


“อะ โทษครับ” ผมเอ่ยขอโทษเขาก่อนจะเงยหน้ามอง “พี่มาทำอะไรที่นี่เนี่ย”


คนที่นั่งอยู่ข้างผมคือพี่เจต เขาขมวดคิ้วก่อนจะยกหลังมือแตะหน้าผากผม


“ไม่สบายเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน


“ฮื่อ เอามือออกไปเลย” ผมปัดมือพี่เจตออกก่อนจะถามเขาว่ามาอยู่ในชมรมผมได้ยังไง


“ครูชมรมปั้นแกเกษียณน่ะสิ คนชมรมนั้นก็เลยต้องหาชมรมใหม่ พี่เจตก็เลยมาสมัครเข้าชมรมเรา ตอนที่สาวๆ รู้ว่าพี่เจตเข้าร่วมชมรมเราห้องเกือบแตกเลยนะมึง” เผือกตอบ ช่างสมชื่อตัวเองจริงๆ


“เอาล่ะ งานที่ครูจะให้พวกเธอทำเป็นงานสำคัญเพราะจะตัดสินว่าพวกเธอจะได้ไปค่ายศิลปะหรือไม่” ครูกวาดตามองพวกเราทีละคน


“อย่างที่ครูบอกไว้ แค่ 20 คนเท่านั้นที่จะได้ไป เพราะฉะนั้นต้องทำงานชิ้นนี้ให้ดี กำหนดส่งคืออาทิตย์หน้า ใครเสร็จก่อนก็ถ่ายรูปตัวเองพร้อมผลงานส่งให้ครูทางไลน์ แล้วครูจะตัดสินเองว่าใครจะได้ไปบ้าง”


“แล้วหัวข้อคืออะไรครับ” เพื่อนคนหนึ่งยกมือถามครู


“กำหนดแค่ขนาดA3 ไม่มีหัวข้ออะไรทั้งนั้น ตั้งชื่อภาพเอาเอง อยากวาดอะไรก็วาด ใช้เทคนิคสีอะไรก็ได้ตามแต่ที่พวกเธอชอบ แต่จำไว้ให้ดีว่าภาพนั้นจะต้องโชว์ในวันสุดท้ายของการสอบ ทุกคนจะได้เห็นผลงานของเธอฉะนั้นทำให้ดีที่สุดล่ะ” พูดจบครูก็รีบไปประชุมต่อ ทิ้งให้เราจับคู่วาดภาพส่งท้ายคาบ


แล้วทำไมผมต้องคู่กับพี่เจตด้วยวะเนี่ย


“ถ้าไม่ไหวก็ไปห้องพยาบาล” พี่เจตเอ่ยขึ้นโดยไม่มองหน้าผม


“ไหวน่าพี่” ผมจรดดินสอบนกระดาษแต่เส้นบิดเบี้ยวไม่ได้ดั่งใจเลยสักนิด แอบรู้สึกผิดต่อนายแบบตรงหน้า ผมไม่ตั้งใจจะวาดแบบนั้นเลยนะ


ผมถอนหายใจอย่างเซ็งๆ ส่งภาพให้รุ่นพี่ในชมรมโดยไม่ให้ร่างสูงเห็น พี่เจตเองก็คว่ำภาพส่งเหมือนกัน ไม่ยอมให้ผมเห็นแม้แต่เศษเสี้ยวว่าภาพที่เขาวาดเป็นยังไง เอาเถอะไม่สวยผมก็ไม่โกรธหรอก ภาพเขาผมก็วาดได้ไม่ดีเหมือนกัน


คราวหน้าผมจะวาดให้ใหม่นะพี่


ผมเดินแยกกับเผือกเพราะมันจะแอบไปส่องสาวๆ ซ้อมหลีด ผมเองก็ตั้งใจว่าจะรีบกลับบ้านเพราะปวดหัวจนแทบระเบิดแล้ว ข้างกันคือพี่เจตที่กำลังเดินไปหน้าโรงเรียนเหมือนกัน


“เจต อ้ะ พู!” ผมส่งยิ้มซีดเซียวให้คนตัวเล็กที่วิ่งเข้ามาหาเรา “พูไม่สบายเหรอ” มือเล็กอังหน้าผากผมแล้วเบิกตากว้าง


“ตัวร้อนจี๋เลย ไหวไหม” ผมส่ายหน้ายิ้มๆ อยากรวบตัวแอลเข้ามาฟัดจริงๆ ดูทำหน้าเข้า เป็นห่วงอะไรขนาดนั้น ผมก็แค่ป่วยนิดๆ หน่อยๆ เอง


“กลับบ้านด้วยกันนะ เราไม่ไว้ใจให้พูกลับเองเลย” แววตากังวลของคนตัวเล็กทำให้ผมต้องรีบพยักหน้า


“อื้อ เอาสิ”


อยากกลับพร้อมแอลทุกวันเลยจะได้ไหม


“หืม” ผมเหลือบมองร่างสูงที่เข้ามาประชิดตัวแล้วโอบไหล่ผมไว้


“เดี๋ยวนายเป็นลมล้มพับไปจะแย่”


“โห่พี่ ผมไม่ได้อ่อนขนาดนั้นนะ”


“ดื้อ”


“น่าๆ รีบกลับกันเถอะโน๊ะ” ผมพยักหน้ารับคำแอล แม้จะขัดใจที่ถูกโอบ แต่ก็ต้องขอบคุณที่พี่เจตเข้ามาช่วยไว้ทันพอดี เมื่อกี้เหมือนผมจะวูบนิดๆ เกิดล้มพับไปเสียหน้าแย่


ผมปล่อยให้ร่างสูงพาเดินไปจนถึงรถเมล์แล้วรีบขึ้นไปนั่งข้างๆ แอล ส่วนพี่เจตยืนอยู่ท้ายรถ เรานั่งคุยกันไปเรื่อยจนกระทั่งคุณยายคนหนึ่งขึ้นรถมา ผมรีบลุกให้ยายนั่งแล้วขยับไปยืนข้างๆ ร่างสูงเพื่อคุยกับแอลต่อ ระหว่างนั้นรถเบรกกะทันหัน ผมจับราวไม่แน่นจึงเซไปปะทะอกแกร่ง มือหนึ่งรีบโอบเอวผมไว้ พอเงยหน้าก็เห็นว่าเป็นพี่เจตนั่นเอง


“ขอบคุณ” ผมเอ่ยเบาๆ ร่างสูงไม่ตอบอะไรนอกจากกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นเผื่อว่าผมจะเซอีก


ผมรู้ดีว่าตัวเองกำลังจะหมดแรง แต่ฝืนไว้ไม่ให้ใครรู้ว่าผมกำลังแย่ หัวเราะคิกคักกับเรื่องที่แอลเล่าเหมือนปกติดีแต่สมองไม่รับรู้เลยว่าแอลกำลังพูดอะไรอยู่ มันตื้อๆ มึนๆ ไปหมด


อาการวูบกลับมาอีกครั้ง ผมกำราวจับแน่นภาวนาไม่ให้เป็นลม พยายามส่งยิ้มให้แอลที่เริ่มสังเกตแล้วว่าผมไม่ไหว


คนตัวเล็กร้องเรียกพี่ชายเสียงดังก่อนที่ความมืดจะครอบงำผมจนไม่รับรู้อะไรอีก






Tbc.







⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀
น้องพูเป็นลมไปแล้ว แน่นอนว่าคนที่รับไว้คือพี่เจตอย่างแน่นอน 5555
ตอนหน้าจะให้เขาสวีทหวานกันสักนิด ให้โอกาสพี่เจตทำคะแนนจ้า
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์น้า จุ๊บ
   

ออฟไลน์ oilzaza001

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 619
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
ฟ้าเข้าหาพูเพราะอยากให้พูช่วยจีบพี่เจต ส่วนพูก็ใจดีไปทั่วแต่ตัวเองเดือดร้อน -*- จริงๆเล้ยยยยยย :katai1: :katai1:

ออฟไลน์ Sky

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 944
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-2
พู ดูแลตัวเองด้วยสิ!!!!

ออฟไลน์ GuoJeng

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
  คืนนี้พี่เจตหรือแอลที่จะอยู่เป็นเพื่อนพู

ออฟไลน์ utamon

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 706
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-2
ไม่อยากให้น้องพลูไปยุ่งวุ่นวายกับชะนีฟ้าเลย :เฮ้อ:

ออฟไลน์ Lalaleega

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
เดียวพอพี่เจตกับพูได้กัน ฟ้าก็มาโวยวายอีก
แต่ถ้านางรับได้ก็ดี  :mew5:

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
ไหวไหมพู ป่วยซะแล้ว

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ bulldog17

  • ❤GOT7
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3689
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +265/-12
พูใจดีเกินไปแล้วนะ

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
บทที่ 13
เหตุเกิดเพราะ...ไม่สบาย


[เจต]


“เจต!”


เสียงร้องของน้องไม่ทำให้ผมตกใจเท่าคนที่หมดสติอยู่ในอ้อมแขน ใบหน้าซีดเซียวของพูบีบรัดหัวใจของผม หากวันนี้น้องกลับเองคนเดียวแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่มีคนรับเขาไว้จะเป็นยังไง


“ลุก”


ผมบอกให้แอลลุกขึ้นเพื่อประคองพูนั่งลง จัดแจงท่าให้น้องเอนหัวมาทางผมแล้วหันไปหาน้องชาย


“ให้พ่อเราไปรับที่บ้านพี่ก็แล้วกัน” แอลพยักหน้ารับแล้วโทรศัพท์หาพ่อของเขา ผมแตะหน้าผากพู ตัวเขาร้อนมากกว่าเดิมจนน่าเป็นห่วง


รอจนถึงที่หมายผมก็อุ้มพูในท่าอุ้มเจ้าสาวลงจากรถ บอกให้แอลไปจ่ายค่ารถแล้วแวะซื้อยาลดไข้ที่ร้านขายยาใกล้ๆ ไม่ได้สนใจเสียงกรี๊ดหรือแสงแฟลชเท่าไรนัก ผมอยากพาพูกลับบ้านให้เร็วที่สุด


“ให้แอลอยู่ช่วยไหม” น้องถามเมื่อผมวางพูลงบนเตียงเรียบร้อยแล้ว


“ไม่เป็นไร พี่ดูแลได้ จะไปหาย่าไม่ใช่เหรอ”


“ผมไม่ไปก็ได้นะ เป็นห่วงพู” แอลนั่งลงบนเตียง เอื้อมมือไปลูบใบหน้าซีดเซียวแผ่วเบา


“ไม่ต้องห่วงหรอก พี่อยู่ทั้งคนนะ” ย้ำให้น้องมั่นใจ ผมไม่มีวันปล่อยให้พูเป็นอะไรไปหรอก


“ห่วงเพราะเจตนั่นแหละ” น้องพึมพำเสียงเบาก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูพู “ระวังเจตด้วยนะพู”


แอลลงจากเตียงแล้วก้าวเข้ามาหาผม “ห้ามแตะพูนะ” น้องประกาศกร้าว ยกนิ้วชี้หน้าผม


“แตะอะไร” ผมมองไปทางอื่นอย่างไม่รู้ไม่ชี้


ไม่รู้ไม่เข้าใจก็ไม่ผิดใช่ไหมล่ะ


“เจตน่ะเจ้าเล่ห์!”


ปี๊มๆ


“พ่อนายมาแล้ว กลับไปได้ล่ะ” ผมดันหลังน้องชายออกจากห้องนอน พาไปส่งถึงหน้าประตูแล้วยกมือไหว้น้าทั้งสองที่ยิ้มให้ แต่ลูกชายของพวกเขากลับส่งสายตาไม่ไว้ใจผมเต็มที่


“พี่ไม่ทำอะไรพูหรอก” ผมยืนยัน “ถ้าเขาไม่เต็มใจนะ” แอบพูดเสียงเบาในตอนท้าย แต่คนตัวเล็กกลับได้ยินชัดเจน


น้องยื่นหน้าออกจากหน้าต่างรถแล้วตะโกนลั่น “ห้ามแตะพูนะ!”


“บ้ายบาย” ผมโบกมือ แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินที่น้องพูด มองส่งรถเลี้ยวที่ออกจากซอยแล้วเดินออกไปซื้อโจ๊กเจ้าประจำให้พู


“ฮึก ฮือๆ” ผมเร่งฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้แผ่วเบาจากห้องนอน เปิดประตูเข้าไปก็เห็นพูนอนขดตัวกุมหัวอย่างทรมาน ผมรีบวางถุงโจ๊กลงแล้วปรี่เข้าไปจับแขนน้องที่ร้อนมากกว่าเดิม


“พู” เตียงยวบลงเรียกความสนใจของร่างโปร่งให้ลืมตามอง น้องร้องไห้แล้วพุ่งเข้ามาสวมกอดเอวผมแน่น


“ฮือ พูปวดหัว” ผมลูบหลังน้อง คิดหาวิธีลดอุณหภูมิให้น้องโดยเร็วที่สุด


“เดี๋ยวพี่เช็ดตัวให้นะ ปล่อยพี่ก่อน” ผมจับแขนน้องออก แต่พูกอดผมไว้แล้วส่ายหน้า


“ไม่เอา เดี๋ยวพี่หายไป ไม่เอานะ ฮือ”


“ชู่ว์ ไม่เอาไม่ร้องครับเดี๋ยวปวดหัวหนักกว่าเดิมนะ พี่ไปแป๊บเดียว พูจะได้หลับสบายไงครับ” ผมลูบหัวน้องเบาๆ พูยังคงกอดผมนิ่งๆ คิดว่าคงไม่รั้งไว้แล้ว แต่พอจะลุกน้องก็กอดแน่นกว่าเดิม


“พูครับ ปล่อยก่อนนะ ถ้าพูปล่อยจะขออะไรพี่ก็ได้หนึ่งอย่าง” พูเงยหน้ามองผม ดวงตาบวมช้ำจนอดไม่ได้ต้องยื่นมือไปลูบเบาๆ


“จริงนะ”


“จริงครับ เราอยากได้อะไรล่ะ” พูเอียงคอทำหน้านึกอย่างน่ารัก ใบหน้าขึ้นสีด้วยฤทธิ์ไข้และดวงตาใสแจ๋วเปี่ยมน้ำตาดูน่าแกล้งอย่างไรไม่รู้


ท่าทางผมจะโรคจิตนิดๆ แฮะ


“นึกไม่ออกอะ ติดไว้ก่อนได้ไหม”


“ได้สิ ปล่อยพี่ก่อนนะ” คราวนี้พูยอมปล่อยเอวผม แต่ไม่วายดึงเสื้อผมไว้


“กลับมาจริงๆ นะ” สายตาอะไรล่ะนั่น เดี๋ยวก็จับขย้ำซะหรอก


“ครับ”


ผมรีบเติมน้ำใส่กะละมังใบเล็ก จัดยาและเทโจ๊กใส่ชามวางบนถาด เตรียมทุกอย่างพร้อมเผื่อน้องจะรั้งไว้อีก


พอกลับเข้ามาในห้องน้องก็ยื่นมือมาหาอย่างรอคอย ผมวางถาดโจ๊กลงข้างเตียงแล้วบิดผ้าชุบน้ำเช็ดไปตามใบหน้า ลำคอ และแขนของพู แต่ลังเลที่จะเช็ดผิวกายใต้ร่มผ้า พูเองก็คงเข้าใจว่าผมคิดอะไรอยู่จึงเอ่ยอนุญาต


“ถอดได้ ไม่ว่าหรอก” น้องกางแขนออก “พูร้อน”


พู...รู้รึเปล่าว่าพูดอะไรออกมา


ผมลูบหน้าตัวเองนิดๆ ใบหน้าผมร้อนผ่าวเมื่อคิดถึงสิ่งที่กำลังจะทำ อย่ามองผมแบบนั้นครับ ผมยังไม่เคยกับใครทั้งนั้น ยิ่งต้องมาเห็นผิวเนื้อของคนที่ชอบก็ต้องเขินเป็นธรรมดา


ผมลอบกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก มือสองข้างค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อนักเรียนของพูจนครบแล้วเลิกสาบเสื้อออก เผยให้เห็นผิวขาวของน้องที่ตอนนี้ขึ้นสีชมพูอ่อนเพราะฤทธิ์ไข้


ผ้าขนหนูลากไปตามเนื้อตัวของพู ดูเหมือนน้องจะรู้สึกดีมากถึงได้ส่งเสียงครางอื้ออึง


“อา เย็นจัง” น้องเขยิบตัวเข้าใกล้ผมด้วยแผ่นอกเปล่าเปลือย ผมนับหนึ่งถึงสิบในใจแล้วดันพูให้นอนลงตามเดิม


อย่าหาเรื่องเสียตัวก่อนวัยอันควรสิครับน้องพู


“พี่จะรีบเช็ดตัวให้เรานะ หันหลังครับ” พูมุ่ยหน้าแต่ก็หันหลังให้ผมเช็ดตัว ทั้งยังส่งเสียงหวานเพราะความเย็นลากผ่านผิว


หยุดทรมานพี่ได้แล้วครับ


พอเช็ดตัวเรียบร้อยแล้วผมก็ลุกไปหาเสื้อให้น้องใส่ รู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่งมองผมไม่ละสายตา พอหันกลับไปก็เห็นว่าเป็นพูที่จ้องผมอยู่ คงกลัวว่าผมจะหายไป


ทำไมน่ารักอย่างนี้นะ


ผมเดินกลับมาแล้วสวมเสื้อตัวใหม่ให้พู ส่วนกางเกงให้เขาใส่ตัวเดิมนั่นแหละดีแล้ว อย่าไปยุ่งเลยเดี๋ยวจะเลยเถิด


“กินโจ๊กหน่อยนะ จะได้กินยา” ผมตักโจ๊กป้อนน้อง กินได้ไม่กี่คำพูก็ส่ายหน้า ยื่นยาส่งให้ยิ่งส่ายหน้าหนักกว่าเดิมอีก


“ไม่เอายา ไม่ชอบ ขมอะ” น้องส่งสายตาขอร้องมาให้ แต่อนาคตนายแพทย์อย่างผมไม่ตามใจเขาเด็ดขาด


“ไม่ได้ครับ ไม่กินแล้วเราจะหายได้ยังไงล่ะ” ผมลูบหัวพู แต่น้องทำหน้าบึ้งแล้วหันหลังหนีผมไปเลย


“พี่เจตใจร้าย” ผมใจแป้วเลยเมื่อน้องพูดอย่างนั้น แต่ถ้าไม่กินยาพูก็ไม่หายน่ะสิ


ระหว่างที่คิดหาวิธีล่อน้องให้กินยา ความคิดชั่วร้ายก็แวบเข้ามาในหัวผม ผมปัดมันทิ้งแล้วพยายามหลอกให้น้องกินยา พูดื้อมากครับ นอนกอดอกเม้มปากแน่นจนผมอ่อนใจ และความคิดนั้นก็กลับมาอีกครั้ง


“พูไม่กินยาก็ได้ เดี๋ยวพี่กินเอง” น้องหันมามองอย่างสนใจว่าผมจะทำอะไร


ผมตบยาเข้าปากตามด้วยน้ำแล้วก็รั้งคอพูให้เข้ามาใกล้ ส่งลิ้นร้อนเต็มไปด้วยยาเข้าปากน้อง พูที่อ้าปากค้างอย่างตกใจจึงเผลอกลืนยาเหล่านั้นจนหมด ผมขบเม้มริมฝีปากของเขาส่งท้ายแล้วผละออกมา


“พะ...พี่เจต อึก” ผมรีบส่งแก้วน้ำให้เขาดื่มแล้วลูบหลังพูเบาๆ


ยาติดคอหรือเปล่าวะ ความคิดผมยิ่งพิเรนทร์อยู่


“พี่...ฮื่อ” พูยกมือปิดหน้าแดงๆ ของเขาแล้วหันหลังหนีผมทันที พอยื่นมือเข้าไปใกล้ก็ถูกตีดังเพี๊ยะ ไม่ยอมให้แตะเลย


เอาเถอะ แค่น้องได้กินยาก็พอแล้ว จะโกรธจะเกลียดผมไม่ว่ากัน


ถือว่าจูบเมื่อกี้เป็นของแลกเปลี่ยนก็แล้วกันนะ



⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀



ผมลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกห้องหนึ่ง กลับเข้ามาก็เห็นร่างโปร่งนอนหลับอยู่บนเตียง ยื่นมือไปแตะหน้าผาก รู้สึกว่าอุณหภูมิลดลงเล็กน้อยจึงหาแผ่นเจลลดไข้ติดหน้าผากให้น้องก่อนจะลุกไปทำการบ้านที่โต๊ะ


ในเฟซบุ๊กมีแจ้งเตือนดังขึ้นรัวจนผมงง ปกติผมไม่รับแอดใครครับ ยิ่งคนไม่รู้จักผมไม่รับเลย แต่เหมือนว่าคนที่แท็กภาพผมจะเป็นแอดมินเพจเจตพูนั่นเอง


‘ดูค่ะทุกคน แล้วบอกไม่ได้เป็นอะไรกันได้ยังไง มีซบอกอิงแอบแนบชิดกันขนาดนี้’


Pompamza
เราอยู่ในเหตุการณ์ค่ะ อยากบอกว่าน้องป่วย ตอนลงจากรถมีอุ้มด้วย โอย มัวแต่ฟินเลยถ่ายไม่ทันอะ เสียดาย


Ouioui
ป่านนี้ดูแลกันบนเตียงกันแล้วมั้งคะ อร้ายยยยยย


ผมเลื่อนอ่านยิ้มๆ หลายคนส่งข้อความเข้ามาขอเป็นเพื่อนแต่ผมไม่ได้กดรับใคร ปิดโทรศัพท์แล้วลงมือทำการบ้านและอ่านหนังสือเพลินจนเกือบถึงเที่ยงคืน


“ฮือ”


ผมหยุดอ่านหนังสือ ลุกไปหาพูที่นอนซบหมอนร้องไห้อยู่บนเตียง ใบหน้าเหยเกด้วยความทรมานจากพิษไข้


“เป็นอะไรครับ หืม” ผมลูบแก้มน้องแผ่วเบา พูรีบยึดมือผมไว้ไม่ยอมปล่อย แถมยังแนบแก้มอุ่นซุกมือผมอ้อนๆ แต่ดวงตาปิดสนิทไม่มีทีท่าว่าจะตื่นเร็วๆ นี้


ผมมองหนังสือที่กางอยู่บนโต๊ะอย่างชั่งใจ แต่สุดท้ายก็สอดตัวเข้าไปในผ้าห่มเพื่อนอนข้างกัน พูเบียดตัวเข้าหาความเย็นจากผมเพราะอุณหภูมิของน้องสูงกว่าผมมาก


ไม่ได้จงใจยั่วพี่ใช่ไหมเนี่ย


แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา ร้อนนักใช่ไหมเรา เดี๋ยวพี่จะเพิ่มความเย็นให้เอง


ผมลุกขึ้นถอดเสื้อโยนทิ้งไว้ข้างเตียงแล้วกอดพูไว้ทั้งตัว อมยิ้มน้อยๆ เมื่อพูกอดผมตอบ แนบแก้มอุ่นซุกอกผมอย่างไร้เดียงสา


ใบหน้าใสอยู่ใกล้เพียงไม่กี่เซน หากเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา นี่คงเป็นครั้งแรกที่เราอยู่ใกล้กันมากขนาดนี้


อยู่ในอ้อมแขนของกันและกัน


“พี่ควรสารภาพรักหรือเปล่าพู” ก้มลงจูบกลางกระหม่อมน้อง


“เปลี่ยนใจจากแอลมาเป็นพี่ได้ไหม...”


[จบพาร์ทเจต]






Tbc.







⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀

แถมรูปกากๆ จากเราเอง หวังว่าจะไม่เสียอรรถรสน้า คันไม้คันมืออยากวาด 555
ตอนนี้หวานๆ ค่า เห็นพี่เจตนิ่งๆ แต่มือและความคิดไม่นิ่งตามนะเออ
ส่วนพู เวลาน้องป่วยจะเป็นแบบนี้แหละจ้า ตอนเด็กๆ คนปลอบพูคือถั่วพี่ แต่ดูแลน้องไม่เป็น
เห็นน้องงอแงเพราะไม่สบายก็ทิ้งเลยจ้า ออกไปเตะบอลกับเพื่อนข้างบ้านเฉยเลย 555
พอพูป่วยก็เลยกลัวพี่เจตจะทิ้งไปเหมือนพี่ลันเตานั่นเอง
ขอบคุณที่ทุกคนเป็นห่วงพูน้า ยังต้องห่วงเจ้าเด็กนี่ไปอีกนานเลยค่ะ โดยเฉพาะน้องฟ้าที่เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์จ้า กอดคนอ่านทุกคนเลยยยยย  :กอด1:
 
   

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4111
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-8
ตอนนี้ก็ฟินอยู่หรอก ตอนหน้าพูจะจำได้ไหม

ออฟไลน์ Zetnezz

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0

ออฟไลน์ ป่ามป๊ามป่ามปาม

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 483
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
พูตื่นมามีอาละวาดแน่

ออฟไลน์ utamon

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 706
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-2
น้องพูไม่สบายแล้วมีความอ้อนแรง ไม่อยากจะคิดถึงตอนน้องตื่นเลย 555  :m29:

ออฟไลน์ monoo

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1960
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +101/-4

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
ท่องพุทธโธไว้นะพี่เจต 55555

ออฟไลน์ GuoJeng

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
พูตื่นมาก็จะรักเจตเอง 555 ชอบตอนนี้อะ

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Lalaleega

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ตายๆๆ ถ้าพี่เจตละมุนขนาดนี้
และน้องถั่วป่วยจะยั่วขนาดนี้ละก็ :hao3:

ออฟไลน์ MSeraph

  • This too shall pass
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1753
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-3
พูตื่นมาละจะทำหน้ายังไงละเนี่ย
ถ้าเมาก้คงจำไม่ได้ แต่นี่ป่วยไง55555 ยังไงก้จำได้
พี่เจตเถอะรีบๆรุกหนักๆหน่อยยย
รอค่าา

ออฟไลน์ Sky

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 944
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-2
นี่คือคนที่รุกไม่เป็นหรอพี่เจต วี้ดดดดดดดดด
น้องพูลูก กลัวใจหนูจะขอให้พี่เจตอย่าขวางพูกับแอลจริงๆ อย่านะ

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
บทที่ 14
เหตุเกิดเพราะ...ข้อความ



[แอล]


ผมเป็นห่วงพู ทั้งอาการป่วยของเขาและความเจ้าเล่ห์ของพี่ชาย ยิ่งเห็นท่าทีแบบนั้นผมยิ่งมั่นใจว่าเจตชอบพูมากจริงๆ


แต่เอาเถอะ ผมไม่คิดสู้รบปรบมือกับพี่ตัวเองหรอก เห็นอยู่ชัดๆ ว่าแพ้ทางกายภาพ ผมปกป้องพูไม่ได้เหมือนที่เขาปกป้องผม ยังดีที่ผมไม่ได้คิดอะไรกับพูลึกซึ้ง และดึงตัวเองกลับมาได้ทันเพื่อเปิดทางให้ทั้งคู่


“หลานย่ามาแล้ว” ผมยกมือไหว้คุณย่าแล้วสวมกอดท่าน สูดกลิ่นน้ำอบหอมชื่นใจของคุณย่าด้วยความคิดถึง


“คิดถึงคุณย่าจังเลย”


“ดูสิตาพจน์หนูณี มาถึงก็อ้อนเชียวนะเจ้าหลานคนนี้” ผมกอดคุณย่าแน่นกว่าเดิม ชดเชยหลายปีที่ไม่ได้มาหาเพราะเกิดเรื่องขึ้นมากมาย และพ่อกับแม่ก็ไม่อยากให้คุณย่าไม่สบายใจจึงไม่ได้บอกเรื่องของผม


“ก็ผมคิดถึงอะ ผมอยากกินบุหลันดั้นเมฆฝีมือคุณย่า” ขนมไทยฝีมือคุณหญิงอิศราเป็นที่เลื่องลือไปทั่วตำบลครับ หากใครอยากสั่งขนมไทยต้องจองคิวล่วงหน้าหลายเดือนเพราะขนมของคุณย่าอร่อยมาก ผมเองก็ติดใจจนกินร้านไหนก็รู้สึกว่าสู้ฝีมือคุณย่าไม่ได้เลย


“ดีเลย ย่ามีนักศึกษามาเรียนทำขนมไทย ดูซิว่าจะถูกปากเราไหม”


“ไม่มีใครสู้ฝีมือคุณย่าได้หรอกครับ”


“แหน่ะ ปากหวานจริงเชียว” พ่อกับแม่หัวเราะตามคำพูดคุณย่าก่อนจะขอตัวขึ้นไปเก็บของบนห้อง ปล่อยให้คุณย่าพาผมไปรู้จักกับลูกศิษย์คนใหม่


“อ่าว พ่อหนุ่มคนนั้นไปไหนซะล่ะแม่แช่ม” คุณย่าถามแม่ครัวคนสนิท ผมยกมือไหว้เธอก่อนจะสวมกอดด้วยความคิดถึงเช่นกัน


“เห็นบอกว่ามีนัดค่ะ แต่ขนมที่สั่งให้ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณหนูลองชิมไหมคะ บุหลันดั้นเมฆของโปรดคุณหนูเลยนะคะ” ยายแช่มหมุนตัวกลับไปเปิดซึ้ง หยิบขนมสีฟ้าตรงกลางเป็นสีเหลืองนวลตาน่ารับทานจัดใส่จานแล้วส่งให้ผม


“จะอร่อยรึเปล่าน้า” ผมมองของชอบแล้วลังเลใจ เหลือบมองคุณหญิงอิศราและยายแช่มที่จับมือกันอย่างลุ้นๆ


อะไรจะขนาดนั้นครับคุณย่า ก็แค่ขนมฝีมือลูกศิษย์เอง


ผมกัดชิมคำหนึ่ง รสชาติคุ้นเคยจนผมตาโต มองหญิงชราทั้งสองที่รอคำตอบจากผม


“รสชาติเดียวกับที่คุณย่าทำเลยครับ” ผมบอกอย่างไม่ปิดบัง หยิบเข้าปากกินต่ออย่างเอร็ดอร่อย


“พี่เขาเก่งจัง ขอมาเป็นหลานสะใภ้ดีไหมครับ สืบทอดกิจการต่อจากคุณย่าไปเลย” ผมแอบหยิบขนมในซึ้งเพิ่มแต่ถูกผู้เป็นย่าตีมือแล้วบอกให้พอเพราะอีกไม่นานจะตั้งโต๊ะอาหาร


“ถ้าได้ก็ดี อยู่ที่เรานั่นแหละจะชอบเขาไหม”


“ทำไมครับ เขาไม่สวยเหรอ” ผมยกน้ำเก๊กฮวยขึ้นดื่ม


“เขาเป็นผู้ชายค่ะคุณหนู”


พรวดดดดดด


“แค่กๆ อะไรนะครับ” ยายแช่มรีบถลาเข้ามารับแก้วน้ำจากผมแล้วนั่งลงเช็ดพื้นที่เปียก “ไม่ต้องครับ เดี๋ยวผมทำเอง” ผมนั่งยองๆ ถูพื้น คุณหญิงอิศราพยักหน้ารับยิ้มๆ


“ย่าไม่ว่าอะไรนะถ้าแอลจะหาหลานเขยให้ย่า”


เอ่อ...ไม่เป็นไรครับคุณย่า


 
⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀


“เดี๋ยวแม่กับพ่อจะไปหาผู้ใหญ่บ้านนะลูก อยู่บ้านดูแลคุณย่าดีๆ ล่ะ” ผมพยักหน้ารับ แล้วเดินเข้าไปหาคุณย่าในครัว กลิ่นหอมเทียนอบดึงดูดผมให้เข้าไป


คุณย่ากำลังสอนผู้ชายคนหนึ่งทำขนม แผ่นหลังกว้างและส่วนสูงที่มากกว่าเจตหลายขุมทำให้เขาดูแข็งแรง ผมสีน้ำตาลอ่อนของเขาพลิ้วไหวตามลมอ่อนที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างบานเล็ก


ผมไม่เห็นใบหน้าของเขา แต่ดูจากท่าทีหยิบจับอุปกรณ์คล่องแคล่วก็คาดว่าคงฝึกกับคุณย่านานพอดู ไม่รู้ว่าทำไมผู้ชายอย่างเขาถึงสนใจทำอาหารไทยมากอย่างนั้น


“หลานมาพอดีเลยมา เข้ามาสิ ย่าจะแนะนำลูกศิษย์คนโปรดให้เรารู้จัก เห็นเก่งแบบนี้กว่าจะผ่านมาได้ก็ฝึกหนักเหมือนกันนะ” คุณหญิงอิศรากวักมือเรียกผมเข้าไปหา วินาทีเดียวกับที่ผู้ชายคนนั้นหันมาสบตากัน


ดวงตาสีดำคู่นั้นมองผมนิ่งๆ ใบหน้าเรียบเฉยของเขาทำให้ผมโล่งใจเปราะหนึ่งว่าเขาคงไม่สนใจผมในแง่ที่คุณย่ายุแยง


“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ผมส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร แต่อีกฝ่ายหันกลับไปตั้งใจตีไข่เหมือนเดิม ไม่สนใจจะทักทายตอบ อย่างกับว่าแค่เห็นหน้ากันก็พอแล้ว


เอ่อ...ผมทำอะไรผิดหรือเปล่า


“ยังไม่เลิกนิสัยนี้อีกนะเรา” คุณหญิงอิศราตีแขนลูกศิษย์เบาๆ แล้วหันมาถามผมว่าหิวไหมเพราะลูกศิษย์ของเธอทำขนมไว้หลายอย่าง


“กินได้เหรอครับคุณย่า” ผมกระซิบถามเสียงเบา กลัวจะทำให้เขารำคาญ คุณย่าหัวเราะนิดหน่อยก่อนจะบอกให้ลูกศิษย์ของเธอหยิบขนมให้ผม


สายตาคมเหลือบมองผมนิดๆ ก่อนจะหยิบขนมใส่จานแล้วยื่นให้


พี่มองแบบนั้นผมจะกล้ากินเหรอครับ


“กินสิ” เสียงนุ่มทุ้มไม่เข้ากับใบหน้าทำเอาผมชะงักมือที่จับจานอยู่


เพล้ง!


“ว้าย หลบเร็วลูก” คุณย่าดึงผมให้ห่างจากเศษจานที่กระจายอยู่บนพื้น


ร่างสูงนั่งยองๆ เก็บเศษจานโดยไม่พูดอะไร แต่ผมแอบเห็นว่านิ้วของเขาเลือดออกเล็กน้อย พอจะก้าวเข้าไปหา สายตาคมก็ตวัดขึ้นอย่างหงุดหงิด


ผมชะงักเท้าแล้วถอยกลับมายืนข้างคุณย่าตามเดิม


ไม่เข้าไปก็ได้


เขาเดินออกไปหยิบไม้กวาดมาโกยเศษจานและเศษขนมที่เหลือ


“ไปนั่งรอขนมอร่อยข้างนอกดีกว่านะ” คุณย่าพาผมออกจากครัว ผมมองแผ่นหลังกว้างอย่างกังวล


เขาจะโกรธไหมที่ผมทำขนมของเขาตก


คุณย่าเดินออกไปรับโทรศัพท์ข้างนอกและให้ผมนั่งโซฟารอขนมชุดใหม่ ผมจับมือตัวเองด้วยความกังวล เจอกันวันแรกก็ทำให้เขาเกลียดขี้หน้าแล้ว ถ้าเขาไม่ยอมให้ผมกินขนมของคุณย่าจะทำยังไงล่ะ หรือถ้าเขาเลือกขนมชิ้นเละๆ ไม่น่ากินมาแกล้งผมล่ะ ผมต้องฝืนกินไหม


แกร็ก


เสียงจานกระตบโต๊ะดึงผมออกจากภวังค์ เงยหน้ามองร่างสูงที่วางจานขนมหลากชนิดในระยะใกล้ ผมเพิ่งสังเกตว่าหน้าเขามีเค้าโครงฝรั่งนิดๆ เหมือนจะเป็นลูกครึ่ง สีตาของเขาก็ไม่ใช่ดำขลับ มีสีน้ำตาลแซมอยู่นิดๆ ถ้าไม่สังเกต เขาก็คงเป็นคนไทยคนหนึ่งที่สูงกว่าคนทั่วไป


“มองอะไร” ผมผละออกจากเขาเมื่อรู้ตัวว่ายื่นหน้าเข้าใกล้เขามากเกินไป


“ขะ...ขอโทษครับ” ผมนั่งยืดตัวตรง ขาชิดกัน


“กินสิ” พูดจบเขาก็นั่งโซฟาตัวข้างๆ ยกขาขึ้นไขว่ห้างเสมือนที่นี่เป็นบ้านของเขา เอ่อ นี่บ้านคุณย่าของผมนะ


“ครับ...” ผมรีบตักขนมกิน ตั้งใจว่าจะกินให้หมดแล้วรีบหนีขึ้นห้องเพราะบรรยากาศรอบตัวเขาดูไม่เป็นมิตร ผมรู้สึกว่าเขาไม่ชอบขี้หน้าผมทั้งที่เราเพิ่งเจอกันเพียงไม่กี่นาที


แต่ขนมของเขาอร่อยมาก แม้ไม่อยากยอมรับแต่กลมกล่อมกว่าฝีมือคุณย่า รสชาตินุ่มลิ้นของขนมลืมกลืนทำเอาผมเคลิ้ม อดไม่ได้ต้องหยิบชิ้นอื่นกินอีกเพราะอยากรู้ว่าจะอร่อยเหมือนกันไหม


“อื้มมมม” ผมร้องอย่างมีความสุข กระดิกเท้าเหมือนทุกครั้งที่ได้กินของอร่อยจนลืมไปว่าผมไม่ได้อยู่กับพ่อ แม่ หรือคุณย่า


“อร่อยขนาดนั้น”


“อื้อ อร่อยมากเลย ขออีกๆ...อ้ะ” ผมชะงักเมื่อรู้ตัวว่านั่งอยู่กับใคร รีบก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาลูกศิษย์คุณย่าที่มองนิ่งๆ


ผมคงแสดงกริยาประหลาดให้เขาเห็นไปแล้วสินะ น่าอายจริงๆ เลย


เขายื่นมือมาหยิบจานเปล่าแล้วลุกขึ้นเดินหายเข้าไปในครัว ระหว่างนั้นเสียงข้อความเข้าก็ดึงความสนใจของผมให้หยุดคิดถึงเรื่องที่เพิ่งผ่านไป ดูเบอร์ที่ส่งเข้ามาก็เห็นว่าไม่ใช่คนรู้จัก แต่ภาพที่ส่งมากลับทำให้ผมชาวาบไปทั้งร่าง


คิดว่าจะหนีพ้นเหรอหนูแอล อย่าลืมสิว่าฉันมีนี่


แนบภาพผมที่กำลังทำเรื่องอุจาดให้แฝดคู่นั้น ซูมให้เห็นใบหน้าผมเพียงคนเดียวแต่ไม่เห็นว่าผมทำให้ใคร


นอกจากนั้นยังมีคลิปวีดีโอแนบมาด้วย ผมไม่กล้ากดเล่น เพราะรู้ดีว่าคือคลิปอะไร


ทำไมต้องทำร้ายกัน ทำไมไม่ปล่อยผมไป


“ร้องไห้ทำไม” ร่างสูงวางจานแล้วมองผมด้วยใบหน้าเรียบเฉยของเขา ผมไม่ตอบอะไร ยกโทรศัพท์แนบอกแล้ววิ่งออกจากบ้าน


จะให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้






“ต้องการอะไร”


ผมโทรหาเจ้าของข้อความ หากมีวิธีใดที่ลบภาพและคลิปพวกนั้นได้ผมก็จะทำ ตอนนี้เจตอาจดีขึ้นแต่ผมไม่อยากให้เขามีปัญหาเพราะผม ส่วนพู เขาไม่สบาย แค่เขาเจ็บเพราะช่วยผมครั้งนั้นก็มากเกินไปแล้ว ผมไม่อาจให้ใครเข้ามาแก้ปัญหาให้อีกแล้ว ผมจะเผชิญหน้าด้วยตัวเอง


(ตัวมึงไง ให้กูเอาสักครั้งทุกอย่างก็จบลงด้วยดี) ปลายสายคือพี่ต้น คนที่ทำลายชีวิตของผมมาตลอด


“อยากปล่อยคลิปก็ปล่อยไป ผมไม่สนใจ” แม้จะพูดเหมือนไม่ใส่ใจ แต่ในหัวเต็มไปด้วยความกังวล กว่าจะรู้ตัวก็รู้สึกถึงรสเฝื่อนที่ปลายลิ้นเพราะกัดปากตัวเอง แต่ผมตัดสินใจดีแล้ว ผมจะไม่ยอมให้พวกเขาทำอะไรผมได้อีก


(หึ ปีกกล้าขาแข็งเชียวนะหนูแอล แต่ถ้ามึงไม่ทำตาม...กูไม่รับประกันนะว่าน้องชายของกูจะจับเพื่อนมึงไปทำอะไรบ้าง เอ หรือว่าเอาจนไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันเลยดีนะ)


“สารเลว อย่ายุ่งกับพูนะ!” แค่คิดถึงสิ่งที่พูต้องเจอผมก็กลัวไปหมด


(ทุกอย่างอยู่ที่มึงทั้งนั้นแอล ยอมกูแค่ครั้งเดียวแลกกับเพื่อนของมึง) ผมกัดปากแน่นอย่างขมขื่น


ทำไมผมไม่เคยหลุดพ้นจากพวกมัน ทำไมพวกมันต้องกลับมาหลอกหลอนมาทำร้ายผมซ้ำๆ


“ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่บ้าน ผมอยู่ต่างจังหวัด” ผมเอ่ยอย่างจำยอม แค่ครั้งเดียวคงไม่เป็นไร ผมเป็นผู้ชายยังไงก็ไม่ท้องหรอก


(วันจันทร์ก็ได้ เลิกเรียนแล้วมาหากูที่ xxx มึงน่าจะรู้จักดีนะ) ใช่ รู้จักดีเลยล่ะ พวกเขาพาผมไปที่นั่นบ่อยๆ ตอนที่ผมยังเป็นทาสให้พวกเขา


“ครับ”


(ดี ให้มันว่าง่ายๆ อย่างนี้จะได้ไม่ต้องตามตัวให้ยุ่งยาก) ปลายสายตัดไปพร้อมกับน้ำตาของผมที่ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ผมฟุบหน้ากอดขาตัวเองไว้เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยว


ผมทำถูกใช่ไหม


เสียงขยับข้างกายข้างๆ ไม่ทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมอง เพราะเดาได้ว่าเป็นใครจากกลิ่นควันเทียน และผมไม่ต้องการให้เขารับรู้เรื่องราวใดๆ


เขาเองก็เงียบ แค่นั่งอยู่ข้างผมเงียบๆ เราต่างคนต่างปล่อยให้เวลาผ่านไปจนกระทั่งแสงตะวันลับขอบฟ้า ผมเงยหน้ามองหนุ่มลูกครึ่งที่มองตรงไปข้างหน้าทอดยาวไปทางทุ่งนาพลางยกมือบีบนวดต้นคอเพราะนั่งก้มหน้านานไปหน่อย


“อยากเล่าไหม” เสียงทุ้มถามโดยไม่มองหน้า ผมส่ายหัว เขาเป็นคนนอก ไม่จำเป็นต้องมารู้เรื่องมืดดำของผม


“แต่ฉันจะเล่า” เขาเอ่ยขึ้น ถามความเห็นผมก่อนไหมว่าอยากฟังหรือเปล่า


“ฉันเกลียดการทำอาหาร และทำได้แย่จนครอบครัวต้องส่ายหน้า มีเพียงพ่อกับน้องที่ทำอาหารเป็น” หืม ผู้ชายบ้านนี้ทำอาหารเก่งเหรอ ผมไม่กล้าถามถึงแม่เขา กลัวว่าคำตอบที่ได้รับจะทำร้ายจิตใจอีกฝ่าย


“แต่แล้ววันหนึ่ง น้องของฉันไม่สบาย ฉันกับแม่ไม่มีกับข้าวกิน พ่อก็ไปต่างประเทศหลายวัน จำได้ว่าหิวมากจนพาลน้องที่นอนป่วย ออกไปเตะบอลกับเพื่อนคลายหิวแต่ก็ถูกแม่ตีเพราะไม่อยู่ดูแลน้อง” ผมเบิกตากว้าง เป็นพี่ประสาอะไรครับเนี่ย


“ฉันโมโหมากที่ถูกแม่ตี แต่พอน้องชักฉันก็กลัวน้องจะเป็นอะไรไป” เขาเงียบไปนิด “รู้ไหมว่าวินาทีนั้นหัวใจฉันแทบหยุดเต้น กังวลไปหมด ถ้าน้องของฉันตายใครจะทำอาหารให้ฉันกินตอนพ่อไม่อยู่”


มันใช่ไหมครับ ผมสงสารน้องชายของเขาจังเลยที่มีพี่แบบนี้


“พอย้ายออกมาเรียนที่นี่ ฉันก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียนทำอาหารที่ชอบกิน ฉันอยากทำอาหารกินเองได้ ไม่ต้องพึ่งน้อง ไม่สิ ฉันจะดูแลแม่กับน้องตอนป่วยด้วยตัวเอง ทำอาหารดีๆ ให้พวกเขากิน”


ผมเช็ดน้ำตา ทำไมเรื่องแย่ๆ เมื่อกี้ถึงกลายเป็นเรื่องซาบซึ้งไปได้ล่ะ


“คุณทำขนมอร่อยมาก ผมเชื่อว่าน้องและแม่ของคุณจะต้องดีใจที่ได้ชิม” ผมรีบเอาใจ เพราะขนมของเขาอร่อยมากจริงๆ


“อืม ถ้าพวกเขายอมให้ฉันแตะครัวนะ” เขายิ้มนิดๆ นิดมากจนถ้าไม่สังเกตก็คงไม่เห็น “ตานายเล่า”


ห้ะ ทำไมวกมาเรื่องผมได้ล่ะ


“ฉันเล่าแล้ว ทีนี้ตานาย หรือว่าคิดจะเบี้ยว” เขาขมวดคิ้ว


หืม แบบนี้ก็ได้เหรอ


ผมสบตาดุดันของเขา ราวกับว่าถ้าผมไม่ยอมเล่าเขาจะไม่ปล่อยผมไป


เอาเถอะ เขาเป็นคนนอก เป็นแค่ลูกศิษย์คุณย่า ยังไงก็คงช่วยอะไรไม่ได้หรอก เรื่องของผมก็คงเหมือนสายลมที่พัดผ่านไป เดี๋ยวเขาก็คงลืมไปเอง


ผมเล่าให้เขาฟังแค่เฉพาะเรื่องพี่ต้นกับพี่ตั้นตามรังควานผมและจะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับพู ส่วนเรื่องอาการป่วย ผมไม่จำเป็นต้องบอกเขา ไม่อยากให้เขามองผมเป็นคนน่าสงสารเหมือนคนอื่นๆ


เขาขมวดคิ้วและกำมือแน่นตลอดเวลาที่ผมเล่า ก่อนสีหน้าของเขากลับมาเรียบนิ่งเมื่อผมเล่าจบ


“แล้วนายจะทำยังไง ยอมเป็นเมียมันเหรอ ฟังดูก็รู้ว่ามันหลอกนาย ดีไม่ดีจะแอบถ่ายคลิปนี้มาแบล็คเมล์นายอีก” ผมนิ่งฟังคำเขา ไม่ใช่ว่าไม่เคยคิด แต่ผมห่วงพูเกินกว่าตัวของตัวเอง ผมแปดเปื้อนแล้ว แต่พูยังบริสุทธ์ ผมไม่อยากให้รอยยิ้มสดใสของเพื่อนใหม่จางหายไป


“ผมห่วงพู”


“แล้วไม่ห่วงคนที่รักนายบ้างเหรอ ทั้งพ่อ แม่ คุณท่าน หรือแม้แต่เพื่อนนายที่ชื่อพู เขาจะรู้สึกยังไงที่เพื่อนของเขาต้องมาถูกคนเลวๆ พวกนั้นทำร้ายซ้ำซากโดยที่ช่วยอะไรไม่ได้”


“แล้วจะให้ผมทำยังไง ผมไม่มีอะไรต่อรองพวกเขาได้เลย”


“ขอโทรศัพท์นาย” เขาแบมือ


“เอาไปทำไม”


“เอามาเถอะ ฉันรับรองว่าวันจันทร์นี้นายจะไม่ต้องเสียตัว กลับบ้านอย่างสบายใจหายห่วง” ผมเริ่มหวาดระแวงเขานิดๆ


“ฉันไม่คิดร้ายกับนายหรอก คุณหญิงท่านมีพระคุณต่อฉันมาก ก็แค่อยากช่วย”


“ผมให้โทรศัพท์คุณแล้วผมจะใช้อะไรล่ะ”


“อะ” เขาโยนโทรศัพท์รุ่นปุ่มกดให้ผม เอ่อ เขาใช้รุ่นนี้แล้วจะใช้หน้าจอสไลด์ของผมได้เหรอ


“ไม่ต้องมองอย่างนั้น ใช้ปุ่มกดก็ไม่ได้หมายความว่าใช้ทัชสกรีนไม่เป็น” พยักหน้ารับแล้วก้มลงมองโทรศัพท์ใหม่


ครืดๆ


เสียงโทรศัพท์สั่น หมายเลขโทรศัพท์ของผมโชว์หราอยู่หน้าจอ “ไว้จะโทรไปขอโทรศัพท์คืน”


“เอ่อ แล้วผมต้องใช้เครื่องนี้นานแค่ไหนครับ”


“ยังไม่บอก แต่อย่าแอบเปลี่ยนเครื่องล่ะ ปุ่มกดก็มีความคลาสิคเป็นของตัวเอง” ผมหัวเราะคำพูดของเขา ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นรอยยิ้มของเขา


“หัวเราะได้ก็ดีแล้ว เด็กอย่างนายไม่เหมาะกับความเศร้าหรอกนะ ไปเถอะเดี๋ยวคุณท่านเป็นห่วง ตอนออกมาก็อุตส่าห์บอกว่าจะมากระชับความสัมพันธ์ หายไปนานแบบนี้กลัวคุณท่านจะคิดไปไกล” หืม อย่างนั้นเหรอ


หมับ


เขาก้มหน้า มองมือผมที่จับมือของเขาไว้


“งั้นเราต้องทำให้คุณย่าเห็นว่าเราเข้ากันได้ดีสิ” ผมพูดยิ้มๆ


“หึ เด็กน้อยเอ้ย” เขาผลักหัวผมแต่ไม่ยอมปล่อยมือ บีบกระชับแน่นขึ้นเหมือนบอกผมกลายๆ ว่าเรื่องทุกอย่างจะไม่เป็นไร


และไม่รู้ทำไมผมถึงเชื่อใจเขา


ตึกตักตึกตัก


ผมจับหน้าอกตัวเอง


หรือว่า...


[จบพาร์ทแอล]






Tbc.







⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀
คั่นด้วยการพบกันครั้งแรกของคู่รองจ้า
เดาได้ไหมว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นครายยยย คิคิ

ตอนหน้าคู่หลักจะกลับมา จะเกิดอะไรขึ้นกับพูนั้น
โปรดติดตามตอนต่อไป  :hao3:

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์ค่ะ
มีคนทายถูกด้วยแฮะ  :katai2-1:
 
   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-04-2017 10:59:54 โดย janeta »

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
พี่ถั่วใช่ไหมมมมมมม

ออฟไลน์ Sky

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 944
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-2

ออฟไลน์ MSeraph

  • This too shall pass
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1753
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-3
พี่ถั่วนี่เองงงงงง
ไม่ปรากฏชื่อนานจนจะลืมชื่อพี่แล้วค่ะ555
ทำไมอบอุ่นอะ งือออ ต้องขนาดนี้เลยหรออ

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
ถัวพี่หรือเปล่า พ่อกับน้องทำอาหารเป็น พ่อเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ส่วนน้องก็ป่วยบ่อย  :ruready  ต้องใช่แน่ๆ

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4111
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-8
จะช่วยแอลยังไงหนอ... ดีจังในที่สุดก็มีคนที่ดูจะมืออาชีพหน่อยมาช่วยแอลแล้ว

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด