☂เหตุเกิดเพราะชอบคุณ☂ Sp3. [31-10-17]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ☂เหตุเกิดเพราะชอบคุณ☂ Sp3. [31-10-17]  (อ่าน 79269 ครั้ง)

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
แอลสตรองมากกกกกกกกก

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
บทที่ 9
เหตุเกิดเพราะ...เพื่อนเก่า



“แอลชอบพู”


เฮือก!


ผมรีบหลบหลังต้นไม้ทันทีที่คำพูดนั้นออกจากปากแอล จากที่ตั้งใจจะไปหาคนตัวเล็กกลับนิ่งฟังคำสารภาพโดยไม่ตั้งใจ


อะ...แอลชอบผมอย่างนั้นเหรอ


ผม...หวังได้ใช่ไหม


แต่ทำไมบอกพี่เจตล่ะ


ผมโคลงหัวอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็แอบฟังบทสนทนาของสองคนนั้นอย่างใจจดใจจ่อ


“พูดอะไรของนายน่ะแอล” พี่เจตยืนหน้าเครียด เขาคงไม่อยากให้น้องชายสุดที่รักมาชอบผมอย่างแน่นอน


พี่ครับ คนจะชอบกันห้ามไม่ได้หรอกนะ หึหึ


“แอลพูดเรื่องจริงไง ถ้าเจตไม่คิดอะไร คงไม่ผิดใช่ไหมถ้าแอลจะคบกับพู”


อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


ผมปิดปากแน่น กลั้นเสียงเล็ดลอดสุดกำลัง ยืนดีดดิ้นอยู่หลังต้นไม้ด้วยหัวใจเต้นรัว


แอลจะคบกับโผ้มมมมมมม


“พี่ไม่อนุญาต!” เสียงแข็งดุน้อง ยืนกอดอกจ้องคนตัวเล็กเขม็ง


พี่จะกีดกันอะไรนักหนาครับ ผมไม่ดีตรงไหน ออกจะชัดเจนชอบน้องชายพี่คนเดียวเนี่ย


“งั้นบอกเหตุผลมาสิครับ” คนตัวเล็กพูดยิ้มๆ


ใช่ๆ บอกมาเลย ถ้าผมไม่ดีตรงไหนจะได้รีบปรับปรุงตัวให้เหมาะสมกับน้องชายพี่เอง คนนี้ผมจริงจังจริงใจมากนะพี่


“ไม่มีเหตุผลอะไรทั้งนั้นแหละ ไปๆ รีบกลับบ้านเดี๋ยวรถเมล์หมด” พี่เจตบอกปัดก่อนจะโอบไหล่น้องชายตัวเล็กพาเดินออกจากโรงเรียน


ไรว้า ผมอยากรู้มากเลยนะว่าทำไมพี่เจตถึงไม่อยากให้แอลคบกับผม
.
.
.
“สวัสดีครับ” ชายแปลกหน้าโผล่พรวดเข้ามาทันทีที่ผมเดินพ้นจากประตูโรงเรียน


“เอ่อ...ครับ” สัญชาตญาณบอกให้ผมรีบออกไปจากตรงนี้ แต่ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มดูไม่มีพิษมีภัยทำให้ผมหยุดฟัง สมองผลักไสสัญชาตญาณนั่นทิ้งไป


คนหล่อลากขนาดนี้จะมาทำร้ายใครได้ล่ะ


“ผมรันครับ นายชื่ออะไร”


“พูครับ มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า” ผมยิ้มตามรอยยิ้มเขา คนอะไรแค่ยิ้มโลกก็สว่างสดใสไปหมด เขาหัวเราะนิดๆ พลางมองผมที่ยิ้มเก้ออย่างไม่เข้าใจว่าเขาหัวเราะทำไม


“คือ...ผมตามหาแอลอยู่น่ะครับ ทราบมาว่าเขาอยู่ที่โรงเรียนนี้ นายรู้จักไหม” ทันทีที่ชื่อคนตัวเล็กหลุดจากปาก สัญชาตญาณอันแรงกล้าก็ร้องลั่นเตือน


“ตามหาทำไมเหรอครับ” ผมขมวดคิ้วสงสัย หรือจะเป็นคนที่เคยทำร้ายแอล แต่คนนั้นชื่อต้นกับตั้นนี่นา คงไม่ใช่หรอกมั้ง


“ผมเป็นเพื่อนแอลครับ และอยาก...ขอโทษ” เขาก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด “ขอโทษที่ไม่ได้ปกป้องเขาในฐานะเพื่อน” สายตาเว้าวอนส่งมายังผม


“นายพาเขามาพบผมได้ไหม ให้ผมได้ขอโทษในสิ่งที่ทำผิดไป ถึงเขาไม่ให้อภัยผมก็ยังอยากขอโทษ” ไม่มีแววล้อเล่นในสายตาคู่นั้น เขามองผมอย่างขอร้องจนผมเกือบใจอ่อน


ผมชั่งใจ ใจหนึ่งก็อยากให้แอลตัดขาดจากเพื่อนเก่าไปเสียแล้วเริ่มต้นใหม่ แต่อีกใจก็ไม่อยากให้คนตัวเล็กต้องเสียใจที่บาดหมางกับเพื่อนไปตลอดชีวิต ถ้าปรับความเข้าใจและให้อภัยกันอาจจะทำให้ความสัมพันธ์ที่เคยแตกร้าวกลับมาสมานอีกครั้งก็ได้


“ผมไม่รับปากว่าจะพาแอลมา แต่จะถามเขาให้ว่าอยากเจอนายหรือเปล่า”


“แค่นั้นก็ดีแล้วครับ เอ่อ ขอเบอร์นายหน่อยสิ ถ้าแอลตกลงเราจะได้นัดเจอกัน” ผมพยักหน้ารับ หยิบโทรศัพท์ส่งให้เขาเมมเบอร์มือถือ “ขอบคุณมากนะครับ” เขาเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะเดินจากไปอีกทาง


เรื่องนี้คงต้องให้แอลตัดสินใจเอง


คืนนั้นผมคุยไลน์กับแอลทั้งคืนเรื่องเพื่อนของเขา แอลตอบตกลงทันทีที่ผมบอกชื่อเพื่อนคนนั้นไป


‘รันเป็นเพื่อนที่ดี เขาคอยรับผิดพร้อมเราทุกครั้ง บางทีเขาอาจถูกบังคับให้ใส่ร้ายเราก็ได้ เราอยากคุยกับเขาอีกสักครั้งพาเราไปหาเขานะพู’


ผมตกลงกับแอลว่าเราจะไปหาเขาหลังเลิกเรียนด้วยกัน เพราะใจหนึ่งผมไม่ไว้ใจเพื่อนแอลคนนี้เท่าไรนัก รู้สึกกังวลแปลกๆ แต่เพราะใบหน้ารู้สึกผิดประกอบกับความไว้ใจของแอลทำให้ผมตัดความสงสัยทิ้งไปทั้งหมด


“วันนี้เจตไม่อยู่” แอลบอกผมเมื่อหันซ้ายหันขวาไม่เห็นร่างสูงตามประกบคนตัวเล็กเช่นเคย แอลบอกว่าวันนี้พี่เจตต้องช่วยงานห้องสภานักเรียนเลยให้แอลกลับบ้านเอง คนตัวเล็กจึงรีบมานั่งรอผมที่หน้าห้องเรียนทันที นั่งอ่านหนังสือเงียบๆ อยู่หน้าห้องเรียนจนกระทั่งหมดคาบ


พอครูออกจากห้องเสียงโห่แซวเรื่องที่ผมกิ๊กกั๊กกับแอลลามไปทั่วทั้งห้อง ยิ่งพอเห็นแอลมารอผมเลิกเรียนยิ่งทำให้พวกมันพูดมากกว่าปกติ


“คบกันหรือยังเนี่ย” เพื่อนคนหนึ่งในห้องเป็นตัวแทนเอ่ยถามคำถามที่ทุกคนอยากรู้


“วู้ พูดอะไรของมึง” ผมร้องปฏิเสธพลางยัดของใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว


“หน้าอย่างมัน กว่าจะได้คบคงต้องรอชาติหน้านั่นแหละ” ผมตบหัวเพื่อนซี้ที่พูดไม่เข้าหู เหลือบมองแอลที่เบือนหน้าไปทางอื่นด้วยใบหน้าขึ้นสี


วันนี้ผมจะขอคนตัวเล็กเป็นแฟนครับ


ในเมื่อใจตรงกันก็ไม่จำเป็นต้องรออีกต่อไป


“รันนัดพูที่นี่เหรอ” แอลถามเมื่อเราเดินเข้ามาในตรอกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ๆ โรงเรียน แต่ไม่ค่อยมีคนผ่านเท่าไรนักเพราะข้างในเป็นซอยตัน น้อยคนนักจะรู้ว่าซอยนี้เชื่อมกับภายในโรงเรียน และผมกับแบงค์ก็เป็นส่วนน้อยที่ใช้ทางนั้นโดดเรียนเป็นประจำ เด็กดีไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างนะครับ


“อื้ม เห็นบอกว่ากลัวพี่ตั้นรู้ว่ามาหาแอลเลยต้องหาที่ลับๆ นัดเจอน่ะ”


ครืดๆ


ผมหยิบโทรศัพท์ออกมา มองหน้าจอที่ปรากฏรูปเพื่อนซี้ยืนโชว์ซิกแพ็คที่ไม่รู้มาจากไหนโชว์หรารอให้ผมกดรับสาย


แล้วมันเอาโทรศัพท์ผมไปเปลี่ยนรูปตัวเองตอนไหนวะ


“ว่า” ผมกรอกเสียงอย่างไร้อารมณ์ ไร้อารมณ์เพราะภาพหน้าจอนี่แหละครับ


(อยู่ไหนเนี่ย มึงลืมสมุดเลขไว้ที่ห้อง จะไม่ทำการบ้านรึไงห้ะ แล้วกูจะลอกใคร) โถ ผมก็นึกว่ามันจะเป็นห่วง กลัวผมว่าจะไม่มีงานส่ง แต่ที่แท้กลัวไม่มีคนให้ลอก ผมส่ายหัวนิดๆ แล้วตอบกลับไป


“อยู่ตรอกลับมารอเจอเพื่อนแอล แล้วมึงน่ะหัดทำการบ้านเองบ้าง!”


(เหอะน่า ช่วงนี้กูต้องเก็บไอเท็ม ไม่ว่างทำ แบ่งเพื่อนนิดหน่อยทำเป็นงก งั้นเดี๋ยวกูเอาไปให้ แป๊บเดียว รออยู่ตรงนั้นนะ)


“เออๆ รีบมา” วางสายเสร็จปั๊บเสียงฝีเท้าหลายคู่ก็เข้ามาใกล้ ผมหันกลับไปมองทางออกที่มีชายหลายคนเดินดาหน้าเข้ามา พอวิ่งเข้าไปในซอยก็เห็นรันนั่งอยู่บนลังไม้ใกล้ๆ ผู้ชายคนหนึ่งที่ผมคุ้นหน้าแต่จำไม่ได้ว่าเคยเห็นที่ไหน


“พะ...พี่ต้น” รันฉีกยิ้มหวานเดินเข้ามาใกล้เรา ผมดึงแอลไปอยู่ข้างหลังประจันหน้ากับผู้ชายที่หลอกผมว่าเขาชื่อรัน


“หึหึ ขอโทษด้วยนะที่หลอกนาย แต่ฉันจำเป็นต้องทำ ไม่อยากให้น้องชายโกรธนี่นา” สิ้นคำนั้นผู้ชายอีกคนก็ก้าวเข้ามาหาเรา ดวงตาคมกริบของเขาและรอยยิ้มแสยะทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่าเขาคือคนเดียวกับที่มองแอลที่โรงหนังวันนั้น


“ตั้น” เจ้าของชื่อแย้มยิ้มน่าขนลุกเมื่อผมเอ่ยชื่อของเขา


“คิดไม่ผิดจริงๆ” เขากวาดตาไปทั่วตัวผมด้วยสายตากระหายอยาก ผมขนลุกซู่ไปทั้งตัวแต่ก็ทำใจกล้าบังแอลที่ยืนตัวสั่นด้วยความกลัว


“ต้องการอะไร” ผมเอ่ยถามร่างสูงเสียงแข็ง เขาหัวเราะนิดๆ ก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้


“ตัวนาย” ผมก้าวถอยหลังหนี ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไป ผมไม่รู้เลยว่าจะหาทางรอดจากสถานการณ์นี้อย่างไรดี


“ไอ้เด็กเวรนั่นของมึง จะไปจัดการอะไรก็เรื่องของมึง ส่วนคนนี้” ไอ้ตั้นบอกน้องชายที่ยืนยิ้มหวานก่อนจะแลบลิ้นเลียริมฝีปากมองผมตาวาว “ของกู”


“อย่ายุ่งกับแอล!” ผมกอดแอลแน่นเมื่อรันทำท่าจะเข้ามาคว้าคนตัวเล็ก ไม่สิ เขาคือต้น ผู้ชายสารเลวที่เคยหลอกแอล


ไม่ยอม ยังไงก็ไม่ยอมให้พวกสวะทำอะไรแอลได้อีก


“จิ๊ พวกมึงน่ะ จัดการแยกมันสองคนดิ๊” ต้นตะโกนบอกพรรคพวกที่ยืนเรียงรายกั้นทางออกอยู่ให้เข้ามาแยกผมออกจากแอล “ช้ำนิดๆ หน่อยๆ ได้ไหมมึง” มันหันไปถามแฝดน้องด้วยใบหน้ายิ้มๆ


“ซาดิสม์ไม่เปลี่ยนนะมึง เอาเถอะ จะทำอะไรก็ทำ เหลือให้กูเล่นสนุกกับหนูน้อยน่ารักคนนั้นก็พอ” ตั้นมองผมก่อนจะเดินกลับไปนั่งสูบบุหรี่


“เต็มที่เลยพวกมึง” สิ้นคำสั่ง ลูกน้องที่ดูคร่ำศึกและมีบาดแผลฉกรรจ์ตามเนื้อตัวก็เริ่มเข้ามาแยกผมออกจากแอล


ผมยังคงกอดแอลไว้ ยกเท้าถีบเมื่อพวกมันเข้ามาใกล้ นึกเสียดายที่ไม่ได้ฝึกซ้อมกับแม่จนเก่งมากกว่านี้


ผมถูกชกสวนกลับมา ตามด้วยฝ่าเท้าไม่เบาแรง แต่แม้จะถูกเตะถูกชกมากแค่ไหน ผมจะไม่ยอมให้แอลต้องเจ็บแม้แต่ปลายเล็บ


“หึหึ อึดดีนี่หวา” หนึ่งในพวกมันยกเท้าถีบผมอย่างแรง


ผลัก


ผมใช้มือบังศีรษะของแอลไว้ไม่ให้กระแทกพื้น แล้วกอดแอลไว้แนบอก กัดฟันรับฝ่าเท้าหลายสิบคู่กระหน่ำแรงลงมาไม่ยั้งผมเริ่มเจ็บหน่วงไปทั่วทั้งตัวแต่ก็อดทนเพื่อความปลอดภัยของคนในอ้อมแขน


“ฮึก พู ฮือ” เสียงสั่นเครือของคนตัวเล็กเรียกให้ผมก้มลงยิ้มปลอบใจ


“ไม่เป็นไรแอล อึก ระ...เราจะต้องปลอดภัย”


เสียงไซเรนของรถตำรวจดังแว่วเข้ามา ฝีเท้าเหล่านั้นหยุดนิ่งค้างไว้ก่อนจะรีบเพ่นหนีกันออกไปทันที


“ไอ้ตั้นไปโว้ย พ่อมึงมากแล้ว” ต้นตะโกนลั่นแล้ววิ่งพรวดไปอีกทาง สายตาคมกริบเหลือบมองผมก่อนจะขยี้บุหรี่อย่างแรง


“คราวหน้ากูจะพามึงขึ้นสวรรค์” มันก้มลงตบแก้มผมเบาๆ ก่อนจะวิ่งหนีไปพร้อมกับพี่ชาย


“อึก” เมื่อไม่มีใครอยู่บริเวณนั้นผมก็ปล่อยแอลออก นอนแผ่หลาอย่างหมดสภาพแล้วหายใจสูดกลิ่นชื้นเข้าเต็มปอด


“เชี่ยถั่ว เป็นยังไงบ้างวะ” เพื่อนซี้ของผมพุ่งเข้ามาหาพร้อมโทรศัพท์มือถือของมันที่ยังค้างอยู่ที่โปรแกรมเล่นเสียง เคยถามเหมือนกันว่าจะเก็บเสียงไซเรนไว้ทำไม แบงค์ตอบแค่ว่าเท่ดี


หึ คงต้องขอบคุณความเท่บ้าบอของแบงค์ที่ทำให้ผมกับแอลรอดตาย


“ยิ้มเชี่ยอะไรของมึงห้ะ” แบงค์โวยลั่น น้ำตาซึมเมื่อเห็นสภาพของผม


“คะ...ความผิดเราเอง ฮึก ขอโทษนะพู ฮือ” แอลปาดน้ำตา จับมือผมไว้แน่นด้วยมืออันสั่นเทา ผมค่อยๆ ยันตัวเองขึ้นแล้วลูบหลังแอลอย่างปลอบประโลม


“ไม่เป็นไรแล้ว เราปลอดภัยแล้วนะ” ผมกอดคนตัวเล็กแน่น รู้สึกกลัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ถ้าวันนี้ผมติดธุระอีกคนหรือปล่อยให้แอลมาคนเดียวจะเกิดอะไรขึ้น ผมคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต


“ไปหาหมอกันมึง” ผมพยักหน้ารับคำแบงค์ก่อนที่ทั้งคู่จะช่วยพยุงผมพาออกจากตรอกนั้น


“ต๊าย ไปทำอะไรกันมาเนี่ย” แม่ร้องลั่นทันทีที่ผมเดินเข้ามาในบ้านพร้อมแบงค์ ส่วนแอล เราพาเขาไปส่งที่บ้านก่อนหน้านี้แล้วครับ ตอนแรกคนตัวเล็กจะมาส่งผมด้วยกัน แต่ผมปฏิเสธเพราะไม่อยากให้แอลอยู่ข้างนอกนาน กลัวพวกมันจะดักทำร้ายแอลอีก


“แหะๆ” แบงค์ยิ้มแห้งก่อนจะพาผมไปนั่งโซฟาให้แม่ซักฟอก จัดการวางกระเป๋าไว้ข้างโดยไม่ลืมสอดสมุดเลขใส่กระเป๋าให้ก่อนจากไป


“เล่ามาซิ” แม่นั่งกอดอกนั่งอยู่ข้างๆ  ผมเหลือบมองพ่อที่เดินถือจานข้าวเข้ามาหาด้วยสายตาเป็นห่วง


คงปิดบังไม่ได้แล้วสินะ


ผมเล่าเรื่องราวของแอลให้พ่อกับแม่ฟังและย้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นเพราะผม ถ้าผมไม่หลงคิดว่ารันเป็นเพื่อนของแอล ไม่พาคนตัวเล็กไป เรื่องทั้งหมดก็คงไม่เกิดขึ้น


“จำไว้เป็นบทเรียนเลยนะพู อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า แล้วเพื่อนเราเขาเป็นอะไรมากไหม” ผมส่ายหน้า


“ปลอดภัยก็ดีแล้วลูก” พ่อลูบหัวผม “แจ้งความไหม เดี๋ยวพ่อให้ลุงโก้จัดการให้”


“แจ้งเรื่องไว้ก็ดีครับพ่อ ผมกลัวว่าพวกเขาจะไม่หยุดแค่นี้” พ่อพยักหน้ารับก่อนจะลุกขึ้นโทรหาลุงโก้เพื่อนตำรวจที่สนิทกันดีให้ช่วยรับเรื่องไว้เพราะผมมีหลักฐานใบรับรองแพทย์อยู่


“พรุ่งนี้ไม่ต้องไปโรงเรียน พักรักษาตัวให้หายก่อนเข้าใจไหม” แม่กำชับก่อนจะปล่อยให้ผมกินข้าวกินยาแล้วสั่งให้ขึ้นไปอาบน้ำนอนทันที


พอออกจากห้องน้ำแสงวูบวาบหน้าจอก็แสดงข้อความจากคนตัวเล็ก ผมยิ้มนิดๆ ก่อนจะกดตอบไป


Purin : ไม่เป็นไรแล้วคร้าบบบบบบบบบบ


Omyim: พู...เราขอโทษนะ


Purin : เราจะดีใจมากถ้าแอลเลิกขอโทษเรา


Omyim: ...


Purin : อ้อ แอล เรามีเรื่องจะขอ


ผมนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องสำคัญต้องตกลงกับแอลก่อน ก่อนจะหัวเราะนิดๆ เมื่ออ่านข้อความที่เพิ่งส่งเข้ามา


Omyim: ขอเลย แอลให้ได้หมดทุกอย่าง


ขอตัวและหัวใจแอลได้ไหม งื้อ แม้จะคิดอย่างนั้นแต่ผมก็พิมพ์ตอบไปอีกอย่าง


 Purin : ห้ามบอกเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ให้พี่เจตรู้นะ


Omyim: ทำไมล่ะ เรื่องใหญ่มากนะ


Purin : ตอนนี้เขาบาดเจ็บอยู่นะ ถ้าเกิดเขาไปหาเรื่องพวกนั้นแล้วบาดเจ็บกว่าเดิมล่ะ


ผมไม่กล้าพูดว่าแอลจะคลุ้มคลั่งขึ้นมาอีก ไม่อยากทำร้ายใจคนตัวเล็กแต่ผมจำเป็นต้องหยุดเหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อคนตัวเล็กให้มากที่สุด


Omyim: อือ ก็ได้ แต่พูจะบอกเจตยังไงล่ะเรื่องแผล


Purin : พรุ่งนี้เราไม่ไปโรงเรียน ก็มั่วเอาว่าไปชกกับคู่อริก็ได้ โดนเรียกเข้าห้องปกครองสักครั้งคงไม่เป็นไรหรอก


Omyim: ขอโทษนะ


Purin : ถ้าพูดอีกเราจะไม่คุยกับแอลแล้วนะ -*-


Omyim: เราไม่พูดแล้ว


Purin : ดีมาก


ผมนอนคุยกับแอลไปเรื่อยจนกระทั่งสายโทรเข้าจากคนที่หายหน้าหายตาไปนานจู่ๆ ก็ติดต่อมา


‘ถั่วพี่’


ผมชอบเมมชื่อพี่ชายแบบนี้แหละครับ ส่วนชื่อแอลน่ะเหรอ ที่รักไงคิคิ


“นึกว่าตายไปแล้วนะเนี่ย” ผมพูดกวนใส่คนปลายสาย อีกฝ่ายพ่นลมหายใจแล้ววางสายทันที


“อ้าว” พอผมโทรกลับพี่ชายบังเกิดเกล้าก็ปิดเครื่องไปแล้ว


อะไรของพี่ลันเตาวะ





Tbc.







⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀
ช่วงนี้ให้โอกาสน้องพูทำคะแนนก่อนค่ะ พี่เจตยังไม่เผยความลับค่า 555
แต่พาร์ทหน้าให้พี่เจตมาตอบเองดีกว่าว่าเขาคิดอะไรอยู่  :hao3:
ศัตรูเริ่มมาแล้ว และไม่จบแค่ครั้งนี้อย่างแน่นอน
และเรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้นต้องติดตามคิคิ
ปล.พี่ลันเตาคือชายผู้มีบทบาทในอนาคตค่ะ 555
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์ค่ะ  :mew1:
   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-03-2017 20:45:42 โดย janeta »

ออฟไลน์ Sky

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 944
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-2
โอ้ยยย พู เจ็บมากมั้ย ฮือออ แต่นายเท่มาก เอาใจเราไปเลย

ออฟไลน์ me12inzy

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 458
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-2
คนชั่วๆจะต้องรับกรรมแน่นวลลล น้องแอลน้องพูน่าสงสาร

ออฟไลน์ Zetnezz

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
ถั่วพี่ มาช่วยน้องจัดการตัวร้ายสิ่ๆ

ออฟไลน์ Ujeen

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 116
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ไปตายซะไอ้แฝดนรกกกกกกก :angry2: เลวทั้งพี่ทั้งน้องเลย :m31:

ออฟไลน์ GuoJeng

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
 พี่ลันเตาดูจะปกป้องแอลได้มากกว่าใครเลยนะ พี่ลันเตาจะมาช่วยแอลแน่ๆ

ออฟไลน์ utamon

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 706
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-2
น้องพูมาอย่างแมนอ่ะ :m3:

ออฟไลน์ kyungploy

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 335
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
น้องพูคนเก่งของพี่ แมนมากเลย กอดๆน้า หายไวๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ iAlexiajang

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 68
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
แอบร้ายกาจนะตัวเล็กกกก

ออฟไลน์ iAlexiajang

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 68
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
พี่ล้นเตาต้องกลับมาจัดการให้น้องถั่วนะคะ!

ออฟไลน์ Lalaleega

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ไม่ชอบแฝดเลย โรคจิต :m16:

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
บทที่ 10
เหตุเกิดเพราะ...ไม่มา





สายตาคมกวาดไปทั่วโรงอาหาร แต่คนที่เขามองหากลับไม่อยู่บริเวณนั้นเลย เมื่อเช้าชะเง้อคอมองหาหน้าเสาธงก็ไม่เห็นแม้แต่เงา พอเลิกแถวทำเนียนเดินไปดูกลุ่มคนมาสายก็ไม่พบ


น่าแปลก หายไปไหน


“ยังไม่เลิกมองหาอีกนะมึง” ผมหันกลับมามองเพื่อนซี้ที่ส่งขวดน้ำให้แล้วนั่งลงข้างๆ กัน


“...” ผมทำเป็นไม่ได้มองใคร แต่พอไม่ได้คิดอะไรสายตาก็กวาดหาไปทั่วจนกว่าจะพบว่าเขาอยู่ตรงไหน


“น้องไม่มาหรอกครับ ไอ้แบงค์บอกไม่สบาย ไม่ต้องมองหาแล้วเดี๋ยวสาวๆ เข้าใจผิดคิดว่ามึงสนใจพวกเธอ” ผมหันควับกลับมาหาแจ้ที่เปิดขวดดูดน้ำอย่างสบายใจเฉิบแล้วขมวดคิ้ว


ไม่สบายเหรอ


“ครับคุณสารวัตรนักเรียน น้องไม่สบาย” แจ้ส่ายหน้ายิ้มๆ มันรู้อยู่แล้วว่าผม ไม่ค่อยพูดเท่าไร


แต่ถ้ากับคนที่ชอบ อาจจะพูดมากไปสักนิด


“เจต” เสียงเล็กๆ ของส้ม เพื่อนร่วมห้องเดินเข้ามานั่งข้างๆ โดยไม่เอ่ยขออนุญาต ผมเขยิบถอยออกจากเธอ จงใจเมินสายตาที่คิดกับผมมากกว่าเพื่อน


“ส้มมีธุระอะไรจ้ะ” แมร์หรือกาละแมร์เพื่อนสาวคนสนิทของผมเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มพลางวางจานข้าวและแก้วน้ำลงบนโต๊ะ


“เราแค่จะให้เจตช่วยสอนการบ้านน่ะ คือไม่ค่อยเข้าใจข้อนี้เท่าไหร่” เธอยื่นสมุดเล่มบางส่งให้ผมช่วยดู ผมกวาดตาเพียงครู่เดียวก็รู้คำตอบแล้ว อันที่จริงโจทย์ข้อนี้มีตัวอย่างในหนังสือ และวิธีทำก็อย่างที่ครูเพิ่งสอนไปเมื่อคาบที่แล้ว ทำไมเธอแก้ไม่ได้ล่ะ


“เดี๋ยวค่อยให้มันสอนได้ไหม นี่พักกลางวันนะ พวกเราหิวข้าวม้ากมาก” แมร์เน้นเสียงก่อนจะเข้ามาแทรกที่ว่างเพียงน้อยนิดระหว่างผมกับส้ม ฉีกยิ้มร้ายให้อีกฝ่ายที่รีบดึงสมุดกลับไปแล้วขอตัวไปหาเพื่อน


“ขอบใจ” ผมเอ่ยบอกเพื่อนสาวที่เชิดหน้าใส่


“เออ เสน่ห์แรงเข้าไปเถอะย่ะ นี่ฉันต้องเป็นไม้กันหมาให้แกอีกกี่ครั้ง โดนเกลียดทั้งโรงเรียนแล้วมั้งเนี่ย” แมร์ตักไก่ทอดเข้าปากอย่างตะกละตะกลามทำลายภาพพจน์ดาวโรงเรียนไม่มีเหลือ


“กูกราบเถอะแมร์ มึงช่วยกินให้เรียบร้อยหน่อยได้ไหม ให้มันเข้ากับหน้าหวานๆ ของมึงหน่อยเถอะ” แจ้นวดขมับเมื่อเห็นเพื่อนสาวไร้ความเป็นกุลสตรีอย่างมาก ผมหัวเราะนิดๆ


“ไม่ต้องมาหัวเราะฉันเลยเจต แล้วนี่เลิกมองหาน้องน้อยของฉันแล้วเหรอยะ” ผมปั้นหน้านิ่งตักข้าวพะแนงหมูกับผัดฟักทองเข้าปาก


อาหารที่เขาชอบ


“พอรู้ว่าน้องไม่มาก็เลิกหาแล้ว โด่ แทนที่จะไปถามไอ้แบงค์ตั้งแต่เช้า ฟอร์มอยู่ได้ กูเลยไปถามให้จบๆ”


“หึ ป๊อดแบบนี้ฉันว่าชวดแน่ๆ น้องพูยิ่งสนใจน้องแอลอยู่ด้วย ดีไม่ดีคบกันตัดหน้าแกแน่นอน”


“ไม่มีทาง” ผมสวนกลับทันที


ไม่ยอม ยังไงก็ไม่ยอมให้สองคนนั้นคบกันเด็ดขาด


“มึงจะไปสู้อะไรน้องแอลได้ คนนั้นเขาน่ารักตัวเล็กบอบบางตะมุตะมิ มึงนี่อะไร ตัวโตอย่างกับควาย ซิกแพ็คอย่างแน่น คนละไซส์กันเลยนะโว้ย”


“...” ตอบโต้อะไรไม่ได้สักอย่างเลยครับ ยิ่งรู้ว่าคนที่พูชอบคือแอล ใจผมยิ่งร้อนรนไปหมด ผมไม่มีอะไรน่ารักสู้แอลได้สักอย่าง และดูเหมือนพูจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าผมด้วย


แต่นั่นไม่โหดร้ายเท่าน้องชายของผมก็ชอบพูเหมือนกัน


ทำไม่ต้องมาชอบคนเดียวกับพี่ด้วยห้ะแอล!


“ชักช้าไม่ได้แล้วนะเจต แกต้องรีบรวบหัวรวบหางจับน้องทำเมียไปเลย ได้ทั้งแฟนและได้กันผู้หญิงคนอื่นออกไปด้วย!”


“มึงยังเป็นผู้หญิงอยู่ไหมแมร์ ดูความคิดแต่ละอย่าง”  แจ้ส่ายหน้าหน่ายๆ


“เอ้า ฉันหาทางช่วยให้เพื่อนสมหวังอยู่นะ เดี๋ยวน้องโดนแย่งไปแล้วจะรู้สึก”


“ทำยังไง” ผมเกาะแขนแมร์ด้วยแววตาขอร้อง แต่เหมือนผมจะคิดผิดที่ขอความช่วยเหลือจากเธอ


แมร์แย้มยิ้มร้าย “ตามที่ฉันบอกเลย โป๊ะยาสลบ อุ้มขึ้นรถ ยัดเยียดความเป็นผัวแล้วตกลงเป็นแฟนกัน”


“อย่าไปฟัง” แจ้ยกมือปิดหูผม ไม่ยอมให้แมร์สาธยายอะไรให้ผมฟังอีก


“เอ๊ะ แกนี่” แมร์เท้าสะเอวทำตาเขียวปั๊ด


“เอ่อ พี่ๆ ครับ” เสียงทุ้มเรียกพวกผมให้หันไป


“อุ้ย น้องแบงค์คะ ลมอะไรหอบมาหาพี่เอ่ย” แมร์ยิ้มหวานกลับมาเป็นสาวเรียบร้อยทันทีที่เห็นหน้ารุ่นน้อง


“ผมเอาขนมกับจดหมายจากเพื่อนๆ มาให้ครับ” แจ้รับไปถือไว้แล้วถือโอกาสถามถึงเพื่อนสนิทของอีกฝ่าย


“แล้วไอ้พูเป็นอะไร ทำไมไม่มาโรงเรียน” ทำดีมากครับเพื่อน


“เอ่อ” แบงค์ทำตาเลิ่กลั่กเหมือนพยายามหาเรื่องปิดบังพวกเราอยู่ “ไม่สบายครับ”


“คราวที่แล้วก็ท้องเสียนี่ ใช่ไหม” แมร์ถามต่อ


“ครับ” รุ่นน้องพยักหน้าก่อนยกมือปาดเหงื่อดูกังวลแปลกๆ


“แปลกๆ นะไอ้แบงค์” แจ้เองก็คิดเหมือนกันกับผม


“ไม่มีอะไรหรอกพี่ ผมขึ้นห้องก่อนนะ ไปปั่นงานวิชาอาจารย์ศักดาก่อน ไอ้พูไม่อยู่ไม่มีคนให้ลอกเลย” พูดจบแบงค์ก็รีบวิ่งออกไปทันที


“ฉันคิดว่าน้องแบงค์ปิดบังบางอย่าง เซ้นส์ของว่าที่ภรรยาในอนาคตบอกฉัน”


“เหอะ ถามความสมัครใจน้องรึยัง”


“เอ๊ะ แกนี่ หรือจะให้เขาเป็นคู่จิ้นกับน้องพูล่ะ” แมร์เน้นคำว่าพูจนผมต้องตวัดสายตามองเพื่อนสาวอย่างไม่สบอารมณ์


กระแสคู่จิ้นแบงค์พูดังมาตั้งแต่ม.ต้นแล้วครับ เพราะทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกันมาก เล่นอะไรก็ถึงเนื้อถึงตัวกันตลอดจึงมีหลายคนเก็บภาพไปตั้งเพจกันมากมายโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ แต่ผมรู้ดีเพราะแอบส่องกระแสนี้มาตลอด กดเจอเมื่อไรก็กดรีพอร์ตเพจทุกครั้ง เอาให้ไม่มีคู่จิ้นกระแสนี้อยู่อีกเลย จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้เกิดกระแสคู่ใหม่


‘พูแอล’


ผมหงุดหงิดมากเพราะไม่รู้ไอ้คนถ่ายภาพไปเอาภาพคู่ของทั้งสองมาจากไหน และทุกภาพก็สื่อความหมายไปในทางที่มากกว่าเพื่อน ผมจึงกดรีพอร์ตเพจตามเดิม


จะมีก็แค่กระแสคู่เดียวเท่านั้นที่ผมสนับสนุนแถมยังแอบส่งภาพโมเม้นเล็กๆ ให้แอดมินเสมอ นั่นก็คือ ‘เจตพู’


ผมแอบส่งที่อยู่ของเราให้แอดมินตามถ่ายรูปตลอด ใช้เฟซตัวเองนั่นแหละส่งข้อความไป แอดมินก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกครับ


“เออเจต ภาพที่แกไปเดทกับน้องในโรงหนังโคตรเรียลอะ คนไลค์ตั้งสองพันคนแหน่ะ ฉันไม่รู้ว่าน้องพูกลัวผีขนาดนั้นนะเนี่ยฮ่าๆ”


ครับ กาละแมร์เพื่อนผมเองที่เป็นแอดมินเพจ ‘เจตพู’ คอยบังคับให้ผมส่งภาพที่มีทั้งหมดให้มันเอาไปลงเรียกกระแส ตอนนี้มีคนตามอยู่สองหมื่นคนครับ คาดว่าในอนาคตจะมีมากกว่านี้ถ้าผมคบกับน้องแล้ว


อ่า...คบกันสินะ


“แหน่ะ ยิ้มอะไรเจต” ผมปัดนิ้วชี้ของเพื่อนสาวที่ยื่นเข้ามาแล้วหนีไปค้นจดหมายของน้องรหัส


“จะค้นทำไม น้องไม่มาแปลว่าจดหมายไม่มี” แจ้ฮุบถุงขนมทั้งหมดแล้วยื่นเพื่อนร่วมห้องที่นั่งอยู่ใกล้กัน มันจำได้หมดครับว่ารุ่นน้องม.5คนไหนเป็นน้องรหัสใคร


แมร์ดูดน้ำจนหมดแก้วแล้วถามผม “เออ ใช่ แกจะซื้ออะไรให้น้อง อาทิตย์หน้าเฉลยสายแล้วนะ”


“ยังไม่รู้เลย”


นอกจากขนมที่น้องชอบแล้วผมไม่รู้เลยว่าน้องอยากได้อะไร อันที่จริงไม่อยากซื้อขนมเป็นของขวัญเปิดตัว ผมอยากให้ของที่พิเศษแก่น้อง เขาจะได้เก็บไว้ได้นานที่สุด และนึกถึงผมเมื่อเห็นของชิ้นนั้น


รูปตัวเองใส่กรอบดีไหมนะ


“อย่าคิดจะเอารูปตัวเองใส่กรอบให้น้องเชียวนะ” แมร์พูดขึ้นอย่างรู้ทัน สายตาวิบวับนั้นทำให้ผมต้องรีบส่ายหน้าปฏิเสธ


“ใครจะทำอะไรบ้าๆ แบบนั้นล่ะ” แค่คิดเท่านั้นเอง


“แล้วไป ฉันว่าจะซื้อสร้อยคอให้น้องรหัส แกไปช่วยเลือกหน่อยสิ สนองนี้ดนางหน่อย เพ้อหาแกทุกครั้งที่ส่งจดหมายหาฉันเลย ไม่รู้ว่าใครเป็นพี่รหัสหล่อนกันแน่”


“ก็น้องฟ้าชอบเจตนี่หว่า ชอบมาตั้งแต่ม.ต้นแล้วนี่” สิ้นคำแจ้ ผมก็นึกถึงเด็กผู้หญิงหน้าใสน้องรหัสของแมร์







สี่ปีก่อน


“พี่เจตคะ” เธอยื่นช็อกโกแลตกล่องเล็กให้ผม แต่ผมตีหน้านิ่งปฏิเสธเธอแล้วรีบเดินเลี่ยงไปอีกทางเพราะกำลังตื่นเต้นที่ได้เจอพู


คนที่ผมแอบชอบมานานแสนนาน และเพิ่งรู้ว่าเราอยู่โรงเรียนเดียวกัน


ผมนั่งลงสงบสติที่ใต้ต้นไทร พลางนึกถึงอดีตที่มีแต่เขา อันที่จริงในกระเป๋าของผมมีช็อกโกแลตกล่องหนึ่ง


เมื่อเช้าเห็นยายคนหนึ่งนั่งขายดอกกุหลาบรวมถึงช็อกโกแลตทำเองกล่องเล็กๆ ผมจึงอุดหนุนซื้อมาเพราะเห็นว่าเป็นกล่องสุดท้ายแล้ว อยากให้แกได้กลับบ้านไปพักผ่อนไวๆ


“กล่องสุดท้ายแฟนรักแฟนหลงจ้า” ผมหัวเราะนิดๆ แล้วจ่ายเงิน คิดไม่ถึงว่าจะมีโอกาสให้ช็อกโกแลตเขาคนนั้น


“หึ ไอ้พูแกมันน่าสมเพช” ผมนั่งตัวแข็งทื่อ เสียงคุ้นหูอยู่อีกฝั่งของต้นไทร


“ฮือ ทำไมฟ้าไม่ชอบเรา” ผมรู้สึกปวดไปทั้งใจเมื่อได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นของน้อง


เขาไม่ชอบพู แต่พี่ชอบพูนะ


“เรามันขี้เหร่สินะ”


ไม่ พูน่ารักจะตาย เชื่อพี่สิ


“ไอ้พี่เจตมันดีตรงไหน”


ห้ะ


ผมชะงักกึก น้องรู้จักผมด้วยเหรอ


“ก็แค่หล่อปะวะ ฮึก พูดีกว่าพี่มันตั้งเยอะ”


จะว่าไปก่อนผมจะเดินเลี่ยงออกมาเหมือนจะเห็นเขาก้มลงเก็บดอกกุหลาบ


หรือว่าน้องผู้หญิงคนนั้นคือคนที่พูชอบ!


ผมได้แต่ทึ้งหัวตัวเอง เพิ่งได้เจอน้องอีกครั้งกลับทำให้น้องเกลียดไปแล้ว จะมีวิธีไหนไหมที่จะทำให้พูกลับมาชอบผมเหมือนเดิมวะเนี่ย


“กุหลาบน้อย นายคือหัวใจของฉัน” ผมเงี่ยหูฟัง ไม่กล้ายื่นหน้าไปดูว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไร กลัวน้องรู้ว่าผมยืนแอบฟังอยู่จะยิ่งเกลียดมากกว่าเดิม


เสียงฝีเท้าเดินจากไป ผมลอบมองแผ่นหลังเล็กของน้องที่เดินคอตกไกลออกไป เหลือบมองใต้ต้นไทรที่มีดอกกุหลาบสีสดบวมช้ำวางอยู่ ผมหยิบกุหลาบดอกนั้นมาถือไว้อย่างทะนุถนอมแล้วสอดไว้ในไดอารี่เล่มเล็กของตัวเอง ซึ่งป่านนี้กลีบกุหลาบคงแห้งกรอบหมดแล้วเพราะผ่านมาตั้งหลายปี


หลังจากคาบพัก ผมก็รีบสืบว่าน้องมีเรียนห้องไหนจากเพื่อนสนิทเพราะอยากให้ช็อกโกแลตกล่องนั้น ทั้งคู่จึงรู้ว่าผมแอบชอบพูและคอยหาช่องทางให้ผมเข้าไปใกล้ชิดน้องอยู่เสมอ แต่ผมก็ไม่กล้าพอที่จะทำความรู้จักเขา ได้แต่ตีหน้านิ่งทำตัวเป็นสารวัตรนักเรียนผู้น่ากลัวจนถึงปัจจุบัน


เพิ่งจะมีโอกาสได้คุยกับพูไม่นานนี้เอง


ผมมองน้องที่กำลังล้วงหยิบสมุดจดการบ้านให้เพื่อน “อ้ะ ช็อกโกแลตมาจากไหนวะ”


ผมรีบหลบเมื่อน้องมองซ้ายมองขวาหาเจ้าของกล่องช็อกโกแลต หัวใจเต้นแรงเพราะกลัวน้องจะรู้ว่าผมเป็นคนให้แล้วเอามาปาใส่หน้า


“ขอบคุณคร้าบบบบบ” พูส่งเสียงลั่นจนเพื่อนในห้องหันไปมองเขาเป็นตาเดียว


“ขอบคุณไรวะถั่ว” เพื่อนซี้ของน้องเดินเข้าไปหาอย่างงงๆ พูชูกล่องช็อกโกแลตให้เพื่อนดู


“อย่างน้อยวาเลนไทน์ปีนี้กูก็มีอะไรแดก...ไอ้แบงค์!” น้องโว้ยลั่นเมื่อเพื่อนสนิทแย่งกล่องช็อกโกแลตไป สองคนนั้นวิ่งไล่กันรอบห้อง ผมยิ้มบางเมื่อเห็นน้องหวงของที่ผมให้ ก่อนจะหงุดหงิดความใกล้ชิดของทั้งคู่ที่ดูจะแนบชิดไปหน่อย


“แหมๆ น้องเขาก็สนิทกันเป็นเรื่องปกติปะวะ” แจ้เอ่ยขึ้นพลางมองภาพเดียวกับผม พูเขย่งคว้ากล่องจากมือเพื่อนจนลำตัวแนบชิดกัน


น่าหงุดหงิดชะมัด


“ไม่อยากให้เขาสนิทกันมากกว่านั้นเจตก็จีบน้องเลยสิจ้ะ” แมร์ที่ตอนนั้นยังสุภาพกว่านี้สนับสนุนผมเต็มที่ และผมก็ดีใจที่เธอไม่เคยคิดกับผมเกินเพื่อนเหมือนคนอื่นๆ


“ไว้เรากล้ากว่านี้ก่อนนะ”


ใช่ กล้ากว่านี้







“เจต” ผมหลุดจากภวังค์เมื่อเสียงเล็กทักขึ้น แอลเดินเข้ามาหาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม


น้องแอลเป็นคนยิ้มง่ายตั้งแต่เด็กแล้ว แต่บางครั้งก็ใช้รอยยิ้มกลบเกลื่อนเรื่องบางอย่างเช่นเดียวกับตอนนี้


“เป็นอะไร” แอลหลบตาผมแล้วส่ายหน้า


“แอลจะมาบอกว่าวันนี้ไม่กลับด้วยกันนะ” ผมขมวดคิ้ว นี่แหละที่แปลก ปกติแอลไม่เคยอยู่ห่างจากผมเลยด้วยซ้ำ มีแค่เมื่อวานที่ผมมีธุระด่วนก็เลยให้น้องกลับก่อน


“แล้วทำไมไม่กลับด้วยกัน”


“เอ่อ คือ...” น้องกัดปากนิดๆ อย่างชั่งใจก่อนจะยอมแพ้เมื่อสบตาผมที่คาดคั้นรอคำตอบ  “แอลจะไปเยี่ยมพู”


“โดนน้องแย่งแน่มึง” ผมถองศอกใส่แจ้ที่พูดจาไม่เข้าหู


“เดี๋ยวพี่พาไปเอง” ผมเองก็อยากรู้ที่อยู่พูเหมือนกัน เผื่อโอกาสหน้าจะได้เนียนไปส่งเขาที่บ้านฝากตัวเป็นลูกเขยอะไรแบบนั้น


อะแฮ่ม! กลับมาเถอะสติ


“ไม่ได้นะ! เอ่อ คือ...พูไม่ชอบหน้าเจต ถ้าไปเดี๋ยวอาการพูแย่นะ”


ผมชะงัก ลืมไปเลยว่าตอนนี้สถานะผมไม่ได้เขยิบเข้าใกล้อีกฝ่ายมากขึ้นเลยสักนิด


ทั้งที่ใช้เรื่องนั้นเข้าหาพูมาโดยตลอด


แต่สุดท้าย...ก็เป็นได้แค่พี่ชายของคนที่เขาแอบชอบ







“นั่นสินะ งั้นดูแลตัวเองดีๆ ล่ะตัวเล็ก” ผมลูบหัวน้องที่ทำท่าเหมือนจะเอ่ยอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายก็เงียบไป


“จิ๊ แกน่าจะรุกน้องพูได้แล้วนะ” พอแอลเดินจากไปแมร์ก็รีบพูดกรอกหูผม


“กูเริ่มเห็นด้วยแล้วว่ะเจต ถ้ามึงยังช้าแล้วน้องชายมึงตกลงปลงใจกับพูขึ้นมาจริงๆ มึงเสียใจตลอดชีวิตแน่ ดูท่าแอลก็ห่วงพูไม่น้อยเหมือนกัน ถ้าความสัมพันธ์ของสองคนนั้นคืบหน้าไปมากกว่านี้มึงไปแทรกไม่ได้แล้วนะ”


“ใช่ แกจะดูเลวมากที่แย่งของๆ น้อง แต่ตอนนี้ยังมีโอกาส ลุยโลด” แมร์ตบไหล่ผมดังพลั่ก เหล่มองเพื่อนสาวรูปร่างบอบบางแต่ฝ่ามือหนักแล้วลูบไหล่ตัวเองเบาๆ


เอาวะ เป็นไงเป็นกัน


“อืม เราจะจีบพู” สิ้นคำพูดผม สองเพื่อนซี้ก็ส่งยิ้มกว้างเป็นกำลังใจให้ 


แจ้น่ะยิ้มจริงใจ แต่แมร์น่ะ


“หึหึ”


รู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างไรไม่รู้








Tbc.







⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀
พี่เจตจะจีบน้องแล้ว (ที่ผ่านมายังไม่จีบอีกเรอะ 555)
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์ค่ะ เยอะดีจัง ชอบ  :mew1:
   

ออฟไลน์ tnkgif

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
พี่เจตมาเเล้ว ตอนนี้ก็ให้พูยังฟินกับแอลไปก่อนละกัน

ออฟไลน์ kaokorn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 903
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-2
พูน่ารักมากๆเลย จะรักสามเศร้าหรือเปล่า
ไม่เอาดราม่านะขอร้อง แค่เรื่องแฝดบ้านั่นก็น่ากลัวพออยู่แล้ว
รออ่านตอนต่อไปนะฮะ ขอบคุณคร้าบบบบ  :L2:

ออฟไลน์ Zetnezz

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0

ออฟไลน์ Sky

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 944
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-2
พี่เจต แอร้ยยยยยย ทำไมกร๊าววววว

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4111
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-8
โถพี่เจตผู้น่าสงสาร แอบมองเขามาตั้งนานเขาดันเห็นเป็นศัตรูไปได้

ออฟไลน์ kyungploy

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 335
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
กว่าจะจีบน้องนะพี่เจต 55555555

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ utamon

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 706
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-2
พี่เจตเดินหน้าจีบน้องพูไปเลย เอาให้เต็มที่ เพราะเรื่องนี้จะเล่นเบี้ยนไม่ได้นะ 5555555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-03-2017 21:08:31 โดย utamon »

ออฟไลน์ Lalaleega

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
พี่เจตมีความน่ารักจังเลยย
มีความแอบฟัง น่ารักก
สู้สู้นะพี่เจต :mew1:

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
พูกะแอลก็ตะมุตะมิดีนะ 5555

ออฟไลน์ GuoJeng

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
  อยากอ่านต่อ มาเร็วๆนะคับ ค้างอะ

ออฟไลน์ wutwit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 259
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-2
มารอเจต&พู

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
บทที่ 11
เหตุเกิดเพราะ...รอยแผล




“หน้าไปโดนอะไรมา”


ผมเหลือบมองพี่เจตที่ไม่รู้โผล่มาอยู่ข้างๆ ผมเมื่อไร จงใจเมินไม่ตอบคำถามเขาแล้วเดินเข้าโรงเรียนไปทั้งใบหน้าเขียวช้ำ แต่ร่างสูงก็ยังคงตามติด ถามคำถามเดิมซ้ำๆ จนผมเริ่มหงุดหงิด


“เรื่องของผม!” พูดจบผมก็รีบวิ่งไปให้พ้นสายตาพี่เจตทันที เพราะกลัวว่าจะเผลอหลุดปากบอกเรื่องเมื่อวันก่อน


 ผมหลบอยู่ในห้องเรียนไม่ไปเข้าแถวให้เพื่อนหรืออาจารย์คนไหนถามไถ่ทั้งนั้น


“เฮ้ย เป็นไรวะไอ้พู” เพื่อนคนแรกที่เข้าห้องมารีบเข้ามาถามอาการจากผมทันที


“โดนไอ้พวกโรงเรียนเขตสามมันรุมน่ะสิ ดีนะที่กูไปช่วยไว้ทัน” แบงค์นั่งลงข้างผมแล้วเป็นฝ่ายเล่าเรื่องราวทั้งหมดแถม เพื่อนร่วมห้องก็พร้อมใจกันรวบตัวผมไว้ไม่ให้แย้งอะไรได้อีก


หลายคนเชื่อคำพูดแบงค์ ประกอบกับข่าวลือของแอลที่เพิ่งเผยแพร่ออกมาทำให้เพื่อนทั้งห้องเชื่อไปแล้วว่าแอลถูกใส่ร้าย และเพราะว่าเพื่อนในห้องผมอัธยาศัยดีมากจึงช่วยกระจายข่าวไปทั่วโรงเรียนอย่างรวดเร็ว รุ่นน้องที่เคยมองแอลไม่ดีก็เข้ามาขอโทษแอลและบอกว่าจะเป็นกำลังใจให้ รวมถึงเผื่อแผ่ความเป็นห่วงมาให้ผมที่รับเคราะห์ไปเต็มๆ


แต่เพราะทุกคนรู้ ผม แอล และแบงค์จึงถูกเรียกเข้าห้องปกครองอีกครั้ง


“ไหนเล่าให้ครูฟังซิ ที่ภูรินทร์ไม่มาโรงเรียนเมื่อวานเพราะถูกรุมทำร้ายอย่างนั้นเหรอ” แอลและแบงค์พยักหน้า ส่วนผมก็ล้วงกระเป๋าเพื่อใบรับรองแพทย์ยื่นให้ครูเกรียงไกรแล้วเล่าเรื่องอย่างละเอียดให้ครูฟัง


ครูรับฟังเงียบๆ แล้วบอกจะรีบจัดการให้เพราะเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงความปลอดภัยของพวกเรา เพราะไม่มีใครรู้ว่าคนพวกนั้นจะกลับมาทำร้ายเราอีกหรือเปล่า


แต่ผมมั่นใจว่าตั้นไม่มีวันเลิกรา สายตาเขาบอกผมอย่างนั้น


“เฮ้อ โล่งอก” แบงค์กางแขนออกกว้างก่อนจะกอดคอผมไว้ “อย่างน้อยมึงก็ไม่ต้องเผชิญเรื่องนี้คนเดียวนะ”


“อืม แอลโอเคไหมที่เราเล่าให้ครูฟัง” ผมมัวแต่ห่วงความปลอดภัยจนลืมถามใจแอลว่าต้องการให้ครูรู้เรื่องหรือเปล่า


“ฮื่อ เราดีใจที่ได้บอกครูนะ อย่างน้อยครูก็อาจจะช่วยอะไรเราได้บ้าง” คนตัวเล็กพูดยิ้มๆ “แต่กลัวเจตโมโหน่ะสิที่เราไม่บอกเขาก่อน”


ผมนิ่งไปนิด นั่นสินะ ป่านนี้พี่เจตคงรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว ผมหวังว่าเขาจะไม่ผลีผลามทำอะไรไปก่อน เพราะพวกเราเป็นแค่นักเรียนม.ปลาย ปล่อยให้ผู้ใหญ่จัดการอาจเป็นวิธีที่ดีกว่า


พ้นห้องปกครองมาไม่เท่าไร ร่างสูงคุ้นตาคนหนึ่งยืนกอดพิงกำแพงนิ่งๆ พี่เจตเหลือบมองพวกเราด้วยสายตาคมกริบ “คิดจะบอกพี่เมื่อไหร่”


“เจต...”


“ความผิดผมเองที่ไม่ให้แอลบอกพี่” ผมรีบออกตัวปกป้องแอล ร่างสูงเบนสายตามามองผมอย่างตัดพ้อ


“ทำไม คนอย่างพี่เชื่อใจไม่ได้เลยเหรอ กลัวว่าพี่จะเอาไปฟ้องครูรึไง”


“เปล่านะเจต เราก็แค่เป็นห่วง และพูก็กลัวว่าเจตจะไปลุยเดี่ยวเหมือนคราวที่แล้ว” แอลละล่ำละลักบอก


พี่เจตมองผมแล้วขมวดคิ้ว “นายรู้”


“ผมรู้เรื่องทุกอย่างของแอลนั่นแหละ”


“ผมไม่รู้นะพี่” เพื่อนซี้ของผมรีบบอกพี่เจตก่อนจะเฟดตัวออกไปเงียบๆ จนเหลือเราแค่สามคน


“แอลเล่าให้ผมฟังแล้ว และที่เราทำก็แค่ไม่อยากให้เกิดเรื่องอย่าง ‘คราวนั้น’ ขึ้นอีก” ผมเน้นย้ำให้พี่เจตฟัง ดูเหมือนเขาเองก็เข้าใจว่าผมหมายถึงอะไร


“แต่อย่างน้อยก็ควรบอกพี่ ไม่ใช่ให้พี่รู้เรื่องจากคนอื่น น้องทำเหมือนพี่เป็นไอ้โง่ น้องตัวเองถูกทำร้ายยังไม่รู้”


ผมเข้าใจดีว่าพี่เจตรู้สึกอย่างไร บางทีผมอาจมองในมุมของตัวเองมากเกินไป กลัวเขาจะรู้และบุกไปสู้กับคนพวกนั้น ลืมไปว่าสิ่งสำคัญคือความเชื่อใจ พี่เจตคงเสียใจมากที่เราไม่บอกเขาว่าเรามีปัญหาแล้วยังให้เขาเป็นคนสุดท้ายที่รู้เรื่องอีก


“ผมขอโทษ” ผมยกมือไหว้พี่เจต ขอโทษที่ปิดบังเขา แอลขอโทษร่างสูงตามผมแล้วเข้าไปกอดอีกฝ่ายแน่น ถูไถไปหน้าบนอกแกร่งจนผมเริ่มอิจฉานิดๆ


จิ๊ สิทธิพิเศษของพี่น้องรึไงกัน


“ไม่ต้องมาอ้อนเลยตัวเล็ก” พี่เจตบีบจมูกแอลเบาๆ แล้วปล่อยออก “คราวหน้าห้ามทำแบบนี้อีกรู้ไหม”


“คร้าบ” แอลยิ้มแผล่แล้วกอดพี่เจตอีกครั้ง


“นายด้วย มีปัญหาอะไรให้บอกพี่คนแรกเพราะพี่ดูแลเรื่องพวกนายโดยตรง”


“แต่ว่า...” ผมกลัวพี่บุกไปสู้กับพวกมันน่ะสิ


“ไม่ต้องห่วง พี่ไม่วู่วามอีกแล้ว” พี่เจตลูบหัวแอลเบาๆ มองคนตัวเล็กด้วยแววตารักใคร่ “ไม่มีวันให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นอีกแน่” ผมมองตามสายตาของพี่เจต สิ่งที่พวกเราทำก็เพื่อปกป้องแอลเท่านั้น


“ขึ้นเรียนกันดีกว่าโน๊ะ” แอลเงยหน้าขึ้นจังหวะเดียวกับที่พี่เจตกลับมาทำหน้านิ่งดังเดิม “งื้อ ยังไม่หายโกรธแอลอีกเหรอ”


“จะโกรธไปเรื่อยๆ จนกว่าคนแถวนี้จะสัญญาว่ามีปัญหาคราวหน้าจะบอกพี่ทุกอย่าง” พี่เจตยื่นนิ้วก้อยไปหาคนตัวเล็ก แอลรีบเกี่ยวก้อยทันที


“สัญญา”


ผมยิ้มตามรอยยิ้มแอลก่อนจะชะงักเมื่อนิ้วก้อยอีกข้างยื่นมาทางผม


“สัญญาสิ”


“ห้ะ เกี่ยวอะไรกับผม” ผมชี้นิ้วเข้าหาตัวเองอย่างงงๆ


“เร็วพู รีบสัญญาเร็ว เดี๋ยวเจตงอนนนนนน ง้อยากนะคนนี้อะ” ผมมองทั้งคู่สลับกันไปมาก่อนจะยอมแพ้คนตัวเล็กที่กระพริบตาปริบๆ รออย่างมีความหวัง


ผมยื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวกับร่างสูง


“อือ สัญญา”


“ดีมาก” พี่เจตยิ้มกว้าง


เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นรอยยิ้มของพี่เจตดูสดใสแบบนี้ รู้สึกแปลกตาและแปลกใจมากที่จู่ๆ หัวใจก็เต้นผิดจังหวะ


อะไรวะ นอนไม่พอเหรอ


“หายโกรธแล้วงั้นวันนี้พาแอลไปกินขนมด้วย!” ดวงตาของแอลเปล่งประกาย รอคำตอบของที่เจตที่มอบให้เป็นแรงดีดบนหน้าผาก


“ฝันไปเถอะ พี่จะทำโทษเรา ไม่เลี้ยงขนมใดๆ ตลอดหนึ่งอาทิตย์”


“เจตอะ” แอลทำหน้าบึ้ง


“เราเลี้ยงเอง” ผมอาสา แหม่ได้โอกาสอยู่ด้วยกันสองต่อสองใครจะไม่อยากล่ะครับ


“ไม่ต้องยุ่งเลยนายน่ะ ขึ้นไปเรียนได้แล้วแอล” พี่เจตดันหลังแอลให้ขึ้นอาคารเรียนไป ส่วนผมก็ก้มลงมือนิ้วก้อยของอีกฝ่ายที่ยังเกี่ยวนิ้วผมไว้ไม่ปล่อยสักที


“ปล่อยได้แล้วมั้งพี่ ผมจะไปเรียนเหมือนกัน” ผมชูนิ้วที่ยังเกี่ยวกันอยู่ ไม่สิพี่เจตคนเดียวต่างหากที่ยังรัดนิ้วผมไว้


พี่เจตมองผมนิ่งๆ ก่อนจะดึงผมเข้ามาใกล้ด้วยนิ้วก้อยของเขา


“อะ...อะไร”


“อยู่นิ่งๆ” พี่เจตปล่อยนิ้วก้อยผม เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบพลาสเตอร์ลายริลัคคุมะแปะบนใบหน้าของผม


“หึ น่ารักดี”


“อะไรของพี่เนี่ย” ผมทำท่าจะแกะพลาสเตอร์ออกแต่ร่างสูงจับแขนผมไว้


“แปะไว้ก่อน กลับไปบ้านค่อยทิ้งก็ได้ พี่อุตส่าห์เสียสละ แพงนะเนี่ย”


“เดี๋ยวผมซื้อคืน” พลาสเตอร์ลายแบบนี้หาซื้อตามร้านขายยาก็ได้ คงไม่แพงเท่าไรหรอก


“พรีออเดอร์จากญี่ปุ่นนะ” ผมเบิกตากว้าง แค่พลาสเตอร์พี่จะพรีออเดอร์เพื่ออะไรครับ


“โห แล้วเอาของแพงอย่างนี้มาให้ผมทำไมเล่า” ผมชี้ไปที่พลาสเตอร์เจ้าปัญหา กลัวว่าพี่เจตจะมาทวงบุญคุณค่าพลาสเตอร์อีก


“ก็แค่...อยากให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่คนสำคัญที่สุดนี่” พี่เจตยิ้มนิดๆ ก่อนจะเดินหันหลังกลับขึ้นอาคารเรียนไป ทิ้งให้ผมยืนนิ่ง ทวนประโยคที่อีกฝ่ายพูดซ้ำไปซ้ำมา


คืออะไรวะ


⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀


ผมยืนอยู่บนอาคาร มองร่างบางที่ยังคงยืนนิ่งเหมือนกำลังคิดเรื่องที่ผมพูด ผมหวังว่าเขาจะเข้าใจว่าผมหมายถึงอะไร


“เจต กูให้รุ่นน้องสืบมาแล้ว แก๊งค์นั้นรวมกับโรงเรียนคู่อริของเราว่ะ” เสียงแจ้ดึงผมให้กลับมาสนใจเพื่อนทั้งสอง ผมปรายตามองร่างบางที่เดินมึนๆ งงๆ ไปอีกทาง


หรือว่าเขาไม่เข้าใจคำพูดของผม


“เดี๋ยวเราจัดการเอง” ผมเหลือบมองเพื่อนสาวที่ฉีกยิ้มด้วยสายตาระแวง ไม่รู้ว่าเจ้าหล่อนคิดจะทำอะไรอีก


“ขอเถอะนะ อย่ามีเรื่อง อาจารย์เกียงไกรกำลังจัดการให้อยู่ เราไม่อยากให้มีปัญหามากไปกว่าเดิม”


“ไว้ใจหน่อยสิยะ ฉันเป็นแฟนประธานนักเรียนฝั่งนั้นเลยนะ จะทำอะไรก็ควรเกรงใจฉัน แต่นี่กล้ามาทำให้น้องพูของฉันเจ็บ” แมร์กำมือแน่น “มันต้องเจ็บยิ่งกว่า”


อ่า ผมคงลืมบอกไปว่าในอดีตพวกเราเชี่ยวชาญเรื่องใช้กำลังมากแค่ไหน ผมเพิ่งหยุดมีเรื่องหลังจากแอลพลั้งมือทำร้ายคู่อริของผมไป แต่ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนอีกสองคนของผมจะหยุด


แจ้และแมร์คือตัวพ่อและตัวแม่ที่อยู่เบื้องหลังของโรงเรียน น้อยคนนักจะรู้ว่าสองคนนี้คอยจัดการเด็กเกเรและคู่อริต่างสถาบันที่ลอบทำร้ายเด็กของเรา แต่ไม่รู้ไปจัดการอีกท่าไหนแมร์กลับคว้าใจประธานนักเรียนของโรงเรียนคู่อริมาได้ เราสองฝ่ายจึงช่วยกันดูแลรุ่นพี่รุ่นน้องของพวกเรามาโดยตลอดโดยไม่มีใครรู้


“ขอเราคุยกับเขาก่อน เธออย่าเพิ่งไปยุให้เขาจัดการพวกนั้นก่อนล่ะ เดี๋ยวเรื่องบานปลาย พวกนั้นจะช้ำในตายก่อนสำนึกผิด”


“จ้าๆ” พอแมร์รับคำผมก็หันไปหาแจ้


“นายติดต่อพวกรุ่นน้องไว้เผื่อสถานการณ์หนักกว่าที่คิด”


“พร้อมลุยเสมอครับเพื่อน” แจ้แย้มยิ้มร้าย


“แกน่าจะเป็นประธานนักเรียนแทนธงนะ จัดการแทบจะทุกอย่าง ตำแหน่งประธานกลายเป็นคนจัดการเอกสารไปเสียอย่างนั้น”


“มันไม่ยอมเป็นหรอกเดี๋ยวไม่มีเวลาส่องน้องพู”


“หึหึ นั่นสินะ ร้ายนะเรา”


ผมทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แต่ชะงักเมื่อเห็นแบงค์กอดคอพูเดินผ่านไป สองคนนั้นหัวเราะคิกคักหยอกล้อกันจนผมหงุดหงิด


“ว้าย เห็นเหมือนกันไหมครับบีหนึ่ง ได้แต่มองอยู่ลำพัง มองอยู่อย่างนั้นโดยที่เขาไม่หันมา”


“เห็นเหมือนกันค่ะบีสอง น้องเขาไม่เอาก็อย่างนี้แหละ ดูท่าจะแห้วไปอีกน้านอีกนาน”


“ไม่นานหรอก” ผมสบตาเพื่อนทั้งสองแล้วหันกลับไปมองแผ่นหลังของเขาด้วยรอยยิ้ม


เตรียมใจให้ดีล่ะพู พี่จะคว้าใจเราให้ได้







Tbc.







⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀⇀
น้องยังงง ยังไม่เข้าใจที่พี่เจตสื่อความหมาย 555 แต่เรื่องแอลนี่รู้ทันตลอดนะ  :hao3:
พี่เจตเริ่มแล้วนะคะทุกคน เตรียมใจพูไว้ให้ดีลูก นี่เพิ่งเริ่มต้น หลังจากนี้จะค่อยๆ เพิ่มจนตั้งตัวไม่ติดเลยล่ะ 555
ขออภัยที่มาช้านะคะ ติดธุระสำคัญ นี่ถึงบ้านก็เลยรีบเขียนให้ทันทีเลยนะ
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์ค่ะ  :กอด1:
 
   

ออฟไลน์ utamon

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 706
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-2
สู้นะพี่เจตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตต :a2:

ออฟไลน์ wutwit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 259
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-2
อยากเห็นตอนรุกดูซักทีช้าอะเจต

ออฟไลน์ GuoJeng

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
ดีๆ เอาเลย เอาเลย จีบพูเลย ไม่ห้ามและไม่มีใครห้าม 555
   รออ่านตอนต่อไปคับ
 

ออฟไลน์ double9JH

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1810
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-7
เอ้าๆพี่เจตรีบจีบพูเข้าล่ะ :hao3:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด