<<คดีรักนักดูดวง>> ตีพิมพ์กับสนพ.พบรัก #อวดปกใหม่จ้า#
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: <<คดีรักนักดูดวง>> ตีพิมพ์กับสนพ.พบรัก #อวดปกใหม่จ้า#  (อ่าน 114261 ครั้ง)

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove



ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ   ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0 
ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่ http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0 
ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่ 
 
 1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่ 
 
 2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
 หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
 หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
 และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
 ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   
 
 เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ 
 3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ 
 4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ 
 5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว 
 6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน 
 7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
       7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
       7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
       7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
             - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ 
 8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง). 
 9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ 
 10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวปhttp://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป 
 11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว
 
 บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
 นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป 
 12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด 
 13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ 
 14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ 
 15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
 (1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
 (2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง ....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
 - ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
   (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
 - ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
 - ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
 - ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
 - ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail   
 16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข  17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
  เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ admin thaiboyslove.com.......................................                                                             
 วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7 วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย 
 
 
เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม



                                                                      :pig2: :pig2: :pig2: :pig2: :pig2:

                                                                    โปรเจ็คพิเศษ แต่งร่วมกันนักเขียนอีก 3 ท่าน




สารบัญ


บทที่ 1
บทที่ 2
บทที่ 3
บทที่ 4
บทที่ 5
บทที่ 6
บทที่ 7
บทที่ 8
บทที่ 9.1
บทที่ 9.2
บทที่ 10
บทที่ 11
บทที่ 12
บทที่ 13
บทที่ 14
บทที่ 15
บทที่ 16
บทที่ 17
บทที่ 18
บทที่ 19
บทที่ 20
บทที่ 21(จบแล้วจ้า)










                                                            :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:


Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-01-2018 21:06:51 โดย Belove »

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove
<<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 1 [23/10/59]
«ตอบ #1 เมื่อ23-10-2016 13:55:45 »



                                                                คดีรักนักดูดวง

                                                                     บทที่ 1



เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว



               “มีเกณฑ์ทะเลาะเบาะแว้งกับคนใกล้ตัว ถ้าใจเย็นได้ผมก็อยากจะให้ใจเย็นนะครับ ค่อยพูดค่อยจากันดีกว่าอย่าให้มีเรื่อง

รุนแรง อะไรที่ปรับความเข้าใจกันได้ก็ควรทำนะครับ”


               เสียงนุ่มที่เอื้อนเอ่ยคือเสียงของพาลีที่กำลังกล่าวกับสตรีวัยสี่สิบซึ่งยังแต่งตัวสวยพริ้งนั่งอยู่ตรงข้าม  ใบหน้าของพาลีนั้นแม้

จะดูนิ่งสนิทหากแต่ดวงตาของเขาก็ฉายแววอ่อนโยนมีเมตตายามที่กำลังช่วยให้คนมีทุกข์คลายกังวล

               พาลีเป็นหมอดูมืออาชีพ หรือจะเรียกให้ดูดีหน่อยก็เป็นนักพยากรณ์ มันเป็นอาชีพที่เขาสืบต่อมาจากพ่อของพ่อของพ่ออีกที

สรุปก็คือตระกูลของเขาเป็นหมอดูทั้งตระกูลนั่นแหละ ตอนเด็กๆพาลีก็เคยสงสัยว่าทำไมบางคนถึงได้มีทัศนคติเลวร้ายต่ออาชีพนี้


                “หมอดูบางคนถือโอกาสหากินในเวลาที่คนเดือดร้อน คนเราเวลาทุกข์น่ะใครมาพูดอะไรให้ทำอะไรก็เชื่อหมดล่ะขอให้ปัดเป่า

ทุกข์ได้ ก็เลยทำให้หมอดูถูกมองว่าหลอกลวง”


               พ่อของพาลีเคยตอบเช่นนั้นเมื่อเขาตั้งคำถามในยามเด็ก


               “อ้าว แล้วทำไมพ่อยังเป็นหมอดูโดยที่ไม่มีใครต่อว่าล่ะ”


               พาลียังสงสัย พ่อของเขาหัวเราะชอบใจก่อนจะตอบคำถามของเขาอย่างไม่นึกรำคาญ


               “เพราะพ่อตั้งมั่นในความสุจริตใจและอยากจะช่วยให้ทุกข์ในใจของผู้อื่นคลายลงบ้างน่ะสิ จำไว้นะไอ้ลี คนเราน่ะเวลามีความ

สุขจะไม่ค่อยคิดถึงใครหรอก แต่ถ้าเวลาไหนที่มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจหรือตัดสินใจกับทางเลือกของชีวิตไม่ได้ นั่นแหละเขาถึงจะมองหา

ที่พึ่งทางใจ แล้วหมอดูอย่างพ่อก็จะเป็นตัวเลือกแรกๆของพวกเขา”


               “แต่บางทีลีก็ไม่เห็นพ่อจะดูดวงอะไรเลยนี่นา แค่นั่งคุยกับลูกค้าแป๊บๆเขาก็ยิ้มได้”


               “บ๊ะ ไอ้นี่ ช่างสังเกตจริง เอ็งเคยได้ยินที่เขาบอกว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของดวงใจหรือเปล่า คนที่เขาทุกข์มามันก็แสดงออก

มาทางดวงตาและท่าทางของเขา แค่นั่งมองหน้าก็รู้แล้วว่าเขารู้สึกยังไง และเรื่องที่ทำให้ทุกข์ก็มีไม่กี่เรื่องหรอก เรื่องงาน เรื่องความรัก

เรื่องครอบครัว แค่เราพูดจากับเขาดีๆปลอบใจให้เขาเย็นลง บางคนก็ต้องการแค่คนคอยรับฟัง”


               “โห พ่อ งานของพ่อยิ่งใหญ่มาก คล้ายๆหมอรักษาคนที่เป็นโรคจิตเลย”


               พาลีทำตาโตเมื่อเขาเข้าใจแล้วว่าแก่นแท้ของหมอดูคืออะไร


               “แหม ไอ้ลี เอ็งก็ชมจนพ่อจะเหลิง พวกคุณหมอท่านรักษาคนด้วยวิทยาศาสตร์ รักษาไปถึงสารสื่อประสาทในสมองโน่นแน่ะ

แต่พ่อรักษาด้วยโหราศาสตร์และสถิติที่โบราณเขาศึกษามา ซึ่งมันอาจจะมีทั้งผิดและถูก แต่หมอดูก็เป็นแค่โคมไฟเล็กๆที่ช่วยส่องทาง

ตอนที่คนมองเห็นแค่ความมืดมิดเท่านั้นเอง”


               เพราะคำตอบของพ่อทำให้พาลีเริ่มสนใจที่จะศึกษาวิชาพยากรณ์อย่างจริงจังตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น จวบจนกระทั่งเขาเรียนจบ

มหาวิทยาลัยพาลีก็ไม่เดือดร้อนที่จะหางานทำอย่างเพื่อนคนอื่นเพราะเขามีงานรองรับอยู่แล้วก็คือหมอดูนั่นเอง


               หากคุณต้องการดูดวงกับหมอดูหน้าใหม่ไฟแรงที่โด่งดังเรื่องความแม่นยำ พาลี อินทรวัตร โทรมาสิครับที่ 1900

** *** ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง


               เสียงโฆษณาจากโทรทัศน์ของร้านค้าข้างๆดังแว่วมาให้ได้ยิน ช่วงนี้มีบริการใหม่สำหรับผู้ต้องการดูดวงผ่านโทรศัพท์เพื่อ

ความสะดวกกำลังอยู่ในยุคเฟื่องฟู พาลีเพียงแค่ไปอัดเสียงการดูดวงแบบคร่าวๆไว้เท่านี้ก็ทำเงินและสร้างชื่อเสียงให้กับเขาเป็นกอบเป็น

กำ เพียงแค่สองปีหลังจากเรียนจบปริญญาตรี พาลีก็มีรายได้เข้ามาจำนวนมากทั้งที่เขาก็คิดค่าดูดวงไม่ได้แพงกว่าหมอดูคนอื่น และยัง

ไม่ได้ขายวัตถุมงคลใดๆทั้งสิ้น


               “คุยกับน้องลีแล้วค่อยสบายใจขึ้นหน่อย”


               สตรีวัยสี่สิบนามว่าสมรถอนหายใจออกมา พาลีสังเกตว่าพักนี้ลูกค้าขาประจำคนนี้คงจะมีเรื่องเครียดหนักดูจากริ้วรอยที่เกิด

ตามใบหน้าและดวงตาช้ำเหมือนผ่านการร้องไห้อย่างหนัก โดยปกติสมรไม่เคยปล่อยปละตนเองเช่นนี้


               “ช่วงนี้พี่มีเรื่องให้คิดเยอะมากจริงๆ”


               “มีอะไรก็โทรหาผมได้นะครับ ถ้าไม่สะดวกก็แชทมาก็ได้ จำได้ว่าผมเคยแอดเฟรนด์เฟสบุ๊คกับคุณสมรแล้ว”


               คำกล่าวอย่างหวังดีของชายหนุ่มทำให้สมรฝืนยิ้มออกมาก่อนจะลุกขึ้นยืนและดึงธนบัตรปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเงินและส่ง

ให้พาลี


               “โอ๊ะ คุณสมร เงินเยอะไปแล้วครับ”


               พาลีตกใจเมื่อเห็นเงินจำนวนนั้น สมรรีบส่ายหน้าพลางยัดเงินใส่มือพาลี


               “รับไปเถอะค่ะ ถือเสียว่าพี่สบายใจที่จะให้ น้องลีไม่เหมือนหมอดูคนอื่นที่คิดแต่จะเอาเปรียบพี่ เงินเท่านี้ยังน้อยกว่าที่พี่เสีย

เงินโหวตให้นักร้องด้วยซ้ำ”


               สมรคว้ากระเป๋าถือแบรนด์เนมมาคล้องแขน หล่อนยิ้มให้พาลีอีกครั้งแล้วจึงหันหลังไปที่ประตูทางออก พาลียืนมองแผ่นหลัง

ร่างอวบของสาวใหญ่ แต่ทันใดนั้นอะไรบางอย่างก็พุ่งวาบเข้ามาในสมองของเขาจนพาลีสะดุ้ง


               “คุณสมรครับ”


               สาวใหญ่ที่กำลังจะก้าวออกจากประตูชะงักงัน หล่อนหันกลับมามองพาลีด้วยความสงสัย แสงแดดภายนอกสะท้อนเข้าสู่

นัยน์ตาของพาลีจนพร่าไปหมด


               “น้องลีมีอะไรหรือคะ”


               “เอ่อ คือ ช่วงนี้ถ้าคุณสมรมีเวลาก็แวะไปทำบุญที่วัดด้วยนะครับ หรือจะไถ่ชีวิตโคกระบือก็ได้”


               พาลีสะกัดกั้นความรู้สึกกระวนกระวายใจโดยไม่มีสาเหตุเหล่านั้นให้พ้นไปแล้วจึงเอ่ยเตือนสมร เจ้าตัวยิ้มรับก่อนจะเดินออก

ไปจากห้องแถวที่พาลีเช่าไว้เพื่อทำเป็นออฟฟิศสำหรับดูดวง


               ความรู้สึกแปลกๆเช่นเมื่อครู่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก มันเหมือนจุดเล็กๆที่เกิดขึ้นก่อนจะสว่างวาบขึ้นมาและมันทำให้เขาเป็นกังวล

โดยจับจุดไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น และหลังจากนั้นไม่นานก็มักจะเกิดเหตุการณ์บางอย่างที่รุนแรงตามมา ครั้งร้ายแรงที่สุดก็คงจะเป็นก่อน

หน้าที่แม่ของพาลีจะเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา


               “เขาเรียกว่าลางสังหรณ์” พ่อของพาลีอธิบายให้ฟัง “มันเกิดขึ้นเป็นการเตือนให้เราระวังไม่ว่าเรื่องที่จะเกิดในอนาคตจะร้าย

หรือดีก็ตาม”


               ไอ้เจ้าลางสังหรณ์ไม่ได้มาเยือนพาลีนานแล้ว แต่อยู่ๆวันนี้พาลีกลับรู้สึกถึงมัน การมีลางสังหรณ์ก็ไม่ใช่เรื่องดีนักเพราะเดาไม่

ถูกเลยว่าอะไรจะเกิดขึ้น มันกลายเป็นความยุ่งยากกระวนกระวายจนไม่อาจสลัดออกจากหัวได้ เขาวิ่งกลับไปที่โต๊ะดูดวงและค้นหา

ประวัติของสมร เมื่อสักครู่พาลีดูดวงของสมรด้วยไพ่ยิบซี หากแต่ตอนนี้พาลีค้นวันเดือนปีเกิดของสมรที่บันทึกไว้ในคอมพิวเตอร์แล้วคำ

นวนด้วยการโคจรของดวงดาวอย่างรวดเร็ว

               ดาวเจ้าเรือนของสมร โคจรอยู่ในภพมรณะ และในวันนี้ดาวอังคารกำลังทำมุมให้โทษอยู่กับลัคนาซึ่งยิ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าของ

ดวงชะตาอยู่ในช่วง “ชะตาถึงฆาต”


               พาลีตกใจที่ไม่ได้ดูดวงชะตาเพิ่มให้กับสมร แต่เขาก็ปลอบใจตนเองว่าอาจจะคิดมากเกินไป ทั้งที่อีกใจพาลีก็ยังวิตกกับลาง

สังหรณ์ของเขา


                  นึกเป็นห่วงลูกค้าขาประจำ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาไม่อาจจะห้ามในสิ่งที่เบื้องบนลิขิตมา พาลีมีหน้าที่แค่เตือนให้สมรรับมือมัน


ให้ดีที่สุดเท่านั้น




               พาลีลืมเรื่องลางสังหรณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเขาต้องให้ความสนใจกับลูกค้าที่นัดไว้คิวต่อไป การทำนายไม่ยุ่งยากมากนักเมื่อลูกค้า

มีเรื่องให้ตัดสินใจในธุรกิจ พาลีให้คำแนะนำแก่ลูกค้าจนใกล้จะจบการทำนายเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา


               “อ้าว คุณหมอลีมีธุระเสียแล้ว”


               อาเสี่ยนักธุรกิจลูกค้าของพาลีเอ่ยขึ้น เขาลุกขึ้นยืนและจ่ายเงินให้พาลี


               “ผมไม่กวนละครับ แค่นี้คุณหมอลีก็ช่วยแนะนำทางเลือกให้ผมมากเลย”


               “ขอบคุณครับเสี่ย”


               พาลีกล่าวตามหลังจนลูกค้าออกจากร้านเขาก็หยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา


               “อ้าว เบอร์คุณสมรนี่ มีปัญหาอะไรอีกหรือเปล่า”


               กดรับด้วยความสงสัย และกรอกเสียงตามลงไป


               “พาลีพูดครับคุณสมร”


               คิ้วเข้มเหนือดวงตาเรียวย่นเข้าหากันเมื่อไร้เสียงตอบจากอีกฝั่ง กลับมีเพียงเสียงสะอึกสะอื้นร่ำไห้ออกมาจากฝั่งของสมรและ

เสียงเครื่องยนต์เหมือนว่าสมรกำลังขับรถยนต์ไปด้วย


               “คุณสมรครับ นี่ผมเองพาลี มีอะไรหรือเปล่า”


               น่าสงสัยมากขึ้นเมื่อสมรยังไม่ตอบกลับมา หากแต่อยู่ๆพาลีก็ได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงรถเบรคกะทันหัน


               “อย่า อย่านะ กลัวแล้ว”


               เกิดอะไรขึ้น!


               พาลียืนอึ้งและกำโทรศัพท์ไว้แน่น เสียงลนลานของสมรทำให้เขาตื่นเต้นจนฝ่ามือชื้นเหงื่อ


               “อย่าทำฉันเลย ฉะ ฉันสัญญาว่าจะไม่บอกใคร ยะ อย่า!”


               เปรี้ยง!!!

               พาลีสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงคำรามลั่นดังมาจากปลายทางของโทรศัพท์ เขาตกใจจนหน้าซีด


               “อีนังนี่มันใช้โทรศัพท์โทรออกด้วยนาย”


               ยังคงมีเสียงลอดออกมา หากแต่คราวนี้ไม่ใช่เสียงของสมรแน่นอนเพราะมันเป็นเสียงห้วนๆของผู้ชาย พาลีคิดอะไรไม่ออก

นอกจากยืนนิ่งฟังเสียงนั้นโดยไม่กล้าตอบโต้ มีแต่ความเงียบอึดใจก่อนจะมีเสียงทุ้มหากแต่น่าเกรงขามดังออกมาอย่างชัดเจนราวกับ

เขาคนนั้นกำลังพูดกับพาลี


               “นั่นใคร”


               พาลีเพิ่งได้สติ เขารีบปิดโทรศัพท์ทันทีพร้อมทั้งถอดฝาเครื่องเพื่อนำซิมการ์ดออก พาลีทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยอาการแข้ง

ขาสั่นเทา หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นในสิ่งที่ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขานั่งซึมอยู่อีกพักใหญ่จนกระทั่งได้ยินเสียงเรียกของ

ร้านค้าที่อยู่ติดกัน


               “พ่อหมอลี มาดูข่าวนี่เร็ว ข่าวด่วน”


               พาลีวิ่งออกจากห้องของเขาไปยังร้านค้าข้างๆ และภาพจากรายงานข่าวด่วนในโทรทัศน์ทำให้พาลีตกใจแทบสิ้นสติ


               “นี่มันลูกค้าพ่อหมอลีที่เพิ่งจะมาเมื่อตอนบ่ายนี่ โธ่เอ๋ย ไม่น่าเลย อายุสั้นจริงๆ”


               พาลีได้แต่จ้องมองภาพข่าวที่รายงานว่านางสมรภรรยาของนักธุรกิจดังชื่อพิชัยถูกยิงเสียชีวิตในซอยเปลี่ยว โดยตำรวจที่เป็น

เจ้าของคดีพุ่งเป้าไปในเรื่องชู้สาวและปัญหาครอบครัว สมองของพาลีตื้อไปหมดเมื่อคิดถึงลางสังหรณ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นก่อนที่สมรจะกลับ

ไปและเหตุร้ายก็เกิดขึ้นจริงๆ


               อะไรก็ไม่เท่ากับเสียงไซเรนรถตำรวจบาดแก้วหูวิ่งมาจอดอยู่หน้าห้องแถว คนที่ยืนอยู่แถวนั้นต่างก็หันมามองเป็นตาเดียวเมื่อ

มีตำรวจหลายคนก้าวลงมาจากรถแล้วพุ่งความสนใจมาที่พาลี


               “คุณใช่หมอดูที่ชื่อพาลีหรือเปล่าครับ”


               นายตำรวจคนหนึ่งเอ่ยกับเขา พาลีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น


               “ใช่ครับ ผมเองพาลี”


               “มีรายงานว่าคุณนายสมรที่เพิ่งจะถูกยิงเสียชีวิตมาหาคุณเป็นคนสุดท้าย เพราะฉะนั้นผมขอเชิญคุณไปให้ปากคำที่โรงพัก

ด้วยครับ”





               พาลีนั่งนิ่งอยู่ที่ฝ่ายสืบสวนของสถานีตำรวจพื้นที่เกิดเหตุ เขาให้ปากคำตามความเป็นจริงว่าสมรเป็นลูกค้ามาให้เขาดูดวงเป็น

ประจำและวันนี้ก็เช่นกัน


               “ด้วยจรรยาบรรณของอาชีพแล้วผมไม่ควรจะเล่าเรื่องส่วนตัวของลูกค้าให้คนอื่นรู้ ผมบอกได้เพียงว่าคุณสมรมีปากเสียงกับ

สามีรุนแรงกว่าทุกครั้ง แต่เขาทะเลาะเรื่องอะไรนั้นผมก็ไม่ทราบ”


               เมื่อข่มความตื่นเต้นได้แล้วพาลีก็กลับมาเป็นชายหนุ่มหน้านิ่งเช่นเคย เขาให้ข้อมูลด้วยใบหน้าเรียบเฉย นายตำรวจคนที่พา

พาลีมาที่นี่จึงก้าวออกไปนอกห้องพักใหญ่ ก่อนจะกลับเข้ามาอีกครั้ง


               “คุณมีพยานบุคคลยืนยันชัดเจนว่าคุณอยู่ที่ร้านของคุณตลอดเวลา ดังนั้นเรื่องที่คุณเป็นคนลงมือก็ตัดทิ้ง”


               พาลีลอบถอนหายใจออกมา เขาสบตากับนายตำรวจที่มีป้ายชื่อติดหน้าอกว่า ร.ต.อ.สมบัติ แล้วเอ่ยปากถาม


               “งั้นผมก็กลับได้แล้วสิครับผู้กอง”


               “ยัง” คำตอบนั้นทำให้ใจของพาลีเหี่ยวลงอีก


               “ถึงแม้คุณจะไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย แต่ว่าคุณเป็นคนที่คุณสมรให้ความไว้วางใจมากที่สุดในช่วงนี้ คุณจึงถูกกันตัวไว้เป็นพยาน

ปากสำคัญ และคุณจะถูกส่งชื่อให้อยู่ในการคุ้มครองพยานด้วย”


               “คุ้มครองพยาน?”


               พาลีทวนคำด้วยความไม่เข้าใจ ผู้กองสมบัติจึงได้ไขข้อข้องใจให้เขา


               “ใช่ เราจะให้ตำรวจที่มีหน้าที่คุ้มครองพยานมาคอยดูแลคุณเพื่อความปลอดภัย เข้ามาได้แล้วเขต”


               ประตูห้องสืบสวนถูกผลักพร้อมกับมีร่างสูงในชุดเครื่องแบบตำรวจก้าวเข้ามายืนทำความเคารพผู้กองสมบัติ


               “ผมขอแนะนำให้รู้จักกัน นี่คือนายตำรวจที่จะทำหน้าที่ดูแลคุณ ผู้หมวดสุดเขต”


               พาลีเงยหน้าขึ้นมองทันควันและเขาก็ได้สบตากับดวงตาคมที่ก้มต่ำจ้องมองเขาที่ยังนั่งนิ่ง เมื่อนัยน์ตาสบกันพาลีก็อยากจะ

ถอนหายใจออกมาดังๆไม่ต่างอะไรกับร่างสูงที่ขมวดคิ้วจนแทบจะชนกันเมื่อเห็นหน้าพาลี


               โลกกลมแท้ๆ

               ใครจะคาดคิดว่าพาลีจะได้มาพบเจอกับคนๆนี้อีกครั้ง

               ร.ต.ท.สุดเขต สุทธิภาค อดีตเพื่อนร่วมห้องสมัยมัธยมปีที่สี่ของพาลี






                                              TBC
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-10-2016 13:59:59 โดย Belove »

ออฟไลน์ winndy

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 1 [23/10/59]
«ตอบ #2 เมื่อ23-10-2016 14:29:47 »

สนุกค่ะ น่าติดตาม

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4173
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 1 [23/10/59]
«ตอบ #3 เมื่อ23-10-2016 14:40:25 »

น่าอ่านมากค่ะ ตอนแรกคิดว่าตัวเอกอาจจะเป็นลูกชายคุณสมร กลายเป็นตำรวจซะงั้น ฮา

ออฟไลน์ Silvan

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 267
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-3
Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 1 [23/10/59]
«ตอบ #4 เมื่อ23-10-2016 15:10:27 »

มีอดีตร่วมกันซะด้วย

ออฟไลน์ เสพศิลป์

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 280
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 1 [23/10/59]
«ตอบ #5 เมื่อ23-10-2016 16:25:17 »

เคยอ่านเรื่องประมาณนี้ ชอบมากๆๆๆๆ มาต้อเร็วไนะคะ

ออฟไลน์ fahsai

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 827
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-2
Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 1 [23/10/59]
«ตอบ #6 เมื่อ23-10-2016 18:01:28 »

น่าติดตามมากๆค่ะ

ออฟไลน์ boonpa

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2431
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +132/-9
Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 1 [23/10/59]
«ตอบ #7 เมื่อ23-10-2016 18:40:45 »

 :hao3: หมอดูกับคุณตำรวจ น่าสนใจ

ออฟไลน์ polkadot

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 54
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 1 [23/10/59]
«ตอบ #8 เมื่อ23-10-2016 18:59:01 »

ได้กลิ่นความสนุกของนิยายเรื่องนี้  :katai2-1:

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 1 [23/10/59]
«ตอบ #9 เมื่อ23-10-2016 19:47:46 »

เปิดเรื่องน่าสนใจอีกแล้ว

ปล.อันนี้เป็นแฟนฟิคป่าวเอ่ย พาลีนามสกุลเดียวกับต้อลเลย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 1 [23/10/59]
« ตอบ #9 เมื่อ: 23-10-2016 19:47:46 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5084
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7
Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 1 [23/10/59]
«ตอบ #10 เมื่อ23-10-2016 21:28:22 »

 :3123: :3123: :3123: :3123: :3123:

 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5349
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19
Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 1 [23/10/59]
«ตอบ #11 เมื่อ23-10-2016 23:39:19 »

 :mc4:

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove
<<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 2 [24/10/59]
«ตอบ #12 เมื่อ24-10-2016 21:12:56 »



                                                                     คดีรักนักดูดวง

                                                                           บทที่ 2


               สุดเขตขมวดคิ้วขณะจ้องมองพยานปากเอกที่เขาต้องให้ความคุ้มครองตามคำสั่งที่ได้รับมาตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เมื่อเห็น

ใบหน้านั้นอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งแล้วเขาก็นึกอยากจะสบถอะไรบางอย่างออกไปต่อหน้าเจ้านาย แต่เขาฝืนเก็บมันไว้บนใบหน้าบึ้งตึง


               “ไอ้ผู้ใหญ่ลี!”


               นั่นเป็นเพียงวลีที่หลุดออกมาจากปากแต่ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้สมบัติเอ่ยอย่างแปลกใจ


               “อ้าว นี่รู้จักกันมาก่อนเหรอ”


               สุดเขตนึกอยากจะเขกหัวตัวเองที่เผลอแสดงอาการจนผู้บังคับบัญชามองเห็น เขาจึงตอบรับกลับไปสั้นๆแต่ท่าทางสมบัติจะ

พอใจมาก


               “รู้จักกันมาก่อนก็ดีแล้ว เอ็งจะได้ทำงานง่ายขึ้นไงเขต เอาละ ตามสบายกันทั้งคู่นะ ผมต้องไปตามงานต่อ ตอนนี้คดีคุณสมร

กลายเป็นที่จับตามองเพราะข่าวทีวีเล่นหนักมากแต่กลับมีเบาะแสอยู่ไม่กี่อย่าง เจ้านายระดับสูงขึ้นไปเขาก็ถูกกดดันมาเยอะถึงได้มา

กำชับเราอีกที เพราะงั้นไอ้เขตต้องดูแลพยานให้ดีอย่าให้มีปัญหา เข้าใจไหม”


               “ครับผม!”


               ตบเท้าชิดทำความเคารพพร้อมขานรับคำสั่งขณะสมบัติก้าวออกไปจากห้องทิ้งให้สุดเขตอยู่เพียงลำพังกับพยานปากเอกที่นั่ง

นิ่งจนสุดเขตแอบแช่งให้ตะคริวกิน และเมื่อได้อยู่ด้วยกันสองคนสุดเขตก็แอบเบ้ปาก เขาเดินวนไปรอบพาลีพลางแอบพิจารณาอดีต

เพื่อนร่วมห้องตามนิสัยตำรวจเช่นเขา


               ส่วนสูง สูงกว่าเดิม น่าจะราวๆร้อยเจ็ดสิบถึงร้อยเจ็ดสิบห้าเซ็นติเมตรตามมาตรฐานชายไทย เนื้อตัวก็ไม่ได้มีกล้ามเนื้อใดๆ

เมื่อเทียบกับเขาที่ออกกำลังกายเป็นประจำ สุดเขตจำได้ว่าพาลีไม่ชอบออกกำลังกายในวิชาพละ เขามักจะเห็นไอ้หมอนี่อยู่ท่ามกลาง

หนังสือการ์ตูนที่หอบใส่กระเป๋ามาโรงเรียนเสียมากกว่า


               หน้าตา เหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือความกวนตีน

               สุดเขตนึกถึงใบหน้าตอนที่คุณครูประจำชั้นให้ออกไปแนะนำตัวหน้าห้องทีละคนในวันเปิดเทอมใหม่ได้ พาลีคนนี้แหละที่ออก

ไปยืนแล้วทำหน้านิ่งปราศจากความตื่นเต้นที่จะได้รู้จักเพื่อนใหม่ในชีวิตชั้นมัธยมปลายดังเช่นคนอื่นๆในห้อง


               “เราชื่อพาลี มาจากห้องสามโรงเรียนนี้แหละ”


               เสียงฮือฮาดังหึ่งไปทั่วห้องเมื่อรู้ว่าพาลีมาจากมัธยมต้นห้องสาม เพราะห้องนั้นถือได้ว่าเป็นห้องอันดับบ๊วยสุดของรุ่น และ

เป็นการยากที่เด็กห้องบ๊วยจะได้เข้ามาเรียนมัธยมปลายในห้องเรียนสายวิทย์คณิตเช่นตอนนี้

               ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่สะทกสะท้านสักนิดที่กลายเป็นเป้าสายตา สุดเขตที่ไปจับจองโต๊ะตัวกลางฝั่งริมหน้าต่างตั้งแต่เช้าเท้า

แขนมองคนยืนหน้าชั้นตั้งแต่หัวจรดเท้าและมองกลับตั้งแต่เท้าจรดหัว ก่อนจะหยุดมองหน้านิ่งๆที่เดาไม่ถูกว่าเจ้าของมันกำลังคิดอะไร

อยู่


               “ไง” สุดเขตเอ่ยทักขณะที่เขานั่งหมิ่นอยู่ตรงขอบโต๊ะแล้วก้มหน้ามองอีกฝ่ายที่อยู่ในระดับต่ำกว่าสายตา


               “ไม่เจอกว่าสิบกว่าปีได้ล่ะมั้ง ไหงมาเจอกันสภาพแบบนี้ล่ะวะ”


               พาลีเหลือบตามองขึ้นบนพลางจ้องตากลับกับบุคคลที่ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะต้องมาข้องเกี่ยวกันอีก อันที่จริงเขารู้จักกับสุด

เขตเพียงแค่ปีเดียวเมื่อตอนม.สี่เพราะหลังจากนั้นสุดเขตสอบติดโรงเรียนเตรียมทหารและลาออกไป พาลีได้ข่าวจากเพื่อนในห้องที่เคย

อยู่กลุ่มเดียวกับสุดเขตในอีกหลายปีถัดมาว่าเมื่อจบโรงเรียนเตรียมทหารแล้วสุดเขตเลือกที่จะไปเรียนต่อที่โรงเรียนนายร้อยสามพราน

นั่นเป็นข่าวสุดท้ายที่พาลีรับรู้จนกระทั่งได้มาพบกับสุดเขตอย่างไม่คาดฝันในวันนี้


               “ไม่ไง” พาลีโต้กลับ “คิดว่าในสถานการณ์แบบนี้กูอยากเจอใครงั้นสิ”


               “ก็ช่วยไม่ได้ กูได้ข่าวว่ามึงหากินกับอาชีพหมอดูอย่างที่บ้านมึงทำอยู่นี่หว่า ไอ้อาชีพนี้ถ้าไม่เสือกเรื่องชาวบ้านจริงทำไม่ได้

นะโว้ย”


               ปากหมา

               พาลีขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจกับคำพูดส่อเสียดเหยียดหยันคนอื่น แม้ว่าจะไม่พบเจอกันมาหลายปีแต่สุดเขตก็ยังคงพูด

อะไรโดยไม่เคยใช้สมองเหมือนในอดีตไม่มีผิด มันทำให้ความทรงจำของพาลีย้อนไปถึงสมัยที่เขาต้องแยกจากเพื่อนสนิทเมื่อเรียนจบ

มัธยมต้น ต่างคนก็ต่างมีทางเดินของตัวเอง โดยที่เขานั้นมีคะแนนเพียงพอที่จะเข้าเรียนต่อในชั้นมัธยมปลายของโรงเรียนเดิม แถมยังได้

เรียนสายวิทย์คณิตอีกต่างหาก กลายเป็นที่เชิดหน้าชูตาของเพื่อนๆในห้องที่ผลคะแนนต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนขึ้นชื่อว่าเป็นห้องบ๊วยของชั้นปี


               “แม่ง ไอ้ผู้ใหญ่ลีมันเก่งชิบหาย”


               ไอ้ซีซั่นตบบ่าพาลีเสียงดังป๊าบเมื่อรู้ว่าหนึ่งในกลุ่มเพื่อนสนิทสอบเข้าสายวิทย์ได้


               “เออ เหี้ย ใครจะนึกว่าคนห้องเราสอบเข้าสายวิทย์ได้วะ มึงต้องทำให้ไอ้พวกเด็กเรียนห้องอื่นมันเอ๋อแดกในความสามารถ

ของมึงเลยนะโว้ย”


                ไอ้บอมให้กำลังใจตามติด มันแค้นที่คนอื่นมักจะมองว่าพวกมันมีแต่พวกเหลวไหล


              “เราว่าผู้ใหญ่ลีเก่งอยู่แล้วแต่ไม่ค่อยแสดงออก แค่ทำตัวเหมือนเดิมแบบนี้ก็ไม่มีใครทำอะไรผู้ใหญ่ลีได้แล้วล่ะ”


               ปภพเพื่อนที่เรียบร้อยที่สุดในกลุ่มให้กำลังใจด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม พวกเขาทั้งสี่เป็นกลุ่มที่สนิทกันที่สุดในห้องก่อนที่ทุก

คนจะแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเองเมื่อเริ่มต้นภาคเรียนใหม่

               และในวันเปิดเทอมวันแรกของม.สี่นั่นเองที่ทำให้พาลีได้สบตากับสุดเขตซึ่งก็อยู่โรงเรียนเดียวกันมาแต่คนละห้อง สุดเขตนั้น

เรียนอยู่ในห้องที่มีผลการเรียนระดับต้นๆแถมยังเป็นนักฟุตบอลของโรงเรียนอีกต่างหาก เรียกได้ว่าเนื้อหอมจนใครๆก็ได้ยินชื่อ พาลีเองก็

ไม่พ้นเคยฟังชื่อเสียงจากแม่พวกสาวๆนักเรียนหญิงมาบ้างแต่เขาก็ไม่ได้สนใจมากนัก จนกระทั่งเขาหันไปสบตากับดวงตาคมคู่นั้นที่จ้อง

มองมาจากโต๊ะริมหน้าต่าง

                  โดยนิสัยของพาลีเรียกได้ว่าเป็นคนเงียบๆเฉยๆมาตั้งแต่เด็กแล้ว เขามักจะมีโลกส่วนตัวอยู่กับกองหนังสือที่ไม่ใช่หนังสือ

เรียน พาลีชอบเก็บความรู้สึกไว้กับใบหน้ามึนๆจนไม่เคยมีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรยกเว้นเพื่อนสนิทในกลุ่มที่จะรู้ว่าอันที่จริงในสมองของเขามี

ข้อมูลอยู่มากมาย แถมยังคอยเป็นฝ่ายเสนาธิการวางแผนให้เวลาเพื่อนในห้องจะยกพวกไปตีกับนักเรียนห้องอื่นหรือโรงเรียนอื่นด้วยซ้ำ

               พาลียักไหล่ให้กับเสียงฮือฮาเมื่อรู้ที่มาของเขาก่อนจะเดินกลับไปยังโต๊ะของตัวเองที่พาลีเลือกโต๊ะตัวที่อยู่ท้ายห้องอันเป็น

ตำแหน่งโปรด จากตำแหน่งนี้ทำให้พาลีสามารถมองเห็นเพื่อนๆในห้องได้ทั่วทุกมุม และทำให้พาลีมองเห็นแผ่นหลังของสุดเขตด้วย

เมื่อเวลาผ่านไปพาลีก็รู้ว่าสุดเขตชอบเท้าแขนข้างหนึ่งไว้กับขอบหน้าต่างและมักจะหันไปมองทิวทัศน์ข้างนอกถ้าคุณครูสอนไม่ถูกใจ

               พาลีไม่ใช่คนดังของห้อง เขาไม่ใช่คนหน้าตาดีที่สุด ไม่ใช่คนเก่งที่สุด พาลีเป็นแค่เด็กหลังห้องที่ตั้งใจเรียนบ้างไม่ตั้งใจบ้าง

วิชาไหนที่พาลีไม่ชอบเขาก็แอบก้มหน้าไปอ่านการ์ตูนที่พกใส่กระเป๋ามาจากบ้าน เขาเป็นแฟนการ์ตูนเรื่องวันพีชและบลีชตัวยงพอๆกับที่

ชอบอ่านโดราเอมอนและนินจาฮาโตริ โดยเฉพาะวิชาพละที่เขาทำคะแนนได้ไม่ดีเท่าไหร่ ไม่เหมือนสุดเขตที่ชอบเริงร่าท้าแสงแดดจน

ผิวกลายเป็นสีเข้มแต่มันกลับทำให้สุดเขตดูดีมากขึ้นไปอีกในสายตาสาวๆที่มายืนกรี๊ดอยู่ริมสนาม


               “ทำไมมึงไม่ไปเล่นบาส”


               สุดเขตเคยถามเขาอยู่วันหนึ่งเมื่อพาลีวิ่งชู้ตลูกบาสลงห่วงแค่พอให้ผ่านเกณฑ์ให้คะแนนของอาจารย์หลังจากนั้นก็หาที่

หลบมุมนั่งอ่านโคนันเล่มใหม่ พาลีเหลือบตาขึ้นจากหนังสือการ์ตูนแล้วมองสุดเขตด้วยความสงสัย


               “แล้วถ้ากูนั่งอ่านโคนันอยู่ตรงนี้โดยไม่ไปเล่นบาส ลูกบาสของมึงจะกลายเป็นลูกสี่เหลี่ยมหรือหรือไง”


               “เหี้ย” สุดเขตชักสีหน้าใส่เขา “กูแค่เห็นมึงแม่งชอบทำตัวเป็นโอตาคุ ระวังผลการเรียนของมึงให้ดีเหอะ อย่าให้มันตกต่ำจน

ทำให้ห้องตกมีนก็แล้วกัน”


               นั่นเป็นไม่กี่ครั้งที่พาลีและสุดเขตได้คุยกัน พาลีก็ทำตัวเช่นเดิมจนกระทั่งผลการสอบปลายภาคที่หนึ่งออก ปรากฏว่าเกรด

เฉลี่ยของพาลีแม้จะไม่ใช่ที่หนึ่งของห้อง แต่ตัวเลขหลังจุดทศนิยมมันกลับมากกว่าเกรดของสุดเขตไปอีกเล็กน้อย นั่นเองที่ทำให้สุด

เขตเสียหน้า เขาตรงเข้ามาหาและทุบโต๊ะของพาลีดังปังเพื่อเรียกให้พาลีเงยหน้าขึ้นมองสุดเขตที่ใช้สองมือเท้าโต๊ะของพาลีด้วยกิริยา

คุกคาม


               “ไอ้ผู้ใหญ่ลี”


               สุดเขตเรียกฉายาของพาลีตามที่เคยได้ยินเพื่อนจากห้องเก่าเรียก


               “กูเห็นมึงเอาแต่อ่านการ์ตูนไม่เคยเห็นจับหนังสือเรียน แล้วทำไมเกรดมึงออกมาเยอะกว่าของกู ถามจริงว่ามึงไปแอบอ่าน

หนังสือเรียนตอนไหนทำไมพวกกูไม่รู้วะ”


               พาลีถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขามองคำถามของสุดเขตว่าไร้สาระมาก


               “เอาเวลาที่คอยไปเสือกเรื่องของคนอื่นว่าเขามีวิธีการอ่านหนังสือยังไงนั่นแหละมาอ่าน”


               พาลีพิงแผ่นหลังไปกับพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆแล้วคลี่ยิ้มที่มุมปาก หากแค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้คนที่มีจุดเดือดต่ำ

อย่างสุดเขตเกิดอาการควันออกหู


               “มีความจำเป็นยังไงกูถึงต้องไปอ่านหนังสือให้คนอื่นเห็นด้วยวะ”


               “มึงแม่งกวนตีน!”


               สุดเขตด่าเขา แต่พาลีก็แค่นิ่งมองการกระทำนั้นอย่างใจเย็น


               “เทอมต่อไปกูต้องชนะมึงให้ได้ คอยดู”


               พาลีส่ายหน้าอย่างระอากับอาการพาลของสุดเขต แต่หลังจากนั้นสุดเขตก็ไม่ได้มายุ่งกับเขาอีก พาลีทำตัวเช่นเดิมเพราะเขา

ถือว่าการเรียนคือการแข่งกับตัวเองไม่ใช่ไปแข่งกับคนอื่น จนกระทั่งเวลาผ่านไปจนถึงปลายปีการศึกษา สุดเขตสามารถทำคะแนนนำพา

ลีไปได้แต่พาลีก็ไม่ได้อยู่ในห้องในวันสุดท้ายของภาคเรียนเมื่อเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงกับแม่ของพาลี


               พาลีช่วยบิดาจัดงานศพที่มีผู้มาร่วมงานจำนวนมากทุกคืน อาจเป็นเพราะพ่อของเขาเป็นหมอดูชื่อดังรวมถึงเป็นมัคทายก

ของวัดแถวบ้านด้วย เมื่อคนทราบข่าวจึงมากันเยอะ รวมถึงเพื่อนสนิทและเพื่อนในชั้นเรียน พาลีเห็นสุดเขตอยู่แวบๆว่ามากับครอบครัว

ของสุดเขตแต่เขาก็ไม่มีเวลาไปทักทาย และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาได้พบหน้าสุดเขต พาลีเพิ่งมารู้ตอนหลังว่าสุดเขตสอบเข้าไปเรียน

ที่โรงเรียนเตรียมทหารได้ พาลีเองก็ไม่นึกว่าการพบหน้ากันอีกครั้งจากวันนั้น เขาจะมาเจอกับสุดเขตในสถานการณ์เช่นนี้ที่พาลีต้องอยู่

ในการดูแลของสุดเขต

               พาลีข่มความไม่พอใจเอาไว้เมื่อได้ยินคำพูดที่แซะไปถึงครอบครัว เขาเลิกคิ้วพลางย้อนกลับคำพูดของสุดเขต


               “ยังดีนะที่กูเสือกเพราะอาชีพ อย่างบางคนนี่ไม่ใช่อาชีพแต่ชอบเสือก”


               สุดเขตเดือดปุด เขาทำท่าจะเอ่ยปากต่อว่าหากไม่มีเสียงเคาะประตูห้องมาขัดจังหวะเสียก่อน ประตูห้องถูกเปิดออกและมี

ตำรวจร่างท้วมหน้าตาอารมณ์ดีก้าวเข้ามาในห้อง


               “เอกสารที่คุณพยานต้องเซ็นมาแล้วครับหมวด”


               แฟ้มสีดำถูกวางต่อหน้าพาลี ชายหนุ่มมองผู้มาใหม่อย่างสงสัย


               “สวัสดีครับ ผมจ่าสมชายเป็นลูกน้องของหมวดสุดเขต อยู่ในทีมคุ้มกันพยานครับพ้ม”


               จ่าสมชายตะเบ๊ะแข็งขัน ทำให้พาลีคลายความตึงเครียดลงได้มากเขาจึงยิ้มบางๆส่งให้จ่าสมชายและทักทายอย่างมีมารยาท

จนสุดเขตนึกค่อนอยู่ในใจ


               ทีคนอื่นล่ะทำเป็นยิ้ม ทีกับเขาถ้าไม่เถียงกันให้ตายก็ไม่ใช่สุดเขตกับพาลีสินะ


               “เซ็นเอกสารให้เรียบร้อย” สุดเขตเอ่ยเสียงแข็ง “ต่อจากนี้มึงจะต้องอยู่ในการดูแลของทีมกูยี่สิบสี่ชั่วโมงจนกว่าจะหาเบาะ

แสนคดีฆ่าคุณนายสมรและจับผู้ต้องสงสัยได้”


               แม้ว่าจะไม่เต็มใจนักแต่พาลีก็จำเป็นต้องเซ็นเอกสารทางราชการตามที่สุดเขตสั่งจนเสร็จเรียบร้อยจึงวางปากกาลงและส่ง

เอกสารคืนให้จ่าสมชาย


               “เสร็จแล้วก็ไป”


               “ไปไหน”


               พาลีงงงัน สีหน้าของเขาทำให้สุดเขตจุ๊ปากอย่างหงุดหงิด


               “มึงพักที่ไหน กูก็ไปกับมึงที่นั่นแหละไอ้ผู้ใหญ่ลี”
               



มีต่ออีกนิด...


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-10-2016 21:16:02 โดย Belove »

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove
<<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 2 [24/10/59]
«ตอบ #13 เมื่อ24-10-2016 21:17:15 »

ต่อกันตรงนี้...


             พาลีพาสุดเขตและลูกน้องอีกสองคนเดินทางกลับมายังตึกแถวที่เขาเช่าอยู่เพราะพาลีพักอาศัยอยู่ที่ชั้นบนของตัวตึกด้วย หลัง

จากที่พาลีเรียนมหาวิทยาลัยพ่อของพาลีขอมีภรรยาคนใหม่แทนที่แม่ของเขา พาลีเข้าใจผู้เป็นพ่อดีเขาจึงไม่ได้ห้ามปราม กับภรรยาคน

ใหม่ของพ่อก็เป็นมิตรกันได้ แต่เพราะมหาวิทยาลัยอยู่ไกลบ้านพาลีจึงเช่าหอพักอยู่ พอเรียนจบเขาก็ขอแยกตัวมาเช่าห้องแถวและอาศัย

อยู่เพียงคนเดียวที่นี่ พาลีกลับบ้านไปหาบิดาบ่อยครั้งจนไม่ใช่ว่าห่างเหินกัน เขายังรักและเคารพพ่ออยู่เสมอ

               สุดเขตปล่อยให้ลูกน้องตรวจตราอยู่ภายนอกตามหน้าที่ ส่วนเขาก้าวตามเข้ามาภายในห้องโถงของตึกแถวขนาดคูหาเดียว

พลางสำรวจด้วยสายตาอย่างรวดเร็ว เขานึกชมการจัดห้องของพาลีอยู่ในใจอย่างไม่รู้ตัวเมื่อเห็นว่าพาลีเลือกทาสีด้วยสีอ่อนสบายตา

ทำให้ห้องดูกว้าง เฟอร์นิเจอร์มีโต๊ะเก้าอี้หันหาเข้าหากัน ห่างออกไปมีโซฟารับแขกชุดไม่ใหญ่มากนักตั้งอยู่ บนโต๊ะมีคอมพิวเตอร์

สำหรับทำงาน เมื่อสำรวจโดยรอบแล้วสุดเขตก็หันมาถามพาลีที่ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ประจำหลังโต๊ะดูดวง


                 “มึงอยู่คนเดียว?”


                ถามทำไมวะ


               “เห็นสิ่งมีชีวิตอื่นสักตัวไหมล่ะ”


               สุดเขตย่นหัวคิ้วอย่างไม่ชอบใจนักเมื่อได้ยินคำตอบจากพาลี


               “มึงจะตอบกูโดยไม่ยอกย้อนได้ไหมไอ้ลี ถ้ากูถามมึงก็แค่ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ แค่นี้ ทำเป็นหรือเปล่า”


               เสียงคาดคั้นของสุดเขตทำให้พาลีไม่พอใจอยู่มาก เขานั่งนิ่งเกร็งตัวจนสุดเขตมองออกจนสุดเขตต้องเป็นฝ่ายถอนหายใจ


               “เออ กูขอโทษที่ตวาดใส่มึง นี่ไอ้ผู้ใหญ่ลี กูรู้ว่ามึงไม่ชอบหน้ากู กูเองก็ไม่ได้ถูกชะตากับมึงหรอก แต่ตอนนี้กูกับมึงจำเป็น

ต้องอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปอีกพักใหญ่ กูว่าเราควรจะสงบศึกกันไว้ก่อน”


               คำพูดเป็นงานเป็นการของสุดเขตทำให้พาลีจำเป็นต้องยอมรับ น้ำเสียงดุดันจากโทรศัพท์ที่ได้ยินหลังเสียงปืนนั้นทำให้พาลี

หวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย ตอนนี้คนที่จะคุ้มครองเขาได้ก็เห็นจะต้องพึ่งพาอดีตเพื่อนของเขาเท่านั้น


               “ไหนมึงลองเล่าเรื่องให้กูฟังทีสิ”


               สุดเขตก้าวมานั่งลงที่เก้าอี้ตรงกันข้ามกับพาลี เข้านิ่งฟังเรื่องที่พาลีเล่าเกี่ยวกับคุณนายสมรภรรยาของเสี่ยพิชัยที่เป็นลูกค้า

ประจำของพาลี สมรมักจะมีปากเสียงกับเสี่ยพิชัยอยู่บ้าง หากแต่ช่วงนี้มันหนักข้อจนสมรเครียดจัด


               “คุณสมรมาดูดวงตอนสายๆแล้วก็กลับไป จนถึงตอนบ่ายที่มีสายเข้า กูเห็นเป็นเบอร์คุณสมรโทรมาก็เลยกดรับเพราะเขาก็โทร

นัดเวลากับกูประจำ แต่คราวนี้คุณสมรไม่ได้พูดกับกู”


               พาลีกลืนน้ำลายลงคอเมื่อนึกถึงเหตุอันน่าหวาดกลัว


               “มันเหมือนคุณสมรเขากดโทรหากูโดยไม่รู้ตัวมากกว่า แต่มันทำให้กูได้ยินเสียงว่ะ กูได้ยินเสียงร้องไห้ของคุณสมร เสียงรถ

เบรกและเสียงปืน ตอนนั้นกูช็อกจนไม่ทันวางสาย อยู่ๆก็มีเสียงผู้ชายใช้โทรศัพท์คุณสมรถามว่ากูคือใคร กูก็รีบปิดเครื่องและถอดซิมทิ้ง

ดีที่ว่าซิมเบอร์ที่กูใช้เป็นซิมเติมเงิน”


               “มึงลงทะเบียนซิมหรือเปล่า” สุดเขตถามเสียงเครียด พาลีส่ายหน้า


               “ยังไม่ได้ลงทะเบียนซิม ว่าจะไปลงทะเบียนแต่ยังไม่มีเวลาไป”


               “ถ้างั้นมันอาจจะยังตามหาตัวมึงไม่ได้ โทรศัพท์ของมึงก็รุ่นพระเจ้าเหาครองราชแบบนี้คงจะตามตัวมึงยากหน่อย เอาซิมมา

ให้กู”


               พาลีหยิบซิมการ์ดที่เขาโยนใส่ลิ้นชักไว้ออกมาให้สุดเขต


               “คุณนายสมรมาดูดวงกับมึงเรื่องอะไรบ่อยที่สุดวะ”


               พาลีกรอกตาไปมา ความเป็นหมอดูมืออาชีพทำให้เขาไม่อยากจะบอกเรื่องส่วนตัวของลูกค้ากับใคร แต่ครั้งนี้เป็นความจำเป็น

ที่เขาต้องบอกสุดเขต


               “เรื่องความรัก เขามาให้กูดูว่าความรักจะสมหวังไหม”


               “แล้วคุณนายสมรจะมาดูเรื่องความรักทำไมในเมื่อคุณนายแกมีผัวแล้วคือเสี่ยพิชัย”


               “มันก็ไม่ใช่เรื่องที่กูต้องถามคุณนายนี่ กูมีหน้าที่แค่ดูดวงและทำให้ลูกค้าสบายใจกลับไป”  พาลีตอบเสียงเข้ม


               “เท่าที่กูจับใจความได้คือมันเป็นความรักที่ต้องปิดบังเท่านั้น”


               สุดเขตนิ่งฟัง เขาใช้ความคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะหันมายกคิ้วสูงมองหน้าพาลี


               “มึงดูดวงแม่นจริงหรือเปล่าไอ้ลี ไหนลองดูดวงให้กูหน่อยว่าจะแม่นหรือเปล่า”


               พาลีหรี่ตามอง แต่สุดเขตก็ยังยิ้มท้าทายเขา


               “เอาดิ กูอยากรู้”


               เมื่อขัดไม่ได้พาลีจึงคลี่ผ้าสีแดงออกและส่งไพ่ยิปซีให้สุดเขต เขาบอกให้สุดเขตสับไพ่เท่าอายุและตัดไพ่ด้วยมือซ้ายก่อนที่

เขาจะให้สุดเขตเลือกมาสิบใบและดูดวงคร่าวๆ


               “มึงเลือกไพ่ในกองมาอีกสองใบ กูจะดูดวงช่วงเดือนนี้”


               สุดเขตหยิบไพ่มาสองใบตามที่พาลีบอก พาลีเปิดไพ่ออกมาแล้วเขาก็ต้องนิ่งงัน


               Three of Pentacles, Lover


               พาลีควรจะบอกสุดเขตหรือเปล่าว่าสุดเขตกำลังจะได้รับโชคลาภจากการงานและโชคนั้นคือคนรัก


                  TBC

                     :ruready :ruready

เปิดเรื่องน่าสนใจอีกแล้ว

ปล.อันนี้เป็นแฟนฟิคป่าวเอ่ย พาลีนามสกุลเดียวกับต้อลเลย
Cr.lizzii

ตอบ...
ไม่ใช่ฟิคจ้า ตอนนี้เลิกเขียนฟิคไปแล้วเพราะไม่มีเวลา ส่วนนามสกุล ก็คงเพราะบังเอิญ
จำชื่อนามสกุลต้อลไม่ได้ด้วย จำได้แต่ณัฐ ศักดาทร อิอิ




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-10-2016 21:21:30 โดย Belove »

ออฟไลน์ winndy

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 2 [24/10/59]
«ตอบ #14 เมื่อ24-10-2016 21:28:47 »

ติดตามติดขอบจออยู่นะค๊ะ

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4173
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 2 [24/10/59]
«ตอบ #15 เมื่อ24-10-2016 21:41:50 »

ฟังดูเหมือนจะใบ้ว่าเป็นตัวเองกลาย ๆ ฮา

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5084
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7
Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 2 [24/10/59]
«ตอบ #16 เมื่อ24-10-2016 21:44:25 »

ดูแม่นนะพาลีแต่กลัวคุณตำรวจสุดเขตจะไม่เชือเนี่ยแหละว่าโชคที่มาจากงานคือโชคความรัก

 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2356
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6
Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 2 [24/10/59]
«ตอบ #17 เมื่อ24-10-2016 21:51:23 »

 o13

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 2 [24/10/59]
«ตอบ #18 เมื่อ24-10-2016 22:02:10 »

 :mew1:

แน่ะๆๆๆ มีการเปิดไพ่กันแล้ว
อยู่ที่คุณตำรวจแล้วแหละว่าจะเชื่อไหม
ส่วนพาลีอย่าลืมดูของตัวเองด้วยนะ อิอิ

ออฟไลน์ pigarea

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 767
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 2 [24/10/59]
«ตอบ #19 เมื่อ24-10-2016 22:06:13 »

จองคิวดูดวง

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 2 [24/10/59]
« ตอบ #19 เมื่อ: 24-10-2016 22:06:13 »





ออฟไลน์ llmaumill

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 2 [24/10/59]
«ตอบ #20 เมื่อ24-10-2016 22:21:17 »

เปิดเรื่องมาน่าสนใจมาก
ขอแอบติดตามด้วยคนนะคะ ♡

ออฟไลน์ Silvan

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 267
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-3
Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 2 [24/10/59]
«ตอบ #21 เมื่อ24-10-2016 22:52:24 »

ตีกันไปมารักกันจนได้แหละ :hao3:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5349
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19
Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 2 [24/10/59]
«ตอบ #22 เมื่อ25-10-2016 01:37:16 »

 o13

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4563
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 2 [24/10/59]
«ตอบ #23 เมื่อ25-10-2016 02:16:05 »

เอ้ยยยยเรื่องน่าติดตามมาก สนุกค่ะ
ตีกันไปมาจะลงเอยกันยังไงนะ

ออฟไลน์ mirage

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 137
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-1
Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 2 [24/10/59]
«ตอบ #24 เมื่อ25-10-2016 14:31:01 »

อัยย่ะ สนุกมาก
ติดตามค่ะ

 :pig4:  :pig4:

ออฟไลน์ saotome

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 645
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-2
Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 2 [24/10/59]
«ตอบ #25 เมื่อ26-10-2016 21:22:02 »

สนุกมากๆ

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove
<<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 3 [26/10/59]
«ตอบ #26 เมื่อ26-10-2016 21:56:38 »



                                                                    คดีรักนักดูดวง

                                                                         บทที่ 3


               “อ้าว ว่าไงล่ะ ตะคริวแดกปากรึไง”


               สุดเขตที่กำลังเท้าแขนไว้กับคางอันเป็นบุคลิกประจำตัวเอ่ยถามเมื่อเห็นพาลีอึกอัก อันที่จริงที่พาลีดูดวงของเขาในอดีตก็ตรง

จนเขานึกทึ่งและอยากจะรู้สิ่งที่กำลังจะเกิดในอนาคตอันใกล้ แต่ขณะที่ตั้งตารอฟังพาลีก็เกิดอ้ำอึ้งไปเสียอย่างนั้น


               “หรือว่ามันมีดวงตายโหงวะ เฮ้ย แต่กูเป็นตำรวจนะโว้ย กูทำใจได้ พ่อแม่กูเขาก็ทำใจรอไว้แล้ว ร้ายแรงขนาดไหนมึงก็บอกกู

มาเลย”


               ตัวเขาเองอาจจะแปลผลผิด


               พาลีตอบกับตัวเองในใจ งานของสุดเขตนั้นข้องเกี่ยวกับผู้คนจำนวนมากไม่ใช่แต่เขาคนเดียว เขาอาจจะร้อนตัวเกินเหตุซึ่งไม่

ควรเกิดกับพาลีที่เป็นคนใจเย็นและใคร่ครวญทุกอย่างอยู่ตลอดเวลา


               “ไพ่มันบอกว่ามึงกำลังจะได้โชคลาภจากการทำงานและก็อาจจะได้พบคนที่ถูกใจ”


               เลือกที่จะตอบไพ่แต่ละใบโดยไม่นำความหมายมาเชื่อมโยงกันดังเช่นปกติที่ควรทำ สุดเขตทำหน้าเหมือนอยากจะเตะพาลี

เต็มที


               “สัส เสือกลีลาซะจนกูตกใจ เรื่องดีแท้ๆทั้งได้โชคได้แฟน กูนี่โสดมาเกือบจะสามเดือนแล้วนะมึงตั้งแต่เลิกกับแฟนคนล่าสุด

ถ้าแม่งแม่นจริงเผื่อกูจะได้มีเมียกับเขามั่ง”


               นายตำรวจหนุ่มลุกขึ้นบิดขี้เกียจ


               “ปวดเยี่ยวว่ะ ห้องน้ำอยู่ด้านหลังใช่ไหม”


               สุดเขตเดินไปเข้าห้องน้ำทิ้งให้พาลีได้มีโอกาศอยู่เพียงลำพัง พาลีรีบฉวยจังหวะนั้นคว้าสมุดดูดวงขึ้นมาคำนวณเวลาจรของ

ดวงดาวทันที


               ดวงกาลกิณีโคจรมากุมลัคน์ ทำให้อาจเกิดการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ

               รู้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องดู เหตุมันเกิดขึ้นชัดเจน

               พาลีเบิกตากว้าง

               ดาวเจ้าเรือนปัตนิอันหมายถึงคู่ครองกำลังโคจรมากุมลัคนา

               มันแปลได้ง่ายๆว่าเหมือนดาวคู่ครองวิ่งเข้ามาชน ถ้าไม่หมายถึงจะต้องเจอคนที่มีปัญหาเรื่องคนรักแล้วเข้ามาทำความรู้จักก็

แปลอีกอย่างได้ว่า อยู่เฉยๆก็มีคนเข้ามาหา

               หัวใจของพาลีเต้นตึกตัก อันที่จริงเขาอยากจะหยุดการดูดวงของตนเองไว้เพียงแค่นี้ หากแต่เพราะสันดานความอยากรู้ทำให้

เขาอดใจไม่ได้ที่จะดูต่อไป

               ลัคนาราศีของเขา ดาวเจ้าเรือนปัตนิคือดาวอังคาร

               นั่นก็คือ อาชีพที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้แข่งขันและปราบปราม เช่นตำรวจ ทหาร นักกีฬา...

               พอเลย!

               พาลีสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องน้ำเปิดและปิด เขายัดสมุดดูดวงกลับเข้าไปในลิ้นชักเมื่อสุดเขตเดินกลับมาที่โต๊ะ


               “เป็นเหี้ยอะไรถึงหน้าแดงขนาดนี้ ตัวร้อนหรือเปล่า”


               พาลีนั่งตัวแข็งทื่อเมื่อสุดเขตใช้หลังมือมาอังที่หน้าผาก เขารีบปัดมือสากนั่นออกไปอย่างรวดเร็ว


               “ไม่ได้เป็นเหี้ยอะไรทั้งนั้นแหละ”


               สุดเขตย่นหัวคิ้วมองอย่างสงสัยแต่เขาก็ยังไม่ทันได้กล่าวอะไรต่อไปเมื่อประตูด้านหน้าเปิดออกโดยจ่าสมชายที่เดินเข้ามา

พร้อมกระเป๋าเป้ที่บรรจุของจนตุงและกล่องโฟมอาหารอีกสองกล่องใหญ่


               “ได้มาแล้วครับหมวด เสื้อผ้าของหมวดกับอาหารเย็น”


               สุดเขตมีกระเป๋าอยู่ใบหนึ่งที่จัดของไว้ในยามฉุกเฉินพร้อมจะเดินทางได้ทันที เขาใช้ให้จ่าสมชายไปนำมาจากแฟลตตำรวจที่

เขาพักอาศัยอยู่ สุดเขตรับมันมาจากจ่าสมชายพร้อมกับพยักหน้า


               “ขอบคุณมากจ่า ไอ้หมอดูนี่มันเพื่อนเก่าผมเอง ไม่มีปัญหา ผมอยู่กับมันได้ จ่ากลับไปพักเถอะแล้วคืนนี้บอกให้จ่าชาติที่อยู่

เวรมาตรวจรอบๆแถวนี้ด้วยนะ”


               ระหว่างที่สุดเขตสั่งงานจ่าสมชายพาลีได้แต่นิ่งอึ้ง เขากะพริบตาปริบๆมองกระเป๋าเป้ในมือของสุดเขตแล้วเอ่ยถามทันทีเมื่อ

จ่าสมชายกล่าวคำลาและเดินออกไป


               “หมายความว่ามึงจะมาอยู่กับกูที่นี่?”


               “อ้าว ไอ้นี่ ก็ต้องงั้นสิ นี่กูทำหน้าที่คุ้มครองพยานอยู่นะลืมตัวหรือเปล่าว่ามืงน่ะเป็นพยานในคดีฆาตกรรม เอ้า ข้าว แดกซะ กู

หิวไส้กิ่วแล้ว”


               เมื่อได้ยินคำว่าหิวพาลีก็เพิ่งจะคิดถึงเรื่องเวลาว่าเลยเวลาพระอาทิตย์ตกดินไปนานแล้ว และไม่มีอะไรตกถึงท้องของเขา

ตั้งแต่เที่ยงวัน ความหิวจึงเข้ามาเยือนจนท้องร้อง พาลีลุกไปหยิบขวดน้ำจากตู้เย็นมาเทใส่แก้วให้สุดเขตกับตัวเองก่อนจะรับกล่อง

อาหารจากสุดเขตมากินพร้อมกันอยู่ที่โต๊ะดูดวงของเขานั่นเอง

               ทั้งคู่กินข้าวในกล่องอย่างเงียบๆเพราะความหิว พาลีลอบมองหน้าสุดเขตที่ก้มหน้าก้มตากินข้าวเหมือนสมัยก่อนไม่มีผิด พาลี

จำต้องยอมรับแล้วว่าบัดนี้เขาเข้าไปข้องเกี่ยวในการตายของสมร เขาเป็นคนสุดท้ายที่สื่อสารแถมยังได้ยินเสียงคนที่อาจจะเป็นฆาตกร

หรือคนสั่งการด้วยซ้ำไป

               อย่างน้อยพาลีก็ยังมีสุดเขตมาอยู่เป็นเพื่อนในยามหน้าสิ่วหน้าขวานถึงแม้อีกฝ่ายจะทำตามหน้าที่ก็เถอะ พาลีรู้นิสัยของสุด

เขตดีว่ายามเอาจริงผู้ชายตรงหน้านั้นจริงจังแค่ไหน ข้อดีของสุดเขตก็มีมากอยู่ถ้าไม่นับเรื่องปากที่มักจะพูดอะไรด้วยความคนอง


               “หน้ากูมีจมูกสองอันกับอีกสามปากหรือไงถึงได้จ้องอยู่ได้”


               คำถามโดยกะทันหันจากสุดเขตที่ยังไม่ยอมเงยหน้าจากกล่องข้าวทำให้พาลีแอบสะดุ้งอยู่ในใจ เขารู้ได้อย่างไรว่าพาลีกำลัง

มองอยู่กันนะ


               “ทำไม รังเกียจนักเหรอที่ต้องมีกูมาอยู่ด้วย”


               สุดเขตวางกล่องโฟมที่ไม่มีเศษอาหารเหลืออยู่ลงกับโต๊ะก่อนจะเงยหน้ามาเลิกคิ้วให้พาลี


               “ถือเสียว่ากูมาอาศัยนอนอย่างเดียวสิวะ กูไม่ทะลุเข้าไปในโลกของมึงหรอกน่าไอ้คนโลกส่วนตัวสูง”


               คำพูดของสุดเขตเตือนสติพาลี เขาไม่ควรจะคิดมากไปกับเรื่องต่างๆที่ยังไม่เกิดขึ้น ดวงเป็นเรื่องทางสถิติที่อาจมีผิดมีถูก

และตอนนี้พาลีต้องอยู่ในโลกของความเป็นจริง


               “เออ แค่มึงไม่กวนตีนกู อย่างอื่นก็แล้วแต่มึง”


               พาลีถอนหายใจ เขาลุกขึ้นยืนเก็บกล่องโฟมไปทิ้งก่อนจะก้าวเดินไปยังประตูทางเข้าเพื่อจะปิดประตูตามปกติ


               “เดี๋ยว!”


               เสียงของสุดเขตทำให้พาลีสะดุดกึก สุดเขตรีบตามมาที่ประตูเพื่อตรวจความปลอดภัยและเป็นคนปิดประตูอย่างรอบคอบ เขา

หันมากำชับพาลีด้วยเสียงจริงจัง


               “ต่อจากนี้มึงต้องระวังทุกฝีก้าว ทำอะไรต้องมีสติ จะเข้าจะออกก็ต้องดูว่ามีใครจะมาซุ่มทำอะไรหรือเปล่า อ้อ แล้วไอ้คิวดูดวง

ของมึงน่ะ ช่วงนี้ยกเลิกให้หมดเลยนะ กูกลัวพวกนักข่าวหรือคนร้ายจะสวมรอยมา”


               พาลีพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เขาเดินนำสุดเขตไปยังชั้นบนที่พาลีใช้เป็นห้องพักโดยมีห้องน้ำเล็กๆอยู่ฝั่งตรงกันข้าม เมื่อสุด

เขตเดินตามเข้ามาเขาก็มองไปรอบห้องอย่างไม่นึกแปลกใจนักที่มันเต็มไปด้วยหนังสือการ์ตูนวางอยู่เกือบทุกด้านของห้องสี่เหลี่ยม

จตุรัสแม้กระทั่งบนเตียงขนาดห้าฟุตที่ตั้งอยู่ชิดผนังฝั่งหนึ่งและบนเก้าอี้โซฟาที่ตั้งอยู่ผนังฝั่งตรงกันข้ามก็อยู่ในสภาพไม่ต่างกัน


               “แม่งโอตาคุไม่เลิกนะมึง ตั้งแต่เด็กจนโต”


               พาลีอดหัวเราะออกมาไม่ได้ การที่เขาหัวเราะไม่ใช่เรื่องง่ายนักแต่มันทำให้ใบหน้าของพาลีดูสดใสกว่าที่เป็นอยู่จนกลายเป็น

ที่สะดุดตาของสุดเขต

               ตลอดหนึ่งปีที่เรียนห้องเดียวกัน สุดเขตไม่เคยเห็นแม้แต่รอยยิ้มของพาลีเมื่อฝ่ายนั้นมักจะตีหน้านิ่งอยู่ตลอดเวลา เพิ่งจะมีวัน

นี้หลังจากเวลาผ่านมาเกือบแปดปีเขาจึงได้เห็นรอยยิ้มนั้น สุดเขตคิดว่ามันเป็นรอยยิ้มที่ดูสว่างไสวมาก


               “ตอนเด็กไม่มีเงินซื้อได้แต่เช่าอ่าน พอโตมาทำงานมีเงินกูก็ซื้อสนองความอยากตัวเองไงล่ะ”


               สุดเขตพยักหน้าหงึกหงัก เขาหันรีหันขวางไปรอบห้องก่อนจะก้าวไปที่เตียงและทำท่าจะทิ้งตัวลงไป พาลีรีบห้ามเสียงดัง


               “เดี๋ยว มึงจะทำอะไร”


               “กูก็จะนอนไง”


               สุดเขตตอบพร้อมสีหน้าเหรอหรา


               “กูง่วงโว้ย ทำงานมาทั้งวันแล้วยังมาเจอคดีมึงอีก”


               พาลีชี้นิ้วไปที่โซฟาเก่าๆฝั่งตรงกันข้าม


               “มึงไปนอนโซฟาโน่น”


               “โหย ไอ้ลี”


               สุดเขตร้องลั่น


               “โซฟาของมึงน่ะ เก่าจนหนังยุบขนาดนั้น นอนแล้วปวดหลังตายห่า ทำไม กูนอนเตียงกับมึงไม่ได้หรือไง”


               “ไม่ได้!”


               พาลีรีบตอบ


               “กูนอนดิ้น มึงไปนอนตรงโน้นแหละดีแล้ว อ้อ ก่อนนอนช่วยไปอาบน้ำด้วย กลิ่นเหงื่อมึงเหม็นเหมือนน้ำในคลองแสนแสบ

เลยไอ้เขต”


               “เหี้ย มึงนั่นแหละเหี้ยไอ้ผู้ใหญ่ลี”


               สุดเขตแยกเขี้ยวใส่แต่ก็ยอมแบกเป้ไปโยนไว้บนโซฟา เขาล้วงหาผ้าเช็ดตัวในกระเป๋าก่อนจะเดินออกไปอาบน้ำที่ห้องน้ำ

ด้านนอก แค่ชั่วอึดใจพาลีที่จัดของให้เข้าที่เข้าทางก็ได้ยินเสียงสุดเขตเดินผิวปากกลับมาในห้อง


               “มึงอาบน้ำหรือวิ่งผ่านน้ำกันแน่วะไอ้เขต...”


               เสียงหายไปในลำคอเมื่อพาลีเงยหน้าขึ้นมาเห็นอดีตเพื่อนร่วมชั้นยืนอวดกายหน้าประตู สุดเขตมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเก่าพัน

ท่อนล่างหมิ่นเหม่ อวดท่อนบนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อตามหลักอนาโตมีเนื้อตัวพราวไปด้วยหยดน้ำ เขาสะบัดผมที่เปียกชื้นไปมาอยู่

สองสามทีก่อนจะหยุดและเงยหน้ามาสบตากับพาลีที่เผลอจ้องจนเกือบจะลืมหายใจ

               พาลีรู้ว่าสุดเขตชอบเล่นกีฬา แต่ใครจะนึกว่าหุ่นของสุดเขตจะสมบูรณ์แบบจนน่าอิจฉาเช่นนี้ ในขณะที่พาลีไม่มีอะไรไปเทียบ

กับสุดเขตได้เลย


               “มองอะไรวะ อิจฉากูล่ะสิ กว่ากูจะปั้นให้มันได้ขนาดนี้กูเสียงหยาดเหงื่อไปเยอะโว้ย ไม่เหมือนมึงหรอก”


               สุดเขตเดินมาหาพาลี เขายิ้มล้อเลียนเหมือนสมัยยังเด็กพร้อมทั้งยกมือขึ้นบีบคางของพาลีแล้วโยกไปมา


               “กูบอกให้มึงออกกำลังกายเสียบ้าง หุ่นจะได้ไม่ขี้ก้างอย่างนี้”


               “เรื่องของกูอย่ามาเสือก”


               อยู่ๆพาลีก็เกิดหน้าร้อนผ่าวโดยไม่มีสาเหตุ เขาปัดมือของสุดเขตออกให้พ้นคางของเขาแล้วจ้ำอ้าวหนีไปห้องน้ำบ้าง ปล่อย

ให้สุดเขตมองตามหลังอย่างแปลกใจ


               “เป็นเหี้ยไรอีกวะ อยู่ๆก็หน้าแดง สงสัยแม่งเป็นโรคความดันสูง”


               สุดเขตส่ายหน้า เขาคว้าบอกเซอร์กับเสื้อกล้ามจากในกระเป๋ามาใส่แล้วโยนชุดตำรวจครึ่งท่อนที่ใส่มาทั้งวันลงในตะกร้าผ้า

ใช้แล้วของพาลีจากนั้นก็ทิ้งตัวลงไปกับโซฟาและคว้าหนังสือการ์ตูนมาอ่านก่อนจะคล้อยหลับไป จึงไม่ได้เห็นพาลีที่ย่องเข้ามาสอดส่าย

สายตามอง ครั้นเห็นสุดเขตนอนหลับกรนเบาๆพาลีจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก

               พาลีย่องเข้ามาชะโงกหน้ามองสุดเขตครู่หนึ่งแล้วจึงรีบก้าวไปขึ้นเตียง อาการนอนไม่หลับมาเยือนจนหงุดหงิดตัวเองแม้ว่าจะ

อ่านการ์ตูนไปแล้วหลายเล่มทั้งที่ปกติหัวถึงหมอนเขาก็หลับทันทีแต่มันไม่ใช่วันนี้ พาลีคิดว่าสาเหตุน่าจะมาจากความตื่นเต้นและวิตก

กังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้

               นอนกระสับกระส่ายพักใหญ่พาลีก็ทนไม่ไหว เขาคว้าหมอนและผ้าห่มที่เก็บไว้ในตู้ออกมาก่อนจะเดินตรงไปยังโซฟาที่สุด

เขตนอนขดเพราะความเย็นของเครื่องปรับอากาศ พาลียกศีรษะของสุดเขตขึ้นและสอดหมอนเข้าไปจากนั้นเขาก็คลี่ผ้าห่มคลุมไปบนลำ

ตัวของสุดเขต


               “เดี๋ยวก็เป็นหวัดตายหรอก”


               พึมพำเบาๆก่อนจะกลับไปยังเตียงและเอนกายลงนอน พาลีผงกหัวมองสุดเขตอีกครั้งจึงได้หลับตาลงจนกระทั่งลมหายใจ

สม่ำเสมอเมื่อเข้าสู่นิทรา

               


มีต่ออีกนิด...


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-10-2016 22:01:05 โดย Belove »

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove
<<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 3 [26/10/59]
«ตอบ #27 เมื่อ26-10-2016 22:02:19 »



ต่อกันตรงนี้...



                ลืมตื่นขึ้นมาอีกครั้งตอนเช้ามืดตามปกติ พาลีกะพริบตาปริบๆตั้งสติ เขาผุดลุกขึ้นนั่งและรีบมองไปที่โซฟาอย่างรวดเร็วแต่มี

เพียงกองผ้าห่มกับหมอนเท่านั้น ส่วนตัวคนหายไปแล้ว พาลีได้ยินเสียงสายน้ำดังมาจากห้องน้ำภายนอกจึงรู้ว่าตนเองตื่นทีหลังสุดเขต

               ไม่นานนักสุดเขตก็เดินกลับเข้ามาด้วยสภาพเช่นเดียวกับเมื่อคืน พาลีถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อรู้ว่าเขาจะต้องเผชิญกับ

สภาวะเช่นนี้ไม่รู้อีกนานแค่ไหน


               “มึงแต่งตัวให้เรียบร้อยหน่อยได้ไหมวะไอ้เขต รุ่มร่ามชิบหาย”


               ด่าออกไปอย่างเหลืออดเมื่อเห็นอีกฝ่ายใช้ผ้าเช็ดตัวล้วงควักเช็ดท่อนล่างไปมาจนเผยอวัยวะบางส่วนให้เห็น

พลอมแพลม สุดเขตหันหน้ามามองด้วยสีหน้ายั่วเย้าพาลีและยิ่งจงใจโชว์จุดเด่นให้เห็น


                “ทำไมวะ ทำเห็นไม่เคยเห็นไปได้ มึงก็ผู้ชายเหมือนกูนะไอ้ลี หรือว่ามึงไม่มีจู๋เหมือนกูวะ ฮ่า ฮ่า”


               “ไอ้เหี้ยเขต!”


               พาลีหลับตาปี๋เมื่อสุดเขตแกล้งเขาด้วยการทำทีดึงผ้าเช็ดตัวออกจนเหลือแต่ตัวล่อนจ้อนก่อนจะเดินมาที่กระเป๋าและคว้าชุด

ลำลองมาเปลี่ยน ในขณะที่พาลีต้องหลับหูหลับตาเดินไปห้องน้ำจนเกือบจะชนประตูและเมื่อกลับเข้ามาก็รีบแต่งตัวอย่างรวดเร็ว


               “ไอ้ลี กูหิว”


               “หาแดกเอาเองสิ”


               พาลีย้อนหน้าง้ำและสุดเขตรีบยิ้มเอาใจ


               “เฮ้ย มึงเป็นเจ้าของบ้านนะ มึงก็ต้องดูแลเจ้าพนักงานสิวะ นี่กูปฏิบัติงานอยู่นะมึง”


               พาลีปฏิเสธไม่ออก เขากระแทกเท้าเดินลงไปชั้นล่างโดยมีสุดเขตเดินตามอย่างอารมณ์ดีที่ได้แกล้งพาลี เจ้าของสถานที่เดิน

นำไปที่โซนด้านหลังที่พาลีจัดไว้เป็นส่วนห้องครัว มีโต๊ะตัวเล็กกับเก้าอี้สองตัวสำหรับนั่งรับประทานอาหาร เขาทอดไข่เจียวโปะข้าวสวย

ร้อนๆที่เพิ่งจะสุกสองจานมาวางหน้าสุดเขตและตัวเอง


               “แดกซะ”


               “แม่งก็พูดดีๆกับเพื่อนฝูงหน่อยเหอะ คุณเขตครับ เชิญทานข้าวไข่เจียวที่ผมทำหน่อยครับ”


               “จะแดกไม่แดก”


               “แดก เอาไข่เจียวเหี่ยวๆของมึงมาเลย”


               สุดเขตยื้อแย่งจานคืนเมื่อพาลียึดมันไป เขาตักเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆจนพาลีแอบดีใจที่สุดเขตไม่ได้บ่นเรื่องไข่เจียวเกรียมๆของ

เขา

               เสียงโทรศัพท์มือถือของสุดเขตดังขึ้นเมื่อข้าวหมดจานพอดี สีหน้าของเขาจริงจังขึ้นเมื่อรับสายและตั้งใจฟัง เป็นนานกว่าที่

จะกดปิดแล้วเงยหน้ามาสบตากับพาลีที่มองด้วยความอยากรู้


                “เสี่ยพิชัยผัวคุณนายสมรเขามาให้ปากคำ เล่าให้ฟังว่าพักหลังทั้งคู่มีปัญหากันเพราะยายคุณนายไม่ค่อยอยู่บ้านไม่ค่อยช่วย

งานที่ร้านของผัว คุณนายสมรออกจากบ้านทุกวันเพื่อจะไปเฝ้านักร้องที่มาจากรายการอะไรสักอย่างที่มันต้องใช้เงินโหวต ผัวแกก็เคืองที่

คุณนายทุ่มโหวตจนหมดเงินไปเยอะ ขนาดว่ารายการจบประกาศผลกันแล้วก็ยังตามไปเฝ้าที่งานอิเว้นท์ตลอด ไอ้นักร้องนั่นชื่อติณณ์ มึง

เคยได้ยินไหม”


               พาลีนิ่งคิด เขานึกถึงใบหน้าของนักร้องคนหนึ่งที่ออกโทรทัศน์บ่อยๆตอนที่เขาไปนั่งกินอาหารที่ร้านอาหารตามสั่งไม่ไกลนัก

เห็นว่าละครโทรทัศน์เรื่องแรกที่ติณณ์เล่นก็ประสบความสำเร็จโด่งดังเรตติ้งดี


               “เสี่ยพิชัยยังเล่าต่อว่าคุณนายสมรนี่บ้าเรื่องดวงด้วย ชอบไปดูดวงกับหมอดูชื่อดังหลายเจ้า ใครให้ทำอะไรก็ทำจนเสียเงิน

เสียทองไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว นี่ไอ้ลี กูถามจริงๆเถอะ”


               สุดเขตตั้งคำถามด้วยวิสัยของตำรวจ


               “เรื่องชู้สาวที่ฝ่ายสืบสวนเขาหาเบาะแสกันอยู่ มีไอ้ดาราคนนั้นเป็นสาเหตุหรือว่ามีหมอดูอย่างมึงเป็นสาเหตุกันแน่วะ”


               โครมมม

               แม้จะไม่แรงนักแต่สุดเขตก็ถึงกับหน้าหงายเมื่อกำปั้นไม่มีรูของพาลีพุ่งเข้ามาใส่โหนกแก้มโดยที่เขายังไม่ทันตั้งตัว


                                                                            TBC

                                                                  :really2: :really2:                

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 3 [26/10/59]
«ตอบ #28 เมื่อ26-10-2016 22:20:10 »

ยังดีที่เป็นหมัด 555555

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4173
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
Re: <<คดีรักนักดูดวง>> บทที่ 3 [26/10/59]
«ตอบ #29 เมื่อ26-10-2016 22:22:23 »

ปากเสียจริง ๆ แต่ก็นะ สุดเขตถือคติถ้าอยากรู้ก็ต้องถามสินะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด