ราคาฝัน #ตอนที่ 38 และ บทส่งท้าย หน้า 85 [22.12.2016/19:54:59]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ราคาฝัน #ตอนที่ 38 และ บทส่งท้าย หน้า 85 [22.12.2016/19:54:59]  (อ่าน 669556 ครั้ง)

ออฟไลน์ B.L.Sniper

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 73
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +165/-3
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะ ครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรัก ชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้าม แจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะ ปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของ แต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้าม จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิด เดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม

6.การ พูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอม ให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้าม ลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อ ขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ด นิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยาย ที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง

16.นิยาย เรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วน หรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด ออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้าม แจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

18.ใคร จะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17

เวปไซต์ แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่าง ประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐



สารบัญ

ราคาฝัน # prologue
ราคาฝัน # ตอนที่ 1
ราคาฝัน # ตอนที่ 2
ราคาฝัน # ตอนที่ 3
ราคาฝัน # ตอนที่ 4
ราคาฝัน # ตอนที่ 5
ราคาฝัน # ตอนที่ 6
ราคาฝัน # ตอนที่ 7
ราคาฝัน # ตอนที่ 8
ราคาฝัน # ตอนที่ 9
ราคาฝัน # ตอนที่ 10
ราคาฝัน # ตอนที่ 11
ราคาฝัน # ตอนที่ 12
ราคาฝัน # ตอนที่ 13
ราคาฝัน # ตอนที่ 14
ราคาฝัน # ตอนที่ 15
ราคาฝัน # ตอนที่ 16
ราคาฝัน # ตอนที่ 17
ราคาฝัน # ตอนที่ 18
ราคาฝัน # ตอนที่ 19
ราคาฝัน # ตอนที่ 20
ราคาฝัน # ตอนที่ 21
ราคาฝัน # ตอนที่ 22
ราคาฝัน # ตอนที่ 23
ราคาฝัน # ตอนที่ 24
ราคาฝัน # ตอนที่ 25
ราคาฝัน # ตอนที่ 26
ราคาฝัน # ตอนที่ 27
ราคาฝัน # ตอนที่ 28
ราคาฝัน # ตอนที่ 29
ราคาฝัน # ตอนที่ 30
ราคาฝัน # ตอนที่ 31
ราคาฝัน # ตอนที่ 32
ราคาฝัน # ตอนที่ 33
ราคาฝัน # ตอนที่ 34
ราคาฝัน # ตอนที่ 35
ราคาฝัน # ตอนที่ 36
ราคาฝัน # ตอนที่ 37
ราคาฝัน # ตอนที่ 38
ราคาฝัน # epilogue




รายละเอียดรวมเล่มราคาฝัน ท่านใดสนใจลองเข้าไปดูกันนะคะ :

http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=57030.msg3540853#msg3540853




 
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-01-2017 11:02:08 โดย B.L.Sniper »

ออฟไลน์ B.L.Sniper

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 73
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +165/-3
Re: ราคาฝัน #บทนำ และ บทที่ 01
«ตอบ #1 เมื่อ05-09-2016 18:43:43 »

ราคาฝัน # บทนำ



นับตั้งแต่กลับมานั่งทำตาโรยอยู่หน้าคอมพิวเตอร์จอเรตินาเครื่องเดิมชายหนุ่มก็ถอนหายใจทิ้งไปได้หลายช่วงลม รสชาติของข้าวขาหมูที่บริโภคไปเมื่อช่วงพักเที่ยงยังคงเหลือค้างอยู่ในปากแม้ว่าจะถูกความเปรี้ยวหวานของหมากฝรั่งรสโปรดกลบไปได้บ้างแล้วก็ตามที


...ง่วงนอนฉิบหาย...


...จะมีโปรเจ็คต์ไหนน่าเบื่อได้มากกว่านี้อีกไหมนะ?...


โมเดลสามมิติของอาคารสูงสีทะมึนที่ปรากฏหราอยู่กลางหน้าจอคือสิ่งที่จินดาจำต้องให้ความใส่ใจ ค่าแสงและเงาในกรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆถูกปรับขึ้นลงตามดุลพินิจไปเรื่อย กระทั่งเมื่อทุกองค์ประกอบดูเข้าเค้า จึงถึงคราวที่โปรแกรมวีเรย์เพื่อนยากจะต้องรับภาระที่เหลือไปจัดการต่อ


ชายหนุ่มกดปุ่มป้อนคำสั่งสุดท้ายแล้วจึงค่อยๆเอนกายลงพิงพนักเก้าอี้ด้วยสภาพเหมือนถุงเท้าเก่าย้วยสักคู่


...นี่แหละวงเวียนชีวิตของสถาปนิกปลายแถว...


เป็นเรื่องน่าเศร้าว่าทั้งที่เรียนจบมาแล้วสี่ปี ซ้ำใบอนุญาตก็ได้มาแล้วถึงสามปี แต่โปรเจ็คต์ส่วนมากที่ผ่านเข้ามือมานั้นมีแต่คอนโดฯ คอนโดฯ คอนโดฯ และคอนโดฯ


...แม่งจะรักกรุงเทพฯฟ้าอมรอะไรกันขนาดนั้นนะคนไทย!...


...คอนโดมิเนียมผุดใหม่เป็นดอกเห็ดเชียว!...


แม้จินดาเองจะเคยใฝ่ฝันถึงการได้ครอบครองคอนโดฯติดรถไฟฟ้าสักยูนิตในฐานะมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง แต่หากต้องออกความเห็นในฐานะนักออกแบบแล้วเขาคงทำได้เพียงส่ายหัวไปมา


ใช่ว่าโปรเจ็คต์คอนโดฯไม่ดี ใช่ว่าโปรเจ็คต์คอนโดฯไม่ทำเงิน เต็กที่หลงใหลได้ปลื้มโปรเจ็คต์ลักษณะนี้ก็มีถมเถไป แต่สำหรับเขาแล้วโปรเจ็คต์คอนโดฯมันขาดความน่าตื่นเต้น


...ซ้ำซาก จำเจ และมีแพทเทิร์น...


บางทีแทบจะเอาฟลอร์แปลนของโปรเจ็คต์เก่ามาก็อปปี้เพสท์ใส่โปรเจ็คต์ใหม่ได้ง่ายๆด้วยซ้ำ ขอแค่ขยับปล่องลิฟท์กับทางหนีไฟให้ตรงกันก็พอ


...น่าเบื่อจนอยากลาออกไปเปิดฟาร์มวัวนม...


...ครั้นใฝ่ฝันจะทำให้ได้อย่าง ‘เดอะ เม็ท’ หรือ ‘มหานคร’ ก็หานายทุนที่อยากลงเงินมหาศาลแบบนั้นได้ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก...


“ไอ้ห่า เมื่อไหร่มึงจะเลิกถอนหายใจสักที? กูได้ยินแล้วหดหู่” ถ้อยคำค่อนแคะที่ดังขึ้นจากรุ่นพี่โต๊ะติดกันพร้อมด้วยแรงกระทบเบาๆบริเวณข้างขมับเรียกให้จินดาต้องดึงความคิดกลับมาอยู่กับปัจจุบันอีกครั้ง


“โธ่พี่โก๋! ผมบอกแล้วว่าอย่าโยนยางลบมา มันเจ็บกว่าที่คิดนะบอกให้” ชายหนุ่มยกมือขึ้นคลำศีรษะป้อยๆพลางส่งสายตาสรรเสริญเยินยอไปให้คนชอบใช้ความรุนแรงเสียหนึ่งดอก


“เรนเดอร์มึงใกล้เสร็จ’ยัง?”


“รูปสุดท้ายแล้วครับ เดี๋ยวเอาเข้าช็อปอีกหน่อยก็เรียบร้อยแล้ว ไม่น่าเกินครึ่งชั่วโมง”


“เออดี...ป๋าเพิ่งส่งไลน์มาให้กู บอกว่าอีกยี่สิบนาทีถึงออฟฟิศ ให้พวกเราเตรียมตัวเข้าประชุมกับแกด้วย รู้สึกเหมือนจะเพิ่งไปรับโปรเจ็คต์ใหม่มา”


“คอนโดฯอีกแล้วสิท่า? พวกนายทุนนี่ก็ไม่รู้จะรีบร้อนอะไรหนักหนา ขึ้นใหม่เป็นว่าเล่นจริงๆเว้ย”


“ไม่ใช่คอนโดฯ ป๋าพิมพ์มาให้กูอย่างนี้ มึงฟังนะ ‘บอกไอ้จินด้วยว่าก่อนเข้าประชุมให้ไปเอาฉี่ออกให้หมด โปรเจ็คต์นี้เข้าทางมันโคตรๆ กูกลัวว่าเดี๋ยวมันจะดีใจจนเยี่ยวแตก’”


จบประโยคของผู้ถ่ายทอดสาส์น ดวงตาเรียวรีอันแสนเป็นเอกลักษณ์ของคนฟังก็เบิกขึ้นน้อยๆ


...โปรเจ็คต์นี้มันดีงามจนถึงขนาดที่เขาต้องฉี่ราดเลยหรือวะนี่?...
.
.
.
...โอย...


...ฉี่จะราดจริงๆด้วย...


บรีฟที่หัวหน้าใหญ่เพิ่งไปรับมาจากลูกค้าสดๆร้อนๆถูกสาธยายผ่านวาทะและภาพตัวอย่างอันน่าตื่นเต้นจนทำให้จินดารู้สึกเหมือนกับว่ากำลังนั่งดูวงเรดิโอเฮดแสดงสดก็ไม่ปาน นี่หากมีเบียร์นอกให้จิบด้วยคงถึงขั้นเหาะได้เลยทีเดียว


“แหม ตาเยิ้มเชียวนะมึง” ข้อศอกด้านหนาของรุ่นพี่ที่นั่งอยู่ข้างกันกระทุ้งเข้ามายังสีข้างในจังหวะที่การบอกเล่าข้อมูลทั้งหมดสิ้นสุดลง ทั้งที่ควรจะรู้สึกระคายผิวมากกว่าการถูกยางลบปาใส่หัว แต่คราวนี้จินดากลับคลี่ยิ้มรับสัมผัสแต่โดยดี


...ต่อให้เอาอุจจาระมาป้ายหน้าตอนนี้เขาก็โมโหไม่ลง เชื่อสิ...


โกวิทหัวเราะน้อยๆให้กับสีหน้าเปี่ยมสุขของเจ้ารุ่นน้องตัวดี ก่อนจะละความสนใจกลับไปหาเจ้านายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ


“พูดก็พูดเถอะ ลิงเกอร์คอร์ปฯนี่แม่งรวยจริงๆเลยนะป๋านะ เพิ่งประมูลสี่จีได้ไปหมาดๆ ยังอุตส่าห์มีเงินเหลือมาสร้างตึกใหม่ แถมที่ดินติดสุขุมวิทอีก รวยจนไม่รู้จะรวยยังไงแล้ว”


จินดาพยักหน้าสมทบคำของรุ่นพี่


...ทุกสิ่งเป็นจริงอย่างที่โกวิทว่า...


บริษัท ลิงเกอร์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ถือเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสารทุกรูปแบบในประเทศไทย ทั้งโทรศัพท์มือถือ โทรศัพท์บ้าน อินเตอร์เน็ต ดาวเทียม ดาวแท้ โทรจิต ห่าเหวอะไรแม่งมีหมด เผลอๆถ้าวิญญาณมีจริงลิงเกอร์คงนำเสนอแพ็คเกจสัญญาณควันธูปเหมาจ่ายรายเดือนให้ลูกค้าสายบ้าหวยด้วย


...ตัวเขาเองก็เป็นลูกค้ารายเล็กจิ๋วที่มียอดการใช้งานเดือนละสามถึงสี่ร้อยบาทเชียวล่ะ...


ตอนนี้ลิงเกอร์คอร์ปกำลังคิดจะสร้างสำนักงานใหญ่โดยปักหมุดไว้บนที่ดินขนาดสิบสองไร่ริมถนนสุขุมวิท นี่คือโจทย์ที่เจ้านายของเขานำกลับมาให้


...สำ-นัก-งาน-ใหญ่ เชียวนะ...


คำว่า ‘สำนักงานใหญ่’ มันไม่ได้หมายถึงแค่พื้นที่สำหรับวางโต๊ะทำงานเท่านั้น แต่ความหมายของมันยังขยายกว้างไปจนถึงการเป็นสถานที่สำหรับใช้ป่าวประกาศวิสัยทัศน์ ค่านิยม รวมไปถึงภาพลักษณ์ขององค์กรเลยทีเดียว


...แค่คิดก็คันไม้คันมือไปหมดแล้ว...


...สนุกแน่งานนี้...


“ว่าไงไอ้จิน? มีไอเดียอะไรบ้างหรือยัง?” เสียงของผู้เป็นนายส่งมาหาจินดาหลังจากโต้ตอบกับโกวิทจนจบประเด็น


“โหป๋า รีบไปไหม? ผมเพิ่งฟังบรีฟจบไม่ถึงห้านาทีดี จะให้คิดออกได้’ไง?”


“เอ้า! ใครจะไปรู้ ก็ปกติกูเห็นมึงไอเดียบรรเจิดนำหน้าชาวบ้านเขาไปก่อนตลอดนี่”


ป๋า...หรือที่บางทีก็ได้ยินคนนอกออฟฟิศเรียกกันว่า ‘พี่ต้อม’ คือสถาปนิกรุ่นใหญ่ผู้เป็นเจ้าของสตูดิโอแห่งนี้ ป๋าเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้จินดายังไม่ยอมถอดใจเปลี่ยนงานไปสักที


แม้โปรเจ็คต์ส่วนมากของที่นี่จะเน้นหนักไปทางคอนโดมิเนียม แต่นานๆทีก็จะมีโปรเจ็คต์ขนาดเล็กประเภทห้องสมุดชุมชนหรือบ้านเศรษฐีเข้ามาบ้างเหมือนกัน ซึ่งทุกครั้งที่ได้ทำงานพวกนั้นกับป๋า จินดาก็จะรู้สึกเป็นอิสระคล้ายได้กลับไปเป็นนักเรียนสถาปัตย์อีกครั้ง


...ป๋าแกเหมือนอาจารย์...


...แกเข้าใจในความกระเหี้ยนกระหือรือเฉพาะตัวของพวกนักออกแบบรุ่นแบเบาะเป็นอย่างดี...


“เดี๋ยวกูจะโยกโปรเจ็คต์คอนโดฯลาดพร้าวที่พวกมึงทำอยู่ไปให้กลุ่มไอ้แม็คทำต่อ พอเปลี่ยนมือกันเรียบร้อยเมื่อไหร่พวกมึงก็เริ่มทำคอนเซ็ปต์ให้ลิงเกอร์ได้เลย”


...ป๋าว่าเช่นนั้น...




TBC.




รายละเอียดรวมเล่มราคาฝัน ท่านใดสนใจลองเข้าไปดูกันนะคะ :

http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=57030.msg3540853#msg3540853



 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-01-2017 11:03:26 โดย B.L.Sniper »

ออฟไลน์ B.L.Sniper

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 73
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +165/-3
Re: ราคาฝัน #บทนำ และ บทที่ 01
«ตอบ #2 เมื่อ05-09-2016 18:49:55 »

ราคาฝัน # 01



ทันทีที่ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเรียบหรูปรากฏเข้ามาในกรอบการมองเห็น หญิงสาวเจ้าของทรวดทรงองค์เอวอันอวบอิ่มก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้หลังโต๊ะตัวยาวก่อนจะวิ่งตรงไปหาเขาพร้อมแฟ้มกองโตในอ้อมแขน ส้นรองเท้าสูงแหลมกระทบพื้นหินอ่อนส่งเสียงดัง
ก๊อกๆให้พนักงานรายอื่นๆที่นั่งกันอยู่แถวนั้นได้ยินไปด้วย


“คุณชาติคะ มีเอกสารจากทางจัดซื้อมาให้ช่วยพิจารณาค่ะ” เมื่อวิ่งไปถึงตัวชายหนุ่มเธอก็เปลี่ยนทิศซอยเท้าย้อนกลับมาทางเดิมตามการเคลื่อนไหวอันแสนกระฉับกระเฉงของเขา


...ไม่เคยไล่ตามก้าวยาวๆนั่นทันเลยให้ตายสิ!...


“ไว้ก่อนนะครับบัว ตอนนี้ผมยังไม่มีเวลาอ่าน ใกล้จะถึงเวลานัดต่อไปแล้ว”


“แต่คุณดวงแกบอกว่าเป็นเอกสารด่วน ต้องรีบส่งคืนก่อนเที่ยงวันพรุ่งนี้ค่ะ”


“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมเข้ามาดูให้ตอนเช้า” ชายหนุ่มโต้ตอบกับเลขาฯส่วนตัวทั้งที่ใบหน้าหล่อเหลายังคงตั้งตรง ไม่มีการหันมองคู่สนทนา ให้เสียสมาธิ


“แต่พรุ่งนี้ตอนเก้าโมงคุณชาติมีประชุมที่อโศกนะคะ”


“ไม่เป็นไร ผมจะเข้ามาที่นี่ก่อนแปดโมง เย็นนี้คุณทิ้งเอกสารไว้บนโต๊ะผมก็แล้วกัน”


“แต่...”


“บัว ผมกำลังรีบ”


...จบข่าว...


หญิงสาวหยุดวิ่งพลางพ่นลมหายใจระบายความเหนื่อยอ่อนผ่านปลายจมูกทรงหยดน้ำราคาสี่หมื่น เมื่อไหร่ที่เจ้านายของเธอเริ่มปั้นเสียงเข้ม เมื่อนั้นเธอจะตระหนักได้โดยอัตโนมัติว่าถึงเวลาที่ต้องหยุดตื๊อเสียที


ธีรชาติ อชิรญา...รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ลิงเกอร์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) คือผู้บริหารหนุ่มที่มีงานรัดตัวพอๆกับซุป’ตาร์ช่องสาม ตารางงานในหนึ่งวันอัดแน่นไปด้วยการกิจราษฎร์ กิจหลวงเต็มไปหมด เวลาว่างของเขาถือเป็นเวลาทองที่เลขาฯหน้าห้องอย่างเธอจะต้องรีบยัดเอกสารใส่มือเพื่อขอลายเซ็น


...แล้วคอยดูสิ เดี๋ยวเย็นนี้คุณดวงฝ่ายจัดซื้อก็จะมาฉีกอกเธอถ้ารู้ว่ายังล่าลายเซ็นนายให้ไม่ได้...


...เป็นเลขาฯหนุ่มฮอตนี่มันลำบากลำบนเหลือเกิน...


หลังจากธีรชาติหายเข้าห้องทำงานส่วนตัวไปได้เพียงชั่วอึดใจเดียวเขาก็เดินกลับออกมาอีกครั้งพร้อมด้วยสัมภาระเต็มมือในสภาพเตรียมพร้อมออกไปข้างนอก


“เอ้อ..คุณชาติคะ ยังมีอีกเรื่องที่บัวลืมแจ้งไป”


“เรื่องอะไรครับ?”


“เมื่อสักครู่เลขาฯมิสเตอร์เฉินเพิ่งต่อสายมาขอยกเลิกนัดดินเนอร์คืนนี้ค่ะ เห็นว่าไฟลท์ดีเลย์ คงมาถึงกรุงเทพฯไม่ทัน”


“อ้าวเหรอ...” ผู้บริหารหนุ่มนิ่งคิดไปครู่ก่อนจะเปิดปากขึ้นอีกครั้งเมื่อจัดแผนใหม่ในหัวจนสำเร็จ “ถ้าอย่างนั้นบัวช่วยโทรฯบอกให้ลุงสมหมายกลับบ้านได้เลยนะ เดี๋ยวผมจะขับรถไปที่ไซต์เอง”


“รับทราบค่ะ...”
.
.
.
เมอร์เซเดส-เบนซ์เอสคลาสสีดำสนิทคันหนึ่งเลี้ยวเข้ามาจอดลงสวยๆภายในพื้นที่โล่งกว้างขนาดสิบสองไร่ ก่อนที่สุภาพบุรุษท่าทางภูมิฐานจะก้าวลงมาจากตำแหน่งที่นั่งคนขับ แม้ว่าเสื้อเชิ๊ตบนตัวเขาจะถูกพับแขนขึ้นมาจนถึงข้อศอก แต่กระนั้นภาพลักษณ์โดยรวมก็ยังดูเนี้ยบราวกับว่าเพิ่งเดินออกมาจากห้องเสื้อก็ไม่ปาน


“พี่ต้อม! สวัสดีครับ มาถึงกันนานหรือยัง? นี่ผมไม่ได้มาสายใช่ไหม?” ชายผู้มาใหม่เอ่ยทักทายออกมาพร้อมรอยยิ้มแบบที่ใช้ทุกคราวยามต้องติดต่องาน


“ไม่สายเลยๆ พวกพี่ก็เพิ่งมาถึงเดี๋ยวนี้เอง เป็นยังไง มาจากทางนู้นรถติดหรือเปล่า?”


“นิดหน่อยพี่ ติดเป็นปกติแถวๆหน้าปากซอยยี่สิบสี่”


ลูกตาสีเข้มใต้กรอบเรียวรีของจินดาไล่มองไปยังส่วนต่างๆตามเนื้อตัวของชายตรงหน้า เครื่องแต่งกายทุกชิ้นบนร่างกายเขาล้วนดูแพงระยับชนิดที่ว่าหากต้องการซื้อใส่ตามสักชุดจินดาคงต้องเก็บเงินแรมเดือน


...พวกนายทุนนี่มีบุคลิกคล้ายๆกันไปหมด...


...สำนวนซ้ำเดิม รูปลักษณ์ก็ซ้ำเดิม...


...แล้วนี่ถ้าไม่ใช่ว่ารู้จักกับป๋าเป็นการส่วนตัว เดาได้ว่าคุณธีรชาติคนนี้แกก็คงไม่ลงทุนมาตากแดดยามบ่ายแก่ๆพาเต็กสองสามคนเดินดูไซต์ด้วยตัวเองหรอกมัง...


...เดี๋ยวรองเท้าแพงๆคู่นั้นจะเปื้อนดินเอาเสียเปล่า...


จินดาเบนสายตากลับขึ้นมายังใบหน้าคมเข้มของธีรชาติเหมือนเก่าเมื่อรู้สึกว่าตนชักจะให้ความสนใจกับเสื้อผ้าหน้าผมนานเกินไปสักหน่อย แต่แล้วพ่อนักออกแบบตัวดีก็ต้องชะงักไปเล็กน้อยเมื่อพบว่าตอนนี้คุณลูกค้าคนสำคัญเองก็กำลังเหลือบมองมาทางเขาอยู่เช่นกัน


...ดูเหมือนเป้าหมายจะรู้ตัวเสียแล้วสิว่ากำลังถูกลอบประเมินอยู่...


สถาปนิกหนุ่มกระพริบตาปริบๆ แล้วจึงทำได้เพียงส่งยิ้มเจื่อนให้อีกฝ่ายในความเงียบ


“ก่อนเริ่มสำรวจไซต์ พี่ขอแนะนำทีมงานก่อนแล้วกันนะ พวกเขารู้จักชาติกันอยู่แล้วล่ะ” ต้อมเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้รู้สักนิดว่าตอนนี้ลูกน้องของตนกำลังยืนปั้นหน้ากระอักกระอ่วนอยู่ทางด้านหลัง “นี่คุณโก๋กับคุณจิน เป็นสถาปนิกโครงการที่พี่จะให้มาดูแลขั้นคอนเซ็ปต์ทั้งคู่”


“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ชาติกล่าวตามมารยาทพลางยื่นมือออกไปรับนามบัตรที่สถาปนิกทั้งสองรายส่งมาให้ ก่อนที่ตัวเขาเองจะแจกนามบัตรของตนคืนกลับไปเช่นเดียวกัน “งั้นตอนนี้เราไปเดินดูรอบๆไซต์กันเลยดีไหม? เมฆกำลังบังพระอาทิตย์พอดี”
จินดาแอบถอนใจให้ตัวเองได้ยินเพียงผู้เดียวก่อนจะเดินรั้งท้ายคนทั้งคณะไป


...เพิ่งเจอหน้าลูกค้าวันแรก ก็เผลอทำกิริยาเสียมารยาทใส่เขาเสียแล้ว...


...ป๋ารู้ป๋าด่าตาย...


“หน้ามึงดูซีดๆนะวันนี้ ป่วยหรือเปล่าไอ้จิน?” จู่ๆโกวิทที่เดินนำไปได้สักเมตรกว่าๆแล้วก็ชะลอฝีเท้าลงก่อนเอ่ยถามออกมาเบาๆ โดยปล่อยให้ธีรชาติและป๋าของพวกเขาได้พูดคุยถึงรายละเอียดต่างๆของไซต์กันไปก่อน


“ซีดเหรอ? ไม่นะ ผมไม่ได้ป่วย”


“เมื่อคืนนอนกี่โมง?”


“เอ่อ...”


“มึงไม่ได้นอนอีกแล้วใช่ไหม?”


โกวิทถามขึ้นอย่างคนรู้ทัน ซึ่งเมื่อโดนจี้ถูกจุดจินดาจึงจำต้องพยักหน้ารับแต่โดยดี


“ที่จริงก็โต้รุ่งมาสองคืนติดแล้วล่ะพี่ มัวแต่นั่งเคลียร์โปรเจ็คต์ลาดพร้าวให้พวกพี่แม็คเอาไปทำต่อ ซดเอ็มร้อยไปเกือบลัง”


“นั่นไง กูว่าแล้ว อดนอนทีไรหน้ามึงซีดทุกที เอานี่...” หมวกแก็ปใบสวยถูกวางแปะลงมาบนศีรษะทุยมน “...ใส่กันแดดไว้ซะ...”
.
.
.
...ผู้ชายคนนี้ท่าทางทะเยอะทะยานน่าดู...


ดูเผินๆสถาปนิกที่ชื่อจินดาอาจจะมีลักษณะคล้ายกับพนักงานที่ขยันขันแข็งธรรมดาๆคนหนึ่ง แต่ธีรชาติคิดว่าเขามองไม่ผิด
นายจินดาคนนี้ไม่น่าเป็นเพียงพนักงานที่มีความรับผิดชอบตามสามัญสำนึกอันดี หรือแค่แสดงท่าทางกระตือรือร้นต่องานที่ทำเพื่อให้หัวหน้ามองเห็นโดยมีเป้าหมายเป็นการปรับเงินเดือนเท่านั้น


...แต่เขารู้สึกว่ามันมีความอยากได้อยากเป็นเจืออยู่ในทุกๆคำพูดคำจา...


...แววตาเป็นประกายนั่นก็ด้วย...


หากคนเป็นเจ้านายนำไปใช้งานได้ถูกทางก็คงเป็นตัวหมากสำคัญที่ทำประโยชน์ให้องค์กรได้มากมาย แน่นอนว่าต้องเป็นกรณีที่เป็นคนฝีมือดีอยู่แล้วน่ะนะ


แต่ในทางกลับกัน...หากถูกควบคุมทิศทางการเดินได้ไม่ดีพอ บางทีก็ความทะเยอทะยานของหมากตัวนี้ก็อาจสร้างผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามได้ง่ายๆ


“ป๋าลองนึกภาพเวลารถไฟฟ้าวิ่งผ่านนะ รางฝั่งที่ติดกับที่ดินเรามันมุ่งไปทางสยามใช่ไหม? ดังนั้นคนบนรถไฟเขาจะเริ่มเห็นโครงการเราตั้งแต่ช่วงพ้นมุมตึกโรงแรมข้างๆ แล้วตึกโรงแรมเซ็ทแบ็คเข้าไปเยอะมาก เพราะ’งั้นฟาซาดที่เราโชว์ได้ไม่ได้มีแค่ฝั่งที่ติดถนนอย่างเดียว แต่ลึกเข้ามาเกือบครึ่งความยาวของที่ดินเลยนะป๋า เจ๋งขนาดไหนลองคิดดูสิ”


จินดายังคงวิเคราะห์จุดด้อยจุดดีของที่ดินต่อไปเรื่อยๆโดยมีสถาปนิกรุ่นพี่ทั้งสองและลูกค้าอย่างเขาเป็นผู้รับฟัง ทั้งที่อากาศร้อนก็ร้อน เสียงรถวิ่งก็ดังแสบแก้วหู แต่นายจินดากลับยังไม่มีทีท่าว่าจะหมดแรงพูดสักที


...ไฟแรงอะไรปานนั้นนะ?...
.
.
.
เป็นเพราะว่านัดทานมื้อเย็นกับมิสเตอร์เฉินถูกยกเลิกไป ช่วงเวลาที่เหลือของวันนี้ธีรชาติจึงสามารถไปไหนมาไหนได้อย่างเป็นอิสระ


ทันทีที่แยกย้ายกับกลุ่มสถาปนิก ชายหนุ่มก็ก้าวฉับๆออกไปที่ฟุตบาทริมทางก่อนตรงเข้าร้านอาหารเม็กซิกันเจ้าโปรดที่ตั้งอยู่ถัดจากไซต์ไปเพียงสามคูหาโดยไม่มีท่าทีลังเล ทาโก้เนื้อของที่นี่รสชาติใกล้เคียงกับทาโก้เจ้าที่เขาชอบกินสมัยเรียนอยู่ที่อเมริกาที่สุดแล้ว ซึ่งสาเหตุที่อุตส่าห์บอกให้ลุงสมหมาย คนขับรถประจำตัวกลับบ้านไปก่อนนั้นก็เพื่อการนี้เอง


รออยู่เพียงไม่นาน ทาโก้ที่รอคอยก็มาเสิร์ฟลงตรงหน้า


ธีรชาติใช้เวลาว่างอันแสนมีค่าเพลิดเพลินไปกับอาหารจานเด็ด ในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งก็ถือโทรศัพท์เช็คหุ้นเช็คอีเมล์ตามที่ติดเป็นนิสัยไปด้วยพลางๆ


แล้วในจังหวะที่ชายหนุ่มละสายตาออกจากหน้าจอสมาร์ทโฟนเครื่องบางด้วยหมายว่าจะสั่งน้ำเพิ่มอีกสักแก้วนั้นเอง ร่างปราดเปรียวของใครบางคนที่ปรากฏอยู่นอกกระจกร้านก็ดึงความสนใจจากเขาไปได้เสียก่อน


...นายจินดา...


สถาปนิกรุ่นใหม่ไฟแรงที่เพิ่งจะไปเดินสำรวจไซต์ด้วยกันอยู่เมื่อสักยี่สิบนาทีก่อนยังคงไม่ขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้านไปอย่างที่เขาคิด แต่กลับมาเดินก้มๆเงยๆจดข้อมูลหยุกหยิกใส่สมุดเล่มโตอยู่ริมถนน


จุดโฟกัสของผู้บริหารหนุ่มในตอนนี้ถูกโยกจากราคาหุ้นก่อนปิดตลาดไปสู่ท่าทางมุ่งมั่นตั้งใจของคนข้างนอกนั่นแทน


นายจินดาเที่ยวชวนเหล่าพ่อค้าแม่ค้าแผงลอยที่ขายของอยู่ข้างทางพูดคุยด้วยท่าทางเป็นมิตร บางทีก็ยกกล้องมือถือขึ้นถ่ายรูปจุดที่น่าสนใจใกล้ๆไซต์หรือไม่เช่นนั้นก็ก้มหน้ากลับลงไปขีดเขียนบางอย่างใส่สมุดต่อ


ผู้บริหารหนุ่มเบนสายตามองตามความเคลื่อนไหวของจินดาเคล้ารสชาติทาโก้ไปเรื่อย จนกระทั่งมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดบางประการเกิดขึ้นกับชายผู้นั้น มื้ออาหารแสนอร่อยของเขาจึงเป็นอันต้องชะงักลงไปกะทันหัน


ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้เห็นว่าจู่ๆร่างสันทัดของสถาปนิกหนุ่มก็เซล้มลงไปกับพื้นฟุตบาทโดยไม่มีสัญญาณใดเตือนให้รู้ก่อน ต่อจากนั้นก็เกิดเป็นเสียงโหวกเหวกดังขึ้นทางด้านนอกทันที


บรรดาวินมอเตอร์ไซค์และพ่อค้าแม่ค้าน้ำใจงามพากันแห่เข้ามามุงดูอาการของคนหมดสติ จนตอนนี้ธีรชาติไม่สามารถมองเห็นได้อีกต่อไปแล้วว่าจินดาที่นอนอยู่บนพื้นมีสภาพเป็นเช่นไร


“น้อง...เก็บเงินด้วยครับ” ธีรชาติวางแบงค์ร้อยสามใบลงบนโต๊ะก่อนจะตรงออกจากร้านไปโดยไม่แม้แต่จะรอให้พนักงานได้มารับเงินจากมือ


ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มเบียดแทรกวงล้อมไทยมุงเข้าไปจนถึงตัวนายจินดาได้อย่างยากลำบากพอดู แต่ในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จ


“ผมรู้จักกับเขา” นักบริหารมาดดีกล่าวขึ้นให้คนรอบข้างตามสถานการณ์ได้ทัน “เดี๋ยวผมจะพาเขาไปโรงพยาบาลเอง ขอทางหน่อยนะครับ”


ว่าแล้วธีรชาติก็ย่อตัวลงจับแขนอ่อนปวกเปียกของจินดาขึ้นพาดบ่า โดยมีวินมอเตอร์ไซค์รายหนึ่งอาสาเข้ามาช่วยอีกแรง
ชายทั้งสองหิ้วปีกคนป่วยกลับไปยังรถหรูที่จอดทิ้งไว้ในเขตไซต์ขนาดสิบสองไร่


“ขอบคุณมากครับพี่” ชายหนุ่มกล่าวกับเพื่อนร่วมโลกผู้มีน้ำใจก่อนจะรีบเปิดประตูขึ้นรถแล้วสตาร์ทเครื่องด้วยความรวดเร็ว
ธีรชาติไม่รู้ว่าจินดามีโรคประจำตัวใดหรือไม่ สิ่งที่เขาทำได้ตอนนี้คือการพาร่างไร้เรี่ยวแรงนี่ไปส่งโรงพยาบาลก่อน


สมาร์ทโฟนคู่ใจถูกนักธุรกิจหนุ่มต่อสายหาคนที่ทั้งเขาและจินดาต่างก็รู้จักเป็นอย่างดี...


“สวัสดีครับพี่ต้อม พี่ยังอยู่แถวๆไซต์หรือเปล่า?...อ้อ กลับไปแล้วเหรอ?...คือ’งี้พี่ ฟังแล้วอย่าเพิ่งตกใจนะ ตอนนี้ผมอยู่กับลูกน้องพี่คนที่ชื่อคุณจินดา เขาเป็นลมน่ะครับ ผมก็เลยกำลังพาขึ้นรถไปส่งโรงพยาบาล พี่ช่วยติดต่อญาติพี่น้องเขาให้ผมทีได้ไหม?...”
.
.
.
...นี่ใครมาพูดอะไรอยู่ใกล้ๆหูวะเนี่ย? นอนไม่หลับเลย...


เปลือกตาเรียบเนียนไร้รอยตีนกาขยับขึ้นลงสองสามทีแล้วจึงค่อยๆยกตัวเปิดขึ้นจนกว้างพอให้มองเห็นทิวทัศน์รอบข้างได้
ภาพแรกที่ปรากฏขึ้นสู่สายตาคือแผงคอนโซลรถซึ่งดูหรูหราเกินกว่าจะเป็นรถป๋า รถพี่โก๋ หรือรถแท็กซี่คันใดๆ


...รถใครวะเฮ้ย?...


เมื่อตระหนักได้ดังนั้นจินดาจึงหันมองไปทางคนขับทั้งที่สติสตังยังอยู่ในระดับครึ่งหลับครึ่งตื่น แต่แล้วเมื่อได้พบว่าคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นเป็นใครดวงตาเรียวรีก็ต้องเบิกกว้างขึ้นเป็นเท่าตัว


“พี่จะวกกลับมาเองเลยใช่ไหม? ดีครับ” จินดาไม่รู้ว่าคนข้างกายกำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับใคร แต่ดูท่าทางเขาเหมือนกำลังรีบร้อน


“...ผมว่าจะพาไปบำรุงราษฎร์ จากตรงนี้น่าจะใกล้ที่สุดแล้ว ไว้เดี๋ยวเราเจอกันที่นั่น...”


“..อ..เอ่อ..”


“อ้าว! เดี๋ยวพี่เดี๋ยว อย่าเพิ่งวางสาย คุณจินดาฟื้นพอดีเลย!” ธีรชาติสะบัดหน้ามองพ่อเต็กขี้เซาในทันทีที่ได้ยินเสียง ก่อนจะรีบหันกลับไปมองถนนข้างหน้าต่อ “เป็นยังไงบ้างคุณ? ปวดหัวปวดอะไรไหม?”


“เอ่อ...ไม่ปวดอะไรเลยครับ ผมง่วงเฉยๆ”


“หืม? ง่วง?”


“ครับ มึนๆง่วงๆ...ขอโทษนะครับคุณชาติ คนในสายนั่นใช่ป๋า...เอ้อ..ใช่พี่ต้อมหรือเปล่า?”


“ใช่”


“ผมขอคุยกับแกหน่อยได้ไหมครับ?”


ได้ยินดังนั้นธีรชาติก็ส่งโทรศัพท์ให้กับคนที่เอ่ยขอ เบนซ์คันงามยังคงเคลื่อนต่อไปโดยที่ชายหนุ่มไม่ได้คิดเปลี่ยนจุดหมายเป็นที่อื่น


“ป๋า ผมนอนน้อย ไม่มีอะไรเลย ไม่ต้องห่วงครับ...หายแล้ว..ไม่ต้องมาๆ ผมกลับเองได้ ป๋ารีบกลับบ้านเหอะ เดี๋ยวโดนเมียบ่นอีก...ครับๆ ขอบคุณมากครับ แค่นี้นะครับ”


เมื่อสายถูกตัดไปจินดาก็ส่งสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปคืนเจ้าของก่อนเอ่ยปากขึ้นด้วยน้ำเสียงเกรงอกเกรงใจ “ผมขอโทษที่ทำให้คุณชาติต้องวุ่นวายไปด้วยนะครับ แล้วก็ขอบคุณจริงๆที่อุตส่าห์เข้ามาช่วย”


“ไม่เป็นไร ผมอยู่แถวนั้นพอดี ไม่ใช่เรื่องหนักหนาหรอก...ว่าแต่คุณมีโรคประจำตัวอะไรเหรอ? จู่ๆล้มพับไปแบบนั้นนี่น่ากลัวเหมือนกันนะ”


“โรคเดียวที่ผมเป็นบ่อยๆคือเก๊าท์ครับ ผมชอบกินข้าวมันไก่..แต่ว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับที่ผมเป็นลมใช่ไหม? คือก่อนหน้านี้ผมอดนอนมาสี่สิบแปดชั่วโมงเต็มก็เลยน็อคไป ผมเป็นแบบนี้บ่อย ไม่ใช่เรื่องซีเรียสหรอกครับ”


“หมดสติข้างทางเนี่ยนะเรียกว่าไม่ซีเรียส? ของมีค่าติดตัวโดนขโมยได้ง่ายๆเลยนะคุณ”


จินดาส่งเสียงหัวเราะแห้งๆออกมาเมื่อได้ยินอย่างนั้น เขาไม่ได้โต้แย้งอะไรแต่เลือกที่จะเปลี่ยนประเด็นไปเสียเลย “ยังไงตอนนี้ผมก็หายดีแล้วครับ เดี๋ยวคุณชาติปล่อยผมลงตรงนี้เลยก็ได้ ผมไม่รบกวนคุณแล้ว”


“ไม่ได้สิ เมื่อกี้คุณเพิ่งเป็นลมกลางฟุตบาทไปหมาดๆ ต้องไปหาหมอก่อน”


“ไม่ต้องหาหมอหรอกครับ แค่พักผ่อนน้อย เดี๋ยวกลับไปนอนสักตื่นก็หายแล้ว...เปลืองตังค์...ปล่อยผมลงตรงนี้แหละ”


“บ้านคุณอยู่ไหน?”


“ครับ?”


“ผมถามว่าบ้านคุณอยู่ไหน?”


“เอ่อ...พระโขนงครับ”


“...งั้นเดี๋ยวผมไปส่ง คุณบอกทางมาก็แล้วกัน...”
.
.
.
“ขอโทษนะครับ รู้จักร้านส้มตำเจ๊แมวกันหรือเปล่า?”


“อ๋อ ร้านเจ๊แมวที่เคยออกทีวีน่ะเหรอ?”


“ใช่ครับใช่ ร้านนั้นแหละ...อยู่ซอยไหนเหรอครับ?”


“ซอยหน้าเลยน้อง เข้าไปสักเกือบๆสองร้อยเมตร ร้านอยู่ซ้ายมือ”


“ขอบคุณมากครับพี่”


ผู้บริหารทายาทตระกูลดังกดกระจกรถให้เลื่อนปิดตามเดิมแล้วจึงถอนหายใจออกมาเฮือกโต


...กว่าจะได้เรื่อง...


คิดแล้วมันก็น่าหงุดหงิดไม่น้อยที่คนเป็นเจ้าถิ่นดันหลับชนิดปลุกไม่ตื่นไปเสียก่อนจะทันได้ถามทาง ไม่ว่าจะตะเบ็งเสียงเรียกหรือยื่นมือไปเขย่าตัวแรงเพียงใดแต่นายจินดาคนนี้ก็เอาแต่ส่งเสียงงึมงัมๆไม่ได้ศัพท์ ที่แย่กว่านั้นคือพอลองต่อสายหาพี่ต้อม รายนั้นก็ไม่ยอมรับสายอีก


โชคยังดีที่ก่อนหน้านายจินดาจะหลับไป เขาได้ถามถึงที่ตั้งคร่าวๆไว้บ้างแล้ว


‘ห้องเช่าผมอยู่เลยบีทีเอสพระโขนงไปหน่อยนึง ในซอยปรีดีน่ะครับ เป็นบ้านเช่าเล็กๆติดกับร้านส้มตำเจ๊แมว เคยได้ยินไหมฮะ? เคยออกทีวีด้วยนะร้านนี้ ถือว่าเป็นเจ้าเด็ดเลยนะครับ’


...ยิ่งคิดธีรชาติก็ยิ่งรู้สึกเหนื่อยใจ...


ซอยปรีดีมันมีตั้งสี่สิบห้าสิบซอย ตลอดทางที่ผ่านมาเขาต้องเที่ยวตระเวนจอดถามคนนู้นคนนี้ว่าร้านเจ๊แมวอยู่ซอยไหน กว่าจะได้เรื่องก็มาเจอเอาพี่ๆวินมอเตอร์ไซค์กลุ่มเมื่อกี้นี้แหละ


...แล้วในที่สุดชายหนุ่มก็พารถคันหรูของตัวเองมาจอดลงตรงหน้าบ้านเช่าเก่าโทรมข้างร้านเจ๊แมวจนได้...


“คุณ...ถึงบ้านแล้ว นี่! ตื่นครับ!”


“อือ..”


“งัวเงียอะไรขนาดนี้วะเนี่ย...คุณ! คุณจินดา! ตื่น!”


“อา...”


ธีรชาติเดาะลิ้นด้วยความไม่สบอารมณ์ก่อนจะตัดสินใจลงจากรถไปกดออกหน้าบ้านเช่าหลังที่ว่า เพียงไม่นานชายสูงวัยคนหนึ่งก็เดินอืดอาดมาเปิดประตูให้


“มีอะไรเหรอพ่อหนุ่ม? อู้หู...รถหรูเชียว แบบนี้ไม่ได้จะมาหาห้องเช่าหรอกใช่ไหม?”


“เปล่าครับ คือผมพาเพื่อนที่ชื่อจินดามาส่ง ตอนนี้เขาหลับอยู่บนรถ เขาเช่าห้องอยู่ที่นี่ใช่ไหมครับ?”


“อ๋อไอ้จิน..ใช่สิ มันอยู่ที่นี่แหละ”


“ถ้าอย่างนั้นลุงช่วยพาเขาไปที่ห้องทีได้หรือเปล่า? ปลุกยังไงก็ไม่ยอมตื่นเลย”


จบประโยคของธีรชาติ ชายผู้เป็นเจ้าของบ้านก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “เอาอีกแล้วเหรอ? เวลาไอ้จินมันอดนอนทีไรมันเป็นอย่างนี้ทุกที ปลุกยากเหมือนตาย...คือลุงก็อยากจะช่วยแบกอยู่หรอกนะพ่อหนุ่ม แต่ลุงเพิ่งไปผ่าตัดเข่ามานี่สิ พ่อหนุ่มพามันไปเข้าไปเองได้ไหมล่ะ? เดี๋ยวลุงช่วยเปิดประตูห้องให้ ตัวสูงใหญ่แบบนี้น่าจะแรงเยอะดีนี่นา”


“แต่..” นักธุรกิจผู้น่าสงสารตั้งท่าจะปฏิเสธ แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะกลืนคำพูดทั้งหมดกลับลงคอไปเมื่อตระหนักได้ว่าร่างกายตัวเองนั้นกำยำอย่างที่ลุงว่าจริงๆ


...เอาวะ...


...มาถึงขั้นนี้แล้ว...


หลังจากยืนเล็งองศาอยู่นาน ในที่สุดธีรชาติก็เลือกที่แบกจินดาขึ้นหลังเพราะเชื่อว่าท่านี้น่าจะสะดวกสบายที่สุด


ผู้บริหารหนุ่มพาสถาปนิกขี้เซาขึ้นบันไดตามลุงเจ้าของบ้านไปอย่างระมัดระวัง จะว่าไปตัวนายจินดาก็ไม่ได้หนักอะไรมากเมื่อเทียบกับเวทที่เขายกอยู่ทุกสัปดาห์


“ห้องนี้แหละ รอเดี๋ยวนะ”


ชายสูงวัยพาธีรชาติมาหยุดอยู่หน้าประตูไม้เก่าผุบานหนึ่งก่อนจะเสียบกุญแจเข้ารูไป


...แล้วในทันทีที่ประตูถูกเปิดออก ชายหนุ่มก็ถึงกับต้องอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง...


ธีรชาติยืนนิ่งมองสภาพภายในห้องอยู่อย่างนั้นนานหลายวินาทีราวกับมีใครมากดปุ่มพอสไว้


...นี่หรือห้องส่วนตัวของสถาปนิกที่จะมาออกแบบสำนักงานใหญ่ให้ลิงเกอร์คอร์ปฯ?...


...รกยิ่งกว่ารังหนูอีก!!...


...ขนาดห้องตัวเองยังจัดให้ดูดีไม่ได้ แล้วแบบนี้จะมาสร้างตึกให้ชาวบ้านเขาใช้งานได้ยังไง!?...




TBC.




รายละเอียดรวมเล่มราคาฝัน ท่านใดสนใจลองเข้าไปดูกันนะคะ :

http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=57030.msg3540853#msg3540853


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-01-2017 11:04:20 โดย B.L.Sniper »

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3495
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4
Re: ราคาฝัน #บทนำ และ บทที่ 01
«ตอบ #3 เมื่อ05-09-2016 19:42:39 »



จะติดตามเลยค่าาา

น่าอ่านดี

 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4173
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
Re: ราคาฝัน #บทนำ และ บทที่ 01
«ตอบ #4 เมื่อ05-09-2016 21:33:23 »

ชื่อเรื่องหมายถึงอะไรหนอ

ออฟไลน์ หมอตัวเปียก

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1929
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-3
Re: ราคาฝัน #บทนำ และ บทที่ 01
«ตอบ #5 เมื่อ05-09-2016 23:28:02 »

พระ - นาง เจอกันได้ประทับใจมาก ห้า ๆ

ออฟไลน์ dragonassist

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 68
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-0
Re: ราคาฝัน #บทนำ และ บทที่ 01
«ตอบ #6 เมื่อ06-09-2016 03:47:59 »

ชอบแนวเรื่องมากๆ ค่ะ เปิดเรื่องมาน่าสนใจมากๆ

ติดตามเลยค่ะ   :L2:



ออฟไลน์ lucifer_p

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ราคาฝัน #บทนำ และ บทที่ 01
«ตอบ #7 เมื่อ06-09-2016 17:27:20 »

โง้ยยยย ชอบบบบบบบ
น่ารักมากเลยค่า ชอบแนวนี้จัง
ภาษาก็อ่านสบายไหลลื่นดีมากๆ
อยากอ่านต่อแล้ววว >___<)/~

ออฟไลน์ B.L.Sniper

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 73
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +165/-3
Re: ราคาฝัน #บทนำ และ บทที่ 01
«ตอบ #8 เมื่อ06-09-2016 18:45:45 »

ราคาฝัน # 02



แก้วกาแฟทรงสูงถูกวางลงท่ามกลางกองกระดาษร่างนับร้อยแผ่นที่สุมกันอยู่บนโต๊ะของพ่อคนช่างสรรค์สร้าง ของเหลวสีเข้มภายในส่งกลิ่นหอมฟุ้งสร้างบรรยากาศน่าทำงานให้กับออฟฟิศในเช้าวันใหม่ได้เป็นอย่างดี


“วันนี้คอฟฟีเมตหมด มึงแดกกาแฟดำไปก็แล้วกันนะ”


จินดาเงยหน้าขึ้นจากงานที่ติดพันก่อนส่งยิ้มอวดแผงฟันให้คนปากร้ายแต่ใจดีไปเสียหนึ่งที “ขอบคุณมากพี่ ขาดพี่ไปสักคน เช้าๆผมคงไม่มีกาแฟดื่ม ยังไงก็ห้ามลาออกก่อนผมนะ”


“ไม่ต้องมาทำปากหวาน จะหลอกใช้กูไปเรื่อยๆก็บอกมาเหอะ” โกวิทกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบห้าวอันเป็นเอกลักษณ์แล้วจึงยกแก้วอีกใบในมือขึ้นจรดริมฝีปากตัวเอง


...เป็นหน้าที่ของนายโก๋มานานแล้ว...


...หากเช้าวันใดไม่ได้ชงกาแฟคราวละสองแก้วเช่นนี้ เห็นทีว่าวันนั้นทั้งวันเขาคงมีอาการไม่ต่างไปจากคนท้องผูก...


“คอนเซ็ปต์มึงไปถึงไหนแล้ววะ? ขอดูบ้างสิ” ชายหนุ่มเอ่ยถามก่อนจะโน้มตัวลงไปพินิจภาพสเก็ทช์ในกระดาษร่างตรงหน้ารุ่นน้องตัวดี


ลายเส้นสีดำสนิทจากปลายปากกาลามี่คู่ใจโยงใยทับไขว้กันไปมาจนเกิดเป็นภาพอาคารแบบหยาบๆ


“โห...โหดสัตว์” โก๋อุทานออกมาเช่นนั้นพลางเบิกตาขึ้นน้อยๆ “มันมีที่มายังไง? อธิบายให้กูฟังหน่อย”


คำถามทำนองนี้เป็นคำถามประเภทที่จินดาโปรดปรานนักแล สถาปนิกหนุ่มไฟแรงไม่รอช้าที่จะสาธยายแนวความคิดของตนให้รุ่นพี่คนสนิทฟังด้วยท่าทางแสนกระตือรือร้น


...หากแต่ยังไม่ทันจะได้ปิดความอย่างครบถ้วน ประโยคของจินดาก็ถูกใครอีกคนแทรกเสียงเข้ามาเบรกไว้เสียก่อน...


“เอาอีกแล้ว!” บุรุษผู้เป็นเจ้าของสตูดิโอก้าวสวบๆเข้ามาหาลูกน้องทั้งสองด้วยสีหน้าเอือมระอา “มึงเปลี่ยนโจทย์เขาอีกแล้วเหรอเนี่ย? ตะกี้กูได้ยินคอนเซ็ปต์มึงนะ ว่านอนสอนง่ายสักโปรเจ็คต์จะตายไหมหา?...แล้วนี่มึงจะเอาหน้าปักหัวน้องมันหรือไง? ผมไอ้จินจะเข้าจมูกมึงอยู่แล้วน่ะ”


...ถ้อยคำครึ่งแรกของต้อมถูกส่งไปให้จินดา ส่วนอีกครึ่งที่เหลือนั้นตกเป็นของโกวิท...


เมื่อถูกทักดังนั้นนายโก๋จึงค่อยๆยืดตัวกลับมายืนเต็มความสูงดังเดิม


“โธ่ป๋า...ผมไม่ได้เปลี่ยนโจทย์ แค่บิดมันนิดหน่อยเอง” จินดาว่า


“นิดหน่อยพ่อมึงสิ มึงก็รู้ว่าถ้าขึ้นตึกหน้าตาแบบนี้จริง ค่าก่อสร้างบานตะไทแน่นอน...บานมากๆด้วย กูฟันธงให้เลย” นิ้วอวบอูมของสถาปนิกรุ่นใหญ่เคาะเป็นจังหวะถี่ๆลงไปบนภาพสเก็ทช์เจ้าปัญหา


“อูย เดี๋ยวสิ นี่มันเพิ่งขั้นคอนเซ็ปต์เอง อย่าเพิ่งรีบพูดถึงตอนก่อสร้างได้ไหมป๋า? ค่อยๆตบงานไปเรื่อยๆดีกว่าน่า...อีกอย่างผมก็มีเหตุผลนะที่ไปบิดโจทย์เขาออกมาแบบนี้”


“เออรู้ อย่างมึงน่ะมีเหตุผลตลอดแหละ...สวยอย่างเดียวไม่ได้ต้องมีเหตุผล...หมั่นไส้...” ต้อมกล่าวประชดประชัน ทั้งที่ลึกๆแล้วก็เข้าใจลักษณะการทำงานของจินดาเป็นอย่างดี


“ให้น้องมันได้โชว์ฝีมือหน่อยน่าป๊า...” โก๋ที่ยังคงยืนเป็นส่วนหนึ่งของวงกล่าวสนับสนุนคนถูกติง “...นานๆทีมันจะได้จับโปรเจ็คต์แบบนี้สักที ลองให้มันฟุ้งไปก่อนไม่ดีเหรอ?”


ต้อมทอดถอนใจ “ไหนมึงลองอธิบายคอนเซ็ปต์มึงแบบละเอียดๆให้กูฟังอีกทีซิ”


“ได้ป๋า ตอนนี้มันยังไม่เสร็จดี แต่เอาเท่าที่มีตอนนี้ไปก่อนนะ...”


ว่าแล้วจินดาก็เริ่มขายงานตัวเองอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาลงรายละเอียดอย่างถี่ยิบชนิดว่าไม่มีประเด็นใดตกหล่นไปแม้สักเม็ด
ฟังจบต้อมก็ส่ายหัวไปมาช้าๆ “ก็ฟังดูดีอยู่หรอก แต่แม่งต้องใช้เงินเยอะบรรลัยเลยเชื่อกูสิ...มึงชอบไอเดียนี้ของมึงขนาดไหนไอ้จิน?”


“ชอบเท่าที่ชอบน้องพิมฐาอะ” จินดาตอบออกมาเต็มปากเต็มคำ ซ้ำยังยักคิ้วยืนยันไปด้วยอีกที “มากขนาดไหนป๋าลองคิดดู”


“เอาอย่างนี้ไหมล่ะ เดี๋ยวกูนัดให้มึงเข้าไปคุยกับชาติก่อนสักรอบ มึงลองไปอธิบายคอนเซ็ปต์มึงให้เขาฟังแล้วดูว่าเขามีฟีดแบ็คยังไง ถ้าเขาสนใจก็เอากลับมาพัฒนาต่อได้ แต่ถ้าเขาไม่โอเคมึงก็ต้องปรับคอนเซ็ปต์ โอเคไหม?”


จินดาพยักหน้ารับโดยไม่ต้องคิด


...เขามีความมั่นใจ...


...ลิงเกอร์คอร์ปครอบครองทรัพย์สินท่วมหัว แค่เพิ่มเงินอีกสักหน่อยเพื่อผลประโยชน์ที่มากขึ้นน่ะไม่ระคายขนหน้าแข้งองค์กรหรอก...



๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐



...เข้าสู่ช่วงสัปดาห์ที่สองแล้วที่ราคาหุ้นลิงเกอร์ยังคงดิ่งลงมาเรื่อยๆ...


...นับตั้งแต่วันแรกที่การประมูลสี่จีจบลงไปจนมาถึงวันนี้ ตัวเลขก็ติดลบไปแล้วกว่าสิบเปอร์เซ็นต์และยังไม่มีทีท่าว่าจะกระเตื้องขึ้นในอีกวันสองวันข้างหน้า...


ธีรชาตินั่งกุมขมับโดยมีภาพกราฟหุ้นบนจอคอมพิวเตอร์สะท้อนอยู่ในแววตา


...การลงทุนมันก็อย่างนี้ เขารู้วัฏจักรของมันดี...


...แต่พอได้เห็นตัวเลขสีแดงๆเรียงกันเป็นแนวยาวแล้วก็ไม่สามารถสั่งตัวเองให้คลายกังวลลงได้สักที...
.
.
.
“สวัสดีครับ ผมมาพบคุณธีรชาติครับ จากบริษัททอมทอมสตูดิโอ”


จินดาเกร็งหน้าเกร็งปากกล่าวกับหญิงสาวหลังเคาท์เตอร์ต้อนรับด้วยท่าทางสุภาพเรียบร้อย เมื่อเหลือบตามองไปบนผนังทางด้านหลังของเธอก็เห็นแผ่นโลหะฉลุลายอักษร LINKER ปรากฏหราอยู่อย่างเด่นชัด


“นัดไว้หรือเปล่าคะ?”


“นัดไว้ตอนบ่ายสองโมงตรงครับ”


เจ้าหล่อนเอ่ยปากบอกให้เขารอก่อนยกหูโทรศัพท์ต่อสายหาใครบางคน


วันนี้จินดาแบกงานมาที่นี่เพียงลำพังเนื่องจากยังไม่ใช่การนัดพรีเซ็นต์อย่างเป็นทางการ


เช้าหลังจากวันที่ไปดูไซต์ ลุงเจ้าของบ้านเช่าก็เล่าให้ฟังว่าธีรชาติเป็นคนพาร่างกะปลกกะเปลี้ยของเขาขึ้นไปเก็บไว้บนห้อง พอรู้แบบนั้นชายหนุ่มจึงรีบโทรฯไปตามเบอร์ที่แสดงอยู่บนนามบัตรหมายว่าจะกล่าวคำขอบคุณ หากแต่คนที่มารับสายกลับเป็นเลขาฯสาวซึ่งยืนยันว่านายของเธอติดประชุมและไม่สะดวกมารับสายด้วยตัวเอง สุดท้ายจินดาจึงทำได้เพียงฝากเรื่องไว้เท่านั้น

   
...นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เขาก็ยังไม่เคยได้ขอบคุณผู้บริหารหนุ่มด้วยตัวเองเลยสักที...


จินดาแหวกปากถุงกระดาษในมือออกจากกันเพื่อตรวจตราความเรียบร้อยของกล่องขนมแทนคำขอบคุณที่อยู่ด้านใน


...ขนมแสนแพงที่ชาตินี้เขาไม่มีวันซื้อมากินเอง...


ขนมฝากไฮโซ...จะซื้อพวกของไก่กาถุงละยี่สิบสามสิบบาทไปให้ก็ใช่เรื่อง สุดท้ายจินดาจึงจำต้องควักเงินก้นกระเป๋าซื้อมาการองหอยหลอดชิ้นละแปดสิบไปให้
   

...ยี่ห้อนี้ยังถือว่าไม่แพงมากนะ บางร้านแม่งชิ้นละร้อยกว่า กล่องนึงก็ปาไปเป็นพัน...
.
.
.
“ขอบคุณครับ” ธีรชาติกล่าวเพียงสั้นๆก่อนรับถุงขนมจากมือของจินดาไปวางไว้ที่มุมหนึ่งของโต๊ะโดยไม่ได้แสดงท่าทีซาบซึ้งใจให้อีกฝ่ายได้เห็นมากมายนัก


...เห็นดังนั้นสถาปนิกหนุ่มก็รู้สึกเสียดายเงินขึ้นมาจับใจ...
   

...จะช่วยแกล้งทำเป็นเห็นคุณค่ามันสักหน่อยก็ไม่ได้ กล่องละตั้งหลายร้อยเชียวนะมึง...


“ผมต้องขอบคุณและขอโทษคุณชาติอีกครั้งนะครับสำหรับเรื่องเมื่อวันก่อน ปกติเวลาที่ผมอดนอนหลายๆคืนติดกันผมจะเป็นคนที่ปลุกยากมาก มีปัญหาตอนตื่นเป็นประจำ”
   

“เหรอครับ? ลำบากแย่เลยนะ” ถ้อยคำของนักธุรกิจหนุ่มถูกเปล่งออกมาเช่นนั้นทั้งที่สายตาคู่คมก็ยังวนเวียนอยู่ไม่ห่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์    “เห็นพี่ต้อมบอกว่าวันนี้คุณมีงานมาโชว์ให้ผมดูไม่ใช่เหรอ? ผมว่าเราเริ่มกันเลยดีกว่าไหม? พอดีช่วงใกล้ๆบ่ายสามโมงผมต้องออกไปประชุมนอกออฟฟิศต่อ”
   

จินดารู้ดีว่านัดนี้เป็นนัดแทรกที่ป๋าของเขาอุตส่าห์ขอเจียดเวลามาได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็คาดหวังเอาไว้ว่าธีรชาติจะแสดงท่าทีต้อนรับขับสู้มากกว่านี้อีกสักนิด
   

...ที่อุตส่าห์หมายมั่นปั้นมือมาจากบ้านว่าจะได้พูดคุยกับคุณลูกค้าคนสำคัญในบรรยากาศเป็นกันเองนั้นพังครืนลงในบัดดล...
   

“โอเคครับ สักครู่นะฮะ” แต่เมื่ออยากได้รับความเห็นชอบ จินดาก็ทำได้แค่เพียงต้องปฏิบัติตามความประสงค์ของอีกฝ่ายอย่างว่าง่ายเท่านั้น


กระดาษขนาดเอสามปึกหนึ่งถูกดึงออกมาจากกระเป๋าใบโตที่นักออกแบบคนขยันพกพามาด้วย
   

“ก่อนอื่นผมขออนุญาตชี้แจงจุดประสงค์ที่ผมมาขอเข้าพบคุณชาติในวันนี้สักหน่อยนะครับ คือในคอนเซ็ปต์ที่ผมคิดมามันมีบางอย่างแตกต่างจากโจทย์ที่ทางลิงเกอร์ให้ไว้นิดหน่อย ก็เลยอยากจะมาขอความเห็นเพื่อเอากลับไปเป็นแนวทางในการพัฒนาแบบต่อครับ” ระหว่างที่ปากขยับ สายตาใต้กรอบเรียวรีก็จับจ้องไปยังอิริยาบถของผู้ฟังด้วย
   

...ธีรชาติไม่แม้แต่จะละสายตาออกจากจอคอมพ์...
   

...ผู้บริหารคนยุ่งเพียงพยักหน้าให้เขารู้ว่าฟังอยู่เป็นระยะเท่านั้น...
   

จินดากระแอมเคลียร์ช่องคอเบาๆก่อนทำใจแข็งกล่าวต่อ “จากเดิมที่ทางลิงเกอร์ต้องการให้อาคารมีเพียงส่วนสำนักงานและส่วนโชว์รูมของแบรนด์ ตอนนี้ในดีไซน์ของผมมันมีบางฟังก์ชั่นเพิ่มเติมเข้ามาครับ...”
   

เมื่อกล่าวอารัมภบทจนจบ สถาปนิกร่างสันทัดก็เริ่มเข้าสู่ช่วงการอธิบายที่มาคอนเซ็ปต์
   

สิ่งแรกที่ถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงคือการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมรอบๆไซต์ ต่อด้วยพฤติกรรมกลุ่มลูกค้าของลิงเกอร์ แล้วจากนั้นก็โยงมาที่วัฒนธรรมองค์กร ทุกสิ่งดำเนินเรื่อยมาตามลำดับขั้นตอนที่จินดาได้วางแผนไว้อย่างแม่นยำ
   

“...นอกจากเรื่องนั้นแล้ว ลิงเกอร์คอร์ปก็ยังมุ่งเน้นพัฒนาบุคลา..ก...ร...”
   

“เดี๋ยวนะครับ ผมขอขัดจังหวะหน่อย” นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มพูดคุยกันมาที่ธีรชาติหันมองจินดาอย่างเต็มตา ประโยคของสถาปนิกหนุ่มขาดช่วงลงตรงนั้นทันที “ผมว่าคุณเล่าย่อๆดีกว่าไหม? คือผมกลัวว่ามันจะจบไม่ทันเวลา ตรงส่วนนี้ผมว่าน่าจะพอได้แล้วล่ะ ข้ามไปประเด็นหลักเลยดีกว่า”
   

จินดากระพริบตาปริบๆและออกอาการสตั้นไปเสียหลายวินาที
   

“อ่า...แต่ว่าข้อมูลพวกนี้ก็สำคัญ...” จากที่ตั้งใจจะดื้อดึงชายหนุ่มก็จำต้องเลี้ยวหัวรถกลับไปตามทางที่ธีรชาติต้องการเมื่อเหลือบไปสังเกตเห็นแววแห่งความรำคาญที่เจืออยู่ในลูกตาดำขลับคู่นั้น “...ไม่เป็นไรครับๆ ผมข้ามไปประเด็นหลักเลยก็ได้ครับ”
   

ทั้งน้ำเสียงและสีหน้าของจินดาในตอนนี้ดูเจื่อนสนิทจนหมดมาดนักออกแบบมือโปรฯที่อุตส่าห์วางไว้ไปอย่างน่าอดสู
   

สถาปนิกหนุ่มขยับมือเปลี่ยนหน้ากระดาษเอสามที่วางแผ่อยู่บนโต๊ะ บรรดาข้อมูลเชิงวิเคราะห์ทั้งหลายเป็นอันถูกซ้อนเก็บไปไว้ทางด้านล่าง
   

“ภาพนี้เป็นไดอะแกรมแสดงความสัมพันธ์ของแต่ละฟังก์ชั่นที่ผมวางไว้นะครับ” จินดาเริ่มอธิบายต่อด้วยการลากปลายนิ้วไล่ไปตามจุดต่างๆบนแผนภาพไอโซเมตริกแล้วสาธยายคุณงามความดีของจุดนั้นๆให้คุณลูกค้าผู้เร่งรีบได้สดับ
   

ข้อมูลบนกระดาษแผ่นนี้นับเป็นส่วนที่เขาใช้เวลาคิดและทำนานที่สุด มันเป็นการกลั่นแนวคิดทั้งหมดออกมาเป็นฟังก์ชั่นภายในอาคารคร่าวๆ ดังนั้นภาพกราฟฟิกที่เขากำลังนำเสนออยู่จึงถือเป็น ‘ประเด็นหลัก’ ของคอนเซ็ปต์ที่ธีรชาติต้องการฟังอย่างแน่นอนที่สุด
   

จินดามองเห็นอยู่ตลอดว่าคนตรงหน้ายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาอยู่เป็นระยะ
   

...ได้เห็นแบบนั้นแล้วมันก็รู้สึกใจฝ่อขึ้นมาไม่น้อย...
   

...ทั้งที่ ‘ประเด็นหลัก’ ที่เขากำลังอธิบายอยู่มันก็กระชับขึ้นมากแล้วแท้ๆ...
   

แต่แม้อีกฝ่ายจะมีท่าทีแบบนั้นชายหนุ่มก็ยังยืนยันที่จะพรีเซ็นต์ตามแบบที่ตั้งใจไว้ต่อไป


...จนกระทั่ง...


“ช่วยสรุปสักทีได้ไหมครับ? นี่มันบ่ายสองครึ่งแล้วนะ” คราวนี้ธีรชาติว่ากล่าวออกมาตรงๆด้วยน้ำเสียงไม่รื่นหู “ตกลงมันเป็นตึกขนาดกี่ตารางเมตร? งบก่อสร้างอยู่ที่ประมาณกี่บาท? แบ่งพื้นที่ใช้สอยยังไง อะไรมาก อะไรน้อย? สิ่งที่ผมอยากดูที่สุดตอนนี้ไม่ใช่รูปกราฟฟิก แต่ผมอยากดูตัวเลขคร่าวๆ...ได้ทำมาหรือเปล่าสเปรดชีตน่ะ?”
   

...สีหน้าของจินดาเปลี่ยนไปทันที...
   

สถาปนิกหนุ่มกำลังรู้สึกเหมือนกับว่างานทั้งหมดที่ตั้งใจทำมาโชว์นั้นถูกเหยียบจมส้นเท้าเหมือนขยะไร้ค่าชิ้นหนึ่ง ใจความสำคัญที่ต้องการนำเสนอยังถูกถ่ายทอดออกไปไม่ถึงครึ่งดีก็ต้องมาถูกเบรกไว้เสียแล้ว
   

ดวงตาเรียวรีจับจ้องไปยังใบหน้าของธีรชาติตรงๆ รอยยิ้มที่ก่อนหน้านี้เขาเพียรฉีกค้างไว้เพื่อใช้ต่างหน้ากากการทูตได้เลือนหายไปจนหมดสิ้น
   

“ตกลงได้ทำมาให้ผมดูหรือเปล่า?...ตัวเลขน่ะ” นักบริหารทายาทตระกูลดังถามย้ำอีกครั้งโดยมองตอบอีกฝ่ายไปด้วยสายตาเฉยชา
   

จินดาลอบขบกรามอยู่ในความเงียบก่อนจะก้มลงพลิกกระดาษหาหน้าที่ถูกถามถึง แล้วเพียงไม่นานตารางตัวเลขที่เขาพิมพ์มาจากโปรแกรมเอ็กเซลก็ถูกยื่นให้ธีรชาติได้พิจารณาด้วยตัวเอง
   

สเปรดชีตหรือตารางแจกแจงแผนงานคือสิ่งที่ตัวเขารวมถึงเต็กอีกหลายๆรายรู้สึกขยาด มันถึงเป็นส่วนที่น่าเบื่อและไร้จินตนาการที่สุดของงานก็ว่าได้
   

...ก็ไม่เถียงหรอกว่าจำเป็น...
   

...หากไม่มีไอ้ตารางนี่ก็ไม่มีทางควบคุมงบได้...
   

...และหากไม่มีทางควบคุมงบได้ก็ไม่มีนายทุนหน้าไหนยอมรับแบบไปสร้าง...
   

...แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ควรจะถูกเรียกว่า ‘ประเด็นหลัก’ ในการพรีเซ็นต์คอนเซ็ปต์สิ...
   

...ประเด็นหลักในการพรีเซ็นต์คอนเซ็ปต์ก็ต้องเป็นตัวคอนเซ็ปต์เองไม่ใช่หรือไงกัน?...
   

เวลาผ่านไปเพียงไม่ถึงสองนาทีจินดาก็ได้ยินเสียงทอดถอนใจดังมาจากธีรชาติเต็มสองรูหู
   

“พี่ต้อมได้บอกคุณหรือเปล่าว่าเรากำหนดงบประมาณสำหรับโครงการนี้ไว้ที่เท่าไหร่?” นักธุรกิจหนุ่มเอ่ยถามออกมาเช่นนั้น
   

“บอกครับ”
   

“แล้วทำไมตัวเลขมันเกินมาเยอะขนาดนี้? ได้ติดตามข่าวบ้างหรือเปล่าว่าสัปดาห์ก่อนลิงเกอร์คอร์ปฯเพิ่งจะลงทุนไปหลักหมื่นล้าน? คราวหน้าคราวหลังรบกวนเอาสเปรดชีตขึ้นมาโชว์เป็นอย่างแรกเลยนะครับ จะได้ไม่เสียเวลากันทั้งคู่”
   

จินดาไม่อมพะนำ รีบแย้งกลับไปทันที “มันดูเหมือนว่าเกินมาเยอะก็จริงนะครับคุณชาติ แต่ถ้าคุณอนุญาตให้ผมได้นำเสนอจนจบคุณก็จะเข้าใจว่ามันเกินมาเพราะอะไร ฟังก์ชั่นอาคารที่ผมเพิ่มเข้ามาจะสร้างผลประโยชน์ระยะยาวให้ลิงเกอร์คอร์ปฯได้”
   

ได้ยินดังนั้นธีรชาติก็ส่ายศีรษะด้วยท่าทางระอาใจ “คุณไม่ใช่ฝ่ายมาร์เก็ตติ้งของผม มันไม่ใช่หน้าที่ที่คุณจะต้องมาคิดแทนว่าเงินส่วนไหนคุ้มค่าไม่คุ้มค่า...แล้วถ้าอยากจะพูดถึงฟังก์ชั่นที่คุณเพิ่มมาให้จริงๆน่ะนะ ผมก็ขอบอกตรงๆว่าผมไม่เห็นความจำเป็นของมันเลยครับ คุณทำเกินรีไควร์เม้นท์มาเยอะเกินไป รบกวนไปแก้ไขมาใหม่ด้วย ไม่อย่างนั้นตอนพรีเซ็นต์ให้บอร์ดฟังคุณโดนวิจารณ์หนักกว่านี้แน่ ผมเตือนด้วยความหวังดี”
   

จินดาหลุบตาลงมองพื้นโต๊ะก่อนจะกลืนน้ำลายเหนียวข้นลงคอไปอย่างยากลำบาก ริมฝีปากล่างถูกขบไว้เบาๆพอให้รู้สึกได้ถึงสัมผัสจากแนวฟัน
   

...เจอแบบนี้เข้าไปเขาก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี...
   

“เอาล่ะครับ ได้เวลาที่ผมต้องไปแล้ว ขอให้คุณโชคดี แล้วเจอกันอีกทีวันพรีเซ็นต์จริง...”
.
.
.
เมอร์เซเดส-เบนซ์เอสคลาสสีดำสนิทคลื่อนตัวพ้นทางออกอาคารไปอย่างเชื่องช้าเนื่องด้วยสภาพการจราจรอันแสนติดขัดบนถนนตรงหน้า นายสมหมายขับไปเพียงไม่ถึงสิบเมตรดีก็ต้องแตะเบรกอีกครั้งเมื่อรถทั้งแถวหยุดเคลื่อนตัวลง


ธีรชาติซึ่งนั่งอ่านเอกสารประกอบการประชุมอยู่ที่เบาะหลังเงยหน้าขึ้นสำรวจความแน่นขนัดบนท้องถนนอย่างนึกกังวลว่าตนอาจไปไม่ทันนัด
   

“เดี๋ยวหลุดแยกนี้ไปได้ก็เลี่ยงเข้าทางซอยสี่สิบไปออกพระรามสี่เลยนะครับลุง”
   

“ได้ครับคุณชาติ”
   

ในจังหวะที่ผู้บริหารหนุ่มกำลังจะก้มกลับลงไปสนใจเอกสารที่อยู่ในมือต่อตามเดิม ร่างของใครคนหนึ่งที่ปรากฏเข้ามาทางหางตาก็ดึงให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง
   

...จินดา...
   

สถาปนิกไฟแรงคนที่เพิ่งจะถูกเขาติติงเรื่องโปรเจ็คต์ไปเมื่อไม่ถึงสิบนาทีก่อนเดินไหล่ห่อคอตกไปตามแนวฟุตบาทโดยมีกระเป๋าใส่แบบใบกว้างห้อยติดอยู่ที่บ่าข้างหนึ่ง


แม้จากมุมนี้ธีรชาติจะสามารถมองเห็นได้เพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างของนายจินดา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังพอดูออกว่าดวงตาคู่เรียวดูขุ่นหมองลงกว่าเมื่อครั้งแรกพบมากเพียงใด


นักออกแบบหนุ่มเดินลากเท้ามาทิ้งกายลงบนม้านั่งแสตนเลสตัวยาวหน้าป้ายรถเมล์ด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน
   

จินดานั่งนิ่งราวกับว่ากล้ามเนื้อทุกมัดตั้งแต่หัวจรดเท้าถูกตะคริวกัดกินไปจนทั่ว สายตาเหม่อลอยคู่นั้นจับจ้องอยู่ที่พื้นฟุตบาททั้งที่มันก็ไม่ได้มีอะไรดึงดูดใจเลยสักนิด
   

...ท่าทางคงผิดหวังน่าดู...
   

เมื่อครู่ตอนอยู่ในห้องทำงานเขาสามารถสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของจินดาอยู่ตลอดเวลาที่พูดคุยกัน ตื่นเต้น ลุ้น หวาดหวั่น ผิดหวัง โกรธเคือง สถาปนิกคนนั้นสะกดความรู้สึกส่วนตัวให้อยู่ภายใต้สีหน้าได้ไม่มิด
   

...แล้วก็ไม่รู้ว่าถูกอะไรดลใจเข้า จู่ๆคนที่ธีรชาติกำลังลอบสังเกตอยู่เงียบๆก็เบนสายตาขึ้นมาจากพื้น...
   

...สายตาทั้งสองคู่สบประสานกันผ่านกระจกรถอย่างที่ไม่มีฝ่ายใดตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น...
   

จินดาดูเหมือนจะตกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรมากไปกว่าการจ้องตอบกลับมานิ่งๆ
   

ชายหนุ่มสองคนนั่งมองหน้ากันอยู่เพียงชั่วอึดใจก่อนที่ฝ่ายผู้น้อยจะยกมือขึ้นไหว้สวัสดีตามธรรมเนียมแล้วหลบสายตาหนีไปก่อน
   

ธีรชาติผ่อนลมหายใจเฮือกยาวผ่านปลายจมูกอย่างแผ่วเบา
   

เมื่อสัญญาณไฟที่ทางแยกเปลี่ยนสี รถยนต์ทั้งแถวก็ค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากตรงนั้นไป
   

ผู้บริหารหนุ่มเสียบเอกสารที่ถือค้างไว้ในมือเข้ากับช่องเก็บของหลังเบาะหน้า ก่อนจะหยิบเอาถุงกระดาษหน้าตาหรูหราที่วางอยู่ข้างกายขึ้นมาเปิดออกดู
   

มาการองจำนวนแปดชิ้นเรียงตัวกันอยู่อย่างสวยงามภายในกล่องขนาดไม่ใหญ่โตนัก เรียวนิ้วยาวสมส่วนขยับคีบขนมสีหวานขึ้นมาส่งเข้าปาก
   

...ปกติเขาไม่ใช่คนชอบกินของพวกนี้นัก แต่จะว่าไปมาการองชิ้นที่กำลังเคี้ยวอยู่ในปากนี่ก็ถูกลิ้นดีเหมือนกัน...
   

ธีรชาติเพิ่งจะสังเกตเห็นเดี๋ยวนี้เองว่า ที่ก้นถุงยังมีการ์ดใบเล็กๆนอนนิ่งอยู่อีกใบหนึ่ง และเมื่อหยิบขึ้นมาเปิดออกดูเขาก็ได้พบกับภาพวาดลายเส้นฉวัดเฉวียนรูปผู้ชายที่ดูอย่างไรก็เป็นตัวจินดาเองกำลังยืนประนมมือให้คนอ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม บนพื้นที่ว่างข้างๆกันนั้นมีข้อความสั้นๆปรากฏอยู่
   

...‘ขอบพระคุณที่กรุณาแบกผมขึ้นไปส่งถึงห้องครับ!!’...
   

นักธุรกิจหนุ่มคลี่ยิ้มขำออกมาทันทีที่อ่านจบประโยค การ์ดใบน้อยถูกเก็บใส่กระเป๋าในเสื้อสูทหลังได้รับการพิจารณาจนถ้วนทั่วแล้ว


ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะต้องนึกย้อนกลับไปถึงแววตาขุ่นเคืองที่นายคนนั้นใช้มองเขาตอนโดนปฏิเสธงานขึ้นมาอีกครั้ง จะว่าไปก็น่าสงสารอยู่หรอก อุตส่าห์ตั้งใจทำงานมาให้ดูแท้ๆ


...แต่ถึงอย่างไรสิ่งที่เขาพูดไปก็เป็นเรื่องจริงทั้งนั้น...


...นายจินดาควรต้องเรียนรู้ว่าการทำงานตามอารมณ์ศิลปินในโลกของเงินทุนน่ะมันเป็นไปไม่ได้...





TBC.




รายละเอียดรวมเล่มราคาฝัน ท่านใดสนใจลองเข้าไปดูกันนะคะ :

http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=57030.msg3540853#msg3540853


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-01-2017 11:05:15 โดย B.L.Sniper »

ออฟไลน์ autopilot

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 69
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 2 [06.09.2016/18:45:45]
«ตอบ #9 เมื่อ06-09-2016 19:03:43 »

น่าสงสารรรรร ลูกหมาจินดาาา
รอค่ะรอออออ คุณชาตินี่ก็แอบมีมุมน่ารักกก

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 2 [06.09.2016/18:45:45]
« ตอบ #9 เมื่อ: 06-09-2016 19:03:43 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3495
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4
Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 2 [06.09.2016/18:45:45]
«ตอบ #10 เมื่อ06-09-2016 20:01:49 »

 :ling1: :ling1: :ling1: :ling1: :ling1: :ling1: :ling1: :ling1:

ออฟไลน์ หมอตัวเปียก

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1929
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-3
Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 2 [06.09.2016/18:45:45]
«ตอบ #11 เมื่อ06-09-2016 20:50:35 »

ชาติโหด แต่ก็นะเข้าใจแหละ คนสองคน สองมุมมองที่ต่างกัน รอวันที่จะบรรจบกัน

ออฟไลน์ lucifer_p

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 2 [06.09.2016/18:45:45]
«ตอบ #12 เมื่อ06-09-2016 21:03:54 »

น้องจินดาา โถๆๆๆๆลูกกก //ลูบหัวลูบหาง
รอนังคุณชาติหลงก่อนเนาะ แล้วค่อยเอาคืนทบต้นทบดอกเนาะ หึหึ

ชอบมากค่าาา สนุกมากๆๆ  o13

ออฟไลน์ B.L.Sniper

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 73
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +165/-3
Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 2 [06.09.2016/18:45:45]
«ตอบ #13 เมื่อ07-09-2016 18:36:05 »

ราคาฝัน # 03



...ยังไม่อยากยอมแพ้ตอนนี้...


...ยังอยากจะดื้อต่ออีกสักหน่อย...


จินดายกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลอาบแนวขมับพลางเดินดุ่มๆลงจากสถานีรถไฟฟ้าไปพร้อมกับคลื่นมนุษย์รอบกาย ที่ดินขนาดสิบสองไร่ริมถนนสุขุมวิทคือจุดหมายปลายทางสำหรับเช้าวันนี้


หลังจากผลงานที่เขาเพียรทำอยู่หลายคืนถูกคุณลูกค้าคนสำคัญวิจารณ์เสียจนไม่เหลือชิ้นดี เจ้านายที่รักก็ทำท่าว่าจะให้ล้มเลิกแล้วคิดคอนเซ็ปต์อื่นขึ้นมาแทน


...แต่ว่าเขาชอบคอนเซ็ปต์นี้มากจริงๆ...


...เขาคิดว่ามันดี และสามารถดีได้กว่านี้อีกหากให้เวลา...


สุดท้ายหลังจากกราบกรานอ้อนวอนอยู่นานถึงสองชั่วโมงเต็ม ท่านป๋าผู้ใจดีก็ให้ทางออกมาว่าจะให้เขาและโกวิทแยกกันพัฒนาคนละคอนเซ็ปต์ ตอนพรีเซ็นต์ก็พรีเซ็นต์มันทั้งสองคอนเซ็ปต์ ถือเป็นการเพิ่มตัวเลือกให้ลูกค้า


สถาปนิกหนุ่มกระโดดพาร่างปราดเปรียวของตนขึ้นไปนั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนแนวคอนกรีตเตี้ยๆริมทางขึ้นรถไฟฟ้า เมื่อได้มานั่งมองไซต์จากอีกฟากฝั่งของถนนเช่นนี้แล้ว เขาก็สามารถเห็นภาพกว้างๆของบรรยากาศโดยรอบได้ดั่งใจต้องการ


สมุดสเก็ทช์เล่มโตที่พกติดตัวมาถูกเปิดใช้งานมันตรงนั้นโดยที่จินดาไม่ได้สนใจนักว่ารถราที่วิ่งผ่านหน้าไปจะมีมากมายขนาดไหน หรือว่าผู้คนรอบข้างจะเดินกันอยู่ขวักไขว่เท่าใด


...แล้วเพียงไม่นานชายหนุ่มก็เริ่มจมดิ่งเข้าสู่โลกส่วนตัวโดยสมบูรณ์...
.
.
.
ปลายปากกาคู่ใจถูกนายจินดาตวัดกวัดแกว่งไปมาบนกระดาษเนื้อดีอยู่เช่นนี้มานานนับชั่วโมง หากเหล่าผู้คนที่เดินผ่านหลังได้ลองชะโงกมองลงมายังสมุดบนหน้าตักของชายหนุ่มสักนิดก็จะได้พบกับภาพร่างชวนตื่นตาตื่นใจปรากฏอยู่บนนั้น


สมาธิของสถาปนิกไฟแรงคงจะผูกติดอยู่กับไอเดียล้านแปดในหัวอย่างนี้ไปอีกนานหากจู่ๆไม่ได้มีรถคันหนึ่งขับเข้าไปจอดในเขตไซต์เสียก่อน...


...เมอร์เซเดส-เบนซ์เอสคลาสสีดำสนิท...


...รถของธีรชาติ...
   

จินดาหยุดมือลงจากสิ่งที่กำลังติดพันในทันใด ใบหน้าอ่อนใสตามกรรมพันธุ์ชะเง้อมองจนคอยืดยาว
   

...ไม่รู้ว่าผู้บริหารระดับสูงคนนั้นแวะมาทำอะไรที่นี่ในเวลาแบบนี้...
   

...ไม่ได้นัดกับพวกเขาไว้เสียหน่อย...
   

นักออกแบบหนุ่มนั่งนิ่งรอดูสถานการณ์ต่อไปโดยยังไม่คิดละสายตาไปไหน แล้วเพียงอึดใจถัดมาข้อกังขาที่มีในหัวก็ได้รับความกระจ่างเมื่อประตูรถทุกบานถูกเปิดออก
   

บานที่หนึ่ง..คนขับรถ
   

บานที่สอง..นายธีรชาติ
   

บานที่สาม..ใครก็ไม่รู้ จินดาไม่รู้จัก
   

และบานที่สี่...
   

“..เชี่ย..” คำสบถถูกเปล่งออกมาเป็นเพียงเสียงลมบางเบา
   

จินดารู้สึกได้ว่าตอนนี้อวัยวะภายในของเขามันปั่นป่วนไปหมด ดวงตาคู่เรียวเบิกกว้างขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ขณะจับจ้องไปยังชายวัยกลางคนที่เพิ่งจะก้าวขาลงมาจากทางประตูรถบานสุดท้าย
   

...นั่นมันอาจารย์บุญฤทธิ์ไม่ใช่หรือ?...
   

...สถาปนิกชื่อดังคับเมืองไทยมาทำอะไรที่ไซต์แห่งนี้กัน?...
.
.
.
“คุณอาคิดว่ายังไงครับ? พอจะได้ไอเดียเพิ่มเติมบ้างหรือเปล่า?”


เมื่อได้รับคำถามมาเช่นนั้น ดวงตาแสนลุ่มลึกภายใต้กรอบแว่นไม้เนื้อดีก็กวาดมองไปโดยรอบบริเวณอีกครั้ง


“ที่ดินสวย” บุญฤทธิ์กล่าวออกมาเช่นนั้นพลางผงกศีรษะขึ้นลงเบาๆ “ชาติสังเกตหรือเปล่าว่ารถไฟขบวนที่วิ่งบนรางฝั่งนี้เป็นขบวนที่มุ่งหน้าไปทางตะวันตก แปลว่าคนบนรถไฟฟ้าจะเริ่มเห็นโครงการของชาติได้ตั้งแต่ยังโบกี้ไม่ทันวิ่งผ่านด้านหน้าเพราะตึกโรงแรมข้างๆนี้หลุบเข้าไปข้างในลึก ถ้าออกแบบดีๆอาจจะโชว์ฟาซาดชั้นบนๆได้เกือบครึ่งความยาวที่ดินเชียวนะ”


คิ้วหน้าเข้มของผู้บริหารหนุ่มเลิกขึ้นเล็กน้อยหลังจากได้ฟังคำของสถาปนิกคนดังจนจบ


...ใจความเหมือนกับประโยคที่นายจินดาเคยพูดไว้ไม่มีผิด...


นับตั้งแต่วันที่คุณดีไซเนอร์ไฟแรงเข้ามาเสนองานนอกรอบที่ออฟฟิศ เขาก็ไม่เคยได้ถามไถ่ความคืบหน้าผ่านทางพี่ต้อมไปเลยสักที


...ไม่รู้ว่าป่านนี้คนๆนั้นจะแก้แบบไป แช่งชักหักกระดูกเขาไปหรือเปล่า...


“เอาล่ะ ขอเวลาให้ลูกน้องอาถ่ายรูปไซต์ต่ออีกสักนิดแล้วเราก็กลับกันได้แล้วนะ ช่วงบ่ายอามีอีกนัด”


“ได้ครับ” ธีรชาติรับคำแล้วจึงยืนรอให้นักออกแบบรายที่บุญฤทธิ์พาติดสอยห้อยตามาด้วยได้ทำงานตามสะดวก
เมื่อสบโอกาสหยุดพักชายหนุ่มจึงเริ่มหันซ้ายมองขวาในทันที


...ไม่ใช่เพราะไม่รู้จะทำสิ่งใด แต่เขากำลังมองหาใครบางคน...


ธีรชาติรู้สึกมาตั้งแต่เมื่อสักครู่แล้วว่าตัวเองกำลังตกเป็นเป้าสายตา มีอยู่หลายจังหวะเหลือเกินที่เขากวาดตามองไปทั่วไซต์แล้วได้พบกับหัวดำๆของใครสักคนผลุบๆโผล่ๆออกมาจากหลังรั้วสังกะสีบ้าง หลังบันไดขึ้นสถานีรถไฟฟ้าบ้าง


...ดูแล้วน่าสงสัยชอบกล...
   

ผู้บริหารมาดดีใช้เวลาเฝ้าสังเกตอยู่อีกสักระยะกว่าจะล็อคพิกัดได้ในที่สุดว่าตอนนี้ศีรษะปริศนานั่นย้ายทำเลไปอยู่ที่หลังตู้ชุมสายโทรศัพท์หน้าไซต์เรียบร้อยแล้ว
   

ดวงตาคมเข้มเหลือบมองบุญฤทธิ์เพียงครู่สั้นๆ และเมื่อเห็นว่าสถาปนิกคนดังกับลูกน้องยังคงง่วนอยู่กับการบันทึกภาพไซต์ชายหนุ่มจึงตัดสินใจปลีกตัวออกมา
   

ธีรชาติก้าวพรวดๆไปยังที่หมายอย่างรวดเร็ว
   

...เร็วจนเจ้าคนน่าสงสัยไหวตัวไม่ทัน...
   

“คุณ!”


ผู้บริหารทายาทตระกูลดังโพล่งขึ้นเสียงดังในทันทีเมื่อได้เห็นเต็มสองตาว่าพ่อคนที่มาแอบทำตัวพิรุธมองเขาอยู่หน้าไซต์นั้นเป็นใคร ฝ่ามือหนาใหญ่ข้างหนึ่งยื่นออกไปยึดหัวไหล่ขนาดเหมาะมือนั่นเอาไว้ตามสัญชาตญาณเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะหันหลังหนี


“มาทำอะไรที่นี่? ดูไซต์เหรอ?” ธีรชาติเอ่ยถามออกไปเช่นนั้น


ผู้ร้ายที่โดนจับได้คาหนังคาเขาก้มหน้าหลบตาด้วยท่าทางจ๋อยสนิทก่อนจะผงกศีรษะขึ้นลงเบาๆเป็นการตอบกลับไป


“แล้วทำไมต้องมายืนทำลับๆล่อๆแบบนี้ด้วย?”


“ก็ผม...เห็นว่าคุณมากับ..อาจารย์บุญฤทธิ์..”


ได้ยินดังนั้น รอยยิ้มบางเบาก็ถูกจุดขึ้นที่ข้างมุมปากของนักธุรกิจหนุ่ม “ผมมากับอาจารย์บุญฤทธิ์แล้วยังไงครับ?”


คราวนี้จินดาเงยหน้ามองธีรชาติอย่างเต็มตา สถาปนิกหนุ่มเม้มๆคลายๆริมฝีปากสลับไปสลับมาอยู่สักพักจนเมื่อชั่งใจได้ในที่สุดจึงได้ยอมเปล่งเสียงออกไปอีกครั้ง “คุณติดต่อบริษัทอาจารย์บุญฤทธิ์ไว้ด้วยหรือครับ? ตอนแรกผมนึกว่าทอมทอมสตูดิโอเป็นบริษัทเดียวที่ลิงเกอร์คอร์ปฯเรียกใช้งานซะอีก...”


“ใช่ เราให้โจทย์กับทางบริษัทของอาจารย์บุญฤทธิ์ไปด้วย...โปรเจ็คต์นี้เป็นโปรเจ็คต์ที่สำคัญกับองค์กร ไม่แปลกไม่ใช่หรือที่เราจะเรียกหาไอเดียจากดีไซเนอร์หลายๆเจ้า?”
   

“ก็ไม่ได้แปลกอะไรหรอกครับ ผมแค่นึกไม่ถึงว่าจะเป็นอาจารย์บุญฤทธิ์”
   

“ทำไม? ฝ่อหรือไง?
   

เรียวคิ้วได้รูปของจินดากระตุกเข้าหากันในทันที นัยน์ตาดำขลับยามนี้ฉายโรจน์ถึงความไม่พอใจที่มีต่อคำถาม
   

...ดูเหมือนจินดาจะลืมตัวไปหน่อยว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้คือนายทุนเจ้าของเงินก้อนโตผู้ซึ่งควรเปรียบได้กับพระเจ้า...
   

เมื่อเห็นท่าทีขุ่นเคืองของคนตรงหน้า ธีรชาติก็เปล่งเสียงหัวเราะในลำคอออกมาเบาๆก่อนส่ายศีรษะไปมา
   

...เขารู้หรอกว่านายจินดากำลังรู้สึกอย่างไร ดูจากสีหน้าห่อเหี่ยวก่อนหน้านี้ก็ชัดเจนจะตายแล้ว...
   

...สถาปนิกในขวบปีที่เพิ่งหย่านมต้องมาเปรียบมวยกับสถาปนิกชั้นครู เจอแบบนี้ใครไม่ฝ่อก็ให้มันรู้ไป...
   

ผู้บริหารหนุ่มออกแรงดึงไหล่ของอีกฝ่ายที่ยังคงอยู่ในอุ้งมือตนให้เข้ามาใกล้ หากแต่นายจินดากลับขืนตัวไว้พร้อมแสดงท่าทางตื่นตกใจ
   

“จะทำอะไรของคุณ!?”
   

ธีรชาติยกมืออีกข้างที่ว่างขึ้นชี้ไปยังสติ๊กเกอร์สีสดข้างตู้ชุมสายโทรศัพท์ที่ตอนแรกจินดาอาศัยเป็นที่กำบัง
   

“เขาบอกว่า ‘อันตราย ไฟฟ้าแรงสูง’ คุณไม่เห็นเหรอป้ายเหลืองๆนี่น่ะ? ยังจะเข้าไปเกาะมันอีก ออกมา”
   

แม้ว่านักธุรกิจมาดเนี้ยบจะสามารถดึงให้คนตรงหน้าขยับกายออกห่างจากของอันตรายได้แล้ว แต่เขาก็ยังไม่ยอมย้ายมือหนีไปไหน
   

ชายหนุ่มลากร่างของจินดาให้เดินกลับเข้าไปในเขตไซต์ด้วยกัน
   

“เฮ้ย!คุณชาติ! ไปไหนเนี่ย!? ไม่เอานะผมไม่ไป!”
   

“คุณอา..” ธีรชาติเอ่ยเรียกสถาปนิกคนดังที่เพิ่งจะทำภารกิจเสร็จสิ้นในจังหวะนั้นได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ “..เดี๋ยวผมว่าจะให้คนขับรถพาคุณอาไปส่งที่บริษัทก่อนเลย พอดีผมเจอเพื่อนน่ะครับ ก็เลยอยากอยู่คุยกับเขาต่ออีกหน่อย หวังว่าคุณอาคงไม่ว่าอะไรถ้าผมจะขอตัวตั้งแต่ตรงนี้”
   

บุญฤทธิ์ปรายตามองมายังจินดาเพียงครู่สั้นๆก่อนจะเบนความสนใจกลับไปหาธีรชาติตามเดิม “ตามสบายเลยชาติ อาไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว”
   

ธีรชาติคลี่ยิ้มเมื่อได้รับคำตอบ เขาเอ่ยคำร่ำลาอีกเล็กน้อยก่อนหันไปแจกแจงแผนการเดินทางต่อจากนี้ให้ลุงสมหมายคนขับรถได้รู้
   

...กระทั่งเมื่อเสร็จกิจทั้งปวงชายหนุ่มจึงดึงตัวจินดาให้ขยับเท้าตามไปอีกครั้ง...
   

“จะพาผมไปไหนอีกล่ะ!?” คนถูกลากให้ไปนู่นมานี่ร้องถามขึ้นมาเสียงแข็ง “นี่! คุณ! อย่างน้อยก็บอกผมก่อนไม่ได้เหรอว่าเรากำลังจะไปไหน!”
   

ใบหน้าคมเข้มของนักธุรกิจหนุ่มหันมาหาจินดาพร้อมรอยยิ้มที่ข้างมุมปาก


“..ไปกินข้าวกัน..”
.
.
.
จินดานั่งหันซ้ายมองขวาพลางยกมือขึ้นเกาหัวเกาหูไปเรื่อยด้วยท่าทางเก้กัง บนเก้าอี้ตัวที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามของโต๊ะคือชายหนุ่มทายาทมหาเศรษฐีซึ่งเขาไม่มีความสนิทชิดเชื้อด้วยสักนิด
   

...อึดอัดจนไม่รู้จะเอาตาไปวางไว้ตรงไหนดี...
   

“เคยกินอาหารเม็กซิกันมาก่อนไหม?” ธีรชาติเอ่ยถามขึ้นมาหลังจากก้มหน้าเช็คไลน์ในมือถือจนหนำใจ
   

“ไม่เคยหรอกครับ”
   

“อร่อยนะ ลองกินดูแล้วจะชอบ...จานที่ผมสั่งให้คุณนั่นก็เป็นเมนูท็อปทรีของร้าน”
   

เป็นเพราะว่าเมื่อครู่จินดาเอาแต่ทำท่าอิดออดจะขอตัวออกจากร้านให้ได้ ธีรชาติจึงต้องมัดมือชกด้วยการชิงสั่งอาหารให้เสียก่อน
   

“คุณไม่คิดเหรอครับว่าผมอาจต้องรีบกลับบริษัท?” สถาปนิกหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่แจ่มใสนัก เขารู้สึกไม่พอใจที่ถูกบังคับ แต่จะให้ต่อว่าต่อขานอย่างที่นึกอยากทำก็ทำไม่ได้
   

“แล้วคุณรีบหรือเปล่าล่ะ?” ธีรชาติย้อนถามโดยไม่เว้นช่วงไว้ให้อีกฝ่ายได้ตอบ “นี่มันเวลาพักเที่ยง ต่อให้คุณรีบ กลับไปคุณก็ต้องหามื้อเที่ยงทานอยู่ดี สู้อยู่ทานกับผมที่นี่เลยยังจะสะดวกกว่า”
   

จินดาผ่อนลมผ่านปลายจมูกเฮือกยาวเมื่อได้ฟังเช่นนั้น
   

ตลอดช่วงเช้าวันนี้มีแต่เรื่องที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหนึบหน่วงเหมือนว่ามีพังผืดก่อตัวขึ้นมาเกาะอยู่ตามปอดตามไส้ ทั้งเรื่องที่ต้องมานั่งกินข้าวกับธีรชาติอยู่ตามลำพังในตอนนี้ และเรื่องที่เพิ่งได้รู้สดๆร้อนๆว่าอาจารย์บุญฤทธิ์คือคู่แข่ง...
   

...แม่งเอ๊ย!...
   

...อยากจะตีอกชกหัวมันเสียตรงนี้...
   

“คุณเรียนจบมากี่ปีแล้ว?”
   

จินดาเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆก่อนจะตอบกลับไปอย่างเสียไม่ได้ “..สี่ปีครับ”


“งั้นตอนนี้ก็อายุสักยี่สิบห้า..ยี่สิบหก?”


“ยี่สิบเจ็ด ‘ถาปัตย์เรียนห้าปี”


“อ้อ จริงด้วยสิ” อาหารที่สั่งไว้มาเสิร์ฟลงบนโต๊ะในตอนนั้น แต่นักธุรกิจหนุ่มก็ยังคงกล่าวต่อไป “ทำงานมาตั้งสี่ปีแล้ว ผมว่าคุณน่าจะเริ่มฝึกควบคุมอารมณ์ได้แล้วนะ ยิ่งต้องออกไปเจอลูกค้าบ่อยๆยิ่งควรฝึก”


น้ำเสียงและสีหน้ายามธีรชาติเอ่ยประโยคเมื่อสักครู่ออกมานั้น ฟังดูราวกับว่าเขากำลังชวนจินดาพูดคุยเรื่องฟ้าฝน
ดวงตาเรียวรีของคนถูกสั่งสอนเบิกขึ้นในทันที “ผมควบคุมอารมณ์ไม่ได้ยังไงครับ?”


“แบบนี้ไง” ผู้บริหารรูปหล่อควงนิ้วชี้วนเป็นวงกลมอยู่ที่ระดับใบหน้าของจินดา “เบิกตา..ขมวดคิ้ว..กัดปาก...ถอนใจ บางครั้งผมแอบเห็นด้วยซ้ำว่าคุณกรอกตา ถึงคำพูดคำจาจะสุภาพดี แต่สีหน้าของคุณมันแสดงออกมาหมดเลยว่าลึกๆแล้วกำลังคิดอะไรอยู่...อย่างเมื่อวันก่อนผมก็ดูออกว่าคุณโกรธที่ผมรีเจ็คต์งานคุณไป”


“วันนั้นผมไม่ได้โกรธครับ”


เสียงหัวเราะในลำคอจากธีรชาติดังขึ้นอีกครั้ง “ก็แล้วแต่คุณจะพูดเถอะ...ในใจคุณรู้สึกอะไรผมไม่มีสิทธิ์ไปว่าหรอก แต่อย่างน้อยๆก็อย่าปล่อยให้คนอื่นเขาดูออกแล้วกัน”


จบประโยคของมหาเศรษฐีหนุ่ม จินดาก็ได้แต่นั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในความเงียบ


...จริงๆบางครั้งเขาก็ไม่รู้สึกตัวหรอกว่าเครื่องหน้าแต่ละส่วนมันขยับเปลี่ยนรูปเปลี่ยนรอยไปตามอารมณ์...


...ไม่รู้ว่าตกลงแล้วที่อีกฝ่ายอุตส่าห์ลากเขามานั่งกินข้าวด้วยนี่คือต้องการหาโอกาสต่อว่ากันโดยเฉพาะเลยหรือเปล่า...


ชายทั้งสองปล่อยให้ความเงียบเข้าแทรกกลางอยู่นานจนทาโก้ของโปรดในจานตรงหน้าธีรชาติพร่องไปเกือบครึ่ง ตลอดเวลาที่นั่งกันโดยปราศจากคำพูดใดผู้บริหารนามสกุลดังก็คอยเหลือบสายตาขึ้นมองจินดาอยู่เป็นระยะ


“นี่..” ในที่สุดก็เป็นธีรชาติอีกตามเคยที่เปิดประโยคขึ้นมาใหม่ “คุณไม่คิดจะถามอะไรผมบ้างจริงๆเหรอ?”


ได้ยินดังนั้นสถาปนิกหนุ่มก็ชะงักมือที่กำลังจะส่งอาหารเข้าปากไว้ด้วยความไม่เข้าใจ “เอ่อ...ผมควรจะถามอะไรคุณด้วยเหรอครับ?”


“เอ้า! ก็แล้วผมกับคุณรู้จักกันในฐานะอะไรล่ะ? ลองคิดดูดีๆคุณจิน ลองคิดดูว่ามีอะไรที่คุณควรถามผมบ้าง”


แทนที่ถ้อยคำของธีรชาติจะใบ้ให้จินดาได้กระจ่างมากขึ้น แต่มันกลับยิ่งทำให้เขางุนงงหนักเข้าไปอีก “ผม..ไม่เข้าใจครับว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไร..”


“โธ่เอ๊ย นี่ต้องให้ผมพูดออกมาตรงๆด้วยเหรอ?” ผู้บริหารมาดดีกล่าวออกมาเช่นนั้นพลางสายศีรษะน้อยๆ “ไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่าที่ผมอุตส่าห์ชวนคุณมาทานข้าวก็เพราะอยากเปิดโอกาสให้คุณได้ถามเรื่องโปรเจ็คต์เยอะๆ เห็นว่าต้องแข่งกับอาจารย์บุญฤทธิ์หรอกครับเลยตั้งใจจะแจกแต้มต่อให้...นี่โชคดีแค่ไหนว่าเรามาเจอกันตอนใกล้ๆเที่ยงพอดี ปกติช่วงเวลาอื่นผมไม่มีทางว่างมานั่งคุยกับคุณชิลล์ๆอยู่แบบนี้แน่”


จบประโยคของธีรชาติ จินดาก็นิ่งไปครู่ใหญ่


...จริงด้วยสิ...


...มัวแต่หงุดหงิดที่จู่ๆก็ถูกมัดมือชกให้ตามเข้ามาในร้าน เขาเลยมองข้ามประโยชน์ข้อนี้ไป...


นักออกแบบไฟแรงเหลือบตาขึ้นสบกับคนที่รอให้เขาถามไถ่เพียงชั่วอึดใจสั้นๆก่อนจะก้มลงหยิบเอาสมุดสเก็ทช์ในกระเป๋าขึ้นมากางออกข้างจานอาหาร


เห็นดังนั้นธีรชาติก็คลี่ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ


...ที่จริงแล้วงานนี้เขาแอบเชียร์มวยรองมากกว่า...


นอกจากข้อเท็จจริงที่ว่าอาจารย์บุญฤทธิ์เป็นเพื่อนร่วมก๊วนตีกอล์ฟของพ่อเขาแล้ว ใครๆก็รู้ว่าผลงานการออกแบบของอาจารย์นั้นโดดเด่นมากเพียงใด แค่โยนโจทย์ไปให้สิ่งที่นายทุนหวังไว้ก็จะออกมาเป็นรูปเป็นร่างโดยไม่ต้องไปเคี่ยวอะไรให้เปลืองแรง


...แต่ลองคิดดูสิ ลำพังบนเส้นสุขุมวิทนี่ อาคารที่อาจารย์บุญฤทธิ์เป็นผู้ออกแบบก็มีมากถึงสามแห่งแล้ว...


...หากต้องมีแห่งที่สี่ผุดขึ้นมา มันจะพิเศษอย่างที่ลิงเกอร์คอร์ปฯต้องการจริงหรือ?...


ในทางตรงกันข้าม ทอมทอมสตูดิโอเป็นเพียงบริษัทเล็กๆที่เปิดมาได้ไม่ถึงสิบปี แม้จะพอมีชื่อเสียงอยู่บ้างแต่ก็ยังไม่ถือว่าโด่งดังอะไรมากมาย


เมื่อสักหกถึงเจ็ดปีก่อน ลิงเกอร์คอร์ปฯเคยจ้างให้ทอมทอมสตูดิโอสร้างอาคารเรียนให้เด็กๆบนดอยตามแผนซีเอสอาร์ขององค์กร ธีรชาติยังจำได้ดีว่าต้อมนั้นเป็นสถาปนิกที่น่าประทับใจเพียงใด


...ดีไซน์ที่ออกมามันดูอบอุ่นเสียจนเด็กจบนอกติดแสงสีอย่างตัวเขาในช่วงเวลานั้นเปลี่ยนใจอยากจะลองไปใช้ชีวิตอยู่บนดอยดูบ้างเหมือนกัน...





TBC.




รายละเอียดรวมเล่มราคาฝัน ท่านใดสนใจลองเข้าไปดูกันนะคะ :

http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=57030.msg3540853#msg3540853


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-01-2017 11:06:02 โดย B.L.Sniper »

ออฟไลน์ Disthaporn

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 58
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 3 [07.09.2016/18:36:05]
«ตอบ #14 เมื่อ08-09-2016 12:25:09 »

คุนจินดามวยรองก็สู้ๆนะคะ มีผู้บริหารเชียร์ทั้งคน รอตอนต่อไปค่ะ :L2:

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3495
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4
Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 3 [07.09.2016/18:36:05]
«ตอบ #15 เมื่อ08-09-2016 12:36:52 »

 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4173
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 3 [07.09.2016/18:36:05]
«ตอบ #16 เมื่อ08-09-2016 13:35:47 »

ตอนไปเสนองานครั้งแรกนั่นคุณชาติกำลังกังวลกับราคาหุ้นอยู่สินะ เลยออกจะห้วนไปบ้าง
แล้วพ่อคุณก็เริ่มทำคะแนนในการเจอกันครั้งที่สาม ฮา
จริง ๆ แอบพยักหน้าเห็นด้วยกับพ่อคุณอยู่หรอกนะ การสร้างอาคารสักหลังเรื่องงบประมาณ (สำหรับคนจ่า่ยตังค์) น่ะสำคัญไม่น้อยเลย ยิ่งเป็นอาคารของบริษัทแล้วด้วย คนตัดสินใจคงไม่ใช่แค่คน ๆ เดียว กรรมการหลายคนความคิดก็ต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทิ้งไม่ได้เลยน่ะคือเรื่องงบประมาณที่ต้องเสียไป ถ้าอยากชนะ อยากเห็นสิ่งที่ได้ออกแบบมาเป็นรูปเป็นร่างในชีวิตจริงก็ต้องคิดเรื่องนี้ด้วย
รอตอนต่อไปค่ะ

ออฟไลน์ lucifer_p

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 3 [07.09.2016/18:36:05]
«ตอบ #17 เมื่อ08-09-2016 16:17:04 »

คุณชาติแจกแต้มแบบนี้เลยเหรอคะะะ แหม่ๆๆ

ยิ่งอ่านยิ่งชอบคาแรึเตอร์ตัวหลักกับโทนของเรื่องจังค่ะ
ชอบมากๆๆๆๆ ขอบคุณนะคะ

ออฟไลน์ fuku

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4524
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +461/-19
Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 3 [07.09.2016/18:36:05]
«ตอบ #18 เมื่อ08-09-2016 16:24:47 »

ว้ายชอบ แนวที่ใช่ ปักหมุด ปักป้าย เซฟเฟเวอร์เรท

ออฟไลน์ หมอตัวเปียก

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1929
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-3
Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 3 [07.09.2016/18:36:05]
«ตอบ #19 เมื่อ08-09-2016 17:13:34 »

จินดามวยรอง จะครองชัยชนะทั้งหมด ทั้งงาน ทั้งใจ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 3 [07.09.2016/18:36:05]
« ตอบ #19 เมื่อ: 08-09-2016 17:13:34 »





ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1978
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -
Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 3 [07.09.2016/18:36:05]
«ตอบ #20 เมื่อ08-09-2016 21:43:35 »

 :pig4:

ออฟไลน์ vascular

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 412
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-2
Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 3 [07.09.2016/18:36:05]
«ตอบ #21 เมื่อ09-09-2016 02:49:08 »

รออ่านต่อ ^^

ออฟไลน์ B.L.Sniper

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 73
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +165/-3
Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 3 [07.09.2016/18:36:05]
«ตอบ #22 เมื่อ09-09-2016 18:59:00 »

ราคาฝัน # 04



โกวิทกล่าวคำขอบคุณปิดท้ายการนำเสนอด้วยท่าทีที่ดูสุภาพเกินวิสัย ไม่ว่าจะผ่านประสบการณ์การพรีเซ็นต์มาโชกโชนเพียงใด แต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยทำใจให้ชินได้สักทีเมื่อต้องมายืนพล่ามไอเดียต่อหน้าเหล่านายทุนผู้เคร่งขรึมเช่นนี้


...เท่าที่มองไป ไม่มีใครมีอารมณ์ร่วมกับเขาเลยสักคน...


สถาปนิกเจ้าของร่างกายสูงใหญ่เดินกลับมายังที่นั่งก่อนจะยกมือขึ้นตบบ่ารุ่นน้องคนดีที่เดินสวนออกไปเป็นการให้กำลังใจ


...เมื่อคอนเซ็ปต์ของเขาจบลง ก็ถึงตาที่จินดาจะต้องร่ายมนต์เป่ากระหม่อมลูกค้าบ้างแล้ว...


ระหว่างการพรีเซ็นต์เมื่อครู่โกวิทมองเห็นอยู่ตลอดเวลาว่าจินดาแอบนั่งสั่นขาอยู่ใต้โต๊ะโดยที่เจ้าตัวก็คงลืมไปว่าท่าทางเช่นนั้นทำให้ดูเสียบุคลิกมากเพียงใด โชคยังดีที่ไม่มีผู้เข้าร่วมประชุมคนไหนสังเกตเห็น ซึ่งจากกิริยาเหล่านั้น คนสนิทอย่างเขาก็สามารถบอกได้ทันทีว่ายามนี้พ่อรุ่นน้องไฟแรงกำลังตกประหม่ามากเหลือเกิน


ทันทีที่ภาพจำลองภาพแรกปรากฏขึ้นบนจอโปรเจ็คต์เตอร์ ก็เกิดเป็นเสียงฮือฮาขึ้นทั่วห้องโดยพลัน


“สร้างได้จริงเหรอเนี่ย?” ใครบางคนพูดขึ้นเช่นนั้นก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาที่หางประโยค “นึกว่าหลุดออกมาจากหนังแฟนตาซี ท่าทางค่าโครงสร้างจะแพงน่าดู”


ได้ยินอย่างนั้นโกวิทก็อดไม่ได้ที่จะต้องลอบถอนใจออกมา


...น้องชายเขายังไม่ทันจะได้อ้าปากพูดสักแอะ คำวิจารณ์ก็ลอยลมมาก่อนแล้ว...


จินดาฝืนดึงมุมปากฉีกยิ้มราวกับไม่รู้สึกรู้สา ก่อนจะเริ่มเปิดประโยคนำเสนอตามที่ได้ตระเตรียมมาเป็นอย่างดีด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฟัง


การพรีเซนต์ของจินดามีลักษณะการเรียงประเด็นตามที่โกวิทคุ้นชิน


...ไม่ว่าอย่างไร ไอ้ลูกหมานั่นก็จะให้ความสำคัญกับที่มาของคอนเซ็ปต์เป็นหลักเสมอ...


น่าแปลกว่าทั้งที่คอนเซ็ปต์ของเขาเองก็เป็นหนึ่งในตัวเลือก เปรียบไปก็เหมือนเป็นคู่แข่งอยู่กลายๆ แต่ถึงอย่างนั้นลึกๆแล้วโกวิทกลับเชียร์ให้ลูกค้าเลือกไอเดียของจูเนียร์อาร์คิเตคต์คนนี้ไปพัฒนาต่อเสียมากกว่า


...ไม่หรอก...


...ไม่ใช่เพียงเพราะว่าจินดาเป็นรุ่นน้องคนโปรด...


...แต่เป็นเพราะงานของจินดาทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นในฐานะนักออกแบบได้มากกว่างานของตัวเองต่างหาก...


“ขอเบรกนิดนะครับ”


การพรีเซ็นต์ของสถาปนิกหนุ่มไฟแรงดำเนินไปตามแผนได้เพียงไม่ถึงห้านาทีดี ก็ต้องมีอันชะงักลงเนื่องจากถูกหนึ่งในผู้บริหารลิงเกอร์คอร์ปฯขัดจังหวะไว้เสียก่อน


จินดาจำต้องหยุดปากลงทันใด


“...ก่อนที่คุณจะไปไกลกว่านี้ ผมขอดูสเปรดชีตก่อนได้หรือเปล่า?...”
.
.
.
ศีรษะทุยมนถูกโยกคลอนไปมาโดยรุ่นพี่ผู้เข้าอกเข้าใจ


“โอเคนะมึง?” โกวิทเอ่ยถามออกมาในทันทีที่ตัวเขาและรุ่นน้องผู้ขุ่นหมองเดินพ้นรัศมีการได้ยินของใครคนอื่นมา ซึ่งจินดาก็ไม่ได้ตอบอะไรมากมายไปกว่าการพยักหน้าขึ้นลงเพียงเบาๆเท่านั้น


“มึงอย่านอยด์นะเว้ย งานมึงไม่ได้แย่...เหตุผลใหญ่ๆเหตุผลเดียวที่มันไม่ถูกเลือกก็คือราคา” สถาปนิกรุ่นพี่กล่าวเสียงอ่อน “มึงยังอายุน้อย ค่อยๆเรียนรู้เรื่องนี้ไปนะ”


ทำไมโกวิทจะไม่รู้ว่าจินดาทุ่มเทกับโปรเจ็คต์นี้มากเพียงใด ก็ไม่ใช่เพราะไอ้โปรเจ็คต์นี้หรือ หน้าหล่อๆของน้องชายเขาถึงได้มีถุงใต้ตาปูดโปนออกมาเป็นตัวตัดแต้มแบบนี้


...การพรีเซ็นต์เมื่อสักครู่แทบจะจบลงทันทีที่สเปรดชีตถูกเรียกดู...


ทุกอย่างที่จินดาเพียรทำมาถูกพับเก็บไปทั้งที่ยังนำเสนอได้ไม่ถึงหนึ่งในสี่ของทั้งหมด ซ้ำคำวิจารณ์ยังโถมกระหน่ำเข้าใส่ยิ่งกว่าพายุฤดูร้อน


...หากให้นิยามเป็นภาษาชาวบ้านก็คงต้องใช้คำว่าว่า ‘เละตุ้มเป๊ะ’...


น่าเสียดายว่าเย็นนี้โกวิทมีความจำเป็นต้องพาหลานไปหาหมอแทนพี่สาว ไม่เช่นนั้นเขาคงเลือกที่จะอยู่เป็นเพื่อนเจ้ารุ่นน้องตัวดีอย่างไม่มีการลังเล “เดี๋ยวพรุ่งนี้กูพาไปเลี้ยงเหล้า ระหว่างนี้มึงก็ทำใจดีๆไว้ก่อน อย่าเพิ่งตายนะเว้ย”


จินดาเพียงฝืนยิ้มแล้วพยักหน้ารับ


ในจังหวะที่สถาปนิกทั้งสองกำลังจะเดินพ้นเขตออฟฟิศออกไปยังโถงลิฟท์นั้นเอง เสียงเรียกจากทางด้านหลังก็รั้งให้พวกเขาต้องหยุดฝีเท้าลงเสียก่อน


“ไอ้โก๋ ไอ้จิน อย่าเพิ่งกลับ”


สองหนุ่มบอกสามารถบอกได้ตั้งแต่ยังไม่ทันหันกลับไปมองว่าใครกันที่เป็นเจ้าของเสียงเรียกนี้
   

ต้อมตรงเข้ามาหาพวกเขาโดยมีร่างสูงใหญ่ของธีรชาติ อชิรญาเดินตามหลังมาด้วย
   

...เห็นดังนั้นจินดาก็ดึงสายตาหนีไปทางอื่น...
   

“ชาติเขาชวนพวกเราไปทานมื้อเย็น” ต้อมว่าเช่นนั้น
   

“คุณจิน คุณโก๋ไปด้วยกันนะครับ ผมขอเลี้ยงสักมื้อ” ธีรชาติกล่าวเสริมพร้อมด้วยรอยยิ้มบางเบา
   

ได้ยินดังนั้นโกวิทก็รีบตอบออกมา “ขอบคุณคุณชาติมากครับที่อุตส่าห์ชวน แต่พอดีเย็นนี้ผมมีธุระสำคัญ คงต้องขอตัว”
   

“อ้าวเหรอ?...แล้วคุณจินล่ะ ไปได้หรือเปล่า?”
   

จินดาตั้งท่าจะส่ายหัวปฏิเสธ หากแต่ต้อมกลับชิงดักคอขึ้นมาอย่างรู้ทัน “ไปได้อยู่แล้ว...ไปเหอะ กูรู้ว่ามึงไม่ได้มีธุระที่ไหนต่อ”
   

“คือผม..” คนถูกคะยั้นคะยอออกอาการอึกอักขึ้นมาทันที “ผมว่าผมกลับ...”
   

“ไปด้วยกันนะครับ...ผมอยากให้คุณไป”
   

ดวงตาคู่คมของผู้บริหารนามสกุลดังจับจ้องแน่วแน่มาที่จินดาขณะเอ่ยประโยคเมื่อสักครู่
   

...โกวิทเผลอตัวเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ...
   

...ดูท่าทางแล้วคนที่ธีรชาติอยากชวนไปเลี้ยงจริงๆไม่น่าใช่เขาหรือป๋าหรอกมัง...
   

...แปลกแฮะ...
.
.
.
จินดารู้สึกได้ว่าคนทั้งสองกำลังพยายามปลอบใจเขาอยู่
   

...สำหรับป๋าน่ะ เขารู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งที่ไม่ดุด่ากันว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้สตูดิโอต้องโดนต่อว่าไปด้วย...
   

...แต่สำหรับอีกคนหนึ่งแล้ว แต่ละประโยคที่หลุดออกมาจากริมฝีปากได้รูปนั่นไม่สามารถทำให้เขารู้สึกอินได้แม้สักประโยค...
   

ภาพที่ปรากฏแก่สายตาระหว่างการพรีเซ็นต์งานเมื่อสักชั่วโมงสองชั่วโมงก่อนหน้านี้ยังคงติดตาสถาปนิกหนุ่มอยู่ไม่จาง
   

...นายธีรชาติ อชิรญาคนนี้ทั้งกรอกตา ทั้งส่ายหน้าตอนเขาพูด ทิ่มแทงความรู้สึกจนสมาธิรวนไปหมด...
   

...เคยสั่งสอนคนอื่นแท้ๆว่าอย่าแสดงอารมณ์ให้ใครเห็น แต่ไปๆมาๆกลับทำใส่เขาเสียเอง...
   

“ช่วงนี้คุณป้าผมมีโครงการจะสร้างบ้านหลังใหม่ที่เขาใหญ่ ไว้เดี๋ยวแกวางแผนลงตัวเมื่อไหร่ผมอาจจะส่งงานให้พวกพี่นะ...ขอจองตัวคุณจินไว้ก่อนเลยแล้วกัน” ถ้อยคำเหล่านี้ถูกเปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงและท่าทางแบบนักการทูต เสียงหัวเราะที่ดังปิดท้ายนั้นทำให้จินดาอดรู้สึกเอียนจนต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นไม่ได้
   

บทสนทนาระหว่างต้อมและธีรชาติดำเนินต่อไปเรื่อยๆในขณะที่คนเป็นผู้น้อยได้แต่นั่งเงียบจมอยู่กับความคิดของตัวเอง เมื่อใดถูกถามอะไรก็เพียงหันมาตอบเท่าที่จำเป็น
   

...จนกระทั่ง...
   

“เฮ้ย! ดื่มมากไปแล้วมึง เบาๆหน่อย”
   

ผู้ร่วมโต๊ะทั้งสองเผลอกันได้เพียงครู่เดียว หันมาอีกทีก็เห็นว่านายจินดาซดน้ำเมาหมดไปแล้วเป็นขวดๆ แล้วก็ดูเหมือนว่าคำเตือนของต้อมจะมาช้าไปสักหน่อย เนื่องจากตอนนี้ดวงตาที่ปกติก็เรียวรีอยู่แล้วคู่นั้นยิ่งหรี่ปรือพร้อมจะปิดสนิทได้ทุกเวลา อีกทั้งสองข้างแก้มก็ยังขึ้นสีแดงก่ำจนพาให้คนมองรู้สึกใจคอไม่ดี
   

ต้อมเดาะลิ้นเบาๆ “ดูมัน...เมาซะแล้ว”
   

“คุณจินดานี่ท่าทางเป็นคนดื้อนะครับ” จู่ๆธีรชาติก็กล่าวขึ้นมาเช่นนั้นพลางวางสายตาพักไว้ที่ใบหน้าของคนที่กำลังจะน็อคแหล่มิน็อคแหล่ “เมื่อสักสองสามสัปดาห์ก่อนผมเคยแนะนำเขาไปว่าให้ระวังเรื่องตัวเลขในสเปรดชีตดีๆ บวกลบอย่างเก่งก็อย่าให้เกินสิบเปอร์เซ็นต์ของตัวเลขที่โจทย์ตั้งไว้ วันนี้ตอนนั่งดูเขาพรีเซ็นต์ผมก็ตกใจอยู่เหมือนกันที่เห็นเขายังเอาคอนเซ็ปต์เดิมที่ถูกผมปัดตกไปแล้วมาทำต่อ”
   

“พี่อนุญาตมันเองแหละชาติเอ๊ย...นานๆทีจะได้เห็นมันทำตาเป็นประกายขนาดนี้ ก็อยากให้ลองได้โชว์ฝีมือดูเต็มๆสักที”
   

“เขาคงผิดหวังมากที่ถูกวิจารณ์หนักขนาดนั้น”
   

“ก็คง’งั้น ไอ้นี่น่ะมันไฟแรง มั่นใจในตัวเอง เวลาทำอะไรก็คาดหวังไว้สูง...แต่ไม่ต้องไปห่วงอะไรมากหรอก ปล่อยมันบ้าสักวันสองวันเดี๋ยวก็กลับมาปากดีได้เหมือนเก่านั่นแหละ” ต้อมกล่าวในฐานะคนที่รู้จักจินดาเป็นอย่างดี ก่อนที่จู่ๆเขาจะพาบทสนทนาเปลี่ยนทิศทางไปราวกับเพิ่งนึกอะไรได้ “เอ้อ! จริงสิ ว่าจะเล่าเรื่องนี้ให้ชาติฟังนานแล้วแต่ลืมไปสนิทเลย”
   

“เรื่องอะไรหรือครับ?”
   

“เมื่อช่วงสงกรานต์พี่กับเพื่อนๆเพิ่งขี่รถขึ้นไปเยี่ยมโรงเรียนบนดอยมา จำได้ใช่ไหมที่ลิงเกอร์ไปสร้างไว้ให้เมื่อหลายปีก่อนน่ะ?”
   

“ต้องจำได้สิพี่”
   

“เออนั่นแหละ รู้หรือเปล่าว่าเด็กๆเขายังถามหาพี่ชาติๆกันอยู่เลยนะ เดี๋ยวนี้โตเป็นวัยรุ่นกันหมดแล้วด้วย”
   

ได้ยินดังนั้นคนฟังก็คลี่ยิ้มเสียกว้าง ความทรงจำที่มีต่อสถานที่แห่งนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในใจแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานถึงหกปีกว่าๆแล้วก็ตาม
   

“ผมชอบโปรเจ็คต์นั้นมาก” ธีรชาติว่า “อาคารเรียนที่พี่ออกแบบยังทำให้ผมประทับใจมาจนถึงทุกวันนี้”
   

“โอ๊ย งานนั้นก็ได้ความคิดริเริ่มมาจากไอ้จินนี่แหละ”
   

ข้อมูลใหม่ที่เพิ่งได้รู้ทำให้ผู้บริหารหนุ่มต้องขมวดคิ้วเข้าหากันน้อยๆ “เขาเพิ่งเรียนจบมาสี่ปีเองไม่ใช่เหรอพี่? งานนี้มันสร้างมาตั้งนานแล้วนะ”
   

“สมัยนั้นไอ้ลูกหมานี่ยังเป็นเด็กฝึกงานอยู่เลย พี่เห็นว่าเป็นโปรเจ็คต์เล็กๆก็เลยให้มันมานั่งประชุมด้วย สุดท้ายกลายเป็นว่าไอเดียมันเจ๋งสุด ก็เลยบอกให้ทีมเอาสเก็ทช์ของมันไปพัฒนาต่อ”
   

ได้ยินดังนั้นธีรชาติก็เบนสายตากลับไปมองคนที่บัดนี้เลื้อยตัวลงไปนอนฟุบอยู่กับโต๊ะเรียบร้อยแล้วอีกครั้ง
   

...เขาตกหลุมรักผลงานชิ้นนั้น...
   

...และไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่ามันจะมีจุดเริ่มต้นมาจากความคิดของคนที่ยังเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงาน...
.
.
.
“เอาจริงเหรอชาติ? เดี๋ยวพี่โบกแท็กซี่ไปส่งมันเองก็ได้ ชาติไม่ต้องลำบากหรอก” สถาปนิกรุ่นใหญ่กล่าวด้วยท่าทีเกรงอกเกรงใจพลางเหลือบสายตามองไปยังไอ้ลูกน้องตัวดีที่ตอนนี้ถูกจับยัดใส่รถหรูของธีรชาติเป็นที่เรียบร้อย
   

เรื่องของเรื่องก็คือ วันนี้นายต้อมขี่บิ๊กไบค์คู่ใจมาทำงาน ซึ่งตอนขามาที่ร้านนั้นจินดายังสามารถนั่งทรงตัวหัวโด่บนเบาะหลังได้อยู่ ถึงแม้มองไกลๆแล้วจะดูเหมือนคู่ผัวตัวเมีย แต่เพราะเห็นว่าน้องมันอึดอัดไม่อยากนั่งรถมากับธีรชาติสองต่อสอง ต้อมจึงยอมให้ซ้อนแต่โดยดี
   

...แต่ขากลับนี่สิ...
   

...ขืนให้ซ้อนท้ายไปในสภาพตัวอ่อนปวกเปียกแบบนี้มีหวังเขาได้ทำมันหล่นกลางทางเข้าแน่ๆ...
   

นักธุรกิจหนุ่มยืนยันอย่างหนักแน่นว่าตัวเขาไม่ลำบากและยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือจนในที่สุดสถาปนิกร่างท้วมก็ขึ้นไปนั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์แปดร้อยซีซีของตนจนได้
   

“เอ้อ ยังไม่ได้บอกที่อยู่ไอ้จินเลยนี่” ต้อมกล่าวขึ้นในจังหวะที่ยังไม่ได้ยัดหัวเข้าหมวกกันน็อค “อย่างนี้ไหม เดี๋ยวพี่แชร์โลเคชั่นไปให้ในไลน์”
   

“อ๋อ ไม่ต้องหรอกครับ ผมเคยไปที่ห้องเขาแล้ว” ธีรชาติกล่าวเช่นนั้นก่อนยกมือขึ้นไหว้ตามธรรมเนียมอันดีงาม “งั้นผมไปแล้วนะ ขับดีๆ ถึงบ้านปลอดภัยครับพี่”
   

เมื่อกล่าวคำร่ำลาจบ ผู้บริหารหนุ่มก็ก้าวเท้าขึ้นรถไปโดยปล่อยให้ต้อมได้แต่ปั้นหน้างงอยู่ตรงนั้นเพียงผู้เดียว
   

สถาปนิกรุ่นใหญ่ยกมือขึ้นเกาศีรษะแกรกๆ
   

...ธีรชาติ อชิรญาน่ะหรือเคยไปห้องโกโรโกโสของไอ้จิน?...
   

...พิลึกเว้ย...
.
.
.
ชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงใหญ่ขยับฝีก้าวอย่างมั่นคงเข้าไปตามทางเดินเล็กแคบภายในบ้านเช่าเก่าโทรมหลังเดิม ตอนนี้แผ่นหลังของเขาได้กลายสภาพเป็นสถานที่พักพิงชั่วคราวสำหรับคุณสถาปนิกผู้เมามายไปเสียแล้ว
   

จะว่าไปก็ไม่มีความจำเป็นใดที่ธีรชาติต้องเสนอตัวพาจินดามาส่งถึงห้องซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง เมื่อเขาและนักออกแบบหัวดื้อรายนี้ถือเป็นเพียงคนที่รู้จักกันแค่ผิวเผินเท่านั้น แต่เมื่อนึกไปว่าความลำบากทั้งหมดจะต้องตกอยู่กับต้อมทั้งที่ตัวเขาเองต่างหากที่เป็นผู้คะยั้นคะยอให้จินดาออกมาร่วมทานมื้อค่ำด้วยกัน ชายหนุ่มก็อดรู้สึกผิดขึ้นมาไม่ได้
   

...เอาเถอะ...
   

...ไม่ว่าอย่างไร หลังจากนี้เขาและนายจินดาก็คงไม่มีวาระให้ต้องยุ่งเกี่ยวกันมากมายอีกแล้ว...
   

เท่าที่ดูจากการพรีเซ็นต์งานในวันนี้ ธีรชาติมั่นใจอยู่มากทีเดียวว่าสุดท้ายบอร์ดคงเทคะแนนให้บริษัทอาจารย์บุญฤทธิ์ได้โปรเจ็คต์ไปทำต่อ


...เป็นเพราะเหตุนี้อย่างไร เขาถึงได้อยากพาทีมของต้อมออกมาเลี้ยงข้าวปลอบใจสักมื้อ...


...โดยเฉพาะคนที่ตั้งใจที่สุดอย่างนายจินดา...
   

“อือ...” เสียงครางงึมงัมดังจ่อใบหูผู้บริหารหนุ่มมาตลอดทาง ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นแอลกอฮอล์ที่เป่ารดลงมาบริเวณต้นคอทำให้เขาอดรู้สึกขนลุกขึ้นมาเป็นระยะไม่ได้
   

ธีรชาติเริ่มก้าวขาขึ้นบันไดไม้สูงชันไปด้วยความระมัดระวัง แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ขยับขึ้นไปเกินขั้นที่สาม ความเคลื่อนไหวทั้งปวงก็มีอันต้องหยุดลงไปอย่างกะทันหันเสียก่อน
   

...จู่ๆชายหนุ่มก็รู้สึกเข่าอ่อน...
   

ไม่ใช่เพราะต้องแบกน้ำหนักคนที่หลับคอพับคออ่อนอยู่บนหลังไว้จนเมื่อยล้าหรือปวดกระดูก หากแต่เป็นเพราะสัมผัสเปียกชื้นที่หมอนี่มอบให้ที่บริเวณลำคอต่างหาก
   

“..ค..คุณ..” เขาส่งเสียงออกไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าว่าจะดึงสติของสถาปนิกหนุ่มกลับมาได้ “คุณจิน..หยุด”
   

...โอย...
   

...แย่แล้ว...
   

นายจินดายังคงดูดเม้มริมฝีปากลงไปที่ผิวของธีรชาติอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงในวินาทีใดวินาทีหนึ่งเร็วๆนี้
   

เสียงจ๊วบจ๊าบชวนสยิวกิ้วที่ดังขึ้นอย่างชัดเจนท่ามกลางความเงียบสงัดรอบกาย ยิ่งทำให้ผู้บริหารนามสกุลดังนึกกลัวเหลือเกินว่าจะมีใครโผล่หน้าออกจากห้องมาเห็นภาพบัดสีนี้เข้า
   

...ไม่รู้ว่าต้องฝันถึงดาราเอวีคนไหนถึงจะทำให้ใครสักคนออกแอ็คชั่นได้สมจริงขนาดนี้...
   

นักธุรกิจหนุ่มผู้น่าสงสารยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงนั้นนานนับนาที จนในที่สุดเมื่อสะระตะได้ว่าจะวางจินดาลงตรงนี้ก็ไม่ได้ จะตะโกนเรียกให้ตื่นก็ไม่ดี เขาจึงตัดสินใจกัดฟันเดินต่อทั้งที่อีกฝ่ายยังคงทำตัวเป็นปลาเทศบาลดูดกระจกไม่เลิก
   

แม้ว่าบันไดของบ้านหลังนี้จะมีเพียงไม่กี่ขั้น แต่กระนั้นธีรชาติกลับใช้เวลาเดินนานราวกับว่ากำลังพิชิตยอดเขาสูงเสียดฟ้า
   

แต่แล้วในที่สุดความพยายามของเขาก็สำเร็จ
   

ธีรชาติพาจินดามาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องพักบานเดิมด้วยอาการเหนื่อยหอบ มือที่ขยับไขกุญแจนั้นติดจะสั่นน้อยๆ และเมื่อเปิดประตูได้สำเร็จเขาก็แทบจะถลาเข้าไปทิ้งตัวคนบนหลังลงที่เตียงทันที
   

ผู้บริหารหนุ่มเอนร่างเทตัวคนเมาเรื้อนให้หลุดจากแผ่นหลังของตน ก่อนจะรีบหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าจากในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาปาดคราบน้ำลายชื้นแฉะออกจากต้นคอด้วยสีหน้ารังเกียจ หากแต่ภายในระยะเวลาเพียงสองถึงสามวินาทีให้หลัง คนที่ควรจะนอนไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียงยับย่นกลับขยับตัวออกท่าออกทางชวนให้ธีรชาติที่ตอนนี้นั่งพักอยู่ริมขอบเตียงต้องรู้สึกขนลุกซู่ซ่าขึ้นมาอีกครั้ง
   

...จินดาวาดมือมากอดร่างเขาไว้จากทางด้านหลัง...
   

คนโดนเกาะแกะพ่นลมหายใจออกมาเฮือกยาวอย่างนึกระอา และตั้งท่าจะดึงมือคนเมาให้พ้นตัว
   

“...คอนเซ็ปต์ของ...ฟังก์ชั่น...”
   

นับเป็นครั้งแรกของค่ำคืนนี้ที่เสียงงึมงัมในลำคอของสถาปนิกหนุ่มเริ่มฟังได้ศัพท์ขึ้นมาบ้าง
   

ธีรชาตินิ่งไปเมื่อได้ยินเช่นนั้น ถ้อยคำที่หลุดออกจากปากของจินดามาทำให้ภาพสีหน้าผิดหวังของเจ้าตัวที่เขาได้เห็นเมื่อช่วงเย็นฉายซ้ำขึ้นมาในห้วงความคิด


แม้จะไม่สามารถเอี้ยวตัวกลับไปมองได้เต็มที่ แต่นักธุรกิจหนุ่มก็รู้สึกได้ว่าตอนนี้นายจินดากำลังขยับศีรษะถูไถไปมากับแผ่นหลังของเขาราวกับว่ามันเป็นหมอนขนเป็ดนุ่มๆใบหนึ่ง


“...ใจร้ายจัง...”


...ถึงจะแผ่วเบาและอู้อี้ แต่แม้กระนั้นสุ้มเสียงของคนผิดหวังก็ยังชัดเจนพอให้จับใจความได้...


ความตั้งใจเดิมที่จะแกะมือของนายจินดาออกถูกล้มเลิกไป ผู้บริหารคนดังเพียงนั่งนิ่งอยู่อย่างเดิมเพื่อให้คนอยากกอดได้กอดต่อไปตามต้องการ


...ฝ่ามืออุ่นหนายกขึ้นตบปุๆลงไปที่ท่อนแขนของอีกฝ่ายสองสามที...
.
.
.
เวลาผ่านไปนานเพียงใดธีรชาติก็ไม่แน่ใจนัก เขารู้เพียงแต่ว่ามันนานพอให้เงาจันทร์เปลี่ยนทิศไปได้บ้าง


นักธุรกิจหนุ่มรอจนกระทั่งคนทางด้านหลังผ่อนแรงยึดที่แขนและล้มตัวลงนอนไปเอง เขาจึงจะค่อยๆยันกายลุกขึ้นจากเตียง


...ภารกิจสำหรับค่ำคืนนี้เสร็จสิ้นลงจนได้...


ธีรชาติจัดแจงปลดกระดุมปลดเข็มขัดเพื่อให้คนหลับใหลไม่ได้สติได้นอนสบายขึ้นก่อนตั้งท่าจะเดินออกจากห้องไป หากแต่บางสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาระหว่างทางที่เดินผ่านก็หยุดฝีเท้าของเขาเอาไว้เสียก่อน


ภาพสเก็ทช์จำนวนมากที่ถูกแปะติดไว้ทั่วผนังฝั่งหนึ่งของห้องคือสิ่งที่ดึงดูดให้ชายหนุ่มต้องเดินเข้าไปพิจารณาใกล้ๆ เมื่อครู่เขาคงมัวแต่ให้ความสนใจกับอิริยาบถของคนเป็นเจ้าของห้อง จนทำให้มองข้ามของน่าสนใจเหล่านี้ไป
   

ลายเส้นฉวัดเฉวียนจากปากกาหมึกดำที่ประทับอยู่บนกระดาษร่างพวกนี้คืองานของลิงเกอร์คอร์ปฯทั้งนั้น มันมีรายละเอียดเยอะแยะที่เพียงปราดมองก็พอจะเดาได้แล้วว่าคนทำใช้เวลากับมันไปมากมายเพียงใด
   

บุรุษร่างสูงใหญ่หันมองสำรวจไปรอบกายอีกครั้ง ก่อนจะได้พบว่าพวกก้อนโฟมที่เห็นวางกระจัดกระจายอย่างไร้ระเบียบอยู่บนพื้นมาตั้งแต่ต้นนั้นแท้จริงแล้วเป็นสตั๊ดดี้โมเดลนับสิบเวอร์ชั่น
   

ชายหนุ่มยืนตรึกตรองนิ่งๆอยู่ชั่วอึดใจหนึ่งแล้วจึงตัดสินใจเดินไปยกเก้าอี้พลาสติกราคาถูกจากกลางห้องมาวางลงตรงหน้าผนังฝั่งที่มีแผงกระดาษร่างแปะหราอยู่
   

ธีรชาติหย่อนกายลงนั่ง และสิ่งต่อมาที่เขาทำคือการเริ่มทำความเข้าใจกับเนื้อหาในสเก็ทช์เหล่านั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนแม้จะได้เวลาที่เขาควรกลับบ้านแล้วก็ตาม




TBC.



รายละเอียดรวมเล่มราคาฝัน ท่านใดสนใจลองเข้าไปดูกันนะคะ :

http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=57030.msg3540853#msg3540853


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-01-2017 11:06:39 โดย B.L.Sniper »

ออฟไลน์ k00_eng^^

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 652
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-2
Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 4 [09.09.2016/18:59:00]
«ตอบ #23 เมื่อ09-09-2016 19:21:04 »

สงสารจินอ่ะ คงเสียใจน่าดู

ออฟไลน์ หมอตัวเปียก

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1929
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-3
Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 4 [09.09.2016/18:59:00]
«ตอบ #24 เมื่อ09-09-2016 19:44:17 »

ทำไมรู้สึกว่ามันละมุนมาก ชอบความสัมพันธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3495
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4
Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 4 [09.09.2016/18:59:00]
«ตอบ #25 เมื่อ09-09-2016 19:55:52 »

 :hao5: :hao5: :hao5: :hao5: :hao5: :hao5: :hao5: :hao5:

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4173
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 4 [09.09.2016/18:59:00]
«ตอบ #26 เมื่อ09-09-2016 20:31:47 »

เห็นใจจินดานะ แต่คิดว่าได้รับคำเตือนไปแล้ว (ก็ใจเขาใจเราน่ะนะ) ถ้าไม่พยายามปรับปรุงหรือปรับเข้าหาลูกค้า ก็คงยากที่จะได้รับการยอมรับ (ยิ่งเป็นหน้าใหม่ในวงการ พวกตาแก่คงไม่ยอมเสียเงินเกินกว่ากำหนดหรอก ถ้าดังขึ้นมาค่อยว่าไปอย่าง ค่อยมีโอกาสได้ลูกค้ากระเป๋าหนักมากหน่อย) แต่ท่าทีท่านรองฯนี่ก็เกินไปนะ ฟังเงียบ ๆ ไม่ต้องแสดงออกให้คนนำเสนอใจแป้วไม่เป็นหรือไง

ออฟไลน์ lucifer_p

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 4 [09.09.2016/18:59:00]
«ตอบ #27 เมื่อ09-09-2016 20:34:58 »

โอย ชอบจนไม่รู้จะชอบยังไงได้แล้วเรื่องนี้
คือดีงามมม โอ๊ย สนุกจริงๆค่าา
ชอบทุกอย่างเลย แงงงงง

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1978
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -
Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 4 [09.09.2016/18:59:00]
«ตอบ #28 เมื่อ09-09-2016 21:16:02 »

 :L1: :pig4:

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2498
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +130/-5
Re: ราคาฝัน #ตอนที่ 4 [09.09.2016/18:59:00]
«ตอบ #29 เมื่อ09-09-2016 23:43:28 »

สนุกมาก. จินตนาการได้ทุกประโยค

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด