• แฟนวิศวะ • 290519#sp - Never have I ever p.57
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: • แฟนวิศวะ • 290519#sp - Never have I ever p.57  (อ่าน 604814 ครั้ง)

ออฟไลน์ pktherabbit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 207
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: • แฟนวิศวะ • 090916#2 p.2
«ตอบ #90 เมื่อ01-10-2016 17:29:08 »

คิดถึงจริงๆ นะ  :hao5:

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7518
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
Re: • แฟนวิศวะ • 090916#2 p.2
«ตอบ #91 เมื่อ01-10-2016 18:03:14 »

รอพ่อเล   :mew2: :mew2: :mew2:
                      พ่อเอ๊ย.................เมื่อไรพ่อจะมา 
นี่มันจะหมดเดือนแล้วนา.................พ่อจะมาเมื่อไร  :katai1: :katai1: :katai1:
คนอ่านเขาคอย  :เฮ้อ:  คอยจนอ่อนใจ.........(ซ้ำ)
พ่อมาเมื่อไร ความสุขใจก็จะมี :mew1: :mew1: :mew1:
      :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-10-2016 21:19:59 โดย ทฟเืนสรฟ »

ออฟไลน์ Iam_Frong

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-1
Re: • แฟนวิศวะ • 090916#2 p.2
«ตอบ #92 เมื่อ01-10-2016 18:41:43 »

ชอบแนวแบบนี้เคะหวานๆ เมะดิบๆ มาต่อด่วน

ออฟไลน์ ดึงดาว

  • โตขึ้นหนูอยากเปนไร
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 142
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: • แฟนวิศวะ • 090916#2 p.2
«ตอบ #93 เมื่อ02-10-2016 16:17:46 »

พ่อ มา ยั้ง มา รอ พ่อ น้อง เลย์ ดัน ๆ ๆ ๆ

ออฟไลน์ :mdred

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +155/-61
Re: • แฟนวิศวะ • 090916#2 p.2
«ตอบ #94 เมื่อ06-10-2016 21:17:48 »

#3



จำได้ว่าความรู้สึกครั้งล่าสุดของผมมันมึน ๆ เบลอ ๆ แล้วสติก็ดับวูบ โลกมืดจนกลายเป็นสีดำแต่พอสว่างก็พบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่สนามอีกต่อไป ไม่รู้ไปทำอีท่าไหนผมถึงได้กลับมานอนที่ห้องและกำลังนั่งมองหน้าพี่วินอยู่ตอนนี้

อันที่จริงผมพึ่งตื่นเมื่อสองนาทีที่แล้ว

ตื่นมาแบบงง ๆ ยิ่งเห็นที่คนนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงก็ยิ่งงงเข้าไปกันใหญ่

เกิดอะไรขึ้น ?

“มึงสลบ” เสียงทุ้มจากคนที่นั่งเอาขาไขว่กันอยู่ข้างเตียงไขข้อสงสัยให้โดยที่ผมยังไม่ได้ถาม ร่างสูงเอามือกอดอกก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วหลุบสายตามองลงมาด้วยความเรียบนิ่ง ผมจ้องเข้าไปในนัยน์ตาคมดูแล้วไม่มีวี่แววว่าพี่วินจะโกรธ เออใช่ พี่วินจะโกรธผมทำไมในเมื่อผมไม่มีทำอะไรผิด

แต่แล้วคนที่ผมพึ่งบอกว่าไม่โกรธกลับขมวดคิ้วและเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็วทันทีที่พี่วินเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดแปลกไปจากใบหน้าของผม ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ก่อนใช้มือหนาบีบคางขึ้นจนผมร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับบังคับให้หันไปมาซ้ายขวาแล้วละมือออก เสียงทุ้มถามผมด้วยน้ำเสียงติดหงุดหงิดเล็กน้อย

“ทำไมแก้มมึงถึงได้บวม” บวมเหรอ ? ถึงว่าทำไมตอนพี่วินบีบมันถึงได้เจ็บ ผมยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเองป้อย ๆ ตอบตามความจริงว่า

“เลโดนตบ”

“มึงว่าไงนะ!”

“อือ! โดนตบ แก้มสะบัดเลย” ผมสะบัดหน้าตัวเองไปมาเพื่อให้อีกฝ่ายเห็นภาพ เสริมอีกครั้งว่า “เจ็บมาก!”

พี่วินหันมามองหน้าผมตาเขียวปั๊ดหลังจากได้ยิน ท่าทางเหมือนโกรธมากในขณะที่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะโกรธผมทำไม! ในเมื่อผมเป็นคนโดนตบนะ! ร่างสูงเดินมานั่งบนเตียงตรงหน้า ถามผมเสียงเข้ม

“ทำไมเขาตบมึง”

ผมเอียงคอขณะเหลือบตามองขึ้นข้างบนแล้วส่ายหน้า “เลไม่รู้”

“ไม่รู้แต่ให้เขาตบเนี่ยนะ ?!”

จะ…จริงด้วย ผมให้เขาตบทำไมกันหว่า ?

“ก็…เลไม่รู้อยู่ดี ๆ ก็โดน—”

“มึงนี่มัน!!” ประโยคผมพูดขัดด้วยน้ำเสียงตะคอก ผมเบิกตากว้างมองกำปั้นที่พี่วินยกขึ้นด้วยความอกสั่นขวัญหายก่อนจะรีบยกมือบังหน้ากลัวว่าจะมีอะไรบางอย่างมากระแทก

“…”

“…”

แต่แล้วก็ไม่มี…

สิ่งที่มีคือสัมผัสบางเบาที่หัว แต่พอผมเอามือออกจากหน้าสัมผัสบางเบาที่ว่าก็หายไปแล้ว หายไปพร้อม ๆ กับเสียงประตูที่ถูกเปิดออก

แอด

ผมรีบหันไปมองตามเสียงบุคคลที่เข้ามาคือคนที่ผมอยากเห็นหน้ามากที่สุด

“พ่อ!” คนโดนเรียกไม่ได้สนใจ เจ้าของร่างสูงใหญ่หันไปพูดกับพี่วินแทน

“วินมึงออกไปก่อน”

“เออ” พี่วินตอบเสียงเรียบ ใบหน้าคมมองผมอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้อง ทันทีที่ประตูปิดสนิทอีกครั้งร่างสูงที่พึ่งเข้ามาจึงเดินมาหาผมที่เตียง ผมรีบอ้าแขนออกแล้วกอดคนตรงหน้าเอาไว้แน่นขณะซุกใบหน้าเข้าหน้าท้องแกร่งที่แนบแก้มลงทีไรไม่เคยสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่ม แต่สัมผัสได้ถึงท่อนเนื้อแน่นที่เรียงกันเป็นแพคแทน ตอนนี้มันอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวติดกระดุมของมหา’ลัยเดียวกันกับผม

ผมเงยหน้าขึ้นเป็นเวลาเดียวกันที่มือหนาโอบเข้ารอบคอพร้อมกับลูบหัวเบา ๆ

“สร้างเรื่องตั้งแต่วันแรกเลยนะคนดี” เสียงทุ้มปนแหบพร่าเอ่ยทักทายด้วยประโยคที่ไม่น่าอภิรมย์สำหรับผมนัก

“เลไม่ได้เป็นคนเริ่มนะ เชื่อเลสิ!”

“หืม เชื่อดีไหม เราดื้อจะตาย”

“พ่อ!!” ผมลืมตัวเผลอตะคอกเสียงดังจนคนฟังต้องทำเสียงดุ

“ชู่ คนดีไม่ตะคอกสิครับมันไม่น่ารักเลย” นิ้วเรียวเลื่อนมาแตะริมฝีปากเหมือนเป็นนัยน์ ๆ ว่าให้ผมหยุดการกระทำอย่างเมื่อกี้ลง ผมหลุบตาลงมองก่อนงับนิ้วของอีกฝ่ายเล่นแล้วหัวเราะคิกคักเบา ๆ นัยน์ตาคมจากร่างสูงมองลงมาแต่ไม่ว่าอะไร อีกฝ่ายขยับตัวห่างจากผมเล็กน้อย จากนั้นจึงโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงจูบที่หน้าผากแล้วเลื่อนริมฝีปากลงที่แก้มก่อนจะละออก ผมปล่อยนิ้วเรียวที่ตัวเองกำลังงับอยู่ก่อนสวมเข้ากอดร่างสูงอีกครั้ง เอ่ยคำต้อนรับกลับประเทศไทยที่ยังไม่ได้พูด

“ยินดีต้อนรับกลับครับพ่อ”

ผมได้หัวเราะในใจเมื่อคนฟังทำหน้าแปลก ๆ มือหนายื่นมาบีบจมูกผมเบา ๆ ออกเสียงทุ้มเป็นคำสั่ง “เอาใหม่สิ”

เขาไม่ชอบให้ผมเรียกว่าพ่อ มันคงแปลกไปสำหรับอีกฝ่ายที่อายุจริง ๆ ห่างจากผมแค่สามปี

งั้นเอาใหม่ก็ได้…





“ยินดีต้อนรับกลับครับ… พี่ฮิม





ฮิมเป็นคนเลี้ยงผมมา

เลี้ยงมาตั้งแต่ที่ผมยังเป็นเด็กแต่ไม่เด็กถึงขนาดที่ว่าเป็นทารกนะ ประมาณสามสี่ขวบ เขาเลี้ยงผมตอนที่อายุสามหรือสี่ขวบทั้ง ๆ ที่เขาพึ่งอายุยังไม่ถึงเจ็ดขวบ ฮิมเอาผมมาเลี้ยงท่ามกลางการคัดค้านของคุณลุง (พ่อของฮิม) โชคดีที่เรายังมีคุณป้า (คุณแม่ของฮิม) เป็นคนให้ท้าย แต่สุดท้ายคนที่คุมการเงินทั้งหมดของบ้านก็คือคุณลุง และแน่นอนคุณลุงคัดค้านดังนั้นฮิมที่เป็นคนเอาตัวผมมาจึงไม่ได้เงินสักบาทเป็นค่าเลี้ยงดู อืม…แต่จะว่าไม่ได้เลยสักบาทคงจะไม่ถูกนะ เพราะท้ายที่สุดเขาเลยต้องเลี้ยงผมจากเงินของตัวเองทั้งหมด และเงินของตัวเองที่ว่ามันก็คือเงินที่คุณลุงให้เวลามีงานใหญ่ ๆ เหมือนเดิม (บ้านของเขารวยมากชนิดที่ว่าให้เงินลูกทีหนึ่งอยู่ได้ทั้งปี เขาเอาเงินนั่นแหละมาเลี้ยงผม) ทั้งหมดนั่นทำให้ผมเรียกเขาว่า ‘พ่อ’ แต่ผมก็มีพ่อและแม่แท้ ๆ น่ะเพียงแต่…

“เล” น้ำเสียงทุ้มปลุกให้ตื่นจากความคิด ผมเงยหน้ามองคนที่ผมนอนอยู่บนตักแล้วครางรับในลำคอ “หิวข้าวไหม”

หลังจากที่ฮิมมาหา เราคุยกันนิดหน่อยผมก็หลับไปและพึ่งตื่นเมื่อยี่สิบนาทีก่อน แต่ตอนหลับน่าจะนานพอสมควร เพราะสังเกตจากสีของท้องฟ้าด้านนอกที่เริ่มครึม ตอนนี้น่าจะหกโมงกว่า ๆ แล้ว

“ฮิม…ช็อกโกแลตของเลล่ะ” ผมไม่ตอบคำถามแต่ถามคนถามแทน ช็อกโกแลตที่ว่าคือของฝากทุกครั้งที่ฮิมไปอังกฤษ มันไม่ใช่ช็อกโกแลตธรรมดาแต่เป็นช็อกโกแลตที่อร่อยจนลืมโลก เขาเคยซื้อมาให้ผมกินครั้งหนึ่งตอนที่กลับมาจากอังกฤษ หลังจากนั้นผมก็ติดใจในรสชาติมันเข้าอย่างจัง จนเป็นอันว่าถ้าเขาไปอังกฤษและกลับมาเมื่อไหร่ไม่ต้องซื้ออะไรมาให้ ผมเอาแค่ช็อกโกแลตก็พอ

“อยู่ในห้องครัว”

“อื้อ ขอบคุณครับ” ผมเอ่ยเสียงแผ่วเบาก่อนจะยันตัวขึ้นจากเตียง แล้วโถมกายเข้ากอดคนที่ยอมนั่งนิ่ง ๆ เป็นหมอนให้นอนตักมาหลายชั่วโมง ผมแนบริมฝีปากที่แก้มสาก เลื่อนไปกระซิบที่ข้างหู “คิดถึงจังเลย”

“…”

“พ่อคิดถึงเลไหม”

คำตอบที่ได้รับคือการแนบริมฝีปากลงที่แก้มของผมแทนคำพูด ผมยิ้มร่าโอบแขนกอดลำคอแกร่งให้แน่นกว่าเดิม

“หิวไหม”

พอส่ายหน้า เขาเลยถามย้ำอีกครั้ง “ไม่หิวจริง ๆ เหรอ ?”

“เลไม่หิว เลไม่อยากกิน…เนื้อย่าง”

“สรุปว่าอยากไม่อยาก”

“อยากก็ได้!” ผมเด้งตัวขึ้นจากเตียงทันทีที่พูดจบ พร้อมกับวิ่งเข้าห้องน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยความไวแสงจนในชุดเสื้อกล้ามสีขาวแบบมีฮู้ดกับกางเกงสามส่วนสีเดียวกันกับเสื้อ และพอออกมาจากห้องน้ำปรากฏว่าคนที่อยู่ด้านนอกก็แต่งตัวเสร็จแล้วเหมือนกัน ฮิมไม่ได้แต่งอะไรมากเขาเปลี่ยนแค่จากเสื้อสีขาวมาเป็นเสื้อแขนยาวคอวีสีน้ำเงิน

“เสร็จแล้วเหรอ” นัยน์ตาคมหันมามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า

“เสร็จแล้วไปกันเถอะ!”

ครืด

เสียงโทรศัพท์ของฮิมสั่น ผมมองตามแต่ไม่ทันเห็นว่าใครโทรมาเสียงทุ้มก็ออกคำสั่ง

“ออกไปก่อนเดี๋ยวตามไป” ผมพยักหน้าหงึก ๆ แล้วรีบวิ่งออกจากห้องลงบันไดชั้นสองไปใส่รองเท้า เนื้อย่างจ๋า…รอเลก่อนนะจะไปหาแล้ว!

 

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

ผมไม่ได้ไปกินเนื้อย่าง…

 

‘เมียใหม่มันโคตรสวย’

‘คนเก่าล่ะวะ’

‘เลิกไปแล้ว’

‘พอ ๆ เลิกเสือกเรื่องคนอื่นแดกเหล้าโว้ย’

‘เอ้า! ชน’

 

น้ำเสียงสนุกสนานยิ่งทำให้ผมต้องกำหมัดแน่น เนื้อย่างที่ผมควรจะได้กินตั้งแต่หนึ่งชั่วโมงก่อนกลับไม่ได้กินเพราะ…เพราะ…

 

“เลมันงอนอะไรวะ”

ผมเงยหน้าขึ้นลงทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มแหบพร่าของใครสักคนดังขึ้น ก่อนหันหลังกลับไปมองเหล่าชายหนุ่มหน้าตาดีกลุ่มหนึ่งที่กำลังนั่งกกเหล้าแถมยังพร้อมใจกันเปลือยท่อนบนโชว์ซิกแพคและรอยสักตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย  ทว่าเด่นชัดสุดคงจะเป็นร่างสูงในสภาพเปลือยท่อนบนเผยรอยสักรูปมังกรตรงช่วงต้นแขนซ้ายลามไปถึงบ่า ท่อนล่างใส่กางเกงยีนส์ในระดับสะโพกที่ใกล้จะหลุดลงอย่างหมิ่นเหม่ มือหนาคีบบุหรี่ที่ปากออก นัยน์ตาคมเฉี่ยวมองผมแล้วพ่นควันพิษออกมา เจ้าของใบหน้าหล่อเหลา ผิวขาวซีด นัยน์ตาสีดำและเส้นผมสีหม่น บุหรี่ที่สูบอยู่นั้นไม่ได้ทำให้เขาดูเท่หรอกนะ ทว่ามันกลับยิ่งช่วยเสริมให้ Sex appeal ของเจ้าของใบหน้าหล่อร้ายคนนี้สูงขึ้นไปเป็นเท่าตัว

ผมเผลอจ้องริมฝีปากที่เริ่มออกสีคล้ำนิดหน่อยตัดกับผิวขาวซีดเพราะนิสัยสูบบุหรี่จัดของเขาอย่างไม่รู้ตัว แล้วสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อริมฝีปากบางยิ้มแสยะราวรู้ทันความคิด ฮิมกระดิกเรียกผมให้เข้าไปหาแต่ผมส่ายหน้า เพราะมั่นใจเกินร้อยว่าไอ้คนงอนที่ว่านั่นคือตัวเองแน่นอน และยังไม่ทันที่จะได้ตอบกลับไป พี่วินเจ้าของคำถามที่ทำให้ผมไม่ได้ไปกินเนื้อย่างก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง

“มึงงอนอะไรฮึ ดูทำหน้า”

งอนพี่วินนั่นแหละ! ทำให้ผมไม่ได้ไปกินเนื้อย่าง

ผมคิดในใจแต่ไม่ได้พูดออกไป ย้อนกลับไปเมื่อชั่วโมงก่อนในขณะที่ผมใส่รองเท้ารอเพื่อที่จะไปกินเนื้อย่าง แต่พอฮิมลงมาเขาก็บอกว่าไม่ต้องไปแล้ว หลังจากนั้นไม่ถึงสามวินาทีประตูบ้านก็ถูกเปิดพรวดเข้ามาพร้อมกับบุรุษสามคน พี่วินเดินนำหน้า พี่ไทด์เดินมาตามหลัง หลังพี่ไทด์คือสมาชิกคนที่ห้าของบ้าน พี่รพที่มีสีผมแดงสะดุดตาตั้งแต่หน้าประตู นิสัยคนเหมือนความหมายของชื่อ ในบรรดาพี่ ๆ ที่ผมรู้จัก เขาเที่ยวบ่อยสุด ประมาณว่ามีงานสังสรรค์ที่ไหนไปที่นั้นแต่พี่รพไม่ได้อัธยาศัยดีอย่างที่คิด เขาเที่ยวบ่อยเพราะมีคนรู้จักเขาเยอะเลยมีคนชวนไปงานเลี้ยงเยอะ ส่วนเขารู้จักใครบ้างนั่นมันอีกเรื่อง แต่ผมคิดว่านิสัยของพี่รพ เท่าที่อยู่บ้านหลังนี้ด้วยกันมา ผมว่าพี่รพนี่ดุพอ ๆ กับพี่วินเลย แถมเผลอ ๆ อาจจะมากกว่าแต่ยังดีที่ไม่ได้บ้าและป่าเถื่อนเหมือนพี่วิน

แต่ประเด็นมันอยู่ที่ชายสามคนถือลังเหล้าพร้อมถุงกับข้าวมาเต็มไม้เต็มมือ ดูแค่นี้ก็รู้…

มาสังสรรค์กันอีกแล้วแน่ ๆ

แน่นอนว่าฮิมไม่ได้เลือกเนื้อย่างของผม เขาเลือกเพื่อนของเขาแทน อันที่จริงเขามักจะตามใจผมทุกอย่างยกเว้นเรื่องนี้ เพื่อนกับผม ผมมั่นใจว่าในตอนนี้ฮิมอาจจะตอบว่าเพื่อน เพราะนี่มันเข้าข่ายที่คนอื่นบอกว่า วิศวะติดเพื่อนมากกว่าติดแฟน

เพียงแต่ผมไม่ใช่แฟน ดังนั้นยิ่งไม่มีอะไรให้ติด

โอ๊ย! แต่คิดแล้วมันหงุดหงิดในหัวใจยังไงชอบกล

“ถามแล้วก็ไม่ตอบ ฮิมสรุปมันงอนอะไร” พี่วินที่ไม่ได้คำตอบจากผมจึงหันไปถามคนข้าง ๆ แทน ทว่าเจ้าตัวไม่ตอบ มือหนายกขึ้นเสยผมที่ปรกหน้าออกแล้วกระดิกนิ้วเรียกผมเข้าไปหาอีกครั้ง พอผมส่ายหน้าเขาก็เรียกเสียงขู่

“เลมานี่”

“…”

“มาเร็ว ๆ”

“…”

“คนดี” ผมเม้มปากแล้วลุกออกจากที่นั่ง ตัดสินใจเดินเข้าไปตามที่อีกฝ่ายเรียก ฮิมดับบุหรี่ที่สูบอยู่ลงทันที จากนั้นมือหนาจึงดึงตัวผมลงให้นั่งบนตัก แขนแกร่งรวบเอวผมเอาไว้

“อย่าทำหน้าบึ้ง” เขาบอกเสียงทุ้มแต่ไม่ได้จริงจัง

ผมมองเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ตรงหน้าก่อนยกมือขึ้นไปลูบไล้เบา ๆ แล้วทุบแรง ๆ ที่บ่าแกร่งจนมือหนาต้องเลื่อนมาคว้ามือของผมเอาไว้ “เลงอนพ่อ”

“เดี๋ยวพรุ่งนี้พาไปกิน” ฮิมว่า

“จริงเหรอ ไม่โกหกนะ”

“เคยโกหกหรอ ?”

           
มันก็จริงอย่างที่ว่าเขาไม่เคยโกหกผมเลยแม้แต่ครั้งเดียว คิดได้อย่างนั้นผมเลยเงียบลงบ้าง ก่อนจะพยักหน้ารัวๆ เป็นอันตกลง พออารมณ์ดีขึ้น ผมจึงลุกขึ้นจากตักแกร่งก่อนจะวิ่งไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโซฟาแล้วเดินกลับมานั่งตักของฮิมเหมือนเดิม ผมนั่งหันหน้าเข้าหาเขา เอาขาเกี่ยวไปทางด้านหลังแล้วตวัดรอบสะโพกสอบขณะเดียวกันก็เอามือโอบรอบคอขาว วางคางบนไหล่ของอีกฝ่ายแล้วเล่นโทรศัพท์จากทางด้านหลังของแผ่นหลังกว้างโดยมีมือหนาเข้ามาโอบเอวผมเอาไว้แบบหลวมๆ กั้นไม่ให้หงายหลัง

แต่พอเล่นโทรศัพท์ไปนานๆ หนังตาก็เริ่มกระตุก พอดีกับที่พี่ๆ ที่นั่งดื่มกันอยู่เริ่มเบาเสียงลง ผมรู้สึกง่วงจึงวางโทรศัพท์เอาไว้ที่พื้น แล้วซุกใบหน้าเข้ากับลำคอขาวจนได้สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมแบบเย็นๆ ของโคโลนผสมกับกลิ่นเหงื่อ และเหมือนร่างสูงจะรู้ว่าผมง่วง มือหนาจึงยกขึ้นมาลูบศีรษะผมเบาๆ แบบที่ทำอยู่เป็นประจำ

แต่สัมผัสแผ่วเบาที่ศีรษะทำให้ผมต้องเอียงคอ ฝืนลืมตาขึ้นมองทั้ง ๆ หนังตาหย่อนจนเหมือนมีแรงดึงดูดให้มันติดกัน กลิ่นกายของเขายิ่งทำให้ง่วงเข้าไปใหญ่ เหมือนเป็นยาอะไรสักอย่างที่ทำให้ผมผ่อนคลายจนรู้สึกง่วง แต่สำหรับคนอื่นอาจจะให้ผลอย่างอื่นแทน ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมคิดแบบนั้นแต่กลิ่นของฮิม วูบหนึ่งมันทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายแต่ความผ่อนคลายที่ว่ามันมีความรู้สึกอะไรบางอย่างแฝงเข้ามาด้วย


เหมือนเขาจะรู้ว่าผมมองอยู่ มือหนาที่กำลังลูบศีรษะเลยหยุดลง ก่อนเลื่อนมือลงมาปิดเปลือกตาของผมแทน  ความมืดที่เข้ามาเยือนทำให้ผมเคลิ้มจนใกล้จะหลับ แทบไม่ได้สติด้วยซ้ำตอนที่ถูกอุ้มขึ้น รู้สึกแต่ว่าตัวมันเบาโหวง ๆ เหมือนกำลังลอยอยู่ในอากาศจากนั้นจึงตกลงสู่พื้นนุ่มคือฟูกนิ่ม ๆ บนเตียงนอน

แล้วก็หลับไป…

 

นัยน์ตาคมมองร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียงเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อแน่ใจว่าหลับสนิทแล้วเจ้าของร่างหนาจึงปิดไฟทั้งหมดในห้องนอนก่อนเดินลงจากชั้นสองมาห้องนั่งเล่น ขายาวก้าวผ่านเพื่อนแต่ละคนที่กำลังยกเบียร์ขึ้นจิบเงียบ ๆ

“วันนี้ใครอยู่ที่นี่” ฮิมถามขึ้นขณะไล่สายตามองหน้าแต่ละคน จนในที่สุดเจ้าของเรือนผมสีแดงก็ยกมือขึ้น

“กู” รพตอบสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบเป็นเวลาเดียวกันที่พวกเขาเริ่มขยับกายมาใส่เสื้อตามเดิม ยกเว้นซะแต่…


“กูนึกว่าวันนี้มึงจะไม่ไป” วินถาม คนเดียวในห้องที่ยังนั่งนิ่งอยู่เหมือนเดิม “พึ่งนั่งเครื่องกลับมาจากอังกฤษไม่เหนื่อยเหรอวะ—”

           
“ไทด์คนที่มึงส่งไปเฝ้าเลน่ะ ไปเรียกพวกมันมาให้หมด”

           
“กวนตีน” เจ้าของรอยสักรูปแมงป่องพึมพำเสียงเบาเมื่อคนที่เขาถามไม่ได้ให้คำตอบ ซ้ำยังไร้มารยาทโดยการไปถามคนอื่นต่ออีก

           
“พวกมันไปรอที่โกดังแล้ว” เจ้าของใบหน้าตายด้านตอบ ขณะสวมเสื้อแจ็กเกตสีดำสนิทพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ใส่กระเป๋า แล้วเสริมว่า “พร้อมกับพวกพี่ว้าก”

           
วินขมวดคิ้ว เอ่ยเสียงเรียบ “พวกที่สั่งให้เลวิ่งน่ะเหรอ”

           
“เออ”

           
กรอด

         
เสียงกำหมัดแน่นจนคนได้ยินต้องหันไปมอง ร่างสูงในชุดสีดำสนิทกำลังแผ่รังสีอันตรายอย่างน่ากลัวทันทีที่ได้ยินชื่อของพวกนั้น วินเม้มปากแน่น ร่างสูงทิ้งกระป๋องเบียร์ในมือก่อนจะลุกขึ้นยืนพร้อมกับหยิบเสื้อที่ตกอยู่บนพื้นไม่ไกลนักมาใส่แบบลวก ๆ แล้วหันไปพูดกับบุคคลที่ตายด้านสุดในกลุ่ม ยามที่พ่อไม่แท้ของเลหยิบกุญแจรถสปอร์ตคันหรูแล้วเดินนำหน้าออกไปก่อนแล้ว

           
“ไทด์” เขาเรียกชื่อเพื่อนเสียงเรียบ

           
“มีอะไร”

           
“มึงเรียกไอ้หมอมาเลยก็ได้ กูว่าวันนี้แม่งหนัก”


นึกแล้วก็สงสารรุ่นน้องพวกนั้นอยู่ในใจ แต่จะโทษใครก็ไม่ได้ พวกมันโชคร้ายที่มายุ่งกับคนของคนที่ไม่น่ายุ่งมากที่สุดเอง

 


ออฟไลน์ :mdred

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +155/-61
Re: • แฟนวิศวะ • 090916#2 p.2
«ตอบ #95 เมื่อ06-10-2016 21:21:11 »

วันต่อมา

หลังจากเกิดเรื่องเมื่อวาน ผมตัดสินใจว่าจะไปร่วมกิจกรรมเหมือนเดิม แต่ตื่นสายนิดหน่อยเพราะก่อนนอนไม่ได้ตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ (น้ำก็ไม่ได้อาบหลับไปตอนไหนยังไม่รู้เลย) แม้จะไม่ได้สายมากเลยจากเวลาตื่นนอนปกติประมาณยี่สิบนาที แต่ก็ทำให้ผมต้องลดเวลาอาบน้ำกับแต่งตัวลงจะได้ทันกินข้าวเช้า

ผมมองตัวเองในกระชกเพื่อเช็คความเรียบร้อยหลังจากแต่งตัวเสร็จ จากนั้นก็…

หมับ!

สวมเข้ากอดฮิมที่กำลังใส่เสื้อจากทางด้านหน้า (อย่างงว่าทำไมเขามาแต่งตัวที่ห้องผม เรานอนห้องเดียวกัน) ขณะเงยหน้าขึ้นส่งสายตากระพริบให้จนคนมองต้องเป็นฝ่ายถามออกมาก่อน

“จะขออะไร”

“ทำผมให้เลหน่อยสิ” ฮิมพยักหน้าทันที เขาบอกให้ผมลงไปทานอาหารรอด้านล่างระหว่างที่อีกฝ่ายแต่งตัว ผมรีบทำตามคำสั่ง หยิบกระเป๋าสะพายแล้วเดินลงมาด้านล่างเพื่อทานข้าวผัดอเมริกันที่วันนี้เชฟของบ้านอย่างพี่รพอุตส่าห์ตื่นนอนมาทำให้ รู้สึกปลื้มปริ่มจนน้ำตาจะไหลเพราะผมไม่ได้ทานอาหารเช้าฝีมือพี่เขามานานมากแล้ว

ฮิมเดินลงมาจากชั้นสองพร้อมพี่วินหลังจากที่ผมพึ่งทานไปได้ไม่นาน ร่างสูงเดินอ้อมมาทางด้านหลังเก้าอี้ที่ผมนั่งอยู่ มือหนาถือหวีกับยางมาด้วย

“ถักเปียเหรอ” เสียงทุ้มถามขณะกำลังหวีผมด้านหน้าของผมให้เรียบ

“แล้วแต่ฮิม” ผมตอบเพราะไม่รู้เหมือนกันว่าอยากทำอะไร ปกติก็ถักเปียตลอด ฮิมลงมือทำทันทีฝีมือต่างจากคนเมื่อวานลิบลับ ซึ่งคนเมื่อวานที่ว่าตอนนี้ก็กำลังนั่งเอามือเท้าคางมองผมอยู่ ผมเลยเงยหน้าขึ้นจากข้าวผัดหยิบน้ำส้มที่พี่รพพึ่งเทให้มาดื่มแล้วมองเขากลับ

“มองเหี้ยไร” เขาถาม

“มองพี่วินไม่ได้มองเหี้ย”

“กวนตีน”

“พี่วินนั่นแหละมองเลทำไม เลเห็นนะ”

“…” พี่วินไม่ตอบแต่สายตายังจ้องผมอยู่ มองกันไปมองกันมาอยู่สักพักผมถึงได้รู้ว่าเขาไม่ได้มองผม แต่มองมือหนาที่กำลังถักเปียให้ผมอยู่ต่างหาก! แต่พอผมรู้ตัวฮิมก็ทำเสร็จ พี่วินที่เคยมองอยู่จึงเบี่ยงสายตาไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว

“เลทานข้าวให้หมดสิ”

“เลอิ่มแล้ว” ผมตอบคนด้านหลัง เลิกสนใจเรื่องพี่วินแล้วบ่นหาอีกคนแทน “ทำไมพี่ไทด์ไม่ลงมาสักที”

“ทำไมไอ้ไทด์ต้องลงมา”

“อ้าว พี่ไทด์ไม่ได้ไปส่งเลเหรอ” ผมพูดพลางสบตากับร่างสูงพลันเห็นอะไรบางอย่างในแววตาคู่นั้น “พ่อจะไปส่งเลเหรอ”

“อืม”

“จริงเหรอ!”

“จริง”

 

ณ มหา’ลัย K

           
เวลาแปดโมงตรง

 

           
“เกี๊ยก!” ผมเรียกชื่อเพื่อนขณะวิ่งลงจากรถแล้วตรงดิ่งไปหาร่างสูงที่นั่งอยู่บนม้าหินอ่อน ผมโบกมือรัว ๆ พลางเอื้อนริมฝีปากจะเอ่ยทัก แต่พอใบหน้าคมหันมาสบตากับผม รอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าก็ต้องหุบลงจากคำทักทายกลับกลายมาเป็นเสียงโวยวาย “เกี๊ยก! หน้าไปโดนอะไรมา”

           
“มึงจะโวยวายทำไม”

           
“ก็ดูหน้าเกี๊ยกดิ” มีแผลฟกช้ำทั่วใบหน้าทั้งตา คิ้ว ปาก แบบนี้จะไม่ให้ผมตกใจได้ยังไง “ไปทำไรมา”

           
 “รถมอไซค์ล้ม”

           
“รถล้ม ?” ผมทวนคำพลางขมวดคิ้ว แต่ว่า… “รถมอไซค์ล้มมันก็ต้องเป็นแผลถลอกสิ!”

           
 “…”

           
 “อย่ามาโกหกเลนะ! ไปมีเรื่องกับใครมา” ผมทำแผลให้พี่วินบ่อยจะตาย ทำไมผมจะไม่รู้ว่ารอยฟกช้ำจากการถูกต่อยมันเป็นยังไง ทำบ่อยแทบจะจำได้แล้วด้วยซ้ำว่ารอยแบบไหนเกิดจากอะไร เพราะรายนั้นนอกจากจะป่าเถื่อนแล้วยังบ้าดีเดือดอีกด้วย

           
“…” ผมได้โวยวายอีกครั้งเมื่อเขาไม่ตอบ

           
“เกี๊ยก!”

           
“อ้าว เลมาตั้งแต่เมื่อไหร่” แต่แล้วน้ำเสียงทุ้มก็ทำให้ผมต้องหยุดความสนใจเรื่องรอยฟกช้ำของเกี๊ยกไปชั่วขณะ เมื่อพิษเดินมาจากทางด้านหลังพร้อมกับดินและเอ็กซ์ ผมโบกมือทักทายทั้งสามขณะสำรวจใบหน้าของแต่ละคน ว่ามีรอยฟกช้ำเหมือนเกี๊ยกหรือเปล่า แต่ปรากฏว่าไม่มี “กินข้าวยัง”

           
“เลกินแล้ว” ผมตอบแต่เดี๋ยวนะ! “พิษ…มือไปโดนอะไรมา”

           
 “นี่นะเหรอ” มือหนาที่ถูกพันผ้าสีขาวรอบมือเอาไว้ยกขึ้น “เป็นแผลนิดหน่อย”

           
“แผลนิดหน่อยมันต้องพันขนาดนั้นเลยเหรอ” ผมถามด้วยความสงสัย

           
 “ก็กูทำแผลไม่เป็นนี่หว่า มันก็เลยได้ออกมาแบบนี้แหละ”

           
“เลเชื่อได้ไหม”

           
“คิดว่าไง”

           
“อืม…”

           
 “…” ผมขมวดคิ้วก่อนจะกระโดดเข้าใส่อีกฝ่าย

           
“เชื่อ!!”

           
 “หึ แค่นี้ก็จบ” ไซยาไนด์ลูบหัวผมไปมาเด็ก ๆ ก่อนผมจะถูกใครสักคนดึงให้ห่างจากมือหนาพอหันไปมองก็พบว่าเป็นดิน ซึ่งวันนี้เขาก็ยังใส่หน้ากากอนามัยกับแว่นตาหนาเตอะอยู่เหมือนเดิม

           
“มีอะไรเหรอ” ผมถาม

           
“วันนี้ใครมารับ” เดี๋ยว ๆ ปกติตอนเช้าแบบนี้เขาต้องถามว่าใครมาส่งไม่ใช่เหรอ ผมสงสัยแต่ก็ตอบ

           
“พ่อมารับ” ฮิมบอกแล้วว่าถ้าเลิกแล้วให้โทรหา เดี๋ยวเขาจะมารับเพราะมีสัญญาติดค้างกับผมจากเมื่อวาน วันนี้เราจะไปกินเนื้อย่าง

           
“อืม” ร่างสูงตอบแค่นั้นก่อนจะปล่อยมือออกจากแขน ทิ้งให้ผมยืนงงกับคำถามแปลก ๆ ของอีกฝ่ายอยู่เพียงคนเดียว แต่งงได้ไม่นานหรอก เพราะหลังจากนั้นไม่กี่นาทีพวกเราก็โดนรุ่นพี่เรียกให้เข้าห้องเชียร์เพื่อทำกิจกรรมของวันนี้ ซึ่งขอบอกตามตรงว่าต่างจากเมื่อวานลิบลับ ทั้งกิจกรรมทั้งบรรยากาศ กิจกรรมของวันนี้คือสานสัมพันธ์น้องพี่ หลัก ๆ ก็ประมาณว่าให้พี่มาเล่นกิจกรรมกับน้อง แต่มันน่าแปลกใจนิด ๆ ที่ทุกคนไม่พูดถึงเรื่องเมื่อวานแม้แต่คนเดียว แถมกลุ่มพี่ว้ากยังหายตัวไปอย่างลึกลับพร้อมกับพี่เหมียว วันนี้ปีหนึ่งทุกคนเลยอารมณ์ดีเมื่อกิจกรรมดีและมีพี่สันทนาการเข้ามาแทน

           
พอรู้สึกสนุกเวลาก็เหมือนจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว มารู้ตัวอีกทีก็พบว่าตอนนี้มันบ่ายสามครึ่งใกล้ได้เวลาเลิกของพวกเราเหลือแค่กิจกรรมสุดท้าย แต่ยังไม่ทันที่พี่สิน (พี่ที่เป็นหัวหน้าสันทนาการ) จะประกาศว่าเป็นกิจกรรมอะไร จู่ ๆ ก็มีพี่คนหนึ่งวิ่งมากระซิบหู เขาคุยอะไรกันสักอย่างจากนั้นพี่สินจึงประกาศด้วยสีหน้ากึ่งเครียดนิด ๆ

           
“น้อง ๆ ครับกิจกรรมสุดท้ายของเราคงต้องหยุดเอาไว้ก่อน”

           
“…” ทุกคนเงียบไม่กล้าส่งเสียงอะไร เพราะดูจากสีหน้าพี่สินเหมือนจะมีเรื่องอะไรบางอย่าง

           
“เพราะว่า…” 

           
แอด   

           
ยังไม่ทันให้พี่สินได้พูดจบ ร่างสูงในชุดเสื้อช็อปสีแดงของใครหลายคนก็เดินเข้ามาในห้อง ผมขมวดคิ้วก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อสามในเจ็ดของคนที่เดินนำหน้าคือคนที่ผมรู้จักเกือบทั้งหมด มีพี่วิน พี่รพ และพี่ไทด์ จริงด้วยสิ! ผมลืมไปเลยว่าพวกเขาก็อยู่วิศวะ! เลยพยายามมองหาคนสุดท้ายที่น่าจะมาด้วยอีกคนแต่ปรากฏว่าฮิมไม่มา แถมคนที่ไม่น่าจะมากลับมา

         
ผมอ้าปากค้างมองร่างสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร เจ้าของใบหน้าหล่อเหลากับผิวขาวจัดที่เดินรั้งท้ายขบวน

           
พี่ผา!!

สมาชิกคนที่หกของบ้านซึ่งผมไม่ได้เจอหน้าพี่แกมาเดือนกว่า พี่ผาไม่ค่อยกลับบ้านเพราะตั้งแต่มีแฟนก็ไปค้างที่คอนโดแฟนตลอด

 

         
 ‘พี่หัวแดง ๆ ชื่อไรว่ะมึง’

         
‘มึงดู! พี่วิน โคตรหล่อ’

         
‘พี่ที่หน้านิ่ง ๆ ก็หล่อน่ะมึง ถ้าไม่เอากูขอ’

         
‘กูจองหมด!’


 

           
ผมได้แต่เอียงหูฟัง เคยรู้มาก่อนว่าพวกพี่ ๆ ฮอตกันพอสมควร แน่ล่ะ…แต่ละคนหล่อน้อยไปเสียเมื่อไหร่

         
เจ็ดคนที่เดินนำมายืนอยู่ด้านหน้าส่วนคนอื่น ๆ เดินมาล้อมพวกเราไว้เป็นวงกลม เมื่อทุกอย่างอยู่ในความเงียบ  สงบ คนที่ผมนึกไม่ถึงอย่างพี่วินก็เดินออกมาข้างหน้าแล้วกล่าวถ้อยคำสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า

           
“สวัสดี…”

 

ร้านเนื้อย่าง

           
18.56 นาที

 

           
“พ่อ”

           
 “ว่า”

           
“เราตกลงกันว่าจะมากินเนื้อย่างกันสองคนใช่ไหม”

           
“อือฮึ”

           
“แล้วทำไม” ผมกำหมัดแน่น “คนมันถึงได้เต็มโต๊ะขนาดนี้ล่ะ!!”

           
ผมกัดปากแน่นพลางมองหน้าเหล่าชายหนุ่มในชุดเสื้อช็อปสีแดงที่นั่งถือตะเกียบอยู่ฝ่ายตรงข้ามด้วยความหงุดหงิด หลังจากที่พวกพี่ปีสี่เข้ามาได้ไม่นานเราก็ถูกปล่อย (ผมล่ะเสียดายกิจกรรมสุดท้ายที่ต้องถูกยกเลิกเพียงเพราะรุ่นพี่ปีสี่จะเข้ามาทักทายรุ่นน้องกับพูดข่มปีสองและสามนิด ๆ) หลังจากปล่อยแล้วฮิมก็มารับแล้วพาผมมาที่ร้านเนื้อย่างตามที่ได้ให้สัญญาไว้เมื่อวาน แต่พอผมเข้าร้านและนั่งลงบนเก้าอี้เท่านั้นแหละ พวกพี่ ๆ ที่ตามมาจากไหนไม่รู้ก็เข้ามานั่งด้วยเฉย จากสองที่มันก็เลยกลายเป็นสี่ จากสี่ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นห้า ทั้งบ้านมาเกือบครบขาดแค่สอง!

           
ส่วนฮิมรายนั้นไม่รู้สึกอะไรหรอก เพื่อนมาก็กินด้วยกัน มีแต่ผมคนเดียวนี่แหละที่รู้สึกเฟลอย่างแรง

           
“ก็มาเลี้ยงไอ้ผาที่ไม่ได้เจอหน้ากันนานหนึ่งเดือนไง” พี่วินเป็นคนตอบ มาเลี้ยงพี่ผาแต่พี่ผายังไม่มาเลยด้วยซ้ำ!

           
“แล้วทำไมต้องมาร้านนี้ด้วย”

           
“มึงนี่ก็ถามแปลก ก็ฮิมมันจะมาร้านนี้ จะให้พวกกูไปร้านไหน” อันนี้พี่ไทด์เป็นคนพูด

           
“ร้านไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ร้านที่มีพ่อกับเล” ผมบอก

           
“ทำไมหรือมึงอยากแดกกันแค่สองคน”

           
“ใช่!!” ผมตอบรับพลางหันตัวเข้าไปกอดที่คนกำลังเอามือพาดบ่าผมอยู่ “เลไม่ได้อยู่กับพ่อมานานแล้วนะ”

           
“มึงก็อยู่ด้วยกันไหมล่ะหนิ”

           
“แค่สองคน” ผมเสริม

           
“มึงก็จะติดไอ้ฮิมอะไรนักหนา ห้องนอนก็ยังไม่ยอมแยกนี่มึงจะไม่ให้มันมีเมียบ้างเลยหรือไง”

           
ผมเบิกตากว้างทันทีที่ได้ยินคำว่าเมีย รีบถามคนข้างกาย “พ่อมีแล้วเหรอ”

           
“หือ ?” คนโดนถามทำหน้างง ๆ เหมือนไม่ได้ฟัง

           
“เลถามว่าพ่อมี…มีแฟนแล้วเหรอ”

           
 “ตัวติดมึงเกือบยี่สิบสี่ชั่วโมงแบบนี้จะให้เอาเวลาไหนไปหาล่ะ” พี่ไทด์เค้นเสียงประชด แต่เป็นเสียงประชดที่ทำให้ผมดีใจแบบแปลก ๆ

           
“พ่อยังไม่มีใช่ไหม ดี! เลไม่อยากได้แม่” ผมบอกด้วยความสัตย์จริง แต่พี่วินก็…

           
“แต่อยากเป็นแม่เอง ?”

           
“หยาบคาย!!”

           
“เงียบได้แล้ว” เจ้าของเรือนผมสีแดงที่คอยฟังอยู่นานเอ่ยขึ้น พอพี่รพหันมามองผมแบบดุ ๆ ผมก็แทบอยากจะมุดเข้าไปอยู่ใต้โต๊ะแล้ว ไม่ใช่เพราะอายนะ กลัวต่างหาก “แดกที่นี่แหละ พวกมึงเลิกเถียงกันซะที”

           
 เงียบ…เงียบกันทั้งโต๊ะ

           
ผมได้แต่ข่มความไม่พอใจเอาไว้ภายใน ขณะคีบหมูที่ฮิมย่างมาให้เข้าปาก หลังจากได้กินเราก็กินต่อไปเรื่อย ๆ สงครามน้ำลายเป็นอันว่าจบลงเพราะพี่รพ จนกระทั่งกินกันไปได้เกินครึ่งคนที่โดนบอกว่ามาเลี้ยงฉลองก็พึ่งมา

           
“ช้าฉิบหาย” พี่ไทด์พูดใส่ร่างสูงที่พึ่งจะเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ

           
“กูขอโทษ พึ่งไปรับแฟนมา” ผมบอกหรือยังว่าพี่ผารักแฟนมาก “น้องเลครับ พี่มีของขวัญมาให้ด้วยนะ”

           
“จริงเหรอ” ผมเบิกตากว้างรีบหันไปทางร่างสูงทันที กล่องของขวัญถูกยื่นมาให้ ผมไม่รอช้ารีบแกะออกและแทบจะกรีดร้องเมื่อเห็นของด้านใน

           
 มันไม่ใช่ของราคาแพงแต่เป็นสิ่งที่ผมอยากได้มาก

           
แผ่นเกม sailor xyz รุ่น limited edition ตั้งแต่ยุค 90s ของที่ผมอยากได้มานานแต่หาซื้อไม่ได้สักที!!

           
“จำได้ว่าเราบ่นว่าอยากเล่น”

           
“พี่ผาได้มาจากไหน” ผมถามด้วยความตื่นเต้นจนตัวสั่นไปหมด “เลหาตั้งนานไม่เห็นเจอ”

           
“เพื่อนพี่มันมี แต่มันยังไม่เคยเล่น เลยขอซื้อต่อจากมัน”

           
“ฮือ เลรักพี่ผา” ผมบอกอย่างที่เคยคิด เพราะถ้าเทียบกับทุกคนพี่ผาจะเป็นคนที่ใจดีที่สุดในบ้าน ผมรักสุดในบรรดาพี่ ๆ (ฮิมไม่นับนะ) ปกติเวลาโดนด่าก็มีแต่พี่ผาที่อยู่ข้างผมตลอด แต่น่าเสียดายที่ตั้งแต่พี่ผามีแฟนก็ไม่ค่อยกลับบ้าน “ขอบคุณครับ”

           
“ถือว่าแทนคำขอโทษที่พี่ยังไม่ได้ให้ของขวัญที่น้องเลสอบเข้ามหา’ลัยได้ก็แล้วกัน” แต่พูดถึงตรงนี้ผมก็ต้องหุบยิ้มลง อาการตื่นเต้นหายวับเหลือเพียงอารมณ์หม่น ๆ ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่

           
“ยินดีด้วยครับ พี่ผาเป็นคนแรกที่ให้ของขวัญที่เลสอบเข้ามหา’ลัยได้”

           
“อ้าว… ฮิมไม่ได้ให้…” ใบหน้าหล่อเหลาขมวดคิ้วขณะมองผมสลับกับคนข้าง ๆ ไปมาแล้วไม่ถามอะไรต่อ

           
บรรยากาศกลับเข้าสู่โหมดเงียบ ผมวางตะเกียบลงเนื่องจากกินไม่ลงก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นรอ แต่พอพูดไปแล้วก็อยากจะร้องไห้ ผมอุตส่าห์ตั้งใจอ่านหนังสือจนสอบเข้ามหา’ลัยได้แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครให้อะไรผมเลย ดอกไม้สักช่อยังไม่มี คำยินดีก็ไม่ได้

           
ใจร้ายที่สุด…

 


           
บ้าน

           
 21.03 นาที

 

           
“เล”

           
“…”

           
“ตื่นได้แล้ว ถึงบ้านแล้ว” เสียงทุ้มปลุกร่างเล็กที่นอนหลับสนิทอยู่เบาะข้างคนขับ มือหนาเขย่าตัวบางเล็กน้อยก่อนเจ้าตัวจะลืมตาขึ้นมาด้วยความงัวเงีย ใบหน้าเรียวหันไปมองนอกกระจกรถพอรู้ตัวว่าอยู่ไหนจึงยันตัวขึ้นจากเบาะแล้วเปิดประตูลงจากรถไปโดยไม่พูดอะไร

           
เจ้าของร่างสูงรีบเอื้อมมือไปหยิบกล่องอะไรบางอย่างก่อนจะลงจากรถแล้วเดินตามกายบางที่กำลังเข้าบ้าน ผ่านห้องครัว จากนั้นเดินขึ้นบันไดชั้นสองก่อนเข้าห้องไปแบบเงียบ ๆ

           
ความเงียบที่ผิดปกติจนทำให้คนมองต้องถอนหายใจ

           
ร่างหนายืนอยู่หน้าประตูก่อนจะตัดสินใจไม่เข้าไป ขายาวก้าวถอยหลังแล้วเดินลงไปห้องนั่งเล่นด้านล่างที่มีพวกเพื่อนเขากำลังนั่งเงียบ ๆ กันอยู่ แต่ละคนถือกล่องของขวัญคนละกล่อง สภาพเหมือนผ่านสงครามโลกครั้งที่สองมาแล้ว บ่งบอกว่าห่อมานานแต่ไม่ได้ให้หรือไม่ก็…

…ไม่กล้าให้

“รู้งี้กูน่าจะฝากไอ้ผาให้ด้วยก็ดี” วินว่าพลางเอามือขยุ้มผมแบบคนคิดหนัก

“มึงไม่ให้ไปเลยวะ” ไทด์บอกแต่สายตายังคงจับจ้องกล่องของขวัญในมือด้วยเอง “ด่าเขาเอาไว้เยอะเลยไม่กล้าให้สินะมึง”

“มึงก็ไม่ต่างจากกูหรอก”

“กูไม่มีโอกาส” เจ้าของเสียงเฉื่อยตอบกลับ

“เจ็ดเดือนที่ผ่านมาพวกมึงไม่มีโอกาสเลยหรือไง”

“เสือกว่ะไอ้รพ มึงก็เหมือนกันนั่นแหละ ว่าแต่พวกกู”

นัยน์ตาคมมองจากนั้นจึงแสยะยิ้ม อันที่จริงแล้วพวกนี้มันก็มีของขวัญให้เลเกือบทุกคนนั่นแหละ เพียงแต่ไม่กล้าให้ก็เท่านั้นเอง ขายาวก้าวผ่านกลางห้องไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาก่อนจุดบุหรี่ขึ้น

“เออฮิม มึงยังไม่ได้ให้เหรอวะ” เจ้าของเรือนผมสีแดงถามขึ้น

“ยัง” คนโดนถามตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะปล่อยควันสีเทาออกมาอย่างช้า ๆ

“พ่อมันยังไม่ให้ งั้นกูยังไม่ให้”

“ทำไมมึงถึงยังไม่ให้วะ” ไทด์ถามอย่างสงสัยขณะหรี่ตาลงมองเพื่อนสนิท ที่จริงแล้วมันน่าจะให้ตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าน้องเลสอบเข้ามหา’ลัยได้ด้วยซ้ำ

มือหนายกกล่องที่หยิบลงมาจากรถขึ้นแทนคำตอบ กล่องหนังสีดำสนิทดูเรียบ ๆ แต่ติดสัญลักษณ์ของอะไรบางอย่างที่ทำให้คนมองต้องเบิกตากว้าง นิ้วเรียวคีบบุหรี่ที่อยู่บนริมฝีปากออกขณะยกกล่องสีดำขึ้นพลางพึมพำเบา ๆ

“ของขวัญมันพึ่งเสร็จวันนี้”

 

แอด

ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกแล้วปิด ภายในห้องที่มืดสนิทและเย็นฉ่ำไปด้วยแอร์ เสียงหายใจเป็นจังหวะดังลอดเข้ามาให้ได้ยินบ่งบอกว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงหลับสนิทแล้ว ร่างหนาเดินผ่านความมืดก่อนนั่งลงที่เตียงนอนขนาดใหญ่พลางหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกล่องที่ถือติดมือมาด้วย นัยน์ตาคมจ้องใบหน้าหวานขณะยืดตัวคร่อมจากขวาไปซ้ายเพื่อจับมือข้างที่ไม่ถนัดของอีกฝ่ายมาใส่อะไรบางอย่างให้ที่ข้อแขน

กริ๊ก

ทันทีที่เสียงลงล็อคของโลหะดังขึ้น ร่างสูงที่คร่อมตัวอยู่จึงละออกก่อนก้มลงจูบที่หน้าผากขาวช้า ๆ แล้วลากริมฝีปากเลื่อนลงมากคลอเคลียที่ลำคอระหงก่อนเลื่อนขึ้นกกหู เจ้าของใบหน้าหล่อเหลากระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแม้จะรู้ว่าคนที่กำลังหลับสนิทจะไม่ได้ยิน

“พี่ขอโทษที่ให้ของขวัญเราช้าคนดี” ว่าจบก็ลุกออกจากเตียงแล้วเดินไปที่ประตู เจ้าของนัยน์ตาคมเหลียวหลังมองคนบนเตียงเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินออกจากห้อง

ท่ามกลางความมืดมิดโลหะสีทองอ่อน ๆ สะท้อนความหรูหราออกมา เสียงของเข็มยาวภายในหน้าปัดสีใสเคลื่อนไปยังที่ใหม่เมื่อถึงเวลาที่มันกำหนด ด้านบนสุดของหลังหน้าปัดมีสัญลักษณ์ของอะไรบางอย่างติดอยู่ เป็นแบรนด์ของนาฬิกาที่มีราคาแพงจนคนซื้อต้องคิดแล้วคิดอีก หากเรือนที่กำลังสวมอยู่บนข้อมือขาวนี้กลับถูกสั่งทำขึ้นเป็นพิเศษให้เหมาะสมกับคนใส่ คือนาฬิกาที่มีลวดลายเรียบ ๆ แต่ดูหรูหราสมกับราคาของมัน

 

Rolex special edition (made for LAY)

$34,428











100%

หยุดค่ะ! อย่าพึ่งตบ เรารู้ว่าเราหายไปนาน นานจนแบบถ้าเขียนเอาอรรถรสนักอ่านก็คงจะบอกว่า

'กูขี้เกียจรอมึงแล้วววว!! (&*(&(^%***(*)#&%#%'

หายไปเกือบเดือนเพราะไปทำอะไรบางอย่างมา ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพอใจให้แก่พ่อแม่

ซึ่งอะไรบางอย่างที่ว่ามันยังสำคัญเป็นอันดับหนึ่งสำหรับชีวิตเรามาก เราผิดเองที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพ

แต่สำหรับตอนนี้การแต่งนิยายมันยังสำคัญเป็นอันดับสองของชีวิตเรา พูดไปเดี๋ยวหาว่าแก้ตัวสุดท้าย

เราผิดเองค่ะที่ไม่ได้อัพและปล่อยให้ทุกคนรอนาน จะตบตียังไงก็ได้ เชิญค่ะ T_T



ปล.ตอนนี้แต่งยากแบบ ชห 90% ที่ไม่มาสักทีเพราะแก้เกือบสิบรอบค่ะ

คนที่ยังรอเราก็ขอบคุณมาก ๆๆ

รัก



#วิศวะแดนแฟนมีเกียร์ on twitter
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-10-2016 10:17:15 โดย :mdred »

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4991
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7
Re: • แฟนวิศวะ • 090916#3 p.4
«ตอบ #96 เมื่อ06-10-2016 21:28:32 »

อยากอ่านต่ออยากรู้ว่าพ่อฮิมจะทำอะไรกับพวกพี่ว๊ากบ้าง ว่าแต่อย่าลืมคิดบัญชีกับชะนีที่ตบเลด้วยนะ คุณพ่อ

 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4
Re: • แฟนวิศวะ • 090916#3 p.4
«ตอบ #97 เมื่อ06-10-2016 22:02:02 »

อร๊ายยยย ชอบเรื่องนี้จังค่ะ

 :mew1: :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ Jthida

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1549
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-3
Re: • แฟนวิศวะ • 090916#3 p.4
«ตอบ #98 เมื่อ06-10-2016 22:27:04 »

ฮิมนี่พระเอกใช่ไหม

ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2054
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-9
Re: • แฟนวิศวะ • 090916#3 p.4
«ตอบ #99 เมื่อ06-10-2016 22:42:38 »

หนูเลอยู่ท่ามกลางหนุ่มหล่อ โอ้ยยยยอิจฉา

ปล.ฮิมคือพระเอก?

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: • แฟนวิศวะ • 090916#3 p.4
« ตอบ #99 เมื่อ: 06-10-2016 22:42:38 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ tiew93

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 655
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: • แฟนวิศวะ • 061016#3 p.4
«ตอบ #100 เมื่อ06-10-2016 23:12:19 »

คนเขียนสู้ๆนะคะ น้องเลย์อย่างอแงมากนะลูก เดี๋ยวพี่ฮิมหนีไปมีเมีย  :hao7:

ออฟไลน์ GGamy

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 156
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
Re: • แฟนวิศวะ • 061016#3 p.4
«ตอบ #101 เมื่อ06-10-2016 23:14:04 »

รักไรท์เหมือนกันค่ะ  :-[
ทุกคนนี่ก็ปากอย่างใจอย่างจริงๆ
นี่ถ้าไรท์มาต่อแบบนิดเดียวนี่จะตบแล้วนะ  o18
 ดีที่มาเยอะหน่อยในพอชื่นใจ  :hao7:

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7518
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
Re: • แฟนวิศวะ • 061016#3 p.4
«ตอบ #102 เมื่อ07-10-2016 00:00:59 »

ดีจายยยยยย มาต่อ  :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
ความลับเยอะะะะ มาก แต่ก็สนุกมาก
คนที่ดูแลเล ถูกลงโทษกันหมดเลย
อยากรู้ นังมารร้ายเหมียว(ที่น่าจะเลวตั้งแต่กำเนิด)
โดนอะไรบ้างมั้ย ? :katai1: :katai1: :katai1:
รอตอนต่อไป อย่างใจจดใจจ่อ
      :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:
     

ออฟไลน์ QXanth139

  • ♡동해 #Always13
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2315
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
Re: • แฟนวิศวะ • 061016#3 p.4
«ตอบ #103 เมื่อ07-10-2016 00:40:49 »

ดูลึกลับกันทุกคนเลย แล้วทำไมเลมาอยู่กับฮิมได้ ฮิมเอ็นดู? ตกหลุมรักเล?

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
Re: • แฟนวิศวะ • 061016#3 p.4
«ตอบ #104 เมื่อ07-10-2016 07:15:11 »

อิจๆๆๆๆๆๆๆนู๋เล

ต้องทำบุญด้วยอะไรถึงจะได้อยู่ท่ามกลางผู้ชายแซ่บๆขนาดนี้

ฮิม...คือพระเอก ชัวร์ๆ เชียร์ๆ

ออฟไลน์ ::ppppop::

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 59
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
Re: • แฟนวิศวะ • 061016#3 p.4
«ตอบ #105 เมื่อ07-10-2016 09:28:38 »

โอย ผู้ชายเยอะจัง เลือกไม่ถูกเลย...
พี่ฮิมเปิดตัวได้หล่อมากกกกกก :impress2:
รอนะรอนะ  :mew1:

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3385
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
Re: • แฟนวิศวะ • 061016#3 p.4
«ตอบ #106 เมื่อ07-10-2016 09:39:58 »

รู้สึกอิจเล็กๆ ทำบุญมาด้วยอะไรค่ะน้องเลถึงได้อยู่ท่ามกลางคนหล่อๆ แบบนี้

ออฟไลน์ arissara

  • ดาดาเดเด
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-2
Re: • แฟนวิศวะ • 061016#3 p.4
«ตอบ #107 เมื่อ07-10-2016 10:42:55 »

ขี้อ้อนนน เอ้ยยย ตัวเล็กๆแต่เค้ากลัวกันหมดเลย

ออฟไลน์ Foggy Time

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-1
Re: • แฟนวิศวะ • 061016#3 p.4
«ตอบ #108 เมื่อ07-10-2016 11:02:19 »

อยากเปนแม่หรอ เล 5555555555555

ออฟไลน์ nsai.ss

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 412
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-2
Re: • แฟนวิศวะ • 061016#3 p.4
«ตอบ #109 เมื่อ07-10-2016 15:27:33 »

รอค่าาาาา

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: • แฟนวิศวะ • 061016#3 p.4
« ตอบ #109 เมื่อ: 07-10-2016 15:27:33 »





ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2099
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-4
Re: • แฟนวิศวะ • 061016#3 p.4
«ตอบ #110 เมื่อ07-10-2016 17:42:41 »

 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ 205arr

  • เราคงอยู่ไกลกันเป็นพันหมื่นลี้
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 748
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-1
Re: • แฟนวิศวะ • 061016#3 p.4
«ตอบ #111 เมื่อ07-10-2016 18:48:24 »

ดีใจจังน้องเลมาแล้ว
 :katai2-1: :katai2-1:
น้องเลตื่นขึ้นมาจะว่ายังไงน้า เมื่อเห็นนาฬิกาบนข้อมือ อิอิ  :L2:

ออฟไลน์ aurusma

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 217
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-2
Re: • แฟนวิศวะ • 061016#3 p.4
«ตอบ #112 เมื่อ07-10-2016 21:33:38 »

อ้ากกกกกกก หลงแล้วววววววว >< ชอบมากค่ะ น้องเลน่ารัก พี่ฮิมก็สุดๆอ่ะะะ ติดตามค่ะ!!!

ออฟไลน์ mypink801

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1580
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
Re: • แฟนวิศวะ • 061016#3 p.4
«ตอบ #113 เมื่อ07-10-2016 22:15:32 »

น้องเลน่ารักอ่ะะะ องครักษ์เยอะจังเลยย
ชอบฮิม แบดๆ ปากแข็งแต่เน้นการกระทำ แอร๊ยยยย
อยากให้เป็นแฟนกันแล้วง่าา ชัดเจนขนาดนี้  :กอด1: :กอด1: :กอด1: :กอด1: :กอด1:

รอได้ค่า สู้ๆน้าา ชอบเรื่องนี้มากเลยย  :-[ :-[ :-[

ออฟไลน์ minjeez

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 272
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
Re: • แฟนวิศวะ • 061016#3 p.4
«ตอบ #114 เมื่อ08-10-2016 07:52:56 »

หลงเข้ามาแล้วออกไม่ได้อะ ติดนิยายเรื่องนี้ซะงั้น
น้องเลหน้ารักจัง คุณพี่สึดหล่อก็ได้ใจอิฉันสุดๆ
สรุปเลยละกัน ชอบมากกกกกก มาต่อไวๆนะคะ

ออฟไลน์ ดึงดาว

  • โตขึ้นหนูอยากเปนไร
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 142
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: • แฟนวิศวะ • 061016#3 p.4
«ตอบ #115 เมื่อ08-10-2016 15:52:02 »

ชอบๆ
มาต่อบ่อยๆนาจา เป็นกำลังใจไห้

ออฟไลน์ loveBoyoll

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 6
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: • แฟนวิศวะ • 061016#3 p.4
«ตอบ #116 เมื่อ09-10-2016 08:43:05 »

 :hao7: :hao7:

ออฟไลน์ NuNam

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-3
Re: • แฟนวิศวะ • 061016#3 p.4
«ตอบ #117 เมื่อ09-10-2016 10:14:00 »

ชอบค่ะ มาต่อบ่อยๆ เยอะๆ นะคะ รอจร้าาา

ออฟไลน์ Fasai25448

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 49
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: • แฟนวิศวะ • 061016#3 p.4
«ตอบ #118 เมื่อ09-10-2016 10:31:00 »

อ๊ากกก เฮียฮิม จริงๆด้วย
ดีต่อใจจจจจจจจจจจจจจจจจ

ออฟไลน์ :mdred

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +155/-61
Re: • แฟนวิศวะ • 061016#3 p.4
«ตอบ #119 เมื่อ09-10-2016 13:59:42 »

           
#4
 

         
ซ่า ซ่า

           
เสียงไข่ในที่กำลังทอดในกระทะเทฟล่อนชั้นดีทำให้หนุ่มผมแดงที่ตาแทบจะปิดเข้าหากันอยู่แล้วต้องลืมตาขึ้น มือหนาข้างที่ถือตะหลิวอยู่รีบตักไข่ดาวสีสวยขึ้นใส่จานก่อนที่มันจะไหม้ และเมื่อทอดไข่ดาวเสร็จแล้วเขาจึงหันไปทำอย่างอื่นที่มันยังไม่เสร็จแทน

           
รพหยิบมีดที่อยู่ไม่ไกลตัวขึ้นมาสับกระเทียมบนเขียงหนึ่งในส่วนผสมของเมนูที่จะทำในวันนี้อย่างคล่องแคล่ว ขณะหาวนอนรอบที่สี่ตั้งแต่ที่ตื่นขึ้นมาในเช้าวันนี้ ไม่รู้ทำไมคนที่หลังจากออกไปงานปาร์ตี้ตามที่มีคนชวนและพึ่งกลับมาถึงบ้านตอนตีสามอย่างเขาถึงต้องตื่นมาตั้งแต่หกโมงเช้าเพื่อทำอาหารให้คนที่ทำอาหารเก่งระดับเชฟห้าดาวอย่างน้องเล มันคงเป็นกรรมของเขาเองที่บังเอิญทุกคนในตระกูลดันทำอาชีพเป็นเชฟให้กับภัตตาคารหรูมากกว่าห้าดาว ส่วนเขาแม้จะแหวกฝูงมาเรียนวิศวะแต่ทักษะการทำอาหารที่ถูกฝึกมาตั้งแต่เด็กก็ทำให้ตนเองมีฝีมือการทำอาหารไม่ด้อยไปกว่าใคร

           
ส่วนสาเหตุที่ต้องตื่นมาทำตั้งแต่หกโมงเช้าทั้ง ๆ ที่พึ่งได้นอนตอนตีสามแบบนี้ก็คงเป็นเพราะ…

           
ร่างสูงที่กำลังนั่งจิบกาแฟอ่านหนังสืออยู่ไม่ไกลนัก บอสใหญ่ของกลุ่มที่ไม่ได้สถาปนาตัวเองขึ้นแต่รู้ ๆ กันอยู่โดยที่ไม่ต้องพูด พ่อไม่แท้ของเลที่แค่สั่งทุกคนก็ต้องทำตาม ส่วนเขาก็คือคนที่ถูกสั่ง

           
แปะ

           
กระเทียมที่กำลังจะนำไปใส่กระทะบังเอิญหล่นใส่กลางไข่ดาวน่าทาน รพส่ายหน้าให้กับตัวเองเล็กน้อยก่อนวางกระเทียมที่ยังไม่ได้ใส่ในกระทะวางไว้ที่เดิมแล้วหันไปจับตะเกียบเพื่อหยิบกระเทียมบนไข่แดงของไข่ดาวออก ทว่าขณะนั้นเอง…

           
“อ้ากกกกกกกก!!”

           
จึก!

           
เสียงตะโกนร้องของใครบางคนจากชั้นสองทำให้ตะเกียบเผลอจิ้มลงไปในไข่แดงไม่สุดจนมันไหลเยิ้มออกมา ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววหงุดหงิดขณะเงยหน้าขึ้นมองไปยังด้านบน ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูดังปังกับเสียงเท้าที่กำลังวิ่งลงมาจากบันได ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีเจ้าของต้นเสียงโวยวายก็โผล่หน้ามาให้เห็น

           
“พ่อ!!” เลตะโกนเรียกร่างอยู่ที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ไม่ไกลเขานัก ก่อนเจ้าตัวจะวิ่งเข้ามากอดฮิมที่ยังคงนั่งอยู่นิ่ง ๆ “นาฬิกานี้พ่อให้เลใช่ไหม ฮือ…เลรักพ่อ รัก ๆ ๆ ๆ ๆ รักที่สุดในโลกเลย”

           
ตามมาด้วยการหอมแก้มฟอดใหญ่ที่ทำให้รพต้องเบี่ยงหน้าหนี เขาไม่รู้หรอกว่าหลังจากนี้ด้านหลังของคนที่กำลังทำอาหารอยู่งก ๆ จะเข้าสู่โหมดมุ้งมิ้งขนาดไหน แต่ที่แน่ ๆ คือนาฬิกาโรเล็กซ์บนข้อมือของเลมันเด่นมาก ทีเมื่อวานยังทำหน้าเศร้าเพราะไม่ได้ของขวัญอยู่เลย ถัดมาอีกวันยิ้มได้ขนาดนี้แล้วเห็นทีของขวัญที่เขาจะให้มันคงไม่จำเป็นแล้วล่ะมั้ง

           
แต่จะห้ามไม่ให้ดีใจเลยก็คงยาก คนพ่อเล่นให้ Rolex สั่งทำขึ้นพิเศษราคาเกินล้านเป็นของขวัญเสียขนาดนั้น เขารู้จักกับเลมาห้าปีกว่า ตั้งแต่ตอนมอหกมาจนถึงตอนนี้ ขอบอกด้วยความรู้สึกที่แท้จริงว่าถ้าเขามีน้องแบบนี้คงจะจับมันมาตีให้ก้นลาย คนอะไรเอาแต่ใจตัวเองได้ขนาดนี้ (ยังไม่ได้เจอฤทธิ์ความเอาแต่ใจของเลใช่ไหม เดี๋ยวก็ได้เห็น) แต่ลองมามองอีกทีจะไม่ให้เอาแต่ใจได้ยังไง ในเมื่อพ่อมันทุ่มให้ขนาดนี้ ขออันนั้นก็ให้ อันนี้ก็ให้

           
แต่แล้วเจ้าของเรือนผมสีแดงก็ต้องเร่งมือทำกับข้าวให้เร็วขึ้นเนื่องจากเสียงตะโกนลั่นบ้านของเลทำให้พวกที่กว่าจะตื่นพระอาทิตย์ก็แทบจะเลยกลางหัวไปแล้วต้องตื่นขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด ไอ้ไทด์กับไอ้วินเดินลงมาจากบ้านด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความรำคาญเกินลิมิต

           
“ตะโกนหาพ่อมึงเหรอ” คำทักทายแรกจากเจ้าของรอยสักลายแมงป่อง คนที่กำลังนั่งบนตักแกร่งอย่างออดอ้อนจึงตอบด้วยความอารมณ์ดี

           
“ใช่ เลตะโกนหาพ่อ”

           
“กูอยากฆ่ามึงจริง ๆ” ไทด์กัดฟันกรอดขณะเดินมาเปิดตู้เย็นแล้วเปิดขวดน้ำกรอกเข้าปาก

           
กำลังคิดอยู่ใช่ไหมว่าไอ้ผาหายไปไหน ? หลังจากจบที่ร้านเนื้อย่างเมื่อคืนมันก็กลับไปนอนคอนโดกับแฟนต่อ บ้านอันแสนวุ่นวายแห่งนี้เลยยังมีแค่พวกเขาหกคนที่อาศัยอยู่เหมือนเดิม ส่วนอีกคนตอนนี้คงยังหลับอยู่ ไม่ว่าจะมีเสียงปลุกหรือเสียงอะไรเช้าขนาดนี้มันก็ไม่ตื่นหรอก มันทำงานตอนกลางคืน เมื่อคืนก็กลับมาถึงบ้านพร้อมเขาและได้เจอกันในรอบห้าวันที่ผ่านมา เป็นคนที่กลับมานอนบ้านแต่ทุกวันแต่ไม่ได้เจอหน้ากันทุกวัน แปลกยิ่งกว่าไอ้ผาที่มีบ้านแต่ไม่ยอมกลับบ้านเสียอีก

           
“เลขึ้นไปอาบน้ำได้แล้วเดี๋ยวสาย” ได้เสียงแว่ว ๆ มาจากคนพ่อ ไม่มีเสียงตอบรับแต่หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีเขาก็ได้ยินเสียงของคนรีบวิ่งขึ้นบันไดไป…

 



 

           
วันนี้เป็นวันดีที่สุดในรอบหนึ่งเดือนของผม

           
ไม่ดีได้ยังไง พอตื่นมาปุ๊บก็เจอ Rolex บนข้อมือ อารมณ์ตื้นตันมันพุ่งขึ้นอกจนต้องระบายออกมาด้วยการตะโกนลั่นบ้านอย่างที่ทำไปแล้วเมื่อเช้า คือมันดี มันดีมาก รู้สึกดียิ่งกว่าตอนที่บารัก โอบามาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาเสียอีก เหมือนคลื่นทะเลซัดอารมณ์หม่นของผมออกซะเกลี้ยง และไม่จำเป็นต้องทายว่าใครให้ คนที่กล้าให้ของแพงสำหรับผมขนาดนี้มีแค่คนเดียว พ่อไง!!

           
“เลรักพ่อ”

           
“ไปเรียนได้แล้ว”

           
“เลรักพ่อ”

           
“รักก็ไปเรียนสิ”

           
“เลขี้เกียจ” ผมบอกตามตรง

           
“อย่าดื้อสิ” ผมเงยหน้าขึ้นมองคนที่ผมกำลังกอดอยู่ สลับกับมองไปนอกรถที่นักศึกษาเดินขวักไขว่เพราะเรามาถึงกันเกือบสิบนาทีแล้วแต่ผมยังไม่ยอมลงจากรถสักที และถ้าผมไม่ยอมลงจากรถฮิมก็จะไม่ได้ไปเรียนเพราะว่าเขาเรียนคนละตึกกับผม (ผมยังไม่ได้เรียนด้วยซ้ำเพราะวันนี้ยังทำกิจกรรมเหมือนเดิม) หลังจากกรีดร้องเพราะนาฬิกาในตอนเช้า พอโดนฮิมไล่ให้ไปอาบน้ำผมก็ไปอาบอย่างที่เขาบอก ขัดสีฉวีวรรณอย่างดี อาบเสร็จก็ลงมาทานข้าวพร้อมกับชายหนุ่มหน้าบึ้งเพราะโดนเสียงของผมปลุกให้ตื่นอีกสองคนคือพี่วินกับพี่ไทด์ ส่วนพี่รพรายนั้นไปนอนต่อเพราะพึ่งได้นอนตอนตีสามสงสัยจะไม่ไหวจริง ๆ

           
หลังจากกินเสร็จพ่อก็มาส่งผมที่มหา’ลัย เพียงแต่พอถึงมหา’ลัยแล้วผมไม่ยอมลง…

           
“วันนี้ไม่ใส่น้ำหอมเหรอ” คำถามจากคนข้างกายทำให้ผมต้องละสายตาต้องด้านนอกคนมามองคนด้านในรถแล้วพยักหน้า

           
“เลไม่ได้ใส่ มันหมด” วันนี้ถ้าจะเสียดายก็เสียดายอยู่อย่างเดียวคือไม่ได้ใส่น้ำหอม เพราะหลังไปขัดสีฉวีวรรณในห้องน้ำแล้ว ตอนออกมาปรากฏว่าน้ำหอมเกลี้ยงขวด ผมเลยตัดสินใจไม่ใส่ จริง ๆ แล้วถ้าจะใส่ใส่น้ำหอมของฮิมก็ได้ (เราใช้น้ำหอมแยกกัน) แต่กลิ่นของฮิมมันเป็นกลิ่นที่ผมอยากได้เขามีคนเดียว ไม่อยากให้คนอื่นใช้แม้แต่ตัวผมเอง “แปลกเหรอ”

           
เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาส่ายหน้า นั่นทำให้ผมต้องขมวดคิ้ว

           
ปกติผมก็ใส่น้ำหอมไม่เยอะหนิ คือซื้อมาทีหนึ่งใช้ได้หลายเดือนมาก เวลาฉีดมันเลยไม่ค่อยต่างจากไม่ฉีดสักเท่าไหร่ แต่ฮิมสามารถแยกออกว่าผมใส่หรือไม่ใส่ จมูกดีอะไรปานนั้น ขนาดผมกอดเขาปานนี้ผมยังได้แค่กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ เลย เพราะเราสองคนติดนิสัยเดียวกันคือฉีดแต่ฉีดไม่เยอะ ฉีดเยอะกลิ่นมันฟุ้ง แทนที่จะหอมดมแล้วกลับเวียนหัวแทน ผมคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนที่อยู่สูงกว่าเพราะผมเอนตัวจากเบาะข้างคนขับมากอดเขาอยู่

           
“พี่ฮิมฟิล์มรถเราทึบมากไหม”

           
“หือ ?” ใบหน้าหล่อเหลาขมวดคิ้วทันทีเมื่อเห็นผมถามแปลก ๆ ผมเลยคิดประโยคใหม่

           
“ถ้ามองจากด้านนอกคนอื่นเห็นเราที่อยู่ด้านในรถไหม” ผมว่าฟิล์มรถของฮิมมันมืดอยู่พอตัว คิดว่าถ้ามองจากด้านนอกคงมองคนในรถไม่เห็น แต่เพื่อความปลอดภัยถามเจ้าของรถเขาก่อนดีกว่า

           
คำตอบที่ได้คือการส่ายหน้า ผมเลียริมฝีปากจับมือหนาที่กำลังลูบศีรษะอยู่ออกแล้วยันตัวขึ้นก่อนจะปีนข้ามฝั่งไปนั่งคร่อมบนตักคนขับแล้วปรับเบาะให้เอนลงเล็กน้อย จนในที่สุดหัวของผมก็อยู่สูงกว่าเขา

           
เจ้าของตักที่ผมถือวิสาสะข้ามมานั่งทับไม่ได้พูดอะไรนอกจากถามว่า “คิดจะทำอะไร หืม?”

           
แถมมือหนายังให้ความร่วมมืออย่างดีโดยการเลื่อนมาโอบที่เอวผมแบบหลวม ๆ



ผมถึงต้องถามฮิมก่อนไงว่าฟิล์มรถมันทึบไหม เพราะถ้าคนด้านนอกมองเข้ามาแล้วเห็นพวกเราในสภาพนี้ เขาคงคิดว่าเป็นคู่รักที่กำลังจะเล่นพิเรนทร์บนรถยนต์แน่ๆ แม้ในความจริงแล้วผมแค่ก้มหน้าเข้ากับกลุ่มผมสีดำสนิท สูดกลิ่นแชมพูสไตล์ผู้ชายโดยแท้ แล้วเลื่อนใบหน้าลงไปชิดกับลำคอขาว กลิ่นน้ำหอมของฮิมลอยมาแตะจมูก



กลิ่นบางเบาจนแทบจะโดนกลิ่นโคโลนปกปิด แต่ถ้าได้กลิ่นมันจะรู้สึกติดยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น หอมเย็น ๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายแต่แฝงอะไรเอาไว้บางอย่าง ความรู้สึกลึกล้ำที่ผมยังไม่อาจเข้าถึง แต่แค่นี้ก็ติดจนจะแย่ ถ้าเข้าถึงเมื่อไหร่ ผมกลัวว่าจากติด มันจะกลายเป็น ‘เสพติด’ แทน

 
 
 


(30%)
 
 
 
 
 
ถ้าสังเกตเวลาอัพ เราจะอัพที่ Thaiboyslove ช้ากว่าที่อื่นไม่ใช่ว่าอยากอัพช้า
แต่เราเป็นพวกอัพทีละนิด ทีละหน่อย ซึ่งการอัพทีละนิดทีละหน่อย ในเล้าเรารู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่น่ารำคาญมาก
(ไม่ใช่รำคาญเว็บนะรำคาญตัวเองแบบลงทีเดียวเลยไม่ได้เหรอ ? แต่เป็นแค่ในเล้านะที่อื่นไม่เป็น 555)
เวลาลงในเล้าเลยอยากจะลงแบบเต็มตอนเลยทีเดียว
แต่ถ้าลงเต็มตอน มันก็จะต้องรอช้ากว่าลงที่เว็บอื่น ๆ ไม่ลงก็กลัวคนอ่านในเล้าน้อยใจ
ยังไงก็ตามจะตอนต่อไปจะพยายามลงให้เต็มตอนค่ะ
 :katai1: :katai1:  :hao5:
 
 
 

 
#วิศวะแดนแฟนมีเกียร์ on twitter

ไปคุยกับป้าได้ที่ @_mdreds on twitter เช่นเดียวกัน
เลิฟ ๆ
 

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด