• แฟนวิศวะ • 290519#sp - Never have I ever p.57
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: • แฟนวิศวะ • 290519#sp - Never have I ever p.57  (อ่าน 612169 ครั้ง)

ออฟไลน์ numay

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1035
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-1
Re: • แฟนวิศวะ • 280319#44 (50%) p.55
«ตอบ #1650 เมื่อ29-03-2019 08:22:40 »

รอความหวาน

ออฟไลน์ gackmanas

  • I Remember your Eyes..
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 645
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
Re: • แฟนวิศวะ • 280319#44 (50%) p.55
«ตอบ #1651 เมื่อ29-03-2019 12:13:49 »

รอนะคะ  :katai4:

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1054
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
Re: • แฟนวิศวะ • 280319#44 (50%) p.55
«ตอบ #1652 เมื่อ29-03-2019 14:49:43 »

 :really2: พ่อเยอะจนมึนแทน

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3385
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
Re: • แฟนวิศวะ • 280319#44 (50%) p.55
«ตอบ #1653 เมื่อ29-03-2019 16:03:15 »

ถึงไม่เรียนน้องก็มีคนเลี้ยงบอกเลย แถมยังอาจได้มรดกอีกมากมายอ่ะ

ออฟไลน์ Yarkrak

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1629
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-3
Re: • แฟนวิศวะ • 280319#44 (50%) p.55
«ตอบ #1654 เมื่อ29-03-2019 20:43:33 »

ขอบคุณครับ

แล้วเราก็ต้องรอต่อไปอีกว่าจะหวานแค่ไหน

ออฟไลน์ :mdred

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +155/-61
• แฟนวิศวะ • 180419#44 p.56
«ตอบ #1655 เมื่อ18-04-2019 07:46:55 »

ep44 (100%)



เหนือน่านฟ้าประเทศไทย

เสียงกัปตันประกาศว่าอีกไม่กี่นาทีเครื่องบินจะลงจอดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นผลให้คนที่กำลังนั่งอ่านข่าวธุรกิจอยู่เงยหน้า มือหนายกแก้วไวท์แดงสัญชาติออสเตรเลียอย่าง PENFOLDS GRANGE BIN 95 ขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด จากนั้นจึงลุกขึ้น เดินเข้าไปในห้องๆ หนึ่งของเครื่องบินส่วนตัวก่อนจะพบกับร่างเล็กที่กำลังขดตัวนอนหลับอยู่บนเตียง กายขาวซ่อนอยู่ใต้ผ้านวมผืนหนา มีแค่หัวไหล่กลมมนเปล่าเปลือยโผล่ออกมาน่ามอง

เลถูกเขารังแกตั้งแต่เครื่องบินขึ้นเหนือน่านฟ้าประเทศอังกฤษ ให้พักแล้วก็รังแกวนลูบเดิมอยู่หลายครั้งจนเลสลบเหมือดเข้าจริงๆ เมื่อสามสี่ชั่วโมงก่อน รู้สึกผิด แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปอีกฮิมก็คงทำเหมือนเดิม หลังจากห่างกายเรื่องนี้ไปนานเป็นเดือนเพราะการรักษาตัวอย่างทรหด ปวดแผลยังไม่เท่ากับการปวดหนึบที่แก่นกายแต่ทำอะไรไม่ได้ เมื่อก่อนความต้องการเลของเขามันก็สูงเอาเรื่องอยู่แล้ว ยิ่งคราวนี้อีกฝ่ายมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ แทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมงเพื่อดูแลเขา ยิ่งทำให้ฮิมแทบจะคลั่งตายอยู่ร่อมร่อ เพราะจะแตะน้องทีไร แผลจากการถูกยิงมันก็ประท้วงเจ็บขึ้นมาราวกับว่าเป็นผู้พิทักษ์เลยังไงยังงั้น และเมื่อหายดีปุ๊บฮิมก็ต้องบินกลับไทยทันที เพราะมหา’ลัยเปิดเทอมไปแล้วหลายอาทิตย์ ดังนั้นเลที่ตามกลับมาด้วยจึงไม่พ้นการถูกจับกินบนเครื่องบินไปหลายต่อหลายครั้ง

ร่างหนาแทรกเข้าผ้าห่ม ขึ้นคร่อมทับคนหลับ ริมฝีปากสวยจูบซับที่หัวไหล่แล้ววนเวียนไซร้อยู่บริเวณนั้นจนคนหลับเริ่มเปิดตาขึ้น เลส่งเสียงงอแงสีหน้าเง้างอดหากสองมือกลับยกขึ้นโอบรอบลำคอ ปลายนิ้วสอดขยุ้มกลุ่มผมสีดำพร้อมรั้งศีรษะอีกฝ่ายแนบอกเพื่อให้นอนหลับด้วยกัน ฮิมค้ำแรงเอาใจ อยากตามใจน้องอยู่หรอกแต่ติดที่ว่าเครื่องบินกำลังจะลงจอด พวกเขาต้องกลับไปนั่งที่นั่งเพื่อรัดเข็มขัดตอนที่เครื่องบินลงอีกไม่เกินสิบนาทีหลังจากนี้

“Honey, wake up”

“...”

“เล”

“...”

“น้องเล

ไม่ตื่น

ฮิมถอนหายใจ ไม่พยายามที่จะปลุกน้องอีก ร่างสูงลุกจากเตียงไปหยิบเสื้อผ้าของเลที่ตกอยู่รอบขึ้นมาแต่งตัวให้อีกฝ่ายในท่านอน ก่อนจะอุ้มร่างผอมขึ้นไปที่นั่งจัดการคาดเข็มขัดให้ ทว่ากระทั่งเครื่องบินจอดสนิทบนพื้นเลก็ยังหลับอยู่ เขาไม่ได้ปลุกให้เลตื่น จัดการอุ้มคนหลับไปทั้งอย่างนั้น น้องตื่นขึ้นเองเมื่อได้ยินเสียงผู้คนพลุกพล่านในสนามบิน



บ้าน

ปวดเอว

เลบ่นว่างั้น ปวดหนักจนน้องขอแวะจอดซื้อยาคล้ายกล้ามเนื้อระหว่างขับรถกลับบ้าน แต่พอถึงบ้านปุ๊บไม่รู้ว่าอาการปวดมันหายไปไหน คนป่วยดูร่าเริงวิ่งกอดทุกคนรอบบ้านไม่เว้นกระทั่งสิ่งมีชีวิตสี่ขาที่น้องมักจะบอกว่าเกลียดอยู่ตลอดอย่างเปอร์เซีย

“พี่รพพพพพพพพ” เลกระโดดกอดเจ้าของเรือนผมสีแดง จับบ่าแกร่งคว้าหมับให้อีกคนอุ้มเหมือนลูกลิง

“เล่นอะไร”

“คิดถึงจัง”

“คิดถึงกู?”

“คิดถึงอาหารของพี่รพ”

“ตลกละมึง”

“ล้อเล่น คิดถึงพี่รพด้วย” ฮิมดึงคนที่ถูกอุ้มออกมาอุ้มเอง เลดิ้นลงแล้ววิ่งไปกอดคนอื่นแทน

“ไงมึง หายดียัง” รพทัก กวาดสายตามอง แทบจะเป็นปกติ ดูไม่มีวี่แววคนเคยถูกยิงมาก่อน มันก็ยังขรึมเหมือนเดิม บรรยากาศโดยรอบอึมครึมและน่ากลัวเหมือนเดิม “โกรธที่พวกกูไม่ได้ไปเยี่ยมนะ มึงไม่ให้ไปเอง”

วินเป็นคนส่งข่าว แน่นอนว่าทุกคนตกใจจนพูดไม่ออกตอนที่รู้ว่าฮิมโดนยิง พวกเขาตั้งใจจะบินไปเยี่ยมที่อังกฤษ แต่มันฟื้นก่อน แถมก็สั่งให้ทุกคนไม่ต้องมาเพราะว่ามหา’ลัยใกล้จะเปิดเทอมอยู่เต็มที ดังนั้นเพื่อนจึงได้แต่ส่งควรห่วงใยไป ความห่วงใยในแบบพวกเขาน่ะนะ

“ปัญญาอ่อน” คนฟังส่ายหน้าเอือมระอา อย่าว่าแต่จะโกรธ แค่คิดเรื่องที่พวกนี้จะบินไปเยี่ยมก็รู้สึกแปลกๆ เต็มทน ปกติสนหัวกันที่ไหน

ฮิมเดินผ่านเพื่อน เขาตั้งจะจับตัวเลที่กำลังเกาะแกะไทด์กับเกียร์มาทายา รู้ว่าน้องต้องบ่นว่าปวดเอวหลังจากเดิมหลังจากนี้ แต่ยังไม่ทันได้สัมผัสตัว พี่ชายสุดที่รักของเลก็เดินลงมาพอดี ร่างเล็กดุ๊กดิ๊กรีบเปลี่ยนเป้าหมายไปกอดคนพี่ทันควัน

“มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่” วินถามน้อง จมูกไซร้ขมับแล้วบังเอิญได้กลิ่นแปลกประหลาด ดวงตาคมสบตาฮิม แค่มองก็รู้ทันทีเลยว่ามันทำอะไรน้องเขาตอนอยู่บนเครื่องบิน

“ไงฮิม ดีใจนะที่ยังไม่ตาย” ไทด์ตบบ่าเพื่อนสองสามที

ฮิมไม่ได้ฟังเพื่อนพูดด้วยซ้ำ วงแขนแกร่งรีบโอบเอวบางก่อนที่เลจะหนี กระชับเข้าหาตัวแล้วอุ้มพาดบ่า

“พี่ฮิม! อย่าใช้แรงเยอะสิ เดี๋ยวไส้ทะลัก!” เลโวย คนฟังส่ายหน้าพึมพำว่าพูดไปเรื่อย ถ้ามันจะทะลักจริงคงเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่เขากระแทกหนึ่งในอวัยวะส่วนล่างเข้าใส่ร่างกายอีกคนอย่างไม่อ้อมแรงแล้ว “เดี๋ยวเลเดินเอง”

“ขึ้นห้อง”

“ทำไรเหรอ ทำตรงนี้ได้ไหม เลอยากอยู่คุยกับพี่ๆ อะ”

“เหรอ จะทายาตรงนี้เหรอ” เขากระซิบ รู้ว่าอายก็เลยไม่พูดดัง แต่ตอนนี้ห้องเงียบคนเลยได้ยินกันหมด เป็นผลให้เลหน้าแดง วิ่งขึ้นห้องไปก่อนทันที ฮิมคว้าถุงยาที่ทำตกอยู่บนพื้นจากการไล่จับตัวดี ก่อนจะหันไปบอกคนที่เลเหลือว่าเดี๋ยวลงมาคุยด้วย พวกมันพยักหน้า แต่ละคนย่างอื่นหาอะไรมานั่งทำรอหากสายตามองเขาเป็นเชิงว่าอย่านาน

ร่างสูงเดินขึ้นห้อง เปิดประตูมองคนที่กำลังนอนรอบนเตียง มือหนากดล็อกประตู ฮิมขึ้นคร่อม มือหนาไล่ปลดกระดุมเสื้อ เปลื้องผ้าน้องออก

“ปวดตรงไหน”

“ไหล่ เอว สะโพก” เลว่า ขณะที่นัยน์ตาคมจดจ้องอยู่ที่ยอดอกแดงระเรื่อน่าฟัด จนเผลอก้มลงกัดอย่างไม่รู้ตัว “พี่ฮิมหยุดเลย! ไม่งั้นเลจะทาเองแล้วนะ”

เจ้าของใบหน้าคมละหน้าออกอย่างจำใจ “เดี๋ยวพี่นวดให้”

ฮิมเสนอ เขาเลิกแกล้งน้อง บีบครีมคลายกล้ามเนื้อใส่มือ ใช้นิ้วปาดครีมแล้วพลิกตัวเลคว่ำ แต้มครีมลงตามจุดที่เลบอกว่าปวดเริ่มจากไหล่แล้วนวดเบาๆ คนถูกปรนนิบัติเอามือหนุนหน้า หลับตาพริมอย่างมีความสุข

มือสากเลื่อนมาถึงเอว แต้มครีมใส่แล้วออกแรงนวด บริเวณนี้ขึ้นยังขึ้นสีแดงอ่อนอย่างเห็นได้ชัดผลมาจากการที่เขาขย้ำเอวแรงไปหน่อย แต่จุดที่เกิดรอยแดงเด่นชัดที่สุดเห็นจะเป็นส่วนที่สาม… สะโพก

กางเกงยางยืดถูกดึงลงต่ำหมิ่นเหม่ เผยสะโพกและบั้นท้ายที่เปลี่ยนสีชั่วคราว จากขาวสะอาดกลายมาเป็นแดงระเรื่อ ฮิมแต้มครีมใส่แล้วออกแรงนวดตาม คนน้องส่งเสียงประท้วงว่าปวดช่วงแรกก่อนจะสงบลง กลับกันคนนวดกลายมาเป็นคนปวด(หนึบ)เสียเอง

แก่นกายแข็งชันขึ้นใต้กางเกงยีนส์ Armani สีเข้ม มือไล่ต่ำลงเรื่อยๆ จนถึงกึ่งกลางของบั้นท้ายขาว สองนิ้วเรียวเกือบแทรกเข้าใส่ใจกลางนั่นอย่างเผลอไผลถ้าไม่ติดที่ว่าคนนอนราบพลิกตัวกลับ เลรีบดึงกางเกงขึ้น สายตามองมาอย่างรู้ทัน

“จะโกรธแล้วนะ” ฮิมข่มใจ ปล่อยน้องหนีได้แต่ยังไม่วายตบก้นอวบนั่นสองสามทีอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะเดินลงไปด้านล่างพร้อมกับอีกคน



บรรยากาศเดิมกลับมา แบบที่ทุกคนมานั่งรวมตัวแล้วก็พูดคุยกันอย่างนี้ แน่นอนว่านั่งคุยเฉยๆ ก็ดูจะไม่สนุก แอลกอฮอล์และเบียร์ถูกเปิด ควันบุหรี่หลากหลายยี่ห้อลอยว่อนอยู่ในห้องจนต้องปิดแอร์ เปิดประตู หน้าต่างออกเพราะเลที่แพ้ควันบุหรี่หน่อยๆ เริ่มไอและหายใจติดขัด

น้องนั่งอยู่บนตักฮิม เอาหัวซบบ่าเจ้าของตักและพาดขาไปทางพี่ชายที่กำลังลงมือตัดเล็บเท้าให้

“สรุปว่าน้องเลจะไม่ต่อที่ไทยเหรอ?” จบคำถามจากผา เลก็พยักหน้า

เขากลับไทยครั้งนี้ไม่ได้มาเรียนต่อ แต่มาลาออกรวมถึงจัดการเรื่องทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนที่จะย้ายไปอยู่อังกฤษกับคุณพ่อและอาจจะอยู่ที่นั่นถาวร เพราะธุรกิจต่างๆ รวมถึงบริษัทหลักที่พี่ฮิมต้องเป็นคุมบังเหียนในอนาคตนั้นทุกอย่างล้วนอยู่ที่อังกฤษ

เรื่องเรียน ไม่มีใครบังคับเล เป็นตัวเลเองที่เลือกไม่ได้ แต่ยืนยันว่าในอนาคตตัวเองอยากจะเป็นนักแข่งรถ เขาชอบในด้านนี้ เก่งในด้านนี้ และไม่เห็นว่าตัวเองจะเหมาะกับอะไรอย่างอื่นไปมากกว่านี้อีกแล้ว ดังนั้นหลังจากไปคุยกับคุณพ่อเป็นครั้งที่สอง ท่านก็เลยเสนอทางเลือกมาให้สองทางด้วยท่าทีจริงจังผิดไปจากเดิม

หนึ่งคือไปเรียนต่อที่อังกฤษจนจบ รับปริญญาไว้เป็นคุณวุฒิ ต่อจากนั้นคุณพ่อจะดันเขาเข้าสู่แวดวงให้เอง สองคือมุ่งทางตรง ไม่ต้องเรียนในมหา’ลัย แต่ต้องไปเรียนรู้เรื่องรถหรือพวกเรื่องพื้นฐานสำหรับการแข่งรถโดยเฉพาะ กับเพื่อนของคุณพ่อจบจาก MIT ซึ่งเลเคยรู้จักในคราวก่อนจะมาเป็นโค้ชให้ ถ้าเรื่องพื้นฐานแม่น ความสามารถพร้อมแล้ว ต่อจากนั้นจะสมัครเข้าไปเป็นนักแข่งให้กับเฟอร์รารี่ แม็กลาเรน เมอร์เซเดส-เบนซ์ หรือบริษัทอื่นก็ค่อยว่ากันไป เพราะเป้าหมายสูงสุดของเลคือการชนะการแข่งขัน Formula1

ทุกคนฟังแล้วก็พยักหน้า ไม่มีใครพูดว่าเลไม่เหมาะกับอาชีพนี้ เพราะถ้าเป็นเรื่องรถ ก็ต้องยอมรับว่าเลโดดเด่นเรื่องนี้ สมแล้วที่โตมากับบ้านซึ่งทำธุรกิจใหญ่เกี่ยวกับรถ

“เลกลับอังกฤษวันไหน” วินถาม

“วันพุธหน้า”

“อาทิตย์เดียว?” เกียร์ถาม หันไปมองเจ้าของตักแกร่งที่เลนั่งทับซึ่งไม่น่าจะยอม บัดนี้กลับทำหน้านิ่ง

เลถอนหายใจ เรื่องนี้ทำให้ฮิมงอนเขานิดหน่อย ที่เลต้องรีบกลับก็เพราะคุณพ่อ ตั้งแต่ที่รู้ว่าเป็นลูกแท้ๆ ผ่านมาเป็นเดือนแล้ว การดูแลพี่ฮิม ทำให้เลไม่ได้ไปอยู่กับอีกฝ่ายที่ทำท่าว่าอยากจะเลี้ยงเขาจนใจจะขาดแบบจริงๆ จังๆ เพราะอันที่จริงคุณพ่อเสนอทางเลือกที่สามซึ่งเป็นทางเลือกพิเศษให้ด้วย นั่นคือไม่ต้องเรียนหรอก ให้พ่อเลี้ยง ซึ่งดูเหมือนว่าข้อนี้คุณป๋าของเลจะภูมิใจนำเสนอเสียเหลือเกิน

ดังนั้นการกลับไทยเพื่อมาเคลียร์ธุระในครั้งนี้ จึงได้ระยะเวลาอยู่แค่อาทิตย์เดียว นานกว่านั้นเลเชื่อว่าคุณป๋าของตัวเองอาจจะขึ้นเครื่องบินเจ็ตตามมาถึงไทย

แต่การเอาใจคนหนึ่ง ผลลบไปก็ส่งไปถึงอีกคน ถ้ากลับอังกฤษนั่นหมายถึงเขาอาจจะต้องห่างกับฮิมเป็นเดือนๆ ส่งผลคนที่พึ่งหายจากการถูกยิงแต่กลับได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันแบบปกติแค่หนึ่งอาทิตย์แสดงอาการงอนหน่อยๆ แต่เขาเชื่อว่าพี่ฮิมเข้าใจ ไม่อย่างนั้นก็คงคัดค้านหรือขอยืดเวลาไปแล้ว

เอาเถอะ! ในหนึ่งอาทิตย์นี้ เขาจะพยายามตามใจพี่ฮิมให้ได้มากที่สุดก็แล้วกัน

คุยต่ออีกประมาณสามสิบนาทีเลก็ขอขึ้นห้อง เจ้าตัวถอดเสื้อผ้าหยิบ Macbook เดินเข้าห้องน้ำ ลงแช่ตัวในอ่างกุชชี่พร้อมกับเปิดหนังดูจนจบเรื่องหนึ่ง แล้วเดินออกจากห้องน้ำพร้อมกับกลิ่นกายน้ำฟุ้ง

เลเปิดประตูในจังหวะเดียวกันที่ร่างสูงเปลือยท่อนบนกำลังถอดเข็มขัดที่สะโพก กลิ่นแอลกอฮอล์ลอยอบอวนเป็นหลักฐานว่าเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาฮิมดื่มหนักขึ้นพอสมควร คน(ท่าจะ)เมาเห็นเขาก็เดินมาหา ทำตาระยิบระยับใส่โอบกอดเอาไว้ก่อนจะไซร้คอ

“Are you drunk?” เลถามตามตรง อีกคนส่ายหน้าปากบอกว่าไม่เมาแต่นัยน์ตาหวานหยดเยิ้มไปแล้ว คนมองสรุป “You get drunk.”

“No, I’m not”

“Yes, You are” เลยืนหยัดในคำพูดจนร่างสูงหัวเราะ ทุ่มน้องลงเตียงพร้อมกับคร่อมทับ

“Okay babe” กายหนายอมแพ้ตอนที่ได้กัดริมฝีปากล่างของอีกคน ปลายลิ้นสัมผัสกันเพียงนิดหน่อยฮิมก็ถอยออกมากระซิบน้ำเสียงแหบพร่าข้างหู “I’ll be whatever you want me to be หืม ดีไหม”

เกือบแล้ว

เกือบดี ถ้ามือของอีกฝ่ายไม่ไล้พล่านอยู่ตรงต้นขา บีบเค้นหนักหน่วงขึ้นมาถึงสะโพก คนเมามอมให้เลรู้สึกเมาตามด้วยริมฝีปาก ส่งผ่านกลิ่นแอลกอฮอล์และรสชาติผ่านปลายลิ้นที่ยังคงกรุ่นรสสัมผัสเจือจาง ใบหน้าหล่อเหลาผละออกวกกลับเข้ามาใกล้ริมฝีปากอีกครั้งก่อนเบี่ยงไปหอมข้างแก้มฟอดใหญ่แทน

“ฝันดีครับ”



เลตื่นอีกทีตอนสิบโมงเช้า พื้นที่เตียงข้างกายเย็นชืดบ่งบอกว่าฮิมคงลุกออกไปนาน อาบน้ำแล้วลงมาหาอะไรทานก็พบว่าทั้งบ้านไม่มีใครอยู่แล้วนอกจากเขา หนึ่งชั่วโมงต่อมาเลเตรียมเอกสารสำหรับการยื่นลาออกให้เรียบร้อยก่อนจะขับรถไปมหา’ลัย เขานัดเจอกับพี่ฮิมที่ใต้ตึกคณะ ร่างสูงในชุดนักศึกษาที่ไม่ได้เห็นมานานจนดูแปลกตาเดินมาหาในเวลาเที่ยงตรงก่อนจะพาไปยื่นเรื่อง

ต่อจากนั้นพี่ฮิมต้องกลับไปเรียนเสริม อาจารย์ใจดีสอนชดเชยช่วงแรกที่ขาด เลจึงใช้โอกาสนั้นไปหาพี่รหัส พี่นนท์นี่ถึงกับร้องไห้ตอนที่เขาบอกว่าตัวเองลาออกจากมหา’ลัยและจะไปอยู่ที่อังกฤษ บรรยากาศเศร้าเข้าครอบงำทันตาเห็น แต่หลังจากเศร้าเสร็จพี่รหัสก็เรียกรวมพล ทั้งแก็งโรซารี่และเพื่อนหลีดตั้งใจจะจัดงานเลี้ยงส่งให้เลภายในวันนี้

สุดท้ายเรามาอยู่กันที่ร้านเนื้อย่าง งานเล็กแต่อุ่นใจ แก็งโรซารี่ย่างเนื้อแล้วขุนให้เขากินจนท้องจะแตก นั่งกินนานจากบ่ายสามกว่าจนถึงสามทุ่ม กระทั่งพี่ฮิมโทรตาม มื้อค่ำของวันนี้จึงจบลงด้วยความรู้สึกเศร้าปนสนุก ไม่รู้ว่าพอไปที่อังกฤษแล้วเขาจะหาพี่และเพื่อนแบบนี้ได้อีกไหม

วันที่สองเรื่องการที่ยื่นให้มหา’ลัยเสร็จเรียบร้อย การลาออกเสร็จสมบูรณ์​ รู้สึกเปลี่ยวนิดหน่อยตอนที่รู้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นนักศึกษาของมหา’ลัยอีก ต่อมาเลไปบอกลาพี่ๆ ที่คลับและพี่ๆ ที่บริษัทฮิมรวมถึงจัดการเรื่องวีซ่าอีกนิดหน่อย แต่หลังจากเสร็จหมดทุกเรื่องที่อยากทำแล้วเขาก็หันมาใช้เวลากับฮิม อย่างเช่นไปกินข้าวด้วยกัน ไปดูหนังกัน นอนกอดกัน ทำอะไรหลายๆ อย่างด้วยกัน เป็นอย่างนั้นจนกระทั่งถึงวันสุดท้าย

หลายคนไปส่งเลที่สนามบิน ตั้งแต่พี่และเพื่อนในมหา’ลัย สามสหายเกี๊ยกดินพิษ พี่ๆ ที่คลับอย่างพี่บอม พี่ตี๋ พี่ซัน สุดท้ายคือพี่ๆ ในบ้าน เลขอกอดทุกคนที่มาส่ง จากที่คิดว่าไม่เป็นอะไรในตอนแรก ตอนนี้กลับรู้สึกเหว้งว้างในใจจนสุดท้ายก็ได้ร้องไห้ออกมา เริ่มเข้าใจความรู้สึกของคนที่ร้องไห้ในสนามบินที่เคยเห็นผ่านคลิปหรือผ่านหนังขึ้นมาทันตาเห็น อันที่จริงเลมีแพลนที่จะกลับไทยเพื่อมาหาพี่ฮิมในอีกสองเดือนข้างหน้าเสียด้วยซ้ำ แต่มันก็แค่อยู่ชั่วคราวเท่านั้น ยิ่งถ้าพี่ฮิมเรียนจบเมื่อไหร่ โอกาสที่จะมาไทยก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น การบินไปอังกฤษในครั้งนี้จึงเป็นการบ่งบอกว่าบ้านหลักของเขาไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทยอีกต่อไป

อีกสิบนาทีเลจะต้องเข้าเกท สามนาทีแรกใช้ในการถ่ายรูปรวม เจ็ดนาทีที่เหลือในตอนนั้นพี่รพ พี่ไทด์ พี่เกียร์ พี่ผาล้อมวงเข้ากอดหอมแก้มทีละคน กระซิบว่าถ้ามีโอกาสจะบินไปหาที่อังกฤษ อวยพรในเขาโชคดี ขอให้มีความสุขมากๆ เป็นโอกาสพิเศษหนึ่งในไม่กี่ครั้งหลังจากอยู่รวมกันมาเกือบสี่ปีที่พี่ๆ ไม่ได้พูดเล่นหรือติดตลกแต่แสดงออกด้วยความจริงใจ เลได้รับของขวัญชิ้นหนึ่งมาด้วย พอเปิดดูก็ถึงกับน้ำตาไหลพราก มันไม่ได้มีมูลค่าสูงถ้าเทียบกับเงินตราแต่มีคุณค่ามหาศาลทางจิตใจ

เป็นอัลบั้มรูปถ่ายตั้งแต่วันแรกที่เลเข้ามาอยู่ในบ้านกับทุกคน และอีกหลายรูปของเขากับทุกคนในแต่ละวันธรรมดาหรือวันพิเศษที่ได้อยู่ร่วมกัน ส่วนมากเป็นภาพแอบถ่ายเขาที่คนถ่ายจะเป็นคนไปไม่ได้นอกจากผู้ร่วมบ้าน บางภาพมีคำบรรยายออกไปในเชิงตลก แต่เมื่ออ่านแล้วนึกถึงเหตุการณ์นั้นแทนที่จะตลกกลับทำให้น้ำตาไหลแทน

ห้านาที พี่ดีนกับพี่วินเข้ามาเช็ดความเรียบร้อยให้ ทั้งสองเขม่นกันหน่อยๆ เรื่องนี้เป็นที่หลายคนตะลึงเมื่อได้รู้โดยเฉพาะๆ พี่ในบ้านและคนไม่กี่คนในแก็งของพี่ฮิม ก็หัวหน้าใหญ่จากสองแก็งที่เคยยกทัพจะตีกันตายเพราะเล ดันเป็นพี่คนละพ่อของเลซะได้ ทั้งสองเกือบได้ตีกันจริงๆ กลางสนามบินตอนที่เลเข้าไปกอดทั้งสอง โดนพี่วินหอมแก้มและโดนพี่ดีนจุ๊บปาก

เสร็จธุระกับทุกคนแล้ว เขากับพี่ฮิมสองคนก็เดินออกห่างจากคนอื่นไปที่ลับตาคน จากนั้นก็ตะปบจูบเข้าหากันจนริมฝีปากบวมเจ่อ คนตัวสูงกระซิบบอกรัก ส่วนเลย้ำไม่จริงจังว่าห้ามมองคนอื่นระหว่างที่เขาอยู่ห่าง ฮิมหัวเราะรวบตัวเขาไปกอดอีกสักพักก่อนจะปล่อยออกเมื่อถึงเวลาที่ต้องไปจริงๆ

นาทีสุดท้ายเลโบกมือลา จากนั้นจึงเข็นกระเป๋าเดินทางเดินเข้าเกทไป เวลาที่หนาวจับใจจริงๆ ไม่ใช่ตอนที่โบกมือลาทุกคน แต่เป็นวินาทีที่เครื่องบินส่วนตัวทะยานขึ้นฟ้า พอมองลงมาเห็นทัศนียภาพด้านล่าง ร่างบางก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่



ลาก่อนประเทศไทย





(100%)



#วิศวะแดนแฟนมีเกียร์

หลังจากผ่านเรื่องมามาก ตอนนี้รู้สึกเหมือนเลโตขึ้นอีกขั้น แบบน้องต้องไปใช้ชีวิตแล้วอะไรประมาณนั้น y-Y

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7677
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
Re: • แฟนวิศวะ • 180419#44 p.56
«ตอบ #1656 เมื่อ18-04-2019 09:14:24 »

รอตอนต่อไป

ออฟไลน์ arjinn

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1369
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +180/-1
Re: • แฟนวิศวะ • 180419#44 p.56
«ตอบ #1657 เมื่อ18-04-2019 09:22:30 »

แล้วจะยังไงต่อ

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1719
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
Re: • แฟนวิศวะ • 180419#44 p.56
«ตอบ #1658 เมื่อ18-04-2019 10:10:03 »

 :hao5: :hao5:

ออฟไลน์ klaew

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1237
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-2
Re: • แฟนวิศวะ • 180419#44 p.56
«ตอบ #1659 เมื่อ18-04-2019 10:33:26 »

น้องโตขึ้นนะ
ฮึบไว้ลูกน้องเล สู้ๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: • แฟนวิศวะ • 180419#44 p.56
« ตอบ #1659 เมื่อ: 18-04-2019 10:33:26 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1054
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
Re: • แฟนวิศวะ • 180419#44 p.56
«ตอบ #1660 เมื่อ18-04-2019 11:40:00 »

 :laugh: พี่ฮิมขาดใจตายแน่ๆ

ออฟไลน์ numay

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1035
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-1
Re: • แฟนวิศวะ • 180419#44 p.56
«ตอบ #1661 เมื่อ18-04-2019 13:03:15 »

รอตอนต่อไป

ออฟไลน์ mypink801

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1580
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
Re: • แฟนวิศวะ • 180419#44 p.56
«ตอบ #1662 เมื่อ18-04-2019 16:24:50 »

น้องเลลูกกกก โตขึ้นแล้วนะ
รอหวานๆ  :กอด1:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
Re: • แฟนวิศวะ • 180419#44 p.56
«ตอบ #1663 เมื่อ18-04-2019 22:46:00 »

รอดูความสำเร็จของหนูเล  :katai2-1:

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2224
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
Re: • แฟนวิศวะ • 180419#44 p.56
«ตอบ #1664 เมื่อ19-04-2019 00:45:03 »

รอวันที่จะได้อยู่ด้วยกันอีกนะน้องเล

ออฟไลน์ เก้าแต้ม

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1290
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-3
Re: • แฟนวิศวะ • 180419#44 p.56
«ตอบ #1665 เมื่อ19-04-2019 17:19:19 »

บรรยากาศเริ่มผ่อนคลาย :mew3:

ออฟไลน์ A_Narciso

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 879
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-2
Re: • แฟนวิศวะ • 180419#44 p.56
«ตอบ #1666 เมื่อ24-04-2019 14:11:41 »

เอาน่า..อีกแป๊ปเดียวพี่ฮิมก็บินตามไปอังกฤษละ

ออฟไลน์ :mdred

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +155/-61
• แฟนวิศวะ • 180519#45 (end) p.56
«ตอบ #1667 เมื่อ18-05-2019 22:02:24 »

   #45 (end)

   

   2 เดือนต่อมา

   บนหน้าจอ Macbook Pro ฉายภาพสลัวเหมือนสัญญาณติดขัด สักพักมันก็ขึ้นภาพใบหน้าสวยที่ตอนนี้… บูดบึ้ง

   (โดนโค้ชด่า) เลบอกเหตุผลก่อนที่เขาจะถาม (ดุยิ่งกว่าหมีกริซลี่)

   ฮิมหัวเราะ มือหนาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ นั่งฟังน้องบ่นโดยที่ยังไม่ออกความเห็นอะไร (เมื่อสี่วันก่อนคุณพ่อพาไปแฟรงเฟิร์ตกะทันหัน เลเลยไม่ได้บอกโค้ชล่วงหน้าแถมวันนี้มาสายอีกเพราะพึ่งถึงอังกฤษตอนตีห้า เหนื่อยแย่)

   “ไม่ได้บอกเหรอว่าคุณพ่อพาไปน่ะ”

   (บอกแล้ว แต่ใครจะกล้าด่าคุณป๋าของเลเล่า!) เจ้าตัวบ่นๆ ไป (คิดถูกหรือผิดเนี่ยที่เลือกทางนี้เหนื่อยยิ่งกว่าเรียนมหา’ลัย ไม่มีเวลาให้เลได้พักเลย หายใจเข้าออก เป็นซ้อม เรียน ซ้อม เรียน)

   คนฟังพยักหน้า เขาออกจะเห็นใจเลหน่อย ฮิมได้ดูตารางเรียนคร่าวๆ ของน้องแล้ว หนักจริง ไม่ง่ายเลยสักนิด ส่วนใหญ่เน้นทางปฏิบัติเสียมากกว่า ทางที่เลเลือกคือไม่เรียนมหา’ลัยแต่เรียนกับโค้ช เพื่อนของคุณพ่อที่จบจาก MIT มาเหมือนกัน ซึ่งไม่ง่ายแถมยังยากกว่าที่คิด น้องได้ซ้อมหนักมาก บางวันกินเวลาไปกว่า 10-15 ชั่วโมง เมื่อเดือนก่อนเจ้าตัวพึ่งมาโวยกับเขาว่าได้ฝึกไดรฟ์ซ้ำไปซ้ำมา เวียนหัวจนอ้วกแตก

   ทว่าสุดท้ายเจ้าตัวกลับถอนหายใจ สรุปใจความทั้งหมดได้ว่า (แต่บ่นไปก็เท่านั้นแหละ โค้ชอยากให้เลเก่งยิ่งกว่านี้ก็เลยดุหน่อย เข้าใจ)

   “คนเก่งของพี่โตขึ้นแล้ว” ฮิมอดที่จะชมไม่ได้ ดูเหมือนตั้งแต่ที่ไปอยู่อังกฤษ เลมีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียว

   เลเปลี่ยนเรื่องคุย น้องบ่นคิดถึง จากนั้นก็คุยกันว่าชีวิตความเป็นอยู่เดี๋ยวนี้เป็นยังไง จบด้วยคำถามที่ว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่

   (อีกไม่กี่เดือนเอง) อีกไม่กี่เดือนที่ว่าฮิมก็จะเรียนจบ แน่นอนว่าคราวนี้คนที่จะมาไทยไม่ใช่แค่น้องเลแต่เป็นทั้งบ้าน เดินทางเพื่อมางานรับปริญญาเขา (แล้วเราก็จะได้อยู่ด้วยกัน)

   ประโยคสุดท้ายลงเสียงอ้อนๆ เห็นให้ภาพ น้องเล ทำไมน่ารักแบบนี้นะ

   “แค่คิดถึง ไม่ต้องเป็นห่วงพี่หรอก เลตั้งใจในสิ่งที่น้องอยากทำเถอะ”

   เขารู้ว่าน้องรู้สึกไม่ดีนิดหน่อยที่ต้องเลือกระหว่างเขาที่พึ่งถูกยิงมากับคุณพ่อตัวเองเมื่อหลายเดือนก่อน เห็นได้ชัดว่าเวลาคุยกันทีไร เจ้าตัวจะพยายามเอาอกเอาใจเขาเกินเหตุ ซึ่งบางครั้งการที่เลพยายามมากจนเกินไป มันทำให้น้องคิดมากในเรื่องที่ฮิมไม่ถือสาหาความอีก เขาเข้าใจดี

   คนตัวเล็กเงียบไปสักพัก ก่อนจะพยักหน้า สีหน้าดูดีขึ้นกว่าเดิม ดวงตากลมโตประกายแวววับคล้ายกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ทันทีที่อ้าปากเสียงตะโกนเรียกให้เลกลับไปซ้อมก็ดังขึ้นขัดจนใบหน้าสวยกลับไปบึ้งตึงดังเดิม

   “โดนเรียกแล้วนั่น” โค้ชหมีกริซลี่ที่เลว่าโผล่เข้ามาอยู่ในหน้าจอ น้องส่งจุ๊บข้ามทวีปมาให้ ฝากบอกคิดถึงทุกคนก่อนที่สัญญาณภาพจะตัดไป

   แก้วกาแฟเย็นชืดหมดแล้ว ฮิมปิดแมคบุ๊กลง มองเอกสารที่กองพะเนินบนโต๊ะแล้วถอนหายใจ ไม่ใช่แค่เลคนเดียวที่ต้องพยายาม เขาก็เช่นกัน

   

   หลายเดือนต่อมา

   วันรับปริญญา

   ร้อนขั้นสุด

   ผมปาดเหงื่อบนหน้าผาก มองสภาพผู้คนหลากหลายวัยที่กำลังเดินพลุกพล่านไปมา มีตั้งแต่เด็กทารกไปจนถึงคนเฒ่าคนแก่ งานนี้ไม่ว่าใครก็อยากมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกหลานของตัวเองทั้งนั้น

   เราอยู่ในช่วงรอการทำพิธีเสร็จ ซึ่งนั่งรอมาแล้วเกือบสองชั่วโมง คงใกล้จะถึงเวลาเลิกแล้ว

   “คุณพ่อพี่ฮิมเนี่ย สุดยอดไปเลยนะ” จู่ๆ พี่รหัสข้างกายของเลก็พูดขึ้น สายตาของทุกคนรอบกายผมหันไปมองกลุ่มผู้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปอีกหน่อยกำลังยืนคุยกันใต้ร่มไม้ “หล่อเป็นบ้า!”

   “พี่เคยสงสัยว่าคนลูกหล่อขนาดนี้ คนพ่อจะหล่อขนาดไหน พอเห็นแล้ว อื้อหือสเปค!” พี่ไก่ว่าพร้อมสูดปาก ทำท่าเหมือนน้ำลายจะหกจนผมเผลอหัวเราะ

   ไม่แปลกใจหรอก วันนี้คุณพ่อทั้งหลายหล่อกันมากจริงๆ ว่าครอบครัวอื่นเขาขนกันมาทั้งบ้านแล้ว ครอบครัวผมก็ไม่แพ้กัน คุณแม่พี่ฮิมซึ่งเป็นผู้หญิงคนเดียว ส่วนรุ่นพ่อตั้งแต่พ่อพี่ฮิม พ่อพี่วิน และคุณพ่อของเลมากันทั้งหมด โดดเด่นและตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่นตั้งแต่เดินลงมาจากมาเซราติคันหรู อีกทั้งสามพ่อยังพร้อมใจกันใส่ชุดสูทสีดำคล้ายๆ กันจนดูเป็นกลุ่มเป็นแก็ง นั่นยิ่งทำให้เด่นเข้าไปใหญ่ แล้วแต่ละคนหล่อน้อยซะที่ไหน เริ่มจากส่วนสูงก็หนึ่งร้อยแปดสิบขึ้นไปกันทั้งนั้น อายุก็พึ่งจะสี่สิบต้นๆ เพราะมีลูกเร็วกันหมด วัยผู้หญิงกำลังติด ยิ่งยืนคุยกันในชุดสูทออกทางการ เลคิดว่าถ้ามีแก้วเชมเปญเพิ่มเข้ามาหน่อย จากภาพคุณพ่อมางานรับปริญญาลูกสามารถเปลี่ยนเป็นภาพนักธุรกิจกำลังคุยเรื่องธุรกิจเงินล้านกันได้เลย

   อ้อ! ยัง ยังไม่หมด รายล้อมกลุ่มของคุณพ่อ ก็มีเหล่าครอบครัวของพี่ๆ ในบ้านเช่นเดียวกัน อย่างครอบครัวของพี่รพเองก็พึ่งเชิญพวกเราไปเลี้ยงฉลองภัตตาคาร งานนี้คุณพ่อตอบตกลง ดังนั้นเลจึงคิดว่าวันนี้อิ่มแปล้แน่นอน เพราะได้ยินมาว่าถึงกับปิดภัตตาคารฉลองให้พี่รพ แต่ก็นั่นแหละ ลูกชายจะดูดีได้ DNA พ่อแม่ก็ต้องไม่ธรรมดา วันนี้ผมจึงได้เห็นเหล่าต้นแบบที่เผยแพร่ความหล่อและดูดีของพี่ๆ แต่ละคน สวยหล่อจนตาพร่า แต่ละบ้านดูดีกันทั้งนั้น

   “กูชอบพ่อพี่วิน” พี่เชอร์รี่ว่า เลียริมฝีปาก สายตาจ้องเป้าหมาย “หล่อเว่อร์วัง หล่อออร่ามาก”

   “อย่าว่างั้นงี้เลย แต่ตั้งแต่ที่จ้องมา คุณพ่อน้องเลทำผู้หญิงมองตามหยาดเยิ้มไปหลายรายแล้ว” เห็นพี่รหัสว่างั้น ผมจึงรีบหันหน้าไปหาคุณป๋า บังเอิญอีกฝ่ายมองมาพอดี ร่างสูงโปรยรอยยิ้มก่อนจะกระดิกนิ้วเรียก ซึ่งภาพตรงหน้า ทำเอาหนึ่งในแก็งโรซารี่ถึงกับเลือดกำเดาไหล “เอื้อก! ไม่ไหว ให้ไปเป็นแค่คนใช้ในบ้านกูก็จะเป็น”

   ผมหัวเราะ ขอตัวเดินไปหาคุณพ่อที่อ้าแขนรอรับ

   “อากาศร้อนน้องออกไปตากแดดทำไม เหงื่อออกหมดแล้ว” ว่าพลางใช้ทิชชู่เปียกซับหน้าให้ “น้องเลหน้าแดงแล้วนะคะรู้ตัวไหม”

   “น้องเลไปนั่งรอในรถไหมคะ จะได้เย็น” ไม่รู้ว่าหน้าผมแดงแค่ไหน แต่คงแดงพอที่จะทำให้คุณแม่ทักขึ้นได้ เลส่ายหน้า

   “เลอยู่ได้ครับ งานน่าจะเสร็จแล้วอีกแปปเดียว”

   “งั้นเลนั่งอยู่ในร่มนะ” คุณป๋าว่าทำเสียงดุหน่อยในยามที่อยากให้ผมอยู่ใต้บังคับบัญชา วิธีนี้เลแก้โดยการทำตาโตใส่ เม้มปากเหมือนกลัว แค่นั่นคุณป๋าก็เรียบเปลี่ยนท่าทีรีบพะเน้าพะนอผมจนคุณพ่อพี่ฮิมร้องหึในลำคอ “พ่อแค่กลัวว่าน้องเลจะเป็นลม”

   “จ้าๆ” ผมนั่งรอให้ร่มอย่างว่าง่าย และหลังจากนั่งได้ไม่ถึงสามสิบนาที คนก็เริ่มแว่วๆ มาว่าพิธีเสร็จแล้ว นักศึกษามากหน้าหลากตาในชุดครุยเริ่มเดินออกมาให้เห็นเป็นการยืนยัน พวกเราทุกคนรีบเช็คความเรียบร้อย งานนี้บ้านเลถึงกับจ้างช่างภาพมืออาชีพถึงสามคนมาถ่ายรูปโดยเฉพาะ คนหนึ่งถ่ายรูปพวกเรา คนที่สองเก็บบรรยากาศ ส่วนคนสุดท้ายถ่ายวิดิโอ

   พี่วินเป็นคนแรกที่เดินมาถึง ก่อนที่พี่คนอื่นจะทยอยเดินตามมา แต่ละคนเหงื่อท่วมกันหมด วันนี้ว่าร้อนแล้ว ใส่ชุดครุยด้วยยิ่งนรกไปกันใหญ่

   “ดื่มน้ำก่อนไหม” ผมยื่นน้ำให้พี่ชาย แจกจ่ายผ้าเย็นให้ทุกคนเช็ดเหงื่อ พร้อมทั้งรีบพัดเอาอกเอาใจให้คุณชายแต่ละท่านหายร้อนก่อนจะถ่ายรูป

   พี่ฮิมมาถึงเป็นคนสุดท้าย ร่างสูงดูหงุดหงิด เห็นดังนั้นผมจึงขอปลีกตัวจากพี่วินไปหาพี่ฮิม แล้วยัดเยียดตำแหน่งคนดูแลพี่วินตกเป็นของพี่ดีน (ที่โดนเลบังคับให้มาด้วยกัน) ชั่วคราว

   อารมณ์ดีขึ้นหน่อย ฮิมจูงมือผมไปถ่ายรูปคู่ก่อน “แต่งตัวน่ารักจัง”

   “วันรับปริญญาฮิมนี่”

   “ไม่มีของขวัญให้พี่หน่อยเหรอ”

   “เอานี้ไปก่อนก็แล้วกัน” ผมยื่นช่อดอกไม้ไปให้ อันที่จริงก็เอามาให้พี่ๆ ทุกคนเหมือนกันหมด ไม่แปลกแยก ฮิมรับไป แนบจมูกสูดกลิ่นหอมเจือจางไปพร้อมกับสบสายตากับผม

   เสียงทุ้มว่า “เลคือของขวัญที่ดีที่สุด”

   

   เหตุการณ์หลังจากนั้นวุ่นวายนิดหน่อย เริ่มจากตอนที่มีผู้หญิงคนหนึ่งฝากช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับพี่ฮิมผ่านเล (ไม่กล้าเอาไปให้เอง) ผมรับเอาไว้ แต่มีคนแรกก็ต้องมีคนที่สอง สาม สี่ ตามมา รู้ตัวอีกทีอุ้งแขนของเลก็หอบดอกไม้แสดงความยินดีกับพี่ฮิมเอาไว้ไม่หมด และก่อนที่ผู้หญิงคนที่ยี่สิบกว่ากำลังจะเข้ามาวางช่อดอกไม้ที่ใกล้ท้วมหัวเลเต็มทน จู่ๆ พี่ฮิม (ที่น่าจะทนเห็นสภาพผมไม่ไหว) ก็เดินมารับโดยตรงจากมือของเธอคนนั้นไปเลย เท่านั้นแหละฝูงชน (ที่น่าจะคอยมองนานแล้วแต่ไม่กล้าเข้ามาให้) ก็ทะลักทลายเข้ามาอย่างไม่เกรงใจ เลถูกเบียดออกไปด้านนอก ส่วนร่างสูงถูกห้อมล้อมไปด้วยสาวๆ และช่อดอกไม้

   ร่างสูงหันมามองผม ดูก็รู้ว่าเมื่อสักครู่พี่ฮิมไม่พอดีที่เห็นผมโดนเบียดออกไปแบบนั้น เขาทำท่าว่าจะไม่รับของที่หลายต่อหลายคนยื่นให้และทำท่าว่าจะเดินมาหา ผมจึงต้องส่งข้อความผ่านสายตาว่าไม่เป็นไร และขอให้ฮิมรับของเอาไว้เถอะ

   ปฏิเสธไม่ได้ว่าพี่ฮิมโด่งดังในมหา’ลัยพอสมควร เลเชื่อว่ามีคนที่ชอบอีกฝ่ายอยู่เหลือล้น ทว่าน้อยคนที่จะได้เข้าใกล้ผู้ชายคนนี้ ที่เขาอยากให้ฮิมรับเอาไว้ หนึ่งเพราะนี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ฮิมยังเป็นพี่ปีสี่ ยังเป็นนักศึกษามหา’ลัย พ้นจากวันนี้ไปเขาจะกลายเป็นบัณฑิตจบใหม่ ชีวิตจะค่อยๆ เปลี่ยนไปสู่อีกโลกหนึ่งที่เรียกว่าโลกของผู้ใหญ่ ให้โอกาสคนที่ชอบและอยากเข้าใกล้พี่ฮิม อย่างน้อยก็ได้ให้ดอกไม้เป็นครั้งสุดท้าย สองคือพ้นจากวันนี้ไป มันจะกลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำแสนประทับใจยากจะลืม

   นัยน์ตาคมมองเขาสักพักก่อนจะยืนนิ่ง หลังจากนั้นฮิมถึงยอมยื่นมือออกไป รับช่อดอกไม้หลายสีที่ถูกยื่นมาให้จากทุกทิศทาง แน่นอนว่าพี่ฮิมซึ่งถูกมองว่าเป็นป้อมปราการแข็งแกร่งที่สุดยังยอมรับของที่คนอื่นเอามาให้ ดังนั้นพี่ๆ ในบ้านที่ยื่นอยู่รอบข้างจึงไม่รอด ถูกรุมล้อมและได้รับสิ่งของไปตามๆ กัน

   ลานกว้างถูกคนนับร้อยทะยอยเดินเข้ามาในชั่วพริบตาเดียว

   ผมตะลึง รู้ทั้งรู้ว่าพวกเขาเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆ คนทั้งๆ ที่ชื่อเสียงทางด้านลบก็กระฉ่อน แต่นี่มันเยอะเกินความคาดหมายจนอดทึ่งไม่ได้ ต้องใช้เวลาระยะหนึ่งกว่าที่คนจะเริ่มซา ขณะเดียวกันดอกไม้และสิ่งของรอบตัวพี่ๆ ทุกคนก็เยอะจนเอาไปขายต่อไปเลย

   ช่วงเวลาการรับของเสร็จสิ้นลงจริงๆ เมื่อลูกน้องทางฝั่งคลับที่ส่วนมากเป็นปีหนึ่งปีสองปีสามเข้ามาจัดการให้ โดยการยืนเรียงรายเป็นวงกลมขนาดใหญ่ช้อนๆ กันล้อมรอบบัณฑิตจบใหม่เอาไว้ไม่ให้คนอื่นเข้าไปหา และกันไม่ให้คนด้านในออก ผมยืนงงว่าทุกคนกำลังจะอะไร จนกระทั่งเสียงแกนนำจากใครสักคนตะโกนขึ้น การบูมเริ่มขึ้นหลังจากนั้น เสียงดังก้องกังวาลจนทำให้หลายคนหันมามอง

   พร้อมเพรียง ทรงพลัง ดุดัน จริงจัง

   สมกับเป็นวิศวะ

   ในตอนนี้เลรู้สึกดีมากที่จ้างตากล้องถึงสามคน หวังว่าการบูมครั้งนี้จะได้รับการถ่ายวิดิโอไว้ เพราะมันน่าประทับใจจนทำให้คนมองอย่างผมและหลายคนรอบด้านรู้สึกทึ่งจนน้ำตาไหล ถึงแม้ผู้ชายหกคนในวงบูมยังยืนนิ่งเหมือนไม่รู้สึกอะไร อย่างมากก็แค่เผยรอยยิ้มมุมปากให้เห็นเท่านั้น เอาเถอะ ก็สมกับเป็นพวกเขาดี

   ครั้งสุดท้ายก่อนสิ้นสุดกิจกรรมในวันนี้เป็นอะไรที่ผมชอบที่สุด คุณพ่อพี่ฮิมบอกว่าจะถ่ายรูปกลุ่มใหญ่ โดยจัดให้พี่ทั้งหกยืนอยู่ตรงกลางเป็นที่ตั้ง ครอบครัวแต่ละคนอยู่ด้านข้างหรือด้านหน้าตามลำดับ ด้านหลังส่วนใหญ่เป็นลูกน้องพี่ๆ ที่มาบูมให้ หลังไปอีกเป็นเหล่าแฟนคลับที่พากันกระโดดเด้งดึ๋งเพราะอยากร่วมเฟรม

   ผมกำลังสับสนว่าตัวเองควรจะไปอยู่ส่วนไหนของรูป สุดท้ายก็เลยตัดสินใจเดินไปยืนด้านหน้าคุณพ่อด้านข้างของพี่ๆ แต่ครั้นจะถ่ายพี่เกียร์ที่ยืนอยู่ใกล้ตัวผมก็เอื้อมมือมาดึงตัวเล คราวนี้ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะจากด้านข้าง ผมถูกจัดวางให้ยืนอยู่ตรงกลางคั่นพี่ๆ ออกเป็นสาม-สาม กลางสุด เด่นสุด เด่นกว่าพวกพี่ที่ควรจะเด่นสุดด้วยซ้ำ

   เลว่ามันเด่นไป พอจะเดินหนี พี่ฮิมกับพี่วินที่ประกบซ้ายขวาก็ยื่นมือมาจับมือผมเอาไว้คนละข้าง

   “จะถ่ายแล้วนะครับ!”

   “ตรงนี้จะดีเหรอ” ผมหันไปถามฮิม คำตอบที่ได้คือการพยักหน้า “เลว่ามันกลางไปนะ”

   “ดีแล้ว” ฮิมตอบ

   ส่วนพี่วินอวยน้อง (ซึ่งก็คือผม) ด้วยการพูดว่า “มึงอยู่กลางใจทุกคน”

   ประโยคหวานหูทำเอาผมหยุดยิ้มไม่ได้ ถึงอย่างนั้นก็หยุดต่อต้าน ยอมยื่นอยู่ตรงกลางแล้วหันไปมองกล้อง

   ไม่รู้ว่าประโยคที่พี่วินพูดมันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือเปล่า ที่แน่ๆ คือเกือบสี่ปีที่ได้อยู่ร่วมกับพวกเขา ประสบการณ์ที่ได้ ทุกอย่าง ถึงจะไม่อยู่กลางใจ แต่อยู่ในใจของผมแน่นอน

   “พร้อมนะครับ”

   1

   เพราะคนที่จองพื้นที่กลางหัวใจของเลกำลังยืนยันสิทธิ์ของเขาด้วยการกระชับมือที่ประสานกันแน่น ฮิมไม่ได้มองหน้าเขา อีกฝ่ายพูดเสียงแผ่วเบาผ่านสายลมมากระซิบข้างหู

   2

   3

   “พี่รักเล”

   แชะ!

   

   

   

ออฟไลน์ :mdred

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +155/-61
• แฟนวิศวะ • 180519#45 (end) p.56
«ตอบ #1668 เมื่อ18-05-2019 22:10:04 »

3 เดือนต่อมา

   รูปงานรับปริญญาของฮิมวินและงานของดีนในภายหลัง ถูกอัดใส่กรอบขนาดใหญ่ติดผนังบ้านเอาไว้อย่างดีทั้งที่ไทยและที่อังกฤษ เสร็จจากงานรับปริญญาของพี่ฮิมกับพี่วินแล้ว ผมต้องอยู่ไทยต่ออีก 1 อาทิตย์เพื่อรองานรับปริญญาของพี่ดีน จบงานของพี่ดีนก็เดินทางกลับอังกฤษทันที

   จากวันนั้นถึงวันนี้ก็เป็นเวลาสามเดือนแล้ว ช่วงแรกยังดูอีรุงตุงนัง ต้องใช้เวลากว่าที่หลายอย่างจะเข้าที่เข้าทาง

   เริ่มจากพวกพี่ๆ (ที่เคยอยู่) ในบ้านก่อนก็แล้วกัน หลังจากงานรับปริญญาเพียงสองวัน ข้าวของส่วนตัวของแต่ละคนที่อยู่ในบ้านก็ถูกขนออกจนบ้านดูว่างไปในทันที เลอดเปลี่ยวใจไม่ได้และรู้สึกดีที่ไม่เลือกเรียนต่อที่ไทย เพราะคงไม่สามารถอยู่บ้านหลังนี้คนเดียวได้ มันคงโหวงเหวงแปลกๆ จากที่เคยอยู่กันเจ็ดคนกับอีกหนึ่งตัว เหลือเพียงผมคนเดียว

   แต่ละคนก็แยกย้ายกันไปตามทางที่ตัวเองอยากจะได้ ผมไม่ค่อยห่วงพวกพี่เท่าไหร่เพราะพี่ฮิมเคยบอกว่าทุกคนมีบริษัทหรืองานทำตั้งแต่ก่อนจะจบปริญญารอเอาไว้ก่อนแล้ว ซึ่งถ้าจะให้เล่าว่าแต่ละคนแยกไปทำงานอะไรบ้างก็คงจะยาว ขอยกตัวอย่างพี่เกียร์ก็แล้วกัน ผมเคยถามฮิมว่าจบแล้วพี่เกียร์จะไปทำอะไรต่อ เท่านั้นแหละฮิมถึงกับปรายตามอง บอกว่าถ้าคิดห่วงเกียร์ ไปคิดห่วงคนอื่นแทนจะดีกว่า แล้วใบ้ให้ว่าการที่พี่ฮิมกลับมาศึกษางานที่อังกฤษก่อนจะขึ้นเป็นประธานบริษัทเต็มตัว ดังนั้นตอนนี้ประธานบริษัทสาขาประเทศไทยจึงว่างอยู่ตำแหน่งหนึ่ง

   ผมยังไม่ได้คำตอบชัดเจนว่าพี่เกียร์ขึ้นเป็นประธานบริษัทสาขาประเทศไทยแทนพี่ฮิมหรือยังไง อย่างไรก็ตาม เรื่องการงานของพี่ๆ แต่ละคน เลคงไม่จำเป็นต้องกังวลหรือเป็นห่วงอีกแล้ว

   “คุณหนูคะ คุณท่านฝากมาบอกว่าแขกพร้อมแล้วค่ะ”

   “เดี๋ยวเลไป” ผมละความสนใจจากรูป รีบเดินตรงดิ่งไปทางสวนดอกไม้หลังบ้าน วันนี้เรามีงาน เป็นปาร์ตี้เล็กๆ เนื่องในโอกาสอยากเลี้ยงฉลอง แขกก็มีแต่คนในครอบครัวทั้งนั้น รวมถึงครอบครัวของพี่ฮิมและพี่วินด้วยนะ จะว่าไปแล้วนี่เป็นการรวมตัวครั้งแรก หลังจากที่ย้ายมาอยู่ที่อังกฤษ

   สำหรับเล ความวุ่นวายแรกเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่ยังอยู่ไทย เพราะพวกพี่แยกย้ายกันไป บ้านที่เคยอยู่ด้วยกันซึ่งปัจจุบันเป็นทรัพย์สินของเลก็ต้องถูกทิ้งร้าง เพราะผมเองก็ดูไม่มีวี่แววว่าจะได้กลับมาอยู่ ต้องตัดสินใจว่าจะขายหรือเก็บเอาไว้ ซึ่งผลการตัดสินใจคืออย่างหลัง เก็บแล้วจ้างคนมาทำความสะอาดเดือนละครั้ง

   เรื่องวุ่นที่สองคือการย้ายบ้าน เลตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่บ้านของคุณพ่อตามคำขอร้อง อีกฝ่ายบอกว่าเขาเสียช่วงเวลาวัยเด็กของผมไปแล้ว ไม่อยากเสียเวลาที่ผมกำลังจะโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวไปอีก ซึ่งเรื่องนี้คุณพ่อของพี่ฮิมก็เข้าใจ ทางนั้นยินยอมให้ผมย้ายและขอให้แวะมากินข้าวที่บ้านบ่อยๆ แต่แน่นอนว่าเลย้ายมีหรือที่พี่ฮิมจะไม่ย้ายตาม อีกคนคือพี่วิน ผมขอให้พี่วินขายเพ้นเฮ้าส์ที่อังกฤษ เสนอให้บ้านของคุณป๋าเป็นบ้านประจำของพี่วินเวลาที่อีกฝ่ายมาอังกฤษ อีกความหมายหนึ่งก็คือให้พี่วินมาอยู่บ้านเดียวกันกับผมนั่นแหละ ทีแรกพี่ชายเลไม่ยอม แต่พอโดนอ้อนหน่อยสุดท้ายก็ใจอ่อน

   เพราะจะมีคนเข้ามาอยู่เพิ่มอีกสามคน ที่อยู่สำหรับหมาแมว คือไจแอ้นหนึ่งสองสามของเลกับเปอร์เซียของพี่ฮิม (หอบมันกลับอังกฤษด้วย) รวมเป็น 4 ตัว อีกทั้งคุณพ่อยังสั่งทำห้องสำหรับแขกเพิ่มอีกสองห้อง ดังนั้นคฤหาสน์จึงต้องทำการรีโนเวตครั้งใหญ่ กว่าบ้านจะเข้าที่เข้าทางพร้อมอยู่ เฟอนิเจอร์พร้อมจริงๆ ก็ใช้เวลาประมาณสามอาทิตย์

   “มาแล้วเหรอคุณหนู” ผมขยับเข้าไปหานั่งคุณพ่อของพี่ฮิม ทักทายคนตรงหน้าด้วยการสวมเข้ากอดพร้อมกับแนบแก้มทั้งสองข้าง “วันนี้ไม่มีซ้อมเหรอ แล้วไหนคราวก่อนบ่นว่าต้องซ้อมทุกวัน”

   “ก็วันนี้มีปาร์ตีี้นี้ คุณป๋าเลยโทรไปขอโค้ชให้”

   วันนี้หยุดเป็นกรณีพิเศษ ทั้งๆ ที่ปกติผมไม่เคยกลับทันกินข้าวเย็นเลยด้วยซ้ำ

   การฝึกซ้อมเพื่อเดินทางตามความฝันของผมมันหนักพอสมควร ไม่ใช่แค่ซ้อมหนัก อย่างอื่นก็หนัก เลต้องออกกำลังกายและกินอาหารบางประเภทที่ไม่ชอบเพื่อให้ได้รับสารอาหารครบห้าหมู่ทุกวัน การดูแลร่างกายถือเป็นเรื่องสำคัญมากในตอนนี้ เพราะถ้าซ้อมทั้งปีแต่ไปเป็นอะไรในวันแข่ง ทุกอย่างมันก็จบ

   ช่วงแรกยิ่งกว่าคำว่าเหนื่อย ร่างกายแทบแหลกสลายเป็นผุยผง ปวดตัวจนอยากหาหมอนวดทุกวัน หลังๆ จึงเริ่มชิน

   ไม่มีทางลัดในการประสบความสำเร็จ คนรอบตัวผมรวยมหาศาล เงินทำได้แค่ช่วยให้เราไปถึงจุดนั้นได้เร็วขึ้น

   อย่างไรก็ตาม เลสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไขมันบางส่วนในร่างกายเริ่มเปลี่ยนเป็นเนื้อหนังมังสาแล้ว ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณเทรนเนอร์ นักโภชนาการ และเชฟที่สามารถทำอาหารจากวัตถุดิบที่เลไม่ค่อยชอบให้ออกมาอร่อยได้

   “คิดถึงจัง คุณแม่ไม่มาเหรอครับ”

   “ดื่มชาอยู่ตรงนู้นไง”

   เลหันไปมองแล้วพยักหน้า “แด๊ดดี้ มางานเลมีของขวัญมาด้วยไหม”

   “น้องอยากได้อะไร บอกคุณพ่อสิคะ ไปขอคนอื่นทำไม” คุณพ่อตัวจริงทักท้วง

   “ได้จากคุณป๋าเยอะแล้วไง ขอแด๊ดดี้บ้าง” ว่าพลางหันไปทางคุณพ่อพี่วิน “ขอของคุณพ่อด้วยนะ!”

   ช่วงสรรพนามหรรษา เลมีคุณพ่อเพิ่มพรวดพราดขึ้นมาตั้งสามคน เรียกคุณพ่อทีนึงหันสาม เพื่อไม่ให้สับสน ดังนั้นเวลาที่พวกเขาอยู่ด้วยกัน ผมจะเรียกคุณพ่อว่าคุณป๋า เรียกคุณพ่อพี่ฮิมตามที่พี่ฮิมเรียกว่าแด๊ดดี้ ส่วนสรรพนามคุณพ่อที่แท้จริงตกไปเป็นของพ่อพี่วินแทน ที่เป็นเช่นนี้เพราะถ้าผมใช้สรรพนามว่าพ่อกับคนใดคนหนึ่งในสองคนแรกที่กล่าวถึง พวกเขาก็จะเขม่นกันทันที

   ผมนั่งกับผู้ใหญ่อีกสักพัก ก่อนจะวิ่งไปหาคุณแม่บ้าง ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบเสร็จหมดทุกอย่าง จากนั้นจึงไปหาพี่ๆ ที่กำลังตักอาหารกันอยู่

   ปาร์ตี้วันนี้เป็นบุพเฟ่ต์ มีทั้งคาวหวาน มากมายหลายรสชาติและอร่อยแน่นอน เพราะคุณป๋าลงทุนจ้างทั้งเซฟและปาติซีเยชื่อดัง ไม่รู้ว่าหมดไปเท่านั้น แต่รู้ว่าวันนี้เลได้อิ่มแน่ๆ

   ผมเข้ากอดพี่วินจากทางด้านหลัง และโดนพี่ชายสุดที่รักหยิบเนื้อยัดปาก

   “อา-ย่อย”

   “อร่อยก็กิน”

   “ทำให้หน่อย”

   “มีมือมีตีน ทำเองบ้างเล” ปากร้ายแต่มือหันเนื้อให้หน้าตาเฉย กินเรียกน้ำย่อยแล้วมันเริ่มหิวจริงๆ ผมตักอาหาร จากนั้นจูงมือพี่วินพาไปกินโต๊ะเดียวกันที่พี่ดีนนั่งอยู่ก่อน รู้ว่าทั้งสองยังเข้าหากันไม่ติดเท่าไหร่ ต่างจากคุณป๋ากับแด๊ดดี้ที่ชอบเขม่นใส่กันแต่เข้าใจกันดี แต่พี่วินกับพี่ดีนนี่ บรรยากาศเวลาอยู่ร่วมกัน มาคุแปลกๆ อย่างเห็นได้ชัด

   พี่ชายต่างพ่อกับต่างแม่ของเล ทั้งสองมีหนทางของตัวเองแน่ชัดและมีรูปแบบเส้นทางชีวิตคล้ายๆ พี่ฮิม คือทำงานตั้งแต่ยังเรียนอยู่ พี่วินเป็นรองประธานบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ (ทั้งหมดทั้งมวลเลลืมบอกเรื่องหนึ่งคือ พวกพี่เรียนคณะวิศวะ แต่ไม่ใช่สาขาเดียวกันทั้งหมด) แบบที่ไม่ใช่สร้างตึกทั่วไปแต่เป็นสร้างตึกระดับเวิร์ลคลาส คิดภาพไม่ออก ลองเสิร์จภาพตึกดังๆ ในดูไบเอาก็แล้วกันนะครับ

   พี่ดีนแตกต่างจากฮิมและวินนิดหน่อย ตรงที่พี่ดีนรับตำแหน่งประธานบริษัทเต็มตัวไปแล้ว ธุรกิจที่เจ้าตัวจัดการอยู่เกี่ยวกับเพชรพลอยและเหมืองแร่ วันดีคืนดีก็ทำสร้อยเพรชมาให้ จนตอนนี้ผมมีเครื่องประดับคอลเลคชันเพชรแท้เต็มตู้ไปหมดแล้ว

   สองพี่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือเดินทางบ่อยมากกกกกกกกกกกกก ช่วงนี้ทั้งสองเทียวไปเทียวมาระหว่างดูไบกับอังกฤษ พี่วินมีตึกที่ต้องไปจัดการ ส่วนพี่ดีนเห็นว่ากำลังจะขุดเหมืองใหม่

   “น้องเลมาให้กอดหน่อย” วิ่งเข้าไปให้พี่ดีนกอดรัดฟัดแก้มสองสามทีก็ถูกพี่วินดึงคอเสื้อออกห่าง

   “ขึ้นเครื่องบินมาเหนื่อยไหม” พี่ดีนกับพี่วินพึ่งถึงบ้านเมื่อเช้านี้เอง

   “เหนื่อยกับคน” ว่าพลางปรายตามองคนข้างกายผม รู้เลยว่าคนที่พี่ดีนสื่อคือใคร แต่แล้วจู่ๆ นัยน์ตาคมก็จ้องผมพร้อมกับหรี่ตาลง “น้องเลนั่นแหละที่ทำพี่เหนื่อย”

   ผมเม้มปากทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ มองซ้ายมองขวา รีบโก่ยแนบ…

   คืองี้เลรู้ว่าทั้งสองจะต้องบินมาอังกฤษในวันเดียวกัน ผมเลยขอให้คุณป๋าทำยังไงก็ได้ให้ทั้งสองได้ขึ้นเครื่องบินส่วนตัวลำเดียวกัน (ปกตินั่งคนละลำ) เพื่อกระชับความสัมพันธ์ แต่ดูท่าผลลัพธ์จะตรงกันข้าม

   ผมหวังว่าทั้งสองจะดีกันในสักวันหนึ่ง

   “เห็นฮิมไหมครับ” ถามแม่บ้านคนหนึ่งที่เดินผ่าน เธอพยักเพยิดไปทางห้องดนตรี พอเปิดประตูเข้าไป เสียงเปียโน เพลง Nocturne op.9 No.2 ของ Chopin ก็ดังเข้าหู คนที่เล่นอยู่คือพี่ฮิมที่ผมตามหา

   เจ้าของแผ่นหลังกว้างตรงเหยียดกำลังบรรเลงเพลงตามจังหวะ เลรอจนกระทั่งอีกฝ่ายเล่นเสร็จจึงเอ่ยชม “เพราะจัง”

   “เล่นไหมครับ”

   “เลลืมหมดแล้ว” ผมพูดติดตลก เดินเข้าไปกอดแผ่นหลังกว้าง วางคางลงบนไหล่ของอีกฝ่าย “มีคนเล่นให้ฟังแบบนี้ดีกว่า”

   โดนฮิมบีบจมูก เลเลยหอมแก้มคืน แกล้งกันไปมาก่อนจะลุกขึ้นยืน “มาตามพี่เหรอ”

   “อือฮึ” จ้องหน้าเขานิ่ง ตามไม่กะพริบ

   “ไปสิ”

   ขวับ!

   ผมยื่นมือไปจับฮิมเอาไว้ในตอนที่ร่างสูงกำลังจะเดินผ่าน พี่ฮิมคงจับความผิดปกติได้ ร่างสูงจึงยืนนิ่งยอมให้ผมลูบใบหน้าเล่นไปพลาง ขณะที่อีกฝ่ายเอียงใบหน้าแนบฝ่ามือผม ใช้ดวงตาคมจ้องเลกลับ

   ตอนนี้ฮิมกลายเป็นหนึ่งในบอร์ดบริหารของแฮมินตันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ร่างสูงต้องเรียนปริญญาโทคณะบริหารต่อ เพราะอีกไม่กี่ปีคนตรงหน้าของผมก็จะได้เป็นประธานผู้มีอำนาจสูงสุดของแฮมินตัน

   คนที่อยู่ตรงหน้าเลในตอนนี้

   ฮิมของผม

   “เลรักพี่ฮิม มากๆ เลยนะ” ผมบอกรักฮิมเป็นพันๆ ครั้ง แต่นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่คนตรงหน้าทำท่าตกใจก่อนจะยิ้มร้าย

   “ทำเหมือนจะขอพี่แต่งงาน”

   “ก็ฮิมไม่…” รีบเม้มปากเมื่อคิดได้ว่าตัวเองกำลังจะพูดอะไรออกไป “ไปกันดีกว่า คนอื่นรอนานแล้ว”

   ผมจับมือพี่ฮิม ตั้งใจจะเดินออกจากห้องแต่ร่างหนากลับไม่ยอมขยับ พอหันไปหาก็ถูกจู่โจมด้วยประโยคร้ายกาจเพราะมันส่งผลต่อหัวใจอย่างรุนแรง

   “พี่รักเล” ตามทาบมาด้วยสัมผัสนุ่มนิ่มแนบที่ริมฝีปาก อ่อนโยนจนผมใจอ่อนยวบยาบไปหมด บรรยากาศเป็นใจเหลือเกิน ผมกลัวคนอื่นรอนานทว่าทันทีที่มือหนาล้วงขึ้นสะกิดยอดอกเลก็ทนต่อไปอีกไม่ไหว เสียเวลาอีกสามสิบนาทีในห้องดนตรี เสร็จกิจจึงรีบใส่เสื้อผ้าเดินไปหาทุกคน

   ทุกสายตามองเมื่อเห็นผมกับพี่ฮิมเดินจับมือกัน ราวกับว่าทุกคนรู้ว่าผมกับพี่ฮิมทำอะไรกันก่อนมา คุณป๋าเป็นคนแรกที่ทัก

   “ไปนานจังเลยนะคะน้องเล”

   “นานแบบนี้ทำอะไรกับฮิมอยู่เหรอ”

   “เกือบให้วินไปตามแล้วสิ”


   “อย่าแซวสิ!” ผมท้วง เสียงหัวเราะลั่นดังขึ้น บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุข มันเป็นภาพที่ผมต้องการเห็นมาโดยตลอด ภาพที่ทุกคนมาอยู่ด้วยกันแบบนี้ หัวเราะแบบนี้ และมีความสุขแบบนี้ งานปาร์ตี้เริ่มต้นขึ้นหลังจากนั้น เราสนุกกันมาก ยิ่งมีแอลกอฮอล์เข้ามา ผมก็ยิ่งสนุกจนลืมเรื่องร้ายๆ ที่เคยผ่านมาไปจนหมด

   ทุกอย่างที่ผ่านมาระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปี แต่ผมกลับรู้สึกว่ามันยาวนานยิ่งกว่าระยะเวลาสิบแปดปีที่ผมเกิดมา

   ตั้งแต่ที่ยังเรียกพี่ฮิมว่าพ่อ เลื่อนขั้นมาเป็นแฟน เลิกกันไปหนึ่งครั้ง กลับมาคบกันใหม่ก็โดนบอกว่าเป็นพี่น้องกัน พอจะถูกขอแต่งงานพี่ฮิมก็โดนยิง และในระยะเวลาพวกนั้นมันก็เกิดเหตุการณ์หลายอย่างที่ให้ประสบการณ์ รวมทั้งสิ่งร้ายและสิ่งดีกับผม

   “เลมีความสุขจัง” ผมพึมพำให้พี่ฮิมฟัง ขณะเอนตัวพิงฮิมอยู่บนม้านั่ง “เลมีความสุขมากเลยพี่ฮิม”

   อ้อมแขนแกร่งกอดเลแน่นจากทางด้านหลัง “ดีแล้วนี่”

   “คิดดูสิ…”

   จากเลที่อายุยังไม่ถึงสิบแปด ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น

   ผมที่อายุสิบแปดในตอนนี้ เคยโดนทั้งเรื่องผู้หญิง เคยเจอเพื่อนที่ไม่ดี เคยแอบไปแข่งรถเถื่อน เคยเกือบถูกฆ่าโดยการวางยาพิษ เคยถูกจับลักพาตัวเรียกค่าไถ่ และที่สะเทือนใจที่สุดคือเคยเห็นพี่ฮิมถูกยิิงต่อหน้าต่อตา

   แต่ทุกเหตุการณ์ร้ายๆ ที่ผ่านมา มันทำให้ผมได้พี่วิน พี่ดีน และคุณพ่ออีกสามคน ทุกคนรวมกันเป็นสิ่งที่เลต้องการมากที่สุด เหลือแค่อีกสองสิ่งผมยังไม่ได้

   “คืออะไรบ้าง” เสียงทุ้มกระซิบถามข้างหู

   “หนึ่งคือเป็นแชมป์ Formula 1”

   “แล้วอย่างที่สอง?”

   เลยิ้มร้าย ผละตัวออกแล้วเดินหาทุกคนเมื่อได้ยินเสียงคุณป๋าชวนไปถ่ายรูป ผมหันไปมองพี่ฮิมที่ยังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม เขารอฟังคำตอบของเลอยู่

   ผมเปิดปากเอ่ยเสียงเบาแต่มั่นใจว่าพี่ฮิมได้ยิน เพราะทันทีที่พูดจบร่างหนาแทบจะวิ่งมาฉุดผมเข้าไปกอดดังเดิม

   “น้องเลมากลับเลยนะ!”

   “ไปถ่ายรูปก่อน”

   “Honey!” เสียงอ้อนจนต้องหันไปมอง ฮิมทำหน้าเหมือนลูกหมาถูกทิ้ง ผมหัวเราะก่อนจะแลบลิ้นใส่ เพราะสิ่งที่สองที่เลบอกพี่ฮิมไปน่ะคือ…

   ‘เปลี่ยนจากแฟนเป็น Husband ยังไงล่ะ’

   

   

   “ทุกคนยิ้มน่ะ เอ้า! หนึ่ง! สอง! สาม! ชีส!”

   แชะ!

   

   รูปนี้ถูกอัดเป็นภาพใหญ่ใส่กรอบติดไว้กับผนังบ้านเหมือนรูปรับปริญญาของพี่ฮิม เหมือนเป็นเครื่องเตือนใจของผมว่า กว่าที่ทุกคนในภาพนี้จะมารวมตัวกัน ผมต้องผ่านอะไรมาบ้าง

   อดีตถือเป็นบทเรียนชีวิตอันล้ำค่า แต่ไม่ว่าสิ่งที่ได้มันจะดีหรือร้ายยังไง ปัจจุบันก็ยังสำคัญที่สุด ชีวิตมันต้องเดินต่อไป

   อย่างไรก็ตาม ชีวิตของเลในตอนนี้ถึงจะเหนื่อยบ้างแต่ก็มีความสุขสุดๆ ไปเลยล่ะ

   อ่ะ! เกือบแล้ว เกือบลืมกล่าวถึงอีกคนไปสินะ

   

   

   

   



   ถึงคุณแม่ที่อยู่บนสวรรค์

   เลมีครอบครัวอย่างที่ต้องการแล้วนะ

   

   

   

   

   THE END



   





เราอยู่กับฮิมเลมานานมาก...

   แต่งเกือบสี่ปีและในขณะที่แต่งเราก็โตไปพร้อมๆ กับตัวละครด้วย

   มันมีหลายอย่างที่ทำให้อัพช้า แต่สุดท้ายเราก็มาถึงจุดนี้ จบจริงๆ แล้วนะคะ ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและอยู่กับเรามาโดยตลอด เรารักพวกคุณมากๆ พวกคุณเป็นกำลังสำคัญให้เรา ที่อยากขอบคุณมากที่สุดคือขอบคุณที่ไม่ทิ้งกัน และอยู่กับเรามาจนถึงตอนจบนี้ค่ะ :)

   

   #วิศวะแดนแฟนมีเกียร์

   

   twitter : @_mdreds

   facebook : mdred's heaven

   

      

   

   ส่วนนี้...

   


   แบบร่างหน้าปกค่ะ

   
   เปิดพรีเมื่อไหร่เราจะมาแจ้งทุกคนค้าบบบ!!








ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
Re: • แฟนวิศวะ • 180519#45 (the end) p.56
«ตอบ #1669 เมื่อ18-05-2019 23:02:40 »

ขอให้มีความสุขนะน้องเล  :กอด1: :L2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: • แฟนวิศวะ • 180519#45 (the end) p.56
« ตอบ #1669 เมื่อ: 18-05-2019 23:02:40 »





ออฟไลน์ O-RA DUNGPRANG

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1760
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-5
Re: • แฟนวิศวะ • 180519#45 (the end) p.56
«ตอบ #1670 เมื่อ18-05-2019 23:10:07 »

จากนี้และตลอดไปก็ขอให้มีแต่ความสุขนะเล  :กอด1: :กอด1: :กอด1:
แล้วก็ขอบคุณสำหรับนิยายดี ๆ ค่ะมีครบทุกความรู้สึกจริง ๆ   :L2: :L2: :L2:

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2224
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
Re: • แฟนวิศวะ • 180519#45 (the end) p.56
«ตอบ #1671 เมื่อ18-05-2019 23:29:00 »

จบซะแล้ว น้องเลก็ได้ครอบครัวใหญ่ และว่าที่สามี ขอให้มีความสุขมากๆ นะจ๊ะ.

ขอบคุณไรท์ค่ะ.  :กอด1:

ออฟไลน์ klaew

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1237
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-2
Re: • แฟนวิศวะ • 180519#45 (the end) p.56
«ตอบ #1672 เมื่อ18-05-2019 23:33:43 »

ดีงาม
เหลือแค่เปลี่ยนสถานะแฟนเป็นสามีตามกฎหมายสินะ น้องระวังไว้เถอะ
จะมีตอนพิเศษมั้ยน้าาา
ขอบคุณนิยายดีๆ นะคะ

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1054
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
Re: • แฟนวิศวะ • 180519#45 (the end) p.56
«ตอบ #1673 เมื่อ18-05-2019 23:38:20 »

 :pig4: :pig4: ขอบคุณผูแต่งค่ะ ในที่สุดน้องเลก็มีความสุขจริงๆซะที

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7677
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
Re: • แฟนวิศวะ • 180519#45 (the end) p.56
«ตอบ #1674 เมื่อ18-05-2019 23:53:27 »

จบแล้ว สนุกมากๆจ้า

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1719
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
Re: • แฟนวิศวะ • 180519#45 (the end) p.56
«ตอบ #1675 เมื่อ19-05-2019 01:46:03 »

ครอบครัวใหญ่และอบอุ่นมากๆ
มีความสุขเต็มที่ไปเลยนะเล  :hao5:
 :pig4:

ออฟไลน์ mypink801

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1580
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
Re: • แฟนวิศวะ • 180519#45 (the end) p.56
«ตอบ #1676 เมื่อ19-05-2019 07:16:46 »

อบอุ่นมากเลยยย น้องเลมีความสุขแล้วว รักน้องงง
ขอบคุณนะคะสำหรับนิยายสนุกๆ

ออฟไลน์ btoey

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 41
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: • แฟนวิศวะ • 180519#45 (the end) p.56
«ตอบ #1677 เมื่อ19-05-2019 11:01:51 »

ในที้สุดก็มีความสุขกันซักที
 :pig4: :pig4: :L1: :L1:

ออฟไลน์ numay

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1035
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-1
Re: • แฟนวิศวะ • 180519#45 (the end) p.56
«ตอบ #1678 เมื่อ19-05-2019 13:32:51 »

จบแล้ว เย้เย้  :L2: :pig4:

ออฟไลน์ A_Narciso

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 879
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-2
Re: • แฟนวิศวะ • 180519#45 (the end) p.56
«ตอบ #1679 เมื่อ20-05-2019 00:35:25 »

 :pig4: ขอบคุณคนเขียนมากๆเช่นกันค่าาาา

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด