โดนนนนน ตี ❤ วิดวะ [ตอนที่ 15] จบแล้วครับ ฉบับแก้ไข
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: โดนนนนน ตี ❤ วิดวะ [ตอนที่ 15] จบแล้วครับ ฉบับแก้ไข  (อ่าน 27069 ครั้ง)

ออฟไลน์ monnam0309

  • มิสเตอร์เค
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 35
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม



โดนนนนน ตี วิดวะ

ตอนที่ 1


เช้าวันจันทร์ อันแสนธรรมดา ของเกียร์ เด็กหนุ่มหน้าหวาน ผู้มีรอยยิ้มที่ละลายใจสาวน้อย สาวใหญ่ หรือแม้กระทั่งหนุ่มๆ เวลาที่เขาเดินผ่าน……

แต่สำหรับเขาแล้ว วันนี้ไม่ธรรมดาสำหรับเขาอีกต่อไป…………………………….

เพราะวันนี้เป็นวันแรกในชุดนักศึกษาของเขา จากเด็กน้อยกางเกงน้ำเงิน วันนี้เขากลายเป็นหนุ่มเต็มตัว อยู่ในชุดนักศึกษา กางเกงสแล็กสีดำ เสื้อแขนยาวสีขาาว ผูกเทคไน หล่อเนี๊ยบ…ไม่เบา

เกียร์ยืนมองกระจก บ่นพึมพายิ้มๆ กับตัวเอง
“หล่ออ่ะ น่ารัก น่ากิน 555 บ้าไปล่ะ”
“เห้ยยย กี่โมงแล้วเนี่ยะ”

เกียร์รีบวิ่งลงบันไดเพื่อรีบไปมหาลัย เพราะวันนี้เป็นวันปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ในเวลา 08.00 น. แต่ขณะนี้เวลา 07.30 น. แล้วเขายังไม่ได้ออกจากบ้านเลยด้วยซ้ำ

“ค่อยๆ ลูก เด่วก็ตกบันไดหรอก พ่อนักศึกษาใหม่” เสียงแม่ของเขาพูดจากหยอกล้อเขา
“หวัดดี ครับแม่ หวัดดี ครับพ่อ ผมไปก่อนนะ สายแล้ว” เกียร์ตอบแม่พร้อมรอยยิ้มหวานตามเคย
“ไปดีดีนะลูก ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีของลูกนะ” พ่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“ครับบบบบบบบบบบ”
เกียร์ตอบเสียงหวานนนนนนน
พร้อมจุ๊บแก้มแม่กับพ่อ คนละหนึ่งฟอดใหญ่

บนบีทีเอส ที่ขณะนี้แน่นขนัดไปด้วยผู้คน ถึงแม้ว่าเกียร์จะขึ้นต้นๆ สายแล้วก็ตาม แต่ด้วยที่เกือบจะสายแล้ว ทำให้เกียร์พยายามเข้าไปในรถไฟฟ้าขบวนนี้ให้ได้ เพื่อที่จะได้ไปทันเวลา
“ขอโทษครับ” เกียร์เอ่ยอย่างสุภาพ เนื่องจากมีคนเบียดเข้ามา ทำให้ต้องไปเบียดชนกับชายหนุ่มคนหนึ่ง
“ไม่เปนไรครับ” ชายหนุ่มเอ่ยตอบกลับ ด้วยน้ำเสียงห้วนๆ เข้มๆ เหมือนใบหน้าของเขา

“ทำเป็นเข้ม เหมือนคิ้วเลย 55  พี่ชายชินจังหรือเปล่าเนี่ยะ” เกียร์คิดในใจ เพราะชายหนุ่มคนนั้น มีคิ้วเข้มสะดุดตาเอามากๆ

ทั้งคู่ลงสถานีเดียวกัน แต่ด้วยที่คนเยอะ ทำให้ไม่ได้สนใจซึ่งกันและกัน
แต่ทั้งคู่ก็เดินมาพบกันอีกครั้งตรบันไดลงสถานี เกียร์มองชายหนุ่มคนนั้น แล้วยิ้มหวานให้ตามความเคยชิน หนุ่มคนนั้นพยักหน้าตอบรับ ด้วยใบหน้าเข้มขรึม เหมือนเดิม

“หน้าจะเข้มไปไหนว่ะ?” เกียร์คิดในใจ

“เรียนที่นี่เหมือนกันเหรอ” เกียร์เอ่ยถาม เพราะเพิ่งสังเกตว่าชายคนนั้น ใส่ชุดนักศึกษาเหมือนกับเขาเลย

“อืมม ใช่” ชายหนุ่มตอบ

“เราชื่อเกียร์นะ อยู่ดุริยางคศิลป์ไทย นายละ”

“ขลุ่ย วิศวะฯคอม” ชายหนุ่มตอบ

“อืมม ยินดีที่ได้รู้จักนะ” เกียร์ เผลอยิ้มหวานอีกแล้ว

ทั้งคู่เดินเข้ามหาลัยไปด้วยกัน

“นี่นายยิ้มแบบนี้ทั้งวันเลยหรือไง” ขลุ่ยเอ่ยถาม

“อ้าว มันไม่ดีตรงไหนอ่ะ”

“เออ เปล่า” ขลุ่ย ตอบน้ำเสียงเรียบๆ

“งั้นเราไปก่อนนะ ไว้เจอกัน” ขลุ่ยเอ่ยก่อนเดินแยกไป

“นี่กูพูดว่าไว้เจอกันกับมันทำไมวะเนี่ยะ”

“คนอะไรจะยิ้มทั้งวันแบบนั้นว่ะ บ้าไปละมัน”

ขลุ่ยนึกพึมพำในใจ ขณะกำลังเดินไปที่คณะของตัวเอง

การปฐมนิเทศ ช่วงเช้าผ่านไปด้วยดี….
ขณะนี้เกียร์กลายเป็นขวัญใจของเพื่อนๆ และรุ่นพี่ในคณะไปเรียบร้อย อาจเป็นเพราะรอยยิ้มอันมีเสน่ห์ และ ความเป็นกันเองของเขาก็เป็นได้


ณ คณะวิศวะ

"เกือบมาสายนะมึง" เพื่อนเอ่ยทักขลุ่ยขณะเดินออกจากหอประชุม
"เออ หิววะ หาไรกินกัน" ขลุ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสดใส เป็นกันเอง ต่างจากตอนเช้า พร้อมกอดคอเพื่อนสองคนเดินไปทางโรงอาหาร
"ใหญ่โฟไม่ผักครับพี่" ขลุ่ยสั่งเสียงใส
"แหมๆ ปากหวานจริงพ่อคู้นนน ป้าแก่แล้วเรียกป้าก้อพอลูก
"แหมก้อพี่ เฮ้ยป้ายังดูไม่แก่เลยนิครับ นึกว่ายังไม่สามสิบ" ขลุ่ยพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มออดอ้อน
"ปากหวานแบบนี้ป้าแถมลูกชิ้นให้สี่ลูกเลย" ป้ายิ้มเขิน หัวเราะชอบใจ ความทะเล้นของเด็กหนุ่ม
"ขอบคุณครับป้า น่ารักแบบนี้เด่วผมกินทุกวันเลย"
"มาจริงๆนะลูกเด่วป้าทำให้พิเศษเลย

"ครับบบบบบบ" น้ำเสียงตื่นเต้น

"โห ก๋วยเตี๋ยวน่ากินจังนะมึงลูกชิ้นเพียบเลย มะกี้กูเห็นนะที่มึงไปจีบป้าอะ"  บอยกล่าวล้อเลียนเพื่อน

"ตลกละมึง เด่วโดนถีบ" ขลุ่ยทำท่าขยับขา ทำให้บอยรีบลุกหลบไปนั่งข้างเจมส์ เพื่อนสนิทอีกคนของเขา

"มึงนี่ก็กัดกันตลอดเลยเนอะ ไอ้ขลุ่ยมันจะจีบป้าร้านก๋วยเตี๋ยวได้ไง ในเมื่อมันมีป้าร้านข้าวปากซอยบ้านมันเป็นเมียทั่งคน"

"อ้าว เหี้ย หนักกว่าไอ้บอยอีก มึงจะเอากะกูใช่มั้ย"

เจมส์หัวเราะเสียงดัง
"กูล้อเล่น โอ๋ๆๆ ไม่โกรธนะ"
"เออ มึงก้อพูดไป กูมีมึงสองคนเป็นเมียแล้ว จะมีกิ๊กอีกได้ไง"

"จริงด้วย ผัวขา" บอยพูดพลางลุกกลับมานั่งข้างขลุ่ยพร้อมกับเอียงคอซบไหล่

สามคนมองหน้ากันแล้วหัวเราะพร้อมกันอย่างสนุกสนาน
การปฐมนิเทศน์จบลง ต่อจากนี้พวกเขาจะต้องเจอกับอะไรอีกมากมาย ชีวิตในรั้วมหาลัยกำลังรออพวกเขาอยู่......

"ขลุ่ยกลับเลยป่าววะ"

"เออ คงกลับเลยแร่ะ ง่วงวะ มะกี้กูแอบหลับในหอประชุมด้วย มึงจะกลับเลยหรือป่าวเจมส์"
"กูกะบอยจะไปสยามต่อวะ นัดเด็กไว้ ไปด้วยกันดิ แจ่มๆ ทั้งนั้นเลย"

"ไม่เอาวะ มึงสองคนไปกันเหอะ กูกลับไปนอนดีกว่า กูไปนะ" ขลุ่ยพูดพร้อมพยักหน้ากวนๆ ใส่เพื่อน

"เปลี่ยนใจกะตามมานะเว้ยยย"บอยตะโกนตามหลัง

ขลุ่ยส่ายหัว แล้วเดินจากไปยิ้มๆ

"ดี เจอกันอีกแล้วนะขลุ่ย"

เสียงนุ่มๆ ใสๆดังมาจากข้างหลังของเขา
ขลุ่ยหันมองตามเสียงนั้น สิ่งที่เขาเห็นคือรอยยิ้มกว้างๆ ของเกียร์

"บ้านนายอยู่แถวนี้เหรอขลุ่ย"

"แม่งจำชื่อกูแม่นจังวะ ย้ำชื่อกูอยู่ได้" ขลุ่ยคิด

"อืมมม อยู่คอนโดติดบีทีเอสนี่แร่ะ นายล่ะ"

"คอนโด ตรงปากซอยอ่ะเหรอ เราอยู่สุดซอย"

"อ๋อ อืม" ขลุ่ยตอบสั้นๆ
"ดีอ่ะ จะได้มีเพื่อนไปเรียนพร้อมกัน" เกียร์พูดเสียงแจ๋ว

"นี่กูไปสนิทกับมันตอนไหนว่ะเนี่ยะจะไปเรียนพร้อมกัน" ขลุ่ยครุ่นคิด หงุดหงิดในใจ

"เห้ย เหม่อคิดไรอยู่อะ บัตรประชาชนแตะออกจากบีทีเอสไม่ได้นะ" เกียร์พูดไปหัวเราะไป

ขลุ่ยผงะไปนิดนึง ทำหน้าเหวอ เพราะเขินที่เกียร์ขำที่เขามัวแต่คิดอะไรเพลินจนหยิบบัตรผิด

ขลุ่ยรีบควานหาบัตรบีทีเอสในกระเป๋า แตะออก และเดินอย่างไว


"อ้าวๆ จะรีบเดินไปไหน" เกียร์ตะโกนตามหลังแซว

"เปล่าๆ"
เกียร์สปีดเท้ามาเดินข้างๆ กับขลุ่ย แล้วพูดคุยอย่างสนิทสนม

"นายเพิ่งมาอยู่แถวนี้เหรอ ไม่คุ้นหน้าเลย เราอยู่แถวนี้มาตั้งแต่เกิด คนแถวนี้รู้จักหมด"

"เออ ถึงคอนโดกูละ ไปก่อนนะ"

"โอเคๆ ไว้เจอกันนะขลุ่ย"
"ไว้เจอกันนะขลุ่ย" ขลุ่ยพูดน้ำเสียงล้อเลียนเกียร์ ขณะที่เขาอยู่ในลิฟท์

"บ้าหรือป่าววะ ไอ้เนี่ยะ คนอะไรจะร่าเริง ยิ้มทั้งวัน แล้วกูไปสนิทกะมึงตอนไหน" ขลุ่ยพึมพำเสียงดัง พร้อมเปิดประตูห้อง

ขลุ่ยล้มตัวนอนบนโซฟา และเผลอหลับไปด้วยความง่วง

หลังจากที่เกียร์กินข้าวเย็นกับพ่อแม่เสร็จ เกียร์อาสาเป็นคนล้างจาน พ่อกับแม่ยิ้มภูมิใจในตัวลูกชาย
"ล้างจานเสร็จแล้ว ผมขึ้นไปเล่นคอมบนห้องนะครับ" เกียร์กล่าวกับพ่อและแม่ที่กำลังนั่งดูละครเย็นเรื่องโปรด

"จ้าลูก อย่านอนดึกนะ"

"ครับแม่"
ไม่รู้อะไรทำให้เกียร์ ค้นหาชื่อขลุ่ยในช่องค้นหาในเฟสบุ๊คของตัวเอง..........

แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะไม่เจอเฟสของคนที่เขากำลังหาอยู่


Destiny !!!

สเตตัส ที่เกียร์โพสต์ โดยไม่รู้เหตุผลเหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงโพสต์แบบนี้

หลังจากที่เขาโพสต์ได้ไม่ถึงนาที ก้อมีคนกดไลค์ และคอมเม้นมากมาย บางคนถามด้วยความอยากรู้ แต่เพื่อนสองตัวแสบที่มาแซว ว่าแอบไปเจอใครกล้านอกใจเหรอ???

ไม่มีคำตอบจากเกียร์ มีเพียงอีโมชั่นรูปรอยยิ้ม แทนคำตอบ




ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับบบบบบ

เป็นการเขียนครั้งแรก ฝากเนื้อฝากตัว ด้วยนะครับบบบบบบบบบบบบบบบบ :mew1:
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-04-2018 23:13:46 โดย monnam0309 »

ออฟไลน์ NuNam

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1226
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-3
Re: โดนนนนน ตี วิดวะ [ตอนที่ 1]
«ตอบ #1 เมื่อ09-06-2016 15:47:45 »

จิ้มๆ มาต่อเรื่อยๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้คะ  :L2:

ออฟไลน์ monnam0309

  • มิสเตอร์เค
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 35
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: โดนนนนน ตี วิดวะ [ตอนที่ 1]
«ตอบ #2 เมื่อ09-06-2016 15:52:33 »

ขอบคุณมากนะครับบบบบบบบ มาต่อแน่นอนจ้าาาา :mew1: :mew1: :mew1: :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2066
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-9
Re: โดนนนนน ตี วิดวะ [ตอนที่ 1]
«ตอบ #3 เมื่อ09-06-2016 17:05:13 »

ชื่อเรื่ิองแปลกดี 

#รักเด็กวิศวะฯ

ออฟไลน์ monnam0309

  • มิสเตอร์เค
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 35
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: โดนนนนน ตี วิดวะ [ตอนที่ 2] 10.06.16
«ตอบ #4 เมื่อ10-06-2016 14:47:14 »

ตอนที่ 2

“ถึงกูจะร้าย กูก็รักไม่น้อยกว่าเขา
แล้วเหตุใดเล่า จึงเป็นตัวเราที่แพ้เสมอ”
ตัวร้ายที่รักเธอ : ทศกัณฐ์ (วงทศกัณฐ์)
ฝากติดตามลิงค์ ต้นฉบับ ด้วยครับบบบ https://www.youtube.com/watch?v=gJe3BmlrZ8s

เสียงริงโทน โทรศัพท์ของเกียร์ดังขึ้น

"มึงอยู่ไหน อยู่กับใคร รายงานกูมาซะดีดี ไปมอวันเดียวได้หญิงเลยเหรอมึง"

"ยาวเลยนะมึง ให้กูตอบคำถามไหนก่อน"

"ตอบมาอย่ามาแถ" เพื่อนสนิทตัวแสบคาดคั้นด้วยความอยากรู้

"อยู่บ้านดิว่ะ" เกียร์ตอบด้วยน้ำเสียงรำคาญในความสอดรู้สอดเห็นของเพื่อนรัก

"กูถามตั้งเยอะ ตอบสั้นจังนะมึง เห้ยยยยย นี่มันจะสามทุ่มแล้วนะ มึงยังไม่ออกมาอีกเหรอ"

เกียร์ตกใจ สปริงตัวจากเก้าอี้หน้าคอม อย่างไว เหมือนเขาจะนึกอะไรขึ้นมาได้

"เออ โทษที กูลืมว่ะ เด่วกูรีบไป โอเค เด่วเจอกัน"

หลังจากวางสายเพื่อน เกียร์รีบไปอาบน้ำแต่งตัวด้วยความเร็วแสง

5 นาทีต่อมา.....

เกียร์ยืนอยู่หน้ากระจก

"หล่อ ชิปหายยยยยยยยยยย" พร้อมยกมือจัดผมหนึ่งที เป็นอันว่าเสร็จ

เกียร์ในตอนนี้ กับ เกียร์เมื่อตอนเช้า ดูแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง


เกียร์สวมกางเกงยีนส์ เสื้อยืด พร้อมแจ็คเก็ตหนังคลุมทับอีกทีนึง ดูหล่อร้ายไม่เบา

ทรงผมที่เคยเนี๊ยบเมื่อตอนเช้า ณ ตอนนี้กลายเป็นผมที่ผ่านการเซ็ทตั้งแบบขั้นเทพ!!! ไปเสียแล้ว


"เด่วผมออกไปข้างนอก กลับดึกนะครับ"

"เหมือนเดิมนะคะ เด่วป้าบอกคุณพ่อกับคุณแม่ให้คะ"

"ขอบคุณครับ" เกียร์ตอบพร้อมกับคว้ากุญแจรถ ที่แขวนอยู่ในตู้เก็บกุญแจ

ถนนในยามค่ำคืน ขณะนี้ ยังเต็มไปด้วยความวุ่นวาย และจอแจไม่ต่างจากเวลากลางวัน ต่างกันอย่างเดียวคือไม่มีแสงแดดแผดเผาจนเกือบละลาย

เกียร์ ขณะนี้.....

อยู่บนท้องถนนพร้อมกับรถคู่ใจของเขา

"Ducati Diavel XDiavel S ปี 2016"

ของขวัญชิ้นพิเศษจากพ่อแม่ของเขา สำหรับนักศึกษาใหม่

40 นาที ต่อมา..............................
รถของเกียร์เข้าจอดในโซนบิ๊กไบค์หน้าผับแห่งหนึ่ง

"มาแล้วเหรอ เกือบสายเลยนะมึง"  กู๊ดเพื่อนตัวแสบของเขากล่าว

"โทษทีวะ ก้อมาทันแล้วนี่ไง เหลือเวลาอีกตั้ง 10 นาที"  เกียร์รีบแก้ตัว


"เออๆ เตรียมตัว เด่วเลิกแล้วค่อยมาเคลียร์กะพวกกู" กัสเดินมาตบไหล่สมทบอีกคน


เวลา 22.00 น.  .......

เสียงเพลงดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟ ที่สาดส่องไปบนเวที


“เสียงของคำว่ารักเธอคงไม่เข้าใจ
ใช้แววตาอย่างไรเธอคงไม่รู้
ทำได้เพียงห่วงใยในวันที่เธอไม่อยู่
แม้ลึกๆ จะรู้ว่าเธอมีใคร”
เพลงใจหมา ทีที
ติดตามฟังเพลงได้ที่  https://www.youtube.com/watch?v=lKJ3vwhpx9A

เสียงร้องดังขึ้น พร้อมเสียงกรี๊ดของสาวๆ ภายในร้าน
สายตาทุกคู่ จับจ้องที่นักร้องนำบนเวที
นอกจากเสียงร้องที่ไพเราะทรงพลังแล้ว หน้าตาของเขายังสามารถดึงดูดสายตาของสาวๆ รวมถึงผู้ชาย (บางคน) จนไม่อาจละสายตาไปได้เลย

23.30 น.

ที่ข้างเวที

"ฮอตเหมือนเดิมเลยนะมึง  สาวๆ มองมึงเหมือนจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว" กู๊ดเปิดประเด็น

"กูว่าสู้โต๊ะหน้าสุด ไม่ได้หรอก หน้าเหมือนอยากขย้ำมึงมากอะ" กัสเสริม

"โต๊ะหน้าสุด มันชายล้วนไม่ใช่เหรอวะ" เกียร์รีบแย้ง

กู๊ดกับกัส มองหน้ากันแล้วหัวเราะลั่น โดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งสองมักใจตรงกัน ตามประสาพี่น้องที่เป็นฝาแฝดกัน

"โง่ หรือ ซื่อ เนี่ยะ มึงอะ ถ้าคนที่มองมึงด้วยสายตาที่อยากจะขย้ำมึงขนาดนี้ มึงยังจะใช้คำว่าชายล้วนได้อีกหรอ"

"อะไรของพวกมึงเนี่ยะ" เกียร์ถามแบบงงๆ

"ช่างมันเหอะ แล้วสาวที่เดินสวนกับมึงมะกี้ ให้เบอร์มึงใช่มะ กูเห็นนะ แจ่มมากอะ" กัสเปลี่ยนเรื่องพร้อมยิงคำถามใส่เกียร์ด้วยความอยากรู้ ตามประสาคนชอบเผือกกกก

"เออ เขาบอกว่าถ้าคืนนี้ไม่รู้จะไปต่อไหน ให้โทรหาเขา"

"โทรเลย โทรเลย โทรเลย" ฝาแฝดประสานเสียงด้วยความพร้อมเพียง

เกียร์เงียบไปพักนึง ก่อนตอบสองเพื่อนซี้ ด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"ไม่อะ กูไม่ชอบผู้หญิงที่เดินเข้ามาหากูก่อน"

"สาดดดดด หล่อเลือกได้" สองแฝดเอ่ยพร้อมกันอีกครั้ง

ยังไม่ทันจะสิ้นเสียงของสองแฝด เกียร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียง และสีหน้าที่กลุ้มกริ่ม

"แต่ถ้ากูชอบ เด่วกูเดินไปสอยเอง" พร้อมเปรยตาไปมองโต๊ะฝั่งตรงข้าม พร้อมยิ้มกว้าง

"เด่วกูมานะ" พูดเสร็จเกียร์สาวเท้าไปยังโต๊ะนั้นอย่างไว

ไม่นานนัก เกียร์เดินกลับมาพร้อมใบหน้าที่ฟินแบบสุดๆ จนเพื่อนๆ คันปากเอ่ยถาม

"เป็นไรของมึง ยิ้มจนปากจะฉีก"

"ได้เบอร์เป้าหมายอะดิ" กัสตอบแทนเกียร์

"ใช่แล้วครับบบบบบบบไอ้น้อง พวกเจ้าต้องฝึกฝนวิทยายุทธอีกเยอะกว่าจะเทียบชั้นข้าได้" เสียงเกียร์ดูภูมิอกภูมิใจ


"ข้าน้อยขอคารวะ" กัส&กู๊ด ทำท่าคารวะอย่างกับในหนังจีน

สามเพื่อนรัก เกียร์&กัส&กู๊ด สนิทกันมาก รู้จักกันตั้งแต่อนุบาล เรียนด้วยกันตลอด เพิ่งมาแยกกันตอนเข้ามหาวิทยาลัย

อาจเพราะสาขาที่ชอบไม่เหมือนกัน และด้วยความขี้เกียจของสองแฝดด้วย จึงทำให้สองแฝดเลือกเข้ามหาลัยเอกชน แทนการเคร่งเครียดอ่านหนังสือเพื่อสอบแอดมิชชั่นเข้าคณะในฝัน

แต่ทั้งสามคนเชื่อว่าการที่ไม่ได้เรียนด้วยกัน จะไม่เป็นอุปสรรคต่อมิตรภาพอันยาวนายของพวกเขา

โดพวกเขาให้สัญญาว่าจะไม่ทิ้งวงดนตรีที่ร่วมกันสร้างมาตั้งแต่สมัยม.ต้น ของพวกเขา

โดยเขาและเพื่อนๆ จะมาเล่นดนตรีที่ผับแห่งนี้ ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ ซึ่งผับแห่งนี้เป็นผับของพี่สาวกัสและกู๊ดนั่นเอง

บริเวณลานจอดรถโซนบิ๊กไบค์หน้าผับ ในเวลาที่เกือบจะตีหนึ่ง...................
“รถสวยดีนะน้อง” เสียงหนาทุ้ม ฟังดูอบอุ่นดังลอยตามสายลม มาจากด้านหลังของเกียร์ ที่กำลังจะสตาร์ทรถ เพื่อกลับบ้าน

“เอ่อ ขอบคุณครับ” เขาตอบกลับอย่างสุภาพ พร้อมเปรยตามองหาตามเสียงที่เขาได้ยิน

สิ่งที่เขาเห็นคือ ชายหนุ่ม รูปร่างสูง น่าจะประมาณ 190 เซนติเมตร ผิวขาว ใบหน้าคมเข้ม ยืนมองเขาด้วยรอยยิ้ม โดยชายหนุ่มคนนั้นเดินมาคร่อมบิ๊กไบค์ คันข้างๆ กับเขา โดยเขาเองเพิ่งจะสังเกตเห็นว่า รถบิ๊กไบค์คันข้างๆ เหมือนรถของเขาทั้งสี ทั้งรุ่น

“รถพี่ก็สวยนะครับ” เกียร์พูดไปยิ้มไปเหมือนรู้กัน
“อืมมมม พี่ไปละ ไว้เจอกันนะ” พี่ชายคนนั้นพูดจบ พร้อมสตาร์ทรถออกไปอย่างรวดเร็ว คงเหลือไว้แต่ความเท่ห์ที่เกียร์ยังมองตามด้วยอย่างชื่นชม
เช้าวันต่อมา…………………………….

"เห้ยยยย นี่เผลอหลับจนเช้าเลยเหรอเนี่ยะ"

"โอ๊ยยย ปวดหลังชะมัด"

ขลุ่ยบ่นขณะกำลังงัวเงียลุกจากโซฟา สายตาของเขาเหลือบไปเห็นนาฬิกา ซึ่งขณะนี้เวลา 10 โมง 45 นาที

เห้ยยยย สายแล้ว ขลุ่ยตกใจรีบวิ่งตรงไปที่ห้องน้ำ ขณะที่กำลังรีบร้อนจนมือไม้สั่น ทำให้ทำแปรงสีฟันหล่นลงที่พื้น

ขลุ่ยรีบก้มเก็บ เลยไม่ทันระวัง ทำให้หัวโขกกับบานกระจกที่เปิดทิ้งไว้ตอนหยิบแปรงสีฟัน อย่างจัง

"โอ๊ยยยยย!" ขลุ่ยร้องลั่น

"ซวยไรแต่เช้าวะเนี่ยะ เอ่ออออ แต่วันนี้ไม่ต้องไปมหาลัยนี่หว่า แล้วจะรีบทำไมว่ะเนี่ยะ"

ขลุ่ยเงยหน้ามองกระจก ด้วยสีหน้าเซงสุดชีวิต  ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง

ขลุ่ยแปรงฟัน พร้อมกับเอ่ยกับตัวเองในกระจกว่า

"ทีหลังอย่ารน โง่นะมึงอ่ะ"

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย

เขาเดินไปเปิดตู้เย็นด้วยความหิว เพราะไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อวานเย็น

!!!!!ตู้เย็นว่างเปล่า มีเพียงน้ำเปล่าไม่กี่ขวด"

"โง่ซ้ำซ้อนอีกแล้วนะมึง" เขาพึมพำบ่นกับตัวเอง

สาเหตุที่ตู้เย็นว่างเปล่า เป็นเพราะเขาเพิ่งย้ายมาอยู่คอนโดนี้ได้ไม่กี่วัน จัดข้าวของยังไม่เข้าที่เข้าทางเลยด้วยซ้ำ

เขาหยิบกระเป๋าตังค์ แล้วเดินออกจากห้อง เพื่อลงไปหาอะไรกินข้างล่าง โดยที่ตัวเขาเองก้อไม่รู้เหมือนกันว่าข้างล่างมีร้านอะไรให้เขากินบ้างหรือป่าว

ใต้คอนโดของขลุ่ยมีร้านกาแฟเก๋ๆ น่านั่งอยู่หนึ่งร้าน แต่ตอนนี้กาแฟ และขนมเค้ก คงไม่ตอบโจทย์ความหิวขั้นสุดของขลุ่ยได้

มองทางซ้าย และขวา เจอร้านซักรีด และเซเว่น (หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา) แต่เขาคิดว่าคงไม่แวะไป!! เพราะเขายังไม่ว้อนขนมจีบ ซาลาเปา และไม่ค่อยชอบข้าวกล่องใส่ไมโครเวฟเท่าไหร่


เขามุ่งหน้าออกจากคอนโด ด้วยสีหน้ามุ่งมั่น มีความหวังว่า โลกภายนอกต้องมีอะไรอร่อยๆ ให้เขากินอย่างแน่นอน

และแล้วก็ไม่ผิดหวัง.........
ซอยข้างๆ คอนโด มีร้านอาหารตามสั่ง แถมบรรยากาศร้าน ร่มรื่น น่านั่งมากๆ

"กินอะไรดีพ่อหนุ่ม" น้ำเสียงดูใจดีเอ่ยถาม

"เอาข้าวผัดรวมมิตร ไม่ผัก พิเศษๆ เลยนะป้า หิวมาก" เขาสั่งข้าวพร้อมทำท่าทางประกอบให้รู้ว่าหิวจนจะกินป้าอยู่แล้ว


"วันนี้ออกมาเร็วนะเนี่ยะ" ป้าเอ่ยถามลูกค้าประจำที่เดินเข้ามาในร้าน ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

"ก็คิดถึงป้าไงเลยรีบออกมา" ชายหนุ่มพูดจาหยอกล้อ อย่างคุ้นเคย

"ดีดี งั้นป้าวานเอาข้าวไปเสิร์ฟโต๊ะนู้นหน่อย"


"ได้เลยครับป้า" เขาตอบรับด้วยความเต็มใจ


"ได้แล้วครับ ข้าวผัดไม่ผัก"

เมื่อสายตาทั้งสองคู่ หันมาประสานกัน

"นาย!!!!!!"

ทั้งคู่พูดประโยคนี้พร้อมกัน




ขอกำลังใจด้วยนะครับบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-04-2018 23:27:46 โดย monnam0309 »

ออฟไลน์ brookzaa

  • Chill out
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1417
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-6
Re: โดนนนนน ตี วิดวะ [ตอนที่ 2] 10.06.16
«ตอบ #5 เมื่อ10-06-2016 15:16:04 »

ติดตามๆ

ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2066
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-9
Re: โดนนนนน ตี วิดวะ [ตอนที่ 2] 10.06.16
«ตอบ #6 เมื่อ10-06-2016 15:53:03 »

น้องเกียร์ดูเท่ๆเนอะ บุคลิกน่าสนใจอ่ะ


ออฟไลน์ NuNam

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1226
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-3
Re: โดนนนนน ตี วิดวะ [ตอนที่ 2] 10.06.16
«ตอบ #7 เมื่อ10-06-2016 18:30:13 »

ยังเดาไม่ออก ใครเมะ ใครเคะ  :hao7:

ออฟไลน์ monnam0309

  • มิสเตอร์เค
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 35
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
เด่วจะรีบอัพตอน 3 นะครับ

ฝากติดตามต่อไปเรื่อยๆ จนจบนะครับ
 :mew6: :mew6: :mew6: :mew6: :mew6: :mew6:

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
หนุ่มขับบิ๊กไบค์ จะได้เจออีกมั้ยนะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: โดนนนนน ตี ❤ วิดวะ [ตอนที่ 2] 10.06.16
« ตอบ #9 เมื่อ: 11-06-2016 18:45:40 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ monnam0309

  • มิสเตอร์เค
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 35
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: โดนนนนน ตี ❤ วิดวะ [ตอนที่ 3] 11.06.16
«ตอบ #10 เมื่อ11-06-2016 20:18:40 »

ตอนที่ 3

สายตาสองคู่ ประสานกันอยู่นาน เหมือนกำลังตกอยู่ในภวังค์ ……………….

“มองอะไร ไม่เคยเห็นคนกินข้าวผัดไม่ใส่ผักหรือไง ส่งข้าวมาดิ หิวจะแย่อยู่แล้ว” พูดพลางหยิบจานข้าวจากมือของเด็กเสิร์ฟหน้าใส ไม่ใช่ใครที่ไหน เกียร์นั่นเอง

“ร้านนี้อร่อยทุกอย่าง กินแล้วรับรองติดใจ” เกียร์พูดพร้อมนั่งลงฝั่งตรงข้าม ยิ้มแป้นเล้น

ในขณะนี้ที่ขลุ่ยก้มหน้าก้มตากินข้าว ด้วยความหิว เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่จ้องมองเขาอยู่ ความรู้สึกนั้นไม่ได้น่ากลัวจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว เหมือนดูรายการคนอวดผี แต่ความรู้สึกนั้นทำให้เขารู้สึกใจเต้นแปลกๆ

“ไม่เคยเห็นคนกินข้าวเหรอไง” ขลุ่ยพูดในขณะที่ยังก้มหน้ากินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย

“เคยนะ เคยเห็นเด็กสองขวบกินข้าวผัดไม่ใส่ผัก แต่ไม่เคยเห็นเด็กปีหนึ่งกินข้าวผัดเด็กแบบนี้” เกียร์ตอบคำถามด้วยน้ำเสียวกวนๆ

ขลุ่ยวางช้อน เงยหน้ามองเกียร์ด้วยความหวุดหงิด

“เฮ้ย!! นายมีปัญหาอะไรกับเราป่าววะ” เสียงขลุ่ยชักเริ่มโมโห

“เฮ้ย เฮ้ย อย่าเพิ่งหงุดหงิดดิ ล้อเล่นนิดเดียว ขึ้นง่ายจริงนะ”
“ปากดี เด่วจับกดซะเลย” เกียร์มองหน้าขลุ่ยแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์กับความคิดของเขา แต่ต้องชะงัก เมื่อรู้สึกตัวว่าคิดอะไรแบบนี้ได้ไง กูเป็นผู้ชาย มันก็เป็นผู้ชายนี่หว่า

“กินข้าวเสร็จไปไหนต่อหรือป่าว” เกียร์ยังชวนคุยไปเลิก

“ก็ป่าวนะ ทำไมอ่ะ ถามจริง ทำไมนายยุ่งกับเราจังเลยว่ะ” เสียงขลุ่ยฟังดูจริงจัง หนักแน่น ที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา

เกียร์รู้สึกตกใจกับน้ำเสียงของขลุ่ยเป็นอย่างมาก

“เราขอโทษนะ ที่ทำให้นายอึดอัดใจ เราแค่เห็นว่าบ้านอยู่ใกล้กัน  เรียนที่เดียวกัน น่าจะเป็นเพื่อนกันได้                 อีกอย่างเราคิดว่านายเพิ่งย้ายมาอยู่แถวนี้ ก็คงไม่ค่อยมีเพื่อน ไม่รู้จักคนแถวนี้ เราอยู่ที่นี่มานานแล้ว มีอะไรที่พอจะช่วยได้ ก็อยากช่วย  อะไรที่พอจะแนะนำได้ ก็อยากแนะนำก็เท่านั้นเอง”

“ถ้ามันทำให้นายลำบากใจ งั้นขอโทษแล้วกัน” พูดจบพร้อมลุกขึ้นจากโต๊ะทันที

แทนที่จะรู้สึกสบายใจ ขลุ่ยกับรู้สึกใจหายอย่างประหลาด

“เห้ยยย เมื่อกี้ถามว่ากินข้าวเสร็จไปไหนหรือป่าว ถามทำไม จะชวนไปไหนเหรอ” ขลุ่ยตะโกนตามหลังเกียร์เสียงดัง เหมือนกลัวเกียร์จะไม่ได้ยิน แล้วเดินจากเขาไปจริงๆ

เกียร์หยุดเดิน เหมือนมีใครมาดึงเบรกมือ จนเขาต้องดริฟเกือบหัวทิ่ม เขาหันตามเสียงตะโกน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“ถ้าไม่มีไรทำ ไปเตะบอลกันเปล่า”

ขลุ่ยนิ่งเงียบ ไม่มีคำตอบใดๆ จนเกียร์เอ่ยปากก่อน
“ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร ไว้วันไหนเบื่อๆ ไม่มีไรทำก็บอกแล้วกัน” เกียร์ตัดบท พร้อมทำท่าจะเดินออกไปจากร้าน

“เดี๋ยวขึ้นไปเปลี่ยนชุดบนห้องก่อนดิ จะให้ไปชุดนี้เหรอไง” ขลุ่ยพูดตามหลัง พร้อมทำท่าทางให้เกียร์ดูสภาพชุดของเขา

“อืม โอเค” น้ำเสียงของเกียร์บ่งบอกถึงความดีใจ แถมหลักฐานบนใบหน้าของเขาก็แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจน จากรอยยิ้มกว้าง ถึงกว้างมาก

“ป้าครับ เท่าไหร่ครับ” ขลุ่ยลุกเดินไปที่ป้าเพื่อจ่ายเงินค่าข้าวของเขา
“เป็นเพื่อนเกียร์หรือลูก งั้นวันนี้ป้าเลี้ยง ให้กินฟรีเลย ติดใจก็กลับมาอุดหนุนป้าอีกนะ” ป้ากล่าวอย่างเอ็นดู

ขลุ่ยมองหน้าเกียร์เหมือนจะขอความช่วยเหลือ ให้ช่วยบอกป้า ว่าให้คิดเงินทีเถอะ แต่เหมือนจะไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ มีเพียงรอยยิ้มจากเขาเพียงเท่านั้น

“งั้นขอบคุณมากนะครับป้า ข้าวอร่อยมากๆ เลยครับ รับรองผมต้องมาฝากท้องไว้กับป้าเป็นการถาวรเลยครับ” ขลุ่ยพูดด้วยน้ำเสียงอ้อดอ้อน

“ไปดิมึง” ขลุ่ยเอ่ยปากชวน

“อ้าวววววววว แล้วข้าวกูล่ะ ยังไม่ได้กินเลยนะ” เกียร์หน้าเหวอ รีบสวนกลับ

“ไม่ต้องกินหรอก ดูจากหน้าแล้ว มึงคงไม่ค่อยหิว ขึ้นไปห้องเป็นเพื่อนกูหน่อย จะได้ไปช่วยเลือกไง ว่าให้ใส่ชุดไรแบบไหน” ขลุ่ยพูดพร้อมผลักตัวเกียร์ออกจากร้าน

“นี่ตกลงเราสนิทกันแล้วใช่ป่ะ ชวนกูขึ้นห้อง”

“ทะลึ่งละมึง เป็นเพื่อนกันขึ้นห้องกันเป็นไรว่ะ หรือมึงป๊อด กลัวกูจะหลอกมึงไปปล้ำว่ะ” การสนทนาเริ่มเมามันส์ระหว่างทางที่เดินไปคอนโด

“เปล่าว่ะ กูกลัวว่ามึงแร่ะ ที่มาอ่อยให้กูปล้ำมากกว่าว่ะ” เกียร์ยียวนกลับ

สองหนุ่มมองหน้ากัน ขณะที่อยู่ในลิฟท์

“ตกลงใช่ ใช่ม่ะ?” ขลุ่ยทำเสียงล้อเลียนซีรีย์ดังในตอนนี้

“แกล่ะ ใช่ ใช่ม่ะ?” เกียร์ล้อเลียนกลับ

ทั้งคู่หัวเราะออกมาเสียงดังพร้อมกัน ตลกในท่าทางของอีกฝ่าย ที่พยายามจะเลียนแบบคำพูดยอดฮิต แต่ดูไม่จืดเลยจริงๆ ทั้งคู่

“เออ ถึงละ” ขลุ่ยปรับโทนเสียง ทำเป็นเข้ม
“พามาสวรรค์ชั้นเจ็ดเลยเหรอ ชักหวั่นใจแล้วนะเนี่ยะ” เกียร์เก็กเสียงหล่อ

**************************************747********************************************
“แค่เบอร์ห้องก็ชวนคิดลึกล่ะ นี่เราคิดถูกหรือผิดที่ตามมันขึ้นมาว่ะ” ความคิดของเกียร์กำลังขัดแย้งกันในหัว
“เอ่อ ไม่หรอกนะ มันก็ดูแมนนี่หว่า ไม่น่าใช่”

“ตกลงจะยืนอยู่หน้าห้องใช่มั้ย ตามใจนะ” ขลุ่ยยืนมองจากในห้อง

“เออๆ เข้าๆ ไรว่ะ ใจร้อนจัง” เกียร์สาวเท้าก้าวเข้าไปในห้องอย่างไว จนเกือบสะดุดกับลังกระดาษหลายใบ ที่กองอยู่ตามมุมต่างๆ อย่างไม่เป็นระเบียบ บ่งบอกว่าขลุ่ยเพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ และยังไม่ได้จัดของให้เข้าที่เข้าทาง

“โหหหหหหหหหหหหหหหหห

โครตรกเลย นี่ห้องหรือกองขยะ”  เกียร์แอคติ้งสุดฤทธิ์ ทำท่าทางเดินหลบลัง ซ้าย ขวา ให้ความรู้สึกว่าห้องรกเหมือนกองขยะจริงๆ

“มึงนี่เว่อร์เนอะ แอคติ้งเยอะขนาดเนี่ยะ มึงย้ายไปเรียน เอกการแสดงเถอะ  รับรองมึงรุ่งชัวร์ ไม่ต้องเรียนดนตรีล่ะ ที่ว่างให้เดินเยอะแยะ เสือกไม่เดิน”

“จำได้ด้วยเหรอ ว่ากูเรียนดนตรี แอบคิดไรป่าวเนี่ยะ”  เกียร์ยิ้มกว้าง

“กูเด็กวิศวะนะ ไม่เก่ง ไม่หล่อ มาถึงจุดนี้ไม่ได้หรอก” ขลุ่ยคุยข่ม

“ตกลงมันเกี่ยวกันมั้ยว่ะ เออ! ช่างเหอะ ไป ไป รอนานละ ไปเปลี่ยนชุดดิ เดี๋ยวกูนั่งรอตรงนี้” เกียร์พูดพร้อมยกมือไล่ให้ไปเปลี่ยนชุดสักที

สิบนาทีผ่านไป++++++++++++++++++++++++++
ยังไม่เสร็จอีกเหรอ เกียร์ตะโกนถาม เพราะเริ่มรู้สึกว่านานไปล่ะ

“ยัง ยัง รอก่อน”

ขลุ่ยอาบน้ำอย่างอารมณ์ดี ถูสบู่ซ้ายที ขวาที ขัดตัวแล้วขัดตัวอีก โดยไม่ได้สนใจว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ หรือสนใจว่าคนรอจะรู้สึกอย่างไร

เวลาผ่านไป 30 นาที

ขลุ่ยเดินออกมาในชุดพร้อมแตะบอล หน้าใสปิ๊ง แต่สิ่งที่เขาเห็นคือ............................................


เกียร์กำลังเมามันส์กับการเล่นเกมส์ WINNING ELEVEN

“นั่นมันเกมส์กูนะ เล่นได้ไง ไม่ขออนุญาตกูเลยนะ” ขลุ่ยพูดพร้อมเดินมาดึงจอยเกมส์ออกจากมือของเกียร์

“เฮ้ยยย คนกำลังเล่นอยู่ มาดึงจอยไปได้ไงว่ะ หัดมีมารยาทบ้างดิ”

“มารยาท”

ขลุ่ยพูดทวนในใจ เบะปากมองบน

“มึงต่างหากที่ควรมีมารยาท นี่มันห้องกู แล้วก็เกมส์ของกู กูมีสิทธิ์จะให้เล่นหรือไม่ให้เล่นก็ได้” ขลุ่ยเสียงเข้มใส่

“มึงนี่หวงของเนอะ งกวะ ไม่เล่นก็ได้ ไปกันเหอะ”

ทีมึงอาบน้ำนาน ให้กูรอตั้งนาน กูก็เบื่อดิ มึงนั่นแร่ะไม่มีมารยาท” (เกียร์พึมพำเบาๆ แต่ขลุ่ยก็ยังได้ยินอยู่ดี)

“กูขอโทษแล้วกันนะ ที่ให้รอนาน” น้ำเสียงของขลุ่ยทำให้เกียร์โกรธไม่ลง

“เออ แล้วไหนบอกว่าให้กูมาช่วยเลือกชุดไง นี่มึงจัดเต็มมาขนาดนี้ จะไปลงแข่งลีดไหนเหรอ” เกียร์ถามเหมือนเพิ่งคิดขึ้นได้

“ก็กูหาเจอชุดเดียว ชุดนี้ แล้วจะเอาอะไรให้มึงเลือกล่ะ รีบไปกันเหอะ”  ขลุ่ยรีบตัดบท กลัวโดนยิงคำถามอีก

ทั้งคู่เดินลงมาถึงชั้นล่างก็พบว่า ฝนกำลังตกหนัก และดูไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก

“ทำไงละ เพราะนายช้า ดูดิฝนตกเลย”

“ทำไมมาโทษกันแบบนี้ละ ฝนมันนึกจะตกก็ตก ไม่เกี่ยวกับกูสักหน่อย กูคิดว่าเราคงต้องไปเตะบอลกันบนห้องแล้ววะ”

“เฮ้ย มึงพูดไรเนี๊ยะ ไม่น่าไว้ใจ” เกียร์ทำเสียงตกใจ

“คิดไปถึงไหนเนี่ยะ วินนิ่งไง วัดกันหน่อยป่ะละ กล้าป่ะ?”

“ขอโทษนะครับ อย่ามาดูถูกกระผมแบบนี้ ผมไม่เคยแพ้ใครนะครับ แล้วอย่ามาร้องไห้อ้อนวอนให้กระผมปรานีนะครับ” เกียร์เกทับกลับ

สรุปวันนั้นทั้งวันช่วงบ่าย สองหนุ่มหมกมุ่นอยู่กับวินนิ่ง ที่ไม่มีใครยอมใคร พลัดกันแพ้กันชนะ หาข้อยุติไม่ได้ จนต้องตัดสินด้วยเกมส์ชี้ชะตา ถ้าใครแพ้เกมส์นี้ต้องเลี้ยงเหล้า 1 เมา (แพงแค่ไหนก็ต้องจ่าย โดยไม่มีข้อแม้) และต้องเรียกอีกฝ่ายว่าลูกพี่ตลอดปีการศึกษา

ศึกระหว่างเด็กวิศวะคอมฯ  และเด็กดนตรีไทย ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

เด็กดนตรีไทย จะสู้เด็กวิศวะคอมฯ ที่มีความเป็นต่ออย่างมากได้หรือไม่

ผลสรุป จะเป็นเช่นไร


ต้องคอยติดตามชมตอนต่อไป

********************************************

ออฟไลน์ yowyow

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4198
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-7
Re: โดนนนนน ตี ❤ วิดวะ [ตอนที่ 3] 11.06.16
«ตอบ #11 เมื่อ11-06-2016 21:06:37 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ NuNam

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1226
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-3
Re: โดนนนนน ตี ❤ วิดวะ [ตอนที่ 3] 11.06.16
«ตอบ #12 เมื่อ12-06-2016 15:35:18 »

อ่านไป ขำไป ข่มกันเกิ้นนน แมนทั้งคู่เลยย อะ ใครจะกดใครอะ ดูไม่ออกจริงๆ นะ  :-[

ออฟไลน์ monnam0309

  • มิสเตอร์เค
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 35
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: โดนนนนน ตี ❤ วิดวะ [ตอนที่ 4] 12.06.16
«ตอบ #13 เมื่อ12-06-2016 21:02:54 »

ตอนที่ 4

“พี่เตือนแล้วไงไอ้น้อง อย่ามาดูถูกพี่ ต่อไปรู้นะว่าต้องปฏิบัติต่อพี่ยังไง”

“ไอ้ลูกน้อง” พูดพร้อมเอามือตบหน้าขลุ่ยเบาๆ ก่อนลุกเดินไปที่ประตู

“พี่หิวแล้ว ไปหาข้าวกินกัน”

“เยอะเลยนะมึง” ขลุ่ยบ่นเบาๆ

“เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ”

“ป่าวๆ ก็ไปดิ”

ขลุ่ยปิดประตูห้องแล้วเดินตามไป

เกียร์ที่ยืนยิ้มรออยู่หน้าลิฟท์

“เร็วๆ หน่อยดิ พี่หิวแล้ว”

“จะกินอะไรล่ะ ห้าทุ่มกว่าแล้ว ร้านป้าปิดหรือยัง”

“ร้านป้าปิดตั้งแต่สามทุ่มแล้ว”

“อ้าววว แล้วจะกินอะไรล่ะทีนี้ งั้น ข้าวกล่องเซเว่นล่ะกันนะ” ขลุ่ยเสนอ

“ไม่อ่ะ ไม่อยากกิน ไปหาอะไรอร่อยๆ ข้างนอกกินดีกว่า ร้านนี้เด็ด”

“อืมมม ก็ได้ งั้นรอเด่ว” ขลุ่ยเดินกลับไปที่ห้อง และกลับออกมาในเวลาไม่นาน

“ไปไหนมาว่ะ ต้องให้รอตลอดเลยหรือไง” เกียร์เริ่มหงุดหงิด เพราะเริ่มหิว

“ก็ไปเอากุญแจรถ จะเดินไปหรือไง” เป็นจังหวะที่ลิฟท์เปิดพอดี ขลุ่ยเดินนำหน้าเข้าลิฟท์

“ไม่กินแล้วเหรอไง” ขลุ่ยทำท่ากดปิดลิฟท์

“เฮ้ยยยย รอด้วยดิวะ” เกียร์สปริงตัวเข้ามาในลิฟท์

“จะไปกินที่ไหน บอกมาแล้วกัน” ขลุ่ยเดินนำหน้าไปที่ลานจอดรถ

ขณะที่เค้ากำลังจะกดรีโมทรถของเขา ขลุ่ยหยุดชะงัก นิ่งเงียบเหมือนคิดอะไรบางอย่าง

“นายมีรถมั้ย ไปรถนายดีกว่า”

“อะไรของนายว่ะ คนยิ่งหิวๆ เดินมาถึงลานจอดรถแล้วเนี่ยะ ทำไมไม่ขับไปเลยอะ งั้นนั่งแท็กซี่ไปง่ายกว่ามั้ย”

เป็นจังหวะเดียวกับที่สายตาของเกียร์บังเอิญหันไปเห็นรถโฟล์คเก่าๆ คันหนึ่ง จอดอยู่ใกล้ๆ บริเวณที่ขลุ่ยยืนอยู่

“เฮ้ยยยย ไม่เป็นไรนะเว้ย เราเพื่อนกัน ไปแท็กซี่ก็ได้ แต่แค่อยากบอกให้รู้ว่า เพื่อนกันมันไม่ได้มองกันที่ภายนอกแบบนั้นนะเว้ย รถนายจะใหม่ จะเก่า เราก็เพื่อนกันป่ะวะ ไปๆ หิวแล้ว”

เกียร์หันหลังเดินนำหน้าเหมือนจะออกไปเรียกแท็กซี่หน้าคอนโด

(ตึ๊ด ตื๊ดดดดดดดดดดดดดดดด) เสียงกดรีโมทกุญแจรถดังขึ้น พร้อมเสียงเรียกดังลอยมา

“ขึ้นรถลูกพี่”

ขลุ่ยหันมาอึ้งกับสิ่งที่เห็น ยืนนิ่ง สตั้นไปหลายวิ

“ตกลงต้องเดินไปเปิดประตูให้ด้วยใช่มั้ยครับ ลูกพี่!!!! ได้ขอรับท่านลูกพี่ พูดพลางเดินมาฝั่งข้างขับรถเปิดประตูรถยืนยิ้ม

“เห้ยย มึงทำอะไรของมึงเนี่ยะ กูเปิดเอง ขึ้นเองได้ ไปๆ ไปขับรถ หิวจนจะกินเสาคอนโดอยู่แล้วเนี่ยะ”

“รับทราบครับลูกพี่” ขลุ่ยตอบกลับและรีบวิ่งมาด้านคนขับอย่างรวดเร็ว
“ตกลงเราจะไปกินร้านไหนกันเหรอลูกพี่”
“ทีแรกก็มีร้านในใจไว้แล้วอ่ะนะ แต่ถ้าขับรถคันนี้ไปกินดูจะไม่เหมาะว่ะ คงต้องเปลี่ยนร้าน เดี๋ยวคิดร้านใหม่ก่อนนะ”

“อ้าวทำไมอ่ะ รถคันนี้กินข้าวร้านนั้นไม่ได้เหรอ ร้านนั้นคงหรูหรามากเลยซินะ”

“หรูกับผีอะไร กูกะจะพามึงไปกินข้าวต้มโต้รุ่งข้างทาง แต่ดูสภาพรถมึงดิ”

“ ไอ้ห่าเอ้ย มีรถ (Lamborghini Aventador Superveloce Roadster 2016 สีแดง) ขับ ไอ้เราก็นึกว่าจะเป็นรถเต่าเก่าๆ คันนั้น แล้วจะพามันไปกินข้าวร้านไหนว่ะเนี่ยะ อารมณ์ตอนนี้อยากกินตีนไก่ซุปเปอร์ แต่ตอนนี้ดันนั่งรถซุปเปอร์-----คาร์ อดแดกละกู สงสัยต้องกินอาหารอิตาเลี่ยนแล้วมั้งเนี่ยะ” เกียร์คิดในใจ

“เป็นอารายไปว่ะ ร้านข้างทางกูก็กินได้ ไปดิ อยู่ตรงไหนล่ะ”

“เอาจริงนะ มึงกินได้หรือว่ะ”

“ทำไมว่ะ กินได้ดิ บอกทางมา กูเริ่มหิวขึ้นมาแล้ว”

“เออ ขับไปทางเส้นกัลปพฤกษ์ เด่วใกล้ๆ จะพออีกที”

“อืมมม โอเค”

ขลุ่ยขับรถออกจากคอนโด
บรรยากาศในรถเงียบกริบ ไม่มีบทสนทนาใดๆ ระหว่างผม และเกียร์

สิ่งที่ผมรู้ตอนนี้ คือ ผมดีใจที่เกียร์จะพาผมไปกินข้าวต้มโต้รุ่งข้างทาง ไม่ใช่เพราะผมงกนะครับ แต่เป็นเพราะเกียร์ทำให้ผมรู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร เขาไม่ได้มองคุณค่าของคนแค่เพียงภายนอก เหตุผลที่ผมไม่อยากใช้รถของผมตอนแรกก็เพราะเหตุผลนี้ ผมไม่รู้ว่าควรจะให้เกียร์รับรู้สถานะทางครอบครัวของผมในตอนนี้หรือป่าว ผมรู้สึกดีมากๆ ที่เกียร์คิดว่าผมอาจจะอายที่ขับรถคันเก่าๆ โดยที่เกียร์พยายามพูดให้ผมรู้สึกดี และแสดงให้ผมรู้ว่าเขาไม่ได้รังเกียจหากผมจะขับรถคันเก่าๆ คันนั้นขึ้นมาจริงๆ และผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร หรือมันจะเป็นพรหมลิขิต  ที่ทำให้ผมได้เจอกับเขา วันปฐมนิเทศวันนั้น ผมตัดสินใจขึ้นบีทีเอสไปมหาลัย แทนการขับรถแลมโบกินี่คันนี้ ผมไม่ต้องการเป็นจุดเด่นที่ใครๆ ต้องจับตามองผม ผมไม่ได้ต้องให้สาวๆ มากรี๊ดผม ผมไม่ได้ต้องการเพื่อนที่จะเข้ามาหาผม มองผมเพียงภายนอก ผมต้องการเพื่อน หรือใครสักคนที่จะเข้ามาหาผมด้วยความจริงใจ ชอบในแบบที่ผมเป็น แล้วตอนนี้ผมก็เจอคนๆ นั้นแล้วครับ

ขลุ่ยหันมายิ้มให้เกียร์อย่างอ่อนโยน ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันที่เกียร์หันมองหน้าขลุ่ยพอดี สายตาทั้งคู่ประสานกันชั่วขณะ

“มึงมองทาง มองหน้ากูทำไม” เกียร์ดึงตัวเองออกจากภวังค์

“โทษทีวะ ใกล้ถึงยัง”

“เดี๋ยวลงสะพานข้างหน้า ชิดซ้ายไว้ ร้านอยู่ซ้ายมือ”

“หน้าแตกเลยเรา” ความคิดของเกียร์พลุ่งพล่านเต็มหัวไปหมด แล้วหมอนั่นรวยซะขนาดนี้ จะกินข้างทางกับเราได้จริงๆ หรือป่าววะเนี่ยะ เอาว่ะ วัดกันไปเลย ถ้านายนั่นติดกินจริงอย่างที่ปากพูด ก็คงคบกันไปได้ยาว
เอ!!!!!! แล้ววันนั้นทำไมนั่งบีทีเอสไปมหาลัยแทนการขับรถคันนี้ไปนะ

หรือว่า!!!!!!!!!!!!!!!

“มันจะคิดเหมือนกับเรา” เกียร์นิ่งเหมือนกำลังใช้ความคิด

“ร้านนี้ใช่มั้ย ถึงแล้ว” ขลุ่ยยื่นมือไปตบขาเกียร์ ส่งสัญญาณว่าถึงร้านแล้ว

ณ ร้านข้าวต้มโต้รุ่งข้างทาง ซึ่งเป็นร้านเล็กๆ  ในเวลาเกือบๆ เที่ยงคืน

ณ ตอนนี้ มีเพียงชายหนุ่มสองคนนี้เท่านั้นเป็นลูกค้าภายในร้าน

สองหนุ่มสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ กินกันอย่างเอร็ดอร่อย แย่งหมูย่างชิ้นสุดท้ายกันอย่างกับเด็กๆ

“ชิ้นนี้กูขอ”
“เห้ย เราคีบก่อนเราต้องได้กินดิ นายสั่งเอาใหม่ดิ”
“กูเป็นลูกพี่ เอามานี่” เกียร์พูดยังไม่ทันขาดคำ แย่งคีบหมูย่างจากตะเกียบของขลุ่ยเข้าปากด้วยสีหน้าเยาะเย้ย
 
นอกจากวันนี้เขาสองคนจะแข่งกันเล่นวินนิ่งมาทั้งวันแล้ว ตกดึกยังเปิดศึกแย่งของอร่อยบนโต๊ะกันอีกด้วย

“อิ่มมาก อร่อยมาก วันหลังมากินกันอีกนะ” ขลุ่ยพูดขณะมองจานบนโต๊ะที่ว่างเปล่า ไม่หลงเหลือแม้แต่ชิ้นเดียว จนดูไม่ออกเลยว่าก่อนหน้านี้บนโต๊ะเคยมีอาหารอยู่เต็มโต๊ะ

“โธ่ มันแน่นอนอยู่แล้ว ถ้าไม่เด็ดจริง ไม่พามาหรอก” เกียร์ยืดอกตอบแบบน่าหมั่นไส้
“มื้อนี้กูเลี้ยงนะ เท่าไหร่ครับพี่” ขลุ่ยตัดบทเดินไปจ่ายเงิน

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวเลี้ยงเอง เป็นคนพามาก็ต้องเลี้ยงดิวะ แกติดเหล้า 1 เมา อย่ามาเหมารวมดิ”

“ไม่ทันละ จ่ายละ” ขลุ่ยหัวเราะ พร้อมเดินไปที่รถ

“ไม่ต้องห่วงหรอกน๊า ไม่ลืมหรอก 1 เมา เมื่อไหร่ ที่ไหน บอกมาได้เลย หรือจะไปต่อเลยป่าวละ”

“ไม่เอาอ่ะ อยากเมื่อไหร่แล้วจะบอกแล้วกัน กลับเหอะ ดึกละ”

ทั้งคู่ขึ้นรถขับออกไป…………………………………

“ทำไมไม่เลี้ยวเข้าคอนโดละ จะไปไหนว่ะ?” เกียร์รีบทักขณะที่รถกำลังขับเลยคอนโดของขลุ่ยไป

“ก็จะไปส่งนายที่บ้านไง อยู่ท้ายซอยไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวขับไปส่ง ไม่ต้องเดินเข้าไปมันมืดแล้ว”

“จอดเลย จอดเลย เดี๋ยวกูเดินเข้าไปเอง อีกอย่างกูเป็นผู้ชายนะเว้ย จะกลัวอะไรกับซอยมืดๆ ตอนกลางคืนว่ะ กูอยู่แถวนี้มาตั้งแต่เกิดหลับตาเดินยังได้เลย จอดเลย จอดเดี๋ยวนี้”

ขลุ่ยเบรกรถกะทันหัน

“เอางั้นจริงดิ ไปส่งได้นะ” ขลุ่ยย้ำถาม

“เออ ไม่เป็นไรจริงๆ ขอบคุณมากที่เลี้ยงข้าว” พร้อมเปิดประตูจะออกจากรถ
“เออ!!!!!”

สองหนุ่มหันมาพูดพร้อมกัน

“มีไร นายพูดก่อนดิ” ขลุ่ยปัดให้เกียร์พูดก่อน

“ยืมโทรศัพท์หน่อยดิ”

“อ๋อ เออ ได้ดิ” พร้อมยื่นโทรศัพท์ให้

เกียร์รับโทรศัพท์มากดเบอร์โทรออก  “ติดละ” แล้วยื่นกลับคืนให้ขลุ่ย

“นี่เบอร์กูนะ เผื่อมีไรก็โทรมาได้ กูไปล่ะ”

เกียร์พูดจบก็ปิดประตูรถและรีบเดินจากไป เหลือเพียงขลุ่ยที่นั่งมองเกียร์จากในรถจนเขาเดินหายลับตาไป


ณ คอนโด

ขลุ่ยเดินยิ้มเข้ามาในห้อง นั่งลงที่โซฟามองโทรศัพท์แล้วอมยิ้ม ก่อนที่จะกดโทรศัพท์เพื่อที่จะบันทึกชื่อในโทรศัพท์ของเขา
--------ลูกพี่เกียร์--------
เขาวางโทรศัพท์เดินยิ้มไปอาบน้ำอย่างอารมณ์ดี

ณ บ้านเกียร์

“คุณหนู ทำไมวันนี้เตะบอลกลับดึกจังคะ”

“พอดีไปกินข้าวกับเพื่อนต่อครับป้า พ่อกับแม่นอนกันหมดแล้วหรือครับ”

“คะ รับนมอุ่นๆ สักแก้วก่อนนอนมั้ยคะ เดี๋ยวป้าไปเอาให้”

“ไม่เป็นไรครับป้า ขอบคุณมากครับ ตอนนี้อิ่มจนท้องจะแตกแล้วครับ เดี๋ยวผมอาบน้ำนอนเลยดีกว่า ฝันดีครับป้า” เกียร์เดินขึ้นห้องไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

หลังจากที่เกียร์อาบน้ำเสร็จ และกำลังจะเข้านอน

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ดูบันทึกการโทร (สายไม่ได้รับ 1 สาย) เขากดเข้าไปดู บันทึกเบอร์
--------ลูกน้องขลุ่ย--------

เขาวางโทรศัพท์ และปิดไฟเพื่อเข้านอน

Lineeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeee

เสียงไลน์ในโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น
เขาหยิบโทรศัพท์มากดดู (เพิ่มเพื่อนจากเบอร์โทรศัพท์)
“ถึงบ้านยัง”

“ถึงแล้ว กำลังจะนอน”

“โอเค ฝันดีนะ”

“อืมม ฝันดี”

การสนทนาทางไลน์จบลงเพียงเท่านั้น
แต่ดูเหมือนความรู้สึกของทั้งสองคนจะไม่ได้จบลงไปด้วย
มันกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่เขาทั้งคู่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน












« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-04-2018 00:10:45 โดย monnam0309 »

ออฟไลน์ NuNam

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1226
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-3
Re: โดนนนนน ตี ❤ วิดวะ [ตอนที่ 4] 12.06.16
«ตอบ #14 เมื่อ12-06-2016 21:24:53 »

เริ่มมีอาการละ เขิลๆ  :hao7:

ออฟไลน์ yowyow

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4198
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-7
Re: โดนนนนน ตี ❤ วิดวะ [ตอนที่ 4] 12.06.16
«ตอบ #15 เมื่อ12-06-2016 22:10:15 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ brookzaa

  • Chill out
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1417
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-6
Re: โดนนนนน ตี ❤ วิดวะ [ตอนที่ 4] 12.06.16
«ตอบ #16 เมื่อ13-06-2016 14:27:14 »

สนุกๆ

ออฟไลน์ monnam0309

  • มิสเตอร์เค
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 35
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: โดนนนนน ตี ❤ วิดวะ [ตอนที่ 5] 14.06.16
«ตอบ #17 เมื่อ14-06-2016 23:35:03 »

ตอน 5
 
 ตื๊ออออออตึง

ลูกพี่เกียร์: สติ๊กเกอร์ อรุณสวัสดิ์



สายตาเกียร์จับจ้องอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์ของเขา
 "ไม่เกิน 5 วิ หรอกกกกกกก"


อ่านแล้ว

"นั่นไง อ่านแล้ว"

หนึ่งงงงง
สองงงงงง
สามมมมมมมม
สี่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แล้วน้าาาา
ห้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
หกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เจ็ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
แปดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
เก้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
นานไปแล้วนะ
สิบ

พูดจบคว่ำโทรศัพท์ไว้บนเตียงและลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ

"อ่านแล้วไม่ตอบบบบบ เยอะนะมึง" เกียร์พูดคนเดียวกับกระจกในห้องน้ำ ขณะที่เขากำลังอาบน้ำ


Lineeeeeeeeeeeeeeeeee


เกียร์ได้ยินเสียงไลน์ดัง จึงรีบวิ่งมาหยิบโทรศัพท์ดู

Air Axxx : Big Sale 0 บาท เปิดจองแล้ว
 
!!!!!!!!!!!!!!!!

"กูไม่เห็นจะเคยจองทัน แล้วบินด้วยเงิน 0 บาท สักที"

 "มึงเด้งมาทำไมตอนนี้"

เกียร์โยนโทรศัพท์ลงบนเตียงด้วยความเซง หันหลังเพื่อเดินกลับไปอาบน้ำต่อ


ตื๊ดดดดดดดด ตื๊ดดดดดดดด ตื๊ดดดดดดดด

"โฆษณาไรอีกว่ะ เด่วพ่อจะบล็อคให้หมด"

"แต่เสียงมันเหมือนวิดิโอคอลโทรเข้านี่หว่า"

เกียร์จับโทรศัพท์ เห็นชื่อ ลูกน้องขลุ่ย ดีใจรีบกดรับ

ขลุ่ยอ้าปากค้าง พร้อมคาบช้อนที่เขากำลังกินข้าวค้างไว้

"โทรมาทำไมไม่พูดไรว่ะ"

ขลุ่ยนิ่ง ปากยังคงคาบช้อนไว้

ลูกพี่เกียร์ "ฮัลโหลๆ  ได้ยินป่าว ๆ"

ขลุ่ยดึงสติกลับมา
ลูกน้องขลุ่ย "เห้ยยยย ผีเปรตหลอก"

ลูกพี่เกียร์ "อะไรของมึง คิดถึงกูใช่มั้ย โทรมาหา"

ช้อนหยุดจากปากขลุ่ย
 "ผะ ผะ ผะ"

"อะไรของมึงเนี่ยะ"

"ผะ ผ้า นุ่งผ้าก่อนมั้ย กูแดกข้าวไม่ลงแล้ว"

"ห๊าาาาาาาาา อะไรนะ"
เกียร์ก้มลงดูสภาพตัวเอง ตกใจแรงมาก เพราะตอนนี้เขาอยู่ในสภาพเปลือง ล่อนจ้อน ไม่มีแม้แต่ผ้าขนหนูปิดบังส่วนลับ และไม่ลับสักชิ้น

"เฮ้ยยยย" เกียร์โยนโทรศัพท์ลงเตียง วิ่งเข้าไปในห้องน้ำ นุ่งผ้าขนหนูออกมา

เกียร์มองโทรศัพท์ของเขาที่คว่ำหน้าอยู่บนเตียง ไม่รู้จะพูดอะไรเป็นประโยคแรกดี

ฟอร์มที่เคยเก็กมาตลอดตอนนี้มันป่นปี้ไปหมดแล้ว

เกียร์รวบรวมความกล้า หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

"เออ มีไรว่ามา"

"เออ ไม่รู้วะ เห็นมึงทักมาแต่เช้า นึกว่ามีธุระ" ขลุ่ยพยายามสะกดอารมณ์ตอบไป ทั้งๆ ที่ตอนนี้เขาหน้าแดงกว่าตูดเด็กไปซะแล้ว

"ป่าวนิ สงสัยส่งผิด" เกียร์แก้ตัว

"เออ ไอ้ข้อความช่างแม่งเหอะ แต่มึงมาโชว์ของไรแต่เช้าว่ะ แล้วนี่กูจะแดกข้าวลงมั้ย"

เกียร์อึกอักไม่รู้ว่าจะตอบขลุ่ยว่ายังไงดี ทำไมเค้าถึงรีบรับสายจนลืมนุ่งผ้า เกียร์นิ่งคิดดดดด ก่อนตอบ

"กูแค่อยากสั่งสอนให้มึงรู้ว่า ลูกพี่ ยังไงก็เป็นลูกพี่วันยันค่ำ เห็นแล้วซินะ รู้ตัวแล้วใช่ป่ะ ว่าอย่าคิดมาเทียบชั้นกู จำไว้นะไอ้ลูกน้อง"

"เออ แค่นี้ก่อนนะ" เกียร์ตัดสายทิ้ง

"โอ๊ยยยยยยยย กูพูดอะไรไปเนี่ยะ ฟังขึ้นป่าวว่ะ ตอนนี้มันจะคิดว่าเราเป็นพวกโรคจิต ชอบโชว์ของ แล้วไม่คุยกับเราอีกเลยหรือป่าวเนี่ยะ"


เกียร์เอามือขยี้หัวตัวเองอย่างแรง อย่างคิดหนัก แล้วเดินกลับไปอาบน้ำต่อให้เสร็จ




ณ คอนโดขลุ่ย

ขลุ่ยลุกออกจากโต๊ะกินข้าว ทั้งที่อาหารยังเต็มจาน

เขามานั่งเอนหลังที่โซฟา พร้อมสายตาเหม่อลอย นั่งอมยิ้มอยู่คนเดียว

Lineeeeeeeeeeeeeeeeee

ขลุ่ยรีบหยิบโทรศัพท์มาเปิดดูข้อความ

เจมส์บอนส์ : วันนี้ว่างป่าว ไปดูหนังกัน ไอ้บอยมันนัดหญิงดูหนัง

BigFlute : พอดีกูปวดหัวว่ะ ไปดูกันเถอะ

เจมส์บอนส์ : อืมมม โอเค เด่วขอไลน์สาวมาเผื่อ Bye..

ขลุ่ยทำหน้าผิดหวัง แต่เขาไม่ได้ผิดหวังที่ไม่ได้ไปดูหนังกับเพื่อน แต่เป็นเพราะคนที่ไลน์มาไม่ใช่คนที่เขากำลังรออยู่ต่างหาก


Lineeeeeeeeeeeeeeeeee

ลูกพี่เกียร์ : ว่างป่าว?

ลูกน้องขลุ่ย : ว่าง!

ลูกพี่เกียร์ : ลงมาข้างล่างหน่อยดิ

ลูกน้องขลุ่ย : มีไร?

ลูกพี่เกียร์ : บอกให้ลงก็ลงมาเหอะ อย่าถามมาก

ลูกน้องขลุ่ย : เออๆ รอก่อนละกัน

ลูกพี่ขลุ่ย : เร็วๆ ให้ว่องดิวะ

ลูกน้องขลุ่ย : รอได้ก็รอ รอไม่ได้ก็ไม่ต้องรอ

สองนาทีต่อมา

"เรียกมามีไร"
ขลุ่ยยืนอยู่ข้างหลังเกียร์

"ทำไมเร็วจังว่ะ"

" เร็วเหรอ ไม่นะ ตกลงมีอะไรไอ้บ้ากาม"

"อ้าวไอ้นี่!!" เกียร์พูดพร้อมทำท่าถลกแขนเสื้อแล้วเดินมาใกล้ เหมือนจะต่อยขลุ่ย

"ก็ไม่มีอะไร พอดีคืนนี้มีเล่นดนตรีที่ผับ ถ้าว่างๆ ไม่มีไรทำ ไปนั่งฟังเพลงได้นะ"

"คิดดูก่อนได้ป่าววะ"

"ทำไมล่ะ ไหนบอกว่าว่างไง"

"ก็ตอนนี้ว่าง แต่นายชวนคืนนี้ไม่รู้ว่าจะว่างป่าว พอดีเพื่อนมันก็ชวนๆ ไปดูหนังอยู่ พอดีนัดสาวไว้ด้วย"

"อืมม งั้นก็ไม่เป็นไร" เกียร์สีหน้าบางบอกถึงความจ๋อย

ทางด้านขลุ่ยเอง ก็นึกโมโหตัวเองในใจที่พูดออกไปแบบนั้น

"ไม่มีอะไรแล้วใช่มั่ยลูกพี่ งั้นขึ้นห้องก่อนนะ"

"เออขลุ่ย!!!"

"ว่าไง"

"ที่ห้องมีกีตาร์หรือป่าว?"

"มี"

"เออ งั้นดีเลย ขอขึ้นไปซ้อมแกะเพลงใหม่หน่อยนะ พอดีเพื่อนเพิ่งส่งเพลงมาให้ ยังไม่คล่องเลย"

พูดพร้อมเดินนำหน้าไปที่ลิฟท์

"มาดิเร็ว  ยืนเซ่ออยู่ได้"

"เออๆ" ขลุ่ยตอบแบบงงๆ เดินเกาหัวตามมาตรงหน้าลิฟท์

......



ออฟไลน์ Anynomous

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 125
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0
Re: โดนนนนน ตี ❤ วิดวะ [ตอนที่ 5] 14.06.16
«ตอบ #18 เมื่อ14-06-2016 23:40:10 »

นี้ก็สายยิ้มทั้งวันเหมือนเกียร์เลยค่ะ :D(บางทีเพื่อนก็ถาม ยิ้มอะไร เหมือนโรคจิต ฮ่าๆ :D)
เป็นกำลังใจให้นะคะ :) น่ารัก น่าติดตามค่ะ

ออฟไลน์ yowyow

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4198
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-7
Re: โดนนนนน ตี ❤ วิดวะ [ตอนที่ 5] 14.06.16
«ตอบ #19 เมื่อ15-06-2016 18:30:10 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: โดนนนนน ตี ❤ วิดวะ [ตอนที่ 5] 14.06.16
« ตอบ #19 เมื่อ: 15-06-2016 18:30:10 »





ออฟไลน์ NuNam

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1226
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-3
Re: โดนนนนน ตี ❤ วิดวะ [ตอนที่ 5] 14.06.16
«ตอบ #20 เมื่อ15-06-2016 19:23:12 »

เนียนเข้าห้องลูกน้องหรอจ้ะ ลูกพี่เกียร์ 5555

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
Re: โดนนนนน ตี ❤ วิดวะ [ตอนที่ 5] 14.06.16
«ตอบ #21 เมื่อ15-06-2016 20:04:24 »

 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ buathongfin

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1251
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-3
Re: โดนนนนน ตี ❤ วิดวะ [ตอนที่ 5] 14.06.16
«ตอบ #22 เมื่อ15-06-2016 20:26:31 »

สรุปคือแอบกั๊กความอู้ฟ่าไว้ทั้งคู่ ผู้ชายสนิทกันคือดีงาม  :hao6:

ออฟไลน์ brookzaa

  • Chill out
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1417
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-6
Re: โดนนนนน ตี ❤ วิดวะ [ตอนที่ 5] 14.06.16
«ตอบ #23 เมื่อ16-06-2016 13:40:45 »

 :katai5: :katai5:

ออฟไลน์ monnam0309

  • มิสเตอร์เค
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 35
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: โดนนนนน ตี ❤ วิดวะ [ตอนที่ 6] 17.06.16
«ตอบ #24 เมื่อ17-06-2016 14:24:13 »

มาต่อให้แล้ววววจ้า

ตอนที่ 6

“เปิดซิครับบบบบ คุณลูกน้อง จะให้พี่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู ทำหน้าที่เป็น รปภ. คอนโด หรือไงครับ”

“ครับบบบบบบบบบบบบบ ลูกพี่” ขลุ่ยลากเสียงประชด พร้อมเดินไปเปิดประตู

“อะไรของนายเนี่ยะ ป่านนี้ยังไม่จัดของให้เข้าที่เข้าทางอีกเหรอ สภาพนี้ เป็นกูนี่!!!ไม่กล้ารับแขกนะเนี่ยะ”

“เออ ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าผมเป็นคนเรียนเชิญให้ลูกพี่มาที่ห้องผมหรือครับ นายอยากมาเองไม่ใช่เหรอ” ขลุ่ยพูดด้วยน้ำเสียงสะบัดในประโยคสุดท้าย

“เออๆ แค่นี้ต้องขึ้นเสียงด้วยเหรอว่ะ ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้ วันนี้ป๊าอารมณ์ดี แล้วช่วยจัดห้องให้เอาป่ะ?”

“ไม่เป็นไร ไหนบอกว่าจะขึ้นมาซ้อมเพลงไง”

“สภาพห้อง รกแบบนี้ จะเอาอารมณ์ที่ไหนมาซ้อมเพลงล่ะ อย่าเรื่องมาก ไปๆ ช่วยกันเก็บของ”

“นายบอกเหตุผลดีดีมาซักข้อมาก่อนดิ ว่า ทำไมถึงอยากช่วย ทำไมถึงคอยมาอยู่ใกล้ๆ” ขลุ่ยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง และรอฟังคำตอบ

เกียร์หันมามองหน้าขลุ่ย ด้วยสีหน้าจริงจังเช่นกัน

“เอาจริงๆ เลยนะ กูอยากเป็นเพื่อนกับมึงไง”

“เหตุผลมีแค่นี้น่ะเหรอ แล้วทำไมถึงอยากเป็นเพื่อนกับกู คนอื่นมีเยอะๆ”

“อยากรู้จริงๆ ใช่มั้ย”

“เออ ใช่ดิว่ะ”

“เออ ไม่รู้ว่ามึงยังจำเหตุการณ์เมื่อ 2 ปีก่อน ได้หรือป่าว”

เกียร์กำลังพาขลุ่ยย้อนไปในเหตุการณ์เมื่อ 2 ปี ก่อน

2 ปี ก่อนหน้านี้

เสียงโทรศัพท์ของเกียร์ดังขึ้น

“ไอ้เกียร์ๆ มึงออกไปดู กู๊ดหน่อยดิ มันโทรมาบอกกูว่า จะไปหาพวกไอ้แบงค์ที่แย่งเด็กมันไปอ่ะ มันลุยไปคนเดียว พอดีตอนนี้กูอยู่พัทยา กลัวไปไม่ทัน แต่จะรีบตามไปนะ” กัสพูดด้วยน้ำเสียงร้อนใจ และเป็นห่วง   กู๊ดมาก

“เออ ได้ๆ เดี๋ยวกูรีบไปเลย”  หลังจากวางสาย เกียร์รีบควบ Ducati Monster S2R S Ti ออกจากบ้านไปทันที


เมื่อเกียร์ไปถึง สิ่งที่เขาเห็นคือ กู๊ดกำลังถูกรุมกระทืบ จากกลุ่มวัยรุ่น 5-6 คน ณ ตอนนั้นทั้งคน และรถของกู๊ดพังยับเยินไม่ต่างกัน

“เฮ้ยหยุดนะ อย่าหมาหมู่ดิว่ะ” เกียร์รีบวิ่งเข้าไปพร้อมตะโกนใส่กลุ่มวัยพวกนั้น

“ทุกสายตาหันมาจับจ้องที่เกียร์”

“อ๋อนึกว่าใคร มึงจะช่วยเพื่อนของมึงใช่มั้ย คิดว่าจะช่วยได้เหรอ” วัยรุ่นที่ชื่อแบงค์ จิกหัวกู๊ดที่ใบหน้าเต็มใบด้วยเลือดขึ้นมา พร้อมหัวเราะเยาะเสียงดัง

“ปล่อยเพื่อนกูไป แน่จริงมึงมาตัวๆ กับกู” เกียร์พูดด้วยสีหน้าโกรธจัด

“แล้วทำไมกูต้องเชื่อมึงด้วยว่ะ สั่งสอนให้มันเลิกปากดีหน่อยดิ” พร้อมพยักหน้าส่งสัญญาณให้เพื่อนๆ เข้ามารุมที่เกียร์แทน

การชกต่อยเริ่มต้นขึ้น ต่างฝ่ายต่างแลกมัดกันพัลวัน เกียร์สู้อย่างไม่ลดละ ถึงแม้ว่าจะมาเพียงคนเดียว ก็สามารถแจกมัดให้ฝั่งตรงข้ามนับดาวได้ไม่น้อย แต่ยังไงฝั่งที่มีคนมากกว่าก็ย่อมได้เปรียบอยู่ดี
เกียร์ถูกล็อคตัวไว้
“เก่งนักนะมึง ต่อไปจะได้เลิกปากเก่งสักที” แบงค์ก้าวเท้าเข้ามา มือของเขาถือท่อนเหล็กยาว พร้อมยกขึ้นเพื่อฟาดมาที่เกียร์

เกียร์ฮึดสู้ถีบเข้าที่หน้าอกของแบงค์ และดิ้นหลุดจากการถูกล็อคตัว และชกพวกหมาหมู่คว่ำไปหลายราย

“กู๊ดดด มึงหนีไป”

“ไม่ กูไม่ทิ้งมึง” กู๊ดตอบด้วยเสียงแผ่วเบา

“มึงรีบไปตามคนมาช่วยกู กูไหว แค่นี้เด็กๆ” เกียร์หันมายิ้มให้กู๊ด เหมือนพยายามทำให้กู๊ดมั่นใจว่าเขาจะสามารถเอาชนะศัตรูได้อย่างง่ายดาย และไม่ต้องเป็นห่วงเขา

“ไป รีบไป เอารถกูไป ไปดิวะ กูขอร้อง มึงอยู่ กูก็เป็นกังวล ไป ไปเร็ว” เกียร์ตะโกนไปพร้อมๆ กับเตะเสยคางคู่ต่อสู้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเพื่อน

“ไป…………”

“เกียร์ กูจะรีบกลับมา” กู๊ดตะเกียกตะกาย ลุกขึ้นยืน ทั้งๆ ที่เกือบจะลุกไม่ไหว โดยมีเกียร์ไปยืนขวางกันไม่ให้มีใครตามกู๊ดไปได้

“มึงเข้ามาเลย เข้ามา” เกียร์ท้าทาย

จังหวะนั้นเอง เกียร์ถูกท่อนเหล็กตีจากด้านหลัง ทำให้ล้มคว่ำกองลงกับพื้น
“กูขี้เกียจจะเล่นกับมึงแล้ว” แบงค์ควักมีดออกมาจากกระเป่าหลังกางเกง เดินตรงเข้ามาที่เกียร์
ขณะนี้เกียร์ทุกล็อคไว้ด้วยชายถึงสามคน อีกทั้งแรงที่จะต่อต้านก็ลดน้อยลงทุกที

แบงค์เดินตรงเข้ามาปักมีดตรงกลางลำตัวของเกียร์ ยืนมองด้วยสายตาไร้ความปรานี
“กูบอกมึงแล้ว อย่ามาปากดีกับกู”
“ถูยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย มึงก็เก่งแต่หมาหมู่แร่ะว่ะ” เกียร์ถุยน้ำลายใส่หน้าแบงค์ ทำให้แบงค์โกรธมาก

“มึงตายซะเถอะ” แบงค์กำลังจะหยิบท่อนเหล็กที่หล่นอยู่ข้างๆ หวังจะฟาดเกียร์ให้ตายคามือ เป็นจังหวะเดียวกับที่เกียร์ รวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายสะบัดหลุดจากการล็อคตัว ชิงหยิบท่อนเหล็ก ฟาดซ้าย ฟาดขวา เหมือนคนบ้าคลั่ง 

เกียร์ถอยหลังมาตั้งหลัก ตอนนี้พวกของแบงค์มาสมทบเพิ่มอีกหลายคน เขารู้ดีว่าสู้ไปยังไงก็คงไม่รอดแน่งานนี้ แทนที่เขาจะห่วงตัวเอง เขากลับคิดถึงเพื่อน เป็นห่วงว่าจะถึงที่ปลอดภัยหรือยัง

เกียร์ยิ้มกว้างออกมา พร้อมกับหัวเราะเสียงดัง ทำให้คู่ต่อสู้พากันงงกับท่าทางของเกียร์ในตอนนี้

“ถ้ากูต้องตาย กูไม่ยอมตายข้างๆ คนอย่างพวกมึงหรอก”

“เห้ยยยย พวกมึงมาช่วยกูแล้วเหรอ” เกียร์ตะโกนเสียงดัง จนทำให้คู่ต่อสู้ต่างพากันหันไปมองด้านหลัง เป็นจังหวะดี ทำให้เกียร์มีโอกาสที่จะวิ่งหนีออกมา

“มันหายไปไหนแล้ว ตามมันไป”

เกียร์วิ่งไปอย่างไม่รู้ทิศทาง ล้มลุกคลุกคลาน เลือดที่ไหลไม่หยุด เริ่มจากมาจากร่างของเขามากขึ้นเรื่อยๆ เกียร์ยังคงวิ่งต่อไป บริเวณนั้นไม่มีใครเลย เวลานั้นเป็นเวลาตีสามกว่าแล้ว เสียงที่จะร้องเรียกขอความช่วยเหลือก็แผ่วเบาลงทุกที

เกียร์หันไปเห็นแสงไฟจากรถคันหนึ่งกำลังวิ่งผ่านมา เกียร์ควักมือ พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่รถคันนั้นก็แล่นผ่านไปโดยไม่มีทีท่าจะจอดให้ความช่วยเหลือ รถแล่นผ่านไปสองถึงสามคัน เกียร์เริ่มหมดหวัง แต่ก็ยังกระเสือกกระสนลุกเดินต่อไป

ขณะนั้นเขาเห็นรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งกำลังจะวิ่งตรงมาที่เขา ในใจของเขาคิดว่านี่จะเป็นคันสุดท้ายแล้วที่เขาจะขอความช่วยเหลือ

“ช่วยด้วย ช่วยด้วย”

รถคันนั้นจอดตรงหน้าของเขา ไฟหน้ารถสาดมาที่ตาของเขา

“เป็นอะไรหรือป่าว โดนอะไรมา” เสียงจากชายนิรนามคนนั้นกล่าวถาม ด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ชายนิรนามคนนั้น หันไปเห็นกลุ่มชายกำลังวิ่งมาทางนี้หลายคน จึงพอจะเดาสถานการณ์ได้

“ไป รีบไปเร็ว ดูท่ามันจะตามมาล่ะ” ชายนิรนามวิ่งเข้ามาประครองเกียร์ ให้รีบไปขึ้นรถ

แต่ด้วยสภาพเกียร์ที่เต็มไปด้วยเลือดตอนนี้ การซ้อนรถมอเตอร์ไซค์จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบากพอดู

ชายนิรนามคนนั้นประคองเกียร์ไว้ให้ขึ้นรถ และดึงมือเกียร์มากอดไว้ที่เอว และจับมือไว้ตลอดเวลาเพราะกลัวว่าเกียร์จะตกรถ เขารีบสตาร์ทรถออกไปด้วยความรวดเร็ว

เกียร์ในสภาพที่เกือบหมดสติ ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะกอดเอวชายนิรมานคนนั้นเพื่อไม่ให้ตัวเองตกจากรถที่กำลังขี่ด้วยเร็ว

“อดทนหน่อยนะ นายเข้มแข็งหน่อยนะ อีกเดี๋ยวจะถึงโรงพยาบาลแล้ว” ชายนิรนามเอ่ยพร้อมกับเขย่ามือเกียร์เบาๆ ให้เขารู้สึกตัวตลอดเวลา

ถึงแม้ร่างกายของเกียร์จะบอบซ้ำขนาดหนัก แต่สายตาของเขายังจดจำใบหน้าชายนิรนามที่ช่วยชีวิตเขาไว้ได้อย่างดี
จำรอยสักที่ต้นคอของชายนิรมานคนนั้น ที่เขาซบและมองดูมันตลอดทางที่ขี่รถมา

เมื่อถึงโรงพยาบาล…..

เกียร์ถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉินทันที

“และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมากูก็ไม่เคยเจอชายนิรมานคนนั้นอีกเลย จนเช้าวันปฐมนิเทศ บนบีทีเอส” เกียร์เอ่ยขึ้นพร้อมมองหน้าขลุ่ย

“นายจำเราไม่ได้ใช่มั้ย” เกียร์เอ่ยถาม

“หน้าตานายเยินขนาดนั้น แถมอยู่ในสภาพเลือดท่วม สภาพตอนนั้นต่อให้เป็นญาตินาย ยังไม่รู้จะจำนายได้หรือป่าวเลย” ขลุ่ยตอบด้วยน้ำเสียงยียวน

“งั้นแสดงว่าลูกพี่ติดหนี้ลูกน้องอย่างกระผมน่ะซิครับ” ขลุ่ยยิ้มกว้างให้เกียร์

“เออ อยากได้อะไรตอบแทนล่ะ” เกียร์กลับมาเก็กเสียงทำตัวเป็นลูกพี่เหมือนเดิม

“ไว้นึกออกจะบอกแล้วกันนะ ตอนนี้ไปเก็บของก่อนไป ไหนบอกจะช่วยจัดห้องไง” ขลุ่ยชี้มือให้ไปจัดของ

“โอเค ได้ๆ” เกียร์รับคำสั่งอย่างว่าง่าย อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ขลุ่ยยืนมองเกียร์ที่กำลังเก็บลังที่กองเกะกะ จัดให้เข้าที่เข้าทาง

“นี่นายจำเราได้จริงๆ มันใช่แค่เรื่องบังเอิญซินะ” ขลุ่ยคิดในใจ

“จะยืนเป็นคุณชายเลยเหรอไง จะให้ยกลังไปไว้ไหนเนี่ยะ”  เกียร์พูดลอยมา

“เอาไปไว้ตรงนู้น” พร้อมเดินไปข้างๆ เพื่อช่วยยก

กว่าจะจัดของเสร็จก็กินเวลาไปหลายชั่วโมง

“นี่จะสองทุ่มแล้วเหรอเนี่ยะ โครตเหนื่อยเลย จะมีแรงร้องเพลงมั้ยเนี่ยะ” เกียร์บ่นพร้อมเอนตัวนอนบนโซฟา ทำท่าเหมือนคนหมดแรง

“โทษทีว่ะ ไหวป่ะเนี่ยะ” ขลุ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

“เออ นั่นดิ เดี๋ยวเสียงานเสียการล่ะแย่เลย งั้นเด่วนายขับรถไปส่งหน่อยนะ แล้วก็นั่งรอรับกลับด้วย เนี่ยะช่วยนายทั้งวัน ไม่มีแรงขับรถล่ะ”

ขลุ่ยเงียบใช้ความคิด

“โอเค เงียบถือว่าตกลง”

“เห้ยย อะไรว่ะ ยังไม่ได้รับปากเลย แต่… เออๆ ไปก็ได้ แทนคำขอบใจที่มาช่วยจัดห้องล่ะกัน”

“สบายแล้วโว๊ย เด่วจะหลับตลอดทางเลย”

“ช่วยบอกทางกูก่อนจะหลับด้วยนะ”

ขลุ่ยขับรถมาจอดที่หน้าผับ เขายิ้มมองดูเกียร์ที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่

“เวลานายหลับนี่แร่ะ น่ารักที่สุดเลย ตื่นมาแล้วงี่เง่า” ขลุ่ยพึมพำเบาๆ

“คิดอะไรกับกูป่าวเนี่ยะ” เกียร์พูดขึ้นมาทั้งๆ ที่ยังหลับตาอยู่

ขลุ่ยตกใจ เปิดประตูลงจากรถทันที

เกียร์ลืมตา แล้วยิ้ม ให้กับอาการเขินของขลุ่ย แล้วเปิดประตูตามลงมา

“จะไปไหน” เกียร์เอ่ยถามขลุ่ย

“ก็เข้าไปในร้านไง” ขลุ่ยหันหน้าหนีแล้วจึงตอบ
“ล็อครถก่อนมั้ย”

“เออ ลืม” ขลุ่ยยิ่งเขินกับความเอ๋อของตัวเอง รีบล็อครถ และเดินนำเข้าไปในร้าน

“เด่ว นายไปนั่งรอโต๊ะข้างๆ เวทีแล้วกัน”

“ขลุ่ย นี่กู๊ด กับ กัส เพื่อนกูนะ” เกียร์แนะนำขลุ่ยให้รู้จักกับสองเพื่อนรักของเขา

“กู๊ด กัส นี่ไอ้ขลุ่ยนะ ลูกน้องกูเอง”

“เพื่อน เรียนที่มหาลัยเดียวกันน่ะ หวัดดีนะ”  ขลุ่ยแนะนำตัว

“เออ หวัดดี” กู๊ด กัส กล่าวพร้อมกันด้วยท่าทางเป็นมิตร

วันนี้เกียร์ยังคงทำหน้าที่ของเขาได้ดีเหมือนทุกๆ ครั้ง และยังคงเป็นขวัญใจสาวน้อย สาวใหญ่ เหมือนเคย

หลังจากเล่นดนตรีเสร็จ เกียร์รีบเดินตรงมาที่โต๊ะด้านข้างเวที
“เป็นไงกูร้องเพราะมั้ย เคลิ้มเลยดิ” เปิดประเด็นแซวขลุ่ยที่นั่งรออยู่

“เออ เพราะดีว่ะ”

“ถ้าชอบก็มาฟังบ่อยๆ ได้นะ กูไม่ว่าอะไรมึงหรอก”

ขลุ่ยยังไม่ทันจะตอบคำถามของเกียร์ ก็มีสาวสวยเดินเข้ามาประชิดด้านหลังของเกียร์
“ขอโทษนะคะ เมื่อกี้ร้องเพลงเพราะมากเลยคะ”

“อ๋อครับ ขอบคุณครับ” เกียร์ตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“ถ้าอยากขอเบอร์ เผื่ออยากฟังเพลงเป็นการส่วนตัวจะได้มั้ยคะ” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ายวน น่าหลงใหล พร้อมยื่นโทรศัพท์ของเธอกับเกียร์

“ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับ พอดีวันนี้แฟนผมมาด้วย แล้วแฟนผมก็ขี้หึงมากด้วยครับ” เกียร์ยิ้ม พร้อมยื่นมือมาจับมือขลุ่ย ที่วางอยู่บนโต๊ะ

ขลุ่ยสะดุ้งตกใจ

“เอ่อ คือว่า” ขลุ่ยกำลังจะปฏิเสธ

เกียร์รีบพูดแทรกขึ้นมาทันที
“ไม่เป็นไรจ๊ะที่รัก อย่าเพิ่งขึ้น” พร้อมเข้ามาโอบไหล่ขลุ่ยไว้ พร้อมทำหน้าส่งสัญญาณไห้ตามน้ำไปก่อน

“เก้งกวาง ก็ไม่บอก เสียเวลา” หญิงสาวพูดพร้อมสะบัดบ๊อปเดินจากไป ด้วยความรู้สึกเหมือน ณ จุดๆ นี้ ชะนีไม่มีที่ยืน
“อะไรของมึง มึงพูดอะไรออกไป กูเสียหายนะ” ขลุ่ยรีบต่อว่าเกียร์
“นึกว่าชอบซะอีก ไปฉี่ก่อนนะ” เกียร์ยิ้ม แล้วเดินจากไป   

ออฟไลน์ NuNam

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1226
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-3
Re: โดนนนนน ตี ❤ วิดวะ [ตอนที่ 6] 17.06.16
«ตอบ #25 เมื่อ17-06-2016 19:18:43 »

เกียร์...ชัดไปแล้วนะ 5555

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
Re: โดนนนนน ตี ❤ วิดวะ [ตอนที่ 6] 17.06.16
«ตอบ #26 เมื่อ17-06-2016 20:45:30 »

อร๊ายยย. อีเกียร์เล่นไรอะ อิอิ

ออฟไลน์ yowyow

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4198
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-7
Re: โดนนนนน ตี ❤ วิดวะ [ตอนที่ 6] 17.06.16
«ตอบ #27 เมื่อ17-06-2016 23:14:12 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ numay

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1035
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-1
Re: โดนนนนน ตี ❤ วิดวะ [ตอนที่ 6] 17.06.16
«ตอบ #28 เมื่อ18-06-2016 13:48:45 »

 :z1:

ออฟไลน์ monnam0309

  • มิสเตอร์เค
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 35
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: โดนนนนน ตี ❤ วิดวะ [ตอนที่7] 18.06.16
«ตอบ #29 เมื่อ18-06-2016 22:52:33 »

ตอนที่ 7

“ทำไมไปเข้าห้องน้ำนานจังว่ะ?” ขลุ่ยทำหน้าหงุดหงิด ขณะที่เกียร์เดินยิ้มแป้นกลับมาที่โต๊ะ

“นานอะไรว่ะ แปปเดียวเอง คิดถึงกูเหรอ”

“อะไรกันสองคน เมื่อกี้กูได้ยินว่าคิดถง คิดถึงอะไรกัน ยังไงเนี่ยะ” เสียงกัสแซวมาจากด้านหลัง

“ไม่มีอะไรหรอก เพื่อนของพวกนายมันโรคจิตน่ะ”

“ไอ้เกียร์มันคงแซวขลุ่ยเล่นแร่ะ ไอ้เกียร์มันแมนจะตาย มึงก็รู้นิ” กู๊ดเดินเข้ามาเสริมทัพ

“เออๆ ก็ขำๆ กันเปล่าว่ะ มึงนี่ก็คิดมากน่ะ เล่นนิดเล่นหน่อยไม่ได้เลย” เกียร์พูดปิดเพื่อยุติเรื่องเมื่อสักครู่

“เออ พอดีเลย วันนี้กูมีคนขับรถมาว่ะ เพราะงั้น วันนี้กูเมาได้ เลี้ยงเหล้ากูหน่อยดิ” เกียร์หันไปกอดคอเพื่อนทั้งสอง

“ได้ดิ ไม่มีปัญหา รอแปป เดี๋ยวจัดให้” พูดเสร็จกัสเดินไปที่บาร์พร้อมจัดเหล้ามาชุดใหญ่

“ชนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน” สามหนุ่มยกแก้วชนพร้อมกัน

“อ้าวนายทำไมไม่ยกล่ะ” เกียร์เอ่ยถามขลุ่ยที่นั่งนิ่ง ไม่ยกแก้วเหล้าชนพร้อมๆ กับคนอื่น

“ก็กระผมมาเป็นคนขับรถนี่ครับ จะกินได้ยังไง ตามสบายเลย” พร้อมยกเป๊ปซี่กระดกลงคอแทนแอลกอฮอล์?

“อืมม งั้นดี เอ้า! พวกเราชน”

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนถึงเวลาตีสองที่ผับปิด

“ผับปิดแล้ว จะกลับหรือยัง”

“ไม่ต้องห่วงๆ ผับปิดแล้วก็กินต่อได้ ที่นี่ผับของพี่สาวไอ้กู๊ดกับไอ้กัสมัน ไม่ต้องกังวลๆ” เกียร์ตอบด้วยน้ำเสียงที่ผสมผสานเป็นหนึ่งเดียวกับแอลกอฮอล์ไปซะแล้ว

“เปล่าไม่ได้ห่วงเรื่องนั้น ดึกแล้ว พอได้แล้วมั้ง”

“เออ กูก็เริ่มเมาแล้วด้วย สงสัยคืนนี้กูสองคนนอนร้านแน่เลย แฟนมึงบอกให้กลับบ้านแล้วก็รีบๆ กลับไปดิว่ะไอ้เกียร์” กัสพูดแบบลิ้นพันกันตามประสาคนเมา

“เออจริงด้วย แฟนบอกให้กลับก็ต้องรีบกลับ ไปจ๊ะที่รัก” เกียร์พูดพลางกอดคอ และเอาหน้าซบลงที่ไหล่ของขลุ่ย

“ตลกละ ใครแฟนมึง” ขลุ่ยสะบัดเกียร์ออกจนเกียร์เกือบตกเก้าอี้
“เออ ใครแฟนมึง ใครพูดว่ะ กูป่าวพูดนะ” เกียร์ปฏิเสธเป็นพัลวัน ตัวโอนเอนทำท่าจะตกจากเก้าอี้
ขลุ่ยรีบดึงเกียร์ไว้ แล้วเข้าประคอง

“กู๊ด กัส เดี๋ยวเรากับเกียร์ขอตัวกลับก่อนนะ ดูสภาพมันไม่น่าจะไหวแล้ว”

“อืมม โอเค ไปๆ ทางนี้ไม่ต้องห่วง” กู๊ดเอ่ย

ขลุ่ยประคองเกียร์ที่เดินโซเซออกจากร้านมาที่ลานจอดรถ

“ไม่ต้องประคอง เดินเองได้ นี่เด็กๆ พี่ยังไม่เมาหรอกน้อง เหล้าแค่นี้ทำไงพี่ไม่ได้ เดี๋ยวพี่เดินให้ดู” เกียร์ผละตัวออกจากขลุ่ยทำท่าจะเดินไปที่รถเอง

“ไม่ใช่ทางนั้น รถกูจอดทางนี้” ขลุ่ยตะโกนใส่เกียร์ที่กำลังเดินไปผิดทาง

“อ๋อๆ กูจำได้ แหมๆ ก็แค่เล่นมุกขำๆ เดินอ้อมออกกำลังกายไง” เกียร์กลับหลังหันทำท่าจากเดินต่อ ยังไม่ทันถึงสองก้าว ขาพันกันล้มลงไปกองกับพื้น

“เฮ้ยยยยยย!!!!”

ขลุ่ยตกใจรีบวิ่งไปประคองเกียร์ที่นอนยิ้มอยู่กับพื้น

“ยังไหว ยังไหว”

“ไม่ต้องพูดแล้ว” ขลุ่ยไม่สนใจฟังคำพูดของเกียร์ที่พร่ำเรื่อยเปื่อย พูดมากจนน่ารำคาญ ขณะนี้เขาประคองเกียร์เข้ามาอยู่ในรถ พร้อมคาดเข็มขัดให้เรียบร้อย

ขลุ่ยมองหน้าเกียร์ในสภาพเมาแอ๋อยู่ข้างคนขับ
“นึกว่าจะแน่!!!” แล้วขับรถออกไป

ขลุ่ยพยายามเขย่าเกียร์ให้ตื่นขณะที่เขาขับรถเข้าไปในซอยบ้านของเกียร์

“เกียร์บ้านของนายหลังไหนว่ะ ตื่นๆ เกียร์ บอกก่อนว่าบ้านนายหลังไหน จะได้ไปจอดส่งถูกบ้าน”

“อืมมมม อะไร ง่วงงงง คนจะนอน อย่ามายุ่ง”

“เห้ยยย ไม่บอกจะรู้ได้ยังไงว่ะ ว่าบ้านอยู่หลังไหน ทำยังไงล่ะทีนี้?”
“โห จะตีสามแล้วด้วย ถ้ามันเข้าบ้านสภาพนี้ พ่อแม่มันจะหาว่าพาลูกเขาไปเสียคนหรือป่าวว่ะเนี่ยะ” ขลุ่ยบ่นพึมพำกับตัวเอง

“เอาว่ะ คืนนี้นอนห้องกูก่อนแล้วกันนะ” ขลุ่ยสะกิดบอกเกียร์ที่หลับอยู่ข้างๆ แต่ไม่มีคำตอบใดๆ ตอบกลับมา

ขลุ่ยเลี้ยวรถเข้าจอดรถที่คอนโด เขาพยุงเกียร์อย่างทุลักลุเล

“โอ๊ยยยยย ทำไมเมาแล้วตัวหนักอย่างนี้ว่ะ เวรกรรมอะไรของกูเนี่ยะ กูต้องคอยตามเก็บมึงตามข้างทางตลอดเลยหรือไง ครั้งก่อนก็โชกเลือด ครั้งนี้ก็เมาแอ๋ กรรมของกูจริงๆ” พูดเสร็จก็ทิ้งเกียร์ลงบนโซฟา
“ตัวเหม็นหึ่งขนาดนี้ อย่าหวังจะได้เข้าห้องนอนกู กูไปอาบน้ำนอนก่อนนะ Good Night”

ขลุ่ยกำลังเพลิดเพลินกับการอาบน้ำ เพราะรู้สึกเหนื่อย และเหนียวเหนอะหน่ะตัวมาทั้งวัน 

ทางด้านเกียร์เขานอนหลับอยู่บนโซฟา แต่เป็นจังหวะที่เขาพลิกตัว ทำไมตกจากโซฟาดังแอ่กกกกก

“โอ๊ยยยยยยยยยยย ไรว่ะเนี่ยะ มานอนตรงนี้ได้ไงว่ะ” เกียร์ลุกขึ้นยืน เดินโงนเงน มองซ้ายมองขวา แล้วเดินไปทางห้องนอนของขลุ่ย พร้อมกับล้มตัวนอนลงบนเตียงของขลุ่ย

ขลุ่ยผิวปากอย่างอารมณ์ดี
“ค่อยสดชื่นขึ้นหน่อย”  เขาเดินออกจากห้องน้ำ ตรงไปที่เตียงกำลังจะทิ้งตัวนอน

“เฮ้ยยยย!!! มึงมาอยู่ตรงนี้ได้ไงว่ะ” ขลุ่ยตกใจ เมื่อพบว่าเกียร์มานอนอยู่บนเตียงของเขา

“ลุกเดี๋ยวนี้เลย ลุกออกไป ตัวโครตเหม็นเลย” ขลุ่ยพยายามดึงเกียร์ให้ลุกออกจากเตียง

“ไม่เอา คนจะนอน จะนอนเตียงนุ่มๆ ไม่เอาโซฟา มันปวดหลัง” เกียร์ก็พยายามขัดขืนสุดฤทธิ์

“ไม่ได้ ลงไปเดี๋ยวนี้ อย่าให้ต้องใช้กำลังน่ะเว้ย”

“ไม่ จะนอนตรงนี้” เกียร์ยังตอบอย่างหน้ามึน

“เออ กูเตือนมึงแล้วนะ” ยังไม่ทันสิ้นเสียงของขลุ่ย

(แอ๊กกกกกกกกกกกกกก โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย)

ขลุ่ยถีบเกียร์ลงจากเตียงด้วยความรำคาญในมันมึนของเกียร์ที่ไม่รู้ว่ามาจากนิสัย หรือเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์

“โอ๊ยยยยย เจ็บนะเว้ย พูดกันดีดีไม่ได้หรือไง แค่นี้ต้องใช้ความรุนแรงด้วยเหรอว่ะ” เกียร์เหมือนสติเริ่มจากกลับมา

“ผมพูดกับคุณดีดีแล้วครับ แต่คุณไม่ฟังผมเลย ผมง่วง ผมจะนอน โอเคนะครับ เชิญครับ ที่นอนของคุณอยู่ข้างนอก” ขลุ่ยล้มตัวนอนบนเตียงหยิบผ้ามาห่มอย่างสบายใจที่สามารถยึดเตียงกับมาเป็นของตัวเองได้อีกครั้ง

“เออ นอนข้างนอกก็ได้ว่ะ แม่งใจดำว่ะ ข้างนอกหนาวก็หนาว โซฟาก็แข็ง” เกียร์ทำน้ำเสียงจ๋อยๆ เรียกร้องความสนใจ แต่ไม่มีท่าทีใดจากขลุ่ยตอบกลับมา หนำซ้ำขลุ่ยยังปิดไฟ และเอาผ้าคลุมโปงเป็นการส่งสัญญาณว่าให้ออกรีบออกไปเร็วๆ

กลางดึก ขลุ่ยสะดุ้งตื่นขึ้นมา นึกเป็นห่วงเกียร์ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นไงบ้าง จึงทำท่าจะลุกขึ้นไปดูเกียร์ข้างนอก แต่ปรากฏว่าเมื่อเขาเปิดไฟที่หัวเตียง สิ่งที่เขาเห็นเป็นสิ่งแรก ก็คือ……………………..

“มึงมานอนอยู่ข้างกูได้ไงว่ะ” ขลุ่ยทำท่าจะปลุกเกียร์ให้ตื่น แต่ก็ชะงักและเปลี่ยนเป็นนั่งมองดูเกียร์ที่กำลังหลับปุ๋ยแทน

“มึงนี่สุดตีนจริงๆ เลยว่ะ” ขลุ่ยบ่นเกียร์ออกมาเบาๆ แล้วก็เผลอยิ้มออกมา

ขลุ่ยขยับตัวเบาๆ เอื้อมมือไปห่มผ้าให้เกียร์ และล้มตัวลงนอนหลับไปข้างๆ กัน

เกียร์ขยับตัวเบาๆ แอบนอนอมยิ้ม ทั้งๆ ที่ยังคงหลับตา

………………………………………………


ฝากติดตามด้วยนะครับบบบบบบบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-06-2016 23:35:32 โดย monnam0309 »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด