<<เล่นกับไฟ>> Fic Got7 #BNior #JackBam
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: <<เล่นกับไฟ>> Fic Got7 #BNior #JackBam  (อ่าน 91030 ครั้ง)

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove
<<เล่นกับไฟ>> Fic Got7 #BNior #JackBam
« เมื่อ28-09-2015 13:41:26 »



ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ

เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ   ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0 
ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่ http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0 
ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่ 

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่ 


2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   


เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ 

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ 

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ 

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว 

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน 

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
       7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
       7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
       7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
             - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ 

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง). 

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ 

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวปhttp://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป 

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว


บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป 

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด 

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ 

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ 

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง ....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
   (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail   
16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข  17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ admin thaiboyslove.com.......................................                                                             

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7 วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย 

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม
           
                                              :L1: :L1: :L1: :L1: :L1:


แจ้งให้ทราบ

ฟิคเล่นกับไฟ ย้ายมาจากอีกเว็บหนึ่ง เพื่ออรรถรสในการอ่าน

โดยไม่ต้อง Cut

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

Belove

[attachment deleted by admin]
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-09-2016 22:33:58 โดย Belove »

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove
เล่นกับไฟ บทที่ 1
«ตอบ #1 เมื่อ28-09-2015 13:47:41 »



                                        เล่นกับไฟ


                                          บทที่ 1


           ร่างผอมเพรียวนั่งเคาะนิ้วอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ สายตาจ้องอยู่กับตัวเลขข้อมูลรายรับของประเทศพลางครุ่นคิดถึงสกู๊ปข่าว

เศรษฐกิจในรอบไตรภาคแรกของปีที่ตนเองรับผิดชอบอยู่ คิ้วโก่งเรียวขมวดนิดๆพาดอยู่เหนือดวงตาหวานและจมูกได้รูปรับกับปากสี

แดงเรื่อธรรมชาติ ยิ่งเมื่อสวมใส่เสื้อเชิ้ตเนื้อดีตามสไตล์ของผู้สื่อข่าวด้านเศรษฐกิจ ทำให้ปาร์คจินยองเป็นชายหนุ่มหน้าหวานดูดีสะดุด

ตาคนมอง


         เสียงเอะอะดังขึ้นอยู่ตรงทางเข้าออฟฟิศสำนักข่าวชื่อดังของประเทศก่อนที่เจ้าของเสียงจะก้าวดุ่มๆไปที่โต๊ะของบรรณาธิการแล้ว

ยื่นรูปถ่ายในจอโทรศัพท์มือถือให้เจ้าของโต๊ะได้เห็น


         “คนโดดตึกฆ่าตัวตายอีกแล้วหัวหน้า”


           แดเนียล เฮนรี่ บรรณาธิการของสำนักข่าวเหลือบตามองภาพนั้นแล้วจึงเลิกคิ้วมองชายหนุ่มที่ทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม


           “คนตายสำคัญมากขนาดนายต้องเอามาให้ฉันดูเชียวรึ แจ็คสัน”


           “โห เจ้านาย ถ้าไม่สำคัญเจ้านายจะไม่ชายตามองเลยใช่ไหม”


           แจ็คสัน ผู้สื่อข่าวสายอาชญากรรมส่งเสียงค่อนขอดเจ้านาย ก็แน่ล่ะ ถ้าคนตายเป็นแค่คนธรรมดาเขาก็คงไม่กล้านำเสนอให้

บรรณาธิการแสนเขี้ยวอย่างแดเนียลได้มองสภาพศพเป็นขวัญตาหรอก


           “นายคิมฮานิล เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศโดดลงมาจากดาดฟ้าชั้น12ของตึกตัวเองตายคาที่ สำคัญพอจะให้

เจ้านายล้วงลูกหน่อยไหม”


           จินยองหูผึ่งขึ้นมาทันที ก็ใครเล่าจะไม่สนใจในเมื่อนายคิมฮานิลคนนี้เป็นนักธุรกิจชื่อดังคนหนึ่งในสังคม แต่ได้ข่าวมาว่าบริษัท

ของนายคิมฮานิลกำลังเข้าสู่ยุควิกฤติเมื่อผประกอบการย่ำแย่ จินยองรู้ข่าวมาพักใหญ่แต่ไม่นึกว่ามันจะย่ำแย่ขนาดเจ้าของบริษัทถึงกับ

ฆ่าตัวตาย ชายหนุ่มขยับตัวหันไปเงี่ยหูฟังบทสนทนาที่มีต่อไป


           “ธุรกิจล้มละลายมั้ง ก็เลยแบกรับไม่ไหว”


           แดเนียลยกมือลูบคางอย่างใช้ความคิดแต่แจ๊คสันส่ายหน้าทันที


           “ไม่เชิงล้มละลายหรอกเจ้านาย ข่าวแว่วมาว่าโดนล้วงลูกจากบริษัทอื่น ให้ทายว่าใคร”


           “ใครกัน ถึงขนาดทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่ล้มครืนได้” แดเนียลมองลูกน้องอย่างสงสัย


           “ใครล่ะจะกล้า นอกจากอาณาจักรอันใหญ่โตของนายอิมแจบอม”


           อิมแจบอม!


         ปาร์คจินยองเงยหน้าขึ้นมาทันที ร่างสูงเพรียวลุกพรึบก้าวตรงไปร่วมวงสนทนาจนแจ็คสันเหลือบมองพลางอมยิ้ม


           “หึหึ นึกว่าจะไม่มาเสียแล้วจินยอง ชื่อของนายอิมแจบอมนี่เรียกนายได้เสมอนะ”


           จินยองยิ้มแค่มุมปาก เขาเอ่ยถามทันทีเมื่อเดินมาถึงโต๊ะของแดเนียล


           “อิมแจบอมเข้าไปเกี่ยวข้องอะไรกับคิมฮานิล”


           แจ๊คสันยักไหล่


           “เฮ้ย! นี่นักข่าวอาชญากรรมโว้ย จะไปรู้ขนาดนั้นได้ไง ไอ้ที่รู้มานี่ก็ฟังมาจากสายสืบอีกทีแต่จะให้รู้ลึกไปถึงขนาดนั้นน่ะไม่รู้หรอก”


           “อิมแจบอมงั้นเหรอ” แดเนียลขมวดคิ้ว


           “ทายาทรุ่นปัจจุบันของตระกูลอิม ตระกูลที่เคยโด่งดังในเรื่องธุรกิจมืดที่ไม่เคยมีใครรู้ว่าทำอะไรกันแน่”


           จินยองกล่าวกับเจ้านายด้วยน้ำเสียงเฉยชา


           “ตระกูลที่เคยได้ชื่อว่าใช้อิทธิพลแหย่ขาเข้าไปในบริษัทต่างๆทะยอยซื้อหุ้นทีละนิดแล้วบ่อนทำลายก่อนเทคโอเวอร์จนบริษัท

เหล่านั้นปิดตัวลง”


           “จินยองรู้ละเอียดจังว่ะ” แจ็คสันกล่าวชมเพื่อนอย่างนึกทึ่ง “ไม่รู้ว่านายรู้เรื่องพวกนี้ด้วย”


           “รู้สิ ทำไม่จะไม่รู้ล่ะ” ดวงตาคู่หวานทอแสงวาบขึ้นมาทันที


           “น่าสนใจนะ ไม่เคยมีใครเจาะเข้าไปได้เลยงั้นหรือ แม้แต่หน้าตาของอิมแจบอมคนนี้ก็ยังไม่เคยมีใครเห็นนะว่าหน้าตายังไง”

แดเนียลเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระตือรือล้น 


           “ถ้าใครสามารถล้วงความลับตระกูลนี้ได้ คงได้ข่าวเด็ดๆมาแน่ๆ”


           จินยองหันขวับไปหาแดเนียลทันที


           ภาพชายสูงอายุใช้ปืนจ่อขมับตนเอง ดวงตาสิ้นหวังหันมามองเด็กชายวัยสิบขวบที่วิ่งเข้ามาหาก่อนจะลั่นไกจนโลหิตคลุ้ง

กระจายแวบขึ้นมาในความทรงจำ จินยองกัดฟันแน่นขอบตาร้อนผ่าว


           “ถ้าเจ้านายต้องการ ผมจะเป็นคนทำข่าวเรื่องนี้เอง”







           “เอาจริงเร้อ เสี่ยงมากเลยนะเว้ยจินยอง”


           แจ็คสันเอ่ยปากทักท้วง เขานั่งอยู่บนขอบโต๊ะทำงานของปาร์คจินยองเพื่อนสนิทตั้งแต่มหาวิทยาลัยและได้มาทำงานด้วยกันที่

สำนักข่าวแห่งนี้


           “ไม่เสี่ยงแล้วจะได้ข่าวมาได้ไง” จินยองกล่าวเสียงเรียบในขณะที่สายตายังคงจ้องอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์


           ข้อมูลของอิมแจบอม ทายาทคนปัจจุบันตระกูลอิมปรากฏอยู่หน้าจอแต่เขายังค้นหาภาพถ่ายไม่ได้แม้แต่ภาพเดียว ผู้ชายคนนี้

มีชื่อเสียงในวงสังคมถึงความหล่อเหลาและร่ำรวยแต่ยากที่จะเข้าถึงหากอิมแจบอมไม่ต้องการให้เข้าใกล้ ไม่มีใครรู้ว่าอิมแจบอมทำ

ธุรกิจอะไรกันแน่ รู้กันเพียงแต่ว่าเขามีทั้งเงินและอิทธิพล ยิ่งน่ากลัวก็ยิ่งอยากจะมีคนเข้าใกล้ยิ่งไม่รู้ก็อยากจะค้นหา แต่ยังไม่เคยมีใคร

ทำได้สำเร็จ


           มันต้องมีสักทางสิน่า ที่จะเข้าไปในบ้านหลังนั้น บ้านตระกูลอิม


           จินยองยกนิ้วขึ้นมากัดเหมือนทุกครั้งที่เขาใช้ความคิด


           “ทำไมอยากทำข่าวไอ้หมอนี่จังวะ” แจ็คสันพยักเพยิดไปที่จอคอมพิวเตอร์


           “อยากกระชากหน้ากากมันออกมาไงล่ะ ว่าสิ่งที่พวกมันทำลงไปเลวร้ายแค่ไหน  แจ็คสัน นายไม่รู้หรอกว่าตระกูลอิมน่ะทำลาย

ผู้คนไปมากมายเท่าไหร่”


           “แล้วทำไมนายต้องเป็นเดือดเป็นแค้นด้วย ไม่เข้าใจเลยจินยอง อ๊ะ! เลื่อนไปดูหน้าเมื่อกี้สิ”


           “รับสมัครครูพี่เลี้ยงเหรอ”


           ดวงตาคู่หวานเบิกกว้างเมื่ออ่านรายละเอียดของข่าวสารจากตระกูลอิม


           “คุณสมบัติต้องเป็นผู้ชาย และต้องเข้าไปพักอาศัยในบ้านตระกูลอิมได้”


           “จินยอง อย่าบอกนะโว้ยว่านายจะ…”


           มุมปากคลี่ยิ้มอย่างถูกใจ ดวงตาเต็มไปด้วยหมายมาด


           “ถ้าไม่เข้าถ้ำเสือ แล้วจะได้ลูกเสือหรือแจ็คสัน”







           ในที่สุดปาร์คจินยองก็มาหยุดยืนอยู่หน้าตึกสูงที่ทำการใหญ่ของตระกูลอิม เมื่อเขาติดต่อผ่านบริษัทจัดหางานจนกระทั่งผ่านการ

คัดเลือกให้มาที่นี่ นายหน้าจัดหางานบอกเขาว่าเคยส่งครูผู้หญิงเข้าไปแล้วหลายคนแต่ไม่มีใครอยู่ได้เกินสามเดือนสักคน จนกระทั่ง

คราวนี้อิมแจบอมต้องการให้ส่งครูผู้ชายเข้าไปแทน นายหน้าคนนั้นดีใจยกใหญ่ที่เขามาสมัครงานเพราะชื่อเสียงความร้ายกาจที่ครูแต่ละ

คนได้รับเมื่อกลับออกมาทำให้ไม่มีใครกล้ามาสมัครอีก แต่ก่อนจะได้งานจินยองต้องมาให้คนของตระกูลอิมสัมภาษณ์ก่อน


           สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเรียกความมั่นใจตรวจดูเอกสารสมัครงานในมือก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปภายในตึกใหญ่ ประชาสัมพันธ์

สาวสวยแนะทางให้เขาก้าวไปที่ลิฟท์ หัวใจของจินยองเต้นตุบๆอย่างตื่นเต้นเมื่อประตูลิฟท์เปิดที่ชั้น7


         เงียบ!


         เขาก้าวออกมายืนงงอยู่หน้าลิฟท์


           มีแต่ทางเดินร้างผู้คน ทั้งที่ชั้นอื่นคราคร่ำไปด้วยพนักงาน แต่ชั้นนี้กลับแตกต่างจนจินยองต้องกลืนน้ำลาย ชายหนุ่มรวบรวม

ความกล้าก้าวเดินไปตามทาง


           “ผิดชั้นหรือเปล่า ชั้นนี้ไม่เห็นจะมีใครเลย”


           พึมพำกับตัวเองเมื่อมองไม่เห็นใครจนมาถึงทางเลี้ยว เขาตัดสินใจเดินต่อ


           “โอ๊ะ!”


           จู่ๆจินยองก็หงายหลังไปกองกับพื้นเมื่อเดินเลี้ยวไปชนกับอะไรบางอย่าง เขาสะบัดหน้ายกมือกุมหน้าผากพร้อมกับที่เงยหน้า

มองต้นเหตุ


           อ่า


         ใครวะ


         ผู้ชายร่างสูงพอกับเขาแต่ว่าไหล่กว้างกว่าซ่อนอยู่ในชุดสูทเรียบหรูที่ยิ่งส่งเสริมให้หน้าขรึมดูดีกว่าเดิมจนเรียกได้ว่าหล่อเหลา

หากไม่ติดว่าดวงตาคู่นั้นจะดุกร้าวเมื่อก้มหน้ามองเขาโดยที่ไม่คิดแม้แต่จะช่วยให้จินยองลุกขึ้นมา จนคนที่กองอยู่กับพื้นต้องกระเสือก

กระสนลุกขึ้นมาเองพร้อมสีหน้าไม่พอใจ


           “นี่ไม่คิดจะขอโทษสักคำเลยหรือไง เสียมารยาท”


           เงียบ!


         มีแต่สายตาดุที่มองหน้าเขาอย่างคาดเดาความรู้สึกไม่ถูกทำให้จินยองยิ่งเดือดเข้าไปอีก


           “จ้องเข้าไป หน้าผมไปเหมือนญาติฝ่ายไหนของคุณเนี่ย พนักงานที่นี่ไร้มารยาทแบบนี้หรือ อ๊ะ!”


         อุทานด้วยความตกใจเมื่ออยู่ๆท่อนแขนถูกกระชากพร้อมทั้งปลายคางก็ถูกบีบจนหน้าเหยเก จินยองอ้าปากจะโวยวายแต่เมื่อเห็น

นัยน์ตาดุที่จ้องมาทำให้เขาต้องงับปากตัวเองลง


           น่ากลัวชะมัด


           “ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ให้ใครก็ได้มาเดินเล่น”


           เสียงก็ดุ


           “ผมไม่ได้มาเดินเล่น ผมมาสมัครเป็นครูไปสอนที่บ้านคุณอิมแจบอมเจ้านายของคุณ ปล่อยผม”


           “ครูงั้นรึ”


           “ก็ใช่น่ะสิ ปล่อยได้หรือยังไอ้คนมารยาททราม”


           พยายามสะบัดท่อนแขนแต่มือแกร่งนั้นบีบแน่นราวกับคีมเหล็ก มือที่กระชับปลายคางก็ยิ่งแน่นหนาจนไม่สามารถเบือนหน้าหนี

จินยองใจเต้นอย่างระส่ำระสายเมื่อริมฝีปากของคนตรงหน้าคลี่ยิ้มออกมา


           นิดเดียว นิดเดียวจริงๆ สำหรับรอยยิ้มจากคนที่มีทีทีท่าโอหังก่อนจะกลับคืนสู่สภาพเดิมทันที


           “ครูอะไรปากเสีย”


           “นี่ นาย!”


           จินยองชักโมโห อารมณ์คุกรุ่นเบียดบังความตื่นกลัวออกไปจนกล้าขึ้นเสียง


           “ปากผมเสียเฉพาะกับคนไม่มีมารยาทอย่างนายเท่านั้นแหละ ปล่อยสิวะ”


           ดวงตาดุเรืองแสงขึ้นมาเมื่อเห็นพยศของจินยองที่ทั้งสะบัดแขนไปมาและพยายามก้มหน้ามากัดนิ้วของเขาจนสำเร็จ หน้าดุนิ่ว

หน้าเมื่อหนุ่มอีกฝ่ายยังกัดอยู่ที่นิ้วเขาไม่ยอมปล่อยก่อนเขาจะตัดสินใจปราบพยศเจ้าหนุ่มแปลกหน้า


           ปาร์คจินยองตัวแข็งทื่อดวงตาเบิกโพลงอย่างตื่นตะลึงเมื่อเอวคอดถูกรวบเข้าไปเบียดกับร่างที่ฟิตด้วยกล้ามเนื้อและนิ้วที่เขากัด

อยู่ก็กระชากออกแล้วกลีบปากของเขาถูกปิดกั้นคำด่าไว้ด้วยปากของหมอนั่น


            “อื้อ!”


           ยิ่งดิ้นวงแขนก็ยิ่งรัดแน่น เรียวปากแม้จะเม้มหนีแต่ก็ยังถูกตามราวีไม่เลิกรา อ้าปากจะด่าก็ยิ่งสบโอกาสให้ลิ้นร้อนผลุบเข้ามา

ตวัดเกาะเกี่ยวไปกับลิ้นของเขาดูดกลืนแย่งอากาศจนจินยองแทบขาดใจ ขอบปากถูกไล่ขบเม้มจนหมดแรงดิ้นรน ปล่อยให้คนฉวย

โอกาสตักตวงจูบแรกไปจนพอใจและผละปากออกเอง พร้อมมองเขาด้วยสายตาที่จินยองอยากจะกลายเป็นอากาศแล้วหายวับไปจาก

ตรงนี้เสียให้ได้


           ไม่ทงไม่ทำแล้ว ครูบ้าบอ


           จินยองตวัดมือเข้าหน้าดุดังฉาด ก่อนจะวิ่งหนีเข้าไปที่ลิฟท์ตัวเดิมที่ยังคงหยุดอยู่แค่ชั้นนี้ โดยไม่ทันได้เห็น คนหน้าดุเลิกคิ้ว

น้อยๆเมื่อยกมือลูบหน้าตัวเอง ร่างสูงก้มลงเก็บเอกสารสมัครงานที่ตกกระจายอยู่บนพื้นขึ้นมาอ่าน


                       “ปาร์คจินยองงั้นหรือ”








           “เรื่องสมัครเป็นครูพี่เลี้ยงอ่ะ ถึงไหนแล้วจินยอง”


           ชายหนุ่มเม้มปากเมื่อแดเนียลเอ่ยถามความคืบหน้าเมื่อเขามาทำงานตามปกติ เหตุการณ์ที่ตึกตระกูลอิมทำให้ใบหน้าร้อนเห่อ

ขึ้นมา


           “คงไม่สำเร็จครับแดเนียล เดี๋ยวผมจะลองหาวิธีอื่น”


           เสียงข้อความดังเตือนจากโทรศัพท์มือถือ จินยองหยิบมันขึ้นมาอ่าน ข้อความจากนายหน้าจัดหางานทำให้เขากระพริบตาปริบๆ


           “ยินดีด้วยคุณปาร์ค คุณได้รับงานครูพี่เลี้ยงที่บ้านตระกูลอิมแล้ว”





TBC



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-09-2015 14:00:54 โดย Belove »

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5445
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
Re: เล่นกับไฟ บทที่ 1
«ตอบ #2 เมื่อ28-09-2015 14:15:57 »

อื้อหือ ตอนแรกก็ส่อแววจะโดนไฟซะแล้ว

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove
เล่นกับไฟ บทที่ 2
«ตอบ #3 เมื่อ28-09-2015 15:24:34 »



                                เล่นกับไฟ

                                  บทที่ 2


     “เอาแน่หรือ ไปแน่ๆใช่ไหม  ไม่เปลี่ยนใจแน่นะ”


           แจ็คสันเอ่ยถามในขณะนั่งมองเพื่อนเก็บของลงกระเป๋า ซึ่งมันก็ไม่มีอะไรมากมายนอกจากเสื้อผ้าไม่กี่ชุดและ

อุปกรณ์มือถือแท็บเล็ตกับแล็ปท็อปรุ่นเก่าตัวเก่งเท่านั้น สายตาของเขามองจินยองอย่างห่วงใย


           ใช่! ดูเหมือนว่าจะห่วงใยเป็นพิเศษ เขาถอนหายใจออกมาเมื่อยอมรับความรู้สึกของตนเอง เขารู้ตัวมานานแล้วว่า

สิ่งที่มีให้จินยองนั้นมันเกินความเป็นเพื่อนมาโดยตลอด


           เขาหลงรักปาร์คจินยอง


           หลงรักทั้งหน้าตา หลงรักทั้งนิสัยอ่อนโยนแต่เข้มแข็ง เขาเก็บมันไว้ภายในใจเท่านั้นเพราะรู้ดีว่าจินยองไม่ได้มี

ความคิดเช่นเดียวกับเขา แจ็คสันดูออก สิ่งที่ทำได้คือมอบความห่วงใยในฐานะเพื่อนอย่างเช่นตอนนี้เมื่อจินยองกำลัง

เก็บของเตรียมตัวไปทำงานที่บ้านตระกูลอิม


           “โอกาสครั้งเดียว ถ้าไม่คว้าไว้ก็จะชวดทุกอย่างนะ”


           จินยองพึมพำเหมือนจะพูดกับตัวเองมากกว่า มือเรียวคว้ารูปเก่าสีจางจากสมุดบันทึกเล่มหนึ่งขึ้นมาแล้วจ้องพัก

ใหญ่ก่อนสอดกลับไว้ที่เดิม ดวงตาชื้นกระพริบเบาๆ ไล่หยดน้ำ


           “จินยอง” แจ็คสันก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า “ระวังตัวด้วย นายจะต้องเจอกับอะไรบ้างก็ไม่รู้ ถ้าเกิดอะไรขึ้น

คิดถึงเราเป็นคนแรกนะ รู้ไหม”


           จินยองพยักหน้ารับ ริมฝีปากแดงเรื่อคลี่ยิ้มให้เพื่อนสนิท เขาพร้อมแล้วที่จะไปเผชิญกับสิ่งที่คาดเดาไม่ออก แต่

เขาจะเปิดโปงมันออกมาให้ได้กับการกระทำอันเลวทรามของตระกูลอิม



           ปาร์คจินยองลากกระเป๋าเดินทางมาหยุดอยู่ที่หน้าตึกบัญชาการที่เคยมาเมื่อหลายวันก่อน เขาได้รับการนัดหมาย

จากเจ้าหน้าที่คนหนึ่งให้มารออยู่ที่นี่ ยืนรอไม่นานนักรถยุโรปสีดำขัดเงาจนมันปลาบก็แล่นมาหยุดอยู่ตรงหน้า


           “คุณปาร์คจินยองใช่ไหม”


           หนึ่งในสองของบุรุษที่นั่งอยู่ตอนหน้าของรถก้าวลงมาแล้วเอ่ยถาม จินยองพยักหน้ารับ ชายคนดังกล่าวยก

กระเป๋าของเขาใส่ไว้ท้ายรถก่อนจะก้าวมาหยุดยืนเบื้องหลังของเขา แล้วทันใดนั้นผ้าสีดำก็คาดมาที่ดวงตา


           “อะไรกันเนี่ยคุณ”


           “ช่วยยืนนิ่งๆด้วยครับ เราจำเป็นต้องปิดตาคุณ”


           ร่างเพรียวของจินยองถูกดันให้ก้มหัวเข้าไปนั่งอยู่บนรถ จินยองได้แต่เม้มปากอย่างขัดใจ


           แม้แต่ทางไปบ้านหลังนั้นยังถูกปิดบังไม่ให้จำได้ นี่มันมาเฟียชัดๆ!


           รถยนต์ขับไปอย่างนิ่มนวลและปราศจากเสียง สองคนด้านหน้าไม่มีคำพูดใดๆแม้แต่คำเดียว จินยองต้องทน

อึดอัดกับความเงียบและความมืดจากผ้าคาดตาจนเผลอหลับไป ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนไหล่ของเขาจึงได้ถูก

สะกิดเบาๆ


           “คุณปาร์ค ตื่นได้แล้วครับ มาถึงคฤหาสถ์อิมแล้ว”


           สะดุ้งตื่นขึ้นมา จินยองกระชากผ้าปิดตาออกแล้วรีบลงมาจากรถ ทันใดนั้นเขาก็ต้องตะลึงเมื่อมองเห็นสิ่งก่อสร้าง

ที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า ท่ามกลางภูเขาสูงที่ตั้งอยู่เบื้องหลัง บริเวณบ้านมีเนื้อที่หลายร้อยเอเคอร์ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่

จินยองหันกลับไปมองทางสำหรับรถแล่นยังมองไม่เห็นประตูรั้วเสียด้วยซ้ำ


          ตัวบ้าน ไม่สิ คฤหาสถ์งดงามตั้งเด่นเป็นสง่า หน้ามุขบนสุดของชั้นบนมีระเบียงยื่นออกมาให้เจ้าของห้องได้ออก

มายืนมองสวนกว้างที่ตกแต่งไปด้วยพันธุ์ไม้นานาพรรณ จินยองอ้าปากค้างกับความโอ่อ่าพักใหญ่กว่าจะรู้สึกตัวและก้าว

เข้าไปด้านในการตกแต่งก็ช่างงดงาม บรรดาสาวรับใช้แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่เหมือนกันกำลังทำความสะอาดอย่างขมัก

เขม้น มีหญิงสาวคนหนึ่งยืนเด่นเป็นสง่าคอยควบคุมการทำงานอยู่ หญิงสาวคนนั้นหันมามองจินยองทันทีที่ก้าวไปถึง

สายตาเฉยชามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า


             “คุณเป็นใคร”


              “ผมเป็นครูพี่เลี้ยงที่ถูกส่งมาครับ” จินยองตอบกลับพร้อมรอยยิ้มผูกมิตรแต่ได้รับแต่ความว่างเปล่ากลับมาเมื่อ

เจ้าหล่อนไม่มีแม้แต่รอยยิ้ม


             “ไม่รู้ว่าคุณชายแจบอมจะคิดถูกหรือคิดผิดที่ส่งครูพี่เลี้ยงที่เป็นผู้ชายมาดูแลคุณหนู”


             เสียงบ่นพึมพำจนทำให้เจ้าตัวดูสูงอายุเกินวัย ทั้งที่ความจริงก็ยังงดงามในวัยสาวใหญ่ จินยองยังไม่เข้าใจนัก

ตัวเขาเองยังไม่รู้เลยว่าเขาจะต้องมาเป็นครูให้ใครในเมื่อไม่มีคำอธิบายให้รู้สักนิด เขารู้มาจากนายหน้าจัดหางานเพียงแค่

ว่าเคยส่งครูผู้หญิงไปหลายคน ถ้าไม่กลับมาพร้อมกับอาการหวาดกลัวบางคนก็หายไปจากคฤหาสถ์โดยตามหาตัวไม่พบ

ครั้งนี้ทางตระกูลอิมจึงขอให้หาครูพี่เลี้ยงที่เป็นผู้ชายส่งไป นักเรียนที่เขาต้องมาสอนอาจจะเป็นลูกชายของอิมแจบอม

ก็ได้ จินยองได้แต่คาดเดา


           “ก็หวังว่าคงจะอยู่ได้นานกว่าแม่พวกสาวๆพวกนั้นนะ เอาล่ะ ฉันชื่อ ยูริ เป็นแม่บ้านอยู่ที่นี่ ตามฉันมาที่ห้องพัก

ของคุณ…”


           “ผมชื่อปาร์คจินยอง”


           ยูริหันขวับมาจ้องหน้าจนจินยองอึดอัดก่อนจะหันกลับไปด้วยอาการคอแข็งเช่นเดิม


           “ไม่มีอะไรหรอก ฉันเคยรู้จักใครคนหนึ่งในอดีตที่นามสกุลเดียวกับคุณ”


           จินยองใจเต้น ใครกันนะที่ยูริบอกว่าเคยรู้จัก เขาก้าวตามยูริขึ้นไปบนชั้นสอง ยูริเดินนำเขาไปตามปีกทางเดินฝั่ง

หนึ่งของคฤหาสถ์ จินยองลอบสังเกตจึงเห็นว่าห้องหับที่นี่มีมากมายหลายห้องเสียเหลือเกิน มันทำให้เขานึกหนักใจใน

การตามล่าหาความจริง


           ยูริหมุนลูกบิดประตูห้องหนึ่งแล้วผลักประตูก่อนก้าวเข้าไป จินยองเดินตามมาหยุดอยู่กลางห้อง มันเป็นห้องที่ไม่

ได้ใหญ่โตมากแต่ก็ยังหรูหรากว่าห้องแคบๆของอพาร์ตเมนท์ที่เขาอาศัยอยู่


           “นี่คือห้องของคุณ อีกหนึ่งชั่วโมงออกมาพบกับฉันตรงลานหน้าบันได ฉันจะพาคุณไปพบคุณหนูที่คุณต้องดูแล”


           พูดจบยูริก็เดินออกไป จินยองรีบก้าวไปล็อคประตูแล้วก้าวไปยังกระเป๋าเดินทางที่ตั้งไว้อยู่ตรงปลายเตียง นี่คน

ของอิมแจบอมคงยกขึ้นมาจากรถยนต์คันนั้นมาไว้ที่นี่ เขารีบเปิดกระเป๋ากางออกก่อนจะตกใจเมื่ออุปกรณ์หากินอย่าง

แล็ปท็อปกับแท็บเล็ตอันตรธานไปจากกระเป๋าเสียแล้ว


           “เฮ้ย มันหายได้ไงวะ” สบถอย่างหงุดหงิด แต่อย่างน้อยก็ยังมีโทรศัพท์มือถือที่เก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงที่ยังอยู่

กับตัว จินยองรีบจัดเสื้อผ้าไม่กี่ตัวเข้าตู้พลางซ่อนสมุดบันทึกไว้ในช่องลับของกระเป๋าเดินทาง ไม่ทันถึงหนึ่งชั่วโมงเขาก็

มารอยูริอยู่ตรงหน้าลานอเนกประสงค์หน้าบันไดทางลงไปชั้นหนึ่ง ไม่นานยูริก็ก้าวขึ้นมา


           “ตรงเวลาดีนี่”


           “ของบางอย่างหายไปจากกระเป๋าเดินทางของผม”


           ยูริขมวดคิ้ว


           “เราจำเป็นต้องยึดไว้ ที่นี่ไม่อนุญาตให้นำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มาใช้นอกจากเป็นอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วในคฤหาสถ์

แห่งนี้”


           การป้องกันเป็นเยี่ยม ถ้าเขาใช้คอมพิวเตอร์ที่มีในบ้านก็ไม่รู้ว่าจะมีตัวกรองอะไรหรือเปล่า นึกหนักใจครามครัน

กับอุปสรรคตั้งแต่ก้าวแรกในบ้านหลังนี้ แต่จินยองก็ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ


           “ได้เวลาที่คุณจะได้พบคุณหนูแล้ว ตามฉันมา”


           คุณหนูที่ว่า หากเป็นลูกของอิมแจบอมจริงคงจะยังเป็นเด็กเล็กมาก อาจจะป้องกันลูกตนเองจากบุคคลภายนอก

จึงจำเป็นต้องให้เรียนหนังสืออยู่แต่ในบ้าน จินยองคาดคะเนพร้อมกับเดินตามหลังยูริจนไปทางอีกปีกหนึ่งของคฤหาสถ์

ยูริหยุดเดินหน้าประตูบานหนึ่ง หล่อนสูดหายใจเข้าปอดแล้วจึงเคาะประตูก่อนจะผลักเข้าไป


           “คุณหนูคะ คุณครูคนใหม่ของคุณหนูมาแล้วค่ะ อุ๊บส์ ทำไมคุณหนูทำอย่างนี้ล่ะคะ จะปาตุ๊กตาใส่ยูริทำไม คุณหนู

แบมแบม”


           ทุกอย่างที่จินยองคาดการไว้ผิดถนัด คุณหนูที่เขาต้องมาเป็นครูพี่เลี้ยงไม่ใช่เด็กเล็ก หากแต่เป็นหนุ่มน้อยหน้า

ตาดีร่างบอบบางที่นั่งทรงตัวอยู่บนรถเข็นต่างหาก!


           ยูริหน้าบึ้ง หล่อนก้มลงเก็บตุ๊กตาที่คุณหนูของหล่อนขว้างใส่ก่อนแนะนำด้วยเสียงห้วนสนิท


           “คุณหนูแบมแบม เป็นน้องชายของคุณชายแจบอม คือคนที่คุณครูจะต้องดูแลนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป”


           ยูริก้าวออกไปจากห้องพร้อมเสียงปิดประตูดังปัง ทิ้งไว้ให้จินยองเผชิญหน้ากับคุณหนูแบมแบมตามลำพัง จิน

ยองใช้เวลาเพียงเล็กน้อยในการสังเกตนักเรียนของเขา


           หน้าเรียว จมูกโด่งตาคม ถ้ายิ้มเสียหน่อยจะน่ารักมาก หากแต่นักเรียนของเขากลับหน้าบึ้งเหมือนเด็กถูกขัดใจ

ร่างผอมทรงตัวอยู่บนรถเข็นที่หยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าต่างห้อง เพื่อมองออกไปเบื้องนอกซึ่งก็คือสวนของบ้านนั่นเอง


           “สวัสดีครับคุณหนูแบมแบม ครูชื่อ…”


          “ออกไป!”


        “เรามาทำความรู้จักกันก่อนดีไหม”

 
          “บอกให้ออกไปจากห้องไงเล่า”


          เสียงตะโกนอย่างเอาแต่ใจทำให้จินยองอยากจะส่ายหน้า นี่ดีว่าเขาเป็นคนใจเย็นพอ ถ้าหากว่าคุณหนูแสนดื้อ

คนนี้ได้เจอกับคนใจร้อนอย่างแจ็คสันเพื่อนเขา ก็คงจะมีเรื่องกันตั้งแต่คำทักทายประโยคแรกทีเดียว

           รถเข็นไฟฟ้าราคาแพงถูกบังคับโดยเจ้าของให้เคลื่อนที่เข้ามาใกล้ แบมแบมยกมือผลักไสคุณครูคนใหม่ของเขา


          “ไม่อยากเรียนอะไรทั้งนั้น เบื่อ ไม่ต้องมาสอน ทุกคนก็เห็นเราเป็นแค่คนพิการ เราไม่อยากเจอหน้าใคร”


           “แต่ว่าคุณหนู”


           “ไปให้พ้น”


          จินยองยกมือปัดป้องเมื่อแบมแบมใช้มือผลักไสพลางส่งเสียงตะโกนลั่น แบมแบมผลักเขาจนล้มลงอยู่กับพื้น

และยังคงไม่หยุดมือจนกระทั่งเสียงบานประตูถูกผลักเข้ามาหยุดการกระทำของแบมแบมลงได้

           จินยองเงยหน้ามองบุคคลที่ก้าวเข้ามาในห้อง ร่างสูงที่ยืนอย่างสง่าทำให้จินยองอ้าปากค้าง เขารีบลุกขึ้นยืน

ก่อนมองคนมาใหม่อย่างกรุ่นโกรธ


           “นายคนนั้น”


           นายคนนั้น คนที่พบกันที่ตึกบัญชาการตระกูลอิม คนมารยาททรามที่โขมยจูบแรกไปจากเขา


           “นายมาที่นี่ได้ยังไง ห้องนี้มันห้องของ…”


          “พี่ชาย วันนี้พี่ชายกลับมาหาผมแล้ว”

           จินยองนิ่งอึ้ง เบิกตากว้าง

           ไอ้คนมารยาททราม ไอ้คนที่ทำให้เขาต้องเก็บไปคิดถึงจูบอันหนักหน่วงอยู่หลายวัน

           คนๆนั้นคือพี่ชายของคุณหนูแบมแบม


           งั้นผู้ชายคนนี้ก็คือ อิมแจบอม งั้นหรือ                  



TBC


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-09-2015 15:38:00 โดย Belove »

ออฟไลน์ KaewGurlie

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 12
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: เล่นกับไฟ บทที่ 2
«ตอบ #4 เมื่อ28-09-2015 18:55:25 »

ตามมาจากทวิตแล้วนะคะ สมัครสมาชิกเรียบร้อย

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6283
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: เล่นกับไฟ บทที่ 2
«ตอบ #5 เมื่อ28-09-2015 20:43:01 »

เรื่องใหม่มาอีกแล้วววว

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove
เล่นกับไฟ บทที่ 3 #BNior
«ตอบ #6 เมื่อ28-09-2015 21:08:41 »

                                   
                                           เล่นกับไฟ

                                             บทที่ 3


           ปาร์คจินยองก่นด่าตนเองที่พลาดจากการสังเกต เขาควรจะรู้ว่าชั้นบนสุดของตึกใหญ่ตระกูลอิมที่เกือบจะร้าง

ผู้คนนั้นเป็นเพราะอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะทั้งชั้นมีเพียงผู้ชายคนนี้ครอบครองอยู่ต่างจากชั้นอื่นๆที่มีพนักงานทำงานกันให้

ขวักไขว่

           และที่สำคัญ ผู้ชายที่เขาต้องการมาสืบข้อมูลนั้นเป็นคนที่ชิงจูบไปจากเขา

           ราวกับจูบที่ผ่านมาหลายวันนั้นเพิ่งเกิดเพียงไม่กี่วินาทีที่ผ่านมา เมื่อจินยองได้สบตากับดวงตาดุริมฝีปากของเขา

ก็ร้อนเห่อขึ้นมาจนต้องเม้มปากแน่น

           หัวใจของเขาเต้นโครมครามเมื่ออิมแจบอมเริ่มก้าวเดิน เดินตรงเข้ามา ใกล้มาก ใกล้จนได้กลิ่นโคโลญจน์อ่อนๆ

ลอยเข้าจมูกเมื่อเขาเผลอสูดลมหายใจเข้าจากการกลั้นใจอยู่พักใหญ่ และเขาก็ถึงกับสะดุดลมหายใจของตนเองเมื่อร่าง

สูงนั้นเดินผ่านหน้าเขาไปโดยไม่มีคำทักทายใดๆทั้งสิ้น


           “ว่าไงหนุ่มน้อยของพี่ วันนี้เป็นเด็กดีหรือเปล่า”


           อิมแจบอมเดินผ่านเขาเข้าไปโน้มตัวลงกอดร่างบอบบางที่นั่งอยู่บนรถเข็น ใบหน้าที่ก้มลงมองน้องชายกลับอ่อน

โยนจนไม่นึกว่าจะเกิดขึ้นได้ รอยยิ้มเพียงเล็กน้อยทำให้ใบหน้านั้นสว่างไสวจนหัวใจของจินยองกระตุกแปลกๆ


           “ดีอยู่แล้วครับ แบมไม่ดื้อ”


           หน้าเรียวหวานราวกับเด็กผู้หญิงยู่หน้าใส่พี่ชายจนคนเป็นพี่ต้องโคลงหัวพลางวางมือไว้บนศีรษะน้องชายแล้ว

โยกเบาๆ


           “แต่ยูริบอกพี่ว่าแบมแบมไม่ยอมกินข้าว”


           “ยูรินิสัยไม่ดีชอบฟ้อง พี่แจบอมต้องเชื่อน้องชายสิครับ”  แบมแบมหน้าบึ้งเหมือนเด็กที่ถูกขัดใจ


           “เอาเถอะ อย่าว่ายูริเลย แบมแบมดูทีวีต่อเถอะนะ พี่ชายจะขอคุยกับคุณครูคนใหม่ของแบมแบมหน่อย”


           จินยองสะดุ้งเฮือกเมื่ออยู่ๆตาดุก็หันขวับมาทางเขา


           “ตามมา” แถมด้วยน้ำเสียงเย็นชาก่อนจะก้าวกลับไปทางประตูแล้วเดินออกไป จินยองสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ

เรียกความมั่นใจกลับคืนมา


           เมื่อเขากล้าที่ก้าวเข้าสู่ถ้ำเสือ เขาก็ต้องกล้าที่จะต่อสู้กับมัน


           คุณครูคนใหม่รีบก้าวเดินตามไปภายนอกห้องของคุณหนูแบมแบม แจบอมก้าวเร็วจนเขาอยากจะต่อว่า แทบจะ

วิ่งตามอยู่แล้วเมื่อแจบอมเลี้ยวเข้าไปยังประตูบานหนึ่ง จินยองที่ก้าวตามเข้าไปต้องชะงักเมื่อเขาเลี้ยวเข้าประตูและชน

เข้ากับแผ่นหลังกว้างที่หยุดยืนนิ่ง


           ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนสักนิดแม้ว่าเขาจะชนอย่างแรง แผ่นหลังกว้างค่อยหันมามองด้วยแววตาที่จินยองเดาไม่ถูก

ก่อนเขาจะก้าวไปยังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของห้อง ถึงตอนนี้เขาเพิ่งสบโอกาสลอบมองไปทั่วๆ จึงพอเดาได้ว่าห้องนี้น่าจะ

เป็นห้องทำงานเนื่องเพราะโต๊ะทำงานที่มีเอกสารว่างอย่างไม่เป็นระเบียบนักและคอมพิวเตอร์ที่ตั้งอยู่ด้านข้างของโต๊ะ

ทำงาน ฝั่งผนังอีกด้านมีเก้าอี้โซฟาตั้งอยู่ แจบอมหยิบเอกสารชุดหนึ่งมาถือไว้ในมือก่อนจะหันหน้ามามองจินยอง


            “ปาร์คจินยอง”


           เขาก้มหน้าอ่านชื่อจากเอกสารในมือ จินยองเชิดหน้าสูงรับชื่อตัวเอง


           “นายลืมเอกสารสมัครงานไว้ที่บริษัท”


           ไม่ได้ลืม แต่ไม่ได้ใส่ใจเมื่อมันตกกระจายอยู่บนพื้นในวันนั้นต่างหาก ก็เพราะผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้านั่นแหละ

ทำให้เขาลืมทุกสิ่ง


           “แต่ก็ดี มันทำให้ฉันได้อ่านมันอย่างละเอียดจนตัดสินใจรับนายมาเป็นครูคนใหม่ของแบมแบม”


           “ทำไมคุณถึงเลือกผม” จินยองถามเสียงเข้ม ทำให้แจบอมก้าวเดินมายังเขาแล้วจ้องมองด้วยสายตาเย็นชา มุม

ปากกระตุกยิ้มเพียงเล็กน้อย เขากระชากไหล่จินยองเข้าใกล้จนจินยองต้องรีบฝืนตนเองไว้


           คุณพระ!

           หัวใจของเขาเต้นเร็วเหลือเกิน


           “เหตุผลคือปากของนายเชิญชวนให้ฉันจูบนาย เหมือนอย่างตอนนี้”


           จินยองหยุดหายใจดวงตาเบิกโพลงเมื่อแจบอมดึงไหล่เขาเข้าไปหาก่อนเลื่อนหน้าเข้ามาจนริมฝีปากประกบกัน

แน่น จินยองพยายามดิ้นรนหนีแต่ก็ไม่สำเร็จเมื่อแจบอมเลื่อนมือไปที่แผ่นหลังแล้วดันเข้ามาให้ร่างกายผอมบางของจิน

ยองแนบชิดไปกับร่างของเขา


           “ปล่อย ปล่อยนะ อะ อึก”


           วินาทีที่จินยองเปิดปากเพื่อส่งเสียงห้ามปลายลิ้นชื้นก็ผลุบเข้ามา ร่างบอบบางถึงกับหอบตัวโยนเมื่อลิ้นนั้นกวาด

ไล้ไปทั่วโพรงปาก แทบขาดใจกว่าที่แจบอมจะถอนลิ้นและผละริมฝีปากออกไป จินยองหอบหายใจถี่ยิบกว่าจะเรียกสติ

กลับคืนมาได้ เขาผลักไสให้แจบอมปล่อยเขาแล้วจึงก้าวถอยหลังหนีพลางจ้องมองอย่างเคียดแค้น


           “ผมจะไม่ทำงานที่นี่ ผมต้องการกลับไปในเมือง”


           รอยยิ้มหยันเกิดขึ้นบนใบหน้าสงบนิ่ง


           “ไม่มีใครไปจากที่นี่ได้ถ้าฉันไม่ได้สั่ง ปาร์คจินยอง นายต้องเลือกว่าจะทำงานเป็นครูสอนหนังสืออยู่ที่นี่ หรือจะ

ออกไปจากบ้านหลังนี้เพียงร่างกายที่ไม่มีลมหายใจ”


           “ผมรู้แล้วว่าทำไมไม่มีครูคนไหนทนทำงานที่บ้านหลังนี้ได้”


           จินยองกัดฟันเถียง เขาไม่อยากให้อิมแจบอมรู้ว่าเขาเริ่มหวาดหวั่นเมื่ออยู่ใกล้ชายคนนี้ แจบอมเลิกคิ้วใส่แทน

คำถามเขาเองก็อยากจะเห็นฤทธิ์ของคนตัวผอมๆบางๆอยู่เหมือนกัน


           “ก็เพราะว่าไม่มีใครทนได้หรอกกับเจ้าของบ้านที่บ้าอำนาจป่าเถื่อนและเอาแต่ใจตัวเองขนาดนี้”


           บ้าอำนาจ ป่าเถื่อน เอาแต่ใจตัวเอง


           อิมแจบอมมองใบหน้าเรียวสวยที่มีปากอิ่มเย้ายวนประกอบอยู่บนใบหน้านั้นอย่างนึกทึ่ง ไม่เคยมีใครกล้าต่อว่า

ด่าทอเขาได้อย่างตรงไปตรงมาขนาดนี้ ก็ใครเล่าจะกล้าหาญชาญชัยกับคนกุมอำนาจสูงสุดของตระกูลอิมได้


           จะมีก็แต่ชายหนุ่มรูปร่างเพรียวบางที่เดินหลงออกมาจากลิฟท์ด้วยใบหน้างงงันแล้วเดินสะเปะสะปะไม่รู้ทิศทาง

จนกระทั่งเดินชนเข้ากับเจ้าของตึกแต่ถึงกระนั้นเจ้าตัวก็ยังไม่รู้


           แจบอมนึกถึงแวบแรกที่เขาได้สบตากับดวงตาเรียวนัยน์ตาดำขลับราวกับลูกกวางน้อยที่กำลังหลงทางอยู่ในป่า

มันทำให้เขารู้สึกแปลกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ยิ่งได้จ้องมองปากอิ่มสีแดงเรื่อที่กำลังขยับเพื่อต่อว่าต่อขานเขานั้น

ยอมรับเลยก็ได้ว่ามันยั่วยวนให้เขาดึงร่างบางนั้นเข้ามาแล้วกระทำการอุกอาจด้วยการชิงจูบหนักหน่วงลงไป รสชาติแสน

อร่อยยามที่เขาได้ครอบครองลิ้นเล็กในโพรงปากนั่นทำให้เขาแทบจะหยุดตัวเองไม่ได้ เขาจูบจนอีกฝ่ายหมดแรงขัดขืน

อยู่ในอ้อมกอดนั่นแหละจึงได้ยอมปล่อยให้เป็นอิสระ


           แถมดวงตาระส่ำระสายปนเปกับความหวาดหวั่นตามเมื่อมองมาหลังจากเขาจูบนั่นอีกเล่า ฝ่ามือนุ่มที่ฟาดลงมา

บนซีกหน้าไม่ได้ทำให้คนอย่างเขาเจ็บปวดแม้แต่น้อย มันยิ่งทำให้ความสนใจในตัวร่างแพรียวบางมากขึ้นไปอีกจนเขา

ต้องเก็บเอกสารที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นขึ้นมาอ่าน


           ปาร์คจินยอง


           ชื่อนี้จึงติดอยู่ในสมองของเขาอย่างสลัดไม่หลุด จนกระทั่งวันนี้วันที่เขาได้พบและได้ลิ้มลองจูบหวานอีกครั้งและ

มันยิ่งพิสูจน์ให้เขารู้ว่าเขาติดใจกลีบปากอิ่มนั่นเพียงใด


           จู่ๆดวงตาแสนดุก็เปลึ่ยนเป็นพราวระยับเมื่อมองมามันทำให้จินยองนิ่งอึ้งและงงงัน ราวกับผู้ชายน่ากลัวกำลังกลั้น

ยิ้ม ใบหน้าของจินยองร้อนเห่อแดงซ่านจนต้องเม้มปากแน่นเมื่อเห็นใบหน้าดุนั้นพลันสว่างไสวขึ้นมา


           ไม่ได้นะ ปาร์คจินยอง


           นายจะหวั่นไหวไปกับคนที่นายกำลังมาสืบค้นหาความจริงคนนี้ไม่ได้ ก็เพราะคนตระกูลนี้มิใช่หรือที่ทำให้ชีวิต

ของนายพลิกผัน อย่าลืมสิ!


           “กล้าหาญเหลือเกินนะลูกกวางน้อย นายเป็นคนแรกที่กล้าเอ่ยปากต่อว่าอิมแจบอม เอาเถอะนะ ฉันยังอารมณ์ดี

พอที่จะรับฟังมันได้อย่างไม่มีปัญหา วันนี้ฉันอนุญาตให้นายพักผ่อนได้อีกหนึ่งวัน แล้วพรุ่งนี้ค่อยเริ่มงานสอนหนังสือให้

แบมแบม”


           เสียงพูดเนิบนาบแต่ยังเปี่ยมด้วยเสน่ห์ทำให้หัวใจของปาร์คจินยองเต้นเร็วเหลือเกิน เร็วจนเขากลัวว่าแจบอมจะ

ได้ยิน ขาของเขาแข็งเกินกว่าจะก้าวเดินออกไปได้เมื่อแจบอมสืบเท้าเข้ามาใกล้พลางยกปลายนิ้วขึ้นมาแตะไล้อยู่ที่

ปลายคางของเขา


           “ทำไมยังไม่กลับไปห้องของตัวเองล่ะปาร์คจินยอง หรือว่ารอให้ฉันจูบลานายอีกรอบ”


           จินยองสะดุ้งเฮือกพลันได้สติขึ้นมา เขารีบหันหลังและก้าวหนีออกไปจากห้องทำงานเจ้าของบ้านอย่างรวดเร็ว

ก่อนจะรีบวิ่งกลับไปห้องของตนเองที่อยู่อีกปีกหนึ่ง และทันทีที่ก้าวเข้าห้องจินยองรีบปิดประตูล็อคก่อนหันหลังพิงไปกับ

ประตู ร่างบอบบางทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง         


           มือเรียวยกขึ้นลูบไล้เรียวปากตนเองอย่างเผลอไผล ความเร่าร้อนบาดลึกจนหัวใจเต้นโครมครามไปหมด


           บ้าที่สุด


           จินยองใช้หลังมือป้ายปากไปมาเพื่อจะเช็ดกลิ่นไอของอิมแจบอมให้หมด แต่เช็ดเท่าไหร่มันก็ยิ่งร้อนเห่อราวกับ

เจ้าตัวมาบดทับความรู้สึกให้จดจำอยู่ในหัวใจ

         ตอนนี้จินยองเพิ่งจะรู้ตัวว่าผู้ชายคนนั้นน่ากลัว

         อิมแจบอมช่างเป็นผู้ชายที่น่ากลัวเหลือเกิน



TBC



ป.ล. ขอบคุณคนอ่านที่ตามมาจากที่เก่านะคะ ขอลงเรื่อยๆอีกนิดแล้วจะเริ่มแต่งเพิ่มค่ะ

ป.ล. อีกที เรื่องนี้ก็ไม่เชิงเรื่องใหม่ซะทีเดียว แต่งได้ 12 บทแล้ว แค่หอบจากที่เก่ามาลงที่นี่จ้า

 :pig2: :pig2: :pig2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-09-2015 21:16:01 โดย Belove »

ออฟไลน์ azure

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 772
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
Re: เล่นกับไฟ บทที่ 3 #BNior [28/9/15]
«ตอบ #7 เมื่อ29-09-2015 09:28:42 »

จริงๆเราไม่ชอบอ่านอะไรที่เป็นเกาหลี แต่เรื่องนี้สนุกดี เราจะลองติดตามดูนะจ๊ะ :really2:

ออฟไลน์ fannan

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2453
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-6
Re: เล่นกับไฟ บทที่ 3 #BNior [28/9/15]
«ตอบ #8 เมื่อ29-09-2015 13:14:11 »

น่าติดตามแบมแบมะร้ายขนาดไหน



จะปราบได้อยู่หมัดไหมละเนี่ยรออ่านตอนต่อไปค้าบ

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove
เล่นกับไฟ บทที่ 4 #BNior [29/9/15]
«ตอบ #9 เมื่อ29-09-2015 18:52:23 »




                                        เล่นกับไฟ

                                          บทที่ 4


           ลูกบิดประตูไม่ได้ล็อคเมื่อปาร์คจินยองหมุนมันอยู่ในมือ หลังจากที่คนงานหญิงคนหนึ่งเดินนำเขามาและบอกว่า

นี่คือห้องสำหรับคุณหนูแบมแบมเรียนหนังสือ จินยองสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆกับงานใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้น เขาหมุน

ลูกบิดและผลักมันเข้าไปพลางสืบเท้าเข้าไปภายในห้อง แต่ยังไม่ทันจะทำอะไรมากกว่านั้นตุ๊กตาสีตุ่นมัวตัวหนึ่งก็ลอยละ

ลิ่วแหวกอากาศมาปะทะใบหน้าของเขา


           ฤทธิ์เดชแรกของคุณหนูแบมแบมสินะ


           ใบหน้าขาวใสก้มลงมองตุ๊กตาที่ร่วงหล่นอยู่ที่พื้นก่อนจะเงยหน้ามองนักเรียนของเขาที่นั่งหน้าง้ำอยู่บนรถเข็น

ไฟฟ้า ตาต่อตาสบกันราวกับจะลองเชิง


           “วิชาแรกจะเริ่มเรียนอะไรดีครับ”


           ปาร์คจินยองเอ่ยถามเสียงเรียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมยังยกเท้าก้าวข้ามตุ๊กตาตัวนั้นอีกต่างหาก การกระทำ

ดังกล่าวทำให้แบมแบมเม้มปากอย่างขัดใจ


            “บังอาจก้าวข้ามชิโร่อย่างนั้นได้ยังไง”


           จินยองเลิกคิ้ว ริมฝีปากสีแดงคลี่ยิ้มกับอาการหวงของที่ลูกศิษย์แสดงออกมา เขาหันกลับไปคว้าเจ้าตุ๊กตาสุนัขสี

มอจนแทบมองสีเดิมไม่เห็นขึ้นมาถือไว้ในมือ


           “ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ครับ แบมแบมเองก็คงจะไม่ต้องการเจ้าชิโร่ตัวนี้แล้ว”


           “รู้ได้ยังไง”


           เสียงเล็กดังขึ้นมาอย่างเอาแต่ใจเมื่อได้ยินคำตอบโต้ของคุณครูคนใหม่ จินยองยิ่งยิ้มกว้างมากขึ้นไปอีก


           “ก็ถ้าแบมแบมรักเจ้าชิโร่จริงคงจะไม่โยนมันทิ้งอย่างไม่เห็นคุณค่าอย่างนี้หรอกใช่ไหมครับ”


           คุณหนูแบมแบมกดปุ่มบังคับรถเข็นไฟฟ้าให้เคลื่อนที่มาหยุดต่อหน้าคุณครูคนใหม่พลางเงยหน้ามองอย่างไม่

ชอบใจ


            “เอาชิโร่ของผมคืนมา”


           “ขอโทษครูก่อนที่ทำผิด”


           “ผมไม่ได้ทำอะไรผิด อย่ามาบังคับนะ”


           ร่างผอมที่นั่งอยู่บนรถเข็นเม้มปากดวงตาแดงก่ำ เขามองปาร์คจินยองอย่างเจ็บใจที่อีกฝ่ายไม่ยอมทำอะไรตามที่

เขาสั่ง ทั้งที่คุณครูคนอื่นไม่เคยมีใครกล้าขัดใจ มือบางยกขึ้นไขว่คว้าตุ๊กตากลับคืนมา แต่จินยองกลับยิ่งส่ายมือที่ถือ

ตุ๊กตาหนี


           “ผมบอกให้คืนชิโร่มาให้ผมไงล่ะ ฟังไม่รู้เรื่องหรือไง”


           “ถ้าไม่ขอโทษครูก็จะไม่คืนให้ และยังจะเก็บชิโร่ไว้บริจาคให้กับเด็กคนอื่นที่ไม่มีตุ๊กตาเล่น”


           จินยองยื่นคำขาดเสียงเฉียบจนแบมแบมต้องเม้มปากแน่น


           “ชิโร่เป็นตุ๊กตาที่แม่ให้ จะเอาไปให้คนอื่นไม่ได้”


           “งั้นก็ขอโทษครูสิครับแบมแบมแล้วสัญญาด้วยว่าจะไม่ทำแบบนี้กับชิโร่อีก”


           “ขะ ขอโทษ เอาคืนมาสิ”


           แบมแบมพยายามพุ่งตัวมากระชากตุ๊กตาสีมอไปจากมือจินยองจนกระทั่งร่างผอมนั้นร่วงลงมาจากรถเข็น จินยอง

ตกใจไม่น้อยที่เห็นแบมแบมนอนกองอยู่กับพื้น เขารีบทรุดตัวลงนั่งประคองแบมแบมไว้ด้วยความเป็นห่วง


           “แบมแบมเป็นอะไรหรือเปล่า”


           “ปล่อยนะ อย่ามายุ่ง เกลียดผมเกลียดตัวเอง เป็นบ้าอะไรวะถึงเดินไม่ได้ เกลียดที่สุด”


           กำปั้นน้อยๆ ทุบลงไปที่ต้นขาตนเองพลางร้องไห้ตัวโยน ใบหน้าเจ็บช้ำของลูกศิษย์ทำให้จินยองสงสาร


จับใจ


           “อย่าคิดอย่างนั้นสิครับแบมแบม อย่าเกลียดตัวเอง ถ้าเราไม่รักตัวเองแล้วใครจะมารักเรา”


           จินยองลูบผมแบมแบมแล้วปลอบอย่างอ่อนโยน


            “คนเราต้องมีความหวัง แบมแบมต้องเดินได้”


           “ไม่ต้องมาให้ความหวัง ถ้าผมทำได้จะมานั่งเป็นไอ้ง่อยอยู่บนรถเข็นให้คนอื่นมองอย่างสมเพชแบบนี้

หรือไง”


           จินยองถอนหายใจออกมา เขาพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมแบมแบมถึงต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวในบ้าน ไม่ได้ไป

โรงเรียนอย่างเด็กวัยรุ่นคนอื่น มันเป็นเพราะแบบนี้นี่เอง


            “ในเมื่อยังมีลมหายใจก็ต้องมีความหวัง ครูไม่รู้หรอกนะว่าทำไมแบมแบมถึงได้เป็นแบบนี้ แต่ครูจะช่วยทุกทาง

ให้แบมแบมกลับมาเดินได้”


           แบมแบมเงยหน้ามาสบตา เสียงสะอื้นแผ่วยังมีให้ได้ยินแต่อาการเกรี้ยวกราดกลับน้อยลงจนจินยองดีใจ


           “จริงหรือ ครูจะทำให้ผมเดินได้ ไม่ได้หลอกกันใช่ไหม”


           “ครูพูดจริง ครูจะหาวิธีเรื่องกายภาพบำบัดมาช่วย”


           จินยองดึงเอวของแบมแบมให้ขึ้นมานั่งบนรถเข็นอีกครั้ง เมื่อทรงตัวได้แบมแบมกลับมองเขาด้วยสายตาไม่เชื่อ

ถือพลางผลักจินยองออกห่าง


           “ผมไม่เชื่อ ใครๆก็พูดอย่างนี้กันหมด สงสารบ้างล่ะ อยากจะช่วยบ้างล่ะ แต่ทุกคนก็หวังแค่จะเข้ามาเอาใจเพื่อ

หาทางใกล้ชิดพี่แจบอมทั้งนั้น รวมทั้งคุณด้วย”


           “แบมแบม!”


           รถเข็นไฟฟ้าถูกเจ้าของบังคับให้เคลื่อนที่ออกจากห้อง และด้วยความชำนาญแบมแบมจึงนำไปไกลกว่าจินยอง

จะวิ่งตามได้ทัน ทุกคนในบ้านไม่มีใครกล้าขวางเมื่อนายน้อยพุ่งตัวออกไปเช่นนั้น จนกระทั่งรถเข็นพาแบมแบมออกมาถึง

หน้าบ้านที่มีสวนสวยอยู่เบื้องหน้า


           “คุณหนูแบมแบมอย่าไปครับ เรากำลังขุดลอกสระน้ำ”


           เสียงคนสวนสูงวัยตะโกนห้ามแต่รถเข็นก็ยังไม่หยุด แบมแบมสีหน้าตกใจสุดขีดเมื่อรถเข็นกำลังพุ่งตัวอย่าง

รวดเร็วไปทางขอบสระ


           “ช่วยด้วย ผมหยุดรถไม่ได้”


           รถเข็นกระแทกเข้ากับดินแข็งตรงขอบสระส่งผลให้ร่างผอมบางลอยละลิ่วลงไปในสระน้ำจนน้ำกระจาย แบมแบม

ผลุบลงไปใต้น้ำในขณะที่คนงานในสวนกำลังตกตะลึง


           ตูม!!


           จินยองที่วิ่งตามมาถึงกระโดดลงไปในน้ำอย่างรวดเร็ว เขาคว้าร่างที่กำลังจะจมลงไปแล้วดึงเข้าหาขอบสระ เดชะ

บุญที่ไม่ใช่สระน้ำขนาดลึกจึงไม่ยากที่จะดึงแบมแบมขึ้นมา แต่เมื่อเขาพาแบมแบมขึ้นมานอนแผ่อยู่ที่ขอบสระได้ก็ต้อง

ตกใจเมื่อเห็นแบมแบมหมดสติไปแล้ว








           อิมแจบอมเดินลิ่วๆมาที่ห้องพักของน้องชาย ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความขุ่นใจและกังวลเมื่อยูริโทรศัพท์ไป

บอกเขาว่าแบมแบมตกลงไปในสระน้ำ เขาจึงทิ้งงานทั้งหมดแล้วขับรถยนต์กลับบ้านอย่างรวดเร็ว


           เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องมองเห็นร่างกายบอบบางของแบมแบมนอนหลับอยู่บนเตียงโดยมีผ้าห่มคลุมอยู่ถึง

หน้าอก แจบอมรีบก้าวเข้าไปทรุดตัวลงนั่งแล้วลูบผมอย่างห่วงใย


           เสียงประตูห้องน้ำที่เปิดออกพร้อมทั้งปาร์คจินยองที่เพิ่งก้าวออกมาหลังจากนำกะละมังน้ำและผ้าเช็ดตัวไปเก็บ

ทำให้แจบอมหันขวับไปมอง จินยองถึงกับสะดุ้งเมื่อแจบอมจ้องมายังเขาด้วยความโกรธเกรี้ยว เจ้าของบ้านลุกขึ้นยืนเพื่อ

จะก้าวมากระชากต้นแขนของจินยองแล้วบีบแน่นจนเจ้าตัวนิ่วหน้า


           “ปล่อยนะ ผมเจ็บ”


           “ฉันจ้างนายมาดูแลแบมแบม แล้วทำไมมันถึงเกิดเรื่องนี้ตั้งแต่วันแรกที่นายทำงาน”


           “มันเป็นอุบัติเหตุ” จินยองที่พยายามผลักข้อมือแกร่งออกพูดตอบโต้


           “รถเข็นนั่นเบรคไม่อยู่ตอนที่แบมแบมบังคับมัน”


           “รถเข็นคันนั้นได้รับการตรวจเช็คสภาพอย่างดี เป็นไปไม่ได้ที่จะเบรคไม่อยู่”


           แจบอมตะคอกเสียงต่ำ ดวงตาคู่ดุมองจินยองอย่างขุ่นเคือง


           “เป็นเพราะนายดูแลแบมแบมไม่ดี”


           “ไม่ใช่นะครับ!”


           เสียงเล็กดังมาจากบนเตียง แบมแบมลืมตาขึ้นมาแล้วรีบพูดเสียงดังทั้งที่ตนเองกำลังเป็นไข้


           “ครูช่วยผมขึ้นมาจากสระน้ำ พี่ชายอย่าต่อว่าครูเลย”


           แจบอมที่ยังคงยึดร่างของจินยองไว้หันมามองน้องชาย เขายอมปล่อยจินยองให้เป็นอิสระแล้วก้าวมาหาแบม

แบมพลางลูบผมอ่อนโยน


           “เป็นไงบ้างน้องพี่”


           แบมแบมคว้ามือของแจบอมไปจับไว้พลางพูดชี้แจงให้พี่ชายหายโมโห


           “ผมดื้อเองทั้งที่ครูเตือนแล้ว ถ้าไม่ได้ครูช่วยไว้ผมคงตายอยู่ในสระน้ำ พี่ชายอย่าว่าครูเลยครับ


เอ่อ..ครูครับ”


           ปลายเสียงที่เรียกทำให้จินยองรีบก้าวมาทางอีกฝั่งของเตียงนอนพลางกุมมืออีกข้างของแบมแบม


           “ผมขอโทษที่เอาแต่ใจ ขอบคุณที่ครูช่วยผมไว้ ผมจะเชื่อฟังครูนะครับเพราะครูไม่เหมือนคนอื่นๆที่ผมเคยเจอ”


           แจบอมมองทั้งคู่อย่างแปลกใจที่เห็นแบมแบมอ่อนข้อให้จินยอง เขาไม่เคยเห็นน้องชายตนเองยอมใครง่ายๆ

แบบนี้มาก่อน


           “ครูจะช่วยให้ผมเดินได้จริงๆใช่ไหมครับ”


           เสียงอ่อนจากแบมแบมทำให้จินยองยิ้มอย่างอ่อนโยนจนแจบอมเผลอมองใบหน้าหวานนั้น


           “ใช่สิครับแบมแบม เรามาร่วมมือกันเถอนะ แบมแบมจะต้องเดินได้”






           จินยองยิ้มกับตัวเองที่สามารถเอาชนะใจคุณหนูเอาแต่ใจอย่างแบมแบมได้ด้วยความจริงใจของเขา ร่างเพรียว

เดินออกจากห้องแต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากด้านหลัง


           “หยุดก่อน ปาร์คจินยอง”


           จินยองหันขวับไปสู้ตากับคนที่กำลังปิดประตูห้องของแบมแบมแล้วก้าวมาชิดเขาอยู่ตรงหน้าห้อง สายตาที่มอง

มาทำให้จินยองใจสั่นและยิ่งเต้นโครมครามเมื่ออิมแจบอมใช้มือเหนี่ยวเอวเขาเข้าใกล้จนใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ


           “เสน่ห์ของนายนี่มันล้นเหลือจริงๆเลยนะ แม้แต่กับแบมแบมนายก็ทำให้เขาชอบนายได้”


           ปลายนิ้วที่ลูบไล้อยู่ตรงริมฝีปากกำลังทำให้จินยองหวั่นไหวเหลือเกิน


           “อยากจะรู้นักว่าเสน่ห์ของนายจะทำให้ใครตกหลุมได้อีก จินยอง”



 TBC


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-09-2015 18:55:42 โดย Belove »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

เล่นกับไฟ บทที่ 4 #BNior [29/9/15]
« ตอบ #9 เมื่อ: 29-09-2015 18:52:23 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ janamanza

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 649
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-2
Re: เล่นกับไฟ บทที่ 4 #BNior [29/9/15]
«ตอบ #10 เมื่อ29-09-2015 19:55:15 »

อย่ายอมง่ายๆนะน้องเนียร์  ใจแข็งเข้าไว้   

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6283
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: เล่นกับไฟ บทที่ 4 #BNior [29/9/15]
«ตอบ #11 เมื่อ29-09-2015 20:23:15 »

คุณพี่ชายแอบหวงคุณครูหราาาาา

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5445
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
Re: เล่นกับไฟ บทที่ 4 #BNior [29/9/15]
«ตอบ #12 เมื่อ29-09-2015 21:09:40 »

จินยองมีพรรคพวกแล้ว

ออฟไลน์ WilpeR

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1556
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-2
Re: เล่นกับไฟ บทที่ 4 #BNior [29/9/15]
«ตอบ #13 เมื่อ29-09-2015 21:46:50 »

จินยองสู้ๆนะ มีน้องแบมเป็นพวกแล้ว

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove
เล่นกับไฟ บทที่ 5-6 #BNior [01/10/15]
«ตอบ #14 เมื่อ01-10-2015 13:56:41 »



                                      เล่นกับไฟ

                                        บทที่ 5


           ปาร์คจินยองฝืนความหวั่นไหวสู้ตาคมคู่นั้นของอิมแจบอมที่ยังคงจ้องมองไม่วางตา ใบหน้าหวานเชิดสูงพลาง

เม้มปากหนีปลายนิ้วที่ยังคงเกลี่ยไล้ราวกับจะหยอกล้อ ก่อนจะคลี่ยิ้มท้าทาย


           “จะใครก็ช่าง แต่หวังว่าคงจะไม่เป็นคุณที่มาตกหลุมเสน่ห์ของผม แต่ก็นะ คุณชายอิมผู้แสนจะฉลาดปราดเปรื่อง

จะมาตกหลุมที่ตัวเองก็มองเห็นอยู่ได้ยังไง จริงไหมครับ คุณชายอิม”     


           “ปาร์คจินยอง!”


           มือแกร่งที่โอบรั้งอยู่ตรงเอวออกแรงกระชับเข้าหาตัวจนจินยองต้องยกมือขึ้นดันแผ่นอกแกร่งให้ห่างออก แต่ก็ไม่

เป็นผลเมื่อลำตัวของเขายังแนบแน่นอยู่กับอิมแจบอม คางเรียวถูกอีกฝ่ายใช้ปลายนิ้วบีบให้อยู่นิ่ง ดวงตาที่จ้องมาทั้งดุ

ทั้งกราดเกรี้ยวจนจินยองผวา


           “ปล่อยนะ”


           “นายกำลังท้าทายฉันอยู่”


           “ผมไม่ได้ท้าทาย ก็แค่พูดความจริง” จินยองพูดเสียงสั่น “คุณนั่นแหละที่ไม่ยอมรับความจริง อะ อย่านะ อึก…”


           แม้จะเบนหน้าหนีแต่ก็หลบไม่พ้นเมื่อท้ายทอยถูกมือที่แข็งราวกับคีมเหล็กคว้าไว้และบังคับให้อยู่นิ่งเมื่อริมฝีปาก

อิ่มถูกรุนรานจากเจ้าของบ้านอีกครั้ง จินยองพยายามจะเม้มปากให้สนิทแต่แจบอมก็ยิ่งกดน้ำหนักลงมาบังคับกลีบปาก

ของเขาให้เปิดออก

           ลิ้นร้อนสอดลึกกวาดไปทั้งโพรงปากอย่างหนักหน่วง จินยองฝืนไว้จนแทบหมดแรงเมื่อลิ้นเล็กถูกตวัดเกี่ยวจน

เกือบจะหมดอากาศหายใจ แต่ในขณะที่เขากำลังเจ็บร้าวไปทั้งกลีบปากจูบนั้นกลับลดระดับความรุนแรงลงและสิ่งที่เพิ่ม

ขึ้นมันคือการเรียกร้องให้จินยองเคลิ้มไปกับมัน


           “อะ อื้อ…”


           ริมฝีปากล่างของจินยองถูกเม้มเบาๆก่อนผละออกแล้วแนบเข้ามาใหม่ แจบอมกวาดลิ้นไปใต้ลิ้นนุ่มแสนหวานที่

เขากำลังตวัดขึ้นเพื่อชิมรสอย่างติดใจ ปาร์คจินยองเผลอไผลตวัดลิ้นตอบโต้ มือเรียวที่ผลักดันแผ่นอกออกห่างหมดแรง

จนต้องคว้าปกเสื้อสูทแล้วกำมันไว้แน่น


           “นายชอบจูบของฉัน”


           เสียงทุ้มลึกดังขึ้นแผ่วเบา แจบอมวนเวียนขบเม้มกลีบปากเย้ายวนไม่ขาดระยะ


           “ฮึก..อะ..ไม่”


           เสียงสั่นพร่าปฏิเสธออกมาทั้งที่ยังหายใจหอบไปกับจุมพิตที่เรียกร้องนั่น อิมแจบอมได้ยินก็ยิ่งเม้มปากลงไป

ราวกับจะตอกย้ำ


           “แต่นายกำลังจูบตอบฉันอยู่ รู้ตัวหรือเปล่า หืม…”


           นั่นแหละ สติเพิ่งจะกลับคืนมา จินยองกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะเอียงหน้าหนีจนพ้น เขาอ้าปากหอบหายใจเข้า

ปอดถี่ยิบ ใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำเมื่อเห็นสภาพว่าตนเองกำลังเป็นฝ่ายคว้าปกเสื้ออิมแจบอมไว้ ร่างโปร่งรีบปล่อยมือและก้าว

ออกห่าง เขายกหลังมือเช็ดคราบน้ำลายบนเรียวปากอย่างเจ็บใจ


           “คุณมันคนเจ้าเล่ห์”


           จินยองชี้หน้าต่อว่า แต่คนถูกต่อว่ากลับเลิกคิ้วสูงแล้วยิ้มขำ


           “อีกข้อแล้วหรือ บ้าอำนาจ ป่าเถื่อน เอาแต่ใจ แถมยังเจ้าเล่ห์อีกด้วย เฮ้อ..ไม่มีข้อดีเลยสินะ”


           แจบอมก้าวตามเข้ามาใกล้จนจินยองต้องก้าวถอยหนี


           “ระวังไว้ก็แล้วกันนะลูกกวางน้อย อย่าได้มาตกบ่วงของนายพรานเจ้าเล่ห์อย่างฉันก็แล้วกัน”


           “บ้า ไม่มีวันซะหรอก”


           จินยองวิ่งหนีไปตามทางเดินเพื่อเข้าห้องตัวเอง เสียงหัวเราะในลำคอของแจบอมยังติตตามมาย้ำเตือนแม้กระทั่ง

เขาเข้ามาในห้องตัวเองแล้วทุ่มตัวลงกับเตียงพลางใช้ท่อนแขนฟาดไปกับที่นอนเพื่อระบายอารมณ์


           “เกลียด ฉันเกลียดนายที่สุดอิมแจบอม ไม่มีทางที่ฉันจะหลงกลนายหรอก ไม่มีทาง”









          “เล่าให้ครูฟังได้ไหมว่าทำไมแบมแบมถึงเดินไม่ได้”


           จินยองลูบผมแบมแบมอย่างอ่อนโยน แบมแบมที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงในเช้าวันต่อมาถอนหายใจเฮือกใหญ่


           “ถ้าสะเทือนใจมากก็ไม่ต้องเล่าหรอกนะ”


           รอยยิ้มอย่างบริสุทธิ์ใจทำให้แบมแบมยอมเล่าเรื่องราวต่างๆ


           “เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อห้าปีที่แล้วครับครู  ผมกำลังจะไปต่างจังหวัดกับพ่อและแม่ รถยนต์ที่นั่งไปวันนั้นเบรคแตก

มันไถลลงไปในเหว”


           แบมแบมสั่นสะท้านไปทั้งตัว ดวงตาเรียวแดงก่ำจนกระทั่งหยาดน้ำไหลรินลงมา ปาร์คจินยองดึงหนุ่มน้อยไปกอด

ไปอย่างสงสาร


            “โธ่ แบมแบม”


           “ทุกคนในรถตายหมด ทั้งพ่อและแม่ แม่ที่กอดผมไว้เพื่อไม่ให้ผมเป็นอันตราย ทำไมครู ทำไมต้องเป็นผมคน

เดียวที่รอด ทำไม”


           เสียงสะอื้นทำให้จินยองแทบจะร้องไห้ตาม เขากอดแบมแบมจนกระทั่งหนุ่มน้อยเริ่มคลายความเศร้าลง         


          “ตั้งแต่วันนั้น เมื่อฟื้นที่โรงพยาบาลผมก็เดินไม่ได้อีก ทั้งที่หมอก็บอกแล้วว่ากระดูกสันหลังหรือเส้นประสาท

ของผมมันก็ไม่ได้เป็นอะไร แต่ทำไมผมเดินไม่ได้ก็ไม่รู้ครับครู”


           จินยองเดาว่าน่าจะเป็นเพราะจิตใจของแบมแบมที่ยังเสียใจจากเหตุการณ์ในวันนั้น แบมแบมจึงเดินไม่ได้ เขา

นึกสงสารแบมแบมจับใจ


           “คนที่น่าสงสารอีกคนก็คือพี่ชาย”


           อิมแจบอมน่ะหรือที่น่าสงสาร ข้อนี้จินยองขอเถียงอยู่ในใจ ทีท่ายะโสนั่นไม่เห็นจะชวนให้น่าสงสารสักนิด       


         “พี่ชายถูกเรียกให้กลับมาจากเมืองนอกทั้งที่ยังเรียนปริญญาโทอยู่เพื่อมารับตำแหน่งต่อจากพ่อทั้งที่พี่ชายไม่

เต็มใจสักนิด พี่ชายทะเลาะกับพ่อบ่อยๆ เพราะไม่ค่อยทำอะไรตามใครพ่อ”


           จินยองตั้งใจฟัง เขาแทบจะกลั้นหายใจเมื่ออยู่ๆ เบาะแสแรกที่เขาเสี่ยงเข้ามาในบ้านหลังนี้กำลังจะหลุดมา

จากลูกศิษย์ของเขา


           “จริงๆแล้วพี่ชายก็รักพ่อมาก แต่เพราะเป็นทายาทที่จะต้องสืบทอดได้เพียงคนเดียว แม้แต่จะร้องไห้เสียใจที่พ่อ

ตาย พี่ชายยังทำไม่ได้เลย”


           เอะใจเมื่อได้ยินประโยคนั้น ปาร์คจินยองเริ่มขมวดคิ้ว


           “ทำไมนาย เอ่อ พี่ชายของแบมแบมถึงเป็นทายาทเพียงคนเดียวล่ะครับ ในเมื่อก็มีแบมแบมเป็นลูกอีกคนนี่นา”


          แบมแบมส่ายหน้า


           “พ่อของผมมีภรรยาที่ถูกต้องคือแม่ของพี่ชายครับ ส่วนแม่ของผมน่ะเป็นภรรยารองที่เป็นคนไทย ผมไม่มีสิทธิ์

อะไรทั้งนั้น ถ้าหากพี่ชายจะไล่ผมออกจากบ้านก็ได้ แต่เขาก็ไม่ทำ ครูครับ…”


           แบมแบมช้อนสายตามอง


           “พี่ชายน่ะน่าสงสารนะครับครู ผมอยากให้พี่ชายมีใครสักคนอยู่เคียงข้าง ใครที่รักพี่ชายจริงๆ ไม่ได้หวังแต่ผล

ประโยชน์อย่างที่ผ่านมา ผมอยากให้คนๆนั้นเป็นครูจังเลย”


           “แบมแบม!”


           ใบหน้าร้อนเห่อจนขึ้นสีจัดเมื่อได้ยินคำพูดของแบมแบม จินยองเม้มปากแน่น

           จะเป็นเขาได้อย่างไร ในเมื่อจุดประสงค์ที่มาที่นี่ก็คือเปิดโปงความเลวร้ายในอดีตที่ผ่านมาของตระกูลอิม       


TBC


                                                   





 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-10-2015 14:02:45 โดย Belove »

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove
เล่นกับไฟ บทที่ 5-6 #BNior [01/10/15]
«ตอบ #15 เมื่อ01-10-2015 14:04:53 »



                          เล่นกับไฟ

                           บทที่ 6

 

          “ครูว่าเราอย่าเพิ่งพูดในเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นตอนนี้ดีกว่านะ”


           ปาร์คจินยองเอ่ยกับลูกศิษย์


           “พี่ชายของแบมแบมอาจจะไม่ได้คิดเรื่องนี้ก็ได้ ครูไม่อยากให้แบมแบมคิดอะไรแทนพี่ชาย ครูว่าเรามาจัดตาราง

เรียนกันดีกว่า ไหนบอกครูหน่อยว่าที่ผ่านมาเรียนเรื่องอะไรไปแล้วบ้าง”


           เปลี่ยนเรื่องคุยเพราะเขาเองไม่อยากหวั่นไหวไปกับคำพูดของแบมแบม ยิ่งพูดถึงอิมแจบอมมากเท่าไหร่ภาพ

ของผู้ชายคนนั้นก็ยิ่งปรากฏเด่นชัดในมโนสำนึก


           “เราจะเรียนหนังสือกันวันละสามชั่วโมง เรียนศิลปะสัปดาห์ละสองวัน และในทุกๆวันช่วงบ่ายครูจะพาแบมแบมลง

ไปเดินเล่นที่สวนหน้าบ้าน แบมแบมจะต้องได้รับอากาศบริสุทธิ์และฝึกกายภาพกล้ามเนื้อ ตกลงไหมครับ”


           จินยองปล่อยให้แบมแบมได้พักผ่อนหลังจากนั้นเพื่อร่างกายจะได้ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ เขาเดินกลับเข้าไปในห้อง

ส่วนตัวแล้วหยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าแก่ที่รอดพ้นจากการยึดไปออกมา


           “จินยอง นายเป็นไงบ้าง” ปลายทางที่จินยองโทรหารีบส่งเสียงทันทีเมื่อโทรติด


           “ที่สำนักข่าวเป็นห่วงนายกันทุกคน โดยเฉพาะ เอ่อ .. เราเป็นห่วงนายมากนะ”


           จินยองยิ้มกับตัวเองเมื่อได้ยินเสียงกระตือรือล้นของแจ็คสัน


           เขารู้ดีว่าชายหนุ่มแสนห้าวที่เลือกทำงานนักข่าวสายอาชญากรนั้นคิดอย่างไรกับเขา  นึกเสียใจอยู่ไม่น้อยที่เขา

ไม่ได้นึกรักแจ็คสันในแบบคนรัก เรื่องหัวใจไม่สามารถบังคับได้จินยองทำได้เพียงเป็นเพื่อนที่ดีของแจ็คสัน


           “ปลอดภัย แต่การติดต่อออกไปภายนอกลำบากมาก ทั้งโน้ตบุ๊ค แทปเล็ตโดนพวกนั้นยึดเอาไปหมด เหลือแค่

โทรศัพท์เครื่องเก่าที่ยังซ่อนไว้ได้อยู่”


           “บ้านตระกูลอิมอยู่ที่ไหน” แจ็คสันเอ่ยถาม “ไม่มีใครเคยรู้ที่ตั้ง”


           “ไม่รู้เหมือนกัน” จินยองสบถเบาๆ “การคุ้มกันอำพรางแน่นหนามาก ตอนเดินทางเราถูกปิดตามาตลอด เท่าที่รู้

คือเดินทางลงมาทางทิศใต้ราวหนึ่งชั่วโมง”


           “อิมแจบอมตัวจริงล่ะ เป็นไงบ้าง”


           จินยองสะดุ้ง เขาควรจะตอบแจ็คสันอย่างไร ตอบว่าประธานหนุ่มของตระกูลอิมทำให้เขาหวั่นไหวอย่างนั้นหรือ


           “ก็เป็นแค่คนๆหนึ่งที่ดูดีเท่านั้นแหละ แล้วมีเรื่องอะไรที่น่าสนใจบ้างไหม”


           จินยองเบนความสนใจของแจ็คสันออกไปจากอิมแจบอม


           “ตระกูลอิมเข้ามาถือหุ้นในบริษัททางการเงินบริษัทนึง และดูเหมือนว่ากำลังจะล้วงลูกในการประชุมผู้ถือหุ้นถึง

การหมกเม็ดที่บริษัทที่ว่าเคยทำไว้จนกลายเป็นเรื่องฮือฮามาก”


           จินยองขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจว่าทำไมอิมแจบอมจะต้องทำอย่างนั้น เพราะเท่ากับเป็นการเปิดโปงบริษัทที่ตนเอง

เพิ่งเข้าไปถือหุ้นอยู่ เขาเดาใจผู้ชายหน้าดุไม่ถูกเลย


           เสียงกุกกักภายนอกห้องทำให้จินยองตกใจ เขารีบเอ่ยลาเพื่อนสนิทด้วยเสียงกระซิบ


           “แค่นี้ก่อนนะแจ็คสัน เดี๋ยวจะหาโอกาสโทรหาใหม่”


           จินยองรีบวางสายและก้าวไปเปิดประตูห้องจึงเห็นว่ายูริกำลังคุมคนงานผู้หญิงทำความสะอาดอยุ่ที่ทางเดิน


           “อ้าวคุณครุของคุณหนูแบมแบม”


           ยูริทักทายด้วยใบหน้าเฉยเมยดังเช่นเคย จินยองฝืนยิ้มออกไป


           “สวัสดีครับคุณยูริ”


           สาวใหญ่ทำเพียงแค่ปรายตามองอย่างไม่สนใจอีก จินยองจึงได้ก้าวกลับเข้ามาในห้อง เขาคว้าสมุดบันทึกออก

มาเพื่อวางแผนสืบเรื่องราวต่างๆ จินยองจะไม่ยอมผิดพลาดเด็ดขาด





           “ท่านประทาน”


           เสียงลูกน้องคนสนิทเรียกเบาๆ เมื่อเขาพยักหน้าอนุญาตจึงได้เดินเข้ามาในห้อง


           “มีอะไรงั้นหรือ”


           “ตามที่ประธานสั่งให้จับตามองไว้ครับ คุณปาร์คจินยองใช้โทรศัพท์ในบ้านพักเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา นี่คือคำ

สนทนาที่เราถอดออกมาได้”


           อิมแจบอมก้มหน้าลงอ่าน เมื่ออ่านจบดวงตาคู่ดุก็วาววับขึ้นมา


           ปาร์คจินยอง เข้ามาสมัครงานเพื่อหาข้อมูลอะไรบางอย่าง มันเป็นเรื่องที่เขาสงสัยตั้งแต่แรก เพียงแต่ยังไม่รู้ว่า

เจ้าของเรียวปากที่เขาติดใจกำลังอยากรู้เรื่องอะไรกันแน่


           แต่ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามหากปาร์คจินยองอยากจะรู้ เขาจะต้องแลกมันมาอย่างสาสม
           








           ห้องเก็บหนังสือขนาดใหญ่จนขนาดมันเท่ากับห้องสมุดย่อมๆเป็นเป้าหมายสำคัญที่ปาร์คจินยองหมายตาเอาไว้

เขาถือโอกาสในเวลาที่อิมแจบอมออกไปทำงานและยังไม่ได้สอนหนังสือแบมแบมอย่างจริงจังเพื่อลอบเข้าไปภายในนั้น

           ประตูไม่ได้ล็อก ร่างโปร่งมองซ้ายขวาหน้าห้องก่อนจะเร้นกายเข้าไปภายใน มองสำรวจโดยรอบจินยองตื่นตากับ

หนังสือจำนวนมากมายที่ตั้งอยู่ในชั้นวางอย่างมีระเบียบ ด้านหนึ่งมีโซฟาตัวยาวและโต๊ะเล็กๆตั้งไว้เคียงคู่สำหรับอ่าน

หนังสือ ใกล้กันนั้นมีคอมพิวเตอร์สำหรับใช้งานเครื่องหนึ่ง


            จินยองกัดริมฝีปากอย่างใช้ความคิด ก่อนที่เขาจะก้าวไปยังตู้ที่มีป้ายบอกไว้ว่าเป็นหนังสือประวัติของตระกูลอิม

เขาควรจะเริ่มต้นรู้จักคนที่ทำให้ครอบครัวของเขาต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงอันเลวร้ายเสียก่อน เมื่อยืนพิจารณาอยู่พัก

ใหญ่หนังสือปกแข็งเล่มหนาจึงได้ถูกหยิบมา จินยองทรุดตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้โซฟาและพุ่งสมาธิไปกับประวัติของตระกู

มอิมตั้งแต่รุ่นบิดาของอิมแจบอมยังคงเป็นหนุ่มและเริ่มก่อร่างสร้างตัวด้วยชีวิตที่ผ่านความยากลำบากมาอย่างโชกโชน จิ

นยองก้มหน้าอ่านมันเกือบจบจนไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดแล้ว


           เนื้อหาที่อ่านผ่านไปทำให้จินยองต้องส่ายหน้าเพราะมันยังไม่ใช่ข้อมูลที่เขาต้องการเมื่อมันถูกเขียนจนดูสวยหรู

เขาถอนหายใจออกมาแล้วลุกขึ้นยืนเพื่อจะหนังสือเล่มนั้นไปเก็บเข้าที่ แต่ปาร์คจินยองก็ต้องสะดุดตัว


           ปึง!


           หนังสือเล่มหนาร่วงลงพื้นทันทีเมื่อเขามองเห็นใครอีกคนที่ยืนสงบนิ่งอยู่ที่หน้าประตู


           อิมแจบอม!


           ร่างสูงยืนกอดอกมองมายังเขา ดวงตาคู่ดุบอกให้จินยองรู้ว่าอิมแจบอมกำลังมีอารมณ์ขุ่นมัว จินยองภาวนาขอให้

สาเหตุไม่ใช่จากเขา


           แล้วผู้ชายคนนี้เข้ามายืนอยู่ภายในห้องซ้ำยังปิดประตูกันทางออกไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมเขาถึงไม่ได้ยินเสียงสัก

นิด จินยองนึกโมโหความสะเพร่าของตัวเอง แต่ตอนนี้สิ่งที่ทำได้คือยืนตัวแข็งเมื่ออิมแจบอมกำลังก้าวช้าๆตรงมาทาง

เขา


           หายใจไม่ทั่วท้องเมื่ออิมแจบอมหยุดยืนอยู่ตรงหน้า หน้าดุจ้องสบตาก่อนจะก้มลงไปคว้าหนังสือที่ตกอยู่บนพื้น

ขึ้นมามองหน้าปกแล้วจึงเลิกคิ้วสูง


           “คุณเข้าในห้องตั้งแต่ตอนไหน ทำไมผมไม่ได้ยินเสียง”


           จินยองฝืนยิ้มหน้าซีดเอ่ยถาม แจบอมยักไหล่เมื่อได้ยิน


           “การที่เจ้าของบ้านจะไปไหนมาไหนในบ้านตัวเองไม่ได้งั้นหรือ หรือจะต้องให้ฉันขออนุญาตนายก่อน”


           แจบอมกรีดหนังสือในมือไปมา นัยน์ตาดำสนิทจ้องมองจินยองจนเป้าสายตาแอบสะดุ้งอยู่ในใจ


           “ไม่นึกว่าจะสนใจประวัติครอบครัวของฉันด้วยนะ ปาร์คจินยอง”


           หน้าหวานเม้มปากแน่น จินยองซ่อนความหวาดหวั่นไว้แล้วเชิดหน้าอย่างถือดี


           “การที่ลูกจ้างอย่างผมอยากจะรู้ประวัติของนายจ้างไม่ได้งั้นหรือ หรือจะให้ผมทำงานโดยที่ไม่จำเป็นต้องรู้จัก

ใคร”


           แจบอมตาลุกวาบ เขาโยนหนังสือลงบนโต๊ะก่อนจะคว้าเอวจินยองไว้พลางบีบคางเรียวด้วยมือของเขา


           “อวดเก่งและปากร้าย”


           “ผมจะถือว่าเป็นคำชม”


           จินยองคลี่ยิ้มและมองย้อนอย่างท้าทาย แจบอมมองใบหน้าหวานที่แสนจะดึงดูดสายตานั่น


           ถ้าหากว่าปาร์คจินยองจะทำตัวไม่มีเลศนัยอย่างที่ทำอยู่ เขาเองก็คิดไว้ว่าอยากจะเริ่มสานสัมพันธ์ด้วย แต่ตอนนี้

เขากำลังสงสัยอะไรบางอย่างว่าปาร์คจินยองไม่ได้มาสมัครเป็นครูอย่างบริสุทธิ์ มันทำแจบอมต้องมองเจ้าของริมฝีปากสี

แดงเรื่อที่ยั่วเย้าอยู่ตรงหน้าอย่างไม่ไว้วางใจ


           “ก็ขอให้เป็นแค่อยากรู้จักอย่างเดียวก็แล้วกัน แต่อย่าให้รู้ว่านายคิดอะไรไม่ดีกับครอบครัวของฉัน”


           จินยองประสานสายตาสู้ ดวงตาหวานจ้องมองอิมแจบอมอย่างโกรธแค้น


           “ทำไมล่ะ ถ้าผมคิดไม่ดีกับครอบครัวของคุณคุณจะฆ่าผมงั้นสิ มีแต่พวกคุณสินะที่มีสิทธิ์จะคิดไม่ดีกับครอบครัว

ของคนอื่น อะ…อึก”


           กลีบปากที่กำลังเคลื่อนที่ขึ้นลงเพราะด่าทอกลับถูกปิดลง อิมแจบอมกดริมฝีปากแนบแน่นในขณะที่จิน

ยองต้องดิ้นรนอย่างหนัก มือเหนียวที่โอบอยู่ตรงเอวแข็งแกร่งจนสะบัดไม่หลุด ซ้ำร้ายจูบนั้นยิ่งรุนแรงกว่าที่เคยจนจิน

ยองน้ำตาซึมออกมาอย่างเจ็บใจ


           แจบอมใช้กำลังโถมกายจนร่างโปร่งบางของจินยองหงายหลังลงไปบนโซฟา ร่างกายที่เต็มไปด้วยพลกำลังทาบ

ทับแน่นหนาอยู่เบื้องบน แจบอมเม้มปากเข้าหากลีบปากนุ่มจนอีกฝ่ายสะดุ้งก่อนที่แจบอมจะฉกลิ้นเข้าไปควานเซาะอยู่

ในโพรงปากหวานอย่างกระหาย มือเรียวทุบตีอยู่ตรงต้นไหล่หนาถูกอิมแจบอมยึดไว้ด้วยมือเดียวแล้วล็อคไว้เหนือหัว

ส่วนอีกมือเขาสอดมันเข้าไปในชายเสื้อบีบเค้นไปตามผิวหนุ่มจนจินยองผวา


           “อื้อ ปละ ปล่อย”


           น้ำตาไหลเป็นทางเมื่อลิ้นร้อนผละออกจากปากแต่กลับลากลงมาจนถึงซอกคอเนียนนุ่ม แจบอมเม้มปากลงไป

แรงเรียกเสียงครางแผ่วเบาจนยากจะห้ามใจ แต่เขายังไม่อยากที่จะทำอะไรรุนแรงไปมากกว่านี้จึงได้ตัดใจปล่อยริมฝีปาก

ออกทิ้งรอยแดงเรื่ออยู่ตรงผิวกายขาวผ่อง


           “คนเลว”


           “เลวได้มากกว่าที่นายคิดไว้อีก”


           แจบอมมองจินยองสายตากร้าว เขาลุกขึ้นจากร่างกายบอบบางที่สั่นไหวเพราะแรงสะอื้นแล้วก้าวดุ่มๆออกไปจาก

ห้อง เสียงประตูดังสนั่นที่ปิดตามหลังทำให้จินยองกัดฟันด้วยความเจ็บใจ


           อิมแจบอมร้ายกาจเกินไปแล้ว



     TBC

                                                                                                                                         
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-10-2015 14:09:44 โดย Belove »

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove
เล่นกับไฟ บทที่ ึ7-8 #BNior #JackBam [03/10/15]
«ตอบ #16 เมื่อ03-10-2015 09:55:26 »



                                เล่นกับไฟ

                                 บทที่ 7


           “สมการข้อนี้ต้องใช้สูตรไหนครับครู ครู ครูจินยอง”


           ปาร์คจินยองถึงกับสะดุ้งเมื่อมือเรียวของแบมแบมเขย่าแขนของเขาเพื่อเรียกสติคืนจากการเหม่อลอย จินยอง

สะบัดหน้าเบาๆหันความสนใจมาหานักเรียนที่นั่งอยู่บนรถเข็นไฟฟ้าแล้วคลี่ยิ้มอ่อนโยนให้


           “ขอโทษทีที่ครูมัวแต่คิดถึงเรื่องอื่นอยู่เลยไม่ได้ฟังที่แบมแบมถาม”


           “ไม่เป็นไรครับครู” แบมแบมยิ้มตอบ หลายวันที่ได้ใกล้ชิดกับคุณครูคนใหม่ทำให้เด็กหนุ่มอารมณ์ดีขึ้นมาก เขา

สนิทสนมกับครูจินยองจนเกิดความไว้วางใจเป็นพิเศษ


           “ว่าแต่ครูคิดเรื่องอะไร สงสัยว่าจะเป็นเรื่องไม่ดีเพราะดูครูเครียดจัง”


           หนุ่มน้อยหน้ามุ่ยจนจินยองต้องวางมือลงไปบนศีรษะแล้วลูบเบาๆ


           “ครูกำลังคิดว่าแบมแบมควรจะมีเพื่อนคุยบ้าง”


           “ไม่เห็นอยากคุยกับใครเลย มีแต่คนไม่จริงใจทั้งนั้น ผมมีครูคนเดียวก็พอแล้ว”


           แบมแบมประท้วงอย่างขัดใจ


           “แบมแบมฟังครูนะ โลกนี้มันกว้างใหญ่กว่าที่แบมแบมรู้จัก แบมแบมจะขังตัวเองอยู่ในบ้านหลังนี้ไม่ได้ แบมแบม

ต้องมีอนาคตที่ไกลกว่านี้เข้าใจไหมครับ”


           จินยองกล่าวเสียงนุ่มรั้งอารมณ์กรุ่นของลูกศิษย์ให้เย็นลง     


           “แล้วผมจะไปหาเพื่อนที่ไหนล่ะครับครู”


           “แล้วเอ่อ…แบมแบมไม่มีเครื่องมือสื่อสารบ้างหรือ พี่ชายของแบมแบมเขาขัดขวางทุกคนเพื่อขังให้อยู่แต่บ้านหลังนี้หรือไง”


           น้ำเสียงที่ติดจะค่อนขอดทำให้แบมแบมต้องรีบกุมมือจินยองไว้ แล้วแก้ตัวแทนพี่ชาย


           “ครูอย่าต่อว่าพี่ชายเลยครับ พี่ชายจำเป็นต้องทำเพราะว่ามีคนหวังร้ายต่อพวกเราก็เยอะ พี่ชายทำไปก็เพื่อความ

ปลอดภัยทั้งนั้น”


           ฮึ ความปลอดภัย โหดร้ายและป่าเถื่อนมากกว่า


           จินยองนึกถึงใบหน้าที่ทำให้เขาหวาดหวั่นแม้ว่าจะไม่ได้พบหน้ากันหลายวันแล้ว เพราะอิมแจบอมไปดูงานต่าง

เมือง มันทำให้จินยองมีอิสระอยู่บ้างแต่การได้ลอบเข้าไปในห้องสมุดอีกหลายครั้งเขาก็ยังไม่ได้ข้อมูลที่ต้องการ


           บางทีเขาอาจจะต้องใช้ตัวช่วย


           “ผมเองก็มีสมาร์ทโฟนนะ”


           รถเข็นไฟฟ้าถูกเจ้าของบังคับให้เคลื่อนที่ไปยังหัวเตียงแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือมาอวดคุณครู


           “เพียงแต่ผมไม่ค่อยได้ใช้มันเท่านั้น ผมไม่รู้จะใช้เพื่อทำอะไรนอกจากโทรหาพี่ชาย”


           ความคิดหนึ่งสว่างวาบเข้ามาในสมองของปาร์คจินยอง ก็ในเมื่อห้ามนักเขาก็ต้องหาหนทางอื่นที่จะติดต่อกับโลก

ภายนอกโดยที่ไม่ให้เจ้าของบ้านจับได้


           “หากใช้อย่างระมัดระวังมันก็จะมีประโยชน์อย่างเช่นถ้าเราได้ติดต่อโลกภายนอกบ้างเพื่อหาความรู้หรือหาเพื่อน”


           “หาเพื่อนหรือครับครู”


           แบมแบมเอียงคอถามด้วยความสงสัย เขาไม่เคยรู้จักสังคมออนไลน์เลยสักนิด จินยองพยักหน้ารับ


           “ใช่ มาสิครูจะสอนให้ อันดับแรกแบมแบมต้องมีอีเมล์สำหรับการสื่อสารก่อนนะ”


           จินยองจัดการสมัครให้แบมแบมแม้กระทั่งการสมัครเฟสบุ๊ค ในขณะที่แบมแบมเองก็มองอย่างตื่นเต้น


           “นี่ไงเราเข้าเฟสบุ๊คได้แล้ว คราวนี้อยากจะเข้าไปหาความรู้ในกลุ่มไหนก็ได้อย่างเช่นกลุ่มนี้ที่ครูแนะนำ”


           แบมแบมมองจอโทรศัพท์ไม่วางตา


           “กลุ่มคนรักต้นไม้นี่น่ะเหรอครับครู”


           “ใช่แล้ว ถ้าแบมแบมอยากคุยกับใครเรื่องไหนเป็นพิเศษก็ใส่แฮชแท็กลงไปแบบนี้ ครูจะลองให้ดู”


           #ต้นหลิวต้นเก่า


         ทันใดนั้นสมาร์ทโฟนในมือก็ส่งเสียงเตือนจนเจ้าของสะดุ้ง เมื่อแบมแบมเปิดอ่านคิ้วโก่งก็ขมวดอย่างสงสัยเมื่อมีบุคคลหนึ่งส่งคำขอเป็นเพื่อนมาคนแรก


           “แจ็คผู้ฆ่ายักษ์”


           แบมแบมอ่านชื่อคนๆนั้น


           แจ็คผู้ฆ่ายักษ์ เขาเป็นใครกันนะ


           “แล้วผมต้องทำยังไงครับครู”   


           หน้าตาเหรอหราน่าเอ็นดูของแบมแบมทำให้จินยองอมยิ้ม ความจริงแล้วแบมแบมไม่ใช่เด็กดื้อเลยเพียงแต่ขาด

ความอบอุ่นเท่านั้น


           “กดรับเขาเป็นเพื่อนสิครับ”


           ดวงตากลมโตของแบมแบมส่องประกายเพราะความตื่นเต้น ตั้งแต่เด็กจนโตเขาไม่เคยมีเพื่อนเลยแม้แต่คนเดียว

ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่เขาเปิดโลกส่วนตัวออกไปพบโลกกว้าง และไม่นานหลังจากที่เขากดรับคนที่ใช้ชื่อว่า “แจ็คผู้ฆ่า

ยักษ์” มาเป็นเพื่อนคนแรกก็มีข้อความส่งเข้ามาทันที

แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์: สวัสดีนะ ผมชื่อแจ็คสัน


                 “ครูครับ เขาคุยกับผมด้วย” แบมแบมตาโตจ้องมองโทรศัพท์สลับกับมองจินยองอย่างคนไม่มั่นใจ จินยอง

ทรุดตัวลงนั่งใกล้ๆและกุมมือบางไว้


           “ก็คุยกับเขาสิครับเด็กน้อย คิดว่าเขาเป็นเพื่อนของแบมแบมคนหนึ่ง”


           อาจเป็นเพราะความตื่นเต้นทำให้แบมแบมลืมสังเกตว่าจินยองพูดเหมือนรู้จักเพื่อนใหม่ของเขา แบมแบมยิ้ม

รับคำก่อนจะก้มหน้าลงไปกดโทรศัพท์
2BAM: เราชื่อแบม


แจ็คผู้ฆ่ายักษ์
: = ชื่อน่ารักจัง ต้องเป็นเด็กสาว

                         ที่น่ารักแน่ๆ


           แบมแบมกลั้นหัวเราะ จินยองไม่ได้ใส่รูปของเขาลงไปในเฟสบุ๊ค โดยใส่เป็นรูปตุ๊กตาหมีน้อยน่ารักลงไปแทน

เพื่อป้องกันอันตรายให้เขามันทำให้เพื่อนใหม่ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แบมแบมยิ้มกว้างอย่างนึกสนุกที่จะตอบโต้


           จินยองมองเห็นรอยยิ้มสดใสนั้นอย่างเอ็นดู อย่างน้อยคนคุยเก่งอย่างแจ็คสันน่าจะช่วยให้เด็กน้อยที่น่าสงสารได้

กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง


           “วันนี้เรียนมาเยอะแล้ว แบมแบมพักผ่อนด้วยการคุยกับเพื่อนใหม่ตามสบายนะ”


           จินยองออกจากห้องไปแล้วแบมแบมจึงได้ก้มหน้าไปมองจอโทรศัพท์อีกครั้ง
2BAM: ทำไมล่ะ ถ้าไม่น่ารักจะไม่คุยด้วยหรือไง


แจ็คผู้ฆ่ายักษ์
: ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย

คุยได้หมดแหละแค่คิดว่าต้องน่ารักแค่นั้นเอง


                รูปอีโมติค่อนหน้าคนแลบลิ้นถูกส่งมาให้ แบมแบมจึงส่งรูปหน้ายิ้มคืนกลับไป
2BAM: เป็นผู้หญิงใส่แว่น


แจ็คผู้ฆ่ายักษ์
: ว้าวชอบๆ สาวแว่น


แบมแบมถึงกับหัวเราะคิก เพื่อนใหม่ทำให้เขาอารมณ์ดีได้อย่างน่าประหลาด แบมแบมคุยตอบโต้อย่างไม่รู้สึกเบื่อ เขา

นึกขอบคุณจินยองที่เปิดโลกแห่งการสื่อสารให้เขา ต่อจากนี้แบมแบมคงจะไม่นึกเหงาอีกแล้ว








           อิมแจบอมนั่งนิ่งอยู่ด้านหลังของรถยนต์คันหรู ใบหน้าเคร่งขรึมบอกให้รู้ว่าเขากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง หลัง

จากที่สงสัยในพฤติกรรมของปาร์คจินยองเขาก็ไม่ได้หยุดหยุดอยู่เพียงแค่นั้น เขาใช้ในลูกน้องคนสนิทไปสืบหาข้อมูล

ทันที


           “เป็นเด็กที่เติบโตมาจากบ้านเด็กกำพร้าครับ ทำงานส่งตัวเองเรียนจนจบปริญญาตรีและเมื่อจบมาก็เข้าทำงานที่

สำนักข่าว…”


           “อะไรนะ เป็นนักข่าวงั้นหรือ”


           คิ้วเข้มขมวดเป็นปมเมื่อได้ยิน เขาเงยหน้าขอคำยืนยันจากลูกน้องที่พยักหน้ารับแข็งขัน


           “ไม่ผิดแน่ครับนาย ปาร์คจินยองเป็นนักข่าวสายเศรษฐกิจ หากนายจะลองอ่านในเว็บไซส์ของสำนักข่าวแห่งนี้ก็

จะเจอบทความเก่าๆที่เขาเคยเขียนไว้ด้วย”


           ไม่พลาดที่อิมแจบอมจะเปิดอ่านตามที่ลูกน้องของเขาบอกไว้ เขาถึงกับต้องใช้ปลายนิ้วลูบคางในขณะที่อ่านผล

งานของจินยองเพราะบทความนั้นเขียนได้ดีทีเดียว


           นักข่าวสายเศรษฐกิจปลอมตัวมาเป็นคุณครูเพื่อแฝงตัวเข้ามาในบ้านของเขางั้นหรือ ปาร์คจินยองต้องการมาสืบ

เรื่องอะไรกันแน่


           ร่างสูงก้าวลงมาจากรถยนต์เมื่อเทียบจอดอยู่หน้าตัวบ้าน เขาเดินเข้าไปในบ้านท่ามกลางการทำความเคารพจาก

คนในบ้านก่อนจะมาหยุดยืนกลางห้องโถง


           “สวัสดีค่ะนายท่าน”


           ยูริก้าวเข้ามาค้อมศีรษะพลางยิ้มแย้มเมื่อเห็นเขา แจบอมส่งเสื้อสูทให้ยูริรับไปถือแล้วออกคำสั่ง


           “ไม่ได้กินอาหารเย็นที่บ้านนานแล้ว รบกวนคุณยูริช่วยตั้งโต๊ะด้วย อ้อ! ตามแบมแบมกับคุณครูของเขามาด้วยนะ บอกพวกเขาว่าผม


หิวมาก”


           คำสั่งนั้นเองที่ทำให้จินยองต้องมายืนหายใจไม่ทั่วท้องอยู่ที่โต๊ะอาหารทั้งที่เขาพยายามจะปฏิเสธแต่ยูริก็ยังยืน

กรานด้วยใบหน้าเฉยชา


           “คำสั่งนายท่านถือเป็นสิทธิ์ขาดค่ะ นายท่านบอกให้คุณไปร่วมโต๊ะอาหารคุณก็ต้องไป”


           จินยองก้าวเข้าไปในห้องอาหาร เขาเห็นร่างสูงสง่านั่งหันหลังอยู่ที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง เขาพยายามก้าวให้ช้าที่สุดแต่ก็

ต้องตกใจเมื่อมืออุ่นๆของแบมแบมกุมมือของเขาไว้


           “ครูครับไปกันเร็ว ผมไม่ได้ร่วมโต๊ะอาหารกับพี่ชายมานานแล้ว”


           แบมแบมฉุดแขนให้เขาเดินตามรถเข็นไฟฟ้าอย่างรวดเร็วจนกระทั่งดวงตาดุมองตรงมาเมื่อหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะ

อาหาร


           “พี่ชาย คิดถึงจังเลย”


           แบมแบมยกสองแขนโอบกอด อิมแจบอมยิ้มอ่อนโยนเมื่อกอดคนเป็นน้องชายกลับ


           “เป็นเด็กดื้อหรือเปล่าครับแบมแบม”


           “ไม่ดื้อครับ เป็นเด็กดีตั้งใจเรียน ไม่เชื่อถามครูได้ ครูครับมานั่งตรงนี้เร็ว”


           แบมแบมบังคับรถเข็นออกห่างแล้วดึงแขนให้จินยองนั่งลงตรงตำแหน่งติดกับพี่ชาย


           “เอ่อ เดี๋ยวครูไปนั่งอีกฝั่งดีกว่า”


           “อย่าเลยครับครู ให้ผมนั่งคนเดียวดีกว่าครูจะได้ไม่รู้สึกรำคาญรถเข็น นั่งข้างพี่ชายน่ะดีแล้ว”


           แบมแบมบังคับรถเข็นให้เคลื่อนที่ไปยังฝั่งตรงข้าม ปล่อยให้จินยองหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อต้องนั่งใกล้ชิดอยู่กับ

อิมแจบอม


           มันใกล้จนต้นแขนเสียดสี ใกล้จนหัวใจของเขาเต้นเร็วและแรงเมื่อรู้สึกได้ถึงรังสีร้อนแรงจากอิมแจบอม

           
           
                       
           

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-10-2015 10:06:29 โดย Belove »

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove
เล่นกับไฟ บทที่ ึ7-8 #BNior #JackBam [03/10/15]
«ตอบ #17 เมื่อ03-10-2015 10:08:52 »



                                   เล่นกับไฟ

                                     บทที่ 8           


           เสียงพูดคุยดังเจื้อยแจ้วมาจากแบมแบมที่ชักชวนพี่ชายพูดคุยในขณะที่ปาร์คจินยองนั่งตัวแข็งนั่งตักอาหารเข้า

ปากอย่างไม่ได้รู้สึกถึงรสชาติของอาหารแม้แต่นิดเดียว การที่ต้องนั่งตัวแข็งเพื่อระวังมิให้ร่างกายแตะต้องซึ่งกันกับ

เจ้าของบ้านทำให้จินยองใจเต้นโครมคราม แต่อย่างน้อยอิมแจบอมก็ยังไม่ได้หันเหความสนใจมาทางเขาในเมื่อต้องยิ้ม

รับกับคำพูดของน้องชายตนเอง


           “อ๊ะ จานนี้อร่อยมาก ครูลองหรือยังครับ”


           จินยองสะดุ้งเฮือกเมื่ออยู่ๆแบมแบมก็เงยหน้ามาหา หนุ่มน้อยหน้าใสยิ้มแป้นพลางพยายามจะเอื้อมมือตักอาหาร

ส่งให้จนกระทั่งได้ยินเสียงยับยั้งจากพี่ชาย


           “เดี๋ยวพี่จะตักให้คุณครูของแบมแบมเอง”


           “ไม่ต้องหรอกครับ ผมตักเองได้”


           “จะเป็นอะไรไปเล่าคุณครู ผมต้องบริการคนสำคัญของแบมแบมอยู่แล้ว”


           จินยองเม้มปากแน่นกับโทนเสียงประชดประชันนั่น เขาใช้หางตาชำเลืองท่อนแขนแกร่งที่เคยดึงรั้งร่างกายของ

เขาเข้าไปหาขณะนี้กำลังใช้ช้อนตักอาหารจานดังกล่าวมาใส่ที่จานของปาร์คจินยอง


           “อาหารที่บ้านของผมพอจะทำให้คุณ “อิ่ม” บ้างไหม”


           สะดุดหูจนต้องขมวดคิ้ว จินยองหันขวับไปหาจนได้สบตากับแววตาดุที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้ว


           “หมายความว่าไง”


           โต้ตอบเสียงต่ำอยู่ในคอเพราะแบมแบมยังนั่งเพลิดเพลินกับมื้ออาหารแสนอร่อย จินยองเม้มปากอย่างขัดใจเมื่อ

เห็นแจบอมเหยียดยิ้มอยู่ตรงมุมปาก


           “ก็ตามที่พูด ผมจะไปรู้ได้ไงว่าคุณอยากกินอะไรจะได้ป้อนให้ถูกปาก”


           “อย่าหาเรื่องกันดีกว่า”


           จินยองกัดฟันพูดเสียงเบาพลางชำเลืองมองแบมแบมที่หันไปพูดคุยกับสาวใช้

อิมแจบอมยักไหล่กรอกตาขึ้นบนอย่างคนยั่วโมโห


            “ไม่ได้หาเรื่องแต่เรื่องมันแส่เข้ามาหาเองต่างหาก”


           “นี่นาย!”


           “มีอะไรกันหรือเปล่าครับพี่ชายกับครูจินยอง”


           ผู้ใหญ่สองคนที่กำลังปะทะอารมณ์กันทางสายตาพากันชะงักงัน จินยองกัดฟันหันมาฝืนยิ้มเมื่อเห็นสายตาช่าง

สงสัยจ้องมองอยู่


           “ไม่มีอะไรหรอกแบมแบม คุณครูของแบมแบมคงจะรู้สึกเผ็ดกับอาหารจานนี้ไปหน่อย ไม่เป็นไรอาหารอย่างอื่น

ยังมีอีกเยอะกินกันต่อเถอะ”


           น้ำเสียงยั่วเย้าพร้อมยักไหล่เบาๆช่างขัดสายตา แต่ปาร์คจินยองก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าอดทนตักอาหารเข้า

ปากจนกระทั่งมื้อเย็นนั้นจบลง






           ปาร์คจินยองถอนหายใจโล่งอกเมื่อผ่านพ้นเวลาแห่งความอึดอัดนั้นมาได้ เขารีบกลับเข้าห้องส่วนตัวอาบน้ำชำระ

ร่างกายจนสะอาดเอี่ยม ก่อนที่ร่างโปร่งในชุดนอนเนื้อดีจะนั่งเตรียมการสอนให้แบมแบมในวันรุ่งขึ้น แต่ติดที่จินยองยังไม่

ค่อยมั่นใจในข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ที่กำลังเตรียมอยู่ เขานึกถึงคอมพิวเตอร์ในห้องสมุดเพื่อที่เขาจะหาข้อมุลเพิ่มเติม

ทางอินเตอร์เน็ตได้


           กริ่งเกรงที่จะต้องเผชิญหน้ากับเจ้าของบ้านอีกแต่เพราะความจำเป็นจินยองจำต้องไป เมื่อแหงนหน้ามองนาฬิกา

แล้วอิมแจบอมอาจจะหลับไปแล้วก็ได้เมื่อมันเดินทางเข้าสู่ยามดึกจนทั่วทั้งบ้านไร้ซึ่งเสียงใดๆ จินยองตัดสินใจจรดเท้า

ออกจากห้องมุ่งหน้าไปยังห้องหนังสือที่อยู่ไม่ไกลห้องของเขานัก ปิดประตูสนิทแล้วเดินไปนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เพื่อจะ

เชื่อมต่อหาข้อมูลการสอนที่ต้องการ


           เมื่อสิ่งที่ต้องการได้จนครบแล้วจินยองจึงปิดจอเว็บเบราเซอร์ลง แต่เรื่องส่วนตัวที่อยากรู้มันทำให้เขาอดใจไม่อยู่

ที่จะลองค้นหาข้อมูลที่คาดว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนี้อาจจะมีบ้าง มือเรียวที่กุมเมาส์จึงเลื่อนให้มันไปคลิกให้ตัวจัดเก็บ

ข้อมูลในเครื่องให้เปิดหน้าต่างขึ้นมาทีละหน้า


           ดวงตาของเขาเพ่งมองหน้าจอจนมันค่อยๆเบิกกว้าง โฟลเดอร์หนึ่งที่มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “Ann” เรียกความสนใจ


จากสายตาจนต้องคลิกเข้าไปดู แต่เมื่อเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในนั้นซึ่งมีเพียงรูปถ่ายเพียงรูปเดียว


           จินยองถึงกับงงงันเมื่อเห็นรูปนั้นเต็มตาในเมื่อบุคคลในรูปเป็นบุคคลที่เขาคุ้นเคยที่สุดในชีวิตนั่นก็คือแม่ของเขา

ในวัยสาว จินยองไม่เข้าใจว่าทำไมรูปถ่ายนี้จึงได้มาปรากฏอยู่บนจอคอมพิวเตอร์ในบ้านของตระกูลอิม


           ข่มความสงสัยลงเมื่อนาฬิกาบอกว่าเวลาล่วงเลยเข้าวันใหม่ จินยองปิดคอมพิวเตอร์พลางสะบัดหน้าขับไล่ความ

มึนงง เขาลุกจากที่นั่งเดินตรงไปยังประตูเพื่อจะกลับห้อง แต่พลันที่ประตูเปิดออกจินยองก็ถึงกับสะดุ้งสุดตัว


           อิมแจบอมยืนจังก้าอยู่หน้าประตู เขาสวมใส่เสื้อกล้ามสีขาวอวดช่วงต้นแขนให้เห็นกล้ามเนื้อเด่นชัด สีหน้าจริงจัง

ที่จ้องมองทำให้จินยองถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง


           “หลีกทาง ผมจะกลับห้อง”


           “แอบมาหาข้อมูลอะไรของครอบครัวฉันอีก”


           น้ำเสียงเย็นเยียบทำให้จินยองหนาวไปถึงกระดูก


           “ผมมาหาข้อมูลที่ต้องสอนแบมแบม ไม่ได้มาทำอะไรอย่างที่คุณกล่าวหา”


           ข่มใจโต้ตอบพลางเชิดหน้าสูงทั้งที่หัวใจเต้นรัว


           “ผมบอกให้หลีกทาง”


           ดวงตาสองคู่ปะทะกันอีกครั้งก่อนที่แจบอมจะขยับตัวเพียงเล็กน้อย จินยองรีบเบี่ยงตัวแล้วก้าวลิ่วเดินหนีโดยมี

สายตาคมจ้องมองตามหลัง อิมแจบอมขมวดคิ้วเมื่อเสียงเตือนจากโทรศัพท์ที่พกอยู่ในกางเกงดังขึ้น เขารีบคว้ามาดูสิ่งที่

ลูกน้องคนสนิทส่งมาให้จึงได้รู้ว่าสำนักข่าวที่สงสัยว่าจินยองทำงานให้เพิ่งจะโพสข่าวเรื่องที่บริษัทของเขาเข้าไปข้อง

เกี่ยวกับการล้มละลายของบริษัทที่เขาเข้าไปร่วมทุนด้วยเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา         


ใบหน้าที่เคร่งขรึมอยู่แล้วยิ่งดุดันเมื่ออ่านข้อมูลจากโทรศัพท์ เขาเงยหน้ามองแผ่นหลังที่กำลังเดินหนี แจบอมไม่รอช้า

เขาก้าวลิ่วๆตรงไปกระชากแขนของจินยองจนเสียหลักก่อนที่เขาจะคว้าร่างเพรียวขึ้นบ่าแล้วจ้ำพรวดกลับมายังห้อง

หนังสือ เขาโยนร่างของจินยองลงไปกับโซฟาที่ตั้งอยู่กลางห้อง


           “จะบ้าหรือไง ทำอะไรของคุณ อ๊ะ!”


           กลีบปากถูกครอบครองรวดเร็วและรุนแรง ปาร์คจินยองเบิกตากว้างพลางใช้มือทุบถองกำแพงยักษ์ เจ็บจนน้ำตา

ซึมเมื่อมันร้อนผ่าวไปรอบริมฝีปาก เขาดิ้นไปมาอยู่ภายใต้ร่างแกร่งที่กดน้ำหนักทาบทับจนเขาหมดแรงดิ้นรน


           “ปล่อย!”


           ฝ่ามือนุ่มลอยไปกระทบซีกหน้าของอิมแจบอมเสียงดังสนั่น แจบอมขบฟันจนสันกรามขึ้น เขาคว้าข้อมือของจิน

ยองด้วยแรงบีบมหาศาลก่อนจะล็อคไว้อยู่เหนือหัวพลางก้มหน้ามองใบหน้าซีดเผือดของจินยองด้วยดวงตาคุโชน


           “สารภาพมาว่านายมาทำอะไรที่นี่”


           เสียงต่ำคำรามอยู่ด้านบน จินยองถึงกับปากคอสั่นเมื่อสบตา


           “ก็มาสอนหนังสือน้องชายของคุณไงเล่า ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ โอ๊ย!”


         คางถูกบีบด้วยมือข้างที่เหลือ เจ็บจนน้ำตาซึมแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่สนใจ
         

          “โกหก” แจบอมตะคอก


           “นายมีจุดประสงค์อื่น นายต้องการมาทำลายครอบครัวของฉันเหมือนอย่างที่คนอื่นๆทำใช่ไหมปาร์คจินยอง”


           “กลัวด้วยหรือไง”


           จินยองข่มความกลัวเถียงกลับ เขาจะไม่ยอมให้แจบอมขู่เขาได้ฝ่ายเดียวเด็ดขาด


           “ถ้าไม่มีความลับแล้วทำไมถึงได้กลัวการเปิดโปงล่ะคุณชายอิม”


           “ปาร์คจินยอง!”


           ดวงตาแข็งกร้าวจ้องมองราวกับจะให้คนใต้ล่างมอดไหม้ไปกับสายตา มือที่บีบอยู่ตรงคางเปลี่ยนเป็นกระชากชุด

นอนจนขาดติดมือเผยให้เห็นเนื้อเนียนขาวผ่องที่ซ่อนอยู่


           “จะบ้าหรือไง ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ อะ อึก….”


           เรียวปากถูกครอบครองอีกครั้ง คราวนี้ยิ่งเพิ่มความหนักหน่วงดุดันจนจินยองกลั้นหายใจจนสุดแรงกลั้น เขาผวา

หอบหายใจเปิดโอกาสให้ลิ้นร้อนหลุดรอดตามเข้าไปกวาดต้อนในโพรงปากจนหมดทางหนี ร่างกายนุ่มมือถูกบดเบียด

และคลำเค้นด้วยฝ่ามือร้อนให้จินยองสะดุ้งวาบไปทั่วทุกจุดที่แจบอมสัมผัส


           “อื้อออ”


           ครางออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่เมื่อความร้อนแรงกลับปลุกเร้าให้ร่างกายของเขาเดือดพล่านไปด้วยแรงกระตุ้นทั้งที่

หัวใจของจินยองตะโกนสั่งห้าม แต่ร่างกายของเขากลับตอบรับอย่างน่าละอาย จินยองหมดแรงที่จะห้ามปรามเมื่อแจบ

อมเลื่อนตัวลงไปฝังใบหน้ากับแผ่นอก จินยองร้อนวาบตั้งแต่หัวจรดเท้าเมื่อยอดอกสีชมพูถูกเม้มงับแล้วดูดดุนจนต้อง

แอ่นอกตามริมฝีปากนั้น


           “ฮัก ฮัก ไม่ อย่า…”


           ดวงตาเบิกกว้างเมื่อมือแกร่งที่ล็อคข้อมือของเขาคลายออกมอบอิสระให้ แต่กลับย้ายที่ไปคว้าหมับลงบนจุดอ่อน

ไหวแล้วกอบกุมผ่านเนื้อผ้าของกางเกงนอน  จินยองผวายกสองแขนคล้องไปรอบคอของแจบอมโดยอัตโนมัติเมื่อถูก

โจมตีทั้งด้านบนและด้านล่าง จุดซ่อนเร้นถูกบดคลึงด้วยปลายนิ้วที่สัมผัสอยู่ภายนอกแต่จินยองกลับตื่นตระหนกเมื่อเมื่อ

ปลุกให้เขามีความต้องการอย่างง่ายดาย


           “อา ไม่นะ”


           เสียงห้ามจากหัวใจปนเปกับเสียงครางแผ่ว จินยองสั่นสะท้านไปทั้งตัวเมื่อมือร้อนโยกรั้งอย่างเชี่ยวชาญ ยอดอก

สีสวยกลับแดงเรื่อเปียกชื้น จินยองกัดฟันจนน้ำตาชื้นเมื่อแจบอมทำให้เขาทะยานอยากจนกระทั่ง


           “ฮึก อ่า อิมแจบอม!”


           กรีดร้องอย่างเจ็บใจเมื่อจุดอ่อนไหวถูกกระทำจนต้องปลดปล่อยออกมาอย่างหน้าอับอาย   จินยองหอบหายใจหน่วงหนัก


ใบหน้าแดงก่ำเมื่อเขาสะอื้นออกมาอย่างอับอาย


           อิมแจบอมคว้าใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาให้เผชิญหน้า ดวงตาดุดันจ้องมองด้วยนัยน์ตาที่จินยองเดาไม่ถูก


           “นี่คือบทเรียนแรกที่นายควรจะรับรู้ปาร์คจินยอง อย่าริอ่านเล่นกับไฟ”


           


TBC



ที่เก่าลงไว้ 12 บท

เดี๋ยวลงในเล้าเท่าที่แต่งไว้ครบเมื่อไหร่จะแต่งเพิ่มทันทีเลยน้า

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-10-2015 10:12:59 โดย Belove »

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove
เล่นกับไฟ บทที่ 9-10 #BNior #JackBam [05/10/15]
«ตอบ #18 เมื่อ05-10-2015 20:56:40 »


                                    เล่นกับไฟ

                                     บทที่ 9


      ร้ายกาจ!

           ดวงตาคู่หวานบอกเขาแบบนั้นเมื่อปาร์คจินยองจ้องมองกลับมา มันทำให้อิมแจบอมนึกสงสารอยู่ไม่น้อย บางที

เขาอาจจะทำเกินเลยกับเรือนร่างงดงามที่ไหวสะท้านอยู่ใต้ล่าง

           บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงลงมือทำแบบนี้ หากเป็นคนอื่นที่แฝงตัวเข้ามาอิมแจบอมก็แค่บอกลูกน้องให้

จัดการโดยไม่จำเป็นต้องเหนื่อยเสียด้วยซ้ำ แต่สำหรับปาร์คจินยองกลับแตกต่างนอกจากจะยังมีลมหายใจอยู่ก็ยังทำให้

เขาอยากจะครอบครองเป็นเจ้าของเสียเหลือเกิน

            ยิ่งจินยองขัดขืนก็ยิ่งท้าทายและเรียกร้องให้เขาสนใจมันช่างแตกต่างจากคนอื่นๆที่พร้อมจะพลีกายให้ แต่

สายตาจงเกลียดจงชังของจินยองปลุกนิสัยนักล่าของเขาขึ้นมาหลังจากมันหลับใหลเนิ่นนาน

           แต่ยังก่อน ยังไม่ใช่ตอนนี้ที่จะจัดการกับลูกกวางที่หลงมาติดบ่วง อิมแจบอมยังอยากจะรู้จุดประสงค์ที่แท้จริง

ของจินยองว่ากล้าหาญบุกเข้าถ้ำเสือมาด้วยเหตุใดกันแน่ ร่างสูงจึงลุกขึ้นจากการกดทับมานั่งทอดสายตามองจินยองที่

ยันกายลุกนั่งอย่างยากเย็น มือเรียวพยายามดึงเสื้อที่ขาดวิ่นมาบดบังเนื้อตัวแต่ก็ไม่สำเร็จจนต้องสบถออกมาอย่าง

หงุดหงิด


           “โธ่โว้ย!”


           กลายเป็นว่าแจบอมต้องซ่อนรอยยิ้มเอาไว้ให้ลึกที่สุดเมื่อเขากำลังจ้องมองใบหน้าแดงก่ำและปากแดงจัดนั่น มัน

ช่างก่อกวนอารมณ์ได้ดีจริงๆ


           “จะไปไหนก็ไปคุณครูปาร์คจินยอง”


           คำพูดอย่างไม่ยี่หระยิ่งสร้างความขุ่นมัวให้แก่ปาร์คจินยองเป็นอย่างมาก เจ็บใจตนเองเหลือเกินที่เป็นฝ่ายพ่าย

แพ้จนต้องปลดปล่อยออกมาเพียงแค่ปลายนิ้วที่อิมแจบอมล่วงเกิน


           “เลว”


           “เคยบอกหรือว่าเป็นคนดี ในสายตานายฉันก็เลวอยู่แล้วนี่นา”


           “ผมเกลียดคุณ!”


           อิมแจบอมกัดฟันแน่น เขากระชางคางเรียวของจินยองให้เข้ามาใกล้ ปากที่แดงเห่อบอบช้ำกลับถูกจูบหนักๆซ้ำ

ลงไปอีกครั้งก่อนที่มันจะเจือจางความเร่าร้อนลงและเพิ่มความอ่อนโยนทดแทนทีละน้อย

           จินยองไม่รู้ตัวเลยว่ามันกลายเป็นจูบที่เรียกร้องหาความหวานไปตั้งแต่เมื่อไหร่  เขาหลับตาลงปล่อยใจให้เตลิด

และเผลอตัวตวัดลิ้นเล็กจูบตอบ มือทั้งสองยกขึ้นวางอยู่บนบ่ากว้างมือเรียวบีบกระชับจนปลายเล็บจิกลงไปบนเนื้อแน่น

ของร่างกายแข็งแกร่ง

            หอบหนักดวงตาลอยคว้างเมื่อแจบอมคืนอิสระให้อย่างอ้อยอิ่ง ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างค้นคว้าอยู่ในความ

เงียบสงัดยามดึก แจบอมใช้ปลายนิ้วกวาดเช็ดน้ำลายใสที่ติดค้างอยู่รอบกลีบปากแล้วจึงเอียงหน้าไปกระซิบที่ข้างหูของ

จินยอง


           “เกลียดเสียให้พอแล้วอย่าได้เผลอรักฉันก็แล้วกัน เพราะถ้านายรักฉันเมื่อไหร่รับรองว่านายจะไม่มีวัน

เลิกรักฉันได้เลยปาร์คจินยอง”



           จินยองอ้าปากค้างอย่างตกตะลึงพร้อมกับที่อิมแจบอมลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องทิ้งให้จินยองหลั่งน้ำตาแห่ง

ความอดสูออกมาอยู่เพียงคนเดียว
2Bam: หายไปไหนหลายวัน

แจ็คผู้ฆ่ายักษ์
: ทำงานหาเงินสิฮะ ต้นไม้ที่บ้านไม่ได้ออกดอกเป็นแบงค์นะ ^^ คิดถึงอะดิ
2Bam: บ้า ใครคิดถึง หลงตัวเองชะมัด

แจ็คผู้ฆ่ายักษ์
:ปากก็ว่าไม่แต่ใจคิดถึงจะขาดรอนนนนนน



           บ้าจริงๆ

           แบมแบมหัวเราะคิกออกมาจนได้ ร่างบางเกลือกกลิ้งอยู่บนที่นอนนุ่มพลางจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์อย่างไม่

คลาดสายตา เมื่อได้อ่านข้อความจากเพื่อนทางเฟสบุ๊ค

           ชีวิตที่เคยสุดแสนจะน่าเบื่อหายไปเพราะได้พูดคุยกับเขา ผู้ชายที่ไม่เคยเห็นหน้า ผู้ชายที่ยังคงนึกว่าเขาคือสาว

น้อยถักเปียใส่แว่นหนาเตอะ แต่มันก็ทำให้แบมแบมสบายใจที่จะพูดคุยกับเพื่อนใหม่ที่ชื่อแจ็คสันได้อย่างสบายใจและไร้

ซึ่งกังวล


แจ็คผู้ฆ่ายักษ์: บ้านอยู่แถวไหนน่ะสาวน้อย
2Bam: ทำไม จะมาหาเหรอ

แจ็คผู้ฆ่ายักษ์
: ไปหาได้ปะล่ะ
2Bam: หมาดุ

แจ็คผู้ฆ่ายักษ์
: ฮึ่ยยย คุยกะหมารู้เรื่อง เพื่อนกัน
2Bam: จะมาถูกเหรอ อยู่ริมทะเล

แจ็คผู้ฆ่ายักษ์
: ว้าว ทะเลแถวนั้นสวยนะ ตอนที่พระอาทิตย์ตกน้ำน่ะ




           ใบหน้าที่ยิ้มแย้มอยู่กลับเศร้าลงทันที พระอาทิตย์ตกน้ำงั้นหรือ นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้เห็น ก็คงนานเท่ากับที่

แบมแบมต้องใช้ชีวิตอยู่บนรถเข็นนี่แหละ


แจ็คผู้ฆ่ายักษ์: เอาไว้เราไปดูพระอาทิตย์ตกน้ำด้วยกันนะสาวน้อย
2Bam: พระอาทิตย์ตกน้ำงั้นหรือ คงจะไม่มีวันนั้นหรอก

แจ็คผู้ฆ่ายักษ์
: อ้าวทำไมล่ะ ทำไมพูดแบบนั้น

แจ็คผู้ฆ่ายักษ์
: แบม แบม แบม ตอบหน่อย หายไปไหน

แจ็คผู้ฆ่ายักษ์
:แบม  แบม  T^T


           แบมแบมทิ้งตัวลงนอนซุกตัวเข้าหากองผ้าห่มผืนหนาแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างปวดร้าวเมื่อคิดถึง

ความหวังที่ไม่มีวันเป็นจริง

           เขาคงไม่มีโอกาสได้ไปดูพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าลงสู่ผืนทะเลสีครามกับใครทั้งสิ้น






          “ครูว่าผมจะมีโอกาสหายแล้วเดินได้ไหมครับครู ครูจินยอง”


          จินยองสะดุ้งสุดตัวเมื่อท่อนแขนถูกมือของแบมแบมเอื้อมมาแตะเพื่อเรียกเมื่อเขายืนเหม่อ เขาหันไปฝืนยิ้มให้

แบมแบมที่นั่งอยู่บนรถเข็นท่ามกลางสวนสวยกว้างขวางเมื่อเขาพาแบมแบมมาในยามบ่าย


           “ขอโทษทีแบมแบม ครูมัวแต่คิดเรื่องอื่นอยู่ แบมแบมว่าไงนะ”


          แบมแบมมองคุณครูของตนอย่างค้นคว้า


          “ครูเป็นอะไรหรือเปล่าครับ ผมเห็นครูหน้าซีดและขมวดคิ้วตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว”


          ปาร์คจินยองยกมือลูบใบหน้าพลางทอดถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยามดึกทำให้เขาไม่

สามารถข่มตาให้หลับลงได้ จินยองทั้งเจ็บใจ แค้นใจ แต่ความรู้สึกแปลกแยกที่เพิ่มเติมมาคือความน้อยใจที่เขาไม่นึกว่า

มันจะผุดขึ้นมาในความรู้สึก


          คำว่าน้อยใจ มันมีไว้สำหรับคนที่มีความรู้สึกพิเศษลึกซึ้งต่อกันเท่านั้น จินยองกำลังกลัวใจตัวเองเหลือเกินกับ

แรงดึงดูดที่ยากเกินจะห้ามใจจากอิมแจบอม


        “ครูไม่เป็นไรหรอกครับแบมแบม ขอบใจนะที่เป็นห่วง ครูแค่มีเรื่องกังวลที่ยังคลายปมไม่ออกแค่นั้นเอง”


        “เรื่องกังวลงั้นหรือครับ” หนุ่มน้อยเอียงหน้ามองครูของตนอย่างสงสัย พลางสอดมือประสานกับมือนุ่มของจินยอง

อย่างสนิทสนม


           “ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยได้ก็บอกนะครับครู ผมไม่อยากเห็นหน้าครูเศร้าแบบนี้ อยากให้ครูยิ้มแย้มมีความสุขมากกว่า

พี่ชายของผมจะได้ยิ้มได้ด้วย”


           ปาร์คจินยองชะงักงัน กลีบปากสีแดงเม้มแน่นอย่างขัดใจ


           “ทำไมครูจะต้องยิ้มให้พี่ชายของแบมแบมมีความสุขด้วย ไม่เห็นจะเกี่ยวกันสักนิด”


           “โธ่ครู…” แบมแบมอมยิ้ม “ผมไม่ได้ตาบอดนะถึงไม่เห็นว่าพี่ชายน่ะแอบมองครูบ่อยแค่ไหน แล้วสายตาที่มองครูก็แทบจะกลืนลงคออยู่แล้ว”


           ฮึ จ้องจะทำร้ายจิตใจกันสิไม่ว่า


           จินยองนึกเถียงคำพูดของลูกศิษย์อยู่ในใจ ในขณะที่แบมแบมก็ยังยิ้มล้อเลียนไม่เลิก


           “ส่วนครูน่ะรู้ตัวไหมครับ เวลาอยู่กับพี่ชายครูจะแก้มแดงเป็นมะเขือเทศเลย”


           “เหลวไหลน่าแบมแบม”


           ดุออกไปแต่ใบหน้ากลับร้อนเห่อจนแบมแบมยิ้มขำที่คุณครูจินยองไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองน่ารักแค่ไหน ขนาดเขายัง

ยอมลงให้แล้วมีหรือที่พี่ชายของเขาจะไม่ชอบ


           “ว่าแต่เมื่อครู่ที่ครูบอกว่ามีเรื่องที่ยังคลายปมไม่ออกน่ะคือเรื่องอะไรหรือครับ เผื่อผมจะช่วยได้”


           จินยองฉุกใจคิด บางทีลูกศิษย์ของเขาน่าจะช่วยได้


           “เมื่อคืนครูเข้าไปหาข้อมูลในห้องหนังสือมาสอนแบมแบมวันนี้แล้วบังเอิญเปิดไปพบกับรูปถ่ายของคนรู้จักใน

คอมพิวเตอร์ ครูแค่สงสัยว่าทำไมรูปนั้นถึงได้มาอยู่ในคอมที่บ้านนี้ได้”


           แบมแบมเลิกคิ้วอย่างสงสัย


           “คนรู้จักของครูหรือครับ แปลกจัง ปกติห้องหนังสือจะเป็นห้องที่คุณพ่อใช้เป็นประจำเมื่อก่อนน่ะครับ แล้วทำไม

ถึงมีรูปคนรู้จักของครูได้นะ”


           จินยองสะกิดใจทันที เขาย่อตัวลงให้อยู่ระดับเดียวกับแบมแบมบนรถเข็น


           “คุณพ่อของแบมแบม ประธานอิมที่เสียชีวิตไปงั้นหรือ”


           “ใช่ครับ ตอนที่พ่อยังอยู่มักจะอยู่ในห้องนั้นผมเองยังเข้าไปอยู่กับพ่อบ่อยๆ ผมจะลองช่วยครูหาคำตอบดีไหม

ครับ”


           หัวใจของจินยองเต้นราวกับมีกลองอยู่ในนั้น เขามองแบมแบมอย่างมีความหวัง เบาะแสที่ตามหาว่าครอบครัวที่

ถูกทำลายจนทิ้งไว้เพียงตัวเขาให้กลายเป็นเด็กกำพร้านั้นใกล้เข้ามาทุกที

           หากต้นเหตุเกิดจากตระกูลอิมจริงๆ ปาร์คจินยองสัญญาว่าเขาจะทวงความยุติธรรมคืนให้พ่อและแม่ของเขาอย่าง

แน่นอน
           



แจ็คผู้ฆ่ายักษ์ :เมื่อคืนอยู่ๆก็หายไป เกิดอะไรขึ้นเหรอ สาวน้อย
2BAM: ง่วงจนเผลอหลับไปน่ะไม่มีอะไรหรอก

แจ็คผู้ฆ่ายักษ์
: จริงอะ อย่าโกหกกันนะแบม รู้ปะว่ามีคนเป็นห่วง
2BAM: ทำไมต้องห่วง ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย

แจ็คผู้ฆ่ายักษ์
: อ้าว ที่คุยกันทุกคืนนี่ไม่ได้เป็นอะไรกันงั้นสิ?



           แบมแบมอมยิ้มให้กับอีโมติค่อนใบหน้าคนแยกเขี้ยวที่ถูกส่งมาให้ ยิ่งได้คุยกันบ่อยครั้งแบมแบมก็ยิ่งคิดถึง

ข้อความที่เพื่อนใหม่ส่งมาให้



แจ็คผู้ฆ่ายักษ์: เพื่อนก็ต้องเป็นห่วงเพื่อนอยู่แล้วล่ะ
2BAM: เราเป็นเพื่อนกันได้เหรอ

แจ็คผู้ฆ่ายักษ์
: แบม นี่เราก็เป็นเพื่อนกันอยู่นะ มีอะไรก็บอกกันได้

แจ็คผู้ฆ่ายักษ์: แบม หายไปอีกแล้ว ตกลงเป็นอะไร
2BAM: เปล่า แค่ดีใจที่มีเพื่อน ขอบคุณนะแจ็ค ขอบคุณจริงๆ
           


           น้ำตาซึมอย่างซึ้งใจที่คนอย่างเขาจะได้มีเพื่อน แม้ว่าจะไม่เคยเห็นหน้าหรือได้ยินเสียงแต่อย่างน้อยถ้อยคำที่

คอยให้กำลังใจก็ทำให้แบมแบมได้ซึมซับมันเอาไว้ และทำให้เขานอนหลับฝันดีตลอดคืน









« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-10-2015 21:40:35 โดย Belove »

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6283
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: เล่นกับไฟ บทที่ 9-10 #BNior #JackBam [05/10/15]
«ตอบ #19 เมื่อ05-10-2015 21:03:25 »

เริ่มมีหลายป่มละ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: เล่นกับไฟ บทที่ 9-10 #BNior #JackBam [05/10/15]
« ตอบ #19 เมื่อ: 05-10-2015 21:03:25 »





ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove
เล่นกับไฟ บทที่ 9-10 #BNior #JackBam [05/10/15]
«ตอบ #20 เมื่อ05-10-2015 21:05:10 »



                                 เล่นกับไฟ

                                 บทที่ 10


           “ใต้ไฟล์ภาพนี้มีรหัสอยู่ฮะครู”


           แบมแบมชี้ให้ปาร์คจินยองมองเห็นตัวเลขที่ต่อจากตัวหนังสือ จินยองขมวดคิ้วอย่างงงงัน


           “บ้านของเรามีข้อมูลต่างๆมากมายครับทั้งเรื่องปกติและความลับ เราจะใช้รหัสใส่ไว้เพื่อการสืบค้น อย่างรูปของ

คนที่ครูรู้จักใช้เลขนี้ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าทำไมพ่อถึงมีรูปผู้หญิงคนนี้ในคอมพิวเตอร์ได้”


           แบมแบมบังคับให้รถเข็นเลื่อนไปหยุดเบื้องหน้าภาพวิวที่ใส่กรอบไว้ที่ผนังด้านหนึ่ง เขาล้วงไปด้านหลังภาพดัง

กล่าวแล้วกดปุ่ม หลังจากนั้นจินยองถึงกับตาโตเมื่อเห็นผนังปูนเลื่อนออกจากกันและปรากฏเป็นช่องเล็กๆหลายอยู่

ภายใน


           แบมแบมมองหมายเลขที่ติดไว้ด้านหน้าช่อง เขาหยิบกล่องจากช่องนั้นมาตั้งไว้ที่โต๊ะเล็กหน้าโซฟาอ่านหนังสือ

หนุ่มน้อยเปิดฝากล่องนั้นแล้วเรียกจินยองมาดู


           “ครูลองดูสิครับว่ามีเรื่องอะไรในนั้น”


           “จะดีเหรอแบมแบม มันอาจเป็นความลับของพ่อของแบมแบม”


           “คุณพ่อเสียชีวิตไปนานแล้วครับ และผมไว้ใจครูว่าจะไม่ทำให้ตระกูลของผมเสียชื่อเสียง”


           “ขอบใจนะแบมแบม เด็กดีของครู”


           จินยองดึงแบมแบมมากอดแทนคำขอบคุณ ก่อนจะพุ่งความสนใจไปยังแผ่นกระดาษสีเก่าคร่ำคร่าที่อยู่ภายใน

กล่อง เขาหยิบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวังแล้วพิจารณาทีละแผ่น


           มันเป็นจดหมายที่เขียนโต้ตอบกันระหว่างเศรษฐีอิมในวัยหนุ่มและผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่ออันนา จินยองพยายามไล่

เรียงความเป็นมาจนกระทั่งจับใจความได้ว่าฝ่ายหญิงเขียนจดหมายคร่ำครวญการตัดสินใจที่ผิดพลาดในการเลือกผู้ชาย

มาเป็นคู่ชีวิตส่วนประธานอิมก็ปลอบโยนจนในที่สุดเรื่องก็ดำเนินมาถึงการนัดหมายพบเจอกันหลังจากนั้น

           ปาร์คจินยองกัดริมฝีปากจนแทบห้อเลือด ภาพในวัยเด็กที่บิดามารดาทะเลาะกันโดยที่เขาไม่เข้าใจสาเหตุผุดขึ้น

มาจนหัวใจปวดร้าว ภาพบิดาที่ฟุบหน้าลงกับท่อนแขนแล้วร้องไห้ในขณะที่มารดายืนหันหลังให้นั้นทำให้จินยองในวัย

เด็กที่แอบอยู่ข้างประตูถึงกับน้ำตาไหล


           “ผู้หญิงแพศยา ผู้หญิงเลวที่ไปมีชู้กับชายอื่น”


           ในตอนนั้นจินยองไม่เข้าใจ แต่บัดนี้เขากระจ่างแล้ว น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงมาจนแบม

แบมตกใจ


           “ครูเป็นอะไรครับ ร้องไห้ทำไม”


           จินยองรีบเช็ดน้ำตา เขาหันมาฝืนยิ้มให้แบมแบม


           “ครูเพ่งอ่านตัวหนังสือจนแสบตาน่ะไม่มีอะไรหรอก”


           “ไม่เป็นไรก็ดีแล้วครับ แล้วสรุปว่าผู้หญิงที่ครูรู้จักเป็นอะไรกับพ่อหรือครับ”


           ปาร์คจินยองถอนหายใจ เมื่อเอ่ยตอบเสียงสั่นพร่า


           “ดูเหมือนว่าเขาจะรู้จักกันและปรึกษาปัญหาความรักกัน ดูแบมแบมไม่แปลกใจเลยนะที่ได้ยิน”


           แบมแบมยิ้มอ่อนดวงตาเรียวสลดไปเล็กน้อย


           “พ่อเป็นพ่อที่ดีและรักผมมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าพ่อมีผู้หญิงเยอะจนนับไม่ถ้วนแม้แต่แม่ของผม”


           “โธ่ แบมแบม”


           จินยอมกอดแบมแบมเพื่อปลอบโยน ทั้งที่ในใจของจินยองเต็มไปด้วยความแค้น


           ผู้ชายตระกูลอิมทำให้ครอบครัวของเขาต้องแตกแยก
           






           ร่างสูงของอิมแจบอมก้าวลงจากรถยนต์ในยามดึกหลังจากที่เพิ่งเสร็จงาน และทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้าน ยูริ แม่

บ้านสาวใหญ่ก็รีบก้าวเข้ามาโค้งคำนับและรับเสื้อสูทไปถือไว้


           “มีอะไรหรือเปล่าคุณยูริ”


           “ตามที่คุณชายได้สั่งไว้ค่ะ” ยูริรายงานเสียงเรียบ “ตู้นิรภัยสำหรับเก็บเอกสารในห้องหนังสือมีร่องรอยการถูกเปิด

ออกในวันนี้”


           อิมแจบอมขมวดคิ้ว เขาหันไปหาแม่บ้านยูริอย่างใคร่รู้


           “ใครเข้าไปในห้องนั้นบ้าง อย่าบอกนะว่า…”


           “ค่ะ คุณครูจินยองเข้าไปกับคุณหนูแบมแบม”


           กัดกรามกรอดเมื่อได้ยิน คนหน้าซื่อแต่ใจคิดจะล้วงความลับโดยใช้น้องชายที่ใสซื่อของเขาเป็นเครื่องมือ

ปาร์คจินยองร้ายเกินกว่าที่เขาจะไว้ใจ

           แจบอมโบกมือให้ยูริกลับไปพักผ่อนก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นไปยังชั้นบนของตัวบ้านที่เงียบสงัด แล้วไปหยุดอยู่ที่

หน้าประตูห้องส่วนตัวของปาร์คจินยอง เขาล้วงกุญแจดอกหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกง กุญแจที่เขาเก็บไว้แต่ยังไม่

เคยคิดจะใช้จนกระทั่งวันนี้ เขาจัดการเสียบมันเข้ากับลูกบิดประตูห้องและเปิดมันเพื่อจะก้าวเข้าไป

           มีเพียงห้องที่ว่างเปล่าแต่อิมแจบอมได้ยินเสียงสายน้ำแว่วมาจากห้องน้ำที่ปิดประตูอยู่ ร่างสูงยืนรออย่างใจเย็น

จนในที่สุดประตูห้องน้ำก็เปิดออกและร่างขาวที่ซ่อนกายอยู่ในเสื้อคลุมอาบน้ำจะเดินออกมาจากห้อง

           ปาร์คจินยองยังไม่ทันตั้งตัวเขาก็ถูกกระชากแขนเข้าหา แขนทั้งสองถูกอิมแจบอมยึดไว้ด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลแต่

จินยองก็ยังดิ้นรนอย่างตกใจ


           “ปล่อย จะมากเกินไปแล้วนะ คุณมีสิทธิ์อะไรเข้ามาในห้องส่วนตัวของผม”


           “แล้วนายล่ะ มีสิทธิ์อะไรถึงได้เข้ามาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคนอื่น”


           ปาร์คจินยองนิ่งงันก่อนจะตั้งสติแล้วแค่นหัวเราะใส่หน้าเจ้าของบ้าน


           “ทำไม กลัวหรือไง กลัวว่าผมจะรู้ความลับดำมืดในสิ่งที่ครอบครัวของคุณปกปิดไว้งั้นสิ”


           “หยุดเดี๋ยวนี้นะปาร์คจินยอง!”


           ตวาดใส่หน้าพลางขบกรามจนขึ้นเป็นสันเมื่อเห็นใบหน้างดงามที่กำลังเลิกคิ้วท้าทายอยู่


แจบอมกำลังจะทนไม่ไหว!


           “ไม่หยุด ทำไม กลัวนักหรือว่าคนอื่นเขาจะรู้ว่าพ่อของคุณมันเลวแค่ไหนที่ไปเป็นชู้กับผู้หญิงที่มีสามีแล้ว โอ๊ย!”


           จินยองอุทานอย่างตกใจเมื่อร่างเพรียวถูกเหวี่ยงจนถลาไปกระแทกกับเตียงนอนก่อนที่เขาจะตกใจซ้ำหนักกว่า

เก่าเมื่ออิมแจบอมกระโจนลงมาคร่อมอยู่บนตัว จินยองดิ้นรนขัดขืนแต่แล้วข้อมือเล็กก็ถูกคว้าไว้และถูกเชือกจากชุดคลุม

อาบน้ำนั่นเองมามัดรวบเข้าด้วยกันจนดิ้นไม่หลุด


           “ปล่อย คนเลว จะทำอะไร”


           คราวนี้จินยองตกใจจริงๆเมื่ออิมแจบอมตวัดปลายเชือกที่เหลืออยู่ไปผูกไว้กับหัวเตียงจนแขนทั้งสองถูกดึงรั้งไว้

อยู่เหนือหัว ชุดคลุมอาบน้ำแยกออกจากกันจนเผยให้เห็นเนื้อตัวขาวผ่องอวดแสงไฟ อิมแจบอมลุกยืนแล้วปลดกระดุม

เสื้อเชิ้ตออกทีละเม็ดอวดช่วงกายฟิตเฟิร์มและในที่สุดเขาก็ปลดกางเกงออกจากตัวจนเหลือเพียงกายสมบูรณ์แบบ


           “ไม่!”


           พยายามกระถดตัวหนีแต่ช้ากว่าอิมแจบอมที่โถมกายลงมาทาบทับอีกครั้ง กายแกร่งออกแรงแค่เล็กน้อยจินยองก็

เกือบจะหายใจไม่ออก จินยองผวาเมื่อซอกคอเนียนนุ่มถูกขบเม้มอย่างแรงจนเหลือรอยแดงไว้อยู่บนเนื้อขาว


           “ต้องการแบบนี้ไม่ใช่หรือ เรียกร้องความสนใจจากฉันนัก ก็เหมาะแล้วกับคนอย่างนาย”


           คางเรียวถูกบีบจนจินยองน้ำตาซึม กลีบปากนุ่มถูกบดเบียดจากอิมแจบอมอย่างรุนแรงราวกับเขากำลังขยี้กลีบ

กุหลาบในมือให้แหลกคามือ ปลายลิ้นร้อนสอดลึกตวัดไปมาดูดอากาศจากจินยองให้ทรมานจนเกือบสำลัก มือสากร้อน

ผ่าวลากไล้ไปตามเนื้อตัวอย่างจาบจ้วง


           “อื้ออออ ไอ้คนเลว”


           จุดอ่อนไหวถูกกอบกุมอย่างรู้เชิง ปาร์คจินยองสะดุ้งสุดตัวเมื่อนิ้วร้อนเค้นคลึงไม่หยุดหย่อน อีกมือบีบเค้นยอด

อกจนแข็งขืนก่อนที่แจบอมจะยอมสละปากนุ่มเพื่อเปลี่ยนมาครอบครองมัน ปากเม้มดึงส่วนลิ้นก็โลมเลียจนปาร์คจินยอง

ต้องแอ่นกายตามติด


           “นายรู้ว่าฉันเป็นไฟแต่นายก็ยังกล้าเสี่ยง”


           เสียงต่ำลึกดังแว่วมาจากท้องน้อยเมื่ออิมแจบอมเลื่อนตัวลงต่ำ เนินเนื้อสามเหลี่ยมกลายเป็นเป้าหมายใหม่จน

ปาร์คจินยองเผลอครางอย่างน่าอาย เจ็บใจเหลือเกินที่ร่างกายของเขากลับร้อนผ่าวราวกับผู้ชายกักขฬะกำลังปลุกให้ตื่น

ขึ้นมา


           “แล้วนายจะได้รู้ว่าการมาล้อเล่นกับเปลวไฟมันจะแผดเผานายแค่ไหน


           “อย่า!”


           ต้นขาทั้งสองถูกยกให้สูง อิมแจบอมกัดลงไปที่หลังต้นขาอ่อนก่อนที่เขาจะยันกายอวดกายแกร่งที่ตื่นขึ้นมาเต็ม

ตัว ปาร์คจินยองเบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่ออิมแจบอมจ่อมันเข้ากับช่องทางแล้วดันกายสอดเอวเข้ามาในที่สุด

           ราวกับโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมา ความเจ็บปวดเมื่อกล้ามเนื้อถูกกระแทกแล่นวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า ปาร์คจินยอง

อ้าปากค้างกลั้นใจกับความเจ็บแปลบที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ในขณะที่อิมแจบอมเองก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อพบกับความคับ

แน่นรัดรึงที่โอบล้อมเขาอยู่


           บริสุทธิ์เหลือเกิน!


           อิมแจบอมรู้ เขาเป็นคนแรกที่ได้สัมผัสช่องทางอันอ่อนนุ่มนี้ เขากัดฟันมองใบหน้าที่ยังเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

เบื้องล่างและก้มลงไปครอบครองกลีบปากนุ่มที่ช้ำจากฝีมือของเขาอีกครั้ง แต่คราวนี้ลิ้นร้อนตวัดพิ้นลิ้นเล็กอย่างรุ่มร้อน

จนจินยองถึงกับตาพร่าและเผลอตวัดลิ้นตอบจนได้ยินเสียงครางลึกจากแจบอม เขาถือโอกาสดันเอวเข้าไปทีละน้อย


           “อะ อึก อื้ม”


           เสียงร้องดังเพลงอึกอักอยู่ในลำคอที่ถูกแจบอมเรียกร้องความสนใจ มือหนากอบกุมยกสะโพกนุ่มมือขึ้นสูงเพื่อที่

จะรับท่อนเนื้อของเขาให้แทรกกายเข้าไปจนหมด ความคับแน่นร้อนระอุทำให้แจบอมยากจะถอนกายถอนใจออกเพราะ

มันยิ่งเร่งเร้าให้เขาขยับเอวเข้าออกจนเสียดสีอยู่ในช่องทาง


           “เจ็บ อะ ผมเจ็บ”


           น้ำตาหลั่งไหลราวสายน้ำ มันเจ็บจนอยากจะผลักคนที่กำลังขับเคลื่อนให้กระเด็นแต่อีกใจหนึ่งก็กลับโหยหา

อยากให้เขาแทรกกายประสานสอดลึกกว่านี้ ยิ่งเมื่อท่อนเนื้อเหมาะมือของเขาตกอยู่ในอุ้งมือที่กำลังกอบกุมเค้นคลึงอีก

ครั้งคราวนี้ปาร์คจินยองก็ยอมแพ้


           ร่างเพรียวเด้งเอวตอบรับให้อิมแจบอมกระแทกเอวเข้าหา ปาร์คจินยองร้องไห้ออกมาเมื่อหัวใจกับร่างกายช่าง

สวนทางกัน เขากำลังหลงไปกับการกระทำที่แจบอมกำลังสั่งสอน และตอนนี้ร่างกายของเขากำลังจะทะยานไปสู่ห้วง

สุดท้าย


           ปาร์คจินยองบิดตัวพล่านปล่อยเสียงครางหวานไม่ขาดระยะขณะขยับเอวตอบรับก่อนจะเกร็งกายปลดปล่อย อิม

แจบอมคำรามลั่นพลางสาวเอวเต็มที่หลังจากนั้น เขาแช่ค้างเอวไว้เมื่อน้ำคาวขุ่นอัดแน่นอยู่ในช่องทางจนไหลทะลัก

เปรอะเปื้อน ปาร์คจินยองสะอื้นพลางทุบถองแผ่นหลังกว้างจนหมดแรง


            “เลวที่สุด


            เสียงก่นด่าพร้อมทั้งน้ำตาที่รินไหลจากความเจ็บปวดก็ยังไม่สามารถหยุดความกักขฬะของผู้ชายอย่างอิมแจ

บอมได้ ปาร์คจินยองต้องนอนครางฮืออย่างหมดเรี่ยวแรง ครางเพราะเจ็บปวดครางเพราะยิ่งเจ็บก็ยิ่งกระตุ้นให้เผลอ

คล้อยตามร่างแกร่งที่ยิ่งลงน้ำหนักกับร่างกายของเขาอีกครั้ง


           “เจ็บก็ร้องออกมาสิปาร์คจินยอง


           เขากระซิบเสียงหนักอยู่แถวใบหูก่อนที่จะขบเม้มมัน


            “ในเมื่อนายรู้ว่าไฟมันร้อน นายก็ต้องพร้อมที่จะเจอกับการเผาไหม้


            “แล้วนายก็จะได้รู้ว่าไฟอย่างฉันพร้อมแค่ไหนที่จะแผดเผานายให้เป็นจุล
 



                                                          :ling1: :ling1: :ling1:





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-10-2015 21:18:05 โดย Belove »

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove
เล่นกับไฟ บทที่ 11-12 [09/10/15]
«ตอบ #21 เมื่อ09-10-2015 18:39:52 »


                                    เล่นกับไฟ
           
                                    บทที่ 11
           


               ร่างกายอันบอบบางและแสนบริสุทธิ์นอนหลับสนิทคุดคู้ราวกับเด็กทารกอยู่ข้างกาย  อิมแจบอมนอนตะแคง

ใช้มือรองศีรษะเพื่อมองใบหน้าเนียนที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของ ปาร์คจินยอง อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปเช็ดมันจากคนที่

ยังสะอื้นไห้แม้จะยังหลับอยู่ด้วยความอ่อนเพลียกับการกระทำอันป่าเถื่อนของเขาตลอดทั้งคืน

               ป่าเถื่อน ร้ายกาจ ใช่! เขายอมรับมันอย่างหน้าชื่นตาบาน

               เขาทำร้ายและยัดเยียดความเจ็บปวดให้แก่ปาร์คจินยองแม้ว่ามันจะบรรเทาลงด้วยความหวานฉ่ำที่แทรกเข้า

มาในอารมณ์จนกลายเป็นว่าเขากำลังมัวเมาไปกับการกระทำของตัวเอง ยิ่งได้ยินเสียงครางหวานจากจินยองเข้าก็ยิ่ง

ได้ใจและยิ่งตักตวงจากผู้ชายอ่อนไหวตรงหน้า ร่างกายของปาร์คจินยองช่างตอบสนองและกระตุ้นให้คนอย่างเขาหลง

อยู่ในวังวนเสน่หาจนต้องกัดกรามกรอดเพื่อยั้งหัวใจของตัวเอง

               อย่าเชียวนะ อิมแจบอม นายจะหลงใหลได้ปลื้มคนที่กำลังคิดไม่ซื่อกับครอบครัวของนายไม่ได้

         
ใบหน้างดงามที่แจบอมจ้องมองขยับช้าๆ ดวงตาคู่หวานกระพริบถี่ก่อนจะปรือสู้แสงแดดยามสาย ปาร์คจินยอง

ถอนสะอื้นเมื่อความเจ็บปวดร้าวระบมพาดผ่านไปทั่วทั้งร่างยืนยันให้รู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝัน เขาตกเป็นเบี้ยล่าง

ของอิมแจบอมชายโฉดที่กระทำย่ำยีทั้งร่างกายและจิตใจ ยิ่งลืมตาขึ้นเห็นใบหน้าคมตาดุที่จ้องอยู่ จินยองก็เม้มปากด้วย

ความคับแค้นก่อนที่จะออกแรงผลักไสอย่างเจ็บใจ


               “ไปให้พ้นไอ้คนสารเลว”


               “ตื่นขึ้นมาก็พยศทันทีเลยนะ”


               มือที่แข็งราวกับคีมเหล็กจับข้อมือเล็กไว้อย่างง่ายดายราวกับรำคาญเต็มทีส่วนอีกมือเขาดึงผ้าห่มออกเผยให้

เห็นเรือนร่างบอบบางที่ยังมีร่องรอยที่เขาทิ้งไว้เป็นหลักฐานเต็มไปทั่วตัว อิมแจบอมเลิกคิ้วมองตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วยิ้ม

อยู่แค่มุมปาก


               “หรือว่าเมื่อคืนที่ผ่านมามันยังไม่ถึงใจ อยากให้จัดการอีกสักรอบ”


               “บ้า เลว ร้ายกาจที่สุด กูจะฆ่ามึงด้วยมือของกู”


               แค้นจนต้องตะโกนใส่หน้าและดิ้นพล่านทันทีที่แจบอมสอดมือดึงเอวบางเข้าแนบชิดพลางบีบคางมนแล้วจับ

ล็อคให้อยู่นิ่ง


               “ถ้าทำได้ก็ลองสิ แต่ก่อนจะถึงตอนที่นายฆ่าฉัน ฉันก็จะจัดการให้นายส่งเสียงครางจนสะใจยิ่งกว่าที่ผ่านมา

และต้องเรียกร้องหาจนตัดใจฆ่าไม่ลง”


               “ไม่มีทางเสียล่ะที่ฉันจะคิดอย่างนั้น นายมันก็แค่คนสวะที่ผ่านมาแล้วก็จะผ่านไปเหมือนคนอื่นๆ”


               อิมแจบอมเกือบจะหลุดขำออกไปเมื่อได้ยินคำพูดของจินยองที่พยายามจะทำให้ตนเองนั้นดูกร้าวแกร่งและ

ไม่แคร์กับเรื่องที่เกิดขึ้น ดูเหมือนคุณครูของน้องชายของเขาจะไม่รู้ตัวเลยว่าร่างกายของตนช่างบริสุทธิ์ไร้เดียงสาแต่

กลับเรียนรู้ได้เร็วจนทำให้อิมแจบอมแทบไม่อยากห่างจากร่างกายนี้


               “งั้นหรือ เก่งเรื่องบนเตียงมากนักสินะ งั้นลองกันอีกสักยกเป็นไง”


               “อย่า อื้อ...”


               คางถูกดึงเข้าหาพร้อมกับที่แจบอมยื่นใบหน้าเข้ามาชิด กลีบปากที่ยังช้ำเห่อจัดถูกปิดลงอีกครั้ง จินยองเม้ม

ปากแน่นแต่ก็รั้งไม่อยู่เมื่อแจบอมแกล้งใช้ฟันขบเข้าใส่จนเผลอไผลให้ลิ้นชื้นเข้าโรมรันอย่างชำนาญ


               “อา...จะ แจ บอม”


               สติเตลิดจนหลุดชื่ออีกฝ่ายออกจากปาก อิมแจบอมคำรามลึกอย่างได้ใจพลางเบียดกายกอดรัดแน่นหนา

ผิวหนังร้อนผ่าวเสียดสีปลุกเร้าจนยากที่เขาจะหยุดยั้งได้อีก

               
ก๊อก ก๊อก
               


          “ครูครับ ตื่นหรือยัง ได้เวลาเรียนแล้วนะครับ”


          เสียงคุ้นหูของน้องชายดังแว่วมาจากหน้าประตูพร้อมเสียงเคาะเรียก อิมแจบอมอยากจะสบถออกมาดังๆเมื่อเขา

ยังตวัดลิ้นกอบโกยความหวานจากปาร์คจินยองยังไม่สาแก่ใจ ปากเล็กพยายามเอนหนีแต่เขาก็ยังประกบมันแนบแน่น


           “ครูเป็นอะไรหรือเปล่าครับ ไม่สบายหรือเปล่า”


          “โธ่โว้ย”


            ผละปากออกมาอย่างขัดใจในขณะที่ดวงตาของจินยองยังลอยคว้าง แจบอมตวัดผ้าเช็ดตัวคลุมท่อนล่างแล้ว

ก้าวดุ่มไปที่ประตูพลางเปิดออกอย่างรวดเร็วจนแบมแบมที่นั่งอยู่บนรถเข็นไฟฟ้าชะงักมือที่กำลังจะยกเคาะไว้แล้วเงย

หน้ามองพี่ชายตาค้าง

             แบมแบมเหลียวมองทางเดินก่อนมองพี่ชาย ไม่ผิดแน่ๆ ก็นี่มันห้องส่วนตัวของคุณครูของเขา แล้วอะไรคือการ

ที่แจบอมที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวปิดบังอยู่กำลังยืนกอดอกมองเขาอย่างหงุดหงิด


         “พี่ชาย นี่มันห้องครู ทำไมพี่ชายถึงมาอยู่ในห้องนี้หรือว่า...”


         แบมแบมเบิกตากว้างอ้าปากค้าง อิมแจบอมมองน้องชายสายตาดุ


           “งดเรียนหนึ่งวัน แบมแบม”


          “เกิดอะไรขึ้นกับครูครับ”


            แบมแบมผลักพี่ชายให้พ้นทางอย่างดื้อรั้นแล้วจึงบังคับรถเข็นไฟฟ้าให้เข้าไปภายในห้อง  ตกใจไม่น้อยเมื่อเห็น

จินยองซ่อนกายอยู่ในกองผ้าห่มท่ามกลางเตียงนอนยับย่นที่ยังมีร่องรอยความสูญเสียกระจัดกระจายให้เห็น แบมแบม

มองคุณครูของเขาอย่างเห็นใจ


          “แบมแบม อย่าเข้ามา อย่า...”


         “โธ่ครูครับ พี่ชายเกิดอะไรขึ้น บอกผมมาทีว่าครูเต็มใจหรือว่าพี่ทำร้ายจิตใจของครู”


             ไม่เคยเลยสักครั้งที่แบมแบมจะเสียงดังใส่แจบอม แต่ครั้งนี้เขาทนไม่ไหวเมื่อเห็นสีหน้าอับอายและเจ็บช้ำของ

จินยอง แบมแบมเคลื่อนรถเข็นเข้าไปข้างเตียงเอื้อมมือไปแตะต้องตนแขนของจินยองเพื่อปลอบโยน


             “ครูครับ โธ่ ตัวร้อนจี๋เลย พี่ชายใจร้ายที่สุด”


            แบมแบมหันไปต่อว่าจนอิมแจบอมชักจะหมั่นไส้ที่เห็นน้องชายตัวเองเข้าข้างคนอื่น


         “แบมแบม เดี๋ยวนี้ไม่เชื่อฟังพี่แล้วใช่ไหม”


           “เพราะพี่ชายทำผิด คราวนี้ผมโกรธ”


           แจบอมมองตาดุเมื่อแบมแบมพูดเสียงแข็งใส่เขา


            “คุณครูของแบมเขากำลังหลอกให้แบมหลงเชื่อแล้วล้วงความลับครอบครัวของเรา เขาเป็นคนหลอกลวงนิสัย

ไม่ดี นี่ดูไม่ออกเลยงั้นหรือ”


            แบมแบมมองหน้าพี่ชายและจินยองสลับกันไปมา เขานิ่งคิดและกัดฟันแน่นเมื่อตัดสินใจ

       
            “ถึงครูจะทำแบบนั้น แต่ผมไม่คิดว่าครูจะทำไปเพื่อทำร้ายพวกเรา ครูทำให้ผมมีกำลังใจที่จะลุกขึ้นสู้ ถ้าครูเป็น

คนไม่ดีครูจะทำแบบนั้นทำไม”


            “แบมแบม ขอบคุณที่เชื่อครู”


            จินยองมองแบมแบมอย่างตื้นตันที่แบมแบมยังคงไว้ใจ ส่วนอิมแจบอมได้แต่ยืนมองอย่างนึกเคืองที่น้องชาย

ตนเองกลับไปเข้าข้างคนที่เข้ามาในบ้านอย่างคลุมเครือในวัตถุประสงค์


         “หึ เชื่อกันเข้าไป รักกันเข้าไป วันไหนที่คนหลอกลวงคนนี้แสดงธาตุแท้ออกมาแล้วจะเสียใจ”


         อิมแจบอมเค้นเสียงพูด เขาเรียกชื่อแม่บ้านยูริที่เพิ่งจะมาถึงหน้าห้องเพราะเสียงโต้เถียงของสองพี่น้องดังไปถึง

ภายนอก สาวใหญ่มองสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วขมวดคิ้วเมื่อพอจะเดาเหตุการณ์ออก


           “อีกสักพักคุณยูริช่วยคุณครูของแบมแบมย้ายข้าวของของเขาไปอยู่ห้องของผมด้วยนะครับ”


          “ไม่ ไม่มีทาง”


          จินยองขึ้นเสียงแต่อิมแจบอมกลับยิ้มยั่วอารมณ์กรุ่นโกรธ


          “เพราะการกระทำของนายไม่น่าไว้ใจ ต่อไปนี้นายจะต้องอยู่ในสายตาของฉันโดยไม่มีข้อแม้จนกว่านายจะ

สารภาพความจริง”


            ร่างสูงของอิมแจบอมก้าวเดินออกไปจากห้อง แม่บ้านยูริทิ้งสายตาเฉยชาระคนดูแคลนจนเลือดแล่นขึ้นเป็นริ้ว

อยู่บนใบหน้าของจินยองก่อนที่ยูริจะปิดประตูทิ้งให้จินยองอยู่กับแบมแบมเพียงลำพัง


         “ครูครับ”


            แบมแบมดึงผ้าห่มออกจากกายของจินยองเมื่อมองเห็นร่างกายขาวที่มีร่องรอยแดงเป็นจ้ำจากฝีมือของพี่ชาย

ตนเองเขาก็อุทานอย่างนึกสงสาร จินยองสั่นสะท้านเพราะพิษไข้และความร้าวระบมไปทั้งตัวแต่เขาก็เอื้อมมือไปวางบน

ศีรษะแบมแบม


          “ขอบคุณนะแบมแบม ครูขอโทษที่ใช้แบมแบมเป็นเครื่องมือหาข้อมูล”


          แบมแบมสบตากับจินยองอย่างค้นคว้า


           “ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะตัดสินใจถูกหรือเปล่า แต่ผมเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่าครูเป็นคนดี”


          หนุ่มน้อยถอนหายใจออกมากับการตัดสินใจอันยากลำบาก


         “พี่ชายรุนแรงกับครูจังเลยทั้งที่ใจของพี่ชายก็รักครู”


         จินยองสบถเบาๆ น้ำตารื้นขึ้นมาอย่างน้อยใจ


         “เขาข่มขืนครู นี่คือสิ่งที่คนที่เขารักกันจะทำกันแบบนี้หรือ แบมแบมเข้าใจผิดแล้ว พี่ชายของแบมแบมเกลียดครู

และต้องการทำร้ายให้ครูเจ็บปวด”


           แบมแบมส่ายหน้าให้กับคนปากแข็งทั้งคู่ ทำไมจะดูไม่ออกว่าพี่ชายเองก็มีใจให้ไม่เช่นนั้นจะสั่งให้จินยองเข้าไป

อยู่ในห้องของเขางั้นหรือ จุดประสงค์ก็เพื่อความใกล้ชิดของหัวใจนั่นแหละ ถ้าไม่เป็นเพราะชอบป่านนี้คุณครูของเขา

คงจะไร้ลมหายใจไปตั้งแต่วันแรกที่แจบอมสงสัย


            “โลกของผู้ใหญ่นี่เข้าใจยากซะจริง เฮ้อ! ลุกไหวไหมครับครู มาเถอะผมจะช่วยคุณครูเอง แล้วครูจะได้ทานยาพัก

ผ่อน”






           แบมแบมหยุดนิ่งอยู่บนรถเข็นอย่างเงื่องหงอยเพียงลำพังกลางสวนสวยของบ้านในยามบ่าย ปาร์คจินยองยังคง

สลบไสลหลังจากที่เขาช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัวและป้อนยาลดไข้ ในวันนี้เขาจึงต้องลงมาที่สวนเพียงคนเดียว

           นายต้องสู้นะแบมแบม

           เขาปลุกกำลังใจให้ตนเองเมื่อคิดถึงอนาคต เมื่อก่อนเขาอาจจะหมดหวังที่จะเดิน แต่ในวันนี้ความฝันที่จะก้าวย่าง

ไปตามชายหาดเพื่อมองดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้ามันเป็นแรงใจทำให้เขาลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง

         โดยเฉพาะแบมแบมอยากจะเดินมองภาพนั้นกับใครบางคนที่ไม่เคยเห็นหน้านอกจากบทสนทนาทางโซเชียลมี

เดีย

               ร่างผอมบอบบางตัดสินใจยันมือกับที่วางแขนแล้วออกแรงดันเพื่อจะยืนขึ้นมา แต่แม้จะออกแรงจนสุดตัวแต่

เพราะเท้าที่ยังไม่มีแรงจึงทำให้แบมแบมทรุดฮวบเสียหลักลงไปนอนกับพื้นหญ้าสีเขียวทันที


               “โธ่โว้ย แค่ยืนยังไม่ได้เลย”

               น้ำตาไหลอย่างเจ็บใจพลางใช้กำปั้นทุบดินไปมาเมื่อทำไม่ได้อย่างใจคิด แม้จะทรงกายขึ้นมาก็ยังยาก

ลำบากจนกระทั่งมีสองมือยื่นเข้ามาช่วยดึงเขาให้ขึ้นมานั่งบนรถเข็นได้สำเร็จ แบมแบมเงยหน้ามองคนแปลกหน้าในชุด

เครื่องแบบหมีสีเข้มอย่างแปลกใจ


               “ขอบใจนะที่ช่วย แต่ว่านี่คุณเป็นใคร เข้ามาในบ้านหลังนี้ได้ยังไง”

 
             ใบหน้าของชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าช่างสดใสเวลายิ้มแย้ม แบมแบมไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงอยากจะยิ้มตามไป

ด้วยทันทีแม้จะยังนึกแปลกใจที่เห็นเขาในเขตบ้านอันเข้มงวดต่อคนแปลกหน้า


               “ผมเป็นพนักงานจากบริษัทที่รับจ้างมาดูแลต้นไม้ในสวนพวกนี้ไงล่ะ”


               แบมแบมพยักหน้าหงึกๆ พื้นที่สวนรอบตัวบ้านมันกว้างขวางขนาดที่ต้องจ้างบริษัทจัดสวนเข้ามาดูแล

สัปดาห์ละสองวัน


               “ผมตัดแต่งกิ่งไม้อยู่ทางโน้น เห็นคุณล้มลงไปจากรถเข็นก็เลยมาช่วย”


               “ผมอยากจะลองเดิน แต่มันเดินไม่ได้”


               “ดีนะที่คุณล้มบนหญ้าก็เลยไม่บาดเจ็บ คราวหน้าคุณต้องหาคนมาช่วยนะ”


               พูดเก่งจังแฮะ


               แบมแบมชักเพลินเมื่ออีกฝ่ายชวนพูดคุยจนลืมเรื่องหนักใจไปบ้าง จนกระทั่งได้ยินเสียงเรียกจากเพื่อน

นักงานคนอื่น เขาก็ยิ้มกว้างให้แบมแบม


               “ยิ้มได้แล้วสินะ ตะกี้หน้าบึ้งอย่างกับตูดเป็ด”


               แบมแบมเพิ่งได้สติและเพิ่งรู้ว่าตนเองกำลังยิ้มก็ตอนนี้นี่เอง


               “จะไปแล้วเหรอ จะมาอีกหรือเปล่า”


               “มาสิ ไม่มาก็ตกงาน อีกสองวันจะมาอีก ผมจะมาช่วยคุณฝึกเดินดีไหม เรานัดกันที่นี่นะ”


               เขาคนนั้นยิ้มสดใสให้แบมแบมอีกครั้งก่อนหันหลังก้าวเดินจากไป แบมแบมชะงักเมื่อนึกขึ้นได้จึงตะโกนถาม

              “คุณชื่ออะไร”


               เขาหันกลับมาถอดหมวกแก็ปแล้วโค้งอย่างงดงาม และเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเขาก็ตะโกนตอบ


               “ผมชื่อหวังเจียเอ๋อร์”



 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-10-2015 18:55:22 โดย Belove »

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove
เล่นกับไฟ บทที่ 11-12 [09/10/15]
«ตอบ #22 เมื่อ09-10-2015 18:58:06 »



                                เล่นกับไฟ

                                บทที่ 12



ปาร์คจินยองกัดริมฝีปากตนเองเมื่อความไม่พอใจแล่นขึ้นมาเป็นริ้ว ใบหน้าดูแคลนของแม่บ้านยูริ

ยามบังคับให้เขาย้ายห้องมายังห้องนอนของอิมแจบอมทำให้เขาเคืองเหลือเกิน


“ครูต้องมาอยู่ที่ห้องของคุณชายตามคำสั่ง”


“ผมไม่ต้องการไปอยู่ห้องของเขา”


ค้านเสียงเข้มแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือมุมปากยิ้มเยาะและสายตาดูถูกของยูริ


“เก็บความต้องการของครูไว้เถอะ คำสั่งของคุณชายถือเป็นเด็ดขาด”


ยูริดับความหวังของจินยองจนหมดสิ้น ก่อนจะปิดประตูห้องกว้างตามหลังให้เหลือแต่ความเงียบงันในยามค่ำ

ปาร์คจินยองกวาดสายตามองไปรอบห้องที่เขาเพิ่งเคยเข้ามาเป็นครั้งแรก


ห้องกว้างขวางอยู่ตรงตำแหน่งใจกลางของบ้านเหมาะกับผู้นำของตระกูล มีประตูเปิดไปที่ระเบียงด้านนอก


ซึ่งเป็นหน้ามุขมองเห็นไปรอบทิศ กลางห้องมีเตียงขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นเน้นสีดำและขาว


เรียบขรึมแต่ดูดีจนปาร์คจินยองต้องยอมรับ


ผนังห้องฝั่งตรงข้ามกับเตียงมีโทรทัศน์และเครื่องเสียงยี่ห้อชั้นนำ รวมถึงใกล้กับหน้าต่างห้องที่มองออกไป

เห็นสวนกว้างด้านล่างก็มีโต๊ะเก้าอี้ไว้ให้นั่งเล่นอีกด้วย


หรูหราเหลือเกินนะ กับเงินที่ได้มาจากธุรกิจที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน


จินยองค่อนขอดอยู่ในใจก่อนที่จะสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงประตูบานหนาถูกเปิดเข้ามา

และเมื่อหันขวับไปมองก็เห็นร่างสูงสง่าของอิมแจบอมยืนพิงกรอบประตูมองมาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา


ดวงตาคมดุจ้องมองร่างเพรียวที่เขารู้ว่านุ่มมือแค่ไหนกำลังยืนตัวสั่นอยู่กลางห้อง แม้จะยังไม่วางใจกับ

จุดประสงค์ที่ปาร์คจินยองก้าวเข้ามาสู่บ้านของเขาแต่อิมแจบอมก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่เห็นจินยอง

เข้ามาอยู่ในห้องนี้มันทำให้ความรู้สึกของเขากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง


ยังไม่อาจลืมบทรักที่เพิ่งผ่านไปไม่ถึง 24 ชั่วโมง ความภาคภูมิใจที่ได้ครอบครองร่างกายอันแสนบริสุทธิ์

ยังล้นปรี่อยู่ในส่วนลึก และยิ่งจินยองเผลอไผลตอบรับด้วยแรงอารมณ์มันก็ยิ่งกระพือไฟปรารถนา

จนยากที่จะยับยั้งได้ อิมแจบอมยังกระหายในเรือนร่างนี้จนแทบจะทำงานไม่รู้เรื่องและรีบกลับมาบ้าน

ในเวลาที่เร็วกว่าปกติ


เขาอยากที่จะตักตวงความหวานจากลูกกวางน้อยที่หลงมาติดกับนายพรานอย่างเขา


ก้าวเข้าไปช้าๆพร้อมดวงตาคมปลาบ จินยองเนื้อตัวสั่นสะท้านเมื่อก้าวถอยหลังหนีจนกระทั่งไปชนเข้ากับ

เก้าอี้นั่งเล่นและเสียหลักทรุดลงไปนั่งตัวลีบเงยหน้ามองอิมแจบอมที่หยุดยืนค้ำหัวก้มหน้าประสานสายตาลงมา

นิ้วมือของแจบอมค่อยๆไล้ไปตามกรอบหน้าเรียวก่อนจะบีบแน่นที่ปลายคางเพื่อไม่ให้จินยองหลบจากสายตา


“ปล่อยนะ!”


เสียงหวานขู่ฟอดไม่ได้ทำให้เขานึกกลัวสักนิดแต่ยิ่งเรียกร้องให้แจบอมต้องโน้มตัวลงไปปิดปากเล็กด้วยปาก

ของเขา ไออุ่นเบียดจนอุ่นร้อนเมื่อขบเม้มดูดดุนไปทั่วเรียวปากแล้วสอดลิ้นหยุ่นเข้าไปคลุกเคล้ากับลิ้นเล็ก

ที่พยายามหลีกหนี


“อื้อ”


แรงทุบถองที่ต้นแขนเบาลงจนแทบไม่รู้สึก ปกเสื้อของอิมแจบอมถูกขยุ้มด้วยกำมือของจินยองที่กำลังเตลิด

ไปกับรสจูบเรียกร้องจนไม่รู้เลยว่าอิมแจบอมช้อนท่อนแขนเข้าใต้เข่าและใต้ไหล่เพื่ออุ้มร่างเพรียวมาวางไว้

บนเตียงอย่างง่ายดายตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้สึกตัวอีกครั้งก็ตอนที่แผ่นหลังสัมผัสกับที่นอนนุ่มและแจบอมเป็นฝ่าย

ถอนลิ้นออกจากปากของเขา


“เกลียดกันนักก็อย่ามายุ่งสิ”


ตวาดด้วยความน้อยใจอย่างไม่รู้ตัว อิมแจบอมซ่อนรอยยิ้มไว้จนเหลือเพียงนัยน์ตาวาววับขณะนอนตะแคง

เคียงข้างและก้มหน้าสบตา


“นายไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธเพราะตอนนี้นายเป็นสมบัติของฉันแล้วปาร์คจินยอง”


“ไม่มีวันที่ผมจะยอมเป็นสมบัติของคุณหรอก อิมแจบอม”


จินยองเริ่มพยศขึ้นมาอีกครั้ง ร่างนุ่มนิ่มดิ้นรนจนแจบอมต้องตรึงแขนทั้งสองข้างไว้กับที่นอนนุ่ม


“เมื่อไหร่ที่ผมพ้นจากคุณไปได้ ผมจะทำให้คุณเจ็บปวดจนต้องคลานมาขอร้องผม”


“งั้นเลยเหรอ” อิมแจบอมยักไหล่


“ฉันจะรอวันที่ต้องคลานไปขอร้องนายก็แล้วกัน แต่ว่าตอนนี้ เวลานี้จงสำนึกเข้าไปในหัวใจของนายว่า

นายคือสิ่งที่ฉันครอบครองอยู่”


“ไม่มีทาง!”


ดิ้นรนขัดขืนแต่เรี่ยวแรงกลับพ่ายแพ้ให้แก่ร่างแกร่งที่ขยับเข้าทาบทับ ซอกคอเนียนที่ยังหลงเหลือรอยแดงจางๆ

ถูกขบเม้มซ้ำรอยเดิมให้ยิ่งเจ็บช้ำ แต่ยิ่งดิ้นจินยองก็ยิ่งรู้ว่าเขาตกเป็นเบี้ยล่างของอิมแจบอมอย่างชัดเจน

เสียงเคาะประตูดังขื้นขัดจังหวะอิมแจบอมสบถอยู่ในลำคอก่อนจะตะโกนถามออกไป


“ใคร”


“แบมแบมครับพี่ชาย”


เสียงเล็กที่ดังลอดประตูเข้ามาทำให้แจบอมขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด


“พี่ชายยังไม่ว่างคุยกับแบมแบมนะครับ”


“ไม่เป็นไรครับเพราะผมมีธุระคุยกับครูต่างหาก


ประตูถูกผลักเข้ามา แจบอมนึกตำหนิตนเองอยู่ไม่น้อยที่พลั้งเผลอลืมล็อคประตูไว้ ร่างเล็กบนรถเข็นไฟฟ้า

ยิ้มกว้างราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม้จะเห็นพี่ชายกำลังโอบรัดคุณครูของตนอยู่บนเตียงนอน


“แบมแบม!”


นึกขอบคุณลูกศิษย์เหลือเกินที่เข้ามาขัดจังหวะในเวลานี้ จินยองผลักไสแผงอกแน่นของแจบอมออก

แล้วรีบเด้งกายออกจากภาวะเบี้ยล่างลงมาหาแบมแบมทันที


“มาหาครูมีอะไรหรือเปล่า”


“มีสิครับครู ผมทำโจทย์เลขไม่ได้”


“แบมแบม!”


คราวนี้เป็นเสียงเรียกชื่อจากพี่ชายที่ลุกขึ้นยืนเท้าเอวมองอย่างรู้ทัน แบมแบมหันไปทำหน้าเหรอหรา

กับพี่ชายพร้อมอมยิ้มอยู่ในสีหน้า


“ทำไมเหรอครับพี่ชาย”


“นี่มันใช่เวลาสอนการบ้านไหม”


เสียงเข้มดุและคิ้วขมวดเป็นปมขณะลุกขึ้นมายืนเท้าเอวมองทำให้แบมแบมอยากจะหัวเราะออกมา

แต่ก็ต้องเก็บอาการไว้ พี่ชายของเขากำลังอาการหนักเข้าขั้นโดยที่เจ้าตัวไม่ยอมรับความจริง

นึกหมั่นไส้จนอยากจะแกล้ง แบมแบมตีสีหน้าไร้เดียงสาและจูงมือจินยองให้เดินตามรถเข็นมาตรง

ชุดโต๊ะเก้าอี้แล้วกางสมุดหยิบติดมือมาด้วยให้จินยองสอน


“ยังสอนกันไม่จบหรือไง”


เจ้าตัวคนหงุดหงิดนั่งกระสับกระส่ายอยู่ขอบเตียงพลางมองนาฬิกาเป็นการเตือน เมื่อเวลาผ่านไปพักใหญ่

แต่ทั้งครูและลูกศิษย์ดูเหมือนจะไม่ยอมเลิก คุณครูจินยองหันหน้ามามอง


“โจทย์ข้อนี้ยากมาก อีกนานกว่าแบมแบมจะแก้โจทย์ได้”

“ก็เอาไปทำพรุ่งนี้สิ”


“ผมอยากจะแก้โจทย์ให้ได้วันนี้นี่ครับพี่ชาย ไม่งั้นมันคาใจ”


“โธ่โว้ย”


สบถออกมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มีเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น แจบอมรับโทรศัพท์พูดคุยอยู่พักใหญ่เมื่อลูกน้อง

ติดต่อเรื่องงานที่มีปัญหา เขาตวัดสายตามองก่อนจะกล่าวเสียงเข้ม


“พี่จะไปคุยเรื่องงานที่ห้องรับแขก และเมื่อพี่ขึ้นมาอีกครั้งไอ้โจทย์เลขเฮงซวยนี่มันต้องเสร็จนะแบมแบม”


หนุ่มน้อยบนรถเข็นหัวเราะเบาๆตามหลังเมื่อพี่ชายกระแทกเท้าก้าวปึงๆออกไปจากห้อง จินยองถอนหายใจ

ออกมาเฮือกใหญ่


“ขอบใจนะแบมแบมที่มาช่วย”


“ไม่เป็นไรครับครู” แบมแบมหลิ่วตาให้


“อันที่จริงผมก็ไม่อยากทำตัวเป็นก้างขวางคอพี่ชายหรอก แค่หมั่นไส้คนปากแข็งก็เท่านั้นเอง”


“พูดอะไรอย่างนั้นนะ ก้างอะไรกัน”


ผิวหน้าขาวขึ้นสีแดงก่ำอย่างไม่รู้ตัว แบมแบมมองคุณครูของเขาแล้วคลี่ยิ้มออกมา เขาดึงมือนุ่มของจินยองมากุมไว้


“แม้ผมจะยังไม่รู้ว่าที่ครูมาที่นี่ทำไม แต่อย่างน้อยผมก็ดีใจนะครับที่ครูทำลายกำแพงในหัวใจของพี่ชายลงได้


พี่ชายของผมไม่เคยเชื่อมั่นในเรื่องความรักแต่เป็นเพราะครูที่ทำให้พี่ชายเปลี่ยนไป”


เปลี่ยนไปงั้นหรือ?


คำพูดของแบมแบมจี้ใจของเขาเป็นอย่างยิ่ง สักวันหนึ่งหากจินยองมีโอกาสเปิดโปงความเลวร้ายที่ซุกซ่อน

อยู่ในตระกูลนี้ วันนั้นจินยองไม่อาจคาดการได้เลยว่าพี่น้องคู่นี้จะคิดกับเขาเช่นไร จินยองได้แต่ฝืนยิ้มให้แบมแบม


“ขอบคุณนะแบมแบม ขอให้เชื่อว่าครูจะทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น”








กว่าจะจัดการเรื่องงานที่ลูกน้องหอบหิ้วมาให้เคลียร์ถึงบ้านเวลาก็ผ่านไปจนดึกดื่น อิมแจบอมก้าวพรวดๆ

กลับเข้ามาในห้องเพื่อที่จะเห็นว่าคนที่คอยรบกวนจิตใจนอนหลับคุดคู้อยู่บนเตียงกว้างเสียแล้ว


ถอนหายใจระบายความหงุดหงิดพลางก้าวขึ้นไปนอนขนาบข้างใช้ฝ่ามือดันศีรษะตนเองเพื่อมอง

ใบหน้าหวานให้ชัดเจน นิ้วเอื้อมมาแตะไล้บางเบาปัดไล่ปอยผมที่ตกลงมาให้พ้นกรอบหน้างดงาม


“จุดประสงค์ของนายคืออะไรกันแน่ ปาร์คจินยอง”


นึกแปลกใจตนเองอยู่เหมือนกันที่ยังเก็บคนตรงหน้าไว้ใกล้ตัว เขาเผยรอยยิ้มเมื่อคิดถึงวาจาต่อว่าเขาฉอดๆ

ที่ไม่เคยมีใครกล้าหาญกระทำดังเช่นนี้ หัวใจที่เคยแข็งกระด้างพลันอ่อนยวบเมื่อเห็นคราบน้ำตาเกาะ

อยู่ตรงหางตา แจบอมใช้ปลายนิ้วเช็ดมันและก้มหน้าลงไปกดจูบแผ่วเบา


ไม่รู้ตัวเลยว่าสายตาตนเองที่จ้องมองคนกำลังหลับสนิทนั้นอ่อนโยนแค่ไหน แจบอมวาดแขนไปโอบแผ่นหลัง

ให้จินยองเข้ามาในอ้อมกอด


“ฉันควรจะโกรธและเกลียดนายสินะ แต่ทำไมมันถึงไม่เป็นแบบนั้นล่ะ”


ถามใจตนเองอย่างไม่เข้าใจ อิมแจบอมดึงร่างนุ่มนั้นให้ซุกกายอยู่กับอกของเขาก่อนหลับตาลงตาม


“ขอแค่ตอนนี้ ขอแค่ให้นายไม่ได้คิดร้ายกับครอบครัวของฉัน จินยอง”






แจ็คผู้ฆ่ายักษ์: คิดถึงจัง


2Bam: เชื่อตายละ


แจ็คผู้ฆ่ายักษ์ :  โห เชื่อกันบ้างสิ คิดถึงจริงๆ

เห็นรูปดอกไม้ที่ส่งไปหรือเปล่า รู้ไหมว่าชื่อดอกอะไร


2Bam: ก็ดอกลิลลี่ไง ไม่เห็นยากเลย


แจ็คผู้ฆ่ายักษ์: แต่มันเป็นลิลลี่สีส้มนะ

ไม่รู้ความหมายเลยเหรอ T^T


2Bam: แล้วมันหมายถึงอะไรล่ะ

เริ่มยากแล้วนะ (_ _)


แจ็คผู้ฆ่ายักษ์:  มันมีความหมายว่า

สุขใจที่ได้ใกล้เธอ ยังไงล่ะแม่สาวน้อยใส่แว่น




รอยยิ้มผุดขึ้นจนใบหน้าสดใสแม้ว่าจะเป็นยามดึกที่ได้แชทคุยกับใครบางคน รูปดอก

ลิลลี่สีส้มที่ได้รับถูกตั้งเป็นภาพหน้าจอ แบมแบมหลับตาลงและจินตนาการถึงเม็ดทรายทใต้ฝ่าเท้า

ยามเขาเดินชมพระอาทิตย์ตกดินกับใครบางคนที่หาดทรายสวย


แบมแบมอยากให้มันกลายเป็นความจริงเมื่อเขาลืมตาตื่นเหลือเกิน



---------------------------------TBC------------------------------------



ลงเท่ากับที่เดิมแล้ว บทถัดไปจากนี้จะเริ่มแต่งใหม่แล้วนะคะ


o18 o18 o18

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-10-2015 19:25:20 โดย Belove »

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6283
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: เล่นกับไฟ บทที่ 11-12 [09/10/15]
«ตอบ #23 เมื่อ09-10-2015 20:26:39 »

แจ็คก็จะเป็นคนเดียวกับคนมาทำสวนไหมนะ
แต่พี่ชายนี่แบบ ปากแข็งมากกกกกกกกก จริงๆ
ต้องให้แบมแบมเข้ามาขัดคอบ่อยๆ คึคึ

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove
เล่นกับไฟ บทที่ 13 [15/10/15]
«ตอบ #24 เมื่อ15-10-2015 23:26:08 »



                                                               เล่นกับไฟ

                                                                บทที่ 13


               เมื่อลืมตาตื่นมาในยามเช้าตรู่ปาร์คจินยองก็ต้องตกใจเมื่อรู้ว่าตนเองกำลังตะแคงตัวซุกหน้าอยู่กับอ้อมอกของ

ชายโฉดที่ชื่ออิมแจบอม วงแขนที่วางพาดอยู่บนลำตัวกลับทำให้เขาอบอุ่นจากความหนาวเย็นของเครื่องปรับอากาศ เขา

ถึงกับต้องกัดริมฝีปากไว้เพื่อห้ามความคิดนั้น


               ไม่ได้!

               จะรู้สึกดีกับผู้ชายที่ทำร้ายจิตใจเขา ผู้ชายที่เป็นคนในตระกูลที่ทำให้เขาต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าไม่ได้เด็ด

ขาด

               จินยองยกท่อนแขนที่วางพาดมาอย่างเบามือก่อนจะค่อยๆขยับตัวออกมา เขาลอบผ่อนลมหายใจแผ่วเบาแล้ว

จึงรีบเข้าไปในห้องน้ำ กระจกบานใสแผ่นใหญ่สะท้อนร่องรอยที่ยังคงทิ้งไว้จางๆให้หัวใจเจ็บแปลบเล่นๆ จินยองไม่อยาก

จะยอมรับว่าเขาตกเป็นของประธานตระกูลอิมเสียแล้ว

               ถึงปากจะบอกว่าแจบอมข่มขืนแต่จินยองรู้ดีว่าร่างกายของเขาเองกลับตอบรับกับความเย้ายวนของแรง

ปรารถนาที่แจบอมจุดมันขึ้นมา แจบอมลากเขาไปสู่ดินแดนที่เขาไม่เคยรู้จักจนจินยองนึกหวั่น


               เขาหวั่นว่าจะกลายเป็นแมลงที่หลงไปกับความร้อนแรงของกองไฟกองนี้


               หันหลังให้กับภาพสะท้อนร่างกายตนเองแล้วเปิดสายน้ำให้มันช่วยลดความร้อนรุมในหัวใจ จินยองปล่อยให้

ความเย็นฉ่ำรินรดตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้าจนกระทั่งรู้สึกหนาวจึงยอมปิดมันและสวมเสื้อคลุม มือเรียวจับลูกบิดประตู

และดึงมันให้เปิดออกเพื่อที่จะพบว่ามีใครบางคนยืนขวางทางอยู่หน้าประตูนั่นเอง

               อิมแจบอมนั่นเอง ร่างฟิตเฟิร์มเปลือยท่อนบนอวดมัดกล้ามส่วนท่อนล่างมีเพียงผ้าขนหนูพันไว้หมิ่นเหม่ แขน

ข้างหนึ่งดันกรอบประตูไว้ คิ้วเข้มเลิกขึ้นนิดๆขณะที่นัยน์ตาคมไล่มองจินยองตั้งแต่ใบหน้าลงไปถึงเนื้อตัวเปียกชื้นที่ซ่อน

อยู่ในเสื้อคลุมหลวมๆตัวนั้น จินยองหน้าร้อนวูบจนต้องรีบกระชับเสื้อแม้ว่ามันจะไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นเลย


               “หลีกทางให้ผม”


               กลั้นใจส่งเสียงเข้มออกไป หารู้ไม่ว่ามันเป็นแค่เสียงของแมวตัวน้อยที่ทำท่าพองตัวยามหวาดกลัวในสายตา

ของแจบอมเท่านั้น


               “ผมบอกให้หลีกไงล่ะ”


               นิ่งราวกับรูปสลัก จินยองเม้มปากจนเป็นเส้นตรงก่อนจะออกแรงผลักแขนที่ขวางอยู่ให้พ้นทาง ร่างเพรียวรีบ

ก้าวหนีความใกล้ชิด แต่แล้วเขากลับถูกรวบเอวแล้วดันให้ก้าวกลับเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง


               “ปล่อยนะ อุ๊บส”


               ร้องออกมาเมื่อถูกผลักจนแผ่นหลังกระแทกกับผนังห้องน้ำเปียกชื้น เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งเขาก็ต้องปะทะ

สายตาวาววับที่จ้องมอง จะขยับตัวก็ลำบากเมื่อท่อนแขนแกร่งของแจบอมล็อคต้นแขนไว้


               “จะหนีไปไหนอีก”


               แจบอมส่งเสียงยั่วเย้าก่อกวนพร้อมกดยิ้มลึกที่มุมปาก


               “คราวนี้หวังจะให้ใครมาช่วยมิทราบคุณครูจินยอง”


               “คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้”


               จินยองกัดฟันข่มความหวาดหวั่นเชิดหน้าเถียงจนแจบอมนึกขำที่เห็นลูกกวางขู่ฟอดทั้งที่หลังชนฝาแบบนี้ อด

ไม่ได้ที่จะใช้ปลายนิ้วลูบไปตามกรอบหน้าจนมาหยุดบีบปลายคางมนเพื่อล็อคหน้าหวานมิให้หันหนีไปจากเขาได้


               “ไม่ต้องเรียกร้องหาสิทธิ์ก็ได้ เอาเป็นว่าฉันจะทำแบบนี้เพราะพอใจที่จะทำ”


               เรียวปากช่างต่อว่าถูกปิดไว้สนิท จินยองเม้มปากหนีแต่ก็ถูกบังคับให้เปิดทางรับลิ้นร้อนจนได้ เขายกมือผลัก

ไหล่หนาแต่ก็ไม่เป็นผล ซ้ำร้ายมือทั้งสองข้างกลับถูกแจบอมตรึงกับผนังห้องน้ำไว้เหนือหัวด้วยมือแกร่งเพียงข้างเดียว

เสื้อคลุมถูกกระชากให้เปิดเผยเนื้อเนียนขาวผ่อง มือข้างที่ยังว่างของแจบอมลากไปตามกึ่งกลางลำตัวสร้างความร้อน

วูบวาบไปตามสัมผัสนั้น


               “อื้อ”


               สำลักอากาศเกือบขาดใจกว่าเขาจะยอมผละลิ้นออกมาให้จินยองผวาเฮือก ลำคอระหงถูกขบทิ้งรอยแสดง

ความเป็นเจ้าของก่อนที่แจบอมจะเปลี่ยนจุดหมายไปยังยอดอกสีสวย เขาเม้มกลืนมันด้วยริมฝีปากจนกลายเป็นสีแดงก่ำ

ชูชันขึ้นมา


               “บอกสิว่านายไม่ได้ต้องการฉัน จินยอง”


               “ไม่ ฮื้อ ผม ผมไม่ต้องการคุณ”


               กัดฟันกลั้นเสียงครางหวิวพลางกระแทกศีรษะใส่ผนังปูนเย็นเฉียบเผื่อว่าความเจ็บปวดจะช่วยบรรเทาความ

ต้องการที่แจบอมกำลังปลุกเร้า ตำแหน่งที่สะท้อนภาพจากกระจกพอดีทำให้จินยองมองเห็นใบหน้าตัวเองว่ามันเต็มไป

ด้วยความต้องการจนน่าอับอายเป็นที่สุด เขาหลับตาหนีภาพนั้นพยายามตั้งสติอันน้อยนิดต่อสู้กับไฟอย่างแจบอมแต่ดู

เหมือนว่าเขากำลังจะพ่ายแพ้


               “ยะ อย่า อะ ตรงนั้น”


               ต้นขาเต็มไปด้วยพลกำลังเบียดแทรกเข้ามาระหว่างขา เสียดสีถูไถเนื้ออ่อนจนร้อนระอุ จินยองผวาแอ่นกาย

เข้าหาอย่างลืมตัวเรียกเสียงต่ำลึกในลำคอจากปากที่ยังป้วนเปี้ยนอยู่แถวยอดอก ทันใดนั้นร่างกายขาวโพลนก็ถูกจับให้

หันหน้าเข้าหาผนังและยกแขนดันมันไว้ จินยองหมดแรงห้ามปรามเมื่อแจบอมผลักดันความแข็งแกร่งเข้ามาในร่างกาย

ของเขาในที่สุด


               “ไหนว่าไม่ต้องการ แต่ร่างกายนายเปิดทางให้ฉันอยู่รู้บ้างไหม”


               น้ำเสียงห้วนแต่กระเส่าไปด้วยพายุอารมณ์กระซิบอยู่ตรงหลังใบหูและงับเข้าไป มือเรียวของจินยองที่ดันผนัง

ห้องน้ำสั่นระริกไปหมด ความคับแน่นภายในหมุนวนกระแทกจุดไวสัมผัสจนปวดมวนท้อง เขาได้แต่แนบแก้มลงกับผนัง

ชื้นเมื่อเอวแกร่งของแจบอมเริ่มขับเคลื่อนอยู่กับร่างของเขา


               “อื้อ ฮึก อา แจบอม”


               น้ำเสียงกระเส่าที่เรียกชื่อของเขาจากกลีบปากอิ่มที่ขบเม้มกลั้นอารมณ์ทำให้ความอดทนของแจบอมขาด

สะบั้น เขาแผดเสียงคำรามสะท้อนห้องน้ำ มือขยำบั้นท้ายนุ่มมือจนเป็นรอยนิ้ว แจบอมกระแทกกายเข้าหารวดเร็วรุนแรง

เหลือเกิน


               “อา วิเศษ ตอดอีกจินยอง บีบรัดแบบนั้นแหละที่ฉันต้องการ”


               “อ๊า เสียว อึก แจบอม”


               กล้ามเนื้อภายในทั้งรัดทั้งเค้น แจบอมสอดแขนไปคว้าท่อนเนื้ออุ่นร้อนของจินยองไว้ในอุ้งมือแล้วสาวรูดไม่

ยั้ง จินยองหอบถี่จนอกกระเพื่อมเมื่อร่างกายเกร็งค้าง แจบอมปลดปล่อยเขาให้สมปรารถนาไปก่อนล่วงหน้า ท่อนเนื้อ

แข็งขันเร่งจังหวะไม่ยอมหยุดจนกระทั่งแจบอมฉีดอัดมันเข้าไปในช่องทางลึก เขาเงยหน้าเปล่งเสียงอย่างพอใจแล้วจึง

ซบหน้ากับลาดไหล่ของจินยองที่ใกล้จะหมดแรงเต็มที


               “ว่าไง ยอมรับหรือยังว่านายหลงไปกับไฟอย่างฉันแล้ว หือ ปาร์คจินยอง”

               จินยองอยากจะร้องไห้แต่ก็ไม่มีแรงร้อง ปากบอกว่าเกลียดแต่ความสุขสมที่เกิดขึ้นมันทำให้เขาเจ็บใจเหลือ

เกิน


               “คนเลว!”


               ได้แต่บริภาษออกไป ได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วมาจากด้านหลัง ท่อนเนื้อที่แทรกกายอยู่ถูกดึงออกจนโหวงว่าง 

จินยองนึกว่าเขาจะร่วงลงไปกองกับพื้นเสียแล้วหากว่าแจบอมจะไม่ช้อนร่างของเขาอุ้มไว้ในอ้อมแขนเสียก่อน


                “ไหนๆก็เลวแล้ว คนเลวคนนี้ขอเลวให้หนำใจก่อนจะไปทำงานก็แล้วกันนะ”


               “ไม่นะ ผมไม่ไหวแล้ว อื้อ”


               ปากเล็กถูกปิดจนได้ และในที่สุดจินยองก็ต้องปล่อยให้แจบอมอุ้มไปวางบนเตียงนุ่มก่อนจะตักตวงความสุข

จนเขาพอใจ








               “หวังเจียเอ๋อร์”


               เมื่อเห็นใบหน้าสดใสที่อยู่ในชุดพนักงานจัดสวน แบมแบมก็คลี่ยิ้มออกมา


               “เจอกันอีกแล้วนะ”


               “วันนี้มาช้า”


               ร่างผอมบางที่นั่งอยู่บนรถเข็นต่อว่า หวังเจียเอ๋อร์แสร้งถอนลมหายใจออกมา


               “โธ่ งานการมีทำนะ ผมไปตัดกิ่งไม้อยู่ด้านหลังโน่น ก็บ้านนี้น่ะโคตรกว้างเลย ไหนเดินได้หรือยัง”


               หนุ่มน้อยบนรถเข็นสีหน้าสลดลงทันที


               “ยังเลย ทำยังไงก็เดินไม่ได้สักที”


               “ผมช่วยคุณนะ”


               แบมแบมเอียงคอมองคนที่เสนอตัวช่วยเหลือ”


               “ไหวเหรอ”


               “ถามตัวเองเหอะว่าสู้หรือเปล่า ตัวผอมอย่างนี้ผมไม่ปล่อยให้คุณล้มไปหรอกน่า”


               “ชัวร์นะ”


               “ชัวร์ดิ”


               แบมแบมสูดลมหายใจเรียกความมั่นใจพลางใช้มือดันที่เท้าแขนของรถเข็นแล้วออกแรงดันกายขึ้นมา หวัง

เจียเอ๋อร์ค่อยๆสอดแขนโอบรอบลำตัวบางๆไว้


               “ลองยืนดูก่อน”


               แค่ยืนก็ตื่นเต้นแล้ว แบมแบมยิ้มกว้างเมื่อฝ่าเท้าสัมผัสผืนหญ้านุ่ม


               “หญ้านุ่มและเย็นจัง”


               “ใช่ไหมล่ะ รู้สึกดีใช่ไหมที่ยืนได้”


               “ใช่ เจียเอ๋อร์ ยืนได้แล้ว ผมยืนได้”


               ด้วยความดีใจจนลืมตัว แบมแบมเสียทรงการทรงตัวจนหงายหลัง หวังเจียเอ๋อร์ที่โอบรอบลำตัวจึงเสียหลักไป

ด้วย เขาได้แต่ใช้ฝ่ามือประคองไปที่ศีรษะของแบมแบมกันกระแทกกับพื้น

               ตุ๊บ!

               หงายหลังลงไปนอนแผ่กับพื้นยังไม่ตกใจเท่ากับริมฝีปากของคนที่ล้มทับตามลงมากลับประทับมาบนกลีบ

ปากอิ่มด้วย ดวงตากลมโตเบิกโพลงหัวใจยิ่งเต้นระส่ำระสาย หวังเจียเอ๋อร์เองก็ตกใจไม่แพ้กันเขารีบลุกขึ้นมานั่งและดึง

ให้แบมแบมลุกตามขึ้นมา

               มองหน้ากันแทบไม่ติด ใบหน้าหวานของแบมแบมขึ้นสีแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัดในขณะเดียวกันหวังเจียเอ๋อร์ที่

ยังไม่หายตื่นเต้นก็ได้แต่ยิ้มเจื่อน


               “ผมขอโทษ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”


               หนุ่มน้อยก้มหน้างุดพลางส่ายหน้าเร็วๆ แบมแบมรู้ว่ามันเป็นอุบัติเหตุแต่เขาก็ยังอดหวั่นไหวไม่ได้เมื่อนี่คือ

ครั้งแรก ริมฝีปากของเขายังร้อนเห่อไม่หาย


               “ไม่เป็นไร ขอบใจนะที่ช่วย ไม่งั้นหัวคงฟาดพื้นแล้ว”


               พูดงุบงิบเสียงเบาน่าเอ็นดูจนหวังเจียเอ๋อร์อดยิ้มออกมาไม่ได้  เขาประคองร่างผอมให้ขึ้นไปนั่งบนรถเข็น

แบมแบมถอนหายใจออกมาอย่างเสียดาย


                “อย่างน้อยก็ยังได้ยืน”


               พึมพำปลอบใจตัวเอง หวังเจียเอ๋อร์วางมือมาบนมือนุ่มของเขา


               “ทำได้น่า วันนี้ยืน ต่อไปก็เริ่มก้าวเท้าได้”


               รอยยิ้มของหวังเจียเอ๋อร์ทำให้แบมแบมมีกำลังใจจนยิ้มตามได้ อารมณ์ของแบมแบมปลอดโปร่งเหลือเกิน


               “เออนี่ บ้านหลังนี้ใหญ่มากเลยนะ ของเศรษฐีคนไหนรู้หรือเปล่า”


               ความไร้เดียงสาบวกกับความดีใจที่ยืนได้ทำให้แบมแบมขาดความระวังตัว เขาจึงหลุดคำพูดออกไปอย่าง

ไม่ทันคิด


               “เศรษฐีอิมไงล่ะ”


               หวังเจียเอ๋อร์ชะงัก ดีว่าแบมแบมไม่ทันสังเกต เขาจึงไม่ได้เห็นคิ้วเข้มที่ขมวดลงทันที


               ในที่สุดเขาก็คลำทางมาถูก นี่คือบ้านของตระกูลอิมที่ไม่มีใครเคยรู้จัก

               แล้วคนที่เขาเป็นห่วงตอนนี้อยู่ที่ไหนในบ้านหลังนี้

                เขาต้องสืบให้ได้ว่าปาร์คจินยองอยู่ที่ไหน




TBC
เม้นท์ให้เค้าบ้างเน้อ เห็นยอดเม้นท์น้อยแล้วใจหวิวๆ :mew5: :mew5: :mew5:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-10-2015 23:53:07 โดย Belove »

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6283
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: เล่นกับไฟ บทที่ 13 [15/10/15]
«ตอบ #25 เมื่อ15-10-2015 23:35:26 »

ถ้าแค่มาหลอกน้องเฉยๆ นี่สงสารแบมน๊าา

ออฟไลน์ เป็ดขี้อาย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 9
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: เล่นกับไฟ บทที่ 13 [15/10/15]
«ตอบ #26 เมื่อ16-10-2015 02:12:25 »

ใครจะหลงรักใครก่อนกันนนนนน

ออฟไลน์ Freja

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +145/-4
Re: เล่นกับไฟ บทที่ 13 [15/10/15]
«ตอบ #27 เมื่อ16-10-2015 03:09:17 »

หลอกกันหมด ยกเว้นแบมแบมสินะ

ออฟไลน์ janamanza

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 649
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-2
Re: เล่นกับไฟ บทที่ 13 [15/10/15]
«ตอบ #28 เมื่อ16-10-2015 03:38:01 »

ร้อนแรงมากกกกก ไม่ได้อ่านฟิคมานานมา พอมาอ่านเรื่องนี้แล้วคิดถีงสมัยติ่ง  5555 ดูแก่มาก ภาษาใช้ได้เลย  พัฒนาต่อไป สู้ๆค่าาา

ออฟไลน์ Apg

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: เล่นกับไฟ บทที่ 13 [15/10/15]
«ตอบ #29 เมื่อ16-10-2015 16:30:33 »

แจบอมใจร้ายที่สุด สงสารจินยอง

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด