...จันทร์จ้าว...บทพิเศษ กลเม็ด (๓๑ ส.ค. ๖๓/หน้าที่ ๖๘)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ...จันทร์จ้าว...บทพิเศษ กลเม็ด (๓๑ ส.ค. ๖๓/หน้าที่ ๖๘)  (อ่าน 629213 ครั้ง)

ออฟไลน์ บูมเบส

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1880
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-4
เราชอบเรื่องนี้มากสนุกดีภาษาสวยมาก รอติดตามครับ

ออฟไลน์ cowinsend

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
ไม่ดราม่าใช่มั้ยคะเรื่องนี้

เลิศค่ะเลิศ. ติดตามค่ะ

ออฟไลน์ nightsza

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-1
ชอบเรื่องแนวนี้ ภาษาก็อ่านง่าย

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 518
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1525/-8
จันทร์จ้าว
By: Dezair
…………………….

บทที่ ๓


ภัตตาคารจีนในย่านเยาวราชมีชื่อเสียงเป็นที่สุด โดยเฉพาะร้านนี้ที่หนาแน่นไปด้วยผู้คนตั้งแต่ยังไม่ค่ำ คนที่มาทีหลังก็ย่อมต้องรอเพราะโต๊ะภายในร้านเต็มแน่น บริกรเดินกันขวักไขว่ เสียงผู้คนดังเซ็งแซ่ ชายหนุ่มร่างสูงกระหืดกระหอบเข้ามาในร้าน เขากวาดตามองจนทั่วแล้วถึงได้เห็นพี่ชายนั่งอยู่เพียงลำพังที่โต๊ะหนึ่งไม่ไกลจากประตูเท่าไรนัก



“ขอโทษ ผมมาช้า” เภา วิชาญโยธินก้าวเท้าตรงไปที่โต๊ะนั้นแล้วค้อมศีรษะแทนคำขอโทษ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งร่วมโต๊ะ



“ฉันก็มาก่อนแกไม่นานนักหรอก สั่งอะไรเพิ่มไหม เมื่อครู่นี้ฉันสั่งไป ๓-๔ อย่างแล้ว” คนมาถึงก่อนคือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผู้มีใบหน้าคมคายแต่ติดรอยยิ้มอ่อนโยนอยู่บนใบหน้าทุกเมื่อ ใครๆในกรุงเทพฯต่างก็รู้จักคุ้นเคยใบหน้านี้กันทั้งนั้น เพราะเป็นถึง ‘คุณหมอ’ และบุตรชายคนใหญ่ของพลโทศักดิ์และคุณหญิงจิตต์ วิชาญโยธิน



“ไม่ล่ะ”



“แล้วนึกยังไรชวนมาทานที่นี่” คนเป็นพี่ถามน้องชายที่ยังคงหายใจแรงเพราะความเหนื่อยอ่อนจากการวิ่ง




“ก็เบื่อ...พักนี้ผมไม่ได้ออกมาทานข้าวนอกบ้านเลย...” ภวัต วิชาญโยธิมองคนพูดอย่างอ่อนใจ เภา วิชาญโยธินเป็นน้องชายร่วมบิดามารดากับเขา แต่ถูกคุณหญิงจิตต์ผู้เป็นมารดาประคบประหงมเสียจนเจ้าตัวไม่ค่อยจะเอาถ่านเสียเท่าไร ทำตัวเป็นหนุ่มเจ้าสำราญจนกระทั่งเขาสั่งให้ทำงานทำการเสียบ้าง เจ้าตัวถึงได้ยอมไปเปิดห้างค้ายากับฝรั่งเมื่อไม่กี่เดือนก่อนนี้เอง




“งานหนักหรือ” ถึงแม้จะเป็นตนเองที่สั่งให้น้องชายทำงาน แต่ภวัตก็ยังห่วงใยเสมอ




“ไม่ถึงขนาดนั้น ทำไปแล้วก็สนุกดี แต่...พักนี้เพื่อนผมหายหมด” เภาพูดมาถึงตรงนี้ก็ทำหน้ามู่ทู่




“เพื่อนหาย?” คนเป็นพี่ทวนถาม พอดีกับที่บริกรนำอาหารมาที่โต๊ะ เภาจึงขยับให้อาหารลงได้สะดวก และนั่นทำให้เขาหันไปเห็นลูกค้าคนหนึ่งที่โต๊ะมุมในสุดของร้าน แค่มองจากไกลๆ ชายหนุ่มก็จำอีกฝ่ายได้ในทันที




“อะไรกัน! มาถึงนี่ก็ยังมาเจอคู่ปรับ!”




“หืม?” ภวัตได้ยินไม่ถนัด น้องชายจึงพูดอีกครั้ง




“คู่ปรับผมน่ะซี! เพิ่งกลับมาจากที่ไหนสักที่นี่ล่ะ กลับมาปุ๊บก็มาทำเพื่อนผู้หญิงผมหายหมด! ทั้งคุณวนิดา ทั้งคุณสายสมร ทั้งคุณศรีอำไพ แล้วนั่น...นั่นมากับคุณดาราแล้วก็คุณนภาด้วย! ฮึ่ม! สองคนนั้น ผมเคยชวนไปดูหนัง ยังไม่เคยยอมไปกับผมเลย!! ทีอย่างนี้มากับมัน!!” ยิ่งพูด เภาก็ยิ่งขุ่นเคือง ยิ่งมองไปที่โต๊ะมุมในสุดของคู่ปรับ เขาก็ยิ่งเหม็นหน้าเจ้าคู่ปรับที่จู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นในกรุงเทพฯ!


เภา วิชาญโยธินเคยเป็นหนุ่มเจ้าสำราญที่สุด มีเพื่อนผู้หญิงมากมายที่สุด ผู้ชายคนไหนก็ล้วนอิจฉาเขาทั้งนั้นที่ได้เดินเคียงข้างผู้หญิงสวยไม่เว้นแต่ละวัน แต่...พักหลังมานี่ มีใครบางคนกลับทำตัวสำราญกว่า!!




“นั่นคุณอาทิตย์ไม่ใช่หรือ”




“ไม่ใช่คุณอาทิตย์ คุณอาทิตย์น่ะผมไม่ห่วงหรอก เธอพูดกับใครเสียที่ไหน แต่ผมหมายถึงอีกคนต่างหาก!”




ภวัตมองตามไปที่โต๊ะ แล้วก็ถึงได้สังเกตว่าที่โต๊ะนั้นมีชายหนุ่มอีกคนร่วมโต๊ะด้วย




...เมื่อครู่ที่เขาเดินไปทักคุณอาทิตย์ ไม่ยักเห็นผู้ชายคนนี้...




นายแพทย์หนุ่มจับจ้องใบหน้าขาวของคนที่กำลังหัวเราะยิ้มแย้มกับคนทั้งโต๊ะ ดวงตากลมใหญ่ จมูกโด่ง และริมฝีปากสีจัด ที่สำคัญคือมีลักยิ้มที่แม้เขาจะนั่งอยู่ไกล ก็ยังพอมองเห็น...เขาเคยเห็นใบหน้านี้มาก่อน...ที่ไหนสักที่...




“ได้ข่าวว่าเป็นลูกนายพลอะไรนี่ล่ะ! ตอนนี้เปิดบริษัทกับฝรั่ง พูดภาษาอังกฤษปร๋อ คงจะกลับมาจากฟิลิปปินส์หรือปีนังเทือกนั้นกระมัง โถ! ก็เท่านั้นล่ะ!!” เภาบ่นแล้วทำได้แค่เขี่ยอาหารไปมาอย่างเบื่อหน่าย เขาอุตส่าห์โทรศัพท์ไปเรียกพี่ชายจากโรงพยาบาลให้มาหาอะไรทานด้วยกันที่เยาวราช ก็ยังจะมาเจอคนไม่ถูกน้ำหน้ากันเสียได้



“ไหนว่าคู่ปรับ ทำไมถึงรู้เรื่องเขาเสียละเอียดยิบ” ภวัตหันมาถามน้องชายอย่างนึกขัน



“ไม่รู้ได้อย่างไรล่ะ! เขาพูดกันทั้งเมือง!”



“พี่ไม่เห็นเคยได้ยิน”




“ก็พี่ภวัตอยู่แต่ที่โรงพยาบาล รู้ก็แปลก พี่น่ะทำแต่งาน รู้ไหมว่าคุณพ่อเปรยว่าจะให้พี่แต่งงานเสียที” เภาหันกับมาสนใจพี่ชายของตนแทน ที่นัดภวัตมารับประทานข้าวนอกบ้านในวันนี้ก็เพื่อจะเตือนเรื่องที่เขาแอบได้ยินบิดามารดาคุยกันด้วย ภวัตเป็นนายแพทย์ประจำโรงพยาบาลใหญ่แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ทำแต่งานจนบางครั้งก็แทบจะไม่กลับบ้าน คงไม่รู้ว่าบิดามารดากำลังคิดจะทำอะไร ก็ต้องเป็นน้องอย่างเขาเท่านั้นที่จะนำข่าวมาบอก



คนฟังดูจะไม่ตกใจกับเรื่องที่น้องชายพูดเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ยิ้มจาง



“หากคุณพ่อเห็นว่าดี พี่ก็ยินดี” น้องชายพ่นลมหายใจพรืด



“นั่นประไร! กะแล้วเชียวว่าพี่ต้องพูดแบบนี้! เป็นผมหน่อยไม่ได้ ไม่ยอมเสียหรอกให้คลุมถุงชน”



“แกก็คงไม่พ้นหรอก ยิ่งวันๆเอาแต่โหยหาเพื่อนผู้หญิงอย่างนี้ คุณแม่คงจัดการให้ในเร็ววัน” พอพูดถึงเพื่อนผู้หญิง เภาก็หน้ามู่ทู่ขึ้นมาอีก



“อย่าพูดถึงเพื่อนผู้หญิงของผมเลย เจ็บใจ!” เขาว่าอย่างนั้นแล้วเบือนสายตาหนีไปทางอื่นราวกับไม่อยากมองกลับไปที่โต๊ะของคู่ปรับอีก ทว่าเพราะโต๊ะนั้นกำลังลุกเตรียมตัวกลับ เภาเลยอดไม่ได้ที่ต้องมองอีกสักหน่อย อย่างน้อยก็เพื่อฝากฝังความแค้นให้เจ้าคู่ปรับของเขากลับไปนอนปวดท้องเพราะอาหารภัตตาคารนี้ก็เห็นท่าจะดี



ทว่า...ไม่ทันที่เภาจะสาปส่งคู่ปรับของเขาให้สาแก่ใจ สายตาของชายหนุ่มกลับเหลือบไปเห็นสตรีอีกคนที่ร่วมโต๊ะนั้นด้วย สตรีที่ไม่ใช่ทั้งดารารัษมีและนภาสรวง ๒ แฝดที่เขาเคยตามเทียวไล้เทียวขื่อ สตรีผู้มีดวงหน้าสวยหวานและสดใส...สตรี...ที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน...



   “พี่! รู้จักผู้หญิงคนนั้นรึเปล่า” เขาเอ่ยปากถามลอยๆ แต่ไม่หันมองหน้าพี่ชายเลยแม้แต่นิด สายตาจับจ้องไปที่สตรีในชุดเสื้อกระโปรงสีฟ้าอ่อน ผู้มีเส้นผมเป็นลอนสลวยบนบ่าทั้งสองข้าง ดวงหน้าสวยหวานแปลกตานั้นทำให้เขาตกตะลึงไปเสียแล้ว



...เภาไม่เคยพบสตรีใดที่ดูอ่อนหวานเช่นนี้มาก่อน รอยยิ้มหวานบนใบหน้ากระจุ๋มกระจิ๋มนั้นยิ่งทำให้เขาถอนสายตาจากมาไม่ได้...ใครน่ะ...ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร...



   ชายหนุ่มมองตั้งแต่สตรีงามผู้มีดวงหน้าจับใจคนนั้นเดินออกจากโต๊ะไปยังประตูกระจกของร้าน และมองลับจนกระทั่งเธอเดินหายออกไปจากภัตตาคารพร้อมกับคู่ปรับและ ๒ สาวแฝดที่เขาเคยต้องตาต้องใจ จากนั้นจึงตั้งสติได้แล้วหันขวับมามองผู้เป็นพี่





   “พี่รู้จักไหม?! ผู้หญิงคนที่สวมชุดสีฟ้าน่ะ?!”



   “คุณพิม น้องสาวคุณพงศ์ที่อยู่วังฉัตรน่ะซี เพิ่งกลับมาจากยุโรปเมื่อเดือนก่อน แกไม่รู้หรือ อ้อ แกไม่ได้ไปงานเลี้ยงที่วังฉัตรเมื่อคราวก่อนสินะ”



   “ก็...ตอนนั้นผมไม่ว่าง...ถ้ารู้ว่าวังฉัตรมีผู้หญิงสวยอย่างนี้ผมคงว่างไปแล้ว” เภาได้แต่บ่นพึมพำอย่างนึกเสียดาย เพราะตอนนั้นเขากำลังสนุกกับการไปเที่ยวกับคุณวนิดาอยู่ ก็เลยไม่ได้ไปร่วมงานเลี้ยงที่วังฉัตรเมื่อครั้งนั้น



   “แล้วทำไมถึงมากับอ้ายคู่ปรับของผมได้ล่ะ” พอคิดถึงสตรีงาม ใบหน้าของผู้ชายอีกคนก็ผุดขึ้นมาในใจให้เภายิ่งนึกขุ่นเคือง ภวัตมองสีหน้าไม่สบอารมณ์ของน้องชายแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างเวทนา



   “วิ่งไปถามคู่ปรับของแกดู เขาอาจจะยอมบอกว่าทำไมถึงมาด้วยกัน”



   “ไม่เอา...ผมไม่อยากเห็นหน้ามันอีก คนอะไร!! พาผู้หญิงมาภัตตาคารพร้อมกันทีเดียว ๓ คน!!” เภา วิชาญโยธินว่าอย่างนั้น แล้วก็นั่งหน้ามู่ทู่เขี่ยอาหารบ้าง คีบเข้าปากบ้างอย่างเสียมิได้



ภวัตได้แต่มองน้องชายแล้วส่ายศีรษะไปมาอย่างนึกระอาใจ ก่อนที่อะไรบางอย่างในใจจะทำให้เขาอดไม่ได้ต้องเหลือบไปมองภายนอกผ่านทางหน้าต่างกระจกของร้าน ดวงตาคมปลาบของชายหนุ่มสบเข้ากับดวงตาท้าทายของใครอีกคนที่มองตรงเข้ามา ดวงตากลมใหญ่คู่นั้นแฝงไปด้วยแววล้อเลียนและถือดี ภวัตหันกลับมามองเภาที่เอาแต่ตาตกมองแต่กับข้าว ก่อนจะหันกลับไปมองนอกร้านอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ เจ้าของดวงตาคู่นั้นหมุนตัวเดินไปจากไปแล้ว



   ...คู่ปรับ...ของเภาอย่างนั้นหรือ...



   “คู่ปรับของแกชื่ออะไร” เขาตั้งคำถามกับน้องชาย แต่เภาไม่เงยหน้าขึ้นมาจากจานเลย ซ้ำยังพูดเสียงเนือย



   “ไม่รู้ รู้แต่ว่าตั้งแต่มันกลับมาที่นี่ ผมก็ชวดผู้หญิงไปหมด” คำตอบของเภา ทำให้ภวัตได้แต่จำนน เขาเหลือบสายตากลับไปมองนอกร้านอีกครั้ง แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเจ้าของสายตาคู่นั้นอีกแล้ว



……………………….



   เจ้าของดวงตากลมใหญ่มองกระจกข้างที่สะท้อนร่างแบบบางของหม่อมหลวงพิมพัชราซึ่งยืนส่งอยู่หน้าตึก หลังจากทุกคนอิ่มหนำสำราญจากร้านไอศกรีมแล้ว อาทิตย์ก็พากลับ โดยแวะส่งแขกผู้เกียรติที่วังฉัตร และเวลานี้ในรถที่กำลังออกถนนใหญ่จึงเหลือเพียง ๔ พี่น้องรักษพิพัฒน์



   “คุณพิมเธองามเหลือเกินนะคะ มีความรู้ความสามารถ คุณชายฉัตรไม่ยักหาคู่ให้เสียที” นภาสรวงผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวเอ่ยปากขึ้นมาในรถ จันทร์จ้าวหัวเราะเบาๆในลำคอ แล้วเอี้ยวตัวหันไปมองน้องสาว



   “ใครว่าล่ะ คุณชายท่านมองไว้เรียบร้อยแล้วต่างหาก...” เขาว่าอย่างนั้นแล้วเหลือบมองพี่ชายผู้ทำหน้าที่ขับรถ ความมืดทำให้เขาไม่เห็นสีหน้าของอาทิตย์ แต่ก็เดาได้ไม่ยากว่านายทหารผู้นี้จะรู้สึกเช่นไร



   ...ชอบแต่ไม่กล้าบอก รักแต่ไม่กล้าเข้าใกล้...สมเป็นอาทิตย์เสียเหลือเกิน ลองเป็นเขาเถอะ จะเดินหน้าให้รู้ดำรู้แดงกันไปข้าง!...



   “ใครหรือคะพี่จันทร์?” นภาสรวงถามต่อด้วยความสงสัยในขณะที่ดารารัษมีกลับนั่งเงียบ



   “ไม่ได้ บอกไม่ได้ เรืองนี้เป็นเรื่องของเขา เราเกี่ยวเสียที่ไหน” จันทร์จ้าวโยกโย้ราวไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่เขารู้ดีว่าคนที่นั่งตำแหน่งคนขับคงอยากรู้จนแทบแย่เสียแล้ว



   “พุทโธ่! พี่จันทร์น่ะ”



   “จริงสิ...แถวนี้มีบ้านเช่าของคุณแม่อยู่ใช่ไหม” เขาเปลี่ยนไปคุยอีกเรื่องอื่นแทน แล้วมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ภายนอกมีเพียงแสงไฟจากเสาไฟเป็นระยะ และแสงจากบ้านเรือนที่ปลูกเรียงรายริมทาง



   “มีอยู่ค่ะ แต่เลยมาแล้ว บ้านเช่าของคุณแม่อยู่ใกล้กับวังฉัตร แต่คนเช่าเก่าเพิ่งออกไปเองค่ะ เห็นคุณแม่ว่าจะเปิดให้เช่า แต่ยังไม่มีเวลาจัดการเสียที” จันทร์จ้าวพยักหน้ารับรู้



   ...บ้านเช่าใกล้กับวังฉัตร คนเช่าเก่าก็ออกไปแล้ว...แหม ประจวบเหมาะจริง...



   “ถ้าพี่ไปขอคุณแม่ย้ายมาอยู่บ้านหลังนั้นจะดีไหมนะ เฮ่ย!” เขาเอ่ยปากลอยๆขึ้นมาในรถ และแทบจะในวินาทีนั้นที่อาทิตย์ถึงกับเหยียบเบรคเสียหัวแทบทิ่ม เสียงหวีดร้องดังเบาๆมาจาก # แฝดทางด้านหลัง คนขับดูเหมือนจะได้สติรีบหันกลับไปขอโทษขอโพยน้องสาวทันที



   “เป็นอะไรไหม?! ขอโทษที พี่...เอ่อ...พี่มัวแต่ใจลอย...” ชายหนุ่มไม่กล้าบอกความจริงว่าเขาตกใจกับคำพูดของน้องชายมากเพียงใด



   “ไม่เป็นไรค่ะ พี่อาทิตย์” นภาสรวงว่าอย่างนั้น แม้ว่าแขนของหล่อนจะกระแทกเข้ากับเบาะคนขับจนปวดระบม



   “พี่อาทิตย์เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ปกติไม่เห็นเป็นอย่างนี้” ดารารัษมีถามแล้วจับจ้องพี่ชายที่รีบหันกลับไปมองถนนไม่ยอมสบตา



   “ป...เปล่า...ไม่ได้เป็นอะไร...” เขาละล่ำละลักตอบ แล้วเริ่มขับรถต่อ ดีว่าดึกมากแล้ว ถนนเส้นนี้จึงไม่มีรถวิ่งพลุ่กพล่าน ไม่เช่นนั้นหากเขาเบรคกะทันหันเหมือนเมื่อครู่ ก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุเอาได้



   “เพราะพี่จันทร์ อยู่ดีๆก็พูดอะไรขึ้นมา ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย จะขอย้ายออกไปอยู่ข้างนอก ขนาดพี่อาทิตย์ยังตกใจจนเหยียบเบรคแน่ะค่ะ” นภาสรวงที่แม้จะไม่ดุเท่าน้องสาวแฝดของตน แต่ก็ยังทนไม่ไหวต้องดุพี่ชายคนรองเข้าเสียหน่อย จันทร์จ้าวหัวเราะเบาๆแต่ไม่พูดกระไร ความรู้สึกของพี่ชาย เขาดูออกตั้งแต่อยู่ที่ภัตตาคารจีน ยิ่งตอนนี้ก็ยิ่งแน่ใจว่าอาทิตย์รู้สึกกับราชนิกูลสาวผู้นั้นมากเพียงใด แต่...ถ้ายังขืนปล่อยให้อาทิตย์ปิดปากเงียบเช่นนี้ต่อไป เห็นทีหม่อมหลวงพิมพัชราคงตกเป็นของคนอื่น...



   พอคิดถึงคนอื่น ดวงตาคมดุแต่อ่อนโยนที่อยู่บนใบหน้าคมคายของคนที่เขาพบที่ภัตตาคารจีนก็ทำเอาจันทร์จ้าวนึกขุ่นขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ



   ...ผู้ชายคนนั้น...คือคนที่คุณชายฉัตรต้องการให้เข้าพิธีสมรสกับธิดา...ธิดาของคุณชายฉัตรที่พี่ชายของเขาหมายปอง ตอนแรกที่ยังไม่ทันสังเกตความรู้สึกของอาทิตย์ เขาก็ยังเคืองที่แม้จะไม่รู้จักกันตรงหน้า แต่ชื่อของชายผู้นั้นกลับถูกพูดถึงทั่วทั้งกรุงเทพฯ ยามนี้ที่เขารู้ว่าพี่ชายของตนรู้สึกเช่นไรกับหม่อมหลวงพิมพัชรา เขาก็ยิ่งพาลโมโห ‘หมอภวัต’ ผู้ซึ่งถูกหมายตาให้ไปเป็นคู่ครอง...



   ...ไม่มีวัน!! เขาไม่ยอมให้ ‘หมอภวัต’ ได้คุณพิมไปง่ายๆ...แม้อาทิตย์จะไม่ยื้อแย่ง แต่เขานี่ล่ะจะทำทุกอย่างแทนพี่ของเขาเอง!!...



..........................................



   จันทร์จ้าวไม่ได้พูดขึ้นมาลอยๆ เรื่องที่เขาจะขอย้ายออกไปอยู่ที่บ้านเช่าอันเป็นมรดกตกทอดของคุณหญิผกา ชายหนุ่มอาศัยวันถัดมาซึ่งเป็นวันเสาร์ที่ทุกคนในครอบครัวรักษพิพัฒน์อยู่กันพร้อมหน้า ขออนุญาตออกไปอยู่ข้างนอกเพียงลำพัง เล่นเอาคุณหญิงผกาลมจะจับเป็นครั้งที่ ๒ ในรอบหนึ่งเดือน



   “จะขอไปอยู่ข้างนอกคนเดียว?!! ทำไมล่ะพ่อจันทร์!! อยู่ที่นี่ไม่ดีตรงไหน?!!” หญิงร่างอวบร้องแทบลั่นด้วยความตกอกตกใจ ท่านนายพลเองก็พลอยตกใจไปด้วยเช่นกัน จะมีก็แต่พี่ชายและน้องสาวทั้ง ๒ ของจันทร์จ้าวที่ดูเหมือนจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะต่างก็ก้มหน้าก้มตารับประทานข้าวเช้าเงียบๆ



   “อยู่ที่นี่ดีโขเลยครับคุณแม่ แต่มาคิดดูแล้ว อยู่ที่นั่นจะสะดวกกว่า บริษัทที่ผมทำกับเพื่อนฝรั่ง มีคุณพงศ์เข้าหุ้นด้วย คุณพงศ์เธอเก่งเรื่องธุรกิจ ผมก็อยากจะอยู่ใกล้คุณพงศ์สักหน่อย เผื่อมีอะไรจะได้ปรึกษาทันเวลา”



   “แต่!...” คุณหญิงตั้งท่าจะค้าน แต่จันทร์จ้าวพูดต่อไม่ยอมให้แทรก



   “แล้วบ้านหลังนั้นก็อยู่ใกล้วังฉัตร คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วง คุณพงศ์เธอดูแลผมดีอย่างกับน้องในไส้ด้วยซ้ำไป”



   “จะเป็นการรบกวนคุณพงศ์เธอหรือเปล่า” ท่านนายพลก็ออกจะไม่เห็นด้วยอยู่สักหน่อย ที่บุตรชายคนรองจะออกไปอยู่ข้างนอก ทั้งที่บ้านช่องก็ออกใหญ่โตอย่างนี้



   “ผมไม่ได้รบกวนเธอทุกเวลานี่ครับ ผมอยู่อเมริกามาตั้ง ๖ ปี ผมดูแลตัวเองได้ครับคุณพ่อ ที่อยากไปอยู่ตรงนั้นก็เพราะมันสะดวกเท่านั้นเอง แต่ผมก็ไม่ได้อยู่ทุกวัน ทุกเย็นวันศุกร์จะวานพี่อาทิตย์ไปรับกลับ แล้วเช้าวันจันทร์ค่อยไป” อาทิตย์ที่ถูกใช้งานดื้อๆถึงกับเงยหน้าจากถ้วยขึ้นมามองหน้าน้องชายทันที ทว่าจันทร์จ้าวยังคงเอาแต่จ้องบิดามารดา



   “นะครับคุณแม่ ผมรับรองว่าผมไปอยู่ที่นั่น ผมจะไม่เกเร จะไม่หาสะใภ้มาให้คุณแม่เป็นลมรอบที่ ๒ อีก” คุณหญิงผกามองบุตรชายคนรองแล้วได้แต่ถอนหายใจด้วยความหนักอก



   “พ่อจันทร์สัญญากับแม่แล้วนะ ว่าจะไม่หาสะใภ้มาให้แม่”



   “สัญญาครับ” จันทร์จ้าวยังคงแย้มยิ้มกว้าง คุณหญิงก็ได้แต่อ่อนใจหันมองสามี



   “ก็ให้ลูกมันไปอยู่เถอะคุณหญิง พ่อจันทร์เขาก็บอกแล้วว่าจะกลับมาทุกศุกร์ จริงไหมพ่อ” ท่านนายพลขอคำสัญญาให้แจ่มชัดอีกครั้ง จันทร์จ้าวยิ้มกว้าง



   “สัญญาครับ ทุกวันศุกร์ ผมจะให้พี่อาทิตย์ไปรับกลับมา!”



   ขออนุญาตเรียบร้อย อีก ๓ วันถัดมาจันทร์จ้าวก็ขนข้าวของส่วนหนึ่งออกจากบ้านเรือนไทยรักษพิพัฒน์มาเหยียบอยู่ที่บ้านเช่าสีเขียวอ่อนหลังเล็กใกล้วังฉัตร โดยอาศัยเพื่อนรักอย่างหม่อมหลวงพงศ์ภราธรเป็นผู้ช่วยในการขนย้าย



.........................................


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-11-2015 19:35:03 โดย Dezair »

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 518
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1525/-8

   “แกนะแก เรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ แกก็ทำให้เกิดขึ้นได้”



คนมาช่วยเอ่ยปาก ขณะนั่งมองร่างสูงโปร่งของจันทร์จ้าวเดินไปเดินมาในบ้านหลังเล็ก เจ้าตัวย้ายเข้ามาอยู่วันนี้เป็นวันแรก หลังจาก ๓ วันที่แล้วขออนุญาตบิดามารดาเรียบร้อยโดยอ้างเขา



   ...อ้างว่าเขาเป็นหุ้น อ้างว่าอยู่ใกล้เขาแล้วอุ่นใจ พุทโธ่! มีหรือเขาจะไม่รู้ว่าคนรักอิสระอย่างจันทร์จ้าวออกมาอยู่ที่นี่คนเดียวก็เพราะจะได้สะดวกมันน่ะซี!!...



   “เรื่องอะไรไม่น่าเป็นไปได้? เรื่องที่ผมย้ายมาอยู่ที่นี่น่ะหรือ”



   “ก็ใช่น่ะซี! แกอย่าทำเป็นไม่รู้หน่อยเลย คุณหญิงผกาน่ะไม่อยากให้แกออกมาทำงานนอกบ้านด้วยซ้ำ!”




อันที่จริง วันนี้ทั้งคุณหญิงและท่านนายพลอยากจะมาส่งลูกรักที่บ้านหลังนี้ด้วยตนเอง แต่จันทร์จ้าวอ้างว่าอีกไม่กี่วันก็จะให้อาทิตย์มารับกลับไปนอนที่บ้านเรือนไทยอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไว้รอเจอหน้าวันนั้นเลยจะดีกว่า ๒ สามีภรรยารักษพิพัฒน์จึงยอมให้บุตรชายคนรองขนของโดยอาศัยรถของหม่อมหลวงพงศ์ภราธร



“แต่ที่ผมออกมาอยู่นี่ ผมทำเพื่อคนที่บ้านล้วนๆ” จันทร์จ้าวว่าอย่างนั้นแล้วยิ้มบางอย่างมีเลศนัย



   “ทำเพื่อคนที่บ้าน? คนไหนล่ะ? ทำเพื่อคนที่บ้านที่ชื่อจันทร์จ้าวหรือ?” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรเยาะด้วยเพราะคิดว่าเพื่อนรักย้ายออกมาอยู่ที่นี่เพื่อเสรีภาพของตนเอง



   “เอาเถอะ อีกหน่อย ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย จะต้องมีคนขอบอกขอบใจจันทร์จ้าวคนนี้ โดยเฉพาะคุณพงศ์”



   “กันเนี่ยรึ?! ต้องขอบใจแก?!!”



   “แน่สิ ไว้รอถึงตอนนั้นก่อน คุณพงศ์จะรู้เอง...อืม...ชักหิวแล้วซี แถวนี้มีอะไรอร่อยบ้างไหมคุณพงศ์ เราไปหาอะไรทานกันเถอะ”



   “มีที่วัง วันนี้คุณหมอภวัตมาเยี่ยมคุณพ่อ ที่วังเลยเตรียมอาหารไว้แยะ”



   “หมอภวัตอีกแล้ว?!!” จันทร์จ้าวร้อง อารมณ์ดีๆเพราะได้ย้ายมาอย่ที่บ้านหลังใหม่เพียงลำพังกำลังจะกลายเป็นอารมณ์ขุ่นเคืองเพราะได้ยินชื่อไม่ถูกหูเข้า



   “ใช่ ก็บอกแล้วว่าคนนี้คุณพ่อหวังเอามาเป็นเขย...” ยิ่งฟังก็ยิ่งหงุดหงิด ถ้า ‘หมอภวัต’ เช้าถึงเย็นถึงวังฉัตรขนาดนี้ แล้วพี่ชายของเขาที่วันๆทำแต่งานจะไปสู้อะไร!!



   “ชักอยากจะรู้จักหมอภวัตอะไรนี่เสียแล้วสิ” จันทร์จ้าวพูดอย่างเข่นเขี้ยว ทำเอาคนฟังหัวเราะเบาๆ



   “คราวนั้นกันก็บอกแล้วว่าจะแนะนำให้รู้จักก็เจ้ายศเจ้าอย่างไม่ยอม เอาเถอะ คราวนี้ถ้าได้เจอกันที่วัง กันจะแนะนำให้ รับรองว่าแกต้องตกใจที่เมืองไทยมีผู้ชายที่ดีพร้อมอย่างนี้ด้วย” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรพูดเพียงเท่านั้น ก็พาเพื่อนรักเดินนำออกจากบ้านเช่าหลังเล็กกลับไปที่วังฉัตร โดยที่จันทร์จ้าวนึกหมายหัว ‘หมอภวัต’ ไปตลอดทาง



.....................................



   ห้องทำงานของหม่อมราชวงศ์ฉัตร ฉัตราภาสนั้นแม้จะใหญ่โตสักเพียงใดแต่ก็อัดแน่นไปด้วยชั้นหนังสือวางเรียงรายมีตั้งแต่หนังสือไทยไปจนถึงหนังสือฝรั่ง หนังสือโบราณไปจนถึงหนังสือสมัยใหม่ คุณชายท่านเป็นหนอนหนังสือ รักการอ่านยิ่งกว่าสิ่งใดและไม่ค่อยวางโตเท่าใดนัก จึงทำให้อยู่ในเมืองไทยในช่วงที่บรรยากาศทางการเมืองร้อนรุ่มได้อย่างสบายใจ




   ภวัต วิชาญโยธินมองไปรอบห้องอย่างนึกชอบ เขาเองก็เป็นหนอนหนังสือเช่นเดียวกัน จึงออกจะชอบใจห้องทำงานเช่นนี้ที่มีแต่หนังสือ หากเขามีบ้านเป็นของตัวเอง ก็คงจะสร้างห้องอย่างนี้ไว้สักห้องหนึ่งเช่นกัน




   “ชอบไหมล่ะคุณหมอ อยากอ่านอะไรก็มาหยิบยืมที่นี่ได้ ไม่ต้องเกรงใจ หนังสือพวกนี้ฉันอ่านของฉันคนเดียว คิดอยู่เหมือนกันว่าออกจะเห็นแก่ตัวไปสักหน่อย ที่ไม่แบ่งปันคนอื่นอ่านบ้างเลย” เสียงของผู้เป็นเจ้าของห้อง ทำให้ภวัตต้องหันไปมองแล้วยิ้มจาง



   “ผมเองก็เป็นคนชอบอ่านหนังสือ หวังสักวันว่าจะมีห้องเช่นนี้” หม่อมราชวงศ์ฉัตรหัวเราะเบาๆ แล้วจับจ้องชายหนุ่มอายุคราวลูกด้วยสายตามีหวัง




   “ก็คิดเสียว่าห้องนี้เป็นห้องของคุณหมอซี” คำพูดนั้นทำให้ภวัตหันกลับไปมองคนพูดทันที คุณชายฉัตรยิ้มจาง




   “ฉันไม่อ้อมค้อมหรอกนะ ฉันเองก็เห็นหมอมานาน กับท่านนายพลพ่อของเธอ ฉันก็รู้จักสนิทสนมเป็นการดี ตัวฉันเองก็อยากให้ลูกของฉันได้คู่ครองที่ดี แล้วยิ่งครอบครัวของคู่ครองคนนั้นคือคนที่ฉันรู้จักก็ยิ่งดีไปใหญ่ หมอจะว่าอย่างไร หากฉันจะบอกว่า ฉันอยากให้มาเกี่ยวดองกับครอบครัวของฉัน” ชายหนุ่มนิ่งงันไปในทันที แม้จะพอรู้มาบ้างจากน้องชายว่าบิดาของเขากำลังหาคู่ให้เขาอยู่ แต่ภวัตก็ไม่คิดว่าคนที่จะมาพูดเรื่องนี้จะเป็นคุณชายฉัตร




   “คุณพิมเป็น...กุลสตรี...ที่ผมไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะได้พบ เธอเป็นผู้หญิงที่ทั้งฉลาด นิสัยดีและเป็นที่ชื่นชอบของทุกๆคน ตัวผมเองก็ชอบคุณพิมอยู่ไม่น้อย แต่...ตอนนี้ผมทำงานจนไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น...ผมขอขอบพระคุณที่คุณชายให้โอกาสผม แต่ผมเองก็ไม่อยากปิดโอกาสคุณพิม ทั้งๆที่ตัวผมยังเอาแต่ทำงาน” เป็นคำพูดที่ตรงไปตรงมาแต่ก็ยังเต็มไปด้วยความสุภาพอย่างเต็มเปี่ยม หม่อมราชวงศ์ฉัตรมองชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้าที่ค้อมศีรษะนิ่งค้างราวกับจะขอโทษที่ไม่อาจรับข้อเสนอของท่านได้ เจ้าของวังฉัตรได้แต่ถอนหายใจแผ่ว




   “อย่างนั้นหรอกหรือ น่าเสียดายจริง...แต่เอาเถอะ เรื่องอย่างนี้มันบังคับกันไม่ได้ แต่ฉันก็อยากให้หมอเปิดใจให้ยายพิมของฉันหน่อย หากวันหนึ่งหมอคิดจะเกี่ยวดองกับที่นี่ และเมื่อนั้นยายพิมยังไม่มีใคร ฉันจะสนับสนุนหมอเอง” ภวัตได้แต่ยิ้มบางอย่างที่เขาชอบทำเป็นประจำ หากแต่ในใจของชายหนุ่มกลับหนักอึ้ง




   ...ถ้าวันหนึ่ง คนที่มาพูดเรื่องนี้กับเขาไม่ใช่คนอื่นอย่างคุณชายฉัตร แต่เป็นบิดาบังเกิดเกล้าของเขาแทน เขาจะกล้าปฏิเสธเช่นนี้ไหม ในเมื่อวันนั้นที่ภัตตาคารจีน เขายังกล้าพูดกับน้องชายว่าหากบิดาเห็นดีให้เขาแต่งงาน เขาก็ยินดี ยินดีเพราะมันคือความเหมาะสมของผู้ใหญ่ ยินดีเพราะมันคือความต้องการของคนรอบข้าง แต่...หัวใจของเขาเล่า? หัวใจของเขาจะเป็นเช่นไร...




   ภวัตไม่กล้าคาดเดา แม้รู้ดีว่าวันหนึ่งวันนั้นจะต้องมาถึงในไม่ช้าก็ตาม



...........................



   นายแพทย์หนุ่มตรวจชีพจร แนะนำเรื่องการดูแลสุขภาพให้กับหม่อมราชวงศ์ฉัตรอีกเล็กน้อย และสนทนาเรื่องสัพเพเหระอีกหน่อย ก็ขอตัวจากมาเมื่อมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่มาขอพบคุณชาย เขาเดินออกจากห้องทำงานของเจ้าของวังฉัตร คนรับใช้ที่ยืนรออยู่แล้วก็เข้ามารายงานทันที




   “คุณหมอขอรับ คุณพงศ์เรียนเชิญที่โต๊ะม้าหินริมน้ำขอรับ” ภวัตเพียงพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะก้าวเท้าเดินตามคนรับใช้ไปยังโต๊ะม้าหินริมน้ำ น้ำที่ว่าคือแม่น้ำเจ้าพระยา วังฉัตรนั้นกินอาณาเขตกว้างขวาง ส่วนหน้าติดถนนเส้นหลัก ส่วนด้านหลังติดกับแม่น้ำ เดินทางสะดวกทั้งทางบกและทางเรือ ภายในรั้วของวังก็หนาแน่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ร่มรื่นแม้นี่จะเป็นเวลาบ่ายแล้วก็ตาม




   “ทางนี้ขอรับ” คนรับใช้ผายมือแล้วค้อมตัวต่ำไปยังโต๊ะม้าหินที่อยู่ไม่ไกล ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งหันหน้าออกสู่แม่น้ำกว้างและหันหลังให้เขา ภวัตก้าวเท้าเดินเข้าไป ก็พอดีกับที่อีกฝ่ายหันกลับมา




   “อ้าว คุณหมอ สวัสดีครับ” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรลุกจากเก้าอี้แล้วค้อมศีรษะพร้อมส่งยิ้มทักทาย ภวัตยิ้มตอบ




   “สวัสดีครับ คุณพงศ์ เห็นนายคำว่าคุณพงศ์อยากพบผมหรือ”




   “ใช่ครับ มีคนอยากแนะนำให้คุณหมอรู้จักน่ะ แต่ไม่คิดว่าคุณหมอจะคุยกับคุณพ่อเสร็จเร็ว เจ้าตัวเขาก็เลยขับเรือติดเครื่องยนต์ออกไปเที่ยวแถวนี้ อีกสักพักคงจะกลับ คุณหมออยู่รอเพื่อนผมหน่อยนะครับ”




   “เพื่อนคุณพงศ์หรือครับ”




   “ครับ นายจันทร์ คุณหมอคงยังไม่รู้จัก เพิ่งกลับจากอเมริกาเมื่อเดือนก่อนนี้เอง” ไม่ทราบว่าด้วยอะไรดลใจ ภวัตคิดไปถึงชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่เขาเห็นเพียงแว่บเดียวเมื่อครั้งมาวังฉัตรคราวก่อน แล้วก็พาลเป็นนึกไปถึงชายหนุ่มเจ้าของดวงตากลมโตดื้อดึงและอวดดีที่เขาพบที่ภัตตาคารจีน ๒ คนนี้อาจจะเป็นคนละคนก็ได้ เขาจำไม่ถนัดนัก แต่...บางทีก็อาจจะเป็นคนเดียวกัน...



   “คุณจันทร์...คนที่ว่า...เขาเป็นใครหรือครับ”



   “เป็นลูกชายคนรองของท่านนายพลเดช รักษพิพัฒน์ไงล่ะครับ เป็นน้องของคุณอาทิตย์ คุณหมอรู้จักคุณอาทิตย์ รักษพิพัฒน์ที่อยู่ในสังกัดของคุณพ่อของคุณใช่ไหม นายจันทร์เป็นน้องคุณอาทิตย์นี่ล่ะครับ” ภาพวันที่เขาพบอาทิตย์และนภาสรวงที่ภัตตาคารจีนย้อนกลับมา หากนายจันทร์คนนี้เป็นน้องคนรองของอาทิตย์ ก็แสดงว่าเป็นพี่ของนภาสรวงด้วยเช่นกัน




   “คุณพงศ์บอกว่าเขาเป็นคนรอง แสดงว่าเขาเป็นพี่ชายของคุณนภาสรวงกับคุณดารารัษมีใช่ไหม”




   “ถูกต้องครับ ๔ พี่น้องรักษพิพัฒน์”




   “อ้อ อย่างนี้นี่เอง...” ภวัตรับคำ เขานึกหวนไปถึงภาพวันนั้นที่ยังติดตา ดูเหมือนเขาจะปะติดปะต่อได้แล้ว ผู้ชายคนที่เป็นคู่ปรับของน้องชายเขาบางทีอาจจะเป็นคุณจันทร์คนนี้ ที่เป็น ๑ ใน ๔ พี่น้องรักษพิพัฒน์



   “คุณจันทร์คนนี้ใช่คนที่ตาโตๆ แล้วก็มีลักยิ้มที่แก้มซ้ายรึเปล่า” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรทำตาโตกับคำถามนั้น



   “คุณหมอเคยเจอจันทร์ด้วยหรือ?!” เขาถามแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อครั้งที่จันทร์จ้าวแวะมาหาเขาหลังจากกลับมาถึงเมืองไทยใหม่ๆ ภวัตก็เคยมาที่นี่และบังเอิญเจอกันพอดี



   “จริงด้วยสิ...ครั้งนั้นเจอกันที่ตึก แหม คุณหมอนี่ความจำดีจริง ถูกต้องครับ นายจันทร์คนนี้ตาโตแล้วก็มีลักยิ้ม หน้าตาดีจนผู้หญิงทั่วกรุงเทพฯหลงละเมอเพ้อพกกันไปแทบจะทุกบ้าน” ภวัตหัวเราะเบาๆกับประโยคท้ายของคนตรงหน้า



   “แต่จะว่าไปก็แปลกดี ทั้งที่คุณหมอกับจันทร์ไม่เคยรู้จักกัน แต่คุณหมอจำหน้าจันทร์ได้ จันทร์ก็จำชื่อคุณหมอได้ อย่างนี้สงสัยจะทำบุญร่วมกันมานะครับ” บุตรของคุณชายฉัตรตั้งข้อสังเกต ภวัตนิ่งไปเล็กน้อย เขาเองก็แปลกใจที่ดวงหน้าขาว ตากลมใหญ่ จมูกโด่ง ริมฝีปากสีจัดและลักยิ้มที่แก้มซ้ายติดอยู่ในสมองของเขาถึงเพียงนี้ ดวงตาคู่นั้นที่เคยมองเขาอย่างอวดดี มาวันนี้คงจะได้รู้จักกันเสียที แล้วเขาจะถามให้ได้ว่าทำไมถึงต้องมองเขาเช่นนั้น




   เสียงเรือยนต์ดังใกล้เข้ามา หม่อมหลวงพงศ์ภราธรมองออกไปยังแม่น้ำก็เห็นเรือติดเครื่องยนต์ขับตรงมา เขามองเห็นแต่ไกลก็จำได้ว่าเป็นเพื่อนรักของตนเองแน่ ชายหนุ่มกำลังจะหันมาบอกคุณหมอที่ยืนข้างกัน ทว่าเสียงของคนรับใช้ดังขึ้นเสียก่อน



   “ขอประทานโทษขอรับ คุณหมอขอรับ มีโทรศัพท์จากโรงพยาบาลขอรับ”



   “อย่างนั้นหรือ ขอบใจมาก” ภวัตหันกลับไปบอกคนรับใช้ที่เข้ามารายงาน ก่อนจะหันมาทางราชนิกูลหนุ่ม




   “สงสัยจะมีคนไข้อาการหนัก เห็นทีคงจะอยู่ทำความรู้จักกับเพื่อนของคุณพงศ์ไม่ได้เสียแล้ว เอาไว้โอกาสหน้าก็แล้วกัน” เพราะภาระหน้าที่ของอีกฝ่ายคือชีวิตคน หม่อมหลวงพงศ์ภราธรจึงได้แต่พยักหน้ารับ



   “ไม่เป็นไรครับคุณหมอ” แล้วภวัตก็ขอตัวก่อนจะก้าวเท้าเดินตามคนรับใช้กลับไปที่ตำหนักเพื่อรับโทรศัพท์ เป็นเวลาเดียวกับที่เรือติดเครื่องยนต์แล่นกลับมาถึงฝั่ง




และเป็นอีกครั้ง...ที่คนทั้งคู่ยังไม่อาจได้รู้จักกัน...




ติดตามตอนต่อไป (พฤหัสหน้าค่ะ)

หมอมา แต่ก็ยังไม่เจอกันอยู่ดี ฮ่าฮ่า ตอนหน้าๆ ตอนหน้าเขาจ๊ะเอ๋กันจริงๆล่ะคราวนี้

วันนี้จะมาคุยเรื่องชื่อเรื่อง ‘จันทร์จ้าว’

จริงๆแล้ว บัวชอบชื่อ ดารารัษมี ค่ะ คิดเอาเองว่าเป็นชื่อที่ฟังแล้วเก๋มากๆในยุคก่อน 2500 ตอนที่คิดจะใช้ตัวละครตัวหนึ่งชื่อนี้ ก็เลยอยากให้ลิงค์กัน ก็เลยตั้งชื่อ จันทร์จ้าว ซึ่งไม่ใช่ ‘จันทร์เจ้า’

‘จันทร์เจ้า’ หมายถึง ดวงจันทร์, ดวงจันทร์ที่รัก (เท่าที่หาข้อมูลมา ใครมีความหมายอื่น บอกมาได้ค่ะ)

แต่เพื่อให้เข้ากับคาแรกเตอร์ บัวก็เลยเปลี่ยนการสะกดเป็น ‘จันทร์จ้าว’ และให้แปลว่า จ้าวแห่งพระจันทร์ เป็นเซเลอร์มูน ราชินีแห่งดวงจันทร์ เอ้ย ราชาแห่งด้วงจันทร์ นั่นเองค่ะ ฮ่าฮ่า


อ้อ มีคนทักเรื่องการแทนตัวว่า ‘กัน’ ด้วย อันนี้บัวคะเนเอาเองว่าช่วงนั้นน่าจะยังใช้อยู่ ในมาลัยสามชาย (น่าจะเป็นช่วง หลัง 2475 นิดๆ) ยศเรียกแทนตัวเองเวลาพูดกับเพื่อนสนิทว่า ‘กัน’ ส่วนในเรื่องเจ้าสาวของอานนท์ (อันนี้น่าจะ 248X ) อานนท์ก็เรียกแทนตัวเองว่า ‘กัน’ กับเพื่อนผู้ชายเหมือนกัน อ่านแล้วช้อบชอบอ่ะ เหมือนเป็นการผสมกันของคำว่า กู+ฉัน ก็เลยเอามาใช้ซะเลย ฮ่าฮ่า

ขอบคุณพื้นที่บอร์ด คนอ่าน คนเม้นท์ และทุกคนที่ติดตามเช่นเคยค่ะ

แล้วเจอกันใหม่พฤหัสหน้า (คราวหน้าหมอกับจันทร์เจอกันจริง กามเทพยิงศรปิ้วๆเลยยยยย)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-11-2015 19:35:45 โดย Dezair »

ออฟไลน์ Mouse2U

  • บังเอิญ'โลกกลม'..
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3728
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +223/-10
คุณจันทร์เป็นคนรักษาสัญญานะคะคุณแม่~ :hao7: ..

ออฟไลน์ jimmy_kuneekorn

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 75
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
ตลาดกันอีกแล้ว555
รอตอนต่อไปค่ะ ลุ้นมากว่าจะเป็นยังไง

ออฟไลน์ kokoro

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1149
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-2
แหม่ คลาดกันเสียอีกจนได้
คู่นี้พบกันลำบากแท้
รออ่านคราวหน้านะคะว่ากามเทพจะแผลงศรปิ๊งๆแบบดีหรือแบบดุเดือด ฮ่าๆ

ออฟไลน์ TachibanaRain

  • มาโกโตะเทนชิ
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2644
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +76/-3
โอ้ย นี่ลุ้นให้เขาป๊ะกันตรงๆสักทีมากอะตอนหน้าสินะๆๆๆ รอดูฤทธิ์จันทร์จ้าว

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1575
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
เลิฟมากเรื่องนี้ รอเจ้าคะ
พลาดเจอกันอีกเเล้ว 5555

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ goosongta

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1641
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-6
น้องจันทร์จะช่วยพี่อาทิตย์ด้วยการยกตัวเองให้หมอภรตใช่ป่ะ

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
ไม่เจอกันอีกแล้วววว

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13912
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
คณหญิงแม่ไม่ต้องห่วงเรื่องสะใภ้นะคะ จันทร์คงจะได้ลูกเขยมาฝากแทนแน่ๆ

ออฟไลน์ Rafael

  • เพราะคนเราเกิดมาเพื่อแตกต่าง
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4425
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +685/-7
คุณหญิงแม่ไม่ต้องห่วง จันทร์ไม่หาสะใภ้ให้หรอก แต่จะเอาลูกเขยไปฝากแทน 5555555

ขอบคุณพี่บัวมากนะคะ

ออฟไลน์ บูมเบส

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1880
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-4
คลาดกันอยู่นั้นแหละเป็นงั้นไป

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2486
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1177/-5
ให้มันได้อย่างนี้สิน่า! (ตบเข่าด้วยเสียดาย) ไม่เป็นไรค่ะ ตอนหน้าก็คงได้เจอกันอย่างที่คุณบัวบอก เริ่มเห็นแววอะไรบางอย่างจากทางฝั่งคุณหมอแล้วค่ะ เห็นที...คงไม่ใช่แค่ผู้หญิงทั้งกรุงเทพฯ จะเพ้อจันทร์จ้าวเสียแล้ว คุณหมอก็คงหลงเสน่ห์จันทร์จ้าวด้วย เสียแต่ไม่รู้ตัวเท่านั้น

เรื่องสรรพนาม "กัน" ดิฉันว่าคงเป็นคำที่ใช้กันในสมัยนั้น เพราะนอกจากหนังสืออ้างอิงเรื่องที่คุณบัวกล่าวมา ดิฉันก็อ่านเจอในยามตะวันรอนด้วย, หรือหนังสือแปลเรื่องเชอร์ล็อก โฮล์มส์ สำนวนแปลของ อ.สายสุวรรณอีกอัน (ซึ่งมันถูกแปลขึ้นตอนราวๆ ก่อนหรือประมาณ 2500) ส่วนตัวแล้วชอบค่ะ มันฟังดูพีเรียดดี

ขอบคุณมากๆ ค่ะ ไว้เจอกันพฤหัสบดีหน้านะคะ  :mew1:

ออฟไลน์ gupalz

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5002
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +604/-20
คลาดกันอีกแล้ว รอตอนหน้าว่าจะไปป๊ะกันยังไงจ้า

ออฟไลน์ JustWait

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3481
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-4
คุณจันทร์ไม่พาสะใภ้เข้าบ้านแน่นอนค่ะ.... ดูแววแล้วน่าจะพาอย่างอื่น..

ออฟไลน์ NOoTuNE

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3333
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +317/-15
ไม่หาลูกสะใภ้แต่หาลูกเขยนะคุณหญิงแม่ 55555

ออฟไลน์ PAiPEiPEi

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 472
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-3
เภาไม่ชอบจันทร์จ้าวที่เสน่ห์แรงกว่าเราว่าดีนะ   อีกหน่อยจะได้ช่วยประเคนจันทร์จ้าวให้พี่ชายตัวเองซะ แล้วตัวเองก็จะไร้คู่แข่งไง  5555555555555  เชียร์ๆๆๆๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Ryoooo

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3314
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +288/-2
คุณจันทรฮไม่เอาสะไภ้เข้าบ้่นแน่ๆค่ะคุณแม่
แต่ลูกเขยเนี่ย ไม่แน่.

คลาดกันไปมา เหมือนบุพเพเล่นตลอด อิอ

ออฟไลน์ PPink

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 259
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
โอ้ยยยยยยยยยย ลุ้นมาก
เฉียดไปเฉียดมายิ่งกว่านิยายอินเดีย
เดี๋ยวต้องแอบมองกันไปมาจนผูกพันแน่เลย กรี๊ด

จริงๆ ถ้าบ้านฝั่งนั้นรู้ว่าอาทิตย์ชอบนี่อาจจะไม่มีปัญหาแบบนี้ก็ได้
ขอให้คุณพิมชอบพี่อาทิตย์พอ ทุกอย่างลงตัวปิ๊งงงงเลย

ออฟไลน์ koikoi

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3911
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +311/-13
อยากอ่านอีก

ออฟไลน์ imymild

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 376
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
อยากให้ถึงวันพฤหัสเร็วๆ :hao7:

ออฟไลน์ aiyuki

  • รักแท้ไม่แบ่งแม้เพศพันธุ์
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3047
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-6
หวาาา เกือบจะเจอกันแล้ววว

ออฟไลน์ Infinity 888

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +157/-7
 “พ่อจันทร์สัญญากับแม่แล้วนะ ว่าจะไม่หาสะใภ้มาให้แม่” 555555 แต่คุณแม่จะได้เขยแทน

รอวันเค้าได้ป๊ะกัน

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6868
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +843/-80
อีกละ  เมื่อไหร่จะได้เจอกัน 

ออฟไลน์ aom2529

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 892
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-0
พึ่งเข้ามาอ่านคร่า..อ่านได้ตอนเดียวอยู่..แล้วจะมาอ่านต่อนะคะ... :กอด1: :กอด1: :กอด1:

ออฟไลน์ haramoonlight

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 51
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เข้ามาติดตามนิยายเรื่องใหม่ของคุณบัวค่ะ อ่านแล้วก็มีแววว่าจะติดงอมแงมยิ่งคุณบัวบอกว่าไม่มีดราม่านี่ ตั้งหน้าตั้งตาอ่านเลย ถ้าเป็นนิยายไทยจะชอบอ่านแนวประมาณนี้อยู่แล้วค่ะ ถึงคุณบัวจะบอกว่าเขียนแนวนี้เป็นครั้งแรกแต่อ่านแล้วลื่นไหลดีค่ะ จะมีสะดุดแค่คำบางคำ ขออนุญาตเสนอความเห็นนะคะ อย่างคำว่า "ขวัก" น่าจะใช้ตัวเต็มว่า "ขวักไขว่" หรือถ้าจะย่อน่าจะใช้คำว่า"ควั่ก" เช่นเดินกันให้ควั่ก เป็นต้นค่ะ คำว่า"ลูกคนใหญ่" น่าจะเป็น " ลูกคนโต" แล้วก็คำว่า "ชุดไพรเวท" มันดูสมัยใหม่ไปนิดนึง ถ้าเป็นยุคนั้นน่าจะเป็น "ชุดลำลอง" ดีมั๊ยคะ อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวถ้าเสียมารยาทกับคุณบัวยังไงต้องขอโทษด้วยนะคะ :mew2:

ออฟไลน์ maew189870

  • รักทุกคนนะคับ
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 741
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-4
เนื้องเรื่องช้าาาาามากกกกกเลยอ่ะ

แต่ก็จะติดตามนะจ๊ะ

สู้ๆ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด