พิมพ์หน้านี้ - ...จันทร์จ้าว...บทพิเศษ Love Letter (๖ มิ.ย. ๖๔/หน้าที่ ๖๙)

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Boy's love => Boy's love story => นิยายที่โพสจนจบแล้ว => ข้อความที่เริ่มโดย: Dezair ที่ 13-09-2015 20:24:50

หัวข้อ: ...จันทร์จ้าว...บทพิเศษ Love Letter (๖ มิ.ย. ๖๔/หน้าที่ ๖๙)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 13-09-2015 20:24:50
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

...................................................
สารบาญ
บทที่ ๑ (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3177142#msg3177142)
บทที่ ๒ (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3180194#msg3180194)
บทที่ ๓ (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3185825#msg3185825)
บทที่ ๔ (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3192195#msg3192195)
บทที่ ๕ (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3198386#msg3198386)
บทที่ ๖ (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3204567#msg3204567)
บทที่ ๗ (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3210486#msg3210486)
บทที่ ๘ (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3216417#msg3216417)
บทที่ ๙ (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3222666#msg3222666)
บทที่ ๑๐ (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3228433#msg3228433)
บทที่ ๑๑ (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3234124#msg3234124)
บทที่ ๑๒ (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3240387#msg3240387)
บทที่ ๑๓ (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3247045#msg3247045)
บทที่ ๑๔ (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3253904#msg3253904)
บทที่ ๑๕ (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3260175#msg3260175)
บทที่ ๑๖ (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3265049#msg3265049)
บทที่ ๑๗ (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3276667#msg3276667)
บทที่ ๑๘ (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3282959#msg3282959)
บทที่ ๑๙ (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3289500#msg3289500)
บทที่ ๒๐ (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3294313#msg3294313)
บทที่ ๒๑ (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3300294#msg3300294)
บทที่ ๒๒ (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3305517#msg3305517)
บทที่ ๒๓ (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3311278#msg3311278)
บทที่ ๒๔ (จบ) (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3317171#msg3317171)
บทพิเศษ...คนเจ็บ... (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3349919#msg3349919)
บทพิเศษ...๒๕ ธันวา (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3542893#msg3542893)
บทพิเศษ...คนก่อเรื่อง... (https://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3880714#msg3880714)
บทพิเศษ...เกลอใหม่... (https://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg3917665#msg3917665)
บทพิเศษ (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg4010989#msg4010989)
บทพิเศษ กลเม็ด (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg4047989#msg4047989)
บทพิเศษ Love Letter (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=48766.msg4057609#msg4057609)
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 13-09-2015 20:25:32
จันทร์จ้าว
By: Dezair
…………………….

บทที่ ๑


กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๖



บ้านเรือนไทยที่กินอาณาเขตกว้างขวางของพลตำรวจโท เดชและคุณหญิงผกา รักษพิพัฒน์นั้นออกจะครึกครื้นกว่าทุกวัน คนรับใช้วิ่งกันให้ขวักเพื่อจัดแจงบ้านช่องให้สะอาดเอี่ยมเป็นที่สุดเพื่อรอรับการกลับมาของ ‘คุณ’ ที่มีกำหนดจะเดินทางถึงเมืองไทยในวันนี้ คนที่ชี้นิ้วสั่งทุกอย่างไม่ใช่ใครที่ไหน คุณหญิงผกาผู้เป็นนายของเรือนนั่นเอง



“ถ้าฉันกลับมาทุกอย่างต้องเรียบร้อย เข้าใจไหมแม่จรวย กับข้าวกับปลาอย่าให้ขาดเชียว” คุณหญิงผกาผู้อยู่ในชุดผ้าลูกไม้เนื้อดีเข้าคู่กับซิ่นผืนงามและเครื่องประดับที่ประโคมลงบนกายหันมาสั่งกับแม่บ้านที่คอยดูแลรับใช้มาตลอด จรวยรับคำอย่างนอบน้อมพอดีกับที่ธิดาฝาแฝดของคุณหญิงเดินขึ้นเรือนมาตาม



“คุณแม่คะ คุณพ่อให้มาตามค่ะ”



“ไปเดี๋ยวนี้ล่ะจ้ะ” คุณหญิงว่าอย่างนั้น ก่อนจะรีบก้าวเท้าลงจากเรือนไปอย่างว่องไว



รถโฟล์คคันใหญ่สีดำมันปลาบจอดรอที่หน้าเรือนอยู่แล้ว ปกติจะใช้คนรถอย่างตาพ่วง ทว่าวันนี้ครอบครัวรักษพิพัฒน์อันประกอบด้วยท่านนายพล คุณหญิงและบุตรธิดาอีก ๓ คนจะเดินทางไปด้วยกัน ซ้ำขากลับจะต้องรับบุตรอีกคนของท่านนายพลและคุณหญิงกลับมาด้วย คนรถอย่างตาพ่วงจึงได้พักงาน ส่วนคนขับจะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่อาทิตย์ บุตรคนใหญ่นั่นเอง



“คุณแม่ลงมาแล้วครับคุณพ่อ” ชายหนุ่มร่างสูงในชุดไพรเวทชะโงกหน้าเข้าไปบอกบิดาที่นั่งรออยู่ในรถก่อนแล้ว คุณหญิงผกาผู้มีรูปร่างอวบท้วมก้าวเท้าไวตรงมาที่รถแล้วเปิดประตูตอนหลังพลางออกตัวกับสามี



“ขอโทษค่ะคุณพี่ บนเรือนยังไม่เรียบร้อยเสียที ดิฉันก็ไม่กล้าทิ้ง นี่กำชับแม่จรวยเอาไว้แล้วว่าถ้ากลับมาทุกอย่างต้องพร้อม ถ้าเมื่อวานไม่ต้องไปงานเลี้ยงที่วังคุณชายฉัตรก็คงจะจัดแจงเรือนได้เรียบร้อยกว่านี้”



“ช่างเถอะคุณหญิง รีบขึ้นมาเสียที ป่านนี้ไม่ใช่เรือเทียบท่าไปแล้วหรือ” ท่านนายพลก็ร้อนใจไม่แพ้กัน แม้จะเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่ออกจะเคร่งขรึมยามอยู่ในที่ทำงาน แต่ในใจท่านกระตือรือร้นกับการเดินทางกลับของบุตรชายคนรองไม่น้อยไปกว่าภริยาเลย



คุณหญิงผกากำลังจะขึ้นรถ เบื้องหลังคือธิดาฝาแฝดอย่างนภาสรวงและดารารัษมีที่รอขึ้นรถตาม ทว่าไม่ทันที่ร่างอวบของคุณหญิงจะผลุบหายเข้าไปในรถดี เสียงตะโกนจากหน้าประตูรั้วก็ดังขึ้น



“จะไปไหนกันหรือครับ”



เสียงนั้นทำให้คุณหญิงผกาชะงักค้าง ก่อนจะชักขากลับออกมาจากรถแล้วหันไปมองยังต้นเสียง



ประตูรั้วอยู่ห่างจากรถที่จอดอยู่หน้าเรือนไทยพอสมควร แต่ก็ไม่ห่างเกินไปที่จะมองเห็นว่าใครมายืนคอยอยู่อีกฟากฝั่งของรั้วนั้น



ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดไพรเวท ผู้มีดวงหน้าปาน ‘รูปหล่อ’ คิ้วเข้มพาดเฉียง ดวงตากลมใหญ่ จมูกโด่งและริมฝีปากบางสีแดงจัดที่ขยับแย้มยิ้มจนเห็นลักยิ้มบุ๋มที่แก้มซ้าย ทั้งหมดทั้งมวลนั้นแม้จะเป็นคนที่ห่างสายตาคุณหญิงไปถึง ๖ ปี แต่ให้อย่างไรก็ไม่มีวันลืม!


...ดวงหน้าอย่างนี้ รอยยิ้มอย่างนี้...ไม่มีอีกแล้วจะมีใครเหมือน...


“พ่อจันทร์!! คุณพี่คะ! พ่อจันทร์ค่ะ!!” คุณหญิงผการ้องด้วยความปรีดี ทำเอาท่านนายพลที่นั่งอยู่ในรถต้องรีบลงมาดูให้เห็นกับตา และเพียงแค่เห็นร่างแต่ไกลๆ ท่านนายพลก็ถึงกับร้องสั่งให้ลั่นไป



“เปิดประตูให้คุณจันทร์!” ตาพ่วงที่ยืนอยู่ไม่ไกลรีบตรงดิ่งไปที่ประตูรั้วแล้วปลดสลักกลอนให้ชายหนุ่มผู้มาเยือน


ร่างสูงโปร่งก้าวเท้าเดินตามถนนโรยกรวดที่ทอดตัวยาวมายังเรือนไทย รอยยิ้มกว้างยังคงประดับที่ใบหน้า ดวงตากลมใหญ่มองตรงไปที่ท่านนายพลและคุณหญิง เขาก้าวเท้ามาจนหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าบิดาและมารดา ก่อนจะยกมือประนม



“สวัสดีครับ คุณพ่อคุณแม่...ผมกลับมาแล้ว”



“พ่อจันทร์!” คุณหญิงผกาครางอย่างปลื้มปิติ มืออูมจับเข้าที่ดวงหน้าขาวของบุตรชายด้วยความรักความคิดถึง จันทร์จ้าวเป็นบุตรชายคนรองของท่านนายพลและคุณหญิง จากเมืองไทยไปเรียนต่อที่อเมริกาอยู่ ๖ ปีเต็ม ตอนที่ไปนั้น คุณหญิงผการ้องไห้คิดถึงบุตรผู้เป็นที่รักอยู่ ๓ คืน ๓ วัน และพอตอนจะกลับ คุณหญิงก็นับวันนับคืนรอด้วยความคิดถึง บัดนี้บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนกลับมาอยู่ในอ้อมอกหล่อนแล้ว และคงจะไม่จากไกลให้ต้องคิดถึงเช่นนั้นอีก



“เป็นอย่างไรลูก ทำไมกลับมาเร็วยังนี้ นี่พวกเรากำลังจะออกไปรับที่ท่าเรือ”



“คิดถึงคุณพ่อกับคุณแม่นี่ครับ เลยเร่งกัปตันให้ไว” จันทร์จ้าวกล่าวติดตลกทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว หากเขาคิดถึงอย่างจริงจังคงนั่งเครื่องบินกลับมาแทนที่จะนั่งเรือเดินสมุทธมาขึ้นท่าที่สิงคโปร์แล้วต่อเรืออีกทอดมาที่กรุงเทพฯ แต่เพราะตระหนักเสมอว่าช่วงเวลาเดินทางที่ยาวนานบนสถานที่ปิดอย่างเรือเดินสมุทธย่อมทำให้เขาได้รู้จักสตรีงามหลายคน ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะเดินทางด้วยเรือ



เขาหันไปทางบิดา พลตำรวจโทเดชดูจะไม่แก่ลงเลย แม้ว่าจะไม่ได้เห็นกันมาถึง ๖ ปีก็ตาม เขาตรงเข้าสวมกอดบิดาด้วยความคิดถึง ฝ่ามือหนักๆของพ่อตบลงบนหลังเขาราวกับจะต้อนรับการกลับมา



ชายหนุ่มคลายกอดออกมาส่งยิ้มให้บิดา แล้วจึงหันไปสนใจพี่ชายอย่างอาทิตย์และน้องสาวแฝดอย่างนภาสรวงและดารารัษมี



“พี่อาทิตย์ดูเท่ขึ้นจม รูปถ่ายตอนใส่เครื่องแบบทหารที่ส่งไปให้ไม่ยักดูดีเท่าตัวจริง นภากับดาราก็สวย หากเจอกันข้างนอกก่อน พี่คงได้เดินตามถามชื่อถามบ้านให้รู้แล้วรู้รอดไป” จันทร์จ้าวชวนคุยอย่างเป็นกันเอง เขาเป็นเช่นนี้เสมอ อัธยาศัยดี มีไมตรี และมีรอยยิ้มแจกคนรอบข้างอย่างเหลือเฟือ



“แกก็ดูดีขึ้นเยอะ ไม่เก้งก้างเหมือนเมื่อครั้งตอนไป” อาทิตย์ชมจากใจ ลูบศีรษะน้องชายอย่างคิดถึงไม่แพ้ใคร



“นั่นซีคะ พี่จันทร์รูปงามอย่างนี้ เห็นทีคุณแม่จะกลุ้มหนัก ทั้งพี่จันทร์ทั้งพี่อาทิตย์ บ้านรักษพิพัฒน์คงหัวกระไดไม่แห้ง” ดารารัษมีเอ่ยปาก ในขณะที่นภาสรวงผู้เป็นแฝดพี่ได้แต่พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย จันทร์จ้าวหัวเราะเบาๆ ไม่ตอบกระไร ท่านนายพลเห็นว่าลูกมาพร้อมหน้าแล้วก็ตั้งใจจะชวนกันขึ้นเรือนไปคุยต่อให้หนำ ทว่าเสียงนายพ่วงจากหน้าประตูรั้วดังขึ้นมาเสียก่อน



“เอ้อ...คุณจันทร์ขอรับ...” จันทร์จ้าวหันกลับไปมอง พาเอาทุกคนในครอบครัวรักษพิพัฒน์มองตาม



“เอ้อ...คุณผู้หญิงท่านนี้...” ตาพ่วงพูดละล่ำละลั่กพลางหันไปมองสตรีผู้มีดวงหน้าเหมือนชาวตะวันตก ผมสีน้ำตาลเข้มและผิวขาวตกกระในชุดเสื้อกระโปรงเข้าชุดที่ยืนถือกระเป๋าอยู่ตรงหน้าประตูนั้นเอง เธอมองตรงไปที่จันทร์จ้าวราวกับรอคอยอะไรบางอย่าง



“อ้อ...” ชายหนุ่มครางรับเสียงไม่ดังนัก ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้บิดาและมารดา แต่สายตาจับจ้องที่มารดามากเป็นพิเศษ



“ผมลืมแนะนำไป...ผมพาคู่รักกลับมาด้วย...” เขาพูดเช่นนั้นแล้วหันกลับไปมองยังหน้าประตูรั้ว


คุณหญิงผกามองตามบุตรชาย รอยยิ้มยังค้างอยู่บนใบหน้าอูมแต่ดวงตาของหล่อนเบิกโพลงเมื่อเห็นสตรีต่างชาติส่งยิ้มกลับมาให้จันทร์จ้าวอย่างสนิทสนม



...ผู้หญิง...ผู้หญิงฝรั่ง...ผู้หญิงฝรั่งคนนี้น่ะหรือลูกสะใภ้ของหล่อน!!!...



“ฝ...ฝรั่ง...” คุณหญิงผกาครางหน้าซีดเผือด ในขณะที่จันทร์จ้าวยกยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก



“ไม่ใช่ฝรั่งครับคุณแม่ เป็นครึ่งไทยครึ่งอเมริกัน”



“อ...อเมริกัน...” คุณหญิงครางได้เพียงเท่านั้น ร่างก็ร่วงผล็อยลงกับพื้นเพราะสิ้นสติ สองแฝดอย่างนภาสรวงและดารารัษมีถึงกับกรีดร้องลั่นด้วยความตกใจ



“คุณแม่!!! คุณแม่เป็นลม!!!!!”



แล้วหลังจากนั้นความโกลาหลก็ตามมายกใหญ่ในบ้านรักษพิพัฒน์



……………………………………



บนเรือนไทยที่มีลมพัดเอื่อยนั้นไม่ร้อนมากนักพอจะทำให้ใบหน้าซีดขาวของคุณหญิงผกาดีขึ้นบ้าง ยิ่งเมื่อมียาหอมที่แม่จรวยต้มมาให้คอยยกจิบ ก็ดูเหมือนร่างอวบที่นั่งอยู่บนเบาะกลางเรือนจะพอรู้สติขึ้นมาบ้าง หล่อนได้ยินเสียงอื้ออึงดังอยู่รอบตัว เสียงที่ดังกว่าใครเป็นของดารารัษมีธิดาคนเล็กกำลังดุพี่ชายคนรองอย่างจันทร์จ้าว



“พี่จันทร์น่ะบ้า! เล่นอะไรไม่เข้าเรื่อง!”



“อย่าไปดุพี่เลยดารา คุณแม่ดูท่าทางจะดีขึ้นแล้ว” เป็นท่านนายพลที่ห้ามปรามแล้วชี้ชวนให้ธิดาดูแลคุณหญิงซึ่งเริ่มขยับแข้งขยับขา



“อย่าว่าพี่เขา...เรื่องเป็นอย่างไร จันทร์ เล่าให้แม่ฟังที ไปรู้จักกันมาอย่างไร ทำไมถึงได้...” พอคิดถึงคำว่าคู่รักของบุตรชาย คุณหญิงผกาก็รู้สึกคล้ายจะลมใส่ขึ้นมาอีก หล่อนต้องยกยาหอมขึ้นจิบเพื่อให้คลายอาการ



“รู้จักกันบนเรือที่มาจากสิงคโปร์ครับ...”



รู้จักกันบนเรือที่มาจากสิงคโปร์?!! แค่รู้จักกันบนเรือไม่กี่วันก็เป็นคู่รักแล้วหรือ?!! คุณหญิงผกาทำท่าจะลมใส่ซ้ำอีกรอบ ดารารัษมีเลยต้องรีบแหวว



“พี่จันทร์พูดความจริงกับคุณแม่เดี๋ยวนี้นะ!” ท่าทางเอาเรื่องของน้องสาวนั้น จันทร์จ้าวรู้สึกเหมือนเห็นมารดาสมัยยังสาวอย่างไรอย่างนั้น เขาก้มลงกราบมารดาอย่างขอลุแก่โทษด้วยเพราะรู้สึกผิดจริง



“ผมขอโทษครับคุณแม่ แหม่มคนเมื่อกี้ เป็นครูที่จะมาสอนที่โรงเรียนสตรีกัลยาณี พอดีลงเรือลำเดียวกันมาจากสิงคโปร์ คุยไปคุยมารู้เข้าว่าหล่อนต้องไปรายงานตัวที่โรงเรียน ผมจำได้ว่าโรงเรียนอยู่ใกล้บ้านเรา ก็เลยชวนมาด้วยกัน”



“หมายความว่าไม่ใช่คู่รักของพ่อจันทร์ใช่ไหม...” คุณหญิงผกาตั้งคำถามอย่างหวาดหวั่น จันทร์จ้าวส่งยิ้มจาง



“ไม่ใช่ครับ”



“พ่อจันทร์ยังไม่มีคู่รักแน่นะ?”



“แน่ครับ” เพียงเท่านั้นคุณหญิงก็ถอนหายใจพรูอย่างโล่งอก ยกมือไม่รับยาหอมเพิ่มจากธิดาแฝดพี่



“พอแล้วแม่นภา แม่ไม่รับยาหอมแล้ว”



“คุณแม่ดีขึ้นแล้วหรือคะ จะให้นภาตามสมฤดีมาดูอาการไหมคะ” นภาสรวงยังคงห่วงใยมารดา แม้จะเคืองพี่ชายคนรองที่กลับมาถึงก็ทำคุณแม่เป็นลม แต่เธอก็เรียบร้อยอ่อนหวานกว่าแฝดน้องอย่างดารารัษมี เมื่อเห็นอาการคุณหญิงไม่เป็นอะไรมากแล้ว จึงไม่นึกโกรธนึกเคืองพี่ชายเสียเท่าไร เพราะรู้ดีว่านิสัยเขาก็อย่างนี้



“ไม่ต้องหรอก”



“สมฤดี? หนูสมน่ะหรือ...เอ เพิ่งรู้ว่าหนูสมดูอาการได้ด้วย” จันทร์จ้าวถามไถ่ถึงชื่อที่ออกมาจากปากของน้องสาว



“ดูได้ค่ะ สมฤดีเรียนจบพยาบาล” สมฤดีเป็นสาวน้อยข้างบ้านอายุรุ่นราวคราวเดียวกับแฝด แต่สนิทสนมกับนภาสรวงมากกว่า



“อ้อ เห็นทีคงต้องไปเยี่ยมเยียนเสียหน่อย” จันทร์จ้าวรับคำพลางนึกไปถึงเด็กสาวข้างบ้านผู้มีเปียสองข้าง ดารารัษมีหันขวับมองพี่ชายทันที



“จะไปก็ไม่ว่าหรอกค่ะ แต่สมฤดีแต่งงานแล้วนะคะ!” ชายหนุ่มมองน้องสาวแล้วได้แต่ยิ้มกว้าง ดารารัษมีคล้ายมารดามากนัก โดยเฉพาะการขัดคอเขาเรื่องผู้หญิง



“ดาราดุจริง คนบ้านใกล้เรือนเคียง พี่ก็แค่จะไปทักทาย” จันทร์จ้าวแก้ตัว แต่คนเป็นน้องตั้งท่าจะเถียงต่อ ทว่าคุณหญิงผกายกมือห้ามเสียก่อน



“พอเถอะ แล้วนี่...ยายแหม่มนั่นไปไหนเสียแล้วล่ะ ให้ใครไปส่งที่โรงเรียนแล้วหรือยัง” แม้จะเป็นต้นเหตุให้หล่อนเป็นลมในคราแรก แต่เมื่อรู้ว่าอะไรจริงอะไรไม่จริง คุณหญิงผกาก็มีน้ำใจเอื้อเฟื้อพอจะถามถึง



“อยู่ข้างล่างครับคุณแม่ ประเดี๋ยวผมจะไปส่งหล่อนเอง ตอนแรกว่าจะให้ตาพ่วงไปส่ง แต่กลัวว่าจะคุยกันไม่รู้เรื่อง” ส่วนคนที่สั่งให้สตรีต่างชาติคอยอยู่ใต้ถุนเรือนไม่ใช่ใครที่ไหน ดารารัษมีจอมบงการนั่นเอง หล่อนเกรงว่าหากมารดาลืมตาขึ้นมาเห็นแหม่มผมทองบนเรือน ลมก็จะจับอีก จึงสั่งให้รออยู่ข้างล่างแทน



“ถ้าอย่างนั้นก็ไปส่งเถอะไป เขาจะคอยเอา” จันทร์จ้าวรับคำ ก่อนจะเดินหายลงจากเรือนไป ทิ้งให้ทุกคนในครอบครัวรักษพิพัฒน์มองตาม ก่อนที่เสียงดารารัษมีจะดังขึ้นมา



“ไปอเมริกามาตั้ง ๖ ปี พี่จันทร์นิสัยไม่เปลี่ยนเลยสักนิด เห็นทีกลับมาอยู่เมืองไทยคราวนี้ คุณแม่ได้ปวดหัวแน่ค่ะ” เรื่องที่คุณหญิงผกาจะปวดหัวมีเพียงเรื่องเดียวสำหรับจันทร์จ้าวผู้นิสัยดี การศึกษาดี หน้าตาดีและคารมดี นั่นคือจันทร์จ้าวผู้มีดีทุกอย่างแสนจะคลั่งไคล้ผู้หญิงเป็นที่สุด เจ้าตัวบริหารเสน่ห์ตลอดเวลา และช่างน่าประหลาดที่มีเสน่ห์ให้บริหารอย่างเหลือเฟือ



คุณหญิงผกาได้แต่นิ่งคิดตามที่ธิดาคนเล็กพูด หล่อนรู้ดีว่าเหตุการณ์เฉกเช่นวันนี้อาจจะกลายเป็นจริงในเบื้องหน้าได้ทุกเมื่อ จันทร์จ้าวทำตัวเป็นพ่อพวงมาลัยลอยตามลมมาตั้งแต่ครั้งยังอยู่เมืองไทยเมื่อ ๖ ปีก่อน กลับมาครั้งนี้เห็นทีจะหนักข้อขึ้นเพราะมีพร้อมทั้งรูปทรัพย์และทรัพย์สมบัติติดไปกับชื่อและสกุลด้วย หนำซ้ำยังเป็นถึงนักเรียนนอก ผู้หญิงทั้งกรุงเทพฯคงมองกันเหลียวหลังซ้ำแล้วซ้ำอีก



...ถ้าได้ผู้หญิงดีๆ คุณหญิงก็ไม่มีเรื่องให้หนักอก แต่ถ้าได้ผู้หญิงเลวๆ เห็นที...ลมจับคราวหน้า คงพึ่งยาหอมไม่ได้ ต้องพึ่งโรงหมอสถานเดียว!...




……………………………………


แม้ว่าเมื่อวานบุตรชายคนรองผู้ซึ่งกลับจากอเมริกามาหมาดๆจะสร้างเรื่องให้คุณหญิงผกาลมจับไปรอบหนึ่ง แต่คนเป็นมารดานั้นต่อให้โกรธคนทั้งโลกก็โกรธบุตรโกรธธิดาตัวเองไม่ลง เช้าตรู่วันต่อมา คุณหญิงจึงรีบลุกตั้งแต่ฟ้ายังไม่แจ้ง จัดแจงสั่งให้คนไปซื้อของมาปรุงอาหาร โดยหล่อนเป็นแม่ครัวเอก



โมงตรง ทุกอย่างก็พร้อมที่โต๊ะเตี้ยบนยกพื้นกลางเรือน สมัยนี้นิยมบ้าน ๒ ชั้น หลังคาซ้อนมีหน้าต่างบานเกล็ดและกระจกสีแบบฝรั่งกันหมดแล้ว แต่ที่รักษพิพัฒน์ยังคงความดั้งเดิมเอาไว้ทุกกระเบียด แม้จะมีเครื่องใช้ตามสมัยนิยมอย่างวิทยุเอย โทรศัพท์เอย เครื่องเล่นแผ่นเพลงเอย แต่หากอะไรยังคงความโบราณเอาไว้ได้ มันก็จะอยู่อย่างนั้น ท่านนายพลนิยมชมชอบเรือนไทยมาตั้งแต่สมัยยังหนุ่ม จึงสั่งให้ปลูกสร้างอย่างใหญ่มาตั้งแต่เมื่อครั้งแต่งงาน เพราะหวังจะมีบุตรธิดามากๆนั่นเอง



คุณหญิงผกาเดินสำรวจความเรียบร้อยรอบโต๊ะเสียทีหนึ่ง ก็พอดีบุตรชายคนรองผู้เป็นดังแก้วตาดวงใจก้าวเท้าออกจากห้องพักผ่อนส่วนตัว



“ตื่นไวจริง พ่อจันทร์”



“ตั้งใจว่าจะออกไปเยี่ยมเยียนเพื่อนเก่าๆเสียหน่อยน่ะครับ เมื่อคืนนัดกับพี่อาทิตย์เอาไว้ ว่าจะขอติดรถไปด้วย” จันทร์จ้าวว่าอย่างนั้นแล้วมองไปทั่วเรือนหมายจะหาพี่ชาย ที่บ้านรักษพิพัฒน์นั้นมีรถ ๒ คัน คันหนึ่งเป็นของท่านนายพล อีกคันเป็นของอาทิตย์ คุณหญิงกำลังจะสั่งซื้อมาอีกคันหนึ่งแล้ว ไว้สำหรับบุตรชายคนรองโดยเฉพาะ แต่จันทร์จ้าวยังเลือกไม่ได้เสียที ช่วงนี้จึงต้องอาศัยรถพี่ชายไปก่อน หรือไม่อย่างนั้นก็เรียกสามล้อ หรือใช้รถรางเอา



อาทิตย์ผู้พี่ในชุดเครื่องแบบนายทหารก้าวเท้าออกมาจากห้องพอดี จันทร์จ้าวจึงรีบปรี่เข้าไปชวนคุย ทว่าสำหรับคุณหญิงผกาที่รับฟังคำว่าเยี่ยมเยียนเพื่อนเก่าๆจากปากบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนนั้น กลับใจคอไม่สู้ดี เกรงว่าจันทร์จ้าวจะไปเยี่ยมเยียนเพื่อนผู้หญิงที่ไม่ถูกใจหล่อนเข้า



“คุณแม่เป็นอะไรไปหรือครับ” อาทิตย์หันมาเห็นมารดายืนนิ่งงันอยู่กลางเรือนจึงเอ่ยปากถาม จันทร์จ้าวจึงหันมาดูด้วย และสีหน้าหวาดวิตกของคุณหญิง ก็ทำให้เขายิ้มจางแล้วเดินไปโอบร่างท้วมอย่างเอาใจ



“เพื่อนที่ว่าน่ะ คุณพงศ์ บุตรชายของคุณชายฉัตรอย่างไรล่ะครับ ผมจะให้พี่อาทิตย์ไปส่งที่วังฉัตร นัดกับคุณพงศ์เอาไว้แล้วว่าจะอยู่คุยด้วยจนเย็น แล้วให้พี่อาทิตย์แวะไปรับกลับพร้อมกัน” เขาเล่าเป็นฉากถึงกำหนดการในวันนี้ และพอคุณหญิงผกาได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก



“ก็ดี พ่อจันทร์จะได้ไปกราบคุณชายด้วย” คุณชายฉัตร หรือหม่อมราชวงศ์ฉัตรสนิทสนมกับบ้านรักษพิพัฒน์อย่างแน่นแฟ้น เพราะคุณประกายภริยาของคุณชายเป็นเพื่อนสนิทของคุณหญิงมาตั้งแต่สมัยเด็ก แม้บัดนี้คุณประกายจะไม่อยู่แล้ว แต่ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่รักษพิพัฒน์และวังฉัตรมีต่อกันก็ยังสม่ำเสมอ



“แล้วนี่ สาวๆเขาไปกันอย่างไร พี่อาทิตย์ก็ไปส่งหรือ” จันทร์จ้าวหันไปถามพี่ชายพลางจับจูงมารดามานั่งที่โต๊ะเตี้ยเพื่อรับข้าวเช้า อาทิตย์ทรุดตัวลงนั่งตาม คนรับใช้จึงยกอาหารมาวาง



“ดารานั่งสามล้อไป ส่วนนภาไปพร้อมกับคุณพ่อ”



ดารารัษมีเป็นครูที่โรงเรียนสตรีกัลยาณีที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก ส่วนนภาสรวงเป็นเลขานุการในบริษัทร่วมทุนฝรั่ง คุณหญิงผกาออกจะไม่ชอบใจที่ธิดาออกไปทำงานนอกบ้าน แต่ก็ขัดสามีที่เห็นชอบไม่ได้ว่าสมัยนี้สตรีทำงานนอกบ้านกันเกลื่อน



...จะเกลื่อนอะไร้! คุณหญิงได้แต่เถียงในใจ แต่ก็ไม่กล้าขัดท่านนายพล...



“แล้วจันทร์อยากจะทำอะไร หากอยากทำงานในกรม พี่จะลองถามดูให้” อาทิตย์ถาม แต่ยังไม่ทันที่น้องชายจะตอบ คุณหญิงผกาก็ร้องขัด



“แม่ไม่ให้ทำงานในกรม! บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ ยังริจะเป็นทหาร...” นับตั้งแต่จบสงครามโลกครั้งที่ ๒ สถานการณ์การเมืองในประเทศไทยค่อนไปทางสุ่มเสี่ยง บ้างก็แสดงตัวแบ่งฝักแบ่งฝ่ายชัดเจน บ้างก็ทำเป็นขบวนการใต้ดิน มีกบฏเกิดขึ้นแทบไม่เว้นแต่ละปี แค่ท่านนายพลเป็นตำรวจ บุตรคนใหญ่เป็นทหาร คุณหญิงผกาก็หวั่นทุกค่ำเช้าที่สามีและลูกออกจากเรือนไป



จันทร์จ้าวหันไปส่งยิ้มให้มารดาเพื่อให้สตรีผู้เป็นเดือดเป็นร้อนกับอาชีพการงานของเขาได้สบายใจ ก่อนจะหันไปทางพี่ชาย



“ผมเรียนจบเศรษฐศาสตร์ จะให้ไปทำงานในกรมคงไม่เหมาะ แล้วอีกอย่าง ผมก็ร่วมหุ้นกับเพื่อนฝรั่งเปิดบริษัทนำเข้าหนังสือมาตั้งแต่ตอนอยู่อเมริกาแล้ว ที่คุณพงศ์ร่วมด้วยแน่ะครับ ตั้งใจว่ากลับมานี่ก็จะมาทำอย่างเต็มตัวเสียที” อาทิตย์พยักหน้ารับรู้ ในขณะที่คุณหญิงผกาเบาใจไปเปลาะ เป็นว่าเรื่องงานไม่ขัดใจมารดาแล้ว คราวนี้ก็เหลือเพียงแค่เรื่องคู่ครองเท่านั้น



๒ พี่น้องรับข้าวเช้าและพูดคุยสัพเพเหระไปได้ครู่หนึ่ง ธิดาแฝดของคุณหญิงก็ออกจากห้อง และปิดท้ายด้วยท่านนายพลที่แต่งเครื่องแบบเตรียมไปทำงาน



และเช้านี้ ก็เป็นเช้าแรกในรอบ ๖ ปี ที่ตระกูลรักษพิพัฒน์พร้อมหน้าพร้อมตาที่โต๊ะอาหาร



……………………………..
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 13-09-2015 20:26:22


วังฉัตรของคุณชายฉัตร ฉัตราภาสนั้นเป็นวังเก่า เร้นอยู่เบื้องหลังกำแพงสูงและร่มไม้น้อยใหญ่ ด้วยความสนิทสนมคุ้นเคย แค่อาทิตย์โผล่หน้าออกไปให้คนเฝ้ายามเห็น ก็เปิดประตูรั้วให้รถโฟล์คของเขาแต่โดยดี ชายหนุ่มขับรถไปตามถนนทรงกลมที่วนไปยังหน้าตึกสีขาวสะอาดตา มีร่างสูงสง่ายืนรออยู่ที่บันไดเตี้ยหน้าตำหนักอยู่ก่อนแล้ว


“สวัสดี คุณพงศ์” จันทร์จ้าวลงจากรถก็รีบส่งเสียงทักทายเพื่อนรักอย่างสนิทสนม แม้เขาจะไปเรียนที่อเมริกาถึง ๖ ปีเต็ม แต่เพื่อนผู้เป็นทายาทวังฉัตรอย่างหม่อมหลวงพงศ์ภราธรผู้นี้ก็ไปเยี่ยมเยียนเขาอยู่เนืองๆ ครั้งล่าสุดที่ได้พบกันคือเมื่อปีที่แล้วนี้เอง ความสนิทสนมจึงแนบแน่นไม่ต่างอะไรกับการที่เขายังอยู่เมืองไทย


คนถูกทักยิ้มกว้างแล้วสวมกอดเพื่อนรักด้วยมิตรไมตรี ก่อนจะหันไปหยอกอาทิตยบ์ผู้รับหน้าที่สารถี



“สุดท้ายก็พึ่งคุณอาทิตย์จนได้ ผมบอกจันทร์แล้วว่าจะส่งรถไปรับ แต่เจ้าตัวว่าอยากลองฝีมือขับรถของคุณมากกว่า”



อาทิตย์ยิ้มจางอย่างสุภาพ แม้อีกฝ่ายจะมีอายุน้อยกว่าเขาแต่ก็เป็นราชนิกูล



“หลังจากนี้คงไม่กล้านั่งรถผมอีก”



“ว่าไปพี่อาทิตย์ เอาล่ะ ไปทำงานได้แล้ว แล้วเย็นนี้แวะมารับผมด้วย” จันทร์จ้าวรีบไล่พี่ชายทันควัน หากอาทิตย์และหม่อมหลวงพงศ์ภราธรอยู่พร้อมหน้ากันเมื่อไร กลายเป็นเขาถูกหยอกเรื่อย ๒ คนนี้แม้จะไม่ได้สนิทสนมกัน และอาทิตย์เป็นคนเงียบขรึม แต่เรื่องร่วมมือกันล้อเลียนเขานั้นดูจะประสานสามัคคีกันเหลือเกิน



“ผมฝากจันทร์ด้วย คุณพงศ์ แล้วตอนเย็นจะรีบมารับ วังฉัตรจะได้ไม่เสียหายไปมากกว่านี้” เห็นไหมเล่า นี่ขนาดจะไป อาทิตย์ยังเล่นงานจันทร์จ้าวอีกรอบ หม่อมหลวงพงศ์ภราธรหัวเราะแทนคำตอบเรื่องรับฝาก ก่อนที่อาทิตย์จะขับรถออกจากอาณาบริเวณของวังฉัตรไป เมื่อเหลือกันเพียงแค่ ๒ เพื่อนสนิท ชายหนุ่มผู้เป็นทายาทวังแห่งนี้จึงหันมามองเพื่อนรักเต็มตา ไม่ได้พบกัน ๑ ปีเต็ม จันทร์จ้าวกลับดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นผิดหูผิดตาได้อย่างไม่น่าเชื่อ



...จะว่าอย่างไรดี...จันทร์จ้าวเป็นชายหนุ่มมากเสน่ห์ เมื่อครั้งก่อนจะไปอเมริกานั้นเป็นเพียงเด็กหนุ่มแขนขายาวเก้งก้าง แต่เจ้าตัวก็รุ่มรวยไปด้วยคารมและรอยยิ้มหวาน บัดนี้ ๖ ปีผ่านไป จันทร์จ้าวไม่ใช่เด็กหนุ่มคนเดิมแล้ว แต่กลายเป็นชายหนุ่มเต็มตัว ร่างสูง ไหล่ผายสง่า ดวงหน้าปานรูปหล่อดูดีไปเสียหมด...แม้แต่เขาซึ่งเป็นชายหนุ่มเฉกเช่นเดียวกัน ก็ยังอดคิดไม่ได้ว่าถ้าหากเกิดเป็นหญิง ก็คงไม่รอดพ้นเสน่ห์ของเพื่อนรักคนนี้แน่...



“มองผมแบบนี้ จะชมอะไรก็ว่ามา” คำพูดยกยอตัวเองนั้นทำเอาคนฟังหัวเราะพรืด



...มากเสน่ห์ มากคารม รูปร่างหน้าตาดี การศึกษาดี ฐานะดี...มีเพียงอย่างเดียวที่คนที่มีดีทุกอย่างอย่างจันทร์จ้าวยังขาด ซึ่งก็คือ ‘คนรัก’...



“แกนี่เหลือร้ายจริงจันทร์ กันละอยากรู้นักว่าใครจะเป็นเจ้าของจันทร์จ้าวผู้สมบูรณ์พร้อมคนนี้ได้” จันทร์จ้าวเลิกคิ้ว ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปาก



“ไม่รู้ รู้แต่ถ้าหาคนที่ Perfect เท่าผมไม่ได้ ผมก็ไม่แต่งด้วย...ก็เท่านั้น” เขาทิ้งท้ายอย่างถือดี ก่อนจะถามหาคุณชายฉัตรผู้เป็นบิดาของหม่อมหลวงพงศ์ภราธร ชายหนุ่มร่างสูงผู้เป็นเจ้าบ้านจึงหมุนตัวพาเดินเข้าไปพบบิดาแล้วทิ้งเรื่องคู่ครองของจันทร์จ้าวไว้แต่เพียงเท่านั้น



...........................................



จันทร์จ้าวรู้ว่าตัวเองมีดีที่ตรงไหนบ้าง เขาหน้าตาดี รูปร่างดี แม้กระทั่งเมื่อครั้งอยู่อเมริกาก็ไม่ได้เตี้ยกว่าฝรั่งไปมากเท่าไร ซ้ำยังสูงกว่าฝรั่งบางคนด้วยซ้ำ ที่สำคัญเขายังมีการศึกษาที่ดี เรียนจบจากเมืองนอก ฐานะทางบ้านก็ร่ำรวย นอกจากนั้นเขายังนิสัยดี เรื่องนี้ไม่เคยมีใครบอกเขา แต่เขาก็ประมาณตัวเองเอาจากการที่มีเพื่อนสนิทคบหาอยู่หลายคน หากเขานิสัยเลว ก็คงไม่มีเพื่อนทั้งที่เมืองไทยและอเมริกาหรอก



เพราะฉะนั้นแล้ว...เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองมีดีถึงเพียงนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่เขาจะตั้งความคาดหวังเอาไว้กับคู่ครอง ผู้หญิงที่จะเป็นภรรยาของเขาต้องหน้าตาดี มีการศึกษา เข้าสังคมเก่ง ฐานะพอไปวัดไปวา ไม่จนกว่าเขามากไป และไม่รวยกว่าเขามากไป ที่สำคัญไปกว่านั้นคือต้องทนกับความเรื่องมากของเขาได้ด้วย



...และตอนนี้...จันทร์จ้าวกำลังต้องตาต้องใจกับธิดาของหม่อมราชวงศ์ฉัตร ผู้เป็นน้องสาวของหม่อมหลวงพงศ์ภราธรเพื่อนรักของเขานั่นเอง...



“น่าเสียดาย ยายพิมไปสอนหนังสือแต่เช้า เลยไม่ได้พบเธอ” คุณชายฉัตรว่าอย่างนั้นหลังจากบรรยายสรรพคุณของธิดาให้ฟังเสียวรรคใหญ่ๆ ก่อนจะสั่งให้บุตรชายไปหยิบรูปในกรอบที่วางอยู่บนเปียโนหลังใหญ่มาให้จันทร์จ้าวดูต่างหน้า



“พ่อจันทร์คงจำหน้าน้องไม่ได้แล้วซี เมื่อตอนที่พ่อจันทร์จะไปอเมริกา ยายพิมก็ไปส่ง แต่บัดนี้โตขึ้นมาก” คุณชายฉัตรสำทับ ทว่าคำพูดเหล่านั้นแทบจะลอยผ่านหูของจันทร์จ้าวไป ชายหนุ่มได้แต่นิ่งงันกับรูปภาพที่อยู่ในกรอบสวย



รูปสตรีแบบครึ่งตัวในกรอบฉลุลายบรรจงนั้นเป็นสตรีไทยผู้มีผมลอนวางบนบ่าทั้งสองข้าง ดวงหน้าหวานด้วยรอยยิ้มจางยิ่งทำให้น่าเอ็นดู จันทร์จ้าวจำได้ว่าเมื่อ ๖ ปีก่อน ก่อนที่เขาจะเดินทางไปเรียนต่อนั้น น้องสาวของหม่อมหลวงพงศ์ภราธรไม่ได้รูปงามอย่างนี้



...๖ ปี ทำให้เด็กหญิงกลายเป็นสาวแรกรุ่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ...



“คุณพิม...เธอไปเรียนที่ยุโรปมาใช่ไหมครับ” ชายหนุ่มถาม จำได้ลางๆว่าคุณพงศ์เขียนจดหมายไปเล่าเรื่องน้องสาวให้ฟังอยู่เหมือนกัน แต่ยามนั้นเขาไม่ได้สนใจนัก หากรู้ว่าโตขึ้นมาแล้วจะงามปานนางฟ้าเช่นนี้ เขาคงสนใจเรื่องของหล่อนมากกว่านี้



“ใช่ แต่กลับมาก่อนเธอสักเดือนหนึ่งเห็นจะได้ ตอนนี้เป็นครูอยู่ที่โรงเรียนสตรีกัลยาณี”



“อ้อ...โรงเรียนเดียวกับดารารัษมีน้องสาวผมเลย”



“๒ คนนั้นเขาสนิทสนมกันเพราะสอนที่โรงเรียนเดียวกันนี่ล่ะ แต่เห็นว่าน้องสาวของพ่อสอนภาษาไทยใช่ไหม ยายพิมสอนภาษาอังกฤษ”



“คุณพิมคงจะพูดภาษาอังกฤษได้น่าฟังนะครับ ผมชักอยากสนทนากับเธอเสียแล้ว” จันทร์จ้าวพูดคุยอย่างสุภาพพร้อมรอยยิ้มบาง ทว่าในใจกำลังหาทางเกลี้ยกล่อมยอมให้ดารารัษมียินดีให้เขาแวะไปที่โรงเรียนบ้าง แต่ดารารัษมีผู้หัวแข็งกับพี่ชายคนนี้จะยอมไหมหนอ?



“คงจะคุยภาษาฝรั่งปร๋อกันทั้งคู่ ฉันคงจะไม่อยู่ฟังด้วยหรอก” คุณชายฉัตรกล่าวติดตลก แล้วพูดต่อ “ตอนแรก เห็นว่ายายพิมจะไปเที่ยวอเมริกา แต่ไม่ทราบนึกอย่างไร สุดท้ายก็กลับเมืองไทยเลย คงจะคิดถึงบ้านกระมัง”



“น่าเสียดายนะครับ” เขาเอ่ยปากด้วยนึกเสียดายจริง วันนี้ก็เสียดายที่มาแล้วไม่ได้พบหน้า แต่ไม่เป็นไร...เขากับหม่อมหลวงพงศ์ภราธรเป็นเพื่อนรักกัน จะไปมาหาสู่ก็เป็นเรื่องปกติ หนำซ้ำ ‘คุณพิม’ ยังทำงานที่เดียวกับดารารัษมีน้องสาวของเขาด้วย เหมาะเจาะขนาดนี้ เห็นทีจะเป็นคู่สร้างคู่สมของเขาเสียแล้ว



บทสนทนานดำเนินต่อไปได้อีกหน่อย ก่อนที่คนรับใช้จะเข้ามารายงานว่ามีนายแพทย์มาขอพบคุณชาย หม่อมหลวงพงศ์ภราธรจึงพาเพื่อนออกมาจากห้องนั่งเล่นของบิดา



“คุณชายไม่สบายหรือ” จันทร์จ้าวตั้งคำถามเมื่อเดินพ้นออกมาจากหน้าห้อง เขายังมองเหลียวกลับไปด้วยความห่วงใย เพราะรู้จักคุ้นเคยกันมานาน วันนี้ถึงกับต้องเรียกหมอมาหาที่วัง ก็ทำเอาใจหาย



“เปล่า...คุณพ่อเรียกมาดูตัวน่ะ...”



“หืม?!” จันทร์จ้าวร้องในคออย่างตกใจ แต่ไม่มีเสียงตอบใดๆจากเพื่อนรัก เพราะคนรับใช้พาใครอีกคนเดินตรงมาเสียก่อน



“คุณหมอภวัตมาแล้วเจ้าค่ะ” คนรับใช้เอ่ยอย่างนอบน้อม หม่อมหลวงพงศ์ภราธรส่งยิ้มให้ชายหนุ่มผู้ที่เดินตามหลังคนรับใช้มา ก่อนจะค้อมศีรษะแล้วเอ่ยปากทักทาย



“สวัสดีครับ คุณหมอ” ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทแบบตะวันตกหยุดอยู่ตรงหน้าหม่อมหลวงพงศ์ภราธรแล้วค้อมศีรษะตอบพร้อมรอยยิ้มบาง



“สวัสดีครับ คุณพงศ์ ผมมาพบคุณชายฉัตร” ผู้มาใหม่เอ่ยความจำนงค์ด้วยน้ำเสียงทุ้มสุภาพ



“เชิญด้านในเลยครับคุณหมอ คุณพ่อรออยู่แล้ว” ทายาทวังฉัตรว่าอย่างนั้นก่อนจะผายมือไปที่ห้องด้านหลัง นายแพทย์หนุ่มเพียงค้อมศีรษะให้เขาอีกครั้งแล้วหันมาส่งยิ้มจางให้กับจันทร์จ้าวแล้วจึงเดินเข้าห้องไป พ้นหลังคนแปลกหน้า จันทร์จ้าวก็ขยับเข้าไปยืนชิดเพื่อนรักทันที



“ที่ว่าเรียกมาดูตัวน่ะ หมายถึงดูตัวเพื่ออะไร”



“จะดูเพื่ออะไร ก็ดูเพื่อน้องกันน่ะซี!” คนฟังหันขวับมองคนพูดอย่างคาดไม่ถึง ดวงตากลมใหญ่เบิกโตอย่างตกใจ



“น้อง?! หมายถึงคุณพิมรึ?!!”



“แล้วกันมีน้องคนอื่นอีกหรือ? ก็ต้องยายพิมน่ะซี นี่น่ะ ถ้าคุณหมอเห็นดีด้วย กันคงได้น้องเขยในเร็วนี้” จันทร์จ้าวอ้าปากค้าง รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจ้องมะม่วงแล้วมีคนมาฉกไปต่อหน้าต่อตาอย่างไรอย่างนั้น!



ยังไม่ทันจะได้เห็นหน้า คนที่อุตส่าห์ต้องตาต้องใจไว้เมื่อครู่ก็ถูกคนอื่นฉกไปเสียแล้ว คุณชายฉัตรก็เหลือเกิน...เขาเป็นคนใกล้แท้ๆ พ่อแม่ก็รู้จักคุ้นเคย ตัวเขากับคุณพงศ์ก็เป็นเพื่อนรักกัน กับน้องสาวของคุณพงศ์ก็รู้จักกันมาก่อน จะรอให้เขากลับมาพบหน้าเรียนรู้นิสัยใจคอก่อนก็ไม่ได้ จะเร่งรีบดูตัวไปทำไมกัน!



จันทร์จ้าวนึกเจ็บใจคุณหมอหนุ่มผู้ที่ถูกคุณชายฉัตรเรียกมาดูตัว แต่พอเพื่อนรักชักชวนออกไปที่สโมสรเทนนิส เขาก็ตัดใจจากน้องสาวของหม่อมหลวงพงศ์ภราธรได้อย่างว่องไว



...ไม่ใช่แค่ ‘ถ้าหาคนที่ Perfect เท่าผมไม่ได้ ก็ไม่แต่งด้วย...’ เพียงอย่างเดียว แต่เขายังติดนิสัยไม่คิดจริงจังกับผู้หญิงด้วย...



จันทร์จ้าวจึงไร้คู่รักเรื่อยมา จวบจนอายุ ๒๔ ปีนี่เอง



ติดตามตอนต่อไป (อาทิตย์หน้าค่ะ)

สวัสดีค่ะ

เรื่องใหม่ ไม่ได้ลงเรื่องใหม่มานานมากกกกกกก(ถ้าไม่นับถ้วยฟูตอนโตเกียวเมื่อปัที่แล้ว ก็คือไม่ได้ลงเรื่องใหม่มาเป็นปีล่ะ)

แล้วรอบนี้ก็เป็นแนวใหม่ด้วย ไม่เคยเขียนแนวนี้ เกร็งๆมั่งอะไรมั่ง ติชมกันได้ค่ะ

บอกก่อนว่าเรื่องนี้ยาวมากกกกกกกกกก แต่ถ้าใครถามหาความดราม่า (พีเรียดต้องมาพร้อมความดราม่าใช่มั้ย) บอกเลยว่าไม่มี (ที่เขียนอยู่ตอนนี้ ยังไม่มี และคิดว่าไม่มี) เพราะว่าบัวอยากเขียนแนวลูกกวาด เป็นพีเรียดลูกกวาด ฮ่าฮ่า

ขอบคุณพื้นที่บอร์ด คนอ่าน คนเม้นท์ คนติดตาม และทุกๆกำลังใจเช่นเคย

เจอกันอาทิตย์หน้าค่ะ (ลงได้อาทิตย์ละตอน แต่รับรองไม่ดอง เพราะตอนนี้เขียนถึงตอนที่ 10 ล่ะ...คุณพระ!!)
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: boboman ที่ 13-09-2015 20:28:52
ติดตามจ้า
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: larynx ที่ 13-09-2015 20:35:30
หูยยยย นักเขียนบอกว่าไม่มีดราม่าเราก็สบายใจ  :hao6:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: lizzii ที่ 13-09-2015 20:58:07
มาๆๆๆ ต้อนรับเรื่องใหม่
ดูท่าคุณจันทร์คงจะได้คนเฟอร์เฟ็กที่เป็นหมอแหงๆ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Mouse2U ที่ 13-09-2015 20:58:47
เจอหน้ากันแค่แวบเดียวก็วางคุณหมอไว้ในฐานะของศัตรูเสียแล้วเหรอคะจันทร์เจ้า น่ารักจริงๆ เลยน้า~~ :m3: ติดตามจ้า ^^
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: kun ที่ 13-09-2015 21:07:57
บ่าวมารอเฝ้าจันทร์จ้าวด้วยเจ้าค่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Foggy Time ที่ 13-09-2015 21:08:52
ภาษาสวยยย  :katai2-1:

ปูเสื่อรอเนื้อคู่ด้วยคนค่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: badbadsumaru ที่ 13-09-2015 21:12:30
เจิมเรื่องใหม่พี่บัวค่ะ
5555 รอดูว่าใครจะมาเป็นคู่คุณชายค่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: narunarutoboyz ที่ 13-09-2015 21:16:36
ยินดีต้อนรับเรื่องใหม่ของคุณบัวค่าาาาาา
แต่ว่า.....อ่านมาตั้งนาน คิดว่าจันทร์เป็นเมะ.....แต่พอเจอคุณหมอ รู้สึกตะหงิดยังไงก็ไม่รู้
แถมนิยายที่คุณบัวแต่ง...ชื่อนิยายมักเป็นชื่อของเคะเสมอ
งื้ออออ :ling1: ศึกกล้ามชนกล้ามจริงๆนะเหรอออออ
ไม่ๆๆๆๆๆๆ เพิ่งตอนแรก เค้าจิไม่ตีโพยตีพาย

แต่ต่อให้ผลออกมาเป็นไง เค้าก็จะอ่านนนนนน
ชอบภาษาคุณบัวค่ะ เป็นกำลังใจเสมอค่ะ

ปล.รอรูปเล่มด้วยพันธะบรรณาการ....อยู่นะคะ เมื่อไหร่น้าาา
 :L2: :กอด1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: bigbeeboom ที่ 13-09-2015 21:43:58
รออยู่จ้า เรื่องใหม่มาแล้ว ติดตามแน่นอน อยากรู้เนื้อคู่จันทร์เจอกันแต่ตอนแรกป่าว ^ ^
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: bpyt ที่ 13-09-2015 21:45:13
พีเรียดย้อนยุดนิดๆ ศัตรูหัวใจเดี๋ยวก็ได้กันเอง 555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: PAiPEiPEi ที่ 13-09-2015 21:46:50
ตามมาเกาะติดชิดขอบสนาม  ยาวก็จะอ่านค่าาา ถ้าคุณบัวบอกว่ายาวกว่าจอมร้ายอีกนี่ตื่นเต้นเลยนะคะ  เพราะจอมขวัญนี่ที่หนึ่งในใจอะ  ไม่รู้เจอเรื่องราวของคุณจันทร์เข้าไปจะตีโค้งมาเสมอสูสีรึเปล่า  รอค่ะรอ  สัญญาว่าไม่ดองจริงๆใช่มั้ยคะ 10 ตอนก็หมดได้นะแต่งตุนเยอะๆนะคะคุณบัว


ปล.ถึงคุณบัวจะบอกว่าเขียนเกร็งๆแต่เราชอบนะคะ  ภาษาอ่านแล้วก็ดูพีเรียดดีอ่าา  ชอบๆส่วนตัวก็ไม่มีความรู้ด้านนี้ว่ายุคนั้นคุยประมาณไหน  แต่จากที่อ่านไปตอนแรกเราว่ากลิ่นอายมันก็มาเต็มอยู่นะคะชอบค่ะ   เป็นกำลังใจให้ค่าาาตั้งใจเเต่งนิยายสนุกๆมาให้ได้ติดตามกันตลอดๆนะคะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Wordslinger ที่ 13-09-2015 21:56:15
อยากจะร้องไห้ด้วยความดีใจ ในที่สุดก็ได้อ่านเรื่องใหม่แล้วค่ะ แม้จะเป็นแนวใหม่ (สำหรับคุณบัว) แต่ก็ทำได้ดีมากๆ ภาษาลื่นไหล สำนวนคุ้นเคย และสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของครอบครัวจันทร์จ้า โดยเฉพาะคุณหญิงแม่ ดูท่าเรื่องนี้คุณหญิงจะเป็น 'สายวาย' ในยุคนั้นหรือเปล่าคะ (ฮา)

ได้อ่านเพียงตอนแรกก็รู้สึกเอ็นดูจันทร์จ้าวเสียแล้วค่ะ ถูกล่ะ, จันทร์จ้าวชอบผู้หญิง และไม่จริงจังกับผู้หญิง แต่เขา "รัก" ผู้ชายใช่ไหมคะ ฮ่าๆ ดูท่าคนที่จะมาเป็นหวานใจของจันทร์จ้าวคงต้องปราบพยศเขาให้ได้ทีเดียว แต่แอบเล็งคุณหมอไว้เป็นตัวเลือกพระเอกคนหนึ่งแล้วนะคะ เพราะคิดว่าจันทร์จ้าวน่าจะเป็น "ตัวนาย" เอ...หรือไม่ใช่

คุณบัวบอกเรื่องนี้ไม่มีดราม่า ดิฉันออกจะปลื้มใจ นิยายลูกกวาดเราก็ชอบค่ะ โดยเฉพาะนิยายเรื่องนี้ยาวมากกกกกกกกกกกกกกกกด้วยแล้ว อิอิ หวังว่าจะยาวกว่าเรื่องจอมร้ายนะคะ จะได้อ่านอย่างจุใจ (แล้วก็กระซิบเบาๆ ว่าหลังจากจบแล้วขอรวมเล่มด้วยเน้อ เพราะตอนนี้มีนิยายคุณบัวทุกเล่มเลยค่ะ จุ๊บๆ)

 :mew1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: KMprince ที่ 13-09-2015 21:59:35
คุณจันทร์คะ ขอให้เจอคนที่ถูกใจในเร็ววัน
แต่คิดว่าจะเจอคนที่เขาถูกใจคุณก่อนแน่ๆ 55
อยากจะเห็นคนที่มั่นใจตัวเองแบบนี้ถูกรุกถูกจีบจริงๆ
 :mew1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: goosongta ที่ 13-09-2015 22:05:20
ชอบแนวพีเรียดลูกกวาดค่ะ คงไม่เครียดดี
รอดูว่าใครจะมาคู่จันทร์จ้าว
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Noostar ที่ 13-09-2015 22:06:34
ไม่ดราม่าถูกใจที่สุด จันทร์หลงตัวเองสุดๆไปเลยต้องเจอคนมาปราบซะ ชอบๆๆๆๆ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: warin ที่ 13-09-2015 22:09:53
 o13
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: aiyuki ที่ 13-09-2015 22:12:10
ปักรอตอนต่อไปค่า สนุกมากๆเลย
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: TachibanaRain ที่ 13-09-2015 22:30:32
เข้ามาเจิมเรื่องใหม่ของคุณบัว ตอนเห็นโพสต์เรื่องใหม่ในเฟซนี่เรากรีดร้องด้วยความดีใจเลยจริงๆ คุณบัวบอกเรื่องนี้เป็นพีเรียดแนวลูกกวาดไม่มีดราม่าถ้าเป็นจริงจะดีใจมากเพราะช่วงนี้อยากห่างจากดราม่าสักพัก และเราชอบภาษาที่คุณบัวใช้นะอ่านแล้วนึกถึงสมัยนั้นได้เป็นฉากๆเลย อยากรู้จริงว่าจันทร์จ้าวจะโดนจีบหรือไปจีบเค้ากันนะ แต่แอบเล็งคุณหมอนะ ฮา รอตอนต่อไปและยินดีต้อนรับการกลับมาค่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: gupalz ที่ 13-09-2015 22:33:50
เรื่องใหม่มาแล้วว นายเอกถ้าจะแซ่บอยู่
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: sirin_chadada ที่ 13-09-2015 22:48:13
คุณหมอ เป็นพระเอกเหรอคะ
อ่านไปลุ้นไปว่าพระเอกจะโผล่มาเมื่อไหร่ สุดท้ายก็มา(ตอนท้ายนิดเดียวเองอ่ะ)
ดีใจที่คุณบัวเขียนเรื่องใหม่แล้ว...ตามมาจากจอมร้ายเลยค่ะ :D
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: EverGreen™ ที่ 13-09-2015 22:49:42
อู้ยยยยย
น่าติดตามมากกก  :hao7:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: ❝CHŌN❞ ที่ 13-09-2015 22:54:00
พีเรียดลูกกวาด ถูกใจมากค่ะคุณบัว
ช่วงนี้กินมาม่าอืดท้องมากจริงๆ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: imymild ที่ 13-09-2015 23:15:45
ดีใจที่ไม่มีดราม่า  :mc4:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: rivayu ที่ 13-09-2015 23:32:48
คิดถึงจัง ได้อ่านเรื่องใหม่แล้ว ดีใจ อิอิ o13
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Starry[Blue] ที่ 13-09-2015 23:37:49
เอาจริงๆคุณบัวเขียนอะไรมาเราก็อ่านค่ะ555แต่ดีใจมากๆที่ไม่ดราม่า ช่วงนี้ต้องการอะไรละมุนๆกุ๊งกิ๊งๆ
จันทร์นี่เฟลิทจริงๆ ที่บอกว่าไร้คู่มาตลอด24ปีนี่กลายเป็นว่าทำเป็นโชกโชนนะคะ? แต่ยังไงก็เถอะ นางดูมีกลิ่นของถ้วยฟูเล็กๆ รักค่ะ รออ่านตอนต่อไปนะคะ  :katai4:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: stickyyrice ที่ 13-09-2015 23:45:39
อย่างจันทร์ต้อง(หล่อ)ขนาดไหนเนี่ย ๕๕๕๕๕๕๕๕
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: nu-tarn ที่ 14-09-2015 00:00:04
ที่บอกว่าไม่มีดราม่านี่ดีมากๆเลยค่า
เพราะช่วงนี้เรื่องเบื่อนิยายดราม่าหนักๆมากเลย อ่านไปเครียดไปอ่ะ

พอเห็นคุณบัวมาลงนิยายเรื่องใหม่เรานี่รีบเลย
อยากลิ้มรสลูกกวาดหวานๆแล้ว :-[
ติดตามจันทร์จ้าวอยู่นะค้า
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: bradpitt ที่ 14-09-2015 00:11:04

ดีใจรัวๆๆๆๆ   นิยายพีเรียดดีงาม ตามชื่อขาน DezAir เป็นการันตี :กอด1:

กำลังอยากเติมความหวาน ในหัวใจ ช่วงนี้เลยย :o8:

คุณชายจันทร์ จ้าวเสน่ห์   จะเจอ หนุ่มไหนมาพิชิตหัวใจกันหนอ....


 :heaven :heaven :heaven :heaven :heaven :heaven


//ว่าแต่  ตัดใจจากน้องพิมง่ายจังเลย ...สงสัยแพ้ทางคุณหมอ   ฮิ้ววววววววววววววววววว :hao3:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: ชอร์ปสติ๊ก ที่ 14-09-2015 03:53:22
ตายแล้วว เรื่องใหม่คุณบัว ดีใจชรุง  :-[
อ่านเพลินๆ มาสะดุดตรงไทม์ไลน์ของเรื่องนี่ล่ะค่ะ ช่วงปีที่คุณบัวเขียน ตอนที่จันทร์จ้าวไปอเมริกาเพิ่งจบจากสงครามโลกครั้งที่สองหมาดๆ เลยค่ะ คิดว่าสถานการณ์บ้านเมืองเนี่ยน่าจะอยู่ในภาวะตึงเครียด เพราะจอมพลป. ที่เป็นนายกดันเลือกข้างผิด เข้ากับญี่ปุ่นแต่ญี่ปุ่นดันแพ้สงคราม ลำบากต้องแก้ตัวกับประเทศอื่นว่าเราอยู่ฝ่ายอังกฤษฝรั่งเศสนะ เลยคิดว่า ภาวะแบบนี้ไม่น่ามีบ้านไหนกล้าส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ เจ้าขุนมูลนายจะนิยมส่งลูกไปเรียนทางอังกฤษมากกว่า(เพราะสนิทกว่า)อเมริกา ณ ตอนนั้น แล้วก็สะดุดตรงอายุของจันทร์จ้าวด้วย เพิ่ง 24 เอง อายุน้อยมาก (เราเทียบกับนพพรน่ะค่ะ อายุ22 แล้วยังใส่กักคุรันไปเรียนที่ญี่ปุ่นอยู่เลย กว่าจะเรียนจบแล้วได้กลับไทยก็ 28 นู่น)
คิดว่าปรับตรงนี้น่าจะทำให้เนื้อเรื่องสมจริงมากยิ่งขึ้นน่ะค่ะ
เราศึกษาประวัติศาสตร์คร่าวๆ ไม่ได้เรียนด้านนี้โดยตรง ถ้าเวลาไม่เป๊ะหรือผิดพลาดตรงไหนต้องขออภัยด้วยนะคะ  :mew2:
ปล. แอบกระซิบว่า หากอยากแต่งแนวพีเรียดลองใช้ยุคจอมพลป.มั้ยคะ ช่วงปีพ.ศ.2481-2487 เป็นยุคที่เหตุการณ์บ้านเมืองค่อนข้างสงบสุข( และช่วงนี้ไทยยังมีสัมพันธ์ที่ดีกับญี่ปุ่นอยู่ค่ะ) เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของสังคมเก่า สู่สังคมใหม่แบบจอมพลป.ที่มีผลส่วนหนึ่งให้ไทยเป็นไทยแบบทุกวันนี้

คอมเม้นท์ยาวเลย หากเราเสียมารยาทต้องขอโทษด้วยนะคะ จะติดตามจันทร์จ้าวอยู่เงียบๆ ไม่ซนแล้วค่ะ  :mew2:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: NOoTuNE ที่ 14-09-2015 05:36:11
ไม่มีก็โล่งใจ ค่ะ


มาเฝ้าติดตามค่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: inspirer_bear ที่ 14-09-2015 06:43:16
รออ่านเลยยยยย กรี๊ดดดดด คู่ของหนูจันทร์นิ คุณหมอหรือเปล่าหนอ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: PetitDragon ที่ 14-09-2015 07:34:46
คุณหมอเป็นพระเอกแน่เลย  :hao6:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Pithchayoot ที่ 14-09-2015 07:41:31
ขอบคุณครับ   งานนี้เชียร์ใครดีน้อ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: ขนมโก๋ ที่ 14-09-2015 07:48:12
 :mc4:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: cheyp ที่ 14-09-2015 08:15:47
จันทร์นี่เด็ดจริง
อยากรู้ว่าใครจะมาปราบได้ อิอิ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: kinjikung ที่ 14-09-2015 08:32:17
ต้อนรับเรื่องใหม่  น้องจันทร์แสบจริง
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: kinjikung ที่ 14-09-2015 10:11:43
นิยายคุณบัวเราชอบมาก ดราม่าน้อยมีแต่ความฮา ^____^
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: kokoro ที่ 14-09-2015 10:40:37
ของขวัญเวอร์ชั่นย้อนยุครึเปล่าเนี่ย 5555

ดีใจมาก คุณบัวมาต่อแล้ว เย่ๆๆ
รออ่านตอนต่อไปนะคะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: koikoi ที่ 14-09-2015 11:24:03
ติดตามค่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Infinity 888 ที่ 14-09-2015 11:35:21
สงสัยจะเป็นคุณหมอนี่หล่ะมั้ง 5555555 เนื้อคู่คุณจันทร์ :laugh:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: sam3sam ที่ 14-09-2015 15:29:06
เย้ เปิดเรื่องใหม่แล้ว :mc4:
รอติดตามนะคะ :L2:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Fellina ที่ 14-09-2015 15:40:13
แอลได้แอบหลงเสน่ห์คุณชายเล็กๆแฮะ
คุณชายจะีมีคู่บ้างไหมคะ
อ่านแล้วฮีน่ารักนุ่มๆในแบบแปลกๆ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: nekko ที่ 14-09-2015 16:36:15
ชอบมากที่ไม่มีดร่าม่านี่แหละ  :mc4:

 :กอด1: :L2: :pig4:

หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: GintoniC ที่ 14-09-2015 16:53:39
มาปูเสื่อรอออออ  :mew1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: JustWait ที่ 14-09-2015 17:06:27
ภาษางามงดจรดหัวใจบ่าวมากค่ะคุณบัวขา

คุณจันทร์นี่นิสัยเจ้าชู้ประตูดินของแท้...
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: lune ที่ 14-09-2015 22:01:38
  :mc4:  ได้อ่านแล้วเป็นปลื้ม 
 แต่ทำไมพลาด ได้อ่านช้าไปตั้งหนึ่งวัน  :ling1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: sweetbasil ที่ 15-09-2015 00:05:25
ชอบแบบนี้ ได้กลิ่นอายแบบไทยๆดี o13
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: QXanth139 ที่ 15-09-2015 01:02:47
เรื่องใหม่ของคุณบัว :mc4:
ติดตามแน่นอน
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: B52 ที่ 15-09-2015 02:30:42
ชอบสำนวณของคุณบัวมากๆ อ่านทุกเรื่อง ดีใจที่มีเณื่องใหม่มาให้อ่านกัน
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: เก้าแต้ม ที่ 15-09-2015 07:07:55
ติดตามเรื่องใหม่. แนวใหม่. จ้า
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Autonomyz ที่ 15-09-2015 08:54:24
...ไม่ใช่แค่ ‘ถ้าหาคนที่ Perfect เท่าผมไม่ได้ ก็ไม่แต่งด้วย...’ เพียงอย่างเดียว แต่เขายังติดนิสัยไม่คิดจริงจังกับผู้หญิงด้วย...

คือไม่จริงจังกับผู้หญิง แต่คิดจริงจังกับผู้ชายใช่ไหมคะ อิอิ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: boonpa ที่ 15-09-2015 09:06:39
 :mew1: ใครหนอจะปราบคุณจันทร์ได้
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Gokusan ที่ 15-09-2015 10:02:56
เปิดเรื่องใหม่...เกือบผ่านไปแล้วแฮะ ^^
ดีที่มองชื่อคนแต่ง...รีบกดอ่านแทบไม่ทันเชียว

พีเรียดลูกกวาด...ยาวแค่ไหนก็อ่านเหอะ
รักนิยายสุขนิยม ^^ ฮิ...

ดีใจที่มีนิยายใหม่มาให้ตามนะคะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Nankoong ที่ 15-09-2015 10:41:22
มารอตามติดเรื่องใหม่ค่ะ....
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: BamBerRy ที่ 15-09-2015 10:42:20
 :katai2-1: :katai2-1:  เมนท์แรกให้เรื่องนี้เลยค่ะ ชอบมาก ^^
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Maw ที่ 15-09-2015 13:49:57
 น่าติดตามค่ะ เราชอบอ่านเรื่องที่ไม่มาม่าซะด้วย รอตอนไปค่ะ  :impress2:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: วัวพันปี ที่ 15-09-2015 14:14:12
คุณหมอกับจันทร์เจ้าสินะ เดาล้วนๆค่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: malula ที่ 15-09-2015 16:17:05
เปิดตัวพระ-นายแล้วใช่ไหมคะเนี่ย
แหม่ หนุ่มหัวนอกเฟี้ยวฟ้าวเจอหมอหนุ่มเคร่งขรึมหรือเปล่านะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: kawisara ที่ 15-09-2015 16:42:02
รอ รอ ชอบตรงบอกไม่มีดราม่านี่แหละค่ะ :katai2-1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Ryoooo ที่ 15-09-2015 20:11:56
สงสัยจะได้หมอ อิอิ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: dukdikdukdik ที่ 15-09-2015 22:02:03
แค่เห็นชื่อคนแต่งก็รีบกดเข้ามาอ่านเลยค่ะ

และดีใจมาก ๆ ที่เรื่องนี้จะไม่มีดราม่า ?  อิอิ

 :mew1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Rafael ที่ 15-09-2015 22:46:15
โอ้ เพิ่งเห็นว่าพี่บัวมาลงเรื่องใหม่
ลงชื่อติดตามด้วยคนนะคะ
ชอบจังแนวลูกกวาด อิอิ
คุณจันทร์เจ้าคนงามสงสัยจะได้กับคุณหมอศัตรูหัวใจเสียล่ะมั้ง 5555

ขอบคุณพี่บัวมากค่าา
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: iamtsubame ที่ 16-09-2015 01:52:05
เหวย เหวย เห็นชื่อคนแต่งก็รีบมาอ่านโดยไว :hao7:
จันทร์จ้าว....แค่ชื่อก็อยากให้เป็นนายเอก แต่ดูท่าแล้ว........ดูไม่ออก :m23:
รอตอนต่อไปดีกว่า :bye2: :pig4:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: lnudeel ที่ 17-09-2015 07:31:09
พี่จันทร์เจ้าชู้อะ. ระวังได้สามีเพอร์เฟ็คแทนนะคะ :hao7: :hao7:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: kaokorn ที่ 17-09-2015 17:43:06
ว้าว ดีใจมากเลยฮะที่ได้อ่านเรื่องที่คุณบัวแต่งอีก
บรรยายเรื่องได้ดีสมยุคเลยฮะ 555+ คุณพงศ์แทนตัวเองว่ากันซะด้วย
นึกถึงยุค พล นิกร กิมหงวน เลย รอติดตามตอนต่อไปฮะ
ยกมือสนับสนุนพีเรียดลูกกวาด สองข้างสูงๆเลยฮะ (anti-drama) อิอิ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๑ (๑๓ ก.ย. ๕๘)
เริ่มหัวข้อโดย: urmein ที่ 17-09-2015 19:23:53
น่าติดตามมากๆค่ะ
พีเรียดลูกกวาดต้องน่ารักมากแน่ๆๆ
รอติดตามนะคะ ><
หัวข้อ: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 17-09-2015 20:52:57
จันทร์จ้าว
By: Dezair
……………………………..
บทที่ ๒


นอกจากหม่อมหลวงพงศ์ภราธรแล้ว จันทร์จ้าวยังมีเพื่อนอีกหลายคนที่ต้องไปเยี่ยมเยียนตามประสาคนกลับจากต่างประเทศหมาดๆ คุณหญิงออกจะใจคอไม่สู้ดียามเห็นบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนออกไปเยี่ยมเพื่อน จะขัดใจก็ไม่กล้า เพราะเกรงว่าลูกจะหาว่าหล่อนจู้จี้ แต่ครั้นจะไม่ถามเลย ก็เห็นจะไม่ใช่คุณหญิงผกา



   “วันนี้จะออกไปไหนล่ะพ่อ”



วันนี้ บุตรชายคนรองก็ยังตื่นเช้าเช่นเคยเหมือนทุกวันที่ผ่านมาที่ติดรถพี่ชายอย่างอาทิตย์ไปนั่นมานี่ แล้วตอนเย็น อาทิตย์จึงจะรับกลับมาพร้อมกัน บางวันก็กลับเย็น บางวันก็กลับค่ำ อาทิตย์ยอมรับกับมารดาว่าเป็นเพราะเขาเองที่เลิกงานไม่เป็นเวลา จึงกลับได้ตามที่เวลาของตนสะดวกเท่านั้น



   “ไปตีเทนนิสครับ นัดกับคุณพงศ์เอาไว้แล้ว”



   “แต่เช้าอย่างนี้เลยหรือ” คุณหญิงถามต่อเมื่อบุตรชายทรุดตัวลงนั่งรับข้าวเช้ากับหล่อนเช่นเคย จันทร์จ้าวแย้มยิ้มกว้างอย่างเอาใจ



   “ตอนเช้านัดกับเพื่อนฝรั่งเอาไว้ จะคุยเรื่องธุรกิจก่อนครับ” เป็นว่าตอนเช้าทำงาน ตอนบ่ายไปตีเทนนิส คุณหญิงผกาพอจะใจชื้นขึ้นมาหน่อยแล้วถามต่อ



   “ตอนเย็นก็ให้อาทิตย์ไปรับกลับเหมือนเคยหรือ แม่บอกแล้วว่าให้ซื้อรถเสียที ไปชี้เอาที่ร้าน เอาคันที่เขามีอยู่แล้วก็ได้ ก็ไม่เอา” ความเรื่องมากและเลือกมาของจันทร์จ้าวนั้นลามไปแม้กระทั่งเรื่องรถ เพราะเจ้าตัวต้องการรถที่ต้องสั่งนำเข้าจากต่างประเทศเท่านั้น และต้องเป็นรุ่นที่ชอบ สีที่ใช่ จนบัดนี้ คุณหญิงจึงยังไม่ได้สั่งให้บุตรชายเสียที เพราะเจ้าตัวยังไม่มีที่ชอบและที่ใช่นั่นเอง



   “ผมไม่ได้ลำบากอะไรนี่ครับ ติดรถพี่อาทิตย์ก็ไม่เปลืองด้วย” คุณหญิงผกาก็ได้แต่ตามใจ จันทร์จ้าวกลับบ้านพร้อมอาทิตย์ก็ดีไปอย่าง อย่างน้อยหล่อนก็จะได้สบายใจว่าบุตรชายจะไม่ไถลไปที่ไหนกับผู้หญิงสักคนที่หล่อนไม่ชอบใจ



   “เอาเถอะ ตามใจแล้วกัน อาทิตย์ก็อย่าเลิกงานดึกนัก จะได้ไม่พากันกลับค่ำ”



   “ปล่อยลูกมันเถอะคุณหญิง อาทิตย์กับจันทร์ก็โตแล้ว ให้เขาดูแลตัวเองบ้าง” ท่านนายพลได้แต่ปรามความจู้จี้ของภริยา คุณหญิงผกาทำหน้าตึงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้โต้เถียงอะไร ก้มหน้ารับข้าวเช้าไปอย่างเงียบๆแล้วปล่อยให้บุตรธิดาทั้ง ๔พูดคุยกันเบาๆแทน


.........................................




   หลังจากแวะคุยงานกับเพื่อนฝรั่งที่สำนักงานตามที่บอกกำหนดการกับมารดาแล้ว จันทร์จ้าวก็แวะไปที่สโมสรเทนนิสในตอนบ่าย



   ที่นี่คราคร่ำไปด้วยผู้คน แม้จะเป็นวันธรรมดายามบ่ายก็ตามที สมัยนี้ผู้หญิงไทยก็ตีเทนนิสเป็นแล้ว แต่ส่วนใหญ่ไม่เก่งเท่าไรนัก ดูเหมือนพวกเธอจะมาเป็นดอกไม้ประดับข้างคอร์ดเสียมากกว่า ชายหนุ่มมองตามขาเรียวของสาวๆที่อยู่ในชุดกางเกงสั้นสำหรับเล่นกีฬาเสียเพลิน



   “อยู่ที่ไหนก็มองเป็นแต่ผู้หญิงหรือ” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรอดไม่ได้ต้องหยอกเพื่อนรักที่หาเรื่องขึ้นมานั่งพักริมคอร์ดทั้งที่ดูไม่เหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด



   “หืม? ก็มีให้มองก็มองซี” ปากว่า แต่สายตาไม่หันกลับมามองเพื่อนเลยสักนิด ดวงตากลมใหญ่ยังคงจับจ้องไปที่สตรีที่สนามถัดไป รอยยิ้มที่มองเห็นลักยิ้มบุ๋มนั้นถูกส่งไปยังหญิงสาวที่สวมกางเกงขาสั้นอวดเรียวขาขาว



   “ว่าก็ว่าเถอะ ขนาดตีเทนนิสไปมองผู้หญิงไป ก็ยังชนะ” นายวินิต เพื่อนที่รวมกลุ่มตีเทนนิสด้วยกันออกปากอย่างเจ็บใจ คราวนี้จันทร์จ้าวหันกลับมาหัวเราะ



   “แน่สิ ผมเป็นใคร”



   “ยังนี้น่าจะให้แข่งกับคุณหมอ” นายวินิตว่าอย่างนั้น ทำเอาจันทร์จ้าวขมวดคิ้วฉับ



   “คุณหมอ?” เขาทวนแล้วหันมองหม่อมหลวงพงศ์ภราธรราวกับต้องการการขยายความ



   “คุณหมอภวัตไงล่ะ! ไม่รู้จักคุณหมอภวัตหรือ? จริงสิ คุณจันทร์เพิ่งกลับจากอเมริกา คงยังไม่รู้จัก ไว้คราวหน้าจะแนะนำให้แข่งกัน ท่าจะสนุกพิลึก” นายวินิตพูดต่อแล้วหันไปยิ้ม ถ้าหากมีการแข่งกันจริง เขาคงนึกไม่ออกว่าจะลงพนันข้างไหนดี!



จันทร์จ้าวนั่งนิ่ง ขมวดคิ้วหน้าตึง ชื่อของ ‘คุณหมอภวัต’ ทำเขารู้สึกตะขิดตะขวงใจ ตั้งแต่กลับมาจากอเมริกา เขาได้ยินชื่อนี้มา ๒ ครั้งแล้ว ครั้งแรกคือที่วังฉัตร และครั้งที่ ๒ คือที่นี่ ดูเหมือน ‘คุณหมอภวัต’ จะเป็นคนมีชื่อเสียงของกรุงเทพฯเสียจริง



   “อะไร้ ทำหน้าเหมือนเด็กขี้อิจฉา” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรหยอกเพื่อนรัก และแน่นอนว่าจันทร์จ้าวสวนทันควัน



   “ผมไม่ได้อิจฉา”



   “เห็นอยู่ว่าอิจฉา อยากรู้จักคุณหมอไหมเล่า กันจะพาไปแนะนำ เมื่อตอนเข้ามาก็ว่าเห็นแว่บๆ คงอยู่แถวนี้ล่ะ” เพียงเท่านั้น จันทร์จ้าวก็กอดอกเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ปานจะไม่ลุก



   “ทำไมไม่พาคุณหมอของคุณพงศ์มาแนะนำกับผมล่ะ?!” เรื่องเจ้ายศเจ้าอย่างนั้นก็ไม่มีใครเกินจันทร์จ้าว รักษพิพัฒน์ หม่อมหลวงพงศ์ภราธรหัวเราะชอบใจกับท่าทางราวเด็กของเพื่อนรัก



   “แกมันขี้อิจฉาจริงๆ เอาเถอะ ไม่อยากรู้จักก็ไม่เป็นไร กรุงเทพฯเล็กเท่านี้ อีกเดี๋ยวคงได้เจอ ว่าแต่เราจะไปไหนต่อดี แกคงไม่อยากตีเทนนิสแล้วกระมัง”



   “ไปไหนไม่ได้ เสร็จจากนี่แล้วต้องไปดูหนัง”



   “แล้วไม่ต้องกลับกับคุณอาทิตย์หรือ” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรตั้งคำถาม จันทร์เจ้ายกยิ้มมุมปากให้เพื่อนรักแล้วลุกขึ้นยืน



   “กลับสิ แต่วันนี้พี่อาทิตย์กลับค่ำ ผมจะไปดูหนังก่อน”



   “เอ้า! คุณอาทิตย์กลับค่ำ แล้วแกจะไปดูหนังกับใคร?” ราชนิกูลหนุ่มยังคงสงสัย คราวนี้เพื่อนรักของเขาหัวเราะน้อยๆแล้วชูกระดาษแผ่นเล็กที่มีลายมือโต้ตอบของเขาและใครอีกคนให้ดู



   “กับคุณวนิดา”



   “คุณวนิดา?!” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรร้องด้วยความฉงน ก่อนจะตั้งคำถามต่อ


“คุณวนิดาไหน”


“เอ?...ไม่ทราบเหมือนกัน” คราวนี้ทั้งราชนิกูลหนุ่มแห่งวังฉัตรและนายวินิตพากันเกาศีรษะ



“นามสกุลล่ะ”



“ไม่รู้ซี เพิ่งรู้ชื่อเมื่อครู่นี้” คำพูดของจันทร์จ้าวไม่ให้ความกระจ่างเสียเท่าไร และดูเหมือนเจ้าตัวก็ไม่คิดจะอธิบายเพิ่มเติมเสียด้วย



   “ผมต้องไปก่อนล่ะ” เขาเอ่ยลา ก่อนจะเดินออกจากคอร์ด หญิงสาวเจ้าของรอยยิ้มหวานหยดเยิ้มที่คอร์ดข้างเคียงก็เดินออกจากสนามเช่นเดียวกัน แล้วคนทั้งคู่ก็เดินเคียงออกจากสโมสรเทนนิสไป ในขณะที่เสียงอื้ออึงของกลุ่มเพื่อนดังตามหลังด้วยสรรเสริญที่จันทร์จ้าวผู้มากเสน่ห์ลงไปเล่นเทนนิสได้ไม่นานและกลับขึ้นมานั่งริมคอร์ดอีกครู่ใหญ่ แต่สามารถพาหญิงสาวสวยออกจากสโมสรไปดูภาพยนตร์ได้แล้ว



   “ไม่ธรรมดาจริงๆ เพื่อนคุณพงศ์น่ะ” เสียงชมเชยของนายวินิตนั้นไม่ได้ทำให้หม่อมหลวงพงศ์ภราธรดีใจเลยแม้แต่น้อย เขาถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม



   ...พ่อพวงมาลัยอย่างจันทร์จ้าว ดูท่าแล้วคงไม่มีใครทำให้หมดฤทธิ์ได้หรอก...



.............................



   แน่นอนว่าเรื่อง ‘คุณวนิดา นามสกุลอะไรไม่ทราบ ที่บ้านทำมาหากินอะไรไม่เป็นที่ปรากฏ’ นั้น ไม่มีทางรู้ถึงหูคุณหญิงผกา จันทร์จ้าวไม่ได้โกหกมารดา เพียงแต่เขาบอกไม่หมดเท่านั้นเอง ว่าทุกวันที่ออกจากบ้านไปคุยธุรกิจกับเพื่อนฝรั่ง ไปเยี่ยมเยียนเพื่อนเก่าในกรุงเทพฯ ไปตีเทนนิสกับคุณพงศ์ ฯลฯ เขายังไปดูภาพยนตร์กับคุณวนิดา ไปรับประทานอาหารกลางวันกับคุณสายสมร หรือแม้แต่ไปเดินชมบรรยากาศยามเย็นกับคุณศรีอำไพ ชายหนุ่มไม่คิดว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องเสียหาย เขาฆ่าเวลารอกลับบ้านพร้อมอาทิตย์ ก็เหมือนไปตีเทนนิสกับคุณพงศ์นั่นล่ะ เพียงแต่ไม่ได้ไปตีเทนนิส และคนที่ไปด้วยไม่ใช่คุณพงศ์แต่เป็นผู้หญิงที่เป็นเพื่อนของเขา



และแน่นอน...ผู้หญิงชอบความเป็นหนึ่ง ดังนั้นทุกครั้งที่เขาไปกับพวกหล่อนเหล่านั้น เขาจึงเลือกที่จะไปกับคนใดคนหนึ่ง วันละคน ไม่ซ้ำคนในหนึ่งสัปดาห์...เท่านั้นเอง...



แต่แม้จะมีเพื่อนผู้หญิงมากมาย จันทร์จ้าวก็เป็นคนตรงเวลา หากนัดอาทิตย์ว่าจะกลับเวลาใด เขาก็จะมาปรากฏตัวที่กรมเพื่อรอกลับพร้อมพี่ชายเสมอ อาทิตย์จึงเอาหูไปนาเอาตาไปไร่บ้าง ยามมีคนมากระซิบว่าเห็นจันทร์จ้าวเดินอยู่กลางกรุงเทพฯโดยมีผู้หญิงขนาบข้างไม่ซ้ำหน้า



ทว่า...ไม่ใช่วันนี้



“จันทร์...” นายทหารหนุ่มเอ่ยปากเมื่อน้องชายก้าวขึ้นนั่งเบาะหน้าคู่กันในยามเย็น เตรียมตัวกลับบ้าน



“ครับ?” จันทร์จ้าวหันมามอง



“กลิ่นน้ำหอมผู้หญิง” อาทิตย์เตือน คนเป็นน้องเลยรีบยกแขนเสื้อตัวเองขึ้นดม แล้วก็ต้องเบ้หน้า



“คุณอรุณีใช้น้ำหอมแต่ละกลิ่น นี่แค่กอดแขนผมยังติดมา” เขาบ่น แต่ก็ไม่ทำอะไร เพียงแค่เอนหลังพิงพนักเท่านั้น



“คุณแม่จะจับได้เอา พี่ว่าจันทร์เลิกไปเที่ยวกับผู้หญิงดีกว่าไหม”



“พี่พูดเหมือนผมไปทำชั่ว พวกเขาก็เพื่อนผมทั้งนั้น...”



“แล้วก็เป็นเพื่อนผู้หญิงทั้งนั้น” อาทิตย์ต่อ จันทร์จ้าวเลยได้แต่เงียบไปครู่ แล้วค่อยเถียงต่อ



“เพื่อนผู้ชายก็มี แต่ไปดูหนังก็ต้องไปกับเพื่อนผู้หญิงไม่ใช่หรือ ไปทานไอศกรีมก็ต้องไปกับผู้หญิง ไปเต้นรำ ไปเดินเล่นก็ต้องไปกับผู้หญิง ไปกับเพื่อนผู้ชายจะสนุกอะไร”



“ถ้าอย่างนั้นก็หาเพื่อนผู้หญิงที่ดีกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือ” จันทร์จ้าวทำหน้าหน่าย วันนี้เขาเบื่ออรุณีที่เอาแต่พันแข้งพันขาตลอดเวลา ฉุนกลิ่นน้ำหอมของเธอ และไม่ถูกปากร้านอาหารที่เธอเลือก ซ้ำยังมาถูกพี่ชายบ่นเข้าอีก คนเป็นน้องเลยพาลพาโลเอาเสียเลย



“ก็ได้ๆ! คราวหน้าผมจะไปกับเพื่อนผู้หญิงดีๆแล้วกัน!!” พอน้องชายโพลงออกมาอย่างนั้นอาทิตย์ก็อ่อนใจจะดุ เขาได้แต่ถอนหายใจยาวแล้วไม่พูดอะไรอีก ตั้งหน้าตั้งตาขับรถ ทว่า...คนที่นั่งข้างเขากลับดูเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง



“ผู้หญิงดีๆที่ผมไปไหนด้วยได้โดยที่คุณแม่ไม่ว่านี่ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้างหรือ?”



แล้วจู่ๆ เจ้าตัวก็ตั้งคำถามอย่างที่อาทิตย์ไม่คิดว่าจะได้ยิน นายทหารหนุ่มผู้อยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีงามชะงักไปในทันที เขาหันมองจันทร์จ้าวเหมือนไม่คิดว่าจะได้ยินคำถามนี้ ทว่าน้องชายของเขากลับทอดสายตามองออกไปนอกกระจกรถราวกับกำลังตกอยู่ในภวังค์



“ต้องเป็นกุลสตรีใช่ไหม? ต้องมีชาติตระกูล ต้องมีการศึกษา แต่ผมชอบผู้หญิงสวย เพราะฉะนั้นก็ต้องเป็นผู้หญิงที่สวยด้วย...อืม...” จันทร์จ้าวพึมพำแต่ทุกคำเข้าหูพี่ชายทั้งหมด แล้วอึดใจต่อมา รอยยิ้มก็ปรากฏที่มุมปากจนลักยิ้มบุ๋มลงไปที่แก้มซ้าย เจ้าตัวหันกลับไปมองพี่ชาย



   “พี่อาทิตย์รู้จักคุณพิมน้องคุณพงศ์ใช่ไหม”



“ก็...พอรู้จักอยู่”



“ผมตัดสินใจแล้ว เป็นคุณพิมแล้วกัน ผมเคยเห็นในรูปถ่าย เธอสวย คุณชายฉัตรก็เคยชมเรื่องเธอให้ผมฟังว่าทั้งเก่งทั้งมีความสามารถ พี่อาทิตย์นัดเธอมาเจอผมได้ไหม ที่จริงผมก็อยากให้คุณพงศ์เป็นคนนัดให้ แต่เกรงว่าคุณพงศ์จะหวงน้อง วานพี่อาทิตย์แทนแล้วกัน”



   “วานพี่?!!” อาทิตย์ร้องอย่างตกใจ



   “ก็ใช่น่ะซี ตั้งแต่ผมกลับมา ยังไม่ได้เจอกันสักที ไปที่วังฉัตรทีไรก็คลาดกันทุกครั้ง”



“แล้ว...แล้วพี่จะไปนัดคุณพิมเธอมาได้อย่างไร?!” อาทิตย์มองไม่เห็นทาง เขาเป็นทหาร ในขณะที่ราชนิกูลสาวเป็นครูที่โรงเรียนสตรี จริงอยู่ว่าน้องสาวของเขาก็ทำงานอยู่ที่นั่น แต่เขาก็ไม่คิดว่าตัวเองควรจะเข้าไปยุ่มย่ามในโรงเรียนสตรี



“โธ่! จะไปยากอะไร พี่อาทิตย์ก็ไปวานดาราอีกที ผมวานดาราไม่ได้หรอก ดาราชอบขุ่นผมเรื่องผู้หญิง ถ้าเป็นพี่อาทิตย์ ดาราต้องนัดคุณพิมให้แน่”



   “แต่...” อาทิตย์ผู้เถรตรงพูดไม่ออก เขาไม่เคยคิดเรื่องพรรค์นี้อย่างซับซ้อนเช่นจันทร์จ้าวมาก่อน ประเภทวานคนนั้นให้ไปขอคนนี้มาช่วยเหลือเพื่อแนะนำผู้หญิงสักคน อาทิตย์ รักษพิพัฒน์ไม่มีทางทำเช่นนั้น แต่...ไม่ใช่จันทร์จ้าว รักษพิพัฒน์



   “พี่อาทิตย์ก็บอกไปว่าพี่จะไปด้วย มีผม มีพี่ มีดารา มีนภา แล้วก็มีคุณพิม ไปหาภัตตาคารดีๆทานข้าวกัน เอาเป็นพรุ่งนี้ตอนเย็นไหม พี่เลิกงานเร็วหน่อย รับผม รับนภา รับดาราและคุณพิม แล้วเราไปเยาวราชกัน”



   “เยาวราช?!!” อาทิตย์ยังตกใจไม่เลิก แต่จันทร์จ้าวกลับตบไหล่พี่ชายเหมือนฝากฝัง



   “ตามนี้แล้วกัน ผมฝากด้วย ถ้าคราวต่อไปผมไปเที่ยวกับคุณพิม พี่จะได้เลิกกังวลว่าคุณแม่จะจับได้อย่างไรล่ะ” แล้วคนน้องก็เหมือนจะไม่สนใจอะไรอีก ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างรถ ในขณะที่อาทิตย์ได้แต่อ้าปากค้างและขับรถกลับบ้านอย่างที่เรียกว่าแทบจะไร้สติ


..................................
   



   ดึกมากแล้ว แต่อาทิตย์ รักษพิพัฒน์ยังคงเดินวนไปวนมาอยู่ที่หน้าห้องพักผ่อนของน้องสาวคนเล็ก ชายหนุ่มอยากจะยกมือเคาะประตูเพื่อขอคุยด้วยเป็นการส่วนตัว แต่...เรื่องที่จะคุยนั้นช่างตะขิดตะขวงใจเขาเสียเหลือเกิน



   ‘...จะไปยากอะไร พี่อาทิตย์ก็ไปวานดาราอีกที...’ 



เรื่องไหว้วานคนอื่นนั่นล่ะยาก! อาทิตย์ถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างคิดไม่ตก นี่เขาต้องวานดารารัษมีจริงหรือ...ถ้าหากเขาไม่ทำ จันทร์จ้าวก็จะไม่ได้รู้จัก ‘คุณพิม’ เสียที แล้วถ้าเป็นเช่นนั้น น้องชายของเขาก็จะไปเที่ยวกับผู้หญิงเหลวๆพวกนั้น ในที่สุดมารดาก็อาจจะจับได้ แล้วถ้าถึงตอนนั้น...ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคุณหญิงผกาจะเป็นเช่นไร



...แต่...ถ้าจันทร์จ้าวรู้จัก ‘คุณพิม’ แล้วเกิดชอบพอกับสตรีผู้นั้น...



   อาทิตย์คิดถึงถึงเรื่องนี้แล้วสีหน้าก็หม่นหมอง เขาไม่มีสิทธิ์หวงแหนใครทั้งนั้น ถ้าหากตัวเองเป็นฝ่ายที่ไม่กล้าเผยความในใจ หากหม่อมหลวงพิมพัชราเลือกจันทร์จ้าว เขาก็คงทำได้แค่ยินดีด้วย ชายหนุ่มพยายามกดเก็บความรู้สึกมากมายลงไปในอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนจะสูดลมหายใจลึกราวกับตัดสินใจ เขายกมือขึ้นเคาะประตูห้องพักผ่อนส่วนตัวของน้องสาว รออยู่อึดใจหนึ่ง บานประตูก็เปิดออก ดารารัษมีโผล่หน้าออกมา



   “มีอะไรหรือคะพี่อาทิตย์”



   “คือ...เอ่อ...คือ...พรุ่งนี้...พรุ่งนี้ดาราว่างไหม”



   “ดารามีสอนค่ะ”



   “ไม่...พี่...พี่หมายถึงตอนเย็น...เอ่อ...คุณพิมด้วย...เอ่อ...” พอหลุดปากเรื่อง ‘คุณพิม’ ออกไปแล้ว อาทิตย์ก็นึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ควรออกตัวเรื่องราชินกูลสาวผู้นั้นไปก่อนเลย



   “คุณพิม?...พี่อาทิตย์หมายความว่าอย่างไรคะ”



   “คือ...” พอถูกน้องสาวถามย้ำมาเช่นนั้น อาทิตย์ก็ยิ่งอึกอัก ก่อนที่สุดท้ายเขาจะตัดสินใจพูดความจริง



   “จะชวนไปรับประทานอาหารเย็นที่เยาวราช ชวนคุณพิมด้วย”



   “ชวนดารากับคุณพิมหรือคะ” ดารารัษมีออกจะสงสัยเป็นที่สุด เพราะอาทิตย์นั้นเป็นพี่ชายอย่างที่เป็นสุภาพบุรุษชนิดที่แทบไม่ข้องแวะกับผู้หญิงด้วยซ้ำ กับหล่อนที่เป็นน้องสาว ยังนับครั้งได้ที่เขาจะชวนไปไหนมาไหน แต่ถ้าหากเป็นหล่อนออกปากชวน แม้ว่าเขาจะยุ่งเพียงใด แต่ก็จะพยายามไปตามคำชวนของหล่อนทุกครั้ง แต่ทำไมครั้งนี้...เขาถึงเป็นฝ่ายชวนเสียเอง? ซ้ำยังให้ชวน ‘คุณพิม’ อีก



   “ใช่...ชวนนภาด้วย เอ่อ...ไปกันหลายๆคน มีพี่ มีจันทร์ มีนภา มีดาราแล้วก็คุณพิม...”



   “แล้วทำไมต้องมีคุณพิม” ดารารัษมีตั้งคำถามด้วยความสงสัย ดวงตากลมจับจ้องพี่ชายอย่างจับผิด ซึ่งหากคนตรงหน้าเป็นจันทร์จ้าว หล่อนคงยิ่งซักกว่านี้ แต่นี่...ไม่ต้องซัก อาทิตย์ก็อึกอักให้เห็นแล้ว หญิงสาวจับจ้องพี่ชายที่ยังคงมีท่าทีแข็งเกร็งแล้วก็นึกรู้ว่านี่คงไม่ใช่ความคิดของอาทิตย์แน่ๆ



   ...ต้องมีใครสักคนขอให้อาทิตย์มาชวนหล่อน ชวนนภาสรวง และชวน ‘คุณพิม’...



   “พี่จันทร์ให้พี่อาทิตย์มาชวนใช่ไหม” ความเงียบของอาทิตย์ทำเอาดารารัษมีนึกเคืองพี่ชายคนรองที่คิดจะใช้หล่อนและอาทิตย์เป็นสะพานไปหา ‘คุณพิม’ หญิงสาวก้าวออกจากห้องตั้งท่าจะไปเอาเรื่องจันทร์จ้าวที่ห้องส่วนตัวของฝ่ายนั้น แต่อาทิตย์คว้าแขนเอาไว้เสียก่อน



   “พี่เองก็อยากไป...” เขายอมรับอย่างเก้อๆ



   “เอ่อ...ดาราก็เห็น...พี่แทบไม่ได้ไปไหน ถ้าไม่ไปกรมก็กลับบ้าน เยาวราชก็ไม่ได้ไปนานแล้ว แล้ว...ก็เป็นโอกาสดี ที่พวกเราจะได้ไปด้วยกัน เอ่อ...โดยที่มีคุณพิมไปด้วย...” ท่าทางของอาทิตย์นั้นดูน่าสงสารเมื่อเขาสารภาพว่าตนเองแทบไม่ได้ใช้ชีวิตเฉกเช่นหนุ่มฉกรรจ์ทั่วไป ไม่ได้มีสังคมรื่นเริง ไม่ได้คบค้าสมาคมกับเพื่อนฝูงมากกว่าเพื่อนที่ทำงาน ดารารัษมีมองใบหน้าของพี่ชายแล้วได้แต่ถอนหายใจ



   “ดาราจะชวนคุณพิมให้ แต่ไม่รับปาก ว่าคุณพิมจะไปไหม”



   “ขอบใจมากนะดารา” อาทิตย์ส่งยิ้มจางให้น้องสาว



   “ถ้าเป็นพี่อาทิตย์ชวนเอง ดาราจะตั้งใจชวนคุณพิมมากกว่านี้ แต่นี่เป็นพี่จันทร์...ดาราไม่สนับสนุน คุณพิมเธอดีเกินกว่าผู้ชายมากรักอย่างพี่จันทร์!” ดารารัษมีว่าอย่างนั้นแต่ไม่วายส่งสายตาขุ่นเคืองไปยังประตูห้องนอนของพี่ชายคนรองที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องไปโดยทิ้งอาทิตย์ไว้เช่นนั้น ชายหนุ่มมองบานประตูห้องพักผ่อนของน้องสาวที่ปิดลง แล้วได้แต่เงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่อยู่เหนือเรือนไทยรักษพิพัฒน์



   ...หากเป็นเขาชวนหรือ...



เขาจะชวนได้อย่างไรกัน ผู้ชายที่วันๆทำแต่งานและไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆเช่นเขา ไม่มีค่าพอจะชวน ‘คุณพิม’ ไปเที่ยวที่ใดหรอก

.........................................



   แม้ดารารัษมีจะออกปากแล้วว่าไม่รับปาก แต่ในเย็นวันต่อมา เมื่อรถโฟล์คสีดำสนิทของอาทิตย์เลี้ยวเข้ามาในโรงเรียนสตรีกัลยาณี ข้างกายดารารัษมีที่ยืนรออยู่ก็มีสตรีอีกคนยืนเคียงข้าง จันทร์จ้าวเห็นร่างแบบบางนั้นตั้งแต่รถยังขับไปไม่ถึงคนทั้งคู่ แค่เห็นจากที่ไกลเขาก็จำได้ในทันทีว่าสตรีผู้นั้นเป็นคนเดียวกับสตรีในกรอบรูปที่คุณชายฉัตรให้เขาดู



   ...หม่อมหลวงพิมพัชรา...



   รถโฟล์คจอดทั้งที่ยังติดเครื่อง ดารารัษมีก็เปิดประตูที่นั่งตอนหลังแล้วส่งเสียงเข้าไปทักทาย



   “สวัสดีค่ะพี่อาทิตย์ พี่จันทร์ นภา” หล่อนว่าอย่างนั้นแล้วก้าวเข้าไปนั่งข้างพี่สาวแฝด ขยับที่ให้เหลือเพียงพอสำหรับแขกผู้มีเกียรติอีกหนึ่ง



   “สวัสดีค่ะคุณอาทิตย์” หล่อนส่งเสียงมาก่อน อาทิตย์เพียงแค่หันไปค้อมศีรษะทักทายเพราะอีกฝ่ายอายุน้อยกว่าเขาหลายปี จันทร์จ้าวหันไปดูบ้าง ระยะใกล้เพียงเท่านี้ทำให้เขามองเห็นความงามหมดจดของ ‘คุณพิม’



   ...ไม่เสียแรงที่ไหว้วานพี่อาทิตย์ให้มาชวน!...



   “สวัสดีค่ะ คุณจันทร์ ไม่เจอกันนานนะคะ” เธอหันมาทักเขาแล้วยกมือไหว้ มันออกจะคับแคบไปสักหน่อยที่จันทร์จ้าวซึ่งนั่งหน้าต้องเอี้ยวตัวไปรับไหว้ แต่เขาก็คิดว่ารอยยิ้มมีเสน่ห์ของตนคงจะพอทำให้ ‘คุณพิม’ สนใจเขาอยู่บ้าง



   ราชนิกูลสาวผู้เป็นทายาทอีกคนของวังฉัตรก้าวขึ้นรถเรียบร้อย รถโฟล์คสีดำของอาทิตย์ก็เคลื่อนตัวออกจากโรงเรียนสตรีกัลยาณี


........................................

หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 17-09-2015 20:54:28
   แม้จะขุ่นเคืองพี่ชายคนรองทุกครั้งที่เขาไถลไปกับผู้หญิงชนิดไม่ดูหัวนอนปลายตีน แต่ดารารัษมีก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมว่าจันทร์จ้าวเป็นคนช่างคุยและมีมิตรไมตรีดีเยี่ยม แม้วันนี้จะเป็นครั้งแรกในรอบ ๖ ปีที่ได้พบหน้ากัน แต่จันทร์จ้าวก็สามารถสร้างความสนิทสนมขึ้นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว



   “คุณจันทร์คงเป็นนักเรียนที่เฮี้ยวน่าดู พิมโชคดีเหลือเกินค่ะ นักเรียนของพิมไม่มีเฮี้ยวอย่างคุณจันทร์สักคน” ความสนิทสนมทำให้หม่อมหลวงพิมพัชราหยอกล้อคุยเล่นกับชายหนุ่มได้อย่างสนิทใจ ดารารัษมีซึ่งคบหากับเธอมานาน ยังดูออกว่ามิตรภาพของคนทั้งคู่งอกงามรวดเร็วราวกับคู่สร้างคู่สม



   “โถ! แต่สมัยผมเป็นนักเรียน ผมล่ะอยากได้ครูอย่างคุณพิมนะครับ นี่อะไร้! ผมเจอแต่ครูดุๆทั้งนั้นเลย ถูกลงโทษแต่ละที โดนตีจนขาลายไปหมด ครั้งหนึ่งผมเคยหนีเรียน อ้ายเราก็นึกว่าถ้าหนีเรียนแล้วยกโต๊ะไปซ่อนที่อื่นด้วย ครูจะไม่ทันสังเกต แต่กลายเป็นว่าครูท่านนั้นเรียกชื่อทีละคน พอเรียกมาถึงเด็กชายจันทร์จ้าว รักษพิพัฒน์เท่านั้นล่ะ ความเลยแตก ว่าหนีเรียนแล้วยังริเอาโต๊ะเรียนไปเก็บที่อื่นด้วย” คนทั้งโต๊ะหัวเราะไปกับเรื่องเล่าสมัยเด็กของเขา แม้กระทั่งดารารัษมียังอดไม่ได้ที่จะสนุกไปกับเรื่องของพี่ชายคนรอง



   “แล้วถูกลงโทษอย่างไรคะ” หญิงสาวผู้ไม่ได้ใช้สกุลรักษพิพัฒน์เพียงคนเดียวในโต๊ะตั้งคำถามด้วยความอยากรู้



   “ถูกตี แต่จำไม่ได้แล้วว่ากี่ที แล้วก็ถูกสั่งให้ทำความสะอาดโต๊ะเรียนทั้งหมดในห้อง ในห้องมีร่วม ๒๐ โต๊ะได้แน่ะครับ ก็เลยต้องอยู่เย็นกว่าทุกวัน ไม่ได้กลับบ้านพร้อมคนอื่นๆเขา รถที่บ้านมารับก็ต้องให้รถรับพวกนี้เขาไปก่อน คุณแม่ท่านก็เลยสงสัยว่าทำไมมีแต่ผมที่ยังไม่กลับ เลยนั่งรถมาหาผมที่โรงเรียน กลายเป็นว่าคุณแม่มาเจอคุณครูท่านนั้นพอดี แล้วหลังจากนั้น...อย่างถามผมเลยนะครับ ว่าถูกริบค่าขนมไปอีกเท่าไร” หน้าตาทำเป็นเศร้าของจันทร์จ้าวยิ่งทำให้คนฟังหัวเราะอย่างสนุกสนาน



   “นภาจำได้ ตอนนั้นพี่จันทร์ถูกลงโทษให้ไปนอนในห้องของคุณพ่อคุณแม่ เพราะคุณแม่เกรงว่าถ้าพี่จันทร์นอนห้องตัวเองแล้วจะไม่ยอมทำการบ้านด้วย” นภาสรวงเสริมขึ้นมา จันทร์จ้าวพยักหน้าหงึกหงัก



   “ใช่ ไปนอนห้องคุณพ่อคุณแม่เป็นเดือนเลย กว่าจะได้กลับมานอนห้องตัวเองอีก”



   “คุณหญิงท่านคงเกรงว่าคุณจันทร์จะเกเรนะคะ” ราชนิกูลสาวเอ่ย



   “แต่ผมก็ไม่เกเรนะครับ! ที่เห็นว่าหนีเรียนก็เพราะวิชานั้นมันง่ายออกจะตายไป สู้เอาเวลาไปเก็บมะม่วงหลังโรงเรียนมากินก็ไม่ได้” คราวนี้คุณครูผู้แสนใจดีของโรงเรียนสตรีกัลยาณีถึงกับทำตาโต



   “นี่อย่าบอกนะคะว่าหนีเรียนเพื่อไปเก็บมะม่วง?!” ไม่มีคำตอบจากชายหนุ่ม แต่แค่ใบหน้าเหมือนจะยอมรับอยู่ในทีของเขาก็ทำให้คนรอบข้างหัวเราะได้อย่างง่ายดาย



   “พี่จันทร์นี่น่าเกลียดจริง! นี่ดาราไม่รู้มาก่อนว่าตอนที่หนีเรียนคราวนั้น หนีเพื่อไปเก็บมะม่วง!” ดารารัษมีบ่นพี่ชายอย่างไม่จริงจังนัก เพราะทั้งระอา ทั้งขำ จันทร์จ้าวเป็นคนแผลงอย่างนี้เสมอ แต่ละเรื่องของเขาพอนำมาเล่าสู่กันฟังแล้วแม้จะเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่เพราะเป็นจันทร์จ้าว รักษพิพัฒน์จอมแผลง เรื่องเช่นนี้ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ



   “ถ้าพิมเป็นคุณครูท่านนั้น พิมคงโกรธจนพูดไม่ออกแน่ค่ะ มีอย่างที่ไหน เรารึก็ตั้งใจมาสอน นักเรียนกลับเห็นมะม่วงดีกว่าวิชาของเราเสียได้” แล้วหลังจากเรื่องหนีเรียนเก็บมะม่วงของจันทร์จ้าว ก็มีอีกหลายเรื่องซึ่งล้วนเป็นเรื่องแผลงของเขาทั้งสิ้น แต่ทั้งอย่างนั้นกลับไม่ใช่เรื่องตลกหยาบโลนเลยแม้แต่นิด ชายหนุ่มทำตัวสมเป็นบุตรชายของพลตำรวจโทเดชและคุณหญิงผกา เป็นสุภาพบุรุษและปัญญาชนได้อย่างดีเยี่ยม



   หลังจากรับประทานอาหารไปได้พักใหญ่ จันทร์จ้าวก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ดารารัษมีเห็นว่าเป็นการดีที่หล่อนจะได้พูดคุยกับพี่ชายคนรองอย่างส่วนตัว จึงขอไปห้องน้ำด้วยเช่นกัน



   ชายหนุ่มออกจากห้องน้ำเมื่อจัดการธุระเรียบร้อย ก็พบว่าน้องสาวยืนแกร่วรออยู่ข้างหน้าทั้งที่น่าจะกลับโต๊ะไปก่อน



   “มีอะไรหรือ” เขาถามราวกับรู้ตัว ดารารัษมีหันมามองหน้าเขา ก่อนจะเหลือบตากลับไปมองโต๊ะของพวกตนที่อยู่ไกลลิบๆ ในภัตตาคารจีนวันนี้คนหนาแน่นเป็นพิเศษ ไม่มีโต๊ะว่างเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นคนที่โต๊ะก็ไม่น่าจะสังเกตเห็นว่าหล่อนและพี่ชายกำลังยืนคุยกันอยู่หน้าห้องน้ำ



   “คุณพิมดูท่าจะชอบพี่จันทร์” หล่อนพูด ด้วยเพราะสนิทสนมกับหม่อมหลวงพิมพัชรามานาน มีหรือจะไม่รู้ว่าเพื่อนร่วมงานผู้นั้นออกจะถูกใจความมีมิตรไมตรีของพี่ชายหล่อน และสิ่งเดียวทีดารารัษมีคิดว่าตนควรทำ คือทำอย่างไรก็ได้ให้พี่ชายมากรักของหล่อนจริงจังกับความรู้สึกของสตรีผู้นั้น หากจันทร์จ้าวชอบพอก็ขอให้เรียนรู้นิสัยใจคอราชนิกูลสาวเพียงผู้เดียวอย่าไปเที่ยวข้องแวะกับสตรีใด แต่ถ้าหากมองเห็นเป็นเพียงเพื่อน ก็ขอให้อย่าโปรยเสน่ห์ไปมากกว่านี้เลย



   จันทร์จ้าวหัวเราะในลำคอ พลางมองตรงไปที่โต๊ะ ดูเหมือนจะมีคนรู้จักแวะเข้ามาทักทายด้วย เขาไม่รู้ว่าชายหนุ่มร่างสูงที่เข้าไปทักทายนั้นเป็นใครและรู้จักกับใคร แต่ก็เห็นทั้งพี่ชาย น้องสาวและหม่อมหลวงพิมพัชราพูดคุยและยิ้มแย้มราวกับสนิทสนมกันดี



   “เธอชอบพี่เพราะเห็นว่าพี่คุยสนุกก็เท่านั้น” เขาเปรยอย่างรู้จักนิสัยผู้หญิงดี ชายหนุ่มคบหากับผู้หญิงมามากมาย มีหรือเขาจะไม่รู้ว่าผู้หญิงคนใดคาดหวังอะไรจากเขา บางคนเข้าหาเขาเพราะเขาเป็นคนสนุกสนาน บางคนเข้าหาเขาเพราะต้องการความโก้หรู และบางคนเข้าหาเขาเพราะต้องการผูกมัด



   “พี่จันทร์พูดอย่างนี้หมายความว่าไม่จริงจังกับคุณพิมใช่ไหมคะ” ดารารัษมีถามตาเขียว ทว่าจันทร์จ้าวกลับหัวเราะน้อยๆ


   “พี่จริงจังกับคุณพิมในฐานะเพื่อนเท่านั้น คุณพิมเองก็คิดกับพี่ในฐานะเพื่อนเช่นเดียวกัน”



“พี่พูดอย่างกับว่าไม่ถูกใจคุณพิมอย่างนั้นล่ะ! นั่นหม่อมหลวงพิมพัชราเชียวนะคะ ทั้งสวยทั้งเก่ง มีดีทุกอย่าง” ดารารัษมีดูแคลนพี่ชาย เพื่อนของหล่อนดีไม่มีที่ติ พี่ชายคนรองกลับมองข้ามเสียอย่างนั้น แล้วไปเที่ยวเล่นกับพวกผู้หญิงเหลวๆที่วันๆไม่ทำมาหากิน เอาแต่ชะเง้อขะแง้มองตามผู้ชาย อย่างนี้ใช้ได้ที่ไหน



“คุณพิมเธอสวย เธอเก่ง และเธอมีดีทุกอย่าง...แต่...พี่ชอบผู้หญิงที่ยอมอ่อนข้อให้พี่มากกว่านี้อีกหน่อย” จันทร์จ้าวพูดตรง หม่อมพลวงพิมพัชรามีดีทุกอย่าง ตอนแรกเขาก็คิดว่าเธอเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้หญิงที่จะมาเป็นคู่ชีวิตของเขา แต่พอได้รู้จักกันวันนี้ ได้พูดคุย ได้ถามไถ่ เขาก็พบว่าเธอมีความสามารถ เธอเก่ง เธอฉลาด...เทียบเท่ากับเขา หรือบางทีอาจจะมากกว่าเขาด้วยซ้ำไป แบบนี้ไม่ได้...เขายอมให้ใครมาเดินนำหน้ามากๆไม่ได้หรอก อกจะแตกตายเอาวันใดก็วันหนึ่ง



   “พี่จันทร์นี่เรื่องมากจริง!” ดารารัษมีได้แต่บ่นพี่ชายหน้าง้ำหน้างอ


   “อย่าพูดเรื่องพี่เลย พูดเรื่องพี่อาทิตย์จะดีกว่า”



“เรื่องพี่อาทิตย์?”



“...พี่อาทิตย์ดูท่าจะชอบคุณพิม”



   “พี่พูดอะไรน่ะ?!” ดารารัษมีหันขวับไปถามทันควัน



   “ดูไม่ออกหรือ?” คราวนี้เป็นฝ่ายจันทร์จ้าวหันมาย้อนถามน้องสาว ดารารัษมีมองกลับไปที่โต๊ะ พี่ชายคนใหญ่ของหล่อนยังคงนั่งนิ่งราวปูนปั้น อันที่จริง ตั้งแต่รับหล่อนและเพื่อนจนมาถึงภัตตาคาร ก็แทบจะไม่ได้ยินเสียงอาทิตย์เสียด้วยซ้ำ นอกจากการเออออรับคำและเสียงหัวเราะของเขาในบางที



   “พี่อาทิตย์น่ะหรือ ชอบคุณพิม...พี่จันทร์ทราบได้อย่างไร” หล่อนได้แต่ทวนอย่างไม่เชื่อ



“พุทโธ่! พี่อาทิตย์เป็นคนไม่ค่อยพูดก็จริง แต่ตอนนี้ที่เป็นอยู่ ไม่ใช่แค่ไม่ค่อยพูด แต่ยังเกร็งอีกต่างหาก แล้วทั้งโต๊ะ ก็มีผู้หญิงแค่ ๓ คน พี่อาทิตย์จะเกร็งเพราะนภากับดาราก็เห็นจะเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น หนึ่งเดียวที่จะทำให้พี่อาทิตย์นั่งตัวตรงเด่ได้ขนาดนั้นก็คือคุณพิม...”



ดารารัษมีได้แต่ยกมือขึ้นทาบอกด้วยความตกใจ



“ดาราไม่ทราบมาก่อนเลย...พี่จันทร์ทราบตั้งแต่เมื่อไรคะ”



“เมื่อกี้น่ะซี แต่ไม่ทราบเหมือนกันว่าพี่อาทิตย์ชอบคุณพิมมานานรึยัง ดารานั่นล่ะ เคยสังเกตอะไรบ้างไหม” หญิงสาวทำหน้าตาครุ่นคิด สำหรับหล่อนแล้ว การที่อาทิตย์ไม่ค่อยพูดนั่นถือเป็นเรื่องปกติของเขา และไม่ว่าจะวันนี้หรือวันไหน อาทิตย์ก็ไม่ค่อยพูดเช่นนี้เสมอ



“ดาราไม่ทันสังเกตหรอกค่ะ ตายจริง...ตอนงานเลี้ยงต้อนรับคุณพิมเมื่อวันก่อนที่พี่จันทร์จะกลับมา ดารายังพูดเล่นกับนภาต่อหน้าพี่อาทิตย์อยู่เลย ว่าคุณพิมเธอน่าจะเหมาะกับพี่จันทร์ ถ้าหากพี่อาทิตย์เธอชอบของเธอมาตั้งแต่ตอนนั้น...โธ่! ดาราทำให้พี่อาทิตย์เสียใจหรือนี่!...” แม้จะไม่ใช่คนขี้สงสาร แต่กับพี่ชายที่ทั้งเงียบทั้งขรึมอย่างอาทิตย์ ดารารัษมีก็อดไม่ได้ที่จะนึกสงสารเขากับสิ่งที่หล่อนเคยหลุดปากออกมา



จันทร์จ้าวมองน้องสาวแล้วหัวเราะเบาๆ



“อย่าเสียใจไปเลยดาราที่รัก จากนี้เรามาช่วยให้พี่อาทิตย์สมหวังกันดีกว่า”



“ช่วยพี่อาทิตย์หรือคะ?!”



“ใช่ซีจ้ะ”



“พี่จันทร์จะช่วยอย่างไรคะ?!” ดารารัษมีร้องถามอย่างกระตือรือร้น


“ง่ายนิดเดียว ดาราอย่าขวางพี่แล้วกัน ให้พี่จัดการเอง“ หญิงสาวมองพี่ชายคนรองอย่างไม่วางใจนัก แต่ถึงแม้จันทร์จ้าวจะไม่ใช่บุรุษที่ดี ซ้ำยังรักแต่เที่ยวเล่น แต่เขาก็ไม่เคยทำร้ายพี่น้องคนใดทั้งนั้น จันทร์จ้าวมองตรงไปที่โต๊ะของพวกตนอย่างหมายมั่นปั้นมือ คนที่แวะเข้าไปทักทายหมุนตัวกำลังจะเดินกลับไปที่โต๊ะแล้ว และนั่นทำให้ชายหนุ่มเห็นว่าคนที่เข้าไปทักพี่ชายน้องสาวของเขาคือใคร


   เขาเบิกตาโตด้วยความตกใจ แล้วเรื่องของอาทิตย์ก็ปลิวออกจากหัวอย่างรวดเร็ว


...กรุงเทพฯเล็กอย่างว่าจริงด้วย!!...


   “นั่นมัน!!...”



ดารารัษมีหันกลับไปมองบ้างเมื่อเห็นว่าพี่ชายของหล่อนตาค้าง



   “อ้อ...นั่นคุณหมอภวัต...” คำพูดของหล่อนเหมือนฉุดความทรงจำของจันทร์จ้าวเมื่อครั้งไปที่วังฉัตรครั้งแรกนับแต่กลับมาจากอเมริกาให้ผุดขึ้นมาในหัว



   ...นั่นมันคนที่คุณชายฉัตรเรียกไปดูตัวเพื่อคุณพิม!!!...



   “กลับโต๊ะเถอะดารา ก่อนที่พี่อาทิตย์จะชวดคุณพิมไปทั้งชีวิต!” จันทร์จ้าวพูดเพียงเท่านั้นก็เดินกลับไปที่โต๊ะทันที คนเป็นน้องได้แต่มองตามด้วยความสงสัย แต่ก็รีบก้าวเท้าตาม ทว่าเมื่อกลับถึงโต๊ะ คนที่เข้ามาทักทายรายนั้นก็เดินกลับโต๊ะตัวเองไปแล้ว จันทร์จ้าวหันมองไปรอบตัว แต่เพราะในภัตตาคารนั้นกว้างขวางและหนาแน่นไปด้วยผู้คนจำนวนมาก เขาจึงได้แต่หงุดหงิดที่ไม่ได้เจอหน้ากันตรงๆเสียที



   “พี่จันทร์มองหาใครหรือคะ” นภาสรวงเงยหน้าถามพี่ชายที่เอาแต่มองไปทั่ว



   “ช่างเถอะ เราไปทานไอศกรีมกันต่อดีไหม” เขาบอกปัดไปอีกเรื่อง แล้วหันกลับมาให้ความสนใจกับคนทั้งโต๊ะแทน ‘หมอภวัต’ อยู่ที่นี่เวลานี้ เขาก็ควรพาอาทิตย์และหม่อมหลวงพิมพัชราไปที่อื่น!



   “คุณพิมชอบทานไอศกรีมไหมครับ ผมมีร้านแนะนำ ร้านนี้มีไอศกรีมแบบแปลกๆด้วยนะครับ”



   “ชอบอยู่หรอกค่ะ แต่พิมออกจะหวั่นคำว่าแปลกของคุณจันทร์นะคะ” แล้วหลังจากนั้นก็กลายเป็นการพูดคุยระหว่างจันทร์จ้าว หม่อมหลวงพิมพัชราและนภาสรวง ในขณะที่อาทิตย์ยังคงเงียบขรึมและเป็นผู้ใหญ่ ตอบรับสั้นๆเป็นบางครั้งเท่านั้น ส่วนดารารัษมีก็กลายเป็นหันไปจดจ้องที่พี่ชายคนใหญ่แทนพี่ชายคนรองเหมือนที่แล้วมา



   ‘...พี่อาทิตย์ชอบคุณพิม...’



แล้วที่เมื่อครู่นี้ที่จันทร์จ้าวว่า ‘พี่อาทิตย์จะชวดคุณพิมไปทั้งชีวิต’ หมายความว่าอย่างไรหนอ?



หญิงสาวเหลือบดวงตากลมไปมองพี่ชายคนรองที่ยังคงมีเรื่องเล่าสนุกๆเรียกเสียงหัวเราะจากคนอื่นๆ จันทร์จ้าวคนแผลง ดูเหมือนไม่ใช่คนใส่ใจกับความรู้สึกของคนรอบข้าง เอาแต่ใจและเอาความคิดตนเป็นใหญ่ แต่ภายใต้ท่าทีไม่จริงจังและสนุกสนานของเขากลับเป็นคนช่างสังเกตและพยายามเรียนรู้นิสัยใจคอคนรอบข้าง บางที...ความสนิทสนมที่เขามีให้ผู้หญิงอื่นๆก็เพราะเขาแค่อยากรู้อยากเห็นนิสัยใจคอผู้หญิงเหล่านั้นก็เป็นได้



...นี่เป็นครั้งแรกในรอบเกือบหนึ่งเดือนที่ดารารัษมีมองเห็นความดีความชอบของพี่ชายคนรองผู้ซึ่งกลับมาจากอเมริกา...




ติดตามตอนต่อไป (อาทิตย์หน้าค่ะ)


จะไม่บอกว่าคนเม้นท์ทายถูกกันไหม ว่าใครเป็นนายเอกพระเอก เพราะว่าพูดไปก็เท่านั้น ทายถูกกันหมดอยู่แล้ว ฮ่าฮ่า
เมื่อตอนที่แล้ว มีคนเม้นท์ถามเรื่องไทม์ไลน์ ขออธิบายนิดนึงนะคะ


สงครามโลกครั้งที่ 2 จบปี 1945 (อิงกับระเบิดที่ฮิโรชิม่าและนางาซากิ) ซึ่งตรงกับไทยคือ 2488 จันทร์จ้าวไปเรียนต่อหลังสงครามจบได้ 2 ปี ซึ่งตอนนั้นอายุ 18 (บัวอิงจากคุณนพในเรื่องปริศนาที่ได้ทุนไปเรียนต่อตอนอายุ 19-20 ส่วนปีที่จันทร์จ้าวไปเรียนต่อก็อิงมาจากคุณ ว. ณ ประมวลมารคเคยเขียนว่าได้ไปยุโรปตอนปี 2490 ค่ะ)


ตอนแรกคิดจะใช้ช่วงปีใกล้ๆกับเรื่องปริศนาด้วยล่ะค่ะ แต่ติดที่ว่าหลังจากนั้นไม่นานก็มีสงครามโลก (ง่ายๆว่าพยายามหลบอีเว้นท์สำคัญนั่นเอง) เลยขยับ แต่ขยับยังไงก็ชนกับสงครามโลกอยู่ดี เพราะมันกินเวลานาน ก็เลยขยับจนสุดเลยค่ะทีนี้ ฮ่าฮ่า เลยได้มาเป็นปี 2496 ซึ่งตอนนั้นยังอยู่ในช่วงครม.จอมพล ป.ที่เพิ่งตั้งใหม่ (จอมพล ป.เป็นนายกฯจนกระทั่งปี 2500 ถูกรัฐประหารโดยจอมพลสฤษดิ์ค่ะ)


เอาคร่าวๆเท่านี้ก่อน คืออีเว้นท์ของโลกและของประเทศไทยมันเยอะมากจริงๆค่ะ เพราะงั้นเราจะยืนหยัดให้มันเป็นพีเรียดลูกกวาดต่อปายยยย


ขอบคุณบอร์ด ขอบคุณคนเม้นท์ คนอ่าน คนติดตาม ใครมีคำถามอะไรส่งมาได้เลยค่ะ เนื่องจากเรื่องนี้ยาวมากจริงๆ ตัวละครก็เยอะมาก(ทุบสถิติจอมร้าย บอกเลย) ถ้าหลุดตรงไหน ท้วงได้เลยค่ะ ยินดีรับคำติชม จะพยายามแก้ภาษาให้มันดูโบราณขึ้นกว่านี้ ชอบติดภาษาตัวเองอ่ะ

แล้วเจอกันอาทิตย์หน้าค่ะ (ป.ล. พาร์ทหน้าพระเอกมาล่ะ พระเอกต้วมเตี้ยมมากกกกก อ้อ...แล้วพารท์หน้าจะมาคุยเรื่องชื่อ ‘จันทร์จ้าว’ ไม่ใช่ ‘จันทร์เจ้า’ นะ อะไรที่ไม่เป็นปกตินี่บอกเลย บัวนี่ล่ะ ฮ่าฮ่า )


หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: sweetbasil ที่ 17-09-2015 21:50:36
ตามติดชีวิตจันทร์จ้าว :กอด1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: Wordslinger ที่ 17-09-2015 22:15:36
ชอบบุคลิกจันทร์จ้าวมาก แม้จะติดสบายและกะล่อนเพียงใด แต่ก็ไม่เคยไปทำร้ายใครที่ไหน กังวลแต่ว่า...ตั้งตัวเป็นกามเทพให้เขา ตัวเองจะได้สมหวังก่อนน่ะซี

ภาษาคุณบัวไม่จำเป็นต้องปรับให้เก่ากว่านี้หรอกค่ะ ดิฉันว่าเท่านี้ก็ดีแล้ว อ่านง่าย เข้าใจง่าย ติดตามง่าย เพราะดิฉันว่าในช่วงเวลานั้นเขาก็พูดกันประมาณนี้แหละเนอะ และที่ชอบอีกอย่างคือ คำแทนตัวเองของผู้ชายที่ใช้ว่า "กัน" ชอบตั้งแต่อ่านหนังสือแปลชุดเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ของ อ.สายสุวรรณแล้ว

รอตอนหน้าเจ้าค่ะ  :hao7:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: ngohingmint ที่ 17-09-2015 22:37:52
คุณบัวพูดถึงปริศนาแล้วก็คิดได้

จันทร์นี่เหมือนอานนท์เลย แต่ต่างตรงที่ว่า ไม่มีเจ้าสาวของอานนท์ มีแต่เจ้าบ่าวของจันทร์จ้าว ก๊ากกกกก
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: kokoro ที่ 17-09-2015 22:38:02
คืนนี้ได้นอนฝันดีไปกับน้องจันทร์
นายเอกของเรานี่ฉลาดจริงๆ รู้ว่าต้องการอะไร รู้ว่าคนรอบข้างคิดยังไง
เราเอาใจช่วยให้แย่งคุณหมอ เอ๊ย แย่งคุณพิมมาให้พี่อาทิตย์แบบช้าๆนะคะ จะได้เอาตัวเข้าแลกนานๆหน่อย อิอิ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: ナマケモノ~ず ที่ 17-09-2015 22:45:40
เรามักจะหลอนทุกครั้งที่เป็นนิยายย้อนยุค

เพราะมักจะจบไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก

แต่เรื่องนี้คุณบัวยืนยันว่าเป็นนิยายลูกกวาด

เราก็สบายใจหน่อย

ดีใจอย่างยิ่งที่คุณบัวกลับมาแต่งนิยายให้อ่าน
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: lizzii ที่ 17-09-2015 22:47:41
สงสัยจะมีหลายคู่ หุหุ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: Mouse2U ที่ 17-09-2015 22:58:13
จันทร์จ้าวจะช่วยคิวปิดแผลงศรใส่พี่อาทิตย์กับคุณพิมอีกแรงหนึ่งเหรอคะเนี่ย~~ :m3:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: Whatever it is ที่ 17-09-2015 23:01:53
คุณหมอพระเอกแหงๆ 555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: gupalz ที่ 17-09-2015 23:06:04
ชอบเลย ยาวๆเนี่ย รออ่านตอนคุณหมอล่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: malula ที่ 17-09-2015 23:08:03
หมอภวัตโฉบไปโฉบมาไม่เจอกันตรง ๆ สักที แต่กระนั้นก็ถูกน้องจันทร์หมั่นไส้เข้าให้แล้ว
บุคลิกนายเอกของเราน่ารักน่าหยิก เหมือนจะเหลวไหลแต่จริง ๆ ก็ช่างสังเกตและฉลาด
อ่านเรื่องนี้แล้วคิดถึงจอมขวัญกับพี่โตขึ้นมาทันที
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: Ryoooo ที่ 17-09-2015 23:14:17
สนุก อยากให้จันทร์จ้าวเจอหมอเสียทีคงสนุกกก
พี่อาทิตย์สู้ๆหน่อย มีจันทร์เป็นแบคแล้วว
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: B52 ที่ 17-09-2015 23:14:57
มองเห็นถึงสังคมโก้หรูในสมัยนั้นเลย ตีเทนนิส เข้าสโมสร นั่งฟังดนตรี ฯลฯ เก่าดีเราชอบ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: ❝CHŌN❞ ที่ 17-09-2015 23:26:30
จันทร์จ้าว ก็แอบคล้ายของขวัญเหมือนกันนะเนี่ยยย
แล้วอย่างงี้คุณหมอจะคล้ายพี่โตไหมน้าาา
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: TachibanaRain ที่ 17-09-2015 23:27:01
เราอ่านเราก็รู้สึกว่ามันให้บรรยากาศแบบปริศนานิดๆ้เหมือนกัน อ่านเรื่องนี้ละก็คิดถึง หมอภวัตต้วมเตี้ยมยังไงนะ ฮ่าๆๆ ไม่รู้ใช่พระเอกมั้ยแต่คิดว่าน่าจะไม่ผิดนะ รอสองคนป๊ะหน้ากันตรงๆ กอดคุณบัวหนึ่งที  :กอด1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: sirin_chadada ที่ 17-09-2015 23:42:56
อ่านไปอ่านมาหน้าของเด็กชายจอมขวัญก็โผล่มาเรื่อยเลย
รอว่าเมื่อไหร่จันทร์จ้าวกับหมอภวัตจะได้เจอกันจังๆ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: PAiPEiPEi ที่ 17-09-2015 23:42:58
เป็นกำลังใจให้คุณบัวอีกเช่นเคยค่ะ    ชอบมากเลยพีเรียดลูกกวาดแค่ 2 ตอนก็ละมุนลิ้นแล้วค่ะ  ดีจังเลยเป็นดอกไม้บานให้เราคอยติดตาม  ยาวกว่าจอมร้ายเราคงได้อยู่ด้วยกันกับจันทร์จ้าวไปอีกนาน   ถ้านับเเค่ 2 ตอนเราว่าเริ่มมาคล้ายจอมขวัญเลยนะคะ ตอนแรกก็เป็นศัตรูหัวใจกับพี่โตเหมือนกัน  อิอิ


ปล. เห็นจากเม้นบนๆ  ที่คุณพงศ์เรียกแทนตัวว่า กัน   << ตอนแรกนึกว่านั่นคือชื่อเล่นแบบกันเอง  จริงๆไม่ใช่แต่เป็นสไตล์การแทนตัวของยุคนั้นเหรอคะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: iamtsubame ที่ 17-09-2015 23:52:47
คุณหมอจ๋าาาาาา เค้าอยากรู้จักนะ  :hao7:
ไม่เจอกันจังๆเสียที ลุ้นจนตัวโก่งแล้วววว :serius2:
จันทร์จ้าวท่าทางจะแสบไม่เบา :laugh:
อยากอ่านอีกกกกกกกก :z3:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: boonpa ที่ 17-09-2015 23:56:26
 :hao3: คุณจันทร์เจอเนื้อคู่ตัวเองแล้วใช่ม่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: jimmy_kuneekorn ที่ 18-09-2015 00:04:55
เมื่อไหร่จะได้เจอคุณหมอคะ555 แวบไปแวบมาตลอด
ชอบแนวของคนแต่งมากค่ะ โดนจายยยยย
กว่าจะรักกันได้คุณหมอคงเหนื่อยน่าดู 555 รอตอนต่อไปนะค้าา :mew1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: kinjikung ที่ 18-09-2015 00:23:41
พี่อาทิตย์ขาอย่ามัวแต่เงียบคร่าจีบน้องพิมเลย จันทร์เจ้าคงได้ปะทะฝีปากกับคุณหมอเร็ว ๆ นี้ สงสารคุณหมอโดนเขม่นซะแล้ว
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: stickyyrice ที่ 18-09-2015 01:55:38
5555 พระเอกจะมาสยบ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: aiyuki ที่ 18-09-2015 07:12:41
ชอบนิสัยอย่างจันทร์จ้าวจัง ถ้ามีจันทร์จ้าวเป็นพี่ชายคงพากันเที่ยวสะบัดเลย 5555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: evilheart ที่ 18-09-2015 07:35:12
รอๆๆๆ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: PetitDragon ที่ 18-09-2015 07:40:23
คลาดกันไปคลาดกันมา  :katai5:


ปล จันทร์จ้าวน่าจะเป็นชาติก่อนของจอมขวัญ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: เก้าแต้ม ที่ 18-09-2015 07:54:36
พระเอกมาแว๊บๆ. แวิวววว :mew1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: koikoi ที่ 18-09-2015 08:37:49
พีเรียดแต่ไม่ดราม่าชอบมาก
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: Infinity 888 ที่ 18-09-2015 08:40:01
จันทร์จ้าวอยากเจอคุณหมอเพื่อกันเค้า สุดท้ายอาจเข้าตัวซะเองนะ  :o8:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: dukdikdukdik ที่ 18-09-2015 09:25:43
พระเอกค่าตัวแพง เลยออกช้าไปนิสนึง อิอิ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: nekko ที่ 18-09-2015 09:56:49
รอพระเอกมาปราบจันทร์จ้าว

 :กอด1: :L2: :pig4:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: Jthida ที่ 18-09-2015 10:23:29
ชอบมากกกก ภาษาคือดีงาม
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: nongrak ที่ 18-09-2015 12:03:12
คุณหมอภวัตสงสัยเป็นเนื้อคู่จันทร์เจ้า  เพราะว่าไปไหนก็เจอตลอด อิอิ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: Rafael ที่ 18-09-2015 12:13:52
ตอนแรกนึกว่าพี่อาทิตย์จะต้องเป็นผู้เสียสละซะแล้ว 555
ยังดีนะที่จันทร์จ้าวรู้ตัวก่อน แต่ก็อย่างว่าเนาt พระเอกเค้ารออยู่แล้ว อิอิ

ขอบคุณพี่บัวมากค่าาาาา กอดดด
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: kawisara ที่ 18-09-2015 13:23:53
โชคดีที่พี่อาทิตย์ชอบคุณพิม ไม่ได้ชอบคุณพงษ์ ( อุ๊ตะ) ฮ่าๆๆๆๆ





จันทร์เป็น คนอ่านบุคลิค คนได้ หรือ ว่าแอบมี อับดุลย์ เป็นพรายกระซิบคะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: inspirer_bear ที่ 18-09-2015 19:21:52
คุณภวัตจะมีบทแล้ว ยังจากโฉบไปโฉบมา 55555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: JustWait ที่ 18-09-2015 22:02:21
ไม่ใช่ว่าประเดี๋ยวคุณจันทร์ไปตีสนิทคุณภวัดกันท่าคุณพิมพ์ให้พี่อาทิตย์คนดีแล้วไปได้กันเองหรอกนะคะ :laugh:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: goosongta ที่ 19-09-2015 05:31:30
อ่านเรื่องนี้เหมือนได้ย้อนกลับไปดูปริศนาเลย นายเอกแก่น เซี้ยว เปรี้ยว ซ่าส์ ฉลาดเป็นกรดมเหมือนกันเลย
รอดูตัวพระนี่แหละว่าจะปราบน้องจันทร์ได้มั้ย
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: Biwty... ที่ 19-09-2015 08:33:19
 :-[
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: MIkz_hotaru ที่ 19-09-2015 12:40:24
จันทร์จ้าวเหมือนของขวัญเลย
ว่าแต่หมอจะเหมือนพี่โตด้วยมั้ยน้า
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: fullmoonny ที่ 19-09-2015 13:39:46
ชอบแนวพีเรียดแบบนี้มากเลย
ชอบนิสัยคุณจันทร์ แสบไม่เบาเลย
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: QXanth139 ที่ 19-09-2015 14:29:47
อยากให้คุณหมอกับจันทร์เจอกันแบบจังๆแล้วอ่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: bluecoco ที่ 20-09-2015 00:31:10
เมื่อไหรหนอจัทร์จะมา...
(ร้องแบบจังหวะแทงโก้)
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: PharS ที่ 20-09-2015 07:07:25
 :pig4:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: choijiin ที่ 20-09-2015 08:29:20
คุณหมอจะออกและ โถ 55555555
 :m20: :m20: :laugh: :laugh:
เป็นพระเอกที่ต้วมเตี้ยมน่าเอ็นดูเหมือนที่น้องบัวบอกจริงๆด้วย
น้องจันทร์(รึเปล่า)เค้าเต๊าะผู้หญิงไปครึ่งเมืองและจ้า
พระเอกยังไม่ออกมาทำคะแนนเล้ย
รีบๆเลยพ่อเด๋วมีลูกไม่ทันใช้(เอ๊ะ!!)
 :hao6: :hao6: :z1: :z1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: saruwatari_guy ที่ 20-09-2015 12:31:45
ชอบมากเลย ถึงจะเป็นนิยาย แต่ก็ต้องค้นคว้าหาความรู้ และอิงประวัติศาสตร์ เป็นนิยายที่ดีจริงๆ ฮะ เนื้อเรื่องก็สนุก
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: insomniac ที่ 20-09-2015 13:08:20
ชอบเรื่องพีเรียดในยุคประมาณนั้นมาก
ภาพปริศนากับเจ้าสาวของอานนท์ลอยมาเลย
ช่วยจัดฉากตากอากาศที่หัวหินให้ด้วยนะครับ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: monetacaffeine ที่ 20-09-2015 22:51:30
ปกติเป็นคนไม่ดูละครไทยเท่าไหร่นะคะ เลยไม่ค่อยคุ้นกับบรรยากาศพีเรีตย้อนยุคเท่าไหร่
แต่เรื่องนี้ทำให้นึกถึงละครเรื่องนึงเลยค่ะคือจุฑาเทพ เหมือนจริงๆเลย บรรยายได้ดีมากเลยค่ะ
แบบเห็นออกมาเป็นภาพได้เลย รายละเอียดของภาษาสำหรับเราถือว่าเก็บได้ดีมากเลยนะคะ
บางจุดที่แบบ ถ้าเป็นสมัยใหม่คงไม่ใช่คำนี้แล้ว แต่ก็ยังไม่ลืมแล้วนำมาใส่ลงไปนี่ประทับใจเยอะเลยค่ะ

ชอบคาแรคเตอร์นายเอกแบบจันทร์จ้าวมากเลยค่ะ >____< แบบ ส่วนตัวไม่ชอบนายเอกที่เคะเกินไปอยู่แล้ว
ยิ่งเป็นผู้ชายแบบแมนๆธรรมดาๆนี่ชอบมากเลยค่ะ คือมันลุ้นดีว่าอะไรที่จะทำให้เค้ายอมเปลี่ยนมากขนาดนี้ได้
แถมคุณชายจันทร์จ้าวยังเจ้ายศเจ้าอย่าง ถือดีในศักดิ์ศรีอย่างทั้งน่าเอ็นดูน่ารังแกไปพร้อมๆกันด้วย
เป็นกำลังใจให้คนเขียนนะคะ จะรอติดตามค่ะ  :L2:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: i c u ที่ 20-09-2015 22:58:15
ขอบคุณสำหรับนิยายสนุกๆนะคะ ตกหลุมรักคุณจันทร์ไปพร้อมๆกับสาวๆในเรื่องเลยทีเดียว แต่ต้องทำใจใช่มั้ยคะ เพราะคุณจันทร์คงจะตกหลุมรักคุณหมอแน่ๆ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: PPink ที่ 23-09-2015 20:51:06
โอ้ยยยยย คิดถึงนิยายของคุณพี่บัวมากกกกกกก แบบก. ไก่ล้านตัวเลย!
ดีใจมากค่ะที่ตอนแรกอ่านแล้วบอกว่าไม่มีมาม่า เย้~

คุณจันทร์เธอก็แสนน่ารักเหลือเกิน เป็นคนอัธยาศัยดีไปทั่วจริงๆ
พี่อาทิตย์แกก็น่ารักกกกก เป็นผู้ชายที่ดีแบบที่อ่านแล้วนึกถึงคุณชายปวรรุจเลยทีเดียว
เสียดายว่าสองบทที่ผ่านมาเรายังไม่ได้เจอกับภวัตจังๆ ซักครั้ง
ถ้าได้พบกันในซักบทน่าจะเริ่มลุ้นขึ้นแล้วว่าคู่นี้เค้าจะแซ่บแค่ไหน5555


รออ่านนะคะ ยิ่งยาวมากกกกกกกก ก็ยิ้งลุ่นมาก
จะได้ไม่ต้องอ่านเรื่องเก่าๆคุณบัวซ้ำเวลคิดถึงในบอร์ดอีก ฮ่า!
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: Paparazzi ที่ 23-09-2015 23:18:45
ชอบเนื้อเรื่อง ภาษานี่ยิ่งชอบมากๆๆๆ อ่านง่าย แม่จะเป็นภาษาสมัยเก่า
แต่คนเขียนเขียนลื่นดี ติดตามด้วยคนค่ะ :impress2:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: บูมเบส ที่ 23-09-2015 23:29:35
เราชอบเรื่องนี้มากสนุกดีภาษาสวยมาก รอติดตามครับ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: cowinsend ที่ 24-09-2015 00:13:46
ไม่ดราม่าใช่มั้ยคะเรื่องนี้

เลิศค่ะเลิศ. ติดตามค่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: nightsza ที่ 24-09-2015 00:41:54
ชอบเรื่องแนวนี้ ภาษาก็อ่านง่าย
หัวข้อ: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๕)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 24-09-2015 21:17:35
จันทร์จ้าว
By: Dezair
…………………….

บทที่ ๓


ภัตตาคารจีนในย่านเยาวราชมีชื่อเสียงเป็นที่สุด โดยเฉพาะร้านนี้ที่หนาแน่นไปด้วยผู้คนตั้งแต่ยังไม่ค่ำ คนที่มาทีหลังก็ย่อมต้องรอเพราะโต๊ะภายในร้านเต็มแน่น บริกรเดินกันขวักไขว่ เสียงผู้คนดังเซ็งแซ่ ชายหนุ่มร่างสูงกระหืดกระหอบเข้ามาในร้าน เขากวาดตามองจนทั่วแล้วถึงได้เห็นพี่ชายนั่งอยู่เพียงลำพังที่โต๊ะหนึ่งไม่ไกลจากประตูเท่าไรนัก



“ขอโทษ ผมมาช้า” เภา วิชาญโยธินก้าวเท้าตรงไปที่โต๊ะนั้นแล้วค้อมศีรษะแทนคำขอโทษ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งร่วมโต๊ะ



“ฉันก็มาก่อนแกไม่นานนักหรอก สั่งอะไรเพิ่มไหม เมื่อครู่นี้ฉันสั่งไป ๓-๔ อย่างแล้ว” คนมาถึงก่อนคือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผู้มีใบหน้าคมคายแต่ติดรอยยิ้มอ่อนโยนอยู่บนใบหน้าทุกเมื่อ ใครๆในกรุงเทพฯต่างก็รู้จักคุ้นเคยใบหน้านี้กันทั้งนั้น เพราะเป็นถึง ‘คุณหมอ’ และบุตรชายคนใหญ่ของพลโทศักดิ์และคุณหญิงจิตต์ วิชาญโยธิน



“ไม่ล่ะ”



“แล้วนึกยังไรชวนมาทานที่นี่” คนเป็นพี่ถามน้องชายที่ยังคงหายใจแรงเพราะความเหนื่อยอ่อนจากการวิ่ง




“ก็เบื่อ...พักนี้ผมไม่ได้ออกมาทานข้าวนอกบ้านเลย...” ภวัต วิชาญโยธิมองคนพูดอย่างอ่อนใจ เภา วิชาญโยธินเป็นน้องชายร่วมบิดามารดากับเขา แต่ถูกคุณหญิงจิตต์ผู้เป็นมารดาประคบประหงมเสียจนเจ้าตัวไม่ค่อยจะเอาถ่านเสียเท่าไร ทำตัวเป็นหนุ่มเจ้าสำราญจนกระทั่งเขาสั่งให้ทำงานทำการเสียบ้าง เจ้าตัวถึงได้ยอมไปเปิดห้างค้ายากับฝรั่งเมื่อไม่กี่เดือนก่อนนี้เอง




“งานหนักหรือ” ถึงแม้จะเป็นตนเองที่สั่งให้น้องชายทำงาน แต่ภวัตก็ยังห่วงใยเสมอ




“ไม่ถึงขนาดนั้น ทำไปแล้วก็สนุกดี แต่...พักนี้เพื่อนผมหายหมด” เภาพูดมาถึงตรงนี้ก็ทำหน้ามู่ทู่




“เพื่อนหาย?” คนเป็นพี่ทวนถาม พอดีกับที่บริกรนำอาหารมาที่โต๊ะ เภาจึงขยับให้อาหารลงได้สะดวก และนั่นทำให้เขาหันไปเห็นลูกค้าคนหนึ่งที่โต๊ะมุมในสุดของร้าน แค่มองจากไกลๆ ชายหนุ่มก็จำอีกฝ่ายได้ในทันที




“อะไรกัน! มาถึงนี่ก็ยังมาเจอคู่ปรับ!”




“หืม?” ภวัตได้ยินไม่ถนัด น้องชายจึงพูดอีกครั้ง




“คู่ปรับผมน่ะซี! เพิ่งกลับมาจากที่ไหนสักที่นี่ล่ะ กลับมาปุ๊บก็มาทำเพื่อนผู้หญิงผมหายหมด! ทั้งคุณวนิดา ทั้งคุณสายสมร ทั้งคุณศรีอำไพ แล้วนั่น...นั่นมากับคุณดาราแล้วก็คุณนภาด้วย! ฮึ่ม! สองคนนั้น ผมเคยชวนไปดูหนัง ยังไม่เคยยอมไปกับผมเลย!! ทีอย่างนี้มากับมัน!!” ยิ่งพูด เภาก็ยิ่งขุ่นเคือง ยิ่งมองไปที่โต๊ะมุมในสุดของคู่ปรับ เขาก็ยิ่งเหม็นหน้าเจ้าคู่ปรับที่จู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นในกรุงเทพฯ!


เภา วิชาญโยธินเคยเป็นหนุ่มเจ้าสำราญที่สุด มีเพื่อนผู้หญิงมากมายที่สุด ผู้ชายคนไหนก็ล้วนอิจฉาเขาทั้งนั้นที่ได้เดินเคียงข้างผู้หญิงสวยไม่เว้นแต่ละวัน แต่...พักหลังมานี่ มีใครบางคนกลับทำตัวสำราญกว่า!!




“นั่นคุณอาทิตย์ไม่ใช่หรือ”




“ไม่ใช่คุณอาทิตย์ คุณอาทิตย์น่ะผมไม่ห่วงหรอก เธอพูดกับใครเสียที่ไหน แต่ผมหมายถึงอีกคนต่างหาก!”




ภวัตมองตามไปที่โต๊ะ แล้วก็ถึงได้สังเกตว่าที่โต๊ะนั้นมีชายหนุ่มอีกคนร่วมโต๊ะด้วย




...เมื่อครู่ที่เขาเดินไปทักคุณอาทิตย์ ไม่ยักเห็นผู้ชายคนนี้...




นายแพทย์หนุ่มจับจ้องใบหน้าขาวของคนที่กำลังหัวเราะยิ้มแย้มกับคนทั้งโต๊ะ ดวงตากลมใหญ่ จมูกโด่ง และริมฝีปากสีจัด ที่สำคัญคือมีลักยิ้มที่แม้เขาจะนั่งอยู่ไกล ก็ยังพอมองเห็น...เขาเคยเห็นใบหน้านี้มาก่อน...ที่ไหนสักที่...




“ได้ข่าวว่าเป็นลูกนายพลอะไรนี่ล่ะ! ตอนนี้เปิดบริษัทกับฝรั่ง พูดภาษาอังกฤษปร๋อ คงจะกลับมาจากฟิลิปปินส์หรือปีนังเทือกนั้นกระมัง โถ! ก็เท่านั้นล่ะ!!” เภาบ่นแล้วทำได้แค่เขี่ยอาหารไปมาอย่างเบื่อหน่าย เขาอุตส่าห์โทรศัพท์ไปเรียกพี่ชายจากโรงพยาบาลให้มาหาอะไรทานด้วยกันที่เยาวราช ก็ยังจะมาเจอคนไม่ถูกน้ำหน้ากันเสียได้



“ไหนว่าคู่ปรับ ทำไมถึงรู้เรื่องเขาเสียละเอียดยิบ” ภวัตหันมาถามน้องชายอย่างนึกขัน



“ไม่รู้ได้อย่างไรล่ะ! เขาพูดกันทั้งเมือง!”



“พี่ไม่เห็นเคยได้ยิน”




“ก็พี่ภวัตอยู่แต่ที่โรงพยาบาล รู้ก็แปลก พี่น่ะทำแต่งาน รู้ไหมว่าคุณพ่อเปรยว่าจะให้พี่แต่งงานเสียที” เภาหันกับมาสนใจพี่ชายของตนแทน ที่นัดภวัตมารับประทานข้าวนอกบ้านในวันนี้ก็เพื่อจะเตือนเรื่องที่เขาแอบได้ยินบิดามารดาคุยกันด้วย ภวัตเป็นนายแพทย์ประจำโรงพยาบาลใหญ่แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ทำแต่งานจนบางครั้งก็แทบจะไม่กลับบ้าน คงไม่รู้ว่าบิดามารดากำลังคิดจะทำอะไร ก็ต้องเป็นน้องอย่างเขาเท่านั้นที่จะนำข่าวมาบอก



คนฟังดูจะไม่ตกใจกับเรื่องที่น้องชายพูดเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ยิ้มจาง



“หากคุณพ่อเห็นว่าดี พี่ก็ยินดี” น้องชายพ่นลมหายใจพรืด



“นั่นประไร! กะแล้วเชียวว่าพี่ต้องพูดแบบนี้! เป็นผมหน่อยไม่ได้ ไม่ยอมเสียหรอกให้คลุมถุงชน”



“แกก็คงไม่พ้นหรอก ยิ่งวันๆเอาแต่โหยหาเพื่อนผู้หญิงอย่างนี้ คุณแม่คงจัดการให้ในเร็ววัน” พอพูดถึงเพื่อนผู้หญิง เภาก็หน้ามู่ทู่ขึ้นมาอีก



“อย่าพูดถึงเพื่อนผู้หญิงของผมเลย เจ็บใจ!” เขาว่าอย่างนั้นแล้วเบือนสายตาหนีไปทางอื่นราวกับไม่อยากมองกลับไปที่โต๊ะของคู่ปรับอีก ทว่าเพราะโต๊ะนั้นกำลังลุกเตรียมตัวกลับ เภาเลยอดไม่ได้ที่ต้องมองอีกสักหน่อย อย่างน้อยก็เพื่อฝากฝังความแค้นให้เจ้าคู่ปรับของเขากลับไปนอนปวดท้องเพราะอาหารภัตตาคารนี้ก็เห็นท่าจะดี



ทว่า...ไม่ทันที่เภาจะสาปส่งคู่ปรับของเขาให้สาแก่ใจ สายตาของชายหนุ่มกลับเหลือบไปเห็นสตรีอีกคนที่ร่วมโต๊ะนั้นด้วย สตรีที่ไม่ใช่ทั้งดารารัษมีและนภาสรวง ๒ แฝดที่เขาเคยตามเทียวไล้เทียวขื่อ สตรีผู้มีดวงหน้าสวยหวานและสดใส...สตรี...ที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน...



   “พี่! รู้จักผู้หญิงคนนั้นรึเปล่า” เขาเอ่ยปากถามลอยๆ แต่ไม่หันมองหน้าพี่ชายเลยแม้แต่นิด สายตาจับจ้องไปที่สตรีในชุดเสื้อกระโปรงสีฟ้าอ่อน ผู้มีเส้นผมเป็นลอนสลวยบนบ่าทั้งสองข้าง ดวงหน้าสวยหวานแปลกตานั้นทำให้เขาตกตะลึงไปเสียแล้ว



...เภาไม่เคยพบสตรีใดที่ดูอ่อนหวานเช่นนี้มาก่อน รอยยิ้มหวานบนใบหน้ากระจุ๋มกระจิ๋มนั้นยิ่งทำให้เขาถอนสายตาจากมาไม่ได้...ใครน่ะ...ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร...



   ชายหนุ่มมองตั้งแต่สตรีงามผู้มีดวงหน้าจับใจคนนั้นเดินออกจากโต๊ะไปยังประตูกระจกของร้าน และมองลับจนกระทั่งเธอเดินหายออกไปจากภัตตาคารพร้อมกับคู่ปรับและ ๒ สาวแฝดที่เขาเคยต้องตาต้องใจ จากนั้นจึงตั้งสติได้แล้วหันขวับมามองผู้เป็นพี่





   “พี่รู้จักไหม?! ผู้หญิงคนที่สวมชุดสีฟ้าน่ะ?!”



   “คุณพิม น้องสาวคุณพงศ์ที่อยู่วังฉัตรน่ะซี เพิ่งกลับมาจากยุโรปเมื่อเดือนก่อน แกไม่รู้หรือ อ้อ แกไม่ได้ไปงานเลี้ยงที่วังฉัตรเมื่อคราวก่อนสินะ”



   “ก็...ตอนนั้นผมไม่ว่าง...ถ้ารู้ว่าวังฉัตรมีผู้หญิงสวยอย่างนี้ผมคงว่างไปแล้ว” เภาได้แต่บ่นพึมพำอย่างนึกเสียดาย เพราะตอนนั้นเขากำลังสนุกกับการไปเที่ยวกับคุณวนิดาอยู่ ก็เลยไม่ได้ไปร่วมงานเลี้ยงที่วังฉัตรเมื่อครั้งนั้น



   “แล้วทำไมถึงมากับอ้ายคู่ปรับของผมได้ล่ะ” พอคิดถึงสตรีงาม ใบหน้าของผู้ชายอีกคนก็ผุดขึ้นมาในใจให้เภายิ่งนึกขุ่นเคือง ภวัตมองสีหน้าไม่สบอารมณ์ของน้องชายแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างเวทนา



   “วิ่งไปถามคู่ปรับของแกดู เขาอาจจะยอมบอกว่าทำไมถึงมาด้วยกัน”



   “ไม่เอา...ผมไม่อยากเห็นหน้ามันอีก คนอะไร!! พาผู้หญิงมาภัตตาคารพร้อมกันทีเดียว ๓ คน!!” เภา วิชาญโยธินว่าอย่างนั้น แล้วก็นั่งหน้ามู่ทู่เขี่ยอาหารบ้าง คีบเข้าปากบ้างอย่างเสียมิได้



ภวัตได้แต่มองน้องชายแล้วส่ายศีรษะไปมาอย่างนึกระอาใจ ก่อนที่อะไรบางอย่างในใจจะทำให้เขาอดไม่ได้ต้องเหลือบไปมองภายนอกผ่านทางหน้าต่างกระจกของร้าน ดวงตาคมปลาบของชายหนุ่มสบเข้ากับดวงตาท้าทายของใครอีกคนที่มองตรงเข้ามา ดวงตากลมใหญ่คู่นั้นแฝงไปด้วยแววล้อเลียนและถือดี ภวัตหันกลับมามองเภาที่เอาแต่ตาตกมองแต่กับข้าว ก่อนจะหันกลับไปมองนอกร้านอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ เจ้าของดวงตาคู่นั้นหมุนตัวเดินไปจากไปแล้ว



   ...คู่ปรับ...ของเภาอย่างนั้นหรือ...



   “คู่ปรับของแกชื่ออะไร” เขาตั้งคำถามกับน้องชาย แต่เภาไม่เงยหน้าขึ้นมาจากจานเลย ซ้ำยังพูดเสียงเนือย



   “ไม่รู้ รู้แต่ว่าตั้งแต่มันกลับมาที่นี่ ผมก็ชวดผู้หญิงไปหมด” คำตอบของเภา ทำให้ภวัตได้แต่จำนน เขาเหลือบสายตากลับไปมองนอกร้านอีกครั้ง แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเจ้าของสายตาคู่นั้นอีกแล้ว



……………………….



   เจ้าของดวงตากลมใหญ่มองกระจกข้างที่สะท้อนร่างแบบบางของหม่อมหลวงพิมพัชราซึ่งยืนส่งอยู่หน้าตึก หลังจากทุกคนอิ่มหนำสำราญจากร้านไอศกรีมแล้ว อาทิตย์ก็พากลับ โดยแวะส่งแขกผู้เกียรติที่วังฉัตร และเวลานี้ในรถที่กำลังออกถนนใหญ่จึงเหลือเพียง ๔ พี่น้องรักษพิพัฒน์



   “คุณพิมเธองามเหลือเกินนะคะ มีความรู้ความสามารถ คุณชายฉัตรไม่ยักหาคู่ให้เสียที” นภาสรวงผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวเอ่ยปากขึ้นมาในรถ จันทร์จ้าวหัวเราะเบาๆในลำคอ แล้วเอี้ยวตัวหันไปมองน้องสาว



   “ใครว่าล่ะ คุณชายท่านมองไว้เรียบร้อยแล้วต่างหาก...” เขาว่าอย่างนั้นแล้วเหลือบมองพี่ชายผู้ทำหน้าที่ขับรถ ความมืดทำให้เขาไม่เห็นสีหน้าของอาทิตย์ แต่ก็เดาได้ไม่ยากว่านายทหารผู้นี้จะรู้สึกเช่นไร



   ...ชอบแต่ไม่กล้าบอก รักแต่ไม่กล้าเข้าใกล้...สมเป็นอาทิตย์เสียเหลือเกิน ลองเป็นเขาเถอะ จะเดินหน้าให้รู้ดำรู้แดงกันไปข้าง!...



   “ใครหรือคะพี่จันทร์?” นภาสรวงถามต่อด้วยความสงสัยในขณะที่ดารารัษมีกลับนั่งเงียบ



   “ไม่ได้ บอกไม่ได้ เรืองนี้เป็นเรื่องของเขา เราเกี่ยวเสียที่ไหน” จันทร์จ้าวโยกโย้ราวไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่เขารู้ดีว่าคนที่นั่งตำแหน่งคนขับคงอยากรู้จนแทบแย่เสียแล้ว



   “พุทโธ่! พี่จันทร์น่ะ”



   “จริงสิ...แถวนี้มีบ้านเช่าของคุณแม่อยู่ใช่ไหม” เขาเปลี่ยนไปคุยอีกเรื่องอื่นแทน แล้วมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ภายนอกมีเพียงแสงไฟจากเสาไฟเป็นระยะ และแสงจากบ้านเรือนที่ปลูกเรียงรายริมทาง



   “มีอยู่ค่ะ แต่เลยมาแล้ว บ้านเช่าของคุณแม่อยู่ใกล้กับวังฉัตร แต่คนเช่าเก่าเพิ่งออกไปเองค่ะ เห็นคุณแม่ว่าจะเปิดให้เช่า แต่ยังไม่มีเวลาจัดการเสียที” จันทร์จ้าวพยักหน้ารับรู้



   ...บ้านเช่าใกล้กับวังฉัตร คนเช่าเก่าก็ออกไปแล้ว...แหม ประจวบเหมาะจริง...



   “ถ้าพี่ไปขอคุณแม่ย้ายมาอยู่บ้านหลังนั้นจะดีไหมนะ เฮ่ย!” เขาเอ่ยปากลอยๆขึ้นมาในรถ และแทบจะในวินาทีนั้นที่อาทิตย์ถึงกับเหยียบเบรคเสียหัวแทบทิ่ม เสียงหวีดร้องดังเบาๆมาจาก # แฝดทางด้านหลัง คนขับดูเหมือนจะได้สติรีบหันกลับไปขอโทษขอโพยน้องสาวทันที



   “เป็นอะไรไหม?! ขอโทษที พี่...เอ่อ...พี่มัวแต่ใจลอย...” ชายหนุ่มไม่กล้าบอกความจริงว่าเขาตกใจกับคำพูดของน้องชายมากเพียงใด



   “ไม่เป็นไรค่ะ พี่อาทิตย์” นภาสรวงว่าอย่างนั้น แม้ว่าแขนของหล่อนจะกระแทกเข้ากับเบาะคนขับจนปวดระบม



   “พี่อาทิตย์เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ปกติไม่เห็นเป็นอย่างนี้” ดารารัษมีถามแล้วจับจ้องพี่ชายที่รีบหันกลับไปมองถนนไม่ยอมสบตา



   “ป...เปล่า...ไม่ได้เป็นอะไร...” เขาละล่ำละลักตอบ แล้วเริ่มขับรถต่อ ดีว่าดึกมากแล้ว ถนนเส้นนี้จึงไม่มีรถวิ่งพลุ่กพล่าน ไม่เช่นนั้นหากเขาเบรคกะทันหันเหมือนเมื่อครู่ ก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุเอาได้



   “เพราะพี่จันทร์ อยู่ดีๆก็พูดอะไรขึ้นมา ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย จะขอย้ายออกไปอยู่ข้างนอก ขนาดพี่อาทิตย์ยังตกใจจนเหยียบเบรคแน่ะค่ะ” นภาสรวงที่แม้จะไม่ดุเท่าน้องสาวแฝดของตน แต่ก็ยังทนไม่ไหวต้องดุพี่ชายคนรองเข้าเสียหน่อย จันทร์จ้าวหัวเราะเบาๆแต่ไม่พูดกระไร ความรู้สึกของพี่ชาย เขาดูออกตั้งแต่อยู่ที่ภัตตาคารจีน ยิ่งตอนนี้ก็ยิ่งแน่ใจว่าอาทิตย์รู้สึกกับราชนิกูลสาวผู้นั้นมากเพียงใด แต่...ถ้ายังขืนปล่อยให้อาทิตย์ปิดปากเงียบเช่นนี้ต่อไป เห็นทีหม่อมหลวงพิมพัชราคงตกเป็นของคนอื่น...



   พอคิดถึงคนอื่น ดวงตาคมดุแต่อ่อนโยนที่อยู่บนใบหน้าคมคายของคนที่เขาพบที่ภัตตาคารจีนก็ทำเอาจันทร์จ้าวนึกขุ่นขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ



   ...ผู้ชายคนนั้น...คือคนที่คุณชายฉัตรต้องการให้เข้าพิธีสมรสกับธิดา...ธิดาของคุณชายฉัตรที่พี่ชายของเขาหมายปอง ตอนแรกที่ยังไม่ทันสังเกตความรู้สึกของอาทิตย์ เขาก็ยังเคืองที่แม้จะไม่รู้จักกันตรงหน้า แต่ชื่อของชายผู้นั้นกลับถูกพูดถึงทั่วทั้งกรุงเทพฯ ยามนี้ที่เขารู้ว่าพี่ชายของตนรู้สึกเช่นไรกับหม่อมหลวงพิมพัชรา เขาก็ยิ่งพาลโมโห ‘หมอภวัต’ ผู้ซึ่งถูกหมายตาให้ไปเป็นคู่ครอง...



   ...ไม่มีวัน!! เขาไม่ยอมให้ ‘หมอภวัต’ ได้คุณพิมไปง่ายๆ...แม้อาทิตย์จะไม่ยื้อแย่ง แต่เขานี่ล่ะจะทำทุกอย่างแทนพี่ของเขาเอง!!...



..........................................



   จันทร์จ้าวไม่ได้พูดขึ้นมาลอยๆ เรื่องที่เขาจะขอย้ายออกไปอยู่ที่บ้านเช่าอันเป็นมรดกตกทอดของคุณหญิผกา ชายหนุ่มอาศัยวันถัดมาซึ่งเป็นวันเสาร์ที่ทุกคนในครอบครัวรักษพิพัฒน์อยู่กันพร้อมหน้า ขออนุญาตออกไปอยู่ข้างนอกเพียงลำพัง เล่นเอาคุณหญิงผกาลมจะจับเป็นครั้งที่ ๒ ในรอบหนึ่งเดือน



   “จะขอไปอยู่ข้างนอกคนเดียว?!! ทำไมล่ะพ่อจันทร์!! อยู่ที่นี่ไม่ดีตรงไหน?!!” หญิงร่างอวบร้องแทบลั่นด้วยความตกอกตกใจ ท่านนายพลเองก็พลอยตกใจไปด้วยเช่นกัน จะมีก็แต่พี่ชายและน้องสาวทั้ง ๒ ของจันทร์จ้าวที่ดูเหมือนจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะต่างก็ก้มหน้าก้มตารับประทานข้าวเช้าเงียบๆ



   “อยู่ที่นี่ดีโขเลยครับคุณแม่ แต่มาคิดดูแล้ว อยู่ที่นั่นจะสะดวกกว่า บริษัทที่ผมทำกับเพื่อนฝรั่ง มีคุณพงศ์เข้าหุ้นด้วย คุณพงศ์เธอเก่งเรื่องธุรกิจ ผมก็อยากจะอยู่ใกล้คุณพงศ์สักหน่อย เผื่อมีอะไรจะได้ปรึกษาทันเวลา”



   “แต่!...” คุณหญิงตั้งท่าจะค้าน แต่จันทร์จ้าวพูดต่อไม่ยอมให้แทรก



   “แล้วบ้านหลังนั้นก็อยู่ใกล้วังฉัตร คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วง คุณพงศ์เธอดูแลผมดีอย่างกับน้องในไส้ด้วยซ้ำไป”



   “จะเป็นการรบกวนคุณพงศ์เธอหรือเปล่า” ท่านนายพลก็ออกจะไม่เห็นด้วยอยู่สักหน่อย ที่บุตรชายคนรองจะออกไปอยู่ข้างนอก ทั้งที่บ้านช่องก็ออกใหญ่โตอย่างนี้



   “ผมไม่ได้รบกวนเธอทุกเวลานี่ครับ ผมอยู่อเมริกามาตั้ง ๖ ปี ผมดูแลตัวเองได้ครับคุณพ่อ ที่อยากไปอยู่ตรงนั้นก็เพราะมันสะดวกเท่านั้นเอง แต่ผมก็ไม่ได้อยู่ทุกวัน ทุกเย็นวันศุกร์จะวานพี่อาทิตย์ไปรับกลับ แล้วเช้าวันจันทร์ค่อยไป” อาทิตย์ที่ถูกใช้งานดื้อๆถึงกับเงยหน้าจากถ้วยขึ้นมามองหน้าน้องชายทันที ทว่าจันทร์จ้าวยังคงเอาแต่จ้องบิดามารดา



   “นะครับคุณแม่ ผมรับรองว่าผมไปอยู่ที่นั่น ผมจะไม่เกเร จะไม่หาสะใภ้มาให้คุณแม่เป็นลมรอบที่ ๒ อีก” คุณหญิงผกามองบุตรชายคนรองแล้วได้แต่ถอนหายใจด้วยความหนักอก



   “พ่อจันทร์สัญญากับแม่แล้วนะ ว่าจะไม่หาสะใภ้มาให้แม่”



   “สัญญาครับ” จันทร์จ้าวยังคงแย้มยิ้มกว้าง คุณหญิงก็ได้แต่อ่อนใจหันมองสามี



   “ก็ให้ลูกมันไปอยู่เถอะคุณหญิง พ่อจันทร์เขาก็บอกแล้วว่าจะกลับมาทุกศุกร์ จริงไหมพ่อ” ท่านนายพลขอคำสัญญาให้แจ่มชัดอีกครั้ง จันทร์จ้าวยิ้มกว้าง



   “สัญญาครับ ทุกวันศุกร์ ผมจะให้พี่อาทิตย์ไปรับกลับมา!”



   ขออนุญาตเรียบร้อย อีก ๓ วันถัดมาจันทร์จ้าวก็ขนข้าวของส่วนหนึ่งออกจากบ้านเรือนไทยรักษพิพัฒน์มาเหยียบอยู่ที่บ้านเช่าสีเขียวอ่อนหลังเล็กใกล้วังฉัตร โดยอาศัยเพื่อนรักอย่างหม่อมหลวงพงศ์ภราธรเป็นผู้ช่วยในการขนย้าย



.........................................


หัวข้อ: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๕)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 24-09-2015 21:18:39

   “แกนะแก เรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ แกก็ทำให้เกิดขึ้นได้”



คนมาช่วยเอ่ยปาก ขณะนั่งมองร่างสูงโปร่งของจันทร์จ้าวเดินไปเดินมาในบ้านหลังเล็ก เจ้าตัวย้ายเข้ามาอยู่วันนี้เป็นวันแรก หลังจาก ๓ วันที่แล้วขออนุญาตบิดามารดาเรียบร้อยโดยอ้างเขา



   ...อ้างว่าเขาเป็นหุ้น อ้างว่าอยู่ใกล้เขาแล้วอุ่นใจ พุทโธ่! มีหรือเขาจะไม่รู้ว่าคนรักอิสระอย่างจันทร์จ้าวออกมาอยู่ที่นี่คนเดียวก็เพราะจะได้สะดวกมันน่ะซี!!...



   “เรื่องอะไรไม่น่าเป็นไปได้? เรื่องที่ผมย้ายมาอยู่ที่นี่น่ะหรือ”



   “ก็ใช่น่ะซี! แกอย่าทำเป็นไม่รู้หน่อยเลย คุณหญิงผกาน่ะไม่อยากให้แกออกมาทำงานนอกบ้านด้วยซ้ำ!”




อันที่จริง วันนี้ทั้งคุณหญิงและท่านนายพลอยากจะมาส่งลูกรักที่บ้านหลังนี้ด้วยตนเอง แต่จันทร์จ้าวอ้างว่าอีกไม่กี่วันก็จะให้อาทิตย์มารับกลับไปนอนที่บ้านเรือนไทยอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไว้รอเจอหน้าวันนั้นเลยจะดีกว่า ๒ สามีภรรยารักษพิพัฒน์จึงยอมให้บุตรชายคนรองขนของโดยอาศัยรถของหม่อมหลวงพงศ์ภราธร



“แต่ที่ผมออกมาอยู่นี่ ผมทำเพื่อคนที่บ้านล้วนๆ” จันทร์จ้าวว่าอย่างนั้นแล้วยิ้มบางอย่างมีเลศนัย



   “ทำเพื่อคนที่บ้าน? คนไหนล่ะ? ทำเพื่อคนที่บ้านที่ชื่อจันทร์จ้าวหรือ?” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรเยาะด้วยเพราะคิดว่าเพื่อนรักย้ายออกมาอยู่ที่นี่เพื่อเสรีภาพของตนเอง



   “เอาเถอะ อีกหน่อย ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย จะต้องมีคนขอบอกขอบใจจันทร์จ้าวคนนี้ โดยเฉพาะคุณพงศ์”



   “กันเนี่ยรึ?! ต้องขอบใจแก?!!”



   “แน่สิ ไว้รอถึงตอนนั้นก่อน คุณพงศ์จะรู้เอง...อืม...ชักหิวแล้วซี แถวนี้มีอะไรอร่อยบ้างไหมคุณพงศ์ เราไปหาอะไรทานกันเถอะ”



   “มีที่วัง วันนี้คุณหมอภวัตมาเยี่ยมคุณพ่อ ที่วังเลยเตรียมอาหารไว้แยะ”



   “หมอภวัตอีกแล้ว?!!” จันทร์จ้าวร้อง อารมณ์ดีๆเพราะได้ย้ายมาอย่ที่บ้านหลังใหม่เพียงลำพังกำลังจะกลายเป็นอารมณ์ขุ่นเคืองเพราะได้ยินชื่อไม่ถูกหูเข้า



   “ใช่ ก็บอกแล้วว่าคนนี้คุณพ่อหวังเอามาเป็นเขย...” ยิ่งฟังก็ยิ่งหงุดหงิด ถ้า ‘หมอภวัต’ เช้าถึงเย็นถึงวังฉัตรขนาดนี้ แล้วพี่ชายของเขาที่วันๆทำแต่งานจะไปสู้อะไร!!



   “ชักอยากจะรู้จักหมอภวัตอะไรนี่เสียแล้วสิ” จันทร์จ้าวพูดอย่างเข่นเขี้ยว ทำเอาคนฟังหัวเราะเบาๆ



   “คราวนั้นกันก็บอกแล้วว่าจะแนะนำให้รู้จักก็เจ้ายศเจ้าอย่างไม่ยอม เอาเถอะ คราวนี้ถ้าได้เจอกันที่วัง กันจะแนะนำให้ รับรองว่าแกต้องตกใจที่เมืองไทยมีผู้ชายที่ดีพร้อมอย่างนี้ด้วย” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรพูดเพียงเท่านั้น ก็พาเพื่อนรักเดินนำออกจากบ้านเช่าหลังเล็กกลับไปที่วังฉัตร โดยที่จันทร์จ้าวนึกหมายหัว ‘หมอภวัต’ ไปตลอดทาง



.....................................



   ห้องทำงานของหม่อมราชวงศ์ฉัตร ฉัตราภาสนั้นแม้จะใหญ่โตสักเพียงใดแต่ก็อัดแน่นไปด้วยชั้นหนังสือวางเรียงรายมีตั้งแต่หนังสือไทยไปจนถึงหนังสือฝรั่ง หนังสือโบราณไปจนถึงหนังสือสมัยใหม่ คุณชายท่านเป็นหนอนหนังสือ รักการอ่านยิ่งกว่าสิ่งใดและไม่ค่อยวางโตเท่าใดนัก จึงทำให้อยู่ในเมืองไทยในช่วงที่บรรยากาศทางการเมืองร้อนรุ่มได้อย่างสบายใจ




   ภวัต วิชาญโยธินมองไปรอบห้องอย่างนึกชอบ เขาเองก็เป็นหนอนหนังสือเช่นเดียวกัน จึงออกจะชอบใจห้องทำงานเช่นนี้ที่มีแต่หนังสือ หากเขามีบ้านเป็นของตัวเอง ก็คงจะสร้างห้องอย่างนี้ไว้สักห้องหนึ่งเช่นกัน




   “ชอบไหมล่ะคุณหมอ อยากอ่านอะไรก็มาหยิบยืมที่นี่ได้ ไม่ต้องเกรงใจ หนังสือพวกนี้ฉันอ่านของฉันคนเดียว คิดอยู่เหมือนกันว่าออกจะเห็นแก่ตัวไปสักหน่อย ที่ไม่แบ่งปันคนอื่นอ่านบ้างเลย” เสียงของผู้เป็นเจ้าของห้อง ทำให้ภวัตต้องหันไปมองแล้วยิ้มจาง



   “ผมเองก็เป็นคนชอบอ่านหนังสือ หวังสักวันว่าจะมีห้องเช่นนี้” หม่อมราชวงศ์ฉัตรหัวเราะเบาๆ แล้วจับจ้องชายหนุ่มอายุคราวลูกด้วยสายตามีหวัง




   “ก็คิดเสียว่าห้องนี้เป็นห้องของคุณหมอซี” คำพูดนั้นทำให้ภวัตหันกลับไปมองคนพูดทันที คุณชายฉัตรยิ้มจาง




   “ฉันไม่อ้อมค้อมหรอกนะ ฉันเองก็เห็นหมอมานาน กับท่านนายพลพ่อของเธอ ฉันก็รู้จักสนิทสนมเป็นการดี ตัวฉันเองก็อยากให้ลูกของฉันได้คู่ครองที่ดี แล้วยิ่งครอบครัวของคู่ครองคนนั้นคือคนที่ฉันรู้จักก็ยิ่งดีไปใหญ่ หมอจะว่าอย่างไร หากฉันจะบอกว่า ฉันอยากให้มาเกี่ยวดองกับครอบครัวของฉัน” ชายหนุ่มนิ่งงันไปในทันที แม้จะพอรู้มาบ้างจากน้องชายว่าบิดาของเขากำลังหาคู่ให้เขาอยู่ แต่ภวัตก็ไม่คิดว่าคนที่จะมาพูดเรื่องนี้จะเป็นคุณชายฉัตร




   “คุณพิมเป็น...กุลสตรี...ที่ผมไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะได้พบ เธอเป็นผู้หญิงที่ทั้งฉลาด นิสัยดีและเป็นที่ชื่นชอบของทุกๆคน ตัวผมเองก็ชอบคุณพิมอยู่ไม่น้อย แต่...ตอนนี้ผมทำงานจนไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น...ผมขอขอบพระคุณที่คุณชายให้โอกาสผม แต่ผมเองก็ไม่อยากปิดโอกาสคุณพิม ทั้งๆที่ตัวผมยังเอาแต่ทำงาน” เป็นคำพูดที่ตรงไปตรงมาแต่ก็ยังเต็มไปด้วยความสุภาพอย่างเต็มเปี่ยม หม่อมราชวงศ์ฉัตรมองชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้าที่ค้อมศีรษะนิ่งค้างราวกับจะขอโทษที่ไม่อาจรับข้อเสนอของท่านได้ เจ้าของวังฉัตรได้แต่ถอนหายใจแผ่ว




   “อย่างนั้นหรอกหรือ น่าเสียดายจริง...แต่เอาเถอะ เรื่องอย่างนี้มันบังคับกันไม่ได้ แต่ฉันก็อยากให้หมอเปิดใจให้ยายพิมของฉันหน่อย หากวันหนึ่งหมอคิดจะเกี่ยวดองกับที่นี่ และเมื่อนั้นยายพิมยังไม่มีใคร ฉันจะสนับสนุนหมอเอง” ภวัตได้แต่ยิ้มบางอย่างที่เขาชอบทำเป็นประจำ หากแต่ในใจของชายหนุ่มกลับหนักอึ้ง




   ...ถ้าวันหนึ่ง คนที่มาพูดเรื่องนี้กับเขาไม่ใช่คนอื่นอย่างคุณชายฉัตร แต่เป็นบิดาบังเกิดเกล้าของเขาแทน เขาจะกล้าปฏิเสธเช่นนี้ไหม ในเมื่อวันนั้นที่ภัตตาคารจีน เขายังกล้าพูดกับน้องชายว่าหากบิดาเห็นดีให้เขาแต่งงาน เขาก็ยินดี ยินดีเพราะมันคือความเหมาะสมของผู้ใหญ่ ยินดีเพราะมันคือความต้องการของคนรอบข้าง แต่...หัวใจของเขาเล่า? หัวใจของเขาจะเป็นเช่นไร...




   ภวัตไม่กล้าคาดเดา แม้รู้ดีว่าวันหนึ่งวันนั้นจะต้องมาถึงในไม่ช้าก็ตาม



...........................



   นายแพทย์หนุ่มตรวจชีพจร แนะนำเรื่องการดูแลสุขภาพให้กับหม่อมราชวงศ์ฉัตรอีกเล็กน้อย และสนทนาเรื่องสัพเพเหระอีกหน่อย ก็ขอตัวจากมาเมื่อมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่มาขอพบคุณชาย เขาเดินออกจากห้องทำงานของเจ้าของวังฉัตร คนรับใช้ที่ยืนรออยู่แล้วก็เข้ามารายงานทันที




   “คุณหมอขอรับ คุณพงศ์เรียนเชิญที่โต๊ะม้าหินริมน้ำขอรับ” ภวัตเพียงพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะก้าวเท้าเดินตามคนรับใช้ไปยังโต๊ะม้าหินริมน้ำ น้ำที่ว่าคือแม่น้ำเจ้าพระยา วังฉัตรนั้นกินอาณาเขตกว้างขวาง ส่วนหน้าติดถนนเส้นหลัก ส่วนด้านหลังติดกับแม่น้ำ เดินทางสะดวกทั้งทางบกและทางเรือ ภายในรั้วของวังก็หนาแน่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ร่มรื่นแม้นี่จะเป็นเวลาบ่ายแล้วก็ตาม




   “ทางนี้ขอรับ” คนรับใช้ผายมือแล้วค้อมตัวต่ำไปยังโต๊ะม้าหินที่อยู่ไม่ไกล ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งหันหน้าออกสู่แม่น้ำกว้างและหันหลังให้เขา ภวัตก้าวเท้าเดินเข้าไป ก็พอดีกับที่อีกฝ่ายหันกลับมา




   “อ้าว คุณหมอ สวัสดีครับ” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรลุกจากเก้าอี้แล้วค้อมศีรษะพร้อมส่งยิ้มทักทาย ภวัตยิ้มตอบ




   “สวัสดีครับ คุณพงศ์ เห็นนายคำว่าคุณพงศ์อยากพบผมหรือ”




   “ใช่ครับ มีคนอยากแนะนำให้คุณหมอรู้จักน่ะ แต่ไม่คิดว่าคุณหมอจะคุยกับคุณพ่อเสร็จเร็ว เจ้าตัวเขาก็เลยขับเรือติดเครื่องยนต์ออกไปเที่ยวแถวนี้ อีกสักพักคงจะกลับ คุณหมออยู่รอเพื่อนผมหน่อยนะครับ”




   “เพื่อนคุณพงศ์หรือครับ”




   “ครับ นายจันทร์ คุณหมอคงยังไม่รู้จัก เพิ่งกลับจากอเมริกาเมื่อเดือนก่อนนี้เอง” ไม่ทราบว่าด้วยอะไรดลใจ ภวัตคิดไปถึงชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่เขาเห็นเพียงแว่บเดียวเมื่อครั้งมาวังฉัตรคราวก่อน แล้วก็พาลเป็นนึกไปถึงชายหนุ่มเจ้าของดวงตากลมโตดื้อดึงและอวดดีที่เขาพบที่ภัตตาคารจีน ๒ คนนี้อาจจะเป็นคนละคนก็ได้ เขาจำไม่ถนัดนัก แต่...บางทีก็อาจจะเป็นคนเดียวกัน...



   “คุณจันทร์...คนที่ว่า...เขาเป็นใครหรือครับ”



   “เป็นลูกชายคนรองของท่านนายพลเดช รักษพิพัฒน์ไงล่ะครับ เป็นน้องของคุณอาทิตย์ คุณหมอรู้จักคุณอาทิตย์ รักษพิพัฒน์ที่อยู่ในสังกัดของคุณพ่อของคุณใช่ไหม นายจันทร์เป็นน้องคุณอาทิตย์นี่ล่ะครับ” ภาพวันที่เขาพบอาทิตย์และนภาสรวงที่ภัตตาคารจีนย้อนกลับมา หากนายจันทร์คนนี้เป็นน้องคนรองของอาทิตย์ ก็แสดงว่าเป็นพี่ของนภาสรวงด้วยเช่นกัน




   “คุณพงศ์บอกว่าเขาเป็นคนรอง แสดงว่าเขาเป็นพี่ชายของคุณนภาสรวงกับคุณดารารัษมีใช่ไหม”




   “ถูกต้องครับ ๔ พี่น้องรักษพิพัฒน์”




   “อ้อ อย่างนี้นี่เอง...” ภวัตรับคำ เขานึกหวนไปถึงภาพวันนั้นที่ยังติดตา ดูเหมือนเขาจะปะติดปะต่อได้แล้ว ผู้ชายคนที่เป็นคู่ปรับของน้องชายเขาบางทีอาจจะเป็นคุณจันทร์คนนี้ ที่เป็น ๑ ใน ๔ พี่น้องรักษพิพัฒน์



   “คุณจันทร์คนนี้ใช่คนที่ตาโตๆ แล้วก็มีลักยิ้มที่แก้มซ้ายรึเปล่า” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรทำตาโตกับคำถามนั้น



   “คุณหมอเคยเจอจันทร์ด้วยหรือ?!” เขาถามแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อครั้งที่จันทร์จ้าวแวะมาหาเขาหลังจากกลับมาถึงเมืองไทยใหม่ๆ ภวัตก็เคยมาที่นี่และบังเอิญเจอกันพอดี



   “จริงด้วยสิ...ครั้งนั้นเจอกันที่ตึก แหม คุณหมอนี่ความจำดีจริง ถูกต้องครับ นายจันทร์คนนี้ตาโตแล้วก็มีลักยิ้ม หน้าตาดีจนผู้หญิงทั่วกรุงเทพฯหลงละเมอเพ้อพกกันไปแทบจะทุกบ้าน” ภวัตหัวเราะเบาๆกับประโยคท้ายของคนตรงหน้า



   “แต่จะว่าไปก็แปลกดี ทั้งที่คุณหมอกับจันทร์ไม่เคยรู้จักกัน แต่คุณหมอจำหน้าจันทร์ได้ จันทร์ก็จำชื่อคุณหมอได้ อย่างนี้สงสัยจะทำบุญร่วมกันมานะครับ” บุตรของคุณชายฉัตรตั้งข้อสังเกต ภวัตนิ่งไปเล็กน้อย เขาเองก็แปลกใจที่ดวงหน้าขาว ตากลมใหญ่ จมูกโด่ง ริมฝีปากสีจัดและลักยิ้มที่แก้มซ้ายติดอยู่ในสมองของเขาถึงเพียงนี้ ดวงตาคู่นั้นที่เคยมองเขาอย่างอวดดี มาวันนี้คงจะได้รู้จักกันเสียที แล้วเขาจะถามให้ได้ว่าทำไมถึงต้องมองเขาเช่นนั้น




   เสียงเรือยนต์ดังใกล้เข้ามา หม่อมหลวงพงศ์ภราธรมองออกไปยังแม่น้ำก็เห็นเรือติดเครื่องยนต์ขับตรงมา เขามองเห็นแต่ไกลก็จำได้ว่าเป็นเพื่อนรักของตนเองแน่ ชายหนุ่มกำลังจะหันมาบอกคุณหมอที่ยืนข้างกัน ทว่าเสียงของคนรับใช้ดังขึ้นเสียก่อน



   “ขอประทานโทษขอรับ คุณหมอขอรับ มีโทรศัพท์จากโรงพยาบาลขอรับ”



   “อย่างนั้นหรือ ขอบใจมาก” ภวัตหันกลับไปบอกคนรับใช้ที่เข้ามารายงาน ก่อนจะหันมาทางราชนิกูลหนุ่ม




   “สงสัยจะมีคนไข้อาการหนัก เห็นทีคงจะอยู่ทำความรู้จักกับเพื่อนของคุณพงศ์ไม่ได้เสียแล้ว เอาไว้โอกาสหน้าก็แล้วกัน” เพราะภาระหน้าที่ของอีกฝ่ายคือชีวิตคน หม่อมหลวงพงศ์ภราธรจึงได้แต่พยักหน้ารับ



   “ไม่เป็นไรครับคุณหมอ” แล้วภวัตก็ขอตัวก่อนจะก้าวเท้าเดินตามคนรับใช้กลับไปที่ตำหนักเพื่อรับโทรศัพท์ เป็นเวลาเดียวกับที่เรือติดเครื่องยนต์แล่นกลับมาถึงฝั่ง




และเป็นอีกครั้ง...ที่คนทั้งคู่ยังไม่อาจได้รู้จักกัน...




ติดตามตอนต่อไป (พฤหัสหน้าค่ะ)

หมอมา แต่ก็ยังไม่เจอกันอยู่ดี ฮ่าฮ่า ตอนหน้าๆ ตอนหน้าเขาจ๊ะเอ๋กันจริงๆล่ะคราวนี้

วันนี้จะมาคุยเรื่องชื่อเรื่อง ‘จันทร์จ้าว’

จริงๆแล้ว บัวชอบชื่อ ดารารัษมี ค่ะ คิดเอาเองว่าเป็นชื่อที่ฟังแล้วเก๋มากๆในยุคก่อน 2500 ตอนที่คิดจะใช้ตัวละครตัวหนึ่งชื่อนี้ ก็เลยอยากให้ลิงค์กัน ก็เลยตั้งชื่อ จันทร์จ้าว ซึ่งไม่ใช่ ‘จันทร์เจ้า’

‘จันทร์เจ้า’ หมายถึง ดวงจันทร์, ดวงจันทร์ที่รัก (เท่าที่หาข้อมูลมา ใครมีความหมายอื่น บอกมาได้ค่ะ)

แต่เพื่อให้เข้ากับคาแรกเตอร์ บัวก็เลยเปลี่ยนการสะกดเป็น ‘จันทร์จ้าว’ และให้แปลว่า จ้าวแห่งพระจันทร์ เป็นเซเลอร์มูน ราชินีแห่งดวงจันทร์ เอ้ย ราชาแห่งด้วงจันทร์ นั่นเองค่ะ ฮ่าฮ่า


อ้อ มีคนทักเรื่องการแทนตัวว่า ‘กัน’ ด้วย อันนี้บัวคะเนเอาเองว่าช่วงนั้นน่าจะยังใช้อยู่ ในมาลัยสามชาย (น่าจะเป็นช่วง หลัง 2475 นิดๆ) ยศเรียกแทนตัวเองเวลาพูดกับเพื่อนสนิทว่า ‘กัน’ ส่วนในเรื่องเจ้าสาวของอานนท์ (อันนี้น่าจะ 248X ) อานนท์ก็เรียกแทนตัวเองว่า ‘กัน’ กับเพื่อนผู้ชายเหมือนกัน อ่านแล้วช้อบชอบอ่ะ เหมือนเป็นการผสมกันของคำว่า กู+ฉัน ก็เลยเอามาใช้ซะเลย ฮ่าฮ่า

ขอบคุณพื้นที่บอร์ด คนอ่าน คนเม้นท์ และทุกคนที่ติดตามเช่นเคยค่ะ

แล้วเจอกันใหม่พฤหัสหน้า (คราวหน้าหมอกับจันทร์เจอกันจริง กามเทพยิงศรปิ้วๆเลยยยยย)
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๒ (๑๗ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๓)
เริ่มหัวข้อโดย: Mouse2U ที่ 24-09-2015 21:46:38
คุณจันทร์เป็นคนรักษาสัญญานะคะคุณแม่~ :hao7: ..
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: jimmy_kuneekorn ที่ 24-09-2015 21:50:17
ตลาดกันอีกแล้ว555
รอตอนต่อไปค่ะ ลุ้นมากว่าจะเป็นยังไง
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: kokoro ที่ 24-09-2015 21:59:21
แหม่ คลาดกันเสียอีกจนได้
คู่นี้พบกันลำบากแท้
รออ่านคราวหน้านะคะว่ากามเทพจะแผลงศรปิ๊งๆแบบดีหรือแบบดุเดือด ฮ่าๆ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: TachibanaRain ที่ 24-09-2015 22:02:27
โอ้ย นี่ลุ้นให้เขาป๊ะกันตรงๆสักทีมากอะตอนหน้าสินะๆๆๆ รอดูฤทธิ์จันทร์จ้าว
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: stickyyrice ที่ 24-09-2015 22:09:49
เลิฟมากเรื่องนี้ รอเจ้าคะ
พลาดเจอกันอีกเเล้ว 5555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: goosongta ที่ 24-09-2015 22:17:49
น้องจันทร์จะช่วยพี่อาทิตย์ด้วยการยกตัวเองให้หมอภรตใช่ป่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: lizzii ที่ 24-09-2015 22:30:15
ไม่เจอกันอีกแล้วววว
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: B52 ที่ 24-09-2015 22:46:54
คณหญิงแม่ไม่ต้องห่วงเรื่องสะใภ้นะคะ จันทร์คงจะได้ลูกเขยมาฝากแทนแน่ๆ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: Rafael ที่ 24-09-2015 22:49:32
คุณหญิงแม่ไม่ต้องห่วง จันทร์ไม่หาสะใภ้ให้หรอก แต่จะเอาลูกเขยไปฝากแทน 5555555

ขอบคุณพี่บัวมากนะคะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: บูมเบส ที่ 24-09-2015 23:24:19
คลาดกันอยู่นั้นแหละเป็นงั้นไป
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: Wordslinger ที่ 24-09-2015 23:28:37
ให้มันได้อย่างนี้สิน่า! (ตบเข่าด้วยเสียดาย) ไม่เป็นไรค่ะ ตอนหน้าก็คงได้เจอกันอย่างที่คุณบัวบอก เริ่มเห็นแววอะไรบางอย่างจากทางฝั่งคุณหมอแล้วค่ะ เห็นที...คงไม่ใช่แค่ผู้หญิงทั้งกรุงเทพฯ จะเพ้อจันทร์จ้าวเสียแล้ว คุณหมอก็คงหลงเสน่ห์จันทร์จ้าวด้วย เสียแต่ไม่รู้ตัวเท่านั้น

เรื่องสรรพนาม "กัน" ดิฉันว่าคงเป็นคำที่ใช้กันในสมัยนั้น เพราะนอกจากหนังสืออ้างอิงเรื่องที่คุณบัวกล่าวมา ดิฉันก็อ่านเจอในยามตะวันรอนด้วย, หรือหนังสือแปลเรื่องเชอร์ล็อก โฮล์มส์ สำนวนแปลของ อ.สายสุวรรณอีกอัน (ซึ่งมันถูกแปลขึ้นตอนราวๆ ก่อนหรือประมาณ 2500) ส่วนตัวแล้วชอบค่ะ มันฟังดูพีเรียดดี

ขอบคุณมากๆ ค่ะ ไว้เจอกันพฤหัสบดีหน้านะคะ  :mew1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: gupalz ที่ 25-09-2015 00:49:01
คลาดกันอีกแล้ว รอตอนหน้าว่าจะไปป๊ะกันยังไงจ้า
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: JustWait ที่ 25-09-2015 01:01:29
คุณจันทร์ไม่พาสะใภ้เข้าบ้านแน่นอนค่ะ.... ดูแววแล้วน่าจะพาอย่างอื่น..
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: NOoTuNE ที่ 25-09-2015 05:52:39
ไม่หาลูกสะใภ้แต่หาลูกเขยนะคุณหญิงแม่ 55555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: PAiPEiPEi ที่ 25-09-2015 06:37:24
เภาไม่ชอบจันทร์จ้าวที่เสน่ห์แรงกว่าเราว่าดีนะ   อีกหน่อยจะได้ช่วยประเคนจันทร์จ้าวให้พี่ชายตัวเองซะ แล้วตัวเองก็จะไร้คู่แข่งไง  5555555555555  เชียร์ๆๆๆๆ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: Ryoooo ที่ 25-09-2015 07:59:16
คุณจันทรฮไม่เอาสะไภ้เข้าบ้่นแน่ๆค่ะคุณแม่
แต่ลูกเขยเนี่ย ไม่แน่.

คลาดกันไปมา เหมือนบุพเพเล่นตลอด อิอ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: PPink ที่ 25-09-2015 08:22:50
โอ้ยยยยยยยยยย ลุ้นมาก
เฉียดไปเฉียดมายิ่งกว่านิยายอินเดีย
เดี๋ยวต้องแอบมองกันไปมาจนผูกพันแน่เลย กรี๊ด

จริงๆ ถ้าบ้านฝั่งนั้นรู้ว่าอาทิตย์ชอบนี่อาจจะไม่มีปัญหาแบบนี้ก็ได้
ขอให้คุณพิมชอบพี่อาทิตย์พอ ทุกอย่างลงตัวปิ๊งงงงเลย
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: koikoi ที่ 25-09-2015 09:02:06
อยากอ่านอีก
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: imymild ที่ 25-09-2015 09:09:12
อยากให้ถึงวันพฤหัสเร็วๆ :hao7:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: aiyuki ที่ 25-09-2015 09:12:15
หวาาา เกือบจะเจอกันแล้ววว
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: Infinity 888 ที่ 25-09-2015 09:24:13
 “พ่อจันทร์สัญญากับแม่แล้วนะ ว่าจะไม่หาสะใภ้มาให้แม่” 555555 แต่คุณแม่จะได้เขยแทน

รอวันเค้าได้ป๊ะกัน
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: iforgive ที่ 25-09-2015 09:27:43
อีกละ  เมื่อไหร่จะได้เจอกัน 
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: aom2529 ที่ 25-09-2015 10:08:46
พึ่งเข้ามาอ่านคร่า..อ่านได้ตอนเดียวอยู่..แล้วจะมาอ่านต่อนะคะ... :กอด1: :กอด1: :กอด1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: haramoonlight ที่ 25-09-2015 10:16:45
เข้ามาติดตามนิยายเรื่องใหม่ของคุณบัวค่ะ อ่านแล้วก็มีแววว่าจะติดงอมแงมยิ่งคุณบัวบอกว่าไม่มีดราม่านี่ ตั้งหน้าตั้งตาอ่านเลย ถ้าเป็นนิยายไทยจะชอบอ่านแนวประมาณนี้อยู่แล้วค่ะ ถึงคุณบัวจะบอกว่าเขียนแนวนี้เป็นครั้งแรกแต่อ่านแล้วลื่นไหลดีค่ะ จะมีสะดุดแค่คำบางคำ ขออนุญาตเสนอความเห็นนะคะ อย่างคำว่า "ขวัก" น่าจะใช้ตัวเต็มว่า "ขวักไขว่" หรือถ้าจะย่อน่าจะใช้คำว่า"ควั่ก" เช่นเดินกันให้ควั่ก เป็นต้นค่ะ คำว่า"ลูกคนใหญ่" น่าจะเป็น " ลูกคนโต" แล้วก็คำว่า "ชุดไพรเวท" มันดูสมัยใหม่ไปนิดนึง ถ้าเป็นยุคนั้นน่าจะเป็น "ชุดลำลอง" ดีมั๊ยคะ อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวถ้าเสียมารยาทกับคุณบัวยังไงต้องขอโทษด้วยนะคะ :mew2:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: maew189870 ที่ 25-09-2015 10:17:51
เนื้องเรื่องช้าาาาามากกกกกเลยอ่ะ

แต่ก็จะติดตามนะจ๊ะ

สู้ๆ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: nekko ที่ 25-09-2015 11:14:40
รอตอนที่เค้าเจอกันสองคน

 :กอด1: :L2: :pig4:

หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: MIkz_hotaru ที่ 25-09-2015 13:19:51
ตอนหน้าเจอปุ๊ปปิ้งปั๊บเลยได้มั้ยคะ
55555
 :mew3:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: WilpeR ที่ 25-09-2015 15:30:34
พระเอกต้องเป็นคุณหมอภวัตแน่เลย เชียร์สุดใจ

ส่วนคุณพิมอยากให้คู่กับพี่อาทิตย์นะ

น้องคุณหมอภวัตที่ชื่อเภาก็อาจจะคู่กับดารารัศมีแทน

ปล.เรื่องนี้ให้ความรู้สึกคล้ายๆจอมร้ายเลยอ่ะ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ชื่นชอบอีกเรื่องหนึ่ง
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: kinjikung ที่ 25-09-2015 15:45:41
คลาดกันอีกแล้ว 555 ชะตาไม่สมพงศ์เลย แต่รู้จักกันคร่าว ๆ อย่างดี
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: PetitDragon ที่ 25-09-2015 16:25:06
รอเจอกันอาทิตย์หน้าๆๆ

 :z2:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: kawisara ที่ 25-09-2015 17:04:27
คลาดกันไป




คลาดกันมา





(ไม่ดราม่าแน่ใช่ใหม ด้วยยุคสมัย กับ ฐานะครอบครัว วงค์ตระกูล อิฉันก็กลัวเหลือเกินละคุณ ว่า น้ำจะเดือด)
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: Loste ที่ 25-09-2015 22:50:06
ชอบเนื้อเรื่องแบบนี้คะ ดำเนินเรื่องแบบเรื่อยๆ เย็นๆ แลดูอบอุ่นดีคะ o13
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: Paparazzi ที่ 25-09-2015 23:56:44
ชอบมากกกก :mew1:
ชอบภาษา เป็นเรื่องย้อนยุค แต่ใช้ภาษาอ่านเข้าใจง่าย ไหลลื่นดีค่ะ o13

คุณจันทร์เจ้าคะ จีบสาวมาทั้งเมือง ทำท่าจะได้แฟนหนุ่มแทนนะเจ้าค่ะ  :hao7:
ก็คุณภวัตน่ะสิ ดูท่าจะแอบปิ๊งแบบไม่รู้ตัวอ่ะเปล่า :laugh:
ลุ้นตอนต่อไป
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: badbadsumaru ที่ 26-09-2015 00:45:15
คลาดกันอีกแล้ว
หวังว่าตอนหน้าคงได้รู้จักกันนะ :)
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: nightsza ที่ 26-09-2015 00:49:30
ลุ้นให้เจอหน้ากันจริงๆสักที
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: malula ที่ 26-09-2015 22:29:53
  “พ่อจันทร์สัญญากับแม่แล้วนะ ว่าจะไม่หาสะใภ้มาให้แม่”

ชัวร์ค่ะคุณหญิงแม่ เงาลูกเขยมาราง ๆ แล้วค่ะ
ท่าทางคุณหมอจะตกหลุมลักยิ้มลูกชายคุณหญิงแม่เข้าแล้วค่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: QXanth139 ที่ 27-09-2015 09:38:29
คลาดกันจนได้ รอตอนต่อไป :mew1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: jungjiyoo ที่ 27-09-2015 10:06:21
กัน ต้องมี เกลอ ด้วยนะคะ5555 จันทร์จ้าวน่ารักจังมีลักยิ้มด้วย
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: Jthida ที่ 27-09-2015 10:28:48
ชอบอ่ะ เสียดายไม่ได้เจอกันอีกแล้ว
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: boboman ที่ 27-09-2015 17:52:53
ไม่เอาสะใภ้แล้วสนใจลูกเขยมั้ยคะคุณแม่ 555555
ชอบภาษามากๆ
รอน้า
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: 4life ที่ 27-09-2015 18:08:27
คนเขียนบอกไม่มีดราม่า เราสบายใจนักเเล 555555  :katai2-1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: namngern ที่ 27-09-2015 18:55:44
คุณจันทร์นี่ชายในฝันของเราเลยน้า
ตาโต ขาว จมูกโด่ง ที่สำคัญคือมีลักยิ้ม
ไม่มีดราม่าเรานี่โล่งใจเลย55555 ไม่อยากอ่านเรื่องดราม่า
ชอบมากๆกับหวานจนมดขึ้น คึคึ
รออ่านต่อนะคะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: threetanz ที่ 27-09-2015 20:38:09
โอ้ย น่าติดตามมากค่ะ สนุกๆ ๆ ๆ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: fullmoonny ที่ 28-09-2015 00:38:34
แล้วเมื่อไหร่คุณจันทร์กับคุณหมอจะได้เจอกันซะที
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: iamtsubame ที่ 28-09-2015 01:44:07
มีแต่คนมั่นใจในตัวคุณจันทร์ทั้งนั้นเลย ว่าจะสามารถทำตามคำสัญญาที่มีต่อคุณหญิงแม่ได้อย่างแน่นอน :laugh:
เพราะฉะนั้น เอาลูกเขยไปแทนนะคะคุณหญิงแม่ น้องจันทร์จัดให้ :-[
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: SoulFighter ที่ 28-09-2015 12:58:54

ตอนหน้าจะได้พบกันจริง ๆ แล้วซินะ

 :hao7:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: Malimaru ที่ 29-09-2015 01:16:32
ติดตามค่ะ...

รอดูเลยว่าคุณจันทร์สุดหล่อทรงเสน่ห์ จะโคจรมาเจอกับคุณหมอได้อย่างไร
เป็นกำลังใจให้นะคะ ^^ สู้ๆค่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: G-NaF ที่ 30-09-2015 14:02:17
ไม่ได้รู้จักกันสักทีนะ   :serius2: :serius2:
หัวข้อ: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 01-10-2015 21:18:05
จันทร์จ้าว
By: Dezair
…………………….
บทที่ ๔



   ย้ายมาอยู่บ้านใหม่เพียงลำพังได้ไม่กี่วันก็ถึงกำหนดกลับไปนอนบ้านเรือนไทยรักษพิพัฒน์ให้บิดามารดาได้เห็นหน้าตามสัญญา แต่ก่อนจะกลับ จันทร์จ้าวต้องทำตามแผนการที่ตนเองวางเอาไว้ให้เรียบร้อยเสียก่อน



ตอนก่อนเที่ยงเล็กน้อย เขาก็จัดการโทรศัพท์จากสำนักงานของเขาไปบอกพี่ชายที่กรมว่าจะเลิกงานเร็วและจะไปนั่งเล่นรอที่วังฉัตร ให้อาทิตย์ไปรับเขาที่นั่น ชายหนุ่มมั่นใจว่านี่จะเป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้อาทิตย์ได้พบหน้าหม่อมหลวงพิมพัชราบ่อยขึ้น



   “วันนี้แปลก นึกอย่างไรชวนกันตีเทนนิสที่วัง” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรผู้เป็นทายาทวังฉัตรเอ่ยปากถามขณะถือแรกเก็ตลงไปในคอร์ดของวัง ปกติแล้วเขาและจันทร์จ้าวมักจะนิยมตีเทนนิสในสโมสรมากกว่า เพราะได้พบปะผู้คนมากมาย แต่หากตีที่นี่ ก็จะมีคนตีแค่เขา ๒ คนเท่านั้น



   “ก็ผมอยากตีกับคุณพงศ์บ้างนี่ ไปสโมสรทีไรก็มีคนนั้นคนนี้เข้ามาวุ่นวายทุกทีไป” ราชนิกูลหนุ่มหัวเราะเบาๆ ก่อนจะโยนลูกขึ้นกลางอากาศแล้วตีไปหาเพื่อนรักที่อยู่อีกฝั่งของคอร์ด



   “แล้ววันนี้แกไม่ต้องกลับไปหาพ่อแม่แกหรือ”



   “กลับสิ นัดพี่อาทิตย์แล้วว่าให้มารับที่นี่ อ่า...ขอโทษด้วยที่ใช้วังคุณพงศ์เป็นที่นัดพบเสียแล้ว” จันทร์จ้าวตอบกลับเสียงเรียบเรื่อยแล้วตีโต้กลับไป หม่อมหลวงพงศ์ภราธรหัวเราะร่า



   “จะมาขอโทษอะไร้! ให้คุณอาทิตย์มารับที่นี่ทุกสัปดาห์ก็ไม่มีใครว่าหรอก ดีกว่าให้แกนั่งรถรางระหกระเหินไปหาคุณอาทิตย์ ไม่รู้จะไถลลงข้างทางเมื่อไร” คำว่า ‘ไถลลงข้างทาง’ นั้นไม่ได้หมายถึงรถรางแน่อยู่แล้ว จันทร์จ้าวได้แต่ส่ายศีรษะไปมา



   “ถึงจะไถล แต่ผมก็หาทางกลับถูกล่ะหน่า”



   พวกเขาตีโต้กันได้ครู่ใหญ่ก็มานั่งพักอยู่ข้างสนาม อากาศในวังฉัตรร่มรื่นทีเดียว แต่ติดที่ว่าสนามเทนนิสนั้นอยู่ด้านหลังตึก ทำให้จันทร์จ้าวไม่รู้ว่าคนที่เขาอยากให้มาเจอกับพี่ชายของเขาจะกลับมารึยัง



   “แล้วนี่...ถ้าผมไม่มา หรือว่าคุณพงศ์ไม่ต้องไปสโมสร คุณพงศ์ก็อยู่เงียบๆคนเดียวในวังอย่างนี้น่ะหรือ” เขาตั้งคำถามอย่างอ้อมค้อมเพราะไม่อยากให้เพื่อนรักรู้ตัวเสียก่อนว่ากำลังอยากรู้ความเป็นไปในวังนี้



   “ใช่ ถ้าไม่ต้องตามคุณพ่อไปดูที่ดิน ไม่ต้องไปทำงานที่สำนักงาน ก็จะอยู่ที่นี่เล่นกับอ้ายดำบ้าง อ่านหนังสือบ้าง” อ้ายดำคือหมาที่หม่อมหลวงพงศ์ภราธรเลี้ยงเอาไว้ ส่วนคนเก็บมาให้เขาเลี้ยงและคนตั้งชื่อไม่ใช่ใครที่ไหน จันทร์จ้าวนั่นเอง จริงๆแล้วชื่อมันเต็มๆคือ ‘ดำลม’ ไม่มีความหมายในภาษาไทย แต่มาจากการผสมคำ ‘ดำ’ มาจากสีดำบนตัวของมัน ส่วน ‘ลม’ มาจาก ‘สีลม’ ซึ่งเป็นสถานที่ที่จันทร์จ้าวไปเจอมันเข้า ครั้นจะนำกลับไปเลี้ยงที่บ้าน คุณหญิงผกาก็ไม่ชอบสัตว์ วังฉัตรจึงกลายเป็นบ้านของมันไป



   “แล้ว...ไม่เล่นกับคุณพิมหรือ สมัยเด็กๆก็เคยเล่นขายของนี่” จันทร์จ้าวถามอีก คราวนี้อีกคนหัวเราะเสียงดัง



   “ไม่ใช่เด็กๆเสียหน่อย! จะให้เล่นขายของ แล้วยายพิมก็กลับเย็นนู่น บางวันก็ค่ำด้วยซ้ำ ไม่รู้งานครูจะหนักหนาสาหัสอะไรขนาดนั้น”



   “กลับค่ำเชียวหรือ” จันทร์จ้าวทวนอย่างคาดไม่ถึง ถ้าหากหม่อมหลวงพิมพัชรากลับค่ำ แล้วอาทิตย์มารับเขาก่อน ถ้าเป็นเช่นนั้น ๒ คนนี้ก็คลาดกันน่ะซี



   คิดกังวลยังไม่ทันจะข้ามวินาที คนรับใช้ของวังฉัตรก็เข้ามารายงานอย่างนอบน้อม



   “คุณอาทิตย์มาแล้วขอรับ”


น้องชายของ ‘คุณอาทิตย์’ ทำหน้าเบื่อหน่ายขึ้นมาในทันที หม่อมหลวงพงศ์ภราธรเห็นสีหน้าเพื่อนรักแล้วก็ได้แต่หัวเราะก่อนจะหยอกเย้าอย่างไม่รู้เรื่อง



   “ผู้ปกครองมารับกลับบ้านแล้ว หมดเวลาตีเทนนิสแล้วซี”   



   ...ไม่ใช่หมดเวลาตีเทนนิสหรอก แต่นี่ยังไม่ถึงเวลาที่อาทิตย์และหม่อมหลวงพิมพัชราจะได้เจอกันด้วยซ้ำ!!!!!...


.....................................   



   เพราะวันนี้เป็นวันศุกร์ ถึงแม้คุณหญิงผกาจะตรอมตรมมาหลายวันเนื่องจากบุตรชายคนรองขอย้ายไปอยู่ข้างนอก แต่พอตระหนักได้ว่าวันนี้ บุตรชายสุดที่รักจะกลับมา หล่อนก็ทำตัวกระฉับกระเฉง ลุกขึ้นสั่งการทุกสิ่งอย่างในเรือนไทยราวกับช่วงก่อนหน้านี้ไม่ได้มีความทุกข์ใจเลยแม้แต่น้อย



   “คุณแม่พักบ้างเถอะค่ะ ให้ป้าจรวยแกดูแลเองก็ได้ ดาราเห็นคุณแม่ตื่นตั้งแต่เช้า แล้วจนเย็นย่ำปานนี้ ก็ยังไม่พัก ป้าจรวย...วันนี้คุณแม่นอนพักบ้างหรือเปล่า” ดารารัษมีที่กลับมาจากการสอนที่โรงเรียนยังคงเห็นมารดาวิ่งวุ่นสั่งการตั้งแต่เรื่องทำความสะอาดห้องหับให้จันทร์จ้าวไปจนถึงเรื่องกับข้าวกับปลาก็อดไม่ได้ต้องออกปาก



   “ไม่ได้พักเลยค่ะ คุณดารา” คำตอบของคนรับใช้เก่าแก่ทำเอาดารารัษมีหันมามองมารดา



   “โธ่ ดารา...ก็วันนี้พี่เขาจะกลับมา แม่ก็อยากให้ทุกอย่างในบ้านเรียบร้อย ดาราไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะไป แม่จะลงไปดูในครัวหน่อย”



   “คุณแม่...” ธิดากำลังจะห้ามปราม แต่คุณหญิงผกายกมือห้ามเสียก่อน



   “ดาราให้แม่ทำเถอะ อย่าห้ามแม่เลย” พอมารดายืนยันอย่างนั้น ดารารัษมีก็หมดใจจะห้าม ได้แต่ปล่อยให้มารดาลงไปดูแลในครัวตามที่ต้องการ หล่อนได้แต่มองตามแล้วอดไม่ได้ที่จะพึมพำคาดโทษพี่ชายตัวดี



   “พี่จันทร์นะพี่จันทร์ ถ้าทำให้พี่อาทิตย์สมหวังไม่ได้ ดาราจะโกรธจริงๆ” ว่าแล้วก็ถอนหายใจ กำลังจะหมุนตัวเดินเข้าห้องส่วนตัวแต่คนรับใช้จากข้างล่างวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นมาเรียกหล่อนเสียงตื่น



   “คุณดาราคะ!! คุณหญิงเป็นลมค่ะ!!!”



ดารารัษมีเบิกตาโต แล้วรีบผลุนผลันวิ่งตามคนรับใช้ลงไปยังใต้ถุนเรือนทันที



................................


   ความอลหม่านเกิดขึ้นที่ใต้ถุนเรือนนั้นเอง ร่างอวบของคุณหญิงผกาถูกคนรับใช้ประคองมานั่งพักที่ตั่งไม้ซึ่งใช้สำหรับนั่งเล่นรับลมที่ใต้ถุน แต่บัดนี้ถูกใช้เป็นที่พยาบาลคนป่วยไปเสียแล้ว พวกคนรับใช้พากันหาพัดหากระดาษมาพัดกันชุลมุนไปหมด



   “ให้ใครไปตามคุณสมฤดีมาที! บอกเธอว่าคุณแม่เป็นลม!!” ดารารัษมีออกคำสั่ง เพราะบัดนี้ในบ้านรักษพิพัฒน์มีหล่อนเพียงคนเดียวที่เป็นนาย คนรับใช้วิ่งไปยังบ้านที่อยู่ติดกัน อันเป็นบ้านของสมฤดีเพื่อนของ ๒ แฝดที่เรียนจบพยาบาล หญิงสาวจึงหันไปสั่งคนอื่นๆ



   “แล้วใครไปต้มยาหอมมาหรือยัง?!”



   “ต้มแล้วค่ะ” มีเสียงตอบกลับมา ดารารัษมีจึงหันมาทางมารดา หมายจะบีบเนื้อบีบตัวให้คุณหญิงผการู้สติ ก็พอดีกับที่รถโฟล์คสีดำของอาทิตย์เลี้ยวเข้ามาจอด



   “มีอะไรกันน่ะ” คนที่ลงมาถามคนแรกคือจันทร์จ้าว ชายหนุ่มมองเห็นจากในรถว่าคนรับใช้มุงกันอยู่ที่ใต้ถุน



   “คุณหญิงเป็นลมขอรับ!” คนรับใช้ชายคนหนึ่งตอบ เพียงเท่านั้นจันทร์จ้าวก็ถึงกับตาเหลือกรีบวิ่งเข้าไปดูอาการ ตามมาด้วยอาทิตย์ที่รีบดับเครื่องลงมาดูเช่นกัน



   “คุณแม่! คุณแม่!!” จันทร์จ้าวพยายามเขย่าร่างของมารดา แต่คุณหญิงผกาไม่รู้สติเลยแม้แต่น้อย จนคนเป็นลูกเริ่มใจคอไม่ดี



   “พาคุณแม่ไปโรงพยาบาลเถอะพี่อาทิตย์!” เขาหันไปบอกพี่ชาย อาทิตย์พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย บุตรชายทั้ง ๒ กำลังจะอุ้มมารดาไปที่รถ แต่คนรับใช้ที่ดารารัษมีให้ไปตามสมฤดีจากบ้านข้างๆวิ่งกลับมาเสียก่อน



   “คุณสมฤดีกับคุณหมอมาแล้วค่ะ!!”



   “คุณหมอหรือ?!” อาทิตย์ร้องถามด้วยสงสัยและดีใจไปในคราวเดียวกัน หากว่ามีหมออยู่ที่นี่ในตอนนี้ คงดีกว่าการพามารดาออกไปโรงพยาบาล ถึงแม้โรงพยาบาลจะไม่ไกลจากที่นี่มากก็ตามที



   “ค่ะ! คุณหมอภวัตอยู่ที่บ้านคุณสมฤดีพอดีค่ะ!!” คนรับใช้รายงาน ทำเอาจันทร์จ้าวชะงัก เขากำลังจะหันกลับไปถามชื่อของหมออีกครั้ง แต่ร่างสูงใหญ่ที่วิ่งเข้ามาในอาณาเขตบ้านรักษพิพัฒน์พร้อมด้วยกระเป๋าหนังสีดำทรงสี่เหลี่ยม ตามติดมาด้วยหญิงสาวอีกคนหนึ่ง ก็ทำเอาเขานิ่งไป



   “คุณหมอ!” เสียงของดารารัษมีดังขึ้นด้วยความดีใจแค่ไหนไม่ต้องบอก เพียงอึดใจเดียว ร่างสูงใหญ่ก็ก้าวมาถึงตั่งที่มีร่างของคุณหญิงผกานอนหมดสติอยู่



   “คุณหญิงเป็นลมหรือครับ ถอยออกไปก่อน อย่ามุงครับ” คนเป็นหมอทั้งถามและสั่งในคราวเดียว พวกคนรับใช้ก็ถอยกรูดออกไปหมด ที่อยู่รอบตัวคุณหญิงผกาจึงมีเพียงแค่บุตรธิดาทั้ง ๓ คน และมีจรวยคนรับใช้ใกล้ชิดที่นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นห่างออกไปหน่อย



   ชายหนุ่มร่างสูงทรุดกายลงใกล้ร่างของคุณหญิงผกา มีสมฤดีพยาบาลสาวอยู่ข้างเขา นายแพทย์หนุ่มเปิดกล่องสีดำทรงสี่เหลี่ยมที่เตรียมมาด้วยแล้วหยิบเครื่องวัดชีพจรออกมา รอบกายมีแต่ความเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรสักคน แม้แต่จันทร์จ้าวก็ยังยืนนิ่ง เขามองร่างมารดาทีหนึ่ง มองแผ่นหลังของนายแพทย์หนุ่มทีหนึ่ง เขามองไม่เห็นว่าอีกฝ่ายทำอะไรอีกบ้าง แต่อึดใจต่อมาคุณหญิงผกาก็เริ่มขยับตัว



   “คุณแม่!!” ดารารัษมีร้องด้วยความดีใจ หล่อนรีบทรุดกายลงนั่งบนพื้นแล้วบีบมืออวบของคุณหญิงแรงๆ



   “คุณแม่ได้ยินดาราไหมคะ”



คุณหญิงผกาค่อยลืมตาขึ้นช้าๆ มองไปรอบกายอย่างงุนงง



   “คุณหมอ?...นี่เกิดอะไรขึ้น...ทำไมแม่มานอนตรงนี้ ดารา”



   “คุณแม่เป็นลมค่ะ ดาราตกใจแทบแย่ นี่พี่จันทร์กับพี่อาทิตย์กำลังจะพาไปส่งโรงพยาบาล แต่พอดีคุณหมออยู่แถวนี้เสียก่อน” ดารารัษมีตอบ ยังคงไม่หายตกใจดี คุณหญิงผกาทำท่าจะลุกขึ้นนั่งเพื่อขอบคุณนายแพทย์หนุ่ม แต่ยังโงนเงนเสียจนธิดาต้องรั้งร่างมารดาให้นอนลงตามเดิม



   “คุณหญิงอย่าเพิ่งลุกเลยครับ นอนพักเสียก่อน”



“ค่ะคุณหมอ...” อาการวิงเวียนยังคงอยู่ คุณหญิงจึงได้แต่นอนเฉยๆให้ธิดาปรนนิบัติ



“ช่วงนี้นอนหลับดีไหมครับ รับประทานอาหารทุกมื้อหรือไม่” คนเป็นหมอยังคงห่วงใย เขาตั้งคำถามเพื่อจะได้ตรวจให้แน่ใจว่าที่คุณหญิงผกาเป็นลม เป็นเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอเท่านั้น



   “วันนี้คุณแม่ตื่นแต่เช้าค่ะคุณหมอ เห็นป้าจรวยว่าทำนั่นทำนี่ทั้งวัน” คนตอบคือดารารัษมีนั่นเอง



   “พักนี้อากาศเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝน บางวันอบอ้าว คุณหญิงต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้มาก และรับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อนะครับ แต่ถ้าหากรู้สึกไม่ดีหรือเป็นกังวล ก็ไปโรงพยาบาล ผมจะตรวจให้อย่างละเอียดอีกที”



   “ขอบคุณคุณหมอมากค่ะ ขอบใจหนูสมด้วยนะจ้ะ” คุณหญิงผกาขอบคุณทั้งนายแพทย์หนุ่มและพยาบาลสาว สมฤดียิ้มก่อนจะเล่า



   “โชคดีคุณหมอไปหาสมที่บ้าน ตอนที่มีคนวิ่งไปตามสม คุณหมอก็เลยรีบมาด้วย”



   “โชคดีของป้าแท้ๆนะหนูสม” คุณหญิงผกายังไม่วายเยินยอ จันทร์จ้าวเริ่มรู้สึกไม่ชอบใจกับความดีความชอบของคนเป็นหมอมากขึ้นทุกที



   “จริงๆแล้วถ้าหมอไม่อยู่พอดี ผมกับพี่อาทิตย์ก็จะพาคุณแม่ไปโรงพยาบาลนะครับ!!”



เขาโพลงออกมา ทำเอาทุกคนหันมองเป็นตาเดียว ดารารัษมีถึงกับถลึงตาใส่เขาที่พูดจาไร้มารยาท แต่คุณหญิงผการักบุตรชายคนรองมากเกินกว่าจะว่ากล่าว เลยทำได้แค่ปราม



   “พ่อจันทร์พูดอะไรอย่างนั้น จริงสิ...นี่คุณหมอรู้จักพ่อจันทร์หรือยังคะ พ่อจันทร์เป็นลูกชายคนรองของดิฉัน เพิ่งกลับจากอเมริกาเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง” ว่าแล้วคุณหญิงก็เปลี่ยนเรื่องพูดเป็นการแนะนำอย่างเป็นทางการ แม้จะยังมีอาการที่สืบเนื่องมาจากการหมดสติเมื่อครู่ แต่ก็ยังสามารถอวดบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนได้



นายแพทย์หนุ่มหันไปมองคนถูกแนะนำที่ยืนหน้าตึงมองเขาด้วยสายตาอวดดี



   ...สายตาอย่างนี้...มีหรือเขาจะไม่รู้จัก...



เขาเห็นสายตาแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่งที่ภัตตาคารจีน นอกจากนั้นเขายังได้เจอคนตรงหน้ามา ๓ ครั้งแล้ว ครั้งแรกคือเจออย่างผิวเผินที่วังฉัตร ครั้งที่สองคือที่ภัตตาคารจีน ส่วนครั้งที่สามก็ที่วังฉัตรอีกครั้ง แต่ครั้งนั้นเขาเห็นอีกฝ่ายในเรือติดเครื่องยนตร์ที่อยู่ไกลลิบๆ...ครั้งนี้เป็นครั้งที่สี่ และเป็นครั้งที่สี่ที่ได้รู้จักกันอย่างป็นทางการ



   ภวัต วิชาญโยธินลุกขึ้นจากตั่ง ทำให้ความสูงของเขาเกินความสูงของจันทร์จ้าวไปเล็กน้อย



   “ยินดีที่ได้รู้จัก คุณจันทร์...” เขาเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงทุ้มสุภาพและรอยยิ้มจางบนใบหน้า ดวงตาคมดุที่ส่อประกายสุภาพนั้นจับจ้องเข้าไปในดวงตากลมใหญ่ที่มองขวาง



   “...ผมชื่อภวัต” ชายหนุ่มแนะนำตัวเอง รอยยิ้มยังไม่จางไปจากใบหน้าเลยแม้แต่นิด และนั่นยิ่งทำให้จันทร์จ้าวยิ่งนึกขุ่นกว่าเดิม



   ระหว่างคนทั้งคู่คือความเงียบ ฝ่ายหนึ่งยิ้มจาง ฝ่ายหนึ่งบึ้ง ฝ่ายหนึ่งมีดวงตาที่แสนสุภาพ อีกฝ่ายสายตาทั้งขวางทั้งเคือง เป็นการพบกันครั้งที่สี่ และเป็นการทำความรู้จักกันครั้งแรกที่ไม่ว่าอย่างไรจันทร์จ้าวก็ยังไม่ชอบใจคนตรงหน้าเช่นเดิม



   และแน่นอน...สำหรับคนที่จันทร์จ้าวไม่ชอบหน้า ก็ต้องมีประโยคทักทายที่วิเศษกว่าคนทั่วๆไปเป็นธรรมดา



   “ประตูอยู่ทางนั้น คุณแม่ผมอาการดีขึ้นแล้ว เชิญหมอกลับได้เลย!!”



และนั่นคือประโยคแรกที่จันทร์จ้าว รักษพิพัฒน์มีให้ภวัต วิชาญโยธิน!!!



..................................



   “ไร้มารยาทที่สุดน่ะพี่จันทร์!! คุณหมอเธออุตส่าห์รีบมาดูอาการคุณแม่ พี่ก็ยังกล้าพูดอย่างนั้นกับเธอ!!” ดารารัษมีบ่นพี่ชายไม่หยุด แม้คุณหมอภวัตและสมฤดีจะกลับไปแล้ว และคุณหญิงผกาอาการดีขึ้นมากจนสามารถนั่งร่วมรับประทานอาหารเย็นกับสมาชิกครอบครัวรักษพิพัฒน์ทุกคนที่กลับมาพร้อมหน้า เมื่อทุกคนพร้อมหน้ากันที่โต๊ะอาหารเย็น ดารารัษมีก็ทำตัวเป็นโทรโข่งเล่าเรื่องมารดาเป็นลม การช่วยเหลือของคุณหมอและความไร้มารยาทของพี่ชายให้บิดาและพี่สาวแฝดที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ได้รับรู้



   “นั่นสิ จันทร์ ทำไมไปพูดแบบนั้นกับคุณหมอนะ” คุณหญิงผกาดุได้เพียงเท่านั้น เพราะจันทร์จ้าวเป็นลูกคนโปรด



   “จันทร์ควรจะไปขอโทษคุณหมอ” ท่านนายพลแนะนำอย่างจริงจัง ซึ่งนภาสรวงก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย



   จันทร์จ้าวทำหน้าหน่าย นึกในใจว่าหากทุกคนรู้ความรู้สึกของอาทิตย์ที่มีต่อหม่อมหลวงพิมพัชรา และรู้ว่าคนที่คุณชายฉัตรหมายมั่นจะให้สมรสกับคุณพิมคือหมอภวัตคนนั้น ทุกคนที่นี่ก็คงไม่มีใครกดดันเขาให้ไปขอโทษเป็นอันขาด



   “พี่ก็ว่าจันทร์ทำไม่ถูก หมอภวัตเขาตั้งใจมาช่วยคุณแม่ แล้วเขาก็เป็นผู้ใหญ่กว่าจันทร์ เขาอายุมากกว่า เขาเป็นลูกท่านนายพลศักดิ์ นายของพี่ด้วย แล้วสมฤดีที่อยู่ข้างบ้านเราก็ทำงานในโรงพยาบาลเดียวกับเขา” อาทิตย์อธิบายความเกี่ยวข้องเป็นฉาก และนั่นถึงทำให้จันทร์จ้าวตาโต



   “อะไรนะ?!! หมอภวัตอะไรนั่นเป็นลูกของนายของพี่หรือ?! แล้วยังทำงานอยู่โรงพยาบาลเดียวกับสมฤดีด้วย?!!”



   “ไม่ใช่เท่านั้นนะคะ น้องชายของคุณหมอเป็นเจ้าของบริษัทที่นภาทำงานอยู่ค่ะ” นภาสรวงสำทับ



   “เห็นไหมล่ะ! เกิดคุณหมอเขาโกรธที่พี่ไปพูดแบบนั้นกับเขา แล้วเขาสั่งให้น้องเขาเลิกจ้างนภาจะทำอย่างไร” ดารารัษมีพูดต่อ จันทร์จ้าวรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนแปลกแยกจากพี่น้อง คนอื่นๆดูจะนิยมชมชอบหมอภวัตกันหมด ทำไมมีแต่เขาคนเดียวที่เหม็นน้ำหน้าเสียเหลือเกิน



   “ก็ได้ๆ!! จะไปขอโทษก็แล้วกัน!!!” เพราะถูกพี่น้องขู่เข้าแบบนั้น ชายหนุ่มเลยตัดรำคาญรับปากไปก่อน แต่จะทำเมื่อไร นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง



   ท่านนายพลเห็นว่าบุตรชายคนรองยอมอ่อนข้อจะไปขอโทษคุณหมอแล้ว จึงหันมาสนใจภรรยาของตนเองแทน



   “แล้วคุณหญิงไม่เป็นอะไรแน่หรือ นี่ครั้งที่สองแล้วใช่ไหมที่ลมจับ”



   “คุณหมอว่าช่วงนี้อากาศไม่ค่อยดี ดิฉันไม่อยากอาหารเท่าไร นอนหลับไม่สนิทด้วย ร่างกายก็เลยทนไม่ไหว” คุณหญิงผกายอมรับตามตรง นอกจากเรื่องอากาศอบอ้าวแล้ว ยังกลุ้มใจเรื่องบุตรชายคนรองด้วย ก็เลยพาลเป็นทั้งกินไม่ได้นอนไม่หลับ



   “ผมว่า น่าจะไปตรวจที่โรงพยาบาลอย่างที่คุณหมอเธอว่า หรือถ้าคุณแม่ไม่อยากไปที่โรงพยาบาล ผมจะนัดคุณหมอให้มาที่นี่ดีไหมครับ” อาทิตย์ออกความเห็น



   “ไม่ต้องหรอกลูก แม่ไม่ได้เป็นอะไรแล้ว อย่าไปรบกวนคุณหมอเธอเลย” ประโยคท้ายทำเอาจันทร์จ้าวทำเสียงขึ้นจมูกอย่างนึกพาล แต่ไม่มีใครทันสังเกต เพราะทุกคนมัวแต่ห่วงคุณหญิงผกา



   “จากนี้ คุณแม่ต้องดูแลตัวเองให้มากๆนะคะ เรื่องงานบ้านก็ให้ป้าจรวยดูแล ส่วนเรื่องอาหาร นภาจะจัดการแทนเองค่ะ” นภาสรวงเสนอ เพราะหากให้ดารารัษมีไปยุ่งกับครัวเข้า ก็เกรงว่าคนทั้งบ้านคงต้องออกไปหาอะไรรับประทานนอกบ้านกันทุกมื้อ



   “ดาราสอนหนังสือเสร็จแล้วก็จะรีบกลับมาอยู่กับคุณแม่ แล้วจะสั่งคนรับใช้เอาไว้ว่าถ้ามีอะไร ให้ไปเรียกดาราที่โรงเรียนได้ทันที”



   “ขอบใจนะลูก” คุณหญิงผกายิ้มอย่างตื้นตันกับความห่วงใยที่ธิดามีให้หล่อน ดวงตาเหี่ยวย่นเหลือบมามองบุตรชายหัวแก้วหัวแหวน เผื่อว่าเขาจะมีคำพูดอะไรที่ห่วงหาหล่อนบ้าง จันทร์จ้าวนิ่งอยู่อึดใจหนึ่งก่อนจะเอ่ยปาก



   “ผมจะกลับมาทุกสัปดาห์ แล้วจะหาของอร่อยมาฝากคุณแม่บ่อยๆ” เป็นว่าอย่างไรเขาก็ไม่กลับมาอยู่ที่นี่เป็นการถาวร แม้จะอ่อนใจที่บุตรชายออกไปอยู่ข้างนอก แต่เมื่อสัญญาว่าจะกลับมาทุกศุกร์ คุณหญิงผกาก็ใจชื้นแต่ไม่วายกำชับ



   “แล้วอย่าลืมไปขอโทษคุณหมอด้วยนะจ๊ะ” จันทร์จ้าวเหลือบตามองมารดาแล้วก็ทำเป็นพยักหน้าส่งๆไปอย่างนั้น



   ท่านนายพลและคุณหญิงผกามองหน้ากันอย่างนึกห่วง ถึงแม้บุตรชายคนรองจะติดเอาแต่ใจอยู่สักหน่อย แต่ก็เป็นมิตรกับคนรอบข้าง เจ้าตัวมีเพื่อนฝูงมากมาย แต่แล้วทำไม...ทำไมกับคุณหมอภวัตถึง...



   “ไม่ชอบคุณหมอภวัตหรือ จันทร์” ท่านนายพลเป็นฝ่ายถาม ภวัตก็ถือว่าเป็นคนใกล้ตัวไม่น้อย ถึงจะไม่ได้สนิทสนมไปมาหาสู่กันเท่าไร แต่ก็นับว่าเป็นคนคุ้นเคย เพราะท่านกับพลโทศักดิ์ วิชาญโยธินบิดาของภวัตก็เป็นเพื่อนตีกอล์ฟด้วยกันออกบ่อยไป แม้จะอยู่กันคนละสังกัดก็ตาม



   “ก็...ไม่เชิงครับ” จันทร์จ้าวตอบไม่เต็มเสียง จะว่าไม่ชอบก็ไม่ถูก ออกไปทางเหม็นหน้าและขุ่นเคืองเท่านั้น...ละมั้ง



   “ตอนเด็กๆพี่จันทร์อยากเป็นหมอไม่ใช่หรือ” ดารารัษมีแขวะ



   “พี่ไม่ได้อิจฉาที่เขาเป็นหมอ ตอนเด็กๆพี่อยากเป็นหมอน่ะใช่ เพราะอยากจีบพยาบาล แต่โตขึ้นมาพี่ชอบทางเศรษฐศาสตร์มากกว่า เพราะฉะนั้น ต่อให้ใครจะเป็นหมอหรือไม่เป็น พี่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร” จันทร์จ้าวเถียงทันควัน ทำเอาคุณหญิงผกาต้องรีบร้องปรามก่อนที่สองพี่น้องจะทะเลาะกันด้วยเรื่องคนอื่น



   “เอาเถอะจ้ะ พ่อจันทร์ไม่ได้เกลียดคุณหมอก็ดีแล้ว ทานข้าวกันเถอะ” สองพี่น้องไม่โต้เถียงกันอีก แม้จะจดๆจ้องๆอย่างหาเรื่องกันและกันก็ตามที ท่านนายพลและคุณหญิงหันมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเหลือบตามองไปที่จันทร์จ้าวผู้ซึ่งเป็นมิตรกับคนทั่วไป ยกเว้นเพียงคนเดียว



   ...นายแพทย์ภวัต วิชาญโยธิน...



..................................

หัวข้อ: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 01-10-2015 21:19:16
ภวัต วิชาญโยธินผู้ถูกคนที่บ้านรักษพิพัฒน์กล่าวถึง ก้าวเท้าเข้าบ้านเป็นวันแรกในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะเขาต้องอาศัยนอนค้างที่บ้านพักใกล้โรงพยาบาลเพื่อดูอาการคนไข้คนหนึ่งที่ไม่สู้ดีนัก อันที่จริง ชายหนุ่มควรจะกลับเข้าบ้านอย่างเหน็ดเหนื่อยเพราะพักผ่อนไม่พอหลายวันติดกัน แต่...วันนี้เขากลับอารมณ์ดีเป็นพิเศษ



   “วันนี้กลับบ้านได้หรือพี่” เสียงทักดังมาจากชุดเก้าอี้บุนวมในห้องนั่งเล่นที่ชายหนุ่มกำลังเดินผ่าน ภวัตหันไปมองแล้วส่งยิ้มให้น้องชาย



   “อืม คุณพ่อกับคุณแม่ล่ะ” เขาถามเพราะเห็นว่าบ้านทั้งหลังเงียบกริบ



   “คุณพ่ออยู่ตึกเล็ก ส่วนคุณแม่ไปเยี่ยมน้าจง เห็นว่าไม่ค่อยสบาย” เภาว่าอย่างนั้น ทำเอาภวัตขมวดคิ้วเล็กน้อย



   “น้าบรรจงน่ะหรือ? แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่า” บรรจงเป็นน้องสาวของคุณหญิงจิตต์ ไม่แต่งงานและอยู่เพียงลำพัง คุณหญิงจิตต์ไปเยี่ยมบ่อยๆประสาพี่สาวน้องสาว บางครั้งก็มีบุตรชายคนใดคนหนึ่งหรือทั้งคู่ติดสอยห้อยตามไปด้วย แต่พักหลังมานี่เมื่อบุตรทั้งสองทำงาน คุณหญิงจิตต์จึงไปเยี่ยมเพียงลำพัง



   “เอ? ก็คงไม่มาก ถ้ามากคงมีคนพาส่งโรงพยาบาลแล้ว” ภวัตพยักหน้ารับรู้ เขามีเรื่องอยากจะพูดคุยกับบิดาเสียหน่อย แต่เมื่อบิดาอยู่ตึกเล็ก เขาก็ไม่อยากไปรบกวน



   บ้านวิชาญโยธินเป็นครอบครัวใหญ่ นอกจากคุณหญิงจิตต์แล้ว พลโทศักดิ์ยังมีภรรยาเล็กอีก ๒-๓ คน ทั้งหมดล้วนอยู่ตึกเล็กกับลูกๆของพวกเธอ ส่วนตึกใหญ่สถาปัตยกรรมแบบยุโรปนี้เป็นของคุณหญิงจิตต์ เขาและเภาเพียงเท่านั้น พวกเขา ๓ แม่ลูกแทบไม่เคยย่างกรายไปที่ตึกเล็กเลย ในขณะที่พวกที่ตึกเล็กก็แทบจะไม่เคยมาที่ตึกใหญ่ เว้นเสียแต่ว่าจะมีงานสำคัญ จึงจะได้เห็นหน้า ราวปีละครั้งหรือสองครั้งได้



   “วันนี้พี่ภวัตดูแปลก...” เภาตั้งคำถามเมื่อพิจารณาใบหน้าของพี่ชายเต็มสองตา



   “แปลก? แปลกอย่างไร”



   “ไม่ทราบ แต่แปลก...ดูไม่เหมือนพี่ภวัตคนเดิม...เจอเรื่องดีๆมาหรือ” ไม่ทราบคิดอย่างไร เภาจึงถามเช่นนั้น เขารู้สึกแค่ว่าวันนี้พี่ชายดูอารมณ์ดีกว่าเคย แม้ทุกๆวันภวัตจะมีรอยยิ้มจางติดอยู่บนหน้าตลอดเวลาก็ตาม แต่วันนี้ไม่ใช่แค่รอยยิ้มจาง...มีอะไรบางอย่างที่เภามองเห็น แต่เขาคิดไม่ออกว่าอะไร...



   ภวัตหัวเราะเบาๆ เมื่อคิดถึงเรื่องเมื่อตอนเย็นที่เขาไปเยี่ยมสมฤดี พยาบาลสาวที่ทำงานโรงพยาบาลเดียวกับเขาซึ่งป่วยเป็นหวัดจนต้องขอลาหยุด และมีโอกาสได้แวะเวียนเข้าไปในบ้านที่อยู่ติดกับบ้านของสมฤดีอย่างกะทันหัน



   “ฉันรู้ชื่อคู่ปรับของแกแล้วนะเภา” เขาเปลี่ยนเป็นพูดเรื่องน้องชายแทน และเพียงเท่านั้น เภาก็ถึงกับทำหน้ามู่ทู่



   “ผมไม่เห็นจะอยากรู้เลย!” ถึงพักหลังมานี่ ทั้งคุณวนิดา คุณสายสมรและคุณศรีอำไพจะกลับมาเป็นเพื่อนเล่นเขาเช่นเดิมแล้วก็ตามที แต่เภาก็ยังรู้สึกว่าอีกฝ่ายคือคู่ปรับเขาอยู่ดี ไม่ใช่เภาไม่รู้ ว่าทำไมเพื่อนผู้หญิงของเขาถึงกลับมาเที่ยวเล่นกับเขาดังเก่า เพราะพวกนั้นถูกเจ้าคู่ปรับของเขาเขี่ยทิ้งน่ะซี!!



   “ฉันเชื่อว่าแกต้องอยากรู้ เพราะเขาเป็นน้องชายคุณอาทิตย์ เป็นพี่ชายคุณดารารัษมีแล้วก็คุณนภาสรวง” คำพูดของภวัต ทำเอาเภาหันมองอย่างคาดไม่ถึง ภาพตอนที่เขาเห็นที่ภัตตาคารจีน ไม่ใช่คู่ปรับของเขาควงสตรีมาเที่ยว ๓ คน แต่ ๒ ใน ๓ เป็นน้องสาวอย่างนั้นหรือ?!



   “เขาชื่อจันทร์จ้าว เพิ่งกลับจากอเมริกาเมื่อเดือนก่อน ไม่ใช่กลับจากปีนังหรือฟิลิปปินส์”



   “เห็นว่าเรียนจบเศรษฐศาสตร์กลับมาด้วยทุนมหาวิทยาลัย คงเรียนเก่งน่าดู ตอนนี้เปิดบริษัทนำเข้าหนังสือฝรั่งอยู่กับเพื่อน” ภวัตพูดต่อ



   “พี่ไปรู้มาได้อย่างไรน่ะ” เภาถาม ทำเอาคนเป็นพี่หัวเราะน้อยๆ เรื่องพวกนี้เขารู้จากสมฤดี ตอนที่ถูกจันทร์จ้าวไล่ออกจากบ้านรักษพิพัฒน์อย่างสุภาพแต่ไร้มารยาทเป็นที่สุดนั้น สมฤดีคงเกรงใจเขา จึงพยายามเล่าความดีความชอบของบุตรชายคนรองบ้านรักษพิพัฒน์ให้เขาฟังตลอดทางที่เดินกลับออกมา



   “ฉันทำงานในโรงพยาบาลก็จริง แต่หูตาฉันก็กว้างไกล”



   “ถ้าอย่างนั้นรู้ไหมว่าอ้ายคู่ปรับของผมมันจะจีบคุณพิมหรือเปล่า?” เภาสวนขึ้นมาทันควัน ทำเอาภวัตชะงัก เขามองน้องชายด้วยความรู้สึกอึดอัดในอก เมื่อคิดถึงเรื่องที่คุณชายฉัตรเรียกเขาไปคุยที่วังฉัตรเมื่อไม่กี่วันก่อน



   ...คุณชายฉัตรต้องการให้เขาแต่งงานกับคุณพิม แต่น้องชายของเขากำลังชอบคุณพิม...



   ...ถ้าหากเขาทำให้คุณชายเห็นความดีความชอบของเภาได้ เขาก็อาจจะไม่ต้องรู้สึกผิดที่ปฏิเสธความต้องการของผู้ใหญ่ ซ้ำน้องชายก็มีความสุขด้วย...



   “ว่าอย่างไรล่ะพี่ภวัต อ้ายคู่ปรับของผมมันคิดอะไรกับคุณพิมหรือเปล่า” เภาถามซ้ำ



   “เภา...ถ้าหากแกชอบคุณพิม แกก็ต้องไปมาหาสู่เขาให้ถูกต้อง จะทำกับเขาเล่นๆเหมือนที่แกทำกับเพื่อนผู้หญิงของแกไม่ได้”



   “ผมก็อยากทำให้ถูกต้อง แต่จะทำอย่างไรล่ะ ผมไม่รู้จักใครที่วังฉัตรนี่! เอ...หรือจะเข้าทางคุณนภาดี? ได้ข่าวว่าคุณดาราแฝดของคุณนภาทำงานเป็นครูที่โรงเรียนเดียวกับคุณพิม...เห็นที ผมต้องแวะไปบ้านรักษพิพัฒน์บ้างแล้ว”



   “ก็แล้วทำไมไม่ไปที่วังฉัตรเสียเลย” ภวัตถาม แต่น้องชายมองหน้าทันควัน



   “ไปแล้วใครจะให้เข้า?! ผมไม่รู้จักใครที่ฉัตราภาสเลยสักคน!” คนเป็นพี่อมยิ้ม ก่อนจะเอ่ยปากเสนอ



   “แกตีเทนนิสเป็นใช่ไหม พรุ่งนี้ฉันได้หยุด บุ๊คคอร์ดไว้แล้วตอนเช้า ไปตีเทนนิสกับฉัน”



   “เทนนิส?! เทนนิสทำให้ผมเข้าวังฉัตรได้หรือ?!” คราวนี้จากแค่อมยิ้ม กลายเป็นภวัตหัวเราะออกมาเบาๆ



   “คุณพงศ์พี่ชายคุณพิมชอบตีเทนนิส และเพื่อนของคุณพงศ์ก็ชอบตีเทนนิส ถ้าแกตีดีถูกใจพวกเขา รู้จักสนิทสนมสร้างความคุ้นเคยกับพวกเขา แกก็มีโอกาสที่จะได้เข้าวังฉัตรแน่นอน” ชายหนุ่มคนพี่พูดโดยเว้นชื่อ ‘เพื่อนของคุณพงศ์’ เอาไว้เพราะเกรงว่าน้องชายจะอดติจนไม่ยอมไปตีเทนนิส ก่อนจะเดินอารมณ์ดีออกจากห้องนั่งเล่นไป พร้อมกับเสียงของสมฤดีที่ยังดังอยู่ในหูของเขาตลอดเวลา



   ‘คุณจันทร์เธอเรียนหนังสือเก่งค่ะ กีฬาก็เล่นเก่งนะคะ เห็นนภาว่าสมัยเรียนที่อเมริกาก็เคยลงแข่งเทนนิสระดับมหาวิทยาลัยด้วย นี่กลับมาอยู่เมืองไทย ดิฉันก็เห็นเธอหิ้วแรกเก็ตออกจากบ้านไปแทบทุกวัน คงจะไปตีกับคุณพงศ์ เพื่อนของเธอแน่ะค่ะ’



   …เอาเถอะ เจอกันที่บ้านรักษพิพัฒน์ เขาก็ถูกไล่ออกมา ถ้าหากเจอกันที่สโมสรเทนนิส เขาอยากรู้นักว่าคนอวดดีรายนั้นจะไล่เขาทางไหน...



   ภวัตอมยิ้มกับตัวเอง เขากำลังนึกสนุกกับการได้พบหน้าคนอวดดีในครั้งต่อไป...



..........................................



   คนที่สโมสรเทนนิสรู้จักกับภวัต วิชาญโยธินเป็นอย่างดี ดังนั้นเมื่อชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาที่นี่ พนักงานทุกคนจึงทักทายอย่างคุ้นเคย ภวัตเพียงยิ้มจางตอบอย่างทุกครั้ง ก่อนจะพาน้องชายตรงเข้าไปยังส่วนที่เป็นสนามเทนนิส ผู้คนทั้งชายและหญิงทั้งที่อยู่กลางสนามและริมสนาม ทำให้มองหาเป้าหมายค่อนข้างยาก



   “คุณหมอ!” เสียงเรียกดังมาจากด้านหลัง ทำเอาภวัตหันมอง ชายหนุ่มร่างสูงผู้เป็นทายาทของวังฉัตรเดินตรงเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม วันนี้อากาศยามแจ่มใส แดดไม่แรงและไม่มีฝน เหมาะกับการตีเทนนิสเป็นที่สุด แม้ว่าเพื่อนคนหนึ่งของเขาจะไม่มาตีด้วยกันตามนัดเพราะมารดาป่วยกะทันหัน แต่หม่อมหลวงพงศ์ภราธรก็ยังอารมณ์ดีกับการได้มาออกกำลังกายแต่เช้าเข่นนี้



   “สวัสดีครับ วันนี้ว่างมาตีเทนนิสหรือ” เขาทักทายนายแพทย์หนุ่มด้วยรอยยิ้ม



   “ครับ นี่น้องชายของผม เภา” ภวัตไม่รีรอที่จะรีบแนะนำน้องชายของตน หม่อมหลวงพงศ์ภราธรหันไปทักทายกับเภาอย่างเป็นกันเอง ในขณะที่ภวัตมองหาใครอีกคนที่น่าจะมากับราชนิกูลหนุ่มด้วย ทว่า...ไม่มี



   “คุณพงศ์มาคนเดียวหรือครับ” เขาตั้งคำถาม



   “มากับเรย์ครับ เรย์มอนด์ อดัมส์ เป็นเพื่อนของผมเอง” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรหันไปแนะนำเพื่อนชาวต่างประเทศของตนให้ ๒ พี่น้องวิชาญโยธินได้รู้จัก เรย์มอนด์ อดัมส์เป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ตามชาติพันธุ์ ผมสีทองและนัยน์ตาสีเขียวเจิดจ้า ทว่าพูดไทยชัด



   “สวัสดีครับ” สำเนียงชัดถ้อยชัดคำ ทำเอาภวัตค่อนข้างประหลาดใจ



   “พูดภาษาไทยได้ด้วยหรือครับ” ชายผมทองยิ้มกว้าง



   “จันทร์สั่งไว้ ว่าถ้าอยู่เมืองไทยต้องพูดภาษาไทย ถ้าจะพูดภาษาอังกฤษ ให้กลับไปอยู่อเมริกา กระทั่งตอนประชุมงานที่บริษัท ยังให้พูดภาษาไทย ผมจะตายเอา” มิสเตอร์อดัมส์พูดกลั้วหัวเราะ พาเอาคนทั้งกลุ่มหัวเราะตาม



   “เรย์กับผมเราร่วมหุ้นกับจันทร์เปิดบริษัทน่ะครับ นำเข้าหนังสือจากเมืองนอก เห็นคุณพ่อว่าคุณหมอก็ชอบอ่านหนังสือ ไว้หนังสือรอบนี้มาเมื่อไร ผมจะให้สมนาคุณคุณหมอด้วย” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรพูดพลางยิ้มอย่างเป็นมิตร



   “แล้ว...คุณจันทร์ไม่มาด้วยหรือครับ” ภวัตมีโอกาสถามถึงใครอีกคนที่เขาไม่เห็นหน้า



   “ตอนแรกก็ว่าจะมา แต่เมื่อเช้าโทร.มายกเลิกกะทันหัน เห็นว่าเมื่อวานคุณหญิงผกาไม่ค่อยสบาย จันทร์ก็เลยอยากจะอยู่ที่บ้านมากกว่า ช่วงนี้จันทร์ย้ายออกมาอยู่ข้างนอก จะกลับบ้านก็เฉพาะวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เลยต้องอยู่ติดบ้านเสียหน่อย แล้วนี่คุณหมอมากัน ๒ คนหรือ พวกผมก็มากัน ๒ คน ถ้าอย่างไรเรามาเล่นคอร์ดเดียวกันไหม แข่งกันสักหน่อย ครบคู่พอดี” เมื่อหม่อมหลวงพงศ์ภราธรเสนออย่างนั้น ภวัตก็ไม่รอช้า เขาตกปากรับคำเพื่อเปิดโอกาสให้น้องชายได้ทำความรู้จักกับคนสกุลฉัตราภาส



กีฬาเป็นสิ่งดี มันเชื่อมมิตรไมตรีได้อย่างง่ายดาย แต่เป็นที่น่าเสียดาย...ที่ใครอีกคนที่เขาอยากเชื่อมสัมพันธ์ด้วย กลับไม่มาเสียนี่...


......................................   



     เสียงกุกกักจากในโรงครัว ทำให้หม่อมราชวงศ์ฉัตร ฉัตราภาสต้องจับจ้องต้นเสียงราวกับกำลังลอบสังเกต ธิดาของท่านวันนี้ลงครัวด้วยตัวเอง แม้หม่อมหลวงพิมพัชราจะเป็นสตรีที่ท่านอบรมเลี้ยงดูมาอย่างกุลสตรี แต่เธอก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้เข้าครัวบ่อยนัก เพราะสนุกกับการทำงานข้างนอก



   “คุณพ่อ...มาทำอะไรตรงนี้ค่ะ” หญิงสาวหันกลับมาเห็นบิดาพอดี จึงส่งเสียงร้องถาม คุณชายฉัตรชะงักไปเล็กน้อยที่ถูกธิดาจับได้ จึงเสยิ้มแล้วก้าวเท้าเข้ามายืนข้าง



   “ได้ยินว่าลูกเข้าครัวเอง ทำอะไรอยู่หรือ”



   “ทำของเยี่ยมค่ะ เมื่อเช้าพี่พงศ์ว่าคุณหญิงผกาไม่ค่อยสบาย ลูกตั้งใจจะแวะไปเยี่ยมเสียหน่อย”



   “คุณหญิงผกาเป็นอะไรหรือ”



   “เห็นว่าเป็นลมเมื่อวานนี้ค่ะ เมื่อเช้าคุณจันทร์ก็เลยไม่ได้ไปตีเทนนิสกับพี่พงศ์ เธอโทร.มาลาแต่เช้า” ชื่อของชายหนุ่มอีกคนทำให้คุณชายฉัตรต้องลอบมองใบหน้าของธิดา ด้วยเพราะอยากจับสังเกตว่าพิมพัชรามีความรู้สึกเช่นไรต่อชายหนุ่มผู้นั้น



   ...อันที่จริง เมื่อทางภวัตปฏิเสธแล้ว หม่อมราชวงศ์ฉัตรก็อยากจะหันมาสนใจ จันทร์จ้าว รักษพิพัฒน์แทน แต่ติดที่ว่าอีกฝ่ายมีเพื่อนผู้หญิงมากมายเหลือเกิน จนคุณชายหวั่นใจว่าจะไม่มั่นคงกับธิดาของท่านแต่เพียงผู้เดียว...



   “ลูกดูสนิทสนมกับบ้านรักษพิพัฒน์ดีนะ”



   “ก็คุณดาราเธอเป็นเพื่อนครูที่โรงเรียนเดียวกับลูกนี่คะ พี่พงศ์ก็สนิทกับคุณจันทร์ สมัยคุณแม่ยังอยู่ ก็สนิทกับคุณหญิง”



   “แล้ว...ลูกว่าจันทร์จ้าวเขาเป็นคนอย่างไร”



   “คุณจันทร์หรือคะ? เธอเป็นคนสนุกเชียวค่ะ มีเรื่องตลกๆมาเล่าให้ฟังเยอะแยะ คุยกับเธอไม่มีเบื่อ” เมื่อธิดาว่าอย่างนั้น คุณชายฉัตรก็ออกจะนึกกังวลไม่น้อย



   “แล้วคุณอาทิตย์ล่ะ...” คุณชายถามถึงชายหนุ่มอีกคนของบ้านรักษพิพัฒน์ และเพียงเท่านั้น ใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มหวานของธิดาก็กลายเป็นอึกอัก หม่อมหลวงพิมพัชราหันไปสนใจอาหารที่อยู่ในหม้อแล้วตอบด้วยน้ำเสียงเบาแผ่ว



   “เอ่อ...ลูกก็ไม่ทราบหรอกค่ะ...ไม่ค่อยได้คุยกับคุณอาทิตย์เสียเท่าไร เอ่อ...คุณพ่อจะไปเยี่ยมคุณหญิงด้วยกันไหมคะ” หญิงสาวรีบเปลี่ยนเรื่องพูด หล่อนไม่อยากพูดถึงเรื่องพี่ชายคนใหญ่ของครอบครัวรักษพิพัฒน์ ไม่ใช่ว่าหล่อนเกลียดเขา แต่...พอพูดถึงเขา นึกถึงเขา ใบหน้าของหล่อนก็ร้อนวาบอย่างไม่มีสาเหตุ



   “ไปก็ดีเหมือนกัน พ่อก็ไม่ได้ไปบ้านรักษพิพัฒน์นานแล้ว ลูกรอพ่อหน่อย ขอเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวก่อน” หม่อมหลวงพิมพัชราเพียงรับคำเสียงเบา บิดาจึงออกจากโรงครัวไป แล้วปล่อยให้หญิงสาวาทำอาหารของเยี่ยมต่อ โดยไม่ล่วงรู้แม้แต่น้อยว่าในใจของธิดาตอนนี้กลับกลายเป็นนึกถึงนายทหารหนุ่มคนนั้น...ผู้ชายเงียบขรึม ไม่ค่อยพูด แต่ทุกท่วงท่าของเขาสง่างามสมกับเป็นทหาร เขาที่มองหล่อนด้วยสายตามั่นคงทว่าเจียมเนื้อเจียมตัว พิมพัชราไม่กล้าคิดว่าเขาคิดกับหล่อนเช่นไร แต่ทุกครั้งยามที่หล่อนอยู่ใกล้เขา หัวใจเป็นต้องเต้นถี่เสียจนไม่กล้าสบตา



   ...อะไรหนอ ความรู้สึกนี้...ความรู้สึกที่อยากอยู่ใกล้เขา ความรู้สึกที่อยากมองเขา...หล่อนไม่กล้าสำรวจหัวใจตัวเอง เพราะไม่ว่าอย่างไร เขาก็คงไม่มีความรู้สึกเช่นนั้นตอบกลับมา...



   หญิงสาวได้แต่มองอาหารในหม้อต้ม ใบหน้าหวานหมองเศร้า และหัวใจเลื่อนลอย...


...........................................



   หม่อมราชวงศ์ฉัตรและหม่อมหลวงพิมพัชรามาถึงบ้านรักษพิพัฒน์ในตอนบ่าย คนที่สั่งให้ตาพ่วงเปิดประตูต้อนรับรถจากวังฉัตรคืออาทิตย์ที่กำลังลงต้นไม้อยู่ที่สนามหน้าบ้าน เขาก้าวเร็วๆเข้าไปยกมือไหว้ชายผู้อาวุโส และรับไหว้จากหญิงสาวผู้มีอายุน้อยกว่า



   “สวัสดีครับ คุณชาย”



   “สวัสดี พ่ออาทิตย์ กำลังลงต้นไม้อยู่หรือ” ชายหนุ่มนายทหารอยู่ในเสื้อผ้าฝ้ายที่ค่อนข้างจะเลอะเทอะ ใบหน้าคมคายของเขามีเศษดินติดที่โหนกแก้ม อาทิตย์ดูเหมือนจะนึกขึ้นได้ว่าเขาอยู่ในสภาพที่ไม่น่าดูเอาเสียเลย



   “เอ่อ...ครับ...คุณชายมาเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่หรือครับ เชิญบนเรือนก่อนครับ” เขาว่าอย่างนั้น ก่อนจะหันไปสั่งคนรับใช้ให้ขึ้นไปเรียนบิดาและมารดา พอดีกับที่น้องชายคนรองก้าวเท้าลงจากเรือน อาทิตย์จึงสั่งให้จันทร์จ้าวพาสองพ่อลูกขึ้นเรือนแทนเขาที่จะกลับไปลงต้นไม้ต่อ คุณชายฉัตรมองสภาพสกปรกเลอะเทอะของบุตรชายคนใหญ่ของท่านนายพลเดชและคุณหญิงผกาแล้วก็หันมามองสภาพสะอาดเอี่ยมของบุตรชายคนรอง



   ...ไม่เหมือนกันสักนิด...เป็นพี่น้องที่แตกต่างกันอย่างที่ท่านไม่เคยพบพานมาก่อน...



   “เชิญข้างบนครับคุณชาย คุณพิม” เสียงของจันทร์จ้าวทำให้คุณชายฉัตรก้าวเท้าเดินขึ้นเรือน หากแต่ไม่วายหันกลับไปมองร่างสูงของนายทหารหนุ่มที่เดินกลับไปยังโคนต้นไม้ตรงสนามหญ้าหน้าบ้าน ท่านเหลือบตาไปมองธิดาที่เดินตามหลัง ก็เห็นว่าหญิงสาวเองก็กำลังมองไปยังอาทิตย์เช่นเดียวกัน หม่อมราชวงศ์ฉัตรถอนหายใจเบา ก่อนจะบ่ายหน้าก้าวเท้าเดินขึ้นเรือนไปโดยไม่หันกลับไปมองยังชายหนุ่มที่โคนต้นไม้อีกเลย



......................................
หัวข้อ: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 01-10-2015 21:20:25
   คุณหญิงผกาแจ่มใสไม่เหมือนคนป่วย ยิ่งมีคนที่คบค้าสมาคมกันมานานอย่างคุณชายฉัตรมาเยี่ยม หล่อนก็ยิ่งพูดคุยสนุกสนาน ส่วนหม่อมหลวงพิมพัชราหลังจากเยี่ยมคุณหญิงผกาได้ครู่หนึ่ง ดารารัษมีก็มาชวนลงไปนั่งเล่นที่ใต้ถุนบ้านแล้วปล่อยให้ผู้ใหญ่ข้างบนคุยกันไปตามประสา



   “พี่อาทิตย์ปลูกต้นไม้ทั้งวัน ไม่รู้จะขยันอะไรกันนักหนา” ดารารัษมีเปรย จากมุมที่พวกหล่อนนั่งเล่นกันอยู่ที่ใต้ถุนเรือนนั้น สามารถมองออกไปยังต้นไม้สูงตระหง่านที่หน้าบ้าน ซึ่งมีอาทิตย์กำลังก้มๆเงยๆอยู่เพียงลำพัง ราชนิกูลสาวมองตามสายตาของเพื่อนครูด้วยกัน แล้วก็ยิ่งรู้สึกประหลาดในใจยามมองแผ่นหลังกว้างของเขา



   ...พี่ชายของหล่อนก็มีแผ่นหลังกว้างเช่นนี้ แต่เหตุใดหนอ ยามหล่อนมองแผ่นหลังของพี่ชาย ไม่ยักรู้สึกร้อนวูบวาบในอกเหมือนที่หล่อนมองแผ่นหลังของชายหนุ่มผู้นั้น...



   “ไม่เหมือนพี่จันทร์ รายนั้นวันๆไม่เที่ยวก็นอน” ดารารัษมีพูดต่อ หม่อมหลวงพิมพัชราจึงหันกลับไปส่งยิ้มบางให้



   “คุณจันทร์เธอชอบเข้าสังคม เอ...เห็นพี่พงศ์ว่า คุณจันทร์ย้ายไปอยู่ที่บ้านเช่าใกล้วังใช่ไหมคะ คุณดารา” ดารารัษมีพยักหน้าหงึกหงัก



   “คุณแม่ก็เลยกลุ้มใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ แล้วก็เป็นลมนี่อย่างไรล่ะคุณพิม พี่จันทร์น่ะ บทจะทำอะไรเอาแต่ใจก็ไม่มีใครขวางอยู่สักคน อีกหน่อยแต่งงานแต่งการ ดาราคงเป็นห่วงเมียพี่จันทร์แย่” คนฟังหัวเราะเบาๆ



   “ถ้าอย่างนั้นพี่ไม่มีเมียดีกว่า ดาราจะได้ไม่ต้องห่วงใคร” เสียงของจันทร์จ้าวดังขึ้น ชายหนุ่มชะโงกศีรษะเข้ามาใต้ถุนทั้งที่ยังลงบันไดจากชั้นบนไม่ถึงขั้นสุดท้ายดี ดวงหน้าขาวส่งยิ้มกว้างเห็นลักยิ้มให้ทั้งน้องสาวและหญิงสาวผู้เป็นแขก



   “ให้มันจริงเถอะค่ะ! ดาราล่ะกลัวใจพี่จะมีเมียมากมายให้ดาราเป็นห่วงนี่สิ!” ดารารัษมีแขวะเมื่อพี่ชายคนรองเดินตรงมาที่พวกหล่อน จันทร์จ้าวหัวเราะอย่างสดใส



   “ไม่ต้องห่วงพี่ ห่วงพี่อาทิตย์แทนเถอะ จันทร์ถึงศุกร์ทำงาน เสาร์อาทิตย์อยู่บ้าน ชาตินี้จะได้แต่งงานไหมก็ไม่รู้” ดวงตากลมใหญ่มองสบกับดวงตาของน้องสาว แล้วก็เหมือนสองพี่น้องที่ไม่ค่อยจะลงรอยกันในบางทีจะสื่อสารกันได้โดยไม่ต้องพูด ดารารัษมีก็เข้าใจว่าพี่ชายต้องการทำอะไร



   “เอ...จริงด้วยสินะ อายุก็ตั้ง ๒๖ แล้ว ยังไม่มีคนรักเลยสักคน” หล่อนที่มักจะขวางจันทร์จ้าวในหลายๆครั้ง มาครั้งนี้กลับตามน้ำไปกับพี่ชายเสียอย่างนั้น ในขณะที่หม่อมหลวงพิมพัชราได้แต่นั่งเงียบๆฟังสองพี่น้องคุยกัน



   “ไม่รู้ว่าระหว่างพี่อาทิตย์กับนภา ใครจะได้แต่งงานก่อนนะพี่จันทร์ ดาราว่านภาได้แต่งก่อน” ดารารัษมีพูดต่อแล้วบุ้ยใบ้ไปที่พี่สาวแฝดที่มัวแต่ง่วนอยู่ในครัวซึ่งแยกออกไปจากตัวเรือนเล็กน้อย รายนี้ก็ไม่ค่อยจะออกไปเที่ยวที่ไหน ไม่ค่อยสุงสิงใคร ดีว่ายังออกไปทำงานข้างนอกบ้าน ขืนเป็นแม่ศรีเรือนอยู่ในนี้ เห็นทีดารารัษมีคงแนะนำให้พี่สาวแฝดของตนไปบวชชีเข้าสักวัน



   “เอ?...พี่ก็ว่านภาน่าจะแต่งก่อนเช่นเดียวกัน คุณพิมล่ะครับ คิดว่านภากับพี่อาทิตย์ ใครจะได้แต่งงานก่อน” จันทร์จ้าววกเข้าไปถามหญิงสาวที่นั่งเงียบ ซึ่งเธอก็ทำหน้าตื่นทีเดียวที่ถูกถามเช่นนั้น



   “เอ่อ...พิม...พิมไม่ทราบหรอกค่ะ เรื่องแบบนี้...เอ๊ะ...นั่น...ดูเหมือนจะเป็นรถพี่พงศ์...” หญิงสาวได้ทีเปลี่ยนเรื่อง เมื่อมองออกไปยังประตูรั้วหน้าบ้านแล้วเห็นรถเลี้ยวเข้ามาจอดพอดี จันทร์จ้าวและดารารัษมีมองตามก็เห็นจริงดังว่า บุตรชายคนรองของท่านนายพลจึงสั่งให้คนไปเปิดประตูให้



   หม่อมหลวงพงศ์ภราธรเสร็จธุระที่สโมสรเทนนิสแล้วก็ตรงมาที่บ้านรักษพิพัฒน์เพื่อเยี่ยมเยียนคุณหญิงผกาเสียหน่อย เขามาเพียงลำพังเพราะเรย์มอนด์ อดัมส์ที่ไปตีเทนนิสด้วยกันต้องไปทำธุระที่อื่น



   “คุณพงศ์ มาได้อย่างไรน่ะ ไม่ตีเทนนิสหรือ” จันทร์จ้าวเข้าไปทักทายอย่างสนิทสนม



   “ตีสิ! ตีเสร็จแล้วถึงมา วันนี้กันได้ตีกับคนที่ตีเทนนิสสนุกกว่านายวินิตอีก อาทิตย์หน้าแกไปที่วังนะ กันนัดไว้แล้ว” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรกล่าวพร้อมรอยยิ้ม



   “นัดอะไรไว้หรือคะ คุณพงศ์” ดารารัษมีร้องถามอย่างสนใจ



   “ก็นัดตีเทนนิสน่ะซีครับ เอ? หรือเปลี่ยนเป็นนัดทานข้าวด้วยดี สาวๆจะได้ไปด้วย ดีไหมยายพิม...วันอาทิตย์หน้า เราชวนเพื่อนๆไปสนุกที่วังกันดีกว่า ให้สาวๆเขาทานของว่างจิบน้ำชากันไป พวกผู้ชายก็ตีเทนนิสกัน” คำพูดของเพื่อนรัก ทำเอาจันทร์จ้าวมองเห็นลู่ทางในการผลักดันพี่ชายให้ได้ใกล้ชิดกับราชนิกูลสาว



   “ถ้าอย่างนั้นผมจะพาพี่อาทิตย์ไปด้วย”



   “ได้เลย! มากันหลายคนยิ่งสนุก คุณดาราชวนคุณนภาด้วยนะครับ เอ?...แล้วนี่คุณหญิงอยู่ที่ไหนล่ะ”



   “อยู่ข้างบน ตามมาสิคุณพงศ์ เออ แล้วที่ว่าคนที่ตีเทนนิสสนุกกว่านายวินิตนี่ใครล่ะ ผมไม่เคยตีด้วยหรือ” จันทร์จ้าวถามพลางเดินนำขึ้นเรือน



   “ไม่เคยหรอก แกต้องไม่เคยตีด้วยแน่ เดี๋ยววันอาทิตย์หน้าจะได้ตีด้วย กันชวนไว้แล้ว”



แล้วเสียงพูดคุยของ ๒ หนุ่มก็หายลับขึ้นเรือนไป เบื้องล่างจึงเหลือเพียงดารารัษมีและหม่อมหลวงพิมพัชรา ที่ดูเหมือนหญิงสาวจากวังฉัตรจะเอาแต่ก้มหน้านิ่งนับตั้งแต่จันทร์จ้าวเอ่ยปากว่าสัปดาห์หน้าจะชวนอาทิตย์ไปที่วังด้วย ดารารัษมีลอบมองเพื่อนร่วมงานแล้วก็นึกแผนการออกขึ้นมาพลัน



   “ดาราจะไปสั่งคนให้ยกของว่างขึ้นไปให้ข้างบนแล้วจะขึ้นไปดูความเรียบร้อยเสียหน่อย ปล่อยพี่จันทร์ขึ้นไปคนเดียวคงจะไม่ได้เรื่อง ดาราวานคุณพิมหน่อยได้ไหม ช่วยเอาน้ำไปให้พี่อาทิตย์ตรงนู้นที ลงต้นไม้มานานแล้ว ประเดี๋ยวจะเป็นลมไปอีกคน” หม่อมหลวงพิมพัชราหันมองคนวานทันทีด้วยความคาดไม่ถึง แต่ไม่ทันจะขัดอะไร ดารารัษมีก็ยกแก้วน้ำจากถาดที่คนรับใช้นำมาวางไว้ที่ตั่ง ส่งให้หญิงสาวเพื่อนร่วมงาน



   “ดาราวานหน่อยเถอะ สงสารพี่อาทิตย์ ทำงานทั้งวี่ทั้งวัน ยังไม่ได้ดื่มน้ำสักอึก” พออีกฝ่ายว่ามาอย่างนั้น ราชนิกูลสาวก็ได้แต่รับแก้วน้ำมาถือ ส่วนดารารัษมีวานเสร็จแล้วก็ผลุบหายเข้าไปในครัวเพื่อสั่งงาน ออกมาอีกที ร่างแบบบางของหม่อมหลวงพิมพัชราก็ก้าวเดินไปยังอาทิตย์แล้ว หญิงสาวมองตามแล้วได้แต่ยิ้มอย่างสมใจ ก่อนจะเดินนำคนรับใช้ขึ้นเรือนไป


................................



   มุมใต้ต้นไม้ใหญ่ที่สนามหญ้าหน้าเรือนไทยไม่ใช่ที่รโหฐานลับตาคน ยิ่งโดยเฉพาะการมองลงไปจากเรือนสามารถเห็นทุกเหตุการณ์ที่เกิดตรงนั้นได้อย่างถนัดถนี่ จันทร์จ้าวมองเห็นชายหนุ่มหญิงสาวพูดคุยกัน ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะเดินกลับมาที่เรือน เขาไม่ได้ยินว่าคนทั้งคู่คุยอะไรกัน แต่ที่รู้คือต่างฝ่ายต่างมีความสุข



   ...หรือบางที...หม่อมหลวงพิมพัชราก็อาจมีใจให้พี่ชายเขาเช่นกัน...



   “ดูอะไรหรือ จันทร์” เสียงทักดังมาจากด้านหลัง จันทร์จ้าวหันไปมอง หม่อมหลวงพงศ์ภราธรเดินตรงมาหาเขา หลังจากพูดคุยกับคุณหญิงผกา ท่านนายพล และบิดาของตนไปได้พักหนึ่ง



   “ก็มองไปเรื่อย ว่าแต่...อาทิตย์หน้าที่ชวนผมไปวัง มีอะไรให้ทำบ้างล่ะ ตีเทนนิสอย่างเดียวหรือ”



   “แน่สิ! รับรองว่าแกต้องสนุกจนวางแรกเก็ตไม่ลง วันนี้นะแกเอ๋ย กันตีเสียจนปวดแขนไปหมด”



   “สนุกขนาดนั้นเชียว?!”



   “สนุกกว่าที่แกคิดอีก”



   “ชักอยากรู้แล้วสิ ว่าคนที่คุณพงศ์ไปตีด้วยเป็นใคร ใบ้หน่อยไม่ได้หรือ ผมรู้จักรึเปล่า”



   “ใบ้ไม่ได้ แล้วก็คิดว่าแกยังไม่รู้จักด้วย แต่แกเคยพูดกับกันว่าอยากรู้จัก แล้วก็คลาดไป คราวนี้แกจะได้โอกาสรู้จักเสียที”


“หืม? ผมเคยพูดว่าอยากรู้จักแต่ก็ยังคลาดกันด้วยหรือ”


“ใช่น่ะซี!”


“นี่ผู้ชายหรือผู้หญิง ผมเดาว่าเป็นผู้หญิง เพราะผมไม่เคยอยากรู้จักผู้ชาย” คำพูดของจันทร์จ้าวทำเอาเพื่อนรักราชนิกูลหัวเราะลั่นแล้วส่ายหัว


“เดาผิดแล้วเพื่อนเอ๋ย! คนนี้น่ะผู้ชาย!!” จันทร์จ้าวขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ ด้วยเพราะรู้จักนิสัยตัวเองดีว่าไม่มีทางอยากรู้จักผู้ชายคนไหน หากเป็นผู้หญิงสิ ค่อยอีกเรื่องหนึ่ง



“เอาเถอะ! อาทิตย์หน้า แกก็รู้เอง แล้วคุณอาทิตย์ตีเทนนิสเป็นหรือเปล่า” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรมองออกไปเห็นพี่ชายของเพื่อนสนิทกำลังง่วนอยู่กับต้นไม้ก็เลยถามขึ้นมา เพราะนึกขึ้นได้ว่าจันทร์จ้าวขอพาอาทิตย์ไปด้วย



   “เอ? ไม่รู้สิ จำไม่ได้ว่าเคยเห็นพี่อาทิตย์จับแรกเก็ตไหม”



   “เอ้า! แล้วอย่างนี้คุณอาทิตย์จะสนุกหรือ” จันทร์จ้าวหันมายกยิ้มที่มุมปาก



   “สนุกซี นี่คุณพงศ์...อยากได้ทหารมาเป็นน้องเขยไหม” คนถูกถามกะพริบตาปริบๆด้วยความงุนงงกับคำถามนั้น ทว่าคนถามกลับหัวเราะสดใส



   “แกหมายความว่ายังไร”



   “ไม่บอก ไว้วันอาทิตย์หน้าจะบอก แต่วานคุณพงศ์ไปถามคุณชายให้ที ว่าสนใจเขยที่เป็นทหารไหม ผมรู้จักอยู่คน ไว้จะแนะนำให้” จันทร์จ้าวว่าอย่างนั้นแล้วหัวเราะเริงร่า


หม่อมหลวงพงศ์ภราธรพยายามถามย้ำหลายครั้งว่าทหารคนนั้นคือใคร แต่บุตรชายคนรองของบ้านรักษพิพัฒน์ไม่มีหลุดมาสักคำ สุดท้ายก็ได้แต่รอวันอาทิตย์หน้า หวังว่าเมื่อถึงวันนั้นจันทร์จ้าวจะไม่เบี้ยวเสียก่อน มิเช่นนั้นแล้ว ราชนิกูลหนุ่มจะขอให้ ‘คุณหมอ’ ตีลูกเทนนิสอัดเพื่อนรักให้ยับเชียว!!



ติดตามตอนต่อไป (วันพฤหัสหน้าค่ะ)

จริงๆมีส่วนที่พี่อาทิตย์กะคุณพิมมุ้งมิ้งกันด้วยค่ะ แต่ตัดออกตอนก่อนจะลงเน็ต เพราะมันทำให้ตอนนี้ยาวมากกกก
คุณหมอมาแวบเดียว ตามประสาคนค่าตัวแพง พาร์ทหน้า สัญญาว่าหมอจะมาเยอะนะ พาร์ทหน้าจะทุ่มงบค่าตัวคุณหมอแล้ว

มีเม้นท์ถามเรื่องภาษาด้วย บัวขออธิบายก่อนว่าเรื่องนี้เกิดช่วงจอมพลป. ตอนนั้นมีนโยบายรัฐนิยมก็จริงแต่เน้นความเป็นอารยะ(อารยะคือการเป็นแบบฝรั่ง) บัวก็เลยจะใส่คำทับศัพท์บางคำเข้ามาด้วยค่ะ ซึ่งจริงๆแล้วคำทับศัพท์หลายคำมีใช้มาตั้งแต่สมัยร.5 เช่น ไพรเวท เอาจริงๆแล้ว ภาษาในเรื่องนี้ถ้ายึดตามสมัยจอมพลป. มันต้องสะกดแบบแปลกๆ(นึกถึงการสะกดแบบภาษาสก๊อย)เพราะยุคนั้นเป็นยุคปฏิวัติภาษาไทยด้วยค่ะ แต่บัวกลัวว่าจะมึนกันทั้งคนเขียนคนอ่าน ก็เลยคงตัวสะกดแบบที่เราอ่านกันรู้เรื่องไว้ก่อน

ส่วนคำว่า ‘ลูกคนใหญ่’ อันนี้บัวใช้ตามเรื่องเจ้าสาวของอานนท์ค่ะ แล้วยายบัวก็ติดใช้คำว่า ‘คนใหญ่กับคนเล็ก’ แทนคำว่า ‘คนโตกับคนเล็ก’ เหมือนกัน ก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นคำที่ใช้กันสมัยก่อน 2500 เพราะแม่ของบัวที่เกิดยุคหลังปี 2500 ใช้คำว่า ‘คนโตกับคนเล็ก’ แล้ว    

ใครมีข้อแนะนำเรื่องภาษามาอีก บอกกันได้เลยค่ะ เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกในชีวิตที่เขียนแนวนี้ และรู้รสชาติเลยว่ายากมากกกกกกกกกกกกก

ขอบคุณพื้นที่บอร์ด คนอ่าน คนเม้นท์ และทุกกำลังใจค่ะ

เจอกันตอนหน้า กับตอนที่หมอมาเยอะมากที่สุด(นับตั้งแต่ตอนแรกมา) ทุ่มงบค่าตัวหมอไม่อั้น พูดเลยยยย
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๓ (๒๔ ก.ย. ๕๘/หน้าที่ ๔)
เริ่มหัวข้อโดย: bradpitt ที่ 01-10-2015 21:29:43


ปลื้มปริ่ม    :กอด1:

คุณจันทร์จ้าว เจอ กับ คุณหมอที่รอคอยแล้ว

เจอแว้บเดียววววววววววว   ค่าตัวแพงจริงนะคุณหมอภวัต :เฮ้อ:


 :heaven :heaven :heaven :heaven :heaven :heaven :heaven


อ้างถึง
ฝ่ายหนึ่งยิ้มจาง ฝ่ายหนึ่งบึ้ง ฝ่ายหนึ่งมีดวงตาที่แสนสุภาพ อีกฝ่ายสายตาทั้งขวางทั้งเคือง

....


กีฬาเป็นสิ่งดี มันเชื่อมมิตรไมตรีได้อย่างง่ายดาย แต่เป็นที่น่าเสียดาย...ที่ใครอีกคนที่เขาอยากเชื่อมสัมพันธ์ด้วย กลับไม่มาเสียนี่..



ตอนหน้า ขอขอขอขอ  ฉาก พี่อาทิตย์กะคุณพิมมุ้งมิ้งกันด้วยนะ   //เขินแรง :mew1:

 
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: raviiib❁ ที่ 01-10-2015 21:49:39
หนูจันทรรรรรรร์ น่าตีจริงเชียว ไปไล่พี่หมอได้ยังไง
คาดว่าตอนหน้าคงได้ฟินหนักๆเพราะคุณหมอออกเยอะ
ถัาไม่มีเงินค่าตัวคุณหมอดิฉันเปิดกู้นะคะ55555555555555 :katai3: :katai3:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: TachibanaRain ที่ 01-10-2015 22:05:18
เขาเจอกันแล้ววววววว ตอนแรกก็คิดว่าคุณหมอจะขรึมๆนิ่งๆซะอีกที่ไหนได้เจ้าเล่ห์พอตัวเลยอะ โอ้ย ชอบๆๆๆหลงรักคุณหมอ นี่ยิ่งอ่านละยิ่งคิดว่าจันทร์เป็นปริศนา และคุณหมอเป็นท่านชายพจน์ ฮาา
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: B52 ที่ 01-10-2015 22:09:58
แผนการท่าจะได้ผลดีกับการหาคู่ให้อาทิตย์
ขอแปะนิดนึงกับความมโน
จันทร์กับหมอ
อาทิตย์กับพิม
เภากับดารา
อดัมกับนภา
พงษ์กับ_?
ฮาๆๆๆๆ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: koikoi ที่ 01-10-2015 22:16:44
ยาวสมใจจริงๆ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: jaja-jj ที่ 01-10-2015 22:18:45
ขอฉากพี่อาทิตย์กะคุณพิมค่ะ เขิลตัวม้วนเลยน่ารักมากกกกกก ท่านนายพลเขยทหารก็น่าจะดีนะคะ ดีว่าเขยหมอเยอะเลย อิอิ
ภาษาน่าอ่านมากเลยค่ะ ชอบภาษาแบบนี้คุณบัวเขียนแล้วลื่นไหลอ่านสบาย รอนะคะ :)
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: kinjikung ที่ 01-10-2015 22:19:37
เค้าเจอกันแล้ว จันทร์เจ้ามารยาทติดลบเลย 555 สงสารคุณหมอจัง
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: lune ที่ 01-10-2015 22:21:30
เต็มอิ่ม  และมีความสุขมากกับการได้อ่านตอนนี้
 ขอบคุณคุณบัวมาก  :L2: :pig4:
 ตอนหน้า เอาบทที่คุณอาทิตย์กับคุณพิม  มาย้อนรอยให้อ่านด้วยนะคะ  :กอด1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: PetitDragon ที่ 01-10-2015 22:24:16
ค่าตัวคุณหมอแพงจริง

 :laugh:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: Rafael ที่ 01-10-2015 22:24:33
ต้องอย่างคุณหมอนี่แหละถึงจะสมน้ำสมเนื้อกับจันทร์ 5555

ขอบคุณพี่บัวมากนะคะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: บูมเบส ที่ 01-10-2015 22:25:03
คุณพงษ์กับน้องเภานี่ก็เคมีตรงกันสุดๆ ชอบจังอยากอ่านตอนหวานๆของน้องจันทร์จ้าว
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: Nankoong ที่ 01-10-2015 22:26:33
รอเจอคุณหมอ...
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: Jthida ที่ 01-10-2015 22:34:46
ดูเหมือนคุณพ่อของคุณพิมพ์จะไม่ค่อยาสนใจคุณอาทิตย์เท่าไหร่
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: aiyuki ที่ 01-10-2015 22:38:10
อยากดูฉากพี่อาทิตย์มุ้งมิ้งกับคุณพิมพ์ค่ะ คงจะน่ารักน่าดู ขี้อายทั้งคู่เลย
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: bluecoco ที่ 01-10-2015 22:40:40
ละเมียดละไมละมุนมาก
รัก รัก รัก
ทั้งภาษา ทั้งเนื้อเรื่อง
นึกภาพออกเป็นฉากๆ
ใช่คำได้ลื่นไหลไม่สะดุดเลย
พอเหมาะพอควรไปเสียทั้งหมด
สู้ต่อไปนะคะ...เชื่อว่าผลงานชิ้นนี้ควรค่าแก่การรวมเล่ม
และให้ผู้คนได้จับจองเป็นเจ้าของ รวมถึงอยากมีไว้บนชั้นหนังสือแสนรักจริงๆค่ะ
 :L2:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: jannie ที่ 01-10-2015 23:01:57
ตอนหน้าได้ปะทะคารมมันหยด
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: Ryoooo ที่ 01-10-2015 23:02:41
ขอคถณหมอเยอะหน่อยนะคะ
เดี๋ยวทุ่มงบค่าตัวคุณหมอสมทบไป 55
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: WilpeR ที่ 01-10-2015 23:05:33
เจอกันแปบเดียวเองอ่ะ ตอนนี้ยาวสมการรอคอยมาก   :กอด1: :กอด1:

คุณหมอท่าทางค่าตัวแพงจริง ออกมาแปบๆหายไปอีกแหละ 555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: lizzii ที่ 01-10-2015 23:07:45
โอ้ย ใครจะเสร็จใครก่อน
ท่าทางคุณหมอก็ไม่เบานะเนี่ย 555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: Paparazzi ที่ 01-10-2015 23:17:22
แอบฟินคุณพิมกับคุณอาทิตย์ ที่แท้ใจตรงกันหรือนี่ อิอิอิ :hao7:
ขอฉากเต็มคู่นี้รอบหน้าน้าาาา :impress2:

ส่วนคุณจันทร์จอมแก่นนิรอคุณหมอมาปราบพยศนะคะ :laugh:

ชอบ_าษาจริงๆแหละ o13
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: mur@s@ki ที่ 01-10-2015 23:24:41
คุณจันทร์เปรี้ยวแรง แต่คุณหมอถูกใจซะงั้น  :man1: เนื้ออออออออคู่
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: malula ที่ 02-10-2015 00:09:04
"แต่เป็นที่น่าเสียดาย...ที่ใครอีกคนที่เขาอยากเชื่อมสัมพันธ์ด้วย กลับไม่มาเสียนี่..."

ยังไงคะคุณหมอ ถูกไล่ออกจากบ้านขนาดนั้นยังไม่โกรธแถมยังชะเง้อคอหาอีกแหนะ วุ้ย...ตอนหน้ามีลุ้น
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: QXanth139 ที่ 02-10-2015 00:12:17
ค่าตัวหมอแพงขนาดไหนเดี๋ยวเราจะออกให้เอง เดี๋ยวเหมาตอนให้เลย
 :hao7:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: jungjiyoo ที่ 02-10-2015 00:23:53
หมดกันประโยคแรกของคู่นี้ ดูท่าแล้วจันทร์เจ้าจะมีเหลนชื่อของขวัญแน่ๆเลยค่ะ เฮี้ยวพอกันเลย อยากให้โดนคุณหมอปราบเร็วๆจังค่ะ 
ปล. เครื่องวัดชีพจร น่าจะเป็นเครื่องวัดความดัน หรือเปล่าคะ?
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: monetacaffeine ที่ 02-10-2015 00:37:38
เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่เขียนได้น่าติดตามสุดๆไปเลยค่ะ คือไม่ใช่แค่เรื่องของพระ-นายอย่างเดียว
แต่รวมถึงตัวละครข้างเคียงก็เขียนออกมาได้น่าอ่าน ไม่ต่างจากเวลาติดละครเท่าไหร่เลยจริงๆ
อย่างเรื่องของพี่อาทิตย์กับคุณพิม ตอนแรกที่ตัดภาพไปเรานึกว่าจะมีฉากสองคนนี้ด้วยซ้ำ
แอบเสียดายเลยค่ะที่ตัดมาอีกทีก็เป็นจันทร์ซะแล้ว .. คือทั้งๆที่ปกติก็ไม่ได้เป็นคนชอบอ่านชายหญิงนะคะ
(ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เข้าสายวายมาแล้วกลับไปนอร์มอลไม่ได้เลย) แต่กับคู่นี้นี่ทั้งลุ้นตามทั้งอยากรู้จริงๆค่ะ
ชอบที่เค้าใจตรงกันต่างคนต่างแอบรักนี่แหละ แบบนี้ต้องมีคิวปิดสุดหล่อมาช่วยจริงๆนะเออ

ปล. คิดว่าจันทร์จ้าวเอาแต่ใจแล้วนะ พอเจอไล่คุณหมอเข้าไปตรงๆแบบนี้นี่.. เอาแต่ใจกว่าที่คิดไปมากเลยค่ะ!!!
ปล๒. คุณหมอเจ้าเล่ห์ไม่เบา คงถูกใจคุณจันทร์เข้าแล้วสิท่า รอลุ้นว่าคุณหมอจะกระตุ้นต่อมโมโหของคุณจันทร์วิธีไหนเลยค่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: me12inzy ที่ 02-10-2015 00:47:48
หนูจันทร์น่าตีอะ5555 ไปไล่พี่เค้า ดูสิว่าถ้าได้เจอกันจะดื้อยังไงอีก
พี่อาทิตย์กับคุณพิมนี่ต่างคนต่างไม่กล้า พ่อสื่อจันทร์จัดการด่วนๆจ้า
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: Mouse2U ที่ 02-10-2015 05:50:02
เจอกันคราวหน้าคุณหมอคงถูกจันทร์จ้าวทำตาขวางใส่หนักกว่าเดิมแน่เลยนะคะ ^^ เพราะเจ้าตัวดันพกน้องเภามาเป็นก้างระหว่างพี่อาทิตย์กับคุณพิมเข้าไปเสียนี่ :laugh:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: imvodka ที่ 02-10-2015 06:39:23
 :hao4:
อยากอ่านตอนคุณพิมกับคุณอาทิตย์
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: iamtsubame ที่ 02-10-2015 09:08:42
น้องจันทร์ ดื้อใช่ไหมคะคุณหมอ  :try2:
จัดการได้ตามสบายเลยนะคะ เอาให้อยู่หมัดค่ะ แต่อย่าใช้หมัดนะคะ เดี๋ยวน้องจะช้ำ :haun5:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: Infinity 888 ที่ 02-10-2015 10:01:30
คุณพิมกับคุณอาทิตย์มุ้งมิ้งกันก็อยากอ่านนะคะ รู้สึกเอาใจช่วยสองคนนี้

จันทร์ดื้อมาก ระวังจะโดนคุณหมอจับฉีดยา 55555555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: nekko ที่ 02-10-2015 11:02:48
ต่างคนต่างมีแผนในใจ  :hao3:

 :กอด1: :L2: :pig4:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: nattayanan_amp ที่ 02-10-2015 15:04:23
 :katai2-1: แวะมาให้กำลังใจนักเขียนค่ะ ตามติดจาก จอมขัวญ และถ้วยฟู^^
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: PAiPEiPEi ที่ 02-10-2015 18:55:06
ตอนนี้ก็สนุกอีกแล้ว  ขนาดยังไม่คืบหน้าอะไรเท่าไร แต่ว่าบรรยากาศของเรื่องเป็นตัวเพิ่มความสนุกที่ดีเลยค่ะคุณบัว  เป็นนิยายช-ช  ที่แท้แต่คู่ช-ญ เรายังลุ้นไปด้วยเลยค่ะ เชียร์พี่อาทิตย์สุดใจเช่นกัน   นี่คิดว่าบางทีเภากับดาราก็น่าจะคู่กันนะ แค่คิดเฉยๆนะคะ 55555 มันมีบางอย่างที่รู้สึกว่าต้องเชียร์      ส่วนคู่หลักของเรานี่ดูจะหายห่วงคุณหมอสนใจจันทร์จ้าวของเรา(?)  ตั้งแต่แรกขนาดนี้  ต่อไปมีแต่จะเพิ่มขึ้นไปอี๊กกก   55555555    รอติดตามค่ะระหว่างนี้คุณบัวก็สู้ๆนะคะแต่งตุนไว้อีกเยอะๆเลย   ไว้จะกลับมาตามอ่านฉลองสอบเสร็จค่ะ เฮ้!!
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: NOoTuNE ที่ 03-10-2015 05:53:06
แอร๊ยยยย คุณพิมก็มีใจนิ นี่ลุ้นคู่นี้ไม่แพ้ คู่คุณหมอกับกับน้องจันทร์หรอกนะ 555

สงสารอิตาทึ่ม พี่อาทิตย์

หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: AiiSoul ที่ 03-10-2015 11:01:24
สนุกมากเลย
คู่อาทิตย์กับคุณพิมก็ดูจะชอบพอกัน
เหลือคู่พระนายของเรานี่แหละ เข้าใจผิดไปมา
จะมีแต่คุณหมอที่ดูสนุกเวลาได้แกล้งน้อง

อยากอ่านต่อแล้วจ้า
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: kawisara ที่ 03-10-2015 13:08:48
รอตอนหน้า บอกเลย คริๆ :katai2-1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: kokoro ที่ 03-10-2015 16:37:16
พ่อสื่อทำงานจริงจังมาก เริ่มกรุยทางไว้แล้วนะ แต่ดูท่าจะมีคู่แข่งอีกคนละ
งั้นน้องคุณหมอมาดองบ้านจันทร์อีกคู่ดีมั้ย
จะได้แนบแน่นอีกชั้น 5555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: threetanz ที่ 03-10-2015 16:52:26
อยากให้น้องจันทร์ปะทะคุณหมอโดยไว คุคุคุคุ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: aiLime13 ที่ 03-10-2015 16:53:08
#ทีมคุณหมอ ค่ะ
55555555555555555

ปราบเด็กดื้อให้อยู่หมัดเลยนะคะคุณหมอ
หมั่นไส้พ่อจันทร์เหลือเกินค่ะ (ด้วยความเอ็นดูล้วนๆ ก๊ากกกกก)

ตอนหน้าเจอกันครบทีมแล้ว ต้องสนุกมากแน่ๆ

ปล.เราชอบคู่ของพี่อาทิตย์กับคุณพิมพ์จังเลยค่ะ ดูมุ้งมิ้ง เรียบง่าย มาเบาๆ แต่ทำไมรู้สึกฟินไปแล้ว 5555  :-[
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: nongrak ที่ 03-10-2015 17:20:36
คราวหน้าขอให้หมอกับจันทร์เจอกันนานกว่านี้หน่อยนะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: Malimaru ที่ 06-10-2015 00:51:21
สงสัยว่าทั้งคุณหมอและคุณจันทร์จะทำหน้าที่พ่อสื่อกันทั้งคู่
แหม่... ไม่รู้ว่าถ้ามโนของป้าเป็นจริง จะสนุกเพียงไหน

ได้อารมณ์ ปริศนา รัตนาวดี ลามมาถึงห้าหนุ่มจุฑาเทพเสียจริงๆ
รออ่านตอนคุณหมอเจอหน้าคุณจันทร์นะคะ
ขอบคุณและเป็นกำลังใจให้ค่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: ๐๐ตะวัน๐๐ ที่ 06-10-2015 15:16:05
คุณจันทร์นี่พยศจริงเชียว ต้องให้คุณหมอปราบ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๔ (๑ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๖)
เริ่มหัวข้อโดย: MinKKniM ที่ 06-10-2015 16:19:14
ไม่รู้เป็นไร ชอบยุคนี้มากค่ะ ให้ความรู้สึกเหมือนยุคปริศนา ท่านชายพจน์ ตีเทนนิส เต้นรำ โอ้ยยย...ฟิน
หัวข้อ: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 08-10-2015 19:49:11
จันทร์จ้าว
By: Dezair
…………………….
บทที่ ๕


   แม้คุณหญิงผกาจะอยากให้บุตรธิดาทั้ง ๔ อยู่ที่เรือนในช่วงเสาร์อาทิตย์ แต่พอจันทร์จ้าวมาขอพาพี่น้องไปเที่ยวที่วังฉัตรตามคำชวนของหม่อมหลวงพงศ์ภราธร คุณหญิงผู้รักบุตรชายคนรองดังแก้วตาดวงใจก็อนุญาตอย่างไม่เกี่ยงงอน สายวันอาทิตย์ถัดมา อาทิตย์จึงพารถโฟล์คสีดำของเขาและผู้โดยสารเป็นน้องชายและน้องสาวอีก ๓ คนออกจากบ้านรักษพิพัฒน์ไปยังวังฉัตร



   ตอนที่ไปถึงที่หน้าตึก ทั้งหม่อมหลวงพงศ์ภราธรและหม่อมหลวงพิมพัชรามายืนรอต้อนรับแขกอยู่ก่อนแล้ว



   “ฮัลโล คุณพงศ์ ไหนล่ะคู่ตีเทนนิสที่ว่า...” จันทร์จ้าวออกปากเป็นคนแรก และแน่นอนว่าเจ้าตัวต้องสอดส่ายสายตามองหาบุคคลปริศนาที่ราชนิกูลหนุ่มเคยสรรเสริญเยินยอเอาไว้ว่าเป็นคู่ตีเทนนิสที่เยี่ยมยอด



   หม่อมหลวงพงศ์ภราธรหัวเราะเบาๆ ทว่าไม่ทันตอบอะไร รถอีกคันก็แล่นเข้ามาในวัง



   “ตายยากจริง มาแล้วนั่นไง” เขาว่าอย่างนั้นแล้วบุ้ยใบ้ไปที่รถอีกคันที่แล่นมาจอดต่อหลังรถโฟล์คของอาทิตย์ จันทร์จ้าวหันไปมองอย่างอยากรู้อยากเห็น แต่แสงแดดที่สาดกระทบกับกระจกหน้ารถทำให้เขามองไม่เห็นว่าคนในรถคือใคร ดังนั้นชายหนุ่มจึงอดใจรออย่างใจจดใจจ่อ ประตูรถฝั่งที่นั่งคู่คนขับถูกเปิดออก



   “คุณเภา! นี่คุณพงศ์ชวนคุณเภามาด้วยหรือคะ” นภาสรวงร้องเรียกชื่อเจ้าของบริษัทที่หล่อนทำงานอยู่ ก่อนจะหันไปถามทายาทเจ้าของวัง จันทร์จ้าวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันมองน้องสาวของตน



   “นภารู้จักด้วยหรือ...”



   “รู้จักสิคะ ก็นั่นคุณเภา เจ้านายของนภาอย่างไรล่ะคะ”



   “เจ้านาย...” เขาทวนคำ กำลังประมวลลำดับญาติในสมองอย่างเร่งด่วน นภาสรวงเคยบอกเขาว่าเจ้านายของเธอเป็นน้องชายของ ‘หมอ’ ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า...



   “สวัสดีครับ ทุกคน” เสียงทุ้มดังขึ้นเมื่อประตูฝั่งคนขับเปิดออก และชายหนุ่มผู้หนึ่งก้าวลงมา จันทร์จ้าวหันขวับไปมองโดยพลันแล้วก็ถึงกับตาเหลือกโตด้วยไม่คิดว่าจะคนที่หม่อมหลวงพงศ์ภราธรนัดมาตีเทนนิสในวันนี้จะเป็นชายผู้นี้



   ...ภวัต วิชาญโยธิน!!!...



   “คุณพงศ์! ที่ว่าคนที่ตีเทนนิส...” จันทร์จ้าวถามไม่ทันจบคำดี เพื่อนรักก็พูดแทรก



   “นี่ล่ะที่กันว่าเป็นคนที่ตีเทนนิสสนุกที่สุดเท่าที่เคยเล่นมา คุณหมอ คุณเภา ยินดีต้อนรับครับ พวกเรากำลังรออยู่พอดี” ว่าแล้วราชนิกูลหนุ่มก็เข้าไปเชื้อเชิญแขกทั้งคู่ อาทิตย์เองก็เข้าไปทักทายกับภวัตและเภาอย่างคนรู้จักคุ้นเคย ส่วนสาวๆ ๓ คนก็เอาแต่พูดคุยกันกระจุกกระจิกเกี่ยวกับขนมที่จะลองทำในวันนี้ เหลือเพียงจันทร์จ้าวคนเดียวที่ไม่มีพวกจะเข้า!



   “คุณหมอ นี่เพื่อนผม คนที่ว่าตีเทนนิสเก่ง เป็นมือหนึ่งของประเทศไทย จันทร์จ้าว รักษพิพัฒน์ครับ” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรหันมาแนะนำจันทร์จ้าวให้คุณหมอหนุ่มรู้จัก ดารารัษมีที่ยืนอยู่ใกล้ๆต้องรีบแจ้งด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนักเพราะมารยาทของจันทร์จ้าวยามพบหน้าหมอภวัตครั้งแรกยังตราตรึง



   “คุณพงศ์คะ คุณหมอกับพี่จันทร์เขารู้จักกันแล้วค่ะ” หล่อนไม่กล้าเอื้อนเอ่ยว่าการรู้จักของ ๒ คนนั้นออกมาในรูปแบบใด ทว่าหม่อมหลวงพงศ์ภราธรกลับมองว่าการรู้จักกันมาแล้วเป็นเรื่องน่ายินดี



   “อ้าว อย่างนั้นหรือครับ งั้นก็ดีซี! มีแต่คนกันเองอย่างนี้ วันนี้คงสนุกแน่” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรพูดอย่างสนุกสนาน ก่อนจะเชื้อเชิญแขกผู้มาเยือนเข้าไปในตึกเพื่อไปไหว้บิดาของตนก่อน ทุกคนก้าวเท้าเดินตามเขา รั้งท้ายสุดด้วยภวัตและจันทร์จ้าวที่ฝ่ายหนึ่งจ้องมองอย่างขุ่นเคืองในขณะที่อีกฝ่ายจ้องมองด้วยดวงตาระยิบระยับราวกับกำลังสนุก



   “วันนี้คุณพงศ์เป็นคนชวนผมมา หวังว่าคุณจะไม่ไล่ผมออกจากที่นี่นะครับ” เจ้าของรอยยิ้มจางบนใบหน้าว่าอย่างนั้นก่อนจะเดินตามเข้าไปในตึกอีกคน ทิ้งจันทร์จ้าวให้มองตามด้วยความขุ่นเคืองแล้วพานเป็นขุ่นเพื่อนรัก



   ...บอกอยู่แหม่บๆว่าจะแนะนำทหารให้มาเป็นเขย! แล้วเรื่องอะไรถึงพาหมอมาที่วังเล่า!! คุณพงศ์นี่พูดจาไม่รู้เรื่องเอาเสียเลย!!...


   
…………………………………………..


   สนามเทนนิสในวังฉัตรอยู่ทางด้านหลังของตึก ต้องเดินลัดเลาะหมู่แมกไม้ไปพักหนึ่งจึงจะถึง เดิมทีไม่ค่อยจะมีคนใช้เสียเท่าไร เพราะหม่อมหลวงพงศ์ภราธรผู้ชื่นชอบการตีเทนนิสมักจะไปตีที่สโมสรมากกว่า แต่วันนี้สนามจำเป็นต้องต้อนรับผองเพื่อนที่มาตีเทนนิสรวมคุณพงศ์เป็น ๕ คน



   “คนเกิน!! ผมขอเป็นคนนั่งดู!!”



จันทร์จ้าวออกตัวตั้งแต่เดินมาถึงสนาม แล้วพอพูดอย่างนั้น เขาก็เดินดุ่มๆไปนั่งรอที่ชุดโต๊ะเก้าอี้ข้างสนาม ส่วน ๓ สาวจะตามมาทีหลังเพราะแวะเข้าครัวทำของว่าง



   ชายหนุ่มอีก ๔ คนได้แต่มองหน้ากัน โดยเฉพาะหม่อมหลวงพงศ์ภราธรออกจะรู้สึกเสียหน้าเป็นพิเศษ เนื่องจากโอ้อวดกับคุณหมอไว้เสียเยอะตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วว่าจันทร์จ้าวเพื่อนของตนเป็นนักเทนนิสมือหนึ่งของเมืองไทย



   เขารีบเดินเข้าไปหาเพื่อนรักที่นั่งกระดิกขายิกๆ



   “จันทร์ แกอย่าทำตัวน่าเกลียด ก็ไหนว่าอยากเล่นไม่ใช่หรือ นี่คุณหมอเล่นเก่งมากนะ แกจะไม่ลองแข่งกับคุณหมอดูหน่อยหรือ” จันทร์จ้าวเหลือบไปมองชายหนุ่ม ๓ คนเบื้องหลังเพื่อนรัก ที่เขาเพ่งเล็งเป็นพิเศษคือคนเป็นถึงนายแพทย์แต่ส่วนสูงไล่เลี่ยกับพี่ชายของเขาที่เป็นทหาร



   “ก็บอกแล้วว่าคนเกิน เทนนิสที่ไหนเล่นกัน ๕ คนล่ะ”



   “ก็กันไม่เล่นไง”



   “เรื่องสิ! คุณพงศ์เป็นเจ้าของสนาม คุณพงศ์ต้องเล่น!!” เสียงพูดของจันทร์จ้าวไม่ค่อยเลยแม้แต่นิด แม้กระทั่งอาทิตย์ที่ยืนอยู่กับภวัตและเภาก็ยังได้ยิน หากเขาปล่อยให้จันทร์จ้าวพูดต่อไป คงได้พูดจาไร้มารยาทเหมือนครั้งที่ไล่คุณหมอภวัตออกจากบ้านรักษพิพัฒน์คราวนั้นแน่



   นายทหารหนุ่มเดินเข้ามาหาแล้วพูดเสริม



   “พี่เล่นไม่เก่ง จันทร์เล่นแทนพี่ได้ไหม”



จันทร์จ้าวมองพี่ชายและเพื่อนรัก ดูเหมือนทั้งคู่จะอยากให้เขาแข่งเทนนิสกับ ๒ พี่น้องบ้านวิชาญโยธินเสียจริง



   “เล่นก็ได้ แล้วคนชนะได้อะไร” เขาลุกจากเก้าอี้ แล้วหันไปถาม ๒ พี่น้องนั่น คนน้องไม่เท่าไร แต่คนพี่ที่มองเขายิ้มๆเสมอนั่นต่างหากที่น่าหมั่นไส้เป็นที่สุด



   “จันทร์...” อาทิตย์เรียกปรามเมื่อน้องชายตั้งท่าจะพนันขันต่อ แต่จันทร์จ้าวหันไปสวนพี่ชายอย่างว่องไว



   “แข่งกีฬาก็ต้องมีรางวัลสำหรับคนชนะสิ จริงไหมหมอ” ท้ายประโยคเขาหันไปถามภวัต



   “แล้วอยากได้อะไรล่ะครับ” คุณหมอหนุ่มย้อนถาม รอยยิ้มจางยังคงประดับที่ใบหน้าเสมอ



   “ทาส...” คนทั้งกลุ่มตาโตอ้าปากค้าง เมื่อจันทร์จ้าวเอ่ยปากเช่นนั้น เขากระตุกยิ้มมุมปากอย่างรู้สึกเป็นต่อแล้วอธิบายเพิ่ม



   “คนแพ้เป็นทาส คนชนะเป็นพระราชา”



   “๑ วัน” ภวัตกำหนดระยะเวลา รอยยิ้มที่มุมปากของจันทร์จ้าวจางไปเล็กน้อยที่เขาแทรกเช่นนั้น แต่ดวงตายังแข็งกร้าว ดื้อดึงและอวดดี



   ...ดวงตาเช่นนี้ ที่ภวัตจำไม่ลืม...



   “ได้! ถ้าอย่างนั้นเราแข่งกันแค่ ๒ คนพอ คนอื่นไม่เกี่ยว”



   “ยินดีครับ”



แล้วหลังจากนั้นสนามเทนนิสก็เป็นของภวัต วิชาญโยธินและจันทร์จ้าว รักษพิพัฒน์


.........................................



   เสียงหวดและเสียงกระทบของลูกเทนนิสดังก้องไปทั่วทั้งสนาม หม่อมหลวงพงศ์ภราธรมองการแข่งขันของ ๒ หนุ่มแล้วก็หันมองอาทิตย์ที่นั่งอยู่ด้วยกัน



   “ไม่เคยเห็นจันทร์สนุกแบบนี้มานานแล้วนะครับ คุณอาทิตย์”



   “ครับ เขาดูจริงจังมาก” อาทิตย์ยังอดจะออกปากไม่ได้ เพราะน้องชายที่กำลังต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายนั้นเป็นจันทร์จ้าวผู้จริงจังและหวังผลในการแข่งขัน อาทิตย์ไม่ค่อยจะได้เห็นน้องชายในอารมณ์นี้เสียเท่าไร เพราะไม่ว่าอะไร เจ้าตัวก็ดูจะเก่งกาจจนแทบไม่ต้องพยายาม ไม่ว่าจะเรื่องเรียน เรื่องกีฬา หรือเรื่องผู้หญิง



   “พี่ชายคุณเภาก็เก่งมาก ไม่มีใครรับมือจันทร์ได้ขนาดนี้สักคน เท่าที่ผมเคยเห็นมา” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรหันไปชวนชายหนุ่มอีกคนคุย เภา วิชาญโยธินกำลังชะเง้อชะแง้มองไปรอบๆตัวก็เลยต้องหันมาสนใจสนามเทนนิส



   “นั่นซีครับ...” เขารับคำ แต่ก็ยังไม่วายสอดส่ายสายตามองหาเป้าหมายที่ทำให้เขามาที่นี่ในวันนี้



   ...ภวัตพูดถูก ที่ว่าเทนนิสจะทำให้เขาได้เข้าวังฉัตร ไม่ว่าจะด้วยโชคช่วยหรืออะไร แต่ตอนที่ไปสโมสรเทนนิสเป็นครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และมีโอกาสได้เล่นเทนนิสกับหม่อมหลวงพงศ์ภราธรและเพื่อนฝรั่ง กีฬาก็ผูกสัมพันธ์ให้สองพี่น้องวิชาญโยธินได้เข้าวังฉัตรในวันนี้...



   “คุณเภามองหาอะไรหรือครับ? หรือหิวแล้ว? จริงสิ ยายพิมบอกว่าจะยกของว่างมา เมื่อไหร่จะมาเสียทีก็ไม่รู้...นายคำ ไปดูในครัวที คุณๆเขาทำของว่างกันเสร็จหรือยัง” ทายาทเจ้าของวังฉัตรทักเมื่อเห็นเภาเอาแต่มองไปมองมา ไม่จดจ่ออยู่กับเทนนิสเหมือนเขาและอาทิตย์ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่มาถึง ก็มีแค่น้ำดื่มต้อนรับแขก ส่วนของว่างนั้น น้องสาวและ ๒ สาวแฝดบ้านรักษพิพัฒน์จะเป็นคนลงมือเอง



   นายคำคนรับใช้ค้อมกายรับคำสั่ง ก่อนจะเดินหายออกไปจากบริเวณสนามเทนนิส



   “คุณพิม...เธอดูท่าจะทำอาหารเก่งนะครับ...” เภาชวนคุย ไม่อยากให้ถูกจับได้เสียก่อนว่าเขาไม่ได้หิว แต่กำลังคิดถึงหญิงสาวหน้าหวานผู้นั้นต่างหาก



   พี่ชายของ ‘คุณพิม’ หัวเราะเบาๆ



   “ก็เก่ง แต่ก็ไม่ค่อยจะว่างทำหรอก เขาชอบสอนหนังสือ จันทร์ถึงศุกร์ก็ไปสอนทั้งวี่ทั้งวัน นี่ไง...เขาสนิทกับคุณดาราน้องสาวคุณอาทิตย์ ไม่รู้สนิทกันได้อย่างไรนะ ดูไม่ยักจะนิสัยคล้ายกัน”



   “นั่นสิครับ...” อาทิตย์ก็ได้แต่ตอบรับเรียบๆ เขาไม่กล้าพูดถึงราชนิกูลสาวเสียเท่าไร เมื่อครั้งที่เธอไปบ้านรักษพิพัฒน์และพบเขากำลังทำสวนจนหน้าตามอมแมม เธอมอบผ้าเช็ดหน้าให้เขาผืนหนึ่งด้วยน้ำใจไมตรี วันนี้เขาเตรียมผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นมาคืนเธอ แต่มันยังคงอยู่ในกระเป๋ากางเกงของเขา ไม่รู้จะมีโอกาสคืนหรือไม่ จะคืนต่อหน้าคนมากๆเขาก็ไม่กล้าเสียด้วย



   “คุณดาราสอนวิชาอะไรนะ ดูเหมือนจะภาษาไทยใช่ไหม ยายพิมสอนภาษาอังกฤษ คนละแผนกอีกแน่ะ ก็ยังจะมาสนิทกันได้” บุตรชายของคุณชายฉัตรพูดต่อ พอดีกับที่คนถูกพูดถึงเดินมากับสองสาวแฝดรักษพิพัฒน์ ตามมาด้วยคนรับใช้อีกจำนวนหนึ่งที่ยกของว่างตามหลังมา



   “คุยอะไรกันอยู่คะ เอ๊ะ ไม่ตีเทนนิสกันหรือ” หม่อมหลวงพิมพัชราทักทายเสียงสดใส แล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าคนที่นั่งอยู่ข้างสนามมีถึง ๓ คน หล่อนมองกลับไปในสนามเทนนิส ก็พบว่าชายหนุ่มอีก ๒ กำลังหวดแรกเก็ตใส่กันอย่างเอาจริงเอาจัง โดยเฉพาะ จันทร์จ้าว...ที่ดูจะมุ่งมั่นกับการแข่งขันมากเป็นพิเศษ



   “พี่จันทร์ดูสนุกมากนะ ดารา ดูสิ...” กระทั่งนภาสรวงยังสังเกตได้ ว่าพี่ชายผู้กำลังขมักเขม้นกับการตีเทนนิสนั้น ถึงจะดูเคร่งเครียดแต่ก็กระฉับกระเฉงและคล่องแคล่ว ไม่เหมือนจันทร์จ้าวคนปกติที่เฉื่อยชาและติดจะขี้เกียจ



   “นั่นซี ไม่เห็นพี่จันทร์เป็นอย่างนี้มานานแล้ว ให้พี่จันทร์รับประทานอะไรก่อนลงสนามหรือเปล่าคะ” คำพูดของดารารัษมีทำเอาหนุ่มๆหัวเราะ ไม่เว้นแม้แต่อาทิตย์ก็ยังยิ้มขำ แต่แล้วก็ต้องเก็บอาการเมื่อสายตาเหลือบไปสบเข้ากับสายตาของหญิงสาวผู้เป็นน้องสาวของหม่อมหลวงพงศ์ภราธร สบตากับเธอทีไร หัวใจของเขาเป็นเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก



   “ไม่ได้ทานอะไรหรอกคุณดารา แต่พี่ชายคุณอุตริพนันกับคุณหมอน่ะซี ว่าถ้าใครแพ้จะต้องเป็นทาสให้คนชนะหนึ่งวัน”



   “ตายจริง! ริพนันขันต่อ! ถ้าคุณพ่อรู้เข้า พี่จันทร์ต้องโดนเอ็ดแน่!” ดารารัษมีบ่นพี่ชายแต่ก็ไม่วายมองกลับลงไปในสนามเทนนิสอีกครั้ง แล้วก็พบว่าพี่ชายของหล่อนดูจะมุ่งมั่นกับการแข่งขันเสียจนหล่อนที่เป็นน้องสาวและมักจะขวางกับการกระทำของเขามาตลอด ยังอดไม่ได้ที่จะจับจ้อง



   ...จันทร์จ้าวเป็นคนมีเสน่ห์ ยิ่งเวลาเขาทำอะไรอย่างจริงจังเช่นนี้ เขาก็ยิ่งดูดี แล้วผู้ชายที่ดูดีในทุกอิริยาบถเช่นนี้ กับผู้ชายนิ่งขรึมแบบอาทิตย์ หม่อมหลวงพิมพัชราจะชื่นชอบแบบใดมากกว่ากันหนอ...



   “เอ? อย่างนี้จะเรียกพวกเขาขึ้นมาทานของว่างก่อนไหมคะ” เสียงของหม่อมหลวงพิมพัชราทำให้ดารารัษมีต้องหันกลับไปมองคนพูด



   “ไม่ต้องหรอก ประเดี๋ยวก็จะจบเกมแล้ว” คนเป็นพี่พูดไม่ทันขาดคำ แรกเก็ตของคุณหมอภวัตก็หวดลูกเทนนิสกระดอนมากระแทกลงที่ฝั่งของจันทร์จ้าวแล้วกระเด็นออกไป คนที่วิ่งมารับไม่ทันถึงกับเม้มปากด้วยความเจ็บใจ แล้วพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ



   “ใครชนะคะนี่...” นภาสรวงถาม หล่อนดูเทนนิสไม่เป็น ซ้ำยังมาดูในตอนท้าย ยากที่จะรู้ผลแพ้ชนะ



   ๒ หนุ่มเดินออกมาจากสนามเทนนิส กลับมาที่โต๊ะที่ทุกคนรออยู่แล้ว ใบหน้าของภวัตยังคงมีรอยยิ้มจาง ในขณะที่ใบหน้าของจันทร์จ้าวนั้นหงุดหงิดเป็นที่สุด



   “เป็นอย่างไร ใครชนะ” ไม่มีใครกล้าถาม นอกจากหม่อมหลวงพงศ์ภราธร ทั้งๆที่ดูมาตั้งแต่ต้นและตามนับแต้มในใจให้ตลอด ซ้ำตอนนี้ใบหน้าของเพื่อนรักของเขาก็ยังมู่ทู่เสียแบบนี้ อันที่จริงไม่ต้องถาม เขาก็รู้



   ภวัตเหลือบตามองคนข้างกายที่เมื่อครู่เล่นเทนนิสกับเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย เจ้าตัวเม้มปากจนเกือบจะเป็นเส้นตรง ดูก็รู้ว่าไม่อยากตอบเท่าไร



   “ผมครับ” เขาเป็นฝ่ายพูดเอง เพียงเท่านั้นก็ได้ยินเสียงห้วนๆดังมาจากจันทร์จ้าว



   “หมอจะให้ทำอะไรก็ว่ามา!” ตามกติกาคือคนแพ้ต้องเป็นทาสให้คนชนะ ๑ วัน แม้จะไม่อยากเป็น แต่ในเมื่อแพ้ จันทร์จ้าวก็มีน้ำใจนักกีฬามากพอ ถึงจะหน้านิ่วคิ้วขมวดก็ตามที



   ภวัตหันไปมองคนพูด รอยยิ้มจางยังติดอยู่บนใบหน้า ทว่าดวงตาคมของเขากลับมีประกายระยิบระยับอย่างสนุกสนาน



   ...เทนนิสเมื่อครู่นี้สนุกที่สุดที่เขาเคยเล่นมา คู่ต่อสู้อย่างจันทร์จ้าวใช่จะหาได้ง่ายๆ ทั้งฉลาดในการเล่น มีเทคนิกที่ดี และแรงดี สมแล้วที่เคยแข่งระดับมหาวิทยาลัยมาก่อน...



   “ไม่ต้องทำหรอกครับ ผมไม่ได้คิดเรื่องนั้นตั้งแต่แรก เล่นเพื่อความสนุกเท่านั้น และเมื่อครู่ก็สนุกมาก ขอบคุณ” คำพูดของคนชนะ ทำเอาจันทร์จ้าวหันมองทันควันด้วยคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับมาเช่นนี้



   ...เล่นเพื่อความสนุกอย่างนั้นหรือ...ใช่...สำหรับเขา เมื่อครู่นี้สนุกมากเช่นกัน...



   “ถ้าอย่างนั้นมาแข่งกันอีกไหม” เขาถามอย่างอยากเอาชนะ จริงๆแล้วถ้าเมื่อครู่นี้ไม่พลาด อาจพลิกเป็นเขาชนะก็ได้



   “เฮ้! จะแข่งอีกหรือจันทร์! ไม่เหนื่อยหรือ?!” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรร้องถามแล้วมองเสื้อที่เพื่อนรักและคุณหมอสวมใส่ มันชื้นไปด้วยเหงื่อ



   “ไม่เหนื่อย ผมอยากเล่นอีก ตานี้คุณพงศ์จะลงมาด้วยก็ได้”



   “อ่า...กันชักขี้เกียจเสียแล้ว นั่งดูคุณหมอกับแกเล่นก็สนุกไปอีกแบบ คุณเภากับคุณอาทิตย์จะลงไปเล่นก็ได้นะครับ”



   “ผมเล่นไม่เก่ง ลงไปจะกลายเป็นภาระให้เขาเปล่าๆ” อาทิตย์ปฏิเสธ และเภาก็ถือโอกาสรับสมอ้างไปด้วยเพราะใจเขาอยากนั่งอยู่ตรงนี้แล้วพูดคุยกับหม่อมหลวงพิมพัชรามากกว่า



   “นั่นซีครับ! ผมก็ด้วย เชิญคุณจันทร์กับพี่ภวัตเถอะ”



   “ถ้าอย่างนั้นเรามาแข่งกัน หมอ” เมื่อทุกคนปฏิเสธที่จะเล่น จันทร์จ้าวจึงหันมาทางคู่ต่อสู้เพียงหนึ่งเดียวของเขา



   “ตานี้ ไม่มีรางวัลสำหรับผู้ชนะแล้วนะครับ เล่นกันแบบธรรมดา ตกลงไหม” คุณหมอหนุ่มเสนอขึ้นมาบ้าง



แม้จะอยากได้รางวัลสำหรับการเป็นคนชนะ แต่เพราะอยากแข่งกับอีกฝ่ายดูอีกสักทีว่าจะชนะได้ไหม ถึงแม้จะไม่มีรางวัล แต่จันทร์จ้าวก็ยังอยากจะแข่งอยู่ดี 



   “ก็ได้” แล้วคนทั้งคู่ก็เดินกลับลงไปที่คอร์ดอีกครั้ง ปล่อยให้คนที่เหลือนั่งกันที่โต๊ะริมสนามแล้วเริ่มพูดคุยและรับของว่างฝีมือ ๓ สาว ซึ่งคนที่ชวนคุยไม่ใช่ใครที่ไหน หม่อมหลวงพงศ์ภราธรผู้อัธยาศัยดี และเภา วิชาญโยธินหนุ่มเจ้าสำราญที่มีเรื่องสนุกมาชวนคุยให้หัวเราะกันได้เสมอๆ ดารารัษมีเหลือบมองพี่ชายคนใหญ่ของตนที่นั่งเงียบและทำเพียงแค่รับคำเป็นครั้งคราว แล้วก็นึกขัดใจว่าเขาทำตัวได้ไม่น่าสนใจเอาเสียเลย จันทร์จ้าวที่มักจะเป็นคนหาประเด็นมาให้อาทิตย์ได้ใกล้ชิดกับหม่อมหลวงพิมพัชราก็เอาแต่จริงจังกับการแข่งขันในสนาม จนไม่สนใจตรงนี้ หล่อนต้องทำอะไรสักอย่าง ที่จะทำให้อาทิตย์มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเพื่อนครูของหล่อน



   “จริงสิ...คุณพิม ที่ว่าจะมีหนังสือให้ดารายืม...” ดารารัษมีหันไปถามเพื่อนครูของหล่อนเบาๆ



   “อ้อ! จริงด้วยค่ะ หนังสือภาษาไทย เอ?...พิมเก็บไว้ตรงไหน...” หญิงสาวทำท่านิ่งคิด แต่สุดท้ายก็นึกไม่ออก “พิมจะไปหยิบมาให้นะคะ คุณดารารอสักครู่”



หม่อมหลวงพิมพัชราขอตัวลุกออกจากโต๊ะไป เภาได้แต่มองตาม นึกไม่ออกว่าจะหาข้ออ้างในการลุกตามไปทำความรู้จักอย่างเป็นส่วนตัวได้อย่างไร ซ้ำพี่ชายของหล่อนก็ยังหันมาชวนเขาคุยต่อเสียอีก เภาทำอะไรไม่ได้ เลยอาศัยสร้างความสนิทสนมกับหม่อมหลวงพงศ์ภราธรไปก่อน เขาเชื่อว่ายังมีโอกาสดีๆที่จะได้พูดคุยกับหญิงสาวผู้นั้นในเร็ววันนี้



   “พี่อาทิตย์คะ ดาราลืมของไว้ในรถ เป็นถุงกระดาษเล็กๆ ตั้งใจจะเอามาให้คุณพิม พี่อาทิตย์ไปหยิบให้หน่อยได้ไหม” เมื่อจัดการให้เพื่อนครูร่วมโรงเรียนออกจากโต๊ะไปได้แล้ว ดารารัษมีก็หันมาบอกพี่ชายด้วยน้ำเสียงไม่ดังนัก อาทิตย์ไม่ได้คิดอะไร จึงลุกขึ้นเดินออกจากโต๊ะกลับไปที่รถซึ่งจอดอยู่หน้าตึกตามคำขอของน้องสาว ซึ่งดารารัษมีก็หันกลับไปบอกคนทั้งโต๊ะอย่างไม่รู้ไม่ชี้ว่าหล่อนลืมของ จึงไหว้วานให้พี่ชายไปหยิบมาให้เท่านั้น



   ชายหนุ่มนายทหารเดินกลับไปเปิดประตูรถโฟล์คสีดำของตนเอง แล้วพยายามมองหาถุงกระดาษเล็กๆตามที่น้องสาวว่า แต่รถของเขาเป็นระเบียบและเรียบร้อย ไม่มีของวางระเกะระกะ แค่มองหาไม่นาน เขาก็ไม่พบถุงอะไรเลย



   ...หรือบางที ดารารัษมีอาจจะลืมหยิบมาจากที่บ้าน...



   เขาปิดประตูรถ ตั้งใจว่าจะเดินกลับไปบอกน้องสาวว่าไม่มี แต่เสียงฝีเท้าเบาๆดังขึ้นที่ด้านหลังเสียก่อน ชายหนุ่มหันไปมอง แล้วก็ได้แต่นิ่งไปเมื่อพบว่าหม่อมหลวงพิมพัชรากำลังเดินออกมาจากตึกพอดี หญิงสาวเห็นอาทิตย์ก็ประหลาดใจไม่แพ้กันที่เห็นเขาอยู่ที่นี่ แทนที่จะเป็นที่ริมสนามเทนนิส



   “เอ่อ...ผม...มาเอาของให้ดาราน่ะครับ แต่...สงสัยดาราจะลืมหยิบมาจากที่บ้าน...” เขาเป็นคนเอ่ยปากก่อน หม่อมหลวงพิมพัชราพยักหน้ารับรู้อย่างสุภาพ ก่อนจะเดินลงจากบันไดเตี้ยหน้าตึกมาตรงที่อาทิตย์ยืน



   “ถ้าอย่างนั้น...เรากลับไปที่สนามกันดีไหมคะ”



   “ครับ” อาทิตย์ได้แต่รับคำ หากแต่เมื่อหญิงสาวก้าวเท้าเดินนำไปได้แค่ก้าวเดียว เสียงเขาก็ดังขึ้น



   “คุณพิมครับ” เจ้าของชื่อหันมามองด้วยความฉงน อาทิตย์จึงล้วงกระเป๋าหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวที่ซักสะอาดแล้วส่งคืนให้



   “ผมนำมาคืนครับ ขอบคุณมาก” หม่อมหลวงพิมพัชรามองกิริยาสุภาพของชายหนุ่มด้วยหัวใจที่เต้นถี่กว่าทุกครั้งที่หล่อนใกล้ชิดเพื่อนต่างเพศคนไหน แม้กระทั่งกับจันทร์จ้าวที่สนุกสนานและเป็นกันเอง หล่อนก็ยังไม่เคยรู้สึกเช่นนี้กับเขา ไม่เหมือนผู้ชายคนนี้...ทั้งๆที่พูดกันนับคำได้ แต่เหตุใดหนอ...เหตุใดหัวใจถึงได้ผิดแปลกทุกครั้งที่เจอหน้า...



   มือขาวเรียวเล็กยื่นออกไปรับผ้าเช็ดหน้าคืนกลับมา โดยไม่มีคำพูด ดวงหน้าหวานแดงซ่านแม้จะไม่ได้ใกล้ชิดกันเลยสักนิด หล่อนหมุนตัวก้าวเท้าช้าๆออกเดิน รับรู้ว่ามีชายหนุ่มร่างสูงก้าวเดินตามหลัง เว้นระยะเล็กน้อย แต่หากพูดเสียงปกติก็พอจะคุยกันได้อยู่



   “ของว่าง...อร่อยไหมคะ” จากตัวตึกไปถึงสนามเทนนิสนั้นไม่ใกล้เท่าไรนัก ยิ่งการก้าวเดินอย่างช้าๆก็ยิ่งทำให้มีเวลาพอที่จะถามไถ่กันสักประโยคสองประโยค



   “อร่อยครับ” อาทิตย์ตอบ เขาไม่กล้าบอกว่าข้าวเกรียบปากหม้อ เป็นของว่างที่เขาชอบ ข้าวเกรียบปากหม้อที่อร่อย แป้งต้องนิ่มบาง ไส้ต้องรสไม่จัดจ้านเกินไป ซึ่งที่นี่ทำออกมาได้อย่างอร่อย



   “ไว้คราวหน้า ถ้าพิมทำอีก จะฝากคุณดาราไปให้นะคะ เห็นคุณดาราว่าคุณอาทิตย์ชอบทานข้าวเกรียบปากหม้อ” คำพูดของหญิงสาวทำเอาอาทิตย์ต้องหันมองด้วยเพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทราบว่าเขาชอบของว่างชนิดนี้ ดวงหน้าหวานแดงซ่านเมื่อถูกจับจ้อง หัวใจเต้นระส่ำจนต้องก้าวเท้าเดินเลี่ยงออกไป ทว่าก็ยังได้ยินประโยคที่ดังตามมาจากเบื้องหลัง



   “ผมจะรอครับ...” หัวใจของราชนิกูลสาวพองเต็มอก หล่อนได้แต่ยิ้มกับตัวเอง คำว่ารอของเขา ช่างเต็มไปด้วยความหมายสำหรับหล่อนเหลือเกิน



.........................................
หัวข้อ: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 08-10-2015 19:49:41

สามหนุ่มสามสาวที่ข้างสนามเทนนิสอิ่มตื้อด้วยของว่างหลากชนิด ส่วนสองหนุ่มที่เพิ่งเดินออกมาจากสนามเทนนิสนั้นถึงกับเหงื่อเต็มตัว ต่างคนต่างเหน็ดเหนื่อยกับการออกกำลังกาย แต่น่าแปลกที่ดวงตาของชายหนุ่มทั้งคู่กลับดูมีชีวิตชีวาและสนุกสนาน



   “เป็นอย่างไร ใครแพ้ใครชนะไปคนละกี่ตา” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรถาม



   “สูสีครับคุณพงศ์ ถึงจะชนะก็ชนะเฉียดฉิว ถึงจะแพ้ ก็แพ้อย่างสนุก” ภวัตเป็นคนตอบ เขาเหลือบมองคนข้างกายที่ใบหน้าขึ้นสีจัดและเหงื่อซึมตามไรผมเพราะความเหนื่อย



   “ใครสนุก หมอสนุกไปคนเดียวเถอะ! คุณพงศ์ ผมขอยืมห้องน้ำหน่อยได้ไหม เหงื่อออกจนเหนียวตัวไปหมด” จันทร์จ้าวพูดแทรก แล้วกระพือเสื้อที่ใส่เล่นเทนนิสซึ่งชื้นไปด้วยเหงื่อ



   “ก็ไปซี อาบน้ำอาบท่าเสียเลยก็ได้ ให้นายคำจัดเสื้อผ้าของกันให้สักชุด นายคำ พาคุณจันทร์ไปห้องน้ำที” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรออกปาก จันทร์จ้าวก็ก้าวเท้าเดินออกไปกับคนรับใช้ พอพ้นหลังเพื่อนรัก ราชนิกูลหนุ่มจึงหันมานินทากับภวัต



   “คุณหมออย่าไปฟังเจ้าปากหนักนั่นมากนัก ถ้าไม่สนุกอย่างที่ว่า จันทร์ไม่เล่นกับคุณหมอตั้งหลายตาอย่างนี้หรอก!”



   “พี่พงศ์ ให้คุณหมอไปล้างไม้ล้างมือดีไหมคะ” คนเป็นน้องสาวปรามพี่ชาย ก่อนจะสั่งให้คนรับใช้อีกคนพาชายหนุ่มกลับไปที่ตึก ภวัตได้แต่ยิ้มบางแล้วเดินตามคนรับใช้ไป คนอื่นๆจึงหันมาพูดคุยถึงแผนการที่จะในช่วงบ่าย



   “แล้วเราจะเอาอย่างไรต่อดี ย้ายไปนั่งเล่นริมน้ำไหม ตรงนั้นไม่ค่อยร้อน ลมจากแม่น้ำพัดมาเย็นกำลังดี” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรชักชวน แต่ดารารัษมีมีข้อเสนอที่ดีกว่า



   “ดาราอยากนั่งเรือติดเครื่องยนต์ค่ะ เมื่อตอนสาย คุณพิมเธอว่าที่นี่มีเรือติดเครื่องยนต์ด้วยใช่ไหมคะ”



   “แดดจัดอย่างนี้ คุณดาราจะไหวหรือครับ” ทายาทวังฉัตรร้องถาม ด้วยไม่คิดว่าสตรีในวัยที่กำลังรักสวยรักงามอย่างดารารัษมีจะขอออกไปเผชิญแดดเผชิญลมตอนตะวันตรงหัวเช่นนี้



   “ไหวซีคะ พี่จันทร์เคยเล่าว่านั่งเรือติดเครื่องยนต์น่ะสนุก ดาราก็อยากจะลองนั่งดูสักครั้ง”



   “ถ้าคุณดาราต้องการเช่นนั้น ผมก็ยินดีครับ คุณนภาล่ะครับ ไปด้วยกันนะครับ เราไปกันทั้งหมดนี่ แล้วค่อยให้ ๒ คนนั้นเขาตามไป จันทร์ขับเรือติดเครื่องยนต์ได้ ไม่ต้องห่วง”



   “แล้วจะไปกันหมดหรือครับ คุณพงศ์” เภาถาม เพราะพวกเขามีถึง ๖ คน หากแยกเป็นสองลำ ให้เขาไปกับสองพี่น้องฉัตราภาส ส่วนสามพี่น้องรักษพิพัฒน์ไปด้วยกันก็เห็นจะดี



หม่อมหลวงพงศ์ภราธรยิ้มกว้างแทนคำตอบ



   “ไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับ ผมมีเรือลำใหญ่ เราจะไปด้วยกันทั้ง ๖ คนนี่เลย” และคำตอบของราชนิกูลหนุ่มก็ทำให้เภาหมดโอกาสอีกตามเคย


.......................................



   จันทร์จ้าวก้าวเท้าออกมาจากห้องอาบน้ำด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ที่นายคำนำของหม่อมหลวงพงศ์ภราธรมาให้หยิบยืม ซึ่งอันที่จริง เขาไม่นิยมใส่เสื้อผ้าของใคร แต่ราชนิกูลเพื่อนรักรู้จักนิสัยเขาดี พอๆกับนายคำที่รับใช้ในวังมานานจนรู้จักมักจี่เขา จึงนำเสื้อผ้าชุดใหม่ที่หม่อมหลวงพงศ์ภราธรไม่เคยใส่มาก่อนมาให้



   “เมื่อยชะมัด” เขาบ่น พลางไพล่มืออ้อมบ่าไปบีบนวดที่ด้านหลัง นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลับจากอเมริกา ที่เขาได้ตีเทนนิสสนุกขนาดนี้จนลืมความเหนื่อยความเมื่อยไปหมด พอเลิกตีแล้วถึงได้รู้รสชาติ เพราะแขนปวดร้าวระบมไปทั้งหัวไหล่



   “ปวดไหล่หรือครับ” เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลัง จันทร์จ้าวหันไปมอง ก็เห็นว่าภวัตยืนรออยู่แล้วที่หน้าห้องน้ำ ห้องน้ำส่วนนี้เป็นส่วนสำหรับแขก วังฉัตรชอบจัดงานเลี้ยงบ่อยๆ จึงมีห้องน้ำหลายๆห้องในละแวกเดียวกันเพื่อแขกเหรื่อ รวมไปถึงห้องอาบน้ำด้วย



   “ครับ...” จันทร์จ้าวตอบสั้นอย่างไม่ค่อยจะอยากตอบนัก เขากำลังจะเดินหนี แต่อีกฝ่ายคว้าแขนเอาไว้เสียก่อน



   “ผมจะดูให้” คนสูงกว่าว่าอย่างนั้น แล้วเอ่ยต่ออย่างสุภาพ “ขอโทษนะครับ...” เขาพูดแล้วใช้นิ้วทั้งห้ากดลงตามลาดไหล่ไล่มายังแผ่นหลัง จันทร์จ้าวเบ้หน้าด้วยความปวดเมื่อนิ้วแข็งๆของอีกฝ่ายกดโดนจุดที่เขารู้สึกเคล็ด



   “ตรงนี้หรือ”



   “อืม...” เขาครางรับ แม้จะรู้สึกตึงและปวดแต่ก็รู้สึกดีอย่างน่าประหลาดเมื่อแรงนิ้วกดลงมาอีก ดูมันจะช่วยผ่อนคลายความปวดตึงของไหล่เขาได้มาก



   “ท่าจะเคล็ด ที่บ้านมียาทาไหม”



   “มี” เขาตอบส่งเดช รู้แก่ใจว่าไม่ใช่คนสนใจเรื่องหยูกยาเสียเท่าไร



   “ถ้าอย่างนั้น กลับไปก็อย่าลืมทา เอาผ้าชุบน้ำร้อนประคบด้วย จะได้หายเร็วๆ”



   “ทราบแล้ว ขอบคุณ” จันทร์จ้าวตอบแค่นั้น ก็พอดีเห็นคนรับใช้เดินตรงมา เขาจึงหันไปถามทั้งๆที่ยังปล่อยให้ภวัตนวดไหล่ต่อ



   “พวกคุณๆเขาอยู่ไหนกันหรือ”



   “คุณพงศ์พาออกไปนั่งเรือเที่ยวขอรับ ฝากมาเรียนคุณจันทร์ว่าให้ขับเรือตามไป” จันทร์จ้าวขมวดคิ้ว ก่อนจะหันไปทางนายแพทย์หนุ่มที่ยืนข้างตน



   “ผมเมื่อย ไม่อยากขับเรือ ถ้าหมอจะไปก็เชิญแล้วกัน” หากแต่ภวัตกลับยิ้มจางแล้วส่ายหน้า



   “ผมก็เมื่อย อยากนั่งพักมากกว่า” จันทร์จ้าวจึงหันไปทางคนรับใช้อีกครั้ง แล้วปฏิเสธ



   “นายคำไม่ต้องเตรียมเรือให้หรอก ฉันกับหมอไม่ไป”



   “ถ้าเช่นนั้น เชิญที่ริมน้ำไหมขอรับ คุณพงศ์สั่งเอาไว้ว่าหากคุณๆไม่ไป ก็ให้ไปรับประทานของว่างที่โต๊ะริมน้ำ”



   “เอาอย่างนั้นก็ได้” ชายหนุ่มจากบ้านรักษพิพัฒน์ตอบรับ ก่อนจะก้าวเท้าเดินอย่างรู้ทาง ทิ้งให้คนรับใช้ของวังฉัตรมองตามแล้วพาลนึกถึงคำสั่งของหม่อมหลวงพงศ์ภราธรที่สั่งเอาไว้ก่อนจะออกเรือไปกับคุณๆ



   ‘นายคำดูแลเพื่อนของฉันให้ดี เพื่อนของฉันคือคุณจันทร์ ถ้าดูท่าเธอจะทำตัวไม่ดีกับคุณหมอ ก็ช่วยขวางเอาไว้ด้วย อย่าให้ ๒ คนนั้นเขาทะเลาะกันเป็นอันขาด’



   แต่ภาพที่นายคำเห็นเมื่อครู่นี้ ดูอย่างไรก็ห่างไกลจากคำว่าทะเลาะ



   ...คนเราหากจะทะเลาะกัน ก็คงไม่มีใครมีมิตรไมตรีมานวดไหล่ให้อย่างเช่นที่คุณหมอภวัตทำให้คุณจันทร์หรอก...คุณพงศ์ดูจะคิดมากเกินไปเสียแล้ว...


...................................


 

ตอนที่เรือติดเครื่องยนต์ของหม่อมหลวงพงศ์ภราธรแล่นกลับมาที่วังฉัตร ร่างของชายหนุ่ม ๒ คนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะริมน้ำก็ทำเอาดารารัษมีออกจะประหลาดใจไม่ได้ ด้วยเพราะพี่ชายของหล่อนที่ทำตัวไร้มารยาทกับคุณหมอหลายหน กลับอยู่กับอีกฝ่ายได้อย่างสงบ ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกันแต่อย่างใด คุณหมอภวัตนั่งอ่านหนังสือที่โต๊ะ ส่วนจันทร์จ้าวกำลังเล่นกับหมาตัวโตประจำวังฉัตรที่ชื่อ อ้ายดำ



พอกลับมาถึงฝั่งกันพร้อมหน้า จันทร์จ้าวก็ชวนพี่น้องของตนกลับเสียที เพราะเขาเพลียกับการตีเทนนิสจนอยากหลับสักงีบ ซึ่งทุกคนก็เห็นดีด้วย แขกบ้านรักษพิพิพัฒน์ขอตัวกลับ แขกจากครอบครัววิชาญโยธินจะอยู่ต่อก็จะดูกระไรอยู่ แม้เภาจะไม่อยากกลับ แต่เมื่อภวัตขอตัวลาเช่นกัน เขาก็จำต้องกลับไปพร้อมพี่ชายด้วย



“ไปแล้ว คุณพงศ์” จันทร์จ้าวออกปาก เมื่อทุกคนพร้อมกันที่รถโฟล์คสีดำซึ่งจอดอยู่หน้าตึก



“แล้วไว้เจอกันที่สำนักงาน” ชายหนุ่มทายาทวังฉัตรว่าอย่างนั้น แต่พอจันทร์จ้าวจะก้าวเท้าขึ้นนั่งที่เบาะหน้าคู่พี่ชายเหมือนตอนขามา เจ้าตัวก็เหมือนจะนึกอะไรได้ จึงหันไปสั่งน้องสาวที่กำลังจะเปิดประตูขึ้นเบาะหลัง



“พี่ต้องลงก่อน ดารามานั่งหน้าแล้วกัน”



แล้วหลังจากนั้น ๔ พี่น้องรักษพิพัฒน์ก็ออกจากวังฉัตรไป ภวัตออกจะแปลกใจกับคำพูดของคู่เทนนิสของเขาไม่น้อย จึงหันมาทางหม่อมหลวงพงศ์ภราธรผู้มีสถานะเป็นเพื่อนรักกับจันทร์จ้าว



“ที่ว่าคุณจันทร์จะลงก่อน...”



“อ้อ ก็ที่ผมเคยบอกไง จันทร์ขอคุณหญิงออกมาอยู่ข้างนอก บ้านสีเขียวอ่อนที่อยู่ถัดจากวังไปหน่อยเดียวนี่เอง จันทร์ถึงศุกร์จะนอนค้างที่นั่น พอเย็นวันศุกร์ ก็ให้คุณอาทิตย์มารับกลับไปนอนที่บ้านรักษพิพัฒน์ จะว่าก็ว่าเถอะ เรื่องที่เขาทำกันไม่ได้ จันทร์ก็ทำได้ อย่างสอบทุนไปเรียนต่อที่อเมริกาอย่างนี้ นอกจากจะสอบได้แล้ว ยังหว่านล้อมคุณหญิงให้ปล่อยไปเรียนเมืองนอกได้อีก ทั้งๆที่สงครามก็เพิ่งจบหมาดๆ บ้านเมืองเราก็ยังไม่สงบดี บ้านเมืองเขาก็ใช่ย่อยเสียที่ไหน ตอนแรกคุณหญิงผกาก็จะไม่ให้ไป ท่านนายพลเดชบังเอิญมีคนรู้จักทำงานในสถานทูต จันทร์ก็เลยยกเพื่อนของท่านนายพลขึ้นมาอ้าง จะหาหอพักใกล้สถานทูตบ้าง จะไปรายงานตัวที่สถานทูตทุกสัปดาห์บ้าง คุณหมอลองไปถามจันทร์แล้วกัน ว่าไปอยู่อเมริกา ๖ ปี ไปรายงานตัวที่สถานทูตสักกี่ครั้ง”



“พี่พงศ์” พอพี่ชายนินทา หม่อมหลวงพิมพัชราก็ได้แต่ปราม แต่ภวัตก็ยังสงสัยใคร่รู้ในวิถีชีวิตของคู่เทนนิสของเขาอยู่ดี



“ที่ว่าได้ทุนของมหาวิทยาลัยไปเรียนที่อเมริกานั่นน่ะหรือครับ”



“ใช่ ไม่ทราบไปหาทุนมาได้อย่างไร แต่เรื่องยากๆน่ะ ต้องยกให้จันทร์ล่ะ เพื่อนผมคนนี้เก่ง หัวดี ฉลาด ถึงจะขี้เกียจไปสักหน่อยก็เถอะ ว่าแต่...เกมเทนนิสเป็นอย่างไรล่ะคุณหมอ สนุกไหม” คนถูกถามยิ้มจาง หวนคิดถึงเทนนิสที่เขาเล่นเมื่อตอนสาย



“สนุกมากครับ ขอบคุณคุณพงศ์ที่ทำให้ผมมีเพื่อนตีเทนนิสที่สนุกอย่างนี้” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรโบกมือว่อน



“ไม่เป็นไรๆ ผมก็บุญตาได้เห็นเกมเทนนิสดีๆอย่างนั้น ไว้คราวหลัง เชิญมาตีเทนนิสด้วยกันอีก ไม่สิ ต้องบอกว่าคราวหลังเชิญมาตีเทนนิสกับเพื่อนของผมอีก”



แล้วหลังจากนั้นแขกบ้านวิชาญโยธินก็ขอตัวกลับ ๒ พี่น้องแห่งวังฉัตรมองส่งจนรถลับหายออกไปนอกประตู แล้วคนเป็นพี่ก็ดูเหมือนจะนึกขึ้นได้ว่าเพื่อนรักของตนยังไม่ยอมคายเรื่องที่เกริ่นเอาไว้



   ...ที่ว่า...มีทหารคนหนึ่งอยากจะมาเป็นเขยวังฉัตร...



...ให้ตายสิ วันนี้ก็สนุกจนลืมถาม เจอกันเมื่อไหร่ เห็นจะต้องถามให้รู้เรื่อง ว่าทหารที่ว่านั่นชื่ออะไร นามสกุลอะไร และคิดอย่างไรจึงมาเป็นเขยวังนี้...



“พี่พงศ์เป็นอะไรไปคะ หน้านิ่วคิ้วขมวด” น้องสาวตั้งคำถามเมื่อหันมาเห็นพี่ชายมีสีหน้าราวครุ่นคิด หม่อมหลวงพงศ์ภราธรหันมอง ดวงหน้าหวานของคนเป็นน้องทำให้เขาตัดสินใจถามกลับ



“พิมรู้จักใครที่เป็นทหารบ้างไหม” คำว่าทหาร ทำเอาหญิงสาวนึกไปถึงชายหนุ่มนายทหารที่วันนี้เขานำผ้าเช็ดหน้ามาคืนหล่อน ซ้ำยังบอกว่าจะรอให้หล่อนทำข้าวเกรียบปากหม้อไปให้เขาอีกด้วย



“ว่าอย่างไร รู้จักไหม” ชายหนุ่มถามย้ำ แม้จะเห็นแล้วว่าคนถูกถามมีท่าทีอึกอัก



“ม...ไม่ทราบสิคะ พิมขอตัวก่อนนะคะ” แม้จะรู้เต็มอกว่าคนที่เป็นทหารและหล่อนรู้จักมีเพียงคนเดียวคืออาทิตย์ แต่ความประหม่ายามถึงนึกเขาทำให้หล่อนโกหกแล้วรีบก้าวเท้าเดินหนีกลับเข้าตึก คนเป็นพี่ได้มองตามด้วยความสงสัย



...เป็นพี่เป็นน้องกันมานับ ๒๐ ปี มีหรือจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังโกหก โกหกว่าไม่ทราบ แสดงว่าแท้จริงแล้วทราบ...อย่างนี้ยิ่งทำให้หม่อมหลวงพงศ์ภราธรอึดอัดด้วยความใคร่รู้



...ทหารคนไหนที่อยากจะมาเป็นเขยวังฉัตรกันล่ะนี่!!!...



...........................



เพราะเมื่อวานลงแรงกับการตีเทนนิสมากเกินไป เช้าวันนี้ อาการปวดร้าวที่ไหล่จึงยังคงปรากฏ



จันทร์จ้าวยืนอยู่หน้ากระจกในห้องนอน มืออ้อมไหล่ไปเบื้องหลังพยายามกดให้โดนจุดที่รู้สึกเคล็ด แต่ให้อย่างไรก็ไม่ถนัดเอาเสียเลย เขาพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด เมื่อวานก็ไม่ได้ทายาเพราะเขาไม่ได้ติดเอายามาไว้ที่นี่ด้วย ส่วนเรื่องประคบเย็นประคบร้อนก็ลืมไปได้เลย จันทร์จ้าวไม่ใช่คนจะลุกขึ้นมาทำอะไรอย่างนั้นแน่ เพราะคิดเอาว่านอนพักสักคืนก็คงจะหาย แต่ปรากฏว่าตื่นมาก็ยังไม่ทุเลา ถึงแม้จะไม่เจ็บปวดมากนัก แต่มันก็ก่อความรำคาญ จะหยิบจับเดินเหิรก็รู้สึกปวดอยู่อย่างนั้น แต่ในเมื่อมือเอื้อมไปไม่ถึง เขาก็ได้แต่จนใจ แล้วคิดเอาเองว่ามันอาจจะดีขึ้นในอีก ๒-๓ วัน ชายหนุ่มหมุนตัวเดินออกจากห้องนอน มาที่ห้องอเนกประสงค์ซึ่งเป็นทั้งส่วนรับแขกและห้องนั่งเล่น



บ้านเช่าสีเขียวอ่อนหลังนี้ เป็นบ้านชั้นเดียวยกพื้นใต้ถุนสูง ด้านหน้าเป็นชานกว้างสำหรับนั่งเล่นรับลม ถัดเข้ามาเป็นห้องอเนกประสงค์ที่มีทั้งชุดเก้าอี้ และโต๊ะรับประทานอาหารขนาด ๒ คน ครัวเล็กๆและห้องนอน ส่วนห้องน้ำอยู่ชั้นล่าง ดูกะทัดรัดสำหรับอยู่คนเดียว 



จันทร์จ้าวกำลังจะออกจากบ้านไปทำงาน วันนี้มีประชุมกับเพื่อนฝรั่ง อันที่จริงจะไปสายกว่านี้อีกสักหน่อยก็ได้ แต่เพราะตั้งใจว่าจะไปหาอะไรรองท้องจากตลาด จึงออกเร็วกว่าปกติ



ทว่าไม่ทันที่จะก้าวเท้าออกพ้นประตู เสียงรถก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน ชายหนุ่มมองออกไปนอกชานก็พบรถยนต์ที่ไม่คุ้นตามาจอดขวางอยู่ เขาเพ่งมองรอจนคนในรถเปิดประตูลงมา แล้วก็ถึงได้เบิกตาโต



“หมอ!”


...............................................



นายแพทย์ภวัต วิชาญโยธินส่งยิ้มจางให้คนที่เดินหน้ามู่ทู่ดูไม่ค่อยจะสบอารมณ์มาที่ประตูรั้ว บ้านหลังเล็กสีเขียวอ่อนนั้นหาไม่ยาก ยิ่งบอกว่าอยู่ใกล้วังฉัตรยิ่งแล้วใหญ่ เพราะบ้านแถวนี้ไม่มีหลังไหนทาด้วยสีเขียวอ่อนเลย ยกเว้นหลังนี้

 

“จอดรถขวางหน้าบ้านผมทำไม!” ประโยคทักทายประโยคแรก ยังคงความไร้มารยาทอย่างที่ทำเอาคนถูกทักถึงกับหัวเราะเบาๆ



“ผมแวะเอายามาให้” คนเป็นหมอว่าอย่างนั้นแล้วยื่นหลอดยาข้ามรั้วเตี้ยๆไปให้คนที่ยืนอยู่อีกฝั่ง จันทร์จ้าวมองร่างสูงสลับกับมองยาในมือใหญ่อย่างไม่วางใจ หมอภวัตจึงพูดต่อ



“ยาทาแก้ปวด คุณยังเคล็ดอยู่ไม่ใช่หรือ”



ตั้งแต่เมื่อวานที่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้กลับไปที่บ้านรักษพิพัฒน์ เขาก็คิดเอาเองว่าคนอย่างจันทร์จ้าวไม่น่าจะสนใจใยดีอะไรและคงจะไม่คิดหายามาทาเป็นแน่แท้ วันนี้ก็เลยตัดสินใจเอายามาให้ถึงที่ เกรงว่าถ้าทิ้งให้เจ้าตัวปวดนานๆ ประเดี๋ยวคงได้หาเรื่องไม่ตีเทนนิสกับเขา จะกลายเป็นว่าขาดคู่ต่อสู้คนสำคัญไป
 


“นี่ยาทาของจริงครับ เป็นแบบฝรั่ง ไม่ใช่ยาพิษหรอก” เขาสำทับเพราะสายตาที่จันทร์จ้าวมองตรงมาที่ยาและที่เขาบอกให้รู้ว่าไม่ไว้ใจเลยแม้แต่น้อย



“ทาแล้วจะหายปวด ถึงจะไม่หายปุบปับ แต่ก็ดีกว่าปล่อยให้หายเองนะครับ การปล่อยเอาไว้โดยไม่ทายา ไม่รู้เมื่อไรจะหาย บางทีอาจเป็นเรื้อรั...ง...” พอสาธยายสรรพคุณไปอีกชุดใหญ่ มือของเจ้าของบ้านสีเขียวอ่อนก็ยื่นข้ามรั้วมาดึงหลอดยาไป



“ขอบใจ!” คำขอบคุณนั้นแสนกระแทก ภวัตยิ้มบางอย่างนึกเอ็นดู เพราะพอจันทร์จ้าวรับยาไปแล้ว เจ้าตัวก็เอาแต่พลิกซ้ายพลิกขวาอ่านฉลากยาราวกับกลัวว่ามันจะไม่ใช่ยาทาแก้ปวดจริง



“ทา ๒ เวลา เช้าเย็นก็พอ ทาเบาๆไม่ต้องนวดนะครับ จะได้ไม่เคล็ดซ้ำ” เขาอธิบายเพิ่ม ดวงตากลมใหญ่เหลือบขึ้นมามองเขาแล้วพยักหน้ารับสั้นๆเหมือนไม่อยากจะรับรู้เสียเท่าไร เมื่อเห็นว่าคนเจ็บได้ยาและรู้วิธีใช้แล้ว นายแพทย์หนุ่มก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้อยู่ต่อ



“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อน” คนมาเยือนพูด แล้วค้อมศีรษะเป็นการบอกลา หมุนตัวเดินกลับไปที่รถ แต่เสียงของเจ้าของบ้านกลับดังขึ้นข้างหลังเขา



“หมอ...” ภวัตหันมองตามเสียงนั้น จันทร์จ้าวมีสีหน้าอึกอักก่อนจะถาม



“...รีบกลับหรือ?” คนถูกถามเลิกคิ้วอย่างสงสัย ดวงหน้าขาวมีแววอึดอัดและช่างใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จันทร์จ้าวจะพูดต่อ



“ผมเคล็ดที่หลัง เอ่อ...ผม...ผมทายาเองไม่ถึง...”


ภวัตยืนเงียบ ไม่พูดอะไร แต่ดวงตาคมดุที่มีแววอ่อนโยนจับจ้องคนพูดราวกับอยากให้พูดต่อ จันทร์จ้าวมองสบเข้าไปในดวงตาคู่นั้นอย่างนึกหงุดหงิด แต่อีกฝ่ายยังยืนนิ่งไม่ยอมเดินมาหาเขาเสียที



“ผมหมายถึง...เอ่อ...ทายาให้ผมก่อนสิ!”



แล้วหลังจากประโยคนั้น ประตูรั้วก็ถูกเจ้าบ้านปลดกลอนแล้วดึงมันเปิดออกเป็นการเชิญ ภวัตได้แต่ยิ้มจาง ไม่กล้าล้อเลียนถึงการพบกันครั้งแรกที่คราวนั้นจันทร์จ้าวเป็นฝ่ายออกปากไล่เขาออกจากบ้านรักษพิพัฒน์ ทว่าครั้งนี้...ก็เป็นจันทร์จ้าวอีกนั่นล่ะ ที่เชิญชวนเขาเข้าบ้านเสียเอง



เขาก้าวเท้าเดินตามจันทร์จ้าวเข้าบ้านอย่างเงียบๆ ทั้งขันทั้งเอ็นดูเจ้าของแผ่นหลังที่เดินนำหน้า เกิดมาไม่เคยเจอใครอย่างนี้เลย ทั้งเอาแต่ใจ ทั้งดื้อดึง แต่ก็เต็มไปด้วยชีวิตชีวา



...เห็นที ชีวิตราบเรียบของเขาต่อจากนี้ คงจะไม่เหมือนเดิมเพราะใครบางคนเสียแล้ว...



ติดตามตอนต่อไป (พฤหัสหน้าค่ะ)

มีคนเรียกร้องกันมาเยอะเหลือเกินนนนน ว่าขอคู่พี่อาทิตย์กับคุณพิมด้วย ก็เลยจัดมาชุดเล็กๆ เนื่องจากว่าตอนนี้จ้างพระเอกมาแพง ต้องเอาพระเอกออกให้คุ้มหน่อย ฮ่าฮ่า

หลายคนทักว่าจันทร์จ้าวเหมือนปริศนา จริงๆจะบอกว่าจันทร์จ้าวคือ ประวิชจากเรื่องปริศนา + ยศจากเรื่องมาลัยสามชายค่ะ(ผสมอานนท์จากเรื่องปริศนาด้วย) คือช้อบชอบเด็กสปอยล์ ดูน่ารังแก น่าแกล้ง น่าปราบพยศไรงี้

ขอบคุณพื้นที่บอร์ด คนอ่าน คนเม้นท์ และทุกกำลังใจค่ะ

เจอกันพฤหัสหน้าค่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Paparazzi ที่ 08-10-2015 19:57:57
กรี๊ดดดดด มาแล้วววววว :hao7:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: kokoro ที่ 08-10-2015 20:03:38
น้องจันทร์จ๋าาาาาา
เริ่มส่อเค้าญาติดีกับหมอบ้างแล้วเนอะ
สงสัยพ่อสื่อจะได้คู่ก่อนพี่ชายซะแล้วมั้ง 555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: valenna yy ที่ 08-10-2015 20:24:05
โอ้ยฟินนนนนนนน
กรี๊ดแปดตลบ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: winndy ที่ 08-10-2015 20:34:00
 :impress2:อ่านแล้วน่ารักมาก ตอนหน้าขอคุณหมอกับจันทร์จ้าวอีกนะค๊ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: koikoi ที่ 08-10-2015 20:52:11
 :-[แค่นี้ก็เขินแล้วล่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Mouse2U ที่ 08-10-2015 20:58:22
เอายาแก้ปวดมาให้กันแต่หัววันแบบนี้นี่กลัวขาดคู่ตีเทนนิสหรือกลัวว่าจะไม่ได้เห็นหน้าจันทร์จ้าวกันแน่คะคุณหมอ :m3:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Ryoooo ที่ 08-10-2015 21:08:44
สนุกกกก
จันทร์จ้าวน่าปราบพยศจริงๆ หึหึหึ
คุณหมอจัดไป
ตอนนี้คุณหมอออกเยอะล่ะ สงสัยจะได้ค่าตัวเพิ่ม อิอิ

ทำยังไงให้พี่อาทิตย์พูดเยอะกว่านี้น่าาา
เอาข้าวเกรียบปากหม้อล่อ???
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: sirin_chadada ที่ 08-10-2015 21:19:16
คุณหมอคงเอ็นดูเด็กดื้อ แสนอวดดีคนนี้แน่ๆ
เห็นทีนายเภาจะกินแห้วซะแล้ว แต่ถ้าเบนความสนใจไปที่คนอื่นเนิ่นๆก็จะดีนะ คู่คุณพิมจะได้ไม่มีก้าง อิอิ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: jannie ที่ 08-10-2015 21:26:08
คุณหมอนี่ก็ต้องท่านชายพจน์ปรีชาสินะคะ ^o^
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: PetitDragon ที่ 08-10-2015 21:30:43
ให้ทายาด้วย ?

 :impress2:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Takarajung_TK ที่ 08-10-2015 21:31:25
ตอนอ่านปริศนา ไม่เคยคิดคู่ท่านชายพจน์กับประวิชเลยนะ

แต่พอคุณคนเขียนพูดถึงเท่านั้นแหละนึกภาพคุณหมอกับคุณหนูจันทร์

เป็นคู่นั้นทันที ม่วนใจหลาย
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: we.jinkyu ที่ 08-10-2015 21:38:57
 :-[ โอ๊ย ฟินนนนนน
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Paparazzi ที่ 08-10-2015 21:40:29
ฟินทุกคู่ :-[

มันช่างสนุกอะไรเยี่ยงนี้ กรี๊ดแตกกับภาษาอันไพเราะ ชอบมากกกกก :hao7: :L1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: goosongta ที่ 08-10-2015 21:41:17
ตามถึงบ้านเชียวนะคุณหมอ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Jthida ที่ 08-10-2015 21:46:05
น่ารักจริงๆเลยคุณจันทร์
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: malula ที่ 08-10-2015 21:46:30
ตีเทนนิสกัน นวดกัน ชวนเข้าบ้านทายา แหม่...ขอฟินล่วงหน้าก่อนได้ไหม
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: PAiPEiPEi ที่ 08-10-2015 21:55:59
ยิ้มเเก้มแตก :katai2-1:

จันทร์จ้าวดูน่าเอ็นดูสุดๆ  ไม่รู้ในหัวคิดอะไรไม่คิดเลยว่าจันทร์จ้าวจะขอให้คุณหมอช่วยทายาจริงๆ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: raviiib❁ ที่ 08-10-2015 21:59:13
คุณหมออยากปราบหนูจันทร์ใช่มั้ยคะ แอร้ยยยยชอบ
รอตนอต่อไปค่ะ หมอคะ จัดการเด็กดื้อเลยค้าาา :hao6:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Loverouter ที่ 08-10-2015 22:00:45
ชอบนิยายแนวนี้มากค่ะ มาเกาะขอบเรื่องนี้ด้วยคน ชอบมากกกก
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: TachibanaRain ที่ 08-10-2015 22:06:18
ตอนนี้ไม่แสดงความคิดเห็นอะไรมากบอกได้แค่ว่า #ทีมคุณหมอ ค่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: bradpitt ที่ 08-10-2015 22:06:33

:-[ :-[ หมอภวัต...เริ่มมีใจ ให้ จันทร์จ้าวแล้วใช่ไหมเนี่ย :-[ :-[

  อ๊ายยยยยย   รอฉากทายาให้กัน  อิอิ

 :o8:

   :heaven :heaven :heaven :heaven :heaven :heaven :heaven
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: QXanth139 ที่ 08-10-2015 22:25:22
ใกล้กันเข้าไปอี๊กกกก ขอฉากทายาหน่อยค่ะ ฟินล่วงหน้า :-[ :-[
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Rafael ที่ 08-10-2015 22:26:03
หึหึ
ท่าทางจะเป็นคุณหมอที่จะตกหลุมรักคุณจันก่อนเสียแล้วสิ

ขอบคุณพี่บัวที่มาต่อนะคะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: insomniac ที่ 08-10-2015 22:52:49
อ่านแล้วมีความสุขมาก
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: kinjikung ที่ 08-10-2015 23:14:18
จันทร์เจ้ามาแบบยาว ๆ อ่านคุ้มเลย อิอิ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: lizzii ที่ 08-10-2015 23:18:59
โอ้ยยยย หลงจันทร์เจ้ามากกกก
ทั้งดื้อ ทั้งซน น่ารักสุดๆ
อ่านแล้วนึกถึงพี่โตกับของขวัญเลย คึคึ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: phoenixa ที่ 08-10-2015 23:31:19
หนูจันทร์ก็ซึนพอสมควรอ่ะ
น่าร้ากกกกก
คุณหมอจะไม่เอ็นดูยังไงไหว
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: LoveYoukissme ที่ 08-10-2015 23:34:24
 o13 o13 o13 o13 o13
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: stickyyrice ที่ 08-10-2015 23:34:39
มาเเล้วพ่อคุณเอ๋ย เป็นเรื่องนึงที่มีคู่ชายหญิงเเล้วชอบนิหละ 555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: PPink ที่ 08-10-2015 23:54:08
ว้ายยยยย คุณชายจันทร์เริ่มน่ารักขึ้นมาแล้ว :)
เป็นเหมือนประวิชก็พอไหวอยู่ แต่เหมือนคุณยศด้วยเห็นทีจะมิเหมาะกระมัง5555

อ่านปล้วรู้สึกเหมือนหมอแอบพึงใจคุณจันทร์ก่อนนะเนี่ย
ถ้ารู้ใจตัวเองแล้วจะเป็นไงน้าาาา555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: B52 ที่ 08-10-2015 23:58:23
ติดใจเด็กดื้อแล้วใช่ไหมคุณหมอ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: aiLime13 ที่ 09-10-2015 00:41:37
ตายแล้วพ่อจันทร์!!
ชวนผู้ชายเข้าบ้านแบบนี้ได้ยังไงงงง
แล้วยังให้คุณหมอทายาให้อีก ทำไมน่าหยิกอย่างนี้  :-[

อ่านแล้วรู้สึกอยากให้ตอนหน้ามาไวๆ มากค่ะ 555555555
ขอดูฉากทายา (>_<) ก๊ากกกกกกกกก

นี่ลุ้นทั้งสองคู่เลยค่ะ อยากให้พี่อาทิตย์กับคุณพิมพ์สมหวัง
ส่วนคู่ของคุณหมอกับพ่อจันทร์ อันนี้ต้องลุ้นให้นายเอกเลิกปากแข็งให้ได้ก่อน
แหมๆๆ ทำเป็นไล่เค้า หงุดหงิดใส่เค้างั้นงี้ แต่จริงๆ แล้วตีเทนนิสก็สนุกดี แถมคนนวดก็ดีใช่มั้ยล้าา 5555

อ่านแล้วก็รู้สึกว่าคุณหมอดี๊ดีค่ะ ส่วนพ่อจันทร์นี่น่าหมั่นเขี้ยวน่าหยิกเหลือเกิน

รอตอนหน้าาาาาาา

ปล.

อ้างถึง
อาทิตย์เองก็เข้าไปทักทายกับภวัตและเภาอย่างคนรู้จักคุ้นเคย ส่วนสาวๆ ๓ คนก็เอาแต่พูดคุยกันกระจุกกระจิกเกี่ยวกับขนมที่จะลองทำในวันนี้ เหลือเพียงจันทร์จ้าวคนเดียวที่ไม่มีพวกจะเข้า!

อ่านฉากนี้แล้วฮา อยากจะบอกพ่อจันทร์เหลือเกินว่าไปทำขนมกับสาวๆ เค้าสิคะ เผื่อจะใจเย็นขึ้น 555555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: G-NaF ที่ 09-10-2015 01:02:40
ช่วยกันเข้าบ้าน(ไปทายา)แล้วอา เขินนน   :hao3:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Gokusan ที่ 09-10-2015 01:15:01
โอย...นี่เห็นน้องจอมในตัวน้องจันทร์ค่ะ ^^ คิดถึงเบาเบา

ช่างเป็นคนเอาเรื่องเอาราว แต่ช่างอ้อนดีแท้...
ท้ายที่สุดแล้ว...จะช่างแง่งอนรึเปล่า อันนี้ต้องถามคุณหมอกระมัง ^^

ปล.หมั่นไส้คุณเภา...จะส่งใครมาปราบนางหนอ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: cocoaharry ที่ 09-10-2015 03:42:36
ทำไมเราฟินคู่พี่อาทิตย์กับคุณพิมมากกว่าคู่หลังอีกคะเนี่ย
ตอนเขาคุยกันแล้วอยากจะกรี๊ด
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: aiyuki ที่ 09-10-2015 05:02:25
พี่อาทิตย์ขี้อาย เมื่อไหร่จะจีบติด 5555 จันทร์จ้าวน่ารักอ่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: NOoTuNE ที่ 09-10-2015 05:15:28
ฉันสนุกเหลือเกิน ทั้งสองคู่

ลุ้นกันคนหล่ะฟีล 555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: urmein ที่ 09-10-2015 06:51:33
คุณจันทร์ทำไมเอาแต่ใจขนาดนี้คะ ไม่ชอบคุณหมอแต่ชวนเข้าบ้านซะงั้น 55555
คุณหมอใจดี๊ใจดีอ่าาาาา
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: sang som ที่ 09-10-2015 07:54:41
ระวังจะทาเกินนะ.....คิ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: kawisara ที่ 09-10-2015 09:02:04
พี่อาทิตย์คนซื่อ โถ๋ พ่อคุณ เป็นถึงนายทหารใหญ่ กระไรเลย ยังจะมาทำเจียมเนื้อเจียมตัวอีก พ่อช่างน่าเอ็นดูนั๊ก



คุณจันทร์ ผู้แสนพยศ  คุณจันทร์ผู้แสนจะมีชีวิตชีวา คุณจันทร์ผู้ที่ไม่มีใครเหมือน



แหม แหม แหม คุณหมอ คนเรานะ เพิ่งรู้จักกันแท้ๆ มาทำเป็นมองนิสัยคุณจันทร์เธอออก



คิดอะไรกับเขาแล้วซิใช่ใหม  บอกมาเลยนะ ฮ่าๆๆๆ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Infinity 888 ที่ 09-10-2015 09:22:01
จันทร์อ่อยใช่เปล่า 555555 รอการทายาจากคุณหมอนะ

ผู้หญิงบางคนก็ชอบผู้ชายขรึมสุภาพมากกว่าผู้ชายขี้เล่นนะ อย่างคุณพิมกับคุณอาทิตย์แบบนี้แหล่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: JustWait ที่ 09-10-2015 09:56:30
โอ๊ยไม่ไหว พี่อาทิตย์กับคุณพิมก็น่ารัก  คุณหมอกับคุณจันทร์ก็น่ารัก


พี่อาทิตย์นี่เป็นผู้ชายแบบที่ดิันค่อนข้างเอ็นดูเลยค่ะ น่ารัก
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: popuri ที่ 09-10-2015 10:24:20
น่ารักมากเลยค่ะ อดใจรอไม่ไหวแล้วววว
เราชอบแนวนี้มากๆเลยค่ะ แต่ไม่ได้อ่านที่โดนใจมากๆมานานแล้ว  :hao5:
จะรอติดตามค่าาา
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: MinKKniM ที่ 09-10-2015 11:17:16
อกอิแป้นจะแตก...คุณจันทร์พาผู้ชายเข้าบ้านหรือคะ โถ...พ่อคุณช่างน่ารักน่าชังน่าเอ็นดูดีแท้
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: kinjikung ที่ 09-10-2015 12:59:27
คุณหมอปราบเด็กดื้อแบบจันทร์เจ้าด่วนเลยค่ะ น่าตีปากมาก 555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: SOO2 ที่ 09-10-2015 17:54:51
เขินทั้ง2คู่เลย  :-[
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Nankoong ที่ 09-10-2015 20:05:24
แหมะ...คุณหมอ...


หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: ★KVH™★ ที่ 09-10-2015 20:42:21
อู้ยยยย แซวคุณจันทร์ 
รุกเร็วจังค่ะ ชวนคุณหมอเข้าบ้าน :hao7:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: mooping-7 ที่ 09-10-2015 22:57:37
หมอคือดีมากอะ ชอบจันทร์เข้าแล้วละสิ อิอิ คงต้องปราบกันนานเลยนะเพราะพยศขนาด
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: WilpeR ที่ 09-10-2015 23:29:59
 ตอนนี้ฟินมาก คู่อาทิตย์กับคุณพิมดูท่าจะไปได้ด้วยดี(แต่ไม่มีใครรับรู้ 555)

จันทร์เริ่มอ่อนเล็กน้อยให้คุณหมอแล้ว เย้ๆ :mc4:  :mc4:  :mc4:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: ooopimmyooo ที่ 09-10-2015 23:48:04
โอ้ยยยยย เหวี่ยงสุดไรสุดค่ะคุณจันทร์จ้าว
เหวี่ยงแบบนี่คุณหมอชอบใช่ม๊าาาาาาา
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Aomoto ที่ 10-10-2015 02:39:13
รอตอนคุณหมอทายาให้คะ เขินเลย  :o8:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: sunshine538 ที่ 10-10-2015 08:03:37
ตอนนี้ น่าจะชื่อว่า มนต์รักแรกเก็ต หรือ เสน่ห์หมอนวด ได้นะคะ 555  :mew4:

คุณหมอนี่ก็ช่างเอ็นดูจันทร์เอาจริงๆ ร้ายใส่มาเท่าไหร่ก็ไม่ถือสา จันทร์ควรจะต้องเห็นคุณงามความดีของหมอให้เร็วๆนะ

ส่วนพี่อาทิตย์ เงียบแต่เร้าใจ นะคะ 555 น้องๆไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอก คุณพิมเขาชอบแบบนี้  :mew1:

รออ่านตอนต่อไปค่ะ :call:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: cinquain ที่ 10-10-2015 14:56:59
เพิ่งจะเห็นเรื่องนี้ค่ะคุณบัว
อ่านตั้งแต่เช้าจนทันตอนล่าสุดแล้ว สนุกมาก จะตามต่อไปนะคะ
ส่วนบุคลิกของจันทร์จ้าวตอนแรกๆทำให้นึกถึงจอมขวัญเลยค่ะ ^^
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: boboman ที่ 10-10-2015 16:01:37
ฟินนนทั้งคู่คุณหมอกะคู่พี่อาทิตย์เลยย >///<
ละมุนดีจัง ชอบๆ
อาทิตย์กะพิมเป็นคู่ชายหญิงที่น่ารักดีอ่ะ กรี๊ดพี่อาทิตย์มากกก ><//
น้องจันทร์แอบอ่อยนะ มีชวนเข้าบ้านด้วย -.,- แต่ตัดค้างมากกก
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: ๐๐ตะวัน๐๐ ที่ 10-10-2015 18:19:27
เขินแทนพี่อาทิตย์กับคุณพิมเลย :-[
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: ~ณิมมานรฎี~ ที่ 10-10-2015 20:34:44
น่ารักทั้งสองคู่เลยค่าาาา  นี่แอบลุ้นคู่พี่อาทิตย์เหมือนกัน
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: nekko ที่ 11-10-2015 19:34:02
ชวนผู้ชายเข้าบ้านนะหนูจันทร์ :hao7:

  :กอด1: :L2: :pig4:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: iamtsubame ที่ 11-10-2015 22:54:17
อย่าเพิ่งจบสิ ทายากันก่อนนนนนนน :impress2:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Loste ที่ 11-10-2015 23:49:57
จันเอาแต่ใจตัวเอง  สงสารหมอจัง :mew2:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Biwty... ที่ 12-10-2015 03:52:01
 :impress2:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: krit24 ที่ 12-10-2015 10:04:44
คุณจันทร์น่ารักออก...
น่าปราบผยศจริงๆ. หมอรีบปราบเข้าน้า
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: zuu_zaa ที่ 12-10-2015 21:02:49
 o13
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: boboaje ที่ 13-10-2015 08:45:26
 :กอด1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: mukmaoY ที่ 13-10-2015 12:07:40
จุดพลุให้ความสัมพันธ์.  :mc4:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: Malimaru ที่ 13-10-2015 12:18:14
เหม่ๆ หมอนี่ยังไงคะ... ออกตัวชัดเจนเหลือเกินว่าเอ็นดูคุณจันทร์
เสียดายจริงๆที่คุณนภาหรือคุณดารามิใช่สาววาย...
ไม่อย่างนั้นคุณหมอคงรู้ตัวไปแล้วว่าสายตาที่ตราตรึงใจของคุณจันทร์ที่คุณหมอจำได้นั้น คือบ่อเกิดของความรักเกินเกลอแน่ๆแล้ว

รอลุ้นคุณหมอกับคุณจันทร์ต่อไปค่ะ...
อยากรู้เหลือเกินว่าหนุ่มเอาแต่ใจอย่างคุณจันทร์จะยอมเผยใจให้คุณหมอเมื่อไร

ขอบคุณและจะติดตามเป็นกำลังใจให้ค่ะ  :m1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: NUTSANAN ที่ 14-10-2015 16:30:15
ชอบมากกกกกก คุณจันทร์นี่น่าแกล้งให้จัดใจที่สุดอะ พี่หมอภวัตก้ใจเย็นเหลือเกิน สงสัยไม่เคยเจอของแปลกยังงี้
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: urmein ที่ 15-10-2015 17:45:19
แอบมารอคุณหมอกับคุณจันทร์~
หัวข้อ: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 15-10-2015 20:14:21
จันทร์จ้าว
By: Dezair
…………………….
บทที่ ๖


อาการปวดหลังปวดไหล่ของจันทร์จ้าวดีขึ้นมาก


ชายหนุ่มหมุนหัวไหล่เพื่อดูอาการว่ายังปวดมากน้อยเพียงใด ก็พบว่าแม้จะยังปวดหนึบ แต่ก็ดีขึ้นมาก เพราะเมื่อวานตอนเช้ามีใครบางคนเอายามาให้ถึงที่ ซ้ำพอเขาขอให้ช่วยทาให้ก็บริการอย่างดี แม้ตอนเย็น ใครคนนั้นจะไม่ได้แวะมาและจันทร์จ้าวก็เอื้อมมือไปทาเองไม่ถึงเลยไม่ได้ทายา แต่เช้าวันนี้อาการกลับดีขึ้น ถึงวันนี้จะไม่ได้ทายาอีก เพราะไม่มีคนทาให้และเขาก็ทาเองไม่ถึงเช่นเคย ก็คงจะไม่เป็นไร เมื่อคิดได้อย่างนั้น ชายหนุ่มจึงหมุนตัวไปคว้าผ้าเช็ดตัวและเสื้อคลุมเดินออกจากห้องนอนลงไปยังห้องน้ำชั้นล่าง


จันทร์จ้าวทำธุระในห้องน้ำเรียบร้อยดีก็สวมชุดคลุมแบบฝรั่งเดินออกมา กำลังจะก้าวเท้าขึ้นบันได แต่ได้ยินเสียงรถแล่นมาจอดที่หน้าบ้านเสียก่อน จึงต้องเดินออกไปดู


รถยนต์คุ้นตาจอดขวางหน้าบ้านเขาเหมือนเมื่อวาน และคนที่ลงจากรถก็เป็นคนคนเดียวกับคนที่มาหาเขาเมื่อวานตอนเช้า


“หมอ...” เขาครางเบาๆ เพราะไม่คิดว่าวันนี้อีกฝ่ายจะมาที่นี่อีก


“สวัสดีครับ” ภวัตค้อมศีรษะเล็กน้อยเป็นการทักทาย


“อาการเป็นอย่างไรบ้าง”


“ก็...ดีขึ้นมากแล้ว แต่ยังปวดๆอยู่...เอ่อ...หมอเข้ามาก่อนสิ” ไม่ทราบอะไรดลใจ เจ้าบ้านจึงปลดกลอนเปิดประตูรั้วให้คนมาเยือนได้เข้ามา ภวัตถึงได้เห็นเต็มตาว่าอีกฝ่ายสวมเสื้อคลุมทำจากผ้าขนหนู ดูท่าคงอาบน้ำเสร็จพอดีตอนที่เขามาถึง

   
“เมื่อวานขอโทษทีที่ไม่ได้แวะมาหาตอนเย็น พอดีคนไข้เยอะ วันนี้เลยตั้งใจจะมาทายาให้คุณ” เขาเอ่ยปาก ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับรู้สั้นๆ


“ขึ้นไปบนบ้านสิ” จันทร์จ้าวว่าอย่างนั้น ก่อนจะเดินนำขึ้นบ้าน ร่างสูงก้าวเท้าตาม นี่เป็นครั้งที่ ๒ ที่เขาเข้ามาที่นี่ ห้องอเนกประสงค์ที่มีชุดเก้าอี้ไม้อยู่มุมหนึ่ง อีกมุมเป็นโต๊ะรับประทานอาหารขนาดเล็ก มีตู้หนังสือ เครื่องเล่นแผ่นเพลง เรียบง่ายสำหรับคนรักสันโดษ

   
“หมอนั่งรอเดี๋ยว ผมขอแต่งตัวสักครู่” เจ้าของบ้านว่าอย่างนั้นแล้วชี้ไปที่เก้าอี้บุนวม ภวัตเดินไปนั่งรออย่างว่าง่ายเมื่อจันทร์จ้าวผลุบหายเข้าไปในกรอบประตูฝั่งหนึ่ง แต่อีกครู่ต่อมาร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อคลุมก็ออกมาอีกหน คราวนี้มีน้ำเปล่าใส่แก้วมาด้วย


“เดี๋ยวจะหาว่าผมเป็นเจ้าบ้านไร้มารยาท...” จันทร์จ้าวออกตัวตอนที่วางแก้วน้ำลงบนโต๊ะเล็กตรงหน้าชายหนุ่ม ภวัตอยากจะหัวเราะออกมาแต่ก็กลัวคนเอาน้ำมาให้เปลี่ยนใจเป็นสาดน้ำใส่หน้าเขาเสียก่อน เลยต้องกลั้นยิ้มจนกระทั่งอีกฝ่ายผลุบหายเข้าไปด้านในอีกครั้ง เขาถึงได้เผยรอยยิ้มกว้างออกมาอย่างนึกเอ็นดู



เจ้าของบ้านหายเข้าไปด้านในอยู่ครู่ใหญ่ ออกมาอีกทีก็สวมกางเกงสแล็กแล้ว แผ่นอกเปลือยเปล่าเผยกล้ามเนื้อแบบผู้ชาย แม้จะไม่เป็นลอนเหมือนฝรั่ง แต่ก็สมส่วน ในขณะที่เสื้อเชิ้ตยังอยู่ในมือซ้าย ส่วนมือขวามีหลอดยาที่ภวัตทิ้งไว้ให้ตั้งแต่เมื่อวาน



คุณหมอหนุ่มเห็นเข้าก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปหาแล้วรับหลอดยามาบีบ



“เมื่อวานตอนเย็นได้ทาไหมครับ” เขาถาม แล้วแต้มยาลงนวดคลึงบริเวณที่อีกฝ่ายปวดเมื่อย



“ไม่ได้ทาหรอก ผมทาเองถึงเสียที่ไหนล่ะ อื้อ...หมอ...ตรงนั้นมันเจ็บ...” ภวัตเหลือบมองใบหน้าขาวที่เอี้ยวมาด้านหลัง ดูท่าเจ้าตัวคงยังปวดอยู่ เขาจึงชวนคุย


“ตอนแรกผมก็ตั้งใจจะแวะมา แต่พอดีมีคนไข้เข้ามา กว่าจะจัดการเรียบร้อย มาถึงที่นี่ก็เห็นไฟปิดเงียบ คิดว่าคุณคงหลับไปแล้ว” คำพูดของคนที่กำลังทายาให้ที่หลังของเขาทำให้จันทร์จ้าวอดไม่ได้ต้องเหลือบตาไปมอง


...ทั้งๆที่ทำงานจนดึก แต่ก็ยังอุตส่าห์แวะมาอย่างนั้นหรือ...


“ถ้าวันนี้ตอนเย็นมาไม่ได้ พรุ่งนี้ผมจะแวะมาดูให้อีกทีนะครับ” นายแพทย์หนุ่มว่าอย่างนั้น แล้วปิดหลอดยาส่งคืนให้ จันทร์จ้าวเหลือบมองใบหน้าคมคายที่ยังคงมีรอยยิ้มจางติดอยู่เสมอ



   “ขอบคุณ” เพราะความปรารถนาดีที่มีให้ ถึงจะยังไม่ค่อยชอบหน้าเท่าไร แต่จันทร์จ้าวก็ไม่ใช่คนไร้มารยาท


   “ผมเองก็ขอบคุณเช่นกัน...สำหรับน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว...” ภวัตพูดพลางยิ้มแล้วบุ้ยใบ้ไปที่แก้วน้ำที่ยังวางอยู่ตรงโต๊ะเล็กหน้าชุดเก้าอี้ จันทร์จ้าวถึงกับอ้าปากค้างที่ถูกอีกฝ่ายหยอก เลยทำตาขวางแล้วถามเอาเรื่อง


   “หมออยากได้อะไรอีกล่ะ?!”


   “อยากได้คู่ตีเทนนิสครับ” คำพูดตรงๆ ทำเอาคนกำลังจะหงุดหงิดกลายเป็นค้างกลางคัน ถึงจะเป็นเพราะเทนนิสที่ทำให้เขาปวดหลังปวดไหล่เช่นนี้ แต่จันทร์จ้าวก็ไม่ปฏิเสธว่าเทนนิสที่ได้ตีโต้กับภวัตเป็นเกมที่สนุกที่สุดนับตั้งแต่กลับเมืองไทย


   “วันนี้ผมยังตีไม่ไหว” ชายหนุ่มเจ้าของบ้านบอกเสียงแผ่ว แต่ภวัตยังคงยิ้มจาง


   “ไว้คุณหายก่อนก็ได้ แล้วเราค่อยไปตีเทนนิสด้วยกันอีก ได้ไหมครับ”


   “อืม...” นายแพทย์หนุ่มยิ้มรับคำตอบรับนั้นด้วยความยินดี เขากำลังจะเอ่ยปากขอตัว แต่คนตรงหน้ากลับพูดขึ้นมาเสียก่อน


   “แล้วหมอจะไปโรงพยาบาลเลยไหม...”



ดวงหน้าขาวก้มต่ำ ไม่ยอมสบตาเขา แต่ภวัตไม่ได้ติดใจอะไร เพราะสบตากันทีไร ดวงตากลมใหญ่คู่นั้นก็มักจะมองเขาอย่างเอาเรื่องทุกที ไม่ได้ถามเสียทีว่าเพราะอะไรถึงได้ชอบทำตาขวางใส่เขานัก แต่...ถามตอนนี้ไม่ได้ เกิดเจ้าตัวหงุดหงิดกับคำถามของเขาขึ้นมา ประเดี๋ยวเขาก็อดได้คู่เทนนิสฝีมือเยี่ยมที่ชื่อจันทร์จ้าวมาตีเทนนิสด้วยพอดี...


   “ครับ คุณจันทร์ถามทำไมหรือ”



   “ก็...ว่าจะชวนไปทานข้าวเช้าด้วยกัน แต่ถ้าหมอต้องไปทำงาน ก็ไม่เป็นไร” ชวนโดยไม่มองหน้า ยิ่งทำเอาภวัตนึกเอ็นดู


   “น่าเสียดาย วันนี้ผมต้องรีบไปดูคนไข้ ถ้าเป็นพรุ่งนี้...คุณจะสะดวกไหม” ดวงตากลมใหญ่เหลือบขึ้นมองสบคนนัด ดวงตาคู่นั้นไม่ได้เปล่งประกายไปด้วยความโกรธเคืองหรือนึกขวางเหมือนที่แล้วๆมา มันใสแจ๋วราวกับลูกแก้ว



   “พรุ่งนี้ก็ได้...” ริมฝีปากสีจัดเอื้อนเอ่ยคำตอบ แล้วรอยยิ้มจางของภวัตก็กลายเป็นรอยยิ้มกว้างด้วยความยินดี


…………………………………………..



   ไม่ใกล้ไม่ไกลกับบ้านเช่าทาสีเขียวอ่อนของจันทร์จ้าวคือวังฉัตร หม่อมหลวงพิมพัชราออกไปสอนหนังสือที่โรงเรียนสตรีกัลยาณีแล้ว ในตึกจึงเหลือนายเพียง ๒ คนคือหม่อมราชวงศ์ฉัตรและหม่อมหลวงพงศ์ภราธรเท่านั้น แต่แม้จะเหลือเพียงสองพ่อลูก แต่ห้องอาหารกว้างขวางก็ยังถูกเปิดใช้ เนื่องจากคุณชายฉัตรต้องรับประทานมื้อเช้าตรงเวลาเป็นกิจวัตร นิสัยอย่างนี้สืบทอดมาที่บุตรชายคนใหญ่ด้วย



   “พ่อก็ลืมถาม เมื่อวันก่อนคนที่มากับคุณหมอน่ะ ชื่ออะไร” คุณชายฉัตรตั้งคำถาม เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา บุตรชายพาเพื่อนๆมาตีเทนนิสและขับเรือเล่น ล้วนมีแต่คนหนุ่มสาว ที่ท่านคุ้นหน้าคุ้นตาดีคือ ๔ พี่น้องรักษพิพัฒน์และคุณหมอภวัต แต่ชายหนุ่มอีกคนที่ติดตามมากับภวัตด้วย เขามองหน้าไม่ถนัด



   “คุณเภาครับ เป็นน้องชายคุณหมอ”


   “อ้อ...อย่างนั้นหรือ...” คุณชายฉัตรรับคำพลางตักข้าวต้มเข้าปาก หม่อมหลวงพงศ์ภราธรมองบิดาด้วยความอยากรู้


   “เอ่อ...คุณพ่อ...ได้ลองทาบทามคุณหมอดูหรือยังครับ” คราวนี้บิดาเงยหน้ามอง พลางยิ้มจาง


   “ถามดูแล้ว เธอว่าเธอยังไม่ได้คิดเรื่องครอบครัว น่าเสียดาย ว่าแต่...พ่อพงศ์ถามทำไมหรือ? หรือมีใครจะแนะนำให้พ่อรู้จัก” บุตรคนใหญ่ของคุณชายเพียงยิ้มจาง ด้วยเพราะเขายังไม่ทราบว่า ‘ทหารที่อยากมาเป็นเขยวังฉัตร’ ที่จันทร์จ้าวพูดถึงเป็นใคร เขาควรจะได้รู้จักเสียก่อน แล้วจึงค่อยพามาให้บิดาพบหน้า


   “ผมก็ถามดูว่าคุณหมอเธอว่าอย่างไร จริงสิ ผมว่าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับจันทร์กลับเมืองไทย กลับมาตั้งเดือนกว่าแล้ว ผมยังไม่ได้เลี้ยงต้อนรับเสียที คุณพ่อว่าอย่างไรครับ” หม่อมราชวงศ์ฉัตรยิ้มอย่างใจดี


   “ดีสิ ถ้าอย่างนั้นพ่อจะจัดงานเลี้ยงให้เอง พ่อจันทร์ก็คนกันเอง ตอนงานเลี้ยงต้อนรับแม่พิม คุณหญิงผกาก็มาช่วยงานตั้งแต่เช้า คราวนี้ตาพ่อจันทร์ พ่อก็อยากจะตอบแทนสักหน่อย พ่อพงศ์ไปบอกบ้านนั้นด้วย ว่าพ่อจะจัดงานเลี้ยงให้”   


   “ได้ครับคุณพ่อ” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม



………………………….



   แม้จะรับปากบิดาว่าจะนำเรื่องงานเลี้ยงต้อนรับมาบอก อีกทั้งยังร่วมหุ้นเปิดบริษัทด้วยกัน แต่ราชนิกูลหนุ่มแห่งวังฉัตรและจันทร์จ้าวก็ไม่ได้พบหน้ากันอีกร่วมสัปดาห์ เพราะหม่อมหลวงพงศ์ภราธรต้องติดตามบิดาไปทำกิจธุระอย่างอื่น กว่าจะว่างนัดหมายกับเพื่อนรักได้ก็บ่ายวันศุกร์



   “ฮัลโล คุณพงศ์ สวัสดีคุณวินิต”



สถานที่นัดไม่ใช่ที่อื่นไกล สโมสรเทนนิสนั่นเอง จันทร์จ้าวยังคงมีสีหน้าแจ่มใสเหมือนทุกที เจ้าตัวถือแรกเก็ตเข้ามาที่คอร์ด ซึ่งหม่อมหลวงพงศ์ภราธรกำลังตีเทนนิสเล่นอยู่กับนายวินิต
 


   “รอเดี๋ยว จันทร์ ขอกันชนะคุณวินิตก่อน” ราชนิกูลหนุ่มพูดพลางยิ้มแย้ม นายวินิตทำเป็นโอดครวญแต่ก็ยังตีโต้กับอีกฝ่ายอย่างสนุก จันทร์จ้าวได้แต่ยิ้มจาง พลางเดินไปนั่งรอที่เก้าอี้ข้างคอร์ด ดวงตากลมใหญ่มองผ่านไปทั่ว ถัดออกไปอีกคอร์ดหนึ่งมีสตรีงามที่เขายังไม่เคยรู้จักกำลังนั่งดื่มเครื่องดื่มอยู่ข้างสนาม เขาจับจ้องหล่อนพลางส่งยิ้ม และหล่อนก็มอบรอยยิ้มตอบกลับมาให้เขา



   ...พักนี้เขาไม่ค่อยได้ไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนผู้หญิงคนไหนเสียด้วยสิ กับพวกคุณๆทั้งหลายที่เคยสนุกด้วยกัน เขาก็เบื่อไปนานแล้ว...



   จันทร์จ้าวเห็นโอกาสที่จะได้เพื่อนผู้หญิงคนใหม่ เขาเหลือบตากลับไปมองในคอร์ดก็เห็นว่าเพื่อนรักกำลังสนุกกับการตีเทนนิส กว่าจะตีจบก็คงอีกพักหนึ่ง เขาเองก็ไม่ควรปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์


   ชายหนุ่มยังคงจับจ้องไปที่หญิงสาวที่นั่งอยู่ริมคอร์ดถัดไป หล่อนเองก็ยังไม่ยอมละสายตาไปจากเช่นกัน เขากำลังจะลุกจากเก้าอี้ที่นั่งเพื่อไปพูดคุยทำความรู้จัก ทว่าเสียงของหม่อมหลวงพงศ์ภราธรจากในคอร์ดดังขึ้น


   “คุณหมอมาพอดีเลย!”


   จันทร์จ้าวละสายตาจากหญิงสาวแล้วหันมองตามเสียงนั้นทันที ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสำหรับเล่นกีฬาเดินเข้ามาในสโมสรพร้อมด้วยน้องชาย ฝ่ายนั้นยังคงมีรอยยิ้มจาง ราชนิกูลหนุ่มเห็นจากในสนามว่านายแพทย์ภวัตเดินเข้ามาใกล้คอร์ดแล้วก็รีบเก็บลูกที่กำลังตีอยู่ ก่อนจะตรงดิ่งออกจากคอร์ดมาหาทันที ด้วยเกรงว่าจันทร์จ้าวที่เคยแผลงฤทธิ์เมื่อครั้งไปเจอกันที่วังฉัตรจะยังขุ่นเคืองคุณหมอจนเอาแรกเก็ตฟาดหน้าไปเสียก่อน


   “สวัสดีครับ คุณหมอ คุณเภา” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรค้อมศีรษะทักทายพร้อมรอยยิ้ม



   “สวัสดีครับ ขอบคุณที่นัดผมมาวันนี้ กำลังอยากตีเทนนิสอยู่พอดี”



   “คนอยากตีไม่ใช่ผมหรอก นี่ต่างหาก...” ราชนิกูลหนุ่มบุ้ยใบ้มาที่เพื่อนรักที่ยืนอยู่ข้างๆ จันทร์จ้าวไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย เพราะตอนแรกเคยรับปากว่าถ้าไหล่และหลังหายปวดจะเป็นคู่ตีเทนนิสด้วย แต่พอเอาเข้าจริงๆ เขากลับชวนแค่หม่อมหลวงพงศ์ภราธรเพียงผู้เดียว เพราะนึกประหลาดที่จะต้องชวนภวัตมาตี ทั้งๆที่ไม่ได้คบหาสนิทใจกันแต่อย่างใด



   แม้ใจจะรู้ว่าตนผิดสัญญา และไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย แต่ดวงตากลมก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบไปมอง และพอเห็นสีหน้าอ่อนโยนและรอยยิ้มจางเฉกเช่นทุกที เขาก็ยิ่งรู้สึกผิดยิ่งกว่าเดิม



   ...ที่หายปวดได้ก็เพราะภวัตเอายามาให้ และแวะมาทายาให้ทุกวัน...ทั้งๆที่งานที่โรงพยาบาลก็ยุ่งออกปานนั้น แต่ก็ยังมีน้ำใจกับเขา...



   “แต่ไม่รู้ว่าอยากตีเทนนิสแน่ไหม เพราะเมื่อครู่นี้เห็นเดินเข้ามาก็มองผู้หญิงตั้งแต่คอร์ดแรกยันคอร์ดสุดท้าย” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรพูดกลั้วหัวเราะ



   “นั่นก็เพราะคุณพงศ์ตีกับคุณวินิตอยู่ต่างหาก จะให้ผมเข้าไปแทรกได้อย่างไร” แม้จะรู้สึกผิดกับภวัต แต่เรื่องอยู่เงียบๆให้ถูกโจมตีนั้นไม่ใช่จันทร์จ้าว เขาแก้ตัวแต่ก็ยังไม่ยอมหันไปมองหน้านายแพทย์หนุ่มอยู่ดี



   “อ้อ ก็เลยมองฆ่าเวลาอย่างนั้นหรือ”



   “ก็...ประมาณนั้น...คุณพงศ์จะตีเทนนิสไหม ถ้าจะเอาแต่คุยกัน ผมจะได้กลับ” เพราะไม่อยากกลายเป็นเป้าของบทสนทนา ซ้ำจันทร์จ้าวยังรู้สึกว่ากำลังถูกนายแพทย์หนุ่มจับจ้อง แม้เขาจะไม่กล้าหันไปมองให้ชัดว่าถูกมองอยู่จริงไหม แต่ก็อยากเลี่ยงสถานการณ์อันน่าอึดอัดนี่ไปเสีย


   ...รู้อยู่หรอกว่าต้องขอโทษ...รู้อยู่หรอกว่าผิดคำพูด...แต่...จะให้ขอโทษต่อหน้าธารกำนัลทั้งสนามเทนนิส ก็เห็นจะไม่ไหว...


   “ตีสิ แหม...ชวนคุยแค่นี้ มีน้ำโหไปได้ แล้วเราจะคู่กันอย่างไรดี” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรตั้งคำถาม ตอนนี้มีสมาชิกถึง ๕ คน รวมนายวินิตด้วย แต่รายนั้นออกตัวขอพักเหนื่อยก่อน จึงเหลือเพียง ๔



   “ถ้าอย่างนั้นเป็นผมกับจัน...” ราชนิกูลหนุ่มกำลังจะตัดสินใจ แต่เสียงของเภาที่ยืนเงียบๆมาตั้งแต่ต้นดังขึ้นเสียก่อน


   “ให้คุณจันทร์คู่กับพี่ภวัตบ้างดีไหมครับ?!”


คนทั้งกลุ่มหันมองคนเสนอเป็นตาเดียว และเมื่อนั้น เภาถึงรู้สึกตัวว่าเขาใจเร็วอยากจะสนิทสนมกับสกุลฉัตราภาสมากเกินไป จนออกตัวว่าจะขอคู่กับราชนิกูลหนุ่ม แต่...ถ้าเขาไม่เปิดโอกาสให้ตัวเอง แล้วเมื่อไรเขาจะได้สนิทสนมกับคนวังฉัตร แล้วเมื่อไร เขาจะได้พูดคุยกับหม่อมหลวงพิมพัชราอีก...



   “เอ่อ...ก็...ก็วันนั้น...พี่ภวัตกับคุณจันทร์แข่งกันมาแล้ว คราวนี้ก็น่าจะลองคู่กันบ้าง...” คำพูดของเภา ทำให้จันทร์จ้าวเหลือบไปสบตากับภวัตในทันที ก่อนจะเป็นฝ่ายเบี่ยงสายตาหนีไปทางอื่นอีกหน



   “จริงสิ...ให้คนเก่งกับคนเก่งคู่กันเองก็น่าสนนะคุณเภา อาจจะมีเหยียบเท้ากันบ้างก็ได้ แต่ถ้าเขาไม่เหยียบเท้ากันเอง แล้วเราจะสู้เขาไหวหรือ” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรพูดอย่างนึกสนุก แล้วหันมาถามน้องชายของคุณหมอ เภามีสีหน้าแช่มชื่นขึ้นเมื่อดูท่าแล้วไม่มีใครสงสัยในข้อเสนอของเขา



   “ไหวซีครับ! ผมจะสู้สุดกำลัง!” เภาเชื่อว่าเขาเองก็ฝีมือไม่เป็นสองรองใคร ถ้าจับคู่กับหม่อมหลวงพงศ์ภรราธรก็คงพอสู้กับภวัตและจันทร์จ้าวได้อย่างสนุก และการคู่กันของเขา ก็อาจจะทำให้เภาสนิทสนมกับคนวังฉัตรมากขึ้น แล้วเมื่อนั้นหม่อมหลวงพิมพัชราจะไปไหนเสีย!



   “ถ้าอย่างนั้นก็เยี่ยม! ไปกันคุณเภา เราต้องวางแผนกันก่อน!” ราชนิกูลหนุ่มเดินถือแรกเก็ตลงไปรอที่สนาม มีเภาตามลงไปด้วย จึงเหลือเพียงแค่ภวัตและจันทร์จ้าวที่ยังยืนอยู่ที่เดิม



   “ไหล่หายดีแล้วหรือครับ” และเพราะเหลือกันเพียงสองคน ภวัตจึงเป็นฝ่ายถามขึ้นมาก่อน



   “อืม...”



   “ถ้าอย่างนั้นก็อย่าแพ้เขานะครับ ผมพอจะรู้ทางของนายเภาอยู่ คุณเองก็คงรู้ทางคุณพงศ์ อย่าปล่อยให้สองคนนั้นชนะเราได้ล่ะ” ภวัตยังคงยิ้มจางอย่างอ่อนโยนแล้วหมุนตัวจะเดินลงคอร์ดแต่เสียงจันทร์จ้าวดังขึ้นเบาๆเสียก่อน



   “หมอ...” คนถูกเรียกหันกลับมามอง ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเอาแต่ก้มลงมองมือตัวเองที่หมุนด้ามแรกเก็ตไปมา แต่ริมฝีปากสีสดขยับช้าๆ “...โกรธรึเปล่าที่ผมไม่ได้ชวนทั้งๆที่รับปากเอาไว้”



   ภวัตฟังคำพูดที่เหมือนจะขอโทษนั้นแล้วก็ได้แต่ยิ้มกับตัวเอง เขามองคนตรงหน้าด้วยสายตาเอ็นดู



   “ไม่หรอกครับ” เขาตอบสั้นๆแต่สุภาพก่อนจะเดินนำลงคอร์ด จันทร์จ้าวได้แต่มองตามแผ่นหลังของอีกฝ่ายความรู้สึกอึดอัดที่ไม่ได้จางลงเลยสักนิด



   ...ให้อภัยกันง่ายๆอย่างนี้ เขาก็ยิ่งรู้สึกผิดน่ะซี...



.............................................


   เพราะใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเสียเท่าไร ถึงแม้จะชนะคู่ของหม่อมหลวงพงศ์ภราธรและเภา แต่ก็ชนะอย่างสูสี ทำเอาฝ่ายคู่ต่อสู้ที่แม้จะแพ้ แต่ก็ยังมีรอยยิ้มเต็มหน้า



   “เห็นไหมคุณพงศ์! ว่าแล้วว่าพวกเราต้องสู้ได้!” หลังจบเกม  ทั้ง ๔ ย้ายมานั่งพักเหนื่อยกันที่ห้องอาหารของสโมสร สั่งเครื่องดื่มกันคนละแก้วเพื่อคลายร้อน



   “นั่นซี! แพ้แต่สนุกอย่างนี้ น่าลองอีกนะ” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรหันไปชวนคู่ของตนคุยอย่างออกรส แล้วหันไปถามความเห็นของจันทร์จ้าวที่นั่งดื่มเงียบๆ



   “ว่าอย่างไรจันทร์ เล่นอีกไหม”



   “ไม่ได้หรอก ผมต้องไปรอพี่อาทิตย์ที่กรมก่อน ๕ โมงเย็น” เภาทำหน้าเสียดาย เขากำลังสนุกกับการตีเทนนิส และการได้ใช้กีฬาเชื่อมสัมพันธ์ เทนนิสทำให้เขาเริ่มสนิทสนมกับหม่อมหลวงพงศ์ภราธรแล้ว และในไม่ช้าชายหนุ่มเชื่อว่าเขาต้องได้สนิทสนมกับน้องสาวของราชนิกูลหนุ่มแน่



   “งั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นกลับพร้อมกันไหม กันจะไปส่งที่กรมให้”



   “ไม่เป็นไร ผมกลับเองได้ คุณพงศ์จะเล่นต่อก็เล่นเถอะ” จันทร์จ้าวพูดพลางหันไปมองนาฬิกากลมที่แขวนบนฝาผนัง เขาควรจะออกจากสโมสรได้แล้ว จะได้ไปถึงกรมของอาทิตย์ทัน ๕ โมงเย็น



   “แต่...” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรไม่ใช่คนจะปล่อยให้เพื่อนรักไปหาสามล้อหรือลำบากลำบนในการเดินทาง เขากำลังจะยืนยันว่าจะเป็นคนไปส่งที่กรม แต่ภวัตเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน



   “คุณพงศ์เล่นต่อเถอะครับ นายเภาเองก็คงอยากเล่นต่อเช่นกัน ผมจะไปส่งคุณจันทร์ที่กรมให้เอง” จันทร์จ้าวหันมองคนเสนอตัวด้วยไม่คิดว่าเขาจะขันอาสาอย่างมีน้ำใจขนาดนี้



   “อ้าว แล้วคุณเภาไม่ต้องกลับพร้อมคุณหมอหรือ” ราชนิกูลหนุ่มตั้งคำถาม



   “ไม่ต้องครับ ผมกับพี่ภวัตมารถคนละคัน” เภารีบปฏิเสธ ภวัตกำลังเปิดทางให้เขาได้สนิทสนมกับคนวังฉัตร ขืนเขาไม่ปฏิเสธก็โง่อย่างหาตัวจับยากแล้ว



   “คุณพงศ์อยู่ตีเทนนิสก่อนเถอะ ผมจะกลับล่ะ ให้คุณหมอเขาไปส่ง” จันทร์จ้าวตัดสินใจ ถึงแม้จะไม่ได้อยากกลับพร้อมกับภวัต แต่เห็นท่าทางของหม่อมหลวงพงศ์ภราธรก็ดูออกว่าอีกฝ่ายยังอยากตีเทนนิสต่อ เลยหาทางออกเพื่อให้เพื่อนรักไม่ต้องห่วงใยเขาเกินไป



   “เอาอย่างนั้นหรือ” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรได้แต่ครางรับ ซึ่งจันทร์จ้าวก็พยักหน้าซ้ำอีกหน ก่อนจะบอกลาแล้วถือแรกเก็ตออกจากห้องอาหารไป ภวัตบอกลาราชนิกูลหนุ่มแล้วจึงเดินตามออกไปเช่นกัน หม่อมหลวงพงศ์ภราธรมองตามด้วยความรู้สึกประหลาดใจ ไม่รู้สองคนนี้ดีกันตั้งแต่เมื่อไรสิน่า



“อ้าว! ลืมบอกเรื่องงานเลี้ยง!!” ราชนิกูลหนุ่มครวญเมื่อคนทั้งคู่เดินหายลับออกไปจากห้องอาหารของสโมสรเทนนิสแล้ว


“งานเลี้ยงอะไรหรือครับคุณพงศ์”



“ก็งานเลี้ยงต้อนรับนายจันทร์น่ะซีครับ ผมลืมบอกเจ้าตัวจนได้ว่าคุณพ่อของผมจะจัดงานเลี้ยงให้” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรว่าอย่างนั้น แต่ก็ดูจะไม่จริงจังมากนัก เขายังมีเวลาพบหน้าเพื่อนอีกนาน บอกเมื่อไรก็คงไม่เสียหาย ทว่าสำหรับเภาที่ได้ยินว่าคุณชายฉัตรจะจัดงานเลี้ยงให้จันทร์จ้าวกลับรู้สึกไม่ชอบใจนัก



...จันทร์จ้าวเป็นศัตรูฟ้าประทานของเขาจริงๆ!!...


...................................   



   ลานจอดรถหน้าสโมสรนั้นมีรถจอดอยู่ประปราย แต่ทั้งอย่างนั้นจันทร์จ้าวก็จำได้ดีว่ารถของนายแพทย์หนุ่มคือคันไหน เพราะเคยมาจอดที่หน้าบ้านเขาอยู่ ๓ วันเพื่อมาทายาให้ ซ้ำในเช้าวันที่สามยังเป็นรถคันนี้ที่พาเขาไปรับประทานมื้อเช้าด้วยกัน ก่อนที่หลังจากนั้นจะไม่ได้เจอกันอีก จนกระทั่งวันนี้



   “หมอส่งผมแค่ที่ถนนใหญ่ก็พอ ผมไปเองได้” จันทร์จ้าวเอ่ยปากกับคนที่เดินตามเขาออกมา


   “ผมบอกคุณพงศ์ไปแล้วว่าจะไปส่งคุณที่กรม คุณพงศ์เธอเป็นห่วงคุณนะครับ คงกลัวว่าคุณจะไถล” ภวัตหยอกในข้างท้าย ทำเอาดวงตากลมใหญ่ชักจะขวางเขาขึ้นมาอีก ชายหนุ่มรีบชักชวนให้ขึ้นรถ



   “ไปเถอะครับ”



   รถยนต์ของนายแพทย์หนุ่มเคลื่อนตัวออกจากสโมสรเทนนิสไปตามถนนสายหลัก กรมของอาทิตย์อยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก ภวัตเคยไปเพราะบิดาของเขาก็สังกัดอยู่ที่กรมเดียวกันนี้



   ภายในรถเงียบจนจันทร์จ้าวอึดอัด เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนใจร้ายเหลือประมาณ ทั้งๆที่อีกฝ่ายมีน้ำใจกับเขาถึงเพียงนี้ ทั้งเอายาไปให้ แวะไปทายาให้ทุกเช้า หนำซ้ำวันนี้ยังขันอาสาพาไปส่งอีก



   “หมอ...ไม่โกรธผมจริงหรือ ที่ไม่ได้ชวนมาตีเทนนิส” สุดท้าย เพราะความอึดอัดคับอก จันทร์จ้าวจึงต้องเอ่ยปากถาม



   ภวัตหันมองแล้วยิ้มจางเช่นทุกที



   “จริงสิครับ ผมแปลกใจด้วยซ้ำ ทั้งๆที่เราไม่ได้นัด แต่นี่ก็ครั้งที่สองแล้วที่ได้ตีเทนนิสด้วยกัน ครั้งแรกก็ที่วังฉัตร ครั้งที่สองก็ที่สโมสร แปลกดีนะครับ สงสัยชาติที่แล้วเราจะทำบุญร่วมกันมามาก ชาตินี้เลยได้เล่นเทนนิสด้วยกันทั้งๆที่ไม่เคยนัดกันเองเลย” คนฟังหัวเราะเบาๆกับข้อสันนิษฐานของคุณหมอหนุ่ม



   “หมอนี่เปิ่น”



   “อย่างนั้นหรือครับ แต่ผมคิดอย่างนั้นจริง คนเราไม่ได้ทำบุญร่วมกันมา จะได้ทำอะไรด้วยกันอย่างนี้หรือ”



   “ทำอะไรด้วยกันที่หมอว่าน่ะ คือตีเทนนิสนะ”



   “ก็ไม่ต่างกันหรอก” จันทร์จ้าวยังอดจะหัวเราะไม่ได้ ดูเหมือนหมอภวัตจะฝังหัวไปเสียแล้วว่าพวกเขาทำบุญร่วมกันมาจริงถึงได้เล่นเทนนิสด้วยกันอย่างนี้



   “อ้าว กลายเป็นเรื่องขันไปเสียแล้ว” ภวัตหันมาหยอกทั้งรอยยิ้ม แม้จะรู้ว่าเรื่องที่จันทร์จ้าวหัวเราะ ก็คือหัวเราะความคิดของเขาทั้งนั้น



   “ก็หมอตลกนี่ คิดไปได้...” หลังเสียงหัวเราะ กลายเป็นความคุ้นเคย ร่างโปร่งรู้สึกเหมือนความหนักอึ้งในอกมลายหายไป



   “แล้ววันนี้หมอไม่ทำงานหรือ”



   “ทำครับ เพิ่งออกเวรเมื่อเช้า พอดีคุณพงศ์โทรศัพท์ไปที่โรงพยาบาลชวนผมมาตีเทนนิสตอนบ่าย ก็เลยออกมานี่”



   “อ้อ”



   “แล้ววันนี้คุณปวดไหล่เหมือนคราวก่อนไหม”



   “ไม่แล้วล่ะ วันนี้ไม่ค่อยได้ออกแรงเหมือนวันนั้นเท่าไร จับคู่กับหมอก็ดีเหมือนกัน ผมยืนเฉยๆก็คงชนะได้ไม่ยาก ปล่อยให้หมอตีคนเดียวยังได้” ภวัตหัวเราะกับแผนการกินแรงเขาก่อนจะหยอกกลับบ้าง



   “ผมจับคู่กับคุณแล้วถูกสาวๆรุมมองมากเป็นประวัติการณ์เลย” จันทร์จ้าวยักไหล่เหมือนเป็นเรื่องปกติ รถเริ่มเบี่ยงลงซ้ายเพื่อเตรียมจอดที่หน้ากรมซึ่งอยู่ไม่ไกล แต่เสียงของคนขับที่ควรจะมีสมาธิกับการขับรถกลับดังขึ้นในวินาทีนั้น



   “...แต่อย่างไร ผมก็อยากตีแข่งกันคุณแบบครั้งแรกมากกว่า...” 



ร่างโปร่งหันมองคนพูดด้วยเพราะสิ่งที่ภวัตพูดคือสิ่งเดียวกับที่เขากำลังคิด



   ...ใช่...ถึงการจับคู่กับภวัตจะทำให้เขาไม่ต้องลงแรงในการแข่งมากนัก แต่จันทร์จ้าวก็อยากจะตีโต้กับอีกฝ่ายอย่างเอาจริงเอาจังเหมือนในครั้งแรกมากกว่า...



   ไม่มีคำพูดอะไรจากคนทั้งคู่อีก เมื่อรถจอดเลียบที่หน้ากรม



   “ขอบคุณที่มาส่ง” จันทร์จ้าวพูดแล้วเปิดประตูก้าวลงจากรถ เขาจะปิดประตูแล้วเดินเข้าไปในตัวตึกของกรมเลยก็ได้ อย่างไรเสียก็ขอบคุณสำหรับน้ำใจในครั้งนี้แล้ว แต่...อะไรบางอย่างยึดขาเขาเอาไว้อย่างนั้น ชายหนุ่มช่างใจอยู่วินาทีหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าลงคุยกับคนที่ยังอยู่ในรถ



   “...เอาเบอร์ที่โรงพยาบาลมาหน่อยสิ เผื่อผมอยากตี จะได้โทรศัพท์ไปชวน...”


..............................................



   
หัวข้อ: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 15-10-2015 20:14:51

เพราะความเกรงใจไม่เข้าเรื่องของอาทิตย์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเขาจึงสั่งให้น้องชายไปพบที่กรมแทนที่จะยอมให้ไปรอที่วังฉัตรเช่นสัปดาห์ก่อนๆ แผนการให้อาทิตย์และหม่อมหลวงพิมพัชราได้ประสบพบหน้ากันมากขึ้นจึงไม่ใคร่จะสำเร็จเท่าไรนัก จันทร์จ้าวออกจะเอือมระอาพี่ชายคนใหญ่อยู่ไม่น้อย เหตุใดเขาจะไม่รู้ว่าที่อาทิตย์นัดให้เขาไปพบที่กรมเพราะเกรงใจคนวังฉัตรที่เขา ๒ คนพี่น้องใช้วังเป็นสถานที่นัด



   ...แต่แล้วจะทำไมเล่า?! ถ้าไม่นัดให้อาทิตย์ไปที่นั่นแล้วอาทิตย์กับหม่อมหลวงพิมพัชราจะได้พบหน้ากันหรือ?! ขืนปล่อยไว้อย่างนี้ มีหวังอาทิตย์ได้ชวดคุณพิมไปทั้งชีวิตจริงๆ!!...



   เมื่อแผน ๑ ดูจะไม่ค่อยสำฤทธิ์ผล คนอย่างจันทร์จ้าว รักษพิพัฒน์ก็ย่อมมีแผน ๒ เสมอ



   บ่ายวันจันทร์ หลังจากจัดการงานที่สำนักงานเรียบร้อยดี จันทร์จ้าวก็แวะมาหาดารารัศมีที่โรงเรียนสตรีกัลยาณี โชคดีว่าน้องสาวคนเล็กไม่มีสอน จึงยอมออกมาพบปะพูดคุยกับพี่ชายที่มาอย่างไม่บอกกล่าวล่วงหน้า และเรื่องที่เขานำมาด้วยก็ทำให้หล่อนตกใจอย่างยิ่ง



   “อะไรนะคะ?! จะให้ดารากระตุ้นพี่อาทิตย์หรือ?!”



   “ใช่ซีจ้ะ ดาราอยู่บ้านเดียวกับพี่อาทิตย์ ดาราก็ต้องช่วย พี่จะวานนภา นภาก็ไม่ใช่คนช่างพูด วานดารานี่ล่ะเหมาะ” จันทร์จ้าวพูดแล้วยิ้มจนเห็นลักยิ้มบุ๋มที่แก้มซ้าย ดวงตากลมใหญ่พราวระยิบ



   “แล้จะให้ดาราพูดอย่างไรคะ” ในขณะที่น้องสาวยังคงมีสีหน้าเป็นกังวล หล่อนเป็นคนช่างพูดผิดกับแฝดพี่ก็จริง แต่จะให้พูดกระตุ้นพี่ชายคนใหญ่ผู้เคร่งขรึม หล่อนก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร



   “ไม่ยาก ก็แค่บอกไปว่าดารามีพี่ชาย ๒ คน หากคนหนึ่งไม่ชอบคุณพิม ดาราก็จะไปขอให้อีกคนมาชอบแทน บอกไปก็ได้ว่าดาราอยากได้คุณพิมเป็นสะใภ้” ดารารัศมียกไหล่หน้าตาเหยเก



   “ฟังดูเซี้ยวอย่างไรชอบกลค่ะพี่จันทร์” จันทร์จ้าวหัวเราะอย่างอารมณ์ดี



   “เซี้ยวบ้างจะเป็นไรไป ก็ทำเพื่อพี่อาทิตย์ทั้งนั้น” ดารารัศมียังมีสีหน้าไม่สู้ดี ด้วยเพราะหล่อนไม่คิดว่าวิธีการนี้จะได้ผลแต่ประการใด แต่กระนั้นจันทร์จ้าวก็ยังย้ำต่อ



   “เราทำเพื่อพี่อาทิตย์ หรือดาราไม่อยากให้พี่ชายคนใหญ่ของเราสมหวัง”



   “อยากก็อยากหรอกค่ะ แต่...แต่ให้ดาราพูด...แล้วทำไมพี่จันทร์ไม่พูดเอง”



   “ขืนพี่พูดเอง ก็จะกลายเป็นว่าพี่อาทิตย์คิดว่าพี่ชอบคุณพิมน่ะซี คราวนี้พี่อาทิตย์คงถอยหลังหนีเตลิดเปิดเปิง” นิสัยของอาทิตย์เปนอย่างไร น้อง ๒ คนทราบดี หากอาทิตย์คิดว่าจันทร์จ้าวมีใจปฏิพัทธ์สตรีคนเดียวกัน อาทิตย์จะเป็นฝ่ายถอยและเปิดทางให้แก่น้องชายแม้จะเจ็บเจียนตายอย่างไรก็ตาม



   ดารารัศมีถอนหายใจยาวราวกับปลง ดูเหมือนจะมีเพียงหล่อนคนเดียวที่จะกระตุ้นอาทิตย์ได้



   “ก็ได้ค่ะ ดาราจะช่วย แต่พี่อาทิตย์จะสมหวังจริงใช่ไหม”



   “จะสมหวังหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพี่อาทิตย์และคุณพิม นี่เป็นแค่วิธีการหนึ่งที่จะทำให้พี่ชายของเรามีกำลังใจและมีความพยายาม”



   “พี่จันทร์นี่รู้ดีจริง ถึงคราวตัวเองก็ขอให้พี่มีกำลังใจและมีความพยายามที่จะรักเดียวใจเดียวบ้างนะคะ” แล้วสุดท้ายดารารัศมีก็วกมาประชดประชันพี่ชายคนรอง จันทร์จ้าวหัวเราะลั่นหน้าตาสดใส



   “ใจพี่มีใจเดียวน้องรัก แต่จะมีใครครองได้ทั้งใจหรือไม่ ต้องเป็นความพยายามของคนผู้นั้น ไม่ใช่ความพยายามของพี่ พี่ไปล่ะ ว่าจะแวะไปตีเทนนิสสักหน่อย เมื่อตอนก่อนจะมาที่นี่โทรศัพท์ไปบุ๊คคอร์ดไว้แล้ว”



   “ตีเทนนิสอีกแล้ว คุณพงศ์คงเบื่อแย่” ดารารัศมีว่าแล้วลุกขึ้นเดินเคียงพี่ชายออกมาจากซุ้มหน้าตึกเรียนหมายจะเดินไปส่งเขาที่หน้าประตูตามประสาเจ้าบ้านที่ดี



   “ไม่ได้ตีกับคุณพงศ์เสียหน่อย วันนี้คุณพงศ์ไม่อยู่”



   “อ้าว! ไม่ตีกับคุณพงศ์แล้วตีกับใครคะ กับแม่ผู้หญิงเลวอีกล่ะสิ!” สมกับเป็นน้องคนเล็กผู้ขวางกับนิสัยเจ้าเสน่ห์ของเขา จันทร์จ้าวหัวเราะอีกหน



   “พี่ไม่ตีเทนนิสกับผู้หญิงหรอก เพื่อนผู้หญิงต้องมีไว้ทรีต ไม่ใช่ไว้แข่งขัน ไปล่ะนะ แล้วเจอกัน” เขาว่าอย่างนั้นแล้วหมุนตัวเดินออกจากโรงเรียน ดวงตากลมใหญ่เหลือบไปเห็นตึกของโรงพยาบาลที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่



   ...ใครบางคนที่ทำงานที่นั่นต่างหาก ที่มีไว้สำหรับแข่งขันเทนนิสกับเขาโดยเฉพาะ...



   .....................................



   ภวัตเหลือบมองโทรศัพท์โรงพยาบาลมาตั้งแต่วันเสาร์ จนกระทั่งวันจันทร์ ใครบางคนได้เบอร์โทรศัพท์ของโรงพยาบาลไป ๓ วันแล้ว แต่กระนั้นก็ยังไม่เคยโทร.มาสักครั้ง หรือวันนั้นเขาจะเขีนเบอร์โทรศัพท์ผิด แต่ก็ไม่น่าจะใช่ บางทีอีกฝ่ายอาจจะไม่ว่าง ก็เลยไม่อยากตีเทนนิสเลยไม่โทรศัพท์มาชวนเขาเสียที วันนั้นหากเขาขอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อเอาไว้บ้าง ก็คงจะดี จะได้ไม่ต้องรอคอยอย่างไม่รู้ความหวังเช่นนี้



   นายแพทย์หนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ กำลังจะหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องตรวจ แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นร่างสูงโปร่งเดินมองซ้ายมองขวาเข้ามาในโรงพยาบาลเสียก่อน



   “คุณจันทร์!” เขาครางอย่างคาดไม่ถึง ก่อนจะเบี่ยงปลายเท้าเดินตรงไปหาคนที่เขาจับจ้องทันที ฝ่ายนั้นหันมาเห็นเขาแล้ว ริมฝีปากสีจัดยกยิ้มจางอย่างที่ทำให้เห็นลักยิ้มที่แก้มซ้าย



   “มาได้อย่างไรครับ หรือไม่สบาย?” หมอภวัตตั้งคำถาม ทั้งแปลกใจ ทั้งสงสัยที่เห็นจันทร์จ้าวที่นี่



   “มาหาหมอ” คนตอบยิ้ม แต่คนฟังกลับขมวดคิ้วฉับ



   “หมอท่านไหน? นัดไว้หรือยัง” ท่าทางจริงจังของนายแพทย์หนุ่มทำเอาจันทร์จ้าวอยากหัวเราะเสียงดัง ทว่าก็ยังเก็บอาการเอาไว้ แม้จะเก็บไม่มิดเพราะรอยยิ้มที่ติดอยู่บนริมฝีปากนั้นยังคงวาดแย้มจนเห็นลักยิ้ม



   “ยังไม่ได้นัด”



   “ถ้าอย่างนั้นตามผมมา คุณมีทะเบียนประวัติที่นี่ไหม แล้วไม่สบายเป็นอะไร” ภวัตกำลังจะออกเดินนำพาร่างโปร่งไปพบพยาบาล แต่มือขาวกลับรั้งแขนเขาเอาไว้เสียก่อน



   “ผมมาหาหมอภวัต จำเป็นต้องนัดด้วยหรือ” ภวัตหันกลับมามองด้วยความไม่เชื่อหู



   “หาผม?” เขาทวนคำอย่างงุนงง



   “ใช่ ผมแวะมาหาดารารัศมีที่โรงเรียน จำได้ว่ามีคนบอกว่าหมอประจำอยู่ที่นี่ ก็เลยแวะมา จะมาชวนหมอตีเทนนิสน่ะ วันนี้หมอว่างไหมล่ะ แต่บอกก่อนว่ามีแค่ผมกับหมอ เพราะคุณพงศ์ไปทำธุระกับคุณชาย ส่วนคุณวินิตก็ไม่รู้จะมาไหม ผมไม่ได้ ถาม”



   “แล้วถ้าผมไม่ว่าง...” จันทร์จ้าวยักไหล่เหมือนช่วยไม่ได้



   “ผมก็กลับไปนอนเล่นที่บ้านน่ะซี ไม่อยากไปหาคู่ตีคนใหม่ที่คอร์ด ไม่รู้ฝีมือเป็นอย่างไรบ้าง พวกทำเก๋ไปสโมสรเพื่อเดินไปเดินมาก็มีออกถม ตีด้วยแล้วหงุดหงิด” แสดงว่าที่ชวนเขา ไม่ใช่แค่ว่าเพื่อนตีอย่างหม่อมหลวงพงศ์ภราธรและนายวินิตไม่ว่างทั้งคู่ แต่จันทร์จ้าว ‘เลือก’ แล้วที่จะชวน เพราะอย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าหากตีกับหมอภวัต จะไม่อารมณ์เสียเพราะฝีมือไม่เอาอ่าว



   นายแพทย์หนุ่มได้แต่อมยิ้มกับตนเอง และนั่นไม่รอดพ้นสายตาของจันทร์จ้าวที่จับจ้องอยู่แล้ว



   “หมอยิ้มอะไร หรือดีใจเพราะไม่ว่างพอดีเลยไปตีกับผมไม่ได้”



   “เปล่าครับ ผมว่าง”



   “อ้าว! แล้วจะถามทำไมว่าถ้าหมอไม่ว่าง ผมจะทำอย่างไร”



   “ผมก็ถามดูไปอย่างนั้นเอง ถ้าอย่างนั้น ผมจะโทรศัพท์ไปบุ๊คคอร์ด เอาเป็นสักห้าโมงดีไหม ตีสักชั่วโมงหนึ่ง แล้วหกโมงเราไปหาอะไรรับประทานกัน”



   “ผมแวะไปบุ๊คแล้ว ห้าโมงถึงหกโมง” จันทร์จ้าวพูดขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนที่นายแพทย์หนุ่มจะหมุนตัวเดินไปที่โทรศัพท์เสียก่อน ดวงตาสองคู่สบกันก่อนที่ทั้งสองจะหัวเราะออกมาเบาๆ



   “หมออย่าพูดเชียวว่าที่ผมบุ๊คเวลาเดียวกับที่หมอจะบุ๊คเป็นเพราะเราทำบุญมาด้วยกัน ถึงได้มีความคิดเช่นเดียวกัน” ร่างโปร่งรีบออกตัวก่อน ยิ่งทำเอาภวัตหัวเราะหนักกว่าเดิม อย่างนี้เห็นทีเจ้าตัวคงจะคิดเช่นนั้นจริง แม้จันทร์จ้าวจะอดระอากับความคิดเรื่องบุญเรื่องกรรมของนายแพท์หนุ่มไม่ได้ แต่ก็อดหัวเราะไม่ได้เช่นกัน



   “คุณหมอภวัตคะ...” เสียงเรียกของพยาบาล ทำเอาเจ้าของชื่อต้องหันมองตาม นี่ยังอยู่ในเวลางาน พยาบาลจึงมาตามเช่นนี้



   “หมอไปทำงานเถอะ ผมจะรอแถวนี้ แล้วคิดด้วย ว่าหลังจากตีเทนนิสแล้วจะพาผมไปร้านไหน ผมไม่คิดหรอก เดี๋ยวจะกลายเป็นใจตรงกับหมอ หมอก็จะหาว่าผมกับหมอทำบุญมาด้วยกันอีก แค่นี้เราก็ทำบุญมาด้วยกันมากเกินไปเสียแล้ว” จันทร์จ้าวเอ่ย อย่างที่ทำเอาคนฟังถึงกับยิ้ม



   “ได้ครับ ผมจะคิดให้เอง เอ? จะว่าไปตั้งแต่รู้จักกันมาก็ยังไม่เคยทำบุญด้วยกันเลย ผมชักอยากทำบุญร่วมกับคุณในชาตินี้บ้างแล้วสิ เผื่อชาติหน้าเราจะได้ตีเทนนิสด้วยกันอีก” ภวัตพูดอย่างจริงจัง ทำเอาจันทร์จ้าวหัวเราะแต่ไม่วายสัพยอกกลับไป



   “ถ้าอย่างนั้นเอาเป็นทำบุญสร้างพระประทานดีไหม เผื่อชาติหน้าเราอาจจะได้ตีเทนนิสด้วยกันในวิมเบิลดันก็ได้”



   คนทั้งคู่หัวเราะอีกครั้ง ก่อนที่ภวัตจะขอตัวไปทำงานต่อโดยมีรอยยิ้มติดอยู่บนใบหน้าไปจนกระทั่งเลิกงาน



   ............................................



   ดารารัศมีอดจะแปลกใจไม่ได้ เมื่อครู่ตอนที่หล่อนนั่งรถสามล้อกลับบ้าน ต้องผ่านโรงพยาบาลใหญ่ หล่อนเห็นรถยนต์ของคุณหมอภวัตแล่นออกมาพอดี ตอนที่เห็นนั้น ดารารัศมีจำไม่ได้ว่าเป็นรถของคุณหมอ แต่เพราะกระจกรถค่อนข้างใส หล่อนจึงมองเห็นข้างใน และในรถไม่ได้มีเพียงแค่คุณหมอ...ทว่ามีพี่ชายของหล่อนด้วย...



   ...จันทร์จ้าว...ดีกับคุณหมอตั้งแต่เมื่อไร...



   “ดารา ไปทำอะไรอยู่ตรงนั้น...” เสียงทุ้มดังขึ้นมาจากบันไดขึ้นเรือน หญิงสาวที่กำลังเดินเล่นยามค่ำอยู่ในสนามหญ้าหันมองแล้วก็ถึงได้รู้ว่าพี่ชายคนใหญ่กลับมาแล้ว



   “พี่อาทิตย์ สวัสดีค่ะ” หล่อนยกมือไหว้ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบนายทหาร อาทิตย์เห็นท่าทีของน้องสาวไม่เป็นปกติ ดารารัศมีไม่ใช่คนชอบอยู่กับต้นไม้ใบไม้นัก แต่ทำไมวันนี้หล่อนถึงมาเดินกลางสนามหญ้า แม้จะเป็นสนามหญ้าในบ้านก็ตามที ชายหนุ่มเบี่ยงปลายเท้าที่กำลังจะเดินขึ้นเรือนตรงไปหาหญิงสาวที่ยืนอยู่เพียงลำพัง



   “มีอะไรหรือ” เขาถามด้วยความเป็นห่วง แม้จะไม่ใช่คนแสดงออกมากนัก แต่อาทิตย์ก็เป็นพี่ชายที่ดี ดูแลน้องทุกคนอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ดารารัศมีสะท้อนใจที่หล่อนเป็นน้อง อยู่บ้านเดียวกันมาตั้งแต่เล็กจนโต แต่ไม่เคยสังเกตเลยว่าเขารักชอบใคร หากหล่อนรู้ก่อนหน้านี้ ความรักของอาทิตย์คงสมหวังไปนานแล้ว



   “วันนี้ดาราเจอเรื่องแปลกแน่ะค่ะ”



   “เรื่องแปลก?”



   “ค่ะ” ดารารัศมีรับคำ เรื่องแปลกของหล่อนมีสองเรื่อง เรื่องแรกคือเรื่องที่เห็นจันทร์จ้าวในรถของคุณหมอภวัต ส่วนเรื่องที่สองคือเรื่องของหม่อมหลวงพิมพัชรา ทว่าหญิงสาวตัดสินใจเก็บเรื่องแรกเอาไว้ แล้วพูดเรื่องที่สองแทน



   “คุณพิมเธอฝากรังนกมาให้พวกเราค่ะ” อาทิตย์ดูจะนิ่งไปในทันทีที่ได้ยินชื่อบุคคลที่สาม หากแต่ชั่ววินาทีต่อมาเขาก็จะซ่อนความรู้สึกบนสีหน้าได้



   “คุณพิม...เธอเป็นคนมีน้ำใจ พี่ก็เห็นฝากของมาเรื่อยไม่ใช่หรือ”



   “ใช่ค่ะ คุณพิมเธอเป็นคนมีน้ำใจ เธอฝากของมาให้บ้านเราเรื่อย แต่ที่ดาราว่าแปลก คือคุณพิมเธอบอกดาราว่าตอนแรกตั้งใจจะทำข้าวเกรียบปากหม้อ แต่ก็กลัวว่าทำมาตอนเช้า กว่าดาราจะได้กลับบ้านก็ค่ำ ข้าวเกรียบปากหม้อจะเสียก่อนที่บ้านเราจะได้ทาน...พี่อาทิตย์ว่าแปลกไหมคะ” ดารารัศมีพูดแล้วจับจ้องใบหน้าของพี่ชาย อาทิตย์มีสีหน้าอิหลักอิเหลื่อ ทั้งเกร็งทั้งประหม่า เห็นแล้วก็ยิ่งสะท้อนใจที่เขาช่างพยายามเก็บความรู้สึกเสียเหลือเกิน



   “ดาราว่าแปลก ทำไมจู่ๆคุณพิมถึงอยากจะทำข้าวเกรียบปากหม้อขึ้นมา ซ้ำยังตั้งใจจะทำเพื่อให้คนบ้านเราได้ทานอีกต่างหาก คนในบ้านเราที่ชอบข้าวเกรียบปากหม้อก็มีแต่พี่อาทิตย์คนเดียว...พี่อาทิตย์ว่าไม่แปลกหรือคะ” ดารารัศมีพูดต่อ อาทิตย์ได้แต่เงียบ เขาไม่รู้จะพูดอะไร ความรู้สึกของราชนิกูลสาว บางครั้งก็เหมือนจะให้ความหวังเขา ทว่าชายหนุ่มเจียมเนื้อเจียมตัวเสมอว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายที่อยู่กับใครแล้วจะสร้างความสุขให้กับคนนั้น เขาเป็นคนเงียบๆ รักสันโดษ ไม่ใช่คนเข้าสังคมหรือช่างพูดช่างคุย ไม่ช้าไม่เร็วก็คงสร้างความเบื่อหน่ายให้กับฝ่ายนั้น



   คนเป็นน้องจับจ้องใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของพี่ชายแล้วก็ยิ่งนึกสงสาร ถ้าไม่ใช่เพราะจันทร์จ้าวสังเกตเห็นความรู้สึกของอาทิตย์และนำมาบอกหล่อน หล่อนก็คงมองข้ามเขาไป ความรู้สึกของอาทิตย์ช่างเงียบเฉียบเหลือเกิน



   “ดาราอยากได้คุณพิมมาเป็นพี่สะใภ้นะคะ พี่อาทิตย์ช่วยดาราได้ไหม”



   “เรื่องนั้น...” นายทหารหนุ่มพูดไม่ออก ดารารัศมีเองก็ไม่รอให้เขาพูดต่อเสียด้วย



   “แต่ถ้าหากพี่อาทิตย์ไม่ช่วย ดาราก็จะไปขอคนอื่นให้ช่วย...ดารามีพี่ชายตั้ง ๒ คน ถ้าคนหนึ่งไม่ทำ ก็ให้อีกคนทำแทนเสีย สิ้นเรื่องไป จริงไหมคะ...” หญิงสาวทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก็ก้าวเท้าเดินออกจากสนามหญ้ากลับขึ้นเรือน แต่ไม่วายเหลือบสายตากลับไปมองร่างสูงสง่าของพี่ชายคนใหญ่ที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม



   ...กระตุ้นให้แล้วนะพี่จันทร์ ดาราทำตามที่วางแผนไว้แล้ว ขอให้แผนของพี่ใช้การได้ทีเถอะ!!...


..........................................




   ร้านอาหารที่หมอภวัตพาคู่ตีเทนนิสมารับประทานอาหารค่ำเป็นร้านอาหารฝรั่ง จันทร์จ้าวเคยมาที่นี่ ๒-๓ หนแล้วกับเพื่อนผู้หญิงของเขา ซึ่งเขาว่ารสชาติของอาหารที่นี่ใช้ได้ทีเดียว ถึงจะไม่เหมือนต้นตำรับทุกประการ แต่ก็รับประทานให้พอหายคิดถึงได้บ้าง



   “เคยมาที่นี่ไหมครับ ผมว่าที่นี่เขาทำสเต็กได้อร่อย” หมอภวัตหันมาพูดเมื่อก้าวเท้านำเข้ามาในร้าน



   “เคย...”



   “เคยแล้วคิดว่าที่นี่สเต็กอร่อยไหมครับ”



   “ผมไม่บอกหมอหรอก เดี๋ยวหมอโมเมหาว่าผมกับหมอทำบุญด้วยกันมาอีก” จันทร์จ้าวว่าอย่างนั้นทำเอาคนถามหัวเราะเบาๆ พวกเขาถูกพาไปนั่งที่โต๊ะ บริกรรอรับรายการอาหารอยู่ครู่หนึ่งก็จากไปเมื่อพวกเขาสั่งอาหารเรียบร้อย



   “เพื่อนผมเคยบอกว่ามีร้านอาหารฝรั่งอีกร้านที่อร่อยใช้ได้ อยู่ถัดจากนี้ไปอีกหน่อย” จันทร์จ้าวเอ่ย พลางมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกร้าน ภายนอกค่อนข้างพลุ่กพล่านและจอแจไปด้วยผู้คนและรถรา



   “แล้วก็ไม่บอก ผมจะได้พาไป”



   “ไม่เอา ผมอยากทานร้านนี้นี่” พอหลุดปากออกไปอย่างนั้น ดวงตากลมก็รีบตวัดไปจ้องคนที่นั่งอยู่ฝั่งของโต๊ะอย่างรวดเร็ว



   “อย่าหาว่าผมใจตรงกับหมออีกล่ะ! พอผมเห็นว่าหมอพามาแถวนี้ ผมก็แค่คิดถึงร้านนี้ร้านแรกก็เท่านั้น” หมอภวัตหัวเราะเบาๆ อยู่กับจันทร์จ้าวแล้วเขาหัวเราะบ่อยกว่าอยู่คนไหนๆทั้งสิ้น เจ้าตัวเหมือนเด็ก มีชีวิตชีวา แต่บางครั้งก็ทำตัวได้น่าฉงน เหมือนจะก้าวเข้ามาหาเขาก่อน แต่พอเขาจะก้าวเข้าไปหาบ้าง กลับถอยกรูดหนีหายไปเสียอย่างนั้น



   “ถ้าอย่างนั้น เอาไว้คราวหน้า เราไปทานร้านใหม่ที่คุณว่ากัน ว่าแต่พรุ่งนี้ตีเทนนิสอีกไหม”



   “หมอว่างหรือ”



   “ว่างครับ เอาเวลาเดิมดีไหม พรุ่งนี้ผมจะโทร.ไปบุ๊คคอร์ดเอาไว้” จันทร์จ้าวพยักหงึกหงักแต่ไม่วายตั้งคำถามหยั่งเชิง



   “แล้วหมอ...ไม่มีธุระอย่างอื่นต้องไปทำบ้างหรือ อย่างเช่นไปดูหนังกับ... ‘คุณพิม’อย่างนี้...”



   “คุณพิม?...คุณหมายถึงคุณพิมน้องสาวคุณพงศ์น่ะหรือ ผมไม่ได้สนิทกับเธอหรอกครับ จะให้ชวนเธอไปดูภาพยนตร์ได้อย่างไร”



จันทร์จ้าวมองใบหน้าของคนพูดด้วยความช่างใจ



“แล้วหมอไม่คิดจะสนิทกับเธอบ้างหรือ”



“เธอเป็นผู้หญิง จะให้ผมไปสนิทด้วยก็เกรงจะไม่เหมาะ”



“หมอพูดอย่างกับว่า หมอไม่มีเพื่อนผู้หญิงที่สนิทอย่างนั้นล่ะ”



“ผมทำแต่งาน จะมีเวลาที่ไหนไปสนิทผู้หญิงได้อย่างไรครับ”


เป็นว่าหมอภวัตดูจะไม่สนใจหม่อมหลวงพิมพัชรา จันทร์จ้าวก็พอจะพึงใจอยู่บ้างที่ได้รู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่คิดจะมีใจปฏิพัทธ์กับราชนิกูลสาวผู้นั้น ท่าทีที่มีต่อนายแพทย์หนุ่มจึงอ่อนลง กำลังจะชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ แต่อีกฝ่ายกลับพูดขึ้นมาเสียก่อน



“...แล้วที่สำคัญ...ผมว่าผมอยากสนิทกับคุณมากกว่า ตีเทนนิสกับคุณสนุกกว่าไปดูหนังเยอะเลย” คำพูดตรงไปตรงมาของนายแพทย์หนุ่มทำเอาจันทร์จ้าวหันมอง ดวงตากลมใหญ่จับจ้องใบหน้าของอีกฝ่าย รู้สึกประหลาดในอก แต่ครู่หนึ่งมันก็จางหายไป

 

   “ผมว่าจะสนุกกว่านี้ ถ้าเราพนันกันบ้าง” ภวัตหัวเราะกับคำพูดชวนพนันของคนที่แพ้เขาวันนี้ แม้จะมีเกมที่จันทร์จ้าวชนะเขาอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้ววันนี้เขาชนะมากกว่า



   “ตั้งแต่วันนี้เลยไหม” เขาถามทั้งๆที่ยังมีรอยยิ้มเต็มหน้า ทำเอาร่างโปร่งจ้องเขม็งแต่ก็ยังใจกว้างยอมรับ



   “ก็ได้ ตั้งแต่วันนี้เลยก็ได้ หมออยากได้อะไรล่ะ ไม่เอาที่ว่าอยากได้คู่ตีเทนนิสแล้วนะ หรือให้ผมเลี้ยงมื้อนี้ดีไหม”



   “ไม่ได้ครับ มื้อนี้ผมเลือกร้าน ผมต้องเป็นคนเลี้ยง เอาเป็น...พรุ่งนี้ตอนเช้า ผมแวะไปรับคุณพาไปทำบุญดีไหมครับ” คำขอของคนชนะในวันนี้ ทำเอาจันทร์จ้าวหัวเราะออกมาเสียงดัง



   “หมอคงอยากจะแข่งวิมเบิลดันกับผมชาติหน้าจริงๆ เอาก็เอา พรุ่งนี้เช้ามารับผมแล้วกัน” ร่างโปร่งรับปาก แต่ไม่วายส่ายศีรษะระอา ทว่าประโยคต่อมาของอีกฝ่ายกลับทำให้มือขาวที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นจิบต้องชะงัก



   “ผมไม่ได้อยากแข่งกับคุณชาติหน้า แต่ผมอยากแข่งกับคุณไปตลอดต่างหาก...”



ดวงตากลมใหญ่มองสบดวงตาคมทว่าอ่อนโยนที่ภวัตมองมา ก่อนที่จะเป็นฝ่ายจันทร์จ้าวที่เบี่ยงสายตาไปทางอื่น และก่อนที่จะยกแก้วขึ้นดื่ม ภวัตก็ได้ยินเสียงเบาแผ่วตอบกลับมา



“ผมก็ไม่ได้จะไปไหนนี่ จะอยู่กับแข่งเทนนิสกับหมอไปเรื่อยๆนี่ล่ะ”


ติดตามตอนต่อไป (พฤหัสหน้าค่ะ)

   คู่นี้เขาคุยกันแบบแมนๆนะครัช เอะอะเทนนิสบังหน้าตลอดดดดดดดดดด

 แต่เราก็จะให้เขาตีเทนนิสกันต่อไป ขอตั้งชื่อว่าเป็นเทนนิสกระชับมิตร ยิ่งมิตรภาพลูกผู้ชายมันเพิ่มพูน เราก็ยิ่งช้อบชอบบบบบบ    
   
ส่วนคู่พี่อาทิตย์กับคุณพิมเขายังเรื่อยๆมาเรียงๆนกบินเฉียงไปทั้งหมู่เช่นเคย ไม่เหมือนน้องเอาซะเลย ทั้งอ่อยผู้ชายเข้าบ้าน ทั้งไปดินเนอร์สองต่อสอง ฮ่าฮ่า
   
แล้วเจอกันพฤหัสหน้า คู่นี้เขาจะได้ไปตีเทนนิสในวิมเบิลดันมั้ย อันนี้ต้องติดตามค่ะ
   
ขอบคุณคนอ่าน คนเม้นท์ คนติดตามและพื้นที่บอร์ดค่ะ

   
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๕ (๘ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๘)
เริ่มหัวข้อโดย: lizzii ที่ 15-10-2015 20:44:16
หยอดกันไป ตีเทนนิสกันไป สินะ 55555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: nekko ที่ 15-10-2015 21:13:19
แมนๆๆอยากสนิทกันเนาะคุณหมอ

 :กอด1: :L2: :pig4:

หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: patchylove ที่ 15-10-2015 21:13:56
อยากให้มีตอนที่ทั้งคู่ไปตีเทนนิสที่อังกฤษจังเลยค่ะ อิอิ
น่าจะฟินๆ :hao6:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: urmein ที่ 15-10-2015 21:21:24
งื้ดดดดดดดดดด คุณจันทร์น่ารัก >_<
คุณหมอก็เนียนๆนะ แปบๆ ชวนไปทำบุญร่วมชาติกันแล้ววว
โอ้ยย เขินนนนนน

คุณพี่อาทิตย์สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: valenna yy ที่ 15-10-2015 21:30:16
คู่นี้เค้าตีเทนนิสได้ฟินมากเจ้าค่ะ
หยอดกันไปหยอดกันมา :hao6:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: QXanth139 ที่ 15-10-2015 21:31:47
เทนนิสสื่อรัก  :katai2-1: :katai2-1:
หมอหยอดคุณจันทร์ใหญ่เลยนะ อย่างนี้ก็ตีกันไปจนแก่เฒ่าเลยละกัน :impress2: :impress2: :impress2:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: bradpitt ที่ 15-10-2015 21:43:16


คุณจันทร์จ้าว..........ขา   ปากแข็งจริงๆๆๆ เล้ย

คุณหมอ ก้อนะ.... ยอมตั้งแต่ตีเทนนิสครั้งแรก   ต่อไปนี้ คงไม่ต้องโทรฯ นัดกัน


ออกเดท ตีเทนนิส จนฟินน เลย :กอด1:



"จันทร์จ้าวพูดแล้วยิ้มจนเห็นลักยิ้มบุ๋มที่แก้มซ้าย ดวงตากลมใหญ่พราวระยิบ"  มัดใจคุณหมอใช่ไหม อ่ะ

ฟินนนนนน

 :heaven :heaven :heaven :heaven :heaven :heaven :heaven
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: บูมเบส ที่ 15-10-2015 21:46:18
คู่คุณพงษ์กับเภาก็น่าสนใจนะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: mukmaoY ที่ 15-10-2015 21:51:47
มาแอบดูเขาจีบกัน   :-[
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: Rafael ที่ 15-10-2015 22:13:49
ทำไมคุยกันแต่เรื่องเทนนิส แล้วยังดูมุ้งมิ้งงง แอร๊ยยย
ชอบหมอ รักหมอออออ

ขอบคุณพี่บัวมากนะคะ กอดด
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: monoo ที่ 15-10-2015 22:25:44
 :-[ อ้ายอ้ายยยย

คิดถึงถ้วยฟู  :กอด1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: goosongta ที่ 15-10-2015 22:26:22
เทนนิสสื่อรัก
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: mooping-7 ที่ 15-10-2015 22:32:49
หมออ่อยหนักมากกกกก 55555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: aimjjj ที่ 15-10-2015 22:35:39
 :hao7: :hao7: :hao7: ทำไมรู้สึกว่าตอนนี้หวานจังคะคุณทั้งสองงงงงง
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: MIkz_hotaru ที่ 15-10-2015 22:37:13
นี่สาบานว่าเขาสองคนไม่ได้จีบกัน
ทำไมมดเต็มจอไปหมด
 :mew3:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: Gokusan ที่ 15-10-2015 22:53:24
โอย...คุณจันทร์ มีส่วนเหมือนปริศนาด้วยนะนี่
เดินเข้ารพ. มาหาและยอมรอ...น่าร้ากกกก ^^

ท่าทางคุณหมอรุกคืบมาก...คุณจันทร์จะรู้ตัวเมื่อไหร่หนอ
ใจตรงกันก็เหมือนทำบุญด้วยกันมานั่นแหละเนาะ...เอาใจช่วยหมอมาก 55

สงสารพี่อาทิตย์...เจียมตัวเหลือเกิน -^-
คุณพิมออกจะบอกใบ้ขนาดนี้...สู้ๆ ค่ะ คุณพี่...
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: PetitDragon ที่ 15-10-2015 23:01:56
พนันว่าอะไรดีล่ะ

 :z1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: MinKKniM ที่ 15-10-2015 23:26:00
ถ้าทำบุญร่วมกันขนาดนี้...หรือพี่หมอกับน้องจันทร์ จะเกิดมาเป็นนาดาลกับโนเล่ในยุคนี้นะ ไม่ใช่แค่วิมเบิลดัน ให้เจอกันทุกแกรนด์สแลมเลย
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: Jthida ที่ 15-10-2015 23:35:56
อ่านแล้วเขินค่ะ ยิ้มไม่หุบเลย ลุ้นพี่อาทิตย์กับคุณพิมเหมือนกัน
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: malula ที่ 15-10-2015 23:48:05
อื้อหือคุณหมอรุกคืบเร็วมาก เทนนิสมันดีอย่างนี้นี่เอง
ทั้งได้เข้าบ้าน ทายา ทานข้าวเช้า ทานข้าวเย็น และกะลังจะไปทำบุญด้วยกัน
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: Paparazzi ที่ 15-10-2015 23:56:14
เค้าคุยกันเรื่องเทนนิส แต่ฟินนะเร่สุดๆ :laugh: :-[

น่ารักๆๆๆ เปิดจองหนังสือล่วงหน้าได้ป่ะ  :hao7:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: fanglest ที่ 16-10-2015 00:12:43
อรั้ย
หยอดกันกลมกล่อมเบาๆ
ถ้าเราไม่ได้อ่านรอบเดียวแล้วรอทีละตอน
ตอนละอาทิตย์นี่เราคงใจขาดตายก่อนแน่เลย
มันพอดีค่ะ ถ้าได้อ่านแบบต่อเนื่องไม่หยุด
แต่มันจะอกแตกตาย เพราะรู้สึกว่ามันสั้น
เพราะอ่านอาทิตย์ละตอนนี่แหละ
แต่ก็ รอตอนต่อไปนะคะ
 :L2:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: janamanza ที่ 16-10-2015 00:48:54
เปลี่ยนชื่อเรื่องมั้ยคะ คุณคนเขียน   "มนต์รักแร็กเก็ตทองคำ" ,"คอร์ดรัก หัวใจว้าวุ่น"  ไรเงี้ย  555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: PPink ที่ 16-10-2015 00:57:07
โอ้ววววววว นี่ตามคู่นี้ไม่ทันเลยนะเนี่ย
เค้าเริ่มรู้สึกพิเศษต่อกันแล้วสินะ อะฮิ

ส่วนคู่ชายทิตย์กับหญิงพิมพ์นี่ก็น่าลุ้น
อุตส่าห์ใจตรงกัน จะเป็นอย่างไรน้อ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: Autonomyz ที่ 16-10-2015 01:42:49
โถ่ว คนเรามันจะรู้ใจ ใจตรงกันก็ตอนตีเทนนิสเนี่ยแหละ
ตีเทนนิสจีบกัน 5555555555555555555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: kogomon ที่ 16-10-2015 03:04:17
5555

ชอบมาก พึ่งได้เข้ามาอ่าน แต่งได้ดีครับ จันทร์จะไม่รอดก็งานนี้
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: hembetaro ที่ 16-10-2015 06:46:43
เป็นนิยายเรื่องแรกหลังเข้าสู่เส้นทางวาย ที่ลุ้นให้ผู้ชายได้กับผู้หญิง #ทีมพี่อาทิตย์  พ่อเอ๊ยยยย น่ารักน่าสงสารเสียจริง  :hao5:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: boboman ที่ 16-10-2015 06:57:03
คู่นี้จีบกันละมุนเนอะ ><
หมอภวัตอบอุ่นมากกก ค่อยๆ เต๊าะน้องจันทร์ไปเรื่อยๆ 55555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: hoshinokoe ที่ 16-10-2015 07:05:02
แมน ๆ เขาจีบกัน 5555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: Nus@nT@R@ ที่ 16-10-2015 07:16:13
แมนๆ ตีเทนนิสกัน อิอิ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: punthipha ที่ 16-10-2015 08:00:59
คุณหมอออกตัวแรง  :L1: :L1: :mew1: :mew1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: เอน ที่ 16-10-2015 08:02:45
กรี๊ดเบาๆ.  :katai2-1: :katai2-1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: Mouse2U ที่ 16-10-2015 08:25:55
คุณหมอหยอดเสียจนจันทร์จ้าวไปไม่เป็นแล้วนะคะเนี่ย :-[
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: Ta_ii ที่ 16-10-2015 08:34:50
มันใช่เลยอ่ะ ใช้เทนนิสบังหน้า หมอภวัตก็ไม่ใช่เล่นๆนะฮร้าา แม่ยกถือป้ายไฟรอแล้วนะ :mew1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: sirin_chadada ที่ 16-10-2015 08:45:00
แหม คู่นี้อะไรๆก็เทนนิส อีกหน่อยชอบพอกันคงไม่ต้องเอาเทนนิสมาบังหน้าแล้วสินะ ที่จริงตอนนี้คุณหมอกับคุณจันทร์อาจจะยังไม่คิดทางชู้หนุ่ม(?) แต่คนอ่านจิ้นกันไปไกลแล้วนะคะ ว่าคุณหมอเนียนอ่อยน้อง ฮ่า
ดูเหมือนท่านชาย(พ่อของคุณพิม)ไม่เห็นอาทิตย์อยู่ในลิสต์ว่าที่ลูกเขยเลยอ่ะ คราวโน้นที่เจอกันก็มองผ่าน
คุณเภาก็พยายามตีสนิทคุณพงศ์เหลือเกิน พี่อาทิตย์ควรเคลื่อนไหวได้แล้วนะคะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: Infinity 888 ที่ 16-10-2015 09:15:21
ช่วงนี้ตีเทนนิสไปก่อนเนอะ คุณหมอคุณจันทร์ ไปต่อไปค่อยตัวตัวแร็กเก็ตไม่เกี่ยว 555555

พี่อาทิตย์ ผู้หญิงก็ค่อยๆทอดสะพานมาแล้ว พี่ควรช่วยเสริมใยเหล็กนะ

เพราะคุณพิมพ์คงกลัวว่ามากไปจะไม่งาม
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: aiyuki ที่ 16-10-2015 10:25:20
แมนๆตีเทนนิสครัช เขินตัวบิดเลยทีเดียวกับลูกหยอดคุณหมอ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: kawisara ที่ 16-10-2015 10:33:25
ไม่มีคำบรรยาใดๆ






ที่จะเข้ากับเหตุการณ์ตอนนี้ได้เท่ากับคำ ป้าเขิลมากกก :-[
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: Ryoooo ที่ 16-10-2015 11:06:16
เทนนิสสื่อรักสินะ
บรรยากาศของหมอกับจันทร์ดี๊ดี
แมนๆตีเทนนิสครัช
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: koikoi ที่ 16-10-2015 11:07:49
แค่นี้ก็ฟินยิ้มแก้มแตกแล้ว
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: kinjikung ที่ 16-10-2015 11:11:25
โอ๊ยขำจันทร์เจ้า ทำบุญร่วมชาติมาแน่ ๆ ใจตรงกันไปเสียทุกอย่าง
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: taltal020441 ที่ 16-10-2015 11:31:09
อ๊ายยยเค้าหวานกันจริง
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: B52 ที่ 16-10-2015 13:18:43
เนียนจีบ???
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: ★KVH™★ ที่ 16-10-2015 13:21:15
คุณจันทร์น่าเอ็นดู
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: bradpitt ที่ 16-10-2015 13:59:44

  ฟินอีกรอบ


ผู้ชายบอกรักแบบ แมนๆๆ  ...เอ๊ยยย  ชวนตีเทนนิสกันครัช :o8:


อ้างถึง
  “ผมไม่ได้อยากแข่งกับคุณชาติหน้า แต่ผมอยากแข่งกับคุณไปตลอดต่างหาก...”



ดวงตากลมใหญ่มองสบดวงตาคมทว่าอ่อนโยนที่ภวัตมองมา ก่อนที่จะเป็นฝ่ายจันทร์จ้าวที่เบี่ยงสายตาไปทางอื่น และก่อนที่จะยกแก้วขึ้นดื่ม ภวัตก็ได้ยินเสียงเบาแผ่วตอบกลับมา



“ผมก็ไม่ได้จะไปไหนนี่ จะอยู่กับแข่งเทนนิสกับหมอไปเรื่อยๆนี่ล่ะ”


 :heaven :heaven :heaven :heaven :heaven :heaven :heaven :heaven [/color]
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: ๐๐ตะวัน๐๐ ที่ 16-10-2015 15:08:15
เทนนิสสื่อรักจริงๆ  :hao7:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: zazoi ที่ 16-10-2015 16:01:06
 :z1:แหม่ ถ้าจะขนาดนี้เชียร์หมอทำคอร์ทเทนนิสในบ้านเถอะ ไม่ต้องไปบุ๊กให้เสียเวลา 555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: ppangssang ที่ 16-10-2015 20:07:22
แมนๆตีเทนนิสกันครับ :z2:

ว่าแต่เภากับคุณพงษ์นี่ยังไงกันนะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: TachibanaRain ที่ 16-10-2015 23:36:37
 :hao3: :hao3: :hao3: หมายถึงทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขันรึเปล่าคะคุณหมอ แหมๆแบบเกิดมาคู่กันทุกชาติไปไรงี้ ละทำไมเรารู้สึกว่าเค้ากำลังจีบกันอยู่เลยละคะเนี่ย คุณหมอเห็นเงียบๆแต่ขยันหยอดแบบเนียนๆตลอดเลยนะคะ  :-[ :-[ :-[

 :กอด1: :กอด1: :กอด1: กอดคุณบัวรัวๆกับตอนที่ยาวสะใจมากๆค่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: Theshadowreader ที่ 17-10-2015 00:39:53
ฟังแล้วเขินแทน
หมอคงอยากทำอย่างอื่นด้วยกันตลอดไปมากกว่าแค่เทนนิสอย่างเดียว ใช่ม้า
ถึงชวนไปทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขัน
 :o8:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: LEO ที่ 17-10-2015 02:59:12
ชอบ   เค้าทันกันดีน่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: NUTSANAN ที่ 17-10-2015 03:07:06
น่าจะเปลี่ยนจาากเรื่องจันทร์จ้าวเปนเทนนิสกระชับรักก เอะอะไรก้อ้างเทนนิสสตัลหลอดดดดดดเลยนะคุ่นี้ 
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: JustWait ที่ 17-10-2015 06:55:34
หมอออ รุกหนักมากก
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: ma-prang ที่ 17-10-2015 11:18:46
แอบเขินล่ะสิจันทร์ ฮุๆๆ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: WilpeR ที่ 17-10-2015 13:40:16
หมอกับจันทร์ คู่นี้น่ารักจริง ใจตรงกันมาก

ส่วนคู่อาทิตย์กับคุณพิม ไม่รู้จะอีกนานไหมกว่าจะลงเอย อาทิตย์โดนกระตุ้นแล้วจะออกมาเป็นแบบไหนเนี่ย
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: nongrak ที่ 17-10-2015 16:38:19
คุณหมอจะจับจองจันทร์จ้าวไว้ตีเทนนิสด้วยกันตลอดไปเลยเหรอ
กะจองล่วงหน้าสินะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: PAiPEiPEi ที่ 17-10-2015 19:23:22
คุณหมอ ดูแล้วจี๊บจีบจันทร์จ้าว   นี่เค้าไม่รู้ตัวใช่มั้ยมันเป็นไปตามธรรมชาติใช่มั้ย    เก็บทุกเม็ดเลยนะคุณหมอ   

เรื่องนี้สรุปเป็นนิยายกีฬาซินะ เทนนิสสื่อรักซินะ

อยากเห็นจันทร์จ้าวพาภวัตไปเที่ยวบ้าน  นึกสีหน้าคุณแม่ กับ ดารา รอไว้เลยค่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: PookPick ที่ 18-10-2015 01:37:37
แมนๆคุยกันสินะหมอ~
555 เทนนิสกระชับรักมากกว่ามิตรแล้วละคะแบบนี้
คู่พี่อาทิตย์กับคุณพิมก็ช่าง ใสๆ~ อิอิ
รอตอนต่อไปค่ะ สนุกมากๆเลย
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: รุ่งนภา ที่ 18-10-2015 09:04:55
 :-[ :-[ :-[ :-[ :-[   จันทร์จ้าวน่ารักอ่ะ :ling1: :ling1: :ling1: :ling1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: Wordslinger ที่ 18-10-2015 15:53:33
คิดว่ากว่าจะได้รักกันเป็นกิจลักษณะ คงตีเทนนิสกันจนแขนเดาะไปข้าง

ความจริงคุณหมอภวัตน่าจะระแคะระคายความรู้สึกตัวเองบ้างแล้ว เพราะเพียงแค่ให้เบอร์โทรศัพท์ไปก็รอเช้ารอเย็น พอจันทร์จ้าวไม่โทร.หา ก็คิดถึงขนาดนั้น นี่หมอไม่ค่อยแสดงออก (ให้คนอ่านเห็น) เลยนะ ส่วนจันทร์จ้าวยังคงไม่รู้ตัวว่าได้เข้าไปอยู่ในกรงเล็บของหมอเจ้าเล่ห์เสียแล้ว ฮา

ขอบคุณมากๆ ค่ะ คุณบัว สำหรับเรื่องราวละมุนละไมเรื่องนี้ รอคอยตอนต่อไปนะคะ  :mew1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: EoBen ที่ 19-10-2015 12:26:15
เค้าจีบกันหยอดกัน รู้ตัวกันหรือเปล่าว่ามุ้งมิ้ง มากกกก
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: Malimaru ที่ 20-10-2015 00:29:16

อืม... พี่หมอคะ พี่หมอนั่งริกชอว์เลยป้ายไปไกลมากแล้วค่ะ
(ไม่รู้สมัยนั้นมีไหม แต่อาศัยว่าเก่าหน่อยเลยมั่วเอามาโยงเสียอย่างนั้น)
พี่หมอไม่ทันรู้ตัวใช่ไหมคะว่าอิ๊อ๊ะกับคุณจันทร์ไปแล้ว...
ตีเทนนิสกันแมนๆ... เอาตามที่พี่หมอสบายใจเลยค่ะ
ไว้ให้อยากกระทำมากกว่าตีเทนนิสเมื่อไร ป้าจะรอดูตอนพี่หมอตกใจก็คงไม่สายเนอะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

เป็นกำลังใจให้ค่ะ ^^
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: monetacaffeine ที่ 20-10-2015 22:51:26
แอบสัมผัสได้ถึงความหวานเบาๆ >_____<
เราชอบอารมณ์แบบนี้มากกกกเลยค่ะ คาแรคเตอร์ของทั้งสองคนปั้นออกมาได้พอเหมาะพอเจาะสุดๆ
ทั้งคุณหมอที่มีความเป็นพระเอกสูง ทั้งอ่อยโยน ใจดี แถมยังไม่ถือสาเอาความคนเอาแต่ใจอีก
ส่วนด้านคุณจันทร์เธอก็น่ารักน่าเอ็นดูจริงๆนะคะ ไม่ต้องคุณหมอหรอกค่ะ คิดว่าทุกคนที่อยู่รอบๆคุณจันทร์ก็เอ็นดูเธอทั้งนั้นแหละ
ถึงจะดูเอาแต่ใจ ถือดีอย่างไร แต่พอเวลาพูดความรู้สึกออกมาตรงๆแต่ละทีก็ทำเอาที่ผ่านมาสลายเป็นอากาศไปเลย
อะไรจะน่ารักขนาดนั้นคะเนี่ย  :-[
เห็นทีคราวนี้คุณหมอคงไปไหนไม่รอดแล้วล่ะค่ะ ~

ปล. แอบกลัวเวิ้งแห่งความดราม่าที่จะตามมาหลังจากนี้จริงๆค่ะ T ____ T
รักทั้งสองคนมากๆเลย อยากเห็นเค้าคู่กันหวานกันสุดๆเลยค่ะ ; ;

ปล2. คำผิดตอนล่าสุดนะคะ
นายแพท์หนุ่ม - แพทย์
เงียบเฉียบ - เงียบเชียบ รึเปล่าคะ ? . _ .
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: dereel_nx ที่ 21-10-2015 01:01:24
น่ารักจังเลยน๊าาาาคุณหมอกับนายจันทร์เนี่ย  :mew1: :laugh:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: นางสาวกานาเลส ที่ 21-10-2015 10:36:18
โอ้ยยยย เพิ่งได้มาอ่านเรื่องนี้ ดีงามพระรามสี่มากๆค่ะ ชอบการจีบกันโดยใช้เทนนิสเป็นสื่อกลาง 555555
ถ้าสมัยนี้แมนๆเตะบอล สมัยนั้นคงแมนๆตีเทนนิสแน่ๆ  :impress2:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: haemin ที่ 22-10-2015 19:31:17
 :mew1: โว้ โว้  แมนๆเค้าคุยกัน  ทำบุญร่วมชาติ อยากตีด้วยกันตลอดไป กรี๊ดดดดดดด ทำไม ป้าฟินนนน
หัวข้อ: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 22-10-2015 20:34:36
จันทร์จ้าว
By: Dezair
…………………….
บทที่ ๗



เช้าตรู่ รถยนต์ของหมอภวัตก็มาจอดที่หน้าบ้านเช่าสีเขียวอ่อนอันเป็นมรดกตกทอดของคุณหญิงผกา ที่ทุกวันนี้กลายเป็นที่อาศัยของจันทร์จ้าว เขาไม่จำเป็นต้องลงจากรถเพราะเจ้าของบ้านเดินลิ่วลงมาจากบันไดราวกับรู้ว่าเขามาถึงแล้ว ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งก้าวเท้าเร็วๆออกจากบ้านพร้อมด้วยดอกบัว ๒ ดอกในมือแล้วเปิดประตูขึ้นมานั่งข้างคนขับอย่างรู้งาน



“สวัสดีครับ” คนทักก่อนคือเจ้าของรถ จันทร์จ้าวหันมายิ้มเต็มหน้าจนเห็นลักยิ้มที่แก้มซ้ายแล้วผงกศีรษะให้ทีหนึ่ง



“สวัสดี หมอมาตรงเวลาเป๊ะ”



“เรานัดกันไว้นี่ครับ แล้วนั่นเอาดอกไม้มาทำไมหรือ”

 

“ก็จะไปทำบุญ ผมไม่มีอะไรไปนอกจากมือเปล่าๆ ก็เลยไปขอดอกไม้จากข้างบ้านตั้งแต่เมื่อเช้า โชคดีคุณยายข้างบ้านมีดอกบัวถวายพระ แกเลยแบ่งมาให้ผม ผมขอมาเผื่อหมอด้วย” เพราะบอกว่าขอมาเผื่อ ในมือของจันทร์จ้าวจึงมีดอกบัวตูมสีเขียวอ่อน ๒ ดอก ภวัตมองคนพูดด้วยความรู้สึกอุ่นซ่านในอก

 

“ขอบคุณครับ” น้ำเสียงทุ้มนั้นอ่อนโยนจนร่างโปร่งต้องหันมอง ดวงตากลมใหญ่สบกับดวงตาดุที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอ่อนหวานเสียจนจันทร์จ้าวต้องเป็นฝ่ายเบี่ยงสายตาออกไปมองนอกหน้าต่างรถเพราะรู้สึกว่ายิ่งสบตากับนายแพทย์ผู้นี้ เขาก็ยิ่งรู้สึกประหลาดในใจมากขึ้นทุกที



“หมอพาผมไปวัดได้แล้ว เดี๋ยวก็สายหรอก เอ?...แล้วมีแต่ดอกบัวไปถวายพระอย่างนี้จะดีหรือ”



“ผมให้คนเตรียมกับข้าวใส่ปิ่นโตมาด้วยแล้วครับ” ภวัตพูดแล้วบุ้ยหน้าไปยังเบาะหลัง คนที่นั่งอยู่ข้างกายเขาจึงหันมองแล้วก็หันกลับมาทำตาโต



“เตรียมมาแยะเชียวหมอ!”

 

“สำหรับ ๒ คนครับ” คำว่าสำหรับ ๒ คน ในคำพูดของหมอภวัตจะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่จันทร์จ้าวและนายแพทย์หนุ่ม เป็นอีกครั้งของเช้านี้ที่บุตรชายคนรองแห่งบ้านรักษพิพัฒน์รู้สึกประหลาดในอกเสียเหลือเกิน เขาหันกลับไปมองนอกหน้าต่างรถอีกครั้งเพราะกลัวใจว่าหากต้องสบตากับอีกฝ่ายมากกว่านี้ เขาคงเสียความเป็นตัวเองมากขึ้นทุกที แต่แม้จะหันมองออกไปนอกรถ ภวัตก็ยังได้ยินประโยคแผ่วเบาจากคนที่ทำเป็นมองออกไปนอกหน้าต่างรถ

 

“ขอบคุณที่เตรียมมาเผื่อผม”



“ยินดีครับ” แล้วนายแพทย์หนุ่มก็หมุนพวงมาลัยพารถยนต์ออกสู่ถนน คนหนึ่งตั้งหน้าตั้งตาขับ อีกคนเอาแต่มองออกไปนอกรถ แม้คนทั้งคู่จะไม่ได้คุยกัน ต่างฝ่ายต่างไม่ได้สนใจกัน ทว่าต่างรับรู้ว่าข้างกายยังมีใครอีกคนนั่งเคียงข้าง เป็นบรรยากาศแปลกประหลาดที่แม้จะเงียบเชียบแต่กลับให้ความรู้สึกสบายและสงบ



จันทร์จ้าวเอนหลังพิงพนักอย่างสบายอารมณ์



ภวัตขับรถอย่างสงบ


...ช่างเป็นความสบายและสงบที่ชักน่าถวิลหาเสียแล้ว...


.................................



วัดที่ภวัตพามาอยู่ในเส้นทางที่จะไปสำนักงานของจันทร์จ้าวพอดี พอรถจอดที่ลานวัด พวกเขาก็พากันลงจากรถ จันทร์จ้าวรับหน้าที่ถือดอกบัว ๒ ดอกที่เตรียมมา ส่วนภวัตถือเถาปิ่นโต พากันออกมายืนรอพระที่กลับจากบิณฑบาตรในยามเช้า อากาศเวลานี้กำลังเย็นสบาย ยิ่งฝนตกเมื่อคืน ตอนเช้าก็ยิ่งชื้นเย็นด้วยละอองน้ำค้าง



“วันนี้ฝนจะตกไหมก็ไม่รู้นะหมอ เมื่อคืนที่บ้านผมตกหนัก ที่โรงพยาบาลตกไหม”



“ตกครับ หนักเอาเรื่องเหมือนกัน ตอนแรกก็ว่าสงสัยวันนี้จะได้ใส่บาตรกับคุณท่ามกลางสายฝนเสียแล้ว โชคยังดีว่าฝนมาหยุดเอาตอน ๓ ยาม” จันทร์จ้าวหัวเราะเบาๆ ดวงตาระยิบยามเหลือบมองคนพูด



“พูดจาโบราณจริงหมอ ผมนักเรียนนอก ๓ ยามคืออะไร ไม่รู้จักหรอก ถ้าบอกว่า Three O’clock ล่ะว่าไปอย่าง”



“ก็ได้ครับ ๓ นาฬิกา”



“แต่เมื่อคืนฝนหยุดตอน ๒ นาฬิกาไม่ใช่หรือ” จันทร์จ้าวหยอก



“ก็คุณพูด ๓ นาฬิกาไม่ใช่หรือครับ” เป็นว่าภวัตแปลภาษาอังกฤษออก แม้จะไม่ยอมออกเสียงให้เขาฟังก็ตามที นึกว่าจะเป็นหมอเก่งแต่รักษาคนไข้ ที่ไหนได้ น่าจะฟังภาษาอังกฤษออกด้วย



“หมอรู้ภาษาอังกฤษด้วยหรือ” จันทร์จ้าวตั้งคำถาม ไม่ได้ดูหมิ่นดูแคลนแต่กำลังอยากเรียนรู้เรื่องราวของอีกฝ่ายอย่างสนอกสนใจ



“พอรู้บ้างครับ แต่คงไม่สู้คุณจันทร์”



“แน่ซี ผมไปเรียนเมืองนอกตั้ง ๖ ปี”



“ไปอยู่แรกๆ ลำบากไหมครับ”



“ลำบากอย่าให้พูดเลยหมอ ภาษาอังกฤษที่เรามีสู้พวกอเมริกาจ๋าได้อย่างไรล่ะ ตอนแรกอุตส่าห์ฝึกกับแหม่มฝรั่งไปอย่างดี ไปถึงจริง อย่างกับต้องเรียนใหม่หมด ไหนจะอากาศอีก ช่วงฤดูหนาวน่ะหนาวเข้ากระดูก ดีหน่อยว่ามี Snow ให้ทำอะไรสนุกๆ ไม่อย่างนั้นคงเฉาตาย”



“ถ้ารู้ว่าลำบากแต่แรก คุณจะยังไปไหมครับ” เป็นคำถามที่ไม่เคยมีใครถามจันทร์จ้าว เขาหันมองหมอภวัต ก่อนที่รอยยิ้มจางทว่าจริงจังจะผุดขึ้นบนดวงหน้าขาวจนเห็นลักยิ้มที่แก้มซ้าย



“ไปสิ เหตุผลแค่ว่าลำบากทำอะไรผมไม่ได้หรอก คนเราเกิดมาหนเดียว ตายหนเดียว กลัวอะไรกับความลำบาก ไม่ลงมือทำเอง ต่อให้ได้รางวัลมาก็ไม่รู้ค่าของมันเพราะไม่ได้ผ่านความลำบากมาก่อน” ทั้งๆที่เป็นถึงบุตรชายของท่านนายพลเดชและคุณหญิงผกาผู้มั่งคั่งไปด้วยเงินทองและเกียรติยศ แต่กระนั้นจันทร์จ้าวกลับเรียนรู้ที่จะพยายามด้วยน้ำมือตนมากกว่าร้องขอรอมรดกตกทอดจากตระกูล



ดวงตาคมทอดมองใบหน้าของคนพูดด้วยความซาบซึ้งในเนื้อแท้ของคนเบื้องหน้า จนคนถูกมองชักเริ่มรู้สึกประหลาดอีกหนแล้วต้องเบือนสายตาหนีไปมองทางอื่น พอดีเหลือบไปเห็นพระกลับจากบิณฑบาตรแล้ว เขาจึงเอ่ยชวน



“พระมาแล้ว”



ไม่มีคำพูดอะไรอีก ภวัตและจันทร์จ้าวเดินเข้าไปขอนิมนต์ใส่บาตร อาหารในปิ่นโตล้วนเป็นของแห้งเช่นเนื้อแดดเดียว พวกเขาช่วยกันใส่บาตร และปิดท้ายด้วยดอกบัว ๒ ดอกที่แบ่งกันถือคนละดอก วางลงบนบาตรอีกที เสร็จพิธีก็รับพร รอจนพระสงฆ์เดินขึ้นศาลาไปแล้ว ภวัตจึงหันมาพูดกับคนข้างกาย



“สงสัยเราต้องมาใส่บาตรกันอีกรอบแล้วล่ะครับ”



“เอ้า! ทำไมล่ะ?!” จันทร์จ้าวได้ยินก็ถึงกับหันมาถามตาโต นึกว่าตนทำอะไรผิดพลาด



“ผมไม่ได้หยิบที่กรวดน้ำมาเสียด้วย ใส่บาตรไม่กรวดน้ำอย่างนี้ไม่ดีหรอกครับ จะไม่ได้อุทิศส่วนบุญส่วนกุศล” คนฟังได้ยินเหตุผลก็ถึงกับหัวเราะ เขาไม่ใช่คนเคร่งศาสนา พอมาเจอภวัตที่ออกจะเคร่งเรื่องบุญเรื่องกรรมก็อดไม่ได้ที่จะเห็นว่าเป็นเรื่องขัน



“หมอท่าทางจะเอาจริงกับเรื่องบุญกรรมมากนะนี่”



“ผมเพียงแคอยากทำพิธีให้ครบถ้วน ไว้พรุ่งนี้จะไปรับมาใส่บาตรใหม่นะครับ ผมจะหยิบที่กรวดน้ำมาด้วย” ภวัตพูดแล้วยิ้มจางก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปที่รถ พลันนั้นจันทร์จ้าวก็นึกฉุกใจขึ้นมาเรื่องหนึ่ง คนที่ตระเตรียมปิ่นโตมาใส่บาตร จะลืมที่กรวดน้ำเชียวหรือ



“หมอ...” เขาเรียกเอาไว้ นายแพทย์หนุ่มจึงหันกลับมามอง



“...อย่าริอ่านโกหกในวัดเชียว หมอลืมที่กรวดน้ำจริงหรือแกล้ง เพราะจะได้หาเรื่องมาใส่บาตรกับผมอีกรอบ” ภวัตมองคนถามนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเผยรอยยิ้มกว้างขึ้นกว่าเมื่อครู่



“ผมบอกว่าไม่ได้หยิบมา ไม่ได้บอกว่าลืมครับ”


สิ้นคำตอบนั้น จันทร์จ้าวก็ถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดัง ก่อนจะเดินกลับไปที่รถแล้วเก็บเรื่องหนึ่งเอาไว้ในใจ



...พวกเขามาใส่บาตรกันที่วัด และต่อให้เขาจะไม่เคร่งศาสนา แต่เขาก็รู้ว่าในวัดย่อมมีที่กรวดน้ำ แต่กระนั้น...จันทร์จ้าวก็ไม่เสนอให้ภวัตไปหยิบยืมที่กรวดน้ำของวัดมาใช้...



เขาไม่กล้าหยอกเย้าอีกฝ่ายว่าอยากใส่บาตรกับเขาจนถึงขนาดไม่หยิบที่กรวดน้ำมา เพราะตัวเขาเองก็เห็นว่าการใส่บาตรกับภวัตเป็นเรื่องสนุกจนไม่เสนอเรื่องที่กรวดน้ำของวัดเช่นกัน


........................................



หลังจากใส่บาตร พวกเขาไปหาอะไรรับประทานเป็นอาหารเช้า แล้วภวัตจึงมาส่งจันทร์จ้าวที่หน้าสำนักงานซึ่งชั้นล่างเปิดเป็นร้านขายหนังสือ ตอนที่ผู้โดยสารลงจากรถนั้น พอดีกับที่เรย์มอนด์ อดัมส์เพื่อนฝรั่งผู้ร่วมหุ้นเปิดบริษัทด้วยกันเดินเตร่มาถึงหน้าสำนักงานเช่นกัน เขาเลิกคิ้วน้อยๆเพราะไม่เคยเห็นรถยนต์คันนี้มาก่อน นายฝรั่งรอจนรถคันนั้นขับออกถนนใหญ่และหายลับไปกับรถยนต์บนท้องถนนแล้วจึงรีบเดินเข้าไปทักทายเพื่อนรัก

 

“อรุณสวัสดิ์เช้าที่แสนสบายคุณจันทร์”



“สวัสดี เรย์” เรย์มอนด์เลิกคิ้วอีกหน วันนี้จันทร์จ้าวอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาดูเพื่อนออก



“เมื่อกี้รถใคร ผมไม่เห็นเคยเห็นมาก่อน เพื่อนคุณจันทร์หรือ”



“รถหมอน่ะ”



“หมอ? หมอไหน?”



“จะหมอไหน ก็หมอภวัตน่ะซี” จันทร์จ้าวตอบแล้วหมุนตัวจะเดินเข้าสำนักงานแต่เสียงของเรย์มอนด์ดังขึ้นจากด้านหลังเสียก่อน



“เพิ่งรู้ว่าหมู่นี้คุณจันทร์สนิทกับคุณหมอ”



   ...สนิทหรือ?... จันทร์จ้าวถามตัวเอง เขากับหมอภวัตเพิ่งคุยกันได้อย่างไม่มีเรื่องขุ่นเคืองแค่ไม่กี่วัน ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นเขาเหม็นหน้าอีกฝ่ายจะตาย บทจะหายเคืองก็หายเสียง่ายๆ แล้วพอหายเคืองแล้วก็ถึงได้รู้ว่าการคบหากับภวัตเป็นเรื่องน่าสนุกใช้ได้ จันทร์จ้าวไม่ทันคิดเรื่องนี้ จนกระทั่งเพื่อนฝรั่งทักขึ้นมา



   “ก็...ไม่ได้สนิทอะไร”



   “หือ? ไม่ได้สนิทแต่ให้คุณหมอมาส่ง? คุณจันทร์ท่าจะเพี้ยนเสียแล้ว คนอย่างคุณจันทร์น่ะเรื่องมากจะตาย นั่งรถใครง่ายๆเสียที่ไหน สมัยก่อน ใครนะที่หอ ที่เคยอาสาจะขับรถพาคุณเที่ยวแต่คุณไม่ยอมเพราะบ่นว่านายนั่นขับรถไม่ได้เรื่อง เบรคทีหัวทิ่มหัวตำ” จันทร์จ้าวฟังเรย์มอนด์นำเรื่องเก่ามาเล่าใหม่แล้วได้แต่กะพริบตาปริบๆ ด้วยเพราะนึกไม่ถึงว่าตนเองจะเรื่องมากถึงเพียงนั้น



   “ผมเคยด้วยหรือ?” เขาจำไม่เห็นได้ว่าเคยทำอะไรเช่นนั้น แต่เรย์มอนด์พยักหน้าอย่างจริงจัง



   “เคยซี! แต่จำไม่ได้แล้วว่าเจ้าคนที่ขันอาสาคุณจันทร์ชื่ออะไร ดูเหมือนจะเป็นคนจีนที่ชื่อนายหวังหรืออะไรสักอย่าง เอาเถอะ! เรื่องมันผ่านไปแล้ว ตอนนี้คุณจันทร์เจอคนที่ถูกใจแล้ว หมอภวัตขับรถให้คุณนั่งได้ ซ้ำยังตีเทนนิสก็เก่ง เป็นคู่ซ้อมคุณได้ทุกเมื่อ หือ?! ตั้ง ๒ เรื่องแน่ะที่ถูกใจจันทร์จ้าวผู้แสนเรื่องมาก  อย่างนี้ต้องเรียกว่า Soulmate!!”



จันทร์จ้าวหัวเราะลั่นสมกับที่เรย์มอนด์ประเมินเพื่อนรักชาวไทยคนนี้เอาไว้ว่าวันนี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษ เพราะแม้เขาจะพูดภาษาอังกฤษ แต่เจ้าตัวก็ไม่ยักจะกินหัวเขาเหมือนทุกที



   “แค่ ๒ เรื่องเรียกว่า soulmate ผมก็คงมี soulmate สัก ๑๐๐ คนแล้วล่ะมั้ง” ชายหนุ่มร่างโปร่งผู้เป็นเจ้าของลักยิ้มที่แก้มซ้ายว่าอย่างนั้นก่อนจะเดินผิวปากอารมณ์ดีเข้าสำนักงานไป เรย์มอนด์มองตามแล้วคันปากยิบอยากย้อนนักว่า soulmate ๙๙ คนที่จันทร์จ้าวพูดถึงอาจมีเรื่องที่ทำถูกใจคนเรื่องมาก ๒ เรื่องเหมือนหมอภวัตก็จริง แต่เขาเชื่อว่า ๙๙ คนพวกนั้นไม่มีทางทำให้จันทร์จ้าว รักษพิพัฒน์อารมณ์ดีได้เท่ากับที่หมอภวัตทำในวันนี้



   “ไม่เชื่อก็อย่าเชื่อ ผมว่าหมอภวัตนี่ล่ะ soulmate ของคุณ” นายฝรั่งพูดตามหลัง แต่จันทร์จ้าวทำเพียงยกมือโบกไปมาประหนึ่งจะบอกว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้



   ... soulmate ของผู้ชายที่ชื่อจันทร์จ้าว รักษพิพัฒน์ไม่มีทางเป็นหมอภวัต...จันทร์จ้าวยืนยันกับตนเองเช่นนั้น...


...................................



เพราะเรย์มอนด์พูดเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างเรื่องหมอภวัตคือ soulmate ของจันทร์จ้าว ช่วงบ่ายวันนั้นเมฆฝนก้อนใหญ่จึงปกคลุมทั่วทั้งกรุงเทพฯ ที่สำนักงานของพวกเขาก็มีฝนตกห่าใหญ่เช่นกัน



ชายหนุ่มร่างโปร่งนั่งอยู่ในห้องทำงานแคบๆของตนเองแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความเหนื่อยหน่าย เพราะว่าฝนตก อดเล่นเทนนิสอย่างไม่ต้องสงสัย และเพราะฝนตก จันทร์จ้าวจึงยังนั่งอยู่ในห้องทำงานต่อไปทั้งๆที่ควรจะกลับบ้านได้แล้ว



...เขาว่าจะรอให้ฝนซากว่านี้อีกสักหน่อย แต่ดูท่าเม็ดฝนจะไม่บางลงเสียเลย...



“กลับก็กลับ...” เขาได้แต่บ่นกับตนเอง ไม่มีรถจึงแย่อย่างนี้ ระหกระเหินขึ้นรถรางหาสามล้อกลับบ้านเอง บางทีเขาควรจะซื้อรถสักทีก็ดีเหมือนกัน


 
จันทร์จ้าวก้าวเท้าเดินออกจากห้องทำงาน บอกลาพนักงานที่ยังทำงานกันอยู่ ก่อนจะลงมาชั้นล่างที่เปิดเป็นหน้าร้านวางหนังสือ แล้วจึงออกมาที่ถนน ฝนเม็ดใหญ่ยังคงตกไม่ลืมหูลืมตา เขาก็ได้แต่ยืนอยู่ใต้กันสาดเท่านั้น ตอนที่กำลังคิดว่าจะฝ่าฝนกลับบ้านหรือกลับเข้าไปนั่งอยู่ในสำนักงานต่อ รถยนต์คุ้นตาคันหนึ่งก็ขับเข้ามาจอดที่ริมฟุตบาธหน้าร้าน แล้วกระจกรถก็ถูกเลื่อนลงเล็กน้อยให้ร่างโปร่งเห็นคนขับรถคันนั้น



“หมอ?!”

 

“ขึ้นมาสิครับ คุณจันทร์” คนที่ยั่งนั่งอยู่หลังพวงมาลัยร้องบอก ฝนยังคงตกไม่ลืมหูลืมตา และอยู่ดีๆก็มีรถยนต์มาจอดอยู่ตรงหน้า หากจันทร์จ้าวบอกปัด เขาก็คงด่าตนเองว่าโง่บรม คนถูกชวนวิ่งออกจากใต้กันสาดหน้าร้านไปขึ้นรถทันที ชั่วอึดใจเดียว ร่างสูงโปร่งของจันทร์จ้าวก็มาอยู่ในรถยนต์ของภวัตแล้ว



“ฝนแรงน่าดูเลยนะครับ ใช้นี่เช็ดเสียก่อน” คนขับรถเอ่ยแล้วยื่นผ้าเช็ดหน้าสีเข้มให้ผืนหนึ่งเมื่อเห็นว่าคนที่วิ่งฝ่าฝนมาขึ้นรถเขานั้นเปียกไม่ใช่น้อย แม้ระยะห่างระหว่างหน้าร้านกับรถของเขาจะใกล้กันแค่ความกว้างของฟุตบาธเท่านั้นเอง



“ขอบคุณหมอ” คนตัวเปียกรับมาอย่างไม่เกี่ยงงอนแล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดศีรษะและเสื้อของตนเอง เมื่อนั้นภวัตจึงเริ่มหันหัวรถออกสู่ถนนอีกครั้ง



“ฝนตกหนักอย่างนี้คงอดเล่นเทนนิสเสียแล้วนะครับ” สารถีเริ่มชวนคุย จันทร์จ้าวใช้ผ้าเช็ดหน้าของเจ้าของรถเช็ดจนรู้สึกว่าพอจะสบายตัวขึ้นแล้ว จะส่งคืนก็กระไร จึงเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อตั้งใจจะนำไปซักเสียก่อนแล้วค่อยนำมาคืนอีกหน



“นั่นซี วันนี้จู่ๆฟ้าก็รั่ว แล้วนี่หมอออกเวรแล้วหรือ”



“ครับ ผมเห็นฝนตก คิดเอาว่าคุณคงกลับลำบาก ก็เลยลองแวะมาดู กำลังจะกลับบ้านพอดีหรือครับ”



“อื้อ นั่งรอตั้งแต่บ่าย เห็นว่ายังไม่หยุดเสียทีก็เลยตั้งใจว่าจะกลับแล้ว โชคดีหมอมาถึงพอดี ถ้าช้ากว่านี้อีกนิดเราคงคลาดกัน” จันทร์จ้าวพูดแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายช่างโมเมเรื่องการทำบุญกรรมร่วมกันมาเลยรีบดักคอไว้ก่อน



“หมออย่าบอกล่ะว่าที่หมอมาทันผมพอดีเป็นเพราะเราทำบุญร่วมกันมาอีก” ภวัตหัวเราะน้อยๆอย่างอารมณ์ดี



“แล้วมันไม่จริงหรือครับ คิดดูสิ คนไม่ทำบุญร่วมกันมาจะบังเอิญได้ขนาดนี้เชียวหรือ” จันทร์จ้าวไม่รู้จะพูดอะไรได้แต่ส่ายศีรษะไปมา



“ผมไม่เถียงกับหมอหรอก หมอส่งผมที่หน้าซอยบ้านผมได้ไหม จะแวะกินข้าวเสียหน่อย ที่บ้านไม่มีอะไรสักอย่าง”



“ถ้าอย่างนั้นก็แวะทานอะไรที่ร้านเสียเลยดีไหมล่ะครับ”



“ไม่เอา ฝนตกเฉอะแฉะอย่างนี้ มัวแต่ขึ้นๆลงๆรถก็พอดี เบาะเปียก”



“ถ้าอย่างนั้นไปทานที่บ้านผมไหมครับ ผมหมายถึงบ้านพักหมอในโรงพยาบาล”



“บ้านหมอมีอะไรทานด้วยหรือ”



“มีครับ ปกติผมจะฝากให้แม่ครัวของโรงพยาบาลจัดอาหารให้ เวลาจะทานก็เอามาอุ่นเสียหน่อย รสชาติใช้ได้ทีเดียว”



“แล้วมีพอสำหรับเรา ๒ คนหรือ” จริงอยู่ว่าอาหารที่แม่ครัวจัดให้นั้นถึงจะมีกับข้าว ๓ อย่างในทุกๆมื้อ แต่ก็เป็นปริมาณที่อิ่มท้องสำหรับคนเดียว ทว่า...คำถามของจันทร์จ้าวกลับทำให้ภวัตรู้สึกอุ่นในอก ต่อให้ปริมาณอาหารจะน้อยกว่าปกติเสียครึ่งหนึ่ง เขาก็ยังคิดว่าพอสำหรับ ‘เรา ๒ คน’ อยู่ดี



“ลองไปดูก่อนแล้วกันครับ ถ้าไม่พอ ผมจะเจียวไข่เพิ่มให้อีก” เมื่อคนชวนว่าอย่างนั้น จันทร์จ้าวก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องปฏิเสธ เขาเอนกายพิงพนักอย่างสบายเหมือนเมื่อเช้าก่อนจะเอ่ยปากอย่างอารมณ์ดี



“ตามใจหมอ สงสัยชาติที่แล้วเราจะทำบุญด้วยกันมามากจริง ชาตินี้ได้กินข้าวด้วยกันอีกแล้ว” แล้วรถยนต์ของหมอภวัตก็เคลื่อนตัวไปตามถนนที่พร่างพรายไปด้วยฝน ทว่าในรถกลับอุ่นอย่างน่าประหลาด



คนหนึ่งขับรถอย่างสงบและมีรอยยิ้มติดอยู่บนใบหน้า



อีกคนนั่งอย่างสบายและมีรอยยิ้มติดอยู่บนใบหน้าเช่นเดียวกัน


................................
หัวข้อ: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 22-10-2015 20:35:16


บ้านพักแพทย์อยู่ในเขตโรงพยาบาลแต่ค่อนมาทางด้านหลัง เป็นบ้านชั้นเดียวขนาดเล็ก รถต้องจอดอยู่ที่หน้าตึกโรงพยาบาล แล้วจึงวิ่งเข้ามา แต่เพราะฝนแรงและระยะทางค่อนข้างไกล กว่าที่จันทร์จ้าวและหมอภวัตจะมาถึงบ้านพักก็พากันเปียกมะล่อกมะแล่ก



“ผมจะหาเสื้อผ้าให้คุณเปลี่ยน ขืนใส่อย่างนี้มีหวังเป็นหวัดกันพอดี” เจ้าของบ้านพูดแล้วดึงแขนแขกผู้มีเกียรติเข้ามาในห้องนอนของตน ห้องนอนของหมอภวัตเป็นห้องนอนขนาดกะทัดรัด เตียงกว้างกลางห้องมีโต๊ะข้างเตียงวางโคมไฟ มุมหนึ่งเป็นตู้เสื้อผ้าและกระจก อีกมุมคือตู้หนังสือและโต๊ะทำงาน



“นี่ครับ ผ้าเช็ดตัวกับเสื้อผ้า”



“ผมขอแค่ผ้าเช็ดตัวก็พอ...” จันทร์จ้าวติดนิสัยไม่ชอบใส่เสื้อผ้าคนอื่น แต่อีกฝ่ายก็ติดนิสัยของนายแพทย์เช่นกัน



“ไม่ได้ครับ เสื้อผ้าคุณเปียกขนาดนี้ ถ้าไม่เปลี่ยน พรุ่งนี้คุณได้ย้ายเข้าไปนอนในโรงพยาบาลแน่”



“แต่...”



“ไม่มีแต่ครับ เปลี่ยนเสื้อผ้า ผมจะรอข้างนอก” หมอภวัตสำทับเสียงเข้ม ดวงตาที่เคยอ่อนโยนเข้มงวดราวกับบิดากำชับบุตรก็ไม่ปาน



“ผมไม่ชอบใส่เสื้อผ้าของคนอื่นนี่!” ดวงหน้าขาวเริ่มจะหงุดหงิดที่ถูกบังคับ “...ของคุณพงศ์ ยังไม่เคยใส่เลยสักครั้ง” กับหม่อมหลวงพงศ์ภราธรผู้เป็นเพื่อนสนิทยิ่งกว่าผู้ใด จันทร์จ้าวยังไม่เคยคิดจะใส่เสื้อผ้าร่วมกัน แล้วภวัตเป็นใคร อยู่ๆจะมาบังคับให้เขาใส่เสื้อผ้าด้วย



นายแพทย์หนุ่มมองคนดื้อแพ่ง เขาเป็นคนใจเย็นและใจดีก็จริง แต่หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพแล้ว ภวัตก็เข้มงวดและเคร่งครัดไม่แพ้ใคร



“ไม่ชอบใส่เสื้อผ้าของคนอื่น ผมเองก็ไม่ใช่คนอื่น เป็นคู่ตีเทนนิสของคุณนี่เอง แล้วของคุณพงศ์ ไม่เคยใส่ ก็ลองใส่ของผมจะเป็นไรไป เสื้อผ้านั่นซักมาใหม่ๆ ใช้ผงซักฟอกแบบฝรั่งที่ยังไม่มีขายในเมืองไทยด้วยนะครับ” จันทร์จ้าวอ้าปากจะเถียง แต่ภวัตที่ดูเชื่องช้าและใจเย็นกลับพูดแทรกอย่างรวดเร็วกว่า



“เอาล่ะครับ ผมจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องน้ำด้านหลัง คุณใช้ห้องนี้เปลี่ยนเสื้อผ้าก็แล้วกัน แล้วถ้าผมกลับมา คุณจะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว มิเช่นนั้น คุณจะได้รู้ว่าผมจะทำอะไร” นายแพทย์หนุ่มกล่าวแล้วจับจ้องดวงหน้าขาวอย่างจริงจังแล้วจึงเดินไปหยิบเสื้อผ้าของตนออกจากห้องไป พอบานประตูปิดลง เมื่อนั้นจันทร์จ้าวจึงเพิ่งนึกขึ้นได้



“นี่หมอขู่ผมหรือ?!! คิดว่าผมจะกลัวรึไร?!! หมอ! กลับมาคุยก่อนซี!!” แต่ภวัตไปแล้วไปลับ ไม่เปิดประตูกลับเข้ามา คนโวยวายเลยได้แต่ถอนหายใจอย่างหงุดหงิดแล้วจำต้องก้มลงมองเสื้อผ้าชุดใหม่ที่อยู่ในมือของเขา



‘…เสื้อผ้านั่นซักมาใหม่ๆ ใช้ผงซักฟอกแบบฝรั่งที่ยังไม่มีขายในเมืองไทยด้วยนะครับ’ คำพูดของหมอภวัตยังคงดังก้องอยู่ในหัว และดูเหมือนนั่นจะเป็นสาเหตุให้คนไม่ชอบใส่เสื้อผ้าร่วมกับใครยอมยกเสื้อผ้าในมือขึ้นดม

   

ดวงหน้าขาวนิ่งไปเล็กน้อยเมื่อพบว่ากลิ่นที่ติดจมูกเป็นกลิ่นผงซักฟอกแบบฝรั่งจริง ดวงตากลมใหญ่จับจ้องเสื้อผ้าในมือ ก่อนจะคลี่มันออกมาดู



‘…ผมเองก็ไม่ใช่คนอื่น เป็นคู่ตีเทนนิสของคุณนี่เอง แล้วของคุณพงศ์ ไม่เคยใส่ ก็ลองใส่ของผมจะเป็นไรไป…’



ถ้าลองใส่แล้วรู้สึกไม่ดี ผมจะลงโทษหมอด้วยการไม่เป็นคู่ตีเทนนิสด้วยอีกเลย คอยดูเถอะ!



...................................



ภวัตอาศัยเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำทางด้านหลัง ตอนที่เขากลับเข้ามาในบ้านอีกหน จันทร์จ้าวก็เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเรียบร้อย เจ้าตัวดูเหมือนจะผอมกว่าเขาเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าใส่เสื้อผ้าของเขาได้พอดี



“มองอะไรหมอ” คนถูกบังคับให้เปลี่ยนเสื้อผ้าถามเสียงห้วน ดูจะไม่ค่อยพอใจเสียเท่าไร นายแพทย์หนุ่มเจ้าของบ้านจึงเดินเข้ามาหา



“เสื้อผ้าเปียกอยู่ตรงไหนครับ”



“ผมเอาออกไปไว้หน้าบ้าน” ภวัตเดินออกไปที่หน้าบ้านซึ่งเป็นเฉลียงนั่งเล่นมีหลังคาคลุม เสื้อผ้าของจันทร์จ้าวพาดอยู่ตรงนั้นเพื่อผึ่งให้แห้ง เขาจึงหยิบมันขึ้นมาจัดเสียใหม่ เพราะวิธีการผึ่งของเจ้าของเสื้อผ้าออกจะยับย่นไปเสียหน่อย ดูแล้วคงจะแห้งยาก จันทร์จ้าวเดินตามออกมาดู แล้วก็ถึงได้เห็นว่าภวัตเป็นคนช่างดูแลแม้กระทั่งเสื้อผ้าของเขา



“ถ้าฝนยังตกอยู่อย่างนี้ คุณคงต้องใส่เสื้อผ้าชุดนั้นกลับบ้านไปก่อน” ภวัตหันมาพูด ทำเอาร่างโปร่งก้มลงมองเสื้อผ้าที่สวมอยู่ จริงอยู่ว่านี่เป็นเสื้อผ้าของคนอื่น และเขาก็รู้สึกไม่ค่อยจะดีเสียเท่าไร แต่...เมื่อลองใส่ดู ก็พบว่ามันไม่ค่อยจะอิหลักอิเหลื่อเสียเท่าไร อาจจะเพราะหมอรับประกันว่ามันถูกซักด้วยผงซักฟอกแบบฝรั่ง จันทร์จ้าวจึงพอจะทำใจยอมรับกับเสื้อผ้าของคนอื่นบนร่างกายตัวเองได้อยู่บ้าง



“หมอไปเอาผงซักฟอกฝรั่งมาจากไหน ที่เมืองไทยยังไม่นำเข้ามาไม่ใช่หรือ”



“เพื่อนที่ต่างประเทศส่งมาให้ลองใช้ครับ สะดวกและสะอาดดีนะครับ กลิ่นก็หอมด้วย ผมว่าอีกไม่นานคงมีคนนำเข้ามาขายในเมืองไทยบ้าง” คนฟังพยักหน้าหงึกหงักรับรู้ หมอภวัตจึงเปลี่ยนเรื่องชวนคุยเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายพะวักพะวงอยู่แต่กับเรื่องเสื้อผ้าของเขาที่สวมอยู่



“แล้วหิวหรือยังครับ”



“อืม...เอาอาหารออกมานั่งทานตรงนี้ได้ไหม หน้าบ้านลมเย็นดี” จันทร์จ้าวเสนอแล้วบุ้ยหน้าไปที่เฉลียง มีหลังคาคลุมกันฝนอย่างนี้ ไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นหวัด ซ้ำยังลมเย็น ได้ยินเสียงฝนตกจ้อกๆด้วย



“ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นผมจะไปจัดอาหารมา” เจ้าของบ้านว่าอย่างนั้นแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้าน หากแขกอย่างเขาจะยืนอยู่ที่เดิมก็จะดูมารยาทเลวไม่น้อย จันทร์จ้าวจึงจำต้องเดินตามไปเลียบๆเคียงๆหาเรื่องช่วยเล็กๆน้อยๆบ้าง



นายแพทย์หนุ่มมาเป็นพ่อครัวใหญ่ เขาลำเลียงเอาอาหารที่อยู่ในปิ่นโตออกมาอุ่นเสียใหม่แล้วจัดจานชามอย่างสวย โดยมีจันทร์จ้าวคอยเดินไปเดินมายกอาหารจากครัวเล็กๆออกไปตั้งที่โต๊ะ



เมื่อทุกอย่างพร้อม คนทั้งคู่ก็นั่งลงที่โต๊ะตรงเฉลียง ได้ยินเสียงฝนตกจ้อกๆ ลมเย็นกำลังสบาย ยิ่งทำให้อารมณ์ดี



“ผมเพิ่งเคยเข้ามาแถวนี้ของโรงพยาบาลเป็นครั้งแรก ปกติก็มักจะอยู่แถวตึกนู่น” จันทร์จ้าวพูดแล้วบุ้ยหน้าไปที่ตึกของโรงพยาบาลที่อยู่ไม่ห่างจากบ้านพักแพทย์เสียเท่าไร



“คุณจันทร์มารักษาที่นี่ประจำเลยสินะครับ”



“ใช่สิ บ้านผมอยู่ใกล้แค่นี้เอง” จันทร์จ้าวหมายถึงบ้านเรือนไทยรักษพิพัฒน์ที่อยู่ถัดจากโรงพยาบาลไปหน่อยเท่านั้นเอง



“ไม่ยักเคยเจอกัน” ภวัตเอ่ยปาก ทว่าทำเอาอีกคนหัวเราะ



“ก็แน่สิหมอ ผมไม่อยู่เมืองไทยตั้ง ๖ ปี เราได้เจอกันก็แปลกแล้ว”



“จริงด้วยสินะครับ คุณไปเรียนที่อเมริกามา ไปเรียนด้านไหนหรือครับ”



“เศรษฐศาสตร์น่ะ”



“คุณคงเก่งเลขซีนะครับ” เป็นอีกครั้งที่ภวัตทายผิด เพราะอีกฝ่ายโบกมือว่อน



“ตรงกันข้ามเลยหมอ ผมอ่อนวิชาเลขมากที่สุด เพราะว่าไม่เก่งก็เลยเรียนเสียเลยจะได้เลิกไม่เก่งอย่างไรล่ะ” คราวนี้คนฟังถึงกับหัวเราะ “คุณเป็นคนที่ผมคาดไม่ถึงจริงๆ”



“ตอนเด็กๆผมเคยอยากเป็นหมอด้วยนะ หมอรู้จักพยาบาลที่ชื่อคุณอนงค์ไหมล่ะ”



“คุณอนงค์หรือครับ? เอ?...ที่เป็นหัวหน้าพยาบาลไหม”



“ใช่ๆ สมัยก่อนคุณอนงค์สวยที่สุดในบรรดาพยาบาลทั้งหมดของโรงพยาบาลนี้ นั่นล่ะแรงบันดาลใจให้ผมอยากเป็นหมอล่ะ”


ช่างสมเป็นจันทร์จ้าวผู้เจ้าสำราญ ภวัตหัวเราะไม่หยุดแต่ก็ยังไม่วายตั้งคำถาม “แล้วทำไมถึงล้มเลิกเสียล่ะครับ”



“จะเพราะอะไร? ก็เพราะว่าคุณอนงค์แต่งงานน่ะซี” จันทร์จ้าวพูดแล้วหัวเราะร่วน แต่สุดท้ายก็โบกมือไปมา “ล้อเล่นหรอก...ตอนหลังผมอยากเก่งเลข ก็เลยหันไปสนใจเศรษฐศาสตร์แทน จริงๆควรจะเรียนเกี่ยวกับบัญชีใช่ไหม แต่ผมทำสลาก ๒ ใบ ใบหนึ่งเขียนคำว่าบัญชี อีกใบเขียนคำว่าเศรษฐศาสตร์แล้วก็เลยจับได้คำว่าเศรษฐศาสตร์น่ะ”



“คราวนี้พูดจริงหรือล้อเล่นครับ” ภวัตถามทั้งๆที่ยังหัวเราะ



“พูดจริง! แต่ครึ่งเดียว เพราะว่าตอนนั้นมีทุนทางด้านเศรษฐศาสตร์พอดี แล้วใจผมก็อยากเรียนเกี่ยวกับเศรษฐกิจอยู่แล้วด้วย ช่วงสงคราม อะไรๆก็แพง ถึงบ้านผมจะพอมีพอกิน แต่เราก็เห็นหลายคนลำบากมากขึ้น ตอนนั้น จู่ๆผมก็นึกขึ้นมาว่าหลังสงครามแล้ว คนอาจจะไม่รบกันด้วยระเบิดหรือปืน แต่คงจะหันมารบกันด้วยเศรษฐกิจ ระเบิดทำให้คนตาย หรือพิการในวินาทีสั้นๆ แต่เศรษฐกิจจะกัดกินคนเข้าไปเรื่อยๆ มันเป็นอาวุธที่ร้ายกาจ” ภวัตมองคนพูดด้วยคาดไม่ถึงว่าคนสนุกสนานเช่นจันทร์จ้าวจะคิดเรื่องเช่นนี้



“ทั้งๆที่คิดว่ามันอันตราย ก็ยังคิดจะเรียนหรือครับ”



“จะได้อยู่กับมันอย่างปลอดภัยอย่างไรล่ะ” ภวัตมองคนพูดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและหลากใจกับความคิดความอ่านของอีกฝ่ายแล้วจึงเอ่ย



“หมายความว่าถ้าเกิดตอนนั้นจับได้สลากที่มีคำว่าบัญชี คุณก็จะจับสลากใหม่จนกว่าจะได้สลากที่มีคำว่าเศรษฐศาสตร์ใช่ไหม” จันทร์จ้าวหัวเราะกับคำถามนั้นแล้วพยักหน้ารับอย่างจำนน



“หมอรู้จักผมดีเกินไปแล้ว แล้วหมอล่ะ ทำไมถึงเป็นหมอ อย่าบอกนะว่าอยากช่วยเหลือคน” ภวัตยิ้มจางแล้วพยักหน้ารับ



“ใช่ครับ” ดวงตากลมใหญ่จับจ้องใบหน้าของคุณหมอหนุ่มอย่างมีชั้นเชิง



“เป็นชาวนาก็ปลูกข้าวทำให้คนไม่อดอยาก เป็นสามล้อก็รับส่งคนเดินเท้าทำให้ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อย อาชีพไหนๆก็ช่วยเหลือคนได้นี่” คราวนี้คนฟังหัวเราะ ดวงหน้าคมดุทว่าอ่อนโยนยังคงถูกจับจ้องด้วยดวงตาของจันทร์จ้าวที่มองมาเหมือนรอคอยคำตอบ



“จริงครับ ไม่ว่าจะอาชีพไหนก็ได้ช่วยเหลือคน ถึงจะเป็นการช่วยเหลือที่แลกกับเงินทอง แต่ถ้าหากชาวนาไม่คิดจะปลูกข้าว หรือสามล้อไม่คิดรับจ้าง ต่อให้เรามีเงินมากมายเพียงใด เราก็อดอยากและเราก็เหน็ดเหนื่อยกับการเดินถนนอยู่ดี แต่ที่ผมเป็นหมอ เพราะผมอยากทำให้ชาวนาที่ป่วย หายป่วย อยากช่วยให้สามล้อที่บาดเจ็บ หายเจ็บ พวกเขาจะได้กลับไปปลูกข้าวและรับจ้าง คนอื่นๆจะได้ไม่อดอยากและไม่ต้องเหนื่อยเดินถนน” เป็นคำตอบที่ทำให้จันทร์จ้าวนิ่งงัน เขาคิดว่าเขาจะเป็นฝ่ายต้อนอีกฝ่ายให้จนมุม แต่กลายเป็นภวัตที่ยืนยันตัวตนอย่างเข้มแข็ง



“หมอชอบปิดทองหลังพระสินะ” เขาเอ่ย ดวงตากลมที่เมื่อครู่มองอย่างเหนือกว่ากลายเป็นลูกแก้วใสที่จับจ้องหมอภวัตราวกับอยากเรียนรู้นิสัยใจคอของอีกฝ่ายให้มากขึ้นกว่านี้



ภวัตหัวเราะเบาๆ “คุณเองก็ดูเหมือนจะรู้จักผมดีเช่นกัน”



ดวงตา ๒ คู่มองสบกัน ราวกับพยายามเรียนรู้ตัวตนของกันและกันให้มากยิ่งขึ้น แล้วก็ราวกับรอบกายพวกเขาเหลือเพียงเสียงฝนที่กระทบหลังคาเบาๆเป็นจังหวะ จังหวะที่จันทร์จ้าวคิดไปเองว่ามันช่างคล้ายจังหวะของบางอย่างที่กำลังเต้นถี่อยู่ในร่างกายของเขาเสียเหลือเกิน



ดวงตากลมใหญ่เป็นฝ่ายเบี่ยงลงมองจานข้าวตัวเอง รู้สึกอับจนคำพูดขึ้นมา



“พรุ่งนี้ถ้าฝนไม่ตก เราไปตีเทนนิสกันไหมครับ” แล้วก็กลายเป็นภวัตที่ตั้งคำถามในช่วงที่จันทร์จ้าวคิดคำพูดใดๆต่อไปไม่ออก คนถูกชวนเหลือบตาไปมอง บรรยากาศประหลาดเมื่อครู่นี้จางหายไปแล้ว ที่อยู่รอบตัวพวกเขาตอนนี้กลายเป็นเรื่องตีเทนนิสแทน ร่างโปร่งเลยรู้สึกเหมือนจะหายใจได้สะดวกขึ้น



“ถ้าหมอว่างและถ้าฝนไม่ตก ผมไปตีก็ได้” นายแพทย์หนุ่มยิ้มจางรับ



“พรุ่งนี้ตอนเช้าผมจะโทรศัพท์ไปจองคอร์ดครับ” แล้วหลังจากนั้น พวกเขาก็คุยเรื่องสัพเพเหระกันต่ออีกครู่ใหญ่ๆจนกระทั่งมื้ออาหารเย็นจบลง ภวัตจึงเป็นคนอาสาไปส่งอีกฝ่ายที่บ้านเช่าสีเขียวอ่อน เป็นอันว่าจันทร์จ้าวจำต้องใส่เสื้อผ้าของ ‘คนอื่น’ ไปจนกระทั่งหมดวันนั้นเลย



...........................................



ช่วงนี้หม่อมหลวงพงศ์ภราธรแทบจะไม่ได้พบปะหน้าตาเพื่อนรักอย่างจันทร์จ้าวเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆที่วังฉัตรกับบ้านเช่าสีเชียวอ่อนที่เพื่อนของเขาอาศัยก็อยู่ใกล้กันเท่านี้เอง แต่เพราะช่วงนี้บิดาจะซื้อที่ดินผืนใหม่ หน้าฝนอย่างนี้ เดินทางไปที่ไกลๆก็ลำบาก แต่เพราะเห็นว่าเป็นที่ดินทำเลดีและราคาถูก บิดาของเขาก็อดไม่ได้ เขาจึงต้องติดตามไปด้วย จึงทำให้แทบไม่มีเวลาพบหน้าใคร เมื่อวันนี้มีโอกาสได้พักผ่อนหลังจากต้องติดตามบิดา หม่อมหลวงพงศ์ภราธรจึงตรงปรี่ไปที่สโมสรเทนนิสในตอนเย็นทันที หลังจากแวะไปที่สำนักงานแล้วพบว่าจันทร์จ้าวเข้ามาทำงานในช่วงเช้า ก่อนจะหายหน้าออกไปหลังจากพักเที่ยง



“สวัสดี คุณพงศ์! หายไปนานเชียว นี่จะลืมหน้าเสียแล้ว!” นายวินิตรีบเข้ามาทักทายเมื่อเห็นราชนิกูลหนุ่มในสโมสร



“สวัสดี คุณวินิต ช่วงนี้ผมต้องติดตามคุณพ่อ วันนี้ได้พักเลยจะมาตีเทนนิสเสียหน่อย” เขาว่าอย่างนั้นแล้วสอดส่ายสายตาไปทั่วทั้งสนาม แต่ไม่พบจันทร์จ้าวเลยแม้แต่นิดเดียว



“มองหาใครหรือคุณพงศ์ มองหาคุณจันทร์อยู่ล่ะซี! ประเดี๋ยวก็มา! แกต้องรอให้คุณหมอออกเวรก่อนแล้วจึงมาพร้อมกัน” นายวินิตพูดสิ่งที่พบเห็นตลอดหลายวันมานี้ ที่จันทร์จ้าวโผล่มาที่สโมสรทุกเย็น โดยมาพร้อมกับคุณหมอภวัต มาแล้วหากไม่แข่งกันเอง ก็จับคู่กันแข่งกับคนอื่น แล้วใครจะรอดเล่า? ๒ คนนั้นกลายเป็นคู่หูคว้าชัยทุกครั้งที่ลงสนาม



“รอคุณหมอออกเวร?” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรทวนถามด้วยความสงสัย



“ใช่! คุณพงศ์ไม่โผล่มาเสียนาน รู้ไหมตอนนี้คุณจันทร์กับคุณหมอตัวติดกันเป็นตังเม! เจอคนหนึ่งต้องเจออีกคนหนึ่ง ช่วงนี้มาตีเทนนิสกันแทบทุกวันเลยล่ะ แล้วตีแต่ละที อ้ายผมจะเข้าไปตีด้วยก็จะกลายเป็น ๓ คน ตีไม่ได้อีก ต้องวิ่งรอกหาคู่มาตีด้วย แล้วคู่ผมก็ขาจรทั้งนั้น คุณประจักษ์อย่างนี้ คุณกิตติอย่างนี้ ไฮ้! ตีไปก็แพ้ สุดท้ายต้องยอมให้เธอตีโต้กัน ๒ คนแทน แทรกลำบาก!”



“หมายความว่าจันทร์กับคุณหมอจับคู่กันตีกับคุณวินิตอย่างนั้นหรือ”



“ก็ใช่น่ะซี! ฝีมือคุณจันทร์คนเดียวก็ว่าแย่แล้ว นี่เจอคุณหมอด้วยอีก แค่เสิร์ฟไปก็แพ้แล้วคุณพงศ์!” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรขมวดคิ้วฉับด้วยความงุนงง เขาไม่ได้แวะไปที่สำนักงานและมาตีเทนนิสหลายวัน จันทร์จ้าวกัลภวัตกลับสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ



“พูดถึงก็มาพอดี นู่นไง! มากันนู่นแล้ว” นายวินิตร้องบอก พลางบุ้ยหน้าไปที่มุมหนึ่งของสนามเทนนิส ราชนิกูลหนุ่มมองตามแล้วก็เห็นจริงดังว่า จันทร์จ้าวมาพร้อมหมอภวัต



“คุณพงศ์! มาได้อย่างไรน่ะ?!!” จันทร์จ้าวเห็นเพื่อนรักก็รีบวิ่งเข้ามาทักทายอย่างยินดี หม่อมหลวงพงศ์ภราธรหันไปยิ้มและค้อมศีรษะทักทายนายแพทย์หนุ่ม ก่อนจะหันมาทางร่างโปร่งเจ้าของดวงตากลมใหญ่และลักยิ้มที่แก้มซ้าย



“มารถน่ะซี! เมื่อบ่ายเข้าไปหาแกที่สำนักงาน แต่เขาบอกว่าแกออกมาตั้งแต่เที่ยง”



“ผมมีธุระตอนบ่าย แต่ผมไปทำงานแต่เช้านะ! คุณพงศ์เถอะ หายหน้าไปนาน ผมกับเรย์กำลังจะตกลงฮุบหุ้นส่วนคุณพงศ์แล้วเชียว!” จันทร์จ้าวพูดติดตลกแล้วหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี



“ก็นี่ไง เลยรีบกลับมาให้เห็นหน้าเสียหน่อย”



“เห็นหน้าไม่พอ ต้องตีเทนนิสด้วย รู้ไหม ช่วงที่คุณพงศ์ไม่อยู่ เรย์ก็ไม่ยอมมาตีอ้างแต่ว่ามีธุระ สักวันผมจะสืบดูสักทีว่าธุระอะไรนักหนา เพราะพวกผมเดือดร้อนหนัก ต้องตะเวนหาคนมาตีคู่ด้วย แล้วก็ไม่มีใครอยากจะตีกับพวกผมเลย เขาหาว่าผมกับหมอเก่งเกินไป ตีด้วยแล้วแพ้ เมื่อวานนี้เลวสุด คนที่มาจับคู่กับคุณวินิตคือคุณประจักษ์ คุณประเจิดอะไรไม่รู้ ตีแทบจะไม่ตรงลูกด้วยซ้ำ คุณวินิตเลยถอดใจ ผมกับหมอต้องตีโต้กันเอง” จันทร์จ้าวบ่น แต่ไม่ทันจะชักชวนเพื่อนรักลงไปที่คอร์ด หม่อมหลวงพงศ์ภราธรก็ดึงคอเสื้อเอาไว้



“ให้คนอื่นตีไปก่อน กันมีเรื่องจะคุยด้วย” คนถูกรั้งหันมามองด้วยความสงสัย แต่สายตาของราชนิกูลหนุ่มดูจริงจังเสียจนจันทร์จ้าวต้องหันไปบอกให้นายวินิตและหมอภวัตลงไปตีกันเพียงลำพัง ส่วนตนเองเดินไปทรุดตัวลงนั่งที่ชุดเก้าอี้ข้างคอร์ด



“แกคิดจะทำอะไร จันทร์ ทำไมจู่ๆถึงไปสนิทกับคุณหมอได้” ก่อนหน้านี้หม่อมหลวงพงศ์ภราธรจำได้ว่าเพื่อนรักออกจะเหม็นหน้านายแพทย์หนุ่มออกจะตายไป แต่ทำไมตอนนี้กลับกลายเป็นว่าคบหาสนิทใจได้ขนาดนี้



“ก็ไม่ได้คิดจะทำอะไร เขาดีมา ผมก็ดีตอบ หรือคุณพงศ์อยากให้ผมร้ายตอบล่ะ”



“กันไม่ได้หมายความอย่างนั้น จันทร์ กันไม่เข้าใจแกเอาเสียเลย ตอนแรกก็ไม่ชอบคุณหมอ ตอนนี้ก็สนิทกับเขา อะไรดลใจแก หือ?”



...อะไรดลใจหรือ?...ก็คำพูดตรงไปตรงมาของหมอภวัตที่กล้าบอกกับจันทร์จ้าวว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับหม่อมหลวงพิมพัชราน่ะซี...พอรู้ว่าภวัตจะไม่ขัดขวางความสัมพันธ์ของพี่ชายและราชนิกูลสาว จันทร์จ้าวก็สบายใจเพียงพอที่จะสานสัมพันธ์กับนายแพทย์หนุ่มในฐานะเพื่อน และพอได้พูดคุยช่วงหลายวันที่ผ่านมา เขาก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายน่าคบหาทีเดียว



“คุณพงศ์ไม่ดีใจหรือไร ที่ผมกับหมอสนิทกัน”



“ดีใจซี! คุณหมอเธอเป็นคนดี จะให้เจอแกพูดจาแขวะเธอแบบที่แล้วๆมา กันก็ไม่สบายใจ”



“ถ้าอย่างนั้นก็เลิกถามได้แล้ว อะไรกัน...ผมไม่ดีกับเขา คุณพงศ์ก็บ่น ผมดีกับเขา คุณพงศ์ก็บ่น”



“กันไม่ได้บ่น...” พอแก้ต่างไปเท่านั้น จันทร์จ้าวก็หันมาจ้อง สุดท้ายหม่อมหลวงพงศ์ภราธรจึงได้แต่ยกสองมือขึ้นเหนือไหล่อย่างยอมแพ้ “...ก็ได้ กันไม่พูดแล้ว อ้อ...แต่มีอีกเรื่องอยากจะถาม เมื่อหลายวันก่อน คุณหมอไปหาแกที่บ้านแต่เช้าหรือ ไปหาทำไม” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรตั้งคำถาม ด้วยเพราะช่วงที่ติดตามบิดาไปทำธุระแถบชานเมือง ทำให้ต้องออกจากวังแต่เช้าตรู่ ตอนที่รถแล่นผ่านหน้าบ้านเช่าสีเขียวอ่อนที่เพื่อนรักมาอาศัย ราชนิกูลหนุ่มทันเห็นรถยนต์ของนายแพทย์หนุ่มจอดอยู่ที่หน้าบ้านของจันทร์จ้าว ความสงสัยทำให้เขาอยู่ไม่สุข แต่ก็อดทนจนกระทั่งวันนี้ที่ว่างพอจะควานหาตัวเพื่อนรักเพื่อจับตัวมาถามไถ่ให้รู้เรื่อง



“วันไหน” จันทร์จ้าวย้อนถามอย่างฉงน



“วันไหนกันจำไม่ได้หรอก อาจจะสัปดาห์ที่แล้วหรือสัปดาห์ก่อน หรือก่อนหน้านั้นก็ไม่รู้ จำได้แต่ว่ามีวันหนึ่งที่กันนั่งรถผ่านหน้าบ้านแก แล้วเห็นรถคุณหมอ”



“หมอมาหาผมตั้งหลายวัน ช่วงนี้เข้าเวรเช้า แวะมารับผมไปส่งบ้าง หรือไม่อย่างนั้นก็ไปหาอะไรทานบ้าง อ้อ มีวันหนึ่งพาไปทำบุญด้วย”


   
“ทำบุญ?!!!”



“อื้อ ผมแพ้พนันหมอ เลยต้องไปทำบุญกับหมอน่ะซี” จันทร์จ้าวเล่าเสียงเรื่อยเปื่อยเพราะไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องน่าปิดบังอย่างไร



“อุวะ! ก้าวหน้าถึงขั้นทำบุญร่วมกันแล้วรึ?!!!” ราชนิกูลหนุ่มยิ่งกว่าตกตะลึง ทว่าร่างโปร่งที่อยู่ข้างๆกลับหัวเราะ



“ก้าวหน้าอะไร ผมบอกอยู่แหม่บๆว่าผมแพ้พนันหมอ” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรได้แต่พยักหน้าหงึกหงัก



“เอาเถอะ แพ้พนันก็แพ้พนัน แต่นี่นะ...ถ้าแกหรือคุณหมอเป็นผู้หญิง กันคงคิดว่าเป็นคู่รักกันแน่” ทายาทวังฉัตรว่าอย่างนั้น ก่อนจะส่ายศีรษะไปมาเหมือนไม่คิดอะไร “ไปเถอะ ไปตีเทนนิส กันไม่ได้ตีมาหลายวัน แขนท่าจะยึดเสียแล้ว” ว่าแล้วเขาก็คว้าแรกเก็ตเดินลงสนามไปร่วมเล่นกับนายวินิตและหมอภวัต ทิ้งจันทร์จ้าวให้ชะงักอยู่ที่เดิม



    ‘…ถ้าแกหรือคุณหมอเป็นผู้หญิง กันคงคิดว่าเป็นคู่รักกันแน่’



..คู่รักหรือ?...จะเป็นไปได้อย่างไร ทั้งเขาและหมอภวัตต่างก็เป็นผู้ชาย...เป็นไปไม่ได้เป็นอันขาด เขาและหมอภวัตเป็นคู่รักไม่ได้เป็นอันขาด!...



....................................



ในขณะที่บุตรชายคนรองอยู่ที่สนามเทนนิสกับเพื่อนฝูง บุตรชายคนใหญ่ของท่านนายพลเดชและคุณหญิงผกากลับถึงบ้านเรือนไทยรักษพิพัฒน์แล้ว ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารดับเครื่องยนต์รถ ก่อนจะก้าวเท้าขึ้นเรือนอย่างเงียบเชียบเรียบร้อย ทว่ายังไม่ทันจะก้าวเท้าถึงชั้นบนสุด เสียงของบิดามารดาที่กลางเรือนก็ดังมาให้เขาได้ยิน



“ท่านอยากจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับพ่อจันทร์ เห็นว่าจะจัดให้ในวัง พี่ล่ะเกรงใจท่านจริง” เสียงของบิดาทำให้นายทหารหนุ่มหยุดยืนอยู่ที่กลางบันได



“คุณชายท่านคงจะเอ็นดูพ่อจันทร์นะคะ”



“ท่านก็เห็นมาแต่เล็ก แต่ว่า...พี่ว่าท่านคงอยากจะดูตัวพ่อจันทร์ด้วย ธิดาของท่านก็อายุอานามพอจะออกเรือนได้แล้ว กับพ่อจันทร์ก็เหมาะสมกันดี คุณหญิงว่าไหม”



“ยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยกอีกนะคะ คุณพี่...พ่อจันทร์ของเรา กับหม่อมหลวงพิมพัชรา...” อาทิตย์ใจหายวาบเมื่อได้ยินบิดามารดาพูดคุยกัน



...จันทร์จ้าวกับหม่อมหลวงพิมพัชราอย่างนั้นหรือ?!!!...



ชายหนุ่มก้าวเท้าไม่ออก เขาได้แต่ยืนอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งได้ยินเสียงน้องสาวจากใต้ถุนเรือน อาทิตย์จึงพอจะมีสติรับรู้อยู่บ้าง ทว่ายังไม่ทันจะก้าวเท้าขึ้นเรือนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เสียงของนภาสรวงก็ดังจากเบื้องล่าง



“พี่อาทิตย์ทำอะไรตรงนั้นหรือคะ” เจ้าของชื่อหันไปมอง แต่เขาไม่สามารถแม้แต่จะพูดอะไรออกมาได้ นายทหารหนุ่มทำได้แค่ส่ายศีรษะไปมา ก่อนจะก้าวเท้าขึ้นเรือนอย่างรวดเร็ว เขาแวะไหว้บิดามารดาโดยไม่พูดคำใด ก่อนจะผลุบหายเข้าไปในห้อง พอดีกับที่ดารารัศมีซึ่งเข้าไปเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเดินออกจากห้องและนภาสรวงที่เดินตามขึ้นมาบนเรือน



“พี่อาทิตย์กลับมาแล้วหรือ” ดารารัศมีตั้งคำถามพี่สาวแฝด



“จ้ะ แต่ดูเธอแปลก หน้าซีดเซียว ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น”



“คงจะงานหนักกระมัง” ดารารัศมีว่าอย่างนั้น ก่อนจะเดินกลับไปที่ยกพื้นกลางเรือนซึ่งมีบิดามารดานั่งอยู่ นภาสรวงนำคนรับใช้ที่ยกเครื่องดื่มคลายร้อนและของว่างมาที่โต๊ะ



“นภา ดารา วันนี้คุณพ่อเข้าไปที่วังฉัตรมา คุณชายท่านว่าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับพ่อจันทร์แน่ะ!” คุณหญิงผการีบอวดด้วยความยินดีที่บุตรชายคนรองผู้เป็นหัวแก้วหัวแหวนถูกหมายตาจากผู้ใหญ่ของบ้านเมือง



“งานเลี้ยงเชียวหรือคะ คุณชายฉัตรท่านใจกว้างจริง” ดารารัศมีออกปากทั้งชื่นชมและสงสัยที่หม่อมราชวงศ์ฉัตรให้ความเมตตากับพี่ชายคนรองของตนถึงเพียงนี้



“แต่แม่ว่า ท่านคงจะอยากดูตัวน่ะซี! ถึงได้หาข้ออ้างจะจัดงานเลี้ยงให้พ่อจันทร์” คำว่าดูตัวจากปากมารดา ทำเอาดารารัศมีปล่อยช้อนในมือลงในถ้วยดังเคร้งด้วยความตกใจ



“คุณแม่ว่าอย่างไรนะคะ?! ดูตัวหรือ?!!”



“ดาราตกใจอะไรน่ะลูก พี่จันทร์กับคุณพิมก็เหมาะสมกันดีไม่ใช่หรือ” หญิงสาวพูดไม่ออก หล่อนไม่กล้าแย้งว่าจันทร์จ้าวและหม่อมหลวงพิมพัชราไม่เหมาะสมกัน หล่อนรู้! ทั้ง ๒ คนเหมาะสมกัน แต่กระนั้นก็มีอีกคนที่เหมาะสมไม่ต่างกัน และใครคนนั้นมีใจรักมอบให้เพื่อนผู้เป็นราชนิกูลของหล่อนด้วย!



ดารารัศมีเหลือบไปมองยังประตูห้องพักส่วนตัวของพี่ชายคนใหญ่ แล้วก็พลันนึกได้ว่านภาสรวงบอกหล่อนเมื่อครู่ว่าอาทิตย์มีสีหน้าซีดเซียว



...หล่อนทราบแล้ว ว่าเหตุใดอาทิตย์จึงเป็นเช่นนั้น...



ติดตามตอนต่อไป (พฤหัสหน้าค่ะ)

อ้าว....ดราม่าพี่อาทิตย์ซะงั้น บอกก่อนว่าบัวยังย้ำคำเดิมว่านี่คือนิยายวายนะคะ ยังไม่ใช่ชายหญิงค่ะ แต่เนื่องจากเรียงตามลำดับอาวุโส เพราะงั้นเชิญพี่อาทิตย์ก่อน ฮาฮา

แต่อย่าได้ตกใจไป บัวก็ยังย้ำอีกเหมือนเดิมว่าเราจะเป็นนิยายวายยุคก่อน 2500 ที่เป็นสไตล์ลูกกวาด เราจะอมลูกกวาดกันให้ฟันผุไปข้าง เผื่อจะมีคุณหมอหนุ่มใจดีใจเย็นแต่เคร่งครัดสุขภาพมาดูแลมั่ง

ตอนที่แล้วมีคนแก้คำผิดให้ด้วย บัวติดพิมพ์ ‘เงียบเชียบ’ เป็น ‘เงียบเฉียบ’ บ่อยมากๆ เวลาอ่านทวนมันอ่านเพลินก็ผ่านตาไปเลย ขอบคุณมากๆที่มาบอกค่ะ


ขอบคุณคนอ่าน คนเม้นท์ ทุกๆกำลังใจ และพื้นที่บอร์ดเช่นเคยค่ะ แล้วเจอกันพฤหัสฯหน้า

ปุจฉา: ทายกันดีกว่า ว่า ๔ พี่น้องรักษพิพัฒน์จะได้ใครคู่ใครกันมั่ง ใบ้ให้อย่างใจดี๊ใจดีว่า 1 คู่ชายชาย และ 3 คู่ชายหญิง ( คู่หนึ่งนั่นต้องลุ้นอีกมั้ย คือทำบุญร่วมชาติกันแล้วนะ ชาตินี้ชาติหน้าก็คงไม่พ้นกันแล้วล่ะค่ะ ฮา)
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๖ (๑๕ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๐)
เริ่มหัวข้อโดย: lizzii ที่ 22-10-2015 21:09:48
ไม่ใช่โซลเมทเลยค่ะคุณจันทร์
แค่คุณหมอเช้าถึงเย็นถึง พอว่างก็ไปตีเทนนิสกัน
รู้ทันกันทุกเรื่อง แถมไปทำบุญร่วมกันมาแล้ว ไม่ใช่โซลเมทจริงจริ๊งงงงง
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: haemin ที่ 22-10-2015 21:17:10
หมอกับคุณจันทร์ เจ้า ขาาาา
อาทิตย์พิม
เภาดารา
เรย์นภา
55555555555555555555  เดาล้วนๆๆ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: Rafael ที่ 22-10-2015 21:28:16
แอร๊ยย ชอบหมอ รักหมอ
คุณจันทร์นี่น่าอิจฉาจริงๆ

ขอบคุณพี่บัวมากค่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: insomniac ที่ 22-10-2015 21:34:14
มาแล้ว เริ่มมีสะกิดใจเรื่องเป็น Soulmate กับคุณหมอแล้ว จริงๆ นึกไม่ออกเลยว่าปฏิกิริยาของครอบครัวและสังคมที่จะมีต่อคู่ชายชายในสมัยนั้นเป็นยังไง คนเขียนจิตนาการขึ้นมาเองหรือมีแหล่งศึกษาครับ

ระหว่างที่รอเรื่องนี้อยู่ ก็แอบไปอ่านเรื่องเจ้าสาวของอานนท์คั่นเวลา อารมณ์ต่อกับเรื่องนี้ดีมาก ไม่รู้เพราะยุคสมัยหรืออะไร
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: ciaiwpot ที่ 22-10-2015 21:37:59
คุณหมอ ใจดี ใจเย็น รักสุขภาพ
หาได้จากไหน
จะรีบไปหา
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: nekko ที่ 22-10-2015 21:44:37
พี่อาทิตย์ใจเย็นๆๆก่อนนะ  :ling2:

 :กอด1: :L2: :pig4:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: Autonomyz ที่ 22-10-2015 21:47:20
โถ่วคุณหมอทำมาเป็นพูดว่าไม่ได้หยิบมา
เข้าใจหาคำพูดนะ ตั้งใจไม่หยิบมา มากกว่าล่ะสิ
แผนสูงนะ หาเรื่องไปชวนเค้าทำบุญอีกรอบน่ะ
จันทร์ก็รู้ทันแหม๋ๆ รู้ว่าเค้าหลอกแต่เต็มใจให้หลอกนะคะ
555555555555555555555555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: Mouse2U ที่ 22-10-2015 22:01:02
คุณหมอรู้สึกอย่างไรก็เผยออกมาทางดวงตาหมดเลยนะคะนั่น แบบนี้คนมองอย่างจันทร์จ้าวก็ใจเต้นไม่เป็นส่ำตลอดเลยสิค้า~ :-[
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: malula ที่ 22-10-2015 22:03:11
อือ คุณหมอรุกหนักมากและดูเหมือนจันทร์ก็เออออไปด้วยไม่มีขัดเลย
จะมาสะดุดอีตรงเพื่อนเริ่มตั้งข้อสังเกตมากขึ้นแล้วไม่ว่าจะเป็นเรย์หรือคุณพงศ์
จันทร์คนหัวก้าวหน้าจะหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองยังไงดี
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: Theshadowreader ที่ 22-10-2015 22:07:03
เนียนมากคุณหมอ ค่อยๆทำความรู้จักใกล้ชิดสนิทสนมแบบที่จันทร์ไม่รู้ตัว ว่าแต่คุณพงษ์อย่าทำให้กระต่ายตื่นสิ กลัวมาม่า
เอแต่สมัยนั้นยังไม่มีมาม่าสินะ คงมีแต่ยาขมเป็นบรเพ็ด

อ่านเสียงฝนตกแล้วแปลกๆ เคยได้ยินแต่ฝนตกจั๊กจั๊ก เอ... หรือจั้กจั้กนะ แล้วก็มีตกเปาะแปะ แต่นี้กลับมีฝนตกจ้อกจ้อก เสียงเหมือนท้องร้องจ้อกจ้อกเวลาหิวเลย

 :o8:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: mukmaoY ที่ 22-10-2015 22:08:09
ตัวติดกันยิ่งกว่าแฟนกันด้วยซ้ำเจ้าค่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: imymild ที่ 22-10-2015 22:20:37
รักใครชวนทำบุญ :o8:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: Ryoooo ที่ 22-10-2015 22:30:31
ถ้าลองใส่แล้วรู้สึกไม่ดี ผมจะลงโทษหมอด้วยการไม่เป็นคู่ตีเทนนิสด้วยอีกเลย คอยดูเถอะ!

เจอประโยคนี้เข้าไป ดาเมจรุนแรงมากกกกก
จันทร์เอ้ยยยย เป็นsoulmate คุณหมอเถ้อะะะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: Wordslinger ที่ 22-10-2015 22:37:58
โอ๊ย อยากจะฟาดโต๊ะรัวๆ ให้มันได้อย่างนี้สิ คุณหมอนี่ก็แอบเนียนจริงๆ อ้างนู่นอ้างนี่ แต่ในใจนั้นอยากจะอยู่ใกล้ๆ จันทร์จ้าวใช่ไหมคะ เลยทำทีเป็นพาไปทำบุญมั่ง พาไปทานข้าวมั่ง นี่ถึงกับพาไปบ้าน(พัก)ตัวเอง นี่คิดว่าบ้านพักเป็นเรือนหอหรือคะคุณหมอ โฮะๆ ลองได้ทำอย่างนี้แล้ว ชิ้นปลามันอย่างจันทร์จ้าวจะรอดปากเสือปากตะเข้อย่างคุณหมอไปได้อย่างไรล่ะคะ รับรองว่าไม่นานเป็นต้องเรียบร้อยโรงเรียนภวัตแน่ๆ (ฮา) อ่านตอนเขาหวานกันแล้วมันคันยิกๆ ในหัวใจนะคะ แอบกรี๊ดเบาๆ แค่จีบกัน(อย่างที่จันทร์จ้าวไม่รู้ตัว)ยังขนาดนี้ แล้วถ้ารักกันแล้วจะหวานขนาดไหน รอคอยวันนั้นค่ะ

แอบสงสารพี่อาทิตย์นะคะ รักเขาแต่ก็ไม่กล้าบอกความในใจ นี่เพราะเป็นคนเงียบๆ ด้วยแหละมั้ง ท่านนายพลและคุณหญิงถึงไม่ได้เฉลียวใจว่าลูกคนใหญ่ก็รักก็ชอบผู้หญิงเป็น มีแต่จะเข็นให้ลูกคนรองเข้าเรือนหอให้ได้ เลยเป็นว่าหลงลืมลูกคนนี้ไปเสีย ยังไงก็เอาใจช่วยพี่อาทิตย์นะคะ สู้ๆ ค่ะ เพราะคุณพิมพ์แกก็รักพี่อาทิตย์เช่นกัน

ส่วนที่คุณบัวถาม สี่พี่น้องคู่ใครบ้างนั้น ขอตอบว่า ๑. หมอภวัต-จันทร์จ้าว, ๒. อาทิตย์-ม.ล.พิมพ์พัชรา, ๓. ม.ล.พงศ์ภราธร-ดารารัศมี, ๔.คุณเภา(น้องชายหมอภวัต?) - นภาสรวง

ว้าย ลิสต์ข้างต้นเป็นแค่การเดาสุ่มเท่านั้นนะคะ ไม่มีเหตุผลมารองรับใดๆ ทั้งสิ้น แต่มั่นใจว่าคู่ที่ ๑ และ ๒ จะต้องเป็นไปตามนั้นแน่ๆ แต่ดิฉันว่า คุณพงษ์กับดารารัศมีถ้าคู่กันก็จะน่ารักดี อิอิ

รอพฤหัสบดีหน้าค่ะ ขอบคุณคุณบัวนะคะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: phrase ที่ 22-10-2015 22:45:12
นึกถึงเพลงเก่าๆ ที่ร้องประมาณว่าทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขัน คู่นี้เค้ามาแบบ พรหมลิขิตจริงๆ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: Paparazzi ที่ 22-10-2015 22:55:59
เค้าพัฒนาความสำคัญกันล้วน้าาา  :hao7:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: popuri ที่ 22-10-2015 23:06:50
น่ารักจริงๆค่าาา คุณหมอทำไมอบอุ่นขนาดนี้ ~  :-[
คุณจันทร์คะ เค้ารุกขนาดนี้รู้ตัวบ้างไหมเนี่ย 5555
ปล ไม่เคยตั้งใจรอวันพฤหัสขนาดนี้มาก่อนเลยค่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: QXanth139 ที่ 22-10-2015 23:55:47
ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขันกันขนาดนี้คู่แท้แน่นอน

คุณเรย์นี่ยิ่งกว่าหมอดู แค่เห็นก็รู้ว่าคู่นี้เค้าหน่ะ soulmate กัน

พี่อาทิตย์อย่าพึ่งด่วนเสียใจไปน้าาา
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: Jthida ที่ 23-10-2015 00:21:56
แล่วๆๆๆๆๆๆๆๆๆ55555555555 ลุ้นคู่พี่อาทิตย์ต่อไปปป
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: haramoonlight ที่ 23-10-2015 02:06:01
ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขันกันแล้ววววววว  :o8: คุณหมอรุกแบบเนียนๆมากกกกก เช้าถึงเย็นถึง แล้วก็นะวิธีการทำโทษคุณหมอที่คิดได้นี่มันน่ากลัวไปมั๊ยคะคุณจันทร์ จะไม่ยอมเป็นคู่ตีเทนนิสให้ น่ากลัวมากกก5555 :hao3: แค่เห็นเค้าดีกันคุณพงษ์ยังแปลกใจ นี่ถ้ารู้ว่าสนิทกันขนาดยอมใส่เสื้อผ้าคุณหมอ คุณพงษ์ไม่ตกใจแย่รึ ^^
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: stickyyrice ที่ 23-10-2015 02:20:10
ชอบมากเลยเรื่องนี้ รอมาต่ออออ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: hembetaro ที่ 23-10-2015 05:23:00

สงสารพี่อาทิตย์  เพราะเป็นคนเงียบๆ ใครๆก็มองข้าม :hao5:

ขอเดา  คุณพงษ์คู่กับนภา  คุณเภาคู่กับดารา  ส่วนพี่อาทิตย์ (ของป้า(?)) คู่กับคุณพิม ฟันเฟิร์ม  /ถ้าคู่สุดท้ายทายผิดนี่ต้องจับน้องบัวมาตีๆๆๆ ให้เข็ดเลย  o18
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: Loste ที่ 23-10-2015 07:12:31
รอลุ้นตั้งนานนึกว่าเรื่องนี้จะกลายเป้นหมันอีกเรื่องซะแล้ว :เฮ้อ:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: aiyuki ที่ 23-10-2015 07:13:23
โอ้ยยย ตีตั๋วเข้ามาแล้ว ไม่ต้องลุ้น อิตาคุณพงษ์นี่จะมาทำไก่ตื่นมั้ยน้า คุณหมออุตส่าห์ทำอย่างเนียนๆแล้ว
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: urmein ที่ 23-10-2015 07:44:31
คุณหมอรุกหนักมากกกก สายตงสายตา โง้ยยยยยย
คุณจันทร์ก็ดูหวั่นไหวนะ แต่แอบคิดว่าพอคุณพงศ์ทักแบบนี้ คุณจันทร์ต้องตีตัวออกห่างแน่เลย ฮือออออ
พี่อาทิตย์ต้องสู้ๆนะคะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: PetitDragon ที่ 23-10-2015 07:51:56
คุณหมอสู้ๆ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: fanglest ที่ 23-10-2015 09:42:24
รีบวางแผนเลยนะจันทร์
พี่อาทิตย์ป๊อดอีกแล้วว
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: BAKA ที่ 23-10-2015 10:06:56
คุณหมอเช้าถึงเย็นถึงทุกวันแบบนี้ อิจฉาคุณจันทร์จริงๆเลย

อยากมีคุณหมอเป็นของตัวเองบ้างอะไรบ้าง

(อมลูกกวาดมากๆฟันผุก็จริง แต่ก็ชอบนะคะ อิอิ)
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: Infinity 888 ที่ 23-10-2015 10:07:39
เชิญคู่พี่อาทิตญ์กับคุณพิมพ์ก่อนค่ะ จะได้ไม่เป็นภาระกับน้อง 55555

คู่2 ทายเป็น คุณพงศ์กับนภา

คู่3 ทายเป็น คุณเภากับดารา

คู่4 ทำบุญร่วมชาติ เป็นคู่กันทุกชาติไป คู่คุณหมอแสนดี และคุณจันทร์แสนน่ารักช่างเม้าท์มอย ^^
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: punthipha ที่ 23-10-2015 10:33:50
ทำบุญร่วมกัน ได้เป็นเนื้อคู่กัน :o8: :o8: :mew1: :mew1:
ลุ้นคู่พี่อาทิตย์ด้วย :L1: :L1: :L1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: TachibanaRain ที่ 23-10-2015 11:03:10
หวานๆกันมาแต่ต้นแท้ๆไหงมาปิดท้ายด้วยดราม่าของพี่อาทิตย์แบบนี้ละคะคุณบัว ไม่ต้องเศร้านะคะพี่อาทิตย์ตันทร์จ้าวเค้าไม่สนคุณพิมหรอกค่ะก็เค้ามี่ soulmate ของเค้าเองแล้วนี่เนอะ คุณหมอเล่นเช้าถึงเย็นถึงพาไปโน่นไปนี่แถมยังแอบหยอดแบบเนียนๆอีก จันทร์จ้าวก็ยินดีรับไมตรีแบบนี้พี่อาทิตย์สบายใจได้เลยค่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: kinjikung ที่ 23-10-2015 11:45:17
คุณพงศ์ตกข่าวเลย 555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: cinquain ที่ 23-10-2015 13:54:07
อ่านแล้วปริ่มค่ะกับคู่ soulmate
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: koikoi ที่ 23-10-2015 15:52:12
 :mew1:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: JustWait ที่ 23-10-2015 15:56:16
พี่อาทิตย์ช้าอะ บุกจีบคุณพิมพ์แกเลยค่า


ให้มันเหมือนคุณหมอหน่อย แปปๆได้ไปรับไปส่งแล้ว
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: PAiPEiPEi ที่ 23-10-2015 16:13:03
ทายคู่ 4 พี่น้อง

จันทร์จ้าว-หมอภวัต
พี่อาทิตย์-คุณพิม
ดารา-เภา
นภา-คุณพงศ์


เดาล้วนๆๆๆ  55555555
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: boboman ที่ 23-10-2015 16:22:44
เขินหมอภวัตจัง แลดูอบอุ่นละมุนละไมมาก -///-
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: บูมเบส ที่ 23-10-2015 20:51:52
โอ้ยอ่านแล้วอิจฉาตาร้อนจริงๆอยากเจอคนแบบหมอจริงๆ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: zombi ที่ 23-10-2015 20:53:45
พี่อาทิตย์ต้องสู้เพื่อรักครั้งนี้แล้วนะคะ แสดงให้คุณพิมเห็นไปเลยว่าเรามีจิตรปฏิพัทธ์ด้วย
ความรักจะได้สมหวัง

ที่เชียร์พี่อาทิตย์ขนาดนี้ ไม่ได้หวังว่าจะได้เห็นความรักของพี่จันทร์เลยจริงจริ๊ง
พี่คนโตสู้ๆนะคะ น้องๆรอต่อคิวอยู่
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: WilpeR ที่ 23-10-2015 21:09:15
ขอเดานะคะ แน่ๆคือหมอภวัตจันทร์จ้าว อาทิตย์คุณพิม เภากับดารารัศมีและ เรย์กับนภา

จันทร์จะทำยังไงเนี่ยอาทิตย์ดูใจไม่ดีเลย จะแก้ไขยังไงตามแบบฉบับจันทร์จ้าวกันน้า
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: ๐๐ตะวัน๐๐ ที่ 23-10-2015 21:12:58
เค้าทำบุญด้วยกันแล้ว

คืบหน้าเร็วมาก
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: ReiSei ที่ 23-10-2015 22:00:24
ฮื้ออออ จันทร์น่ารักดีนะ หมอจะติดใจก็ไม่แปลก 555 จีบเงียบๆแบบจันทร์ไม่รู้ตัวเลย
ลุ้นพี่อาทิตย์มากค่ะบอกเลย จันทร์ช่วยด้วย อย่าเพิ่งลืมพี่ชายสิ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: ★KVH™★ ที่ 23-10-2015 22:19:55
คุณจันทร์กับคุณหมอ
ก้าวหน้ากันเหลือเกิน ฮุฮุ  :o8:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: MIkz_hotaru ที่ 23-10-2015 23:25:44
หวานซาบซ่านหัวใจ (ขอพีเรียดด้วยคน5555)
ยอมฟันผุเลยค่ะอย่างนี้
 :-[
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: GUNPLAPLASTIC ที่ 24-10-2015 01:54:32
เอาจริงๆหมอเขาก็รุกเเรงเหมือนกันนะคะ เอะอะตีเทนนิส เอะอะทำบุญ กะเอาทุกดอกจริงๆ55555
พ่อจันทร์ของเราก็ไม่ใช่ไม่รู้เรื่องน่ะค่ะ เเหม ฝากคุณพงศ์เเขวะสักเล็กน้อย ทำบุญร่วมกันนี้ไม่ใช่เล่นๆเเล้วนะคะ
ไปค่ะ เราจะอมลูกกลวาดไปด้วยกัน หมออบอุ่นมาก ฉันชอบบบบ ตอนพ่อจันทร์ดื้อก็เอาอยู่ เชียร์ขาดใจ
สงสารคุณพี่อาทิตย์ของบ่าว วานน้องดาราไปพูดเเทนบ่าวด้วย คุณพี่อาทิตย์อย่าคิดมากนะเจ้าคะ
พ่อจันทร์เเกมีหมอดูเเลเเล้วค่ะ ไม่ใช่เเค่ชาตินี้เเต่ลามไปชาติหน้าเเล้ว คุณพี่อาทิตย์เดินหน้าได้เลยค่ะ
ก๊ากกกกก นี่อินมากเลยค่ะ อยากอ่านต่อออออ มาเร็วๆๆๆ รอตอนต่อไปนะคะวันพฤหัสใช่ไหม รอเลยค่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: BeeRY ที่ 25-10-2015 19:48:20
เพิ่งเข้ามากรี๊ดคุณหมอกับคุณจันทร์ ชอบมากค่ะ :m3:
คุณหมอเอ็นดูคุณจันทร์มาก หยอดได้เป็นหยอดเชียว คนอ่านนั่งเขินเลย :o8:
แต่ถถ้าคุณจันทร์ไม่ยอมรับใจตัวเองแบบนี้ คุณหมอเหนื่อยแน่เลย  :mew2:
เอาใจช่วยคุณหมอนะฮะ  :กอด1:
พี่อาทิตย์กับคุณพิมนี่ลุ้นจนเหนื่อย อุปสรรคก็มากมี แอบน้อยใจแทนที่คุณหญิงแม่เหมือนมองข้ามพี่อาทิตย์ตลอดเลย :mew6:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: B52 ที่ 28-10-2015 00:17:50
อัยย่่ะๆ คุณหมอแกรุกแรงแบบเนียนๆ มีส่งสายตาหวานๆแบบมีความหมายด้วย มีคนสกกิดอย่างนี้หวังว่าจันทร์คงไม่เตลิิดหนีีหายน่ะ
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: monetacaffeine ที่ 28-10-2015 19:01:28
สวัสดีค่ะ ~ จริงๆอ่านเป็นรอบที่สี่แล้ว (สี่แล้วจริงๆค่ะกับตอนล่าสุด T ____ T ชอบมากกกกกกกกมากๆเลยค่ะเรื่องนี้)
แต่ไม่ได้เข้ามาเม้นซักที เพราะอ่านในไอโฟนตลอดเลย พอจะเม้นมันก็ลำบาก เปิดคอมก็ลืม แฮ่ . _ . ..
แต่พอเหลือบมองวันที่ที่มุมขวาบนของหน้าจอแล้วก็นึกขึ้นได้ค่ะว่าพรุ่งนี้ก็วันพฤหัสแล้ว เย้! ในที่สุดเรื่องโปรดก็จะอัพซะที
ก็เลยเข้ามาเม้นซะเลย .. อารัมภบทซะยาว เข้าเรื่องเถอะค่ะ

สำหรับตอนล่าสุดนี่ชอบคุณหมอมากกกกกกกกก ลุคแบบพระเอกสุดๆค่ะ เรื่องรูปร่างหน้าตานี่รู้กันอยู่แล้ว แต่รักมุมโหดของหมอมากๆเลย
รู้เลยค่ะว่า "แบบนี้แหละถึงจะเอาคุณจันทร์อยู่!" ยิ่งประโยคที่ว่า ไม่ชอบใส่เสื้อผ้าของคนอื่น ผมเองก็ไม่ใช่คนอื่น เป็นคู่ตีเทนนิสของคุณนี่เอง
นี่ยิ่งกรี๊ดเข้าไปใหญ่เลยค่ะ จิกหมอนฟินเลยทีเดียว 55555555555 คุณหมอเธอปราบพยศคุณจันทร์ได้น่ารักสุดๆเลย
แถมคุณจันทร์ก็น่าเอ็นดูขึ้นทุกตอนนะคะ ถึงจะดื้อยังไงแต่ก็ยอมตามคุณหมอทุกที อย่างตอนที่คุณหมอทำเป็นลืมที่กรวดน้ำนี่ยอมใจเลยค่ะ!
ดูยังไงๆก็หาเรื่องจีบชัดๆ แถมเจ้าตัวคุณจันทร์ก็พาตัวเองเข้าไปให้จีบแบบถึงที่ขนาดนี้ แล้วยังไม่รู้ตัวอีกนะคะ 555555555
จนต้องให้เพื่อนอย่างคุณพงศ์มาเอะใจแทนซะงั้น - . -'

สำหรับคู่ที่คุณบัวให้ทายมา เดาว่าเป็น คุณหมอภวัต-จันทร์จ้าว , พี่อาทิตย์-คุณพิมพ์ , คุณเภา-ดารารัศมี , คุณพงศ์-นภาสรวง ค่ะ ><

ปล. อยากเห็นความเคลื่อนไหวของพี่ชายคนใหญ่ของบ้านจะแย่แล้วค่ะ ~~ จะรอวันพรุ่งนี้นะคะ !
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: praewp ที่ 29-10-2015 19:51:04
ชอบเรื่องนี้มากกกจนไม่อยากกินมาม่าในอนาคต :o12:
หัวข้อ: Re: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๗ (๒๒ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๒)
เริ่มหัวข้อโดย: B52 ที่ 29-10-2015 20:37:38
วันนี้วันพฤหัสบดี
หัวข้อ: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๘ (๒๙ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๔)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 29-10-2015 21:07:36
จันทร์จ้าว
By: Dezair
…………………….
บทที่ ๘



จันทร์จ้าวยังคงมาทำงานแต่เช้าตรู่ วันนี้เขาออกจากบ้านมาขึ้นรถรางด้วยตัวเอง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ซึ่งหมอภวัตต้องไปเข้าเวรตอนเช้า เขาจะวานให้อีกฝ่ายมารับไปส่ง แต่เพราะคำพูดของเพื่อนรักเมื่อวานที่แย้งว่าหากเขาหรือนายแพทย์หนุ่มคนใดคนหนึ่งเป็นหญิง คงไม่ต่างจากคู่รัก จันทร์จ้าวจึงรู้สึกประดักประเดิดเมื่อหมอภวัตเสนอว่าจะมารับไปหาอะไรรับประทานตอนเช้าในวันนี้ เขาปฏิเสธ โดยอ้างว่าจะรีบไปทำงาน และบอกปัดว่าให้มาเจอกันที่สโมสรเทนนิสในตอนเย็นแทน
 


   ชายหนุ่มเดินเข้ามาในสำนักงาน แม้จะเช้า แต่พนักงานบางคนก็มาทำงานแล้ว และหนึ่งในนั้นคือเลขานุการของเขา



   “คุณจันทร์ครับ มีโทรศัพท์จากคุณดารารัษมีเมื่อครู่นี้ เธอฝากข้อความไว้ว่าให้คุณจันทร์ไปพบเธอที่โรงเรียนในตอนเที่ยงครับ เห็นว่าเป็นเรื่องด่วน” จันทร์จ้าวออกจะประหลาดใจเมื่อได้รับข้อความที่น้องสาวฝากเอาไว้



   ...เรื่องด่วนอย่างนั้นหรือ...



   “ขอบใจมาก” เขาบอกก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในห้องทำงานของตนเอง หยิบจับเอกสารอยู่ ๒-๓ ชิ้นแต่ไม่มีสมาธิทำงานเพียงพอ เพราะทั้งเรื่องหมอภวัตและเรื่องดารารัษมี สุดท้ายชายหนุ่มจึงโยนเอกสารทั้งหมดลงกับโต๊ะทำงานตามเดิมด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปเปิดประตูสั่งงานกับเลขานุการ



   “ถ้ามิสเตอร์อดัมส์มาแล้ว เชิญเขาที่ห้องผมด้วย” เขาสั่งไม่ทันขาดคำ ชายชาวต่างชาติผมสีทองอร่ามก็เดินทักทายพนักงานอย่างสดใสร่าเริงเข้ามา



   “Hi! Chan!!” เจ้าตัวทักทายเป็นภาษาอังกฤษชัดถ้อยชัดคำ แต่จันทร์จ้าวตวัดสายตาขวับไปมองแล้วชี้หน้า



   “พูดภาษาไทย! แล้วตามเข้ามาด้วย!!” สั่งไม่พอ ยังเดินนำเข้าห้องอย่างรวดเร็วอีกต่างหาก เรย์มอนด์ อดัมส์ผู้เป็นทั้งหุ้นส่วนและเพื่อนสนิททำหน้าเลิ่กลั่กก่อนจะหันไปมองเลขานุการหนุ่มที่มีสีหน้าไม่สู้ดีเช่นกัน เพราะเล็งเห็นแล้วว่าวันนี้จันทร์จ้าวอารมณ์ไม่ดีเป็นพิเศษ



   “มีใครทำให้เขาโมโหหรือเปล่า” นายฝรั่งตัวโตถามเลขานุการของจันทร์จ้าวเสียงเบา



   “คิดว่า…ไม่มีครับ” เรย์มอนด์ อดัมส์พยักหน้าหงึกหงักแล้วเอ่ยลอยๆ



   “แสดงว่าเขาโมโหฉัน...” แล้วร่างสูงใหญ่ของชายชาวต่างชาติก็ผลุบหายเข้าไปในห้องทำงานของจันทร์จ้าว



……………………………



   เรย์มอนด์ อดัมส์ออกจะประหลาดใจเล็กน้อย ที่วันนี้เพื่อนรักที่นั่งร่วมเก้าอี้บุนวมตัวยาวดูจะตั้งใจและเอาใจใส่งานเป็นพิเศษ ถึงจะเข้มงวดให้เขาพูดภาษาไทยก็ตาม แต่ศัพท์ทางธุรกิจยากๆ และเขาหลุดภาษาอังกฤษออกไป จันทร์จ้าวก็ดูจะไม่ใส่ใจนัก เจ้าตัวคุยงานกับเขาอยู่ครู่ใหญ่ๆ หัวข้อเรื่องก็เปลี่ยน



   “ผมฝากงานด้วย วันนี้จะออกไปทำธุระข้างนอก” เรย์มอนด์ อดัมส์เลิกคิ้วเล็กน้อยเหมือนจะล้อเลียน



   “slacking off again?” จันทร์จ้าวตวัดสายตาไปมองทันทีแล้วสั่ง



   “ถ้าพูดภาษาอังกฤษอีกคำเดียว ผมจะซื้อตั๋วให้คุณกลับประเทศคุณไปซะ”



   “คุณ...อู้งานอีกแล้วหรือ” เรย์มอนด์ยอมตามใจถามเป็นภาษาไทยด้วยน้ำเสียงล้อเลียน



   “ผมมีธุระกับน้องผม”



   “โอ้ น้องสาวแฝดแสนสวยใช่ไหม!”



   “ถ้าคุณคิดทะลึ่งกับน้องผม อย่าหาว่าผมไม่เตือนแล้วกัน” จันทร์จ้าวลุกจากเก้าอี้บุนวมเดินไปเก็บเอกสารบนโต๊ะให้เข้าที่เข้าทาง แล้วตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นเล็กที่มีตัวเลขไทยอยู่บนนั้น แม้จะไม่มีข้อความใดกำกับ แต่เขาก็จำได้ทันทีว่าลายมือเป็นระเบียบเรียบร้อยนี้เป็นลายมือของหมอภวัต และตัวเลขไทยบนกระดาษนั้นก็คือเบอร์โทรศัพท์ของโรงพยาบาลที่นายแพทย์หนุ่มผู้นั้นประจำอยู่



   “เรย์...” เขาเอ่ยปากเรียกชื่อเพื่อน พลางเก็บเศษกระดาษนั้นลงในลิ้นชักชั้นบนสุด



   “...ถ้า...วันหนึ่งคุณรู้สึกว่าสนิทกับเพื่อนผู้ชายมากกว่าเพื่อนผู้หญิง คุณจะทำอย่างไร”



   “What?!!” หนุ่มต่างชาติทำหน้างุนงงกับคำถามเป็นที่สุด แต่พอหลุดปากภาษาอังกฤษไปแล้ว เรย์มอนด์ก็หวั่นใจว่าเพื่อนรักจะส่งกลับบ้านเกิดเมืองนอนจริง จึงรีบเปลี่ยนภาษา “...คุณหมายความว่าอย่างไรนะจันทร์ สนิทกับเพื่อนผู้ชายหรือ? ทุกวันนี้ผมก็สนิทกับคุณและคุณพงศ์มากกว่าเพื่อนผู้หญิงคนอื่นๆของผมนะ”



   จันทร์จ้าวรู้สึกว่าตนเองช่างโง่เง่าที่ตั้งคำถามเช่นนี้ จริงอย่างที่เรย์มอนด์ว่า เขาเป็นผู้ชาย การที่จะสนิทกับผู้หญิงมากกว่าสนิทกับผู้ชายด้วยกัน มันก็ดูไม่เข้าที ถึงแม้ก่อนหน้านี้เขาจะมีเพื่อนผู้หญิงมากมายก็ตาม แต่เมื่อตอนนี้จะหันมาสนิทกับเพื่อนผู้ชายบ้าง ก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องแปลก



   “ก็จริง...ช่างมันเถอะ เรย์ ไม่มีอะไรแล้ว ถือเสียว่าผมไม่ได้ถาม” เรย์มอนด์ อดัมส์มองท่าทางของเพื่อนรักผู้มักจะมีรอยยิ้มและความสนุกสนานเสมอ ทว่าวันนี้กลับดูเคร่งเครียดเสียเหลือเกิน



   “จันทร์...คุณกำลังกังวลอะไรหรือ” ประโยคนั้น ทำเอาคนกำลังเก็บโต๊ะทำงานให้เข้าที่เข้าทางต้องเงยหน้ามองเพื่อนรักชาวต่างชาติในทันที



   “คนเราจะสนิทสนมกัน มันไม่ใช่แค่ว่าอีกคนเป็นผู้ชายหรือเป็นผู้หญิง มันมีปัจจัยอีกมากมายมาสนับสนุน เหมือนที่ผมสนิทกับคุณทั้งๆที่คุณเป็นคนไทยและผมเป็นอเมริกัน จำได้ไหม ช่วงที่ผมสนิทกับคุณใหม่ๆ มีตั้งหลายคนที่มองผมอย่างประหลาดที่ผมสนิทกับคนไทย แต่เพราะคุณเป็นคุณ ผมสนิทที่คุณเป็นจันทร์จ้าว ไม่ได้สนิทเพราะคุณเป็นคนไทยหรืออเมริกัน ฉันใดฉันนั้น หากคุณจะสนิทกับใคร อย่ากังวลว่าเขาเป็นผู้ชายหรือเป็นผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นเพศอะไร ชาติใด อายุเท่าไร หากคุณถูกใจเขา อยู่กับเขาแล้วมีความสุข ก็จงรักษาความสัมพันธ์ของคุณไว้เถอะ” แม้เวลาทำงานจะพูดภาษาอังกฤษออกมาบ่อยๆให้จันทร์จ้าวตาขวาง แต่เวลาอย่างนี้ คนที่ถูกฝึกให้พูดภาษาไทยมาตั้งแต่ยังไม่ย้ายมาอยู่เมืองไทย กลับพูดภาษาไทยได้คล่องแคล่วโดยไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว



   ชายหนุ่มชาวต่างชาติเดินเข้ามาจับไหล่เพื่อนรักราวกับจะส่งผ่านกำลังใจ



   “ผมรู้จักคุณมาตั้ง ๖ ปี คุณคือตัวอย่างของคนที่ใช้ชีวิตอย่างเอาแต่ใจเป็นที่สุดสำหรับผม และครั้งนี้ ไม่ว่าคุณจะเอาแต่ใจอย่างไร ผมก็จะอยู่ข้างคุณเหมือนที่แล้วมา”



   ……………………………….



   เพราะคำพูดของเพื่อนรักชาวต่างชาติ จึงทำให้จันทร์จ้าวพอจะขจัดความไม่สบายใจออกไปได้บ้าง เขานั่งรถรางและต่อด้วยรถสามล้อรับจ้างให้มาส่งที่หน้าโรงเรียนสตรีกัลยาณีอันเป็นที่ทำงานของน้องสาว เขาเคยมาที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง ดังนั้นครั้งนี้จึงเดินตรงดิ่งไปที่อาคารเรียนขนาด ๔ ชั้นที่ตระหง่านอยู่เบื้องหน้าซึ่งห้องพักครูภาษาไทยอยู่ที่ชั้น ๒ แต่ไม่ทันจะก้าวเท้าขึ้นบันได น้องสาวของเขาก็เดินลงมา



   “มีพรายกระซิบหรือ รู้ได้อย่างไรว่าพี่มา” จันทร์จ้าวทักทายพร้อมรอยยิ้มเช่นเคย



   “ดารานั่งรออยู่ที่ระเบียงนี่คะ เห็นพี่จันทร์เดินเข้ามาแต่ไกล” ดารารัษมีตอบ ไม่มีวี่แววจะพูดเล่นเหมือนเคย



   “อะไรกัน โกรธอะไรพี่ล่ะรอบนี้” หญิงสาวกำลังจะตอบ แต่พอดีหม่อมหลวงพิมพัชราและเพื่อนครูอีกคนหนึ่งเดินมาพบเข้าเสียก่อน



   “คุณจันทร์! สวัสดีค่ะ มาได้อย่างไรคะนี่” ราชนิกูลสาวผู้เป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่นี่ยกมือไหว้พร้อมรอยยิ้มทักทายอย่างสนิทสนม จันทร์จ้าวหันไปรับไหว้แล้วยิ้มตอบ



   “มาหาดาราแน่ะครับ คุณพิมอยู่ตึกนี้หรือครับ”



   “เปล่าหรอกค่ะ ห้องพักครูภาษาอังกฤษอยู่ที่ตึกข้างหลัง แต่นี่จะมาชวนคุณดาราไปรับประทานอาหารด้วยกัน ไม่ทราบว่าคุณจันทร์จะมา ตายจริง ลืมแนะนำไป นี่คุณอุไร เพื่อนของพิมค่ะ เธอสอนวิชาภาษาอังกฤษเช่นเดียวกัน” หม่อมหลวงพิมพัชราแนะนำเพื่อนของหล่อนที่ยืนอยู่ใกล้กัน จันทร์จ้าวหันไปส่งยิ้มให้กับอุไร หญิงสาวผิวขาวผู้มีหุ่นอวบอัด หล่อนส่งยิ้มให้เขาแล้วยกมือไหว้ กริยามารยาทดูเรียบร้อยดี หน้าตาก็ดีเสียด้วย



   “พี่จันทร์...” ดารารัษมีเห็นสายตาพี่ชายก็รีบเรียกชื่อปรามในทันที ก่อนจะหันไปทางราชนิกูลสาว



   “คุณพิม วันนี้ดาราเห็นจะไม่สะดวก พอดีติดธุระกับพี่จันทร์”



   “ไม่เป็นไรค่ะ ไว้คราวหน้าก็ได้” เมื่อ ๒ สาวทำความเข้าใจกันแล้ว ดารารัษมีก็ชวนพี่ชายให้เดินออกจากโรงเรียนไปหาอะไรรับประทานข้างนอก เพราะเรื่องที่หล่อนต้องคุยกับจันทร์จ้าวในวันนี้ ไม่สมควรมีคนรู้จักของหล่อนคนใดได้ยิน แต่แม้จะเดินออกจากโรงเรียนมาแล้ว หญิงสาวยังไม่วายขู่พี่ชายฟ่อด้วยน้ำเสียงดุดัน



   “พี่จันทร์ ดาราไม่ได้เรียกพี่มาทำความรู้จักกับคุณอุไรนะคะ!”



   จันทร์จ้าวได้แต่กรอกตามองฟ้า



...สนิทกับหมอภวัต ก็ถูกเพื่อนรักหยอก พอมองผู้หญิง ก็ถูกน้องสาวดุ...เกิดเป็นนายจันทร์จ้าว รักษพิพัฒน์นี่ใช้ชีวิตยากเสียจริง!!...


…………………………….



   ร้านอาหารเล็กๆไม่ไกลจากโรงเรียนมากนัก มีผู้คนค่อนข้างจะพลุ่กพล่าน เพราะนอกจากจะใกล้โรงเรียนแล้ว ยังใกล้โรงพยาบาลใหญ่แห่งหนึ่งด้วย มองจากร้านก็สามารถเห็นตึกสีขาวของโรงพยาบาลได้อย่างง่ายดาย...โรงพยาบาลที่จันทร์จ้าวรู้ดีว่ามีใครบางคนที่เขารู้จักกำลังทำงานอยู่ที่นั่น...



   “พี่จันทร์ เมื่อไรจะทำให้พี่อาทิตย์สมหวังเสียที” เสียงของน้องสาวทำเอาจันทร์จ้าวต้องเหลือบตากลับมามองแล้วเลิกคิ้ว



   “เกิดอะไรขึ้น ถึงมาเร่งพี่แบบนี้”



   “ก็เมื่อวานน่ะสิ! คุณแม่พูดเหมือนอยากให้พี่จันทร์กับคุณพิมแต่งงานกัน” จันทร์จ้าวดูจะไม่ตกใจกับคำพูดของน้องสาว เขาเลิกคิ้วอีกหน



   “หืม? แล้วทำไมจู่ๆคุณแม่ถึงพูดอย่างนั้น”



   “ก็คุณพ่อบอกว่าคุณชายท่านเรียกเข้าไปพบ บอกว่าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับให้พี่จันทร์ คุณพ่อพูดเหมือนว่าคุณชายเองก็ดูจะพึงใจพี่ไม่น้อย พี่จันทร์บอกดารามานะ ว่าที่ย้ายไปอยู่ที่บ้านเช่านั่น ไปทำอะไรเอาไว้?! ทำไมกลายเป็นคุณชายท่านชอบพี่เข้าล่ะ!” 



เมื่อตอนก่อนจะย้ายไปอยู่บ้นเช่าใกล้วังฉัตร เขาเคยให้ย้ำกับดารารัษมีเพียงลำพังว่าการที่เขาไปอยู่ที่นั่น จะทำให้อาทิตย์และหม่อมหลวงพิมพัชรามีโอกาสได้เจอกันมากขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่าคนทั้งคู่ก็ยังไม่ค่อยจะได้เจอกันเช่นเดิม แม้ว่าบางสัปดาห์ เขาจะอุตส่าห์ไปรอที่วังตอนเย็นๆ และย้ำกับอาทิตย์ให้มารับช้าๆ แต่พี่ชายของเขาก็คลั่งความเกรงใจไม่เข้าเรื่อง รีบออกจากกรมทุกเย็นวันศุกร์ มารับเขาที่วังฉัตรทีไร จึงไม่เคยเจอหน้าหม่อมหลวงพิมพัชราเลยสักครั้ง ท้ายที่สุด บางทีเขาก็เป็นฝ่ายไปรออาทิตย์ที่กรมเสียเลย สิ้นเรื่องไป



   จันทร์จ้าวนวดขมับ เมื่อแผนการดูจะไม่เป็นไปตามที่เขาต้องการ แต่อย่างไรเสียเขาก็เชื่อว่าหม่อมราชวงศ์ฉัตรไม่มีทางถูกใจเขามากกว่าอาทิตย์แน่ อาทิตย์กับภวัตคล้ายกัน หากคุณชายเลือกภวัตได้ก็น่าจะเลือกอาทิตย์ได้เช่นเดียวกัน



   “เอาอย่างไรล่ะพี่จันทร์! อย่าเพิ่งเงียบอย่างนี้ซี!” ดารารัษมีร้อนใจเพราะสงสารพี่ชายคนใหญ่ที่ต้องมารับรู้ว่าบิดามารดาตั้งใจจะให้หญิงที่เขารักได้แต่งงานกับจันทร์จ้าวมากกว่าเขา ตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นจนกระทั่งเมื่อเช้า หล่อนสังเกตเห็นว่าอาทิตย์แทบจะไม่พูดกับใครด้วยซ้ำ



   “แล้วที่พี่ให้ดาราไปพูดกับพี่อาทิตย์น่ะ ดาราทำหรือยัง”



   “ทำแล้วค่ะ ทำตั้งแต่วันนั้นแล้ว แต่...พี่อาทิตย์ก็ดูจะไม่ขยับตัวทำอะไรเลย ยิ่งมารู้ว่าคุณพ่อคุณแม่อยากให้พี่จันทร์เป็นคนแต่งงาน แกก็คงจะยิ่งถอยออกมาแน่” จันทร์จ้าวก็คิดเช่นเดียวกับดารารัษมี อาทิตย์เป็นคนเสียสละ หากรู้ว่าการเดินหน้าเพื่อให้ความรักของตนงอกงาม ไม่ต่างอะไรกับการแย่งคู่แต่งงานของน้องชาย คนอย่างอาทิตย์จะไม่มีวันทำเช่นนั้น



   “แล้วที่ว่าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับพี่น่ะ เมื่อไร”



   “ไม่ทราบค่ะ ดาราไม่ทันได้ถาม”



   “ไม่เป็นไร วันศุกร์นี้พี่กลับไปจะจัดการเอง”



   “พี่จันทร์จะจัดการอย่างไร” จันทร์จ้าวยกยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วจับจ้องน้องสาว



   “ก็จัดการให้พี่อาทิตย์ลงมือเสียทีน่ะซี!”


………………………………..
   



   นภาสรวงก้าวเท้าไปตามทางเดินริมถนน หล่อนมองอาคารพาณิชย์ที่เรียงติดกันเป็นพืดเพื่อมองหาป้ายชื่อสำนักงานของพี่ชายคนรอง ดวงหน้าหวานยิ้มจางกับตนเองเมื่อหล่อนพบเข้าแล้ว อาคารพาณิชย์เบื้องหน้าถูกใช้ชั้นล่างเป็นร้านหนังสือนำเข้าจากต่างประเทศ ส่วนชั้น ๒ เป็นสำนักงาน หล่อนผลักประตูเข้าไปก็พบพนักงานเฝ้าร้านที่อยู่หลังตู้กระจก



   “ขอโทษค่ะ ดิฉันมาพบคุณจันทร์จ้าว”



   “คุณจันทร์กลับไปแล้วครับ ไม่ทราบว่าธุระเร่งด่วนหรือไม่” พนักงานชายตอบอย่างสุภาพ ทำเอาหญิงสาวนิ่งไปเล็กน้อย ด้วยเพราะไม่ได้เผื่อใจว่าจะไม่เจอเขาที่นี่



   ...วันนี้หล่อนมีเรื่องร้อนใจเสียด้วย จะปรึกษาดารารัษมี แฝดผู้น้องก็เป็นสตรีเฉกเช่นเดียวกับหล่อน จะปรึกษาเพื่อนผู้ชายคนอื่น หล่อนก็รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องในครอบครัว ไม่ควรให้รู้ไปถึงหูคนนอก จันทร์จ้าวเป็นผู้ชายในครอบครัวเพียงคนเดียวที่หล่อนคิดว่าเหมาะสมที่สุด หากจะปรึกษาเรื่อง ‘อาทิตย์’



...หล่อนรู้สึกว่าอาทิตย์หน้าตาดูหมองเศร้า ครั้นหล่อนจะถามเอง นภาสรวงก็คิดว่าหล่อนเป็นผู้หญิง อาจจะไม่เข้าใจจิตใจของพี่ชายคนใหญ่ จึงอยากจะมาขอความช่วยเหลือจากพี่ชายคนรองให้เขาถามไถ่แทน...



   “วันนี้จะไม่เข้ามาอีกแล้วหรือคะ”



   “ครับ เห็นว่ามีธุระข้างนอก หรือจะให้ผมโทรศัพท์ไปตามไหมครับ”



   “ไม่เป็นไรค่ะ” นภาสรวงกำลังจะหมุนตัวเดินออกจากตรงนั้น ทว่าเสียงดังขึ้นมาจากด้านหลังเสียก่อน



   “Miss Sky…” หญิงสาวผู้มีชื่อที่หมายถึง ‘ท้องฟ้า’ ชะงักแล้วหันกลับไปมอง เจ้าของเสียงคือชายหนุ่มชาวต่างชาติผู้มีเส้นผมสีทองและรอยยิ้มสว่างไสว



   “น้องสาวของจันทร์ใช่ไหม” เขาเดินเข้ามาถามเป็นภาษาไทยที่ฟังง่าย เป็นอีกครั้งที่นภาสรวงได้แต่กะพริบตาปริบๆเพราะไม่คิดว่าคนที่ไม่มีส่วนใดเหมือนคนไทยเลยแม้แต่น้อยจะพูดภาษาไทยได้ชัดถึงเพียงนี้ เขายังยิ้มให้หล่อนเหมือนเมื่อครู่



   “ใช่จริงๆ หน้าเหมือนจันทร์เด๊ะ!”



   “เอ่อ...เมื่อครู่นี้คุณเรียกดิฉันว่า...” นภาสรวงทำงานอยู่ในสำนักงานของเภา วิชาญโยธิน ซึ่งร่วมทุนกับชาวต่างชาติเช่นกัน หล่อนพอจะฟังภาษาอังกฤษได้อยู่บ้าง และเมื่อครู่นี้หล่อนก็แน่ใจว่าชายผู้นี้เรียกหล่อนว่า ‘sky’



   “ขอโทษที ผมจำไม่ได้ว่าคุณชื่ออะไร แต่จำได้ว่าชื่อยากๆ จันทร์เคยอธิบายว่าชื่อคนหนึ่งแปลว่าท้องฟ้า อีกคนแปลว่าดวงดาว ผมก็เลยท่องมาตั้งแต่นั้นว่าบ้านนี้มี sun, moon, sky and star โอ้ ไม่สิ พี่ชายคุณน่ะย้ำแต่ว่าชื่อเขาไม่ใช่แค่ moon เฉยๆ แต่เป็น King of moon อ๊ะ!!...คุณอย่าบอกพี่ชายคุณล่ะว่าผมพูดภาษาอังกฤษอีกแล้ว วันนี้เขาจะกินหัวผมเป็นร้อยรอบได้ เพราะผมพูดภาษาอังกฤษบ่อยเกินไป” คำพูดยาวๆของชายชาวต่างชาติที่อยู่ตรงหน้า ทำเอาหญิงสาวหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ



   “ไม่บอกหรอกค่ะ คุณคงเป็นเพื่อนพี่จันทร์ที่ร่วมหุ้นเปิดสำนักงานใช่ไหมคะ”



   “ครับ ลืมแนะนำตัว ผม เรย์มอนด์ อดัมส์ เป็นเพื่อนของจันทร์”



   “ดิฉัน นภาสรวงค่ะ เรียกว่านภาก็ได้” นภาสรวงแนะนำตัวเอง แล้วก็พลันนึกขึ้นได้ว่าเขาออกปากเมื่อครู่นี้เองว่าชื่อของหล่อนจำยาก หญิงสาวจึงพูดขึ้นอีกหน “...หรือคุณจะเรียกว่า sky อย่างเมื่อครู่ก็ได้ค่ะ”



   “จริงหรือ?! ถ้าผมเรียกคุณแบบนั้น คุณจะไม่บอกพี่ชายคุณแน่นะครับ” ดูท่าทางเขาจะกลัวจันทร์จ้าวเอาจริงๆ นภาสรวงหัวเราะ ชายผู้นี้แม้จะสูงไล่เลี่ยกับพี่ชายคนรองของหล่อน แต่ชาติพันธุ์ทำให้เขาตัวใหญ่ล่ำ ดูอย่างไรก็ไม่น่าจะกลัวจันทร์จ้าวที่ตัวบางกว่า นภาสรวงได้แต่ยิ้มรับราวกับสัญญาว่าจะไม่บอกใคร หนุ่มชาวต่างชาติจึงถามไถ่อย่างมีไมตรี



   “แล้วนี่คุณมาหาจันทร์มีอะไรหรือ เขาบอกผมเมื่อเช้านี้เองว่าจะออกไปหาน้อง ผมนึกว่าจะไปพบคุณด้วยเสียอีก” นภาสรวงทำหน้างุนงงเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าไปมา



   “ไม่ได้ไปหาดิฉันหรอกค่ะ สงสัยจะไปหาดารากระมัง เอ? จริงสิ...แล้วคุณทราบได้อย่างไรว่าดิฉันคือนภา ไม่ใช่ดารา ทั้งที่เรา ๒ คนเป็นแฝดกัน” เรย์มอนด์หัวเราะ



   “จริงๆแล้วก็ไม่ทราบครับ แต่เห็นคุณแล้วรู้สึกสงบเหมือนมองท้องฟ้า ก็เลยลองเรียกดู”



   “คุณนี่แปลกจังค่ะ” ชายหนุ่มหัวเราะ คำพูดของหล่อนเหมือนจะชื่นชมกับความแปลกของเขาอยู่ในที



   “แปลกไม่เท่าพี่ชายคุณหรอก รายนั้นเข้าขั้นพิลึก เออ ให้ผมโทรศัพท์ไปตามเขาให้ไหม บางทีเขาอาจจะแวะไปที่สโมสรเทนนิสตอนบ่ายๆ”



   “ไม่เป็นไรค่ะ ตอนบ่ายดิฉันจะต้องกลับไปทำงาน นี่พักเที่ยง ก็เลยออกมา”



   “อ้อ แสดงว่าคุณยังไม่ได้ทานอะไรด้วยซี ถ้าอย่างนั้น ผมขอเป็นตัวแทนแทนพี่ชายคุณแล้วกัน! มาแถวนี้ทั้งที ผมจะเป็นเจ้าบ้านเอง ถัดไปหน่อย มีร้านก๋วยเตี๋ยวอร่อย รับรองคุณได้ลองแล้วจะติดใจ” คนออกตัวว่าจะเป็นเจ้าบ้านคือชายชาวต่างชาติที่กำลังยืนอยู่บนแผ่นดินไทย นภาสรวงหัวเราะอีกครั้ง ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอใครแปลกเท่านี้มาก่อน ความเป็นกันเองและมิตรภาพที่ชายหนุ่มผู้เป็นเพื่อนกับพี่ชายของหล่อนมอบให้ ทำให้นภาสรวงมองว่าเขาไม่ใช่คนอันตรายอะไร ซ้ำยังเป็นกลางใจเมืองกลางวันแสกๆ เขาคงไม่คิดจะทำอะไรไม่ดี



หญิงสาวยอมออกจากสำนักงานไปกับเขา แล้วก็ได้พบว่านับตั้งแต่รู้จักกับชายผู้นี้ หล่อนก็หัวเราะมากกว่าปีทั้งปีที่ผ่านมาเสียอีก


……………………………………

 

หลังจากปรึกษาหารือกับดารารัษมีเรียบร้อย จันทร์จ้าวก็ไปส่งน้องสาวที่โรงเรียนสตรีกัลยาณี แล้วตั้งใจว่าจะไปหาที่เดินเล่นเสียหน่อย สถานที่สงบคงทำให้หัวสมองปลอดโปร่งและวางแผนเรื่องอาทิตย์ได้ดีขึ้น ทว่าตอนที่กำลังนั่งสามล้อผ่านโรงพยาบาลใหญ่ ชายหนุ่มก็ตัดสินใจให้คนขับสามล้อเลี้ยวเข้าไปส่งเขาในโรงพยาบาลแทน



‘…ถ้าแกหรือคุณหมอเป็นผู้หญิง กันคงคิดว่าเป็นคู่รักกันแน่เชียว’ คำพูดของหม่อมหลวงพงศ์ภราธรยังดังอยู่ในหู แต่จันทร์จ้าวก็เห็นด้วยกับคำพูดของเรย์มอนด์ที่ว่าเขาเป็นผู้ชาย การจะสนิทกับผู้ชายด้วยกันไม่ใช่เรื่องแปลก แล้วถ้าเช่นนั้น หากเขาจะสนิทกับหมอภวัตก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเสียหน่อย ในเมื่อเขามีความสุขที่ได้อยู่กับหมอภวัต สนุกเวลาได้ทำอะไรด้วยกัน เขาก็ควรจะรักษาความสัมพันธ์นั้นไว้



...ใช่ เรย์มอนด์พูดถูกทุกอย่าง...เขาไม่ควรกังวลกับคำพูดของหม่อมหลวงพงศ์ภราธรเลย...



เขาก้าวลงจากสามล้อ แล้วเดินดุ่มๆเข้าไปในโถงของโรงพยาบาลที่มีผู้คนมากมาย ทั้งคนไข้ ญาติคนไข้ พยาบาล และหมอ ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปทั่ว ทว่าไม่เห็นร่างสูงคุ้นตาของเขาเลยแม้แต่น้อย เขากำลังจะตัดใจเดินออกจากโรงพยาบาลอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะว่าแขนข้างหนึ่งถูกคว้าเอาไว้เสียก่อน



“คุณจันทร์จริงๆด้วย” คนคว้าแขนไม่ใช่ใครที่ไหน หมอภวัตนั่นเอง



“เห็นคุณไกลๆ ตอนแรกคิดว่าตาฝาด” เขาเอ่ยปากต่อ พลางยิ้มอย่างอ่อนโยนเช่นเคยแล้วปล่อยมือที่จับแขนอย่างแผ่วเบา



“ก็...พอดีผมมาทำธุระแถวนี้ ผ่านโรงพยาบาลเลยแวะมาดูว่าหมอถูกคนไข้ถล่มหรือยัง วันนี้คนไข้แยะ” จันทร์จ้าวพูดแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ



“เคยแยะกว่านี้ด้วยซ้ำครับ แล้วคราวนี้คุณมาหาหมอคนไหนอีกล่ะ ใช่หมอคนเดิมไหม” คำพูดหยอกล้อทำเอาร่างโปร่งหัวราะเบาๆ



“ที่นี่มีหมอคนไหนตีเทนนิสเก่งๆอีกไหมล่ะ ถ้ามีผมจะขอหาหมอนั่นแทน” ภวัตหัวเราะกับคำยอกย้อนนั้น



“ถ้าจะหาหมอที่ตีเทนนิสเก่งในโรงพยาบาลนี้ ไม่มีหมอคนไหนตีเก่งเท่าหมอภวัตอีกแล้ว” พวกเขาหัวเราะเบาๆ ก่อนที่ภวัตจะชวนอีกฝ่ายออกไปหาอะไรรับประทานเป็นมื้อเที่ยง แม้จะทานมาจนอิ่มตื้อกับน้องสาวแล้ว จันทร์จ้าวก็ยังออกไปกับหมอภวัตอีกรอบ อะไรบางอย่างของนายแพทย์ผู้นี้ ทำให้เขารู้สึกกระปรี้กระเปร่า



แม้ภายในโรงพยาบาลจะมีคนขวักไขว่ แต่ภาพของชายหนุ่ม ๒ คนที่ก้าวเท้าออกไปข้างนอกด้วยกันก็ไม่รอดพ้นสายตาของนางพยาบาลสมฤดีที่มองตามด้วยความฉงน ส่วนชายหนุ่มอีกคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาจากประตูด้านข้างทันเห็นพี่ชายของตนเองออกไปกับคู่ปรับก็ถึงกับชะงักค้างไปเช่นกัน



เภา วิชาญโยธินไม่คิดมาก่อนว่าพี่ชายของตนเองจะสนิทกับจันทร์จ้าว รักษพิพัฒน์!!!


..............................
หัวข้อ: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๘ (๒๙ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๔)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 29-10-2015 21:10:09
   
บุตรชายคนเล็กของพลโทศักดิ์และคุณหญิงจิตต์ วิชาญโยธินเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องรับแขกของตึกใหญ่ภายในอาณาเขตบ้านวิชาญโยธิน


ค่ำมากแล้ว แต่พี่ชายของเขายังไม่กลับถึงบ้าน ก่อนหน้านี้ภวัตก็กลับดึกและออกไปแต่เช้าตรู่ เขาคิดว่าเป็นเพราะที่โรงพยาบาลมีคนไข้จำนวนมาก แต่เมื่อสอบถามกับพยาบาลที่ชื่อสมฤดี ก็ทำให้พบความจริงว่าทุกเย็น ภวัตออกจากโรงพยาบาลตั้งแต่ออกเวร โดยพยาบาลสาวพูดอย่างไม่มั่นใจเท่าไรว่าดูเหมือนพี่ชายของเขาจะไปตีเทนนิส



...ตีเทนนิส?!...ไปตีเทนนิสก็ต้องไปที่สโมสร ไปที่สโมสรก็ต้องได้เจอคนของวังฉัตร แล้วทำไมภวัตถึงไม่พาเขาไปด้วย?!!...



   เขาอดทนรอพบหน้าพี่ชายอยู่จนดึก ด้วยคิดว่าหากวันนี้ภวัตไม่กลับบ้าน พรุ่งนี้เขาจะไปตามที่บ้านพักแพทย์ในโรงพยาบาลให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่แล้วตอนที่เภาเข่นเขี้ยวตัดสินใจจะตื่นแต่ไก่โห่ในวันพรุ่งนี้เพื่อบุกไปพบพี่ชายที่โรงพยาบาล ร่างสูงสง่าของภวัตก็ก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน



   “พี่ภวัตไปไหนมา?!!”



   “ไปโรงพยาบาลน่ะซี ถามอะไรของแก”



   “แล้วหลังจากนั้นล่ะ?!!!”



   “ก็...ไปตีเทนนิส” ภวัตยังไม่รู้สึกว่าการที่ตนเองกลับบ้านดึกจะเป็นปัญหาอะไร จนกระทั่งน้องชายร้องเสียงหลงในประโยคต่อมา



   “ไปตีเทนนิส?!!! แล้วทำไมพี่ไม่พาผมไปด้วย?!!!”



   “แกเป็นอะไรของแกน่ะเภา ฉันไปตีเทนนิสกับเพื่อน...”



   “เพื่อนที่พี่ว่าคือคู่ปรับของผมน่ะหรือ?!!!” ภวัตพูดไม่ออก ดูเหมือนเขาจะลืมไปเสียแล้วว่าเภาเคยหมายหัวจันทร์จ้าวเอาไว้



   “แล้วพี่ไปสโมสรทำไมไม่พาผมไปด้วย?!! แบบนี้เมื่อไรผมจะได้สนิทกับคนวังฉัตรล่ะ?!!!” เภาโวยวายตะพึดตะพือจนคนเป็นพี่นึกอ่อนใจ



   “แล้วทำไมแกไม่ไปเอง แกก็รู้จักคุณพงศ์แล้ว รู้จักคุณวินิตแล้ว ทำไมแกไม่ถือแรกเก็ตเข้าไปที่สโมสร ไปทักทายพวกเขา ไปขอเขาเล่นด้วย แค่นี้ทำไม่ได้หรือ” ภวัตย้อนถามทำเอาคนกำลังโมโหฟาดงวงฟาดงาถึงกับชะงักไปเพราะไม่ทันคิดว่าทำไมเขาถึงไม่ลงมือทำอะไรสักอย่างด้วยตนเอง



   “แต่...แต่....แต่ผมยังไม่สนิทนี่!! ผมก็ต้องอาศัยพี่ก่อน!!! ไม่รู้ล่ะ!! ถ้าพี่ไปสโมสรคราวหน้า พี่ต้องบอกผม!! ผมจะไปด้วย!!!” ความเอาแต่ใจของน้องชายยิ่งทำให้ภวัตรู้สึกเหมือนเภาไม่ได้โตขึ้นเลย เทียบกับจันทร์จ้าวที่ดูเหมือนจะถูกตามใจจนเคยตัวเช่นเดียวกัน แต่ฝ่ายนั้นกลับมีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเสียอีก



เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง



   “แกชอบคุณพิมแน่ใช่ไหม”



   “แน่...” ไม่ทันจะตอบให้เต็มปากเต็มคำ ภวัตก็พูดแทรก



   “คำว่าชอบของแกมันมั่นคงมากแค่ไหน เภา วันนี้แกไม่มีเพื่อนเล่น แกก็คิดถึงคุณพิม วันนี้แกต้องไปออกงานสังคม แกก็ว่าแกชอบคุณพิม แกอยากให้คุณพิมไปด้วย แต่เวลาแกเบื่อ แกก็ไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนผู้หญิงคนอื่น แล้วลืมคุณพิมอย่างนั้นหรือ? แกชอบคุณพิมเฉพาะเวลาที่แกอยากจะอวดใครต่อใครเท่านั้นไหม? แกถามตัวแกดูหรือยัง ว่าความชอบของแก มันเกิดขึ้นเพราะอะไร เพราะคุณพิมคือหม่อมหลวงพิมพัชรา ฉัตราภาส หรือเพราะคุณพิมคือผู้หญิงคนหนึ่งที่แกอยากอยู่ข้างๆเขาไปตลอดชีวิต” 

 

เภาชะงักไปเมื่อพี่ชายจี้ถามในสิ่งที่เขาก็ไม่รู้ เขาเห็นเธอสวย เขาเห็นเธอสง่า เขาเห็นเธอดูผู้ดี เธอมีการศึกษา เธอมีชาติตระกูล เขาชอบเธอ เขาอยากอยู่กับเธอ เขาอยากให้เธอสนใจ เพราะเขาเองก็รูปงาม มีการศึกษา มีฐานะ เขาและเธอเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก หากเขาได้เธอมาครอง ผู้ชายทั้งกรุงเทพฯต้องมองเขาด้วยความอิจฉาริษยา...นั่นคือสิ่งที่เภาคิด แต่เขาไม่เคยคิดว่าความรู้สึกที่ต้องการให้ราชนิกูลสาวผู้นั้นมาเคียงกายเป็นเพราะความเพียบพร้อมที่เธอมี หรือเพราะเขารู้สึกกับเธอด้วยหัวใจอันแท้จริง...ทว่า ด้วยความทิฐิ วิชาญโยธินคนน้องจึงเอ่ยปากอย่างเข้มแข็ง



   “ความชอบของผมก็เกิดเพราะผมอยากอยู่กับคุณพิมน่ะซี!! ผมชอบคุณพิมจริง! ผมรักคุณพิมจริง! และผมอยากอยู่กับคุณพิมจริง!!!” ภวัตมองหน้าน้องชายผู้แสนดื้อดึง ก่อนจะเอ่ยปากเด็ดขาด



   “ถ้าอย่างนั้น ฉันจะพาแกไปพบคุณชายฉัตร”



   “พี่ว่าอะไรนะ?!!” เภาตกตะลึงกับคำพูดของพี่ชาย ภวัตไม่ใช่แค่จะให้เขาสนิทสนมกับหม่อมหลวงพงศ์ภราธรหรือหม่อมหลวงพิมพัชรา แต่ภวัตกำลังผลักดันเขาไปเจอกับบิดาของ ๒ พี่น้องนั่น



   “ถ้าแกชอบคุณพิมจริง ฉันก็จะพาแกไปพบคุณชาย แล้วแกก็เรียนท่านว่าแกรู้สึกกับคุณพิมอย่างไร นั่นล่ะเป็นทางเดียวที่แกจะได้คุณพิมมาครอง” นายแพทย์หนุ่มพูดเพียงเท่านั้น ก็หมุนตัวเดินขึ้นห้องพักผ่อนของตนทันที ทิ้งน้องชายเอาไว้กับความกดดันมหาศาลที่ทับถมลงมาบนไหล่ของเขาทั้ง ๒ ข้าง



   ...จะให้ไปพบคุณชายหรือ?...แล้วให้เขาพูดทุกอย่างกับคุณชายอย่างนั้นหรือ...



   เภา วิชาญโยธินกลืนน้ำลายอึกใหญ่อย่างยากลำบาก ความเข้มแข็งที่ตะโกนบอกพี่ชายเมื่อครู่นี้หดหายกลายเป็นเถ้าธุลี



...................................



   วันศุกร์ เป็นวันเดียวในรอบสัปดาห์ที่จันทร์จ้าวไม่ได้พบหน้าหมอภวัตและไม่ได้ไปตีเทนนิส เพราะต้องรีบกลับไปพบหน้าบิดามารดาตามสัญญา วันนี้เขาไปรออาทิตย์ที่กรม เพราะรู้แน่แล้วว่าต่อให้ไปรอที่วังฉัตร อาทิตย์กับหม่อมหลวงพิมพัชราก็คงไม่ได้เจอกันอยู่ดี แต่ไม่เป็นไร...ต่อให้ ๒ คนนั้นจะไม่ได้เจอกันตอนนี้ แต่ถ้ามีจันทร์จ้าวคนนี้อยู่ อย่างไรเสียก็ต้องได้เจอกันแน่



   หลังจากอาทิตย์เลิกงานและพาน้องชายกลับมาที่บ้านเรือนไทยรักษพิพัฒน์ คุณหญิงผกากอดหอมบุตรชายคนรองพอให้หายคิดถึง แล้วจึงชักชวนบุตรธิดาทั้งหมดร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน ซึ่งนั่นเป็นช่วงเวลาที่จันทร์จ้าวรอคอยอยู่แล้ว



   “เห็นว่าคุณชายจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับผมหรือครับ” เขาตั้งคำถามขึ้นมากลางโต๊ะอาหาร



   “ใช่จ้ะ พ่อจันทร์รู้ได้อย่างไร” คุณหญิงผกาย้อนถาม จันทร์จ้าวเพียงยิ้มบาง



   “มีคนบอกมาแน่ะครับ” เขาพูดอย่างเรื่อยๆราวกับคนที่บอกเขาเรื่องนี้เป็นคนอื่นคนไกลไม่ใช่คนที่โต๊ะอาหารตอนนี้



   “อ้อ คงจะเป็นคุณพงศ์ล่ะซี พ่อเองก็เพิ่งทราบ เมื่อคราวก่อนคุณชายท่านเรียกไปพบ อ้ายเราก็นึกว่าเรื่องด่วนอะไร ที่ไหนได้ เป็นเรื่องที่ท่านจะจัดงานเลี้ยงให้พ่อจันทร์ เห็นท่านว่าเป็นความคิดของคุณพงศ์ ท่านก็เลยรับสมอ้างจัดให้เสียเลย”



   “คุณพงศ์นี่ใจดีจริง สงสัยผมต้องหาของไปกำนัลบ้างแล้ว” ชายหนุ่มพูดพลางยิ้ม และเป็นไปตามที่นัดแนะเอาไว้ เพราะดารารัศมีเอ่ยปากต่อทันที



   “วังฉัตรมีน้ำใจกับบ้านเรามากนะคะ วันก่อนๆคุณพิมก็ฝากทั้งรังนก ทั้งขนม ทั้งผลไม้แช่อิ่มมาให้ ส่วนวันนี้เธอก็ฝากขนมอบมากับดารา บอกว่าฝากให้พวกเราทุกคน” จันทร์จ้าวเหลือบตามองดารารัศมี ดูเหมือน ๒ พี่น้องจะเข้าใจสายตากันและกันเป็นอย่างดี เพราะต่อจากนั้นก็เหลือบไปมองอาทิตย์วูบหนึ่งพร้อมกัน นายทหารหนุ่มก้มหน้ารับประทานอาหารอย่างเงียบๆเหมือนไม่ได้อยู่ในวงสนทนาแค่ประการใด



   “...จริงๆแล้ว เธอว่าอยากจะทำข้าวเกรียบปากหม้อ แต่ต้องทำแต่เช้าก่อนมาโรงเรียน และกว่าดาราจะกลับมาบ้าน กว่าคนที่บ้านจะได้ทาน ก็เกรงว่าจะเสีย คุณพิมเธอเลยทำขนมอบแทน ดาราจะได้นำมาให้คนที่บ้านรับ’ทานได้” ดารารัศมีอธิบายต่อเสียงเรียบเรื่อยเหมือนไม่ได้มีความหมายอะไรเป็นพิเศษ แต่ทุกคำในประโยคนั้นซ่อนความนัยอย่างที่มีไม่กี่คนเท่านั้นที่เข้าใจ และหนึ่งในคนเหล่านั้นก็คือ...อาทิตย์...



   คนเงียบขรึมที่ทำเป็นก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารรู้สึกอิ่มเอิบระคนเศร้าระทม เขาพอจะเข้าใจความหมายที่ดารารัศมีพูดอยู่หรอก หม่อมหลวงพิมพัชราตั้งใจทำขนมมาฝากเขา แม้ขนมที่ฝากมาจะไม่ใช่ของโปรดของเขา แต่ก็ยังแสดงน้ำใจไมตรีต่อกัน ทว่า...เขาไม่ใช่ชายหนุ่มที่เพียบพร้อมเพียงพอสำหรับราชนิกูลสาวผู้นั้น น้องชายของเขาต่างหากที่ผู้ใหญ่ทุกคนหมายมั่นให้ได้ครองคู่กับหม่อมหลวงพิมพัชรา



   ...คิดเพียงเท่านั้น นายทหารหนุ่มก็ได้แต่ตักข้าวเข้าปากด้วยหัวใจเลื่อนลอยและหมองเศร้า ด้วยรู้ดีว่าต่อให้รู้สึกลึกซึ้งกับสตรีผู้นั้นมากเพียงใด ความเจ็บเจียนตายเมื่อเธอกลายเป็นของใครอื่นก็ยิ่งพอกพูนมากเท่านั้น...



   “อย่างนี้ เราน่าจะมีอะไรเป็นสินน้ำใจไปให้วังฉัตรบ้างนะครับ คุณแม่ว่าอย่างไร” จันทร์จ้าวถามย้ำเรื่องเดิม ซึ่งคุณหญิงผกาก็พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยก่อนจะตั้งคำถาม



   “เอ? ถ้าอย่างนั้นจะเอาอะไรไปฝากเขาดีล่ะ”



   “ทุกคนมีความเห็นอย่างไรครับ จะเอาอะไรไปฝากวังฉัตรดี” บุตรชายคนรองของท่านนายพลและคุณหญิงตั้งคำถาม เขาส่งสายตาบอกน้องสาวคนเล็ก ซึ่งดารารัศมีผู้มีความคิดดีและมักจะเสนอในทุกๆเรื่องก็ดูเหมือนจะอ่านสายตานั้นออก หล่อนจึงปิดปากเงียบไม่ยอมเสนออะไร แล้วปล่อยให้คนอื่นคิดแทน



   “ทำขนมไปฝากไหมคะ นภาจะทำให้” นภาสรวงผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวเสนอ ซึ่งแน่นอนว่าจันทร์จ้าวปฏิเสธ



   “วังฉัตรมีกุ๊กฝีมือดีนะนภา จะกล้าไปสู้กับเขาไหวหรือ”



   “จริงด้วยสินะคะ...เอ? แล้วอย่างนั้นจะเอาอะไรดี” หญิงสาวทำท่าครุ่นคิด แต่ต่อให้เสนอของฝากดีแค่ไหน จันทร์จ้าวก็ตั้งใจอยู่แล้วที่จะปฏิเสธทั้งหมด เพราะเขาต้องการข้อเสนออย่างเดียว...ข้อเสนอจากอาทิตย์นั่นเอง ทว่านายทหารหนุ่มก็ยังนิ่งเงียบ จนน้องชายคนรองทนไม่ไหวต้องตั้งคำถาม



   “พี่อาทิตย์ล่ะว่าอย่างไร มีข้อเสนออะไรกับเรื่องนี้บ้างไหม” เมื่อถูกถาม อาทิตย์จึงเหมือนเพิ่งรู้สติ เขาเงยหน้ามองน้องชายด้วยสายตาเลิ่กลั่ก จันทร์จ้าวเลยต้องถามย้ำด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต



   “เอาอะไรไปฝากเพื่อนผมดี”



   “ของฝากหรือ...เอ่อ...ผลไม้ดีไหม ที่สวนข้างหลังมีผลไม้หลายอย่างกำลังสุกพอดี” อาทิตย์เสนออย่างเรียบๆ ด้วยเพราะไม่ได้ตั้งใจฟังมาตั้งแต่ต้น เขาจึงรู้แค่ว่าจันทร์จ้าวจะหาของไปฝาก ‘เพื่อน’ แต่ไม่ทราบว่าเพื่อนคนนั้นคือใคร



   ทว่าข้อเสนอของอาทิตย์กลับเป็นที่ถูกใจคนถามอย่างยิ่ง จันทร์จ้าวดีดนิ้วเป๊าะ



“เยี่ยมเลย! ผมเห็นด้วย ผลไม้จากสวนบ้านเรานี่ล่ะดี”



   “ดาราก็เห็นด้วยค่ะ” ดารารัศมีผู้มักขวางพี่ชายคนรองในหลายครั้ง ตามน้ำไปกับเขาได้อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อ ๒ เสียงว่าอย่างนั้น คนอื่นๆจึงพลอยเห็นดีเห็นงามไปด้วย อาทิตย์ยังฉงน จันทร์จ้าวจะนำผลไม้ไปฝากเพื่อน แต่เหตุใดทุกๆคนในโต๊ะกลับดูจะมีส่วนร่วมไปด้วย ทว่าเขาไม่ทันได้ถามอะไร น้องชายคนรองก็หันมายิ้มให้เขาพร้อมด้วยดวงตาระยิบ



   “เป็นว่าเอาผลไม้ไปฝาก ‘เพื่อนผม’  อย่างนี้คงต้องรบกวนพี่อาทิตย์แล้วล่ะ...” จันทร์จ้าวรวบรัด และไม่ปล่อยให้พี่ชายคนใหญ่ได้สติเสียด้วย เพราะเจ้าตัวพูดต่ออย่างว่องไว



   “...รบกวนพี่อาทิตย์ช่วยดูให้ทีว่าควรจะเอาผลไม้อะไรไปฝากคนวังนั้น แล้วก็วันอาทิตย์รบกวนขับรถพาผมกับของฝากไปที่วังฉัตรด้วยแล้วกัน” และจันทร์จ้าว ก็หาเรื่องพาพี่ชายของตนเข้าวังฉัตรได้อีกครั้งนั่นเอง



............................



   สายวันอาทิตย์ ผลไม้ที่สุกตามฤดูกาลจากสวนหลังเรือนไทยรักษพิพัฒน์ก็อยู่ในรถโฟล์คสีดำของอาทิตย์แล้ว พอบุตรชายคนรองลาบิดามารดาเรียบร้อย คนเป็นพี่ก็ขับรถพาน้องชายไปยังวังฉัตรเพื่อนำของฝากไปให้ จันทร์จ้าวเหลือบตาไปมองผลไม้ที่อยู่เบาะหลัง แล้วก็หันกลับมามองพี่ชายที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาขับรถ



   “พี่อาทิตย์ว่าคุณพิมจะชอบผลไม้อะไร” คำถามของน้องชายทำเอาอาทิตย์ชะงักไปชั่วอึดใจ



   “ไม่ทราบหรอก” เขาตอบเสียงแผ่ว พยายามไม่เก็บเรื่องของสตรีผู้นั้นกลับมาคิดอีก เพราะอย่างไรเสีย วันใดวันหนึ่ง เธอก็คงเป็นของจันทร์จ้าวโดยสมบูรณ์ เขาในฐานะพี่ชายของจันทร์จ้าวไม่ควรคิดอะไรเกินเลยกับสตรีที่ผู้ใหญ่ตั้งใจจะให้ครองคู่กับน้องของตน



   “ผมก็นึกว่าพี่ทราบเสียอีก เห็นดูท่าจะสนใจคุณพิม” คราวนี้อาทิตย์เหยียบเบรกทันควันด้วยความตกใจ แต่ดูเหมือนคนเป็นน้องจะรั้งร่างตนเองเอาไว้อยู่แล้ว เจ้าตัวจึงดูจะไม่เดือดร้อนกับอาการกระตุกของเครื่องยนต์เสียเท่าไร



   “จ...จันทร์...จันทร์พูดอะไรน่ะ...”



   “เอ้า! ก็พี่อาทิตย์ชอบคุณพิมไม่ใช่หรือ ผมก็นึกว่าพี่อาทิตย์ทราบว่าคุณพิมชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไรเสียอีก”



   “จ...จันทร์...จันทร์รู้เรื่องพี่...” อาทิตย์ได้แต่ครางตะกุกตะกักอย่างคาดไม่ถึง เขาคิดว่าความรู้สึกที่แสนเงียบเชียบของเขาจะไม่มีใครสังเกต แต่แล้วทำไมจันทร์จ้าวถึงล่วงรู้ ทว่าคนเป็นน้องกลับพยักหน้ารับอย่างสบายๆ



   “เหตุใดจะไม่รู้ล่ะ? พี่อาทิตย์ออกจะโจ่งแจ้งเสียขนาดนี้”



   “...จ...โจ่งแจ้ง...” อาทิตย์ทวนด้วยนึกไม่ออกว่าการกระทำของตนโจ่งแจ้งอย่างไร แต่กระนั้น เวลานี้ไม่ใช่เรื่องมานั่งกังวลเรื่องความโจ่งแจ้งหรือไม่แล้ว เพราะไม่ว่าจะโจ่งแจ้งจริงหรือไม่ จันทร์จ้าวก็ทราบเข้าเสียแล้ว



“แล้ว...แล้วจันทร์ทราบตั้งแต่เมื่อไร”



“โอย ทราบนานแล้ว ตั้งแต่กลับมาจากอเมริกาใหม่ๆ” นั่นปะไร น้องชายทราบตั้งแต่กลับจากเมืองนอกด้วยซ้ำ อาทิตย์เหงื่อซึมไปทั้งแผ่นหลัง



“จันทร์...อย่าบอกใครได้ไหม พี่...เอ่อ...พี่...”



“เสียใจด้วย ผมบอกดาราไปแล้ว แต่ยังไม่ได้บอกนภา ยังไม่มีโอกาสบอกเสียที ไว้มีโอกาสเหมาะๆ จะบอกนภาด้วย จะได้รู้กันให้หมด” อาทิตย์ถึงกับพูดไม่ออก เขาอ้าปากพะงาบเพราะไม่คิดว่านอกจากจันทร์จ้าวจะมองความรู้สึกของเขาออกแล้ว เจ้าตัวยังนำความไปบอกน้องสาวอีกด้วย



   “พี่อาทิตย์เถอะ เอาแต่เงียบแล้วก็เสียใจเพราะคุณพ่อคุณแม่คิดจะจับผมคู่กับคุณพิมน่ะ มันดีแล้วหรือ”



   “ก็...จันทร์เหมาะกับคุณพิม...” อาทิตย์พูดได้เพียงเท่านั้น หัวใจก็เจ็บหนึบ แต่เขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าจันทร์จ้าวไม่คู่ควรกับหม่อมหลวงพิมพัชรา ในเมื่อน้องชายของเขามีพร้อมทุกอย่าง เหมาะสมทุกประการกับสตรีผู้นั้น



   จันทร์จ้าวพยักหน้าหงึกหงักอีกหน



   “ผมก็ไม่ปฏิเสธหรอก ผมเหมาะกับคุณพิมก็จริง แต่ผมไม่ได้ชอบคุณพิมนี่”



   “คุณพิมเธอดีออกปานนั้น จันทร์ไม่ชอบหรือ” อาทิตย์ออกจะประหลาดใจ น้องชายพูดตรงไปตรงมาว่าไม่ได้ชอบ เรื่องนี้เขาไม่แปลกใจเสียเท่าไร เพราะปากของจันทร์จ้าวก็อย่างนี้ แต่ความรู้สึกของจันทร์จ้าวนี่สิ เหตุใดจึงไม่ชอบ ‘คุณพิม’ ในเมื่อเธอมีทั้งความรู้ ความสามารถ หน้าตางดงามหมดจด น่าจะเป็นที่พึงใจของจันทร์จ้าวไม่ใช่หรือ



   “ไม่ชอบหรอก คุณพิมเธอสวย เธอเก่ง ผมชอบคนสวยและเก่งก็จริง แต่บางทีผมก็รู้สึกว่าเธอเก่งเกินไปหน่อย ผมไม่ชอบให้ใครเก่งเกินผมบ่อยๆ ถ้าให้คบกันเป็นเพื่อนน่ะเยี่ยมเลย แต่ถ้าให้แต่งงานด้วยนี่ไม่เอา บ้านคงแตกเอาวันใดวันหนึ่งเพราะภรรยาเก่งกว่าสามี”



   “แต่...” อาทิตย์กำลังจะแย้งว่าบิดามารดาหมายตาจันทร์จ้าวและหม่อมหลวงพิมพัชรา ทว่าน้องชายไม่คิดจะฟัง ดวงตากลมใหญ่หันมาจับจ้องพี่ชายอย่างหยั่งเชิง



   “ปล่อยให้เธอได้แต่งงานกับคนที่เธอรักและคนที่รักเธอจะดีกว่า พี่อาทิตย์เห็นด้วยไหม” ไม่มีคำตอบจากอาทิตย์ จันทร์จ้าวเอนกายพิงพนักอย่างสบายอารมณ์แล้วพูดต่อ



   “คราวนี้เราต้องมาภาวนากันล่ะ ว่าคนที่รักเธอกับคนที่เธอรักจะเป็นคนเดียวกันหรือเปล่า”



แล้วประโยคนั้นของคนเป็นน้องก็ดังลั่นอยู่ในใจอาทิตย์ไปจนกระทั่งเขาขับรถไปจนถึงวังฉัตร



   รถโฟล์คสีดำเลี้ยวไปตามถนนทรงกลมในอาณาเขตวังจนกระทั่งไปจอดที่หน้าตึกสีขาวสะอาด ตรงนั้นมีรถยนต์คุ้นตาจันทร์จ้าวคันหนึ่งจอดอยู่ที่หน้าตึกแล้ว เขาอดจะสงสัยไม่ได้ที่พบว่ารถของ ‘หมอภวัต’ มาที่นี่



   ...หรือจะเป็นเรื่องทาบทามดูตัวนั่น...



   “ได้ยินเสียงรถ กะไว้แล้วว่าต้องเป็นแก” เสียงจากหน้าประตูตึก ทำเอาจันทร์จ้าวที่กำลังเพ่งมองไปที่รถยนต์ซึ่งจอดอยู่ด้านหน้ารถของพวกเขาต้องหันมองตามเสียงนั้น



   “สวัสดีคุณพงศ์” เขาหันไปทัก ก่อนจะหันกลับไปมองรถยนต์ที่เขาคุ้นตานั่นอีกครั้ง พอดีอาทิตย์เดินลงจากรถพร้อมด้วยกระจาดผลไม้ที่เก็บมาจากสวนบ้านรักษพิพัฒน์ คนเป็นน้องเลยหาทางไล่พี่ชายออกไปจากวงสนทนา



   “อ้าว คุณอาทิตย์ก็มาด้วยหรือ แล้วนั่นเอาอะไรมาน่ะ” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรทักทายพร้อมรอยยิ้มกว้างเฉกเช่นทุกที



อาทิตย์ค้อมศีรษะเล็กน้อยเป็นเชิงทักทายตอบ แต่ไม่ทันจะได้พูดอะไร น้องชายก็แทรกขึ้นมา



   “ที่บ้านผลไม้ออกเยอะน่ะคุณพงศ์ เลยเอามาฝาก ให้พี่อาทิตย์ยกไปเก็บในครัวให้เลยไหม”



   “เฮ่ย จะยกไปเก็บเองทำไม ให้นายคำ...”



   “ผมว่าให้พี่อาทิตย์ยกไปเก็บเถอะ” จันทร์จ้าวย้ำแล้วจับจ้องใบหน้าของเพื่อนรัก ดวงตากลมใหญ่เหมือนจะสั่งให้ทำตามคำพูดของเขา หม่อมหลวงพงศ์ภราธรแม้จะเป็นเจ้าบ้านแต่ก็จำต้องเออออไปด้วย



   “เอาอย่างนั้นก็ได้ คุณอาทิตย์รู้ใช่ไหมว่าครัวไปทางไหน เดินอ้อมตึกไปทางด้านหลังแน่ะ” อาทิตย์รับคำ แล้วหมุนตัวเดินอ้อมตึกไปยังโรงครัว จึงเหลือเพียงทายาทเจ้าของวังฉัตรและจันทร์จ้าวเท่านั้น และเมื่อเหลือกันเพียงแค่ ๒ คน บุตรชายคนรองจากบ้านรักษพิพัฒน์ก็ตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงจริงจังทันที



   “หมอมาหรือ คุณพงศ์”



   “ถูกต้อง”



   “มาทำไม? หรือว่าเรื่องที่ว่าคุณชายฉัตรอยากได้มาเป็นเขยอะไรนั่น” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรโบกมือให้ว่อน



   “เรื่องนั้นคุณหมอปฏิเสธไปแล้ว”



   “ปฏิเสธ?! หมายความว่าคุณชายทาบทามแล้ว แต่หมอปฏิเสธอย่างนั้นหรือ?!” จันทร์จ้าวร้องถามด้วยคิดไม่ถึงว่าคุณชายฉัตรจะรุกเร็วถึงเพียงนั้น แต่ก็อดดีใจไม่ได้ที่ภวัตปฏิเสธตามที่เคยบอกกับเขาว่าไม่ได้คิดสนิทสนมกับหม่อมหลวงพิมพัชราในเชิงชู้สาว



   “ใช่ เห็นคุณพ่อว่า หมอยังอยากทำงาน และยังไม่คิดเรื่องครอบครัว...” พอได้ยินอย่างนั้น ใบหน้าขาวของคนฟังก็เหมือนจะมีรอยยิ้มปรากฏ แต่ก็แค่ชั่ววินาทีเท่านั้น เพราะเพื่อนรักกลับพูดต่อ “...แต่นี่แน่ะ คุณหมอเธอปฏิเสธไปแล้วก็จริง แต่กลับพาน้องชายมาแทนน่ะซี”



   “น้องชาย?!” จันทร์จ้าวหันขวับมองหน้าทันที



   “คุณเภาอย่างไรล่ะ กันก็ว่าแล้วว่าแปลก ปกติคุณหมอไม่กระเตงน้องชายไปไหนมาไหนด้วยหรอก แต่จู่ๆ เธอก็พาน้องของเธอมาสโมสรด้วย แล้วเมื่อคราวก่อนที่คุณหมอไปส่งแกแทนกันน่ะ กันตีเทนนิสต่อกับคุณเภาใช่ไหมล่ะ คุณเภาก็ชวนคุยถึงแต่เรื่องยายพิม คงจะชอบยายพิมเสียแล้ว วันนี้ คุณหมอเธอพาน้องชายมาพบคุณพ่อเอง ไม่ทราบคุยกันเรื่องอะไร กันไม่ได้เข้าไปฟังด้วย แต่ก็คงจะเป็นเรื่องคุณเภากับยายพิมนี่ล่ะ หนีเรื่องนี้ไม่พ้นหรอก กันพนันได้เลย”



“ทำไมหมอไม่เห็นเคยบอกผมว่าน้องหมอชอบคุณพิม!” เขาครางขึ้นมาอย่างคับแค้นใจ ด้วยเพราะก่อนหน้านี้ทั้งเขาและหมอภวัตมีช่วงเวลาพบปะพูดคุยกันมาก แต่ไม่มีครั้งใดเลยที่อีกฝ่ายจะพูดเรื่องนี้กับเขา
 


“แล้วทำไมคุณหมอเธอต้องบอกแกด้วย?” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรหันมาถามด้วยความฉงน แต่จันทร์จ้าวตวัดสายตามองฉับเดียว ราชนิกูลหนุ่มก็รีบเออออไปโดยพลัน



“เอ่อ...นั่นซี...ทำไม...ทำไมคุณหมอไม่บอกแก...” เขาได้แต่ลอบมองสีหน้าของจันทร์จ้าวที่ดูจะหงุดหงิดและโมโหไม่น้อยแล้วหลากใจเพราะเพื่อนของเขาดูจะอารมณ์เสียอย่างไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย



...แค่เพราะว่าหมอภวัตไม่ได้บอกเรื่องเภาให้จันทร์จ้าวทราบเช่นนั้นหรือ? อันที่จริง การที่หมอภวัตไม่พูดเรื่องของน้องชายตนให้คนอื่นรับรู้ ก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องร้ายแรงให้ต้องโกรธต้องเคืองกันเสียหน่อย?...



   เสียงฝีเท้าจากในตึกดังขึ้นเบาๆ คนทั้งคู่หันกลับไปมองก็พบว่าชายหนุ่ม ๒ คนจากบ้านวิชาญโยธินเสร็จธุระในการเข้าพบหม่อมราชวงศ์ฉัตรเรียบร้อย จันทร์จ้าวตวัดสายตาจับจ้องนายแพทย์หนุ่มด้วยความรู้สึกขุ่นเคือง ทำเอาคนถูกจ้องชะงักไปเล็กน้อย ด้วยเพราะสายตาจากดวงตากลมใหญ่นั้นบอกให้รู้ถึงความโกรธเคืองเขา ทว่าภวัตก็ยังทำใจดีสู้เสือทักทายอย่างเป็นมิตร



   “สวัสดีคุณจันทร์” จันทร์จ้าวละสายตาขุ่นไปมองที่น้องชายของหมอที่ยังคงยิ้มแย้มแจ่มใสให้เขา แล้วจึงหันกลับไปมองภวัตอีกครั้ง



   “จะกลับแล้วไม่ใช่หรือ?! ไม่ต้องทักผมหรอก!! ลาคุณพงศ์คนเดียวแล้วเชิญได้เลย!!!” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรถึงกับอ้าปากค้างกับฝีปากเพื่อนรัก แม้กระทั่งเภาที่เมื่อครู่ยังยิ้มแย้มก็ยังหน้าซีดเผือด เพราะฟังอย่างไรก็ตีความหมายได้อย่างเดียวว่าจันทร์จ้าวออกปากไล่



   ภวัตเองก็ไม่เข้าใจ ก่อนหน้านี้จันทร์จ้าวกับเขามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันแล้ว แล้วทำไมวันนี้ ทุกอย่างถึงได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก



   “เอ่อ...” คนเป็นทายาทวังถึงกับพูดไม่ออก จะดุเพื่อนรักต่อหน้าคนอื่น เขาก็คงถูกจันทร์จ้าวโกรธเข้าแน่ๆ แต่คนอื่นที่ว่าก็เป็นแขกของวังซึ่งนับเป็นแขกของบิดา คนกลางอย่างเขาจึงตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกทำได้แค่กระตุกแขนเพื่อนเป็นการปราม



   คุณหมอหนุ่มดูจะเข้าใจความอิหลักอิเหลื่อของหม่อมหลวงพงศ์ภราธรได้เป็นอย่างดี แม้จะสงสัยในท่าทีของจันทร์จ้าว แต่ก็เขาออกปากลากับเจ้าบ้าน



   “ถ้าอย่างนั้น ผมขอตัวก่อนนะครับ คุณพงศ์”



   “ส...สวัสดีครับ” เพื่อนรักของจันทร์จ้าวได้แต่ละล่ำละลักลา ภวัตค้อมศีรษะให้แล้วเดินไปที่รถของตน จันทร์จ้าวยังคงยืนเป็นรูปปั้น ไม่สนใจสายตาของเขาสักนิด แต่เจ้าตัวก็ไม่เดินหนีไปที่ใดเช่นกัน คงต้องการอยู่ดูให้แน่ใจว่าเขาออกจากวังไปแล้วจริงๆ



   รอจนเภาขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว รถยนต์ของบ้านวิชาญโยธินก็แล่นหายออกไปจากวัง จันทร์จ้าวจึงตวัดสายตาเอาเรื่องมาที่หม่อมหลวงพงศ์ภราธร



   “อ...อะ...อะไร...” แม้จะสนิทสนมกันมาแต่เล็ก แต่เวลาที่ดวงตากลมใหญ่จับจ้องเขาอย่างเอาเรื่องเช่นนี้ ราชนิกูลหนุ่มก็ยอมรับตามตรงว่ากลัวใจอีกฝ่ายไม่ใช่น้อย



   “นายเภาอะไรนั่นไม่เหมาะกับคุณพิมเลยแม้แต่นิด! คุณพงศ์ดูไม่รู้หรือ?!!”



   “ร...เรื่องนี้...กันไม่ได้เป็นคนตัดสินใจ...” เป็นเพื่อนกันก็จริง แต่พอถูกตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงดุดันและดวงตาเอาเรื่อง หม่อมหลวงหนุ่มก็ได้แต่อ้อมแอ้มตอบเสียงแผ่ว



   “คุณพงศ์เป็นพี่ชายคุณพิม คุณพงศ์จะไม่ช่วยตัดสินใจได้หรือ?! ไม่รู้ล่ะ!! อย่างไรผมก็ว่าไม่เหมาะกับคุณพิม!! คนของผมเหมาะกว่าเป็นไหนๆ!!”



   “คนของแก?”



“ใช่!! คนของผมดีกว่า!!!!”



“อ้อ...ที่แกว่ามีทหารอยากเป็นเขยที่นี่...แล้วสรุปเป็นใคร กันว่าจะถามก็ลืมเสียทุกที” จันทร์จ้าวมองหน้าคนถาม ความรู้สึกขุ่นเคืองที่มีต่อบุตรชายคนใหญ่บ้านวิชาญโยธินยังคงทำให้อารมณ์คุกรุ่น หนำซ้ำยังพลอยเคืองเพื่อนรักคนนี้เสียด้วย ที่หมอภวัตอุตส่าห์ปฏิเสธไปแล้ว แต่ก็ยังปล่อยให้หมอพาคนอื่นมาแนะนำ!!



   “ถ้าคุณพงศ์เดาเองไม่ได้ ผมว่าคุณพงศ์ก็ไม่ควรเป็นพี่คุณพิมหรอก!!” แล้วโดยที่เจ้าบ้านไม่ต้องเชิญ จันทร์จ้าวก็ก้าวเท้าเดินดุ่มๆเข้าตึกไปทันที หม่อมหลวงพงศ์ภราธรมองตามเพื่อนรักแล้วได้แต่ยกมือขึ้นเกาศีรษะ



   “อะไรนี่ พาลเป็นโกรธเราไปอีกคน...”



   ..................................
   
หัวข้อ: ...จันทร์จ้าว...บทที่ ๘ (๒๙ ต.ค. ๕๘/หน้าที่ ๑๔)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 29-10-2015 21:11:46
   คุณชายฉัตรออกจะประหลาดใจ ที่วันนี้มีแต่คนมาขอพบท่าน เมื่อเช้าก็เป็นหมอภวัตที่พาน้องชายมาพบ นายเภา วิชาญโยธิน บุตรชายคนเล็กของพลโทศักดิ์ที่เกิดจากคุณหญิงจิตต์ คนนี้ก็ดูท่าทางแล้วใช้ได้ แม้จะไม่สุขุมและเป็นผู้ใหญ่เหมือนนายแพทย์ผู้พี่ แต่ก็ทำงานทำการเป็นหลักแหล่ง แต่ติดจะดูเจ้าสำราญไปสักหน่อย พอพ้นหลังคุณหมอภวัตและน้องชายก็เป็นจันทร์จ้าวและพี่ชาย



   “ที่บ้าน มีผลไม้สุกหลายอย่าง ก็เลยนำมาฝากคุณชายครับ” คนพูดคือจันทร์จ้าวในขณะที่พี่ชายเพียงแค่นั่งเงียบ คุณชายฉัตรเหลือบตาไปมองอาทิตย์ ที่วันนี้ไม่ได้อยู่ในชุดเขลอะสำหรับทำสวนอีกแล้ว เสื้อผ้าของเขาสะอาดเรียบร้อยสมกับเป็นนายทหาร



   “ขอบใจพ่อจันทร์ เออ คุณพ่อของเธอบอกหรือยัง ว่าฉันจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับเธอที่นี่ อันที่จริงจะฝากพ่อพงศ์ไปบอก แต่ช่วงที่ผ่านมา พ่อพงศ์ต้องตามฉันไปดูที่ดินหลายแปลง เลยไม่ได้พบเธอ ต้องฝากท่านนายพลไปบอกแทน”



   “บอกแล้วครับ ขอบพระคุณคุณชาย อันที่จริงไม่ต้องจัดก็ได้”



   “ไม่ได้หรอก เธอก็เหมือนลูกเหมือนหลานของฉัน เอาเป็นเมื่อไรดี วันเสาร์หน้าเป็นอย่างไร เธอจะเชิญเพื่อนๆมาด้วยก็ได้” ความเมตตาของชายอาวุโสเจ้าของวังทำให้จันทร์จ้าวยิ้มจาง



“มีแต่พวกเราน่าจะสนุกกว่าครับ ได้รับประทานอาหารพร้อมหน้ากัน พูดคุยกัน เท่านี้สำหรับผมก็เพียงพอแล้ว” คุณชายฉัตรหัวเราะกับเหตุผลของชายหนุ่มคราวลูก



“มักน้อยจริง! เอ้า! ตามใจ เป็นว่ามีครอบครัวของเธอ ครอบครัวของฉัน แล้วเมื่อครู่นี้ฉันเชิญคุณหมอกับคุณเภาแล้ว เธอรู้จักกับ ๒ คนนั้นใช่ไหม เห็นเมื่อคราวก่อนก็ตีเทนนิสกันเสียสนุก ฉันวานให้คุณหมอไปเชิญท่านนายพลกับคุณหญิงจิตต์มาด้วย คุณหญิงผกากับคุณหญิงจิตต์ก็เห็นว่ารู้จักกันดี เมื่อคราวจัดเลี้ยงต้อนรับยายพิม ก็ได้ทั้งคุณหญิงจิตต์และคุณหญิงผกามาช่วยดูแล เป็นว่ามีแต่คนกันเองทั้งนั้น”

 

คำว่าเชิญคุณหมอ ทำเอารอยยิ้มบนใบหน้าของจันทร์จ้าวแห้งไปถนัด หม่อมหลวงพงศ์ภราธรสังเกตสีหน้าเพื่อนรักอยู่แล้วก็นึกหวั่นใจว่าคนแผลงอย่างจันทร์จ้าวจะทำอะไรโดยไม่คำนึงถึงมารยาทเข้า เมื่อตอนพบ ๒ พี่น้องวิชาญโยธินที่หน้าตึก ก็ไล่แขกอย่างกับเป็นเจ้าบ้านไปรอบหนึ่งแล้ว นี่บิดาของเขาเอ่ยปากว่าชวน ๒ คนนั้นมางานเลี้ยงต้อนรับจันทร์จ้าวอีก...วังฉัตรจะแตกไหมหนอ....



บุตรชายของคุณชายฉัตรกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลุ้นสุดตัวว่าเพื่อนรักจะพูดอะไรหรือไม่



“...จริงสิ แล้วนี่คุณหญิงสบายดีแล้วใช่ไหม เป็นลมอีกหรือไม่” คำถามประโยคถัดมาของหม่อมราชวงศ์ฉัตรเปลี่ยนเรื่องไปคุยเรื่องอื่นโดยที่จันทร์จ้าวยังไม่ได้แสดงอภินิหารใดๆเสียก่อน



   “คุณแม่สบายดีครับ” เขาตอบ แต่ก็รู้ว่าหากตอบสั้นเช่นนี้คงเสียมารยาทกับผู้ใหญ่ แม้จะไม่พอใจที่คุณชายฉัตรเชิญชวน ๒ พี่น้องวิชาญโยธินมางานเลี้ยงที่จัดเพื่อเขา แต่ชายหนุ่มก็ยังเก็บอารมณ์แล้วพูดต่อ “...ตอนนี้น้องสาวของผมทั้ง ๒ คนก็รับอาสางานของคุณแม่แทน นภาสรวงรับหน้าที่ในครัว ส่วนดารารัษมีก็คอยกำกับในเรือน คุณแม่ก็เลยไม่ต้องหยิบจับอะไรมากนัก” คุณชายฉัตรพยักหน้ารับรู้พลางยิ้ม ในขณะที่บุตรชายของคุณชายก็พลอยยิ้มไปด้วย เพราะเพื่อนรักไม่แสดงนิสัยแผลงเข้าเสียก่อน



   “มีลูกสาวก็ดีอย่างนี้ คอยดูแลกิจการในบ้าน ยายพิมก็เป็นอย่างนี้จริงไหม พ่อพงศ์” คุณชายหันไปถามบุตรชายที่เข้ามานั่งในห้องด้วย หม่อมหลวงพงศ์ภราธรยิ้มรับ จันทร์จ้าวเลยพูดขึ้น



   “คุณพิมเธอทั้งขยัน ทั้งเก่งนะครับ คุณชาย งานบ้านงานเรือนก็ไม่บกพร่อง ฝีมือปลายจวักก็ดีเยี่ยม ส่วนงานนอกก็เป็นถึงครู ผู้หญิงอย่างคุณพิมหายากเหลือเกินสมัยนี้” คุณชายฉัตรหัวเราะอย่างปลาบปลื้ม



   “จริง พ่อจันทร์ แต่น่าเสียดาย ผู้หญิงเก่งอย่างนี้มักอาภัพคู่”



   “ดอกฟ้า...ชายน้อยนักที่จะมีบุญเอื้อมถึง” จันทร์จ้าวเปรียบเปรยอย่างที่ทำเอาพี่ชายของหม่อมหลวงพิมพัชราถึงกับหัวเราะ



“แกก็ชื่นชมยายพิมเกินไปเสียแล้ว จันทร์”



คุณชายฉัตรมองชายหนุ่มร่างโปร่งผู้เป็นเจ้าของดวงตากลมใหญ่และลักยิ้มที่แก้มซ้ายซึ่งปรากฏทุกครั้งที่เจ้าตัวขยับยิ้มแล้วก็นึกชมไหวพริบ ดวงตาของผู้เป็นเจ้าของวังเหลือบไปมองผู้เป็นพี่ชายจากบ้านรักษพิพัฒน์ อาทิตย์ยังคงนั่งเงียบ สำรวมกิริยาและวาจาแต่ก็สนใจกับบทสนทนาของพวกเขา



   “พ่ออาทิตย์เป็นอย่างไรบ้าง ที่กรมเรียบร้อยดีไหม” ชายสูงวัยตั้งคำถาม และนั่นทำเอาหม่อมหลวงพงศ์ภราธรขมวดคิ้วฉับ



   ... ‘กรม’?...อ้อ...ใช่...อาทิตย์ทำงานที่ ‘กรม’ ...



...เดี๋ยวสิ!! ‘กรม’ อย่างนั้นหรือ?!!...ใช่!! อาทิตย์เป็นทหาร!!!...



   พอความคิดนี้แล่นวาบขึ้นมา บุตรชายของคุณชายฉัตรก็ถึงกับร้องเสียงหลง



   “กรม?!!!”



ทุกคนหันมองเจ้าของเสียง และพลันนั้น หม่อมหลวงพงศ์ภราธรก็เหมือนจะรู้ตัวว่าเขาร้องเสียงดังไปเสียแล้ว ชายหนุ่มรีบยกมือไหว้ขอโทษบิดา



   “ขอโทษครับคุณพ่อ”



   “เป็นอะไรไปน่ะพ่อพงศ์”



   “ป...เปล่า...เปล่าครับ แค่...เอ่อ...ตกใจ...” ราชนิกูลหนุ่มรีบหันไปสบตาจันทร์จ้าวเพื่อนรักทันที แค่เห็นสายตาตื่นตระหนกที่ส่งมานั้น จันทร์จ้าวก็พอจะรู้ว่าหม่อมหลวงพงศ์ภราธรทราบแล้วว่าทหารที่อยากจะมาเป็นเขยของวังฉัตรคือใคร



   “พ่อพงศ์นี่พิลึก เอ้า! ว่าต่อเถอะพ่ออาทิตย์ งานการยุ่งไหมล่ะ” คุณชายฉัตรหันไปดุบุตรชายอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะหันกลับไปถามอาทิตย์ต่อ



   “นิดหน่อยเท่านั้นครับ”



   “จะทำอะไรก็ระมัดระวัง ถ้าอยู่เฉยได้ก็อยู่ไปก่อน ไม่รู้ใครเป็นใครนะ” ชายอาวุโสเตือนด้วยความห่วงใยตามประสา



หลายปีก่อนเกิดกบฏเสนาธิการ ผู้ร่วมก่อการถูกจับกุมและลงโทษ กองทัพระส่ำระส่าย แต่ก็ยังไม่วายมีการก่อการลับอีกหลายอย่างตามมา คุณชายฉัตรเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง แม้จะเลือกที่จะอยู่อย่างสันโดษและไม่เข้าร่วมฝักฝ่ายกับผู้ใด แต่ข่าวคราวพวกนี้ก็ยังเข้าหูท่านตลอด ด้วยเพราะมีพวกพ้องจากหลายสังกัดนำมาบอกกล่าวเป็นการลับ



   “ครับ คุณชาย” อาทิตย์รับคำพลางยิ้มจาง ท่าทางสุภาพเรียบร้อยของเขาทำให้คุณชายออกจะนิยมชมชอบไม่น้อย อาทิตย์คล้ายภวัต ไม่ค่อยพูดและดูสุขุม ไม่เหมือนจันทร์จ้าวผู้เป็นน้องชายที่เข้าสังคมเก่งและคล่องแคล่ว หากธิดาของท่านได้เคียงคู่กับคนอย่างจันทร์จ้าว ก็คงจะมีเสียงหัวเราะไม่เว้นแต่ละวัน แต่...ถ้าหากได้ออกเรือนกับคนอย่างอาทิตย์...ชีวิตคงจะราบเรียบและสงบ



   ดวงตาของคุณชายกวาดมอง ๒ พี่น้องรักษพิพัฒน์อีกครั้ง แล้วจึงเอ่ยขึ้น



   “เห็นว่านำผมไม้มาฝาก มาจากสวนที่บ้านหรือ”



   “ใช่ครับ คุณชาย เป็นผลไม้จากสวน พี่อาทิตย์ปลูกเองทุกต้นทีเดียว”



   “พ่ออาทิตย์คงจะชอบปลูกต้นไม้สินะ” หม่อมราชวงศ์ฉัตรเปรยแล้วจึงหันมาที่อาทิตย์ “ฉันได้พุดซ้อนมาต้นหนึ่ง ดูแลเองก็เห็นมันทำท่าร่อแร่ พ่ออาทิตย์เอาไปดูแลให้ฉันหน่อยได้ไหม ชอบต้นไม้ไม่ใช่หรือ” คำถามนั้นส่งไปยังอาทิตย์ ชายหนุ่มที่คุณชายฉัตรเคยเห็นมอมแมมอยู่กับการปลูกต้นไม้ที่บ้านรักษพิพัฒน์ อาทิตย์เงยหน้ามองเจ้าของคำถาม สายตาของคุณชายดูคาดหวังให้เขาตอบรับ ชายหนุ่มจึงรับคำเสียงเบาทว่าหนักแน่น



   “ได้ครับ” คุณชายฉัตรยิ้มอย่างยินดี ก่อนจะลุกขึ้น



   “ดี ถ้าอย่างนั้นตามฉันมาที พ่อจันทร์กับพ่อพงศ์คุยเล่นกันไปก่อน ขอเวลาฉันกับพ่ออาทิตย์สักครู่” แล้วคุณชายผู้เป็นเจ้าของวังก็ก้าวเท้าเดินนำออกจากห้องนั่งเล่น โดยมีอาทิตย์ลุกขึ้นเดินตามเงียบๆออกไปด้วย พอพ้นหลังคน ๒ คนแล้ว หม่อมหลวงพงศ์ภราธรก็ถลาเข้าไปนั่งติดเพื่อนรัก



   “ที่แกว่ามีทหารอยากมาเป็นเขยวังฉัตรน่ะ! หมายถึงคุณอาทิตย์ใช่ไหม?!!” เขาถามด้วยความอยากรู้ระคนตื่นเต้น หากทหารที่ว่าคืออาทิตย์ รักษพิพัฒน์จริง ก็คงดีไม่น้อย ตระกูลของเขาและรักษพิพัฒน์ก็สนิทสนมกันมานาน หากได้เกี่ยวดองกันอย่างนี้ ก็ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้น!



   จันทร์จ้าวเหลือบตามองคนถาม ยังไม่ค่อยจะหายเคืองเรื่องที่อีกฝ่ายปล่อยให้หมอภวัตพาน้องชายมาให้คุณชายฉัตรดูหน้าเสียเท่าไร จึงพูดจาวกวนตอบกลับไป



   “ก็แล้วคุณพงศ์เห็นผมรู้จักทหารคนไหนไหมล่ะ”



   “โธ่! อย่ายอกย้อนหน่า!!”



   “แล้วถ้าเป็นพี่อาทิตย์จริง คุณพงศ์จะว่าอย่างไร”



   “ก็จะว่าอะไร้?!! ก็ดีใจน่ะซี!! เห็นเธอเงียบๆ ไม่สุงสิงกับใคร ไม่ไปเที่ยวกับผู้หญิงคนไหน ก็นึกว่าเธอไม่ชอบผู้หญิงเสียอีก!” ประโยคท้ายของหม่อมหลวงพงศ์ภราธรทำเอาจันทร์จ้าวชะงัก แล้วหันมองหน้า



   “คุณพงศ์หมายความว่าอย่างไร”



   “เอ้า! ก็กันนึกว่าคุณอาทิตย์เธอจะเป็นเหมือนนายวรินทร์ น้องชายนายวินิตที่ย้ายไปอยู่ฮ่องกงกับเพื่อนฝรั่ง!”



   “แล้วแปลกตรงไหนล่ะ”



   “แกนี่เข้าใจยากจริง! ก็เพื่อนฝรั่งที่ว่าน่ะเป็นวิศวกรผู้ชายน่ะซี! แล้วก็ไม่ได้ไปอยู่กันอย่างเพื่อนหรอก เขาไปอยู่กันอย่างคู่รัก”



   “เฮ่ย!!”



   “ไม่ต้องมาเฮ่ย นี่นายวินิตเล่าให้กันฟังเอง ว่ามีน้องชายก็เหมือนมีน้องสาว จู่ๆก็ได้น้องเขยเสียอย่างนั้น แต่นายวินิตก็ไม่ได้ดูตกใจอะไร ซ้ำยังทำเป็นพูดเล่นเสียอีกว่าน้องชายไปเสวยสุขอยู่ฮ่องกง ส่งจดหมายกลับมาทีไร เป็นต้องแนบรูปถ่ายคู่กับนายวิศวกรฝรั่งนั่นทุกที ทั้งป๊าทั้งม๊าลมจะใส่ทุกครั้งที่เห็น แต่ว่าก็ว่าเถอะ...เรื่องความรักมันห้ามกันได้เสียที่ไหน คนเราจะรักกัน จะต่างชาติต่างภาษาหรือเพศไหนๆก็รักกันได้ทั้งนั่นล่ะ!” หม่อมหลวงพงศ์ภราธรพูดราวกับเข้าอกเข้าใจเรื่องความรักเป็นอย่างดี ทั้งๆที่ยังไม่มีคนคบหาฉันคนรักเสียด้วยซ้ำ



   “แล้วน้องชายของนายวินิตเหมือนพี่อาทิตย์หรือ คุณพงศ์ถึงว่าพี่อา