Basilisk Eye' : เสน่หา ทาส นาคิน (Yaoi)[จบ](แจ้งข่าว) P.4
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Basilisk Eye' : เสน่หา ทาส นาคิน (Yaoi)[จบ](แจ้งข่าว) P.4  (อ่าน 76897 ครั้ง)

ออฟไลน์ EtuDe

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 146
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-0
***************************************************************************************
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

****************************************************************************************



Basilisk Eye' : เสน่หา ทาส นาคิน


คำเตือน

1. เรื่องนี้ ช x ช หากรับไม่ได้กรุณากด X มุมขวาจอ

2. เรื่องนี้มีกลิ่นไอทะเลทราย กรุณาเตรียมครีมกันแดด แว่นตากันแดด ผ้าเช็ดหน้าซับเลือด ให้พร้อม

3.ไม่เหมาะสำหรับคนที่กลัวสัตว์เลื้อยคลาน

4.บทบาท สถานที่และตัวละครล้วนสมมุติขึ้นมาจากจินตนาการของผู้เขียนทั้งสิ้นไม่มีอยู่จริง



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


    แม้ลมทะเลทรายร้อนระอุ มิอาจร้อนเท่ารสรักที่กำลังแผดเผาบนเรือนร่างอันเปลือยเปล่า..
ดวงตาอสรพิษที่จ้องมอง เหมือนกำลังต้องการปลดเปลื้องทุกสิ่ง และกระหายกลืนกินไปจนถึงหัวใจ..

 
♦ ทาส...รัก ♦

 

♦ ทาส...อารมณ์ ♦

 
วรรณกรรมร้อนแรง ที่อาจจะทำให้ลืมหายใจ..

By EtuDe

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สารบัญ

ค่ำคืนปฐมบท
ค่ำคืนที่ 1 :  ทะเลทราย (Part 1)  /   ทะเลทราย (Part 2 [จบ] )
ค่ำคืนที่ 2 : โอเอซิส (จบ)
ค่ำคืนที่ 3 : ดวงตา (Part 1) / ดวงตา (Part 2 [จบ])
ค่ำคืนที่ 4 : ราชาอสรพิษ (Part 1)/ ราชาอสรพิษ (Part 2[จบ])
ค่ำคืนที่ 5 : เสียงกระดิ่ง (Part 1)/เสียงกระดิ่ง (Part จบ)
ค่ำคืนที่ 6 : สายลม (จบ)
ค่ำคืนที่ 7 : อนาคาน (Part 1)/ อนาคาน (Part จบ)
ค่ำคืนที่ 8 : ล่าม (Part 1)/ ล่าม (Part 2)/ ล่าม (Part จบ)
ค่ำคืนที่ 9 :   เม็ดทรายที่มิอาจรวมตัว..(Part 1) / เม็ดทรายที่มิอาจรวมตัว..(Part จบ)
ค่ำคืนที่ 10 : หัวใจที่แห้งแล้ง (Part 1) / หัวใจที่แห้งแล้ง (Part จบ)
ค่ำคืนที่ 11 : เด็กน้อยที่ถูกทิ้ง (Part 1) / เด็กน้อยที่ถูกทิ้ง (Part จบ)
ค่ำคืนที่ 12 : อาทิตย์กลางพายุทราย (Part 1) / อาทิตย์กลางพายุทราย (Part 2) / อาทิตย์กลางพายุทราย (Part 3) / อาทิตย์กลางพายุทราย (Part จบ)
ค่ำคืนที่ 13 : น้ำผึ้งบนผืนทราย (Part 1) /น้ำผึ้งบนผืนทราย (Part 2) /น้ำผึ้งบนผืนทราย (Part 3 NC) /น้ำผึ้งบนผืนทราย (Part 4) /น้ำผึ้งบนผืนทราย (Part จบ)
ค่ำคืนที่ 14 : สายเลือดที่ไม่บริสุทธิ์ (จบ)
ค่ำคื่นที่ 15 : แก้แค้น (Part 1) / แก้แค้น (Part 2) / แก้แค้น (Part จบ)
ค่ำคืนที่ 16 : น้ำตาที่ระเหยบนผืนทราย..Part 1 / น้ำตาที่ระเหยบนผืนทราย..Part 2 / น้ำตาที่ระเหยบนผืนทราย..Part 3 /น้ำตาที่ระเหยบนผืนทราย..Part จบ
ค่ำคืนที่ 17 : เกล็ดทรายใต้ผืนน้ำ Part 1  /  เกล็ดทรายใต้ผืนน้ำ Part จบ
ค่ำคืนที่ 18 : พระชายาแห่งอนาคาน Part 1 / พระชายาแห่งอนาคาน Part 2 / พระชายาแห่งอนาคาน Part จบ
ค่ำคืนที่ 19 : ของขวัญ Part 1 / ของขวัญ Part 2 / ของขวัญ Part จบ
ค่ำคืนที่ 20 : ดวงตาเนตรเทพนาคิน Part 1 / ดวงตาเนตรเทพนาคิน Part 2 / ดวงตาเนตรเทพนาคิน Part 3 / ดวงตาเนตรเทพนาคิน Part จบ
ค่ำคืนสุดท้าย : ชายาคู่บัลลังก์

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เข้ามาเม้าท์มอย คุยกับนักเขียน ได้ที่....

www.facebook.com/Etude.writer
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-10-2015 20:35:23 โดย EtuDe »

ออฟไลน์ EtuDe

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 146
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-0

ค่ำคืน ปฐมบท.......


แม้ลมทะเลทรายจะแผดเผาร่างกายจนมอดไหม้ ก็มิอาจสู้บทเรียนรักที่กำลังสั่งสอนคนอวดดีให้รู้จักสำนึก เรือนร่างนี้เหมือนใกล้จะแหลกสลายลงไปทุกที ทุกครั้งที่อีกฝ่ายกระแทกกระทั้งเข้ามาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หากแต่เสียงลมหายใจอันอ่อนระทวยราวกับคนใกล้สิ้นลมไม่ได้ทำให้ใครคนนั้นเบาแรงลงแต่อย่างใด

 


ทำไมกัน...ทำไมตัวเขาต้องยอมรับชะตากรรมเช่นนี้ด้วย แค่เพียงต้องการจะเอาตัวรอดจากเหตุการณ์บ้าๆนี่ แต่เมื่ออยู่ในเงื้อมือของมัจจุราช หนทางสู่อิสรภาพนั้นก็กลับกอดรัดไว้จนกลายเป็นศูนย์

 

ไม่สิ...ไม่ใช่ คนคนนี้ไม่ใช่มนุษย์

 

แต่จะมีใครที่ยอมเชื่อเรื่องตำนานโบราณงี่เง่านี่บ้าง ถ้าไม่พบเจอกับตัวเองก็ไม่มีวันรู้ ซึ่งตอนนี้มันกำลังแผดเผาวิญญาณของเขาให้เป็นจุณ

 

ร้อน...

 

           ร้อนเหลือเกิน...

 

            ทั้งๆที่ไม่ควรยินยอม แต่ร่างกายกลับไม่เชื่อฟังคำสั่งเลยสักนิด ราวกับดวงเนตรสีเหลืองทองคู่นั้นกำลังครอบครองชีวิตอันน่าสมเพชให้ตกเป็นทาสรับใช้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ริมฝีปากอันเร่าร้อนยังคงสนุกกับการกลืนกินเรือนร่างที่อยู่ข้างใต้ รอยจูบสุกแดงดั่งกุหลาบสะพรั่งประดับไว้บนผิวกายขาวละเอียด มืออันแข็งแรงกดทับมือเล็กเอาไว้พร้อมกับเคลื่อนกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อสวยงามให้แรงขึ้นดุจพายุทรายที่ทำลายทุกสิ่ง โดยมิได้สนใจใบหน้าของคนที่รองรับอารมณ์อย่างฝืนทน

 

            “ มิกิ....” เสียงทุ้มแห่บพร่าดังกระซิบ หากแต่ก้องทุ้มข้างใบหูของคนที่อยู่ด้านล่างดั่งมนต์สะกด เพราะยิ่งได้ยินมากเท่าไรก็ยิ่งปลุกอุณหภูมิในร่างกายให้ขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆไปจนถึงดวงหน้าที่แดงระเรื่อ ขณะที่นัยน์ตาคู่สวยกลับคลอไปด้วยหยาดน้ำตาหลากอารมณ์ที่ถาโถมจนไม่รู้จิตใจตัวเอง

 

            “ ย..อย่าเรียกชื่อผม..อึก ” ได้ยินคำหักห้ามกลับกระตุ้นการกระทำให้รุกเร้ารุนแรงมากขึ้น มือทั้งสองจับยกเรียวขาอันงดงามขึ้นพาดไหล่กว้าง กายแกร่งโน้มทับลงมาจนแนบชิดผิวเนื้อจนไม่มีช่องว่างใดๆ ความร้อนระอุที่ได้รับจากภายในทำให้รู้สึกจุกแน่นจนมิอาจส่งเสียงร้องครวญ สัมผัสที่ได้ช่างน่าสะอิดสะเอียดเสียจนรู้สึกเกลียดร่างกายของตนเอง แต่คนรุกล้ำเมื่อเห็นนัยน์ตาคู่สวยที่ยังคงซ่อนความดื้อดึงขัดขืนนั้น ทำให้เขายิ่งอยากจะเอาชนะร่างบางนี้ไปจนถึงหัวใจ

 

            “ มิกิ.. ”

 

            “ ย..หยุด..หยุดสักที.. ” พร่ำเสียงร้องหวานทั้งน้ำตา มือก็พยายามดันแผงอกกว้างอันชื้นฉ่ำไปด้วยหยาดเหงื่อให้ถอยออก แต่เรือนร่างนีี้กลับถูกช่วงชิงเรี่ยวแรงทันทีที่ได้ยินเสียงนั่น..

 

            เสียงที่ยิ่งเรียก..ก็เหมือนร่างกายกำลัง.......

 

          หลอมละลาย

 

            กลิ่นหอมที่โปรดปรานสุด...

 

 

            “ ร่างกายนาย..เป็นของฉัน..มิกิ ”

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 
 

ออฟไลน์ EtuDe

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 146
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-0
ค่ำคืนที่ 1 : ทะเลทราย..100%


        แหมะ..


        แหมะ..


            เสียงหยดน้ำไหลหยดลงจากเพดานชื้นฉ่ำ หยาดน้ำเย็นๆค่อยๆอาบรดเรือนร่างอันเปลือยเปล่าเผยผิวพรรณขาวละเอียดไร้ซึ่งการปกปิดใดๆเว้นแต่ช่วงล่าง แผ่นอกบางไหวกระพรืมขึ้นลงแผ่วเบาเป็นข้อบ่งบอกว่าร่างนี้ยังมีชีวิต แต่กลับดูอ่อนแรงเสียจนไม่รู้ว่าจะสิ้นลมเมื่อไร

            หนาว..

            หนาวเหลือเกิน..

            กระทั่ง..น้ำหยดสุดท้าย เรียกดวงตาที่ปิดมานานให้ค่อยๆลืมขึ้นเชื่องช้า กลิ่นสาบของสัตว์เลื้อยคลานโชยฟุ้งเข้าจมูกโด่งสันทุกครั้งที่หายใจ และเมื่อนั้น..ภาพเหตุการณ์ทุกอย่างก็ค่อยๆปรากฏชัดขึ้นในหัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ พอได้สติกลับคืนมาดวงตาสีอ่อนดุจแสงมรกตก็เบิกโต แต่ทันทีที่ขยับร่างกาย เขากลับได้ยินเสียงโซ่ตรวนที่ดังขึ้นข้างหู เมื่อมองขึ้นตามไปจึงเห็นท่อนแขนของตัวเองทั้งสองข้างถูกมัดตรึงไว้กับผนังชื้นด้วยโซ่เหล็กสีดำ ส่วนข้อเท้าก็ล่ามไว้เช่นเดียวกัน ทว่า..ยิ่งดิ้นมากเท่าไร เขาก็รู้สึกเจ็บมากขึ้น แต่จะให้ทนอยู่ในสภาพนี้ เขาก็รับตัวเองไม่ได้เช่นกัน ร่างบางจึงฝื้นความเจ็บปวดของตัวเอง หวังลมๆแล้งๆว่าโซ่เหล่านี้จะหลุดไปด้วยความพยายามของเขา ทั้งที่ความจริงมันเป็นได้แค่ฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง

            เลือดสีเข้มไหลย้อนลงมาจากข้อมือทั้งสองข้าง แต่ทำไมมันถึงไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด ตอนนี้..เขาเข้าใจแล้วว่า เวลามนุษย์สิ้นหวังจนหมดหนทางนั้นเป็นยังไง ยิ่งคิดก็ยิ่งน้อยใจในชะตาชิวิตของตัวเอง เมื่อไรชีวิตเขาจะก้าวผ่านจุดเลวร้ายบ้าๆนี่ไปได้สักที ทำไมเขาต้องเกิดมาพบเจออะไรแบบนี้ทุกครั้งด้วย..

              เมื่อไรมันจะจบสักที..

            “ ตื่นแล้วเหรอมิกิ ” เสียงทุ้มนุ่มที่ไม่อยากได้ยินเรียกดวงตาสีอ่อนให้หรี่มอง

            “ อย่ามาเรียกชื่อฉัน ไองูวิปริต! ” น้ำลายถูกถมใส่ลงพื้น บุรุษร่างสูงสง่าในชุดคลุม ยืนเหยียดยิ้มเย็นราวกับไม่ได้สนใจการกระทำก้าวร้าวของอีกฝ่าย ดวงตาสีอำพันดุจสัตว์ร้ายจับจ้องไปยังร่างที่ยังคงดื้อดึงเหมือนเหยื่อตัวน้อยที่น่าสนใจ และนั่นเป็นนัยน์ตาที่เขาหวาดกลัวที่สุด

            ดวงตา..ดวงตาของอสรพิษ!

           “ เด็กดื้อ...ต้องลงโทษ ” ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่หลังจากเสียงเย็นเยือกเอ่ยข้างใบหู ฉับพลันดวงตาคู่สวยก็ได้แต่เบิกโตจนน้ำตาคลอ เมื่อสัมผัสจากบางสิ่งอันน่าสะอิดสะเอียนไหลแทรกเข้ามาในร่างกาย และมันทำให้เขาหวาดผวาไปจนถึงขั่วหัวใจ

            ไม่เอา..ฮึก..ไม่เอาแบบนี้


            เกลียด..


            เกลียดที่สุด!


 +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


            สายลมร้อนระอุโชยพัดฝุ่นผงสีทองให้หมุนเกลียวไปในอากาศ ท้องฟ้าสดใสเปิดโล่งให้ดวงอาทิตย์ทอดแสงลงมายังผืนทรายที่แผ่ขยายไปจนสุดลูกหูลูกตา สิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเป็นต้นไม้หรือสัตว์ที่สามารถใช้ชีวิตผ่านใต้พื้นผิวที่คล้ายกับเตาอบนี้ได้มองดูแล้วช่างน่าอัศจรรย์ใจยิ่ง จนไมน่าเชื่อว่าบนโลกมนุษย์ของเราจะมีสิ่งที่น่าค้นหาและสถานที่แปลกประหลาดเหล่านี้อยู่อีกมากมาย แต่หากสิ่งที่น่าสนใจจริงๆคือนั่นคือการ'ปรับสภาพ'ของทุกสรรพสิ่ง และไม่น่าเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตที่สามารถปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมได้ดีที่สุดจะเป็น ‘สัตว์เลื้อยคลาน’


            ที่นี่คือ ‘ทะเลทรายฮาซาน’ เป็นทะเลทรายในแทบภูมิภาคเอเชียตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นทะเลทรายที่อยู่กึ่งกลางระหว่างประเทศ ซีเรียและอิรัก แต่หากมองไล่ตามเส้นศูนย์สูตรบนแผนที่จะพบว่าทะเลทรายฮาซานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของทะเลทรายซีเรีย


            สิ่งมีชีวิตที่นี่ ก็เหมือนกับสิ่งมีชิวิตในผืนทรายทั่วๆไป มีทั้งสัตว์จำพวกนก หนู และงูทะเลทราย หรือต้นตะบองเพชรที่ผุดขึ้นเป็นหย่อมๆ และไม้พุ่มแห้งๆที่เสมือนตายแล้วแต่พอได้น้ำมันก็จะกลับคืนชีพขึ้นมาใหม่ แต่ถ้ามีเพียงแค่นั้น ทีมคณะนักชีววิทยากับทีมนักวิทยาศาสตร์การแพทย์คงไม่ลงมือเดินทางมาไกลให้ทะเลทรายแผดเผาเล่นแน่


            ภายในโดมสีขาวขนาดใหญ่ซึ่งดูเหมือนถูกสร้างเป็นห้องทดลองชั่วคราวกลางโอเอซิส นักวิทยาศาสตร์จำนวนไม่น้อยกำลังยุ่งวุ่นวายให้กับการเป็นลูกมือในการทดลองของนักชีววิทยาซึ่งเหลืออยู่เพียงสองคนที่ยังคงประจำการอยู่ที่นี่


            ‘คิโนมุระ มิกิ’ เด็กหนุ่มลูกครึ่งยุโรปและแดนอาทิตย์อุทัย ผู้มีรอยยิ้มหวานละไมเสมือนน้ำผึ้งเดือนห้า แต่หากบุคคลิกที่แสดงออกมาอย่างโผงผางชนิดขวานผ่าซาก ช่างดูขัดกับใบหน้าเรียวสวยเหมือนเด็กอายุ 18ของเจ้าตัวเสียจนน่าเสียดาย ซึ่งทำเอาคนที่อยากจะลิ้มลองรสชาติของเขานั้นหมดอารมณ์ไปตามๆกัน แต่ด้วยความที่มิกิเป็นคนฉลาด ตรงไปตรงมา และกล้าคิดกล้าทำ ทำให้เขาก้าวกระโดดมาเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ ‘โลเกีย’ ทางสายชีววิทยาตั้งแต่อายุยังน้อย


            แต่ถึงเขาจะชอบศึกษาค้นคว้าทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตทุกอย่างบนโลก แต่กลับมีสิ่งมีชีวิตหนึ่งที่เขาไม่อยากเข้าใกล้ ซึ่งนั้นคือ 'งู'  ทั้งที่คิดว่าการทำงานสายนี้อาจเป็นเรื่องยากที่จะเลี่ยง แต่ด้วยความใจกล้าบ้าบิ่นและคิดว่าไม่นานเวลาจะพาให้เขาชินไปเอง ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่ผิดถนัด เพราะความกลัวแต่ก่อนที่เคยมีร้อยเปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ก็ยังเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์เท่าเดิม เพียงแต่..

             อาจไม่แสดงออกมากเหมือนแต่ก่อน..

              “ โอ๊ะ! ไองูบ้านี่ตกใจหมด ”  เสียงร้องดังขึ้นทันทีจากร่างของเด็กหนุ่มในชุดคลุมพลาสติกป้องกันตัว ระหว่างที่เขาเดินเข้าไปเด็ดบางสิ่งในห้องกักเก็บการทดลองลงตะกร้า สิ่งมีชีวิตมีเกล็ดมันวาวไร้ซึ่งแขนขาสีเข้มก็เลื้อยขึ้นมาตามมือ ทำให้เขาต้องรีบสะปัดออกด้วยตวามตกใจ


               “ เธอนี่ ไม่ถูกกับงูตั้งแต่ต้นจนจบจริงๆด้วยสินะ.. ” น้ำเสียงเรียบๆฟังดูใจดีเอ่ยจากทางด้านหลัง เด็กหนุ่มหันกลับไป เห็นร่างผอมสูงในชุดกาวน์สีขาวเก่าๆกำลังยืนกอดอกพิงประตูมองมาที่เขา


               ชายกลางวัยเฉียดเลขหกคนนี้คือ ศาสตราจารย์โลเกีย ผู้เป็นเสมือนทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับเขา ทั้งหัวหน้าที่เขาเคารพ และพ่อที่ห่วงใยเสียยิ่งกว่าพ่อแท้ๆ เพราะตั้งแต่มิกิอายุได้ 20 ปีแม่ของเขาก็เสียชีวิตลง ส่วนพ่อแท้ๆก็ทอดทิ้งไปแต่งงานใหม่ ถึงเขาจะรู้สึกเหมือนเด็กน้อยถูกทิ้งไว้กลางทาง แต่เขาก็ไม่ใช่เด็กๆที่ขอเงินครอบครัวกินไปตลอดชีวิต ช่วงนั้นเขาพยายามหาเงินมาจ่ายค่าเล่าเรียน โดยการพยายามสอบทุนให้ได้ แต่ก็ต้องผิดหวังอีกครั้งเพราะดันตกสัมภาษณ์ แต่ระหว่างที่เขาไม่รู้ว่าชีวิตจะเดินไปทางไหนดี ศาสตราจารย์โลเกียผู้เป็นหนึ่งในกรรมการที่คัดเลือก ก็ยื่นมือเข้ามาเสนอให้เขาร่วมทีมวิจัยด้วย ซึ่งเหตุผลนั้น เขาเองก็ยังไม่ทราบมาจนถึงปัจจุบัน มิกิทำงานให้ศาสตราจารย์โลเกียตั้งแต่เขายังไม่จบมหาวิทยาลัย ไล่ตั้งแต่ตำแหน่งลูกมือเล็กๆ จนมาถึงตำแหน่งผู้ช่วยส่วนตัว จนถึงทุกวันนี้ความอบอุ่นที่ได้รับก็กลายเป็นความสนิทสนมชิดเชื้อที่รู้ใจทุกอย่างยิ่งกว่าพ่อตัวเองจริงๆ


            “ รีบออกมาได้แล้ว ในนี้มันร้อน.. ”
             พูดจบศาสตราจารย์ก็เดินออกไป มิกิหลุดคลี่ยิ้มบางๆออกมาให้กับแผ่นหลังนั่น   ก่อนจะก้มลงหยิบตะกร้าที่เต็มไปด้วยดอกไม้สีส้มแดงขึ้นมาแล้วออกจากห้องกักเก็บ


            “ อ่า..นี่มันดอกเพเซียชุดสุดท้ายแล้วสินะ ถ้าการทดลองนี่ล้มเหลว สงสัยได้รออีก 3 ปีแน่กว่าจะได้กลับมาที่นี่ใหม่ เฮ้อ..ให้ตายสิรัฐบาลจะเอาของดีราคาถูก มันจะมีที่ไหนบนโลกไหม.. ” เสียงบ่นพึมพร่ำอย่างเช่นเคยดังขึ้นข้างๆ ขณะที่ดวงตาทั้งสองข้างก็กำลังส่องลงไปในกล้องจุลทัศน์ไปด้วย บนไฟจากกล้องที่ส่องเป็นกระจกเลนส์ใสทับกัน ด้านในบรรจุของเหลวสีเขียวใส แต่หากมองจากกล้องจะเห็นเม็ดเซลล์เล็กๆกลมๆสีดำกำลังวิ่งกระเจิดกระเจิงไปมาเหมือนมดรังแตก
อย่างที่กล่าวเอาไว้ ทะเลทรายฮาซานเป็นทะเลทรายที่มีลักษณะภูมิประเทศเหมือนกับทะเลทรายทั่วไปในแทบเอเชียตะวันออก หากแต่สิ่งที่น่าค้นคว้า และทำให้พวกเขาต้องประหลาดใจนั้นคือพืชที่มีดอกสีส้มแดง ซึ่งเรียกว่า ‘ต้นเพเซีย’ ซึ่งจัดอยู่ในตระกูลไม้พุ่มล้มลุก


            หลังจากการสกัดค้นคว้ามากว่า4 ปี ศาสตราจารย์โลเกียค้นพบว่า ดอกไม้ชนิดนี้ มีคุณสมบัติในการกระตุ้นเซลล์ประสาทที่ตายไปแล้วให้กลับมาทำงานได้ใหม่อีกครั้ง ฟังดูแล้วอาจเหมือนเป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ราวกับว่าพวกเขาจะสามารถชุบชีวิตคนตายให้กลับมามีชีวิตได้ แต่ธรรมชาติก็ยังคงเป็นวงจรธรรมชาติที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้ทุกสิ่งดำเนินไปอย่างที่มันควรจะเป็น มีผู้ล่าก็ต้องมีผู้ถูกล่า นี่คือเรื่องจริงที่มนุษย์เราควรยอมรับ ธรรมชาติจึงมอบอำนาจให้ดอกเพเซียเป็นเสมือนยาที่สร้างความหวังมากกว่าการชุบชีวิต ซึ่งยานี้จะสามารถช่วยคนที่ป่วยเป็นโรค ‘เจ้าหญิงนิทรา’ ได้ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีทางรักษา
หากแต่ดอกไม้นี้ยังมีความพิเศษเฉพาะของตัวอีกหนึ่งอย่าง นั้นคือมันเป็นดอกไม้ที่ปล่อยกลิ่นฟีโรโมนที่ดึงดูดพวกงูให้มาผสมพันธุ์กัน พูดง่ายๆก็คือมันเปรียบเสมือนไวอากร้ากระตุ้นต่อมรักของพวกงูได้อย่างดิบดี จึงไม่แปลกเลยถ้ามีดอกไม้ชนิดอยู่ที่ไหนก็จะพบงูไม่ต่ำกว่า 10 ตัวขดตัวกันเป็นก้อนอยู่ใต้พุ่มไม้นั่น หรือต่อให้นำดอกเพเซียมาแล้วพวกงูก็ยังตามกลิ่นนี้มาอีกอยู่ดี และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขายังพบงูตัวเล็กตัวน้อยอยู่ในห้องกักเก็บอยู่ดี ห้องทดลองนี้จึงมีงูจำนวนไม่น้อยถูกขังเอาไว้ในตู้เหล็กมากมาย ก่อนรอวันไปปล่อย


             “ ศาสตราจารย์..ผมว่าบ่นไปก็เท่านั้น สู้เอาสารสกัดที่เหลือมาทดสอบสมุติฐานของผมดีกว่า ” พูดจบอย่างไม่คิดอะไรพลางค่อยๆถอดชุดคลุมพลาสติกออกอย่างทุลักทุเล ศาสตราจารย์โลเกียละสายตาออกจากกล้อง ก่อนจะเบนมองมายังเป้าหมาย ที่(แสร้ง)เหมือนกำลังวุ่นวายกับการถอดเสื้อ


             “ ให้ตายสิ เธอนี่มันขวานผ่าซากจริงๆ เมื่อไรจะทำตัวน่ารักๆเหมือนหน้าบ้างหื้ม! มิกิ ” โลเกียถอนหายใจ มิกิคลี่ยิ้มเรียบแต่ไม่ว่าเปล่า หยิบเอกสารประกอบการยื่นให้หัวหน้าให้ไปอ่านปิดปากด้วย


              “ ผมไม่ใช่ผู้หญิงสักหน่อย อ้อนมากไปเดี๋ยวหัวหน้าผมหัวใจวายจะทำไง ผมคงโคลนนิ่งใหม่เหมือนแกะดอลลี่ไม่ได้แน่ ”


             “ หึ เธอก็อยู่กับพวกทีมวิจัยของศาสตราจารย์ค็อตเลอร์ไง” กล่าวจบก็ก้มลงอ่านผลการวิจัย แต่มิกิกลับเบ้ปากออก


             “ เฮอะ! ทีมกระโหลกกะลา ให้ผมทำคนเดียวยังดีกว่า ” ขาดคำก็ถอดเสื้อคลุมจนเสร็จ ก่อนจะแขว้นพาดเอาไว้กับเก้าอี้ข้างๆ แถมด้วยการยักคิ้วกวนๆให้กับหัวหน้าหนึ่งที และยื่นขนมปังสังขยาสภาพยับเยิ่นมาให้ ศาสตราจารย์โลเกียกระพริบตาถี่ ก่อนจะถอนหายใจ


              “ เฮ้อ..ข้าวเช้าตอน 4โ มงเย็นเนี่ยนะ ”

(จบ Part 1)

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ออฟไลน์ EtuDe

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 146
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-0
ค่ำคืนที่ 1 : ทะเลทราย Part 2 (จบ)

              การทดลองยังคงดำเนินต่อไป ตั้งแต่ตอนเช้าจนถึงตอนนี้ก็ปาเข้าไปเกือบ 12 ช.ม แล้วที่ทีมชีววิทยายังไม่ยอมหยุดพัก ขณะที่ทีมวิทยาศาสตร์การแพทย์ต่างพากันเข้าห้องพักเป็นที่เรียบร้อย จนบ้างครั้งเขาเองก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้างานวิจัยออกมาสำเร็จแล้ว คนพวกนี้ก็จะได้รับชื่อเสียงพ้วงกับพวกเขาไปด้วย ทั้งที่เวลาการทำงานและการทุ่มเทนั้นต่างกันริบรับ แต่จะว่าไปเพราะเขาไม่ใช่ยอดมนุษย์นี่นะ..จึงไม่สามารถแยกร่างออกมาและทำทุกอย่างด้วยตัวเองเหมือนอย่างในภาพยนตร์ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นงานชิ้นนี้คงไม่ใช้เวลานานขนาดนี้ แต่ถ้าให้พูดตามหลักความจริงก็คือ ถึงเขาจะชอบงานนี้มาก แต่ถามว่าทุ่มเททั้งหมดไหม? คำตอบนั้นคือไม่..บางครั้งความเหนื่อย ความท้อแท้บวกสภาพที่เป็นอยู่ มันก็ทำให้อยากจะล้มเลิกงานนี้ไป และเกิดคำถามพ้วงท้ายอีกว่าเขามาอยู่ตรงนี้เพื่ออะไร


             แต่..ทุกครั้งที่ความคิดแบบนี่แล่นเข้ามา พอลองมองกลับไปที่คนข้างกาย ซึ่งเขาใช้เวลาแทบทั้งชีวิตศึกษาค้นคว้าเรื่องพวกนี้ คำตอบที่ได้..ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เป็นเพื่อเพื่อนมนุษย์ทุกคนที่อยู่บนโลกใบนี้ ศาสตราจารย์โลเกียเป็นคนดี ที่ไม่ควรต้องมาทนเสียงตัดพ้อครหาว่างานของเขามันยิ่งกว่าการงมเข็มในมหาสมุทรและไม่มีวันเป็นจริงได้ แต่เขาควรได้รับการยกย่องเสียด้วยซ้ำซึ่งเขาเองก็จะเป็นคนช่วยผู้มีพระคุณลบคำกล่าวหาเหล่านั้นให้เจ้าพวกนั้นหน้าหงายกันไป
แต่ตอนนี้เขาอยากได้เตียงนุ่มๆ กับผ้าห่มอุ่นสักผืนจัง..


            “ มิกิ! มาดูอะไรนี่เร็ว! ” เสียงเรียกอย่างตื่นเต้น ทำให้ดวงตาสีอ่อนที่กำลังเคลิ้มปิดสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้ง มือเรียวยกขึ้นเกาศีรษะจนเส้นผมสีบลอนด์ทองนั้นยุ่งเหยิ่ง ใบหน้าหวานมุ่ยลงเล็กน้อยที่หัวหน้าของเขามาขัดจังหวะคนกำลังได้ที่ แต่สุดท้ายก็หยิบชุดคลุมกาวน์สีขาวมาสวมทับ แล้วเดินล้วงกระเป๋าทอดน่องเอื่อยๆ มาหาคนที่กวักมือเรียกหยิ๊กๆอยู่หน้ากล้องจุลทัศน์
มิกินิ่วหน้าลงด้วยความสงสัย ก่อนจะลองส่องลงไปในกล้องจุลทัศน์ที่อีกฝ่ายเชื้อเชิญ สิ่งที่เห็นก็เหมือนกับตัวอย่างงานทดลองแบบเคยๆ เพียงแต่มีสิ่งแปลกประหลาดเพิ่มเข้ามาในนี้ มันเป็นเซลล์ที่มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมพีระมิด ตรงกลางเป็นนิวเคลียสเล็กๆเหมือนเม็ดกระดุมสีแดง พอจ้องมองไปสักพัก เขาก็เห็นเซลล์สีดำของดอกเพเซียที่วิ่งเหมือนผึ้งแตกรังในวงนอก กลับค่อยๆถูกเซลล์สามเหลี่ยมดึงเข้าไปทีละอันๆจนเต็มเป็นระเบียบ ภาพที่เห็นคล้ายกับแคปซูลที่ห่อหุ้มเซลล์ของดอกเพเซียเอาไว้โดยไม่ทำลายตัวเซลล์ ซึ่งก็หมายความว่า หากตัวเซลล์สามเหลี่ยมแปลกตานี้สามารถใช้กับมนุษย์ได้ ก็จะทำให้สารสกัดนี้ถูกใช้ได้อย่างเป็นระบบและตรงจุด

         ใบหน้าหวานค่อยๆเงยหน้าขึ้น รู้สึกทึ่งจนพูดอะไรไม่ออก แถมยังตกใจแทนการดีใจไปเสียสนิท
         “ สะ..สำเร็จ..สำเร็จแล้ว ได้ยังไง ” มิกิยังคงจบต้นชนปลายไม่ถูก แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเสียงเครื่องผลิตเซรุ่มก็ส่งเสียงดัง ศาสตราจารย์โลเกียค่อยๆเปิดมันออก ดวงตาคู่สวยหรี่ลงมองตาม ด้านในเป็นหลอดแก้วใสบรรจุของเหลวสีชมพูโปร่งแสงดูสวยงาม


            คงเป็น..เซรุ่มต้นแบบสินะ..


           “ มิกิรีบไปตามทุกคนมาเร็ว ”


           “ คะ..ครับ ” มิกิพยักหน้ารับอย่างงงๆ เกาหัวเหมือนคนสติยังกลับมาไม่ครบ และยังทำใจไม่ได้ที่จู่ๆงานชิ้นนี้นึกจะสำเร็จก็สำเร็จโดยที่ไม่มีเค้าโครงอะไรเลยสักนิด หลายคนบอกว่าเขาควรดีใจ แต่เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยจนเขาลืมไปแล้วว่า เหตุการณ์แบบไหนควรจะดีใจกันแน่ ก่อนจะลากขาเดินดุ่มๆหาววอดๆออกไปจากห้อง แต่ระหว่างที่เดินไปตามทุกคน เขาก็สวนทางกับชายผู้หนึ่งที่มีตำแหน่งและอายุอานามพอๆกับศาสตราจารย์โลเกีย เพียงแต่เขาอยู่ในทีมวิทยาศาสตร์การแพทย์และเป็นหัวหน้าททีม ‘ศาสตราจารย์ค็อตเลอร์’


           มิกิโค้งให้ตามมารยาทแต่ก็ไม่ได้ปริปากพูดอะไรเพราะคิดว่า เขาคงเดินไปที่ห้องทดลองอยู่แล้ว แล้วศาสตราจารย์โลเกียขี้โม้คงต้องคุยจ้อให้ฟังแทนเขาแน่ เขาจึงเลือกเดินผ่านไปเงียบๆ แต่ทั้งหมดกลับผิดคาด..
“ ศาสตารจารย์โลเกีย.. ” เสียงเรียกทำให้คนที่ถูกขานชื่อละสายออกจากเครื่องผลิตเซรุ่ม

 
          “ศาสตารจารย์ค็อตเลอร์ งานทดลองสำเร็จแล้ว ผมสั่งให้มิกิไปตามทุกคนแล้วครับ ”โลเกียหันมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ค็อตเลอร์ยิ้มกลับก่อนจะยกวัตถุสีดำขึ้นมาจากเสื้อกาวน์ของตัวเอง


            “ งั้นเหรอ ขอบคุณมากครับ.. ”




          ปัง!


            เสียงก้องกังวาลที่ได้ยิน ทำเอาขาเรียวที่กำลังเดินทอดน่องเอื่อยๆไปยังห้องพักหยุดชะงัก ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกโต ในท้องก็โหวงๆไปหมด รู้สึกใจคอไม่ดีจนต้องรีบหันหลังกลับมามองทางเดินที่เพิ่งผ่านมาซึ่งเสียงนั้นดังมาจากห้องของศาสตราจารย์โลเกีย ไม่รอช้าก็รีบกลับไปทันที


             ทว่า..พอรีบวิ่งกลับมา สภาพที่เห็นก็ทำเอาเขาแทบล้มทั้งยืน ห้องทดลองถูกรื้อกระจัดกระจายจนเอกสารปลิวว่อน เครื่องผลิตเซรุ่มก็เปิดอ้าค้างเอาไว้แต่หลอดทดลองกลับไม่มีอยู่ในนั้นแม้แต่หลอดเดียว หากแต่สิ่งที่เรียกสติของเขากลับเป็น..


            กลิ่นคาวเลือด!


          “ศาสตราจารย์!!”
           พอหันมาด้านข้าง ก็พบผู้เป็นหัวหน้านั่งจมกองเลือดพิงโตะอยู่กับพื้น เสื้อกาวน์สีขาวสะอาดบัดนี้ถูกย้อมไปด้วยของเหลวสีแดงสดที่ไหลจากรอยกระสุนปืนที่ช่องท้อง แม้จะยังไม่ถึงชีวิตในทันที แต่ลมหายใจที่รวยรินก็บ่งบอกว่าร่างนี้คงอยู่ได้อีกไม่นาน


            “ ไอบ้าพวกนั่น!! ” สบถเสียงดังด้วยความเจ็บใจ แต่ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงประตูเหล็กของห้องทดลองปิดดังปัง


            “ เปิดประตูสิ! เปิดประตู!! ไอพวกสารเลว!! ” ตะโกนอย่างบ้าคลั่ง ทั้งที่ใช้คีย์การ์ดเหมือนอย่างเคยเพื่อเปิดประตูแต่
กลับไม่มีการตอบสนองจากระบบ มือเรียวระดมทุบตีบานประตู ทั้งผลัก ทั้งกระแทกแต่ไม่มีท่าทีว่ามันจะเปิดออกเลยสักนิด สิ่งที่เขาเห็นผ่านบานกระจกกลมๆมีเพียงใบหน้าของหัวหน้าทีมของนักวิทยศาสตร์การแพทย์ที่แสยะยิ้มมองมาอย่างสมเพช ก่อนจะโบกมือลาให้ราวกับเขาเป็นเด็กน้อยที่น่าสงสารและหันหลังจากไปในที่สุด ก่อนสัญญาณเตือนภัยจะดังลั่นจนแสบแก้วหู ซึ่งเป็นการบอกว่าระบบทุกอย่างกำลังจะล่ม และแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้เป็นข้อสรุปได้อย่างดีว่าเจ้าคนสารเลวพวกนั้นคงไม่มีทางขังเขาไว้เพียงอย่างเดียวแน่


            จบแล้ว..ทุกสิ่งทุกอย่างที่ลงแรงไปรวมทั้งชีวิตของเขากำลังจะจบลงอย่างไม่เป็นท่า..


            ทำไม..ชีวิตเขาต้องแบบนี้อยู่เรื่อยไป ทั้งที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย..


            ทั้งที่ทุกอย่างกำลังเสร็จสิ้นแท้ๆ


            “ บ้าที่สุดเลย!! ”
            มือทุบลงบานประตูอย่างสุดแรงจนสะเทือน แต่ก็ไม่มีแววว่าประตูจะผละออก ใบหน้าที่ร้อนผ่าวด้วยความโกรธ แต่กลับมีน้ำตาไหลหยดลงมาเป็นสายราวกับมันกำลังระบายความคับแค้นที่อยู่ในใจ แต่ไม่ว่าเท่าไรมันก็ไม่ทำให้รู้สึกดีขึ้น ในเมื่อเขากำลังจะตายในอีกไม่กี่นาทีนี้


          มิกิ..


          “ มิกิ.. ” เสียงเรียกแผ่วเบานั้นทำให้เขาฟื้นคืนสติ ร่างบางรีบวิ่งไปนั่งลงข้างๆคนที่หายใจรวยริน ศาสตราจารย์ผู้เป็นเสมือนพ่อแท้ๆพยายามฝืนยิ้มให้ ทั้งๆที่ใบหน้านั่นซีดเซียวใกล้หมดแรงลงทุกที


          “ รับยานี่ไว้ ” มือเปื้อนเลือดเอื้อมหยิบบางสิ่งมาขึ้นมาจากกระเป๋าเสือแล้ววางลงบนมือของอีกฝ่าย


          “ นี่มัน.. ”ยาทดลองที่บรรจุใส่หลอดแก้วพร้อมฉีดอย่างดีถูกยื่นให้ ภายในมีของเหลวสีส้มแดงโปร่งใสดูแล้วช่างเหมือนกับสีของดอกเพเซีย


            “ มันคือยาที่ฉันบังเอิญสกัดออกจากเมล็ดอ่อนของดอกเพเซีย  ” พอได้ยินกระนั้นมิกิถึงกับขมวดคิ้วเป็นปมแน่น เขาไม่เข้าใจจริงๆว่าทุกอย่างมันหมายความว่ายังไง และเซรุ่มที่สกัดออกมาจะเครื่องสีชมพูอ่อนนั้นคืออะไร


            “ ถ้าข้อสมมุติฐานของฉันไม่ผิดพลาด ยานี่มันจะปล่อยฟีโรโมนออกมาจากเมล็ดอ่อนที่สกัด ทำให้เธอปลอดภัยจากพวกงู ซึ่งคงอีกไม่น่าระบบรักษาความปลอดภัยคงจะล่ม และคงปล่อยพวกมันในนี้ออกมา ”
            แม้จะอ่อนแรงเต็มที แต่ไม่วายอดที่จะเป็นห่วงเด็กหนุ่มผู้ช่วยคนนี้ไม่ได้อยู่ดี เพราะเขารู้ดีว่าถึงมิกิจะทำเป็นเข้มแข็งเหมือนเด็กหนุ่มหัวดื้อทั่วๆไป แต่สิ่งที่กลัวก็ยังคงเป็นสิ่งที่กลัว แล่ะนั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถทนเห็นได้หากคนที่เขาห่วงใยต้องจบชีวิตลงด้วยสิ่งที่ตัวเองกลัวที่สุด ทั้งที่มิกิเทิดทูนเขาเหมือนพ่อแท้ๆ แต่ที่เขาตอบแทนคงมีแต่ความทรงจำแย่ๆ ยิ่งคิดน้ำตาก็เหมือนจะไหลรินออกมา


            “ ตะ..แต่มันมีหลอดเดียว แล้วศาสตราจารย์ล่ะครับ! ” พยายามทำเสียงให้เข้มแข็ง แต่รู้สึกหัวใจดวงนี้มันช่างเบาหวิวจนเย็นวาบไปทั้งใจจริงๆ เมื่อรู้ว่าชีวิตเขาจะต้องถูกทิ้งเป็นครั้งที่สอง ภาวนาไม่อยากให้คำตอบไม่เป็นอย่างที่เขาคิด


            “ ฉัน..คงไม่ไหวแล้ว ” สิ้นเสียงก็กระอักก้อนเลือดสีแดงเข้มจนท่วมริมฝีปาก จนอ้อมแขนที่คอยประคองเปรอะเปื้อน แต่เขาก็จะไม่มีวันปล่อยอ้อมกอดนี้ไปจากคนคนนี้เด็ดขาด


            “ อย่ามาพูดบ้าๆผมจะช่วยคุณออกไป ฮึก..ผมจะช่วยคุณ ” ห้ามเสียงไม่ให้สั่นไหว แต่หยาดน้ำตากลับไหลอาบลงมาเป็นสายอย่างไม่รู้จักจบสิ้น อ้อมแขนนุ่มโอบกอดจนแน่นไม่คลายลง เสียงสะอื้นร้ำไห้ออกมาทั้งที่พยายามฝื้นกั้น  รู้สึกเหมือนจะขาดใจเสียตรงนี้ให้ได้


            “ มิกิ.. ” สัมผัสหนึ่งแตะลงข้างแก้มขาวละเอียดแผ่วเบา รอยยิ้มอบอุ่นครั้งสุดท้ายมอบให้อย่างตราตรึง


            “ เธอเหมือน ลูกชายของฉันจริงๆนะ ”


            ตึก..


            สิ้นเสียงพร้อมกับดวงใจที่หยุดเต้น มือที่เคยกอบกุมร่วงโรยสู่พื้น ภาพทุกอย่างขาวโพลนในหัวไปหมด อารมณ์ทุกสิ่งที่อย่างที่เคยกักเก็บไว้ไม่สามารถระงับได้อีกต่อไป


          “ ศาตราจารย์! ศาสตราจารย์!! ” โผดกอดร่างที่ไร้วิญญาณทั้งน้ำตานองหน้า ความแข็งแกร่ง ความเข้มแข้งที่เคยมีสูญสลายไปในพริบตาเมื่อคนที่รักสุดหัวใจทิ้งเขาไปอีกคน ขณะที่เสียงสัญญาณเตือนภัยกลับดังถี่ขึ้นเรื่อยๆเหมือนเวลาระเบิดที่ใกล้จะถึงจุดจบเต็มที



       ตึง!


       ตึง!


       ตุบ...


        เสียงปลดปล่อยจากตู้ที่กักเก็บบางสิ่งไว้เปิดออก สิ่งที่หล่นลงมาจากตู้นั่นทำให้มิกิต้องค่อยๆลุกขึ้นให้ไปมองอย่างสั่นๆ ตอนนี้เขาพยายามมองลงที่พื้น แต่กลับไม่พบสิ่งใด ขาเรียวค่อยๆถอยหลังไปเชื่องช้า มือก็กุมเซรุ่มพร้อมฉีดที่ศาสตราจารย์โลเกียมอบให้ก่อนจะสิ้นใจไว้จนแน่น แต่แล้ว..เสียงคล้ายกับการสั่นกระดิ่งเล็กๆถี่ๆก็ดังขึ้นจากโต๊ะทางด้านขวามือไม่ใก้ลไม่ไกล ดวงตาสีอ่อนค่อยๆเหลือบมองเชื่องช้า ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อประพรม ภาวนาในใจอย่าให้เป็นสิ่งที่เขาคิด


         ฟู่..


        เขาเบิกตาโต เมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตมีเกล็ดสีเหลืองทรายสลับดำ กำลังขดตัวเป็นวง ส่วนหัวของมันชูขึ้น แต่หย่นระยะถอยออกมาเหมือนกับสปริงที่เตรียมดีดตัว เรียวลิ้นยาวสองแฉกขยับเข้าออก ดวงตาอสรพิษสีอำพันรีเล็กจ้องมองเหยื่อตัวโตของมันอย่างกระหาย


        มิกิพยายามขยับตัวช้าๆ ค่อยๆถอยออกมาห่างๆ แต่ไม่ว่าหันขยับไปทางไหนกลับได้ยินเสียงเสียงขู่ฟ่อไปทั่วทิศทาง ดวงตาคู่สวยมองเซรุ่มพร้อมฉีดที่อยู่ในมือนิ่ง ยังไงซะถ้าเขาไม่ทำอะไรซักอย่างเขาคงได้จบชีวิตลงจริงๆแน่ และเซรุ่มที่ศาสตราจารย์อุส่าห์คิดค้นมาก็คงไม่มีความหมายเพราะมันไม่สามารถช่วยชีวิตใครได้เลยแม้แต่ตัวเขาเอง


           เขาตัดสินใจถลกแขนเสื้อของชุดกาวน์ด้านซ้ายจนถึงข้อศอก ก่อนจะใช้มือขวาฉีดเซรุ่มสีส้มแดงเข้าไปที่แขนของตัวเอง ความปวดเจ็บคล้ายกับการโดนมดรุมกัดหลายสิบตัวแล่นเข้ามาในเรือนร่างทันที ก่อนเขาจะโยนยานั้นทิ้งไปเมื่อฉีดจนสุด เวลานี้เขารู้สึกเนื้อตัวเขาร้อนลุ่มไปหมด ภาพทุกอย่างก็ดูเคลื่อนไหวเวียนและรวดเร็วจนเหมือนกำลังมองภาพทุกอย่างบนเครื่องเล่นแร็ปเตอร์ในสวนสนุก


           ร่างบางสะบัดหัวแรงเพื่อให้สติทุกอย่างกลับคืนมา แต่พอภาพทุกอย่างเริ่มกลับสภาวะปกติอีกครั้งเขาก็เห็นเจ้างูพวกนั้นเลื้อยผ่านตัวเขาไปราวกับไม่สนใจ แต่พวกมันกับเริ่มให้ความสนใจกันเองโดยการเริ่มการเกี่ยวรัดกัน จาก 1 คู่ กลายเป็น สองสาม และสุดท้ายกลายเป็นกลุ่มก้อนดำจนดูน่าขนลุก มิกิพยายามหายใจเป็นจังหวะเพื่อระงับความกลัวออกไปจากหัว ตอนนี้เขาไม่มีเวลามาก ก่อนที่ระบบทุกอย่างจะล่มจนเขาถูกขังไว้อยู่ที่นี่จริงๆ เขาพยายามมองหาหนทางไปรอบๆ แต่ก็มีเพียงห้องสี่เหลี่ยมที่ไร้ทางออก กระทั่งเขาชำเลืองไปเห็นตะแกรงระบายอากาศของท่อที่อยู่ด้านบน ซึ่งนั่นอาจเป็นหนทางเดียวให้เขาออกไปจากที่นี่ได้


              เขากวาดของทุกสิ่งลง แล้วยกเก้าขึ้นมาวางบนโต๊ะก่อนจะเหยียบมันขึ้นไปใช้มือผลักช่องระบายอากาศนั้นจนเปิดออก ร่างบางปีนขึ้นไปด้านบน ค่อยๆคลานออกมาจากช่องระบายเล็กๆนั่น ก่อนจะใช่เท้าถีบตะแกงใบพัดเก่าๆที่หยุดทำงานแล้ว จนเขาออกมาข้างนอกได้สำเร็จ


             เมื่อออกมาได้ ร่างบางพยายามพยุงตัวลุกขึ้น แต่ทำไมเขาถึงได้รู้สึกว่าร่างกายของเขามันร้อนขึ้นเรื่อยๆแบบนี้ แถมยังเจ็บแผลที่ฉีดยาเข้าไปจนด้านชาเหมือนแขนจะขาดออกจากกัน เขาขบกรามแน่น ฝื้นพยุงตัวลุกขึ้นเดินโซเซออกไปตามพื้นทรายละเอียดจนพ้นประตูรั้วของสถานีวิจัย ซึ่งด้านนอกเป็นบึงหรือโอเอซิสเล็กๆของที่นี่


       ต้องหาคนมาช่วย...


       ต้องหาคน...


         ตุบ..


        เรี่ยวแรงที่เคยรั้งยืนหดหาย กายบางล้มพับไปกองกับผืนทรายเย็นๆ สายน้ำของของโอเอซิสไหลเซาะใบหน้าหวาน ริมฝีปากพยายามเผยอออกหอบหายใจรวยริน ขณะที่หัวใจก็เต้นแรงเสียจนเหมือนจะระเบิดออกจากตัวให้ได้ ภาพทุกอย่างหมุนวนจนมองไม่ออกว่าอะไรคืออะไร รู้สึกอยากจะอาเจียนเอายานั้นออกมา แต่ก็ไม่มีแรงพอจะขยับตัวเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยได้แต่มองภาพที่พร่าเลื่อนแล้วจินตนาการถึงท้องฟ้ามืดมิดของทะเลทรายยามราตรี ที่ไม่แม้จะมีหมู่ดารา มีเพียงตัวเขา..กับความเปล่าเปลี่ยวเพียงเท่านั้น


            คงไม่เลวทีเดียวถ้าได้ตายคาโอเอซิส..


           เขายกยิ้มสมเพชตัวเอง ก่อนเสียงระเบิดจะดังสนั่นจากทางด้านหลังจนหูอื้อชา..และนั่นคือเสียงสุดท้ายที่เขาได้ยิน ไม่ช้า..ภาพทุกอย่างก็ค่อยๆดำมืดไปหมดพร้อมสติที่ขาดหาย..


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-07-2015 23:01:03 โดย EtuDe »

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4162
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
น่าสงสาร ทั้งศาสตราจารย์โลเกียทั้งมิกิเลยอ่ะ

ออฟไลน์ Moko1212

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 55
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
แฟนตาซีแบบนี้ช๊อบชอบ  :katai2-1:

ออฟไลน์ EtuDe

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 146
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-0
ตอบเม้นค่ะ ><


น่าสงสาร ทั้งศาสตราจารย์โลเกียทั้งมิกิเลยอ่ะ

ตอบ ขอบคุณค่ะ ที่ติดตามนายเอกน่าสงสารมาก ฮืออ รอพระเอกเนรีอะะ ><




แฟนตาซีแบบนี้ช๊อบชอบ  :katai2-1:

ตอบ : เข้ามาอ่านบ่อยๆนร้า ><

ออฟไลน์ EtuDe

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 146
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-0
ค่ำคืนที่ 2 : โอเอซิส .....100%

         



            ซู่ม!

 

            “ ตื่นได้แล้วเจ้าพวกสันหลังยาว!” เสียงสาดน้ำดังขึ้นพร้อมกับเสียงตวาดกร้าวก้องหู หยาดน้ำเย็นๆทำให้ร่างของมนุษย์ที่นอนรวมกันหลายสิบสะดุ้งด้วยความตกใจ ก่อนเด็กหนุ่มที่หมดสติไปนานจะฟื้นคืนสติมาฉับพลัน แต่ภาพรอบๆที่ปรากฏทำเอาเขารู้สึกเหมือนตัวเองยังไม่ได้ตื่นจากฝันร้าย ดวงตาสีสวยเบิกโตด้วยความตื่นตระหนก เมื่อพบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางผู้คนแปลกตาในสถานภาพที่ร่างกายทุกคนเปลือยเปล่าปิดช่วงล่างแค่ผืนผ้าๆเก่าๆขาดๆ ตามมือถูกมัดรวบไว้ด้วยเชือกเก่าๆ ส่วนข้อเท้าก็ถ่วงด้วยโซ่เหล็ก ตามเนื้อตัวของพวกเขาเต็มไปด้วยบาดแผลเฆี่ยนตีจนปลิดแตกคล้ายกับทาสมนุษย์เหมือนอย่างในหนัง

 

           สัญชาตญาณความกลัวพาเอากายบางเขยิบถอยหลังโดยอัตโนมัติ แต่กลับไม่รู้ตัวว่าทั้งข้อมือและเท้าถูกมัดไว้ด้วยเชือกหยาบแข็งไม่ต่างนัก ทันทีที่ก้าวหนีก็ล้มลุกคุกคลานอยู่กับพื้น เม็ดทรายและสะเก็ดเศษดินบาดเกาะไปตามเนื้อตัวจนรู้สึกแสบคัน แต่หากทั้งหมดไม่เจ็บใจเท่าการได้สติกลับคืนมา และรู้ว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานะอะไร!

 

            “ เจ้าทาสนี่ฟื้นแล้วสินะ..”  เสียงที่ได้ยินย้ำฐานะตัวเองได้อย่างดิบดี มิกิมองเจ้าของเสียงเย็นนั่นด้วยความคับแค้น เขาเห็นรอยยิ้มชั่วร้ายแสยะขึ้นบนใบหน้าเหี้ยมๆของชายที่สวมชุดคลุมสีขาวยาวจรดเท้า บนศีรษะโพกด้วยผ้าคลุมสีเดียวกันและรัดด้วยเชือกถักสีดำเหมือนชาวอาหรับ

             หลังจากที่เกิดระเบิดขึ้นที่สถานีวิจัย ตัวเขาก็หมดสติไปจนไม่รู้เรื่องราว แต่ไม่คิดว่าพอตื่นขึ้นมาโชคชะตาเลวร้ายจะรุมเล่นงานเขาซ้ำสอง เมื่อคนที่ช่วยเขากลับเป็นพ่อค้าทาส!

 

              “ หน้าตา ผิวพรรณไม่เลว แบบนี้ขึ้นเวทีประมูลคงขายได้ราคางามแน่ ” มือหยาบกร้านถือวิสาสะพลิกใบหน้างามไปมาแรงๆเพื่อตรวจดูของขวัญชิ้นโตแต่ถ้อยคำที่เอ่ยอย่างเหยียดหยามราวกับชีวิตเป็นแค่สิ่งของซื้อขาย ทำเอามิกิขบกรามแน่นด้วยความเจ็บใจอย่างไรเขาไม่ยอมตกอยู่ในสภาพนี้แน่!

 

            “ ปล่อยนะ! ” รวบรวมแรงทั้งหมดที่มีโผเข้ากระแทกพ่อค้าชั่วที่ไม่ทันตั้งตัวจนหงายหลังล้มตึง แต่ด้วยร่างกายที่ถูกมัดเอาไว้มิอาจตั้งตัวได้เร็วเท่าคนที่มือเท้าเป็นอิสระ พอพ่อค้าชั่วลุกขึ้นได้ก่อนก็เตรียมลงโทษสุนัขที่ริกล้ากัดเขาทันที

 

             “ไอบ้านี่! ”

 

              เพี๊ยะ!

 

             ฝ่ามือหยาบตบเข้าที่ใบหน้างามอย่างแรงจนสะบัดกองกับพื้น เลือดสีแดงเข้มไหลเอ่อจากมุมปากที่ปริแตก รู้สึกเจ็บชาไปทั่วแทบใบหน้าด้านซ้ายจนไม่อยากจะขยับตัว กระนั้นก็ยังคงกัดฟันแน่นเพื่อระบายความเจ็บใจให้ชีวิตที่น่าสมเพชของตัวเอง แค่เพียงคิดก็รู้สึกเริ่มร้อนที่ขอบตาทั้งสองข้าง นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกับชีวิตของเขากัน ทั้งที่คิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างควรจะจบลงด้วยดีกับงานวิจัยชิ้นนั้น

 

           แต่ทั้งหมด..

 

           ทั้งหมดมัน....ฮึก

 

           “ เฮอะ! เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ อุส่าห์ช่วยไว้ ยังมาเห่าใส่อีกเหรอ!” เสียงสบถของคนย่ำยีกล่าวอย่างเหยียดหยาม ส้นเท้าสกปรกเหยียบกดลงบนศีรษะที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่ออย่างไม่ปราณี รอยยิ้มชั่วแสยะออกมาด้วยโหดเหี้ยมราวกับไม่ใช่มนุษย์ ขณะที่มิกิเองกลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดด้านนอกเลยสักนิด ซึ่งอาจเป็นเพราะสภาพจิตใจที่เริ่มพังย่อยยับจนทำให้คนที่เคยเข้มแข็งในทุกเรื่องๆ กลับอ่อนแอเสียจนกลบเกลือความเจ็บปวดภายในไปจนหมด เหลือเพียงหัวใจที่รองรับความเสียใจที่ไหลล้นออกมาจากดวงตา

 

            “ ร้องไห้หรือ หึ! ทุเรศชะมัด ” น้ำลายสกปรกถมรดแก้มซ้ำ มือหยาบกร้าน จิกขย้ำเส้นผมสีอ่อนของเด็กหนุ่มลูกครึ่งแดนอาทิตย์อุทัยจนต้องส่งเสียงร้อง แต่กระนั้นก็ยังส่งดวงตาที่แข็งกร้าวมองกลับมาขัดขืน แม้ร่างกายจะไม่มีเรี่ยวแรงปฏิเสธ

 

            พ่อค้าทาสแสยะยิ้มชอบใจก่อนกระชากร่างบางให้ลุกขึ้น และออกคำสั่งกับลูกน้องสองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาสมทบ

 

            “ เอาไอหมาโสโครกนี่ไปอาบน้ำ คืนนี้ข้าจะขึ้นเวทีประมูลขายมันที่ตลาดมืด เพรชเม็ดงามต้องเจียระไนสักหน่อย..” กล่าวสั่งการพร้อมรอยยิ้มชั่วร้ายที่ปรากฏ ก่อนผลักส่งเด็กหนุ่มที่เก็บได้ให้ลูกน้องทั้งสองเป็นคนรับช่วงต่อ มิกิปรายดวงตาอันชื้นฉ่ำหันกลับมามองพ่อค้าทาสด้วยความเคียดแค้นระคนเจ็บใจ แต่ไม่ทันได้ทำสิ่งใดท่อนแขนขาวก็ถูกกระชากไปตามเรี่ยวแรงลูกน้องของพ่อค้าทาสให้เดินตามมา





 

 

            ค่ำคืนแสนเลวร้ายกำลังดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ไม่ว่าจะกี่ยุคสมัย ยังคงมีเรื่องราวอยู่อีกมากที่มนุษย์เราย่างก้าวได้ไม่ถึง และโลกก็ยังคงทำเหมือนปิดหูปิดตาไม่รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม แม้วิทยาการจะพัฒนาไปไกลแค่ไหน แต่สิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่กับตัวเป็นข้อบ่งบอกได้อย่างดี ว่ามนุษย์ยังคงชอบกับการเดินทางไปหาอดีต ซึ่งสิ่งเหล่านั้นอาจเป็นเครื่องมือที่ย้ำถึงสันดารมนุษย์ เพื่อต้องการความอยู่เหนือผู้คน การค้าทาสจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสำหรับเมือง‘อาราบัส’ ซึ่งเป็นแหล่งสนองความปรารถนาของมนุษย์ชั้นดี

 

            เด็กหนุ่มลูกครึ่งแทบมิอาจยอมรับตัวเองได้ เมื่อโดนเพื่อนมนุษย์ด้วยกันกระทำราวกับเขาเป็นสัตว์ป่า ไม่ว่าจะการถูกจับโยนลงบ่อน้ำ และขัดเนื้อขัดตัวเอาคราบสกปรกออกจนสะอาดสะอ้าน แต่เชือกที่มัดแน่นก็ไม่ปลดออกแต่อย่างใด สะเก็ดแผลเล็กๆตามตัวที่เกิดจากการต่อสู้ขัดขืนถูกทาด้วยขี้ผึ้งอย่างลวกๆ และโปะด้วยแป้งขาวเพื่อกลบรอยแผลทับ ก่อนจะจับเขาให้ใส่แค่ผ้าผืนน้อยที่คลุมเฉพาะส่วนล่างเพียงแค่ไม่กี่คืบ ขณะที่ต้นคอขาวก็ถูกสวมด้วยหวงสีทองที่ห้อยเม็ดกระดุมสีทองไว้รอบๆราวกับพวกห่วงคล้องคอของนางรำ แต่กลับมีโซ่เส้นเล็กๆเชื่อมติดกับห่วงและล็อคเชื่อมเอาไว้กับข้อมือที่ถูกมัดไว้อีกทีหนึ่ง สภาพตัวเองทำเอาเขารู้สึกเหมือนเป็นแกะที่พอกขนจนสวยเพื่อส่งเข้าประกวด ก่อนจะโดนซื้อแล้วนำขนไปขายตัดเสื้อและถูกฆ่าตายในเวลาถัดมา

 

            ร่างบางถอนหายใจกับอนาคตของตัวเองที่ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ไม่ช้าพอพ่อค้าชั่วเห็นร่างที่ปรุงแต่งที่ส่งกลิ่นหอมก็เริ่มยกยิ้มพอใจกับสภาพเพรชเม็ดงามตรงหน้า ก่อนจะนำตัวเขาออกไปจากที่พักซอมซ่อ ผ่านตรอกซอกซอยที่ซับซ้อนแห่งหนึ่งในเมืองอาราบัส

 

           เมื่อออกมาด้านนอก สุดปลายสายตาที่เห็นคือเต้นท์ขนาดใหญ่เหมือนของพวกคณะละครสัตว์รกร้าง ไม่มีคบเพลิงหรือไฟให้ความสว่าง แต่กลับมีคนที่แต่งกายเหมือนๆกันด้วยเสื้อคลุมที่เรียกว่าโธบ*ครอมเท้า แล้วมีผ้าโพกคลุมศีรษะที่เรียกว่ากุห์ตรา ส่วนผู้หญิงก็สวมด้วยชุดคลุมมิดชิดตั้งหัวจรดปลายเท้า มีเพียงดวงตาสีดำที่เผยให้เห็น ซึ่งเดินกันขวักไขว่ราวกับกำลังมีงานเทศกาลเกิดขึ้น หากเขาเดาไม่ผิดที่นี่คงเป็นสถานที่ที่เรียกว่า ‘ตลาดมืด’

           

            มิกิถูกผลักตัวเข้ามาด้านใน นัยน์ตาสีสวยกวาดมองรอบๆเพื่อหาหนทางเอาตัวรอดทั้งที่รู้แก่ใจว่าเป็นได้ยากนัก แต่สิ่งที่เขาพบก็คือ ที่นี่คือโรงละครสัตว์รกร้างที่ถูกทิ้งไว้จริงๆอย่างที่คิด ซึ่งตรงกลางเป็นลานกว้างที่มีเวทีขนาดย่อมยกสูงขึ้นจากพื้น รอบๆเป็นอัฒจันทร์ที่เต็มไปด้วยผู้คนเนืองแน่น แต่มองจากการแต่งตัวและเพรชเม็ดโตที่พวกเขาสวมใส่ดูแล้วน่าจะเป็นแหล่งรวมคนที่มีฐานะหรืออิทธิพลจากหลายเชื้อชาติมารวมกัน ซึ่งนั่นทำให้เขาอดหัวเราะสมเพชไม่ได้กับความคิดต่ำช้าของคนพวกนั้นที่มาประมูลทาส โดยที่อาจลืมไปว่าทาสพวกนั้นก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน!

 

            “ หัวเราะอะไรเดินไป” เมื่อเห็นร่างบางหยุดเดิน ลูกน้องพ่อค้าชั่วนั่นผลักไหล่เขาให้ก้าวต่อไปด้านหน้า เวลานี้มีทาสชายหญิงที่ถูกจับมาหลายคนถูกประมูลขายไปเหมือนกับการเลือกซื้อสุนัขในตลาด มิกิกัดฟันแน่นด้วยความเจ็บใจ แต่ในหัวสมองกลับว่างเปล่าไปหมดจน เพราะรู้ว่าเขาไม่อาจหนีไปทั้งสภาพแบบนี้ได้แน่

           

              ใจเย็นๆมิกิ..ค่อยๆวางแผน..

 

              เขาบอกกับตัวเองในใจ และพยายามผ่อนลมหายใจให้เป็นจังหวะมากที่สุด หากหนีตอนนี้ไม่ได้ก็ใช่ว่าเขาจะต้องตกอยู่ในสภาพถูกมัดแบบนี้ตลอดไป ตราบใดที่ยังมีมือมีเท้าเขาก็จะเอาตัวรอดไปจากสถานที่บ้าๆให้ได้ ซึ่งเวลานี้สิ่งที่เขาทำดีที่สุดก็คือ ‘เล่นละครไปตามน้ำ’

 

            และในที่สุดก็ถึงคิวของเขา...

 

             “ ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย ค่ำคืนนี้ข้าขอนำเสนอไข่มุกเม็ดงามข้ามฟากทะเลทรายฮาซาน เด็กหนุ่มต่างแดนผู้มีดวงตางดงามดุจสีมรกต ทรวดทรงบอบบางดูคล่องแคล่ว ว่องไว ปั้นท้ายขาวเนียนละเอียด ดูคุ้มค่า..กับการใช้งาน ”

             เสียงป่าวประกาศของพ่อค้าชั่วดังก้องไปทั่วพื้นที่ มิกิถูกผลักตัวขึ้นเวทีในทันที การพูดการจาที่ดูล่อตาล่อใจอย่างดึงดูดผสานกับเรือนร่างขาวละเอียดและใบหน้าหมดจดที่ยืนอยู่กลางเวที เรียกสะกดคนดูทุกอัฒจันทร์ให้หันมองมายังร่างของเด็กหนุ่มเลือดผสมมาเป็นทางเดียว ทั้งที่คิดว่าจะเล่นละครตามน้ำด้วยการเปรยยิ้มหวานล่อใจเพื่อให้ได้คนหน้าโง่มาไถ่ตัวเขา แต่พอเจอการนำเสนอแบบนี้เข้าไปเขาถึงกับยิ้มไม่ออก แถมมือยังเย็นเฉียบ จนได้แต่ยืนนิ่งเป็นเสาหินแข็งๆ ขณะที่พ่อค้าชั่วยังคงพูดขายของ(เขา)ต่อไป

 

              “ ของดีๆแบบนี้มีไม่บ่อยใช่ไหม..ฮ่าๆ ใช่แล้ว..ของดีๆเลอค่าที่ทุกคนควรค่าแก่การครอบครอง อย่ารีรอๆ เริ่มต้นราคา 1 แสนลูซ! ” เสียงปลุกระดมเริ่มต้นประมูลด้วยความตื่นเต้น ขณะที่มิกิเองกลับแอบมีอารมณ์ร่วม ด้วยการเบ้ปากออกด้วยความไม่พอใจ

 

             เริ่มต้น 1 แสนลูซเหรอ เฮอะ ถูกไปไหม!

 

            “ 2 แสนลูซ ” คนแรกประมูลขึ้นอย่างตื่นเต้น ท่าทางเหมือนเป็นพ่อค้าเพรช แต่ 2แสน ก็ถูกไปอยู่ดีสำหรับตัวเขา

 

            “ 5 แสนลูซ! ” ราคาของเขาเริ่มขยับขึ้นสูงขึ้น ทำให้จิตใจชั่ววูบของมิกิรู้สึกสนุกขึ้นมา อยากจะรู้จริงๆว่าคนหน้าตาอย่างเขาจะตกอยู่ที่ราคาเท่าไรกันเชียว และนั่นก็เหมือนกับเป็นการปลุกระดมราคาราวกับสงครามที่กำลังแย่งชิงตัวเขา ซึ่งไม่ถึง5นาทีราคาประมูลเขากลับพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆจนถึงเลขหกหลัก! ทำเอาพ่อค้าชั่วนั้นไม่คาดคิดว่าเพรชเม็ดนี้จะได้ราคาดีขนาดนี้

 

            “ 5 ล้านลูซครั้งที่หนึ่ง 5 ล้านลูซครั้งที่สอง”

 

            ขึ้นอีกสิ..ราคาฉันมันต้องแพงกว่านี้!

 

             “ 10 ล้าน.. ” เสียงเรียบนิ่งเอ่ยขึ้นจากชายหนุ่มผู้หนึ่งท่าทางมีฐานะร่ำรวย คล้ายกับพวกเศรษฐีในเมืองใหญ่ ทำเอาทุกอัฒจันทร์ถึงกับเงียบกริบ ส่วนพ่อค้าทาสแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

 

             “ สะ สิบล้าน!  ” พ่อค้าชั่วอ้าปากค้าง มิกิหรี่ตาลงมองเป้าหมายที่ซื้อตัวเขาไปอย่างพิจารณา เห็นชายหนุ่มใบหน้าคมเข้มคลุมเอาไว้ด้วยผ้ากุห์ตราสีขาวสลับแดงคาดด้วยเชือกผ้าสีดำมัน

 

              สิบล้านเหรอ มากกว่าที่คิดไว้แฮะ มิกิครุ่นคิดอย่างนึกสนุก ไม่คิดว่าเลยว่าจะมีมนุษย์บนโลกยอมทุ่มทุนซื้อคนที่ไม่รู้ว่าคิดอย่างไรในราคาสิบล้าน แต่ดูจากสายตาที่หื่นกระหายแล้วไอหมอนี่คงซื้อเขามาเพื่อมาทำเรื่องอย่างว่าแน่ๆ

 

            “ ขายหรือเปล่า ” ชายผู้นั้นถามย้ำเสียงเรียบ พ่อค้าชั่วยืนอ้าปากค้างกับราคาที่ไม่คาดคิด ที่ไม่รู้ว่าชาตินี้เขาจะได้ทาสคนใดที่ราคามากเท่ากับมิกิอีกหรือเปล่า

 

            “ ขะ..ขะ ”

 

            “ เดี๋ยว! ” ขณะที่กำลังเปล่งเสียงขานรับ กลับมีอีกเสียงหนึ่งที่ดังก้องสวนขึ้นมาจนหยุดชะงัก ทุกคนหันไปมองคนที่ขึ้นเรียกขัด ซึ่งเป็นบริเวณอัฒจันทร์ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามชายที่ประมูล ซึ่งตรงนั้นเป็นบริเวณที่ไม่อาจมองเห็นรูปหน้าของทาสที่ประมูลได้ชัดนักทำให้ปราศจากผู้คน แต่กลับเด่นสง่าด้วยกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่นั่งรายล้อมเรือนร่างของใครบางคนในเสื้อคลุมสีดำที่แต่งสาบเสื้อด้วยแถบผ้าปักสีทองยาวไล่ระบายมาตั้งไหล่จรดข้อเท้า ศีรษะโพกด้วยผ้ากุห์ตราสีเดียวกันแต่กลับครอบด้วยรัดเกล้าสีเงินเงางามที่ตรงกลางสลักเป็นรูปหัวของบางสิ่ง

 

               มิกิพยายามหรี่ตามองแต่ก็เห็นบุคคลนั้นได้ไม่ชัดนักเพราะผ้าคลุมกุห์ตรานั้นคลอบลงมาบดบัง มีเพียงริมฝีปากบางที่ขยับเปล่งเสียงเรียบเย็นจนทุกคนไม่คาดคิด

 

                “ 20 ล้านลูซขาดตัว.. ” พอได้ยินกระนั้นทุกคนถึงกับเบิกตาโต ตามด้วยเสียงฮือที่ก้องดังไปทั่ว  ขณะที่มิกิเองกลับมีอาการไม่ต่างจากผู้คนในอัฒจันทร์นัก เพราะไม่คาดคิดว่าจะมีคนที่กล้าบ้าบิ่นซื้อตัวเขาในราคาที่แทบจะซื้อเรือยอร์ชดีๆได้สักลำ พ่อค้าทาสอ้าปากค้างชะงักงัน แต่พอเรียกสติกลับคืนมาได้ ก็ไม่รอช้ารีบตะโกนปิดประมูลในทันที

 

              “ 20 ล้าน ขาย! ขาย!! ”

 

              สิ้นการประมูลเสร็จสรรพด้วยตัวเงินที่สามารถทำให้สบายได้ไปทั้งชาติ พ่อค้าทาสของมิกิก็ถูกนัดตัวมาแลกเปลี่ยนของกันที่ด้านหลังเวที บุรุษผู้นั้นส่งคนที่น่าจะเป็นลูกน้องของเขามาพร้อมกับกระเป๋าสีดำก่อนจะยื่นมันให้แก่พ่อค้าทาส เมื่อเปิดดูก็พบว่าภายในเต็มไปด้วยธนบัตรสีเทาและทองคำที่มีมูลค่าเท่ากับตามที่ตกลง มิกิเบิกตาโตกับจำนวนเงินมหาศาล มองหน้าชายผู้แลกเปลี่ยนตัวเขาด้วยสายตาที่พยายามสื่อว่า ‘นี่มันเรื่องโง่สิ้นดี’ แต่ไม่ทันไร เมื่อสิ้นประโยชน์ตัวเขาก็ถูกผลักตัวไปให้พวกชายที่มาแลกเปลี่ยนด้วย และไม่ช้าเมื่อไม่มีเหตุผลจำเป็นที่จะต้องอยู่ที่ต่อ ลูกน้องของชายผู้นั้นก็รีบกึ่งดึงกึ่งลากพาตัวเขาให้ตามออกมา

 

               ขณะที่ทางด้านหลังระหว่างที่พ่อค้าชั่วกับลูกน้องกำลังแบ่งจำนวนเงินกันอย่างสุขใจ พอเอื้อมเข้าไปถึงเงินชั้นในมากขึ้นเรื่อยๆ เขากลับต้องสะดุ้งชักมือกลับเมื่อจู่ๆก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บแปล็บที่มือ แต่พอยกขึ้นมาดูก็เห็นรอยคมเขี้ยวของสิ่งมีชีวิตบางที่ฝั่งลงไปใต้ผิวหนัง ลูกน้องทั้งสองต่างเบิกตากว้างแต่ไม่ทันได้ช่วยเหลือผู้เป็นนาย เสียงที่ดังถี่รัวคล้ายกับการสั่นกระดิ่ง ก็ดังขึ้นไปทั่วไป ใบหน้าซีดเซียวเมื่อรู้ว่ารู้ต้นตอของเสียงที่อยู่รอบๆตัวคือสิ่งใด ก่อนเสียงร้องโหยหวญจะดังย้อมให้กับค่ำคืนที่เต็มไปด้วย..

 

            ความสุขใจ..



 

 

            เพียงเวลาไม่ถึง 10 นาที ร่างบางก็ถูกลากมายังขบวนรถไฟที่จอดรอพร้อมออกเดินทาง แต่น่าแปลกที่เป็นสถานีของประชาชนในเมืองอาราบัสแต่กลับไม่มีคนอื่นอยู่เลยแม้แต่คนเดียว ราวกับมันถูกสั่งปิดไว้เพื่อรอบางอย่าง เวลานี้ด้านนอกมีเพียงคนที่แต่งตัวคล้ายกันที่เขาเห็นงานเต้นท์งานประมูลคอยยืนเฝ้าอย่างเป็นระเบียบด้วยใบหน้าที่แน่นิ่งอย่างกับรูปปั้นสลักตั้งแต่หัวขบวนยันท้ายขบวน คล้ายมาอารักขาคนใหญ่คนโตเพื่อความปลอดภัย

 

              ตอนนี้เขาเริ่มสงสัยจริงๆแล้วว่าคนที่ซื้อเขาไปเป็นใครกัน

 

              ไม่ทันได้คิดให้มากความนัก ประตูรถไฟก็ถูกเลื่อนออกช้าๆเรียกความสนใจ แสงไฟที่ส่องสว่างจะด้านใน ทำให้ดวงตาคู่สวยต้องหรี่มอง คนรออยู่เป็นชายหนุ่มในชุดสีดำขลิบสาบเสื้อด้วยผ้าสีทองซึ่งปักลวดลายคดเคี้ยวของงูเหมือนกำลังเลื้อยอยู่บนผ้าคลุม มิกิแน่ใจทันทีว่าร่างนี้เป็นคนๆเดียวกับคนที่ประมูลเขาในราคา 20 ล้านลูซ แต่ใบหน้านั่นยังคงถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมสีดำจนมองเห็นได้ไม่ชัด แต่ผิวพรรณที่ขาวผ่องสว่างที่เผยให้เห็นทำให้มิกิคิดว่าคนคนนี้ต้องเป็นพวกเชื้อพระวงศ์เป็นแน่ แต่ทำไมเพียงแค่เห็นริมฝีปากหยักโค้งที่ยกยิ้มขึ้นเรียบๆกลับทำให้หัวใจของเขาเย็นวาบราบกับว่ามัน

 

               กำลังตื่นกลัว..

 

             “ โอ้ย! ” ส่งเสียงร้องทันทีเมื่อร่างกายถูกแรงกดจากด้านหลังบังคับให้คุกเข่าลงกับพื้น และบังคับให้เงยหน้าขึ้น

             

            “ นำตัวทาสหนุ่มคนนั้นมาพบแล้วพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท.. ” รายงานจบ พร้อมกับคำราชาศัพท์ที่ทำให้มิกิตกใจแทบไม่เชื่อหูตัวเอง แต่ร่างสูงศักดิ์กลับไม่มีท่าทีว่าจะเอ่ยตอบอะไร หากแต่ลุกขึ้นยืน ค่อยๆก้าวเดินเอื่อยๆมาหยุดอยู่ตรงหน้าจนเงาดำคร่อมทับ ก่อนนิ้วเรียวขาวจะค่อยๆกดลงกลางแผ่นอกบาง แล้วไล่ช้อนขึ้นมาอย่างเชื่องช้าราวกับต้องการเย้ายวนจนถึงกระดูกไหปลาร้า ลำคอขาว และจบปลายคางเรียวมน สัมผัสที่ได้รับดั่งมนสะกดนี้ ทำเอาใบหน้าหมดจดต้องเชยขึ้นตามเรี่ยวแรงแผ่วเบา หัวใจดวงน้อยกลับเต้นแรงราวกับมันจะทะลุออกมาด้านนอก การกระทำเช่นนี้เหมือนต้องการปลุกอารมณ์ของเขาให้ตื่นขึ้น แต่กระนั้นมิกิก็พยายามตั้งสติให้มั่นคงแล้วเพ่งตามองใบหน้าที่หลบซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุมนั้นให้ชัดๆให้ได้ ทว่า..สิ่งที่เห็น กลับทำเอานัยน์ตาสีอ่อนต้องผวาวาบเมื่อพบดวงตาจ้องกลับมานั้นไม่เหมือนกับตาของมนุษย์เลยสักนิด

 

           ม่านตาที่รีเล็กนั้นมันเหมือนกับ..

           

            อสรพิษ..         

 

            “ กะ..แกเป็นใคร! ” ถามเสียงแข็งกร้าวทั้งที่เริ่มกลัวจนสั่น ร่างสูงสง่ากลับยกยิ้มเย็นเยียบไม่คิดตอบคำถาม แต่ไม่ช้าหูของเขาก็แว่วได้ยินหมือนเสียงพรึมพร่ำคล้ายภาษาอะไรอย่างที่ฟังไม่ออก เสี้ยววินาทีที่เสียงเงียบลง สัมผัสลื่นๆจากบางสิ่งก็พลันให้เขา ต้องก้มหน้าลงไปมอง ก่อนจะเบิกตากว้าง เมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมีเกล็ดมันวาวสีขาวโพลนกำลังเลื้อยมาขดอยู่ตรงหน้ากว่าหลายสิบตัว

 

            “ ปล่อย! ฮึก ปล่อยฉันสิโว้ย! ” ร่างบางร้องลั่นด้วยตกใจ กายบางพยายามดิ้นให้หลุดกับการจับกุมแต่ก็ถูกกดตัวให้คุกเข่าเอาไว้กับพื้นจนขยับไปไหนไม่ได้ อสรพิษสีขาวเงางามกว่าหลายสิบค่อยๆเลื้อยไตร่ขึ้นไปตามร่างกายเปลือยเปล่าที่สั่นระริก สัมผัสที่ได้ช่างน่าขยะแขยงจนรู้สึกเกลียดร่างกายตัวเอง หัวใจก็เต้นแรงจนมิอาจควบคุมได้ ใบหน้าหวานหลับตาลงไม่อยากเผชิญหน้ากับสิ่งที่หวาดกลัวแต่ก็มิอาจกลั้นน้ำตาให้ไหลลงมาเป็นสาย ร่างสูงยืนมองทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนิ่ง มีเพียงริมฝีปากบางที่ขยับเปล่งเสียงเยือกเย็น

 

            “ กัดเขา.. ” ขาดคำก็รู้สึกเจ็บทันทีที่ต้นแขนทั้งสองข้าง และไม่นานก็กลายเป็นความด้านชา จากหัวใจที่เคยเต้นถี่ระรัวก็ชะลอช้าลงเรื่อยๆเหมือนมันกำลังจะหยุดเต้น กายบางแข็งทื่อล้มพับลงไปกองกับพื้น ดวงตาปรือช่ำ แต่กระนั้นก็พยายามใช้ริมฝีปากกอบโกยลมหายใจเข้าไปทั้งที่เริ่มทำได้ยากเย็น อากาศกำลังค่อยๆขาดหายไป


              วินาทีของคนใกล้สิ้นลมนั้นช่าง..ทรมาน

 

             ทรมานเหลือเกิน..

 

             ขณะที่ภาพสุดท้ายที่เห็นกลับมีเพียงอสรพิษสีขาวที่เลื้อยผ่านใบหน้า กับร่างสูงของชายคนนั้นที่กลับเข้าไปนั่งที่เดิมขณะที่เสียงหวอดรถไฟดังก้อง..



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ออฟไลน์ skyberry

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 134
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
ค้าง อยากอ่านต่อเลย
ขอบคุณคนเขียนค้าาาา  :katai2-1: มาต่อไวๆเนอะ :impress2:

ออฟไลน์ EtuDe

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 146
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-0
ค่ำคืนที่ 3 : ดวงตา Part 1
     

   ดวงตะวันส่องสว่างร้อนแรงเหนือท้องฟ้าสีคราม รถลีมูซีนสีขาวคันหรูซึ่งดูเหมือนถูกจัดทำมาเป็นพิเศษเพื่อต้อนรับภูมิประเทศที่เป็นทะเลทรายกำลังแล่นอยู่บนถนนสายเล็กๆ โดยมีสองฝั่งข้างทางเป็นเนินทรายพูนสูงทองอร่าม แต่หากไม่มีอะไรดึงดูดจิตใจได้เท่าร่างที่กำลังนอนแน่นิ่ง ทั้งที่โดยปกติแล้วเวลาที่ผ่านเลยไม่เคยมีสิ่งใดเรียกความสนใจเขาได้นอกจากตนเอง แต่บัดนี้ กลับมิอาจละสายตาจากร่างอันบอบบางที่ไม่ต่างอะไรจากกิ่งไม้เปราะๆและผิวพรรณละเอียดเหมือนเม็ดทรายสีขาวสะอาดได้ น่าแปลกทั้งที่ไม่ชอบพวกต่างชาติ แต่เด็กหนุ่มผู้นี้กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังลุ่มหลงอยู่ในวังวน ยิ่งมองใบหน้าเรียวหวานราวอิสตรีกับริมฝีปากบางเฉียบนั่น หัวใจที่นิ่งไปนานกลับเริ่มเต้นแรงขึ้น ทั้งที่ช่วงเวลานี้..ควรเป็นฤดูกาลที่เขาสงบที่สุด

            เพราะอะไรกัน..กลิ่นหอมละมุมนี้ถึงอยู่ร่างของเด็กหนุ่มคนนี้

            สงสัยกระนั้น มือขาวค่อยๆเอื้อมไปเกลี่ยเส้นผมที่บดบังดวงหน้างามแผ่วเบา ก่อนโน้มจมูกโด่งสันลงคลอเคลียอยู่บนแก้มนุ่มนิ่มดุจปุยนุ่นราวกับพิสูจน์ความจริง  แต่ไม่คาดคิดว่าจะทำให้เปลือกตาที่ปิดสนิทไปนานกลับขยุกขยิก เขาจึงรีบเอนตัวกลับมานั่งในท่วงท่าเดิม ขณะที่ดวงตาสีอำพันมองคนที่กำลังได้สติกลับคืนมาอย่างสนใจ


           “ ฟื้นแล้วเหรอ ” เสี้ยววินาทีที่ได้สติกลับคืนมา แต่เสียงเรียบเย็นคุ้นหูทำให้ดวงตาคู่สวยต้องเบิกโต สัญชาตญาณรีบพากายบางลุกขึ้นทันที

 
           “ แก!..อ่อก!! ” ไม่ทันได้พูดสิ่งใด  จู่ๆก็อาเจียนเอาก้อนน้ำที่กระอักกระอ่วนอยู่ในลำคอออกมาจนเปรอะเปื้อนไปทั่ว ร่างบางเกร็งตัวจนโก่งงอรู้สึกเจ็บในท้องคล้ายลำไส้มันจะขาดออกจากกัน ขณะที่ชายหนุ่มที่นั่งข้างๆกลับมองนิ่งงัน รอยยิ้นบางๆยกขึ้นราวกับรู้อยู่แก่ใจว่าอาการของร่างบางจะเป็นเช่นนี้

           “ อย่าขยับดีกว่า พิษงูมันยังไม่หมด ” เขาเอ่ยเสียงเรียบเสมือนสิ่งที่พูดเป็นเรื่องพื้นๆ ก่อนจะเอนลำตัวพิงพนักเบาะบนรถอย่างสบายใจ ส่วนมือก็ยกขึ้นเท้าค้างใบหน้าเรียบเฉยซึ่งบัดนี้ไร้ซึ่งการปกปิดใดๆอย่างตอนก่อน
 
            ทาสหนุ่มค่อยๆเงยใบหน้าขึ้นมามองบุรุษสูงศักดิ์ผู้ซื้อเขาไว้ด้วยเงิน 20 ล้านลูซ แต่ทันทีที่เห็นใบหน้าที่สะดุดตานั้น ก็ทำเอาความคิดต่างๆพลันหยุดชะงักงัน นัยน์ตาสีอำพันเดิมทีคล้ายกับดวงตาของสัตว์ร้าย บัดนี้กลับคมกริบงดงามเหมือนแสงของดวงตะวัน จมูกโด่งสันรับกับคิ้วเรียวยาวดกดำโค้งสวย ริมฝีสีเนื้อระเรื่อหยักดุจรูปคันศร เส้นผมสีดำยาวสลวยปรกดวงหน้านั้นมิอาจตอบได้ว่าสวยงามหรือหล่อเหลาดี แต่กลับยิ่งทำให้ทำให้ชายสูงศักดิ์คนนี้ดูสง่างามและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน

 
           มิกิเผลอมองดวงหน้าอันงดงามนิ่งขณะที่อีกฝ่ายก็ไม่ได้คิดหลบเลยสักนิด สายตาที่ผสานมาจู่ๆมันก็ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงขึ้นราวกับว่ามันกำลังถูกครอบงำด้วยนัยน์ตาสีทองนั่น โชคดีที่ว่าแรงกระแทกเล็กน้อยจากพาหนะที่นั่งก็พลันให้เขาหลุดออกจากภวังค์ฉับพลัน ขณะที่ภาพเหตุการณ์ที่ไม่น่าจดจำบนขบวนรถไฟก็ผุดเข้ามาในหัวเหมือนน้ำที่กำลังไหลท่วมเข้ามา ถึงจะไม่ค่อยอยากเชื่อ..แต่เขาก็แน่ใจว่า บุรุษคนนี้เป็นคนสั่งให้งูพวกนั้นกัดเขาบนขบวนรถไฟซึ่งตอนนี้ไม่ใช่!


            “ แกจะพาฉันไป..อ่อก!..”

            ยังไม่ทันได้ถามจนจบประโยค ก็โก่งตัวลงไปอาเจียนที่พื้นอีกครั้งจนอ่อนแรง ดวงตาคมปรายตามองเด็กหนุ่มที่อาเจียนขับพิษงูออกไม่เลิก ก่อนจะหอบหายใจอยู่ฟุบหน้าหมดเรี่ยวแรงอยู่บนเบาะ ภาพอันน่าสงสารของคนที่ไม่รู้สถานะตนเองนี้ทำให้เขาหัวเราะในลำคอแผ่วเบา เรียกสายตาไม่พอใจของอีกฝ่ายให้หันมาโดยทันที แต่นัยน์ตาสีอำพันกลับเบนสายตาออกไปด้านนอกรถแสงสว่างทำให้ดวงดางนั้นเป็นประกายระยับ ริมฝีปากบางขยับเอื้อนเอ่ยเปล่งเสียงเรียบเย็น

 
            “ อนาคาน.. ”

            เพียงแค่ชื่อของสถานที่ที่ไม่คุ้นหูหลุดออกมา ทำเอาคิ้วสีอ่อนของเด็กหนุ่มลูกครึ่งผูกเป็นปมแน่น แม้จะอ่อนแรงเต็มทนได้ใช่ว่าหัวสมองเขาจะเบลอจนนึกอะไรไม่ออก


           เดิมทีชื่อนี้เหมือนเขาเคยอ่านเจอในหนังสือประวัติศาสตร์ระหว่างที่ทำงานเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์โลเกีย ถ้าเขาจำไม่ผิด มันคือชื่อเมืองโบราณที่เต็มไปด้วยอารยธรรมลึกลับเก่าแก่ที่ซ่อนอยู่ในแทบทะเลฮาซานที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ว่ามีอยู่จริงบนโลกเสียด้วยซ้ำ

            แต่ตอนนี้..ใครจะเชื่อล่ะว่า..คนที่ยอมซื้อตัวเขามาด้วยราคา 20 ล้านจะเป็นคนพาเขาไปที่นั่น !
 
           “ ทำหน้าแบบนั้น..รู้จักงั้นหรือ ” ดวงตาคมปรายมองเขาอย่างเจ้าเล่ห์พร้อมรอยยิ้มที่เย็นเหยียบ หากปฏิกิริยาที่ตอบสนองกลับจากร่างนั้นคืออาการสั่นผวาทันทีที่เผลอสบนัยน์ตาคู่นั้น ขณะที่หัวใจก็เต้นแรงเสียจนเหมือนจะระเบิดออกมา ความเย็นยะเยือกแพร่ซ่านไปตั้งปลายเท้าจรดศีรษะ ครั้นจะพยายามใช้มือทั้งสองกอดตัวเองก็ทำไม่ได้เพราะเขายังถูกมัดไว้ มิกิจึงทำได้เพียงกัดฟันแน่นเพื่อระงับความตื่นตระหนกกับอาการของร่างกายที่มิอาจควบคุมได้

           “ เป็นอะไรไป อย่าแสดงความกลัวต่อหน้าฉันแบบนั้นสิ ”

            ใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาใกล้ขึ้นจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ แต่กลับทำให้ร่างกายหนาวสะท้านมากขึ้น เมื่อพบดวงตาคมกริบสีอำพันจ้องมองมาที่เขาราวกับสัตว์ร้ายกระหายเหยื่อ

            “ ถอยออกไปนะ! ” ร้องห้ามเสียงแข็ง สัญชาตญาณพาร่างกายเขยิบหนี หากก็ยากเกินไปสำหรับคนที่อยากคว้าอิสระ ท่อนแขนเล็กถูกกระชากอย่างแรงจนร่างบอบบางมิอาจทรงตัวอยู่ แต่กลับถูกอ้อมแขนกำยำกลับโอบรัดไว้อย่างง่ายดาย มือหนาทั้งสองสอดคล้องเข้าเอวคอดเล็ก ก่อนค่อยๆเลื่อนจากแผ่นหลังชื้นบางขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงต้นคอทางด้านหลัง  มือข้างหนึ่งขยุ้มเส้นผมสีอ่อนตรงท้ายบังคับให้เงยขึ้น ความเจ็บทำเอาร่างบางเผลอส่งเสียงร้องครวญ ขณะที่อีกข้างกลับเข้าประคองอยู่ข้างใบหน้าที่ยังคงแสดงความหวาดกลัว รอยยิ้มเย็นยะเยือกคลี่ออกอย่างพอใจกับอาการที่ร่างเล็กแสดงออก ดวงตาคมกริบจ้องมองลำคอซีดขาวที่ปรากฎรอยเส้นเลือดบางๆ ก่อนจมูกโด่งสันจะก้มลงสูดดมกลิ่นกายเย้ายวนหอมละมุนดุจบุปผาที่โปรดปราน สัมผัสเร่าร้อนเริ่มปลุกระตุ้นขึ้นอย่างรุนแรงทำเอาเสียงครางหวานหอบกระเส่าเล็ดลอดออกมจากริมฝีปากหยักสวย ดวงตาคมมองภาพอันยั่วยวนนิ่งงัน ก่อนเสียงเรียบเย็นจะเอ่ยแผ่วเบา


           “ จงแสดงแต่..ความร้อนแรงออกมา ” ขาดคำราวกับลมหายใจถูกช่วงชิงไปในทันที กลีบปากเร่าร้อนบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างกระหาย ความรุนแรงที่ได้รับทำให้เกิดแผลปลิดแตก รสเลือดฝาดลิ้นไหลซึมเข้าไปในโพรงปากแต่หากหวานละมุนราวกับน้ำผึ้งหายาก เรียวลิ้นช่ำชองเกี่ยวกระหวัดกลืนกินทุกหยาดหยดความหวานอย่างเพลิดเพลิน ขณะที่มือก็เปลี่ยนมาสอดใต้แผ่นหลังลูบไล้กอดรัดแน่นขึ้น อีกข้างก็ขย้ำขยุ้มเส้นผมสีอ่อนรุนแรงไปตามอารมณ์จนยุ่งเหยิง ความรู้สึกร้อนระอุมราเกิดขึ้นราวกับกำลังจะทำให้ร่างกายของเขาระเบิดออกเป็นจุณ กระทั่งหลุดเสียงร้องกระเส่าออกมาอย่างน่าอับอาย รสจูบที่แผดเผาดั่งไฟนี้เหมือนกำลังหลอมละลายตัวเขาให้ยอมสยบลงแทบเท้าเสียให้ได้..กระทั่งดวงหน้าสวยเริ่มแดงก่ำเพราะใกล้หมดลม บุรุษผู้นั้นจึงยอมผละริมฝีปาก และปล่อยให้ร่างบางทิ้งตัวลงกับเบาะรถ โกยเอาอากาศหายใจอย่างเหนื่อยหอบ ดวงตาคมจ้องมองทาสผู้ต้อยต่ำแน่นิ่ง ก่อนจะเลียริมฝีปากของตัวเองราวกับเสียดายรสชาติอันหอมหวานที่ยังคงตราตึงอยู่เจือจาง แม้จะอยากจะกลืนกินจนแทบจะอดใจไม่ไหวแต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา..

           รสชาติและกลิ่นหอมละมุนนี้..ช่างน่าอัศจรรย์นัก

           “ ไอโรคจิต.. ” กัดฟันเปล่งเสียงด้วยความเจ็บใจ ถึงร่างกายจะเจ็บช้ำจนไร้เรี่ยวแรง หากไม่เท่ากับจิตใจที่ถูกหยามเกียรติจนไม่เหลือศีกดิ์ศีรความเป็นคน แม้เขาจะไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับใครจนเกินเลย แต่นี่ก็ไม่ใช่จูบแรกสำหรับเขา แต่อย่างน้อยคนที่ขามอบล้วนมาจากความรักอันบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่ช่วงชิงไปเพราะความต้องการส่วนตัว

         “ หึ เก็บแรงไว้เถอะ เราใกล้จะถึงกันแล้ว ตอนนี้คงไม่เหมาะเท่าไร” พูดจบเสมือนไร้ซึ่งความรู้สึก ทำเอามิกิได้แต่ขบกรามแน่นอยู่แบบนั้น ก่อนใบหน้าหล่อเหลาหันออกนอกหน้าต่างของรถ ขณะที่แสงแดดที่สาดส่องมาจากภายนอกนั้นทำให้ผิวพรรณ์ของชายผู้นี้เปล่งประกายงดงาม น่าแปลกทั้งที่รูปลักษณ์ภายนอกนั้นเจิดจรัสราวกับเพรชล้ำค่า แต่ทำไมรัศมีรอบกายที่เขาสัมผัสได้กลับมีแต่ความเยือกเย็นและน่าสะพรึงกลัวซ่อนเอาไว้ภายใต้ร่างสง่างามนี้ คำถามหนึ่งที่เขายังคงไม่ได้คำตอบก็คือ..

           ชายคนนี้เป็นใครกัน..

 
 

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ EtuDe

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 146
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-0
ค่ำคืนที่ 3 : ดวงตา (Part จบ)



           ใช้เวลาไม่นานนัก ในที่สุดการเดินทางอันแสนยาวไกลก็หยุดลง หลังจากตอนนั้น อาการของก็กำเริบขึ้นอีกครั้ง เขาอาเจียนขับพิษงูออกมาตลอดทาง ซึ่งน่าแปลกใจนักเพราะโดยหลักการแล้วการรักษาพิษงูนั้นทำได้อย่างเดียวคือการฉีดเซรุ่มเพื่อเข้าไปทำลายพิษที่อยู่ด้านใน หรือใช้เครื่องมือเพื่อบ่งเอาพิษงูออกจากแผลที่กัดแล้วรัดเชือกเหนือแผลให้แน่นเพื่อกันพิษแล่นเข้าสู่หัวใจ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเกิดอะไรขึ้น แต่หลังจากรสจูบของคนตรงหน้า ในท้องของเขาก็ร้อนระอุเหมือนโดนแผดเผาตลอดเวลา สุดท้ายก็ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะพยุงตัวลุกขึ้น รู้สึกเหมือนตัวเขากำลังจะตายจริงๆ

           ทว่า..กลับไม่มีความสนใจจากคนที่อยู่ข้างกายเลยสักนิด ทันทีที่เสียงประตูรถถูกเปิดออก ดวงตาคู่สวยได้แต่ปรือมองแผ่นหลังสูงสง่าก้าวลงจากรถ เขาเห็นบันไดหินอ่อนทอดยาวขึ้นไป มีผู้คนมากมายซึ่งแต่งตัวอยู่เสื้อคลุมโธปสีดำและกุห์ตราสีเดียวกันต่างพากันนั่งก้มหัวถวายอยู่แทบเท้าชายผู้นั้นทั้งสองฝั่งข้างทางอย่างเนืองแน่น หากหูของเขาได้ยินไม่ผิดเพี้ยนคนพวกนั้นกำลังถวายคำสรรเสริญที่ดังก้องไปทั่วบริเวณ เสร็จสิ้นร่างสูงก็เรียกชายสูงวัยผู้หนึ่งท่าทางเหมือนคนสนิทเข้ามากระซิบบอกบางสิ่ง ก่อนดวงตาสีอำพันคมกริบจะปรายตามามองเขาจนสะดุ้ง

          ไม่ทันได้ครุ่นคิดสิ่งใดต่อ เขาก็ได้ยินเสียงประตูรถเปิดออกจากทางด้านหลัง พอรู้สึกตัวอีกทีริมฝีปากของตัวเองก็ถูกปิดด้วยผ้าจนแน่น ก่อนถุงผ้าดำสนิทจะครอบลงบนศีรษะบดบังภาพทุกอย่างจนสิ้น จากนั้นเขาก็เหมือนกำลังตัวเองกำลังถูกลากตัวไปที่ไหนสักแห่ง ร่างบางพยายามส่งเสียงร้องโวยวาย แต่กลับไม่มีใครให้ความช่วยเหลือเขาเลยสักนิดแต่ขาเรียวบางที่ยังคงถูกมัดไว้ก็เคลื่อนไหวได้ไม่ถนัดนัก ทำเอาล้มลุกคลุกคลานไปหลายครั้งเมื่อต้องขึ้นบันไดเป็นสิบๆขั้นจนข้อเท้าแพลง  แต่พอถุงผ้าที่คลุมอยู่ถูกเปิดออกฉับพลัน แสงสว่างก็ทำให้เขาต้องรีบหรี่ตาลง เมื่อภาพทุกอย่างจะปรากฏชัดขึ้น ก็พบว่าตัวเองกำลังอยู่ในห้องของใครสักคนที่มีขนาดที่กว้างๆพอกับห้องวิจัยที่เขาเคยทำงานสองห้องรวมกัน

        นัยน์ตาสีอ่อนกวาดสายตาไปรอบๆอย่างตกตะลึง ในห้องเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่ดูมีราคาสูงริบ ทั้งกระจก โซฟา โต๊ะ ตู้ ทุกอย่างถูกทำด้วยทองคำอย่างดี ลึกเข้าไปมีห้องที่เชื่อมต่ออีกห้องโดยที่ไม่มีประตูกั้น ด้านในมีสระน้ำเล็กๆที่มีรูปปั้นสลักรูปหัวของอสรพิษกำลังพ่นน้ำอยู่ทั้งสองทั้งสองฝั่ง พอเงยหน้าขึ้นไปด้านบน ก็พบสัญลักษณ์บางสิ่งที่เขาเองก็ไม่เคยเห็นซึ่งคล้ายกับดวงตา แต่กลับเหมือนถูกพันไว้ด้วยงูสีดำตัวหนึ่งมองดูน่าขนลุก

          หลายสิ่งหลายอย่างเกิดเป็นคำถามมากมายในหัวเต็มไปหมด ราวกับชายสูงศักดิ์ผู้นี้กำลังบูชาสัตว์เลือดเย็นอย่างงูเป็นเทพเจ้า ซึ่งใช่ว่าเรื่องนี้เขาจะไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่กลับไม่คิดว่าจะมาเผชิญกับตัว

          อย่างไรซะ..ถ้าโลกนี้ยังไม่ทิ้งเรื่องการค้าทาสได้..ถ้าจะมีเรื่องการบูชางูขึ้นมาอีกเรื่องก็คงไม่แปลกอะไรนัก สิ่งสำคัญตอนนี้ก็คือ..เขาจะหาทางออกจากที่นี้ได้ยังไงต่างหาก เพราะดูจากสถานการณ์แล้ว ชายผู้นั้นคงไม่ปล่อยทาสที่มีราคา 20 ล้านไปโดยง่ายๆแน่ แต่เขาจะทนอยู่สภาพนี้ไม่ได้

          จะทำอย่างไรดีมิกิ..คิดสิ!

           “ ปลดโซ่เขาออกให้หมด”  ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ร่างสูงสง่ามายืนอยู่ในห้อง แต่พอได้ยินเสียงเรียบคุ้นหู หัวใจของเขาก็กระตุกทันที ในที่สุดโอกาสที่รอคอยมานานที่มือและเท้าจะเป็นอิสระจะกลับมาอีกครั้ง แล้วเขาจะได้ไปจากสถานที่บ้าๆนี้เสียที แต่ชายคนที่เป็นคนลากตัวเขามาที่นี่กลับไม่เห็นด้วย

           “ แต่ฝ่าบาท.. ”

           “ อย่าริขัดคำสั่งข้า! ” เสียงตวาดก้องทำเอาชายคนนั้นถึงกับสะดุ้งด้วยความหวาดกลัว แต่เรื่องนั้นร่างเล็กหาได้สนใจไม่ ตอนนี้ ถ้าเขาหูไม่ฝาดไป ชายคนนี้เรียกร่างตรงหน้าว่า ‘ฝ่าบาท’ ซึ่งคำสรรพนามเช่นนี้จะเรียกได้ต่อเมื่อคนผู้นั้นเป็นผู้ปกครองประเทศ ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่าคนคนนี้คือ..

          กษัตริย์!

          มิกิยืนนิ่งด้วยความตกใจ ขณะที่ในใจก็กลับสับสนไปหมด ทำไมคนที่วรรณะเป็นถึงกษัตริย์ชั้นสูงถึงมาซื้อทาสอย่างเขาที่เมืองอาราบัสกัน ซึ่งแน่นอนคำว่าถูกใจเพียงอย่างเดียวคงไม่มีเหตุผลพอสำหรับทาสราคา 20 ล้านลูซแน่

           แต่มันเพราะอะไรกัน?

           กึก

          เสียงปลดกุญแจที่ข้อเท้าทำให้เขาหลุดออกจากภวังค์ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งคิดว่าเหตุผลคืออะไร แต่เขาควรใช้โอกาสที่กำลังจะได้รับรีบหนีออกจากที่นี่ต่างหาก ว่าแล้วดวงตาก็ค่อยๆมองหาสิ่งที่คิดว่าพอน่าจะใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวได้ ก่อนจะเหลือบไปเห็นกริซสีเงินเงาวับเหน็บไว้ที่ข้างเอวของพวกทหารองค์รักษ์ตรงหน้า ไม่รอช้าทันทีที่โซ่ข้อมือถูกปลดออกทันหมด มือเรียวก็รีบฉวยเอากริซคมกริบแล้วจ่อไว้ที่ต้นคอของทหารผู้โชคร้ายทันที

            “ อย่าเข้ามานะ ถ้าเข้ามาฉันฆ่าหมอนี่แน่!” ตะเบ็งเสียงแข็งจ่อคมมีดไว้ที่ต้นคอของทหารหนุ่ม อย่างน้อยถ้าเป็นคนของแผ่นดินเดียวกันต้องไม่กล้าลงมือทำอะไรแน่ แต่ร่างสูงกลับไม่ได้แสดงทีท่าว่าตกใจเลยแม้แต่น้อย เขาทำเพียงแค่หรี่ตาลงนิ่งแล้วยกมือข้างหนึ่งขึ้นระดับสายตาของตัวเอง ขณะที่ดวงตาสีอำพันกลับดูเยือกเย็นเสียจนน่าขนลุก มิกิขมวดคิ้วลงอย่างไม่เข้าใจว่าปฏิกิริยานี้คือสิ่งใด แต่เพียงแค่น้ำเสียงเรียบเย็นเอ่ยออกมาก็ทำเอาทุกอย่างกระจ่างจนหมด

            “ ฆ่ามันซะ..” ทันทีที่มือทรงอำนาจทิ้งลง ก็ราวกับคำสั่งพรากชีวิต เสียงร้องดังขึ้นพริบตาพร้อมคมเขี้ยวที่ฝั่งลงกลางลำคอของทหารหนุ่ม ซึ่งไม่รู้ว่าตอนไหนที่อสรพิษร้ายขนาดกลางเลื้อยขึ้นมาปกคอเสื้อ มิกิเบิกตากว้างด้วยความตกใจผลักร่างนั้นออกจากตัว เห็นอีกทีทหารคนนั้นก็ดิ้นทุรนทุรายอยู่กับพื้น ดวงตาเหลือกล้นจนแทบทะลักออกมาจากเบ้า น้ำลายสีขาวฟูฟ่องท่วมปาก วินาทีต่อมาก็สิ้นใจลงต่อหน้า ช่วงวินาทีนั้นร่างเล็กแทบลืมหายใจ แต่ไม่ทันทำสิ่งใดเร็วเท่าพริบตาร่างกายของเขาก็กระแทกเข้ากับบานประตู

            “ โอ้ย! ” ร้องลั่นด้วยความเจ็บ ข้อมือทั้งสองถูกมับรวบไว้ด้วยมืออันแข็งแรง ส่วนมือหนาอีกข้างก็กดทับไว้ที่กลางแผ่นอกบางพร้อมกับกายแกร่งที่โถมลงมาจนมิอาจขยับหนี ดวงตาเรียวคมหรี่ลงมองใบหน้าหวานที่ยังคงแสดงอาการตื่นตกใต แต่ยิ่งเห็นเขากลับยิ่งชอบใจนัก อยากจะรู้จริงว่าร่างนี้จะทำให้เขาสนุกได้แค่ไหน

            “ ทะทำอะไร ปล่อยนะ อึก! ” ขาดคำมือที่กดลงกลางแผ่นอกกลับค่อยๆเลื่อนลงเบื้องล่าง มิกิเห็นสถานการณ์เริ่มล่อแหลมก็พยายามดิ้น แต่เพียงแค่มือหนาสอดเข้าไปที่ใต้ผ้าผืนน้อยและกอบกุมจุดอ่อนไหวทำเอากายบางถึงกับสั่นสะท้าน

            “ กำลัง..สำรวจทุกอย่าง ” ใบหน้าหล่อก้มลงสูดดมที่ซอกคอขาว กลิ่นกายที่โปรดปรานยั่วยวนเริ่มปลุกเร้าการกระทำมากขึ้นอย่างไม่ควรจะเป็น ขณะเดียวกันกลับรู้สึกสนุกกับร่างนี้มากยิ่งนัก ยิ่งเห็นสีหน้าที่ไม่ยอมรับเขาก็ยิ่งต้องการจะเอาชนะและปลดเบื้องความน่าอับอายของคนตรงหน้าให้เผยออกมาสยบอยู่แทบเท้าให้ได้ แม้ใบหน้าของผู้โดนลงทัณฑ์เสน่หานี้จะพยายามฝืนกลั้นและพยายามดิ้นไปมา แต่ส่วนล่างของร่างกายก็ไม่อาจปกปิดการตอบสนองที่ต้องการนี้ได้ กระทั่ง..เสียงครางกระเส่าหลุดรอดครั้งแล้วครั้งเล่าจนใบหน้าหวานแดงก่ำ รอยยิ้มเย็นจึงยกขึ้นอย่างมีชัย เสียงแผ่หบพร่าร้อนแรงกระซิบข้างใบหู

            “ หึ..ยอมรับสิว่านายก็ชอบมัน ”

            “ ไอสารเลว อ๊ะ!.. ” ได้ยินด่าพ้อแต่กลับไม่เป็นผลให้คนที่เหนือกว่าหยุดการกระทำเลยสักนิด ขณะที่ร่างกายของเขาก็ร้อนเร่าเหมือนใกล้จะถึงขีดสุดเต็มที

            “ ปล่อย..อึก..ปล่อยฉันนะ! ” เริ่มตวาดเสียงดังอย่างไม่พอใจ ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่ว่าปลดปล่อยเรื่องน่าอับอายนี้กับคนคนนี้เด็ดขาด ขณะที่ร่างสูงกลัยกยิ้มอย่างมีชัย อย่างไรผู้ที่ครอบครองอารมณ์อ่อนไหวของร่างบางตรงหน้าก็มีแต่เขาเพียงผู้เดียว

            “ บอกชื่อมาสิแล้วจะปล่อย ” เสียงเย็นเยียบเอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์ ขณะมือที่สอดเข้าไปก็เริ่มปลุกเร้าเร็วขึ้น จนกายบางต้องบิดเกร็ง ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันกัดกลั้นสัมผัสเสียวซ่านอย่างที่ไม่ควรจะเป็น แต่กระนั้นขืนปล่อยเป็นแบบนี้เขาคงทนไม่ไหวแน่ ในที่สุดก็ยอมแพ้เผยชื่อตัวเองออกมา

             “ มิ..มิกิ ” หอบหายใจถี่แรงพร้อมกับการกระทำที่เชื่องช้าลง ดวงตาคู่สวยเหลือบมองใบหน้าคมเข้มปานรูปปั้นสลักนั้นอย่างเจ็บใจที่พ่ายแพ้ แต่กระนั้นชายตรงหน้ากลับหัวเราะในลำคอเบาๆอย่างชอบใจ

           “ มิกิ..20 ล้านลูซช่างคุ้มเกินคาดจริงๆ ว่าไหม” เขาเลียริมฝีปากตัวเอง แต่สาบานได้ว่าชั่ววินาทีหนึ่งเขาเห็นว่าลิ้นนั้นไม่เหมือนกับลิ้นปกติทั่วไปของมนุษย์ แต่มันเหมือนลิ้นที่มีลักษณะเรียวยาว แต่ตรงปลายกลับแยกออกเป็นสองแฉกอย่างกับ..

           ลิ้นของงู!

           ไม่ทันตั้งสติทำใจได้ ร่างแกร่งก๋โน้มตัวลงมาใกล้ขึ้น กลีบปากหยักโค้งค่อยๆเอื้อนเอ่ยเสียงเย็นเยือกข้างใบหู

            “ บาซิกค์ ฮอร์น ซัลคาฟา คือชื่อเจ้าของ..กลิ่นของนาย”

            ริมฝีปากอุ่นขบกัดข้างใบหูเชื่องช้า สัมผัสวาบหวามนี้กำลังกัดกลืนทุกความรู้สึกของเขาไปจนสิ้น แต่ทำไมหัวใจถึงได้สั่นผวาจนแทบจะไม่มีแรงขัดขืนเลยสักนิด ความตื่นกลัวทำให้หัวสมองเปล่าโปร่งไปหมด หากน่าเจ็บใจที่ร่างกายกลับไหลตามอารมณ์ที่อีกฝ่ายปรนเปรอให้อย่างซื่อตรงจนรู้สึกเกลียดตัวเอง


            “ อึก อ๊ะ! ” เสียงครางหวานพร่ำร้องออกมา สุดท้ายก็มิอาจฝืนกลั้นความจริงอีกต่อไป คราบน้ำแห่งอารมณ์ไหลรดลงมาระหว่างง่ามขาทั้งสองข้าง ขณะที่ร่างกายกลับอ่อนปวกเปียกแทบจะทรุดลงทันทีเมื่อถูกชิงเรี่ยวแรง แต่กระนั้นก็พยายามรั้งสองขาที่สั่นเทาให้พยุงร่างของตัวเองไว้ ดวงตาคู่สวยช่ำปรือมอง ‘บาซิกค์ ฮอร์น ซัลคาฟา’ ผู้เป็นกษัตริย์แห่งนครอนาคานอย่างแค้นเคือง แต่ใบหน้าหล่อเหลานั้นกลับฉีกยิ้มเย็นราวกับต้องบอกว่าเขาอยู่เหนือกว่ามากนัก ก่อนจะละมือที่สอดเข้าไปในผ้าส่วนในที่เปียกชื้นของอีกฝ่ายออก


            มิกิหอบหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อน อย่างไรซะ..ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างตัวเขาคงต้องถูกกระทำมากกว่านี้แน่ แต่กำลังกายของอีกฝ่ายกลับเหนือเขามากนัก ขัดขืนอย่างเดียวคงไม่มีวันหลุดพ้นคงมีแต่..

        ต้องล่อลวงเท่านั้น!!

        “ ปล่อยฉันสิ..ฉันจะทำทุกอย่างที่นายต้องการ ” คำออดอ้อนกล่าวพร้อมกับน้ำเสียงหวานแห่บพร่าอย่างยั่วยวน ดวงตาสีดังแสงมรกตนั้นปรือช่ำไปด้วยหยาดน้ำตาที่เกาะราวผลึกแก้วใสชวนมองยิ่งนัก ริมฝีปากบางเผยอขึ้นเล็กน้อยเหมือนกำลังเชิญชวนให้ลิ้มลอง จนไม่ว่าชายที่ไหนก็อดที่จะหลุ่มหลงเป็นไม่ได้ บาซิกค์แม้รู้ดีว่าสิ่งล่อลวงเหล่านี้คือน้ำผึ้งอาบยาพิษ แต่กลับยินดีที่จะเผลอใจเข้าไปดื่มยิ่งนัก เพราะบางที่ยาพิษที่ว่าอาจะเอร็ดอร่อยก็เป็นได้

            ทันทีที่ตัดสินใจปลดมือเรียวให้เป็นอิสระ ร่างบางกลับไม่คิดจะหนีอย่างที่เขาคิด หากแต่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ท่อนแขนบางโอบคล้องต้นคอของคนที่สูงกว่าให้โน้มลงใกล้ใบหน้า บาซิกค์ยกยิ้มมุมบางอย่างชอบใจก่อนจะปลดปล่อยร่างกายให้เป็นไปตามอีกฝ่ายชักชวน กลีบปากอุ่นประกบกันดูดดื่มกันครั้งแล้วครั้งเล่า ความร้อนแรงของร่างตรงหน้ายิ่งถล้ำถลึกมากขึ้นก็ยิ่งถอดถอนออกมาได้อย่างยากเย็น ขณะที่ทุกอย่างเริ่มเป็นไปตามไฟปรารถนาที่เริ่มคุกรุ่นขึ้นอีกครั้ง ดวงตาคู่สวยก็แอบชำเลืองมองหาสิ่งของรอบกาย ก่อนจะพบแจกันแก้วเล็กๆที่ตั้งเอาไว้อยู่บนแท่นโชว์ข้างประตู ขณะที่อีกฝ่ายกำลังเริ่มเมามันอยู่กับบทรักที่มอบให้ มือเรียวก็รีบฉวยโอกาสคว้าแจกันแก้วขึ้นฟาดเข้ากกหูทันที

            เพล๊ง!!

            เสียงแก้วแตกละเอียดดังไปทั่ว  พร้อมกับร่างสูงที่แทบเซล้มพับเมื่อถูกฟาดอย่างแรง โชคดีที่กษัตริย์หนุ่มความรู้สึกไว้พอจึงยกท่อนแขนขึ้นมากันไว้ได้ทัน แต่เศษแก้วกลับกระเด็นบาดเข้าตามท่อนแขนขาจนเลือดไหลซึม ทว่า..กลับไม่เด่นชัดเท่ารอยแผลที่กรีดยาวเป็นแผลลึกข้างใบหน้า เลือดสีแดงสดค่อยๆไหลอาบลงมาจนถึงต้นคอ มิกิเบิกตากว้างแต่ไม่มีเวลาให้สำนึกผิดในสิ่งที่ทำมากนัก ตอนนี้เขาไม่รู้ความดีความชั่วใดๆทั้งสิ้น  มีแต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอด ว่าแล้วก็ออกแรงผลักร่างแกร่งซ้ำจนล้มลงต่อหน้า ก่อนจะรีบหัยหลังเปิดประตูออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ได้ทันสังเกตว่าดวงตาสีอำพันคู่นั้นบัดนี้กำลังแปรเปลี่ยน..



            มิกิรีบวิ่งออกมาด้านนอกด้วยหัวใจที่เต้นถี่รัว แต่เพราะข้อเท้าที่ถูกพันธนาการมาเป็นเวลานานจนเป็นแผลเขียวช้ำ ประกอบกับข้อเท้าที่แพลงอยู่ก่อนหน้า ทำให้ร่างบางล้มกองกับพื้นพรมในที่สุด ทั้งที่โชคดียิ่งนักที่ภายนอกไม่มีทหารคนใดมาเฝ้าคุ้มกันอยู่หน้าห้องของบาซิกค์เลย แต่กลับต้องมาพ่ายแพ้เพราะความอ่อนแอของตัวเอง

            มิกิขบกรามแน่นเพื่อระงับความเจ็บปวดของตัวเองก่อนจะพยายามคลานแล้วตั้งท่าลุกขึ้นใหม่อีกครั้ง แต่ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงฝีเท้าจากคนจำนวนมากกึกก้อง ใบหน้าหวานเงยขึ้นมาก็พบทหารหลายสิบนายยืนล้อมหน้าล้อมหลังเอาไว้จนหมดหนทางสู่อิสระภาพนั้นพลันหายไป กระทั่งสัมผัสจากบางสิ่งในมือข้างซ้ายทำให้เขาต้องเบนสายตาไปมอง ก่อนจะพบปากขวดของแจกันแก้วที่เขาเผลอติดตัวมาด้วย ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาทันที ต่อให้จนมุมอย่างไรเขาจะไม่มีวันตกอยู่ในสภาพนั้นอีกแล้ว ตอนนี้ตัวประกันที่ดีที่สุดตอนนี้คงหนีไม่พ้น..

          ตัวเขาเอง!

            “  อย่าเข้ามานะ! ถ้าเข้ามาล่ะก็ 20 ล้านลูซนี่ จะหายไปในพริบตา! ” ตะคอกขู่เสียงแข็ง หันคอขวดแจกันที่แตกละเอียดจนเป็นปากฉลามเข้าหาลำคอตัวเองอย่างไม่เกรง ทำเอาพวกทหารที่คิดจะเข้ามารุมจับถึงกับหยุดชะงักไม่กล้าทำสิ่งใดเพราะกลัวจะทำให้ผู้เป็นเจ้าชีวิตกริ้วโกรธ จึงได้แต่หยุดรอบๆคอยล้อมไปให้ร่างตรงหน้าหนีไปไหน แต่แล้วเสียงย่ำเท้าหนึ่งพร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคนทำเอาพวกทหารถึงกับหน้าซีดเผือดรีบแหวกเป็นสองข้างทาง บุรุษร่างสูงสง่าในชุดโธปที่เปื้อนเลือดสีแดงสดคลี่ยิ้มเรียบ ศีรษะที่ไร้ซึ่งกายปกคลุมใดๆแผร่สยายเส้นผมสีดำยาวสลวยลงมาถึงเอวแกร่ง แต่เพียงมิกิได้พบใบหน้าคมเข้มหมดจดนั้นก็พลันเอาร่างกายเย็นวาบไปในพริบตา

          เมื่อสิ่งที่ควรปรากฏอยู่บนใบหน้ามันหายไป!

          “ มิกิ.. ” เสียงเรียบเย็นแผ่วเบาดังมนต์สะกดทำเอาร่างบางสะดุ้ง เพียงช่วงครู่ที่สบดวงตาสีอำพันที่จ้องมองมาแน่นิ่งราวกับต้องการเจาะทะลุเข้าไปในจิตใจก็เหมือนมีสายลมเย็นเยือกวูบหนึ่งพัดผ่านเข้ามา  ขณะที่หัวใจกลับเต้นแรงราวกับมันกำลังจะเบิดออกจากกัน แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามาราวกับคลื่นลูกใหญ่ที่พร้อมจะพัดพาทุกสิ่งอย่างให้พังทลาย แม้กระทั่งวิญญาณก็กำลังถูกชายคนนี้กลืนกิน ทำไมกันยิ่งได้ยินเสียงพูดแบบนั้น ก็เหมือนร่างกายทันไม่ใช่ของตัวเองไปทุกที

        อย่า..อย่าเรียกแบบนั้น..

        “ มิกิ.. ” ยิ่งพูดก็ยิ่งเหมือนยิ่งเพิ่มพูมความกดดันในร่างให้รุนแรงขึ้น เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ภาพแสงสว่างภายนอกที่เห็นกลับดำมือลงทุกวินาทีที่สบดวงตาคมกริบเหมือนจะพรากเอาวิญญาณของเขาไป กายบางทรุดตัวลงอย่างหมดเรี่ยวแรง อาวุธหล่นลงพื้นจนไม่รู้หลุดไปอยู่ที่ใด เวลานี้เขาได้แต่เสียงนั้นที่เรียกชื่อเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าดังก้องไปมาอยู่ในหัวจนแทบจะเป็นบ้า มือเรียวยกขึ้นปิดหูตัวเองจนแน่น แจ่ก็มิอาจทนได้ไหวอีก

        “ หยุดนะ!! อย่าเรียก! ฉันบอกให้อย่าเรียกชื่อฉัน!!! ” ตะโกนเสียงดังลั่นเหมือนคนสติขาดกระเจิง น้ำตาไหลรินออกมาดวงตาที่ปิดแน่นราวกับไม่มีวันจบสิ้น ภาวะกดดันที่ชายตรงหน้าสร้างขึ้นทำให้เขาเห็นภาพบางอย่างที่ไม่อยากเห็นและได้ยินในสิ่งที่ไม่อยากได้ยิน บาซิกค์คลี่ยิ้มเย็นเยือกพอใจกับเหยื่อตัวน้อยที่ทรุดหมดสภาพอยู่กับพื้น แต่กระนั้นเท่านี้ยังไม่เพียงพอ บางทีเด็กดื้อก็ต้องมีการสั่งสอนเล็กๆน้อยเสียบางจะได้เชื่อฟัง ฉับพลันดวงตาสีอำพันจึงหลับลง แต่เมื่อลืมขึ้นมากลับแปรเปลี่ยนเป็นนัยน์ตารีเล็กของสัตว์ร้าย!

            มิกิ..

            รู้สึกตัวอีกที่ก็เหมือนร่างกายตัวเองกำลังถูกโอบรัดแน่นจากบางสิ่งจนจุก กายที่ขยับได้เพียงนิดทำให้อึดอัดจากท่วงท่าที่ไม่สบายตัว ถึงจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะทุกอย่างดำมืดไปหมดและดวงตาก็พร่าเลือนเสียจนมิอาจมองสิ่งที่กำลังเผชิญได้ชัดเจน มีเพียงเสียงถี่ระรัวคล้ายกระดิ่งเล็กๆดังกึกก้องที่ใบหูกับเกล็ดเลื่อมมันที่โอบอยู่รอบตัว ในขณะที่ทุกวินาทีนั้นการหายใจกลับทำได้ยากเย็นขึ้นเรื่อยๆ แผ่นอกเคลื่อนไหวได้ช้าลง  แม้เรี่ยวแรงจะเปล่งเสียงร้องครวญก็ยังไม่มี ทว่า..ร่างกายกลับถูกบีบรัด ปวดร้าวจากแรงบดเบียดที่เพิ่มขึ้นจนได้ยิ่งเสียงลั่นดังคล้ายกับว่ากระดูกภายในมันกำลังแตกเป็นเสี่ยงๆ แม้ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นเท่าไร..แต่สิ่งสุดท้ายที่ทำเอาร่างกายเย็นยะเยือกขึ้นอีกครั้ง คือดวงหน้าของอสรพิษสีขาวสลับทองที่กำลังจ้องมองแน่นื่ง....

            ช่วยด้วย..ใครก็ได้..ช่วยผมที

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ออฟไลน์ boboman

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1237
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-2
จิ้มมม
ติดตามจ้า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-07-2015 20:02:11 โดย boboman »

ออฟไลน์ princeofdark

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 73
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :sad4: มิกิจะเป็นไงต้องเนี่ย อย่ารัดน้องแรงนักสิช้ำหมด

ออฟไลน์ LookplaSaisai

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 :katai2-1:  ชอบมากเลยค่ะ ลุ้นแทนมิกิมากกก 5555 มาต่ออีกนะคะ ขอบคุณค่า :pig4:

ออฟไลน์ EtuDe

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 146
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-0
ค่ำคืนที่ 4 : ราชาอสรพิษ.... Part 1

               ‘อนาคาน’ ประเทศเล็กๆลึกลับ ที่ไม่สามารถระบุตำแหน่งได้แน่ชัดในทะเลทรายฮาซาน ภูมิประเทศของที่แห่งนี้แห้งแล้ง ล้อมรอบด้วยเนินทรายสูงพูน หากภายในเมืองกลับไม่ได้มีลักษณะกันดารเหมือนบางประเทศในแถบทะเลทราย บ้านเรือนถูกสร้างด้วยดินชนิดพิเศษคล้ายดินเหนียวผสมกับทรายเนื้อแน่นเป็นทรงสูง และขุดเป็นโพลงถ้ำลึกลงไปด้านในเพื่อหลบอากาศร้อนจัดเหมือนกับเมืองโบราณในสมัยก่อน ซึ่งในเวลาช่วงกลางวันนั้น แทบจะเป็นไปได้ยากหากต้องการมองหาชาวเมืองสักคนมาเดินเตร็ดเตร่อยู่กลางถนน ทำให้บรรยากาศในเมืองที่จะเต็มไปด้วยกลิ่นอายของอารยธรรมนั้นร้างสนิทราวกับไร้ซึ่งผู้อาศัย..

            ฟังดูแล้วอาจดูแปลกจนน่าขนลุก แต่ในทางตรงกันข้ามนักโบราณคดีกลับมองว่าเมืองแห่งนี้เปรียบดั่งเมืองสวรรค์ล้ำค่าที่ควรศึกษายิ่ง.. และเป็นอารยาธรรมที่ยังปรากฏอยู่บนโลกของความเป็นจริง ที่ควรเล่าขานถึงความงดงามให้เป็นมรดกกับลูกหลาน แต่หากพวกเขาเหล่านั้นได้พบบางสิ่งที่ซ่อนไว้ บางสิ่งที่ไม่ควรเปิดเผยตัวตนกับใคร พวกเขาจะเข้าใจได้เลยว่า ทำไมอนาคานถึงควรเป็นเมืองที่ปิดตายไปตลอดกาล..

            สายลมเอื่อยแผ่วพัดผ่านหน้าต่างทรงสวยที่เปิดโล่ง เส้นผมสีบลอนด์ทองพริ้วไหวบางเบา ใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตายังคงซบลงบนหมอนอย่างเหนื่อยล้า แม้เรื่องที่เผชิญจะทำให้กายบางแลดูซูบโทรมอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็มิอาจปกปิดความงดงามของเรือนร่างนี้ได้

            มือหนึ่งเอื้อมลงสัมผัสข้างแก้มขาวเนียน ริมฝีปากสีเนื้อระเรื่อแห้งผากมีเลือดไหลซึมเผยอออกหอบหายใจอย่างน่าสงสาร แต่ในอีกมุมกลับช่างยั่วยวนจนหัวใจที่นิ่งสงบสั่นไหวเมื่อนึกถึงยามได้ลิ้มลองรสจูบแสนหวานละมุนลิ้น ช่างน่าเสียดายนัก..ทั้งที่ร่างนี้ควรจะมอบให้แต่ความสุขสมตามอารมณ์ที่เขาต้องการ แต่กลับอาบพิษร้ายเอาไว้ป้องกันตัว โดยที่ไม่รู้เลยว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร สำหรับเขา..บุปาผาที่อาบยาพิษก็เสมือนเป็นการปลุกอารมณ์ให้รู้สึกสนุกกับการเชยชมให้ลึกถึงกลิ่นที่แท้จริงของมันมากกว่า..

            “ น..น้ำ อึก..น้ำ” เสียงแผ่วเบาเอื้อนเอ่ยออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก ดวงตาที่ยังคงปิดสนิทกับสีหน้าที่ซีดเซียวมองดูแล้วเหมือนคนใกล้จะดับลมหายใจที่รวยรินไปทุกที หากแต่ความต้องการของร่างกายก็ทำให้ละเมอขอออกมาอย่างน่าสงสาร บาซิกค์ ฮอร์น ซัลคาฟานั่งมองนิ่งงันอยู่ริมขอบเตียง รอยยิ้มเรียบยกขึ้นบนรูปหน้าอันงดงาม แต่ภายในนัยน์ตาสีอำพันสุกสว่างคู่นั้นกลับไม่อาจคาดเดาได้ว่ากำลังคิดสิ่งใด มีเพียงร่างกายที่โน้มลงไปใกล้ ลมหายใจร้อนรดลงข้างใบหูของคนที่ยังไม่ได้สติ

              “ นายยังตายไม่ได้มิกิ.. ” กระซิบเสียงแหบพร่าข้างใบหูราวกับต้องการให้ทุกถ้อยคำก้องทุ้มในหัวของคนที่นอนนิ่ง ถ้วยน้ำข้างกายถูกยกขึ้นดื่มเก็บไว้ในโพรงปาก มือแกร่งค่อยๆปัดเกลี่ยเส้นผมสีอ่อนที่บดบังใบหน้าเรียวสวยออกอย่างเบามือราวกับร่างนี้เป็นแก้วผลึกที่เปราะบาง ก่อนกลีบปากอุ่นจะประทับลงบนริมฝีปากที่กำลังเผยอร้องขออย่างนุ่มนวล ปล่อยให้น้ำบริสุทธิ์ไหลรินลงไปเรื่อยๆจนกว่าจะเติมเต็มความกระหายนี้..จนกว่าสิ้นครบทุกหยาดหยด..




                 ตะวันทอแสงเหนือศรีษะ ภูมิประเทศแบบทะเลทรายใกล้เส้นศูนย์สูตรนี้ยิ่งทำให้อุณหภูมิภายนอกนั้นร้อนระอุไม่ต่างจะเตาอบ แม้สิ่งปลูกสร้างจะทำจากดินที่เย็นชื้น แต่ก็มิอาจสู้สายลมร้อนได้ หยาดเหงื่อประพรมบนเรือนร่างบอบบางที่เริ่มกระสับกระส่ายหลังจากที่ไม่ได้สติอยู่นาน กระทั่ง..แสงแดดส่องสว่างผ่านกระจกกระทบกับเปลือกตา ในที่สุดการตื่นรับเรื่องราวอันแสนโหดก็หวนกลับขึ้นอีกครั้ง..

                 นัยน์ตาสีสวยจากเด็กหนุ่มเลือดข้ามฟากฝั่งทะเลค่อยๆกระพริบถี่มองภาพที่ปรากฏเชื่องช้า รู้สึกปวดศรีษะจนแทบระเบิด เขายันตัวลุกขึ้นนั่ง มือข้างหนึ่งยกขึ้นก่ายหน้าผากที่ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ คิโนมุระ มิกิ พยายามทบทวนทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้น ก่อนภาพความทรงจำที่ไม่น่าจดจำจะพลันแล่นเข้าสู่หัวสมองเหมือนลูกกระสุน

               สิ่งที่เห็นครั้งสุดท้ายเขาไม่แน่ใจว่าคือสิ่งใด เพราะมันพร่าเลือนเสียจนไม่ชัดเจน แต่ที่แน่ๆเขาคิดว่านั่นเป็นภาพสุดท้ายของชีวิตอันน่าสมเพชของเขาไปแล้ว ดวงตารียาวของอสรพิษที่จ้องจะกลืนกินยังติดอยู่หัวจนแทบคลั่ง สัมผัสจากเกล็ดมันที่เลื่อมยังคงติดค้างไว้ที่ฝ่ามือ สิ่งเหล่านี้เป็นข้อย้ำเตือนที่เขาไม่อยากจะเชื่อเลยสักนิด แล้วไหนจะชายผู้นั้นอีก..

               บาซิกค์ ฮอร์น ซัลคาฟา กษัตริย์แห่งอานาคาน..
   
               !?

             เมื่อนึกถึงชื่อของชายผู้น่ากลัวที่จำขึ้นใจ ดวงตาก็เบิกโตทันที กายบางรีบลุกขึ้นจากเตียงรวดเร็วเท่าความคิด พลันมองหาร่างของบุรุษสูงศักดิ์ที่เขาไม่อยากพบ แต่ก็มีเพียงความว่างเปล่าที่รายล้อมอยู่รอบตัว เขาจึงผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ตอนนี้เขายังอยู่ในห้องๆเดิม ห้องของชายผู้นั้น ทั้งแจกันตรงมุมห้องบนแท่นข้างประตูที่ควรแตกละเอียด กลับตั้งอยู่เหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น คราบเลือดที่ควรเปรอะเปื้อนอยู่ที่พื้นก็ถูกเช็ดออก แต่ทำไม เมื่อหวนนึกถึงแล้วกลับทำให้เขากลืนน้ำลายได้ยากเย็นนัก ก่อนกลิ่นหอมๆชวนให้ท้องไส้ที่ไม่ได้รับอะไรลงถึงท้องมากกว่า 48 ช.มจะทำให้หันไป

             นัยน์ตาคู่สวยหันมองไปตามกลิ่น บนโต๊ะมีอาหารถูกจัดเตรียมไว้มากมายหลากหลาย กลิ่นของซุปเนื้อที่ตั้งอยู่ใจกลาง ค่อยๆเรียกร่างบางให้เดินเขาไปหา น่าแปลกใจ ม่น้อยที่อาหารพวกนี้ถูกยกมาไว้อย่างสวยงามราวกับตั้งใจทำมาเพื่อใครบางคน มิกิกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ทั้งๆที่ไม่แน่ใจว่าอาหารพวกนี้มีสิ่งใดปะปนอยู่หรือไม่ แต่เขาไม่อาจฝืนความรู้สึกในท้องที่ร้องเรียกไม่ไหวอีกแล้ว มือเรียวค่อยๆเอื้อมไปหยิบแผ่นขนมปังแข็งขึ้นมาจากจาน  แต่ไม่ทันที่ขนมปังแผ่นนั่นจะตกถึงท้อง เสียงเรียบเย็นจากทางด้านหลังก็ทำเอาตัวเขาสะดุ้ง

            “ หิวงั้นหรือ..” รีบหันหลังกลับไปมองด้วยความตกใจ บาซิกค์นั่งอยู่ที่ริมขอบเตียง  ดวงตาคมกริบกริบจ้องมองเข้าแน่นิ่งราวกับเหยื่อตัวน้อยที่เดินเข้ามาติดกับ ขณะที่อีกฝ่ายกลับก้าวถอยหลังจนชิดขอบโตะ

            “ กินสิ.. ”  รอยยิ้มเย็นคลี่ออก มือหนาเผยออกด้านหน้าอย่างเชิญชวน “ ไม่ต้องห่วง อาหารพวกนี้เป็นของนาย ”  ราวกับล่วงรู้ทันความคิดของอีกฝ่าย มิกิหรี่ตาลงมองชายตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจนัก

            “ ทำไมถึง.. ”

            “ เรื่องอื่นเอาไว้ถามทีหลัง ” กษัตริย์หนุ่มสวนขึ้นเสียงเรียบ ทำเอาคนที่กำลังจะอ้าปากถามถึงกับหยุดชะงัก

             เพราะอะไรกัน..ทั้งๆที่ทำเรื่องที่เขาทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัย แต่คนตรงหน้ากลับสงบนิ่งเสียจนราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทำไมพอเห็นท่าทีเช่นนี้แล้ว เขากลับรู้สึกเหมือนวันที่ท้องฟ้าแสบสงบก่อนที่พายุลูกใหญ่จะตามมาทีหลัง

             บาซิกค์มองใบหน้าของเด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงอยู่สักพัก ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวขาเดินเข้ามาใกล้ตัวเขาจนประชิด ขณะที่มือเรียวแอบคว้าส้อมที่อยู่บนโตะไว้ด้านหลัง พอจังหวะที่ร่างสูงโน้มตัวลงมาใกล้ ก็รีบใช้อาวุธจ่อต้นคอสีขาวนั่นทันที!

            “ อย่าเข้ามามากกว่านี้ ถ้ายังไม่อยากโดนเสียบคอทะลุ ” เอ่ยขู่เสียงแข็งกร้าว นัยน์ตาคู่สวยเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว หาก คนตรงหน้าคิดทำอะไรเกินเลยมากกนี้ เขาจะลงทำอย่างที่ขู่ไว้โดยไม่ลังเล

             “ นายนี่ โหดร้ายจริงๆนะ” บาซิกค์คลี่ยิ้มบาง แต่ช่างเป็นรอยยิ้มที่ไม่รู้สึกถึงความหวาดกลัวเลยสักนิด เสียงหัวเราะเบาๆในลำคอทำให้มิกิเริ่มไม่แน่ใจกับตัวเองแล้วว่า เวลานี้เขากำลังเผชิญอยู่กับสิ่งใด

            “ แทงสิมิกิ..นายจะได้เห็นกับตาว่าแผลพวกนั้นหายได้ยังไง ” คำพูดที่เอ่ยอย่างท้าทายทำให้ หัวใจเย็นวูบขึ้นมาทันที ดวงตาสีอำพันคู่นั้นยามจ้องมองก็เหมือนว่าตัวเขาจะไม่มีวันเอาชนะขายผู้นี้ได้ ความหวาดกลัวทำให้ร่างกายของเขาสั่นเทา หยาดเหงื่อปะพรมไปทั่วใบหน้า

          “ ยะ..อย่าเข้ามา! ” ร้องห้ามเสียงแข็งทั้งที่จิตใจนั่นแทบแตกกระเจิง แม้จะพยายามขบกรามแน่นกลัดกลั้นความรู้สึกของตัวเอง แต่มันกลับไมมีค่าอะไรเมื่ออยู่ตรงหน้าดวงตาคู่นั้นที่มันเหมือนกำลังสะกดทุกการกระทำของเขาให้เป็นไปดั่งที่อีกฝ่ายต้องการ

            “ ทำไมถึงห้ามฉันล่ะมิกิ นายเป็นคนเรียกหาฉันไม่ใช่เหรอ ” นิ้วเรียวยาวยกขึ้นดันปลายแหลมของส้อมออกง่ายดาย ใบหน้าคมคายประดับรอยยิ้มเย็นพร้อมกับคำพูดที่ยิ่งฟังก็ยิ่งสับสน

               “ พูดเรื่องอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง!  ”

              ตึง!

             ปฏิเสธเสียงแข็งออกไปอย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ตอบสนองกลับมาคือมือแกร่งที่ตบลงบนขอบโต๊ะจนแตกร้าว นัยน์ตาสีอ่อนเบิกโตด้วยความผวาตกใจ ขณะที่ร่างกายก็กลับรุดถอยลงไปเรื่อยๆจนเหมือนเหยื่อที่กำลังหดหัวชิดกำแพงไร้ทางหนี ผู้เหนือกว่าโน้มลงมาใกล้ขึ้น..ใบหน้าคมเข้มแทบจะแนบชิดกับแก้มนวลขาว เสียงสูดลมหายใจที่ดังข้างใบหู แทบทำเอาหัวใจหยุดเต้น

             “ กลิ่นของนาย..มันพาฉันมา ” ยิ่งได้ยินก็ยิ่งตอกย้ำบางสิ่งขึ้นมาในใจทันที ก่อนภาพเหตุการณ์ที่พยายามเอาชีวิตรอดจากฝูงอสรพิษจะกลับเข้ามาหัวฉับพลัน

             เซรุ่ม..เซรุ่มของศาสตราจารย์!

            “ ทำไมถึงมีกลิ่นของดอกเพเซียออกมาจากตัวนายมากขนาดนี้ รู้ไหมว่านายทำพวกเราแทบคลั่ง” กระซิบพรำเสียงแหบพร่า นิ้วเรียวช้อนใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความสับสบขึ้นสบ ดวงเนตรสุกสว่างคู่นั้นราวกับต้องล้วงลึกเข้าไปในจิตใจ ทั้งที่ดอกเพเซียคือดอกไม้ที่ส่งกลิ่นฟีโรโมนล่อพวกงูมาเกี้ยวรัก แต่กลับเป็นดอกไม้ที่ไร้กลิ่นสำหรับมนุษย์ หากแต่สมองก็พร่าเลือนเกินกว่าจะประเมินความจริง

            “ แกเป็นตัวอะไร..” กัดฟันถามแม้จะเริ่มหวาดกลัวแต่เขาก็อยากจะทราบความจริงที่เกิดขึ้นกับเขาตรงนี้เช่น แม้ลึกๆในใจแอบหวังว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงแค่ฝันร้ายชั่วข้ามคืน แต่คำตอบที่ได้กลับเป็นรอยยิ้มเย็นเยือกจนหนาวสะท้านไปทั่วจิตใจ นิ้วเรียวเลิกออกจากใบหน้างาม กายแกร่งลุกขึ้นยืนเต็มตัวสูงสง่า แสงสว่างนอกที่ลอดส่องว่ามายังผิวพรรณผ่องใสของชายในชุดโธปสีดำยิ่งทำให้ดูมีสง่าราศี แต่แววตาที่เปรยมองมายังเบื้องล่างกลับซ่อนความรู้สึกเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก


           “ คิโนมุระ มิกิ นักชีววิทยาเลือดผสม นายมาทะเลทรายฮาซานเพื่อทำสิ่งใดกันแน่ ” ริมฝีปากหยักโค้งขยับเปล่งเสียงพูดเป็นเชิงหยั่ง แต่กลับซ่อนความเหนือกว่าเอาไว้อยู่ภายใน ตอนนี้สติเขาหลุดลอยเกินกว่าจะตกใจว่าคนตรงหน้ารู้จักเขาได้ยังไงหรือเป็นใครมาจากไหน ส่วนร่างกายอ่อนปวกเปียกเสียจนไม่มีแรงจะลุกขึ้นยืน เมื่อถ้อยคำเหล่านั้นกลับย้ำมาในหัวใจที่บีบดอัดจนแน่น และไม่สามารถที่จะทำอะไรกับมันได้ สายตานั่นเหมือนต้องบอกว่า..ชีวิตของเขาจะต้องตกเป็นทาสชายผู้นั้ชั่วนิรันดร์

          “ อย่าคิดหนี นายต้องอยู่ที่นี่ ตลอดไป.. ”

 
++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ออฟไลน์ EtuDe

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 146
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-0
ค่ำคืนที่ 4 : ราชาอสรพิษ Part จบ


             หลังจากที่ทนความหิวไม่ไหวและจัดการกับอาหารบนโต๊ะเพื่อความอยู่รอดเสร็จ ตอนนี้ก็เป็นเวลากว่าหนึ่งช่วงโมงเต็มที่ร่างบอบบางนั่งครุ่นคิดอยู่บนเตียง ดวงตาคู่สวยเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่างราวกับสายตาของนกน้อยที่ถูกขังอยู่ในกรงต้องการอิสระ ทั้งที่ไม่ควรปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปไกล เพราะทุกนาทีต่อจากนี้หมายถึงชิวิต ซึ่งอาจไม่ใช่การตายจากอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นเวลาชีวิตที่อยู่อย่างตายทั้งเป็น.. ความเจ็บใจ ความกังวล และสับสน ทุกอย่างมันอัดแน่นอยู่ตรงอกข้างซ้ายคอยบีบหัวใจเขาให้ระเบิดออกทุกวินาที แต่ทำไมในหัวสมองนั่นกลับขาวโพลนไปหมด

             ไม่มีทางออก..

             ไม่มีทางใดที่ชีวิตจะกลับมาเป็นอิสระอีกครั้ง

             ทำไมกัน..ทำไมเขาต้องมาเจอเรื่องบ้าบอแบบนี้ด้วย ถ้ามีชิวิตอยู่ต่อแล้วเป็นแบบนี้ เขายอมตายไปพร้อมกับศาสตร์ตราจารย์ที่เขารักยังจะดีเสียกว่า ถึงตลอดชีวิตที่ผ่านมาจะมีเรื่องย่ำแย่เกิดขึ้นในมากมายในชีวิต และสิ่งเหล่าทำให้ก็เป็นเสมือนบทเรียนที่ทำให้เขาก้าวผ่านมันมาได้อย่างเข้มแข็ง แต่ตอนนี้เขาไม่รู้จริงๆว่าตัวเองจะทนกับเรื่องบ้าๆนี่ได้นานแค่ไหน รู้สึกเหมือนติดอยู่ในฝันร้ายที่ไร้ทางออก อยากจะร้องไห้เพื่อระบายมันออกมา แต่น้ำตากลับไม่ไหลลงมาซักหยด มิกิหัวเราะให้กับชีวิตที่น่าสมเพชของตัวเอง สภาพเขาตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากคนที่ใกล้เสียสติลงไปทุกที..
 
             แต่ไหนๆเรื่องราวก็ดำเนินมาถึงขนาดนี้แล้ว เขาก็อยากจะรู้นักถ้าจะพยายามต่อจากเดิมให้มากขึ้น จนเป็นบ้าขึ้นมาจริงๆก็คงจะดี..

             “ ฝ่าบาทสั่งให้กระผมเตรียมน้ำสำหรับ ‘ท่าน’ เรียบร้อยแล้วขอรับ” เสียงทุ้มนุ่มจากชายผู้หนึ่ง ทำเอาความคิดที่กำลังแล่นไปไกลหลุดจากภวังค์

             ร่างเล็กนั่งกอดเข่าบนเตียงนุ่ม ดวงตาสีอ่อนสวยดุจหยกล้ำค่าเหลือบมองชายหนุ่มรูปร่างสูงชะลูดที่ยืนตัวตรงไร้ช่องว่างระหว่างขา ‘ซาอิด จาร์ อารากัส‘ บริวารใต้อาณัติที่ถูกส่งมาปฏิบัติคำสั่งของบาซิกค์ หากแต่ใบหน้าคมเข้มกับมีรอยยิ้มอ่อนๆที่ประดับเอาไว้อย่างเป็นมิตร เส้นผมสีดำเทาละกรอบหน้าคลุมทับด้วยกุตราห์สีเดียวกัน ดวงตาสีครามยิ่งมองลึกลงไปก็ยิ่งชวนให้ค้นหาเสน่ห์บางอย่างที่ซ่อนเร้นเอาไว้ ช่างให้ความรู้สึกแตกต่างกับบาซิกค์ลิบลับ

            “ ไม่ต้องเรียกว่าท่านหรอก ฉันไม่ได้ต่างจากนายมากนัก ” คนตอบเอ่ยเสียงแผ่ว ดวงหน้าหวานซุกลงไปบนเข่าของตัวเองอย่างคนหมดอาลัยในชีวิต

            “ หามิได้ขอรับ ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้เรียกเช่นนั้น ”

            “ แลดูเหมือนคนดีเสียเต็มประดา ”

             “ ส่วนใหญ่มักเป็นเช่นนั้น.. ” บริวารหนุ่มกล่าวพร้อมกับแย้มยิ้มอย่างอบอุ่น แต่พอได้ฟังเช่นนี้ทำเอาร่างเล็กอดหงุดหงิดเป็นไม่ได้ เมื่อสิ่งที่รับสั่งกับการกระทำมันตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง มิกิเงยใบหน้าที่ซุกอยู่ที่เข่าตัวเองขึ้น มองพิจารณาร่างสูงตรงหน้าที่ยืนนิ่งราวกับกำลังรอคอยคำสั่งจากเขา

            “ นายคือมนุษย์หรือเปล่า” ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเลือกถามไปแบบนั้น แต่ชั่ววินาทีหนึ่งเขาแอบเห็นริมฝีปากนั่นเม้มลงเป็นเส้นตรง ก่อนจะปรับสู่สภาพดังเดิม

            “ ไม่มีมนุษย์คนใดอยู่ที่นี่ได้ขอรับ ” แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าคำตอบที่ได้คงเป็นเช่นนี้ แต่ไม่รู้ไมเขาถึงอยากจะฟังมันให้บั่นทอกำลังใจตัวเองเล่น หรือเป็นเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกหมดหวังมากที่สุดในชีวิต ทั้งๆที่ตัวเองนั้นก็เผชิญโลกมามาก เจอคนหลากหลายรูปแบบ แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดในเวลานั้นกลับใช้กับที่นี่ไม่ได้
         
            เขาจะต้องอยู่ที่นี่ ตลอดไป..จริงๆหรือ

            “ แต่กระผมมิได้แปลกใจเท่าไร ที่ฝ่าบาทโปรดปรานท่าน และทรงอนุญาตให้อยู่ที่นี่ ” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะซาอิดดูสีหน้าเขาออกหรืออย่างไรถึงตอบปลอบไปเช่นนั้น แต่กลับกันมันยิ่งตอกย้ำฐานะตัวเองเสียมากกว่า

            “ ฉันควรดีใจหรือเปล่า ”

            “ ท่านควรดีใจที่มีชีวิตอยู่.. ” ซาอิดตอบเสียงเรียบพร้อมเปรยยิ้มให้อย่างอบอุ่น แต่ทำไมมันกลับทำให้ร่างเล็กที่นั่งอยู่บนเตียงกลับรู้สึกอึดอัด แต่ระหว่างที่บทสนทนากำลังจะดำเนินต่อไป มิกิก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันบางอย่างทางด้านหลังที่ทำให้เขารู้สึกเย็นวาบขึ้น

            “ เจ้าออกไปได้แล้วซาอิด ” สุรเสียงคุ้นเคยเอ่ยเรียบ ซาอิคโค้งตัวลงทำความเคารพอีกฝ่ายที่สูงศักดิ์กว่าโดยมิกล้าสบตา ก่อนจะก้าวเดินออกไปจากห้องตามรับสั่ง มิกิไม่แม้จะปรายตามองผู้มาเยือนคนใหม่ หากเปลี่ยนท่ามานั่งที่ริมขอบเตียง กล่าวอย่างนึกขัน

            “ ฉันต้องใช้ราชาศัพท์กับนายด้วยหรือเปล่า ”

            “ ทุกอย่างตามความเหมาะสม ”

            “ งั้นคงไม่.. ” เขาตอบสวนทันที ดวงตาสีอ่อนสวยเต็มไปด้วยความแข็งกร้าว หันมาเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย ยิ่แต่มันกลับทำให้กษัตริย์แห่งอนาคานกลับยิ่งชอบใจ 

            คิโนมุระ มิกิ ลุกขึ้นจากขอบเตียง ก้าวเดินมาเผชิญหน้ากับร่างสูงศักดิ์ แม้ร่างกายแต่ก่อนที่เคยมีเนื้อหนังบัดนี้กลับซูบผอมลงไปมากจนบอบบางเหมือนกิ่งไม้เปราะๆ แต่ภายในดวงตาถึงแม้จะพยายามบอกถึงความกล้าหาญ หากลึกเข้าไปกลับซ่อนความหวาดหวั่นเอาไว้

            มิกินายจะทำอะไรให้ฉันแปลกใจได้อีก..

            “ บาซิกค์ ฮอร์น ซัลคาฟา ผู้ปกครองประเทศลึกลับอย่างอนาคาน อยากจะรู้นักถ้าเกิดความลับนี้แพร่สู่สาธารณชนมันจะเกิดอะไรขึ้น”

            คราวนี้ขู่งั้นหรือ.. บาซิกค์ยกยิ้มเย็นเยียบ ขยับตัวเข้ามาใกล้จนแทบจะแนบชิด หากแต่ใบหน้าหวานนั้นกลับไม่ได้หลบสายตาเขาเหมือนอย่างแล้วมาๆ นั่นทำให้บาซิกค์รู้สึกพอใจยิ่งนัก จึงเผยความจริงบางอย่างให้กับข้อคำถามที่ไม่น่าตอบ

            “ อนาคานไม่ใช่ประเทศ เป็นแค่เมืองเล็กๆที่ไม่ได้มีความลับอะไรมากมายนัก นายคงได้ยินชื่อเสียงของเมืองแห่งนี้มาบ้างสินะ..เมืองโบราณที่เต็มไปด้วยอารยธรรมเก่าแก่แถบทะเลทรายฮาซาน แค่ข้อมูลทั้งหมดที่ได้ยินก็คงมีแค่นี้ เพราะอะไรรู้ไหม?...เพราะมนุษย์ทุกคนที่เข้ามาที่เมืองนี้จะไม่มีโอกาสกลับออกไป นายคงเข้าใจธรรมชาติของงูใช่ไหม เมื่อเลือกรัดเหยื่อแล้ว..แม้แต่เส้นขนสักเส้นก็ไม่มีเหลือ..” ประโยคสุดท้ายเอ่ยแผ่วราวกระซิบ แต่กลับทำให้หัวใจดวงน้อยแทบหยุดเต้นในฉับพลัน ความน่าสะพรึงกลัวจากชายผู้นี้ทำให้ดวงตาคู่สวยนั้นสั่นไหวจากความเลือดเย็นที่ได้ยินก้องหัว

             “ กะ..แกมันไม่ใช่คนบาซิกค์.. ”

             “ หึ อสรพิษเป็นสัตว์เลือดเย็น.. ”  หัวเราะในลำคอแผ่วเบา น้ำเสียงเรียบเย็นกล่าวอย่างไม่รู้สึกผิด ขณะที่ร่างเล็กกลับทำได้เพียงแค่กำมือตัวเองจนแน่น รู้สึกเจ็บใจเมื่อรู้ว่าตัวเป็นเพียงแค่เหยื่อที่ถูกลากมาอย่างไร้ทางออก นึกแล้วก็น่าขันยิ่ง เซรุ่มที่เปรียบเสมือนยาช่วยชีวิต บัดนี้ กำลังดึงดูดชีวิตเขาให้ลงสู่ห้วงเหวนรกทั้งที่ยังมีลมหายใจ แต่ขณะที่เริ่มท้อแท้ในชีวิต มืออันแข็งแกร่งก็ผลักตัวเขาลงบนเตียงนุ่ม กายแกร่งโถมทับขึ้นคร่อมคนอ่อนแอที่อยู่เบื้องล่างจนเจ็บระบม มิกิพยายามติดรนขัดขืน มือเรียวขาวระดมทุบตีแผ่นหลังกว้าง แต่ไม่ทันไรก็ถูกมัดรวบขึ้นเหนือศรีษะจนมิอาจขยับเขยื้อน ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนลงใกล้ซอกคอขาว จมูกโด่งสันก้มลงสูดดมกลิ่นอายทที่โปรดปราน

              “ ถ้าไม่ติดตรงที่เธอ เป็นมนุษย์ที่ปลุกความรู้สึกฉันได้ดีแล้วล่ะก็..” พูดแผ่วเบาราวกระซิบ ริมฝีปากจรดบนลำคอขาวระหงนุ่มนวล แต่กลับทำให้ร่างกายของคนข้างใต้สั่นระริก ก่อนคลี่ยิ้มเย็นเยียบ “นายก็คือ..อาหารของฉัน” ลิ้นอุ่นเลียลำคอขาวจนสั่นสะท้าน สัมผัสอันน่าขยะแขยงนี้ ทำเอามิกิไม่อาจฝืนทนอีกต่อไป

              “ ปล่อย!” พยายามดิ้นสุดแรง ยกขาขึ้นกระแทกท้องร่างตรงหน้า แต่บาซิกค์กลับรู้ทันใช้เข่าของตัวเองกดต้นขาบางนั้นเอาไว้จนขยับไม่ได้ มิกิขบกรามแน่นด้วยความเจ็บใจ หากมีเพียงใบหน้าที่จ้องมองเขาอย่างแน่นิ่งกับดวงตาสีอำพันที่เริ่มแปรเปลี่ยน..

              ดวงตาของอสรพิษ..

            “ ไม่ต้องห่วงมิกิ นายจะไม่ตายง่ายๆแน่ ถ้าทำตามทุกอย่างที่ฉันต้องการ..” สิ้นเสียงก็ฉุดร่างบางให้ลุกขึ้นตาม ก่อนใช้ท่อนแขนออกแรงเหวี่ยงข้อมือเล็กทั้งสองข้างจนร่างบางทรงตัวไม่ได้ล้มลงกับพื้น

             “ โอ้ย! ”

             “ อาบน้ำซะ คืนนี้ฉันต้องการให้ร่างกายของนายพร้อมที่สุด.. ” เหยียดยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ ดวงตาของอสรพิษจ้องมองเหยื่อที่พื้นของราวกับกำลังนึกสนุก มิกิรู้สึกเจ็บระบมไปทั้งร่างกายจนแทบไม่มีแรงจะลุก แต่ทั้งหมดกับไม่เท่ากับจิตใจที่กลัดกลั้นฝืนทน เจ็บใจที่ตัวเองไม่มีกำลังเพียงพอจะเอาชนะ เจ็บใจที่ตัวเองอ่อนแอเกินไป แต่อย่างไรก็เขาก็จะไม่มีวันยอมแพ้ แม้ทุกอย่างที่รับรู้จะพังทลายความหวังจนย่อยยับ..

 

            แสงดาวแพรวพราวบนผืนนภา อากาศเย็นเยียบโอบอ้อมเมืองแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยอารยธรรมใจกลางทะเลทรายฮาซาน แทบไม่น่าชื่อเลยว่าเขตที่ร้อนที่สุดจนแทบจะแผดเผาแผ่นดินให้ลุกไหม้ได้ ในเวลาค่ำคืนจะหนาวเย็นได้เพียงนี้


            คิโนมุระ มิกิ ผู้ช่วยศาสตรจารย์โลเกียนักชีววิทยา ซึ่งบัดนี้ต่ำแหน่งนั้นคงเป็นได้เพียงอดีตที่ไม่น่าจดจำตอนนี้เหลือเพียงฐานะที่ต้อยต่ำอัปยศที่ไม่คิดว่าตัวเองจะต้องเผชิญ

            ทาส..

             เพียงคำเดียวที่ย้ำเข้าไปในหัวสมองของเขาอย่างชัดเจนจนน่าเจ็บใจ ทั้งที่ไม่ได้เต็มใจอ้าแขนอ้าขารับ แต่กลับโดนโยนมาให้โดยไม่ทันได้ตั้งตัว และตอนนี้ เขากำลังเป็น ทาสที่ขายร่างกายเพื่อสนองอารมณ์ ของผู้เป็นนายที่ไถ่เขามาด้วยเงินราคากว่า 20 ล้านลูซ ฟังดูแล้วคงน่าพอใจ ถ้ามีคนซื้อเขาในราคาสูงเฉียดฟ้าแล้วไม่ใช่ในฐานะทาส

              หลังจากที่บาซิกค์ออกไปในตอนนั้น เขาก็ถูกข้ารับใช้ของบาซิกค์ทั้งชายหญิง ลากเขาไปในห้องสระน้ำด้านในเพื่อชำระความสกปรกออกให้หมด น่าแปลกที่เขากลับไม่คิดขัดขืนเลยสักนิด แต่กลับปล่อยให้คนพวกนั้นทำความสะอาดร่างกายของตัวเองจนหมด และปฏิบัติกับเขาอย่างดีเยี่ยม ชั่ววูบหนึ่งเขาก็แอบคิดว่าในช่วงเวลาที่เขายังไม่สามารถสืบหาหนทางหนีได้ เขาควรปล่อยตัวเลยตามเลยหรือเปล่า..แต่พอมาคิดดูดีๆแล้ว ถ้าหากตอนนี้ เซรุ่มจากดอกเพเซียที่ฉีดเข้าไปในร่างกาย ยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่ แต่หากวันพรุ่งนี้ หรือวันใด กลับเสื่อมสภาพเข้ามา ก็เสมือนกับว่าเกราะป้องกันของเขาได้หายไป ซึ่งโดยปกติแล้วร่างกายของคนเรา ใช้เวลาดูซึมเซรุ่มรักษาที่แตกต่างกันออกไป แต่สำหรับสารสกัดที่เข้มขนของศาสตร์จารย์บวกกับร่างกายของเขา ถ้าสมมุติฐานของเขาไม่ผิดพลาดละก็เวลาที่เหลือคือ..

              3 สัปดาห์ ก่อนกลิ่นเหล่านั้นจะหายไป...

              แต่ทั้งหมดก็เป็นแค่ข้อคาดการณ์เท่านั้น เพราะเขายังไม่เคยทดสอบเซรุ่มนี้มาก่อน..ฉะนั้นเขาจะนิ่งนอนใจอยู่ที่นี้ไม่ได้ ประโยคที่เขายังคงจำได้ขึ้นก็คือ

             ถ้าไม่ติดตรงที่นาย เป็นมนุษย์ที่ปลุกความรู้สึกฉันได้ดีแล้วล่ะก็..

             นายก็คือ..อาหารของฉัน..

             สิ่งที่ได้ยินเป็นข้อย้ำเตือนได้อย่างดิบดีถึงสถานะของตนเอง แต่หากตราบใดที่เซรุ่มนี้ยังทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ถึงจะไม่แน่ใจนักว่าสิ่งที่ฉีดเข้าไปในร่างกายจะช่วยปกป้องเขาจากคนตรงหน้าได้หรือไม่ แต่เขาคงไม่มีอะไรจะเสียไปมากกว่านี้แล้วเช่นกัน ก่อนสายลมเย็นวูบหนึ่งจะพัดโชยกลิ่นอายของทะเลทรายผ่านทางหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดทิ้งไว้ จะทำเอาความคิดของเขาหยุดชะงัก

               หน้าต่าง!

                ร่างเล็กรีบวิ่งไปยันหน้าต่างบานหนึ่งที่เปิดโล่งเอาไว้หลังสระน้ำ โชคดีที่ไม่มีตะแกงกั้นเพราะทรงหน้าต่างแบบสมัยโบราณ รวมทั้งขนาดของมันไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไปแต่พอที่จะให้คนตัวเล็กรอดผ่านไปได้ ความคิดแล่นเขามาให้หัวทันที เขารีบชะโงกหน้าออกไปด้านนอกเพื่อดูความสูงของห้องบนนี้กับพื้นดินเบื้องล่าง ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอดังอึก เมื่อพบว่าสูงพอๆกับต้นปามล์ขนาดใหญ่ที่โตเต็มที่

            มิกิพยายามฝืนกลั้นความกลัว ตอนนี้ยังพอมีเวลา ในขณะที่บาซิกค์ยังไม่กลับมาที่ห้อง เขารีบถลกผ้าปูเตียงออกแล้วผูกปลายเข้ากับผ้าห่มผืนยาว และผ้าทุกอย่างที่พอจะหาได้ เขาผูกมันไว้กับรูปปั้นงูริมขอบสระ ก่อนจะชะโงกหน้าลงไปดูเบื้องล่างอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีทหารยามผ่านไปผ่านมา แล้วโยนผ้าที่เหลือลงไปจนเกือบสุด

            มือเรียวดึงผ้าที่มัดไว้กับรูปปั้นอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าถ้าเกิดเขาโหนลงไปแล้วมันจะไปไม่หลุดหรือขาด เมื่อพบว่าทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมแล้ว เขาก็รีบโรยตัวออกจากห้องแห่งนี้ทันทีก่อนที่บาซิกค์จะกลับมา

           ทันทีที่ขาถึงพื้นได้อย่างปลอดภัย ร่างเล็กรีบวิ่งไปหลบอยู่หลังพุ่มไม้เพื่อหลบเลี่ยงเวรยามที่น่าจะเฝ้าอยู่รอบบริเวณ ก่อนจะพบว่า บริเวณที่เขาหนีออกมาเป็นพื้นที่ด้านหลังของพระราชวังที่ไม่มีใครเข้าออกบ่อยนัก ร่างบางลัดเลาะมาตามกำแพงและคอยหลบพวกทหารอยู่เป็นระยะ ก่อนจะพบว่ามีซอกกำแพงอิฐผุกร่อนที่หลบเอาไว้อยู่หลังพุ่มไม้เตี้ยๆ ไม่รอช้าเขารีบมุดตัวออกจน ออกมาด้านนอกได้สำเร็จ

           มิกิรีบออกมาด้านนอก ตัวเมืองนั้นกลับเงียบสนิทจนเสมือนไร้ซึ่งผู้คน มีเพียงอากาศเย็นๆรายล้อมอยู่รอบกาย มิกิไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี แต่อย่างน้อยตอนนี้เขาแน่ใจว่าเมืองแห่งนี้ไม่ได้ร้างผู้คน เพราะในแต่ละบ้านเรือนนั้นกลับมีแสงไฟส่องสว่างอยู่ ตอนนี้เขาได้แต่หวังว่าชาวเมืองจะให้ความช่วยเหลือ และเขาจะได้หนีออกจากที่นี่

           “ ช่วยด้วยๆ ใครก็ได้ ช่วยผมด้วย ” เสียงร้องด้วยความร้อนรน พร้อมกับมือเรียวที่ระดมเคาะประตูบ้านทุกหลังเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่กลับไม่มีใครเปิดประตูออกมาช่วยเขาเลยสักคน ขณะที่เขาก็ลังเดินเตร็ดเตร่อย่างหมดหวัง เสียงประตูบานหนึ่งก็ถูกเปิดออก ใบหน้าหวานสวยรีบหันไปมองด้วยความดีใจ เห็นคนผู้หนึ่งคลุมผ้าจนมิดชิดไม่เห็นแม้กระทั่งดวงตา เขายืนเหยียดตัวตรงก้มใบหน้าลงต่ำ ขณะที่สัญชาตญาตของเขากลับสัมผัสได้ถึงความไม่น่าไว้วางใจ..แต่เขาก็อยากจะดูใบหน้าของขาวเมืองอนาคานให้ชัดๆ

          “ พวกคุณเป็นอะไรหรือเปล่า.. ” มือผอมขาวเอื้อมเข้าไปใกล้ผ้าคลุมนั้น..

           ใกล้ขึ้น..

           ใกล้ขึ้น..

           กระทั่งเสี้ยววินาทีที่เห็นลิ้นเรียวยาวสองแฉกนั้นยื่นออกมาเลียที่หลังมือขาวหัวใจของเขาก็หล่นวูบ ก่อนเสียงหนึ่งจะดังขึ้นต่อหน้า พร้อมกับหยาดเลือดสีแดงสดที่สาดกระเซ็น!


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ออฟไลน์ HISY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3654
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-3
ชอบมากเลยค่ะ
พระเอกใจร้ายกับมิกิจังเลย

ออฟไลน์ monaligo

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 427
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
โหยยย เรื่องนี้ดีอ่ะ ชอบบบบบบบติดตามเลยยบ อ่านแล้วสงสารหนูมิกิเลย
ไม่ใช่ว่าพอเซรุ่มหมดฤทธิ์แล้วจะโดนงูยักษ์ขเมือบนะ :mew5:

ออฟไลน์ หนูน้อยหมวกแดง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 12
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
สนุกมากก น่าติดตามมากเลยค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ  :hao6: :hao6:

ออฟไลน์ nokkkey

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ฮืออออว์ ชอบมากกก
เอาใจช่วยนายเอกทุกตอน
จะรอตอนต่อไปนะคะ  :hao5:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ EtuDe

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 146
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-0
     
ค่ำคืนที่ 5 : เสียงกระดิ่ง....Part 1


          ไม่ทันได้ยินแม้แต่เสียงร้องของร่างไร้วิญญาณ หยาดเลือดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนรดใบหน้าที่ซีดเผือด เส้นผมสีอ่อนเปียกชุ่มไปด้วยของเหลวสีแดงสด นัยน์ตาคู่สวยยังคงเบิกค้างกับภาพที่เห็นตรงหน้า เมื่อส่วนศีรษะของผู้ที่เปิดประตูออกมากลับขาดสะบั้นไปในพริบตา ความเย็นยะเยือกเกาะสะท้านขาทั้งสองข้างจนไร้ซึ่งแรงจะรั้งให้ยืนอยู่ต่อไป พันธนาการความกลัวทำให้ล้มพับกับพื้น ขณะที่ร่างกายก็ยังคงสั่นเทาราวกับลูกนกที่ตกลงจากรัง เงาดำสูงใหญ่ของผู้สังหารหยุดยืนนิ่งงัน คบดาบในมือเต็มไปด้วยหยดเลือดสีแดงฉาน แพรผมพัดปลิวสยายตามสายลมทะเลทรายแห่งความตาย ดวงตาสีราตรีกาลคมกริบดุจพญามัจจุราชมองมาที่เขาเหมือนต้องการพรากวิญญาณ เสียงทุ้มเข้มเอ่ยดุดัน

            “ เจ้าเป็นใครกัน! ”

            เรียวดาบชี้มาที่ลำคอขาวระหง มิกิตัวสั่นเทาเกินกว่าหัวสมองจะประเมินผลใดๆ ภาพอันน่าสยดสยองเมื่อครู่ทำให้หัวใจเขาเต้นถี่รัวจนยากจะควบคุม มือเรียวพยายามกำข้อมือจนแน่น เพื่อให้เล็บจิกเข้าใต้แผ่นเนื้อเผื่อความเจ็บจะทำให้เขาหลุดจากโซ่ตรวนความกลัว แต่แม้เลือดจะไหลซึมออกจากฝ่ามือให้รู้สึกเจ็บ แต่เขากลับไม่สามารถขยับปากเปล่งเสียงใดๆออกมา นาทีชีวิตนี้แม้แต่พระเจ้าก็มิอาจช่วยเขาได้

            “ ตอบคำถามข้า! ”

            ดาบคมจี้เข้าจนติดเนื้อลำคอขาว เลือดเข้มไหลอาบลงมาจากแผลที่เริ่มบาดลึกขึ้น มิกิปิดตาแน่นมิอาจจะรับภาพโหดร้ายที่กำลังเผชิญได้อีกแล้ว ความท้อแท้ ความหมดหวังระบายด้วยหยาดน้ำตาไหลที่อาบลงมาที่ปลายหางตา ร่างสูงใหญ่ตรงหน้าหรี่ดวงตาลงมอง ทั้งที่เด็กหนุ่มหวาดกลัวจนตัวสั่นและควรจะร้องขอชีวิต แต่กลับเอาแต่นั่งนิ่งกัดฟันกลั้นราวกับยอมรับในชะตากรรม

           “ องค์ชายบาฮาล! ” เสียงเรียกอย่างร้อนรน สะดุดเข้าที่โสตประสาทของผู้ที่ถูกเรียกว่าองค์ชาย พร้อมกับเสียงฝีเท้านับสิบจากขบวนทหารที่แห่กันออกมาตามหาทาสหนุ่มที่หนีออกไปจากวัง

           แสงไฟจากคบเพลิงทำให้เห็นผู้สูงศักดิ์ของอนาคานอีกคนได้ชัดขึ้น เส้นผมสีดำยาวสลายจนถึงปั้นเอว รูปหน้าเรียวคมเข้ากับผิวสีเข้มดูดุดันดั่งนักรบ ดวงตาคมกริบยามแรกเห็นในเงามืดคือสีราตรี หากบัดนี้เมื่อสะท้อนกับแสงไฟคือสีกรมที่ช่างดูล่วงลึกราวกับหุบเหวมรณะ ริมฝีปากหยักโค้งบึ้งตึงดูไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก

           ซาอิด จาร์ อารากัส ยืนสงบนิ่งอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยปากสั่งให้ทหารทุกนายที่นำมาทำความเคารพร่างตรงหน้า ซึ่งเป็นรัชทายาทคนสำคัญของอนาคานไม่ต่างจากราชาบาซิกค์

           ‘บาฮาล ฮอร์น ซัลคาฟา’ ผู้เป็นพระอนุชาและดำรงตำแหน่ง หัวหน้าราชองครักษ์ ไม่ได้เอ่ยโต้ตอบสิ่งใด ก่อนดาบเรียวคมถูกเก็บเข้าฟัก จ้องอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่ยังคงบึ้งตึง

            “ มันผู้นี้เป็นใคร ” เสียงดุดันถามขึ้น ซาอิดโค้งศีรษะลงเล็กน้อยไม่กล้าสบพระพักตร์ของฝ่ายที่สูงศักดิ์กว่า

            “ คิโนมุระ มิกิ ทาสที่องค์ราชาทรงซื้อมาจากอาราบัสพ่ะย่ะค่ะ ” ได้ยินดังนั้น คิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันเป็นปม สายตาหรี่ลงมองอย่างไม่เข้าใจ เหตุใดพระเชษฐาถึงต้องไปซื้อทาสหนุ่มคนนี้ถึงอาราบัสด้วย เพราะความจริง หากองค์ราชาต้องการใครสักคน แค่กระดิกนิ้วสั่ง ทาสชายหญิงนับสิบก็ยอมพลีกายถวายตัวให้ หรือให้ทางอาราบัสส่งคนมาให้เหมือนอย่างที่ผ่านๆมาก็ทำได้ไม่มีเหตุจำเป็นจะต้องเสด็จไปถึงอาราบัสด้วยพระองค์เอง

            “ เหตุผลล่ะ ” บาฮาลเอ่ยนิ่ง ซาอิดกลับแอบคลี่ยิ้มก่อนตอบอย่างชัดเจน

             “ กระหม่อมคิดว่าพระองค์ทรงทราบดี ว่าทำไมพระองค์ถึงทรงพบท่านมิกิได้” คำตอบที่ได้ยินทำเอาหัวใจของเขาสะดุดขึ้นมาชั่วครู่ ความจริงแล้วเขาไม่ได้บังเอิญผ่านมาพบเด็กหนุ่มคนนี้ แต่เป็นเพราะหลังจากที่ราชกิจที่รับสั่งเสร็จเร็วเกินคาด พอกลับมาที่เมือง เขาได้กลิ่นหอมของดอกเพเซียที่โปรยปรายเข้ามาในยามค่ำคืนของอนาคานที่ไม่ควรจะมี ถึงกลิ่นนั้นไม่ถึงกับเจือจาง แต่ก็ไม่ถึงกับรุนแรงจนโชยคลุ้ง ซึ่งถ้าชาวอนาคานอยู่ใกล้กับกลิ่นนี้เข้าไปมากๆ ก็อาจจะทำให้คลุ้มคลั่งได้รวมทั้งตัวเขาเองก็เช่นกัน กระนั้นจึงออกตามหา หากยังไม่แน่ใจนักว่า เพราะเหตุนี้หรือเปล่า..องค์ราชาถึงได้ซื้อตัวทาสคนนี้มา แล้วเหตุใดมิกิถึงได้มีกลิ่นของดอกเพเซียได้ คำถามนี้คงต้องสืบเสาะโดยเร็ว

           ดวงตาคมกริบปรายมองเด็กหนุ่มที่เอาแต่หันใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยคาบน้ำตานิ่ง กายบอบบางยังคงนั่งสั่นเทาแม้ภาพโหดร้ายจะจบลงไปแล้ว แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดเมื่อเห็นหยาดน้ำตาของเด็กหนุ่มเขาถึงได้รู้สึกหงุดหงิดนัก ก่อนเจ้าชายแห่งอนาคานก้าวเดินไปหาผู้ใต้บัญชา เอ่ยสั่งเสียงเรียบว่า

           “ นำตัวเขากลับวัง ” ซาอิดโค้งรับคำสั่ง ก่อนจะได้ยินเสียงควบม้าดังขึ้นจากทางด้านหลัง ดวงตาของบริวารหนุ่มหันกลับไปมองแน่นิ่ง เห็นแผ่นหลังกว้างกำลังไกลออกไปพร้อมอาชาสีดำ ริมฝีปากเม้มกดลงเป็นเส้นตรง ไม่ช้าก็ยกขึ้นบางเบาดังเดิม ก่อนหันไปทำตามคำบัญชาของผู้เป็นเจ้าชีวิตพร้อมกับสีหน้าที่ครุ่นคิดบางอย่าง




            หลังจากที่ซาอิดสั่งทหารให้จับตัวเขาสติก็หวนกลับมาโดยฉับพลัน แต่รู้สึกตัวอีกทีข้อมือเขาถูกไขว้ไว้ด้านหลังและมัดด้วยเชือกแข็งหยาบ มิกิพยายามออกแรงขัดขืนมาตลอดทางจนผิวเนื้อบนข้อมือถลอกเป็นรอยแดงห้อเลือดแต่มิอาจหลุดพ้นเป็นอิสระได้ พอถึงพระราชวังอนาคาน ร่างเล็กก็ถูกพวกทหารเหวี่ยงลงบนพื้นหินอ่อนอย่างไม่ไยดี

           “โอ้ย!”

           เขาร้องขึ้นด้วยความเจ็บ เป็นอีกครั้งที่ความโหดร้ายวนเวียนกลับเข้ามาราวกับเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต หากแม้ร่างกายจะบอบช้ำ แต่ก็ไม่เท่ากับจิตใจที่เจ็บปวดยิ่งกว่านัก เหตุใดคำว่าอิสระภาพสำหรับเขามันถึงสะกดได้ยากเย็นนัก ทั้งๆที่เห็นทางออกอยู่ตรงหน้าแต่โชคชะตาดันพาเขากลับมาอยู่ที่เดิม

           มิกิขบกรามแน่นราวกับกลั้นความเจ็บใจ พยายามพยุงตัวให้ลุกขึ้นด้วยตัวเอง แต่ทั้งมือและขากลับปวดช้ำไปหมดจนไม่สามารถยืนหยัดได้เพียงลำพัง กระนั้น..ใบหน้าหวานก็ยังเต็มไปด้วยการต่อต้านอย่างสุดกำลัง

            ดวงตาคู่สวยเหลือบมองเงาดำสูงใหญ่ที่คร่อมเหนือศีรษะ แต่ร่างนั้นกลับไม่ได้ปรายตาลงมองการกระทำของเขา ในแววตาสีอำพันสวยงาม บัดนี้กลับสะท้อนแต่ภาพร่างสูงกำยำของชายอีกคนตรงหน้าอย่างครุ่นคิด ทั้งที่บาฮาลไม่ควรจะอยู่อนาคานเวลานี้ แต่ทำไมถึงมาปรากฏกายพร้อมกับลูกหนูตัวน้อยที่หลุดหนีออกไป  ไม่ทันที่คำถามในใจจะหลุดออกจากกลีบปากสวยงามนั่น บุรุษนักรบตรงหน้าก็ชิงถามเสียก่อน

           “ เด็กหนุ่มคนนี้..ใช่ทาสที่ท่านพี่ทรงซื้อมาจากอาราบัสหรือไม่ ” เสียงเข้มถามทันทีที่พบหน้าพี่ชายตน โดยไม่ปล่อยให้เสียเวลานานนัก ตอนนี้เขาต้องการได้คำตอบว่าคนตรงหน้ากำลังคิดสิ่งใด แต่กษัตริย์แห่งอนาคานกลับคลี่ยิ้มบางๆ ก่อนเสเปลี่ยนเป็นเรื่องอื่น

           “ บาฮาลเจ้าเสด็จกลับอนาคานไวเกินคาด น่าเสียดายนัก เรื่องนี้ข้ากะทำให้เจ้าประหลาดใจเสียหน่อย ” บาซิกค์กล่าวราวกับไม่มีเรื่องทุกข์ร้อน แต่บาฮาลกลับหรี่ตาจ้องเขม็งมาพี่ชายอย่างไม่วางตา

           “ ท่านพี่ไม่ทรงตอบคำถาม ” เสียงดุดันพยายามคาดคั้นเอาคำตอบจากร่างตรงหน้าอีกครั้ง บรรยากาศกดดันบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นชวนให้รู้สึกหายใจได้ยากเย็น

            มิกิ พยายามทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของร่างทั้งสอง หนึ่งคือผู้เป็นกษัตริย์อนาคานที่แสนเยือกเย็น สองคือคนที่เป็นทั้งผู้ช่วยชีวิตและผู้ที่ลากเข้ามายังกรงขัง ซึ่งดูจากสรรพนามที่เรียกขานกันเขาก็เข้าใจทันทีว่า คนทั้งสองเป็นพี่น้องกัน  ถึงใบหน้าจะมีส่วนละม้ายคล้ายคลึง แต่ลักษณะนิสัยกลับต่างกันราวฟ้าเหว คนพี่ดูเย็นเยือกดุจน้ำแข็งที่หนาวเข้ากระดูก แต่คนน้องกับร้อนระอุดุจเปลวเพลิงที่พร้อมจะผลาญทุกสิ่ง แต่ไม่ว่าหันไปหาใคร คนทั้งคู่ก็เหมือนยมฑูตแห่งความตายที่รอลากกันไปลงนรกทั้งสิ้น

          บาซิกค์ปรายตามองคนที่เริ่มอารมณ์ร้อนโดยไม่ปริปาก แต่ยิ่งเห็นท่าทีเช่นนี้ผู้เป็นน้องกลับยิ่งไม่เข้าใจ

          “ ทำไมท่านพี่ถึงทรงทำเช่นนี้ ท่านพี่ก็รู้ดีว่าช่วงนี้ชาวอนาคานทุกคนไม่ควรออกไปไกลจากที่นี่ ท่านอยากให้ความลับที่พวกเราเก็บงำกันมาร่วมพันปีหลุดออกไปหรืออย่างไร ท่านพี่อาจจะทำให้พวกเรา..” ถ้อยคำนั้นเงียบหายไปราวกับไม่อยากจะเอ่ยถึง ทำเอาเด็กหนุ่มที่แอบฟังการสนทนาอย่างดุเดือดนั้นขมวดคิ้ว ความสงสัยในเรื่องของบางสิ่งเข้ามาแทนที

          ความลับของอนาคานงั้นเหรอ..

          แต่ขณะที่รอฟังคำตอบ ผู้ปกครองอนาคานกลับทำเพียงแค่หลับตาลง ใบหน้างดงามนั้นสงบนิ่งเสียจน..เริ่มรู้สึกหนาวเย็น

           “ เจ้าคิดว่าข้าอ่อนแอขนาดนั้นเลยเหรอบาฮาล.. ” สุรเสียงเรียบเย็นทำเอาทุกคนที่ได้ยินถึงกับชะงักงัน ดวงตาสีอำพันเรียวคมลืมขึ้นจ้องมองใบหน้าผู้เป็นของน้องชายราวกับใบมีดที่กำลังทะลวงลึกเข้าไปในจิตใจ ความรู้สึกกดดันบางอย่างเกิดขึ้นจนทำให้ท้องพระโรงที่กว้างขว้างนั้นแลดูอึดอัดขึ้นมาทันตา แม้กระทั่งดวงตาสีกรมเข้มของคนที่มีตำแหน่งเป็นถึงองค์ชายแห่งอาคานก็วูบไหวเมื่อได้ยิน อำนาจมากล้นที่อยู่ในกำมือของชายผู้นี้ ทำเอามิกิรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงแต่หนูตัวเล็กๆที่ไม่มีสิทธิ์ต่อรองสิ่งใดแม้แต่จะคิดหนี!

          “ ข้าไม่ได้หมายความว่า.. ”

          แตะ..

         “ เจ้าคงกังวลมากไป ซาอิดน่าจะตอบแทนข้าหมดแล้ว และข้าคิดว่าคงไม่จำเป็นต้องตอบย้ำอะไรอีก ”  มือขาวแตะลงบนบ่ากว้าง สัมผัสที่ได้แม้จะแผ่วเบาแต่กลับเย็นเยือกเสียจนไปถึงกระดูก จนคนที่กำลังเอ่ยปากอธิบายหยุดชะงัก ประโยคที่แอบตอกย้ำถึงความเหนือกว่าเปล่งจากริมฝีปากโค้งสวย บาฮาลยืนนิ่งไม่กล้าแม้จะตอบอะไรผู้เป็นพี่ ก่อนดวงสีเหลืองทองคู่นั้นจะเปลี่ยนเป้าหมายมายังตัวต้นเหตุในค่ำคืนนี้

           ทันทีที่ดวงตานั้นปรายมองร่างกายก็เย็นวาบขึ้นมาทันตา แต่ก็ยังคงสู้หน้ามิได้หลบสายตาอันเย็นเยือกนั่นแต่อย่างใด บาซิกค์เดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะนั่งลงยกเข่าชันเพียงข้าง นิ้วเรียวค่อยๆช้อนเอาใบหน้าของตนที่ถูกมัดอยู่ที่พื้นขึ้นมาอย่างง่ายดาย ริมฝีปากโค้งสวยเขยื้อนเอ่ยอย่างเชิญชวน

           “ อีกอย่าง..สิ่งนี้ก็คุ้มเกินคาด ” รอยยิ้มเย็นเยียบคลี่ออก ดวงตาสีอำพันหรี่ลงจ้องมองร่างบอบบางในเงื้อมือราวกับผู้ล่าที่กำลังสนุกกับเหยื่อที่น่าสงสาร แต่ไม่ทันได้โต้ตอบสิ่งใด ร่างของเขาก็ถูกจับให้ลุกขึ้น แล้วพลิกตัวให้หันไปห ผู้มีตำแหน่งเป็นองค์ชายแห่งอนาคาน

           “ของขวัญจากเทพนาคิน” บาซิกค์แสยะยิ้มเย็นจากด้านหลัง ใบหน้าคมสวงามเคลื่อนมาใกล้ต้นคอขาว จมูกโด่งสัยจรดข้างแก้มสูดดมกลิ่นอายของบุปผางามโปรดปราน หากเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจสำหรับคนที่ถูกผูกมัดยิ่งนัก แต่กระนั้นริมฝีปากบางก็ยังไม่เลิกซุกซนขบเม้มใต้ติ่งหูราวกับเป็นผลไม้เนื้อหวานที่น่ารับประทาน ความรู้สึกประหลาดนี้ยากจะทานทนจนร่างเล็กสั่นสะท้าน “ ถูกจับได้เร็วเกินคาดนะมิกิ ” เสียงแห่บพร่ากระซิบข้างกาย ลิ้นร้อนไล่เลียลำคอราวกับจะกลืนกินไปให้ลึกจนถึงหัวใจ!

            “ ไอพวกปีศาจ.. ” มิกิกัดฟันสบถออกมาอย่างสุดกลั้น การกระทำอันหวาดหวามหยุดชะงักฉับพลัน สิ่งที่ได้ยินทำเอาทุกคนในห้องตื่นตะลึง แต่บาซิกค์ ฮอร์น ซัลคาฟากลับแสยะยิ้มเย็น ไม่ใช่ว่าไม่พอใจกับคำพูดของเด็กหนุ่ม แต่เพราะความกล้าบ้าบิ่นที่แม้จะกลัวจนตัวสั่นต่างหากที่เขาสนใจ

             “ หึ ใจกล้า แต่  โง่เขลา นี่มันเป็นคุณสมบัติของมนุษย์ทุกคนหรือยังไง ” เสียงเย็นเอ่ยข้างใบหู แต่กลับทำให้ร่างที่เขาควบคุมหัวเราะเยาะออกมา

             “ สัตว์ชั้นต่ำแบบพวกแก หึ..คงไม่เข้าใจความคิดของสัตว์ชั้นสูงอย่างมนุษย์สินะ พวกแกถึงเป็นได้แค่ไองูที่คอยหลบอยู่หลังโพรง พวกแกทั้งหมดมันเป็นสัตว์ที่อ่อนแอ ขี้ขลาดตาขาว กลัวหรือไงบาซิกค์ กลัวว่าความลับเรื่องมนุษย์งูงี่เง่ากับเมืองนรกนี่ จะเปิดเผยหรือไง! ” กล่าวเสียงแข็งอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตาคู่สวยหันเผชิญหน้ามองคนที่กำลังควบคุมอย่างท้าทาย ไม่ว่าอย่างไรชีวิตนี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นไปกว่านี้ ถึงร่ายกายเขาจะพ่ายแพ้ แต่หัวใจจะไม่มีวันยอมสยบให้กับคนพวกนี้แน่

            “ ทำไม อยากฆ่าฉันนักก็ฆ่าเลยสิ! รออะไร หรือว่าฆ่าฉันไม่ได้ มีเหตุผลอื่นอีกงั้นเหรอ นอกจากเก็บฉันไวเป็นที่ระบายของพวกแก! ” มิกิยังไม่ยอมหยุด ยั่วโมโหจนพวกทหารทุกคนที่เป็นชาวอนาคานต้องแอบกำมือแน่ ด้วยความโกรธ หากแต่สิ่งที่เขาพูดกลับทำให้บาซิคก์กระตุกยิ้มเย็นเยียบ

           “ ที่ระบายหรือ หึหึ ฮาๆ ” เสียงหัวเราะจากคนด้านหลังเปล่งออกมาอย่างไม่ปิดบัง ใบหน้าหล่อเหลาเวลานี้เต็มไปด้วยความชอบใจอย่างไม่คาดคิด มิกิขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจว่าบาซิกค์กำลังคิดสิ่งใด แต่ไม่ทันไรร่างของเขาจะถูกจับพลิกหันมาเผชิญกับผู้ปกครองอนาคานฉับพลัน เสี้ยววินาทีที่สบดวงตาสีเหลืองทองคู่นั้น ก็เหมือนดวงวิญญาณกำลังค่อยๆถูกเผาไหม้ด้วยเปลวไฟ

          ไฟที่เยือกเย็น..

           “ ถ้าอยากจะกลายเป็นของเล่นของคนอื่นด้วย ฉันก็ไม่ขัดศรัทธา แต่ก่อนอื่น.. ” ใบหน้าคมโน้มก้มจนใกล้ลำคอ มือแกร่งโอบรัดเอวคอดของอีกฝ่ายไว้แน่นราวกับงูไม่มีวันปล่อยเหยื่อของมัด สิ่งที่ทำทำเอาหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ แต่ไม่ทันได้ทักท้วงสิ่งใด เสียงแหบพร่าร้อนแรงก็กระซิบข้างใบหู

           “ ต้องลงโทษเสียก่อน.. ”

           กึก..


           “ อ๊า!!  ” เปล่งเสียงร้องลั่นด้วยความเจ็บ เลือดสีเข้มไหลล้นออกจากลำคอทันทีที่คมเขี้ยวอสรพิษฝังลงไปอย่างไม่ปราณี รสขมปร่าของเลือดชุ่มฉ่ำไปทั่วโพรงปากที่เปรอะเปื้อน หากแต่กลิ่นคาวที่ผสมปะปนกับกลิ่นกายหอมหวนนั้น ช่างให้ความรู้หลงใหลอย่างน่าประหลาดจนยากจะถอดถอน มิกิพยายามขยับตัวดิ้นรนขัดขืนแต่มือแกร่งที่กอดไว้ก็บีบรัดแน่นราวกับไม่ต้องการให้เหยื่อที่เลือกไว้หนีรอด กระทั้งความเจ็บปวดที่ได้ฉับพลันก็เริ่มทำให้ร่างกายเย็นลงทุกวินาที เปลือกตาหนักขึ้นดั่งถูกถ่วงด้วยหิน ตั้งแต่ปลายเท้าจรดศีรษะเย็นเฉียบเสมือนกำลังถูกแช่แข็ง ไม่ช้าอ้อมแขนที่รัดแน่นก็ถูกปลดออก ร่างทั้งร่างก็ทรุดลงไปกับพื้น ล้มลงใต้แทบเท้าของคนที่เขาเกลียดที่สุด ก่อนประโยคสุดท้ายที่ได้ยินแทบทำให้เขาไม่อยากจะหลับตา

           “ มิกิ..งูไม่กลัวที่เคยลังเลที่จะกินเหยื่อ แม้เหยื่อนั้นจะทำให้มันต้องตายก็ตาม”


ออฟไลน์ EtuDe

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 146
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-0

ค่ำคืนที่ 5 : เสียงกระดิ่ง...Part จบ
 

          แหมะ..


          แหมะ..

 
          เสียงหยดน้ำไหลลงจากเพดานด้านบนอันชื้นช่ำ หยดรดบนเรือนร่างอันเปลือยเปล่าที่ปกปิดส่วนล่างไว้ด้วยผ้าสีขาวบางเบา หยาดน้ำเกาะพรมไปทั่วผิวกายดุจทรายขาวละเอียดแต่กลับไม่เหลือรัศมีแห่งความผ่องใส ใบหน้าหวานทิ้งลงอย่างไม่ได้สติ ทำให้เส้นผมสีบรอนด์ทองจากสายเลือดข้ามแดนปรกปิดลงมา กลิ่นสาบสัตว์บางอย่างนั้นโชยคลุ้งไปทั่ว ความมืดมิดเข้าปกคลุมจนมองไม่ออกว่าที่นี่คือใด มีเพียงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านกำลังไหลล้นเข้าสู่ร่างที่กำลังหลับใหล

           หนาว

          หนาวเหลือเกิน

          หนาวจนอยากไม่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป

          ทั้งหมดเป็นเพียงเพราะชีวิตที่น่าสมเพช ที่ไม่ต้องการเผชิญเรื่องโหดร้าย แต่ทำไมพระเจ้าถึงไม่ยอมให้เขาได้จากไปเสียที หรือแม้อยากจะหนีไปให้ไกลแต่สุดท้ายก็เสมือนถูกตัดขาทิ้งจนไร้หนทางไขว่คว้าอิสระภาพ สิ่งเดียวเหลืออยู่มีเพียงหัวใจที่ยังคงเต้น เต้นแรงเสียจน..เหมือนจะพูดกับเขาว่า..

          ‘ลืมตาขึ้นมาซะมิกิ ลิมตาขึ้นมาพบกับสภาพความเป็นจริงของตัวเอง’

        น่าสมเพช

        น่าสมเพชจริงๆ..

          แหมะ..

          หยาดน้ำสุดท้ายไหลจากริมขอบตาที่ปิดสนิทอาบลงบนแก้มขาวซีดก่อนหยดลงสู่พื้นจากปลายคางเรียว น้ำตาไหลออกมาจากความท้อแท้สิ้นหวัง อยากจะหลับอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ต้องฟื้นขึ้นมารับความเป็นจริง

          แต่พระเจ้ามักปลุกมนุษย์ทุกคนให้ตื่นจากความฝันเสมอ..

          “ฟื้นแล้วหรือ มิกิ” ทันทีที่ดวงตาสีมรกตลืมขึ้นมาเชื่องช้า เสียงแรกที่ได้ยินก็พลันเอาร่างกายกระตุกวูบโดยสัญชาตญาณ แต่เพียงแค่ขยับก็พบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกตรึงติดเอาไว้กับพื้นกำแพงอิฐทั้งสองฟาก ลำคอขาวก็ถูกสวมด้วยปลอกเหล็กหนักๆที่มีโซ่สีดำพาดยาวเชื่อมระหว่างมือ ส่วนข้อเท้าก็มัดไว้ในลักษณะที่ไม่ต่างกัน สภาพของเขาตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากนักโทษที่รอคอยวันประหารชีวิต

            “ ไม่พอใจกับสภาพของตัวอย่างงั้นหรือมิกิ.. ”

            “ อย่ามาเรียกชื่อฉันไองูวิปริต!” น้ำลายถูกถมรดลงพื้น ดวงตาคู่สวยยังคงแข็งกร้าวอย่างไม่เกรงกลัว ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นอย่างท้าทายคนที่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้า

           บาซิกค์ ฮอร์น ซัลคาฟาเพ่งมองการกระทำอันหยาบคายอย่างมิได้สนใจ เรือนร่างสูงสง่าก้าวเดินเข้าไปหาคนที่มิอาจดิ้นรนขัดขืน นิ้วเรียววางบนซอกคอหากแต่ไล่ลูบไล้บริเวณแผลที่ฝังคมเขี้ยวอย่างรุนแรงไปจนถึงท้ายทอย ความรู้สึกที่ได้รับทำให้ใบหน้าหวานนั่นต้องบิดบี้ยวเปล่งเสียงด้วยความเจ็บ เลือดเข้มซึมออกมาจากแผลอีกครั้งจนถึงกลางแผ่นอก แต่กลับไม่ได้เรียกความสงสารของชายหนุ่มได้อย่างใด รอยยิ้มเย็นเยียบคลี่ออกจากใบหน้าที่แสนเย็นชา

            “ อ่อนแอ.. ”

           “ ฉันจะฆ่าแก..บาซิกค์ ” กัดฟันขู่ด้วยความแค้นสุดจะทน ดวงตาคู่สวยแข็งกร้าวเสียจนน่าชื่นชม แม้ขณะร่างกายมิอาจขัดขืน แต่หัวใจกลับกล้าแกร่งยิ่งนัก การกระทำที่เห็นยิ่งวนให้น่าสนใจเสียยิ่งกว่ากลิ่นที่โปรดปราน แต่ก็อยากจะรู้นักว่าร่างนี้จะพยศได้แค่ไหน คิดกระนั้นรอยยิ้มร้ายก็ประดับขึ้น มือเรียวยกขึ้นจับใบหน้าหวานที่ต่อต้านออกแรงบีบเบาๆจนริมฝีปากบางเผยออก ก่อนจะเคลื่อนกายเข้ามาใกล้ขึ้น เอ่ยเสียงแผ่วเบาแต่หากก้องทุ้มไปทั่วหัว “ เด็กดื้อ..ต้องลงโทษ ”

            เสี้ยววินาทีที่สบสายตาเย็นเยือก ดวงตาสีเหลืองทองกลมโตของมนุษย์ก็ผันแปรเป็นดวงตาที่รียาวของสัตว์ร้ายที่จ้องมองแล้วจะล้วงลึกเข้าตรวจค้นทุกสิ่งในจิตใจ อุณภูมิในห้องก็เริ่มสูงขึ้นราวกับอยู่ใกล้เปลวไฟ ขณะที่มือที่บีบอยู่ข้างแก้มก็เริ่มแรงขึ้นจนรู้สึกเจ็บ ทว่า..พอเพ่งมองมือนั่นให้ชัด กลับทำให้หัวใจเขาแทบหยุดเต้น เมื่อมืออันแกร่งนั้นมันกำลังถูกห่อหุ้มด้วย..

           เกล็ด..



           เกล็ดของงู!

           “ จะทำอะไรน่ะบาซิกค์! ” มิกิเริ่มวิตกกังวลกำสิ่งที่ต้องเผชิญต่อไป ดวงตาคู่สวยเริ่มสั่นไหวอย่างไม่ปิดบัง เมื่อเห็นรอยยิ้มเย็นเยือกของสิ่งที่ไม่อาจเรียกว่าคนได้อีกต่อไป ขณะที่คลื่นเสียงถี่ระรัวราวกับกระดิ่งเล็กๆนับพันก็สั่นดังก้องในหัว แรงกดดันมหาศาลทำให้เขาต้องปิดตาร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่ง!

             “ หยุดนะหยุด! ”

            ฟืบบ..



             สิ้นเสียงเสมือนสิ้นทุกอย่างจนเงียบสงบ มิกิค่อยๆปรือตาที่ฉ่ำคลอด้วยหยาดน้ำตาอย่างกล้าๆกลัวๆ แต่เมื่อเงยขึ้นกลับพบว่ารอบข้างนั้นมืดสนิท มีแค่ตัวเขาเพียงลำพังที่ยังคงถูกมัดไว้อยู่กับที่

            ดวงตาคู่สวยพยายามกวาดสายตามองหาร่างที่เป็นต้นเหตุให้พบแต่กลับมีเพียงแค่ความว่างเปล่ารายล้อมอยู่รอบด้าน ขณะที่หัวสมองของเขาก็มิอาจประเมินได้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น



            ทว่า..ไม่ทันได้ครุ่นคิดสิ่งใด ที่บริเวณลำคอที่ควรจะปอกคอเหล็กสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหวเชื่องช้า เกล็ดที่มันเลื่อมกับการบีบรัดที่เริ่มแน่นขึ้นทำเอาอากาศที่สูดเข้าไปในลำคอเริ่มหดหาย ดวงตาคู่สวยต้องเบิกโพลน ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมอง ขณะที่เสียงขู่ฟ่อกลับดังข้างใบหูทำเอาหัวใจแทบหยุดเต้น

            นัยน์ตาคู่สวยปิดลงแน่น ร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่ปิดบัง น้ำตาไหลเริ่มคลออยู่ที่ริมขอบตาอีกครั้งจากสิ่งที่นึกกลัว แต่กระนั้นทั้งหมดยังอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของใครบางคน เมื่อบริเวณปลายเท้ากลับได้รับสัมผัสอันเย็นเยียบที่ค่อยเลื้อยไล่ขึ้นมาจากข้างทั้งสองขา เมื่อเผลอลืมตาขึ้นมองก็พบว่าพื้นที่เขากำลังเหยียบย้ำอยู่ กลายเป็นฝูงงูจำนวนมหาศาลที่ขดตัวเลื้อยเรียงรางราวกับพรมอสรพิษ!


            “ ไม่เอา ฮึก ไม่เอาแบบนี้  หยุดนะ หยุดด!! ”

         ภาพที่เห็นทำให้มิอาจกลั้นหยาดน้ำตาแห่งความกลัว เสียงสะอื้นผ่อนผันออกมาแต่ก็ไม่อาจจะระบายสิ่งที่กำลังเผชิญ หัวใจเต้นแรงบีบคั้นเต้นแรงราวกับมันจะระเบิดออก ความหวาดผวาทำให้บ้าคลั่งไม่สนใจจนสะบัดร่างกายให้สิ่งที่เกาะหลุดออก แต่ต่องให้ดิ้นรนจนแขนแทบขาดออกจากตัว สิ่งที่ชายใจร้ายมอบให้ก็ไม่มีวันหลุดพ้น ขณะที่ผิวกายขาวละเอียดกลับค่อยๆถูกพัวพันจองจำด้วยร่างของอสรพิษนับร้อยที่กำลังโอบรัด ความรู้สึกขยะแขยงจากสิ่งที่เกลียดกลัว มันสุดจะบรรยายจนมิอาจรับได้ไหว จิตใจกำลังพังทลายย่อยยับจนไม่คืนรูปได้ดังเดิม ได้แต่เปล่งเสียงร้องภาวนา ขอร้องให้เรื่องบ้าออกไปจากชีวิตเขาสักที.


          “ หยุดนะ.. หยุด ฮึก ได้โปรด.. หยุดที ฮือๆ” น้ำตาไหลแทบจะอาบลงมาเป็นสายเลือด อสรพิษเลื้อยพันธนาการอยู่รอบตัวจนไม่รู้ว่ากี่ร้อยตัว ขณะที่แผ่นอกกลับยกขึ้นหายใจได้ยากเย็นทุกที..เหมือนอากาศกำลังจางหายไป..

           “ ท่านพี่พอเถอะ! ” เสียงดุดันแต่เจือปนด้วยความห่วงใยจากคนข้างกาย เรียกร่างสูงสง่าที่กำลังเชยชมสีหน้าที่กำลังทุกข์ทรมานของเด็กหนุ่มให้ปรายตามอง

           “ เจ้าห่วงเด็กนั่นหรือไง.. ” ดวงตาสีอำพันหรี่มองผู้เป็นน้องอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ บาฮาลชะงักงันไปชั่วครู่เมื่อได้ยินคำถามที่แทงใจ ทว่าไม่ทันได้พูดสิ่งใด เสียงที่อ่อนแรง กับลมหายในที่ใกล้รวยริมเต็มทนก็เอ่ยออกมาพร้อมกับหยาดน้ำที่ไหลหยดลงบนพื้น


            “ ขะ..ขอโทษ ฮึก หยุดที จะ ไม่หนี ฮึก..จะไม่หนีอีกแล้วฮือๆ ” พ่ายแพ้ต้องความกลัวจนสิ้น เสียงเศร้าสร้อยนั้นฟังดูน่าสงสารยิ่งนัก ไม่เหลือคาบของคนที่เคยพยศร้ายหยิ่งในศักดิ์ศรีเลยสักนิด แต่ชั่วครู่หนึ่งกลับสะดุดหัวใจของใครบางคนให้เผลอคิดอย่างรู้สึกผิด ทว่า..บุคคลนั้นกลับมิได้ล่วงรู้ว่าแอบโดนสายตาของพี่ชายคอยมองอยู่ ก่อนดวงตาสีอำพันนั้นจะหลับลงไปอีกครั้งราวกับกำลังสะกดบางสิ่ง พอลืมขึ้นเด็กหนุ่มที่ถูกลงโทษก็หมดสติไปทันที.. แต่ทำไมพอเห็นเช่นนี้เขาถึงได้รู้สึกโล่งใจนัก

            “ บาฮาล..ข้าจะตบรางวัลให้เจ้าหนึ่งอย่าง” เสียงเรียกทำให้เขาหลุดออกจากภวังค์แต่พอได้ยินคำถามทำให้เขาต้องขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ


             “ ท่านพี่ข้า.. ”

            “ นี่เป็นคำสั่ง นอนกับเขา ” สิ้นคำสั่งพร้อมกับสายลมเย็นที่พัดผ่านไปพร้อมกับสูงสง่า บาฮาลยืนนิ่งงันอยู่ชั่วครู่ ใบหน้าหล่อขมวดคิ้วเข้าหากันมอง แผ่นหลังกว้างของผู้เป็นที่เดินจากไปอย่างไม่เข้าใจ ถึงจะชินชากับการกระทำอันโหดร้ายมาตั้งแต่เด็ก แต่ทำไมสำหรับคนๆเขาคิดว่าพี่ชายเขากำลังทำเกินกว่าเหตุไปหน่อย แต่ถึงในใจเขาจะต่อต้าน แต่ก็มิอาจขัดรับสั่งคนที่ตำแหน่งสูงสุดผู้ซึ่งเป็นเจ้าปกครองอนาคานได้ ลมหายใจผ่อนผันออกมาอย่างหนัก ก่อนร่างสูงกำยำจะเดินเข้าไปปลดโซ่ร่างที่ถูกจองออกไปจากคุกใต้ดิน..

 


           องค์ชายบาฮาล รีบพามิกิมาพักผ่อนในห้องบรรทมของตนเอง โดยตลอดทางนั่นเขาอุ้มร่างบางด้วยตัวเอง หาได้สนสายตาของข้าราชบริวารไม่ พอถึงห้องก็วางกายบางลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล นัยน์ตาสีกรมมองสำรวจไปทั่วผู้ที่ถูกทำร้ายทางจิตใจ ใบหน้าหวานนั้นเปรอะเปื้อน ด้วยคาบน้ำตา บริเวณลำคอขาวมีแผลจากคมเขี้ยวที่ฝังลึก เห็นเลือดสีแดงไหลยังคงปริ่มอยู่ที่ปากแผล ตามข้อมือและเท้าก็มีรอยถลอดช้ำจากผิวที่หลุดลอก หากเป็นเขา..แผลแค่นี้คงมิอาจทำให้เขาสะเทือนได้ แต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้รู้ว่าร่างนี้บอบบางเสียยิ่งกว่าผลึกแก้วใส แม้หัวใจจะแข็งกล้าเพียงใด

              ร่างสุงใหญ่นั่งลงข้างขอบเตียง กระทั่งเผลอมองริมฝีปากบางสีเนื้อระเรื่อที่เผยอออกหอบหายใจ ก็ชวนให้หัวใจสะดุดไหว มือแกร่งค่อยๆเกลี่ยเส้นผมสีอ่อนออกจากดวงหน้าหวานอย่างบรรจง แต่ทันทีที่สัมผัสเพียงเล็กน้อย ก็กลับผมว่าตัวร้อนดั่งไฟ ก่อนจะรีบออกไปสั่งทหารนายหนึ่งสั่งหมอประจำการมารีบรักษาทันที ทว่า..ไม่ทันจะได้เปิดประตูกลับเข้าไปบุคคลหนึ่งที่ถูกสั่งมาให้เฝ้าการกระทำขององค์ชาย ก็เอ่ยขึ้นขัด


             “ พระองค์ไม่ควรทรงทำนอกเหนือรับสั่งองค์ราชา” เสียงที่ได้ยินทำให้ดวงตาคมปรายมอง ร่างสูงโปร่งของบริวารใต้อาณัติ ก็ยืนอยู่ข้างประตู ก่อนเขาจะโค้งเคารพองค์ชายแห่งอนาคานตามธรรมเนียม

             “ ซาอิดเจ้าว่างมากหรือไงถึงมาคอยตามข้า” องค์ชายบาฮาลกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ หัวหน้าบริวารหนุ่มทำเพียงแค่ยกยิ้มบางกล่าวไปตามจริง

             “ กระหม่อมแค่ทำตามรับสั่งขององค์ราชา ”



             “ หึ..ถ้าองค์ราชาสั่งให้ไปตาย เจ้าจะไปตายเหมือนพี่เจ้าหรือเปล่า ” สิ้นคำถามประชดนั้นทำเอาใบหน้าที่แย้มยิ้มนั่นแปรเปลี่ยน ใบหน้าหล่อเหลานั้นก้มลงเล็กน้อยพอให้กุห์ตราที่สวมอยู่บดบังดวงตามิให้องค์ชายตรงหน้ารับรู้สิ่งที่กำลังคิด แต่ก็ตอบกลับไปตามตรง

             “ ถ้าเป็นพระประสงค์..กระหม่อมก็คงมิอาจขัด ”

             “ เจ้ามันน่ารำคาญ! โง่เง่า..ทั้งพี่ทั้งน้องสมควรตายแล้ว ” ทิ้งท้ายด้วยคำประชดอย่างรุนแรง ก่อนจะเปิดประตูกลับเข้าไปในห้องอย่างไม่สนใจ ใบหน้าของหัวหน้าบริวารหนุ่มขึ้น ริมฝีปากเม้นลงมาจนแน่นสะกัดกลั้นบางสิ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหนักแล้วตีสีหน้าให้เรียเฉยดังเดิม แต่ทว่า..ดวงตากลับแสดงออกมาแต่..

           ความเคียดแค้น..

ออฟไลน์ sin

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 174
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-0
เรื่องน่าสนใจมาก แปลกใหม่ ชอบบบบบ
จะรอติดตามต่อไปเรื่อยๆ

ออฟไลน์ wishper

  • The Reluctant Herose@_@
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 39
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
สงสารมิกิอ่ะ งือๆๆ  :hao5:

ออฟไลน์ cheyp

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1548
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +49/-0
กำลังอ่านเพลิน ไม่อยากให้จบตอนเลย
น้ำตาซึม สงสารมิกิมาก โหดจริงอะไรจริง

ออฟไลน์ Celestia

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 837
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
เราว่าซาอิดนี่ต้องเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญแน่ ๆ

เชียร์ให้ซาอิดพาหนีออกไปแบบสุดขอบฟ้าตามหายังไงก็ไม่มีทางเจอ

ออฟไลน์ ขนมโก๋

  • เป็ดหัวเน่า
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 725
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-0
หนูมิกิ :monkeysad:

ออฟไลน์ ไป๋ไป๋

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 208
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
สนุกมากกกก :katai5:

ออฟไลน์ HISY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3654
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-3
โหดร้ายกับมิกิของฉันอีกแล้วว :sad4:

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9065
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด