องค์กรลวงจิต Explicit Content [จบ] ตอนพิเศษ เต้าหู้นมสด [7] 15/01/17
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: องค์กรลวงจิต Explicit Content [จบ] ตอนพิเศษ เต้าหู้นมสด [7] 15/01/17  (อ่าน 176719 ครั้ง)

ออฟไลน์ TONG

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2535
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +191/-4
ว๊าวมากไม่นึกว่าเรื่องแรงแบบนี้จะมีในบอร์ดนีเนะ ตกใจมากกก
แต่สนุกมาก ภาษาสวย อ่านแล้วสนุกเพลินจริงๆ
โมเมนต์เบอฯ์ศูนย์-หนึ่งน่ารักมาก จอก็แลดูห่วงลูกำฮโซมาก สนุกมาก ชอบมาก

ออฟไลน์ kothan

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 127
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
เทกมีออฟเบบี้เฟสยังอายเลยนะนี่

ออฟไลน์ wannesress

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 20
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
อยากอ่านต่อแล้ว ติดเลยเรื่องนี้

ออฟไลน์ barataku

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
หายไปนานครับ พอดีที่ทำงานส่งไปเรียนหนังสือ งานปกติก็ยังต้องทำอยู่ เลยหาเวลามาแต่งต่อไม่ได้เลย คงอีกซักพักนะครับ
วันนี้เลยเอาตอนพิเศษที่แต่งไว้เกือบเสร็จก่อนหน้านี้แล้วมาเกลาๆ ลงให้แก้ขัดก่อน เผื่อมีคนรออยู่ครับ ขอเตือนนิดนึงว่าตอนนี้มันออกจะเพี้ยนๆ หน่อยนะครับ

------------------------------------------------------------------

องค์กรลวงจิต Explicit Content

บทที่ 18 ตอนพิเศษ

[Teaser]

ชายหนุ่มร่างสูงกลับเข้ามาถึงคอนโดหรูของตัวเองในตอนหัวค่ำ ท่าทางเหนื่อยอ่อนแต่ก็ดูมีความสุข งานเปิดตัวโครงการคอนโดหรูริมแม่น้ำแห่งใหม่ของเขาเมื่อบ่ายนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่อยากเชื่อว่าคอนโดที่แพงระยับอย่างนี้จะมียอดจองล้นทะลักในยุคที่เศรษฐกิจก็ไม่ได้เฟื่องฟูอะไรนัก ชายหนุ่มไม่คิดอย่างนั้น เขาเชื่อว่า ถ้าสินค้าบริการไหนสามารถทำให้เกิดความพรีเมี่ยมที่แตกต่างได้อย่างเหนือชั้น แพงแค่ไหนก็มีคนที่พร้อมจะยอมจ่าย มันไม่ใช่แค่ความพอใจจากคุณภาพที่สุดยอดของสินค้า แต่มันแฝงไปด้วยความภูมิใจที่ได้ครอบครองในสิ่งที่น้อยคนจะมีโอกาสได้สัมผัส ยิ่งถ้ามีข้อจำกัดว่าไม่ใช่ทุกคนที่มีเงินจะมีโอกาสได้เป็นเจ้าของ แต่สงวนสิทธิ์ให้เฉพาะคนที่ได้รับเลือกเท่านั้น ร้อยทั้งร้อยแทบจะตัดสินใจโดยไม่สนใจเรื่องราคาเลย

คอนโดของเขาที่เพิ่งเปิดตัวไปก็ใช้กลยุทธ์นี้เช่นกัน นอกจากความหรูหราเหนือระดับในทุกตารางนิ้วแล้ว เฉพาะบุคคลที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดีแล้วเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์จองได้ นอกจากจะทำให้เกิดความภาคภูมิใจแก่ผู้ที่ได้เป็นเจ้าของแล้ว ยังเป็นการการันตีว่าจะมีแต่เพื่อนบ้านที่มีระดับ นี่เป็นเคล็ดลับความสำเร็จของเขาในวันนี้

ชายหนุ่มรู้สึกครึ้มใจมาก เขาอยู่ในอารมณ์ที่อยากจะฉลองความสำเร็จให้กับตัวเอง ไวน์ดีๆ สักขวดน่าจะเป็นคำตอบในค่ำคืนนี้ และเขารู้ว่าจะหาไวน์คุณภาพสุดยอดได้ที่ไหน

นักธุรกิจหนุ่มหยิบแท็ปเลทขึ้นมาเปิดเข้าไปที่หน้าเวปไซท์ของร้านขายไวน์ออนไลน์ที่เขาเคยใช้บริการมาสองสามครั้งแล้ว ร้านนี้จะจำหน่ายให้เฉพาะกับสมาชิกซึ่งจะต้องได้รับเชิญ และมีการยืนยันตัวกลั่นกรองคุณสมบัติมากมาย เขาเข้าไปที่หน้าเลือกไวน์ ที่ร้านนี้มีไวน์ที่พร้อมส่งขายครั้งละไม่กี่ขวด นอกนั้นเป็นไวน์ที่อยู่ระหว่างการบ่ม และไวน์พิเศษที่ต้องประมูล บางคนก็ไปสั่งจองไวน์ที่อยู่ระหว่างการบ่มเลยโดยการจ่ายเงินมัดจำเพื่อให้มั่นใจว่าไวน์ขวดที่ตัวเองหมายตาจะไม่ถูกซื้อไปซะก่อน ระยะเวลาที่ต้องรอปกติก็จะไม่เกินหนึ่งเดือนยกเว้นไวน์บ่มใหม่ซึ่งอาจจะใช้เวลาถึงสี่เดือน ชายหนุ่มไม่มีเวลามากขนาดนั้น ไวน์ที่พร้อมส่งก็มีคุณภาพยอดเยี่ยมเช่นกัน อันที่จริงให้เขาหลับตาเลือกเลยก็ยังได้ ไม่คิดว่าจะผิดหวังกับไวน์ขวดไหนๆ ของร้านนี้ แต่ในเมื่อวันนี้โชคดีมีไวน์ให้เลือกถึงเกือบสิบขวด เขาก็ขอสั่งอันที่น่าสนใจที่สุดแล้วกัน

ชายหนุ่มเลื่อนหน้าจอแท็ปเลทเพื่อดูรายการไวน์ น่าสนใจทุกขวดจริงๆ เขาเริ่มตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ ขณะพิจารณาไวน์แต่ละขวด หลังจากเข้าไปดูรายละเอียดได้สามขวด แล้วยังตัดสินใจไม่ได้ เขาต้องมาสะดุดใจกับขวดที่สี่ที่คลิ๊กเข้ามา ขวดนี้รูปทรงสวยมาก สีสันก็เป็นแบบที่เขาชอบ เหลือบดูปี ค.ศ. ที่ผลิตก็ถูกใจกับอายุไวน์ที่กำลังพอดีกับรสนิยมของเขา แต่พอเห็นว่าเป็นไวน์รสเบอรี่รวม เขาก็เริ่มจะลังเล เขายังไม่เคยชิมไวน์รสนี้มาก่อน ไม่แน่ใจว่ามันจะอร่อยเท่ากับรสผลไม้เขตร้อนที่หอมกรุ่นด้วยกลิ่นสัปปะรดที่เขาชื่นชอบหรือไม่ ระหว่างนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นรายละเอียดเพิ่มเติมว่าไวน์ขวดนี้เป็น First Harvest หรือไวน์ที่เก็บเกี่ยวครั้งแรก เขาก็ตัดสินใจสั่งซื้อทันที ไม่น่าเชื่อว่าจะหลุดรอดมาจนเป็นไวน์พร้อมส่งได้โดยไม่ถูกจองไปก่อน สงสัยมีคนจองแล้วยกเลิกกะทันหันเพราะไม่พร้อมรับสินค้า เป็นโชคดีของเขาจริงๆ

หลังจากกดสั่งซื้อไวน์ขวดนั้น หน้าจอก็เข้ามาสู่การเลือกหีบห่อบรรจุภัณฑ์ซึ่งมีมากมายหลายแบบให้เลือกตามความพึงพอใจของลูกค้า ใจจริงเขาชอบลายพรางแบบทหารแต่มันดูไม่เหมาะกับไวน์ขวดนี้เท่าไหร่ ในที่สุดเขาก็เลือกหีบห่อเรียบๆ สีเข้มดูเป็นทางการ ซึ่งน่าจะตัดกับสีขวดไวน์ได้อย่างลงตัว

สุดท้ายก็มาถึงหน้าข้อมูลการจัดส่งและชำระเงิน เขาเลือกอ๊อฟชั่นส่งด่วนซึ่งใช้เวลาไม่เกินสองชั่วโมง เพื่อให้ทันการฉลองในค่ำคืนนี้ ถึงจะต้องจ่ายเพิ่มขึ้นอีกก็ตาม รวมราคาที่เขาตัดผ่านบัตรเครดิตไปมันอาจจะสูงไปสำหรับไวน์ขวดเดียวจนน่าตกใจถ้าได้ทราบ แต่ส่วนตัวเขาคิดว่ามันคุ้มกับการฉลองความสำเร็จที่เกิดจากการทุ่มเททำงานในช่วงที่ผ่านมาแล้ว

พนักงานได้นำไวน์มาส่งให้อย่างทะนุถนอมถึงประตูห้องก่อนเวลาเล็กน้อย บริการยังยอดยอดเยี่ยมเหมือนเดิม เขารับขวดไวน์ไว้พร้อมกับลงชื่อรับและให้ทิปไปอีกพอสมควร ไวน์ขวดนี้ดูสวยงามกว่าที่เห็นผ่านเวบไซท์มาก หีบห่อเรียบหรูที่เขาเลือกก็ดูเนี้ยบลงตัวดีอย่างที่คิด เขาอดใจไม่ไหวจนต้องเอามือถือออกมาถ่ายรูปขวดไวน์ก่อนแกะห่อเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก ห่อสีกรมท่าเข้ากันกับสีขาวนวลตาเหมือนงาช้างของไวน์ขวดนี้

เขาค่อยๆ บรรจงแกะห่อสีกรมท่าชั้นนอกออกจนเหลือแต่ห่อชั้นในสีขาวสะอาดตา สัมผัสที่ได้รับจากวัสดุเนื้อดีที่ห่อหุ้มอยู่ให้ความรู้สึกพรีเมี่ยม เขาพักตรงนี้เพื่อเก็บภาพอีกรอบ ความรู้สึกคล้ายกับตอนแกะกล่องไอโฟนรุ่นใหม่ แต่ยอดเยี่ยมกว่าเป็นสิบเท่า ไม่น่าแปลกใจเพราะราคาก็ต่างกันเป็นหลายต่อหลายเท่าเหมือนกัน เขาลงมือแกะต่อจนหมด ตอนนี้ไวน์ขวดสวยไม่เหลือวัสดุหุ้มห่อใดๆ ยกเว้นตรงบริเวณจุกคอร์ก เขารู้สึกอยากที่จะชิมไวน์ขวดนี้จนทนไม่ไหว

เขาเอามือสัมผัสจุกคอร์กเบาๆ มันค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดของขวด เขาแกะวัสดุนุ่มมือที่ห่อหุ้มอยู่ออกจนหมด จุกคอร์กที่สวยงามก็ปรากฏแก่สายตา ถึงจะมีขนาดที่ใหญ่ไปหน่อยจนอาจจะดื่มยาก แต่ก็มีรูปทรงและสีสันน่าดูมาก พอก้มหน้าลงไปดมใกล้ๆ ก็ได้กลิ่นหอมเบอร์รี่อ่อนๆ โชยมา เขาเอามือถือมาถ่ายอีกหลายรูปก่อนจะเริ่มดำเนินการตามขั้นตอนการรินไวน์ ใช้เวลาเพียงครู่เดียวไวน์หอมหวานก็ไหลออกมาไวสมกับเป็นไวน์ที่เก็บเกี่ยวครั้งแรก เขาค่อยๆ จิบอย่างดื่มด่ำในรสชาติ มันละเมียดละไมกว่าที่จินตนาการไว้มาก หวานละมุนหอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นเบอร์รี่จนไวน์ที่รินออกมารอบแรกหมดโดยไม่รู้ตัว

หนุ่มนักธุรกิจพักรอเพื่อจะรินไวน์รอบต่อไป เขาใช้เวลาช่วงนี้ถ่ายรูปขวดไวน์ในมุมต่างๆ ลองเปลี่ยนฉากหลายๆ แบบดู มันช่างน่าหลงไหลไปทุกมุมมอง จริงๆ เขาควรจะรออีกซักพัก แต่ก็อดใจไม่ไหวจริงๆ เขาเริ่มทำการรินไวน์เป็นครั้งที่สองอย่างไม่ติดขัดอะไร ตอนนี้เขาเริ่มชินกับจุกคอร์คที่ค่อนข้างใหญ่แล้ว ความหอมหวานไม่ผิดเพี้ยนไปจากครั้งแรก แต่ปริมาณจะลดลงไปเล็กน้อย เขาดูดกลืนไวน์ที่ล้ำค่าทุกหยดจนไม่เหลือ เท่าไหร่ก็รู้สึกไม่พอจริงๆ

ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะพักผ่อนหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน เขาปิดไฟแล้วหิ้วขวดไวน์ที่สวยงามนี้ไปบนเตียงด้วย ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะเห่อขนาดนี้ ภายในปากเขายังกรุ่นไปด้วยกลิ่นเบอร์รี่หอมๆ ออกจะไม่อนามัยไปสักหน่อยแต่มันรู้สึกดีจนเขาไม่อยากเข้าไปแปรงฟันอีกรอบ ชายหนุ่มตั้งใจว่าวันรุ่งขึ้นเขาจะตื่นแต่เช้าเพื่อมารินไวน์อีกครั้ง เขามีเวลาเรื่อยๆ อีกเกือบทั้งวัน ก่อนจะต้องคืนขวดไวน์ให้กับพนักงานของทางร้านที่จะมารับเมื่อครบยี่สิบสี่ชั่วโมง สงสัยเสร็จแล้วต้องเข้าไปเขียนรีวิวห้าคะแนนห้าดาวเต็มกับไวน์ตัวนี้ในเว็บไซท์ของร้านสักหน่อย มันเป็นการใช้เงินที่คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ นี่แสดงให้เห็นว่า แม้แต่นักธุรกิจที่มากประสบการณ์อย่างเขา ก็ยังต้องติดกับกับกลยุทธ์ทางธุรกิจแบบเดียวกับที่ตัวเองใช้มาจนช่ำชองอย่างเต็มใจที่สุด

ออฟไลน์ barataku

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
องค์กรลวงจิต Explicit Content

บทที่ 18 ตอนพิเศษ ร้านขายไวน์ของนายบอส Boss’ Winery

[บอส]

เรื่องมันเริ่มขึ้นมาเมื่อเกือบสองปีก่อน ตอนนั้นบริษัทไอทีที่โป๊ปทำกำลังเติบโตและมีชื่อเสียงขึ้นในวงการอย่างรวดเร็ว จะว่าไปมันก็ดีกับผมด้วยเพราะผมมีหุ้นอยู่ในบริษัทนั้นไม่น้อย ยิ่งกำไรเยอะผมก็ได้ปันผลมาก แต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกห่างไกลจากโป๊ปไปนิดๆ

เปล่าหรอกครับ โป๊ปไม่ได้บ้างานจนมีเวลามาขลุกอยู่กับผมน้อยลง แต่มันเป็นความรู้สึกที่ว่าโป๊ปโตขึ้นและไปประสบความสำเร็จในโลกการทำงาน ส่วนผมตั้งแต่เรียนจบมาก็ไม่ได้ทำงานอื่นนอกจากงานขององค์กรซึ่งก็เจริญก้าวหน้าสมความตั้งใจเช่นกัน แต่ผมก็ยังแอบคิดว่า ถึงจะยิ่งใหญ่แค่ไหนแต่มันยังไม่ใช่ธุรกิจจริงๆ ออกจะคล้ายพวกมูลนิธิมากกว่าเพราะไม่ได้แสวงหากำไร เมื่อเทียบกับโป๊ป โป๊ปก็ทำงานองค์กรเหมือนกันกับผมแต่ยังมีธุรกิจที่ประสบความสำเร็จของตัวเองไปพร้อมกันได้ เชื่อเถอะว่าเด็กยุคผมทุกคนก็อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองทั้งนั้น ถ้าผมสามารถสร้างธุรกิจซักตัวให้ไปได้สวย ผมน่าที่จะรู้สึกว่าช่องว่างระหว่างผมและโป๊ปมันลดลงก็ได้

ผมไม่ได้คิดว่าจะต้องสร้างบริษัทใหญ่โตเหมือนอย่างโป๊ป แต่ก็อาจจะเริ่มต้นจากจุดที่คล้ายๆ กัน โป๊ปรักพวกไอทีถึงได้สร้างบริษัทระบบคอมพิวเตอร์ขึ้นมา ผมก็น่าที่จะเริ่มจากสิ่งที่ผมชอบก่อน แล้วผมชอบอะไรบ้างล่ะ อาหาร ฟุตบอล ไวน์ ผู้ชาย ฮ่าๆๆ ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าจะทำธุรกิจอะไรที่เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ บางทีผมน่าจะคุยกับนักธุรกิจเก่งๆ ดูอาจจะได้ไอเดียอะไรบ้าง

สมาชิกขององค์กรมีคนทำธุรกิจเก่งๆ อยู่หลายคน แต่คนที่ผมคุ้นเคยมากที่สุดก็เห็นจะเป็นหมอพฤกษ์ หมอพฤกษ์เป็นลูกค้ารายใหญ่ขององค์กรเลยก็ว่าได้ คลิปหมวดเอ็มเป็นพันๆ คลิป แกซื้อหมดแถมประมูลทาสหมวดเอสไปแล้วหลายคน บางครั้งมีงานหมวดซีใหญ่ๆ แกก็เป็นสปอนเซอร์ให้ เรียกว่าถ้าองค์กรเป็นบริษัท ต้องเชิญแกมาเป็นผู้ถือหุ้นไปแล้ว

นอกจากนั้น ความที่แกมีคลินิกและโรงพยาบาลเอกชนในเครือหลายแห่ง ทำให้เวลาองค์กรต้องการตรวจสุขภาพหรือรักษาพยาบาลให้กับผู้เสียหายหรือผู้รับโทษเอง แกก็บริการให้อย่างดี ค่าใช้จ่ายก็ไม่ยอมคิดจนผมต้องคืนให้ในรูปของเครดิตไว้ให้แกใช้ในหมวดเอ็มหรือหมวดเอส ซึ่งทีหลังแกก็รวมๆ คืนกลับให้องค์กรเวลาประมูลทาส โดยแกล้งเพิ่มราคาประมูลไปเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ไม่มีใครแข่งด้วยแล้ว จนผมเลิกพยายามที่จะจ่ายค่าใช้บริการต่างๆ ให้กับแก

ผมได้คุยกับแกอยู่หลายครั้งในฐานะผู้บริหารองค์กร หมอพฤกษ์บอกว่าปลื้มกับแนวคิดขององค์กรมากจึงอยากสนับสนุนให้เต็มที่ อีกอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกสนิทใจกับแกเพราะพอพูดคุยไปหลายๆครั้ง ก็รู้เลยว่าระดับความหื่นของแกเยอะพอๆ กับผม แกเล่าว่าคลิปหมวดเอ็มทั้งหมดขององค์ที่แกซื้อไปแก แกดูหมดทุกคลิป แถมบางคลิปก็ดูหลายๆ รอบไม่รู้เบื่อ ยิ่งพอเล่าเรื่องว่าแกทำอะไรกับทาสที่ประมูลไปบ้าง ผมยิ่งยอมรับเลยว่าเจอคู่แข่งด้านความหื่นที่สูสีแล้ว ขนาดผมมีพลังสะกดจิตบางทียังทำไม่ได้ขนาดนั้นเลย ของแบบนี้มันอยู่ที่จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์จริงๆ เราเลยเหมือนจะเป็นเพื่อนต่างวัยกัน หมอพฤกษ์อายุเท่าไหร่ไม่รู้คงเยอะกว่าผมพอสมควรแต่ดูยังหนุ่มอยู่เลย หลังๆ ผมไม่ได้พรางใบหน้ากับแกแล้วซึ่งมีไม่กี่คนเท่านั้นที่ผมจะทำอย่างนี้ด้วย

ผมนำความคิดเรื่องการทำธุรกิจไปหารือกับหมอพฤกษ์ แกแนะนำว่า

“เรื่องความชอบเป็นเรื่องที่สำคัญก็จริงนะบอส แต่ต้องดูจุดแข็งหรือความได้เปรียบที่เรามีด้วย เราต้องหาธุรกิจที่ผสมผสานสิ่งเหล่านั้นเข้าด้วยถึงจะประสบความสำเร็จ ดูตัวอย่างของหมอนะ หมอชอบในเรื่องเรือนร่างและสรีระของเพศชาย หมอมีข้อได้เปรียบกว่าคนทั่วไปตรงที่จบแพทย์มา แล้วก็มีฐานธุรกิจและทุนทรัพย์ของครอบครัว หมอเลยเลือกจับธุรกิจสุขภาพและความงามเฉพาะผู้ชาย จนประสบความสำเร็จในทุกวันนี้ นี่แหละเป็นผลจากการได้ทำในสิ่งที่ชอบและได้เปรียบ” หมอพฤกษ์แชร์ประสบการณ์ของแกให้ผมฟัง แกชอบแทนตัวเองว่าหมอกับทุกคน

“โห แค่เริ่มก็ยากแล้ว ของที่ผมชอบก็ไม่ต่างจากหมอหรอก แต่จุดแข็งนี่สิไม่เห็นจะมีเลย ไม่นับการสะกดจิตนะ เพราะถ้าผมจะใช้มันจริงๆ ก็ไม่ต้องทำธุรกิจหรอก สะกดให้คนเอาเงินมาให้เลยง่ายกว่า แต่นี่ผมไม่ได้อยากได้เงินนะ แค่อยากจะทำอะไรให้สำเร็จด้วยความสามารถของตัวเองดูบ้าง”

“ของแบบนี้บอสก็ค่อยๆ คิดไป มันไม่ได้คิดออกกันในวันสองวันหรอก แต่เห็นแก่ที่เป็นขาหื่นเหมือนกัน หมอจะเฉลยให้ข้อนึง ในโลกธุรกิจ การมีคอนเน็คชั่นดีๆ ก็ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบทางธุรกิจนะ อย่าคิดว่าเป็นการหาประโยชน์จากเพื่อน เราต้องหาจุดต่อยอดที่สามารถสร้างโอกาสได้กับทั้งสองฝ่าย ในสังคมระดับสูงเขาก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้น”

“ก็พอเข้าใจอยู่แหละครับ แต่ผมไม่เห็นจะมีเพื่อนฝูงในธุรกิจอะไรเลย”

“อ้าว ก็หมอนี่ไง นายแพทย์นักธุรกิจหนุ่มหล่อไฮโซอยู่ตรงหน้านี่แล้ว หมอพร้อมที่จะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบอสเสมอ แต่เราต้องมีข้อเสนอทางธุรกิจดีๆ ที่ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่ายด้วยนะ”

ปลื้มก็ปลื้มอยู่นะ ที่มีคนเชื่อมั่นในตัวเรา แต่ผมก็ยังนึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะทำอะไร หมอพฤกษ์เห็นท่าทางผมก็บอกว่า

“ใจเย็นๆ มันไม่มีใครคิดได้ตั้งแต่ทีแรกหรอก ลองดูไปก่อน มีอะไรก็ค่อยมาคุยกันใหม่ได้ อีกเคล็ดลับนึงที่อยากจะบอกคือ ขายของให้คนรวยมันสบายกว่าขายให้คนทั่วไปเยอะ พวกนี้เรื่องมากจุกจิกก็จริง แต่ถ้าเราทำคุณภาพให้ยอดเยี่ยมเกินระดับที่เขาคาดหวังได้ ราคาเท่าไหร่ก็ไม่เกี่ยง อย่างโครงการคอมเพล็กซ์สุขภาพสำหรับตลาดบนที่หมอกำลังจะเปิดตัว รับรองต้องตะลึงกับทั้งความหรูหราทั้งราคา” หมอพฤกษ์ทิ้งท้ายไว้

จากนั้นบทสนทนาก็เปลี่ยนไปเป็นหัวข้อที่ผมชอบมากที่สุดเวลาคุยกับหมอพฤกษ์

“โห หมอเคยมีทาสพร้อมกันทีเดียวห้าคนเลยเหรอ ผมเห็นหมอประมูลได้อยู่บ้าง แต่ไม่นึกว่าจะมีเยอะขนาดนั้น คิดว่าประมูลไปแทนทาสที่หมดอายุสัญญาไปซะอีก”

“ก็ตั้งใจอย่างนั้นแหละ แต่ช่วงนั้นเห็นมีล๊อตใหม่เด็ดๆ ก็เอามาไว้ก่อน แล้วล๊อตเก่าก็ยังไม่ทันไป เลยเยอะไปนิด”

“แล้วหมอเคยเอามาทำอะไรเสียวๆ พร้อมกันไหม”

“เอิ่ม ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แค่เห็นมีเยอะๆ เลยลองให้มาว่าวแข่งกัน”

นั่นยังไม่เรียกว่าเอามาทำอะไรเสียวๆ อีกเหรอ สงสัยผมอาจจะต้องยอมแพ้หมอเรื่องความหื่นจริงๆ

“เอามาแข่งกัน แล้วตัดสินตัดสินจากอะไรล่ะครับ ความไกลเหรอ” สงสัยครับ

“ตอนแรกก็กะอย่างงั้นเหมือนกัน แต่ก็นึกเสียดาย เลยให้แตกใส่มือตัวเอง แล้วแข่งกันที่รสชาติ” หมอยิ้มเขินๆ

“นี่อย่าบอกนะว่า...” หมอพยักหน้า โอเค ผมยกตำแหน่งจอมหื่นให้หมอไปเลย

“แล้วผลเป็นยังไงครับ” จอมหื่นอันดับสองอย่างผมก็อดอยากรู้ไม่ได้

“ก็มีสูสีกันสองคน คนนึงหมอไม่ติดใจอะไร เพราะอายุน้อยที่สุดก็ต้องหอมหวานกว่าเป็นธรรมดา แต่อีกคนนี่อายุมากกว่าเพื่อน แต่รสชาติดีเหมือนกัน หมอก็สงสัย ถามไปถามมาบอกว่าชอบกินสับปะรดเป็นประจำเลยสงสัยทำให้น้ำหวาน”

“โหย พูดซะอยากชิมมั่งเลย”

“หมอไม่หวงหรอกนะ แต่เราน่ะไปขอโป๊ปให้ได้ก่อนเถอะ”

หลังจากได้แนวทางจากหมอพฤกษ์มา ผมก็คิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง คิดยังไงก็คิดไม่ออก จนค่ำวันหนึ่งผมอยู่ที่บ้านตัวเอง ไอโป๊ปตามมาค้างด้วยพร้อมรีเควสอาหารที่อยากกิน ผมก็ไม่ขัดความประสงค์ครับ เตรียมของมาหมักไว้ตั้งแต่ตอนเย็น ไอโป๊ปมันอยากกินพอร์คช็อป พอมันกลับมาจากที่ทำงานมาถึง ผมก็เอาพอร์คช็อปที่เตรียมไว้มาย่างให้ด้านนอกพอเกรียมในกระทะ กลิ่นหอมไปทั่วครัว แล้วก็เอาไปเข้าเตาอบต่อให้ค่อยๆ สุกช้าๆ จากนั้นผมก็หันมาทำเครื่องเคียงซึ่งก็มีผักต้มเคล้าเนย มันบด แล้วก็เอาสับปะรดลงย่างในกระทะเดิม พอเอาไปเสิร์ฟ โป๊ปมันถึงกับกลืนน้ำลาย

“กูกินเลยนะ”

“เดี๋ยวเว้ย ผู้ดีเขาต้องแดกกับไวน์ มึงรอก่อน”

แล้วผมก็ไปหยิบไวน์ที่เลือกเตรียมไว้แล้วจากในตู้แช่ ผมชอบจิบไวน์ดีๆ ไปพร้อมกับอาหารอร่อยๆ การเลือกไวน์ให้เข้ากับมื้ออาหารถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมชื่นชอบ แต่ปกติก็ไม่ได้ดื่มจนเมานะครับ มื้อหนึ่งก็แก้วสองแก้ว แล้วก็ไม่ได้ดื่มทุกวันด้วย ผมรินไวน์ใส่แก้วส่งให้ไอโป๊ปแล้วก็รินให้ตัวเองด้วย มันหั่นพอร์คช็อปมากินชิ้นนึง จิบไวน์ตาม แล้วทำหน้ามีความสุขจนน่าหมั่นไส้ ผมก็เริ่มกินเหมือนกัน ฝีมือผมนี่ยอดเยี่ยมจริงๆ พอร์คช็อปหอมเครื่องเทศออกรสเค็มเข้ากับสับปะรดย่างหวานๆ ได้ดี ผมจิบไวน์ตามแล้วก็มองหน้าหล่อๆ ของไอโป๊ปไปด้วยแล้ว น้ำหวานฉ่ำที่ไหลของสับปะรดออกมาเวลากัดโดนทำให้ผมนึกไปถึงเรื่องที่คุยกับหมอพฤกษ์มาเมื่อวันก่อน ผมมีความคิดดีๆ ปิ๊งขึ้นมาในสมอง

“โป๊ป บริษัทมึงเคยไปรับงานวางระบบฐานข้อมูลการบริหารงานให้พวกโรงเรียนเอกชนบ้างเปล่าวะ”

“เคยทำให้พวกโรงเรียนใหญ่ๆ อยู่สองสามโรง ส่วนใหญ่ลูกค้ากูเป็นพวกบริษัทมากกว่า”

“มึงยังเจาะเข้าระบบได้อยู่เปล่า กูจะขอข้อมูลนิดนึง”

“มึงจะเอาโรงเรียนไหน ไม่เห็นต้องเป็นโรงเรียนที่กูเคยทำระบบไว้ซะหน่อย กูเจาะได้หมดแหละ”

“ดีเลย กูขอข้อมูลประมาณนี้ มึงส่งให้กูเลยนะ”

ผมหยิบกระดาษขึ้นมาเขียนข้อมูลที่ต้องการส่งให้โป๊ป มันอ่านแล้วก็เลิกคิ้ว

“เอาไปทำไมวะ งานขององค์กรเหรอ”

“เอ่อน่า กินต่อเถอะเดี๋ยวเย็นหมด” ผมเติมไวน์ให้มันแล้วคุยเปลี่ยนเรื่อง

หลังจากนั้นสองสามวันผมก็ได้ข้อมูลทั้งหมดที่ขอจากไอโป๊ป เพื่อนผมนี่สุดยอดจริงๆ ผมหาข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ จากในเน็ตแล้วก็ลงพื้นที่เองด้วย ใช้เวลาอยู่เกือบเดือน ผมก็มั่นใจว่าไอเดียธุรกิจใหม่ของผมน่าจะไปได้ ผมเอาประสบการณ์ในการทำงานกับองค์กรมาใช้คิดแผนงานในการบริหารธุรกิจนี้จนพร้อมแล้วจึงนัดหมอพฤกษ์คุย

“ไหน มีอะไรมาให้หมอช่วยดูให้” หมอพฤกษ์ยกย่องให้เกียรติผมมากในฐานะผู้ก่อตั้งองค์กร แต่ในเรื่องธุรกิจผมยังเป็นเด็กน้อยอยู่เลยต้องให้แกช่วย

“ผมมีโครงการจะมาเสนอครับ ถ้าหมอสนใจจริงๆ ผมก็อยากได้คุณหมอมาเป็นพันธมิตรธุรกิจด้วย แต่ถ้าไม่สนใจก็ไม่เป็นไรครับ ที่สำคัญ ผมไม่อยากให้ตัดสินจากความที่เราถูกอัธยาศัยกัน แต่ขอให้ดูจากโอกาสทางธุรกิจจริงๆ”

หมอพฤกษ์พยักหน้าเป็นทีท่าตกลง

“หมอจบหมอมาใช่ไหมครับ แถมเชี่ยวชาญเรื่องผู้ชายอีก หมอบอกได้ไหมครับว่าน้ำของผู้ชายวัยไหนน่าจะรสชาติดีสุด”

“ก็ต้องเด็กรุ่นๆ สิ ซักสิบห้าขึ้นไปน้ำกำลังหอมหวาน ถ้าเด็กกว่านั้นน้ำอาจจะยังใสไป ถ้าแก่กว่านั้นไปหลายๆ ปีน้ำจะเริ่มคาว” หมอพฤกษ์ตอบยิ้มๆ

“แล้วถ้ามีเด็กสิบห้าสิบหกสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์เลือกกินแต่อาหารดีๆ มีประโยชน์ หมอว่าน้ำเขาน่าจะหอมอร่อยกว่าปกติไหมครับ”

“ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ แต่เรื่องกลิ่นคงขึ้นอยู่กับว่าเขาชอบกินอะไรด้วย อาหารบางอย่างมันก็กลิ่นแรง”

“แล้วถ้าเด็กกลุ่มนั้นเขากินแต่พวกอาหารออร์แกนิกแล้วหลีกเลี่ยงพวกเนื้อสัตว์หรือเครื่องเทศที่กลิ่นรสแรง อย่างเนื้อสัตว์ใหญ่ พริก กระเทียม ของหมักดอง น้ำชา กาแฟ แล้วก็ระวังพวกเครื่องปรุงรสหรืออะไรที่มีสารเคมีเจือปนล่ะครับ”

“ก็น่าจะได้กลิ่นที่เป็นธรรมชาติของเด็กมากขึ้นนะ”

“แล้วถ้าน้องๆ พวกนั้น นอกจากระวังเรื่องอาหารการกินที่ทำให้กลิ่นรสของน้ำเสียไปแล้ว ยังเน้นทานของที่ทำให้น้ำหอมหวานอย่างพวกสับปะรด แอปเปิ้ล ธัญพืช และสมุนไพรหอมๆ อย่างพวกใบมินท์ละครับ”

“มันคงจะเยี่ยมมากเลย” หมอตอบตาเชื่อม

“แล้วถ้าน้องๆ เขาปฏิบัติตัวอย่างนี้เป็นหลายๆ เดือนจนกระทั่งเหงื่อยังหอมเลยล่ะครับ”

“...” หมอนิ่งเหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกนึงแล้ว

“แล้วน้องๆ ทุกคนมีหน้าตารูปร่างดี ทั้งหล่อทั้งน่ารัก ผิวพรรณดี พูดจาสุภาพเรียบร้อย ในตัวเต็มเปี่ยมไปด้วยน้ำหอมหวานที่มีจากการหมักบ่มมาเป็นหลายๆ เดือนตามที่ผมว่า แถมน้องๆ ยังไม่ได้ปลดปล่อยมาเป็นเดือน อยู่ในชุดที่หมอชอบ อาจจะเป็นชุดนักเรียน ชุดร.ด. หรือชุดลูกเสือ หรือชุดหล่อเนี้ยบอื่นแล้วแต่คุณหมอจะเลือก พร้อมที่จะมาให้หมอดูดชิมลิ้มรสน้ำหวานที่อัดแน่นอยู่เต็มเปี่ยม เหมือนน้องเขาเป็นไวน์ที่หมักบ่มมาจนได้ที่พร้อมที่จะเสิร์ฟให้กับคุณหมอผู้ต้องการแต่สิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น”

หมอพฤกษ์ฟังอย่างเคลิบเคลิ้มราวกับถูกสะกดจิต เปล่านะ ผมไม่ได้ใช้พลังซักนิด หมอเขาจินตนาการตามจนเห็นภาพเอง

“น้องๆ มาทำด้วยความเต็มใจ ไม่มีการบังคับไม่ว่าจะทางใด แล้วพอคุณหมอเลือกอุดหนุนไวน์อันสุดยอดที่น้องเค้าผลิตขึ้นน้องๆ จะได้รับค่าตอบแทนจากความเหนื่อยยากจากการเตรียมตัวหลายเดือนนี้ไป อาจจะเอาไปจ่ายค่าเทอม เอาไปช่วยใช้ลดภาระให้คุณพ่อคุณแม่ คุณหมอช่วยทำให้ชีวิตน้องเขาดีขึ้น”

หมอพฤกษ์พยักหน้าเบาๆ อย่างคล้อยตาม

“แล้วมีแต่บุคคลระดับสูงอย่างคุณหมอเท่านั้นที่ได้รับการคัดเลือกให้สามารถเป็นเจ้าของไวน์หรูเหล่านี้ได้ ความเลิศรสล้ำค่าสำหรับคนพิเศษในโอกาสพิเศษจริงๆ ไวน์ที่ผลิตได้ทีละไม่กี่ขวดเพราะเราคัดสรรเฉพาะวัตถุดิบคุณภาพจริงๆ ว่าไงครับ คุณหมอจะจ่ายค่าไวน์ที่ต้องใช้เวลาและความทุ่มเทขนาดนี้เท่าไหร่ดี”

“เท่าไหร่ก็ยอมจ่าย” หมอพึมพำเหมือนละเมอ

“งั้นผมถือโอกาสสรุปว่าหมอสนใจโครงการนี้นะครับ เดี๋ยวผมจะให้ดูรายละเอียดของน้องๆ ไวน์บอยที่ผมไปทาบทามมาร่วมโครงการของเรานะครับ”

“ไวน์บอย” หมอทวนศัพท์ใหม่ที่เพิ่งเคยได้ยิน

“หมายถึงเด็กๆ ที่จะมาเข้าคอร์สควบคุมอาหารและการปฏิบัติตนเพื่อให้น้ำของน้องๆ มีกลิ่นรสที่สุดยอดไงครับ ผมประมาณการว่าต้องใช้เวลาสามถึงสี่เดือนเลยทีเดียว นี่ผมไปคัดเด็กๆ จากโรงเรียนเอกชนหลายๆ แห่งในกรุงเทพ น้องๆ เหล่านี้รูปร่างหน้าตาดี ความประพฤติดี ตั้งใจเรียน แต่มีปัญหาบางอย่างที่ทำให้ต้องค้างค่าเทอม ผมให้เบอร์หนึ่งช่วยดึงข้อมูลประวัติและรูปถ่ายของนักเรียนที่ค้างค่าเล่าเรียนอยู่ มาไล่ดูจนตาแฉะเลยครับ แล้วลองคัดที่เจ๋งๆ มาสามสี่คนก่อน ผมได้ไปดูตัวและพูดคุยมาหมดแล้ว อยากให้หมอได้เจอตัวจริงจังครับ น่ารักใสๆ จนแสบตาเลย”

“แล้วน้องๆ สนใจกันไหม” หมอกลืนน้ำลายแล้วถามอย่างคาดหวัง

“ทุกคนสนใจครับ ผมให้รายละเอียดไปแล้วว่าน้องจะได้รับการดูแลอย่างดีระหว่างที่มาเก็บตัวเพื่อบ่มไวน์ให้หอมล้ำ และไม่มีการขายตัวเด็ดขาด เราจะคัดลูกค้าอย่างดีว่าเป็นคนที่ไว้ใจได้ และน้องๆ จะได้รับการปฏิบัติอย่างให้เกียรติ ไม่มีการล่วงเกินใดๆ นอกจากการถ่ายรูป การสัมผัสภายนอก และการดื่มไวน์จากตัวน้อง ซึ่งทุกอย่างจะเก็บเป็นความลับ ทั้งหมดนี้น้องๆ รับได้ครับ จริงๆ บางคนถึงขั้นสิ้นหวังจะไปขายตัวจริงๆ อยู่แล้ว ซึ่งก็คงได้เงินไม่ถึงเสี้ยวของที่จะได้จากโครงการของเรา”

“แล้วจะให้หมอร่วมธุรกิจนี้ยังไง” หมอดูตื่นเต้นมาก

“ผมจะเป็นคนไปคัดสรรไวน์บอยที่ดีที่สุดมาให้ครับ แล้วก็ดูแลด้านการจัดทำหน่ายไวน์ เพราะผมมีฐานข้อมูลขององค์กรกับความสามารถในการเจาะข้อมูลของโป๊ปอยู่ ส่วนหมอก็ช่วยดูแลเรื่องที่อยู่ อาหารการกิน และการปฏิบัติตัวระหว่างที่น้องๆ เก็บตัวบ่มไวน์ เพราะหมอชำนาญด้านสุขภาพอยู่แล้ว”

“เรื่องนั้นไม่เป็นปัญหาหรอกนะ แต่หมอต้องมารับผิดชอบเด็กๆ เป็นหลายๆ เดือนนี่สิ”

“ลองดูรูปน้องๆ ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจก็ได้ ผมว่าบางคนหล่อกว่าคลิปดาราหมวดเอ็มที่หมอซื้อไปอีกนะครับ และรับรองว่าเป็นเด็กดีทุกคน ไม่ได้นิสัยแย่เหมือนพวกในหมวดเอ็มหรอกครับ” ผมส่งรูปน้องๆ ที่ไปทาบทามมาแล้วให้หมอ แกอึ้งไปอึดใจเลยทีเดียว บอกแล้วว่าคัดมาแบบสุดๆ

“กะ ก็ได้ นี่หมออยากจะช่วยเหลือน้องๆ เขาหรอกนะ ส่วนตัวธุรกิจที่บอสว่ามาก็น่าจะพอใช้ได้ แต่ความเสี่ยงก็สูงอยู่ว่าลูกค้าจะยอมจ่ายหรือเปล่า” หมอพฤกษ์ตอบอย่างไว้เชิง

“ไม่ต้องห่วงครับ” ผมมั่นใจมากในเรื่องการขาย

“เพื่อช่วยสนับสนุนธุรกิจของบอส ยังไงน้องๆ ชุดนี้หมอจะช่วยรับเป็นลูกค้าไว้เลยนะ เดี๋ยวขายไม่ได้ตั้งแต่ชุดแรก บอสจะเสียกำลังใจ” หมอพฤกษ์พูดอ้อมแอ้ม

“ไม่ต้องก็ได้นะครับ น้องตั้งหลายคน ผมกะจะตั้งราคาสูงซะด้วยสิ เดี๋ยวเป็นภาระคุณหมอ ยังไงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายนี้ ผมจะให้โป๊ปช่วยวิเคราะห์จากฐานข้อมูล น่าจะเจาะไปยังคนที่ยินดีจ่ายของที่พิเศษขนาดนี้ได้” ผมโม้ไปก่อนครับ จริงๆ ยังไม่กล้าบอกโป๊ปเรื่องนี้เลย เอาไว้ใกล้เสร็จแล้วค่อยบอก ไม่งั้นสังหรณ์ใจว่ามันจะให้เลิกยังไงไม่รู้

“มะ ไม่เป็นไร เท่าไหร่ก็ไหว หมออยากช่วย เอาเป็นว่าหมอจองไว้เลยแล้วกัน” เสร็จโจร ล๊อตแรกปิดการขายได้แล้ว

ออฟไลน์ barataku

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0

หลังตกลงธุรกิจกันได้ ผมก็พาน้องๆ ไวน์บอยชุดแรกมาเก็บตัวที่คอมเพล็กสุขภาพแห่งใหม่ของหมอพฤกษ์ ที่นี่เพิ่งสร้างเสร็จ แต่ยังไม่เปิดให้บริการ อยู่ระหว่างตกแต่งเก็บรายละเอียด แล้วก็รอติดตั้งอุปกรณ์ฟิตเนสและอุปกรณ์ทางการแพทย์บางส่วน แต่ในส่วนที่จะจัดให้เป็นที่พักของน้องๆ ก็พร้อมใช้งานแล้ว หมอพฤกษ์ดูทุ่มเทกับงานนี้มากจนผมว่าเกินกว่าจะแค่อยากช่วยผมแล้ว ทั้งศึกษาค้นคว้าโปรแกรมอาหาร การออกกำลังกาย และการปฏิบัติตัวที่จะทำให้ได้คุณภาพของน้ำที่ดีที่สุด น้องๆ ต้องกินอาหารตามที่จัดไว้ให้ทุกมื้อ และห้ามช่วยตัวเองเด็ดขาดยกเว้นจะหลั่งออกมาเองตอนนอนหลับ ดูไปก็คล้ายนักบวชฝึกหัด ผมแอบช่วยเหลือนิดหน่อยโดยการสะกดจิตอ่อนๆ ให้น้องๆ ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะเด็กวัยนี้ก็อาจจะทนไม่ไหวแอบไปทานของที่ชอบหรือแอบไปเอาน้ำออกตอนที่โรงเรียนก็ได้

 ผมกับหมอพฤกษ์ช่วยดูแลโครงการนี้อย่างจริงจังจนใกล้จะเก็บผลผลิตจากน้องๆ ไวน์บอยชุดแรกได้แล้ว ช่วงนั้นเองที่ไอโป๊ปรู้เรื่องนี้จนได้ สงสัยอาจจะรู้จากที่ผมหลุดคุยเรื่องนี้ทางไลน์กับหมอพฤกษ์ ไอนี่มันชอบแฮ๊กเข้ามาดูไลน์ผมเรื่อยๆ มันมาคาดคั้นจนรู้รายละเอียดทั้งหมด ด้วยท่าทางดูโกรธๆ จนเกินเหตุ ผมไม่เข้าใจว่ามันกลัวผมจะขาดทุนหรืออะไร จริงๆ ก็ใช้เงินไม่เยอะนะเพราะหมอพฤกษ์ก็ช่วยสนับสนุนให้ตั้งหลายเรื่อง ผมอยากเอาใจมันเลยชวนมันไปชิมไวน์ที่เพิ่งบ่มเสร็จพร้อมจำหน่ายด้วยกัน ตอนแรกมันเหมือนไม่อยากไปแต่ก็เปลี่ยนใจทีหลังพอผมบอกว่าจะไปคนเดียว

ไวน์ขวดที่หมอพฤกษ์เตรียมไว้ให้หล่อใสมากๆ น้องไวน์บอยเป็นนักเรียนมอสี่โรงเรียนกางเกงน้ำเงินชื่อดัง เมื่อปีที่แล้วธุรกิจที่บ้านถูกโกงเลยไม่มีเงินมาจ่ายค่าเล่าเรียน ตอนที่ผมไปเจอน้องคิดจะไปขายตัวอยู่แล้วแลกกับเงินแค่หมื่นเดียว โชคดีที่ผมติดต่อเข้าไปก่อน น้องเป็นคนแรกที่เข้าโปรแกรมบ่มอย่างสมบูรณ์จนครบกำหนดเวลาเก็บเกี่ยว รวมแล้วก็สี่เดือนพอดี สูตรหมักไวน์ของน้องเขาจะเสริมด้วยผลไม้ต่างๆ โดยเน้นที่สับปะรดเป็นพิเศษ ทีมงานของหมอพฤกษ์รายงานว่า น้องเป็นเด็กดีตั้งใจทำตามโปรแกรมทุกอย่างน่าจะให้รสชาติสมบูรณ์ที่สุด วันนี้หมอพฤกษ์เลยนัดผมมาชิมไวน์ที่พัฒนาจนสมบูรณ์ขวดแรกก่อนจะเริ่มจำหน่ายจริง

หมอพฤกษ์ให้น้องแต่งตัวด้วยชุดนักเรียนปกติด้วยรู้ใจว่าผมชอบ น้องรออยู่ด้วยท่าทางร่าเริงบอกว่าดีใจที่จะรู้ว่าสิ่งที่ตั้งใจทำตลอดมาได้ผลแค่ไหน น้องดูสดใสมีออร่ามากเมื่อเทียบกับตอนที่เจอผมครั้งแรกจากการกินอาหารที่ดีมีคุณภาพ ในห้องชิมไวน์มีแค่น้องไวน์บอย หมอพฤกษ์ แล้วก็โป๊ปกับผม ผมเริ่มการชิมไวน์โดยขออนุญาตน้องเขาก่อน นี่เป็นธรรมเนียมของพิธีการดื่มไวน์ประเภทใหม่นี้ที่ผมกับหมอพฤกษ์ตั้งขึ้น ผู้ดื่มจะต้องแสดงการยอมรับในคุณค่าของไวน์ขวดนั้นๆ โดยการให้เกียรติกัน

“พี่ขออนุญาตแกะห่อไวน์ออกก่อนนะครับ”

น้องตอบตกลงด้วยเสียงสั่นนิดๆ ท่าทางจะตื่นเต้นพอสมควร ผมค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อนักเรียนสีขาวของน้องแล้วถอดออกจนหมด น้องขาวใสไปทุกตารางนิ้วจริงๆ หัวนมสีชมพูดูสุขภาพดี  มีกล้ามเนื้อขึ้นเล็กๆ พอดูดี จากนั้นผมก็ถอดเข็มขัดออก ปลดกางเกงสีน้ำเงินลง น้องตื่นเต้นจนเหงื่อออกนิดๆ แทนที่จะได้กลิ่นตัวแบบเด็กวัยรุ่นทั่วไป ผมกลับได้กลิ่นผลไม้หอมกรุ่นโชยมาจากตัวน้องแทน ผมรีบถอดกางเกงในสีขาวสะอาดตาของไวน์บอยรูปหล่อออก  จุกคอร์กของน้องดีดตัวออกมาจากกางเกงทันที มันพุ่งชูชันราวกับชวนให้รีบเข้ามาดื่ม ท่อนลำขาวออกน้ำตาลนิดๆ แล้วค่อยๆ ไล่สีเป็นชมพูหวานใสตรงส่วนหัว เส้นไหมตรงส่วนฐานมีไม่เยอะนักแถมดูนุ่มมือมาก ผมมองพวงไข่สีชมพูซึ่งคงอัดแน่นไปด้วยน้ำไวน์เลิศรสอยู่ในนั้น วิธีที่ดีที่สุดในการดื่มไวน์ประเภทนี้คงไม่พ้นการดื่มจากจุกคอร์กโดยตรง ผมหันไปมองหน้าไอโป๊ปที่จ้องมาตาเขม็ง ไวน์ที่บ่มเสร็จแล้วมีขวดเดียว ไหนๆ ชวนมันมาแล้วคงต้องแบ่งให้มันชิมบ้าง มันเป็นไบ เจอไวน์บอยน่ารักขนาดนี้คงอยากอยู่เหมือนกัน

“เดี๋ยวแบ่งกันชิม มึงเอาก่อนก็แล้วกัน ต้องดูดจากจุกคอร์กอันเดียวกันเผื่อมึงรังเกียจ แล้วเดี๋ยวกูค่อยดูดทีหลังจากมึง กูไม่ถือ” ผมเสียสละให้มันดูดก่อนครับ ไม่ได้รังเกียจน้ำลายมันหรอก เพื่อนกัน

“ไม่เอาหรอกกูดูดไม่เป็น มึงดื่มไปก่อนเลยเดี๋ยวกูค่อยแบ่งชิม”

ผมรีบตกลงอย่างยินดี ผมอดใจไม่ไหวแล้วที่จะชิมผลพวงจากความพยายามในการปลุกปั้นธุรกิจใหม่ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา มันเหมือนวินาทีตัดสินเลย ถ้ามันรสชาติไม่สุดยอดจริงๆ ธุรกิจของผมคงไปต่อไม่ได้

ผมเอามือกำจุกคอร์กขนาดกำลังพอดีของน้อง ถ้าใหญ่กว่านี้อาจจะคับปากจนดื่มลำบาก ถ้าเล็กกว่านี้อาจจะดูจุ๋มจิ๋มน่ารักเกินไป เส้นไหมของน้องนุ่มมือมากอย่างที่คิด ผมค่อยๆ รูดท่อนลำอุ่นมือไปเรื่อยๆ จนหมอพฤกษ์ต้องเตือน

“น้องเขาเก็บมาเป็นเดือนแล้ว ไวน์น่าจะไหลออกมาง่ายมาก ระวังไวน์หกนะ รีบเอาปากครอบเลยสิ”

ผมรีบเอาปากครอบตามคำแนะนำ ท่อนลำสวยงามนี่เต็มปากผมพอดี น้องสะดุ้งเฮือกหลับตามพริ้ม ผมเป็นพวกไม่ค่อยชอบให้คนอื่นสัมผัสตัวก็จริงแต่ถ้าผมเป็นคนไปสัมผัสเองจะค่อนข้างโอเค จุกคอร์กเอ็นเนื้อเต้นตุบๆ อยู่ในปากผม ยังไม่ทันที่ผมจะเริ่มห่อปาก น้ำไวน์ที่อัดแน่นของน้องก็ทะลักล้นออกมา มันหอมหวานไม่มีกลิ่นคาวแม้แต่น้อย ไม่ได้หวานแหลมเหมือนน้ำผลไม้หรือเข้มข้นเหมือนไวน์ แต่มันเป็นรสสัมผัสที่ซับซ้อนละเอียดอ่อนยิ่งกว่านั้น ถ้าจะเปรียบเทียบให้ใกล้เคียงที่สุดก็คงต้องบอกว่า หวานละมุนเหมือนน้ำมะพร้าวอ่อน หอมกรุ่นเหมือนผลไม้ ข้นมันเหมือนนมสด องค์ประกอบอื่นๆ ในการดื่มไวน์ขวดนี้ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาที่แสนจะหล่อน่ารักของเจ้าของไวน์ ผิวเยาว์วัยเนียนใสลื่นมือ ไรขนนุ่มละไม ไปจนถึงท่อนลำขาวใสอมชมพู ล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดประสบการณ์ที่สุดยอดอย่างที่ผมไม่เคยเจอมาก่อน

ผมดูดแท่งเนื้อที่อ่อนตัวลงนิดหน่อยจนรีดเค้นน้ำไวน์หอมหวานที่ค้างอยู่ออกมาได้ทุกหยาดหยดแล้วค่อยๆ ถอนปากออก น้องไวน์บอยยังหลับตาอยู่ หายใจหอบนิดๆ ผิวกลายเป็นสีแดงระเรื่อทั่วตัว ผมหันไปทางโป๊ปแล้วบอกว่า

“รอให้น้องพักซักนิดเดี๋ยวมึงก็ดื่มต่อได้ ขั้นตอนก็ตามที่กูทำให้ดูนั่นแหละ”

“กูไม่ถนัด เดี๋ยวกูชิมๆ เอาจากมึงก็พอ”

ว่าแล้วโป๊ปก็เอาปากมาประกบที่ปากผมโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ลิ้นของมันตวัดเกี่ยวไปทั่วช่องปากของผมเหมือนจะดูดกลืนไวน์เลิศรสที่ยังค้างอยู่ รสชาติและความหอมกรุ่นของไวน์ที่ค้างอยู่ในปากผสมกับความร้อนแรงจาบจ้วงของริมฝีปากและ ลิ้นที่แข็งแรงแคล่วคล่องของโป๊ปทำให้ผมเหมือนกับมีดอกไม้ไฟปะทุขึ้นในหัว นี่มันรู้สึกดีเกินไป มากเกินไปจริงๆ มันทำให้รสสัมผัสของไวน์เพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัวเลยทีเดียว แม้กระทั่งเมื่อกลิ่นและรสชาติของไวน์ค่อยๆ จางไปจนหมด โป๊ปยังคงอ้อยอิ่งไม่ถอนปากออกจากผม น่าแปลกที่ความรู้สึกหอมหวานยังไม่ไปไหน ผมตกอยู่ในภวังค์ครู่ใหญ่แล้วจึงค่อยๆ ผลักโป๊ปออกอย่างอ่อนแรงเมื่อรู้สึกว่าตัวเองจะระเบิดออกมาด้วยอารมณ์ประหลาดที่ล้นอยู่ในอก

โป๊ปยิ้มแปลกๆ ให้กับผม ตาเป็นประกายแล้ววิจารณ์ว่า

“หอมหวานมาก ยิ่งชิมยิ่งหวาน ยิ่งนานยิ่งหอม”

ผมก็ว่าอย่างนั้นเหมือนกัน แสดงว่าไวน์ที่ผมร่วมเพาะบ่มมา มันหอมหวานเข้มข้นมากจนพอเจือจางในปากผมกับโป๊ป ก็ยิ่งแสดงความหอมความหวานออกมาได้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อความแน่ใจ ผมเลยขอลองอีกทีด้วยวิธีเดิม ซึ่งโป๊ปก็ไม่ปฏิเสธ มีแต่หมอพฤกษ์ที่หัวเราะชอบใจอะไรไม่รู้

เมื่อทดสอบจนพอใจแล้ว ผมตกลงกับหมอพฤกษ์ที่จะเริ่มจำหน่ายไวน์กันจริงๆ เสียที ตอนนี้เรามีไวน์ที่จะพร้อมส่งอยู่สามคนแล้ว ไวน์บอยที่อยู่ระหว่างการบ่มให้ครบสี่เดือนก็มีอีกหลายคน เมื่อเราขายไวน์ได้ครั้งหนึ่งต้องเอากลับมาบ่มใหม่อีกหนึ่งเดือนถึงจะพร้อมขายได้อีกครั้ง ราคาที่ตั้งไว้ก็สูงลิบให้สมกับเป็นของพรีเมี่ยม ผมตกลงส่วนแบ่งกับหมอพฤกษ์ว่า จะแบ่งกันที่ 25:25:50 ผมกับหมอได้คนละยี่สิบห้าเปอร์เช็นต์ ส่วนน้องไวน์บอยจะได้ห้าสิบเปอร์เซ็นที่เหลือ และถ้าผมหรือหมอพฤกษ์จะซื้อไวน์ไปดื่มเอง เราจะจ่ายแค่ส่วนห้าสิบเปอร์เซ็นต์ให้ไวน์บอยเท่านั้น

ที่จริงสัดส่วนนี้หมอพฤกษ์น่าจะขาดทุนด้วยซ้ำเพราะต้องเป็นคนดูแลที่พักและความเป็นอยู่ของไวน์บอย ไหนจะค่าอาหารออร์แกนิคปรุงพิเศษทุกมื้ออีก แต่หมอบอกว่าสถานที่ก็ใช้ของคอมเพล็กซ์สุขภาพแห่งใหม่ซึ่งมีอยู่แล้วไม่ได้ต้องลงทุนเพิ่มอะไร อาหารก็เสียแค่ค่าวัตถุดิบเพิ่มนิดหน่อยแล้วให้พ่อครัวของคอมเพล็กซ์ทำให้ หมอสอนว่านี่แหละคือการต่อยอดทางธุรกิจ อีกอย่างแกอยากให้ไวน์บอยได้ส่วนแบ่งเยอะหน่อยเพราะต้องอดทนในหลายๆ เรื่องเป็นเวลาหลายเดือนกว่าจะบ่มไวน์จนได้ที่ หลังจากนั้นก็ขายได้แค่คนละครั้งต่อเดือนเป็นอย่างมาก หมอพฤกษ์สรุปว่าจะรับส่วนแบ่งแค่นี้แลกกับการให้ไวน์บอยไปช่วยงานในฟิตเนสบ้างบางวันแล้วก็ขอเป็นคนตรวจคุณภาพไวน์เอง

ผมเปิดร้านขายไวน์ทางออนไลน์และก็เชิญคนที่เข้าข่ายจะเป็นลูกค้ามาเป็นสมาชิกโดยความช่วยเหลือของโป๊ป พอผมไม่ต้องปิดบังมันเรื่องนี้แล้วผมก็ใช้งานมันได้อย่างเต็มที่ มันไม่ได้ต่อต้านอย่างที่คิดไว้ทีแรก การดื่มไวน์ประเภทใหม่ที่ผมคิดขึ้นนี้ มันก้ำกึ่งกับเรื่องเซ็กซ์อยู่ไม่น้อย ปกติมันจะหาเรื่องสารพัดไม่ให้ผมหมกมุ่นกับเรื่องแบบนี้เกินไป แต่คราวนี้มันบอกว่าถ้าผมอยากดื่มก็ดื่มได้แต่มันต้องอยู่ควบคุมทุกครั้งเพื่อคอยดูไม่ให้ผมติด ไวน์เป็นของซื้อของขาย ถ้าคนขายเสพติดของตัวเองคงเจ๊งกันหมดแน่

สรุปว่า มันจะคอยช่วยธุรกิจนี้ของผมอย่างเต็มที่ แต่ผมต้องแบ่งไวน์ให้มันชิมด้วยทุกครั้งที่ผมซื้อไวน์มาดื่มเอง มันจะช่วยแชร์ค่าไวน์ด้วย แล้วทำไมผมจะไม่ตกลงล่ะครับ ได้คนเก่งๆ มาช่วยงานฟรีๆ แถมมาช่วยออกค่าไวน์ด้วย ไวน์นั้นผมก็แทบจะได้ดื่มคนเดียว มันขอแบ่งแค่ที่ค้างๆ อยู่ในปากผมแค่นั้น กำไรสุดๆ

ความคิดใหม่แวบเข้ามาในหัว แต่ทำไมต้องดื่มต่อจากปากผมด้วยล่ะ ครั้งแรกยังพอว่า แต่ครั้งต่อๆ ไปมันก็น่าจะหัดดื่มเองจากจุกคอร์กไปเลยสิ หรือมันจะคิดอะไรกับผม ไม่น่านะ เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ถ้ามันจะชอบผมจริง ก็คงบอกไปนานแล้ว หรือไม่ก็คงหลุดแสดงอาการอะไรออกมาบ้าง แต่ที่มันทำกับผมไม่เห็นเหมือนคนที่อยากจะเป็นแฟนกันเลย มีแต่ชอบดุ คำพูดหวานๆ ก็ไม่มี แถมทำตัวอย่างกับเป็นพ่อผม จุกจิกจู้จี้ไปหมด ไอ้โน่นทำยัง ไอนี่ดีกับมึงนะ ห้ามทำไอนั่นนะ สารพัด

ผมเลยถามมันไปตรงๆ

“ไม่หัดดื่มเองดูเหรอ”

“ไม่ล่ะ กูสะดวกแบบนี้มากกว่า มึงจะกินอีกทีเมื่อไหร่ กูว่ากูอยากลองชิมดูอีกทีแล้ว”

ก็ตามใจแล้วกัน แต่ผมแปลกใจนิดๆ ที่ขนาดคนนิ่งๆ อย่างโป๊ปมันยังดูชื่นชอบไวน์ผมขนาดนี้ แสดงว่าธุรกิจผมต้องไปได้ดีแน่ๆ

ออฟไลน์ barataku

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
[Outro]


หนุ่มนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ถอนหายใจ วันนี้เป็นวันเกิดเขา จริงๆ เขามีแผนที่จะกลับไปฉลองวันเกิดกับครอบครัวที่อยู่ภูเก็ต ซึ่งนับเป็นเรื่องดีที่สุดแล้วสำหรับนักธุรกิจหนุ่มโสดที่มีธุระยุ่งอย่างเขา แต่ก็มีงานด่วนติดพันเข้ามาซะก่อน ทำให้คืนนี้เขาต้องฉลองวันเกิดอยู่เพียงลำพัง เขาคิดถึงพ่อแม่แล้วก็หลานๆ แต่ดูคงต้องอีกสองวันถึงจะบินไปได้ แล้วเขาก็นึกอะไรออก ถ้ามีไวน์ดีๆ สักขวด คืนนี้คงจะกลายเป็นคืนพิเศษขึ้นได้ไม่ยากอะไร เขาเปิดเว็บไซต์ร้านขายไวน์ร้านโปรด “Boss’ Winery” เพื่อเข้าไปเลือกดูไวน์ขวดต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่น่าสนใจ เขามองไปที่ไวน์ขวดนึงที่ดูคุ้นเคย มันเป็นไวน์ขวดเดิมกับที่เขาเคยสั่งมาฉลองความสำเร็จในการเปิดตัวคอนโดแห่งใหม่ เมื่อหลายเดือนก่อน

หนุ่มนักธุรกิจยังจำได้ถึงรสชาติหอมหวาน และรูปร่างหน้าตาหล่อปนน่ารักของไวน์บอยวัยมัธยมคนนั้นได้ดี เขาลองคลิกไปดูรายละเอียด แล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า ไวน์ขวดนี้ขึ้นสถานะเป็น Last Harvest ซึ่งแสดงว่าครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ที่ร้านจะนำไวน์บอยคนนี้ออกมาจำหน่าย เขามองไวน์ขวดนี้อย่างชั่งใจ เขาไม่เคยสั่งซื้อไวน์ขวดเดิมซ้ำ ถือว่าได้เคยลิ้มรสมาแล้ว สู้เก็บเงินไปชิมไวน์ ใหม่ๆ ที่น่าดื่มอีกไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ดีกว่า แต่เขาก็รู้สึกใจหายอย่างประหลาด เมื่อคิดว่าจะไม่ได้มีโอกาสเจอไวน์บอยคนนี้อีกต่อไป

ยังไม่ทันที่จะคิดทบทวนอะไร ชายหนุ่มก็กดใบสั่งซื้อไวน์ขวดนี้ทันที หีบห่อที่เหมาะสมที่สุดสำหรับไวน์ขวดนี้ คงไม่ผลชุดนักเรียนกางเกงน้ำเงินของตัวเด็กหนุ่มเอง หลังจากนั้นอีกไม่ถึงสองชั่วโมง พนักงานก็นำไวน์มาส่งถึงประตูห้องของเขา เขายื่นทิปก้อนโตให้เหมือนเคยแล้วก็จูงมือไวน์บอยรูปหล่อเข้ามาในห้อง เด็กหนุ่มมอปลายทักทายเขาอย่างดีใจ

“อ้าว พี่หล่อเข้มจริงๆ ด้วย ผมว่าแล้วว่าคอนโดนี้มันคุ้นๆ กำลังภาวนาให้เป็นพี่อยู่เลย”

“น้องจำพี่ได้ด้วยเหรอ” หนุ่มนักธุรกิจถาม พยายามกลั้นยิ้มที่เกิดจากความดีใจที่น้องจำเขาได้

“จำได้สิครับ ก็พี่เป็นคนแรกที่สั่งซื้อผมมานี่ครับ พี่ทำให้ประสบการณ์แรกของผมเป็นเรื่องที่น่าจดจำ”

“จริงดิ พี่นึกว่าเราจะไม่พอใจซะอีกที่พี่รีดไวน์จากเราไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบเหมือนคนตะกละเลย ถ้าเราโอเคก็ดี แล้วนี่เราจะเลิกแล้วเหรอ เหมือนทำได้ไม่กี่เดือนเองนะ” หนุ่มอายุมากกว่ารู้สึกอาวรณ์แปลกๆ

“อ๋อครับ พอดีทุนการศึกษาที่ผมยื่นไปเขาตอบรับมาพอดี ผมคงไม่ต้องมาทำงานแบบนี้อีกแล้ว จริงๆ ค่าเทอมโรงเรียนผมก็ไม่ได้ถึงกับแพงมาก แต่ก่อนหน้านี้ ไม่อยากรบกวนบ้านลุง บ้านนั้นเขาไม่ค่อยชอบผมเท่าไหร่ เงินที่ผมสะสมไว้จากการทำงานนี้ น่าจะพอเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวไปถึงตอนผมเรียนปริญญาตรีได้เลยครับ ค่าเล่าเรียนก็จะพยายามสอบทุนเอา ถ้าไม่ได้จริงๆ ผมก็จะยืมเงิน กยศ ”

“แล้วงานนี้มันลำบากมากขนาดนั้นเลยเหรอ เลยไม่อยากทำต่อ”

“ก็ไม่หรอกครับ ที่จริงมาทำงานนี้ ได้รับการดูแลดีมากๆ เลย สบายกว่าอยู่บ้านลุงตั้งเยอะ เพื่อนๆ ที่ทำด้วยกันก็นิสัยดี แต่ผมก็ยังรู้สึกไม่สนิทใจอย่างไรก็ไม่รู้ ที่ต้องมาให้บริการลูกค้าเปลี่ยนคนไปเรื่อยทุกเดือน จริงๆ ถ้าไม่ติดเรื่องนี้ ก็อยากทำต่อไปนะครับ ที่พักก็ดี เพื่อนๆ ก็น่ารัก หลังเลิกเรียนเราก็ชวนกันเล่นกีฬา ออกกำลังกาย แล้วก็ติวหนังสือด้วยกันครับ บางวิชาที่ไม่ถนัดจริงๆ ก็มีเพื่อนหรือรุ่นพี่ๆ เก่งๆ สอนให้จนเข้าใจเลย แต่ผมก็ยังรู้สึกว่า งานบริการแนวๆ นี้ถ้าไม่จำเป็นถึงที่สุดจริงๆ ก็อย่าทำเลยดีกว่า ถึงจะไม่ใช่การขายตัวก็เถอะ”

“เรานี่แนวคิดน่าสนใจนะ เดี๋ยวค่อยคุยกันต่อ ตอนนี้พี่ขอจิบไวน์ซักอึกก่อน พี่ลืมดูรายละเอียดไป ของเรารสเบอร์รี่รวมเหมือนเดิมใช่ไหมครับ”

“ผมเพิ่งเปลี่ยนรอบนี้เองครับ พอกินพวกผลไม้เบอร์รี่ติดต่อกันหลายเดือน ผมก็เริ่มเบื่อครับ ขนาดผมชอบสตรอเบอร์รี่มากแท้ๆ เลยขอเปลี่ยนมาเป็นรสธัญพืชผสมน้ำผึ้งแทน ผมก็เลยได้มาเน้นอาหารเสริมพวกข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต งาดำ ลูกเดือยอะไรพวกนี้ ผสมน้ำผึ้งด้วยทั้งหอมทั้งอร่อย เขาว่าไวน์ที่บ่มได้จะมีรสชาติหอมมันกว่าปกติ เดี๋ยวพี่ลองแล้วก็วิจารณ์ได้นะครับว่าเป็นยังไง ทางร้านเขาจะได้เอาไปปรับปรุง”

ชายหนุ่มกลืนน้ำลายเอือกเมื่อนึกถึงไวน์ที่ขาวข้นหวานมันตามคำบรรยาย

“งั้นพี่ขอพิสูจน์กลิ่นก่อนเลยนะ”

ว่าแล้วก็ซุกหน้าลงไปที่ซอกคอของไวน์บอยแรกรุ่น กลิ่นหอมละมุนจากเนื้อตัวแท้ๆ ของเด็กหนุ่มกรุ่นอยู่ที่ปลายจมูก เมื่อบ่มจนได้ที่แล้ว ไวน์บอยจะไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผสมน้ำหอมใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้สัมผัสกลิ่นตัวตามธรรมชาติที่เกิดจากร่างกายวัยหนุ่มที่แข็งแรงสมบูรณ์กับอาหารจากวัตถุดิบชั้นเลิศได้อย่างชัดเจน ยิ่งเหงื่อออกก็จะยิ่งได้กลิ่นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการปรุงกลิ่นของไวน์บอยแต่ละคนกระจายออกมาได้ชัดขึ้น

ชายหนุ่มได้กลิ่นเหมือนขนมปังอบใหม่ๆ กับกลิ่นข้าวหอมมะลิที่เพิ่งหุงเสร็จ ผสานกับกลิ่นน้ำผึ้งจากเกสรของดอกไม้ป่า ที่เจือกับกลิ่นสตรอเบอร์รี่จางๆ คงยังเปลี่ยนถ่ายจากเบอร์รี่ไม่สมบูรณ์ซะทีเดียว แต่กลับทำให้ความหอมยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก เป็นกลิ่นที่ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก กลิ่นที่ทำให้หายคิดถึงบ้านที่ภูเก็ต

เขาถอดเสื้อนักเรียนสีขาวสะอาดตาออก แล้วลองฝังจมูกลงไปที่ใต้วงแขนขาวที่มีขนขึ้นบางๆ ของหนุ่มน้อยมัธยม กลิ่นหอมแบบเดียวกันก็เตะจมูกขึ้นมา แต่ที่จุดนี้จะมีกลิ่นเฉพาะแบบผู้ชายผสมผสานอยู่ด้วย มันไม่ใช่กลิ่นตัวที่ฉุนเฉียวแต่ออกจะเป็นกลิ่นเหงื่อผู้ชายจางๆ ที่ช่วยเสริมให้กลิ่นหอมจากการบ่มไวน์มีมิติน่าหลงใหลขึ้น

หนุ่มนักธุรกิจค่อยๆ ถอดกางเกงสีน้ำเงินออก เครื่องแบบนักเรียนชุดนี้ทำให้อารมณ์เขาพลุ่งพล่านดีจริงๆ ที่สำคัญมันทำให้เขานึกถึงเรื่องราวดีๆ ในอดีตสมัยที่เขายังเป็นนักเรียนกางเกงน้ำเงินเช่นกัน เหล่าเพื่อนซี๊ กีฬาสี ความรักครั้งแรก ตอนนี้น้องเหลือแค่กางเกงในสีดำตัวเดียวที่ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งในการกักขังมังกรน้อยไว้ข้างใน เขาถอดออกอย่างอดใจไม่ไหว ท่อนเนื้อขนาดค่อนข้างใหญ่ดูเกินตัวดีดผึงออกมาทันที ช่วงลำยาวตรงขาวอมชมพูไล่สีเข้มขึ้นตรงส่วนหัว ท่าทางน้องพร้อมที่จะให้เขาดูดกลืนนำไวน์ล้ำค่านี้แล้ว

พอก้มหน้าลงไปอม ก็ได้กลิ่นแบบเดิมที่หอมแรงยิ่งขึ้นจนเขาต้องสูดหายใจอย่างแรงเพื่อดื่มด่ำความรัญจวนนั้น ชายหนุ่มห่อปากแล้วรูดเข้าออกเพื่อกระตุ้นให้น้ำไวน์หอมหวานไหลออกมา แต่ท่าทางไวน์บอยจะมีประสบการณ์มากขึ้นจึงไม่ถูกกระตุ้นง่ายๆ นักธุรกิจหนุ่มเร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ จนเด็กหนุ่มเริ่มจะทนไม่ไหว ในที่สุดก็ต้องยอมปล่อยน้ำขาวข้นที่หมักบ่มมาร่วมเดือนให้กับลูกค้าอย่างมากมายล้นทะลักให้สมใจอยาก ชายหนุ่มรองรับปริมาณทั้งหมดไว้ในปากแล้วค่อยดูดกลืนทีละนิดโดยยังไม่ปล่อยท่อนเอ็นที่ร้อนผ่าวให้เป็นอิสระ มันยอดเยี่ยมกว่าครั้งที่แล้วขึ้นไปอีก ความหวานอ่อนๆ และหอมมันแบบน้ำธัญพืชเข้มข้นที่ถูกปรุงแต่งด้วยกลิ่นหอมแรงของน้ำผึ้งระคนด้วยกลิ่นเบอร์รี่จางๆ ทำให้หนุ่มนักธุรกิจรู้สึกเหมือนบินได้

“พี่ครับเป็นไงบ้าง ไม่อร่อยเหรอ” ไวน์บอยถามเมื่อหลังจากที่เห็นลูกค้าหนุ่มนิ่งไปเหมือนตกอยู่ในภวังค์ทั้งๆ ที่น่าจะดูดกลืนไวน์ของตนไปหมดแล้ว เขากังวลว่ารสชาติมันอาจจะไม่ดีอย่างที่คิด ทั้งๆ ที่ตั้งใจเต็มที่ว่าจะทำให้การบริการครั้งสุดท้ายนี้เป็นที่ประทับใจของหนุ่มหน้าเข้มตรงหน้าให้ได้มากที่สุด

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองแล้วถอนปากออกจากท่อนลำที่เริ่มอ่อนตัวเพื่อตอบคำถาม

“ตรงกันข้าม อร่อยจนเกือบลืมหายใจเลย”

“ดีขนาดนั้นเลยเหรอครับ ไม่น่าเชื่อ นี่ผมเป็นอาสาสมัครคนแรกที่ลองบ่มไวน์ด้วยสูตรนี้เลยนะครับ”

“ก็ลองชิมเองสิ ถ้าเราไม่รังเกียจ” นักธุรกิจหนุ่มตอบ ในฐานะลูกค้า เขาไม่มีสิทธิ์ล่วงเกินไวน์บอยไปมากกว่าการถ่ายรูป การลูบคลำซุกไซร้ และการดื่มไวน์ ยกเว้นว่าจะเป็นการตัดสินใจของไวน์บอยเอง แต่ทั้งนี้ห้ามการมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่โดยเด็ดขาดถึงจะเต็มใจด้วยกันทั้งสองฝ่ายก็ตาม

หนุ่มน้อยนิ่งคิดสักครู่ก่อนจะพยักหน้า ชายหนุ่มจึงตอบสนองด้วยการประคองใบหน้าที่ชวนหลงใหลแล้วประกบปากลงไปเพื่อแบ่งปันความหอมล้ำที่เด็กหนุ่มผลิตขึ้นมาเองได้ลิ้มลองดู

เด็กหนุ่มตาโตด้วยประสบการณ์ใหม่อย่างที่สองที่เขาได้รับจากชายตรงหน้า เขาไม่รู้ว่าความรู้สึกมหัศจรรย์ที่สัมผัสอยู่มันเกิดขึ้นมาจากอะไรกันแน่ จากไวน์หอมล้ำของเขาเอง หรือความเร่าร้อนของหนุ่มหน้าเข้มที่กำลังพัวพันอยู่ แต่เด็กหนุ่มก็ไม่ได้สนใจจะค้นหา ได้แต่ปล่อยตัวไปกับการชักนำของคนที่มีประสบการณ์มากกว่า

ฝ่ายนักธุรกิจหนุ่มเองก็ได้เพิ่งค้นพบวิธีดื่มไวน์แบบใหม่ที่เร่งเร้ารสสัมผัสขึ้นไปถึงขีดสุดอย่างคาดไม่ถึง มันรู้สึกดีเกินไปจนเขากลัวจะเป็นความหลงใหลมัวเมาไม่สิ้นสุด แต่เวลานี้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว จากที่ตั้งใจจะหยุดเมื่อความหวานที่หลงเหลือถูกทั้งสองฝั่งดูดกลืนจนจางหาย แต่พอยิ่งนานยิ่งหวานเขาต้องต้องถลำลึกไปจนเด็กหนุ่มต้องผลักออกเองเพราะหอบจนหายใจไม่ทัน

หนุ่มหน้าเข้มให้เวลาไวน์บอยได้พักหายเหนื่อยอยู่พักใหญ่แล้วก็บอกว่า

“มันสุดยอดจริงๆเดี๋ยวพร้อมเมื่อไหร่บอกนะ พี่จะขอต่อรอบสอง แต่ไม่ต้องรีบหรอก เรายังมีเวลาอีกเยอะ”

“พี่อยากได้ความสุดยอดแบบเมื่อกี๊ไปเรื่อยๆ ไหมครับ” เด็กหนุ่มตั้งใจว่าจะเสนอสิ่งที่เพื่อนไวน์บอยสอนมาซึ่งเขายังไม่เคยลองทำเลย

“ยังไงล่ะ พี่ก็ตั้งใจว่าจะกินของเราไปเรื่อยๆ อยู่แล้ว” ชายหนุ่มถามกลับ

“มีคนบอกว่า ถึงเป็นอาหารชั้นเลิศที่เราประทับใจอย่างมากเมื่อทานคำแรก แต่พอคำที่สองที่สามความพึงพอใจจะค่อยๆ ลดลงเพราะเราเริ่มชินกับความสุดยอดของมันแล้ว ทางแก้คือ ต้องมีของธรรมดาๆ มาทานสลับเพื่อให้ลิ้นของเราปรับตัวไปมา ไม่ชินกับรสชาติใดรสชาติหนึ่ง” หนุ่มน้อยเล่า พยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติ

“แล้วยังไงล่ะ” หนุ่มหล่อเข้มถามเหมือนไม่สนใจเท่าไหร่

“งั้นผมยกตัวอย่างให้เห็นชัดขึ้นนะครับ เวลาที่นักชิมไวน์เขาทำการชิมไวน์จากแหล่งต่างๆ เพื่อเปรียบเทียบกัน เขาจะล้างรสไวน์ที่ชิมไปก่อนหน้า ด้วยการทานขนมปังเปล่าๆ เพื่อให้ลิ้นพร้อมที่จะรับรู้รสของไวน์ที่จะชิมต่อไปได้อย่างเต็มที่” เด็กหนุ่มขยายความ

“งั้นเราจะให้พี่หาอะไรล้างปากก่อนเหรอ”

“ก็คล้ายๆ อย่างนั้นล่ะครับ ระหว่างที่รอไวน์รอบใหม่จากผม ผมว่าพี่น่าจะหาไวน์ธรรมดามาดื่มไปก่อน

“ลองดูก็ได้ งั้นพี่ไปเอาไวน์ในตู้แช่มาเปิดนะ” ชายหนุ่มนึกถึงไวน์จากองุ่นจริงๆ ที่เขามีติดห้องไว้บ้างเหมือนกัน

“มันเป็นไวน์คนละแบบกันผมว่ารสมันจะตีกันนะครับ ต้องใช้ไวน์ขาวๆ แบบของผมนี่ล่ะครับ แต่เอาของธรรมดาที่ไม่ได้บ่มมา” เด็กหนุ่มตื่นเต้นว่าลูกค้าหน้าหล่อจะรับข้อเสนอเขาไหม

“แล้วพี่จะไปหามาจากไหนล่ะ”

“ก็เอาของพี่นั่นแหละครับ เดี๋ยวผมช่วยรินออกมาให้ ช่วยเปิดจุกคอร์กออกมาหน่อยครับ” พูดออกไปจนได้ เด็กหนุ่มคิดด้วยความเขินอาย

หนุ่มนักธุรกิจรับข้อเสนอทันที่โดยไม่ต้องคิดแม้แต่น้อย เขารูดกางเกงชุดอยู่บ้านที่ใส่ออก แล้วควักท่อนลำที่แข็งตัวมาตั้งแต่เอาหน้าไปซุกซอกคอน้องแล้ว เขาแอบไม่มั่นใจนิดๆ เพราะของเขาคงไม่หอมกรุ่นเหมือนของเด็กหนุ่มตรงหน้า แต่ไม่เป็นไรมั๊งของตามธรรมชาติก็อย่างนี้แหละ อย่างน้อยเขาก็รักษาความสะอาดเป็นอย่างดี เด็กมัธยมตรงหน้ากุมแท่งเนื้อสีเข้มขนาดใหญ่เข้าปากอย่างโหยหา เขาไม่เคยทำอย่างนี้มาก่อนแต่มีเพื่อนไวน์บอยเคยเล่ารายละเอียดให้ฟัง เคล็ดลับสำคัญคือที่จำได้คือต้องห่อปากแล้วพยายามอย่าให้โดนฟัน ตอนฟังเพื่อนมันดูเหมือนง่ายแต่พอเจอของใหญ่จนคับปากแบบนี้เขาก็ไม่รู้จะเอาฟันไปหลบที่ไหน ส่วนเรื่องห่อปากก็ลืมไปได้เลยเพราะแค่นี้ก็เหมือนปากจะฉีกแล้ว แต่ถึงยังไงก็ต้องตั้งใจอย่างดีที่สุดเพราะอยากให้พี่หล่อเข้มคนนี้มีความทรงจำสุดท้ายที่ดีๆ กับเขาก่อนจะไม่ได้พบกันอีก

ถึงจะทำได้ไม่ดีนักแต่สุดท้ายมวลน้ำขาวข้นจำนวนมหาศาลก็ไหลออกมาจนช่องปากเล็กของเด็กหนุ่มเก็บไว้ได้ไม่หมด เขารีบลุกขึ้นไปประกบปากกับชายหนุ่มอย่างเงอะๆ งะๆ แม้มันจะมีรสคาวจางๆ ไม่ได้หวานหอมเหมือนของตัวเองแต่เด็กหนุ่มก็รู้สึกดีอยู่ลึกๆ

นักธุรกิจหนุ่มไม่ได้ชอบรสชาติไวน์เถื่อนของตัวเองเท่าไหร่ แต่ภาชนะอุ่นนุ่มสีแดงฉ่ำที่บรรจุมันมาส่งถึงปากเขาก็ทำให้ประสบการณ์แรกในการดื่มผลิตผลของตัวเองดีได้อย่างไม่น่าเชื่อ และจริงอย่างที่เด็กหนุ่มบอก หลังจากที่ภายในปากเขาซึมซับไวน์ขาวที่รสชาติไม่ดีเท่าไหร่จนเต็มที่ การกลับไปดื่มไวน์ชั้นเลิศที่ออกมาจากร่างกายที่สวยงามของหนุ่มน้อยตรงหน้า ก็ทำให้เขาเหมือนขึ้นสวรรค์ได้ยิ่งกว่าครั้งแรกเสียอีก

ทั้งคู่ผลัดกันรีดผลัดกันป้อนไวน์ส่วนตัวของแต่ละคนไปตลอดคืน ไม่น่าเชื่อว่าไวน์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์จะทำให้รู้สึกเมามายด้วยความลุ่มหลงและโหยหาได้มากขนาดนี้ เด็กหนุ่มแทบขาดใจตายด้วยความสุขจนหลับไปด้วยความอ่อนเพลียตอนใกล้รุ่งสาง

เมื่อเด็กหนุ่มตื่นขึ้นมาตอนใกล้เที่ยง เขาก็ไม่พบลูกค้าคนสุดท้ายเสียแล้ว มีเพียงข้อความทิ้งไว้ว่ามีงานด่วนต้องไปทำ ให้ทานอาหารที่เตรียมไว้ให้บนโต๊ะ แล้วพนักงานจะมารับก่อนเวลาตอนบ่ายสามโมง

หนุ่มน้อยไวน์บอยอดเสียใจไม่ได้ที่คนหน้าเข้มไม่ได้อยู่ร่ำลากันสักนิด แต่อย่างน้อยเขาก็ได้ทำครั้งสุดท้ายกับคนที่เป็นคนแรกอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว ความทรงจำนี้คงอยู่กับเขาไปแสนนาน เด็กหนุ่มทานอาหารที่มีของหวานเป็นเค้กสตรอเบอร์รี่หวานฉ่ำซึ่งเป็นผลไม้โปรดของเขา นี่ก็คงเป็นแค่เรื่องบังเอิญ จากนั้นก็แต่งตัวรอเวลาที่พนักงานร้านไวน์จะมารับตัวกลับไปอย่างเซื่องซึม

[จบตอนพิเศษ]

ออฟไลน์ korinasai

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 311
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
เบอร์ศูนย์กับเบอร์หนึ่งเขาจูบกันแล้ววววววววววววววววว ฟินมากกกก
แต่อย่างบอสเนี่ย เรียกบื้อได้ไหมเนี่ย หมอเขายังรู้เลย
 :hao7: :hao7:

ออฟไลน์ kothan

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 127
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
อร๊ายยยย เห็นด้วยกัยรีบน เขาจ๊วบบบกันแล้ววว
ว่าแต่เบอร์หนึ่งมักน้อยจังพอใจแค่ชิมจากปากเบอร์ศูนย์เองเหรอ มากกว่านั้นหน่อยเซ่
ส่วนเบอร์ศูนย์ เบอร์หนึ่งเขาดูดจนปากจะเปื่อยอยู่แล้วยังไม่รู้เรื่องอีกเน๊อะ

ออฟไลน์ barataku

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
[แถม]

ผมหัวเราะหึๆ อย่างชอบใจเมื่อเข้าไปดูเว็บไซท์ร้านขายไวน์ของตัวเองจนโป๊ปต้องถาม

“มีอะไรวะบอส หัวเราะหึๆ กวนประสาท”

“ไม่เกี่ยวกับมึงเว้ย มีลูกค้าแจ้งขอให้เปิดบริการใหม่ กูได้ช่องทางทำเงินเพิ่มอีกแล้ว”

“บริการอะไรวะ ร้านมึงก็ขายแต่ไวน์ไม่ใช่เหรอ”

“บริการรับฝากไวน์ส่วนตัว”

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ TONG

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2535
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +191/-4
คือแบบว่า อยากดื่มไวน์แบบนี้บ้างอะไรบ้าง
สุดยอดไอเดีย ขอคารวะเลยครับ

แล้วก็บอสโป๊ป จูบปากกันแล้ว ฟินหนักมากกกกกกกก

ออฟไลน์ j123

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 699
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +75/-1
[แถม]

ผมหัวเราะหึๆ อย่างชอบใจเมื่อเข้าไปดูเว็บไซท์ร้านขายไวน์ของตัวเองจนโป๊ปต้องถาม

“มีอะไรวะบอส หัวเราะหึๆ กวนประสาท”

“ไม่เกี่ยวกับมึงเว้ย มีลูกค้าแจ้งขอให้เปิดบริการใหม่ กูได้ช่องทางทำเงินเพิ่มอีกแล้ว”

“บริการอะไรวะ ร้านมึงก็ขายแต่ไวน์ไม่ใช่เหรอ”

“บริการรับฝากไวน์ส่วนตัว”

ตอนนี้ต้องอาศัยจินตนาการ และความหื่น นะเนี่ย ถึงเขียนออกมาได้   :hao3:

คือ เอาแฟน/เด็กลูกค้ามาบ่มไวน์ให้หรอ?  :laugh:

ออฟไลน์ whistle

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 766
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-4
เมื่อไหร่บอสกับโป๊ปจะได้กัน?

ออฟไลน์ nightsza

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2035
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-1
บางทีบอสก็ดูซื่อบื้อไปนะ โป๊ปนี่เอาเปรียบชัดเจน

ออฟไลน์ wannesress

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 20
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ชอบเรื่องนี้ที่สุดละ เสียวอย่างมีรสนิยม 555

ออฟไลน์ sukie_moo

  • ปัจจุบัน คือ อดีตของอนาคต
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3488
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +457/-14
ชอบอ่ะ จินตนาการล้ำมาก มาต่อเร็วๆนะ รออยู่

ออฟไลน์ Fujoshi

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 759
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-2
ชอบอ่ะ
มาต่ออีกนะ

ออฟไลน์ lovely tham

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 41
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
 :ling3: :ling3: :ling3: :ling3: แรงมากเลย เราอ่านไปสั่นไปเลยอ่ะ  :mew5: :mew5:สยองยิงกว่าดูหนังผีอีก

ออฟไลน์ lovely tham

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 41
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
พิชยะ อยากอ่านของคนนี้อีก :mew2: :mew2: :mew2: :mew2:

ออฟไลน์ 2pmui

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1510
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-6
เรื่องนี้มันล้ำจริงๆ หื่นแบบแปลกๆ ฮาแบบหื่นๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ kawoat

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 389
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-1
เรื่องนี้มันล้ำจริงๆ เอาซะอยากดื่มไวน์ ฮ้าๆๆๆ
แอร๊ยยยยย เขินนนน  :hao7: :hao7:

ออฟไลน์ buzeative

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 109
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
สนุกสุดๆไปเลยอะคราบ :katai5:

ออฟไลน์ buzeative

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 109
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
เหนือจินตนาการ ล้ำเกินกว่านิยายใดๆในโลกนี้ อยากตะโกนออกมาดังๆว่า "โคตรรรรรหื่นน เลยโว้ยยยยย!!"

นี่มันแจ่มมากๆเลยนะครับ เป็นมิติใหม่เลย ฮ่าๆๆๆๆ

อยากชิมไวน์บ้างอะ

ออฟไลน์ MinorMa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-2
สนุกที่สุดดดด

ออฟไลน์ Rhythm

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 156
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
เรื่องนี้ล้ำมากอ่ะ จินตนาการแหวกแนวออกไปเลย ถึงจะบอกว่า Theme เรื่องนี้เน้นความหื่น แต่มันเป็นความหื่นที่ออกไปทางฮาสุดๆ อ่านแล้วแบบหัวเราะออกมาดังๆ เลยอ่ะ  :katai2-1:

ออฟไลน์ barataku

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
องค์กรลวงจิต Explicit Content [บทที่ 19] 02/10/15
«ตอบ #145 เมื่อ02-10-2015 21:38:29 »

องค์กรลวงจิต Explicit Content

บทที่ 19

สารวัตรเสือรู้สึกหงุดหงิดตัวเองอยู่ไม่น้อย นี่ก็เข้าเดือนที่สองแล้วที่น้องคุณเด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีที่ถูกทำร้ายร่างกายเพื่อสนองความวิปริตทางเพศโดยพ่อเลี้ยงได้กลับไปอยู่บ้านกับแม่ของตัวเอง ก่อนหน้านั้น เขาได้ให้เด็กหนุ่มมาอยู่ที่บ้านเขาชั่วคราวในระหว่างที่เขารวบรวมหลักฐานต่างๆ เพื่อเอาผิดกับพ่อเลี้ยงและช่วยเหลือแม่ของน้องคุนที่ถูกฝากขังอยู่เนื่องจากความผิดเรื่องการตกแต่งบัญชีบริษัทที่พ่อเลี้ยงป้ายความผิดให้ ด้วยความช่วยเหลือขององค์กร สารวัตรหนุ่มจึงสามารถจบเรื่องดังกล่าวได้ภายในเวลาไม่ถึงห้าเดือน

แม่ของเด็กหนุ่มได้รับการยืนยันความบริสุทธิ์และทุกปล่อยตัวออกมา สารวัตรเสือได้พาน้องคุนไปรับและอธิบายเรื่องต่างๆ ทั้งหมดให้ฟัง เธอคับแค้นใจมากที่ลูกชายคนเดียวที่เธอรักที่สุดถูกเอาไปใช้เพื่อสนองความวิปริตทางเพศโดยสามีที่เธอไว้ใจ สารวัตรได้ช่วยดำเนินการเรื่องหย่าซึ่งก็ใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์เพราะตอนนั้นพ่อเลี้ยงก็ถูกคุมตัวโดยองค์กรไปแล้วไม่มีปากเสียงอะไร ในที่สุดก็ได้รับแบ่งสมบัติครึ่งหนึ่งจากพ่อเลี้ยงซึ่งเธอก็ถือว่าเป็นการชดเชยที่ทำให้สองแม่ลูกต้องลำบาก หลังจากเคลียร์ปัญหาต่างๆ จบแล้วเธอก็รับน้องคุนกลับไปอยู่ด้วย รวมเวลาก็เกือบหกเดือนที่อาเสือกับน้องคุนอยู่ด้วยกัน

สิ่งที่สารวัตรภูมิใจในตัวเองมากที่สุดในเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ใช่การที่สามารถช่วยคนบริสุทธิ์หรือเอาคนผิดมารับโทษได้สำเร็จ แต่เป็นการที่เขาสามารถห้ามใจตัวเองไม่ให้ขย้ำเด็กช่างยั่วอย่างน้องคุนได้ นั่นต้องใช้ความอดกลั้นอย่างมหาศาล น้องคุนอายุยังไม่ถึงสิบแปด ตำรวจอย่างเขาจะต้องไม่ทำผิดกฎหมายซะเอง อีกอย่างนึง หลังจากหลอกล่อถามโน่นถามนี่จากเจ้าตัว เขาก็พอจะรู้สาเหตุที่น้องคุนมาทำตัวเหมือนมาอ่อยเขาขนาดนั้น มันประกอบด้วยหลายเรื่องตั้งแต่การขาดความอบอุ่นจากพ่อตั้งแต่เล็กๆ การเห็นเขาเป็นฮีโร่ที่มาช่วยเหลือจากคนร้าย หรือแม้แต่ความประทับใจจากรูปร่างหน้าตาของเขาเอง แต่ที่สำคัญคงเป็นความกลัวและสับสนว่าเขาจะไม่อยากดูแลตัวเองแล้วจะถูกส่งกลับไปอยู่กับพ่อเลี้ยง ไม่รู้ดูละครมากไปหรืออะไรถึงจะใช้วิธีเอาร่างกายตัวเองมาผูกมัด

สารวัตรนึกย้อนไปตอนนั้นแล้วก็อดขำไม่ได้ แต่ถ้าจะว่ากันตามจริงละก็ สิ่งที่น้องคุนทำมันยิ่งกว่าได้ผลอีก ลองนึกภาพเด็กหนุ่มตัวเล็กน่ารักหน้าตาดีมาออดอ้อนขออาบน้ำด้วย ระหว่างอาบน้ำก็ผลัดกันถูหลังพร้อมคำถามมากมายเกี่ยวกับสรีระของเขาดังมาจากปากแดงๆ ช่างพูด ทั้งๆ ที่ตัวเองก็อายจนแทบจะปิดตาอยู่แล้ว ไหนจะตอนที่แกล้งมาขอให้เขาสอนวิธีช่วยตัวเองอีกล่ะ นายตำรวจหนุ่มนึกถึงตอนนั้นแล้วก็ต้องหัวเราะออกมาดังๆ จะเป็นไปได้ยังไงที่เด็กสิบห้าในยุคอินเตอร์เน็ตอย่างนี้จะไม่รู้เรื่องทางเพศเลย แต่พอเขาลองเล่นไปตามบทก็พบความจริง มันก็ใช่ที่น้องคุนไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดที่แกล้งแสดงออกมา แต่ความประสีประสาในเรื่องเพศก็น้อยกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้เยอะ อาจจะเคยช่วยตัวเองบ้าง แล้วก็คงได้เห็นพ่อเลี้ยงมีเซ็กส์กับคู่ขาหลังโดนทรมานเสร็จ แต่ก็แค่นั้น เด็กหนุ่มไม่เคยผ่านการมีเซ็กส์มาแน่ๆ แม้แต่จูบยังไม่เป็นด้วยซ้ำ สารวัตรได้พิสูจน์มาแล้วด้วยตัวเอง

หลังจากนั้น  ตลอดระยะเวลาเกือบครึ่งปีที่อยู่ด้วยกัน ทั้งคู่อาบน้ำด้วยกันทุกวัน นอนกอดกันแบบเนื้อแนบเนื้อทุกคืน เขาหอมจูบซุกไซร้กันจนเป็นกิจวัตรประจำวัน อนาคอนด้าของสารวัตรคือของเล่นส่วนตัวของหนุ่มน้อย ในขณะที่พื้นที่ทุกตารางนิ้วบนตัวเด็กหนุ่มก็ถูกสำรวจโดยนายตำรวจหนุ่มมาไม่รู้จะกี่รอบ เสือรู้สึกขอบคุณโรงเรียนเตรียมทหารและโรงเรียนนายร้อยตำรวจที่ได้ฝึกเขามาจนมีวินัยและความอดทนอดกลั้นเป็นเลิศ มิฉะนั้นเขาคงไม่สามารถทนมาจนได้ส่งตัวลูกชายที่ยังคงความบริสุทธิ์กลับสู่อ้อมอกมารดา ถึงจะไม่ผุดผ่องเท่าไหร่จากที่โดนเขากอดจูบลูบคลำมาก็เถอะ ใครใช้ให้เด็กน้อยของเขาน่ารักน่ากินขนาดนี้ล่ะ

สารวัตรทอดถอนใจเมื่อนึกย้อนเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้น ตอนนี้น้องคุนกลับไปอยู่กับมารดาทำให้โอกาสที่จะทำอะไรด้วยกันเหมือนเดิมแทบไม่มี ยกเว้นนานๆ ครั้งที่เด็กหนุ่มจะขออนุญาตมานอนค้างกับเขาได้ ไม่รู้ว่าน้องคุนไปเล่าอะไรให้ฟังบ้างแต่ท่าทางแม่ของน้องคุณจะรู้เรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ไม่น้อย อาจจะด้วยความซาบซึ้งในบุญคุณที่เขาได้ช่วยให้พ้นข้อหาทั้งหมด ทำให้แม่ของน้องคุนไม่ได้ขัดขวางมากอย่างที่คิด แต่ก็ไม่ได้ปล่อยซะทีเดียว

“จะทำอะไรแม่ไม่ว่า แม่อยากให้น้องคุนมีอิสระในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ชดเชยที่น้องคุนต้องมารับเคราะห์เพราะความโง่ของแม่เอง สารวัตรก็เหมือนคนที่มาช่วยเราสองแม่ลูกให้หมดเคราะห์ ถ้ามันเป็นความต้องการของน้องคุนจริงๆ แม่ก็ยินดี แม่ขออย่างเดียวคือให้น้องคุนเข้ามหาลัยได้เสียก่อนค่อยพัฒนาความสัมพันธ์กันต่อไป ระหว่างนี้ก็เป็นพี่น้องกันไปก่อน” แม่ของเด็กหนุ่มบอกกับทั้งคู่หลังจากเธอรู้เรื่องจากปากลูกชาย

“ไม่เอาหรอก น้องคุนไม่ได้อยากให้อาเสือมาเป็นพี่ชายน้องคุนนี่ ถ้าจะต้องเรียกพี่ น้องคุนขอเรียกว่าป๋ายังจะดีซะกว่า ยังจะดูเป็นคนรักกันมากกว่าอีก” เมื่อได้มารดากลับคืนมา เด็กหนุ่มดูจะกลับไปเป็นเด็กน้อยร่าเริงขี้เล่นแถมเอาแต่ใจตัวเองเล็กๆ ไม่เหลือภาพเด็กที่เซื่องซึมหวาดผวาการถูกทำร้ายคนนั้นอีกเลย สารวัตรรู้สึกดีใจที่เด็กหนุ่มที่ไม่มีอาการฝังใจในเรื่องที่ผ่านมา แถมยังเห็น ถึงจะรู้สึกแปลกๆ ที่ตัวเองต้องกลายเป็น “ป๋า” ขึ้นมาซะอย่างงั้น

“ว๊าย ไม่พูดจาอย่างนั้นนะคะน้องคุน” แม่ของน้องคุนว่าแล้วก็หันมาทางสารวัตรหนุ่มแทน

“คุณเสือ แม่คงหวังให้เจ้านี่ถนอมเนื้อถนอมตัวไม่ได้ คงต้องขอให้คุณเสือเป็นคนรับปากเรื่องที่แม่ขอไว้นะคะ จนกว่าน้องจะเข้ามหาลัย แม่ขออย่าให้มีอะไรเกินเลยไปกว่าที่ผ่านมา มันน่าจะดีกับน้องคุนเองที่จะได้ตั้งใจสอบเข้ามหาลัย ส่วนคุณเสือก็จะได้มีเวลาที่จะทบทวนตัวเองว่าจะจริงจังกับความสัมพันธ์นี้แค่ไหน ยิ่งคุณเสือเป็นนายตำรวจอนาคตไกล การที่จะมีคู่รักเป็นผู้ชายมันอาจจะทำให้อะไรหลายๆ อย่างไม่ราบรื่น ที่พูดนี่ไม่ใช่ว่าแม่จะกีดกันหรือจะอยากให้ลูกกลับไปเลือกทางเดินปกติอะไรนะ ลูกชายแม่คงไปเป็นสามีใครไม่ได้อยู่แล้ว นิสัยง้องแง้งขนาดนี้ เมื่อถึงเวลานั้น ถ้าคุณเสือยังยืนยันเลือกลูกชายแม่ แม่ก็ยินดีอย่างยิ่งที่เราจะมาเป็นครอบครัวเดียวกัน”

“โธ่ แม่พูดอะไรอย่างงั้นอ่ะครับ เดี๋ยวอาเสือเปลี่ยนใจ น้องคุนก็แย่สิ” เด็กหนุ่มโวยวาย

“ไม่เปลี่ยนใจหรอกเจ้าแสบ แต่จะรักมากรักน้อย ขึ้นอยู่กับคณะที่เข้าได้นะ ถ้าเข้าคณะดีๆ ได้ อาเสือจะรักมากเลย”

ตำรวจหนุ่มจำได้ว่าวันนั้นเขาหยอดไว้อย่างนี้ เพื่อจะหลอกล่อให้หนุ่มน้อยเจ้าของดวงใจของเขาตั้งใจอ่านหนังสืออย่างเต็มที่ ปรากฏว่ามันได้ผลเกินคาด น้องคุนยึดถือเรื่องนี้เป็นจริงเป็นจังและโหมอ่านหนังสืออย่างเต็มที่ตั้งใจว่าจะเข้าคณะนิติศาสตร์ของมหาลัยอันดับหนึ่งให้ได้ ไม่รู้ว่าอยากจะเป็นผู้พิพากษาหรืออัยการหรือเปล่านะ ข่มกันทางสายอาชีพชัดๆ สารวัตรเสือคิดขำๆ แต่ที่ขำไม่ออกก็คือเวลาที่จะได้เจอกันซึ่งมีอยู่ไม่เยอะอยู่แล้ว กลับถูกตารางเรียนพิเศษบ้าง นัดติวบ้าง เข้ามาเบียดบัง จนเขาต้องขอให้เด็กนักเรียนเตรียมสอบคนนี้มาค้างอยู่บ่อยๆ จะได้กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันให้หายอยาก แต่น้องคุนก็ไม่ได้มาบ่อยเท่าที่ใจอยาก บอกว่ามาเจอกันทีไรพอกลับไปก็เห็นแต่หน้าอาเสือลอยไปลอยมาจนอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องเป็นวันๆ น่ารักอย่างนี้เขาถึงไปไหนไม่รอดไง ก็ทนๆ ไป อีกสองปีเอง

หลังรำลึกความหลังเสร็จ สารวัตรเสือก็ยังหงุดหงิดตัวเองไม่หาย นี่ไม่เจอน้องคุนแค่สามวันเขาก็มานั่งคิดถึงอยู่ได้ สงสัยต้องออกไปเฮฮากับเพื่อนฝูงซักหน่อย ยิ่งช่วงนี้โดนประณามว่าติดเด็กจนไม่เป็นอันทำอะไรอยู่ด้วย ก็พอดีมีโทรศัพท์จากเพื่อนเข้ามา

“ไอเสือหรอ ว่างเปล่า เย็นนี้ออกไปด้วยกันหน่อยสิ กูจะพาไปเลี้ยงกาแฟ แล้วค่ำๆ ไปกินเหล้ากันกับแก๊งค์เดิม” เพื่อนทหารเรือรูปหล่อแต่เป็นเกย์ส่งเสียงมาตามสาย

“นึกไงวะมาเลี้ยงกาแฟตอนนี้” ปกติตอนเย็นสารวัตรหนุ่มก็ไม่ค่อยดื่มกาแฟเท่าไหร่

“เอ่อน่า มึงไม่อยากกินกาแฟ ก็สั่งนมปั่นสตรอเบอร์รี่ปั่นอะไรไปก็ได้ ไปนั่งเล่นชิลล์ๆ บรรยากาศดีๆ เดี๋ยวอีกชั่วโมงกูไปรับ” ว่าแล้วก็วางสายไปทันที ไม่เปิดโอกาสให้อีกคนได้ปฏิเสธ

นายตำรวจหนุ่มใช้เวลาที่ยังเหลืออยู่เก็บเอกสารคดีที่ปิดไปแล้วลงลังเพื่อไม่ให้เกะกะห้องทำงาน หนึ่งในนั้นเป็นคดีการตกแต่งบัญชีบริษัทของซีเอฟโอหนุ่มใหญ่อดีตพ่อเลี้ยงของเด็กหนุ่มคนรักของเขา คดีนี้มีหลักฐานครบครัน รวมถึงเส้นสายในวงการของพ่อเลี้ยงหนุ่มก็ถูกตัดขาดด้วยอิทธิพลขององค์กร ทำให้สามารถจบลงได้โดยไม่ลำบากอะไร ที่ยากหน่อยก็ตรงที่ต้องเลือกแสดงหลักฐานและทำสำนวนให้ลดมูลความผิดลงเพราะองค์กรร้องขอไว้ไม่อยากให้ตัวซีเอฟโอถูกส่งเข้าคุกจริงๆ คดีเลยจบลงที่ศาลตัดสินจำคุกสองปีแต่ให้รอลงอาญาไว้

ในฐานะเจ้าพนักงาน นี่อาจดูไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องนักตามกฎหมาย แต่ในแง่ความยุติธรรม สารวัตรเสือรู้ดีว่าการส่งให้พ่อเลี้ยงหนุ่มไปรับโทษจากองค์กรแทนมันสาสมกับสิ่งที่พ่อเลี้ยงวิปริตคนนี้ทำเป็นไหนๆ  ถึงจะไม่รู้รายละเอียดการลงโทษมากนัก แต่คงไม่พ้นการนำตัวไปประมูลเป็นทาสเพื่อเอาเงินมาชดใช้ผู้เสียหายแน่ๆ เขามั่นใจเพราะได้แอบได้เห็นตัวเลขเงินชดเชยที่มารดาของน้องคุนเอามาให้ดูแล้วมันสูงไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ เพราะด้วยรูปร่างหน้าตาบุคลิกของซีเอฟโอคนนี้ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าดาราชื่อดังในวัยเดียวกันเลย เขาหวังแต่ว่า คนที่ประมูลได้ไปจะไม่ใช่คนใจดีนักจะได้ถูกทรมานให้สมกับความวิปริตที่ได้ทำร้ายเด็กของเขาอยู่หลายเดือน

หลังจากเก็บเอกสารเสร็จได้ไม่นาน นายทหารเรือก็มารับเขาด้วยรถยนต์คันสวย สารวัตรรีบขึ้นไปนั่งข้างคนขับทันที

“ไง จะพาไปกินกาแฟที่ไหน ร้านกาแฟนางเงือก หรือว่าร้านกาแฟนกแก้ว”

“เฮ้ย พวกนั้นมันธรรมดาไป ที่นี่พิเศษกว่านั้น”

“เอาเถอะ ไปไหนก็ไป” เสือตัดบทเพราะขี้เกียจจะเซ้าซี้

ปรากฏว่า สถานที่ที่เพื่อนทหารเรือพามา ก็คือร้านล้างรถ G-Wash ที่ตัวสารวัตรเสือเอง เป็นคนแนะนำให้นายทหารเรือรู้จักเมื่อหลายเดือนก่อน สิ่งที่นายตำรวจไม่ได้บอกเพื่อนก็คือ ร้านล้างรถการกุศลสำหรับชาวเกย์แห่งนี้เป็นธุรกิจที่ไม่แสวงหากำไรที่องค์กรตั้งขึ้นมาอย่างไม่ออกหน้าเพื่อเอาเด็กวัยรุ่นที่กระทำผิดมาทำงานชดใช้ความผิดแบบเบาะๆ

“นี่มึงยังมาล้างรถที่นี่อยู่เหรอ นึกว่าเบื่อไปแล้ว” เสือสงสัย ในสายตาคนที่ไม่ได้เป็นเกย์มาตั้งแต่ต้นอย่างเขา ไม่เข้าใจว่าการมาใช้บริการล้างรถโดยหนุ่มๆ นุ่งน้อยห่มน้อยจะน่าสนใจขนาดนั้น ถ้าอยู่ใกล้ๆ ก็ว่าไปอย่าง แต่นี่มันอยู่คนละทิศกับบ้านหรือที่ทำงานเพื่อนเขาเลย

“ใครจะเบื่อ ยิ่งมีน้องหน้าใหม่ๆ เอ๊าะๆ เข้ามาอยู่เรื่อยๆ ไม่รู้ไปหามาจากไหน แต่ละคนน่าอุปการะมาก นี่กูหมดค่าทิปไปเป็นหมื่นแล้ว” หนุ่มทหารเรือพูดด้วยสีหน้าปลื้มปริ่ม ไม่มีท่าทีเสียดายเงินที่ว่าแต่อย่างไร

“ระวังอย่าไปพรากผู้เยาว์เอาก็แล้วกัน กูจับมึงแน่” เสือขู่

“เอาเลยครับ ท่านสารวัตรใหญ่ เตือนตัวเองก่อนไหม ที่พาเด็กมอต้นไปกินข้าวดูหนังอยู่บ่อยๆ อย่านึกว่าเพื่อนไม่รู้นะ ระวังพ่อแม่เขาพามากองปราบหรือดีเอสไอมาจับล่ะ”

“น้องเค้าอยู่มอสี่แล้วโว้ย และคุณแม่ยายก็เปิดทางให้ด้วย ไม่เหมือนพวกไม่มีคนเอา ต้องคอยมาส่องเด็กล้างรถ” สารวัตรเย้ยกลับ

“เห้ย มันไม่ใช่เรื่องนั้น กูแค่ชอบของกูแนวนี้ ถ้าเป็นไปได้อยากเก็บไว้เป็นคอลเลกชั่นเลยว่ะ”

“มึงคงไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้นะ เขาห้ามไม่ใช่เหรอสัด” เสือนึกไปถึงนิสัยแปลกๆ ของเพื่อน ที่เวลาไปเจอหนุ่มหน้าตาดีที่ไหน จะชอบแอบเอาโทรศัพท์มาถ่ายรูปเก็บไว้

“ทำเป็นเล่นไป กูเคยแอบถ่ายรูปกับคลิปตอนน้องๆ กำลังล้างรถอยู่แบบนี้จริงๆ แหละ ทำเป็นยกโทรศัพท์ขึ้นคุย ก็ถ่ายได้นะไม่มีอะไรผิดปกติ แต่พอกูจะส่งรูปไปให้เพื่อนอีกคนดูทางไลน์ เท่านั้นแหละ เครื่องรวนไปหมดเลย พอปิดแล้วเปิดเครื่องมาใหม่ ปรากฏว่าทั้งรูปทั้งคลิปที่ถ่ายไว้หายหมดเลย เสียดายเกือบตาย ตอนแรกก็นึกว่าบังเอิญนะ แต่พอครั้งที่สองกูทำอีก ไปแอบถ่ายแล้วส่งเข้าอีเมลตัวเองจะเก็บสำรองไว้ พอกดส่งได้แป๊บเดียวเครื่องเจ๊งเลย ไปใช้เครื่องคอมเปิดดูที่อีเมลที่ส่งออกมาจากโทรศัพท์ก็เหมือนโดนไวรัสอะไรไม่รู้ เครื่องช้าไปเป็นอาทิตย์เลยกว่าจะหาย ตอนหลังกูเลยลงทุนซื้อโทรศัพท์ใหม่ เชื่อเปล่าว่าเจออาการเดิมเลย ไม่รู้ที่นี่เล่นของอะไรหรือเปล่า ว่าแล้วคนมาใช้บริการเยอะขนาดนี้ แต่ไม่มีภาพหลุดออกไปเลย”

สารวัตรนึกในใจว่าเพื่อนของเขาคงเจอระบบอะไรซักอย่างขององค์กรเข้าให้แล้ว ถึงมันจะดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่เขารู้ดีว่าเรื่องแบบนี้องค์กรถนัดนัก คงต้องเตือนเพื่อนซักหน่อย

“ทีหลังมึงอย่าทำอะไรที่ละเมิดข้อห้ามของที่นี่แล้วกัน กูบอกมึงได้แค่ว่า แบ็คของที่นี่ใหญ่มาก อย่าว่าแต่กูเลย นายของนายกูก็ยังไม่อยากจะมีเรื่องด้วย”

“ถึงมึงไม่บอกกูก็พอเดาได้ แต่ถ้ามึงมีโอกาสเจอ ฝากบอกด้วยแล้วกันว่า ในฐานะเกย์คนหนึ่ง ขอบคุณมากๆ เลยที่ทำร้านนี้ขึ้นมา” ลูกทัพน้ำพูดอย่างชื่นชม

“แล้วไหนว่าจะพาไปร้านกาแฟไง อยู่อีกไกลเปล่า เดี๋ยวไปกินข้าวไม่ทันนะ” สารวัตรถามเมื่อเด็กล้างรถหุ่นดีเป้าตุงยกมือไหว้ขอบคุณเป็นสัญญาณว่าเสร็จสิ้นการล้างแล้ว

“ทันแน่นอน ร้านก็อยู่ในนี้แหละ” นายทหารหนุ่มบอกขณะขับรถไปตรงก่อนถึงทางออกแล้วจอดรถตรงหน้าร้านกาแฟขนาดกลาง รูปทรงของตัวร้านออกแบบไว้แปลกตา แต่ก็ดูมีเสน่ห์ลงตัวด้วยสีสันการตกแต่งและสวนที่ร่มรื่น สารวัตรนึกชมอยู่ในใจตามประสาอาชีพที่ต้องช่างสังเกตว่า ร้านนี้ไม่ได้ใช้วัสดุหรูหราราคาแพงเลยแต่ดูดีได้ขนาดนี้คนออกแบบคงต้องเก่งมาก นับว่าสร้างเร็วไม่น้อยเพราะหลายเดือนก่อนที่เขามาที่นี่ยังเป็นที่ว่างๆ มีแต่ต้นไม้อยู่เลย

ทั้งคู่เดินเข้าไปในร้านด้านในที่ค่อนข้างกว้างและตกแต่งไว้อย่างมีสไตล์ มีลูกค้าใช้บริการอยู่พอสมควรแต่กระจายกันไปตามโซฟาน่าสบายที่มุมต่างๆ เด็กเสิร์ฟเดินให้บริการอยู่ประปราย ทุกคนเป็นเด็กหนุ่มหุ่นดีใส่กางเกงในตัวเดียวเหมือนพนักงานล้างรถ ที่น่าสังเกตคือทุกคนมีรอยสักเล็กๆ เหนือขอบกางเกงในคล้ายๆ กับที่พนักงานล้างรถมี เสือสรุปเอาเองว่าร้านกาแฟนี่คงเป็นขององค์กรเหมือนกันเลยใช้พนักงานกลุ่มเดียวกับร้านล้างรถ

จอมเด็กหนุ่มหน้าหล่อเข้มอดีตหัวหน้าแก๊งค์ซิ่งรถกำลังพัลวันกับเครื่องชงกาแฟตรงเค้าเตอร์ เขาอยู่ในชุดกางเกงในตัวเดียวเหมือนพนักงานเสิร์ฟ แต่มีผ้ากันเปื้อนเต็มตัวลายตารางหมากรุกคาดด้านหน้าเหลือแผ่นหลังเปลือยที่มีรอยสักมังกรไว้เหมือนจะตั้งใจโชว์ จอมเงยหน้าขึ้นมามองดูลูกค้าที่เข้ามาใหม่แล้วสะดุ้ง

“เฮ้ย ตะ ตำรวจ” จอมตกใจอยู่แค่แว้บนึงแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเดี๋ยวนี้เขาไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายแล้ว ก็เลยทักทายคนที่เขาจำหน้าได้ดีว่าเป็นนายตำรวจที่จับกุมเขาเมื่อหลายเดือนก่อนเหมือนกับเป็นลูกค้าปกติ

“สวัสดีครับ วายบอยคาเฟ่ยินดีต้อนรับ วันนี้จะรับอะไรดีครับ” จอมส่งยิ้มการค้าให้ ทำเหมือนไม่เคยเจอสารวัตรเสือมาก่อน ทั้งที่เหตุการณ์ในวันนั้นเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาได้เจอกับองค์กรจนเปลี่ยนชีวิตเขามาเป็นอย่างทุกวันนี้

“ขออเมริกาโน่ร้อนแล้วกัน แล้วมึงล่ะ... อีกแก้วเป็นมอคค่าปั่นนะ” นายตำรวจหนุ่มสั่งเครื่องดื่มให้ตัวเอง แล้วก็หันไปถามคนที่มาด้วยเพื่อสั่งไปพร้อมกัน เพื่อนทหารขอตัวออกไปหาที่นั่งด้านนอกบอกว่าบรรยากาศดีกว่าข้างใน

เด็กหนุ่มรับเงินมาจากสารวัตร แล้วทอนให้อย่างแคล่วคล่อง

“นี่เงินทอนครับ กาแฟที่สั่งกรุณารอซักครู่ เดี๋ยวเราจะเอาไปเสิร์ฟให้ที่โต๊ะนะครับ” เด็กหนุ่มนึกโล่งใจ ท่าทางจะไม่มีอะไรแล้ว ยังไงๆ  เขาไม่ค่อยถูกกับตำรวจเท่าไหร่

“เดี๋ยวนะ หน้าคุ้นๆ เรานี่เป็นพวกเด็กแว้นหรือเปล่า รู้สึกจะเป็นหัวหน้าด้วย จำชั้นได้ไหม” สารวัตรเอ่ยปากถามด้วยท่าทางเป็นมิตร เขาจำจอมได้ก็ตอนที่เห็นรอยสักสวยงามสไตล์ยากูซ่าที่แผ่นหลัง น้องคุนเคยเล่าเรื่องของจอมให้ฟังว่าที่จอมรับตัวเองเข้าแก็งค์เพราะจะได้มีพวกไว้หาทางช่วยเรื่องที่ถูกพ่อเลี้ยงทรมาน ถึงสุดท้ายจะไม่ได้ผลนัก

“จำได้สิครับ พี่เป็นตำรวจคนที่จับพวกผมตอนนั้น แล้วก็เป็นคนที่ช่วยไอ้คุณไว้ มันโทรมาบอกไว้เหมือนกันว่าไม่ต้องห่วงมันแล้ว ต้องขอบคุณมากๆ นะครับที่ดูแลน้องในแก๊งค์ผม ก่อนหน้านี้มันถูกทำร้ายหนักจนผมเป็นห่วงจริงๆ” จอมเริ่มรู้สึกสนิทใจกับคนตรงหน้า จากที่ได้คุยกับคุนมา คนๆ นี้น่าจะเป็นตำรวจที่ดีจริงๆ

“ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ตอนนี้น้องคุนกลับไปอยู่กับแม่แล้ว” สารวัตรบอก ปรากฏว่าทั้งสองรู้จักเรื่องของกันมากกว่าที่คิด

“ผมทราบแล้วครับ คุนมันโทรมาบอก พักนี้มันหายไปเลย เห็นว่าเรียนหนัก”

“แล้วนี่ไปไงมาไงถึงมาทำงานพิเศษที่ร้านกาแฟนี้ได้ล่ะ จริงๆ เราต้องไปทำงานชดใช้ที่ร้านล้างรถไม่ใช่หรอ เผลอๆ อาจต้องไปเจอที่หนักกว่านั้นด้วย” สารวัตรชวนคุย ส่วนหนึ่งก็อยากรู้ว่า จอมที่เป็นหัวหน้าแก็งค์ จะโดนโทษอะไรที่มากกว่าปกติหรือไม่

“ที่ร้านล้างรถผมทำชดเชยครบหมดแล้วครับ ส่วนร้านกาแฟนี่ ผมเป็นเจ้าของเอง” จอมตอบด้วยความภูมิใจ

“โห แค่ไม่กี่เดือนนี่ เราถึงกับเปิดร้านกาแฟได้เลยหรอ จริงๆ เป็นลูกคนรวยเหรอ” สารวัตรทึ่งไม่น้อย แต่ก็คงเป็นเด็กบ้านรวยอยู่แล้ว ถึงเอาเงินมาลงร้านกาแฟสวยๆ แบบนี้ได้

“รวยอะไรครับ ผมปากกัดตีนถีบจะตาย แค่มีคนที่จะต้องคอยดูแล เลยต้องผลักดันตัวเองมากหน่อย ไม่งั้นผมเลี้ยงเขาไม่ไหวหรอก” อดีตเด็กแว้นพูดด้วยแววตามุ่งมั่น

“แล้วทำไมถึงมาทำที่นี่ได้ล่ะ ไม่คิดว่าที่นี่จะให้คนนอกเข้ามาทำอะไรได้ง่ายๆ นะ” สารวัตรสงสัย อย่างองค์กรคงไม่มาแบ่งที่ให้เช่าเพื่อหารายได้แค่นี้หรอก

“คือพอดีผมไปขอร้องเจ้าของที่นี่ได้มานะครับ”

“เจ้าของ เรารู้จักเจ้าของที่นี่ด้วยหรอ” สารวัตรสงสัยว่าบอสได้เปิดเผยตัวกับจอมด้วยหรือ

“ใช่ครับ สารวัตรก็คงพอรู้เรื่องเจ้าของที่นี่บ้างอยู่แล้วใช่ไหมครับ ผมเห็นทำงานร่วมกันอยู่นี่ครับ” จอมหยั่งเชิง เขาไม่อยากพูดเรื่ององค์กรออกมาตรงๆ ถ้าอีกฝ่ายไม่เริ่มก่อน

“ถ้าเรารู้จักเจ้าของจริง บอกได้ไหมล่ะว่าเจ้าของที่นี่หมายเลขอะไร” สารวัตรถามเป็นนัย ถ้าเด็กหนุ่มตรงหน้ารู้เรื่องขององค์กรจริง ก็คงจะเข้าใจในสิ่งที่เขาถาม

“สารวัตรหมายถึงเบอร์ศูนย์ใช่ไหมล่ะครับ ผมก็พอรู้เรื่ององค์กรอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ทราบทั้งหมดหรอกนะครับ สารวัตรคงรู้มากกว่า เพราะร่วมงานกันอยู่ จริงๆ ที่รู้บ้างเพราะผมก็โดนองค์กรเล่นงานมาพอสมควร” จอมนึกไปถึงการลงโทษอันน่าอับอายสารพัดที่บอสทำกับเขา แล้วสาบานกับตัวเองว่า จะไม่ทำอะไรที่ทำให้มีโอกาสไปเป็นนักโทษขององค์กรอีกแน่ๆ

สารวัตรทำท่าเห็นใจแล้วถามต่อ

“เราเป็นเจ้าของร้านนี้จริงๆ เหรอ นึกว่าของบอสซะอีก ไปหาตังค์มาจากไหนลงทุนนี่ ทำเรื่องผิดกฎหมายมาหรือเปล่า”

“โอ๊ย ใครจะกล้าครับ ผมเข้ามาพัวพันกับองค์กรขนาดนี้ ถ้าทำเรื่องไม่ดีขึ้นมา ผมก็โดนองค์กรจับไปลงโทษแย่สิครับ ขนาดโดนไปนิดหน่อยยังเข็ดจนตาย” จอมนึกถึงบทลงโทษขององค์กรที่เขาโดนมากับตัวเองและที่ได้ยินได้ฟังมา แล้วอดสยองไม่หาย

“งั้นเรื่องเป็นมายังไงล่ะ น่าสนใจดี ถ้าเราสะดวกไปคุยกันหน่อยซิ พอดีเพื่อนฉันรอนั่งรออยู่นานแล้ว ไปนั่งเล่าให้ฟังด้วยกันหน่อย แต่ไม่ต้องพูดถึงองค์กรล่ะ เดี๋ยวจะวุ่นวายเกินไป” เสือชวน

จอมที่ทำเครื่องดื่มที่สองเพื่อนซี้สั่งไว้เสร็จพอดีรับคำ เขาเรียกเด็กคนหนึ่งให้มาเฝ้าที่หน้าเคาเตอร์แทน แล้วปลดผ้ากันเปื้อนออกเตรียมจะเอาเครื่องดื่มเดินตามสารวัตรเสือไปนั่งคุยกัน นายตำรวจหนุ่มสังเกตเห็นว่าจอมที่ตอนนี้นุ่งกางเกงในตัวเดียวไม่ได้สักลายแบบเดียวกับเด็กเสิร์ฟคนอื่นไว้ก็เอ่ยปากถาม

“ไม่เห็นเรามีรอยสักอันเล็กๆ เหมือนคนอื่นเลย”

“ผมก็เคยมีครับตอนทำงานล้างรถ จริงๆ มันเป็นสติ๊กเกอร์แทตทูที่องค์กรเขาออกกฎให้แปะไว้เวลาทำงาน มันถูออกทีหลังได้ ส่วนน้องๆ ที่มาช่วยงานส่วนใหญ่ก็มีอยู่แล้วเพราะยังทำงานล้างรถอยู่ แต่คนที่มาเสิร์ฟอย่างเดียวเบอร์ศูนย์ก็แนะนำให้ติดไว้ทุกคนเหมือนกันครับ”

“เขาให้ติดไว้ทำไมเหรอ”

“ไม่รู้เหมือนกันครับ เคยถามเบอร์ศูนย์เขาก็บอกว่าเป็นความลับ แต่ก็แย้มๆ มาทีหลังว่าไว้ปกป้องความเป็นส่วนตัวของเด็กที่มาทำงานล้างรถ”

มันยังไงกันนะ จะเกี่ยวกับที่เพื่อนของเขาไม่สามารถส่งรูปที่แอบถ่ายออกไปให้คนอื่นได้หรือเปล่า นี่อาจเป็นมาตรการอย่างหนึ่งที่ปกป้องน้องๆ เยาวชนที่ต้องมาทำงานพวกนี้ในชุดวาบหวิว สารวัตรคิด คราวหน้าถ้าเขาเจอกับบอสเขาจะลองถามดู

ออฟไลน์ barataku

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
ทั้งคู่เดินไปยังโต๊ะด้านนอกที่นายทหารเรือนั่งรออยู่ ตรงสวนหย่อมที่อยู่ติดกันนั้นจอมทำเป็นลานออกกำลังกายขนาดย่อมๆ มีอุปกรณ์ฟิตเนสแบบง่ายๆ ให้เด็กๆ ที่เสร็จงานล้างรถแล้วมาเล่นกัน  ผลพลอยได้ก็คือเป็นอาหารตาของคนที่มานั่งดื่มกาแฟที่ร้านของเขา ตัวอย่างก็เพื่อนของสารวัตรที่นั่งน้ำลายหกมองหนุ่มๆ นุ่งกางเกงตัวเดียวหลายคนที่ยกเวทอยู่บ้าง โหนบาร์อยู่บ้างละลานตาไปหมด

สารวัตรแนะนำให้สองคนรู้จักกันแบบคร่าวๆ แล้วชวนจอมนั่งคุยต่อเป็นการฆ่าเวลาเพราะนัดเพื่อนไว้ค่ำๆ นายทหารเรือส่งสายตาโลมเลียจอมในชุดกางเกงในตัวจิ๋วตัวเดียวแล้วทำท่าทางตื่นเต้นระริกระรี้

“มึงรู้จักกับน้องเขาด้วยเหรอว่ะ น้องครับจำพี่ได้หรือเปล่า น้องเคยล้างรถให้พี่น่าจะซักสองครั้งได้ แล้วพี่ก็มาอุดหนุนกาแฟที่ร้านนี้หลายทีแล้ว”

“จำได้สิครับ พี่เป็นทหารเรือใช่ไหม ผมเคยเห็นพี่ใส่เครื่องแบบมาด้วย เด่นจะตายทำไมจะจำไม่ได้” จอมตอบ เขาเคยเห็นคนตรงหน้าใส่เครื่องแบบสีขาวสะดุดตามาใช้บริการหลายครั้ง

“โอ๊ยดีใจ มาๆ นั่งคุยกันหน่อย พี่ชอบลายสักมังกรของน้องมากเลยนะ” ทหารเรือหนุ่มดีใจมาก เขาติดใจใบหน้าหล่อเข้มแววตาท่าทางเอาเรื่องของหนุ่มรอยสักมังกรคนนี้มาตั้งแต่แรกเจอ

“เออ นี่กูก็ชวนมานั่งคุย จะให้เล่าให้ฟังหน่อย ว่าไปไงมาไงถึงมาเป็นเจ้าของร้านกาแฟได้ เมื่อไม่กี่เดือนก่อน จอมมันยังเป็นเด็กแว้นอยู่เลย กูไปสกัดจับมายกแก็งค์เองแหละ” เสือปูพื้นให้เพื่อนฟัง

“จริงเหรอ ว่าแล้วท่าทางนักเลงไม่เบา” หนุ่มลูกทัพน้ำมองจอมอย่างทึ่งๆ

“ต่อจากที่คุยค้างไว้ ตกลงแล้วเราเอาเงินที่ไหนมาเปิดร้านใหญ่ขนาดนี้นะ” สารวัตรเริ่มบทสนทนาที่คุยค้างไว้

“ที่มามันก็ไม่น่าภูมิใจเท่าไหร่หรอกครับ จริงๆ ทีแรกเลย ผมเดือดร้อนต้องหาเงินค่าเทอมให้น้องชาย เงินเยอะอยู่เหมือนกัน ก็เลยตัดสินใจไปถ่ายแบบนู้ด ไม่ได้โป๊อะไรมากมาย ออกแนวเซ็กซี่ซะมากกว่า ก็เลยได้รู้จักกับพี่ตากล้อง แล้วก็กลุ่มเพื่อนๆ เขา ทีนี้บังเอิญว่าหนังสือขายดีขึ้นมา ทางบริษัทแม่ที่ต่างประเทศของสำนักพิมพ์ ก็เลยติดต่อมาว่าอยากจะรวมอัลบั้มภาพพิเศษของผมอีกเล่ม ทีแรกผมก็ตอบปฏิเสธไปเพราะไม่คิดจะเป็นนายแบบอย่างจริงจัง อัลบั้มแรกที่เกิดได้รับความนิยมขึ้นมา ก็คงเพราะเป็นนายแบบโนเนมหน้าใหม่ทำให้อาจจะดูแปลกตาไปบ้าง แต่ถ้าไปถ่ายหลายๆ ครั้งคนก็คงเบื่อไปเอง แต่พี่ช่างภาพก็ตื้ออยู่หลายรอบว่าสำนักพิมพ์ยินดีสู้ราคา ผมกำลังอยากจะทำร้านกาแฟอยู่พอดีก็เลยตกลง ได้เงินมาก้อนหนึ่ง”

จอมเท้าความถึงเรื่องราวที่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตเขาในเวลาไม่กี่เดือน จากนั้นก็เล่ารายละเอียดต่อ

“ตอนนั้นผมได้ศึกษาเรื่องการทำร้านกาแฟอย่างจริงจังมาพักนึงแล้ว ก็อาศัยไปทำงานพิเศษเพื่อฝึกชงกาแฟอยู่ที่ร้านของเพื่อนที่รู้จักกันตอนมาล้างรถนี่แหละ ระหว่างนั้นผมก็หาทำเลที่จะเปิดร้านกาแฟไปเรื่อยๆ รู้สึกได้เลยว่าอาจจะเป็นเรื่องยากที่สุด เพราะเดี๋ยวนี้ร้านกาแฟมีเปิดทั่วไปแทบจะทุกแห่งหน ร้านกาแฟใหม่ๆ ถ้าไม่ได้มีจุดขายจริงๆ ก็จะต้องอยู่ในทำเลที่ดีมากๆ ถึงจะไปได้ ตอนหลังก็เลยมาปิ๊งไอเดียว่าที่ร้านล้างรถ G-Wash นี่น่าจะเหมาะ เน้นขายลูกค้าที่ล้างรถเสร็จอยากจะนั่งชิลล์ๆ ก่อนกลับ เลยใช้ชุดพนักงานแบบเดียวกันไปเลย ลูกค้าน่าจะชอบ ประหยัดผ้าดีด้วย พนักงานในร้านก็น้องๆ พนักงานล้างรถนี่แหละ คนที่ผมสนิทหน่อย เลิกล้างรถเสร็จก็มาหารายได้พิเศษที่นี่ ตอนล้างรถลูกค้าคุยกับพนักงานไม่ได้ก็มาคุยที่ร้านผมแทน จีบได้นะครับไม่หวง แต่ระวังหน่อยส่วนใหญ่ยังไม่ถึงสิบแปดเลย”

นายทหารเรือรู้สึกว่าพนักงานที่ร้านนี้เป็นจุดขายจริงๆ นั่นแหละ อาจไม่ได้ดูดีขนาดดารา แต่ก็หล่อน่ารักขี้เล่นใสๆ สมวัย ที่สำคัญคือชุดพนักงานนี่กางเกงในตัวเดียวเหมือนกับชุดล้างรถเลย อาจจะเสียเปรียบอยู่บ้างที่ไม่ได้เปียกน้ำจนแนบเนื้อ แต่ก็ชดเชยด้วยระยะที่ประชิดกว่า มากินกาแฟร้านนี้แค่ได้ดูพนักงานเดินไปเดินมาใกล้ๆ ก็คุ้มแล้ว บางคนชอบชวนลูกค้าคุยแถมไม่ค่อยหวงเนื้อหวงตัวอีก

“พอผมเอาเรื่องนี้ไปคุยกับ เอ่อ เจ้าของร้านล้างรถเพื่อขอเช่าที่ทำร้านกาแฟ เขาก็ตกลงทันทีบอกว่าคอนเซ็ปท์ตรงกันกับร้านล้างรถ น่าจะไปกันได้ แล้วก็ขอเข้าหุ้นด้วยนิดหน่อยจะได้บริหารให้เป็นธุรกิจจริงๆ เพราะพอมีหุ้นจะต้องมีการทำบัญชีเพื่อคิดเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น ก็พอดีกับเพื่อนผมคนที่บ้านทำร้านกาแฟอยู่แล้วมาช่วยแนะนำหลายๆ อย่าง ก็อยากเข้าหุ้นด้วย เลยตกลงผมเป็นหุ้นใหญ่ แล้วมีหุ้นเล็กอีกสองคน” ในตอนนั้นจอมได้เข้าไปเสนอธุรกิจนี้กับบอสโดยตรง แต่เขาเลี่ยงที่จะเล่าอย่างละเอียดเพราะสารวัตรก็เกริ่นไว้แล้วว่าเพื่อนเขาไม่ได้รู้เรื่ององค์กร

“แล้วเจ้าของร้านล้างรถนี่เป็นใครกันล่ะ พี่อยากรู้จักเหมือนกัน เป็นคนที่มีวิสัยทัศน์หื่นแจ่มจริงๆ” นายทหารเรือถามถึงด้วยความรู้สึกชื่นชมจริงๆ

จอมสบตากับสารวัตรแล้วตอบผ่านๆ

“ผมก็รู้จักแค่ผิวเผินเท่านั้นแหละครับ ที่บอกว่ามาลงทุนด้วย จริงๆ ก็ไม่ได้มีเอกสารหลักฐานอะไร หุ้นที่เป็นส่วนของเขาก็ยังใช้ชื่อผมอยู่ เวลามีปันผลเขาก็ให้บริจาคเข้าพวกมูลนิธิหรือองค์กรการกุศลต่างๆ ไปเลย”

“เขาก็ไว้ใจเราดีนะ เงินที่มาลงคงหลายตังค์อยู่ ไม่กลัวโดนโกงบ้างหรือ พี่ไม่ได้หมายถึงว่าเราจะโกงนะ แค่พูดแบบทั่วไปน่ะ” นายทหารหนุ่มตั้งข้อสังเกต

จอมยิ้มๆ ไม่ได้ตอบอะไร เขาและสารวัตรแอบคิดตรงกันว่า ใครจะไปกล้าโกงองค์กรกันล่ะ คนที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไรยังสนใจถามต่อ

“ถึงจะมีคนมาร่วมลงทุนด้วยบ้าง แต่ร้านสวยขนาดนี้ก็ยังน่าจะต้องใช้เงินเยอะอยู่ดีนี่”

“จริงๆ ค่าก่อสร้างและตกแต่งร้านนี้ก็ไม่ได้แพงมากนะครับ บังเอิญเพื่อนๆ ของพี่ตากล้องที่ถ่ายอัลบั้มให้ผม เขาทำงานเป็นพวกสถาปนิกและตกแต่งภายในอยู่หลายคน ก็เลยช่วยออกแบบให้ดูดี โดยไม่ต้องใช้วัสดุที่แพงมาก แต่เฉพาะตัวร้านก็หลายแสนอยู่ครับ แถมต้องมีพวกเครื่องชงกาแฟ อุปกรณ์ต่างๆ แล้วก็ค่าใช้จ่ายหมุนเวียนอีก รวมๆ ก็มากโขสำหรับผมอยู่ดี” จอมชี้แจง แต่ไม่ได้บอกออกไปว่า กว่างานออกแบบก่อสร้างจะเสร็จ เขาต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวให้กับกลุ่มนั้นที่มาช่วยงานฟรีๆ ไปตั้งเท่าไหร่

“แล้วเราไปเอาเงินมาจากไหนมากมายล่ะ ลำพังแค่ถ่ายอัลบั้มนู้ดนิดๆ หน่อยๆ ไม่น่าจะได้เงินเยอะขนาดนั้น” ทหารเรือรูปหล่อเริ่มเจาะประเด็นที่เขาสนใจ

“จริงๆ ก็ไม่นิดหน่อยเท่าไหร่หรอกครับ ก็ถ่ายแบบหมดจดเลย ออกจะอล่างฉ่างเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ยังเป็นภาพแบบแนวศิลป์นะครับ ไม่ได้เป็นหนังสือโป๊ พอดีช่างภาพเก่งมาก ถ่ายออกมาซะผมดูดีเลย แต่หนังสือขายที่ต่างประเทศนะครับ ไม่ได้ขายเมืองไทย คิดว่าน่าจะไม่ผิดกฎหมาย” จอมแอบเหลือบมองสารวัตรดูว่าจะว่าอะไรไหม

“อยากเห็นอ่ะ หนังสือชื่ออะไร เผื่อพี่จะฝากเพื่อนซื้อจากต่างประเทศ” ทหารหนุ่มตาลุดโพลงเมื่อรู้ว่าเป็นอัลบั้มรูปเปลือยติดเรต

“ชื่อ A Yakuza Boy In Bangkok ครับ ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าที่ต่างประเทศมันมีขายที่ไหน”

“อ้าวเหรอ แต่พี่อยากดูจริงๆ นะเนี่ย ยังไงคงต้องให้เพื่อนไปลองหาดู” นายทหารเรือบอกด้วยท่าทางมุ่งมั่น

“ถ้าพี่อยากได้จริงๆ ผมก็พอมีเก็บไว้บ้างเหมือนกันครับ ทางสำนักพิมพ์ส่งมาให้ดู แต่ผมไม่รู้จะขายให้พี่เท่าไหร่ดี”

“จริงดิ พี่เอาๆ ให้ราคาตามปกเลย เดี๋ยวทิปให้ด้วย”

“จะดีเหรอครับ รู้สึกมันตั้งเจ็ดสิบเก้าเหรียญเลยนะครับ แล้วเป็นหนังสือติดเรตอย่างนี้ ไม่รู้จะโดนสารวัตรจับหรือเปล่า” จอมพูดพลางเหลือบตาไปมองทางนายตำรวจ

“มันจะจับทำไม แค่ไล่จับโจรก็งานล้นมือแล้ว เราก็อายุเกินสิบแปดแล้วไม่ใช่เหรอ ไปเอามาเลย พี่ให้สามพัน” คนที่อยากดูรูปเปลือยของคนตรงหน้าเต็มทนรีบตัดบท พร้อมเสนอราคาให้อย่างใจปล้ำ

จอมรับคำแล้วรีบเดินเข้าไปในห้องทำงานเล็กๆ ด้านในร้าน ที่นั่นไม่ได้มีหนังสือ A Yakuza Boy In Bangkok แค่เล่มสองเล่มอย่างที่บอก แต่กลับมีหนังสือใหม่เอี่ยมบรรจุใส่ลังไว้เป็นสิบลัง เขาหยิบมาหนึ่งเล่มอย่างดีใจที่ขายได้ราคาดี จอมไม่ได้คิดว่าเขาโก่งราคาลูกค้า เพราะรู้มาว่าตามร้านที่เมืองนอกก็ขายกันราคานั้นจริงๆ เพียงแต่เขาแอบได้มาจากสำนักพิมพ์ในราคาพิเศษตามที่พี่ตากล้องประสานงานให้ เรียกว่ากำไรเกินครึ่งกันเลยทีเดียว เวลาขายก็แอบๆ อ่อยกับลูกค้าที่ท่าทางดูดีมีฐานะอย่างนี้แหละ ทำเป็นเผลอเล่าเรื่องให้ฟัง อัตราความสำเร็จที่ลูกค้าสนใจและขอซื้อเกินเก้าสิบเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ถือเป็นรายได้พิเศษที่เขาเก็บไว้เป็นทุนสำรองเผื่อมีอะไรฉุกเฉินในอนาคต

จอมรู้สึกเขินนิดหน่อยตอนเอาหนังสือมาส่งให้ นายทหารเรือไม่ได้คิดเลยว่าเขาจะอายบ้างหรือเปล่าเพราะพอได้มาก็รีบเปิดดูรูปในหนังสือที่พิมพ์ด้วยกระดาษอย่างดีทันที ในนั้นนอกจากจะมีรูปวาบหวิวเซ็กซี่ๆ เปลือยมั่งไม่เปลือยมั่งอัดแน่นเต็มอัลบั้มแล้ว รูปที่เด็ดจริงๆ ก็มีอยู่มากมายหลายรูป อย่างรูปที่จอมยืนเปลือยทั้งร่างหันหน้าส่องเข้ากระจกเต็มตัว มือประสานไว้ที่ท้ายทอยโดยมีท่อนลำที่กำลังแข็งตัวชี้ไปที่กระจก มีอีกรูปที่เขากำลังนั่งอ้าขาบนโซฟา แล้วเอามือรวบส่วนหัวของท่อนลำมาไว้ที่เหนือสะดือทำให้เห็นพวงสวรรค์ใบเขื่อง  และที่เด็ดสุดคงเป็นรูปที่เขานอนหงายบนโซฟา ปากแดงที่มีไรหนวดอ่อนแบบวัยรุ่นเผยอออกด้วยอาการหอบนิดๆ อย่างเร้าอารมณ์ รูปนี้เป็นรูปที่ถ่ายไว้หลังจากจอมปลดปล่อยออกมาชุดใหญ่ และหลักฐานของเหตุการณ์ที่ว่าก็ไม่ต้องไปมองหาที่ไหน คงต้องใช้คำว่าเจิ่งนองอยู่บนตัวของจอมเอง น้ำขาวข้นกระจายเปรอะไปทั่วทั้งหน้าท้องและหน้าอก แม้แต่สะดือของจอมก็มีน้ำเชื้อของตัวเองขังอยู่เต็ม นี่ยังไม่นับหยาดน้ำข้นคลั่กตรงปลายแท่งทวนอวบใหญ่ที่ยังไม่ยอมอ่อนตัวแม้ว่าจะปลดปล่อยไปชุดใหญ่แล้ว น้ำว่าวไหลอาบชโลมลงมาจนมันวาวน่าเกรงขามไปทั้งลำ ความคมชัดของรูปทำให้ท่อนลำที่ว่าโดดเด้งออกมากระแทกตาราวกับภาพสามมิติ

ถ้าเป็นแต่ก่อนจอมคงรู้สึกอายอยู่บ้างเหมือนกันที่เห็นรูปลับเฉพาะของตัวเองกลายมาเป็นหนังสือขายให้คนทั่วไป ถ้าเป็นเรื่องหุ่นหรือหน้าตาเขามั่นใจในตัวเองพอสมควร แต่นี่ต้องแก้ผ้าโชว์แบบแข็งตัวซึ่งเขาคิดมาตลอดว่าของตัวเองมันใหญ่จนน่าตลก แต่ถ้าคนอ่านชอบกันขนาดที่สำนักพิมพ์ยอมจ่ายค่าตัวเขาตั้งหลายแสนเพื่อจะพิมพ์อัลบั้มเฉพาะกิจที่เขากำลังถืออยู่ในมือเล่มนี้ เขาก็จะตัดความไม่มั่นใจนั้นออกแล้วถือว่ามันเป็นงานอย่างหนึ่งแล้วกัน

สารวัตรหนุ่มมองเพื่อนตัวเองที่ร้องอู้หูอู้หาอย่างมีอารมณ์ระหว่างที่พลิกหน้าหนังสือไปเรื่อยๆ แล้วก็นึกขำในใจ นี่จะไม่สำรวมอาการหื่นบ้างเลยเหรอ ทั้งๆ ที่ตัวนายแบบก็นั่งอยู่ตรงหน้า สารวัตรก็ชำเลืองมองรูปของจอมเหมือนกันด้วยความอยากรู้อยากเห็นแล้วก็รู้สึกโล่งใจนิดหน่อยที่ตัวเองไม่ได้มีอาการอยากมากขนาดเพื่อนข้างๆ เขาไม่ได้รู้สึกรังเกียจอะไรแถมยังยอมรับว่าช่างภาพถ่ายทอดสรีระที่ดูดีอยู่แล้วของอดีตเด็กแว้นตรงหน้ามาได้อย่างงดงามและมีศิลปะจริงๆ แสดงว่าการที่เขารักและมีอารมณ์กับน้องคุนไม่ได้ทำให้เขากลายเป็นเกย์ไปอย่างเต็มตัวอย่างที่กังวล แต่ถึงจะเป็นเกย์ไปจริงๆ เขาก็ไม่ได้แคร์เท่าไหร่แล้ว ตอนนี้คนรอบตัวเขาหลายๆ คนก็เป็นกัน ที่สำคัญเกย์เกือบทั้งหมดที่เขาเจอมาก็ล้วนแต่เป็นคนดีและนิสัยน่าคบทั้งนั้น

“เห้ย พอก่อน เก็บไว้ดูที่บ้านบ้างก็ได้” สารวัตรตัดบท เมื่อเห็นว่าเพื่อนของเขาไม่มีทีท่าว่าจะเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือแต่อย่างใด

“โอ้ย น้องจอมนี่อย่างแซ่บ พี่ถามจริงๆ นะ รูปที่ถ่ายนี่ไม่ได้รีทัชใช่ไหม อะไรพ่อจะให้มาเยอะขนาดนี้” ทหารเรือหนุ่มยังไม่อยากเชื่อว่า เด็กหนุ่มเอวคอดรูปร่างสันทัดตรงหน้าจะมีเครื่องเคราโอฬารน่าเกรงขามขนาดนั้น

“โธ่ ของจริงสิพี่ ไว้พี่มาทานกาแฟร้านผมครบยี่สิบครั้งเมื่อไหร่ ผมพาไปดูในห้องน้ำเลย แต่อย่าจับนะครับ น้องชายผมหวง” จอมวางเหยื่อล่อ นายทหารเรือหนุ่มตรงหน้าน่าจะเป็นลูกค้ารายใหญ่ของเขาได้ในอนาคต หวังว่าน้องชายร่วมโลกท้องชนกันที่พูดถึงคงไม่หวงมากนักนะถ้ามารู้ทีหลัง ทุกอย่างที่ทำก็เพื่ออนาคตร่วมกันของตัวเองและไอลูกคุณหนูคนนั้น

หลังจากนั้นก็อีกพักใหญ่กว่าสารวัตรจะลากเพื่อนทหารเรือออกมาจากร้านของได้ ส่วนตัวแล้วเขารู้สึกชื่นชมที่จอมสามารถถีบตัวเองจากเด็กแว้นที่เหมือนจะเป็นขยะสังคมให้กลายมาเป็นเจ้าของร้านกาแฟที่ขายดิบขายดีได้ เป็นการสร้างอนาคตให้กับตัวเองแถมยังช่วยสร้างงานให้กับคนในแวดวงเดียวกันด้วย ถึงจะได้เปรียบตรงที่จอมสามารถเอารูปร่างหน้าตาและขนาดที่อลังการมาแปลงเป็นเงินทุนได้ แต่การทำธุรกิจอย่างนี้ก็ไม่ใช่แค่มีเงินแล้วจะประสบความสำเร็จ จอมคงต้องศึกษาและพยายามอย่างหนักมาเช่นกัน องค์กรเองก็อาจจะมีส่วนช่วยจอมอยู่เบื้องหลังด้วย

กว่าสารวัตรเสือกับเพื่อนทหารจะมาถึงร้านอาหารที่นัดกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ไว้เวลาก็เฉียดฉิวเต็มทน ต้องโทษเพื่อนตัวดีของเขาที่นั่งแทะโลมจอมอย่างเปิดเผยไม่ยอมลุก นี่ขนาดจอมพูดเป็นนัยๆ ว่ามีคนของตัวเองอยู่แล้วนะ เขานั่งทานข้าวไปดื่มไปกับเพื่อนกลุ่มใหญ่จนเสร็จตอนเกือบสี่ทุ่ม ทั้งหมดสลายตัวแยกย้ายกันไป ที่ไม่ได้ไปไหนต่อก็เพราะหลายคนในกลุ่มมีพันธะแล้วและวีซ่าไม่ผ่านเลยต้องรีบกลับ

สารวัตรเสือถอนใจ ถ้าเป็นตอนที่น้องคุนยังอยู่กับเขา เขาก็คงรีบกลับเหมือนกัน เขาโทรไปคุยกับน้องคุนก็ได้แค่พอชื่นใจเพราะอีกฝ่ายกำลังโหมอ่านเตรียมสอบใหญ่พรุ่งนี้ เขาเตรียมตัวจะเดินออกไปแทกซี่กลับบ้านที่ด้านหน้าเพราะเพื่อนทหารเรือกลับไปก่อนแล้วเห็นว่าต้องไปทำธุระให้อาม่าก็พอดีผ่านโซนที่เป็นผับและมีดนตรีสดเลยตัดสินใจว่าจะลองเข้าไปดู ถ้าบรรยากาศดีก็จะนั่งดื่มชิลล์ๆ แก้เซ็งเพราะไม่รู้จะรีบกลับไปทำไม

ภายในผับยามสี่ทุ่มมีคนคึกคักอยู่พอสมควร หลังจากเดินดูบรรยากาศไปรอบๆ เห็นว่าใช้ได้ ดนตรีก็เล่นดี สารวัตรก็เลยมายืนเล็งๆ อยู่ว่าจะเข้าไปนั่งที่บาร์หรือเปิดโต๊ะไปเลยดี ในตอนนั้นเองก็มีคนเข้ามาทัก

“โทษครับ สารวัตรพยัคฆ์ จำผมได้ไหม”

……………………………………………….

TBC

ออฟไลน์ insomniac

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1484
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-3
มาต่อแล้ว
 o13

ออฟไลน์ kawoat

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 389
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-1
มาแว้วววว แต่จอมก็แอบร้ายนะ ฮ้าๆๆๆ

ออฟไลน์ j123

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 699
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +75/-1
รอนานมาก ชอบๆ ตอนนี้มีจอมออกมาด้วย แต่ยังไงชอบอ่านตอนบอสกับโป๊ปมากกว่า มาต่อเร็วๆ นะ  :call:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด