องค์กรลวงจิต Explicit Content [จบ] ตอนพิเศษ เต้าหู้นมสด [7] 15/01/17
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: องค์กรลวงจิต Explicit Content [จบ] ตอนพิเศษ เต้าหู้นมสด [7] 15/01/17  (อ่าน 176609 ครั้ง)

ออฟไลน์ barataku

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
องค์กรลวงจิต Explicit Content

บทที่ 12

องค์กรเพิ่งได้รายชื่อผู้มีความผิดมาใหม่สองคนพร้อมๆ กัน ทั้งคู่มีความคล้ายคลึงกันหลายอย่างจนดูเผินๆ อาจจะนึกว่าเป็นญาติกัน คนหนึ่งอายุยี่สิบปี อีกคนอายุสิบเก้าปี ดูจากในรูป ส่วนสูงรูปร่างก็ไม่แตกต่างกันมากนัก ด้วยตัวเลขเฉียดร้อยแปดสิบรวมไปถึงผิวขาวขนดกพอประมาณเหมือนกันทั้งคู่ ใบหน้าขาวหล่อคล้ายกันแต่ให้ความรู้สึกคนละแบบ คนแรกหล่อร้ายมีเล่ห์เหลี่ยม ส่วนอีกคนดูเป็นเพลย์บอยหน้าตาดีแบบเถื่อนๆ ถึงแม้ทั้งสองคนจะมีหุ่นที่ดูดีตามสมัยนิยมแต่บอสยังไม่ค่อยพอใจเท่าใหร่ คนนึงดูเป็นกล้ามเนื้อที่ปั้นมาจากการเล่นฟิตเนสและโด๊ปอาหารเสริมจนไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ ส่วนอีกคนมีกล้ามแต่ผอมไปหน่อย บอสชอบแบบที่ดูเป็นหุ่นนักกีฬามีกล้ามแน่นๆ ที่มาจากการออกกำลังหรือใช้แรงงานอย่างสม่ำเสมอมากกว่า

ระบบได้วิเคราะห์และสรุปมูลค่าหนี้สังคมของทั้งคู่ไว้สูงพอสมควร ถ้าโดยทั่วไป คงจะถูกเอาไปประมูลเป็นทาสระดับหนึ่งหรือระดับสองในหมวดเอสโดยมีเวลาชดใช้โทษซักประมาณหนึ่งปี แต่ด้วยความที่ทั้งคู่เพิ่งเรียนอยู่มหาลัยชั้นปีหนึ่ง บอสเลยลังเลที่จะให้ทั้งคู่รับโทษเป็นทาสอย่างเต็มรูปแบบ เพราะมันต้องเสียเวลาไปเป็นปีเพื่อไปอยู่ทำงานตามที่เจ้านายที่ประมูลได้สั่ง ไม่สามารถเรียนเสร็จตามกำหนด อาจจะบังเอิญอยู่ซักหน่อยที่ทั้งคู่เรียนมหาลัยรัฐแห่งเดียวกัน แต่อยู่คนละคณะ มหาลัยชื่อดังแห่งนี้เป็นที่นิยมของเด็กเรียนเก่งมานาน และช่วงหลังเมื่อออกนอกระบบก็ได้เปิดภาคพิเศษที่เข้าง่ายกว่าด้วยค่าเทอมสูงลิบ เด็กมีเงินก็เลยแห่กันมาเรียนด้วย

บอสมีความคิดที่จะเสนอเงื่อนไขการประมูลแบบมีข้อจำกัดเพิ่มเติมในการใช้งานสำหรับทาสทั้งสอง เงื่อนไขที่ว่าคือเจ้านายจะต้องไม่ใช้งานที่ทำให้ทาสต้องขาดเรียนจนมีผลกระทบต่อการเรียนจบ ไม่ใช่เพราะความปราณี แต่บอสไม่ชอบที่จะเห็นทรัพยากรโดยรวมของประเทศเสียไปโดยใช่เหตุ ปกติการตั้งเงื่อนไขเพิ่มเติมแบบนี้จะทำให้ความน่าสนใจของตัวทาสลดลงจนอาจไม่มีผู้เข้าร่วมประมูลก็ได้ แต่เขาตัดสินใจที่จะลองดูก่อน

อีกเกือบสองเดือนนักโทษสองคนนี้ถึงจะสอบไฟนอลประจำภาคเสร็จ บอสคิดว่าหลังจากนั้นถึงจะส่งคนทั้งคู่เข้าประมูลเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับการเรียนในช่วงที่จะเข้าฤดูการสอบนี้ แต่ถึงจะแพลนไว้อย่างนั้น แต่เขาก็กะจะไปเอาตัวมาเลยเพื่อใช้เวลาที่เหลือให้ทั้งสองคนฟิตหุ่นให้ดีขึ้นเพื่อเพิ่มมูลค่าในตอนที่เปิดประมูลจริง

เบอร์ศูนย์ขององค์กรตั้งใจจะจัดหนักกับนักโทษทั้งคู่เพราะสิ่งที่ทำไว้กับเหยื่อซึ่งคือคนที่มีศักดิ์เป็นน้องชายตัวเอง บอสคิดขณะที่ดูข้อมูลสรุปความผิดโดยย่อของคนแรกในระบบ

อาชีพ : นักศึกษาปีหนึ่งคณะมนุษยศาสตร์ภาคพิเศษ, หัวหน้าแก๊งค์ซิ่ง
อายุ : 20 ปี
มูลความผิด : ยักยอกทรัพย์, ทำร้ายร่างกาย, เอาผู้เสียหายไปใช้เป็นของพนันในการแข่งขัน, ล่อลวงผู้หญิงให้ไปมีความสัมพันธ์ทางเพศกับบุคคลอื่น
ผู้เสียหายหลัก : น้องชาย/ลูกพี่ลูกน้อง (ผู้เยาว์)

คนเลวๆ แบบนี้เขาไม่อยากจะจำชื่อให้เสียเวลา คนแรกถ้าได้ตัวมา เขาเลยตั้งใจจะเรียกมันว่าไอฝังมุก ตามอุปกรณ์เสริมสองเม็ดที่เจ้าตัวฝังไว้ที่ท่อนลำของตัวเอง พอทำการวิเคราะห์โดยละเอียดเสร็จ ฐานข้อมูลขององค์กรจะมีข้อมูลครบถ้วนครอบคลุมกระทั่งเรื่องแบบนี้

ส่วนคนที่สองความผิดก็ฐานทำร้ายน้องชายเหมือนกัน ไม่รู้นัดกันหรือเปล่า บอสเบ้ปาก

อาชีพ : นักศึกษาปีหนึ่งคณะวิศวกรรมศาสตร์, แอดมินเวบไซท์ใต้ดิน
อายุ : 19 ปี
มูลความผิด :  ทำร้าย/ทรมานร่างกายและจิตใจ, เผยแพร่ภาพอนาจารของผู้เสียหายเพื่อการพาณิชย์
ผู้เสียหายหลัก : น้องชายบุญธรรม (ผู้เยาว์)

คนนี้หุ่นผอมกว่าอีกคนนึง ตามร่างกายมีเจาะโน่นนิดนี่หน่อย ที่หูนี่ทั้งเจาะทั้งระเบิดใส่ทั้งหมุดทั้งจิว ดูๆ ไปก็เกือบเท่แต่ออกถ่อยซะมากกว่า สะดือก็เจาะ หัวนมก็เจาะ บอสเลยตั้งชื่อเรียกในใจว่าไอเจาะนม แต่เข้าวิศวะมหาลัยนี้ได้แถมไม่ใช่ภาคพิเศษด้วย น่าจะหัวดีเรียนเก่งพอควร ไม่น่าวิปริตเลย

บอสได้ตัวไอฝังมุกหัวหน้าแก๊งค์ซิ่งมาก่อน ตัวจริงที่เจอก็หน้าตารูปร่างเหมือนข้อมูลที่เขาเห็นในระบบยกเว้นผมสีทองซึ่งคงเพิ่งไปย้อมมาก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน เขาป้อนเงื่อนไขของทาสระดับสองให้เป็นการชั่วคราว ในระดับนี้ นักโทษจะมีสติรู้สึกตัวเป็นปกติ แต่ต้องทำตามที่เขาสั่งทุกอย่างหากไม่เกินเงื่อนไขที่กำหนด เขาพาตัวมาที่ห้องของโป๊ปซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่เก็บข้อมูลทำโปรไฟล์เข้าระบบอยู่เป็นประจำ ขั้นตอนหลักๆ ก็มีถ่ายรูป ทำคลิปวิดีโอ และก็วัดขนาดอาวุธประจำกาย

เมื่อมาถึงก็ให้นักโทษแก้ผ้าออกหมด บอสสนใจมุกที่ฝังอยู่มาก เขาไม่เคยเห็นของจริงมาก่อน ถึงกับเรียกเบอร์หนึ่งมาดูด้วยกัน เมื่อสอบถาม นักโทษเจ้าของท่อนลำฝังมุกอธิบายว่า มุกของมันใช้ไข่มุกจริงๆ มาฝัง ทำโดยอาจารย์ที่ดังที่สุดในเรื่องนี้ เม็ดมุกสามารถวิ่งได้ตลอดแนวความยาวและไปได้รอบท่อนลำด้วย ตั้งแต่ฝังมาก็ได้พัฒนาเทคนิคในการเอาสาวๆ จนเด็กในสังกัดทุกคนเสียวแทบขาดใจ บางคนติดใจมันมากจนโงหัวไม่ขึ้นเรียกว่ากลายเป็นทาสสวาทก็ว่าได้ ขนาดใช้ให้ไปนอนกับเพื่อนเขาหรือลูกน้องในแก๊งค์ก็ยอม ไอตัวฝังมุกยังเล่าเรื่องนี้ไม่หยุดอย่างภูมิใจ

บอสไม่ได้เชื่อเรื่องที่หนุ่มโฉดบอกเท่าไหร่ ถึงถูกสะกดจิตอยู่ก็ไม่ได้เป็นการทำให้พูดแต่เรื่องจริงเท่านั้น จากข้อมูลที่องค์กรรวบรวมมา มันมีความผิดฐานบังคับข่มขู่ผู้หญิงรวมอยู่ด้วย แต่เรื่องที่บอกว่าสาวๆ ติดใจกันนั้น อาจจะเป็นเรื่องจริง เพราะเด็กในสังกัดมันเยอะมากจริงๆ แต่ท่าทางมีคนที่สนใจเรื่องนี้ยิ่งกว่าเขา

“บอส มึงว่ากูไปฝังบ้างดีไหม มึงชอบเปล่า” เสียงไอเบอร์หนึ่งถามขึ้นหลังจากที่มันสัมภาษณ์ไอพี่ชั่วยกใหญ่ถึงเทคนิคที่ทำให้สาวหลง แถมยังลองรีดลองคลึงเม็ดมุกอย่างหนักหน่วงให้วิ่งไปวิ่งมาระหว่างที่ท่อนลำที่แข็งตัวจนเจ้าของหน้าแหยเก เรียกว่าลงทุนไม่น้อยเพราะปกติโป๊ปแทบจะไม่แตะต้องตัวนักโทษเลย

บอสมองไปที่เพื่อนตัวเองแล้วคิดอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ ไม่รู้ไอเบอร์หนึ่งมันจะเอาไปใช้กับใคร ของๆ เพื่อนเขามันใหญ่กว่าไอ้เลวนี่อีก ถ้าฝังมุกไปนี่คู่นอนจะไม่เสียเลือดเอาเหรอ ที่ผ่านมาเขาไม่รู้ชัดๆ ว่าเพื่อนตัวเองไปปลดปล่อยความต้องการที่ไหนยังไง เหมือนโป๊ปจะไม่ค่อยอยากให้เขารู้หรือยุ่งเรื่องนี้เท่าไหร่ บอสรู้แค่ว่าคู่หูเขาไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น จริงๆ เขาคิดเอาเองว่าโป๊ปอาจไม่มีคู่นอนเหมือนกับเขาด้วยซ้ำไป เพราะชอบมาชวนเขาดูหนังเกย์แล้วช่วยตัวเองไปพร้อมกัน นี่เป็นพฤติกรรมเดียวที่ทำให้บอสคิดว่าโป๊ปเป็นไบจริงๆ อย่างปากพูด เพราะนอกนั้นไม่เหมือนเลย แต่ถ้าโป๊ปเกิดอาการอยากจะฝังมุกขึ้นมาอย่างนี้ แสดงว่าต้องมีคนที่อยากจะใช้ด้วย บอสนึกด้วยความรู้สึกแปลกๆ ในอก น่าจะเป็นอาการหวงเพื่อนซี้ที่จะทิ้งกันไปมีแฟน

“ฝังไปทำไมวะ เดี๋ยวจู๋เน่า” มันก็อาจเกิดขึ้นได้ใช่เปล่า

“พูดเล่น แค่นี้ก็ใหญ่แล้ว เดี๋ยวจะเจ็บเกิน” ชัดเลย มันมีคนที่อยากจะทำเรื่องพวกนี้ด้วย ท่าทางจะแคร์คนๆ นั้นมากอีกต่างหาก

บอสรีบตัดบทโดยการสั่งให้ไอคนฝังมุกตัวจริงลงไปซื้อก้วยเตี๋ยว คราวนี้เขาจัดพิเศษด้วยกางเกงในบิกินี่ก้นเว้าสูงตัวจิ๋วที่เพิ่งซื้อมาทางเน็ตเป็นการแก้แค้นเผื่อจอมเด็กแว้นความคิดความอ่านดีที่ต้องโดนรับโทษแทนด้วยความเข้าใจผิด พอมันลงไปเขาก็ตามดูเหตุการณ์ผ่านกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ของคอนโดที่โป๊ปแฮ็คไว้ให้นานแล้ว ในลิฟท์ไอฝังมุกที่นุ่งแค่กางเกงในตัวเดียวต้องเจอกับสาวสวยกลุ่มใหญ่แต่งตัวกันสวยเซ็กซี่เต็มที่ท่าทางเหมือนกำลังจะไปงานสังสรรตอนเย็นที่ไหนสักแห่ง กลุ่มสาวสวยเบียดตัวกันที่ด้านหนึ่งของลิฟท์คงจะไม่ไว้ใจ นี่คงเป็นกลุ่มเพื่อนๆ ที่นัดกันมาแต่งตัวที่คอนโดของคนใดคนหนึ่งเพื่อจะออกไปงานพร้อมกัน ถ้าทั้งหมดเป็นคนที่อยู่ประจำจะต้องชินกับภาพหนุ่มหล่อมากหน้าหลายตาที่มาทำอะไรแปลกๆ เปลืองเนื้อเปลืองตัวอยู่เสมอจนแทบจะเป็นเรื่องปกติ

จากนั้นไอฝังมุกก็หายไปนานมากจนแทบจะนึกว่าถูกตำรวจจับข้อหาอนาจารไปแล้วถ้าไม่ใช่เพราะตำรวจท้องที่นี้ก็ถูกนายสั่งให้ชินกับเรื่องแบบนี้ไว้เหมือนกัน แถมขากลับยังเหมือนไปทะเลาะกับ รปภ. จนถูกจับแก้ผ้าค้นตัวอีกท่ามกลางสายตาคนที่เข้าออกลิฟท์ อันนี้บอสเห็นชัดจากกล้องวงจรปิดที่อยู่หน้าลิฟท์ ยังดีที่โดนจับหันหน้าเข้าหากำแพง โป๊ปบ่นหิวใหญ่จนพอไอหัวทองมันกลับมาเจอภารกิจตะขอแขวนมหาภัยแล้วรับน้ำหนักไม่ไหวอยู่สามสี่ทีโป๊ปก็สั่งให้เลิก กลัวของมันจะหักไปจริงๆ แสดงให้เห็นว่ามุกไม่ได้ช่วยเสริมด้านความแข็งแรงอะไร แต่แค่นั้นพวงไข่ที่ห้อยยานก็ถูกถุงร้อนๆ นาบจนแดงก่ำเกือบจะเหมือนเงาะของจริงอยู่แล้ว ครั้งนี้ถือว่าป้าจัดเต็มมาก ไม่รู้ไปทำอะไรให้เหม็นหน้าเอา ปกติหล่อๆ อย่างนี้ป้าจะชอบดูเอ็นจนเอ็นดูเป็นพิเศษ

“นายทำเรื่องที่สั่งไม่สำเร็จ คู่อรินายยังแข็งแรงกว่านี้ตั้งเยอะ เพราะงั้นชั้นจะให้ลงไปซื้อของอีกรอบเป็นการลงโทษ เดี๋ยวลงไปซื้อน้ำที่เซเว่นให้หน่อย ใส่ชุดเดิมไปนะ” บอสพูดหลังจากระลึกถึงท่อนลำที่แข็งปั๋งของเด็กหนุ่มรอยสักมังกรซึ่งเป็นคู่อริกับคนตรงหน้า

ไอ้ฝังมุกหน้าเสีย แล้วก็พูดขึ้นมาว่า “เจ้านายครับ ผมแสบไข่ไปหมด ใส่กางเกงรัดติ้วอย่างนั้นไม่ไหวหรอกครับ ขอกางเกงขาสั้นหรือกางเกงบอลแทนได้ไหม”

บอสชั่งใจ รอยโดนลวกไม่น่าจะรุนแรงขนาดนั้น ที่ดูว่าแดงมากน่าจะเพราะเป็นคนที่ขาวจนไข่แดงอยู่แล้ว แต่ปกติคนที่ถูกโปรแกรมให้เป็นทาสจะไม่ต่อรองกับคำสั่งที่ได้รับ นี่ถ้าไม่เจ็บมากจริงๆ จนสัญชาตญานในการป้องกันตัวมาปลดอำนาจที่ถูกบังคับจิตไว้ ก็อาจจะเป็นเพราะคนๆ นั้น ตะหลบตะแลงเป็นสันดานสามารถโกหกได้โดยไม่ต้องผ่านความนึกคิดที่ถูกควบคุมอยู่

“ถ้าเจ็บมากขนาดนั้น งั้นมึงก็ไม่ต้องใส่กางเกงลงไปแล้วกัน เอ้า กูเมตตาให้ใส่เสื้อตัวนี้ลงไปด้วย เดี๋ยวอุจาดตาเกิน แค่นี้คอนโดกูก็แทบจะเหมือนโชว์บาร์เกย์อยู่แล้ว” โป๊ปพูด พร้อมกับถอดเสื้อยืดที่ใส่อยู่ส่งให้ไอ้ผมทอง โชว์หุ่นแกร่งที่ ถ้าเบอร์หนึ่งซึ่งดูคนเก่งกว่าเขาพูดอย่างนี้ แสดงว่าไอฝังมุกน่าจะตอแหล บอสเลยพยักหน้าให้ทำตามที่โป๊ปสั่ง

หัวหน้าแก๊งค์ซิ่งชะตาตกรับเสื้อยืดมาใส่โดยดี เขาทอดสายตาไปที่กางเกงในเล็กจิ๋วที่คราวนี้เขาไม่มีสิทธิ์ใส่อย่างอาลัย เสื้อยืดพอดีตัวสีแดงแบรนด์ดังทำให้ครึ่งบนของไอฝังมุกดูดีไม่น้อย แต่พอมองท่อนล่างบอสก็ต้องหลุดขำออกมาเพราะชายเสื้อยาวลงปิดส่วนปลายอวัยวะที่ห้อยหัวลงมาอย่างพอดิบพอดี ไอฝังมุกค่อยๆ เดินอย่างกระมิดกระเมี้ยนเหมือนหญิงสาวในชุดเดรสสั้นเสมอจิ๋มออกไปจากห้อง นี่ถ้าไปเจอสาวสวยในลิฟท์เหมือนตอนเที่ยวแรกแล้วตื่นตัวขึ้นมา ท่อนลำฝังมุกที่มันภูมิใจอันนั้นคงทำให้ชายเสื้อเลิกขึ้นจนเห็นไปถึงไหนๆ แน่ โชคดีที่เซเว่นอยู่ติดกับหน้าคอนโดเลยคงไม่ต้องตากหน้าคนข้างนอกเท่าไหร่ถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นมา

บอสนึกมาถึงตรงนี้ก็บอกตัวเองว่าควรจะรีบเคลียร์เรื่องการล่าตัวนักโทษอีกคนด้วย จะได้มารับโทษพร้อมกันไปเลย บอสเลยพักการติดตามชีวิตดาราจำเป็นจากกล้องวงจรปิดของคอนโดไว้ก่อน ยังไงวิดีโอที่กล้องวงจรปิดถ่ายไว้ช่วงนี้จะถูกส่งเข้าไปเก็นในฐานข้อมูลขององค์กรอยู่แล้ว เขาค่อยดูทีหลังก็ได้ บอสจัดตารางเวลาที่จะไปเอาตัวนักโทษคนที่สองมา และเคลียร์เรื่องอื่นๆ ไปซักพักใหญ่ ไอฝังมุกมันก็กลับมาในสภาพเหงื่อแตกท่วมตัวไปหมด หน้าตาตื่น ท่อนลำขยายตัวกว่าตอนที่ลงไป ดันชายเสื้อของโป๊ปที่คลุมไว้อย่างหมิ่นเหม่จนโป่ง มีน้ำซึมออกมาเปียกเป็นดวงเห็นได้ชัด บอสนึกในใจว่าคงไปเจอเจ้าที่มาซะแล้ว ไม่แน่ใจว่าเป็นพวกพี่ๆ เกย์สาวเก้งหนุ่มที่เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันมาซื้อห้องติดๆ กันที่ชั้นยี่สิบ หรือจะแม่หม้ายพราวเสน่ห์รุ่นใหญ่ห้องริมสุดชั้นเดียวกันนี้ หวังว่าคงจะไม่ซวยไปเจอพี่กระเทยสาวเสียบชั้นสิบสองที่นานๆ มาทีนะ ไว้ค่อยดูกล้องย้อนหลังอีกทีแล้วกัน

บอสรีบสั่งให้ไอฝังมุกถอดเสื้อออกไปซักทันทีก่อนที่โป๊ปที่ทำงานอยู่อีกห้องหนึ่งจะเห็น ถ้าไอเบอร์หนึ่งมันเห็นว่ามีน้ำเงี่ยนติดเสื้อมา มันคงเอาเสื้อทิ้งไปเลย เสียดายจะตายชัก พอซักเดี๋ยวเขาจะเอาซ่อนๆ ไว้ พอมันลืม ก็ค่อยเอาไปแอบใส่ตู้เสื้อผ้าคืน เดี๋ยวมันก็หยิบมาใส่ใหม่

บอสกลับเข้าระบบไปเพื่อดูยอดการระดมทุนในหมวดเอ็มของไอ้ฝังมุกที่เขาตั้งไว้ตั้งแต่ตอนที่ทำโปรไฟล์ของมันเสร็จ เขาตั้งมูลค่าเงินบริจาคสำหรับคลิปชักว่าวของมันไว้ที่ 800 บาท ซึ่งจะจัดทำขึ้นถ้ามีผู้บริจาค 75 คนขึ้นไป เพื่อให้ได้ยอดเงิน 60,000 บาท ปรากฏว่าสมาชิกองค์กรไม่ค่อยให้ความสนใจกับมันเท่าไหร่ ที่จริงหน้าตามันก็ใช้ได้ นี่คงเป็นเพราะย้อมผมทองแน่ๆ บอสคิด ถ้าเป็นแบบนี้คงไม่สามารถระดมทุนได้แน่ๆ

ปกติถ้าจะเอาผู้รับโทษไปประมูลเป็นทาสในหมวดเอสอยู่แล้ว องค์กรจะไม่เอาคนๆ นั้นไปหารายได้ในหมวดเอ็ม ยอดหนี้สังคมมีเท่าไหร่ก็จะรวมไปในราคาเป้าหมายการประมูลเลยทีเดียว  แต่เพราะการประมูลจะมีขึ้นอีกสองเดือนข้างหน้า แล้วไอตัวฝังมุกมีหนี้ที่อมเงินค่าเทอมของน้องชายตัวเองไปซึ่งเลยกำหนดชำระมากซักพักแล้ว บอสจึงเอาไอ้พี่สุดชั่วคนนี้มาเข้าหมวดเอ็มเพื่อจะหาเงินไปใช้หนี้ค่าเทอมน้องก่อน แต่ดูท่าทางจะไม่สำเร็จ จอมหัวหน้าแก๊งค์คู่อริกับไอฝังมุกที่ดูแลน้องชายแทนพี่เลวๆ นี้อยู่ คงลำบากไม่น้อยที่จะหาเงินก้อนนี้ให้ทัน

บอสไม่สามารถเอาเงินส่วนตัวไปช่วยเหลือได้เนื่องจากผิดกฎองค์กรที่แม้แต่เบอร์ศูนย์อย่างเขาก็ไม่อยากจะฝ่าฝืน กฎอันนี้เขากับโป๊ปร่วมกันกำหนดหลังจากก่อตั้งองค์กรได้ระยะหนึ่ง การทำงานให้องค์กรทำให้เขาต้องเจอและรับรู้เรื่องราวของคนที่เดือดร้อนมากมาย ถ้าต้องเข้าไปช่วยเองมีเท่าไหร่ก็ไม่พอแล้วก็จะทำให้เป้าหมายที่แท้จริงขององค์กรเสียไปได้ เขาสองคนจึงออกกฎให้การช่วยเหลือเยียวยาต้องทำผ่านกลไกขององค์กรเท่านั้น เพื่อให้คนผิดเป็นผู้รับผิดชอบเองโดยตรง บอสจึงหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อบอกเรื่องนี้ให้จอมรู้แล้วบอกว่าจะพยายามระดมทุนดูอีกครั้ง

.....................

บอสได้ตัวคนที่สองมาหลังจากนั้นสองวัน พอเจอตัวจริงบอสก็ไม่สบอารมณ์เท่าเรื่องทรงผมเท่าไหร่ คนแรกย้อมผมทองก็ว่าขัดลูกตาแล้ว คนนี้ไว้ผมค่อนข้างยาว ปัดเป๋ไปเป๋ แต่มีรอยสัก ที่หูมีทั้งหมุดทั้งจิว สะดือกับหัวนมก็ด้วย ดูแล้วก็งงว่าจะแนวเกาหลีหรือแนวเถื่อนกันแน่ บอสก็ได้เล่าเรื่องขององค์กรคร่าวๆ และแจ้งมูลความผิดให้ทราบแบบเดียวกับเคสอื่นๆ รวมทั้งไอฝังมุกด้วย แต่ตัวนักโทษก็ดูจะไม่สำนึกเหมือนกันทั้งคู่

บอสมีในใจไว้แล้วว่าจะเรียกคนนี้ว่าไอเจาะนม จะได้เข้าคู่กับไอฝังมุกที่มาก่อน แต่เรียกไปเรียกมาก็ยาว เลยย่อเหลือไอมุกกับไอมิลค์พอ ฟังดูเหมือนเป็นพี่น้องกันดีด้วย ไหนๆ ก็รูปร่างหน้าตาไม่ต่างกันมาก แถมเป็นพี่ที่ทำเหี้ยๆ กับน้องชายตัวเองเหมือนกัน งั้นจับมาเข้าคู่เป็นพี่น้องกันเองท่าจะดี

บอสก็พาไอมิลค์มาที่คอนโดของโป๊ปเหมือน ส่วนไอมุกก็นัดมันมาเจอที่เดียวกัน ระหว่างนี้เขาให้ไอมุกไปอยู่บ้านตัวเองเป็นหลักเพราะยังไม่ได้เป็นทาสเต็มรูปแบบ ให้มันไปเรียนหนังสือตามปกติ ถ้ามีอะไรก็ค่อยนัดมา จำเป็นจริงๆ ถึงให้ค้างแล้วแต่ภารกิจที่ให้ทำ บอสกะจะทำอย่างนี้กับไอมิลค์ด้วยเหมือนกัน ให้มันอยู่ที่บ้านพวกมันไป อีกตั้งสองเดือนกว่าจะถึงเวลาเอามาประมูลเป็นทาส ระหว่างนี้จะได้ไม่มาเกะกะลูกตา

ถึงจะเรียนปีหนึ่งที่มหาลัยเดียวกันแต่ไอสองคนนี้ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน อันที่จริงพอมันเจอหน้ากันครั้งแรกที่คอนโดมันก็เขม่นกันซะแล้ว พอคิดว่ารูปร่างหน้าตาคล้ายกันขนาดนี้ แสดงพวกมันน่าจะเหม็นหน้าตัวเองด้วย บอสเริ่มเก็บข้อมูลไอมิลค์เพื่อทำโปรไฟล์เข้าระบบแบบเดียวกับที่ไอมุกโดนเมื่อสองสามวันก่อน ถ่ายรูปเปลือยท่าต่างๆ ทำคลิปวิดีโอ และก็วัดขนาดอาวุธประจำกาย ซึ่งก็ดันมีขนาดใกล้กันอีกคือเกือบแปดนิ้ว ไอมิลค์มีเจาะหัวนมข้างซ้ายใส่จิวอันเล็กไว้ แล้วก็มีที่สะดืออีกอัน ไม่รวมรอยสักกราฟฟิกตรงไหล่ขวา ทำให้เวลาถ่ายรูปแล้วมีอะไรน่าสนใจ เห็นรูปร่างหน้าตาดีๆ แบบนี้ ใครจะรู้ว่ามีรสนิยมซาดิสต์ ชอบทรมานให้คนอื่นเจ็บปวด ไม่เว้นแม้คนที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องชายตัวเอง บอสคิดอย่างรังเกียจ

พอเก็บข้อมูลทำโปรไฟล์เสร็จ บอสก็คิดว่าไหนๆ ไอมุกก็อยู่ด้วยแล้วเลยจัดชุดพิเศษให้ทั้งสองคนถ่ายรูปร่วมกันในแบบพี่ชายน้องชายแนว Bromance มีทั้งกอดคอ โอบไหล่ หนุนตัก ขี่หลัง วิ่งไล่กัน แถมหอมแก้มจูบหน้าผากด้วย แน่นอนว่าถ่ายทั้งเปลือยๆ นั่นแหละ ดูจากท่าทางแล้วไอสองคนนั้นมันคงขยะแขยงกันเองมาก โดยเฉพาะท่าที่หันหน้าชนหากันแล้วเอามือทาบประกบกันเหมือนเป็นเงาสะท้อนกระจก เห็นขนลุกขนชันทั้งคู่แต่ก็ขัดขืนไม่ได้ บอสถ่ายรูปและคลิปอยู่เพลินๆ โป๊ปก็กลับมาจากที่ทำงานมามองๆ ดู แล้วก็ส่ายหน้าให้กับความพิเรนทร์ของเบอร์ศูนย์ แล้วรีบเข้าห้องไปเหมือนทนดูไม่ได้ บอสรีบเก็บงานสุดท้ายที่ให้ทั้งคู่ปั่นจนแข็งเอาท่อนเนื้อมาเทียบขนาดกันแบบเนื้อแนบเนื้อ ซึ่งทั้งคู่ก็ต้องทำตามอย่างสะอิดสะเอียน


ออฟไลน์ barataku

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0

พอเสร็จชุดรูปคู่แล้ว บอสยังไม่ให้มิลค์ไปโดนรับน้องที่ร้านก้วยเตี๋ยวเพราะช่วงนี้กินบ่อยจนเบื่อ และเขาก็มีเรื่องขัดอกขัดใจที่อยากทำให้เสร็จก่อน เขาโทรไปที่ร้านซาลอนชายเจ้าประจำ ที่อยู่ไม่ไกลกับคอนโดนัก

“เจ๊ นี่บอสนะ มีเด็กจะส่งไปให้ช่วยจัดการหน่อย”

“ว้าย คุณบอส ไม่ได้ส่งคนมาซักพักแล้วนะคะ เจ๊คิดถึงจนจะลงแดงแล้ว”

“เที่ยวนี้มีสองคนเลย ไอ้หัวทองนี่ช่วยย้อมกลับมาเป็นสีดำให้หน่อย ส่วนคนที่เจาะนมทำผมทรงเกาหลีเสื่อมๆ นี่ ช่วยตัดสั้นๆ ให้เป็นผู้เป็นคนขึ้นมาทีเถอะ ตัดทรงเดียวกันทั้งสองคนเลยก็แล้วกัน ขอฟรีเหมือนเดิมนะ”

“วุ๊ย ฟรีอีกแล้วเหรอค้า นี่มีย้อมด้วย เจ๊ไม่ได้อะไรเลย”

“ก็เหมือนเดิมไงเจ๊ กางเกงในตัวเดียว เที่ยวนี้หล่อคู่เลยนะ”

“แต่นี่มีย้อมด้วยนะ งั้นเจ๊ขอลูบๆ คลำๆ บ้างได้ไหม”

“อ่ะ ก็ได้ แต่ระวังอย่าให้ช้ำมากก็แล้วกัน เด็กยังใหม่อยู่”

“เริ่ดมากค่ะ ขออีกชั่วโมงนะคะ เจ๊จะเคลียร์ลูกค้าแล้วปิดร้านคอย”

“อย่าลืม ห้ามถ่ายรูปถ่ายคลิปเด็ดขาดนะเจ๊”

บอสวางสายลง เจ๊ร้านซาลอนไม่ได้รู้เรื่องอะไรขององค์กรหรอก แต่ก็ใช้บริการกันหลายครั้งแล้ว ดูเหมือนจะคิดไปว่าเขาเป็นพวกเอเจนซี่นายแบบนู๊ดอะไรไปโน่น คิดอะไรก็ช่าง ที่ใช้บริการเรื่อยๆ เพราะฝีมือดีแล้วก็ยอมทำให้ฟรี จะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายองค์กร ร้านก้วยเตี๋ยวก็ไม่ได้มีอะไรกับองค์กรเหมือนกัน แต่ที่ดูเหมือนรู้เยอะ เพราะแกไปหลอกถามเด็กคนโน้นนิดคนนี้หน่อยแล้วมาประติดประต่อเองเรื่องผิดๆ ถูกๆ แต่ก็ไม่ได้สร้างปัญหาอะไร

หลังจากใกล้ครบหนึ่งชั่วโมง บอสก็ส่งทั้งสองคนไปที่ร้าน คราวนี้บอสสั่งอย่างว่า

“พวกนายลงไปที่ร้านซาลอนถัดจากคอนโดไปสองซอย ชั้นอนุญาตให้ใส่เสื้อผ้าได้หนึ่งชิ้น เลือกเอาเองแต่ห้ามเป็นกางเกงชั้นนอกนะ”

ไอมุกในฐานะผู้มีประสบการณ์มันตัดสินใจได้ทันทีว่าเอากางเกงในไว้ก่อน ถึงโดยรวมจะเผยเนื้อหนุ่มมากว่าการเลือกเสื้อ แต่เวลาเดินดูกระชับปลอดภัยกว่าเยอะ เขายังขยาดเหตุการณ์ถูกรุมบีบสยองในลิฟท์แบบจับมือใครดมไม่ได้มาแล้ว ส่วนไอมิลค์มาเหนือเมฆเพราะใส่มาทั้งบอกซ์เซอร์และกางเกงใน ก็เลือกบอกซ์เซอร์ซึ่งดูมิดชิดไปอย่างไม่ต้องคิดอะไรแล้วหันไปทำหน้าเยาะเย้ยเพื่อนร่วมชะตากรรม

ระหว่างทางไอมิลค์คิดว่าตัวเองโชคดีมากเพราะสายตาคนที่ผ่านไปผ่านมาจ้องไปที่ไอมุกคนเดียว ก็หนุ่มรูปร่างหน้าตาดีมาเกินนุ่งกางเกงในเป้าตุงอยู่ข้างถนนคงหาดูไม่ง่ายเท่าไหร่ นี่ขนาดหล่อแค่ครึ่งของเขาเองนะ ไอมิลค์คิด ส่วนเขาก็ใส่บอกซ์เซอร์เดินชิลล์ๆ ไม่ต้องเปลืองตัวเท่าไหร่ พอไปถึงร้านซาลอนก็มีเจ้าของร้านซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นกระเทยหรือผู้หญิงร่างใหญ่ออกมาต้อนรับ

“ว๊าย มาแล้วๆ หล่อน่าลากทั้งคู่เลย อาไร๊ หนูเจาะนมด้วยเหรอลูก น่าดูดเป็นที่สุด อุ๊ย น้องคนนี้เป้าอูมแน่นมาก ตื่นเต้นเหรอคะที่เจอหน้าเจ๊ เด็กๆ มาช่วยกันเร็ว ผู้ชายแซ่บๆ มาเสิร์ฟถึงที่แล้ว”

ทั้งคู่ตัวแข็งเมื่อเห็นกลุ่มคนหลากเพศหลายคนกรูกันเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง มีทั้งสาวประเภทสอง เกย์สาว คนที่ดูท่าทางน่าจะเป็นผู้ชายและผู้หญิงจริงๆ ก็มี เอาเข้าจริงก็ไม่แน่ใจกว่าใครเป็นอะไร แต่ที่แน่ๆ มือไม่รู้กี่มือก็ลูบคลำตามตัวไปหมด สองคนสามัคคีกันโดยไม่ตั้งใจ หันหลังพิงกันแล้วทั้งต่อยทั้งถีบไปที่เหล่าผู้ลุกล้ำน้อยใหญ่ที่รุมกันเข้ามา ปากก็ตะโกนด่า

“ไอสัด อยากแดกของกูเหรอ ได้ เอาตีนกูไปกิน”

ขณะกำลังชุลมุลอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เจ๊เจ้าของร้านวิ่งหลบหมัดพลางกดรับมือถือ

“เจ๊เหรอ ขอโทษที ไอสองคนนั้นไปถึงยัง ขอคุยกับมันนิดนะ” บอสส่งเสียง เขาลืมสั่งเรื่องสำคัญไป

“โอ๊ย กำลังอาละวาดใหญ่เลย ลูกน้องเจ๊แย่แล้ว ว้ายๆ อย่าถีบดั้งน้องเมนี่อย่างนั้น เพิ่งไปทำมา” เจ๊ลนลาน สองคนนี้ทั้งถ่อยทั้งเถื่อนไม่เหมือนคนก่อนๆ ที่ดูสงบเสงี่ยมดี

“ผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อย เจ๊เปิดสปิกเกอร์โฟนดังๆ เลยนะ” เจ๊รีบทำตาม

“เฮ้ย ไอมุก ไอมิลค์ หยุด ห้ามมีเรื่องเด็ดขาด ไม่ว่าจะกับใคร” สองหนุ่มโฉดรีบหยุดทันที

“ให้พวกเจ๊เค้าตัดผมดีๆ เค้าจะลูบคลำบ้างก็อย่าไปหวงเนื้อหวงตัวปกปิดอะไร” บอสสั่งต่อ

“คนที่เจาะนมโกงนะคะ ใส่บอกซ์เซอร์มา ไหนตกลงกันไว้ว่าจะใส่กางเกงใน” เจ๊ฟ้อง

“อ้าวเหรอ งั้นมิลค์ นายถอดบอกซ์เซอร์ออกแล้วกัน เจ๊โอเคไหม แต่ถอดให้ดูอย่างนี้พวกเจ๊ห้ามจับนะ”

“กรี๊ด ได้ค่า เจ๊ดูของคนนึง แล้วไปจับอีกคนนึงก็ได้ ฟินพอกัน”

ไอมิลค์หน้าซีดเผือด นี่เขาต้องโชว์ของสงวนให้เหล่าเจ๊ดูกันจะๆ ตรงนี้เหรอ รู้งี้เขาเลือกกางเกงในอย่างไม่ต้องสงสัย แต่แล้วสมองก็สั่งให้ถอดบอกซ์เซอร์ออกจนเปลือยหมดทั้งตัว ท่อนเนื้อห้อยสงบนิ่งดูยาวใหญ่ทั้งที่หดตัวกว่าปกติด้วยซ้ำ บรรดาสาวๆ มองเป็นตาเดียวกัน ลืมความโหดของหนุ่มคนนี้ไปในบัดดล

“โอ้ย ของดีโอทอปอะไรอย่างนี้ โอ๋ๆ ไม่ต้องกลัวนะลูก พวกเจ๊ไม่ได้หื่นขนาดนั้น ขอดูด้วยสายตาก็พอ ส่วนพ่อหนุ่มคนนี้ เสียดายที่จะไม่ได้เห็น เจ๊ขอลูบๆ คลำๆ นิดหน่อยนะจ๊ะพอกระชุ่มกระชวย” เหล่าเจ๊ปลอบเมื่อเห็นทั้งคู่เหมือนจะรังเกียจเอามากๆ แต่ลับหลังแอบซุบซิบกันอย่างเจ้าเล่ห์

แล้วพวกเจ๊ก็แบ่งทีมกันทำงาน พาสองหนุ่มโฉดไปสระผม ระหว่างสระ ไอมุกก็โดนลูบไล้ร่างกายไปทั่ว แต่มันไม่เกิดอารมณ์ซักนิดเดียว จนสระผมเสร็จมานั่งเป่าผมบนเก้าอี้ ทีวีจอใหญ่ในร้านก็ฉายหนังเอวีญี่ปุ่นขึ้นมา เก้าอี้ถูกหมุนให้หนุ่มทั้งสองหันหน้าไปทางจอที่มีสาวญี่ปุ่นวัยรุ่นหลายคนกำลังประกอบกิจกามอย่างถึงพริกถึงขิง มีบางคนถูกทรมานจนร้องเสียงครางดังระงมไปหมด ไอมิลค์แย่หน่อยที่ไม่มีอะไรปกปิด ทั้งๆ ที่พยายามไม่สนใจแต่ท่อนเนื้อก็ผงกหัวขึ้นทีละนิดๆ จากฉากเอวีที่ออกจะซาดิสต์นิดๆ ถูกรสนิยมจนผงาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาอายจนหน้าแดงก่ำไปหมด ปกติเขาเป็นแต่ผู้กระทำแต่คราวนี้กลับถูกคนพวกนี้รุมมองเหมือนเป็นวัตถุทางเพศ ถ้าไม่ถูกองค์กรควบคุมจิตอยู่อย่างนี้ ไอ้อีพวกนี้ต้องโดนชกให้จมูกหักหรือปากแตก บางทีอาจจะเอาไม้ฟาดซ้ำ เขามองไปที่กรรไกรตัดผมแล้วคิดว่าถ้าเอาปลายแหลมๆ กรีดไปที่ผิวหนังของพวกที่รุมล้อมเขาอยู่นี้ให้เลือดออกซิบๆ มันจะสวยงามขนาดไหน ยิ่งคิดก็ยิ่งแข็งตัวจนบวมเป่งน้ำเงี่ยนไหลย้อยท้าสายตา เหล่าผู้ชมที่ไม่รู้ว่าคนตรงหน้ามีความคิดที่วิปริตแค่ไหนกับตัวเองต่างซี้ดปากอย่างสมใจในภาพสวยงามตรงหน้า

ทางฝั่งไอมุกก็เกิดอารมณ์ไม่แพ้กันแต่โชคดีที่กางเกงในมันค่อนข้างแน่นหนาทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงได้แค่ความโป่งพองจากภายนอก สาวคนนึงแท้ไม่แท้ไม่รู้เดินถืออุปกรณ์มาใกล้แล้วเหมือนเดินสะดุดจนของเหลวกลิ่นฉุนในขวดที่ถืออยู่ราดไปบนกางเกงของไอมุก

“อุ้ย ขอโทษค่า ว๊าย ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์หกไปโดนเป้าเลย จะเอามาผสมน้ำยาย้อมผมซะหน่อย อันตรายมากนะคะ ต้องรีบล้างออก ไม่งั้นไข่ไหม้แน่”

ไอมุกรีบลุกขึ้นอย่างตกใจ รอยถูกนาบด้วยถุงก้วยเตี๋ยวร้อนๆ ยังเพิ่งจะค่อยยังชั่วขึ้น จะปล่อยให้มันไหม้อีกไม่ได้ เขารีบถอดกางเกงออกอย่างลืมอาย วิ่งโทงเทงไปที่อ่างสระผม แล้วเปิดน้ำราดทันที เกิดเหตุการณ์ขนาดนี้แล้วของเขายังไม่อ่อนตัวลงเท่าไหร่ สาวคนที่ทำให้เขาเกือบสูญพันธ์วิ่งถือกางเกงที่เขาถอดไว้วิ่งตามมาแล้วบอกว่า

“หนูช่วยล้างให้นะคะ ว๊าย ฝังมุกด้วย เจ๊ๆ มาดูกันค่า” ว่าแล้วก็ทั้งจับทั้งถูเป็นการใหญ่ ถูไปถูมาเจ้าหล่อนก็จับชักเอาดื้อๆ ไอมุกพยายามดิ้นหนีแต่ถูกล็อคตัวไว้ด้วยพละกำลังที่เกินชาย ท่อนลำยังถูกสาวอย่างต่อเนื่องจนหมดแรงดิ้นและกระฉูดน้ำขาวข้นมามาเต็มมือเจ๊ร่างยักษ์ที่แทนตัวเองว่าหนูในที่สุด เจ้าหล่อนชูมือที่เปรอะน้ำว่าวสดๆ ไปทางเพื่อนๆ อย่างภูมิใจ เสียงปรบมือชื่นชมดังสนั่น

ไอมิลค์มองความน่าสมเพชของอีกคนด้วยความขบขำ จะโง่ไปไหน ขนาดไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ยังไม่รู้จัก ส่วนตัวเขารู้จักดี ก็แค่น้ำยาล้างแผล เขาเอาไว้ใช้ทำแผลให้คู่นอนอยู่บ่อยๆ ตอนหายหน้ามืดจากอารมณ์ซาดิสต์หลังจากเสร็จกิจ บางทีก็ใช้รักษาแผลหลังทรมานน้องชายลูกติดแม่เลี้ยงเสร็จ ว่าแล้วก็คิดถึงเนื้อใสๆ อ่อนๆ เวลาเป็นรอยแดงขึ้นมา แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เหรอที่ทำให้เขาต้องถูกจับมารับโทษแบบนี้

“เอ้า หนุ่มอีกคนอยากจะโดนอย่างเพื่อนไหม เลือกเอาเลยจะคนไหน อุ้ย ลืมไป พวกเจ๊แตะตัวเราไม่ได้นี่นะ หุหุ งั้นช่วยชักว่าวให้พวกเจ๊ดูหน่อยนะ... ถ้าอยากได้ไอนี่คืน”

ว่าแล้วเจ๊เจ้าของร้านก็โบกกางเกงบอกซ์เซอร์ที่ไอมิลค์ถอดทิ้งไว้ไปมาทำให้เจ้าของกางเกงถึงกับหน้าเปลี่ยนสี ถ้าไม่มีกางเกงตัวนั้นเขาจะกลับคอนโดได้ยังไง หนุ่มวิปริตถึงกับกับน้ำตาคลอเมื่อค่อยๆ เอื้อมมือไปรูดแท่งเนื้ออวบยาว ท่ามกลางเสียงเชียร์ของลูกน้องเจ๊ที่รุมอยู่ สาวไปเรื่อยๆ แล้วก็เร่งจังหวะจนกระฉูดออกมาตามเพื่อนร่วมชะตากรรมไปอีกคนท่ามกลางเสียงปรบมือดังลั่น

“มุกนี้ใช้ได้เรื่อยๆ นะเจ๊ ไม่ต้องแกล้งทำเป็นสะดุดเหมือนอีนี่ด้วย แอ็คติ้งหยาบมาก วันนี้เป็นบุญตาจริงๆ ว่าแล้วทำไมเจ๊ไม่ย้ายร้านไปขึ้นห้างหรูๆ ให้สมฝีมือซักที” สาวสองผู้ช่วยพูดกับเจ้าของร้านอย่างอิ่มใจ

“อ้าว สองคนอย่าเพิ่งหมดแรง ยังไม่ได้ย้อม ไม่ได้ซอยเลย ทำต่อเลยนะ กางเกงยังไม่ต้องใส่หรอก พวกเจ๊เห็นกันหมดแล้ว ไม่ต้องอายนะ ของสวยงามอลังการดาวล้านดวงขนาดนี้ พวกเจ๊จะได้มีกำลังใจทำให้ออกมาหล่อๆ ขึ้นไปอีก”

ว่าแล้วเหล่าเจ๊ๆ ก็เริ่มขั้นตอนที่เหมือนร้านทำผมปกติซะที สองคนอายจนเลิกอาย ยอมให้ทำแต่โดยดี ถึงในใจจริงๆ จะแค้นมากแต่เนื่องจากมีคำสั่งของบอสไว้ว่าอย่ามีเรื่องกับใครจึงไม่สามารถทำอะไรได้ดั่งใจ อันที่จริงถ้าพวกเจ๊ทำในสิ่งที่สอดคล้องกับคำสั่งของเจ้านาย สองคนนี้จะไม่รู้สึกโกรธเลยเพราะเป็นเงื่อนไขที่ถูกควบคุมจิตไว้ แต่พอโดนทำในสิ่งที่เกินกว่าคำสั่งโดยใช้อุบายและการบังคับข่มขู่ ทั้งคู่จึงรู้สึกโกรธแค้นตามนิสัยจริง

พอย้อม สระ ซอย เสร็จ ทั้งคู่ก็มานั่งเซ็ทผมขั้นตอนสุดท้ายข้างๆ กัน ถึงจะเกลียดอีเจ๊พวกนี้แทบอยากจะฆ่าให้ตาย แต่หนุ่มโฉดทั้งคู่ก็ต้องยอมรับในใจว่าร้านนี้มีฝีมือจริงๆ ผมสีดำของทั้งคู่ถูกตัดเป็นทรงสั้นแบบเดียวกันดูดีอย่างมีรสนิยม ทำให้มีเสน่ห์แบบผู้ชายมากขึ้น ความปราณีตประหนึ่งทีมงานที่เซ็ทผมให้ดาราดัง พอตัดผมทรงเดียวกันยิ่งทำให้ทั้งคู่ดูคล้ายกันมากจนเจ๊ต้องออกปาก

“เอ เป็นพี่น้องกันหรือเปล่านี่ ดูเผินๆ ยังกะฝาแฝดเลยนะ แต่คงไม่ใช่หรอก เพราะเส้นหมอยมันหยิกคนละแบบกัน” เจ๊วิจารณ์อย่างผู้ชำนาญในเรื่องเส้นผม

TBC

ออฟไลน์ korinasai

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 311
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
ทำผิดไว้เยอะโดนซะบ้าง!!
ชอบจังเลย โมเมนต์แอบรักเพื่อนเนี่ย แอบหวงกันเข้าไป
 :hao6: :hao6:

ออฟไลน์ bebe

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 672
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-5
ถ้าจำไม่ผิดคุณเคยเขียนนิยายแนวนี้ที่บอร์ดแห่งนึงปะคะ
ถ้าใช้การเขียนของคุณเป็นลายเซ็นมาก เรื่องนั้นก็สุดยอด เรื่องนี้ก็สุดยอดอีกเช่นเคย

ออฟไลน์ insomniac

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1484
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-3
โดนแค่นี้ยังเบาๆ นะ ขอหนักๆ เลยได้เปล่า  :z1:

ออฟไลน์ Vocaliist

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-2

ออฟไลน์ RikuNaru

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ kothan

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 127
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
เอิ่ม......เส้นฮะมอยมีหยิกต่างกันด้วยเหรอคะเจ๊??

ออฟไลน์ barataku

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
คุยกันซักนิดครับ

ขอบคุณทุกๆ คนที่ติดตาม มีหลายๆ คนให้กำลังใจกันสม่ำเสมอ ถึงจะเป็นแค่คนกลุ่มเล็กๆ เพราะเรื่องนี้มันค่อนข้างเฉพาะทางจริงๆ แต่ก็รู้สึกอบอุ่นมากครับ ทำให้มีกำลังใจเขียนต่อไปเรื่อยๆ
Moko1212
sirin_chadada
cheyp
★KVH™★
yymomo
korinasai
insomniac
Vocaliist
Pittabird
pui_noizๆ
pakawatkheeta
kothan
เกลียวคลื่น
bebe
RikuNaru

ใจจริงอยากตอบเม้นท์ทุกคนเลยครับ แต่เดี๋ยวมันอาจจะรุงรังไป เลยขออนุญาตหยิบมาเฉพาะที่อยากขยายความเพิ่มเติมให้นะครับ

ถ้ามีแบบบอสจริงๆก็ดีสิ เดี๋ยวนี้สังคมเราพัฒนาแต่วัตถุ แต่จิตใจกลับย่ำอยู่ที่บางคนถึงขั้นถอยหลัง

ถ้ามีแบบบอสจริงๆคงช่วยลดลงไปได้เยอะ

บอสสสส น้องเมเค้าสำนึกจริงหลอ ตามไปซ้ำเร๊วเหมือนจะชินไปซะละ  :katai1:

อย่าใจร้ายกับน้องเมเลยครับ เค้าแค่เผลอไป ตอนนี้สำนึกผิดแล้ว


ชอบเรื่องนี้มากครับ ได้เห็นความเซ็กซี่รูปแบบใหม่ๆบ้าง

ในบอร์ดเห็นแต่เรื่องเดิมๆ จำเจ รักมหาลัย ม.ปลาย พี่รักน้อง บลาๆ

อยากเจอคนเขียนตรงๆแบบนี้มานานละ ชวนคิดถึงคุณ nariza6

ผมชอบแนวนี้นะ เพราะชีวิตจริงมันไม่มีมากนัก อ่านแล้วมีรมมากมาย

อยากอ่านอะไรแปลกๆ ชวนหลงไหลมากกว่านี้อีก

หวังว่าขึ้นต้นแรงๆขนาดนี้ คงไม่น่าเบื่อกลางเรื่องนะฮะ....

เป็นกำลังใจให้จ้าา ชอบแบบหื่นๆ จัดมาที 555+

ชอบคุณ nariza6 มากๆ เหมือนกันครับ เวลาเขียนบทแบบนั้นไม่ออก ต้องไปแอบอ่านงานของคุณ nariza6 เป็นการสร้างแรงบันดาลใจ


เนื้อเรื่องแปลกใหม่ดี. น่าติดตาม. ไม่เน้นรักหวานแหวว. หรือรักแบบตบจูบ.  มีสาระดี. ใครทำเลวไว้ สมัยนี้กรรมติดจรวด ไม่ต้องรอชาติหน้า

นอกจากความหื่นแล้ว นี่คือธีมของเรื่องอีกครึ่งหนึ่งเลยครับ อยากให้คนไม่ดี ได้รับผลกรรมเร็วๆ ถ้าบางเรื่องการบังคับใช้กฎหมายมันยังไม่ค่อยได้ผล ก็อยากให้มีองค์กรแบบนี้เข้ามาช่วย


ยังไงดีล่ะ อ่านจนหมด อึ้ง ทึ่งฮะ ปกติชอบแนวแฟนตาซีนะ ย้อนกลับไปอดีต มีเวทมนต์ แต่เรื่องนี้มันไม่ใช่ มันอะไรยังไง แรงบันดาลใจคืออะไร มันแปลก มาก ถึง มากที่สุด เรียกว่าจับทางไม่ถูกเลยฮะ
ภาษาที่ใช้ การดำเนินเรื่อง ความน่าติดตาม เรียกว่า ยอดเยี่ยม
แต่ตัวเนื้อหานั้น อืม เม้นท์ไม่ถูกฮะ มันไม่ได้ล้ำไปโลกอนาคตแต่มันล้ำชนิดที่เกินการคาดเดา เขียนแนวนี้จะมีข้อดีอย่างหนึ่งคือจะผูกเรื่องยังไงก็ได้ ไม่มีผิด ไม่ต้องมีการพิสูจน์ ซึ่งถ้าองค์ประกอบทุกอย่างดีและลงตัว มันก็จะเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว
จะรออ่านจนจบเรื่องและจะเป็นกำลังใจให้นะฮะ
ขอบคุณมากฮะ
ปล. เข้าใจว่าคงตรวจทานตัวอักษรก่อนเอามาลงแล้วใช่ปะฮะ เพราะที่ผ่านตาคร่าวๆ ยังไม่เจอที่ผิดเลยฮะ เยี่ยมจริงๆ ฮะ

ขอเรื่องสะกดจิตไว้เรื่องหนึ่งครับ ที่เหลือจะพยายามเขียนให้สมจริงและมีเหตุมีผลให้มากที่สุด ตัวสะกดก็พยายามตรวจก่อนครับ แต่ก็อาจมีหลุดบ้าง


ช่วยดัน จ้าา

มาต่อไวๆน้า ขอแบบเซ็กซี่ๆ บ้างก็ดีนะ

แบบเปิดทีละนิดทีละหน่อย อะจ้าา

 :hao6:

บางทีเปิดหมดเลยทีเดียวมันดู ไม่เร้าอารมณ์

พลังแห่งความหื่นจงเจริญ.....

 :hao7:

555 รู้ตัวว่าหื่นไปครับ แต่ทำแบบค่อยๆ ถอดไม่ค่อยเป็น อ่านย้อนไป ก็มีแต่แบบถอดพรืดๆ จริงๆ ด้วย


:hao3:  ท่านสารวัตร จะหลงก็ไม่แปลกแหละ เด็กมันทั้งยั่วทั้งให้ท่าขนาดนั้น  อ้อยมากน้องคุน  :hao6:  แบบนี้สารวัตรเสร็จแน่ๆ

อยากได้คู่พ่อหนุ่มเครื่องกรองยักจังว่าจะโดนหมอทำอะไรบ้าง น้องจอมกับนู๋น้อยก็น่าสน  :hao5:

เรื่องของธนัทหนุ่มเครื่องกรองน้ำมีต่อแน่ครับ อดใจรอนิดครับ


วันนี้น้อยจัง อยากอ่านอีกอ่า

ทำไมไม่ได้ทาสหนุ่มหล่อๆหล่ะ

พอจิ้นแล้วมันขัดๆอะ แต่ก็เป็นกำลังใจให้นะ

เอาน่าหกแสนจิ๊บๆ  :mew5: มันต้องมีทีเด็ดซิ ชายแท้ๆเชียวนะเออ

พิชยะมีตังค์น้อย แถมเป็นคนงกอีกไม่ยอมเอาตังค์ที่บ้านมาใช้ เลยได้แค่นี้ครับ หนุ่มบ้านๆ อาจมีอะไรดีๆ ก็ได้นะเออ


ได้อารมณ์เหมือนอ่านเรื่อง แค้นวิปริต จิตสั่งกาม เลย 555

ถ้าจำไม่ผิดคุณเคยเขียนนิยายแนวนี้ที่บอร์ดแห่งนึงปะคะ
ถ้าใช้การเขียนของคุณเป็นลายเซ็นมาก เรื่องนั้นก็สุดยอด เรื่องนี้ก็สุดยอดอีกเช่นเคย

เรื่องแค้นวิปริต จิตสั่งกาม ของคุณโทรจิตคุง สุดยอดมากๆ ไม่แน่ใจว่าที่คุณ bebe หมายถึงคือเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า เรื่องแค้นวิปริตถือเป็นแรงบันดาลใจให้ผมแต่งเรื่ององค์กรลวงจิตขึ้นมาเลยครับ หลายๆ อย่างก็ขอต่อยอดไอเดียกันดื้อๆ เลยอาจจะดูคล้ายกันไปบ้าง ต้องขออภัยคุณโทรจิตคุงไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ
ถึงจะไม่ดีเท่า แต่แต่งไปแต่งมาก็สนุกดี เลิกไม่ได้แล้วครับ 


ทำผิดไว้เยอะโดนซะบ้าง!!
ชอบจังเลย โมเมนต์แอบรักเพื่อนเนี่ย แอบหวงกันเข้าไป
 :hao6: :hao6:

โมเมนต์แอบรักเพื่อนของเบอร์ศูนย์กับเบอร์หนึ่งอาจจะมีไม่เยอะนะครับ แต่จะแทรกมาเรื่อยๆ ที่ละนิดละหน่อย พอดีเน้นหื่นอ่ะครับ

ตอนต่อไป ลงช่วงค่ำๆ วันนี้แน่นอนครับ เดี๋ยวเจอกัน

ออฟไลน์ pakawatkheeta

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 54
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
 :z3: :z3:

สวดยอดเลย รอติดตามผลงานอยู่ครับ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ yymomo

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 922
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-3
 :z3:   ไม่ว่างเข้าเล้าช่วงก่อนสิ้นเดือน แปปเดียวพุ่งไปหลายตอนเลย ขอเม้นแบบรวบยอดเลยละกัน 

เห็นมีคอมเม้นนึง ที่บอกว่าชอบตรงที่เรื่องนี้คล้ายๆ เรื่องที่ชื่อ ว่า แค้นวิปริต จิตสั่งกาม   อยากจะบอกว่าโคตรเห็นด้วยเลย

คือมันใช่มาก คิดอยู่ว่าคล้ายๆเรื่องไหนที่พระเอกมีพลังจิต แต่คิดไม่ออกเพราะเรื่องนั้นเคยอ่านเมื่อนานมาละ

เลยลืมๆชื่อเรื่องไป แต่เรื่องนั้นฮาร์ตมาก  แต่ก็ชอบนะ แถมพระเอกจิตหน่อยๆด้วย  แต่พอได้มาอ่านตอบคอมเม้นแล้วแทบกร๊ส

เพราะเรื่องนี้เอาหลายๆจุดของเรื่องนั้นมาต่อยอด จิกหมอนกันเลยทีเดียว  :laugh:

แต่เรื่องนี้บอสยังมีสติดีอยู่ทุกอย่าง  ที่ทำลงไปเพราะยอยากให้สังคมดีขึ้น เลยทำแบบนั้นลงไป  ช๊อบบบบ  :hao7:

รอตอนต่อไปจร้า เหลือ ระบบตัดสินโหมดสุดท้ายที่เรายังไม่รู้รายระเอียดคือระดับ S อยากรู้แล้วว่าระบบจะเป็นยังไง  :hao6:

ออฟไลน์ barataku

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
องค์กรลวงจิต Explicit Content

บทที่ 13

จอมกลับมาที่คอนโดเดิมเป็นครั้งที่สาม ครั้งแรกถูกเอาตัวมารับโทษ ส่วนคราวที่แล้วเขามาพบกับพี่คนหนึ่งในกลุ่มเกย์ที่ให้นามบัตรเขาไว้ตอนที่เจอกันในลิฟท์ที่คอนโดในสภาพที่เขานุ่งกางเกงในตัวเดียว ตามนามบัตรพี่เขาทำงานเป็นตากล้องอิสระ จากที่ลองคุยดูพี่เขาก็ไม่ได้ดูน่ากลัวหรือหื่นมากอย่างที่คิด บอกว่าตอนนั้นแซวกันขำๆ เพราะอยู่ในกลุ่มเพื่อนสนิทเลยอาจจะดูฮาร์ดคอร์ไปบ้าง แต่ที่ให้นามบัตรเพราะถูกใจในรูปร่างหน้าตาของจอมจริงๆ หลังจากหารือกันว่าพอจะมีงานอะไรให้จอมทำได้บ้างที่ได้เงินซักประมาณห้าหมื่นในเวลาสองสามวัน พี่เขาก็บอกว่าสงสัยคงต้องขายตัวแล้วเงินเยอะขนาดนั้น ถ้าเอาจริงพวกเขาจะลงขันซื้อตัวจอมมาแชร์กัน พอจอมลุกขึ้นจะเดินออกจากห้องพี่เขาถึงได้บอกว่าพูดเล่นแล้วเสนองานถ่ายแบบให้

พี่เขาบอกว่าเขาเป็นตากล้องที่มีชื่อเสียงพอสมควร งานถ่ายแบบที่ว่าเป็นการถ่ายกึ่งนู๊ดแต่จะเน้นในแนวศิลป์มากกว่า โดยงานนี้เป็นโปรเจคที่จะทำร่วมกับตากล้องอีกสองคนแต่ไม่ต้องมาถ่ายร่วมกัน ต่างคนต่างหานายแบบของตัวเองมาถ่ายตามสไตล์ของแต่ละคน ถ่ายเสร็จก็ค่อยเอามารวมทำเป็นหนังสืออัลบัมภาพออกขาย ตอนนี้ตากล้องอีกสองคนหานายแบบได้แล้วโดยเป็นนายแบบมืออาชีพที่รูปร่างหน้าตาดีมาก แต่ตัวพี่เขาอยากได้นายแบบสมัครเล่นมากกว่าเพราะอยากได้ความสดใหม่แบบที่ไม่ปรุงแต่ง พอเจอจอมวันนั้นก็เลยสะดุดตา คิดว่าน่าจะเป็นนายแบบที่ตัวเองตามหาอยู่ ยิ่งเห็นรอยสักมังกรที่แผ่นหลังแล้วยิ่งคิดว่าน่าจะเหมาะกับคอนเซปท์ที่ตัวเองคิดไว้ พี่ตากล้องบอกว่าพร้อมที่จะจ่ายค่าตัวห้าหมื่นบาทให้ตามที่จอมต้องการ

วันนั้นจอมเลยขอตัวกลับบอกว่าจะขอเวลาคิดก่อน เขายังไม่มั่นใจว่าเด็กแว้นแบบเขาจะเป็นนายแบบได้ยังไง แต่ที่สำคัญเขายังไม่มั่นใจในตัวพี่ตากล้องเท่าไหร่ ถ้าเขาถูกหลอกไปมอมยาเพื่อถ่ายรูปลามกอนาจารล่ะ เผลอๆ ถ่ายๆ ไป ตื่นมาอีกทีอาจจะเสียตูดไปแล้วก็ได้ ดูสายตาที่มองมาอย่างกับจะกลืนกินเขาอยู่แล้ว หัวหน้าแว้นซิ่งเลยตัดสินใจจะไม่ทำแล้วฝากความหวังไว้กับเงินเยียวยาจากคู่อริเขาที่บอสรับปากว่าจะพยายามเร่งให้ ซึ่งเขาก็ค่อนข้างมีหวังเพราะขากลับจากคอนโดเขาเจอกับเหตุการณ์ที่ทำให้ทราบว่าคู่อริเขาหรืออีกนัยหนึ่งก็คือไอพี่เลวของคนที่เขาดูแลอยู่ตอนนี้ถูกองค์กรเอาตัวมารับโทษแล้ว

แต่พอตอนเย็นวันเดียวกันนั้นจอมก็ได้ข่าวที่ทำให้ใจแป้ว บอสส่งข้อความในไลน์มาว่า

เบอร์ศูนย์ : พี่พยายามเอานักโทษไประดมทุนเพื่อให้ได้เงินมาชดใช้ค่าเทอมแต่ไม่สำเร็จ มีคนสนใจน้อยมาก

JomZa : ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณที่ช่วย T_T

จอมเลยตัดสินใจว่าอาจจะต้องไปถ่ายแบบจริงๆ ไม่งั้นไอลูกคุณหนูที่มาอาศัยอยู่กับเขาจะเอาอะไรเป็นค่าเทอมที่ผลัดผ่อนมานาน แต่ก็ติดเรื่องที่เขากังวลอยู่ พอคิดได้ว่าบอสซึ่งอยู่ที่คอนโดเดียวกันอาจจะรู้จักกับพี่ตากล้อง เขาเลยถามไปว่า

JomZa : พี่รู้จักพี่ตากล้องที่ดูเกย์ๆ หน่อยอยู่ชั้นยี่สิบคอนโดเดียวกับพี่ป่าวครับ เขาไว้ใจได้มั้ย ผมส่งรูปนามบัตรให้ดูด้วย

เบอร์ศูนย์ : ก็เคยเจอแล้วทักทายกันบ่อยๆ แต่ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว เรามีอะไรเหรอ

JomZa : จะลองไปทำงานด้วยแต่กลัวถูกหลอกอ่ะครับ

เบอร์ศูนย์ : ไม่น่านะ แต่คนเดี๋ยวนี้ก็ไว้ใจไม่ได้ ถ้าจะให้ชัวร์ต้องลองดูในฐานข้อมูลขององค์กร

เบอร์หนึ่ง : เดี๋ยวกูดูให้

จอมอึ้งไป นี่เขาไลน์คุยกันสองคนกับพี่บอส แล้วพี่โป๊ปโผล่มาจากไหน เขาไม่ได้แอดเป็นเพื่อนไว้ด้วยซ้ำ ระบบของไลน์ไม่น่าจะมีคนอื่นแทรกเข้ามาแบบนี้ได้ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรเพราะเขาออกจะเกรงโป๊ปอยู่มาก บอสโหดก็จริงแต่ยังเหมือนเข้าถึงตัวได้ แต่โป๊ปนิ่งๆ ชอบมองมาเหมือนไม่พอใจเขาเวลาที่อยู่กับบอส แล้วก็มีราศีบางอย่างที่ทำให้หัวหน้าแว้นอย่างเขายังไม่กล้าขัดใจ

เบอร์ศูนย์ : มึงแทรกเข้ามาอีกแล้ว กูคุยกับน้องอยู่ดีๆ ชอบมาแอบดู แต่มาก็ดี มึงเช็คเสร็จแล้วก็แจ้งน้องจอมด้วย กูจะไปอาบน้ำแล้ว

ทั้งเบอร์ศูนย์และเบอร์หนึ่งก็หายไปโดยที่บอสไม่กล้าทวงอะไรจนสักพักก็ตอบมาเอง

เบอร์หนึ่ง : เช็คแล้ว ประวัติดี คงไว้ใจได้

จากนั้นก็หายไปเลย ทิ้งให้จอมอึ้งกับความมาไวไปไวแถมสั้นห้วน แต่เขาก็รู้สึกสบายใจขึ้น ถ้าองค์กรรับรองแบบนี้ก็น่าจะโอเคที่จะไปทำงานด้วย เหลืออีกเรื่องนึงคือไม่รู้ว่ามันจะโป๊ขนาดไหน แต่เขาว่าตั้งแต่เจอกับบอสมา เขามีภูมิกับเรื่องแบบนี้มากขึ้นเยอะ ถ้าไม่โจ๋งครึ่มจริงๆ ก็คงจะยอมๆ ไป เด็กแว้นที่ยังเรียนไม่จบอย่างเขาจะมีวิธีหาตังค์มากขนาดนี้ภายในวันสองวันได้จากไหนล่ะ

เรื่องทั้งหมดก็ทำให้จอมต้องกลับมาคอนโดแห่งนี้เป็นครั้งที่สาม เขาอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณมาอย่างดีจากบ้าน เพื่อความปลอดภัยเขายังชวนเพื่อนสนิทในแก๊งค์มาด้วยคนนึง ไอนี่มันฐานะดี ลุงมันก็เป็นนายทหารยศใหญ่มาก แต่ลูกหลานดันผ่าเหล่ามาหลงใหลในความเสี่ยงอันตรายของพาหนะสองล้อ แถมมาถูกชะตากับเขา ขอเข้ามาอยู่แก๊งค์เดียวทำหน้าที่เป็นรองหัวหน้าจนถูกจับเมื่อหลายคืนก่อนด้วยกัน เวลาขี่รถมันซ่ามาก แต่ตัวจริงดูดี ท่าทางสมาร์ทน่าเกรงขามคล้ายทหาร ยังดีที่ได้บุคลิคดีๆ ของลุงติดมามั่ง ถึงจะแปลกๆ ตรงที่ถ้ากับคนที่ไม่สนิทมันจะนิ่งๆ ไม่ค่อยพูดด้วยจนดูเหมือนหยิ่ง ทั้งๆ ที่นิสัยจริงๆ มันก็ดี เขาได้มันช่วยเหลือเรื่องไอลูกคุณหนูที่ถูกพี่รังแกอยู่หลายครั้ง แต่เรื่องค่าเทอมนี่มันช่วยไม่ได้จริงๆ มันถูกทำโทษตัดเงินตัดบัตรอยู่เพราะพ่อมันรู้เรื่องซิ่งรถจากไหนไม่รู้

วันนี้เขาเอาเพื่อนหลานทหารคนนี้มาเป็นกองหนุนด้วย กะเอาบุคลิกมันมาขู่ ไม่ได้กลัวนะถ้าสู้กันซึ่งๆ หน้า แต่ถ้าถูกวางยาปลุกหรือยาสลบล่ะ มีเพื่อนมาด้วยอุ่นใจกว่า ถึงเป็นผู้ชายเขาก็กลัวเหมือนกันนะ พอมาถึงคอนโดพี่ตากล้องก็ลงมารับตามที่นัดแนะกันไว้

“ถึงตรงเวลาดีจัง อ้าวนี่ใครล่ะ ไม่เห็นบอกว่าจะพามาด้วย” พี่เขาตอบแต่ตามองคนที่เพิ่งพบกันครั้งแรกด้วยท่าทีแปลกใจ

“เพื่อนผมครับ มันสนใจเรื่องการถ่ายแบบ เลยตามมาดู พี่ไม่ว่าใช่ไหมครับ” ที่จริงเอามาป้องกันตัวจากพี่ล่ะครับ จอมคิด

“ไม่หรอก แต่รูปร่างหน้าตาแบบนี้ถ้าสนใจถ่ายแบบจริงๆ พี่แนะนำว่าโมเดลลิ่งให้ได้นะ” ตากล้องบอกยิ้มๆ

พอเข้าไปในห้อง ก็เจอพวกพี่ๆ ที่เป็นเพื่อนกับตากล้องอีกสามคน จอมจำหน้าได้คับคล้ายคับคลาว่าจะเป็นกลุ่มเดียวกับที่เจอที่ลิฟท์วันนั้น พี่ตากล้องก็กล่าวแนะนำขึ้น

“พวกเรา นี่น้องจอมนะ มากับเพื่อน จอม นี่พวกเพื่อนๆ พี่ตั้งแต่ที่เรียนสถาปัตย์ จบแล้วก็เลยชวนกันมาซื้อคอนโดอยู่ห้องติดๆ กันหมด แต่ไม่ได้ทำงานที่เดียวกันนะ”

จอมรีบยกมือไหว้ ตากล้องก็พูดไปเรื่อยๆ คนแรกเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นทำงานเป็นสถาปนิกแล้วที่บ้านก็มีบริษัทรับเหมาก่อสร้างด้วย อีกคนตัวเล็กๆ รับออกแบบตกแต่งภายใน คนสุดท้ายดูเซอร์ๆ มีบริษัทรับจัดสวน ทุกคนอยู่คนละบริษัทกันแต่ก็มีรับงานฟรีแล้นซ์มาทำร่วมกันบ้าง สรุปมีพี่ตากล้องคนเดียวที่ผ่าเหล่าไม่ได้ทำงานตรงสายสถาปัตย์ที่จบมาเท่าไหร่ ทุกคนก็ดูดีนะบางคนออกสาวหน่อยบางคนก็ดูแมนๆ แต่จอมมั่นใจว่าเป็นเกย์กันทั้งกลุ่ม

“ว๊าย แกได้ตัวมาจริงๆ ด้วย ตั้งแต่เห็นวันนั้นชั้นก็รักเลย มีแฟนยังจ๊ะน้องจอม”

“กล้ามแน่นมาก ออกกำลังกายอะไรครับ เล่นฟิตเนสที่ไหน วันหลังไปเล่นกับพี่ไหม”

“น้องจอมสักมังกรที่หลังใช่ไหม วันนั้นพี่เห็นในลิฟท์ ไปสักที่ไหนมาอ่ะ ขอดูชัดๆ หน่อยได้เปล่า”

“โอ้ย พวกแกแย่งกันถามอย่างนั้นใครจะไปตอบทัน น้องกลัวหมดแล้ว จอมนั่งพักก่อนเถอะ เดี๋ยวค่อยคุยเงื่อนไขงานกันอีกนิด” ตากล้องตัดบทแล้วพาไปที่โซฟา ส่วนเพื่อนของจอมหาเก้าอี้ได้มุมนึง ก็ใส่หูฟังเอาแทปเล็ตมาเล่นอย่างมุ่งมั่นไม่สนใจใครอีก จอมก็รีบอธิบายพวกพี่ๆ ว่า

“ไอนี่มันเป็นคนเงียบๆ อย่างนี้เองครับ ไม่ค่อยคุยกับคนที่ไม่สนิท แต่ก็นิสัยง่ายๆ ไม่ได้มีอะไร ปล่อยให้มันอยู่เงียบๆ ของมันไปเถอะครับ”

จอมเห็นพี่ที่เป็นอินทีเรียไปคุยกับเพื่อนเขานิดหน่อย มันก็ตอบแค่คำสองคำจนพี่เขาเลิกไปเอง เขาก็หันไปคุยเรื่องงานต่อ

“ตกลงผมต้องถ่ายแบบไหนบ้างครับ”

“อย่างที่บอกคราวก่อนว่าเป็นถ่ายกึ่งนู๊ด แต่จะเน้นเป็นศิลป์ๆ มากกว่า ไม่น่าเกลียดอนาจารหรอกนะ ถึงตอนถ่ายจะมีฉากที่ต้องถอดเสื้อผ้าหมดด้วย แต่เวลาถ่ายจะมีมุมกล้องกับจัดแสงเงาไม่ได้เห็นตรงๆ ต้องดูหน้างานอีกที ตอนนี้พี่ยังตัดสินใจไม่ได้เรื่องธีมของงาน ทีแรกพี่กะจะถ่ายจอมให้ออกมาแบบแนวๆ อัธพาล แต่ก็ยังอยากให้มีอะไรน่าสนใจกว่านั้น ไม่อยากน้อยหน้าตากล้องอีกสองคนที่ร่วมโปรเจค”

“ยังไงก็ได้ครับ แต่รูปที่ออกมามันจะโป๊มากไหมครับ”

“เดี๋ยวก็ลองดูเอาแล้วกัน พี่ก็บอกไม่ถูก รูปแนวนี้มันเน้นการเล่นแสงเงากับสรีระของนายแบบเพื่อสร้างอารมณ์สุนทรียภาพ ก็ต้องเห็นสัดส่วนแบบเต็มๆ เป็นธรรมดา แต่พอถ่ายเสร็จเราค่อยมาเลือกด้วยกัน รูปไหนคิดว่าอนาจารพี่ก็จะไม่ตีพิมพ์ แต่ก็อยากให้เปิดใจมองในแง่ศิลปะดูก่อน”

“ลองดูก็ได้ เราถ่ายกันในห้องนี้ใช่ไหมครับ แล้วพวกเพื่อนพี่จะอยู่ด้วยเหรอครับ” จอมถามให้แน่ใจว่าจะอยู่กันเยอะแยะเลยหรอถ่ายรูปแค่นี้

“เอ่อ... อ๋อ วันนี้เอาพวกมันมาช่วยจัดไฟ แล้วก็คอยดูพวกเสื้อผ้าหน้าผมน่ะ” ตากล้องมองไปที่กลุ่มเพื่อนๆ เขาที่ทำเป็นนั่งคุยกันอยู่อีกด้านหนึ่ง แต่ก็อยู่ในระยะที่ได้ยินเขาคุยกับจอม

“เหรอครับ พี่เขามองจังเลย พี่เขาจะอยู่ดูกันตอนถ่ายผมก็ไม่ว่าอะไร แต่ถ้าจะถูกเนื้อถูกตัวตอนผมเปลือยอยู่ ก็ช่วยบอกก่อนแล้วกัน ไม่งั้นผมอาจมือกระตุก ชกเอาง่ายๆ พอดีเป็นพวกแก๊งค์ซิ่งอันธพาลน่ะครับ สัญชาติญาณการป้องกันตัวมันไวไปหน่อย” จอมพูดพร้อมส่งยิ้มเหี้ยมๆ ไปทางกลุ่มที่แอบฟังอยู่ ก็พอจะรู้วัตถุประสงค์ที่มารวมตัวกันแหละ เขาไม่ใช่คนซื่อไม่ทันคน จริงๆ ก็ไม่ได้หวงตัวมาก ยิ่งเคยโดนองค์กรเล่นมาขนาดนั้นจนแทบจะชินแล้ว เห็นแล้วก็ใช่ว่าจะเอาไปได้ แต่อย่ามาลุกล้ำมากกว่านั้นแล้วกัน เขามารับงานถ่ายรูปไม่ได้มาขายตัว ก็เลยแกล้งพูดปรามๆ ไป

พวกเพื่อนๆ หลบสายตากันวูบวาบ ส่วนตัวตากล้องยิ้มเจื่อนๆ “ไม่หรอกครับ อาจจะแค่มาช่วยจัดทรงผม ซับเหงื่ออะไรพวกนั้น ยังไงจะให้เขาบอกก่อนนะ ส่วนค่าตัว ถ่ายเสร็จวันนี้แล้วตกลงเรื่องรูปที่จะตีพิมพ์กันได้ พี่จะให้เป็นเงินสดห้าหมื่นไปเลย มีอะไรอยากจะถามอีกไหม”

จอมส่ายหน้า ถ้าได้เงินก้อนนี้มา ก็จะแก้ปัญหาของไอลูกคุณหนูไปได้อีกเทอมนึง เทอมหน้าก็ว่ากันอีกที ถ้าลุงมันกลับมาก่อนก็ดีสิ แต่ก็คงต้องหาแผนสำรองเตรียมไว้ด้วย

“งั้นเรามาตกลงกันเรื่องธีมเถอะ ตอนแรกพี่ว่าจะเป็นแนวเด็กอันธพาลหรือเด็กช่าง แต่มันจะดูธรรมดาไป จอมลองถอดเสื้อมาดูรูปร่างหน่อย เผื่อได้ไอเดียอะไร”

จอมถอดเสื้อออกทันที เขาแถมกางเกงยีนส์ที่นุ่งอยู่ให้อีกตัวด้วย เหลือแต่บอกซ์เซอร์กับกางเกงใน ไม่รู้จะอายอะไร ทั้งกลุ่มก็เห็นเขาในชุดประมาณนี้มาแล้ว เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ พอเขาโชว์หุ่นและกล้ามแน่นตึง

“พวกแกก็เข้ามาดูแล้วมาช่วยคิดกันหน่อยสิ หัวศิลป์กันทั้งนั้น มาดูใกล้ๆ น้องเขาไม่ว่าอะไรหรอก....มั๊ง”

จอมพยักหน้า ขำนิดๆ จะกลัวอะไร เขาถอดให้ดูเองนี่ กลุ่มเพื่อนตากล้องก็เข้ามาดูแบบเกรงๆ นิดหน่อย คนที่เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นเข้ามาสำรวจลายสักมังกรอย่างสนใจ แล้วก็พูดว่า

“รอยสักมังกรนี่สวยมาก ลวดลายกับเทคนิคนี่พอๆ กับเซ็นเซดังๆ ที่ญี่ปุ่นเลย เราไปสักมาจากไหนล่ะ”

“เป็นคนญี่ปุ่นที่มารับงานสักที่เมืองไทยแล้วอยู่เที่ยวต่อครับ ผมช่วยเขาไว้จากนักเลงที่มีเรื่องกัน เขาเลยสักให้เป็นการตอบแทน แต่ไม่น่าจะเป็นช่างสักดังๆ หรอก ยังหนุ่มๆ อยู่” จอมเล่าประวัติของรอยสักที่ได้มาเมื่อสองปีก่อน

“มิน่าล่ะ ว่าแล้วไม่น่าใช่คนไทยสัก งั้นมีลายมังกรของแท้อย่างนี้ เราลองเอาธีมยากูซ่าไหม น้องเขาก็ดูหน้าตาให้ แล้วท่าทางดุดันขึงขังเอาเรื่องอยู่ น่าจะเข้ากัน” ลูกครึ่งยุ่นปรึกษากับตากล้อง

“ที่จริงเอาธีมนักเลงเหมือนเดิมก็ได้นะครับ ผมก็เด็กแก็งค์อยู่แล้ว เรียนช่างอยู่ด้วย รับรองเหมือน” จอมเสนอ เขาไม่คิดว่าตัวเองจะรับบทเป็นยากูซ่าได้ ต้องทำท่าอะไรบ้างก็ไม่รู้ ขอเป็นเด็กอันธพาลดีกว่า ทำได้อยู่แล้ว แต่ตากล้องและเพื่อนทุกคนลงความเห็นว่าธีมยากูซ่าเหมาะที่สุด คนที่มารับงานอย่างเขาก็เลยต้องยอมตามนั้น

ช่วงแรกจะเป็นการถ่ายชุดทำงานของยากูซ่าซึ่งก็ไม่มีอะไรมาก แค่ชุดสูทกับแว่นดำ เพื่อนตากล้องคนที่เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นบอกว่ารูปร่างตัวเองกับจอมน่าจะใกล้เคียงกัน จึงอาสาไปเอาสูทของตัวเองที่ห้องมาให้ แล้วก็จะหาชุดและอุปกรณ์แนวญี่ปุ่นๆ มาประกอบด้วย

จอมในชุดสูทสีดำเข้ารูปนิดๆ ดูดีไม่น้อย ยิ่งเมื่อเสริมกับแว่นกันแดดแบรนด์ดัง ตากล้องก็เริ่มเก็บภาพจากชุดสูทแบบเต็มยศ แล้วเริ่มให้ปลดกระดุมเสื้อตัวใน ถอดเสื้อนอก ไล่ไปถึงดึงชายเสื้อออกมา แล้วก็เริ่มปลดเข็มขัดเพื่อถอดกางเกงออกจนเหลือแต่เสื้อเชิร์ตกับกางเกงใน จอมถ่ายไปเรื่อยๆ ไม่มีเคอะเขิน แค่นี้ยังน้อยกว่าสิ่งที่เขาเจอมามากนัก และที่สำคัญ เขาแทบไม่ต้องโพสต์ท่าอะไรมากเลย แค่ทำหน้าเฉยๆ ดุๆ ซึ่งเขาก็ทำเป็นปกติอยู่แล้ว อาจมีแปลกๆ บ้างก็ท่าแสยะยิ้ม ซึ่งเขาทำได้แต่แบบโหดๆ ที่พวกพี่ๆ ถึงกับชมกันเปราะว่าได้อารมณ์ยากูซ่ามากมาย

ถัดมาก็เปลี่ยนเป็นชุดยูกาตะแบบญี่ปุ่น ซึ่งก็ไม่มีปัญหาเพราะใส่ไม่ยากอะไร ก็คล้ายผ้าคลุมอาบน้ำแล้วมีคนมาช่วยแต่งช่วยผูกให้ ถึงจะเกรงๆ เขาอยู่บ้างโดยบอกทุกครั้งก่อนที่จะแตะตัวตัว เมื่อถ่ายเสร็จก็เปลี่ยนมาเป็นใส่ชุดชั้นในญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมหรือฟุงโดชิซึ่งจอมเคยเห็นในภาพมาบ้างว่าด้านหน้าเหมือนเป็นผ้าบางๆ แล้วด้านหลังเหลือเป็นแค่เชือกๆ ฟุงโดชิที่พี่ลูกครึ่งญี่ปุ่นเอามาให้ เป็นแค่แถบผ้าสีขาวยาวๆ ซึ่งจอมก็สุดปัญญาที่จะใส่

“อันนี้พี่ต้องใส่ให้ผมแล้วล่ะครับ” จอมบอก

“เอ่อ มันจะใส่ยากนิดนึงนะ เพราะขั้นตอนมันเยอะ แล้วก็ต้องถอดเสื้อผ้าออกหมดก่อนด้วย เข้าไปแต่งในห้องน้ำดีไหม ตรงนี้คนเยอะ” พี่ยุ่นทำท่ากระมิดกระเมี้ยน

“แต่งตรงนี้เลยแหละครับ จะได้ไม่เสียเวลา” จอมพูดพร้อมทั้งถอดกางเกงในชิ้นสุดท้ายลง เขานึกในใจว่าไม่เห็นต้องลีลาอะไร สุดท้ายก็ต้องมีถ่ายฉากนู๊ดอยู่ดี แล้วที่พวกพี่ๆ ทุกคนมารวมตัวกัน ก็เพราะอยากดูสิ่งนี้ไม่ใช่เหรอ

สถาปนิกหนุ่มลูกครึ่งยุ่นสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นของที่เขาอยากเห็นมาโดยตลอดตั้งแต่วันที่เจอกับจอมในลิฟท์มาอยู่ตรงหน้า ทุกคนในห้องมองมาที่จุดเดียวกัน ยกเว้นเพื่อนสนิทจอมที่ยังเล่นเกมส์อย่างเมามันโดยไม่สนใจใคร ท่อนเนื้อตรงหน้าทอดตัวสงบนิ่ง หนุ่มยุ่นนึกในใจว่าขนาดยังอ่อนตัว มันยังใหญ่กว่าที่เขาจินตนาการไว้ตั้งเยอะ ที่เขาเสนอธีมยากูซ่าก็เพื่อสิ่งนี้ การเป็นคนเดียวที่ใส่ฟุงโดชิเป็น ทำให้เขาได้ใกล้ชิดกับท่อนล่างของจอมได้เต็มที่ เขามือไม้สั่นขณะที่ค่อยๆ พันผ้าอย่างระมัดระวังไม่ให้กระทบถูกสิ่งนั้นของจอมเพราะกลัวจะโดนชกเอา แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะขนาดที่อวบใหญ่ทำให้เกะกะไปหมด

“ไม่ต้องระวังขนาดนั้นก็ได้ครับ เดี๋ยวเย็นก็ไม่เสร็จ เอ้า จับมาซักทีแล้วจะได้หายเกร็ง”

จอมคว้ามือของหนุ่มรุ่นพี่มาแปะตรงท่อนเนื้ออย่างเต็มๆ เขาออกจะขำๆ พี่คนนี้อยู่ไม่น้อย ท่าทางอยากแต่ก็กลัว หน้าตาก็มีส่วนคล้ายไอคุณหนูที่มาอยู่กับเขาทำให้นึกเอ็นดูนิดๆ แต่ถ้าให้เลือกกัน เขาเลือกคุณหนูจอมสร้างภาระแน่นอน คนนี้เขาอยากแค่แกล้งหยอกๆ เท่านั้นเอง

สถาปนิกลูกครึ่งเขินจนหน้าแดง ดื่มด่ำกับความอุ่นวาบที่ล้นอุ้งมือจนไม่อยากถอนมือออก เขาค่อยๆ ตัดใจพันผ้าเตี่ยวไปตามขั้นตอน แม้จะแกล้งเอามือไปโดนเป็นระยะแต่ก็คืบหน้าไปได้ด้วยดี เขาบอกให้จอมหันกลับไปเพื่อจะพันผ้าด้านหลัง แผ่นหลังรูปมังกรยักษ์แบบเต็มตัวไม่มีอะไรปกปิดทำให้เขาเกือบลืมหายใจ หางของมังกรเลื้อยมายังแก้มก้นตวัดล้อมร่องก้นไว้อย่างสวยงาม มันเป็นความงามแบบชายชาตรีจากศิลปะของช่างฝีมือที่รังสรรค์ลงบนเรือนร่างแกร่งสมส่วน มันทำให้หนุ่มลูกครึ่งคิดไปถึงคนรักเก่าชาวญี่ปุ่นที่มีรอยสักคล้ายกัน เขาพยายามตั้งสมาธิแล้วดำเนินการในขั้นตอนสุดท้ายคือบิดผ้าเป็นเกลียวจนเหมือนเชือกแล้วพันทบไว้รอบเอว ตอนนี้ด้านหลังของจอมเหมือนมีแค่เส้นเชือกพันรอบเอวแล้วมีเส้นตรงกลางวิ่งหายลับเข้าไปในร่องก้น ส่วนด้านหน้าก็เหลือเพียงผ้าสามเหลี่ยมบางๆ ปกปิดของสงวนไว้อย่างหมิ่นเหม่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-07-2015 20:09:50 โดย barataku »

ออฟไลน์ barataku

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
ตากล้องเริ่มถ่ายจากด้านหลังก่อน คราวนี้เห็นลายสักมังกรผงาดได้โดยแทบไม่เหลืออะไรบังสายตา ฟุงโดชิที่นุ่งอยู่ทำให้ดูเป็นญี่ปุ่นมากซะยิ่งกว่าลูกครึ่งที่ญี่ปุ่นที่นั่งดูอยู่ตาไม่กระพริบ ตากล้องที่เก็บภาพงามๆ ไว้ได้หลายภาพเริ่มยิ้มออกมาด้วยความสมใจ แต่พอเป็นรูปถ่ายด้านหน้าก็เริ่มเกิดปัญหา

“จอม ตรงนั้นมันนูนลงมาด้านล่างเกินไป มันดูเกินจริงไปเลย เอ่อ เรามีอารมณ์เหรือเปล่า จะไปปลดปล่อยก่อนก็ได้นะ พี่เข้าใจ อย่างนี้แหละ บางที่ถ่ายๆ ไปก็ตื่นตัวขึ้นมาเฉยๆ พี่เจอบ่อยๆ เข้าห้องน้ำไปเลย ไม่ต้องอาย”
.
จอมรีบเอามือไปคลำๆ ดู “เปล่านี่ครับ นี่ผมอ่อนตัวสุดๆ แล้ว แต่เนื้อตรงนั้นมันเยอะเอง มันเลยดันๆ ผ้าจนนูน”

“อ้าวเหรอ ถ้าเมื่อกี๊ไม่เห็นกับตาก็ไม่เชื่อแน่ๆ ทำยังไงดี ไม่งั้นถ่ายออกมามันจะดูเป็นจุดสนใจมากไป จอมลองจัดระเบียบดูหน่อยสิว่าพอไหวไหม” ตากล้องบอกเขินๆ

จอมลองล้วงมือขยับไปมา แต่ก็ไม่คิดว่าจะดีขึ้น มิหนำซ้ำยังทำให้พองตัวขึ้นมาดันผ้าเพิ่มขึ้นจนบางส่วนของเขาเริ่มเล็ดรอดออกมา จึงส่ายหน้าให้ตากล้อง

“เอายังไงดีวะ ถ้าเป็นรูปเปลือยไปเลยยังจะพอจัดแสงเงาช่วยได้ แต่รูปนี้มันต้องโชว์ฟุงโดชิ ยิ่งเป็นสีขาวด้วยหลบไม่ออกเลย” ตากล้องบ่นพลางเก็บภาพไปด้วย

“งั้นเอาแค่นี้ก่อน ยังเหลืองานยากอีก เอาไว้ไปใช้โฟโต้ชอปลบเอาทีหลังก็ได้วะ งั้นพี่ขอถ่ายชุดสุดท้ายที่เป็นภาพเปลือยเลยนะ เดี๋ยวจอมถอดฟุงโดชิออก พี่จะให้นุ่งผ้าเช็ดตัวไว้ พอจะถ่าย จัดท่าจัดแสงได้แล้วค่อยถอด ถ่ายเสร็จก็นุ่งไว้ก่อนรอฉากต่อไป ไม่ต้องเปลือยตลอด จอมจะได้สบายใจ” ตากล้องบอกขั้นตอนทำงานแบบมืออาชีพตามที่เขาใช้กับนายแบบดังๆ มาโดยตลอด ถือว่าเป็นการให้เกียรตินายแบบด้วย

“เสียเวลาพี่ เดี๋ยวนุ่งเดี๋ยวถอด ยังไงเดี๋ยวพี่ก็ให้ผมเลือกรูปที่น่าเกลียดออกไปอยู่ดีไม่ใช่เหรอ ผมขออนุญาตถอดหมดเลยนะ จะได้เสร็จไวๆ”

ว่าแล้วจอมดึงผ้าฟุงโดชิออกพรวด ไม่สนใจผ้าเช็ดตัวที่ตากล้องยื่นมาให้ เพื่อนๆ ตากล้องตาเป็นประกาย แสงจากไฟที่ส่องไว้ทำให้เห็นเรือนร่างของจอมชัดทุกสัดส่วน

ตากล้องถึงกับใจสั่นแต่ก็รวบรวมสมาธิได้สมกับเป็นมืออาชีพ จริงๆ อย่างงี้ทำงานสะดวกกว่าเยอะ ไม่ต้องคอยมาบังทำให้เสร็จได้ไว เขาเริ่มบอกให้โพสต์ท่าแล้วจัดแสงแบบต่างๆ เพื่อการถ่ายในแนวศิลป์ที่เน้นแสงเงากับสีหน้าแววตารูปร่างของนายแบบ ถึงแม้จะเปลือยกายถ่ายแต่ก็จะใช้มุมกล้องหรือแสงเงาซ่อนเร้นจุดที่จะล้ำเส้นอนาจารไว้อย่างมีรสนิยม รอยสักมังกรเองก็มีส่วนช่วยทำให้ตากล้องสามารถใช้พรสวรรค์ถ่ายทอดอารมณ์ดิบแบบอันธพาลลงมาในรูปถ่ายได้อย่างน่าทึ่ง แม้ว่าการจัดมุมกล้องจะทำได้ยากเพราะจอมมีท่อนเนื้อขนาดใหญ่บนรูปร่างที่สันทัดจนบังของตัวเองไม่ค่อยมิด บางครั้งจึงต้องพึ่งอุปกรณ์ประกอบฉากแนวญี่ปุ่นๆ ของหนุ่มสถาปนิกลูกครึ่งมาช่วยบ้าง

ฉากสุดท้ายเป็นการถ่ายในห้องน้ำ หลังจากเซ็ทไฟจนเกือบจะเสร็จ หนุ่มหลานทหารใหญ่เพื่อนจอมก็เดินมาดูการถ่ายรูปเป็นครั้งแรก แต่ด้วยวัตถุประสงค์อื่น

“ไอจอม กูจะขอพี่เขาฉี่หน่อย อ้าว กำลังใช้ถ่ายรูปกันเหรอ”

“ไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ในห้องนอนพี่ก่อนก็ได้ เข้าประตูด้านใกล้ระเบียงไป” ตากล้องบอกอย่างใจดี

“ไม่เอาหรอกพี่ ห้องส่วนตัว เดี๋ยวของพี่หายผมจะซวยเอา”

“งั้นชั้นวานแกเขาไปเป็นเพื่อนน้องเขาหน่อย” ตากล้องหันไปบอกเพื่อนตัวเล็กหน้าตาดีคนที่ทำงานด้านตกแต่งภายใน คนนี้จริงๆ จะออกสาวกว่าเพื่อนแต่ก็ไม่ได้น่าเกลียด แล้วตั้งแต่วันที่เจอในลิฟท์ เป็นคนที่แทะโลมจอมมากที่สุด แต่วันนี้พอโดนจอมขู่ซะตั้งแต่ต้น เลยสงบเสงี่ยมไม่ปริปากอะไรอีกเลย ได้แต่แอบมอง เจ้าตัวไม่ปฏิเสธ พาเพื่อนของจอมออกไปเงียบๆ

ในที่สุดก็ถ่ายภาพสุดท้ายเสร็จ ตากล้องภูมิใจมากรีบเอาไฟล์ลงคอมพิวเตอร์เพื่อมาเช็คความเรียบร้อย แล้วก็ให้จอมมาเลือกด้วยว่าภาพไหนที่ดูอนาจารเกินไปหรือไม่สบายใจจะได้เอาออก ไม่เลือกไปตีพิมพ์ นายแบบจำเป็นมานั่งไล่ดูรูปแล้วก็ต้องตะลึงไปกับผลงานระดับมืออาชีพที่ทำให้เขาดูดีอย่างที่ไม่เคยคิดมาก่อน เขาคิดว่าถ้าไอลูกคุณหนูเห็นภาพพวกนี้จะว่ายังไงบ้างนะ โดยเฉพาะภาพเปลือยที่สะท้อนอารมณ์ดิบเถื่อนออกมาได้อย่างน่าตกตะลึง แล้วยังมีรอยสักรูปมังกรที่เล่นแสงเงาราวกับมีชีวิต สุดท้ายเขาก็ไม่ได้เลือกภาพใดออก บอกแค่ว่า

“ได้หมดทุกรูปเลยพี่”

“เอาจริงเหรอ พี่ว่าบางรูปมันเห็นลำชัดไปหน่อย”

“ก็ไม่ได้เห็นส่วนหัวไม่ใช่เหรอ พี่เลือกเอาเลยแล้วกัน ผมยังไงก็ได้”

ตากล้องยิ้มอย่างดีใจ พอเขาเห็นผลงานตัวเองที่ถ่ายออกมาแล้วก็เสียดายไม่อยากตัดออกแม้แต่ภาพเดียว โชคดีที่จอมใจกว้างมากๆ แต่ก็คงต้องไปเลือกอีกที ยังไงก็ลงไม่หมด เพราะอัลบัมนี้ทำร่วมกับตากล้องอีกสองคน คงต้องแบ่งจำนวนหน้าที่จะลงคนละเท่าๆ กัน แต่เขามั่นใจว่าผลงานนี้คงจะไม่แพ้คนอื่นแน่ๆ

พอการทำงานตามสายอาชีพจบลง สัญชาตญาณเกย์ของตากล้องก็เริ่มกลับมา วันนี้เขาได้เห็นจอมทั้งเนื้อทั้งตัวอย่างที่อยากตั้งแต่วันแรกที่เจอ แต่ยังเหลือข้อข้องใจอีกอย่าง เขามองไปที่จอมที่ยังเปลือยเปล่าอยู่

“เอ่อ น้องจอมครับ ดูอย่างนี้แล้วของน้องใหญ่มากเลย แล้วจริงๆ ขนาดเท่าไหร่ครับ พอเต็มที่”

“ก็ยาวกว่านี้อีกครับ ไม่แน่ใจ”

“พี่ เอ่อ พอจะขอดูตอนแข็งได้ไหมครับ แค่อยากรู้น่ะครับ” ตากล้องทำท่ากล้าๆ กลัวๆ

จอมชั่งใจ เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำถึงขั้นนั้น แต่พอนึกถึงตอนที่ต้องทำตามคำสั่งบอสแล้วก็ตื่นเต้นขึ้นมานิดๆ จริงๆ เขาก็มีเรื่องที่อยากจะขอร้องตากล้องอยู่

“ถ้าอยากดูจริงๆ ก็ได้ครับ แต่ผมมีเงื่อนไข พี่พอจะมีเม็มสำรองไหมครับ ผมจะให้พี่ดูตอนแข็งแล้วพี่ก็ช่วยถ่ายรูปใส่เม็มนั้นให้ผมหน่อย เอาหลายๆ ท่าเลย แล้วเม็มนั้นผมก็ขอไปเลยนะครับ ขออนุญาตไม่ให้พี่เก็บรูปไว้ แล้วก็ขอภาพชุดแรกมาเก็บไว้ดูด้วย”

“ได้ครับ งั้นเดี๋ยวพี่ให้เพื่อนๆ กลับห้องไปก่อนนะครับ” ตากล้องรับตกลงอย่างดีใจ นอกจากจะได้เห็นแล้วยังได้ถ่ายรูปอีกด้วย มันเป็นอะไรที่สุดยอดมากสำหรับคนเล่นกล้อง ถึงจะไม่ได้รูปเก็บไว้ก็เถอะ

“มาดูพร้อมๆ กันหมดนี่ล่ะครับ ไม่เป็นไร หรือพี่ใจร้ายจะดูคนเดียวไม่แบ่งเพื่อน” จอมเสนอ เขาไม่เห็นว่าจะเสียหายอะไร

ตากล้องรีบระล่ำระลักตกลง เขาคิดว่าจอมจะอายซะอีก แต่นี่ดูเหมือนจะแค่ไม่อยากให้ภาพหลุดออกไปเท่านั้นเอง อย่างอื่นเปิดกว้างเต็มที่ เขารีบตามเพื่อนๆ เข้ามา แต่ขาดไปคนหนึ่งโทรหาก็ไม่รับจนต้องตัดใจ ไม่งั้นล่าช้าไปจอมอาจจะเปลี่ยนใจได้

ตอนนี้จอมพร้อมที่จะถ่ายภาพชุดพิเศษแล้ว ผู้ชมในห้องนอกจากตากล้องแล้วก็มีสถาปนิกหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นกับหนุ่มเจ้าของบริษัทจัดสวนที่ต่างตื่นเต้นดีใจกับโอกาสที่ไม่คาดฝันนี้ จอมเริ่มสาวท่อนลำอย่างช้าๆ ได้ยินเสียงชัตเตอร์ดังขึ้นเพื่อเก็บภาพเป็นระยะ จนเมื่ออวัยวะส่วนนั้นขยายตัวเต็มที่ ความมหึมาของมันดูผิดสัดส่วนไปเลยเมื่ออยู่บนรูปร่างไม่ใหญ่มากแต่มีกล้ามเนื้อที่สวยงามได้สัดส่วนของจอม ผู้ชมในห้องต่างอึ้งไปกับสิ่งที่ได้เห็นตรงหน้ายกเว้นตากล้องที่ยังเก็บภาพอย่างต่อเนื่องถึงแม้จะไม่มีโอกาสได้ครอบครองภาพที่ถ่ายไว้ จอมโพสต์ท่าโน้นท่านี้ให้ถ่ายตามแต่จะคิดว่าเท่ จนความตื่นเต้นจากการได้โชว์ทำให้กลับไปสาวท่อนลำอีก ยิ่งคิดว่าถ้าเขาแกล้งทำเป็นเผลอให้ใครบางคนเห็นภาพชุดนี้มันทำให้เขาเกิดอารมณ์จนหยุดไม่อยู่ที่จะปล่อยตัวไปถึงขั้นสุดท้ายต่อหน้าผู้ชม ไม่เห็นเป็นไร ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วก็เร่งมือจนน้ำกระฉุดออกมาอย่างรุนแรง ทุกคนในห้องตกตะลึงจนอ้าปากค้างรวมถึงตากล้องด้วย แต่นิ้วก็ยังรัวชัตเตอร์ไม่หยุดตามสัญชาตญาณ

“ภาพตอนปล่อยสุดท้าย เก็บไว้ทันไหมครับ” จอมถาม

ตากล้องรีบเช็คทันที เขาไล่ภาพมาตั้งแต่ต้น อยากรู้ว่าผลงานตัวเองเป็นยังไง

“โอเค เป๊ะมาก องศาได้พอดี”

“งั้นขอเม็มด้วยครับ”

ตากล้องทำเป็นไล่เช็คภาพดูตั้งแต่ต้นจนจบอีกครั้ง แล้วถอดเม็มส่งโห้โดยดีอย่างอาลัยอาวรณ์ แต่แค่คิดว่าเขาได้บันทึกภาพที่สวยงามพวกนั้นด้วยมือของตัวเอง ก็ฟินไปครึ่งนึงแล้ว

จอมไปล้างตัวแล้วก็สวมเสื้อผ้า เขาได้รับเงินตามที่ตกลงกันกับตากล้องเรียบร้อยแล้วเลยเตรียมตัวกลับ เขามองหาคนเป็นเพื่อนก็ไม่เห็น หายไปไหนวะ มาแล้วก็ไม่เห็นช่วยอะไร ถ้าเขาโดนวางยาอย่างที่ระแวงตอนแรกป่านนี้มันก็คงยังไม่รู้เรื่อง หรือว่าหิวจนลงไปหาอะไรกิน นี่ก็บ่ายโมงกว่าแล้ว จอมคิด

ทันใดนั้นคนที่เขากำลังมองหาก็เปิดประตูห้องเข้ามา หัวเข็มขัดปลดค้างอยู่ ชายเสื้อหลุดลุ่ยออกมานอกกางเกง เหงื่อท่วมตัวแต่หน้าตาแช่มชื่นผิดจากก่อนหน้านี้เป็นคนละคน ส่วนคนที่เดินตามมาคือเพื่อนตัวเล็กของตากล้องที่ทำงานเป็นอินทีเรีย ปากแดงเจ่อ ไรผมเปียกน้ำเหมือนเพิ่งไปล้างหน้ามา จอมยกมือไหว้ทุกคนแล้วขอตัวชวนเพื่อนกลับทันทีเพราะหิวข้าวมากแล้ว พอทั้งคู่กลับไป เพื่อนคนอื่นรีบรุมเข้าไปอวดคนตัวเล็กที่เพิ่งกลับเข้ามา

“แกหายไปไหนมา เมื่อกี๊น้องจอมใจดีชักว่าวโชว์ให้ดูเลยนะเว้ย อลังการขนาดจะบอกว่าเท่าแขนเด็กประถมก็กลัวแกจะว่าโม้ ชั้นโทรหาแกจนมือหงิกเลย พลาดของดีที่สุดในชีวิตไปแล้ว”หนุ่มนักจัดสวนถาม

“เหรอ แล้วแกได้จับหรือเปล่า” หนุ่มนักออกแบบภายในถามเสียงเพลียๆ

“จับบ้าอะไร น้องเขาให้ดูก็บุญแล้ว เสียดายแทนแกว่ะ” คนรักต้นไม้ตอบ

“ถ้าแค่จับก็ยังไม่ได้จับ งั้นชั้นคงคุ้มแล้วที่พลาดไป ว่าแต่แกมียาอมบ้างป่ะ” คนที่เพื่อนเสียดายแทนถามแบบไม่ค่อยมีเสียง แต่ตาเป็นประกายอย่างอิ่มใจ

TBC
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-07-2015 20:17:55 โดย barataku »

ออฟไลน์ bebe

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 672
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-5
ใช่คะ เราหมายถึงเรื่องนั้นเลยรูปแบบการเขียนคล้ายกันคะ แต่ของคุณจะมีโมเม้นแอบรักเพื่อนเข้ามาผสมด้วย
ซึ่งดูแต่งต่างและสนุกไปอีกแบบน่ารักดีคะ ตอนที่ผ่านมาก็สุดยอดอีกเช่นเคย

ออฟไลน์ azure

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 772
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
เพิ่งมาตามอ่านได้2-3ตอน เนื้อแปลกแหวกแนวดี :hao7:

เดียวไล่อ่านจนทันแล้วจะกลับมาเม้นท์ อีกทีน้า

ออฟไลน์ Vocaliist

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-2
ตอนที่13 หนุกดี ชอบๆ

บรรยายซะเห็นภาพตามเลย

มาต่อเร็วๆนะฮาฟฟ

ออฟไลน์ Moko1212

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 55
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ไม่ได้มาอ่านหลายตอน อ่านทีเดียวรวดเลย

อยากได้ตอนของเบอร์หนึ่งเบอร์สองอีก
FC บอส-โป๊ป

 :-[

ออฟไลน์ barataku

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0

องค์กรลวงจิต Explicit Content

[พิเศษ] ความหมายที่แท้จริงของเบอร์ศูนย์และเบอร์หนึ่ง

สวัสดีครับ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมจะมาเล่าเรื่องให้ฟังโดยตรง ก็ไม่รู้นะครับว่าจะมีครั้งที่สองหรือเปล่า ผมไม่ใช่คนช่างพูดอะไร ผมเป็นสมาชิกหมายเลข 0001 ขององค์กร หรือที่เรียกสั้นๆ ว่าเบอร์หนึ่ง หน้าที่ก็ต้องทำทุกอย่างในองค์กรล่ะครับ ยกเว้นเรื่องสะกดจิตกับการไปล่าตัวและทำโทษนักโทษ นี่ไม่นับว่าผมมีบริษัทวางระบบคอมพิวเตอร์เป็นของตัวเองด้วยนะ เบอร์ศูนย์มันเลือกทำเฉพาะงานที่มันอยากทำ เรื่องอื่นๆ ผมเลยรับเละ

ผมไม่รู้ว่าเบอร์ศูนย์ได้เล่าที่มาของเบอร์ศูนย์และเบอร์หนึ่งไว้ยังไง แต่ก็พอจะเดาได้ มันคงอธิบายว่าผมเป็นเบอร์หนึ่งซึ่งคือสมาชิกลำดับที่หนึ่งขององค์กร เพราะฉะนั้นต้องดูแลรับผิดชอบทุกอย่าง และต้องทำตามกฎขององค์กรอย่างเคร่งครัด ส่วนตัวมันเป็นเบอร์ศูนย์ ซึ่งไม่ใช่เลขลำดับ เพราะฉะนั้นมันจึงไม่ได้เป็นสมาชิกขององค์กร ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรถ้ามันไม่อยากทำ ไม่ต้องทำตามกฎอะไรทั้งสิ้น มันเป็นเจ้านายตามชื่อของมันนั่นแหละ ออกจะเป็นความหมายที่เอาแต่ใจอยู่ซักหน่อยว่าไหมครับ แต่ผมไม่เดือดร้อนอะไรเลย ยังไงผมก็ทำตามใจมันอยู่แล้ว

เรื่องของเรื่องคือผมมีความหมายที่แท้จริงของเบอร์ศูนย์และเบอร์หนึ่งที่เป็นของผมเอง ความหมายที่เบอร์ศูนย์ไม่เคยได้รับรู้ และผมก็ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนผมถึงจะแชร์ความหมายอันนี้ให้มันฟัง

ผมเป็นคนไอที คอมพิวเตอร์เปรียบเสมือนร่างกายของผม ดิจิตอลก็เหมือนโลกของผม ในโลกนั้นมีเพียงตัวเลขสองตัว เลขศูนย์มีเพียงเลขหนึ่ง เลขหนึ่งก็มีเพียงเลขศูนย์ เลขสองตัวเป็นทุกอย่างของกันและกัน เลขสองตัวนั้นสามารถร่วมสร้างสรรค์สิ่งมหัศจรรย์ต่างๆ มากมายในโลกดิจิตอล เบอร์ศูนย์กับเบอร์หนึ่งในโลกแห่งความเป็นจริงก็เช่นกัน เบอร์ศูนย์เป็นทุกๆ อย่างของผม และผมก็เป็นทุกๆ อย่างของเบอร์ศูนย์ ถึงมันอาจจะไม่รู้ตัวก็ตาม เบอร์ศูนย์และเบอร์หนึ่งร่วมกันสร้างสิ่งมหัศจรรย์อย่างองค์กรขึ้นมา เราจะทำให้โลกดีขึ้น และนี่คือความหมายที่แท้จริงของเบอร์ศูนย์และเบอร์หนึ่ง ในมุมมองคนไอทีอย่างผม

ผมเป็นคนไอที...
ผมคือเบอร์หนึ่ง...
ถ้าคอมพิวเตอร์เปรียบเสมือนร่างกาย...
เบอร์ศูนย์ก็คงเป็นเหมือนจิตวิญญาณ...

ออฟไลน์ Maiiz Ellfiez

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 80
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1

ออฟไลน์ korinasai

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 311
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
ว้าย! พอรู้ความหมายแล้ว เขินหนักมาก //บิดตัวไปมา
FC  0&1
 :-[ :-[

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ insomniac

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1484
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-3
ซาบซึ้ง  :o8:
เบอร์หนึ่งนี่โรแมนติคผิดคาดแฮะ

ออฟไลน์ Moko1212

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 55
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ดูแล้วโป๊ปนี้รักจริง เมื่อไหร่หนอบอสจะรู้  :katai5:

ออฟไลน์ barataku

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0

องค์กรลวงจิต Explicit Content

บทที่ 14 ตอนพิเศษ ข้อจำกัดของพลังที่ไร้ขีดจำกัด

[บอส]

สวัสดีครับ เบอร์ศูนย์มารายงานตัวแล้ว หลายๆ คนมีข้อข้องใจผมเป็นใครมาจากไหน เป็นพวกเอ็กซ์เมนหรือเปล่า ทำไมเก่งอย่างนี้ บางคนอาจสงสัย ถ้าอยากจะทำให้สังคมดีขึ้น อยากลงโทษคนผิดให้หลาบจำ แล้วมีพลังในการสะกดจิตขนาดนี้ ทำไมไม่สะกดจิตให้ทุกคนสำนึกผิดเป็นคนดีให้หมดเลยล่ะ จะมาตั้งองค์กรให้เหนื่อยทำไม มันก็จริงนะ ถ้าผมมีพลังที่ไม่มีข้อจำกัดใดๆ  อย่างนั้นผมคงครองโลกไปแล้ว แต่เอาเข้าจริง พลังผมก็ใช้ไม่ได้ในหลายๆ เรื่อง หรือจะพูดให้ถูกน่าจะบอกว่า พลังของผมใช้ได้แค่บางเรื่องมากกว่า นี่ถ้าไม่ได้เบอร์หนึ่งมาช่วยคิดระบบการจัดการขององค์กรให้สอดคล้องกับข้อจำกัดของพลังผม องค์กรเราคงมาไม่ได้ไกลขนาดนี้

แล้วข้อจำกัดมันมีอะไรบ้างล่ะ ถ้าจะให้เข้าใจเรื่องนั้นผมคงต้องเล่าขอย้อนอดีตหน่อย ถือเป็นการทำความรู้จักผมไปในตัวว่าไม่ใช่เอ็กซ์เมนที่ไหน จริงๆ ผมก็เป็นคนธรรมดานี่แหละ แถมชีวิตค่อนข้างจะน่าเศร้าด้วย แต่ไม่ต้องสงสารผมหรอกนะ เพราะผมโชคดีที่มีคนที่รักผม และผมก็ทำทุกอย่างในชีวิตอย่างเต็มที่มาตลอด

ผมไม่มีแม่ตั้งแต่เด็กๆ อันที่จริงผมมีแม่นะ แล้วผมก็จำได้ลางๆ ด้วยว่าแม่รักผมมาก แต่ว่าตอนไหนไม่รู้ แม่ก็ไม่อยู่แล้ว พ่อก็ไม่ยอมบอกด้วยว่าแม่ไปไหน ยังอยู่หรือขึ้นสวรรค์ไปแล้ว

พ่อผมเป็นหมอ ตอนเด็กๆ ผมรู้แค่นั้น แต่พอโตมาผมก็รู้ทีหลังว่าพ่อผมเป็นศัลยแพทย์ทางด้านสมองที่มีชื่อเสียงมาก แต่พอผมอายุซักแปดเก้าขวบพ่อก็เบนเข็มมาทางด้านการทำวิจัย ผมไม่รู้รายละเอียดของงานของพ่อเท่าไหร่ แต่เท่าที่ประติดประต่อเรื่องทีหลังมันก็น่าจะเกี่ยวกับการนำการสะกดจิตมาใช้ในวงการแพทย์ ผมจำได้ว่าพ่อทำงานหนักมาก แต่ก็ยังพยายามหาเวลามาเล่นกับผมเสมอ

พอซักสิบขวบพ่อก็มีเกมแปลกๆ มาให้ผมลองเล่นดู อันแรกผมจำได้แม่นเลยคือการทำให้พ่อตื่นนอนเองโดยไม่ต้องปลุก พ่อสอนให้ผมทำจิตใจให้ว่างเปล่า แล้วจินตนาการเรื่องการตื่นนอนตอนตีห้าครึ่งไว้ในหัว คิดจนเห็นภาพอย่างชัดเจนติดในหัวตัวเอง จากนั้นก็จ้องตาพ่อแล้วจินตนาการว่าความคิดนั้นลอยจากหัวผมไปเข้าหัวพ่อผ่านทางสายตาพร้อมกับท่องเรื่องการตื่นนอนตีห้าครึ่งไปเรื่อยๆ ให้พ่อได้ยิน พอมั่นใจว่าความคิดถ่ายทอดไปหมดแล้วก็ให้ผมดีดนิ้วขึ้นเป็นอันจบ ผมลองเล่นเกมนี้กับพ่อทุกวันจนแค่วันที่สามผมก็ชนะ พ่อตื่นได้เองตอนตีห้าครึ่งจริงๆ

หลังจากนั้นพ่อก็มีเกมแปลกๆ แบบนี้มาให้ผมเล่นอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้พ่อจำหนังสือยากๆ ช่วยให้พ่อไม่ลืมกินยาก่อนอาหาร หรือช่วยให้พ่อลืมหนังผีที่ผมชวนดู แต่ละแนว พ่อจะสอนเทคนิคในการจินตนาการที่ต่างกัน ซึ่งผมก็ชนะได้ทุกครั้งใช้เวลามากบ้างน้อยบ้าง พอผมอวดพ่อว่าผมเก่งกว่าพ่อซะอีก พ่อก็หัวเราะบอกว่าพวกนี้มันง่ายๆ เพราะใจพ่อก็อยากทำอย่างนั้นอยู่แล้ว ลองถ้าเป็นเรื่องที่พ่อไม่อยากทำละก็ ผมไม่มีทางชนะ ผมเลยแอบจินตนาการให้พ่อชอบกินมะเขือเทศที่พ่อเกลียด ซึ่งก็ไม่สำเร็จจริงๆ พ่อเกือบจะตักเข้าปาก แต่ก็ทำหน้าย่นแล้ววางลง

หลังจากนั้นพ่อก็ทำงานหนักมากขึ้น แต่นานๆ ทีก็มาสอนเรื่องใหม่ๆ ที่พ่อพบ จนเทอมปลายของชั้นมอหนึ่ง เรื่องร้ายก็เกิดขึ้น พ่อตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง แบบที่ทรมานมากด้วย แต่พ่อไม่ยอมกินยาหรือฉีดยาระงับปวด พ่อบอกว่าจะทำให้หัวสมองเบลอ ความคิดไม่แจ่มใส เดี๋ยวจะไม่สามารถทำงานวิจัยที่ค้างได้เสร็จก่อนหมดเวลาของพ่อ ผมร้องไห้ แต่พ่อปลอบว่าจะช้าหรือเร็วก็ต้องจากกัน และขอให้ผมช่วย พ่อสอนให้ผมสะกดจิตพ่อเพื่อระงับความปวด แรกๆ ผมก็ทำได้ดี พ่อกลับไปเขียนงานวิจัยที่ค้างไว้ได้อย่างคืบหน้า แต่พออาการพ่อแย่ลง การสะกดจิตของผมเริ่มเอาไม่อยู่ พ่อก็สอนเทคนิคระดับสูงที่ทำให้อำนาจเหนือจิตของผมมีพลังมากขึ้น ผมฝึกฝนอย่างเต็มที่อยากให้พ่อเจ็บปวดน้อยที่สุด ระหว่างนั้นผมได้เพื่อนที่อยู่ห้องเดียวกันตั้งแต่ตอนปอหกมาช่วย มันย้ายเข้ามากลางคันตอนเทอมสองและพอขึ้นมอหนึ่งก็เริ่มจะสนิทกัน มันคอยดูแลเรื่องต่างๆ ให้ ไม่ว่าจะเรื่องเรียน อาหารการกิน กิจกรรมต่างๆ

ในที่สุดพ่อก็เขียนงานวิจัยเสร็จ พ่อฝากผู้ร่วมงานที่ไว้ใจได้ดูแลเรื่องการตีพิมพ์ผลงานวิจัยนี้ พ่อบอกว่าในนั้นมีเฉพาะเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อวงการแพทย์เท่านั้น แต่มีบางเรื่องที่พ่อค้นพบแล้วแต่ไม่เปิดเผยเพราะเห็นว่ามันอาจเป็นดาบสองคม จะมีแต่ผมเท่านั้นที่รู้ตามที่ได้สอนไปหมดแล้ว พ่อบอกว่าผมมีพรสวรรค์ด้านนี้ซะยิ่งกว่าพ่ออีก ขอให้ผมใช้มันเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมแต่ก็ขอให้ผมมีความสุขไปกับมันด้วย ในที่สุดพ่อก็จากไปอย่างสงบ ทิ้งสมบัติไว้มากพอที่จะให้ผมอยู่อย่างสบายจนเรียนจบ ผมไม่ได้กังวลเรื่องเงินแม้แต่น้อย สิ่งที่พ่อทิ้งไว้ให้ในหัวมันมีค่ากว่านั้นตั้งเยอะ

หลังจากนั้นผมก็ทำใจเรื่องพ่อได้โดยใช้เวลาไม่นานนัก ส่วนหนึ่งคงเพราะความคิดที่ว่าผมได้ทำเต็มที่เพื่อพ่อแล้ว อีกส่วนก็มาจากเพื่อนคนนั้นที่กลายมาเป็นเบอร์หนึ่งในตอนนี้ พ่อได้ฝากให้คนที่ไว้ใจได้ทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองตามกฎหมาย แต่คนที่ดูแลผมจริงๆ ก็คือไอโป๊ปและครอบครัวมันมากกว่า ผมแทบจะไปกินนอนอยู่บ้านมันเพราะไม่งั้นต้องอยู่คนเดียว นานๆ ถึงกลับมาบ้านตัวเองสักที ไอโป๊ปนี่หลังจากผมไปรื้อๆ ค้นๆ บ้านมันถึงรู้ว่า ก่อนจะย้ายกลางคันมาโรงเรียนผม มันเรียนอยู่โรงเรียนพิเศษสำหรับเด็กอัจฉริยะ แต่พอถามมัน มันก็บอกว่าเขาคงตรวจไอคิวมันผิด เรียนๆ ไปก็ไม่ไหว เลยต้องย้ายมาอยู่โรงเรียนธรรมดา

หลังจากพ่อเสียไปผมก็ไม่เคยใช้พลังสะกดจิตอีกเลย เพราะผมก็เคยสะกดจิตพ่อคนเดียวเท่านั้น ไอโป๊ปรู้เรื่องคร่าวๆ เกี่ยวกับสิ่งที่พ่อสอนผมตั้งแต่ตอนที่พ่อป่วย ซึ่งมันก็ประกาศกร้าวว่า ห้ามผมสะกดจิตมันเด็ดขาด อยากให้มันทำอะไรให้ก็บอกไม่ต้องเสียเวลาสะกด ผมก็เลยไม่มีที่ฝึกซ้อมอย่างที่ตั้งใจไว้

พอขึ้นมอสอง ผมก็เริ่มสงสัยว่าตัวเองจะเป็นเกย์ ผมเริ่มมองรุ่นพี่หล่อๆ หุ่นดีๆ ที่โรงเรียน ตอนแรกผมก็คิดว่าอาจจะแค่ชื่นชมอยากโตขึ้นแล้วเท่ๆ อย่างนั้นบ้าง แต่ก็เริ่มไม่แน่ใจก็ตอนที่รู้สึกวูบวาบกับพี่กันต์ประธานนักเรียนสุดหล่อมอหก พี่กันต์เป็นคนที่ผิวคล้ำเล็กน้อยแบบคนเล่นกีฬากลางแจ้ง หน้าตาคมเข้ม จมูกเป็นสันได้รูป รูปร่างก็กำยำล่ำสันตามแบบนักกีฬา เรียกว่าเป็นคนที่สมชายจริงๆ เท่านั้นยังไม่พอ  พี่เขาเรียนเก่งมากแล้วยังเฟรนด์ลี่สุดๆ ทักคนโน้นคนนี้ตลอดเวลา ผมพยายามแยกแยะความรู้สึกที่มีต่อพี่เขาแล้วก็พบว่ามีสองส่วน ส่วนแรกก็ความชื่นชมแบบไอดอล ส่วนที่สองไม่แน่ใจว่าเป็นความใคร่หรือความอยากรู้อยากเห็นกันแน่ แต่เวลาที่ผมไปดูพี่เขาถอดเสื้อแตะบอลแล้วก็อยากจะเห็นสิ่งที่ซ่อนเร้นมากกว่านั้น

ผมได้แต่แอบชื่นชมพี่เขาอย่างเงียบๆ จนวันหนึ่งผมยืนฉี่อยู่ในห้องน้ำฟากมอต้น แล้วก็มีคนมายืนฉี่ข้างๆ หันไปมองก็พบว่าเป็นพี่กันต์ไอดอลของผมเอง พี่เขาก็หันมายิ้มให้เห็นไรฟันขาวมีเสน่ห์ ผมรีบหันกลับใจเต้นแรงแล้วพยายามเหลือบตามมองเผื่อจะได้เห็นของที่อยากเห็น และไม่ผิดหวัง แผงกั้นโถฉี่ฝั่งมอต้นมันจะค่อนข้างเตี้ยในขณะที่พี่เขาสูงเกินร้อยแปดสิบซะอีก ประกอบกับท่าฉี่แบบไม่ระวังตัว เผยให้เห็นถึงมังกรพ่นน้ำตัวเขื่องในมือพี่เขา ท่อนลำพี่เขาอ่อนตัวมีหนังหุ้มปลายนิดๆ ผมแอบมองอยู่พักหนึ่งแล้วก็รีบเก็บของตัวเองเข้าที่ก่อนที่มันจะขยายตัวขึ้นมา ผมกดน้ำแล้วเดินไปล้างมืออย่างเสียดาย แต่ถ้ามองอยู่นานไปจะผิดสังเกตได้ ขณะล้างมือผมก็จินตนาการถึงภาพพี่เค้าจับท่อนลำพ่นน้ำที่ติดตาเมื่อครู่ไปเป็นภาพที่พี่เขารูดเข้าออกอย่างช้าๆ ตอนนั้นผมยังเด็ก พอรู้เรื่องอย่างนี้มาบ้างแต่ไม่เคยทำแบบจริงๆ เพราะแค่เอามือไปถูส่วนนั้นแค่นิดเดียว มันก็เสียวแทบทรุดแล้ว

พอล้างมือเสร็จ ผมก็ถอยออกมาจากอ่างโดยไม่ระวังจนชนคนที่เดินมาจากด้านหลัง ผมหันไปขอโทษพร้อมกับสบตา ปรากฎว่าเป็นพี่กันต์นั่นเอง ขณะสบตา ผมรู้สึกว่าภาพพี่เขาชักว่าวที่ติดอยู่ในหัวผมมันไหลไปยังความคิดพี่เขาผ่านทางสายตา พี่กันต์ชะงัก แล้วปลดเข็มขัดนักเรียนกับตะขอกางเกงออกแล้วรูดลง มือควักแท่งเนื้อสีน้ำตาลขึ้นมาสาวช้าๆ จนแข็งตัว ผมตื่นเต้นมากที่ประธานนักเรียนสุดหล่อที่ใฝ่ฝันมาโชว์สดๆ ตรงหน้า นี่ผมเผลอไปสะกดจิตพี่เขาเข้าหรือนี่ อยากดูก็อยากดูแต่ถ้าปล่อยให้พี่เขาทำต่อไปตรงนี้คงไม่ดีแน่ ตอนนี้ไม่มีคนอื่นก็จริง แต่อาจมีใครเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้

ผมจินตนาการให้พี่เขาหยุด สบตา แล้วดีดนิ้วตามวิธีที่ฝึกมากับพ่อ พี่กันต์หยุดทันที ท่าทางดูงงๆ

“อะไรวะนี่ ๆ จู่ๆ ก็...” แล้วก็หันมายิ้มเขินๆ ให้ผม

“น้องๆ ตกใจหรือเปล่า พี่ขอโทษครับ สงสัยทำงานมากจนเบลอ”

“ไม่ได้เอาน้ำออกมานาน จนมาเผลอทำในห้องน้ำต่อหน้าเด็กเนี่ยนะ เพี้ยนโครตๆ” พี่เขาก็บ่นกับตัวเอง ขณะพยายามจับของที่ยังแข็งตัวอยู่ยัดเข้าไปเก็บในกางเกงอย่างทุลักทุเลจนสำเร็จ แต่ก็ตุงมากๆ

“อยู่มอสองใช่ไหมเราน่ะ อย่าไปบอกใครล่ะ” พี่เขาเอานิ้วมาจุ๊ปากส่ายหน้านิดๆ อย่างเท่ แล้วก็เดินไปทางประตูห้องน้ำ

ผมทนไม่ไหวแล้วครับ ความคิดที่จะเป็นคนดีมันหายไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ ผมดึงเสื้อพี่เขาไว้ พอพี่เขาหันกลับมามอง ผมก็ป้อนสิ่งที่ต้องการเข้าไปขณะสบสายตา แววตาที่ตอนแรกมองมาอย่างสงสัยเปลี่ยนไปทันที

“เมื่อกี๊เห็นจ้องเอาๆ เหมือนทำไม่เป็น โตป่านนี้แล้วนะ พี่สอนให้ไหมครับ” พี่กันต์ถามผม สีหน้าอมยิ้มนิดๆ

ผมพยักหน้าอย่างอายๆ

พี่กันต์จูงมือผมเข้าไปห้องน้ำที่อยู่ใกล้สุด ล๊อคประตูแล้วหันมาพูดกับผมอย่างอ่อนโยน

“มอสองแล้วยังไม่เคยอีก ไม่มีพี่ชายใช่ไหม ไม่เป็นไร พี่สอนให้ พี่ก็เคยสอนน้องชายพี่เหมือนกัน เอ้า เราถอดกางเกงออกมาก่อน ไม่ต้องอาย นี่พี่ถอดเป็นเพื่อนแล้วไง”

ผมถอดกางเกงออกมาอย่างตื่นเต้น ยิ่งเห็นหนุ่มในฝันกำลังเปลือยท่อนล่างอยู่ตรงหน้า ท่อนเนื้อชูชัน ของผมก็เหมือนกัน แค่โดนนิดเดียวขาก็เสียวจนยืนแทบไม่อยู่ พี่กันต์มองมายิ้มๆ

“เราผิวขาวดีนะ ของเด็กนี่น่ารักจริงๆ ขนเพิ่งขึ้นเองเหรอ ขนาดใช้ได้ ลองทำตามพี่นะ เอามือกำตรงลำหลวมๆ แล้วก็สาวขึ้นลงช้าๆ”

พี่เขาสาธิตให้ดู ผมก็ทำตามอย่างกับถูกสะกดจิตซะเอง จังหวะสาวของพี่มันกินระยะทางมากกว่าผมเยอะ ก็ช่วงแกนพี่กันต์มันยาวกว่าแบบเด็กๆ อย่างผมเทียบไม่ติดนี่ครับ ก็เสียวก็เสียวแต่ไม่กล้าหยุด

“หัวเราสีชมพูสวยดีนะยังไม่เปิดเท่าไหร่เลย งั้นตอนรูดลง อย่ารุนแรงมากนะ ค่อยๆ ทำไป ให้หนังหุ้มปลายมันคลายตัวทีละนิดๆ เดี๋ยวทำบ่อยๆ มันก็เปิดได้สุดเอง ต้องหมั่นทำความสะอาดนะ ตอนอาบน้ำปลิ้นออกมาล้างด้วย” พี่เขาสอน

ผมสาวไปแค่อีกไม่กี่ทีก็ระเบิดออกมาใส่กำแพงด้านหนึ่ง นี่เกือบๆ จะเป็นน้ำแรกในชีวิตหนุ่มของผมเลยนะ ผมขาสั่นยืนแทบไม่อยู่ จนพี่ต้องวางมือประคองตัวผมพิงกับกำแพงห้องน้ำไว้

“ฮ่า ฮ่า ทรุดเลยเหรอ เด็กๆ นี่ไวจังนะ น้ำก็ยังค่อนข้างใสอยู่ เอาไงดี พี่ยังสอนไม่จบเลย งั้นเราช่วยรูดของพี่ให้หน่อย จะได้ชำนาญเร็วๆ” พี่กันต์ยื่นแท่งเนื้อที่ยังแข็งตัวมาให้ มือของผมตอนนั้น กำไม่รอบแล้วก็ยังเหลือความยาวอีกเยอะ สีผิวมือผมตัดกับสีน้ำตาลของท่อนลำพี่อย่างน่าดู ผมเหมือนรู้สึกถึงความอบอุ่นและจังหวะการเต้นหัวใจของพี่กันต์ผ่านทางมือที่กำอยู่ ส่วนพี่เขาตาเป็นประกายขณะอธิบายต่อ

“อย่างนั้น ดีครับ ไม่ต้องแน่นมาก อูย มีคนชักให้นี่ก็ดีแฮะ รูดขึ้นสุดลงสุดไปเลย ถ้าเรามีน้ำมันหรือเจลหล่อลื่นจะใส่ด้วยก็ได้ มันจะทำให้ไม่ฝืดมือแล้วก็เร่งจังหวะได้เร็วขึ้น แต่เอาไว้ชำนาญก่อนก็ได้ ถ้าต่อไปทำบ่อยจนเบื่อ ก็ลองเปลี่ยนเป็นมือข้างที่ไม่ถนัดดู” พี่กันต์เล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ แต่ก็สูดปากเป็นบางครั้ง ซักพักใหญ่ก็บอกให้ผมเร่งจังหวะ ตัวเองหลับตาพริ้มหน้าเหยเกแล้วกระฉูดน้ำอุ่นข้นออกมาจนเต็มมือผม

“โอ๊ะ ขอโทษทีครับ พี่บอกไม่ทัน มานี่มาเช็ดออกก่อน” พี่กันต์จับมือผมขึ้นมา เอาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อบรรจงเช็ดจนเกือบแห้ง พี่เขาอ่อนโยนมากๆ จนผมรู้สึกเหมือนกลับเป็นเด็กแล้วมีพี่ชายใจดีมาดูแล พอเสร็จผมก็เอาผ้าผืนเดียวกันมาช่วยเช็ดส่วนปลายของพี่จนหมด

“เดี๋ยวก็ไปล้างมือฟอกสบู่ด้านนอกนะครับ เรามีอะไรจะถามเรื่องนี้อีกไหม”

“ไม่มีครับ ขอบคุณพี่มาก”

“คุยกันมาตั้งนาน เราชื่ออะไร” พี่กันต์ถามขึ้นขณที่เรายืนล้างมือข้างๆ กัน

“บอสครับ ผมชื่อบอส” ผมตอบพร้อมกับสบตาสวยๆ ของคนถาม ผมนึกถึงเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในห้องน้ำ คิดว่ามันอยู่ในหัวพี่กันต์ แล้วจินตนาการให้มันดับวูบไปเหมือนปิดทีวีพร้อมกับดีดนิ้ว

พี่กันต์ชะงัก กรอกตานิดนึงแล้วกลับมาสบตาผมที่ยังมองพี่เขาค้างอยู่

“น้องมองพี่ทำไมครับ พี่มาหาอาจารย์ตรงตึกนี้ เลยขอแวะมาเข้าห้องน้ำของมอต้น หวงเหรอ” พี่กันต์พูดขำๆ ส่วนผมรีบส่ายหน้าปฏิเสธ

“อยู่มออะไรแล้ว อ้อ มอสอง เป็นเด็กดีหรือเปล่า พี่เป็นประธานนักเรียนขาโหดนะ อย่าเกเรแล้วกันถ้าไม่อยากถูกพี่ลงโทษ” พี่กันต์พูดยิ้มๆ เหมือนจะแซว

“พี่ไปล่ะ พี่ชื่อกันต์นะ เรารู้จักหรือยัง ว่าแต่เราชื่ออะไรนี่ เผื่อเจอกันอีกก็ทักพี่ได้นะ” พี่กันต์พูดต่อตามประสาคนอัธยาศัยดี

“บอสครับ ผมชื่อบอส” ผมตอบขณะเอามือบังผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นลงไปเก็บอย่างมิดชิดในกระเป๋ากางเกง

ออฟไลน์ barataku

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0

เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้ผมต้องมานึกทบทวนความสามารถของตัวเอง ที่ผ่านมาผมไม่เคยสะกดจิตพ่อให้ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำได้สำเร็จ แต่ทำไมตอนนั้นผมถึงสะกดให้พี่กันต์ชักว่าวตรงหน้าห้องน้ำได้อย่างง่ายดาย มันน่าจะเป็นเรื่องที่ฝืนใจพี่เขามากๆ จนตอนนี้ผมก็ยังไม่ค่อยกล้าสู้หน้าประธานนักเรียนรูปหล่อเท่าไหร่ มันทั้งเขินอายแล้วก็รู้สึกผิดด้วยที่ปล่อยให้ความอยากของตัวเองมาลบล้างความยับยั้งชั่งใจ ทั้งๆ ที่พี่เขาก็จำเรื่องในวันนั้นไม่ได้เลย

ผมปรึกษาเรื่องนี้กับโป๊ป มันไม่ค่อยสนใจเรื่องสะกดจิตเท่าไหร่ แต่กลับไปบ่นเรื่องที่ผมไปให้พี่เขาสอนเรื่องการช่วยตัวเองให้ มันบอกว่าเรื่องแค่นี้ถามมันก็ได้ ผมเลยบอกมันไปตรงๆ ว่าผมน่าจะเป็นเกย์ แล้วก็ชอบพี่กันต์มากด้วย แต่มันมีหลายความรู้สึกปนกัน ทั้งความชื่นชมเหมือนเป็นไอดอล ทั้งนับถือแบบพี่ชาย และก็ความรู้สึกวูบวาบในฐานะที่พี่เขาเป็นผู้ชายที่น่าจะเรียกว่าตรงสเป็กผม แต่พอไอโป๊ปมันลองให้เลือกดูดีๆ ว่าระหว่างให้ผมกลายเป็นคนเท่ๆ เหมือนพี่เขา กับให้พี่เขาเป็นพี่ชายผมจริงๆ หรืออันสุดท้ายคือคบเป็นแฟนกับพี่เขา ว่าผมอยากได้อันไหนที่สุด ผมก็เลือกได้โดยไม่ต้องคิดว่าอยากเป็นน้องชายของพี่กันต์ ผมรู้สึกอบอุ่นมากๆ เวลาที่พี่เขามาทักทายแบบสนิทสนมเวลาที่เจอกันหลังจากนั้นโดยที่จำเรื่องวันนั้นไม่ได้เลย นี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมตัดสินใจลบความทรงจำของพี่เขาในวันนั้นโดยไม่รู้ตัวว่าทำไปเพราะอะไร จิตใต้สำนึกของผมคงอยากให้พี่เขาจำผมแต่ในเรื่องดีๆ มากกว่าที่จะมาสานต่อกันในเรื่องอย่างว่า

ผมสบายใจมากขึ้นเมื่อเคลียร์ความรู้สึกตัวเองไปได้ โป๊ปบอกว่าผมยังเด็ก ไม่น่าจะคิดเรื่องมีแฟนในตอนนี้ ซึ่งผมก็เห็นด้วย มันบอกว่าถ้าอยากรู้อะไรเรื่องเซ็กซ์ ก็ถามมันได้ อันนี้ผมสงสัยจริงๆ ว่ามันจะรู้เรื่องพวกนั้นมากกว่าผมได้ยังไง ส่วนเรื่องพี่ชาย ไอโป๊ปบอกว่าถ้าอยากมี มันจะเสียสละเป็นให้ก็ได้ ผมเลยตบหัวมันไป แก่กว่ากันไม่กี่เดือน คิดจะยกตัวขึ้นเป็นพี่ชายผม ฝันไปเถอะ

หลังจากนั้นผมก็ขอให้ไอโป๊ปช่วยเรื่องทดสอบความสามารถในการสะกดจิตของผม มันก็เตรียมการให้อย่างดีโดยออกแบบเป็นตารางการทดลองเคสต่างๆ มาให้ทำอย่างกับจะทำการทดลองวิทยาศาสตร์ แล้วก็ไปหาเพื่อนๆ มาให้ผมทดลอง แน่นอนว่าเราไม่บอกให้พวกมันรู้ตัวหรอก แต่ไอโป๊ปบอกว่าไม่ต้องกังวล มันคิดคำสั่งที่ไม่ได้ทำให้เพื่อนๆ เสียหายเดือดร้อนอะไรมาให้ผมใช้ทดลอง แล้วพอทดลองกับใครเสร็จก็พากันไปเลี้ยงข้าวเลี้ยงขนม ไอโป๊ปเป็นสปอนเซอร์ให้ตลอด ทั้งๆ ที่เพื่อนๆ ก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่พวกมันก็กินกันอย่างเต็มที่

หลังจากช่วยทำการทดลองอย่างกับเป็นนักวิทยาศาสตร์ใหญ่อยู่เป็นเดือนๆ ไอโป๊ปก็เอาผลมาสรุปให้ผมฟังว่า

“สรุปอย่างนี้นะบอส มึงสามารถสะกดจิตให้ใครทำในสิ่งต่างๆ ได้ แต่ผลของมันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ถ้าเรื่องที่ให้ทำเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ขัดกับสำนึกของเขา เช่นให้ไปเปิดหน้าต่าง หยิบสมุด กินน้ำ อันนี้จะง่ายและได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์เลย แต่ถ้าเป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบ เช่น สะกดคนที่ไม่ชอบผักให้เขากินผัก สะกดคนเกลียดหมาให้ไปเล่นกับหมา มึงต้องตั้งสมาธิให้แรงมากๆ ถึงจะสำเร็จ ยกเว้นคนที่จิตใจเข้มแข็ง อาจจะฝืนได้บ้าง แต่โดยรวมๆ เขามีแนวโน้มจะทำเรื่องเหล่านั้นมากขึ้น ยิ่งขัดความรู้สึกหรือสามัญสำนึกเท่าไหร่ ยิ่งสะกดได้ยาก”

“แล้วถ้าจะสะกดเพื่อบังคับไม่ให้ทำในสิ่งที่เขาชอบล่ะ จะเหมือนกันไหม” ผมถาม การฝืนใจมันไม่ได้มีแต่บังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ชอบนี่นะ

“การสะกดไม่ให้ทำสิ่งที่อยากทำจะง่ายกว่ามาก เมื่อเทียบกับการสะกดให้ทำสิ่งในที่ไม่อยากทำ มึงจำตอนที่ทดลองสะกดไออ้วนได้ไหม มันชอบกินช็อคโกแลตแต่เกลียดผักชี ตอนมึงสะกดให้มันไม่แตะกินช็อคโกแลตของโปรด มันง่ายกว่าตอนสะกดให้มันกินผักชีตั้งเยอะใช่ไหม”

ผมนึกถึงตอนทดลองกับเพื่อนแล้วก็คล้อยตาม ถ้าอย่างนี้ผมก็สามารถใช้การสะกดจิตในการป้องกันตัวได้สิ เพราะถ้ามีใครอยากจะทำร้ายผม ผมก็สะกดไม่ให้เขาทำอย่างนั้นได้สบาย

“แต่มีอันนึงที่จะไม่สำเร็จแน่ๆ คือการสะกดให้เขาทำสิ่งที่ขัดกับสัญชาตญานในการเอาตัวรอดของมนุษย์ เช่น มึงไม่สามารถไปสั่งให้คนกระโดดตึกลงจากดาดฟ้าได้”

“กูจะทำอย่างนั้นทำไมวะ” ผมเป็นคนดีจิตใจอ่อนโยนนะ จะทำทำไม

“ไม่รู้สิ บอกเผื่อไว้ ต่อมาเป็นเรื่องเกี่ยวกับความจำ ถ้าเป็นความทรงจำที่มึงมีส่วนร่วมด้วย หรือรู้เหตุการณ์อย่างละเอียด มึงจะสามารถลบออกจากความจำเขาได้แทบจะสมบูรณ์ แต่ถ้าเป็นเหตุการณ์ที่เป็นประสบการณ์ของเขาเองที่มึงไม่ได้เกี่ยวข้องหรือรับรู้ด้วย มันจะยากมากที่มึงจะไปลบออก อย่างเก่ง ก็จะทำให้เขารู้สึกเหมือนเหตุการณ์นั้นเป็นกึ่งจริงกึ่งฝันหรือเดจาวูห์ อีกอย่างคือ มึงไม่มีความสามารถที่จะสร้างความทรงจำปลอมๆ ขึ้นมาได้” ผมนึกทวนสิ่งที่เคยลองมา ก็น่าจะจริงตามนั้น

“ส่วนระหว่างถูกสะกดคนที่โดนเขาจะรู้สึกยังไงนั้นขึ้นอยู่กับจินตนาการที่มึงคิดไว้ตอนถ่ายทอดเข้าไปในหัวเขา ถ้ามึงคิดเป็นข้อความคำสั่ง เขาจะทำไปโดยไม่รู้ตัวเบลอๆ ลอยๆ จนทำเสร็จถึงกลับมามีสติอีก แต่ถ้ามึงคิดเป็นภาพตอนเขาทำสิ่งที่มึงสั่ง เขาจะทำโดยรู้สึกตัวทุกอย่างแต่ห้ามตัวเองไม่ได้ และสุดท้าย ถ้ามึงจินตนาการเป็นอารมณ์ความอยาก เขาจะรู้สึกอยากที่จะทำสิ่งนั้นขึ้นมาเองแล้วก็ทำไปโดยรู้สึกตัวทั้งหมด” มันอย่างนี้นี่เอง พ่อผมสอนเทคนิคหลายแบบให้ แต่ผมไม่เคยสังเกตว่ามันให้ผลที่ต่างกันยังไง

“แต่ก็มีอันที่กูยังไม่เคลียร์ บางครั้งเหมือนมึงสามารถสั่งให้ทำในสิ่งที่ขัดความรู้สึกอย่างรุนแรงได้แบบง่ายๆ เลย อย่างกรณีพี่กันต์ อันนี้กูเดาๆ สาเหตุไว้แล้ว แต่ไม่แน่ใจเพราะเราไม่ได้ทำเรื่องแนวนี้กับเพื่อนๆ เรา เลยต้องทำการทดลองอันสุดท้าย วันนี้กูนัดพวกรุ่นพี่จากโรงเรียนเทควนโด้ที่กูไปเรียนอยู่มาเคลียร์ มันเขม่นกูมาสักพักแล้วเรื่องที่กูเรียนเก่งจนได้สายดำเท่าพวกมันแล้ว ทั้งๆ ที่กูเข้าทีหลังตั้งนาน”

นี่มันยังจะทำการทดลองอะไรอีกเหรอนี่ ผมสะกดคนโน้นคนนี้แทบทุกวันจนเอียนแล้ว

“นั่นไง สงสัยมากันแล้ว เดี๋ยวกูจะทดสอบการสะกดจิตกับพวกมัน มึงทำตามที่กูบอกเหมือนเดิมนะ” ไอโป๊ปพูดหลังได้ยินเสียงกริ่ง

ไอโป๊ปนี่มันเก่งขนาดได้สายดำแล้วครับ แต่ที่มันใช้ผูกเอวจะเป็นสายดำแดงเพราะอายุยังไม่ถึงสิบห้า มันเดินออกไปกดรีโมทเปิดประตูรั้วเอง วันนี้พ่อกับแม่มันไม่อยู่ กว่าจะกลับก็คงดึกๆ คนขับรถก็ไปด้วย ส่วนแม่บ้านสองคนมันให้ผมสะกดจิตให้ไปนอนหลับพักผ่อนในห้องตัวเองอย่างสบายตั้งแต่บ่ายแล้ว มีวัยรุ่นชายตัวโตห้าคนเดินตามมันมา ท่าทางน่าจะอยู่มอปลายกันหมด นี่คงเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนเทควนโด้ของมัน

“เรียกพวกกูมาถึงบ้านมีอะไรวะ มึงใหญ่มาจากไหน ถือว่าอาจารย์ชอบแล้วจะไม่เห็นหัวรุ่นพี่งั้นสิ” พวกรุ่นพี่เริ่มทันทีเมื่อไอโป๊ปมันเชิญให้นั่งที่เก้าอี้ตรงศาลาข้างบ้าน ท่าทาง

“ใจเย็นๆ ครับพี่ ผมแค่อยากหาโอกาสเคลียร์กับพวกพี่ดีๆ ว่ามีอะไรไม่พอใจผมหรือเปล่า เราก็ศิษย์สำนักเดียวกัน”

“มึงรู้ตัวก็ดี แม่งชอบทำตัวน่าหมั่นไส้ ฝีมือก็งั้นๆ ดีแต่ประจบอาจารย์”

ไอโป๊ปมันแอบส่งกระดาษข้อความให้ผม ผมรับมาอ่านดูในนั้นมันเขียนว่าให้ผมสะกดจิตให้พวกรุ่นพี่มันทำหน้ากับท่าทางให้เหมือนลิง ผมขำนิดๆ แต่ก็ลองทำที่มันบอก

“พี่ๆ ครับ มองมาทางนี้นิดนึงครับ ผมมีเรื่องจะรบกวน” ผมเรียกด้วยความสุภาพ

พวกรุ่นพี่หันมาทันที ผมถือโอกาสสบตาแล้วสะกดจิตทีละคนด้วยความรวดเร็ว หลังจากทำการทดลองกับเพื่อนๆ อยู่เป็นเดือน ผมก็สามารถทำได้อย่างแคล่วคล่อง

มีรุ่นพี่คนเดียวที่ออกท่าออกทางเป็นลิง อีกสามคนยืนเฉยๆ แต่เริ่มทำปากยื่นมาด้านล่างเหมือนจะพยายามทำหน้าลิง ส่วนคนสุดท้ายที่หน้าดุๆ ไม่เกิดอาการอะไรเลย ผมรีบถอนสะกดชุดแรกออก

ไอโป๊ปมันส่งกระดาษข้อความอีกอันมาให้ผม คราวนี้ให้สะกดจิตให้ถอดเสื้อผ้าออกหมดเพื่อทาแป้ง มันเอาแป้งเด็กจากไหนไม่รู้หลายกระป๋องมาวางไว้บนโต๊ะ รุ่นพี่คนเดิมที่ทำท่าลิงเมื่อครู่ค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออกจนหมด ยืนทาแป้งลงบนร่างกายกำยำเปล่าเปลือยเหมือนเด็กเล็กๆ เพิ่งอาบน้ำเสร็จ อีกสองคนถอดจนเหลือแค่กางเกงใน คนที่สี่ถอดแต่เสื้อ ส่วนคนจิตแข็งหน้าดุคนสุดท้ายยังสวมเสื้อผ้าครบชุด แต่ทั้งหมดก็เอาแป้งมาทาตัวเท่าที่ทำได้เหมือนกัน ผมแอบเขินพี่คนที่ยืนเปลือยอยู่ หุ่นดีสมกับเล่นเทควนโด กล้ามเนื้อ เส้นขน และเครื่องเคราต่างๆ ก็พัฒนาสู่วัยรุ่นเต็มตัวแล้ว เสียดายที่มีพี่คนนี้คนเดียวที่จิตอ่อน ไม่งั้นคงได้เห็นหนุ่มๆ แก้ผ้าพร้อมกันห้าคนเลยน่าจะดีไม่น้อย

พอมาถึงคำสั่งชุดต่อไปที่ไอโป๊ปส่งมา ผมก็ชักสงสัย มันเขียนว่าให้สะกดจิตเพื่อให้ทั้งห้าคนถอดเสื้อผ้าเพื่อโชว์ให้คนดู มันจะให้ทำทำไมในเมื่อเมื่อกี๊ก็ลองสั่งให้ถอดเสื้อผ้าไปแล้ว มันได้ผลแค่คนเดียว ผมเลยถามมันออกไปโดยไม่ต้องเขียนส่งข้อความกันอีก เพราะตอนนี้ทุกคนอยู่ในโหมดถูกสะกดเพื่อรอรับคำสั่งอยู่

“ให้กูลองอันนี้ทำไมวะ เมื่อกี๊ก็ลองแล้ว มีพี่คนนั้นคนเดียวที่ได้ผล” ผมถามสิ่งที่สงสัยออกไป

“มันไม่เหมือนกันเว้ย มึงลองสะกดแบบคิดว่า แต่ละคนถอดเสื้อผ้าตัวเองออกเพื่อสนองความเงี่ยนในการโชว์ให้คนอื่นดูสิ ใส่อารมณ์หื่นของมึงลงไปเยอะๆ นะ” โป๊ปแนะนำ

ผมลองดูตามที่โป๊ปแนะนำ ซึ่งความรู้สึกในการสะกดต่างจากรอบที่แล้วอย่างชัดเจน ผมไม่ต้องรวบรวมสมาธิอะไรมากมายเหมือนรอบก่อนๆ ด้วยซ้ำ ปรากฏว่าได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อ รุ่นพี่คนที่ยังไม่ถอดเสื้อผ้าก็ถอดออกกันหมด รวมถึงรุ่นพี่หน้าดุที่ก่อนหน้านี้แทบไม่ตอบสนองต่อการสะกดของผมด้วยซ้ำ ตอนนี้เบื้องหน้าผมมีหนุ่มๆ แก้ผ้ายืนเรียงกันห้าคน แต่ละคนแอ่นท่อนลำไปมาเหมือนอยากโชว์จริงๆ ผมละลานตามากครับ มันดีกว่าที่คิดไว้ซะอีก หนุ่มๆ หุ่นดีกันทุกคน ท่อนลำก็หลากสีหลายรูปทรง ส่วนขนาดมีให้เลือกจำกัดแค่ใหญ่กับใหญ่มาก ผมแอบชอบแบบที่ยังมีหนังหุ้มปลายนิดๆ มันชวนให้นึกถึงพี่กันต์ขึ้นมา ผมยังลืมภาพนั้นไม่ได้อีกเหรอ นั่นมันพี่ชายผมนะ

“เห้ย พอแล้ว มองเหมือนจะแดกเข้าไป มาทดลองต่อให้เสร็จ” มันตบหัวผมครับ ไอเลว

“เอ้า ต่อไปเป็นเซ็ทใหญ่นะ ให้พี่คนนี้เลียหัวนมคนข้างๆ คนตรงกลางชักว่าวไปคนเดียว ส่วนคนถัดมาอมกล้วยให้คนสุดท้าย” มันสั่งหน้าตาเฉย ไม่ใช่ร้านตามสั่งนะ

“ไอเชี่ย สั่งเป็นชุด แถมแต่ละอย่าง กูก็อายเป็นนะ” ผมอายจริงๆ นะ อย่างว่า ตอนนั้นเพิ่งมอสอง ยังไม่กร้านโลก ถ้าเป็นตอนนี้ล่ะก็ หึๆ

“หรือมึงจะไม่ดู งั้นกูจะให้พวกพี่เขากลับ”

“อย่านะ ทำก็ได้” จะพลาดโอกาสได้ไง อยากดูอ่ะครับ

“ก็แค่นั้น เกย์น้อยอ่อนด๋อย แต่ดันหื่น” มันด่าผมอีกแล้วครับ ไอชั่ว

ไหนๆ ก็โดนด่าว่าหื่น ผมก็เลยจัดเต็มตามคำสั่งครับ ถึงแม้ลึกๆ จะสงสัยว่าพวกรุ่นพี่ที่ดูยังไงก็เป็นผู้ชายแท้ๆ จะทำเรื่องเกย์ๆ อย่างนั้นมันไม่ขัดสามัญสำนึกเขาไปหน่อยเหรอ อันนี้คงทำเพื่อเก็บผลว่าเป็นสิ่งที่การสะกดจิตทำไม่สำเร็จ

ปรากฏว่าผิดคาดครับ ตอนนี้คู่นึงตั้งหน้าตั้งตาเลียหัวนมกัน อีกคู่หนึ่งก็อมกล้วยกันแบบเมามัน ผมอดใจไม่ไหวแล้ว ฮอร์โมนวัยแตกหนุ่มมันพลุ่งพล่าน ผมมองไปที่พี่คนที่ชักว่าวอยู่คนเดียว สายตาผมจับจ้องไปที่ส่วนกลางที่ผลุบเข้าผลุบออกของพี่เขาเหมือนโดนสะกดจิตตาม บางทีผมน่าจะลองอมดูบ้าง หรือจะดูดเลียหัวนมที่ชูชันของพี่เขาดูก่อนดีนะ ผมขยับตัวเข้าไปหาพี่เขาเรื่อยๆ

“เพี๊ยะ” มันดีดหน้าผากผมครับ แถมยังมองตาเขียวอีก

“มึงจะทำอะไร”

“กูว่ากูอยากขอลองอมของพี่เขาดู”

“มึงยังเด็กอยู่นะ ไอพวกนี้มันเถื่อนจะตาย มีโรคอะไรหรือเปล่าก็ไม่รู้” ไอโป๊ปมันขู่ โรคเหรอ ไม่น่ามีมั๊ง

“ไม่หรอก ของพี่เขายังดูใสๆ หัวชมพูอยู่เลย ขอกูลองนิดเดียวนะ กูอุตส่าห์เป็นเกย์ทั้งที มีของอย่างนี้อยู่ตรงหน้า มึงจะให้กูเมินเหรอ” ผมเกาะแขนมันแล้วบีบๆ เป็นหนึ่งในท่าไม้ตายเลยนะ

“ใสตายล่ะ มึงไม่รู้อะไร ไอพี่พวกนี้มันไปขึ้นครูกันมาหมดแล้ว มึงคิดดูนะ ของๆ มันแหย่ลงไปในจิ๊มิ๊รุ่นป้ามาแล้ว มึงจะเอาเข้าปากลงเหรอ ของแบบนี้มันต้องคนเป็นแฟนกัน มึงต้องโตกว่านี้ หาแฟนได้ แล้วค่อยว่ากัน” ไอนี่ พูดซะหดหมดเลย ไม่ลองก็ได้วะ มารความสุขเพื่อน ผมขอฟ้องหน่อยครับว่า มันชอบปลูกฝังความคิดทำนองนี้ให้ผมบ่อยมาก ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ซะอีก แม้แต่ปัจจุบันมันก็ยังทำอยู่เรื่อยๆ ขู่เรื่องโน้นเรื่องนี้ตั้งแต่เด็กจนโต จนผมไม่กล้าจะให้ใครมาสนิทสนมใกล้ชิดด้วยแล้ว

ออฟไลน์ barataku

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0

นอกเรื่องไปหน่อย กลับไปต่อที่เดิม ไอโป๊ปมันบอกว่าเก็บผลการทดลองได้จนพอใจแล้ว ให้ผมสั่งหยุดได้ แล้วดึงความทรงจำของรุ่นพี่ช่วงที่โดนทดลองออกให้หมด จากนั้นมันก็ชวนพวกรุ่นพี่นั่งคุยกันดีๆ ตรงศาลา ไอโป๊ปอธิบายพี่เขาว่าที่มันขยันซ้อมหรือคุยกับอาจารย์เยอะๆ มันไม่ได้มีเจตนาจะข้ามหัวหรือคิดจะเทียบรุ่นกับพวกรุ่นพี่เลย ตรงกันข้ามที่มันตั้งใจเพราะอยากเก่งอยากเท่แบบรุ่นพี่เร็วๆ แล้วมันก็พูดโน่นพูดนี่ผิดวิสัยตามปกติมันซึ่งเพื่อนสนิทอย่างผมสังเกตได้ทันที พอโดนสกิลตอแหลของมันไป พวกรุ่นพี่ก็อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด มันบอกต่อว่า วันนี้จะขอเลี้ยงข้าวเพื่อปรับความเข้าใจกัน มันสั่งไก่ทอดกับพิซซ่าไว้แล้ว เดี๋ยวคงมาถึง พวกรุ่นพี่ก็ถูกมันยอไปเรื่อยๆ จนพนักงานโทรเข้ามาว่าอาหารมาส่งแล้ว รออยู่หน้าบ้าน มันก็บอกกว่า เดี๋ยวกดรีโมทเปิดประตูให้ ช่วยเอาเข้ามาส่งข้างในหน่อย อึดใจเดียว พนักงานก็หอบของพะรุงพะรังเข้ามา

“มาทางนี้เลยครับ ตรงศาลานี่เลย” ไอโป๊ปเรียก พนักงานก็เดินตรงเข้ามา ผมว่ามันลืมอะไรไปนะ

มันหยิบกระเป๋าเงินขึ้นมา “รบกวนพี่ๆ ช่วยออกไปรับของหน่อยครับ ผมนับเงินแป๊บเดียว”

รุ่นพี่เดินออกมารับของกันสองสามคน พนักงานส่งของตาค้าง

“นี่ครับ เอ่อ วันนี้น้องร้อนกันเหรอครับ” สายตาจับจ้องไปที่วัยรุ่นหุ่นดีที่เปลือยกายออกมารับถุงใส่อาหาร ท่อนเนื้อแกว่งไกวไปตามจังหวะการขยับตัว แต่พวกรุ่นพี่ดูจะไม่รู้สึกอะไร แถมยังขยับให้เห็นของสงวนชัดๆ เหมือนตั้งใจโชว์

ไอโป๊ปเอาเงินออกมาส่งให้

“พวกพี่เขาก็ชอบโชว์แบบนี้ล่ะ นี่ครับเงิน ไม่ต้องทอนนะครับ”

พนักงานส่งอาหารรีบกลับออกไปไปทันที ผมส่งสายตาไปประมาณว่ามึงตั้งใจแกล้งพวกรุ่นพี่ใช่ไหม มันก็คุยกับผมว่า

“อย่ามาว่ากู ก็มึงถอนสะกดไม่หมดเอง พวกพี่เขาก็เลยยังอยู่ที่โปรแกรมถอดเสื้อผ้าเพื่อโชว์ให้คนดูนะสิ สมน้ำหน้า ชอบแกล้งกูดีนัก คราวนี้กูก็ตั้งใจเคลียร์จริงๆ ให้เรื่องจบ ไม่อยากให้โรงเรียนมีปัญหา มึงก็เห็น กูยอมลงให้ขนาดไหน มึงเป็นพยานไว้นะ ถ้าหลังจากนี้ยังไม่จบ กูเล่นหนักแน่”

“มึงเป็นเด็กมอต้นเองนะ จะน่ากลัวไปไหน” ผมพูดจริงๆ นะ

“กูไม่โหดกับมึงหรอก แล้วไอพวกนั้นจะเอาไง จะถอนสะกดให้มันแต่งตัวเลยก็ได้นะ งานเราเสร็จทุกอย่างแล้ว”

ผมหันไปดูพวกรุ่นพี่ที่รุมอาหารที่อยู่บนโต๊ะ หันก้นตึงแน่นมาทางผม แล้วก็ตอบไปว่า

“ไม่เป็นไรมั๊ง ให้เขากินกันให้เสร็จก่อนก็ได้” อยู่แบบนี้คงเย็นๆ โล่งๆ ดี เจริญตาผมดีด้วย

กินกันจนเสร็จ ก่อนที่ผมจะคลายสะกดเพื่อให้พี่เขาแต่งตัวก่อนกลับบ้าน ไอโป๊ปก็มีไอเดียบรรเจิดขึ้นมาอีก

“พี่ๆ ครับ ไหนๆ เราก็ปรับความเข้าใจกันแล้ว ขอผมถ่ายรูปร่วมกับพี่เป็นที่ระลึกหน่อยได้ไหมครับ” เอาแล้วไง มันต้องเก็บภาพนี้ไว้ทำอะไรซักอย่าง ชักสงสารพวกรุ่นพี่แล้วสิ ไอโป๊ปมันส่งกล้องถ่ายรูปมาให้ผมเป็นคนเก็บภาพมันกับรุ่นพี่ตัวใหญ่ๆ เปลือยๆ ห้าคนซึ่งอำนาจสะกดทำให้ไม่ใส่ใจกับความโป๊ของตัวเองเลย โพสต์ท่าทำเป็นกอดคอกันยังกะสนิทสนมมาแต่ไหนแต่ไร ผมถ่ายไปได้หลายรูปแล้วก็เดินเข้าไปหาพวกรุ่นพี่

“พี่ๆ ครับ ถึงผมจะไม่เคยเจอพี่มาก่อน แต่พวกพี่เท่กันมากๆ เลยครับ ขอผมถ่ายรูปด้วยนะครับ เอ้า ไอโป๊ปถ่ายให้กูหน่อย”

แล้วเรื่องอะไรผมจะพลาดโอกาสถ่ายรูปร่วมกับหนุ่มนักกีฬาในชุดวันเกิดตั้งห้าคนล่ะครับ ของผมต้องพิเศษกว่ารูปของไอโป๊ป ผมจินตนาการถึงท่อนลำที่แข็งตัวเต็มที่พร้อมกับผสมอารมณ์หื่นของตัวเองลงไปแล้วก็สบตาพี่เขาทีละคน มันได้ผลจริงๆ แท่งเนื้อของพวกรุ่นพี่ทุกคนต่างก็ผงาดขึ้นโชว์ความกำยำเฉพาะส่วนที่แกร่งไม่น้อยหน้ากล้ามเนื้อวัยรุ่นของเจ้าของเลย พอถ่ายรูปเสร็จผมก็คลายสะกดให้ทุกคนใส่เสื้อผ้า แล้วก็พากันกลับไป น่าสงสารนิดหน่อยที่คงต้องตุงกันไปตลอดทางขากลับ

“ไหนมึงสรุปผลการทดลองมาซิ กูงงว่าทำไมกูสะกดเรื่องที่ออกจะฮาร์ดคอร์ขนาดนี้ได้ง่ายจัง ทั้งๆ ที่ตอนแรกทำเรื่องง่ายๆ ไม่สำเร็จด้วยซ้ำ”

“ก็ตามที่เห็นล่ะ ถ้าสิ่งที่มึงสะกดจิตให้ทำเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเซ็กส์หรือความรู้สึกทางเพศ มันจะได้ผลทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นคนที่จิตแข็งขนาดไหน หรือว่าสิ่งที่มึงสั่งจะอนาจารขนาดไหน เหมือนตอนสะกดให้แก้ผ้าเพื่อทาแป้ง แล้วสำเร็จแค่คนเดียว แต่พอมึงเปลี่ยนรูปแบบความคิดที่ใช้ในการสะกดให้เป็นการแก้ผ้าเพื่อสนองความใคร่ในการโชว์ กลับทำสำเร็จทุกคน ทั้งๆ ที่สุดท้ายก็เป็นการสั่งให้แก้ผ้าเหมือนกัน น่าจะฝืนความรู้สึกของคนถูกสะกดพอๆ กัน เอาเป็นว่ามึงจำหลักการง่ายๆ ไปแล้วกัน สั่งเรื่องลามก สั่งได้ไม่อั้น” ดีนะ มีสรุปหลักการให้ด้วย เห็นผมโง่นักเหรอ

“แล้วมันเป็นอย่างนี้ได้ยังไงวะ” ผมถามต่อ

“ไม่รู้ว่ะ ถ้าจะให้เดา น่าจะเป็นเพราะเวลามึงจินตนาการเพื่อสั่งให้ทำเรื่องแบบนั้น มึงใส่ความหื่นส่วนตัวลงไปด้วย มันเลยทำให้พลังรุนแรงกว่าปกติ งั้นกูขอทำนายเลยว่า ถ้าเป็นกับผู้หญิง มันน่าจะไม่ได้ผล หรือได้ผลแค่ไม่ต่างกับการสะกดจิตในเรื่องปกติ เพราะมึงไม่มีความหื่นใส่ผู้หญิงนี่”

อย่างนั้นหรอ ผมควรจะทดลองไหมเนี่ย แต่แค่คิดว่าต้องไปสะกดจิตสั่งให้เพศแม่มาทำเรื่องอย่างว่า ผมก็ไม่มีอารมณ์แล้ว งั้นคงจริงอย่างไอโป๊ปว่า

หลังจากการทดลองเรื่องความสามารถในการสะกดจิตจบลง ผมก็ฝึกฝนการสะกดจิตไปเรื่อยๆ บางเรื่องผมก็พัฒนาแก้ไขความไม่แน่นอนของผลการสะกดจิตไปได้เยอะ บางเรื่องก็ปรับปรุงอะไรไม่ได้ ผมเอาข้อมูลงานวิจัยที่พ่อทิ้งไว้มาให้ไอโป๊ปช่วยศึกษา แรกๆ มันก็ลองหัดเองบ้าง แต่มันไม่มีหัวทางนี้เลยครับ สุดท้ายก็เลิก มาทำหน้าที่เป็นโค้ชให้ผมอย่างเดียว

จากผลงานของพ่อทำให้ผมพัฒนาความสามารถใหม่ๆ เช่นการโปรแกรมให้ผู้ถูกสะกดรับคำสั่งของคนอื่นที่ผมกำหนดไว้ตั้งแต่แรก อันนี้ทำให้ผมพัฒนาระบบทาสขององค์กรขึ้นมาได้ในภายหลัง แต่ข้อจำกัดของคำสั่งของคนที่เป็นนายก็เหมือนกับที่ผมสั่งเอง เช่นสั่งให้ทำสิ่งที่เป็นอันตรายกับตัวเองไม่ได้ ทำเรื่องที่ฝืนจิตสำนึกมากๆ ไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเซ๊กซ์ ก็แทบจะไม่มีขีดจำกัดเลยเหมือนกับเวลาผมสั่งเองครับ

ผมมีโอกาสได้ใช้พลังสะกดจิตอยู่เรื่อยๆ แต่ก็ไม่บ่อยนัก ส่วนใหญ่จะใช้แอบช่วยเหลือเพื่อนๆ ในเรื่องเล็กๆ น้อย แต่ไม่ใช่กับไอโป๊ปนะครับ รายนั้นแทบไม่มีอะไรให้ผมต้องไปช่วยมัน มีแต่มันจะคอยช่วยเหลือดูแลผมในเรื่องอื่นๆ ที่การสะกดจิตใช้แก้ปัญหาไม่ได้ จนตอนผมอยู่มอห้าก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ผมคิดก่อตั้งองค์กรขึ้นร่วมกับไอโป๊ป ว่างๆ ผมจะมาเล่าให้ฟังแล้วกันครับ หลังจากนั้นผมก็ยิ่งได้ใช้การสะกดจิตอยู่เป็นประจำ ยิ่งใช้มากก็ยิ่งเก่งขึ้นเรื่อยๆ มีไอโป๊ปคอยช่วยศึกษาทดลองให้พลิกแพลงวิธีการและรูปแบบใหม่ๆ เพื่อเอาไปประยุกต์ใช้กับงานขององค์กร

ตอนหลังแม้แต่การสะกดจิตในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเซ็กส์ผมก็พัฒนาขึ้น ถ้าไม่ใช่เรื่องที่ขัดกับสามัญสำนึกมากๆ หรือเป็นคนที่จิตแข็งจริงๆ ผมก็แทบจะสั่งได้หมด อีกอันที่ผมภูมิใจก็คือความสามารถในการสะกดจิตหมู่ แม้แต่ในห้องที่มีคนหลายร้อยคนก็ทำสำเร็จได้ โดยไม่ต้องไล่สบสายตาทีละคนแต่ใช้ท่าทางคำพูดและน้ำเสียงประกอบ แล้วไอโป๊ปยังช่วยคิดวิธีตรวจสอบให้ด้วยว่าทั้งห้องถูกสะกดแล้วยัง

มีการสะกดจิตรูปแบบหนึ่งที่เราพยายามพัฒนามาต่อยอดจากการสะกดจิตหมู่และข้อมูลงานวิจัยของพ่อมาเป็นปีแล้วแต่ยังไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ ถ้าทำได้สำเร็จผมอาจเปลี่ยนโลกได้จริงๆ นั่นคือการสะกดจิตหมู่ผ่านสื่อ ที่ได้ผลที่สุดคือผ่านสื่อวิดีโอเพราะมีทั้งภาพทั้งเสียง หลังจากที่เราสองคนช่วยกันลองผิดลองถูกอยู่ไม่รู้กี่ครั้ง ก็พบว่าการแทรกเฟรมสะกดจิตเข้าไปในวิดีโอเป็นวิธีที่ได้ผลที่สุด ภาพวิดีโอทั่วไปจะประกอบด้วยเฟรมหรือภาพนิ่งสามสิบภาพต่อหนึ่งวินาที ถ้าตัดต่อแล้วเปลี่ยนเฟรมหนึ่งในนั้นให้แสดงภาพหรือโค๊ดที่ใช้สะกดจิต เวลาดูวิดีโอนั้น สมองของคนดูจะไม่รู้สึกเพราะประมวลผลไม่ทัน แต่เฟรมที่ว่าจะถูกตามองเห็นแล้วส่งเข้าไปจิตใต้สำนึกโดยตรง เช่น ถ้าเราใส่เฟรมสะกดจิตลงไปในทุกๆ เฟรมที่สิบห้า ในคลิปวิดีโอความยาวสี่นาที จิตใต้สำนึกของคนดูก็จะรับข้อมูลการสะกดไปถึงสองร้อยสี่สิบเฟรม เพียงพอที่จะสั่งให้ทำในเรื่องที่ไม่ซับซ้อนได้สบาย

ตอนนี้หลักๆ เราใช้วิธีนี้เพื่อควบคุมพฤติกรรมไม่ให้สมาชิกองค์กรเปิดเผยเรื่องราวขององค์กรหรือเอาคลิปหมวดเอ็มไปเผยแพร่นอกองค์กร ไอโป๊ปแทรกเฟรมสะกดจิตพวกนี้เข้าไปในแอพ “THE FIRM” ที่สมาชิกใช้งาน และคลิปวิดีโอต่างๆ ที่สมาชิกซื้อไปดู ทำให้เรารักษาความลับขององค์กรได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่การประยุกต์ใช้งานที่ซับซ้อนกว่านี้ยังมีปัญหาอยู่มาก ที่สำคัญคือผลที่คาดการณ์ไม่ได้จากความหลากหลายของคนจำนวนมาก ถ้าเขาดูบ้างไม่ดูบ้างจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเป็นการสะกดจิตหมู่โดยตรงเรายังสามารถตรวจสอบและแก้ไขได้ แต่การสะกดผ่านสื่อเป็นการสื่อสารทางเดียวทำให้เราคาดเดาผลได้ลำบาก ยิ่งถ้าใช้กับคนหมู่มากที่หลากหลายแล้ว ก็อาจเกิดเหตุการณ์ไม่ดีที่ควบคุมไม่ได้กันเลยทีเดียว ถ้าเปรียบไปก็อาจจะเหมือนเรื่องการตัดแต่งพันธุกรรมพืชหรือ GMO คือมีประโยชน์มหาศาลแต่ก็อาจมีโทษร้ายแรงที่คาดไม่ถึง

ถึงจะมีอุปสรรคมากแต่เราก็พยายามกันอยู่ ตอนนี้ผมบอกได้แค่ว่าองค์กรกำลังทดลองทำโครงการหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถ้าสำเร็จก็จะขยายผลไปในโครงการอื่นๆ อีกมากมาย และเมื่อถึงวันนั้น สังคมไทยจะเปลี่ยนไปอย่างที่คุณคาดไม่ถึงแน่

ผมไปล่ะ ยังกับองค์กรชั่วร้ายคิดครองโลกในหนังการ์ตูนเข้าไปทุกที

[จบตอนพิเศษ]

ออฟไลน์ korinasai

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 311
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
หนึ่งศูนย์ สุดยอด
โป๊ปโหดแต่เด็ก  :hao7: :hao7:

ออฟไลน์ insomniac

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1484
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-3
ปูเรื่องแบบจริงจังมาก ท่าทางจะเป็นเรื่องยาวเลยใช่เปล่าครับ

ออฟไลน์ ★KVH™★

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 516
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-3
เบอร์หนึ่งหวงเบอร์ศูนย์ใช่ม้ะ?
ฮุฮุ  :laugh:

ออฟไลน์ pakawatkheeta

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 54
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0

ออฟไลน์ Moko1212

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 55
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
โป๊ปนี่สันหาคำมาพูดไม่ให้บอสออกนอกลู่นอกทางจริงๆ

เราไม่ได้แตะใครก็ห้ามแตะ  :laugh: แบบนี้ป่ะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด