- S H A K E R - แด่คุณ ผู้ทำให้ใจสั่นไหว. l ตอนที่ 14 (จบ) (๑๒/๐๗/๒๕๕๘) l
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: - S H A K E R - แด่คุณ ผู้ทำให้ใจสั่นไหว. l ตอนที่ 14 (จบ) (๑๒/๐๗/๒๕๕๘) l  (อ่าน 104041 ครั้ง)

ออฟไลน์ YounIn

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1527
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-8
สนุกกกกก กรแอบชอบ แต่ไม่กล้า
สิชลชอบในจุดๆนี้ของกร แล้วก็เห่อแฟน แต่ดันใจอ่อนกับจุนที่เป็นแฟนเก่า เหออออออ
ความลับแตก แชมป์ก็น่าจะไปถามนะว่าวันนั้นรีบไปไหน ให้กรกินข้าวคนเดียว สิชลจะได้รู้ว่าที่โกหกกรรู้แล้ว
สงสารกร ใครนะที่จะมาจีบตอนนั้น กลับมาจีบอีกสักรอบหน่อยสิ

ต่อๆๆๆ

ออฟไลน์ kojibara

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 132
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-1
13 – ผู้ชายที่โชคดี





ร่างบางในชุดเสื้อผ้าตัวเดิมนอนนิ่งไม่ไหวติงบนที่นอน ดวงตาเหม่อลอยจ้องมองเพดานอย่างไร้จุดหมาย กรวิทย์เผลอสะดุ้งตื่นเมื่อครู่ เขาไม่รู้ว่าขณะนี้เวลาเท่าใด แต่เดาจากแสงอาทิตย์ร่ำไรๆที่ยังอยู่รอบตัวเวลานี้คงยังไม่น่าจะยังไม่สายมากนัก


มือเรียวเอื้อมหยิบเครื่องมือสื่อสารมาเปิดเครื่องหลังจากที่ปล่อยให้มันนอนนิ่งเงียบมาตลอดทั้งคืน  เขาตัดสินใจที่จะไปอาบน้ำชำระคราบเหงื่อไคลและเพิ่มความสดชื่นในกับตัวเอง เผื่อบางทีอาจช่วยให้สมองปลอดโปร่งกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้


ห้องน้ำรวมในเวลาเช้ามืดของวันอาทิตย์แบบนี้ไร้ผู้คนใช้งาน อาจเป็นเพราะวันแห่งการพักผ่อน นักศึกษาส่วนใหญ่ต่างเลือกที่จะตื่นสายเพื่อให้ร่างกายได้ชาร์จแบตอย่างเต็มที่


กรวิทย์อาบน้ำโดยไม่รีบร้อน เขาใช้เวลาในการทำความสะอาดร่างกายนานกว่าที่เคยเหมือนต้องการใช้เวลาอยู่กับตัวเองให้มาก และเมื่อสุดท้ายรู้สึกว่ามือเริ่มซีดเพราะแช่น้ำนานเกินไปเขาก็ตัดสินใจล้างตัวและซับตัวให้แห้งก่อนแต่งตัวกลับห้อง


เส้นผมเปียกชื้นถูกเป่าตัวพัดลมตัวเก่ง เขาเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาตอนนี้เพิ่งจะหกโมงเช้า นั่นแสดงว่าเขาหลับไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น และข้อความเข้ามากมายจากแอปพลิเคชั่นไลน์จากสิชลรวมทั้งเพื่อนสนิทเขาด้วย รวมทั้งข้อความแจ้งเตือนว่ามีสายโทรเข้ามาตอนที่เขาปิดเครื่องจากสิชลกว่า 30 สายและมีของเพื่อนสนิทเขาด้วย โดยเฉพาะติณที่โทรมามากมายจนเขาเองก็ตกใจว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า


“เปิดเครื่องแล้วโทรหากูด้วย”


ข้อความที่ถูกส่งมาตั้งแต่เมื่อคืนจากติณน่าจะหลังจากที่มันติดต่อเขาไม่ได้  เขาไม่อยากให้เพื่อนเป็นห่วงแต่รู้ดีว่าการหนีปัญหาที่เขากำลังทำอยู่มันทำให้คนรอบข้างเป็นกังวล


กรวิทย์ตัดสินใจโทรออกหาเพื่อนสนิทอย่างติณเป็นคนแรก เขาไม่แน่ใจว่ามันจะตื่นขึ้นมารับโทรศัพท์หรือเปล่าแต่อย่างน้อยโทรไปให้มันเห็นว่าเขาเปิดเครื่องแล้วก็ยังดี


ตื๊ดดดดดดดดดดดด


ตื๊ดดดดดดดดดดดด



สัญญาณเสียงรอสายดังไม่นาน เสียงตอบกลับจากปลายสายก็ดังตอบกลับมารวดเร็วกว่าที่เขาคิดไว้


“เปิดเครื่องได้ซะทีนะกร”


“มึงก็รับสายเร็วนะ ปกติเวลายังไม่ตื่นนิ”


“กูยังไม่นอนต่างหากล่ะ เป็นห่วงเพื่อนกลัวคิดสั้นอยู่เนี่ย”


“………………..”


กรวิทย์นิ่งไปหลังจากที่ติณตอบมาแบบนั้น เพื่อนเขาคงจะพอรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้วแน่และแน่นอนว่าเขารู้สึกไม่ดีที่ทำให้เพื่อนต้องเป็นกังวลอย่างในตอนนี้


“สิชลทันโทรมาถามหามึงกับกูเมื่อคืน มันเลยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง แต่กูก็อยากจะฟังจากมึงด้วย”


น้ำเสียงของเพื่อนสนิทที่ส่งผ่านมาบอกถึงความเป็นห่วงเป็นใย ติณยังไม่ได้นอนทั้งคืนเลย  เขาได้ยินแบบนี้น้ำตาก็เอ่อมารวมกัน ความรู้สึกตื้นตันมันไหลมามากมาย น้ำเสียงที่เอยออกมายังสั่นพร่าจนตัวเองยังรู้สึกได้


“ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง”


“มึงเป็นเพื่อนกูนะกร เป็นห่วงน่ะถูกแล้ว ทีนี้จะเล่าให้ฟังได้ยัง”


กรวิทย์ตัดสินใจเล่าเรื่องราวที่เขาเจอเมื่อวานเริ่มตั้งแต่สิชลโกหกว่าไปธุระกับเพื่อน รวมทั้งเรื่องรูปภาพในเฟสบุ๊คที่ถูกจุนแท็กให้แบบนั้นอีก เล่าไปน้ำเสียงก็เริ่มสั่นจนแทบไม่เป็นคำพูด แค่นึกถึงเรื่องราวเหล่านั้นเขายังรู้สึกได้ถึงความเสียใจแล้ว


ทันทีที่เล่าจบ เสียงถอนหายใจจากปลายสายก็ดังขึ้น เพื่อนสนิทบ่นอะไรออกมาที่เขาฟังไม่รู้เรื่องก่อนไล่ให้เขาไปคุยกับสิชลให้รู้เรื่องซะ


“ผิดกันทั้งคู่นั่นแหละ คนหนึ่งโกหก อีกคนไม่ฟังเหตุผลอะไรเลย”


ติณบ่นถึงความงี่เง่าของพวกเราทั้งคู่ก่อนบอกให้รีบกลับไปทำความเข้าใจกันซะ เพราะไม่อย่างนั้นคนที่เดือดร้อนคงไม่พ้นติณเป็นแน่ ติณบอกว่าเมื่อคืนสิชลโทรมาถามหาเขาไม่หยุด หาว่าติณปิดบังอีกต่างหาก


กรวิทย์ฟังติณบ่นถึงความวุ่นวายที่เจอเมื่อคืน รวมทั้งยังทิ้งทายให้รีบเคลียร์กันซะก่อนที่เพื่อนสนิทเขาจะขอตัวไปนอนก่อน 


“ขอบคุณมากนะติณ”


อีกฝ่ายวางสายไปแล้วแต่กรวิทย์ยังคงจดจ้องหน้าจอที่ดับไปแล้ว เขาไม่รู้ว่าที่ต้องเคลียร์กับสิชลมันควรเริ่มจากตรงไหนก่อน


เขาต้องไปหาก่อนหรอ แต่สิชลเป็นคนผิดนะ?


แล้วตอนนี้สิชลก็ไม่โทรมาหาเขาแล้วด้วย..



ในขณะที่เขากำลังคิดไม่ตกอยู่ว่าควรจะทำยังไงดี เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น กรวิทย์รู้สึกแปลกใจว่าในเวลานี้ทำไมมีคนมาเคาะห้อง แถมเพื่อนสนิทภายในหอในเขาก็ไม่ได้มีถึงขนาดที่จะมาหากันได้ด้วย


กรวิทย์ขานรับก่อนรีบลุกออกไปเปิดประตู  ลุงยามใต้หอพักที่เขาจำหน้าได้เป็นอย่างดียืมยิ้มอยู่หน้าห้อง


“ไอ้หนุ่มเอ็งชื่อกรใช่ไหม?”


ประโยคคำถามจากอีกฝ่ายถูกส่งมาทันทีที่เห็นหน้ากัน กรวิทย์พยักหน้าตอบรับคำถามไปแบบงงๆ


“มีอะไรหรือเปล่าครับลุง?”


“มีญาติมารอพบอยู่ข้างล่างน่ะ เห็นเขาบอกมีธุระด่วน”


“อ่อ ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวผมรีบลงไป”


กรวิทย์ไหว้ขอบคุณคุณลุงที่อุตส่าห์เป็นธุระขึ้นมาบอกให้เขาทราบ และเหตุการณ์ทำนองนี้เขารู้สึกคุ้นๆอย่างบอกไม่ถูก กรวิทย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คอีกครั้งว่ามีใครโทรมาไหมแต่ก็ว่างเปล่า เขาจึงตัดสินใจลงไปใต้หอพักทันที


เขามั่นใจว่าคนที่กำลังรอพบเขาอยู่ด้านล่างคงไม่ใช่ญาติเขาแบบที่ลุงยามขึ้นมาบอกแน่นอน เพราะคราวก่อนเขาเคยถูกหลอกให้ตกใจมาแล้ว ครั้งนี้เขาเลยรู้ทันว่าคนที่รอพบเขาอยู่จะเป็นใคร


เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าเรื่องราวของพวกเราจะไปในทิศทางใด


ลิฟต์เลื่อนมาหยุดที่ชั้นหนึ่ง กรวิทย์ก้าวออกมาก่อนเดินออกไปหาคนที่ทำให้เขาคิดมากทั้งคืน ร่างกายสูงใหญ่ดูสะดุดตาแม้จะอยู่ในชุดเสื้อยืดสีเข้มกับกางเกงขาสั้นถึงหัวเข่า


เขาก้าวเดินไปหาสิชลที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่สบตากันสิชลรีบลุกขึ้นแล้วเดินตรงมาหากันด้วยสีหน้ากระวนกระวายที่ปิดไม่มิด


“กร เราขอโทษ แต่ช่วยฟังกันให้หมดหน่อยได้ไหม?”


สิชลรีบเอ่ยออกมาหลังจากที่เขาต้องการจะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้คนตรงหน้าฟัง เมื่อคืนเขาไม่สามารถข่มตานอนได้เลยเพราะไม่สบายใจที่ทำให้กรวิทย์ต้องเสียใจ แล้วยิ่งคนตัวเล็กปิดเครื่องมันยิ่งทำให้เขาใจไม่ดีเข้าไปใหญ่


เขาทนเห็นคนตัวเล็กเสียใจไม่ได้.. .


“เราไปนั่งคุยกันดีๆเถอะ”


น้ำเสียงนิ่งสงบจากคนตัวเล็กทำให้สิชลดูหงอยลงไปถนัดตา กรวิทย์ไม่แสดงอาการใดๆออกมานอกจากความเฉยชา คนตัวเล็กเดินนำไปที่โต๊ะมุมในสุดติดเสาพร้อมกับนั่งลงเผชิญหน้ากับเขา


“เราผิดเองที่โกหกกร เราขอโทษ” สิชลเอ่ยคำที่เขาอยากบอกคนตรงหน้ามากที่สุดออกไป และเมื่อไม่เห็นปฏิกิริยาจากคนตรงหน้า เขาจึงอธิบายเรื่องราวทั้งหมด


“เมื่อวานเพื่อนของจุนโทรมาหาเราว่าติดต่อจุนไม่ได้เลยให้เราช่วยไปดูที่ห้องให้หน่อย เขาบอกว่าไม่มีใครว่างเลย เราก็ปฏิเสธไม่ได้”


“สิชลเลยเลือกที่จะโกหกเราแทนสินะ” กรวิทย์เอ่ยตัดพ้อออกมา


“เราขอโทษ” สิชลเอื้อมมือมากุมมือของคนตรงหน้าไว้ “เราไม่อยากให้กรไม่สบายใจเลยต้องโกหก เราไปที่ห้องจุนแล้วจุนบอกไม่สบาย เราเลยไปซื้อข้าวกับยาให้เพียงเท่านั้น แล้วเราก็ขอตัวกลับเลย”


สิชลจ้องตากรวิทย์ตลอดในขณะที่เอ่ยคำอธิบายออกมา เหมือนต้องการสื่อให้คนตรงหน้ามั่นใจว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องจริง


“เรื่องภาพที่จุนอัพลงในเฟสบุ๊คเราก็โทรไปต่อว่าและขอให้เขาลบแท็กออกแล้ว เรารู้ว่ากรคงมาสบายใจแน่ๆ แล้วยิ่งแชมป์โทรมาบอกว่าเจอกรด้วย มันเลยยิ่งทำให้เรารู้ว่ากรต้องเข้าใจผิดแน่ๆ เราขอโทษที่โกหก ขอโทษจริงๆ แต่ขอให้เชื่อกันนะว่าเรื่องจุนมันจบไปแล้วจริงๆ”


สิชลเอ่ยออกไปจากทั้งหมดในใจที่เขาเพียรพยายามจะบอกกรวิทย์มาทั้งคืน น้ำตาหยดใสไหลลงมาจากดวงตาคู่สวยของคนร่างเล็ก สิชลยิ่งลนลานไปกันใหญ่เมื่อเห็นน้ำตาคนตรงหน้า เขารีบลุกไปหากรวิทย์ก่อนปลอบกอดให้หยุดร้องไห้แต่ดูเหมือนว่ายิ่งปลอบ น้ำตากลับยิ่งเปียกชุ่มไหล่เขาเรื่อยๆ


ท่าทางสะอื้นแบบคนจะขาดใจทำให้สิชลต้องกอดคนในอ้อมกอดให้แน่นมากยิ่งขึ้นพร้อมเอ่ยคำขอโทษไม่หยุด และโชคดีที่เวลานี้ใต้หอพักไม่มีนักศึกษาเท่าไหร่ ไม่งั้นคงเป็นที่สนใจของคนอื่นแน่ๆ


“เรา .. เราเชื่อสิชลนะ แต่ช่วยอย่าโกหก ก.. กันอีกได้ไหม?”


สิชลเห็นคนตัวเล็กพยายามจะพูดแต่เพราะเสียงสะอื้นทำให้คำพูดขาดห้วงไปบ้าง คนในอ้อมกอดเขาเหมือนพร้อมจะแตกตลอดเวลา เปราะบางเหลือเกิน


“เราเสียใจมากจริงๆนะ อึก.. ที่รู้ว่าสิชลโกหก เ. เราเสียใจมาก”


“รู้แล้วครับ ไม่ร้องแล้วนะตาบวมหมดแล้ว ไม่มีการโกหกอีกแล้ว ไม่ทำให้ร้องไห้อีกแล้ว”


กรวิทย์หยุดร้องไห้แล้วแต่ยังมีอาการสะอื้นอยู่ เจ้าตัวผละออกจากอ้อมกอดผมโดยก้มหน้ามองฝ่ามือที่สอดประสานกันไม่ยอมเงยหน้ามามองกัน


ผมเชยคางคนตัวเล็กให้มองหน้ากัน ดวงตาบวมเป่งหลังจากผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ริมฝีปากขบกัดแน่นเหมือนคนกำลังใช้ความคิด และท่าทางที่ไม่ยอมสบตากันมันยิ่งทำให้คนตรงหน้าดูน่าเอ็นดูสำหรับผมที่สุด


“จากนี้จะไม่โกหกแล้ว มีอะไรก็จะบอก ถ้าอะไรทำให้กรไม่สบายใจก็จะไม่ทำ” ผมเอ่ยให้คนน่ารักตรงหน้าฟังและขอให้เชื่อใจได้เลยว่าจะไม่ทำให้ต้องเสียใจอีก


“มีอะไรต้องบอกกันนะ เราไม่ใช่คนงี่เง่าอยู่แล้ว ถ้ามีเหตุผลเราก็รับฟังเสมอ ไม่โกหกแล้วนะ”


น้ำเสียงออดอ้อนของคนร่างเล็กทำให้ผมต้องตกลงอย่างไม่มีข้อแม้ เรื่องแค่นี้ผมทำได้อยู่แล้ว และบทเรียนครั้งนี้มันทำให้เขาจำได้ขึ้นใจเลย


หลังจากที่ปรับความเข้าใจกันแล้วต่างฝ่ายต่างเงียบเหมือนกำลังเคลียร์ตัวเอง ความรู้สึกของสิชลและกรวิทย์ในตอนนี้เหมือนยกของหนักออกไปพ้นตัว รู้สึกโล่งสบายอย่างบอกไม่ถูก พวกเขาเปิดใจคุยกันมากขึ้นและพยายามปรับตัวเพื่อให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ยาวนานมากที่สุด


ใต้หอพักชายในตอนนี้เริ่มมีผู้คนมากขึ้น ร้านอาหารทยอยเปิดให้บริการและดูเหมือนว่ากรวิทย์เองก็น่าจะยังไม่ได้กินอะไรเขาเลยอาสาไปซื้อข้าวมาให้ สิชลสั่งอาหารตามสั่งมา3อย่างพร้อมกับข้าวเปล่า พวกเขานั่งกินข้าวด้วยกันเพื่อเป็นการเริ่มต้นที่ดีหลังจากที่เสียน้ำตาไปเยอะ


เสียงหัวเราะดังขึ้นเรื่อยๆเหมือนกับความสุขที่กำลังโอบล้อมรอบกายพวกเขาเอาไว้ สิชลจ้องหน้าของกรวิทย์ที่กำลังยิ้มกับบทสนทนาก่อนหน้า เขารู้สึกแย่ที่ทำให้รอยยิ้มของคนตรงหน้าหายไป แต่จากนี้เขาจะรักษามันไว้เป็นอย่างดี


“กลับได้แล้วมั้งสิชล ดูสิ ตาปรือแล้ว รีบกลับไปนอนเถอะ”


กรวิทย์เอ่ยบอกคนตัวโตที่ยังฝืนนั่งอยู่คุยกับเขาทั้งๆที่ตัวเองยังไม่ได้นอนเลย ดูได้จากรอยคล้ำใต้ตาที่เห็นได้ชัด แถมยังมีอาการหาวเป็นระยะด้วย


“ไล่กันอีกแล้ว”


“ไม่ได้ไล่ แต่เราเป็นห่วงสิชลต่างหาก เดี๋ยวขับรถอันตรายนะ”


“ฮ่าๆ โอเคๆครับ หยอกเล่นนิดหน่อยอย่าโมโหสิ” สิชลเอ่ยแซวร่างเล็กที่ทำหน้าบึ้ง “แต่ว่าก่อนกลับขอถ่ายรูปคู่กันหน่อยดีกว่า”


สิชลหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดโหมดถ่ายภาพทันที ร่างสูงเอียงหัวมาซบกรวิทย์ ร่างเล็กตกใจนิดหน่อยกับการใกล้ชิดแบบกะทันหันจึงหันไปมองคนข้างกาย ร่างสูงยิ้มหวานให้กรวิทย์ก่อนได้รับรอยยิ้มจากคนตัวเล็กกลับมาเช่นกัน สิชลรีบกดบันทึกภาพดังกล่าวไว้ก่อนถ่ายเพิ่มอีกหลายรูป


เขาอัพโหลดภาพลงในโซเชียลทั้งเฟสบุ๊คและอินสตาแกรมของตัวเอง ภาพที่เขาทั้งคู่ไม่ได้มองกล้องแต่กำลังมองกันและกันพร้อมรอยยิ้มที่แสดงถึงความสุขที่มีในตอนนี้ โดยไม่ลืมที่จะแท็กหาคนสำคัญข้างกายด้วย


เสียงเตือนว่ามีข้อความในเฟสบุ๊คดังขึ้น กรวิทย์มองหน้าสิชลที่กำลังก้มหน้าก้มตาอัพโหลดภาพอยู่ก่อนที่จะเงยหน้าบอกให้เขาลองดูสิ กรวิทย์กดเข้าไปดูตามข้อความที่แจ้งเตือนว่ามีบุคคลแท็กภาพที่มีเขาด้วย ใบหน้าของสองคนในภาพที่กำลังยิ้มให้กันเหมือนมีความสุขกันเสียเหลือเกิน แน่นอนว่าสองคนนั้นคือเขากับสิชล พร้อมกับแคปชั่นใต้ภาพที่ทำให้เขาไม่สามารถหุบยิ้มลงได้


“ขอบคุณที่ทำให้เราเป็นผู้ชายที่โชคดีนะครับ”




TBC.

ขอบคุณที่ยังติดตามกัน
รักคนอ่านเสมอ และรักคนที่คอมเม้นต์กันมามากๆน๊าา








ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
เข้าใจกันแล้ว อย่าปล่อยให้ยาวเดี่ยวจะม่าม่าเอา อิอิ
รู้สึกนั่งดูหนุ่มๆๆเขามุ้งมิ้งเลยอ่ะ น่าร้ากกกกก

ออฟไลน์ BlueCherries

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4061
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-17
 :man1:


สิชลกลับมาเป็นขวัญใจแม่ยกตามเดิมละค่ะ ฮาาาา

อย่าได้โกหกอีกนะ ไม่งั้นจะยุให้กรเฉือนชลน้อยให้เป็ดกิน :D

ออฟไลน์ double9JH

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1810
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-7
เข้าใจกันแล้ววว เย้ๆ หวานกันเชียวน้าาา :mew1:

ออฟไลน์ panitanun

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 482
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1

ออฟไลน์ My_yunho

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1684
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-5
เข้าใจกันแล้ว เย้ๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ YounIn

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1527
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-8
แล้วไป กว่าจะคืนดี เพื่อนๆกังวลกันหมดเลย

ออฟไลน์ goosongta

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1523
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-6
อย่าโกหกอีกนะสิชล อย่าให้ความไว้ใจต้องถูกทำลายเป็นครั้งที่ 2

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
คราวหน้ามีเรื่องอะไรต้องคุยกันนะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-3
เกือบไปแล้วนะสิชล ถึงไม่ตั้งใจแต่ก็ไม่ควรทำอีก
จะเก็บมาระแวงกันทีหลัง

ออฟไลน์ cheyp

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1536
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +49/-0
โอเค เคลียร์กันได้ไวดี
แต่สิชล อย่าโกหกอีกนะ คนรักน่ะมันต้องเชื่อใจกันได้ ถ้าแค่เริ่มต้นก็โกหกซะแล้ว ก็จบนะ

ออฟไลน์ kojibara

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 132
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-1
14 – อบเชย





เสียงออดสัญญาณดังขึ้น นักศึกษาที่ยังเหลืออยู่ภายในห้องสอบส่วนมากเงยหน้าขึ้นมาจากข้อสอบ หันมองหน้ากันเองพร้อมท่าทางที่ดูเหมือนหมดหวังกับคะแนนสอบที่ยังไม่ออกของวิชาภาคตัวนี้


อาจารย์ทยอยเดินเก็บข้อสอบในขณะที่เพื่อนๆในห้องก็เก็บของและลุกออกจากห้องสอบที่นั่งมา3ชั่วโมงเต็ม  เสียงบ่นดังเซ็งแซ่บริเวณหน้าห้องพูดถึงความยากและความโหดของวิชานี้


“อาจารย์แม่งประยุกต์ซะกูไปไม่เป็นเลย”  เสียงบ่นจากติณดังขึ้นหลังจากที่เจ้าตัวนั่งทำข้อสอบจนหมดเวลา ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องแปลกสำหรับเพื่อนสนิทของเขาคนนี้


“นั่นดิ สูตรที่กูท่องมาไม่มีความหมายเลย ไม่รู้จะใช้ยังไง” ท่าทางเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากของอาร์ทช่วยยืนยันคำพูดของตัวเองได้จริงๆว่ากระดาษข้อสอบที่เพิ่งถูกเก็บไปไม่น่าจะใช่คำตอบที่ถูกต้องมากนัก


“นี่ก็ทำได้ล่ะสิ เห็นเขียนซะเยอะเลย”


ส้มหันมาแซวผมที่ยืนนิ่งไม่ได้พูดอะไร ส่งไปเพียงรอยยิ้มที่ไม่ได้อธิบายขยายความจากคำบอกของส้ม หากถามว่ามั่นใจกับคำตอบที่เขียนไปเสียมากมายไหม ผมก็ไม่มั่นใจมากนัก แต่อย่างน้อยก็มั่นใจว่าน่าจะเกินกึ่งหนึ่งของคะแนนเต็ม และผมก็ไม่อยากพูดให้เพื่อนหมั่นไส้อีกต่างหาก แค่นี้ก็สงสารแล้ว


แม้จะหมดเวลาสอบแล้วแต่เพื่อนบางคนก็ยังคงอยู่แถวนั้น ผลัดเวียนกับถามหาคำตอบของข้อสอบที่ตนสงสัยว่าทำถูกหรือไม่ และดูเหมือนว่ายิ่งติณได้ยินคำพูดของคนอื่นว่าตอบอะไรกันบ้าง ใบหน้าของเพื่อนสนิทก็ชักจะเปลี่ยนสีจนซีด ยิ่งมองก็ยิ่งอดขำไม่ได้


“กร   .. กร”


กรวิทย์หันซ้ายหันขวาตามเสียงเรียกชื่อตัวเองที่ได้ยิน ก่อนจะพบว่ามาจากคนตัวโตที่กำลังยื่นหน้ามาทักทายเขาจากชั้นบน สิชลโบกมือทักทายแล้วหันไปพูดอะไรบางอย่างกับกลุ่มเพื่อนก่อนรีบวิ่งลงมา


ชายเสื้อนักศึกษาหลุดออกมาจากกางเกงสแล็คสีดำ ภาพตรงหน้าไม่ค่อยคุ้นตาสำหรับเขานักเพราะบ่อยครั้งที่เจอกันคนตัวโตมักจะอยู่ในชุดช็อปเสียมากกว่า


“ไม่รู้ว่าสอบตึกเดียวกัน”


ท่าทางแปลกใจของคนตรงหน้าที่เห็นผมมีสอบที่ตึกเดียวกัน เพราะช่วงนี้เราคุยโทรศัพท์กันไม่นานนักส่วนมากจะส่งข้อความหากันเสียมากกว่า และวิชาสอบของพวกเราก็ยากกันทั้งนั้น เวลาในช่วงนี้พวกเราเลยทุ่มให้การติวสอบกันมากกว่าแต่สิชลก็ยังหาเวลามากินข้าวเย็นกับเขาได้อยู่บ่อยๆ


“นั่นสิ สิชลสอบเสร็จแล้วหรอ?”


“เรารอสอบน่ะ แต่เพื่อนๆเรียกให้มาช่วยติวให้อีกครั้งก่อนเข้าสอบ”


“อ่ออ งั้นเดี๋ยวช่วงเย็นเราค่อยเจอกันก็ได้ สิชลไปหาเพื่อนก่อนเถอะ”


“กรสอบเสร็จแล้วหรอ?”


“ใช่ นี่ก็ว่าจะกลับไปนอน เมื่อคืนนอนนิดเดียวเอง”


“โอเคครับ เดี๋ยวช่วงเย็นเราไปหาแล้วกันนะ”


“ทำข้อสอบให้ได้นะ”


“หื้มมม ได้ยินแบบนี้ท่าทางเราจะได้เต็ม ฮ่าๆๆ”


สิชลยืนดูกรวิทย์เดินกลับไปจนลับสายตาก่อนจะกลับไปหากลุ่มเพื่อนๆและไม่วายโดนแซวเรื่องกรวิทย์อีกตามเคย เขาไม่ได้ปิดบังเรื่องนี้แต่ก็ไม่ชินซะทีเดียวถ้ามีคนมาแซวหรือล้อเขาเรื่องคนตัวเล็ก





.
.
.
.
.



กรวิทย์งัวเงียลุกขึ้นมาเพราะเสียงจากเครื่องมือสื่อสารที่กำลังส่งเสียงร้องไม่หยุด  รายชื่อที่โชว์บนหน้าจอก็มีอยู่คนเดียวที่เขากำลังคุยด้วยอบู่ตอนนี้


“ครับ?”


“ยังไม่ตื่นใช่ไหมกร หกโมงกว่าแล้วนะ หิวยัง?”


“หิวแล้ว เดี๋ยวขอไปล้างหน้าแปบนึง”


“โอเค เรารออยู่ช้างล่างนะ”


กรวิทย์กดตัดสายก่อนลุกขึ้นเดินไปยังห้องน้ำรวมเพื่อล้างหน้าล้างตา ทันทีที่โดนความเย็นจากน้ำสัมผัสกับใบหน้าความรู้สึกสดชื่นก็เข้ามาแทนที่ เสียงท้องร้องที่ดังขึ้นบ่งบอกถึงความหิวในตอนนี้ได้ดีทีเดียว


เขาเดินลงมาใต้หอพัก สายตาสอดส่องหาคนตัวโตก่อนจะเห็นว่ากำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ที่ประจำที่เจ้าตัวมักจะมารอเขา กรวิทย์เดินเข้าไปใกล้สิชลอย่างช้าๆหวังจะแกล้งร่างสูงให้ตกใจและสิชลเหมือนรู้ทันเพราะรีบหันมาหาก่อนทำให้กรวิทย์เซ็งไม่น้อย


“เดี๋ยวนี้ขี้แกล้งนะเรา”


สิชลเอ่ยเย้าคนตัวเล็กที่พักหลังมักจะเริ่มกล้าหยอก กล้าเล่นกับเขามากขึ้น กรวิทย์ในสายตาเขาตอนนี้ดูเป็นผู้ชายขี้เล่นที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ อยู่ด้วยแล้วไม่อึดอัด ไม่ต้องคอยสร้างภาพ


“เหม่ออะไรเนี่ย?” กรวิทย์บ่นสิชลที่กำลังเหม่อ


“เปล่าครับ แค่คิดอะไรไปเรื่อยน่ะ”


“คิดอะไร คิดถึงคนอื่นหรอ เดี๋ยวเหอะๆๆ”


กรวิทย์ทำท่าดูแบบไม่จริงจังใส่คนตัวโตที่บอกว่ากำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อย เขาแค่จะแกล้งเท่านั้นแหละเพราะเห็นว่าเพิ่งสอบเสร็จอาจจะเครียดอยู่ก็ได้


“คิดถึงเรื่องของเราต่างหาก คิดว่าทำไมถึงรู้สึกดีได้ขนาดนี้”


“…”


ริมฝีปากของคนตัวเล็กที่กำลังเอ่ยเจื้อยแจ้วแกล้งเขาหุบเม้มเข้าหากันทันทีเหมือนคนที่กำลังไปไม่เป็น ริ้วสีแดงบริเวณแก้มบอกได้ถึงอารมณ์ของอีกฝ่ายที่กำลังเขินและไม่รู้จะทำอย่างไร  ฮ่าๆ เห็นแบบนี้แล้วยิ่งน่าแกล้ง


กรวิทย์น่ะขี้อายจะตายไป..


แค่เขาพูดหยอดหรือแสดงความเป็นเจ้าของนิดหน่อย อาการของคนตรงหน้าก็จะกลับมาเป็นคนไม่พูดไม่จาเหมือนในตอนนี้ทันที


“เงียบเลย เขินหรอ?”


“มั่วแล้ว ใครเขินกัน วู้วว หิวข้าวแล้วเนี่ย ไปกันยัง?”


ท่าทางของคนที่บอกว่าไม่ได้เขินแต่กลับเปลี่ยนเรื่องและลุกพรวดพราดออกไปสร้างรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาได้อีกที สิชลรีบเดินตามกรวิทย์ไปก่อนที่จะตกลงกันว่าจะกินอะไรกันดี


หลังจากตกลงกันได้ว่าจะกินก๋วยเตี๋ยว สิชลและกรวิทย์ก็เลือกร้านประจำที่ทั้งคู่ชอบมากินบ่อยๆจนพ่อค้าจำหน้าได้และมักแซวพวกเขาอยู่เสมอ


เมนูที่ทั้งคู่สั่งก็ยังเป็นแบบเดิมที่มักจะชอบกิน และระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟสิชลก็บ่นถึงข้อสอบที่เจ้าตัวเพิ่งจะสอบผ่านมาว่ายากเหลือเกิน


“คะแนนไม่ดีแน่วิชานี้ เฮ้อออ”


“เอาน่า เราเต็มที่แล้ว ได้แค่ไหนก็ต้องยอมรับ”


แม้จะกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วแต่สิชลก็ยังอดบ่นไม่ได้ รู้แบบนี้น่าจะตั้งใจให้มากกว่านี้ เขาไม่อยากคะแนนตกและวิชานี้สามหน่วยกิตซะด้วย


“ก๋วยเตี๋ยวมาแล้วครับ”


เจ้าของร้านนำก๋วยเตี๋ยวมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะพร้อมบอกว่าทานให้อร่อย  ทั้งคู่ขอบคุณพ่อค้าก่อนลงมือทานกันไปแบบเงียบๆ


“อ่ะ ให้ของโปรดเราเลยจะได้อารมณ์ดีขึ้น”


กรวิทย์คีบลูกชิ้นสองลูกในชามของคนเองใส่ในชามของคนตรงหน้า เห็นท่าทางหงอยๆเพราะทำข้อสอบไม่ได้แบบนั้นแล้วรู้สึกไม่ดีด้วยเลย เขาคงทำได้แค่ให้ของโปรดกับคนตัวโต กินของอร่อยๆเยอะๆจะได้มีรอยยิ้ม


“โหยย จะทำให้หลงไปไหนเนี่ย”


สิชลไม่สามารถหุบยิ้มได้เลยกับวิธีน่ารักๆของร่างเล็กที่อยากให้เขาอารมณ์ดีกว่านี้ เขาเองก็ขอแค่บ่นเฉยๆแต่ก็ไม่ได้อารมณ์เสียมากมายอะไรขนาดนั้น แต่การที่คนตัวเล็กห่วงใยและใส่ใจกันแบบนี้เขาเองก็ยิ้มแก้มปริเลยสิ


บทสนทนาระหว่างมื้อเย็นก็เป็นเรื่องราวของเพื่อน เรื่องรอบตัว หรือพูดง่ายๆว่าไม่มีสาระสำคัญอะไรมากหรอก และเมื่อทั้งคู่จัดการอาหารเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ตัดสินใจเดินย้อนไปทางหน้าม.เพื่อเป็นการย่อยอาหารไปในตัว


ความมืดรอบตัวในไม่ได้ทำให้บรรยากาศโดยรอบดูน่ากลัว รถยนต์ยังคงวิ่งขวักไขว่บนท้องถนน นักศึกษาประปรายเดินสวนทางผ่านพวกเขาไปและสภาพอากาศที่เย็นลงช่วยทำให้บรรยากาศที่เป็นอยู่มันผ่อนคลายอย่างไม่น่าเชื่อ


“สอบเสร็จแล้วก็มีเรียนต่อเลยแบบนี้ไม่ได้เนอะ เหมือนไม่ได้พัก”


สิชลเอ่ยชวนคุย เพราะหลังจากสอบกลางภาคเสร็จพวกเขาก็มีเรียนต่อในวันรุ่งขึ้นเลย มันเป็นเรื่องยากลำบากมากจริงๆเพราะเหมือนร่างกายหมดพลังไปกับการสอบและยังไม่ได้ชาร์จแบตเลย


“ปกติก็เห็นว่าไม่ค่อยเรียนอยู่แล้วนิ ชอบส่งข้อความมากวนเราเวลาเรียนตลอด ไม่ต้องมาบ่นเลย”


“ฮ่าๆ รู้ทันอีก แฟนใครเนี่ย”


“...”


“เขินหรอ? เงียบเลย ฮ่าๆ แฟนใครทำไมน่ารักจัง”


สิชลยังไม่หยุดแกล้งคนตัวเล็กที่เริ่มเขินหน้าแดง และเมื่อทนไม่ไหวกรวิทย์ก็จัดการลงไม้ลงมือไปเบาๆเพื่อให้คนตัวโตหยุดแกล้งเขาได้แล้ว


“ขอบคุณจริงๆนะที่คอยอยู่ข้างกัน”


สิชลเอ่ยมาตามความรู้สึกที่เขาเป็นอยู่ในตอนนี้ ความสุขที่มีมันทำให้เขารู้สึกขอบคุณคนข้างกายที่ยังรัก ยังห่วงใยกันแบบนี้ กรวิทย์ชะงักงันไปกับคำพูดของสิชลที่อยู่ดีๆก็เอ่ยออกมา เขาหันไปมองสีหน้าของคนพูดแต่รอยยิ้มและท่าทางขอบคุณที่ส่งผ่านมาทางสายตาเป็นเหมือนเครื่องยืนยันว่าคนตัวโตรู้สึกแบบนั้นจริงๆ


มือใหญ่กอบกุมฝ่ามือเล็กเอาไว้ อาจเพราะช่วงเวลานี้มันคงไม่น่าเกลียดมากนักหากพวกเขาจะแสดงออกให้เห็นถึงความรู้สึกดีที่มีแก่กัน


“การพูดคำว่ารักตลอดไป สำหรับเราเหมือนเป็นเรื่องโกหก เราไม่มีทางรู้หรอกว่าหนทางข้างหน้าต้องเจออะไร อุปสรรคหรือคำเยินยอที่พวกเราต้องเจอ และไม่รู้ว่าท้ายที่สุดแล้วพวกเราจะยังคงเคียงข้างกันไหม แต่ตอนนี้ เวลานี้ เรากล้าพูดคำว่ารัก พูดได้โดยไม่ลังเล เราซื่อตรงกับความรู้สึกเสมอนะ”


ฝ่ามือที่กุมกันถูกกระชับให้แน่นขึ้นจากคนข้างตัวเป็นดังการรับรู้ข้อความที่เขาเอ่ยบอกออกไป


“ขอบคุณเหมือนกันนะ เราขอบคุณที่สิชลให้โอกาส ขอบคุณที่ห่วงใยและใส่ใจเรามาตลอด เราเองแม้จะแสดงออกไม่ค่อยเก่งและขอให้เชื่อเถอะว่าความรู้สึกที่มีให้กันมันจริงใจสุดๆ จริงๆนะ”


ปลายเสียงท้ายประโยคสั่นไหวเล็กน้อยแต่ก็เพียงพอให้สิชลรับรู้ได้ เขามองคนข้างกายที่จับมือไว้แน่นแต่ก้มหน้ามองพื้นอยู่นาน และนั่นก็เพียงพอแล้วว่าคนตัวเล็กกำลังร้องไห้


“เฮ้ยย ไม่ร้องดิ ร้องทำไม”


สิชลลนลานเพราะเขามักจะรับมือไม่ได้กับการที่ต้องมาเห็นน้ำตาของคนคนนี้


“อึก เ. เราก็ไม่รู้ อยู่ดีดีน้ำตามันก็ไหลเอง สิชลนั่นแหละ มาพูดซึ้งทำไมกันเล่า”


แม้จะเถียงเขาว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ต้องมีน้ำตา แต่มืออีกข้างก็ยังปาดน้ำตาที่ยังเอ่อมาอยู่ตลอด สิชลตัดสินใจรวบตัวกรวิทย์เข้ามาอยู่ในอ้อมกอด แล้วโยกตัวปลอบเบาๆเพื่อให้หยุดร้องได้แล้ว


“ไม่ร้องเนอะ เดี๋ยวคืนนี้ปวดหัวนะ”


กรวิทย์ผงกหัวรับแม้ยังอยู่ในอ้อมกอดของสิชล คนตัวเล็กใช้ชายเสื้อของสิชลมาเช็ดน้ำตาเรียกเสียงหัวเราะกับอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี


“เช็ดน้ำตาอย่างเดียวใช่ไหม แอบสั่งน้ำมูกด้วยไหมเนี่ย?”


“ฮ่าๆๆ”


กรวิทย์หลุดหัวเราะกับท่าทางของสิชลที่ดูจะกลัวเขาใช้ชายเสื้อตัวเองแทนผ้าเช็ดหน้า และอาจเพราะความในใจจากสิชลก่อนหน้านี้ที่ทำให้เขารู้สึกตื้นตัน มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้สุดท้ายจึงกลั่นมาเป็นน้ำตา


ตอนนี้สิชลและกรวิทย์ต่างยืนจับมือพร้อมส่งยิ้มให้กัน แม้รอบตัวจะเต็มไปด้วยเสียงรถยนต์ที่ดังผ่านไป แสงไฟมืดสลัวที่ติดๆดับๆ หรือกลิ่นควันจากร้านไก่ย่างที่อยู่ถัดไป แต่ในสายตาของคนทั้งคู่เวลานี้กลับเต็มไปด้วยใบหน้าของอีกฝ่ายในสายตากันและกันพร้อมแรงบีบที่มือแน่นขึ้นเป็นดั่งพยานรับรู้ความรู้สึกของทั้งคู่


พวกเขาไม่เคยเชื่อในคำว่าตลอดไป แต่พวกเขาเลือกที่จะเชื่อในความรู้สึกที่ได้รับกลับมาจากอีกคนมากกว่า


เขาเชื่อว่าแววตาไม่โกหก


และการที่ดวงตาของเราทั้งคู่มีภาพของกันและกันในเวลานี้ พวกเขาก็รู้สึกดีที่สุดแล้ว




The end.



เพราะเป็นตอนสุดท้ายเราเลยอยากจะทอล์คสักครั้ง
สิ่งแรกที่อยากบอกอยู่เสมอคือ ขอบคุณ ขอบคุณจริงๆนะคะ ขอบคุณคนอ่านทุกคน และคนที่คอมเม้นต์ให้กันในแต่ละตอนเรายิ่งขอบคุณเป็นพิเศษ
เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของเราที่ลองแต่งนิยาย เรายังไม่รู้ว่าถนัดแบบไหนสุดท้ายเลยมาลงที่แบบเบาเบาแบบนี้ แต่งเองก็รู้ได้เลยว่ายังมีจุดที่ต้องพัฒนาอีกเยอะแต่ก็ต้องขอบคุณผู้อ่านที่ยังคงตามอ่านตลอด และไม่รู้ว่ามีใครทราบไหมว่าชื่อตอนทั้งหมดในเรื่องนี้เป็นชื่อเพลงทั้งหมดของวง Armchair ค่ะ เป็นเพลงที่เราชอบทั้งนั้นเลย อยากให้ลองไปฟังกันดู
หลังจากที่ลองแต่งเรื่องนี้ดูแล้วเราก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยถนัดแบบหวานแหววเท่าไหร่ และเหมือนจะค้นพบแนวที่อยากแต่งแล้ว  ดังนั้นหากมีผลงานเรื่องหน้าหวังว่าทุกคนจะยังสนับสนุนกันอยู่นะคะ

ขอบคุณอีกครั้งจากใจจริง

BlueCherries   qxchanim     ammchun     mantra       kyungploy     B52     double9JH     pigarea       PURE LOVE     mox2224   vedeegunempross     Blue     ReiSei     lightseeker     ma-prang     ammchun     pim14        kun     Meimei        mynamejnkf     cheyp   เด็กหญิง       205arr   drasil     Ceylon     Pawaree     poterdow     JustWait     pachth        heroves     Serioz       goosongta     YounIn   panitanun     My_yunho     maemix


:3123: :3123: :3123: :3123: :3123:

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
อนาคตยังอีกยาวไกล อยู่กับปัจจุบันทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

ออฟไลน์ BlueCherries

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4061
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-17
 :L2:

ให้ดอกไม้จากใจค่ะ ขอบคุณคุณ kojibara เหมือนกันที่เขียนเรื่องดีๆมาให้อ่าน ถึงออกตัวว่าไม่ถนัดแนวหวานเท่าไหร่ แต่ตอนสุดท้ายนี่มดไต่จอคอมแล้วนะคะ ><

ชอบกรมาก :)

ปูลิง อยากจะรบกวนถามนิดว่า แนวการเขียนที่ค้นพบว่าชอบนั้น ไม่ทราบว่าเป็นแนวไหนเหรอคะ?  :mew2:

ออฟไลน์ kojibara

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 132
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-1
:L2:

ให้ดอกไม้จากใจค่ะ ขอบคุณคุณ kojibara เหมือนกันที่เขียนเรื่องดีๆมาให้อ่าน ถึงออกตัวว่าไม่ถนัดแนวหวานเท่าไหร่ แต่ตอนสุดท้ายนี่มดไต่จอคอมแล้วนะคะ ><

ชอบกรมาก :)



ปูลิง อยากจะรบกวนถามนิดว่า แนวการเขียนที่ค้นพบว่าชอบนั้น ไม่ทราบว่าเป็นแนวไหนเหรอคะ?  :mew2:


แนวที่อยากเขียน ยังขอไม่บอก อิอิ >< แต่อยากให้รอติดตามกันนะคะ

ออฟไลน์ BlueCherries

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4061
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-17
น่าลุ้นจริงๆ

รับทราบค้า :D  o13

ออฟไลน์ goosongta

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1523
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-6
จบเร็วจัง เพิ่งจะเริ่มคบกันแท้ๆ  ยังอยากอ่านต่ออยู่เลย

ออฟไลน์ เด็กหญิง

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 204
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
ไม่อยากให้จบอ่ะ อยากอ่านต่ออออออออออออออออออออออออ
ฮืออออออ

รอตอนพิเศษนะคะ

ออฟไลน์ pim14

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 202
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
ละมุนจัง แอบคิดว่าจะมีมาม่าโผล่มาซะอีก ว้า จบเร็วอ่ะ เพิ่มตอนพิเศษมาอีกก็ได้นะคะ น่ารักดี อยากเห็นกรหึงบ้าง สิชลหึงบ้าง สลับกัน อยากดูตอนง้องอนกันอีก อยากรอตอนฟินแลนด์ด้วยค่ะ 555 สงเคราะห์ให้หน่อยจะดีมากเลยนะคะคนแต่ง

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
จบแล้วหรอ หวังตอนพิเศษต่อ อิอิ
สิชลกรน่ารักมากกก จับมือเดินกันต่อไป
แอบหรอแนวถนัดน่ะ

ออฟไลน์ ขนมโก๋

  • เป็ดหัวเน่า
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 699
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-0
แถมตอนพิเศษด้วยนะ พลีสสส

ออฟไลน์ kojibara

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 132
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-1
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ
สำหรับเรื่องที่ว่าจบเร็วก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆ แต่อย่างที่บอกคือค้นพบว่าไม่ถนัดแนวนี้เท่าไหร่
เขียนไปแล้วมันไม่ลื่นไหลค่ะ เดี๋ยวจะพยายามหาตอนพิเศษมาไถ่โทษให้นะคะ


 :กอด1: :กอด1: :กอด1: :กอด1:

ออฟไลน์ YounIn

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1527
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-8
ห้ะ!! จบแล้ว!? จริงดิ
กำลังสนุกๆเลย กรน่ารัก สิชนก็อ้อแฟนน่ารัก
ชอบๆ ขอบคุณสำหรับนิยายสนุกๆนะ แต่งอีกๆ

ออฟไลน์ double9JH

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1810
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-7
จบแล้วหรอเนี่ยยย รอตอนพิเศษ :mew1:

ออฟไลน์ punchnaja

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3359
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +383/-5
เขียนเก่งค่ะ  แต่ช่วงแรกๆมีติดนิดนึงตรงที่บทบรรยายเดี๋ยวเป็นคนนั้นคนนี้ อ่านแล้วจะงงๆว่าตอนนี้ใครเป็น "ผม"อยู่ อาจต้องแยกเป็นพาร์ทๆให้หน่อย หรือเป็นคนใดคนหนึ่งไปเลย นอกนั้นสนุกมากค่ะ ชอบบบบ รออ่านเรื่องต่อไปนะคะ

ออฟไลน์ jamesnaka

  • วิหคเหมันต์
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 152
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
ขอเป็นกำลังให้ผู้แต่งได้สร้างสรรค์ผลงานที่ดีๆต่อไปจ้า

 :pig4: ขอบคุณค่ะ

รอต่อพิเศษด้วยอีกคนจ้า

ออฟไลน์ myhumps001

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 45
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-5
เป็นนิยายที่สนุกมากๆ อีกเรื่องเลยนะครับ ทั้งการเขียนก็สนุก รีบผลิตผลงานแบบนี้มาให้ได้อ่านกันอีกนะครับ :L1:

ออฟไลน์ yuyie

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2112
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +92/-5

ออฟไลน์ zuu_zaa

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2004
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-1

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด