- S H A K E R - แด่คุณ ผู้ทำให้ใจสั่นไหว. l ตอนที่ 14 (จบ) (๑๒/๐๗/๒๕๕๘) l
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: - S H A K E R - แด่คุณ ผู้ทำให้ใจสั่นไหว. l ตอนที่ 14 (จบ) (๑๒/๐๗/๒๕๕๘) l  (อ่าน 104349 ครั้ง)

ออฟไลน์ ma-prang

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 473
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
สิชลทำไมเงียบหายไปงั้นล่ะ รู้มั้ยกรใจไม่ดีเลยยย

อยากอ่านอีกจัง ><

ออฟไลน์ BlueCherries

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4061
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-17
เห้ยไรวะ

สิชลถ้าคุณไม่ติดธุระด่วนจริงๆจงตอบไลน์เด๋ยวนี้นะ  :ling2: :ling2: :ling2: :ling2: :ling2: :ling2:

ถ้าน้องคิดไปเองว่าคุณรังเกียจ งี้ยุให้ไปคบกับเด็กวิดวะซะเลยนิ ชิชิ

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
สงสัยจะมาหาถึงหน้าห้อง

ออฟไลน์ ammchun

  • Don't Worry,Be Happy
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-4
สิชลลลลลลลลลลตอบเดี๋ยวนี้!!!!!!!!

ออฟไลน์ pim14

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 202
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
กรี๊สสสส น้องกรมีพัฒนาการแล้ววววว กล้าสารภาพรักก่อนซะด้วยอ่ะ สิชลรีบจัดหนักด่วนค่ะ ขอเดาว่ากะลังบึ่งรถมาหากรแน่ๆเลย อิอิ รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ ขอด่วนๆได้มั้ยคะ ลุ้นมาก

ออฟไลน์ double9JH

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1810
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-7
สิชลมาตอบกรได้แล้วว อย่าให้กรใจเสียดิ  :katai4: :katai4:

ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
มันค้างน่ะเออ
สิชลว่าไง ทำไมตอบ วิ่งมาหากรเลยน่ะ
ไม่งั้นจะยุให้กรไปชอบกล้าน่ะเออ
เอาไงๆๆๆๆ
ฮ่าๆๆๆๆ
แกล้งกันชัดๆๆๆตอนใหม่จงมาเร็วๆๆๆๆ

ออฟไลน์ Meimei

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
สิชลแอบชอบกรเหมือนกันใช่มั้ย
สารภาพเลย จะได้ใจตรงกัน
 :hao5:

ออฟไลน์ mynamejnkf

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 88
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
ว้ากกกกกก ค้างสุดๆ ทำไมมันค้างคา กรี๊ดดดดด สิชลแกต้องรับรักลูกสาวฉันนะยะ

มาบวกเป็ดบวกเม้นท์ ให้กำลังใจคนแต่งด้วย

ขออีกเยอะๆนะคะ ชอบอ่ะ มุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้ง

เขินจิกเบาะขาดและ :hao7:

ออฟไลน์ cheyp

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1536
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +49/-0
ตอบกลับมาซะทีสิชล
เราอ่านแล้วก็ลุ้นตามไปด้วยนะเนี่ยยย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ qxchanim

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
อ่านเเล้วไม่ตอบมันน่าหงุดหงิดมากนะสิชลลลลล  :katai1: :katai1:

ออฟไลน์ mox2224

  • :นักเขียนสมัครเล่น:
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 201
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ขอโทษน้า คือเรางง ตอนที่5 บอกว่าเราชื่อกล้าอยู่เกษตร
แล้วตอนนี้มาอยู่วิศวะได้ไง
แล้วก็ในเฟสบุ้คที่เพื่อนแซวทำไมกลายเป็นชื่อแชมป์ งงๆ
หรือเราเข้าใจไรผิด

ออฟไลน์ kojibara

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 132
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-1
07 – แค่เรา




แสงจากหน้าจอโทรศัพท์เพิ่งจะดับลงไป  ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่สิชลปล่อยให้เครื่องมือสื่อสารตรงหน้าไร้การเคลื่อนไหว  อาจจะนับตั้งแต่เขาได้รับข้อความจากกรวิทย์ก็เป็นได้


เพราะไม่คิดว่าผู้ชายร่างเล็กขี้อาย เพื่อนสนิทของติณจะกล้าสารภาพความรู้สึกกับเขาแบบนี้  คนที่มักจะคอยแอบมองเขาเสมอและหลบตาทุกทีที่เขาหันมอง เขารู้ตัวมาตลอดว่าเพื่อนตัวเล็กของติณคนนี้รู้สึกพิเศษกับเขา เขาไม่ได้รังเกียจเพียงแต่ที่ผ่านมาเราไม่เคยคุยกันมันเลยยากที่จะให้ประทับใจในตัวกรวิทย์


กรวิทย์ไม่ใช่สเป็ค  เขาเคยบอกติณไปแบบนั้นในตอนที่ติณเหมือนจะเกริ่นๆเรื่องนี้กับเขา  ประกอบกับที่ผ่านมาเราสองคนไม่เคยได้ทำความรู้จักกันแบบจริงจังเลยดังนั้นถ้าเขาจะไม่ได้รู้สึกเป็นพิเศษกับกรวิทย์ก็คงไม่แปลก


 แต่ช่วงเวลาไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมาบางเหตุการณ์มันทำให้เราได้ใกล้ชิดกัน  และบางครั้งความจริงใจที่คนตัวเล็กมีอยู่เปี่ยมก็ทำให้เขาได้เห็น  รวมทั้งอาการขัดเขินที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา  หลายครั้งที่เขาเองก็มองว่าเพื่อนติณคนนี้ก็น่ารักดี


นิ้วมือเรียวยาวสัมผัสปุ่มบนโทรศัพท์อีกครั้งก่อนที่แสงไฟจะสว่างโชว์ข้อความในไลน์ที่เป็นต้นเหตุให้เขาต้องคิดหนักอยู่แบบนี้


“ไม่รู้จริงๆเหรอว่าเราแอบชอบสิชลอยู่”


เพราะรู้น่ะสิว่ากรวิทย์สนใจตัวเองอยู่ เขาจึงไม่พอใจที่เห็นข้อความจากใครก็ไม่รู้มาแสดงความสนิทสนมแบบนั้น มันต้องเป็นแค่เขาคนเดียวไม่ใช่หรอที่กรวิทย์ควรจะสนใจและใส่ใจน่ะ

ข้อความถูกส่งมาตั้งแต่หนึ่งชั่วโมงที่แล้วแต่ยังไม่มีการตอบกลับใดๆจากเขาทั้งสิ้น  เพราะไม่แน่ใจกับความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้มันจึงทำให้เขาหนักใจ  ความรู้สึกดีที่ได้เห็นคนตัวเล็กเขินอาย  เวลาที่ได้ยินน้ำเสียงหงอยๆหรือเห็นแววตาตัดพ้อที่ส่งมาเขาก็รู้สึกเป็นห่วง แถมไอ้อาการไม่พอใจที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเพราะความสนใจที่กรวิทย์มีให้เขาคนเดียวถูกแบ่งไปให้คนอื่นนี่อีกล่ะ 
ที่เป็นอยู่ตอนนี้มันคือความรู้สึกแบบไหนกัน


เพราะเป็นห่วงความรู้สึกเจ้าของข้อความเป็นที่สุดเขาจึงไม่อยากให้การตัดสินใจของตัวเองในครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ไม่แน่นอน  เขาอยากมั่นใจและแน่ใจว่าตัวเองรู้สึกแบบเดียวกันไหม เขาไม่อยากเป็นต้นเหตุให้คนตัวเล็กต้องมีน้ำตาหากวันหนึ่งรู้สึกได้ว่ามันไม่ใช่ความรัก


สิชลเลื่อนรายชื่อที่อยู่ในโทรศัพท์ก่อนจะตัดสินใจกดโทรออก  เสียงรอสายดังเพียงไม่กี่ครั้งก็ได้ยินเสียงปลายสายตอบกลับมา


“ฮัลโหล”

“ฮัลโหลเจ๊  ทำไรอยู่?”

“ฉันก็นอนดูโทรทัศน์ไปเรื่อยเปื่อยนั่นแหละ แกมีอะไรหรือเปล่า”


เพราะปลายสายเงียบไป “วาริน” จึงละความสนใจจากละครในโทรทัศน์มาให้ความสนใจกับน้องชายที่ร้อยวันพันปีไม่ค่อยจะโทรมาหาเธอเพื่อถามไถ่เรื่องทั่วไปอย่างเช่นวันนี้  สิชลเป็นน้องชายที่อายุห่างกัน4ปี และเพราะนิสัยที่ออกจะไม่ค่อยเหมือนผู้หญิงทั่วไปสักเท่าไหร่เธอจึงมักจะเป็นที่ปรึกษาให้กับน้องชายตัวนี้คนนี้อยู่บ่อยๆ  เธอกับน้องชายคุยกันได้ทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องส่วนตัว เรื่องเพื่อน เรื่องการแต่งตัว หรือแม้กระทั่งเรื่องความรักเองก็ตาม


“เจ๊ ตอนนี้ผมกำลังสับสนอ่ะ”

“แกสับสนเรื่องอะไร ไหนลองเล่ามาสิ เจ๊ฟังอยู่”


สิชลไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี  เขากับพี่สาวสนิทกันมากแทบทุกเรื่องของเขาที่เป็นเรื่องสำคัญเขาก็มักจะเล่าให้เจ๊ฟังอยู่เสมอ  และแม้ว่าตอนนี้เขาจะแยกออกมาอยู่คอนโดแต่ถ้ามีเรื่องที่อยากให้รู้ เขาก็มักจะโทรไปเล่าให้ฟังเสมอ และหากครั้งนี้เรื่องราวที่เขากังวลจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรมากมายเขาก็คงจะเล่าได้แบบไม่ลำบากใจเท่าไหร่  แต่เพราะมันเป็นเรื่องของหัวใจนี่แหละ ไม่ว่าจะตอนไหนเขาก็ลำบากใจทุกทีที่เอามาปรึกษา


ครอบครัวของสิชลรู้มาตั้งแต่ช่วงม.ปลายแล้วว่าเขาไม่ได้สนใจในเพศตรงข้าม ทุกคนในครอบครัวตกใจในครั้งแรกที่ได้รู้แต่ก็เพราะเจ๊รินนี่แหละนี่ช่วยพูดให้พ่อกับแม่ค่อยๆเข้าใจในเรื่องพวกนี้ได้  และเพื่อเป็นการขอบคุณพวกเขาผมเลยอยากจะใช้ชีวิตที่เหลือจากนี้ไปทำให้เขาภูมิใจกับผมให้มากที่สุด ผมจึงพยายามตั้งใจเรียนเพื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ดี  และหากมีกิจกรรมที่หลายๆคนหยิบยื่นมาให้ผมก็ตั้งใจทำอย่างเต็มความสามารถ


เรื่องความรักเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผมเสมอ เพราะอยากจะมั่นใจว่าไม่ใช่แค่เรื่องฉาบฉวยผมจึงอยากมั่นใจกับเรื่องนี้จริงๆ ที่ผ่านมาผมมีคนที่เรียกได้ว่าเป็นคนรักเพียงคนเดียว และเพราะมันเป็นรักแรกทุกความรู้สึกมันจึงยังตรึงอยู่ในใจ แม้จะไม่ชัดเจนมากเท่าเมื่อก่อนแต่มันเหมือนหมอกจางจางที่ยังมองเห็นลอยอยู่ในห้วงอากาศ 


“ผมกำลังรู้สึกว่าใครบางคนเริ่มเข้ามามีอิทธิพลกับความรู้สึกของผม  เขาเป็นเพื่อนของเพื่อนผมอีกที ผมรู้ว่าเขารู้สึกดีดีกับผม เขาค่อนข้างขี้อายเพราะไม่เคยจะเข้าหาผมก่อนเลย เขามักจะแอบมองผมแต่พอผมหันไปเห็นก็ชอบหลบสายตาไปเสียทุกที เขาไม่ใช่สไตล์แบบที่ผมสนใจเท่าไหร่ เขาตัวเล็กก็จริงแต่ผิวคล้ำ หน้าตาไม่โดดเด่นอะไรมาก แต่พอได้ทำความรู้จักได้คุยกันมากขึ้น เขากลับเป็นคนที่ทำให้ผมยิ้มได้อยู่ตลอดเวลา แต่พอเขาสารภาพความในใจออกมาผมกลับไม่รู้ว่าต้องทำยังไงดี ผมโคตรเครียดเลยว่ะเจ๊”


“แกรู้ไหมว่าน้ำเสียงที่แกพูดถึงเขาคนนั้น แกมีความสุขขนาดไหน ฉันฟังฉันยังรู้เลยว่าแกยิ้มไปด้วยขณะพูด” วารินเอ่ยแซวน้องชายเพื่อหวังผ่อนคลายจากบรรยากาศตึงเครียด แต่เพราะปลายสายไม่มีการตอบกลับเธอจึงพูดต่อ “แกมีคำตอบให้ตัวเองแล้วแน่ๆฉันมั่นใจ เพียงแต่แกอยากให้ฉันช่วยยืนยันความคิดแกต่างหาก”

“เจ๊เหมือนมาอยู่ในความคิดผมเลยอ่ะ สุดยอดเลย”

“แน่นอนสิยะ! ฉันรู้ทันความคิดแกหมดทุกอย่างนั่นแหละ แต่เดี๋ยวก่อน ฉันขอถามอะไรแกซักอย่างนะ”

“ว่ามาสิครับ”

“เขาคนนั้นของแกไม่ได้มาเป็นตัวแทนของใครใช่ไหม?”

สิชลเงียบไปนานหลังจากที่พี่สาวถามสิ่งที่สงสัยออกมา และมันก็เป็นคำถามที่เขาเคยถามตัวเองมาแล้ว

“เขาคนนั้นไม่ได้เป็นตัวแทนใครแน่นอนครับ”

“โอเค ได้ยินแบบนี้ฉันก็โล่งใจ” เสียงถอนหายใจของวารินลอดผ่านโทรศัพท์เข้ามาจนเรียกเสียงหัวเราะจากน้องชาย “มันไม่ผิดหรอกนะที่แกจะลองทำความรู้จักกับใครสักคน แถมแกยังรู้สึกดีกับเขาขนาดนี้แล้วด้วย แกลองให้โอกาสตัวเองแล้วก็ให้โอกาสเขาคนนั้นได้ลองเรียนรู้กันบ้างสิ เจ๊เชื่อว่าแกดูคนไม่ผิดหรอกนะ”


สิชลโล่งใจกับคำแนะนำของพี่สาวที่บอกให้เขาลองให้โอกาสกันและกันดู จริงๆแล้วตัวเขาเองก็มีคำตอบไว้ในใจแล้วอย่างที่เจ๊รินบอกนั่นแหละ เขาเองก็อยากจะลองทำความรู้จักกับกรวิทย์ให้มากขึ้นกว่านี้เช่นกัน

“ขอบคุณมากเจ๊ สบายใจขึ้นเยอะเลยเดี๋ยววันหลังจะมาใช้บริการไหมนะ”

“เห็นฉันเป็นโถส้วมหรือไงเนี่ย พอสบายใจก็จะไปแล้ว ชิส์! วันหลังพามาให้ฉันรู้จักบ้างนะ”

“เอาวันนี้ให้รอดก่อนไหม ผมเงียบหายมานานขนาดนี้เขาจะคิดยังไงแล้วเนี่ย”

“ฉิบหายแล้วไงล่ะ แกรีบวางสายไปเลยไอ้ชล เคลียร์กันให้เรียบร้อยด้วยล่ะ”

“งั้นแค่นี้นะเจ๊ บาย”


สิชลกดวางสายจากพี่สาวก่อนจะเลื่อนหาเบอร์ของกรวิทย์เพื่อกดโทรออก  สัญญาณจากปลายสายที่บอกว่าว่างแต่ไม่มีคนรับ เขารู้สึกร้อนใจ กลัวคนตัวเล็กจะคิดมากที่เขาไปยอมตอบข้อความในไลน์ไป


เขาทนนั่งร้อนใจแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว สิชลคว้ากุญแจรถก่อนจะรีบออกจากห้องไปโดยมีจุดหมายปลายทางครั้งนี้คือหอพักชาย  ด้วยเวลาที่เริ่มดึกแล้วรถราบนท้องถนนจึงไม่ติดขัดเหมือนช่วงเวลาเร่งด่วน  ไม่เกินสิบนาทีรถคู่ใจก็พาตัวเขามาหยุดที่หน้าหอพักชาย
แต่เพราะกรวิทย์ไม่ยอมรับสายเขาก็ไม่รู้จะหาวิธีคุยกันได้อย่างไรดีเพราะถ้าไม่ใช่นักศึกษาที่พักที่นี่เขาก็ไม่อนุญาตให้ขึ้นไปได้

.
.
.
.


ก๊อก ก๊อก ก๊อก



กรวิทย์ยืนมองลุงยามที่กำลังยืนเคาะประตูอยู่หน้าห้อง  เขารู้สึกไม่สบายใจเลยตัดสินใจไปอาบน้ำอีกครั้งพร้อมกับล้างหน้าล้างตาให้มันสดชื่นขึ้นหลังจากที่ความรู้สึกในตอนนี้มันเหี่ยวเฉาเกินบรรยาย

“เอ่ออ ลุงครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ” เขาตัดสินใจถามลุงยามที่ยังคงยืนอยู่หน้าห้องเขาไม่ไปไหน

“หนูเป็นเจ้าของห้องนี้ใช่ไหม”

“ใช่ครับ มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าครับ”

“มีสิ พอดีเพื่อนเราบอกให้ลุงขึ้นมาตามน่ะเห็นว่ามีเรื่องด่วนมากแต่โทรหาเราแล้วไม่ยอมรับสาย เขากลัวเราเป็นอะไรหรือเปล่า”

“อ่อ โทษทีครับพอดีผมไปอาบน้ำมา ว่าแต่เพื่อนผมให้ลุงมาตามหรอครับ”

“ใช่ๆ เขารออยู่ข้างล่างน่ะ ผู้ชายตัวสูงๆ”

“ขอบคุณคุณลุงมากนะครับ เดี๋ยวผมรีบลงไป”


กรวิทย์ยิ้มขอบคุณคุณลงไปอีกครั้งก่อนจะรีบเก็บอุปกรณ์อาบน้ำแล้วรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลงไปข้างล่าง  ใครกันมาหาเขาเวลานี้ ติณหรอ มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่านะ

บริเวณใต้หอพักชายในเวลานี้ผู้คนบางตา กรวิทย์กวาดตามองไปรอบๆเพื่อหาเพื่อนสนิทของตนเองแต่ไม่เจอ และไม่ทันที่เขาจะเดินกลับไปถามลุงยามเพื่อความแน่ใจ ผู้ชายคนหนึ่งกลับมุ่งตรงมาหาเขาทันทีที่สบตากัน


สิชล


ไม่คาดคิดว่าคนที่จะให้ลุงยามไปตามถึงที่ห้องคือผู้ชายตัวสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าคนนี้ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อบอกให้รู้ถึงความรีบของคนตรงหน้า

“เราโทรไปหาแต่กรไม่ยอมรับสาย”

สิชลเอ่ยทักออกมาก่อนเพื่อทำลายความเงียบที่กำลังปกคลุมพวกเขาทั้งคู่ไว้ตอนนี้  คนตัวเล็กยืนก้มหน้า หลีกเลี่ยงการสบตากับเขาเต็มรูปแบบ มือประสานกันแน่นเหมือนกำลังกลัวอะไรบ้างอย่าง

“เราขอโทษ”

กรวิทย์เอ่ยคำพูดเดียวที่อยู่ในหัวของเขาตอนนี้ออกมา เขารู้สึกผิดที่ทำให้สิชลต้องมาลำบากใจ เขาไม่กล้าสู้หน้า และถ้าสิชลไม่อยากจะเห็นหน้ากันอีกเขาเองก็พร้อมที่จะพาตัวเองออกมา

“ขอโทษกันเรื่องอะไร ไหนบอกมาสิ”

“………”

เพราะไม่มีคำตอบรับจากคนตรงหน้า แถมหยดน้ำใสที่ไหลเปื้อนใบหน้าลงมาของคนตัวเล็กมันทำเอาเขาใจคอไม่ดีเสียด้วย

“กร เงยหน้าคุยกันดีๆหน่อยสิ สบตาผู้พูดคือมารยาทของผู้ฟังที่ดีนะ” ผมเอ่ยเย้าคนตัวเล็ก ใบหน้าเล็กที่เปราะน้ำตาแม้จะรีบเช็ดแบบรีบๆแต่ดวงตาก็ยังเอ่อไปด้วยหยาดน้ำที่พร้อมจะหล่นลงมาได้ทุกเมื่อ

“ร้องไห้ทำไม บอกเราได้ไหม”

“เราเสียใจ ขอโทษที่ทำให้ลำบากใจนะ” เสียงสั่นเครือของกรวิทย์มันทำให้สิชลต้องดึงคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมแขน

“เราบอกตอนไหนว่าลำบากใจ หื้ม” ปากเอ่ยถาม แต่มือก็ยังทำหน้าที่ลูบแผ่นหลังส่งผ่านความห่วงใย ความเปียกชื้นของน้ำตาเปื้อนเสื้อของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

“เราคิดว่าสิชลคงลำบากใจที่จะปฏิเสธเราโดยตรง สิชลเลยเลือกที่จะไม่ตอบอะไรกลับมา แต่แค่นั้นเราก็รู้ความหมายได้แล้ว”

“ถ้าแบบนั้นเราก็คงต้องโทษด้วยที่ไม่ยอมตอบอะไรกลับไปเลย ใจเสียเลยล่ะสิ” คนในอ้อมกอดพยักหน้าก่อนจะผละออกมามองหน้าผม “เราจริงจังกับความรู้สึกของตัวเองเสมอนะ เราไม่อยากจะตกลงกับใครไปโดยที่เรายังไม่รู้ใจตัวเอง แต่ตอนนี้คิดว่าเรารู้สึกดีกับคนแถวนี้แบบเกินเพื่อนทั่วไปแล้วล่ะ เลยอยากจะลองขยับความสัมพันธ์ของพวกเราให้มันมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ แต่ไม่รู้ว่าคนแถวนี้จะเห็นดีด้วยหรือเปล่านะ”


กรวิทย์มั่นใจว่าเขาตีความประโยคก่อนของสิชลไม่ผิดแน่ๆ  ที่มันเหมือนคำตอบรับแบบกลายๆหลังจากที่เขาสารภาพความในใจออกไป สิชลกำลังยิ้มให้เขาอยู่ไม่ผิดแน่ๆ นี่มันยิ่งกว่าฝันที่เคยคิดไว้เสียอีก อะไรกันเนี่ย กำลังจะถอดใจอยู่แล้วเชียว


“ตอนแรกจะโทรมาคุยกับกรแต่ไม่ยอมรับสายกันซะนี่ เราใจร้อนเลยรีบขับรถมาหาเพราะอยากให้เข้าใจตรงกัน แล้วก็แอบกลัวว่าคนแถวนี้จะร้องไห้ตาบวมไปซะก่อน”

“ใครเขาจะมาร้องไห้กัน แมนๆทั้งนั้นอ่ะ”

“ฮ่าๆ โอเค๊ แมนก็แมน” สิชลอมยิ้มไปกับคนตรงหน้าที่ยังยืนยันว่าแมนเสียเหลือเกิน

กรวิทย์ไม่สามารถควบคุมรอยยิ้มของตนเองได้เลย เขายืนมองหน้าคนตัวสูงชัดชัดอีกครั้งเพื่อยืนยันความสัมพันธ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นนับจากนี้ไป

“เราขอถามอะไรหน่อยได้ไหม”

“เอาสิ กรอยากรู้เรื่องอะไรล่ะ”

“ทำไมสิชลถึงตอบตกลงล่ะ ทำไมเป็นเรา?”


สิชลยืนยิ้มมองหน้าเจ้าของคำถามที่เขาเองก็เฝ้าเพียรถามตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องเป็นคนตรงหน้าที่ทำให้หัวใจเขากลับมาเต้นแรงอีกครั้ง

“ไม่รู้สิ”

“อ้าว.. .”

“ฮ่าๆ เราไม่รู้จริงๆว่าทำไมต้องเป็นกร รู้ตัวอีกทีก็คอยมองหา รู้สึกดีที่กรสนใจและมองแต่เราไปซะแล้ว แถมยังไม่พอใจเอามากๆที่กรไปสนใจคนอื่น เราเลยอยากจะให้โอกาสตัวเองให้ลองทำความรู้จักกับกรให้มากขึ้น”


ริ้วสีแดงบนแก้มคงจะบอกถึงความเขินที่มีของคนตัวเล็กได้เป็นอย่างดี สิชลมองท่าทางแบบนั้นอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเอ่ยต่อไป
“ความสัมพันธ์ของพวกเราในตอนนี้อาจจะยังไม่ถึงขั้นเป็นคนรักเพราะเรายังไม่รู้จักกันดีพอ ดังนั้นนับจากนี้ไปเราจึงควรให้โอกาสกันและกันทำความรู้จักให้มากขึ้น บางทีพอถึงเวลานั้นกรอาจจะไม่ได้รู้สึกดีกับผมแบบนี้แล้วก็ได้”

“ไม่มีทางหรอก” กรวิทย์รีบยกมือขึ้นมาป้องปากทันทีหลังจากที่รู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป

“พอถึงเวลานั้น เราเองก็หวังให้กรยังรู้สึกแบบนี้อยู่เช่นกัน”


สิชลขยันทำให้เขาเขินเหลือเกิน แค่คำพูดที่เอ่ยออกมามันก็ทำให้เขาดีใจจนเนื้อเต้นแล้ว ไหนจะสายตาพราวระยับที่ขยันจ้องมานั่นอีกล่ะ ต้องให้เขาแข้งขาอ่อนล้มลงกันไปตรงนี้เลยใช่ไหมเนี่ย


“ดึกแล้ว กรรีบขึ้นไปนอนเถอะพรุ่งนี้มีเรียนเช้าด้วย”

“สิชลก็เหมือนกันนะ รีบกลับไปอาบน้ำนอนได้แล้ว”

“โอเคครับ จัดให้ตามคำสั่ง” กรวิทย์มองรอยยิ้มกรุ้มกริ่มที่ส่งมา ทำไมเขาถึงมองดูว่ามันเจ้าเล่ห์เหลือเกิน

“งั้นเราไปแล้วนะ บ๊าย บาย”


สิชลมองดูคนตัวเล็กเดินขึ้นหอไปก่อนที่เขาเองก็คงต้องได้เวลากลับไปพักผ่อนบ้างหลังจากที่วุ่นวายใจมาตลอดช่วงเย็น บนรถยนต์ที่สตาร์ทเครื่องไว้แต่ยังไม่เคลื่อนที่ไปไหน เขาตัดสินใจส่งข้อความออกไปให้คนที่อยู่ด้านบนก่อนที่จะเคลื่อนรถออกไป



“จากนี้ไป ช่วยสนใจแค่เรานะ :) ฝันดีครับ”





TBC.

ต้องขอโทษที่วันนี้มาซะดึกเลย
ไม่แน่ใจว่าจะมีคนรออ่านบ้างไหม
แต่ทุกคอมเม้นต์ ทุกกำลังใจได้อ่านหมดเลยนะคะ
ขอบคุณมาก ขอบคุณมากจริงๆค่ะ

ออฟไลน์ เด็กหญิง

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 204
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

ออฟไลน์ BlueCherries

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4061
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-17
.......

คบกันซะเซ่

เด็กอ่อนต่อโลกทั้งหลาย ชิชะ

(ว่าแต่สิชลเคยมีใครในใจสินะ พี่สาวถึงถามว่าตัวแทนของใคร เรื่องนี้จะเป็นมาม่าไหมน้อออออออ?)

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
กำลังจะเชียร์คนนั้นอยู่แล้วเชียว

ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
กว่าจะให้คำตอบได้น่ะสิชล กรต้องอาบนำดับร้อนเลย ฮ่าๆๆๆๆ
มีส่วข้อความให้มองแค่ตัวเองด้วย แต่ว่ากรตอนนี้เสน่ห์แรงแล้วน่ะ อิอิ

ออฟไลน์ 205arr

  • เราคงอยู่ไกลกันเป็นพันหมื่นลี้
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 748
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-1
ขอให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ราบรื่นด้วยเถอะ
รอติดตามตอนต่อไปค่ะ
 :-[ :-[ :-[ :-[ :-[

ออฟไลน์ qxchanim

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
เพิ่งมีเวลาเข้าเล้า  หนูกรของป้าสมหวังเเล้ววว  กรี๊ดดดด   :mc4: :mc4: :katai2-1:

ออฟไลน์ kojibara

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 132
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-1
08 - Minute of Love




เสียงเพลงคุ้นหูในวิทยุกำลังขับกล่อมคนฟังให้เพลิดเพลินไปกับมัน แต่ในเวลานี้มันคงใช้ไม่ได้กับกรวิทย์แน่นอน ชายหนุ่มนั่งเกร็งมาตั้งแต่ขึ้นมานั่งบนรถยนต์คันนี้แล้วและในตอนนี้เขาก็รู้สึกหายใจไม่ค่อยสะดวกเอาเสียเลย

นับตั้งแต่เมื่อวานที่เขากับสิชลตกลงว่าจะลองขยับความสัมพันธ์ เขาเองก็ยังไม่มีโอกาสได้เล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนๆฟังเลยเพราะตั้งใจว่าจะนัดคุยกันตอนเย็นเพื่อบอกข่าวดีแบบนี้  แต่เรื่องราวกลับไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจเพราะคนขับข้างตัวเขานี่แหละที่มาดักรอรับอยู่หน้าคณะ  ไม่รู้ว่าไปเช็คตารางเรียนเขามาจากไหนถึงได้รู้ว่าวันนี้เขามีเรียนวิชาภาคตัวเดียว 

สิชลเดินเข้ามาหาเขาทันทีที่เจอกันพร้อมบอกว่ามารับไปหาอะไรกินข้างนอก  เขายังจำสีหน้าของเพื่อนสนิทและเพื่อนคนอื่นที่อยู่บริเวณนั้นได้เป็นอย่างดี  ท่าทางของเพื่อนสนิทที่บอกว่าเดี๋ยวกลับมามีเคลียร์แน่นอน กรวิทย์ทำได้เพียงส่งยิ้มแห้งๆกลับไปก่อนรีบก้าวตามสิชลมาที่รถก่อนที่จะเป็นเป้าสายตาไปมากกว่านี้

“ทำไมนั่งเกร็งขนาดนั้นล่ะ หื้มม”
สิชลเอ่ยถามคนข้างกายที่ตั้งแต่ขึ้นมาบนรถยังไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาเลย  ไม่รู้ว่าไม่พอใจที่เขาไปรอรับแบบนั้นหรือเปล่า

“แค่ยังไม่ชินน่ะ ไม่มีอะไรหรอก  แล้วนี่เราจะไปไหนกันหรอ?”

เส้นทางที่รถเคลื่อนที่ผ่านตาเขาไม่ค่อยคุ้นตาสักเท่าไหร่ แต่จะพูดแบบนั้นก็ไม่ได้ต้องบอกว่าเขาไม่ค่อยรู้จักเส้นทางมากสักเท่าไหร่ เพราะปกติเขาเดินทางแอยู่แค่มหาวิทยาลัยกับหอพักก็แค่นั้น ไม่ค่อยได้ออกไปเปิดหูเปิดตาสักเท่าไหร่

“จะพาไปกินร้านประจำเราเอง อาหารอร่อย ราคาสบายกระเป๋า”

การจราจรในช่วงเวลาพักเที่ยงทำให้การเดินทางของเราค่อนข้างยาวนานสักหน่อย สิชลบอกว่าร้านอาหารที่จะพาไปนั้นปกติเดินทางไปเกิน20นาทีเพียงแต่วันนี้มันอาจจะนานกว่าปกติไปสักหน่อย

หลังจากที่ฝ่าฝันการจราจรติดขัดบนท้องถนนมาได้ตอนนี้กรวิทย์ก็มานั่งอยู่ในร้านอาหารที่ขาดไม่ใหญ่มากนั้น บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยต้นไม้มีทั้งไม้ดอกและไม้ผล ส่วนบริเวณด้านในก็ตกแต่งโดยโทนสีขาวเสียส่วนใหญ่ให้ห้ามรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านประมาณนั้นเลย 

สิชลบอกว่าอาหารที่นี่อร่อยทุกอย่าง เขาเลยเลือกสั่งเป็นอาหารสิ้นคิดที่มักจะสั่งเมื่อเวลาที่นึกอะไรไม่ออกอย่างข้าวผัดกุ้ง หลายคนอาจมองว่าเป็นอาหารธรรมดาแต่เขารู้สึกว่าการจะทำให้มันอร่อยน่ะยาก กรวิทย์เลือกสั่งไปแค่อย่างเดียวที่เหลือเป็นหน้าที่ของคนตรงหน้าที่จัดแจงสั่งอาหารอย่างคล่องแคล่วบ่งบอกว่าเป็นร้านประจำจริงๆ

“สิชลมีเรียนตอนบ่ายต่อหรือเปล่า”
กรวิทย์เอ่ยถามคนตัวโตในระหว่างที่กำลังนั่งรออาหารมาเสิร์ฟ

“จริงๆวันนี้อาจารย์ยกเลิกคลาสน่ะ ไม่มีเรียนหรอก”

“อ้าว แล้วมามหาลัยทำไมล่ะ อย่าบอกนะว่าแค่มารับเราไปกินข้าว”

“อื้มมม แล้วก็อยากเจอด้วย”

สายตาวิบวับที่ส่งมาจากคนตรงหน้ามันทำให้เขาเขินแบบไม่ต้องสงสัย สิชลในตอนนี้เหมือนไม่ใช่สิชลที่เขาเคยแอบมองมาก่อนเลย  สายตาเจ้าเล่ห์ คำพูดที่คอยจะทำให้คนฟังต้องระเบิดตัวเองแบบนี้ไปเอามาจากไหนเนี่ย หรือเพราะที่ผ่านมามันเป็นภาพลวงตาใช่ไหมเนี่ย

“ร้อนหรอ? แก้มแดงเชียว จะให้ร้านเขาปรับแอร์ให้ไหม”

สิชลเอ่ยเย้าคนตัวเล็กไป ท่าทางขัดเขินของกรวิทย์ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งก็ไม่เบื่อเลยจริงๆ เรื่องที่เขาอยากเจอมันเป็นความจริงเขาไม่ได้พูดโกหก เขาตั้งใจไว้แล้วว่าสำหรับความสัมพันธ์ในครั้งนี้เขาอยากจะซื่อตรงกับความรู้สึกของตัวเองให้มากที่สุด


ใช้เวลาไม่นานตอนนี้อาหารก็มาเสิร์ฟเต็มโต๊ะจนไม่เหมือนว่ามากินกันสองคน สิชลตักอาหารให้คนตรงหน้าก่อนชวนคุยเรื่องราวทั่วๆไปเพื่อลดความอึดอัดที่เกิดขึ้น  อาจเพราะบรรยากาศรอบตัวที่ดูผ่อนคลายจึงทำให้กรวิทย์กล้าที่จะพูดคุยมากขึ้น หัวเราะให้กับมุขตลกที่เขาเล่า บางครั้งก็เป็นฝ่ายที่จะถามเรื่องที่สงสัยกับเขาก่อนด้วย สิชลกำลังรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกที่เวลาคนตัวเล็กอยู่กับเขาแล้วยิ้มบ่อยแบบนี้


นั่งมองแบบนี้แล้วมันชื่นใจ



“กินของหวานอีกไหมกร เค้กที่นี่อร่อยนะ ลองดูไหม?”

สิชลเอ่ยถามหลังจากที่พวกเขาจัดการอาหารบนโต๊ะเกือบหมดแล้ว และดูท่าทางว่ากรวิทย์น่าจะชอบของหวานอยู่ไม่น้อยดูได้จากตอนที่เดินเข้ามาในร้านก็จ้องมองตู้เค้กไม่วางตาเลย


“กินๆ กินของคาวเสร็จต้องมีของหวานปิดท้าย เค้กเนี่ยให้กินเท่าไหร่เราก็ไหว ฮ่าๆ”

รอยยิ้มของคนตัวเล็กยามเมื่อเอ่ยถึงของหวานบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวชอบมันมากจริงๆ ตาเป็นประกายวิบวับยามเมื่อได้เห็นของถูกใจ เขาให้กรวิทย์เดินไปสั่งเค้กทั้งของเจ้าตัวและก็เลือกมาเผื่อเขาด้วยชิ้นหนึ่ง  และท่าทางของคนที่กำลังคิดหนักอยู่หน้าตู้เค้กมันดูน่ารักจนเขาต้องยกโทรศัพท์มาบันทึกภาพเก็บไว้โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว

“เราเลือกทิรามิสุมาให้สิชลอ่า ถูกใจหรือเปล่า หรือให้เราไปเปลี่ยน?”

“ถูกใจๆ เรากินได้หมด”

“อย่ากินไปงั้นๆสิ ถ้าไม่ถูกใจก็อย่าฝืน เดินไปเลือกเอาอันที่อยากกินมาสิ”

“หึหึ ถูกใจครับ ไม่ได้ฝืนอะไรเลย หน้างอทำไมเนี่ย”

“เราก็แค่อยากให้สิชลกินอันที่อยากกินจริงๆนี่นา ไม่ใช่ว่าเราเลือกอันไหนมาก็กินได้หมด”

ไม่รู้ว่ากรวิทย์รู้ตัวหรือเปล่าว่าเผลอแสดงอาการไม่พอใจออกมา ทุกทีคนตัวเล็กขี้เกรงใจจะตายไปอยากได้อะไรก็ไม่ค่อยพูด ไม่พอใจอะไรก็ไม่ยอมบอก แต่ตอนนี้เจ้าตัวกำลังแสดงอาการงอแงที่ผมไม่ยอมใส่ใจกับเรื่องของกิน ฮ่าๆๆ


เวลาที่มีคนมาห่วงใยเราในเรื่องเล็กน้อย มันรู้สึกดีจริงๆ


“ผมอยากกินทิรามิสุจริงๆครับ คุณกรวิทย์เลิกหน้างอได้แล้วนะ”

“เราไม่ได้หน้างอสักหน่อย”

“โอเคครับ ไม่หน้างอเนอะ ฮ่าๆ”

กรวิทย์ยู่หน้าใส่สิชลที่ใช้คำพูดล้อเลียนก่อนจะหันมาสนใจเค้กบราวนี่ตรงหน้า ช็อกโกแลตคือสิ่งที่เขาโปรดปรานมาก เขาสามารถไม่กินข้าวแต่กินเค้กช็อกโกแลตแทนได้ทั้งวัน ดังนั้นตอนนี้อะไรก็ไม่น่าสนใจเท่าบราวนี่ตรงหน้าแล้วล่ะ

หลังจากจัดการกับอาหารหมดแล้ว สิชลก็พากรวิทย์กลับมาส่งที่หอพักเนื่องจากเพื่อนๆที่ชมรมโทรมาตามตัวให้กลับไปช่วยงาน แม้ใจเขาอยากจะใช้เวลาอยู่กับคนตรงหน้าให้นานกว่านี้สักหน่อยก็ตาม สิชลมองกรวิทย์เดินขึ้นหอพักไปก่อนเขาจึงกลับไปยังชมรมเพื่อช่วยงานเพื่อน





✽ ✾ ✿ ❀ ❁ ❃ ❋




เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือกำลังทำหน้าที่ของมันอย่างแข็งขัน กรวิทย์ควานหาเครื่องมือสื่อสารพร้อมกดปิดเพื่อให้หยุดเสียงที่กำลังรบกวนเวลานอนของเขาแบบนี้ หน้าจอโทรศัพท์แสดงเวลา07.10น. วันนี้เป็นอีกวันที่กรวิทย์มีเรียนเช้า เมื่อวานหลังจากที่กลับมาจากทานข้าวกับสิชลเขาก็ทำการบ้านรวมทั้งรายงานที่ต้องเตรียมส่งในสัปดาห์นี้ และอาจเป็นเพราะรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเขาก็กินยาและเข้านอนตั้งแต่ยังไม่สามทุ่ม 

นิ้วมือกดรหัสผ่านก่อนที่หน้าจอจะแสดงสายที่ไม่ได้รับจากสิชลและเพื่อนสนิทเขา  เวลาที่โทรมาไล่เลี่ยกันคือประมาณสี่ทุ่ม แอปพลิเคชั่นไลน์ก็แสดงจำนวนข้อความที่ยังไม่เปิดอ่านและแน่นอนว่ามาจากเพื่อนๆของเขาเป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งสิชลที่ไลน์มาถามว่าทำไมถึงรับสาย 

ข้อความในไลน์กลุ่มที่คุยกันล้วนเป็นเรื่องราวที่เพื่อนๆพูดถึงเขาว่าให้อธิบายเรื่องทั้งหมดมาเดี๋ยวนี้เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่สิชลมารับหรือเรื่องที่ไปกินข้าวด้วยกันมา เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมเพื่อนๆรู้ล่ะว่าเขาไปกินข้าวกับสิชล กรวิทย์มั่นใจว่ายังไม่ได้เล่าให้ใครฟังเลย


ตึ้ง ตึ้ง


เสียงเตือนข้อความดังขึ้น กรวิทย์กดเข้าไปดูก่อนจะลิ้งค์ไปหน้าเฟสบุ๊คของเขาเอง  ภาพจากอินสตาแกรมของสิชลถูกแชร์โดยแท๊กชื่อเขาไปด้วย ภาพของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังทำหน้าปลื้มปริ่มกับเค้กตรงหน้า แม้จะเป็นภาพก้มหน้าแต่ใครๆก็ดูออกว่าเป็นเขาพร้อมแคปชั่นใต้ภาพ


“น้อยใจ ชอบเค้กมากกว่าชอบเราหรอ?”


กรวิทย์อยากจะทึ้งหัวตัวเองตอนนี้มาก ทำไมเป็นแบบนี้เนี่ย แบบนี้เขาก็รู้กันหมดสิ เขาไม่ได้เตรียมใจว่าจะมีคนรู้ความสัมพันธ์ในครั้งนี้มากมายขนาดนี้นะ จำนวนไลค์ที่ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆมากกว่าเจ็ดร้อยไลค์รวมทั้งคอมเม้นต์มากมายเหล่านี้อีก หลายคนถามว่าเขาเป็นใคร และเป็นอะไรกับสิชล จำนวนคนที่เพิ่มเพื่อนก็มีเข้ามามากจนเขาตกใจ รวมทั้งข้อความจากคนรู้จักบางคนที่ถามถึงความสัมพันธ์ของเขากับสิชล

เขาอยากจะบ้าตายจริงๆ แล้วจะไปเรียนอย่างสงบสุขได้อย่างไรเนี่ย และยังไม่ทันขาดคำข้อความจากเฟสบุ๊คก็เด้งขึ้นมาอีกครั้งแต่คราวนี้มาจากกล้า

Akrawint Sahabordin: กรกับสิชลเป็นอะไรกันเปล่า

Korrawit Pitakpol: 5555555

Akrawint Sahabordin: เราแค่อยากแน่ใจว่ายังพอมีหวังไหม?


กรวิทย์ได้แต่นั่งอ่านข้อความล่าสุดที่กล้าส่งมาแล้วนิ่งงัน เขาไม่รู้จะตอบคำถามไปว่าอะไรดี เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าอีกฝ่ายอยากจะรู้จักเขามากกว่าเพื่อน ตกใจจริงๆ และเพราะการให้ความหวังใครบางคนโดยที่เราไม่รู้ว่ามันจะเป็นจริงได้ไหมมันเป็นเรื่องที่แย่มากสำหรับเขา กรวิทย์ตัดสินใจตอบข้อความไป

Korrawit Pitakpol: กล้าเป็นเพื่อนที่ดีของเรานะ

แม้ว่าจะรอการตอบกลับอยู่นานแต่ก็ไม่มีอะไรนอกจากเครื่องหมายที่แสดงให้รู้ว่าอีกฝ่ายอ่านแล้ว เขารู้สึกกังวลความรู้สึกของกล้าอยู่ไม่น้อย เพื่อนต่างภาคคนแรกของเขา

และก่อนที่จะสายไปมากกว่านี้กรวิทย์รีบหยิบผ้าขนหนูและไปอาบน้ำโดยใช้เวลาเพียงไม่นานเพราะในอีกไม่ช้าวิชาเรียนคาบแรกก็จะเริ่มขึ้นแล้ว แต่งตัวด้วยความเร็วสูงพร้อมกับหยิบชีทเรียนแล้วรีบมุ่งตรงไปยังห้องเรียนทันทีโดยที่ไม่มีอะไรตกถึงท้องในช่วงเช้าเลย 

กรวิทย์ใช้เวลาเดินทางไม่นานเขาก็มาหยุดที่ห้องเรียนรวมแล้ว วิชานี้ไม่ใช่วิชาภาคจึงไม่แปลกที่นักศึกษาภายในห้องนี้จะไม่คุ้นหน้ากัน แต่อะไรคือการที่เขาเดินเข้าห้องไปแล้วทุกคนพร้อมใจกันหันมามองแล้วหันกลับไปซุบซิบกันแบบนั้น  ส้มยืนโบกมือให้เขาอยู่ท้ายห้อง กรวิทย์รีบสาวเท้าเข้าไปหาทันที

“มาแล้วนะเพื่อนตัวดี เดี๋ยวนี้หัดมีความลับหรอ?”

ยังไม่ทันที่ผมจะได้นั่งส้มก็เปิดปากถามผมทันทีโดยมีติณกับอาร์ทเป็นผู้ร่วมสอบสวนในครั้งนี้ด้วย  และแม้ว่าอาจารย์จะเริ่มการสอนแล้วแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับความอยากรู้ของเพื่อนๆผมได้ ตลอดทั้งคาบนั้นผมเลยต้องเล่าเรื่องราวความคืบหน้าที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับสิชลให้เพื่อนๆฟังโดยที่ไม่มีโอกาสจะได้ฟังอาจารย์เลยแม้แต่น้อย  และโชคดีที่นั่งท้ายห้องอาจารย์เลยไม่ค่อยสนใจพวกเราเท่าที่ควร

ส้มมีสีหน้าตกใจเมื่อฟังเรื่องราวที่ผมเล่าจนจบ  แตกต่างกับติณและอาร์ทที่ดูเหมือนไม่ค่อยแปลกใจสักเท่าไหร่โดยสองคนนั้นให้เหตุผลว่าก็แอบคิดไว้อยู่แล้วว่าเรื่องราวมันต้องมีวันนี้แต่ไม่คิดว่าจะเร็วเกินกว่าที่คาดไว้

“สรุปตอนนี้แกกับสิชลก็คบกันแล้วงั้นสิ”

ส้มเอ่ยถามออกมาหลังจากที่ตั้งสติจากเรื่องทั้งหมดได้แล้ว ผมพยักหน้ายืนยันให้กับคำถามของเพื่อนสนิท รู้สึกจักจี้ทุกครั้งที่มีคนถามถึงความสัมพันธ์อาจเพราะว่ายังไม่ค่อยชินเท่าไหร่นัก

“โอ๊ยยย ฉันไม่เคยคิดเลยว่าวันที่ฉันคิดไว้มันจะมาเร็วขนาดนี้”

“เราเองก็ยังไม่เชื่อเลยส้ม ความรู้สึกในวันนั้นเรายังจำไม่ได้เท่าไหร่เลย รู้แค่ว่าหลังจากที่สิชลตอบรับ ทุกอย่างในหัวเราก็ว่างเปล่าไปหมดเลย”

“กูบอกแล้วว่าไอ้สิชลเองมันก็น่าจะสนใจมึงอยู่บ้าง” ติณเสริมขึ้นมา

กรวิทย์รู้สึกโล่งใจที่บอกเรื่องราวทุกอย่างกับเพื่อนๆ ไม่รู้สิสำหรับเขาแล้วการที่เพื่อนๆคอยอยู่เคียงข้างมาตลอดในทุกช่วงเวลามันถือว่าเป็นความโชคดีของเขา และยามที่เขามีความสุขเขาเองก็อยากจะให้เพื่อนได้รับรู้กับเขาไปด้วย

“งานนี้ต้องมีฉลองนะ ช่วงบ่ายไม่มีเรียนแล้วพวกเราไปหาไรกินกันไหม?”

หญิงสาวหนึ่งเดียวในกลุ่มเสนอขึ้นมาและได้รับการเห็นด้วยจากทุกคนในกลุ่มว่าหลังจากที่เรียนเสร็จแล้ว ช่วงบ่ายพวกเราว่างจะไปหาร้านบุฟเฟ่ต์กินกันตามคำเรียกร้องของติณกับอาร์ท 



.
.
.
.



ตอนนี้พวกผมอยู่กันที่ร้านปิ้งย่างไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยเท่าไหร่ โชคดีที่ส้มเลือกร้านที่มีเครื่องปรับอากาศพวกผมเลยต้องไม่ทนร้อนกันจนเหงื่อชุ่ม

“นานแล้วนะที่พวกเราไม่ได้มากินอะไรแบบครบทีมแบบนี้”  ผมเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่นั่งนึกอยู่นานว่าครั้งล่าสุดที่พวกเราอยู่กันแบบพร้อมหน้าพร้อมตาตั้งแต่เมื่อไหร่

“นั่นดิ นานแล้วเหมือนกันนะ” อาร์ททำท่านึกอยู่นานก่อนที่จะเอ่ยเห็นด้วยกับผม

ในระหว่างนี้พวกเพื่อนๆต่างเดินไปหยิบของกินมาเต็มโต๊ะและลงมือปิ้งย่างจนเต็มตะแกรง กลิ่นหอมของอาหารกระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะให้ทำงานเต็มที่ และเขาที่ยังไม่ได้กินข้าวเช้ามาด้วยมันเลยทำให้เขารู้สึกว่าอาหารมื้อนี้มันอร่อยเป็นพิเศษ


Rr  Rr  Rr .. .. .


เพลงสากลเพลงโปรดที่เขาตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ส่งเสียงขึ้นมา  เพื่อนๆในกลุ่มหันมามองแล้วพอเห็นหน้าจอเป็นชื่อของสิชลก็ทำท่าเหมือนไม่ใส่ใจแต่หน้าตานี่ตั้งใจล้อเลียนเขาจริงๆ

“ฮัลโหล” ผมเอ่ยทักปลายสาย

“อยู่ไหนนี่ ทำไมเสียงดังจัง ช่วงบ่ายไม่มีเรียนแล้วไม่ใช่หรอ?”

“เฮ้ย! รู้ตารางเรียนเราได้ไงเนี่ย พอดีเรามากินข้าวเที่ยงกับส้ม ติณ แล้วก็อาร์ทน่ะ”

“โห ถ้าไม่ติดเรียนแลปช่วงบ่ายเราจะออกไปหาเลยนะเนี่ย”

“วันหลังก็ได้ แล้วนี่สิชลกินข้าวเที่ยงยัง”

“ได้กินแค่แซนวิชน่ะ จะมีควิซแลปเลยต้องรีบทำเวลาซะหน่อย”

“กินแค่นั้นจะอิ่มหรอ?”

“หึหึ ถ้าเป็นห่วงเรา วันหลังก็มาพาเราไปกินข้าวสิ”

“แล้วทุกทีไม่ได้ไปกินเองหรือไงล่ะ?”

“ก็อยากให้กรพาไปกินน่ะ ไม่ได้หรอ?”

“ไม่อยากจะพูดด้วยแล้ว ไปอ่านหนังสือต่อเลยไป”

“ฮ่าๆๆ โอเคๆ เดี๋ยวถ้าเรียนเสร็จเราโทรไปนะ กินให้อร่อยล่ะ”

ผมกดวางสายจากสิชลก่อนจะเริ่มลงมือทานต่อ แต่สายตาของเพื่อนๆที่มองมาเหมือนกำลังหมั่นไส้อยู่เลย ติณแกล้งพูดล้อเลียนผมโดยมีอาร์ทกับส้มหัวเราะให้กับท่าทางนั้น

“ดูท่าทางไอ้สิชลจะเป็นเอามากเหมือนกันนะเนี่ย”

อาร์ทเอ่ยออกมา แต่พอเห็นหน้าตาที่ไม่เข้าใจกับประโยคเมื่อครู่อาร์ทเลยอธิบายเพิ่มต่อ “ก็มันโทรเช็คมึงสามเวลาหลังอาหารแบบนี้ ไหนจะรูปมึงในigมันอีก นี่มันแสดงความเป็นเจ้าของชัดๆ”

ผมคิดตามที่อาร์ทบอก ตั้งแต่เราเริ่มตกลงว่าจะลองศึกษากันให้มากขึ้นผมเองก็รู้สึกได้ว่าสิชลใส่ใจกับทุกๆเรื่องของผมเสมอ บางทีผมก็แอบคิดว่าใครกันแน่ที่เป็นคนแอบรัก ผมเองไม่ใช่หรอ แต่ผมกลับไม่ค่อยกล้าแสดงออกสักเท่าไหร่เพราะบางครั้งกลัวทำให้เขาอึดอัดใจ แต่เรื่องการแสดงออกกลับเป็นสิชลเสียอีกที่พยายามเปิดเผยเรื่องราวระหว่างเราให้คนอื่นรับรู้  แค่นึกถึงว่าสิชลใส่ใจ ห่วงใย แค่นั้นก็ทำให้ผมยิ้มได้ทั้งวันแล้ว






TBC.


ขอบคุณที่ยังคอยกันนะคะ 
ครั้งนี้มาช้าไปหน่อยเพราะกำลังซุ่มแต่งนิยายอีกเรื่องอยู่
ยังติชมหรือแนะนำกันได้ตลอดเลยนะคะ

รักคนอ่านทุกคน



CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ BlueCherries

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4061
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-17
 :katai2-1:

ปรบมือให้สิชลและกร

ดูๆใจกันต่อไปนะคะ อย่ารีบร้อนก้าวกระโดดเลย แค่นี้กรก็น่ารักจะตายอยู่ละ  :mew1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-06-2015 22:32:20 โดย BlueCherries »

ออฟไลน์ Blue

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0

ออฟไลน์ drasil

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1691
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-1
น่ารักจังสองคนนี้

ออฟไลน์ ceylon

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 389
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
เข้ามาเพราะชื่อเรื่องเลย ดูมีเสน่ห์ดี ฮ่า
ตัวละครน่ารักดี อ่านสบายๆ แต่แบบ อ่านไปแล้วก็เขินไปอ่ะ ฮือ 555
อารมณ์เหมือนฟังพวกเพลง bossa nova ประมาณนั้นเลย นิ่มๆ เรื่อยๆ แต่น่าสนใจ

ออฟไลน์ Pawaree

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 432
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +162/-2
    • FANPAGE

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
คืบหน้ามาหน่อย

ออฟไลน์ เด็กหญิง

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 204
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
น่ารักกกกกกก >___<
เป็นกำลังใจให้ผู้เขียนนะคะ เราชอบนิยายเรื่องนี้มาก

ออฟไลน์ mynamejnkf

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 88
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
โอ้ย อยากจะบ้า อ่านเรื่องนี้แล้วนั่งกรี๊ด สิชลนี่ก็นะ รุกแรงนะเลยนะลูก หนูกรน่ารักขนาดนี้ สิชลไปไหนไม่รอดแน่  :hao7: :hao7:

คนเขียนสู้ๆ

ออฟไลน์ qxchanim

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
หนูกรหนูสิชลน่ารักมากเลยค่ะ  ป้าเบสหวานขึ้นตา5555  :katai2-1:
เป็นกำลังใจให้คนเเต่งค่ะ  :mew1:

ออฟไลน์ kojibara

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 132
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-1
09 – คิดถึง





ใครบางคนเคยบอกไว้ว่าการได้เรียนในสิ่งที่ชอบมันจะทำให้เรามีความสุข กรวิทย์เชื่อคำพูดนี้มาตลอด ในช่วงมัธยมปลายวิชาฟิสิกส์คือวิชาที่เขาชอบมากที่สุด รู้สึกสนุกตลอดเวลาที่ได้ทำโจทย์ปัญหาต่างๆ แถมคะแนนวิชานี้เขาก็ยังอยู่ในอันดับต้นๆด้วย ดังนั้นจึงไม่แปลกหากเขาจะเชื่อตัวเองอย่างสนิทใจว่าเหมาะที่จะเข้าภาควิชาฟิสิกส์เป็นแน่แท้

การเข้ามาเรียนภาควิชาฟิสิกส์ในช่วงปีแรกนั้นจะเป็นการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานทั่วไป ซึ่งก็ถือไม่ใช่เรื่องใหญ่มากนักสำหรับเด็กที่เรียนสายวิทย์มาตลอดเช่นเขา  แต่พอเริ่มก้าวขึ้นปีที่สองเนื้อหาวิชาเรียนจะเป็นในเรื่องของฟิสิกส์ที่เริ่มเจาะลึกมากขึ้น และตอนนี้นี่เองที่เขาเริ่มไม่สนุกกับมันเอาซะเลย

ตอนนี้กรวิทย์หยิบชีทเรียนมาแยกไว้แต่ละวิชาก่อนจะเริ่มจัดการทำความเข้าใจอ่านเอาเนื้อหาที่กองอยู่ตรงหน้าเข้าไปในหัวให้ได้มากที่สุด  แม้ว่าการสอบที่จะมาถึงนี้ยังเหลือเวลาอีกเดือนกว่าๆแต่กรวิทย์ก็ไม่อยากจะนิ่งนอนใจเพราะเนื้อหามันยากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลย 

เช้าวันเสาร์ที่หลายคนยังไม่ลุกจากที่นอนแต่กรวิทย์เลือกที่จะตื่นเช้าอาบน้ำแล้วลงไปหาข้าวเช้าทาน  เขาตั้งใจแล้วว่าวันนี้จะเริ่มทบทวนบทเรียนอย่างจริงจัง ห้ามผัดวันประกันพรุ่งแบบที่ผ่านมาแล้ว เขาไม่อยากจะให้คะแนนมันออกมาแย่  เขาเริ่มหยิบเนื้อหาวิชาที่พอจะเข้าใจอยู่บ้างมาเริ่มก่อนเพื่อสร้างกำลังใจที่ดี


เมื่อได้ตั้งใจทำอะไรบางสิ่งเขามักจะลืมเวลาอยู่เสมอ เพราะรู้สึกล้าจากการอ่านหนังสือกรวิทย์จึงลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายโดยเลือกที่จะลงไปหาซื้อขนมที่ใต้หอเพื่อเป็นเสบียงไว้เวลาหิว  ร้านสะดวกซื้อใต้หอพักชายในเวลานี้เต็มไปด้วยผู้คนอาจเพราะเป็นเวลาใกล้เที่ยงแล้ว  เขาเลือกซื้อขนมขบเคี้ยว นม และไม่ลืมที่จะหยิบของโปรดอย่างช็อกโกแลตแท่งติดมือไปด้วย เมื่อชำระเงินเสร็จก็กลับขึ้นทันที



Rr Rr  Rr … .



ทันทีที่เปิดประตูเข้าห้องไปเสียงเรียกเข้าที่เขาตั้งไว้สำหรับคนพิเศษก็ดังขึ้นและคิดว่ามันน่าจะดังมาก่อนหน้าที่เขาจะเข้ามาแล้วด้วยซ้ำ เพราะคิดว่าลงไปซื้อของแค่แปบเดียวเขาเลยไม่ได้หยิบโทรศัพท์ไปด้วย

“ฮัลโหล”  กรวิทย์รีบเอ่ยทักทายปลายสายออกไป

“รับช้าอ่ะ ทำไรอยู่?”

น้ำเสียงของสิชลเหมือนจะไม่สบอารมณ์นิดหน่อยที่เขารับสายช้า กรวิทย์มักจะเจอน้ำเสียงแบบนี้อยู่บ่อยๆเวลาที่คนตัวโตส่งข้อความมาหาแล้วเขาตอบกลับไปไม่ทันใจ หรือเวลาที่เขาลืมเปิดเสียงโทรศัพท์ทำให้ไม่ได้รับสายจากสิชลเขาก็จะเจอน้ำเสียงแบบนี้เช่นกัน

“ขอโทษ พอดีเราลงไปซื้อขนมข้างล่างแปบเดียวเลยไม่ได้เอาโทรศัพท์ไปด้วย”

“ตอนนี้เราอยู่มหาลัย กรอยู่หอหรือเปล่า?”

“อยู่ๆ วันนี้ไม่ได้ออกไปไหน แล้วทำไมมามหาลัยได้ล่ะ”

“งานกลุ่มน่ะสิ ตอนแรกนัดพรุ่งนี้แต่มีเพื่อนไม่ว่างเลยต้องเลื่อนมาวันนี้เลย กรกินข้าวยัง?”

“ยังไม่กินข้าวข้าวอ่ะแต่ซื้อขนมมาตุนเพียบเลย แล้วสิชลล่ะ กินข้าวเที่ยงยัง?”

“ยังเลย หิวก็หิว ไม่รู้จะมีใครแถวนี้ใจดีซื้อข้าวมาให้เราบ้างไหมนะ?”

น้ำเสียงติดจะอ้อนของปลายสายช่างไม่เข้ากับรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเป็นพ่อหนุ่มสุดเท่ห์เอาเสียเลย กรวิทย์ได้แต่อมยิ้มกับตัวเองคนเดียว

“หึหึ อยากกินอะไรล่ะครับ เดี๋ยวคนใจดีจะได้ซื้อไปให้”

“เราเอาข้าวผัดกุ้งแล้วก็โค้กหนึ่งแก้ว ขอบคุณคนใจดีมากเลย ทำดีแบบนี้เดี๋ยวมีรางวัลให้”

“ฮ่าๆๆ เลิกเล่นได้แล้ว สิชลอยู่ตรงไหนใต้ตึกวิศวะหรอ”

“ใช่แล้ว ใกล้ถึงแล้วโทรมาบอกก็ได้นะกร”

“แล้วเพื่อนคนอื่นล่ะฝากซื้ออะไรเพิ่มไหม เดี๋ยวเราจะได้ซื้อไปทีเดียวเลย”

“ไม่ต้องซื้อมาฝากพวกมันหรอก หนัก! กรซื้อมาฝากเราคนเดียวพอ”

น้ำเสียงโห่ร้อง โวยวายไม่พอใจดังลอดมาจากปลายสาย เสียงโหวกเหวกจากผู้คนจำนวนมากที่คาดว่าน่าจะเป็นเพื่อนของสิชลดังเข้ามาไม่ขาดสาย กรวิทย์ได้แต่หัวเราะให้กับคำแซวเหล่านั้น


“โหหหห ไอ้แล้งน้ำใจ”

“มึงเลิกอ้อนแฟนแล้วมาช่วยพวกกูทำงานได้แล้ว”

“มึงโทรหาใคร คนที่กูเห็นมึงเดินควงเมื่อวานหรือเปล่า”



“เฮ้ยๆๆ มึงพูดอะไรเนี่ยเดี๋ยวกรเข้าใจผิด” คนตัวโตกำลังเป็นเดือดเป็นร้อนกับคำแซวของเพื่อนที่พูดแกล้งเพื่อให้กรวิทย์เข้าใจผิด สิชลหันไปว่าเพื่อนๆที่พูดอะไรไม่รู้เรื่อง “พวกมันล้อเล่นนะกร เมื่อวานเราไปกินข้าวกับกรเสร็จก็กลับบ้านเลยนะ”

“ฮ่าๆ เชื่อครับเชื่อ ว่าแต่ไม่มีใครฝากซื้อของเพิ่มหรอ”

“เดี๋ยวกรถือมาหนัก ถ้าพวกมันหิวก็ให้ไปซื้อมาเอง กรซื้อมาแค่ของเราแหละ”

“โอเค งั้นเดี๋ยวเจอกันนะ”

“ครับ รีบมานะ”

กรวิทย์วางสายก่อนจะอดอมยิ้มให้กับมุมของสิชลที่เขามักจะได้เจอบ่อยๆตั้งแต่คบกัน สิชลเป็นคนที่ขี้อ้อนและหวงของมาก และติณก็มักจะบอกว่าเขาเองเป็นของที่สิชลหวงมากที่สุด ได้ยินแบบนั้นเขาก็อดที่จะรู้สึกดีไม่ได้

ผมหยิบกระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือก่อนออกมาจากห้องพัก ผมเลือกเข้าร้านสะดวกซื้อใต้หอพักเพื่อซื้อข้าวผัดกุ้งของสิชลรวมทั้งขนมขบเคี้ยวหลากหลายยี่ห้อ น้ำอัดลมอีกหลายกระป๋อง ผมจัดการคิดเงินข้าวของต่างๆก่อนจะหิ้วถุงเต็มสองมือไปที่ใต้ตึกวิศวกรรม




.
.
.
.





ใต้ตึกวิศวกรรมศาสตร์ในวันเสาร์แบบนี้แม้ผู้คนจะไม่หนาแน่นเหมือนวันที่มีเรียน แต่จำนวนนักศึกษาที่มารวมตัวกันอยู่ใต้ตึกมีไม่น้อย อาจเป็นเพราะช่วงนี้อาจารย์แต่ละท่านคิดว่านักศึกษาว่างเกินไปหรือยังไงเลยพร้อมใจกันสั่งงานกันมากมายขนาดนี้  สิชลนั่งมองเพื่อนๆแต่ละคนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาคุยงานเพื่อสรุปเนื้อหาที่พวกเขาควรจะทำกันในวันนี้ 

งานกลุ่มที่สิชลกับเพื่อนๆต้องมารวมตัวกันในวันนี้เป็นของวิชาสังคมซึ่งเป็นวิชาเลือก เป็นวิชาที่สามารถช่วยดึงเกรดอันร่อแร่ของนักศึกษาให้ดีขึ้นมาได้ ดังนั้นเพื่อนๆของเขาจึงตั้งใจทำงานทำงานชิ้นนี้กันเป็นพิเศษและนี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่ผมต้องตื่นมามหาลัยในวันที่ควรตื่นสายแบบนี้

“ชะเง้อคอมองจนจะเป็นยีราฟอยู่แล้ว มึงช่วยสนใจงานหน่อยค่ะสิชล”
เสียงบ่นจากผู้หญิงตรงหน้าที่เขาไม่ค่อยอยากจะมองว่ามันเป็นผู้หญิงสักเท่าไหร่ดังขั้นเรียกความสนใจให้เพื่อนในกลุ่มมองตาม  ผึ้งเป็นหัวหน้ากลุ่มในงานครั้งนี้เนื่องจากมันมีภาวะผู้นำสูงจึงได้รับเลือกจากเพื่อนๆทุกคนให้เป็นหัวหน้า นอกจากนั้นมันยังเป็นเพื่อนผู้หญิงที่ผมสนิทที่สุดด้วย

“กูไม่มีความเห็นเห็นอะไรอยู่แล้วไง พวกมึงสรุปงานว่าไงกูก็โอเคหมดแหละ”

“หรอออ” ผึ้งเบะปากกับประโยคของสิชล น้ำเสียงลากยาวเหมือนไม่เชื่อ “กูยังสงสัยไม่หาย กรมาชอบมึงได้ไงวะข้อดีกูยังมองหาไม่เจอเลย”

“แล้วทำไมกูต้องทำดีกับมึงล่ะผึ้ง กูทำดีแค่กับแฟนกูคนเดียวพอ”

“ว๊ายยยย เรียกแฟนเต็มปากเต็มคำ เขาตกลงกับมึงแล้วหรอ? คิดเอาเองป่าวมึง ฮ่าๆๆ”

ดูคำพูดคำจามันสิครับ เชื่อผมหรือยังว่ามันไม่ใช่ผู้หญิงหรอกมันเป็นผู้ชายที่มาในคราบผู้หญิงต่างหาก ปากดีไม่มีใครเกินแถมเพื่อนๆคนอื่นยังผสมโรงหัวเราะไปกับผึ้งด้วย อดหงุดหงิดไม่ได้ครับ

ผมเลิกสนใจเพื่อนๆก่อนหันไปมองตรงบริเวณหน้าคณะอีกครั้งเพื่อมองหาว่าตัวเล็กของผมมาหรือยัง  พลันสายตาเหลือบไปเห็นผู้ชายในเสื้อยืดสีขาวล้วนสวมกางเกงขาสามส่วน ใบหน้าแดงอาจด้วยแดดช่วงเที่ยงที่ร้อนเกินปกติ ปอยผมลู่ไปตามใบหน้าและลำคอเพราะเหงื่อที่ออกมาไม่ขาดสาย  ข้อมือเล็กทั้งสองข้างเต็มไปด้วยถุงร้านสะดวกซื้อใบใหญ่หลายใบเต็มไปหมด

สิชลรีบวิ่งไปหากรวิทย์เพื่อช่วยหิ้วของที่คนตัวเล็กถือมา เห็นแบบนี้แล้วอดที่จะสงสารไม่ได้รู้แบบนี้เขาเดินไปรับที่ใต้หอเสียทีแรกดีกว่า

“หิ้วอะไรมาเยอะแยะ ดูสิมือแดงหมดแล้ว”

สิชลพูดพลางดึงถุงใบใหญ่ทั้งหมดมาถือด้วยตัวเองพร้อมใช้หลังมือเช็ดเหงื่อที่ไหลตามกรอบหน้าของคนตัวเล็ก ริ้วแดงที่เกิดขึ้นบนแก้มของกรวิทย์ทำให้สิชลต้องยิ้มตามทันที เขามักจะรู้สึกดีที่ทำให้คนตรงหน้าเขินได้

“เราซื้อมาให้สิชลกับเพื่อนๆ ไม่รู้มาว่าชอบอะไรกันบ้างเลยซื้อมาเยอะแยะเลย”

กรวิทย์หันมาตอบเขาก่อนจะส่งยิ้มให้กับเพื่อนๆคนอื่นที่รีบเข้ามาช่วยถือของพร้อมกับมองไม่วางตา อาจเพราะพวกมันไม่เคยเห็นเวลาที่เราสองคนอยู่ด้วยกัน รวมทั้งผมเองไม่เคยพาคนอื่นมาให้เพื่อนได้รู้จักแบบนี้

“โหหห กรซื้อมาเยอะเลย คิดราคามาเลยนะเดี๋ยวพวกเราช่วยออก” ผึ้งเอ่ยออกมาหลังจากเห็นขนมและเครื่องดื่มที่คนตัวเล็กซื้อมาฝากอย่างมากมาย

“ไม่เป็นไรๆ เราซื้อมาเผื่อทุกคนอยู่แล้ว กินกันเลยไม่ต้องเกรงใจเลยนะ”

“อะไรเนี่ย ทำไมสิชลมันได้แฟนดีขนาดนี้วะ” ผึ้งเอ่ยแซวเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนคนอื่น โดยมีกรวิทย์ยืนตกใจกับสถานะที่เจ้าตัวได้ยินก่อนจะหันมามองหน้าผม

“ทำไม อิจฉาล่ะสิที่กูได้แฟนดี”

จบคำพูดของสิชล ผึ้งทำท่าโก่งคอเหมือนจะอาเจียน เพื่อนๆคนอื่นผิวปากแซวพร้อมเสียงโห่ กรวิทย์ทำได้เพียงยืนนิ่งกับการเป็นเป้านิ่งให้คนอื่นพูดถึงโดยที่ทำได้เพียงกลั้นรอยยิ้มพร้อมปกปิดความเขินอายที่เกิดขึ้น

ระยะเวลาเดือนกว่าๆที่ได้คุยกันมากกว่าเดิม สิชลที่เขาได้รู้จักไม่ใช่คนเดียวกับสิชลที่เขาเคยได้แต่แอบมอง ท่าทางหรือคำพูดที่อยู่กับเพื่อนๆแสดงถึงความเป็นคนสนุกสนาน แต่พอเวลาที่ได้อยู่กันสองคนสิชลมักจะเต็มไปด้วยความใส่ใจ ห่วงใยความรู้สึกเสมอ รวมทั้งมักแสดงออกมากกว่าใช้คำพูดที่บ่งบอกสถานะที่พวกเราต่างก็รู้ว่ามันเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน ความรู้สึกที่มีให้กันเพิ่มขึ้นจนพวกเรารู้สึกได้ และวันนี้ที่สิชลเอ่ยพูดสถานะความสัมพันธ์ที่มันชัดเจนของพวกเราออกไป เขารู้สึกดีใจจริงๆ

“หมั่นไส้ว่ะ ชิส์ แล้วนี่กรกินอะไรมาหรือยัง กินกับพวกเราเลยสิ?” ผึ้งหันไปบ่นให้สิชล ก่อนจะเอ่ยมาถามผม

“เราไม่ค่อยหิวข้าวน่ะ แต่ว่าซื้อขนมไว้รอแล้ว นี่ก็ว่าจะซื้อของมาให้แล้วเราก็จะกลับหอแล้ว”

 “เฮ้ยยยย ได้ไงอ่ะ ทำไมกลับเร็ว วันนี้ไม่ได้ทำไรไม่ใช่หรอ นั่งรออยู่ด้วยกันสิ”  สิชลหันมามองด้วยใบหน้าที่เริ่มแสดงอาการเหมือนจะไม่พอใจ คิ้วเริ่มขมวดเข้ากันทันทีที่ได้ฟังผมปฏิเสธที่จะอยู่ต่อ

“พอดีเราอ่านหนังสือค้างไว้น่ะ แล้วถ้าเราอยู่นี่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากอยู่ดี เกะกะเปล่าๆ” กรวิทย์หันไปยิ้มให้กับคนเอ่ยชวน แต่ดูว่าคำตอบของเขาคงยังไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับคนตัวโต

“ไม่จริงซะหน่อย” สิชลเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยสบอารมณ์ ก่อนจะหลบตาแล้วเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาอีกว่า “แค่อยู่ด้วยกันก็ช่วยได้เยอะแล้ว”

กรวิทย์ยืนนิ่งกับประโยคที่คนตรงหน้าเอ่ยออกมา แม้จะเป็นประโยคธรรมดาที่ไม่มีประธานและกรรมเพื่อความถูกต้องของข้อความ แต่มันกลับเป็นประโยคที่เขารู้สึกว่ามันสมบูรณ์ในความรู้สึกมากเป็นพิเศษ กอบกับสายตาหงอยเหงาที่เจ้าตัวแสดงออกมาเพียงเท่านี้เขาก็ไปไหนไม่รอดแล้ว


“โอ๊ยยยย กูไม่อยากเชื่อว่าสิชลมันจะมีมุมนี้”

“สิชลลลล นี่มึงจริงๆใช่ไหมเนี่ย”

“โหหห อยู่กับแฟนแม่งโคตรหงอเลย”

“จะหวานกันไปไหน คนโสดอิจฉา”



ประโยคถากถางมากมาย รวมทั้งคำแซวจากเพื่อนๆสิชลที่เหมือนจะทนไม่ได้กับท่าทางของคนตัวโตในตอนนี้ กรวิทย์ไม่สามารถกลั้นรอยยิ้มได้เลย “โอเค เรายอมแล้ว เรานั่งรออยู่แถวนี้แหละ”

กรวิทย์ขอนั่งรออยู่ที่โต๊ะนั่งมุมเสาห่างจากตำแหน่งที่สิชลและเพื่อนๆคุยกันโดยเลือกที่จะปฏิเสธคำชวนของทุกคนที่ให้ไปนั่งรวมกลุ่มด้วยกันโดยเขาให้เหตุผลว่าไม่อยากรบกวนการทำงาน เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาเล่นเกมส์ระหว่างนั่งรอโดยมีคนตัวโตเดินมาหาอยู่บ่อยๆ และบางครั้งก็มานั่งเขียนงานอยู่ข้างๆเขา

“เบื่อหรือเปล่า?”

ผมหันไปยิ้มให้กับเจ้าของคำถามก่อนส่ายศีรษะเพื่อบอกว่าไม่ได้เบื่อ สิชลถามย้ำกับผมไม่ต่ำกว่าเจ็ดรอบแล้ว แม้ว่าเราจะไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก สิชลก็นั่งทำงานของเขาส่วนผมก่งเงียบๆเล่นเกมส์ในโทรศัพท์มือถือของตนเองจนแบตหมดสิชลก็ให้ยืมเครื่องของเขาให้เอามาเล่นแทน แม้ว่าการใช้เวลาอยู่ด้วยกันของพวกเราจะไม่มีกิจกรรมอะไรมากนักแต่ถ้าเขาบอกว่าแค่ผมนั่งอยู่ข้างกันก็เพียงพอแล้ว ผมดีใจและอยากบอกเหมือนกันว่า ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่รู้สึกดีเวลาที่เราได้อยู่ด้วยกัน






TBC.

ขอบคุณที่ติดตามกันมานะคะ
คอมเม้นต์ทุกข้อความเราอ่านหมดเลย
รักคนอ่านทุกคนเสมอ


 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด