***พลาดรัก*** ตอนที่ 24 (จบ) 11/02/17 หน้า 8
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ***พลาดรัก*** ตอนที่ 24 (จบ) 11/02/17 หน้า 8  (อ่าน 82776 ครั้ง)

ออฟไลน์ question09

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1547
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-10
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 8 หน้า 2 (14-06-15)
«ตอบ #60 เมื่อ18-06-2015 16:39:15 »

อะไร ยังไง งง  :katai1: :katai1: :katai1: :katai1: :katai1: :katai1:

ออฟไลน์ sasithron

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 64
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-1
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 9 หน้า 3 (19-06-15)
«ตอบ #61 เมื่อ19-06-2015 03:21:36 »

บทที่ 9


วันนี้เป็นวันซ้อมใหญ่  พวกเรามาซ้อมกันที่สนามจริงเหมือนกับทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมา   แต่วันนี้จะซ้อมตามคิวเวลาจริง   ผมมาตั้งแต่เช้าแต่ได้ซ้อมจริงก็เวลาบ่ายกว่าๆแล้ว   วันนี้อากาศร้อนเหมือนทุกๆวันแต่แดดจ้ามากกว่าวันไหนๆ  เลยทำให้พวกเราเหนื่อยเร็วเป็นพิเศษ   ผมไม่อยากที่จะแหงนหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าเพราะผมคิดว่าหากมองไปยังดวงอาทิตย์ตรงๆนั้นอาจจะทำให้ผมตาบอดได้  แต่การที่ต้องโยนคฑานั้นการแหงนหน้าขึ้นฟ้าเป็นสิ่งที่ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้เลย
กานต์มาหาผมตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้ว  หลังจากนั้นเขาก็ไปนั่งดูผมบนแสตนด์   แต่ดูแล้วก็คงทรมารกับแสงแดด และความร้อนไม่ต่างอะไรกับผม เพราะว่าเวลาผมหันไปมองเขาทีไรก็เห็นกานต์ไม่เอามือพัดเพื่อให้เกิดลม หรือไม่ก็ดื่มน้ำอึกใหญ่  แถมยังไม่สามารถเบิกตามองมาที่สนามได้อย่างเต็มตา


ตกเย็นเมื่อผมเลิกซ้อมแล้ว กานต์ก็แดงไปทั้งหน้า  เขาคงจะร้อนมากเพราะพอเขามานั่งในรถปุ๊บก็รีบหันแอร์หันไปทางตัวเขาเป็นการใหญ่  เราทั้งคู่ไม่ได้ไปไหนกันต่อแต่มุ่งหน้าไปที่หอของกานต์กันเลย


เมื่อผมเอารถมาจอดเทียบที่หน้าหอของกานต์  เขาก็ยังคงยุกยิกหยิบอะไรบางอย่างในกระเป๋าอยู่  และพอพบจอดรถเสร็จแล้วกานต์ก็ยื่นกล่องหนึ่งใบมาให้ผม  เป็นกล่องสีน้ำเงินใบไม่ใหญ่มากนัก
“เราให้” กานต์พูดเมื่อเห็นผมนั่งเฉยๆไม่ได้รับกล่องจากเขา



“คืออันนี้เป็นของขวัญแสดงความยินดีสำหรับพรุ่งนี้ไง” กานต์เสริมเมื่อผมยังคงทำหน้างงอยู่



“ขอบคุณนะ”ผมว่า



“แต่ความจริงเอาไปให้เฟยพรุ่งนี้ก็ได้” ผมพูดต่อ



“คือพรุ่งนี้เขาไม่ไห้คนนอกเข้าไปยุ่ง  เราคงเข้าไปหาเฟยไม่ได้   เลยให้วันนี้สะดวกกว่า” กานต์ยิ้ม



“แล้วก็ของขวัญนี้รวมเป็นของขวัญวันเกิดไปด้วยเลยนะ” กานต์ยิ้ม



“ขอบคุณนะ” ผมขอบคุณกานต์อีกครั้ง  เขาแค่ยิ้มกลับมาให้ผม เป็นรอยยิ้มเดียวกับเมื่อวันปีใหม่  แล้วจู่ความรู้สึกผิดแปลกๆก็พุ่งขึ้นมาจากส่วนลึกในจิตใจ



กานต์กลับหันไปจะเปิดประตูรถ  แต่ผมเอื้อมมือไปจับแขนของเขาไว้ก่อน  กานต์หันมาทำหน้าสงสัย

“เฟยขอโทษ” ผมบอกกานต์หลังจากที่เงียบไปพักหนึ่ง



“ขอโทษเรื่องอะไรเฟย” กานต์ถามผม



“ก็เมื่อวันลอยกระทงที่เฟยเบี้ยวกานต์ไง” ผมพูดพร้อมกับพยายามสบตากานต์  ที่ดูนิ่งไป



“อันที่จริงเฟยไปลอยกระทงกับป๊อบมา” ผมสารภาพแบบหมดเปลือก   กานต์เหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็เงียบไปเหมือนเดิม



“กานต์เฟยขอโทษ” ผมพูดซ้ำ



“ไม่เป็นไรหรอกเฟย” กานต์ยิ้มแต่แววตาไม่ได้ยิ้มเลย

 

“ขับกลับดีดีนะ” กานต์บอกผมก่อนจะลงจากรถไป

                                                                            -----


ในที่สุดวันจริงก็มาถึง ผมออกมาจากบ้านตั้งแต่เช้าเพื่อมาเตรียมตัว แต่งานจริงเริ่มประมาณเที่ยง  พอถึงเวลาประตูงานเปิดผู้คนก็หลั่งไหลเข้ามาจับจองที่บนแสตนด์กับคับคั่ง  เสียงกองเชียร์ของทั้งสองมหาลัยดังกึงก้องไปทั่วบริเวณ  ทุกคนต่างมาเชียร์มหาลัยของตน ไม่ว่าจะเป็นศิษย์ปัจจุบัน หรือบัณฑิตที่จบไปแล้วต่างก็มาร่วมงานกันมากมาย
พอถึงเวลาของผมต้องเดินขบวนก็เป็นเวลาช่วงบ่ายแล้ว  ซึ่งแดดก็ไม่มีท่าทีว่าจะอ่อนแรงลง  และชุดที่ใส่ซึ่งหลายชั้นก็เรียกเหงื่อได้เป็นอย่างดี  แต่ผมกลับรู้สึกดีว่าในที่สุดผมก็ทำได้ 


การเดินขบวนและการโชว์ผ่านไปไวเพียงช่วงแป๊บเดียว  จนผมรู้สึกว่าเหมือนเพิ่งจะมาถึงที่สนามเพียงแค่ไม่นานนี้เอง  ผมได้พักตอนที่ฟุตบอลซึ่งเป็นไฮไลท์ของงานเริ่มการแข่งขัน  ในระหว่างนี้ก็มีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ เข้ามาแสดงความยินดีมากมาย แต่ผมก็ยังคงไม่เห็นกานต์ ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่ากานต์มาที่งานหรือไม่เพราะผมไม่สามารถมองรู้ได้เลยว่าใครเป็นใครในเมื่อคนบนแสตนด์มีมากจนยากต่อการนับ


สุดท้ายเมื่องานเลิกตอนเวลาเกือบจะสามทุ่ม  ก็เป็นเวลาแห่งการแสดงความยินดี ป๊า แม่ และพี่สาวต่างก็มาแสดงความยินดีกับผมด้วย  ในจังหวะที่ผมถ่ายรูปอยู่นั้นผมก็เหมือนเห็นกานต์อยู่ไกลเหมือนกำลังจะเดินเข้ามาหาผม  แต่เมื่อผมหันไปมองเขากลับหยุดเดินและมองกลับมาที่ผม  ผมคิดว่าเราทั้งคู่สบตากัน ผมจึงส่งยิ้มไปให้


“เฟยมองอะไรอยู่” ไหมพี่สาวผมเรียกให้ผมหันไปมองกล้อง



และพอถ่ายรูปเสร็จแล้วพอหันไปมองทางที่กานยืนอยู่ก็ไม่เห็นเขาอยู่ตรงนั้นแล้ว  ผมใช้เวลาถ่ายรูปต่อไปอีกเกือบหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดผมก็มานั่งอยู่บนรถโดยที่ผมมีหน้าที่เป็นผู้โดยสารเพราะพี่สาวผมรับหน้าที่เป็นคนขับให้  ผมก็เลยได้มีเวลามานั่งคิดว่าผมเห็นกานต์จริงๆหรือไม่    ผมนั่งคิดอะไรเพลินพอหันไปมองไหมก็นึกถึงเรื่องของผมกับกานต์ขึ้นมาได้

“ไหม” ผมเรียกพี่สาว



“ว่า” ไหมตอบ



“มีอะไรหรือเปล่า” ไหมถามผม  เพราะผมเงียบไป



“คือถ้าเพื่อนไหมเมาแล้วมามีอะไรกับไหม  ไหมจะรู้สึกยังไง” ผมถาม



“ก็คงรู้สึกไม่ค่อยดี”ไหมตอบ



“แต่แบบข่มขืนหรือเต็มใจ” ไหมถามผมกลับ



“คิดว่าไม่ได้ข่มขืน” ผมพยายามนึกว่าวันนั้นผมขืนใจกานต์หรือไม่ แต่จากวีดีโอกานต์ก็ไม่มีถ้าทีกลัวอะไรเว้นแต่จะมีผลักผมบ้าง แต่ยังไงผมก็เป็นฝ่ายชนะ



“แล้วไหมจะให้เพื่อนไหมมารับผิดชอบหรือเปล่า” ผมมองพี่สาว ซึ่งกำลังตั้งใจขับรถอยู่



“ไหมคงไม่ให้เพื่อนคนนั้นมารับผิดชอบอะไรหรอก  แต่เฟยก็ไม่ควรจะอยู่เฉยๆนะ” ประโยคสุดท้ายของไหมดูแปลกๆ



“งั้นไหมก็คิดว่ามันเป็นอุบัติเหตุ” ผมสงสัย



“มันไม่มีทางเป็นอุบัติเหตุหรอกเฟย  คนเมา ไปเอาใครไม่ได้หรอกนะ” ไหมว่า  พอฟังประโยคนี้ของไหมแล้วผมก็รู้สึกว่าเหมือนมีกานต์มานั่งพูดให้ฟังอยู่เลย



“เฟยควรจะต้องทำอะไรบ้าง” ไหมยังพูดต่อ



“แล้วทำอะไรหล่ะ” ผมถามกลับ



“ทำให้อะไรๆมันดีขึ้นไง” ไหมว่า ผมเงียบไปเพราะนึกถึงช่วงที่ผ่านมาว่าผมทำอะไรๆให้มันดีขึ้นแล้วหรือยัง 



“แล้วเขาคนนั้นคือใครหล่ะ” ไหมถาม



“เดี๋ยวไว้จะพาไปบ้าน” ผมหลุดพูดไป  ผมหันไปเห็นไหมยิ้มๆเหมือนว่าหลอกล้วงเอาความลับของผมได้สำเร็จ


ผมคิดว่าคงจะดีกว่าถ้าผมจะเลิกพูดเรื่องนี้กับไหมไปซะ เพราะถ้ายังไม่หยุดผมอาจจะต้องเล่าเรื่องทั้งหมดให้ไหมฟัง  ซึ่งผมยังไม่พร้อม  ผมจึงเปลี่ยนเรื่องไปคุยเรื่องอื่น   จนกระทั่งเราทั้งคู่มาถึงบ้าน   ผมเข้าบ้านขนของทั้งหมดขึ้นห้อง   ลงมากินข้าว  และขึ้นไปอาบน้ำ  และในระหว่างที่ผมเช็ดหัวอยู่นั้น ผมก็ไปเห็นกล่องของขวัญของกานต์  ผมเลยเดินไปแกะกล่องเปิดดู  ข้างในเป็นเสื้อแจ็คเก๊ตสีน้ำเงินเข้ม ผมยิ้มให้เสื้อตัวนั้นก่อนจะเดินไปหยิบโทรศัพท์ กดเบอร์ของกานต์แล้วโทรออก

“ว่าไงเฟย” กานต์ทักผม



“เสื้อสวยดีนะกานต์  ขอบคุณนะ” ผมขอบคุณกานต์อีกครั้ง



“อือ  ได้ยินว่าเฟยจะไปต่างประเทศเลยซื้อมาให้เพราะคิดว่าคงจะได้ใช้” กานต์ว่า



“กานต์” ผมพูดเสียงเรียบ



“ทำไมวันนี้กานต์ไม่เดินเข้ามาหาเฟย” ผมถามเสียงเรียบเหมือนเดิม



“ก็เห็นเฟยกำลังมีความสุขอยู่  ก็เลยไม่อยากเข้าไปทำลายช่วงเวลาดีดี” กานต์ตอบเสียงอ่อย



หลังกานต์พูดจบคำพูดของไหมก็ลอยมาชนผมทันที “ทำให้อะไรๆมันดีขึ้น” ประโยคนี้วนๆอยู่รอบผมตอนนี้แล้วก็พุ่งชนผมอยู่เป็นระยะ


“เฟย” กานต์เรียกผม



“ยังอยู่ไหม” ผมคงเงียบนานเกินไป



“กานต์วันอาทิตย์นี้ว่างไหมไปดูหนังกัน” ผมชวน



“ฮะ เฟยว่าอะไรนะ” กานต์ถามผมซ้ำด้วยเสียงประหลาดใจ



“วันอาทิตย์นี้ไปดูหนังกัน” ผมพูดซ้ำ



“อ๋อ ไปสิ ไป” กานต์ตกลงแต่น้ำเสียงยังคงความประหลาดใจอยู่



“งั้นเดี๋ยวเฟยไปรับกานต์ที่หอนะ” ผมว่าและพอผมพูดจบต่างคนก็ต่างเงียบไป  ผมไม่รู้เลยว่ากานต์กำลังคิดอะไรอยู่   



“งั้นฝันดีนะเฟย” กานต์พูดในที่สุด



“ฝันดีครับ” ผมบอกลากานต์





ขอบคุณครับ  :katai4:

ออฟไลน์ Pawaree

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +162/-2
    • FANPAGE
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 9 หน้า 3 (19-06-15)
«ตอบ #62 เมื่อ19-06-2015 03:35:03 »

สั้นจัง อยากอ่านอีกเยอะๆ

ในที่สุดเฟยก็รู้สักทีว่าควรจะทำอะไร

ปล. ตอนที่เฟยคุยกับไหม คำว่า หลอกลวง น่าจะเป็น ล่อลวง เอาความลับมากกว่านะ

สู้ๆ มาอัพบ่อยๆนะ เรารออยู่ o13 o13 :bye2: :bye2:

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13940
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 9 หน้า 3 (19-06-15)
«ตอบ #63 เมื่อ19-06-2015 03:41:10 »

อยากจะร้องไห้

ออฟไลน์ BoolinMini

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-0
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 9 หน้า 3 (19-06-15)
«ตอบ #64 เมื่อ19-06-2015 04:12:38 »

ยอมรับเลยเป็นเรื่องที่เดาไม่ออกว่าจะไปในทิศทางไหน ไม่รู้คนแต่งผูกปม ซ่อนเงื่อนเก่ง หรือเพราะเราคิดมากเกินไป เลยมองว่าเรื่องมันซับซ้อน รอตอนต่อไปนะคะ

ออฟไลน์ GuoJeng

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1305
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 9 หน้า 3 (19-06-15)
«ตอบ #65 เมื่อ19-06-2015 04:15:58 »

๕๕๕ ตอนนี้สั้นมากๆ อ่านๆอยู่ ห๊ะ! จบตอน ๕๕๕ แต่ก็ปลื้มที่เฟยรู้ตัวสักทีว่าควรจะทำอะไรต่อไป มาอัพบ่อยๆนะคับผู้แต่ง

ออฟไลน์ JustWait

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3491
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-4
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 9 หน้า 3 (19-06-15)
«ตอบ #66 เมื่อ19-06-2015 05:25:17 »

เฟยเริ่มโอเคกับกานต์แล้วสิ..

ออฟไลน์ BlueCherries

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +158/-17
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 9 หน้า 3 (19-06-15)
«ตอบ #67 เมื่อ19-06-2015 06:35:43 »

สะ...สั้น ...

ออฟไลน์ question09

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1547
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-10
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 9 หน้า 3 (19-06-15)
«ตอบ #68 เมื่อ19-06-2015 07:53:35 »

 :mew5 :mew5: :mew5: :mew5: :mew5:

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5681
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 9 หน้า 3 (19-06-15)
«ตอบ #69 เมื่อ19-06-2015 09:26:19 »

นั่นซิ คนเมาจะไปทำอะไรใครได้
จริงๆเฟยไม่ได้เมา แค่สับสนเรื่องป๊อบ
้หรือกานต์เริ่มเพื่อให้เรืีองเป็นอย่างนี้

ไม่พอต่อการอ่านเลยอ่ะ มาต่อเร็วๆนะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 9 หน้า 3 (19-06-15)
« ตอบ #69 เมื่อ: 19-06-2015 09:26:19 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Freja

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2546
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +144/-4
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 9 หน้า 3 (19-06-15)
«ตอบ #70 เมื่อ19-06-2015 09:33:51 »

เหมือนอยู่ในภาวะจำยอมกัน  ที่จริงถ้าหากว่าเฟยไม่ยอมเรื่องคลิปก็ทำได้นะ  ฝ่ายรุกไม่เสียหายเท่าฝ่ายรับหรอก  เฟยไหลไปตามน้ำ  ไม่ชอบก็ต้องทนแล้วไปลงเอยกับคืนวันลอยกระทงที่เฟยทำกับกานต์  สำหรับเราไม่ว่ากานต์จะร้ายยังไงก็ตามเราจะไม่ทำแบบนั้น ถ้าไปไม่ได้หรือไม่อยากไปจะบอกไปตรงๆ ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายต้องมารอเก้อนานแบบนั้น  เราไม่ชอบป็อบเพราะว่าเหมือนกับนางกำลังเล่นกับเฟย   นึกอยากควงก็ควง เบื่อก็ทิ้ง เฟยก็ไม่ต่างจากลูกหมาเท่าไหร่หรอก

ตอนที่เฟยพูดถึงผู้หญิงกับคลิป คำพูดของกานต์ทำเอาเรานึกตะหงิดใจว่ากานต์มีอะไรฝังใจกับคลิปหรือเปล่า?   คืนนั้นเกิดอะไรขึ้น?  เฟยเมาแล้วจะไปปล้ำผู้ชายเอาดื้อๆงั้นหรือ?  ถ้าสมมุติว่าคนที่ถ่ายคลิปเป็นคนอื่นล่ะ?   ที่กานต์บอกว่าจะราวีผู้หญิงที่ขู่เฟยด้วยคลิปจนอยู่ไม่ได้นั้นกานต์พูดด้วยความรู้สึกหวงเฟยหรือ?

การกระทำของกานต์เหมือนกับว่าเวลาของกานต์เหลือไม่มากเลยอยากจะมีความทรงจำเป็นแฟนกับเฟย  กานต์ถึงได้แปลกใจและดีใจที่เฟยชวนทำอะไร

เราชอบมโนค่ะ   แต่อึดอัดกับความอึมครึมของเรื่องราวเพราะว่าข้อมูลมีให้น้อยมาก พยายามเดาเอาจากระหว่างบรรทัด ทั้ง said and unsaid.   ขอบคุณที่มาต่อนะคะ  ติดหงึบเลยเรา

ออฟไลน์ ammie_mn

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 118
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-2
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 9 หน้า 3 (19-06-15)
«ตอบ #71 เมื่อ19-06-2015 11:49:52 »

รู้สึกกลัวใจทั้งคู่เลย เฟยก็ไม่รู้จะดีได้นานแค่ไหนส่วนกานต์ก็ยังมีความลับอยู่ในใจอีกเยอะ เดาทางไม่ถูกจริงๆ

ออฟไลน์ Moose

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1368
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-2
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 9 หน้า 3 (19-06-15)
«ตอบ #72 เมื่อ20-06-2015 02:01:47 »

อยากอ่านต่อมากค่ะ  :katai1: อ่านแล้วรู้สึกสงสารกาน เดาทางไม่ถูกเลย รออ่านตอนต่อไปนะคะ  :L1:   :pig4:

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5681
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 9 หน้า 3 (19-06-15)
«ตอบ #73 เมื่อ22-06-2015 10:38:22 »

อยากรู้เรื่องคืนนั้นเร็วๆจัง

มาต่อเร็วๆนะคะคนแต่ง

ออฟไลน์ Pawaree

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +162/-2
    • FANPAGE
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 9 หน้า 3 (19-06-15)
«ตอบ #74 เมื่อ27-06-2015 11:35:18 »

อยากอ่านแล้วววว

ออฟไลน์ poohanddew

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 651
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-2
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 9 หน้า 3 (19-06-15)
«ตอบ #75 เมื่อ27-06-2015 14:19:38 »

รออ่านตอนต่อไปจร้า
 :katai5: :katai5: :katai5:

ออฟไลน์ sasithron

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 64
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-1
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 10 หน้า 3 (02-07-15)
«ตอบ #76 เมื่อ02-07-2015 03:33:55 »

บทที่ 10
เช้าวันอาทิตย์ผมขับรถไปรับกานต์ตอนสิบโมงเช้า   เราตกลงกันแล้วว่าจะดูหนัง 2 เรื่องรวดเดียวเลย ซึ่งเราต่างจะเลือกคนละเรื่อง  พอดูจบแล้วค่อยไปหาอะไรกินกัน
หนังที่ผมเลือกเป็นหนังเกี่ยวกับดาราตกอับที่พยายามผลักดันตัวเองให้กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง สำหรับผมแล้วหนังเรื่องนี้ขึ้นหิ้งหนังดีสำหรับผมได้เลย มีการถ่าย Long Take ที่ยอดเยี่ยมและดนตรีประกอบที่แน่น                                     
แต่กานต์ดูเหมือนจะไม่ประทับใจมากเท่าผม   เมื่อผมถามถึงความรู้สึกหลังดูหนัง  กานต์ก็ชมถึงการถ่ายทำกับดนตรีประกอบเช่นกัน  แต่ผมฟังดูก็พอจะรู้ว่าไม่ค่อยโดนใจเขาเท่าไหร่ 
เรื่องที่สองกานต์เป็นคนเลือก   เรื่องที่เขาเลือกนั้นเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นที่นำมาทำในฉบับภาพยนตร์  กานต์ดูตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อมีฉากต่อสู้   พอออกมาจากโรงหนังเขาก็ยิ้มอย่างมีความสุขผิดกับเมื่อตอนออกมาจากโรงหลังดูเรื่องที่ผมเป็คนเลือก

“เป็นไงบ้างเฟย”  กานต์ยิ้ม

“เฟยก็อ่านการ์ตูนเรื่องนี้นะแต่ไม่ค่อยอินเท่าไหร่” ผมตอบตามตรง

“ทำไมถึงเลือกเรื่องนี้หล่ะ” ผมถาม

“ก็เราก็ต่างเลือกเรื่องที่เราชอบถูกไหม” กานต์ตอบ  ผมพยักหน้าตอบ

“ดังนั้น Welcome to my world” กานต์ผายมือทั้งสองข้างออก  ผมยิ้มก่อนจะส่ายหัว

“งั้นก็หมายความว่ากานต์ชอบอ่านการ์ตูน” ผมพูดต่อ

“ใช่” กานต์ตอบ  ผมพยักหน้ารับรู้

แต่ในระหว่างผมกำลังคิดว่ากานต์จะเคยอ่านการ์ตูนที่ผมอ่านไหม  ผมก็เห็นว่ากานต์กำลังมองตามเด็กผู้ชายสองคนที่เพิ่งจะเดินผ่านผมกับกานต์ไป   กานต์ยิ้มก็มาเล็กน้อย

“ใครอ่ะ กานต์รู้จักเหรอ” ผมถาม

“เปล่า  เราเห็นว่าน่ารักดี” กานต์หันมาตอบผมแป๊บหนึ่ง ก่อนจะหันหน้าไปมองเด็กทั้งสองอีกครั้ง  ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจหรอกว่า “น่ารัก” ที่กานต์พูดหมายถึงอะไร  แต่พอผมมองตามไปก็เห็นว่าเด็กที่หัวเกรียนกำลังเอามือไปขยี้ผมอีกคน  ก่อนจะเปลี่ยนมาจับมือกัน  เราทั้งคู่ยืนมองจนกระทั่งเด็กทั้งสองเดินเลี้ยวไปอีกด้านหนึ่ง
“อยากให้เฟยทำอย่างนั้นไหม” ผมถามกานต์ ส่วนกานต์ทำหน้านิ่วก่อนจะส่ายหัว

“ไปหาอะไรกินกันเถอะเราหิวแล้ว” กานต์ว่า ก่อนจะออกเดินนำผมไป

ในระหว่างที่เราเดินเลือกร้านอาหารไปเรื่อยๆ  ตาผมก็ไปเห็นเพื่อนจากคณะคนหนึ่งเข้า  ผมจึงเดินเข้าไปทักมันจากข้างหลังอย่างสนิทสนม โดยการตีไหล่มัน ซึ่งอันที่จริงอยากตบหัวมันมากกว่าแต่คิดว่าเราโตๆกันแล้วไม่ควรทำแบบนั้น
“ว่าไงไอ้ปาย” ผมทักมันเสียงยาน

“ปายมาทำอะไรว่ะ” ผมถามมัน
นี่คือ“ปาย” หรือ “ไอ้ปาย” เพื่อนสนิทมากของผม มันเรียนกับผมมาตั้งแต่ประถมปลายจนตอนนี้ก็ยังเรียนด้วยกันอยู่   

“หวัดดีปาย” กานต์ทัก ส่วนไอ้ปายก็ยกมือทักทายกลับ

“เปล่า ก็เรื่อยเปื่อย” มันตอบผมแถมยังทำหน้าเซ็งๆใส่

“นัดหญิงดิมึง” ผมว่า  ปายส่ายหัวมาให้ผมเป็นการปฏิเสธ

“แล้วกำลังจะไปไหนกัน” ปายถามผมกับกานต์

“ไปหาอะไรกิน ไปด้วยไหมปาย” กานต์ชวน

“ได้เลย” ปายตกลง

สุดท้ายเราทั้งสามก็มานั่งกันอยู่ในร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง ซึ่งกานต์เป็นคนเลือก   พออาหารมาถึงโต๊ะกานต์ก็เริ่มจัดการย่างเนื้อสัตว์และผักต่างโดยมีผมกับปายช่วยกันผลิกเนื้อไม่ให้ไหม้   ระหว่างนั้นผมกับปายก็คุยกันไปเรื่อยเปื่อย ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องทริปเดินป่าที่พวกเรามักจะไปกันเป็นประจำ  ส่วนกานต์ก็ตั้งหน้าตั้งตากินไม่ได้พูดอะไร  อันที่จริงแม้ว่าผมทั้งสามคนจะอยู่คณะเดียวกัน เอกเดียวกัน  แต่เพราะว่ากานต์กับผมอยู่คนละกลุ่ม  ถึงจะรู้ชื่อ รู้หน้า แต่ก็ไม่เคยคุยกัน
“หน้าเรามีอะไรติดหรือเปล่าปาย” ผมได้ยินเสียงกานต์พูดขึ้นระหว่างที่ผมกำลังกินหมูชิ้นที่ค่อนข้างเหนียวอยู่  พอผมเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นว่าไอ้ปายกำลังมองหน้ากานต์พร้อมกับทำหน้าเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่

“กานต์หน้าคุ้นๆจริงๆว่ะ” ไอ้ปายมันพูดหลังจากจ้องหน้ากานต์อยู่นาน

“มึงจำได้ไหมเฟย ที่กูบอกมึงเมื่อตอนที่เพิ่งเขาปีหนึ่ง” ปายมันถามผม  ผมได้แต่ส่ายหัวเพราะจำไม่ได้จริงๆ

“ยิ่งมองใกล้ๆยิ่งคุ้น  แต่นึกไม่ออก”  ปายมันยังคงพูดต่อ  ส่วนกานต์ได้แต่ทำหน้าเลิ่กลั่ก เหมือนทำตัวไม่ถูก

“กูไม่เห็นจะคุ้นเลย” ผมบอกไอ้ปาย แต่หันไปมองกานต์เหมือนกัน

หลังจากเรากินกันเสร็จ  ผมกับไอ้ปายก็มายืนรอกานต์หน้าห้องน้ำ  ระหว่างนั้นผมก็มองนู่นมองนี่ไปเรื่อย จนกระทั่งไอ้ปายเปิดประเด็นขึ้น
“มึงไปจีบกันตอนไหนว่ะ” ปายเริ่ม

“มึงดูไม่เหมือนแฟนกันเลย” มันพูดต่อไม่รอให้ผมได้พูดบ้าง

“ไอ้อัพบอกมึงเหรอ” ผมย้อมมัน ส่วนมันกลับหัวเราะในลำคออย่างเดียว

“ตอนแรกกูก็คิดว่าไอ้อัพมันมั่ว  แต่พอกูมาดูๆ มึงเหมือนถูกบังคับเลยว่ะ” ปายเอามือมาจับที่ไหล่ผม

“มึงอยากเลิกหรือเปล่า” มันถามอีก ส่วนผมได้แต่เงียบ

“ถ้ามึงอยากเลิกมึงบอกมา เดี๋ยวกูช่วย” ปายว่า
ผมก็แอบคิดนะว่าสักวันคงต้องบอกเรื่องนี้กับใครสักคน  ผมไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่ายังไงดีว่าผมเมาแล้วไปรุกผู้ชายที่เป็นเพื่อนร่วมคณะ ร่วมชั้นเรียนเดียวกัน แล้วเขาก็อัดคลิปเก็บไว้ ส่วนผมพอตื่นมาก็จำอะไรไม่ได้เลย  ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมจริงๆที่จะเล่าให้ใครฟัง  และไอ้ปายก็คงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก  เพราะด้วยนิสัยที่มันรักเพื่อนมากผมแน่ใจว่าถ้าบอกไปว่ากานต์แบล็คเมล์ผม มันต้องไปจัดการกับกานต์แน่ๆ    เอาเป็นว่าตอนนี้ผมขอไม่พูดอะไรไปก่อนแล้วกัน  ผมขอจัดการด้วยตัวผมเองก่อน

“ว่าไงมึง” ไอ้ปายถามซ้ำ

“มึงเงียบ แสดงว่ามึงตกลง” มันมองหน้าผม

“ชวนกานต์ไปเดินป่าด้วยให้ได้ โอเค๊  เดี๋ยวที่เหลือกูจัดให้” มันว่า

“งั้นกูไปก่อนนะ” มันพูดพร้อมกับโบกโทรศัพท์ ซึ่งมีสายโทรเข้า ก่อนจะรีบวิ่งออกไป

-----

หลังจากวันนั้นผมก็ไม่ได้เอ่ยปากชวนกานต์ไปเดินป่าตามที่ไอ้ปายมันบอกเลย  จนพออีกสองอาทิตย์พวกผมก็จะไปเดินป่ากันแล้ว ไอ้ปายก็เริ่มมาเซ้าซี้ถามผม  แถมยังเร่งให้ผมไปชวนกานต์เป็นการใหญ่
“มึงว่าไง” ผมแกล้งทำหน้ามึนใส่มัน

“กานต์ไงมึงชวนแล้วหรือยัง” ไอ้ปายมองหน้าผม ส่วนผมส่ายหัวกลับไปให้มันอย่างเอือมๆ

“ได้กูชวนเอง” มันพูดจบก็ลุกขึ้นไป  พอผมเหลียวหันหลังไปมองก็เห็นว่ากานต์กำลังเดินมาถึงโต๊ะที่ผมนั่งอยู่พอดี  เลยเป็นโอกาสของไอ้ปายมัน

“กานต์อาทิตย์พวกเราจะไปเดินป่ากัน ไปด้วยกันไหม” ไอ้ปายชวน

“แต่เราเดินป่าไม่เป็นนะ” กานต์ว่า

“ไม่เป็นไร ไม่มีอะไรยาก ไอ้เฟยก็ไป” ปายอ้างชื่อผม  พอมันพูดจบกานต์กานต์ก็หันมามองที่ผม  ผมก็ได้แต่มองกลับไป ไม่รู้ว่าควรทำหน้ายังไงถึงจะสื่อได้ว่าให้ระวังไอ้ปายไว้หน่อย

“เอ่อ” กานต์อ้ำอึ้ง

“ไปเหอะถือว่าเป็นการต้อนรับแฟนของไอ้เฟยมันไง  ไอ้เฟยมันคงจะดีใจ ที่กานต์เข้ากับเพื่อนๆของมันได้” ไอ้ปายพูดยาวเพื่อหว่านล้อม  กานต์เริ่มมีสีหน้าลำบากใจ

“ไอ้ปายมึง” ผมยังไม่ทันจะพูดจบ ไอ้ปายก็หันหน้ามาทางผม แล้วก็เอายกฝ่ามือหันมาทางผมแสดงให้ผมเงียบ

“นะกานต์” มันยังคงรุกกานต์ต่อ

“เอ่อ ก็ได้ปาย เราไปก็ได้” สุดท้ายกานต์ก็ตอบตกลง

ผมควรบอกกานต์ไปไหมว่าไอ้ปายมันมีแผนจะทำอะไรบางอย่าง ที่ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้าผมบอกไปอย่างนั้นกานต์คงต้องหาว่าผมไม่อยากให้ไปแน่ๆ  แล้วเราก็จะเริ่มทะเลาะกันอีกครั้ง  และกานต์ก็คงจะดึงดันที่จะไปอยู่ดี  ผมเลยได้แต่ให้คำปรึกกับกานต์ว่าควรเตรียมตัวอย่างไรบ้างแค่นั้น  พอจบอาทิตย์กานต์นี้ก็ได้รองเท้าคู่ใหม่ที่จะไว้ใช้สำหรับเดินป่าเรียบร้อยแล้ว

-----
แต่หนึ่งอาทิตย์ก่อนจะไปเดินป่ากันนั้น  ผมต้องผ่านการสอบกลางภาคไปให้ได้เสียก่อน  ผมใช้เวลากับเพื่อนๆในกลุ่มอ่านหนังสือกันจนดึกดื่นที่ร้านคาเฟ่ที่เปิดทั้งคืน  แม้ว่าจะอ่านบ้างไม่อ่านบ้างแต่อย่างน้อยเวลามีอะไรสงสัยก็จะได้มีคนช่วยหาคำตอบ
ผมออกจากร้านตอนตี 2 กว่าๆ   ผมขับมาเรื่อยๆจนมาติดไฟแดงที่สี่แยกหนึ่งระหว่างทางกลับบ้าน  พอไฟเขียวผมก็ออกตัว ในจังหวะนั้นมีรถคันหนึ่งพุ่งออกมาจากฝั่งที่ควรจะเป็นไฟแดง  ชนเข้ากับส่วนหน้าของรถอย่างจัง

“เชี่ยเอ้ย” ผมสบถ พร้อมกับเหยียบเบรกสุดปลายเท้า

รถผมหยุดทันทีกลางสี่แยก โชคดีที่เป็นเวลาดึกมากแล้วเลยไม่มีรถขับตามหลังมาไม่งั้นผมคงโดนชนท้ายซ้ำอีกแน่  และแทนที่เจ้าของรถคู่กรณีของผมจะลงมาดูความเสียหายหรือมาคุยกับผม  มันกับถอยรถแล้วขับหนีไป
“อ้าวเชี่ยอะไรว่ะเนี่ย” ผมว่าพร้อมกับลงจากรถวิ่งไปเพื่อจะดูป้ายทะเบียนรถมันให้ทัน  ก่อนจะหันมาดูสภาพรถของตัวเอง ส่วนหน้าของบุบจนกระโปรงหน้าเปิด กระจังหน้าและไฟหลุดไปทั้งแถบ จากสภาพของรถแล้วไม่น่าจะขับต่อได้  ผมเลยโทรแจ้งตำรวจ
ในระหว่างนั้นผมได้ถ่ายสภาพรถไว้  และเลือกหนึ่งรูปลงไอจีด้วยความเซ็ง เพราะง่วงก็ง่วงแถมพรุ่งนี้ยังต้องตื่นไปสอบอีกต่างหาก
ไม่นานนักตำรวจและรถร่วมกตัญญูก็มา โชคดีที่ผมไม่ได้เป็นอะไรมาก พี่ๆร่วมกตัญญูเลยช่วยลากรถผมไปแทนเอาผมในกระบะข้างหลัง
เวลานานเท่าไหร่ไม่รู้ที่มีแต่เสียงข้อความเตือนดังหลายหน คงเป็นเพื่อนๆผมที่ส่งข้อความถาม แต่ในเสียงข้อความก็มีเสียงเรียกเข้าดังขึ้น  ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเป็นกานต์นั้นเองที่โทรมา  พอผมรับสายกานต์ก็ถามผมใหญ่เลยว่าเกิดอะไรขึ้น  แล้วผมอยู่ไหน ก่อนที่จะวางสายไป
เพียงไปถึงยี่สิบนาทีผมก็ได้ยินกานต์เรียกชื่อผม  เขาวิ่งเข้ามาหาผม  ผมเพียงแค่ลุกขึ้นยืนหันไปหาเขา  เมื่อกานต์มาถึงตัวผมเขาพุ่งใส่ผม  เขากอดผมแขนทั้งสองข้างโอบผ่านเอวผมไปและไปวางไว้ที่แผ่นหลังของผม  หน้าของกานต์ซุกลงอยู่ที่ไหล่ มีเสียงอู้อี้เหมือนเขาพูดอะไรบางอย่างแต่ผมฟังไม่รู้เรื่อง  ส่วนผมก็แค่โอบเอวกานต์ไว้หลวมๆ กานต์กอดผมนานพอสมควร ก่อนที่จะคลายกอดในที่สุด

“เป็นอะไรไหม” กานต์ผม

“จุกนิดหน่อย” ผมตอบเพราะผมเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าผมรู้สึกจุกที่ท้อง  เพราะตอนที่เบรกตัวผมไหลไปอัดกระแทกกับพวงมาลัย

“แค่นั้นเหรอ” สีหน้ากานต์ดูเป็นห่วง


“แต่เดี๋ยว โดนรถชนอย่างนี้แล้วยังมีอารมณ์อัพรูปลงไอจีอีกเนี่ยนะ” กานต์เอ็ดผม

ผมยังไม่ได้ทันจะแก้ตัวอะไรป๊ากับแม่ผมก็มาถึงโรงพักพอดี กานต์สวัสดีป๊ากับแม่ผมก่อนจะขอตัวกลับไป  ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะได้กลับบ้าน  แต่พอกลับบ้านมาถึงบ้านแล้วผมกลับนอนไม่หลับ  ไม่ใช่เพราะผมยังโมโหที่โดนรถชน 
แต่กำลังสับสนกับกอดของกานต์  ปกติผมก็กอดกับครอบครัวกับเพื่อนฝูงเป็นปกติ แต่กับกานต์มันต่างออกไปเล็กน้อย มันมีความเป็นห่วงจนผมรู้สึกได้  หรือว่าจริงๆแล้วกานต์แอบรักผม  และที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อให้ผมได้เป็นแฟนกับเขา  และจากกอดนั้นผมก็รู้สึกว่ากานต์ก็ตัวนิ่มดีเหมือนกันนะ

พอถึงตอนเช้าผมแทบจะนึกคำตอบสำหรับข้อสอบวันนี้ไม่ออกเลย  กว่าผมจะได้นอนก็เกือบหกโมงและต้องตื่นตอนเก้าโมง  ผมคิดว่าผมไม่พร้อมสุดๆ สมองเบลอไปหมด  แต่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วสำหรับวันนี้ ผมเดินหากานต์เพื่อที่จะไปส่งเขาที่หอ  ผมเดินไปเรื่อยก็เห็นกานต์ยืนคุยกับผู้ชายคนหนึ่งอยู่
“ก็ทำอยู่” ผมได้ยินกานต์พูดเมื่อผมเดินไปใกล้เขาทั้งสอง

“กานต์กลับกันเถอะ” ผมทักกานต์  เขาหันหน้ามามองผม ส่วนผู้ชายอีกคนซึ่งคงจะเป็นเพื่อนของกานต์จ้องหน้าผมนิ่ง เหมือนจะหาเรื่องเล็กน้อย

“งั้นกูไปก่อนนะ” มันพูดกับกานต์แต่ตาไม่ได้มองกานต์เลย  ก่อนที่จะเดินเฉียดผ่านผมไป

“เพื่อนเหรอ” ผมถาม กานต์พยักหน้า ผมเหลียวหลังกลับไปมองก็ยังเห็นว่าเพื่อนของกานต์ยังหันมามองผมอยู่เช่นกัน มันยักคิ้วกวนตีนผมนิดหนึ่งก่อนจะหันหน้ากลับไป

วันนี้ผมก็ไปส่งกานต์เหมือนเดิม ซึ่งโชคดีหน่อยที่ป๊าให้ผมยืมรถอีกคันมาขับแต่ผมคงต้องระวังหน่อยเพราะป๊ารักคนนี้มาก  ระหว่างทางกานต์กับผมก็ไม่ได้พูดอะไรกัน  กานต์เฉยจนผมรู้สึกเหมือนโดนเมิน  เพราะวันนี้มีแต่คนถามถึงอุบัติเหตุเมื่อคืน   เว้นก็แต่กานต์ที่ไม่ได้สนใจผมเลย   เขานิ่งเฉยไม่ถาม ไม่สนใจแม้ว่าผมจะแกล้งทำเป็นเจ็บท้องก็ตาม
“ทำไมวันนี้กานต์เงียบๆ” ผมถาม

“ก็ไม่มีอะไรนี่เฟย ปกตินะ” กานต์ตอบผม

“ไม่เป็นห่วงเฟยแล้วเหรอ” ผมแหย่

“ก็ไม่ได้เป็นอะไรแล้วนี้” กานต์ตอบผมเสียงเย็น ผมถึงกับแอบจ๋อยเล็กน้อย

“งั้นเฟยแวะขึ้นไปงีบห้องกานต์หน่อยได้ไหม ง่วงมากเลย” ผมถาม แม้ว่าจะรู้ว่ากานต์จะไม่ยอม

“หือ” กานต์ทำหน้าสงสัย ก่อนจะจ้องหน้าผมนิ่ง ซึ่งในระหว่างนั้นผมก็เลี้ยวเอารถจอดเทียบหน้าหอกานต์

“ไม่ได้หรอก ขับกลับดีดีนะ” กานต์บอกลาก่อนจะลงจากรถไป
-----
   วันออกเดินทางผมขับรถที่ซ่อมเสร็จแล้วไปรับกานต์ตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเพราะต้องขับไปรับ นัทและไปรวมตัวกันที่บ้านปาย
   ลักษณะกานต์เหมือนจะยังไม่ตื่นเต็มที่พอขึ้นรถมาทักมายผมนิดหน่อย  ก่อนจะนั่งเงียบๆและพอผมไปรับนัทที่บ้านกานต์ก็หลับเรียบร้อยแล้ว  ไม่นานผมก็ขับมาถึงบ้านปาย  ซึ่งพวกเราตกลงกันไว้ว่าจะเอารถไปสองคันทั้งหมดแปดคน ประกอบไปด้วย ผม กานต์  ปาย นัท พล็อต เฮง วิท เล่ ซึ่งทั้งหมดยกเว้นกานต์เป็นเพื่อนจากโรงเรียนเก่าของผมทั้งหมด  ระหว่างที่รอรถอีกคนที่ขับโดยพล็อต  พวกผมก็ช่วยกันขนของขึ้นรถ ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารและกระเป๋าเสื้อผ้า  คราวนี้ไม่มีเต็นท์เพราะได้จองบ้านพักของทางอุทยานไว้แล้ว  และการไปครั้งนี้ไม่ลำบากเท่าไหร่นักเลยไม่จำเป็นต้องเตรียมของอะไรมากนัก
   เมื่อรถของพล็อตมาถึง พวกเราก็เริ่มออกเดินทางโดยมีจุดหมายอยู่ที่จังหวัดในภาคตะวันตกของประเทศ  หวังจะให้ประถึง ณ อุทยานเวลาประมาณแปดโมง  ระหว่างทางผมก็คุยกับเพื่อนไปเรื่อยเปื่อย ส่วนกานต์ก็กำลังเช็คกล้องของเขาอยู่
   เมื่อเวลาแปดโมงเกือบจะเก้าโมงรถของผมก็มาถึงหน้าอุทยาน  เราก็พากันไปลงทะเบียน และก็ขนของเข้าบ้านพักกัน  บ้านพักที่ได้หลังนี้มีทั้งหมดสามห้องนอน เลยตกลงกันว่าผมกับกานต์จะนอนด้วยกัน ส่วนที่เหลือก็แบ่งกันนอนห้องละสามคนโดยมีปายจัดการทั้งหมด 
   ระหว่างที่ผมกำลังกินกาแฟกับขนมปังเพื่อเติมพลังสำหรับเดินป่าวันนี้อยู่นั้น  กานต์ก็เริ่มเอากล้องมาถ่ายนู่นนี่แล้ว  แม้ว่ากานต์จะไม่ค่อยคุยกับพวกเพื่อนของผมมากนักแต่ก็ไม่ได้ดูมีท่าทีอึดอัดอะไร ในระหว่างที่ผมมองอยู่ก็เห็นกานต์นั่งลงถ่ายอะไรบางอย่างที่พื้น สักพักนัทก็เดินเข้าไปร่วมด้วย  ผมเห็นกานต์กับนัทก้มดูอะไรบนพื้นกันอยู่และดูเหมือนคุยกันสนุกผมเลยเดินเข้าไปหวังอยากจะร่วมวงคุยด้วย
“คุยอะไรกันหนะ” ผมถามก่อนที่จะเดินเขาไปถึงคนทั้งสอง  มีแต่นัทที่หันมามองที่ผมหน้าตาตื่นๆ ผมไม่ได้สนใจอะไรเพราะโดยปกตินัทมันก็เป็นคนประมาณนี้อยู่แล้ว

“เรากับนัทกำลังจับแมงมุมกันอยู่” กานต์พร้อมกับยื่นแมงมุมในมือมาทางผม หลังจากผมก็รู้ตัวอีกทีก็มายืนอยู่บนเนินทางหลังของตัวบ้านพักห่างจากจุดที่กานต์ยืนอยู่พอสมควร  พอมองไปก็เห็นกานต์ยืนยิ้มกว้างอยู่ส่วนนัทมันกำลังหัวเราะผมจนตัวสั่น ผมทำใจกล้าเดินเข้าไปใกล้ๆก็เห็นว่าไอ้นัทมันหัวเราะผมจนน้ำตาคลอเบ้า

“มึงวิ่งไวมาก” ไอ้นัทมันพูดไปหัวเราะไป

“เราปล่อยไปแล้วเฟย” กานต์บอกผมพร้อมแบมือทั้งสองข้างให้ผมดู แต่ผมดูออกว่าเขากำลังกลั้นขำอยู่ ผมเลยขมวดคิ้วตีหน้าเข้มใส่

   หลังจากนั้นพวกเราก็เริ่มเดินป่ากัน อันที่อาจจะไม่เรียกว่าเดินป่าก็ได้เพราะพวกเราแค่พากันเดินขึ้นไปยังน้ำตกชั้นบนสุดกันคือชั้นที่เจ็ด  ทางที่ขึ้นไปไม่ลำบากมากนักแต่ใช้เวลาพอสมควร ระหว่างทางเราก็แวะน้ำตกชั้นต่าง แต่เราตกลงกันแล้วว่าจะเล่นน้ำกันที่ชั้นสุดท้าย  ผมเดินไปกับกลุ่มเพื่อนแต่ก็แอบมองกานต์เรื่อย  กานต์ไม่มีท่าทีเหนื่อยหรืองอแงแต่อย่างใด  ส่วนใหญ่เขาจะหยุดถ่ายรูปต้นไม้หรือเห็ดต่างๆ  จนบางทีผมต้องเดินย้อนมาเพื่อจะรอเขา
   ในระหว่างทางเดินขึ้นชั้นเจ็ดทางค่อนข้างขรุขระ  ด้วยความเป็นห่วงมือใหม่ผมเลยยืนไปหากานต์เพื่อให้เขาจับเป็นที่ยึด  แต่กานต์มองมิอสลับกับหน้าผมก่อนจะทำหน้ากวนใส่แล้วก็เดินผ่านผมไป

“อะไรว่ะ” ผมพูดกับตัวเองก่อนจะเดินตามกานต์ไป

   พวกเราทั้งหมดหยุดเล่นน้ำกันที่ชั้นเจ็ดบนสุด  พวกผมถอดเสื้อลงเล่นน้ำกันอย่างรวดเร็ว เว้นแต่กานต์ที่เดินถ่ายภาพไปเรื่อยๆ  แล้วสุดท้ายก็มาถ่ายรูปให้พวกผม  ผมเลยขึ้นจากน้ำเดินไปหาเขา
“ไม่ลงเล่นน้ำเหรอ” ผมถาม

“ไม่เอาหรอก เดี๋ยวกล้องเปียก” กานต์ตอบผม พร้อมกับมองไปทางนัทที่กวักมือเรียกอยู่

“วางไว้บนเสื้อเฟยก็ได้ไม่เปียกหรอก” ผมเสนอหนทาง

“ไม่ใช่เรากลัวมันจะชื้นตอนขากลับ” กานต์ยังคงอ้างเหมือนเดิม

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวเฟยถือให้ก็ได้” ผมพูดพร้อมกับเอากล้องพร้อมกับสาสะพายออกจากคอกานต์  ที่ผมทำอย่างนี้ไม่ใช่อะไร เพราะผมแค่คิดว่าไหนๆก็มาแล้วก็อยากให้ลงเล่นน้ำจะได้สนุกเหมือนกัน
   เมื่อหมดข้ออ้างแล้วกานต์ก็ไม่มีข้ออ้างเหลือแล้วจึงเดินลงน้ำไปอย่างว่าง่าย  ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากนัท และทั้งคู่ก็ไปเล่นน้ำหัวเราะคิกคักกันอยู่สองคน ที่นัทกับกานต์สนิทกันไวคงเป็นเพราะนิสัยคล้ายๆ  และไม่นานนัทก็ลากกานต์เข้าไปรวมกลุ่มกับพวกที่เหลือ
“แฟนมึงก็ดูโอเคดีนี่” พล็อตพูดกับผมในระหว่างที่นั่งกันอยู่บนโขดหินนั่งมองพวกที่เหลือเล่นน้ำกันอยู่ด้านล่าง  ผมจึงหันไปมองหน้ามันด้วยความสงสัย เพราะปกติมันไม่ค่อยชมใคร

“มึงไม่แปลกใจเหรอว่ะที่อยู่ดีๆกูก็มีแฟนเป็นผู้ชาย” ผมถามมัน

“ตอนแรกก็แปลกใจนิดหน่อยว่ะ”มันตอบผมแค่นั้น

“แต่อย่างที่ไอ้ปายมันบอก หน้าแฟนมึงมันคุ้นๆว่ะ” พล็อตว่า

“แต่กูนึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน”  พล็อตเสริม
   พอเวลาบ่ายสามกว่าๆพวกเราก็พากันขึ้นจากน้ำและเดินกลับที่พักกัน  โดยผมเป็นคนสะพายกล้องให้กานต์ตามที่ผมได้บอกเขาไว้  แต่คราวนี้เป็นพล็อตที่กำลังเดินคุยอยู่กับกานต์  ในขณะที่ผมกำลังมองอยู่พล็อตก็หันมาสบตาผมพอดี มันพยักหน้าให้ผมนิดหนึ่งก่อนจะหันไปคุยกับกานต์ต่อ
   พอถึงบ้านพักพวกเราก็ผลัดกันอาบน้ำ  ส่วนใครที่อาบน้ำเสร็จแล้วก็เริ่มเตรียมจะทำอาหารสำหรับมื้อเย็นวันนี้  ผมออกจากห้องน้ำพร้อมกับเช็ดหัวไปด้วยพอเข้าไปในห้องก็เจอกานต์กำลังนั่งเลื่อนดูรูปในกล้องอยู่  แต่พอกานต์เห็นผมเขาก็รีบวางกล้องและพุ่งไปทางประตู ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงเดินไปขวางประตูไว้
“ฟะ เฟย หลบหน่อยเราจะไปช่วยพวกนัทข้างนอก” กานต์พูดตะกุกตะกัก

“วันนี้เป็นไงบ้าง” ผมถาม สีหน้าของกานต์ดีขึ้นนิดหนึ่ง ผิดจากเมื่อสักครู่ที่ดูตื่นๆเหมือนตอนที่ผมพาไปหัวหิน

“สนุกดี  เพื่อนๆเฟยน่ารักดี” กานต์ตอบผม

“แล้วไอ้พล็อตมันคุยอะไรกับกานต์” ผมถามต่อ

“ก็ทั่วไป ไม่มีอะไร” กานต์ตอบท่าทีเปลี่ยนไปอีกครั้ง เขามองผมนิ่งๆและเสียงเรียบเหมือนเมื่อก่อน

“ไม่ต้องห่วงหรอกเรายังไม่ได้บอกใครเกี่ยวกับเรื่องคืนนั้นหรอก” กานต์พูด ส่วนผมทำได้แค่ถอยออกจากประตูปล่อยให้กานต์เดินออกไป  ผมส่ายหัวเล็กน้อยเพราะคิดว่าผมคงทำเสียเรื่องไปแล้ว



ต่อด้านล่างนะครับ

ออฟไลน์ sasithron

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 64
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-1
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 10 หน้า 3 (02-07-15)
«ตอบ #77 เมื่อ02-07-2015 03:35:10 »

(ต่อจากด้านบน)

“เห็นกานต์หรือเปล่า” ผมถามขึ้นขณะที่พวกผมนั่งรอบวงเล่นกีตาร์อยู่

“ไม่เห็นเลย” ปายมันตอบผมก่อนจะกลับไปเล่นกีตาร์เหมือนเดิม 

   ผมเดินไปตรงชานของบ้านพักแล้วมองฝ่าความมืดไปรอบเพราะคิดว่ากานต์คงไปเดินเล่นแถวบ้าน  แต่ในรัศมีที่สายตาของผมสามารถมองฝ่าไปในความมืดได้ผมก็ไม่เห็นความเคลื่อนไหวใดๆเลย    ผมเลยไปนั่งเล่นกีตาร์กับเพื่อนๆเหมือนเดิม         
   ครึ่งชั่วโมงผ่านไปก็ไม่มีทีท่าว่ากานต์จะกลับมา  คราวนี้ผมเลยลงจากบ้านเดินไปตามหายังที่ต่างๆดู  แต่ก็ไม่เจอทั้งหน้าที่ทำการอุทยาน สหกรณ์ ลานกิจกรรม หรือลานกางเต้นท์   ผมเเลยวิ่งกลับไปที่บ้านอีกครั้งหวังว่าจะเจอกานต์ที่นั่น  แต่เปล่า  ไม่มีเลย ผมวิ่งเข้าดูในห้องนอนก็ไม่เจอ ผมจึงต้องวิ่งลงจากตัวบ้านอีกครั้ง พวกเพื่อนๆมันก็หันคอมองผมกันทั้งหมด   จังหวะที่ผมกำลังจะลงจากตัวบ้านก็เห็นนัทมันกำลังจะเดินสวนขึ้นมาพอดี
“กานต์หล่ะ” ผมถาม

“ไม่ได้ไปกับมึงเหรอ” ผมถามต่อ

“เปล่านะ ไม่ได้อยู่กับมึงเหรอ” นัทถามกลับ

“ทำไมถึงคิดว่ากานต์อยู่กับกู” ผมถามอีกด้วยความสงสัยกว่าเดิม

“ก็ตอนที่กูเจอกานต์ครั้งสุด  เห็นกานต์บอกว่า  มึงอยากให้ไปหาที่ตรงทางไปน้ำตก” นัทตอบผม

“นานยังว่ะ” ผมเริ่มใจคอไม่ดีแล้ว

“ก็ชั่วโมงกว่าๆแลัวนะ” นัทตอบพร้อมกับเอานาฬิกาขึ้นมาเพื่อคะเนเวลา
   
พอผมได้ยินคำตอบจากนัท ผมก็ไม่รอช้าที่จะวิ่งขึ้นเนินทางหลังบ้านไปทางน้ำตก แต่พอไปถึงก็ไม่เจอใครเลยสักคนเดียว 
“หรือจะเดินไปน้ำตกว่ะ” ผมพูดกับตัวเอง ก่อนจะวิ่งกลับไปบ้านเพื่อเอาไฟฉาย

“เดี๋ยวแฟนมึงก็กลับมา” ไอ้ปายมันพูดเหมือนผมกำลังจะออกจากบ้านอีกครั้งพร้อมกับไฟฉาย

“ทำไมมึงรู้ว่าเดี๋ยวกานต์ก็จะกลับมา” ผมหยุดแล้วหันหน้าไปหาไอ้ปาย

“เออหนะ” มันพูด

“มึงเป็นคนบอกกานต์เหรอว่าให้ไปหากูตรงทางไปน้ำตก” ผมถามมันเพราะเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่ามันจะช่วยทำให้ผมกับกานต์ทะเลาะกันหลังจากที่มันพูดจบ    มันส่ายหัวทำหน้าเซ็งๆ

“มึงใจเย็นๆเฟย  แฟนมึงไม่เป็นอะไรหรอกมันเป็นผู้ชายนะเว้ย” ปายยังคงพูดต่อ

“กูรับรองว่าพอกานต์มันกลับมามันจะต้องทะเลาะกับมึงแน่ๆ  แล้วทีนี้มึงก็บอกเลิกมันได้เลย” ผมมองมันด้วยความโมโห

“มึงนี่มัน  กานต์มันไม่เคยเดินป่า  กูว่ากูเคยบอกมึงแล้ว”  ผมพูดกับไอ้ปายมันเสียงสั่น  และตอนนี้ไอ้พวกที่เหลือเริ่มกรูเข้ามามุงแล้ว
     
“เอาน่ากูกำลังช่วยมึงอยู่” ไอ้ปายยังคงทำเหมือนไม่ทุกข์ไม่ร้อนต่อไป

“มึงจำไว้นะว่ากูไม่ได้อยากเลิกกับกานต์” ผมพูดจบแล้วก็วิ่งขึ้นไปทางไปน้ำตกมุ่งหน้าไปบริเวณน้ำตกชั้นที่หนึ่ง    บริเวณรอบๆตัวผมมืดมากมีแค่แสงไฟฉายอย่างเดียวที่นำทางให้ผม   แต่พอผมมาถึงและเดินสำรวจรอบๆบริเวณแล้วกลับไม่เจอกานต์ ผมเอาโทรศัพท์ขึ้นมากดแต่ปรากฏว่าบริเวณนี้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เลย  ผมจึงต้องวิ่งกับไปบริเวณทางเข้าอีกครั้ง  พอผมวิ่งมาถึงก็เจอพล็อตกับไอ้ปายกำลังจะวิ่งเข้ามาหาผม
“เจอไหมมึง” ผมส่ายหัวให้กับคำถามของพล็อต

“เชี่ย มันไปไหนว่ะ” ไอ้ปายสบถ และเริ่มอาการกระวนกระวายแล้ว

“มึงนี่นะไอ้ปาย” พล็อตด่าไอ้ปาย  และในระหว่างนั้นผมก็เอาโทรศัพท์มาโทรหากานต์อีกครั้ง  ครั้งนี้ติดแต่ปรากฏว่าเป็นบริการฝากหมายเลขโทรกลับ

“ปิดเครื่องว่ะ” ผมพูดบอกกับทั้งสองคน

“มึงคิดอะไรเหี้ยๆว่ะไอ้ปาย” ผมมองหน้ามัน ถ้าไม่ติดว่าเป็นเพื่อนกันผมคงจะจัดให้มันสักหมัดสองหมัดแล้ว  หรือผมควรจะจัดให้มันดี

 “มีอะไรกันหรือเปล่าหนุ่ม” เสียงของผู้ชายมีอายุดังขึ้นแทรกเสียงของพวกผม  ไอ้ปายสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ  แต่พอพวกเราหันก็พบกับเจ้าหน้าที่

“เออ” พวกผมอึกอัก

“เพื่อนผมเดินไปทางน้ำตกแล้วยังไม่ออกมาเลยครับ” ผมบอกกับเจ้าหน้าที่

“แล้วเดินเข้าไปทำไม” เจ้าหน้าที่ถามพวกผมกลับ มันเป็นคำถามที่ผมไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรดีจึงได้แต่เงียบ  ทางเจ้าหน้าที่เหมือนจะเข้าใจจึงส่ายหัวแบบเอือมระอา ก่อนจะยกวิทยุขึ้นมาเรียกเจ้าหน้าที่มาเพิ่ม  และเพียงไม่ถึงสามนาทีก็มีเจ้าหน้าที่อีกสามคนมาเสริมกำลัง

“ผมขอเข้าไปด้วยได้ไหมครับ” ผมถามเจ้าหน้าที่คนแรกที่เจอเรา

“ไม่ต้องหรอก ไปรอที่บ้านเถอะ” เจ้าหน้าที่พูดก่อนจะเดินมุ่งหน้าเข้าป่าไป

   ผมไม่ได้กลับไปรอที่บ้านตามที่เจ้าหน้าที่คนนั้นบอก  ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แต่พวกผมทั้งสามก็ยังคงยืนรอกันอยู่ที่เดิมแม้ว่าอากาศจะเย็นลงจนรู้หนาวมากเท่าใดก็ตาม
“แม่งเหมือนตอนนั้นเลยว่ะ” อยู่ดีดีพล็อตมันก็พูดขึ้น

“ไม่เว้ยครั้งนั้น ไอ้เฟยเป็นคนจัด ไม่ใช่กู” ไอ้ปายพูดเสียงระรื่น

“เออ แต่ตอนนี้มึงกับกูก็โตกันแล้วไง มันก็ไม่ควรเล่นอย่างนี้หรือเปล่าว่ะ”  ผมว่าไอ้ปาย

   หลังจากไปเกือบสองชั่วโมงในที่สุดผมก็เห็นเหมือนมีคนกำลังเดินมุ่งหน้ามาทางที่พวกผมยืนอยู่  แต่เป็นแค่เพียงเจ้าหน้าที่สองคนเท่านั้น ผมมองหน้าพวกเขาอย่างสงสัยแต่เจ้าหน้าที่ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่เดินผ่านผมไป
   และในที่สุดเจ้าหน้าที่อีกสองคนที่เหลือก็เดินมาพร้อมกับกานต์  เขาหันมามองที่ผมครู่หนึ่งก่อนจะก้มหน้าไป ผมเห็นเหมือนมีน้ำตาคลอเบ้าตาของกานต์อยู่  พวกผมขอบคุณเจ้าหน้าที่ ก่อนจะพากันเดินกลับบ้านพัก  ระหว่างทางมีแต่ความเงียบและความอึดอัดที่เหมือนจะแผ่ออกมาจากตัวกานต์  พอถึงบ้านกานต์ก็เดินตรงเข้าห้องนอนไปเลย  ไม่มีใครพูดอะไร เหมือนทุกคนจะมีความเข้าใจอะไรบางอย่างที่ตรงกันหรือไม่ก็เดินรังสีความอึดอัดจากกานต์ จึงพากันแยกย้ายเข้าห้องนอน
   เมื่อผมเข้าห้องนอนกานต์ก็หลับไปแล้ว  แต่ผมคิดว่าเขาแค่แกล้งหลับเพราะผมยังคงได้ยินเสียงฟุด ฟิด เหมือนคนที่เพิ่งจะหยุดร้องไห้อยู่  ผมนอนตะแคงมองแผ่นหลังของกานต์เท่านั้นเพราะผมไม่รู้ว่าในเวลาแบบนี้ผมควรจะทำอย่างไร  ผมนอนอย่างนั้นจนหลับไป
   รุ่งเช้าจากตอนแรกที่พวกเราทั้งหมดจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมกัน  กลายเป็นว่าผมขอตัวไม่ไปเพราะกลัวว่าพอกานต์ตื่นแล้วเจอว่าตัวเองอยู่คนเดียว  แล้วจะมาพาลโมโหผมอีก  ผมก็ยังไม่รู้เลยว่าจากเรื่องเมื่อคืนผมจะโดนอะไรบ้างหรือเปล่า
   พวกเราเดินทางกลับจากอุทยานประมาณเก้าโมง  โดยจะมุ่งหน้ากลับกรุงเทพกันเลย พวกผมเลยล่ำลาพวกที่เหลือที่มากับรถของพล็อตอย่างพอเป็นพิธี
“กานต์ไปก่อนนะ” พล็อตโบกมือลาพร้อมกับพวกที่เหลือ

“ขับกลับกันดีดีนะ” กานต์บอกพล็อต
   ผมขับรถมุ่งหน้ากลับกรุงเทพซึ่งทั้งรถเต็มไปด้วยความอึมครึมที่แผ่ออกมาจากตัวกานต์  และทั้งนัทและปายก็รู้สึกได้ มันทั้งคู่เลยเลือกที่จะหลับกัน  ไม่นานผมก็ไปถึงบ้านนัทและส่งมันเป็นคนแรก นัทบอกลาพวกผมแต่เน้นบอกกานต์เป็นพิเศษ  สุดท้ายเมื่อส่งปายมันก็บอกลากานต์เป็นพิเศษเหมือนกัน  มันคงคิดว่าจะช่วยลบล้างความผิดของมันได้
“กานต์เราไปก่อนนะ ไว้เจอกันที่มหา’ลัย” ไอ้ปายพูดกับกานต์

“ไว้เจอกัน” กานต์หันไปยิ้มให้ปายอย่างใจดี ก่อนที่ไอ้ปายมันจะหันมายิ้มให้ผมอย่างโล่งอก

“อาทิตย์หน้าอย่าลืม มีนัดทำรายงานนะมึง” ไอ้ปายนัดผม

“อือ” ผมหยักหน้าตอบแล้วมันก็ลงจากรถไป

   ระหว่างทางผมแอบมองกานต์เป็นระยะๆ ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดจะทำอะไรอยู่  ผมมั่นใจว่าเขาจะต้องป่วนผมแน่นอน  ไม่มีทางปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปได้อย่างง่ายๆเป็นแน่  ผมคงจะทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมกานต์ไปเรื่อยๆ เว้นแต่ว่าผมจะกำจัดสิ่งที่สร้างปัญหาไปได้
   




ขอบคุณครับ และขอโทษที่มาอัพช้านะครับ :katai5:
ปล.เนื้อเรื่องงงๆหน่อยนะครับ เพราะเป็นเรื่องจากมุมของเฟยนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-07-2015 12:08:00 โดย sasithron »

ออฟไลน์ fay 13

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5710
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +286/-44
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 10 หน้า 3 (02-07-15)
«ตอบ #78 เมื่อ02-07-2015 04:28:29 »

 :mew1:

ออฟไลน์ GuoJeng

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1305
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 10 หน้า 3 (02-07-15)
«ตอบ #79 เมื่อ02-07-2015 04:58:12 »

สนุกคับ สนุก สงสารกานต์จริงๆมีปมเบื้องหลังอะไรแน่ๆเรื่องของเฟยกับกานต์นี่ กานต์เป็นคนถ่ายคลิปเองเหรอ หืมม ต้องมีอะไรแน่ๆกานต์ถึงทำแบบนี้ รอ รออ่านตอนใหม่คับ ว่ากานต์จะทำอะไรต่อไป มาลงบ่อยๆนะคับ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 10 หน้า 3 (02-07-15)
« ตอบ #79 เมื่อ: 02-07-2015 04:58:12 »





ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5681
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 10 หน้า 3 (02-07-15)
«ตอบ #80 เมื่อ02-07-2015 08:17:36 »

ตกลงคนที่พลาดรักนีกานต์ใช่มั้ย

ออฟไลน์ Pawaree

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +162/-2
    • FANPAGE
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 10 หน้า 3 (02-07-15)
«ตอบ #81 เมื่อ02-07-2015 11:20:43 »

ทำไมเฟยถึงไม่บอกกานต์ไปล่ะ ว่าเฟยไม่ได้ทำ

มาอัพตอนต่อไปเร็วๆน้าาาา

ชอบๆๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ nicksrisat

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 997
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 10 หน้า 3 (02-07-15)
«ตอบ #82 เมื่อ02-07-2015 11:33:21 »

อ่านรวดเดียวเลย เนื้อเรื่องอึมครึมน่าติดตามมากๆไม่รู้กานต์คิดอะไรอยู่ ปมมันอยู่ที่กานต์ล้วนๆเลย
รอตอนต่อไปครับ :katai2-1:

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13940
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 10 หน้า 3 (02-07-15)
«ตอบ #83 เมื่อ02-07-2015 11:59:15 »

ใครจะพลาด

ออฟไลน์ Pawaree

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +162/-2
    • FANPAGE
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 10 หน้า 3 (02-07-15)
«ตอบ #84 เมื่อ13-07-2015 22:40:41 »

มายังอ่ะ อยากอ่านแล้ว

ออฟไลน์ naoai

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 418
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-5
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 10 หน้า 3 (02-07-15)
«ตอบ #85 เมื่อ14-07-2015 11:19:53 »

เพิ่มได้อ่าน น่าติดตามทีเดียว เป็นกำลังใจให้คนแต่งนะ

ปล.เรื่องไหนที่เราตามอ่านเรื่องนั้นจะอัพช้ากว่าปกติสองเท่า แต่ไอ้เรื่องที่เราไม่ได้อ่านเห็นว่าอัพเร็วโคตร

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6882
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +843/-80
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 10 หน้า 3 (02-07-15)
«ตอบ #86 เมื่อ14-07-2015 11:46:23 »

เหมือนกานต์จะมีอดีตอะไรบางอย่างร่วมกันกับกลุ่มเฟยมาก่อนนะ

ออฟไลน์ sasithron

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 64
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-1
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 11 หน้า 3 (16-07-15)
«ตอบ #87 เมื่อ16-07-2015 03:19:12 »

บทที่ 11
หลังจากกลับมาจากน้ำตก  กานต์ก็กลับไปเป็นแบบเดิม  ส่วนผมนั้นก็ทำตัวปกติไม่สนใจบรรยากาศอึมครึมที่กานต์ปล่อยออกมา  นอกจากบรรยากาศขมุกขมัวที่ปล่อยออกมาจากตัวของกานต์แล้ว เขาก็ไม่ได้มีทีท่าหาเรื่องหรือป่วนผมแต่อย่างใด
แต่กานต์ก็ไม่ปล่อยให้ผมสบายใจได้นานนัก  เสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นในเช้าวันอาทิตย์ ขณะที่ผมกำลังแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวออกไปทำรายงานกับพวกไอ้ปาย
“กานต์ว่าไง” ผมทัก


“วันนี้กานต์ไปเดินจตุจักรเป็นเพื่อนเราหน่อยนะ” เสียงของกานต์ไม่ได้ดูเชิญชวนหรือออดอ้อนอย่างที่มันควรจะเป็นเลย


“แต่เฟยต้องไปทำงานกับพวกไอ้ปายนะ” ผมว่า


“ไว้ค่อยไปตอนบ่ายก็ได้นี่” กานต์พูดตอบกลับผมมาแทบจะในทันที


“งั้น  ไว้ไปกันตอนบ่ายได้ไหม” ผมย้อนถามกานต์  ผมจะไม่ยอมให้กานต์มาป่วนผมวันนี้  ผมจะเปลี่ยนเป็นฝ่ายควบคุมกานต์บ้าง


“ไม่เฟย  เราจะไปตอนสิบเอ็ดโมง” กานต์เสียงแข็ง  ท่าทางคงจะไม่ยอมง่ายๆ


“ก็หลังจากที่เฟยทำงานเสร็จแล้วไม่ได้เหรอ” ผมย้อมถามกานต์อีกครั้ง


“เฟย” กานต์เพียงแต่เรียกชื่อผมด้วยเสียงเรียบนิ่ง  แต่ผมกับรู้สึกถึงการบังคับที่แผ่ออกมา


ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เพราะรู้ว่าคงจะไม่ง่ายที่จะทำให้กานต์ยอมอยู่ภายใต้การควบคุมของผม


“กานต์  กานต์จะมาป่วนเฟยวันนี้ไม่ได้  เฟยต้องไปทำรายงานกับพวกไอ้ปาย  มันสำคัญ” ผมพูดโดยพยามยามเน้นประโยคสุดท้ายเผื่อว่ามันจะทำให้กานต์เข้าใจ


“ไปทีหลังก็ได้  เราคิดว่าปายจะเข้าใจ” กานต์ว่า


“ถ้ากานต์จะโกรธเรื่องวันนั้นเฟยก็เข้าใจนะ  แต่จะมาป่วนเฟยแบบนี้ไม่ได้” ผมเริ่มรู้สึกโมโหขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว


“รู้ด้วยเหรอว่าเราโกรธ” กานต์ย้อนกลับผม


“แล้วถ้ารู้ว่าเราโกรธ  ทำไมถึงไม่รู้หล่ะ ว่าควรจะต้องทำอะไร” กานต์พูดต่อ


“กานต์คนที่เขาเป็นแฟนกัน  เขาไม่ทำกันแบบนี้หรอกนะ” นอกจากจะรู้สึกโมโหแล้วตอนนี้ยังรู้สึกเหนื่อยใจอีกด้วย


“หึ” เสียงของกานต์หัวเราะในลำคอลอดโทรศัพท์ออกมา


“ยังไงเฟยก็ต้องมารับเราที่หอตอนสิบเอ็ดโมง” กานต์ว่า


“ได้” ผมรับปากอย่างเซ็งๆ


                                                                               *****

ผมเดินตามหลังกานต์เข้าร้านนั้นออกร้านนี้จนถึงเวลาประมาณบ่ายโมงครึ่ง  กานต์ก็ไม่มีท่าทีอยากกลับแต่อย่างใด  แต่ที่มันน่าโมโหไปมากกว่านั้นคือกานต์ไม่ได้ซื้อของเลยสักชิ้น
“มึงมัวทำอะไรอยู่  ทำไมไม่มาสักที” นอกจากเสียงไอ้ปายแล้วยังมีเสียงบ่นของคนอื่นๆลอดออกมาจากโทรศัพท์ด้วย


“กูบอกมึงไปแล้วไงว่ากูมาจตุจักรกับกานต์” ผมพูดจบ มันก็ถอนหายใจกลับมาให้ผมทันที  ผมเองก็เหนื่อยใจไม่แพ้ไอ้ปายมันเลย 


“เดินอะไรกันตั้งหลายชั่วโมงว่ะ” ไอ้ปายถามผม


“มึงอยากจะลองถามกานต์เองดูไหม  เดี๋ยวกูจะได้เอาโทรศัพท์ให้กานต์” ผมย้อมมัน


“กานต์ไม่รู้เหรอว่ามึงต้องมาทำรายงานกับกู” ไอ้ปายถามผมอีกครั้ง


“รู้  แต่เขายังโกรธเรื่องที่น้ำตกอยู่” ผมตอบมันด้วยเสียงเซ็งๆ  แต่สายตาผมจับอยู่ที่กานต์ซึ่งกำลังเลือกเสื้ออยู่ในร้าน  โดยไม่สนใจผมเลยแม้แต่น้อย


“แล้วเมื่อไหร่กานต์จะหายโกรธว่ะ” เสียงปายเริ่มอ่อนลง


“กูก็ไม่รู้” ผมตอบมันตามจริง เพราะผมไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เขาจะเลิกโกรธผม อาจจะเป้นหลังจากจบวันนี้หรือไม่ก็ยังจะโกรธไปเรื่อยๆ


“เออ  งั้นถ้าเสร็จแล้วมึงก็รีบมาแล้วกัน” ไอ้ปายว่าแล้วก้ตัดวางสายไป

กานต์ยังคงเดินดูของไปเรื่อยๆจนกระทั่งสี่โมงเย็น  ตอนนี้กานต์ทิ้งผมไว้ริมทางตรงหน้าร้านขายของร้านหนึ่ง ส่วนเขาเดินไปซื้อน้ำ  อากาศร้อนๆของจตุจักรที่มีคนมากมายเบียดเสียดกัน มันทำให้ความโมโหของผมพุ่งขึ้นไปอีก
“น้ำ” กานต์พูดพร้อมกับยื่นขวดน้ำเย็นมาให้ผม  แต่ผมแค่ส่ายหัวปฏิเสธไป


“เป็นอะไรหรือปล่าเฟย” น้ำเสียงปราศจากซึ่งความเป็นห่วง


“หน้าตาดูไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่เลยนะ” กานต์พูดกับผม  มีรอยยิ้มเล็กน้อยบนใบหน้าของเขา

ผมมองกานต์นิ่งพร้อมหายใจออกยาวๆเพื่อระบายความโมโหให้ออกไปบ้าง  ส่วนกานต์ยังคงยืนยิ้มน้อยเหมือนสะใจอยู่เหมือนเดิม  โดยไม่รับรู้ว่าผมโมโหเขาอยู่
“ไปกันต่อเถอะ” กานต์บอกผมพร้อมกับตั้งท่าจะออกเดิน


“ไม่” ผมพูดจบ แล้วก็หันหลังเดินกลับไปทางลานจอดรถ


กานต์ไม่ได้เดินตามผมมาแต่อย่างใด  แต่เขาโทรมาหาผมแทน


“เฟยกลับมา” ผมเพียงแค่ฟังอย่างเดียวไม่ได้พูดตอบอะไรกลับไป


“เราไม่ยอมหรอกนะฟย....” เหมือนว่ากานต์จะยังพูดอะไรต่อ แต่ผมกดตัดสายก่อน

หลังจากนั้นก็ไม่มีเสียงเรียกเข้าหรือแม้แต่เสียงข้อความเข้าอีกเลย  แต่พอผมเข้าไปนั่งในตัวรถแล้วไอ้ปายก็โทรมา
“มึงไม่ต้องมาแล้วเฟย  กูส่งงานส่วนของมึงไปให้ที่เมล์มึงแล้ว” ไอ้ปายบอก


“อ้าว” ผมกำลังจะเริ่มพูดแต่ก็ถูกไอ้ปายตัดบทเสียก่อน


“กูกำลังแยกย้ายกันแล้ว  ไม่เป็นไรมึง” แล้วไอ้ปายก็วางสายไป
                                                                                     *****

เช้าวันจันทร์ทุกอย่างปกติ  ไม่มีอะไรเกิดขึ้น  ผมก็ยังคงไปรับกานต์ในตอนเช้าและแน่นอนกานต์ก็ยังคงความเงียบและแผ่ความอึมครึมออกมาเหมือนเดิม  ระหว่างทางมามหาลัยผมแอบมองกานต์หลายครั้ง โดยที่เขาเพียงแค่นั่งเฉยๆหันหน้าออกไปทางกระจกโดยไม่สนใจผมเลย  ถึงแม้ว่าการทิ้งกานต์แล้วหนีกลับไปเมื่อวานจะเป็นเรื่องไม่สมควร  แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกอยากจะขอโทษเขา เพราะผมไม่ได้เป็นฝ่ายผิด กานต์ต่างหากที่ผิด เขาไม่ควรที่จะทำตัวงี่เง่าอย่างนั้น
พอถึงมหาลัยกานต์ก็เดินขึ้นตึกเรียนไปเลยโดยที่ไม่ได้รอผม  และกว่าจะเจอกันอีกทีก็ตอนเย็นเพราะผมกับกานต์เรียนคนละเซค  ส่วนตอนกลางวันกานต์ก็จะไปกินข้าวกับกลุ่มของเขา นานๆทีถึงจะมากินรวมกันเพราะว่าคณะผมคนมันน้อยรู้จักกันหมด ส่วนไปกินข้าวด้วยกันสองคนมีแค่ครั้งเดียว

ตกเย็นผมเลิกเรียนแล้วก็ลงมานั่งรอกานต์ที่ใต้ตึกของคณะ  ไม่นานนักกานต์ก็ลงมาแต่แทนที่เขาจะมาหาผมเขากลับรีบเดินออกจากตัวตึกไป  ผมก็ไม่ได้คิดที่จะรีบตามไป จนเช่เดินลงมาทัก
“เฟย วันนี้ไม่ไปส่งกานต์เหรอ”  เช่ถาม เหมือนว่าจะดุผมมากกว่า



“ไปดิ” ผมตอบ



“อ้าวแต่กานต์มันลงมาตั้งนานแล้วนะ” เช่ว่า



“ก็ใช่ไง” ผมพูดพร้อมกับลุกขึ้นจะเดินออกไป โดยที่มีเช่ยืนมองอย่างงงๆ

ในขณะที่ผมกำลังเดินจะถึงลานจอดรถ ผมก็เหลือบไปเห็นกานต์กำลังยืนคุยกับใครบางคนอยู่  ซึ่งพอเดินเข้าไปใกล้อีกหน่อยก็เห็นว่าเป็นเพื่อนของกานต์ที่เคยมาหาก่อนหน้านี้และมันก็ทำหน้ากวนใส่ผมอีกด้วย  ผมจึงไม่รอช้าที่จะเดินเขาไปหาทั้งคู่
กานต์ซึ่งยืนหันหลังไม่ผมอยู่เลยไม่รู้ว่าผมกำลังเดินไปหา  ส่วนเพื่อนของกานต์ก็มัวแต่คุยกับกานต์อยู่เลยไม่ได้สนใจผมเหมือนกัน แต่ในจังหวะที่ผมกำลังจะเดินไปถึงทั้งคู่ เพื่อนของกานต์ก็ยกมือขึ้นไปขยี้หัวกานต์โดนที่กานต์ไม่ได้มีท่าทีปัดป้องแต่อย่างใด


“กานต์กลับกันหรือยัง” ผมพูดเสียงเข้าสายตามองไปยังเพื่อนของกานต์ที่ยังคงเอามือวางบนหัวกานต์อยู่



“อือ กลับเลยก็ได้” กานต์หันตัวมาหาผม เพื่อนของกานต์ก็เลยเอามือออกจากหัวกานต์



“กลับก่อนนะ” กานต์หันไปบอกลาเพื่อน แล้วก็หันหน้าเดินผ่านผมไป



“อือ” เพื่อนของกานต์พยักหน้ารับรู้  แต่มันก็ไม่ลืมที่จะมองหน้าผม
และเพื่อที่จะไม่ได้เป็นการน้อยหน้ากันผมเลยมองตามันกลับบ้างพร้อมกับหัวเราะมุมปากเล็กน้อย  แต่แล้วการแข่งขันจ้องตากันระหว่างผมกับมันก็จบลงเพราะกานต์ที่คงเดินย้อนกลับมาดึงแขนลากผมให้เดินออกมา  พอเดินมาไม่กี่ก้าวกานต์ก็ปล่อยแขนผม ซึ่งผมก็ได้แต่เดินตามเงียบๆไม่พูดอะไร สายตาของผมจับอยู่ที่ท้ายทอยของเขา
“สวัสดีกานต์” เสียงคุ้นหูผมดังขึ้น เมื่อผมเปลี่ยนโฟกัสจากท้ายทอยของกานต์ก็เห็นป๊อบยืนยิ้มอยู่



“สวัสดีป๊อบ” กานต์ทัก



“สวัสดีเฟย” ป๊อบทักผมพร้อมกับส่งยิ้มหวานมาให้ ผมเองก็ส่งยิ้มกว้างกลับไปให้เหมือนกัน
แต่ก่อนที่ผมจะทักป๊อบกลับ กานต์ก็พูดขัดขึ้นมาก่อน



“ขอตัวก่อนนะ” กานต์พูดแล้วก็เดินผ่านป๊อบไป



“ไว้คุยกันนะ” ผมเดินตามกานต์ไปอย่างเสียไม่ได้  ทั้งๆที่อยากจะหยุดคุยกับป๊อบมากกว่านี้

พอเราทั้งคู่ขึ้นรถ ความอิ่มใจที่ได้เจอป๊อบก็หายไปเพราะรังสีของกานต์  และมันก็ช่วยกระตุ้นความทรงจำที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้ได้ ผมเลยหันหน้าไปตั้งคำถามกับกานต์
“ใครอ่ะกานต์ ผู้ชายที่กานต์คุยด้วย” ผมถาม  แต่กานต์หันหน้ามาแล้วทำหน้าประหลาดใจ



“ก็เพื่อนกานต์ไง  เฟยก็เคยเห็นแล้วไม่ใช่เหรอ” กานต์ตอบแต่ยังไม่เลิกทำหน้าสงสัย



“หมายถึงชื่ออะไร” ผมยังคงถามต่อ



“แก็ป” กานต์ตอบ ยังทำหน้าสงสัยเหมือนเดิม



“เฟยถามทำไม” กานต์ถามผมกลับบ้าง



“เปล่าไม่มีอะไร” ผมตอบก่อนจะออกรถ

                                                                                     *****

สัปดาห์แห่งการสอบปลายภาคมาถึงแล้วในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม  หลายคนก็มีสภาพเหมือนเข้าสู่สนามรบกันมาเพราะหลังจากออกจากห้องสอบแล้วแต่ละคนก็ดูยับเยินและเหนื่อยอ่อน  ผมก็เช่นกันวิชาสุดท้ายของวันนี้เล่นเอาผมแทบคลานออกมา  เพราะว่าคำตอบที่เขียนไปนั้นต้องใช้การเค้นสมองอย่างมาก  แต่ก็ไม่ได้มีเวลาให้ผมได้หยุดพักผ่อนเท่าไหร่นักเพราะว่าต้องทบทวนเพื่อเตรียมสอบสำหรับวันพรุ่งนี้ต่อไป

นอกจากจะเป็นช่วงสอบแล้วยังจะตรงกับวันเกิดของผมอีกด้วย มันเลยทำให้เหมือนผมลืมวันเกิดของตัวเองไปเลยเพราะต้องเตรียมสอบสอบหนักมาก นอกจากป๊า แม่ และไหมซื้อเค้กมาให้กับเพื่อนๆอวยพรในเฟสบุ๊ค วันเกิดปีนี้ของผมก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ  แต่กานต์เองดูเหมือนว่าจะลืมผมไปเหมือนกัน

ช่วงที่ผ่านมาผมคิดว่าไม่ค่อยจะได้คุยกับกานต์แล้ว  ช่วงนี้เรียกว่าไม่ได้คุยกันเลยดีกว่า  เพราะเวลาที่อยู่บนรถด้วยกันกานต์ก็จะนั่งเงียบๆมองออกไปนอกหน้าต่าง ส่วนผมก็ไม่มีเรื่องอะไรจะชวนคุย หรือบางวันกานต์ก็กลับไปก่อนที่ผมจะออกจากห้องสอบโดยส่งเพียงแค่ข้อความบอกผมเท่านั้น

แต่วันนี้ไม่มีข้อความใดๆจากกานต์ผมจึงนั่งรอกานต์ที่ใต้ตึก   ระหว่างนั้นก็คุยเรื่องข้อสอบที่เพิ่งผ่านพ้นไปกับพวกไอ้ปายและคนอื่นๆ  โดยที่วันนี้ไอ้อัพดูพังมากที่สุดเพราะว่าเมื่อคืนมันนอนตั้งแต่หัวค่ำ โดยแค่คิดว่าจะงีบแค่แป็บเดียว แต่มันรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่แฟนมันโทรมาปลุกตอนเช้าแล้ว  ผมได้แต่นั่งดูมันบ่นไปเรื่อยๆ  โดยที่มือผมขยี้ผมไปเรื่อยๆอย่างไม่มีเหตุผล  ไม่นานกานต์ก็เดินลงมาและเดินตรงมาทางผม
“เป็นไงบ้างกานต์” ไอ้ปายรีบทักกานต์



“ก็พอได้” กานต์ยิ้มให้ไอ้ปายอย่างใจดี



“ดีอ่ะกานต์  เราว่าเราต้องแย่แน่ๆ” ไอ้อัพหันไปบอกกานต์



“ไม่เป็นไรหรอกอัพ ใจเย็นๆ” กานต์พูด พร้อมกับตบบ่าอัพเบาๆ  แต่ไอ้อัพเอามือไปจับมือกานต์พร้อมกับหันไปมองกานต์ด้วยตาเยิ้มๆ



“กานต์ใจดีจัง” ไอ้อัพพูดพร้อมกับหันมามองหน้าผม



“ตกแน่มึง” ผมหันไปพูดกับไอ้อัพก่อนจะลุกขึ้นเตรียมตัวกลับ



“กานต์ ไอ้เฟยมันร้ายกับอัพจังเลย” ไอ้อัพพูดไปและยังคงไม่ปล่อยมือกานต์  ผมเลยเอื้อมมือไปปัดมือไอ้อัพแล้วก็ดึงมือกานต์มาก่อนจะลาเพื่อนๆ แล้วก็เดินมุ่งหน้าไปยังลานจอดรถ



“ทำไมวันนี้หัวเฟยยุ่งๆ” กานต์พูดเมื่อเราทั้งสองมานั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว 



“ก็ไม่นี่” ผมหันไปพูดกับกานต์ ซึ่งกานต์กำลังเอามือมาจัดผมให้ผมอยู่  กานต์ค่อยๆสางผมอย่างเบามือโดยสายตาจับจ้องอยู่ที่หัวของผม แต่พอกานต์เลื่อนสายตาลงมาประสานกับสายตาผมที่มองเขาอยู่  กานต์จึงค่อยเอามือออก



“เราขอโทษ”  กานต์พูด สีหน้าเจื่อนๆเล็กน้อย  กานต์คงคิดว่าผมไม่พอใจที่มาเล่นหัวผม แต่เปล่าเลยผมไม่ได้มองกานต์ด้วยความไม่พอใจ  แต่ผมมองเขาเพราะเขาดูอ่อนโยนและใส่ใจผม ไม่เหมือนเวลาที่เขาป่วนผม และที่เขาทำนั้นทำให้ผมรู้สึกผิดเล็กๆอีกครั้งกับสิ่งที่ผมทำไม่ดีกับเขา

ผมไม่รู้ว่าเพราะอะไร  แต่เวลาที่กานต์แสดงด้านนี้ออกมาผมรู้สึกดีจนผมคิดไปว่ามันก็คงไม่แย่หรอกถ้าจะทนเป็นแฟนกานต์ต่อไป



“สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะ ขอโทษที่บอกช้าไป” กานต์บอกผมก่อนที่จะลงจากรถ



“ไม่เป็นไร” ผมยิ้ม



“ขับกลับดีดีนะ” กานต์บอกลาแล้วก็ลงจากรถไป

                                                                                       *****

ในที่สุดวันสอบวันสุดท้ายกับวิชาสุดท้ายก็ผ่านพ้นไป ผมออกมาจากห้องสอบด้วยสีหน้าสดชื่นที่จะได้พักผ่อนเสียที  ส่วนคนอื่นก็คงไม่ต่างกัน  ในระหว่างที่สูบบุหรี่อยู่บนชั้นดานฟ้าของตึกเรียน ผมก็เปิดอ่านข้อความจากในโทรศัพท์ไปด้วย แล้วจึงเห็นว่ากานต์ขอตัวกลับไปก่อนแล้ว  ผมพ่นควันบุหรี่ออกมากลุ่มใหญ่  พอผมดูดบุหรี่เสร็จก็เดินลงมาใต้ตึกก็เห็นพวกเพื่อนๆกำลังรวมตัวกันอยู่
“เช่  กานต์อ่ะ” ผมถามเช่ทันทีเมื่อเดินไปถึงโต๊ะที่เช่นั่งอยู่



“กลับไปแล้ว มันไม่ได้บอกมึงเหรอ” เช่ตอบ พร้อมขมวดคิ้ว



“บอก แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมรีบกลับ” ผมบอก



“เห็นว่ารีบกลับบ้าน” เช่ตอบผม



“มึงนี่แปลกๆเนอะ เป็นแฟนกันแท้ๆ แต่มึงก็ไม่โทรถามกัน”เช่ส่ายหัวก่อนจะหันกลับไปคุยกับเพื่อนๆตามเดิม


วันหยุดของผมผ่านไปอย่างเชื่องช้า  ผมใช้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่  นอนตื่นสายได้ตามเท่าที่ต้องการ  ไม่ออกไปข้างนอกวันๆก็นั่งๆนอนอยู่แต่ในบ้าน  รอวันที่จะไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัวซึ่งครอบครัวผมทำอย่างนี้ทุกปีตั้งแต่สมัยผมยังเด็ก 
วันนี้ผมเลยเริ่มเก็บกระเป๋าเพราะว่าเมื่อคืนแม่ถามแล้ว ซึ่งอันที่จริงก็ช้ามากแล้วเพราะผมจะต้องออกเดินทางคืนนี้แล้ว  ผมเลือกเสื้อผ้าไปเรื่อยๆก็ไปเจอกล่องของขวัญของกานต์อยู่ในตู้  พอเปิดกล่องดูเสื้อที่กานต์ให้ก็ยังคงนอนอยู่ในนั้น  ผมเลยโยนเสื้อตัวนั้นลงกระเป๋าไปด้วยเพราะอย่างน้อยกานต์ก็ซื้อมาให้ผมแล้วจะไม่ได้เสียความตั้งใจของเขา  แต่พอผมมองเสื้อตัวนั้นอีกครั้งผมรู้สึกเหมือนอยากจะคุยกับกานต์ขึ้นมาจึงยืนนิ่งสักพักหนึ่ง เพื่อที่ว่าความรู้สึกนี้จะหายไป แต่พอเวลาผ่านไปผมก็หยิบโทรศัพท์และกดโทรออกหากานต์เรียบร้อยแล้ว
“สวัสดีเฟย” กานต์ทักผมเสียงใส



“สวัสดีกานต์” ผมทักกลับ



“มีอะไรหรือเปล่า” กานต์ถามผม



“เปล่า” ผมตอบ กานต์ได้แต่หัวเราะกลับมา



“เฟยละเมอหรือเปล่าเนี่ย” กานต์ถามพร้อมกับขำด้วยเล็กน้อย



“เปล่าไม่ได้ละเมอ” ผมตอบในหัวเหมือนจะมึนไปหมด



“คืนนี้เฟยจะบินแล้วนะ”ผมบอก



“อ่อ ไปเที่ยวเหรอ” กานต์พูดหลังจากที่เงียบไปสักพักหนึ่ง คงเพราะกำลังคิดว่าผมพูดเรื่องอะไร



“เฟยเอาเสื้อที่กานต์ให้ป็นของขวัญวันนั้นไปด้วยนะ” ผมบอกในใจหวังจะให้กานต์ดีใจว่าอย่างน้อยผมก็เอาของที่เขาให้มาใช้แล้ว



“อือ” กานต์ตอบผม



“งั้นเดินทางปลอดภัยนะเฟย เราไปก่อนแม่เรียก” กานต์ว่า



“อือ สวัสดีครับ” ผมบอกลา



“อือ สวัสดี” กานต์ลาผมกลับ แต่ผมยังคงเอาโทรศัพท์แนบหูจนกระทั่งกานต์กดวางสาย

ผมรู้สึกเหมือนว่าจะดีใจแต่มันไม่เหมือนกับเวลาที่ผมได้คุยกับป๊อบ ผมเลยไม่ค่อยเข้าใจว่าที่ผมรู้สึกนั้นมันคืออะไรกันแน่







ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ yanggi

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 179
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 11 หน้า 3 (16-07-15)
«ตอบ #88 เมื่อ16-07-2015 04:04:51 »

เหมือนมีเงื่อนงำไรสักอย่าง .แต่ก็มาๆหายๆ .ตกลงกานเป็นใรรกันแน่ ต้องการอะไรจากเฟย 

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13940
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 11 หน้า 3 (16-07-15)
«ตอบ #89 เมื่อ16-07-2015 04:12:27 »

ไม่ค่อยเข้าใจว่าเล่นเกมอะไรกันอยู่

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด