***พลาดรัก*** ตอนที่ 24 (จบ) 11/02/17 หน้า 8
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ***พลาดรัก*** ตอนที่ 24 (จบ) 11/02/17 หน้า 8  (อ่าน 82825 ครั้ง)

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5681
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 11 หน้า 3 (16-07-15)
«ตอบ #90 เมื่อ16-07-2015 09:24:41 »

ลุ้นจนเยี่ยวเหนียวแล้ว
ว่ากานต์ต้องการอะไร
แล้วแก๊ปเป็นใครกันแน่
เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้

ออฟไลน์ BlueCherries

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +158/-17
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 11 หน้า 3 (16-07-15)
«ตอบ #91 เมื่อ16-07-2015 09:28:17 »

อยากอ่านพาร์ทกานต์อ่ะค่ะ  :ruready

ออฟไลน์ GuoJeng

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1305
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 11 หน้า 3 (16-07-15)
«ตอบ #92 เมื่อ16-07-2015 10:05:18 »

ดีใจมากๆมาแล้ว มาแล้ว สนุกคับ สนุก สองคนนี้ต้องมีปมอะไรแน่ๆ มาลงนิยายเรื่องนี้บ่อยๆนะคับผู้แต่ง สนุกดีคับ

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6882
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +843/-80
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 11 หน้า 3 (16-07-15)
«ตอบ #93 เมื่อ16-07-2015 11:14:14 »

เฟยเหมือนจะรู้สึกอะไรกับกานต์มากขึ้นเรื่อย ๆ ละ
แต่กานต์ดูยากมาก  คิดว่าการเข้าหาเฟยต้องไม่ใช่เรื่องปกติแน่

ออฟไลน์ Porttgas D. Acs

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 75
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 11 หน้า 3 (16-07-15)
«ตอบ #94 เมื่อ16-07-2015 11:41:00 »

มันอึมครึมในความรู้สึกยังไงไม่รู้ ตัวละครแต่ละตัวไม่แสดงความรู้สึกหรือต้องการที่ชัดเจนเลยสักคน แต่ยังรอตอนหน้านะสู้ๆ

ออฟไลน์ Nus@nT@R@

  • Life is Investment
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5784
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +456/-10
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 11 หน้า 3 (16-07-15)
«ตอบ #95 เมื่อ16-07-2015 13:03:30 »

สองคนนี้มันยังไง มันต้องมีอะไรแน่ๆ ทำไมเพื่อนเฟยถึงคุ้นหน้ากานต์
รอตอนต่อไปจ้ะ

ออฟไลน์ EoBen

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3520
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +150/-6
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 11 หน้า 3 (16-07-15)
«ตอบ #96 เมื่อ16-07-2015 13:04:03 »

ไม่รู้มุมมองของกานเลย ทำเหมือนชอบเฟย แต่ก็แปลกๆ ไม่รู้สิ

ออฟไลน์ ammchun

  • Don't Worry,Be Happy
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1572
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-4
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 11 หน้า 3 (16-07-15)
«ตอบ #97 เมื่อ16-07-2015 13:32:44 »

ตามอ่านรวดเดียวเลยค่ะ  สนุกมากกกกก  ไม่เข้าใจมากกกกกก  และค้างมากกกกก :katai1:

ออฟไลน์ naoai

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 418
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-5
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 11 หน้า 3 (16-07-15)
«ตอบ #98 เมื่อ16-07-2015 14:03:53 »

กานต์มีลับลมคมใน? อึมครึมทั้งเรื่องจริงๆ

ออฟไลน์ sasithron

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 64
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-1
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 12 หน้า 4 (23-07-15)
«ตอบ #99 เมื่อ23-07-2015 00:10:26 »

บทที่ 12
ผมใช้เวลาสองอาทิตย์กว่าๆในการท่องเที่ยวกับครอบครัว ครั้งนี้ป๊าผมใจดีเป็นพิเศษเลยพาเที่ยวหลายประเทศ ผมมีความสุขมากและรู้สึกว่าได้ชาร์จแบตจนเต็มอีกครั้ง


ตลอดช่วงเวลาที่ท่องเที่ยวอยู่นั้น ผมจะให้ความสนใจกับสถานที่ต่างๆที่ได้ไป แต่ทุกครั้งที่ผมออนไลน์เพื่ออัพรูปหรืออะไรก็ตามแต่ แล้วไม่เห็นว่ากานต์ออนอยู่หรือไม่เห็นความเคลื่อนไหวใดๆของกานต์ผมก็จะรู้สึกขัดใจเล็กๆ ยิ่งวันที่ผมใส่เสื้อตัวที่กานต์ให้ผมเป็นของขวัญ เขาก็ไม่แม้แต่จะมากดถูกใจให้ผม ผมแทบจะโทรไปหาเขาอยู่แล้วถ้าไม่ติดว่าเวลาที่นี่กับที่ประเทศไทยมันต่างกันผมก็คงจะรีบโทรไปแล้ว  แต่พอมาคิดดีๆว่ามันจะดูแปลกๆถ้าโทรไปหากานต์แล้วโมโหเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ ผมก็รู้สึกว่าดีแล้วที่ผมไม่บุ่มบ่ามโทรไป


และในที่สุดผมก็กลับมา แม้จะยังเหนื่อยจากการเดินทางไกลแต่ก็มีความสุขมากเช่นกัน ไฟล์ทของผมมาถึงที่สนามบินสุวรรณภูมิตอนกลางดึกและกว่าจะถึงบ้านเวลาก็ล่วงเข้าวันใหม่ไปเรียบร้อยแล้ว พอมาถึงบ้านผมก็รีบอาบน้ำและทิ้งตัวลงที่นอนทันที แต่แทนที่ผมจะหลับเลยกลับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความส่งไปหากานต์

“เฟยกลับมาถึงแล้วนะ” ผมกดส่งข้อความก่อนที่จะหลับไป
ผมตื่นขึ้นในบ่ายของอีกวัน ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็พบว่า นอกจากจะไม่มีสายโทรเข้าจากกานต์แล้ว ข้อความที่ส่งไปเมื่อคืนก็ไม่ถูกอ่านด้วย ผมไม่รอช้าที่กดโทรศัพท์โทรออกหากานต์ ในครั้งแรกผมได้แต่ฟังเสียง ตืด -- ตืด-- จนผมยอมแพ้และกดวางไป แต่พอโทรครั้งที่สองกานต์ก็รับสาย แต่กว่าจะรับผมก็ฟังเสียงตืด--รอสายจนเกือบจะถอดใจ
“ว่าไงเฟย” กานต์ทักผมเสียงใสเหมือนเคย  แต่ผมกลับเงียบไปเพราะเหมือนว่าอยู่ๆก็ลืมไปว่าโทรหากานต์เพราะอะไร


“เฟย” กานต์เรียกชื่อผม


“เฟย ได้ยินเราไหม” กานต์เรียกชื่อผมซ้ำอีกครั้ง


“ได้ยิน” ผมตอบ


“ได้ยินแล้วทำไมไม่ตอบ ยังไม่ตื่นเหรอ” กานต์ถามผม


“ตื่นแล้ว” แม้ว่าผมยังจะรู้สึกงัวเงียก็เถอะ


“เมื่อคืนเฟยส่งข้อความไปกานต์ไม่เห็นเหรอ” ผมถามเสียงเรียบๆเหมือนที่กานต์ชอบทำ


“เมื่อเราไม่ได้จับโทรศัพท์เลยเฟย พอเข้าห้องก็นอนเลย” กานต์บอกผมเสียงอ่อยๆ


“เราขอโทษนะเฟย” กานต์พูด แต่ผมเงียบไม่ยอมพูดอะไรกลับไป


“ไปเที่ยวเป็นยังไงบ้าง” กานต์เปลี่ยนเรื่อง


“ก็สนุกดี” ผมยังคงพูดเสียงเรียบๆเหมือนเดิม


“โกรธอะไรเราหรือเปล่าเฟย” กานต์ถาม


“ก็” ผมกำลังคิดว่าจะพูดอะไรต่อดี


“เปล่า” หลังจากพูดปฏิเสธไปผมกลับรู้สึกขัดใจตัวเอง


“งั้นแค่นี้ก่อนนะเฟย เราไปช่วยแม่ทำงานก่อนนะ” กานต์พูดจบก็วางสายไป


“อ้าว” ผมพูดกับตัวเอง

ผมคิดว่าผมไม่ได้โกรธหรือโมโหอะไรกานต์ทั้งนั้น  แต่มันเหมือนมีจุดเล็กๆที่ทำให้ผมรู้สึกขัดใจเวลาที่กานต์ทำเหมือนไม่สนใจผม  ไม่ใช่ว่าผมอยากให้เขามาคอยตามสนใจผมไปทุกเรื่อง แต่กานต์เป็นคนพูดเองว่าผมกับเขาเป็นแฟนกัน  แต่กานต์กลับทำเหมือนไม่สนใจผม เหมือนเมินกัน ผมแค่รู้สึกไม่ชอบแค่นั้น

ช่วงเวลาปิดเทอมที่เหลือผมใช่ไปอย่างศูนย์เปล่า  ทุกวันผมแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย ซึ่งผมคิดว่านั่นคือการหยุดปิดเทอมที่ถูกต้อง และจากวันนั้นผมก็ไม่โทรหากานต์อีก ส่วนกานต์ก็ไม่ได้โทรหาผมเหมือนกัน และผมก็ไม่รู้ความเคลื่อนไหวใดๆของกานต์ได้เลย

อีกไม่ถึงสองสัปดาห์ก็จะเปิดเทอม  เพื่อนๆหลายคนที่อยู่ต่างจังหวัดก็ทยอยกลับเข้ามากรุงเทพกันแล้ว เพราะว่าบางคนต้องมาเตรีมงานรับน้อง  และผมเองในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้ถือคฑานำขบวนตอนกีฬามหาวิทยาลัยก็ถูกเรียกตัวไปช่วยงานเช่นกัน

ผมดีใจที่ได้มามหา’ลัย เพราะจะได้มาเจอเพื่อน และยังมีนู่นนี่ให้ทำ หลังจากที่ปล่อยให้ตัวเองว่างมานานจนรู้สึกเบื่อ
“ไปเที่ยวมาเป็นยังไงบ้างเฟย” ป๊อบถามผมในวันหนึ่งหลังจากทีเสร็จจากการโชว์ตัวแก่น้องๆนักศึกษาที่กำลังจะขึ้นปี1ที่เข้ามาร่วมกิจกรรมรับน้องของทางมหาลัย


“สนุกดีแล้วก็หนาวดี” ผมหันไปยิ้มให้ป๊อบ


“ดีจังเราก็อยากไปหลายๆที่เหมือนเฟยบ้าง แต่พ่อเราไม่ยอมพาไป” ป๊อบทำหน้างเซ็งๆ  แล้วหลังจากนั้นป๊อบก็เราเรื่องชีวิตตอนปิดเทอมของเธอให้ผมฟัง

ป๊อบยังคงน่ารักเหมือนเดิม  เหมือนตอนที่ผมเจอเธอครั้งแรกตอน ม.5 ตอนที่ไปเป็นทีมเยือนไปแข่งบอลที่โรงเรียนของป๊อบ  และผมก็ยังชอบป๊ฮบอยู่แม้ว่าเธอจะปฏิเสธผมไปเมื่อปีที่แล้ว
“เฟยยังอยู่หรือเปล่า” ป๊อบขำเล็กน้อย


“อือ  ยังอยู่” ผมยิ้ม


“กานต์ไม่มาเหรอ  เราไม่เห็นเลย” ป๊ฮบพูดพร้อมกับมองหน้าผม


“ยังไม่กลับมาจากบ้านที่ต่างจังหวัดเลย” พอพูดถึงกานต์ก็รู้สึกเซ็งๆขึ้นมาทันที

อีกไม่กี่วันก็จะเปิดเทอมแล้ว ในที่สุดกานต์ก็มากรุงเทพแล้ว โดยที่เขาโทรมาบอกผมหลังจากที่เขากลับมาถึงหอพักของเขาแล้ว  และยังบังคับให้ผมพาออกไปหาอะไรกินอีกด้วย
“ไม่อร่อยเหรอ” กานต์เงยหน้าถามผม  เพราะผมหยุดกินมาได้สักพักแล้ว


“เปล่า” ผมตอบ  แต่กานต์วางอุปกรณ์การกินลงก่อนจะมองหน้าผมเหมือนจะดูว่าผมไม่เป็นอะไรจริงไหม


“มีอะไรหรือเปล่า” กานต์ถาม ส่วนผมได้แต่ถอนหายใจ


“เฟยรู้สึกเหมือนถูกเมิน” ผมพูดออกมาในที่สุดหลังจากที่เก็บความรู้สึกนี้ไว้กับตัวเอง  ส่วนกานต์ที่ได้ฟังก็ทำหน้าสงสัยเล็กน้อย


“เมินเหรอเฟย” กานต์ทวนสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดไป เหมือนว่าเขากำลังไม่เข้าใจว่าผมหมายถึงอะไร


“ใช่  กานต์เห็นหรือเปล่าว่าเฟยเอาเสื้อที่กานต์ให้มาไปใส่ที่นู่นด้วย” ผมบอกกานต์เผื่อเขาจะเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้าง


“เอ่อ” กานต์อ้ำอึ้ง


“มันไม่แฟร์เลยกานต์  ที่ให้เฟยต้องทำตัวเป็นแฟนที่ดีอยู่คนเดียว” ผมบอกกานต์


“เราขอโทษ” กานต์บอกผมเสียงอ่อยๆ



                                                                            *****
   



พอเปิดเทอมและงานรับน้องผ่านไป ทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ผมยังคงรับและไปส่งกานต์เกือบทุกวันเหมือนเดิมและหนึ่งวันต่ออาทิตย์ผมก็ยังต้องพากานต์ไปหาอะไรกินกันสองคน  แต่หลังจากวันนั้นกานต์ก็เลิกแผ่รังสีอึมครึมออกมาจากตัวแล้ว แม้ว่าเวลาที่อยู่ด้วยกันสองคนเขาจะไม่ค่อยได้พูดอะไรกับผมก็ตาม  แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดเลย
   แต่งานใหญ่งานแรกกำลังจะมาถึง นั่นก็คือละครเรื่องแรกของปีนี้  ซึ่งแม่งานก็คือรุ่นพี่ปีสี่ แต่อย่างไรก็ตามผมและพวกเพื่อนก็ไปช่วยทำนู่นจับนี่เพราะว่าคนที่คณะผมมีไม่เยอะและด้วยความเป็นพี่น้องกัน และแน่นอนกานต์ก็มาช่วยด้วยเหมือนกัน
   กานต์มักจะไปขลุกตัวอยู่กับฝ่ายที่ทำฉากหรือไม่ก็ฝ่ายกำกับเวที  คอยเป็นลูกมือให้พี่คนนั้นบ้าง คนโน้นบ้าง แล้วแต่จะมีคนใช้ แต่ดูเหมือนเขาจะมีความสุขดี และอาจจะมีความสุขขมากไปหน่อย
   “มึงยิ้มอะไรกานต์” ผมเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าพี่เม้งพี่รหัสผมกำลังพูดกับกานต์ซึ่งกำลังยิ้มให้พี่เม้งอยู่


   “ก็ยิ้มเฉยๆครับ” กานต์ตอบ โดยที่มืออีกข้างที่ไม่ได้ถือแปรงทาสีกำลังเกาหัวแก้เขินอยู่


   “เฟยมึงมาดูแฟนมึงซิ กูว่าเมากลิ่นสีแล้ว” พี่เม้งหันมาพูดกับผม  ก่อนจะส่ายหัวแล้วเดินจากไป

ผมมองกานต์ที่กำลังนั่งก้มหน้าทาสีอยู่สักครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปหา
   “กานต์ยิ้มอะไรเหรอ” ผมถาม


   “ก็ยิ้มไปเรื่อยเปื่อย” กานต์มองเงยหน้ามาตอบผมโดยที่ยังนั่งอยู่ท่าเดิม

ผมมองหน้ากานต์ที่ตอนนี้เปลี่ยนจากหน้ายิ้มกลายเป็นหน้าสงสัยแทน  ก่อนที่ผมจะส่ายหัวและเดินกลับไปทำงานของผมเหมือนเดิม

ตอนเย็นพวกผมไปรวมตัวกันที่ร้านอาหารร้านประจำที่พวกผมมักจะมาบ่อยๆ  คนที่เป็นตัวตั้งตัวตีก็คือรุ่นพี่ปีสี่ที่ใช้ข้ออ้างว่ามาฉลองเปิดเทอมกัน  งานเลี้ยงงานฉลองก็มีแอลกอฮอล์เป็นปกติ แต่วันนี้ผมไม่ค่อยดื่มเพราะว่าจะต้องไปส่งกานต์กลับหออีก ซึ่งกานต์ก็ไม่ค่อยดื่มเหมือนกันส่วนใหญ่จะเน้นเป็นกับแกล้มมากกว่า
“แหมไอ้เฟย มึงไม่ต้องโอบไอ้กานต์ก็ได้มั้ง มันไม่หนีมึงไปไหนหรอก” พี่เม้งพูดกับผม


“เปล่านี่พี่” ผมพูดกับพี่เม้ง  แต่ยังคงเอาแขนซ้ายวางผาดไปบนเก้าอี้ของกานต์เหมือนเดิม


“ถามจริงๆเถอะ พวกมึงไปชอบกันตอนไหนว่ะ” พี่เม้งถาม จากตอนแรกที่คนอื่นๆต่างคุยกันอยู่ แต่พอพี่เม้งถามทุกคนหยุดคุยและหันมาสนใจผมกับกานต์แทน


“ไม่รู้เหมือนกัน” ผมพูดกับมองหน้ากานต์ที่หันมามองผมเหมือนกัน


“เฟยยังไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย กานต์ตอบแล้วกันเนอะ” ผมกระซิบบอกกานต์


“เอ่อ คือ” กานต์อ้ำอึง แต่ทุกคนดูตั้งใจอย่างจดจ่อรวมถึงผมด้วย


“คือผมไปบอกชอบเฟย แล้วเฟยก็ตอบตกลงแค่นั้น” กานต์เล่า


“งั้นก็แสดงว่าเมื่อก่อนแกแอบชอบไอ้เฟยมาก่อนเหรอ” เช่ที่นั่งถัดจากกานต์ไปถามขึ้น


“อือ” กานต์พยักหน้า


“แล้วทำไมมึงตอบตกลงว่ะ” คราวนี้เป็นไอ้อัพที่ตั้งคำถามกับผมบ้าง


“ไม่รู้เหมือนกัน แต่เฟยแค่บอกว่าลองคบไปดูกันก่อนก็ได้ ไม่เป็นไร” กานต์ตอบแทนผม ส่วนผมก็พยักหน้าหงึกหงักไปทางไอ้อัพ


“แล้วมึงไม่กลัวไอ้เฟยเปลี่ยนใจเหรอ” พี่เม้งหันไปถามกานต์


“ไม่กลัวครับ” กานต์ตอบ


“เนอะ” กานต์หันหน้ามาพูดกับผม  ผมก็จึงหยักหน้ารับไป


“กานต์แอบชอบเฟยจริงๆเหรอ” ผมกระซิบที่ข้างหูกานต์อีกครั้ง แต่พอผมพูดจบกานต์ก็หันหน้ามาขมวดคิ้วให้ผมแล้วก็ส่ายหัว  แต่หน้ากานต์แดงไปทั้งหน้าเลยผมเลยไม่แน่ใจว่ากานต์โกรธผมหรือเขินผมกันแน่



                                                                             *****


การแสดงเริ่มขึ้นในวันเสาร์ซึ่งจะแสดงเพียงแค่วันเดียวแต่มีสองรอบ  ผมได้ไปแสดงเป็นตัวประกอบเล็กๆไม่ได้มีบทบาทอะไรมากนัก  ส่วนกานต์ก็คอยช่วยเหลือทีมงานอยู่ด้านหลังเวที  ทั้งยกของ ช่วยจัดเสื้อให้นักแสดง และก็อื่นๆ  แต่กานต์ก็ยังดูสนุกเหมือนเคย  แต่เพราะว่างานค่อนข้างยุ่งมากผมเลยไม่มีโอกาสได้คุยกับกานต์เลย  แม้ว่าผมพักในช่วงรอขึ้นแสดงรอบต่อไป กานต์ก็ยังไม่ว่างอยู่ดี
แต่ในระหว่างเตรียมตัวขึ้นแสดงรอบสุดท้าย ผมเกิดมีปัญหากับกระดุมเม็ดบนตรงปกคอเสื้อ ซึ่งทำยังไงผมก็ไม่สามารถติดกระดุมเม็ดนี้ได้  ผมเลยออกเดินหาคนมาช่วยผม จนเจอกานต์ที่กำลังเดินถือของผ่านผมไป ผมจึงเรียกเขาไว้
“กานต์ช่วยติดกระดุมเม็ดนี้ให้เฟยหน่อย” ผมพูดพร้อมเงยหน้าขึ้นเพื่อให้กานต์เห็นเม็ดกระดุมเจ้าปัญหาได้ชัดเจน  กานต์ไม่ได้พูดว่าอะไรแต่เดินเข้ามาหาผมและเริ่มต้นพยายามติดกระดุมให้ผม


“ติดไม่ได้เหรอกานต์” ผมถามและก้มหน้าลงมาตามเดิมแล้ว  เลยทำให้หน้าของผมกับกานต์ห่างกันไม่เท่าไหร่


“กานต์” ผมเรียกกานต์ และพอกานต์เงยหน้ามา เหมือนกานต์จะตกใจ เพราะเขาสะดุ้งแล้วก็ถอยหลังไปชนกับรุ่นพี่คนหนึ่งที่กำลังจะเดินผ่าน  ก่อนที่กานต์จะเซกลับมาชนผมอีกที จนผมเสียหลักหงายหลังล้มจนหัวไปโขกกับกำแพง โดยมีกานต์ล้มทับผมอีกที


“เฮ้ย พวกมึงทำอะไรกัน” รุ่นพี่ที่กานต์เซไปชนตะโกนขึ้นเสียงดัง จนทุกคนต่างพากันหันมามอง  ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับขำเล็กน้อย  ส่วนผมเมื่อมองไปรอบๆก็เห็นหลายคนกำลังขำอยู่เหมือนกัน  ส่วนกานต์ลุกขึ้นจากตัวผมแล้วและกำลังยื่นมือมาให้ผม
“เล่นอะไรก็ไม่รู้” กานต์ว่าผมหลังจากที่ดึงผมให้ลุกขึ้นมาได้แล้ว


“เขินเฟยเหรอ” ผมแซว แต่กานต์กลับรีบเดินหนีผมไป

หลังจากการแสดงรอบสุดท้ายจบ  ทางทีมงานทุกคนก็มีเวลาดีใจเพียงไม่นานก่อนที่จะต้องหันไปช่วยกันเก็บของให้เรียบร้อย และในระหว่างที่ผมกำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้าป๊อบก็เดินเข้ามาพร้อมกับช่อดอกไม้เล็กๆหนึ่งช่อ  เธอยื่นช่อดอกไม้มาให้ผมพร้อมกับรอยยิ้ม
“เรามาแสดงความยินดี” ป๊อบพูด ส่วนผมก็ยื่นมือออกไปรับช่อดอกไม้จากเธอ


“ก็แค่มาช่วยแสดงเฉยๆ” ผมบอกป๊อบ แต่ก่อนที่ป๊อบจะพูดอะไรต่อ ผมเหลือบไปเห็นกานต์กำลังยื่นมองผมกับป๊อบอยู่  แต่พอเขาเห็นว่าผมก็มองเขาอยู่เหมือนกัน  กานต์ก็เดินหนีไปอีกทาง


“ขอบคุณนะ” ผมพูดกับป๊อบ แล้วก็รีบเดินตามกานต์ไป
ผมกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทางที่กานต์เพิ่งจะเดินผ่านไป  แต่ก็ไม่เจอกานต์เลย  แต่พอผมเดินหาไปเรื่อยๆก็เจอกานต์กำลังช่วยรุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งถือของอยู่
“เฟยไปเปลี่ยนชุดก่อน” เสียงใครบ้างคนเรียกผมจากข้างหลังแต่ฟังแล้วก็คงเป็นเป็นรุ่นพี่ฝ่ายเสื้อผ้า แต่ผมไม่ได้หันไปมอง เพราะผมมัวแต่มองกานต์อยู่  ซึ่งเงยหน้ามามองผมครู่หนึ่งก่อนจะกลับไปสนใจยกของตามเดิม


“ไอ้เฟย” รุ่นพี่ขึ้นเสียงเรียกอีกครั้ง  ผมเลยต้องหันหลังแล้วเดินตามพี่เขาไปเปลี่ยนเสื้ออย่างเลี่ยงไม่ได้

กว่าที่ทุกคนจะเก็บของเสร็จก็เป็นเวลาดึกมากแล้ว  ผมยืนรอกานต์ที่ประตูทางออก แต่พอกานต์เดินออกมาเขากลับเดินผ่านผมไปโดยไม่หันมามองผมเลย  ผมจึงออกวิ่งตามกานต์ไป แม้ว่าผมจะตามเขาทันแล้วก็ตามแต่กานต์ก็ยังคงนิ่งเฉยไม่สนใจผม
“กานต์ไปหาอะไรกินกันก่อนกลับไหม” ผมถามขณะที่เราทั้งคู่กำลังมุ่งหน้าไปทางลานจอดรถ


“ไม่ไป” กานต์ตอบ


“กานต์” ผมเรียกพร้อมกับหยุดเดินก่อนจะดึงแขนกานต์ไว้ เขาหันมาหาผมตามแรงดึงแต่สายตาไม่ได้มองที่ผม


“กานต์ เฟยกำลังทำตัวเป็นแฟนที่ดีตามที่กานต์อยากได้อยู่นะ” ผมพูด กานต์เริ่มมองหน้าผม


“แต่เฟยก็ยอบรับตรงๆว่า เฟยยังชอบป๊อบอยู่” ผมพูด กานต์เหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง


“แต่ก็ไม่มากเท่าเมื่อก่อนแล้ว” กานต์มองหน้าผมนิ่งๆไม่พูดอะไร


“เฟยปล่อยมือเรา” กานต์พูดพร้อมกับพยายามดึงแขนออกจากการจับของผม


“กานต์อย่าเปลี่ยนเรื่อง” ผมพูดเสียงเข้ม


“รู้แล้ว” กานต์บอก


“งั้นก็เลิกงอนเฟยได้แล้ว” ผมพูดแต่ยังคงไม่คลายมือจากแขนของกานต์


“ไม่ได้งอน” กานต์บอกผมแต่ไม่มองหน้า


“งั้นก็หึงเฟยเหรอ” ผมยิ้ม


“เปล่า” การทำเสียงไม่สบอารมณ์  แต่แสงไฟบริเวณทางเดิน ทำให้ผมเห็นว่ากานต์หน้าแดงมากแค่ไหนแล้ว


“งั้นก็กำลังเขินเฟยอยู่” ผมแหย่

“เปล่า” กานต์ยังคงทำเสียงไม่สบอารมณ์เหมือนเดิม


“งั้น” ผมยังพูดไม่ทันจบประโยค กานต์ก็เอามืออีกข้างขึ้นมาบีบแก้มผมเต็มแรง


“โอ๊ย” ผมร้อง


“ปล่อยมือเรา” กานต์ว่า


“ออกอาอ่อน อ่าเอินเอยอือเอ่า (บอกว่าก่อนว่าเขินเฟยหรือเปล่า)” แต่ยิ่งผมพูดกานต์ก็ยิ่งบีบแก้มผมแรงขึ้น


“ปล่อยเรา” กานต์ทำเสียงเข้มใส่ผม


“ออมแอ้วๆ(ยอมแล้วๆ)” ผมปล่อยมือที่จับแขนกานต์ก่อนจะเอามือมาลูบแก้มตัวเองซึ่งตอนนี้กานต์ก้ปล่อยมือจากแก้มผมแล้วเช่นกัน  ผมมองกานต์อย่างเคืองๆ แต่กานต์กำลังยิ้มให้ผมอยู่


“สมน้ำหน้า” กานต์ว่า


“กลับกันเถอะ” กานต์พูดก่อนจะเดินนำหน้าผมไป






ขอบคุณครับ




CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 12 หน้า 4 (23-07-15)
« ตอบ #99 เมื่อ: 23-07-2015 00:10:26 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Pawaree

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +162/-2
    • FANPAGE
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 12 หน้า 4 (23-07-15)
«ตอบ #100 เมื่อ23-07-2015 00:54:31 »

เหมือนกานต์กันเฟยจะแสดงความรู้สึกต่อกันมากขึ้น

รู้สึก ตอนนี้บรรยากาศมันแหว๋วๆขึ้นนิดหน่อย ชอบอ่ะ

เป็นกำลังใจให้นะ มาอัพอีกเร็วๆนะ. อย่าปล่อยให่รอนานนะ

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13940
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 12 หน้า 4 (23-07-15)
«ตอบ #101 เมื่อ23-07-2015 02:11:49 »

ยังงงๆในความรู้สึกและความสัมพันธ์

ออฟไลน์ GuoJeng

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1305
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 12 หน้า 4 (23-07-15)
«ตอบ #102 เมื่อ23-07-2015 02:23:13 »

บรรยากาศระหว่างเฟยกับกานต์ดีขึ้นมากๆเลย รอ รอ รออ่านตอนใหม่คับ 

ออฟไลน์ manami_01

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1033
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-1
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 12 หน้า 4 (23-07-15)
«ตอบ #103 เมื่อ23-07-2015 06:00:18 »

เหมือนว่าเฟยจะเริ่มรู้สึกอะไรมากขึ้น

แต่เหมือนกานต์ก็เว้นระยะห่างพอตัว

แต่อย่างน้อยตอนนี้กานต์ก็แสดงอาการหึงบ้างไรบ้างตามภาษาล่ะนะอิอิ

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5681
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 12 หน้า 4 (23-07-15)
«ตอบ #104 เมื่อ23-07-2015 09:28:15 »

ปัจจุบันเหมือนจะต่างฝ่ายต่างรู้สึกกันมากขึ้น
แต่เราอยากรู้อดีตมากๆ อยากรู้กว่าอนาคตอีก 555

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9323
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 12 หน้า 4 (23-07-15)
«ตอบ #105 เมื่อ23-07-2015 10:14:33 »

 :mew1:

ออฟไลน์ Autonomyz

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 12 หน้า 4 (23-07-15)
«ตอบ #106 เมื่อ23-07-2015 11:25:54 »

ปิดเทอมไม่เจอกันก็มีเหงาๆบ้างอ่ะเนอะ
บรรยากาศมุ้งมิ้งกว่าเดิม ไม่อึมครึมแบบเมื่อก่อนแล้ว
ดีจัง
มีพัฒนาการขั้นสุดดด

ออฟไลน์ Pawaree

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +162/-2
    • FANPAGE
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 12 หน้า 4 (23-07-15)
«ตอบ #107 เมื่อ27-07-2015 23:13:08 »

มาต่อได้แล้ววววววววววววว อยากอ่านแล้ววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว

ออฟไลน์ sasithron

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 64
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-1
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 13 หน้า 4 (27-08-15)
«ตอบ #108 เมื่อ27-08-2015 01:40:04 »

บทที่ 13
“ท่าทางจะไม่หยุดตกง่ายๆนะเนี่ย” กานต์พูดขึ้นระหว่างทางที่ผมกำลังขับรถไปส่งเขาที่หอ


“แล้วรถก็จะยิ่งติด” ผมเสริม


“แล้วเฟยจะถึงบ้านกี่โมงเนี่ย” กานต์หันหน้ามาพูดกับผม  ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจในคำตอบเหมือนกัน ว่าผมจะถึงบ้านกี่โมงแต่เพราะว่าไม่มีธุระอะไรต้องทำเลยไม่ต้องรีบ


“นั่นสิเนอะ งั้นคืนนี้เฟยค้างที่หอกานต์แล้วกัน” ผมยิ้มไปด้วยระหว่างที่พูดแต่ก็ไม่ได้หันมามองกานต์เพราะมัวแต่สนใจมองไปที่ถนนอยู่ แต่พอเห็นว่ากานต์ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับมาผมเลยต้องอาศัยจังหวะรถติดหันไปหาเขา ซึ่งก็เจอกานต์กำลังจ้องผมตาเขม็ง


“มีอะไรเหรอกานต์” ผมถามเลิกคิ้วขึ้นสูง


“อยากจะขึ้นหอเราทำไม” กานต์พูดด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร


“เปล่านี่ไม่มีอะไร เฟยคิดว่าคนที่เป็นแฟนกันเขาก็ทำกันอย่างนี้ ไม่ใช่เหรอ?” ผมปิดท้ายด้วยประโยคคำถาม


“คิดว่าไม่นะ” กานต์พูดหลังจากจับตามองผมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสนใจข้างทาง จนกระทั่งถึงหอของเขา


“ขับกลับดีดีนะ” กานต์บอกลาคำเดิม


“เดี๋ยวก่อน” ผมว่าพร้อมกับเอื้อมมือไปจับแขนกานต์ไว้


“มีอะไรหรือเปล่า” กานต์ถามผม


“เสาร์หน้าไปดูคอนเสิร์ตกัน” ผมชวน


“คอนเสิร์ต? วงไหนเหรอ?” กานต์ถาม ผมเลยล้วงเข้าไปในกระเป๋าเพื่อหยิบตั๋วคอนเสิร์ตก่อนจะยื่นให้เขาแทนคำตอบ


“เราไม่รู้จักวงนี้เลย” กานต์บอกผมหลังจากพลิกตั๋วไปมาเพื่ออ่านชื่อวง


“ไม่เป็นไร” ผมบอก


“ไม่เอาหรอกเฟย เดี๋ยวจะพาลพาให้เฟยไม่สนุกไปด้วย อีกอย่างบัตรก็ไม่ใช่ถูกๆ เอาไปชวนคนที่เขาเป็นแฟนคลับไม่ดีกว่าเหรอ” กานต์พูดยาวยืด


“ไม่เป็นไรยังพอมีเวลาอีกสัปดาห์กว่า กานต์ก็ไปฟังเพลงของวงนี้ อย่างน้อยๆพอถึงวันจริงกานต์ก็คงรู้จักบางเพลงแล้ว” ผมบอก


“ไม่ดีกว่าเฟย” กานต์ยังคงยืนยันที่จะปฏิเสธผมอยู่


“เฟยอยากให้กานต์ไปด้วย” ผมบอกเขา


“จริงๆ จำได้ไหม Welcome to my world” ผมยิ้มให้กานต์


“อือ ก็ได้” กานต์ตกลงแต่หน้าแดงไปยันหู


“ขับกลับดีดีนะ” กานต์บอกลาผมอีกครั้งแล้วก็ลงจากรถไป


“กานต์” ผมเรียก เขาหมุนตัวกลับมาก่อนจะก้มตัวลงเพื่อให้คุยกับผมได้สะดวก


“ว่าไง” กานต์ถาม


“ไม่ให้เฟยค้างที่หอจริงๆเหรอ” ผมถาม


“รีบขับกลับบ้านไปเลย” กานต์ปิดประตูรถผมหลังจากพูดจบประโยค ก่อนจะรีบเดินเข้าหอไป

                                                                                 *****

เย็นวันนี้ฝนก็ยังคงตกเหมือนเดิม แต่หนักกว่าเมื่อวานหนักจนไม่มีใครสามารถเดินออกไปได้แม้แต่คนที่พกร่มมาก็ยังไม่กล้าเสี่ยงออกไป จึงมีคนอยู่ที่ใต้ตึกจำนวนมาก
ผมเองกำลังนั่งฟังเพลงจากโทรศัพท์อยู่กับพวกกลุ่มเพื่อนของผม โดยมีกานต์นั่งรวมอยู่ด้วย เขานั่งอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่ฝั่งตรงข้ามผม
“กานต์ฟังเพลงของวงนั้นแล้วหรือยัง” ผมถาม


“ฟังแล้ว” กานต์ตอบโดยที่ไม่ยอมเงยหน้าจากหนังสือการ์ตูนเลย


“เป็นยังไงบ้าง” ผมถามต่อ


“ก็เพราะดี  แต่เราไม่ค่อยชอบเท่าไหร่” กานต์ตอบ เล่นเอาผมแอบใจเสียเล็กๆ


“ห้ามเปลี่ยนใจนะกานต์” ผมว่า


“รู้แล้ว” กานต์ยิ้มให้ผม

พอกานต์พูดจบอัพที่นั่งอยู่ข้างๆกานต์ก็ทิ้งหัวลงที่ไหล่ของกานต์ ก่อนจะถูหัวไปมา กานต์แค่มองและดูเหมือนว่าไม่รู้จะทำยังไงดี
“กานต์ครับเมื่อไหร่ฝนจะหยุดตกครับ” อัพมันถามกานต์เสียงออดอ้อน


“กานต์จะไปรู้ได้ยังไงฮะ” ผมบอกอัพเสียงเข้ม


“ดุกูทำไมเนี่ย” อัพมันบอกผม ผมเลยชี้หน้ามัน


“กานต์เฟยมันร้ายกับผม มันนิสัยไม่ดี กานต์ต้องจัดการให้ผมนะ” อัพหันไปอ้อนกานต์แทนแต่ยังไม่ยอมยกหัวออกจากไหล่กานต์ กานต์ก็ได้หัวเราะอย่างเดียว


“เฟย เอาจริงๆ ไหล่กานต์นิ่มมากเลย มึงว่าอย่างนั้นไหม?” อยู่ดีดีอัพมันก็เปลี่ยนประเด็นมาพูดถึงเรื่องไหล่ของกานต์


“ไม่รู้ดิ ยังไม่เคยลอง” ผมพูดตามความจริง มองหน้ากานต์ที่ตอนนี้มองไปทางอื่นอยู่


“มึงพลาดแล้ว” อัพบอกผม ก่อนจะขยับหัวไปมาหน้าตามีความสุข กานต์ก็ยังคงแค่หัวเราะเหมือนเดิม

ฝนตกเบาลงแล้ว ผมกับกานต์จึงพากันเดินออกจากตัวตึกไปที่จอดรถ แม้ว่าฝนจะเบาลงแล้วแต่กว่าผมกับกานต์จะเดินมาถึงรถก็เล่นเอาตัวชื้นๆไปทั้งตัวเหมือนกัน
“หู่ววว หนาว” กานต์พูดพร้อมกับเอามือปรับทิศทางของแอร์ให้หันไปทางอื่น


“เอาเสื้อเฟยไปคลุมก่อน” ผมพูดพร้อมกับยื่นเสื้อสีน้ำเงินตัวเก่งของผมไปให้กานต์


“ไม่เป็นไร” กานต์ปฏิเสธ


“หรือจะให้เฟยคลุมให้” ผมว่าพร้อมกับขยับตัวเข้าไปใกล้ พอกานต์เห็นแบบนั้นก็รีบดึงเสื้อจากมือผมไปหห่มตัวเองทันที


“วันนี้ไปหาอะไรกินกันก่อนกลับหอไหม” ผมถามระวังขับรถออกจากมหาวิทยาลัย


“ไม่ดีกว่า ตัวเปียกอย่างนี้ ไม่อยากไปไหนเลย” กานต์บอก


“อีกอย่าง ตัวเฟยก็เปียกรีบกลับบ้านดีกว่าเดี๋ยวจะไม่สบาย” กานต์เสริม


“เป็นห่วงเฟยเหรอ” ผมแหย่


“เฟยคิดว่าอย่างนั้นเหรอ” กานต์ย้อนผม

                                                                                 *****

“ไหมเดี๋ยวเฟยขอแวะรับเพื่อนก่อนนะ” ผมบอกพี่สาวที่พยักหน้ารับรู้เพราะมัวแต่กดโทรศัพท์แชทคุยกับเพื่อนอยู่ แต่พอรถมาจอดที่หน้าหอกานต์ ไหมก็เริ่มมองนู่นนี่ด้วยความสงสัย

กานต์ยืนรอผมที่หน้าหออยู่แล้ว พอรถเทียบจอดกานต์ก็เปิดประตูและเข้านั่งที่เบาะหลัง เพราะว่าไหมนั่งอยู่ที่เบาะข้างๆผมอยู่แล้ว
“สวัสดีครับ” กานต์ทักไหม


“หวัดดีเฟย” กานต์หันมาทักผม


“ไหมนี่กานต์ กานต์นี่ไหมพี่สาวของเฟย” ผมแนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน ก่อนที่ผมจะออกรถ


“ไม่ได้เรียนมัธยมที่เดียวกับกานต์ใช่ไหม พี่ไม่เคยเห็นหน้าเลย” ไหมหันหน้าไปถามกานต์


“ใช่ครับ มารู้จักเฟยที่มหา’ลัยครับ” กานต์ตอบ


“ชอบวงนี้เหมือนกันเหรอ” ไหมถามต่อ


“เอ่อ อันที่จริงเพิ่งรู้จักวงนี้เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเองครับ” กานต์ตอบน้ำเสียงดูไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่


“อ้าว” ไหมร้องออกมา


“ความจริงเฟยเองแหละที่เป็นคนลากกานต์ให้มาด้วยกัน” ผมบอกไหม


“หือ เป็นคนเผด็จการสินะ” ไหมเบะปากใส่ผม


“คราวหลังไม่ต้องตามใจเฟยมากนะ” ไหมบอกกกานต์ ซึ่งกานต์ยิ้มกลับไปโดยไม่ได้พูดอะไรหลังจากนั้นเราทั้งสามก็คุยกันเรื่อยเปื่อยไปตลอดทาง จนมาถึงสถานที่จัดคอนเสิร์ต
พอเราทั้งหมดลงจากรถ ไหมก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำโดยมีกานต์ขอตามไปด้วยอีกคน ระหว่างที่ผมยืนรอทั้งคู่อยู่นั้น ผมก็หันไปเจอป๊อบซึ่งกำลังเดินเข้ามาหาผม ผมจึงยิ้มทักทายเธอและป๊อบก็ยิ้มตอบกลับมา
“ว่าแล้วเฟยจะต้องมา” ป๊อบพูด พร้อมกับเอามือเสยผมด้านหน้า


“แน่นอนอยู่แล้ว” ผมว่า สายตาของผมมัวแต่จ้องป๊อบจนเธอต้องสะกิดเพื่อเรียกสติผม


“มีอะไรติดหน้าเราหรือเปล่า ถึงได้มองหน้าเรานานขนาดนั้น” ป๊อบถาม


“เปล่า” ผมตอบ เกาหัวแก้เขิน


“งั้นเราไปหาเพื่อนก่อนนะ” ป๊อบบอกลาแล้วเดินจากไป


ผมมองตามแผ่นหลังที่เดินห่างออกไป กลิ่นน้ำหอมของป๊อบยังคงอบอวลอยู่ตรงนี้ที่ผมยืนอยู่ แต่ก่อนที่ผมจะหลงใหลไปกับกลิ่นน้ำหอมมากกว่านี้ ไหมก็เดินออกมาจากทางไปห้องน้ำพอดี ตามหลังมาด้วยกานต์กับใครอีกคน พอผมมองดีๆก็เลยรู้ว่าเป็นเพื่อนกานต์คนนั้นที่ผมไม่ค่อยชอบหน้ามัน
“เดี๋ยวรอพวกเหื่อนไหมตรงนี้แหละ” ไหมบอกผม แต่ผมมัวแต่สนใจกานต์ที่ยืนคุยอยู่กับเพื่อนของเขา


“เฟย” ไหมเรียกผม


“เฟย” ไหมเรียกผมซ้ำ


“ว่า” ผมตอบไหมแต่ตาผมยังคงมองไปที่เดิม


“จ้องอะไรอยู่เฟย” ไหมถาม แทนที่ผมจะหันกลับไปตอบแต่ผมเดินไปหากานต์แทน


“กานต์ไปยังไหมรออยู่” ผมพูดกับกานต์ แต่หันไปมองหน้าเพื่อนของกานต์แทน


“อืม” กานต์หันมาพูดกับผม


“ไปก่อนนะ” กานต์หันไปพูดกับเพื่อนของเขา ที่พยักหน้ารับก่อนจะหันมามองหน้าผม


“ไว้คุยกันวันหลัง” มันพูดก่อนจะเอื้อมมือมาขยี้หัวกานต์


“ใครอ่ะกานต์” ผมถามระหว่างที่เดินจากไอ้หมอนั่นมา


“แก็ปไง เราเคยบอกเฟยไปแล้วนะ” กานต์ว่า


“เหรอ” ผมจำไม่ได้ว่ากานต์เคยบอก


“เป็นเพื่อนสนิทกันเหรอ” ผมถาม


“เปล่า แค่อยู่โรงเรียนเดียวกันเฉยๆ” กานต์ตอบไม่ได้แม้แต่จะหันมามองหน้าผม


“แล้วทำไมต้องยอมให้มันเล่นหัวด้วย” ผมถามกานต์ แต่เขากลับวิ่งไปหาพล็อตกับนัทที่เพิ่งจะมาถึง


“ไม่ยักรู้ว่าชอบวงนี้ด้วย” ผมถามนัทเมื่อเดินมาถึง แล้วก็หันไปพยักหน้าทักทายพล็อต


“ก็ไม่ได้อยากมาหรอกแต่ไอ้พล็อตมันลากมา” นัทบ่นพร้อมกับทำหน้าเซ็งๆ ส่วนพล็อตก็ทำนิ่งไม่ได้สะทกสะท้านใดๆ

ระหว่างที่พวกผมคุยกันอยู่ กลุ่มเพื่อนของไหมก็มาสมทบอีก 4 คน ซึ่งเป็นจังหวะพอดีที่ประตูคอนเสิร์ตเปิดให้เขาไปด้านในฮอลล์
บัตรที่พวกผมซื้อเป็นบัตรยืนซึ่งจะอยู่ด้านหน้าสุดติดกับเวที ที่เลือกซื้อในโซนนี้เพราะว่าจะได้ใกล้ชิดกับศิลปินที่ชอบมากยิ่งขึ้น แต่พอรู้ว่าเป็นบัตรยืนนัทก็ทำหน้ายู่หันไปว่าพล็อตทันที ผมเห็นแบบนั้นก็เริ่มใจไม่ดีกลัวกานต์จะไม่ชอบใจเหมือนกันเพราะผมลืมบอกกานต์ไปด้วยว่าจะต้องยืนตลอดคอนเสิร์ต แต่พอมองไปที่กานต์ก็เห็นว่าเขากำลังมองนัทและพล็อตพร้อมกับยิ้มอยู่ด้วย ผมจึงโล่งอกแต่ก็รู้ด้วยว่ากานต์คงคิดว่าระหว่างพล็อตกับนัทต้องมีอะไรบางอย่างแน่นอน
“มันสองคนไม่ได้เป็นแฟนก็หรอก” ผมกระซิบที่ข้างหูกานต์


“เราก็ไม่ได้ว่าอะไรเลย” กานต์แก้ตัว


“เฟยรู้หรอก” ผมบอก


“รู้แล้ว แต่เฟยไม่เห็นต้องมากระซิบบอกเราที่ข้างหูเลย” กานต์เขยิบหนีออกห่างจากผม ผมก็ยิ้มกลับไปให้

คอนเสิร์ตเริ่มไปเรื่อยๆ จากเสียงกรี๊ดตอนรับศิลปินในตอนแรกก็กลายเป็นเสียงร้องคลอไปตามเพลงต่างๆที่ศิลปินเล่น และผมแอบเห็นว่าบางเพลงกานต์สามารถร้องตามได้ด้วย
พอถึงเพลงโปรดของผม ซึ่งพูดถึงการรอคอยคนรักถึงแม้ว่าจะนานเท่าไหร่เขาก็ยังจะรออยู่ที่เดิม ที่เขาและคนรักได้เจอกันครั้งแรก ซึ่งมันตรงกับชีวิตของผมในช่วงหนึ่ง ทุกคนในฮอลล์ยังคงร้องคลอไปตามเพลงเหมือนเดิม ส่วนกานต์ก็ร้องได้เช่นกัน เขายืนอยู่ข้างๆผมโยกตัวไปมาตามเพลง ผมคงมองเขานานไปเพราะกานต์กำลังหันมามองหน้าผมและทำหน้าสงสัยใส่ผม

“ร้องได้ด้วยเหรอ” ผมกระซิบถามที่ข้างหูกานต์อีกครั้ง


“เก่งใช่ไหมหล่ะ” กานต์ยิ้ม ผมเอามือขยี้หัวเบาๆด้วยความเอ็นดู ก่อนจะโอบไหล่กานต์แล้วโยกไปตามเพลง

หลังจากนั้นผมยังคงยืนโอบกานต์เหมือยเดิมโดนที่กานต์ไม่ได้พยายามที่จะขัดขืนผมแต่อย่างใด และพอถึงเพลงสุดท้าย ทุกคนต่างเปิดแฟลชจากมือถือส่องไปทางเวทีร่วมถึงผมด้วย แล้วก็มีกระดาษเปเปอร์ชู๊ตถูกปล่อยลงมาจากด้านบนทั่วทั้งฮอลล์ ผมมัวแต่สนใจทางเวทีอยู่ พอหันไปหากานต์อีกครั้งก็เห็นว่าเขากำลังยันตัวขึ้นจากพื้นอยู่ ผมเลยเขาใจว่ากานต์ล้มลงไป

“เมื่อยเหรอ” ผมกลั้นขำ


“เปล่า เราสะดุดขาตัวเอง” กานต์ตอบ ผมปล่อยเสียงหัวเราะออกมาในที่สุด นั่นทำให้กานต์ทำหน้าบึ้งใส่ผม


“เพลงมันขนาดที่กานต์เต้นจนสะดุดขาตัวเองเลยเหรอ” ผมแซวซึ่งอันที่จริงเพลงไม่ได้สนุกขนาดที่เต้นได้แต่แค่พอโยกหัวไปมาเท่านั้น


“เราแค่หมุนดูกระดาษที่มันปลิวลงมา แล้วก็สะดุดขาตัวเองล้มแค่นั้น” กานต์บอกผมคิ้วขมวด


“หยุดหัวเราะได้แล้ว” กานต์ว่า


“อ่อย” กานต์บีบแก้มผม


“เฟย หยุดหัวเราะได้แล้วนะ” กานต์ดุ ผมเลยต้องเม้มปากเพื่อไม่ให้เสียงหัวเราะหลุดออกมา กานต์ถึงจะยอมปล่อยมือจากแก้มผม แต่เขายังคงทำหน้าบึ้งใส่ผมเหมือนเดิม


“ชอบไหม” ผมถามหลังจากที่ศิลปินลงไปจากเวทีแล้ว


“สนุกดี” กานต์ยิ้ม

                                                                                 *****

“ไหมไม่เคยเห็นเพื่อนเฟยคนนี้เลย” ไหมถามผมหลังจากที่ส่งกานต์ที่หอเรียบร้อยแล้ว


“ใช่ เพิ่งจะมาสนิทกันช่วงหลังๆ” ผมตอบ


“ไหมว่ากานต์แอบชอบเฟยนะ” ไหมว่า


“ไหมคิดอย่างนั้นเหรอ” ผมถาม ไหมพยักหน้ารับ


“ไหมเห็นเวลากานต์มองเฟยนะ” ไหมบอก


“แล้วก็ดูเหมือนว่าเฟยเองก็ไม่ได้คิดกับกานต์แค่เพื่อน” ไหมเสริม


“เหรอ” ผมพูดแค่นั้นแล้วก็เงียบไป เพราะผมไม่มีทางที่จะโกหกไหมได้เลยตั้งแต่สมัยเด็กๆแล้ว ซึ่งการเงียบคือหนทางเดียวที่ดีที่สุด


“แต่ไหมก็โอเคนะ ถ้าเฟยจะคบกับคนนี้” ไหมพูดพร้อมกับยิ้ม ซึ่งมันเป็นยิ้มที่ผมผสมกันระหว่างความเจ้าเล่ห์กับผู้ที่รู้ทุกสิ่ง





-v- ขอบคุณครับและขอโทษครับที่รอบนี้มาอัพช้ามากๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-08-2015 01:45:33 โดย sasithron »

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13940
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 13 หน้า 4 (27-08-15)
«ตอบ #109 เมื่อ27-08-2015 02:39:48 »

ทำไมเรามองความรู้สึก รัก ในเรื่องนี้ไม่ออกเลยน่ะระหว่างเฟยกับกานต์ อาจจะคิดและรู้สึกไปเองหรือเปล่ามันเหมือนเป็นการเอาคืนอะไรสักอย่าง
ดีใจที่มาต่อสักทีหลังจากหายไปนาน

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 13 หน้า 4 (27-08-15)
« ตอบ #109 เมื่อ: 27-08-2015 02:39:48 »





ออฟไลน์ manami_01

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1033
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-1
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 13 หน้า 4 (27-08-15)
«ตอบ #110 เมื่อ27-08-2015 05:32:09 »

พี่สาวคนสวยก็เปิดทางให้แล้ว


ใจเฟย์ก็เปิดรับกานต์แล้ว


เพราะอย่างงั้นก็เริ่มจีบกานต์อย่างจริงจังสักที


กานต์จะได้ไม่รู้สึกว่าที่คบกันเพราะตัวเองบังคับ


ทำให้เฟย์ต้องทำอะไรต่อมิอะไรเพราะกานต์ขู่ทุกครั้ง


คราวนี้ตาเฟยต้องตามจีบตามง้อแล้วแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ให้มากขึ้น


เผื่อกานต์จะแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ตามเฟย์และเปิดใจมากกว่านี้ด้วย

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5681
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 13 หน้า 4 (27-08-15)
«ตอบ #111 เมื่อ27-08-2015 08:55:20 »

กานต์ค่อยๆซึมซับโลกของเฟยทีล่ะนิดๆ
แต่รู้สึกว่าเฟยแทบไม่รู้จักโลกของกานต์เลยแฮะ

ออฟไลน์ Maytbb

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1933
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-4
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 13 หน้า 4 (27-08-15)
«ตอบ #112 เมื่อ27-08-2015 22:27:20 »

เริ่มดีขึ้น ไม่อึมครึมเหมือนช่วงแรกๆ  :mew1:

ออฟไลน์ pharm

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 248
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 13 หน้า 4 (27-08-15)
«ตอบ #113 เมื่อ29-08-2015 14:32:19 »

 :mew1:

อ้าาาา รู้สึกฟิน

ออฟไลน์ sasithron

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 64
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-1
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 14 หน้า 4 (10-09-15)
«ตอบ #114 เมื่อ10-09-2015 02:11:44 »

บทที่ 14

ผมนั่งหมุนโทรศัพท์เล่นอยู่อย่างนี้มาได้สองวันแล้ว กดเบอร์ของกานต์แต่ก็ไม่กล้ากดโทรออก ตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อวันนั้นผมก็ไม่ได้คุยกับกานต์อีกเลย ผมยอมรับตรงๆเลยว่าผมไม่กล้า แต่ผมก็แปลกใจตัวเองเหมือนกันเพราะทั้งๆที่ปกติแล้วผมจะค่อนข้างเป็นคนที่ตรงไปตรงมา ผมไม่ได้กลัวว่ากานต์จะมีแผนหรือข้อเสนออะไรอีก แต่ผมแค่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับกานต์ดี
ย้อนกลับไปเมื่อเย็นวันพฤหัสบดีของอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมเลิกเรียนช้าพอลงมาที่ใต้ตึกก็เห็นกานต์นั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนอยู่แล้ว แต่เขากำลังนั่งคุยงานกับเพื่อนๆของเขาอยู่ผมเลยเลือกนั่งที่โต๊ะถัดมา เพราะวันนี้ไม่ได้มีธุระอะไรให้ต้องรีบ ผมเลยนั่งฟังเพลงรอกานต์คุยงานไปเรื่อยๆ
“กลับก่อนได้นะเฟย คงอีกสักพักใหญ่ๆเลยกว่าจะเสร็จ” กานต์เดินมาบอกผมด้วยสีหน้าเหนื่อยๆ


“ไม่เป็นไรเฟยรอได้” ผมตอบกานต์ เขายิ้มให้ผมนิดหนึ่งก่อนจะเดินกลับไปคุยงานเหมือนเดิม


“เสร็จแล้วเหรอ” ผมถามกานต์เพราะเขาเดินมาหาผม หลังจากที่ผ่านไปแล้วชั่วโมงกว่าๆ


“ใกล้เสร็จแล้วหล่ะ เฟยไปรอเราที่รถเลยก็ได้ไม่เกินห้านาที” กานต์ว่า


“โอเค งั้นเดี๋ยวเฟยไปรอกานต์ที่รถก็ได้” ผมบอกกานต์เสร็จก็เริ่มเก็บของ

ผมเดินทอดน่องจากใต้ตึกคณะมุ่งไปลานจอดรถ มองนู่นนี่ไปเรื่อยๆแต่ในระหว่างนั้นตาผมก็ไปสะดุดชายหญิงคู่หนึ่งที่มีท่าทางเหมือนทะเลาะกันอยู่  ทั้งคู่ดูคุ้นๆเหมือนว่าผมจะรู้จักทั้งสอง แต่จากจุดที่ผมอยู่ค่อนข้างไกลจากทั้งคู่ผมเลยไม่ค่อยแน่ใจนัก พอผมเริ่มเดินเข้าไปใกล้ก็เริ่มได้ยินเสียงของทั้งคู่ที่ตะโกนใส่กัน และเมื่อผมเข้าใกล้พอจะเห็นได้ชัดเจนก็รู้ว่าฝ่ายหญิงนั้นคือ “ป๊อบ” ส่วนฝ่ายชายคือ “ไอ้แก็ป” ผมไม่รู้ว่าทั้งสองคนนี้รู้จักกันมาก่อน แต่ในระหว่างที่ผมยืนสงสัยอยู่ ไอ้แก็ปก็เอื้อมมือไปดึงแขนป๊อบ ซึ่งอีกฝ่ายก็สะบัดแขนอย่างแรงเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุ่ม แต่ก็เปล่าประโยชน์
“ปล่อยเรา” ผมได้ยินเสียงป๊อบตะโกนใส่ไอ้แก็ป


“ไม่” ไอ้แก็ปไม่ว่าเปล่าแต่ยังออกแรงลากป๊อบให้เดินตามมันไปด้วย

เมื่อผมเห็นอย่างนั้นก็รีบออกวิ่งไปทางทั้งคู่ทันที และพอไปถึงผมก็พุ่งเข้าชนไอ้แก็ปจนมันเซออกจากป๊อบ มือที่จับแขนป๊อบอยู่ก็พลอยหลุดตามเจ้าของไปด้วย มันมีสีหน้าตกใจเล็กน้อยแต่ก็เปลี่ยนเป็นสีหน้ากวนอวัยวะเบื้องล่างทันทีเมื่อมันมองมาที่ผม
“ทำอะไรของมึง” มันถามผม


“แล้วมึงหล่ะทำอะไร” ผมย้อนมัน


“เรื่องของกูไม่เกี่ยวกับมึง” ไอ้แก็ปตอบผมและเดินเข้ามาจะลากตัวป๊อบอีกครั้ง แต่ผมปัดมือมันได้ก่อน


“มึงจะเสือกอะไรเนี่ย” มันเดินเข้ามาหาผมแทน


“ทำไมกูจะเสือกไม่ได้” ผมผลักอกมัน


“หึ ก็เพราะว่ากูกับป๊อบเป็นแฟนกันไง เพราะฉะนั้นมึงอย่างเสือก” มันพูด


“แก็ป” ป๊อบเรียกชื่อไอ้แก็ป


“แล้วยังไง ในเมื่อผู้หญิงเขาไม่อยากไปกับมึง มึงก็ไม่มีสิทธิ์บังคับเขาหรือเปล่าวะ?” ผมเป็นฝ่ายเดินเข้าหามันบ้าง  ผมเริ่มมีอารมณ์โมโหขึ้นมาบ้างแล้ว ไอ้แก็ปไม่สนใจคำถามผมแต่เดินเลี่ยงไปดึงตัวป๊อบแทน


“กูบอกให้ปล่อยไง” ผมไม่พูดเปล่า แต่หมัดของผมพุ่งออกไปด้วยตามแรงเหวี่ยงสู่หน้าของไอ้แก็ป มันเซไปเล็กน้อย


“มึง” ไอ้แก็ปพุ่งหมัดเข้าใส่ผมบ้าง แต่ผมไม่รอให้หมัดของมันถึงตัว ผมก็ส่งอีกหมัดออกไปเข้าที่ข้างหัว ส่วนหมัดของมันก็เข้าที่ข้างแก้มของผมเต็มๆ


“แก็ป เฟย หยุด” ผมได้ยินเสียงป๊อบตะโกน นั่นทำให้ผมเสียสมาธิเล็กน้อยเลยโดนไอ้แก็ปซัดจนล้มลง มันกำลังตั้งท่าจะคร่อมผมแต่ผมถีบมันได้ทันเวลาจนมันเซถลาไป ผมรีบลุกขึ้นและพุ่งหมัดขวาตรงใส่ไอ้แก็ปจนมันล้มไป ผมกำลังจะวิ่งไปซ้ำมันอีกสักหมัด แต่ป๊อบวิ่งเข้ามาขวางไว้เสียก่อน ผมกำลังจะเบี่ยงตัวหลบป๊อบแต่ก็ถูกมือของใครบางคนดึงไว้


“เฟย” กานต์นั่นเองที่ดึงผมไว้ ผมสะบัดแขนออกจากมือเขา ก่อนจะหันไปทางไอ้แก็ปก็เห็นว่าป๊อบกำลังเข้าไปช่วยพยุงมันให้ลุกขึ้นมาอยู่


“ป๊อบจะไปช่วยมันทำไม” ผมว่าและกำลังจะพุ่งเข้าใส่ไอ้แก็ปอีกครั้ง


“เฟย แก็ปเป็นแฟนเรานะ” ป๊อบพูดจบผมได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่


“เฟยทำอย่างนี้ทำไม” ป๊อบว่ามีสีหน้าโกรธผม แบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน เธอยืนมองหน้าผมครู่หนึ่งก่อนจะพยุงไอ้แก็ปเดินจากไป


“เฟย” กานต์เรียกผม แต่ตอนนี้ผมโมโหเกินกว่าจะหันไปฟังกานต์บ่น ผมเลยเดินหนีออกไปจากตรงนี้ ผมโมโหทุกอย่าง โมโหที่ไอ้แก็ปมันทำร้ายป๊อบ โมโหที่ป๊อบยังไปช่วยมันทั้งๆทีมันทำร้ายตัวเธอเอง และโมโหที่ป๊อบมีแฟนแล้ว


“เฟย” กานต์เรียกผม


“อะไร” ผมตวาด


“เฟย ทำอย่างนี้ไม่ดีเลยนะ” กานต์ว่าผม


“ไปต่อยคนอื่นอย่างนั้น” กานต์มองหน้าผม ส่วนผมไม่มีอารมณ์ที่จะสนใจคำพูดขอกานต์ก็เลยหันไปมองทางอื่น


“เขาสองคนเป็นแฟนกัน” กานต์เน้นทุกคำที่พูด


“รู้แล้ว เฟยเห็นแล้ว” ผมพูดเสียงเข้ม


“เฟยจะทำแบบนี้ไม่ได้ เฟยไม่ได้เป็นอะไรกับป๊อบนะ” กานต์ยังคงพูดต่อไป ผมไม่รู้ว่าเขาจะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมา ยิ่งเขาพูดผมก็ยิ่งรู้สึกโมโหเพิ่มมากขึ้น


“ใช่ แล้วเฟยกับกานต์ก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน เพราะฉะนั้นปล่อยเฟยอยู่คนเดียวเถอะ เฟยรำคาญจะแย่แล้ว” ผมว่าพร้อมกับจ้องหน้ากานต์ เขาถอนหายใจเหนื่อยๆครั้งหนึ่ง ก่อนจะเดินจากผมไป

กว่าผมจะอารมณ์เย็นลงก็ใช้เวลาไปเกือบหนึ่งชั่วโมง และก็สำนึกได้ว่าไม่ควรพูดกับกานต์อย่างนั้นไปเลย จนกระทั่งวันอาทิตย์แล้วผมก็ยังไม่ได้พูดอะไรกับกานต์เลย ทำได้แค่นั่งจับโทรศัพท์อยู่อย่างนี้        ถ้าเป็นเมื่อก่อนกานต์คงพยายามบังคับให้ผมทำนู่นนี่สักอย่างแล้ว แต่พอเขาเงียบๆไปผมกลับรู้สึกไม่ดีซะอย่างนั้น
“โทรไปซะจะได้จบ” ผมพูดกับตัวเองก่อนจะกดโทรออกหากานต์ แต่ผมก็ได้ฟังแค่เสียงรอสาย ผมฟังอยู่สามรอบก่อนจะถอดใจเลิกโทร
ผมเดินวนรอบบ้านไปเรื่อยๆ เปลี่ยนจากห้องนั่งเล่นไปห้องนอน จากห้องนอนไปโต๊ะที่สนามหญ้าข้างบ้าน แล้วก็เปลี่ยนไปยืนที่หน้าบ้าน ก่อนจะไปในครัว แล้วก็วนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เท้าก็เดินไป มือก็เลื่อนโทรศัพท์ดู Facebook กับ IG ของกานต์เพื่อเช็คความเคลื่อนไหว แต่ก็ไม่เห็นความเคลื่อนไหวใดๆเลย
“เป็นอะไรเฟย” แม่ผมยื่นหน้าออกมาถามจากระเบียงที่เชื่อมกับสวนซึ่งเป็นที่ผมหยุดยืนอยู่


“เปล่าครับ” ผมหันไปตอบแม่


“แต่แม่เห็นเฟยเดินไปเดินมานานแล้วนะ” แม่ถามต่อ


“ถ้าโทรแล้วไม่ติดก็แสดงว่าเขาอาจจะติดธุระเลยไม่ว่างรับโทรศัพท์ แต่ถ้าไม่มั่นใจ ทำไมไม่ลองไปหาเขาดูล่ะ?” แม่ผมพูดเหมือนรู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ หรือว่านี่คือความสามารถบางอย่างที่สืบทอดไปให้ไหม


“งั้นเฟยไปหาเพื่อนก่อนนะครับ” ผมตอบหลังจากอึ้งกับความสามารถของแม่ก่อนจะวิ่งไปสตาร์ทรถ

ผมยังคงเดินวนไปมาเหมือนเดิมแต่เปลี่ยนจากบ้านผมเป็นหน้าหอกานต์แทน ผมโทรหากานต์หลายรอบแล้วตั้งแต่มาถึง แต่เขาก็ยังไม่รับสายเหมือนเดิม จนผมแอบคิดด้วยความโมโหว่ากานต์อาจจะตายอยู่ในห้องแล้วก็เป็นได้

“คุณมาหาใครหรือเปล่าครับ ผมเห็นคุณเดินไปเดินมานานแล้ว” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหอเดินเข้ามาถามผม


“ผมมาหาเพื่อนครับ แต่เขาไม่รับโทรศัพท์ผมเลย” ผมว่า


“เอ่อ พี่รู้จักคนที่ชื่อกานต์หรือเปล่าครับ” ผมพยายามค้นรูปถาพของกานต์ในโทรศัพท์เพื่อยื่นให้พี่เจ้าหน้าที่ดู เผื่อว่าพี่เขาจะรู้จัก


“ถ้าเพื่อนคุณไม่ลงมารับผมก็คงให้คุณขึ้นตึกไม่ได้หรอกนะครับ มันเป็นกฎ” พี่เจ้าหน้าที่บอกผม ผมเลยเปลี่ยนจากค้นรูปเป็นอธิบายลักษณะของกานต์แทน แต่เหมือนพี่เจ้าหน้าที่เขาจะไม่อยากสนใจผมเท่าไหร่


“เฟย” เสียงกานต์เรียกผมจากด้านหลัง


“มาทำอะไร” กานต์ถามผม ขณะที่ผมกำลังเดินไปหาเขา


“ทำไมไม่รับโทรศัพท์เฟย” ผมถาม


“เราไปซื้อราดหน้ามา แต่ลืมเอาโทรศัพท์ติดไปด้วย” กานต์ตอบ


“แต่เฟยโทรมาตั้งแต่เช้าแล้วนะ” ผมเริ่มจะอารมณ์เสียนิดๆแล้ว


“มีธุระอะไรหรือเปล่าเฟย” กานต์ถามผมกลับแทนที่จะตอบคำถามของผม และนั่นทำให้ผมสะดุดนิดหนึ่งเพราะไม่รู้จะตอบไปว่าอะไรดี


“ก็แค่สงสัยว่าทำไมกานต์ไม่ยอมรับโทรศัพท์เฟย” ผมแถ


“แล้วมีธุระอะไรถึงโทรมาหาเรา” กานต์ต้อนผมซะจนมุม ผมเลยได้แต่เงียบ พอผมเงียบกานต์ก็เงียบด้วย บรรยากาศอึมครึมก็กลับมาหลังจากหายไปนาน


“กานต์อย่าเงียบสิ” ผมว่า


“ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมเฟย งั้นเราขึ้นห้องนะ” กานต์บอกผมแล้วก็เดินผ่านผมเพื่อจะเดินขึ้นหอ


“กานต์” ผมหันไปคว้าแขนเขาไว้


“ว่า” กานต์หันมาถามผม คิ้วขมวดเล็กน้อย


“กานต์โกรธเฟยเหรอ?ที่เฟยไปต่อยไอ้แก็ปมัน” ผมถาม


“แล้วเฟยไปต่อยแก็ปทำไม” กานต์ถามผมกลับอีกแล้ว ผมเกาหน้าผากเพราะไม่รู้จะตอบกานต์ว่าอะไรดี แถมยังโมโหเพิ่มกว่าเมื่อสักครู่ด้วย


“ก็มันกำลังลากป๊อบอยู่” ผมตอบ


“อือ” กานต์พูดแค่นั้นก่อนจะหันหน้าจะเดินขึ้นหอ แต่ผมยังคงจับแขนเขาไว้ไม่ยอมปล่อย


“กานต์ เลิกโกรธเฟยเถอะ” ผมว่า


“เฟยทำไปเพราะว่าเป็นเพื่อนกันแค่นั้น” ผมว่า


“เหรอ” กานต์ดูไม่เชื่อผมเลย


“ปล่อยเราเถอะ เราจะขึ้นห้องแล้ว” กานต์บอกผม แต่ผมไม่ยอมปล่อยมือจากแขนของเขา กานต์มองหน้าผมนิ่งๆ ก่อนจะเอาถุงราดหน้าวางลงบนมือของผม


“กานต์ เฟยร้อน” ผมบอกแต่ยังไม่ยอมปล่อยแขนกานต์ ส่วนมืออีกข้างของผมก็พยายามดึงมืออีกข้างของกานต์ที่กดถุงราดหน้าให้ออกไป


“กานต์” ผมเสียงอ่อย และยอมแพ้ปล่อยมือจากแขนของเขา พอหลุดจากมือผมไปแล้วกานต์ก็เดินเข้าหอไปโดยไม่หันกลับมามองผมเลย

                                                                            *****

เช้าวันจันทร์มือของผมที่โดนถุงราดหน้ายังมีรอยแดงๆหลงเหลืออยู่เลย แต่ผมไม่สามารถเรียกร้องอะไรจากกานต์ได้เลย เพราะเขาไม่ได้มีท่าทีสนใจผมเลย แม้ว่าผมจะขับรถไปรับเขาที่หอก็ตาม

“เฟยมือมึงไปทำอะไรมาว่ะ” ปายถามผมระหว่างที่เดินเข้าตึก


“คนแถวนี้แม่งใจร้าย เอาถุงราดหน้าวางนาบบนมือกู” ผมบอกปายแต่ตามองไปที่กานต์ที่เดินนำหน้าผมทั้งสองขึ้นตึกเรียนไปแล้ว


“จริงอ่ะ” ปายถามผม ผมจึงพยักหน้าให้แทนคำตอบ

ตกเย็นผมมานั่งรอกานต์ที่ใต้ตึกเหมือนเดิม พอกานต์เดินลงมาจากตึกผมก็บอกลาเพื่อนและเดินไปหากานต์ทันที ผมยังคงไม่ได้รับความสนใจจากกานต์เหมือนเดิม แต่ก็จะแค่เฉพาะตอนนี้เท่านั้น เพราะผมได้มีแผนเตรียมไว้แล้ว

“กานต์วันนี้ไปกินข้าวเย็นที่บ้านเฟยนะ” ผมบอกเขาหลังจากเข้ามานั่งในรถเรียบร้อยแล้ว


“ว่าไงนะ” กานต์พูดเสียงดัง


“เฟยบอกว่า วันนี้ไปกินข้าวเย็นที่บ้านเฟยนะ” ผมพูดทวนช้าๆเน้นทุกๆคำเพื่อให้กานต์ฟังได้ชัดเจน


“ไม่ไป เราไม่ไป” กานต์พูดทันทีหลังจากผมพูดจบ


“คงจะไม่ได้ เพราะเฟยบอกแม่ไปแล้วว่าวันนี้กานต์จะไปกินข้าวเย็นด้วย” ผมบอก


“ป่านนี้แม่เฟยคงทำกับข้าวรอไว้แล้วมั้ง” ผมเสริม


“แต่” กานต์พูดออกมาแค่คำเดียวก่อนจะเงียบไป และเงียบไปตลอดทาง แต่ไม่ได้แสดงอาการลุกลี้ลุกลนหรือประหม่าอะไร แต่ผมก็พอจะรู้ได้ว่าเขาแอบประหม่าเล็กๆเพราะว่าผมสังเกตุว่ามือทั้งสองข้างของกานต์ผลัดกันบีบไปมาตลอดทาง


“ถึงแล้วกานต์” ผมจอดรถที่หน้าบ้านก่อนจะลงไปเปิดประตูบ้าน


“หนีไม่ได้แล้วนะกานต์” ผมยิ้มให้เขา


“เราไม่ชอบที่เฟยทำแบบนี้เลย” กานต์ขมวดคิ้วใส่ผม


“จริงๆ” กานต์เสริม ผมได้ยักไหล่ให้เขา


“เข้าบ้านกันเถอะ” ผมพูดชวนกานต์ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถไป แต่กานต์ใช้เวลาครู่หนึ่งก่อนจะลงจากรถตามผมเข้าไปในตัวบ้าน ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่แม่ของผมเดินออกมาพอดี


“สวัสดีครับ ผมกานต์ครับ” กานต์รีบพูดพร้อมกับยกมือไหว้แม่ผม


“สวัสดีจ๊ะ” แม่ผมทัก


“คนนี้ไงแม่ ที่เฟยบอกว่าจะชวนมากินข้าวด้วยเย็นนี้” ผมหันไปพูดกับแม่


“ต้องขอรบกวนด้วยนะครับ” กานต์พูดกับแม่ผม


“จ๊ะ” แม่ผมว่า พร้อมกับยิ้ม


“งั้นตามสบายนะจ๊ะ แม่ไปทำกับข้าวต่อก่อนนะ” แม่พูด


“ครับ” ผมกับกานต์พูดพร้อมกัน แล้วแม่ก็เดินเข้าครัวไป ผมเลยพากานต์ไปที่ห้องรับแขกก่อนจะขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าบนห้อง

พอผมลงมาก็เจอไหมนั่งคุยกับกานต์อยู่ ผมไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกัน แต่กานต์ดูมีท่าทีตื่นๆแม้ว่าจะกำลังยิ้มอยู่ก็ตาม ไหมหันมาทางผมเพราะว่ากานต์กำลังมองผมอยู่ แต่ก่อนที่ผมจะเดินเข้าไปหาทั้งคู่ ไหมก็ลุกขึ้นเดินมาหาผมแล้วก็ลากผมออกไปยังสวนข้างบ้าน

“เฟย คนนี้เหรอที่ว่าจะพามาบ้าน? ที่บอกไหมเมื่อวันนั้น” ไหมถาม ผมแค่ยักคิ้วกลับไปแทนคำตอบ


“แล้วเม่อกี้คุยอะไรกัน” ผมถามบ้าง


“ก็แค่คำถามทั่วไป” ไหมตอบ


“แล้วไหมว่าไงบ้าง” ผมถามเพราะอยากรู้ว่าพี่สาวของผมจะมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างเกี่ยวกับกานต์


“ไหมก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก แต่แม่กับป๊าอันนี้ไหมตอบไม่ได้หรอก โดยเฉพาะป๊า” ไหมทิ้งท้ายทำเอาผมหนาวๆร้อนๆเหมือนกัน


“ว่าแต่จริงจังขนาดไหน” ไหมมองหน้าผม


“ทำไมเหรอ” ผมสงสัยที่ไหมถาม


“อย่าไปหลอกใครเขามันไม่ดี” ไหมว่า


“รู้แล้ว” ผมบอก แล้วจึงเดินเข้าไปในบ้าน ไปหากานต์ที่นั่งเงียบๆคนเดียว มองนั่นมองนี่ไปรอบๆ

มื้อเย็นวันนี้ป๊าของผมไม่ได้มาร่วมโต๊ะด้วยเพราะติดงาน แต่ก็คงจะเป็นเรื่องดีสำหรับกานต์ เขาจะได้ไม่เกร็งไปมากกว่านี้ เพราะนอกจากจะยิ้มอย่างเดียวแล้ว ก็มีแค่ตอบคำถามเฉพาะเวลาที่มีคนถามเท่านั้น
“ไม่ต้องเกร็งแล้วนะกานต์” แม่ผมพูดพร้อมกับตักกุ้งให้


“ครับ ขอบคุณครับ” กานต์พูด


“กานต์เพิ่งมาสนิทกับเฟยที่มหาลัยเหรอ?” แม่ผมถาม


“ครับ” กานต์ตอบแม่ผม


“ดูเรียบร้อย ไม่ซนอย่างเฟยเลย” แม่หันมาหาผม


“แม่” ผมลากเสียงยาว


“อยู่มหาลัยเฟยเกเรบ้างไหมกานต์” แม่ผมถามต่อ


“ไม่ครับ จะมีก็นิสัยเถื่อนๆหน่อย แต่ก็ไม่ได้เกเรอะไร” กานต์บอก


“แต่ตอนนั้นก็เห็นบังคับให้ไปดูคอนเสิร์ตอยู่เลยไม่ใช่เหรอ” ไหมพูดขึ้น


“ไม่ดีเลยนะเฟย” แม่หันมาดุผม


“อ้าว แม่ซะอย่างนั้น” ผมบ่น ผมสังเกตว่ากานต์ดูจะผ่อนคลายมากขึ้น


“อร่อยมากเลยครับ” กานต์พูดกับแม่ผมระหว่างที่ช่วยยกจานไปให้แม่ผมในครัว


“อร่อยก็มาบ่อยๆสิ” แม่ผมบอก


“ขอบคุณครับ” กานต์ยิ้ม


“ใช่ ก็มาบ่อยๆสิ” ผมเสริม แต่กานต์หันมาทำหน้าดุใส่ผม

หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ กานต์นั่งเล่นต่ออีกสักพัก ก่อนจะขอตัวกลับบ้าน ตอนแรกผมจะขับรถไปส่งกานต์ที่หอแต่เขาไม่ยอม ผมเลยได้แค่เดินไปส่งเขาที่หน้าปากซอยแทน

“ความจริงให้เฟยไปส่งที่หอดีกว่า” ผมยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะไปส่งกานต์ที่หอ แม้ว่าจะเดินมาได้เกินครึ่งทางแล้ว


“ไม่เป็นไร” กานต์บอกผม


“ไม่ต้องเกรงใจเฟยหรอก” ผมว่า แต่กานต์ไม่ได้ตอบอะไร

ผมกับกานต์เดินกันไปเงียบๆ บรรยากาศอึมครึมเหมือนเดิม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะว่ากานต์เป็นคนไม่ค่อยพูดอยู่แล้วหรือเปล่า เพราะว่าเวลาไปกินข้าวด้วยกันหรือตอนอยู่บนรถ กานต์ก็จะเงียบๆไม่พูดอะไร แต่ว่าจะเป็นเพราะเหตุผลนั้นก็คงไม่ใช่เพราะว่าก่อนหน้าที่ผมจะมีเรื่องกับไอ้แก็ปไอ้บรรยากาศอึมครึมพวกนี้มันก็หายไปแล้ว  ผมไม่อยากกลับไปเป็นเหมือนช่วงแรกที่กานต์บังคับให้ผมคบกับเขา

กานต์เดินนำหน้าผมไปแล้ว ผมเลยรีบตามไปเดินข้างๆ ก่อนจะจับมือของกานต์ไว้ เขาตกใจเล็กน้อยก่อนจะหันหน้ามาหาผม ผมจึงส่งยิ้มหวานไปให้เขา

“ปล่อยมือเราเฟย” กานต์บอกผม นั่นทำให้ผมต้องหุบยิ้มเพราะว่ามันไม่ได้ผลเลย กานต์ยังคงโกรธผมอยู่ แต่ผมยังดื้อไม่ยอมปล่อยมือ แถมเดินต่อไปเรื่อยๆพร้อมกับแกว่งแขนข้างที่มือผมจับมือกานต์ไว้ จนเราทั้งคู่มาถึงหน้าปากซอย ผมโบกแท็กซี่ให้กานต์พร้อมกับเปิดประตูให้


“วันนี้เป็นไงบ้าง ถือว่าเฟยทำได้ดีไหม” ผมถาม


“เฟย เราไม่ชอบที่เฟยทำแบบนี้เลย” กานต์พูดทำเอาผมต้องหุบยิ้มอีกครั้ง


“เราไม่ชอบเซอร์ไพส์อย่างนี้เลย” กานต์เสริม ก่อนที่จะเข้าไปในตัวรถแล้วปิดประตู


“อ้าว” ผมว่า ได้แต่มองตามแท็กซี่ที่ค่อยๆห่างออกไป




ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ manami_01

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1033
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-1
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 14 หน้า 4 (10-09-15)
«ตอบ #115 เมื่อ10-09-2015 05:32:19 »

ทำไมเฟยชอบทำให้กานต์รู้สึกไม่ดีตลอดฟร่ะ


แบบว่าตอนที่ไม่มีป๊อปมาเกี่ยวข้องก็ทำท่าจะดีขึ้น


แต่พอมีเรื่องของป๊อปมาเกี่ยวข้องก็ต้องพลอยทำให้กานต์กับเฟยทะเลาะกันทุกที


เมื่อไรเฟยจะเลิกให้ความสนใจป๊อปในเมื่อป๊อปก็มีแฟนไปแล้ว


แล้วตอนนี้ก็กำลังจะเปิดใจให้กานต์


ลองคิดเล่น ๆ นะว่าให้กานต์เหนื่อยจนทนไม่ไหวขอเลิกเองสักทีก็ดีเผื่อเฟยจะรู้สึกตัวว่าตอนนี้ตัวเองชอบกานต์ไปแล้ว


คราวนี้ต้องเป็นเฟยที่ตามง้อตามจีบกานต์บ้างล่ะ เพราะกานต์ทำมาเยอะแล้ว!!!  :katai4:

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5681
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 14 หน้า 4 (10-09-15)
«ตอบ #116 เมื่อ10-09-2015 08:41:05 »

ป๊อปไม่รู้เหรอว่าเฟยชอบตัวเอง
มิน่าแก็ปถึงได้ไม่ค่อยชอบเฟย
เพราะแฟนตัวเองไปลันล้ากับเฟย

ออฟไลน์ Kamidere

  • บรรยายมันออกมา ทุกสิ่งที่อยู่ในใจ
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 284
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-2
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 14 หน้า 4 (10-09-15)
«ตอบ #117 เมื่อ10-09-2015 10:17:59 »

ก็ยังไม่เข้าใจกานต์อยู่ดี

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13940
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 14 หน้า 4 (10-09-15)
«ตอบ #118 เมื่อ10-09-2015 10:44:19 »

 เขารักกันแน่หรือ

ออฟไลน์ DLuciFer

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 52
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: ***พลาดรัก*** บทที่ 14 หน้า 4 (10-09-15)
«ตอบ #119 เมื่อ10-09-2015 11:18:07 »

ทำไมรู้สึกเหมือนว่า กานต์เข้ามากันเฟยออกจากป๊อปเพื่อแก๊ปเลยอ่ะ อาจจะแอบชอบเฟยแต่ไม่ได้เข้ามาเพราะชอบ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด