Charm Online สาปผมเป็นแวมไพร์! [Up Lv.พิเศษ พจนินท์สไตล์3 100% 8/4/61]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Charm Online สาปผมเป็นแวมไพร์! [Up Lv.พิเศษ พจนินท์สไตล์3 100% 8/4/61]  (อ่าน 269135 ครั้ง)

ออฟไลน์ Sohso

  • You are my precious thing And I will always love you.
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1375
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-3
ครอบครัวสุขสรรค์มาก

ออฟไลน์ aoihimeko

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3131
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +155/-9

ออฟไลน์ Kitsune1st

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ดีอ้ะ ครอบครัวสุด
น่ารักกันทุกคน ติดฝนน้อยก็น่าร้ากก >_<

ออฟไลน์ NewBaBy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 53
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-1
พึ่งมาเจอ ขอเเปะไว้ก่อนนะคะ  :mew1:

ออฟไลน์ mint_852

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 736
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-1
สนุกมาก
ไม่คิดว่าจะสนุกขนาดนี้
ตอนแรกนึกว่าเกมส์ออนไลน์ปกติ
พออ่านเรื่อยๆถึงรู้ว่าติดมาก
ชอบพาร์ทชิน-วินที่สุด
อารมณ์เคะราชินีที่มีสามีเป็นทาสผู้ซื่อสัตย์
โอ๊ย ชอบ อยากให้ทั้งคู่มีลูก
ลูกคงจะเก่ง เจ้าเล่ห์สุดๆ
หวังว่าวินจะใจอ่อนยอมมีลูกซักคนนะ

ออฟไลน์ Silver Fish

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 335
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-0
    • Fanpage
Lv.พิเศษ พจนินท์สไตล์ 1

   ‘อติวิชญ์’ คือชื่อของผม ชื่อเล่นว่าติน บางคนเรียกตินติน ส่วนคำว่าตินน้อยผมขอสงวนให้แม่วัตผมเรียกคนเดียวเท่านั้น เข้าใจตรงกันนะ

   ครอบครัวผมค่อนข้างพิเศษเพราะมีแม่เป็นผู้ชาย มีพี่เป็นแมวสองตัว กับเพื่อนบ้านที่เป็นญาติกันแบบงงๆ มันค่อนข้างจะซับซ้อนสักหน่อย ด้วยความที่แม่ผมตั้งท้องไม่ได้ เลยให้แม่ลินเป็นคนตั้งท้องผม ด้วยเหตุนี้ผมเลยมีสายเลือดเดียวกับวิเด็กสาวข้างบ้าน

   ชื่อเสียงเรียงนามสมาชิกในบ้านก็มี แม่วัต ชื่อเต็มไม่บอกหวง พ่อกล ชื่อเต็มไม่บอก เพราะผมไม่ได้ใส่ใจจำ พี่นาย(ท่าน) กับพี่ขุน(พล)

   เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวันของผมจะอยู่กับแม่ตลอด ยกเว้นเวลาที่ผมเข้ามหา’ลัยกับเวลาเที่ยวตามประสาวัยรุ่นอย่างวันนี้…

   สามหนุ่มสามมุมในชุดนักศึกษาดึงเสื้อออกนอกกางเกงกำลังเดินทอดน่องอยู่ในห้างมีชื่อ ด้วยใบหน้าที่โดดเด่นทำให้ดึงสายตาได้ไม่ยาก ถ้าเป็นชายก็จะมองด้วยความอิจฉา อยากพุ่งเข้ามาฆ่าทิ้งเพื่อลดจำนวนคู่แข่งลง ถ้าเป็นหญิงก็จะยิ้มหวานให้ บางคนใจกล้าเดินมาทักทายถามชื่อขอเบอร์ ก่อนจะถูกลูกพี่ของกลุ่มอย่างนายตินไล่ไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

   “ฉันไม่สนคนที่ไม่เหมือนแม่ตัวเองหรอกนะ”

   เกิดเดธแอร์ชั่วขณะ สองเพื่อนกุมขมับนึกปลงกับความเป็นลูกแหง่ระยะสุดท้ายแม้จะอายุเกือบยี่สิบแล้วก็ตาม ส่วนพี่หญิง หากไม่อ้าปากค้างก็จะด่าตอกหน้ากลับว่า

   “ไอ้ลูกแหง่เอ๊ย กลับไปนอนกินนมแม่ไป๊! หน้าตาดีซะเปล่า สมองนิ่มชะมัด”

   ว่าตัวเองตินเฉยๆ แต่พาดพิงถึงแม่ น่องตินไม่ยอม!

   “แม่คือผู้มีพระคุณต้องให้ความเคารพรัก ผู้หญิงอย่างเธอเอาแต่วิ่งหาผู้ชายไปวันๆ ที่ฟันแล้วทิ้ง สุดท้ายพอท้องก็ซบซานกลับบ้านให้แม่เลี้ยงหลาน ส่วนตัวเองพล่านไปหาผู้ชายต่อ นั่นคือดีแล้วใช่ปะ” เอียงคอเลิกคิ้วถาม ฝ่ายผู้หญิงได้แต่อ้าปากพะงาบๆ จะกรี๊ดก็กรี๊ดไม่ออก ถ้าด่าก็เกรงว่าจะโดนตอกหน้ากลับหนักกว่าเดิม สุดท้ายสองเพื่อนเกลอจึงลากนายตินให้ห่างจากบริเวณนั้นโดยไว ปากขอโทษขอโพยหญิงสาวที่เข้ามาตอแยผิดคน

   ‘ธี’ ชายร่างสูงโปร่ง ผิวสองสีทางฝั่งซ้ายถอนหายใจเฮือกใหญ่หลังลากเพื่อนหลุดมาจากเป้าสายตาได้ ผู้ชายที่กล้าไปยืนด่าผู้หญิงแบบนั้นคงมีไม่เยอะนักหรอก แถมหน้าตาดีทั้งคู่ จะตกเป็นเป้าสายตาก็ไม่แปลก

   “นายนี่นะ ไม่ต้องปากหมาเหมือนคำสาปในเกมก็ได้ แล้วนั่นก็ผู้หญิง อย่างน้อยก็ควรพูดจาดีๆ สิ” ธีสุดแสนจะเอือมเพื่อน

   “ดีมาดีตอบ แย่มาก็สวนกลับ ฉันผิดตรงไหน” เจ้าหมาทำตาใส

   ‘เหยี่ยว’ เพื่อนสนิทอีกคนที่อยู่ฝั่งขวาหัวเราะ หึๆ

   “ถ้าแม่นายรู้ว่านายพูดกับผู้หญิงแบบนี้จะเป็นไงนะ” ได้ยินแบบนั้นนายตินหันขวับ จ้องเขม็งใส่เพื่อนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แม่ผู้แสนใจดีมีเมตตา(?) ทั้งกายและใจ หากรู้ว่าลูกชายสุดที่รักปากเสียใส่ผู้หญิงไร้ทางสู้ คงไม่ต้องเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แม่วัตเป็นบุคคลที่สรรหาวิธีลงโทษได้โหดเหี้ยมที่สุด ให้ตีดุด่าเสียยังจะดีกว่า

   “นกแล้วอย่าพาลเหยี่ยว อันที่จริงบ้านนายอาจจะโดนคำสาปนะ ชื่อนกก็นกกันทั้งบ้านไม่ใช่รึไง” ตินหรือจะยอมน้อยหน้าสวนกลับแบบไม่อ่อนข้อ กลับเป็นเหยี่ยวที่ขมวดคิ้วแยกเขี้ยวใส่แทน

   เหยี่ยวเป็นลูกของลุงอินทรี วีรกรรมของพวกผู้ใหญ่ผมรู้แทบทุกอย่าง เพราะพวกเขาชอบเอาเรื่องเก่าๆ มาเล่า อย่างล่าสุดผมรู้มาว่าลุงอินทรีเคยแห้วกับลุงวิน ส่วนอาทัตก็แห้วกับแม่ผม เจ้าเหยี่ยวเองก็ไม่น้อยหน้าอากับลุง ไปจีบสาวแต่สาวดันมาชอบผมเลยโดนเมินตามระเบียบ มันคงเคืองถึงได้พาลผมเมื่อครู่ ทั้งที่ผมก็ไม่สนใจผู้หญิงคนนั้นแท้ๆ

   ผมรู้จักเหยี่ยวในเกม ตอนอาทัตเข้าปาร์ตี้เดียวกับแม่วัตของผมแล้วพามาแนะนำ เพราะเห็นว่าอายุพอๆ กัน ส่วนธีเป็นเพื่อนที่เจอตอนเรียนมหา’ลัย พวกเราเล่นเกมด้วยกันมาตลอด มีวิอยู่ในกลุ่มด้วยเป็นปาร์ตี้สี่คน

   วันนี้มีโอกาสได้มาเดินเที่ยวเล่น ขาดก็แต่วิที่ติดลุงไวไว แค่ลุงไวไวบอกว่าว่างมารับก็สลัดพวกผมทิ้งกลับไปกับพ่อตัวเองเฉย โตๆ กันแล้วยังติดพ่ออยู่ ไม่ไหวเลยจริงๆ ยัยวิ

   “เฮ้ย ฉันด่านายอยู่นะ มัวเหม่ออะไร” เหยี่ยวถึงกับโวย หลังด่ามันกลับแต่มันเอาแต่เดินตรงลิ่วไม่สนใครหน้าไหนจนพวกเขาต้องเร่งฝีเท้าตาม

   ตินหันไปมองเพื่อนทำหน้าตายใส่ “อ้าวเหรอ โทษที พอดีอยู่โซนเกมเซ็นเตอร์แบบนี้เสียงมันดัง นายช่วยด่าใหม่ที”

   ธีกับเหยี่ยวบอกได้คำเดียว...

   ไอ้กวนประสาทเอ๊ย!!

   ดูเหมือนว่าเชื้อติดเกมจากพ่อและแม่จะถูกส่งต่อให้ตินอย่างครบถ้วน พอเข้าห้างมาก็ตรงดิ่งมายังโซนเกมเซ็นเตอร์พอดี ถามว่าปกติมีพวกเกมดีๆ อย่างที่ลุงวินสร้าง แต่พวกนั้นมันต้องนอนเพื่อเข้าไปในเกม ต่อให้สมจริงแค่ไหนก็ไม่สู้เจอกันตัวเป็นๆ แล้วทำกิจกรรมร่วมกันมากกว่า

   เกมเซ็นเตอร์แบบเหมาทั้งชั้นมีเครื่องเล่นมากมาย ตั้งแต่แบบย้อนยุคให้คนระลึกความหลังยันเครื่องเล่นใหม่ล่าสุดอย่างเจ้าเครื่องเต้น เป็นแท่นเหยียบเหมือนเวทีเล็กๆ แล้วสวมแว่นเต้นตามสัญลักษณ์ที่โผล่มาในอากาศ เหนือขึ้นไปจะเป็นจอฉายภาพจำลองของคนเล่นในรูปแบบที่เลือก รูปแบบพื้นฐานคือมนุษย์ชายหญิงสวมเสื้อผ้าธรรมดา ถ้าอยากได้ แว่นเล่นเกมคู่กับตู้เท่ๆ ชุดดีๆ ตัวละครแปลกๆ ก็ต้องจ่ายเงินจริงเพื่อซื้อของพวกนั้น ซึ่งดูเหมือนคนที่กำลังเล่นยังใช้ตัวละครพื้นฐานอยู่เลย

   ที่น่าสนใจคือ คนนี้เล่นเกมเก่งมาก เต้นพลิ้วไหวตามจังหวะไม่มีพลาด ได้แต่คะแนนเพอร์เฟคตลอด ขนาดระดับกู้ดยังไม่มี ธีที่เป็นแฟนตัวยงของเกมนี้ถึงกลับเป็นฝ่ายลากผมกับเหยี่ยวเข้าไปดูหน้าคู่แข่ง(?) ติดแต่มีคนมุงเยอะ ต้องอาศัยส่วนสูงกับความหล่อในการเบิกทาง จงใจเข้าตรงจุดที่มีกลุ่มผู้หญิง

   แค่เหยี่ยวกับธียิ้มให้แถมหน้านิ่งๆ ของติน พวกเธอก็แหวกทางให้อย่างง่ายดาย สามหนุ่มมายืนจังก้ามองคนเล่นฝีมือร้ายกาจ ธีกำหมัดไฟลุกเหมือนเวลาเจอคู่ต่อสู้สุดแกร่ง ส่วนผมกับเหยี่ยวตาโตอึ้งไปแล้ว

   หนุ่มหน้าละอ่อนสวมเสื้อยืดกางเกงยีนธรรมดา แต่เรือนผมสีทองอ่อนกับชายเสื้อที่พลิ้วไหวไปตามจังหวะการเต้นช่างดึงดูดสายตาสุดๆ ยิ่งใบหน้าหล่อดุจเทพบุตรเผยรอยยิ้มออกมายามได้คะแนนเพอร์เฟคแทบจะทำให้ทุกคนแถวนั้นตาพร่า ทั้งชายและหญิงหลายคนตั้งท่าอยากจะเข้าไปทำความรู้จัก ก่อนจะโดนจิตสังหารกดดันให้ล่าถอยจากชายหนุ่มอีกคนที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ข้างตู้เกม

   บางคนโชคดีหน่อยสังเกตเห็นแหวนแต่งงานบนมือที่กำลังสะบัดออกท่าไปในอากาศ จึงไม่เข้าไปรับจิตสังหารเหล่านั้น ยิ่งพอเห็นแหวนคู่บนนิ้วนางข้างซ้ายของหนุ่มหล่อแต่ท่าทางโหด ก็พากันกลืนน้ำลายเป็นแถว

   พอจบเพลง สรุปคะแนนออกมาได้สกอร์สูงสุด ธีถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีอีกคนยืนข้างตู้เกม พอเห็นปุ๊บก็มองเพื่อนข้างตัวปั๊บ

   “ติน พี่นายเหรอ”

   ผิวเข้ม เรือนผมสีน้ำเงินเข้ม ใบหน้าเรียบเฉยติดจะเย็นชาเหมือนเพื่อนตัวเองเปี๊ยบ

   ผมกลอกตา “นั่นพ่อฉัน”

   “ฮะ!? งั้นคนที่เล่นเกมอยู่คือเพื่อนพ่อนายสินะ” สมัยนี้เห็นคนหนุ่มกว่าอายุไม่ค่อยน่าแปลกใจเท่าไร ธีเลยยอบรับได้อย่างรวดเร็ว อีกอย่าง เหมือนกันซะขนาดนี้ หากไม่พี่ก็พ่อเท่านั้นแหละ

   ที่ไหนได้ พอเจอคำตอบที่สองเล่นเอาเหวอ

   “เปล่า แม่ฉันต่างหาก” ผมไม่สนท่าทางเอ๋อๆ ของธี เดินเข้าไปหาสองคนนั้นทันที มีเหยี่ยวที่ส่ายหัวอย่างระอาเพื่อนเดินตามหลังไปอีกคน ธีโดนทิ้งให้โดดเดี่ยวเลยรีบตามไปบ้าง

   ชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีเทายิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดีหลังเห็นคะแนนรวมของตัวเองบนจอใหญ่ กระทั่งผมเดินเข้าไป เจ้าตัวถึงสะดุ้งโหยงวิ่งไปหลบหลังพ่อ ไม่เนียนสักนิด

   “แม่มาทำอะไรที่นี่ครับ” สมัยนี้ไม่ถือว่าแปลกแล้วหากมีผู้ชายเป็นแม่ เพราะวิทยาการล้ำหน้าทางการแพทย์ ช่วยให้ผู้ชายสองคนมีลูกด้วยกันได้ผ่านวิธีทำเด็กหลอดแก้ว น่าเสียดายที่วิทยาการนี้มาช้าไป ไม่งั้นผมคงได้เป็นลูกพ่อแม่เต็มตัว

   “แม่แค่...เอ่อ...” อ้ำอึ้งหลบสายตาแบบนี้ ชัวร์เลย แอบตามมาแหงๆ ก่อนหน้านี้ผมส่งข้อความไปบอกว่าจะกลับช้าเพราะมาเที่ยวห้างกับเพื่อน แม่วัตคงอยากตามติดชีวิตลูก ดูว่าผที่มนุษย์สัมพันธ์ติดลบเหมือนพ่อจะเที่ยวกับเพื่อนอีท่าไหน แล้วเผลอตัวมาเล่นเกมเพลินแหง
   
   “รู้อยู่แล้วจะถามทำไม ฉันไม่คิดว่าตัวเองมีลูกชายโง่นะ” น้ำเสียงเรียบนิ่งอย่างกับคุยกับคนที่ไม่รู้จัก ไม่ใช่ลูกตัวเอง ซึ่งผมชินแล้ว พ่อจะเสียงอ่อนเสียงหวานเฉพาะกับแม่เท่านั้นแหละ

   “ผมไม่ได้คุยกับพ่อสักหน่อย อย่าแทรกสิครับ”

   สองพ่อลูกแผ่รังสีสังหารราวกับมีสายฟ้าแล่นเปรี้ยงระหว่างทั้งคู่ วัตจำเป็นต้องออกมายืนกลางวงเพื่อห้ามปราบลูกชายและสามี

   “พวกเราหลบจากตรงนี้ก่อนดีกว่า คนอื่นจะได้เข้ามาเล่นเกม ไว้ค่อยทะเลาะกันต่อนะ”

   มันใช่เรอะ!
   
   ประโยคที่ผุดขึ้นมาในใจของธีกับเหยี่ยว

   สุดท้ายทุกคนก็พากันยกโขยงไปร้านไอสครีม ผู้ชายตัวสูงใหญ่ห้าคนเดินเข้าไปนั่งอยู่ในร้านช่างเป็นภาพที่เด่นสะดุดตาเสียไม่มี สองเพื่อนนั่งตัวเกร็งจากบรรยากาศและออร่าที่แผ่ออกมาจากหมาป่ารุ่นพ่อ ถึงงั้นก็ไม่มีใครกล้าขัดสักคน เพราะวัตผู้ยิ้มแย้มโลกสดใสเพียงหนึ่งเดียวเป็นคนเลือกร้านนี้เพราะอยากกิน หมาป่าพ่อลูกพากันตามใจ พวกเขาจะกล้าขัดได้ไง

   หลังทุกคนสั่งไอสครีมเสร็จ แม่วัตเปิดบทสนทนาคนแรก

   “เพื่อนๆ ของตินสินะ เหยี่ยวอารู้จักแล้ว อีกคนล่ะชื่ออะไร” ธีมัวแต่อึ้งกับน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังแบบไม่มีเสียงเกมรบกวนเลยโดนเหยี่ยวศอกใส่เรียกสติ เพราะเจ้าขี้หวงสองคนหันมามองแล้ว ธีเพิ่งรู้ตัวถึงกับสะดุ้ง ยกมือเกาแก้มตอบเขินๆ

   “ผมชื่อธีครับ”

   “งั้นน้องธี เย็นนี้ว่างมั้ย พอดีบ้านอาจะจัดปาร์ตี้รับปีใหม่ เหยี่ยวก็มาด้วยนะ อาโทรบอกพ่อเราไว้แล้ว”

   ธีพยักหน้าทั้งที่ยังงงๆ จัดปีใหม่เอาตอนเดือนสองเนี่ยนะ!?

   ผมก็อยากตบบ่าเพื่อนแล้วอธิบายนะว่า นี่แหละ ‘พจนินท์สไตล์’ ขอแค่พอใจและไม่เดือดร้อนใคร บ้านผมก็พร้อมที่จะทำตามใจฉัน

   อย่างตอนนั้นผมแค่เรียนจบมัธยม งานรับใบประกาศเล็กๆ นอกจากแม่ลินกับลุงวินที่มาแสดงความยินดีกับวิ ก็มีพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ลุงวิน ลุงชินพร้อมใจกันมา โชคดีที่ผมได้ความหน้าหนาจากพ่อ ถึงจะอายก็ยังทนได้ยามคิดว่าเป็นเพราะพวกท่านรักผมมาก เลยดีใจกับก้าวเล็กๆ ของผม ไม่อยากจะนึกถึงตอนรับปริญญาว่ามันจะอลังการงานสร้างขนาดไหน

   ส่วนเหยี่ยวขานรับเพราะตั้งใจไว้แบบนั้นอยู่แล้ว มันไม่ได้ตั้งใจมาหาเพื่อนอย่างผมหรอก แค่อยากมากินอาหารฝีมือแม่วัตเท่านั้นเอง ตอนนั้นมันมาเที่ยวบ้านพร้อมอาทัตกับอาน้ำ แม่ดีใจมาก นานๆ ทีมีเพื่อนมาหา เล่นทำอาหารซะเยอะแยะเรียกพวกลุงไวไวมากินด้วย จนกลายเป็นปาร์ตี้เล็กๆ ที่มีอาทัตกับพ่อผมเขม้นใส่กันตลอดงาน ส่วนอาน้ำพูดหัวเราะถามสูตรการทำจากแม่ผม โชคดีที่งานนี้อาทัตติดธุระไม่งั้นบรรยากาศงานเลี้ยงปีใหม่ ณ เดือนสอง คงจะอึมครึมน่าดู

   “เยี่ยมเลย มีเพื่อนตินมาด้วยแบบนี้งานต้องสนุกมากขึ้นแน่ๆ กล เดี๋ยวก่อนกลับเราแวะซื้อของสดเพิ่มดีกว่า เด็กวัยกำลังโต ต้องกินเยอะๆ” แม่หันไปชวนพ่อที่ยิ้มละมุมตาหวานฉ่ำ จนไอสครีมที่เพิ่งมาเสิร์ฟแทบชิดซ้าย

   “ได้สิ จะซื้อเท่าไหร่ก็ตามใจ เดี๋ยวฉันช่วยถือเอง”

   มองพ่อแม่สวีทกันไม่อายฟ้าอายไอศกรีมที่กำลังละลายเยิ้ม ในฐานะลูกที่ดีก็ควรจะเปิดโอกาสให้พ่อแม่หวานกันเผื่อจะได้น้อง? โทษทีนะ พอดีผมเป็นลูกที่ดีกว่านั้น ยกเอาเก้าอี้ของตัวเองพร้อมถ้วยไอสครีมไปนั่งแทรกตรงกลาง พลางตักไอสครีมยื่นให้ถึงปาก

   “รสนี้มาใหม่อร่อยนะ แม่ลองชิมดูสิ”

   ลูกชายทำตัวน่ารัก ยิ้มเล็กๆ ชวนเอ็นดู วัตมีหรือจะปฏิเสธได้ ยอมกินไอศกรีมที่ลูกชายป้อน ปากก็ชมว่าลูกเข้าใจเลือก ดวงตาสีน้ำเงินเข้มของพ่อหมาป่าฉายความไม่พอใจเล็กๆ จนเกิดเป็นศึกแย่งชิงความรักประจำวัน โดยมีพยานน่าสงสารสองคน กับวัตที่สุดแสนจะเบิกบานมีความสุข

   TBC.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-02-2017 17:32:32 โดย Silver Fish »

ออฟไลน์ Kitsune1st

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เอ็นดูสองพ่อลูกที่แย่งกันเอาใจแม่วัต  :hao6:

ออฟไลน์ Silver Fish

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 335
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-0
    • Fanpage
Lv.พิเศษ พจนินท์สไตล์2

   หลังกินไอศครีมเสร็จ แม่ขอตัวไปซื้อของกับพ่อ บอกให้พวกผมเที่ยวเล่นกับเพื่อนต่อ ธีตาเป็นประกายชัดเจน ส่วนเหยี่ยวยักไหล่ทำนองว่ายังไงก็ได้ ซึ่งผมมีคำตอบในใจอยู่แล้ว

   “ผมไปด้วย”

   แม่ผู้แสนดีเลิกคิ้วมองลูกชายที่โตสูงพอๆ กัน ส่วนคนพ่อ สูงเกินหน้าเกินตาไปตั้งนานแล้ว

   “จะไปทำไมกัน เด็กๆ ก็ไปเล่นสิ พ่อกับแม่ซื้อของแป๊บเดียวก็กลับ ที่ตลาดไม่มีอะไรน่าสนุกหรอก น่าเบื่อจะตาย” แม่พูดพลางหัวเราะฮ่าๆ ผมหรี่ตา จำได้ว่าตั้งแต่เล็กยันโตผมชอบโดนแม่ลากไปตลาดด้วยประจำ ทีแบบนี้ไล่ผมไปเที่ยว บางทีผมก็ไม่เข้าใจแม่จริงๆ นะ

   “ผมจะไป พวกนายจะเที่ยวเล่นในห้างต่อก็ได้ ไว้เจอกันที่บ้าน” ตัดสินใจเรียบร้อยก็หันไปบอกเพื่อนพร้อมเดินไปเกาะแขนแม่เพื่อเป็นการยืนยันว่าผมจะไปด้วย เกิดเป็นภาพเด็กหนุ่มตัวโตสูงร้อยเจ็ดสิบกว่า สวมชุดนักศึกษาแต่เกาะแขนแม่ปานลูกลิงน้อย ทั้งยังทำหน้าตายเหมือนพิมพ์พ่อไม่มีผิด

   “ห้างมันก็ไม่มีอะไร ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยเดินตลาด ลองดูสักทีก็ดีเหมือนกัน อีกอย่างของที่ไปซื้อก็ส่วนของพวกเรา จะปล่อยให้อากลกับอาวัตไปถือฝ่ายเดียวได้ไง” เหยี่ยวไม่ได้พิศวาสห้างเป็นพิเศษ ออกจะชอบเห็นอะไรใหม่ๆ ด้วยซ้ำ

   ที่บ้านพ่อก็ไม่ค่อยอยู่ ไปทำงานทีเป็นเดือนๆ มีแม่คอยจัดการเรื่องอาหารทุกอย่างคนเดียว เจ้าตัวได้แต่ช่วยงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ เลยไม่เคยไปตลาดสักที แถมสมัยนี้ตลาดไม่ค่อยมีให้เห็น ส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็นสั่งออนไลน์ส่งตรงถึงบ้านแล้ว น้อยคนนักที่ชอบไปเดินเลือกซื้อเองเหมือนวัต

   สองเพื่อนยืนยัน ธีได้แต่ปลง “เหยี่ยวพูดถูก ผมไปช่วยด้วยดีกว่า” พูดทั้งที่ในใจอยากไปเล่นเกมเต้นใจจะขาด

   “โอเค ถือว่าเป็นรางวัลที่ช่วยถือของ ถ้าไปถึงที่นั้นอยากกินอะไรบอกอาได้ อากลเขาจ่ายไม่อั้น!” ตบบ่าคนรักตัวเองป้าบๆ คนโดนรบกวนกระเป๋าตังเพียงแค่ส่ายหัวขำๆ แล้วพูดด้วยเสียงเรียบตามนิสัยแต่ความหมายไม่ธรรมดา

   “ฉันไม่มีเงินหรอกนะ เงินเดือนทุกเดือนให้นายถือหมดไม่ใช่เหรอ”

   “นั่นสินะ คุณสามีดีเด่น น่ารักจริงๆ เลย คืนนี้อยากกินอะไร” มือขาวหยิกแก้มคนพูดอย่างหมั่นไส้

   พ่อหมาป่าโน้มตัวพูดใกล้หู “กินนายได้รึเปล่า” เสียงเจือหัวเราะ ตาพราวระยับ หากไม่ติดว่าอยู่ด้านนอกแถมมีเด็ก(?) กำลังยืนมองตาแป๋วคงจะชิงหอมแก้มมัดจำไปแล้ว ก่อนรัศมีความหวานจะถูกผ่ากลางด้วยลูกหมาป่า ด้วยการใช้มือแยกทั้งคู่ออกจากกันก่อนแทรกตรงกลางหน้าตาเฉย

   “แม่ผมอยากกินยำสามกรอบ”

   ความเอาแต่ใจเล็กๆ พอน่ารักไม่ต่างจากสัญญาณเริ่มยกสองระหว่างพ่อลูก เถียงกันแบบไม่มีใครยอมใคร

   “ฉันมาก่อน หลบไปเจ้าลูกชาย”

   “พูดเป็นเล่น ของแบบนี้ใครดีใครได้ ผมไม่ยอมยกแม่ให้หรอก”

   “เอาล่ะๆ เลิกทะเลาะกันนะ เรารีบไปซื้อของกันดีกว่า เดี๋ยวจะกลับไปเตรียมของไม่ทัน พวกพี่วินบอกว่าจะมาตอนหัวค่ำซะด้วย” วัตทำหน้าที่แยกคนทั้งคู่อีกตามเคย เกี่ยวแขนซ้ายขวาส่งสายตาเรียกเพื่อนลูกให้ยกขบวนกันออกจากห้างเสียที

   แน่นอนว่าสามหนุ่มนั่งรถโดยสารมา ดังนั้นจึงใช้รถกลเพียงคันเดียว ตรงหน้าพวกเขาคือรถครอบครัวสีขาว ภายในเป็นเบาะหนังสีครีมเจ็ดที่นั่ง ออกจะมากไปสักหน่อย สำหรับสองสามีภรรยามาตามสตอล์กลูกชาย

   “ทำไมพ่อขับคันนี้ออกมาล่ะ” ผมถามอย่างสงสัย ใช่ว่าที่บ้านมีรถเยอะนะ แต่ปกติพ่อจะชอบขับอีกคันมากกว่า

   “เอามาใส่ของ คาดเข็มขัดด้วย” อีกคันมันไม่เหมาะกับการใส่ของสินะ ผมพยักหน้ารับอย่างเข้าใจคาดเข็มขัดด้วยความเคยชินแบบที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนนี้ผมนั่งข้างหน้ากับพ่อ ไม่ได้นึกพิศวาสอะไรขึ้นมาหรอก แต่แม่ชิงไปนั่งกับเจ้าสองหน่อซะก่อน ผมเลยต้องนั่งข้างคนขับไปโดยปริยาย

   คิดว่าแม่ผมอยากให้เราสองพ่อลูกสานสัมพันธ์อันดีกันเหรอ? เปล่าเลย แม่แค่อยากเห็นภาพพ่อลูกนั่งหน้านิ่งแบบโขกพิมพ์อยู่ด้านหน้ามากกว่า เห็นว่าตลกดี ไม่รู้ตลกตรงไหน

   “อุ๊บ เหมือนกันจริงๆ ด้วยครับ” เสียงธี ถ้าพยายามกลั้นเสียงหัวเราะขนาดนั้น ปล่อยออกมาเลยเหอะ ผมจะได้มีเหตุผลถีบมันลงจากรถซะ เหยี่ยวก็อีกคน ต่อให้มันไม่พูดแต่ผมได้ยินเสียงมันหัวเราะในคอ

   “ใช่มะๆ ไม่พอใจก็ขมวดคิ้ว พอใจก็ทำหน้าตายเชิดหน้าราวกับว่าตัวเองเป็นเจ้าโลก ดูซินั่น ถลึงตาใส่ผ่านกระจกหลังเหมือนกันเปี๊ยบ”

   โอเค...ผมว่าผมหลับดีกว่า อย่างน้อยๆ จะได้ไม่ต้องทำตัวเหมือนพ่อไปมากกว่านี้

   บอกว่าหลับแต่ก็ไม่ได้นอนจริงๆ เพราะพวกด้านหลังคุยกันเสียงดังโดยมีแกนนำเป็นแม่ผม ไม่วายยังชอบลากผมเข้าบทสนทนาเรื่อยๆ ผมแทบอยากจะปีนไปนั่งร่วมวงข้างหลังให้รู้แล้วรู้รอด สุดท้ายก็ไม่ได้ทำจนกระทั่งถึงที่หมาย

   ว่าตามจริง หากเทียบกับความทรงจำในวัยเด็ก ที่ตรงหน้ามันก็ไม่เชิงตลาดสักเท่าไร ในสมัยก่อนพื้นตลาดชื้นแฉะจากพวกของสด มีกลิ่นหลากหลายปะปนกันมั่วไปหมด เสียงผู้คนพูดคุยเอ็ดตะโรซื้อของต่อราคา บางทีก็เป็นพวกแม่ค้าพ่อค้าพูดแซวกันข้ามร้าน หยอกเล่นกับลูกค้าบ้าง ที่สำคัญ มันไม่มีแอร์

   มาตอนนี้ถูกปรับปรุงอย่างดีเพื่อความสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย ที่ตั้งตลาดถูกทุบทำใหม่เป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายกเพดานสูง เปิดแอร์เย็นฉ่ำ สินค้าทุกอย่างไม่ได้วาง แขวน ห้อยตามใจฉัน ถ้าไม่อยู่ในตู้กระจกให้ก้มมองก็อยู่บนตู้วางให้เลือกหยิบ ทุกอย่างแพ็คใส่ถุงอย่างดี รูปทรงสวยงามได้คุณภาพ คนพูดคุยกันบ้างแต่ก็ไม่ดังมากนัก

   พื้นสะอาดเรียบร้อย เพราะมีคนคอยทำความสะอาดอยู่เสมอ ดูๆ ไปไม่ต่างจากโซนของสดในซุปเปอร์ แค่เป็นแหล่งรวมของหลากหลายอย่างมากกว่าในซุปเปอร์เท่านั้นเอง

   จะว่าดีมันก็ดี แต่ผมว่ามันขาดความเป็นเอกลักษณ์ของตลาดไป ผมเคยเล่าความรู้สึกให้แม่ฟัง แม่ลูบหัวผมแล้วบอกว่า

   ‘ทุกสิ่งทุกอย่างมันมีช่วงเวลาของมัน เมื่อเวลาผ่านไป อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลง เราไม่ควรยึดติดแต่ก็ไม่ควรลืมเลือน เก็บเป็นความทรงจำดีๆ เอาไว้เล่าให้ลูกหลานฟังดีกว่า ว่าในอดีตเคยมีเรื่องราวแบบนี้ด้วย’

   จำได้ว่าตอนนั้นผมเพิ่งจะอายุสิบขวบเองมั้ง แต่คำพูดของแม่ก็จะระลึกในใจเสมอ แม่สอนผมหลายอย่างมาก ไม่ได้สอนแบบยัดเยียดให้คิดตาม แต่สอนเหมือนเล่านิทานทำให้เพลิดเพลิน ต่างจากพ่อ ทางนั้นชอบตั้งคำถาม ให้ผมหาคำตอบ ไม่ว่าจะตอบถูกหรือผิด พ่อก็จะนั่งอธิบายอย่างใจเย็นเสมอ

   เพราะผมมีครอบครัวที่ดีขนาดนี้ ผมเลยไม่คิดน้อยใจหรือโมโหพ่อแม่สักครั้งเวลาถูกเพื่อนหรือผู้ใหญ่ถาม มองด้วยสายตาแปลกๆ เพียงแค่ผมมีแม่เป็นผู้ชาย

   ครั้งแรกผมต่อยพวกนั้นจนปากแตก ส่วนพวกผู้ใหญ่ก็พูดกลับไปนิ่งๆ ว่า

   ‘มีแม่เป็นผู้ชายแล้วยังไง ที่สำคัญ แม่ผมหล่อใจดีทำอาหารเก่งกว่าพวกคุณอีก มัวแต่เอาเรื่องคนอื่นมาคิดให้หนักหัวแบบนี้ เอาเวลาไปคิดเรื่องของตัวเองให้รอดดีกว่ามั้ย ว่าจะสอนลูกยังไงให้ไม่สมองทึบ’

   และแล้ว...ผมในวัยเจ็ดขวบก็โดนครูเรียกพบผู้ปกครอง พ่อผมทำงานไม่ว่างแม่ผมเลยมาเอง แม่นั่งฟังคำพูดของครูอย่างสงบ เอ่ยปากขอโทษก่อนจะยิ้มหล่อจนครูสาวหน้าแดงแล้วหันมาสอนผมว่าไม่ควรทำร้ายคนอื่น ก่อนแม่จะพาผมกลับบ้าน ทำขนมของโปรดให้ผมกิน แล้วบอกว่าผมเป็นเด็กดีมีหัวคิด วันหลังอย่าใช้กำลัง ต้องวางแผนให้พวกนั้นโดนครูลงโทษเอง ส่วนพวกผู้ใหญ่นิสัยไม่ดี พูดแบบที่ผมทำน่ะถูกแล้ว หากครูถามก็ให้ทำหน้าไร้เดียงสาเข้าไว้ นั่นคือสิทธิพิเศษของเด็ก

   มาคิดๆ ดูแล้ว ความจริงที่ผมมีนิสัยอย่างทุกวันนี้อาจจะเป็นเพราะแม่ผมก็ได้นะ อย่างที่ลุงไวไวชอบบ่นบ่อยๆ ว่าทายาทอสูร

   “เหม่ออะไรตินน้อย คนอื่นเขาไปกันหมดแล้วนะ” แม่ผมจับบ่าดึงออกจากภวังค์ ผมหันไปหาแม่ มองใบหน้าที่คุ้นเคยตั้งแต่จำความได้แล้วกอดอ้อนไม่สนพ่อที่ยืนถลึงตาใส่อยู่ใกล้กัน

   “ผมแค่คิดถึงตลาดตอนเด็กที่แม่เคยพาผมไป”

   แม่ผมแพ้ลูกอ้อนอยู่แล้ว เรื่องนี้ผมศึกษามาจากพ่อเชียวนะ เวลาที่พ่อทำให้แม่โกรธ พ่อจะออดอ้อนเหมือนผมนี่แหละ ทำร้อยครั้งได้ผลร้อยครั้ง ผมพิสูจน์มากับตัว

   มือที่หยาบกร้านจากการทำงานบ้าน แต่อบอุ่นสำหรับผมที่สุด จัดการดึงแก้มยืดด้วยความมันเขี้ยว แล้วหอมดังฟอดเรียกว่าไม่สนใจสายตาประชาชี อะไร แค่แม่ลูกแสดงความรักกันน่าอายตรงไหน หากมัวแต่อาย มานึกเสียใจที่หลังก็สายไปแล้ว แม่บอกว่าชีวิตคนเรามันสั้น ดังนั้นเราควรทำให้ตัวเองมีความสุขทุกวันถึงจะนับว่าคุ้มค่าที่เกิดมา

   แต่ดูเหมือนมีใครบางคนไม่เห็นด้วย ฝ่ามือใหญ่ยันหัวผมออกห่าง ก่อนจะถือวิสาสะโอบเอวแม่วัตไปชิดกับตัวเองหน้าตาเฉย

   “เลิกเล่นได้แล้ว อยากได้อะไรก็ไปหยิบ ถ้าไม่อยากก็ตามมาช่วยถือของเงียบๆ”

   “แหม่ ทำเป็นเข้ม” แม่แซวพ่อที่แสร้งทำขรึม บางทีผมก็ไม่มั่นใจ ตกลงพ่อผมอายุน้อยกว่าแม่จริงหรือ

   “ไปๆ เรารีบไปซื้อของ เสียเวลากันเยอะแล้ว” ว่าพลางลากแขนพ่อลูกตรงดิ่งไปยังร้านอาหารทะเล จัดการซื้อกุ้ง ปลาหมึก สารพัดสายพันธุ์หอยมาซะอย่างละหลายโล

   พอแม่วัตเข้าสู่โหมดแม่บ้านเต็มตัว สองพ่อลูกด้านหลังเองก็กลายเป็นพนังงานแบกขนไปโดยปริยาย ผมเลยใช้สายตากดดันธีกับเหยี่ยวที่มัวแต่เดินดูของสบายใจให้มาช่วยถือ กลายเป็นขบวนลูกเป็ดตามแม่ขาช้อป ต่อราคาร้านค้าด้วยรอยยิ้มจนแม่ค้าระทวยไปหลายราย ลามยันพ่อค้าบางคนที่โดนผมกับพ่อจ้องเขม็งใส่กลืนคำหวานแทบไม่ทัน

   ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ได้ของที่ต้องการครบ ผมว่าพ่อคิดถูกแล้วล่ะที่เอารถคันนี้มา แค่เฉพาะของสดก็ใส่ข้างหลังจนเต็ม ไม่ต้องพูดถึงเหล้า เบียร์ โซดา น้ำแข็งยกถังที่แม่สั่งให้คนเอามาส่งที่รถ ถึงงั้นก็ยังมีที่นั่งสบายๆ เพียงแค่แม่ย้ายไปนั่งหน้าส่วนผมโดนพ่อไล่ไปนั่งกับเพื่อนแทน

   เมื่อถึงบ้านช่วยกันขนของลง พ่อเข้าไปช่วยแม่ในครัวส่วนพวกผมเตรียมสถานที่อยู่ด้านนอก ธีดูจะตื่นตาตื่นใจมาก เพราะบ้านสมัยนี้น้อยนักที่จะปลูกต้นไม้เยอะอย่างบ้านผม แถมยังมีบางส่วนทำจากไม้ อย่างระเบียงทางเดินข้างบ้านกับศาลาไม้ใต้ต้นปีบ ซึ่งเป็นบ้านเดิมที่แม่ผมเกิดและเติบโตมา มันก็เก่าไปตามสภาพ เพียงแค่พ่อสั่งให้คนมาปรับปรุงซ่อมแซมอยู่เรื่อยๆ ถึงดูใหม่และแข็งแรงจนทุกวันนี้ แต่ก็มีหลายส่วนที่เปลี่ยนไปจากตอนผมเด็กๆ

   “บ้านนายสุดยอดเป็นบ้าเลย พอเข้าใจแล้วทำไมนายถึงชอบอยู่บ้านไม่ค่อยออกไปไหน” ธีว่าพลางกางแขนสูดกลิ่นหอมของต้นปีบเข้าไปเต็มปอด อากาศเย็นกำลังดีเมื่ออยู่ใต้ร่มไม้

   “บ้านก็ส่วนหนึ่ง ตินมันติดแม่มากกว่า” เหยี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อๆ ผมไม่เถียงเพราะมันคือเรื่องจริง

   “เพื่อนร้ากกกกกก!!”

   เราเริ่มปูเสือจัดที่ทางไม่เท่าไร ก็มีเสียงใสดังมาจากข้างบ้าน พร้อมหญิงสาวผูกผมทรงทวินเทลโผเข้ามาหมายจะชนพวกเราให้ปลิว แต่เสียใจด้วย ผมกับเหยี่ยวความรู้สึกไว เอียงตัวหลบตั้งแต่ได้ยินเสียงเหลือแค่ธีสมองทึ่มโดนการโจมตีของวิเข้าไปเต็มๆ จนหงายหลังไปกองบนเสื่อที่เพิ่งปูเสร็จ

   ส่วนผมคว้าคอเสื้อวิก่อนจะร่วงลงไปทับเจ้าธี ไม่งั้นถ้าลุงไวไวมาเห็น ไอ้ธีต้องโดนแหกอกแน่

   “ยัยกระต่ายเถื่อน ทำตัวให้สมกับเป็นผู้หญิงหน่อยไม่ได้รึไง!” คนโดนทำร้ายผุดลุกขึ้นโวยวาย ไม่รู้หน้าแดงเพราะโกรธหรืออะไรกันแน่ ธีมันเคยแอบชอบวิ ถึงขนาดขอให้ผมช่วยเป็นพ่อสื่อด้วยซ้ำ ก่อนจะเจอนิสัยสุดโต่งของวิในเกม เจ้าธีก็เซกู้ดบายมันเดี๋ยวนั้น

   พอธีมันขยาดพยายามหนี วิกลับสนใจพุ่งเข้าใส่แทน เห็นว่าแกล้งแล้วตลกดี นิสัยคล้ายลุงไวไว ในเกมวิเล่นเป็นผู้ชายไล่รังแกธีจนบางทีผมก็สะใจ(?) แปะมือกับเหยี่ยวรวมหัวกันจับธีใส่พานถวายให้วิ

   “ไม่เอาไม่เขินสิที่รัก แมวน้อยอย่างนายให้กระต่ายคนนี้เอ็นดูดีกว่า” วิสูงแค่อกธี แต่ดันเชยคางคนสูงกว่าพลางทำสายตากรุ่มกริ่ม ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ ธีมันหน้าแดงเถือกเม้มปากอย่างกับสาวน้อยวัยแรกแย้ม ผมกับเหยี่ยวทำหน้าพะอืดพะอมหันหนีไปคนละทาง

   “แมวบ้านเธอสิ! ฉันเป็นเสือโว้ยยยย” ธีเพิ่งได้สติโวยวายปัดมือเล็กออกจากคาง หันมาหมายจะให้เพื่อนช่วยเจ้าสองเพื่อนตัวดีดันหันก้นใส่ทำทีหยิบจับนู่นนี่เหมือนยุ่งนักหนา แสดงเจตนาชัดเจนเลยว่าไม่รู้ไม่เห็น ไม่ช่วย ไม่รอดแน่เพื่อนเอ๋ย
   
   ขณะที่วิหัวเราะเสียงดังไม่มีมาดของสาวน่ารัก ธีกำลังน้ำตาตกใจสาปแช่งเพื่อนในใจอย่างดุเดือด มือปัดป้องหนีกระต่ายนิสัยเสียก็มีเสียงสวรรค์ช่วยหรือนรกสาปไม่ทราบ

   “วิ! ทำอะไร เราเป็นผู้หญิงนะสำรวมหน่อยสิ!!”

   เสียงดุดังมาจากข้างบ้านพร้อมหนุ่มไทยร่างสูงกับสาวลูกครึ่งผมทองงดงาม ยกมือปิดปากหัวเราะอย่างกุลสตรีดูชอบอกชอบใจ

   “บอกแบบนี้ตั้งแต่วิสามขวบยังไม่เบื่ออีกเหรอ ปลงซะเถอะที่รัก ลูกสาวเราเติบโตอย่างแข็งแกร่งแบบคุณก็ดีแล้วนี้” น้ำเสียงหวานใสเอาใจ มือลูบแขนคนข้างกายที่จ้องเขม็งใส่ผู้ที่บังอาจใกล้ชิดลูกสาวสุดหวง ทั้งที่ความจริงเป็นลูกสาววิ่งเข้าหาเขาแท้ๆ ความรักทำให้คนตาบอด ความหวงลูกก็ทำให้คนตาบอดเช่นกัน

   “จับส่งไปอยู่บ้านตายายสักเดือนดีมั้ยยัยวิ” คุณพ่อกระต่ายแยกเขี้ยว คุณลูกสาวคอหดหน้าซีดรีบผละออกจากธีเข้าไปกระโดดเกาะกอดแขนช้อนสายตาอ้อนคุณป๋าอย่างไว

   “ไม่เอานะคะ หนูอยากอยู่กับพ่อมากกว่า ถ้าแยกจากคุณพ่อ หนูต้องนอนไม่หลับ กินอาหารไม่อร่อย เงียบเหงาเศร้าซึม ทิ้งไว้นานๆ อาจกลายเป็นโรคซึมเศร้า...” มารยาก็มา ไม่แปลกที่วิจะแสดงอาการตื่นตระหนกขนาดนี้ ผมเคยเจอตายายของวิไม่กี่ครั้งก็จริง แต่พวกท่านเป็นต้นฉบับไทยแท้ ความเข้มงวดแผ่ออกมาชัดเจน วิที่อยู่ไม่สุข ซุกซนมีแม่ให้ท้าย หากไปอยู่แบบนั้นจริงคาดว่าอึดอัดจนกัดลิ้นตายชัวร์

   “พอๆ ไม่ไปก็ไม่ไป อย่าให้พ่อเห็นว่าทำตัวแก่นแก้วอีก” ชี้หน้าขู่เสร็จก็พยักหน้ารับไหว้จากพวกผม ก่อนเดินตัวปลิวเข้าไปช่วยเพื่อนในครัว คุณแม่ยังสาวที่มีสกิลทำอาหารติดลบเลยอยู่ช่วยเด็กๆ ด้านนอกแทน

   พระอาทิตย์เริ่มตกดิน เตาถูกจุดด้วยฝีมือพ่อ อาหารทะเลถูกวางขึ้นเตาส่งกลิ่นหอม พร้อมกับแกล้มมากมายจากสองเชฟ เรานั่งตั้งวงกันบนเสื่อกลางสวนที่จุดยากันยุงสูตรใหม่ไร้กลิ่น ไร้มลพิษ ป้องกันยุงได้ชะงัก

   ระหว่างที่กำลังดื่มกิน ผมได้ยินเสียงรถมาจอดหน้าบ้าน หันกลับมามองเห็นทุกคนกำลังสนุก ผมเลยลุกไปดูเอง เดินอ้อมจากสวนมาหน้าบ้าน เปิดประตูให้รถคุ้นตาเข้ามาจอด

   ทันทีที่รถจอดสนิท คนด้านในรถลงมายืนเต็มความสูง ความเจิดจรัดก็ทิ่มแทงจนผมต้องหรี่ตา

   “สวัสดีครับลุงวิน ลุงชิน” ผมยกมือไหว้ ลุงวินขยี้หัว ลุงชินพยักหน้ารับยิ้มๆ

   “เป็นไงไอ้ลูกหมา ไม่เจอกันนาน หน้ากวนประสาทเหมือนพ่อเอ็งไม่เปลี่ยนเลย” ลุงวินล็อคคอขยี้หัวจนผมยุ่ง

   ”หน้าเหมือนพ่อผมก็ดีแล้ว ผมจะได้ใช้ใบหน้านี้ล่อลวงแม่ได้” ลุงหลานสนิทกันดี ผมพูดขำๆ รู้สึกดีใจเล็กๆ เพราะไม่ได้เจอพวกลุงมาหลายเดือนแล้ว

   “ปากเหมือนพ่อมันไม่มีผิด น้อยชายฉันไม่ยกให้ง่ายๆ หรอกเว้ย” ลุงวินแยกเขี้ยว ผมกลอกตา ก็พูดแบบนี้ตลอด ถ้าไม่ยกให้จริงจะมีผมมาเป็นพยานรักได้ไง

   ผมมองลุงวินที่ดูภายนอกเหมือนสามสิบต้นๆ ทั้งที่ความจริงเลขสี่นำหน้า สวมเชิ้ตสีขาวกางเกงยาวสีพื้นบ่งบอกว่าเพิ่งตรงดิ่งจากบริษัท เรือนผมสีทองอ่อนยาวจนมัดรวบเป็นหางม้าไว้ด้านหลัง ลุงวินคนนี้ยังคงคอนเซปทูตสวรรค์ตลอดกาล ยิ่งตอนนี้ยิ่งเหมือน ถ่ายภาพโปรโหมดเกมแต่ละที เหล่าแฟนๆ แทบจะคลั่งตาย

   โชคดีที่น้อยคนนักจะรู้ว่าผมเป็นหลานของบุคคลในตำนานคนนี้ ไม่งั้นชีวิตคงวุ่นวายกว่านี้โข

   “วินเข้าไปหาวัตก่อนเลยก็ได้ ตินตินมาช่วยลุงยกของด้านหลังหน่อย” คนนี้ก็เหมือนกัน แทนตัวเองว่าลุง ผมเรียกพี่ยังไม่กระดากปากเลย ใบหน้าคมคายหางตาชี้ สวมเชิ้ตดำกางเกงสีเดียวกันสภาพไม่ต่างจากลุงวินแต่เนี๊ยบกว่า อกผายไหล่ผึ่งดูมีภูมิฐาน สาวน้อยใหญ่ใจระทวยมานักต่อนัก แต่เสียใจด้วย ไม่ว่าเมื่อไรในสายตาลุงชินมีแค่ลุงวินคนเดียว

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-02-2017 19:39:01 โดย Silver Fish »

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ TuiLoveKhaKing

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 141
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
คิดถึงวินกับชินนนนน :hao5: :hao5:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Kitsune1st

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ควรชื่อตอน ตินตินน้อยแอนด์เดอะแก๊งรุ่นพ่อ 5555

ออฟไลน์ neverland

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
เหมือนเห็น กล+วัต จูเนียร์ 5555555555555

ออฟไลน์ benten_nn

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 6
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
จะเหมือนแม่ไปไหนนะวิ  เหมือนประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย  :laugh: :laugh:

ออฟไลน์ Monkey D lufy

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1349
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +245/-4
เหมือนกันเป๊ะจริงๆพ่อลูก555

ออฟไลน์ nalovey

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 25
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
กลับมาอ่านอีกรอบ ชอบแนวนี้มากเลย  :z2: ไม่ค่อยมีให้อ่าน อิอิ  :hao3: :hao3:

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7579
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-8
งื้ออออ พิมเดียวกันเดะ 55555

ออฟไลน์ Aumy8059yaoi

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
ชอบบบบบบบบบบบบบบ
อยากอ่านอีกจังเลยค่าาาาาา
 :z3: :z3:
เป็นเรื่องที่เรารักมากกกกกกเลยนึงเลยทีเดียวค่ะ
ขอบคุณนะค่ะ :pig4:
 :กอด1: :กอด1: :กอด1:

ออฟไลน์ สาว801

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 133
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-2

ออฟไลน์ Silver Fish

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 335
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-0
    • Fanpage
Lv.พิเศษ พจนินท์สไตล์3

   ผมช่วยลุงวินขนเสบียงมาสมทบเพิ่ม อันได้แก่ เบียร์ เหล้า โซดาและอื่นๆ นานัปการ บ้านผมไม่มีคนคออ่อน ดังนั้นปริมาณมันเลยมากระดับที่ต้องเรียกเหยี่ยวออกมาช่วยขนไปสวนหลังบ้าน อันเป็นสถานที่จัดปาร์ตี้ขนาดย่อม พอแบกลังน้ำอัดลมมาวางปิดท้ายเสร็จ เงยหน้าขึ้นมองเห็นธีนั่งอ้าปากค้างดวงตาเบิกกว้างตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ พอผมมองตามสายตามันไป ถึงเห็นลุงวินที่กำลังกอดคอคุยกับแม่วัตอยู่ โดยมีพ่อผมเป็นเงามืดอยู่ด้านหลัง ออกแนวหวงแต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะนั่นพี่ภรรยาควบตำแหน่งหัวหน้าแผนก

   ก่อนหน้านี้ผมเคยบอกว่า ผมยังโชคดีที่ไม่มีคนรู้ว่าผมเป็นหลานลุงวินเทพเจ้าของเหล่าสาวกเกม Charm Online แต่ตอนนี้คงต้องเปลี่ยนคำแล้ว ในเมื่อเจ้าธีดันรู้ความลับที่ไม่ลับนี้เข้า ที่สำคัญ เจ้าธีมีนิสัยน่ากระทืบอยู่อย่าง จนเหยี่ยวตั้งฉายาให้ว่า

   ‘ธีรู้ โลกรู้’

   “เฮ้ย!! เฮ้ยยยยยยย! นี่ๆๆๆ อ๊ากกกก ไอ้ติน บอกทีว่าฉันไม่ได้ฝันไป โอ้ ท่านเทพ นั่นท่านเทพตัวเป็นๆ ใช่มั้ย ทีแรกก็คิดว่าว่าหน้าแม่นายคล้ายกับท่านเทพ แต่ไม่คิดเลยว่าจะเป็นพี่น้องกันจริงๆ ที่สำคัญ ไอ้เพื่อนเลว ทำไมไม่บอกกันบ้างว่าเป็นหลานของท่านอาชวิน” ธีที่เพิ่งวิญญาณกลับเข้าร่างถึงกับฉายความคลุ้มคลั่ง พุ่งเข้ามาเขย่าคอเสื้อรัวๆ จนผมหัวสั่นหัวคลอน เกิดความรำคาญจนต้องยกเท้ายันมันหงายท้องบนพื้นหญ้า ถ้าไม่ติดว่าแม่หันมา ผมจะกระทืบมันซ้ำ

   “เป็นแล้วยังไง ไม่เป็นแล้วยังไง สุดท้ายลุงวินก็ส่วนลุงวิน ฉันก็เป็นฉัน ดังนั้นอย่าแหกปากโวยวายน่ารำคาญ ไม่งั้นจะโยนออกจากบ้าน” ผมก้มลงไปขู่เสียงขรึม แถมเสริมอีกนิด “ฉันขอเตือนในฐานะเพื่อน ลุงวินรักความเป็นส่วนตัวที่สุด อย่ามาแสดงอาการติ่งแถวนี้ ถ้าโดนรังเกียจขึ้นมา ฉันช่วยอะไรไม่ได้นะ” ผายมือพลางลุกขึ้นเต็มความสูง ปล่อยให้เจ้าเพื่อนนอนอ้าปากพะงาบๆ ไป

   ตะกี้หางตาเห็นวิแวบๆ ปล่อยให้ยัยนั้นจัดการเจ้าธีแล้วกัน ผมขอไปร่วมวงกับครอบครัวดีกว่า

   “ตินมาเร็ว พวกแม่กำลังจะร้องคาราโอเกะกันพอดี” พอแม่เห็นผมปุ๊บก็กวักมือเรียก ส่วนผมจากที่เคยรักแม่มาก ตอนนี้ไม่อยากเข้าใกล้แม่เลยแม้แต่น้อย รวมถึงพ่อด้วย ผมเลยส่ายหัวแทนคำตอบแล้วถอยหลังไปนั่งกับเหยี่ยว ปล่อยให้พวกใหญ่ร้องเพลงกันไป

   ส่วนสาเหตุที่ผมไม่ชอบการร้องเพลงขนาดนี้ โทษพ่อคนเดียวเลย ผมที่ถอดพิมพ์พ่อจนแทบจะ Copy แล้ว Paste ดันได้ความห่วยแตกของการร้องเพลงมาด้วย ทั้งที่แม่ผมมีเสียงระดับเทพ แน่นอนว่าแม่รู้จักผมดีถึงเอ่ยชวน และรู้ด้วยว่าผมจะปฏิเสธ เลยหันไปหัวเราะขำเบนเป้าหมายไปหาพ่อแทน ดีไม่ดีงานนี้อาจจะได้เห็นพ่อยืนใบ้ถือไมค์ก็เป็นได้

   “บ้านนายนี่คึกคักดีจริงๆ” เหยี่ยวส่งแก้วเหล้าให้ ผมรับมาจิบพลางกินซีฟู้ดไปด้วย

   “นานๆ ทีมากกว่า พ่อไม่ค่อยอยู่บ้าน พวกลุงยิ่งแล้วใหญ่ ครอบครัววิเองก็มีงานมีการต้องทำ ปล่อยแม่เหงาอยู่คนเดียว ฉันเลยต้องอยู่เป็นเพื่อนแม่” ผมตอบตามประสาลูกชายที่แสนดี ส่วนเหยี่ยวถอนหายใจอย่างเอือมระอา ตอนนี้คนครองไมค์เป็นแม่ลิน ปล่อยให้ลุงไวไวย่างอาหารทะเลอยู่คนเดียว โดยมีวิลากธีคอยป่วนอยู่ข้างๆ

   “ยอมใจกับความหลงแม่ของนายจริงๆ ฉันรักแม่นะ แต่ไม่คลั่งเท่าหมาแถวนี้” บ้านเหยี่ยวพ่อก็ไม่ค่อยอยู่บ้านเหมือนกัน แต่ยังดีที่มีพวกตายายอยู่ด้วย บ้านเลยไม่เงียบเหงานัก

   ใครหลายคนก็บอกว่าผมติดแม่มากเกินไป โตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ควรจะห่างๆ มีชีวิตของตัวเองบ้าง แต่ผมไม่สน หนึ่งชีวิตผมมีแม่ได้คนเดียว รวมถึงพ่อกับคนอื่นๆ ในครอบครัวด้วย ดังนั้นผมขอเอาใจใส่ตักตวงความรักเท่าที่จะทำได้ ดีกว่าต้องไปสนใจพวกที่มันไม่มีประโยชน์อะไรในชีวิต

   “เลิกทำหน้าตาหน้ากลัวได้แล้ว นู่น เขากำลังจะทำอะไรกัน” เหยี่ยวชี้นิ้วไปทางคอนเสิร์ตขนาดย่อมในสวน ที่มีทีวีจอใหญ่กับเครื่องเสียงต่อไมค์ ส่วนเพลงก็หาเอาในเน็ตมีทุกแนวครอบจักรวาล ประเด็นคือไมค์สองตัวนั้นอยู่ในมือคนที่ไม่ควรถืออย่างลุงชินกับพ่อ ผู้มีสกิลร้องเพลงห่วยแตกทั้งสองคน

   แน่นอนว่าให้ตายยังไงทั้งคู่ก็ไม่ยอมร้อง เอาแต่ถือไมค์นิ่งๆ เป็นรูปปั้นจิ้งจอกกับรูปปั้นหมาป่า แถมยังแข่งกันแผ่ออร่าทะมึนออกมาอีก สุดท้ายแม่กับลุงวินจำต้องยอมแพ้เลิกแกล้งแล้วคว้าไมค์ไว้แทน ผมรีบหันไปเตือนเหยี่ยวด้วยความหวังดี

   “วางแก้วเหล้า อย่าเพิ่งกิน ไปเตือนไอ้ธีด้วย” แม้เหยี่ยวจะเคยมาเที่ยวบ้านผมบ่อย แต่ยังไม่เจอทีเด็ดประจำบ้านของจริง ขนาดแม่ลินกับลุงไวไวยังหยุดมือแล้วเลย กระทั่งวิเปลี่ยนไปเกาะรอชมแบบติดขอบสนาม ส่วนลุงชินกับพ่อพร้อมใจกันคว้ากล้องเตรียมอัดวิดีโอ

   “ทำไม มีตั้งเยอะ งกกับเพื่อนฝูงเหรอ” เหยี่ยวมันยังไม่ยอมเข้าใจ อุตส่าห์เตือนแล้วยังทำหน้าตายียวนกวนส้นใส่ ผมกลอกตาพูดเสียงเรียบ

   “ตามใจ ถือว่าเตือนแล้ว” พูดพลางขยับหนี

   “งานปาร์ตี้ขาดเสียงเพลงไม่ได้ ดังนั้นผมจะขอขึ้นมาร้องเพลงกับพี่วินเพื่อสร้างบรรยากาศคึกคักให้ทุกคน” แม่เริ่มบทพิธีกรระหว่างที่ลุงวินเลือกเพลง

   “ขอเชิญรับชมได้เลยครับ” ว่าจบลุงวินก็ลุกขึ้นมายืนข้างแม่ กลายเป็นภาพสองพี่น้องยืนแจกจ่ายรอยยิ้มจนทั้งงานสว่างไสว พอลุงวินดีดนิ้วเริ่มเพลงเท่านั้นแหละ...

   วัต
   อากูบาลูมานี ต๊ะตุงตวง ต๊ะตุงตวง
   (ฉันยังไม่อาบน้ำ)
   ตะปีมาซิจันติยูกัง ต๊ะตุงตวง ต๊ะตุงตวง
   (แต่ฉันก็ยังสวย)
   อาปาลากีคาเลา ซูเดาะมันดี ต๊ะตุงตวง
   (หากฉันได้อาบน้ำ)
   ปัสตีจันติเซอกาลี
   (ฉันคงสวยกว่านี้)
   เอี๊ยยยยย!!

   พรวด!! เหยี่ยวผู้ไม่ฟังคำเตือน ถึงกับพ่นเหล้าพรวดสำลักไอหน้าดำหน้าแดง ส่วนคนร้องนอกจากสำเนียงกับเสียงจะมาเต็ม ท่าประกอบยังให้สิบคะแนน ทั้งสะบัดมือ สะบัดบ๊อกจนฮาแตกกันทั้งบ้าน ไม่เว้นกระทั่งผมกับพ่อ ที่หัวเราะเสียงดังลั่น

   วิน
   กาเลาออรังลาอิน มาลีฮากู
   (แต่ในสายตาคนอื่นที่มองมาที่ฉัน)
   ต๊ะตุงตวง บาดาอกู ตา บาบานา
   (ถึงตัวฉันจะดูบ้าๆ บอๆ)
   ต๊ะตุงตวง ต๊ะตุงตวง
   ตาปี้กาเลาลังซวง ดีอีดุ
   (แต่หากมองให้มองที่จิตใจ)
   ต๊ะตุงตวง อัสตะฟีรูน ละบาอุนยา~
   (โอ้...ตัวฉันมีกลิ่น~)

   หมดสิ้นแล้วฉายาเทพบุตรซาตาน ทั้งทาสะดีดสะดิ้ง จีบไม้จีบมือแกล้งดมกลิ่นตัวเองแล้วทำหน้าฟินเหมือนหอมสดชื่น ขนาดแม่วัตที่รอร้องเพลงท่อนต่อไปอยู่ข้างๆ ยังปิดไมค์ขำตัวสั่น แล้วนรกแตกของจริงก็ตามมา ทั้งคู่พร้อมใจกันประสานเสียงจงใจทำเพี้ยนแหลมสูงทะลุฟ้า

   วิน&วัต
   กาเลาโจเวา กันเตงยังเลวา
   (หากมีผู้ชายหล่อๆ เดินผ่านมา)
   อาดูอาจั๋วจัญเย้
   (ฉันขอสัญญา)
   เอี๊ยยย!!
   กาเลาอาป่ะ ดาเอ๊ะยังเลวา
   (จะดูแลตัวเองให้ดูดีกว่านี้แน่นอน)

   งานนี้คนซวยคือลุงชินกับพ่อที่อยู่ในระยะเอื้อมถึง โดนสองพี่น้องลากไปแจม แกล้งเดินวนรอบตัวส่งสายตาปิ้งๆ ใส่จนทั้งคู่หัวเราะไม่เหลือมาด

   ต๊ะตุงตวง วาเลาวาโจ๊ะ กาละซูรัง
   (ขอใครสักคนที่เข้าใจฉัน)
   ต๊ะตุงตวง ต๊ะตุงตวง
   วาเลาซังกออุรัง วะดาลัง
   (ถึงแม้ร่างกายฉันจะสกปรก)
   ต๊ะตุงตวง
   ตาปี ฮาตี อีเซียซานัง~
   (แต่จิตใจฉันงดงามแน่นอน~)
   
   สองพี่น้องโค้งกายรับเสียงปรบมือจากทุกคน ทั้งที่คิดว่าจะจบแล้ว ยังจะจับไมค์ประสานเสียง เอี๊ยย!! ปิดท้ายพร้อมสะบัดบ๊อบไปคนละทาง หลังจากนั้นทุกคนไม่เป็นอันต้องทำอะไรนอกจากหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลัง ผมกุมท้องที่หัวเราะจนปวด มือยกปาดน้ำใสตรงหางตา ไอ้เหยี่ยวยิ่งคึกใหญ่ เป่าปากเสริม ธีก็ลงไปทุบพื้นหัวเราะกลิ้งอยู่บนพื้นหญ้า วินี่ขำจนสะอึก ลำบากลุงไวไวช่วยลูบหลังให้

   แม่กับลุงวินเริ่มติดใจ จะเลือกร้องอีกซักเพลง แต่แม่ลินคงกลัวว่าทุกคนจะขำจนขาดใจตายไปก่อน เลยไปแย่งไมค์มา

   “พอเลย ให้คนอื่นร้องบ้างสิคะ มาเร็วคุณ มาร้องเพลงนกเขาคู่” หญิงสาวเพียงหนึ่งกวักมือเรียกคนรักยิกๆ ลุงไวไวๆ ที่เพิ่งดูแลวิเสร็จชี้หน้าตัวเองเป็นเชิงถามว่าผมเรอะ

   “ใช่ คุณนั่นแหละ จะมาดีๆ หรือให้แฉออกไมค์” เจอไม้นี้เข้าไป ลุงไวไวรีบลุกมารับไมค์ด้วยความไวแสง หลังจากนั้นเลยเป็นช่วงพักให้คนอื่นได้หายใจหายคอกันบ้าง ครอบครัวผมเองก็มานั่งรวมกลุ่มกินจิบเหล้ากินกับแกล้มระหว่างดูคู่รักจีบกัน ที่เหมือนฝ่ายหญิงจะเป็นคนจีบฝ่ายชายมากกว่า

   แม่นั่งลงข้างผม รับแก้วน้ำอัดลมจากพ่อไปกระดกแก้คอแห้ง ถ้าถามว่าทำไมแม่ถึงดื่มน้ำอัดลม นั่นเพราะความขี้หวงของพ่อล้วนๆ

   “เฮ้อ ได้ร้องเพลงแบบนี้มันดีจริงๆ” แม่ยิ้มกว้าง แววตาดูมีความสุขมาก ลุงวินก็เช่นกัน

   “นั่นสิ ไม่ได้ร้องเพลงกับน้องชายมานานแล้ว มาๆ งานปาร์ตี้ทั้งทีจะมัวดื่มน้ำอัดลมทำไม ชนแก้วๆ” ลุงวินสั่งลุงชินชงเหล้ามาสองแก้วแล้วส่งให้แม่ผมชนแก้วเสียงดังกิ้ง

   “อย่าดื่มมาก” แม่เพิ่งยกจิบได้หนึ่งอึก พ่อก็เริ่มปรามอย่างน่าหมั่นไส้ เลยโดนหัวหน้าแผนกยัดแก้วเพียวใส่มือ

   “ให้มันน้อยๆ หน่อย ฉันนั่งหัวโด่อยู่ตรงหน้า อย่าเกินหน้าเกินตานัก ดื่มให้หมด ไม่หมดคืนนี้ฉันจะยึดน้องชาย” ชี้นิ้วคาดโทษ พ่อจำต้องถอนหายใจแล้วยกเหล้าหมดแก้ว แถมยังมีคว่ำแก้วโชว์แนวว่าไม่เหลือสักหยด

   “พอใจยังครับพี่ภรรยา” ประกอบท่าทางด้วยรอยยิ้มมุมปากในแบบที่ผมทำทีไรต้องโดนเพื่อนบอกว่ามันชวนให้เท้ากระตุกมาก

   และแล้วทั้งคู่ก็เขม่นกันต่อไป แต่แค่พักเดียวก็นั่งดื่มกันอย่างสงบ มีหันไปเฮฮากับสองสามีภรรยาตรงหน้าทีวีบ้าง กลายเป็นบรรยากาศสบายๆ แบบครอบครัว ขนาดเหยี่ยวกับธีที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงยังแสดงท่าทีผ่อนคลายไปด้วย จะหาว่าผมหลงตัวเองก็ได้ แต่บ้านผมทุกคนล้วนมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง โดยเฉพาะแม่กับลุงวินที่โดดเด่นยิ่งกว่าใคร ผมชอบช่วงเวลาแบบนี้จริงๆ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เอาไป 50% ก่อน พอดีอารมณ์มันต่างกัน ฟินอันนี้ก่อนค่อยฟินช่วงหลังต่อ
ประเด็นคืออยากอ่านคอมเม้นแยกฮ่าๆ
Lv.พิเศษพจนินท์ จะมีตั้งหมด 3 ตอนจบ ส่วนเรื่องหลักและภาคกำเนิดพี่วินถือว่าจบหมดแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-01-2018 23:15:32 โดย Silver Fish »

ออฟไลน์ KAZUMA

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 16
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
รออีก 50% อยู่นะคะ

ชอบเรื่องนี้มากกกกกก ^^

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Gatjang_naka

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 621
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
น่ารักมาก ชอบหมดทุกคนเลย ไม่รู้จะบอกอะไรนอกจากขอบคุณจริงๆนะคะ :mew1:

ออฟไลน์ reborn

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 677
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-1

ออฟไลน์ Silver Fish

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 335
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-0
    • Fanpage
Lv.พิเศษ พจนินท์สไตล์3 ต่อ


   นั้นคือความคิดเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน ตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองชักจะไม่ชอบช่วงเวลาแบบนี้ซะแล้ว ทำไมน่ะเหรอ? ผมใช้เท้าเขี่ยเหยี่ยวกับธีที่ถูกลุงวินมอมเหล้าจนนอนตากยุงบนเสื่อกลางสวน ส่วนคนก่อเรื่องถูกลุงชินพยุงขึ้นห้องไปนอนแล้วเรียบร้อย ทิ้งให้ผมเก็บซากเพื่อนตัวเองเพียงลำพัง

   ส่วนบ้านของวิคงไม่ต้องพูดถึง ชิ่งหนีกลับเป็นคนแรกๆ ถึงพรุ่งนี้เช้าจะตื่นมาช่วยเก็บของก็เถอะ แต่ใครจะช่วยผมลากไอ้หมีควายสองตัวนี้เข้าบ้านล่ะ แม้ผมจะตัวใหญ่แรงเยอะ แต่กับผู้ชายตัวพอๆ กันแบบนี้ก็ไม่ไหวนะ แล้วคนที่หลับไม่ได้สตินี่เป็นอะไรที่หนักมาก เพราะพวกมันจะทิ้งน้ำหนักเต็มๆ เหมือนผมต้องแบกกระสอบหกสิบกว่าโลสองรอบ

   หรือทิ้งพวกมันนอนตรงนี้ดี?

   คิดอีกทีไม่เอาดีกว่า ถ้าแม่รู้ว่าผมจงใจทิ้งเพื่อนมีหวังถูกดุแน่เลย ไหนๆ ก็ไหนๆ ไปเรียกพ่อให้มาช่วยกันแบกดีกว่า เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น ผมก็เริ่มปฏิบัติการออกตามหาพ่อแม่ที่ไม่รู้หายไปอยู่ส่วนไหนของบ้าน ในห้องนั่งเล่นก็ไม่มี ห้องครัวก็ว่างเปล่า สงสัยจะอยู่ในห้องนอน

   ผมก้าวขึ้นชั้นสอง ผ่านห้องของลุงวินไปยังห้องของแม่ พอเห็นว่าห้องไม่ล็อกก็ถือวิสาสะเข้าไปเลย ผมไม่กลัวจะเจอภาพไม่ควร เพราะถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจริง พ่อผมจะล็อกประตูตลอด ก็พ่อน่ะหวงแม่จะตายไป กระทั่งลูกชายตัวเองยังไม่เว้น

   สิ่งแรกที่เห็นหลังจากเปิดประตูเข้ามาคือความมืด กับแสงสลัวภายในห้อง ผมกวาดสายตาผ่านเตียงไปยังระเบียงที่พ่อกับแม่นั่งชมจันทร์อยู่เคียงข้างพลางพูดคุยกันเสียงเบา

   ภาพที่แสนธรรมดาแต่สื่อความรู้สึกออกมามากมาย ขนาดที่ลูกชายอย่างผมยังสัมผัสได้ ถึงความรักความเอาใจใส่ที่พวกท่านมีให้กัน และเผื่อแผ่มาให้ผมอย่างเต็มเปี่ยม สุดท้าย ผมเลยตัดสินใจปิดประตูเบาๆ แล้วลงไปชั้นล่างจัดการพวกเพื่อนด้วยตัวเอง โชคดีที่เหยี่ยวยังพอสร่างขึ้นมาบ้างหลังผมลากจนหัวโขกขอบระเบียงทางเดิน เลยช่วยกันพยุงธีมานอนในห้องนั่งเล่นที่แม่เตรียมหมอนผ้าห่มไว้ให้

   ผมกับเหยี่ยวผลัดกันอาบน้ำก่อนปิดบ้านมานอนรวมกันในห้องนั่งเล่น ผมจะยอมเสียสละอยู่กับเพื่อนแล้วยกแม่ให้พ่อสักคืน…


   “ไปแล้วใช่มั้ย” ถามพลางเหล่มองไปด้านหลัง แบบไม่กล้าหันไปตรงๆ

   “อืม จะเอาเลยมั้ย” คนข้างกายพยักหน้ารับ ก่อนจะบิดตัวคลายกล้ามเนื้อหลังจากนั่งเกร็งกันมานาน

   ผมหัวเราะ ตีแขนกลอย่างหมั่นไส้ “เอาอะไรพูดดีๆ มีคนเดียวไม่พอรึไง” ถามทั้งที่ดวงตาระยิบระยับเรียกเสียงหัวเราะในคอจากพ่อหมาป่า มือหนาดึงจมูกอย่างมันเขี้ยว

   “คนเดียวก็พอแล้ว ไม่อยากได้คนหารความรักเพิ่ม ส่วนเรื่องเอา ถ้าอยากก็ได้นะ ยังไงพรุ่งนี้ก็หยุด ดูแลได้ทั้งวัน”

   ผมถลึงตาใส่ ดูแลแบบถึงเนื้อถึงตัวล่ะสิ มองตั้งแต่หัวจรดหาง หางจรดหัวทำหน้าเหมือนอยากจะกลืนกินทั้งตัวแบบนี้ ผมลุกขึ้นยืนและฉุดอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นมาด้วยกัน
   
   “อายุไม่ใช่น้อยๆ แล้วเจียมสังขารบ้างเถอะ เดี๋ยวเอวเคล็ดกันพอดี” ผมแซว ไม่หวั่นแม้จะถูกจดบัญชีหนังหมาป่า ส่วนเรื่องที่พวกเรากำลังทำลับๆ ล่อๆ กันอยู่นี่ก็ไม่มีอะไรมาก เรื่องของเรื่องคือพวกผมอยากจะไปเล่นเกมกันสองคนน่ะ แล้วถ้าพ่อลูกชายทูนหัวทูลกระหม่อมรู้เข้าได้ตามเข้าไปเล่นด้วยแหงๆ พวกผมเลยตีเนียนมานั่งเก๊กชมจันทร์ รอจนกระทั่งลูกชายไปค่อยแวบเข้าเกม

   “ครั้งนี้จะไปที่ไหนดีนะ หรือจะระลึกความหลักของพวกเราดี” ขยิบตาให้พ่อหมาป่าที่ยืนนิ่ง ไม่มีทีท่าว่าจะเข้าเกมสักที เจ้าตัวลูบคางพลางมองผมด้วยแววตาสื่อความหมาย

   “ฉันมีเรื่องที่อยากทำมากกว่า”

   ผมเลิกคิ้ว “มีภารกิจอะไรที่อยากทำเหรอ หรือมีวัตถุดิบที่อยากจะหามาทำอาวุธใหม่” ปากถามพลางทบทวนความทรงจำว่ายังมีภารกิจอะไรที่น่าสนใจอีก เพราะถึงแม้พวกเราจะไม่ได้เล่นเกมบ่อยอย่างเก่า แต่ก็เข้าไปเล่นบ้างเป็นระยะ ภารกิจส่วนใหญ่ในเกมก็เคลียร์หมดแล้ว เว้นแต่ภารกิจลับบางอย่างที่ยังหาไม่เจอ พวกอาวุธกับชุดสวมใส่เองก็ครอบเครื่อง ไม่น่าจะมีอะไรแล้วนี่

   ระหว่างคิดเพลินๆ จู่ๆ ร่างกายก็ลอยวืดพร้อมสัมผัสเด้งดึ๋งของเตียง ผมโดนหมาป่าเหวี่ยงลงเตียง!

   “วันๆ เอาแต่ทำงานเอาเวลาที่ไหนไปออกกำลังกายฮะ” ผมแยกเขี้ยวใส่กลที่คลานขึ้นเตียงเข้ามาหา ท่าทางเหมือนจ่าฝูงหมาป่าที่กำลังจะล่าเหยื่ออันโอชะ ยิ่งนับรวมกับใบหน้ากร้านโลกของผู้ใหญ่วัยเกือบสี่สิบมันชวนให้ใจเต้นตึกตัก ตอนเจอกันใหม่ๆ ก็เหมือนเด็กรั้นน่าปราบพยศ พอโตจนเป็นพ่อคนแล้วก็ยิ่งดูดึงดูดเหมือนไวน์รสเลิศที่บ่มมาเป็นเวลานาน

   มัวแต่คิดเรื่องไร้สาระ หันมาอีกทีหน้าหล่อคมเข้มก็จ่ออยู่ระยะประชิดพร้อมลมหายใจร้อนที่เป่ารดแก้ม อีกฝ่ายงึมงำพูดทั้งที่ยังง่วนอยู่แถวซอกคอ

   “ฉันอยู่ตรงนี้ ใจลอยไปถึงไหน” หมาป่าเริ่มลงโทษด้วยการกัด! แทะเล็มลำคอจนขนลุกซู่ไปทั่วร่าง ผมรีบดันหน้าอีกฝ่ายออก พร้อมกับลมเย็นพัดผ่านผิวกาย เจ้าหมาตัวนี้จะมือไวเกินไปแล้ว! แค่ไม่แป๊บเดียวเสื้อถูกถลกถึงคอ ท่อนล่างก็ถูกดึงรั้งลงสภาพหมิ่นเหม่

   “เดี๋ยวก่อนนะ เราจะเข้าเกมกันไม่ใช่เหรอ” ผมทักท้วงแบบไม่จริงจังนัก จงใจกวนอารมณ์มากกว่า ยิ่งทำหน้ากระหายต้องการขนาดนั้นมันยิ่งน่าแกล้งนะรู้มั้ย

   “ก็เข้าสิ...เข้าไปในตัวนายนะ”

   พรืด!

   วูบเดียวกางเกงพร้อมชั้นในถูกรูดไปถึงปลายเท้า แถมแทรกตัวมาอยู่ตรงกลางหว่างขาเสร็จสรรพ ให้ผมอ้าปากค้าง

   “เดี๋ยววว! ใจคอคิดจะทำทั้งแบบนี้เลยรึไง ประตูห้องก็ไม่ได้ล็อก ระเบียงก็ไม่ปิดนี่นะ” ผมโวยวาย แต่ขยับมากไม่ได้เพราะถูกคร่อมไว้ทั้งตัว

   “ระเบียงปิดแล้ว ส่วนประตู...ช่างมันสิ”

   จังหวะที่ผมกำลังอึ้ง สองแขนถูกยึดไว้ข้างหมอนพร้อมมือร้อนสอดประสานนิ้วแล้วกุมแน่น

   “มาดูกันซิว่าเอวใครจะเคล็ดก่อนกัน” ดวงตาสีน้ำเงินเข้มจัดกำลังทอประกายร้อนแรง

   หลังจากนั้นอย่าให้ผมพูดเลย! เคล็ดไม่เคล็ดไม่รู้ แต่ไม่ต่ำกว่าสามรอบ สามรอบของกลนะไม่ใช่ของผม เจ้าหมาป่าถึกฟัดผมจนจมเตียง ไม่มีเวลาให้โวยวายหรือประท้วงอะไรทั้งนั้น เพราะถูกรุกไล่ได้แต่ครางไม่เป็นภาษา ผิวเนื้อตามตัวถูกขยำ ถูกบีบเคล้นไปทุกสัดส่วน โดยเฉพาะช่วงอกกับบั้นท้ายที่ขึ้นรอยแดงชัดเจน ส่วนรอยจูบไม่คิดจะนับ ลายพร้อยยิ่งกว่าตุ๊กแก

   สภาพยับเยินขนาดนี้ น่าทึ่งตรงที่ นอกจากความเจ็บแสบของช่วงล่างกับเอวและกล้ามเนื้อที่ปวดเมื่อยตามสังขาร ความเจ็บปวดส่วนอื่นล้วนไม่มี สมกับเป็นกลที่ต่อจะหนักหน่วงแค่ไหนก็ยังยั้งแรงเป็นห่วงผมที่สุด

   “นอนพักหน่อยนะ เดี๋ยวยกอาหารขึ้นมาให้” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยพลางจูบขมับผมจนจุดนั้นร้อนวูบ ก่อนผละออกไปชั้นล่าง ดูท่าทางอารมณ์ดีแบบสุดๆ ถ้ามีหูหางแบบในเกมคงส่ายรัวจนเกิดเป็นพายุหมุนไปแล้ว ผมมองตามแผ่นหลังกว้างจนลับสายตา

   คนเอาแต่ใจไม่เห็นหัวใครในอดีต กลายเป็นผู้นำครอบครัวที่แสนจะพึ่งพาได้ ผมเลือกคนไม่ผิดจริงๆ ...
   
   “แม่อยู่ไหน” เสียงอ่อนวัยกว่าเอ่ยถามดังมาจากชั้นล่าง

   “นอน” ตอบเรียบนิ่งตามสไตล์ แต่ถ้าเป็นคนในครอบครัวจะฟังออกว่าเจ้าตัวกำลังอารมณ์ดีแบบสุดๆ

   “แปลก ปกติแม่เป็นคนตื่นเช้าจะตาย ควรเป็นพ่อสิที่นอนอืดเป็นหมาป่าเฒ่า”

   “หมดแรงอยู่บนเตียง”

   “พ่อ!!”

   อะไรก็ดี เว้นนิสัยชอบแกล้งลูกชายตัวเองนี่แหละ!

   “เสียงดังหาอะไรไม่ทราบ คนจะหลับจะนอนเว้ย!!” เสียงพี่วินตวาดจากห้องข้างๆ ตามด้วยเสียงพี่ชินเรียกให้ไปนอนต่อ และเสียงเอะอะของเพื่อนตินตินที่กำลังห้ามศึกสายเลือดระหว่างพ่อลูก เพราะคนห้ามทัพอย่างผมไม่อยู่ เฮ้อ วันนี้ก็ยังสดใสเหมือนเดิม

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ครบ 100% แล้วจ้า
จบของจริงไม่มีอะไรค้างคากันแล้วเนาะ หัวเราะ
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่ะ
ส่วนนักอ่านหน้าใหม่ อ่านแล้วคอมเมนต์ได้นะ ชอบบบบบบบบบ

ออฟไลน์ nutae or

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 214
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
น่ารักอ่ะ อยากได้หนังสืออ่ะ ทำเถอะนะๆๆๆๆ Pleaseeeeeeeeeeeeeeeeeeeeee :mew2:

ออฟไลน์ KAZUMA

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 16
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ฮืออออ ไม่อยากให้จบเลย

ขอบคุณคนแต่งที่แต่งเรื่องดีๆแบบนี้ให้อ่านนะคะ

ถ้าว่างๆก็แต่งตอนพิเศษให้อ่านอีกก็ได้นะคะ ชอบอ่านเรื่องนี้มากๆ รออย่างมีความหวัง  :call:

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ yin

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 125
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
[/sizeแต่งดีมากค่ะ ขนาดไม่เคยเล่นเกมส์ยังอ่านรู้เรื่องเลย สนุกมาก

ออฟไลน์ wews

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 392
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-0

ออฟไลน์ gakuen

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0

ออฟไลน์ nutae or

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 214
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
คิดถึงงงงง อยากให้มีภาคต่อ ตินน้อย จัง  :mew2:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด