อเวจีเสน่หา ตอนพิเศษ ตอนกวางน้อยกับสตรอว์เบอร์รีจุ่มนมข้นหวาน (P.20)(25/03/59)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: อเวจีเสน่หา ตอนพิเศษ ตอนกวางน้อยกับสตรอว์เบอร์รีจุ่มนมข้นหวาน (P.20)(25/03/59)  (อ่าน 211055 ครั้ง)

ออฟไลน์ ชัดเจนกาบ

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1714
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-23
Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion8# 08/01/58
«ตอบ #30 เมื่อ09-01-2015 10:04:33 »

อันแรกเลย นิยายเรื่องนี้ไม่มีเหตุผลชักเท่าไหร่ เหมือนคนแต่งจงใจให้เรื่องมันดำเนินไปแบบนั้นอยู่แร้ว ก็เข้าใจนะว่าคนที่ทุกวันนี้นิสัยใจคอไม่ต่างอะไรกับตัวละครเลย โดยเฉพาะผู้ชาย(ไบรอัน)หรือพระเอก หนือแม้แต่พริมเองก็ไม่ต่างกัน อตีดผัวผู้เป็นประเด็นในการก่อเรื่องเพื่อให้ดำเนินไป ยังไงผมก็ไม่เชื่อว่าไทน์จะขาดสติยังคิด หรือถ้ามันเป็นจริงก็สมควรที่จะโดนในสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อมา กว่าจะมีความรัก คงได้ฆ่ากันตายไปแร้ว แต่ผู้ชายไม่ว่าสมัยไหนเรื่องเห็นแก่ตัวก็มีเยอะยุแร้วแหละ แถวตัวเิองถูกเสมอ เพราะผู้หญิงเยอะกว่าผู้ชายนะทุกวันนี้ ต้องทำใจอ่ะนะ
ผมก็รู้ว่าคนแต่งจะไม่ยอมให้จบแบบง่ายๆจะทรมานไทน์จนวินาทีสุดท้าย ซึ้งพูดแบบง่ายๆไทน์แสดงในตัวผู้หญิงถึงจะอยู่ในคาบผู้ชายก็ตาม ยังไงก็ดูเหมือนยังชอบการที่จะให้ผู้ชายทำให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายเจ็บซ้ำอยู่ดี ถ้าคนมันจะชั่วจริงๆผมว่าเขาคงไม่คิดตื้นแบบนี้หรอก มันเหมือนฆ่าตัวเองนะ ดูจากทุกวันนี้ชิ ก่ว่าจะจับผิดได้มีลูกกันจนโตก็มีแร้วเหอะ ผมเลยไม่เชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดกับคนที่คิดจะนอกใจแฟนตัวเองอะ แต่ถ้าพูดถึงจิตสำนึก อยากจะหัวเราะถ้าคิดได้กันจริงๆ คงไม่มีคำว่าชู้กับคำว่ากิ๊กแร้วละครับ นี้คงจะเป็นการเม้นครั้งเดียวแร้วแหละ มันทำร้ายความรู้สึกผมเกินไป โดยเฉพาะมาทำร้ายกันจนปางตายสุดท้ายมาสำนึกผิดที่หลัง ขอบอกผมคงทำให้รักไม่ได้ถึงสวรรคต์จะให้คู่กับมัน สำหรับผม ผมจะยอมเป็นโสดไปจนตายดีกว่าอีก เพราะมีมือมีท่าวเหมือนกันเลี้ยงดูตัวเองได้ ถ้าได้ขึ้นชื่อว่าเพศชายถึงจะเป็นตุ๊ดกระเทยเกย์ก็ตามอ่ะนะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-01-2015 10:18:06 โดย ชัดเจนกาบ »

ออฟไลน์ yuyie

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +92/-5
Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion8# 08/01/58
«ตอบ #31 เมื่อ09-01-2015 10:14:31 »

เอิ่ม พูดยังไงดี

ไทน์ผิดสินะ รู้ทั้งรู้ว่าเค้ามีแฟนแล้ว  :ling3:

ออฟไลน์ krit24

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 781
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-3
Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion8# 08/01/58
«ตอบ #32 เมื่อ09-01-2015 10:22:25 »

ไทด์น่าสงสารอ่ะ ซวยแน่แล้น

ออฟไลน์ Inwoสูs

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1263
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-5
Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion8# 08/01/58
«ตอบ #33 เมื่อ09-01-2015 11:33:19 »

ทำไมช่วงเวลามันแปลกๆ
เฮ้อ ขอให้รอดนะ  :call:

ออฟไลน์ Moony_Darling

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 98
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-4
Passion.9


         เงียบ...

         มีเพียงความเงียบงันภายในห้องสีขาวสะอาดของโรงพยาบาล หลังจากไบรอันกลับไปแล้วเมื่อพ่นน้ำคำเชือดเฉือนหล่อนจนสาแก่ใจ พริมรตาทำได้เพียงแค่นั่งพิงหมอนนิ่งอยู่ในห้องพักเพียงลำพัง ไม่มีการติดต่อมาจากคนรัก หล่อนรู้ดี ภีมพริษฐ์คงโกรธแค้นหล่อนจนแทบอยากฆ่าให้ตาย และตัวหล่อนเองก็ไม่มีหน้าติดต่อไปหาเขา หล่อนไม่มีข้อแก้ตัวใด ปล่อยให้ความเงียบงันบอกลากันโดยไม่ต้องมีคำใดอธิบาย

...มันจบแล้ว...

          น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะไร้เสียงสะอื้น หล่อนสูญเสียคนรักที่เคยให้อภัยทุกความผิดพลาดไปแล้วจริงๆจากการทำตัวเอง ปล่อยให้ความเสียใจได้ทำหน้าที่ของตัวเองไปอย่างเชื่องช้าระคนเหงาหงอยเคล้าความเจ็บปวดที่หัวใจดันทรยศ มือบางลูบหน้าท้องบางเบา สายลมพัดแผ่วระผิวแก้มบางเบา หล่อนนึกถึงผู้ชายอีกคน...สายลมเย็นใจของหล่อน...

          ...วาเลนไทน์...

         คิดได้ดังนั้นจึงหยิบโทรศัพท์ส่งข้อความทางไลน์ติดต่อไป หล่อนไม่โทรหาเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายได้ยินน้ำเสียงแย่ๆ หล่อนเพียงแต่อยากได้ที่พักพิงใจและบอกกล่าวเรื่องเด็กในท้องแก่เขาให้รับรู้

“ช่วงนี้ยุ่งๆนิดหน่อยครับ พรุ่งนี้ต้องอยู่ช่วยพี่สาวที่ร้าน” เป็นข้อความที่วาเลนไทน์ตอบกลับมาหลังหล่อนส่งไปหาเพียงไม่นาน

“คิดถึง อยากเจอหน้า พริมมีเรื่องสำคัญอยากปรึกษา พรุ่งนี้พริมไปหาที่ร้านได้ไหม”

“อืม ครับ งั้นมาตามที่อยู่นี้นะครับ ถ้ามาไม่ถูกยังไงโทรหาผมนะ ขอโทษจริงๆที่ไปรับไม่ได้”

“ไม่เป็นไรค่ะ พรุ่งนี้เจอกันนะคะ”

“ครับ”

        ใบหน้าหวานค่อยคลี่ยิ้มออกมาได้บ้าง อย่างน้อยหล่อนก็ยังมีที่พักใจ ภาพใบหน้าหล่อเข้มผุดขึ้นมาให้ใจหายอีกครา ไม่มีทางกลับไปแล้วจริงๆ



          แสงสว่างคืบเข้ามาจากทางระเบียงปลุกเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาให้ค่อยๆปรือลืมตาขึ้นช้าๆอย่างยากลำบากเปลือกตาหนักอึ้งเหมือนมีอะไรมากดทับ ดวงตาคมหลับลงอีกครั้ง สะบัดหน้าแรงๆก่อนจะลืมขึ้นมาอีกที เมื่อคืนเขาดื่มเสียหนัก นานๆทีถือโอกาสระบายความอัดอั้นออกไปเสียบ้าง ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งพลางกวาดสายตามองรอบห้อง คิดว่าเดี๋ยวออกไปแล้วค่อยโทรบอกแม่บ้านของคอนโดมาทำความสะอาดให้ มือหนากวาดเก็บรูปที่เพื่อนรักให้มาดูให้ตาสว่างลงซองสีน้ำตาลตามเดิม รอยยิ้มร้ายเคลือบเล่ห์ผุดขึ้นมุมปากขณะเดินเข้าห้องอาบน้ำ

แก้แค้นแบบไม่ให้ถึงตาย งั้นเอาแค่ตายทั้งเป็นก็คงเพียงพอ หึ



กรุ๋งกริ๋ง

“ว้าว ร้านไทน์สวยจัง วันหลังต้องสั่งดอกไม้ที่นี่ไปตกแต่งที่ร้านพริมหน่อยแล้ว” เสียงหวานร้องหยอดขึ้นด้วยรอยยิ้มสวยตามแบบฉบับเจ้าตัวขณะกวาดสายตามองทั่วร้าน เรียกความสนใจจากร่างโปร่งในชุดผ้ากันเปื้อนปักโลโก้ร้านที่กำลังง่วนกับการจัดลิลลี่ปากแตรเข้าช่อให้หันมาตามเสียง

“อ้าว พริมมาพอดีเลย ทานข้าวยังครับ” เสียงทุ้มใสถามอย่างอ่อนโยน

“เช้าๆอย่างนี้กาแฟถ้วยเดียวก็พอแล้วค่ะ” หล่อนบอกยิ้มๆขณะขยับเข้ามาใกล้

“ไทน์จัดดอกไม้เป็นด้วยหรือคะ ถึงว่านิ้วเรียวสวยเชียว” หล่อนพูดพลางมองดูดอกไม้ที่กำลังถูกรวบเข้าช่อจากฝีมือผู้ชายแท้ๆแต่กลับมีนิ้วมือเรียวสวยไม่แพ้หญิงสาว

“พอทำได้บ้างครับ อยู่ด้วยทุกวันเลยหัดๆดู พริมชอบดอกอะไรครับ เดี๋ยวผมจัดให้ช่อหนึ่งสวยๆ” ชายหนุ่มเสนอด้วยรอยยิ้มสดใส พริมรตานิ่งงันไปกับภาพที่เห็น แววตาเจือเศร้าขึ้นมาทันที

“น่ารักจัง ถ้ามีลูก ไทน์ต้องเป็นคุณพ่อที่น่ารักมากแน่ๆ” หล่อนพูดด้วยน้ำเสียงหม่น

“พริมเป็นอะไรหรือเปล่าครับ งั้นเดี๋ยวไปนั่งรอตรงโซฟาด้านนั้นสักแป๊บนะครับ เดี๋ยวไทน์ไปคุยด้วยนะ” วาเลนไทน์จับน้ำเสียงนั้นได้ ใบหน้าใสหันมามองใบหน้าฉาบด้วยเครื่องสำอางสวยแต่ก็ยังปกปิดสีหน้าเป็นกังวลไม่ได้ น้ำเสียงห่วงใยร้อนรนขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นอีกคนท่าทางจะไม่ดี พริมรตาพยักหน้ารับพลางเอี้ยวตัวไปนั่งรอตรงที่อีกฝ่ายบอก


ภาพที่ชายหนุ่มเห็นจากภายนอกร้านโดยที่ไม่ได้ยินเสียงสนทนาคือภาพชายหนุ่มกำลังกุมมืออยู่กับหญิงสาว ทั้งคู่ต่างมองตากันและกัน ภีมพริษฐ์แค่นยิ้มอย่างดูแคลนแกมรุ่มร้อนใจอยากจะเดินเข้าไปกระชากแยกทั้งคู่ออกจากกันเสียตอนนั้น แต่ยั้งใจไว้ก่อนเพราะเดี๋ยวคนที่จะร้อนจนนั่งไม่ติดจะไม่ใช่เขาอีกต่อไป

“พอรู้ว่าท้องก็รีบแล่นมาหากันเชียว” น้ำเสียงเย้ยหยันกับภาพที่เห็นบอกทุกอย่างได้เป็นอย่างดี เขาเลือกที่จะถอยออกมาก่อน ซ่อนเก็บความรุ่มร้อนไว้ในอก เริ่มแผนการสั่งสอนอย่างเงียบๆ



“ตกลงจะบอกผมได้หรือยังครับว่าพริมเป็นอะไร” วาเลนไทน์ถามยิ้มๆอย่างเอ็นดู ไม่คิดว่าผู้หญิงที่ดูแกร่งอย่างพริมรตาจะมีมุมที่อ่อนไหวกับเขาเหมือนกัน

“พริมเลิกกับเขาแล้วค่ะ” หล่อนบอกน้ำเสียงเครือ ใจหายเหมือนทำสิ่งล้ำค่าหลุดมือไป ถึงจะไม่ได้เอ่ยลากันตรงๆแต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้หล่อนไม่กล้าสู้หน้าผู้ชายอย่างภีมพริษฐ์ ยอมรับว่ากลัวใจอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งอีกฝ่ายหายเงียบไป หล่อนยิ่งไม่กล้าโผล่หน้าไปเจอและสรุปเองว่านี่คือการบอกลา

วาเลนไทน์นิ่งไปเมื่อได้ยินคำบอกหลุดออกจากริมฝีปากอิ่มสวย เขามองสบตาหล่อน คิดไม่ออกว่าผู้ชายประเภทไหนที่กล้าทอดทิ้งผู้หญิงสวยขนาดนี้ ชายหนุ่มจนด้วยคำพูดจะปลอบจึงทำเพียงยื่นมือไปกุมปลอบประโลมให้หล่อนเบาใจก็เท่านั้น พริมรตานั่งนิ่งจ้องตากัน หล่อนอาจจะเคยถูกใจนิสัยของวาเลนไทน์จนถึงขั้นชอบพออยากคบหา แต่พอเอาเข้าจริง การสูญเสียภีมพริษฐ์สำหรับหล่อนกลับหนักหนาเอาการ ต่างฝ่ายต่างนั่งมองหน้ากัน พริมรตาไม่ได้ปฏิเสธอุ้งมืออุ่นที่แผ่ซ่านความปรารถนาดีให้หัวใจได้คลายความเหน็บหนาวลงบางครา


เย็นย่ำเขาจึงส่งหล่อนกลับแล้วจึงผละขึ้นมาอาบน้ำ เข้าใจดีว่าตอนนี้คงยังเคว้งแต่ไม่นานเวลาจะช่วยเยียวยาให้ทุกอย่างดีขึ้น

“อยากจะเห็นหน้าคนที่กล้าทิ้งผู้หญิงสวยขนาดนี้จริงเชียว” สิ้นเสียงพึมพำเสียงกริ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นบ่งบอกว่ามีคนเข้ามาในร้าน

“ร้านปิดแล้วครับ” วาเลนไทน์เดินออกมาจากหลังร้านเห็นร่างสูงใหญ่ผึ่งผายที่กำลังยืนหันหลังให้พร้อมกวาดสายตามองภายในร้าน เมื่อได้ยินเสียงใบหน้าคมคายจึงหันมา

“อ้าวคุณ มาซื้อดอกไม้หรือครับ” วาเลนไทน์ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมจะต้องประหม่าทุกครั้งที่สบกับสายตาคมของเขา

“เปล่า ฉันอยากกินอาหารฝีมือนายอีก ยำกลีบกุหลาบน่ะ ทำให้กินหน่อยได้ไหม” น้ำเสียงทุ้มมีพลังชวนคล้อยตาม ดวงตาที่มองมาทำให้วาเลนไทน์รู้สึกร้อนเห่อที่แก้มแปลกๆ ผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์ดึงดูดทางเพศอย่างร้ายกาจไม่เว้นแม้แต่ผู้ชายด้วยกันก็อาจเผลอลุ่มหลงเอาได้หากไม่ระวัง

“กะ ก็ได้ครับ งั้นนั่งรอเดี๋ยวนะครับ ผมไปเก็บดอกกุหลาบในสวนข้างๆร้านก่อน” ร่างโปร่งบอกก่อนจะเดินไปหยิบตะกร้าใส่ดอกไม้แล้วเดินออกทางหน้าร้าน กุหลาบมอญต้นใหญ่ออกดอกสะพรั่งสีชมพูสวยหวาน วาเลนไทน์กำลังเอื้อมเด็ดก่อนจะรู้สึกว่ามีใครบางคนยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเอื้อมมือมาเด็ดดอกเดียวกัน

“ฉันช่วย” เขาบอกเสียงเรียบ กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นกายเขาให้ความรู้สึกแบบผู้ใหญ่เซ็กซี่ร้อนแรงแฝงความน่าค้นหาแตกต่างจากพวกทโมนเพื่อนๆของเขา ชายหนุ่มรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหูไม่กล้าหันไปทางไหนนอกจากรีบเด็ดดอกไม้ให้เสร็จๆในขณะที่อีกคนหลุบเปลือกมองคนตรงหน้าอย่างเย็นชามาดร้าย

“พี่สาวนายไม่อยู่หรือ?” ภีมพริษฐ์ถามขณะยืนมองอีกคนเตรียมอาหาร ที่จริงเขาเอ่ยปากจะช่วยแต่ร่างโปร่งบอกว่าเขาเป็นแขก อยากให้รอเฉยๆจะดีกว่า ภีมพริษฐ์จึงนั่งจับตามองอีกคนทุกการเคลื่อนไหวและรู้ว่าเจ้าเด็กกะโปโลประหม่ากับเขาแค่ไหน

“ริสาไม่อยู่ครับ ไปเที่ยวสะพานมอญที่กาญจน์บิ้วท์อารมณ์เขียนนิยาย” วาเลนไทน์บอกยิ้มๆ

“งั้นงานดูแลร้านก็เป็นของนายสิ” ภีมพริษฐ์ถามหยั่งเชิง

“พี่วาดดาวเพื่อนริสาช่วยดูครับ ผมเองก็แค่ช่วยนิดๆหน่อยๆตอนเอาไปส่งให้ลูกค้า” วาเลนไทน์ออกตัวที่จริงเขาเองก็ทำได้แต่มันดูไม่แมนเท่าไหร่จึงไม่ค่อยทำ จะช่วยต่อเมื่อจำเป็นจริงๆ

“อืม งั้นถ้านายหายไปก็คงไม่เป็นไร” ชายหนุ่มพึมพำยิ้มยกมุมปากเมื่ออะไรๆมันช่างเข้าทาง

“อะไรนะครับ”

“เปล่าหรอก อยากชวนไปเที่ยว สนใจไหม เกาะส่วนตัวฉันเอง” ภีมพริษฐ์เบี่ยงความสนใจกลบเกลื่อนความลิงโลดที่ดูเหมือนเป็นจังหวะเหมาะของเขาจริงๆที่จะได้จัดการอีกคน ความรู้สึกแข็งกร้าวอยากฉีกกระชากร่างอีกคนให้แหลกเละคามือ ความรู้สึกคั่งแค้นปะทุโหมส่งผลให้เขาจินตนาการถึงเสียงร้องโหยหวนราวสัตว์ถูกบากคอให้ตายลงทีละน้อยของคนที่เขาชิงชัง

“จริงหรือครับ  โห คุณคงรวยน่าดูมีเกาะส่วนตัวด้วย” ร่างโปร่งพูดขณะยกอาหารมาวางที่โต๊ะกินข้าว โดยมีภีมพริษฐ์จดจ้องทุกอากัปกิริยา

“แคบนิดนะครับ” วาเลนไทน์ออกตัว ร้านเล็กๆของเขาคงไม่สะดวกกับมหาเศรษฐีอย่างเขาแต่ภีมพริษฐ์ดูเหมือนจะไม่ถือเพราะท่าทางเขาไม่ได้ติดหรูอะไรมากนัก

“จริงๆว่าจะพาเมียไปสวีทฉลองฮันนีมูนหลังแต่งงาน แต่เมียดันมีชู้เสียก่อน” เขาพูดเสียงเรียบแต่แฝงอารมณ์กรุ่นโกรธลุ่มลึกขณะทิ้งตัวลงนั่งพลางตักกับแกล้มใส่ปาก เขาพกเหล้ามาด้วยและชวนคนตรงหน้าดื่มเป็นเพื่อนคนกำลังอกเดาะ วาเลนไทน์ไม่ได้เฉลียวใจอะไรจึงนั่งดื่มเป็นเพื่อนแต่โดยดี

“ผู้หญิงแบบไหนกันนะที่กล้าทรยศผู้ชายเพอร์เฟคแบบคุณ” วาเลนไทน์ถามขณะยกแก้วแรกจิบเพียงเบาๆเขาว่าผู้ชายที่กล้าทิ้งพริมรตานี่สุดๆแล้วแต่ผู้หญิงที่กล้านอกใจภีมพริษฐ์นี่นับว่าสุดยอด

“นายอย่าอยากรู้จักเลย เผลอๆถ้ารู้แล้วชีวิตนายอาจจะตกนรกก็เป็นได้” เขาพูดเสียงนิ่งขณะสายตาคมจ้องมองใบหน้าอีกฝ่าย วาเลนไทน์กลืนน้ำลายเหนียวฝืดคอ ใครที่กล้าเป็นศัตรูกับคนๆนี้รนหาที่ชัดๆ

“คุณพูดเหมือนกับจะฆ่าพวกเขาทิ้งเสียอย่างนั้น” วาเลนไทน์เย้ายิ้มๆให้บรรยากาศไม่ดูตึงเครียดเกินไป

“ไม่รู้สิ ถ้านายเป็นฉัน นายว่าฉันควรจะจัดการกับพวกชู้นี่ยังไงดี” เขาหยั่งเชิงถาม ให้โอกาสเหยื่อในกำมือได้เลือกวิธีจัดการให้ตัวเองอย่างแยบคาย

“ไม่รู้สิครับ ผมไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เสียด้วยสิ” วาเลนไทน์ส่ายหัวหวือจนด้วยคำตอบ

“จะบอกว่าตัวเองไม่เคยลักลอบเป็นชู้กับเมียคนอื่นอย่างนั้นสินะอ้อ หรือถ้าจะเรียกให้ดูดีขึ้นมาหน่อยก็ “กิ๊ก” นั่นล่ะ เหมือนจะฟังดูน่ารักนะ แต่ความหมายจริงๆก็พวกลักกินขโมยกิน พวกชู้เลวทรามนี่ล่ะ มันน่าเป่ากะโหลกให้สมองไหล ว่าไหม?” ภีมพริษฐ์สวนขึ้นมาเสียงแข็งใส่อารมณ์อย่างระงับไม่อยู่กับคนที่ทำไม่รู้ร้อนรู้หนาว หึ ในไม่ช้าหรอก โจทก์อย่างเขานี่ล่ะ จะทำให้ไอ้พวกคบคิดกันหักหลังร้อนๆหนาวๆไปพร้อมๆกัน

เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของอีกคนดังขึ้นพอดี วาเลนไทน์จึงไม่ทันได้ฟังประโยคที่อีกคนเอ่ยได้จบ ภีมพริษฐ์ยกแก้วเหล้าขึ้นจิบฟังเสียงสนทนาของร่างโปร่งกับปลายสาย ได้ยินชื่อ “พริม” เล็ดลอดออกมาจากบทสนทนา คิ้วเข้มหนากระตุกยึก เชื้อแค้นโหมราดลงยังไฟฟอนแห่งความคลั่งปะทุจนเขาแทบจะกระชากร่างโปร่งบางมาฉีกให้แหลกคามือ มือหนาเผลอบีบแก้วเหล้าในมือจนสั่นขึ้นเส้นเลือดปูดโปน

“เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะครับ” วาเลนไทน์ย้อนถามเพราะเมื่อกี้เสียงโทรศัพท์จากพริมรตาดังซ้อนขึ้นมาพอดีเขาจึงไม่ทันฟังประโยคที่อีกคนเอ่ย

“ช่างเถอะ” ภีมพริษฐ์ตัดบทเสียงเรียบพลางยกแก้วขึ้นจิบเพียวๆ

“แล้วคุณล่ะครับ จะจัดการยังไง” กลายเป็นวาเลนไทน์ที่อยากรู้เสียเอง คนหน้านิ่งใจยากหยั่งถึงคนนี้ทำให้เขารู้สึกอยากค้นหาขึ้นมาเสียอย่างนั้น วาเลนไทน์อยากรู้ว่าเขาจะมีวิธีอันชาญฉกาจในการจัดการปัญหายังไง

“เอาไว้เดี๋ยวก็รู้เอง ไม่นานเกินรอ” ภีมพริษฐ์พูดพลางยกยิ้มบางขณะสายตาคมนิ่งจ้องแก้วน้ำสีอำพันตรงหน้า ยาที่เขาแอบใส่ไว้คงกำลังออกฤทธิ์ในไม่ช้า


ร่างโปร่งบางสลบเหมือดไปแล้วด้วยฤทธิ์ยา ภีมพริษฐ์ใจเย็นพอที่จะเก็บกวาดทุกอย่างให้เรียบร้อย ชายหนุ่มอุ้มร่างอ่อนปวกเปียกขึ้นรถขับออกไปยังสถานที่นัดหมาย เฮลิคอปเตอร์จอดเตรียมพร้อมรออยู่แล้ว เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วเครื่องจึงขึ้นบินตรงไปยังปลายทางเกาะส่วนตัวของชายหนุ่ม...สถานที่ฮันนีมูนที่กลับกลายเป็นแดนลงทัณฑ์สำหรับชายชู้! ส่วนพริมรตา ผลของการกระทำจะตามมาหลังจากนี้!



ครืน ซ่า...

แสงสีเงินยวงเย้ายวนตาลอยเด่นสง่าทาบทาแสงฉานระยับบนผิวน้ำทะมึนที่พลิ้วตัวตามระลอกคลื่นดูงดงาม เกาะส่วนตัวขนาดใหญ่เร้นกายแฝงตัวเงียบเชียบห่างไกลชายฝั่งมากโข และไม่ค่อยได้มีใครเหยียบย่างแวะมาเว้นเสียแต่เจ้าของจะอนุญาตซึ่งก็น้อยคนเต็มที ที่ที่ชายหนุ่มได้รับมรดกตกทอดมาและตั้งใจไว้ว่าจะพาคนรักมาฉลองฮันนีมูนดื่มด่ำชื่นชมความงดงามของพระจันทร์ดวงโตเปล่งแสงที่นี่ด้วยกัน แต่ทุกอย่างก็พลิกผันไปเสียหมดชนิดตั้งตัวไม่ทัน

ร่างสูงใหญ่หล่อเหลาอย่างรูปสลักไร้ที่ติในชุดคลุมนอนสีเข้มเผลอบีบแก้วไวน์ในมือแน่นขณะทอดสายตามองแสงจันทร์ยวงทาบทาบนผืนน้ำพลิ้วเป็นระลอก ความงดงามชวนลุ่มหลงทำได้เพียงเฝ้ามองไม่อาจจับต้องเฉกภาพมายา ไม่ต่างอะไรกับความรักที่เขาเคยคิดว่าจะครอบครองเอาไว้ได้แต่สุดท้ายแล้วก็ปลิวหลุดออกจากมือไม่รู้ตัว ความคิดที่ล่องลอยไปไกลสะดุดตรงคำว่า “ชู้” เข้าเต็มๆคล้ายว่ามีมีดคมที่มองไม่เห็นยื่นเข้ามากระหน่ำแทงยังหัวใจที่กำลังเต้นตุบๆโดยผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียของเขาเป็นฝ่ายยื่นมีดนั้นด้วยตัวเองด้วยการยื่นสัมพันธ์ให้ใครอีกคน

เพราะมั่นใจในเสน่ห์มากล้นของตนเอง ทำให้ไม่คิดเฉลียวใจ

เพราะคำว่าไว้ใจ ที่ทำลายหัวใจลงจนย่อยยับ

บัดนี้หัวใจอ่อนๆที่ยังรู้สึกรู้สากลายเป็นเย็นชาไร้ความรู้

เมื่อไม่มีความรู้สึก เขา...ก็จะไม่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวด

เมื่อนั้น การแก้แค้นอย่างไร้ปรานีจึงจะเริ่มต้นขึ้น

ความเจ็บปวดราคาแพงของเขาต้องตอบแทนด้วยความทุรนทุรายของหญิงร้ายชายเลวอย่างสาสม!


ใบหน้าคมเหลือบมองใบหน้าใสของคนสลบไสลบนเตียง ยอมรับว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร ออกจะหน้าตาดีเสียด้วยซ้ำ แต่หน้าตาแบบนี้น่ะหรือ โฉมหน้าคนที่กล้าลูบคมคนอย่างเขา

บางทีเจ้าเด็กนั่นอาจมีบางอย่างเด็ดสะระตี่อย่างที่เขาไม่รู้ก็เป็นได้ ภีมพริษฐ์นิ่งคิดขณะจับตามองเขม็ง ท่าทางกะโปโลใสซื่อของวาเลนไทน์อาจเป็นเพียงหน้ากากอำพรางลีลาเร่าร้อนช่ำชองปรนเปรอให้พริมรตาติดใจก็เป็นได้ คนรักของเขาไม่ต่างจากผีเสื้อแสนสวย หล่อนรักอิสระ โฉบเฉี่ยวกรีดกรายดึงดูดสายตาชวนให้ไล่จับมาครอบครอง แต่ดูเหมือนกรงทองก็ขังหล่อนไม่อยู่ กิเลส ตัณหา รัก โลภ โกรธ หลง ความมัวเมาเป็นเหมือนของหวานยั่วน้ำลายหลอกล่อให้เวียนว่ายไม่จบสิ้น

เพราะอย่างนั้นถึงต้องพิสูจน์ เขาปรายตามองร่างสลบไสลรอการพิพากษาบนเตียงอย่างใจเย็น ยิ่งภายนอกดูเยือกเย็นมากเท่าไหร่ ความโกรธเกลียดภายในยิ่งลุกโชติช่วงโหมปะทุเสียดแทงความรู้สึกมากขึ้นเท่านั้น ความเย็นชาที่แสดงออกจากแววตาเย็นยิ่งไม่ต่างจากแววตาสัตว์ล่าเนื้อที่กำลังพรางตัวเงียบเชียบรอจังหวะจ้องตะครุบเหยื่อ เขากดทุกความรู้สึกไว้ภายในใจรอการปะทุออกทีเดียวตอนชำระโทษ ขย้ำให้แหลกเหลวคามือ!



ครืน...ซ่า...

...อือ อืม...

วาเลนไทน์ได้ยินเหมือนเสียงคลื่นทะเลซัดสาดเข้าหาชายฝั่งแว่วขึ้นในโสตประสาท คิ้วเรียวกดเข้าหากันเรียกสติขณะพยายามขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งอย่างยากลำบากเพื่อเปิดรับแสงสว่าง เสียงคลื่นถาโถมยังคงแว่วเข้ามาในหูเป็นระยะ ดวงตาคู่สวยปรือกระพริบปริบๆรับภาพแรกเป็นเพดานห้องที่ไม่คุ้นตา ใบหน้าใสฉงนก่อนจะกวาดสายตามองทั่วห้อง ตาเขาสว่างโร่กับภาพหลังผนังกระจกเบื้องหน้า ท้องทะเลยามดึกแลดูถมึงทึง ผิวน้ำถูกฉาบด้วยแสงจันทร์ดูระยับงดงาม หากที่เขาสนใจมากกว่ากลับเป็นเจ้าของร่างแน่นหนั่นสูงใหญ่ที่กำลังกอดอกพิงอยู่ริมผนังกระจก มือข้างหนึ่งคลึงแก้วเครื่องดื่มสีเข้มในมือ สายตาคมกริบทอดมองยังเวิ้งน้ำเบื้องหน้าด้วยเสี้ยวหน้าไร้อารมณ์

“คุณภีม โอ๊ะ!” เสียงนุ่มนวลร้องขึ้นด้วยความตกใจ อารามร้อนรนจะรีบผุดลุกถูกฉุดให้หันกลับมามองพันธนาการที่ข้อมือ

...กุญแจมือ...

“นี่มันอะไรกันครับ” วาเลนไทน์ร้องถามด้วยความงงงวย จำได้ว่าก่อนสติสัมปชัญญะวูบสุดท้ายจะดับลงเขารู้สึกเหมือนภีมพริษฐ์พูดอะไรกับเขาสักอย่างพร้อมเผยรอยยิ้มร้ายกาจอย่างซาตาน แววตามาดร้ายคุระอุมองตรงมาที่เขา และทุกอย่างก็ดับวูบลง

“ลูกกุญแจไขอยู่นี่” ภีมพริษฐ์ไม่ตอบข้อสงสัย ร่างสูงทำเพียงโยนลูกกุญแจหล่นปุลงบนปลายเตียงอีกด้านก่อนจะหันไปเปิดไวน์รินใส่แก้ว มองดูเชลยตะเกียกตะกายพยายามจะเอื้อมมือไปหยิบลูกกุญแจ ทั้งใช้เท้าช่วยเขี่ยแต่ก็แค่เฉียดๆ

“คุณทำแบบนี้ทำไมครับ” เมื่อความพยายามในการคว้ากุญแจมาไขเพื่อปลดปล่อยอิสระให้แก่ตนเองคว้าน้ำเหลว ร่างโปร่งบางก็เบนเป้าหมายมาที่อีกคน

“ยินดีต้อนรับสู่นรกสำหรับลงโทษชู้ ที่นี่เกาะส่วนตัวฉันเอง ที่เคยบอกว่าจะพาเมียมาฮันนีมูนไง ฉันอุตส่าห์ออกแบบสร้างที่พักใหม่เสียดิบดี กลายเป็นว่ากลับได้พาชายชู้มาแทนเสียนี่” เขากอดอกยกยิ้มเยาะเสียงเหี้ยม มือหนาโคลงแก้วไวน์ในมือเบาๆ

“คุณว่าอะไรนะ! ชู้! ” วาเลนไทน์ตาโตกับสิ่งที่เขากล่าวหา คิดทบทวนคำพูดเขาเมื่อครู่

“คุณ...หมายถึง...ผม ผมเป็นชู้ของเมียคุณ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน” วาเลนไทน์สบถอย่างหัวเสีย เขาไม่รู้เรื่องราวที่มาที่ไปอะไรเลยด้วยซ้ำ

“ผมไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร แต่ผมไม่ได้เป็นแบบที่คุณกล่าวหามาแน่ๆ คงมีการเข้าใจผิด ปล่อยผมก่อนนะครับ แล้วมาคุยกันดีๆ” วาเลนไทน์พยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบเกลี้ยกล่อม อย่างไรเสียในความคิดเขา คนอย่างภีมพริษฐ์ย่อมเป็นผู้ใหญ่มีเหตุผลพอ แต่ร่างโปร่งบางลืมนึกไปว่าความแค้นนั้นสามารถกระชากสติให้ขาดสะบั้นลงได้ไม่ยากต่อให้คนๆนั้นจะได้ชื่อว่าเป็นผู้มากด้วยวัยก็ตาม

“คุยแบบนี้นี่ล่ะดีแล้ว จะได้รู้สถานะตัวเอง เกาะส่วนตัวของฉันห่างไกลจากชายฝั่งเยอะ ต่อให้ว่ายน้ำแข็งก็หนีไม่รอด หมดแรงตายก่อน เพราะฉะนั้นอย่าคิดหนี เผื่อบางทีนายอาจจะมีชีวิตรอดกลับไปหาพี่สาว” เขาเอ่ยเสียงเย็นเยียบไม่ต่างจากแววตา

“คุณเป็นอะไรไป ผมงงไปหมดแล้ว อยู่ๆคุณก็จับผมมาล็อกกุญแจมือไว้อย่างนี้ แล้วยังพูดเรื่องชู้ของเมียคุณอะไรนั่นอีก ผมไปรู้จักกับเมียคุณตอนไหน ตกลงนี่มันเรื่องอะไรกันครั...”

พรึ่บ!

วาเลนไทน์พูดไม่ทันจบ รูปหลายสิบใบก็ปลิวหวือกระแทกใบหน้าอย่างจัง ชายหนุ่มงุนงง มือบางหยิบรูปใกล้มือขึ้นมาดูด้วยความฉงนใจพร้อมอุทานเบาๆ

“พริม...”

“หึ ทีนี้คงไม่ปฏิเสธแล้วสินะ ว่าไม่รู้จัก ท่าทางนายกับเมียฉันจะสนิทสนมกันน่าดู ถึงขั้นเรียกชื่อเล่นกันได้” เขาเยาะ

“ผมกับพริมเป็นแค่เพื่อนกัน”

“หึ ตอบเป็นดาราไปได้” เขาแค่นยิ้มเยาะ

“เพื่อนกันเนื้อแนบเนื้อล่ะสิไม่ว่า มันถึงได้ป่องออกมาประจานความเลวระยำของแกสองคนตอนนี้ไง! ไอ้เด็กสารเลว!” หมัดลุ่นๆกระแทกผลัวะเสยเข้าข้างแก้มอย่างจัง วาเลนไทน์ไม่ทันตั้งตัวถึงกับหน้าหัน เจ็บจนชาหนึบ ได้รสเค็มปะแล่มในปากก่อนที่หยาดเลือดสีแดงสดจะไหลย้อยออกมาทางมุมปากข้างที่ถูกชก ชายหนุ่มหันหน้ามาสบกับแววตาดุดันเกรี้ยวกราดที่พร้อมจะพุ่งเข้ากระหน่ำหมัดหนักหน่วงยังเขา

“อึก! ผมเปล่า ผมกับพริมไม่เคยเกินเลยต่อกัน คุณกล่าวหากันแบบนี้เท่ากับไม่ให้เกียรติแฟนตัวเองเลย” วาเลนไทน์ยืนยันความบริสุทธิ์พร้อมกล่าวตำหนิอีกฝ่าย พริมรตาไม่เคยพูดเรื่องท้องให้เขารู้เลยด้วยซ้ำ ร่างสูงชะงักกึกเมื่อถูกย้อนก่อนแววตาคมจะวาวโรจน์

“บัดซบ! ไอ้พวกลักกินขโมยกินอย่างแกอย่ามาทำเป็นสุภาพบุรุษหน่อยเลย ไอ้สารเลว!” น้ำเสียงกราดเกรี้ยวตวาด ดวงตาแข็งกร้าว

อุก!

หมัดหนักไม่ออมแรงซัดเข้าอีกทีที่ท้อง วาเลนไทน์จุกจนตัวงอ มือกุมท้องร้องไม่ออก มือหนาบีบสันกรามกระชากร่างบางกว่าหันกลับมาเผชิญหน้าใบหน้าแข็งกร้าวที่ยื่นเข้าใกล้

“นี่แค่เรียกน้ำย่อยที่เด็กสามหาวอย่างแกสมควรจะได้รับ โทษฐานที่ริยุ่งกับของๆฉัน”

“แต่ถ้าจะให้ดีก็ต้องให้อดีตเมียฉันมาดูการทรมานชู้รักของตัวเองด้วยกัน แต่ไม่ใช่ตอนนี้หรอก” เขาแค่นเสียงเหี้ยมลอดไรฟันชนิดคนฟังขนลุกซู่ ใบหน้าใสหันมามองอีกคนอย่างไม่เข้าใจ

“ยังไงผมก็ยืนยันคำเดิมว่า ผมกับพริมเป็นแค่เพื่อนกัน”

“เพื่อนกันสนุกมันกันบนเตียงน่ะหรือ หึ เซ็กส์เฟรนด์สินะ พูดง่ายดีนี่ ถามสามีโดยพฤตินัยของหล่อนแล้วหรือว่าตกลงยอมให้พวกแกเล่นชู้กันแล้วหรือยัง” ภีมพริษฐ์มองหน้าอีกฝ่ายตรงๆ วาเลนไทน์หลุบเปลือกตาลงนึกย้อนถึงเรื่องราวคืนนั้น 



พรึ่บ!

แสงสว่างวาบอย่างกะทันหันทำให้ทั้งคู่ตกใจผละออกจากกัน  วาเลนไทน์ได้สติรีบลุกขึ้นจากสถานการณ์ล่อแหลมทันที เสน่ห์เหลือร้ายของผู้หญิงคนนี้เผลอเมื่อไหร่เป็นตบะจะแตกอยู่เรื่อย แต่ก็ใช่ว่าผู้ชายทุกคนจะลุ่มหลงมัวเมากับบ่วงเสน่หาที่รัดรึงกายจนลืมหัวใจตัวเองโดยเฉพาะผู้หญิงที่มีเจ้าของแล้ว เขาไม่อยากทำผิดต่อใครและต่อตัวเอง

เขาไม่ได้รักหล่อน

ชายหนุ่มรู้ตัวอยู่เสมอ

เขาเพียงแต่พาหล่อนท่องเที่ยวไปทั่วเพราะสัมผัสได้ถึงความเหงาในใจหล่อน ชายหนุ่มมองเห็นความทุรนทุรายไขว่คว้าซุกซ่อนอย่างอ่อนไหวภายในดวงตาคู่สวยที่เสมือนว่าเข้มแข็งอยู่ตลอด เสน่ห์มากมายที่หล่อนใช้โปรยหลอกล่อผู้คนมันก็แค่ความสุขเพียงชั่วครั้งชั่วคราว เหมือนคนหิวกระหายน้ำอยู่ตลอด ดื่มเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ หล่อนโหยหาอย่างคนขาดความรักความอบอุ่นทั้งที่ก็มีคนรักอยู่แล้ว หรือคนรักจะเติมให้หล่อนได้ไม่เต็มอย่างนั้นหรือ? ผู้หญิงสาวสวยคนนี้ถึงได้มีท่าทีเหมือนคนต้องการความรัก

วาเลนไทน์สัมผัสได้และเคยนึกสงสัยมาตลอด

“ไฟมาแล้ว ผมคงต้องไปแล้วล่ะ” เขาบอกเสียงเรียบพลางตรงดิ่งไปที่ประตูไม่เหลียวหลัง

“จะกลับแล้วจริงๆหรือ” เสียงหวานเอ่ยถามขณะร่างสูงโปร่งกำลังสวมรองเท้า วาเลนไทน์ชะงักหันมามอง

“ครับ หมดเวลาของผมแล้ว” ชายหนุ่มพูดพลางจับลูกบิดหมุนออกไป

ปัง...

นั่นเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่เขาอยู่ในห้องกับหล่อนเพียงลำพังสองต่อสอง







 :katai5:

ในที่สุดก็ได้มาลงที่นี่ เริ่มรีไรท์ตั้งแต่ตอนที่9 นะคะ ตอนอื่นๆต่อจากต่อจะลบออกหมด
ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ
 :L2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-04-2015 07:16:59 โดย Moony_Darling »

ออฟไลน์ noozzz

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 319
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion9# 09/01/58 (P.2)
«ตอบ #35 เมื่อ09-01-2015 16:09:42 »

อ้าว งั้นพริมก็ท้องกับคนอื่นน่ะสิ แหม่ พลาดได้ไงหว่า หรือว่าโดนข่มขืน ไทน์ก็ไม่น่ายั่วโมโหเลย หึๆ

ออฟไลน์ Moony_Darling

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 98
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-4
Passion.10


“คนสารเลวอย่างแก ต่อให้จับมาแล่เนื้อเอาเกลือทาหรือฉีดพิษใส่ให้ตายลงวันละนิดมันก็ไม่สาแก่ใจฉันหรอก!” เสียงตวาดดุดันเรียกสติจากภวังค์ วาเลนไทน์หยิบรูปแต่ละใบขึ้นมาดูอีกครั้ง มุมกล้องแต่ละ รูปช่างจับภาพได้เหมาะเหม็งชวนให้คิด

ซ่า!

รสชาติปร่าลิ้นของไวน์แดงชั้นดีที่สาดเข้าเต็มหน้าไหลลงปากลามลงลำคอ วาเลนไทน์เงยหน้าสบสายตาคมกล้าที่พิพากษาเขา

“มันน่าจุดไฟเผาให้ดิ้นพราดทุรนทุรายเป็นไส้เดือนเกลือกขี้เถ้านัก! ไอ้เด็กเวร!”

ยิ่งเห็นหน้าอารมณ์ยิ่งขึ้น ภีมพริษฐ์หัวเสียกำลังถึงจุดคลั่ง เสียงเข้มตวาดกร้าว มองสภาพเปียกชุ่มด้วยไวน์ของเชลยในอาณัติตรงหน้าอย่างแค้นเคือง ในสมองมีแต่ความคิดทระนงในตน เขาเคยมองและคิดมาตลอดว่าวาเลนไทน์เป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดาไม่มีอะไรเทียบเคียงกับคนอย่างเขาได้เลยสักนิด ไม่มีเลย แล้วทำไม ทำไมเด็กนี่จึงอาจหาญมาใช้ผู้หญิงคนเดียวกันกับคนอย่างเขาได้ มันบ่งบอกว่าผู้ชายอย่างเขาบกพร่องอย่างนั้นหรือ?

ยิ่งคิดได้อย่างนี้ความรู้สึกก็ยิ่งพลุ่งพล่านเดือดแค้นเพิ่มเป็นทวียามสายตาคมกล้าจดจ้องหยาดหยดน้ำสีแดงเข้มค่อยๆไหลลงผ่านลำคอระหงลงสู่ช่วงอกขยายเป็นปื้นเปียกเสื้อตัวบาง ภีมพริษฐ์โกรธจนตัวสั่น มือที่กำแน่นเข้าหากันขึ้นเส้นเลือดปูดโปน วูบหนึ่งในความคิด เขาอยากจะจุดไฟเผาร่างตรงหน้าให้ร้อนทุรนทุรายเร่าๆไม่ต่างจากหัวใจของเขา

“แชะ”

เสียงไฟแช็คถูกจุดขึ้นพร้อมดวงตาคมเข้มโชนแสงวาวโรจน์เป็นดวงไฟบรรลัยกัลป์จ้องเขม็งคนตรงหน้า รังสีความเคียดแค้นชิงชังแผ่ไอระอุจากร่างสูงตระหง่านพุ่งตรงยังนักโทษ วาเลนไทน์มองแสงไฟในมือหนาก่อนจะเบนสายตามาสบสายตาคม รู้สึกได้ถึงไอคุของมัจจุราชร้ายที่กำลังคืบเข้าหา ร่างบางพยายามทำใจกล้าไม่แสดงอาการหวาดกลัวให้อีกคนได้ใจ ภีมพริษฐ์สืบเท้าเข้าหาพลางจ่อเปลวไฟร้อนๆใกล้ใบหน้าใสชวนให้หวาดเสียว ไวน์ที่ถูกสาดใส่หน้าคือเชื้อไฟชั้นดี ร่างโปร่งบางหลับตาผินหน้าหนี ชายหนุ่มหายใจไม่ทั่วท้องยามรู้สึกไอร้อนผ่าวที่ไล่ผ่านจากผิวแก้มสู่ผิวลำคอ

“มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด” วาเลนไทน์พยายามอธิบาย ใจนึกหวั่นกับสายตาและเปลวเพลิงที่พร้อมจะย่างสดเขาได้ตลอดเวลาของเจ้าของกำมือแค้นที่มีเขากลายเป็นลูกไก่ตัวเล็กจ้อยในมือ

“ต้องรอให้เด็กในท้องคลอดออกมาเรียกแกว่าพ่อก่อนหรือไงถึงจะยอมรับ! ทำแล้วยังกล้าโกหกปัดสวะให้พ้นตัวอีก ไอ้เด็กเปรตสารเลว! ผลั๊วะ!” ภีมพริษฐ์ดับไฟแช็กในมือ หมัดหนักๆซัดเข้าที่ใบหน้าเรียวจนถึงเลือด วาเลนไทน์หน้าหันรอบสอง เจ็บจนน้ำตาแทบเล็ด แรงมืออีกคนใช่จะน้อยเสียเมื่อไหร่ บวกความแค้นเข้าไปด้วย เขาเองก็ไม่ต่างจากกระสอบทรายดีๆ

ร่างสูงใหญ่ตรงเข้าประชิดกระชากคอเสื้อ อุ้งมือหนาบีบปลายคางอีกคนเสียแน่น วาเลนไทน์มองเห็นเปลวไฟคลั่งที่ส่งมาทางแววตาอาฆาตชิงชังในระยะใกล้จนนึกหวั่น เขาไม่เคยกลัวตาย แต่กลับนึกกลัวสายตาที่พร้อมจะเข่นฆ่ากันในทุกวินาทีของคนตรงหน้า ดวงตาวาวโรจน์ที่สาดไฟโทสะแค้นมายังเขา

“แกรู้อะไรไหม ฉันกำลังจะเซอร์ไพรส์ขอพริมแต่งงาน กำลังจะพาพริมมาที่นี่ มาลิ้มรสหอมหวานดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ด้วยกัน แกดูข้างนอกนั่นสิว่าคืนนี้พระจันทร์สวยแค่ไหน” ภีมพริษฐ์พูดพร้อมบิดใบหน้าเหยเกหันไปมองตามที่เอ่ย

“แล้วทำไมค่ำคืนที่ฉันควรจะมีความสุขมันกลับถูกกระชากไปด้วยน้ำมือไอ้ลูกหมากระจอกที่บังอาจมาคาบเมียฉันไปกินแถมยังทิ้งสวะเป็นเด็กในท้องไว้ให้เป็นอนุสรณ์ต่างหน้าตอกย้ำความโง่งั่งให้ฉันได้มองเห็นตัวเองอีก” ร่างสูงใหญ่เค้นเสียงเข้มลอดไรฟัน

“แกลองคิดสิว่า ฉันควรจะจัดการกับแกยังไงดี ฮึ ตอบฉันมาสิ ตอบมา!” ภีมพริษฐ์ฟิวส์ขาด มือหนาบีบต้นแขนบางกว่าเขย่าเต็มเหนี่ยว ร่างโปร่งบางหัวสั่นหัวคลอนตามแรงอารมณ์คลั่ง ต้นแขนทั้งคู่เจ็บจนชาหนึบเหมือนเลือดจะหยุดเดินเสียให้ได้ แทบจะแหลกเหลวคามือที่ลงแรงบีบมา

“ตอบมาสิโว้ย! ไอ้เลว!”

“ผมเปล่า!” วาเลนไทน์ตะเบ็งเสียงปฏิเสธสวน คนกำลังคลั่งหยุดแรงเขย่ากึก หรี่ตาลงมองเสี้ยนหัวใจในกำมือ

“เก็บคำตอแหลโง่ๆของแกไว้เถอะ เมื่อเช้าแกยังนั่งกุมมือจ้องตาเมียฉันอยู่เลยนี่ เขาไม่ได้บอกแกหรือไง หรือพวกแกกำลังวางแผนหาหนทางหนีจากฉันอยู่กันแน่” สายตาคมมองร่างอ่อนเปลี้ยด้วยน้ำมือเขาอย่างเหยียดหยาม

“หึ หนีให้ตายก็ไม่มีทางพ้น ต่อให้พวกแกมีปีก ฉันก็พร้อมจะตามล่าเด็ดปีกของแกลงมาเหยียบขยี้ให้แหลกจมดิน!”

“อ้อ แล้วก็นะ...” เขาใช้หลังมือเกลี่ยผิวแก้มใสก่อนจะเอ่ยต่อ

“ถึงหนีไปได้ ไอ้ผัวเด็กจนๆอย่างแกคงมีปัญญาหาเลี้ยงหรอก เรียนก็ยังไม่จบ ตัวเองยังเอาไม่รอดจะไปทำอะไรได้” ภีมพริษฐ์สาดสายตาดูแคลนมองอีกคนหัวจรดเท้า

“แต่ถ้าจะให้เมียฉันหาเลี้ยงก็ว่าไปอย่าง หาลำไพ่จ่ายค่าหน่วยกิตสินะ ฉลาดนี่ ลงทุนใช้ร่างกายแลกเงิน  ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับผู้หญิงสวยเซ็กซี่แล้วยังได้เงินใช้เติบมือ มีแต่ได้กับได้ แมงดาชัดๆ ไอ้ตัวโสโครกแบบแกเอาไปทิ้งทะเลฉันยังกลัวปลาตายยก
อ่าว”

น้ำเสียงเหยียดหยามบริภาษรุนแรงพร้อมสายตาดูถูกแสดงอาการรังเกียจชัดเจนทำให้วาเลนไทน์รู้สึกจุก ไม่นึกว่าจะโดนสายตาและถ้อยคำดูแคลนกันขนาดนี้ ร่างโปร่งฉุนกึกทันทีที่ได้ยิน ในใจเดือดปุดๆที่ถูกหยามศักดิ์ศรีทำให้ตัวเขาเองก็ชักจะมีน้ำโหขึ้นมาเหมือนกัน คนๆนี้คิดว่าตัวเองวิเศษวิโสมาจากไหนกันหรือ? แค่มีเงินมากหน่อยก็ไม่ได้หมายความว่าจะเที่ยวดูถูกใครต่อใครได้ วาเลนไทน์ไม่สนใจหรอกว่าใครจะทำแบบที่ภีมพริษฐ์กล่าวหาหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆไม่ใช่เขาแน่นอน!

อารามโกรธทำให้นึกอยากจะสรรหาคำพูดแสบสรรถึงทรวงในสาดกลับตอบโต้ไปให้อีกฝ่ายรู้สึกเจ็บแสบบ้าง อย่างน้อยๆจะได้ลดความทระนงในตนลงเสียบ้าง วาเลนไทน์จึงเลือกที่จะกระหน่ำราดน้ำมันซ้ำลงไปในกองเพลิงร้อนระอุให้ยิ่งร้อนพราดพล่านยิ่งกว่าเก่า

“ที่คุณมากล่าวหาผมแบบนี้ ไม่ใช่ว่าตัวคุณเองหรอกหรือที่ไร้น้ำยาจนเมียหนีไปมีชู้น่ะ หยุดโทษความผิดให้คนอื่นกลบเกลื่อนความไม่ได้เรื่องของตัวเองเถอะ!”

นาทีนี้วาเลนไทน์ไม่สนใจว่าพริมรตาจะท้องกับใคร แต่ที่แน่ๆเขาเกลียดคนที่ทำตัวเป็นศาลเตี้ยตรงหน้าที่กล่าวหาเขา อารมณ์เดือดที่ถูกดูแคลนจนลืมว่าตัวเองกำลังตกเป็นจำเลยของเรื่องนี้อยู่ ส่งผลให้วาเลนไทน์สาดถ้อยคำผรุสวาทเผ็ดร้อนตอบโต้คืนใส่อีกฝ่าย ยิ่งเห็นภีมพริษฐ์ชะงัก เขาก็ยิ่งได้ใจสาดน้ำมันปะทุแรงอารมณ์โหมซ้ำเข้าไปอีก

“หึ ตัวใหญ่ใจปลาซิว คุณมันคงห่วยแตกจนเมียอยากจะมีคนใหม่ที่มันเด็ดดวงกว่าล่ะมั้ง แทนที่จะกล่าวโทษคนอื่น โทษเซ็กส์ห่วยๆของตัวเองเถอะ!” เพลิงอารมณ์คุโชนทำให้วาเลนไทน์เอ่ยคำเชือดเฉือนอีกฝ่ายเสียดุเดือดจนลืมสถานะเบี้ยล่างของตัวเอง คนอย่างเขาฆ่าได้หยามไม่ได้เหมือนกัน

เหมือนเหล็กแหลมย่างไฟร้อนๆพุ่งฉั่วะทะลุเข้าตัดขั้วหัวใจที่กำลังเต้นตุบๆเข้าพอดิบพอดี ร่างสูงใหญ่ที่พอถูกอีกคนตีฝีปากย้อนคืนเข้าให้บ้างด้วยเรื่องที่ผู้ชายยอมกันไม่ได้ ภีมพริษฐ์ถึงกับสะอึกไปเหมือนกัน แค่ได้รู้ว่าคนรักตั้งท้องกับใครคนอื่นที่ไม่ใช่เขา ชายหนุ่มก็เหมือนโดนน็อคเอ๊าท์กลางอากาศ ยิ่งได้มารู้ว่าเมียโดยพฤตินัยหันไปคว้าเอาไอ้เด็กไม่ได้เรื่องในสายตาของเขามาระเริงรักด้วยกันเขาก็ยิ่งคลั่ง ซ้ำร้ายยังต้องมาฟังถ้อยคำแสบสรรพ่นออกจากปากไอ้ “ชู้” ตัวดีตรงหน้า ไม่ต่างจากยิ่งราดน้ำมันลงในกองเพลิงคุโชนร้อนๆให้ยิ่งร้อนพราดพล่าน ความแค้นคลั่งบั่นทอนสติลงโดยฉับพลัน บรรยากาศโดยรอบห้องลุกฮือขึ้นไม่ต่างจากอยู่ในทะเลเพลิง

“ไอ้เด็กปากดี!”

ดวงตาคมลุกวาว มือหนาคว้าลำคอบางบีบแน่น วาเลนไทน์หายใจไม่ออก ตาเหลือกโพลน ลิ้นจุกปาก ร่างเล็กกว่าพยายามดิ้นรนต่อสู้เต็มกำลัง ทั้งซัดกำปั้นรัว ทั้งถีบ ทั้งยัน ขัดขืนเพื่อให้หลุดจากแรงมือ แต่เรี่ยวแรงน้ำน้อยกระจ้อยร่อยมีหรือจะสู้แรงไฟแค้นโหม ร่างใหญ่แทบจะไม่สะดุ้งสะเทือนเลยด้วยซ้ำ  ดวงตาคมเข้มซับด้วยเปลวเพลิงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยดุจตากวางที่บัดนี้สะท้อนใบหน้าโกรธจัดของเขา วาเลนไทน์หูอื้อ ตาพร่าลาย ปวดหนึบตรงลำคอ  ในกรงเล็บพญาราชสีห์หนูตัวจ้อยลิ้นจุกปากพะงาบๆพยายามตะเกียกตะกายร้องขออากาศ สมองของเชลยขาวโพลน ดวงตาสบกับดวงตาคมกล้าอีกคู่ สติการรับรู้เริ่มริบหรี่ลงทีละน้อยราวความมืดดำคลี่ปีกเข้าปกคลุม ก่อนทุกอย่างจะถึงกาลอวสาน ดวงตาคมที่มองเห็นใบหน้าโกรธแค้นของตัวเองในดวงตาอีกคนเริ่มได้สติ เขาจะลืมไม่ได้ว่าพาเด็กนี่มาที่นี่ทำไม!

“บัดซบ! อ่อนปวกเปียก!” มือหนาคลายแรงบีบลงพร้อมสะบัดอีกคนหน้าหัน วาเลนไทน์ไอค่อกแค่กหอบสำลักตัวโยนโกยอากาศเข้าปอด

 “ฉันไม่ยอมให้แกได้ตายง่ายดายขนาดนั้นหรอก ส่วนเรื่องที่ฉันไร้น้ำยาหรือเปล่า แล้วแกจะได้รู้ หึหึ...” ดวงตาวาวโรจน์หรี่ลงเยาะอีกฝ่ายอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ภีมพริษฐ์มองลูกไก่น้อยๆอ่อนปวกเปียกในกำมือที่กำลังจะถูกเชือดสังเวยให้กับความเลวระยำที่ก่อ วาเลนไทน์ตัวเย็นเฉียบรับรู้ถึงพายุทะมึนอีกลูกที่กำลังก่อตัวเงียบๆ

“คุณจะทำอะไร! แค่กๆ” วาเลนไทน์เงยหน้าถามทั้งไอค่อกแค่ก รู้สึกหวาดหวั่นกับน้ำเสียงชวนพรั่นพรึงที่ทำให้เขาตระหนักถึงพลังอำนาจที่เหนือกว่าของคนตรงหน้า

“ตอนแรกคิดอยู่ว่าจะจับโยนลงบ่อจระเข้ หรือแล่เนื้อแล้วโยนลงทะเลให้เรือลากไปเขตน้ำลึกล่อฉลามให้ไล่ขย้ำเล่นดี ชู่ว์ ฉันไม่ใจร้ายกับพ่อของเด็กในท้องเมียฉันขนาดนั้น เอาเป็นว่าฉันจะปรานีให้เด็กปากดีอย่างแกได้มีโอกาสหายใจต่อก็แล้วกัน ส่วนจะแบบไหนนั้น เดี๋ยวก็รู้...” คนถือไพ่เหนือกว่าทิ้งปริศนาให้คนฟังเสียวสันหวังวาบ ริมฝีปากได้รูปยกยิ้มร้ายยามเห็นใบหน้าใสเผือดสีลง

 “เอาเป็นว่าฉันจะหาอะไรสนุกๆที่มันจะไม่เหลือศักดิ์ศรีให้ไอ้เด็กเหลือขออย่างแกได้ชูคออีกต่อไป แต่บางที...แกอาจจะติดใจก็ได้นะ” เสียงพูดยั่วล้ออย่างที่คนฟังไม่นึกสนุกด้วย วาเลนไทน์มองร่างสูงใหญ่ตรงไปเปิดลิ้นชักโต๊ะออก ก่อนแสงวูบวาบของสร้อยเพชรน้ำงามจะปรากฏในอุ้งมือหนา ร่างสูงใหญ่หันกลับมาพร้อมเดินมาทิ้งตัวลงนั่งตรงหน้า วาเลนไทน์รู้สึกถึงน้ำหนักสร้อยเพชรที่สวมลงบนคอ ใบหน้าใสฉงนเงยขึ้นมองหน้าอีกคน

“เพชรเม็ดนี้น้ำงามที่สุด เม็ดโตที่สุดนับจากทำเหมืองมา ออกแบบโดยดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของยุค คุณค่าสำหรับคนที่คู่ควรที่สุด ของขวัญที่ฉันจะมอบให้กับเจ้าสาวในวันแต่งงาน แต่แล้วดูสิ มันกลับมาคล้องอยู่บนคอไอ้เลวที่มันพรากความสุขไปจากชีวิตฉันเสียได้” สายตาคมกล้าจ้องมองอัญมณีน้ำงามเปล่งประกายวูบวาบบนลำคอขาวนวล

“ไม่ง่ายนักหรอก ที่คนอย่างฉันจะลดตัวลงมาเกลือกกลั้วจัดการกับพวกแอบกินในที่ลับแบบแก ทำให้ฉันเห็นหน่อยเป็นยังไง ว่าลีลาแบบไหนกัน ที่แกใช้เริงโลกีย์กับเมียฉันน่ะ” สิ้นเสียงกร้าว เสื้อเชิ้ตตัวบางถูกกระชากขาดแคว่ก เผยผิวพรรณขาวเนียนอมชมพูด้านใน ภีมพริษฐ์มองสร้อยเม็ดโตส่องประกายวูบวาบบนผิวขาวนวลเนียนที่ถูกราดไวน์ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

“คะ คุณจะทำอะไรผม!” วาเลนไทน์หลุดถามเสียงดัง หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความสังหรณ์ใจ เขาเพิ่งรู้สึกตัวเดี๋ยวนี้นี่เองว่าร่างกายท่อนล่างถูกปกปิดไว้เพียงอันเดอร์แวร์ตัวเดียว

ภีมพริษฐ์ไม่ตอบคำถาม ร่างสูงใหญ่หยัดยืนเต็มความสูงตรงไปที่โต๊ะมุมห้อง มือหนารินไวน์ชั้นดีลงแก้วช้าๆก่อนจะเทบางอย่างลงไป วาเลนไทน์ชะงัก ขมวดคิ้วมุ่นกับภาพที่เห็น

ร่างสูงใหญ่ถือแก้วไวน์โคลงเบาๆมายืนตรงหน้า แกล้งยั่วเย้าด้วยการยื่นปากแก้วแตะริมฝีปากบางเหมือนจงใจจะให้ดื่มลงไป วาเลนไทน์เบือนหน้าหนี ร่างสูงยิ้มเยาะก่อนจะกระดกแก้วไวน์ลงคอตัวเองแทน วาเลนไทน์หันมองคิ้วมุ่น

“แกคิดว่าฉันจะวางยาแกหรือไง หึ ผิดแล้วไอ้เด็กเปรต ฉันต้องวางยาตัวเองต่างหาก ไม่อย่างนั้นฉันไม่มีทางมีอารมณ์กับไอ้หางหน้าเหมือนๆกันหรอกนะ” ชายหนุ่มเหยียดยิ้มไขข้อข้องใจแกนๆ

“ส่วนตัวแกไม่จำเป็นต้องใช้ยาอะไร จะได้รับรู้ความรู้สึกแบบเรียลยังไงล่ะ หึ ลงทุนเปลืองตัวน่าดู แต่แค่ได้ทำลายศักดิ์ศรีตัวผู้แบบแกก็ถือว่าสาสมกัน” ชายหนุ่มพูดพลางแหวกชุดคลุมออกพ้นตัว เผยเรือนร่างเปล่าเปลือยอัดแน่นด้วยมัดกล้ามขึ้นลอนสวยให้ความรู้สึกถึงกลิ่นไอร้อนแรงแบบเซ็กส์แอพพิลชนิดที่ผู้ชายด้วยกันยังต้องเอ่ยปาก

“ยะ อย่าทำอะไรบ้าๆนะคุณ เสียสติไปแล้วหรือยังไงกัน ผมเป็นผู้ชายนะ อย่าลืมสิ” วาเลนไทน์ถอยกรูดชิดหัวเตียงทัดทานเสียงสั่น หากร่างสูงใหญ่กลับรู้สึกสนุก ความร้อนผ่าวค่อยก่อตัวขึ้นภายในกายกำยำด้วยตัวยาชนิดแรง

“ไม่! อย่านะคุณ เกลียดผมก็ลงโทษผมด้วยวิธีอื่น อย่าทำแบบนี้” ร่างโปร่งบางตะเกียกตะกายจะหนีเมื่อรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นแม้ไปได้ไม่ไกลกว่าที่กุญแจมือล็อกไว้

“มาถึงขนาดนี้แล้ว แกคิดว่าฉันจะฟังคำโกหกพกลมโง่ๆของแกหรือ? มีผู้ชายคนไหนบ้างที่อยู่ใกล้ผู้หญิงสวยเซ็กซี่ขนาดนั้นแล้วไม่หลงเสน่ห์น่ะ” มือหนากระชากชั้นในตัวบางออกจากกายอีกคน สายตาร้อนแรงจดจ้องร่างกายที่มีเพียงเสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ยสวมไว้เพียงท่อนบนนึกเปรียบเทียบ

ร่างกายโปร่งบางแต่ไม่อ้อนแอ้น หุ่นเหมือนผู้ชายทั่วๆไปเพียงแต่ไม่ค่อยมีกล้ามเนื้อ ไม่ได้เซ็กซี่ขยี้ใจอะไรสักอย่าง ตรงไหนกันหรือที่เรียกว่าน่าติดอกติดใจ สายตาคมไล่มองส่วนกลางกายที่เคยชำแรกเข้าไปทักทายกลีบเนื้อนุ่มนิ่มของผู้หญิงของเขาด้วยความขุ่นเคืองอย่างนึกอยากทำลาย เจ้านี่น่ะหรือที่ลีลาเด็ดถึงขนาดทำให้ผู้หญิงของเขาไขว้เขว

“มันน่าตัดให้ขาดนัก”

ร่างสูงเริ่มรู้สึกถึงความระอุร้อนของไฟอารมณ์ที่โหมขึ้นในกายกำยำด้วยตัวยาอย่างแรง เขาไม่ใช่เกย์ ไม่เคยมีใจคิดพิศวาสผู้ชาย
ด้วยกัน แต่เมื่อต้องลงมือสั่งสอนพวกลักกินขโมยกิน เขาเองก็ต้องกล้ำกลืนวางยาปลุกอารมณ์ตัวเองด้วยตัวยาชนิดแรงน่าดู กะว่าให้หน้ามืดชนิดคลำไปไม่เจอหางเป็นพอ เพราะนึกรังเกียจไม่น้อยกับช่องทางด้านหลังที่คนอย่างเขาไม่เคยคิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ในเมื่อโจทก์อย่างเขาต้องการลงมือพิพากษาเอง ชายหนุ่มจึงต้องหาตัวช่วย

เขา...อยากจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของมันให้ตกต่ำจมดินด้วยน้ำมือตัวเอง

“ไวน์ขาวไว้ดื่มคู่กับปลา ไวน์แดงสำหรับเนื้อ งั้นฉันชักอยากจะรู้เสียแล้วสิ ว่าเนื้อชายชู้อย่างนายมันจะน่าลิ้มลองซักแค่ไหน”  ดวงตาเย็นเยียบแข็งกร้าวดุดันดุจพญาราชสีห์โชนแสงโรจน์จ้องเขม็งร่างสั่นสะท้านอย่างลูกกวางน้อยในอาณัติ ไวน์แดงชั้นดีในแก้วถูกราดช้าๆลงบนเรือนร่างเปลือยเปล่า ดวงตาคู่สวยดุจนัยน์ตากวางเบิกโพลง เย็นเยียบไปทั่วร่างอย่างซ่อนอาการตื่นตระหนกไว้ไม่อยู่เมื่อรับรู้ถึงภัยคุกคามที่กำลังจะเกิดขึ้น...

“คะ คุณภีม อย่า!” วาเลนไทน์ดิ้นพล่านออกแรงถีบไถในทันที

“คิดเสียว่าแก้ขัดตอนติดเกาะก็แล้วกัน มันจะติดตัวแกไปจนวันตาย ต่อให้แกนอนกับอดีตเมียฉันอีกกี่ครั้งกี่หน ร่างกายแกก็จะไม่มีทางลืม!”

 “ผมเปล่าทำ ผมไม่เคยล่วงเกินอะไรคุณพริม นอกจากจับมือแค่นั้น แค่นั้นจริงๆ ได้โปรด...อย่าทำแบบนี้” วาเลนไทน์ทั้งอ้อนวอนทั้งผลักทั้งดันสวนกำปั้นถีบยันอุตลุต หากแต่มือที่ใช้การตอบโต้ได้เพียงข้างเดียวถูกยึดไว้เหนือศีรษะพร้อมการแทรกกายเข้ามาระหว่างขาทั้งสองข้างของเขา วาเลนไทน์ก็แทบบ้า กลางกายขนาดใหญ่ขยายขนาดผงาดชี้หน้าจนร่างโปร่งบางนึกหวาดกลัว วาเลนไทน์ในเวลานี้ไม่ต่างจากนักโทษที่กำลังจะถูกเพชฌฆาตลงดาบ ในเวลานี้หากอีกฝ่ายจะฆ่าแกงกันเขายังจะ
รู้สึกดีเสียกว่า

“อย่า ได้โปรด...”

น้ำเสียงเว้าวอนของร่างที่ดิ้นปัดป่ายบนเตียงเป็นเพียงสายลมผ่านหู เมื่อความต้องการระอุผ่าวแล่นพล่านไปทั้งกาย สันจมูกโด่งฝังลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง กลิ่นผิวกายหนุ่มผสมกลิ่นไวน์ชั้นดีกระตุ้นอารมณ์ดิบร้อนที่พุ่งทะยานเต็มที่ นาทีนี้เขาต้องการการปลดปล่อย ไม่สนแล้วว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร เพศใด มือหนาข้างที่ว่างบีบขยี้เม็ดตุ่มไตสีทับทิมมันมือ ยิ่งส่วนถูกกระตุ้นลุกชันเป็นไตสู้แรงมือเขายิ่งได้ใจ ทั้งซุกไซ้สูดดม ขบเม้ม บีบเค้น บดขยี้ ฝากร่องรอยสาแก่ใจ

“คุณภีม เฮือก! เจ็บ!”

วาเลนไทน์สะดุ้งเฮือกยามริมฝีปากร้อนๆครอบครองยอดอกดุดัน มือข้างหนึ่งถูกกุญแจมือล็อก อีกข้างถูกเขายึดเสียแน่นหนาดิ้นไม่หลุด ปลายเท้าเกร็งจิกที่นอน พยายามดิ้นรนสุดกำลังก็ไม่สามารถสะบัดร่างหนาหนั่นออกพ้นตัว สะโพกแน่นถูกแรงมือบีบเค้นอย่างมันมือ ริมฝีปากร้อนผ่าวดูดดุนขบเม้มละเลงปลายลิ้นด้วยความเมามันบนยอดอกทั้งสองข้างอย่างไม่ปราณีปราศรัยสนองความอารมณ์ดิบของตัวเอง วาเลนไทน์ขนลุก เจ็บแปล๊บๆยามร่องรอยดูดเม้มเริ่มกระจายตัวตามแผ่นอกบาง สายตาเหลือบมองปลายลิ้นร้อนลากลงชิมรสไวน์บนผิวเนื้อเขา วาเลนไทน์หวาดกลัวกับสิ่งที่กำลังจะเกิด

นาทียามดำเนินไปด้วยความทุกข์ทรมานของฝ่ายถูกกระทำอย่างไร้หัวใจ ร่างกายของเขากำลังถูกระรานด้วยร่างกายระอุผ่าวของผู้ชายด้วยกันโดยที่เขาไม่มีอารมณ์ร่วมด้วยเลยในขณะที่อีกฝ่ายกำลังต้องการเต็มที่ชนิดที่เรียกว่าหน้ามืดไปแล้ว ภีมพริษฐ์ไม่ใช้ยากับเขาเพราะต้องการให้วาเลนไทน์รับรู้กับความรู้สึกแบบนี้สินะ เขากำลังจะกลายเป็นที่รองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของผู้พิพากษาศาลเตี้ย ยิ่งถูกตักตวงมากเท่าไหร่ จิตวิญญาณก็ยิ่งเหมือนจะตายลงช้าๆเท่านั้น

“คุณภีม ไม่!” เสียงห้ามดังขึ้นโดยสัญชาติญาณ ทั้งที่รู้ดีว่าตะโกนไปก็ไม่เป็นผล เมื่อมือหนาทั้งสองข้างกำลังแยกเรียวขาออกกว้าง ราวกับประตูอเวจีกำลังเปิดรับ วาเลนไทน์ตาเบิกโตกับส่วนขยายเป่งที่กำลังผงาดแสดงความเหนือกว่า ริมฝีปากสวยได้รูปยกยิ้มขณะกัดฉีกถุงยางอนามัยในแบบที่ผู้หญิงมองคงจะเคลิ้มตามกับความเซ็กซี่ แต่นี่มันหมายถึงหายนะกำลังจะเกิดแก่ตัวเขา ดวงตาสวยเบิกโตกับขนาดขยายที่กำลังถูกสวมการป้องกัน วาเลนไทน์ดิ้นพล่านพยายามซัดหมัดเข้าใส่ สะโพกบางขยับร่อนหนีการรุกรานเต็มกำลัง

“อุก!”

วาเลนไทน์อ้าปากค้าง หัวใจแทบหยุดเต้นไปชั่วขณะ ทั้งเจ็บทั้งจุกจนพูดไม่ออก เมื่อเรียวขาถูกกระชากกลับพร้อมการสอดใส่สวนเข้ามาชนิดไม่มีการเบิกทางล่วงหน้า เหมือนถูกกระชากวิญญาณทั้งเป็น ลมหายใจขาดห้วง สมองขาวโพลน ความเจ็บปวดทั้งมวลแล่นริ้วไปทั่วแนวกระดูกสันหลังจากช่องทางที่ฉีกขาดกะทันหัน หยาดเลือดสีเข้มคลั่กแดงฉานไหลลงที่นอน หยาดน้ำใสคลอปริ่มหน่วยตา ความทรมานสุดบรรยายตรงช่องทางที่ถูกรุกรานไม่ต่างจากปลาที่กำลังดิ้นพราดๆจากการถูกฟาดด้วยสันมีด!

“ โอ๊ย เจ็บ!”

ขาทั้งสองข้างสั่นระริก ช่องทางที่ถูกรุกล้ำขมิบรัวต่อต้านรุนแรง ช่องทางสดใหม่ไม่มีทั้งการเบิกทางไม่มีทั้งเจลหล่อลื่นช่วยฉีกขาดจนรู้สึกได้ เขาไม่ต่างจากถูกเชือดสดๆ ร่างบางหายใจทางปากแผ่วๆพยายามไม่ขยับเขยื้อนร่างกาย ใบหน้าซีดเผือดเงยหน้ามองมัจจุราชที่เชือดเขาทั้งเป็นอย่างอ้อนวอนหากอีกคนกลับสาดสายตาเย็นกร้าวมาให้

 “อา ซี๊ดดดดด”

ภีมพริษฐ์ส่งเสียงด้วยความเสียวซ่านจากแรงบีบรัดระรัว ร่างสูงใหญ่ค่อยขยับแกนกายร้อนผ่าวที่ผ่านไปได้เพียงครึ่งเข้าไปจนสุด ร่างโปร่งข้างใต้ผวาเฮือกร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บ ทั้งทุบทั้งดันอีกคนให้พ้นตัว หากแต่หัวใจของเขาด้านชาจนไร้ซึ่งปรานีไปแล้ว

คนเลวๆ...ไม่จำเป็นต้องปรานี

“คุณภีมได้โปรดหยุดเถอะนะครับ ฮึก ได้โปรด” เสียงสั่นเครือร้องขอความเห็นใจแบบหมดทางไป ดวงตาฉ่ำน้ำสบดวงตาคม บาดแผลที่ถูกรุกรานปวดตุบๆรู้สึกถึงความร้อนระอุของท่อนเอ็นขนาดใหญ่ในกาย

“อย่ามารยาสาไถเป็นผู้หญิงนักเลย เมื่อกี้ยังปากดีอยู่แท้ๆ นี่แค่เริ่มเท่านั้น จากนี้แกจะต้องเจอแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆจนกว่าฉันจะพอใจนั่นแหละ ไอ้ชู้เลวๆแบบแกมันมีค่าแค่นี้เอง” เสียงเข้มไร้ปรานีเอ่ยขึ้นขณะเริ่มขยับตัว ความแปลกใหม่ที่ได้รับขณะขยับเข้าออกให้ความรู้สึกดีอย่างไม่น่าเชื่อ ความฝืดแน่นค่อยคลายตัวกลายเป็นความหฤหรรษ์ให้เขาเพิ่มทวีกำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆโดยไม่สนหัวจิตหัวใจฝ่ายถูกกระทำ ร่างแน่นหนั่นขยับโยกไหวรุนแรงตักตวงจากร่างโปร่งบางอย่างถึงอกถึงใจ ยิ่งอีกฝ่ายกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดมากเท่าใด เวลาสำหรับการแก้แค้นก็ยิ่งถูกยืดออกไปมากเท่านั้น

นี่คือบทลงโทษที่สาสมที่สุด สำหรับชายชู้ที่ถูกหักดิบศักดิ์ศรีลงเพื่อมาปรนเปรอให้แก่ฝ่ายที่ถูกลูบคม ความแค้นที่เป็นดั่งไฟโหมกระพือลุกลามเผาไหม้ทั่วกายที่ไม่อาจหลีกหนี ทั้งรุนแรง บ้าคลั่ง เย็นชา ไร้ซึ่งหัวใจ มีเพียงความแค้นที่เป็นชนวนเพลิง ร่างกายกำลังถูกแผดเผาแต่ภายในใจรับรู้ได้ถึงความเย็นชาเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากสายตาไร้ซึ่งปรานี

พั่บๆ พั่บๆ

เสียงเนื้อกระแทกเนื้อเข้าออกรุนแรงตามความดิบเถื่อนที่ถูกกระทำบนร่างกายบาง แรงบดเบียดหนักหน่วง จังหวะเคลื่อนไหวรุนแรงตอกย้ำความแค้นระอุที่สาดใส่ให้ทุรนทุรายในหัวใจที่เดือดพล่านด้วยความแค้นสุม วาเลนไทน์พยายามนอนนิ่งๆให้ร่างกายเจ็บปวดน้อยที่สุด เพราะรู้ว่าสู้ไปก็มีแต่เจ็บตัวเพิ่ม ยิ่งดิ้นรนอีกฝ่ายก็ยิ่งรุนแรงใส่ ไม่คิดว่าภีมพริษฐ์จะใช้วิธีนี้จัดการเขา คนทระนงในตนที่ห่อหุ้มเปลือกความเกลียดชังให้หัวใจตัวเองยอมสัมผัสร่างกายผู้ชายด้วยกัน

ฝ่ามือร้อนผ่าวสัมผัสหนักหน่วงบีบเค้นยังร่างกายโปร่งบางของคนใต้อาณัติ สายตาคมแรงกล้าด้วยเพลิงปรารถนาสบกับอีกคนด้วยความเย็นชาขณะโยกตัวหนักหน่วง แผ่นอกบางระไปด้วยรอยกลีบกุหลาบไหวคลอนรุนแรงด้วยแรงสาดกระหน่ำคราแล้วคราเล่าที่ปลดปล่อยออกมา จากเจ็บแทบขาดใจกลายเป็นชาหนึบเหมือนร่างกายเป็นอัมพาตหากแต่ยังรู้สึกถึงเรี่ยวแรงมหาศาลที่ซัดเข้าออกในกาย

ปึ่ก ปึ่ก ปึ่ก

เสียงความหฤหรรษ์ของพญามัจจุราชขยับเข้าออกอย่างร้อนแรงสาแก่อารมณ์ วาเลนไทน์มองใบหน้าถูกอกถูกใจเหมือนเจอของเล่นชิ้นใหม่ของเขา รู้สึกถึงความร้อนแรงแข็งขืนที่กระแทกเข้าออกในร่างกาย หัวใจปวดหนึบ เซ็กส์ที่เกิดจากความไม่เต็มใจ ไร้หัวใจ มันทรมานไม่ต่างจากตายทั้งเป็น ดวงตาคู่สวยที่เคยสดใสฉ่ำไปด้วยน้ำตาก่อนจะไหลหยาดลงเป็นสายด้วยความทรมานเหมือนใจจะขาด ร่างกายเจ็บสะท้านราวถูกฉีกทึ้งด้วยกรงเล็บสัตว์ร้ายเรี่ยวแรงมหาศาล ป่าเถื่อน รุนแรง ไร้ซึ่งปรานี ปลายเล็บจิกลงบนที่นอนระบายความเจ็บ ภาวนาให้ทุกอย่างล่วงไปโดยเร็ว

ยิ่งร่างหนาโหมกำลังเข้าหามากเท่าไหร่ ร่างโปร่งบางก็ยิ่งรู้สึกเหมือนจิตวิญญาณตัวเองกำลังตายลงช้าๆมากขึ้นเท่านั้น

 :sad11:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-04-2015 07:28:26 โดย Moony_Darling »

ออฟไลน์ Moony_Darling

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 98
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-4
Passion.11


“ให้ตามหมอไหมครับนาย”

          เสียงห้าวเข้มของคนดูแลถามขึ้นขณะทอดสายตามองยังร่างจับไข้ซีดเซียวบนเตียง อันวาดรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเจ้านายกับคนที่ยังไม่ได้สติ สภาพเตียงนอนยับยู่ยี่ดูไม่ได้ตอนที่เข้ามาทำความสะอาด หมอน ผ้าห่ม เสื้อผ้ากระจัดกระจายเกลื่อนพื้น รวมถึงร่องรอยจ้ำพร้อยบนร่างกายปวกเปียกหมดเรี่ยวแรงบ่งบอกถึงการผ่านสมรภูมิอารมณ์มาหนักหนาสาหัสสากรรจ์ อันวาดไม่มีความคิดเห็นใดๆ หน้าที่เขามีเพียงทำตามคำสั่งนายก็เท่านั้น

         สายตาคมนิ่งของคนถูกถามมองจับยังร่างจับไข้สะบักสะบอมด้วยน้ำมือเขา ถึงจะสั่งให้คนดูแลคอยปลุกขึ้นมากรอกข้าวกรอกยาเช็ดตัวกันไปก่อนหน้าจนไข้ลดบ้างแล้วแต่ดูเหมือนอาการจะยังไม่ดีขึ้นนักจากบาดแผลอักเสบฉกรรจ์ด้านหลังที่ยังคงบวมเป่งมีเลือดซึม ภีมพริษฐ์นิ่งคิดครู่เดียวจึงออกปาก

          “ไปตามหมอมาดู” เขาสั่งสั้นๆ อันวาดน้อมรับพร้อมเดินออกไป ร่างสูงใหญ่จึงขยับมาใกล้เตียง

          “ฉันนอนกับผู้หญิงตั้งไม่รู้เท่าไหร่ สนุกสุดเหวี่ยงเขย่าเตียงทั้งคืนไม่เห็นพวกนั้นจะเป็นอะไร ผู้ชายแท้ๆร่างกายแข็งแรงกว่าด้วยซ้ำ โดนแค่นี้ถึงกับไข้ขึ้น” เขาเอ่ยกับคนไม่ได้สติ เท่าที่เคยนอนกับผู้หญิงมาก็ไม่เห็นว่าพวกหล่อนจะล้มหมอนนอนเสื่อสักนิด ออกจะสนุกกันสุดเหวี่ยงเสียด้วยซ้ำ แต่จะว่าวาเลนไทน์สำออย อุณหภูมิร่างกายที่ร้อนจี๋หน้าแดงก่ำก่อนหน้าก็ไม่ใช่การแกล้งทำ

          อุ้งมือหนาพลิกใบหน้าซีดไร้สีเลือดหันมาตรงหน้า ไอร้อนรุมระอุผ่าวผ่านฝ่ามือหนาจนรู้สึกได้ แต่หัวใจของคนผูกใจเจ็บเย็นชาเกินกว่าจะนึกเห็นใจ

         “อย่าเพิ่งชิงตายไปเสียก่อนล่ะ ยังมีเรื่องสนุกเตรียมไว้รอแกอีกเยอะ”

     
         อีกเกือบชั่วโมงร่างของนายแพทย์หนุ่มจึงปรากฏกาย มือเรียวขาวอมชมพูอย่างคนไม่เคยกรำงานหนักแตะที่หน้าผากและลำคอคนป่วยเช็คดูอาการคร่าวๆก่อนจะเปิดกล่องเครื่องมือแพทย์หยิบปรอทวัดไข้และสเตโทสโคปตรวจฟังชีพจรประเมินอาการ ก่อนหน้านายเกลี้ยงคนสนิทเวียนมาเช็ดตัวพร้อมโปะผ้าหมาดน้ำลดไอร้อนผ่าวบนหน้าผากตามคำแนะนำของแพทย์ให้แล้วกันคนป่วยช็อก อุณหภูมิร่างกายจึงลดลงบ้าง  นายแพทย์หนุ่มถึงกับนิ่งไปเมื่อตรวจร่างกายคนไข้โดยละเอียดแล้วพบสาเหตุโดยตรง

         “นี่มันอะไรกันอันวาด ผู้ชายคนนี้...”

        “นายแพทย์กีรติกานต์” หรือ “คุณหมอเจ้านาย” เว้นคำพูดไว้ แต่ใช้สายตาสื่อสารเป็นเชิงนัยให้คนหน้าเข้มอธิบาย

         “อย่าถามมากคุณหมอ มีหน้าที่รักษาก็ทำไป” อันวาดตัดบทด้วยสีหน้านิ่งไร้อารมณ์ ดวงตาคมมองจ้องตาเป็นสัญญาณเตือนนัยๆว่าอย่าซักถามอะไรให้มากความ กีรติกานต์หยุดซักถาม ร่างบางเก็บข้อข้องใจเอาไว้คุยทีหลังแล้วรีบทำการรักษาให้ก่อน

         “ผมฉีดยาให้แล้ว นี่เป็นยากินแล้วก็ยาทา ลักษณะบาดแผลตามร่างกายโดยเฉพาะบาดแผลด้านหลังบ่งบอกว่าถูกกระทำอย่างรุนแรง และน่าจะเกิดการขัดขืนด้วย ทำรุนแรงแบบนี้ไม่ดีเลย แผลฉีกขาดแบบนี้...”

          “รักษาเสร็จก็กลับได้แล้ว” อันวาดตัดบทเสียงห้วน มือหนึ่งฉวยกระเป๋าเครื่องมือแพทย์ อีกมือกระชากแขนร่างบางลากลิ่วๆออกนอกห้อง

          “นี่ ปล่อยนะ! อย่ามาทำอะไรเถื่อนๆกับผมแบบนี้นะ แล้วนี่คุณภีมไป...โอ้ย!”

        ...กริ๊ก...

        ไม่ทันสิ้นคำถาม ร่างบางถูกเหวี่ยงกระเด็นโครมลงพื้น นายแพทย์กีรติกานต์ก้นกระแทกพื้นร้องเสียงหลง ใบหน้าขาวเนียนหันขวับตั้งท่าจะตำหนิเป็นอันชะงักค้างกับวัตถุสีดำเมี่ยมที่จ่อกลางหน้าผาก

        “นาย...”

        “อย่ายื่นมือเข้ามายุ่งในเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของคุณ” ดวงตาสีมืดเย็นชาจ้องเขม็ง น้ำเสียงเข้มกดต่ำให้รู้ว่าไม่ได้ขู่ก่อนจะเก็บปืนเหน็บข้างเอวไว้ดังเก่า ขายาวก้าวเบี่ยงนำไปก่อน ทิ้งร่างหมอหนุ่มนั่งจ้ำเบ้าอยู่กับที่ กีรติกานต์พยุงตัวลุกขึ้นเขยกเท้าเดินตาม

         “โหด ดิบ เถื่อน ร่องรอยพวกนั้นดูก็รู้ว่าเป็นการขืนใจ แถมกระทำอย่างป่าเถื่อน!”

         “พูดมากจริง วันหลังเอาเข็มเย็บแผลคนไข้มาเย็บปากตัวเองซะบ้างนะหมอ จะได้รู้จักเงียบเสียที หรือถ้าไม่พอก็เอาเข็มเย็บกระสอบมาเย็บปิดเลยก็ได้!”

         “ปากนายนี่นะ” กีรติกานต์สาวเท้าเดินตาม ปากก็เถียงอีกคนไม่ลดละ

        “ถ้าอย่างนั้นเห็นทีผมคงต้องเอาตะกร้อมาครอบปากพล่อยๆของนายเสียก่อน แล้วค่อยให้สัตวแพทย์ผ่าเอาสุนัขในปากออกให้อีกที!”

         “อย่ามาตีฝีปากกับผมนะหมอ” อันวาดหยุดเท้ากึกพร้อมหันกลับมา

         “ปืนในมือผมมันลั่นได้ง่ายๆเวลาได้ยินอะไรไม่เข้าหู” ใบหน้าคมเข้มโน้มเข้าชิดใบหน้าขาวจนปลายจมูกแทบจะติดกัน จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อนๆ คนตีฝีปากคอเป็นเอ็นถึงกับชะงักออกอาการไปไม่เป็นชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบไหวกับสายตาคม

          “อยากจะรู้ให้ได้นี่ หึงหรือไง หือ?” ริมฝีปากได้รูปขยับเปล่งเสียงใกล้ชิดจนกีรติกานต์รู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว กลิ่นกายร้อนแรงของร่างกายแน่นหนั่นแผ่ซ่านจนสมองพร่าไปชั่วขณะ แทบจะลืมฟังว่าอีกฝ่ายเอ่ยว่าอะไร

          “แต่ยังไง ผมก็ไม่สนองให้หรอกนะ” สายตาคมมองใบหน้าขาวผ่องไล่จรดปลายเท้า แค่นยิ้มเยาะ “แค่เห็น อารมณ์อยากผมก็หดหมดล่ะ”

         เพี๊ยะ!

         ฝ่ามือบางสะบัดฟาดไม่ออมแรงชนิดคนปากพล่อยหน้าหัน อารมณ์กรุ่นโกรธที่ถูกสายตาคมคายเชือดเฉือนดูแคลนแล่นริ้ว กีรติกานต์เองหน้าชาไม่ต่างจากถูกตบเสียเอง หากในความปวดแปลบหัวใจยังมีความทะนงในศักดิ์ศรีตน
 
         “อย่าดูถูกกันให้มากนัก ถึงผมจะชอบคุณ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะอยากถวายตัวให้คุณเหยียบย่ำกันหรอกนะ รับรองเลยว่าแม้แต่ขาอ่อนผม คุณก็ไม่มีวันได้เห็น”

         อันวาดยกยิ้ม ยิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายคิดกับเขายังไง หัวใจก็ยิ่งอยากผลักไส

        “ก็ไม่เคยคิดอยากจะเห็นอยู่แล้ว ขาอ่อนขนยั้วเยี้ยของผู้ชายไม่เห็นจะน่าพิสมัยตรงไหน หมอเองนั่นแหละ อย่าได้อยากเห็นอะไรต่อมิอะไรของผมเชียว สงวนไว้สำหรับสาวๆเท่านั้น” คนพูดยิ้มยั่ว

        “หนอย!” ขาเรียวหวดขวับ เป้าหมายคือกระแทกหน้าแข้งหนักๆให้คนปากอาจมได้มีเจ็บกันบ้างแต่พลาดเป้าไปนิดเมื่ออีกฝ่ายเดาทางถูก อันวาดไหวหลบทันพร้อมยักคิ้วท้าทาย กีรติกานต์กัดฟันกรอดไม่ยอมแพ้ ร่างเล็กกว่าย่อลงกอบทรายในมือซัดเข้าใส่ อาศัยจังหวะอันวาดหันหลบสะบัดปลายเท้ายันโครมยังต้นขาแน่นชนิดเฉียดกล่องดวงใจอีกฝ่ายแบบเส้นยาแดงผ่าแปด อันวาดเซถอยหลังไปก้าวตามแรงถีบ

        “ชิบ! แสบนักนะหมอ” ใบหน้าคร้ามเข้มชี้นิ้วคาดโทษร่างเล็กที่วิ่งลิ่วๆหนีไปทางสะพาน ก่อนนายแพทย์หนุ่มจะชะงักเมื่อคิดได้ว่าตัวเองโดยสารเรือมากับใคร

        “หนอย จะหนีไปไหน หมอตัวแสบมานี่เลย” อันวาดเสียงเข้มกระชากแขนเรียวลากแถกๆจากสะพานเหวี่ยงโครมลงบนผืนทราย ไม่ทันกีรติกานต์จะยันตัวลุก ร่างแกร่งกำยำก็ปรี่ตรงเข้าทาบกายหนาแนบชิดจาบจ้วงบนร่างอีกคน ข้อมือแข็งแกร่งกดข้อมือบางตรึงแนบลงทราย นายแพทย์หนุ่มตื่นตระหนกดิ้นขลุกขลักต้านทานแรงกดที่ข้อมือ ฝ่ายเหนือกว่าจงใจบดเบียดเสียดสีส่วนกลางกายที่หวิดจะถูกประทุษร้ายเข้ากับกลางกายคนข้างใต้ สายตาคมร้อนแรงจ้องปราดเข้าไปในนิลน้ำงามคู่สวยที่ล้อมรอบด้วยแพขนตายาว กีรติกานต์แก้มร้อนวาบกับแรงบดเบียดที่โหมลงเบียดเสียดอย่างจงใจ อีกยังสายตาคมกล้าที่จดจ้องกันไม่ลดละในระยะประชิดจนรับรู้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวหน้าขาวเนียนจนร้อนฉ่าเหมือนนาบถ่านร้อน

         “ปละ ปล่อย!” คนใต้ร่างแสร้งทำเสียงเข้มกลบเกลื่อนอาการประหม่าจากการถูกจับจ้อง ร่างโปร่งบางดิ้นขลุกขลักพยายามขืนตัวให้หลุดจากแรงกดกุม ใบหน้าเนียนซับสีเลือดเห่อเบือนหนีสายตาร้อนแรง

         “หยุดพยายามเอาตัวเองเข้ามาพัวพันกับผมเสียที ก็รู้นี่ว่ามันไม่มีทางเป็นได้” เสียงเข้มกระซิบริมใบหูขาวก่อนจะงับเบาๆ ปลายลิ้นชื้นละเลงปลายติ่งนุ่มนิ่ม กีรติกานต์ขยับดิ้นส่ายหน้าหนี ลมหายใจร้อนๆเป่ารดลำคอจนขนอ่อนลุกชัน ลำคอบางเจ็บจี๊ดเมื่อริมฝีปากหนาฝังลงยังซอกคอ

          “อย่า อย่าทำแบบนี้ อื้อ! ”

          เสียงร้องห้ามไม่ทันขาดคำเปลี่ยนเป็นเสียงอู้อี้ประท้วงในลำคอเมื่อริมฝีปากร้อนบดเบียดลงยังกลีบปากนุ่ม อารามตกใจกีรติกานต์เผลอเผยอริมฝีปากเปิดโอกาสให้ผู้รุกรานแทรกปลายลิ้นฉ่ำร้อนเข้าเกี่ยวรัดรุกล้ำปลายลิ้นเรียว นายแพทย์หนุ่มพยายามขยับปลายลิ้นหนีการรุกไล่จากอีกฝ่าย หากชั้นเชิงลีลาของเจ้าของปลายลิ้นร้อนจาบจ้วงกลับต้อนเสียจนมุม มือเล็กกว่าพยายามเกร็งข้อมือขัดขืนเต็มกำลัง หากแรงบดขยี้เกี่ยวรัดดูดดุนปลายลิ้นไม่ต่างจากร่างกายถูกสูบพลัง เรี่ยวแรงขัดขืนค่อยๆแผ่วลงจนอ่อนยวบยาบเป็นขี้ผึ้งถูกลนด้วยเปลวไฟ เปลวไฟราคะร้อนแรงที่ผลาญเผากายบางให้อ่อนระทวยคามือ มือบางเป็นอิสระยกขึ้นคล้องลำคอหนา ริมฝีปากฉ่ำขยับตอบโต้ไปด้วยความเผลอไผล ร่างกายร้อนวูบวาบด้วยความปรารถนาแล่นพล่านในกาย ฝ่ามือกร้านผ่าวแทรกผ่านชายเสื้อเลื่อนเข้าบีบเค้นยอดอกนุ่มนิ่มจนขึ้นไตสู้แรงมือ ส่วนกลางร่างกายที่บดเบียดเสียดสีจุดอารมณ์ปะทุทั้งสองฝ่าย กลิ่นกายหนุ่มเย้ายวนกระตุ้นอารมณ์ดิบในกายฉกรรจ์ รสชาติหวานล้ำในโพรงปากชุ่มฉ่ำเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดีฉุดปรารถนาพุ่งทะยาน ความทรมานปนเสียวซ่านทำให้กีรติกานต์แทบคลั่ง ปลายเล็บเท้าจิกลงบนทรายระบายความร้อนพล่านภายใน ส่วนกลางกายแอ่นรับแรงบดเบียดด้วยความต้องการ สีหน้าซ่านทรมาน ดวงตาปรือปรอยเหมือนโดนมนต์สะกดของใบหน้าขาวฝาดเลือดอยู่ในสายตาของคนจ้องมอง

          “อือ อืม...อะ อัน...”

           ยิ่งอีกฝ่ายทรมาน แรงบดเบียดส่วนกลางกายก็ยิ่งโหมจังหวะ ฝ่ามือหยาบกร้านร้อนผ่าวบีบเค้นทั่วผิวกายขาวเนียนจนขึ้นริ้วสีระเรื่อตามรอยมือ จากที่อันวาดคิดแค่ว่าจะกำราบคนยุ่งไม่เข้าเรื่องให้หุบปากเสียบ้าง กลายเป็นบางอย่างในตัวกีรติกานต์กลับยั่วยวนจุดความปรารถนาพลุ่งพล่านของเขาได้อย่างไม่น่าเชื่อ สาบเสื้อตัวบางถูกกระชากขาดจากกัน ปลายลิ้นร้อนเปลี่ยนเป้าหมายเข้าครอบครองดูดดุนเม็ดทับทิมสีสวย กีรติกานต์ดิ้นพล่านปลายเท้ากดแทรกเถือกไสไปกับผืนทราย แผ่นอกบางแอ่นรับสัมผัสร้อนรุ่มจนเผลอเปล่งเสียงครางอย่างลืมตัว

         “ฮ้า! อันวาด อัน...”

         “อ้าว เฮ้ยๆ ไอ้เข้ม จะฟัดกันตรงนี้เลยเรอะ!” เสียงคุ้นเคยดังขัดจังหวะ ร่างสูงใหญ่พอๆกับอันวาดเดินลุยน้ำลากเรือเล็กเข้ามาเกยฝั่ง อันวาดชะงักกึก ใบหน้าคมคร้ามผละออกจากยอดอกชูชันขึ้นสีจัดของร่างข้างใต้พร้อมปรับสีหน้าให้เรียบเฉย กีรติกานต์ผุดลุกพร้อมกระชับเสื้อปกปิดร่างกาย ใบหน้าเนียนเยาว์กว่าวัยแดงซ่านก้มงุดซ่อนความอับอายที่ถูกเห็นภาพไม่น่ามอง

         “มึงมาก็ดี ไปส่งให้ด้วยไอ้ดำ” อันวาดบอกเสียงเรียบขณะผละไปดื้อๆ กีรติกานต์มองตามแผ่นหลังกว้างกำยำที่จากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดวงตาคู่สวยร้อนผ่าวด้วยความอัดอั้น สองมือกำเข้าหากันแน่นด้วยความเจ็บปวดแต่ไร้ซึ่งหยดน้ำตา ไอ้เกลี้ยงมองภาพตรงหน้าด้วยความเห็นใจ

          “ไอ้เข้มมันก็เป็นแบบนี้แหละหมอ ปากกับการกระทำมักสวนทางกัน แต่ใช่ว่ามันจะเลวร้ายอะไรนะ เพียงแต่หมอเองทั้งหน้าตา การศึกษา ฐานะ ทุกอย่างดีหมด ถ้าไม่ไหวกับมันจริงๆ ยังมีคนดีๆรอคิวอีกเยอะ” ไอ้เกลี้ยงลูบหลังปลอบประโลม แอบสังเกตด้วยสายตาเงียบๆ กลีบปากอิ่มขึ้นสีแดงเข้มบวมเจ่อ รอยจ้ำแดงฝีมือคู่หูตรงซอกคอนายแพทย์หนุ่ม...ปากบอกไม่รักเขา แต่เข้าใกล้ทีไรเป็นเผลอทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดได้ทุกทีสิน่า

          “นี่ดีนะที่เป็นคุณหมอเจ้านาย ถ้าเป็นคุณเฟียตล่ะก็ ผมล่ะไม่อยากจะนึก โหดเจอแสบ คงได้บรรลัยกันไปข้าง” ไอ้เกลี้ยงทำหน้าแหยงเมื่อนึกถึงความแสบชนิดถึงทรวงในของคุณเลขาฯหน้าขาว ไม้เบื่อไม้เมากับมันมาแต่ไหนแต่ไร ตาคมหลุบมองกล่องดวงใจที่เพิ่งหายดีจากพิษมดแดงทั้งรังรุมกัดจากฝีมือคุณเลขาฯตัวแสบที่ไอ้เกลี้ยงจำไม่มีวันลืม

          “อึก...อึก ฮ่าๆๆ พี่เกลี้ยง ฮ่าๆๆ” กีรติกานต์เปลี่ยนอารมณ์ฉับพลันระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นอย่างกลั้นไม่ไหวเมื่อนึกถึงวีรกรรมความแสบสันของเลขาฯคุณภีม ความรู้สึกแย่หายวับไปทันทีเมื่อนึกถึงเจ้าของใบหน้าขาวผ่อง ผิวบางจนแทบเห็นเส้นเลือด ดวงตาฉายแววฉลาดเฉลียวทันคนของคุณเฟียตที่นอกจากจะทำงานเก่งแล้ว ยังหัวครีเอทในการจัดการจอมกะล่อนกะลิ้มกะเหลี่ยอย่างพี่เกลี้ยงเสียอยู่หมัด เห็นสภาพหนุ่มลูกครึ่งไทย-อิตาลีวันนั้นแล้ว กีรติกานต์ทั้งสงสารและขบขันปนกันไป

           “คุณหมออย่าหัวเราะผมซี” ไอ้เกลี้ยงลูบท้ายทอยแก้เก้อ นึกถึงกี่ครั้งก็อับอายตอนที่ไปหาคุณหมอให้รักษาอาการ “น้องชายบอบช้ำเพราะมดแดงรุม” จากฝีมือนางแมวยั่วสวาทขี้เมาที่เมาแล้วออกอาการเรื้อน ถอดผ้าถอดผ่อนมาขึ้นขย่มเขาเองแท้ๆ พอฟื้นคืนชีพเท่านั้นแหละ ไม่รู้ว่าพ่อเจ้าพระคุณไปเอามดแดงที่ไหนทั้งรังมาเคาะใส่น้องชายกัน ไอ้เกลี้ยงกำลังหลับอุตุจากการเสียเหงื่อไปหลายน้ำถึงกับร้องจ้าก วิ่งรอบห้อง มือปัดมดแดงให้น้องชายอุตลุดโดยมีอีกฝ่ายกอดอกยืนมองหัวร่องอหายอย่างสะใจแกมสมน้ำหน้า มันน่าจับโยนโครมลงน้ำแล้วตามลงไปฟัดต่อให้หายซ่านัก ชิชะ!

          สายตาคมมองร่างโปร่งบางลุกขึ้นปัดทรายออกจากเสื้อผ้าเนื้อตัวในระยะไกล โดยไอ้เกลี้ยงคู่หูช่วยสะพายกระเป๋าเครื่องมือแพทย์ให้ เมื่อนายแพทย์หนุ่มสำรวจตัวเองเรียบร้อยดีแล้วจึงพากันเดินขึ้นสะพานไปลงเรือ ไม่รู้ว่าก่อนหน้าคุยอะไรกัน กีรติกานต์ถึงได้หัวเราะหน้าดำหน้าแดงโดยมีไอ้เกลี้ยงนั่งยองๆเกาท้ายทอยแก้เก้ออยู่ข้างๆ อันวาดเดาว่าคงไม่พ้นเรื่องวีรกรรมของคุณเลขาฯเจ้าเก่านั่นแหละ จำได้ว่าไอ้ดำมันอายน่าดูตอนเปิดส่วนนั้นให้คุณหมอดูอาการน้องชายมันป่วย
 
          ร่างสูงใหญ่แฝงตัวบังพุ่มไม้ ดวงตาสีเข้มหรี่มองคนทั้งคู่จากระยะไกล ร่างโปร่งบางหันกลับมามองอีกครั้งก่อนก้าวลงเรือ อันวาดหันหลังกลับ ทิ้งไว้เพียงภาพสปีดโบ้ทแล่นออกจากเกาะไว้เบื้องหลัง รสชาติหวานฉ่ำในโพรงปากอุ่นนุ่มน่าละเลียดจนไม่อยากหยุด กลิ่นกายสะอาดสะอ้านหอมละมุนเฉพาะตัวของอีกคนยังติดจมูก กลิ่นหอมอ่อนที่ดึงเขาให้ฝังจมูกลงซุกไซ้สัมผัสซอกคอขาว เม็ดทับทิมแข็งเป็นไตสู้ปลายลิ้นให้ขบเม้มเพลินจนยากที่จะดึงตัวเองกลับหากไม่ได้ยินเสียงไอ้เกลี้ยงดังขัดขึ้นเสียก่อน
เขา...ตั้งใจให้กีรติกานต์เกลียดเขาเพื่อจะได้ถอยออกห่าง แต่ตัวเองก็ต้องเตือนตนให้ดึงตัวเองออกมาด้วยเช่นกัน เพราะอันวาดรู้ดีว่า ไม่ได้รู้สึกรังเกียจอีกฝ่ายจริงจัง มีแต่ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งจะหลงเข้าไปในห้วงเสน่หา ลุ่มหลงไม่สิ้นสุด...

         ภาพชายหนุ่มร่างสูงใหญ่สวมเพียงเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงยีนส์ขาดซีดขี่บิ๊กไบค์ โดยมีชายหนุ่มอีกคนนั่งซ้อนท้ายกอดเอวเขาตัวสั่น บนตัวบางมีเสื้อคลุมตัวใหญ่ของเขาคลุมไว้ คนทั้งคู่ที่ฝ่ากระแสสายฝนโปรยไปด้วยกันในค่ำคืน

          เขาไม่ได้ลืม ทั้งที่ไม่คิดจะจำ...




          อืม...

          “น้ำ หิวน้ำ...”

          เสียงพร่าแหบต่ำดังขึ้นเบาๆก่อนดวงตาเรียวคู่สวยจะปรือลืมขึ้นช้าๆ วาเลนไทน์กระพริบตาปรับรับกับแสงสว่างภายในห้อง เขากระหายน้ำ ลำคอแห้งผากจนรู้สึกแสบไปหมด ร่างอ่อนแรงกะปลกกะเปลี้ยขยับตัวน้อยๆ ค่อยๆยันกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ร่างกายที่ยังไม่ชินมีอาการหน้ามืดวิงเวียนปะปน วาเลนไทน์หลับตาลงชั่วคราวไล่อาการหน้ามืดก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง ตรงหน้าเป็นผนังกรุกระจกใสสำหรับเลื่อนออกไปสู่ระเบียงอีกที ภาพตรงหน้าเป็นทะเลสวยงามสีฟ้าสดใสสุดลูกหูลูกตา

          วาเลนไทน์รู้สึกแสบคอ ดวงตาคู่สวยกวาดมองรอบห้องหาน้ำดื่ม โต๊ะติดหัวเตียงมีเหยือกแก้วบรรจุน้ำเกือบเต็มพร้อมแก้วน้ำวางคว่ำปากรองด้วยกระดาษทิชชู่ข้างกันบนถาดรอง ร่างโปร่งขยับเข้าใกล้พลางรินน้ำจากเหยือกใส่แก้วกระดกลงคออึกๆ

         “ฮ่า” วาเลนไทน์รู้สึกชุ่มคอ ร่างกายฟื้นตัวสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นบ้างเมื่อได้ดื่มน้ำไปสองแก้วเต็มๆ ชายหนุ่มขยับขาลงจากเตียงเพื่อจะเข้าห้องน้ำ ทันทีที่ทิ้งน้ำหนักตัวลงปลายเท้า บาดแผลปริฉีกที่ด้านหลังก็ส่งกระแสความเจ็บแล่นริ้วเตือนให้ได้ระลึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา

          เขา...กับผู้ชายคนนั้น

          ผู้ชายเจ้าของนัยน์ตาคมกล้าที่เหมือนมีแรงดึงดูดอยู่ภายในนั้น ขนาดว่าวาเลนไทน์เป็นผู้ชายแท้ๆยังไม่กล้าสบตาด้วยนานๆ กับรูปลักษณ์ภายนอกที่เรียกได้ว่าหล่อบาดใจจนผู้ชายด้วยกันยังต้องยอมรับ ช่วงบ่าแกร่งสง่าผ่าเผยที่แบกรับความรับผิดชอบเอาไว้มากมาย คนที่วาเลนไทน์ไม่คิดมาก่อนว่าจะมีวันลงเอยเช่นนี้กับเขา

          “คุณภีมพริษฐ์”

          วาเลนไทน์ระบายลมหายใจติดขัด

          ทุกอย่างเกิดขึ้นจริงๆ...

          วาเลนไทน์เม้มปาก ค่อยๆพยุงตัวเองเดินเข้าห้องน้ำพร้อมคิดตามไปด้วย ทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหันโดยไม่ทันตั้งตัว เขากับพริมรตาเพิ่งจะได้คุยกันไป ก่อนที่ภีมพริษฐ์จะมาหาเขาที่ร้าน พูดคุย และตัววาเลนไทน์เองถูกพามาที่นี่ทั้งที่ไม่ได้สติ การโต้เถียงรุนแรงที่ต่างฝ่ายต่างสาดอารมณ์ใส่กันจบลงด้วยการกระทำรุนแรงร้ายกาจจนวาเลนไทน์หมดสติไป

          “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันครับพริม” วาเลนไทน์พึมพำกับตัวเอง ชายหนุ่มนึกหาโทรศัพท์ ใจอยากโทรไปหาเจ้าหล่อนเสียเดี๋ยวนี้ เขาต้องการคำอธิบายจากพริมรตา ต้องการให้หล่อนช่วยยืนยันในความบริสุทธิ์หรืออธิบายอะไรก็ได้ให้คนรักของหล่อนฟัง ก่อนที่ภีมพริษฐ์จะลงมือทำร้ายเขาไปมากกว่านี้จากการเป็นจำเลยในความผิดที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนก่อ แต่กลับถูกเจ้าของกรงเล็บมารผู้นั้นกล่าวหากัน

          ร่างอ่อนแรงของคนเพิ่งฟื้นไข้นิ่งคิด เขาไม่มีโทรศัพท์หรืออะไรที่จะติดต่อพริมรตาได้เลยในตอนนี้ แถมคำอธิบายอะไรก็ดูจะไม่เข้าหูภีมพริษฐ์สักนิด นั่นเท่ากับว่า วาเลนไทน์จะต้องกลายเป็นที่ระบายความโมโหโทโสของคนๆนั้นต่อไป ความเจ็บช่องทางด้านหลังขมิบตัวเตือนในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว

          นี่แค่การเริ่มต้นเท่านั้น

         ไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะต้องเจอกับอะไรในสายตาที่อ่านไม่ออกคู่นั้น

        ...ต้องหนี...





         “ลุกได้แล้วหรือ?”

         เสียงทุ้มถามขึ้นเมื่อร่างโปร่งตัวบางแบบคนไม่ค่อยมีกล้ามเปิดประตูห้องน้ำออกมา วาเลนไทน์นิ่งมองร่างสูงใหญ่ด้วยสีหน้าประหลาดใจเต็มที่กับสำเนียงไทยชัดแจ๋วของหนุ่มหน้าฝรั่ง ด้วยรูปร่างสูงใหญ่อย่างตะวันตก ผิวคร้ามแดดจนดูเข้ม ผมหยักศกสีบลอนด์ ดวงตาสีฟ้าอมเทา โครงหน้าได้รูปมีเคราบางๆ ท่อนแขนขึ้นมัดกล้ามสวยงามพ้นจากเสื้อกล้ามสีขาว ท่อนล่างนุ่งโสร่งลายตารางดูดี

         วาเลนไทน์คิ้วขมวดพยายามนึก เขาคลับคล้ายคลับคลาว่าผู้ชายคนนี้น่าจะเป็นคนเดียวกันกับคนที่ปลุกให้ลุกขึ้นมากินข้าวกินยารวมถึงช่วยเช็ดตัวให้ตอนที่นอนร่อแร่ขยับตัวลำบาก

         “ดีขึ้นแล้วครับ ไม่ปวดหัวแล้ว” วาเลนไทน์ตอบเป็นภาษาไทยเมื่ออีกฝ่ายถามด้วยภาษาไทยชัดเจน สายตาเหลือบมองโต๊ะข้างตัวสูงใหญ่ โจ๊กร้อนๆข้นคลั่กส่งกลิ่นหอมฉุยแตะจมูกวางเอาไว้ ใกล้กันเป็นถ้วยใบเล็กบรรจุยาหลายเม็ดในนั้น

         “ไข้ลดแล้ว จะอาบน้ำก็ได้นะ จะได้สบายตัวแล้วค่อยกินข้าวกินยา” เกลี้ยงบอกคนที่ยืนจ้องเป๋งหน้าห้องน้ำ ก็คงจะแปลกใจเหมือนหลายๆคนนั่นแหละที่เห็นฝรั่งพูดไทยชัดแจ๋วสำเนียงไม่มีเพี้ยน

         ใบหน้าขาวใสของคนป่วยเริ่มมีสีเลือดขึ้นบ้างแล้วแต่ยังดูเบลอๆประสาคนเพิ่งฟื้นตัว วาเลนไทน์ผงกศีรษะตอบรับพร้อมหมุนตัวหันกลับเข้าห้องน้ำชำระร่างกายตามที่อีกฝ่ายบอก เพราะรู้สึกเหนียวตัวอยู่เหมือนกัน ร่างโปร่งนุ่งผ้าเช็ดตัวเปิดประตูออกมาเมื่อเสร็จเรียบร้อย เสื้อผ้าสำหรับสวมพับเรียบร้อยถูกวางไว้ให้ที่ปลายเตียง เมื่อคลี่ออกดูจึงเห็นเป็นเสื้อยืดมัดย้อมกับกางเกงเล วาเลนไทน์จัดแจงแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยจึงยกถาดอาหารออกมานั่งกินด้านนอก สายตากวาดหาทางหนีทีไล่

          บ้านสไตล์โมเดิร์นหรูหราสองชั้นตั้งตระหง่านอวดโฉมริมทะเลสีฟ้าสดใส ผนังบ้านกรุกระจกเน้นความโปร่งโล่งสบาย พื้นบ้านปูด้วยไม้ทั้งสองชั้น วาเลนไทน์มองสำรวจเรื่อยๆจนลงมาชั้นล่าง มือบางเลื่อนประตูกระจกออกไประเบียงด้านนอก พื้นระเบียงปูด้วยไม้ไปจบที่สระว่ายน้ำด้านหน้าตัวบ้าน ริมสระมีเก้าอี้นอนเหมือนบ้านพักหรือรีสอร์ทริมทะเลทั่วไป ร่างโปร่งยกถาดอาหารไปวางบนโต๊ะใต้ต้นไม้ริมระเบียง นั่งกินไปด้วยสำรวจหาทางหนีทีไล่ไปด้วย

         ทะเลที่นี่สวยงามด้วยผืนน้ำสีฟ้าอมเขียวสดใสสีโปรดของวาเลนไทน์ทอดยาวไปไกลสุดสายตา ท้องฟ้าสดใสมีปุยเมฆบางๆประปราย หาดทรายสีขาวเหมือนผงแป้งทอดยาวไปไกล ต้นมะพร้าวยืนเรียงกันเป็นทิวเรียบไปตามแนวชายหาด ให้ความรู้สึกสงบอย่างน่าหลงใหล ไม่ไกลกันนักมองเห็นสะพานไม้สีเข้มทอดตัวเข้าไปในแอ่งน้ำสีฟ้าใส วาเลนไทน์มองเห็นทางรอดอยู่ตรงนั้น

         ...เรือสปีดโบ๊ท...

         จำได้ว่าเคยหัดขับตอนไปเที่ยวรีสอร์ทบ้านเพื่อนทางใต้

          มือขาวตักโจ๊กเข้าปาก ดวงตาเรียวมองสอดส่ายโดยรอบ ชายหนุ่มฉกรรจ์สองคนสวมเสื้อกล้ามนุ่งโสร่งอยู่ใต้ต้นมะพร้าวเยื้องหน้าบ้านไป คนหนึ่งในนั้นคือผู้ชายหน้าฝรั่งที่เอาโจ๊กกับเสื้อผ้ามาให้วาเลนไทน์ใส่ ซึ่งกำลังยืนแหงนหน้ามองลูกลิงเก็บมะพร้าวโยนลงมาให้ ได้ยินเสียงตะโกนเรียกชื่อลิง ไข่นุ้ยๆ โหวกเหวก อีกหนึ่งนั่งหันหลังให้กำลังถือพร้าผ่าลูกมะพร้าวอ่อนขมีขมัน ดวงตาคู่สวยหรี่มองอย่างครุ่นคิด

          “จะหาทางหนีไปสะพานยังไงดี แล้วนี่คุณภีมอยู่ไหน?” วาเลนไทน์พึมพำสายตากวาดหาร่างสูงใหญ่ของโจทก์ที่ลากกันมาแบบไม่ฟังอีร้าค่าอีรมใดๆ นอกจากรูปถ่ายในมือที่เจ้าตัวปักใจเชื่อนักหนา มีทางเดียวคือวาเลนไทน์ต้องหาทางติดต่อกับพริมรตา
 
           กวาดตามองหาอยู่นานก็ไม่เจอภีมพริษฐ์ วาเลนไทน์จึงเพ่งความสนใจมาที่อุปสรรคสองคนตรงหน้าแทน

          “จะหนียังไงดี”   โจ๊กในชามพร่องลงจนหมดก็ยังไม่มีวี่แววว่าผู้ชายสองคนนั้นจะลุกไปไหน ชายหนุ่มที่นั่งผ่ามะพร้าวหันมาชายตามองแวบหนึ่งก่อนหันกลับไปเล่นกับเจ้าจ๋อ วาเลนไทน์ลุกขึ้นหันรีหันขวางมองหาห้องครัว ร่างโปร่งเดินกลับเข้าไปในบ้านชะเง้อหาที่ล้างชาม เขาอุตส่าห์ทำมาให้กินแล้ว กินเสร็จก็ต้องล้างทำความสะอาด วาเลนไทน์เดินคลำหาจนเจอห้องครัว เมื่อล้างคว่ำเก็บเสร็จเรียบร้อยจึงเดินออกมาอีกครั้ง

           “สองคนนั้นไม่อยู่แล้ว” ดวงตาเรียวกวาดมองโดยรอบเพื่อให้แน่ใจว่าในรัศมีการมองเห็นจะไม่มีใครจริงๆ สายตาเพ่งไปที่สะพาน เรือสปีดโบ๊ทยังจอดอยู่ที่เก่า หันซ้ายหันขวาเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง จากนั้นร่างโปร่งจึงรีบวิ่งไปที่เชิงสะพานทันที เร่งฝีเท้าสุดชีวิตเท่าที่สังขารตอนนี้จะอำนวย หัวใจเต้นกระหน่ำ สายตามุ่งตรงไปยังจุดหมายข้างหน้า ภาพสะพานใกล้เข้ามาเรื่อยๆพร้อมหัวใจที่เต้นกระชั้นถี่ขึ้นทุกจังหวะ แรงขึ้น  แรงขึ้น

          ตุบ

         เรือไหวยวบนิดหน่อยตอนที่วาเลนไทน์รีบถลาลงเรือ ร่างโปร่งรีบตรงไปที่คนขับด้วยความลิงโลดก่อนจะนิ่งงัน ขาอ่อนแทบทรุดเหมือนคนหมดแรง

         ...ไม่มีกุญแจเรือ...

(อ่านเนื้อหาต่อหน้า5 ค่ะ)

         :katai5:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-04-2015 08:18:14 โดย Moony_Darling »

ออฟไลน์ Freja

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2546
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +144/-4
Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion11# 09/01/58 (P.2)
«ตอบ #38 เมื่อ09-01-2015 17:13:38 »

ว่าแล้วเชียว ไทน์ไม่ใช่พ่อเด็ก พริมรตาเองก็ไม่ใช่เด็กทีอ่อนต่อโลก ถ้ามีอะไรกันคนอิ่นด้วยความเต็มใจก็คงไม่สับเพร่าไม่คุมกำเนิด ฉะนั้นจะต้องเป็นเรื่องที่สุดวิสัยจริงๆเช่นถูกขืนใจเป็นต้น

เรื่องหนึ่งที่เห็นมาหลายเรื่องแล้วก็คือการถูกข่มขืนน้อยครั้งมากคนที่ทำการข่มขืนจะจูบผู้ถูกกระทำ โดยเฉพาะถ้าหากว่าเกลียดอีกฝ่ายด้วย แล้วก็กลัวถูกกัดลิ้น

ออฟไลน์ oilzaza001

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 626
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-1
Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion12# 09/01/58 (P.2)
«ตอบ #39 เมื่อ09-01-2015 17:49:38 »

อิภีม #พระเอกนิยายไทย    :beat:  :z6: นี่ถ้าคนเขียนใจร้ายให้หนูไทน์ให้อภัยอิภีมง่ายๆนี่โกรธนะบอกเลย!  :m31:  :fire: ส่วนพริม เธอช่าง   :katai1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion12# 09/01/58 (P.2)
« ตอบ #39 เมื่อ: 09-01-2015 17:49:38 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ janamanza

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 672
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-2
Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion11# 09/01/58 (P.2)
«ตอบ #40 เมื่อ09-01-2015 17:57:19 »

ชอบนิยายรสคลาสสิคแบบนี้จัง  เป็นเรื่องที่ชอบเพราะภาษาเขียนลื่นไหล และคนเขียนขยันอัพ  555 คงได้ซดมาม่ากันผมร่วงไปซักพัก

ออฟไลน์ Melonlove

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 272
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-1
Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion12# 09/01/58 (P.2)
«ตอบ #41 เมื่อ09-01-2015 18:05:16 »

ชอบนิยายเรื่องนี้มากอ่า  :z10:  (ตามมาจากอีกเวบ)  อัพถี่แบบนี้รักตายเลย   สู้ๆๆจร้าคนแต่ง   :L2: :L2: :call:

ออฟไลน์ mattafaris

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 30
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion12# 09/01/58 (P.2)
«ตอบ #42 เมื่อ09-01-2015 18:07:39 »

 :mew1:รอตอนต่อไปนะคะ

ออฟไลน์ blanchet

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 535
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion12# 09/01/58 (P.2)
«ตอบ #43 เมื่อ09-01-2015 18:24:48 »

สงสารไทน์อ่ะ ทุกอย่างดันเป็นใจจริงๆ
สรุปพริมท้องกับใครเนี่ยย

ออฟไลน์ ammchun

  • Don't Worry,Be Happy
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1574
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-4
Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion12# 09/01/58 (P.2)
«ตอบ #44 เมื่อ09-01-2015 18:55:01 »

เครียดดดดดด :katai1: :katai1:

ออฟไลน์ mukmaoY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3976
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-7
Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion12# 09/01/58 (P.2)
«ตอบ #45 เมื่อ09-01-2015 18:57:59 »

ไทน์ไม่ได้ทำพริมท้อ ง!!
เก๊าขอโต้ด  สงสารไทน์แล้ว มันโหดอ่า  ถ้าไม่มีเกลี้ยงคอยห้าม คงตายไปและ

ออฟไลน์ Shonteen

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 504
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-2
Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion12# 09/01/58 (P.2)
«ตอบ #46 เมื่อ09-01-2015 20:05:35 »

รอตอนต่อค้าาาาาาาา

ออฟไลน์ Maytbb

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1933
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-4
Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion12# 09/01/58 (P.2)
«ตอบ #47 เมื่อ09-01-2015 21:39:25 »

มาให้กำลังใจที่นี่จ้า   :katai3:

ออฟไลน์ Inwoสูs

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1263
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-5
Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion12# 09/01/58 (P.2)
«ตอบ #48 เมื่อ09-01-2015 23:33:40 »

ถ้าฟังกันบ้างก็คงดีอะเนอะ
สืบให้ดีก่อนไม่ได้หรือไง ฮึย :katai1:

ออฟไลน์ blur

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion12# 09/01/58 (P.2)
«ตอบ #49 เมื่อ10-01-2015 00:01:55 »

อัพวันละหลายตอนเลย นิยายเนื้อเรื่องก็กลมกล่อม ติดตามครับ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion12# 09/01/58 (P.2)
« ตอบ #49 เมื่อ: 10-01-2015 00:01:55 »





ออฟไลน์ noozzz

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 319
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion12# 09/01/58 (P.2)
«ตอบ #50 เมื่อ10-01-2015 00:12:34 »

อยากรู้เรื่องพริมใจจะขาดแล้วววว ณ จุดนี้

ออฟไลน์ Freja

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2546
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +144/-4
Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion12# 09/01/58 (P.2)
«ตอบ #51 เมื่อ10-01-2015 01:24:01 »

ภึมจะเข้ารอบชิงพระเอกเลวปีนี้ไหมคะ?

คลาสสิคมากค่ะ  เรื่องพ่อเด็กในท้องพริมรตานี่เรามองข้ามตรงไหนไปหรือเปล่า? คนที่มาทักพริมในผับหรือเปล่า? หรือว่ายังไม่ออกตัว?

ไบรอันนี่แค้นฝังหุ่นพริมเลยสิ ถึงว่าตอนนี้จะมีความสุขใหม่ก็เถอะ กัดไม่ปล่อยเลย

เกี๊ยวซ่า

  • บุคคลทั่วไป
Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion12# 09/01/58 (P.2)
«ตอบ #52 เมื่อ10-01-2015 02:28:44 »

ใจเย็นๆฟังเค้าหน่อยค่ะคุณคะ

มัวแต่โมโหอยู่แบบนี้ไทน์จะช้ำเอานะ  :hao5:

ออฟไลน์ angel_Z4

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 816
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-1
Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion12# 09/01/58 (P.2)
«ตอบ #53 เมื่อ10-01-2015 07:13:03 »

... :a5: :a5: :a5: กรี๊ดดดดดดหนูไทน์!!

ภาษาสวยมากค่ะ สู้ต่อไปน้า :mew1:

ออฟไลน์ Min*Jee

  • เอวรี่ติงจิงกะเบล
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2998
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-5
Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion12# 09/01/58 (P.2)
«ตอบ #54 เมื่อ10-01-2015 10:18:21 »

กรี๊ดดดดดดดกกกก เจ๊ชอบบบบบ :impress2:
นี่บอกเลยว่าต้องแก้แค้นอิตาพระเอกให้หนักๆ ต้มมาม่ารอแล้ว!!!!!
สงสารน้องไทน์ โถๆๆๆๆๆ ลูกแม่ :hao5:
มาอัพบ่อยแบบนี้รักตายเลย :กอด1:
รอตอนต่อไปน้า

ออฟไลน์ Min*Jee

  • เอวรี่ติงจิงกะเบล
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2998
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-5
Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion13# 10/01/58 (P.2)
«ตอบ #55 เมื่อ10-01-2015 11:17:03 »

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด :katai1:
น้องไทน์ของแม่!!!!!!!!! :sad4:
กดรีเฟรชรัวๆเลยวันนี้ ย๊ากกกกกกกก :m31:

ออฟไลน์ Min*Jee

  • เอวรี่ติงจิงกะเบล
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2998
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-5
Re: อเวจีเสน่หา (Passion of fire)# Passion13# 10/01/58 (P.2)
«ตอบ #56 เมื่อ10-01-2015 11:27:25 »

ขอแทงซักสิบรอบ o18 o18
กระทืบต่ออีกร้อยที :z6: :z6: :z6: :z6:
แล้วค่อยเอาไปทิ้งลงทะเล แกมันโง่ๆๆๆๆๆๆๆๆอิพี่ภีมมม!!!! :angry2:

ออฟไลน์ ammchun

  • Don't Worry,Be Happy
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1574
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-4
 :katai1: :katai1:  อิคุณภีมมมมมมมมเมื่อไหร่จะรู้ความจริงซักที ไทน์น่วมไปหมด.  :z6: :z6:

ออฟไลน์ mukmaoY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3976
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-7
ลงโทษเยอะๆนะ   :haun4:

ออฟไลน์ akira334

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 197
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-1
อารมณ์ค้างง :z3: :z3:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด