[ มนต์รักข้าวมันไก่ ] (〇´∀`〇)....จบแล้ว
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [ มนต์รักข้าวมันไก่ ] (〇´∀`〇)....จบแล้ว  (อ่าน 73236 ครั้ง)

ออฟไลน์ boobooboo

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 750
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-2
อ๊ากกกกก  นานจุง

ออฟไลน์ modisvip

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 155
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0

ออฟไลน์ konnarak

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2198
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +182/-0
ยังไงก้รอนะฮ่ะ

ออฟไลน์ nikkou

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +294/-4

บทที่ 9 part2 ตกใจทำไม




เนื่องจากอินกับพัดนั้นเป็นเด็กต่างมหาวิทยาลัยกันและแฟนของดีดีเพื่อนรักนั้นดันเรียนอยู่ที่เดียวกับนายพัดเสียนี่ อินจึงต้องไหว้วานคนข้างห้องให้ช่วยนำทางมายังคณะของเป้าหมาย หลังจากดูตารางเรียนแล้วตกลงเวลากันเรียบร้อยพวกเขาก็ตัดสินใจออกเดินทางมายังมหาวิทยาลัยของพัดทันที



การเดินทางจากคอนโดมาถึงมหาลัยพัดนั้นใช้เวลาน้อยกว่าที่อินคิดไว้มาก เขาเดินลงจากรถปอ.สีเหลืองด้วยสีหน้าลุ้นระทึก อินล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อซ่อนฝ่ามือชื้นเหงื่อของตัวเองแบบเนียนๆ



จากคำบอกเล่าของนายพัดทำให้อินทราบว่ามหาวิทยาลัยนี้แต่ละคณะไม่ได้ตั้งอยู่ในรั้วรอบเดียวกันแต่กระจายตัวเป็นหย่อมๆ...คือเอาจริงๆมันอธิบายดูดีกว่านี้หน่อยนึงแต่ขอสรุปเลยแล้วกันว่ากระหย่อมที่อินกำลังยืนจังก้าท้าสายตายามอยู่ตอนนี้ประกอบไปด้วยสองคณะหลักๆคือคณะของพัดและหมอ...



“แฟนดีดีเรียนหมอเหรอวะ”อินหันหน้าไปถาม พัดไม่ตอบเขาแค่พยักหน้าจากนั้นก็เดินนำเข้าไปด้านใน ทั้งคู่เดินมาเรื่อยๆจนกระทั่งพบโต๊ะที่นั่งเรียงรายอยู่ใต้ตึกเรียนตึกหนึ่ง


“มหาลัยมึงบรรยากาศดีโคตร ต้นไม้รกชิบหาย”อินว่าพลาทิ้งตัวลงนั่งตามเจ้าถิ่น



“ตกลงจะชมหรือจะด่าเนี่ย หึหึ”พัดส่ายหัวเบาๆกับคำพูดย้อนแย้งกันเองของอิน



“ชมครับชม ตราบเท่าที่มึงยังกุมชะตาเรื่องชาวบ้านอยู่แบบนี้อ่ะนะ ทำอะไรมึงก็เลิศเลอหมดแหละ”



นั่งมาได้สักสิบนาทีอินก็สังเกตเห็นนักศึกษาเดินผ่านไปมาแค่ไม่กี่คนคงเป็นเพราะตอนนี้ยังอยู่ในคาบเรียน“ปกติเคยเห็นเดินผ่านแถวนี้เหรอ” จึงเอ่ยปากถามไปเพราะนั่งรอนานๆก็เมื่อยตุ้ม เอาเวลาไปเดินหายังจะคุ้มกว่า



   “ไม่เคยเห็น” พัดตอบกลับเรียบๆ แต่เล่นเอาอินหันขวับมาทันที



   “อ้าว มึงไม่เคยเห็นแล้วกระแดะมั่นหน้ามานั่งรอจิ้งหรีดอะไรแถวนี้!!”นายอินแหวขึ้นทันทีเพราะคิดว่าถูกแกล้ง แต่คนฟังกลับไม่แสดงท่าทีเดือดร้อนกับการขู่ฟ่อๆแม้แต่น้อย พัดหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายตามตัวบุคคลที่จะเป็นประโยชน์ต่อการตามหาคนที่สุดเท่าที่เขารู้จัก



   “กู๊ดส์ มึงถึงหรือยัง อยู่ที่ไหน มีเรื่องจะคุยด้วย” ไม่ใช่ใครกู๊ดส์นั่นเอง



   “ถึงแล้วๆ มึงแหละอยู่ไหน มีอะไรด่วนร้อยวันพันปีมึงไม่เคยโทรหากู”



   “กูอยู่ตึกกลม มึงมานี่ด่วน มีคนจะให้มึงช่วยตามหา” พัดเหล่มองอินที่พยามตะแคงหูฟังแบบขำๆ รีบไปไหนเดี๋ยวเขาก็ต้องรายงานสถานการณ์ให้รู้อยู่ดีนั่นแหละ



   หลังจากนั้นกู๊ดส์ก็วางสายไปแบบไม่มีคำล่ำลา และไม่ถึงหนึ่งนาทีหลังจากนั้นร่างสูงพร้อมทรงผมไถข้างอย่างแนวก็ปรากฏตัวขึ้น



   “ตกลงว่ามึงมีเรื่องอะไร อ้าว นั่นเพื่อนบ้านมึงนี่ ย้ายที่เรียนแล้วเหรอครับ”กู๊ดส์ผู้ร่าเริงถลาเข้าไปทักทายอินผู้อารมณ์บ่อจอย โดยไม่ดูตาม้าตาเรือ นายกู๊ดส์ผู้ได้ทั้งหญิงทั้งชายก็เอามือพาดไหล่เด็กวิศวะอย่างสนิทสนมเรียกสายตาขุ่นๆจากคนสนิทกับคนอื่นยากอย่างอินเข้าให้



   “แล้วมีเรื่องอะไร จะบอกกูได้ยัง?”แน่นอนว่ามันไม่เป็นผลกับกู๊ดส์



“หยกคณะแพทย์ ชี้ตัวด่วน”พัดสั่ง กู๊ดส์ขมวนคิ้วมึนงงกับคำถามนั้น



“ทำไม มึงจะจีบเหรอ ได้ข่าวว่าคนนี้เขามีแฟนแล้วนิ”



“กูให้มึงชี้ตัวไม่ได้ให้ชี้เป้า อย่าลีลา”



กู๊ดส์ส่งเสียงจิ๊ในลำคออย่างหมั่นไส้ไอ้คนออกคำสั่ง อินลอบได้ยินกู๊ดส์บ่นประมาณว่า พูดจาอมพนำคิดว่าหล่อนักหรือไงจนหลุดหัวเราะดังพรืด ก่อนจะหยุดขำเมื่อเสียงบาดแก้วหูของนายกู๊ดส์ผู้นั่งอยู่ด้านข้าวดังแหวขึ้นมาว่า”นั่นไง!!!!”



อินรีบหันไปตามปลายนิ้วของกูรูผู้รู้จักคนหน้าตาดีทุกคนในมหาลัยอย่างกู๊ดส์






“กูว่า C”






“ไม่นะ กูว่า D”






สิ่งที่พัดกับอินกำลังเถียงกันไม่ใช่เกรด แต่เป็นไซส์หน้าอก ร่างบอบบางของหญิงสาวอายุรุ่นราวคราวเดี๋ยวกันเจ้าของผิวขาวนวลสะอาดตาส่วนสูงประมาณร้อยหกสิบกลางๆ ใบหน้าสวยเฉี่ยวแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางไม่หนามากแต่กลับสร้างความฉุดฉาดทรงเสน่ห์ด้วยเครื่องหน้าที่ดีอยู่เป็นทุนเดิม เด็กหนุ่มสองคนที่มาเพื่อพบปะเธอถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สายตาไม่ได้โฟกัสที่ใบหน้าอันงดงามของเจ้าหล่อนแม้แต่น้อย





ขึ้นชื่อว่าผู้ชาย มันก็หื่นเหมือนกันหมดทุกคนนั่นแหละ




กู๊ดส์หัวเราะหึหึกับภาพตรงหน้าก่อนจะกล่าวเสริม”เธอไม่ได้เป็นทั้งดาวคณะและไม่ได้เป็นหลีดด้วย สาเหตุก็เพราะไม่อยากเด่นดัง แต่ขนาดเดินเฉยๆก็เด่นซะขนาดนี้แล้วนี่เนอะ หึหึ ชื่อเล่นชื่อหยก ชื่อจริงไม่จำเป็นต้องรู้ ผิวขาวๆนั้นได้มาเพราะพื้นเพเป็นสาวเหนือเมืองเชียงใหม่ไม่ใช่เพราะสารเคมีกลูตาไทโอน”



“ดีดีเพื่อนกู มาไกลขนาดนี้เลยเหรอ”อินทำหน้าเหมือนจะจับไข้ ชีวิตชายโสดยี่สิบปีของตนเป็นเชื้อเพลิงให้ไฟอิจฉาลุกโชตช่วง ไอ้ติ๋มตี๋น้อยตัวมินินั่น ทำไม!? ทำไม!?



“ทำไมเมียมันสวยจังวะ”อินครวญครางก้มหน้าฟุบกับโต๊ะอย่างพ่ายแพ้ จุดประสงค์ที่จะตามสืบประวัติสาวเจ้าถูกพับเก็บเข้ากระเป๋าไปเพราะหมดเรี่ยวแรง



“อะไรวะ แฟนใคร”กู๊ดส์ผู้ยังปะติดปะต่อเรื่องราวไม่ได้ถามพัดแบบมึนๆ



“เพื่อนบ้านกู ชื่อดีดี เพื่อนสนิทอิน”พัดแจง



“อ่อ”



“อิน กูมีเพื่อนอยู่คณะนี้ถ้าอยากรู้จะช่วยสืบให้ได้นะ”กู๊ดส์เสนอความช่วยเหลือ พัดซึ่งเป็นเพื่อนกันมานานเหล่มองอย่างไม่ไว้ใจ เพื่อนเขาไม่ใช่คนเลวแต่ก็ไม่ใช่คนดีถึงขนาดออกตัวเป็นธุระให้ใครง่ายดายแบบนี้ ต้องมีอะไรแอบแฝง



“ถ้ามึงยอมช่วยกูเรื่องนึง”ยังไม่ทันสิ้นความคิดหางก็โผล่เสียแล้วเพื่อนรัก พัดหันไปมองท่าทีของอินที่แสดงออกชัดเจนว่าไม่ไว้ใจเชี่ยกู๊ดส์



“เห้ย อย่าทำหน้าแบบนั้นดิ กูพูดจริงทำจริง สืบมาให้มึงได้ตั้งแต่เวลาตกฟากเลยมึง ขอแค่มึงช่วยอะไรเล็กๆน้อยๆกูอย่างหนึ่ง เท่านั้นเอง”



“อะไร”อินถามเสียงห้วน สีหน้าบ่งชัดว่าไม่ไว้ใจ



“ได้ข่าวว่ามึงแข่งโบวลิ่งชนะนัน...”กู๊ดส์ถอนหายใจให้ความระแวดระวังตัวของอิน ตอนแรกเขากะหลอกเนียนๆไปแต่ดูเหมือนอินจะหัวแข็งกว่าที่เขาคิดไว้มาก”และสัญญาว่าจะให้นันเลี้ยงข้าว แถมยังแลกเบอร์กันไว้แล้วด้วย...”



“เห้ยๆ มึงอย่าบอกนะว่า...”พูดมาถึงตรงนี้พัดเริ่มมองเกมส์ออก



“แล้วไง”ด้านอินเองก็เช่นกัน



“เย็นนี้นัดมันมากินข้าวด้วยกันอย่างที่เดิมพันกันไว้...”กู๊ดส์เว้นจังหวะเพื่อให้คนฟังมีเวลาเตรียมใจ”แต่กูกับพัดขอตามไปด้วย ไม่ต้องห่วง พอไปถึงเดี๋ยวกูจะจัดการกับไอ้นันมันเอง”



“อืม...”อินยกมือขึ้นลูบคางอย่างใช้ความคิด ถ้าฟังตามข้อเสนอดีๆจะพบว่าเขาไม่ได้เสียประโยชน์อะไรเลยแถมยังได้กินข้าวเย็นฟรีอีกต่างหาก”ก็ได้นะ แต่มึงอย่าทำอะไรรุนแรงนักละ”



เมื่อวันก่อนดูเหมือนกู๊ดส์จะมีความแค้นกับนันอยู่ไม่น้อย ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากให้ลงไม้ลงมือกันเพราะยังไงซะนันก็ไม่เคยทำอะไรให้อินเดือดร้อน เด็กหนุ่มตกลงกับตัวเองว่าจะคอยดูคุมเชิงให้ถ้าเริ่มวางมวยกันเมื่อไหร่ก็จะเข้าไปห้ามทัพ



“ได้เลย กูจะทำเบาๆ พอหอมปากหอมคอก่อน”



ได้ยินกู๊ดส์ตอบแบบนั้นอินก็โล่งใจ แต่ทางพัดกลับหนักใจเสียแทน...



“เชี่ยกู๊ดส์หรือว่ามึง...”



“ชู่วๆ”กู๊ดส์ยกมือขึ้นจุ๊ปากห้ามไม่ให้เพื่อนที่รู้ไส้รู้พุงกันดีแบไต๋ของตัวเองออกมา พัดได้แต่ส่ายหน้ากับพฤติกรรมประหลาดของเพื่อนกับความไม่รู้อิโหน่อิเหน่ของอิน



เมื่อนัดแนะเวลาและร้านกันเรียบร้อยอินก็ถูกบังคับให้โทรไปหานันแบบไม่เต็มใจนัก รอสายอยู่ไม่นานอีกฝ่ายก็กดรับด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ”โหล นันเหรอ นี่อินนะ ว่างป่ะ”



“อื้ม ว่างสิว่าง สำหรับอินนันว่างเหรอแหละ หึหึ”อินยิ้มแหยให้โทรศัพท์ ไม่รู้ชะตากรรมตัวเองซะแล้วมึง



“งั้นคืนนี้ก็ว่างดิ”



“คืนนี้!! เห เร็วไปมั้ง อารมณ์ไหนเนี่ย!!...”



“ตอบมาคำเดียวว่างหรือไม่ว่าง สามทุ่มที่ผับ xxx “ชักไปกันใหญ่อินเลยรีบขัดขึ้นก่อน



“ได้สิ ให้นันไปรับมั้ย”



“ไม่ต้อง มีตีน ไปเองได้ อ่อ แล้วก็ เพื่อนกูไปด้วยนะ สองคน”อินเหลือบมอง เพื่อน ที่ว่าด้วยอารมณ์หมั่นไส้ เขาไม่รู้จะจัดการกับหน้าตาระริกระรี้กับกู๊ดส์อย่างไรดี รู้แค่อยากเอาเท้าไปนาบสักทีสองที



“รับทราบคับผม!! เจอกันคืนนี้นะ บ๊าย บาย”



เป้าหมายยังไม่รู้ตัว วางสายไปด้วยน้ำเสียงดีใจ อินได้แต่ทอดถอนหายใจอย่างนึกสงสาร



หลังจากนั้นก็คุยแผนกับกู๊ดส์อยู่สี่ห้านาทีอินก็ขอตัวไปตามทางของตนเนื่องจากคาบสายวันนี้อาจารย์ชอบเช็คชื่อ ขืนโดดอีกหละก็แย่แน่ ไหนจะต้องไปเซ็นชื่อให้เจ้าดีดีอีก



ร่างของอินหายลับตาไปแล้วเหลือเพียงสองหน่อเพื่อนซี้ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้ามีลับลมคมนัยทั้งคู่ พัดเป็นฝ่ายฉีกยิ้มแล้วก็เอ่ยแซวขึ้นก่อน



“เดี๋ยวนี้เปลี่ยนแนวเป็นแบบ รุกชนรุกเหรอมึง”




“อะไร พูดถึงใคร กูก็รุกของกูเหมือนเดิม”กู๊ดส์นั่งเท้าคางสบายใจ ความจริงตึกที่นั่งกันอยู่ตอนนี้ก็คือตึกเรียนของพวกเขานั่นแหละ แต่ยังนั่งกินลมกันอยู่เพราะค่ำคืนนี้จะกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษ...



“นันก็รุก”



“มันรับเห็นๆ แค่ยังไม่รู้ตัว”



“มึงก็เลยจะช่วยเขาเบิกเนตรหรือไง”



“หึหึ เดี๋ยวก็รู้ ว่าแต่กู มึงเหอะ ที่เปลี่ยนแนว”กูดส์ย้อน



สายลมพัดมาหอบใหญ่พัดพาเอาเสียงหัวเราะในลำคอของพัดให้ลอยหายไป กู๊ดส์มองแววตาสีน้ำตาลเข้มของเพื่อนสนิทผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยปริศนา หรือเรียกตามประสาชาวบ้านก็คืออมพะนำนั่นแหละ



“อย่าคิดว่ากูจะดูไม่ออกนะ สีหน้าแววตาของมึงตอนมองเพื่อนบ้านคนใหม่ของมึงนี่มัน...หึหึ ...”



“...”







“เหมือนกับตอนที่กูมองนันไม่มีผิด”






...


แหม่ แววตาที่ว่านี่มันเป็นยังไงกันเหรอจ๊ะ 55555


ก่อนอื่นเลยคงต้องขอโทษผู้อ่านที่ห่างหายไปนายขนาดนี้นะคะ

ยังไงก็ขอฝากนิยายเรื่องนี้และลูกชายที่น่ารักของคนแต่งไว้ในอ้อมอกอ้อมใจอีกสักครั้งนะคะ T/\T
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-05-2015 17:41:25 โดย nikkou »

ออฟไลน์ kutelittlepoly

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 196
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
นี่เราตาฝาดไปหรือเปล่า? กลับมาอัพแล้ว กรี๊ดดดดดดดด :katai4:

ตกใจหนักมาก แฟนดีๆเป็น ผญ นึกว่าเป็นผู้ชายมาตลอดเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-05-2015 09:22:58 โดย kutelittlepoly »

ออฟไลน์ kritcha

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 38
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
กลับมาแล้ว เย้ๆ

ออฟไลน์ Misakiiz

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 558
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ดีใจจัง กลับมาอัพแล้วววว >.,< 
ขอย้อนกลับไปอ่านตอนเก่าแปป 555 ลืมค่ะ แต่เนื้อเรื่องน่ารักดี ^^
 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ brookzaa

  • Chill out
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-6
 :mc4: :mc4: :mc4: :mc4: :mc4: :mc4:   จุดประทัดฉลองเอาฤกษืเอาชัย ต้อนรับการกลับมา  พรุ่งนี้มาต่อด้วยนะ โทษฐานสอบนาน   :pig2: :pig2: :pig2:   

ออฟไลน์ tarkung

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1002
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
ดีใจที่ได้อ่านต่อ จะติดตามต่อไปนะครับ

ออฟไลน์ boobooboo

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 750
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-2
รอมานานนนนมากกกก

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ JustWait

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3459
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-4
และอินก็ซื่อบื้อต่อไป

ออฟไลน์ ma-prang

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 489
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
พัดอินกลับมาแล้วววว เย้~~~~
ตกใจที่แฟนดีดีเป็นผู้หญิง 5555

ออฟไลน์ TrebleBass

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
 :hao7:   กลับมาแล้ววววว  ได้เห็นแฟนดีดีแล้ว ว่าแต่... หาแฟนได้สวยขนาดนี้เลยหรอ  ดีดีมาไกลมากๆ

ออฟไลน์ zhangwuxie

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
นี่ดีดี มีแฟนเป็นผู้หญิงหรอกรึ 555 ไอ้เราก็อุสาคิดว่าผู้ชายมาตลอด

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2356
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ nikkou

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +294/-4




บทที่ 10 หลอกล่อ




   ท่ามกลางเสียงเพลงดังกระหึ่ม ณ เก้าอี้มุมลับตาคนด้านในสุดของผับชื่อดังใจกลางกรุง เด็กหนุ่มผู้จับจองโซฟาสีแดงสดหยิบยกเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาติดต่อกับบุคคลที่ตนนัดหมายไว้ก่อนกรอกเสียงใส่โดยไม่สะทกสะท้านต่อเสียงเพลงระดับ 90เดซิเบลของร้านแม้แต่น้อย



“อินเหรอ นันถึงแล้วนะ ตอนนี้นันเข้ามาจองที่ในร้านให้แล้ว โต๊ะด้านในสุดฝั่งซ้ายนะ อื้มๆ ไม่เป็นไร มาถึงแล้วก็โทรมาอีกทีแล้วกัน ครับๆ รอไม่นานหรอก ไม่เป็นไรครับ”หนุ่มเจ้าชู้แห่งคณะวิทยาศาสตร์นั่งยิ้มอยู่คนเดียว เขากดมือถือวางสายก่อนจะเอนตัวพิงโซฟานุ่มๆ



ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มมีความสุข ดวงตาสีดำขลับเป็นประกายเรียกสายตาจากทั้งเพศเดียวกันและต่างเพศให้หันมาจดจ้องอย่างเผลอไผล เขากำลังวาดฝันถึงใบหน้าของคนที่จู่ๆก็นัดเจอกันวันนี้อย่างอดไม่ได้



ตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นหน้าเขาก็ตกหลุมรักอินเสียแล้ว รู้ตัวอีกที่ก็นั่งมองใบหน้าคมคายได้รูปซึ่งบูดบึ้งอยู่ตลอดเวลา แม้ยามที่อารมณ์ดีคิ้วเรียวๆนั่นก็ขมวดเข้าหากัน



ราวกับเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วที่คนคนนี้จะแสดงออกว่าไม่พอใจทั้งๆที่กำลังพึงพอใจ



อยากทำให้ยิ้ม...



นั่นคือความปารถนาของนัน



อยากเห็นอินยิ้มด้วยฝีมือของตัวเองสักครั้ง...



   นั่นคือเหตุผลที่เขายอมมาที่นี่



โทษที มานานรึยัง”ฉับพลันก็มีเสียงเรียกให้เขาหลุดจากห้วงความคิด นันเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่เขากำลังรอ



“แล้วเพื่อนหละ”



“เอ่อ...กำลังตามมา”อินเสตาหลบไปอีกฝั่ง ความรู้สึกผิดเริ่มถาโถมเข้ามา เพิ่งคิดได้ว่าถ้าเกิดไอ้กู๊ดส์มันเลือดขึ้นหน้าโดดเข้าใส่นันจนร้านเละเทะทั้งหมดก็เป็นความผิดของอินที่ทำให้นายนันต้องเจ็บตัว



“สั่งอะไรมากินกันก่อนเลยก็ได้นะ มื้อนี้เพื่อนกูเลี้ยง...”...เลี้ยงส่งมึง อินต่อในใจ



นันสั่งเหล้ายี่ห้อแพงกับพนักงานและกับแกล้มอีกสามสี่อย่างก่อนความเงียบจะเข้าปกคลุม นายอินผู้กำลังต่อสู้กับความยุติธรรมในจิตใจเลือกที่จะปลีกตัวหันหน้าไปอีกทางและหยิบเอาโทรศัพท์คู่ใจส่งแชทหาพัดรัวๆ



สติ๊กเกอร์หมีเตะกระต่ายถูกส่งไปแบบไม่ยั้งมือ เขาพยามถามว่าทั้งสองคนถึงไหนแล้วแต่พัดก็ไม่ตอบมาเสียที อินเลยจำใจเก็บมือถือแล้วหันมาพูดคุยกับเพื่อนร่วมโต๊ะอีกคน



“นัน...”



คนถูกเรียกหันมามองโดยไม่ขานรับใดๆ นันเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงให้อินพูดต่อ ใบหน้าซึ่งนันอยากเห็นตอนยิ้มกว้างๆสักครั้งยามนี้กลับคิ้วขมวดเป็นผมหนักกว่าเดิมเล่นเอานันทำอะไรไม่ถูก



“มีอะไรรึเปล่าอิน? ทำไมทำหน้าเครียดๆ”



“เราไม่ได้มีความแค้นต่อกัน วันนี้ที่กูนัดมึงออกมาก็เพราะมีคนอยากจะเจอมึง ขอโทษด้วยที่ต้องหลอก”ประโยคเข้าใจยากเล็ดลอดมาจากริมฝีปากของอินทำเอาคนฟังงงจนพูดตอบโต้ไม่ถูก ทันใดนั้นเองสายตาของเดือนแห่งคณะวิทยาศาสตร์ผู้ถูกล่อลวงมาแบบไม่รู้ตัวก็พบเข้ากับร่างสูงของบุคคลคุ้นหน้ากำลังย่างสามขุมเข้ามายังโต๊ะของตนด้วยใบหน้าเหี้ยมเกรียม



นันอ้าปากค้างยามเห็นรอย(แสยะ)ยิ้มทักทายนั้นชัดๆ เขารีบหันไปมองอินซึ่งนั่งอยู่ข้างๆแต่ทว่าอินกลับนั่งคุยโทรศัพท์อยู่



“อิน มึงถือโทรศัพท์กลับหัว”นันกล่าวเสียงเรียบ คนถูกจับได้ว่ากำลังหนีความผิดหัวเราะแหะๆก่อนเก็นมือถือเข้ากระเป๋าแล้วตีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ยืนขึ้นทักทายกู๊ดส์อย่างสนิทสนมราวกับเป็นเพื่อนรักกันมานานนมนับแต่ครั้งสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น



“ไงกู๊ดส์เพื่อนรัก ทำไมถึงมาช้านักล่ะ”



“โทษๆ พัดแม่งหลงทางอยู่”กู๊ดส์ตอบขณะนั่งข้างๆนันซึ่งทำท่าจะลุกหนีแถมเอาแขนพาดบ่าออกแรงกระชับไว้ไม่ให้ไปไหนพ้น คนโดนจับตัวมองอินหน้าซีด”ไม่มีใครช่วยมึงได้และมึงไม่มีทางหนีพ้น ท่านกู๊ดส์คนนี้จะไม่มีวันปล่อยมึงไปไหนทั้งนั้น”



“มึง!! ขี้โกง มึงหลอกใช้อิน เลวมาก มึงพาเพื่อนมารุมกูใช่มั้ย แน่จริงก็ตัวๆดิวะ!!”นันแหวเสียงหลงพยามแกะมือปลิงของกู๊ดส์สุดชีวิต เพราะกำลังพุ่งความสนใจไปยังวงแขนซึ่งกำลังโอบรอบไหล่นันจึงไม่ทันสังเกตรอยยิ้มมีเลศนัยของนายคู่อริซึ่งเอ่ยประโยคถัดมาด้วยนัยน์ตาพราวระยับ



“พวกกูไม่รุมมึงหลอก คืนนี้พวกกูตัวๆหว่ะ ฮ่าๆๆๆ เนอะพัดเนอะ”



พัดซึ่งเอารถไปจอดจึงเข้ามาช้ากว่าเพื่อนพยักหน้าเออออไปพอเป็นพิธีจากนั้นเขาก็ลงนั่งข้างๆอิน จังหวะเดียวกับเครื่องดื่มและกับแกล้มซึ่งสั่งไปก่อนหน้านี้มาเสิร์ฟพอดี พัดเป็นกัดจัดการเทใส่แก้วแจกจ่ายให้ทุกคนเพราะนันกับกู๊ดส์กำลังรบรากันอยู่ปลีกตัวมารินเองไม่ได้ส่วนคุณอินก็นั่งเป็นคุณชายสบายใจเฉิบ



นั่งดื่มนั่งกินไปได้พอกรึ่มๆกู๊ดส์ก็เผลอคลายแรงที่เกาะกุมนันเอาไว้ นันฉวยจังหวะลุกหนีได้ก่อนจะเดินยิ้มเข้าไปหาผู้ชายอายุรุ่นราวคราวเดียวกันหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มซึ่งเจ้าตัวแอบเล็งเอาไว้นานแล้ว เข้าไปหยอกล้อกันสักพักเขาก็มีทีท่าจะเล่นด้วย



กู๊ดส์วางแก้วเหล้าและลุกตามไปหาหนุ่มคนเดียวกันไอ้นันมันก็เลยชักสีหน้าใส่หนึ่งตลบก่อนจะพูดอะไรไม่รู้เนื่องจากอินอยู่ไกลเกินกว่าจะได้ยินแล้วก็เดินไปหาอีกคนที่เล็งไว้ไอ้กู๊ดส์ก็ตามไปอีกเป็นอย่างนี้อีกสองสามครั้งนันมันเลยโมโหเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงหายไปไหนไม่รู้         



“เพื่อนมึงแม่งส้นตีน”อินกล่าวหลังเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของกู๊ดส์มาได้ระยะหนึ่ง



“ตอนแรกกูคิดว่าจะวางมวยกันซะอีก ที่ไหนได้ อุตส่าห์เสนอข้อแลกเปลี่ยนกับกูเพื่อมาหยอกล้อกันเนี่ยนะ”



“หึหึ ฮ่าๆๆ เอาน่าๆ กู๊ดส์มันก็มีเหตุผลของมัน”



“อะไรวะ”



“เดี๋ยวก็รู้ หึหึ”



อินไม่ได้ใส่ใจการหัวเราะแปลกๆของเพื่อนบ้านเท่าไหร่นักเด็กหนุ่มหันมาจิบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของตนเองต่อเงียบๆ



“หมด” อินยื่นแก้วเปล่าๆส่งให้พัดผู้ผันอาชีพไปเป็นบริกรตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ “เพียวเลยเหรอวะ”อินเห็นว่าเจ้าเด็กชงเหล้าคนนี้ทะลึ่งเทเหล้าชนิดแรงลงไปเปล่าๆไม่ผสมน้ำหรืออะไรเลยทักขึ้น แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร รับแก้วที่ว่ามากระดกกินต่อ สุราไหลรินลงคออย่างรวดเร็วอย่างกับน้ำเปล่า



ความรู้สึกร้อนผะผ่าวตามลำคอ สุราเริ่มออกฤทธิ์ ความเมามายเริ่มปรากฏบนใบหน้าคมคาย



ทั้งสองคนนั่งกินนั่งดื่มเงียบๆไม่มีคำพูดระหว่างกันหลังจากนั้นประมาณชั่วโมงเศษกู๊ดส์กับนันก็ประคองกันกลับมายังโต๊ะสภาพเมาแอ๋ทั้งคู่



ตกลงว่าสองคนนี้มันสนิทกันหรืออริกัน กันแน่วะ”อินถามพลางส่ายหน้าหน่าย



“นั่นน่ะสิ กลับกันเลยมั้ย”พัดตอบ เขาลุกขึ้นไปเขี่ยขาเพื่อนสนิทซึ่งคาดเดาได้ไม่ยากว่าทั้งสองคนคงไปแข่งดวลเหล้าหรืออะไรทำนองนี้ที่โต๊ะอื่นจนเมาคอพับกลับมาเช่นนี้”เชี่ยกูดส์ ตื่น!”



“กูไม่ได้หลับ”



“มึงหลับ”



“ไม่”



“มึงเมา”



“กูไม่ได้เมา”



เขาว่ากันว่าคนเมามักจะโกหกว่าตัวเองไม่ได้เมา แต่คราวนี้อินคิดว่ากู๊ดส์มันไม่ได้เมาหัวราน้ำขนาดนั้น แค่เมาประมาณยืนตรงไม่อยู่เท่านั้นเอง ฮ่าๆๆ



...อย่าว่าแต่คนอื่นเขาเลย อินเองก็สภาพไม่ต่างกัน...



พัดถอนหายใจเหนื่อยหน่าย ตามที่ตกลงกันไว้วันนี้เขาจะต้องรับหน้าที่พาทุกคนกลับไปนอนที่คอนโดเขาจึงดื่มไปไม่มาก แต่ไอ้การจะแบกผู้ชายสามคนขึ้นรถนี่ก็หนักเอาเรื่อง เด็กหนุ่งถอนหายใจพรืดใหญ่กับแผนการที่พังไม่เป็นท่าของเพื่อน



ตามที่เชี่ยกู๊ดส์กล่าวไว้เมื่อกลางวันมันบอกว่าวันนี้มันจะจัดการรวบหัวรวบหางนันตอนเมาไม่ได้สติที่คอนโดของพัดเอง นัยน์ตาสีเข้มมองความหมดสภาพของเพื่อนแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ”ไหนมึงบอกว่าจะทำให้เขาเมาแล้วไหงมึงถึงเมาไปกับเขาด้วยวะ”



“เห้อ เสร็จสักที”พัดจับเพื่อนสนิทโยนขึ้นรถเก๋งญี่ปุ่นสี่ประตูของกู๊ดส์เองขึ้นรถเป็นรายสุดท้าย เพราะวันนี้มากันหลายคนรถยุโรปสองประตูของพัดจึงไม่ได้ออกโรง ร่างสูงๆของกู๊ดส์จัดแจงท่านั่งให้ตัวเองและนันซึ่งนั่งอยู่เบาะหลังเช่นกัน ส่วนอินที่เมาไม่หนักเท่าสองคนหลังก็ใช้สติที่มีเหลืออยู่รัดเข็มขัดนิรภัยและนั่งกุมขมับตัวเอง



จากนั้นรถยนต์สีแดงแจ๋ก็เคลื่อนตัวออกจากสถานบันเทิง เด็กหนุ่มทั้งสี่คนตรงดิ่งกลับไปยังคอนโดเดียวกัน



“พัด คืนนี้กูยืมห้อมงมึงนะ”กู๊ดส์กล่าว อินลอบมองจากกระจกมองหลังก็เห็นมือแกร่งกำลังนวดขมับตัวเองเหมือนพยามตั้งสติ



“อืม”พัดตอบ



“อ้าว แล้วมึงจะไปนอนไหนอ่ะคืนนี้”อินอดถามไม่ได้เพราะจำได้ว่าเคยเจอกับพัดในร้านข้าวมันำก่ครั้งก่อนเพราะเพื่อนยืมห้องคั่วสาวตัวเองเลยต้องมานอนห้องเพื่อนแทน...



จะว่าไป กู๊ดส์มันไม่เห็นพกสาวคนไหนมาด้วยเลยนี่หว่า....นายอัครินทร์ครุ่นคิดอย่างงงวย



“นอนห้องดีดี”



“อ่อ อย่างนี้นี่เอง ถุ้ย! เอาจริงๆดิวะ”




“ก็เนี่ยพูดจริงอยู่เนี่ย เมื่อกี้ไลน์ไปขอดีดีแล้ว”



“อ่อ ถ้าเจ้าของห้องยอมกูก็ไม่ว่าอะไร”



“เปล่า มันยังไม่ได้อ่าน”อ้าวไอ้เวร พูดซะเหมือนได้สิทธิ์เข้าใช้แล้ว อินหันขวับไปมองพัดตาเขียว แต่คนโดนมองกลับยิ้มมุมปากไม่สะทดสะท้านอะไร...



เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาตีสองกว่าแล้วท้องถนนจึงปราศจากรถยนต์พวกเราสี่คนใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีก็กลับมาถึงคอนโดของพัด อินก้าวลงจากรถคนแรก เพราะเขาดื่มไปไม่หนักนักนั่งเปิดกระจกกินลมแค่ไม่กี่นาทีก็สร่างแล้ว กูดส์ก็เช่นกัน ผิดกับนัน ไอ้อ่อนนั่นหน้ามันบอกเลยว่าไม่ไหวแล้ว



กู๊ดส์ลากร่างโปร่งของนันออกมาก่อนจะหิ้วปีกยืนรอพัดข้างรถ พัดมันก็รู้งานยื่นกุญแจให้เพื่อนมันโดยไม่ต้องขอให้เมื่อปาก    
อินเดินขนาบข้างพัดขึ้นห้องไปด้วยสภาพเบลอๆ “ตกลงว่าสองคนนั้นมันสนิทกันแล้วเหรอวะ”คิดยังไงก็ไม่เข้าใจ หรือเชี่ยกู๊ดส์จะหลอกให้ตายใจแล้วก็ลากไปกระทืบในที่ลับตาคน



หัวโจกวิศวะผู้คลุกคลีอยู่ในวงการทะเลาะวิวาทมาค่อนชีวิตไม่ได้เอะใจถึงสำเหตุอื่นแม้แต่น้อย ภาพของคนที่ยกมือลูบคางท่าทีคิดหนักเรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากพัดเป็นอย่างดี



“ขำไรมึง”อินถาม



“มึงไม่เคยมีแฟนสินะ”พัดพูดคนละเรื่องแต่กลับจี้ใจดำคนโสดเข้าเต็มๆ เขาล็อครถแล้วก็ปรายตามองร่างของเพื่อนและคนของเพื่อนที่พากันหายลับเข้าตัวตึกไปแล้ว



“เห้ย! มึง! รู้ได้ยังไง ดีดีบอกมึงเหรอ!?”ภายในลานจอดรถหน้าคอนโด พัดเลือกจอดรถของกู๊ดส์ไว้ตรงนี้เพราะโรงจอดรถบนตัวตึกต้องมีสติกเกอร์ของทางคอนโดติดอยู่ถึงจะเข้าจอดได้และเดี๋ยวพรุ่งนี้เพื่อนเขาก็กลับแล้วจะได้ออกรถง่ายๆ



พัดย่างสามขุมเข้ามาหาอินด้วยสีหน้าเรียบเฉย”แค่ดูก็รู้แล้ว”เขายกมือขึ้นมาเชยคางของอินซึ่งตามการกระทำของเขาไม่ทัน ไม่รอช้า นานๆครั้งเจ้าตัวจะเผยช่องโหว่กว้างขนาดนี้ พัดก้มหน้าลงประทับริมฝีปากบนกลีบปากของอินอย่างแผ่วเบา



สัมผัสเพียงพริบตาสร้างความตื่นตระหนกให้กับคนโดนจู่โจมอย่างอินไม่น้อย เด็กหนุ่มอ้าปากเหวอ ใบหน้าเริ่มเห่อร้อน ไอ้ครั้นจะโวยวายหรือถีบยอดหน้าพัดสักป้าบร่างกายกลับแข็งทื่อไปทั้งอย่างนั้น



“นี่ไงเห็นมั้ย...โดนแค่นี้ก็ยืนทำอะไรไม่ถูกแล้ว”



นายอัครินทร์ผู้เกลียดความพ่ายแพ้ได้แต่มองภาพแผ่นหลังกว้างของเพื่อนบ้านออกห่างจากตัวเองไปเรื่อยๆ กว่าอินจะได้สติและรู้ตัวว่ากุญแจสำรองที่ดีดีให้ไว้ถูกมือดีฉกชิงไปแล้วก็ตอนที่พัดเดินไปถึงทางเข้าและตะโกนถามเขาว่า “จะไม่เข้าข้างในเหรอ”พร้อมชูงพวกกุญแจในมือไปมา



“เห้ย!! ขโมยกันอย่างนี้เลยเหรอ!! เอาคืนมานะเว้ย!!”



อินวิ่งตามไปเอาของๆตัวเองคืนมาจังหวะเดียวกันกับพัดที่เดินเข้าไปข้างในและปิดประตูล็อคอัตโนมัติ อินยืนเกาะกระจกหน้า



คอนโตอย่างแค้นใจ ทุปกระจกส่งเสียงปาวๆให้คนข้างในซึ่งกำลังยืนยิ้มมีความสุขอยู่อีกฟากของกระจกเปิดประตูให้




....โดยลืมเรื่องถูกขโมยจูบแรกไปเสียสนิท...





..............................................................

อ่านคอมเม้นท์ของทุกคนแล้ว ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ >< :L1: :pig4:


ขอโทษที่ทำให้รอนานด้วยค่ะ

ออฟไลน์ ▶August5th◀

  • it was fate
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2223
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +184/-2
ว๊าว เขาจูบกันแล้ว 5555+

ออฟไลน์ thyme812

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 317
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-3

ออฟไลน์ Misakiiz

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 558
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
เขาจูบกันแว้ววววว >///<
ปล. ตอนนี้สั้นใจ รอนะคะ
:pig4: :pig4:

ออฟไลน์ ๐๐ตะวัน๐๐

  • ๐๐๐ลูกตาล๐๐๐
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1220
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
พัดนี่เนียนได้อีกน่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2356
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ ReiSei

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1460
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-5
พัดดดด ร้ายยยยนะะ 5555

ออฟไลน์ brookzaa

  • Chill out
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-6

ออฟไลน์ JustWait

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3459
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-4
อินคะะ อย่าลืมว่าโดนขโมยจูบสิอินน คนบ้า

เราชอบอินจังเลย ฮือ ผู้ชายบื้อตรงสเป็กเลย อยากรังแก

ออฟไลน์ nikkou

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +294/-4




บทที่11 จิ้ม




   ดีดีกลับมาแล้ว...เช้าวันนี้ตอนเก้าโมง ร่างเล็กๆของเจ้าเพื่อนผู้หายสาบสูญเดินลากประเป๋าเดินทางเข้ามาในห้อง แสงแดดอ่อนๆลอดเข้ามาในหน้าต่าง ร่างโปรงได้รูปของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์อย่างนายอัครินทร์ผู้มาอาศัยห้องของเพื่อนสนิทอยู่แต่ตัวเพื่อนสนิทกลับหายตัวไปเกือบสัปดาห์ทำผ้าขนหนูหลุดมือยืนตะลึงงันอยู่หน้าห้องน้ำ



ใบหน้าหล่อคมฉายแววตกใจก็ไม่ใช่ดีใจก็ไม่เชิงยามเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วเห็นเพื่อนสนิทนั่งดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่น



“ดีดี!!”อินร้องเรียก



“อิน!!”ดีดีก็ร้องเรียกเช่นกัน



ฉากการกลับมาพบกันอีกครั้งท่ามกลางแสงแดดยามเช้าซึ่งลอดเข้ามาตามรอยผ้าม่าน ดีดียืนขึ้นแล้วเดินไปหาอิน ในมือหอบถุงของกินชูขึ้นอย่างภาคภูมิใจ



“มากินข้าวเช้ากันเถอะ!!”ห่อข้าวมันไก่สี่ห่อถูกส่งต่อมาให้อินซึ่งรับไว้แบบงงๆ



“ซื้อมาทำไมเยอะแยะ”แม้ของฝากจากนครปฐมจะเป็นข้าวมันไก่ซึ่งซื้อจากร้านใต้คอนโดก็ตาม อินเดินไปหยิบจานอย่างว่าง่าย ส่วนดีดีก็เดินไปเปิดผ้าม่าน



“เผื่อพัดด้วยไง ตอนเข้ามาเห็นห้องปิดมืดเลยนึกว่านอนอยู่ไม่กล้าเข้าไปในห้องนอน”เจ้าของห้องกล่าว



“อ่อ เมื่อคืนไปกินเหล้ากับไอ้พัดมาเลยตื่นสาย”



“แล้วตกลงดีกับพัดแล้วเหรอ”ก่อนออกไปร่างเล็กยังจำได้ว่าอินแยกเขี้ยวขู่เพื่อนบ้านของตนฟ่อๆอยู่เลย




“อืม มันก็ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไร ไปปลุกมันดิ ยังนอนขี้เซาอยู่บนเตียงอยู่เลย”อินเทข้าวมันไก่ลงจาน ข้าวมันไก่สามจาน สำหรับคนสามคน ห่อสุดท้ายเอาไว้เติม



    ห้องกินข้าวของดีดีประกอบไปด้วยร่างของผู้ชายห้าคน หนึ่งคือเจ้าของห้องอย่างดีดีกำลังนั่งกินข้าวมันไก่ในจานเงียบๆข้างอินซึ่งนั่งเท้าคางมองจานข้าวมันไก่ตรงหน้าตัวเองสลับกับใบหน้าบูดบึ้งของนันซึ่งกำลังเขี่ยข้าวมันไก่ในจานไปมา



ส่วนพัดที่ต้มน้ำร้อนสำหรับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเสร็จแล้วก็เทเครื่องปรุงและนำชามส่งให้กู๊ดส์ก่อนตัวเองจะนั่งถัดจากอินและลงมือจัดการข้าวมันไก่ในจาน



บรรยากาศเงียบกริบแปลกๆ...



เมื่อครู่ ระหว่างรอพัดอาบน้ำสองคนนี้ก็มากดออดหน้าห้องและขอร่วมโต๊ะด้วย ดีดีก็อนุญาตแบบมึนๆ มันไม่รู้จักกู๊ดส์ด้วยซ้ำ กับนันยิ่งไม่ต้องพูดถึง แต่เพราะความใจดีของมันก็เลยให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยโดยดี



นันนั่งหน้างอเป็นตะขอ ไอ้กู๊ดส์พยามตักข้าวมันไก่ป้อนมัน มันก็ไม่ยอมเล่นตัวอยู่นั่นแหละ ผมเลิกให้ความสนใจสองคนนั้นแล้วก็นั่งกินอาหารเช้าของตัวเองต่อไปเงียบๆ



และแล้วเวลาก็ล่วงเลยไปอีกหนึ่งสัปดาห์ ช่วงชีวิตอันสงบสุขกลับมาเงือนนายอัครินทร์อีกครั้ง กิจวัตรประจำวันอย่างตื่นเช้าไปเรียน บ่ายกลับห้องมานอนอืด วนเวียนอย่างไร้ประโยชน์ หลังจากนั้นอินก็ไม่มีโอกาสได้เจอกับสามคนนั้นอีกเลย...



ทว่า...



บ่ายวันศุกร์เวลาเลิกคลาสคลาสสิคอลเมคานิกอันเป็นคาบเรียนสุดท้ายของสัปดาห์ อินรวบข้าวของใส่กระเป๋าสะพายข้างสีน้ำตาล เด็กหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาช่วยให้เจ้าตัวดูเป็นผู้เป็นคนขึ้น จากยามปกติที่ใส่แค่เสื้อยืดคอย้วยและกางเกงบอลเน่าๆ



“อิน มีคนมาเรียก ยืนรออยู่หน้าห้องนู่น”เพื่อนร่วมคลาสคนหนึ่งเรียกขึ้น วิชานี้มีแค่อินคนเดียวเท่านั้นในกลุ่มที่ลงเรียนทันทำให้เขาต้องนั่งเรียนคนเดียว



   อินขมวดคิ้วสงสัย หากเป็นเพื่อนสนิทมันคงโทรมา หากเป็นคนรู้จักคงเดินเข้ามาหา การกระทำแปลกๆของแขกผู้มาเยือนทำให้อินอดสงสัยไม่ได้ เด็กหนุ่มเดินออกมาหน้าเล็คเชอร์รูมและเริ่มกวาดตามองหาคนเรียก



“อิน”โดยไม่ต้องเดินไปหาคนคนนั้นก็เข้ามาทักอินเอง ใบหน้าหล่อได้รูปของเดือนคณะวิทย์ปรากฏเข้าสู่สายตา เนื่องจากคณะวิศวะเป็นคณะที่ผู้ชายเยอะกว่าผู้หญิงการมาเยือนของคนหล่ออย่างนันจึงไม่เป็นที่สนใจนัก



อินต่อสายโทรออก ไม่นานอีกฝ่ายก็รับ



“สวัสดีครับ”เสียงทุ้มของพัดตอบกลับมาอย่างสุภาพ สงสัยเห็นเบอร์แปลก เบอร์มันผมไม่ได้ขอจากมันตรงๆหรอก แต่ดีดีมันยัดเยียดมาให้เมื่อเช้าพอดี



   “พัดเหรอ กูอินนะ ไอ้นันมันให้กูโทนัดเพื่อนมึงไปเจอกันที่เดิมคืนนี้หวะ”



“เหรอ โอเคได้ๆ เดี๋ยวบอกกู๊ดส์ให้ แล้วมึงจะไปด้วยไหม?”คำชวนของพัดทำให้ผมคิดหนักนิดหน่อย แม้วันนี้จะไม่มีแผนอะไรแต่ก็ขี้เกียจไปไหนมาไหนกับคนไม่สนิทบ่อยๆ



“อืม...ไปด้วยก็ได้วะ”สุดท้ายก็ตอบตกลงไป



พวกเราคุยกันอยู่สักพักก็ได้ข้อสรุป




“งั้นทุ่มครึ่งมึงมาเคาะห้องเรียกด้วยแล้วกันนะ”พอพัดพูดจบอินก็กดตัดสายไปมือถือก็ดังขึ้นทันที



นันที่รออยู่อย่างลุ้นระทึกสะกิดจึกๆตรงต้นแขนอิน นัยน์ตาสีดำขลับเป็นประกายเหมือนจะสื่อว่า สำเร็จใช่มั้ยๆ...



   “อืม มันไป มึงขอเบอร์กันเองเลยนะวันนี้”อินตอบเสียงเรียบ ยกมือขึ้นขยี้หัวไปมาตอนแรกเขาคิดจะชวนดีดีไปด้วยแต่ก็นึกขึ้นมาได้ก่อนว่าคืนนี้เจ้าเพื่อนยากมีคิวดูอนิเมสดจากญี่ปุ่นอะไรของมันก็ไม่รู้มันคงไม่ไปด้วยหรอก



ฉับพลันเสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นอีกครั้งโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงคนใจร้อนหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาและกรอกน้ำเสียงแห้งแล้งลงไปเพราะคิดว่าคนที่โทรมาคือพัด



   “อะไรอีกวะ”คนกำลังจะไปหาไรกินรองท้องแม่งโทรกันจัง



   “อิน พูดไม่เพราะเลยลูก แม่จะถามว่าเมื่อไหร่อินจะกลับบ้านมาบ้าง” เสียงอ่อนโยนพูดมาตามสาย อ้าวฉิบหายแล้ว อินรีบเอามือถือมาดูชื่อ แม่ฉายอยู่บนหน้าจอ



เด็กหนุ่มเห็นดังนั้นจึงโบกมือไล่นันหยอยๆเจ้าตัวที่ได้ดั่งใจแล้วก็จากไปโดยดี...



“ขอโทษครับ พอดีลืมดูชื่อเลยคิดว่าเพื่อนโทรมา...อ่า...เอาไว้ผมค่อยกลับวันหลังได้ไหม”อยู่ต่อหน้าเพื่อนจะพูดจะเอ็ดตะโรอย่างไรแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าแม่อินก็เป็นเพียงลูกชายคนหนึ่งเท่านั้น”ช่วงนี้งานยุ่งนิดหน่อยน่ะครับ”



“เหรอ...”น้ำเสียงของแม่ดูผิดหวังแต่ช่วงนี้เขาก็ยุ่งจริง(แล้วคืนนี้ทำไมเอ็งถึงไปเที่ยวได้ฟร่ะ)ทั้งการบ้านทั้งสอบย่อยอีกเยอะแยะเลย อินกล่าวขอโทษอีกรอบ...แต่จริงๆถึงอินจะไม่กลับบ้านแต่แม่ก็ไม่เหงาหรอก...



เพราะแม่ยังมีน้องชายตัวดีอีกสองคนอยู่ด้วย...




คิดแล้วก็เขานี่แหละที่เหงา เป็นลูกชายคนโตที่อายุห่างกับน้องเป็นสิบปี...ตั้งแต่น้องเกิดมาอินก็ต้องเสียสละทุกอย่างให้น้องในฐานะพี่เสมอ...



“จ้าๆแม่เข้าใจ แต่ก็กลับบ้านบ้างนะ น้องๆคิดถึง” เสียงอ่อนโดยนของแม่ดังมา ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันอีกสองสามนาทีก็ล่ำลากันไป



อินยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่งว่าเขาจะไปไหนต่อดีสุดท้ายก็คิดไม่ออกจึงมุ่งหน้ากลับคอนโดตามประสาคนเกียจคร้าน...ขนาดไปเดินห้างมันยังขี้เกียจ...



และแล้วก็ได้เวลานัดหมายร่างโปร่งเดินออกจากห้องของดีดีและไม่ลืมแวะกดกริ่งหน้าประตูของคนห้องข้างๆ เห็นว่าวันนี้พัดจะเอารถไปอินก็เลยได้โอกาสติดสอยห้อยตามไปด้วย...แต่ถ้าพัดมันเอารถไปเองแบบนี้ก็แสดงว่าคืนนี้กู๊ดส์จะไม่มาค้างด้วยสินะ...
รอไม่นานเจ้าของห้องก็เดินมาเปิดประตู



ร่างสูงหุ่นดีอย่างคนออกกำลังกายเปิดประตูห้องออกมา พัดอยู่ในชุดเสื้อยืดแขนแค่ศอกเข้ารูปสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์สีเข้ม รองเท้าสีเหลืองตัดดำ แค่นั้นเองจริงๆ แต่ทำไมดูดี แต่ถึงยังไงก็สู้เขาไม่ได้หรอก อย่างหล่อ เสื้อยืดคอวีแขนสั้นสีดำเข้ารูปกางเกงขายาวสีดำ มีอุปกรณ์เสริมนิดหน่อยครับตรงข้อมือใส่สายหนังมีลายไขว้ๆ สรุปได้อย่างหล่อครับรองเท้าผ้าใบสีส้มดำ



“วันนี้หล่อหนิ”พัดเอ่ยชม



“กูหล่อทุกวันแหละ”อินกล่าวแย้งทำเอาฝ่ายชมหัวเราะแห้งๆ



...ปกติเขาต้องชมกลับว่ามึงก็หล่อเหมือนกันไม่ใช่หรือไง...




เวลาหนึ่งทุ่มยังเป็นช่วงปลายของชั่วโมงเร่งด่วนทำให้ทั้งสองคนติดแหง่กอยู่บนถนนเกือบชั่วโมงและในที่สุดเวลา 20นาฬิกาพวกเขาก็เดินทางมาถึงร้านจนได้



“กูบอกมึงแล้วว่าให้เลี้ยวเข้าซอยนั้นมันเป็นทางลัดก็ไม่เชื่อ!!”ผู้โดยสารรถนอกปิดประตูรถและเดินตามบ่นเจ้าของรถอย่างหัวเสียการที่พวกเขามาเลทขนาดนี้โทษใครไม่ได้เลยนอกจากพัด!



“มิน่าครั้งก่อนพวกมึงถึงได้มาช้า!!”



พอเข้าไปในร้านชะเง้อคอมองหาเดี๋ยวเดียวก็เจอไอ้นันกับกู๊ดส์นั่งรออยู่ที่เดิมแล้วเพราะทั้งสองคนใช้ใบหน้าดึงดูดสายตาของสาวๆแต่งตัววาบหวิวในผับเป็นจุดเดียว ระหว่างเบียดตัวผ่านฝูงชนซึ่งยืนกันเต็มฟลอเต้นก็เห็นว่ามีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งเดินเข้าไปทักสองคนนั้น



“เดี๋ยวก่อน”อินถูกมือของพัดรั้งแขนเอาไว้และก็เพยิดหน้าให้ดูสถานการณ์น่าสนุกบางอย่าง อินมองตามแต่โดยดีเขาสังเกตเห็นผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มเดินเข้าไปคล้องคอกู๊ดส์และนั่งลงบนตักฝ่ายชาย มองไกลๆเห็นไม่ชัดแต่ก็เดาได้ว่าหน้าอกตู้มๆของหล่อนนั้นคงเสียดสีไปมาบนร่างกำยำของไอ้เหี้ยนั่น



“พัด กูถามมึงอย่าง”



“หืม”คนถูกเรียกละสายตาจากเพื่อนหันมาหาอิน ตอนนี้ทั้งสองคนย่องเข้ามาใกล้โต๊ะที่นัดกันไว้จนระยะพอให้ได้ยินเสียงพูดคุยแว่วๆ




“มึงจะซุ่มทำเพื่อ?”



“น่าๆ เดี๋ยวมีอะไรสนุกๆให้ดู”พัดยิ้มกริ่ม เป็นรอยยิ้มที่อินเกลียดที่สุดในรอบวัน



“ปล่อยนะ!”เสียงห้าวดังแหวขึ้นกลางอากาศ ดังพอให้ขาเสือกสองคนได้ยิน  ทีแรกคิดว่าเสียงขับไล่นี้เป็นของคนถูกเกาะแกะแต่ผิดคาด นันหันมาจ้องหน้าสองคนซึ่งกำลังฟัดเขม็ง เพื่อนของสาวคนนั้นที่ยังยืนอ่อยนันอยู่ก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก



ส่วนพัด...ฟุบกับโต๊ะแล้วก็หัวเราะจนท้องแข็ง



“ทะ ทำไมเหรอคะ”หญิงสาวถาม



“คนที่คุณกำลังวอแวอยู่นั่นน่ะคือ...”



“คะ?”








“เมียผมนะ!!”






พูดจบก็ตกใจในคำพูดของตัวเอง ตั้งแต่เข้ามาในร้านนี้นันถูกกวนประสาทต่างๆนาๆทำให้เขาฟิวส์ขาด ความเงียบเข้าปกคลุมกลุ่มคนดังกล่าว คนโยนระเบิดลงกลางวงอย่างนันวิญญาณหลุดไปแล้ว คนแอบฟังอย่างอินหรือคนที่ได้ยินอย่างสาวๆกลุ่มนั้นก็ตัวแข็งเป็นหินไปแล้วเช่นกัน




“พวกคุณปะ...เป็นเกย์!! กรี๊ดดด หลอกให้จีบอยู่ตั้งนาน พวกขุดทอง!!!!!”พูดจบก็สะบัดนมจากไปทั้งกลุ่ม



“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!”ส่วนพัด...เงยหน้าขึ้นเพดานแล้วก็หัวเราะแบบไม่เกรงสายตาประชาชี ร่างสูงลุกขึ้นเดินไปหาเพื่อนสนิทซึ่งยกมือกุมขมับหลังถูกกล่าวหาสดๆร้อนๆว่าเป็นฝ่ายรับ พัดแตะบ่าของเพื่อนซึ่งถูกหญิงทิ้งทั้งกลุ่มเหมือนให้กำลังใจแต่ที่จริงกำลังเยาะเย้ย



“ตกลงคืนนั้นมึงถูกจิ้มเหรอวะ”ระหว่างที่วิญญาณของนันยังไม่เข้าร่างและอินยังตัวแข็งเดินมานั่งร่วมโต๊ะไม่ได้



”ถูกจิ้มห่าไร?กูเป็นคนจิ้ม!!”



“แล้วไมมันพูดแบบนั้นวะ”



“ก็วันนั้นอ่ะ มันเมามากใช่มะ กูก็กะเนียนๆกดมันไป แต่มันดันได้สติขึ้นมาระหว่างทาง ร้องยังกับไก่โดนตอน กูเลยหลอกมันไปว่า คืนนี้กูจิ้ม คืนหน้าให้มันจิ้ม ผลัดๆกันไป”กู๊ดส์อธิบายรายละเอียด



“อ่อ คืนนี้นันเลยนัดมึงมาจิ้ม?”



“ประมาณนั้น...ว่าแต่มึงเหอะ เมื่อไหร่จะจิ้ม?”กู๊ดส์ถามเพื่อนสนิท ถึงมันจะไม่พูดอะไรแต่บรรยากาศเวลามันอยู่กับเพื่อนบ้านของมันคนนั้นเขาก็รู้ได้ในทันที พูดแล้วก็มองหา เมื่อครู่เขาเห็นพวกมันลากโต๊ะใกล้ๆมานั่งฟังเรื่องสนุกกันแล้วแต่ไม่เห็นว่าอินจะเดินตามพัดมาเลย



“จิ้มไรกันวะ?”ฉับพลันเสียงของหัวข้อสนทนาก็ดังขึ้นในระยะเผาขน หัวใจของคนนินทาตกลงไปถึงตาตุ่ม



“...”



“...”



“จิ้มจุ่ม...”




หลังจากยืนเงิบจนอินเลิกให้ความสนใจแล้วก็เดินไปนั่งข้างๆนันแล้วพัดก็ตอบแบบอ้อมๆแอ้มๆ



“หึ...”อินกระตุกยิ้มมุมปากและทำทีเป็นไม่สนใจคำแก้ตัวโง่ๆของพัด เขาเดินมาที่โต๊ะตั้งแต่ตอนที่เจ้าพวกนั้นเริ่มคุยกันแรกๆแล้วจึงได้ยินเกือบหมดทุกอย่าง อินยกแก้วเทเหล้าเข้าปากขำๆ




ไอ้นันนะ...ไอ้นันเอ๋ย มึงมาแอ่วกูแต่โดนคนอื่นแอ่วซะเองแบบนี้น่าเศร้าไปหน่อยนะมึง



“ไม่ต้องเครียดไปมึงคนเรามันก็มีพลาดพลั้งกันได้”อินกล่าวปลอบคนโดนจิ้ม




“อา...อืม...”เพราะความช็อคทำให้อะไรๆไม่เข้ารูปเข้ารอยนัก นันนั่งหมุนแก้วเหล้าในมือไปมาเหมือนโดนไขลาน



“คืนนี้มึงต้องเป็นฝ่ายจัดการนะ กูเอาใจช่วย!”เด็กหนุ่มตบบ่าให้กำลังใจคนข้างตัว...



“โอเค!!”



นายอัครินทร์ทั้งปลอบใจและให้กำลังเขาไม่รู้หรอกว่านายนันจะทำสำเร็จไหมและไม่รู้เลยว่าตัวเองก็ตกอยู่ในสถานะไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก...





.........................................................


ตอนหน้ามาจิ้มกันเถอะ!!!!(?)

คนแต่งจะใช้พลังลมปราณทั้งหมดที่มีแต่งตอนหน้าออกมานะคะ 5555555555

ออฟไลน์ ๐๐ตะวัน๐๐

  • ๐๐๐ลูกตาล๐๐๐
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1220
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
ใครจะจิ้มใครล่ะเนี่ย

ออฟไลน์ ma-prang

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 489
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
จะได้จิ้มรึเปล่าน้าาาาาาาาา

ออฟไลน์ JustWait

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3459
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-4
ดิฉันขำตอนนันประกาศความเป็นสามีมากค่ะ :laugh:

ออฟไลน์ ReiSei

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1460
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-5
เค้าจะรอจิ้มจุ่มนะ น่าจะแซ่บ  :hao6:

ออฟไลน์ qilarsy39

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 247
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
จิ้มจิ้มจิ้ม เอิ้ว จิ้มจิ้ม  :katai5:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด