[ มนต์รักข้าวมันไก่ ] (〇´∀`〇)....จบแล้ว
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [ มนต์รักข้าวมันไก่ ] (〇´∀`〇)....จบแล้ว  (อ่าน 73237 ครั้ง)

ออฟไลน์ nikkou

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +294/-4



บทที่ 4 แม่งเนียน



การลงมือทำอะไรสักอย่างต้องมีแผนการและขั้นตอน...หากผลีผลามขาดสติจะเผลอตกลงหลุมที่ขุดขึ้นมาเอง...


แต่ที่สำคัญกว่าแผนการคือการตรวจสอบ...สิ่งที่คุณคิดได้รับการยืนยันแน่ชัดหรือยัง...ระวังให้ดีคุณอาจสะดุดอากาศล้มหัวทิ่ม...บนพื้นนั้นไม่มีอะไร แต่คุณกลับคิดว่ามีและเอาหน้าไปแตะพื้นเสียเอง...เสียเวลาแถมหน้ายังหน้าแตก...


รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT เคลื่อนที่มาเทียบชานลาชาสถานีจตุจักร  ในยามเช้าหลังเวลาเข้างานของราชการ จะมีผู้โดยสารก็เพียงประปราย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ซึ่งเป็นวันอาทิตย์(ราชการที่ไหนเขาทำงานกัน!!) มนุษย์เงินเดินและมนุษย์ไม่มีเงินเดือนทุกคนต่างพร้อมใจหมกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม


...รอให้พระอาทิตย์ทะลวงม่านเข้าไปทิ่มตูดถึงเตียงค่อยออกจากบ้านแห่แหนกันเข้าห้าง


   ตอนแรกพัดคิดจะแวะที่ซุปเปอร์แถวนั้นจริงๆ  หากแต่มันผิดแผนไปหมดเด็กหนุ่มก็เลยเปลี่ยนพิกัดระหว่างทาง...เป็นแหล่งขายของชื่อดัง หนึ่งในแลนด์มาร์คของกรุงเทพมหานคร จตุจักร!!!...โดยไม่สนคำโวยวายของคนที่นั่งอยู่ที่นั่งข้างคนขับแม้แต่น้อย....


   อินกระแทกประตูปิดดังโครม รถ mini roadster คันน้อยถึงกับสั่นไหว ผิดกับเจ้าของรถที่ยิ้มรับความป่าเถื่อนที่จงใจแสดงออกอย่างไม่มีหวั่นไหว...พัดล็อครถเรียบร้อยก็รีบเดินตามร่างโปร่งที่เดินนำลิ่วไปไกล


แม้บทบรรยายก่อนหน้านี้จะกล่าวถึงรถไฟฟ้า แต่ก็ไม่มีส่วนไหนบอกว่าตัวละครเอกทั้งสองโดยสารมาด้วย...คุณโดนคนแต่งสับขาหรอกเสียแล้ว... 


“จะไปไหน นำไปดิ๊”เดินเหมือนรู้ทาง...อินที่เดินออกมาจากส่วนของ เจเจมอลล์ ตลาดนัดติดแอร์แล้วก็หันมาเร่งอีกคน
ฉากหลังเป็นแผงขายของสุดลูกหูลูกตา ด้านบนเปิดโล่งท้าแดดเมืองไทย มองซ้ายมองขวาก็ไม่พบมุมให้หลบแดด เนตรคมของอินหรี่ลงสู้แสงตะวันเหงื่อซึมตามแผ่นหลัง ผนวกกับผู้คนเดินสวนขวั่กไขว่น่าอึดอัดทวีความร้อนของร่างกายและจิตใจเป็นเท่าตัว
เสียงเซ็งแซ่ของพ่อค้าแม่ขายดังแข่งกับเสียงต่อราคาของลูกค้าหน้าเลือด...

ด้วยนิสัยเกลียดความวุ่นวายร่างโปร่งที่เดินมาไม่ถึงครึ่งทางถึงกับร้อง โอดครวญออกมาอย่างลืมมาด...”โอยยยย อีกนานมั้ย ร้อนหวะ”


อากาศร้อนและมวลมหาประชาชนดูจะไม่มีผลต่อคนข้างตัว พัดที่เดินนำอย่างชำนานทางหันมาเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ ปกติเขาต้องเข้าออกสถานที่แห่งนี้อย่างน้อยเดือนละครั้ง เนื่องด้วยกระตายเป็นสัตว์เลี้ยงที่เปราะบาง เจ้าของต้องเอาใจใส่ตั้งแต่อาหารการกิน กรงที่อยู่ ยันโรคภัยที่เป็นไม่ซ้ำแบบตามฤดูกาล


 “ไหวไหม”พัดเอ่ยถามอินที่เดินเหงื่อซ่กอยู่ด้านหลัง


“เห้ยยย สบาย!”อินสะดุ้งโหยงกับคำถามไม่คาดฝัน”แค่นี้ไม่ต่างอะไรกับเข้าแถวฟังผอ.เทศน์หน้าเสาร์ธงหรอก! มึงเถอะ ดูจากหน้าแล้วเหมือนพวกลูกคุณหนู ไหวป่าววว”


“หึหึ”ไม่มีคำตอบ มีเพียงเสียงหัวเราะในลำคอ


โซนสัตว์เลี้ยง...


พัดเดินทรงดิ่งไปยังร้านขายกระต่ายที่ดูมีอุปกรณ์เลี้ยงดูสัตว์หน้าขนครบทุกอย่าง


อินเดินทอดน่องตามเด็กหนุ่มอีกคนพลางเหลือบมองเจ้าของร่างสูงๆนั่นด้วยสายตาว่างเปล่า...ความเกเรแปรผกผันกับอากาศร้อน...นายอัครินทร์ผู้ไม่เคยยอมคนเผยจุดอ่อนประการที่สองต่อจากสิ่งลี้ลับออกมาอีกครั้ง...กับคนคนเดิม


เห็นว่าใช้เวลาเลือกของค่อนข้างนาน อินจึงเดินถัดออกไปยังโซนที่มีกรงใส่ตัวหน้าขนหลายชนิดฆ่าเวลา เวลาที่กระต่ายขนปุยหลายๆตัวกระจุกรวมกันเป็นก้อนดูฟรุ้งฟริ้งและน่ารักในสายตาสาวน้อย ตากลมใสหลายคู่จ้องมองพี่ชายหน้างอราวกับกำลังออดอ้อน


“นั่นพันธุ์เจอรี่ วู๊ดดี้”คำอธิบายจากพัดที่รอเจ้าของร้านคิดเงิน”น่ารักมั้ย”


“ไม่”น้ำเสียงเย็นชาบ่งบอกว่าไม่จริงๆนั่นเรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากคนถามได้เป็นอย่างดี


“ก็ว่างั้นเหมือนกัน”พัดบอกแล้วก็ขยายความ”ถ้าอินเห็นแล้ววิ่งเข้าไปอุ้มคงน่าสยองไม่เบา ฮ่ะๆๆ”


“ว่ากูน่าสยอง แล้วมึงอะ เลี้ยงอยู่ที่ห้องทั้งตัวแถมยังตั้งชื่อซะไฮโซ”


“ที่เลี้ยงไว้ไม่ใช่ว่าอยากเลี้ยงนี่ มันเป็นความรับผิดชอบ”คำตอบครึ่งๆกลางๆจับใจความไม่ได้ถูกตัดจบด้วยถุงใส่หญ้าชนิดที่อินไม่เคยเห็นหลายชนิดถูกยัดใส่มือเขา แต่ถึงอย่างงั้นอินก็จับสังเกตได้ว่านัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มนั้นไหววูบไปชั่วพริบตา


“โหยยย ไอ้เลว รู้จักกันไม่ถึงสองวันก็ใช้ให้มาแบกของแล้ว”อินบ่นยาวไปตลอดทางที่กลับไปเก็บของที่รถ มองขนข้างหน้าที่ถืออาหารเม็ดกับขวดน้ำกลั่นแล้วก็กรงใหม่สำหรับเจ้าเมลิค...เห็นบอกว่ากรงเก่ามดขึ้นสนิมขึ้นเยอะแยะ ขี้เกียจทำความสะอาดเลยซื้อใหม่แม่งทั้งอัน


“นี่ถ้าไม่หลอกพากูมาด้วยนี่ก็กะปล่อยให้เมลิคนอนเน่าอยู่อย่างงั้นใช่มั้ย”อินตะโกนถามไล่หลังแข่งกับเสียงจากรอบทิศ โดยไม่ทันสังเกตแววขำขันและรอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้าแม้แต่น้อย”ไหนว่ากระตายขี้โรคไง เลี้ยงเพราะความรับผิดชอบภาษาอะไร นี่มันขาดความรับผิดชอบชัดๆ”


พัดได้แต่กลั้นหัวเราะฟังคำบ่นของคนขี้บ่นไปตลอดทาง”เดี๋ยวพาไปหาไรกินเป็นการตอบแทนละกัน โอเคมั้ย”


“มึงเลี้ยง?”อินถาม นัยน์ตาสีดำขลับวาววับขึ้นมาทันที...ปากก็หุบสนิท


“อืม...ก็ได้”พัดทำหน้าคิดเล็กน้อย ก่อนจะตอบคำตอบที่คิดเอาไว้แต่แรกแล้วออกไป


“ก็ไม่ได้เป็นคนเห็นแก่กินหรอกนะ แค่ไม่ชอบให้คนมาเอาเปรียบ...คิดซะว่าเป็นค่าจ้างขนของละกัน”แรงงานค่าตัวแพงเอ่ยอ้างอย่างถือตัว


สองร่างเดินมายังร้านอาหารญี่ปุ่นใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าราชเทวี   ในช่วงเวลา 11.20 น. ภายในร้านเริ่มมีลูกค้าแน่นร้าน มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายพาครอบครัวมากินอาหารสมกับเป็นวันอาทิตย์วันแห่งครอบครัว โชคยังดีที่ที่นั้งสำหรับสองคนยังเหลือว่างอยู่   บริกรในร้านวางแก้วน้ำสแตนเลสลงบนโต๊ะที่ปูด้วยผ้าใบสีชมพู   


     อินกำลังนั่งเท้าคางและมองแก้วน้ำของตัวเอง โยนหน้าที่สั่งอาหารไปให้ชายหนุ่มตรงหน้าด้วยคำว่า’อะไรก็ได้’ในตำนาน...ทั้งสองคนเพิ่งเจอกันไม่ถึงสามสิบชั่วโมง แต่กลับมานั่งกินอาหารญี่ปุ่นด้วยกันแบบนี้ต่อให้เป็นอับดุลก็เดาใจไม่ถูกหรอกว่านายอินชอบกินอะไร   


     “อิน  จะกินอะไร?” เสียงเรียกชื่อจากน้ำเสียงที่เริ่มคุ้นหู ขับให้เด็กหนุ่มทำตัวนิ่งเงียบมาตั้งแต่เมื่อกี้


นิ้วเรียวจิ้มส่งเดชไปยังใบเมนู...สิ่งที่ชี้ได้คือซูชิหน้าปลาโตโร่ราคาน่าสยอง ขนาดไม่ใช่คนจ่ายเงินยังหนาวสันหลัง...ซูชิสวรรค์วิมานอะไรห้าหกชิ้นเป็นพัน...พนักงานที่ยืนรออยู่นั้นทำท่าจะจดเมนูดังกล่าวลงไป...


“เห้ยย!! ชี้ผิดๆ เอาอันนี้ๆๆ”อินรีบเปลี่ยนพิกัด ขยับปลายนิ้วไปยังรูปข้างๆโดยไม่ดูตาม้าตาเรืออีกเช่นกัน...


คนเป็นเจ้ามือเห็นดังนั้นจึงหันไปสั่งข้าวปั้นหน้าปูฮอกไกโดก่อนจะบอกพนักงานว่าพอเท่านี้ก่อน การกระทำนั้นสร้างความสงสัยให้คนไม่เคยมากินอย่างอินเล็กน้อย


“กินแค่นั้นจะอิ่มอ่อ?”


“ที่อินสั่งมามันสำหรับกินสองคนนิ หรือจะกินคนเดียว?”พัดถามด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ แค่เห็นก็รู้ว่าจิ้มไปมั่วซั่ว...


เหล่าบริกรสาวและแม่ครัวพากันซุบซิบมาจากด้านในร้าน ภาพของเด็กหนุ่มหน้าตาดีแต่งตัวด้วยเสื้อลายสก๊อตสีแดงดำกับกางเกงยีนส์พอดีตัวสีเข้ม กับอีกคนที่ใส่เสื้อยืดสีขาดกางเกงขาสั้นสีน้ำตาลลากแตะช้างดาวคงจะเป็นภาพที่ดูแปลกตาไปเสียหน่อย...คนหนึ่งจัดเต็มอีกคนเหมือนออกจากบ้านมาทั้งชุดนอน


“ปกติเด็กผมน้ำตาลคนนี้จะมากับเพื่อนอีกสองคนไม่ใช่เหรอ” พวกเธอเริ่มกระซิบกระซาบกันและเหลือบมองเป็นระยะๆ ทำให้ทราบว่าที่นี่เป็นร้านประจำของพัดและกลุ่มเพื่อน


“สงสัยเพื่อนใหม่ล่ะมั้ง แต่ดูท่ายังไม่สนิทกันเลยเนอะ” แม่ครัวคนหนึ่งถึงกับวางมีดแล้วเดินมาด้อมๆองๆพิจารณาเจ้าของเป้าสายตาสองคน


“ดูสิ นั่งมองพื้นมองเพดานทำท่าเก้ๆกังๆไม่รู้จะพูดอะไร” 


 “แหม...หัวหน้าเชฟบรรยายซะยังกับคู่รักเพิ่งคบกันเลยคะ อะโฮะๆๆ” แล้วก็เริ่มหัวเราะคิกคักกันเมื่อจินตนาการไปไกล  เพื่อนกันฉันรักนาย...หรืออะไรประมาณนั้น....


    หารู้ไม่ว่าทุกประโยคนั้นมีคนได้ยินทั้งหมด....พัดส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ ถ้าจะเมาท์มอยก็ช่วยไปไกลๆหน่อย อย่าให้คนฟังได้ยิน...เดี๋ยวก็รู้ตัวกันพอดี...


    ไม่นานนักบริกรก็เลิกจับกลุ่มหันมาปฏิบัติหน้าที่การงานต่อ จานบรรจุซูซิขนาดใหญ่หลายหน้าจำนวนสิบชิ้นถูกวางลงบนโต๊ะ พอมาเห็นของจริงอินถึงรู้ว่าขนาดมันใหญ่กว่าซูชิตลาดเกือบสี่เท่า...มองในเมนูไม่รู้ว่าจะขนาดนี้...


หน้ารวมมิตรที่ว่าประกอบไปด้วย เอ็นกาวะ ปลาไหล ไข่หอยแม่น ปลาอะจิ หอยปีกนก อย่างละสองชิ้นและ คินเมะได ไข่กุ้งอีกอย่างละชิ้น...ถามว่ารู้เหรอว่าอะไรเป็นอะไร เหอะ! รู้จักแค่ไข่กุ้งนอกนั้นอ่านเอาจากใบเมนู


ยังไม่ทันได้คว้าตะเกียบ พัดก็เอื้อมมือไปหยิบมือถือในกระเป๋าเกงเกงขึ้นมา เดือดร้อนคนไม่ชอบอะไรหยุมหยิ๋มอย่างอินต้องร้องเตือน “อย่าบอกนะว่าจะถ่ายรูปลงไอจี!?”


“ป่าว ไลน์เข้า”พัดตอบสั้นๆก่อนจะก้มหน้าก้มตากดมือถือ...


ร่างโปร่งในชุดเสื้อยืดนั่งกอดอกรอ มองดูดีดีจะเห็นรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของอีกฝ่าย...หรือว่ากำลังคุยกับแฟน? ข้อสันนิษฐานนี้ทำให้อินฉุกคิดเรื่องสำคัญที่ลืมไปแล้วได้


ดีดีชอบพัด พัดชอบดีดี...


“เล่นมือถือตอนกินข้าว ไม่มีมารยาท”อินว่าพลางเตะเท้าไปที่ขาเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม


เท้าที่เตะมาที่ขาเก้าอี้ดึงรอยยิ้มบนใบหน้าของพัดนั้นฉีกกว้างขึ้นอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาสีน้ำตาลเงยขึ้นสบคนตรงหน้า ก่อนมือถือเจ้าปัญหาจะถูกยื่นมากลางโต๊ะ”มีไลน์มั้ย?”


อินหยิบโทรศัพท์ส่วนตัวของตัวเองส่งให้แทนที่จะเป็นโทรศัพท์ที่ถูกนำมาวาง กลายเป็นพัดที่เป็นฝ่ายงุนงงกับการกระทำเหนือความคาดหมายเสียแทน ก่อนรับมาถือเอาไว้พร้อมกับมองเจ้าของ  “แอดเอาเอง จะกิน” ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้าง...ไม่คิดว่าจะให้ง่ายขนาดนี้


     พัดรับมือถือมาจากมือของอินก่อนสแกน QR Code ของเครื่องเขา พร้อมกับส่งกลับให้กับเจ้าตัว


    “ เรียบร้อย” บนหน้าจอชื่อเพื่อนนั้น ปรากฏชื่อ ’พัด เจนเทิลแมน’ เป็นคนแรกเพราะเพิ่งแอดมาใหม่  อินมองชื่อนั้นอย่างหมั่นไส้ก่อนจะล็อคหน้าจอและหันมาจัดการกับอาหารตรงหน้า 


     “ทักไปแล้วจะตอบไหม?” คำถามนี้ถูกถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พัดคีบซูชิเข้าปากไปพลางมองคนอีกฝั่งไปพลาง


     “อ่าน...แต่ไม่ตอบ” อินกล่าว 
 
    เมื่อกลับมาถึงคอนโดชั้น 24 อินและพัดแยกย้ายกันกลับห้อง ร่างโปร่งเปิดประตูเข้าห้องอย่างเหนื่อยอ่อน  เนตรคมกวาดตามองหาเจ้าของห้องที่บอกว่าจะอยู่ดูการ์ตูนแต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา


โดยไม่ได้เอะใจแม้แต่น้อย อินเดินไปเปิดพัดลมก่อนล้มตัวลงนอนกับโซฟาเจ้าเก่า


“โอ๊ยยยยยย!!”จอมขี้เกียจสะดุ้งโหยง แผ่นหลังของเขาทับเข้ากับวัตถุแข็งแถมยังแหลมอีกตะหาก


นัยน์ตาสีดำหันขวับมามองต้นเหตุก่อนจะพบว่ามันคือ ‘ฟิกเกอร์ของอาสึนะจัง นางเอกจืดจางจากอนิเมชั่นเกมส์ออนไลน์เรื่องหนึ่งที่นอนแผ่อยู่บนโซฟาก่อนเขา


ปอลิง.ฟิกเกอร์คือหุ่นจำลองตัวละครจากการ์ตูนเรื่องต่างๆ ส่วนใหญ่มีขนาด 20-30cm.


ไอ้ดีดีหายหัวไปไหนไม่บอก แล้วยังทิ้งขว้างของไปทั่วอีก นี่ไม่ใช่สมบัติแสนล้ำค่าของมันรึไง? อินคิดอย่างสงสัยก่อนจะหยิบฟิกเกอร์อาสึนะจังไปวางไว้บนโต๊ะกระจกเตี้ยๆหน้าโซฟา


.


.


แสงตะวันสีส้มอ่อนสาดส่องเข้ามาทางประตูใสทางระเบียงเรียกสติของคนที่ผล็อยหลับไปตั้งแต่บ่ายให้ฟื้นจากนิทรา นายอัครินทร์ขยี้ตาอย่างงัวเงีย ตาปรือมองไปรอบห้องก็ยังไม่พบกับร่างของคนที่เขารออยู่...ดีดีไปไหน?


รึว่า...!?


 มือไวเท่าความคิดผู้มาขออาศัยรีบคว้ามือถือเครื่องเดิมขึ้นมาเปิดแอพลิเคชั่นสนทนายอดนิยม...เปิดรายชื่อเพื่อนที่ไม่เคยไม่การพูดคุยใดใดขึ้นมาอย่างรีบร้อน...[พัด เจนเทิลแมน]


[อิน ออน อันเดอร์]


17.44 : ดีดีอยู่กับมึงรึป่าว


สิบนาทีผ่านไป...


17.54 : ไอ้เหี้ยพัดดดดดด เอาดีดีกูคืนมา


17.55 : สติกเกอร์หมีเตะกระต่าย


ไม่มีสัญญาณตอบรับจากไอดีที่ท่านเรียก ตื๊ดดดดด...นักศึกษาวิศวะเริ่มนั่งตูดไม่ติดเก้าอี้ สมองเจ้ากรรมฉายภาพฉากที่ออกสื่อไม่ได้ของห้องข้างๆเตลิดไปไกล


สุดท้ายอินจึงตัดสินใจกระโจนออกจากห้อง...เมื่อตระหนักได้ว่าเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงกันจะรอมันตอบแชททำหอยอะไร


ออดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!ๆๆๆๆๆ


โดยไม่กลัวออดเพื่อนบ้านจะพัง นายอินจิ้มนิ้วรัวๆเดือดร้อนถึงคนที่อยู่ข้างในต้องถลามาเปิดประตูอย่างรีบร้อน...


ใบหน้าหล่อๆของพัดปรากฏสู่สายตาของอิน นัยน์ตาสีน้ำตาลกระพริบปริบๆอย่างงุนงง ผู้มาเยือนไม่พูดพร่ำทำเพลงแทรกตัวเข้าไปในห้องชาวบ้านอย่างถือวิสาสะ...


“อยู่คนเดียว?”อินเอ่ยถามหลังเดินวนรอบๆห้องนั่งเล่นแล้วไปพบคนที่กำลังตามหา เขายังไม่ได้เข้าไปค้นในห้องนอน ห้องน้ำ ระเบียง ตู้ และใต้เตียง แต่ก็ยับยั้งชั่งใจไว้อย่างรักษามารยาท(มีด้วยเหรอ!?)


“อยู่คนเดียว...กับกระต่ายอีกตัวหนึ่ง”เจ้าของห้องปิดประตูก่อนเดดินตามอินเข้ามา


“เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”พัดถามอย่างใจเย็น


“ดีดีหายไปไหนไม่รู้”อินตอบเสียงเรียบ สติที่กระเจิงไปในตอนแรกเริ่มกลับเข้าร่องเข้ารอย มือเรียวยกขึ้นขยี้หัว


ดีดีที่เขารู้จักรักและเทิดทูนการ์ตูนเหนือสิ่งอื่นใดหากเจ้าตัวบอกว่าจะอยู่ดูการ์ตูนก็อยู่ดูจริงๆไม่กระดิกไปไหนแน่...อีกทั้งของสะสมแสนสำคัญอย่างฟิกเกอร์อาสึนะจังที่ปกติจะเก็บไว้บนหิ้ง(?)กลับถูกโยนทิ้งไว้บนเก้าอี้...หรือว่ามีเรื่องด่วนอะไรเกิดขึ้น?


“โทรหาไม่ติดเหรอ มีข้อความบอกมั้ยว่าจะไปไหน?”คำแนะนำจากปากพัดนั่นดูง่ายดายแต่ก็ทำให้อินชะงักค้างเหมือนโดนแช่แข็ง...สิ่งแรกที่ควรทำหลังเพื่อนหายคือลองโทรหาดูว่ามันไปไหน...ไม่ใช่บุกห้องข้างๆ


ร่างโปร่งหันมายิ้มเจื่อน นายอัครินทร์ผู้ทำก่อนคิดหันมาหาเจ้าของห้องก่อนจะกล่าวออกมาเสียงแผ่วว่า”ยืมโทรศัพท์หน่อย ขี้เกียจกลับไปเอา”


อินรับเครื่องมือสื่อสารมาก่อนจะไล่หาเบอร์เพื่อนรักนามดีดี...แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรมากกว่านั้น ข้อความจากแอพลิเคชั่นแชทชื่อดังก็เด้งขึ้นมาเสียก่อนอินเลยยื่นมันกลับคืนเจ้าของ


พัดหยิบขึ้นมาอ่านอยู่ชั่วอึดใจจากนั้นก็ยื่นมาตรงหน้าอินโดยไม่ได้ปิดหน้าแชทเป็นเชิงว่าอนุญาตให้เขาอ่านได้ อินจึงไม่เกรงใจ เนตรคมไล่อ่านแต่ละตัวอักษรอย่างตั้งใจเมื่อพบว่าผู้ที่ส่งข้อความมาคือดีดีนั่นเอง


‘คืนนี้เราไปค้างบ้านญาตินะ ฝากบอกอินด้วย’


หลังจากจบข้อความดังกล่าวความเงียบก็โรยตัวปกคลุมทั่วห้อง พัดวางมือถือไว้กับโต๊ะแล้วเดินออกไปที่ระเบียงเพื่อทำอะไรสักอย่างที่อินมองไม่เห็นเนื่องจากมีม่านบังอยู่...เล่นกับกระต่ายแหง อินเดาเล่นในใจ


วันนี้ตัวเขาได้ใช้เวลาอยู่กับพัดเกือบค่อนวัน โดยไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่าอินได้ลอบสังเกตพฤติกรรมของนายคนนี้อย่างละเอียดยิบ...เพื่อหาข้อพิสูจน์ว่าพัดนั้นชอบดีดีที่เป็นเพศชายเหมือนกันรึไม่


ประการแรก...ตอนเดินสวนกับสาวฝรั่งที่ไม่ใส่เสื้อใน ผลลัพธ์นายพัดมองตามจนคล้อยหลัง


ประการสอง...ตอนเดินสวยกับกลุ่มเกย์ใส่เสื้อแขนกุดโชว์กล้าม ผลลัพธ์นายพัดเบือนหน้าหนีนิดๆ


ประการสาม...ตอนดื่มน้ำนิ้วก้อยไม่กระดก


หลังทดลองซ้ำสามครั้ง บันทึกผลเรียบร้อยแล้วอินจึงสรุปผลการทดลอง(?)ครั้งนี้ว่าพัดแมนชัวร์ร้อยเปอร์เซ็นต์และเบาใจลงไปมาก ยิ่งท่าทีเฉยเมยเมื่อรู้ว่าดีดีหายตัวไปนี้ยิ่งยืนยันได้เลยว่าพัดไม่ได้คิดอะไรกับเพื่อนเขาเลย...แต่ทั้งหมดนี้ก็ไม่อาจทำให้อินนิ่งนอนใจได้


พัดไม่ชอบดีดีไม่ได้แปลว่าดีดีจะไม่ชอบพัด...ข้อความที่ส่งมาให้พัดนั่นทำไมถึงไม่ส่งมาให้อินโดยตรง ทำไมต้องฝากไปบอก? ถ้าไม่ใช่เพราะหาเรื่องชวนคุยจะมีเหตุผลอะไรอื่นได้อีก...!?


ต้องทำลาย...ทางเดียวที่จะดึงดีดีกลับสู่โลกนอมอลได้คือทำลายภาพลักษณ์น่าเชื่อถือพัดให้สิ้นซาก!!!!!!!!!!!!


ปฏิบัติการทำลายเกียรติกำลังจะเริ่มขึ้น นายอินเหลือบมองประตูระเบียงที่ปิดสนิทด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย แผนการ(ที่คิดเอาเองว่า)สุดเพอร์เฟ็คผุดขึ้นในหัว...


“พัด!! คืนนี้มึงว่างปะ”อินตะโกนถาม ร่างโปร่งลุกขึ้นยืนด้วยสายตาหมายมั่นราวกับหมาป่าที่จ้องจะงาบเหยื่อ หากมีคนมาเห็นเข้าคงผวาไม่กล้าเข้าใกล้


“ว่าง ทำไมเหรอ”ร่างสูงเดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับก้อนขนฟูฟ่องสีขาวบริสุทธิ์ในอ้อมแขน ลูกกระต่ายน้อยนามเมลิคขดตัวน่ารักซุกอกเจ้าของอย่างออดอ้อน


อินมองเจ้าสิ่งมีชีวิตสุดน่ารักนั่นแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมาเข้าเรื่อง “ดูหนังกัน!!”


เรื่องไม่เป็นเรื่องที่ถูกทำให้เป็นเรื่องขึ้นมาจากฝีมือของนายจอมแสบแห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ยังไม่จบลงง่ายๆ คงอีกนานกว่าเจ้าตัวจะรู้ความจริงว่าทั้งหมดที่ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างนั้นมีอยู่แค่ในจินตนาการของเจ้าตัวเท่านั้น...แผนการที่ถูกวางขึ้นจะใช้ได้ผลหรือจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง...ได้รู้แน่ในอีกไม่กี่นาทีจากนี้

ออฟไลน์ buathongfin

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1329
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-3
รอตอนต่อไป อย่าบอกนะจะชวนพัดดูหนังผีอ่ะ  :katai5:

ออฟไลน์ TONG

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2585
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +191/-4
อิน ทำไปทำมา จะเป็นการชักเรือเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้านนะหนู งานนี้ไม่แคล้วมีผัวแน่ๆ

ออฟไลน์ aiLime13

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 874
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1146/-11
    • twitter
โธ่.. อินเอ้ยยยย

 :laugh:

ระวังเถอะว่ามันจะกลับมาเข้าตัว
นี่เจ้นั่งหัวเราะขำรอซ้ำหนูอยู่นะจ้ะ ก๊ากกก

ว่าแต่พัดอ่ะ ทำไมการเลี้ยงกระต่ายคือความรับผิดชอบล่ะ?
ต้องมีปูมหลังกับน้องเมลิคแน่นแน่ นี่มันอะไรยังไง

ให้น้องอินช่วยเลี้ยงมั้ย? ถึงจะเถื่อน(?)และหยาบคายแต่ก็ฮานะ #เดี๋ยว

รอตอนหน้าค่ะ 55555
น้องอินจะชวนพัดไปดูหนังอะไรน้อ?
ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะทำลายภาพพจน์ของพัดยังไง กร้ากกกก

ออฟไลน์ AllTheWay

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 37
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
อยู่ไม่สุดจริงๆนังอิน 5555

ออฟไลน์ TrafalgarLAW

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 53
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-1
อินน้อยน่ารักจริงๆ รอตอนต่อไปจ้า ><

ออฟไลน์ cher7343

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1720
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-4
ควรจะสมน้ำหน้าอินสินะ

ออฟไลน์ nikkou

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +294/-4



บทที่5 เรื่องไม่เป็นเรื่องก็ทำให้มันเป็นเรื่อง



ตากลมดำใสแจ๋วตัดกับขนสีขาวสวยของเจ้าเมลิคจ้องมองบุคคลแปลกหน้าที่หอบข้างหอบของพะรุงพะรังวิ่งเข้ามาในห้องของเจ้านายตน ด้วยสัญชาติญาณของสัตว์เล็กทำให้มันสัมผัสได้ถึงจิตสังหาร(?)ที่คุกรุ่นแผ่ขยายออกมาจากร่างผู้มาเยือนคนนี้


กระตายน้อยกระโดดผล็อยเข้าไปซุกกับตักอุ่นๆของพัด ด้วยสัญชาติญาณของสัตว์เล็กอีกเช่นกันที่ทำให้มันเชื่อว่าหากอยู่ที่ตรงนี้จะปลอดภัยไร้กังวล


พัดที่นั่งอยู่กับพื้นเอนหลังพิงโซฟาแก้เมื่อยก่อนเอื้อมมือมาลูบขนสีขาวๆนั่นอย่างเอ็นดูขณะที่สายตายังไม่ละไปจากร่างของอินที่ก้มๆเงยๆอยู่หน้าโต๊ะกระจกเตี้ยหน้าโซฟาสองมือต่อปลั๊กต่อสายลำโพงเข้ากับโน๊ตบุคของเจ้าตัว...เมื่อไม่ถึงนาทีที่แล้วอินโพล่งถามขึ้นมาว่าจะดูหนังด้วยกันมั้ย นั่นเป็นการกระทำที่ทำให้เขานึกประหลาดใจครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้นับจากวินาทีแรกที่ได้พบกัน


ตอนแรกเขานึกว่าอินจะชวนออกไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ข้างนอก เกือบบอกปฏิเสธไปแล้วด้วยซ้ำแต่เป็นเจ้าตัวนี้อีกนั่นแหละที่ผลุนผลันออกจากห้องไปไม่รอฟังคำตอบสักนิด...ก่อนจะกลับมาพร้อมอุปกรณ์ดูหนังในบ้านอย่างโน๊ตบุคและสั่งให้เขาเปิดไวไฟ
นอกจากจะดูหนังจากเว็บเถื่อนไม่อุดหนุนแผ่นแท้แล้วยังใช้คนอื่นเขาหน้าตาเฉยอีก...


ภาพหน้าจอปรากฏเว็บอากู๋ในตำนาน พัดจ้องจอตาไม่กระพริบความสงสัยอีกอย่างของเขาคือ...จะดูเรื่องอะไร แม้ว่าในใจจะมีเรื่องที่ไม่เข้าใจอีกมากอย่างคิดยังไงถึงจะดู แล้วดูคนเดียวไม่ได้หรือไง


ช่องสำหรับพิมพ์ค้นหาถูกป้อนชื่อหนัง ตามด้วยคีย์เวิร์ดสำคัญอย่างคำว่า master DVD HD


...แอนนาเบลล่า...


รูปโปสเตอร์ภาพยนตร์แนวสยองขวัญชื่อดังโชว์หราบนหน้าจอ เรื่องราวตุ๊กตาที่เป็นที่โจษจันไปทั่วโลก เป็นหนังผีอย่างที่ผู้คลั่งไคล้สิ่งลี้ลับต้องชอบ “ก็น่าดูนะ” พัดเอ่ย...จะว่าไปตอนหนังนี่เข้าโรงก็ไม่ได้ไปดู ถือโอกาสนี้ดูไปเสียเลย


   “นั่นสิ น่าดูออกเนอะ เห็นในกระทู้เขาว่าแต่งมาจากเรื่องจริงด้วย” อินตอบ รีบพูดไซโคความอยากของเหยื่อ(?)ให้มากขึ้นอีก


เป่าหูเพื่อบิ้วท์บรรยากาศ ขณะที่มืออีกข้างหนึ่งซึ่งใช้ตัวบังจากสายตาของพัดเอาไว้กดเปิดโปรแกรมอัดเสียงจากมือถือก่อนกดล็อคหน้าจอแล้วนำมันมาวางไว้ที่โซฟาด้านหลังอย่างแนบเนียน


   เดิมพันของคนกลัวผีอย่างอินครั้งนี้แลกด้วยชีวิตเลยก็ว่าได้ รายละเอียดของแผนการคืออัดเสียงกรีดร้องอย่างน่าเวทนาของนายพัดฮีโร่ขวัญใจดีดีไปเปิดให้เจ้าตัวฟังทำลายศรัทธา...แน่นอนว่าคนอย่างอินต้องไม่ยอมให้มีเสียงของตัวเองเล็กลอดเข้าเครื่องไปเป็นแน่...


วิธีป้องกันคือ...พยายามกลั้นเสียงไว้...


แผนการฆ่าตัวตายเริ่มต้นเมื่อหน้าจอฉายหนังสยองขวัญเรื่องดังกล่าว...


 “อินชอบดูหนังเหรอ” พัดเอ่ยถามเมื่อสังเกตเห็นว่าคนข้างตัวนั่งตัวเกร็งจ้องหน้าจอเขม็งประหนึ่งกำลังกลัวจะพลาดจังหวะสำคัญอะไรสักอย่าไป


“ห๊ะ! อะไรนะ!? หนังเหรอ อ๋อออ ก็ดูเฉพาะเรื่องที่อย่างจะดูเท่านั้นแหละ”คนฟังสะดุ้งน้อยๆหลุดออกจากภวังค์


“เออน่า อย่าพูดมาก ตั้งใจดู”พูดจบก็หันไปตั้งหน้าตั้งตาจ้องหน้าจอตาไม่กระพริบ ท่าทางแบบนั้นจะให้คนถามตีความเป็นอย่างอื่นไปได้อย่างไร


ทั้งๆที่เพิ่งพบเหตุการณ์ฆ่าตัวตายมาเมื่อวาน วันนี้กลับมานั่งดูหนังผีที่ขึ้นชื่อว่าน่ากลัวติดอันดับ...พัดมองอินด้วยสายตา
ชื่นชม...ช่างกล้าหาญชาญชัยเหลือเกิน เมื่อเห็นดังนั้นความตั้งใจที่จะดูหนังไปพลางกลัวไปพลาง(?)ต้องนำกลับมาพิจารณาใหม่


ในเมื่อคนชวนดูแข็งแกร่งขนาดนี้ตนจะแสดงด้านอ่อนแอออกมาก็ใช่ที่...พัดตัดสินใจดูหนังผีอย่างอดทน(?)...


ตามตำนานว่ากันว่าตุ๊กตาผีตัวนี้ถูกซื้อโดยคุณแม่เพื่อเป็นของขวัญให้ลูกสาว เธอซื้อมันมาจากร้านขายของเก่า เด็กน้อยเจ้าของตุ๊กตาวางมันไว้ที่หัวเตียง ชีวิตของเธอดำเนินไปตามปกติแต่แล้ววันหนึ่งเจ้าตุ๊กตาที่เธอใช้กอดนอนบนเตียงกลับปรากฏอยู่บน
โซฟาที่ห้องนั่งเล่นชั้นล่างของบ้าน


‘เปรี้ยง!!’เสียงฟ้าผ่าดังขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริง ท้องฟ้าด้านนอกหน้าต่างเต็มไปด้วยเมฆดำทมิฬ...อีกไม่นานฝนห่าใหญ่คงเทลงมา


เนตรสีดำขลับเหลือบมองปฏิกิริยาของเป้าหมาย ดูมาได้สิบกว่านาทีเหยื่อยังไม่มีทีท่าหวาดกลัว...


เรื่องราวดำเนินต่อไป เด็กน้อยเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของเจ้าตุ๊กตาดังกล่าว เมื่อเธอไม่อยู่มันสามารถย้ายตัวเองไปยังห้องต่างๆได้ บ้างครั้งท่านั่งของมันก็ผิดแผกไปจากเดิม บ้างก็นั่งกอดอกบ้างก็นั่งขัดสมาธิ หลายๆครั้งที่เธอวางมันไว้บนเตียงและล็อคประตูห้องเธอกลับพบว่ามันลงมานั่งในห้องอื่นอย่างห้องครัวหรือโซฟานั่งเล่น


ความกลัวเริ่มเข้าครอบงำผู้ชม เด็กหนุ่มผู้มีพื้นเดิมกลัวผีนำเรื่องราวที่ดูตรงหน้าไปผสานกับประสบการณ์ตรงที่เจอมาเมื่อวานเช้า
นายอัครินทร์เม้มปากแน่น เหงื่อเม็ดเล็กๆเริ่มผุดผลายตามไรผม แม้อุณหภูมิในห้องจะเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศและสายฝนที่โปรยปรายอยู่ข้างนอกก็ไม่ช่วยให้จิตใจอันร้อนรุ่มสงบลงได้...


ไอ้ควายอินเอ๊ยยยย อยู่ดีไม่ว่าดี กระแดะดูแอนนาเบลล่า พ่อมึงเถอะ ตอนไอ้ม่อนชวนไปดูมึงด่ามันเปิดเปิงประกาศลั่นว่าให้ตายก็ไม่ไปดู แล้วนี่มึงกำลังทำเหี้ยอะไรอยู่ ทำเหี้ยอะไร ทำเหี้ยอะไร...ทำเหี้.... “เห้ยยยยย!!!!!”


ในนาทีที่ 18ของภาพยนต์ คนที่หมายมั่นปั้นมือว่าจะอดทนไม่ร้องจ๊ากก็หลุดเสียงออกมาในที่สุด


“โอ๊ยยยย กระต่ายเวร ไอ้เมลิค!!!”ต้นเหตุของการเสียฟอร์มครั้งนี้คือเจ้ากระต่ายน้อยบ้องแบ๊วนั่นเอง...


   เมลิคกระโดดผลอยจากตักพัดข้ามมาเกาะขาของอินอย่างได้จังหวะ


เนื้อเรื่องดำเนินไปถึงจุดพีคแรกพอดี...เด็กน้อยนางเอกหนังพบข้อความเขียนในกระดาษว่าช่วยด้วยหรืออะไรทำนองนี้ ด้วยลายมือที่ไม่คุ้นเคยและกระดาษที่ไม่มีในบ้าน...


ฉากดังกล่าวไม่สร้างอิมแพคใดๆแก่อิน เพราะตอนนี้ร่างโปร่งเลิกให้ความสนใจกับหนังเป็นที่เรียบร้อย นักศึกษาสูงเกือบ180cm. ลุกขึ้นวิ่งไล่ตามลูกกระต่ายตัวจิ๋วที่กระโดดหนีเอาชีวิตรอดไปทั่วห้อง...


เหตุการณ์ชุลมุนขนาดย่อมกำเนิดขึ้นเมื่อเจ้าเมลิคกระโดดเข้าซอกเล็กซอกน้อย มุดเข้าใต้โต๊ะก่อนจะกระโดดขึ้นเก้าอี้ ตามมาติดๆด้วยร่างของคนเจ้าคิดเจ้าแค้น แม้แต่สัตว์กินพืชตัวกระจ้อยก็ไม่ละเว้น


เด็กหนุ่มผมน้ำตาลเจ้าของห้องและเจ้าของกระต่ายถอนหายใจ   ผู้ชายคนนี้แลดูชอบใช้ความรุนแรงนั่นคือสิ่งที่ดีดีเตือนเขาให้ระวัง  “ซนจริงๆ คนอะไร”แต่ภาพที่เขาเห็นก็แค่เด็กดื้อคนหนึ่งที่ชอบเล่นอะไรแผลงๆ


ถ้าไม่จับมัดเอาไว้คงไม่มีทางอยู่เฉย...พัดคิดก่อนจะลุกขึ้นตามหนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวไปอย่างใจเย็น


“หยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้หน้าขน มาให้จับซะดีๆ พ่อจะเอาแบตเตอเลี่ยนไถให้โกร๋นเลน” เสียงห้าวเอ่ยไล่หลัง แม้เมลิคจะฟังไม่ออกแต่สัญชาติญาณสัตว์เล็กของมันก็ร้องเตือนประหนึ่งไซเรนรถพยาบาล...ถ้าโดนจับได้ละก็ตายแน่ วี้หว่อหวี้ว่อๆ


ทันใดนั้นเจ้ากระต่ายตัวป่วนก็กระโดดตรงไปยังทิศที่เจ้านายของตนยืนอยู่


“ขี้โกงนี่หว่า หาพวกเหรอ แน่จริงตัวๆดิ!!”ถ้าคำนี้ใช้พูดกับคู่อริหรือพวกอันตพาลจะฟังดูหล่อมากแต่เมื่อมันถูกนำมาใช้กับสิ่งมีชีวิตที่ตัวเล็กกว่าสิบเท่าเลยให้ผลตรงกันข้าม...


ท่ามกลางห้องแคบๆคนที่ลืมตัวคิดว่าวิ่งเล่นกับกระต่ายอยู่บนทุ่งหญ้า มัวแต่แหกปากจึงสะดุดขาโต๊ะอย่างแรง ด้วยความเร็วที่วิ่งมาทำให้อินล้มลงทั้งตัว!!


   หากแต่พระเอก(?)ยกแขนขึ้นมากันให้เสียก่อน  “ระวัง!” ถึงแม้จะเป็นการโอบเพื่อป้องกันเฟอร์นิเจอพัง(?) แต่วงแขนที่พาดมาก็ทำให้ระยะห่างลดเหลือเหลือเพียง 0 เซนติเมตร 


...กลิ่น...ที่ไม่เหมือนกลิ่นสบู่ที่เคยใช้....


   กลิ่นน้ำหอม?  กลิ่นหมึก? กลิ่นกระดาษ?  กลิ่นแอร์ในที่ทำงาน?   กลิ่นที่ติดตัวมาให้อารมณ์แตกต่างจากพวกเพื่อนจิ๊กโก๋(?)ของเขา เดี๋ยวสิ ทำไมเขาถึงทำตัวเหมือนกับตัวเองกลายเป็นหมาตัวน้อยๆแบบนี้ล่ะ จะไปสนใจเรื่องนี้ทำไม ตอนมีเรื่องชกต่อย ตอนเล่นกีฬาหรือตอนเรียนรด.ก็แทบจะกอดกันกลมกับคนอื่นแบบนี้...อินแน่นิ่งอย่างตกตะลึง...


   ไอ้ฉากน้ำเน่าในละครรักนี่มันอะไรกัน!!!?


ดวงตาดำขลับจ้องมองไปตรงหน้า  ถึงแม้ผู้ชายคนนี้จะอายุเท่ากันกับตน แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเป็นผู้ใหญ่เสียจนหดให้เขาเหลืออายุแค่ 10ขวบ...พึ่งพาได้อย่างที่ดีดีเคยบอกไว้


 “จะยืนค้างอีกนานมั้ย? ” น้ำเสียงทุ้มดึงอินให้สะดุ้ง เสียงที่ดังขึ้นใกล้หูกระซิบถาม เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็สบเข้ากับดวงตาอีกดวงที่มองมาที่ตนก่อนแล้ว ระยะห่างอันน้อยนิด...


...เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อบาทางามๆยันโคลมร่างของผู้มีพระคุณให้ถอย(กระเด็น)ห่างออกไปเกือบเมตร... 
คนถูกถีบมองตามอย่างขำๆ ยักไหล่อย่างไม่ถือสาก่อนถามขึ้นว่า”แล้วยังจะดูต่อมั้ย?”


   “ไม่ดูแล้ว!!”คำตอบที่ไม่ผิดคาดไปเท่าไหร่นักดังออกจากปากของคนที่เกลียดความพ่ายแพ้อย่างอินผู้พ่ายแพ้ให้กับสิ่งลี้ลับรอบที่ล้านแปด


   คิ้วเรียวขมวดผูกกันเป็นโบว์เนื่องจากแผนพังไม่เป็นท่า นักศึกษาวิศวะก้มเก็บอุปกรณ์ดูหนังและอุปกรณ์บันทึกเสียงอย่างหัวเสีย เขาตั้งใจว่าจะกลับไปตั้งหลักคิดแผนเด็ดๆสำรองไว้อีกสักแผนสองแผน...


“ไปละบาย”อินโบกมือลาหยอยๆตามแบบฉบับ ก่อนจะปิดประตูเดินจากไป ทิ้งให้กระต่างน้อยและเจ้าของมองตามอย่างเหนื่อยใจ...คิดจะมาก็มาคิดจะไปก็ไป ทำตัวเหมือนพายุฝนไม่มีผิด...


เมื่อพูดถึงพายุฝนแล้วพัดก็เดินไปเลิกผ้าม่านออก นัยน์ตาสีน้ำตาลทอดมองหยดน้ำที่ร่วงกระหน่ำลงสู่พื้นดินเหมือนท้องฟ้ารั่ว...คงจะไม่หยุดตกง่ายๆแน่


.


.


.


อินวางของลงบนโต๊ะกินข้าวก่อนจะล้มตัวลงนอนบนโซฟาเจ้าเก่าอย่างเหนื่อยอ่อน...ดูหนังผีไม่ถึงยี่สิบนาทีก็โทรมราวกับไปออกรบ มือเรียวยกขึ้นมากระพือคอเสื้อคลายร้อน...เมื่อเจ้าของห้องไม่อยู่แบบนี้ผู้อาศัยอย่างเขาเองก็ไม่กล้าเปิดแอร์สุ่มสี่สุ่มห้า


การใช้ไฟฟ้าอย่างสิ้นเปลืองเป็นสิ่งที่ห้ามทำเมื่อเรามาขอเขาอาศัย...คือคำสอนอันน้อยนิดของมารดาที่หลงเหลืออยู่ในหยักขี้เลื่อยใต้สมองอิน


ร่างโปร่งตัดสินใจลุกขึ้นไปเปิดทีวีดูแก้เหงา...แม้ว่ามารดาจะเคยกล่าวว่าห้ามดูโทรทัศน์ตอนฝนตกไม่งั้นฟ้าจะผ่าก็ตาม...ท่ามกลางบรรยาศเหมาะสม(กับการออกโรงของสิ่งลี้ลับ)เช่นนี้อินไม่ลืมที่จะเปิดละครดูเพื่อให้พระเอกนางเอกอยู่เป็นเพื่อน(?)


ภาพที่ปรากฏบนจอคือสารคดีสัตว์โลกเกี่ยวกับงูเหลือบเขมือบกระต่าย สิ่งที่ปรากฏสู่สายตาสร้างความพึงพอใจแก่คนที่มีความแค้นส่วนตัวกับสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์นี้อย่างอิน แต่ถึงอย่างงั้นเขาก็ไม่ใช่คนรักธรรมชาติ...ทนดูงูได้ไม่นานอินก็มองหารีโมทเพื่อเลื่อนช่อง


เนตรคมกวาดมองไปตามเบาะก็ไม่พบสิ่งที่ตามหา ระดับสายตาจึงเลื่อนไปยังโต๊ะเตี้ยๆด้านหน้าแต่บนโต๊ะกับว่างเปล่าไม่พบอะไรเลย...หายไปไหนวะ? จำได้ว่าตอนมานอนเล่นเมื่อบ่ายเห็นวางไว้บนโต๊ะ


หรือว่าเราจะเผลอหยิบไปวางทิ้งไว้ไหน เด็กหนุ่มไล่ความทรงจำลำดับความคิดในสมอง...เมื่อบ่ายเขามานอนแผ่ตรงนี้แล้วก็โดนฟิกเกอร์อาสึนะจังทิ่มหลังจากนั้นก็เอาไปวางไว้บนโต๊ะ พอตื่นมาก็ออกไปหาพัดที่ห้อง ในความทรงจำไม่กล่าวถึงการมีตัวตน
ของเจ้ารีโมทแม้แต่น้อย


ฟิกเกอร์อาสึนะจัง...!?


ทันใดนั้นอินก็ตระหนักได้ถึงสิ่งที่สำคัญกว่ารีโมท สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดทั้งนั้น!! หุ่นจำลองตัวละครหญิงที่ควรจะตั้งอยู่บนโต๊ะอันตทานหายไป!!


หรือว่า...ฉากในหนังที่เพิ่งดูจบ เอิ่ม...ดูไม่จบไปเมื่อครู่แล่นย้อนเข้ามาเป็นช็อตๆราวกับมีคนมาฉายรีรันในสมอง...จุดเชื่อมโยงบางอย่างที่คล้ายคลึงกันเล่นเอาเด็กหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่...


เป็นไปไม่ได้หรอกอิน มึงใจเย็นๆสิ ฟิกเกอร์ตัวนี้ผลิตเมื่อ2เดือนก่อนนี้เองของใหม่ขนาดนี้จะไปมีอะไรได้ยังไง


ครืดดดด ครืดดดด...


ยังไม่ทันจะปลอบใจตัวเองเสร็จมือถือในกระเป๋าก็สั่นขึ้นมาเสียก่อน ชื่อสายที่โทรเข้ามาไม่ใช่ใครที่ไหนดีดีนั่นเอง


“มึงอยู่ไหนเนี่ย!! กลับห้องด่วนเลย!!อินรีบกลอกคำใส่ทันทีที่กดรับสาย


“โทษทีนะอิน ฮึก...คืนนี้เราต้องค้างบ้านลุงที่นครปฐม ฮือออ...พรุ่งนี้อาจจะเข้าสายหน่อย อึก...ฝากมึงอัดเสียงอาจารย์มาให้ด้วย”พูดคำสะอื้นคำ น้ำเสียงสั่นเครือจากปลายสายทำให้อินอดเป็นห่วงไม่ได้


“เกิดอะไรขึ้น? มีอะไรให้ช่วยรึป่าว”นายอัครินทร์เอ่ยถามเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง อีกฝ่ายเองก็จับกระแสอ่อนโยนในน้ำเสียงนั้นได้เลยรู้สึกใจชื้นขึ้นเล็กน้อย


“ลูกพี่ลูกน้องเราเสีย...เกิดอุบัติเหตุรถชนเมื่อเที่ยงนี่เอง เราเลยรีบออกมาโดยไม่ได้โทรบอกอินก่อน งานศพเพิ่งเลิกเลยได้โทรมาหาเนี่ย ฮืออออ พี่คนนี้เค้าใจดีมากๆเลยนะ ตัวเองไม่ชอบดูการ์ตูนแท้ๆแต่กลับหาซื้อฟิกเกอร์ให้เราตั้งหลายตัว...”ดีดีกล่าวแค่นั้นก็เงียบหายไป ดูเหมือนจะหันไปสั่งน้ำมูก


“เนี่ย...อาสึนะจังที่อยู่บนตู้หัวนอนของเราอะ พี่เค้าก็ซื้อให้ ฮึกๆ...เป็นตัวล่าสุดเลย...ฮือออออ แค่นี้ก่อนนะอินป้ามาตามให้ขึ้นรถแล้ว บาย”พูดจบก็วางสายไป...ทิ้งให้นายอินล่องลอยไปในความเวิ้งว้างอันใกล้โพ้น...


‘เปรี้ยง!!’ เอฟเฟ็คฟ้าฝ่าดังขึ้นประกอบฉากราวกับรู้งาน


พอได้ยินสิ่งที่ดีดีเล่าจบแม้แต่น้ำลายก็ระเหยออกทางหู...ร่างโปร่งค่อยๆลุกขึ้นยืนตัวแข็งทื่อ ออกแรงยกขาที่สั่นระริกพาตัวเองขยับไปข้างหน้าทีละน้อย...ที่ละน้อย...


หนึ่งก้าว สองก้าว สามก้าว...ก้าวที่สี่ก็มาถึงข้างตู้บรรจุหุ่นจำลองหลายสิบตัว...ตอนเห็นครั้งแรกก็ว่ามันสวยดี เห็นครั้งที่สองก็ยังว่าสวยอยู่ แต่พอมาครั้งนี้อินไม่แม้แต่จะหันไปเห็น...


‘เปรี้ยง!!’ฟ้าฝ่าออกมาอีกครั้ง ครั้งนี้ต่างออกไปจากครั้งที่แล้ว มันเป็นเหมือนเสียงปืนออกสตาร์ทวิ่ง...คำว่าเผ่นป่าราบเป็นอย่างไรอินได้ลองทำด้วยตัวเองก็วันนี้...


อดดดดดดดดดด!!!ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ออดเคราะห์ร้ายถูกนักศึกษาวิศวะตัวแสบคนนี้กดครั้งที่เท่าไหร่ก็นับไม่ถ้วน...ประตูห้องของเพื่อนบ้านเปิดออกอีกครั้ง เจ้าของห้องนามพัดโผล่หัวที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามนับล้านตัวออกมา ก่อนที่ร่างสูงจะได้ถามอะไรแขกยามวิกาลก็ตะโกนออกมาเสียดังลั่นว่า...


“นอนด้วยได้ปะ!!!!?”












...................................................................................

อินเอ๋ยอิน ไม่ด่าว่าโง่นี่อยู่ไม่ได้จริงๆลูก

จับฉลากเข้ามหาลัยรึป่าวคะเนี่ย 555555

แต่งเองยังเหนื่อยใจแทนคนรอบข้างจริงๆ หาเรื่องตลอด จับมาจิ้ม เอ๊ย ตีตูดซะให้เข็ด 555  :z13: :z13:

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์นะคะ >< :pig4:

ออฟไลน์ janamanza

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 662
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-2
กร๊ากกกกก โถ้เห็นชื่อเรื่องตอนแรกนึกว่าจะใสๆ สายนายเอกแบ๊วๆลูกแป๊ะขายข้าวมันไก่  ที่ไหนได้เหนือความคาดหมายมาก  กลั้นหัวเราะจนปวดท้อง เดี๋ยวเค้าหาว่าไม่เต็ม  คราวน่าสงสัยต้องหาที่เงียบๆอ่านล่ะ  ไม่ไหวโคตรฮาาา

ออฟไลน์ TONG

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2585
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +191/-4
เข้าใจอารมณ์คนกลัวผีเลย พวกตุ๊กตา ฟิกเกอร์ถ้าตัวเดียวนี้ไม่เท่าไร แต่เวลามันตั้งโชว์เป็นแผง เดินไปมืดๆก็มีหลอนนะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ JustWait

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3459
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-4
อินน เค้าหลงรักตัวอะ5555

ออฟไลน์ aiLime13

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 874
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1146/-11
    • twitter
โอ้ยยยย!! นังอินนนน!!
ดินฉันขำจนไม่รู้จะขำยังไงแล้วค่ะ !!

55555555555555555555

 :laugh: :laugh: :laugh:

นี่อ่านจบแล้วเลื่อนมาเจอคอมเม้นท์จากรีบน
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง โอ้ยย ถึงกับก๊ากออกมาอีกรอบ 5555
น้องอินนี่นอกจากจะเป็นคนหยาบคายแล้วยังเป็นคนตลกด้วยนะคะ 5555
รู้สึกเหนื่อยใจแทนพัดกับหนูเมลิคจังเลย คนอะไรกับกระต่ายตัวน้อยน่ารักบ๊องแบ๊วก็ยังไม่เว้น
นังอินนนนนนนนนน (เรียกด้วยความเอ็นดูล้วนๆ)

โถๆๆ คนกลัวผีมันก็คือคนกลัวผีอยู่วันยังค่ำนั่นแหละ
นี่ถึงขนาดไปขอนอนกับศัตรูคู่แค้นเลยสินะ แหมๆ
มันน่าให้ผีผลักจริงๆ

อยากจะบอกว่าตอนน้องอินวิ่งไล่หนูเมลิคแล้วล้มเนี่ย เราแช่งให้ผีผลักจริงๆ นะคะ กร้ากกกก
เป็นฉากที่แบบ ตามปกติมันต้องหวานๆ มุ้งมิ้งๆ สีชมพูๆ นะ แต่ทำไมเราอ่านแล้วขำอ่ะ?
ตลกมาก นี่กำลังคิดอยู่ว่าตัวเองเส้นตื้นรึเปล่า 555

จะรอดูว่าตอนหน้าอินจะไปป่วนอะไรพัดอีก
คืนนี้จะมีผีมาหลอกทั้งคู่มั้ยน้าาา  :hao7:

ออฟไลน์ ma-prang

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 489
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
อินเป็นบุคคลที่ฮาอย่างมากมาย ฮาได้ระเบิดระเบ้อ ฮาไม่สิ้นสุด!
ตอนเห็นชื่อเรื่องไม่ค่อยสนใจ พอเปิดเข้ามาอ่านเท่านั้นแหละ หยุดไม่อยู่เลยค่าาาา กระตุ้นต่อมอยากอ่านมากกกกกกก
อยากจะบอกอิน ว่าแท้จริงแล้วพัดน่ะคงไม่ได้ชอบดีดีหรอก ควรจะบอกตัวเองให้ระวังตัวจะดีกว่านา
ไม่แน่นะ อาจจะมีสามีโดยไม่รู้ตัวก็ได้นะอิน แล้วนี่เล่นส่งตัวเองไปเข้าปากเสือเอง ระวังจะไม่รอดนะตัวเธอออออออ
#จงบ้าอย่างมีสติ 5555555555555555



ออฟไลน์ nikkou

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +294/-4
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์นะคะ

ทั้งคุณ ailime13 ที่เข้ามาให้คอมเม้นต์ดีดีทุกตอนแถมยาวอีก ดีใจที่ชอบนะคะ

แล้วก็คุณ Crazykame ที่เข้ามาประจำและคนอื่นๆด้วยค่ะ เป็นกำลังใจได้มากเลย


 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ที่เข้ามาวันนี้เพราะมีเรื่องจะถามค่ะ

ทำไมตอนอัพนิยายตอนใหม่แล้วด้านหลังเรื่อง ไม่มีแถบสีส้มคำว่า new ขึ้นต่อท้ายอ่ะคะ

คือคนแต่งอัพผิดวิธีหรืออย่างไร รบกวนผู้รู้ชี้แนะด้วยค่ะ (เป็นประเด็นเล็กๆที่คาใจมานาน)


 :katai4: :katai4: :katai4:




ออฟไลน์ aiLime13

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 874
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1146/-11
    • twitter


ที่เข้ามาวันนี้เพราะมีเรื่องจะถามค่ะ

ทำไมตอนอัพนิยายตอนใหม่แล้วด้านหลังเรื่อง ไม่มีแถบสีส้มคำว่า new ขึ้นต่อท้ายอ่ะคะ

คือคนแต่งอัพผิดวิธีหรืออย่างไร รบกวนผู้รู้ชี้แนะด้วยค่ะ (เป็นประเด็นเล็กๆที่คาใจมานาน)


 :katai4: :katai4: :katai4:







เอ.. อันนี้เราก็ไม่ทราบเหมือนกันนะคะ (ไม่ได้ช่วยอะไรเลย มาทำไมเนี่ย! 5555)
รอผู้รู้มาตอบดีกว่าเนอะ นี่นึกว่าอัพตอนใหม่แล้วเลยพุ่งเข้ามา ฮาา
สู้ๆ นะคะ รอติดตามอยู่ค่า ^^

ออฟไลน์ brookzaa

  • Chill out
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-6
 :hao6: :hao6: :hao6:  หวายๆๆๆๆ นอนด้วยกันแล้ว อะจึ๋ย  :z1: :z1: :z1:

ออฟไลน์ theG

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
เพิ่งได้มาอ่าน ตลกมากกกก นายอินคือบ้าบอคอแตกไร้สติที่สุด 5555555555555
สุดท้ายคงได้แพ้ภัยตัวเองแน่ๆ ถถถถถถถ เป็นผู้ชายอย่าขี้มโนนะ รู้ยัง  :hao7:

ออฟไลน์ TrafalgarLAW

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 53
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-1
โอ๊ยยย อิน ไอ้บ้า 5555555


ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2356
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6
 :z3:  มาต่อเร็วๆนะ

ออฟไลน์ nikkou

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +294/-4



บทที่6 อยู่กิน

 


วันที่ 12 พฤศจิกายน 20XX  เวลา 20.40 น.  ณ คอนโดมิเนี่ยมใจกลางเมือง แหล่งกบดานของนักศึกษาปี 2ไม่ทราบคณะนามพัดและลูกกระต่ายน้อยนามเมลิค



ตามปกติเวลานี้เจ้ากระต่ายจะต้องกลับเข้ากรงของตัวเองเพื่อนอนหลับพักผ่อนส่วนเจ้าของก็จะนั่งเล่นเกมส์ออนไลน์อย่างมีความสุข หากแต่ตารางชีวิตประจำวันของทั้งคู่ก็ต้องรวนไปหมด...ด้วยน้ำมือของคนคนนึง...คนที่ย้ายมาอยู่กับเพื่อนที่ห้องข้างๆเมื่อวาน แต่มาวันนี้กลับมานั่งหน้าสลอนอยู่ในห้องของเขาเสียแล้ว


 ในเวลานี้นั้นอินและพัดที่ได้ทำการตกลงร่วมอาศัยกันแบบฉุกเฉินเรียบร้อยแล้วก็กำลังนั่งคนละมุม...


 ‘อึดอัดหวะ...’  ร่างโปร่งเรือนผมสีดำนั่งใบหน้าอึดอัดจ้องโทรทัศน์อยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่น ในขณะที่เจ้าของห้องอย่างพัดกำลังอุ้มกระต่ายเดินไปเดินมาอย่างไม่รู้จะเอาตัวเองไปไว้ส่วนไหนของห้องดี


ความจริงแล้วอินก็ไม่อยากจะมารบกวนชาวบ้านชาวช่องแบบนี้หรอก แต่เมื่อวานนี้ตอนที่ไปขนของย้ายออกจากหอ เจ้าดีดีมันคะยั้นคะยอให้เขาทำเรื่องออกจากหอซะให้เรียบร้อยไปเลย ตอนนี้ป้าหอเองก็คืนเงินค่าประกันห้องมาแล้วด้วย...


แม้จะยังไม่สิ้นเดือนแต่ก็ทำตัวเหมือนไม่อยู่แล้วขนาดนั้น กลับไปก็โดนลุงยามหัวเราะเยาะกันพอดี...   


 ‘ชวนคุยอะไรดีล่ะเนี่ย...’พัดผู้เข้ากับคนเกือบง่ายหมดเรื่องจะชวนคุย ประสบการณ์การเลี้ยงกระต่ายในห้องมานานนมไม่ได้ช่วยให้หาเรื่องคุยกับคนข้างห้องได้...   


“กินอะไรรึยัง?”อินงัดยอดคำถามเบสิตในตำนานออกมาถาม


“ยัง อินหละ?”พัดตอบพร้อมถามกลับ ขณะที่เจ้าตัวตัดสินใจพาเมลิคกลับกรงและมานั่งจับเข่าคุยกับผู้ขออาศัย


“ยังเหมือนกัน”


“อ่อ อืม”


“...”


“...”


จบ...บทสนทนาที่สั้นเสียยิ่งกว่าช้างน้อยของอาจารย์สอนพละผ่านไปอย่างรวดเร็ว...
แทนที่จะถามต่อว่าไปหาอะไรกินกันมั้ยทั้งคู่กลับนั่งเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...ราวกับกำลังเกี่ยงให้อีกฝ่ายเอ่ยปากชวนก่อน...


“เออๆ ในตู้เย็นมีอะไรมั้ย? เดี๋ยวกูทำให้กินเอง ถือเป็นคำขอบคุณที่ให้ที่ซุกหัวนอนละกัน”นานๆครั้งอินจะเป็นฝ่ายยอมแพ้ เด็กหนุ่มลุกเดินไปยังห้องครัวก่อนเปิดตู้เย็นสำรวจวัตถุดิบ...


...และเขาก็ค้นพบว่า ทั้งตู้ไม่มีอะไรเลย นอกจากเครื่องดื่มกับไข่ไก่...


“โล่งไปเว้ย!! ไม่คิดจะแช่ของสดไว้เลยรึไง!?”


“ก็ทำกับข้าวไม่เป็น จะซื้อมาแช่ให้เน่าทำไม”จะว่าไปก็ใช่


“งั้นกินมาม่าผัดไข่นะ”มันไม่ใช่ประโยคคำถามแต่เป็นประโยคคำสั่ง...ถ้าเมนูนี้ยังไม่กินอีกก็เดินลงไปหาอะไรกินข้างล่างเอาเอง เพราะแม้แต่ข้าวสารมันยังไม่มีเลย


ด้วยความขี้เกียจ ระยะทางยี่สิบสี่ชั้นกับอีกห้าสิบก้าวจากคอนโดไปถึงเซเว่นทำให้พัดรีบพยักหน้าตกลงอย่างรวดเร็ว แม้ว่าเขาจะไม่ไว้ใจฝีมือเชฟคนนี้เท่าไหร่ก็ตาม


อินหยิบกระทะที่ไม่รู้ว่าจะมีไว้ทำไมในเมื่อไม่ได้ใช้แน่ๆ พลิกดูก้นยังไม่มีแม้แต่รอยไหม้...


“ปกติมึงทำกับข้าวกินเองเหรอ?”ผ่านไปสักพักเจ้าบ้านสูดดมกลิ่นหอมแล้วน้ำลายสอ... ไม่ทันไรมาม่าผัดง่ายๆจานแรกก็มาวางอยู่ตรงหน้า


       “เปล่า ปกติแม่ทำ แต่วันที่แม่ไม่อยู่ก็ต้องทำให้น้องกิน” เสียงห้าวเล่าเรื่องราวการใช้ชีวิตสั้นๆให้รูมเมท ณ ปัจจุบันได้ฟัง ใบหล่อเหลาพยักหน้าหงึกๆรับฟังไป


       พัดเร่งหยิบส้อมมาตักเส้นสีเหลืองส้มเข้าปาก


“อร่อย!!” 


 “อร่อยมากเลยอิน จากนี้ขอไปฝากท้องที่ห้องบ่อยๆนะนะ”เจ้าคนหิวโซจ้วงเอาจ้วงเอา คนกำลังถือกระทะเตรียมล้างเริ่มนึกอยาก
เอากระทะไปตบ... ตอนแรกนึกว่าชมจากใจที่แท้มีอะไรแอบแฝง


ได้คืบเอาศอกชิบหาย ที่ทำให้กินนี่คือตอบแทนพระคุณที่ให้ค้างคืนนึงแต่นี่มันกะเนียนไปกินฟรีเรื่อยๆเลยนี่หว่า


 “ไปหากินเอาเองเซ่!! ไม่ทำให้แล้วเว้ย!!”อินรีบหันมาสกัดดาวรุ่งมุ่งเนียน


“ก็กูทำอาหารไม่เป็นนี่ เดี๋ยวซื้อของสดมาแช่ไว้ให้เลย”พัดตอบขณะมือก็ตักมาม่าเข้าปากไม่หยุด จนอินอดมองอย่างตกใจไม่ได้...แค่มาม่าใส่ไข่จำเป็นต้องอร่อยขนาดนั้นเลยหรือไง?


อาหารหลักของนักศึกษาที่อยู่หอพักก็คือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือไม่ก็หาซื้อเอาตามข้างทาง แน่นอนว่ารสชาติส่วนใหญ่สุนัขไม่รับประทาน การมีคนทำอาหารเป็นมาอยู่ห้องข้างๆจึงเป็นเหมือนบุคคลแห่งโชคชะตาที่ท้องฟ้าส่งมา(เว่อร์)...อินผู้มองโลกในแง่ร้ายตีความไปเช่นนั้น


“หวังเกาะกินหละสิมึง ไม่เอา ไม่เนียนๆ”อินว่าขำๆขณะลงนั่งจัดการมื้อเย็นของตนบ้าง


“เปล่าซะหน่อย  ก็มึงทำอาหารอร่อยจริงๆนี่ กูชอบ”   เสียงทุ้มเปล่งอย่างเริงร่า รอยยิ้มเล็กๆประดับที่มุมปากอีกครั้ง มันเป็นรอยยิ้มที่อินไม่เคยเข้าใจ...ว่าเจ้าของรอยยิ้มนั้นต้องการจะสื่ออะไร


 นายอัครินทร์เงียบไปชั่วขณะ หากไม่สังเกตคงไม่เห็นว่าใบหน้าคมนั้นพยายามหุบยิ้มอยู่ หากไม่ปั้นหน้าบูดคงได้เห็นรอยยิ้มแบบดีๆแล้วกระมัง  “ไม่ต้องมายอเลย กูไม่หลงกลมึงหรอก”


 “เปล่าซะหน่อย~”  ในช่วงเวลาที่หยอกล้อทั้งที่ไม่ได้มองหน้ากัน... ต่างฝ่ายต่างพยายามหุบรอยยิ้มของตัวเอง.. ใกล้กันอีกนิดแล้วรึเปล่านะ?


.


.


.


พออินอาบน้ำเสร็จก็เดินเข้ามาในห้องนอนและไล่พัดไปอาบน้ำบ้างจากนั้นก็หันมาหยิบเสื้อตัวที่เสี่ยงตาย(?)กลับไปหยิบมาจากห้องของดีดี คืนนี้พัดให้แขกผู้มาเยือนนอนร่วมเตียงเดียวกับตน สาเหตุมาจากห้องอีกห้องที่ควรใช้เป็นห้องนอนเล็กนั้นถูกเปลี่ยนเป็นอาณาจักรกระต่ายไปเรียบร้อย


ตอนที่เห็นพัดอุ้มเมลิคเข้าไปเก็บในห้องที่ว่าอินนี่ถึงกับยืนขึ้นเลย วัยรุ่นสมัยนี้เป็นอะไรกันไปหมดก็ไม่รู้ คนนึงก็เนรมิตคอนโดสวยๆให้กลายเป็นอาณาจักรการ์ตูน อีกคนนี่ก็คลั่งกระต่ายเสียจนสละห้องให้ห้องนึง


กระต่ายมันบอบบาง โดนแดดโดนฝนนิดเดียวก็ป่วยตายได้ง่ายๆ จะปล่อยให้เมลิคนอนตากฝนที่ระเบียงได้ยังไง...คำกล่าวอ้างที่พัดบอกเมื่อครู่ทำเอาอินจนปัญญา


เสียงเปิดประตูเรียกให้ร่างโปร่งที่นอนคิดอะไรเพลินๆเหลือบตาไปมอง ไอ้พัดในเสื้อยืดกับกางเกงบอลเดินเข้ามาในห้อง


“เช็ดผมให้แห้งดิมึง พื้นห้องมึงเปียกหมด” หาเรื่องเหน็บไปเล่นๆงั้นแหละ พื้นจะเปียกก็เปียกไปไม่ได้สนอะไรในเมื่อไม่ใช่เจ้าของ


พัดยิ้มน้อยๆพลางเอาผ้าขนหนูเช็ดผมก่อนมันจะเดินมานั่งที่ขอบเตียง “ทำตัวเป็นเจ้าที่เลยนะ”...ดูมันเหน็บ


“มึงจะตั้งศาลเจ้าแล้วเอาน้ำแดงมาไหว้กูด้วยเลยมั้ยหละ!?”อินกวนกลับ


“มึงนอนเร็วงี้ทุกวันเลยหรอ” เจ้าที่ตัวจริง(?)เอ่ยถามอินด้วยความใคร่รู้เมื่อเห็นว่าคนข้างทำท่าจะนอนหลับจริงจังทั้งที่เวลาตอนนี้ยังไม่สี่ทุ่มดี หัวโจกวิศวะไม่แปลกใจกับคำถามนี้เท่าไหร่นัก ตอนปีหนึ่งที่นอนหอในกับพวกไอ้ม่อนก็โดยพวกมัยถามแบบนี้มาก่อน


“ที่บ้านมีเด็กเล็กกูเลยพลอยซวยโดนแม่ไล่ไปนอนตั้งแต่สามทุ่มทุกวัน นี่สี่ทุ่มแล้วยังไม่หลับถือว่าเป็นพัฒนาการของกูเลยนะ” พัดพยักหน้ารับรู้ก่อนจะปิดไฟแล้วเดินมานอนอย่างว่าง่าย


“มึงไม่ต้องนอนตามกูก็ได้นะ จะทำอะไรก็ทำไปกูนอนได้”


“เห็นบอกว่ามีน้อง เด็กเล็กที่พูดถึงใช่น้องรึป่าว? อายุเท่าไหร่เหรอ”โดยไม่สนใจคำทักท้วง เสียงทุ้มก็เอ่ยถามชวนคุยเรื่องอื่นเสียอย่างงั้น


“อืมน้อง คนนึ่งอยู่ป.5 อีกคนอยู่ป.2”อินกล่าว


“อายุต่างกันจัง ลูกหลงเหรอ?”


“คงงั้นแหละ แต่กูว่าลูกหลงคือกูนี่แหละ เสือกเกิดเร็วเอง”


บทสนทนาแสนธรรมดาเกิดขึ้นระหว่างคนแปลกหน้าสองคน เรื่องราวที่ถามไถ่คือความเป็นมาของอีกฝ่าย พื้นที่ขนาด 6ตารางฟุตถูกใช้เพื่อทำความรู้จักกันและกัน...โดยไม่รู้ตัวต่างคนต่างเผลอหลับไปพร้อมกับเสียงสายฝนที่ยังโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย
ค่ำคืนแรกที่ได้อยู่ใต้ชายคาเดียวกันก่อเกิดความสัมพันธ์ที่เรียกว่ามิตรภาพขึ้น...





...........................................................................


สั้น(มาก) 555555   :katai5: :katai5:


ส่วนเรื่องขึ้น new ไม่ขึ้น new ก็ช่างมันเถอะค่ะ (ขอบคุณ คุณaiLime13 ที่เข้ามาช่วยตอบด้วยนะคะ)


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ma-prang

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 489
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
หลับฝันดีนะทั้งสองคน


เริ่มสนิทกันขึ้นมา(?)นิดนึงแล้วเนาะ

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2356
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ cher7343

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1720
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-4
อยากกินมาม่าผัด ฝีมือนังอินขี้อ่อย  :hao6:

ออฟไลน์ brookzaa

  • Chill out
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-6
 :pig4:  :pig4: สั้นจริงอะไรจริง สั้นใจอกได้ใจไปเลย เอิ๊คๆๆ  แซวแกมจริง  :z1: :z1:

ออฟไลน์ JustWait

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3459
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-4
ทำไมไม่มีอะไรแต่เราเขิน แอร๊ยเค้าชอบผู้ชายทำกับข้าวเป็นน


ปล.เรื่องไอคอน  newหลังชื่อเรื่องไม่ขึ้น

ปกติเวลาเรารีพลายกระทู้ไหนแล้วออกมามองหน้ารวมกระทู้ ถ้าไม่มีใครรีพลายต่อจากเราซะก่อน คำว่าnewก็จะไม่ขึ้นนะคะ คิดว่าน่าจะเพราะแบบนี้หรือเปล่าเอ่ย?


คือเวลาคนเขียนอัพเรื่องแล้วมองจากไอดีคนเขียนเองจะไม่เห็นคำว่านิวเพราะเป็นไอดีรีพลายล่าสุด แต่มองจากไอดีอื่นเช่นไอดีเราจะเห็นค่ะว่ามีรีพลายใหม่(ที่ไม่ใช่ของตัวเอง)แล้ว เราคิดว่าแบบนี้นะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-02-2015 03:53:02 โดย JustWait »

ออฟไลน์ AllTheWay

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 37
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ aiLime13

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 874
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1146/-11
    • twitter
เอามาอี๊กกกกกกกกก
ืทำไมสั้นนนนนนนนนนน กรี๊ดดดดดดดด 5555


อ่านตอนนี้แล้วนั่งอมยิ้ม
เวลาอินไม่เสียสติแล้วเรารู้สึกว่ามันน่ารักมุ้งมิ้งขึ้นยังไงไม่รู้
(แต่ก็ชอบอินทั้งเวอร์ชั่นสติดีและไม่ดีค่ะ ก๊ากกกกกกก)

บรรยากาศนอนคุยกันห้อง ทำกับข้าวกินกันนี่มันน่าร๊ากกน่ารัก
อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่น ความรู้สึกมันมิ้งๆ อยู่ในหัว 5555

ใกล้เข้าไปอีกนิดแล้วเนอะ
ถ้าจะให้ดีอินย้ายสำมะโนครัวไปอยู่ห้องพัดเลยดีกว่า
ไหนๆ ฝ่ายนั้นก็เสนอไปฝากท้องทุกวันอยู่แล้วนี่ 55555
ปล่อยให้ดีดีอยู่ในอนาจักรโอตาคุของน้องไปเถ๊อะ ก๊ากกก

ออฟไลน์ TrafalgarLAW

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 53
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-1
เอาอีกๆ เอาอินเวอร์ชั่นปกติอีกเยอะๆนะ

นายเอกของเรารั่วรุ่งริ่งหมดแล้ว 5555555555555

ออฟไลน์ AllTheWay

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 37
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
มาอัพได้แล้ว โฮรววววๆๆ   :katai4: :katai4:

ออฟไลน์ nikkou

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +294/-4



บทที่7



แสงแดดส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่างกระจกใสปิดด้วยผ่าม่านสีเขียวอ่อน  สาดเข้ามาแยงเข้าที่เปลือกตาบางของร่างโปร่งบนเตียง


เตียงออกจะกว้างขวางเขากลับนอนกลิ้งอยู่ตรงกลางเตียงไม่หวังแบ่งพื้นที่ให้ใครมานอนด้วยกัน  ผ้าห่มกระเด็นออกไปอยู่ที่ปลายเท้า  หมอนข้างถูกรัดแน่นปานกลัวว่ามันจะโดนแย่งออกไป ปอยผมสีดำขลับอ่อนนุ่มระเรี่ยหมอนดูเหมือนจะน่ารัก ถ้าไม่มีใบหน้าบูดบึ้งกระทั่งตอนหลับและน้ำลายยืดๆนั่นน่ะ...


  “โอย แสบตาจัง”ผู้มายึดครอง(ขอพักอาศัย)ชั่วคราวพลิกตัวหลบแสงสว่างอันแสนน่ารังเกียจสำหรับคนเพิ่งตื่นนอนไปอีกทางหนึ่งอย่างเกียจคร้าน


เสียงขลุกขลักในห้องบ่งบอกว่าอีกคนตื่นแล้ว


“ตอนนี้กี่โมง?”ด้วยหน้าที่ของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ต้องไปเรียนและต้องอัดเสียงมาให้เพื่อนรักที่ไปร่วมงานศพ อินจึงต่อสู้กับความขี้เกียจและชันตัวขึ้นนั่งอย่างงัวเงีย


“7โมงครึ่ง”เสียงทุ้มดังขึ้นมาจากส่วนใดส่วนหนึ่งของห้อง เนื่องจากเปลือกตายังไม่เปิดเต็มที่อินจึงไม่สามารถระบุพิกัดที่มาของเจ้าเสียงนั่นได้


แต่เมื่อเขาได้ยินคำบอกเวลาที่เช้าเกินความจำเป็น ร่างโปร่งก็ล้มตัวลงนอนอีกครั้งอย่างไม่ลังเล...ลงเรียนไว้เก้าโมง จะรีบตื่นทำไม


“ถ้าจะออกจากห้องก็อย่าลืมล็อคประตูนะ”พัดพูดด้วยเสียงเรื่อยๆขณะที่กำลังจะเดินออกจากห้องนอนเพื่อไปอาบน้ำ


“มึงเรียนกี่โมงวะ” แต่กลับถูกเรียดขัดไว้ก่อน


“ 9โมง”อ่าว ก็เวลาเดียวกันนิ


“มึงโง่หรือโง่วะ คอนโดมึงอยู่ใกล้มหาลัยแค่นี้ รถไฟฟ้าแทบจะเกยขึ้นมาบนหัวเมลิคของมึงอยู่แล้วจะกระแดะตื่นทำไมแต่เช้า”อินที่ห่มผ้าตั้งท่าเตรียมนอนต่อแล้วถามกลับอย่างหวังดี(?)


...หลังพูดจบถึงนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้อยู่คณะเดียวกันและไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเรียนที่ไหน...


“เสียใจด้วย มหาลัยกูรถไฟฟ้าไม่ผ่านหวะ”ตอบเท่านั้นก็หายลับออกจากห้องไปทิ้งให้คนปล่อยไก่แต่ไก่โห่แอ๊บเนียนทำเป็นนอนกันโดนล้อไว้คนเดียว


.


.


เวลาแห่งการนอนมักผ่านไปเร็วเสมอ นายอัครินทร์เดินหน้าเมื่อยเข้ามายังใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์พลางใช้สายตาสอดส่องเหล่าสหายที่หายหัวไปจากโต๊ะประจำที่นั่งกัน


ไปไหนกันหมดวะ?


อินลองเดินวนดูแถวๆนั้นแล้วก็ไม่พบจึงตัดสินใจนั่งรอที่โต๊ะดังกล่าว ขณะนั้นเองเขาก็เริ่มจับความผิดปกติบางอย่างได้...


อาณาบริเวณตึกคณะอินไม่พบร่างของเพื่อนร่วมคลาสสักคน สมองน้อยๆเริ่มออกโรงทำงานอีกครั้ง ตามตารางสอนวิชาที่ลงเรียนเอาไว้คือฟิเคม วิชานรกแตกที่รวมเอาฟิสิกส์กับเคมีมายำรวมกับแคลคูลัสระเบิดตูมกลายเป็นหายนะ


เรื่องความเหี้ย,ของรายวิชาขอพับเก็บไว้ก่อนเวลานี้อินกำลังนึกย้อนไปว่าอาจารย์ประจำวิชาเคยสั่งงดคลาสหรืออะไรเทือกๆนั้นเอาไว้รึไม่ เขาลองกระตุ้นสมองส่วนหน้า กลาง หลัง ซีรีบัม และไฮโปทาลามันหมดทุกซอกทุกมุมดูแล้วก็พบเข้ากับความจริงที่ว่า...



มันมีแต่ขี้เลื่อย



ถุ้ย!ใช่เวลาเล่นมุกมั๊ยกู สมองไม่มีก็มีมือถือไว้โทรถามเพื่อนไม่ใช่รึไง ไม่รอช้าอินรีบยกเครื่องมือสื่อสารแสนสะดวกขึ้นมาจิ้มเบอร์โทรหาเพื่อนเวรทันที


“โหล ม่อนหรอ มึงอยู่ไหน”สหายม่อนที่ลงเรียนวิชาเดียวกันไว้รับอย่างเชื่องช้า โทรอยู่ประมาณสามรอบกว่าจะรับสาย


‘อยู่บนเตียง’


“มึงไม่มาเรียนไง๊”


‘ห๊ะ!? โอ๊ยย อย่าบอกนะว่ามึงโง่นั่งหน้าสลอนอยู่ในห้องเล็คเชอร์อะ’


“อ่าว...”


‘มึงว่าแต่กูเล่นแต่ทวิตเตอร์ปล่อยให้เฟสร้าง มึงนั่นแหละตัวดีเลยอ.เค้ามาโพสต์เมื่อคืนว่าวันนี้งดคลาสเว้ยยยยยยย พอใจแล้วใช่มั้ย วันนี้มึงลงไว้ตัวเดียวก็แสดงว่ามึงว่างทั้งวัน แต่ถ้ากลัวไม่มีอะไรทำก็ไปนั่งเรียนปรัชญาเป็นเพื่อนไอ้คิมก็ได้นะ ฮ่าๆๆๆๆ กูนอนต่อหละ บาย ฮ่าๆๆๆ แม่งโง่หวะ’


“ไอ้เลว มึงบอกกูดีดีก็ได้ไม่ต้องเยาะเย้ย”อินกล่าวอย่างเจ็บช้ำ


‘พูดถึงดีดี มันไม่เตือนมึงรึไงว่าไม่มีเรียน อยู่ด้วยกันแล้วนิ’


“มันไปงานศพญาติมันตั้งแต่เมื่อวานตอนนี้ยังไม่กลับเลย”


“สมน้ำหน้า”ม่อนกล่าว


“เวร”บอกลาก่อนวางสายด้วยคำว่าเชี่ยก่อนจะนั่งว่างอยู่ที่เดิม


“...”


“...”


ว่างครับ ว่างโคตรเลย นั่งจ๋องอยู่ที่เดิมมองซ้ายมองขวาทำหน้าโง่ๆ จะกลับห้องก่อนก็ต้องอยู่คนเดียว จะไปหาเพื่อนรึเท่าที่จำได้เวลานี้พวกเพื่อนสนิทมันลงฟิเคมตัวเดียวกับเขาไม่ก็ลงเรียนปรัชญา วิชาห่ารากสาปคนเรียนเป็นเจ้าชายนิทราให้ตายก็ไม่ขอ
เข้าไป sit in


“...”


“เห้ย!! อิน มึงว่างป่าววะกูเห็นมึงนั่งบื้ออยู่นานละ” ผ่านไปสักพักก็มีเสียงเรียกจากด้านหลัง แม้จะไม่พอใจที่ถูกกล่าวหาว่าบื้อแต่ก็ยอมหันไปเพราะว่างจริงๆ


“ไอ้จ๊อบ”ไอ้หน้าปลากะโห้นี่เป็นเพื่อนร่วมคณะแต่อยู่คนละภาค ผมอยู่เคมีมันอยู่โยธา ร้อยวันพันปีจะเจอกันตีแต่ทักกันทีคนนึกว่าสนิทกันมาแต่ชาติปางก่อน ตบหัวลูบหลังกอดคอกันยิ่งกว่าผัวเมีย”จะแห่ไปไหนกันวะ”


ด้านหลังมันมีกลุ่มเพื่อนชายสองหญิงสองเดินตามาเป็นพรวน แม้จะอยู่ในชุดนักศึกษาแต่ก็แต่งหน้าเซ็ตผมกันซะเต็มยศ


“นัดบอร์ด ไปด้วยกันมะ เพื่อนอีกคนมันมาไม่ได้”จ๊อบกล่าวขณะเอามือตบหลังผมป้าบๆ คือบางทีมึงก็ดูจะสนิทกับกูมากไปนะสัด เพื่อนมึงส่งสายตามาประมาณว่าไอ้นี่ใครวะกันใหญ่แล้วมึงหันไปแนะนำเพื่อนมึงด่วน


“นัดบอด อย่างงี้ก็มองอะไรไม่เห็นเลยสิ”กำกู เล่นมุกควายเครียดให้เพื่อนไอ้จ๊อบขำกันกลิ้ง


“โอ๊ยยย กล้าเล่นนะมึง ฮ่าๆๆ ตกลงไปป่าววะ”


“เออ ไปก็ไป บอกไว้ก่อนเลยนะว่าที่กูไปก็เพราะเมตตามึง ชีวิตกูไม่ได้ขาดแคลนผู้หญิงขนาดนั้น”เชี่ยจ๊อบเบิ๊ดกะโหลกคนพูดอีกรอบอยากหมั่นไส้ก่อนจะพากันเดินออกไป


พวกเพื่อนของมันเข้ามาแนะนำตัวทีละคน แนะนำไปเถอะชื่ออะกูจำไม่ได้หรอกแค่แยกหน้าได้ก็แทบแย่แล้ว อินคิดในใจหลังฟังรายละเอียดนัดบอร์ดของพวกมันจบ ดูเหมือนคนที่พวกมันนัดไว้จะเรียนอยู่มหาลัยเดียวกันนี่แหละคณะวิทยาศาสตร์ มีมาทั้งหญิงชายเหมือนกันแต่มาแบบหญิงสี่ชายสอง


เท่าที่ได้ยินคำล่ำลือมาคณะวิทยาศาสตร์นั้นขาดแคลนทรัพยากรณ์เพศชายยิ่งกว่าไร่นาขาดแคลนน้ำฝนในฤดูแล้งเสียอีก...ถึงกับต้องมานัดบอร์ดแสดงว่าต้องสิ้นไร้หนทางแล้วจริงๆ...


“อินว่าผู้ชายสองคนที่มาจะเป็นชายแท้ชายเทียมหรือชายเหนือชายวะ”ผู้หญิงคนหนึ่งถามผมอย่างคิดหนัก เธอท่าทางทอมๆแต่หน้าตาน่ารักถ้าไว้ผมยาวนี่คงได้คัดหลีดคณะเลยผมว่า


“คณะนู้นเขาขาดผู้ชายๆพอๆกับที่คณะเราขาดผู้หญิงนั่นแหละ ดูสาวๆฝั่งเราสิว่าแมนขนาดนี้หนุ่มๆฝั่งนู้นจะแมนขนาดไหน ฮ่าๆๆๆ แอ่ก...”ปากพาซวยพูดไม่คิดโดนสาวเจ้าศอกเข้าเต็มท้อง


“ดับฝันคนอื่นดีนักสมน้ำหน้า ฮ่าๆๆๆๆ”เชี่ยจ๊อบหันมาเยาะเย้ย


ไม่นานนักพวกเราก็เดินทางมาถึงสถานที่นัดหมายซึ่งเป็นห้องคาราโอเกะของโรงหนังแห่งหนึ่งบนห้าง พวกมันหาที่นัดได้โอเคเลย ห้องมืดๆเก็บเสียงได้เหยื่อมาเมื่อไหร่ก็ลุยได้เลย...


“อยู่ห้องในสุดฝั่งซ้าย อืมๆ ครับๆ รอไม่นานครับ คนสวยจ๊อบรอได้ทั้งชีวิตหละครับ”อยากถุยแต่กลัวโดนรุมตีน นายอินนั่งหน้าเซ็งอยู่ในมุมห้อง ชีวิตประจำวันกินๆนอนๆเล่มเกมส์อ่านการ์ตูนอยู่กับเพื่อนไม่ค่อยพบปะผู้หญิงสักเท่าไหร่ทำให้เจ้าตัวไม่ถูกกับสถานการณ์แบบนี้เท่าไหร่


“มาแล้วอ่อ”เพื่อนมันถามขึ้นอย่างตื่นเต้น


“เออใกล้ละอยู่ชั้นสาม”จ๊อบตอบขณะสีหน้าลุ้นตัวโก่งตัวงอมาก พวกผู้ชายจะมีสีหน้าคึกคักผิดกับผู้หญิงอีกสองคนที่เบะปากอย่างหมั่นไส้


สงสัยสาวคณะวิทย์ที่จ๊อบนัดมาวันนี้จะสวยไม่เบา


.


.


“สวัสดีค่ะ ขอโทษที่ให้รอนานนะ”ร่างบายสวยขาวอึ๋มแต่งหน้าพอให้ดูดีไม่ถึงกับหน้ามากเดินน้ำเพื่อนเข้ามาในห้อง
เธอสวยมาก สวยสุดๆเลยถ้าจำไม่ผิดเธอคือดาวคณะ!!


“โหยยย มึงไปเก็บได้แถวไหนวะ”อินถามอย่างไม่อยากเชื่อสายตา คนอย่างเชี่ยจ๊อบเนี่ยนะมีปัญญานัดผู้หญิงระดับนี้มา พวกผู้ชายที่เหลือแย่งกันขยับที่ให้เธอนั่งกันใหญ่ เพื่อนของเธอที่มาด้วยกันก็สวยไม่หยอกแต่ละคนคุ้นหน้าคุ้นตาทั้งนั้นไม่เป็นหลีดก็เป็นดาวภาค


ผมนี่กราบเชี่ยจ๊อบเลยครับ มึงเมพมาก คราวหลังผมจะไม่พูดคำว่าพระเจ้าจอร์ชมันยอดมากละเปลี่ยนเป็นพระเจ้าจ๊อบมึงทำได้ไงวะแทน


“เก็บเชี่ยไร ระดับนี้จะตกอยู่บนพื้นได้ไงกูไปสอยมาเว้ยยย”จ๊อบหันมากระซิบแก้ต่าง


“คนรึชุดชั้นใน ไปสอยมาเนี่ย ฮ่าๆๆ”


“เชี่ยอินกวนตีนนะมึง กูหมายถึงดาวถึงเดือนเว่ย”ปลากะโห้ได้น้ำยืดอกอย่างภาคภูมิใจ เออมึงเก่งกูยอม


มันสอยมาทั้งดาวทั้งเดือนอย่างที่มันว่าจริงๆครับ ผู้หญิงสองคนเพื่อนไอ้จ๊อบที่ตอนแรกนั่งเงียบพอเห็นผู้ชายหล่อเดินเข้ามาเท่านั้นแหละรีบลุกขึ้นไปต้อนรับเลย เก็บอาการหน่อยเจ๊ เข้าใจว่าผู้ชายนั้นหายากต้องลำบากออกเรือไปแต่ก็ขอเถอะความเป็นกุลสตรีหนะ


ดูผู้ชายเข้าทำหน้าสิโดนชะนีเกาะเป็นต้นไม้ขนาดนั้น


“จะเกาะเขาอีกนานมั้ย พาเค้ามานั่งนี่สิ มาๆ”อินทนเห็นเพื่อนเพศเดียวกันยิ้มแหยยืนทำหน้าเลิกลั่กต่อไปไม่ไหวเลยตบเบาะแล้วเรียกให้มานั่งด้วย


มันทิ้งเพื่อนมันที่หน้าตาจืดชืด(คนรึน้ำซุบข้าวมันไก่)ไม่เป็นที่สนใจคนเดียวในกลุ่มเดินมานั่งข้างผมก่อนจะเอ่ยอย่างเป็นมิตร


“ขอบใจนะ”


“ไม่เป็นไร”อินตอบกลับก่อนจะเอนตัวพิงเบาะมองไอ้จ๊อบที่ทำตัวเป็นเดอะสตาร์ค้นฟ้าคว้าดาวพยามเปิดเพลงชวนคุยเทคแคร์หญิงเต็มที่


“ชื่ออะไร เราชื่อ นันนะ”พ่อเดือนคณะวิทย์กล่าว


“ห๊ะ นันนะ ชื่อแปลกๆเป็นคนญี่ปุ่นเหรอ ส่วนกูชื่ออิน”คำตอบของอินนั้นทำเอาคนฟังถึงกับกุมท้องหัวเราะลั่น


“อุ๊บ ฮะๆๆ ฮ่าๆๆๆๆ โอ๊ยย โทษทีๆ มันกลั้นไม่อยู่จริงๆ คือเราชื่อ ‘นัน’ ไอ้นะนั่นคำสร้อยต่อท้าย”คนหล่อยกมือขึ้นปาดน้ำตา


ขำจนน้ำตาเล็ดแล้วยังมีหน้ามาบอกว่ากลั้นแล้ว ไอ้ชิบหายควายล้วนๆไม่มีวัวผสม ปล่อยไก่ทั้งเล้าแล้วกู ต้องกลับไปเช็คดวงสักหน่อยช่วงนี้ทำไมโชว์โง่บ่อย


“อ่าวเหรอ มึงอยากพูดจาไม่รู้เรื่องทำไมหละ อ๊ะนั่นไง ชัดเลย มึงดัดฟันอยู่นี่เองมิน่าทำไมเสียงถึงอือออฟังไม่ชัด”คนหน้าด้านก็ยังคงแถต่อไป เอาตัวรอดไม่พอยังไปกล่าวหาเขาอีก คนโดนว่าถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย


พูดคุยกันอีกนิดหน่อยมันก็โดนผู้หญิงเพื่อนไอ้จ๊อบลากไปรุม โชคดีเพื่อน...


ร่างโปร่งยันตัวลุกขึ้นยืนท่ามกลายสายตาของคนในห้อง ผู้หญิงคณะวิทย์มาตามตาละห้อย หากไม่นับเดือนภาคของพวกเธอแล้วอินก็คือคนที่หล่อที่สุดในที่นั้นแต่กลับทำหน้าเป็นตูดเหมือนโดนใครบังคับพามาด้วยทำให้พวกเธอไม่กล้าเข้าใกล้


“เห้ย ไปไหนวะ”จ๊อบถาม


เนื่องจากเสียงเพลงค่อนข้างดังอินจึงยกมือทำท่าทางว่าจะออกไปคุยโทรศัพท์นะก่อนจะเดินออกจากห้องมานั่งอยู่ในโซนโบวลิ่ง หาที่นั่งเหมาะๆก่อนจะหย่อนตูดกดรับสายจากไอ้ดีดี


“โหล มึงอยู่ไหน”เสียงห้าวเอ่ยถามอย่างคิดถึง มึงรีบๆกลับมาเก็บตุ๊กตามึงเข้ามุ้งไปเลยกูจะไม่ทน


“บ้านญาติ เราจะบอกอินว่าคืนนี้เราจะค้างอีกคืน ไม่สิหกคืนที่เหลือนี้เราจะค้างยาวเลย กว่าจะสวดเสร็จก็ดึกแล้วเราไม่อยากเดินทางมืดๆ”ปลายสายตอบกลับเสียงเรียบ มันคงสะเทือนใจอยู่ไม่อยากทักท้วงอะไรมันมาก


แต่ขอเถอะ กูไปรับก็ได้ วัดไหนว่ามา...


“แล้วมึงไม่มาเรียนรึไง”


“เรียนดิ ก็ออกจากบ้านญาติตอนเช้าไง นั่งรถตู้ไปแค่ชั่วโมงเดียวก็ถึงแล้ว บ้านญาติเราอยู่ปริมณฑลนะไม่ใช่บ้านนอกจะได้นั่งรถทัวร์เป็นวันๆ” สรุปคือมึงจะออกจากที่นู่นตอนเช้า มานั่งเรียนตอนกลางวัน เดินทางกลับไปร่วมพิธีที่นู่นตอนเย็นและค้างคืนที่นั่นสินะ


“มึงจะปล่อยให้กูอยู่ห้องมึงคนเดียวเนี่ยนะ กูกลั...เอ๊ยย เกรงใจมึง”


“ไม่เป็นไร เราตะหากที่ต้องขอโทษอินด้วย ชวนมาอยู่แล้วก็หายต๋อมไปแบบนี้ ถ้ามีปันหาอะไรอินไปหาพัดแล้วกันนะ พัดช่วยอินได้อยู่แล้ว”กล่าวชมคนข้างห้องเสร็จดีดีน้อยก็วางสายไป บอกว่าป้าเรียกไปกินข้าว


โชคดี แดกข้าวให้อร่อยนะมึง ...หมั่นไส้


พูดถึงเรื่องข้าว พวกอินและจ๊อบแวะหาอะไรกินข้างทางมาก่อนแล้วตอนนี้จึงไม่หิวและขอเดาว่าอีกกลุ่มที่นัดมาก็กินข้าวมาแล้วเรียบร้อย ดูจากการที่จ๊อบมันจองห้องยิงยาวไว้ มันคงกะว่าไม่ได้ไม่เลิกแหง...ไม่ได้ทำความรู้จักกันนะครับอย่าคิดลึก


“ไม่สนุกเหรอ”มีเสียงทักขึ้นพอหันไปก็พบกับเจ้าของดวงตาพราวระยับครองตำแหน่งเดือนคณะด้วยหน้าตาหล่อเหลาสไตล์เกาหลีที่ฉีกยิ้มมาให้


“ป่าว แค่นั่งพักหู”อินตอบ เหลือบมองอีกฝ่ายที่ทิ้งตัวนั่งข้างๆอย่างสนิทสนม ให้ตายเถอะช่วงนี้คนแปลกหน้ามาตีซี้บ่อยจังวะ ก็ว่าทำหน้าไม่รับแขกแล้วนะทำไมถึง...


“จ๊อบก็ร้องเพลงดีนี่ ไปว่ามัน”


“แค่พักหูไม่ได้บอกว่าร้องไม่ดี เออ ทั้งตัวมันก็มีแค่เสียงกับฐานะทางบ้านเท่านั้นแหละที่ดี มันร้องเพลงเก่งกูยอมรับ คอนเสิรตที่คณะมันก็ร้องนำ พวกผู้หญิงถึงกับหันหลังฟังเลยมึงรู้มั้ย กูโคตรฮาอ่ะ บางคนก็หลับเอา เห็นบอกว่าจะได้มองไม่เห็นภาพขอมโนหน้าเอาเอง ฮ่าๆๆๆ”พูดแล้วก็ขำ พอร้องเสร็จมันเดินหน้าซึมลงมาเลยเพราะคิดว่าโดนแบน มีแต่คนหันหลังให้


พอบอกความจริงไปแทนที่มันจะดีใจกลับซึมยิ่งกว่าเดิมอีก ฮ่าๆๆๆๆ


“ฮ่าๆๆ เล่าซะเห็นภาพเลย”นันหัวเราะร่า


“อินเรียนภาคอะไรเหรอ”


“เคมี มึงอ่ะ”


“เคมีเหมือนกันเลย เรียนเหมือนกันมั้ยเนี่ย ทุกวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าวิทยาศาสตร์เคมีกับวิศวะเคมีต่างกันยังไง”


“วิศวะเท่ห์กว่า” จบมั้ยหละมึง ทำหน้าอึ้งเชียว กูพูดตรงหละสิ แต่เอาเถอะเพราะเรียนวิทยามีสาวให้คลุกวงในเยอะกว่า เรียนวิศวะทำได้อยากมากก็แค่มอง


“โยนโบว์เป็นป่ะ”อินถามขึ้นเปลี่ยนเรื่อง นั่งมองมานานแล้วอยากเล่นบ้างไม่ได้เล่นมาตั้งแต่ตอนปีหนึ่ง


“เป็น จะเล่นเหรอ?”


“อืม มา แข่งกัน”


“คนชนะได้อะไรหละ?”


“ห๊ะ...มีเดิมพันด้วยเหรอวะ เออดีๆ จะได้ตื่นเต้นหน่อย มึงคิดเลยเอาไร เลี้ยงข้าวมั้ย หรือว่า...”


.


.


.


“ถ้าเราชนะอินให้เบอร์เรา ถ้าเราแพ้เราให้เบอร์อินโอเคมั้ย”ไอเดียถูกเสนออกจากปากของเดือนคณะสุดหล่อนั้นทำเอาคนได้ยินถึงกับเบิกตากว้างและหันมามองหน้าคนพูดที่กำลังเลือกลูกเหมาะอยู่อย่างฉงน


.


.


.




“มันน่าเดิมพันตรงไหนว่ะ แค่แลกเบอร์ แข่งเสร็จก็แลกได้เลยนะ”แต่ดูเหมือนคำตอบของอินนั้นจะทำให้คนฟังตกใจเสียยิ่งกว่า นันแทบจะทำลูกโบวลิ่งหล่นทับเท้าตัวเอง



“อ่ะ ฮ่ะๆๆๆ งั้นคนแพ้ต้องเลี้ยงข้าวคนชนะแล้วกัน”ก่อนจะเปลี่ยนกติตาเสียงแห้ง








“ส่วนเบอร์ ขอตอนนี้เลยได้ไหม...?”







“ทำไมจะไม่ได้หละ”

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด