[28/3/58]ดราม่าควีนกับคิงซื่อบื้อ The story after that. #จบแล้วจ้า
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [28/3/58]ดราม่าควีนกับคิงซื่อบื้อ The story after that. #จบแล้วจ้า  (อ่าน 121049 ครั้ง)

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce

     ต้นน้ำมองดูกระเป๋าสัมภาระที่เตรียมไว้ ข้าวของส่วนตัวของเขาเตรียมไว้ครบแล้วสำหรับการไปต่างจังหวัดทริปนี้ แต่เขานึกเป็นห่วงคนที่ตอนนี้กำลังอาบน้ำแต่งตัวอยู่เพราะพึ่งตื่นจากการนอนกลางวัน วันนี้ชัยชัชทำงานเฉพาะช่วงเช้าและกลับมานอนตุนแรงตลอดช่วงบ่ายจนถึงเย็นเพื่อเตรียมขับรถทางไกลไปลำปางบ้านเกิดยามดึก ต้นน้ำมองนาฬิกาแล้วคิดว่ายังพอมีเวลาจึงตัดสินใจเดินเข้าครัวหาของว่างที่พอจะเตรียมไว้ให้แฟนหนุ่มรองท้องได้

     เขาไม่มั่นใจเลยจริงๆ เรื่องเดินทางไกลขับรถขึ้นเหนือตอนกลางคืนแบบนี้เขาไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่ดันมีประสบการณ์ประสบอุบัติเหตุจากการขับรถของแฟนหนุ่มแทน แถมเขายังกังวลเรื่องการไปพบครอบครัวของชัยชัชอีกด้วย เขาเครียดจัดจนเผลอเข้าครัวทำแซนวิสไว้ให้ชัยชัชเยอะเกินเหตุ จนกระทั่งคนในความคิดเดินสะพายกระเป๋าเป้เข้าห้องมานั่นแหละ ต้นน้ำถึงได้รู้สึกตัว

     “โห! ทำไรเยอะแยะเนี่ยต้น?”

     “เอ่อ... ผมกลัวพี่ชัชจะหิวนะครับ เลยกะว่าจะทำติดรถไปด้วย”

     “ไม่ต้องลำบากก็ได้ หาซื้อเอาระหว่างทางก็มี หรือถ้าต้นหิวพี่แวะพากินข้าวก่อนก็ได้”

     “จะดีเหรอครับก็พี่ชัชบอกว่าออกเร็วๆ จะได้ไม่เจอรถติด”

     “แหม พี่ไม่รีบขนาดนั้นหรอกครับ เรื่องอะไรจะทรมานให้แฟนพี่หิวท้องกิ่วล่ะ? ... ทำไมสีหน้าเราไม่ค่อยดีเลยต้น? ไม่สบายรึเปล่า?”

     “พี่ชัชแน่ใจเหรอครับ คือผมว่าขับรถไกลๆ นี่มัน...”

     “พี่ไหวครับ วางใจเถอะ ถ้าพี่ไม่ไหวเราหาโรงแรมพักระหว่างทางก็ยังได้ เชื่อใจพี่นะต้น ไม่น่ากลัวหรอก สบายๆ”

     “ครับ”

     ชัยชัชขับรถทำเวลาได้ดีเหลือเชื่อ เขาพาต้นน้ำแวะปั้มน้ำมันข้างทางทำธุระส่วนตัวพักร่างกายบ่อยครั้งในการเดินทางช่วงแรกๆ แต่หลังจากที่ต้นน้ำหลับ ชัยชัชก็สวมวิญญาณนักซิ่งเหยียบคันเร่งเครื่องยนต์ขนาดสองพันซีซีด้วยความเร็วสูงตามความเคยชินมุ่งหน้าสู่ลำปางทันที จนกระทั่งใกล้ถึงตัวเมืองเขาก็แวะปั้มน้ำมันอีกครั้งแล้วปลุกคนรักให้เตรียมตัว

     “ต้นครับ ตื่นๆ ลุกขึ้นมาได้แล้วครับ ใกล้ถึงแล้ว”

     “อืม...”

     ต้นน้ำลืมตาตื่นขึ้นมาทั้งที่ยังง่วงงุนอยู่นิดหน่อย แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังจะไปไหนเขาก็ตื่นเต็มที่ทันที

     “ถึงแล้วเหรอครับ?”

     “เปล่าครับ แต่ก็ใกล้แล้ว พี่อยากพาเราไปแวะกาดเช้าก่อน เลยแวะปั้มให้เผื่อเราอยากล้างหน้าแปรงฟัน”

     “กี่โมงแล้วครับ?”

     “ตีสี่ครึ่งแล้วครับ”

     ‘โห พี่ชัชขับรถเร็วจัง!’

     หลังจากแวะให้ต้นน้ำล้างหน้าแปรงฟันที่ปั้มน้ำมัน ชัยชัชก็พาต้นน้ำมาแวะเที่ยวกาดเช้า ชัยชัชเลือกซื้อผักบางอย่างและแกงบางชนิดที่ต้นน้ำไม่เคยเห็น ต้นน้ำจึงรู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อได้ยินชัยชัชพูดด้วยสำเนียงถิ่นที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ต้นน้ำจึงเผลอมองตาค้างกับภาพชายหนุ่มยอดเซลล์แมนที่กำลังต่อราคาซื้อวัตถุดิบทำอาหารแปลกๆ บางอย่างกับแม่ค้าในตลาด

     “ยะหยังมันแปงแต้แปงว่าละคับ”

     “กะฤดูนี้มันหายากขะหนาดเลยหนา อย่าต่อป้าเลยเน้อ”

     “คับ งั้นบ่เป็นหยั่งคับ เอาสองขีดเน้อป้าเน้อ”

     และเมื่อเสร็จธุระแล้ว ชัยชัชก็ยังลากต้นน้ำไปยืนรอใส่บาตกับตุ๊เจ้ายามเช้าอีกด้วย และหลังใส่บาตรเสร็จเขาก็ได้เอ่ยถามต้นน้ำ

     “มองไรครับ เห็นทำหน้าแปลกๆ”

     ‘ใครจะกล้าบอกพี่ชัชว่าตกใจสำเนียงคำเมืองของพี่กันละครับ น่ารักชะมัดเลย’

     ต้นน้ำไม่กล้าพูดความจริงออกไปเลยได้แต่ยืนทำหน้านิ่งๆ ถามเฉไฉไปเรื่องอื่นทั้งๆ ที่บนใบหน้ายังมีหลักฐานเผลออมยิ้มน้อยๆ ด้วยความรักใคร่แฟนหนุ่มฉายชัดอยู่ ชัยชัชมีเรื่องทำให้เขาแปลกใจเสมอ ยามที่ต้นน้ำอยู่กับผู้ชายคนนี้แล้วเขาไม่มีเบื่อเลยแม้แต่น้อย ชีวิตราบเรียบของเขาถูกชัยชัชเติมสีสันลงไปจนเต็ม

     “เปล่าครับ ก็แค่แปลกใจ... ว่าแต่ทำไมจู่ๆ ถึงชวนผมใส่บาตรละครับ?”

     “พี่ไม่ค่อยมีโอกาสทําบุญตักบาตรน่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆ มีโอกาสทั้งทีเลยอยากใส่บาตรกับเมีย หึๆ”

     “พี่ชัชก็...”

     “แป ไปบ้านพี่ชายพี่กัน ป่านนี้พี่ชายคงตื่นแล้วล่ะ”

     “เอ๋?”

     ชัยชัชไม่ตอบอะไร เขาอมยิ้มพลางพาต้นน้ำไปยังจุดหมายปลายทาง ชัยชัชขับรถออกจากตลาดไปตามถนนในตัวเมืองอีกเล็กน้อยก่อนจะจอดลงหน้าตึกแถวสองคูหาแห่งหนึ่ง ป้ายหน้าร้านแสดงให้เห็นว่าเป็นอู่ซ่อมรถ ชัยชัชดับเครื่องยนต์ก่อนจะพาต้นน้ำลงไปกดกริ่งเรียกผู้ที่อยู่ในบ้าน คนที่มาเปิดประตูเป็นหญิงวัยกลางคนท่าทางใจดี หล่อนยิ้มแย้มทันทีที่เห็นชัยชัช

     “สวัสดีคับปี้นา”

     “มาตางใดกะชัช? มาถึงเมินละก่อ?”

     “อ่อ ผมกะตึงลำปางต๋อนตี๋ห้านี่เองคับ เออปี้ดาคับ นี่ต้น ผมเอาน้องเขามาโตย”

     ว่าแล้วชัยชัชก็เรียกต้นน้ำให้เข้ามาสวัสดีหญิงวัยกลางคนแปลกหน้า

     “สวัสดีครับ”

     ต้นน้ำสวัสดีเธออย่างนอบน้อม เขาพยายามส่งยิ้มให้เธออย่างใสซื่อ ซึ่งเธอยกมือรับไหว้อย่างเป็นกันเอง รอยยิ้มอบอุ่นที่ฉายอยู่บนหน้านั้นช่วยให้ต้นน้ำใจชื้นขึ้นอีกเยอะ

     “ปี้ศักดิ์ตื่นยังคับ?”

     “อีกสักกำกะคงตื่นล่ะ เดียวปี้ไปฮ้องหื้อเน้อ”

     ว่าแล้วเธอก็เชื้อเชิญแขกทั้งสองให้นั่งรอที่โต๊ะรับแขกเล็กๆ หน้าทีวีก่อนจะหายตัวไปปลุกสามีที่บนชั้นสองของบ้าน ต้นน้ำที่เก็บความสงสัยไม่อยู่จึงได้โอกาสถามชัยชัช

     “พี่ชัชครับ คนเมื่อกี้...?”

     “อ๋อ พี่สะใภ้พี่เอง นี่บ้านพี่ชายพี่น่ะ แกเปิดอู่ซ่อมรถอยู่ในตัวเมือง บ้านแม่พี่ยังไปอีกอำเภอนึง พี่เห็นว่าไหนๆ เราก็ผ่านตัวเมืองเลยแวะมาหาแกก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวเกิดพี่ชายพี่รู้ทีหลังแล้วพี่จะโดนเตะ”

     คำตอบแบบทะเล้นๆ ของชัยชัชทำให้ต้นน้ำหลุดขำ จะมีใครกล้าเตะแฟนเขาด้วยหรือไง? ในเมื่อชัยชัชนั้นเป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ไหล่บึกบึนขนาดนี้ แต่ผู้ชายที่เดินคาดผ้าขาวม้ามานั้นก็ทำให้ต้นน้ำชักจะเชื่อคำพูดของชัยชัช สายตาดุๆ ที่จ้องมาทำให้เขารู้สึกกลัว พี่ชายของชัยชัชมีรูปร่างหน้าตาที่คล้ายกัน เพียงแต่มีดวงตาที่ดูดุดันและคางเหลี่ยมเป็นสันกว่า นอกจากนี้ชายวัยกลางคนผู้นี้ยังหาแววขี้เล่นแบบชัยชัชไม่เจอ แม้จะรูปร่างเตี้ยกว่าชัยชัชนิดหน่อยแต่กล้ามเนื้อลำสันบนไหล่หนาๆ นั้นก็ชวนให้ดูน่าเกรงขามไม่น้อย

     “อ่าวเห้ย! มาได้จะใดน่ะ”

     “กะปิ๊กบ้านสงกรานต์น่ะก่ะ”

     “หายหัวไปเมินแต้เมินว่าตึงสองปี่ นึกว่าต๋ายไปแล้วเลาะ”

     “โธ่ อีปี้ ก่ะงานเปิ้นยุ่งขะหนาด ถึงเปิ้นบ่ได้ปิ๊กบ้านเปิ้นกะตึงโทรหาอยู่ติ้กๆ หนา”

     ว่าแล้วชัยชัชก็ออดอ้อนขอโทษขอโพยพี่ชายตัวเองอีกหลายต่อหลายหน ก่อนจะแนะนำต้นน้ำ

     “ต้น นี่พี่ชายพี่เอง ไหว้แกซะ”

     เสร็จแล้วชัยชัชก็หันไปแยกเขี้ยวขู่ใส่พี่ชายตัวเอง แต่คำพูดคำจาที่ออกมานั้นเนื้อหาน่ากลัวกว่าคำขู่เป็นร้อยเท่า!

     “อีปี้ นี่เมียเปิ้น คนนี้เปิ้นฮักขะหนาด ห้ามแกล้งห้ามหยอกหนา”

     ต้นน้ำที่ฟังไม่ค่อยออกไม่แน่ใจนักว่าชัยชัชพูดว่าอะไร แต่ปฏิกิริยาที่สองผัวเมียหันควับมามองเขาด้วยสีหน้าตกอกตกใจดูแล้วไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ ต้นน้ำจึงยกมือไหว้พี่ชายของแฟนหนุ่มอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวพลางก้มหน้าลงต่ำไม่กล้าสบตา มือของเขาบิดนิ้วเข้าหากันอย่างเป็นกังวลปล่อยให้คำสนทนาด้วยเสียงซาวด์แทร็คนั้นผ่านหูไป

     “อู้เล่นก๋า?”

     “อู้เล่นตี้ไหน อู้แต้ก่ะ”

     “แล้วไปยะจะใดมา”

     “กะเผลอยะไปแล้วเลาะ”

     “ละอีแม่ฮู้เรื่องละกะ?”

     “เออะ! ยังหนา เปิ้นยังบ่กล้าบอกเตื้อ ตี้ปามาโตยนี่ก็กะว่าจะปามาเปิดตั๋ว”

     “ละคนตี้แล้วเลาะ ไหนว่าจะแต่งงานกั๋น”

     “อ่อ ทิ้งเปิ้นไปตั้งแต่ปี๋ก่อนนู่นล่ะ บ่ดีอู้ตึงเปิ้นแหมเน้อ เจ๊บกะ”

     “หึ สมน้ำหน้าก่อ บ่าวอก!”

     ศักดิ์ชัยเงียบไปพักหนึ่งพลางจ้องหน้าน้องชายที่อายุห่างกับตัวเองเกือบสิบปี สายตามุ่งมั่นจริงจังของชัยชัชนั้นช่างเปิดเผยเสียจนเขารู้สึกได้ว่าชัยชัชไม่ได้พูดล้อเล่นแน่ๆ น้องชายของเขาเป็นคนรักใครรักจริง และเป็นคนที่คิดจะทำอะไรก็ทำจริงจังด้วยเช่นกัน เพียงแต่เขาเองก็ทำใจรับไม่ทันเหมือนกันที่จู่ๆ น้องชายดันพาว่าที่น้องสะใภ้ที่เป็นผู้ชายเข้ามาทักทายฝากตัวกับเขา มิหนำซ้ำยังเป็นเด็กผู้ชายที่ดูแล้วอายุใกล้เคียงกับลูกชายเขาเสียอีก

     น้องชายของเขาไปเรียนหนังสือหนังหาในเมืองจนกลายเป็นไอ้หนุ่มกรุงเทพฯ เด็กคนนี้มีปัญหาเรื่องผู้หญิงมาตลอดตั้งแต่แตกเนื้อหนุ่ม แต่ละคนถ้าไม่หลงคารมคมๆ ก็รักที่รูปร่างหน้าตา ยิ่งพักหลังที่เจ้าตัวทำงานมีเงินก็มีคนผ่านมาแล้วผ่านไปคับคั่ง แต่ชัยชัชก็ยังแทงกั๊กไม่เลือกคบใครจริงๆ จังๆ จนกระทั่งชัยชัชพาหญิงสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่งกลับมาเยี่ยมบ้านตอนช่วงฉลองขึ้นบ้านใหม่เมื่อสามปีก่อน แต่ทว่ามารดาของพวกเขากลับไม่ปลื้มสาวชาวกรุงคนนั้นสักเท่าไหร่ เรียกได้ว่าแทบเข้ากันไม่ได้ แต่ชัยชัชก็ยังยืนยันรักมั่นคงอยู่ดี จนมารดาของเขาได้แต่บ่นน้อยใจที่เลี้ยงลูกได้แต่ตัว ถึงแม้ลูกชายคนเล็กจะคอยส่งเงินมาให้ตลอดทุกๆ เดือน บ้านหลังใหม่ที่สร้างก็มาจากน้ำพักน้ำแรงไอ้น้องคนนี้ แต่ว่ามารดาของพวกเขาก็ยังอยากได้ลูกสะใภ้แบบที่เข้ากับคำว่า"เครือญาติ"อยู่ดี

     “งั้นก็ตามใจ๋เต๊อะ ยะอันหยังกะยะเต๊อะ”

     เมื่อเห็นผู้เป็นพี่ยอมแพ้ทำท่าเหมือนไม่อยากยุ่งด้วยชัยชัชก็แอบตีปีกดีใจอยู่ในอก พี่ชายเขายอมถอยแล้ว พี่สาวสุดที่รักของเขาก็คงจัดการไม่ยากเท่าไหร่เพราะเธอค่อนข้างจะตามใจเขาที่เป็นน้องคนเล็ก ทีนี้ก็เหลือแต่มารดาของเขาที่ชัยชัชมั่นใจว่าต้นน้ำน่าจะฝ่าด่านได้ไม่ยาก ทั้งสองนั่งคุยกันอีกครู่หนึ่งก่อนที่ชัยชัชจะขอตัวล่วงหน้าไปที่บ้านมารดาก่อน

     ชัยชัชขับรถอย่างอารมณ์ดีแถมยังส่งเสียงผิวปากเสียจนต้นน้ำนึกสงสัยปนหมั่นไส้ แต่ภาพวิวทิวทัศน์ของทุ่งนาข้างทางตามถนนสายเล็กๆ ก็ชวนให้ต้นน้ำสนใจ ถึงจะรู้ว่าแฟนหนุ่มของตนเป็นคนต่างจังหวัด แต่เขาก็ไม่คิดว่าจะเป็นต่างจังหวัดที่อยู่ในหุบเขาลึกลับซับซ้อนเช่นนี้ ถนนสองเลนเล็กๆ ที่มีบ้านของชาวบ้านสร้างตามฐานะอัตภาพขึ้นเรียงรายสลับกับทุ่งนาแตกต่างกันไปตามกำลังทรัพย์และความพอใจของเจ้าของผู้อยู่อาศัย แถมเมื่อมองไปไกลๆ ยังวิวทุ่ง ต้นน้ำยังรู้สึกเหมือนตัวเองเห็นทิวเขาในสายหมอกจางๆ ยามเช้าชวนให้นั่งคิดว่าตนตาฝาดหรือมีดอยเล็กๆ ขึ้นอยู่ไกลออกไปในทิศทางนั้นจริงๆ

     รถยนต์ป้ายแดงคันใหม่เอี่ยมทะเบียนกทม.ราคาเหยียบล้านพาคนทั้งคู่ขยับเข้าใกล้สู่จุดหมายมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งล้อรถเลี้ยวผ่านประตูรั้วที่เปิดรอไว้มาจอดสนิทหน้าบ้านหลังหนึ่ง บ้านปูนชั้นเดียวเล่นระดับขนาดสามห้องนอนที่มีรถกระบะจอดอยู่ใต้ร่มมะปรางหน้าบ้าน มีเล้าไก่อยู่เลยไปอีกทั้งยังมีแปลงผักปลูกไว้เป็นแนวใกล้กับโรงเพาะเห็ดเล็กๆ บรรยากาศความเป็นชนบทผ่านเข้ามาในสายตาของต้นน้ำ เขาขนลุกซู่เมื่อระลึกขึ้นได้ว่าต่อไปต้องเผชิญหน้ากับอะไร ต้นน้ำพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองรักษาท่าทีที่เยือกเย็นเอาไว้ภายนอก

     ชัยชัชดับเครื่องยนต์รถเรียบร้อยแล้ว เขาหันไปมองคนรักที่สูดลมหายใจเอาเป็นเอาตายเสียงดังเฮือกๆ อย่างนึกขำ

     ‘เอ้าๆ หน้าซีดเชียว จะเป็นลมไปอีกมั้ยครับแฟนพี่ น่ารักจริงๆ เลย นี่มันนาทีวิกฤตเปิดตัวแม่ผัวพบลูกสะใภ้ชัดๆ ฮ่าๆ’

     “ต้น ..... ต้นครับ”

     “ครับพี่ชัช”

     ต้นน้ำตกใจกับเสียงเรียกจนเผลอทำหน้าเหลอหลาหันไปสบตาชัยชัช แต่แล้วสายตาจริงใจกับฝ่ามืออบอุ่นที่เอื้อมมาสัมผัสให้กำลังใจกันก็ช่วยทำให้ต้นน้ำตั้งสติได้ มือที่คุ้นเคยของแฟนหนุ่มลูบหัวเขาเบาๆ ด้วยความรักใคร่ก่อนจะไล้ลงมาสัมผัสกับแก้มซีดๆ นั้น

     ชัยชัชไล้นิ้วเบาๆ อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

     “พร้อมรึยังครับต้น เข้าไปไหว้แม่พี่กันนะ พี่จะได้แนะนำพี่สาวพี่ให้เรารู้จักด้วย ครอบครัวของพี่ก็มีอยู่เท่านี้แหละครับเพราะคุณพ่อพี่เสียไปนานแล้ว แต่นับจากที่ต้นเดินเข้าไปในนั้นแล้วต้นก็จะกลายเป็นครอบครัวของพี่อีกคนนึง แล้วพี่ก็ขอรับรองว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพี่จะอยู่ข้างๆ ต้นนะครับ พี่เองก็ไม่ได้บอกใครมาก่อนเหมือนกัน กลัวเหมือนกันนะเนี่ยฮ่าๆ ต้นจะเป็นกำลังใจให้พี่แนะนำตัวลูกสะใภ้ได้รึเปล่าครับ?”

     ท้ายประโยคนั้นชัยชัชเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ้อนรักพลางยกมือของเขาขึ้นมาจุมพิตเบาๆ ต้นน้ำรู้สึกได้ถึงอณูความรักของชัยชัชที่กระจายตัวเข้าห้อมล้อมรอบๆ ตัวเขาผ่านกระแสเสียงนั้น เขาบอกตัวเองให้ตั้งสติแล้วตัดสินใจก้าวเดินไปพร้อมกับชายคนรัก

     “ผมพร้อมแล้วครับ พี่ชัช”

     ชัยชัชเดินจูงมือต้นน้ำเข้าบ้านอย่างกล้าหาญ พี่สาวของเขาออกมาต้อนรับพลางสวมกอดเขาด้วยความคิดถึง ชยานันท์เขย่งตัวหอมแก้มน้องชายตัวดีไปหลายฟอดก่อนจะหันมามองต้นน้ำด้วยสายตาใคร่รู้

     “อีแม่กะปี้เขยไปตางใดเลาะ?”

     “อีแม่อยู่หลังบ้าน ก่าลังหนึ้งข้าวอยู่ ปี้รงยังหลับบ่าตื่นเตี้ยอยู่กับหลาน”

     “งั้นเปิ้นขอตั๋วไปหาอีแม่ก่อนเน้อคับ”

     แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวเท้าเข้าไปในครัว เสียงดังราวกับฟ้าผ่าก็มาถึงพร้อมๆ กับฝาหม้อบิน!

     ต้นน้ำคิดว่าตนเห็นอะไรแว๊บๆ ลอยเข้ามา มันตรงมาทางหัวของชัยชัช แต่แฟนของเขาก็เร็วพอจึงก้มตัวหลบได้เฉียดฉิว!

     ชัยชัชก้มตัวหลบจนเสียหลักล้มก้นจ้ำเบ้า แต่ยังไม่ทันลุก หญิงวัยใกล้ชรารูปร่างอวบอิ่มผู้หนึ่งเดินออกมายืนจังก้า มือซ้ายของนางเท้าสะเอวส่วนมือขวาถือไม้ตีพริก นางชี้หน้าเอ็ดตะโรใส่ชัยชัชที่กำลังนั่งกอดฝาหม้ออย่างขวัญหาย ส่วนต้นน้ำเด็กหนุ่มถูกพี่สาวผู้ใจดีจูงไปนั่งรอบนชุดรับแขกแล้วเรียบร้อย

     “ไอ่ลูกบ่าดี กลับมายะหยัง บ้านนี้บ่ต้อนฮับเอ็ง!”

     “อีแม่ นี่ลูกอีแม่หนา”

     “ข้ามีลูกจายคนเดียวคือบ่าศักดิ์โว้ย อีกคนมันต๋ายไปตางใดแล้วบ่ฮู้ตี้กรุงเทพปู๊น”

     “อีแม่ ก่ะปี๋ตี้แล้วเปิ้นงานยุ้งขะหนาด”

     ชัยชัชแก้ตัวเสียงอ่อยๆ พลางส่งเสียงอ้อนมารดาไปอีกหนึ่งประโยคอย่างกวนอารมณ์ ชวนให้ผู้เป็นแม่อยากยกอาวุธในมือขึ้นมาประทุษร้ายเป็นยิ่งนัก

     “อย่าไปเดือดนักกะ เดียวบ่งามเน้อ ดูๆ ตีนกาขึ้นแหมเลาะ”

     ว่าแล้วชัยชัชก็เสี่ยงฝ่าไม้ตีพริกในมือเข้าไปกอดเอวมารดาพลางหอมแก้มฟอดใหญ่ เขาลงไปนั่งพับเพียบเรียบร้อยพลางยกมือประนมก้มลงกราบแทบเท้าผู้เป็นแม่พลางยิ้มแหยๆ ให้กับผู้ให้กำเนิดที่ยังคงตีสีหน้ายักษ์อยู่แม้จะลดระดับอาวุธในมือลงแล้วก็ตาม ภาพของชายหนุ่มตัวโตๆ ที่หมดลายสิ้นคราบหมาป่าเจ้าเล่ห์กลายเป็นลูกหมาตัวน้อยๆ นั่งกระดิกหางต่อหน้าคุณยายจอมโหดของหนูน้อยหมวกแดงนั้นช่าง... ต้นน้ำรู้สึกละเหี่ยใจกับนิสัยของแฟนหนุ่มยิ่งนัก

     ‘นี่ตกลงว่าที่พี่ชัชขอกำลังใจนี่ ขอให้เราหรือขอให้ตัวเองกันแน่เนี่ย?’

     จนเมื่อผู้เป็นมารดามีท่าทีอ่อนลงแล้ว ชัยชัชจึงได้หันมากวักมือเรียกต้นน้ำที่นั่งรอเงียบๆ ตรงเก้าอี้รับแขกกับพี่นันให้เข้าไปหา ต้นน้ำเดินค้อมตัวไปนั่งลงเคียงข้างชัยชัยแล้วก็ยกมือไหว้มารดาของคนรักอย่างนอบน้อม

     “อีแม่ เปิ้นพาลูกสะใภ้มาฝากอีแม่โตยหนา”

     พอขาดคำ มารดาของชัยชัชก็ทำท่าจะเป็นลม ก็ดูดู๊ดูสิ! ว่าที่ลูกสะใภ้คนที่ว่าที่นางเห็นเป็นเด็กผู้ชายชัดๆ

     “ไอ่จั๊ด!”

     แต่ทว่าคำพูดต่อมาของชัยชัชก็ห้ามทัพคำด่าทอของมารดาไว้ได้เสียก่อน น้ำเสียงจริงจังที่ชายหนุ่มใช้ส่งผลให้ผู้เป็นมารดายังต้องยอมหยุดฟังคำอธิบาย

     “น้องเขาเป๋นเมียเปิ้นละหนา บ้านน้องเขากะฮู้เรื่องนี้แล้วโตย เปิ้นกะเลยปามากราบอีแม่ อีแม่เมตตาเอ็นดูน้องเขาหน่อยเน้อแม่เน้อ”

     ตลอดเวลาต้นน้ำได้แต่นั่งก้มหน้าไม่กล้าเงยขึ้นสบตาใครๆ บรรยากาศอันร้อนระอุทะลุจุดเดือดแบบนี้เขาไม่ถนัดเอาเสียเลย ชัยชัชกับมารดาเล่นเกมแข่งจ้องตากัน โดยฝ่ายหนึ่งจ้องอีกฝ่ายเสียตาแทบถลน ในขณะที่อีกคนหนึ่งก็พยายามไม่หลบสายตามองตอบไปอย่างแน่วแน่พลางเอื้อมมือมากุมมือของคนรักที่สั่นน้อยๆ เอาไว้ เสียงหายใจฟืดฟาดด้วยอารมณ์เลยทำให้เด็กหนุ่มที่นั่งก้มหน้าอยู่แล้วยิ่งคอตกเข้าไปใหญ่ จนกระทั่งพี่สาวแสนดีทนไม่ไหวเอ่ยขัดขึ้น

     “อีแม่ ชัชมันมาเหนื่อยๆ ขับรถมาจากกรุงเทพไกลขะหนาด ของกะยังบ่ได้เอาขึ้นมาเฮือน อีแม่บ่ให้มันเก็บของก่อนเลาะ ไปๆ ชัช มีอะหยังมาฝากหลาน เดียวปี้จะช่วยขนเน้อ”

     เพราะแบบนั้นเกมแข่งจ้องตาจึงสิ้นสุดลงโดยที่ไร้ผลแพ้ชนะเพราะกรรมการเป่าหมดเวลาเอาเสียก่อน พี่สาวของชัยชัชแนะนำตนเองกับต้นน้ำด้วยภาษากลางสำเนียงล้านนาว่าเธอชื่อชยานันท์ ให้เขาเรียกเธอว่า"พี่นัน"ได้ตามสบายแม้ความจริงจะปรากฏว่าเธอมีอายุพอๆ กับมารดาของเขาเลยทีเดียว ทั้งสามคนพากันไปขนสัมภาระขึ้นบ้าน พี่นันพาคนทั้งคู่ไปยังห้องนอนห้องสุดท้ายที่ไม่มีเจ้าของพลางเอ่ยแขวะพร้อมกับจิกตามองชัยชัชที่ยืนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่ข้างๆ

     “ต้นนอนห้องนี้เน้อ ตั๋วมาเหนื่อยๆ อาบน้ำพักผ่อนกั๋นก่อนเต๊อะ ห้องนี้ปี้ทำความสะอาดหื้อแล้ว เปิ้นอุตส่าทำห้องไว้หื้อแต่เจ้าของมันบ่ยอมกลับมานอนซักกำ”

     ว่าแล้วเธอก็จากไปปล่อยให้สองหนุ่มจัดการตัวเอง ชัยชัชจึงสบโอกาสถอนหายใจด้วยความโล่งอก

     “โอ๊ย... เกือบตาย นึกว่าพี่จะโดนแม่ตบเอาซะแล้ว”

     “พี่ชัชไม่ได้กลับบ้านนานแล้วเหรอครับ?”

     ต้นน้ำพูดพลางเก็บสัมภาระให้เข้าที่ เขารื้อข้าวของในกระเป๋าออกมาเตรียมให้ชัยชัชที่ขณะนี้ลงไปนอนแผ่หลากับเตียงแล้วเรียบร้อย ไม่ว่าเมื่อไหร่ต้นน้ำก็เอาใจชัยชัชก่อนเสมอ กระเป๋าของตัวเองยังไม่ทันได้เปิดเสียด้วยซ้ำ

     “โธ่ ก็ปีก่อนๆ พี่งานยุ่งอ่ะ ... เอาจริงๆ ก็ได้ ฟ่างเขาไม่ค่อยชอบที่นี่อ่ะเวลาพี่ชวนมาเลยไม่ยอมมา พอช่วงหยุดว่างๆ ที่พี่จะมาได้ยาวๆ ก็อืม... ไงดีอ่ะ โดนลากไปเที่ยวแบบสองต่อสองมั้ง แล้วต้นก็รู้งานแบบพี่บางทีมันยุ่งจริงๆ พี่ก็เลยไม่ค่อยได้กลับบ้าน แต่ล่าสุดดูเหมือนจะเผลอหายหัวนานไปหน่อยเลยโดนงอนละมั้ง”

     นานไปหน่อยของชัยชัชคือเกือบสามปี เป็นเวลาสามปีเต็มที่เขาไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านเพราะต้องคอยเอาใจแฟนสาว

     “ระดับนั้นไม่แค่งอนแล้วมั้งครับ ผมตกใจหมดเลย”

     “ฮ่าๆ นั่นขำๆ แล้วน่า ดีมากแล้วที่เป็นแค่ฝาหม้อ ปกติพี่เจอมาทั้งสากลอยครกบิน อีโต้บินพี่ก็เคยโดนนะ ฮ่าๆ ตอนที่พี่ซิ่วไงต้น แม่แกขนมาเกือบหมดครัว”

     ต้นน้ำส่ายหน้าพลางยิ้มให้กับความเซี้ยวของชัยชัช เขาเดินมายื่นผ้าเช็ดตัวให้กับคนที่กำลังนอนกลิ้งอยู่บนเตียง

     “ไม่อาบน้ำก่อนเหรอครับ? จะได้สบายตัว”

     “ไม่เอาอ่ะ พี่เหนื่อยว่ะ ง่วงด้วย พอผ่านด่านแม่มาได้แล้วมันเพลียๆ หมดฤทธิ์อะดรีนาลีนแล้วมั้ง พี่ขอนอนก่อนนะครับ ต้นง่วงต้นก็นอนได้เลย หรือจะไปเดินเล่นทำอะไรก็ตามสบาย อยากได้ไรก็ถามพี่นันเอานะ”

     ว่าแล้วชัยชัชก็ทิ้งต้นน้ำเอาไว้ในโลกแห่งความจริงแล้วหนีไปเฝ้าพระอินทร์อย่างสบายอารมณ์ ทิ้งให้ต้นน้ำยืนถอนหายใจแสดงสีหน้าหน่ายๆ ใส่คนเอาแต่ใจบางคน พอเป็นแฟนกันแล้วต้นน้ำก็ต้องทำใจกับความเอาแต่ใจเอาตัวเองเป็นใหญ่ของชัยชัชมากกว่าเดิม เขาชักเข้าใจหัวอกพี่ฟ่างแล้วล่ะ

     ‘เอาเถอะ พี่ชัชคงเหนื่อยจริงๆ ขับรถมาทั้งคืน เราเองก็ยังง่วงๆ อยู่เลยแฮะ เก็บของแล้วนอนต่ออีกหน่อยดีกว่า’

     ต้นน้ำเก็บสัมภาระจัดวางใส่ตู้เสื้อผ้าอย่างเป็นระเบียบ อุปกรณ์ชำระล้างร่างกายวางรอพร้อมสรรพในห้องน้ำ เขาตระเตรียมทุกอย่างเอาไว้ก่อนจะเอนตัวลงเคียงข้างชัยชัชที่นอนดิ้นแผ่จนเกือบเต็มเตียง

     ต้นน้ำรู้สึกตัวตื่นตอนเกือบเที่ยง เสียงไม่คุ้นหูสนทนากันลอยมาให้ได้ยินแว่วๆ ช่วยให้เขาตาสว่างขึ้น เขาพลิกตัวมองคนข้างๆ แล้วตัดสินใจลุกขึ้นอาบน้ำอาบท่า เมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็มองดูชายคนรักที่กำลังนอนหลับอุตุอยู่บนเตียงอีกรอบ

     ‘ปล่อยพี่ชัชให้นอนต่ออีกนิดดีกว่า’

     เมื่อตัดสินใจแล้วต้นน้ำก็เดินออกมาจากห้องอย่างเก้ๆ กังๆ และเมื่อผ่านไปที่ห้องรับแขกหน้าบ้านก็เจอเข้ากับชุมนุมขันโตกถาดสังกะสีที่กำลังล้อมวงทานอาหารกลางวันกันอยู่นั่นเอง ต้นน้ำทำตัวไม่ถูกได้เพียงแค่นาทีเดียวก็มีนางฟ้าใจดีมาช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้

     “อ้าวต้นตื่นแล้วก๋า? มาเพ้มากิ๋นข้าวกัน”

     เมื่อมีผู้ใหญ่ชี้ทางให้เช่นนั้น ต้นน้ำจึงไม่รอช้าอาศัยความสามารถในการแอ๊บของตัวเองตีเนียนไปร่วมวงด้วยอย่างเป็นธรรมชาติ เขาเดินไปนั่งข้างๆ ชยานันท์พลางยกมือขึ้นสวัสดีแขกคุ้นหน้าทั้งสองอย่างศักดิ์ชัยและภรรยา ท่ามกลางสายตาของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่มองมาด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น

     ชยานันท์ชี้ไปที่ชายแปลกหน้าที่นั่งอุ้มเด็กผู้หญิงวัยกำลังซนเอาไว้บนตัก ชายแปลกหน้าคนนั้นดูใจดีมีรอยยิ้มซื่อๆ บนหน้าใกล้เคียงกับคำว่า"คนซื่อไร้พิษภัย"ได้มากที่สุดเท่าที่ต้นน้ำจะเคยรู้จักมาทั้งชีวิต รอยยิ้มกว้างซื่อๆ นั้นชวนให้ต้นน้ำรู้สึกสบายใจ

     “ต้นนี่แฟนปี้ จื่อปี้รง ต้นฮู้จักปี้ศํกดิ์แล้วก๊ะ?”

     ต้นน้ำทำหน้างงๆ เล็กน้อยเพราะยังจับใจความไม่ค่อยทัน แต่ต่อมาเขาก็พยักหน้าพลางตอบรับ

     “ครับๆ ผมรู้จักแล้วครับ พี่ชัชพาผมไปแวะทักทายพี่ศักดิ์แล้วเมื่อเช้า”

     “ฮึ๊ บ่าวอก ปากั๋นไปแอ่วหาปี้มัน มันบ่เห็นหัวแม่มัน”

     “บ่ใจ่หรอกอีแม่ บ้านเฮามันเป๋นตางผ่านบ่ดาย”

     ว่าแล้วศักดิ์ชัยก็หันมาสนทนากับต้นน้ำด้วยสำเนียงภาคกลางที่ดีกว่าน้องสาว

     “รู้จักลูกพี่ไว้ ชื่อมอเตอร์ ปีนี้อายุสิบสามแล้ว คงเป็นน้องของเรา ละเราน่ะปีนี้อายุเท่าไหร่?”

     “สิบแปดครับ”

     สีหน้าโล่งใจของญาติโยมที่นั่งลุ้นอยู่นั้นทำให้ต้นน้ำหลุดระบายยิ้มน้อยๆ

     ‘เหมือนกันทั้งบ้าน’

     “แล้วตั๋วจบ ม.6 แล้วบ่? เข้ามหาลัยแล้วกะ?”

     “ครับ กำลังรอผลสอบอยู่ครับ”

     “เออๆ เก่งๆ ขอหื้อสอบได้ไวๆ เน้อ”

     “ครับ”

     ต้นน้ำระบายยิ้มแจกให้ครอบครัวของคนรักมากที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ เขาเหลือบตามองไปยังแม่สามีที่ยังทำหน้าบอกบุญไม่รับแต่ก็เหล่ๆ ตามองกลับมายังตนด้วยสีหน้าเป็นมิตรที่สุดเท่าที่เขาจะเค้นออกมาได้ ก่อนหันไปยิ้มให้กับหลานสาวคนเล็กของชัยชัชอย่างเป็นกันเอง

     “กิ๋นๆ กิ๋นข้าวกัน ตั๋วกินได้ก่อ? อาหารเมืองเหนือหนา ถ้าตั๋วกิ๋นบ่ได้ปี้จะไปยะหื้อใหม่ ข้าวสวยก็มีหนา”

     ต้นน้ำมองดูอาหารที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้าแล้วก็คิดคำนวนอยู่ในใจ เขาเห็นกับข้าวคุ้นตาอย่างไก่ย่างวางอยู่ในสำรับ แม้แกงพื้นบ้านที่เขาไม่รู้จักจะดูแปลกใหม่สำหรับเขาแถมยังโชยกลิ่นปลาร้าเสียหึ่ง แต่ต้นน้ำก็พร้อมยอมเสี่ยงเพื่อเอาใจคณะกรรมการ แม้จะฟังรู้เรื่องบ้างไม่ค่อยเข้าใจบ้าง แต่ต้นน้ำก็ตัดสินใจตอบปฏิเสธออกไป

     “ไม่เป็นไรครับ ผมพอทานได้ครับ”

     “ดีๆ จะอี้อีแม่ชอบ ฮ่าๆ”

     ว่าแล้วพี่นันก็หัวเราะออกมาเสียงดัง ส่วนพี่ศักดิ์ก็ยิงคำถามต่อทันที

     “แล้วนี่ชัชมันยังไม่ตื่นหรือ?”

     “ครับ”

     “ออกจากกรุงเทพกี่โมงล่ะ?”

     “ราวๆ สามสี่ทุ่มครับ พี่ชัชมีงานตอนเช้า”

     “อืมๆ”

     อาหารมือนั้นเป็นไปอย่างออกรสออกชาติ แต่ที่ออกรสออกชาติที่ว่านั้นหมายถึงการที่สองพี่น้องพากันระดมยิงคำถามใส่ต้นน้ำ โดยมีความเห็นแทรกจากแม่สามีเป็นระยะๆ แต่ต้นน้ำก็ใช่ย่อย เขาพยายามอวดสรรพคุณตัวเองเต็มที่ โดยเฉพาะเรื่องทำอาหารงานบ้านงานเรือนในระหว่างการเล่าถึงเรื่องราวชีวิตแสนเศร้าของสองแม่ลูกที่ผู้เป็นแม่ต้องเลี้ยงดูลูกชายตามลำพัง แถมต้นน้ำยังถือโอกาสตีเนียนทำเป็นสนใจเรื่องอาหารเหนือถามสูตรอาหารแปลกๆ ที่ตนทาน หรือไม่ก็คุยเรื่องส่วนตัวของชัยชัช เช่นว่าชายหนุ่มชอบทานอะไร ผลัดกันเล่าผลัดกันถาม จนกระทั่งคุณแม่สามียอมใจอ่อนมอบด่านทดสอบให้กับเขา

     “อยากยะอาหารเมืองเหนือเป๋นขะหนาด? เดียวเมื่อแลงนี้จะสอนหื้อ”

     “ครับ”

     ว่าแล้วต้นน้ำก็ยิ้มรับคำท้า เอ้ย! การอบรมสั่งสอนทันที เขาแอบดีใจอยู่เงียบๆ ที่อย่างน้อยเขาก็มีสิทธิ์ทดสอบคุณสมบัติสะใภ้ของบ้านนี้แล้ว

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce

     ชัยชัชฟื้นตัวตื่นตอนบ่ายๆ เขาหลับไปยาวรวดเดียวแบบนอนสต็อปจนมึนศีรษะเลยตื่นขึ้นพร้อมกับอาการปวดหัวจากการนอนกลางวัน เขาตัดสินใจลุกขึ้นไปจัดการตัวเองให้สดชื่นขึ้น ชัยชัชอาบน้ำอาบท่าพลางนึกสงสัยว่าป่านนี้ต้นน้ำจะเป็นเช่นไรบ้าง ใช่ว่าเขาใจร้ายพาแฟนมาเที่ยวบ้านแล้วก็ไม่รับผิดชอบดูแล เพียงแต่เขาเหนื่อยจริงๆ จึงได้ขอปลีกตัวมาหลับเป็นตายเช่นนี้ และอีกใจหนึ่ง เขาอยากลองทดสอบดูว่าต้นน้ำจะเอาตัวรอดได้หรือไม่เมื่อเผชิญหน้ากับครอบครัวเขาเพียงลำพัง เพราะอย่างไรเสียเขาก็ตัดขาดกับบ้านตัวเองไม่ได้ เขายังต้องส่งเสียเลี้ยงดูแม่ของเขาทุกเดือนเนื่องจากในบรรดาสามพี่น้องเขาเป็นคนที่มีรายได้มากที่สุด เนื่องจากเมื่อคราวที่แล้ว ข้าวฟ่างไม่ยอมเผชิญหน้านานเกินความจำเป็นเลยด้วยซ้ำ หญิงสาวเลือกนอนพักค้างคืนที่โรงแรมในตัวเมืองและสนุกกับการเที่ยวชมบรรยากาศรอบๆ เมืองลำปางมากกว่ามาขลุกอยู่กับครอบครัวเขา ในครานั้นด้วยแรงแห่งรักเขาจึงยอมทำทุกอย่างตามใจเธอ แต่เมื่ออยู่กับต้นน้ำเขาได้เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น และในครั้งนี้เขาอยากลองทดสอบดูว่าต้นน้ำจะรับธาตุแท้ที่หล่อหลอมมาเป็นตัวเขาได้หรือไม่

     เมื่ออาบน้ำเสร็จชัยชัชก็หยิบเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นที่มีคนนำออกมาจัดเข้าตู้เสื้อผ้าไว้ให้ขึ้นมาใส่ ชัยชัชนึกกระหยิ่มยิ้มย่องในความช่างเอาใจของต้นน้ำ เด็กหนุ่มจัดการตระเตรียมข้าวของให้เขาทุกอย่าง ความรับผิดชอบต่างๆ เมื่อประกอบกับนิสัยช่างดูแลเอาใจใส่ของต้นน้ำและการที่คอยทำเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ให้เสียจนเขาเคยชินนั้นมันช่างหอมหวาน ชัยชัชเดินยิ้มแป้นออกจากห้องนอนอย่างอารมณ์ดี

     “อ้าว ชัช ตื่นแล้วกะ อยากข้าวบ่?”

     ชัยชัชส่ายศีรษะปฏิเสธก่อนจะเดินไปนั่งล้อมวงกับพี่ชายและพี่สาวทันที พี่เขยของเขาทักทายด้วยความคิดถึงเนื่องจากคนทั้งสองยังไม่ได้เจอกันช่วงเช้า ส่วนพี่สะใภ้คงหายไปอยู่ในครัวกับแม่จึงเหลือแต่สามพี่น้องและลูกเขยของบ้านนั่งคุยกันอยู่หน้าโทรทัศน์ ชัยชัชมองหาหลานทั้งสองกับมารดาและต้นน้ำ

     “หลานกับอีแม่ล่ะปี้?”

     “บ่ถามถึงแฟนเลยก่า?”

     พี่เขยเขาเย้าขึ้นอย่างอารมณ์ดี

     “ถ้าอีแม่บ่อยู่กะคงไปโตยอีแม่แหละคับ”

     “อยู่ในครัวปู้น ช่วยอีแม่กับปี้นายะกับข้าวกิ๋นแลงนี้อยู่ ว่าแต่สูเตอะเล่าหื้อปี้ฟังได้ก่อว่าเรื่องมันเป๋นมาจะใด”

     ว่าแล้วชัยชัชก็โดนพี่ๆ รุมซักเสียจนสะอาด เขาจำเป็นต้องเล่าให้ฟังเกือบทุกเรื่องตั้งแต่เริ่มรู้จักกันเพราะเขาโดนแฟนเก่าทิ้ง โดยดัดแปลงเนื้อหาบางส่วนเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ต้นน้ำเสียหายทั้งเรื่องที่หลอกเขาตอนแรกรวมไปถึงเรื่องที่ทั้งสองมีปากเสียงจนได้เป็นของกันและกันในที่สุด เขายอมเป็นฝ่ายโดนด่าโดยบอกปัดๆ ไปว่า"เมาและทำไปแล้ว"เพียงแค่นั้น จนกระทั่งเล่าจบชัยชัชก็ยังคงนั่งเฮฮาอยู่กับญาติอีกครู่หนึ่งก่อนจะขอตัวเดินเข้าไปดูในครัว ภาพของคนรักที่กำลังหยิบจับหั่นผักทำแกงตามเสียงบอกคำเมืองผสมศัพท์กลางนั้นแลดูน่ารักจนเขาไม่อยากเข้าไปรบกวน คิดแล้วชัยชัชก็อดเสียดายขึ้นมาแบบจริงๆ จังๆ อีกครั้งไม่ได้ เขาเสียดายเมื่อคิดว่าต้นน้ำน่าจะเกิดมาเป็นผู้หญิง เด็กหนุ่มมีคุณสมบัติทุกอย่างตามแบบที่เขาต้องการ แถมยังมีความอดทนมากพอจะยอมลงให้กับมารดาของเขา

     ‘เสียดายชะมัด ทำไมต้นไม่ใช่ผู้หญิงวะเนี่ย’

     ต้นน้ำคิดว่ามารดาของชัยชัชนั้นก็คล้ายๆ ลูกชาย แต่ออกจะเข้าหาง่ายกว่าหลายเท่าตัว เพราะถึงนางจะปากร้ายชอบทำหน้าบึ้งแต่ก็เข้าตำราปากร้ายใจดีขอให้ได้บ่นกะปอดกะแปดไปเรื่อยก็พอ ผิดกับชัยชัชที่พอโมโหแล้วค่อนข้างเก็บปากเก็บคำจนระเบิดออกมาแรงกว่า แถมนางยังค่อนข้างใจอ่อนขี้สงสารเพราะพอเขาเล่าให้ฟังว่าโตมากับแม่สองคนไม่มีพ่อไม่มีญาติผู้ใหญ่ที่ไหน นางก็ทำท่าจะเห็นใจเขาจนลดทิฐิไปเกือบหมด แล้วยิ่งประกอบกับการที่เขาพยายามอดทนทำทุกอย่างตามที่นางสั่งอย่างไม่อิดออดนางก็มีทีท่าพอใจเขามากขึ้น และเมื่อเห็นความคล่องแคล่วในการหยิบจับอุปกรณ์ครัวทำงานบ้านได้อย่างสะอาดเรียบร้อยนางก็ยิ่งบวกคะแนนให้เขามากขึ้นไปอีก ต้นน้ำรู้สึกว่าเขาน่าจะเอาชนะใจแม่สามีคนนี้ได้ไม่ยาก ต้นน้ำพยายามปลอบใจตัวเองที่ต้องสวมบทซินเดอเรลล่าอย่างขะมักเขม้น

     ‘เอาเถอะ ถือซะว่าฝึกๆ ไป เผื่ออีกหน่อยพี่ชัชอยากทานจะได้ทำเป็น’

     จนกระทั่งมื้อเย็นที่ทุกคนได้นั่งล้อมวงทานอาหารเย็นกันอีกครั้ง ต้นน้ำก็ได้รับคำชมมากมายสำหรับการเรียนรู้ทำอาหารเหนือครั้งแรก แม้จะโดนติเรื่องรสชาติไปบ้างนิดๆ หน่อยๆ จากคุณแม่สามีช่างติก็ตาม ตลอดมื้ออาหารต้นน้ำถูกแซวจากบรรดาญาติเสียรอบวง เขาฟังออกบ้างฟังไม่ออกบ้างแต่ก็พยายามส่งยิ้มกลับไปแก้เก้อกันไว้ก่อน และพอหันไปถามคำแปลจากแฟนหนุ่มตัวดี แทนที่เขาจะได้คำตอบกลับเห็นแต่เพียงสายตาวิบวับที่คนรักเอาแต่มอง แต่เขาไม่อยากถือสาหาความใดๆ เพราะแววตาที่บ่งบอกว่ารักมันฉายชัดออกจากดวงตาของชัยชัช ต้นน้ำสัมผัสได้จนเขินอายหน้าแดงแต่ก็พยายามนิ่งไว้ไม่แสดงออก

     ทุกคนนัดแนะเวลาเพื่อรวมตัวกันไปเที่ยวสงกรานต์ในวันรุ่งขึ้น แพลนเที่ยวเล่นถูกวาดไว้โดยมีจุดหมายมุ่งตรงไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่มีชื่อเสียงในลำปางก่อนจะเลยต่อไปยังเชียงใหม่ และเมื่อบทสนทนาในวงอาหารจบลงก็ถึงเวลาค่ำที่แต่ละคนต่างก็มีกิจวัตรประจำตัวจึงต่างแยกย้ายกันไปทำ พี่นันแยกไปเก็บล้างสำรับส่วนพี่รงพายัยหนูนาไปอาบน้ำนอน ครอบครัวของพี่ศักดิ์เองก็ขอตัวกลับบ้าน ต้นน้ำจึงขอตัวไปอาบน้ำเตรียมตัวพักผ่อนบ้างเนื่องจากเขาเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ปล่อยให้ชัยชัชยังคงอยู่อ้อนมารดาต่อแต่เพียงลำพัง

     ผู้เป็นมารดามองหน้าลูกชายคนเล็กที่ตอนนี้กลายเป็นหนุ่มวัยล่วงเข้าหลักสามแล้วก็ช้ำใจ ชัยชัชเกิดได้เพียงไม่กี่ปีสามีนางก็ต้องมาตาย นางสู้ลำบากลำบนเลี้ยงดูลูกชายคนนี้มาอย่างดี ส่งเสียให้มันเรียนสูงๆ จนมันอุตส่าเอ็นท์ติดจะได้เป็นหมอ แต่ก็ดันเกิดเรื่องไม่น่าให้อภัยให้ต้องออกมาเสียก่อน แม้ลูกชายของนางคนนี้จะเป็นคนเก่งแต่ก็มีข้อเสียใหญ่หลวงด้านอารมณ์ร้อนและโมโหร้าย ถึงภายหลังจะกลับกลายจากร้ายเป็นดีลูกชายนางได้งานดีๆ ทำมีรายได้เยอะแยะปลูกเรือนหลังใหม่ใหญ่โตให้นางกับพี่สาวที่เป็นครูข้าราชการและครอบครัวอยู่แต่นางก็อดเสียใจไม่ได้ หรือนางจะไม่ควรให้ลูกชายของนางไปกรุงเทพฯ ตั้งแต่ต้น เพราะไปๆ มาๆ ลูกชายของนางดันเบี่ยงเบนไปเสียนี่!

     เรื่องที่นางห่วงตอนนี้ก็แทบไม่เหลือแล้วเพราะลูกๆ แต่ละคนต่างลงหลักปักฐานมีการมีงานทำกันหมด เหลือก็แต่ไอ้เจ้าลูกชายคนเล็กที่นางเฝ้าเป็นห่วงหวังอยากเห็นมันเป็นฝังเป็นฝาไปกับคนดีๆ ที่ไหนได้นอกจากจะเจ้าชู้ไปเรื่อยแล้ว คราวก่อนก็ควงผู้หญิงหยิบหย่งไม่มีความเป็นแม่ศรีเรือนที่ดีเลยสักนิดมาทำแฟน พอเลิกกันไปคราวนี้ก็พาผู้ชายเข้าบ้านอีก ถึงคุณสมบัติของแฟนลูกคนใหม่นี่จะตรงใจนางก็เถอะ แต่ติดตรงที่เด็กหนุ่มเป็นผู้ชาย ยิ่งคิดนางก็ยิ่งเสียดายจนอดเอ่ยปากกับลูกชายไม่ได้

     “ฮักเปิ้นแต้ๆ ก๊ะ?”

     ชัยชัชที่กำลังนอนหนุนตักมารดาเพลินๆ เมื่อเจอคำถามแบบนี้เข้าไปก็ตั้งตัวไม่ติด เขาไม่แน่ใจว่ามารดาของตนคิดอะไรจึงเอ่ยถามขึ้นเช่นนี้

     “ถ้าเปิ้นบ่าฮักละจะปามาหื้ออีแม่ฮู้จักยะหยัง?”

     “บ่าวอกนี่ ไผจะฮู้ ตั๋วได้เปิ้นละกะ แม่เปิ้นเอาเรื่องก่อ?”

     “เอ่อะบ่ใจ้ แม่เปิ้นฮู้แต่บ่ว่าอะหยัง อีแม่คนนี้เปิ้นฮักขะหนาดหนา เปิ้นน่าฮักก่อ?”

     ว่าแล้วชัชชัยก็ขยับตัวลุกขึ้นหอมแก้มเอาใจผู้เป็นมารดาก่อนจะล้มตัวลงนอนตักอุ่นๆ ต่ออย่างอารมณ์ดี ด้วยความหมั่นเขี้ยวนางจึงเขกไปที่ศีรษะของชัยชัชเบาๆ ก่อนลูบหัวของลูกชายอย่างใจลอย

     “แต่เปิ้นบ่ใจ้แม่ญิง เปิ้นจะแต่งกับชัชได้จะได”

     “ก็บ่ต้องแต่งอยู่โตยกันบ่ดาย เดียวแหมกำแม่เปิ้นก็บ่อยู่ละเปิ้นจะไปเมืองนอกฝากหื้อเปิ้นดูต้นหื้อ เปิ้นฮับปากแม่ต้นไว้ละหนา”

     “กึ๊ดดีละกะ? เกิดเปิ้นทิ้งตั๋วไปแหมคนจะยะจะได บ่มีอะหยังซักอย่าง บ่ใจ้เปิ้นมาหลอกตั๋วเลาะ?”

     “แม่ญิงป้อจายเปิ้นก็หย่ากันปะเลอะปะเต๋อเลาะ เปิ้นว่าต้นบ่ใจ้คนจะอั้นหนาเจื่อเปิ้นเต๊อะ เปิ้นยะหื้อต้นไว้นักต้นยังบ่ทิ้งเปิ้นซักกำเปิ้นตึงทิ้งต้นบ่ลง อีแม่อย่าจังเปิ้นเลยเน้อ ฮับเปิ้นเป๋นลูกสะใภ้ได้ก่อ?”

     เห็นลูกชายออกตัวแรงปกป้องกันขนาดนี้นางก็ไม่รู้จะทำเช่นไร ได้แต่ทำใจยอมรับว่าที่ลูกสะใภ้เป็นผู้ชาย ก็ในเมื่อลูกนางเลือกแล้วนางเองก็คงต้องรักด้วย ถึงจะเสียดายที่เด็กหนุ่มไม่ใช่ผู้หญิงไม่สามารถจัดงานแต่งงานหรือมีหลานให้นางอุ้มได้ แต่อย่างน้อยๆ นางก็ยังแอบดีใจแฟนของลูกชายยังพอเอาถ่านอยู่บ้าง มิหนำซ้ำกิริยามารยาทก็เรียบร้อย หน้าตาก็ดูดีจัดว่าเป็นหนุ่มหล่อคนหนึ่งหาใช่เป็นพวกดูไม่ได้ แม้จะยังตะขิดตะขวงใจที่อยู่ๆ ลูกชายคนเดียวก็กลายเป็นเกย์ไปเสียอย่างนั้น แต่สมัยนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป และก็ใช่ว่านางรังเกียจเพศที่สาม เพียงแต่เรื่องบางอย่าง… อย่างไรเสียนางก็ยังอยากให้ลูกชายเป็นลูกชาย

     “เปิ้นเป๋นเมียตั๋วแต้ๆ ก๊ะ?”

     แม้จะงงๆ ในทีแรกแต่เมื่อมารดาถามย้ำขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจัง ชัยชัชก็เผลอหัวเราะเสียงดังลั่นบ้าน

     “แต้กะ ชัชเป๋นผัวเปิ้น ต้นเป็นเมีย อีแม่บ่ต้องห่วง เปิ้นยังเป๋นลูกชายอีแม่อยู่เน้อ”

     ว่าแล้วชัยชัชก็นอนหนุนตักมารดาเล่นอย่างอารมณ์ดี สองแม่ลูกนอนคุยกันอยู่หน้าโทรทัศน์จนกระทั่งละครจบ ชัยชัชจึงส่งมารดาเข้านอนแล้วก็เดินกลับห้องตัวเอง ภาพของเด็กหนุ่มที่นอนหลับสนิทด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อนนั้นทำให้เขาตื้นตันใจ ต้นน้ำยอมทุกอย่างเพื่อเขาเสมอ เสียสละทุกอย่าง อดทนทุกอย่างเพื่อเขา ชัยชัชให้สัญญากับตัวเองไว้ในใจ

     ‘พี่สัญญานะต้น ตราบใดที่ต้นยังอยู่ข้างๆ พี่ พี่จะไม่มีวันทิ้งต้นไปไหนเด็ดขาด ไม่สิ! พี่จะยื้อต้นไว้ให้อยู่กับพี่ตลอดไปให้ได้เลย ต่อให้ต้นมีปีกพี่ก็จะไม่ให้ต้นบินหนีพี่ไปไหนแล้ว!’

     ชัยชัชคลานขึ้นเตียงไปนอนเคียงข้างต้นน้ำที่นอนหันหลังตะแคงข้างให้ แขนแข็งแกร่งของชัยชัชสอดเข้าไปกอดต้นน้ำไว้อย่างรักใคร่

     “พี่ชัช...”

     “ครับ พี่เอง”

     แม้ต้นน้ำจะนึกแปลกใจที่จู่ๆ ชัยชัชก็มากอดเขาเช่นนี้ แต่ความง่วงมีมากกว่า เขากำลังหลับสบายๆ อยู่เชียว ต้นน้ำจึงตัดสินใจว่าจะละเลยความไม่สบายตัวจากการถูกขังในอ้อมแขนรัดๆ นี้ไปเสียแล้วจมดิ่งเข้าสู่นินทราอีกครั้ง ก็พรุ่งนี้เขามีนัดไปเที่ยวแต่เช้านี่นา

     ‘ช่างเถอะ นอนดิ้นอย่างพี่ชัชเดี๋ยวก็ปล่อยเราเอง’

     ต้นน้ำพึ่งจะเคยไปเที่ยวเป็นหมู่คณะแบบนี้เป็นครั้งแรก คำว่าไปเที่ยวเป็นหมู่คณะที่ว่านี้แตกต่างจากตอนไปกับกรุ๊ปทัวร์คุณหมอเมื่อครั้งที่ชัยชัชพาไปลิบลับอีกเช่นกัน แม้ญาติๆ ของชัยชัชจะมีรถอยู่บ้าง แต่อย่างไรเสียรถเก๋งขนาดกลางๆ กับรถกระบะอีกสองคัน ก็คงไม่พอเมื่อมันรวมถึงเพื่อนบ้านคณะข้างๆ เหล่าเด็กน้อยที่ขอติดไปเที่ยวด้วยกับผู้ปกครองอีกหลายคน เพราะฉะนั้นรถใหม่ป้ายแดงราคาแพงเหยียบล้านของชัยชัชจึงกลายเป็นรถโดยสารให้กับเด็กเล็กและผู้สูงอายุแทน ต้นน้ำนึกขำที่ชัยชัชแสดงท่าทางเป็นห่วงออกนอกหน้าเมื่อเขาตัดสินใจเสียสละไปนั่งรถกระบะของพี่ชายชัยชัชแทน แถมยังนั่งอยู่ตำแหน่งท้ายรถกระบะแบบลูกทุ่งอีกด้วย

     “เฮ้ย จะไหวเหรอต้น ตอนเที่ยงแดดมันร้อนนะ โดนสาดน้ำด้วย”

     “ก็เพราะงั้นแหละครับถึงต้องเป็นผมนั่ง ผมเป็นผู้ชายนะครับพี่ชัช”

     ต้นน้ำยิ้มให้ชัยชัชตามปกติ ใช่ว่าชัยชัชไม่รู้ว่าแฟนของตนมีนิสัยชอบเสียสละนึกถึงคนอื่นก่อนตัวเองจนชิน เพียงแต่...

     ‘เอาเหอะ กูอาจจะห่วงต้นมากไปก็ได้’

     และก็ผิดคาดเมื่อผลปรากฏว่าต้นน้ำสนุกสนานกลมกลืนไปกับเด็กๆ และหลานของเขาได้เป็นอย่างดี แม้แต่เพื่อนสมัยเด็กของเขาที่โตไล่ๆ กันมาแต่ดันมีลูกแซงหน้าเขาไปตั้งแต่ชัยชัชยังไม่จบมัธยมยังแสดงออกชัดเจนว่าเอ็นดูต้นน้ำ โดยเฉพาะเจ้าเตอร์หลานชายแท้ๆ ของเขาที่เห็นวันแรกเอาแต่หุบปากเงียบไม่กล้าคุย ในวันนี้กลับเดินตามต้นน้ำต้อยๆ เหมือนลูกเจี๊ยบที่เอาแต่เรียก"ปี้ต้นๆ"ชวนให้ชัยชัชรู้ซึ้งว่าตนเองยังมีนิสัยขี้หึงอยู่มากพอสมควร

     แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นเขาก็มองว่าต้นน้ำผ่านเข้ารอบด้วยรางวัลขวัญใจมหาชนเสียด้วยซ้ำ ต้นน้ำวางตัวดีต่อทุกๆ คน แม้จะคอยเป็นห่วงเอาใจใส่เขาเฉกเช่นคนรักอยู่เช่นเดิม แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าทุกคนต้นน้ำก็รู้จักวางตัวให้เหมาะสม หลบเลี่ยงการกระทำที่ไม่เหมาะไม่ควรจนไม่มีใครรู้สึกกระดากใจในยามที่ต้องข้องแวะกัน เขารู้แน่ๆ ล่ะว่าเพื่อนบ้านและคนอื่นๆ ต้องสงสัยสถานะของต้นน้ำแน่ๆ แต่มันยังไม่ถึงเวลา ตอนนี้เขาหวังแค่ให้ต้นน้ำเปิดตัวกับที่บ้านแต่เพียงเท่านั้น ซึ่งมันก็ประสบความสำเร็จแล้ว ต้นน้ำวางตัวเป็น"ปี้จายตี้มาจากกรุงเทพฯ"ได้ดีจนเหล่าทะโมนทั้งหลายยกให้เป็นลูกพี่ของกลุ่ม

     การขับรถตระเวนเที่ยวและเล่นสงกรานต์เป็นไปอย่างสนุกสนานเรื่อยไปจนถึงเชียงใหม่เมื่อยามเย็น พวกเขาเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งโดยเลือกที่พักเป็นแบบบ้านสองหลังติดกันที่ทุกคนสามารถนอนรวมกันได้ จำนวนห้องนอนย่อยๆ มีเพียงพอสำหรับผู้ที่มาเป็นครอบครัวและมีเด็ก แต่ละคนต่างพากันสลับไปอาบน้ำทำธุระพักผ่อนตามอัธยาศัย แต่พวกผู้ชายที่นานๆ จะเจอกันทีโดยเฉพาะหนุ่มกรุงเทพอย่างชัยชัชและผองเพื่อนมีหรือจะสน และคาดว่าพวกผู้ชายคงไม่นอนกันมากกว่าสำหรับคืนนี้ เนื่องจากเหล้ายาปลา(ปูกุ้ง)ปิ้งนั้นถูกเตรียมไว้พร้อมสรรพ

     แต่ละคนนั่งดื่มนั่งคุยกันอย่างออกรส เพื่อนบางคนก็ขุดปัญหาลูกปัญหาเมียขึ้นมาพูด แม้แต่พี่เขยยังยกแก้วดื่มไปยิ้มไป ส่วนพี่ชายที่ชอบเมาแล้วเงียบของเขานั้นก็นั่งดื่มพลางฟังคำสนทนาบ้างเสริมบ้างไปอย่างสนุกสนานเช่นกัน แต่ละคนถามถึงทุกข์สุขของชัยชัชโดยเฉพาะเรื่องราวอุบัติเหตุที่เจ้าตัวจงใจปกปิดไม่บอกใครตอนเกิดเรื่อง รวมไปถึงเรื่องแฟนเก่าและเริ่มมีแย็บๆ ถามถึงต้นน้ำ ดูเหมือนว่าทุกคนพอจะดูออกชัยชัชจึงเอาแต่ยิ้มตอบรับอย่างหน้าชื่นตาบานไม่ตอบปฏิเสธ แม้แต่พี่ชายของเขายังมีเผลอหลุดปากนินทาเรื่องต้นน้ำเข้าครัวทำอาหารเหนือกับแม่ผัวออกมากลางวงเหล้าจนฮาครืนทั่ววง เขาค่อนข้างพอใจอยู่มากที่ทุกคนให้การยอมรับแม้ว่ามันจะเป็นความรักที่ผิดธรรมชาติ โดยเฉพาะกับคนที่เคยเนื้อหอมสาวๆ ในหมู่บ้านแย่งกันมารุมล้อมเช่นเขา แต่ทุกคนก็ไม่ได้รังเกียจยังคงมีมิตรภาพให้เขาเหมือนเดิมอีกทั้งยังเผื่อแผ่ไปถึงต้นน้ำ จนกระทั่งเด็กหนุ่มผ่านมาพอดี

     ต้นน้ำอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาตั้งใจจะแวะมาดูสภาพแฟนของตนสักหน่อย เพราะจากสำรับที่เห็นเขากลัวชัยชัชจะดื่มหนักเกินไป แต่ในเมื่อเขาเองก็เป็นผู้ชายและก็อายุเกินสิบแปดปีแล้ว เมื่ออยู่ท่ามกลางสิงห์คอทองแดงมีหรือที่จะไม่ถูกชักชวน แต่ต้นน้ำก็ได้แต่ตอบปฏิเสธไปอย่างสุภาพและยิ้มให้กับผู้คะยั้นคะยอ ถ้อยคำจำพวก"ไม่ดีกว่าครับ ผมไม่ดื่ม"หรือไม่ก็"ไม่อยากดื่มครับพี่ชัชชอบดื่มหนัก ถ้าผมดื่มอีกคนใครจะดูแลกันละครับ"ถูกหยิบยกมาใช้เสียจนคนชวนต้องยกมือยอมแพ้ รวมไปถึงชัยชัชด้วยที่โดนสายตาเย็นๆ ส่งมาให้จนลดระดับความฮาร์ดคอร์ในการดื่มลงไปเยอะ

     “พึ่งสามแก้วเองครับต้น นะ วันนี้ยกให้พี่วันนึงนะ นานๆ จะได้เจอเพื่อนเก่าทั้งที”

     และก็เพราะสายตาดุๆ บนหน้านิ่งๆ กับสีหน้าแหยๆ ปนน้ำเสียงเกรงอกเกรงใจของชัยชัชนี่เองที่ทำให้ทั่งวงฮาครืนพากันแซวถึงเรื่องที่ชัยชัชกลายเป็นพวกเกลียมัวไปในที่สุด แต่ละคนเริ่มลามปามถามถึงวิธีที่ต้นน้ำใช้ควบคุมชัยชัช จนท้ายที่สุดต้นน้ำก็สู้แรงแซวของสิงห์คอทองแดงไม่ไหวต้องยอมนั่งเป็นตุ๊กตาข้างกายให้ชัยชัชได้กระแซะอวดเพื่อนๆ พร้อมกับทำหน้าที่คอยเบรคสุราที่รินมาอย่างหนาในแก้วแฟนตัวเอง

     จนกระทั่งเวลาเลยไปใกล้เที่ยงคืนเหล่าสารถีทั้งหลายจึงแยกย้ายกันไปหาที่หลับที่นอนเพื่อพักผ่อนกัน เพราะพรุ่งนี้คณะทัวร์ยังต้องการคนขับรถอยู่

     ‘โชคดีชะมัดที่พี่ชัชไม่เมามาก’

     ต้นน้ำจำได้ดีถึงเวลาที่ชัยชัชเมา อาการยังไม่พูดมากเมาแล้วพล่ามแบบนี้ต้นน้ำคิดว่าชัยชัชน่าจะยังพอมีสติอยู่ ทั้งสองคนนอนห้องเดียวกับเตอร์และพี่ศักดิ์ซึ่งลุกออกจากวงไปก่อนแล้ว แต่ชัยชัชนั้นขี้เกียจไปแย่งคิวอาบน้ำในห้องเลยขอนั่งกินลมชมบรรยากาศอยู่อีกครู่หนึ่ง เขามองต้นน้ำที่ก้มๆ เงยๆ เก็บเศษซากของวงสุราลงถังขยะแล้วก็นึกขำอยู่ในใจ

     “ต้นพอเหอะ พรุ่งนี้ค่อยมาเก็บก็ได้”

     ต้นน้ำมองดูสภาพที่เคยเละเทะที่ดูดีขึ้นนิดหน่อยจากฝีมือตัวเองแล้วก็เดินไปนั่งข้างๆ ชัยชัช

     “สร่างขึ้นรึยังครับ? จะได้ไปอาบน้ำนอน พรุ่งนี้ต้องขับรถอีกนะครับ”

     ไม่รู้ทำไมเมื่อมองต้นน้ำที่กำลังส่งสายตาเป็นห่วงเป็นใยมาทางเขาแล้วชัยชัชเกิดอาการร้อนวูบวาบ ต้นน้ำที่อาบน้ำแล้วยังคงหอมกลิ่นพีชจางๆ เช่นเดิม พอปราศจากกลิ่นแอลกอฮอล์ยามนั่งอยู่กลางวงเหล้าเมื่อครู่แล้วกลิ่นพีชที่แผ่ออกมาจากร่างของต้นน้ำดูเข้มขึ้นเป็นพิเศษ กลิ่นที่เขาคุ้นเคยและไม่อยากให้เปลี่ยน ชัยชัชรู้ดีว่าตัวเองกำลังเกิดอารมณ์แต่เขาไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่าสายตาของเขาที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และแรงปรารถนานั้นมันดูเลื่อนลอยสุดๆ

     “พี่ชัชครับ ถ้าง่วงก็ไปนอนสิครับ ดูสิเมาจะหลับอยู่แล้ว”

     อนิจา... ต้นน้ำคิดว่าเขาเมา ก็จริงเขาอาจจะเมาทั้งเหล้าและก็เมารักไปพร้อมๆ กัน ชัยชัชจึงยอมให้ต้นน้ำกึ่งจูงกึ่งลากไปยังห้องนอน

     ต้นน้ำเตรียมเสื้อผ้าให้ชัยชัชตามความเคยชิน เตอร์หลับไปนานแล้วบนเตียงเดี่ยวอีกฝั่งของห้อง ส่วนพี่ศักดิ์ก็จับจองฟูกนอนทั้งๆ ที่ยังไม่อาบน้ำ ต้นน้ำถอนหายใจให้กับกลิ่นไม่น่าพิสมัยที่กระจายอยู่ในอากาศ

     ‘อย่างน้อยๆ เราก็ไล่พี่ชัชไปอาบน้ำได้ เฮ้อ…’

     ต้นน้ำเตรียมทุกอย่างให้ชัยชัชแล้วจึงล้มตัวนอนลงอย่างไม่อยากจะสนใจ สองพ่อลูกเหลือเตียงเดี่ยวอีกเตียงไว้ให้เขา ต้นน้ำไม่คิดอะไรมากจึงรับน้ำใจนั้นไว้อย่างเต็มใจ ใช่ว่าเตียงจะเล็กมากจนนอนเบียดกันไม่ได้ แต่ต้นน้ำนั้นดันลืมไปว่า การนอนเตียงเดี่ยวขนาดสามฟุตครึ่งกับผู้ชายตัวโตๆ ที่กำลังของขึ้นแบบชัยชัชนั้นอันตราย!

     ชัยชัชออกจากห้องน้ำในสภาพสวมเสื้อผ้าเรียบร้อย ต้นน้ำนอนตะแคงหันหน้าเข้าผนังห้องอีกแล้ว เขาเป็นพวกชอบนอนดิ้นกลิ้งไปกลิ้งมาส่วนต้นน้ำเป็นพวกชอบนอนตะแคงข้างคู้ตัว พี่ชายของเขาก็หลับลึกไปนานแล้ว เขารู้ดีว่าพี่ชายเขาเป็นพวกเมาแล้วเงียบยิ่งเงียบมากยิ่งเมามากยิ่งหลับลึกมาก ส่วนหลานเขาก็น่าจะหลับ... หวังว่ามันคงจะหลับ แต่ต่อให้หลับหรือไม่หลับเขาก็ไม่สนใจแล้วล่ะ

     ชัยชัชตรงเข้าไปจู่โจมคนที่นอนอยู่บนเตียงทันที!

     เพราะคืนก่อนชัยชัชก็คลานขึ้นเตียงมากอดตน ต้นน้ำจึงไม่ทันระวังตัวปล่อยเลยตามเลย จนสักพักหนึ่งนั้นแหละเขาถึงเริ่มรู้ตัวว่าครั้งนี้มันไม่ใช่แค่การกอด เพราะมือของชัยชัชนั้นเริ่มเลื้อยไปมาบนร่างกายของเขา ภายใต้ผ้าห่มที่ต้นน้ำดึงขึ้นมาคลุมจนถึงไหล่นั้นชัยชัชที่แทรกตัวเข้ามานอนแนบชิดกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่!

     มือของชัยชัชสอดเข้าไปใต้เสื้อของต้นน้ำพลางลูบไล้ไปมา ส่วนคอและใบหูของเขานั้นก็ถูกรุกรานเสียจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจกลิ่นมินท์ที่ยังคงหลงเหลือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ จากความใกล้ชิด ต้นน้ำรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ตื่นตัวกำลังบดเบียดเข้ามาในระยะประชิดด้านหลังของเขา!

     “พี่ชัช อย่าครับ คนอื่น อุ๊!”

     ยังไม่ทันขาดคำชัยชัชก็ปิดปากต้นน้ำเสียแล้ว และเขาเองก็ไม่กล้าดิ้นขัดขืนเสียด้วย ต้นน้ำกำลังชั่งใจว่าสถานการณ์แบบไหนจะน่าอายกว่ากัน ระหว่างการที่เขายอมปล่อยให้ชัยชัชทำอะไรตามอำเภอใจโดยมีคนอื่นอยู่ร่วมห้อง หรือการที่เขาดิ้นขัดขืนจนผู้ร่วมห้องคนอื่นๆ ตื่นมาเจอเพราะเสียงที่ดังขึ้น

     “คร้าบ เมียจ๋า”

     “หยุดนะครับ เดี๋ยวคนอื่นตื่นหรอก”

     “ต้นก็เงียบๆ ดิครับ นะ”

     ระหว่างที่พูดมือของชัยชัชหาได้หยุดอยู่เฉยๆ และตอนนี้มันกำลังคืบคลานเข้าไปใต้กางเกงนอนของเขาแล้ว! สัมผัสที่ได้รับทำให้ต้นน้ำตกใจด้วยความรู้สึกแปลกใหม่จนเผลอหลุดเสียงร้อง

     “อื๊อ!

     เมื่อเห็นท่าทางบิดตัวกับเสียงครางหวานๆ ที่ต้นน้ำเผลอปล่อยให้เล็ดลอดออกมาเพียงแค่เขาสัมผัสเบาๆ ตรงส่วนปลาย ชัยชัชก็ยิ่งได้ใจ มืออันธพาลจึงรุกล้ำอย่างระรานมากกว่าเดิม ต้นน้ำที่ยังไม่ทันเตรียมใจแต่จู่ๆ ก็โดนบดขยี้แบบนี้จึงเริ่มมีอารมณ์ เขากัดริมฝีปากส่งเสียงฉุนๆ กระซิบลอดไรฟันออกมาห้าม

     “พี่ชัช อื๊อ! หยุด ไม่หยุดผมต่อยจริงๆ นะ”

     แต่มีหรือชัยชัชจะสนใจฟัง เขากระซิบกลับด้วยเสียงกวนๆ น่าหมั่นไส้ แถมยังจงใจกระซิบไปพร้อมๆ กับเล็มลิ้มชิมรสใบหูของต้นน้ำอีกต่างหาก คนเมายังคงหน้าด้านปฏิบัติการลวนลามแฟนต่ออย่างย่ามใจ

     “เบาๆ ดิ เดี๋ยวคนอื่นตื่นหรอกครับ”

     “อ๊า ไม่! หยุดนะพี่เมาแล้ว อึ๊...ฮ้า ปะไปนอนดีๆ เลยครับ”

     ต้นน้ำพยายามรวบรวมสติพูดอย่างยากลำบาก เสียงหายใจหนักๆ ของชัยชัชเริ่มกระเส่ามากขึ้นเรื่อยๆ พอๆ กับที่ต้นน้ำเริ่มหายใจได้ลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเพลิงร้อนรุมที่เผาผลาญเขาอยู่

     “ห้องน้ำครับ ฮ่า ห้องน้ำ พี่ชัช อื๊อ

     ชัยชัชมองสภาพของคนรัก ต้นน้ำนอนบิดตัวร้องขอด้วยสายตาวิงวอน ใบหน้าแดงก่ำฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำตา ชัยชัชอัดอั้นจวนจะระเบิดอยู่แล้ว!

     “เอางั้นเหรอครับ ได้”

     และเมื่อชัยชัชผละออก ต้นน้ำก็รีบลุกขึ้นผลุบเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็วไม่รีรอ เขาล็อกประตูเสียหนาแน่นทิ้งให้ชัยชัชที่กำลังลุกออกจากเตียงเดินตามเขาเข้าไปไม่ทันต้องยืนเหวอเพราะงงว่าเกิดอะไรขึ้น!

     “สงบสติอารมณ์แล้วค่อยบอกผมนะครับ ไม่อย่างนั้นคืนนี้ผมจะนอนในห้องน้ำทั้งคืนจริงๆ ด้วย!”

     เสียงต้นน้ำพูดขึ้นเบาๆ ดังลอดออกมาจากประตูที่ขวางกั้นเขาอยู่ แต่ถึงจะเสียงเบาเพียงไหนเขาก็จับกระแสความเย็นเฉียบได้ในน้ำเสียงนั้น เขาเผลอทำต้นโกรธอีกแล้วสิเนี่ย?

     “อ้าว? ทำไมทำกันแบบนี้ละครับ ละจะให้พี่ทำให้มันสงบยังไงละคร้าบ มาช่วยกันหน่อยสิต้น”

     “ไม่รู้ละครับ มันขึ้นได้ก็ลงได้! พี่ชัชขึ้นเองก็ลงเองสิครับ ไม่เกี่ยวกับผม!”

     “โธ่ต้น... พี่ขอโทษครับ ออกมาเหอะ พี่ไม่ทำไรแล้ว อย่าทรมานตัวเองเลยน่า ห้องน้ำมันนอนไม่สบายหรอกคร้าบที่ร้าก”

     ชัยชัชได้แต่นั่งร้องไห้น้ำตาตกอยู่ในใจเงียบๆ คนเดียวพลางกระซิบถ้อยคำอ้อนวอนขอร้องง้อเมียให้ออกจากห้องน้ำไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ชะตากรรม

     ‘มะไหร่พี่จะได้ต้นทำเมียวะเนี่ย รอนานแล้วนะครับที่รัก สี่เดือนนี่พี่แทบจะสวมแหวนหมั้นให้มือขวาตัวเองแล้วนะเว้ยต้น!’

     สรุปว่าคืนนั้นกว่าต้นน้ำจะยอมออกจากห้องน้ำก็ปาเข้าไปเกือบครึ่งชั่วโมง ชัยชัชต้องอ้อนวอนงัดมาทั้งไม้อ่อนและไม้แข็งมาปลอบ โดยดำเนินกิจกรรมทั้งหมดเบาๆ เพราะกลัวว่าพี่ชายตนเองจะตื่นขึ้นมาเตะเอาอีกต่างหาก แถมเมื่อต้นน้ำออกมาแล้วยังยื่นคำขาดไล่เขาให้ไปนอนบนพื้น แต่จะไม่ยอมก็ไม่ได้เพราะต้นน้ำท่าทางโกรธจัด รุ่งเช้าชัยชัชจึงตื่นขึ้นมาแบบปวดเมื่อยไปทั้งตัว

     แต่ต้นน้ำยังคงรักษามาตรฐานการใส่หน้ากากไว้ได้สูงเสมอต้นเสมอปลาย ชาวคณะแทบไม่มีใครรู้เรื่องเลยว่าเขากำลังทำศึกกับชัยชัชอยู่เงียบๆ แม้แต่สองพ่อลูกที่นอนห้องเดียวกัน ไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลังคนอื่นต้นน้ำก็ยิ้มหวานให้ชัยชัชตามปกติ มีเพียงชัยชัชเท่านั้นที่อ่านแววตามึนตึงนั้นออก โชคร้ายที่ต้นน้ำเลือกนั่งรถคันอื่นตั้งแต่วันแรกและเป็นลูกพี่ของเด็กๆ ไปแล้ว ชัยชัชจึงไม่สามารถหาโอกาสเข้าไปง้อได้เลย จนกระทั่งการท่องเที่ยวจบลงทุกคนกลับถึงบ้าน

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce

     และแล้ววันสุดท้ายของการกลับมาเยี่ยมบ้านช่วงสงกรานต์ก็มาถึง ต้นน้ำไม่รู้ตัวมาก่อนเลยว่าญาติๆ ของชัยชัชเตรียมพิธีผูกข้อมือไว้ให้เขา พิธีถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายมีแต่ญาติกับเพื่อนสนิทไม่กี่คนของครอบครัวเท่านั้น งานจัดขึ้นง่ายๆ มีเลี้ยงอาหารให้แขกพอเป็นพิธีให้ได้ล้อมวงทานไปสนทนากันไปมากกว่าดูเป็นการเลี้ยงแบบทางการ ชุดที่คนทั้งสองใส่ก็เป็นชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบายๆ แม้จะไม่มีอะไรพิเศษแต่ต้นน้ำกลับรู้สึกตื้นตันใจ เขาไม่คิดว่าญาติพี่น้องของคนรักจะให้การยอมรับเขามากขนาดนี้

     มารดาของชัยชัชอวยพรให้เขา อีกทั้งยังสั่งสอนเขาให้ใจเย็นและอดทนหนักแน่นเสมือนผืนดิน รู้จักให้อภัยกันและกันเพราะธรรมชาติของชัยชัชนั้นเปรียบเสมือนไฟ แต่ถ้าชัยชัชทำอะไรที่ต้นน้ำทนไม่ไหวแม่สามีก็อนุญาตให้เขาตบได้ไม่ต้องยั้งมือ เล่นเอาต้นน้ำเผลอหัวเราะด้วยความขำ อีกทั้งยังหันไปสั่งสอนลูกชายตัวเองเสียยาวเหยียดให้รู้จักทะนุถนอมเขาไว้ให้ดี เพราะคนดีๆ แบบเขาไม่ใช่หาได้ง่ายๆ

     ‘เชื่อแล้วล่ะว่าผู้ใหญ่นี่ผ่านน้ำร้อนมาก่อนจริงๆ แม่พี่ชัชต้องรู้แน่ๆ ว่าเรากำลังงอนพี่ชัชอยู่’

     บรรดาคนหนุ่มกินเลี้ยงกันอย่างสนุกสนานจนกับแกล้มเริ่มหมด เตอร์จึงอาสาออกไปซื้อให้ ต้นน้ำจึงขอติดไปด้วย นับตั้งแต่ที่เขาสอนเตอร์เล่นกีตาร์ตัวเก่าของชัยชัช เตอร์ก็ตามติดเขาแจ แต่เพราะเด็กชายขับรถเก๋งไม่เป็นขับได้แต่รถสองล้อต้องเอามอเตอร์ไซค์คันเก่าในบ้านไป ต้นน้ำกลัวเตอร์ถือของกลับมาคนเดียวไม่ไหวจึงอาสาไปด้วย อีกทั้งเขายังอยากไปซื้ออะไรบางอย่างในร้านสะดวกซื้อ เตอร์ให้ต้นน้ำรอที่หน้าบ้านส่วนตัวเองขอตัววิ่งไปเอากุญแจรถ ต้นน้ำรออยู่ตามที่นัดแนะกันแต่คนที่เดินออกมากลับเป็นชัยชัช

     “อยากไปเซเว่นเหรอ พี่ไปด้วย ไม่ได้เห็นแถวนี้ซะนาน อยากไปขับรถเล่นหน่อย”

     ชัยชัชยืนยิ้มเผล่พลางโชว์กุญแจในมือ ต้นน้ำถอนหายใจทำสีหน้าเบื่อหน่ายใส่แฟนของตน

     “ขับไหวเหรอครับ มอเตอร์ไซค์นะ เดี๋ยวก็รถล้มหรอก”

     “โห! พี่ไม่ได้เมาถึงขนาดนั้น ไม่เชื่อใจกันบ้างเลยอ่ะ”

     ‘ยังมีหน้ามาทำหน้าแบ๊วอีก พี่ชัชไม่เคยสำนึกอะไรเลยจริงๆ ถ้าผมเชื่อพี่คืนก่อนก็คงไม่รอดแล้วครับ’

     ต้นน้ำจ้องมองแฟนหนุ่มตัวดีที่ยืนยิ้มอ้อนขอคะแนนสงสารอย่างเหนื่อยหน่ายใจ ด้ายสีขาวที่ผูกอยู่บนข้อมือของคนทั้งคู่ดูแปลกตาจนเขาเผลอจ้องมองข้อมือของชัยชัชพร้อมๆ กับลูบเส้นด้ายที่ผูกอยู่บนของมือของตนไปมา เขาคิดอะไรบางอย่างในใจ... จนในที่สุดต้นน้ำก็ถอนหายใจพลางส่ายศีรษะ เขาเดินไปคว้าเอากุญแจรถมาไว้ในมือตัวเองก่อนจะพูดในสิ่งที่ทำให้ชัยชัชแปลกใจ

     “เอากุญแจมาเถอะครับผมขับเอง ขืนให้พี่ชัชขับผมกลัวตกข้างทาง”

     ว่าแล้วต้นน้ำก็เดินไปขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์พลางสตาร์ทเครื่องอย่างคล่องแคล่วท่ามกลางสายตาอึ้งๆ ของชัยชัช

     “ต้นขับมอเตอร์ไซค์เป็นด้วยเหรอ?”

     “จะไปมั้ยครับ? ถ้าพี่ชัชไม่ไปก็บอกทางมา ผมจะไปคนเดียว”

     “ไปสิครับที่รัก ดุจังอะ”

     ว่าแล้วคนตัวโตกว่าก็รีบวิ่งไปซ้อนท้ายสารถีจอมเฮี้ยบอย่างว่าง่าย ต้นน้ำขับตามคำบอกของชัยชัชไปเรื่อยๆ การขับขี่ของต้นน้ำไม่ได้อยู่ในระดับมือใหม่หัดขับเลยแม้แต่น้อย แขนของต้นน้ำประคองหน้ารถให้ทรงตัวได้อย่างมั่งคง ชัยชัชจึงวางใจจนซบลงบนไหล่ของต้นน้ำอย่างแนบชิด แต่ด้วยส่วนสูงที่มีมากกว่าจึงกลายเป็นการเกยคางไว้บนไหล่ของอีกฝ่าย แถมยังพาดสองแขนกอดเอวของต้นน้ำไว้ราวกับคนกลัวการซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์

     “พี่ชัช?”

     “ขอกอดหน่อยนะพี่เมา”

     “แล้วไหนเมื่อกี้บอกไม่เมาไงครับ”

     “น่าๆ เลิกงอนพี่ได้แล้วนะครับ”

     ชัยชัชพูดขึ้นด้วยเสียงที่ดังพอประมาณเพราะโดนลมตี เขาจึงถือโอกาสกอดต้นน้ำให้แน่นมากกว่าเดิม

     “พี่ไม่เห็นรู้เลยว่าต้นขับมอเตอร์ไซค์เป็นด้วย เก่งจังไปหัดมาจากไหนเหรอครับ”

     “แม็กซ์สอนครับ”

     ชื่อที่หลุดออกมาจากปากต้นน้ำทิ่มแทงใจของชัยชัชเสียจนเขาพูดอะไรไม่ออกได้แต่นั่งเงียบๆ ไปตลอดทางจนถึงร้านสะดวกซื้อ เขามองต้นน้ำซื้อของตามใบสั่งจนเสร็จ ชัยชัชช่วยหิ้วถุงกับแกล้มมาวางไว้ให้ที่ตะกร้าหน้ารถ ขากลับนี้เขาเป็นฝ่ายขอขับกลับเอง ต้นน้ำไม่ว่าอะไรเพราะเห็นว่าชัยชัชค่อนข้างจะมีสติอีกทั้งทางก็ไม่ได้ไกลมากจึงยื่นกุญแจรถให้และเป็นฝ่ายหิ้วถุงขนมที่เหลือเอง

     ตั้งแต่กลับจากไปซื้อของชัยชัชก็ดูเงียบๆ ไป ชายหนุ่มกลับไปนั่งร่วมวงแต่ก็ดื่มน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แม้เจ้าตัวจะอ้างว่าเพราะวันรุ่งขึ้นต้องขับรถกลับแต่เช้าก็ตาม จนกระทั่งงานเลี้ยงเลิกรา ญาติสนิทมิตรสหายแยกย้ายกันกลับบ้าน ต้นน้ำช่วยมารดาของชัยชัชเก็บล้างจานชามเสร็จแล้วก็ขอตัวเข้าห้องเตรียมตัวอาบน้ำนอนหลับพักผ่อน แต่เนื่องจากพรุ่งนี้ต้องเดินทางกลับแต่เช้าตรู่เขาจึงยังคงนั่งเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าและจัดข้าวจัดของอยู่โดยที่ยังไม่ได้จัดการธุระส่วนตัวจนกระทั่งชัยชัชเดินเข้าห้องมา

     “อ้าว ยังไม่ได้อาบน้ำเหรอต้น?”

     “ผมขอจัดกระเป๋าก่อนน่ะครับ นี่ชุดที่จะใส่พรุ่งนี้ผมเตรียมไว้ให้แล้ว พี่ชัชจะใช้อะไรอีกมั้ยครับ? นอกนั้นผมจะเก็บลงกระเป๋าแล้ว?”

     “เออ ตามใจต้นเหอะ งั้นพี่ขอตัวอาบน้ำก่อนแล้วกัน”

     “ครับ”

     จนกระทั่งชัยชัชอาบน้ำเสร็จต้นน้ำก็ยังวุ่นวายเก็บข้าวของไม่เสร็จ ของฝากที่มารดาของชัยชัชเตรียมให้เอากลับไปด้วยนั้นมีมากเหลือเกิน ต้นน้ำเดินเข้าเดินออกเช็คสัมภาระอย่างละเอียดถี่ถ้วน เมื่อเข้าห้องมาแล้วจึงเห็นว่าชัยชัชนอนหลับไปแล้ว เขาจึงพยายามทำทุกอย่างให้เงียบที่สุดก่อนจะลุกไปจัดการตัวเองบ้าง เมื่อจัดการธุระส่วนตัวเสร็จก็ได้เวลาพักผ่อน ต้นน้ำนอนลงบนตำแหน่งที่ชัยชัชเว้นว่างไว้อย่างระมัดระวังกิริยาเพราะเกรงว่าจะทำให้คนที่หลับไปแล้วสะดุ้งตื่น ทว่าชัยชัชไม่ได้หลับ! เป็นเวลาเดียวกับที่ต้นน้ำล้มตัวลงนอนชัยชัชก็หันมาคว้าเอวเขาไปกอดไว้ในอ้อมแขน

     “พี่ชัช? ยังไม่หลับเหรอครับ”

     “ยัง จะหลับได้ไงโดนเมียงอนอยู่แบบนี้”

     “ถ้ารู้ก็อย่าทำสิครับ”

     “นี่แค่กอดเฉยๆ เองนะ”

     เพราะต้นน้ำพูดขึ้นพร้อมกับตีเบาๆ ไปที่แขนปลาหมึกของเขา ชัยชัชจึงอดไม่ได้ที่จะประท้วง เขาเงียบไปอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะถามออกมาเบาๆ

     “ต้นครับ ถามจริงๆ เถอะ ต้นเกลียดพี่เหรอ?”

     “ทำไมจู่ๆ ถึงถามแบบนี้ละครับ!?!”

     ‘ให้ตายเถอะ! ถ้าผมเกลียดพี่แล้วผมจะตามพี่มาถึงนี่หรือไงครับ พี่ชัชนะพี่ชัชถามมาได้!’

     “ก็ต้นไม่ยอมให้พี่แตะต้องอะ”

     คนทั้งสองเงียบไปพักหนึ่ง ต่างคนต่างมีเรื่องราวในใจ จนในที่สุดชัยชัชก็เริ่มเปิดปากต่อ แม้อ้อมกอดนั้นจะรัดแน่นเข้ามามากขึ้นแต่ต้นน้ำก็ไม่ขัดขืน เขาเต็มใจปล่อยให้ชัยชัชเรียกร้องเอาในสิ่งที่ควรได้

     “พี่รู้ตัวดีว่าพี่สัญญาอะไรกับต้นไว้ แต่ว่า... เมียจะปล่อยให้ผัวรอไปถึงเมื่อไหร่ครับ? เมื่อไหร่ที่ต้นจะพร้อมยอมเป็นของพี่อย่างเต็มใจซักที? พี่เป็นผู้ชายนะต้นเวลาที่พี่อยู่กับคนที่พี่รักพี่ก็อยากเป็นธรรมดา หรือว่าต้นไม่ต้องการพี่ครับ?”

     “ไม่ใช่นะครับ!”

     คงเพราะข้อหานั้นหนักเกินไปต้นน้ำจึงปฏิเสธเสียงหลง เขาคิดด้วยความอายอยู่ในใจ เรื่องแบบนี้เขาจะกล้าพูดได้อย่างไร เขาไม่กล้าบอกชัยชัชไปตรงๆ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ต้องการ

     ‘ใครบอกว่าผมไม่ต้องการพี่ชัชกันเล่า!’

     “งั้นมันอะไรละครับ? ถ้าต้นต้องการพี่เหมือนกันแล้วทำไมถึงปฏิเสธพี่ตลอดล่ะ?”

     คงเพราะต้นน้ำเอาแต่เงียบ นอกจากเสียงถอนหายใจอย่างอึดอัดใจแล้วก็ไม่ยอมพูดอะไร ชัยชัชจึงจับตัวอีกฝ่ายให้หันตะแคงมาหาเขาแทน เขยเชยคางของต้นน้ำเอาไว้แล้วก็ประทับสัมผัสเบาๆ ลงบนริมฝีปากที่เม้มสนิทอยู่นั้น

     “บอกพี่ไม่ได้เหรอครับต้น?”

     “ผม... ผมยังไม่พร้อมครับ ผมกลัว ขะ ขะขอโทษนะครับ”

     ต้นน้ำพูดแค่นั้นแล้วซุกตัวเข้าหาอ้อมกอดของชัยชัชไม่ยอมเผชิญหน้ากัน แต่เพียงถ้อยคำสั้นๆ เพียงสองคำชัยชัชเองก็รู้ดีว่าต้นน้ำหมายถึงอะไร เขาจึงกระชับอ้อมกอดของตนด้วยความรู้สึกผิดที่กัดกินอยู่ในใจ

     “พี่ขอโทษนะ พี่ผิดเอง”

     “พี่ชัชไม่ผิดหรอกครับ ไหนๆ เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว แต่ให้เวลาผมอีกหน่อยนะครับ ขอโทษนะครับที่ผมทำให้พี่ชัชมีความสุขไม่ได้”

     พอพูดแบบนั้นออกไปแล้วต้นน้ำก็เริ่มน้ำตาไหลเป็นทาง เขารู้สึกถึงก้อนสะอื้นที่ตื้ออยู่ในอก แต่ชัยชัชกลับเจ็บปวดยิ่งกว่า แม้ท่าทีภายนอกจะนิ่งเฉยแต่ภายในใจนั้นเจ็บปวดกว่าร้อยเท่าพันเท่า ก็ในเมื่อคนที่ทำให้ต้นน้ำเป็นเช่นนี้คือเขาเอง ต้นน้ำไม่ผิดเลยแม้แต่น้อยที่จะกลัวคนที่เคยสร้างบาดแผลให้กับตน แม้บางครั้งคนสองคนจะรักกันแต่ในความรักนั้นก็เจือไว้ด้วยความหวาดกลัว ชัยชัชตั้งใจที่จะขจัดความกังวลของต้นน้ำออกไป เขาได้แต่สัญญากับตัวเองเงียบๆ เขารู้ซึ้งแล้วว่าการที่ไม่ยอมทะนุถนอมสิ่งสำคัญของตัวเองเป็นเช่นไร สิ่งที่เสียหายต่อให้ซ่อมแซมได้ก็ใช่ว่าจะเหมือนเดิม!

============================================

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce

     ผลสอบประกาศออกมาแล้ว ต้นน้ำค่อนข้างได้คะแนนสูงทุกรายวิชา เขามั่นใจว่าตนต้องยื่นคะแนนผ่านแน่ๆ แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่เขากำลังลงมือเข้าครัวเตรียมอาหารอยู่เต็มโต๊ะแบบนี้ นอกจากอาหารไทยกลิ่นฉุนสีเข้มที่ดูท่าทางรสชาติเผ็ดร้อนแล้วก็ยังมีเค้กนมสดขนาดย่อมๆ วางเตรียมไว้ เค้กตกแต่งง่ายๆ ด้วยครีมสดสีขาวกับกีวี่ฝานบางๆ โรยเกล็ดน้ำตาลหลากสี มีเทียนตัวเลขปักไว้เด่นเป็นสง่าว่า “32” ใช่แล้ว! ต้นน้ำกำลังขะมักเขม้นทำอาหารเตรียมฉลองวันเกิดให้กับชัยชัช

   จนกระทั่งเข้มนาฬิกาชี้ไปที่เลขแปด เวลาสองทุ่มกว่าๆ ในที่สุดชัยชัชก็ฝ่ารถติดในกรุงเทพฯ กลับถึงคอนโดเพื่อฉลองวันเกิดให้ตัวเองได้ เขารู้ดีว่าต้นน้ำจัดงานฉลองเล็กๆ รออยู่ที่ห้อง เขาจึงไม่กล้าเถลไถลไปไหนแม้จะถูกตื้อพาตัวไปให้เป็นเจ้ามือเลี้ยงวันเกิดจากคนรู้จักหลายคน ชัยชัชได้แต่ปฏิเสธบอกไปตรงๆ ว่าต้องรีบกลับไปฉลองที่บ้านกับคนพิเศษ เขาทำพังเมื่อคราววันเกิดต้นน้ำมาแล้วคราวนี้เขาไม่กล้าทำพังในวันเกิดตัวเองอีกเป็นอันขาด อันที่จริงเขาเคยพยายามจะชดเชยวันเกิดย้อนหลังให้ต้นน้ำแล้ว แต่ต้นน้ำกลับตอบปฏิเสธชัยชัชจึงไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี ครั้งนี้เขาจึงตั้งใจเต็มที่ ชัยชัชเปิดประตูเข้ามาเห็นต้นน้ำที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์รอเขาอยู่ที่โซฟา

     “อ้าวพี่ชัช! กลับเร็วจังครับ นึกว่าจะดึกว่านี้ซะอีก?”

     ชัชชัยรีบเดินไปอ้อนต้นน้ำทันที ถ้อยคำของต้นน้ำฟังดูเหมือนเข้าใจ แต่พอฟังๆ ไปก็คล้ายจะด่าเขาอยู่กลายๆ

     “พี่โคตรหิวเลย มีไรกินบ้างครับต้น”

     “ไปอาบน้ำก่อนก็ได้ครับ ผมจะได้อุ่นอาหารให้”

     ต้นน้ำพูดพลางถือกระเป๋าเอกสารไปเก็บให้เขา ต้นน้ำเริ่มจัดแจงนำอาหารบนโต๊ะเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟให้ ชัยชัชจึงรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว

     ‘โชคดีชะมัดที่คราวนี้ไม่มีเรื่องผิดพลาด ถ้านี่กูเผลอยอมไปกับพวกนั้นหน่อยนึงมีหวังต้นคงรอเก้อ คิดถูกจริงๆ ที่รีบกลับ ฉลองกับแฟนนี่มันมีความสุขกว่าจริงๆ แหละว่ะ’

     ชัชชัยนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารมองต้นน้ำค่อยๆ ทยอยอุ่นสำรับและเตรียมตักข้าวเสิร์ฟให้เขา เขาไม่แปลกใจที่เห็นเค้กแบบโฮมเมด แต่กับข้าวแบบไทยๆ หลายอย่างที่มากกว่าที่ทำให้เขาแปลกใจ ชัยชัชจ้องมองแกงป่าร้อนๆ หอมฉุยชามที่วางอยู่ตรงหน้าแล้วก็งงขึ้นมาทันที

     ‘ต้นทำแกงป่าให้กูเหรอวะ? จริงดิ!’

     “มีอะไรเหรอครับ หรือว่าพี่ชัชไม่ถูกใจอะไร?”

     “เปล่า แค่สงสัยว่าทำไมวันนี้จัดเต็มอาหารไทยให้พี่ขนาดนี้ล่ะครับ ถึงจะบอกว่าฉลองวันเกิดพี่ก็เถอะ”

     “อ้าว! ก็พี่ชัชบอกว่าชอบทานแกงป่าเนื้อไม่ใช่เหรอครับ?”

     “มันก็ใช่อะ แต่น้ำพริกกะปิผักจิ้มพวกนี้กับเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย ผัดเผ็ดปลาดุกนี้ล่ะต้น? ปกติต้นไม่ชอบทานเผ็ดนี่?”

     “ก็ผมไม่รู้จะทำอะไรนี่ครับ เห็นพี่ชัชชอบอาหารไทยรสจัดๆ ก็เลยทำผัดเผ็ดให้ แต่ผมชอบทานเขียวหวานนี่นา ไหนๆ มันก็ใช้สมุนไพรคล้ายๆ กัน ประหยัดดีออกครับ พี่ชัชไม่ชอบเหรอ?”

     “ก็เปล่าหรอก...”

     ชัยชัชปฏิเสธอย่างจนใจ ความทุกข์ในใจเขาต้นน้ำคงไม่รู้หรอก เมื่อคิดได้ดังนั้นก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขารวบตัวพ่อครัวหัวป่ามาประคองไว้บนตักหลวมๆ พลางพูดตัดพ้อ

     “ต้น... เฮ้อ! ไม่คิดจะให้พี่ได้นอนเลยรึไงครับที่รัก?”

     ต้นน้ำฟังแล้วไม่เข้าใจตามมุขไม่ทันก็เลยได้แต่ทำหน้างง ต้นน้ำช้อนสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามมองสบกับคนรัก

     “ก็ของพวกนี้มันรสจัดใส่กระชายทุกอย่างเลยนะต้น”

     “ใช่ครับ ไหนๆ ก็ไหนๆ นี่ครับ ผมขี้เกียจซื้อวัตถุดิบมาเยอะๆ เลยเหมาทำของที่ใช้เครื่องแกงพื้นๆ ไปเลย ไม่ต้องเตรียมของเยอะ สะดวกและประหยัดดีออกครับ หรือพี่ชัชคิดว่ารสมันซ้ำกันเกินไปครับ? ผมขอโทษ”

     ต้นน้ำยังคงไม่เข้าใจอยู่เช่นเดิม สมองส่วนควบคุมความงกทำงานประสานกับส่วนดราม่า ในใจของเขาไพล่คิดเกรงแต่ชัยชัชจะตำหนิที่ทำมาแต่อาหารรสจัดซ้ำๆ กันทุกจาน

     “เฮ้อ... ต้นครับ เอาหูมานี่พี่จะบอกอะไรให้”

     เมื่อเห็นต้นน้ำยังไม่เข้าใจเสียทีชัยชัชก็เลยอ่อนอกอ่อนใจ หมาป่าอยากงาบลูกแกะแสนซื่อตัวนี้เหลือเกิน เจ้าหมาป่าวางแผนและเด็กเลี้ยงแกะก็พาซื่อก้มลงไปให้ชัยชัชกระซิบคำสารภาพให้ฟัง

     “ก็โบราณเขาว่ากันว่ากระชายเนี่ยเป็นยา กินแล้วคึกนะต้น พี่กลัวต้นจะไม่ได้นอนทั้งคืนแน่ๆ”

     “พี่ชัชก็... แล้วใครว่าผมจะค้างห้องพี่ชัชละครับ”

     คงไม่ต้องบอกว่าขณะนี้ใบหน้าของต้นน้ำนั้นแดงเถือกไปถึงใบหู เขาพยายามดันตัวเองออกจากตักของหมาป่าเจ้าเล่ห์ แต่มีหรือที่จะรอดได้ง่ายๆ

     “ทานข้าวเถอะครับ เดี๋ยวเย็นหมด ผมอุตส่าแสดงฝีมือครั้งแรกเลยนะครับ พี่ชัชจะไม่ชิมหน่อยเหรอ”

     “งั้นถ้าพี่กินข้าวเสร็จแล้วพี่ขอชิมต้นด้วยได้เปล่าล่ะ มื้อเย็นต้นแสดงฝีมือแต่เดี๋ยวมือดึกพี่ขอแสดงฝีมือเอง”

     “มะไม่รู้ครับ! ปล่อยผมเลย ไม่ปล่อยผมโกรธจริงๆ ด้วย”

     “ฮ่าๆ ไม่รู้แปลว่าไม่ได้ห้ามใช่ป่ะ แปลว่าตกลงก็ได้ใช่มั้ยต้น”

     อาหารที่อร่อยที่สุดอาจจะไม่ได้เกิดจากรสชาติของอาหารหรือหน้าตาที่สวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความใส่ใจของคนทำ ชัยชัชทานอาหารเย็นฉลองวันเกิดให้ตัวเองอย่างมีความสุขที่สุดนับตั้งแต่ที่เขาเข้ามาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ เพียงลำพัง ในที่สุดวันนี้เขาก็ได้ฉลองวันเกิดกับครอบครัวเสียที เด็กผู้ชายคนที่อยู่ตรงหน้าเขานี้แม้จะไม่สามารถทำอะไรให้มันถูกกฎหมายได้ แต่เขาเชื่อว่าต้นน้ำจะเป็นครอบครัวของเขาตลอดไป

     หลังอาหารเย็นมีหรือที่ชัยชัชจะปล่อยต้นน้ำกลับไปง่ายๆ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็เอาด้วยคาถา ไม่ได้มากๆ ก็หน้าด้านใช้กำลังไปเลยคือคติของชัยชัชมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แม้จะตื้อบอกว่าชวนทานเค้กเป็นของหวานล้างปาก แต่เขาก็จัดแจงยกเค้กก้อนนั้นไปรอที่โซฟาบอกว่าอีกสักพักถ้าอาหารย่อยแล้วค่อยลองชิม ต้นน้ำที่รอลุ้นผลอยู่จึงต้องตกลงนั่งเป็นเพื่อนดูรายการโทรทัศน์ยามดึกด้วยกัน ต้นน้ำเฝ้ารอคำวิจารณ์จากแฟนหนุ่มด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม

     ‘ไม่รู้ว่าเราคิดมากไปรึเปล่า ทำไมวันนี้พี่ชัชดู...’

     ต้นน้ำแน่ใจว่าตนไม่ได้เสิร์ฟแอลกอฮอล์ให้และไร้กลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจของชัยชัช เขาคิดว่าแฟนของตนไม่น่าแวะไปฉลองที่ไหนก่อนกลับ แต่ใบหน้าแดงระเรื่อกับสายตาหวานเชื่อมนั้นช่างดูเมามายเหลือเกิน

     “ป้อนพี่หน่อยดิต้น อยากกินเค้กแล้ว”

     “ทำไมไม่กินเองละครับ”

     “โหใจร้ายอ่ะ นะๆ นะคร้าบที่รัก ป้อนพี่หน่อยนะ มือพี่กดรีโมทอยู่”

     “ก็เลือกเอาซักช่องสิครับ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่นั่นแหละ”

     ถึงจะพูดแบบนั้นแต่งต้นน้ำก็ยังตักเค้กเป็นคำเล็กๆ ส่งถึงปากของชัยชัชอยู่ดี

     ชัยชัชนอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาดูโทรทัศน์อย่างสบายอารมณ์โดยมีแฟนสุดที่รักคอยป้อนเค้กเข้าปากเรื่อยๆ ลูกแกะเชื่องๆ ที่แสนซื่อตัวนี้ไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่าหมาป่าจอมเจ้าเล่ห์กำลังวางแผนอะไรไว้ เพราะต้นน้ำมัวแต่ลุ้นว่าเค้กของตนจะถูกปากชัยชัชหรือไม่มากจนเกินไป

     “เป็นไงบ้างครับพี่ชัช ใช้ได้รึเปล่า?”

     “ก็อร่อยดีนะ แต่พี่ว่าหวานอีกนิดน่าจะดี”

     “เอ๊ะ! ยังไม่หวานพอเหรอครับ? ผมว่าสูตรนี้ก็ใส่น้ำตาลเยอะแล้วนะ”

     “แต่พี่ว่าอีกหน่อยน่าจะดีกว่า ไม่เชื่อต้นลองชิมดูสิ”

     ว่าแล้วชัชชัยก็ดันมือที่ถือเค้กรอป้อนตนอยู่กลับไปทางต้นน้ำด้วยแรงที่คำนวณมาอย่างดี เค้กชิ้นเล็กๆ บนช้อนจึงหล่นลงบนตัวต้นน้ำ เนื้อครีมสีขาวกระจายตัวเลอะอยู่บนเสื้อ

     “อ้าว! เลอะซะแล้ว โทษทีนะ เดี๋ยวพี่เช็ดให้ละกัน”

     “พี่ชัช!”

     ถึงชัยชัชจะพูดแบบนั้นแต่สีหน้าและแววตาที่วาววับนั้นมันช่างดูหื่นกระหาย แรงผลักเบาๆ ถูกส่งมาบังคับให้ต้นน้ำต้องเอนราบลงไปตามเบาะ ชัยชัชพลิกตัวคร่อมต้นน้ำเอาไว้ทันที ข้อมือทั้งสองถูกตรึงเอาไว้ด้วยแรงจากมือที่แข็งแรงกว่าทั้งสองข้าง ช้อนคันเล็กๆ ตกจากมือของต้นน้ำกระทบพื้นส่งเสียงดังขึ้นเสมือนการประท้วงเบาๆ

     “ละ ละเล่นอะไรครับพี่ชัช?”

     “พี่ก็จะเช็ดที่พี่ทำเลอะให้ต้นไงครับ”

     “ไม่ต้องก็ได้ครับ ผมเช็ดเองดะ

     แต่ช้าไปแล้ว ปากของชัยชัชกำลังปฏิบัติการเลียคราบครีมที่เลอะอยู่บนเสื้อของเขา สัมผัสของลิ้นแรงพอจะสื่อผ่านมาถึงหน้าท้องใต้ผืนผ้า ต้นน้ำรู้สึกจั๊กกะจี้จนหลุดเสียงหัวเราะ

     “อึ๊! ฮ่ะๆ ไม่เอานะครับพี่ชัช ผมจั๊กกะจี้นะ พอแล้ว!”

     แต่ชัยชัชกลับไม่ยอมหยุดเสียทีและเสื้อเขาก็เริ่มเปียกแล้ว ชัยชัชขยับจุดสัมผัสขึ้นมาเรื่อยๆ จนใกล้หน้าอกเขามากขึ้น

     “พี่ พี่ชัช ไม่เล่นแล้วครับ!”

     ต้นน้ำเริ่มขำไม่ออกเสียแล้วสิ งานนี้เขารู้สึกได้ว่าชัยชัชเอาจริง แต่อันที่จริงการที่ชัยชัชทำกับเขาแบบนี้ก็ใช่ว่าเขาก็จะรังเกียจอะไร จริงอยู่ที่เขาเขินแต่เขาไม่ได้กลัว เขาไม่ตื่นตระหนกกับสัมผัสแบบนี้และชัยชัชในเวลานี้ก็ไม่ได้น่ากลัว ที่สำคัญวันนี้เป็นวันเกิดของชัยชัช ต้นน้ำจึงตัดสินใจที่จะเล่นไปตามเกมกับชัยชัชอีกสักพักโดยไม่รู้เลยว่าตนนั่นแหละที่จะถูกกินรวบจนหมดกระดาน!

     ริมฝีปากของชัยชัชคาบเอาชายเสื้อของต้นน้ำถลกขึ้นจนเห็นหน้าท้องขาวๆ สายตาหิวกระหายของชัยชัชดูวิงวอนเสียจนต้นน้ำไม่กล้าสบตา

     “ขอพี่ชิมอีกนิดได้มั้ยครับที่รัก”

     “ก๊ะ ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ครับ”

     เพราะตนยังถูกจองจำอยู่นั่นเอง ต้นน้ำจึงไม่สามารถขยับตัวหนีได้แต่หลบสายตาชวนเขินอายนั่นด้วยใบหน้ากับเสียงเชิ่ดๆ

     ลิ้นที่ลากไล้ไปมาชิมรสชาติของเขาทุกพื้นที่อย่างหนักหน่วงเสียจนต้นน้ำได้แต่นอนกัดฟัน เขาไม่รู้เลยว่าจังหวะหายใจของตนกลายเป็นหอบกระชั้นถี่ๆ ขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และที่สำคัญเวลานี้มือของเขาเป็นอิสระแล้ว เพราะมือที่เป็นอิสระของชัยชัชกำลังเลื่อนไปที่เป้าหมายด้านล่าง อุ้งมือของหมาป่าได้เล็ดลอดผ่านขากางเกงของต้นน้ำจนถึงต้นขาของเขาแล้ว!

     ใช่ว่าต้นน้ำไม่เคยกับประสบการณ์แบบนี้ แม้เขาจะเคยตกอยู่ในสถานการณ์ทำนองนี้กับแม็กซ์มาก่อน แต่ตราบใดที่ร่างกายไม่ได้รวมตัวกับหัวใจ ความรู้สึกของเขาก็ยังไม่ชัดเจน แต่เวลานี้ต้นน้ำผ่อนคลายมากกว่าที่เคย ความอ่อนโยนของชัยชัชทำให้ต้นน้ำลืมตัวปล่อยให้ชัยชัชรุนรานอย่างได้ใจ

     “พี่ว่าตรงอื่นของต้นก็อยากให้พี่ชิมนะครับ”

     พูดไม่พูดเปล่ามือของชัยชัชยังจับไปที่ส่วนนูนแข็งของต้นน้ำ ต้นน้ำได้สติทันที! มือของเขาได้แต่วางทาบทับฝ่ามือที่ใหญ่กว่าอย่างหยุดยั้ง แต่สายตาที่เร่าร้อนของชัยชัชก็ทำให้ต้นน้ำเป็นฝ่ายยอมแพ้ ชัยชัชรักษาสัญญาทุกอย่าง เขาเฝ้ารอให้ต้นน้ำอนุญาตอย่างซื่อสัตย์ ต้นน้ำรู้ดีแต่ก็ขลาดอายเกินกว่าจะพูดอะไร แม้จะเคยกลัวแต่ชัยชัชตอนนี้หาได้น่ากลัวเช่นเคย กลหมากเกมนี้ช่างเป็นหลุมพรางที่หลอกล่อเสียจนต้นน้ำพร้อมใจกระโดดลงไป

     “ต้นไม่เคยใช่มั้ยล่ะ พี่ว่าพี่ควรจะสอนให้นะ บางทีเราก็ควรยื่นมือเข้าช่วยธรรมชาตินะครับ”

     ลูกอ้อนแบบนี้ทำเอาต้นน้ำปฏิเสธไม่ถูกเลยทีเดียว เด็กเลี้ยงแกะจอมดราม่ากำลังจะแพ้ทางหมาป่าขี้บังคับเข้าเสียแล้ว ชัยชัชเลื่อนตัวขึ้นมาจูบต้นน้ำแทน ชัยชัชพรมจูบพร้อมคำกระซิบเบาๆ โดยที่ฝ่ามือก็เคล้นคลึงร่างกายของต้นน้ำไปพร้อมๆ กัน

     “ถ้าไม่ห้ามพี่แปลว่าตกลงนะ ถ้าไม่ตกลงก็ต้องหยุดพี่รู้เปล่า”

     ‘เอาเปรียบผมแบบนี้แล้วผมจะห้ามพี่ชัชได้ยังไงละครับ’

     ต้นน้ำได้แต่ปล่อยเลยตามเลยให้ชัยชัชชักนำเขาไป เด็กเลี้ยงแกะตกเป็นเบี้ยล่างของหมาป่าเสียแล้ว ไม่สิ! ถ้าพูดให้ถูก เขาเป็นของชัยชัชมาตั้งนานแล้ว ทั้งร่างกายและหัวใจ และตอนนี้เขาก็พร้อมที่จะมอบทั้งหมดที่เขามีให้กับชัยชัชตอบแทนสำหรับความรักที่ชายหนุ่มมีให้กับเขาเช่นกัน

     เด็กเลี้ยงแกะได้แต่หลับตาลงปล่อยให้หมาป่า“เลีย”แสดงความรักกับเขาเรื่อยๆ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ...

============================================


- ทิ้งท้ายกับชัยชัช -

     มองสีหน้าเหยเกของต้นแล้วมีความสุขชะมัด! ภาพที่ต้นนอนบิดตัวครางเบาๆ มันเร่งเร้าผมจนแทบบ้า! ต้นกำลังทรมานด้วยความสุขสมจากปลายลิ้นของผมอยู่ ไม่เคยโดนละสิไอ้น้อง หึๆ ครั้งนี้ผมยอมทุ่มทุนทุกอย่าง ไอ้ที่เคยโดนแต่ไม่เคยคิดว่าต้องทำก็จำเป็นต้องทำ ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นผมคงอ้วกไปแล้ว แต่นี่เป็นไอ้ต้น เอาวะ! โดนถึงขั้นนี้แล้วมันจะใจแข็งไม่ยอมให้ผมเอาก็ใจร้ายเกินไปละ

     แรงจิกจากมือเรียวๆ ของต้นทึ้งศีรษะของผมจนเจ็บ เสียงครางงุ้งงิ้งดังขึ้นเบาๆ สายตาชุ่มฉ่ำที่หยาดเยิ้มไปด้วยน้ำตาแห่งความกระสันกำลังวิงวอนผมอย่างเอียงอาย ผมไม่มีสิทธิ์จะทำอะไรมากไปกว่านี้แม้ว่าในหัวของผมจะคิดไปถึงไหนต่อไหน แต่ใครๆ ก็รู้... ในวันเกิดเรามักจะได้ของขวัญพิเศษเสมอๆ และวันนี้ก็วันเกิดผม ผมต้องได้เดะ!

     “ทำเถอะครับพี่ชัช ผมไม่ไหวแล้ว”

     เสียงร้องปนหอบของต้นดังขึ้นเบาๆ แต่มันดังชัดเจนที่สุดในชีวิตผม!

     “ว่าไงนะครับที่รัก?”

     ขอพี่ฟังให้ชัดๆ อีกทีสิครับ หึๆ

     “อย่าแกล้งผมสิครับ ผมยอมพี่ชัชแล้ว”

     สุดที่รักของผมหน้าแดงเถือก แดงไปทั่วทั้งตัวเลยนะต้น ของซิงๆ ก็งี้ เชื่อแล้วว่ามันไม่เคยเสียดสีลูกตัวเอง แดงน่ารักเชียว ฮ่าๆ เดี๋ยวพี่จะเอาให้แดงทั้งหน้าทั้งหลังเลยต้นเอ้ย! หุบไม่ลงแน่ๆ!

     “ต้นโอเคจริงๆ เหรอครับ พี่ไม่อยากฝืนใจต้นนะ”

     “ผมโอเคครับ นะ ...เลยเถอะ ผมไม่ไหวแล้ว”

     “พร้อมแล้วเหรอครับต้น แต่พี่ยังไม่ได้เตรียมอะไรเลยนะ!”

     เสียงสวรรค์! ผมใช้แค่ลิ้นเองนะครับนั่น ยังไม่ทันจะสอดนิ้วเข้าไปช่วยผ่อนคลายข้างในนั้นเลย ต้นกลับเร่งผมซะแล้ว ถึงผมจะหื่นแต่ก็ไม่อยากทารุณกับมันนะคร้าบ! หรือเมียผมติดใจแบบสดๆ ซาดิสต์ๆ วะ?

     “เดี๋ยวก็เจ็บแบบคราวที่แล้วหรอก ถ้าพี่ทำไปแล้วพี่หยุดไม่ได้ละนะ ถึงต้นจะห้ามพี่ก็หยุดไม่อยู่แล้วนะครับ”

     ผมขยับตัวขึ้นมาจูบต้นที่ขมับเบาๆ ตัวของเราทาบทับกันแบบนี้ ผมรู้ว่าต้นสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของผมแน่ๆ 

     “ไม่เป็นไรหรอกครับ ถึงมันจะเจ็บแต่สุดท้ายพี่ชัชก็จะทำให้ผมมีความสุขไม่ใช่เหรอครับ ผมยอม”

     ต้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แทบจะคราง น้ำเสียงของต้นไม่ได้ล้อเล่น ผมรู้ว่าคราวนี้ต้นยอมผมแล้วจริงๆ สำเร็จแล้วครับพี่น้อง! ผมได้ฟันเมียตัวเองแล้วครับ ฮ่าๆ

     เมียผมเว้าวอนมาขนาดนี้ สามีที่ดีอย่างผมก็มีหน้าที่สนองความต้องการของเมียใช่มั้ยครับ งั้นคุณผู้อ่านช่วยมองโคมไฟหัวเตียงไปก่อนแล้วกัน ไม่ดิ! นี่มันห้องรับแขกไม่ใช่ห้องนอน เอาเป็นว่าอยากมองอะไรก็เชิญตามสบายแล้วกันครับ ผมขอตัวไปปฏิบัติภารกิจปลดเปลื้องความทุกข์ให้เมียผมก่อนล่ะ ฮ่าๆ

     พี่จัดหนัดจัดเต็มแบบนอนสต็อปทั้งคืนแน่ต้นเอ้ย...

============================================


พี่ชัชกับน้องต้น ศีลเสมอกันดีนะคู่นี้

เก็บตกจากคนเขียน
1. อิพี่ชัชเป็นเด็กเอ็นแต่น้องต้นเป็นเด็กแอดมิชชั่น ฮ่าๆ
2. พระเอกเรื่องนี้หื่นมาก
3. คนแต่งราศีเมษ ดังนั้นอย่าถามว่าเอาต้นแบบพี่ชัชมาจากใคร เห็นๆ กันอยู่ แต่รักใครรักจริงๆ นะตะเอง \(^o^)/
4. พยายามเขียนภาษาเหนือ แต่ยากอิ๋บอ๋าย คนแต่งเป็นกทม. แถมลำปางมีภาษาถิ่นกับคำลงท้ายแปลกๆ ถ้าผิดพลาดประการใดขออภัยชาวเหนือทุกท่าน แต่ก็คิดว่ามันน่ารักดีถ้าอิพี่ชัชมันจะแอ๊บ"เปิ้น"กับคนในครอบครัว เพราะเฮียมันกะล่อนจอมแหล
5. จริงๆ มีกฏหมายรถป้ายแดงอยู่(ห้ามวิ่งกลางคืน) แต่พี่ชัชสนที่ไหน เจอก็ยัด ไม่เจอก็ชิลๆ มีเยอะนะพวกมาทำงานในเมืองกรุงพอถอยรถได้ก็ต้องขับกลับบ้านทั้งๆ ที่ยังขับไม่แข็ง ค่านิยม?
6. ตั้งใจไว้แล้วว่าภาค1ใสๆ ไร้เรท ดังนั้นคนแต่งเลยตัดฉับ แต่ถ้าสงสัย ขอบอกว่ามีจริงๆ นะ คนที่ไม่เคยช่วยตัวเอง พวกที่บ้านเคร่งๆ อะไรแบบนี้อ่ะ ดังนั้นถึงน้องต้นจะแรดแต่ใสมาก ไม่เค๊ยไม่เคยได้แต่นอนนิ่งๆ อ่อยผู้ให้ลงมือตลอด รายที่1คือแม็กซ์ รายที่2คือพี่ชัช แต่ถ้าให้พี่ชัชเป็นคนบรรยาย อะไรๆ มันก็เสื่อมแบบนี้แหละ


จบภาค1จ้า!  เกลี้ยงแล้ว ฮ่าๆ  :laugh: :laugh:
ภาค2เนื้อเรื่องตอนต่อไปมันต้องแซ่บขึ้นอยู่แล้ว รับรองความปวดตับกว่าเดิม ดราม่าสะใจ(หรืออีกนัยนังน้องต้นขยันสร้างเรื่อง) แต่ที่พิเศษคือหนุ่มๆ อื้อ!

่่่
   AzureIce อยากขอบคุณนักอ่านทุกท่านจากใจจริงๆ ขอบคุณที่กดเข้ามาอ่านกัน ขอบคุณสำหรับคนเม้นท์มากๆ แม้จะโคตรน้อย(ทั้งเรื่องถึง10คนป่ะวะ?) แต่คนกดเข้ามาอ่าน4พันกว่าคน ตัวเลขเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่อัพตอนใหม่ เห็นแล้วก็ปลื้มใจละ
   แอบท้อนะ คิดเสมอว่ามันอาจจะไม่สนุก เลยไม่มีใครอยากเม้นท์ แต่พอลองๆ เดาทางนักอ่านดูทำให้คิดตรรกะบ้าๆ ได้ข้อนึง "ปวดตับเกินไป"
   มันดราม่าเกินไปใช่มั้ย? หน่วง เรียลเกิน ชวนอึดอัด คนอ่านอินแต่พูดอะไรไม่ออกตามคุณน้องต้น ฮ่าๆ ดังนั้นเราก็จะก้มหน้าก้มตาทนอัพนิยายไปเรื่อยๆ เอาซี่ ถ้ายังมีคนอ่านฉันก็จะยังอัพ พวกราศีเมษมันดันทุรังสูงจริงๆ กรุณาอย่าไปเอาอะไรมากกับอิพวกแกะไฟลุก!
   เราเตรียมความพร้อมที่จะโดนโดดเดี่ยวเอาไว้ละ ภาค1ปวดตับแค่ไหน ภาค2จัดไปแบบดับเบิ้ล! ดังนั้นคนอ่านอาจจะเกลียดเรามากกว่าเดิม เหอๆ (เศร้าว่ะ)
   เราจะเขียนนิยายดราม่าที่โคตรหื่นให้ได้ แต่นิยายหื่นๆ ของเราจะไม่ใช้จุดขายเป็นฉากเซ็ก! และถ้าเราจะเขียนฉากเซ็กมันต้องเขียนให้ได้อารมณ์คนรักกันจริงๆ เราตั้งปณิธานเอาไว้แบบนี้แหละ ฮ่าๆ



ฝากตามติดชีวิตน้องต้นต่อด้วยน้า

ออฟไลน์ nokkaling

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 941
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-4

ออฟไลน์ mamiya

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 111
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-1

ออฟไลน์ Tennyo_Y

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 740
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-2
นิสัยตัวละครทำให้เกลียด จนเราอินมาก แบบอ่านไปก็อึดอัด เกลียดมันว่ะ ไรประมาณนี้นะคะ ไม่ใช่ไม่สนุก สนุกนะ แต่หน่วงมาก บางทีเครียด ๆ มาก็นะ ยังไม่พร้อม กับอารมณ์นิยายหน่วงอะ กว่าเราจะอ่านเรื่องนี้คือ หัวโล่ง โปร่ง มันหนักหนาสาหรรถ์มากนะคะ 555 อ่านละเกลียดต้น เกลียดพี่ชัช เกลียดพ่อต้น รักอากง เกลียดต้น แบบ ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่ก็เข้าใจได้นะคนเรา ภาวะความแค้นมันบีบบังคับ ยอมทำทุกอย่างเพื่อประชด ส่วนพี่ชัช นี่คือ ดีละฟ่างที่ทิ้งผู้ชายแบบนี้คบไปเสียเวลาตัวเองอะ ส่วนต้นนี่ก็บ้า ประสาท ทิฐิไม่เข้าเรื่อง เอาเถอะถึงมันจะเป็นเรื่องที่ทีอยู่จริง แต่นายก็ ทำให้ฉันเกลียดจนถึงขนาดที่โดนชัชข่มขืน แล้วฉันไม่สงสารนาย แม้จะเจ็บตัวก็ไม่สงสาร ไม่แปลกที่จะไม่ให้อภัยพ่อ เพราะพ่อต้นแม่มก็เอี้ยอะ ขอใช้คำนี้เถอะ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเอาคนประเภทนี้มาเก็บไว้ให้รกสมองไหมอะ หมดคำพูดกับต้นและพี่ชัช ส่วนแม็กซ์ รักจนประสาท หมาบ้ามากนายแม็กซ์

สรุป ขอบคุณที่อัพจนจบนะคะ จะรอติดตามภาคสอง

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce

ขอคุณทุกกำลังใจจ้า  :mew1:

เหมือนคำว่า "หน่วง" จะกลายเป็น "ซิกเนเจอร์" ของนิยายเรื่องนี้ไปซะแล้ว ฮ่าๆ  :hao7:

ขอบคุณมากๆ เลย  :-[
เป็นคำชมที่ทำให้เรามีกำลังใจมาก ทำให้เราสบายใจว่าอย่างน้อยๆ นิยายของเราก็มีคนตามอ่านนะ แต่มันหน่วงจนคนอ่านปวดตับ ฮ่าๆ
แอบอมยิ้มภูมิใจว่าตัวเองประสบความสำเร็จ เขียนต้นน้ำออกมาได้น่าสงสาร แต่คนอ่านสามารถเข้าใจได้ว่าน้องต้นทำตัวเอง จริงๆ ชีวิตฮีก็ไม่ได้แย่แต่ฮีแก้ปัญหาห่วย ซึ่งเรามองว่าเป็นภาพสะท้อนที่ดีนะ ในสังคมยังมีคนอีกมากที่เป็นแบบฮี ส่วนพี่ชัชขออุบไว้ก่อน เฮียแกยังมีเรื่องห่วยๆ อีกเยอะ! และแน่นอนเราจะทำให้ทุกคนรักแม็กซ์มากกว่าเดิม ฮ่าๆ

เราจะตั้งใจทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด รับรองจะหน่วงมากกว่าเดิม3เท่า! เอ๊ะยังไง  :o8:

พร้อมกันแล้วใช่มั้ย มา!




ออฟไลน์ Tennyo_Y

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 740
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-2
ปวดตับ ×3 ทำใจเกลียดต้น และพี่ชัชล่วงหน้า 555 ปล.แม็กซ์มันบ้าไปนะบางที รักจนหลอน ประสาท ถ้าเยอะไป เราอาจจะรำคาญมากกว่ารัก คือ ตอนนี้ก็แบบ เพลียๆๆกะนายแม็กซ์ เขาไม่เอาก็ยังจะยึดไว้เพื่อ

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
** กำลังพยายามอัพเดทคาแรคเตอร์อยู่จ้า แต่เหมือนจะใส่ตารางได้ทีละไม่กี่อัน กำลังพยายามหาทางแก้ปัญหาอยู่เน้อ
 :katai4:

Character

  ชัยชัช พรหมโรจน์
     เซลล์ขายยาหนุ่มวัยกลางคน ในสมองมีแต่เรื่องหื่นๆ ชอบแกล้งแซวคนอื่นแต่ไม่มีพิษไม่มีภัย ปากหมาชอบหาเรื่องชาวบ้าน เจ้าอารมณ์จนถึงขั้นอาละวาด ขี้เกียจตัวเป็นขนแต่ถ้าอยู่ในโหมดทำงานจะแปลงร่างเป็นโปรเฟสชั่นนอลน่าเชื่อถือสุดๆ รักต้นน้ำมาก หวงเมียสุดๆ ขี้หึงเป็นที่หนึ่ง

  ต้นน้ำ พิสุทธิจักร
     หนุ่มฟิสิกส์ปี2 ชอบตีหน้านิ่งเหมือนสวมหน้ากาก ทำตัวเงียบๆ แต่ใจจริงเก็บกดขี้บ่นขี้วีนอยู่ข้างใน ปากจัดกัดเจ็บแต่จะแสดงออกเฉพาะกับคนที่สนิทเท่านั้น นิสัยดราม่าเจ้าน้ำตาชอบทำเรื่องง่ายๆ ให้ยุ่งยากเพราะทิฐิตัวเอง ขี้ประชดประชัน ตอแหลถึงขั้นสตรอเบอร์รี่เรียกพี่ แอ๊บได้โล่

  เมษ(า)
     เมษ หรือ เมษา สาวประเภทสองเพื่อนซี้ของต้นน้ำที่บังเอิญสนิทกันเพราะเรื่องราวบางอย่าง รักต้นมากเหมือนน้องสาว(!?!) คอยดูแลและให้คำปรึกษามาตลอด รู้ความลับทุกเรื่องเพราะต้นไม่เคยปิดบังเมษ ซี้กันถึงขนาดหอบเสื้อผ้าไปนอนค้างกับต้นบ่อยๆ โดยที่พี่ชัชไม่หวง(และห่วงต้น) ชอบจิกกัด(แต่ก็ยังแพ้ต้น) ปากร้ายแต่ใจดี
     เมษเป็นลูกสาว(?)ร้านอาหารตามสั่งเล็กๆ จึงตั้งใจทำงานทุกอย่างเพื่อเก็บเงินผ่าตัดแปลงเพศ พอได้รู้จักกับพี่ชัชก็ใฝ่ฝันอยากพบรักกับหมอ(หนุ่มๆ)กับเขาบ้าง
**สถานะขณะนี้** มีนม(ซิลิโคน)แล้วเรียบร้อย

  แม็กซ์
     อดีตเพื่อนรักที่เคยแอบรักเพื่อนแต่ปัจจุบันทำใจได้(บ้าง)แล้วของต้นน้ำ เป็นเพื่อนคนแรกที่ต้นน้ำเปิดใจให้ แต่แล้วก็ห่างกันไปด้วยเรื่องราวบางอย่าง แต่ทว่าตอนนี้แม็กซ์กลับมาแล้ว!
     ซี้ย่ำปึ้กกับกาย เป็นลูกพี่ประจำแก๊งค์ของอาร์มมาตั้งแต่สมัยเด็ก เคยมีประวัติพัวพันอบายมุขมาแล้วเกือบทุกชนิดเพราะเป็นพวกอยากรู้อยากลอง แต่กลับตัวเพราะอยากเอาใจต้นน้ำอีกเหตุผลหนึ่งคือกลัวที่บ้านเอาเรื่อง ครอบครัวเป็นมีฐานะ มีหน้ามีตาในสังคม

  อาร์ม
     หนุ่ม KY อ่านบรรยากาศไม่เก่ง แต่นิสัยดีเกินร้อย ร่าเริงสดใจ รักเพื่อนมาก เป็นกันเองเข้ากับคนง่าย ชอบแจกจ่ายรอยยิ้มให้ชาวบ้าน อบอุ่นเป็นมิตรจนแม้แต่ต้นน้ำยังยอมแพ้แทบทุกครั้งไป สยบต้นน้ำด้วยรอยยิ้มและความจริงใจสถิติเจอร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง แต่บางครั้งก็ตามชาวบ้านเขาไม่ทันเพราะความซื่อ ข้อเสียเพียงเรื่องเดียวคือปากสว่างเพราะคิดน้อย

  กาย
     เพื่อนสนิทร่วมแก๊งค์สมัยมัธยมของสองหนุ่มแม็กซ์และอาร์ม เป็นคนที่แม็กซ์ปรึกษาระบายปัญหาต่างๆ ด้วย พึ่งพาได้มากกว่าอาร์ม
     ไม่ชอบต้นน้ำเพราะคิดว่าขี้เก็กและสาวที่ตัวเองหลงรักดันไปชอบต้นทำให้แอบเฮิร์ทอยู่หน่อยๆ ผ่านไปหลายปีก็ยังไม่ยอมจีบใครเพราะเป็นพวกรักฝังใจ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-10-2014 00:25:17 โดย AI.NoR »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce

ชาวแก๊ง6

  โอม
     เพื่อนร่วมภาคที่ดูเหมือน(?)จะสนิทกับต้นน้ำมากที่สุดเพราะอยู่ด้วยกันเกือบตลอดเวลา เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดและช้ากว่าคนอื่นอยู่เสมอ เลยมักจะไม่ค่อยมีใครสนใจ
     แอบชอบต้นน้ำอยู่เงียบๆ แต่ไม่แสดงออก เป็นคนประเภทขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆ ต้นน้ำก็มีความสุขแล้ว จึงมักจะถูกลืมอยู่บ่อยๆ

  ไปป์
     P2 จอมกวนประจำแก๊งค์ นิสัยเด็กที่สุดในรุ่น ชอบทำอะไรตามใจตัวเองไม่สนใจบรรยากาศ AKYตัวพ่อ ช่างสงสัยสอดรู้สอดเห็นไปทุกเรื่อง บ้าการ์ตูนมาก ไม่ค่อยตั้งใจเรียนเลยมักจะมาอ้อนให้ต้นน้ำติวให้บ่อยๆ ขี้อ้อนกับเฉพาะกับคนในกลุ่มแต่กับเพื่อนคนอื่นก็เฮฮาห้าวเป้งตามปกติ
     เพราะสาเหตุอะไรบางอย่างเลยรักต้นน้ำมาก ถูกตั้งฉายาว่าลูกหมา มีต้นน้ำเป็นคุณแม่ ด้วยความฉลาดเป็นกรดเลยเป็นคนที่ต้นน้ำจำเป็นต้องเปิดใจด้วยมากที่สุดในภาคเพราะต้นไม่สามารถปิดอะไรไปป์ได้เลย

  ป่าน
     P1 คู่หูตัวป่วนคู่กับไปป์ อยากรู้อยากเห็นชอบเผือกเรื่องชาวบ้าน นิสัยออกแนวอาเจ้ขาลุย เป็นพี่สาวขี้โวยวายแต่ใจเย็นและมีสติยามเกิดปัญหาเสมอ เคยมีพี่ชายฝาแฝดเลยทำให้บางครั้งก็ออกห้าวจนคล้ายทอม มักมีตำแหน่งคล้ายๆ หัวหน้าประจำแก๊งค์ไปกลายๆ ค่อนข้างซี้กับเมย์

  เมย์
     สาวน้อยขาวีน เจ้าแม่ประจำภาค จอมเอาแต่ใจที่เพื่อนๆ แอบหน่ายยกเว้นต้นน้ำที่ไม่ค่อยแสดงออก เลยทำให้เธอหลงรักต้นน้ำอย่างช่วยไม่ได้ ชอบโมเมและทึกทักเอาเองว่าต้นน้ำเป็นแฟนของตน ยิ่งต้นไม่ปฏิเสธก็เลยยิ่งได้ใจ เรียนเก่งมากพอๆ กับต้นแต่เป็นเด็กแอคทีฟชอบทำกิจกรรมต่างๆ สุดชีวิต

  แก้ว
     สาวสวยรักสงบประจำกลุ่ม นิสัยเรียบร้อย อ่อนโยนกับทุกคน บุคคลิคแบบพี่สาวใจดี อ่อนนอกแข็งใน ใจเย็น มีเหตุผลสูง แอบชอบโอมอยู่เงียบๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-10-2014 00:40:10 โดย AI.NoR »

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce

ครอบครัว

  สายธาร พิสุทธิจักร
     แม่น้ำของน้องต้น พี่น้ำของนายชัช ซิงเกิ้ลมัมสาวแกร่งที่กัดฟันเลี้ยงลูกชายเองคนเดียวจนโต อดีตพริ้ตตี้(กลางคืน)หุ่นทรมานใจชายผู้อัพเกรดตัวเองไปเป็นแอร์โอสเตรสสายการบินต่างประเทศจนได้พบรักกับชายชาวเดนมาร์ก เธอแต่งงานแล้วย้ายตามสามีไปอยู่เมืองนอกทิ้งต้นน้ำไว้ในความดูแลของชัยชัช

  ต้นตระการ รัตนมงคลไชย
     อาจารย์ประจำภาคเคมี พ่อแท้ๆ ของต้นน้ำ รักลูกแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรกับต้นน้ำ ด้วยความรู้สึกผิดต่อตัวต้นน้ำและเกรงใจภรรยากับลูกที่บ้านเลยทำให้ปฏิบัติต่อต้นด้วยความห่างเหิน เพราะมีอคติกับสายธารเลยดีแต่ใช้คำสั่งชอบบังคับลูก เกิดเป็นปมฝังใจต้นน้ำกลายเป็นความแค้นจากความน้อยเนื้อต่ำใจที่ถูกทอดทิ้งจนยากประสานรอยร้าว

  วริษา รัตนมงคลไชย
     ว่าที่แพทย์หญิง แฟชั่นนิสต้าตัวแม่ พี่สาวคนละแม่ของต้นน้ำ รับรู้ถึงความเจ้าชู้ของพ่อตัวเองมาตั้งแต่เด็กจึงชินชากับพฤติกรรมของพ่อ แต่พอรู้ตัวว่ามีน้องชายก็ดีใจไม่นึกรังเกียจ เมื่อทราบว่าน้องชายของตนต้องอยู่อย่างลำบากมาตลอดก็สงสารอยากดูแลน้อง
     รักน้องชายมาก อยากสนิทสนมกับต้นน้ำ แต่เหนื่อยใจกับนิสัยเจ้าทิฐิ เคยโมโหจนถึงขั้นลงมือกับน้องชายตัวเองด้วยความเหลืออดมาแล้ว

  ไนน์
     เพื่อนสมัยมัธยมของต้นน้ำ ไปเรียนต่อเมืองนอกตามประสาคุณหนู
     เพราะเป็นน้องสาวคนสุดท้องจึงมีนิสัยขี้อ้อน ชอบทำตัวเด็กๆ ทำให้แม้ต้นน้ำจะรำคาญแต่ก็เกลียดไม่ลง แอบชอบต้นน้ำแต่พอรู้ว่าต้นน้ำชอบผู้ชายก็เลยตัดใจแล้วเชียร์พี่ชายตนแทน ไม่กินเส้นกับแม็กซ์แต่เกลียดพี่ชัชมากที่สุด
     สนิทกับพี่ษามาก เป็นคนที่ทำให้ต้นน้ำได้เจอกับพ่อแท้ๆ ของตัวเอง และคอยเชียร์ให้พ่อลูกปรับความเข้าใจกันอยู่เสมอๆ จนถึงขั้นวุ่นวาย

  พี่ซิคซ์
     พี่ชายคนที่สามของไนน์ "เกย์ไม่ใช่แต่ไบไม่ชัวร์" รักสนุกจึงหวงความโสดจนทำให้พ่อแม่กลุ้มใจ ถูกยัดเยียดให้จับคู่กับต้นน้ำแทนน้องสาวของตนจากผู้ใหญ่
     นิสัยเจ้าเล่ห์ ชอบแกล้งคนอื่น โดยเฉพาะชอบอำต้นน้ำเล่น เอ็นดูต้นน้ำเหมือนน้องแท้ๆ แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าต้นน้ำตรงสเป็กสุดๆ

  มอเตอร์
      ละอ่อนลำปางวัย14 หลานชายแท้ๆ ของชัยชัช  ลูกชายเจ้าของอู่ซ่อมรถในตัวเมือง ชอบเล่นเกมออนไลน์สุดๆ จนตื้อขอพ่อแม่มาอยู่กรุงเทพฯ ช่วงปิดเทอมเพื่อไปงานเกม-การ์ตูนกับเพื่อนในกิลด์ ลามกเหมือนน้าชาย
     ชอบอ้อนต้นน้ำเป็นพิเศษ ยกให้ต้นน้ำเป็นลูกพี่ แต่หลังๆ ชักจะรู้สึกว่าต้นน้ำเหมือนแม่คนที่สองมากกว่า มีวิชาออดอ้อนขั้นเทพไม่แพ้ชัยชัช เปรียบเสมือนน้องชายที่ต้นน้ำรักมาก แม้จะโดนเข้มงวดด้วยบ่อยๆ แต่ลงท้ายก็ถูกตามใจสุดๆ เช่นกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-10-2014 00:45:29 โดย AI.NoR »

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce

พลพรรคชาวฟิสิกส์


มิวนิค
     ลูกครึ่งเยอรมันสุดหล่อ ไอ้ยักษ์บ้าพลังประจำภาคที่ไม่รู้หลุดมาอยู่ท่ามกลางดงเด็กเนิร์ดได้ยังไง ชอบคิดว่าตัวเองเจ๋งจนตั้งตนเป็นหัวหน้ามีเป้และนันเป็นลูกสมุนซ้ายขวา ทั้งๆ ที่ถูกสงสัยว่าในหัวคงมีแต่กล้ามเนื้อแทนสมองแต่กลับหลุดรอดการสอบทุกครั้งมาได้ด้วยการติวขั้นเทพของต้นน้ำ ชอบเล่นแผลงๆ ไม่รู้จักคิดแต่ก็ดีตรงที่เป็นคนไม่คิดมากและรักเพื่อน


นัน
     สมุนซ้ายฝ่ายบู๊ของมิวนิค ชอบคิดว่าตัวเองหล่อสาวหลง เพราะคลุกคลีกับมิวนิคบ่อยๆ ได้ออกกำลังกายเยอะขึ้นเลยนึกว่าตัวเองหล่อล่ำเพิ่มขึ้นอีกอย่างทำให้รวมหัวกันเป็นแก๊งค์บ้าพลังโดยสมบรูณ์ เห็นแก่ตัวนิดหน่อยเพราะชอบเอาเงินไปเลี้ยงข้าวสาวหมดเลยมาทำงกกับเพื่อน ปากสว่างกับสาวๆ


เป้
     กุ้งแห้งฝ่ายบุ๋นของมิวนิค แม้จะผอมหยองกรอดใส่แว่นบุคลิคท่าทางเนิร์ดเต็มพิกัดอย่างกับศาสตราจารย์สติเฟื่องแต่ก็ไม่แคร์ เขายังคงรวมกลุ่มกับแก๊งค์บ้าพลังด้วยความสุขใจ เพราะเชื่อมั่นว่าพลังที่แท้จริงของคนเราต้องมาจากมันสมองอันชาญฉลาดเลยทำให้ร่วมหัวจมท้ายบ้ากับอีกสองสหายได้สุดโต่ง


เอก
     หนุ่มหน้าดุโคตรแมนผู้มีความหลังฝังใจทำให้ออกอาการแอนตี้เกย์ แต่ใจจริงแล้วเกลียดที่เมย์ชอบต้นน้ำมากกว่าเลยหงุดหงิดต้นน้ำที่เป็นเกย์แล้วปิดบังไว้ สนิทกับนนเป็นคู่หูบ้าบอลประจำภาค ชอบสาวหน้าอกใหญ่ สนิทกับต้นน้ำเพราะชอบมาให้ต้นน้ำติวเพื่อหาเรื่องอยู่ใกล้ๆ เมย์ ปากแข็ง


นน
     ซี้ย่ำปึ้กของเพื่อนเอก เป็นเพื่อนสนิทที่แม้จะชอบบอลเหมือนกันแต่บุคลิคต่างกันคนละขั้ว ทำให้ยอมรับต้นน้ำได้ไม่ยากต่างจากเอก หารู้ไม่ว่าที่จริงแล้วเอกพาลต้นน้ำเพราะชอบเมย์ต่างหาก เช่าหออยู่กับแฟนสองคน หรือเรียกอีกนัยว่า"มีเมียแล้ว" จึงเป็นที่อิจฉาของเพื่อนๆ

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce

อัฐ
     พระนอนประจำรุ่น นอนได้ทุกสถานการณ์ หลับได้ทุกที่ บุคลิคเงียบๆ ดูง่วงอยู่ตลอดเวลา เป็นคนใจเย็นที่พูดตรงและมีเหตุผลจนคนอื่นยังต้องยอมถ้าอัฐเปิดปาก มีพลังงานบางอย่างที่ทำให้คนอื่นรู้สึกเกรงใจแม้แต่ต้นน้ำยังหือไม่ขึ้น มีความลับบางอย่างเลยทำให้สนใจต้นน้ำ คอยมองต้นน้ำอยู่เงียบๆ แต่ถ้าต้นน้ำมีภัยจะรีบกระโดดเข้ามาช่วยทันที


อาร์ท
     "เรื่องของเพื่อนคือเรื่องของกู" จอมเสือกแห่งรุ่น ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน แต่ดันตัดสินคนอื่นด้วยมาตราฐานของตัวเอง เพราะสนิทสนมเป็นคู่ซี้กับยศจึงติดนิสัยคิดว่าตัวเองเป็นหัวหน้าคอยคิดแทนเพื่อนคนอื่นๆ ตลอดเวลา สนิทกับอัฐมากพอๆ กับยศและวิน


ยศ
     ท่านหัวหน้าผู้มากความรับผิดชอบ เพราะเป็นเฮดประจำรุ่นเลยต้องเจอกับปัญหาต่างๆ ที่ชาวคณะก่อเสมอ มีอคติกับต้นน้ำเพราะรำคาญนิสัยชอบดราม่าที่ทำให้ตัวเองซวยอยู่บ่อยๆ อีกทั้งยังต้องรับความกดดันจากบรรดาอาจารย์ ไม่เข้าใจว่าทำไมบรรดาอาจารย์ถึงได้โอ๋ต้นน้ำเป็นพิเศษ


วิน
     หนุ่มคนสุดท้ายในแก๊งค์บ้าอำนาจ แต่ความจริงแล้วเป็นพวกง่ายๆ สบายๆ มากกว่าอีกสองคนที่เหลือ เพราะอยู่กับยศและอาร์ทมาก เลยติดนิสัยบางอย่างรวมไปถึงมีทัศนคติต่อเพื่อนๆ เหมือนสองคนนั้น ชอบเคมีมากพอๆ กับฟิสิกส์ ชื่นชมอาจารย์ต้นเพราะสอนสนุกเป็นกันเอง ลูกสาวสวย


คิวว์
     ฉายามิสเตอร์ไนซ์กาย หน้าหล่อ หุ่นดี นิสัยเยี่ยม ฉลาด บ้านรวย เพอร์เฟคกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว และเพราะคุณสมบัติข้างต้นเลยทำให้ถูกแมวมองดึงเข้าโมเดลลิ่ง รับงานจนไม่มีเวลาหาแฟน ตอนปี1เคยซี้ย่ำปึ้กกับมิวนิคจนเคืองกันเพราะเรื่องผู้หญิง

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce

นอยซ์
     มนุษย์ขี้หลีประจำรุ่น จีบดะม่อไม่เลือกแต่ไม่เคยจีบหญิงติดเลยซักครั้ง พูดมากน่ารำคาญสุดๆ จนน่าสงสัยว่าถังข้าวทนได้อย่างไร


ถังข้าว
     ถังขี้ผู้น่าสงสารมักจะถูกคนอื่นมองข้ามเป็นประจำเพราะติดอ่าง ถูกเพื่อนๆ ล้อเลียนเปลี่ยนชื่อซะเสีย ชอบต้นน้ำเพราะซาบซึ้งที่ไม่เคยล้อเลียนตนเอง สนิทกับนอยซ์ได้อย่างน่าประหลาด


โคโค่
     แมงหื่นประจำรุ่นเจ้าของสโลแกน"มีรูกูเอาหมด" ในหัวไม่มีคำว่าคิดมากหรือคิดเล็กคิดน้อยเพราะมีแต่คิดเรื่องใต้สะดือหื่นไปวันๆ เห็นแก่ตัวนิดๆ แต่โดยรวมแล้วก็ไม่ได้คิดร้ายกับเพื่อน


พัท
     ติสตัวพ่อ อาร์ทประจำรุ่นที่ชอบนึกว่าตัวเองเป็นพระเอกมิวสิค เลยชอบเข็นเพื่อนคนอื่นๆ มาเป็นตัวประกอบฉากอารมณ์ของตัวเอง แต่ลืมไปว่าภาคฟิสิกส์มีแต่พวกเด็กเนิร์ด ไม่ก็พวกไม่เต็มบาท แต่โดยรวมก็เป็นพวกร่าเริงไม่คิดมาก เฮฮาได้กับเพื่อนทุกคน


เต็ม
     มนุษย์โลกส่วนตัวสูง สมาชิกชมรมกลับบ้าน งานราษฎ์ไม่ช่วยงานหลวงไม่สน ตรูจะกลับบ้านไปเล่นเกม

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce

บรรดารุ่นพี่(ฟิสิกส์)


พี่เบียร์
     รุ่นพี่ที่น้องๆ ทุกคนในความเคารพ บ้าเกมมากจนถึงขั้นพกโน๊ตบุ๊คไปออนไลน์ที่ทะเลด้วย ใช้เงินกับเรื่องเกมจนกินแกลบบ่อยๆ แต่ใจใหญ่กับน้องๆ
     ใจเย็นมีเหตุผลจนถูกยกให้เป็นเฮดประจำรุ่น มีภาวะผู้นำสูง รู้จักวิธีจัดการรุ่นน้องทะโมนทั้งหลายอยู่หมัด มีศิลปะในการพูดรวมไปถึงบุคลิคอบอุ่นแบบพี่ชายคนโต เป็นที่รักของน้องๆ แต่มีปัญหาเพราะแฟนขี้หึงบ่อยๆ


พี่ณต
     รุ่นพี่ที่เคยตามหลีต้นน้ำมาตั้งแต่สมัยยังเป็นเฟรชชี่ปี1 แต่เพราะต้นน้ำไม่เล่นด้วยและเมย์ออกตัวอยู่เสมอๆ ว่าเป็นแฟนของต้นน้ำจึงได้ห่างหายไป จนปัจจุบันที่มีข่าวลือแปลกๆ ว่าต้นน้ำทำท่าจะเป็นเกย์เพราะมีผู้ชายมาพัวพันเยอะเลยกลับมาตามม่อต้นน้ำอีกรอบ


พี่โอ
     รุ่นพี่ในแก๊งค์ของพี่เบียร์และพี่ณต เป็นกันเองกับน้องๆ ทุกคนเพราะนิสัยง่ายๆ สบายๆ ไม่คิดมาก สนิทกับพี่ณตมากทั้งๆ ที่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นเกย์


(พี่)ธันย์
     เพื่อนสมัยเด็กของต้นน้ำ พี่ชายร่วมอพาร์ทเม้นท์ มีแม่ขายตัวเหมือนกัน แต่พ่อแท้ๆ ติดยา พอพ่อแม่ถูกจับเข้าคุกก็ถูกส่งไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าทำให้ไม่ได้เจอต้นน้ำอีก
     ปัจจุบันกลับมาเป็นรุ่นน้องร่วมภาคแต่เพราะความลับบางอย่างทำให้ไม่ยอมเข้าใกล้ต้นน้ำ รักต้นน้ำมากเหมือนน้องชายแท้ๆ แต่ดุและชอบใช้กำลังกับต้นน้ำมาตั้งแต่เด็ก

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce

บรรดารุ่นพี่คณะอื่น


พี่เปา
     รุ่นพี่ภาคเคมี โอตาคุตัวพ่อ บ้ากันดั้ม สนิทกับเตอร์มากจึงรู้เรื่องราวของต้นน้ำเป็นอย่างดี คอยให้คำแนะนำต้นน้ำในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการวางตัวในสังคม


พี่ทิง
     รุ่นพี่เด็กสถาปัตย์ พี่ชายที่น่าเคารพยกย่องในสายตาของต้นน้ำ คลั่งนิยายกำลังภายใน เกรียนผู้มีความติทส์สุดขั้ว คอยอบรมสั่งสอนต้นน้ำในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่อง"พ่อ"


พี่บอม
     รุ่นพี่ชาววิศวะของอาร์ม หลงรักต้นน้ำมากคอยตามตื้อทุกครั้งที่มีโอกาส หมายมั่นปั้นมือว่าจะจีบเอาต้นน้ำมาทำเมียให้ได้ ชอบคิดเองเออเองว่าต้นน้ำมีใจจนออกอาการสำคัญตัวผิดอยู่บ่อยๆ

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce

ดราม่าควีนกับคิงซื่อบื้อ The story after that.

บทนำ

     ผมรู้สึกตัวเพราะเสียงกุกกักที่ดังขึ้นเบาๆ ในห้อง ตอนนี้ผมกำลังอยู่ในท่านอนคว่ำหน้าครับ แต่หน้าของผมมันดันหันไปทางฝั่งตู้เสื้อผ้าในห้องนอนพอดี ก็เลยทำให้ผมได้เห็นวิวดีๆ รับยามเช้า ขาอ่อนขาวๆ ของเมียผมเอง
     สุดที่รักของผมกำลังแต่งตัวอยู่ครับ ภาพของเรียวขาขาวๆ ที่โผล่วับๆ แวมๆ เลยเชิ้ตที่ถูกสวมใส่ไว้เพียงตัวเดียวโคตรแจ่ม เจ้าตัวกำลังก้มลงเพื่อยกขาสอดเข้าไปในกางเกงขายาวสีดำนั่น
     แหม พูดก็พูดเถอะ พอเห็นแฟนตัวเองยกขาใส่กางเกงแบบนี้แล้วผมก็คิดอกุศลไปไกลละ อยากช่วยยกขาแฟนเหมือนกันครับ แต่เป็นยกพาดไหล่ผมตอนฟีทเจอร์ริ่งกันบนเตียงนะ ขามันสวยจริงๆ
     สุดที่รักของผมดึงกางเกงขายาวตัวนั้นขึ้นเพื่อบดบังทัศนวิสัยของผมซะแล้ว
     เมื่อวิวดีๆ หายไปผมก็เลยหลับตานอนต่อครับ อย่างน้อยก็ขออีกซักสามนาทีห้านาทีก็ยังดี ไม่ดิ วันนี้ผมว่างนี่หว่า นอนยาวๆ ได้เลยครับ
     ผมได้ยินเสียงแฟนผมแต่งตัวทำอะไรโน่นนี่นั่นอีกนิดหน่อยก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องไป แฟนผมคงมีเรียนเช้ามั้งครับ
     โอ๊ะๆ อย่าอิจฉาผมเลยครับที่ได้เมียเด็ก หึๆ ของแบบนี้มันอยู่ที่ความสามารถเฉพาะตัวคร้าบ
     สุดที่รักของผมน่ารักสุดๆ ไปเลยครับ กิริยามารยาทเรียบร้อย ทำอะไรเบาๆ ตลอด(ยกเว้นตอนผมทำให้มันแหกปาก) กลัวจะรบกวนทำให้ผมตื่น เพราะรู้นิสัยขี้เซาของผมดี แถมเวลาผมนอนไม่พอแล้วจะขี้หงุดหงิดมากด้วย แต่ที่จริงที่ผมขี้เซาเป็นเพราะผมขี้เกียจลุกต่างหากละครับ ไม่ใช่เพราะหลับไม่รู้สึกตัวซักหน่อย
     ก็ผมเคยบอกพวกคุณไปแล้วว่าผมหูดี หึๆ เดาได้ไม่ยากใช่มั้ยครับ ว่าผมเป็นใคร?

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


พี่ชัชน้องต้น

ชัยชัช
 
     และแล้วผมก็ต้องตื่นจริงๆ จนได้ครับ หลังจากได้งีบอีกวูบนึง คือผมไม่ชอบลุกตอนที่รู้สึกตัวแบบสะดุ้งตื่นน่ะครับ ชอบลุกขึ้นตอนตื่นเต็มตามากกว่า รู้สึกว่าร่างกายมันเฟรชกว่าอ่ะครับ ไม่รู้พวกคุณเป็นกันมั้ย?
     ในเมื่อผมตื่นแล้วผมก็ขอออกไปอ้อนเมียหน่อยล่ะ ผมลุกออกจากเตียงในสภาพเสื้อยืดย้วยๆ กับกางเกงนอนขายาวตัวเก่าเดินหัวฟูออกไปที่โต๊ะอาหาร เมียผมหันมาเห็นพอดี
     “ตื่นแล้วเหรอครับพี่ชัช”
     ต้นหันมายิ้มให้ผมแล้วก็หันกลับไปปิ้งขนมปังต่อ น่ารักสุดๆ ไปเลยครับสุดที่รักของพี่
     ใช่แล้ว ถ้าคุณยังจำพวกผมได้ ผมก็คือ"ชัยชัช พรหมโรจน์"น่ะแหละครับ ผัวน้องต้น หรือนาย"ต้นน้ำ พิสุทธิจักร" เมียสุดที่รักของผมนั่นเอง
     เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วนะ? ปีกว่าแล้วสิที่ผมกับต้นรู้จักกัน แล้วก็เกือบปีแล้วที่ต้นย้ายเข้ามาอยู่ห้องผม พี่น้ำแกแต่งงานใหม่ย้ายตามผัวไปเมืองนอกนานแล้วครับ
     ผมเห็นว่าไหนๆ ก็ไหนๆ เลยชวนต้นมาอยู่ด้วยกัน แน่นอนครับใจผมนี่อกุศลล้วนๆ แต่ต้นก็มานะครับ เก็บข้าวเก็บของมาอยู่ห้องผมเรียบร้อย ห้องตัวเองปล่อยว่างหาคนมาเช่า ไอ้งกเอ๊ย! ไม่ดิ ผมควรชมว่าเมียผมฉลาดรู้จักประหยัดมัธยัสถ์ใช่มั้ยครับ? (ซวยชิบเป๋งได้เมียงก!)
     เอาเหอะ เด็กมันบริหารเงินเก่งครับ พี่น้ำโอนคอนโดให้เป็นชื่อต้น ไอ้ต้นมันมีสิทธิ์จะทำไรกับของๆ มันก็ได้ แล้วมันก็เอาค่าเช่ารายเดือนที่ได้เก็บไว้ใช้เอง บอกไม่ให้พี่น้ำส่งค่าใช้จ่ายรายเดือนมาอีก ส่วนพวกค่าเทอม ไอ้ต้นมันได้ทุนครับ แต่ผมว่าพวกคุณคงรู้(จากภาคที่แล้ว)แล้วละครับว่าต้นมันเรียนเก่ง ไม่เก่งได้ไงอ่ะ คะแนนมันติดอันดับจนได้ไปยืนแอ๊คโฆษณาP*PT**Nเลยนะครับ แต่ถึงอย่างนั้นพี่น้ำก็ยังใส่เงินเข้าบัญชีไอ้ต้นเรื่อยๆ นั่นแหละ แล้วก็ฝากให้ผมดูแล ยังไงแม่ลูกก็ตัดกันไม่ขาด
     ส่วนไอ้ต้น ถึงจะบอกว่าฝากผมดูแล แต่พอมาอยู่ด้วยกันจริงๆ กลับกลายเป็นว่ามันต่างหากละครับที่เป็นฝ่ายดูแลผม บอกแล้วเมียผมเนี่ยแม่ศรีเรือนสุดๆ อ่ะ “สวยใสไม่ไร้สติ มิเรื่องมาก แม่บ้านงานครัว อ้อนผัววันละสามเวลา”
     อ๊ะๆ ฟังแล้วได้โปรดอย่าทำหน้างง คุณอย่าคิดว่าต้นมันไม่สวยนะคร้าบ ถึงไอ้ต้นมันจะเป็นผู้ชายแต่ผมว่ามันก็มีเสน่ห์นะ เวลาโดนมันหันมามองทีผมงี้ของขึ้นอ่ะ ตามันสวยจริงๆ ไม่งั้นผมไม่หลงมันขนาดนี้หรอก
     ยิ่งเวลาเขินนิดๆ หน้าแดงหน่อยๆ แล้วชายตาหันมามองผมแบบเอียงอาย ผมขอสองทันทีเลยครับ! เมียใครวะน่าฟัดจริงๆ
     ต้นมันแทบจะดูแลผมทุกเรื่อง งานบ้านนี่ไม่มีขาดตกบกพร่องเลย ถึงขนาดซักรีดเสื้อผ้าให้ผมด้วยนะครับ ถ้าเป็นเมื่อก่อนสมัยอยู่กับฟ่างผมส่งร้านตลอดอ่ะ ขี้เกียจทำเอง มันไม่ค่อยมีเวลาครับ เหนื่อย ฟ่างเองก็ไม่ชอบทำงานพวกนี้ด้วย แต่พออยู่กับต้นร้านซักรีดไม่ได้กินตังค์ผมซักแดง ต้นมันซักให้ผมหมดแถมรีดให้ด้วย ซักตั้งแต่เสื้อผ้าธรรมดายันถุงเท้าแม้แต่กางเกงในมันยังซักให้ผมไม่มีรังเกียจ อันไหนใส่เครื่องได้อันไหนต้องซักมือมันแยกหมดอ่ะ ผมนี่แทบจะกราบขอบคุณสวรรค์ที่ส่งเมียแสนประเสริฐแบบนี้มาให้(ถึงต้นมันจะเป็นผู้ชายก็ตาม)
     แต่ข้อเสียมันก็มีนะครับ มีมากๆ ด้วย นั่นคือผมห้ามลืม“วัตถุอันตราย”ทุกชิ้นไว้ในกระเป๋ากางเกงหรือเสื้อเด็ดขาด! น้ำหอมห้ามผิดกลิ่น ร่องรอยอะไรนี่ห้ามมี ไม่งั้นเรื่องใหญ่ครับ เพราะถึงเราจะเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่แต่ผมก็คบกันเปิดเผยนะ แม่ไอ้ต้นมันก็ไฟเขียวฝากลูกไว้กับผม ส่วนทางบ้านผมก็โคตรจะรักไอ้ต้นเลย ความสัมพันธ์ของเราสองคนที่อยู่ด้วยกันนี่ก็คือๆ สภาพผัวเมียตามปกติแบบคู่อื่นๆ นั่นแหละครับ และนั่นก็แปลว่าผมจะซนแบบเมื่อก่อนไม่ได้แล้วด้วย พวกคุณยังไม่เคยเห็นต้นตอนโกรธ แม่งน่ากลัวชิบหายเลยครับ ถึงมันจะไม่ใช่คนขี้โมโหโกรธแล้วอาละวาดแบบผมแต่ผมงี้ขนลุกอ่ะ เวลาไอ้ต้นโกรธนะ อุณภูมิติดลบอ่ะ!
     เพราะงั้นอย่าซนให้มันจับได้ดีที่สุดครับ ไม่งั้นเรื่องใหญ่เรื่องยาว นามบัตรน้องๆ ผู้แทนนามบัตรอาบอบนวดเนี่ยเก็บให้ดีครับ แยกเอาไว้ว่าเป็น“งาน”ไอ้ต้นมันถึงจะไม่ยุ่ง ฮ่าๆ
     แฟนผมทำอาหารเก่งครับ เก่งที่ว่าไม่ได้หมายถึงอร่อย บางอย่างก็อร่อย บางอย่างใช้ได้ และบางอย่างก็อยู่ในระดับพอใช้ครับ แต่ต้นมันชอบทำกับข้าวให้ผมกิน มันบอกว่าเป็นหน้าที่ของมันที่ต้องทำให้ผม เพราะผมทำงานนอกบ้านมาเหนื่อยๆ น่ารักมั้ยล่ะครับ? เจอแบบนี้เข้าไปรักตายเลยเมียพี่
     อาหารการกินวันละสามมื้อ ขนม ของหวาน มื้อว่าง มื้อดึก จะเอาอะไรอยากกินตอนไหนต้นมันมีให้ผมไม่ขาดอ่ะ ข้าวของในบ้าน ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำค่าไฟ ต้นมันดูแลหมด ผมถึงได้ต้องยกให้มันคุมกระเป๋าเงินผมเนี่ย มันเช็คเงินผมทุกบัญชี!
     นอกจากที่ผมจ่ายให้ต้นทุกๆ เดือนเป็นค่าใช้จ่ายในบ้านแล้ว ค่าผ่อนบ้านผ่อนรถเงินเก็บเงินออมต้นมันทำบัญชีไว้หมดเลยครับ เวลาผมจะใช้อะไรนี่แทบต้องกราบทำเรื่องขอเบิกมันอ่ะ แม่ง! โหดยิ่งกว่าแฟนเก่าคนไหนๆ ของผมเลย
     คิดแล้วก็เซ็ง แต่เอาเหอะครับ ไปขอลูกชายเขามาแล้ว ไอ้ผมก็ไม่ใช่พวกชอบทิ้งขว้าง รักแล้วก็ต้องทนครับ นอกจากเรื่องงกกับขี้บ่นแล้วนอกนั้นผมหาข้อเสียไอ้ต้นไม่ค่อยเจอหรอก
     ว่าแล้วก็เดินโซเซไปนั่งรอสัมปทานอาหารเช้าที่โต๊ะกินข้าวครับ ผมชักหิวขึ้นมาละดิ
     “ผมไม่คิดว่าพี่ชัชจะตื่นเช้า จะเอาไรหน่อยมั้ยครับ?”
     “มีเรียนเช้าเหรอต้น?”
     “เปล่าหรอกครับ วันนี้ตอนเช้ามีกิจกรรมรับน้องครับ เพื่อนให้ไปช่วย”
     มีรับน้อง? ผมเหล่ดูไอ้ต้นที่จัดเต็ม เชิ้ตขาว ขาวยาวสแล็คดำ ไม่ผูกไทด์ไปเลยละวะต้นเอ้ย เมียผมเรียบร้อยเกินไปแล้ว
     ต้นพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก ใส่ผ้ากั้นเปื้อน แล้วก็กำลังชงกาแฟให้ผมอยู่
     “พี่ชัชอยากได้อะไรเพิ่มมั้ยครับ ไข่ดาวมั้ยผมจะทอดให้?”
     ไม่ต้องสั่ง กาแฟสอง น้ำตาลสาม น้ำร้อนครึ่งแก้วก็วางลงตรงหน้าผม ในหัวผมเริ่มคิดอกุศลทันที ก็บอกแล้วว่าผม“หิว”
     “วันนี้พี่ชัชหยุดใช่มั้ยครับ ตอนกลางวันพี่อุ่นของในตู้เย็นทานไปก่อนนะครับ เดี๋ยวตอนเย็นผมค่อยกลับมาทำให้”
     ต้นเสิร์ฟผมก่อนแล้วมันค่อยหันไปชงโกโก้ร้อนของตัวเอง ขนมปังสองแผ่นวางอยู่ในจานแล้ว ต้นกำลังพยายามทำให้เนยที่พึ่งเอาออกมาจากตู้เย็นละลายอยู่ น่ารักจริงๆ
     “กินแค่นั้นเองเหรอต้น?”
     “ผมไม่ค่อยหิวน่ะครับ แต่ถ้าพี่ชัชจะเอาอะไรเดี๋ยวผมทำให้”
     พี่เอาแน่ๆ ครับ
     สุดที่รักยิ้มหวานให้ผม
     กี่วันแล้วนะ? ครั้งสุดท้ายนั่นคืนวันเสาร์? ความคิดของผมแล่นไปจนจบกระบวนการสังเคราะห์ความชั่วในสมอง แล้วผมก็เริ่มแผนทันที
     “ที่รัก อุ่นไส้กรอกกินกันมั้ย?”
     ผมเริ่มปฏิบัติการอ้อนต้นทันที แต่เมียผมแม่งโคตรซื่อเลย!
     “ได้ครับ ในตู้เย็นน่าจะยังเหลืออยู่ เดี๋ยวผมทอดให้ รอแป๊ปนึงนะครับ”
     ต้นทำท่าจะเดินไปหยิบไส้กรอกในตู้เย็น ส่วนผมก็เดินไปกอดต้นเอาไว้ มือของผมเริ่มเกาะแกะไปตามตัวต้น
     “พี่ชัช?”
     “กินไส้กรอกพี่ป่าว? แถมนมด้วยนะเออ”
     “ทะลึ่งแล้วครับ! ถ้าไม่เอาอะไรก็ไปนั่งเฉยๆ เลย ผมรีบ”
     “น่านะ กินหน่อยดิ พักนี้เราไม่ได้เบรคฟาสต์กันเลยน้า”
     “คนที่ไม่ตื่นมันก็พี่นะครับ”
     “นี่ก็ตื่นแล้วไง ไม่เชื่อก็ดูดิ”
     ผมเอาชัชน้อยถูกับสะโพกต้นเพื่อยืนยันความจริงว่ามังกรหินกำลังตื่น เท่านั้นแหละ เมียผมก็หน้าเสียทันที ฮ่าๆ บอกแล้วว่าผมตื่น
     “กินไส้กรอกพี่หน่อยน่า อร่อยนะ”
     “เก็บไว้กินคืนนี้ไม่ได้เหรอครับ?”
     เริ่มหน้าแดงแล้วเมียผม หึๆ อีกนิด เริ่มเม้มปากแล้ว ถ้ามาเสต็ปนี้ผมได้กินไอ้ต้นแน่ๆ
     “ไม่เอาอ่ะ พี่หิวตอนนี้นี่ ต้นต้องเสิร์ฟพี่แล้วล่ะ นะครับที่รัก”
     ผมเริ่มไซ้หูมันละ ระหว่างคอกับหูนี่ผมสังเกตว่าต้นมันอ่อนไหวกับจุดสัมผัสตรงใบหูมากกว่าครับ ยิ่งถ้าผมทำเสียงทุ้มๆ ใส่มันแล้วนะ ละลายอ่ะ เสร็จผมทุกที ส่วนมือผมก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ นะ จัดการทักทายต้นน้อยไปแบบเบาะๆ ผมหน้าด้านตื้อขอกินรอบเช้ากันโต้งๆ แบบนี้แหละ ไอ้ต้นมันดิ้นได้ไม่นานหรอก โดนไปขนาดนี้แฟนผมก็เริ่มยืนไม่ติดแล้วครับ ผมรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่เริ่มตื่นตัวจากการทักทายของผม เสร็จผมแน่ต้นเอ้ย!
     “กะ ก็ได้ครับ  แค่รอบเดียวเท่านั้นนะครับ”
     “คร้าบ เมียจ๋า”
     ว่าแล้วผมก็ถลกกางเกงลงให้ต้นทาน“อาหารเช้า”ทันที อย่าถือสาผมเลยครับ จะกินไส้กรอกมันก็ต้องกินในครัวสิคร้าบ ฮ่าๆ อยู่กันมาจนป่านนี้แล้วคงไม่ต้องเขินอายอะไรกันแล้วครับ ผมพาต้นไปสำรวจห้องผมทุกซอกทุกมุมแล้วล่ะ ยืนยันว่าเก็บเสียงครับ ต่อให้แหกปากดังลั่นเพื่อนบ้านก็ไม่ด่า
     ต้นคุกเข่าลงหน้าผมแล้วเริ่มทานไส้กรอกของผมอย่างเอร็ดอร่อย ผมมองดูแฟนสุดที่รักกินมื้อเช้าแล้วยิ่งมีอารมณ์ ผมลูบหัวของต้นเบาๆ เขี่ยเอาปอยผมข้างแก้มนั่นไปทัดหูจะได้ไม่บังวิวผม ลีลาการกินนับว่าพัฒนาขึ้นนะครับ ไม่เสียแรงที่ผมสอนเกือบทุกคืน ฮ่าๆ เรื่อง“ลิ้น”เนี่ย ผมเชี่ยวชาญเลย ก็ผมเคยบอกคุณไปแล้วว่าผมน่ะ“เทพชิวหา” ต้นก็ต้องได้รับถ่ายทอดวิชาไปบ้างแหละครับ
     แต่ถ้าจะให้มันจบตรงนี้มันก็ไม่สนุกสิครับ ในเมื่อคนที่อยากกินสุดๆ มันผมนี่หว่าไม่ใช่ต้น และผมก็วางแผนจะกินอะไรที่มันอร่อยกว่านี้ด้วย ผมดันหัวของต้นออกจากไส้กรอกสุดอร่อยเบาๆ ต้นเงยหน้าขึ้นมามองเหมือนจะถามผมด้วยอาการงงเล็กน้อย ตาเริ่มเยิ้มแล้วเมียพี่ หึๆ
     “กินอยู่คนเดียวเลยนะครับ อร่อยล่ะสิ ขอพี่กินของเรามั่งได้ป่าว?”
     ยิ้มหวานเชียวครับเมียผม หน้าแดงเชียว ปากก็ชุ่มช่ำไปด้วยน้ำลายกับมันไส้กรอกที่ไหลเยิ้มของผมเอง เซ็กซี่ชะมัด แต่เดี๋ยวผมจะทำให้เอ็กซ์กว่านี้อีกคอยดู!
     “พี่ชัชอยากกินอะไรละครับ”
     “พี่หิวน้ำ”
     คงไม่ต้องบอกนะครับว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น
     ผมปลดกางเกงของต้นออกไปให้พ้นทาง แล้วก็เลิกชายเสื้อของต้นขึ้น ผมอุ้มต้นนั่งพาดหมิ่นๆ กับขอบเคาท์เตอร์แล้วก็ช่วยต้นเตรียมพร้อมตัวเองสำหรับการกินมื้อเช้า โชคดีที่เมียผมมันรักสะอาด แรกๆ ก็ไม่ราบรื่นแบบนี้หรอกครับ แต่ต้นมันเรียนรู้แล้วว่าอยู่กับผมควรเตรียมพร้อมตลอดเวลา หึๆ
     โชคดีชะมัดที่ตอนจ้างช่างมาทำห้องผมเลือกติดตั้งชุดครัวบิวท์อินที่มันแข็งแรงทนทาน ทำให้ผมฟาดเมียได้ทุกที่ไม่กลัวเคาท์เตอร์ถล่ม อย่างน้อยๆ มันก็รับน้ำหนักต้นไหว แต่เมียผมก็ไม่ได้ตัวหนักขนาดนั้นหรอกนะครับ
     ผมไม่ได้ถอดเสื้อของต้นออก แต่ไอ้ผ้ากันเปื้อนนี่มันเกะกะชะมัด ผมเลยเอาออกแล้วก็โยนทิ้งไปข้างๆ นิ้วของผมทำงานอย่างชำนาญ ไม่ว่าพวกคุณรู้อะไรมาเกี่ยวกับศึกแรกแต่ขอบอกว่าต้นน้ำสุดที่รักของผมช่ำชองมากกว่าเดิมเยอะครับ ก็ผมเทรนให้อยู่บ่อยๆ นี่หว่า ล่อกันจนต้นมันชินแล้วครับ ใช้เวลาไม่นานต้นก็พร้อมสำหรับผม
     เราจูบกันแบบขี้ฟันในปากผมนี่สะอาดแทบไม่ต้องไปแปรงซ้ำ ต้นมันเอาลิ้นทำความสะอาดให้ผมหมด บางอารมณ์ต้นมันก็ชอบอาหารจานด่วนแบบนี้ครับ เจ็บนิดหน่อยแต่มันถึงใจขอแค่ผมไม่ซาดิสมากพักซักสี่ห้าวันมันก็หาย
     ผมทำการเชื่อมต่อตัวเองเข้ากันต้นทันที ต้นร้องครวญครางออกมานิดหน่อยแบบอู้อี้เพราะกำลังดูดปากกับผมอยู่ แน่นอนว่าพอเราคอนเนคกันเรียบร้อยผมก็โยกสิครับ
     หน้าต้นไปละ เมียผมขมวดคิ้วเบะปากหลับตาซึมซับความอร่อยที่ผมมอบให้พร้อมกับเริ่มส่งเสียงหวานๆ ครางรับจังหวะการป้อนของผม ไส้กรอกพี่อร่อยละสิไอ้ต้น หึๆ
     ต้นเป็นฝ่ายใช้แขนของตัวเองรัดผมแทนแล้วเพราะมือผมไม่ว่าง รับน้ำหนักขาสองข้างของต้นที่เกี่ยวรัดรอบเอวผมอยู่ครับ ดีนะมีสลักเกี่ยวกันไว้ หึๆ ผมเกือบต้องอุ้มรับน้ำหนักทั้งตัวของแฟนผมละ
     ว่าแต่ต้นมันผอมลงรึเปล่าวะ? คราวก่อนน่าจะหนักกว่านี้อีกนิดนี่หว่า
     เราสองคนขยับเล่นกิจกรรมเข้าจังหวะด้วยกันอย่างเข้าขา เอ่อ... ไม่ดิ จริงๆ แล้วเป็นอย่างอื่นของผมมากกว่าที่กำลังเข้าๆ ออกๆ แต่ต้นก็ใช้ย่อยนะครับ เดี๋ยวนี้เริ่มมีจังหวะเป็นของตัวเองแล้ว รู้จักโอนอ่อนผ่อนตามมีแอ่นมีรับ หึๆ
     เรากินอาหารเช้ากันอย่างมูมมาม ทั่วทั้งครัวเต็มไปด้วยเสียงซี้ดปากครางด้วยความเอร็ดอร่อย บอกแล้วไส้กรอกผมอ่ะอร่อยสุดในสามโลก ฟัดกันรอบเช้าในเวลาเร่งรีบแบบนี้ก็ตื่นเต้นไปอีกแบบนะครับ ผมกระตุกนิดหน่อยเพราะใกล้แล้ว ต้นรู้สึกได้รีบผละออกจากการนัวเนียกับผมแล้วร้องห้ามทันที
     “ห้ามนะครับพี่ชัช! พี่ไม่ได้ใส่ถุง มันเลอะ! ผมรีบ ขี้เกียจล้าง”
     “ช้าไปแล้วต้น น่านะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
     แหม คนมันติดลมนะไอ้น้อง ห้ามอะไรก็ห้ามได้แต่ห้ามไม่ให้น้ำออกนี่เห็นจะยากว่ะ
     นิสัยเสียๆ นี่บางทีมันก็แก้กันยากนะครับ ผมยังเป็นไอ้เลวคนเดิมที่ชอบใช้กำลังบังคับเอาแต่ใจกับแฟนตัวเองเหมือนเดิม รู้ทั้งรู้แต่มันแก้ไม่ได้ซักที ก็แฟนผมน่ารักนี่ครับ ขอใช้กำลังกันหน่อยล่ะ
     ผมจับตัวของต้นพลิกเปลี่ยนท่าให้ต้นคว่ำหน้าเอนตัวเท้าแขนพิงบนเคาท์เตอร์แทน แล้วผมก็เริ่มอัดแบบไม่ยั้ง ต้นร้องระงมเลยครับ แหกปากดังลั่นเลย ขาสั่นเชียวเมียพี่
     ผมเอื้อมมือลงไปช่วยมันด้วยถึงได้รู้ว่าต้นเองก็กระตุกสั่นไม่แพ้กัน ต้นชอบท่านี้ครับ ฮ่าๆ เสร็จทุกทีแหละ เพราะแบบนี้ผมเลยเอามือตัวเองกลับมาประจำการที่เอวของต้นต่อ ผมสอดแขนไปดันขาข้างนึงของต้นยกขึ้นทำให้เราเชื่อมต่อกันได้ลึกกว่าเดิม ผมเน้นทุกจังหวะสุดฝีมืออ่ะ ตอนนี้ต้นเริ่มแหกปากไม่เป็นภาษาแล้วครับ ฮ่าๆ ชอบแบบนี้จัง แกล้งแฟนตัวเองนี่มันสนุกดีนะครับ
     เคาท์เตอร์ห้องครัวผมรับแรงกระแทกต่อจากต้นอีกไม่กี่ทีมันก็ได้พักครับ ผมกินไอ้ต้นรอบเช้า“เสร็จ”แล้ว และแน่นอนว่าต้นก็“อิ่ม”พร้อมผมด้วยเหมือนกัน
     แต่ผมเดาเอาว่าผมเนี่ยแหละต้องโดนไอ้ต้นด่าเช็ดหลังจากนี้ โทษฐานเป็นต้นเหตุให้มันทำนมหกเลอะเละเทะ ผมฟุบกอดมันที่กระตุกไปทั้งตัว ขาสั่นไปหมดเลยครับ แต่ต้นคงสะท้านกว่าผมเยอะ แรงจะยืนคงไม่เหลือแล้วมั้ง นั่นนะดูดิ แข้งขาอ่อนเชียวนะไอ้ต้น
     เห็นแบบนั้นผมเลยถอนสลักออกมา ปลดการเชื่อมต่อ พอผมเอาไส้กรอกออกจากเตาได้ชีสจากไส้กรอกของผมก็หยดแหมะๆ เลยครับ เลอะพื้นอีก เวรเอ้ย!
     ต้นร่วงลงไปกองกับพื้นแล้ว ภาพของแฟนผมที่กึ่งนั่งกึ่งคุกเข่าเลอะผลิตภัณฑ์นมของผมนี่เอ็กซ์ชะมัด ยิ่งภาพที่นมมันทะลักออกจากรูไอ้ต้นนี่แบบว่า โครตเซ็กซี่อ่ะ! ผมชอบภาพแบบนี้แหละ หึๆ
     ชิบหายแล้ว! ไอ้ต้นหันมาตาเขียวใส่ผมใหญ่เลย ไม่ได้การละ ต้องรีบทำหน้าสำนึกผิดซะหน่อย
     “พี่ชัชอ่ะ! ผมบอกแล้วว่าอย่า”
     ต้นมันด่าผมจริงๆ ด้วย แต่เสียงงุ้งงิ้งๆ นั่นมันโครตน่ารักเลยว่ะต้นเอ้ย!
     “ขอโทษคร้าบ พี่ไม่ไหวอ่ะ”
     ว่าแล้วก็ต้องง้อแฟนซะหน่อยครับ ทั้งกอดทั้งหอม ไม่งั้นผมโดนมันตบแน่
     อย่าคิดว่าไอ้ต้นมันอ่อนแอบอบบางเชียวนะครับ ผมเคยเผลอทำมันโกรธบ้างบางครั้ง เวลามันงอนมากๆ มันก็ตบผมเหมือนกันนะ แต่ส่วนมากมักเป็นตอนที่ผมทำตัวงี่เง่าอ่ะ แล้วมันก็ไม่ได้ตบแรงมาก
     นั่นไง! มันผลักผมออก ดันคางผมซะหน้าหันเลย
     “เช็ดเลยนะครับ เก็บให้เรียบร้อยด้วย ผมจะไปล้างตัว”
     “คร้าบ หึๆ”
     “ไม่ต้องยิ้มเลยนะครับ ผมขาสั่นไปหมดแล้ว! คนยิ่งรีบๆ อยู่ ถ้าผมออกมาแล้วพื้นไม่สะอาดเป็นเรื่องแน่!”
     “คร้าบๆ ที่รัก ว่าแต่เมียพี่เดินไหวมั้ยครับ ต้องให้อุ้มไปส่งด้วยป่าว ฮ่าๆ”
     “พี่ชัชบ้า!”
     มันขู่ผมใหญ่เลยครับ พอวีนใส่ผมเสร็จแล้วก็เดินขาสั่นไปทางห้องนอน
     ผมว่ามันต้องอาบน้ำใหม่อีกรอบอยู่ดีแหละครับ ฟัดกันขนาดนั้น น้ำลายผมเต็มแหละ แล้วผมก็ยังไม่ได้แปรงฟันด้วย กลิ่นหึ่งเชียว ถึงจะใช้เดน**เต้ละก็เหอะ โฆษณาเกินจริงว่ะ หรือผมจะลองก**เตอร์ดีวะ?
     ต้นไปอาบน้ำใหม่ ส่วนผมเองก็ต้องเช็ดพื้นกับเคาท์เตอร์ดิครับ ฮ่าๆ ทำไงได้ ผมดันทำเลอะไว้ แล้วแฟนผมมันก็ดันเป็นพวกเรียบร้อย เข้าทำนองกินแล้วต้องเก็บล้างเช็ดให้สะอาด ฮ่าๆ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ออฟไลน์ Paracetamol

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 660
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-2
โคตรหื่นเลยว่ะชัช 555
อ่านจุใจมาก สนุกดีๆ  o13

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
พี่ชัชน้องต้น

ชัยชัช
 
     “น้ำหน่อยต้น”
     ผมพูดพลางยื่นหน้าไปรับหลอดดูดน้ำที่มีคนส่งให้ อย่าถามนะครับว่ามือผมทำอะไรอยู่เลยไม่ว่างยกแก้วน้ำขึ้นดื่มเองต้องให้ต้นมันช่วยส่งมาให้ดูดให้แบบนี้ ผมกำลังขับรถอยู่ครับ แล้วตอนนี้แซนวิซแม่งก็ติดคอผมอยู่ กลืนยากชิบหาย ไอ้ต้นแม่งแกล้งผมแน่ๆ
     โอเค ผมจะอธิบายเหตุการณ์ให้ฟังครับ หลังจากที่บริจาคนมให้ต้นแล้วต้นมันก็งอนผม ทำให้ผมต้องตามเก็บเช็ดครัวที่ผมทำเลอะเอง รู้สึกเหมือนหมาเวลาเจอเจ้าของทำโทษยังไงก็ไม่รู้ครับ นี่ผมโดนต้นมันล่ามโซ่ซะจนเชื่องเลยมั้ง ขาดแค่มันไม่ได้แบมือมาตรงหน้าแล้วพูดว่า“ขอมือ”เท่านั้นแหละครับ
     หลังจากนั้นผมก็เลยต้องชดใช้ความผิดด้วยการแหกขี้ตาขับรถมาส่งเมียที่มหาลัยนี่แหละครับ
     แต่ก็อย่างที่บอก “ศรีภรรยา”ไม่ปล่อยให้ผมหิวหรอกครับ ระหว่างที่ผมไปอาบน้ำแต่งตัว(อย่างรวดเร็ว) แซนวิซที่ทำไว้เร็วกว่าก็พร้อมอยู่ในกล่องถนอมอาหารแล้ว
     และตอนนี้ในปากผมก็มีแซนวิซชิ้นนึงที่ไอ้ต้นมันยัดเข้าปากผมแบบงอนๆ ไม่ถือให้กัดเป็นคำๆ ป้อนเหมือนตอนปกติ เล่นเอาผมต้องใช้ความสามารถกระเดือกแซนวิซให้มันขยับเข้าปากผมไปเรื่อยๆ โดนการเอาริมฝีปากเม้มไว้แล้วก็เอาฟันกัดๆ กลืนๆ ผลก็คือติดคอไงครับ กว่าจะหมดแผ่นคู่ได้
     ผมดูดน้ำที่ต้นส่งมาให้ กินไปไอไป ไอ้ต้นมันไม่ถามผมซักคำ ปกตินี่ผมไอแค่แค่กเดียวมันก็ห่วงผมจะตายอยู่ละ นั่นๆ ยังมีหน้ามาทำเม้มปากเชิ่ดคางใส่ผมอีก เดี๋ยวปั๊ดจับจูบซะนี่! เมียใครวะขี้งอนจริงๆ
     แต่ก็ยังดีนะครับที่อย่างน้อยต้นมันยังส่งน้ำให้ เหอๆ สงสัยกลัวผมคว้าเองแล้วจะอันตราย จนถึงตอนนี้ต้นยังกลัวเหตุการณ์นั่นอยู่หน่อยๆ ครับ ยังมีผวาเป็นบางครั้งเวลาผมยุกยิกๆ ไม่ได้มองหน้ารถ ต้นมันไม่รู้หรอกว่ารถคันนี้ผมเชี่ยวจนเหมือนเป็นอวัยวะที่สามสิบสี่ไปแล้ว(สำหรับอาชีพเซลล์อย่างพวกผมอันที่สามสิบสามคือโทรศัพท์ครับ ฮ่าๆ) ใช้แค่มือเดียวก็คว้าแก้วจากช่องวางแก้วมาได้แล้วครับ ก็วันๆ นึงผมอยู่ในรถติดแหง็กอยู่ในพื้นที่แคบๆ นี่เกินวันละแปดชั่วโมงอ่ะ ไม่คล่องก็ไม่รู้จะว่าไงละ อย่าเป็นเซลล์เชียวนะครับถ้าคุณไม่ได้รักการขับรถ
     แต่แหม... อยู่กับเมียก็ต้องให้เมียป้อนสิครับ หึๆ
     นี่ดีนะครับเนี่ยรถไม่ติดมาก ไม่งั้นผมคงซวยกว่านี้โดนไอ้ต้นด่าหูชา นี่ผมอุตส่าห์ซิ่งขึ้นทางด่วนมาแล้วนะครับ แต่พอเข้าใกล้สี่แยกใจกลางเมืองรถรามันก็หนาแน่นเป็นธรรมดา ว่าแต่นี่ผมจะไปจอดรถไว้ไหนดีวะ?
     มีเสียงดนตรีแปลกๆ ดังขึ้น ผมหันไปมองทันที เสียงบ้าไรวะ อ้อ! ริงโทนเมียผมเอง ว่าแต่เสียงปกติไม่ใช่เสียงนี้นี่หว่า เสียงเวลาน้องเมษโทรมาก็ไม่ใช่ แล้วก็ไม่ใช่เสียงผมแน่ๆ อ่ะเพราะผมขับรถอยู่ไม่ได้โทรหาต้น ผมคงไม่ได้นั่งทับบูลทูธตัวเองหรอกมั้ง?
     ใครมันโทรหาเมียผมวะ! แล้วที่สำคัญไอ้เหี้ยนี่มันเป็นใคร๊ เมียผมถึงได้ตั้งริงโทนพิเศษให้เนี่ย
     ผมเห็นต้นล้วงเอามือถือเครื่องใหม่ออกมารับสาย มือถือเครื่องนี้ผมพึ่งซื้อให้ต้นเป็นของขวัญสอบเข้ามหาลัยติดเมื่อปีที่แล้วเอง เพราะทนเห็นต้นมันใช้ซากมือถืออันเก่าที่เยินจากตอนโดนอัดก็อปปี้กับรถไม่ไหว ตอนแรกผมก็จะซื้อให้มันอยู่แล้ว แต่ช่วงนั้นผมรายจ่ายเยอะ ไอ้ต้นมันไม่ยอมเอาครับ พอมันเข้ามหาลัยผมเลยมีข้ออ้าง โธ่! ต้นเอ้ย ไม่รู้จักราชาเงินผ่อนซะแล้ว เครดิตพี่เยอะศูนย์เปอเซ็นต์เพียบอ่ะน้อง!
     ผมแอบเหล่มัน ก็ยังดีนะครับ ที่กล้ารับต่อหน้าผม แต่เสียงคุยนี่สิ ทำผมขัดใจจริงเชียว
     “ยังเลย ขอโทษ เราใกล้แล้ว อืมๆ อือ ได้”
     ทำไมต้องทำเสียงอ่อนเสียงหวานขนาดนั้นด้วยวะไอ้ต้น ทีกับพี่ล่ะดุเชียว!
     “ต้นคร้าบ ขอแซนวิสพี่อีกชิ้นทีดิ หิว”
     นั่นไง! ไอ้ต้นมันหันมาทำตาเขียวปั้ดใส่ผม มือซ้ายมันถือโทรศัพท์ มือขวามันคว้าแซนวิสยัดเข้าปากผมแบบไม่เกรงใจกันเลยอ่ะ แถมยังหันหน้าหนีไปนอกรถคุยอีก พี่เป็นผัวเอ็งนะเว้ยต้น!
     ผมเลยระบายความแค้นด้วยแซนวิสเคราะห์ร้ายในปากผมแทน แต่สำลัก 
     ไม่ป้อนพี่ พี่ยกแก้วมากินน้ำเองก็ได้วะ!
     “อื้ม ขอโทษนะ อีกเดี๋ยวก็ใกล้ถึงแล้วล่ะ อืม ฝากบอกโอมด้วย”
     นั่นไง คุยเสร็จแล้ว ชะอุ๋ย! ทำไมทำหน้าดุแบบนั้นละจ้ะเมียจ๋า
     “พี่ชัชสะกดคำว่ามารยาทเป็นมั้ยครับ”
     ด่าพี่ทำไมวะไอ้ต้น เดี๋ยวเหอะ! เดี๋ยวคืนนี้เอ็งโดนดีแน่
     ผมก็ฉุนหน่อยๆ นะครับ จะยังไงผมก็แก่กว่ามันตั้งเยอะ มันดันปากเสียใส่ผมแบบนี้!
     แต่ปากผมพูดไรออกไปน่ะเหรอ?
     “ขอโทษคร้าบที่รัก ก็พี่หิวอ่ะ เมื่อเช้าใช้แรงเย้อเยอะ”
     ฮ่ะฮ่า ต้นมันหน้าแดงแล้ว มีแอบยิ้มด้วย ได้ผลทุกทีอ่ะ มุขใต้สะดือของสองเราแบบนี้
     ผมจะบอกเคล็ดลับปราบเมียให้ครับ เวลาเมียงอนให้โจมตีด้วยเรื่องบนเตียง ได้ผลตลอด เชื่อดิ งอนๆ กันอยู่สะกิดเลยครับ สะกิดไปสะกิดมาหายงอนหมดทุกรายอ่ะ ผมใช้บ่อย
     “ทีหลังก็ทานอาหารเช้าก่อนสิครับไม่ใช่มัวแต่หื่น แล้วดูสิทำผมสายไปด้วยจนเพื่อนโทรมาตามแล้ว”
     “หน่านะ พี่ขอโทษนะครับคนดี นี่ไง เดี๋ยวแยกหน้าก็ถึงแล้ว ติดไฟแดงอีกนิดนะครับที่รัก”
     “ผมว่าแยกหน้าพี่ชัชเลี้ยวขวาก็ได้ครับ ผมเดินข้ามไปเองได้ใกล้คณะผมมากกว่า ขืนรอไปยูเทิรน์อีกผมกลัวจะไม่ทัน แถวนี้หาที่จอดยากนะครับ”
     ไอ้ต้นมันสั่งเป็นชุดเลยครับ แต่เอาเหอะเมียสั่ง ผมก็มีหน้าที่ทำ ขืนไม่ทำสิครับ ตาย!
     พอรถเคลื่อนตัวได้ผมก็วนรถไปจอดเทียบข้างทางตามบัญชาราชินีครับ พอรถจอดนิ่งปุ๊ป ไอ้ต้นมันแทบจะกระโดดลงปั๊ป ผมเลยต้องเรียกเอาไว้ก่อน
     “เดี๋ยวๆ ต้น ให้พี่มารับตอนเย็นมั้ย วันนี้พี่ว่าง”
     ต้นมันทำหน้าเกรงใจผมอีกละ ผมเลยตัดบทมันมั่ง
     “เดี๋ยวเสร็จแล้วโทรหาพี่นะ พี่เดินเล่นแถวนี้รอ วันนี้พี่ว่างทั้งวัน”
     “แล้วพี่จะไปจอดรถที่ไหนละครับ ค่าจอ-”
     ไอ้งก!
     “เออน่ะ เดี๋ยวพี่หาทางจัดการเอง ต้นรีบไปเหอะ”
     ขอสดุดีความงกบรรลัยของไอ้ต้นมันเลยครับ!
     ผมวนหาที่จอดรถแถวๆ นั้นแหละครับ ศูนย์หนังสือคือจุดหมายของผม เพราะกะจะไปเหล่สาวๆ แถวสยามซะหน่อย ไม่ได้มาตั้งนาน ไม่รู้สั้นขึ้นกี่คืบ หึๆ
     ถึงจะเห็นผมเป็นแบบนี้แต่ใช่ว่าผมเป็นบ้านนอกเข้ากรุงนะคร้าบ แค่พักหลังๆ ผมมักได้ทำงานเขตชานเมืองเขตต่างจังหวัดจนไม่ค่อยได้เข้าใจกลางกรุงแบบนี้ก็เท่านั้นเอง ยิ่งพอหลังจากที่ผมดันยาติดตลาดในเขตหินๆ ได้แล้ว ผมก็มักจะโดนเตะไปทำเขตอื่นๆ เพื่อดันยาตัวใหม่ตลอดเลยครับ ส่วนตัวเก่าเขตเก่าก็ให้น้องๆ ผู้แทนหน้าใหม่คอยดูแลต่อ
     แล้วที่สำคัญทาเก็จอาชีพผมไม่ใช่เจ้าถิ่นแถวนี้นี่ครับ พวกหมอแก่ๆ เขาไม่ได้ชอบให้ผมมาต่อแถวซื้อโดนัทเทพไปเฝ้าหรอกครับ โน่นอ่ะ สนามกอล์ฟโน่น ไม่ก็พวกโรงเบียร์ ลงอ่าง แต่พักหลังๆ โดนไอ้ต้นขู่ครับ เลยต้องเลี่ยงๆ สถานที่อโคจรบ้าง
     แต่ถึงอย่างนั้นผมก็มีวิธีนะ ยอดขายผมไม่ตกลงด้วยเรื่องแค่นี้หรอก ถ้ามันจะมีปัญหาละก็ ด่ารัฐบาลเถิดครับท่าน พักนี้พวกดีเทลยาแบบผมทำงานกันยากชิบหาย! นโยบายก็เฮงซวย! จะเอายาดีๆ แต่เอาถูกๆ ของพรรณนั้นมันไม่มีในโลกหรอกครับ ยานะครับไม่ใช่ขนมซองละห้าบาท!
     ผมวนรถขึ้นอาคารจอดทันทีที่มาถึงจุดหมาย โชคดีชะมัด ยังเช้าอยู่เลยพอมีที่ว่าง จะว่าไปนี่ก็ถือเป็นการมาเยือนถิ่นเก่าผมเหมือนกันนะ ฮ่าๆ ถ้าหากคุณงงละก็ผมจะบอกให้ ผมมันก็อดีตเด็กเภสัชไงครับ แล้วก็เป็นรุ่นพี่มหาลัยไอ้ต้นมันด้วย แต่ต้นมันไม่รู้หรอกครับ ผมไม่ได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวผมให้มันฟังมากนักหรอก คือ ผมอายุตั้งสามสิบสามแล้วนี่นะ แก่กว่าไอ้ต้นตั้งสิบสี่ปี ตอนที่ผมยังเรียนอยู่ที่นี่ไอ้ต้นมันเข้าประถมยังก็ไม่รู้ ก็เลยขี้เกียจพูดถึงอ่ะครับ
     ผมได้ที่จอดแล้วขอเดินลงไปหาอะไรเย็นๆ มากระแทกปากให้สดชื่นหน่อยเหอะ เมื่อคืนผมนอนดึกเหมือนกันนะครับ กลับมาเกือบเที่ยงคืนอ่ะ แล้วไอ้ต้นแม่งก็ตื่นตั้งแต่ยังไม่หกโมง จะมาแต่เช้าทำไมก็ไม่รู้ เมียผมนี่เด็กดีจริงๆ เล้ย
     ผมบอกพวกคุณรึยังว่าพี่น้ำยกรถคันเก่าไว้ให้ต้นใช้ แต่ต้นมันไม่ขับ จอดเอาไว้ที่คอนโดแล้วโหนรถเมลล์มาขึ้นBTSแทนอ่ะครับ ทำตัวติดดินโคตร แต่ผมว่ามันขี้เกียจมาแย่งที่จอดกับชาวบ้านมากกว่า ไอ้ต้นมันเป็นคนง่ายๆ ครับ ไม่ชอบเรื่องยุ่งยาก ส่วนผัวมันก็ขับรถจนค่าน้ำมันเดือนนึงล่อไปเป็นหมื่น
     นี่ผมอุตส่าห์เลือกรุ่นที่มันไฮบริดแล้วนะครับ ไม่เห็นจะประหยัดตรงไหนเลยเพราะ“นาย ก.”เล่นขึ้นค่าน้ำมันแบบขึ้นเอาๆ จนผมชักอยากไปติดแก๊สอ่ะ แต่เดี๋ยวก็ไปต่อคิวครึ่งวันอีก ปั้มก็น้อย ไม่สะดวกกับอาชีพผมเอาซะเลย ดีนะ งบค่าน้ำมันผมแม่งเยอะ เลยได้กำไรอยู่บ้าง อาชีพผมเงินเดือนน้อยนิดแต่ทีเด็ดอยู่ตรงงบค่าน้ำมันค่าเลี้ยงหมอนี่แหละครับ ใครบริหารดีๆ ก็มีสิทธิ์รวย ยิ่งได้อัดฉีดจากยอดยิ่งเยอะครับ ตั้งตัวสบายๆ แต่ผมเก็บเงินไม่เก่งเลยยังจนอยู่นี่แหละ ทำไงได้ค่ากินค่าเที่ยวมันเยอะ แหะๆ
     ผมถือกาแฟเย็นเดินไปดูดไป ข้ามฝั่งสยามเข้ารั้วมหาลัยเก่าผมไปยังตึกคณะวิทย์ แม่ง ไกลโคตร! คนละฝั่งกันเลยครับกับคณะเก่าผม แต่ทำไงได้ ด้วยความรักที่ผมมีให้กับเมีย เลยว่าจะแอบไปดูสุดที่รักของผมทำกิจกรรมซะหน่อย ตอนที่มันอยู่ปีหนึ่ง ผมเคยไปรับมันช่วงแรกๆ เพราะตอนนั้นมันประสบอุบัติเหตุ แม้แขนจะหายแล้วแต่ออกแรงเยอะไม่ได้ผมเลยไม่อยากให้มันโหนรถเมลล์
     แต่หลังจากนั้นต้นมันไม่ค่อยยอมให้ผมไปรับ ผมไม่ว่างเองด้วยแหละ ก็งานผมมันโคตรยุ่งเลยอ่ะ ไอ้ต้นมันเลยกลับมาถึงคอนโดก่อนทำอาหารเย็นรอผมเกือบทุกวัน ไม่ค่อยมีวันที่ผมกลับมาถึงห้องก่อนต้นอ่ะ มีแต่กลับมาถึงห้องแล้วก็เจอเมียนั่งรอกินข้าวด้วยกัน อ้า มีความสุขครับ
     เอ้ย! ลืมไป ผมว่าจะเล่าถึงตอนที่ผมไปรับไอ้ต้นมันซะหน่อย ปกติช่วงนั้นเวลาผมไปส่งต้นๆ มันก็จะให้ผมจอดใกล้ๆ แล้วเดินต่อไปเองอีกอยู่ดีอ่ะครับ เพราะมันเกรงใจ ไม่ก็ขอติดรถผมไปสถานีรถไฟฟ้าก็มี ส่วนผมก็ขึ้นทางด่วนไปทำงานตามปกติ ผมเลยไม่เคยไปดูว่าต้นมันรับน้องยังไง แต่มีวันนึงที่มันอยู่ถึงเย็นช่วงหัวค่ำยันดึก ผมเป็นห่วงก็เลยบอกมันว่าจะวนไปรับเพราะพึ่งเลิกงานเหมือนกัน
     แล้วพวกคุณรู้มั้ยว่าผมเจออะไร? มีคนจ้องเมียผมตาเป็นมันอ่ะ!
     วันนั้นต้นมันรับน้องอยู่ถึงดึก ผมเลยมารับมันกลับบ้าน ตอนที่ต้นมันกำลังนั่งรอผมอยู่นี่แหละครับ เต็มๆ เลย คือเต็มจริงๆ นะครับ ไอ้พวกรุ่นพี่ชีกอมันพากันมานั่งล้อมวงต้นใหญ่เลย เด็กวิดยาทำไมแม่งเถื่อนอย่างกับวิดวะละครับ แต่ละตัวหลีเมียผมสุดๆ อ่ะ มันมาแซวเมียผมกัน ผมจำได้ไม่มีวันลืมเลยครับ
     “น้องต้นจะกลับบ้านไงครับเนี่ย ดึกแล้วบ้านไกลด้วย ให้พี่ไปส่งมั้ยครับ ถ้าให้พี่ไปส่งแถมเลี้ยงข้าวเย็นด้วยนะ ไปกับพี่ป่าว ไปกับพี่แล้วสบายนะน้องต้น เดี๋ยวพี่พาไปกิน... ข้าวครับ ฮ่าๆ”
     “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวที่บ้านผมก็มารับแล้วครับ”

     นั่นคือตอนที่ผมเดินเข้าไปได้ยินพอดีครับ แม่งจะกินตับเมียผมอ่ะ!
     ไอ้เวรเอ้ย! ข้ามศพกูไปก่อนเหอะ
     ผมจะตายตอนเจ็ดสิบอ่ะ ดูดิ ไอ้ต้นตอนห้าสิบกว่าๆ จะยังมีใครมาจีบมันอยู่มั้ย!
     ยังดีนะครับที่ไอ้ต้นมันไม่ออกอาการอะไร ไม่งั้นมีหึงอ่ะ มันแค่พูดเรียบๆ ปฏิเสธแบบนุ่มนวลตามวิธีถนัดของมัน กำลังชมอยู่เลย เมียผมไม่แรด รู้จักระมัดระวังตัว แต่ไอ้รุ่นพี่หน้าด้านนั่นแม่งก็ยังไม่เลิก
     “แหม ที่บ้านมารับด้วยเหรอครับ บ้านหวงนะเนี่ย พ่อดุแบบนี้งี้พี่ลำบากแย่”
     อย่ามาเล่นมุขน้ำเน่าแถวนี้นะว้อย! ผมได้ยินแล้วของขึ้นอ่ะ ไอ้นี่มันจีบต้นออกหน้าออกตามาก
     “ครับ ที่บ้านต้นหวงมากครับ”
     ผมเข้าไปเสือกทันทีครับ ขอช่องให้พระเอกของเรื่องโชว์แมนทีเหอะ!
     พอต้นมันหันมาเห็นผมมันก็หยิบกระเป๋าเตรียมกลับบ้าน เดินหนีรุ่นพี่นั่นมาหาผมแล้วมันก็ขอตัวไปบอกเพื่อนมันก่อน
     ระหว่างนั้นเองแหละครับที่ไอ้รุ่นพี่ชีกอนั่นมันหันมาทางผม เพราะผมยังยืนอยู่ที่เดิมอยู่ โดนเมียกูสะบัดบ๊อบใส่แล้วยังไม่รู้ตัวอีกมึง แม่งไอ้ปากหมานี่หน้าด้านเล่นไม่เลิก
     “สวัสดีครับคุณพ่อ”
     คงเพราะวันนั้นผมมารับต้นหลังเลิกทำงานมั้งครับ ชุดทำงานจัดเต็มตามสไตล์เซลล์แมนแบบเชิ้ตแขนยาวกับแสล็คมันเลยดูแก่ ผมอุตส่าห์พับไทด์ยัดใส่กระเป๋ากางเกงไว้ละนะ ยังเสือกเรียกผมว่าพ่ออีก
     เฮ้ย! ไม่ดิ ผมยังไม่แก่ซะหน่อย! ไอ้นี่แม่งหาเรื่องด่าผมนี่หว่า
     “ไม่ใช่พ่อ ครับ”
     ผมยิ้มเหี้ยมให้มันพร้อมกับตอบด้วยเสียงลอดไรฟันอ่ะ นี่คงกะว่าถ้าผมเป็นพ่อจะเข้าทางพ่อเลยรึไง ไอ้เวรนี่! ผมเน้นเสียงตรงคำว่า “พ่อ” ใส่มันด้วยนะครับ อุตส่าห์แถม “มึง” ให้อ่านปากเอาเองด้วย หึๆ หน้าเหวอไปเหมือนกันนี่มึง!
     “งั้นก็คงคุณพี่ใช่มั้ยครับ มิน่า ยังหนุ่มอยู่เลย”
     ยิ้มประจบเชียวนะมึง!
     “ไม่ใช่ครับ ผมเป็นผัวต้นน่ะครับ”
     ผมเฉลยให้มันฟังแล้วก็เดินหนีทันทีครับ ไม่กล้าออกแอคเซนท์ดังมากนัก กลัวไอ้ต้นมันมีปัญหาทีหลัง แต่ตอนที่ผมเดินหนีผมก็เดินไปหาต้นแล้วโอบคอมันนะครับ ตอนนั้นต้นมันยังสูงแค่ร้อยเจ็ดสิบผมเลยวางแขนพาดไหล่มันได้พอดีๆ แบบไม่ดูน่าเกลียด
     ส่วนตอนนี้เหรอครับ เป็นที่น่ายินดีว่าเมียผมสูงขึ้นอีกเซ็นฯ ครึ่ง กร๊ากๆ อย่าไปบอกมันนะครับว่าผมหัวเราะเยาะมัน ไม่งั้นมันจะชอบย้อนผมกลับมาว่า “เป็นเพราะพี่ชัชนะแหละที่ทำให้ผมแขนหัก เลยมีผลกับแคลเซี่ยมในกระดูกจนผมไม่สูงขึ้น” ฮ่าๆ
     ว่าแล้วก็ขอไปดูหน้าเมียซักหน่อยครับ ปีนี้ต้นมันเป็นรุ่นพี่แล้ว หวังว่าคงไม่โดนใครมาหลีมันอีกนะ ผมขอตัวไปเดินหาเมียผมซักครู่
     นั่นไง ผมเห็นมันแล้ว กำลังทำกิจกรรมอยู่เลย ฮ่าๆ ไอ้ต้นมันเต้นด้วยแหละครับ น่ารักชะมัดเลย
     ผมหลบมุม ตัดสินใจแอบสตอล์กเกอร์เมียตัวเองอยู่เงียบๆ เพราะของแบบนี้ไม่ได้หาดูได้ทุกวัน กลัวเข้าไปละต้นมันอายแล้วจะเลิกเต้นครับ เวลามันเต้นทำกิจกรรมใสๆ มันคนละเรื่องกับเวลามันดิ้นอยู่บนเตียงกับผมนี่หว่า ฮ่าๆ
     หือ... เมียผมนี่น่ารักจัง ยิ้มหวานให้รุ่นน้องเชียว อ้าวๆ นังหนู! เรื่องอะไรน้องแอบแตะอั๋งมือเมียพี่คร้าบ เด็กผู้หญิงสมัยนี้ไวไฟกันจังเลยครับ ต้นนี่เสน่ห์แรงจริงๆ ดึงดูดทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ผมเครียดนะเนี่ย! แปลว่าผมต้องมีคู่แข่งถึงสองเพศเชียว? ได้แต่หวังว่าต้นมันคงไม่ทิ้งผมไปกับผู้หญิงคนไหนเหมือนฟ่างนะ ไม่งั้นผมคงอกแตกตายอ่ะ
     แอบมองต้นทำกิจกรรมก็เพลินดีเหมือนกันนะครับ ผมยอมรับเลยว่าไม่ค่อยได้ใส่ใจเวลาต้นมันอยู่นอกบ้านมากนัก เพื่อนคนเดียวของไอ้ต้นที่ผมรู้จักก็คือน้องเมษที่เคยช่วยเหลือไอ้ต้นมันไว้สมัยก่อน ผมพอจะรู้มาบ้างว่าต้นมันเพื่อนน้อยมาตั้งแต่ไหนแต่ไร
     แล้วผมก็รู้ตัวดีแหละว่าเพื่อนสนิทต้นสมัยมัธยมแม่งเกลียดผมกันทุกคน เพราะผมเป็นคนทำให้ไอ้ต้นเจ็บ โดยเฉพาะไอ้มารหัวใจผม เจอหน้ากันแต่ละทีแทบมีเงื้อหมัดอ่ะ!
     แต่โชคดีนะครับ ที่หลังจากจบ ม. 6 แล้วคนที่ต้นยังติดต่อด้วยบ่อยๆ ก็มีแค่น้องเมษคนเดียว พอต้นเข้ามหาลัยได้โลกของต้นก็กว้างขึ้นเป็นธรรมดา ต้นคงมีเพื่อนใหม่ แต่ผมไม่ได้ใส่ใจมากนักว่าเป็นยังไงบ้าง คือไงดีละครับ ถ้าฐานะของผมเป็นแค่พี่ชายข้างบ้านมันก็คงจะสะดวกที่พูดคุยเรื่องนี้
     แต่นี่ บางทีผมมาคิดๆ ดู ผมชักเป็นห่วงว่าเพราะฐานะของผมรึเปล่าที่ทำให้ต้นมีปัญหาในการเข้าสังคมกับเพื่อน มนุษย์เราไม่ได้ยอมรับ“เกย์”ทุกสังคมนี่ครับ พวกแอนตี้เกย์ก็มี ขนาดผมเองยังเป็นเลย ตั้งแต่มีข่าวออกไปว่าผมได้แฟนใหม่เป็นเด็กผู้ชาย พวกแม่งมาอื้อเลย! พูดแล้วขนลุกอ่ะ ให้นึกภาพตัวเองกับผู้ชายคนอื่นผมก็นึกไม่ออกอยู่ดี ผมทำกับต้นได้คนเดียวเท่านั้นแหละ แต่ถ้าเป็นผู้หญิงละก็บอกเลยว่าได้ทุกคน ฮ่าๆ
     ผมเป็นห่วงต้นมันนะ แต่เรื่องแบบนี้ใช่ว่าผมเข้าไปยุ่งได้ ผมเข้าไปยุ่งกับเรื่องสังคมในรั้วมหาลัยของต้นมันไม่ได้หรอกครับ แต่พอได้มาเห็นแฟนผมยืนยิ้มร่าเริงหัวเราะสดใสร้องเพลงเต้นออกท่าออกทางแบบนี้ผมก็เบาใจละ อารมณ์อย่างกับพ่อส่งลูกไปอนุบาลแล้วลูกไม่ร้องไห้เลยครับ เหอะๆ
     แต่นะครับ ขอยกเว้นไว้อย่าง! ถ้ามีไอ้เพื่อนสนิทหน้าไหนคิดไม่ซื่อกับนายต้นน้ำเมียสุดที่รักของผมละก็ ผมไม่อยู่เฉยแน่ครับ ระหว่างให้ต้นเสียเพื่อนกับผมเสียเมีย ผมตอบด้วยความเห็นแก่ตัวเลยว่าผมจะเลือกอย่างแรก ฮ่าๆ
     นั่นไง! ต้นมันเห็นผมแล้ว เผลอทำหน้าแดงด้วยอ่ะ น่ารักชะมัด! มีเขินมีหลบตาอ่ะ อู้ยเมียใครวะน่ารักจริงๆ
     เวลาต้นมันเขินมันชอบทำหน้านิ่งๆ แล้วเชิ่ดหน้าหน่อยๆ ครับ แต่ดูที่มุมปากมันดิ มันจะแอบยิ้มอยู่หน่อยๆ แล้วก็หน้าแดงเพราะต้นเป็นคนที่หน้าแดงได้ง่ายมาก แถมยังค่อนข้างขี้อายด้วย
     คงเพราะเวลาอยู่กับผมมันเรียบร้อยมั้งครับ พอโดนผมเห็นตอนมาเต้นอะไรพิลึกๆ มันเลยอาย โธ่ไอ้น้อง! กิจกรรมรับน้องมันก็ต้องเต้นอุบาทว์ๆ แบบนี้แหละที่รัก แต่ถึงผมจะพูดแบบนั้นเสต็ปไอ้ต้นแม่งก็แพ้รุ่นพี่คนอื่นๆ อยู่ดีอ่ะ เมียผมนี่หน้าบางจริงๆ น้องผู้หญิงแก้มป่องคนนั้นยังแดนซ์มันส์กว่าไอ้ต้นเล้ย หน้าอกใหญ่ดีวุ๊ย! เด้งดีชะมัด
     ชิบ สละเรือ! เผลอไปหน่อยเดียวเองนะ ไอ้ต้นมันเดินมาทางผมแล้ว แล่ว แล่ว แล่ว หาทางแถก่อนล่ะครับ
     “พี่ชัช มาทำไรตรงนี้ครับ”
     “พี่... พี่เป็นห่วงลูกหลานบุตรธิดาเพื่อนข้างบ้านจ้ะ”
     “มีผู้ปกครองมายืนดู เด็กจะอึดอัดนะครับ ถ้ายังไงรบกวนคุณผู้ปกครองไปรอไกลๆ ดีกว่าครับ”
     อื้อหือ! แม่งเน้นตรงคำว่า“ไกลๆ”ชัดมากอ่ะ หวังว่าต้นมันคงไม่รู้นะครับว่าผมแอบมองส้มโอน้องแก้มป่องคนนั้น ผมยืนทำหน้าละห้อยอ้อนมันนิดนึง แต่ไอ้ต้นตีหน้านิ่งเชียวครับ ฮือๆ แม่งโกรธผมจริงๆ ด้วยนี่หว่า รู้แหงแซะ!
     “งั้น พี่ไปเดินเล่นแถวสยามรอนะครับที่รัก ถ้าเสร็จแล้วโทรหาพี่นะ เราจะได้กลับบ้านด้วยกัน”
     แม่ง ใช้สายตาเย็นยะเยือกขับไสไล่ส่งผมอีก ... ใจร้ายชะมัด ขอผมยืนดูวิวอีกนิดก็ไม่ได้ ไอ้ต้นนะไอ้ต้น

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


เอาพี่ชัชมาเสิร์ฟก่อน เป็นยังไงกันบ้างฟังพี่แกพล่ามแล้วรู้สึกกันมั้ยว่าเฮียแกเกรียน ฮ่าๆ
เป็นผู้ชายวัยกลางคนที่ยังใจร้อน นิสัยเสีย ปากหมา แล้วก็หื่น แม้จะมีบางมุมที่เป็นผู้เป็นคนกับเขาบ้างก็เถอะ

ภาคที่แล้วเล่าแบบบรรยายอาจจะเห็นบุคลิคไม่ชัด มาภาคนี้เปลี่ยนวิธีเล่าเพราะเน้นที่ตัวละครมากขึ้น อยากให้แซ่บถึงใจมากขึ้น สะใจกันมั้ยเอ่ย?
(เราชอบอ่านนิยายแปลฝรั่งอ่ะ ตัวละครมันพล่ามเยอะ แต่อ่านแล้วมันแซ่บ มัน สะใจ สนุกกับความคิดบ้าๆ ของตัวละคร
เราเลยลองเลือกสไตล์นี้มาใช้เขียนงานของตัวเอง ก็ไม่รู้จะทำได้มั้ย ไม่แน่ใจว่าคนอ่านจะชอบรึเปล่า จะบอกว่าเวิ่นเว้อไปมั้ย?
ยังไงนักเขียนมือใหม่ก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยน้า กำลังพยายามหาสไตล์ของตัวเองอยู่จ้า)


ธีมของนิยายเรื่องนี้คือ"มนุษย์" มนุษย์ที่ยังรักโลภโกรธหลงพลั้งเผลอผิดพลาดนี่แหละ ไม่ต้องใส่ประเด็นอะไรมากมายหรอก แค่โจทย์ง่ายๆ ที่ถ้าเป็นคนดีคิด/ทำปัญหาคงไม่เกิด แต่เพราะเป็นตัวละครงี่เง่าเรื่องมันเลยเกิด
คอนเซ็ปน้องต้นเรื่องเล็กๆ ก็ใหญ่ได้ถ้าถึงมือฮี ฮ่าๆ ไม่คิดว่ามันสนุกเหรอ? คนแบบน้องต้นจะปรับตัวในสังคมมหาลัยยังไงน้า? แค่คิดคนเขียนก็ตื่นเต้นแล้ว ฮ่าๆ
มาดูกันว่าภาคนี้เราจะทำให้คนอ่านทั้งหมั่นไส้ทั้งเอาใจช่วยต้นน้ำได้หรือไม่ ไม่แน่นะ พอได้รู้จักเข้าใจความคิดของต้นแล้วอาจหลงรักต้นแบบไม่รู้ตัวก็ได้

มาดำดิ่งไปกับพี่ชัช น้องต้น และตัวละครอื่นๆ(!?!) กันเถอะ! แล้วคุณจะหลงรักนิยายเรื่องนี้ (แต่ถ้าไม่รักก็จะเกลียดไปเลยนะ ฮ่าๆ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-10-2014 17:02:40 โดย AI.NoR »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
ต้นน้ำ

     “มีไรเหรอต้น?”
     “เปล่า ไม่มีไรหรอก ผู้ปกครองเขาเป็นห่วงเฉยๆ น่ะ”
     ผมตอบโอมที่เป็นห่วงผมจนเดินตามมา เฮ้อ... ผมได้แต่หวังว่าโอมจะไม่กลายไปเป็นเหมือนแม็กซ์นะครับ แต่เอาเถอะ เรื่องความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้ แล้วในกรณีโอมก็ถือว่าดีกว่าแม็กซ์เยอะทีเดียว อย่างน้อยโอมก็ค่อนข้างขี้อายกว่า รับฟังความคิดของคนอื่นมากกว่า แล้วก็ไม่เจ้าอารมณ์แบบแม็กซ์ ติดจะเงียบๆ คล้ายผมมากกว่า
     ผมทำกิจกรรมกับเพื่อนที่คณะต่อแบบไม่อยากจะสนใจ ผมว่าผมพอรู้นิสัยพี่ชัชแล้วนะจากการแอบมองพี่เขามาตลอดหลายปี แต่พอได้มาอยู่ด้วยกันจริงๆ แล้วผมยอมแพ้เลย! รู้เลยทำไมพี่ฟ่างทนพี่ชัชไม่ได้ พี่ฟ่างเป็นผู้หญิงประเภทมั่นใจในตัวเองสูง ไม่ยอมใคร ส่วนพี่ชัชก็พอกันครับ เป็นตัวของตัวเองสูงสุดๆ ถึงบทหวานพี่ชัชจะหวานมากก็เถอะ แต่ชอบใจร้อนแล้วก็ชอบโมโหแบบไร้สาระบ่อยสุดๆ แล้วเวลาพี่ชัชโมโหก็น่ากลัวมากๆ ด้วยครับ ถึงพักหลังๆ นี่พี่ชัชไม่เคยโมโหใส่ผมอีกแต่อย่าให้ผมนับเลยว่ากี่ครั้งกันที่ผมต้องเป็นคนห้ามทัพพี่ชัชไม่ให้ไปมีเรื่องกับชาวบ้าน แถมบทขี้เกียจนี่... ผมล่ะเซ็ง! ชอบทำตัวซกมกอีเหละเขะขะ ถือว่าตัวเองงานยุ่งแล้วก็ชอบทำรกทิ้งไว้ แต่พอมีเวลาว่างก็เอาแต่นอนดูทีวีไม่ยอมจัดการให้เรียบร้อย อ้างบอกอยากพักผ่อน แล้วไหนจะยังนิสัยเอาแต่ใจอีก ชอบคิดเองเออเองมีอะไรก็ตัดสินใจคนเดียวไม่ปรึกษากันบ้างเลย เวลาที่ผมโมโหทะเลาะกันกับพี่ชัชทีไร พี่ชัชก็“คร้าบๆ”ตลอดแหละครับ รับปากส่งๆ ไปงั้น เป็นคนประเภทปากพูดครับได้ตลอดแต่เดี๋ยวก็ลืม อีกเดี๋ยวก็ไม่ใส่ใจ ต้องให้ผมพูดซ้ำๆ ซากๆ แล้วก็ไม่เคยเข็ดกับทุกๆ เรื่อง ทำผิดแล้วผิดอีกตลอด ... นี่ผมบ่นพี่ชัชไปกี่บรรทัดแล้วนะครับ?
     เฮ้อ ... เอาเป็นว่า พอได้มาอยู่ด้วยกันจริงๆ แล้วผมก็รู้ซึ้งถึงข้อเสียของพี่ชัชเพิ่มขึ้นอีกเพียบเลยละครับ แต่ทำยังไงได้ ผมรักพี่ชัชไปแล้ว รักมากด้วย แล้วข้อเสียแต่ละข้อของพี่ชัชก็ใช่ว่าผมจะทำเป็นมองข้ามไปไม่ได้ เพราะคงไม่มีข้อเสียข้อไหนที่มันเลวร้ายไปกว่าเมื่อตอนครั้งนั้นแล้วละครับ
     ผมยังจำได้ดีถึงคำขอโทษของพี่ชัช “พี่รู้ตัวว่าพี่ทำผิดกับต้นไว้มาก แต่จากนี้ต่อไปพี่จะพยายามปรับปรุงตัวนะ พี่คงไม่กล้าให้สัญญาอะไรอีกเพราะพี่ก็ไม่กล้ารับประกันเหมือนกัน แต่ถ้าพี่จะขอร้องต้นตรงๆ ว่าพี่อยากให้ต้นช่วยทนผู้ชายไม่ได้เรื่องคนนี้ พี่ขอความรักจากต้น ขอให้ต้นรักพี่เหมือนเดิม ต้นจะยอมตกลงมั้ยครับ” พอมาคิดๆ ดูแล้ว นั่นมันเห็นแก่ตัวมากเลยไม่ใช่เหรอครับ?
     พี่ชัชขอให้ผมทนเขา แล้วพี่เขาก็สมใจ! ผมเคยคิดว่าระดับความอดทนในตัวผมมีลิมิตที่สูงมาก แต่พอมาอยู่กับพี่ชัชผมชักไม่แน่ใจแล้วสิครับ โดยเฉพาะเรื่องบางเรื่อง เห็นผมไม่พูดใช่ว่าผมไม่รู้สึกนะครับ อย่าทำให้ผมหมดความอดทนก็แล้วกัน ไม่งั้นผมเอาเรื่องจริงๆ ด้วย!
     “เป็นอะไรรึเปล่าต้น หน้าเครียดเชียว”
     โอมเบรคจังหวะความคิดผมที่กำลังบ่นใครบางคนอยู่ เฮ้อ... คนเซ้าซี้แบบนี้ผมก็ไม่ชอบนะครับ
     “เปล่านี่”
     “เหรอ ดีจัง เรานึกว่าต้นโกรธเราซะอีกที่ชวนต้นลงสต๊าฟกลุ่มจนต้นต้องมาทำอะไรแบบนี้”
     “แบบนี้”ที่โอมว่าก็คือมาเป็นรุ่นพี่ในสต๊าฟเชียร์นั่นแหละครับ ใช่ว่าผมรังเกียจกิจกรรมแบบนี้ซักหน่อย ผมหงุดหงิดแฟนขี้หลีหรอก!
     “ไม่หรอก ก็สนุกดี โอมไม่ต้องคิดมากหรอก”
     พอได้ยินแบบนี้โอมก็ยิ้มให้ผมทันที ทำไมผมจะดูไม่ออกว่าโอมคิดอะไรกับผม
     “ต้น เดี๋-”
     “ต้นจ๋า”
     โอมทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างกับผมแต่โดนเมย์ตัดหน้าไปซะก่อน เมย์ก็คือคนที่บังคับยัดเยียดให้ผมใช้“ริงโทนเฉพาะกิจ”ที่ว่านี่แหละครับ เธอถือวิสาสะเอามือถือของผมไปตั้งค่าเองเลยด้วย ไม่รู้จักเกรงใจกันมั่งเลย แต่ผมไม่อยากใส่ใจให้เป็นปัญหาก็เลยยอมปล่อยเลยตามเลยครับ
     เมย์เป็นเหมือนหัวหน้ากลุ่มสต๊าฟของพวกเรา แล้วก็เป็นเพื่อนสาขาเดียวกันกับผมและโอมด้วย เมย์เป็นเด็กฟิสิกส์แปลกๆ ครับ ร่าเริง ชอบทำกิจกรรม มั่นใจ เป็นตัวของตัวเองสูง เข้าสังคมเก่ง แล้วก็เรียนเก่งมากๆ ด้วย แข่งกับผมเลยแหละ
     มันเฮิร์ทนะครับที่เราเคยมั่นใจว่าเราเก่งแต่มาเจอคนที่เก่งกว่า แล้วแถมยังเก่งกว่าเกือบทุกด้านแบบนี้ ที่สำคัญเมย์ก็คือผู้หญิงคนที่พี่ชัชยืนมองจนน้ำลายหกเมื่อตะกี้นั่นแหละครับ
     เมย์เข้ามาสั่งงานบางอย่างกับผมแล้วก็เรียกพวกสต๊าฟคนอื่นๆ ที่ต้องรับผิดชอบงานนี้เข้ามาฟังด้วย ผมพยายามทำความเข้าใจกับคำสั่งน่าปวดหัวของเมย์ เธอคิดบ้างมั้ยครับว่าคนอื่นเขาอาจจะไม่ใช่ซุเปอร์แมนนะถึงจะได้ทำให้ได้ทุกอย่างที่เธอต้องการ เอาแต่“ต้องอย่างโน้นต้องอย่างนี้” ผมไม่น่าหลวมตัวรับทำงานนี้เลย ยังไงผมก็ไม่ชอบการเข้าสังคมแบบนี้จริงๆ ผมไม่ชอบมีเรื่องยุ่งยากกับคนหมู่มากแบบนี้ครับ
     เพราะผมยังมีเรื่องติดขัดที่ต้องคุยกับเมย์ให้ได้ก่อนแยกย้ายเราสองคนเลยนั่งคุยกันอีกครู่หนึ่งจนเพื่อนๆ แยกย้ายกันเกือบหมด แต่โอมก็ยังคงนั่งรอผมอยู่
     โอมเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด เป็นเด็กเรียนธรรมดาๆ คนนึง เราสองคนนั่งติดกันตอนรับน้องวันแรก ต่อมาพอได้คุยกันแล้วรู้ว่าเรียนอยู่สาขาเดียวกันจึงไม่แปลกที่ผมกับโอมจะเกาะติดเป็นบัดดี้ แต่ถึงจะบอกว่าเป็นบัดดี้มันก็แค่เดินไปทานข้าวด้วยกันขึ้นเรียนพร้อมๆ กัน จับคู่ทำงานหรือไปไหนด้วยกันเฉพาะในมหาวิทยาลัยนี้เท่านั้นแหละครับ เราไม่เคยคุยเรื่องส่วนตัวมากไปกว่านั้น และแน่นอนว่าผมไม่เคยไปเที่ยวบ้านโอม โอมเองก็ไม่เคยมาบ้านผม เรื่องราวส่วนตัวของผมนอกเหนือไปจากเรื่องเรียนผมแทบไม่เปิดปากเล่าให้ใครฟัง คงเพราะผมยังไม่รู้สึกสนิทใจกับใครมากพอมั้งครับ
     จนถึงตอนนี้ เพื่อนที่ผมสนิทด้วยมากที่สุดและยังติดต่อกันบ่อยๆ จนถึงขั้นไปมาหาสู่กันก็มีแต่เมษเท่านั้นแหละครับ ก็จะให้คนอื่นมาที่คอนโดผมได้ยังไงล่ะครับ ในเมื่อผมอยู่กับพี่ชัช
     อย่างที่พวกคุณคิดน่ะแหละครับผมไม่ได้บอกใครเรื่องนั้น ผมยังถือคติที่ว่าเรื่องส่วนตัวของผมไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องบอกให้คนภายนอกรับรู้ ผมจึงไม่เคยบอกเรื่องพวกนั้นกับใครเลยแม้แต่น้อย ผมมีหน้าที่แค่มาเรียนแล้วก็พยายามเรียนให้จบก็พอครับ
     ก็ชีวิตของผมมันไม่ใช่ชีวิตที่น่าอวดหรือภาคภูมิใจพอจะเล่าให้ใครฟังได้สะดวกปากนี่ครับ ไม่ว่าจะเรื่องครอบครัวหรือเรื่องง่ายๆ ที่ว่า“มีพี่น้องกี่คน?” แค่คำถามชวนคุยง่ายๆ ผมก็พูดอะไรไม่ออกแล้ว หรือคุณคิดว่าผมควรจะเล่าให้เพื่อนๆ ฟังครับว่าตอนนี้ผมอาศัยอยู่กับผู้ชายที่เป็นคนรักของผม และเขาก็เป็นคนให้เงินผมใช้อยู่ทุกวันนี้ ทั้งค่ากินค่าอยู่ทุกๆ อย่าง นี่ยังดีนะครับที่ผมได้ทุน ถ้าพี่ชัชออกค่าเทอมให้ผมด้วยคุณคิดว่าคนอื่นที่รู้จะมองผมด้วยสายตาแบบไหนครับ?
     แต่ก็ใช่ว่าผมจะไม่มีสังคมหรือไร้เพื่อนไปซะทีเดียวหรอกนะครับ ไม่เอาแล้วล่ะเข็ดแล้ว เพราะฉะนั้นมันก็เลยมีบ้างที่ผมต้องทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่น เหมือนเช่นที่ผมต้องทนเมย์อยู่อย่างตอนนี้ยังไงล่ะครับ ปกติเวลาที่ผมอยู่กับกลุ่มเพื่อน ส่วนใหญ่แล้วผมมักจะนั่งเงียบๆ ครับ ฟังเพื่อนๆ ผมคุยกัน ถ้าใครถามผมค่อยพูด ผมไม่ใช่คนประเภทเริ่มต้นสนทนาก่อน แล้วก็หาหัวข้อสนทนาไม่ค่อยเก่ง ยิ่งเมื่อผมจับกลุ่มอยู่กับเมย์ คุณคิดว่าผู้ชายเงียบๆ แบบผมจะพูดทันเธอเหรอครับ? อย่าหวังจะได้แทรก
     ในรุ่นผม พวกเรามีกันทั้งหมดยี่สิบแปดคนครับ แต่พอขึ้นปีสอง พวกเราที่เห็นนี่ดันเหลือกันแค่ยี่สิบเอ็ดคน หายไปเจ็ดครับ อย่าให้ผมพูดเลยว่าที่หายไปนี่ย้ายไปเองด้วยความสมัครใจหรือหายไปแบบไปแล้วไปลับ แต่ก็เหลือผู้หญิงอยู่สามคนครับ แล้วสามคนนั้นก็เป็นเพื่อนแก๊งเดียวกับผมและโอมมาตั้งแต่แรกแล้วด้วยสิ
     พวกเราหกคนมีแต่คนเรียนเก่งครับ แต่โอมกับไปป์จะอ่อนที่สุดในกลุ่ม โอมนี่ค่อนข้างหัวช้าครับ ต้องอธิบายกันหลายรอบ แต่ข้อดีของโอมคือจำแม่น เพราะงั้นถ้าอะไรที่โอมจำได้แล้วโอมไม่มีลืม เป็นพวกเรียนรู้ช้าแต่พื้นฐานแน่นสุดๆ ส่วนไปป์เป็นพวกน่าหมั่นไส้ครับ โดดเรียนบ่อย ขยันหลับ แต่พลังฮึดเยอะ ชอบแสดงศักยภาพความเป็นอัจฉริยะเอาตอนสอบตลอดเลยครับ น่าหมั่นไส้จริงๆ ผมน่ะต้องกลับไปห้องแล้วอ่านหนังสือทบทวนทุกคืนนะครับ เมย์กับผมเราขับเคี่ยวแย่งที่หนึ่งของภาคกันอยู่ครับ เพราะฉะนั้นผมถึงได้รู้สึกแย่มากๆ ที่เห็นเมย์ทำกิจกรรมเยอะแบบนั้นแล้วยังคะแนนสูสีกับผมได้ทั้งๆ ที่ผมแทบไม่ได้ทำอะไรเลย
     “เออ ต้น อาจารย์ต้นตระการเรียกแกอีกแล้วอ่ะ เมื่อกี้เราผ่านไปที่ห้องภาค แกบอกว่าให้มาบอกนายว่าให้ไปหาแกด้วย”
     เด็กเคมีที่ผมรู้จักคนนึงเดินมาทักผมครับ พอได้ยินแล้วผมที่กำลังปวดหัวกับคำสั่งของเมย์ก็ยิ่งเซ็งเข้าไปอีกขั้น
     “ทำไมจาร์ยต้นเรียกแกบ่อยจังวะ? ขนาดเด็กเคมียังไม่โดนเรียกบ่อยเท่าแกเลย”
     “ถามเราแล้วจะไปถามใครล่ะนิว”
     “เออ อย่าลืมไปหาจารย์แกด้วยนะเว้ย คราวที่แล้วแกก็ไม่ไป เราโดนจารย์ด่าเลย”
     “อย่าไปสนใจจารย์แกเลย”
     “ไม่ได้ย่ะ ที่ปรึกษาฉัน ไม่สนได้ที่ไหน”
     ผมยิ้มขำๆ ให้กับนิว แต่ก็โดนเสียงเซ็งๆ ของเมย์เบรคเข้าซะก่อน
     “คุยกันเสร็จรึยังยะ ฉันจะได้คุยกับแฟนฉันต่อ”
     วงแตกสิครับ เมย์ชอบใช้มุขนี้กับผมตลอดเลยไม่รู้ทำไม
     “อีกแล้วนะเมย์”
     “ก็ต้นไม่ยอมฟังเราอ่ะ”
     “ก็อาจารย์เรียก ... เอาเถอะ ต่อสิเราฟังอยู่”
     แล้วผมก็ต้องนั่งฟังเมย์พูดอีกราวๆ สิบนาทีครับ จนกระทั่งเสร็จ ผมเตรียมตัวจะกลับบ้างแล้วเหมือนกันเพราะพี่ชัชรอผมอยู่ พี่ชัชส่งข้อความมาบอกว่านั่งรอผมอยู่ที่ร้านกาแฟในสยามตั้งแต่สองชั่วโมงที่แล้วละครับ ผมว่าพี่ชัชไปนั่งเล่นเน็ทฟรีมากกว่า กาแฟอะไรก็ไม่รู้แก้วเป็นร้อย คนเราก็ยังไปนั่งทานกันอยู่ได้!
     แต่พอผมเดินออกมาผมก็เห็นโอมนั่งรออยู่ครับ
     “อ้าว ยังไม่กลับเหรอโอม?”
     “เรารอต้นอยู่น่ะ”
     “มีธุระอะไรรึเปล่า?”
     “เปล่า เราว่าจะชวนต้นไปดูหนัง”
     “โทษทีนะ วันนี้เราไม่ว่างอ่ะ”
     “อ้าวเหรอ”
     โอมทำหน้าเสียดายนิดหน่อย แต่อย่างที่บอกครับ โอมไม่ใช่แม็กซ์
     “งั้นต้นจะกลับเลยมั้ย จะได้กลับด้วยกันเลย”
     โอมถามแบบนั้นเพราะผมกับโอมมักจะเดินกลับด้วยกันบ่อยๆ ครับ ผมเดินไปขึ้นBTS ส่วนโอมก็นั่งรถเมล์หน้าสยาม แต่วันนี้คงไม่ได้เดินกลับด้วยกันหรอกครับเพราะผมต้องไปหาพี่ชัช
     “ไม่ดีกว่ามั้ง พอดีเรามีนัดที่สยามอ่ะ”
     “อ้าว งั้นเหรอ”
     ผมเห็นโอมทำหน้าเสียดายซ้ำสองและสังเกตเห็นความสงสัยในแววตาของโอมด้วย แต่มันไม่ใช่เรื่องอะไรที่ผมต้องบอกโอมนี่ครับ ผมก็เลยเงียบๆ ไม่พูดอะไร ผมเดินเลี่ยงออกมาเพื่อไปหาพี่ชัช แต่แล้วโอมก็ตามมาด้วย ผมเลยหันไปมอง
     “ไปสยามเหมือนกัน ไปด้วยกันก่อนก็ได้”
     โอมพูดแล้วก็ยิ้มให้ผม เฮ้อ... เจอแบบนี้ผมอึดอัดนะครับ ไม่ชอบเลยครับเวลาที่โอมตามติดผมจนไม่เหลือระยะห่างแบบนี้ ผมเองก็ปฏิเสธโอมไม่ได้ด้วย เพราะโอมไม่เคย“พูด”อะไรกับผมตรงๆ ถ้าโอมทำเหมือนคนอื่นผมยังจะพอตอบปฏิเสธไปตรงๆ ได้ ผมรู้ดีว่าโอมกลัวอะไร ผมเองก็เคยเป็นแบบนั้น แต่ถึงโอมจะขี้ขลาดจนไม่กล้าพูดออกมา แต่วิธีการที่โอมใช้นี่ต่างกับผมลิบลับเลยครับ
     และแล้ว ผมกับโอมก็ต้องเดินด้วยกันจนถึงสยาม
     “ต้นนัดเพื่อนไว้ตรงไหนของสยามเหรอ?”
     “โอม เราไม่ได้นัดเพื่อน เรานัดแฟนไว้” ผมอยากจะบอกโอมแบบนั้นแต่ผมก็พูดออกไปไม่ได้ ใช่ว่าผมอาย ผมยอมรับความจริงได้ว่าผมชอบผู้ชาย แต่เชื่อเถอะครับ อย่าให้ผมเปิดตัวที่มหาวิทยาลัยเลยดีกว่า คือ... ผมไม่ค่อยสะดวกใจเท่าไหร่ ผมบอกคุณแล้วว่าผมไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับผม และการที่ผมไม่แสดงออกแบบนี้มันก็ช่วยปิดโอกาสโอมไปด้วยในทางหนึ่ง หรือผมควรจะให้โอมรู้ความจริงไปเลยดีกว่า? โอมจะได้ตัดใจ
     “ที่บ้านเรามารับน่ะ นัดกันที่ร้านกาแฟ”
     พอได้ยินแบบนั้นโอมก็มีสีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ว่านะโอม... ที่บ้านที่ผมพูดนี่ ผมหมายถึงแฟนที่ผมอาศัยอยู่ด้วยนะ ถึงพี่ชัชจะเป็นผู้ปกครองผมอยู่กลายๆ ก็เถอะ
     เพราะนอกจากค่าเทอมแล้วทุกอย่างพี่ชัชเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้ผมเกือบทั้งหมดเลย ยกเว้นของบางอย่างนะครับ ถ้ามันแพงมากๆ ผมก็จะเจียดเงินในบัญชีไปซื้อเอง ถึงผมจะหาคนมาเช่าห้องได้ก็เถอะ รวมกับเงินที่แม่ใส่เข้ามาในบัญชีแต่ละเดือนมันก็พอประมาณหนึ่ง แต่ผมไม่คิดจะเรียนแค่ปริญญาตรีหรอกนะครับ เพราะฉะนั้นผมเลยอยากจะเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์ไว้เป็นทุนสำหรับต่อโทมากกว่า แล้วก็เพราะผมไม่ได้ทำงานพิเศษอะไร ผมก็เลยไม่มีรายได้ตรงอื่นอีก ผมไม่ว่างพอจะไปทำงานพิเศษรายชั่วโมงได้แบบนั้นนี่ครับ คุณคิดว่าที่ผมกลับบ้านเร็วนี่เพื่อไปทำกับข้าวรอพี่ชัชอย่างเดียวหรือไง นอกจากที่ผมจะต้องทำงานบ้านทุกอย่างแล้วผมก็ต้องแบ่งเวลาไว้อ่านหนังสือด้วยนะครับ ความเก่งของผมไม่ได้มีที่มาง่ายๆ ด้วยพลังฮึดหน้าห้องสอบแบบไปป์นะครับ ผมต้องลำบากอ่านหนังสือแทบตาย!
     “เหรอ งั้นเราเดินไปเป็นเพื่อนนะ”
     ผมไม่พูดอะไรนอกจากยิ้มให้โอม เราสองคนเดินไปเงียบๆ เพราะผมไม่ใช่คนพูดมากและโอมก็ไม่ใช่คนช่างพูด ผมไม่เข้าใจเลยทำไมโอมถึงชอบผม เพราะผมไม่เคยปฏิบัติต่อโอมเป็นพิเศษนอกเหนือไปกว่าคำว่า“เพื่อน” ผมไม่เคยทอดสะพานให้โอมเหมือนที่เคยทำกับแม็กซ์...
     ระดับความสนิทที่ผมมีให้ถึงแม้ว่าผมจะไปไหนมาไหนกับโอมบ่อยๆ แต่มันก็น้อยกว่าที่ผมมีกับเมษด้วยซ้ำ ถ้าคุณเห็นเวลาที่ผมอยู่กับเมษแล้วคุณคงตกใจ ผมเองยังตกใจเลยครับ ไม่คิดเหมือนกันว่าตัวเองจะคุยเก่งได้ขนาดนั้น อาจจะเพราะเมษคุยสนุกมั้งครับ แล้วผมก็ไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องระวังเวลาที่อยู่กับเมษ ผมเลยสบายใจแล้วสามารถพูดคุยได้ทุกเรื่อง
     ถ้าจะบอกว่าโอมชอบผมที่หน้าตาผมก็มั่นใจว่าผมไม่ได้หน้าตาดีถึงขนาดนั้น แม้แต่ในภาคก็มีคนที่หล่อกว่าผมอยู่ตั้งเยอะ คิวว์ยังไงละครับ ดูดีสุดๆ เป็นดาราด้วย หรือถ้าชอบแบบขี้เล่นก็ต้องไปป์ ถ้าโอมชอบแบบแมนๆ มีกล้ามก็ยังมีมิวนิคให้มองถึงจะนิสัยห่วยแตกและไร้สมองไปนิด
     ผมไม่ใช่คนหล่อ ผมมันก็แค่เด็กเนิร์ด ไม่ได้สูงหุ่นนักกีฬาแบบละลายใจเก้งกวางพวกนั้น ไม่เห็นจะมีอะไรดี ถ้าผมรูปร่างหน้าตาเหมือนพี่ชัชก็ว่าไปอย่าง เฮอะ! พวกหล่อเลือกได้
     แล้วผมก็ไม่ใช่คนที่หน้าตาน่ารักแบบไปป์ด้วย ผมยังยอมรับเลยครับว่าไปป์น่ารักมากๆ เวลายิ้มมีลักยิ้มด้วย เพราะหน้าตาน่ารักกับนิสัยเด็กๆ เพื่อนในกลุ่มพวกผมถึงได้เอ็นดูไปป์มาก ผมเองก็ชอบไปป์ครับ เวลาอยู่ใกล้ๆ แล้วทำให้ผมอารมณ์ดีไปด้วย แค่นั่งฟังไปป์คุยผมก็สนุกแล้ว
     เพราะฉะนั้นผมถึงได้งงว่าโอมชอบผมที่ตรงไหน? เพราะผมก็เป็นแค่ผู้ชายปกติธรรมดาๆ คนนึงที่หน้าตาธรรมดา ไม่มีตากลมโตหรือขนตายาวหนาเป็นแพจนใช้คำว่าน่ารักมาบรรยายได้ จมูกก็ไม่ได้โด่งมาก ริมฝีปากธรรมดา รูปหน้าปกติ ไม่ได้มีคางเรียวๆ แบบดาราเกาหลีวีเชฟ พูดได้ว่าในตัวผมไม่มีอะไรที่ดูดีถึงขั้นที่เรียกว่าหล่อได้เลย พี่ชัชยังชอบล้อผมว่าตาตี่เลยครับ แล้วโอมสนใจผมตรงไหนกัน?
     โอมกับผมเราตัวเท่าๆ กันเลยแต่โอมน่าจะสูงราวๆ ร้อยเจ็ดสิบเพราะผมสูงกว่าเขานิดหน่อย ผมสูงแค่ร้อยเจ็ดสิบเอ็ดครึ่งเอง เรื่องนี้ต้องโทษพี่ชัชเลยครับ แต่ถึงโอมจะเตี้ยกว่าผมหน่อยนึงแต่ผมว่าเผลอๆ โอมยังหน้าตาดูดีกว่าผมอีกนะครับ อย่างน้อยโอมก็ตาโตกว่าผม จมูกโด่งกว่าผม เวลายิ้มปากก็น่ารักกว่าผม
     ผมคิดอยู่เสมอว่าริมฝีปากของผมบางเกินไป ไม่ชอบเลยครับ เหมือนผู้ชายคนนั้น ผมน่าจะได้ปากแบบคุณแม่ของผมมา พี่ชัชชมอยู่บ่อยๆ ว่าแม่ของผมสวยมาก โดยเฉพาะปากที่อิ่มเต็มรับกับรูปหน้าดูเซ็กซี่
     ใครๆ ก็บอกว่าผมหน้าคล้ายแม่ น่าจะเหมือนกันให้หมดทั้งหน้านะครับ ผมไม่อยากมีส่วนใดส่วนหนึ่งเหมือนกับคนๆ นั้นเลย กลัวคนอื่นจะนึกสงสัย และเพราะแบบนั้นตอนที่พี่ชัชเห็นผมคร่ำเคร่งอ่านหนังสือแล้วชอบนิ่วหน้าขมวดคิ้วบ่อยๆ เลยพาผมไปวัดสายตา ปรากฏออกมาว่าผมสั้นร้อยยี่สิบครับ จะไม่ใส่แว่นก็ได้ ใส่เป็นคอนแทคเลนส์ก็ได้ แต่ผมก็เลือกที่จะใส่แว่นสายตาครับ ผมเลือกแว่นแบบเรียบๆ กรอบสีดำเพราะไม่อยากให้ตัวเองดูเด่นเป็นจุดสนใจของใคร
     แต่แล้วมันก็อยู่กับผมได้ไม่นาน หลังจากเข้ามหาวิทยาลัยได้แปปเดียว ก็มีคนทำแว่นผมก็พังครับ มีอันจากไปทั้งๆ ที่ผมพึ่งใช้ได้แค่สองเดือน แต่ก็ดีนะครับ ที่คนที่ทำหักเขารับผิดชอบพาผมไปตัดแว่นใหม่ ไม่อย่างนั้นผมคงรู้สึกแย่กว่านี้ที่รักษาของที่พี่ชัชซื้อให้ไม่ได้
     เราเดินไปจนถึงร้านกาแฟ ผมมองหาพี่ชัชได้ไม่ยาก ผู้ชายแบบพี่ชัชอยู่ที่ไหนก็เป็นจุดเด่นเสมอ ลำพังแค่รูปร่างหน้าตาก็มีมากพอจะเป็นจุดสนใจให้ใครต่อใครเหลียวหลังได้แล้ว แล้วยิ่งนิสัยอีกบางทีก็เด่นเกินไปจริงๆ ครับ แต่ผู้หญิงที่นั่งหัวเราะต่อกระซิกกับแฟนผมอยู่นี่สิ! แขกไม่ได้รับเชิญเหรอครับ?
     ผมพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองแล้วเดินไปทักพี่ชัช พี่ชัชที่พึ่งหันมาเห็นผมมีแอบผงะเล็กน้อย มันแปลว่าอะไรครับ? ผมส่งยิ้มเย็นให้พี่ชัชทันที!
     “อ้าวต้นมาแล้วเหรอ เอ่อนี่... พาใครมาด้วยน่ะต้น!”
     พี่ชัชที่ตอนแรกทำท่าเหมือนอ้ำๆ อึ้งๆ คิดไม่ตก แต่พอเห็นโอมที่เดินมากับผมก็เสียงเข้มขึ้นทันทีแบบนี้ดูแล้วน่ารักดีนะครับ หวงก้างชัดๆ
     เห็นแบบนี้แล้วผมค่อยสบายใจหน่อย อย่างน้อยพี่ชัชก็สนใจหึงผมมากกว่ากังวลเรื่องผู้หญิงที่นั่งด้วยกัน ว่าแต่ผู้หญิงคนนั้นจะนั่งลอยหน้าลอยตาอีกนานมั้ยครับ! โต๊ะมันนั่งได้แค่สองที่เท่านั้นนะ ผมพยายามเก็บอารมณ์แล้วยกมือไหว้สวัสดีคนทั้งสอง
     “สวัสดีครับ พี่ชัชครับ นี่โอม เพื่อนผมครับ”
     โอมสวัสดีพี่ชัชตามผมแล้วก็ยืนยิ้มอยู่ข้างๆ คงเพราะหน้าซื่อๆ บุคลิคใสๆ ของโอมนี่แหละที่ทำให้พี่ชัชคลายการ์ดลง พี่ชัชยกมือรับไหว้โอมแล้วก็ทักทายโอมนิดหน่อย แต่พอเห็นผมปรายตายิ้มเย็นให้ก็เลยรีบพูดขึ้น
     “เออต้น นี่เพื่อนพี่ ชื่อพี่น้ำตาล พอดีมาเจอกันแถวนี้เลยนั่งคุยกันนิดหน่อย ต้นรีบรึเปล่า?”
     “ไม่หรอกครับ”
     “รอพี่แปปนึงได้มั้ยครับ พอดีพี่ยังมีเรื่องที่คุยค้างไว้กับเพื่อนนิดหน่อย นะต้นนะ”
     พอเห็นพี่ชัชกล้าใช้น้ำเสียงออดอ้อนผมต่อหน้ากันแบบนี้ผมก็อารมณ์ดีละครับ ผมเหลือบตาไปมองผู้หญิงคนนั้นนิดหน่อยอย่างผู้ชนะ แอบเห็นเธอหน้าเสียไปเหมือนกัน แต่ช่างเถอะ ผมอารมณ์ดีแล้ว
     “ครับ”
     “เออ หาไรกินรอพี่ก่อนก็แล้วกัน แล้วเพื่อนเราละ น้องกินไรมั้ยครับเดี๋ยวพี่เลี้ยง?”
     จริงด้วย! ผมลืมไปซะสนิทเลย ผมหันไปมองโอมที่ยืนทำหน้าเหลอหลาอยู่ ถึงแม้แฟนผมจะอัธยาศัยดีแต่ผมว่าโอมคงไม่สะดวกใจ โอมน่าจะเดาได้แล้วนะครับว่าอะไรเป็นอะไร
     “เอ่อ... งั้นเรากลับก่อนแล้วกัน ไว้พรุ่งนี้เจอกันนะ”
     “อืม”
     โอมยกมือบ๊ายบายผมแล้วก็กลับไปครับ ทีนี้ก็เหลือแต่ผมกับแฟนและส่วนเกิน ผมก็เลยยื่นมือไปตรงหน้าพี่ชัชแล้วก็แบมือออก ทำตามปกติเหมือนเวลาที่ผมทำกับพี่ชัชบ่อยๆ
     “เอาอะไรเพิ่มมั้ยครับ? ในแก้วพี่ชัชละลายเกือบหมดแล้ว?”
     ผมถามแบบนี้เพราะพี่ชัชชอบทานกาแฟเย็นครับ พี่ชัชไม่ชอบกาแฟร้อน ถ้าจะนั่งแช่ร้านแนวๆ นี้พี่ชัชสั่งกาแฟเย็นตลอด แล้วมันก็มักจะละลายเร็วกว่าที่พี่ชัชทานเสมอ พี่ชัชเหลือบมองในแก้วตัวเองแล้วส่ายหน้าให้ผม
     “ไม่อ่ะต้น เดี๋ยวคืนนี้พี่นอนไม่หลับ”
     พี่ชัชหยิบกระเป๋าเงินส่งให้ผมทั้งใบแล้วก็หันไปคุยกับ“เพื่อน”ต่อ เห็นแบบนี้น่าจะรู้ตัวแล้วก็ลุกออกไปซักทีสิครับ ยัยผู้หญิงหน้าด้านเอ้ย!
     อย่าหาว่าผมมารยาทแย่เลยนะครับ แต่ผมได้ยินแว่วๆ ว่าผู้หญิงคนนั้นถามพี่ชัชเหมือนกันว่าผมเป็นใคร แต่เพราะผมเดินไปซื้อโกโก้ที่เคาท์เตอร์ซะก่อนเลยไม่ได้ยินว่าพี่ชัชตอบว่าอะไร ผมซื้อเสร็จก็เดินไปนั่งโต๊ะเดียวกัน โดยนั่งเก้าอี้ตัวที่พี่ชัชลากจากโต๊ะตัวข้างๆ มารอไว้ให้ แถมยังวางไว้ข้างพี่ชัชอีกด้วยครับ แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อยแฟนผม
     ผมอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาเล็กน้อยตรงมุมปากแล้วก็หันไปเผื่อแผ่อวดรอยยิ้มให้ยัยส่วนเกินมอง ก็พี่ชัชอุตส่าเทคแคร์ผมถึงขนาดนี้เชียวนี่ครับ
     ผมทำเป็นไม่สนใจหยิบหนังสือออกมาอ่านรอระหว่างที่พวกเขาคุยกัน แต่หูผมแอบฟังอยู่ตลอดแหละครับ เรื่องส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นเรื่องงาน เขตนั้นเขตนี้เป็นยังไงบ้าง อัพเดทข่าวคราวหมอกับผู้แทนคนอื่น ได้ยินแบบนี้ผมค่อยวางใจหน่อย แต่ก็ไม่มากหรอกนะครับ ถึงแฟนของผมจะ“ปกติ”ไม่ได้อยู่ในระดับ“หลี” แต่ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เล่นๆ เลย “อ่อย”แฟนผมตลอดเวลา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฉุนๆ นั่นก็น่าหมั่นไส้ที่สุด! ผมจำได้ว่ามันเป็นกลิ่นเดียวกับที่พี่ฟ่างเคยใช้ แต่ไม่รู้ทำไมตอนที่ผมได้กลิ่นจากตัวพี่ฟ่างผมว่ากลิ่นแนวดอกไม้พวกนั้นมันหอมมากๆ แต่พอเป็นกลิ่นที่ออกมาจากผู้หญิงคนนี้แล้วมันน่าสะอิดสะเอียนครับ ดูตอแหลชะมัด!
     ผมแกล้งทำเป็นนั่งสนใจเนื้อหาในหนังสือที่ผมอ่านแต่ผมไม่มีสมาธิแม้แต่น้อย ในหัวผมเต็มไปด้วยถ้อยคำสาปแช่งยัยนี่มากพอจะเขียนเต็มหน้ากระดาษA4แล้วครับ เมื่อไหร่จะอ่อยแฟนผมเสร็จซักที!
     “อ๊ะ! แย่ละ ป่านนี้แล้วเหรอเนี่ย? ชัช น้ำตาลขอตัวก่อนนะ”
     “ครับ ไม่เป็นไรหรอก ชัชเองก็ชวนคุยซะเพลินเลย โทษที”
     “นั่นสิ เราสองคนไม่ได้เจอกันตั้งนาน ไว้วันหลังเราไปหาอะไรอร่อยๆ ทานมั้ยล่ะ จะได้รำลึกความหลังกันต่อไง”
     ถ้าคุณเคยได้ยินเรื่องที่ว่ามีผู้แทนบางคนยอมนอนกับหมอเพื่อยอดขายของตัวเอง ผมคิดว่าต้องเป็นผู้หญิงประเภทนี้อย่างไม่ต้องสงสัยเลยครับ อย่าหาว่าผมดูถูกผู้หญิงเลย แต่ท่าทางของเธอมันชวนให้ผมนึกรังเกียจจริงๆ นี่นา ผมนึกเปรียบเทียบเธอกับแม่ของผมทันที อย่างน้อยๆ แม่ผมก็ไม่ใช่คนชอบเช็คเรทติ้งขนาดนี้
     “ไว้ว่างๆ แล้วกัน ช่วงนี้ชัชยุ่ง”
     “แหม ชัชก็ยุ่งตลอดแหละ ไปละ บายจ้ะ”
     ว่าแล้วเธอก็ลุกไปครับ ตลอดเวลานั้นเธอไม่ทักทายผมซักคำ แต่ผมก็ไม่จำเป็นต้องพูดกับเธอ พอเธอออกไปแล้วพี่ชัชก็หันมาทางผมทันที มือใหญ่ๆ นั่นเล่นหัวผมอีกแล้ว
     “หึงรึเปล่าน่ะเรา?”
     ผมนึกว่าพี่ชัชจะพูดว่าอะไรเป็นประโยคแรกหลังจากอยู่ด้วยกันสองคน จะทำไม่รู้ไม่ชี้หรือเปลี่ยนเรื่อง รึรีบอธิบายเพราะกลัวผมจะเข้าใจผิด แต่พี่ชัชของผมหวานเสมอครับ เจอแบบนี้ก็เขินนะครับ ให้พี่ชัชรีบแก้ตัวมาเลยยังจะน่าอายน้อยกว่าอีก
     “ก็เพื่อนไม่ใช่เหรอครับ”
     “ครับ เหมือนที่คนเมื่อกี้ก็เพื่อนต้นไง”
     “ผมไม่ได้คิดอะไรกับโอม!”
     “พี่รู้”
     ทีแบบนี้ละก็ ยิ้มเจ้าเล่ห์อีกแล้ว ผมเกลียดรอยยิ้มแบบนี้ที่สุดเลยครับ รอยยิ้มที่เบื้องหลังความขี้เล่นนั้นมีความเจ้าเล่ห์แฝงไว้ ไหนจะยังสายตาเป็นประกายนั่นอีก เพราะรอยยิ้มแบบนี้มันทำให้หัวใจของผมเต้นแรงขึ้น แล้วก็พาลทำให้ผมหน้าแดงด้วย เอาเป็นว่าผมเกลียดก็แล้วกันครับ เขินจัง...
     “เย็นนี้กินข้าวนอกบ้านกันมั้ยครับ ไม่ได้มาแถวนี้ตั้งนาน มีไรอร่อยๆ มั่งอ่ะ แนะนำพี่หน่อยสิ”
     “แพงจะตาย กลับไปทานที่บ้านไม่ดีกว่าเหรอครับ?”
     “ไม่เอาอ่ะ สงสารเมีย เมื่อเช้าก็เหนื่อยอุ่นไส้กรอกให้พี่แล้ว ไม่อยากให้ต้องเหนื่อยทำกับข้าวอีก”
     พี่ชัชบ้า! จะพูดขึ้นมาทำไมก็ไม่รู้ ผมเขินจนไม่รู้จะตอบอะไรแล้วครับ เลิกจ้องผมไปยิ้มไปซะทีเถอะ! ผมอายคนแถวนี้จะแย่!
     “งั้นอยากทานอะไรก็ตามใจเถอะครับ แล้วแต่พี่ชัชเถอะ”
     “งั้นไปพาราก้อนกัน อยากไปเปิดหูเปิดตา”
     ผมจะทำอะไรได้นอกจากปล่อยให้พี่ชัชจูงมือผมเดินข้ามฝั่งไปละครับ เชื่อเค้าเลย กล้าเดินจูงมือผมต่อหน้าคนอื่นด้วย ขนาดคนอื่นมองกันเต็มแต่ผู้ชายหน้าหนาอย่างพี่ชัชก็ไม่หวั่นครับ เดินจูงมือผมสบายอารมณ์ พี่ชัชไม่อายแต่ผมอาย ก็ผมยังผูกไทด์ที่มีตรามหาลัยติดอยู่นะครับ
     แต่นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ผมคิดว่าแฟนของผมหวานมากๆ เลยละครับ พี่ชัชไม่ใช่คนโรแมนติกแต่เป็นคนที่มักจะทำอะไรหวานๆ ให้กับคนที่ตัวเองรักตลอดเวลาโดยไม่รู้ตัว เพราะธรรมชาติของพี่ชัชที่เป็นคนชอบเทคแคร์คนอื่นอยู่แล้ว ยิ่งเวลาอยู่กับคนรัก พี่ชัชยิ่งแสดงออกทุกอย่างโดยไม่มีขัดเขินเลยแม้แต่น้อย แล้วมันก็ทำให้หัวใจของผมเต้นแรง
     เพราะแบบนี้แหละครับที่ทำให้ผมคิดว่าข้อดีของพี่ชัชมีมากกว่าข้อเสีย ก็ต่อให้ผมกำลังเซ็งอะไรอยู่ก็เถอะ เจอลูกอ้อนของพี่ชัชเข้าไปผมก็เขินจนหัวใจเต้นโครมครามลืมไอ้ที่กำลังโกรธอยู่หมดแหละครับ ก็ใครใช้ให้แฟนผมน่ารักขนาดนี้กันเล่า!

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

น้องต้นร้ายได้อีก! ขี้อิจฉาเนอะ มาดูกันว่าน้องต้นจะสร้างเรื่องอะไรอีก มาตามติดชีวิตน้องต้นกันเถอะ!

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
ดราม่าควีนกับคิงซื่อบื้อ The story after that. # ตอนพิเศษ 1

เมื่อหมาป่า(ติดใจ)อยากงาบลูกแกะขี้ระแวง(อีกครั้ง)

     ต้นน้ำไม่แน่ใจว่าควรจะทำอย่างไรดี? เขาพยายามเสริชหาวิธีผูกเนคไทในอินเตอร์เน็ทแล้ว แต่พอลองทำเข้าจริงๆ กลับยากกว่าที่เห็น เขาเข้าใจวิธีการแต่กลับผูกออกมาได้ไม่สวยงามตามตัวอย่าง เนคไทที่เขาพยายามผูกดูบิดเบี้ยวผิดรูปเหมือนปมเชือก
     จนกระทั่งสัญญาณกริ่งจากหน้าประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงของคนคุ้นเคยร้องเรียก ต้นน้ำจึงได้สติ เขาคร่ำเคร่งกับการผูกเนคไทเกือบสองชั่วโมงแล้ว!
     “ทำไรอยู่ครับต้น พี่เคาะตั้งนาน”
     “ขอโทษครับ ผมยุ่งๆ อยู่นิดหน่อย”
     ต้นน้ำขอโทษพลางเบี่ยงตัวหลบให้ชัยชัชเข้ามาในห้อง
     “อ้าว? ยุ่งมากป่าว งั้นพี่ไม่กวนก็ได้นะ”
     แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่ชัยชัชกลับเดินไปเอกเขนกบนโซฟารับแขกเสียแล้ว ต้นน้ำยิ้มให้ชัยชัชก่อนจะเดินไปรินน้ำเย็นมาเสิร์ฟแฟนของตน
     มือของชัยชัชปลดเนคไทของตนออกพลางเปลื้องกระดุมเสื้อบางเม็ดก่อนจะบ่นตามความเคยชิน โดยมีสายตาของต้นน้ำมองตามทุกการกระทำ
     “โคตรหิวเลยว่ะต้น มีไรให้พี่กินบ้างป่าว?”
     ต้นน้ำลืมไปเสียสนิท! เขาไม่ได้เตรียมอะไรไว้ให้ชัยชัชเพราะมัวแต่คร่ำเคร่งกับการหัดผูกเนคไทจนลืมเวลา แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่ได้ทานอาหารเย็นเช่นกัน
     “ผม... ขอโทษนะครับพี่ชัช ผมไม่ได้เตรียมอะไรไว้เลย”
     “เออๆ ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพี่ไปหาไรกินร้านใกล้ๆ นี้ก็ได้ แล้วเราอ่ะ ไปนั่งกินขนมกับพี่มั้ยครับ?”
     ชัยชัชไม่โกรธต้นน้ำเลยสักนิด ต้นน้ำรู้สึกว่าตัวเองช่างโชคดีที่มีแฟนเป็นคนง่ายๆ ไม่เรื่องมาก
     “เอ่อ ผมยังไม่ได้ทานอะไรเหมือนกันเลยครับ พอดีวันนี้ผมยุ่งๆ อยู่ก็เลย...”
     “เห? ยุ่งเรื่องไรอยู่ครับ เพลินจนลืมทานข้าว?”
     ชัยชัชชวนสนทนาไปตามเรื่องไม่คิดอะไรมาก แต่แล้วกลับพบว่าแฟนเด็กของตนนั่งหน้าแดงไม่ยอมตอบคำถาม อารมณ์สงสัยของเขาดิ้นรนเอาชนะความหิวจนได้ ชัยชัชรู้ดีว่ามีเรื่องสนุกๆ รอเขาอยู่
     “แอบทำไรอยู่ครับที่รัก พี่ถามทำไมไม่ตอบ ทำไรอยู่ฮึ?”
     คงเพราะคำถามถูกส่งมาพร้อมๆ กับอ้อมกอดจากชายคนรัก ต้นน้ำจึงรู้สึกประหม่าเหมือนถูกจับผิด โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงว่าตนเผลอมองชัยชัชอย่างผิดปกติก็ชวนให้ใบหน้าที่แดงระเรื่ออยู่แล้วขึ้นสีจัดมากกว่าเดิม
     “ผมไม่ได้แอบทำอะไรไม่ดีนะครับ”
     ต้นน้ำตอบพร้อมกับก้มลงซ่อนความอายไม่กล้าหันไปเผชิญหน้ากันทำให้ชัยชัชถูกใจมากกว่าเดิม เขาต้องการรุกมากกว่านี้
     “ไม่ได้แอบทำไรไม่ดีแล้วทำไมต้องหลบตาพี่ครับ ไหนสารภาพมาสิ?”
     ชัยชัชกล่าวพร้อมกับเชยคางของต้นน้ำให้มาประสานสายตากัน ใบหน้าของคนรักที่ขึ้นสีไม่กล้าสบตาช่างน่ารักเกินหักห้ามใจ แต่พอเขาก้มลงจะประทับจุมพิตให้ต้นน้ำก็ขัดขืนเบี่ยงหลบไปเสียก่อน
     “อย่าสิครับพี่ชัช”
     “ทำไมละครับ ขอหอมหน่อยไม่ได้เหรอ?”
     “ก็เมื่อกี้พี่ชัชไม่ได้จะหอมผม”
     ต้นน้ำประท้วงขึ้นด้วยความกระดากอาย ถึงแม้เขาจะเป็นของชัยชัชด้วยความเต็มใจแล้วแต่เขาก็ยังไม่ชินกับการรุกล้ำแสนหวานจากชัยชัชเลยแม้แต่น้อย
     เพียงแค่สัมผัสเบาๆ ก็ทำให้เขาเกิดความร้อนรุ่มอย่างน่าประหลาด ต้นน้ำไม่พร้อมถูกแผดเผาด้วยไฟราคะที่ไร้หนทางขัดขืนนี้
     แม้จะเป็นเพียงสัมผัสหยอกล้อเบาๆ ของชัยชัช แต่สำหรับต้นน้ำมันคือสัมผัสที่ทำให้ตัวเขาตื่นตัวเกินห้ามใจ
     “งั้นก็บอกพี่มาก่อน เมื่อกี้ทำไรอยู่ครับ? ไม่บอกพี่จูบจริงๆ ด้วย จูบแบบเฟรนช์คิสเลยเอ้า”
     ชัยชัชเรียนรู้แล้วว่าสุดที่รักของเขาก็มีอารมณ์ เพียงแต่ที่ผ่านมาต้นน้ำพยายามเก็บมันไว้ไม่ปล่อยให้ตัวเองหลอมละลายไปกับสัมผัสของเขา ทว่านับตั้งแต่ที่เขาได้สัมผัสต้นน้ำเต็มที่ในคืนนั้น ดูเหมือนต้นน้ำจะไวต่อสัมผัสของเขามากขึ้น
     ทั้งๆ ที่เป็นเช่นนั้นแต่ต้นน้ำกลับพยายามเว้นระยะห่างมากกว่าเดิม ท่าทางเขินอายบอกให้เขารู้ว่าต้นน้ำเป็นลูกแกะน้อยขี้ขลาด แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ หมาป่าจอมโฉดได้ใจเสียแล้ว เนื้อหวานๆ ของลูกแกะแสนซื่ออร่อยยิ่งนัก ลิ้มรสเพียงครั้งก็ยากจะหักห้ามใจไม่ให้กระหายอีก พาลต้องคิดหาวิธีชิมอีกจนได้
     ลูกแกะน้อยเองก็รู้ตัวจึงพยายามสุดฤทธิ์เท่าที่จะทำได้ไม่เอาตัวเองไปเสิร์ฟใส่จานให้หมาป่าจอมโฉด เจ้าแกะน้อยรู้ดีว่าหาใช่แต่หมาป่าคนเดียวที่ติดใจ!
     “ถ้า... ถ้าผมบอกแล้วพี่ชัชห้ามหัวเราะนะครับ ถ้าพี่ชัชไม่สัญญาผมไม่บอกจริงๆ ด้วย”
     “ทำไมพี่ต้องสัญญาด้วยล่ะ พี่ถามต้นก่อนนะ ไม่ยอมบอกกันแบบนี้อยากให้พี่จูบเราใช่ป่าวครับ?”
     พร้อมๆ กับที่พูดริมฝีปากของชัยชัชก็จู่โจมซุกไซ้เข้ามาจนต้นน้ำตั้งตัวไม่ติด
     “บอกแล้วๆ ครับ”
     ต้นน้ำหอบหน้าแดงก่ำทั้งอายทั้งเขิน เขาถูกผลักเอนราบกับโซฟาโดยมีชัยชัชคร่อมอยู่ สายตาวิบวับชวนละลายนั่นทำให้เขาไม่กล้าแม้แต่จะมอง ริมฝีปากที่ชอบยิ้มกว้างนั่นก็ทำให้เขาร้อนซู่ไปทั้งหน้าเมื่อนึกถึงว่าเขาเคยถูกริมฝีปากนั้นทำอะไรเอาไว้บ้าง
     ต้นน้ำเสมองไปทางอื่นด้วยใบหน้าขึ้นสีที่พยายามทำหน้าตายให้ดูปกติที่สุดแล้วเอ่ยเสียงอ้อมแอ้มว่า
     “ผมพยายามผูกเนคไทอยู่ครับ”
     “หือ? อะไรนะครับ?”
     “ผมหัดผูกเนคไทอยู่ครับ พรุ่งนี้ผมต้องใส่ชุดนิสิตแล้ว”
     “ผูกไทด์เนี่ยนะ?”
     “ครับ”
     “แล้ว?....”
     “กำลังหัดอยู่ครับ”
     “อุ๊บ! ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ผูกไทเนี่ยนะต้น ยุ่งมาก?”
     “ก็ผมผูกไม่เป็นนี่! ไม่เคยมีใครสอนผมซักหน่อย พี่ชัชสัญญาแล้วนะครับว่าจะไม่หัวเราะ!”
     เสียงหัวเราะดังสนั่นของชัยชัชทำให้ต้นน้ำอายมากกว่าถูกลวนลามเมื่อครู่เสียอีก เขาทั้งโกรธทั้งอาย
     “โอ๋ๆ พี่ขอโทษ อย่าโกรธพี่เลยนะครับ เอาน่าๆ เรื่องแค่นี้เอง”
     “แค่นี้ที่ไหนกันละครับ! ผมพยายามตั้งนาน ไม่เห็นออกมาสวยซักที”
     คงเพราะทิฐิที่เกิดขึ้นกะทันหันต้นน้ำจึงดันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างงอนๆ แก้มที่ป่องเล็กน้อยกับหัวคิ้วที่ขมวดกันเป็นปมทำให้ชัยชัชรู้ได้ว่าแฟนของเขากำลังซีเรียส เขาโอบคนประสบการณ์น้อยกว่าไว้ในอ้อมแขนพลางเอ่ยปลอบ
     “ทำไมไม่มาถามพี่ล่ะ พี่สอนให้ก็ได้”
     “ก็มันน่าอายนี่ครับ ขนาดพี่ชัชยังผูกสวยเลย แต่ผมพยายามตั้งนานกลับทำไม่ได้ซักที”
     “ไม่มีใครทำอะไรเป็นมาแต่เกิดหรอกนะต้น พี่ก็เคยให้คนอื่นสอนมาก่อนเหมือนกัน พี่ผูกไทด์ทำงานมากี่ปีแล้วล่ะ? เราจะมาเทียบพี่ได้ไงเดี๋ยวผูกบ่อยๆ ก็ทำสวยเองแหละ”
     “แต่ผมกลัวพี่ชัชหัวเราะผมนี่ แล้วพี่ชัชก็ขำผมจริงๆ ด้วย”
     “ก็พี่ขำที่เราดันมาอายเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้น่ะสิ ถ้ามาถามพี่แต่แรกดีๆ พี่ก็ไม่ขำหรอก”
     “ก็ไทด์ที่ผมผูกมันน่าอายมากนี่ครับ ผมไม่อยากให้พี่ชัชเห็นนี่”
     ใจจริงแล้วต้นน้ำอายที่เขาผูกเนคไทไม่ได้เรื่องในขณะที่คนขี้เกียจไร้ระเบียบอย่างชัยชัชกลับผูกเนคไทไปทำงานได้สวยงามทุกวัน ทิฐิเล็กๆ ที่เกิดขึ้นทำให้ต้นน้ำไม่ยอมขอความช่วยเหลือจากแฟนของตน
     “ขนาดนั้นเลย?”
     ต้นน้ำไม่ตอบแต่อาการพยักหน้าน้อยๆ นั่นก็ชวนให้ชัยชัชเอ็นดู
     “งั้นไปเอามาให้พี่ดูมา พี่จะได้สอนเรา”
     “แล้วพี่ชัชไม่ไปทานข้าวเหรอครับ ไหนบอกหิว”
     “เดี๋ยวค่อยไปหาไรกินด้วยกันก็ได้ ไม่นานหรอก ไปเอามาเร็ว มาผูกให้พี่ดูพี่จะได้สอน”
     “งั้นรอผมแป๊ปนึงนะครับ ผมวางไว้ในห้องนอน เดี๋ยวผมไปเอาก่อน”
     “เออไม่ต้องละ พี่ไปสอนเราในนั้นดีกว่าจะได้มีกระจกด้วย”
     ต้นน้ำหันมามองชัยชัชด้วยสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็พาชายหนุ่มเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง เขาเริ่มผูกไนคไทตามวิธีที่เรียนรู้มาจากในอินเตอร์เน็ทให้ชัยชัชดูก่อน ปมที่ขมวดแน่นจนเบี้ยวนั้นดูประหลาดแต่ชัยชัชก็อธิบายไม่ได้เหมือนกันว่าต้นน้ำพลาดขั้นตอนไหน ชัยชัชจึงเริ่มลงมือผูกเนคไทให้ต้นน้ำดู
     ต้นน้ำพยายามทำตามชัยชัชทุกขั้นตอน แต่จนแล้วจนรอดท่าทางเก้ๆ กังๆ ปนกับหัวคิ้วยุ่งๆ ของต้นน้ำก็ชวนให้ชัยชัชเพลีย เขาเรียกต้นน้ำมาหน้ากระจกแล้วก้าวมายืนด้านหลังพลางจับสองมือของต้นน้ำผูกไทด์แบบที่เขาทำตามปกติแทน
     “ทำไมต้องสอนแบบนี้ด้วยละครับพี่ชัช”
     ต้นน้ำเอ่ยถามด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ ระยะชิดใกล้กันแบบนี้ชวนให้เขาเขินอาย กลิ่นเหงื่อผสมกับกลิ่นโคโลญจน์ของชัยชัชทำให้เขารู้สึกวาบหวิว
     “ก็พี่ถนัดแต่ผูกเองนี่นา ทำให้คนอื่นไม่เป็นว่ะ พี่ไม่รู้ด้วยว่าเราพลาดตรงไหน เชื่อพี่ทำตามพี่แบบนี้แหละเดี๋ยวก็เป็น”
     แม้ในตอนแรกต้นน้ำจะกังขากับวิธีสอนแปลกๆ ของชัยชัช แต่เขาก็ยอมให้ชัยชัชควบคุมมือของตนไปตามเสต็ปต่างๆ และเมื่อชัยชัชค่อยๆ สอนเขาทีละขั้นจนได้เนคไทที่ออกมาสวยกว่าทุกครั้งที่เขาเคยผูก ต้นน้ำก็ตาเป็นประกาย
     ชัยชัชแนะนำต้นน้ำอยู่ราวๆ สองสามรอบจนต้นน้ำเริ่มคล่อง
     แต่แล้วภาพของต้นน้ำที่ตั้งใจมองตามทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของมือเขาก็ทำให้ชัยชัชหลงใหล สายตาของลูกแกะแสนซื่อตัวนี้ช่างดึงดูดเขาได้มากเหลือเกิน โดยเฉพาะเวลาที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวเช่นนี้
     ความคิดเกิดขึ้นในหัว ความต้องการเกิดกับร่าง บางส่วนจึงเกิดปฏิกิริยา
     “พะ พี่ชัชครับ?”
     ภาพของต้นน้ำที่ชะงักไปแล้วเรียกชื่อเขาด้วยเสียงสั่นๆ ทำให้ชัยชัชแทบคุมตัวเองไว้ไม่อยู่ แฟนของเขากำลังหน้าแดงจนถึงใบหู ต้นน้ำก้มหน้าลงไม่กล้าสบตากับภาพสะท้อนของเขาในกระจก ชัยชัชแทบคลั่งเพราะความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นในร่างกาย
     “ไม่ต้องใกล้กันขนาดนี้ก็ได้มั้งครับ เอ่อ ผมพอจะเป็นแล้วด้วยขอผมลองทำเองนะครับ”
     ต้นน้ำพูดพร้อมกับขืนตัวออก แต่วงแขนที่พาดไหล่ของชัยชัชกลับตวัดรวบเอาต้นน้ำขึ้นไปนั่งตักบนเตียงด้วยกัน
     “พี่ชัช!”
     “ตรงนี้ก็เห็นกระจกครับ”
     เสียงทุ้มๆ ที่ชัยชัชกระซิบอยู่ริมหูทำให้ต้นน้ำแทบขาดใจ เขาว้าวุ่นจนคิดอะไรไม่ออก
     “แต่... ตัวผมหนักนะครับ”
     “ไม่หนักหรอก พี่ไม่ถือ”
     ต้นน้ำหน้าแดงเถือก เขาก้มหน้าลงต่ำอย่างจนใจ ชัยชัชไม่ถือแต่เขาถือ! ต้นน้ำรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งที่ดันสะโพกของเขาอยู่
     “ปล่อยผมลงเถอะครับ”
     “ทำไมอ่ะครับ รังเกียจพี่เหรอ ขอกอดกันแค่นี้เอง”
     ชัยชัชว่าพลางกระชับวงแขนโอบรอบเอวของต้นน้ำแน่นขึ้น
     พี่ชัชแกล้งตีหน้าซื่อใส่เขาอีกแล้ว เขาควรจะทำเช่นไรดี?
     “ผม... ผมไม่มีสมาธิครับพี่ชัช”
     “ทำไมละครับ?”
     ชัยชัชกระซิบถามต้นน้ำด้วยเสียงกระเส่าในคอ มือของเขาลูบอยู่ตรงสีข้างของต้นน้ำจนเด็กหนุ่มเผลอกัดริมฝีปาก
     “หยะ อย่าสิครับพี่ชัช!”
     ต้นน้ำพยายามขัดขืนเบี่ยงตัวออกแต่กรงแขนของชัยชัชก็กักเขาไว้จนดิ้นไม่หลุด
     “ทำไมละครับแค่กอดเอง”
     ชัยชัชประท้วงพร้อมกับจรดจมูกลงบนแผ่นหลังของต้นน้ำจนเขาสั่นไปทั้งตัว
     “ตะ แต่... แต่ตรงนั้นของพี่ชัช...”
     “ก็พี่รักต้นนี่นา เวลาเราอยู่ใกล้กันแบบนี้มันก็ตื่นของมันพี่ห้ามไม่ได้หรอก พี่รับปากเราแล้วพี่ไม่ทำอะไรเราหรอกครับ ถ้าต้นไม่อนุญาตพี่”
     ทั้งๆ ที่ปากพูดแบบนั้นแต่ชัยชัชกลับพรมจูบลงบนแผ่นหลังของต้นน้ำ สัมผัสร้อนผ่าวแผ่วเบาบริเวณหลังคอชวนให้เขาสะท้าน
     ต้นน้ำไม่เหลือสมาธิอะไรอีกแล้ว แม้แต่คำพูดโต้ตอบยังจนปัญญา ได้แต่ก้มหน้าลงซ่อนความเขินอาย ริมฝีปากเม้มเข้าหากันด้วยความอดกลั้น เขาไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่าจังหวะหายใจของตนเปลี่ยนไป!
     ชัยชัชแย้มยิ้มอย่างสมใจ ดูท่าอาหารเย็นวันนี้เขาจะได้ทานเนื้อแกะรสเลิศเสิร์ฟถึงบนเตียง! อุ้งมือของหมาป่าค่อยๆ ซุกซนแหวกเข้าไปใต้ร่มผ้าของลูกแกะน้อย
     “พี่ชัชอย่าสิครับ!”
     “ทำไมละครับ พี่อยากสัมผัสเราไม่ได้เหรอ?”
     “แต่ แต่ว่า...”
     “กลัวพี่เหรอครับ?”
     คงเพราะชัยชัชถามด้วยน้ำเสียงตัดพ้อถึงหัวข้ออ่อนไหวบางอย่างต้นน้ำจึงละล่ำละลักปฏิเสธ
     “เปล่านะครับ!”
     “งั้นทำไมละครับ? หรือเพราะครั้งนั้นพี่ทำให้ต้นเจ็บ ต้นเลยไม่รักพี่แล้ว”
     เป็นความจริงที่แม้แต่ครั้งที่สองที่ชัยชัชตั้งใจเต็มที่ก็ยังพลาดเพราะเขาคุมตัวเองไม่อยู่ ความสัมพันธ์หนแรกที่เกิดจากความเต็มใจจึงจบลงด้วยเลือดเช่นเคย แม้ไม่มากเท่าครั้งแรกและสุขสันต์กันไปทั้งสองฝ่ายแต่ก็เจ็บปวดมิใช่น้อย ชัยชัชรู้ความผิดพลาดของตัวเองดี เขาคิดมาตลอดว่านี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้นน้ำบ่ายเบี่ยงตน
     สีหน้าและแววตาสำนึกผิดของชัยชัชทำให้ต้นน้ำเกิดความอาทร เขามองหน้าคนรักของตนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะขยับเบี่ยงตัวซบลงบนไหล่ของอีกฝ่าย ต้นน้ำซุกหน้าลงก่อนจะใช้แขนโอบรอบคอของชัยชัชไว้พลางกล่าวด้วยเสียงเบาหวิว
     “ผมไม่ได้กลัวพี่ชัชครับ ต่อให้เจ็บกว่านั้นผมก็ทนได้ แต่ว่า... ผม.. ผมอายครับ”
     พอได้ฟังคำสารภาพจากปากแฟนเด็ก ชัยชัชก็หลุดขำออกมา เขาลูบหลังปลอบต้นน้ำด้วยความเอ็นดู
     “อายอะไรครับ?”
     “ก็ผมเป็นผู้ชาย คงไม่เหมือนผู้หญิง แล้ว... แล้วมันก็”
     แทนที่จะพูดจนจบประโยคต้นน้ำกลับซุกหน้าลงแน่นกว่าเดิม เขาไม่กล้าพูดความในใจ
     “คิดมากน่าต้น พี่ไม่ถือหรอก พี่เองก็ห่วยพอกัน ไว้เรามาหัดด้วยกันก็ได้นี่ ค่อยๆ ฝึกไปทีละขั้นตอนดีป่ะ? หรือจะให้พี่ช่วยทำความสะอาดให้ก็ได้นะ ฮ่าๆ”
     ต้นน้ำเขินจัดจนพูดอะไรไม่ออกแล้ว เขาได้แต่ซบลงบนไหล่ของชัยชัช แม้เนคไทที่กำลังหัดผูกจะห้อยอยู่บนคอแต่กลับถูกลืมเสียสนิท ในหัวของต้นน้ำตอนนี้มีแค่“พี่ชัช”เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น ต้นน้ำรักชัยชัชมากเหลือเกิน
     ชัยชัชเกิดความรู้สึกอิ่มเอมใจอยากปกป้องเจ้าลูกแกะน้อยตัวนี้ เขาอยากถนอมบรรยากาศละมุนละไมไว้ให้นานกว่านี้จึงตัดสินใจสงบสติอารมณ์ของตน
     “เอาแต่เขินนะเรา ไหนๆ ดูดิ๊? ผูกไทด์ได้สวยยังครับ?”
     ชัยชัชดึงต้นน้ำกลับมาสู่หลักสูตรผูกเนคไทด้วยการแซว ต้นน้ำจึงประท้วงขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้
     “ก็พี่ชัชน่ะแหละ แกล้งผมก่อน!”
     “ใครบอกว่าพี่แกล้ง เมื่อกี้พี่เอาจริง!”
     “พี่ชัช!”
     “แต่พี่สงสารลูกแกะตาดำๆ เลยหยุดดีกว่า ฮ่าๆ”
     “ไม่เอาแล้วครับ ผมหิวข้าวแล้ว”
     ต้นน้ำตัดสินใจเบี่ยงประเด็นในตอนที่ยังมีโอกาส ใครจะไปรู้หากช้ากว่านี้อีกนิดเขาอาจจะกลายเป็นเสต็กเนื้อแกะรอบสองก็ได้ เลยยกเรื่องอาหารเย็นขึ้นมาอ้าง
     “ครับๆ แล้วเราอยากทานอะไรล่ะ ให้พี่พาไปไหนดี? ซีค่อนป่ะ? หรือพาราไดซ์?”
     “เอาใกล้ๆ ก็ได้มั้งครับ พรุ่งนี้ผมต้องไปแต่เช้า”
     “อืม งั้นร้านนั้นดีป่ะ? ที่พี่พาเราไปครั้งแรก? ใกล้ดี แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ให้พี่ไปส่งต้นนะครับ”
     ชัยชัชอ้อนขอดูแลเขาอย่างอ่อนหวานจนต้นน้ำรู้สึกตัวลอย เขาชอบเวลาที่ถูกเอาใจเช่นนี้ที่สุด ชัยชัชทำให้เขาละลายได้ด้วยความรักอันอบอุ่น ต้นน้ำจึงเผลอตอบไปตามความเคยชิน
     “แล้วแต่พี่ชัชครับ”
     “คร้าบ ที่รักของพี่”
     ชัยชัชยิ้มให้ต้นน้ำอย่างนึกขำ ทั้งขันทั้งเอ็นดู แฟนของเขาเป็นโรค“แล้วแต่พี่ชัช”ไม่เลิก อะไรๆ ก็ตามใจเขาตลอด ชัยชัชคิดว่าตนช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้ต้นน้ำมาเป็นแฟน

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ย้อนอดีตกันนิดหน่อย สมัยยังเป็นลูกแกะน้อย ฮ่าๆ คิดถึงน้องต้นคนขี้อายคนนี้มั้ย? ถึงจะแอ๊บแต่ก็ใสสมเป็นเคะลูกแกะหน่อย ไม่ไหวๆ พอขึ้นภาค2 ฮีอัพสกิลราชินียังไงก็ไม่รู้ กลายเป็นอย่างที่เห็น ชอบแบบไหนมากกว่ากันเอ่ย?
แต่อย่างว่านะ คนเรามันต้องมีการเปลี่ยนแปลง เจอแฟนแบบพี่ชัชปากไม่ฉีกถึงหูให้รู้ไป ฮ่าๆ
บางทีชีวิตคู่มันจะไปรอดไม่รอดล่มหรือรุ่งก็ต้องดูกันยาวๆ ระยะที่ผ่านโหมดหวานเข้าสู่โหมดธรรมดานี่แหละช่วงวัดใจ มันหมดโปรโมชั่นแล้วไง ถ้าไม่ใช่นิสัยแบบนั้นอยู่แล้ว หรือเคยขู่เข็นสัญญาอะไรเอาไว้ รับรองมันถึงจุดที่ขี้เกียจขึ้นมาทันที ทั้งขี้เกียจเอาใจ ขี้เกียจทน บางคนอาจจะถึงขั้นเบื่อ
ก็มาดูกันว่าชีวิตคู่ของพี่ชัชน้องต้นจะเป็นเช่นไร ภาคนี้เน้นชีวิตคู่น่ะ แต่ก็รองจากดราม่าน้องต้นนะ ฮ่าๆ ยิ่งน้องต้นเป็นเด็กมหาลัย พี่ชัชก็วัยทำงาน เวลาก็ไม่ตรงกัน สนุกละซี่!

ป.ล. มันคือนิยายดราม่าจริงๆ คนเขียนไม่ได้หื่นเล้ย...  :katai2-1:
ป.ล.2 ตอนแต่งโคตรขำ คุณน้องต้นทำแท้งไม่เป็น แหมๆ มือใหม่มันจะราบรื่นได้ยังไง เจอคนใจร้อนจ้องจะยัดแบบอิพี่ชัชอีก เฮ้อ... เพลียกับพระนายคู่นี้เนอะ

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce

การกลับมาของแม็กซ์

แม็กซ์

     ผมนั่งมองโทรศัพท์มาหลายวันแล้ว
     ผมกับต้นไม่ได้เจอกันนานมาก นานเป็นปี เวลามันผ่านไปเร็ว แต่ทำไมหัวใจผมมันถึงได้หยุดอยู่ที่เดิม?
     ถึงผมจะทำใจได้แต่กลับเลิกรักต้นไม่ได้ แม้ผมจะคบใครต่อใครอีกมากมาย ต่อให้ผู้หญิงคนนั้นดีกับผมมากเท่าไหร่ ผมก็ทุ่มเทให้เธอได้ไม่เท่าที่ผมเคยทำให้ต้น
     ผมอาจจะรักพวกเธอ แต่ผมก็รักในความดีที่พวกเธอมีให้ผม บางคนยอมอดทนนิสัยแย่ๆ ของผม บางคนรักและเสียสละทุ่มเทยอมให้ผมทุกอย่าง บางคนก็เป็นผู้หญิงที่มีค่าเกินกว่าจะมาจมปลักอยู่กับผม
     ปีที่ผ่านมาผมไม่เคยโทรหาต้นเลย ผมรู้ดีว่าต้นคงลำบากใจ ต้นไม่ชอบผม แต่ผมยังรักต้นอยู่ ถึงผมจะอยากได้ยินเสียงของต้น แต่ถ้าเสียงของผมทำให้ต้นลำบากใจ ผมจะไม่ทำให้คนที่ผมรักเดือดร้อน
     ที่ผ่านมาสิ่งที่ผมทำก็มีแค่ส่งข้อความอวยพรต้นตอนปีใหม่กับวันเกิด แล้วก็ตอนที่ผมมีแฟนหลังจากไปเรียนที่เชียงใหม่
     ก่อนหน้านั้นเราไม่ได้ติดต่อกันเลย ครั้งสุดท้ายที่ผมเจอต้นก็คือวันสุดท้ายของการเรียนเทอมสอง ต้นยังใส่เฝือกอยู่มากับผู้ชายคนนั้น ต้นกำลังยุ่งกับเรื่องสอบเหมือนกับตัวผมๆ จึงทำได้แค่เดินเข้าไปทักทายต้นแล้วอวยพรเรื่องมหาลัยตามประสา“เพื่อน” หลังจากนั้นผมก็เลือกที่เชียงใหม่ ใช่ว่าผมอยากหนีจากมาแต่เป็นเพราะคะแนนของผมไม่ดีอยู่แล้ว
     วันเกิดผมผ่านไปก่อนที่ผมจะส่งข้อความไปหาต้นว่าผมมีแฟน ต้นรู้วันเกิดผมดี แต่ต้นเลือกที่จะไม่ติดต่อผม ใช่ว่าผมเสียใจ ผมรู้ว่าให้มันเป็นแบบนี้ดีที่สุดแล้ว
     จนกระทั่งวันนึงที่ผมทำใจได้กล้าติดต่อต้นอีกครั้ง ผมบอกต้นว่าผมมีแฟนใหม่แล้วและแฟนผมน่ารักมากๆ ผมรักแฟนของผม ต้นส่งข้อความกลับมาแสดงความยินดีกับผม นอกจากนั้นผมติดต่อต้นอีกแค่ตอนปีใหม่กับวันเกิด ต้นตอบข้อความของผมด้วยคำขอบคุณง่ายๆ แล้วเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีก
     ความจริงแล้วผมรู้ข่าวต้นตลอดเวลา อาร์มอยู่มหาลัยเดียวกับต้น มันเจอกันบ่อยๆ ผมก็เป็นเพื่อนสนิทกับอาร์ม เพียงแต่ผมคงเรียกว่าเป็นเพื่อนสนิทกับต้นไม่ได้ เพราะผมคิดกับต้นมากกว่านั้น
     อาร์มเล่าให้ผมฟังว่าช่วงหลังสนิทกับต้นมากขึ้น มันได้คุยกันต้นบ่อยกว่าสมัยก่อน มันเล่าให้ผมฟังว่าต้นยังป็อปอยู่เหมือนเดิม มีรุ่นพี่ในคณะมันกับพวกรุ่นพี่พากันรุมจีบต้น แต่ผมไม่มีสิทธิ์หวงต้นอีกต่อไปแล้ว ผมไม่ใช่ไม้กันหมาของต้นอีกต่อไป ต้นมีเจ้าของแล้วและคนๆ นั้นก็ไม่ใช่ผม
     ผมเกลียดผู้ชายคนนั้นและผมก็รู้ว่ามันคงเกลียดผมไม่แพ้กัน เพราะเราสองคนรักต้น แต่คนที่ต้นรักไม่ใช่ผม
     ผมนึกว่าเวลาและระยะทางจะช่วยผมได้ มันช่วยได้ก็จริง มันช่วยให้ผมทำใจแต่ไม่ได้ทำให้ผมลืมต้น ผมยังคงรักต้นอยู่เหมือนเดิม
     แต่ตอนนี้ระยะทางระหว่างผมกับต้นมันสั้นลงแล้ว ผมออกจากที่เก่าย้ายมาเรียนที่กรุงเทพฯ เพราะพ่อกับแม่อยากให้ผมเรียนในกรุงเทพฯ มากกว่า ผมตามใจพวกท่าน ย้ายกลับมาเรียนในกรุงเทพฯ โชคดีที่คราวนี้ผมอ่านหนังสือเตรียมตัวไว้แล้ว ผมสอบติดคณะที่ผมอยากเรียนได้ในที่สุด คงต้องขอบคุณแฟนคนปัจจุบันของผม เธอเป็นคนดี น่ารัก เธอช่วยติวให้ผม อวยพรให้ผมสอบติดคณะที่ผมต้องการแม้จะรู้ดีว่านั่นมันหมายถึงการที่เราต้องห่างกัน อาจจะรวมไปถึงการเลิกกันในที่สุด
     ผมรักแฟนของผมแต่ผมมยังไม่ลืมต้น และผมก็รักต้นมากกว่าที่ผมรักแฟน
     ผมตัดสินใจกดเบอร์โทรศัพท์หาต้นในที่สุด ผมบอกตัวเองว่าผมก็แค่อยากทักทาย“เพื่อนเก่า”
     เสียงของต้นรับสายดังขึ้น ผมดีใจที่ต้นรับโทรศัพท์ผม ผมคิดไปต่างๆ นานาว่าบางทีต้นอาจจะไม่ยอมรับโทรศัพท์ของผม เพราะทั้งผมและต้นไม่มีใครเปลี่ยนเบอร์ และผมรู้ดีว่าต้นจำเบอร์ผมได้ เหมือนที่ผมจำเบอร์ต้นได้ขึ้นใจ
     “หวัดดี ต้น”
     “แม็กซ์...”

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ต้นน้ำ

     ผมเปิดเทอมได้เดือนกว่าแล้วครับ ช่วงรับน้องก็ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้ว ผมได้น้องรหัสเป็นผู้หญิงชื่อน้องลูกเต๋า น่ารักมากๆ แต่เสียอยู่อย่าง น้องรหัสผมค่อนข้างจะออกตัวแรงพอสมควร พอมานึกๆ ดูแล้วในบรรดาผู้หญิงทุกคนที่ผมรู้จักมาผมชอบไนน์มากที่สุดอยู่ดีแหละครับ เพราะไนน์มักจะเว้นที่ว่างให้ผมเสมอ ทำให้ผมอยู่ด้วยแล้วสบายใจมากกว่า ผมชอบอยู่กับคนที่เว้นระยะให้ผมแล้วก็ไม่ทำให้ผมอึดอัด
     น้องลูกเต๋าเธอเปิดตัวว่าจีบผมตั้งแต่ที่รู้ว่าผมเป็นพี่รหัสเธอ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนรอบข้าง ท่ามกลางแหล่งข่าวที่เม้าท์กันว่า“ผมเป็นเกย์” แต่เธอก็ไม่แคร์ เธอเถียงขาดใจครับ เถียงแทนพี่รหัสของเธอว่ายังไม่มีใครเคยได้ยินผมพูดออกจากปากตัวเองว่าผมเป็นเกย์แน่รึเปล่า ที่พูดกันว่าผมเป็นเกย์ก็เพราะผมมักจะมีผู้ชายมาจีบออกหน้าออกตาก็แค่นั้น ส่วนใหญ่สาขาผมผู้หญิงน้อยอยู่แล้ว และเมย์ก็ชอบพูดเองเออเองว่าผมเป็นแฟนเมย์ด้วยเลยทำให้ผู้หญิงคนอื่นๆ ไม่กล้ามาจีบผม ผมนั่งฟังแล้วก็ขำดีนะครับ น้องลูกเต๋าเธอเถียงวกไปวนมาจริงๆ ผมควรจะบอกเธอดีรึเปล่าว่าผมมีแฟนแล้ว
     ส่วนผมกับโอม เราก็ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมครับ โอมไม่แม้แต่จะถามผมว่าผู้ชายที่มารับผมเป็นใคร โชคดีที่เราอยู่กันคนละชมรมเพราะว่าผมถูกคนรู้จักลากไปเข้าชมรมเดียวกันกับเขาซะงั้น
     ความจริงแล้ววันนั้นผมนัดกับโอมไว้ว่าจะเข้าชมรมที่รุ่นพี่ในคณะอยู่ด้วยกัน แต่โชคร้ายที่ผมไปแล้วหากันไม่เจอ ตอนนั้นผมยังไม่ค่อยรู้จักที่ทางในมหาวิทยาลัย แล้วก็เพราะคนเยอะมากๆ เสียงดังด้วยครับ ผมที่ยืนหันรีหันขวางไม่รู้จะไปทางไหนดีกำลังยืนรอโอมจู่ๆ ก็เจอเข้ากับอาร์ม
     ผมเล่าให้พวกคุณฟังแล้วรึยังครับว่าอาร์มสอบติดที่นี่ด้วย อยู่วิศวะ ไม่น่าเชื่อนะครับว่าอาร์มจะสอบเข้าวิศวะที่นี่ได้
     คือไงดีละ ... เสียความรู้สึกมั้งครับ เพราะอาร์มมักจะนั่งหลังห้องมาตลอดสามปีที่ผ่านมาแล้วก็ไม่ค่อยตั้งใจเรียนด้วย แถมคะแนนวิศวะก็สูงกว่าคณะวิทยาฯของผมด้วยครับ ถึงอย่างนั้นอาร์มก็ยัง... แต่ก็เอาเถอะครับ ใช่ว่าผมอยากเข้าวิศวะซะหน่อย
     วันนั้นผมเจอเข้ากับอาร์มครับ พออาร์มเห็นผมยืนอยู่คนเดียวก็ลากผมไปด้วยเฉยเลย คงนึกว่าผมทำตัวไม่ถูกไม่รู้จะไปไหนมั้งครับ อาร์มคงพอรู้นิสัยผมบ้างเพราะเราเรียนที่เดียวกันมา แต่ถึงยังไงอาร์มก็ยังคงเป็นอาร์ม กว่าผมจะบอกอาร์มได้ว่าผมกำลังรอเพื่อนอยู่อาร์มก็จับผมเข้าชมรมเดียวกันไปแล้ว ชมรมที่ทั้งชมรมเกือบจะมีแต่เด็กวิศวะคณะเดียวกับอาร์ม แถมพอผมจะขอออกรุ่นพี่ของอาร์มก็ทำท่าจะดุอาร์มด้วยซะงั้น โทษฐานพาคนมามั่วไม่ดูตาม้าตาเรือ อาร์มคงสับสนระหว่างวิดยากับวิดวะละมั้งครับ ... ผมก็เลยต้องเลยตามเลยครับ เพราะอยู่กับอาร์มก็ไม่ได้แย่มากไหร่
     แล้วหลังจากนั้นผมก็เลยสนิทกับอาร์มมากขึ้น อาร์มใจดีกับผมเหมือนเดิม ไม่สิครับ อาร์มใจดีกับเพื่อนทุกคนอยู่แล้ว ไม่มีพิษมีภัยกับใคร จะบอกว่าผมเอานิสัยหลบหลังคนอื่นมาใช้อีกก็ได้มั้งครับ ผมขี้เกียจคิด การอยู่กับอาร์มมันไม่ได้อึดอัดนี่ครับ ว่ากันตามตรงนอกจากนิสัยอ่านบรรยากาศไม่ออกของอาร์มแล้วอย่างอื่นอาร์มถือว่าเป็นคนดีคนนึงเลยนะครับ นิสัยน่ารักแล้วก็คบง่ายคุยสนุกด้วย อาร์มชวนผมเข้าชมรมดนตรีด้วยกันซึ่งผมก็ไม่ขัดข้อง เพราะชมรมดนตรีเล็กๆ นี้ก็ถือว่าสบายดีครับ ไม่อึดอัดดี
     เพราะฉะนั้น บางเวลาที่ผมอยากมีเวลาเป็นส่วนตัวจากเพื่อนในภาคผมก็เลยเลือกที่จะมานั่งอ่านหนังสือเงียบๆ ที่ห้องชมรม และผมก็มักจะเจอกับอาร์มที่นี่บ่อยๆ เหมือนอย่างเวลานี้ ผมเห็นอาร์มเดินยิ้มมาในระยะร้อยเมตรเลยครับ คนอะไรอารมณ์ดีจริงๆ
     “น้องต้นอ่ะ ไม่ได้ฟังพี่เลยอ่ะ”
     “ขอโทษครับ ผมใจลอยไปหน่อย”
     “แหม ใจลอยไปไหนครับ พี่ก็นั่งอยู่ตรงหน้าน้องต้นนี่ไง”
     ผมเซ็งนะครับ แต่แสดงออกมากไม่ได้ เขาเป็นรุ่นพี่ของอาร์ม อายุมากกว่าผม เป็นคนที่ผมต้องเคารพความอาวุโสของเขา แม้ว่าใจจริงแล้วผมจะรำคาญมุขจีบน้ำเน่าๆ ของเขามากก็ตาม
     “เมื่อกี้พี่บอมพูดว่าอะไรนะครับ”
     “พี่ชวนน้องต้นไปดูหนังครับ เนี่ยนัดกับเพื่อนไว้แล้วโดนเพื่อนเบี้ยว พี่ไม่อยากไปดูหนังคนเดียว น้องต้นไปกับพี่หน่อยนะ”
     “ผมไม่ว่างครับ”
     “โห ไม่ว่างไรอ่ะ ก็แค่นั่งอ่านหนังสือเฉยๆ เอง ไปดูหนังกับพี่ดีกว่าน่า”
     ผมควรจะตอกหน้าเขากลับไปดีมั้ยครับว่า“การอ่านหนังสือ”นี่แหละที่ทำให้ผมไม่ว่าง แต่พูดได้ซะที่ไหน ผมทำได้แค่ถอนหายใจเซ็งๆ เท่านั้นแหละครับ
     “เซ้าซี้เพื่อนผมอีกแล้วพี่บอม ต้นมันไม่ชอบผู้ชายเซ้าซี้หรอกพี่”
     นั่นไงอาร์ม พูดอะไรไม่คิดอีกแล้ว นายบอกเฉยๆ ก็ได้นะว่าเราไม่ชอบคนเซ้าซี้ ไม่ต้องใส่คำว่า“ผู้ชาย”มาให้พี่บอมมีหวังก็ได้!
     “หวัดดีอาร์ม”
     “ดีต้น”
     ผมรู้สึกว่าวันนี้อาร์มดูล่อกแล่กผิดปกติเหมือนมีอะไรอยากจะพูดกับผม ไม่รู้จะเกี่ยวกับเรื่องนั้นรึเปล่า แต่เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผมควรจะพูดคุยตอนที่มีพี่บอมอยู่ข้างๆ
     “ต้นได้ติดต่อกับเพื่อนเก่าบ้างป่า-”
     “อาร์ม ไหนนายบอกจะเลี้ยงน้ำปั่นเราไง!”
     ผมเห็นอาร์มทำหน้างงๆ แล้วก็ยืนเอ๋อครับ ให้ตายเหอะ! เข้าใจอะไรยากจริง!
     “นายบอกว่าจะเลี้ยงน้ำเราตอบแทนที่เราช่วยติวให้นายเทอมที่แล้วไง”
     ผมบอก แต่ปรับจากความจริงนิดหน่อยที่ว่าอาร์มเลี้ยงผมไปตั้งแต่ตอนปีหนึ่งแล้วเรียบร้อยเป็นสัญญายืดเยื้อครับ ว่าแล้วก็ลากแขนอาร์มออกไปทันที ได้โอกาสหนีพี่บอมล่ะ!
     แต่อาร์มก็ยังคงเป็นอาร์มที่น่ารักและซื่อจนเซ่อในบางครั้งเพราะอาร์มเลี้ยงน้ำผมจริงๆ แล้วอาร์มในตอนนี้ก็กำลังยืนดูดน้ำปั่นโดยลืมเรื่องที่ตัวเองพูดค้างไว้ซะสนิท ให้ตายเถอะ! ผมต้องเริ่มก่อนจริงๆ เหรอเนี่ย?
     “มีเรื่องอะไรจะพูดกับเราเหรอ?”
     “อ้าว! ก็เห็นต้นตัดบท เลยนึกว่าไม่อยากให้พูด”
     ผมกลอกตาขึ้นอย่างเบื่อหน่าย ให้ตายเหอะ! อ่านบรรยากาศให้ถูกจังหวะหน่อยเถอะอาร์ม เพลียครับ!
     “ก็ตอนนั้นมีพี่บอมอยู่ด้วย เราไม่อยากคุยอะไรต่อหน้าพี่บอม”
     “ถามจริงเถอะ ทำไมต้นไม่ปฏิเสธพี่บอมไปตรงๆ ล่ะ”
     “แล้วคิดว่าเราไม่ปฏิเสธรึไง นายเห็นเราเคยตอบโอเคกับพี่เขามั้ยล่ะ”
     “ก็บอกไปเลยดิว่านายมีแฟนแล้ว”
     “แล้วถ้าพี่บอมถามว่าแฟนเราเป็นใครละจะให้เราตอบว่ายังไง”
     ใช่ว่าผมไม่เคยคิด ผมรำคาญและอยากจะให้พี่บอมเลิกยุ่งกับผมจะตายอยู่แล้วครับ แต่ที่ผมไม่เคยออกตัวว่าผมมีแฟนมาก่อนก็เพราะ... ถ้าผมพูดว่ามีแฟนแล้วคนอื่นๆ ก็ต้องถามอีกอยู่ดี คำถามจำพวกที่ว่าแฟนผมเป็นใครมาจากไหน? เรียนที่เดียวกันหรือต่างสถาบัน? เพื่อนสมัยเรียนเหรอ? และอื่นๆ จะให้ผมพูดออกไปได้ยังไงละครับว่าผมคบคนแก่กว่าทำงานแล้ว ถ้าผมพูดไปแบบนั้น ภาพลักษณ์ของผมจะเหลืออะไรล่ะครับ? ผู้ชายที่ยังเรียนคบกันกับผู้หญิงที่แก่กว่าและทำงานแล้ว
     ผมไม่แคร์เรื่องที่คนอื่นจะรู้ว่าผมเป็นอะไร แต่ถ้าข่าวเรื่องที่ผมชอบผู้ชายแพร่ออกไปผมรำคาญครับ ขนาดผมเฝ้าปฏิเสธคนที่มาจีบผมไปเกือบหมดจนคนอื่นเขาเลิกตื้อผมแล้วพี่บอมยังไม่ยอมถอยซะที ถ้าพี่เขารู้ว่าผมชอบผู้ชายผมกลัวครับ กลัวว่าเขาจะมายุ่งวุ่นวายกับผมมากกว่าเดิม แล้วไหนจะยังโอมอีก ผมไม่คิดว่าโอมจะเก็บความรู้สึกของตัวเองไว้ได้อีกถ้าโอมรู้ว่าผมชอบผู้ชาย
     จะบอกว่าผมจงใจทำให้มันคลุมเครือก็ได้ครับ เพราะการที่อะไรมันยังไม่ชัดเจนแบบนี้ก็ช่วยให้ผมมีกำแพงไว้ปกป้องตัวเองเหมือนกัน แล้วผมก็ไม่อยากโกหกใครอีกแล้วด้วย แต่การไม่พูดไม่ถือเป็นการโกหกใช่มั้ยครับ?
     “ถ้าพี่เขารู้ว่าเรามีแฟนเป็นผู้ชายเราว่าจะยิ่งไปกันใหญ่นะ”
     “ก็โกหกไปดิต้น”
     “เราไม่อยากโกหกใคร ถ้าพี่บอมเกิดไม่เชื่อให้เราพาแฟนมาให้ดู นายจะให้เราไปหาใครมายืนยันกับพี่บอมละ”
     “แย่จังว่ะ”
     ในที่สุดอาร์มก็เหมือนจะตามความคิดผมทันซะที
     “อื้ม ทางเดียวที่จะทำให้พี่บอมตัดใจคือเราต้องบอกไปว่ามีแฟนแล้วและก็ชอบผู้หญิงน่ะแหละ แต่เราไม่อยากโกหกใครอีก เราอุตส่าห์คิดว่าพอเวลาผ่านไปเดี๋ยวพี่เขาก็เลิกตื้อเราเอง ใครจะรู้ล่ะว่าพี่เขายังตื้อเราไม่เลิก”
     “ต้นนี่มีคนมาชอบเยอะเนาะ นอกจากพี่บอมก็มีอีกตั้งหลายคนมาชอบ แต่พอต้นไม่เล่นด้วยก็เริ่มหายไป มีแต่พี่บอมนี่แหละที่ยังไม่เลิกตื้อนายซะที”
     อาร์มหันมายิ้มให้ผมจนเห็นฟัน ผมชอบอาร์มนะ นิสัยไม่คิดอะไรมากแบบนี้อยู่ด้วยแล้วสบายใจดี ผมชอบที่จะอยู่กับคนที่ทำให้ผมสบายใจไม่อึดอัดแบบนี้ครับ
     “ช่างเถอะ ถ้าไม่ทำอะไรให้เราเดือดร้อนก็ไม่อยากไปว่าอะไรพี่เขาหรอก แค่รำคาญนิดๆ หน่อยๆ พอทนได้”
     “ขอโทษนะ เราไม่น่าชวนนายมาเข้าชมรมนี้เลย”
     “ไม่เป็นไรหรอก ก็สนุกดีนะ ว่าแต่ นายมีอะไรจะพูดกับเราเหรอ?”
     อาร์มเงียบไปพักหนึ่งแล้วก็หันมาถามผมด้วยเสียงขลาดๆ
     “ต้นรู้เรื่องแม็กซ์แล้วยัง?”
     “อ๋อ รู้แล้ว แม็กซ์เล่าให้ฟังแล้วละ”
     พอได้ยินว่าผมคุยกับแม็กซ์แล้ว หน้าอาร์มก็บานไม่หุบเลยครับ
     “จริงดิ งั้นนายก็หายโกรธแม็กซ์แล้ว”
     “เราไม่ได้โกรธอะไรแม็กซ์”
     ผมยังคงปฏิเสธ ผมไม่ได้โกรธหรือเกลียดอะไรแม็กซ์ เพียงแต่ ... ผมแค่อึดอัดเวลาอยู่กับแม็กซ์ก็แค่นั้น
     “ค่อยยังชั่ว เราบอกให้มันโทรหานายตั้งนานแล้วแต่มันไม่ยอม แถมความจริงมันลงมากรุงเทพได้หลายเดือนแล้วด้วย แต่มันก็บอกว่ายังไม่อยากบอกนายอีก ขอให้มันติดก่อน แล้วพอมันติด มันก็ไม่ยอมโทรหานายซะที พอเราจะบอกนาย มันก็ดันมาห้ามอีก ไม่รู้จะกลัวอะไร เราบอกมันว่านายไม่ได้โกรธมันๆ ก็ไม่เชื่อ”
     ผมฟังอาร์มพล่ามไปเรื่อยๆ เพียงแต่ในหัวผมไม่ได้ยิ้มตามใบหน้าที่กำลังส่งยิ้มให้อาร์ม ผมนึกถึงคำพูดของแม็กซ์ “มากินข้าวด้วยกันมั้ย เราเลี้ยงเอง ชวนไอ้อาร์มมาด้วยก็ได้ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน”
     ผมยกข้อมือขึ้นดูเวลา พึ่งบ่ายสอง ผมตัดสินใจว่าผมต้องโทรหาเมษ ผมอยากปรึกษาเมษเรื่องนี้
     ผมยังนั่งคุยกับอาร์มอีกนิดหน่อยก่อนจะบอกลาอาร์ม พอเราแยกกันแล้วผมก็โทรหาเมษทันที เมษรับสายแต่ไม่ได้พูดอะไร เพราะเสียงเหมือนอยู่ในห้องเรียน ผมบอกว่าอยากเจอกันมีธุระด่วนจะปรึกษา เมษวางสายไปแต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีข้อความมาบอกผมว่าวันนี้เมษเลิกช้ามาก ถ้าผมอยากเจอไว้เดี๋ยวเมษค่อยแวะมาที่ห้องผมตอนเย็นๆ จะดีกว่า เพราะถึงอย่างไรบ้านเราก็ไม่ได้ไกลกันมาก และเมษรู้ดีว่าวันนี้ผมอยู่คนเดียว
     แต่ผมที่กำลังว่างและอยากหนีจากผู้คนที่มหาวิทยาลัยตัวเองตัดสินใจจะไปหาเมษ ผมเดินไปขึ้นรถBTSไปยังสถานีหมอชิตก่อนจะต่อรถเมล์ไปยังมหาวิทยาลัยของเมษทันที ผมเคยมาที่นี่บ่อยแล้วเพราะบางครั้งพี่ชัชก็ชวนผมมาเดินงานเกษตรเล่น พี่ชัชชอบต้นไม้ครับ แล้วก็ชอบมาเหมามะขามที่งานเกษตรมากๆ ด้วย หรือบางทีก็เป็นเมษที่ชวนผมมางานของมหาวิทยาลัย ผมจึงหาทางไปยังคณะของเมษได้ไม่ยาก
     พอมาถึงผมก็ส่งข้อความไปบอกว่าผมมาถึงแล้ว รออยู่ในร้านกาแฟที่เดิม นั่งรออยู่แถวนั้นราวๆ ชั่วโมงกว่าเมษก็เดินมาพร้อมกับกลุ่มเพื่อนของเขา สาวสวยผมยาวดัดปลายเป็นลอนสีน้ำตาลแต่งหน้าลุคใสๆ แต่งตัวเรียบร้อยตามแฟชั่นแต่พองามคนนั้นคือเพื่อนสนิทของผมเอง
     ปีนี้เมษแต่งหญิงเต็มที่ครับ แถมยังไปทำหน้าอกมาแล้วด้วยเมื่อตอนปิดเทอม พอมีหน้าอกบวกกับผมยาวๆ แต่งหน้าแบบจัดเต็มเมษก็ดูเป็นผู้หญิงคนนึงที่สวยมากๆ ครับ ดูออกแนวสาวมั่น ว่าแต่ผมบอกคุณแล้วรึยังครับว่าเมษเป็นกระเทย แล้วก็เป็นเพื่อนที่ผมสนิทด้วยมากที่สุด เวลาที่ผมมีเรื่องอะไรไม่สบายใจผมก็มักจะมาปรึกษากับเมษ เพราะเมษมักจะทำให้ผมยิ้มได้ทุกครั้ง แล้วก็จะสอนแง่คิดต่างๆ ให้ผม คอยปลอบผมเวลาที่ผมไม่สบายใจ อยู่ด้วยแล้วรู้สึกเหมือนอยู่กับพี่สาวเลยครับ
     พอเมษเห็นผมเราก็ยิ้มทักทายกันตามปกติ แต่พวกเพื่อนๆ ที่มากับเมษยิ้มให้ผมซะหวานสุดๆ ไปเลยครับ แต่ละคนออกท่าออกทางมากๆ ในกลุ่มมีทั้งคนที่แต่งหญิงเหมือนเมษแล้วก็คนที่ยังใส่กางเกงแบบผู้ชายอยู่
     “แกนะแก มาทำไมห๊ะ! ฉันก็บอกแกแล้วว่าวันนี้ไม่ว่าง เรียนถึงเย็น”
     “ก็เราว่าง แล้วก็อยากเจอเมษมากนี่”
     “อุ๊ยตาย! ใครอ่ะแก? เรียกชื่อเก่าแกด้วยนังเม”
     “แก๊! นังต้นนะนังต้น บอกกี่ทีแล้วว่าเวลาอยู่ข้างนอกให้เรียกฉันว่าเมษา ดูสิโดนล้อเลยฉัน!”
     “ขอโทษๆ เราลืม เรียกเมษจนชิน”
     เมษวีนใส่ผมนิดๆ หน่อยๆ พอเป็นพิธีพลางเดินเข้ามายังโต๊ะที่ผมนั่งอยู่ แต่เพื่อนๆ ของเขากลับตามมาด้วย
     “บอกกี่ทีแล้วอยู่ต่อหน้าคนอื่นให้เรียกเมษา เมเฉยๆ ก็ได้”
     “ก็ชื่อเมย์ซ้ำกับเพื่อนที่คณะเรานี่นา เราไม่ถนัดปาก”
     “นี่แก จะไม่แนะนำให้เพื่อนให้ฝูงรู้จักเลยเหรอย๊ะ ต๊าย! มีแอบคบเด็กสามย่านด้วยอ่ะ ไฮโซ”
     “โอ๊ย! อิพวกนี้ จะตามฉันมาทำไมเนี่ย ตามมาแล้วก็มาขัดคอ”
     “พวกฉันก็แค่อยากแวะมากินเค้กแล้วก็ดูหน้าผู้ชายของแกน่ะสิยะ โฮะๆ”
     นั่งฟังพวกเขาคุยกันแล้วก็ขำดีนะครับ ฮ่าๆ จิกกันได้อีกอ่ะ แถมตอนนี้แต่ละคนเริ่มมาจับจองที่นั่งข้างๆ ผมแล้วด้วย ปล่อยให้เมษยืนบ่นอยู่ที่เดิม จนเมษต้องเดินมาดึงๆ พวกเขาหรือเธอพวกนั้นออกไปให้พ้นจากตัวผม
     “น้อยๆ หน่อย อย่ามาเกาะแกะเพื่อนฉันย่ะ!”
     “แหม เพื่อนรึผัว หวงจริงนะแก แค่ลูบๆ คลำๆ แค่นี้ไม่สึกหรอหรอก แบ่งผู้ชายให้เพื่อนใช้บ้างได้บุญนะ”
     “ฉันหวังดีกับพวกแกหรอกย่ะ! กลัวแฟนนังต้นมันจะมากระทืบพวกแกเอา แฟนมันขี้หึงจะตาย”
     “โอ๊ย! มีแฟนแล้วเหรอคะเนี่ย เสียดายจังเลย อยากเปลี่ยนแฟนเมื่อไหร่บอกนะคะ จะรีบไปสมัครอ่ะ”
     “อ๊ะ! ไม่เป็นไรค่ะ ถึงมีแฟนแล้วเอมมี่ก็ไม่ถือ ได้ชั่วคราวก็เอา”
     “แหม ชื่อต้นเหรอ ชื่อเท่จังเลยอ่ะ แม๊นแมน”
     แหม ยังอุตส่าทำท่าดีดดิ้นกันได้อีกนะครับ แต่ละคนยิงคำถามมาซะผมตอบแทบไม่ทัน แล้วไหนจะแย่งกันพูดเองอีก เพื่อนของเมษนี่ตลกจังเลย ฮ่าๆ
     ดูสีหน้าเพื่อนผมสิ เมษทำหน้าเบื่อได้ขำมากอ่ะ สายตาจิกมาก เห็นแบบนั้นผมก็เลยนั่งเงียบๆ ดูโชว์สนุกๆ ของเพื่อนผมต่อไป
     “นี่พวกแก ดูปากฉันนะ! นี่เพื่อนสนิทอิฉันชื่อนังต้นค่ะ มันเป็นเพื่อนสมัยมัธยมของฉันเอง ไม่ใช่ผัว! เพราะงั้นฉันไม่ได้กันซีนพวกแก แต่ที่บอกไปเนี่ยเพราะไม่อยากให้พวกแกหวังลมๆ แล้งๆ ย่ะ! ดูปากฉันให้ชัดๆ เลยนะ นังต้นมันมีผัวแล้ว!”
     โอ้ย! ขำอ่ะครับ ฮ่าๆ หน้าเพื่อนๆ ของเมษตอนนี้นี่แบบว่า... แต่ละคน! ผมขำสุดๆ จนพูดไม่ออกเลย น้ำตาเล็ดเลยครับ
     “อ้าว! พวกเดียวกันก็ไม่บอก”
     ฮ่าๆ คนนี้จิกหน้าเบะปากใส่ผมได้ตลกชะมัดเลยครับ แต่ผมว่าผมไม่สาวเท่าเขาซักหน่อย
     “อุ๊ยไม่เป็นไรค่ะ! แต่เอมมี่ยังได้อยู่นะคะ เพราะเอมมี่แก้อีมี่กลับสถานะได้คะ”
     อี๋! อย่าบอกนะว่าเพื่อนเมษคนนี้เป็น... เขาแต่งหญิงนะครับ! ไม่ๆๆ ผมรับสาวเสียบไม่ได้จริงๆ ขนลุกอ่ะ!
     “น้อยๆ หน่อยอีเอ็ม! เดี๋ยวผัวนังต้นมันก็มาตบเอาหรอก แกก็ด้วยนังต้น จะนั่งขำไปถึงเมื่อไหร่ยะ! แล้วนี่มีปัญหาอะไรถึงได้ถ่อมาหาฉันถึงนี่ บอกให้รอตอนเย็นก็ไม่รอ”
     ผมไม่ได้นั่งขำ! ผมยิ้มแหยเพราะขนลุกอยู่ต่างหาก
     “ขอโทษๆ ก็เราไม่รู้ว่าจะพูดตอนไหนดีนี่นา”
     “เห็นมั้ยเพราะพวกแกแหละ พูดมากจนเพื่อนฉันพูดไม่ทัน”
     เมษคว้าแก้วโกโก้ของผมขึ้นไปดูดก่อนจะทำตาปะหลับปะเหลือกใส่เพื่อน เนียนตลอดเลยนะเมษ
     “แล้วตกลงแกมานี่มีอะไรด่วนๆ ย่ะ มีอะไรไม่สบายใจอีกล่ะ”
     “แค่ได้เจอเมษก็หายแล้ว”
     ผมไม่ได้หยอดนะครับ แต่เมษทำให้ผมขำได้จริงๆ แล้วมันก็ทำให้ผมสบายใจมากด้วย ผมก็เลยเผลอยิ้มให้เมษไปด้วยหัวใจที่เบาขึ้น แต่ลืมไปว่ามีคนอื่นอยู่ด้วยเยอะ
     “โอ๊ยตายแล้ว! อยากได้ต้นเป็นผัวจังเลยค่ะ สมัครเป็นภรรยาไม่ได้ขอเป็นสามีแทนก็ได้ค่ะ”
     ขนลุกครับ!
     “เอ๊ะ! ยังอีกอีนี่นิ ไป๊ๆ พวกแก เพื่อนเขาจะคุยกัน”
     “แหมนังเม พอผู้มาละเทเพื่อนเชียวนะ”
     “นังต้นมันก็เพื่อนฉันย่ะ คบกันมานานกว่าพวกแกอีก”
     ว่าแล้วเมษก็จัดการไล่พวกเพื่อนๆ พวกนั้นไปด้วยการคว้ามือดึงผมออกจากร้านครับ ก็คือไล่ไม่ได้เราก็เดินหนีแทนนั่นแหละครับ แล้วพอมานั่งนึกๆ ดูแล้วผมก็พึ่งมาสนิทกับเมษก่อนคนพวกนั้นได้ไม่นานหรอกครับ เราเพิ่งมาสนิทกันตอนจะจบ ม.6 นี้เอง
     “เอ้า แกมีอะไรก็บอกมา”
     โชคดีที่รถตู้ไม่ค่อยมีคนมาก ผมกับเมษนั่งหลังสุด เราเลยคุยกันได้สบายๆ
     “พรุ่งนี้ตอนคาบบ่ายเราว่างไม่มีเรียน แต่พี่ชัชกลับมาถึงสนามบินตอนห้าทุ่ม”
     “แล้วไงย๊ะ?”
     “มีคนชวนเราไปทานข้าวด้วยกันตอนเย็น”
     “แล้วมันทำไมละย๊ะ แกถึงต้องถ่อมาหาฉันถึงที่นี่เนี่ย โทรคุยไม่ได้เหรอ หรือไม่ก็รอฉันไปหาแกคืนนี้ก็ได้”
     ผมเงียบไปพักนึงก่อนจะพูดออกมา
     “แม็กซ์กลับมากรุงเทพแล้วนะ แม็กซ์สอบใหม่ได้ที่กรุงเทพฯ”
     “แก...”
     “อืม แม็กซ์โทรมาชวนเราไปกินข้าวพรุ่งนี้ บอกว่าให้ชวนอาร์มไปด้วยก็ได้ ... แต่เราบอกแม็กซ์ไปว่าขอคิดดูก่อน เพราะว่าเราไม่แน่ใจว่าวันนี้จะทำงานเสร็จมั้ย ถ้าไม่เสร็จพรุ่งนี้ก็ไม่ว่าง แล้วเราจะโทรบอกแม็กซ์เย็นนี้”
     “โกหกอีกละสิแก”
     ผมพูดอะไรไม่ออก เมษรู้ทุกอย่าง คงเพราะคบกันมานานเมษเลยเดานิสัยของผมออกและก็ดักทางผมได้ถูกตลอด ผมคิดว่าตรงส่วนนี้เมษคล้ายๆ พี่ชัชอยู่หน่อยนึงนะครับ นอกจากนั้นเมษยังรู้เรื่องราวระหว่างผมกับแม็กซ์แล้วก็เรื่องของผมกับพี่ชัชด้วย ผมไม่มีอะไรปิดบังเมษ แม้แต่เรื่องที่แม็กซ์ส่งข้อความมาหาผมๆ ก็เล่าให้เมษฟังหมด
     “เราจะไปหาแม็กซ์ดีมั้ยอ่ะเมษ”
     “แล้วแต่แกสิ แม็กซ์มันก็ดูทำใจได้แล้วนี่”
     “อืม แต่เรา... ไม่รู้สิ เราละอายอ่ะเมษ เราไม่กล้าสู้หน้าแม็กซ์ เรา... ทำกับเขาไว้เยอะ”
     “รู้ตัวเหมือนกันนี่แก เฮ้อ... ไปจบมันซะนะนังต้น จบให้ดีๆ ล่ะ แม็กซ์มันทำเพื่อแกมาตลอดนะ”
     สายตาของเมษที่มองมามันทั้งปลอบใจแล้วก็เหนื่อยหน่ายกับนิสัยของผม แต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกดีนะครับ เพราะเมษกล้าที่จะติผมตรงๆ แล้วก็ให้คำแนะนำที่ดีไปพร้อมๆ กัน แถมยังให้กำลังใจผมด้วย
     “อืม ก็คงต้องเป็นแบบนั้นมั้ง ขอบใจนะเมษ ถ้าไม่ได้คุยกับนาย เราคงไม่กล้าเผชิญหน้ากับแม็กซ์หรอก”
     ผมก็รู้ว่าผมผิดนะ แต่ผม... ผมอยากได้กำลังใจจากเมษนี่นา
     “ไม่เป็นไรย่ะ เพื่อนต้องช่วยเพื่อน ว่าแต่ ต้องให้ฉันตามไปเป็นกำลังสำรองมั้ยย๊ะ เผื่อมันจะฉุดแกอีกไง”
     “บ้าเหรอ! ฮ่าๆ คงนัดกันในห้างแหละ”
     “อ๊าว! ใครจะไปรู้ เผื่อมันหน้ามืดอีกไงแก แบบพอเห็นหน้าแกปุ๊ปเกิดอารมณ์ปั๊ปแล้วก็ลากแกไปอีกอ่ะ”
     ผมตอบอะไรไม่ถูกนอกจากนั่งขำ ผมบอกคุณแล้วว่าเมษทำให้ผมสบายใจได้เสมอ เมษทำให้ผมหัวเราะได้ทุกครั้งเวลาที่ผมมีเรื่องกลุ้มใจ ผมรักพี่สาวคนนี้มากครับ ทั้งๆ ที่เมษเป็นน้องเดือนผมแต่เมษเป็นผู้ใหญ่กว่าผมเยอะเลย
     เราแยกกันตรงบางกะปิครับ เมษไม่ได้มาที่ห้องกับผมเพราะผมสบายใจแล้วเมษก็ขอตัวกลับบ้าน ผมกลับคอนโดเองคนเดียว ห้องของพี่ชัชที่ผมอาศัยอยู่ด้วยเงียบเหงาไม่ต่างกันเท่าไหร่กับตอนที่ผมอยู่ห้องตัวเองคนเดียวสมัยก่อนตอนที่คุณแม่ผมยังบินอยู่บ่อยๆ
     พอจัดการหาอะไรในตู้เย็นออกมาอุ่นทานเป็นมื้อเย็นเสร็จแล้วผมก็โทรหาแม็กซ์ ผมตกลงไปทานข้าวเย็นกับแม็กซ์ ผมนัดกับแม็กซ์ที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ มหาวิทยาลัยของผมนั่นแหละครับ เราคุยกันอยู่เกือบชั่วโมงก่อนที่ผมจะขอตัวไปทำงานของผมต่อ
     แม็กซ์ยังขี้โม้เหมือนเดิม เสียงของแม็กซ์ยังคงเหมือนเดิมแต่ผมสัมผัสได้ถึงสิ่งที่แปลกไป ยังไงดีล่ะ... ถ้าผมบอกว่าจังหวะการพูดของแม็กซ์เปลี่ยนไปจะแปลกรึเปล่า?
     ผมได้แต่หวังว่าพรุ่งนี้ผมคงยิ้มให้แม็กซ์ได้ซะที ผมควรจะยิ้มให้แม็กซ์ได้แล้ว ผมได้แต่บอกตัวเองอยู่แบบนั้น

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
ต้นน้ำ

     ผมมีนัดกับแม็กซ์บ่ายนี้ แต่ดูท่าบางทีผมอาจจะต้องโทรไปเลื่อนนัด ใครจะไปรู้ละครับว่าอาจารย์ต้นตระการแห่งภาคเคมีจะเรียกผมไปพบด้วยเรื่องเดิมๆ แล้วครั้งนี้ผมก็เลี่ยงไม่ได้ด้วย
     “ผมบอกให้คุณลงวิชาเลือกนี้คุณก็ไม่ลง บอกให้คุณย้ายชมรมคุณก็ไม่ย้าย คุณควรจะเอาเวลาของคุณไปใช้ให้มีค่ามากกว่าอยู่ชมรมดนตรีอะไรนั่นนะ!”
     “ผมไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องทำตามที่อาจารย์บอกนี่ครับ”
     “คุณเป็นเด็กทุนนะต้นน้ำ คุณควรจะตั้งใจกับวิชาการมากกว่ากิจกรรม คุณควรจะเชื่อฟังคำสั่งของผม”
     “คำสั่งที่ไร้เหตุผลผมไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม และอาจารย์ก็ไม่มีสิทธิ์มาสั่งผมครับ”
     ผมเถียงด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่เน้นคำว่า“อาจารย์”เป็นพิเศษ ผู้ชายคนนี้ก็เลยหน้าแดงด้วยความโกรธเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย แต่ไม่กล้าทำอะไรมากเพราะถึงยังไงเราก็ยังเถียงกันอยู่ในห้องภาค แม้จะไม่มีคนอื่นอยู่ด้วยแต่หน้าต่างมีหูประตูมีช่องเสมอครับ
     “คุณคิดว่าคุณเรียนอยู่ที่นี่ได้เพราะใคร ถึงคุณจะได้ทุนแต่คุณคิดบ้างมั้ยว่าเป็นเพราะใครช่วยคุณเอาไว้”
     “ถ้าจำไม่ผิดเป็นเพราะคะแนนของผมดีมากและคุณสมบัติของผมผ่านเกณฑ์ครับ ไม่ใช่เพราะคนอื่น ผมไม่เคยขอร้องให้ใครมาช่วยอะไรผม”
     อาจารย์ต้นตระการมีสีหน้าโกรธจัดจนเกือบระเบิดออกมา ผมยิ้มอย่างสะใจ ผมมองจ้องตรงเข้าไปในดวงตาของอาจารย์อย่างท้าทาย ถึงผมจะเซ็งที่เขาชอบเข้ามายุ่งวุ่นวายกับผมแต่ผมกลับชอบเวลาที่ได้ยั่วโมโหเขาแบบนี้ที่สุดเลยครับ มันสะใจผมสุดๆ ไปเลย ยิ่งเขาแสดงความกราดเกรี้ยวใส่ผมมากเท่าไหร่ ผมยิ่งชนะ!
     และเพราะแบบนั้น พักหลังมานี้มันถึงได้น่าเบื่อพอสมควรเพราะเขาพยายามที่จะใช้ไม้อ่อนกับผมมากกว่าเดิม และนั่นทำให้ผมไม่สามารถแก้แค้นเขาได้อย่างชอบธรรม หมดสนุกไปเยอะเลยครับ
     ก็ความรู้สึกของคนเรามันไม่ได้เปลี่ยนกันง่ายๆ นี่ครับ จะให้ผมดีกับเขาภายในระยะเวลาปีสองปีนี่มันไม่น้ำเน่าไปหน่อยเหรอ? เวลาที่ผมถูกทอดทิ้งมันคือทั้งชีวิตของผมที่ผ่านมาเชียวนะครับ ผมไม่ให้อภัยผู้ชายคนนี้ง่ายๆ หรอก!
     มีนักศึกษาผ่านมาพอดี อาจารย์ก็เลยจำเป็นต้องเก็บอารมณ์ที่แทบจะระเบิดใส่ผมอยู่รอมร่อกลับไป ผู้ชายคนนี้เปลี่ยนท่าทีได้สมกับภาพลักษณ์อาจารย์แสนดีจริงๆ เลย ให้ตายสิ!
     “เอาเถอะ อย่าให้คะแนนคุณตกก็แล้วกัน ถ้ามีปัญหาอะไรให้รีบมาปรึกษาผมทันที คุณควรจะบอกผมทุกเรื่องเข้าใจมั้ยต้นน้ำ”
     อาจารย์ต้นตระการถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างจนใจ พอเห็นแบบนี้ผมก็เลยเซ็งนิดหน่อยเพราะรู้ดีว่าเวลาแห่งความสะใจของผมหมดลงแล้ว
     “ครับอาจารย์”
     ผมยกมือไหว้ขอบคุณพลางบอกลา แต่อาจารย์กลับเรียกผมไว้
     “เดี๋ยว ...”
     “ครับ?”
     “คุณขาดเหลืออะไรรึเปล่า? ถ้าคุณมีปัญหาอะไรมาบอกผมได้ทุกเมื่อ”
     จะมารับผิดชอบอะไรกันตอนนี้เหรอครับ? ได้ยินแล้วผมก็คลื่นไส้ชะมัด ผมยิ้มหวานให้ผู้ชายคนนี้ให้มากที่สุดเท่าที่ผมจะเค้นออกมาได้แล้วพูดขึ้นเบาๆ พอให้ได้ยินกันสองคนว่า
     “ไม่จำเป็นหรอกครับอาจารย์ พี่ชัชดูแลผมดีมากครับ ผมโชคดีที่มีผู้ชายดีๆ อย่างพี่ชัชมาส่งเสียเลี้ยงดูผมทุกอย่างครับ ไม่ลำบากให้อาจารย์ต้องมาดูแลผมหรอก เก็บเงินของอาจารย์ไว้ให้ลูกเมียตามทะเบียนดีกว่านะครับ”
     ผมพูดแบบนั้นแล้วก็เดินหนีมาท่ามกลางเสียงตวาดลอดไรฟันของอาจารย์ที่เรียกชื่อผม สะใจจริงๆ เลยครับ ถ้าจะให้ผมสำนึกละก็บอกให้ผู้ชายคนนั้นสำนึกก่อนสิครับ ถ้าเขาสำนึกผิดกับผมจริงๆ เมื่อไหร่แล้วผมถึงจะยอมลดทิฐิให้!
     ผมเดินหนีมาอย่างสะใจ อ้อใช่แล้ว! ผมมีนัดกับแม็กซ์นี่นา ไม่ได้เจอแม็กซ์ตั้งนาน ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะโทรหาแม็กซ์ ผมตั้งใจจะถามเขาว่าตอนนี้เขาอยู่ไหนแล้วเพราะผมคงไปเจอเขาช้ากว่าเวลานัด
     เสียงของแม็กซ์ดูขลาดอายพิกลตอนที่รับโทรศัพท์ผม พอคุยกันแล้วผมถึงได้รู้ว่าแม็กซ์ตั้งใจแอบมาเซอร์ไพรส์ผม แม็กซ์นั่งรอผมอยู่ที่ใต้ตึกเรียนรวมคณะวิทย์แล้วครับ แม็กซ์มารับผม!
     แม็กซ์... แบบนี้ทุกที
     ผมเดินย้อนกลับไปที่ตึกนั้นทันที ให้ตายเถอะ! ขออย่าให้มีคนรู้จักผมอยู่แถวนั้นเลย!
     แต่ทันทีที่ผมเดินไปถึงผมก็สังเกตเห็นแม็กซ์ได้ไม่ยาก ใต้อาคารเรียนที่มีโต๊ะนั่งวางเรียงรายอยู่นั้นเต็มไปด้วยนิสิต แต่ผู้ชายในชุดไปรเวทที่กำลังนั่งก้มหน้าฟังเพลงจากโทรศัพท์อยู่นั้นดูขัดเขินไม่เข้ากับบรรยากาศ ผมไม่ได้เจอแม็กซ์นานเท่าไหร่แล้วนะ มากกว่าหนึ่งปีใช่มั้ย? แม็กซ์ดูคล้ำขึ้นนิดหน่อย แล้วก็ดู... เปลี่ยนไปละมั้ง?
     อารมณ์บางอย่างมันบีบรัดหัวใจผมจนลืมเรื่องงี่เง่าเมื่อตะกี้ไปหมด ขาของผมที่จ้ำมาอย่างเร่งรีบก็เหมือนหมดแรงเอาดื้อๆ ก้าวต่อไปไม่ออก ได้แต่ยืนหยุดอยู่กับที่
     แม็กซ์เงยหน้าขึ้นมาพอดี เขาเห็นผมแล้ว เขาไม่ได้ลุกขึ้นยืนหรือเดินมาทางผม ผมเห็นแม็กซ์ทำแค่เพียงดึงสายหูฟังออกแล้วก็นั่งอยู่ที่เดิมจากนั้นก็ยิ้มออกมา แม็กซ์ยกมือลูบท้ายทอยตัวเองไปมา ดูเขินๆ ที่ได้พบกับผม ผมเองก็เช่นกัน ผมเองก็ทำตัวไม่ถูกที่ได้พบกับเขา
     ผมรวบรวมสมาธิ สูดลมหายใจเข้าช้าๆ แล้วก็ออกเดินอย่างมั่นคงตรงไปหาแม็กซ์ ผมตรงไปนั่งที่โต๊ะตัวเดียวกับแม็กซ์แล้วเอ่ยปากทัก
     “มาได้ไง”
     “พอดีวันนี้เราว่าง เลยกะมารอเซอร์ไพรส์ต้น”
     สีหน้าของแม็กซ์ดูเกร็งๆ ทั้งกังวลทั้งขัดเขินอยู่ในที แม็กซ์ยังจำได้ว่าผมเกลียดเรื่องเซอร์ไพรส์จากคนที่ผมไม่ต้องการ
     “แม็กซ์ เรามีอะไรจะบอก”
     ผมทำเสียงนิ่งๆ ตามปกติ แต่เห็นแม็กซ์ทำหน้าตื่นหน่อยๆ
     “ไรเหรอ?”
     “เราไม่ได้เรียนที่ตึกนี้”
     “อ้าว?”
     สีหน้าของแม็กซ์ดูดีขึ้น ความกังวลทั้งหมดหายไปเหลือแต่อาการประหม่าที่ยังคงอยู่
     “นายมารอเซอร์ไพรส์เราผิดตึกนะ ตึกภาคฟิสิกส์อยู่ตรงโน้น”
     “อ้าว! ก็เห็นอาร์มมันบอกว่านี่เป็นตึกคณะวิทย์”
     “แล้วไปเชื่ออะไรอาร์ม เชื่อได้ด้วยเหรอ”
     “ฮ่าๆ”
     แล้วเราสองคนก็หัวเราะด้วยกันกับความงี่เง่าของอาร์ม ผมเผลอหัวเราะจนสุดเสียง แม็กซ์เป็นอีกคนที่เคยทำให้ผมหัวเราะแล้วก็ยิ้มอย่างมีความสุขแบบนี้ ผมรู้สึกว่าหน้าของตัวเองมันร้อนมากๆ เมื่อยแก้มไปหมดแล้วครับ เสียงหัวเราะของแม็กซ์เงียบไปแล้ว แม็กซ์นั่งจ้องหน้าผมและผมก็กำลังมองสบตากับแม็กซ์อยู่ เราสองคนสบตากันอยู่อย่างนั้น แล้วก็เป็นผมที่มักจะแพ้ก่อนทุกที
     “มองอะไร”
     “มองเพื่อน คิดถึง ไม่ได้เจอตั้งนาน ไม่ยักรู้ว่าเดี๋ยวนี้ต้นใส่แว่นด้วย”
     “ก็เราสายตาสั้นขึ้นพอสมควรน่ะ ช่วยไม่ได้”
     “บอกแล้วอย่าเป็นหนอนหนังสือมาก ดูดิ กินแต่หนังสือจนสายตาสั้นเลย”
     “ถ้าเราไม่อ่านหนังสือเยอะๆ แล้วใครจะคอยติวให้นาย”
     “มีทวงบุญคุณนะต้น”
     “แน่นอนอ่ะ”
     ผมยิ้มให้แม็กซ์อย่างสดใสเพราะอารมณ์ที่ปลอดโปร่งของผม ผมรู้ตัวว่าผมกำลังอารมณ์ดี ผมถึงได้หัวเราะออกมาได้อย่างมีความสุข การพบกันครั้งนี้มันไม่ได้ทำให้ผมอึดอัดเลยแม้แต่น้อย ผมสบายใจมากขึ้น สายตาของแม็กซ์ที่มองมามันไม่ได้ทำให้ผมอึดอัดอีกต่อไป ผมมองไม่เห็นแววตาเจ็บปวดในดวงตาของแม็กซ์แล้ว และนั่นเองเป็นสิ่งที่ทำให้ผมสามารถมองหน้า สบตา รวมทั้งพูดคุยกับแม็กซ์ได้อย่างสะดวกใจ
     “ต้นดูดีขึ้นนะ แต่ยังเนี้ยบเหมือนเดิมอ่ะ”
     “อยากให้เราชมลุคใหม่นายก็บอกมาเถอะ หล่อตายอ่ะ”
     สมัยเรียนมัธยมแม็กซ์ชอบทำตัวเกเรแหกคอกอยู่บ่อยๆ ครับ ผมรองทรงก็ไปไถสกินเฮดมาซะงั้น เจาะหูด้วย ทำตัวแบบที่พวกคุณคุ้นเคยกับคำว่า“เกรียน”นั่นแหละครับ แต่แม็กซ์ในวันนี้ที่ผมเห็นดูดีขึ้นผิดหูผิดตา แม็กซ์ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์แบบเซอร์แต่สุภาพไม่ใช่แนวแบดบอยเฮ้วๆ แบบที่ผมเคยเห็น แต่ผมทรงตามแฟชั่นที่ซอยไล่ระดับนั่นก็ดูดีเข้ากับบุคลลิคของแม็กซ์มากๆ ดูไฮโซขึ้นเยอะเลยครับ พอเลิกเกรียนแล้วก็ดูดีขึ้นทันตาเห็นเลย
     ไม่สิ ผมควรจะบอกว่าสิ่งที่ทำให้แม็กซ์ดูดีขึ้นคือบุคลิคที่เปลี่ยนไปต่างหาก ยังไงดีละครับ แม็กซ์ดู... นิ่งขึ้นมั้ง? ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก
     “อ้าวต้นปากเสียอ่ะ หล่อไม่หล่อก็สาวหลงเยอะนะ”
     “แล้วแฟนไม่ว่าเอาเหรอ ยังเจ้าชู้เหมือนเดิมอยู่รึเปล่า?”
     ผมเห็นแม็กซ์ส่ายหน้าเล็กน้อยพลางยิ้มๆ
     “ไม่อ่ะ เดี๋ยวนี้เราคบใครเราคบทีละคน ไม่ได้มั่วแล้ว”
     “ดีแล้ว แฟนจะได้ไม่เสียใจ”
     “อื้อ”
     ผมรู้สึกดีนะครับที่เราสองคนคุยเรื่องนี้ได้สะดวกปากมากขึ้น แล้วแม็กซ์เองก็พูดถึงแฟนให้ผมฟังด้วย มันทำให้ผมสบายใจแล้วก็ไม่รู้สึกผิดอีกต่อไป
     “แล้วมาไงอ่ะ วันนี้ไม่มีเรียนเหรอ?”
     “มี แต่โดด อยากกินข้าวกับเพื่อนมากกว่า”
     “บ้า! เลิกขี้เกียจได้แล้วเดี๋ยวก็ไม่จบหรอก นายช้าไปปีนึงแล้วนะ”
     “ช่าย เป็นรุ่นน้องนายแล้ว ฮ่าๆ”
     “ยังจะเล่นอีก!”
     “ก็สำหรับแม็กซ์ต้นสำคัญกว่าจริงๆ นี่นา”
     แม็กซ์หลุดปากแทนตัวเองแบบนั้นอีกแล้วพอรู้ตัวก็เลยรีบกลบเกลื่อนทันที แต่ผมไม่ถือหรอกครับ เพราะแม็กซ์ในวันนี้ไม่ใช่แม็กซ์คนที่เคยทำให้ผมรำคาญใจคนนั้นอีกต่อไป
     “คือ... เราหมายถึงต้นอุตส่ายอมตกลงไปกินข้าวด้วยกันทั้งที เราก็เลยโดดมาเลยไง กลัวมาสายแล้วต้นบ่นอีก วิชาเช้าวันนี้จารย์ไม่เข้าอยู่แล้ว แค่ให้จับกลุ่มทำงาน”
     “ประจำอ่ะแม็กซ์ โยนงานให้คนอื่นตลอด”
     “เอาน่ะๆ คนมันหล่อก็งี้อ่ะ มีคนทำแทนให้ตลอดแหละ”
     “หลงตัวเอง! แล้วนี่มารอนานยัง? โทษทีนะทั้งๆ ที่นัดกันแล้วแต่พอดีเรามีธุระด่วน อาจารย์เรียกไปพบ”
     “ก็สองชั่วโมง แต่ไม่เป็นไรหรอก นานกว่านี้ก็รอได้ ไงเราก็ว่าง”
     “แล้วไม่โทรหาอาร์มอ่ะ จะได้ไม่ต้องนั่งคนเดียว”
     “โทรแล้ว แต่มันบอกว่ามันยุ่งอยู่ ติดธุระในชมรม ไม่ยอมมาหาเรา”
     “กลัวนายเตะเอามั้ง หลอกนายมานั่งผิดตึกนี่ ไปหามั้ยล่ะ อาร์มอกหักอีกแล้วนะ”
     “จริงดิ?”
     “อื้ม โดนสาวทิ้งอีกแล้ว เราไม่แปลกใจหรอก งี่เง่าขนาดนั้น ใครเขาจะทน”
     ความจริงแล้วอาร์มโดนผู้หญิงสวมเขาต่างหาก ผมคิดว่าดีแล้วล่ะที่เลิกกันได้ ผู้ชายดีๆ อย่างอาร์มสมควรได้เจอคนที่ดีกว่านั้น
     ผมลุกขึ้นยืนทำท่าจะเดินนำแม็กซ์ไปหาอาร์มจริงๆ แม็กซ์หรี่ตามองเหมือนจะถามว่าผมจะเอาจริงเหรอ ผมก็เลยยื่นมือไปให้แม็กซ์
     “มาเถอะ เพื่อนเก่ามาถึงถิ่นทั้งที ต้องต้อนรับกันหน่อยดิ”
     แม็กซ์ยิ้มให้ผมแล้วก็ดึงมือที่ผมส่งไปให้ลุกขึ้นยืน นี่แม็กซ์สูงขึ้นอีกรึเปล่าเนี่ย? ผมเงยหน้ามองแบบหมั่นไส้เล็กน้อย น่าจะเกินร้อยแปดสิบแล้วมั้งครับ หมั่นไส้จริงๆ เมื่อก่อนยังแค่ร้อยเจ็ดสิบเก้าอยู่เลย
     “ต้น... ปีที่ผ่านมาไม่สูงขึ้นเลยเหรอ”
     แม็กซ์ถามผมแบบล้อๆ
     “ใครจะเปรตเสมอต้นเสมอปลายแบบนายละแม็กซ์”
     ผมยิ้มหวานแล้วตอกกลับไปพองาม ก็ผมไม่ชอบโดนล้อเรื่องส่วนสูงนะครับ ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองเตี้ยหรอกนะ แต่พออยู่กับพี่ชัชหรือแม็กซ์ที่“โย่ง”แบบนี้แล้ว... ให้ตายสิ! อิจฉาแม็กซ์ชะมัด
     “โหย! แรงอ่ะ! ปากร้ายขึ้นนะต้น”
     “เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ไม่รู้เหรอ”
     “รู้ แต่ไม่คิดว่าจะโดน”
     “รู้จักเราน้อยไป”
     ผมกับแม็กซ์เดินกัดกันไปเรื่อยๆ เพื่อไปหาอาร์มที่ห้องชมรม
     สาเหตุที่เรียกว่าคุยกันไม่ได้เพราะส่วนใหญ่แล้วเรามักจะแซวกันไปแซวกันมาครับ แม็กซ์เองขึ้นชื่อเรื่องกวนตีนเป็นที่หนึ่งอยู่แล้ว ส่วนผมก็... ปากร้าย ไงดีล่ะ ... เมื่อก่อนถึงจะเคยปะทะคารมกันบ้างนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้พูดกันแรงขนาดนี้ แต่พอตอนนี้ได้พูดคุยกันอย่างสบายใจแล้วผมก็เลยไม่คิดจะปิดบังอะไรแม็กซ์อีก
     “ต้นอยู่ชมรมเดียวกับอาร์มเหรอ?”
     “อืม”
     “คิดไง เข้าชมรมดนตรี?”
     “ถามเพื่อนนายสิ”
     แม็กซ์ถามผมขึ้นตอนที่เราเดินมาถึง แต่ผมก็ตอบกลับไปแบบโบ้ยความผิดไปให้บุคคลที่สาม นั่นไง ผมได้ยินเสียงแหกปากร้องเพลงของอาร์มดังอยู่ นี่แหละครับธุระยุ่งๆ ของอาร์ม และอาร์มก็ดูจะตกใจมากที่เห็นผมเดินเข้ามากับแม็กซ์
     “ยุ่งมากเลยนะมึง ปิดเครื่องหนีกูเนี่ย สัสอาร์ม”
     “ก็กูหวังดีอยากให้มึงกับต้นได้คุยกันอ๊า”
     แม็กซ์เดินไปตบหัวอาร์มจริงๆ ด้วยครับ โชคดีที่ไม่ค่อยมีรุ่นพี่คนอื่นอยู่นอกจากพวกเอกอื่นที่ผมกับอาร์มไม่ค่อยสนิท ไม่งั้นคงเป็นเรื่อง ก็แม็กซ์ดันเล่นมาตบหัวเด็กวิศวะในถิ่นขนาดนี้
     “เรื่องของเรากับแม็กซ์ไม่ต้องให้นายมาหวังดีก็ได้มั้งอาร์ม”
     “โหยทำเป็นพูดไปนะต้น ถ้าตอนนั้นเราไม่เบรคแม็กซ์ไว้ แม็กซ์มันลากนายไปแล้ว”
     “ทวงบุญคุณเหรอ อ่านหนังสือเองแล้วกันนะอาร์ม”
     “เดี๋ยวนี้โดนไอ้ต้นกดขี่ถึงขนาดนี้เลยเหรอวะมึง เสียศักดิ์ศรีอ่ะ”
     พวกเราสามคนต่อปากต่อคำกันอย่างสนุกสนาน แต่ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นผมกับแม็กซ์ช่วยกันแกล้งแหย่อาร์มนะครับ แม็กซ์เองก็กวนผมก็ปากร้าย พวกเราเลยสองรุมหนึ่งกันอย่างสนุกสนาน ผมรู้สึกสนุกมากๆ ที่ได้นั่งคุยกับเพื่อนเก่าแบบนี้ และอาร์มก็ช่วยให้บรรยากาศมันสนุกขึ้นด้วยแหละครับ
     พวกเรานั่งคุยกันอยู่นานก่อนที่ผมกับแม็กซ์จะขอตัวแยกไปทานข้าวต่อด้วยกัน อาร์มไม่ยอมไปกับพวกเราจริงๆ และสาเหตุก็คงเพราะเพื่อนพี่บอมที่รั้งตัวอาร์มไว้ ผมล่ะอยากคะยั้นคะยอให้อาร์มไปด้วยกันชะมัดเลย ไม่รู้ว่าถ้าปล่อยให้อาร์มอยู่ต่อเรื่องจะกลายไปเป็นแบบไหน ผมกับแม็กซ์เลยตัดสินใจจะไปกันแล้วถ้าเพียงแต่...
     “น้องต้นจะไปไหนเหรอคร้าบ”
     พี่บอมที่วิ่งตรงมาทางพวกเราอย่างรีบร้อน ผมยกมือสวัสดีพี่บอมไปงั้นๆ แหละครับ แต่ในใจของผมนี่คิดว่าตัวปัญหาชัดๆ
     “แหมใครครับเนี่ย เพื่อนน้องต้นเหรอครับ ไม่คุ้นหน้าเลย”
     พี่บอมหวงก้างแม็กซ์น่าดู แล้วก็น่ารำคาญมากด้วยในสายตาผม แม็กซ์ก้มมาสบตาผมนิดนึงก่อนที่ผมจะพยักหน้าให้ เราเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูดอะไร
     “นี่แม็กซ์ เพื่อนสนิทผมกับอาร์มเองครับ พอดีเขาผ่านมาแถวนี้เราเลยว่าจะไปกินข้าวด้วยกัน”
     “อ๋อ เพื่อนเก่าน้องต้นนี่เอง ฮ่าๆ”
     พี่บอมจงใจเน้นเสียงมาก มากจนผมเองยังอดหมั่นไส้ พี่บอมไม่มีสิทธิ์อะไรเลยด้วยซ้ำ! ผมควรจะควงพี่ชัชมาโชว์แล้วเปิดตัวไปเลยดีมั้ยนะ?
     และแล้วผมรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่มันติดลบอย่างรวดเร็ว อาร์มหน้าซีดไปแล้วครับ คงเพราะฝั่งนึงก็รุ่นพี่ที่เคารพอีกฝั่งก็เพื่อนรัก แต่คนตรงกลางจริงๆ อย่างผมนี่สิหงุดหงิดจนจะระเบิดอยู่แล้ว ผมต้องดึงมือแม็กซ์ไว้ ผมส่ายหน้าให้แม็กซ์เบาๆ แม็กซ์ฮึดฮัดเล็กน้อยก่อนจะยอมถอย ส่วนพี่บอมก็มองมาที่มือของผมที่กุมมือแม็กซ์อยู่อย่างไม่กระพริบตา ผมก็เลยต้องปล่อยมือเพราะรำคาญหมาหวงก้าง แต่ตัวผมไม่ใช่หมาที่แย่งก้างกับใครหรอกนะครับ ผมเป็นก้างที่กำลังถูกหมาหวงอยู่ทั้งๆ ที่กินไม่ได้ต่างหาก
     “ครับเพื่อนเก่าผมเองตอนสมัยมัธยม แล้วก็เป็นคนสอนให้ผมเล่นกีตาร์ด้วยครับ ไม่งั้นผมคงไม่มีโอกาสได้เข้าชมรมนี้แน่ๆ”
     ผมฉีกยิ้มให้พี่บอมตามปกติ ซึ่งปกติในที่นี้ของผมก็คือ“พยายามยิ้มเพื่อให้เรื่องมันจบๆ”น่ะแหละครับ
     “อ๋อ เล่นกีตาร์เหมือนกันเหรอไอ้น้อง”
     พี่บอมทำท่าท้าทายแม็กซ์ทันที เฮ้อ... ไม่ได้ดูตัวเองเลยครับพี่ แม็กซ์น่ะเล่นกีตาร์เก่งมากเลยนะครับ ถึงพี่บอมจะเล่นกีตาร์เป็นก็เถอะ แต่ก็อยู่ในระดับที่เล่นเป็นเพลงได้เท่านั้น เกาได้แค่คอร์ดโซโล่ไม่เก่ง แต่แม็กซ์นะโซโล่เก่งมากๆ นะครับคอร์ดก็เน้น แถมยังเป็นพวกเล่นพลิกแพลงแกะโน้ตแล้วก็แต่งทำนองเพลงได้เลยด้วยซ้ำ! เพราะแม็กซ์เคยเรียนกีตาร์คลาสสิคมาก่อน แถมยังเป็นคนสอนให้ผมเล่นกีตาร์เป็นอีกต่างหาก พี่บอมจะสู้ไหวได้ยังไงละครับ?
     ไม่งั้นคุณคิดว่านอกจากหน้าตาหล่อรูปร่างดีบ้านรวยแต่นิสัยแย่ไม่เอาอ่าวชอบเอาแต่ใจเจ้าชู้ฟันแล้วทิ้ง สรรพคุณของแม็กซ์แบบนี้จะมีอะไรให้สาวมาหลงละครับ มันก็ต้องมีมุมเท่ๆ ไว้หลอกสาวกันบ้าง และเวลาที่แม็กซ์จับกีตาร์ผมไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนไม่มองแม็กซ์
     หลังจากนั้นก็มีการดวลกันหน่อยๆ เสียงดนตรีในห้องชมรมผมจึงดังผิดปกติ แล้วก็คงไม่ต้องบอกว่าใครจะแพ้ แน่นอนว่าแม็กซ์เป็นฝ่ายชนะ พี่บอมนี่ขี้แพ้ชวนตีชัดๆ เลยครับ แถมคนที่แวะมาดูก็เริ่มมีเยอะขึ้นเรื่อยๆ ด้วย โดยเฉพาะผู้หญิง แม็กซ์นี่... มีเสน่ห์จริงๆ แถมยังเล่นไปส่งยิ้มไปแบบไม่มีเขินเลยด้วย สมาธิไม่เสียแถมยังเพิ่มลูกบ้า แม็กซ์เกิดมาเพื่อเป็นจุดสนใจจริงๆ ครับ
     ผมนั่งดูพวกเขาเล่นดนตรีอยู่เงียบๆ มีแอบยิ้มแอบหัวเราะบ้างเวลาได้ยินเสียงเพี้ยนๆ อาร์มก็เอากับเขาด้วยครับ อาร์มกับแม็กซ์ยังรู้จังหวะรับส่งกันดีเหมือนเดิมเลย เสียดายนะครับ ที่เบสไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ แต่อย่านึกถึงนายนั่นเลยจะดีกว่า!
     สุดท้ายแม็กซ์ทนไม่ไหว คงเพราะไม่ได้เล่นดนตรีกับเพื่อนนานแล้วแม็กซ์เลยชวนผมให้ลุกไปเล่นด้วย
     อันที่จริงตอนที่ผมเข้าชมรมผมก็บอกพวกเขานะครับว่าพอเล่นกีตาร์ได้บ้าง แต่คงเพราะบุคลิคท่าทางของผมมั้งครับที่ดูเนิร์ด แถมยังไม่ค่อยพูด ผมเลยไม่ค่อยจำเป็นต้องเล่นโชว์ฝีมืออะไร มีเกาๆ คอร์ดบ้างนิดหน่อยตอนนั่งเล่นกันในห้องชมรมเล่นๆ แต่พอแม็กซ์เอ่ยปากชวนแบบนี้ ผมก็...
     ตอนแรกผมพยายามปฏิเสธครับ แต่แม็กซ์ตื้อ แล้วผมก็แพ้มุขของแม็กซ์เวลาตื้อประจำเลยด้วย ก็เลยตกลงว่าจะเล่นหนึ่งเพลง พวกเราเลือกเพลงประจำที่เคยเล่นกันในงานโรงเรียนครั้งนั้น ซึ่งมันก็เป็นเพลงที่เร็วพอสมควร พี่บอมดูจะแปลกใจมากจนถึงขั้นที่เรียกได้ว่าเหวอที่เห็นผมเล่นกีตาร์ได้แม่นขนาดนั้น
     แหม... ที่ห้องผมก็มีกีตาร์นะครับ พอพี่ชัชรู้ว่าผมเล่นกีตาร์ได้ก็เลยไปซื้อกีตาร์มาใหม่ตัวนึง บอกว่าจะเอาไว้เล่นตอนว่างๆ เพราะตัวเก่าโดนเตอร์ยึดไปแล้ว แต่ก็ไม่เห็นจะเล่นซักที พี่ชัชซื้อให้ผมชัดๆ นั่นแหละครับ เพราะแบบนั้นผมก็เลยมีกีตาร์ไว้เล่นตอนเซ็งๆ ยังไงละครับ ผมไม่ใช่พวกหนอนหนังสือที่เอาแต่บริโภคหนังสือไม่ทำอย่างอื่นซักหน่อย
     กว่าพวกเราจะออกจากชมรมได้เวลาก็ผ่านไปเกือบๆ สองชั่วโมงครับ เย็นแล้ว และผมก็หิวแล้วด้วย ถึงแม็กซ์จะดูกวนๆ แต่แม็กซ์ก็ชนะใจคนแถวนี้ได้ไม่ยาก นอกจากพี่บอมจอมอคติแล้วแม็กซ์ชนะใจคนอื่น พี่บางคนชวนพวกเราไปหาอะไรกินต่อด้วยกัน แม็กซ์กับอาร์มหันมามองหน้าผม ผมพยักหน้าให้แม็กซ์รู้ว่าผมแล้วแต่เขาครับ
     แม็กซ์ยอมไปหาอะไรกินกับพวกพี่ๆ ในชมรม ผมค่อนข้างแปลกใจนะ ผมนึกว่าเขาจะชวนผมไปกันแค่สองคนซะอีก แม็กซ์เปลี่ยนไปจริงๆ
     แต่แม็กซ์ก็ทำให้พี่บอมแพ้อย่างหมดรูปอีกครั้งด้วยการบอกว่าเขาจะเอารถไปเองแต่ต้องขอตัวไปเอารถก่อน ไม่จำเป็นต้องให้ผมติดรถไปกับพี่บอมและผองเพื่อน แล้วรถของแม็กซ์นั่นแหละครับที่ทำให้พี่บอมแพ้หลุดลุ่ย ผมเองยังแอบตกใจเลยครับ ผมก็พอรู้อยู่นะว่าบ้านแม็กซ์รวยมาก แต่ใครจะไปคิดละครับว่าแม็กซ์ขับเบนซ์ คือรถคันนี้เนี่ยราคามันมากกว่ารถที่พี่ชัชใช้ขับไปทำงานหาเลี้ยงผมอยู่ทุกวันนี้อีก แม็กซ์นี่เกิดมาโชคดีจริงๆ
     เราไปหาอะไรกินกันง่ายๆ แถวนั้นแหละครับ ผมเลือกนั่งตรงกลางระหว่างแม็กซ์และรุ่นพี่อีกคน อาร์มนั่งตรงกันข้ามกับผม เชื่อเขาเลยมีแอลกอฮอล์อีกแล้ว ทำไมผู้ชายต้องคู่กับแอลกอฮอล์ด้วยนะครับ? ผมปฏิเสธไม่ดื่มแต่แม็กซ์ดื่มครับ แม็กซ์ดื่มมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ผมก็เลยต้องเตือนแม็กซ์ว่าเขายังต้องขับรถกลับอีก แม็กซ์เองก็เชื่อผมนะครับ เหมือนเขาจะพึ่งรู้ตัวนึกขึ้นได้ว่าผมกลัว เขาหน้าเสียไปนิดหน่อยก่อนจะดื่มน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
     พอตอนที่เรากินกันเสร็จจะแยกย้ายกันกลับแม็กซ์ก็บอกว่าจะไปส่งผม แม็กซ์ขัดขาพี่บอมและผมก็ยินดีให้แม็กซ์เป็นคนไปส่ง เพราะถ้าถามว่าผมเชื่อใจใครมากกว่ากันผมเชื่อแม็กซ์มากกว่าอยู่แล้ว แต่แม็กซ์เขาขอนั่งพักอีกซักครู่ให้สร่างเมาก่อน ผมเลยเดินไปหาซื้อผ้าเย็นกับเครื่องดื่มเกลือแร่แบบที่แม็กซ์ชอบมาให้ ตอนที่ผมกลับไปถึงร้านพวกเขาเช็คบิลกันเรียบร้อยแล้ว สบายกระเป๋าผมไป ผมรู้ดีอยู่แล้วว่ายังไงๆ แม็กซ์ก็ต้องเลี้ยงผม
     ตอนที่ผมยื่นซองผ้าเย็นสำเร็จรูปกับขวดเกลือแร่ให้แม็กซ์ดูแปลกใจเล็กน้อย
     “ยังจำได้ด้วยเหรอว่าเราชอบยี่ห้อนี้?”
     “ทำไมจะจำไม่ได้ล่ะ ก็นายใช้ให้เราไปซื้อให้นายมากี่รอบตอนสมัยเรียน ไม่เคยนับเหรอ?”
     แม็กซ์หัวเราะแล้วก็รับขวดเกลือแร่ไปดื่ม ผมส่งผ้าเย็นให้เขาด้วย แม็กซ์รับไปแล้วก็เช็คหน้าเบาๆ เรียกพลังให้สดชื่น
     แม็กซ์เป็นพวกติดเครื่องดื่มเกลือแร่ครับ หลังเล่นกีฬา หลังเล่นดนตรี หรือแม้แต่หลังใช้แรงกับกิจกรรมบนเตียงที่ต้องสูญเสียน้ำ แม็กซ์ชอบดื่มเกลือแร่ยี่ห้อนี้ ผมไม่รู้หรอกว่ามันช่วยให้สร่างเมาได้มั้ย แต่ก็หวังว่ามันคงช่วยได้ ก็พวกคนขับรถแท็กซี่ยังชอบกินกระทิงแดงเลยนี่ครับ นี่มันก็เป็นเกลือแร่คล้ายๆ กันน่าจะช่วยได้บ้างหน่า
     ผมบอกลากับพวกรุ่นพี่เพราะพรุ่งนี้ผมไม่มีเรียน คงไม่ได้แวะไปที่ชมรม อาร์มนั่งคุยกับพวกเราอีกครู่หนึ่งแล้วก็ขอตัวกลับก่อนเพราะมีเรียนเช้า เหลือแต่ผมกับแม็กซ์
     เราสองคนนั่งกันอยู่เงียบๆ ซักพัก พอแม็กซ์ดีขึ้นเขาก็ชวนผมก็กลับบ้าน แม็กซ์ขับรถกลับได้ค่อนข้างปลอดภัยครับ ผมคงต้องบอกแบบนี้ แม็กซ์ใช้ความเร็วไม่มากพารถแล่นไปบนถนนโดยที่ไม่มีช็อตใจร้อนแซงปาดคนอื่นให้ผมกลัวเลยแม้แต่น้อย ผมไม่แน่ใจว่าที่แม็กซ์ขับช้าๆ เป็นเพราะแม็กซ์เกรงใจผมหรือเพราะอะไร เราสองคนคุยกันไประหว่างทางหลายเรื่อง
     “ทำไมถึงยอมมากับพวกพี่เขาล่ะ?”
     “ก็คิดว่าต้นน่าจะชอบแบบนี้มากกว่า ต้นกับอาร์มยังต้องอยู่ที่นั่นอีกนาน”
     ผมมองแม็กซ์ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก แม็กซ์เก่งเรื่องเข้าสังคมมาแต่ไหนแต่ไร แค่เมื่อก่อนแม็กซ์มักอารมณ์ร้อน แต่ตอนนี้แม็กซ์ใจเย็นมากกว่าเดิมและเป็นผู้ใหญ่ขึ้น
     “แล้วอีกอย่าง อยู่ใกล้กันแค่นี้ ต่อไปถ้าเราอยากเจอต้นอีก ต้นคงไม่ปฏิเสธเราใช่มั้ย?”
     เสียงของแม็กซ์เบาหวิวเหมือนกำลังกลัว
     “อื้ม ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องปฏิเสธนี่ ถ้าเราว่างน่ะนะ แต่ถ้าไม่ว่างก็ช่วยไม่ได้”
     ผมสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง สิ่งที่มันเคยทำให้ผมอึดอัด แต่ในเวลานี้มันกลับทำให้ผมสงสารจนอดใจดีกับแม็กซ์ไม่ได้
     “แค่นั้นก็ดีแล้ว เหงาจะตาย ไม่มีเพื่อนกินข้าว”
     แม็กซ์พูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี
     “แล้วสาวๆ หายไปไหนหมดล่ะ”
     “บ้าดิ ขืนทำงั้นแฟนเราได้โกรธตาย”
     “งั้นก็เพื่อน”
     “ไม่เอาอ่ะ อยากไปกับเพื่อนสนิท”
     ถ้อยคำของแม็กซ์ทำให้ผมหัวใจเต้นรัว ผมดีใจนะ แม็กซ์เรียกผมว่าเพื่อนสนิทได้อย่างเต็มปากเต็มคำ
     “ขอบคุณนะ”
     “ขอบคุณไรกันต้น”
     อาจจะเพราะคำขอบคุณแบบไม่มีที่มาที่ไปแม็กซ์ก็เลยงง แต่ผมอยากขอบคุณเขาจริงๆ แล้วผมก็พร้อมแล้วด้วยที่จะขอโทษแม็กซ์ ผมตัดสินใจแล้วที่จะเอ่ยปากขอโทษเขา เพราะทุกๆ สิ่งที่เขาเคยทำให้ผมลำพังแค่คำว่าขอบคุณมันคงยังไม่พอ
     “แม็กซ์... เราขอโทษนะ ขอโทษที่พึ่งจะมาขอโทษนายเอาป่านนี้ ขอโทษที่เราไม่กล้าเป็นฝ่ายขอโทษนายก่อน ขอโทษที่ผลักภาระทุกอย่างไปให้นายทั้งๆ ที่เราเป็นคนเริ่ม เรา..”
     พอได้พูดแล้วคำพูดของผมก็พรั่งพรูออกมา ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้เมา แต่ผม...
     “ช่างมันเหอะต้น เรื่องมันผ่านไปแล้ว แค่แม็กซ์ได้เพื่อนสนิทกลับมาแม็กซ์ก็ดีใจแล้ว แค่แม็กซ์ยังมีต้นเป็นเพื่อนอยู่มันก็ดีมากสำหรับแม็กซ์แล้วล่ะ”
     เสียงของแม็กซ์ฟังดูสบายๆ ในขณะที่เป็นผมเองที่เริ่มเสียงเครือๆ ผมสัมผัสได้ถึงหยดใสๆ ที่หางตาผม ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้ร้องไห้มานานมากแล้วแท้ๆ
     “อืม ขอบใจนะ”
     ผมสูดจมูกเพื่อกลั้นไม่ให้น้ำมูกมันหยดลงมา
     “ต้นแม่งขี้แยว่ะ!”
     “พึ่งรู้เหรอ!”
     “รู้นานแล้ว ฮ่าๆ”
     แม็กซ์ส่งกระดาษทิชชู่ให้ผม เราคุยกับเรื่องสัพเพเหระอีกหลายเรื่อง ผมสบายใจมาก ผมรู้สึกดีมากจริงๆ ผมดีใจมากๆ ที่วันนี้ผมได้เพื่อนสนิทของผมกลับคืนมา
     รถของแม็กซ์แล่นมาจอดที่หน้าคอนโด แม็กซ์ส่งผมแค่นั้นแล้วก็จากไป ผมเดินขึ้นห้องไปอย่างมีความสุข สี่ทุ่มกว่าแล้วสินะ แต่เครื่องของพี่ชัชยังไม่ลงด้วยซ้ำ แฟนของผมไปญี่ปุ่นครับ ไปสัมนาหรืออีกนัยหนึ่งก็คือพาหมอไปเที่ยวนั่นแหละครับ ผมต้องเตรียมอะไรไว้ให้พี่ชัชรึเปล่านะ? ไม่หรอกมั้ง คงทานมาบนเครื่องแล้ว ผมรีบอาบน้ำรอพี่ชัชดีกว่า วันนี้ผมมีความสุขมาก

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
เมื่อหมาป่าจะงาบลูกแกะ

ชัยชัช

     ผมกลับมาถึงเมืองไทยแล้วครับ โคตรเหนื่อยเลยแม่ง! กว่าจะส่งหมอกลับบ้านหมดกรุ๊ป ดีนะครับที่คอนโดผมอยู่ใกล้ๆ เลยพอเรียกแท็กซี่กลับห้องได้บ้าง ผมงี้แทบต้องอ้อนวอนก้มลงกราบอ่ะ กว่าพี่คนขับแกจะ “อะๆ ไปก็ไป” แม่งเสือกจะรับแต่ฝรั่ง ไปแต่ย่านนักท่องเที่ยว ผมละไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมพวกมันไม่ติดป้ายไปเลยละครับว่า “ไม่รับคนไทย” เฮ้อ... เซ็งครับ จะให้ผมขับรถมาจอดก็ใช่ที่ ค่าที่จอดโคตรแพง จะให้เมียมารับก็เกรงใจ ลงท้ายก็เลยต้องหาทางกลับเอาเองแบบนี้เนี่ยแหละครับ
     ถ้าเป็นเมื่อก่อนเวลาที่ผมหรือฟ่างมีบินเราจะมารับกันและกันเสมอๆ แต่ทำไงได้ ต้นมันกลัวไม่ชอบขับรถ ซึ่งก็เป็นเพราะผมเอง ผมคงไม่มีหน้าไปรบกวนมันหรอกครับ เกิดมีอะไรขึ้นมาอีกผมคงเสียใจมากกว่าเดิม
     ไอ้ที่ไปญี่ปุ่นนี่อย่านึกว่าสนุกเชียวนะครับ เหนื่อยโคตรๆ งานแบบผมต่อให้อยู่ซาฮาร่าหรือมัลดีฟส์ก็เป็นได้แค่ขี้ข้า ไม่มีเวลาสนุกส่วนตัวของตัวเองมากนักหรอก รีบกลับบ้านไปกอดเมียดีกว่า คิดถึงไอ้ต้นมันจะแย่
     ผมเดินลากกระเป๋าเดินทางขึ้นคอนโด อยากอาบน้ำนอนเต็มแก่ เกือบเที่ยงคืนแล้ว ไม่รู้ป่านนี้ต้นมันนอนแล้วรึยัง? ผมเอากุญแจห้องไปไว้ไหนวะเนี่ย ไม่อยากกดออดเลยกลัวต้นมันหลับอยู่ เกรงใจมันครับ
     ผมหากุญแจเจอละ หือ? ไฟในห้องเปิดอยู่ เสียงเมียผมดังขึ้น
     “พี่ชัช? กลับมาแล้วเหรอครับ”
     แม่เจ้า! ขาอ่อนไอ้ต้น! ภาพแรกที่ผมกลับมาเห็นหลังจากไม่ได้เจอหน้าเมียตัวเองมาห้าวันเต็มๆ คือภาพที่เมียผมใส่กางเกงนอนขาสั้นสไตล์บ็อกเซอร์กับเสื้อยืดหลวมๆ ตัวเก่าของผมเอง ต้นนั่งชันเข่าวางหนังสือไว้บนหน้าขาอยู่ตรงโซฟา ผมไม่รู้หรอกว่าทีวีที่เปิดไว้มันฉายอะไรอยู่ ผมเห็นแต่ขาอ่อนเมียผมเท่านั้นแหละ!
     ไม่ได้ว้อย ห้ามหื่น ถึงจะไฟเขียวแต่ก็ห้าม!
     “กลับมาแล้วครับที่รัก เหนื่อยจัง”
     ต้นเดินมาช่วยยกกระเป๋าเดินทางของผมเข้าห้องตามประสาเมียที่ดี
     “ของเยอะจังครับ”
     “ของเรานั่นแหละ ขนมกับของฝากเผื่อเพื่อนเราด้วยไง”
     “เปลืองนะครับนั่น”
     “เอาน่า ไปญี่ปุ่นทั้งที”
     ต้นมันรับเอาเสื้อแจ็คเก็ตกับเป้ใบเล็กของผมไปเก็บให้แล้วก็รินน้ำเย็นๆ มาเสิร์ฟผมทันที แหม ช่างเอาใจชะมัด ถึงน้ำจะชื่นใจแต่ถ้าพี่ได้อย่างอื่นด้วยจะแจ่มมากๆ เลยน้องเอ้ย เสียดายพี่ไม่มีแรง
     “พี่ชัชหิวมั้ยครับ ทานอะไรมาแล้วรึยัง?”
     “ไม่อ่ะ กินมาแล้วบนเครื่อง”
     “งั้นไปอาบน้ำก่อนเถอะครับ พี่พึ่งกลับมาถึง คงเหนื่อยแย่ เดี๋ยวผมเก็บของให้เอง”
     “เออ แล้วเราอ่ะทำไมยังไม่นอนฮะ? รอพี่เหรอครับ”
     นั่นๆ มีเขินหน้าแดงด้วยเว้ยเฮ้ย พี่ก็อยากอยู่หรอกนะแต่โคตรเหนื่อยเลย รอก่อนนะเมียจ๋า ขอผัวพักซักวัน หึๆ
     ความจริงแล้วปกติต้นชอบใส่ชุดนอนเข้าชุดกัน พวกชุดนอนแบบเชิ้ตที่ต้องติดกระดุมน่ะ พวกคุณคงนึกออก ต้นมันใส่ชุดนอนแบบนั้นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว และถ้าอะไรที่มันยังใส่นอนได้ไม่ขาดมันก็ใส่ครับ เพราะปีที่ผ่านมาตัวมันก็ไม่ได้โตขึ้นซักเท่าไหร่ เอ่อ... ยกเว้นบางตัวน่ะนะ ที่ผมเผลอถอดแรงไปหน่อยกระดุมมันก็เลยหลุดๆ หายไปบ้างก็มี
     ส่วนพวกกางเกงขายาวกับเสื้อยืดสีพื้นๆ พวกนั้นอ่ะของผมเอง สมบัติเก่าดูดีมีสไตล์ที่แฟนเก่าผมจัดให้ พอใส่แบบนั้นนอนมาตลอดมันก็ชิน แล้วต้นมันก็พวกงก มันไม่ถือเรื่อง“ของชิ้นนั้นของแฟนเก่าพี่ซื้อไว้ ผมรับไม่ได้ต้องทิ้ง” ผมก็เลยยังใช้เสื้อผ้าพวกนั้นอยู่ ส่วนเมื่อก่อนตอนนอนคนเดียวผมใส่อะไรนอนน่ะเหรอ ก็เกงบอลกับเสื้อยืดย้วยๆ น่ะสิครับ บางทีก็ไม่ใส่เสื้อใส่แต่กางเกงตัวเดียวพอ จะเอาอะไรกับผู้ชายผมไม่แก้ผ้านอนก็บุญละ
     แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่ต้นหน้าแดงน่ะเหรอครับ ผมจะใบ้ให้ก็ได้ว่าต้นมันไม่ได้ใส่บ็อกเซอร์ มันใส่กางเกงในผู้ชายแบบปกติ เพราะงั้นไอ้การที่มันใส่เสื้อยืดชุดนอนของผมกับบ็อกเซอร์สั้นๆ มานั่งโชว์ขาอ่อนรอผมอยู่เนี่ยคุณคิดว่ามันจะแปลว่าไรละคร้าบ? ฮ่าๆ
     ก็ไม่เชิงว่าเป็นรหัสลับที่เราตกลงกันไว้หรอกนะครับ เพราะต้นมันไม่เคยพูด แต่ถ้าผมสะกิดตอนมันใส่แบบนี้ทีไรมันก็ไม่เคยขัดอ่ะ ของแบบนี้ใช้เซนส์เอาก็พอครับ ดูก็รู้ ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา หึๆ
     ผมดื่มน้ำไปจ้องมองหน้าแดงๆ นั่นไป น่ารักชะมัด
     “ไปอาบน้ำก่อนเถอะครับ”
     ทำเขินแล้วเดินหนี ฮ่าๆ ต้นมันเฉไฉไปรื้อกระเป๋าผมใหญ่เลยครับ แต่มีให้รื้อไม่เยอะหรอกไอ้น้อง รอบนี้พี่ไม่ได้ซื้อไรกลับมามากมาย ฮ่าๆ
     พอเห็นแบบนี้ผมก็มีความสุขนะ คือคนเราพอกลับบ้านมาจากทำงานเหนื่อยๆ มีคนรออยู่ที่บ้าน ได้กลับมาเจออะไรแบบนี้มันอิ่มเอมใจครับ ต้นมันไม่ใช่แค่คนรักของผม แต่มันทำให้ผมสัมผัสได้ถึงคำว่าครอบครัวแม้ว่าผมกับมันจะเป็นผู้ชายกันทั้งคู่ก็ตาม
     “กระเป๋านั้นมีแต่เสื้อผ้าอ่ะต้น ใบเล็กมีของกินนิดหน่อย ต้องรีบเอาเข้าตู้เย็น เพราะมีช็อกโกแล็ตด้วย”
     “ได้ครับ”
     ต้นมันรับคำแล้วก็หันไปรื้อกระเป๋าใบเล็กเอาของออกมาเก็บให้ผม โชคดีชะมัดมีเมียแบบนี้
     “ฝากด้วยนะ พี่ไปอาบน้ำก่อนล่ะ โคตรเหนื่อยเลย”
     ผมอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณโกนหนวดโกนเคราให้สมใจกับที่ทนมาเกือบอาทิตย์เต็มๆ แม่งที่นู่นโคตรหนาวอ่ะ ถึงจะมีออนเซ็นแต่ผมไม่กล้าแช่นาน แถมมันยังทำไรไม่ค่อยสะดวกด้วยเพราะอยู่กับคนหมู่มาก ยังไงๆ กลับมาอยู่บ้านตัวเองก็สะดวกที่สุดครับ
     พอออกมาก็เห็นต้นมันลากกระเป๋าใบที่ใส่เสื้อผ้าเข้ามาในห้องนอนแล้ว พอมันเห็นผมมันก็ถามผมทันที
     “พี่ชัชมีอะไรที่ต้องรีบใช้พรุ่งนี้มั้ยครับ ผมจะได้เอาออกมาให้ก่อน”
     เมียผมนี่อะไรๆ ก็ยกให้ผมเป็นที่หนึ่งก่อนจริงๆ เลย โคตรรักเลยอ่ะ
     “ยังอ่ะ พรุ่งนี้พี่ว่าจะขอพักซักวัน แล้วเราเหอะ ป่านนี้ยังไม่นอน”
     “พรุ่งนี้ผมไม่มีเรียนครับ อาจารย์ไม่สอน”
     “เหรอ มิน่า”
     “ครับ?”
     มันเงยหน้ามามองผมด้วยดวงตาซื่อๆ ต้นมันตาไม่โตนะ ออกเรียวๆ ด้วยซ้ำ ภาษาชาวบ้านเรียกตาตี่ ภาษาจีนเรียกตาหงษ์ แต่พอมันทำหน้างงๆ แล้วโคตรน่ารักเลย เพราะคิ้วที่ชอบขมวดหน่อยๆ ของมันนั่นแหละดูอ่อนต่อโลกดี ผมคิดมาตลอดเลยว่าต้นมันตาสวย มองแล้วแทบละสายตาจากมันไม่ได้ เหมือนลูกแกะชะมัด น่างาบสุดๆ ผมบอกคุณรึยังว่าผมชอบกินแกะที่สุดอ่ะ
     ผมนั่งอยู่บนเตียงมองมันรื้อของออกมา มันเอาเสื้อผ้าใช้แล้วของผมไปใส่ตะกร้า พวกของฝากมันกองไว้ให้มุมนึง ดูแล้วเพลินตาดีครับ แต่ผมชักง่วงแล้ว
     “อีกใบเก็บแล้วเหรอต้น”
     “เรียบร้อยแล้วครับ เหลือแต่ใบนี้”
     ผมยิ้มให้มันนิดๆ แล้วกวักมือเรียก ต้นมันทำหน้างงเล็กน้อย ผมตบลงบนเตียงอีกสองทีก่อนจะอ้อนมัน
     “ไว้ค่อยเคลียร์พรุ่งนี้ก็ได้ต้น พี่ง่วงแล้ว”
     “พี่ชัชนอนก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวผมเก็บเสร็จแล้วก็นอนเอง”
     “ไม่เอาอ่ะ อยากนอนกอดเมีย คิดถึงจะตายอยู่แล้ว ไม่เจอตั้งห้าวัน”
     ผมพูดพร้อมกับชูมือขึ้นทั้งสองข้างเหมือนเด็ก อย่าดูถูกเชียวนะครับ มุขนี้ใช้ได้ผลกับไอ้ต้นนะเออ ได้ผลเกือบทุกครั้งด้วย นั่นไง ไอ้ต้นมันหน้าแดงแล้ว มันดูลังเลอยู่นิดหน่อยก่อนจะลุกขึ้นไปปิดไฟแล้วก็เดินมาที่เตียง
     ต้นมันขึ้นมาบนเตียงแล้วก็ค่อยๆ กระเถิบมาซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนผม ดูมันเขินๆ หน่อยๆ เพราะปกติเวลานอนก็ตัวใครตัวมันอ่ะ ไม่ได้นอนกอดกันทุกคืนสวีทหวานหรอกนะครับ ต้นมันชอบนอนตะแคง ส่วนผมก็โคตรนอนดิ้น ต้นมันเลยไม่ชอบนอนใกล้ๆ ผม มันบอกยุกยิกจนมันหลับสนิทไม่ค่อยได้
     ผมได้กอดเมียซักที ผมคิดถึงมันชะมัดเลย คิดถึงกลิ่นพีซอ่อนๆ บนตัวมันด้วย แอบหอมมันไปหลายทีเหมือนกันครับ ผมนอนกอดต้นอยู่แบบนั้นมีลูบๆ คลำๆ บ้างนิดหน่อย แต่ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น ก็บอกแล้วผมเหนื่อยจะตายอยู่ละ ไม่มีแรงแล้วครับ แค่ได้นอนกอดเมียอยู่เฉยๆ แบบนี้ก็มีความสุขสำหรับผมแล้ว เรื่องอื่นไว้ว่ากันทีหลัง ขอผมหลับซักตื่นก่อนเหอะ
     ว่าแล้วก็ชักจะง่วงๆ หนังตาจะปิดแล้วครับ ต้นมันยุกยิกขยับเข้ามาเบียดๆ ผมนิดหน่อย วันนี้อ้อนเป็นพิเศษเชียวนะ น่ารักจริงๆ เมียพี่ เพราะแบบนั้นผมก็เลยกอดต้นแน่นเป็นพิเศษ สุขโคตรๆ เลยครับ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ต้นน้ำ

     ผมรู้สึกตัวตื่นเพราะสัมผัสที่กำลังลูบๆ คลำๆ อยู่แถวสะโพกของผม ให้ตายเถอะผมกำลังหลับสบายๆ อยู่เลยนะครับพี่ชัช!
     ฟ้ายังมืดอยู่ ไม่รู้ว่ากี่โมงแล้ว ที่แน่ๆ ผมยังนอนไม่เต็มอิ่มเลยครับ แต่มือที่ลูบๆ คลำๆ ผมอยู่เนี่ยสิ ผมคงไม่ได้นอนต่อแหง๋ๆ เลื้อยไปถึงขาอ่อนผมแล้ว!
     “พี่ชัช?”
     “จ๋า”
     “มาจ๋าไรละครับ ผมง่วง”
     “แต่พี่ตื่นแล้วอ่ะ”
     “นอนต่อเถอะครับ”
     ผมตัดบทแล้วพลิกตัวหนีพี่ชัช ผมเปลี่ยนท่านอนจากเดิมที่ซุกอยู่ในอ้อมกอดของพี่ชัชย้ายมาเป็นนอนตะแคงตรงฝั่งขวาที่ผมนอนตามปกติ เรื่องเมื่อคืนก็ส่วนเมื่อคืน ตอนนี้ผมง่วงครับ
     แต่ผมคงจะไม่ได้หลับง่ายๆ พันแข้งพันขาผมสุดๆ ไปเลย ผมรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ตรงใบหู พี่ชัชเล่นมุขนี้อีกแล้ว ทุกทีเลย รู้ก็รู้ว่าผมแพ้ก็ยังจะทำอีก วิธีอ้อนของพี่ชัชนี่ทำเอาผมใจอ่อนทุกทีสิน่า
     “ตื่นหน่อยน่า ตื่นมาออกกำลังกายตอนเช้าร่างกายแข็งแรงนะ”
     ผมเกรงว่าไอ้ที่พี่ชวนจะไม่ใช่ออกกำลังกายน่ะสิครับ เฮ้อ...
     “กี่โมงแล้วครับ”
     “หือ? ตอนนี้อ่ะเหรอ?”
     พี่ชัชผละออกไปจากผมแล้วเอื้อมไปคว้านาฬิกาที่โต๊ะข้างเตียงมาดู
     “ตีสี่ว่ะต้น”
     พี่ชัชตอบพร้อมๆ กับคลานมาจูบผม หื่นตั้งแต่ตีสี่เลยเหรอครับเนี่ย? ทีเมื่อคืนก็นะ...
     ถ้าคุณเคยเลี้ยงหมาแล้วโดนมันเลียประจบทั้งหน้าเริ่มจากปากลามไปตรงแก้มและก็เลียไล่ไปเรื่อยๆ จนถึงคอละก็ คุณจะรำคาญมั้ยครับ? นั่นแหละความรู้สึกผมในเวลานี้ ผมไม่เคยเลี้ยงหมาหรอกนะครับ เคยเห็นแต่ในโฆษณา แต่คิดว่าคงไม่ต่างกันหรอกเพราะพี่ชัชของผมน่ะ หยั่งกับหมาป่า ... ในหลายๆ ความหมายนะครับ
     “อื้อ”
     ผมพยายามผลักหมาป่าจอมหื่นตัวนี้ออกไป
     “ไม่เอานะ อึ๊ ครับพี่ชัช ฮ้า ขอต้นนอนก่อน อ๊ะ! นะครับ ต้นง่วง อื๊อ
     ผมพยายามจะอ้อนพี่ชัชแล้วนะครับ แต่ทำไมเสียงของผมมันสั่นๆ ล่ะ? ผมแพ้พี่ชัชทุกที
     “หยุดไม่ใช่เหรอครับ พี่ก็หยุด หน่านะ”
     ทีงี้ละก็...
     พี่ชัชเลื่อนตัวจากการเซ้าซี้อยู่บนตัวผมขึ้นมาจูบแก้มผมเบาๆ พร้อมส่งสายตาแบบอ้อนๆ มาให้ ถึงมันจะมืดแต่ผมเห็นประกายของไฟที่ถูกจุดอยู่ในนั้นได้เป็นอย่างดี แล้วมันก็เริ่มลุกลามมาเผาไหม้ตัวผมแล้วด้วย
     “ไม่สงสารพี่บ้างเหรอ อดทนมาตั้งห้าวันอ่ะ”
     “มากกว่านั้นพี่ชัชก็ทนมาแล้วครับ”
     “มันไม่เหมือนกันนี่ เมื่อคืนต้นอนุญาตพี่แล้วไม่ใช่เหรอ”
     “เมื่อคืนก็ส่วนเมื่อคืนครับ”
     “ไม่รู้อ่ะ พี่หิว ต้นไม่หิวเหรอ?”
     “ผมหิวครับ แต่นี่ไม่ใช่เวลากิน”
     พี่ชัชเถียงไม่ชนะผมหรอก ถึงพี่ชัชจะมุขเยอะแต่ผมปากร้ายกว่าหลายเท่าตัวครับ ตัดบทคนเก่งกว่าด้วย อุ๊บ!
     ทุกที... พอเถียงไม่ชนะก็ปิดปากผมทุกที
     ผมจะหายใจไม่ออกแล้วนะครับพี่ชัช
     เฮ้อ... ปล่อยผมซะที!
     ผมรีบหายใจเอาอากาศเข้าปอดอย่างเอาเป็นเอาตาย พี่ชัชบ้า!
     “ยอมยัง?”
     “แบบนี้ทุกทีอ่ะ”
     “หน่า ต้นชักธงขึ้นเสารอพี่ช่วยร้องเพลงชาติให้ขนาดนี้แล้วเนี่ย”
     ผมละเกลียดมือของพี่ชัชจริงๆ เลย จับตรงไหนไม่จับนะ!
     “แล้วผมมีทางเลือกเหรอครับ?”
     ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะครับ ผมก็คนมีความรู้สึกนะ ยิ่งกับแฟนตัวเองผมจะหวงไปทำไมละครับ ผมก็ยอมสิ พี่ชัชทำให้ผมตื่นขนาดนี้แล้ว ตาสว่างนอนต่อไม่ได้แล้วละครับแบบนี้
     เรานัวเนียกันอยู่แบบนั้นนานพอสมควร พี่ชัชอัดอั้นมากจริงๆ นั่นแหละ ไหนๆ ก็ไหนๆ ตามใจพี่ชัชหน่อยแล้วกันครับ เสื้อผมถูกโยนไปไหนแล้วก็ไม่รู้ กางเกงก็หลุดไปอยู่ตรงข้อเท้า ส่วนพี่ชัชนี่ชุดวันเกิดรอแล้วครับ แต่ตอนที่ผมกำลังคิดว่าได้เวลาซักทีจู่ๆ พี่ชัชก็หยุดแล้วผละออกไป
     ผมมองพี่ชัชที่ย้ายตัวเองเปลี่ยนท่าไปเอนตัวลงนอนหงายกึ่งนั่งกึ่งนอนเท้าข้อศอกอยู่บนหมอนอย่างไม่เข้าใจ แต่รอยยิ้มชั่วร้ายแบบนั้นไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ ครับ
     “พี่ชัช?”
     “ที่รักคร้าบ ผัวเหนื่อยอ่ะ”
     “แล้ว?”
     “เซอร์วิสพี่หน่อยนะครับต้น”
     ในใจผมนี่โมโหจนอยากจะถีบพี่ชัชแรงๆ ซักทีสองทีแล้วครับ ถ้าง่วงแล้วทำไมไม่นอนหลับไปดีๆ ละครับ! มาปลุกผมทำไม!
     ผมต้องบอกให้ตัวเองใจเย็นๆ แล้วก็สะกดอารมณ์เอาไว้แทบตาย ผมส่งยิ้มไปให้พี่ชัช ไม่ตอบอะไรเพราะกลัวจะหลุดปากด่า คนอะไร สุดๆ อ่ะ!
     “หน่า นะครับ นานๆ ทีอยากเปลี่ยนวิวบ้างอ่ะ”
     พี่ชัชอ้อนพร้อมกับลูบๆ คลำๆ เอวผม ไอ้ขี้เกียจเอ้ย!
     “ไม่ได้เห็นหน้าต้นมาตั้งห้าวัน คิดถึง อยากมองหน้ากันนานๆ อ่ะ”
     “แล้วท่าเมื่อกี้พี่ไม่เห็นหน้าผมเหรอครับ?”
     “เห็น แต่อยากเห็นต้นทั้งตัว”
     พี่ชัชอยากเห็นอะไรไม่ทราบครับนั่น หน้าตาไม่น่าไว้ใจเลยให้ตายสิ!
     “เล่นขี่ม้าหนุกน้า เดี๋ยวพี่เป็นม้าให้เอง”
     ผมละยอมแพ้จริงๆ เลยไอ้รอยยิ้มขี้เล่นแบบนี้เนี่ย ทั้งๆ ที่โมโห หมั่นไส้ หงุดหงิดสุดๆ แต่พอผมเห็นรอยยิ้มแบบนี้ของพี่ชัช ยังไงก็โกรธไม่ลงครับ ต้องยอมทุกที
     ทำไงได้ ผมก็เลยต้องออกกำลังกายเล่นขี่ม้าตอนเช้ามืดแบบนี้น่ะสิครับ แฟนผมเป็นจอมขี้เกียจ เรื่องที่ไม่ขี้เกียจเห็นจะมีอยู่แค่เรื่องเดียวคือช่างอ้อน อ้อนให้ผมทำโน่นทำนี่ให้!
     “โยกอีกหน่อยสิครับที่รัก ม้าพี่ขี่ไม่หนุกเหรอ?”
     ผมเหลือบตาขึ้นมองคนขี้เกียจที่ส่งเสียงท้าทายผม รู้บ้างมั้ยว่าม้าตัวเองมันตัวโตขนาดไหน! ผมไม่ใช่จ๊อกกี้มืออาชีพนะครับจะได้ถนัดขี่ม้า!
     ผมพยายามแล้วนะ แต่... มันแน่นมาก คับไปหมดเลยครับ แล้วมันก็เสียวสุดๆ ไปเลยด้วย ผมหลับตาลงแล้วก็พยายามควบคุมม้าของผมอย่างยากลำบาก แต่ผมควบได้ไม่นานพี่ชัชก็ทำท่าจะผยศซะแล้ว โคตรอายเลยครับที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ เห็นสีหน้านึกสนุกของพี่ชัชแล้วขัดใจจริงๆ พี่เขาชอบแกล้งผม แล้วก็ชอบแกล้งในเวลาแบบนี้ที่ผมทำอะไรเขาไม่ได้ด้วย มันอายนะครับ อย่าจ้องแบบนั้นสิ!
     “พี่ชัช อึ๊ เบาๆ ครับ”
     “คร้าบ ที่รัก”
     “โอ๊ย! ผมบอกว่า อะ เบาๆ ครับ อย่า อึ๊ สวน ขึ้นมา อ๊า แรง”
     “พี่กลัวต้นเหนื่อยไงเลยช่วยควบ”
     เสียงพี่ชัชน่าหมั่นไส้มากอ่ะ ผมแพ้ตลอด พี่ชัชเป็นคนคุมเกมตลอด ผมสู้อะไรไม่ได้เลย แล้วมันก็น่าหงุดหงิดสุดๆ เลยด้วย ผมลืมตามองเห็นหน้าพี่ชัชแล้วขัดใจเป็นบ้า ยังไงผมก็ไม่ชินกับสายตาแบบนั้นซะที เขินชะมัด!
     “น่ารักชะมัดเลยอ่ะต้น”
     พี่ชัชที่จู่ๆ ก็พูดแบบนั้นกะทันหันลุกขึ้นมากอดผมไว้แล้วก็เริ่มคุมเกมเอง เลยกลายเป็นผมนั่งตักพี่ชัช ผมเป็นลูกแกะบนตักหมาป่า
     แฟนของผมมันบ้ากาม เจ้าเล่ห์ หื่น เป็นผีขี้เกียจ! ผมได้แต่ด่าพี่ชัชอยู่ในใจพลางหลับตาลงเพราะสู้สายตาวิบวับของพี่ชัชไม่ได้ ได้แต่ปล่อยได้หมาป่าเลียปากผมตามใจชอบ ผมว่า... ผมไม่ต้องออกแรงแล้วล่ะ
     “เมียพี่เวลาเขินน่ารักที่สุดเลยครับ”
     “เลิกล้อผมได้แล้วครับ”
     “พี่ชมหรอก”
     ผมไม่ได้ตอบอะไรเพราะอายจนไม่รู้จะอายอะไรแล้ว เวลาสบสายตากับพี่ชัชทีไรอย่างกับจะละลายทุกครั้งเลยครับ สายตาของพี่ชัชทำให้ผมรู้สึกเขินมากๆ แล้วก็... เวลาผมเขินผมมักจะ...
     “ฮ้า
     “ใกล้แล้วเหรอครับต้น? ฮื้ม?”
     เลิกกระซิบข้างๆ หูผมซะทีเถอะครับ ผมทนไม่ไหวจนเผลอโอบรอบคอพี่ชัชแน่น
     “หึๆ แฟนพี่น่ารักที่สุดเลย”
     ผมซบหน้าลงปล่อยให้พี่ชัชรังแกผมตามสบาย แต่ใครจะรู้จู่ๆ พี่ชัชก็เกิดซาดิสขึ้นมา ดันให้ผมเอนลงกับเตียงแล้วก็เลิกขี้เกียจทันตาเห็น แต่ผมไม่ไหวนะครับจู่ๆ มาขยันเอาตอนนี้ ผมเลยเผลอหลุดเสียงร้องออกไปดังลั่น ก็มันเสียวนี่... พี่ชัชโรคจิตยิ้มได้ชั่วร้ายมากๆ
     ผมถูกพี่ชัชพาเข้าเส้นชัยจนได้ แต่มันยังไม่จบหรอกครับ เพราะว่าพี่ชัชยังแข่งไม่จบ และการที่ผมถึงจุดหมายก่อนก็ไม่ได้แปลว่าผมชนะ
     “ทนหน่อยนะครับ”
     คำๆ นี้อีกแล้ว ผมตั้งใจจะประท้วงทันที! แต่พี่ชัชไวกว่า เขาจับผมหันหลังแล้วควบผมแทน ใจคอจะไม่ให้ผมพักเลยรึไง!
     “เดี๋ยวครับ อ๊ะ อ๊า พี่ชัช เบาๆ ครับ ผม อื้อ สะ เสีย อ๊า
     ผมรู้สึกถึงแรงบีบจากกรงเล็บหมาป่าลามกบนสะโพกของผม พี่ชัชระห่ำมากๆ ครับ ผมคงต้องใช้คำๆ นี้ คิดว่าตัวเองเป็นคาวบอยรึไง! ขี่ผมได้โหดมาก แต่ถึงผมจะแช่งชักพี่ชัชอยู่ในใจก็ใช่ว่าปากผมจะพูดอะไรได้นะครับ ไม่ว่าง กำลังแหกปากประท้วงอยู่ครับ
     กว่า“หน่อยนึง”ของพี่ชัชจะจบลงผมก็ไม่ไหวแล้วครับ ขาสั่นไปหมดไม่มีแรงแล้ว ตอนที่พี่ชัชขยับออกไปพี่เขาก้มลงจูบเบาๆ ตรงสะโพกของผม และนั่นก็ทำให้ผมเผลอยิ้มออกมา พี่ชัชชอบจริงๆ นั่นแหละ คิดถูกจริงๆ ที่ให้ของขวัญพี่เขาแบบนั้น
     พี่ชัชล้มตัวลงมานอนข้างๆ ผม เรากลิ้งกันอยู่บนเตียง พี่ชัชตวัดผ้านวมขึ้นมาห่มเราสองคนแต่ผมคิดในใจว่าเสาร์อาทิตย์นี้ต้องซักผ้านวมอีกแล้ว เพราะพี่ชัชทำมันเปื้อน!
     “ขี่ม้าหนุกป่ะครับที่รัก”
     น้ำเสียงกวนมากอ่ะ แถมมียักคิ้วให้ผมด้วย
     “เหนื่อยตอนถูกขี่นี่แหละครับ ม้ามันดันพยศ”
     “ฮ่าๆ”
     พอโดนผมตอกกลับไปแบบนั้นพี่ชัชก็หัวเราะร่าเลย เป็นผู้ชายที่หัวเราะได้เสียงดังมากครับ พี่ชัชจูบที่หน้าผากผมเบาๆ ผมชอบนะเวลาที่พี่ชัชอ่อนโยนกับผมแบบนี้ มันทำให้ผมลืมช่วงเวลาเลวร้ายพวกนั้นไปเลย ว่าแล้วก็ขอซุกอีกหน่อยละกันครับ
     พอผมขยับตัวเข้าไปซุกพี่ชัชก็กอดผมทันที
     “ไร? เหนื่อยแล้วเหรอ? พึ่งรอบเดียวเองนะ ไหนๆ พรุ่งนี้ก็ว่างไม่ใช่เหรอ?”
     “พักก่อนเถอะครับผมไม่ไหวแล้ว พี่ชัชเองก็เถอะ ไม่ตื่นภายในสิบยี่สิบนาทีนี้หรอกครับ”
     “โห! ดูถูกอ่ะ”
     “ก็พี่ชัชแก่แล้ว”
     “เดี๋ยวได้รู้แน่ไอ้ต้นว่าพี่แก่ไม่แก่ จะเอาให้ร้องไม่ออกเลย มานี่!”
     “ฮ่าๆ”

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
ชัยชัช

     ไอ้ต้นปากเสียเอ้ย ชอบยั่วผมจริงๆ เลย ถึงผมจะแก่แต่ผมก็ยังเตะปี้ปไอ้ต้นไหวอยู่นะครับ แถมแรงดีกว่าเด็กอย่างมันซะด้วย ก็แหงละครับ อย่างมันจะมาเทียบชั้นกับผมได้ยังไง๊ ประสบการณ์มันต่างกันครับ ผมฝึกมาตั้งแต่มันยังไม่เกิดเลยมั้ง ฮ่าๆ
     สะใจเลยละสิ หึๆ ผมจัดน้ำทิพย์ให้มันได้กินตั้งสามแก้ว หลับสบายถึงบ่ายเลยครับ
     ผมชอบสุดๆ ตอนที่เห็นสีหน้าไอ้ต้นเวลามันทำหน้านิ่วคิ้วขมวดตอนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม ยิ่งเวลาเห็นมันกัดเม้มปาก เวลาที่มันหลุดเสียงร้องออกมา หรือแม้แต่เวลาที่มันทำหน้าอายๆ ตอนที่มันเขินจนหลบสายตาผมนี่แหละสุดยอด
     เพราะต่อให้เขินยังไงมันก็หนีผมไปไหนไม่ได้เนื่องจากตัวติดกันอยู่ สะใจครับ เมียผมน่ารักน่ามอง
     แล้วตอนนี้ ภาพที่มันกำลังหลับซุกอยู่ในอ้อมกอดผมก็โคตรจะน่ารักเลย ต้นมันไม่รู้ตัวหรอกว่ามันน่ารักขนาดไหน
     ไม่ได้เห็นหน้าแฟนตั้งนานพอได้กลับมาเห็นได้นอนกอดกันแบบนี้แล้วมีความสุขชิบหายเลยครับ ครั้งนึงผมเคยเกือบจะเสียต้นไป พอได้มานอนกอดมันแบบนี้ทำให้รู้เลยว่าตัวเองคงขาดมันไม่ได้ ทุกวันนี้ใช่ว่ามีแต่ไอ้ต้นที่กลัว ผมเองก็กลัว กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับมันอีก ผมได้แต่สัญญากับตัวเองไว้ว่าผมจะดูแลมันให้ดีที่สุด
     ว่าแต่เมื่อคืนผมรุนแรงไปป่าวหว่า? ไอ้ต้นหลับเป็นตายเลย ปกติมันมักตื่นก่อนผม สงสัยมันคงเหนื่อยจริงๆ ถึงได้หลับยาวขนาดนี้
     ว่าแล้วก็ขอพี่หากำไรหน่อยนะครับที่รัก แก้มไอ้ต้นยังหอมอยู่เลยวุ๊ย!
     นอนมองหน้าเมียเล่น ทั้งกอดทั้งหอมมันจนเพลิน หืม? สงสัยแฟนผมจะเครียดมาก ผมก็พอรู้อยู่นะว่าต้นมันเรียนหนัก ขึ้นปีสองแล้วคงเหนื่อยกว่าเดิมเยอะ ดูดิเมียผมสิวขึ้นด้วยอ่ะ! ปกติต้นมันหน้าใสจะตาย นี่มีสิวผุดมาตรงหน้าผากด้วยตั้งสองเม็ด ถึงจะเป็นสิวเม็ดเล็กๆ ก็เหอะ ผิดกับผมอ่ะ ผมกับสิวงี้ของคู่กันเลย
     แต่เพราะงานของผมก็เลยต้องรักษาหนังหน้าตัวเองนิดนึงครับ แต่ก็ในระดับแค่ไม่ให้มันน่าเกลียดนะ ผมไม่ได้ซีเรียสถึงขนาดต้องหน้าใสไร้สิวรูขุมขนเล็กอะไรขนาดนั้นหรอก แต่แก้มเมียผมนี่ดิผิวดีมาก ได้แม่มันมาเต็มๆ เลย
     ผมจิ้มแก้มมันเล่นเพราะความหมั่นเขี้ยว
     “อื้มม
     เวรละ! ผมเผลอกวนมันรึเปล่าเนี่ย? มือผมคงซนไปนิด ใครใช้ให้แก้มเมียผมใสขนาดนี้ละครับ ผมก็ลูบเพลินดิ
     ผมนึกถึงครั้งแรกที่เราเจอกันทันที ตอนนั้นมันก็ครางออกมาแบบนี้แหละ แต่ตอนนั้นผมโคตรเหวอกับชีวิตอ่ะ เลยไม่ได้ใส่ใจ แต่ตอนนี้ยิ่งได้ฟังยิ่งติดใจครับ แทบอยากอัดเก็บไว้ฟังเล่น
     เวลาที่ไอ้ต้นใกล้ตื่นหรือรู้สึกตัวมันมักจะครางแบบนี้แหละครับ ครางเสียงหวานๆ เบาๆ ลากยาวหน่อยๆ เสียงแบบนี้หาฟังตอนอื่นไม่ได้หรอกนะครับ โคตรเซ็กซี่อ่ะเวลามันครางแบบไม่รู้ตัวอย่างนี้
     ส่วนตอนนั้นน่ะเหรอครับ คุณไม่ได้ยินเหรอไง? เสียงแหกปากร้องกระท่อนกระแทนไม่เป็นภาษาพวกนั้นอ่ะ ฮ่าๆ
     เวลาแบบนั้นต้นมันทำอยู่แค่สองแบบเท่านั้นแหละครับ ไม่มีหรอกแบบหวานๆ ถ้ามันไม่หลุดเสียงร้องอิ๊อ๊ะออกมาสั้นๆ เพราะคุมตัวเองไม่อยู่ก็แหกปากบรรลัยอ่ะครับ ต้นร้องดังมาก นี่ดีนะห้องแม่งเก็บเสียง ไม่งั้นอายชาวบ้านชิบหาย!
     ถ้าอยากเห็นไอ้ต้นตอนหวานๆ ต้องตอนที่มันไม่รู้ตัวเท่านั้นแหละครับ มันหวานเสมอเวลาที่ไม่ได้ระวังตัวแจหรือลืมตั้งกำแพงอารมณ์ นอกนั้นมันชอบเก๊กทำหน้านิ่งๆ ตลอดเวลา
     แต่เวลาที่มีอะไรกันแล้วมันปลดปล่อยออกมาก็เต็มที่ดีนะครับ สะใจผมดี มีแต่ผมคนเดียวอ่ะที่ทำให้มันแสดงออกมาได้ไม่มีกั๊กแบบนั้น เพราะถ้ากับคนไม่สนิทต้นมันไม่แสดงออกครับ แต่ถ้ามันสนิทแล้วมันร้ายใช่เล่น ไม่เชื่อถามน้องเมษก็ได้ รายนั้นปะทะฝีปากกับไอ้ต้นบ่อยๆ มีหลายครั้งด้วยที่แพ้ ฮ่าๆ
     พูดแล้วก็นึกถึงตอนวันเกิดผมที่ผ่านไปไม่กี่เดือนก่อน ต้นแม่งโคตรยั่วอ่ะ! ปกติผมจะเห็นแต่ตอนที่ไอ้ต้นมันเรียบร้อยหรือตอนที่มันปากจัดกัดผมแรงๆ แล้วก็เวลาที่มันเขินเพราะโดนผมเอาคืน แต่วันนั้นไอ้ต้นแม่ง... ผมแทบจะร้องไห้ด้วยความเสียดาย อยากอัดวีดีโอเก็บไว้ดูมากๆ เอ้ย! ไม่ใช่ดิ สมัยนี้มันต้องอัดคลิป
     คุณรู้มั้ยว่าต้นมันให้ของขวัญวันเกิดผมเป็นอะไร? ต้นมันสักครับ ผมเองยังอึ้งเลย ต้นเนี่ยนะสัก!
     แล้วลองทายดูสิครับว่าต้นมันสักตรงไหน? ต้นมันสักตรงเนินสะโพกด้านหลังอ่ะครับ แถวๆ ก้นกบอ่ะ มันสักเป็นตัว C กับ T แบบอาร์ทๆ หน่อยเกี่ยวกันไว้ในรูปหัวใจแล้วก็มีปีกสยายออกมา โคตรเซ็กซี่อ่ะ!
     วันเกิดผมที่ฉลองด้วยกันเป็นปีแรกผมได้ตัวไอ้ต้นด้วยความเต็มใจของมัน วันเกิดผมครั้งที่สองที่ได้ฉลองกับมัน ต้นแสดงให้ผมรู้ว่ามันยอมเป็นของผมโดยสมบรูณ์ โคตรฟินเลยครับ
     วันนั้นผมทำงานกลับดึกผิดแผนนิดหน่อย เพราะช่วงนั้นผมกำลังยุ่งๆ เรื่องงาน ตอนแรกยังคิดอยู่เลยครับว่าจะแก้ตัวกับไอ้ต้นยังไงดี เพราะอุตส่าห์สัญญากับมันไว้แล้วว่าจะกลับมากินเค้กฝีมือมันฉลองกันที่คอนโดสองต่อสอง แต่ดันยุ่งซะจนผิดแผนกลับมาดึกดื่นเที่ยงคืน ถึงจะโทรบอกมันแล้วก็เถอะ แต่ยังไงก็ยังเกรงใจมันอยู่ดีครับ
     แต่พอผมกลับมาถึง แบบว่าไอ้ต้นมันไม่ว่าซักคำ ยิ้มให้ผมตามปกติ เอาของไปเก็บให้ผม ไล่ผมไปอาบน้ำจะได้ออกมาทานข้าว แต่ผมไม่หิวเท่าไหร่เราสองคนก็เลยนั่งจุดเทียนเป่าเค้กฉลองกันแบบง่ายๆ ตอนแรกผมก็นึกว่าผมโดนไอ้ต้นโกรธซะแล้ว ดูมันเกร็งๆ แถมตีสีหน้านิ่งๆ ผิดปกติ ผมก็เลยง้อๆ มันนิดหน่อย แล้วก็กะว่าจะง้อมันด้วยวิธีสามัญประจำบ้านนั่นแหละ
     แต่ที่ไหนได้ ไอ้ต้นมันดันพูดขึ้นว่า “ผมยังไม่ได้ให้ของขวัญพี่ชัชเลยครับ” แล้วมันก็เดินไปเปิดไฟซะสว่างโร่ ท่าทางมันดูอายๆ แต่อยู่ๆ มันก็ค่อยๆ ถอดเสื้อผ้ามันออกต่อหน้าผม ถอดทีละชิ้นแล้วค่อยๆ เดินมาหาผมนั่นแหละครับ ท่าตอนมันเดินไปแกะกระดุมไปทีละเม็ดๆ แม่ง... โคตรยั่วอ่ะ! ผมพร้อมรบตั้งแต่มันยังเดินมาไม่ถึงตัวผมแล้วครับ
     ไอ้ผมก็นึกว่ามันจะเซอร์วิสผมซะอีก ที่ไหนได้ มันค่อยๆ เดินมานั่งตักผมแล้วก็หันหลังโชว์สะโพกให้แล้วถามผมว่า “ชอบรึเปล่าครับ?” ยังต้องถามอีกเหรอครับว่าผมชอบรึเปล่า? ฟ้าเหลืองอ่ะคืนนั้น! ท่าตอนไอ้ต้นมันค่อยๆ เดินมานั่งตักผมนี่ ยั่วชิบหาย! แต่สายตามันที่แบบว่าถึงจะอายๆ แต่ก็ตั้งใจยั่วผมเต็มที่นี่ดิที่เด็ดที่สุด!
     ตอนหลังผมถามมันว่าคิดยังไงมันก็บอกผมว่าเพราะมันจดทะเบียนกับผมไม่ได้มันเลยไปสักมาซะเลย แถมยังขู่ผมอีกนะครับว่า “พี่ชัชได้ผมแล้ว ห้ามทิ้งนะ” ผมนี่แบบว่าโคตรปลื้มครับ เอ็นดูมันสุดๆ อ่ะอุตส่าห์อ้อนกันแบบนี้ แฟนผมน่ารักสุดๆ ไปเลย มันยอมให้ผมแสดงความเป็นเจ้าของมันถึงขนาดนี้เชียวน้า
     มันเล่าให้ฟังว่ามันให้น้องเมษไปดูร้านสักเป็นเพื่อนมันเพราะมันยังกลัวๆ อยู่ พอได้ร้านที่ดูน่าเชื่อถือแล้วมันก็คุยเลือกลายเองเลือกตำแหน่งที่จะสักเอง เล่นเอาน้องเมษเหวออ่ะ เพราะตอนแรกที่น้องเมษได้ยินว่าไอ้ต้นจะสักน้องเมษยังตกใจเลยครับ ยิ่งพอไปด้วยกันแล้วช่างยังนึกว่าคนที่จะสักคือน้องเมษเลย ใครจะไปคิดว่าหนุ่มเนิร์ดเรียบๆ แบบไอ้ต้นจะเป็นลูกค้า แถมยังสักตรงนั้นด้วย
     ซึ่งน้องเมษแอบมากระซิบให้ผมฟังตอนหลังว่าไอ้ต้นได้เบอร์ช่างมาด้วย มีช่างอยากลงเข็มไอ้ต้นเพียบ! ผมฟังแล้วแบบว่าแอบเคืองอ่ะ ถึงผมจะชอบรอยสักที่มันทำมาเพื่อผมก็เถอะ แต่พอคิดในใจว่ามันไปถลกกางเกงนอนให้คนอื่นสักมาแบบนั้นแล้วมันก็แอบจี๊ดนิดๆ นะ ผมหวงของๆ ผม!
     แต่พอผมเลียบๆ เคียงๆ ถามว่าเขาสักกันยังไง แล้วต้นมันต้องทำไรบ้าง ต้นมันก็หัวเราะใหญ่เลย มันรู้ทันผม มันบอกว่าแค่ปลดกางเกงให้ร่นลงไปแล้วก็นอนคว่ำไม่ได้ถอดอะไรมากมายเพราะตำแหน่งของรอยสักค่อนข้างสูง ถ้าต้นใส่กางเกงเอวต่ำนี่เห็นลายหมดเลยครับ แต่ถ้าใส่กางเกงตามปกติก็จะมีแพลมๆ ออกมานิดหน่อย
     ผมก็ถามมันนะว่าไม่เขินเหรอ ดันสักซะชัดเลย “CT” เผื่อมีคนอื่นเห็นมันจะตอบไปว่าไง มันก็บอกว่ามันไม่อายเพราะมันไม่ได้ไปแก้ผ้าโชว์รอยสักให้ใครเห็น มีแต่ผมคนเดียวนี่แหละที่จะมีโอกาสได้เห็น มันเลยไม่จำเป็นต้องไปตอบอะไรใคร แต่หลังจากนั้นผมสังเกตว่าถ้าไม่ใช่ไปกับผมหรือว่ายน้ำที่สระในคอนโดต้นมันไม่ลงสระอีกเลยครับ ฮ่าๆ น่ารักมั้ยล่ะเมียผม
     อ้าว! ไอ้ต้นรู้สึกตัวแล้วนี่หว่า นอนเมาขี้ตามองหน้าผมใหญ่เลย ขอลงโทษมันซักทีดิ โทษฐานน่ารักเกิน!
     “พี่ชัช... กี่โมงแล้วครับ?”
     ตื่นมาก็ถามเวลาเลยนะ มันไม่คิดจะอรุณสวัสดิ์ทักทายผัวให้ชื่นใจหน่อยเลยรึไงครับ ถึงนี่จะบ่ายแล้วก็เถอะ
     “บ่ายกว่าๆ แล้ว”
     มันนอนทำตาปริบๆ สองสามทีแล้วก็ทำท่าจะขยับตัวลุกขึ้นครับ
     “โอ๊ย!...
     พอต้นมันขยับลุกก็หลุดครางออกมาเลยครับ ผมเห็นมันซี๊ดปากใหญ่เลย
     “เจ็บมากป่าว? พี่ขอโทษ”
     ผมแอบต่อในใจตัวเองว่า “เมื่อคืนพี่มันไปหน่อย” แต่ไม่กล้าพูดออกไปหรอกนะครับ กลัวไอ้ต้นมันหันมาตบเอา
     “ไม่เป็นไรมากหรอกครับ”
     มันหันมายิ้มให้ผมพลางปฏิเสธ เอาตำแหน่งเมียดีเด่นไปเลยไอ้น้องเอ้ย!
     “ไหวมั้ย? นอนต่อก็ได้นะ”
     “ละพี่ชัชไม่หิวเหรอครับ ปล่อยผมนอนตั้งนาน ปลุกผมก็ได้”
     “ไม่อ่ะ เมื่อคืนพี่อิ่มละ หึๆ”
     “บ้า!”
     มันว่าแบบนั้นแล้วก็ลุกขึ้นด้วยสปิริตทันทีครับ ไอ้ต้นนี่มันรักศักดิ์ศรียิ่งชีพอ่ะ เจ้าทิฐิเป็นที่หนึ่ง อย่าเผลอทำมันเคืองเชียวนะครับ ง้อยาก ฮ่าๆ
     “ถ้าอิ่มขนาดนั้นก็ไปเตรียมอาหารเย็นให้ผมเลยครับ ผมเหนื่อย ผมจะไปอาบน้ำรอ”
     “ไม่เอา จะช่วยเมียอาบน้ำก่อน กลัวเมียล้มในห้องน้ำเพราะหมดแรง ฮ่าๆ”
     และแล้วผมก็ได้กินลูกแกะเนื้อหวานๆ อีกหนึ่งรอบในห้องน้ำ แกะมันอร่อยจริงๆ นะครับ กินแล้วติดใจอยากกินอีกทุกทีเลยสิน่า

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


หายไปนานหลายอาทิตย์เพราะเอารถไปแหกมา ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่น้า รักคนอ่านทุกคนจ้า ต่อไปนี้จะพยายามขยันๆ อัพรัวๆ เน้อ :กอด1:

ออฟไลน์ done_dirt_cheap

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 226
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
 :katai2-1:
:3123:
เป็นกำลังใจให้น๊า
รออ่านต่อ
 :pig4:

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
ชีวิตของเด็กเลี้ยงแกะ&หมาป่า

ต้นน้ำ

     วันนี้วันเสาร์ครับ วันเสาร์อาทิตย์สำหรับทุกคนคือวันอะไรครับ? ใช่วันพักผ่อนรึเปล่า? แต่สำหรับผมมันคือวันสะสางงานบ้านครับ
     เช้าวันนี้ผมลุกขึ้นตื่นแบบเซ็งๆ เพราะบรรดาลิสงานบ้านในหัวผม รายการที่ผมต้องทำยาวเป็นหางว่าว เริ่มตั้งแต่ซักรีดเสื้อผ้าประจำอาทิตย์แล้วไหนจะยังเสื้อผ้าใช้แล้วที่หมกอยู่ในกระเป๋าเดินทางของพี่ชัชอีก พวกผ้าปูผ้าห่มปลอกหมอนก็ด้วย แล้วยังจะต้องทำความสะอาดบ้านอีกต่างหาก ผมมักจะทำความสะอาดบ้านอาทิตย์ละครั้ง แต่ก่อนหน้านั้นบางทีมันก็มีเหตุให้ต้องเก็บกวาดกันนอกรอบอยู่บ่อยๆ
     เพราะพี่ชัชน่ะแหละ ชอบทำเลอะเทอะ...
     ไม่รู้ผมควรจะดีใจที่พี่ชัชไม่รังเกียจผมหรือควรจะเหนื่อยหน่ายใจในความซกมกของพี่ชัชดี พี่ชัช... ชอบ ชอบ ...
     พี่ชัชหื่นทุกสถานการณ์ครับ ต่อให้หาถุงยางไม่เจอหรือผมยังไม่ได้ทำความสะอาดตัวเองพี่ชัชก็ไม่เคยรังเกียจ เรียกว่าพอพี่ชัชมีอารมณ์อะไรๆ ก็ไม่สนดีกว่า
     แต่ผมน่ะลำบากนะครับ ใช่ว่าผมหมดอารมณ์หรือเกิดไม่มั่นใจขึ้นมา คือ... แรกๆ ผมก็กังวลนะ อาย แล้วก็ไม่มั่นใจ แต่เพราะคำพูดของพี่ชัชที่เคยบอกผมว่า “พี่ไม่รังเกียจของๆ เมียพี่หรอก ต่อให้ต้นไม่สบายต้องนอนเป็นผักอยู่บนเตียงตลอดเวลา พี่ก็จะดูแลทำทุกอย่างให้ต้นเหมือนกันนั่นแหละ แล้วแค่นี้ต้นจะอายพี่ทำไม”
     หลังๆ มันก็ชินขึ้นครับ ก็อยู่ด้วยกันมาเป็นปีผมเลิกเขินไปตั้งนานแล้วครับ เลยออกแนวเซ็งๆ มากกว่าเพราะสุดท้ายคนที่ต้องทำความสะอาดมันก็ผมนี่แหละ! เพราะถ้าผมไม่ได้เตรียมตัวเองไว้ก่อน มันก็... เลอะทุกทีนั่นแหละครับ มันก็เลยต้องมีเบรคๆ พี่ชัชไว้บ้าง
     เพราะงั้นไม่ใช่ว่าผมไม่ยอมร่วมมือกับพี่ชัชทำการบ้านนะครับ คือ... แค่อยากให้พี่ชัชเลือกเวลาซักหน่อย บางทีผมไม่ได้เตรียมพร้อมตัวเองนี่นา แต่ก็อย่างว่าแหละครับ พี่ชัชเคยฟังผมซะที่ไหน ลองอยากได้อะไรขึ้นมาก็... ได้หมดนั่นแหละครับ หมาป่าเจ้าเล่ห์มีวิธีร้อยแปดที่จะหลอกลูกแกะอย่างผม แต่ผมก็รับมือด้วยการพยายามเตรียมตัวเองให้สะอาด อย่างน้อยตอนอาบน้ำหรือเข้าห้องน้ำนั่นแหละครับ ก็ทำซะ ใครจะรู้ว่าแฟนผมจะหื่นขึ้นมาตอนไหน
     แล้วตอนนี้ผมกำลังทำอะไรอยู่น่ะเหรอครับ? เวลาบ่ายสามหลังจากการซักผ้ากองโตเสร็จผมก็หันมาวุ่นกับการถูบ้านครับ โดยมีขยะกองใหญ่อยู่หนึ่งกองกำลังนอนอืดอยู่บนโซฟาเกะกะการทำงานของผมพร้อมกับเบียร์กระป๋องที่วางกองไว้บนโต๊ะรับแขกทั้งที่ยังดื่มไม่หมดและกระป๋องที่ดื่มหมดแล้ว นอกจากนี้ยังมีซากถุงขนมถุงเล็กๆ ที่ซื้อมาจากญี่ปุ่นกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะ แถมยังมีถุงที่ทานหมดแล้วแต่ไม่ยอมเอาไปทิ้งถังขยะตกลงมาบนพื้น ผมพยายามนับหนึ่งถึงร้อย...
     “พี่ชัชครับ ผมจะถูบ้าน”
     “เออ”
     “เอาขาขึ้นหน่อยสิครับ นั่งเกะกะแบบนี้ผมถูไม่ได้ แล้วก็อย่าเอาขาพาดโต๊ะรับแขกสิครับ”
     “โหยต้น อย่าบังดิ พี่ดูมวยอยู่”
     ว่าแล้วแฟนของผมก็ขยับตัวไปนอนเอกขเนกบนโซฟาพร้อมๆ กับหยิบรีโมทโทรทัศน์กดเร่งเสียงขึ้นอีก แต่มือของพี่น่ะเปื้อนผงวาซาบิจากถั่วอยู่นะครับ!
     “พี่ชัชอ่ะ อย่าทานขนมแล้วไปหยิบจับของอย่างอื่นสิครับ มันสกปรกนะ!”
     ผมด่าพี่ชัชทันที เรื่องแบบนี้ยอมไม่ได้นะครับ พี่ชัชเหลือบตามามองผมทีนึงก่อนจะเอารีโมทไปเช็ดกับเสื้อ ผมรู้สึกว่าเส้นความอดทนผมมันกำลังจะขาด ผู้ชายอะไร สุดๆ!
     “ต้น... ยืนเท้าสะเอวกอดไม้ถูบ้านแบบนี้เหมือนอีแก่ในขายหัวเราะเลยว่ะ ฮ่าๆ”
     “พี่ชัช!”
     พอกันที! ผมไม่ทนแล้ว!
     “ผมไม่ตลกนะครับ ช่วยคิดถึงคนที่ต้องทำความสะอาดบ้างสิครับ เสื้อนั่นผมก็ต้องซัก ถุงขนมพวกนี้หมดแล้วก็ช่วยทิ้งลงถังขยะด้วยสิครับ กองไว้แล้วมันก็ปลิวตกไปทั่ว ไหนจะผงวาซาบิพวกนั้นอีก”
     “ก็พี่ยังกินไม่เสร็จ”
     เสียงพี่ชัชประท้วงขึ้นอ่อยๆ แต่ผมยังพูดไม่เสร็จครับ ยังไม่ใช่เวลาให้พี่มาแก้ตัว!
     “ไม่ต้องมาเถียงเลยครับ ผมยังบ่นไม่จบ! เบียร์นี่ก็ด้วย อย่างน้อยๆ ก็เอาที่รองแก้วมารองหน่อยสิครับ มันละลายมีหยดน้ำเปียกไปหมดแล้ว! แล้วจะกินทำไมก็ไม่รู้ วันนี้กระป๋องที่สองแล้วนะครับ!”
     “โห เป็นชุด...”
     “พี่ชัช!”
     “โธ่ที่รักคร้าบ...”
     ทันทีที่โดนผมขึ้นเสียงใส่พี่ชัชก็เดินมากอดผม แขนสองข้างของพี่ชัชรวบตัวผมเอาไว้ ส่วนปากที่กรุ่นกลิ่นเบียร์นิดๆ นั่นก็หอมแก้มผมดังฟอด คิดจะใช้ลูกอ้อนกับผมเหรอ ฝันไปเถอะ วันนี้ผมจะไม่ยอมอีกแล้วครับ!
     “ก็กินที่บ้านอ่ะ ไม่ได้ไปกินที่ไหน ดื่มนิดๆ หน่อยๆ อยู่กับบ้านเอง นะ นะ”
     “เอาแต่กินเบียร์ทุกวันๆ ลงพุงจะตายอยู่แล้วรู้ตัวมั้ยครับ”
     “เฮ่ย ย๊าง ยัง พี่ยังไม่มีพุง”
     “ไม่มีอะไรล่ะครับ ย้วยแล้ว เคยชั่งน้ำหนักตัวเองบ้างมั้ย วันก่อนก็บ่นกางในเกงคับไม่ใช่เหรอครับ ใหญ่กว่า XL หาไซส์ยากนะครับ”
     เอ่อ... ถึงผมจะพูดแบบนั้นแต่ก็ใช่ว่าแฟนผมลงพุงมากถึงขนาดต้องใช้กางเกงในไซส์ใหญ่พิเศษหรอกนะครับ คือที่พี่ชัชใส่ไซส์ XL น่ะ เพราะอย่างอื่นต่างหาก ...
     พี่ชัชเป็นผู้ชายตัวใหญ่ครับ สูงตั้งร้อยแปดสิบห้าเซ็นฯ แล้วก็โครงร่างใหญ่ด้วย ถึงจะไม่ได้เล่นกล้ามจนมีกล้ามเป็นมัดๆ แต่ก็ล่ำพอสมควรไม่ใช่พวกผอมแห้ง ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าพี่ชัชจะหุ่นดีมีกล้ามมีซิกแพคชวนมองหรอกนะครับ พี่ชัชแค่ไม่ค่อยมีไขมันส่วนเกินก็เท่านั้นแหละ แต่ตอนนี้น่ะ... พุงมันเริ่มมาแล้วครับ
     “หือ ถ้าพี่จะลงพุงก็เพราะต้นนั่นแหละ ทำไงได้มีเมียดีทำกับข้าวให้พี่กินทุกวันพี่ก็อ้วนเอาอ้วนเอาดิ”
     “โห แถหน้าด้านๆ เลยนะครับ”
     ถึงจะรู้ว่าพี่ชัชแถหน้าด้านๆ แต่... ไม่รู้ทำไมผมเผลอยิ้มออกมา
     “ไม่ด้านนะ นิ่มจะตาย ดูดิๆ”
     นั่น! พี่ชัชเอาคางสากๆ มาไถแก้มผมด้วยอ่ะ ไม่ไหวแล้ว ผู้ชายคนนี้นี่มัน... ผมแพ้แล้ว
     “ไปแต่งตัวให้เรียบร้อยเลยครับ เดี๋ยวเมษจะมากินข้าวเย็นด้วยแท้ๆ นี่สามโมงกว่าแล้ว”
     ผมมองพี่ชัชที่ใส่แต่เสื้อยืดกับกางเกงบอลตัวเก่าโดยไม่ใส่กางเกงในเพราะวันๆ เอาแต่นอนอืดดูมวยอยู่กับบ้านแล้วเซ็งจริงๆ ผมรักผู้ชายพรรณนี้เข้าไปได้ยังไงนะครับ?
     “คร้าบๆ”
     พี่ชัชหอมแก้มผมเบาๆ อีกทีหนึ่งก่อนจะเดินไปแต่งตัว
     ให้ตายสิ! ผมมองซากถุงขนมที่พี่ชัชทิ้งไว้กับกระป๋องเบียร์ที่ยังเหลืออีกครึ่งนึงแล้วก็เซ็ง คิดถูกหรือคิดผิดครับเนี่ยที่สมัครเป็นลูกสะใภ้บ้านพรหมโรจน์

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ชัยชัช

     ผมเดินมาแต่งตัวให้เรียบร้อยตามที่ไอ้ต้นมันสั่ง ผมบอกแล้วเวลาไอ้ต้นมันโมโหโคตรน่ากลัวอ่ะ เป็นชุดเลย ระดับความขี้บ่นมันนี่แม้แต่ฟ่างยังแพ้ อย่างดีฟ่างก็แค่ “ชัชอ่ะ” แล้วก็ใช้จริตอ้อนๆ ดึงแขนผมให้ลุกไปทำทุกอย่างตามที่เธออยากให้ผมทำ แต่ไอ้ต้นไม่มีอ่ะ มันสั่งครับ ลองผมไม่ทำตามที่มันบอกดิ บ้านแตก!
     แต่ก็ใช่ว่าผมรำคาญมันหรือเบื่อไรหรอกนะครับ แค่บางทีก็ชอบแกล้งมันนิดๆ หน่อยๆ เวลาเห็นไอ้ต้นของขึ้นแบบนี้แล้วมันขำดีอ่ะ ต้นมันไม่รู้ตัวแต่ผมอ่ะรู้สึกได้ เพราะรู้สึกได้ผมก็เลยชอบแกล้งต้นมัน เห็นเมียตัวเองบ่นแบบนั้นแล้วมันจั๊กกะจี้หัวใจดีครับ
     วันนี้น้องเมษเพื่อนสนิทไอ้ต้นจะมาทานข้าวเย็นด้วยกัน ผมไม่ได้เจอน้องเค้านานแล้วเหมือนกัน ว่าแล้วก็เลือกเสื้อผ้าที่มันดูดีหน่อยดีกว่า ผมยังอยากรักษาภาพลักษณ์ตัวเองต่อหน้าเด็กมัน ไหนๆ ก็ร้อนขนาดนี้ละ ขอผมอาบน้ำเลยดีกว่า
     ตอนที่ผมเดินออกมาจากห้องไอ้ต้นมันก็ถูบ้านเสร็จแล้ว มันกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ครับ ไม่รู้ใครโทรมาเมียผมยิ้มด้วยอ่ะ! พอมันหันมาเห็นผมมันแอบมีหลบตานิดหน่อยแล้วก็เดินไปคุยต่อทางอื่น ผมว่ามันชักแหม่งๆ แล้วนะ ถึงนิสัยไอ้ต้นไม่ชอบให้ใครเสือกเรื่องของมันแต่ไอ้การคุยไปยิ้มไปนี่ผมว่าแปลกอ่ะ ผมเดินไปนั่งดูทีวีต่อแต่ดูแทบไม่รู้เรื่องแล้วครับ
     พอต้นคุยเสร็จมันก็เดินไปเก็บผ้า มันทำเนียนเป็นยุ่งกับงานบ้านจุกจิกแล้วก็เดินหนีเข้าห้องนอนไปรีดเสื้อผ้า โอโห! เนียนเลยนะเมียกู ไม่ยอมบอกด้วยว่าเมื่อกี้ใครโทรมา มีเคืองครับ! ถึงต้นมันไม่จำเป็นต้องมานั่งรายงานผมตลอดเวลาว่ามันคุยกับใครบ้างก็เถอะ แต่หนนี้ผมระแวงอ่ะ ก็ต้นมันเล่นคุยไปยิ้มไปแบบนั้นแล้วก็เดินหนีผมด้วย
     ผมนั่งหงุดหงิดได้อีกซักแป๊ปเสียงเคาะประตูก็ดังครับ ผมลุกขึ้นไปเปิด ใช่น้องเมษจริงๆ ด้วย น้องเมษยกมือไหว้ผมแล้วก็ถือถุงของสดเดินเข้าห้อง
     “ซื้อไรมาเยอะแยะเนี่ย?”
     “ก็นังต้นมันน่ะแหละค่ะสั่งมา บอกวันนี้จะให้หนูทำผัดผังบุ้งไฟแดงให้ แล้วมันก็อยากกินหลนปูม้าสูตรแม่หนู”
     “หือ ลาภปากพี่ดิ”
     “อ๊ะๆ ถ้าพี่ชัชอยากกินต้องมีของมาแลกนะคะ”
     “เออๆ รู้แล้ว พี่ซื้อมาให้เราหมดนั่นแหละ ตามที่สั่ง”
     ผมเดินหัวเราะในความงกของน้องเมษ ใช่เลยครับ ไอ้ของฝากที่มันกินพื้นที่ส่วนมากในกระเป๋าผมนี่ก็ใบสั่งจากเพื่อนเมียผมคนนี้แหละ แต่ก็เอาเถอะครับ ไม่ได้ลำบากอะไรมาก
     “เดี๋ยวพี่ไปเรียกต้นให้ มันรีดผ้าอยู่”
     “ค่า”
     น้องเมษมาห้องผมบ่อยจนชินแล้ว เธอเลยสบายๆ Make yourself at home สุดฤทธิ์อ่ะ ผมส่ายหัวให้กับน้องเมษที่เดินไปประจำตำแหน่งในครัวห้องผมอย่างเคยชิน
     “ต้น เมษมาแล้วนะ”
     ผมเดินไปเรียกต้นที่นั่งรีดผ้าอยู่ในห้องนอน มันเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะรีดผ้ามามองผม
     “มาละเหรอครับ?”
     “เออ ซื้อของมาเยอะเลย ต้นสั่งไรไว้อ่ะ?”
     “อ๋อ ของสดนิดหน่อยครับ พี่ชัชบอกเมษรอแป๊ปนึงนะครับเดี๋ยวขอผมรีดอีกสองตัว”
     เห็นแบบนี้ก็หายโกรธแล้วครับ ไอ้ต้นกำลังนั่งเหงื่อไหลรีดเสื้อเชิ้ตให้ผมอยู่ ไหนจะยังชุดนิสิตมันอีก สงสารมันเหมือนกันนะ บอกให้จ้างเขาทำก็ไม่ยอมบอกจะทำเอง แต่ความรู้สึกผมมันก็อิ่มใจกว่าจริงๆ นั่นแหละ เห็นมันทุ่มเททำให้ผมถึงขนาดนี้ รักต้นสุดๆ ไปเลยครับ
     ต้นกับเมษช่วยกันทำอาหารเย็นโดยมีผมนั่งดูทีวีรอกินอย่างเดียวครับ หน้าที่ในครัวปล่อยให้พวกผู้หญิงเขาทำกันไป
     เอ้ย... นี่ผมหลุดปากอะไรไปรึเปล่าครับ?
     ก็น้องเมษน่ะ ถึงจะเกิดมาเป็นผู้ชายแต่ใจรักอยากจะเป็นผู้หญิง ไอ้หน้าอกที่ไปทำมานี่ก็มาขอคำแนะนำจากผมแหละครับ ผมเองก็เลยช่วยๆ แนะนำหมอให้ เพราะพวกผู้แทนอย่างผมรู้ดีกันอยู่แล้วว่าหมอที่ไหนเป็นยังไง ถูกใจเด็กมันครับ ออกมาสวยใช่เล่นเพราะเดิมทีน้องเขาก็ดูแลตัวเองดีอยู่แล้ว ดูน้องเขามั่นใจขึ้นอีกเยอะ ปีก่อนโน้นยังใส่ขาสั้นหัวเกรียนเป็นเพื่อนไอ้ต้นมันอยู่เลย ปีนี้มีนมแต่งหญิงใส่แซกสั้นไว้ผมยาวแบบว่าสวยโคตร น้องๆ พริตตี้มอเตอร์โชว์เลยครับ
     แต่ก็ยังไม่ได้เฉาะหรอกครับ จะเฉาะทีก็ใช้เงินมากเหมือนกัน แล้วก็ต้องปรึกษาหมออีกเยอะ ไหนจะยังเรื่องผู้ปกครองอีก ผมว่าน้องเมษโชคดีมากๆ เลยนะที่บ้านเขายอมรับแถมยังช่วยสนับสนุนลูกตัวเองอีก ตอนนี้ปัญหาก็เหลือแต่เรื่องเงินนั่นแหละครับ น้องเมษเลยขยันทำงานพิเศษเยอะเลย ถึงจะเป็นงานกลางคืนเสี่ยงหน่อยๆ แต่น้องเมษนี่ซิงกว่าไอ้ต้นมันอีกครับ ก็ต้นมันโดนผมเปิดจนไม่เหลือแล้วอ่ะ
     แต่พอมองไปมองมาแบบนี้แล้ว... ก้นเมียผมสวยกว่าจริงๆ นั่นแหละ ไอ้ต้นมันเป็นผู้ชายที่มีก้นครับ สะโพกมันก็สวย ได้พี่น้ำแม่มันมาเต็มๆ ถึงเอวจะไม่คอดมากแต่ไหล่มันก็ไม่กว้างเท่าผู้ชายทั่วไป แต่ไม่ได้ดูบอบบางปลิวลมเทือกนั้น รับรองว่าถอดเสื้อออกมาเมียผมไม่ใช่พวกขี้ก้างแน่ๆ มองไปมองมาชักเริ่มมีอารมณ์ละสิครับ เหอๆ
     ไอ้ต้นมันนุ้งนิ้งๆ กับน้องเมษใหญ่เลย จะว่าไปคนที่สอนให้ไอ้ต้นมันหัดทำอาหารไทยได้เก่งขึ้นก็น้องเมษนี่แหละครับ เมื่อก่อนไอ้ต้นมันทำเป็นแต่พวกอาหารฝรั่งของง่ายๆ จำพวก สลัด สปาเก็ตตี้ เสต็ก ข้าวผัด ของทอด ของต้มอ่ะ แต่เดี๋ยวนี้ถ้าผมบอกอยากกินก๋วยเตี๋ยวราดหน้า มันตั้งกระทะทำให้ผมได้ทันทีอ่ะ อานิสงส์เพื่อนเมียแท้ๆ คงเพราะว่าบ้านน้องเมษเป็นร้านอาหารตามสั่งมั้งครับ แต่รับทำออกงานด้วย รสดีใช้ได้ ผมเคยสั่งข้าวกล่องไปเลี้ยงหมอบ้างบางครั้ง แม่น้องเมษเก่งมากทำอาหารไทยได้หลายอย่างเลยครับ ถูกปากผมด้วย
     ไม่นานสองสาวเขาก็ทำข้าวเย็นเสร็จครับ ... นี่ผมเผลออีกแล้วใช่มั้ย? ผมรู้นะว่าต้นมันเป็นผู้ชาย แต่... ไม่รู้ทำไมผมไม่รู้สึกว่าต้นแตกต่างอะไรกับผู้หญิงที่ผมเคยคบๆ มาเลย ยกเว้นเรื่องร่างกายนะครับ
     ต้นมันมีความเป็นผู้หญิงสูงมากจริงๆ นะ ถ้าไม่มองที่ร่างกายมันแล้วละก็ผมเห็นต้นเป็นผู้หญิงจริงๆ แต่ต้นมันไม่รู้ตัวหรอกครับ มันบอกผมอยู่เสมอๆ ว่ามันไม่ได้อยากเป็นผู้หญิง มันไม่ได้อยากเป็นเหมือนน้องเมษ มันพอใจกับสภาพนี้ของมัน แต่ผมน่ะรู้สึกว่ามัน... ผมว่าผมมีเมียเป็นตุ๊ดว่ะ
     เอาเหอะ ตามใจเมีย! เมียผมว่าไงก็ว่าตามกันครับ ไอ้ต้นจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายผมก็รักมัน ไปสวรรค์กับมันได้ก็พอใจแล้วครับ!
     มื้อนี้น้องเมษจัดเต็ม อาหารเต็มโต๊ะน่ากินทั้งนั้น ตอบแทนของฝากที่ผมขนมาให้ เครื่องสำอางทั้งหลายที่เธอฝากมา เอาไปปล่อยขายต่อเพื่อนละสิน้อง พี่รู้ทันนะเว้ย ฮ่าๆ แต่ไม่เป็นไรครับผมไม่ถือของไม่กี่พัน เพราะเมษเองก็มีบุญคุณกับผมและต้นมิใช่น้อย ถ้าไม่มีน้องเมษป่านนี้ผมก็คงไม่ได้กอดต้นมันแล้ว
     “มีไรให้พี่กินมั่งเนี่ย หิวแล้ว”
     ผมเดินไปประจำที่นั่งรอส่วย หอมโคตรๆ เลยครับ น้องเมษกำลังวางอาหารแต่ละจานลงบนโต๊ะ ส่วนต้นก็กำลังจัดจานชามช้อมส้อมกับตักข้าวเสิร์ฟให้ผมอยู่
     “แหม ใจเย็นสิคะคุณพี่ ต้นมันยังตักข้าวไม่เสร็จเลยนะคะ”
     “คร้าบๆ”
     ผมนั่งรับคำยิ้มๆ รอกินอย่างสงบครับ สบายจริงๆ มีเมียดี เพื่อนเมียก็น่ารัก แถมกินแล้วไม่ต้องเก็บ ฮ่าๆ ชีวิตสุขีครับ มีไอ้ต้นอยู่ด้วยสบายทุกอย่างยกเว้นประสาทหู แต่นานๆ ไปเดี๋ยวก็ชิน ผมฝึกวิชาเข้าหูซ้ายทะลุหูขวามาตั้งแต่เด็กแล้วครับ แม่ผมเวลาเม้งแตกนี่โหดกว่าไอ้ต้นอีก
     อาหารอร่อยมาก ถึงผมจะไม่ค่อยชอบพวกกะทิแต่ไอ้ต้นชอบมาก แต่ก็มีเมนูสำหรับผมด้วยนะ ผัดผักบุ้งไฟแดง ผัดหอยลาย แล้วก็ซีฟู้ดนึ่งกับน้ำจิ้มแซ่บๆ อ่ะ บอกแล้วมื้อนี้น้องเมษจัดเต็ม ฮ่าๆ ผมโคตรขำท่าโขลกพริกกระเทียมทำน้ำจิ้มของน้องเมษชะมัดเลย แม่งนั่งพับเพียบด้วยอ่ะ เสียงโขลกดังกังวานจังหวะแน่นๆ แต่ละสากตำเน้นๆ สมเป็นกุลสตรีมากครับ
     ด้วยความที่ผมไม่ต้องแกะเองปากผมก็เลยว่างเพราะรอสัมปทานซีฟู้ดจากเมียอยู่ ไอ้ผมก็เลยขอแซวซะหน่อย
     “แหม ทั้งสวยทั้งมีเสน่ห์ปลายจวักขนาดนี้ ผู้ชายที่มหาลัยไม่รุมจีบน้องเมษแย่เหรอครับ”
     นั่นๆ ไอ้ต้นเหลือบมามองผมตาเขียวเชียว นี่ดีนะมันรู้ว่าผมแซวเล่นเฉยๆ เลยไม่ออกอาการมาก ใครบอกว่าผมขี้หึง ถ้าผมขี้หึงไอ้ต้นก็โคตรขี้ระแวงอ่ะ
     “แหม คุณพี่ขา พวกมันรู้ว่าหนูเป็นตุ๊ดหมดแล้วใครมันจะมาจีบละคะ เห็นกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง”
     “อ้าว แต่ตอนนี้เราสวยจะตาย ไม่มีใครมาจีบบ้างเหรอ?”
     “ถึงหนูจะสวยแต่หนูก็ยังมีอะไรๆ เหมือนพวกมันอยู่นะคะ ไอ้ที่มาก็มีแต่พวกอยากกินฟรี อยากลองของแปลก ไม่มีใครคิดจริงจังกับหนูหรอกค่ะ”
     “หืม น้องเมษนี่รักนวลสงวนตัวกว่าที่พี่คิดนะเนี่ย”
     “เอ้า! จะด่าว่าหนูแรดเหรอไงค้าคุณพี่ก็ แหม ถึงหนูจะแรดแต่ก็ไม่ร่านนะคะ!”
     น้องเมษงอนกระแทกเสียงใส่ผมหน้ามุ่ยเชียว นั่นๆ เมียผมขว้างค้อนแถมมาให้ด้วย รักกันจริงๆ สองคนนี้
     โอ้ย! ไอ้ต้นแม่งเอาเนื้อปูยัดใส่ปากผมอ่ะ!
     “ปากว่างมากนักก็ทานไปเลยครับพี่ชัช”
     “ฮ่าๆ เอาน่าๆ พี่ก็แซวไปงั้น ดีแล้วล่ะทำตัวให้มีค่า ว่าแต่ตั้งใจจะไปจัดการให้มันเรียบร้อยเมื่อไหร่ล่ะ”
     ถึงผมจะปากเสียแต่ก็เห็นกันมานานนะครับ น้องเมษแกก็เหมือนน้องสาวคนนึงของผมเหมือนกัน ก็เลยอยากถามไถ่กันไว้บ้าง เผื่อมีไรที่ผมพอช่วยได้
     “ค่าผ่าตัดไม่ใช่น้อยๆ นะคะคุณพี่ ขอหนูทำงานเก็บเงินก่อนสิคะ”
     “ก็ได้ข่าวว่าได้เยอะแล้วไม่ใช่เหรอ ต้นเล่าให้พี่ฟังว่าเราทำงานตั้งเยอะนี่ แถมพ่อแม่เรายังสนับสนุนอีก”
     “เยอะแต่ก็ยังไม่พอหรอกค่ะ”
     น้องเมษทำหน้าเซ็งๆ ไปนิดหน่อย ผมก็เข้าใจนะ ถ้าจะผ่าตัดดีๆ ให้ออกมาเรียบร้อยจริงๆ มันจำเป็นต้องใช้เงินเยอะมากๆ รวมแล้วเกินหลักแสน บ้านน้องเขาก็ไม่ได้รวยมาก ก็คงต้องให้กำลังใจกันต่อไปแหละครับ
     “ถ้ามีไรให้พี่ช่วยอีกก็บอกละกัน แต่เราเองก็เถอะ ทำงานกลางคืนแบบนั้น ระวังตัวดีๆ นะมันอันตราย”
     “แหมคุณพี่ หนูเชียร์เบียร์นะคะ ไม่ได้ขายตัว!”
     “หือ? แต่ที่พี่รู้มาเราเต้นด้วยไม่ใช่เหรอ นั่งกับแขกอีก ไอ้ต้นมันห่วงเรานะ”
     เท่านั้นแหละน้องเมษหันไปตาเขียวใส่ไอ้ต้นมันเลย ต้นมันหน้าเหวอเลยครับ
     “นังต้น!”
     “เอ่อ... เราแค่ถามพี่เขาว่าคลับนั้นเป็นยังไง ก็เราเป็นห่วง...”
     “เอาน่าๆ อย่าทะเลาะกันเลย ไงพี่ก็อยากให้เราระวังตัวไว้หน่อยนะ สังคมทุกวันนี้มันอยู่ยาก งานแบบนั้นเสี่ยงนะเมษ ยาก็เยอะ ดูแลตัวเองดีๆ นะ ถึงเราจะเป็นแบบนี้ก็เถอะ”
     “ค่าคุณพี่ ขอบพระคุณที่เป็นห่วงหนูนะคะ แต่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ระดับหนูเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว”
     น้องเมษตอบมาแบบดัดจริตหน่อยๆ แถมยังยกมือไหว้ประชดผมอีกอ่ะ ฮ่าๆ
     เอาเถอะ ผมก็เชื่อนะว่าน้องเขาคงเอาตัวรอดได้ ก็อุตส่าใจแข็งมาได้ถึงขนาดนี้นี่นา ไอ้ต้นมันเคยแอบกระซิบกับผมด้วยครับว่าน้องเมษยังซิงอยู่ ไม่กล้าปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปกับผู้ชายเพราะอยากทำให้ตัวเองเป็นผู้หญิงจริงๆ ก่อน ถึงน้องเขาจะชอบวี้ดว้ายไปหน่อยแต่ในจุดนี้ผมนับถือเลยนะ ผมไม่เคยเห็นสาวประเพศสองที่รักนวลสงวนตัวขนาดนี้มาก่อนเลย
     แต่ผลสรุปของเรื่องก็คือไอ้ต้นโดนน้องเมษสวดใหญ่เลยครับ ฮ่าๆ ผมเห็นน้องเมษคาดโทษไอ้ต้นไว้เยอะเชียว คงแอบไปทำงานไม่ได้บอกใครมั้งครับ แหงสิ ถ้าพ่อกับแม่น้องเมษรู้เข้าคงเป็นห่วงแน่ๆ ไอ้ต้นหลุดปากบอกผมน้องแกคงกลัวไอ้ต้นหลุดปากกับที่บ้านซักวันเพราะต้นเองก็ไปเที่ยวบ้านเมษอยู่บ่อยๆ
     หลังอิ่มหนำสำราญกับมื้อเย็นแล้วผมก็สบายกายสบายใจไม่ต้องทำอะไรครับ ปล่อยเด็กสองคนมันเก็บล้างไป ชีวิตที่มีไอ้ต้นอยู่ด้วยก็สบายแบบนี้แหละ ส่วนผมก็ขอตัวไปจัดการเอกสารงานของผมในห้องทำงานเปิดโอกาสให้เด็กมันเม้ากัน บางทีผมก็ต้องระลึกไว้นะครับว่าเมียผมยังเป็นวัยรุ่นอยู่ แล้วบางเวลาวัยรุ่นก็ไม่ต้องการให้ผู้ใหญ่อย่างผมเข้าไปยุ่งครับ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
ต้นน้ำ

     “แกนะแก ไปบอกพี่เค้าทำไมยะ!”
     “เราไม่ได้บอก เราก็แค่... ก็เราเป็นห่วงเมษนี่ เห็นบอกว่าไปเป็นเด็กนั่งดริงค์ เราก็เลยไปถามพี่ชัช พี่ชัชก็เลยเดาได้มั้ง พี่เขาฉลาดจะตาย”
     “ย่ะ ขอบคุณในความเป็นห่วงของแก! แต่อย่าเผลอไปปากสว่างกับที่บ้านฉันเชียวนะแก ไม่งั้นพ่อฉันเอาตายแน่ๆ”
     “แต่มันไม่อันตรายจริงๆ เหรอ เมื่อกี้พี่ชัชยังเตือนเลย”
     เมษยักไหล่เล็กน้อยก่อนจะใช้สก็อตไบท์ถูจานใบนั้นไปมา เราสองคนกำลังช่วยกันล้างจานอยู่ครับ พี่ชัชเข้าห้องไปทำงานแล้ว
     “ก็ช่วยไม่ได้ เงินมันดีนี่แก ฉันไม่อยากจะมีไอ้นั่นไปนานๆ หรอกนะ ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากจะเป็นผู้หญิงทั้งตัวเร็วๆ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ได้ยิ่งดี ก่อนจบมหาลัยได้ก็ยิ่งเลิศ ฉันจะได้แต่งหญิงรับปริญญาไปเลย”
     “เมษ... นายแอบชอบใครอยู่รึเปล่า?”
     เมษทำหน้าตกใจก่อนจะหันมามองผม
     “บ๊า! แกนี่พูดซี้ซั้วนะนังต้น”
     อาการร้อนตัวของเมษทำให้ผมแน่ใจว่าผมเดาไม่ผิดแน่ๆ ครับ
     “หน้าแดงนะ”
     “โอ๊ย! อย่ามามัวจับผิดฉันเลย ว่าแต่แกเถอะบอกผัวแกยัง? เกิดพี่เขารู้ทีหลังเดี๋ยวก็อาละวาดอีกหรอก”
     ผมก็คิดอยู่นะ แต่มันยังไม่สบโอกาสก็เท่านั้นเอง ไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังพี่ชัชหรอกนะ เพียงแต่...

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ชัยชัช

     “พี่ชัชครับ?”
     เสียงเคาะประตูดังขึ้นตามมาด้วยเสียงสุดที่รักของผมเอง
     “อ้าว มีไรเหรอต้น?”
     “เมษกลับไปแล้วครับ”
     “เหรอ”
     “เอ่อ...”
     ผมเงยหน้าขึ้นจากงานทันที ต้นมันทำท่าอึกอักขนาดนี้ต้องมีไรแน่ๆ ครับ
     “มีไรรึเปล่าต้น?”
     “เอ่อ พี่ชัชกำลังยุ่งอยู่รึเปล่าครับ?”
     “ไม่มาก แค่จัดเอกสาร ไว้พี่ค่อยทำต่อพรุ่งนี้ก็ได้”
     “คือผมมีเรื่องบางอย่างอยากบอกพี่ชัชน่ะครับ”
     เสียงของต้นเบาหวิวจนผมได้ยินไม่ถนัด ท่าทางต้นก็ดูแปลกๆ มีไรรึเปล่าหว่า?
     “หือ ไรเหรอ?”
     “พี่ชัชว่างคุยกับผมซักครู่มั้ยครับ?”
     ต้นมันพูดแล้วเหล่ๆ มาทางกองเอกสารของผม
     นี่มันแปลกเกินไปแล้วครับ เรื่องสำคัญอะไรต้นมันถึงได้ทำท่าแบบนี้ ผมทิ้งงานไว้ที่เดิมแล้วเดินไปจูงไอ้ต้นมานั่งคุยกันให้เป็นเรื่องเป็นราวตรงโซฟาเบด ได้เวลาเล่นบทพี่ชายที่แสนดีแล้วครับ
     ปกติผมทำตัวเป็นผัวไอ้ต้นมันก็จริง เป็นแฟนสวีทหวานคอยเอาใจมัน ทำตัวเป็นคู่รักกันที่ต้องมีช่วงออดอ้อนทะเลาะกันบ้างงอนกันนิดหน่อยตามประสาลิ้นกับฟันที่อยู่ร่วมกันแต่มันก็มีบ้างบางเวลาครับที่ผมต้องเล่นบทอื่นด้วย บางครั้งผมก็ต้องสวมบทพ่อเป็นที่พึ่งให้ไอ้ต้น บางคราวก็ต้องเล่นบทพี่ชายใจดีที่เข้าใจมัน เหมือนในเวลานี้ยังไงละครับ หมาป่ากำลังปลอมตัวเป็นคุณย่าหลอกหนูน้อยหมวกแดงให้คายความลับ
     “ต้นมีไรรึเปล่าครับ ทำไมต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นด้วยหืม?”
     “เอ่อ... พี่ชัชสัญญากับผมก่อนนะครับว่าจะไม่ใช้อารมณ์”
     คิ้วผมกระตุกทันทีอ่ะ ได้ยินเกริ่นแบบนี้ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับผมแน่ๆ แต่เพื่อภาพลักษณ์ผม ผมต้องยิ้มให้ลูกแกะมันไว้ใจผมให้ได้
     “ก็ลองบอกพี่มาก่อนสิครับ”
     ต้นมันลังเลอยู่พักนึง แล้วมันก็เปิดปากจนได้ ง้างปากไอ้ต้นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผม
     “พี่ชัชยังเกลียดแม็กซ์อยู่รึเปล่าครับ?”
     นั่นไงกูว่าละ! ชื่อที่ออกจากปากต้นไม่ใช่ชื่อที่ผมอยากได้ยินเลย
     “ทำไมเหรอครับ?”
     “ตอบผมมาก่อนสิครับ”
     ไอ้ต้นมันรบเร้าเอาคำตอบจากผมใหญ่เลย หน้าไอ้ต้นนี่กังวลมากคิ้วมันจะผูกโบว์ได้อยู่แล้ว เวลาที่มันทำแบบนี้แล้วเหมือนเด็กมากเลยครับ เหมือนเด็กที่กำลังอ้อนจะเอาอะไรซักอย่างจากผมแต่ก็ทั้งกลัวทั้งกังวล จะว่าไปไอ้ต้นมันก็ยังเด็กอยู่จริงๆ นั่นแหละครับ ยังไม่ถึงยี่สิบเลย แล้วผมในฐานะผู้ใหญ่ก็ต้องรับฟังอย่างมีเหตุผลใช่มั้ยครับ? ทั้งๆ ที่ใจผมนี่ลุกเป็นไฟแล้วอ่ะ!
     “ถึงพี่จะไม่ชอบที่เขาทำกับต้นแบบนั้น แต่พี่ก็ไม่ได้เกลียดไรเขาหรอก ทำไม มีไรรึเปล่า?”
     ผมตอบพร้อมๆ กับไล้นิ้วไปบนแก้มไอ้ต้นมันเล่นพลางยิ้มให้มันอย่างอ่อนโยน อย่าดูถูกอาชีพขี้ข้าของผมเชียวนะครับ ถ้าผมจะตอแหลผมก็ทำได้ไม่แพ้ดาราตุ๊กตาทองเหมือนกัน น้ำขุ่นอยู่ในน้ำใสอยู่นอกนี่ผมถนัดนักล่ะ ขึ้นอยู่แค่ว่าผมจะทำหรือไม่ทำก็แค่นั้น
     พอต้นเห็นผมเป็นแบบนี้มันก็ผ่อนคลายขึ้น ไม่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แล้ว แต่ผมนี่ดิอยากร้องไห้ชะมัดยาด ผมโคตรเกลียดไอ้เด็กเวรนั่นเลย ยังไงก็เกลียดขี้หน้ามันอยู่ดี
     “เรื่องตอนนั้นอันที่จริงผมเป็นคนผิดเองครับ คนที่เริ่มทุกๆ อย่างก็คือผม แม็กซ์ไม่ผิดหรอกครับ พี่ชัชอย่าเกลียดแม็กซ์เลยนะครับ”
     ไม่ให้พี่เกลียดคนที่จ้องจะตีท้ายครัวพี่เนี่ยนะต้น? ให้มันหายไปจากโลกนี้ก่อนเหอะ พี่ค่อยวางใจได้!
     “ครับ พี่ไม่ได้เกลียดไรเขาหรอก พี่เองก็ผิดที่ทำกับต้นแบบนั้น ว่าไปแล้วคนที่ทำผิดมากที่สุดก็คือพี่ แต่ต้นก็ยังให้อภัยพี่ไม่ใช่เหรอครับ”
     พอได้ยินแบบนี้ไอ้ต้นมันก็ยิ้มออกมาทันทีเลยครับ แน่ะมีซุกด้วยเว้ยเฮ้ย! ไอ้ต้นมันกอดผมก่อนอ่ะ แม่ง! ไอ้เด็กเวรเอ้ย ไอ้มารหัวใจ มึงทำไรกับเมียกูวะ!
     ผมยังต้องหลอกไอ้ต้นต่อไปด้วยความเยือกเย็นทั้งๆ ที่ในใจนี่ไฟลุกแล้วครับ
     “ว่าแต่ มีไรรึเปล่าครับ จู่ๆ ก็พูดถึงเขาขึ้นมา?”
     “คือ... ถ้าผมเล่าแล้วพี่ชัชห้ามโกรธผมนะครับ”
     “ครับ พี่ไม่โกรธเราหรอก”
     ผมจุ๊บหน้าผากไอ้ต้นไปเบาๆ หนึ่งทีแล้วก็ลูบหัวมันเล่น แต่หวังว่าเสียงของผมคงไม่เหมือนคนกำลังกัดฟันนะ
     “คือ... วันก่อน ผมไปทานข้าวกับแม็กซ์มาครับ มีพวกเพื่อนๆ คนอื่นไปด้วยอีกหลายคนเลย”
     เหมือนรู้สึกโดนน้ำเย็นๆ สาดใส่หน้าเลยครับ เมียผมหนีไปแดกข้าวกับกิ๊กเก่ามา เหอะๆ
     “เหรอครับ”
     “พี่ชัช... โกรธเหรอครับ?”
     “ปล๊าว พี่ไม่โกรธไรต้นหรอก”
     ต้นมันเงียบไปพักนึงก่อนจะอ้อนผมมากกว่าเดิมด้วยการเงยหน้ามาสบตากับผม มันทำน้ำตาคลอๆ แล้วก็ช้อนตามองผม
     ผมแพ้ทางไอ้ต้นตอนที่มันทำแบบนี้ทุกทีครับ ได้แต่นั่งถอนหายใจเฮือกแล้วลูบหลังมันเบาๆ ผมกอดมันจูบมันเพราะไม่รู้จะลงโทษมันยังไง แถมผมยังออกปากไปแล้วว่าไม่โกรธ
     ต้นมันหลับตารับสัมผัสจากผมอย่างยินยอม พอผมผละออกจากริมฝีปากมันแล้ว มันก็ก้มหน้าลงซุกอกผมต่อ แต่ผมรู้ดีว่าต้นมันกำลังแอบอมยิ้ม ก็เล่นอ้อนผมซะขนาดนี้โกรธไม่ลงแล้วครับ เข้าทางไอ้ต้นมัน เฮ้อ...
     “ขอโทษนะครับที่ไม่ได้บอก พอดีตอนที่แม็กซ์โทรมาชวน พี่ชัชไปญี่ปุ่นพอดี ผมเห็นว่าแค่ทานข้าวกันก็เลยไป”
     “แล้วหนุกมั้ยครับ ไปไงมาไงถึงนัดกันได้ล่ะ?”
     ผมพยายามกัดฟันทำเสียงผู้ใหญ่ใจดีมีเหตุผลสุดฤทธิ์
     “แม็กซ์สอบใหม่ครับ คราวนี้เขาได้ในกรุงเทพ ก็เลยโทรมาชวนพวกผมแล้วก็เพื่อนเก่าไปฉลองกัน ผมเองก็ทำผิดกับแม็กซ์ไว้มาก ผมเลยอยากไปฉลองให้เขาครับ ผมอยากให้ผมกับเขาเริ่มต้นกันใหม่ เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเหมือนเดิม”
     แต่พี่ว่าไอ้เด็กเวรนั่นมันอยากได้ต้นทำอย่างอื่นมากกว่านะ ถึงต้นจะคิดกับมันแค่เพื่อนก็เถอะ
     ผมห่วงเมียผมนะ ต้นชอบวางเดิมพันกับคนอื่นเสมอ ผมกลัวเมียผมจะแพ้เข้าซักวัน ก็เมียผมลุคใสซื่อขนาดนี้ ใครๆ ก็อยากหลอกทั้งนั้นแหละ
     “เหรอ มันก็เก่งเหมือนกันเนาะ สอบติดซะด้วย”
     “ครับ เห็นบอกว่าโชคดีได้แฟนติวให้ เลยสอบใหม่ติด”
     “อ้าว มันมีแฟนแล้วเหรอ?”
     ได้ยินแบบนี้ผมค่อยสบายใจหน่อย ไอ้เด็กเวรนั่นมีแฟนแล้วหรอกเหรอเนี่ย โล่งอกแล้วครับ
     “ครับ แม็กซ์ไม่เคยว่างหรอกครับพี่ชัช ผู้หญิงต่อแถวอยากเป็นแฟนแม็กซ์กันทั้งนั้นแหละ ก่อนคนนี้ก็เปลี่ยนแฟนไปเยอะเหมือนกันครับ นี่ผมว่าคนนี้เดี๋ยวก็เลิกอีกแหละครับอยู่ห่างกันขนาดนั้น”
     “อ้าว งี้แล้วแฟนมันล่ะยังอยู่ที่เก่าเหรอ?”
     “ครับ แฟนแม็กซ์อยู่เชียงใหม่”
     ผมควรจะวางใจแค่ครึ่งเดียวสินะ เวรเอ้ย!
     “พี่ชัช... ครับ”
     “ครับ?”
     ผมหันไปยิ้มให้ต้นตามเสียงเรียก ตอนนี้ผมต้องเป็นผู้ใหญ่มีเหตุผล ผมควรจะมีเหตุผล!
     “ถ้าคราวหน้าผมจะขออนุญาตไปไหนกับแม็กซ์บ้าง พี่ชัชจะอนุญาตมั้ยครับ? ยังไงๆ นอกจากเมษแล้ว แม็กซ์ก็เป็นเพื่อนสนิทอีกคนที่ผมรักมากๆ ผม...”
     “ทำไมต้นต้องขออนุญาตพี่ด้วยละครับ ก็แค่ไปเที่ยวกับเพื่อน พี่ไม่ห้ามต้นหรอก”
     ต้นมันทำหน้าลังเลนิดหน่อยเหมือนไม่แน่ใจท่าทีผม ผมก็เลยได้แต่กัดฟันโกหกออกไป ถึงผมจะเกลียดไอ้เวรนั่นแค่ไหนแต่ผมควรจะเชื่อใจต้น แล้วก็ไม่บีบบังคับต้นมากจนเกินไป ผมไม่อยากทำให้ต้นอึดอัด แล้วมันก็เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่หรือคนที่มีเหตุผลโตๆ กันแล้วควรจะทำด้วยครับ คนเราจะรักกันได้ยังไงถ้ามัวแต่ระแวงกันตลอดเวลา?
     “พี่ชัชไม่ว่าอะไรจริงๆ เหรอครับ?”
     “มีอะไรให้พี่ว่าละครับ ที่รักของพี่ไม่ทำอะไรไม่ดีลับหลังพี่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ แล้วอีกอย่างต้นก็รักพี่มาก ต้นเลือกพี่ พี่ยังต้องกลัวอะไร ส่วนเพื่อนของต้น เขาก็รักต้นมากเหมือนกันไม่ใช่เหรอครับ เขาไม่เคยทำอะไรไม่ดีกับต้นแล้วพี่จะใจร้ายทำลายมิตรภาพระหว่างต้นกับเพื่อน ได้ไง พี่เชื่อใจต้นครับแล้วก็ไว้ใจเพื่อนของต้นด้วย”
     “ผมรักพี่ชัชที่สุดเลยครับ”
     ต้นมันยิ้มให้ผมโคตรสดใสอ่ะ มันดีใจถึงขนาดจุ๊บผมแทนคำขอบคุณเลย แต่ผมนี่ดิน้ำตาตกใน ศัตรูที่ผมกลัวที่สุดแล้วก็เกลียดขี้หน้ามันสุดๆ แม่งกลับมาแล้ว ทำไมมันไปตั้งรกรากอยู่เชียงใหม่ไปเลยละเว้ย!

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ภาค1หน่วงจิต ภาค2ทำท่าจะออกทะเลเรียบร้อย ผ่านไปหลายบทแต่ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ฮ่าๆ
คนที่ชอบความตื่นเต้นเร้าใจเดินเรื่องเร็วๆ คงไม่ปลื้มเท่าไหร่ เพราะเราเขียนแบบปูแน่นมาก ใช้วิธีเล่าไปเรื่อยๆ เดินเรื่องช้าเนิบๆ แต่รับรองว่าไม่น่าเบื่อหรอก เพราะมันจะมี"อะไรวะ!"โผล่มาเป็นระยะให้คนอ่านเขวี้ยงเม้า ฮ่าๆ
บทแรกๆ เป็นการปูน้า ใบ้ว่ามีHINTเป็นระยะ เราตั้งใจเล่าถึงชีวิตคู่อ่ะ มันก็จะชีวิตประจำวันแบบนี้แหละ แกนหลักของเรื่องคือความสัมพันเน้อ มันก็เลยไม่ใช่แนวใครทำอะไรที่ไหนยังไงรักๆตั๊บๆฟาสเลิฟทำนองนั้น อืม... ต้องบอกว่า "ตามติดชีวิตน้องต้น" มากกว่า

ฝากติดตามกันไปนานๆ น้า

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
เด็กเลี้ยงแกะและผองเพื่อน

ต้นน้ำ

     ชีวิตนักศึกษาอย่างผมก็ต้องมาเรียนตามปกติในเช้าวันจันทร์แบบนี้ครับ ช่วงนี้ผมกำลังยุ่งๆ เพราะการสอบใกล้เข้ามาแล้วผมได้แต่หวังว่า คงไม่มีอะไรน่ารำคาญใจรอผมอยู่ที่มหาวิทยาลัยหรอกนะครับ
     พักนี้คงต้องหลบห้องชมรมซักพัก เบื่อหน้าพี่บอมครับ
     หลังจากที่เราไปทานข้าวด้วยกันวันนั้นแล้วก็ปรับความเข้าใจกัน ผมกับแม็กซ์กลับมาคุยกันเหมือนเดิมแล้วครับ แต่อันที่จริงจะบอกว่าเหมือนเดิมมันก็ไม่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกครับ เพราะแม็กซ์ทำตัวดีแล้วก็สุภาพกับผมมากกว่าเดิม แถมยังยอมตัดใจเว้นระยะเป็นเพื่อนกับผมอย่างที่ผมต้องการ ผมชอบแม็กซ์ที่ดีกับผมแบบนี้ครับ ไม่อึดอัดแล้วก็สบายใจ
     แต่ผมลืมนึกถึงใครบางคนไปซะสนิทใจ ผมลืมนึกถึงเมย์ครับ แล้วเมย์ก็กำลังคาดคั้นผมอยู่ ท่ามกลางสายตาสอดรู้สอดเห็นจากเพื่อนในกลุ่มของผมโดยมีโอมที่เก็บสีหน้าสงสัยไว้ไม่อยู่แต่ก็พยายามทำเฉยเว้นระยะห่างให้ผมแล้วก็ป่านที่แกล้งห้ามปรามเมย์สุดฤทธิ์
     “ตกลงผู้ชายคนนั้นที่มาหานายวันก่อนนั่นเป็นใครเหรอต้น”
     “เธอจะอยากรู้ไปทำไมล่ะ มันไม่เกี่ยวอะไรกับเธอนี่เมย์”
     “บอกเรามาเดี๋ยวนี้นะ เห็นคนอื่นบอกว่าพวกนายไปซ้อมที่ห้องชมรมแล้วก็ไปกินข้าวด้วยกันต่ออีก”
     “คนอื่นน่ะใครล่ะ”
     “เขาลือกันทั่วว่าแฟนนายมารับ แถมยังรวยมากๆ ขับเบนซ์ ผู้ชายคนนั้นใช่แฟนต้นจริงๆ รึเปล่า?”
     “ผู้ชายคนนั้นเป็นใครจะใช่แฟนเรารึเปล่ามันก็ไม่เกี่ยวกับเธอนะเมย์”
     “ทำไมจะไม่เกี่ยว ต้นก็รู้ว่าเรา! ช่างเถอะ ตกลงผู้ชายคนนั้นเป็นอะไรกับนาย?”
     เมย์ขึ้นเสียงใส่ผมแรงมากและผมก็เกลียดคนแบบนี้ที่สุด! ที่ผ่านมาผมคงยอมลงให้เธอมากเกินไป แก้วที่เห็นบรรยากาศไม่ดีก็เลยช่วยห้ามทัพระหว่างผมกับเมย์ แต่มันสายไปแล้วครับ ผมคงนั่งอ่านหนังสือสงบๆ ใต้ตึกภาคไม่ได้แล้ว
     “ขอตัวซักพักนะ เราไม่อยากอยู่กับคนไม่มีเหตุผล เธอควรจะรู้จักระงับอารมณ์แล้วก็ลดความเอาแต่ใจลงบ้างนะเมย์”
     “ทำไมต้นพูดแบบนี้อ่ะ”
     “แล้วทีเธอล่ะ เธอยังพูดทุกอย่างที่อยากพูดเลย แต่ที่เราไม่เคยห้ามก็เพราะเราไม่อยากหักหน้าเพื่อน แต่ถ้ามีเพื่อนที่คบแล้วคอยทำให้เราลำบากใจตลอดเวลาเราก็ไม่อยากคบหรอกนะ”
     ถึงผมจะพูดด้วยระดับเสียงปกติ แต่เสียงของเมย์เมื่อตะกี้ก็ทำให้หลายๆ คนเริ่มหันมามองพวกเราแล้วครับ เพื่อนหลายคนนอกจากผม โอม ป่าน แก้ว แล้วก็ไปป์ กำลังมองเมย์อยู่ พวกผู้ชายบางคนทำหน้าสะใจด้วยซ้ำ บางคนก็มองมาด้วยความเป็นห่วง แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาขวางพายุอารมณ์ของเมย์หรอกครับ
     “ลองหันดูรอบๆ ตัวมั่งนะเมย์ ถึงทุกคนเขาไม่พูดใช่ว่าไม่รู้สึก แต่ลองฟังความเห็นคนอื่นดูบ้างเถอะ ก่อนที่จะไม่มีใครฟังเธออีกต่อไป”
     ผมไม่ชอบโดนคนอื่นกดดัน ผมเกลียดการถูกคนอื่นข่มขู่ ไม่ชอบถูกใครคุกคาม แล้วก็เกลียดการบังคับ เมย์ทำให้ผมหมดความอดทนแล้ว และพอได้พูดออกมาผมก็อยากให้มันจบๆ กันไปเลย ถ้าเมย์ไม่ปรับตัวมิตรภาพของเราก็คงจะจบ เพราะผมขี้เกียจทนเมย์แล้ว แต่ก่อนที่ผมจะได้ทำแบบนั้นอาร์มก็เข้ามาซะก่อน
     อาร์มเดินเข้ามากอดคอผมซะงั้น ผมที่กำลังหงุดหงิดๆ อยู่เลยหันไปมองหน้าอาร์มด้วยความตกใจ ก็ลองนึกดูนะครับ คุณกำลังวีนแตกอยู่ แต่จู่ๆ ก็มีมือใครไม่รู้มาพาดที่คอ คุณจะสะดุ้งมั้ยครับ?
     “ไม่เอาน่าต้น ผู้ชายเขาไม่โหดร้ายกับผู้หญิงแบบนี้หรอกน้า”
     อาร์มยิ้มให้เมย์อย่างประจบ คนอื่นอาจจะสงสัยที่จู่ๆ ก็มีคนนอกเข้ามาขัดจังหวะดราม่า แต่ผมรู้ดีอาร์มกำลังทำให้ดราม่ามันจบอยู่ แล้วก็ต้องจบลงอย่างสวยงามด้วย อาร์มเป็นคนไกล่เกลี่ยประจำกลุ่มของแม็กซ์มาแต่ไหนแต่ไรแล้วครับ
     “ขอโทษแทนเพื่อนผมด้วยน้า พักนี้ต้นมันมีเรื่องเครียดเยอะเลยอาจจะเผลอหงุดหงิดไปบ้าง ขอตัวมันซักครู่นะครับ”
     อาร์มดึงแขนผมพลางแจกรอยยิ้มให้ชาวบ้านอย่างอารมณ์ดี ผมถอนหายใจแล้วก็ปล่อยให้อาร์มดึงแขนผมไปครับ อาร์มลากคอผมเดินไปร้านน้ำปั่นเจ้าประจำของพวกเรา ผมนั่งดื่มน้ำฟรีที่มีคนเลี้ยงแล้วก็เปิดปากถาม
     “มาทำไม?”
     “ก็ที่ชมรมมันอยู่ยาก”
     “พวกพี่บอม?”
     “อืม”
     ผมก็กะไว้แล้วแหละครับ ถึงได้หนีจากห้องชมรมนั่งอยู่ที่ภาคตัวเอง แต่ใครจะไปคิดละครับว่าในภาคตัวเองก็มีคนรอสอบสวนผมอยู่แบบนั้น
     “ว่าแต่ พักนี้ต้นหลุดบ่อยจัง ไม่สมกับเป็นนายเลย”
     “ไม่สมกับเป็นเรา? เหอะๆ”
     ผมเหยียดยิ้มให้อาร์มแล้วก็เริ่มบ่นให้เขาฟัง
     “เราทนเขามาตั้งแต่ปีหนึ่งเลยนะอาร์ม เอาแต่ใจสุดๆ อ่ะ เพื่อนในคณะนี่แทบจะส่ายหน้ากันหมดแล้ว ดีนะว่าผู้หญิงน้อยเลยยังพอมีคนเกาะกลุ่มกับเขาบ้าง แต่คนอื่นนี่แทบไม่มีใครเอาแล้ว เรื่องอื่นเราก็พอยอมให้ได้นะแต่เรื่องส่วนตัวเรานี่ขอเถอะ ทำอย่างกับเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเราแบบนั้นอ่ะ เราไม่ไหวนะผู้หญิงแบบนั้น!”
     “ไนน์ดีกว่าล่ะสิ?”
     ผมเงยหน้าขึ้นทันทีเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินชื่อนี้จากปากอาร์ม
     “มั้ง”
     “สงสารกายเนาะ มันยังว่างอยู่เลย”
     นี่ก็เป็นเรื่องที่ผมคาดไม่ถึงเหมือนกันครับ ไนน์ไปเรียนต่อต่างประเทศ เธอเป็นคุณหนูอยู่แล้วจึงไม่แปลก แต่ที่ผมแปลกใจคือกายต่างหาก ไม่อยากจะเชื่อว่ากายยังไม่มีแฟน ถึงแม้ผมจะคิดว่านิสัยแย่ๆ แบบกายคงไม่มีผู้หญิงคนไหนหันมาสนใจก็เถอะ แต่ที่ผมแปลกใจก็คือดูเหมือนกายเองก็ยังไม่คิดจะสนใจผู้หญิงคนไหนเหมือนกัน
     “แล้วนายไม่สงสารตัวเองบ้างเหรอ อกหักตลอดเลยนี่”
     “ม่ายอ่ะ หักก็ดาม หาใหม่ อัตราส่วนผู้ชายกับผู้หญิงมันสวนทางกันจะตาย เดี๋ยวเราก็ต้องมีแฟน ซักวันนึง ฮ่าๆ”
     อาร์มตอบแบบอารมณ์ดีพลอยทำให้ผมยิ้มตามไปด้วย บอกแล้วครับว่าอยู่กับอาร์มนี่สบายใจจริงๆ
     “ว่าแต่ เมื่อคืนก่อนเป็นไงบ้าง?”
     “แม็กซ์ไม่ได้เล่าเหรอ?”
     อาร์มส่ายหน้าครับ
     “เล่า แต่เราอยากฟังจากปากต้นมากกว่า ถึงเราจะเป็นเพื่อนกับแม็กซ์แต่เราก็เป็นห่วงต้นด้วย ตอนนี้ต้นก็เป็นเพื่อนเราคนนึงเหมือนกัน”
     “ไม่เชื่อใจเพื่อนตัวเองเลยนะ”
     “ก็เห็นมันเมาๆ อ่ะ เลยเป็นห่วง กลัวมันหน้ามืดเลี้ยวรถพานายเข้าโรงแรม ฮ่าๆ”
     “บ้า! แม็กซ์ไม่ใช่คนแบบนั้น... ก็ไม่มีไรพอแม็กซ์หายเมาก็ขับรถไปส่งเราที่คอนโด แล้วก็โทรคุยกันนิดหน่อยวันเสาร์แค่นั้นแหละ”
     “แล้วแฟนนายล่ะ?”
     “พี่ชัชก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่”
     “ให้จริงนะ ไม่ใช่แฟนนายมาต่อยแม็กซ์มันทีหลังนะ”
     “บ้าแฟนเราไม่ได้ไร้เหตุผลขนาดนั้นนะ!”
     “ก็ดีแล้ว ถ้านายมีความสุขดีไม่มีปัญหากับแฟนเคลียร์กับแม็กซ์ได้เราในฐานะคนกลางก็สบายใจ”
     อาร์มยิ้มให้ผมอีกแล้ว รอยยิ้มของอาร์มนี่มันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้โลกทั้งโลกสดใสขึ้นได้เลยครับ จริงๆ นะ ผมชอบรอยยิ้มของอาร์มมาก ดูอย่างกับคนที่สบายใจไม่มีเรื่องกังวลใดๆ จะทำให้เขาทุกข์ใจได้
     “ทำไมต้องเป็นห่วงเราขนาดนี้ด้วย นายคอยเป็นห่วงดูแลเรามาตลอดเลยนะ ตั้งแต่ตอนปีหนึ่ง ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนพวกเราไม่ได้สนิทกันซะหน่อย”
     ผมตัดสินใจถาม เพราะผมคิดว่าอาร์มไม่ได้ชอบผมแน่ๆ อาร์มชอบผู้หญิง แล้วระหว่างเราก็ไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษอะไรกันเลย แต่ถ้าจะบอกว่าเป็นเพื่อนกัน ผมกับอาร์มก็ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น ต่อให้เมื่อก่อนจะเคยเรียนโรงเรียนเดียวกันมาแต่ตอนนี้เราก็อยู่กันคนละคณะ ถึงอย่างงั้นอาร์มก็ยังคอยอยู่เป็นเพื่อนผมบ่อยๆ
     อาร์มหน้าเสียไปนิดนึงครับ ดูลังเลหน่อยๆ แต่แล้วอาร์มก็พูดออกมา
     “ถ้าเราบอกว่าเพราะเรารู้สึกผิด ต้นจะโกรธเรามั้ย... เราคิดมาตลอดเลยนะ ถ้าวันนั้นเราไม่โทรบอกแม็กซ์ แม็กซ์มันก็คงไม่ไปอาละวาดกับนาย นายก็คงไม่ต้องมีปัญหากับแฟน แล้วก็ตอนที่นายรถคว่ำด้วย เรากลัวมาตลอดเลยว่าเป็นเรารึเปล่าที่เผลอเข้าไปยุ่งจนเกิดเรื่องขึ้น”
     “บ้า! นายไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ซักกะหน่อย”
     “เกี่ยวดิ! ตอนที่เห็นนายมาโรงเรียนวันนั้นนะ สภาพโครตน่าสงสารอ่ะ แม็กซ์เองก็อย่างกับคนหัวใจสลาย แล้วยิ่งตอนที่นายรถชนนะแม็กซ์มันอย่างกับศพเดินได้อ่ะ เราโครตสงสารมันเลย ถ้าเราไม่พูดมากนายกับแม็กซ์ก็คงไม่ต้องมีปัญหากัน”
     “เพราะงั้นนายก็เลยมาทำดีกับเราน่ะเหรอ?”
     “อื้อ อย่างน้อยๆ เราก็ยังดูแลนายแทนแม็กซ์ได้ตอนที่มันไม่อยู่”
     “แม็กซ์ยังไม่เห็นจะพูดไรเลย”
     “โหย! มันไม่กล้าหรอก ก็นายเล่นควงแฟนตลอดอ่ะ เราก็เลยอาสามาเข้าหานายแทนไง ฮ่าๆ”
     “แล้วก็ส่งข่าวเราให้แม็กซ์ตลอดด้วยใช่มั้ย?”
     “ใช่ๆ เอ้ย! เปล่านะ คือเรา...”
     อาร์มโดนผมหลอกจนหลุดปากออกมา พอรู้ตัวก็รีบหุบปากกลัวผมโกรธ แต่ไม่ทันแล้วละครับ ผมรู้แล้วว่าแม็กซ์รู้เรื่องของผมได้ยังไงทั้งๆ ที่ตลอดปีที่ผ่านมาเราส่งข้อความคุยกันแค่สามครั้งเท่านั้น
     “ช่างเถอะ นายนี่น้ารักแม็กซ์จริงๆ น่าอิจฉาแม็กซ์นะมีแต่เพื่อนดีๆ”
     “ไม่รักได้ไงอ่ะ เห็นกันมาตั้งแต่ประถมเลยนะเว้ย ตอนเด็กๆ เราโดนคนอื่นรังแกบ่อยๆ ก็ได้แม็กซ์นี่แหละเป็นลูกพี่ รักมันมากอ่ะ แต่เราก็รักนายเหมือนกันนะ พอได้คบกับนายจริงๆ แล้วนายเป็นคนดีมากอ่ะต้น”
     งี้แหละครับ อาร์มเพื่อนผม อารมณ์ดีร่าเริงตลอดเวลา มองอะไรๆ ในแง่ดีตลอด คิดอะไรง่ายๆ ไม่ซับซ้อน
     “ไม่ต้องยอเราขนาดนั้นก็ได้”
     “เฮ้ย ไม่ได้ยอ เราชอบนายจริงๆ อยู่ใกล้ๆ แล้วสบายใจอ่ะ”
     และครั้งนี้เช่นกันที่อาร์มทำให้ผมอารมณ์ดี ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ผมขอเอาอาร์มเป็นกระสอบทรายหน่อยละกัน
     “นายมากกว่าที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ยกเว้นตอนที่นายเอ๋อๆ อ่านบรรยากาศไม่ออกน่ะนะ”
     “โห ต้นอ่ะ!”
     “ฮ่าๆ”
 
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


โอม

     “โอเคมั้ยจ้ะเมย์?”
     แก้วถามเมย์ที่กำลังนั่งฮึดฮัดอยู่ เมย์อารมณ์เสียมาก แต่ผมคิดว่าต้นคงอารมณ์เสียมากกว่า ต้นไม่ชอบให้ใครเซ้าซี้ และไม่ชอบให้ใครยุ่งเรื่องส่วนตัว
     “ไม่ตงไม่ติวแล้ว! เรากลับก่อนนะไม่มีอารมณ์”
     “อ้าวเมย์ เดี๋ยวสิจ้ะ!”
     พอเมย์วีนออกมาเสร็จก็คว้ากระเป๋าหนีไป แก้วก็เลยรีบเก็บของแล้ววิ่งตามเมย์
     ผมเข้าใจครับว่าเมย์คงอึดอัด เมื่อกี้ตอนที่ต้นพูดถึงต้นจะไม่ได้ว่าอะไรเมย์แรงๆ แต่ต้นก็พูดความจริงแถมยังเป็นความจริงที่พวกเราเลือกจะเงียบมาตลอด เมย์จึงเหมือนถูกฉีกหน้า
     “เฮ้ย! เกิดไรขึ้นวะ?”
     พวกเพื่อนคนอื่นๆ เริ่มเข้ามาล้อมวงถามพวกเราที่ยังนั่งกันอยู่ที่เดิม
     “นั่นดิ ทำไมอยู่ๆ ต้นมันก็ด่าเมย์อ่ะ”
     “ต้นไม่ได้ด่าเมย์ซะหน่อย”
     ป่านรีบออกตัวแทนต้น ปกป้องเพื่อนในกลุ่ม
     “พวกมึงก็เล่ามาดิ เกิดไรขึ้น ทำไมอยู่ๆ ต้นกับเมย์มันถึงทะเลาะกัน”
     สายตาของพวกเพื่อนๆ จ้องมาทางผมอย่างเห็นได้ชัด เพราะผมถือเป็นคนที่อยู่กับต้นบ่อยที่สุด แต่ไม่เอาหรอกครับผมไม่อยากพูดอะไรหรอก กลัวต้นโกรธเอา
     “มึงอ่ะเล่ามาเลย โอม มึงสนิทกับไอ้ต้นที่สุดเล่ามาเลย แล้วผู้ชายคนเมื่อกี้ใครวะ? เด็กวิดวะซะด้วย กอดคอไอ้ต้นได้นี่ไม่ธรรมดาอ่ะ”
     “เราไม่ได้สนิทกับต้นมากถึงขนาดนั้น”
     “โห! ถ้ามึงเรียกไม่สนิทก็ไม่มีใครสนิทแล้ว”
     เป็นความจริงที่ต้นมักเว้นช่องว่างห่างจากพวกเพื่อนคนอื่นๆ อยู่เสมอ ต้นไม่เคยเปิดปากเล่าเรื่องส่วนตัวให้ใครฟัง เวลาอยู่ด้วยกันก็มักจะเงียบๆ เป็นฝ่ายฟังมากกว่าคุย และไม่ค่อยยอมตอบคำถามเรื่องส่วนตัวกับใครง่ายๆ ถึงต้นจะดูเหมือนใจดีชอบเหลือเพื่อนคนอื่นๆ เสมอ แต่ความจริงแล้วต้นเกลียดการถูกบังคับ ต้นยอมให้คนอื่นเสมอ ต้นเก็บความไม่พอใจเอาไว้แล้วก็แสดงออกมาด้วยความเฉยชาแทน ต้นเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มพวกเรา แต่พวกเราในกลุ่มไม่มีใครได้เป็นส่วนหนึ่งในโลกของต้น และการที่ต้นยอมให้ผมเข้าใกล้ก็คงเพราะผมไม่เคยเรียกร้องจะเข้าไปในโลกของต้น ผมแค่... ขออยู่ข้างๆ ต้น
     “มานี่ กูเล่าเอง!”
     เพราะผมไม่กล้าเล่าไปป์ที่ไม่แคร์อะไรก็เลยเล่าแทนผม ไปป์พูดมากเสมอครับ แต่ผมเองไม่ถือหรอกครับชินกับนิสัยของไปป์แล้ว หวังว่าต้นคงไม่โกรธไปป์ไปอีกคนนะครับ
     “คืองี้ เมย์มันมาคาดคั้นเอากับต้นว่าผู้ชายที่มารอต้นอยู่ข้างล่างตึกรวมวันก่อนคือใคร เห็นเขาว่ากันว่าต้นพาไปซ้อมที่ห้องชมรมด้วยนะ พวกที่ไปดูมาเล่ากันว่าเล่นกีตาร์เทพโคตร แล้วต้นก็เล่นด้วย พวกเด็กผู้หญิงปีหนึ่งเลยเริ่มหันมาปลื้มต้นกัน อย่างเมื่อเช้าก็มีเด็กมากรี๊ดต้นกันหลายคนเลย กูก็พึ่งรู้เนี่ยว่าต้นเล่นกีตาร์ได้”
     “แล้วไงต่อวะ? เกี่ยวกับไอ้เมย์ตรงไหน?”
     “พวกมึงก็รู้ว่าเมย์มันโมเมว่าต้นเป็นแฟนมันมาตลอดอ่ะ ถึงต้นจะรำคาญแต่ก็ไม่เคยหักหน้าเมย์ไง แต่เรื่องมันเริ่มมาพีคที่ผู้ชายคนนั้น”
     “ยังไงวะ?”
     “ใครๆ ก็รู้ว่าต้นไม่สุงสิงกับใคร เวลาที่เมย์ออกตัวแรงต้นก็ไม่เคยปฏิเสธยอมเมย์มาตลอด ขนาดตอนที่น้องรหัสต้นมาจีบแล้วเกือบปีนเกลียวกับเมย์ ต้นก็เฉยๆ อยู่ตรงกลางไม่เข้าข้างใคร แต่เมื่อกี้เมย์มันดันไปคาดคั้นต้นเรื่องผู้ชายคนนั้นอ่ะ”
     “แค่นี้เนี่ยนะ แล้วทะเลาะกัน?”
     “ก็เมย์มันดันไปถามว่าผู้ชายคนนั้นเป็นแฟนต้นรึเปล่าอ่ะดิ แถมขึ้นเสียงใส่ด้วยแบบทำนองว่าต้นก็รู้ว่าเมย์คิดอะไรแล้วต้นไปทำงั้นกับคนอื่นได้ไง ต้นก็เลยโมโห”
     “อ้าว งี้ก็เท่ากับด่าว่าต้นเป็นเกย์ดิวะ?”
     “เออดิ เมย์มันทึกทักเอาเองมาตลอด พอเจอแบบนี้เข้าก็มาวีนใส่ต้นทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นไรกันอ่ะ ทำเหมือนต้นเป็นคนไปหลอกมัน ต้นก็เลยโมโหเพราะเมย์มันลามปามไปคาดคั้นเรื่องส่วนตัว”
     “ถึงเรื่องนี้เมย์จะผิดแต่ไอ้ต้นก็มีส่วนนะ มันน่าจะพูดไปตรงๆ ตั้งแต่ทีแรก”
     อาร์ทพูดขึ้น แต่เขาไม่รู้หรอกครับว่าบางครั้งความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนมันก็ซับซ้อนเกินกว่าจะพูดออกมา
     “ต้นไม่เคยพูดอะไรอยู่แล้ว พวกแกก็รู้ว่ามีใครขัดเมย์ได้ที่ไหน ฉันยังสงสารมันเลยตอนที่ต้นนั่งทานข้าวกับน้องรหัสมันอยู่อ่ะ แล้วเมย์ตามไปเหวี่ยง แบบว่าเหวอกันทั้งโต๊ะ บางทีเมย์ก็เกินไปจริงๆ อ่ะแก”
     “เออ แล้วตกลงต้นเป็นเกย์จริงป่าววะ?”
     “เรื่องนี้ฉันก็ไม่รู้ย่ะ คนเขาก็ลือกันนะ แถมมีผู้ชายมาจีบต้นเยอะด้วย แต่ก็ไม่เคยเห็นต้นแสดงท่าทีอะไรกับใครไง จนมีเรื่องผู้ชายที่มารับต้นวันก่อน คนที่เห็นเขาเล่าว่านั่งมองหน้ากันต้นยิ้มหวานให้ตลอด มีจับมงจับมือกันด้วยนะแกทั้งๆ ที่ปกติต้นไม่ชอบให้ใครโดนตัว แถมพวกที่เห็นเล่าว่าผู้ชายคนนั้นหล่อและรวยมาก เล่นเอารุ่นพี่วิศวะที่ตามจีบต้นอยู่อกหักไปเลย”
     “ใช่คนเมื่อกี้ป่าววะ?”
     “ไม่ใช่ๆ คนนั้นเพื่อนต้นไม่ใช่เหรอ? เด็กมอปลายที่เดียวกันมั้ง”
     ผมพึ่งรู้นะครับว่าต้นกับผู้ชายคนนั้นเรียน ม.ปลาย ที่เดียวกัน มิน่าล่ะต้นถึงได้สนิทด้วย ผมอยากสนิทกับต้นแบบนั้นมั่งจัง
     “ไม่แน่ ต้นมันอาจจะเป็นแฟนกับไอ้นั่นก็ได้ กูเห็นสนิทกันจะตาย อยู่ชมรมเดียวกันด้วย ต้นไปมันนั่งที่ชมรมตลอดอ่ะ ทั้งๆ ที่เกลียดพวกรุ่นพี่ในนั้นจะตาย”
     “เอ้ยไม่มั้ง? นั่นหนุ่มหล่อท็อปๆ ของวิดวะปีสองเลยนะเว้ย เคยเป็นแฟนกับน้องดาวไอดอลคณะบัญชีด้วยนะมึง”
     “ก็แบบจริงๆ แล้วเป็นเกย์เลยจีบหญิงบังหน้าไง”
     “เฮ้ย! อาร์ท ไปป์ มึงสองคนอ่ะไปไกลแล้ว กลับมาเรื่องต้นกันก่อน กูอยากรู้ว่าตกลงแล้วต้นมันเป็นเกย์ป่าววะ กูจะได้ระวังตัว”
     นั่นสิครับ ทำไมอยู่ๆ ถึงออกทะเลไปเรื่องเพื่อนต้นได้ล่ะ? ผมกำลังฟังเรื่องต้นเพลินๆ เลย
     “โหย! ดูหนังหน้าตัวเองก่อนเหอะเชี่ยมิว! ต้นมันคงเอามึงหรอก มันพูดกับมึงนับคำได้ ถ้ามันจะเล็งใครกูว่าโอมแหละ พวกนายสนิทกันที่สุดแล้ว ใช่ป่ะ?”
     จู่ๆ ไปป์ก็โยนเผือกร้อนมาให้ผม ผมก็เลยได้แต่ปฏิเสธ
     “ไม่ๆ ไม่ใช่ซักหน่อย เรากับต้นเป็นเพื่อนกัน”
     “ปฏิเสธแล้วทำไมมึงหน้าแดงวะ โอม?”
     “พวกนายก็ ไปล้อโอมกันทำไม”
     โชคดีจังครับที่ป่านออกหน้าแทนผม
     “เออๆ เรื่องที่ต้นมันเป็นรึเปล่ากูก็ไม่แน่ใจนะ แต่กูคิดว่ากูรู้อะไรอย่าง”
     “ไรวะ?”
     “กูว่าต้นมีแฟนแล้วชัวร์ๆ แต่ปิดเงียบไว้ พวกมึงว่าป่ะ?”
     “ทำไมมึงไม่ไปถามต้นมันตรงๆ เลยล่ะ?”
     “กูเคยถามแล้ว แต่ต้นไม่ตอบเอาแต่ยิ้ม”
     “ทำไมมึงคิดงั้นว่าวะ? กูว่าอย่างต้นมันไม่มีใครเอาหรอก โลกส่วนตัวสูงตัวพ่อขนาดนั้น”
     “เออ กูก็ว่างั้นอ่ะ ถ้าอย่างไอ้ต้นมีแฟนได้นี่โลกแตกอ่ะ”
     “แต่กูไม่เห็นต้นทำท่าสนใจใครซักทีเลยคิดว่าน่าจะมีคนที่ชอบแล้วไง”
     “ถ้าเรามีแฟนแล้วโลกจะแตกเลยเหรอไง? อาร์ท มิวนิค”
     “เฮ้ย ต้น!”
     ต้นแอบมาอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ครับ พวกเราตกใจกันหมดเลย ต้นไม่ได้พูดอะไร แต่ต้นมากับผู้ชายคนนั้น
     “ส่งตรงนี้นะต้น เรามีเรียนต่อ ไปละ”
     เพื่อนของต้นโบกมือให้ต้น ส่วนต้นก็วางแก้วน้ำลงบนโต๊ะแล้วก็นั่งลงที่เดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพื่อนบางคนเดินหนีไปแล้วแต่บางคนก็ยังนั่งอยู่ ต้นมองหน้าพวกเราด้วยสีหน้านิ่งๆ ไม่พูดอะไร ต้นเริ่มหยิบหนังสือของตัวเองที่วางทิ้งไว้เมื่อกี้ขึ้นมาอ่านต่อทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ต้นมักจะทำแบบนี้เสมอๆ เลยครับ แต่แล้วก็มีหน่วยกล้าตายขึ้นจนได้ ความอยากรู้ของมิวนิคทำให้ผมทึ่งมากๆ เขาไม่กลัวต้นโกรธเลยรึไงนะ?
     “เอ้ย จะไม่พูดไรหน่อยเหรอวะ?”
     “จะให้พูดไรล่ะ?”
     ต้นดูดน้ำในแก้วไปพร้อมๆ กับที่ถามพวกผม ท่าทางของต้นดูนิ่งมาก ต้นไม่เคยแสดงออกว่าหวั่นไหวกับอะไรเลย เหมือนมีกำแพงขวางระหว่างพวกเรากับต้นตลอดเวลา
     “ก็มึงทะเลาะไรกับยัยเมย์”
     “ก็นึกว่าไปป์เล่าให้ฟังหมดแล้วซะอีก”
     “อุ่ย!”
     ไปป์ร้อนตัว แต่ผมกลับเห็นต้นหันไปยิ้มให้ไปป์ ทำไมต้นถึงไม่เคยโกรธอะไรไปป์เลย ไม่ว่าไปป์จะทำอะไรต้นแทบไม่เคยถือสา ผมรู้สึกอิจฉาเขานิดหน่อย
     “เออ งั้นถามใหม่ก็ได้ เรื่องที่เขาลือกันจริงป่าววะ?”
     “เรื่องไหนล่ะ? คนเขาลือกันตั้งเยอะ”
     “ต้นกวนว่ะ”
     “พึ่งรู้เหรอ?”
     แล้วต้นก็เฉไฉไปอีกจนได้ครับ ต้นไม่เคยตอบคำถามอะไรเลย ต้นมักจะเบี่ยนประเด็นและไม่ยอมให้ใครถาม แต่ถึงต้นจะเป็นคนแบบนี้ผมก็ชอบต้นมากอยู่ดี

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



ตัวประกอบในแก๊งมาครบแล้ว โอม แก้ว เมย์ ป่าน และไปป์ ระวังพ่อหนุ่มคนนี้ไว้ให้ดี มีแต่คนบอกว่าเขาคนนี้น่ารักสุดๆ นะ!

สำหรับคนที่ติดตามกันมาตั้งแต่ภาค1 คิดยังไงกับน้องต้นบ้าง? ดีขึ้นหรือยังแย่เช่นเดิม? แต่ฮีก็พยายามปรับตัวเข้าหาเพื่อนด้วยสกิลเข้าสังคมอันน้อยนิดของฮีละนะ ปีสองพึ่งทำได้แค่นี้ เฮ้อ... ต้นเอ้ย...

อีกสองหนุ่มที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือแม็กซ์กับอาร์ม เอาละสิคู่นี้อยู่กันยาวๆ ยันท้ายเรื่อง แต่จะเป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดรึเปล่าน้า? ภาค1อาร์มอาจจะบทน้อยไม่เท่าไหร่ แต่ขอบอกว่าภาค2นี้จุใจแน่ๆ

คนแต่งจะเปลี่ยนนิยายดราม่าปวดตับเรื่องนี้เป็นนิยายฮาเรมเกมจีบหนุ่มรึ? มาดูกัน ฮ่าๆ
ภาค2 เพิ่มความแสบความซ่า ยกระดับความหื่น ใส่ลูกบ้ายัดมุกฮาเต็มพิกัด แต่รับประกันความดราม่าเหมือนเดิม ปวดตับทรมานจิตหน่วงอารมณ์เช่นเคย

 :-[

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด