[28/3/58]ดราม่าควีนกับคิงซื่อบื้อ The story after that. #จบแล้วจ้า
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [28/3/58]ดราม่าควีนกับคิงซื่อบื้อ The story after that. #จบแล้วจ้า  (อ่าน 121052 ครั้ง)

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
ต้นน้ำ

     ผมกำลังหลับเพลินๆ อยู่เลยครับ แต่จู่ๆ ก็รู้สึกถึงอ้อมกอดที่โอบผมเข้าไปรัด สงสัยพี่ชัชจะกลับมาแล้ว ช่วงนี้พี่ชัชงานยุ่งกลับดึกเกือบทุกวัน ถ้าคืนไหนที่พี่ชัชกลับดึกมากๆ ผมก็ไม่รอหรอกครับเพราะมีเรียนเช้า กลิ่นสบู่จางๆ คุ้นจมูกกับผิวเนื้อเย็นๆ จากการอาบน้ำบอกให้รู้ว่าคนที่กำลังทำตัวเป็นผีอำผมอยู่คือแฟนผมเอง
     “อื้อ พี่ชัช”
     “กลับมาแล้วครับ”
     พี่ชัชหอมผมเบาๆ แล้วก็ทำท่าจะนอนกอดผมทั้งคืนซะงั้น เอาเถอะครับปล่อยๆ ไปซักคืนก็ได้ แฟนผมอุตส่าห์อ้อนซะขนาดนี้ แต่ปกติแล้วผมไม่ชอบนอนกอดกันแบบนี้หรอกครับ พี่ชัชนอนดิ้นมาก

     ผมรู้สึกตัวตื่นราวๆ ตีห้า แต่เสียงนาฬิกาปลุกของผมทำอะไรพี่ชัชไม่ได้หรอกครับ แฟนผมนอนดิ้นเลื้อยไปไกลแล้ว โดยที่แขนข้างนึงยังอยู่ใต้หลังของผมอยู่เลย แต่ขาอีกสองข้างกับแขนข้างที่เหลือนี่ชี้ไปคนละทิศละทาง เป็นคนกอดผมก่อนแล้วก็นอนดิ้นจนมีสภาพแบบนี้ทุกที แล้วการเป็นฝ่ายถูกกอดแบบนี้ใช่ว่าจะหลับสบายนะครับ บางทีตื่นมาปวดหลังก็มี เหมือนอย่างผมตอนนี้ยังไงละครับปวดหลังเป็นบ้าเลย!
     ผมขยับตัวลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบเพราะกลัวจะทำให้พี่ชัชตื่น เวลาที่พี่ชัชนอนไม่พอแล้วจะนิสัยงี่เง่ามากครับ แล้วก็คว้าผ้าเช็ดตัวเตรียมตัวอาบน้ำ เช้านี้ผมมีเรียนวิชายากๆ ด้วย แค่คิดถึงหน้าอาจารย์ที่ไม่ค่อยสนใจว่าลูกศิษย์จะตามทันมั้ยผมก็เซ็งแล้ว
     ผมล้างหน้าแปรงฟันอาบน้ำตามปกติเหมือนคนทั่วไปนั่นแหละครับ เอ๊ะแต่พอดูดีๆ แล้วโกนหนวดซักหน่อยดีกว่า ถึงผมจะไม่ค่อยมีขนหน้าแข้งหรือขนตรงส่วนอื่นมากเท่าไหร่แต่ยังไงผมก็เป็นผู้ชายนะครับ เรื่องหนวดเครามันก็ต้องมีบ้าง แต่หนวดผมเป็นเส้นเล็กๆ ขึ้นไม่หนามากแถมยังกระจุกเป็นหย่อมๆ ไม่แผ่เป็นปื้นแบบผู้ชายคนอื่นๆ เขา ถ้าปล่อยให้ยาวแล้วไม่โกนผมรู้สึกว่ามันดูไม่เรียบร้อยครับ คงไว้หนวดตามเทรนแฟชั่นไม่ได้แน่ๆ
     พอผมอาบน้ำเสร็จก็นุ่งผ้าเช็ดตัวเดินกลับเข้าห้องนอนครับ  ถึงคอนโดนี้ห้องนอนใหญ่จะมีห้องน้ำในตัวแต่มันก็เป็นห้องน้ำขนาดพอประมาณเองครับ ไม่ใหญ่มากขนาดที่มีพื้นที่ให้ยืนแต่งตัวในนั้นได้ แล้วบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าเล็กๆ นั่นก็มีแต่ของใช้ของพี่ชัชกับผมเต็มไปหมด แต่ก็เอาเถอะครับ คอนโดขนาดสองห้องนอนที่พอจะมีพื้นที่กว้างขวางขนาดนี้ก็ใช่ว่าหาได้ง่ายๆ นะครับ แถมยังมีระบบสาธารณูปโภคครบด้วย
     พูดถึงเรื่องคอนโดแล้วก็นึกขึ้นได้ ห้องที่ผมเคยอยู่กับแม่เมื่อก่อนนั้นแม่โอนกรรมสิทธิ์ให้ผมแล้วครับ แต่ห้องนี้ที่ผมอยู่กับพี่ชัชเป็นห้องที่พี่ชัชกับพี่ฟ่างช่วยกันเก็บเงินซื้อ ถึงจะผ่อนหมดแล้วเป็นชื่อพี่ชัชก็จริงแต่พี่ชัชก็ต้องจ่ายเงินคืนให้พี่ฟ่างไปเหมือนกันครับ ผมไม่รู้ว่าพี่เขาตกลงกันยังไงแต่ก็คงคุยกันได้ด้วยดีมั้งครับ
     คงเพราะคิดอะไรเพลินๆ รู้ตัวอีกทีผมก็แต่งตัวเกือบเรียบร้อยแล้วเหลือแต่ผูกไทด์ จะว่าไปตอนที่ผมต้องใส่ชุดนิสิตเต็มยศแล้วผูกไทด์เองครั้งแรกพี่ชัชก็เป็นคนสอนผมครับ แต่วิธีสอนของพี่ชัชนั้นทำเอาผมใจเต้นพอสมควรเลย เพราะพี่ชัชให้ผมยืนอยู่ข้างหน้าแล้วก็สอนวิธีผูกไทด์ด้วยตัวเองให้ในระยะประชิดแบบนั้น มันเขินนะครับ
     แต่แฟนผมอ้างว่าผูกให้คนอื่นไม่เป็นๆ แต่ผูกเองเลยต้องสอนด้วยท่านั้น เล่นเอาผมไม่มีสมาธิเพราะมัวแต่อาย ก็ตอนนั้นผมยังเด็กอยู่เลยนี่ครับยังไม่ชินกับความหื่นของพี่ชัชหรอก ส่วนตอนนี้นะเหรอครับ เฉยๆ แล้วครับ อยู่กับพี่ชัชนานเข้าระดับภูมิต้านทานในตัวผมมันก็สูงตามไปเอง นึกถึงตัวเองที่เมื่อก่อนขี้อายขนาดหนักแบบนั้นแล้วก็อายตัวเองชะมัดเลย
     เสียงพลิกตัวดังมาจากบนเตียงผมหันไปมองดูว่าแฟนของผมตื่นแล้วหรือยัง ปรากฏว่าพี่ชัชยังไม่ตื่นครับ แค่ดิ้นเฉยๆ แต่ใกล้หกโมงแล้ว ถ้าพี่ชัชไม่ตื่นตอนนี้ละก็อาบน้ำแต่งตัวไม่ทันแน่ๆ ครับ ออกหลังเจ็ดโมงรถติดสุดๆ เชียวนะครับ พอผมแต่งตัวเสร็จก็เลยตัดสินใจปลุกพี่ชัช
     “พี่ชัชครับ ตื่นเถอะครับ หกโมงแล้ว”
     “อือ”
     “อือก็ตื่นสิครับ”
     ผมพูดพลางเขย่าตัวพี่ชัชเบาๆ ผมรู้ดีว่าผมยังต้องใช้ความพยายามอีกเยอะครับ
     “ขออีกห้านาทีนะต้น”
     “ไม่ได้ครับ เดี๋ยวก็ไปสายหรอก”
     “ตื่นได้แล้วครับ”
     “พี่ชัชอ่ะ อย่าขี้เกียจสิครับ”
     “พี่ชัชครับ ลุกได้แล้วครับ”
     “ไม่ตื่นเดี๋ยวผมไม่อยู่ปลุกแล้วนะครับ”
     “คร้าบๆ ตื่นแล้วคร้าบ”
     เฮ้อ กว่าจะตื่น เล่นเอาผมเปลืองน้ำลายไปเยอะเหมือนกัน พอมานั่งนึกดูแล้วนี่ผมต้องเหนื่อยปลุกผู้ชายขี้เซาคนนี้มาตลอดเกือบสองปีที่ผ่านมาเลยเหรอเนี่ย พี่ชัชนี่เกินเยียวยาแล้วครับ พอมีผมมาอยู่ด้วยแล้วก็ทำตัวเอื่อยเฉื่อยเกินไปแล้ว หรือเพราะผมเอาใจพี่ชัชมากเกินไปนะ? ผมควรจะเลิกบริการพี่ชัชซักอาทิตย์ดูดีมั้ยครับ?
     อ๊ะ.... เหมือนผมจะบ่นพี่ชัชอีกแล้วสินะ อย่าถือสาผมเลย คือ... คนเราอยู่ด้วยกันมันก็ต้องมีบ้างแหละครับที่เกิดเบื่อข้อเสียของกันและกันขึ้นมาแบบนี้ แต่ถึงผมจะหงุดหงิดหรือบ่นว่าพี่ชัชในใจขนาดไหนยังไงผมก็ยังทำทุกอย่างให้เขาอยู่ดีนั่นแหละ ก็ทำไงได้มันรักไปแล้ว
     พี่ชัชลุกขึ้นจากที่นอนกระเด้งตัวมาจูบผมแบบไม่ทันตั้งตัว!
     “ตื่นละครับ ต้นนี่ขี้บ่นเป็นบ้าเลยว่ะ”
     เมื่อกี้? พี่ชัช... เมื่อกี้พี่ชัชว่าผมนี่ครับ! พี่ชัชหาว่าผมขี้บ่น
     “พี่ชัชอ่ะ!”
     พี่ชัชบ้า! คิดว่าผมขี้บ่นขึ้นเพราะใครกันละครับ ใครกันที่ชอบทำให้ผมต้องบ่นปากเปียกปากแฉะ เมื่อก่อนผมไม่ใช่คนแบบนี้ซักหน่อย!
     เพราะไม่สามารถระบายอารมณ์ใส่คนที่อยู่ในห้องน้ำได้ผมก็เลยมาลงกับกาแฟในแก้วแทน ตอนที่พี่ชัชแต่งตัวเสร็จอาหารเช้าก็พร้อมแล้วครับ เหมือนพี่ชัชจะรู้ตัวว่าผมงอนก็เลยรีบมาอ้อนผมด้วยการขโมยหอมแก้ม เช้านี้ผมโดนพี่ชัชลวนลามแล้วสองที!
     “มีไรทานมั่งครับ”
     “ไส้กรอกทอด ไข่ดาวกับขนมปังปิ้งครับ แต่แยมหมดนะครับ ทานกับเนยอย่างเดียวก่อนได้มั้ยครับ?”
     “เออ งั้นเย็นนี้เราไปซื้อของกันป่ะ?”
     “อ้าว วันนี้พี่ชัชไม่ออกต่างจังหวัดเหรอครับ?”
     “ไม่อ่ะวันนี้พี่เข้าออฟฟิศ คงเลิกบ่ายๆ แหละ”
     ตารางงานพี่ชัชนี่บางทีก็เปลี่ยนเอาแน่เอานอนไม่ได้เลยครับ หรือผมจะชินซะแล้วกับการที่แฟนตัวเองกลับบ้านดึกๆ หรือบางวันก็ไม่ได้กลับ แต่น่าเสียดายที่วันนี้ผมไม่ว่าง
     “เอ่อ ผม... เย็นนี้ผมมีนัดแล้วครับ”
     “เหรอ? ไปไหนอ่ะ ขากลับให้พี่ไปรับมั้ย?”
     “ไม่ต้องหรอกครับ ผมนัดกับแม็กซ์เอาไว้ เดี๋ยวแม็กซ์คงมาส่งครับ”
     พี่ชัชชะงักไปนิดหน่อยแต่แล้วก็ทานอาหารเช้าต่อเหมือนไม่ใส่ใจ พี่ชัชไม่ค่อยชอบใจที่ผมไปกับแม็กซ์เท่าไหร่ผมรู้
     “งั้นพี่หาไรกินนอกบ้านเลยละกันนะ ต้นจะได้ไม่ต้องห่วงพี่”
     “ครับ”
     พอเราจัดการมื้อเช้าเสร็จพี่ชัชก็ขับรถไปส่งผมขึ้นรถไฟฟ้าครับ ผมยกมือไหว้ลาพี่ชัชก่อนจะลงจากรถเหมือนทุกวัน แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อาจจะเพราะท่าทางหงอยๆ ของพี่ชัชมั้งครับผมก็เลยขยับตัวไปหอมแก้มพี่ชัชเบาๆ หนึ่งที พี่ชัชยิ้มให้ผมแล้วก็ขยี้หัวผมเป็นการบอกว่า “ไม่เป็นไร” โชคดีนะครับที่รถพี่ชัชติดฟิล์มกรองแสงค่อนข้างมืด ผมถึงได้กล้าทำอะไรแบบนี้
     การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันไม่ใช่แค่ทำให้ภูมิต้านทานความลามกของผมสูงขึ้นนะครับ ยังช่วยลดความเขินอายของผมลงไปเยอะทีเดียว ถ้าเป็นเมื่อก่อนเรื่องให้เป็นฝ่ายกระทำก่อนแบบนี้ผมไม่กล้าหรอกครับ แต่อยู่ด้วยกันมาขนาดนี้แล้วจะมานั่งเหนียมอายอะไรอีกก็ไม่ไหวแล้ว ถ้าผมตามพี่ชัชไม่ทันผมจะแย่เอา
     เพราะพี่ชัชขี้โมโหมาก เจ้าอารมณ์พอสมควร แล้วก็ขี้หึงสุดๆ ถึงจะเพราะสัญญาที่เคยให้ไว้กับผมพี่ชัชก็เลยไม่เคยอาละวาดใส่ผมอีก แต่บางครั้งสังเกตสีหน้าเอาก็รู้ครับว่าพี่ชัชไม่พอใจ เพียงแต่พี่ชัชไม่กล้าทำอะไรเพราะกลัวผมโกรธ เพราะฉะนั้นมันก็ต้องมีบ้างที่ผมต้องคอยหาวิธีเอาใจแฟน
     ละผมสังเกตดูแล้วก็พบว่าพี่ชัชชอบให้ผมอ้อนมากๆ ถ้าผมออเซาะพี่ชัชหน่อยละก็เดี๋ยวพี่ชัชใจอ่อนทุกทีนั่นแหละครับ เพราะพี่ชัชรู้ดีว่าผมทำแบบนี้กับพี่ชัชคนเดียว พอพี่ชัชรู้ว่าตัวเองสำคัญที่สุดสำหรับผมแล้วก็หายโกรธยิ้มออกมาได้ทุกทีครับ โชคดีที่แฟนผมไม่ใช่พวกคิดมาก หลอกง่ายดีครับ เหมือนด็กๆ ที่ต่อให้โมโหอะไรมาก็ตามแต่พอหายโมโหแล้วก็จะลืมทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย

     ผมไปเรียนตามปกติครับยังคงอยู่กลุ่มเดียวกับแก๊งของผมเหมือนเดิม ถึงแม้ผมกับเมย์จะมองหน้ากันน้อยลงแต่เราสองคนก็ยังนั่งโต๊ะม้าหินร่วมกันอยู่ดี ก็แค่พูดคุยกันน้อยลงมั้งครับ โชคดีที่บ่ายนี้ผมไม่มีเรียนแล้วก็นัดกับแม็กซ์ไว้แล้วพอเรียนเสร็จผมก็เลยนั่งรอแม็กซ์ไม่ได้ไปทานข้าวกลางวันกับเพื่อนคนอื่นๆ
     “ไม่ไปกินข้าวเหรอต้น?”
     ไปป์ที่ไม่ได้ไปทานข้าวกับเพื่อนคนอื่นๆ ในแก๊งเดินมาทักผมที่นั่งอยู่คนเดียว ผมว่าจะรอแม็กซ์ครับก็เลยไม่ได้ไป ส่วนไปป์นี่คงไปทานข้าวกับสาวมาแล้วมั้งครับ เพราะพอหมดคาบปุ๊ป เจ้าตัวก็หายแว๊บออกจากห้องเรียนทันที
     “ไม่อ่ะ เรารอเพื่อนเราอยู่ เดี๋ยวจะไปทานข้าวด้วยกัน”
     “ไม่หิวเหรอ?”
     “ไม่หรอก เรารองท้องแล้วนิดหน่อย”
     “รอใครอยู่อ่ะ ใช่เด็กวิดวะคนนั้นป่ะ?”
     “ยุ่งแล้ว!”
     “ก็อยากรู้นี่นาว่าใครกันที่ทำให้ต้นอุตส่าอดข้าวรอ”
     “มันใช่เรื่องของนายมั้ย? ว่างนักก็เอาเลคเชอร์เราไปลอกไป หลับตลอดคาบอีกแล้วนะนาย”
     “ก็มันง่วงนี่”
     ผมนั่งอธิบายเนื้อหาที่พวกเราเรียนวันนี้ให้ไปป์ได้อีกซักพัก พวกเพื่อนๆ เราบางคนก็เริ่มกลับมารวมตัวกันแล้วที่ใต้ตึกภาค พวกเราเรียนหนักครับ วิชาแต่ละวิชาก็ยากด้วย นอกจากการบ้านในแต่ละวันแล้วรายงานก็เยอะ ก็เลยมักจะรวมตัวกันทำให้มันเสร็จๆ ไปเลยก่อนจะกลับบ้าน แน่นอนว่าผมนะครับที่ทำ ส่วนคนอื่นรอลอก
     เพื่อนบางคนก็มาให้ผมช่วยอธิบายเรื่องเนื้อหาบางอย่างที่ตัวเองไม่เข้าใจ ใกล้สอบแล้วครับ อะไรที่ยังไม่เข้าใจก็ต้องเข้าใจให้ได้ ผมกลายเป็นสารานุกรมประจำรุ่นไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จริงๆ ที่คนเก่งๆ เหมือนผมก็ยังพอมีอีกหลายคนนะครับ แต่ว่ามักจะอธิบายไม่เก่ง ส่วนเมย์ก็มักจะชอบวีนใส่ทำท่ารำคาญเวลามีคนถามเซ้าซี้ ไม่เหมือนผมที่ใจเย็นอธิบายจนกว่าเจ้าตัวจะเข้าใจ โอมยังชมผมอยู่เสมอๆ เลยครับว่าผมสอนเก่ง ผมมาคิดๆ ดูแล้วไม่แน่ผมอาจจะอยากเป็นอาจารย์ก็ได้ครับ
     ผมนั่งติวอยู่กับเพื่อนๆ อีกพักหนึ่งก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์สองล้อขนาดใหญ่ดังเข้ามาใกล้ พอหันไปดูก็เห็นผู้ชายคนนึงขับบิ๊กไบค์เข้ามา
     แม็กซ์นายกล้ามากขับเข้ามาจอดถึงตรงนี้เลย!
     ไม่มีคนอื่นอีกแล้วครับ ผมรู้ได้ทันทีเลยว่าต้องเป็นแม็กซ์แน่ๆ ตั้งแต่ที่รถเลี้ยวเข้ามาใกล้ๆ จนแล่นมาจอดหน้าตึกก็ตกเป็นเป้าสายตาทันที
     ผมไม่อยากเป็นจุดสนใจให้คนในคณะมากไปกว่านี้หรอกนะ แต่ดูท่าคงเลี่ยงไม่ได้แล้ว แม็กซ์ถอดหมวกกันน็อคแล้วรูปซิบเสื้อแจ็คเก็ตออกก่อนจะลงจากรถ ได้เวลารีบหายตัวจากตรงนี้แล้วครับ
     “เอ่อ เราขอตัวก่อนนะต้องกลับแล้ว”
     “อ่าว! มึงจะไปไหนวะต้น?”
     “มีธุระน่ะ ไปก่อนนะ”
     “อ้าว แล้วโจทย์กูล่ะ?”
     ไม่ทันแล้วครับ แม็กซ์ตรงมาทางนี้แล้ว แม็กซ์เดินเข้ามาหาผมพร้อมกับเสียงทักที่ดังขึ้นในเชิงขอโทษ
     “รอนานป่าวต้น โทษทีรถติด”
     “ไม่หรอก นายไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้”
     ผมตอบแม็กซ์เสร็จแล้วก็หันมาขอโทษบรรดาฟิสิก์มุงที่กำลังรอผมติวให้อยู่ สีหน้าแต่ละคนนี่เก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่แล้วครับ
     “ขอโทษนะพวกนาย ไว้พรุ่งนี้ละกัน วันนี้เราติดธุระขอตัวก่อน”
     ผมรีบเก็บของด้วยความรวดเร็วเพราะรำคาญสายตาอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนๆ นี่ดีแค่ไหนแล้วที่เมย์ไม่ได้อยู่ตรงนี้ด้วย แต่ถึงอย่างนั้น พวกที่เหลือก็อันตรายพอกันครับ ชอบพูดไปเรื่อยทั้งนั้น พอผมเก็บของเสร็จก็เดินไปหาแม็กซ์ที่เว้นระยะรอผมอยู่ใกล้ๆ โต๊ะม้าหิน
     “โทษนะ ช้าไปเกือบชั่วโมง ต้นกินไรยัง?”
     “ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ เราหาอะไรรองท้องเรียบร้อยแล้วล่ะ กะอยู่แล้วว่านายคงมาช้า”
     “โหย! นี่แม็กซ์ก็บิดสุดๆ แล้วนะ ต้นใจร้ายว่ะ”
     “แล้วใครให้ซิ่งขนาดนั้น มันอันตรายนะ แล้วนี่คิดยังไงขับมอเตอร์ไซต์มา?”
     “ก็กลัวต้นรอนานเลยเอาคันนี้มากะจะได้ซิ่งมาเร็วๆ ที่ไหนได้รถโครตติดเลย”
     “ก็ขับซะคันขนาดนี้มันคงซิ่งได้หรอก ถนนในกรุงมันไม่กว้างเหมือนแถวรังสิตนะ”
     แม็กซ์ยิ้มออกมาก่อนจะตอบกลับผม
     “เออ ไอ้เด็กในเมือง ใช่ดิแม็กซ์มันพวกชานเมือง”
     “แม็กซ์ รังสิตน่ะอยู่ปทุมนะ”
     เราสองคนเดินมาถึงเจ้าสองล้อคันใหญ่ของแม็กซ์แล้วครับ นี่อย่าบอกนะว่าวันนี้ผมจะต้องซ้อนท้ายดูคาติคันนี้จริงๆ ถึงผมจะชินกับการซ้อนมอเตอร์ไซค์แม็กซ์แล้วก็เถอะ แต่บิ๊กไบค์นี่มัน... ผมยังไม่เคยแตะมาก่อนในชีวิตเลยครับ
     “เออๆ ใส่หมวกด้วย เดี๋ยวแม็กซ์โดนไถตังค์”
     แม็กซ์พูดแล้วก็ล้วงเอาหมวกกันน็อคอีกใบขึ้นมาใส่ให้ผม หมวกกันน็อคแบบเต็มใบอย่างนี้ใส่ลำบากจังครับ ถ้าเป็นเมื่อก่อนนะเหรอ แม็กซ์ไม่แตะเลยด้วยซ้ำ ขนาดเจอตำรวจจับยังยัดเงินเลยครับ ผมเห็นแบบนี้ก็เลยขำออกมานิดหน่อย
     “ขำไรต้น?”
     “เปล่า”
     “รู้นะว่าคิดไร คันนี้มันแรงใส่หมวกไว้ปลอดภัยกว่า”
     แม็กซ์พูดพลางขึ้นคร่อมรออยู่ที่ตำแหน่งคนขับเรียบร้อยแล้วครับ
     “ก็ยังไม่ได้พูดอะไรเลย”
     “เออๆ ขึ้นๆ มาได้แล้ว หิว”
     “คิดว่าหิวเป็นคนเดียวรึไงเล่า!”
     ผมพูดแบบนั้นไปแล้วก็ขึ้นคร่อมบ้าง แต่มันยากกว่าซ้อนมอเตอร์ไซต์ปกตินิดหน่อยครับด้วยความที่มันคันใหญ่กว่ากันเยอะ แถมตำแหน่งที่ซ้อนยังสูงกว่าด้วยต่างจากมอเตอร์ไซค์ปกติ
     “จับแม็กซ์ไว้ด้วย ระวังหล่นล่ะ”
     ตอนที่แม็กซ์พูดแบบนั้นผมยังไม่ทันได้เตรียมตัว แต่พอแม็กซ์สตาร์ทเครื่องเท่านั้นแหละครับผมสะดุ้งเลย ผวากอดแม็กซ์ไปเต็มที่เพราะความสูงที่นั่งอยู่
     “จับก็พอต้นไม่ต้องกอด แม็กซ์เขิน ฮ่าๆ”
     “บ้าดิ! เราตกใจนิดหน่อยหรอก”
     ผมไม่ได้ตั้งใจกอดแม็กซ์ซักหน่อย ผมพยายามปรับตำแหน่งตัวเองแล้วก็เกาะแม็กซ์เอาไว้หลวมๆ แต่แม็กซ์กลับดึงมือผมให้กอดตัวเองกระชับเข้าไปอีก และแล้วแม็กซ์ก็ควบคุมเจ้ายักษ์คันนี้ให้พาผมออกไปสู่ถนนข้างหน้าครับ วิวที่ผมเห็นวันนี้มันต่างกับวันอื่นจริงๆ ขนาดวันที่ผมนั่งมอเตอร์ไซต์รับจ้างยังไม่ตื่นเต้นเท่านี้เลย

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


อา... นังน้องต้น สิ่งที่เธอทำมันเรียกว่ากิ๊กป่ะ? แต่น้องต้นบริสุทธิ์ใจจริงๆ นะนั่น ส่วนแม็กซ์ เหอๆ สองคนนี้กลับมารียูเนี่ยนกลับแย้ว!
สงสารพี่ชัชจริงๆ แต่เอาความจริงนะ มนุษย์เงินเดือนที่ไหนจะว่างไปนั่งเฝ้าเมียทั้งวันถ้าไม่ได้เป็นเจ้าของบริษัทที่ชอบอู้งาน ดังนั้นพี่ชัชก็เลยต้องไปทำงาน ทิ้งน้องต้นไว้กับผองเพื่อน

อย่านิยายเรื่องนี้อย่าคาดหวังอะไรมาก มันแหกขนบนิยายวายพิมพ์นิยมสุดๆ
เริ่มตั้งแต่ตัวเมะเป็นตาลุงธรรมดาๆ นิสัยเห่ยกับเคะสาวแบบโคตรตุ๊ด มีกระเทยอี๊ก อุดมหนุ่มๆ จนเปิดฮาเรมได้แต่ไม่ใช่พล็อตผู้ชายทุกคนมะรุมมะตุ้มแย่งเคะแน่นอน(เทียบสัดส่วนแล้ว) มีตัวร้ายมั้ย? อ่านๆ ไปเดี๋ยวรู้เอง แต่ตัวร้ายเรื่องนี้มีสตอรี่นะเออ! แล้วอย่าแปลกใจถ้าอ่านๆ ไปทำไมรู้สึกตงิดบางฉากบางช็อทบางคำพูด คนเขียนตั้งใจล้วนๆ เหอๆ ไม่มีอะไรมุ้งมิ้ง ไม่มีฉากเซ็กเด็ดๆ อย่างดีมีแค่ฉากหื่นๆ ออกทะเลเพียบ แต่ถ้าชอบเรื่องราวระหว่างเพื่อน การเรียนรู้ปรับตัวในสังคม การฝ่าฟันมรสุมชีวิตคู่ จัดเต็มแน่นอน แค่ฟังพี่ชัชบ่นก็เรียลแล้ว ฮ่าๆ

อยากฟินอาจจะต้องไปเรื่องอื่น แต่ถ้าอยากอินมาทางนี้รับรองอินแน่ๆ ถึงขั้นหน่วงจิตกันเลยทีเดียว
มาตามติดชีวิตน้องต้นกันเถอะ!

พล่ามเยอะเพราะบทหน้าเข้าเรื่องดราม่าแล้ว อิ อิ o18

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
ดราม่าควีนกับคิงซื่อบื้อ The story after that. # ตอนพิเศษ 2

สายธาร พิสุทธิจักร

     สายธารเหนื่อยเหลือเกิน วันนี้เธอมีงานต้องไปออกบูธตั้งแต่เช้ากว่าจะกลับบ้านได้ก็ปาไปสามสี่ทุ่ม เธอเป็นห่วงต้นน้ำที่ต้องอยู่คนเดียว แม้ว่าลูกชายเธอจะขึ้น ป. 1 แล้ว แต่เธอก็ยังอดเป็นห่วงลูกไม่ได้ ต้นน้ำไปกลับโดยรถตู้ของโรงเรียน แม้เธอจะไม่ต้องลำบากไปรับไปส่งลูก แต่กลับมาแล้วต้นน้ำก็ต้องอยู่ในห้องพักตามลำพังเพียงคนเดียว ครั้นจะจ้างพี่เลี้ยงเด็กก็สิ้นเปลือง เธอไม่สะดวกจะให้ใครมาอยู่ในห้องตัวเอง ถึงแม้เธอจะไม่ต้องจ่ายค่าเช่าห้องที่อาศัยอยู่ แต่ค่ากินอยู่รวมถึงทุนการศึกษาสำหรับต้นน้ำก็มากโข เธอไม่ต้องการให้ลูกอยู่อย่างลำบาก แม้จะต้องเลี้ยงดูต้นน้ำตามลำพังแต่เธอก็ตั้งใจจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกเท่าที่เธอจะทำได้ เธอจึงต้องรับงานหนักเช่นนี้จนแทบไม่มีเวลาให้กับลูก
     และเมื่อเธอกลับมาถึงห้องพัก เธอก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นต้นน้ำเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าอ่างล้างจาน ต้นน้ำที่ยังสูงไม่มากกำลังยืนอยู่บนเก้าอี้ที่เอามาต่อ และกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่
     “ทำอะไรอยู่ครับน้องต้น?”
     “คุณแม่!”
     เด็กชายตัวน้อยตกใจจนรีบซ่อนหม้อหุงข้าวใบเล็กไว้ด้านหลังตนทันที เธอจึงเดินเข้าไปหาลูกชายของเธอ ต้นน้ำเองก็ยิ่งลนลานสีหน้าไม่สู้ดีนักประหนึ่งทำความผิดเอาไว้ และเมื่อเธอเดินไปถึงก็พบว่าในอ่างล้างจานมีเมล็ดข้าวเม็ดเล็กๆ หกเต็มไปหมด เด็กชายกำลังง่วงอยู่กับการเก็บเมล็ดข้าวพวกนั้นอยู่
     “ทำไมน้องต้นเอาข้าวมาเล่นแบบนี้ละครับ?”
     “ผมเปล่านะครับ!”
     เด็กชายตัวน้อยเบะปากทำท่าราวกับจะร้องไห้ น้ำใสๆ รื้นขอบตาเพราะถูกดุ เห็นดังนั้นแม้จะเหนื่อยแสนเหนื่อยแต่เธอก็ทำใจดุลูกไม่ลง สายธารเดินเข้าไปหาลูกแล้วกอดต้นน้ำเอาไว้ เด็กชายได้แต่ยืนตัวแข็งไม่กล้าขยับ จนกระทั่งเธอลูบหัวลูกนั่นแหละ ต้นน้ำถึงได้กอดตอบเธอแล้วก็ซุกหน้าลงกับไหล่พลางสะอื้น
     “ไหนน้องต้นลองบอกคุณแม่มาสิครับว่าทำไมถึงได้ทำข้าวหกเละเทะแบบนี้”
     ต้นน้ำอึกอักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเฉลยเบาๆ ให้เธอได้ฟัง
     “ผม... ผม ผมหิวข้าวครับคุณแม่ ผมเลยจะหุงข้าว แต่...”
     “อ้าว! ทำไมถึงหิวละครับ? ตายแล้ว น้องต้นยังไม่ได้ทานข้าวเย็นหรอกเหรอลูก!”
     “ครับ”
     “แล้วทำไมน้องต้นไม่ซื้ออะไรมาทานละครับ คุณแม่ให้เงินไว้แล้วนี่นา คุณแม่บอกน้องต้นแล้วไงครับว่าวันนี้คุณแม่กลับดึก!”
     “ผม... ฮึก ฮึก ผม แง๊!
     “โอ๋ๆ ไม่เอาครับ ไม่ร้องนะครับคนดี คุณแม่ไม่ได้ดุน้องต้นนะครับ”
     สายธารรีบปลอบลูกทันทีที่ลูกชายของเธอเริ่มร้องไห้ เพราะเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานเธอจึงเผลอใส่อารมณ์ในน้ำเสียงจนต้นน้ำตกใจ ลูกชายของเธอทั้งขี้แยและขี้กลัว ถ้าถูกเธอดุทีไรเป็นต้องร้องไห้สะอึกสะอื้นแบบนี้ทุกครั้ง
     “น้องต้นเล่าให้คุณแม่ฟังได้มั้ยครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น?”
     “ฮือๆ
     ลูกชายของเธอร้องไห้เป็นปี่แตกซะแล้ว กว่าที่ต้นน้ำจะสงบลงได้เธอก็ลำบากพอสมควร การเลี้ยงลูกคนเดียวนี่มันไม่ง่ายเลย โดยเฉพาะเด็กขี้แยอย่างต้นน้ำ อะไรนิดอะไรหน่อยก็ร้องไห้ซะแล้ว ทั้งๆ ที่เธอแทบไม่เคยร้องไห้ให้ลูกเห็นด้วยซ้ำ ลูกชายของเธอขี้แยอย่างกับเด็กผู้หญิง
     “ผมทำกระเป๋าตังค์หายครับ เงินที่คุณแม่ให้ไว้เลยหายหมดเลย ผมไม่มีเงินซื้อข้าวกิน”
     ปกติแล้วเมื่อรถโรงเรียนมาส่งต้นน้ำถึงหน้าอพาร์ทเม้นท์แล้ว ต้นน้ำจะเดินขึ้นมายังห้องพักเอง เด็กชายสามารถไขกุญแจเข้าห้องพักเองได้ และต้นน้ำจะโทรไปสั่งข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งขึ้นมาทานเป็นอาหารเย็น ลูกเธอจึงไม่ต้องออกไปไหนอยู่แต่ในห้อง เด็กชายมักจะทำการบ้านหรือดูโทรทัศน์ไปเรื่อยๆ รอเธอกลับมา
     “อ้าว แล้วทำไมน้องต้นไม่ต้มบะหมี่หรือทำโจ้กกินไปก่อนละลูก”
     “มาม่ากับโจ้กหมดแล้วครับ คุณแม่ยังไม่ได้ซื้อมาเลย ผม... ผมหิวก็เลยว่าจะหุงข้าว แต่ผม..”
     พูดได้แค่นั้นแล้วเด็กชายตัวน้อยก็ก้มหน้าลงด้วยสีหน้าสำนึกผิด
     เอาเถอะเธอผิดเอง เรื่องนี้เป็นความประมาทของเธอที่ไม่รู้จักดูจำนวนเสบียงฉุกเฉินไว้ให้ดี ต้นน้ำจึงเกิดความคิดว่าจะหุงข้าวทานเองแบบนี้
     ลูกชายเธอเป็นเด็กฉลาด เรียนรู้ไว และชอบที่จะแบ่งเบาภาระของเธอ โดยเฉพาะพยายามจัดการเรื่องส่วนตัวไม่ให้เป็นภาระแก่เธอ ต้นน้ำจะรีบทำทุกอย่างไม่ต้องให้เธอเอ่ยปากทั้งเรื่องอาบน้ำหรือทำการบ้าน เด็กชายยังรู้จักจัดกระเป๋าเตรียมตัวไปโรงเรียนในแต่ละวันด้วยตัวเองอีกต่างหาก
     ดูท่าวันนี้เธอต้องสอนลูกชายหุงข้าวเสียแล้วสิ คิดแล้วเธอก็หอมแก้มลูกชายฟอดใหญ่
     “ทีหลังห้ามน้องต้นทำอะไรเองแบบนี้นะครับ ต้องให้คุณแม่สอนก่อนรู้มั้ย”
     “ก็ผมเห็นคุณแม่ทำตั้งหลายครั้งแล้วนี่นา ผมก็เลย”
     “น้องต้นรู้แต่ไม่ได้แปลว่าน้องต้นทำได้นะครับ จำได้มั้ยตอนที่น้องต้นใช้ไมโครเวฟครั้งแรก น้องต้นเห็นคุณแม่กดปุ่ม น้องต้นก็จะกดตามแต่น้องต้นไม่รู้ว่าต้องกดปุ่มไหน?”
     “จำได้ครับ”
     “เห็นมั้ย ถ้าคราวนั้นคุณแม่ไม่อธิบายน้องต้นก็จะไม่เข้าใจ ทีหลังห้ามทำอะไรเองก่อนแบบนี้อีกนะครับ”
     “ครับ ทีหลังผมจะให้คุณแม่สอนก่อนครับ”
     “มา งั้นเดี๋ยวคุณแม่สอนเราหุงข้าวนะ ไหนดูสิ ในตู้เย็นยังเหลืออะไรบ้าง น้องต้นอยากทานข้าวกับอะไรครับ?”
     “เอาไข่เจียวก็ได้ครับ คุณแม่ทำไข่เจียวอร่อย”
     “ครับ”
     ลูกชายตัวน้อยยิ้มให้เธออย่างสดใส แก้วตาดวงใจของเธอช่างน่ารักน่าชัง เป็นเด็กดีแม้จะซนไปบ้างแต่ก็ไม่เคยดื้อกับเธอเลยซักครั้ง เธออดคิดไม่ได้ว่าโชคดีจริงๆ ทั้งที่ตอนนั้นที่เธอตัดสินใจบ้าๆ ลงไปแต่ต้นน้ำก็รอดมาได้ เธอถึงได้มีลูกชายที่สุดแสนจะน่ารักคนนี้ไว้เป็นเพื่อนคลายเหงา แม้จะต้องทำงานหนักเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่เธอก็จะขอสู้เพื่อลูก!
   
     วันนี้สายธารพาลูกชายมาซื้อของใช้ในบ้านที่ห้างสรรพสินค้า ธนพลเพื่อนของเธอว่างจึงอาสามาขับรถให้ พลเป็นเพื่อนรักที่ช่วยเหลือเธอกับลูกไว้มากจนเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบแทนบุญคุณเพื่อนคนนี้อย่างไรดี แต่ถ้าจะให้เธอแต่งงานกับเขาละก็เธอไม่คิดว่านั่นจะเป็นการดี แม้เพื่อนของเธอจะคะยั้นคะยอว่าเป็นทางออกที่ดีที่ต้นน้ำจะได้มีพ่อก็ตาม แต่เธอไม่คิดว่าวิธีแก้ปัญหาแบบนั้นจะดีทั้งต่อตัวธนพลเองและต่อตัวเธอกับลูก
      ต้นน้ำรับรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นเด็กที่ไม่มีพ่อเหมือนเด็กคนอื่นๆ เด็กชายเคยเอ่ยปากถามในวันวานที่ยังเป็นเด็กน้อยแล้วสงสัยว่าทำไมตนจึงไม่มีพ่อเหมือนเด็กคนอื่นๆ และเธอก็ตัดสินใจเล่าไปตรงๆ ว่าพ่อของเขาไม่ต้องการเธอกับเขา เด็กน้อยฟังแล้วไม่เข้าใจซักถามต่อ เธอจึงบอกกับลูกว่าเพราะเธอกับพ่อของเขาไม่ได้รักกัน พ่อของเขาไม่ต้องการเขาแต่เธอต้องการดังนั้นเขาจึงต้องอยู่กับเธอสองแม่ลูก ส่วนลุงธนพลก็เป็นเพื่อนรักของแม่ที่จะช่วยดูแลเขา ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องมีพ่ออีก
     สายธารปล่อยให้ต้นน้ำไปวิ่งเล่นในบ้านของเล่น ส่วนเธอกับเพื่อนก็นั่งคุยกันที่คาเฟ่ข้างๆ รอ ลูกชายของเธอวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานสมวัย แม้ว่าจะไม่ค่อยกล้าเข้าไปรวมกลุ่มกับเด็กคนอื่นๆ ที่เล่นอยู่ก่อนแล้วมากนัก แต่ไม่นานก็มีเด็กผู้หญิงที่ท่าทางโตกว่านิดหน่อยมาจูงลูกชายเธอไปวิ่งเล่นด้วยกันจนได้ ถึงลูกชายของเธอจะขี้อายแต่ก็หล่อจนสาวหลงตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก เห็นแล้วคนเป็นแม่ก็อดปลื้มไม่ได้
     “นี่น้ำ พลว่าน้ำเลิกทำอาชีพแบบนี้เถอะ”
     “เป็นพริตตี้เงินดีจะตาย”
     “จะทำได้อีกกี่ปี เธอน่ะ 26 แล้วนะ”
     สายธารยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เธอขี้เกียจโต้เถียงกับเพื่อน
     “นะน้ำ เลิกเถอะ เอาวุฒิไปสมัครงานอย่างอื่นก็ได้ หรือถ้าลำบากจะมาทำงานบริษัทป๊าพลก็ได้นะ”
     พลพูดถึงวุฒิบริหารจากมหาวิทยาลัยเปิดที่เธอไปลงเรียนจนพึ่งสำเร็จไปไม่กี่เดือนก่อน
     “ไม่เอาอ่ะ เดี๋ยวก็โดนจับผิดไปกันใหญ่”
     “ก็ไม่เห็นเป็นไร แต่งกับพลไปก็ไม่เสียหายนี่ ดีซะอีกต้นจะได้ไม่ลำบาก พลเห็นต้นมาตั้งแต่เกิดพลก็รักต้นเหมือนลูกแท้ๆ เลยนะ”
     “ไม่เอา น้ำไม่อยากเป็นสะใภ้บ้านพล ถ้าพ่อแม่นายตายเมื่อไหร่แล้วค่อยมาว่ากัน พลดีกับต้นรักต้นน้ำรู้ ให้แต่งกับพลน้ำก็ไม่รังเกียจ แต่ให้ไปเป็นสะใภ้แม่พลน้ำไม่เอาด้วยหรอก เขารู้อยู่แล้วว่าต้นเป็นลูกติดน้ำ เขาไม่มีทางโอเคกับต้นหรอก”
     “แต่ตาต้นเป็นเด็กดีน่ารักจะตาย ป๊ากับม้าน่าจะ”
     “พลฟังน้ำนะ ถ้าพ่อแม่พลบอกให้เรามีลูกอีกคนพลจะทำยังไง ถึงตอนนั้นต่อให้พลบ่ายเบี่ยงแค่ไหนสุดท้ายนิสัยอย่างพลก็ต้องตามใจที่บ้านอยู่ดี ทีนี้แหละตาต้นได้กลายเป็นหมาหัวเน่าแน่ๆ ให้น้ำอุ้มบุญให้พลไปเลยยังจะดีซะกว่า ละถ้าอยู่ๆ ไปแล้วลองคิดดูสิว่าถ้าลูกโตขึ้นรู้ว่าพลเป็นอะไรแล้วพลจะทำยังไง”
     ธนพลทำหน้างอ สิ่งที่สายธารพูดถูกทุกอย่างจนเขาไม่รู้จะเถียงกลับอย่างไรได้แต่จนมุม
     “เชื่อน้ำเถอะ ชิงแต่งงานก่อนไม่ใช่ทางออกของปัญหาหรอก ถ้าพลไม่ยอมบอกที่บ้านก็บ่ายเบี่ยงต่อไปแบบนี้เถอะ จะเล่นบทตามจีบแม่ม่ายลูกติดแบบน้ำต่อไปก็ได้ แต่อย่าแต่งงานกันเลย”
     “แต่ว่า... ถึงยังไงพลก็ห่วงน้ำจริงๆ นะ พลเป็นห่วงต้นด้วย น้ำทิ้งต้นไว้แบบนั้นมันอันตรายนะ ตาต้นพึ่งจะเจ็ดขวบเอง”
     “ลูกน้ำต้องอยู่ได้พล เรามีกันสองแม่ลูก ตาต้นต้องอยู่ได้ด้วยตัวเองในวันที่น้ำไปทำงาน”
     “เธอเป็นแม่สิงโตรึยังไงฮะน้ำ! บอกให้เอาต้นมาฝากไว้ที่พลก็ไม่เอา ให้หาพี่เลี้ยงเด็กก็ไม่เอา”
     “ถ้าเอาไปฝากพลมันลำบากนี่ เสียเวลาไปรับไปส่งอีก ให้กลับรถโรงเรียนอยู่แต่ในห้องน่ะดีแล้ว แล้วน้ำก็ไม่มีเงินจ้างพี่เลี้ยงเด็กหรอก ดีไม่ดีให้อยู่กับพี่เลี้ยงนั่นแหละอันตรายกว่าอีก สมัยนี้ไว้ใจได้ที่ไหน ให้ต้นอยู่แต่ในห้องยังจะปลอดภัยซะกว่า ตาต้นไม่กล้าดื้อหรอก แล้วก็ไม่ซนด้วย น้ำอยู่นอกบ้านก็ทำงานสบายใจ”
     “เฮอะ! เชื่อเขาเลย เอาเถอะพลไม่เถียงกับน้ำแล้ว แต่ถ้าวันไหนน้ำกลับดึกหรือไปทำงานแบบนั้นอีก มาบอกพลก็ได้นะ พลจะไปอยู่เป็นเพื่อนตาต้นให้”
     “ไม่เป็นไรหรอกมั้ง เกรงใจพล งานน้ำก็ดึกเกือบทุกวันน่ะแหละ”
     “ดึกเกือบทุกวันแล้วก็ยังทิ้งลูกไว้แบบนั้นทุกวัน! โอ้ยน้ำ พลฟังแล้วจะเป็นลม”
     “ช่วยไม่ได้นี่ ก็จ็อบกลางคืนเงินมันดี พอส่งตาต้นเข้านอนแล้วก็ไม่มีอะไรแล้วนี่นา น้ำทำงานได้สะดวก”
     “เธอก็เลยบังคับลูกนอนแต่หัวค่ำทุกวันแล้วก็ออกไปรับงานพิเศษทุกคืนเนี่ยนะ?”
     สายธารยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
     “ถึงไม่เป็นห่วงลูกก็เป็นห่วงตัวเองบ้างเถอะน้ำ”
     “บ้า! เราระมัดระวังอย่างดีนะ มันก็เสี่ยงพอๆ กับนายนั่นแหละพล!”
     “พลไม่ได้หมายถึงแบบนั้น แต่พลหมายถึงว่าถ้าพวกป๋าของน้ำพวกนั้นรู้ว่าน้ำมีลูกมีเต้าแล้วจะทำยังไง”
     “แขกของน้ำคุยรู้เรื่องจ้ะ น้ำทำงานของน้ำเต็มที่ มีกฏอยู่ แขกพวกนั้นเองส่วนใหญ่ก็มีครอบครัวแล้ว เขาไม่สนใจเรื่องว่าน้ำจะมีใครหรอก แค่อย่าให้มันเสียเวลารบกวนความสุขของเขาก็พอ”
     “ก็นั่นแหละ ก็เพราะน้ำมีลูกนั่นแหละ เกิดบ้านใหญ่พวกแขกพวกนั้นเกิดเข้าใจผิดว่าน้ำเป็นบ้านเล็กแล้วตาต้นเป็นลูกลับๆ ... โอ๊ย เกิดมีเรื่องยุ่งๆ ละน้ำจะทำยังไง แขกของน้ำแต่ละคนมีฐานะทั้งนั้น ถ้าบรรดาเมียๆ เขาจ้างนักสืบล่ะ เกิดเขาตามน้ำมาละแล้วเกิดมาทำอะไรตาต้นล่ะ”
     “บ้า พลนี่ฟุ้งซ่านไปใหญ่แล้ว!”
     “ก็พลเป็นห่วงน้ำกับต้นนี่ แล้วไหนจะยังเรื่องตาต้นอีก อาชีพแบบนี้ต่อให้บอกว่าทำเพื่อลูก แต่คนเป็นลูกก็ภูมิใจลำบากนะน้ำ ถึงจะบอกว่าแค่นั่งคุย ไปกินข้าว ไปเที่ยวกันเฉยๆ แต่ศักดิ์ศรีมันก็แทบไม่เหลือนะน้ำ ไหนจะยัง... บางครั้งของน้ำนั่นอีก พลเคยบอกแล้วไงว่าถ้าช็อตก็ให้มาบอกพล พลจะเป็นป๋าให้เอง”
     “พลเป็นเพื่อนน้ำนะ ให้เพื่อนเลี้ยงดูได้ยังไง แค่ลำพังให้อยู่ฟรีไม่เก็บค่าเช่ามาตลอดหลายปีนี่น้ำก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว”
     “ก็เห็นน้ำหาเงินแบบนั้นแล้วพลเป็นห่วงนี่ เลิกเถอะนะพลขอร้อง”
     “ก็แล้วมันมีงานอื่นที่เงินดีแบบนี้มั้ยล่ะ? น้ำยังสาวยังสวยอยู่ยังขายได้ก็ต้องรีบขายไว้ก่อนสิพล ก่อนที่น้ำจะไม่เหลืออะไรไว้ใช้กอบโกย เพราะน้ำรู้นั่นแหละ น้ำถึงได้ต้องรีบหาเงินในตอนที่ยังหาได้แบบนี้”
     ธนพลไม่สามารถตอบโต้อะไรได้อีก เขาเข้าใจเหตุผลของเพื่อนดี แม้อยากจะแย้งมากแค่ไหนแต่ก็จนปัญญา ได้แต่สงสารสองแม่ลูกอยู่ในใจเงียบๆ เพราะรู้ดีว่าเพื่อนรักเป็นคนเจ้าทิฐิ คงไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากเขาแน่ๆ แม้ว่าเขาจะเต็มใจมากแค่ไหนก็ตาม ดูท่าคงต้องหาทางอื่นเสียแล้ว
     ชายหนุ่มได้แต่มองไปทางเด็กชายตัวน้อยๆ ที่วิ่งเล่นอยู่ในบ้านของเล่นอย่างสนุกสนาน แม้จะไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาแต่ก็ผูกพันกันราวกับสายเลือดแท้ๆ โดยเฉพาะเมื่อเขารู้ดีว่าตัวเองไม่มีทางมีครอบครัวได้เหมือนผู้ชายปกติ ธนพลนึกย้อนไปถึงเมื่อวันที่ต้นน้ำเกิด เขาเกือบจะให้ใส่ชื่อตัวเองลงในช่องบิดาแล้ว แต่สายธารกลับไม่ยอม ดังนั้นเขาจึงได้เป็นแค่คุณลุงเพื่อนของคุณแม่อยู่แบบนี้ ทั้งๆ ที่ในใจเขาเอ็นดูต้นน้ำไม่ต่างอะไรกับลูกแท้ๆ ของตัวเอง ธนพลนึกสงสารต้นน้ำเป็นยิ่งนัก

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


วายร้ายของเรื่องก็เคยมีช่วงเวลาโมเอ้ แต่แม่น้ำของน้องต้นนี่แซ่บดีจริงๆ ภาคสองนี้นางมีบทอีกแน่ๆ พี่ชัชล้างคอรอได้เลย!

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
ดราม่าของเด็กเลี้ยงแกะ

โอม

     วันนี้พวกผมมีสอบครับ พอสอบเสร็จพวกเราเลยไปกินข้าวกลางวันด้วยกันเป็นกลุ่ม เนื่องจากเรื่องผิดใจกันคราวก่อนถึงต้นจะทำตัวปกติแต่เมย์ก็ยังไม่พอใจเพราะต้นยังไม่ได้ขอโทษ ผมคิดว่าต้นคงไม่มีวันไปขอโทษหรือง้อเมย์หรอกครับ สภาพของพวกเราหกคนตอนนี้เลยเหมือนสงครามเย็นหน่อยๆ ถึงจะไปไหนมาไหนหรือนั่งติวอยู่ด้วยกันแต่บรรยากาศก็อึมครึมมากๆ
     พักหลังนอกจากที่ต้นจะไปขลุกที่ห้องชมรมแล้วมักจะมีคนมารับบ่อยๆ คนที่มาหาต้นก็คือผู้ชายคนนั้น บางวันเขาก็มารอต้นตั้งแต่เที่ยง ต้นไปกับเขาบ่อยมากจนพักนี้ไม่ค่อยกลับบ้านกับผมเลย แต่วันนี้มีแลปรวมพอเสร็จแล้วพวกเราเลยมานั่งทานข้าวกลางวันด้วยกัน
     ผู้คนในโรงอาหารพลุกพล่านเพราะเป็นช่วงเที่ยงวันพอดี โชคดีที่เราหาโต๊ะได้พอกับจำนวนคน เป็นโต๊ะแถวนอกสุดติดกับฝั่งร้านขายอาหาร ต้นนั่งอยู่ฝั่งนอกตรงข้ามกับผม ข้างๆ ไปป์กับป่าน ส่วนข้างๆ ผมก็เป็นแก้วกับเมย์ พวกเราผลัดกันเฝ้าโต๊ะแล้วเดินไปซื้ออาหารโดยมีผมนั่งเฝ้าโต๊ะกับต้น แต่ต้นฝากไปป์ไปสั่งข้าวมันไก่เหมือนกันก็เลยไม่ต้องลุกไปซื้ออาหารอีก ป่านเดินถือจานข้าวกลับมาแล้วแต่เมย์กับแก้วยังไม่มา ผมคิดว่าผมคงลุกออกไปซื้อข้าวกลางวันได้แล้วเพราะมีต้นกับไปป์อยู่ที่โต๊ะเฝ้าของให้ทุกคน พวกเราคงนั่งทานข้าวกันตามปกติถ้าไม่เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นเสียก่อน
     ตอนที่ต้นกำลังคุยกับไปป์เรื่องน้ำจิ้มข้าวมันไก่ แล้วผมก็ถามต้นว่าจะเอาน้ำอะไรมั้ยผมจะซื้อมาให้ ต้นเงยหน้ามาบอกผมว่าขอน้ำเปล่าไม่แช่เย็น ส่วนไปป์กำลังเถียงว่าต้นเรื่องมากเพราะไปป์ซื้อน้ำอัดลมกับน้ำแข็งมาให้ต้นแล้ว ทุกๆ อย่างก็เกิดขึ้นเร็วมาก มีผู้หญิงคนหนึ่งเธอเดินถือชามก๋วยเตี๋ยวผ่านมาข้างหลังต้น แล้วก็มีผู้ชายอีกคนเดินมาชนข้อศอกเธอ น้ำก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ ก็เลยกระฉอกออกมา เธอสะดุ้ง แล้วก็ปล่อยชามก๋วยเตี๋ยวร่วงลงกลางหลังต้น!
     “โอ๊ย!
     ต้นสะดุ้งแล้วก็ร้องออกมา เสื้อแขนยาวสีขาวของต้นเปื้อนสีชมพูของซอสเย็นตาโฟเต็มไปหมด ผมตกใจทำอะไรไม่ถูกแต่ไปป์ไวว่าผม เขาคว้าแก้วที่มีน้ำแข็งราดลงไปบนหลังต้น
     “โอ้ย ร้อน!
     ต้นร้องดังมากจนคนในโรงอาหารตกใจ ป่านรีบวิ่งมาหาต้น ส่วนพี่ผู้หญิงคนนั้นก็รีบขอโทษต้นใหญ่เลยครับ เธอพยายามส่งทิชชู่ให้พวกเรา
     “ช่วยด้วย แสบ!
     ต้นร้องลั่นแถมยังดิ้นใหญ่เลยครับ
     “พี่ๆ ขอน้ำหน่อยคับ”
     ไปป์หันไปขอน้ำจากคนข้างๆ ป่านก็เลยช่วยด้วย เธอเอาน้ำเปล่าเย็นๆ ที่มีคนส่งให้ราดหลังต้น ผมเองก็พยายามช่วยหาน้ำแข็งมาให้ไปป์
     “ต้น! ถอดเสื้อออกมาก่อน โดนถึงกางเกงป่าว?”
     ไปป์บอกให้ต้นรีบถอดเสื้อออก พวกเราช่วยต้นถอดเสื้อ ตอนนี้สีหน้าต้นดูแย่มากๆ พอต้นถอดเสื้อออกมา หลังของต้นแดงมากๆ ไปป์พยายามเอาทิชชู่ซับน้ำเย็นเช็ดหลังให้ต้น ตอนนี้ต้นร้องไห้แล้วผมเห็นต้นน้ำตาไหลแล้วก็เริ่มครางออกมาเบาๆ
     “เฮ้ยแก เบาๆ อย่าทำแรงต้นมันเจ็บนะไปป์”
     เมย์กับแก้วกลับมาพอดีครับ
     “เกิดไรขึ้นอ่ะ?”
     “ต้นโดนน้ำก๋วยเตี๋ยวลวก”
     พอเมย์กับแก้วเห็นแผ่นหลังที่กลายเป็นสีแดงของต้นก็พากันหน้าถอดสี
     “อาการไม่ดีแบบนี้พาต้นไปหาหมอดีกว่ามั้ง”
     “แล้วจะไปทั้งแบบนี้เหรอ?”
     “เฮ้ย เราพาต้นไปหาหมอก่อนนะ พวกเธอเก็บของแล้วตามมาละกัน ฝากบอกอาจารย์ว่าเราลาคาบบ่ายด้วย”
     ไปป์พาต้นไปหาหมอครับ ส่วนผมก็วิ่งไปขอยืมเสื้อจากรุ่นพี่ในคณะ ผมจำได้ว่าในคณะมีรุ่นพี่บางคนที่ชอบเอาเสื้อผ้ามาทิ้งไว้ในห้องภาค โชคดีที่โรงอาหารนี้ใกล้กับตึกภาคพอสมควร พอผมได้เสื้อแล้วก็รีบไปหาต้นกับไปป์ ผมไปถึงตอนที่ต้นทำแผลเกือบเสร็จแล้ว โชคดีที่ต้นไม่เป็นอะไรมาก หมอบอกว่าเพราะไปป์ปฐมพยาบาลได้ทัน หมอทายาให้ต้นแล้วกำชับให้ต้นทายาที่แผลทุกวัน
     พอทำแผลเสร็จพวกเราประคองต้นไปเข้าห้องน้ำ กางเกงของต้นเลอะนิดหน่อยแต่ไม่มากโชคดีที่ผ้าหนา แต่เสื้อตัวที่ต้นใส่อยู่สภาพแย่มาก ผมก็เลยอาสาซักน้ำเปล่าให้ต้นก่อน ส่วนไปป์ช่วยต้นใส่เสื้อตัวใหม่เพราะต้นเจ็บหลังมากๆ ผมเห็นต้นขยับแขนด้วยความลำบาก สีหน้าของต้นดูเจ็บปวดมาก ผมช่วยอะไรต้นไม่ได้เลย ผมของต้นเปื้อนนิดหน่อย ผมก็เลยช่วยไปป์ใช้ผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำล้างด้านหลังให้ต้น
     ตอนนี้ต้นดูค่อนข้างโอเคแล้วถึงจะยังดูเจ็บแผลโดนลวกตรงหลังอยู่แต่ก็ดูมีสติและไม่ตกใจมากเหมือนก่อนหน้านี้
     เมื่อครู่ตอนที่ต้นโดนลวก ผมตกใจจริงๆ นะครับ ต้นร้องดังมากๆ และดูทุรนทุราย ผมไม่เคยเห็นต้นเป็นแบบนั้นเลย
     ต้นพยายามล้างหน้าและคราบเหนียวๆ ออกจากผมตัวเอง ตอนที่ต้นกำลังก้มตัวไปล้างหน้าอยู่เหนืออ่างล้างมือ ระหว่างนั้นเอง ไปป์ก็พูดขึ้นมา
     “ต้น นายสักด้วยเหรอ ตรงหลังอ่ะ”
     ผมเห็นต้นหันมามองหน้าไปป์ แต่เพราะต้นพึ่งร้องไห้หรือเปล่าไม่รู้ผมเลยรู้สึกว่าเหมือนเห็นต้นตาแดงๆ แต่แววตาของต้นไม่ได้ดูเศร้าหรือเสียใจแบบคนร้องไห้หรอกนะครับ มันดูลึกลับมากกว่า
     “เห็นด้วยเหรอ? เราไม่ได้สักตรงกลางหลังซักหน่อย”
     อันที่จริงผมก็เห็นครับ แต่ผมไม่กล้าถาม ผมไม่กล้าถามว่าตัว C กับตัว T ในรูปหัวใจหมายความว่าอะไร ผมเห็นรอยสักของต้นชัดมากๆ ตอนที่ช่วยเช็ดกางเกงข้างหลังให้ต้นเมื่อกี้
     “เห็น ไม่อยากจะเชื่อเลยนายสักกับเขาด้วย ลายไรอ่ะขอดูหน่อย?”
     “จะดูทำไม?”
     “ก็มันแปลกดี อยากรู้ว่าลายอะไร นายไม่กลัวเจ็บเหรอ”
     ต้นมองหน้าไปป์อยู่พักนึงแล้วก็ปลดกระดุมกางเกงเลื่อนซิบออก หันหลังให้ไปป์
     “จะดูก็ตามใจ แต่มันอยู่ต่ำนะ นายกล้าดูเหรอ?”
     “กล้า”
     ไปป์พูดพร้อมกับดึงกางเกงของต้นลงอีกนิดหน่อย ทำให้เนินสะโพกของต้นปรากฏสู่สายตาของพวกเรา ผิวของต้นขาวมากจริงๆ ผมอดรู้สึกแปลกๆ ในใจไม่ได้ แต่ไปป์กลับไม่มีอาการประหลาดเหมือนผม
     “ลายธรรมดาๆ นั่นแหละ ไม่มีอะไรหรอก”
     “ไม่เห็นอ่ะ”
     ไปป์พูดพร้อมกับที่ใช้มือดึงขอบกางเกงในของต้นให้ต่ำลงไปอีก ผมรู้สึกว่าตัวเองหน้าแดงจนทนไม่ไหวแล้วครับ
     “ไปป์! นั่นมันกางเกงในเรา”
     “ก็มองไม่เห็นอ่ะ โห! สวยว่ะ!”
     รอยสักของต้นเป็นรูปหัวใจที่มีปีกอยู่ข้างๆ ครับ ข้างในหัวใจมีตัวอักษรสองตัวสลักไว้ ตลอดเวลาผมได้แต่ยืนถือเสื้อตัวเก่าของต้นไว้ ไม่กล้าพูดอะไร แค่มองบั้นท้ายของต้นอยู่ห่างๆ แบบนี้ผมก็เขินมากแล้ว
     “C T เฮ้ย หมายถึงอ่ะไรอ่ะต้น มีหัวใจล้อมรอบด้วย?”
     ไปป์ปล่อยมือจากกางเกงของต้นแล้วหันมาถามคำถามแทน เป็นคำถามที่ผมเองก็อยากรู้เหมือนกัน แต่ผมไม่กล้าถามออกมา
     ต้นไม่ยอมตอบอะไรอีกตามเคยครับ เอาแต่มองหน้าพวกเราแล้วก็ยิ้มไม่ยอมตอบคำถาม
     “หัวใจล้อมรอบ C T เฮ้ย! นายมีแฟนแล้วใช่มั้ยต้น?”
     ไปป์ถามแทงใจดำขึ้นอีกแล้ว ผมคิดว่าต้นคงจะไม่ยอมพูดอะไรอีก แต่ว่าในครั้งนี้ต้นกลับเอานิ้วชี้แตะที่ปากแล้วทำท่าบอกให้พวกเราเงียบๆ ไว้
     “เอ้ย! ใช่แน่ๆ ใช่มั้ยๆ บอกเรามาซะดีๆ”
     ไปป์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริง อารามดีใจที่รู้ความลับของต้นไปป์ก็เลยเผลอเอาแขนไปพาดคอต้น น่าอิจฉาจังเลยครับ
     “โอ๊ย! เราเจ็บแผลนะไปป์”
     “อ๊ะขอโทษๆ เราลืมไป”
     ถึงต้นจะพูดแบบนั้น แต่ต้นก็ยิ้มให้ไปป์ ต้นไม่เคยโกรธอะไรไปป์เลย ถ้าไปป์ถาม ต่อให้ต้นไม่ยอมตอบคำถาม แต่ก็ไม่เคยทำท่ารำคาญ ผมมองดูพวกเขาสองคนยิ้มให้กันแล้วก็อิจฉาขึ้นมานิดหน่อย ทั้งๆ ที่ผมอยู่กับต้นมากกว่า แต่ต้นเปิดใจให้ไปป์มากกว่าผม คงเพราะไปป์คล้ายกับผู้ชายคนนั้น คนที่ชื่ออาร์มที่ต้นชอบไปนั่งคุยด้วยบ่อยๆ
 
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ต้นน้ำ

     ผมกลับมานอนรอพี่ชัชที่ห้องภาค โชคดีที่แผลบนหลังผมไม่เป็นอะไรมาก หมอบอกว่าไม่ถึงขั้นอันตรายหรือเป็นแผลเป็นอะไร คงโชคดีที่น้ำก๋วยเตี๋ยวไม่เดือดมากและไปป์ช่วยปฐมพยาบาลผมได้ทัน ทายาทุกๆ วันก็ไม่น่ามีอะไรน่าเป็นห่วง
     ผมเข้าเรียนคาบบ่ายไม่ทันแล้วก็เลยว่าจะกลับคอนโด ผมนอนรอพี่ชัชอยู่ที่ห้องภาคเพราะตอนที่ผมโทรไปบอกให้มารับพี่เขากำลังติดพันอยู่กับงานเลยขอเวลาอีกซักพักหนึ่งแล้วจะมารับผม พี่ชัชเป็นห่วงผมมากจนผมต้องบอกว่าผมไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่แค่อยากกลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะมันเลอะเทอะไปทั้งตัว
     ไปป์ก็เลยหาข้ออ้างโดดเรียนคาบบ่ายอยู่เป็นเพื่อนผมด้วย แต่ผมไม่ยอมให้โอมโดด โอมเป็นพวกเรียนช้าไม่ควรโดด มีคนคอยเฝ้าผมแค่คนเดียวก็พอแล้ว ไปป์เลยถือโอกาสลากับอาจารย์ได้อย่างถูกต้องแล้วก็มานอนเล่นเกมที่มีรุ่นพี่เอาเครื่องมาทิ้งไว้ในห้องภาคอย่างสนุกสนาน ไม่นานนักพวกเพื่อนๆ เราก็เรียนเสร็จ แต่พี่ชัชยังไม่เสร็จงาน ผมคงต้องรอพี่ชัชอีกซักพักใหญ่ๆ
     เพื่อนบางคนมาถามไถ่อาการของผม โดยเฉพาะเมย์ดูเป็นห่วงผมมาก แต่ผมขี้เกียจตอบคำถามคนอื่นก็เลยแกล้งหลับ ทุกคนเลยหันไปคุยกับไปป์แทน โชคดีที่ผมกำชับไปป์เรื่องรอยสักไว้แล้วไปป์เลยไม่กล้าพูดมาก ส่วนโอมผมไม่คิดว่าคนอย่างโอมจะพูดอะไร
     และในระหว่างที่ผมนอนรอพี่ชัชมารับอยู่นั่นเอง คนที่จะทำให้ผมมีข่าวลือเรื่องใหม่ก็มาถึง
     “นายต้นน้ำอยู่ที่นี่หรือเปล่า?”
     ผมไม่คิดว่าผมจะได้ยินเสียงเขาที่นี่ ผมคงไม่ได้หลับแล้วฝันไปจริงๆ ใช่มั้ยครับ? ผมนอนอยู่ห้องภาคฟิสิกส์ตึกเรียนของภาคตัวเอง ไม่ใช่อยู่ที่ตึกรวมหรือภาคเคมี!
     ไปป์กับพวกเพื่อนๆ ผมต้องรู้จักผู้ชายคนนี้อยู่แล้ว เขาสอนเราเมื่อปีที่แล้วนะครับ ไม่มีใครจำเขาไม่ได้หรอก อาจารย์ต้นตระการ รัตนมงคลไชย อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี!
     “เอ่อ ต้นหลับอยู่คับ”
     เสียงของไปป์ดูงงๆ แน่ละ ผมว่าใครๆ ก็คงงงที่จู่ๆ อาจารย์ภาคเคมีจะมาหาถามผมแบบนี้
     “เธอเป็นคนพาต้นน้ำไปหาหมอใช่ไหม หมอว่ายังไงบ้าง?”
     “เอ่อ หมอบอกว่าไม่เป็นไรมากคับ แค่ให้ทายาทุกวัน”
     เสียงของไปป์ดูงงกับชีวิตมากๆ โชคดีชะมัดที่ผมแกล้งหลับตั้งแต่เมื่อตะกี้เลยไม่ต้องตื่นมาคุยเอง
     “แล้วทำไมเขาถึงได้หลับแบบนี้ละ นายต้นน้ำไม่ได้เป็นอะไรหนักใช่ไหม?”
     “เอ่อ... คับ ต้นคงง่วงมั้งคับอาจารย์”
     ผมอุตส่านึกว่าเขาจะยอมถอยแล้วนะครับ มันผิดวิสัยมากๆ ที่เขาจะมายุ่งกับผมถึงขนาดนี้
     “พวกคุณเล่าเหตุการณ์ให้ผมฟังหน่อยได้ไหม มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมต้นน้ำถึงได้โดนน้ำร้อนลวกได้”
     เขาหันไปคาดคั้นเอากับเพื่อนๆ ของผม ผมไม่เข้าใจเลย เขาจะเข้ามายุ่งวุ่นวายทำไม
     “มันเป็นอุบัติเหตุค่ะ พวกหนูไปกินข้าวกัน แล้วพอดีมีคนสะดุดทำก๋วยเตี๋ยวหกใส่ต้น”
     เมย์ช่วยตอบคำถามให้เขาฟัง เพราะแบบนั้น ผู้ชายคนนี้ก็เลยซักถามรายละเอียดอื่นๆ จากพวกเพื่อนๆ ของผมอีกหลายต่อหลายอย่าง ผมเดาว่าคนอื่นคงงงพอสมควรที่จู่ๆ อาจารย์ภาคเคมีก็มาถามเรื่องส่วนตัวของเด็กภาคฟิสิกส์แบบผม
     เขาจะถามอีกนานมั้ยนะ? เลิกถามได้แล้ว ใจคอจะถามไปถึงว่าผมชอบไปนั่งกินข้าวกลางวันที่ไหนด้วยเลยรึไง!
     “เออนี่ แล้วนายต้นน้ำเขามีปัญหาอะไรไหม?”
     “อาจารย์หมายความว่ายังไงคะ?”
     “หมายถึงเขาเคยบ่นอะไรให้พวกคุณฟังบ้างรึเปล่าน่ะ”
     “ทำไมอาจารย์ดูห่วงต้นจังเลยคับ อาจารย์เป็นไรกับต้นเหรอคับ?”
     นายจะถามทำไมนะไปป์!
     “ผมเป็นลุงของเพื่อนสนิทนายต้นน้ำเขาน่ะ เห็นว่านายต้นน้ำต้องอยู่คนเดียวผมเลยเป็นห่วง เพื่อนของหลานก็เหมือนกับหลานแท้ๆ นั่นแหละ”
    “ผมไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ อาจารย์ไม่ต้องเป็นห่วง!”
     ผมทนไม่ไหวแล้วครับ เขาคิดบ้างมั้ยว่าการที่เขามายุ่งวุ่นวายกับผมแบบนี้คนอื่นจะคิดยังไง ผมคงแกล้งนอนหลับต่อไปไม่ได้แล้ว และที่สำคัญผมไม่ใช่หลานของเขา!
     “อ้าว ตื่นแล้วเหรอคุณ เป็นไงบ้างล่ะ?”
     “ผมสบายดีครับ อาจารย์”
     “ผมได้ยินว่าคุณเกิดอุบัติเหตุขึ้น ผมเป็นห่วงเลยมาดู ถ้าคุณมีอะไรให้ผมช่วยก็บอกนะ”
     “เก็บความหวังดีของอาจารย์ไว้เถอะครับ ผมดูแลตัวเองได้!”
     “เฮ่ยต้น แรงว่ะ!”
     เหมือนผมจะหลุดอีกแล้ว แถมยัง... ต่อหน้าเพื่อนๆ ผมอีก ให้ตายเถอะ! ผู้ชายคนนี้ไม่ควรเข้ามายุ่งกับผมเลย
     “พวกคุณ ผมขอคุยกับนายต้นน้ำซักครู่นะ”
     พวกเพื่อนๆ ผมพากันเผ่นหนีทันทีครับ ผมเองก็พอเข้าใจอยู่ ผมที่เผลอตวาดใส่อาจารย์ไปแรงๆ แบบนั้น ไม่มีใครอยากเข้าใกล้หรอกครับ แล้วไหนผู้ชายคนนี้ยังเอ่ยปากไล่คนอื่นออกไปอีก ให้ตายสิ ผมไม่อยากมองหน้าเขาเลย!
     “คุณเป็นยังไงบ้าง?”
     “ผมสบายดีครับ”
     “คุณควรจะเลิกทิฐิได้แล้ว นายภาสกรบอกผมว่าคุณโดนลวกทั้งหลังไม่ใช่เหรอ”
     “งั้นอาจารย์ก็คงจะได้ยินที่เพื่อนผมบอกว่า แผลไม่ได้เป็นอะไรมากแค่ทายาก็พอไม่ใช่เหรอครับ”
     “คุณไม่ได้หลับ”
     “นั่นมันเรื่องของผม!”
     ใช่แล้ว นี่มันร่างกายของผม เรื่องของผม เลิกยุ่งกับผมซะที!
     “เฮ้อ เอาเถอะ แล้วนี่ทำไมคุณยังไม่กลับบ้าน มีเรียนอีกเหรอ กลับไปพักผ่อนซะ เดี๋ยวผมจัดการเรื่องลากลับให้”
     “ผมไม่มีเรียนต่อครับ คงไม่รบกวนอาจารย์ให้ทำเรื่องให้หรอกครับ”
     “อ้าว! ถ้าอย่างนั้นแล้วทำไมยังไม่กลับ? เดี๋ยวผมไปส่งคุณที่บ้านเอง”
     “ไม่จำเป็นครับ ผมโทรบอกพี่ชัชแล้ว เดี๋ยวพี่ชัชก็มารับผมเอง”
     “ตั้งนานแล้วทำไมเขาถึงยังไม่มาอีก! รู้แล้วยังปล่อยให้คุณรออยู่แบบนี้เหรอ ใช้ไม่ได้!”
     “พี่ชัชเขาต้องทำงานหาเลี้ยงผมนะครับ ไม่ได้ว่างงาน! คุณไม่มีสิทธิ์มาว่าพี่ชัชของผม!”
     “ต้นน้ำ!”
     เอาสิ ผมไม่ยอมแพ้หรอกนะ คนอย่างเขามีสิทธิ์อะไรมาว่าพี่ชัชของผม เขายังไม่เคยทำดีเท่ากับเศษเสี้ยวที่พี่ชัชเคยทำให้ผมเลยด้วยซ้ำ!
     “เก็บของเดี๋ยวนี้ ผมจะไปส่งคุณที่บ้าน!”
     “ผมบอกว่าผมนัดพี่ชัชมารับผมแล้ว!”
     “ผมสั่งคุณก็ต้องทำตาม อย่าให้ผมต้องบังคับคุณนะ!”
     “คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งผม”
     ผมนั่งจ้องหน้ากินเลือดกินเนื้อกับเขา ผมไม่ยอมหรอก เอะอะอะไรก็บังคับ ชอบทำมาเป็นสั่ง แต่แล้วท่ามกลางความอึดอัดแบบนี้ ก็มีคนโผล่เข้ามาแทรกอีกแล้ว
     “เราว่าต้นควรจะให้อาจารย์ไปส่งนะ”
     อาร์มโผล่มาจากไหนไม่รู้ แต่เข้ามาแทรกได้จังหวะมากๆ เลยครับ ผมกำลังหาทางออกอยู่พอดี ไม่อยากอยู่กับผู้ชายคนนี้สองต่อสอง มันอึดอัด
     “ขออนุญาตครับอาจารย์”
     อาร์มก้มหัวขออนุญาตผู้ชายคนนั้นแล้วเดินเข้ามาใกล้ๆ ผม
     “ต้น นายให้อาจารย์ไปส่งนายกลับบ้านเหอะ”
     “แต่... นายก็รู้”
     “ตอนนี้ข้างนอกเขากำลังมุงกันใหญ่แล้ว นายคงไม่อยากเถียงกับอาจารย์ต่อหน้าคนอื่นหรอกนะ กลับไปแล้วไปเถียงกันกลางทางยังได้”
     อาร์มพูดกับผมแล้วหันไปพูดกับผู้ชายคนนั้น
     “อาจารย์คร้าบ ผมว่าอาจารย์ไปถอยรถมารับต้นตรงหน้าตึกนี้เลยดีกว่าครับ ต้นจะได้ไม่ต้องเดินไกล เดี๋ยวผมพาต้นไปส่งที่รถให้เองครับ รับรอง”
     “ผมฝากคุณด้วยนะ อนพัทย์”
     เข้าข้างผู้ชายคนนั้นแบบนี้ผมไม่ปลื้มหรอกนะครับ
     “นายมายุ่งไรด้วย”
     “ก็ไม่อยากยุ่งหรอก แต่... เป็นห่วง เลยแวะมาดู พอมาดูแล้วก็เห็นนายกำลังทะเลาะกับพ่-”
     “อาร์ม!”
     “รู้แล้วๆ ไม่พูดแล้ว ไม่เห็นต้องตะโกนเลย คนอุตส่าเป็นห่วงอ๊า”
     คงเพราะครั้งนี้อาร์มประท้วงผมด้วยเสียงที่สูงขึ้นเหมือนกัน แม้ไม่ถึงกับตวาดกลับมา แต่ก็ร้องประท้วงด้วยน้ำเสียงน้อยใจพอสมควร ผมเลยได้สติ ผมไม่ควรทำแบบนี้กับอาร์ม อาร์มไม่ได้ทำอะไรผิด
     “ขอโทษ ... เราหงุดหงิดไปหน่อย”
     “ไม่เป็นไร”
     อาร์มยิ้มให้ผมเหมือนเดิม แล้วก็ช่วยผมเก็บกระเป๋า
     “กลับไปกับอาจารย์เถอะต้น ไม่งั้นต้นต้องนั่งตอบคำถามคนอื่นแน่”
     อาร์มพูดพร้อมกับบุ้ยปากไปทางหน้าห้อง ผมลืมตัวไปจริงๆ ผมควรจะตัดบทผู้ชายคนนั้นเร็วๆ ให้เรียบร้อยตั้งแต่ทีแรก ไม่ควรจะนั่งต่อล้อต่อเถียงกันให้เป็นเรื่องเป็นราว
     “แต่เราโทรบอกพี่ชัชให้มารับแล้ว”
     “โทรไปบอกใหม่ดิ บอกแฟนต้นให้ไปรอที่บ้าน ให้จารย์แกไปส่งเถอะ ถ้าแกไม่ห่วง แกไม่เดินมาถึงตึกฟิสิกส์หรอก”
     “แต่เรา...”
     “ทิฐิอีกแล้วน่ะต้น”
     อาร์มลงมานั่งอยู่ในระดับเดียวกันกับผม อาร์มจ้องผมอย่างกับงูที่กำลังจ้องกบ และผมก็เป็นกบตัวนั้น กบตัวที่กำลังโดนงูถือศีลอารมณ์ดีจ้องมองอยู่
     “ปล่อยวางบ้างเถอะต้น ถึงจะยังทำใจให้อภัยไม่ได้แต่ก็ลดทิฐิได้แล้ว เอาแต่โมโหเหวี่ยงใส่อาจารย์แบบนั้นไม่สมกับเป็นนายเลยนะ”
     สายตาของอาร์มทำให้ผมแพ้จริงๆ ผมแพ้คนมองโลกในแง่ดีแบบอาร์มมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ถึงแม้บางครั้งอาร์มจะดูเซ่อๆ ซ่าๆ ไปบ้าง แต่ความจริงแล้วอาร์มเป็นคนที่มองเหตุการณ์ทุกอย่างได้ทะลุปรุโปร่ง และคอยหาทางออกให้เหตุการณ์มันจบลงอย่างสวยงามทุกครั้ง อาร์มเป็นผู้ชายโลกสวยที่ผมต้องขอยอมแพ้ เพราะโลกของอาร์มสวยงามทั้งข้างนอกและข้างใน อาร์มทำให้คนที่อยู่รอบๆ ตัวได้รับความรู้สึกดีๆ จากตัวเองได้ไม่ยาก
     “นายรู้เรื่องเรากับอาจารย์ได้ยังไง”
     “ไม่รู้ก็บ้าแล้ว เขายังเคยไปหานายที่โรงเรียนบ่อยๆ”
     “บ้า! เขาไปไม่กี่ครั้งเอง นายความจำดีเกินไปแล้ว”
     “ก็มันบังเอิญเห็นพอดีนี่นา แต่ใครจะไปเชื่อเนอะ เป็นอาจารย์ที่นี่ด้วย นายจงใจเข้าที่นี่เพราะเหตุผลนี้รึเปล่าเนี่ยต้น?”
     “ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องบอกนาย”
     “โห! อีกแล้วอ่ะต้น ชอบเก็บความลับอีกละ ว่าแต่ละทำไมนายไม่เข้าเคมีไปเลยอ่ะ เข้าฟิสิกส์ทำไม”
     “แล้วนายคิดว่าระหว่าง เคมีกับฟิสิกส์เราชอบเรียนวิชาไหนมากกว่ากันล่ะ? เรามาเรียนที่นี่เพื่ออนาคตตัวเองไม่ใช่เพราะใครซักหน่อย!”
     “เออเนาะจริงด้วย ฮ่าๆ”
     ว่าแล้วผมก็ถูกอาร์มลากไปส่งที่รถของผู้ชายคนนั้นจนได้ครับ แม้ตอนที่ออกมาจากห้องภาคจะโดนเพื่อนๆ มองนิดหน่อย แต่เพราะอาร์มคอยยืนแจกรอยยิ้มอยู่ข้างๆ ผม ก็เลยไม่มีใครพูดอะไร คงเพราะหน้าหงิกๆ ของผมด้วยมั้งครับ ก็วันนี้ผมเป็นฝ่ายเหวี่ยงเองนี่นา ปกติแค่เวลาผมทะเลาะกับเมย์แล้วเป็นฝ่ายตั้งรับก็ไม่ค่อยมีคนกล้าคุยกับผมอยู่ละ วันนี้ผมเป็นฝ่ายวีนซะเอง คนอื่นคงอึ้งมั้งครับ
 
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



ไปป์น่ารัก โบกป้ายไฟไปป์ แต่... อยากได้อาร์มเป็นแฟนจัง  :-[

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce

สหายทั้ง 5

     “ต้นกลับไปแล้วอะ”
     “ย่ะ เห็นอยู่”
     “เล่ามาเลยนะไปป์ มันเกิดไรขึ้น ทำไมต้นทะเลาะกับอาจารย์ต้นเสียงดังเลย”
     “นั่นดิ สองคนนั้นรู้จักกันมาก่อนแน่ๆ อ่ะฉันว่า”
     “ก็เมื่อกี้อาจารย์แกก็บอกว่าเป็นคนรู้จักกันกับต้นไรเนี่ยแหละ แกก็ฟังอยู่ไม่ใช่เหรอป่าน?”
     “ฟัง แต่ไม่เชื่อ ถ้าแค่คนรู้จักทำไมต้นต้องทำท่าเกลียดอาจารย์ขนาดนั้นด้วยล่ะ?”
     “จะว่าไปนะ อาจารย์ต้นแกก็ชอบเรียกต้นไปพบบ่อยๆ ด้วยนะ”
     “เฮ้ย! หรือว่า... พวกแก ฉันเคยได้ยินมานะ มีคนเคยเล่าว่าอาจารย์ต้นอ่ะ เคยแบบว่า นั่นแหละกับนักศึกษาด้วยนะแก แลกเกรดอ่ะ เกือบโดนตั้งคณะกรรมการสอบสวนอ่ะ เห็นคนเขาเม้ากัน”
     “บ้า ต้นเป็นผู้ชายนะป่าน!”
     “ก็เออดิ แต่ถ้าให้สงสัยอ่ะ ฉันว่าสงสัยไอ้เด็กวิดวะคนนั้นดีกว่านะ ต้นยอมคนๆ นั้นตลอดเลยอ่ะ”
     “เออ! พวกเธอรู้ป่าวล่ะว่าคนเมื่อกี้อ่ะชื่อจริงชื่อไร? โอม คนเมื่อกี้อ่ะชื่อเล่นชื่ออาร์มใช่ป่ะ?”
     “ใช่ ชื่ออาร์ม เพื่อนเก่าต้น ทำไมเหรอไปป์”
     “ก็หาตัว C ไง ตัว C ที่พวกเราเห็นกันวันนี้อ่ะ”
     “พวกนายสองคนไปเห็นไรมาเหรอ?”
     “ก็..”
     “จะดีเหรอไปป์ ต้นบอกว่าห้ามบอกใครไง”
     “เออจริงด้วยว่ะ โธ่เว้ย! ยุ่งยากจัง ว่าแต่ไอ้หมอนั่นชื่ออะไรน้า?”
     “เมื่อกี้เห็นอาจารย์เรียกว่า ... อนะ... อนะ ไรซักอย่างอ่ะ ใช่มั้ยแก้ว”
     “อนพัทย์ใช่มั้ยป่าน?”
     “อื้อๆ ใช่ๆ ทำไมเหรอไปป์”
     “งั้นก็ไม่ใช่ละ อาจารย์ต้นตระการก็ไม่ใช่ C ... จารย์ต้นชื่อเล่นก็ชื่อต้นเลยใช่ป่ะ... อืม ชักแหม่งๆ ละว่ะ”
     “นายพูดไรอยู่คนเดียวอ่ะ บอกกันมั่งดิอิไปป์P2”
     “เรากำลังสงสัยอะไรบางอย่างอยู่ แล้วก็คิดว่ารู้อะไรบางอย่างด้วย แต่ยังไม่แน่ใจ”
     “สงสัยอะไร ไปรู้อะไรมายะ?”
     “ก็เรื่องของต้นไง!”
     “แล้วนายคิดว่าไง”
     “ก่อนอื่นเราถามพวกเธออย่างดิ พวกเธอว่า... ต้นหน้าเหมือนอาจารย์ต้นป่ะ?”
     “เฮ่ย! ไม่มั้งแก!”
     “เอ้ยแต่ก็ไม่แน่นะ ต้นมันมีแต่แม่ใช่มั้ยล่ะ? ไม่เคยเห็นต้นมันพูดเรื่องพ่อเลย”
     “แต่อาจารย์ต้นแต่งงานแล้วนะจ้ะ!”
     “เราว่าเรื่องพวกนี้มันเรื่องส่วนตัวของต้นนะ พวกเราอย่าไปยุ่งเลย”
     “เรื่องส่วนตัวเพื่อนของพวกเราต่างหากนะโอม ไม่แปลกใจเหรอ ต้นมันกล้าขึ้นเสียงใส่อาจารย์เขาแบบนั้นอ่ะ ทั้งๆ ที่ปกติมันสงบปากสงบคำจะตาย ขนาดโดนเมย์ว่าไรแรงๆ ต้นมันยังยอมให้เลย”
     “อย่ามาพาดพิงกันสิป่าน!”
     “แต่เราเห็นด้วยนะจ้ะป่าน ไม่ว่ามันจริงหรือไม่จริง มันเกี่ยวพันกับชื่อเสียงของอาจารย์นะอย่าไปยุ่งเลย นายก็ด้วยไปป์เลิกสงสัยได้แล้ว”
     “โธ่! แก้วอ่ะ งั้นสงสัยเฉพาะเรื่องแฟนต้นก็ได้ โอเคป่ะ?”
     “อะไรนะ! ต้นมีแฟนแล้วเหรอ?”
     “จะตะโกนทำไมเนี่ย ยัยเมย์!”

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


อาจารย์ต้นตระการ

     ผมพาต้นน้ำแวะห้างสรรพสินค้าระหว่างทางกลับบ้าน ผมตั้งใจว่าจะพยายามทำดีกับเด็กคนนี้ให้มากขึ้นแม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาต้นน้ำไม่เคยรับความหวังดีจากผมเลยก็ตาม
     “เสื้อคุณเปื้อนไปหมดแบบนั้น เปลี่ยนตัวใหม่เถอะ คุณลองไปดูสิว่าคุณใส่ไซส์ไหน”
     “ผมกลับไปซักได้ครับ”
     “เลอะขนาดนั้นจะซักออกหรือ มือคุณก็เจ็บ ซื้อใหม่ไปสักตัวเถอะถือว่าผมให้”
     ผมมองมือของต้นที่มีผ้าก็อซปิดอยู่ ผมไม่เห็นแผล ต่ผมก็แน่ใจว่าต้นคงเจ็บพอสมควร
     “แต่ผมไม่อยากได้อะไรจากคุณนี่ครับ”
     เด็กคนนี้ทิฐิเหลือเกิน แม้ผมจะเบื่อหน่ายการโต้ตอบของเด็กคนนี้แต่ผมก็รู้ตัวว่าผมไม่มีสิทธิ์เหนื่อย เป็นหน้าที่ของผมที่ต้องชดใช้ให้ต้น ในฐานะที่เกือบยี่สิบปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยดูแลต้นเลย
     ผมหันไปสั่งพนักงานขายแทน
     “ช่วยหาเสื้อแขนยาวสีขาวกับกางเกงสีดำไซส์เด็กคนนี้ด้วยครับ”
     “ผมไม่เอา!”
     “คุณกำลังทำให้พนักงานเขาลำบากใจ”
     พอถูกผมต่อว่าแบบนั้น เด็กคนนี้ก็หันไปมองพนักงานขายด้วยสีหน้าหนักใจก่อนที่จะแสดงท่าทางลังเล แต่พอถูกพนักงานพยักหน้าเชิญให้เดินตามไปสุดท้ายเขาก็ใจอ่อน ผมรู้ดีว่าต้นไม่ใช่เด็กเหลือขอ ต้นน้ำเป็นเด็กดี รู้จักเกรงใจคนอื่น มีสัมมาคารวะ จิตใจโอบอ้อมอารีย์ มีนิสัยอ่อนโยน แต่ทุกข้อที่กล่าวไปทั้งหมดจะไม่ปรากฏอยู่ในตัวเขายามที่สนทนาอยู่กับผม
     ต้นไม่ยอมเรียกผมด้วยคำอื่นนอกจากคำว่า“อาจารย์”หรือ“คุณ” เขาเรียกทุกๆ คนว่า“คุณ”โดยไม่ยอมลดกำแพงของตัวเองลงให้ความสนิทสนมกับใคร ยกเว้นพี่ณีพี่สะใภ้ของผม คงเพราะเธอเป็นป้าแท้ๆ ของหนูไนน์ ต้นถึงได้ยอมเรียก“ป้าณี”ตามเพื่อนของตัวเอง แต่ยังเรียกผมกับลูกว่า“คุณ”อยู่
     ผมรอต้นเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ผมซื้อให้ ตอนที่ต้นเดินออกมานั้นผมเห็นสีหน้าที่แสดงออกถึงความเจ็บปวด ต้นคงเจ็บแผล เพื่อนของเขาบอกกับผมว่าต้นแทบจะยกแขนไม่ขึ้น ผมเป็นห่วงต้นแม้รู้ดีว่าต้นคงไม่ยอมรับความเป็นห่วงใดๆ จากผมก็ตาม
     แรกเริ่มที่ผมรู้ว่าสายธารตั้งท้องต้นผมคิดว่าต้นคือตัวปัญหา ผมไม่ต้องการต้น ต้นจึงเติบโตมาโดยไม่มีผมและผมก็อยู่โดยคิดว่าต้นคงไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว เพราะตอนนั้นผมรักลูกรักเมียรวมไปถึงชื่อเสียงตัวเองมากกว่าจะสนใจต้น
     แต่ต่อมาเมื่อผมได้พบกับต้นอีกครั้ง ภาพของเด็กผู้ชายที่เก็บอารมณ์แม้จะดูสับสนงุนงงเพราะถูกผู้หญิงคนนั้นพาตัวออกไปอย่างรีบร้อนก็ทำให้ผมติดใจ ผมลืมสายตาของเด็กคนนั้นที่มองมาทางผมสลับกับแม่ของตัวเองไม่ได้ และพอผมได้รู้ความจริงผมช็อกมากที่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเธอตั้งใจเก็บเด็กไว้และเลี้ยงดูต้นน้ำมาโดยลำพัง เพียงแต่ผมเองก็มีภรรยาและลูกผมไม่สามารถทำอะไรให้มันไม่กระทบกระเทือนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้
     คงเป็นโชคดีในโชคร้ายที่พ่อของผมเองท่านก็ทราบเรื่องนี้ด้วย พ่อที่พึ่งเสียลูกกับหลานชายจึงไม่รีรอที่จะรับต้นมาเลี้ยงดู ท่านออกหน้าแทนผม แต่ทว่าผู้หญิงคนนั้นเธอก็รักลูกของเธอและผมเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก ผมไม่สามารถทำอย่างที่ผมต้องการได้สะดวก จนเมื่อผมได้พบกับต้นน้ำอีกครั้ง ในดวงตาของเด็กคนนั้นก็มีแต่ความเกลียดชังผมแล้ว คงสาสมแล้วที่ลูกเกลียดผม
     ตอนที่ต้นน้ำประสบอุบัติเหตุเกือบเอาชีวิตไม่รอดผมถึงได้รู้ว่าการสูญเสียคืออะไร แม้ในอดีตผมจะไม่ต้องการต้นแต่ในวันนี้ที่ผมรู้ว่ายังมีต้นอยู่ในโลกนี้ผมไม่อยากให้ต้นหายไป แต่ผมเองก็ต้องผิดหวังเมื่อได้รู้ว่าลูกจะไม่มีวันเป็นของผม ลูกได้ทุ่มเททุกอย่างให้กับผู้ชายคนอื่นแล้ว ผู้ชายที่เป็นคนรักของลูกชายผม แต่ในขณะเดียวกันก็คอยเป็นที่พึ่งทางใจให้กับต้นมาตลอด ลูกขาดความอบอุ่นจากผม เขาใช้ความรักจากผู้ชายคนอื่นมาชดเชยและปฏิเสธทุกอย่างจากผม
     สิ่งที่ผมทำได้ตอนนี้มีแค่การชดเชยให้ต้นเท่านั้น แต่ลูกชายของผมหัวแข็งเกินกว่าจะยอมรับความช่วยเหลือ เขายอมทุกคนยกเว้นผม แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังเห็นแววตาสับสนอ้างว้างในตัวเขาอยู่ดี ผมได้แต่หวังว่าสักวันเขาจะเปิดใจให้ผมและเมื่อนั้นผมจะได้ถมหลุมดำนั้นให้เต็ม
     ผมไม่ใช่ผู้ชายที่ดี เป็นสามีที่เลวร้าย เป็นอาจารย์แย่ๆ คนหนึ่ง แต่อย่างน้อยผมก็อยากจะเป็นพ่อที่ดีให้กับลูกทั้งสองคนของผม ษาโชคดีที่มีแม่เข้มแข็ง เธอจึงไม่มีปัญหาอะไร เป็นเด็กผู้หญิงที่รู้จักคุณค่าในตัวเอง แต่ลูกชายของผมกลับเข้มแข็งขึ้นด้วยความเกลียดชัง เติบโตขึ้นอย่างว้าเหว่ ผมอดเป็นห่วงลูกชายของผมไม่ได้
     ต้นเดินมาทางผมที่กำลังจ่ายเงินให้กับพนักงานไปคิดเงินที่แคชเชียร์ เขาล้วงกระเป๋าเงินของตัวเองออกมาแล้วหยิบธนบัตรยื่นให้ผม
     “ค่าเสื้อกับกางเกงครับ”
     “คุณเก็บไว้เถอะ ถือว่าผมซื้อให้คุณ”
     “แต่ผมไม่ต้องการเงินของคุณ ผมมีเงินของผมเองไม่จำเป็นต้องรบกวนคุณ”
     “ถ้าคุณเอาเงินให้ผมหมดแล้วเดือนนี้คุณจะอยู่ยังไง”
     ผมพาลูกมาซื้อเสื้อผ้าในแผนกเครื่องแต่งกายชาย เลือกร้านดีๆ ให้ลูก รวมแล้วทั้งเสื้อกับกางเกงที่ผมซื้อให้ก็หลายพัน พอผมพูดแบบนั้นต้นก็ทำหน้าอึดอัดใจ มือของเขากำธนบัตรกับกระเป๋าเงินไว้แน่น ลูกแทบไม่ยอมสบสายตากับผม
     “เก็บเงินของคุณไว้เถอะ”
     ผมพูด แต่ต้นยังไม่ยอมขยับ ผมดึงเงินในมือเขาใส่กลับลงไปในกระเป๋าเงินเก่าๆ ใบนั้นแล้วส่งให้เขา
     “แค่พูดคำว่าขอบคุณกับผมก็พอ”
     ลูกเงยหน้าขึ้นมามองผม ตอนที่ดวงตาของเราประสานกันผมเห็นน้ำตาคลออยู่ในนั้น ผมเห็นภาพของเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ที่รอคอยผมมาตลอด แต่ผมไม่กล้าพอที่จะแสดงความรักกับต้น ผมไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นอย่างไรกับลูกที่ผมทอดทิ้ง ผมไม่สามารถกอดหรือลูบหัวลูกอย่างที่ผู้ชายคนนั้นทำได้ ผมไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงเพื่อให้ต้นมีความสุขเหมือนตอนที่ผมเห็นสีหน้าของลูกในยามที่ถูกเอ็นดูจากผู้ชายคนนั้น
     “ขอบคุณครับ อาจารย์”
     ต้นยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณผม แต่ก็ยังเรียกผมว่าอาจารย์ ต้นยังไม่เคยเรียกผมว่า“พ่อ”เลยสักครั้ง
     ผมไปส่งต้นที่คอนโด ครั้งนี้ผมได้โอกาสขึ้นไปส่งถึงในห้อง แม่ของต้นแต่งงานใหม่ย้ายไปอยู่ต่างประเทศแล้ว ต้นไม่ได้ตามไปเขาเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่เมืองไทย ผมเคยคิดว่านี่อาจเป็นโอกาสดีที่ผมจะได้ตัวต้นไปอยู่ด้วย แต่ต้นกลับเลือกที่จะอยู่กับผู้ชายคนนั้นแทน ผมจึงจำเป็นต้องเคารพการตัดสินใจของลูก
     ต้นดูอึดอัดที่ผมตามมาส่งเขาถึงข้างบน แต่ถึงกระนั้นก็ยังเชิญผมให้เข้าไปดื่มน้ำในห้องอย่างสุภาพ ผมคิดว่านี่คงจะเป็นการยอมรับผมเพิ่มอีกระดับเท่าที่ลูกจะทำได้
     “เขาบอกคุณรึเปล่าว่าเขาจะกลับมากี่โมง?”
     “อีกเดี๋ยวก็คงถึงแล้วครับ พักนี้พี่ชัชวิ่งเขตนอกเมือง ค่อนข้างกลับช้าครับ”
     “อ้าว! แบบนี้ถ้าผมไม่รับคุณกลับมาแล้วคุณจะทำยังไง จะนั่งรอเขาต่ออย่างนั้นเหรอ”
     ลูกชายของผมเชิดคางขึ้นพลางเสมองไปทางอื่น เขาไม่ชอบหน้าผม แต่เขาเกลียดเวลาที่ผมพูดจาว่าร้ายแฟนเขามากกว่า
     “เขากลับดึกทุกวันหรือเปล่า? ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วใครจะดูแลคุณ ยิ่งช่วงนี้คุณมีสอบจะหยุดก็คงลำบาก คุณจะไปมหาวิทยาลัยไหวได้ยังไง ผมว่าคุณไปพักกับผมสักระยะดีกว่า หรือจะไปอยู่กับพ่อของผมก่อนก็ได้ อย่างน้อยๆ จะได้มีคนช่วยช่วยดูแลคุณ”
     “ผมขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงของอาจารย์ แต่ผมคิดว่าอาจารย์ไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวายกับชีวิตรักของผมกับแฟนนะครับ”
     “ผมเป็นห่วงคุณในฐานะพ่อคุณก็ไม่ยอมรับ ผมถึงได้แนะนำคุณในฐานะอาจารย์หรอกนะต้นน้ำ!”
     ผมพยายามใจเย็นแล้วพูดกับลูกดีๆ แต่สีหน้าของต้นน้ำตอนที่ได้ยินคำว่า“พ่อ”จากปากผมคล้ายคนจะร้องไห้
     “ผมไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ”
     “แต่เพื่อนคุณบอกว่าคุณเจ็บแผลที่หลังมาก และคุณก็ต้องทายาทุกวัน เขาไม่อยู่แบบนี้ ใครจะดูแลคุณ”
     “ผมยังยืนยันครับว่าผมดูแลตัวเองได้ แล้วผมก็มีเพื่อนที่ช่วยดูแลผมได้อยู่ครับ ผมโทรไปบอกเขาแล้วให้มานอนค้างเป็นเพื่อนผมตอนที่พี่ชัชไม่อยู่”
     “ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะยอมรับความหวังดีจากผม! ผมต้องทำยังไงคุณถึงยอมรับความช่วยเหลือจากผมที่เป็นพ่อแท้ๆ ของคุณ ต้นน้ำ!”
     คงเพราะผมแก่แล้ว และการได้เห็นลูกตัวเองบาดเจ็บประสบอุบัติเหตุบ่อยๆ มันก็ทำให้ผมหมดแรง ผมเหนื่อยที่จะโต้แย้งกับเด็กคนนี้แล้ว ศักดิ์ศรีพวกนั้นจะมีอะไรสำคัญถ้าลูกของผมเป็นอะไรไป
     ต้นฟังผมพูดแล้วก็นิ่ง เขาไม่โต้ตอบอะไรนอกจากนั่งก้มหน้าไม่ยอมพูดอะไรกับผม ผมเห็นลูกพยายามกลั้นเสียงสูดหายใจเอาไว้ มือที่กำหมัดแน่นทำให้ผมรู้ว่าลูกชายของผมกำลังร้องไห้ เราสนทนากันด้วยความเงียบอยู่เนิ่นนานจนกระทั่งเขาตัดสินใจทำลายความเงียบนั้น
     “ผม... ผมจะไม่มีวันให้อภัยคุณ ผมจะไม่มีวันเลิกเกลียดคุณ ผมไม่ต้องการคุณ กรุณาเลิกวุ่นวายกับชีวิตผมเถอะครับ ถ้า... ถ้าการมีอยู่ของผมเคยทำให้คุณลำบาก ตัวตนของคุณของตอนนี้ก็ตอกย้ำความจริงที่ว่าผมเกิดมาได้ยังไง ต่อให้คุณทำดีกับผมมากเท่าไหร่ยังไงคุณก็ไม่มีวันเป็นพ่อของผมไปได้ ผมจะไม่มีวันได้เป็นคนในครอบครัวของคุณอย่างสมบรูณ์เพราะคุณเองก็มีลูกสาวและภรรยา คุณมีชื่อเสียงในสังคม ต่อให้คนอื่นเขาชื่นชมคุณ แต่สายตาที่เขามองผมละครับ? ผมก็เป็นได้แค่เด็กที่เกิดมาเพราะความผิดพลาด ไม่มีใครต้องการ ผม... ผมมีที่อยู่ของผมแล้วครับ ให้ผมอยู่ข้างๆ พี่ชัชเถอะนะครับ พี่ชัชต้องการผม เขาจะเป็นครอบครัวของผมได้ ผม... ผมแค่อยากได้ที่ๆ ผมจะยืนอยู่ได้โดยไม่อายใคร คนที่ไม่คิดว่าผมเป็นภาระหรือหน้าที่ๆ ต้องรับผิดชอบ ผมแค่อยากจะอยู่ข้างๆ คนที่ต้องการผมก็เท่านั้น”
     เป็นครั้งแรกที่ลูกพูดกับผมแบบนี้ และก็เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นลูกร้องไห้ต่อหน้าผม ลูกอ้อนวอนขอร้องผม ผมรู้ได้จากคำพูดของต้นว่าเขาไม่เชื่อมั่นในความรักของใครเลยนอกจากผู้ชายคนนั้น และอีกสิ่งหนึ่งที่ผมรับรู้ได้ก็คือลูกผมขาดความอบอุ่นต้องการความรักจาก“ครอบครัว”อย่างรุนแรง ใช่ว่าพวกเราไม่รักต้นน้ำ แต่ต้นน้ำเหมือนแก้วน้ำที่ปิดฝาเอาไว้ไม่ยอมให้ใครเติมความรักลงไปนอกจากคนที่เขาเลือก เขากังขาในความรักที่คนอื่นมีให้แม้ว่าความรักนั้นจะมาจากพ่อและแม่แท้ๆ ของตัวเอง
     ผมทำอะไรไม่ถูก ลูกผมกำลังร้องไห้แต่ผมกลับไม่สามารถแม้แต่จะปลอบโยนลูกได้ ผมเป็นพ่อที่แย่มากจริงๆ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ต้นน้ำ

     “พี่กลับมาแล้ว เป็นไรมากป่าวต้น?”
     เสียงพี่ชัชทำให้ผมตื่น พี่ชัชเดินเข้ามาในห้องนอนทั้งๆ ที่ยังไม่ได้คลายเนคไทด์เลยแม้แต่น้อย ผมรู้ว่าพี่ชัชคงรีบมาก
     “พี่ตกใจหมดเลย ขอโทษนะครับที่พี่ไปรับเราไม่ได้”
     เตียงยวบตัวลงตามน้ำหนักของพี่ชัช แฟนของผมโน้มเข้ามาใกล้จนผมได้กลิ่นเหงื่อจางๆ ฝ่ามือที่สัมผัสอยู่ที่แก้มทำให้ผมรู้สึกได้ถึงความรัก ผมได้แต่เอียงแก้มถูกับฝ่ามืออันอบอุ่นข้างนั้น ผมรักพี่ชัช
     “เป็นอะไรมากรึเปล่าครับ? สีหน้าดูไม่ดีเลย ให้พี่ดูแผลหน่อยนะครับ”
     ผมพลิกตัวนอนคว่ำให้พี่ชัชเปิดเสื้อด้านหลังดูแผล
     “โห! กว้างเหมือนกันนะเนี่ย แต่ยังดีนะที่ไม่โดนลึกมาก แค่ผิวหนังชั้นนอก”
     พี่ชัชปิดเสื้อแล้วก็ก้มลงจูบบนศีรษะของผม โชคดีจังเลยครับที่แฟนของผมเป็นผู้แทนขายยาแถมยังเคยซิ่วหมอ พี่ชัชเลยพอมีความรู้เรื่องพวกนี้อยู่บ้าง
     “เจ็บมากมั้ยครับ?”
     ผมส่ายหน้าแทนคำตอบ
     “แล้วนี่ทานอะไรแล้วรึยังครับ หิวมั้ย?”
     “ครับ ผมหิว”
     “พี่ซื้อโจ้กติดมาด้วยฝืนกินหน่อยนะครับ เดี๋ยวพี่ไปแกะให้เรา กินข้าวแล้วจะได้กินยาอาบน้ำนอนพักผ่อนซะ แล้วพรุ่งนี้เรายังต้องไปสอบอีกด้วยใช่มั้ยครับ”
     “ครับ”
     พี่ชัชป้อนโจ้กให้ผม พี่เขาแทบจะเป่าโจ้กให้ผมเกือบทุกคำ เช็ดตัวให้ผม ทายา ช่วยผมเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามานอนอยู่ข้างๆ ผมทั้งๆ ที่พึ่งจะสองทุ่มกว่า ผมรู้สึกได้ว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่จะดูแลผมไปทั้งชีวิต ขอแค่มีผู้ชายคนนี้อยู่ผมก็ไม่ต้องการใคร ขอแค่ให้ผมเป็นที่หนึ่งในสายตาพี่ชัช ขอแค่พี่ชัชรักผมด้วยใจจริง อยากอยู่เคียงข้างผมเพราะรักในตัวตนของผม ขอแค่พี่ชัชต้องการผม ผมก็ไม่จำเป็นต้องเสียใจอะไรอีก ผมรักพี่ชัช
     “วันนี้เราดูแย่ๆ นะ มีเรื่องไม่สบายใจอะไรรึเปล่าครับ?”
     ฝ่ามือของพี่ชัชลูบหัวผมไปมาทำให้ผมอบอุ่น เรานอนกอดกันโดยที่ผมกำลังซุกตัวหนุนกล้ามแขนพี่ชัชอยู่ แผลที่หลังถึงไม่ใช่แผลเหวอะหวะ แต่มันก็เจ็บมากเวลาที่ผมนอนหงาย โชคดีที่ผมเป็นคนชอบนอนตะแคงอยู่แล้ว
     “ผมปิดพี่ชัชไม่ได้เลยสินะครับ”
     ผมพูดขึ้นเบาๆ ทั้งที่ยังนอนตะแคงหนุนแขนของพี่ชัชอยู่
     “แหง๋สิ! คิดว่าพี่เป็นใครฮึ? ทำไมพี่จะดูเราไม่ออก มีเรื่องอะไรเหรอครับต้น?”
     “พี่ชัช...”
     “ครับ?”
     “วันนี้... วันนี้พ่อมาส่งต้น”
     ไม่รู้ทำไมผมถึงใช้คำๆ นี้
     “แล้วเขาว่าไงมั่งครับ?”
     “เขามาส่งผมที่นี่แล้วก็ถามครับ ว่าทำไมพี่ชัชถึงยังไม่กลับ แล้วก็ถามว่าผมจะอยู่กับใครๆ จะดูแลผม”
     “เขาก็คงเป็นห่วงต้นละมั้ง พี่ขอโทษนะครับที่พี่กลับช้า ต้องปล่อยให้ต้นอยู่คนเดียวตั้งนาน”
     “ไม่หรอกครับ ผมรู้ว่าพี่ชัชต้องทำงาน ผมไม่ว่าอะไรพี่ชัชหรอกครับ”
     ผมพูดพลางขยับตัวเข้าไปซุกใกล้ๆ พี่ชัชมากขึ้น ไม่ใช่ว่าผมจะอ้อนหรอกนะครับ เพียงแต่ผมชอบเวลาที่พี่ชัชกอดผมแบบนี้ก็แค่นั้นแหละ ผมชอบฝ่ามือใหญ่ๆ ที่คอยลูบหัวผมอยู่แบบนี้
     “คร้าบ ต้นของพี่น่ารักเสมอแหละ”
     พี่ชัชพูดพร้อมกับจูบผมที่กระหม่อมอีกแล้ว แต่ผมชอบนะ พี่ชัชเคยพูดกับผมว่า ตอนเด็กๆ พี่ชัชชอบให้คนลูบหัวเล่น ผมพอรู้แล้วล่ะว่าทำไม เพราะตอนนี้เวลาที่พี่ชัชทำแบบนั้นกับผมๆ ก็ชอบเหมือนกัน ผมรู้สึกได้ถึงความเอ็นดูที่ถ่ายทอดมาพร้อมกับความรักที่พี่ชัชมีให้ มันอบอุ่นจนบอกไม่ถูกเลยครับ
     “วันนี้เขาพาผมไปซื้อเสื้อกับกางเกงด้วยนะครับ เพราะตัวที่ผมใส่ไปเลอะซอสเย็นตาโฟร์จนน่ากลัวจะซักไม่ออกแล้ว”
     “จริงดิ? ดีออกมีคนซื้อของให้ เราน่ะงกจะตายไม่ใช่เหรอ ฮ่าๆ”
     “พี่ชัชก็! ผมไม่ได้งกขนาดนั้นนะครับ”
     ผมประท้วงพี่ชัชไปเล็กน้อย เพราะขัดใจที่พี่ชัชชอบหาว่าผมงกอยู่เสมอๆ
     “คร้าบๆ พี่ก็ล้อเล่นเฉยๆ แล้วเขาพาเราไปไหนอีกรึเปล่าครับ?”
     “เปล่าครับ ผมเจ็บหลัง เขาก็เลยพาผมกลับ”
     ผมเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้พี่ชัชฟังอย่างใจลอยจนกระทั่งผมหลับไปโดยไม่รู้ตัว แต่ผมกลับรู้สึกได้ถึงความสับสนของตัวเองที่แม้แต่ในฝันมันก็ยังคอยหลอกหลอนผม ความกลัวของเด็กที่ไม่มีใครต้องการ ความกังวลที่จะถูกคนที่รักมองว่าเป็นภาระ ความว้าเหว่จากการถูกทิ้ง ความขลาดเกินกว่าที่จะเชื่อใจใคร ผมก็เป็นแค่เด็กเลี้ยงแกะที่แกล้งทำเป็นเข้มแข็ง
     แต่แล้วในฝันนั้นก็มีหมาป่าตัวใหญ่ตัวหนึ่งที่เข้ามาอยู่ข้างๆ ผม แม้ตอนแรกที่เห็นมันผมจะตกใจเพราะมันแยกเขี้ยวคำรามใส่ผมก่อนจะแลบลิ้นสากๆ นั้นออกมาเลีย แต่ทว่าพอได้ซุกตัวลงในกองขนอันอบอุ่นของหมาป่าตัวนั้นแล้วผมกลับรู้สึกเหมือนได้ค้นพบที่ของตัวเอง หมาป่าท่าทางดุร้ายตัวนั้นช่วยปกป้องผมจากอันตรายทุกอย่างที่ผมกลัว ผมหลับสบายจนถึงเช้าโดยไม่กังวลอะไรอีกเลย

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



อา... ไม่ดราม่าปวดตับหน่วงจิตไม่ใช่ AzurIce น้องต้นยังร้ายอยู่ แต่ก็มีมุมน่าสงสารนะ ตรงนั้นแหละความน่ารักของน้องต้น :mew4:

ออฟไลน์ Sbatandty

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 86
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-1
ลงได้เรื่อยๆเลยคะชอบ ติดตามอยู่ตั้งแต่ต้นแล้วคะ :mew2:

ออฟไลน์ bebe

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 672
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-5
เพิ่งได้อ่านนิยายดีดีอย่างนี้ เขียนดีมากลุ่นทุกตอน ครบรสมากก ไม่ซ่ำซาก ชอบที่สุด ยิ่งตอนล่าสุดมี่ต้นพูดกับพ่อคือพีคมากน้ำตาไหลเลยงะ ชอบๆคะ รอตอนต่อไปน้า

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce

ต้นน้ำ

     ถึงผมจะบาดเจ็บที่หลังแต่ผมก็ยังต้องไปสอบ แม้มือผมจะพันผ้าก็อซแต่สมองของผมก็ยังหาคำตอบของข้อสอบได้อยู่ดี
     เช้าวันนี้พี่ชัชแวะมาส่งผมถึงในคณะ แต่เพราะพี่ชัชต้องออกต่างจังหวัดอีกแล้วเราจึงมากันแต่เช้าหกโมงกว่าๆ การฝ่ารถติดในกรุงเทพเข้ามายังสามย่านให้ถึงก่อนหกโมงนี่คงไม่ต้องบอกนะครับว่าพวกเราต้องออกจากคอนโดแถวศรีนครินท์กันกี่โมง โชคดีที่เมื่อคืนผมนอนหลับเร็วมาก คงเพราะฤทธิ์ยาด้วยส่วนหนึ่ง ส่วนพี่ชัชแฟนสุดที่รักของผม ผมไม่แน่ใจว่าพี่เขานอนกี่โมง แต่รอบคล้ำใต้ดวงตากลมโตนั้นก็ทำให้ผมอิ่มเอมใจ
     วันนี้พี่ชัชจะไม่กลับมานอนที่ห้อง ผมบอกพี่ชัชว่าไม่ต้องเป็นห่วง ผมโทรบอกเมษให้มาค้างเป็นเพื่อนผมแล้ว พี่ชัชสัญญาว่าพรุ่งนี้จะรีบกลับมาหาผม แค่นั้นก็พอแล้วครับ
     ข้อสอบไม่ได้ยากอะไร อาศัยที่ผมทบทวนความรู้ความจำทั้งหมดที่ผ่านไปในเทอมนี้ผมก็พอจะตอบได้บ้าง แม้ผมจะไม่ได้อ่านหนังสือเลยแม้แต่น้อยเมื่อคืน แต่ผมก็มั่นใจว่าเกรดของผมจะไม่มีทางต่ำกว่าB เพื่อนๆ ของผมพากันทึ่งที่ผมใช้เวลาจนนาทีสุดท้ายในห้องสอบตามปกติ ด้วยท่าทางสบายๆ หลายคนจึงหาเรื่องแขวะผมอย่างหมั่นไส้
     “เฮ้ย! ขอแบ่งความรู้ในสมองมึงมามั่งดิ๊ต้น ชิลจังนะมึง”
     ผมหันไปมองด้วยหางตาก่อนจะตอกกลับแบบชิลๆ
     “แบ่งให้แล้วสมองนายจะรับไหวเร้อ เอก”
     “ปากดีนักนะมึง”
     แม้เอกจะด่าผมแต่บนหน้าของเขากลับยิ้ม เอกเป็นเพื่อนที่บังเอิญนั่งติดกับผมตอบสอบเก็บคะแนนครั้งแรกครับ แล้วผมก็โดนเขาลอกข้อสอบ ตอนนั้นผมแอบโกรธนะ เกือบจะฟ้องอาจารย์แล้ว แต่ด้วยความที่เอกหน้าดุมาก ตัวหนาๆ ไว้หนวดไว้เคราเสียงเข้มๆ ใครจะไปกล้ามีเรื่องด้วยล่ะ แต่พอสอบเสร็จเอกเขากลับเดินมาหาผม เขามาขอบคุณที่ผมยอมให้เขาลอกข้อสอบ ผมก็ยิ้มสิครับ ไม่กล้าบอกเขาหรอกว่าผมไม่ได้ยอมแต่ผมไม่กล้าฟ้องอาจารย์ แล้วเขาก็บ่นเป็นหมีกินผึ้งว่าไม่เข้าใจ งง ยาก แล้วอะไรดลใจผมก็ไม่รู้ดันพูดออกไปว่า“ทีหลังไม่เข้าใจอะไรก็มาถามเราสิ” แล้วผมก็ช่วยติวให้เขามาตลอดหลังจากนั้น
     “หึๆ ก็บอกแล้ว เขียนเข้าไปเหอะอย่าส่งกระดาษเปล่า จำๆ สูตรหน่อย เขียนๆ ไปเดี๋ยวอาจารย์เขาก็ใจอ่อนให้เอง”
     มีเยอะครับ พวกชอบส่งกระดาษเปล่า พวกชอบเผ่นทันทีที่หมดเวลาเพราะตอบอะไรไม่ได้ ให้ตายเถอะ! ไม่รู้ว่ารุ่นผมตอนจบจะเหลืออยู่กี่คน?
     “ก็กูจำไม่ได้นี่หว่า ถ้าจำได้กูก็เขียนตอบไปแล้ว”
     “ก็บอกแล้วให้มาอ่านหนังสือกับพวกเรา”
     “อยากอยู่ แต่รำคาญคน”
     เอกพูดพร้อมกับบุ้ยปากไปทางเมย์ เมย์กับป่านเดินมาทางผมพอดีครับ เอกก็เลยขอตัวไปนั่งกับกลุ่มของตัวเอง ผมบอกแล้ว มนุษย์สัมพันธ์ผมดีขึ้นเยอะเลย ขอบคุณคำพูดของแหวนจริงๆ ถ้าตอนนั้นผมไม่โดนแหวนพูดแทงใจดำแบบนั้น ป่านนี้ผมอาจจะต้องมาเรียนอย่างเงียบเหงาเข้าคลาสไปวันๆ เพราะผมคงยังไม่รู้ซึ้งถึงความสำคัญของคำว่า“เพื่อน”
     มนุษย์เราเป็นสัตว์สังคมครับ และการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย เราขาดสังคม ขาดเพื่อน ขาดกลุ่มไม่ได้เด็ดขาด ป่านกับเมย์เดินมาทางโต๊ะที่ผมกับโอมนั่งอยู่ส่วนแก้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แต่ไม่รู้ว่าไปป์หายหัวไปไหน เมื่อวานตอนเฝ้าผมก็เอาแต่เล่นเกม ผมล่ะห่วงเพื่อนคิดน้อยคนนี้จริงๆ
     เมื่อเช้านี้ตอนก่อนเข้าห้องสอบ เพื่อนๆ ทุกคนเดินมาถามไถ่อาการผมใหญ่เลยครับ แต่ละคนทำท่าอย่างกับผมไปรบที่สามจังหวัดชายแดนมา กับอีแค่น้ำร้อนลวกเองนะครับ ยิ่งเมย์นี่ทำท่าอย่างกับห้องที่ผมจะเดินเข้าไปเป็นโรงเชือดมากกว่าห้องสอบ จนผมต้องบอกว่าไม่เป็นไรผมยังแข่งกับเธอได้อยู่ เมย์ถึงได้วางใจครับ
   แต่ในระหว่างที่พวกเรากำลังนั่งอ่านหนังสือรอสอบตอนบ่ายนั่นเอง โทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น ผมดูชื่อคนโทรเข้าแล้วก็ตกใจ “เจ้าสัววิรัตน์” อาจารย์ต้นตระการต้องเป็นคนบอกเจ้าสัวแน่ๆ ครับ ผมบอกเมย์ว่าขอตัวแปปนึงก่อนจะเดินเลี่ยงไปรับโทรศัพท์
     “ครับ ต้นน้ำพูดสายอยู่ครับ”
     “อาตี๋เล็ก ลื้อบาดเจ็บเหรอ”
     นั่นไงครับ ผมว่าแล้ว ข่าวไปไวจริงๆ
     “เจ้าสัวทราบได้ยังไงครับ?”
     “อาณีอีบอกอั๊วะ ลื้อเจ็บเป็นอาราย ลื้อไปหาหมอแล้วยัง?”
     “ผมไม่เป็นอะไรมากครับ เจ้าสัวไม่ต้องเป็นห่วง”
     “แต่อาณีอีบอกว่า อาต้นบอกว่าลื้อเจ็บแผลมากๆ เมื่อวานลื้อก็กลับบ้านไม่ไหว กลับไปก็ต้องอยู่คนเดียว ไอ้คนขายยานั่นมันทำกับลื้อแบบนี้ได้ยังไงห๊ะ! ทำไมมันไม่ดูแลลื้อ อั๊วะจะไปรับลื้อมาอยู่กับอั๊วะ!”
     “เจ้าสัวครับ ผมมีสอบนะครับ”
     “แต่ลื้อไม่มีคนดูแล แฟนลื้อมันทอดทิ้งลื้อ”
     “พี่ชัชเขาต้องทำงานครับ ช่วงนี้พี่เขางานยุ่งก็เลยกลับดึกนิดหน่อย เขาไม่ได้ทอดทิ้งผมครับ”
     ให้ตายสิ! ไปกันใหญ่แล้ว! ผมไม่อยากเถียงกับเจ้าสัวเลยครับ ผมไม่ถนัดคุยกับคนแก่จริงๆ แล้วผมก็พูดอะไรไม่ดีกับเขาเหมือนที่ทำกับผู้ชายคนนั้นไม่ได้ด้วย
     “งั้นตอนที่มันไม่อยู่ใครจาดูแลลื้อ ไม่เอาๆ อาตี๋เล็ก อั๊วะจาให้คนไปรับลื้อมาอยู่กับอั๊วะ ลื้อเก็บเสื้อผ้ามาอยู่กับอั๊วะ”
     “ไม่ได้หรอกครับ ผมนัดเพื่อนไว้แล้ว เพื่อนผมเขามาอยู่เป็นเพื่อนช่วยดูแลผมอยู่แล้วครับ ผมไม่ได้อยู่คนเดียว”
     “ไอ้หย๊า! ลื้อต้องอยู่คนเดียวด้วยเหรอ?”
     ผมรู้ได้ทันทีว่าผมเผลอหลุดปากไป เมื่อกี้ผมไม่ควรจะตอบไปแบบนั้นเลย
     “ผมอยู่กับเพื่อนครับ ไม่ได้อยู่คนเดียว”
     “เพื่อนลื้อใครห๊ะ?”
     “เมษไงครับ”
     “ไอ้หย๊า! อากระเทยคนนั้นน่ะนะ! เกิดมันปล้ำลื้อละอั๊วะจะทำยังไง”
     ผมหลุดขำทันที คิดได้ยังไงครับนี่ว่าเมษจะปล้ำผม ฮ่าๆ คุณปู่มักมีมุมแปลกๆ แบบนี้เสมอเลยครับ คราวก่อนพอรู้ว่าผมชอบผู้ชายก็บอกว่าจะหาผู้ชายดีๆ ให้ผม ขอแค่ผมไปอยู่กับแก
     เมษปล้ำผมไม่ได้หรอกครับ แล้วผมก็คงไม่ปล้ำเมษด้วย แถมผมยังถูกพี่ชัชปล้ำไปตั้งไม่รู้กี่ครั้งแล้ว คิดแล้วก็น่าขันจนผมเผลอยิ้มออกมาครับ
     “เจ้าสัวครับ เพื่อนของผมเป็นผู้หญิงนะครับ ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วคนที่จะเป็นฝ่ายเสียหายก็คงเป็นเพื่อนผมมากกว่า แล้วอีกอย่างแฟนผมยังไม่ว่าอะไรเรื่องนี้เลยครับ เขายังบอกเลยว่าดีแล้วผมจะได้มีคนดูแลช่วยทายาให้”
     “แต่อั๊วะไม่ไว้ใจอี!”
     เสียงของเจ้าสัวยังเหมือนคนยังไม่ยอมแพ้ครับ
     “นะครับ ผมไม่ได้เป็นอะไรมาก แผลก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ แค่ต้องทายาทุกวัน เขาจะได้เห็นแต่หลังผมเท่านั้นแหละครับ”
     “แต่อั๊วะเป็นห่วงลื้อ เมื่อวานลื้อยอมให้อาต้นอีไปส่ง แต่ลื้อไม่ยอมมาหาอั๊วะเลย”
     “ขอโทษครับ พอดีช่วงนี้ผมยุ่งๆ”
     “งั้นเสาร์อาทิตย์นี้ลื้อต้องมาหาอั๊วะ อั๊วะจะให้คนไปรับลื้อมากินข้าวที่บ้าน”
     “ครับ เจ้าสัว”
     “ลื้อสัญญาแล้วนะอาตี๋เล็ก ห้ามหลอกคนแก่นะ”
     “ครับผมสัญญา”
     ผมยืนคุยเพลินเลยครับ แต่แล้วผมก็ต้องตกใจเมื่อหันไปเห็นเมย์ยืนอยู่
     “เอ่อ แค่นี้ก่อนนะครับ ผมมีสอบตอนบ่าย ต้องรีบกลับไปอ่านหนังสือแล้ว”
     “เออๆ สอบเก่งๆ ล่ะอาตี๋เล็ก”
     พอเจ้าสัววางสายไป ผมก็หันไปมองเมย์ ผมรอดูว่าเธอจะพูดอะไร
     “คุยเสร็จแล้วเหรอ เห็นนายหายมานานก็เลยมาตาม ไปป์มันงอแงอ่านวิชาบ่ายไม่เข้าใจอ่ะ เรารำคาญเลยจะมาตามนายไปช่วยติวให้มัน”
     “เหรอ ได้สิ”
     แล้วผมก็เดินกลับไปกับเมย์ครับ โชคดีจังที่พักนี้คำเตือนของผมได้ผล เมย์ไม่ค่อยอาละวาดแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของผมแล้ว

     วิชาตอนบ่าย“ยากมากกกกก”ครับ ผมขอบอกแบบนี้เลย ไอ้ที่ยากนี่ไม่ใช่เนื้อหาวิชายากหรอกนะครับ แต่เป็นเพราะเทอมที่ผ่านมาอาจารย์สอนห่วย เอ้ย! สอนเข้าใจยากมากๆ ต่างหากครับ พวกเราเรียนกันแทบไม่รู้เรื่อง จดงานกันมือเป็นระวิง ข้อสอบก็โหดหิน ผมนึกย้อนกลับไปแล้วยังงงว่าอาจารย์แกเอาตรงไหนมาออก ก็ขนาดผมยังออกปากขนาดนี้แล้วคนอื่นจะขนาดไหนคงไม่ต้องบอกนะครับ เดินร้องไห้ออกมาจากห้องสอบกันทุกคน ผมยังเซ็งเลยครับ บอกตามตรงว่าไม่มั่นใจเลย มิน่าพวกรุ่นพี่ถึงได้พูดว่าวิชานี้เป็นวิชาปราบเซียน เฉพาะเทพไร้สามัญสำนึกเท่านั้นถึงจะสอบได้Aวิชานี้!
     แต่พอผมเดินออกมาจากห้องสอบแล้วผมกลับเซ็งยิ่งกว่า พี่ซิคซ์นั่งยิ้มหน้าแป้นแล้นรอผมอยู่!
     ผมเกลียดพี่ซิคซ์ครับ ป่าวหรอกนะไม่ใช่ว่าผมเกลียดเขาแบบที่ผมเกลียดคนอื่นๆ หรอก แต่เป็นการเกลียดแบบแพ้ทางมากกว่า พี่เขามีคาแรคเตอร์แบบอาร์มแต่ดูร่าเริงสดใสกว่าหลายร้อยเท่า แต่ใจจริงนี่ข้างในเจ้าเล่ห์หน้าตายร้ายกว่าพี่ชัชเป็นพันเท่าเลยครับ!
     เดินออกมาเจอกันขนาดนี้แถมพี่ซิคซ์ยังเดินตรงมาทางผมแล้วด้วย ผมก็ต้องยกมือไหว้ครับ
     “สวัสดีครับพี่ซิคซ์”
     พี่ซิคซ์ยิ้มรับไหว้ผมแล้วก็ออกปากทักทายผมกับเพื่อน ราศีหนุ่มไฮโซของพี่ซิคซ์เปล่งออร่าจนแม้แต่ป่านยังละลายเลยครับ ป่านกระตุกแขนเสื้อผมยิกๆ แล้วกระซิบถามผมใหญ่เลยว่าใคร
     “มาหาผมมีธุระอะไรรึเปล่าครับ?”
    กับพี่ซิคซ์ พูดไปเลยตรงๆ ดีที่สุดครับ อย่าไปต่อปากต่อคำกับแก ไม่งั้นจะเจ็บเอง
     “พี่มารับต้นกลับบ้าน ทุกคนเขาเป็นห่วงต้นกัน แต่ต้นดื้อ แม้แต่อาต้นยังเอาไม่อยู่ ป้าณีเลยส่งพี่มาเป็นทัพหน้าปราบพยศต้น”
     เลิกพูดจากำกวมสองแง่สองง่ามแบบนี้ต่อหน้าผมและเพื่อนๆ ได้มั้ยครับพี่ซิคซ์ ผมเกลียดวิธีการพูดแบบนี้ที่สุดเลย ทีนี้แหละทุกคนต้องเม้าแตกแน่ๆ ว่าผมเป็นเกย์ เพราะมีแต่หนุ่มๆ มาหา!
     ให้ตายเถอะ! เมื่อไหร่ไนน์จะกลับมาซะทีนะ? ผมยอมให้ไนน์พาผมไปไหนมาไหนยังดีกว่าต้องมารับมือพี่ซิคซ์แบบนี้!
     “ใครอ่ะแก๊ ใครอ่ะต้น แนะนำหน่อยๆ”
     ยังมีหน้ามายืนยิ้มอีก ผมเกลียดพี่ซิคซ์ สายตาระริกระรี้วิบวับน่าโมโหแบบนั้นผมก็เกลียด!
     “เฮ้ย! ต้นหน้าแดงด้วยอ่ะ”
     อะไรกัน! ผมเปล่านะ!
     “พูดบ้าๆ น่ะไปป์”
     ผมด่าไปป์ไปทีนึง ก่อนจะหลบสายตาสอดรู้สอดเห็นของเพื่อนๆ
     “จะไม่แนะนำพี่ให้เพื่อนๆ ต้นรู้จักหน่อยเหรอ ถ้าต้นไม่ยอมพูดพี่จะเป็นฝ่ายพูดเองนะ”
     พี่ซิคซ์ยิ้มแบบล้อๆ ทำให้ผมตัดสินใจพูดเองทันที เชื่อเถอะครับว่าให้ผมเป็นฝ่ายเอ่ยมันออกมาเองดีกว่าให้พี่ซิคซ์เป็นคนพูดแน่ๆ
     “นี่พี่ซิคซ์ เป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทเราตอนมอปลาย”
     ผมแนะนำตัวพี่ซิคซ์ก่อนจะหันไปแนะนำเพื่อนๆ ผมทีละคน
     “พี่ซิคซ์ครับ นี่โอม ไปป์ ป่าน แก้ว แล้วก็เมย์ เพื่อนคณะเดียวกันกับผมครับ”
     “โห! ควงสาวเยอะขนาดนี้น้องสาวพี่ก็มีคู่แข่งเพียบสิ แค่ยัยไนน์ไปเมืองนอกไม่กี่ปีต้นก็มีใหม่ซะแล้ว ว้าว... ต้นนี่ทำบาปเยอะจังเลยน้า ทำให้คนอื่นหลงรักมากเกินไปแล้ว”
     เงียบใบ้กินกันทั้งแถบจริงๆ ครับ พี่ซิคซ์ปล่อยมุขได้ไม่ถูกเวลามากๆ ทุกคนหันไปมองหน้าเมย์ทันที เมย์หน้าขึ้นสีนิดหน่อย แต่คนที่หน้าเสียที่สุดคือโอมที่ยืนอยู่ข้างๆ ผม และสายตาของพี่ซิคซ์ก็ยิ้มชั่วร้ายมองโอมอยู่
     “เรื่องส่วนตัวของผมกับเพื่อนครับ”
     ผมตอกกลับไปได้แค่นั้นจริงๆ กับพี่ซิคซ์นี่ขอเถอะครับ ผมตอบอะไรไม่ถูกจริงๆ แต่พี่ซิคซ์ไม่หยุดแค่นั้นครับ พี่ซิคซ์วางระเบิดอีกลูกนึงต่อทันที
     “สวัสดีครับน้องๆ พี่ชื่อซิคซ์นะ เป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทอย่างที่ต้นบอก พอดีว่าน้องสาวพี่ไปเรียนต่อต่างประเทศแต่เขาเป็นห่วงต้นที่ต้องอยู่คนเดียวพี่เลยอาสามาดูแลต้นแทนครับ เพราะที่บ้านพี่กับบ้านของต้นสนิทกันมากผู้ใหญ่ก็เลยอยากให้พวกเราดองกัน ใช่มั้ย? เนอะต้นเนอะ”
     ผมลากพี่ซิคซ์ออกจากที่นั่นทันที!
     “พี่ซิคซ์มารับผมไม่ใช่เหรอครับ รถจอดอยู่ทางไหนครับ”
     “ใจร้อนจังต้น ไม่อยู่คุยกับพวกเพื่อนๆ ก่อนเหรอ ฮ่าๆ”
     ถ้าอาร์มเป็นผู้ชายKYโลกสวยที่ทำให้คนรอบข้างมีความสุขเพราะนิสัยซื่อๆ แล้วละก็ ผมขอจัดพี่ซิคซ์เป็นผู้ชายAKYเจ้าเล่ห์หน้าตายนิสัยร้ายกาจที่ทำให้ผมอยากจะบ้าตายครับ!

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


โอม

     “ต้นหน้าแดงใหญ่เลยอ่ะ ดูจิแดงเถือกทั้งหน้าเลย พึ่งเคยเห็นล่ะ”
     “ต้นมีคู่หมั้นคู่หมายแล้วเหรอ? อย่างกับในละครแน่ะ!”
     “อ้าว! งี้แล้วแปลว่าต้นชอบผู้หญิงอ่ะดิ? เมื่อกี้เขาบอกว่าต้นสนิทกับน้องสาวเขาใช่ป่ะแก?”
     ผมเห็นเมย์ยืนนิ่งไม่ตอบอะไร เมย์ก็คงช็อกพอๆ กับผมละมั้งครับ ผมเองก็พึ่งจะรู้เรื่องที่บ้านของต้นจับคู่ให้ แต่แล้วเมย์ก็เริ่มพูดขึ้น
     “เมื่อกี้ ตอนที่เราไปตามต้น ต้นยืนคุยโทรศัพท์อยู่ ต้นพูดกับใครก็ไม่รู้ เรียกเจ้าสัวอะไรนี่แหละ”
     “งั้นต้นก็เป็นลูกคุณหนูจริงๆ เหรอแก?”
     “แต่ว่าต้นขอทุนนะจ้ะ”
     ผมมองแก้วที่แย้งป่าน ผมมองไปป์ที่ทำสีหน้าแปลกๆ แล้วผมก็มองเมย์ที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
     “เราได้ยินต้นเถียงกับคนที่คุยด้วยเรื่องจะมีเพื่อนผู้หญิงมาค้างที่ห้องแล้วต้นก็พูดออกมาว่าแฟนต้นยังไม่ว่าอะไรเลย ต้นคงมีแฟนจริงๆ แล้วแหละพวกแก ฮือๆ
     แล้วเมย์ก็ร้องไห้ออกมา ไปป์ไม่ได้พูดอะไร ป่านรีบกอดเมย์เอาไว้ แก้วก็ค้นหากระดาษทิชชู่ในกระเป๋า ส่วนผมก็...

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



:impress2: ปลื้ม มีคนชมด้วย จะลอยแย้ว!
รักคนอ่านทุกคน ปลื้มคนเม้นเป็นพิเศษ ขอบคุณที่ติดตามกันน้า สัญญาว่าจะพยายามลงเร็วๆ ให้ทันเว็บอื่น เพราะตอนหลังๆ ฉากแรงจนกลัวที่นั่นแบน แหะๆ
แต่ความจริงแอบเกลาสำนวน+ใส่เพิ่มนิดๆ หน่อยๆ ด้วยแหละเลยแอบช้า อ่านตรงนี้จะอิ่มกว่าล่ะ หึๆ

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce

ต้นน้ำ

     “นั่งเงียบเชียวครับน้องต้น”
     ผมอยู่บนรถของพี่ซิคซ์ครับ การรับมือพี่ซิคซ์คือการทำตามใจพี่ซิคซ์ดีกว่าอย่าไปหือกับแกเลย
     “โกรธอะไรพี่รึเปล่าครับ หน้างอเชียว”
     “ขับรถไปเถอะครับ”
     “มือชั้นนี้แล้วพี่ไม่ให้เกิดอะไรขึ้นกับน้องต้นหรอกครับ ไม่งั้นอากงพี่กับน้องต้นเอาพี่ตาย ยิ่งกงวีแกเหลือแต่น้องต้นเป็นหลายชายคนเดียวด้วย”
     ผมเลือกที่จะเงียบครับ การโต้ตอบที่ดีที่สุดคือการเงียบ แล้วปล่อยให้พี่ซิคซ์พล่ามไปคนเดียวครับ
     “แน่ะ เงียบอีกแล้ว ต้องโกรธพี่แน่ๆ เลยอ่ะ”
     ทั้งๆ ที่พี่ซิคซ์รู้ว่าผมโกรธ แต่กลับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่จริงจัง แถมยังมีหน้าเอามือมาขยี้หัวผมเล่นอีก ผมเบี่ยงตัวหลบทันทีแต่ก็เจ็บแผลที่หลัง
     “นั่นๆ เจ็บตัวเลยเห็นมั้ย ความโกรธทำให้คนเราเป็นทุกข์นะครับ ฮ่าๆ”
     “ผมเป็นแบบนี้ก็เพราะพี่ซิคซ์นั่นแหละครับ!”
     “แปลว่าเราโกรธพี่จริงๆ ด้วย ฮ่าๆ ว่าแล้ว”
     เชื่อเค้าเลย! ที่ทำมาทั้งหมดนี่ก็แค่ยั่วผมให้ยอมรับว่าโกรธเขาเนี่ยนะ?
     “พี่พูดความจริงน้า ต้นไม่เห็นต้องโกรธพี่เลย”
     “แต่เรื่องบางเรื่อง เราก็ไม่จำเป็นต้องพูดนี่ครับ”
     “พี่ก็ไม่ได้พูดเรื่องที่ไม่ควรพูดนี่ ไม่ดีรึไงพี่ช่วยดับความหวังเด็กผู้หญิงคนนั้นแล้วก็ปิดทางเด็กผู้ชายอีกคนไปในตัวเลยนะ แถมความลับต้นก็ยังอยู่ดีด้วย”
     “แต่พี่ก็ไม่ควรเอาไนน์มาเป็นเครื่องมือ พี่ซิคซ์พูดแบบนั้น ไนน์จะเสียหายนะครับ ผมกับไนน์เป็นแค่เพื่อนกัน”
     “พี่ก็ไม่ได้บอกว่าต้นกับไนน์เป็นอะไรกันนี่ พี่แค่บอกว่าบ้านต้นกับบ้านพี่อยากให้พวกเราดองกัน”
     ใช่แล้วครับ แม้ตอนแรกที่เจ้าสัวท่านรู้ว่าผมสนิทกับไนน์ท่านจะอยากให้พวกเรารุ่นหลานดองกันอีกคู่ แต่พอรู้ว่าผมชอบผู้ชายและมีแฟนอยู่แล้วซึ่งก็เป็นแค่เซลล์ขายยา เจ้าสัวท่านก็เกิดเป็นห่วงขึ้นมาทำท่าจะจับผมส่งให้พี่ซิคซ์แทน เพราะทางบ้านพี่ซิคซ์ก็สงสัยว่าที่พี่ซิคซ์ไม่ยอมควงสาวที่ไหนซักทีอาจจะเป็นเพราะพี่ซิคซ์ชอบผู้ชาย ทางนั้นไม่คิดมากเพราะมีลูกชายเหลืออีกสองคน แถมคนโตก็แต่งงานมีหลานให้อุ้มแล้ว
     หวยก็เลยมาลงล็อคที่ผมเพราะไม่ใช่ใครที่ไหนหลานๆ คนกันเอง นี่ถ้าเป็นสมัยก่อนผมคงถูกจับยัดใส่เกี้ยวเจ้าสาวส่งถึงมือพี่ซิคซ์ไปแล้วมั้งครับ แถมพี่ซิคซ์ก็ไม่ยอมปฏิเสธอะไรเลย ใครส่งอะไรให้พี่แกก็เล่นไปตามน้ำซะงั้น เขาจับคู่ให้กับผมก็ยิ้มขำๆ ทำหน้าระรื่นยอมรับการจับคู่ของผู้ใหญ่ ไม่มีใครถามผมซักคำ!
     แต่เรื่องนี้ผมไม่กล้าบอกพี่ชัชหรอกนะครับ บอกพี่ชัชไม่ได้เด็ดขาดไม่งั้นมีหวังอาละวาดบ้านแตกแน่ๆ ผมแค่บอกพี่ชัชว่าเจ้าสัวท่านหวงผมก็พอแล้วครับ พี่ชัชเองก็พอจะรู้เลาๆ อยู่แล้วว่าท่านไม่ชอบหน้าตัวเอง แต่พี่ชัชก็ถือดีตรงที่แม่ของผมยอมรับพี่เขา ผมไม่กล้าบอกพี่ชัชว่านอกจากเจ้าสัวจะไม่ชอบหน้าพี่เขาแล้วยังพยายามยัดเยียดผู้ชายคนอื่นให้ผมหรอกนะครับ กลัว!
     ผมเถียงอะไรพี่ซิคซ์ไม่ออกหรอกครับเลยได้แต่นั่งเงียบ แต่พี่ซิคซ์สิยิ้มขำตลอด มีความสุขนักรึไงที่ได้แกล้งผม? แถมยังชอบขยี้หัวผมแบบนี้อีก ผมอนุญาตให้พี่ชัชทำได้คนเดียวนะครับ!
     “แล้วพรุ่งนี้เราจะไปมหาลัยยังไง? ให้พี่ไปรับมั้ย?”
     “ไม่จำเป็นครับ ผมนั่งแท็กซี่เอาได้”
     “งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ไปรับ เอ๊ะ... หรือพี่จะค้างห้องต้นคืนนี้เลยดีน้า พี่มีเสื้อผ้าสำรองติดรถไว้อยู่แล้ว”
     “นั่นมันห้องของแฟนผมครับ ไม่ใช่ห้องผม! ละผมก็มีเพื่อนมานอนค้างด้วยแล้วให้พี่ซิคซ์ค้างด้วยไม่ได้หรอกครับ”
     “ไม่เห็นต้องขึ้นเสียงใส่พี่ขนาดนั้นเลยต้น ตื่นเต้นดีออก พอแฟนไม่อยู่ก็ให้พี่ไปดูแลเราแทนไง ไม่คิดว่ามันน่าหนุกดีเหรอ”
     “สนุกอยู่บนความทุกข์ของคนอื่นน่ะสิครับ ให้ตายเถอะ! ทำไมชอบแกล้งผมจัง?”
     ผมพูดพลางปัดมือพี่ซิคซ์ที่ขยี้ซะจนผมของผมยุ่งไปหมดแล้ว
     “ก็ทีเราล่ะ ทำไมชอบยั่วโมโหลุงต้นจังเลย น่าๆ พี่ขอโทษ พี่เห็นเราชอบทำหน้าบึ้งก็เลยอยากให้ยิ้มบ้าง”
     “โดยการแกล้งผมแบบนี้เนี่ยนะครับ?”
     ผมสาบานกับตัวเองว่าผมจะทำดีกับผู้ชายคนนั้นมากขึ้น ผมรู้แล้วละครับว่าเวรกรรมสมัยนี้เขาตอบสนองรวดเร็วทันใจด้วย4G! และพี่ซิคซ์ก็เป็นเจ้ากรรมนายเวรของผมโดยแท้!
 
     “ถึงแล้วคร๊าบ น้องต้น”
     ผมมองหน้าพี่ซิคซ์ที่ถอยรถเข้าจอดในซองเรียบร้อย อย่าบอกผมนะครับว่า... หลายวันที่ผ่านมานี้ผมอนุญาตให้ผู้ชายคนอื่นขึ้นห้องของผมกับพี่ชัชมากเกินไปแล้ว!
     ผมไหว้ขอบคุณพี่ซิคซ์ที่มาส่งผม แล้วก็รีบลงจากรถทันที
     นั่นไง! พี่ซิคซ์เดินตามผมมาจริงๆ ด้วย ถ้าวิ่งได้แล้วไม่เสียมารยาทผมทำไปแล้วครับ
     “พี่จะตามผมมาทำไมครับ?”
     “พี่หิวน้ำ พี่ปวดฉี่ พี่ง่วง พี่อยากไปพักผ่อนในห้องของแฟนต้น”
     แล้วผมควรจะเถียงกลับไปว่าอะไรดีครับ?
     พี่ซิคซ์ตามผมขึ้นคอนโดมาจริงๆ แถมพอเข้ามาถึงในห้องแล้วก็เดินดูจนทั่ว ค้นโน่นค้นนี่จนแทบจะไม่มีคำว่าเกรงใจ
     “ห้องสวยเหมือนกันนะนี่ กว้างดีด้วย สองห้องนอน แฟนต้นก็เก่งไม่ใช่เล่นนะเนี่ย แพงมะ?”
     “จะซื้อคอนโดบ้างหรือไงครับ?”
     “อื้อ พี่ก็ว่าอยู่ บ้านพี่หลังใหญ่ก็จริงแต่ลูกชายตั้งสามคน ลูกสาวอีกหนึ่ง พี่เป็นคนเล็กซะด้วยไม่รู้จะเหลืออะไรบ้าง ว่าจะหาเมียรวยๆ มีบ้านหลังใหญ่ๆ ไปเป็นเขยร้านเพชรก็ไม่เลว ต้นว่าป่ะ?”
     นั่น! เข้าตัวอีกแล้วครับ ผมอุตส่าชวนเขาคุยดีๆ แล้วนะทำไมถึงโยงเข้าไปเรื่องแบบนั้นอีกแล้วล่ะ?
     ผมได้แต่ภาวนาว่าขอให้เมษรีบๆ มาซะที ผมไม่อยากอยู่กับพี่ซิค์สองต่อสอง บอกตามตรงว่าเดาใจพี่ซิคซ์ไม่ถูกจริงๆ ผมไม่รู้ว่าพี่เขาชอบผู้ชายจริงหรือเปล่า? และยิ่งเดาท่าทางเขาไม่ถูกใหญ่ว่าพี่เขาจะเอายังไงกับผม? ผมได้แต่ภาวนาว่าพี่เขาคงไม่ได้บ้าจี้นึกพิศวาสผมขึ้นมาจริงๆ หรอกนะครับ
     “ส่งผมเสร็จแล้วพี่ซิคซ์ก็กลับไปได้ละครับ เดี๋ยวเพื่อนผมก็มาแล้ว”
     “เพื่อนต้นก็เหมือนเพื่อนพี่แหละ พี่ชอบมีเพื่อนเยอะๆ”
     ผมเลี่ยงเดินหนีไปโทรศัพท์ทันที!
     “เมษ นายอยู่ไหนแล้ว?”
     “เออๆ ใกล้ถึงละ อีกสองป้าย ทำไมยะ?”
     “รีบๆ มาเลย เราต้องการกำลังเสริม!”

     เมษมาแล้วครับ ในที่สุดกำลังเสริมของผมก็มาถึง! เมษสตั้นไปห้าวิกับความหล่อของพี่ซิคซ์ ก็ใครใช้ให้พี่ซิคซ์ขาวตี๋แต่ตาโต แถมยังมีรอยยิ้มอยู่บนหน้าตลอดเวลาละครับ แต่แค่ห้าวินาทีเท่านั้นแหละครับ เพราะพอพี่ซิคซ์เปิดปากออกมาเมษก็แทบถลาเข้าไปตบ
     “โว้ว! เพื่อนต้นนี่สวยจัง ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ยว่ากระเทย”
     ผมบอกแล้วว่าพี่ซิคซ์นี่ปากเสียแบบจงใจ ต่างจากอาร์มลิบลับ
     “แล้วหนูไปเป็นกระเทยบนหัวพี่รึไงคะ!”
     “เปล่าคร้าบ พี่ก็แค่ชม เห็นคนเขาว่ายังไม่เฉาะแท้ๆ แต่สวยขนาดนี้ ซิลิโคนไซส์อะไรครับนี่ ดูเต็มไม้เต็มมือดีจัง”
     เมษเกือบแล่นเข้าไปตบพี่ซิคซ์แล้วครับถ้าไม่ได้ผมดึงไว้ก่อน พวกราศีเมษนี่เป็นแบบนี้ทุกคนเลยรึเปล่า?
     “นังต้น ปล่อยฉัน! ถ้าไม่ได้ตบไอ้บ้านี่ฉันตายตาไม่หลับ!”
     “ฮ่าๆ เพื่อนต้นนี่ตลกจัง แต่เห็นแบบนี้ก็วางใจแล้วล่ะ”
     วางใจ? วางใจอะไรกันครับ ผมตามพี่ซิคซ์ไม่ทันจริงๆ
     “เอาล่ะๆ พี่ขอโทษครับน้องคนสวย พี่ชื่อซิคซ์ครับ น้องชื่อไรเอ่ย?”
     พี่ซิคซ์ยกมือทำท่าขอโทษอย่างน่ารักแล้วก็หยอดคำหวานๆ ใส่ซะจนเมษเผลอเคลิ้ม
     “ชื่อเมษาค่ะ”
     “ชื่อเพราะจังนะครับ ใช่เดิมชื่อเมษรึเปล่าเอ่ย?”
     เลิกกวนตีนคนอื่นได้แค่สองวิเท่านั้นสินะครับพี่ซิคซ์ เมษเลยหันไปแยกเขี้ยวทำท่าอยากเข้าไปหักคอพี่ซิคซ์
     “โอเคๆ พี่ไม่แกล้งพวกเราแล้ว ขอโทษที่แหย่แรงไปครับ พี่ก็แค่อยากรู้อะไรนิดๆ หน่อยๆ อย่าถือสาพี่เลยนะ พี่เป็นพี่ชายของไนน์ ไม่รู้ว่าน้องเมษารู้จักไนน์รึเปล่า”
     เมษหันมามองผมอยู่ครู่หนึ่ง ผมเลยพยักหน้าให้
     “ก็พอรู้จักค่ะ แต่ไม่ได้สนิทมาก หนูเรียนคนละห้องกัน”
     “อ้าว! งี้ก็คนละห้องกับต้นด้วยสิ? แล้วมาสนิทกันได้ไงครับนี่?”
     “อยากรู้ทำไมไม่ถามต้นมันดูละคะ”
     เมษพูดพร้อมกับเดินไปหยิบน้ำในตู้เย็นทาน ส่วนผมก็เอากระเป๋าเมษเข้าไปเก็บในห้องนอนให้ ถือโอกาสหนีเลยครับ ปล่อยให้พี่ซิคซ์ตามกวนเมษไปนั่นแหละ
     “ก็ต้นไม่ยอมเล่าอะไรให้พี่ฟังเลยไง พี่เลยต้องมาถามน้องเมษาเอา น้องเมษาสวยขนาดนี้ ใจดีแน่ๆ เลยใช่มั้ยครับ”
     “ถ้าต้นมันไม่เล่าหนูก็ไม่พูดค่ะ กระเทยก็มีสัจจะนะคะ ไม่ขายความลับเพื่อน!”
     พี่ซิคซ์ยิ้มแบบเจ้าเล่ห์นิด แล้วก็ยอมถอยออกไป
     “โอเค พี่สบายใจละ จะได้กลับบ้านซะที”
     “สบายใจอะไรครับ?”
     ผมตงิดๆ นะ เห็นแบบนี้ ผมสังหรณ์ใจมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว
     “พี่ซิคซ์ พี่วางแผนอะไรไว้แน่ครับ?”
     “ทีตะกี้ก็ไล่พี่กลับจัง แต่พอแบบนี้แล้วก็ดันรั้งพี่ไว้ ต้นนี่เอาใจยากจัง”
     พี่ซิคซ์พูดพร้อมกับหันหลังมาเหล่มองมือผมที่ดึงเสื้อพี่เขาเอาไว้
     “พี่ทำอะไรลงไปแน่ครับ ทำไมต้องหาเรื่องเพื่อนผมขนาดนั้นด้วย?”
     ผมไม่ยอมหรอก ผมทำเสียงเข้มใส่พี่ซิคซ์ทันที มีเมษยืนกอดอกเป็นแบคอัพให้ผมอยู่อีกทาง
     “โอเคๆ เฉลยแล้ว”
     พี่ซิคซ์หันหลังกลับมาประจันหน้ากับพวกเราแล้วเริ่มสาธยายความชั่วร้ายของตัวเอง
     “ก็กงวีเขาเป็นห่วง พี่ก็เลย... เลยทดสอบดูนิดๆ หน่อยๆ ว่าเราสองคนเป็นเพื่อนกันจริงรึเปล่า”
     “คุณพี่คิดว่าหนูจะทำอะไรนังต้นมันเหรอคะ!”
     เมษกรี๊ดลั่นห้องทันทีครับ ท่าทางโมโหมาก เมษเดินมายืนข้างๆ ผมประจันหน้ากับพี่ซิคซ์ทันที
     “คุณพี่คะ! ดูให้ดีนะคะ หนูเป็นกระเทยค่ะ!”
     แต่พี่ซิคซ์ยักไหล่แบบไม่ยี่หระ
     “ก็... อะไรๆ มันยังไม่เรียบร้อยนี่ กงเขาก็เลยเป็นห่วง”
     “จะบ้าเหรอคะ! ถ้าหนูขืนทำอะไรแบบนั้นผัวนังต้นมันได้มากระทืบหนูตาย! แล้วก็ดูปากหนูให้ดีๆ นะคะ กระเทยชอบรับประทานแต่ผู้ชายค่ะ!”
     “แต่ต้นก็เป็นผู้ชายนี่ บางที...”
     “ผมรักแฟนของผมนะครับ แล้วก็ไม่ได้มีนิสัยมักง่ายแบบนั้นด้วย ผมกับเมษเป็นเพื่อนกันครับ!”
     ผมเถียงกลับยืนยันความบริสุทธิ์ใจของตัวเองแล้วหันไปหาแนวร่วมอย่างเมษ แต่ว่า...
     “โอ้ยคุณพี่ขา! อย่าเอานิสัยตัวเองมาตัดสินคนอื่นสิคะ อย่างนังต้นน่ะเหรอคะจะทำอะไรใครเป็น!”
     อ้าวเมษ! ทำไมดูถูกกันแบบนั้นล่ะ? ถึงผมจะรุกพี่ชัชไม่เป็นแต่ผมก็ยั่วพี่ชัชได้นะ อย่างน้อยพักหลังผมก็เริ่มเซอร์วิสพี่ชัชเก่งขึ้นแล้วด้วย
     “ก็เพราะงั้นไงอากงเขาถึงห่วง เขากลัวว่าหลานชายเขาจะโดนปล้ำ”
     “พี่ก็เลยจะมาชิงตัดหน้าปล้ำนังต้นมันก่อนรึยังไงคะ!”
     พี่ซิคซ์หัวเราะกับคำจิดกัดของเมษเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อแบบชิลๆ แต่ผมนี่สิ เหงื่อตก ขออย่าให้พี่ซิคซ์คิดอะไรกับผมเลยครับ
     “เปล๊า! พี่ก็แค่กันท่าไว้เฉยๆ พี่จะปล้ำต้นได้ยังไง พี่ไม่กินน้องตัวเองหรอก เพื่อนน้องก็เหมือนน้องแท้ๆ นั่นแหละ ยิ่งเราสองครอบครัวก็ดองเหมือนเป็นญาติกันอยู่แล้วด้วย”
     พี่ซิคซ์พูดพร้อมกับเอามือมาขยี้หัวผมอีกแล้ว
     “แปลว่ถ้านังต้นมันไม่ใช่น้องนี่พี่ก็งาบสินะคะ”
     “มั้งนะ? เสป็กพี่เลยแหละ ฮ่าๆ ถ้าเป็นผู้หญิงพี่คงบอกเตี่ยไปสู่ขอมาละ ไปนะเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่มารับ!”
     “พี่ซิคซ์!”
     พี่ซิคซ์เผ่นหนีออกจากห้องก่อนผมตวาดเสร็จซะอีกครับ เร็วจริงๆ เลย ผมกับเมษมองหน้ากันทันที แล้วเมษก็จิกผมไปอีกหนึ่งดอก
     “สเน่ห์แรงจริงๆ นะแก กี่คนแล้วล่ะที่มาหลงแกเนี่ย”
     “บ้า! พี่เขาคงพูดเล่นมั้ง ยิ่งกวนๆ อยู่”
     “ฉันบอกแกไว้เลยนะนังต้น ระวังตัวไว้ อีตาพี่ซิคซ์ไรของแกเนี่ยมันเป็นไบย่ะ แล้วยิ่งเป็นคนที่บ้านใหญ่เขาพยายามจับจะคู่ไว้ให้แกด้วยใช่มั้ย? ระวังเถอะอย่าไปยั่วมันมาก เกิดมันถูกใจแกไปมากกว่านี้จริงๆ แล้วแกจะร้องไม่ออก คนแบบนี้น่ากลัวนะแก กินไม่เลือกอ่ะ”
     ผมสับสนนะครับ กลัวด้วย คำขู่ของเมษทำให้ผมกลัว
     “ไม่มั้ง.....”
     “เออๆ ช่างเถอะ เย็นแล้ว จะกินไรย๊ะ? ฉันจะได้ทำให้ ละนี่แผลแกเป็นไงมั่ง มาให้ฉันดูสิ”
     ว่าแล้วเมษก็เจ้ากี้เจ้าการมาถลกเสื้อผมดูแผล พอผมเปิดเสื้อให้ดู เมษเห็นแล้วก็ทำสีหน้าโล่งใจนิดหน่อย
     “โอ้ยค่อยยังชั่ว! ฉันก็นึกว่าเหวอะหวะอะไรซะอีก เห็นแกบอกให้ฉันมาอยู่เป็นเพื่อน”
     “ก็มันเจ็บนี่ เราทายาเองไม่ถึง”
     “ย่ะ แล้วนี่ฉันต้องทำไรบ้าง?”
     “ก็แค่ช่วยเราทายา จะช่วยเราทำงานบ้านด้วยก็ได้นะ”
     ผมอมยิ้มแซวเมษ
     “น้อยๆ หน่อยนังนี่ ว่าแต่อยากกินไรล่ะ ไหนดูซิ ในครัวมีไรบ้าง?”
     “อยากกินต้มข่าไก่”
     เมษหันขวับมามองผมทันที
     “แกว่าอะไรนะ?”
     “อยาก กิน ต้ม ข่า ไก่”
     ผมพูดช้าๆ เน้นทีละคำชัดๆ
     “แกจะกินต้มข่า! ฝันไปเถอะย่ะอีนี่! ละฉันจะไปเสกตะไคร้ที่ไหนมาให้แกย๊ะ!”
     “น่านะ นายมาทั้งที ทำให้เรากินหน่อยสิ ก็นายทำอาหารอร่อยอ่ะ”
     “แล้วฉันจะทำได้ยังไง? แหกตาดูตู้เย็นแกก่อนสิ!”
     “ไปช็อปกัน”
     “เลี้ยงขนมฉันด้วยนะ ไม่งั้นไม่ช่วย”
     “อืม พี่ชัชให้เงินไว้อื้อเลย มีเงินช็อปแล้วล่ะ”
     “ต๊าย! นังนี่ หมกเม็ดเงินผัว!”
     “นิดหน่อยเอง ก็พี่เขาเป็นห่วงเลยให้เพิ่มไว้เผื่อเรานั่งแท็กซี่ แต่เราไม่ได้ใช้ก็เอามาช็อป ไม่เห็นเป็นไร”
     “แผนสูงนะแก เดี๋ยวพรุ่งนี้อีตานั่นก็มารับอีก”
     “บ้า! ไม่เอาแล้วน่ากลัวจะตาย ไม่อยากอยู่ใกล้ๆ หรอก อยู่ด้วยแล้วอึดอัดอกจะแตกตาย”
     ผมพูดพร้อมกับเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอน ส่วนเมษคว้าเสื้อผ้าเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำครับ แต่เราสองคนยังตะโกนคุยกันต่อ
     “อ้าว? งี้แล้วพรุ่งนี้แกจะไปยังไงย๊ะ ฉันมีชั่วโมงเช้าด้วยนะแก”
     “ก็ว่าจะนั่งแท็กซี่ไป แต่ตอนเย็นแม็กซ์บอกจะมาส่ง เห็นบอกว่าว่างจะมากินข้าวด้วย”
     “ผัวแกไม่ตบเอาเหรอ?”
     “ไม่หรอก พี่ชัชอนุญาตแล้ว”
     “เออๆ ทำไรก็ตามสบายเรื่องของแก แต่ฉันไม่ไปด้วยนะมีงาน คงกลับมาดึกๆ หน่อย”
     “อือไม่เป็นไรหรอก พรุ่งนี้นายกลับเลยก็ได้นะ พี่ชัชบอกว่าถ้าเคลียร์งานได้เร็วก็คงถึงดึกๆ พรุ่งนี้เหมือนกัน แต่ถ้าไม่ได้ก็กลับอีกวันนึง”
     “พี่ชัชนี่ก็งานยุ่งดีเนอะ ขยันทำงานงกๆ หาเงินให้แกใช้ น่าอิจฉาอ่ะ”
     “ไว้เราติดต่อเพื่อนพี่ชัชให้มั้ยล่ะ?”
     “บ้า! ไม่เอาหรอกย่ะ ฉันไม่ชอบคนแก่!”
     “พี่ชัชยังไม่แก่นะ! แค่สามสิบสามเอง”
     พี่ชัชของผมยังไม่แก่ซักหน่อยครับ เพิ่งจะสามสิบสามเอง สำหรับผู้ชายถือว่าเป็นวัยกำลังภูมิฐานเลย อบอุ่นดีออก เมษมาว่าพี่ชัชของผมได้ยังไง!
     “แหมแตะต้องผัวแกไม่ได้เลยนะ เชอะ!”
     เมษเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบายๆ ผมเองก็ใส่กางเกงขาสั้นครับ แต่ใส่กับเสื้อแขนสั้นแบบมีกระดุมนะ มันยังเจ็บแผลจนไม่อยากยกแขนใส่เสื้อยืด แล้วกางเกงขาสั้นของผมไม่ใช่แบบสั้นเสมอหูสองคืบแบบของเมษด้วย เป็นกางเกงแบบผู้ชายตามปกติน่ะแหละครับ
     เห็นแล้วทึ่งจริงๆ เพื่อนผมแต๊บได้เนียนมาก แต่เมษเคยบอกผมว่าเป็นเพราะเมษทานฮอร์โมนตั้งแต่เด็กตรงนั้นของเขาก็เลยมีสภาพคล้ายของเด็ก ทำให้แต๊บได้ง่ายเพราะเป็นแค่หนอนตัวเล็กไม่ใช่งู ไม่มีปัญหาอะไรกับการนุ่งสั้นโชว์ขาเนียนๆ นอกจากการต้องคอยแว็กซ์ขนหน้าแข้งบ่อยๆ
     เราสองคนไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้านกัน กลับมาทำอาหาร ทานข้าวเย็น ทำการบ้านไปคุยไป ก่อนต่างคนจะเข้าโหมดอ่านหนังสือเตรียมสอบ แล้วก็ต่างคนต่างก็ไปอาบน้ำเตรียมตัวนอนครับ
     เมษนอนห้องนอนของผมกับพี่ชัชนี่แหละ ความจริงในห้องว่างอีกห้องที่พี่ชัชทำเป็นห้องทำงานก็มีเตียงแบบโซฟาเบดอยู่นะครับ แต่ผมกับพี่ชัชไม่ถือ ผมก็เลยชวนเมษมานอนบนเตียงนี้นี่แหละ ผมจะถือเรื่องนอนทับรอยทำไมละครับก็ในเมื่อคนที่นอนอยู่กับพี่ชัชก่อนหน้าผมก็คือพี่ฟ่างผมยังไม่รังเกียจเลย
     เมษยังขนครีมบำรุงทั้งหลายมาดูแลตัวเองเหมือนเดิม แต่ผมก็มีบ้างแล้วนะครับ หลังจากที่อยู่ด้วยกันแล้วพี่ชัชคลั่งกลิ่นพีช(จากสบู่)บนตัวผมมากๆ พอปีที่แล้วพี่เขาไปญี่ปุ่นแล้วเจอโลชั่นกลิ่นพีชยี่ห้อนึงพี่เขาก็เลยซื้อกลับมาให้ผมลองใช้ครับ บอกว่าหอมดี ผมเองใช้แล้วก็ชอบเพราะมันหอมมาก แล้วก็ทาแล้วผิวนุ่มชุ่มชื่นขึ้นจริงๆ เนื้อครีมไม่เหนอะหนะแถมผมไม่แพ้ก็เลยติดใจครับใช้มาตลอด รอบที่ผ่านมานี่พี่ชัชก็เลยเหมามาทั้งครีมอาบน้ำทั้งโลชั่นเยอะเชียวครับ ใช้ได้อีกครึ่งปีเลยแหละผมว่า
     ทำไงได้ล่ะครับถ้าขืนผมปล่อยให้ตัวเองโทรมผมกลัวพี่ชัชจะเบื่อผมนี่นา แต่พวกครีมบำรุงผิวหน้านี่ผมไม่ค่อยได้ใช้อะไรหรอกนะครับ มีเอาครีมให้ความชุ่มชื้นทาบ้างนิดหน่อย ถ้าสิวขึ้นก็เอาเจลแต้ม คนที่ใช้เยอะหน่อยก็พี่ชัชแหละครับ ก็เป็นผู้แทนนี่นาต้องดูแลหน้าตัวเองบ้างพอสมควร แต่ถึงยังไงก็ไม่เท่าเมษแน่ๆ ครีมบำรุง เซรั่ม อายครีม สารพัดเยอะไปหมดจนผมงง
     พวกเรานอนหลับกันไปทั้งๆ ที่ต่างคนต่างยังมีหนังสือคาอยู่ในมือ ผมก็นั่งท่องสูตรลองทำโจทย์คำนวน ส่วนเมษก็นั่งท่องจำวิชาอ่าน เราตื่นกันอีกทีตอนนาฬิกาปลุกดังราวๆ ตีห้า แล้วพวกเราก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมออกจากบ้านครับ ผมคิดว่าผมพร้อมสำหรับการสอบวันนี้นะ แต่ผมไม่พร้อมที่จะเจอพี่ซิคซ์!
     พี่ซิคซ์มายืดกดออดรอพวกเราตั้งแต่หกโมง! ทำไงได้ ก็เลยต้องให้พี่เขาไปส่งน่ะสิครับ เซ็งจริงๆ เลย...

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ต้นน้ำ

     ความจริงแล้ววันนี้ผมมีสอบบ่ายแต่ที่มาเช้าๆ คือพวกผมนัดกันมาติวนั่นแหละครับ ชีทของผมเป็นที่ต้องการอย่างมากสำหรับเพื่อนๆ แต่ในระหว่างที่กำลังนั่งติวกันอยู่นั่นเอง เพื่อนเด็กภาคเคมีก็เดินเข้ามาหาผมแล้วก็ยื่นถุงอะไรซักอย่างให้
     “ต้น อาจารย์ต้นฝากมาให้นายอ่ะ”
     “เธอเป็นเด็กส่งสารให้อาจารย์เขารึไงนิว?”
     “ย่ะ รับๆ ไปเหอะ เราต้องไปละ”
     นิวพูดแล้วก็วางถุงไว้บนโต๊ะ ผมจะร้องห้ามแต่นิวก็เดินหนีไปซะก่อน
     “นิวเดี๋ยวก่อน เอาไปคืนอาจารย์ให้ที ... ไปซะแล้ว”
     นิวเดินหนีผมไปอย่างรวดเร็ว คงกะมาแล้วว่ามุขนี้ได้ผล แต่ที่ผมคิดไม่ถึงคือไปป์จอมยุ่งเร็วกว่า
     “ไรอ่ะ? ไหนดูดิ๊ ห่อของขวัญด้วย”
     ไปป์เอาของที่อยู่ในถุงออกมาดูแล้วเรียบร้อยครับ
     “มารยาทน่ะสะกดเป็นมั้ยไปป์”
     ผมปรายตามองไปทางไปป์แล้วก็ด่าด้วยน้ำเสียงเย็นๆ แต่อย่างไปป์น่ะเหรอครับจะสลด
     “น่านะ ขอแกะหน่อย เราอยากรู้ว่าข้างในมีอะไร”
     “ถ้านายแกะ นายต้องเอาไปคืนอาจารย์ให้เราด้วย เอามั้ยล่ะ?”
     “ได้เลย!”
     ไปป์... บางครั้งนายก็หน้าด้านเกินไปนะ แต่เอาเถอะ ถือว่าผมได้ประโยชน์ อย่างน้อยก็มีคนเอาของไปคืนแทนผม ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมของถึงถูกแกะ ผมก็ไม่จำเป็นต้องเป็นคนตอบ
     ผมก้มหน้าลงอ่านหนังสือต่อไม่ใส่ใจปล่อยให้ไปป์นั่งแกะของขวัญของผมมันมือ ผมหันไปอธิบายตรงที่ผมพูดค้างไว้ให้โอมฟังต่อ เมย์กับแก้วก็นั่งอ่านหนังสือกันเงียบๆ มาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว มีแต่ป่านที่กระตือรือล้นช่วยไปป์แกะของขวัญสุดฤทธิ์
     “โอ้โห! กระเป๋าตังค์ สวยจัง Pierre Cardin ด้วยคงแพงน่าดูเลยนะเนี่ย”
     ไปป์พูดขึ้นทันทีที่แกะของขวัญชิ้นนั้นเสร็จ ผมเหลือบตาไปมองนิดหน่อย กระเป๋าเงินใบสั้นแบบพับสองตอนสีดำเรียบๆ แต่ตัดเย็บอย่างดี ผู้ชายคนนั้นซื้อกระเป๋าเงินให้ผมเพื่ออะไรนะ?
     “อาจารย์เขาซื้อเป๋าตังค์ให้แกทำไมว... เอ้ย! ต้น...”
     เสียงของป่านที่แปลกไปกระทันหันทำให้ผมต้องเงยหน้าหันไปมอง พร้อมๆ กับที่ไปป์พูดต่อพอดี
     “มีเงินอยู่ในนี้เป็นปึกเลย!”
     ไปป์หยิบแบงค์พันปึกนั้นออกมาจากกระเป๋า ผมรีบคว้ามาดูทันที พวกเราทั้งโต๊ะพูดอะไรไม่ออก อึ้งกันหมดแล้วครับ
     “เท่าไหร่อะ? ไม่ต่ำกว่าหมื่นนึงแน่ๆ เป็นฟ่อนเลย”
     “เราจะเอาไปคืนอาจารย์! พวกนายติวกันไปก่อนนะ เดี๋ยวเรามา!”
     ผมโมโหจนทนไม่ไหวแล้วครับ เขาทำแบบนี้กับผมได้ยังไง! ผมพึ่งจะขอร้องเขาว่าไม่ต้องมายุ่งกับผมไม่ใช่เหรอ
     “เฮ้ยต้นใจเย็นๆ รอเราด้วย”
     ไปป์พูดแล้วก็วิ่งตามผมมาติดๆ ผมวิ่งไปที่ห้องภาคเคมีไม่รอช้าแต่ดันโชคร้ายเขาไม่อยู่ ผมตามหาเขาซะทั่วจนไปป์ต้องเตือนสติผม
     “ต้นๆ ใกล้เข้าสอบแล้ว ไปก่อนเหอะ เดี๋ยวค่อยเอาไปคืนอาจารย์เขาก็ได้”
     “ไม่ได้! ถ้ายังไม่ได้คืนไอ้กระเป๋ากับเงินบ้าๆ นี่เราไม่มีสมาธิสอบแน่!”
     “ต้นมีไรเปล่า?”
     เสียงของอาร์มดังขึ้น อาร์มวิ่งมาหาผมพอดีครับ
     “อาร์ม!”
     ผมโผเข้าไปหาอาร์ม ดูอาร์มตกใจนิดหน่อยก่อนจะลูบหลังปลอบผม
     “มีไร! ใจเย็นๆ เกิดไรขึ้น?”
     “ผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว! เขาทำงี้กับเราได้ไง บ้าที่สุด!”
     “ใจเย็นนะต้น”
     อาร์มหันไปส่งสายตากับไปป์ เพราะผมกำลังดราม่าไม่มีอารมณ์จะเล่าอะไร
     “มีเด็กเคมีเอาของมาให้ต้น บอกว่าอาจารย์ต้นตระการฝากมา แล้วพอแกะออกดู ก็เป็นกระเป๋าตังค์กับเงินเป็นฟ่อนอ่ะ แล้วต้นก็ของขึ้นวิ่งตามหาอาจารย์ซะทั่วอย่างที่นายเห็น”
     “ต้นใจเย็นนะ นายกลับไปสอบก่อน ไว้สอบเสร็จนายค่อยเอาของไปคืนเขาก็ได้ ไม่ต้องรีบคืนหรอก ตอนนี้เรื่องสอบสำคัญกว่านะ”
     อาร์มปลอบผมเหมือนปลอบเด็กแล้วก็ฉวยถุงใส่กระเป๋าสตางค์กับเงินพวกนั้นออกจากมือผมโยนไปให้ไปป์ อาร์มมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมสบายใจเวลาที่อยู่ด้วยกัน ผมไม่อายถ้าต้องร้องไห้ต่อหน้าอาร์ม เพราะผมรู้ว่าอาร์มจะเช็ดน้ำตาให้ผมได้
     “ของนี่ฝากเพื่อนนายไว้ก่อนก็ได้ ไปสอบก่อนนะ เดี๋ยวตอนเย็นพวกเรานัดกับแม็กซ์ด้วยไม่ใช่เหรอ ไว้ละไปหาไรอร่อยๆ กินให้สบายใจกัน”
     อาร์มเดินลากผมกลับไปยังตึกแล้วก็บอกให้ไปป์ช่วยดูแลผมเป็นพิเศษ มีพูดติดตลกทิ้งท้ายไว้ว่าเพราะผมอยู่ในภาวะอารมณ์ไม่มั่นคงอย่างรุนแรงแล้วก็กำชับว่าสอบเสร็จแล้วห้ามไปไหนเพราะอาร์มกับแม็กซ์จะมารอผมที่นี่
     โชคดีที่พักหลังผมหลุดบ่อยจนเพื่อนๆ เริ่มชินแล้วเลยไม่ใคร่จะถือสาหาความอะไรกับผม ทุกคนพากันเบนเข็มไปถามไปป์ด้วยสายตาแต่ไปป์ก็ฉลาดพอที่จะไม่พูดเอาตอนนี้และเบี่ยงประเด็นไปเรื่องอ่านหนังสือสอบแทน ถุงของขวัญนอนนิ่งอยู่ในเป้สะพายของไปป์ๆ ไม่เอาออกมาให้ขัดตาผมเลยแม้แต่น้อย แล้วผมก็เข้าห้องสอบไปทั้งอย่างนั้น นั่งสอบแบบไม่มีสมาธิ จนหมดชั่วโมง....

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
     ผมออกมาจากห้องสอบเป็นคนสุดท้าย แทบไม่รู้ตัวเลยว่าผมทำอะไรไปบ้าง คงไม่ได้แย่มากจนถึงขั้นตกหรอกนะครับ....
     พอออกมาถึงไปป์กับเพื่อนอีกสี่คนกำลังรวมกลุ่มเม้าเรื่องผมอย่างเมามัน พอหันมาเห็นผมทุกคนก็ทำหน้านิ่งๆ กันทันทีเปลี่ยนไปคุยเรื่องสอบ แต่ไม่ใช่ไปป์ พอผมนั่งลง ไปป์ก็ถามผมขึ้นทันที
     “เรานับดูแล้วมีตั้งสองหมื่น สาบานเลยนะว่าเราไม่ได้จิ๊กไปแม้แต่ใบเดียว ไม่เชื่อถามป่านได้ นายจะเอาไงต่อ?”
     “ก็เอาไปคืน”
     “แกจะเอาไปคืนจริงๆ เหรอ? มันเยอะนะต้น แกไม่เสียดายเหรอ?”
     “ไม่ใช่ของๆ เรานี่ป่าน”
     “งั้นแล้วอาจารย์เขาเอามาให้ต้นทำไมล่ะ?”
     ป่านยังคงเซ้าซี้ผมอยู่ แต่แก้วก็ช่วยพูดแก้ขัดให้
     “อาจจะลืมเงินไว้ในนี้รึเปล่าจ้ะ? เราเคยดูข่าวนะ แบบซื้อมาไม่ได้ใช้แล้วก็เอาเงินทิ้งไว้เป็นขวัญถุงไงจ้ะ พอเอาของไปให้คนอื่นก็ลืมหยิบเงินออก”
     “ฉันถึงได้ถามอิต้นมันไงว่าแล้วทำไมอาจารย์เขาถึงต้องให้กระเป๋าตังค์มันด้วย?”
     ป่านเถียงกลับพร้อมๆ กับหันมามองหน้าผม จะให้ผมตอบว่าอะไรละครับ ผมเองก็ไม่รู้คำตอบเหมือนกันนั่นแหละ
     “เพราะว่าถ้าให้แต่เงินต้นจะไม่ยอมรับน่ะสิ เลยต้องให้กระเป๋าเงินพร้อมเงินขวัญถุงที่มากกว่ามูลค่ากระเป๋า”
     อาร์มที่โผล่มาถูกเวลาทุกฉากพูดพร้อมกับนั่งลงข้างๆ ผม โชคดีที่วันนี้เราสอบกันที่ตึกรวม โต๊ะตรงนี้เลยมีที่นั่งเหลือเฟือให้โอมเขยิบออกเว้นที่ว่างให้อาร์มนั่งข้างๆ ผม
     “เราจะบอกไรให้ฟัง เพื่อนเราที่ชื่อต้นน้ำอ่ะ ถึงจะดูเหมือนพวกนิ่งๆ เงียบๆ แต่จริงๆ แล้วชอบดราม่ามาก เกลียดพวกเซ้าซี้ ขี้รำคาญเป็นที่หนึ่ง เป็นพวกไม่ชอบให้ใครเข้ามายุ่งกับเรื่องส่วนตัว ไม่ปริปากพูดอะไรออกมาง่ายๆ หรอก”
     “อาร์ม พูดมากไปแล้วนะ!”
     “อ่ะน้ำ ต้นพึ่งสอบเสร็จคอแห้งอ่ะดิ นี่น้ำแตงโมปั่นที่ต้นชอบด้วยนะเราอุตส่าไปซื้อมาให้”
     อาร์มพูดพร้อมกับถือแก้วน้ำแตงโมปั่นมาคะยั้นคะยอจนหลอดเกือบจะทิ่มปากผม ทำให้ผมต้องรับแก้วมาถือไว้เอง พอเห็นแบบนั้นอาร์มก็ฉีกยิ้มออกมาอย่างร่าเริง
     “แต่ก็อย่าที่เห็น ต้นมันแพ้ทางคนอยู่หนึ่งประเภท”
     อาร์มหันไปมองตากับไปป์อย่างมีความหมาย แล้วก็หันไปมองหน้าทุกคนพลางพูดต่อเหมือนเป็นเพื่อนสนิทกันมานานเป็นชาติ
     “ต้นแพ้คนจริงใจ ใครจะจีบจะเข้าหามันขอให้จริงใจไว้ก่อน ทำดีกับมันเยอะๆ พูดดีๆ ด้วยต่อให้จีบไม่ติดต้นมันก็ใจอ่อน แต่ต้องห้ามทำให้มันอึดอัดนะ ถ้าเผลอทำให้ต้นอึดอัดต่อให้ดีแค่ไหนต้นมันก็วิ่งหนี”
     ตอนที่อาร์มพูดประโยคนี้ อาร์มจงใจหันไปมองหน้าเมย์เป็นพิเศษ แถมยังมียักคิ้วกวนๆ ให้ด้วย เล่นเอาป่านต้องออกโรงปกป้องแทน
     “แล้วทำไมนายรู้ดีจัง เด็กวิศวะแท้ๆ หรือนายเองก็เคยจีบต้น?”
     “เปล่าหรอกเราชอบผู้หญิงไม่จีบต้นหรอก แต่เพื่อนเราเคยจีบต้นน่ะ ต้นไม่เคยบอกเหรอว่าเราอยู่มอปลายห้องเดียวกันกับต้นมาตั้งสามปี”
     “จริงดิ? มิน่านายสนิทกับต้นจัง ขนาดกับอาจารย์ยังเถียงเลย แต่เห็นถ้าถึงมือนายทีไรต้นหือไม่ออกทุกที”
     “ถ้าต้นดื้อมากๆ นายจะใช้วิธีแบบเราก็ได้นะ ฮ่าๆ”
     ผมเห็นอาร์มกับไปป์ประสานสายตากันแล้วรู้สึกแปลกๆ ชักหวั่นใจยังไงพิกลครับ
     “พวกนายหมายถึงอะไรกัน? อย่าทำอย่างกับเราเป็นเด็กนะ นายด้วยอาร์ม อย่ามาเสี้ยมเพื่อนเราหน่อยเลย”
     “ต้นใจร้ายอ่ะ! คนนั้นเพื่อนต้นแล้วเราไม่ใช่เพื่อนต้นเหรอ?”
     อาร์มพูดขึ้นพร้อมกับออดอ้อนด้วยน้ำเสียงน่าหมั่นไส้ แถมยังมีเอาหัวมาถูไหล่ผมอีก มือก็รัดคอผมซะแน่นอย่างกับงูเหลือม!
     “พอเลย! เล่นบ้าไร เราเจ็บหลังนะ”
     “อ้าว! โทษที ลืมไป”
     “งี้ทุกทีอ่ะ คิดก่อนทำซะบ้างเถอะอาร์ม!”
     “ก็คิดมาแล้วว่าทำยังไงจะทำให้ต้นลืม ฮ่าๆ”
     ผมชะงัก...
     “บ้า! ไม่ได้ลืม แต่ถูกนายพาออกทะเลต่างหาก”
     อีกแล้ว... อาร์มทำให้ผมอารมณ์ดีเสมอ และครั้งนี้ก็เช่นกัน ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่ผมมัวแต่อมยิ้มกับมุขงี่เง่าของอาร์มจนลืมความทุกข์ในใจ
     “แต่ก็ลืมได้ใช่ป่ะล่ะ ใจเย็นขึ้นยัง?”
     “อื้ม ขอบใจนะ”
     บรรยากาศแปลกๆ ชวนให้ไม่มีใครกล้าขัด ผมว่างานนี้ต่อให้อาร์มพูดออกจากปากว่าชอบผู้หญิง ผมก็คงไม่พ้นโดนนินทากับอาร์มอยู่ดีนั่นแหละ เล่นมาทำแบบนี้ต่อหน้าชาวบ้าน ผมก็เผลอซะด้วย...
     “ต้นหน้าแดงจริงๆ ด้วยอ่ะ!”
     “ไม่พูดก็ไม่มีใครหาว่าเป็นใบ้หรอกนะไปป์!”
     ผมหันไปเอ็ดไปป์ทันที หน้าแดงอะไรกัน อย่ามาว่าผมแบบนั้นนะครับ!
     “อีกเรื่องลับๆ ของต้นมันก็คือ ความจริงแล้วต้นขี้อายมาก ถ้าเล่นแข่งเกมจ้องตากันนะต้นแพ้ตลอดแหละ แต่กับคนสนิทๆ ด้วยแล้วต้นมันจะขี้อ้อนมาก ถ้าต้นมันเคยอ้อนพวกนายละก็รู้ได้เลยว่าต้นมันยอมรับพวกนายแล้ว”
     “พูดมากเกินไปละ! ว่างนักรึไง?”
     ผมเอาหนังสือฟาดอาร์มไปทีนึงเบาๆ อาร์มแกล้งร้องโอดโอยออกมาพอเป็นพิธีแล้วก็ตอบผม
     “ก็พวกเรานัดกันจะไปกินข้าวไม่ใช่เหรอ? เราอุตส่ามานั่งรอเป็นเพื่อน กว่าแม็กซ์มันจะมาถึง”
     “เฮอะ! เรากับแม็กซ์นัดกัน แต่นายอ่ะส่วนเกิน!”
     “โหย! พอไอ้แม็กซ์กลับมาก็ทิ้งเราเลยนะ ลืมช่วงเวลาดีๆ ตอนปีหนึ่งที่พวกเราสองคนเคยมีด้วยกันไปละเหรอ ต้นอ้า”
     ผมจะโดนข่าวเม้าจับคู่ก็เพราะมุขปัญญาอ่อนแบบนี้ของอาร์มเนี่ยแหละครับ พูดได้ไม่อายปากไม่แคร์ชื่อเสียงตัวเองเลย แต่ผมอายคนอื่นเขานะครับ ยังอยากอยู่แบบสงบๆ ต่อ เพื่อนๆ ในกลุ่มผมนี่แบบว่าเอ๋อกันหมดแล้ว
     “ช่วงเวลาเหี้ยไรของมึง! ต้นอ่ะเป็นของกูมาตั้งนานละ อย่าโม้ไอ้อาร์ม”
     นั่น! ตัวป่วนคูณสอง แม็กซ์มาจากไหนไม่รู้เดินมาตบหัวอาร์มซะหัวทิ่มเลย สองคนนี้ยังเล่นกันแรงเหมือนเดิม
     “ไอ้เหี้ย! มึงทำกูทำไม? กูเพื่อนมึงนะเว้ย! มึงคบกูก่อนไอ้ต้นอีก”
     อาร์ม... ทำไมประโยคตัดพ้อของนายมันปัญญาอ่อนเหมือนสมการรักซ้อนซ่อนชู้ยังไงพิกล! อ๊ะ! ลืมไป ผมต้องรีบห้ามก่อนสองคนนี้จะวางมวยกัน เพราะเพื่อนผมคนอื่นๆ นี่หน้าซีดกันหมดแล้ว
     “มาเร็วจังแม็กซ์ ไหนบอกว่าวันนี้จะช้า?”
     “ก็มีหมาบางตัวมันโทรไปบอกว่าต้นมีเรื่อง เฮ่ย! มึงอ่ะลุกดิ!”
     ว่าแล้วแม็กซ์ก็ทำเกเรเอามือไปสะกิดอาร์มด้วยการผลักจนอาร์มหน้าทิ่ม เล่นเอาโอมที่นั่งข้างๆ อาร์มเหวอไปเลยครับ คือ... แม็กซ์เถื่อนได้ใจจริงๆ ถึงแม็กซ์จะดีกับผมมากขึ้น แต่กับคนอื่นแม็กซ์ก็ยังเป็นแม็กซ์แหละครับ กร่างยังไงก็กร่างหยั่งงั้น
     “นั่งตรงที่ผมก็ได้ครับ”
     ผมเห็นโอมบอกเสียงเบาๆ แล้วขยับตัวลุกอ้อมไปนั่งข้างๆ ไปป์แทน อาร์มเลยกระเถิบตัวออกไป เว้นที่ว่างไว้ให้แม็กซ์หย่อนก้นลงตรงกลางระหว่างผมกับอาร์ม พอแม็กซ์นั่งลงแล้วก็เริ่มกระพือเสื้อทันที
     “ร้อนว่ะ วิ่งมาเหนื่อยโคตร พัดให้หน่อย”
     ผมมองแม็กซ์นิ่งๆ อยู่สามวิ ใช้ใคร? พอแม็กซ์เห็นสีหน้าผมก็เลยเสียงอ่อน
     “นะครับต้น เนี่ยกว่าจะหาที่จอดได้ก็โคตรไกล อุตส่าห์วิ่งมาเพื่อต้นเลย อาร์มมันบอกว่ามีคนทำต้นร้องไห้อีกแล้ว”
     “เอารถใหญ่มา?”
     ผมถามพร้อมกับเริ่มหยิบสมุดมาพัดให้ตามความเคยชิน เรื่องอะไรจะยอมรับว่าผมร้องไห้ละครับ แม็กซ์ตอบแบบไม่ใส่ใจพร้อมกับหันไปคว้าน้ำในแก้วของอาร์มขึ้นมาดูดตามประสาคนเคยชินกับการเบี่ยงประเด็นของผม
     “อื้อ”
     “เนียนเลยนะมึง น้ำกู!”
     “ก็กูจะแดกอ่ะ”
     เพื่อนๆ ผมอึ้งกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของอาร์มเล็กน้อย เพราะอาร์มในตอนนี้แผ่รังสีแบดบอยสุดๆ แต่ก็อย่างว่านะครับ ถ้าไม่ได้เถื่อนพอๆ กับแม็กซ์จะคบกันมานานขนาดนี้ได้ไง แล้วอาร์มก็อยู่วิศวะด้วยนะครับ
     “เอ่อ... ทุกคน นี่แม็กซ์ เพื่อนสนิทของเรากับอาร์มตอนมอปลาย แม็กซ์ นี่เพื่อนเราที่คณะ นั่นไปป์ โอม แล้วนี่ก็ เมย์ ป่าน แก้ว”
     “เออ หวัดดี”
     แม็กซ์พยักหน้าให้คนอื่นแบบเก็กๆ
     “จะไปกันยังอ่ะ?”
     แม็กซ์ถามขึ้น แต่ว่าโดนไปป์ตัดหน้าเสียก่อน
     “เอ่อ คือ... ต้น แล้วนายจะทำยังไงกับไอ้นี่?”
     ไปป์พูดขึ้นพร้อมๆ กับชูถุงเจ้าปัญหาที่ทำให้ผมร้องไห้ขึ้นมา
     “ไอ้นี่เหรอ? มาเดี๋ยวกูเอาไปคืนเอง!”
     แม็กซ์พูดพร้อมกับดึงถุงมาจากไปป์อย่างแรง
     “ถ้ามันทำไรต้นอีกบอกแม็กซ์นะ จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเลย พ่อแม็กซ์รู้จักคนเยอะให้เอาออกจากมหาลัยนี้ยังได้”
     “แม็กซ์ พอเถอะ เราอายเค้า”
     คือ... ผมก็ดีใจนะที่แม็กซ์เป็นห่วงผมขนาดนี้ จะว่าไปแล้วในบรรดาเพื่อนผมทุกคนแม็กซ์นี่แหละที่รู้ดีเรื่องนี้ที่สุด แม็กซ์เคยโดนมากับตัวเองด้วยซ้ำ แต่ว่า... มาโชว์เถื่อนต่อหน้าเพื่อนๆ คนอื่นแบบนี้ผมอายอ่ะ ส่วนอาร์มนั่งกลั้นยิ้มใหญ่เลยครับ ตลกมากนักรึไง? ไม่ช่วยกันห้ามแม็กซ์เลย!
     “แล้วต้นจะเอาไง?”
     “เราจะเอาไปคืนเขา”
     “งั้นแม็กซ์ไปเป็นเพื่อนเอง ไม่ต้องไปสนไอ้อาร์มมัน ไอ้เพื่อนทรยศเอ้ย!”
     แม็กซ์หันไปด่าอาร์ม แต่รอบนี้อาร์มไม่ยอมครับ
     “มึงอ่ะใจเย็นเลย เอะอะมึงก็ใจร้อน คิดดูให้ดีเหอะ กูอ่ะทำเพื่อต้นนะเว้ย ต้นก็เพื่อนกูเหมือนกัน มึงก็น่าจะรู้ดีไม่ใช่เหรอทิฐิไปแล้วได้ไรวะ คุยกันดีๆ ดีกว่าน่า”
     พอโดนประโยคนี้เข้าไปผมกับแม็กซ์ก็สตั้นกันไปคนละสามจุดเจ็ดห้าวิครับ เราสองคนมองหน้ากันต่างคนต่างพูดอะไรไม่ออก แต่แม็กซ์กลับเลื่อนมือมาบีบมือผมเบาๆ ทีนึงก่อนจะปล่อย
     “แต่ยังไงก็ต้องเอาไปคืน เงินตั้งเยอะเรารับไว้ไม่ได้หรอกอาร์ม”
     “แล้วแต่นะต้น แต่คืนดีๆ ล่ะ เดี๋ยวพวกเราไปเป็นเพื่อน”
     อาร์มพูดแบบนั้นแล้วก็ลุกขึ้นรอ ผมกับแม็กซ์มองหน้ากันแล้วก็ลุกตาม ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่อาร์มกลายไปเป็นลูกพี่พวกเราซะแล้ว?
     “เอ้ยๆ ไปด้วย! เราขอไปด้วย!”
     ไปป์ส่งเสียงดังขึ้น ผมเลยหันมามองหน้าไปป์นิดนึง
     “นายจะตามไปทำไม?”
     “เอ่อ... ก็ต้นเป็นคนบอกเองว่าถ้าเราแกะเราต้องเอาไปคืนไง”
     สอดรู้ไปทุกเรื่องเลยนะไปป์! ผมได้แต่ถอนหายใจให้ความอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนคนนี้ แม็กซ์หันมามองหน้าผมนิดหน่อยเหมือนจะถามว่าเอายังไง
     “ตามใจ แต่เราไม่กลับมาตรงนี้แล้วนะ เราจะกลับเลย”
     “ได้!”
     ไปป์รับคำเสียงใสแล้วเดินตามพวกผมมาโดยมีสายตาเป็นห่วงจากเพื่อนๆ ในภาค ทำอย่างกับผมจะพาไปป์ไปเชือดซะงั้น แต่พอมองแม็กซ์ที่อยู่ข้างๆ แล้วก็... วันนี้แม็กซ์ใส่ยีนส์ครับ ยีนส์ขาดๆ กับรองเท้าผ้าใบเซอร์ๆ เสื้อยืดลายแปลกๆ สีน้ำเงินเข้ม ผมที่เริ่มยาวรุงรัง แล้วก็มีหนวดหน่อยๆ สรุปว่าก็ดูเถื่อนนั่นแหละครับ เฮ้อ...
     พอถึงที่หมายอาร์มกับไปป์ก็นั่งรอหน้าห้องครับ ส่วนแม็กซ์แน่นอนว่าไม่มีทางถอยอยู่แล้ว ตามเข้าไปในห้องกับผมด้วย พอผู้ชายคนนั้นเห็นผมกับแม็กซ์มาด้วยกันก็หน้าบึ้งทันทีครับ เขาเกลียดแม็กซ์จะตายผมรู้
     “ผมขอคุยกับอาจารย์เป็นการส่วนตัวซักครู่ครับ”
     ผมบอกแล้วเดินไปห้องข้างๆ รอ ผู้ชายคนนั้นก็เดินตามมาจริงๆ ครับ แม็กซ์ยืนคุมเชิงอยู่ข้างๆ ผม
     “ผมคืนนี้ให้คุณครับ”
     ผมส่งถุงที่ใส่กระเป๋าเงินกับเงินจำนวนนั้นคืนให้เขาแต่เขาไม่ยอมรับกลับพูดเรื่องอื่นออกมาแทน
     “ผมไม่ยักรู้ว่าคุณกลับไปคบกับผู้ชายคนนี้”
     “ผมจะคุยกับเพื่อนคนไหนก็เป็นเรื่องของผมครับ แล้วแม็กซ์ก็เป็นเพื่อนคนสำคัญของผม ขนาดพี่ชัชยังไม่ว่าอะไรเลยแล้วคุณจะห่วงไปทำไมครับ”
     ผู้ชายคนนั้นมองไปทางแม็กซ์อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันมาพูดกับผม
     “ยังไงผมก็อยากให้คุณดูแลตัวเองด้วย”
     “นี่ลุง! ไอ้ที่ผมมาเป็นเพื่อนมันถึงขนาดนี้ไม่เรียกว่าดูแลรึไง แล้วก็ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาวุ่นวายกับต้นด้วย ต้นมันไม่ชอบ เพื่อนคนเดียวผมเทคแคร์เอง”
     แม็กซ์พูดแบบกวนๆ แล้วก็เดินมากอดคอผม ส่วนผมก็ยืนนิ่งๆ ไม่พูดอะไร
     “ไม่มีสัมมาคาระวะ!”
     “ถึงผมจะไม่มีสัมมาคาระวะแต่ผมก็รักเพื่อนครับ แล้วต้นมันก็รักผมด้วย ผมกับต้นกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมแล้วต่อไปนี้คงเห็นผมบ่อยหน่อยนะลุง”
     ผมรีบตัดบทก่อนมันจะลามไปไกลกว่านี้
     “เอาของๆ คุณคืนไปเถอะครับ ผมไม่ต้องการ”
     ผมพูดพร้อมๆ กับพยายามส่งถุงนั่นให้กับเขาแต่เขาไม่ยอมยื่นมืออกมารับซักที
     “ทำไมละต้น? ทำไมคุณอภัยให้ทุกคนได้ยกเว้นผม! คุณจะอภัยให้พ่อแท้ๆ ของตัวเองไม่ได้เลยหรือไง?”
     “ผมก็บอกคุณไปแล้วนี่ครับว่าเพราะอะไร อย่าทำให้ผมลำบากใจเลยนะครับผมขอร้อง”
     เสียงของผมเริ่มเครือจนมีน้ำตาไหลออกมา ให้อภัยเหรอ? ต่อให้ผมให้อภัยเขาแล้วมันจะช่วยอะไรได้! มือของแม็กซ์ที่พาดคอผมอยู่เปลี่ยนเป็นกระชับเข้าเหมือนจะกอดผมแทน สัมผัสเบาๆ จากไหล่ที่โดนตบทำให้ผมรู้สึกกลั้นน้ำตาไว้แทบไม่ไหว
     “คิดซะมั่งเถอะลุง ไม่มีญาติห่างๆ ที่ไหนเขาทำแบบนี้หรอก เคยส่องกระจกบ้างมั้ยว่าหน้าตัวเองกับต้นคล้ายกันแค่ไหน เพราะอะไรต้นมันถึงต้องใส่แว่น ถ้าคนอื่นเขารู้เขาจะมองไอ้ต้นมันในฐานะอะไร ดีไม่ดีที่ต้นมันตั้งใจขยันมาทั้งหมดอาจโดนคนอื่นนินทาเอาอีกว่าใช้เส้นพ่อ แถมยังเป็นพ่อแบบไม่ถูกต้องตามกฏหมายด้วย ลุงชดเชยให้ต้นมันไม่ได้หรอก ไม่กลับไปถามเมียลุงดูล่ะว่าเขายินดีรับไอ้ต้นเป็นลูกมั้ย เขามองหน้าไอ้ต้นสนิทใจรึเปล่า ลุงเป็นพ่อที่ดีไม่ได้แต่อย่างน้อยก็เป็นอาจารย์ที่ดีให้ต้นมันเถอะ อย่ามาวุ่นวายเลย ต้นมันจะอยู่ลำบาก”
     เพราะแม็กซ์พูดขึ้นในเวลาที่ผมไม่กล้าพูด น้ำเสียงจริงจังกับแววตาคมกล้าในดวงตาของแม็กซ์นั้นพูดในสิ่งที่ใครก็ไม่อาจปฏิเสธ ผู้ชายคนนั้นไม่มีช่องจะเถียงอะไรได้เลย
     “แล้วคุณจะให้ผมทำยังไง? ต้นไม่เคยมาหาผม ผมจะไปหาต้นบ้างต้นก็ไม่ยอม ต้นไม่เคยแม้แต่จะโทรศัพท์มาหาผม! ผมจะได้เจอต้นก็เฉพาะเวลาที่ผมใช้ฐานะอาจารย์เท่านั้น! ถ้าผมไม่ทำแบบนี้แล้วผมจะพบลูกได้ยังไง?”
     “แล้วลุงคิดว่าต้นมันสะดวกใจไปนั่งกินข้าวเป็นครอบครัวสุขสันต์กับเมียลุงรึไง? ลุงเป็นถึงอาจารย์คิดได้แค่นี้เหรอ? ลุงพึ่งรู้จักต้นมันได้ไม่กี่ปีลุงก็รอไม่ไหวอยากจะให้ต้นมันยอมรับลุง ใช้วิธีบีบบังคับมันเอาแต่พูดจาไม่ดีกับมันต้นมันคงยอมหรอก! ผมจะบอกให้นะลุง ต้นมันรอลุงมาทั้งชีวิต มันทนกับคำถามของคนอื่นมาทั้งชีวิตว่าทำไมมันถึงไม่มีพ่อ? พ่อมันไปไหน? ทั้งๆ ที่มันรู้อยู่แก่ใจว่ามันเป็นเด็กที่ไม่มีใครต้องการ! แม้แต่แม่แท้ๆ ยังเคยคิดจะกำจัดมัน!”
     “พอเถอะแม็กซ์...”
     เสียงของผมสั่นตามน้ำตาที่เริ่มไหลอาบหน้า แต่แม็กซ์กลับไม่หยุด แม็กซ์ตบบ่าผมเบาๆ แล้วพูดต่อ
     “คุยกันให้รู้เรื่องเถอะต้น ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่เหรอ คนที่ทำให้ต้นต้องเป็นแบบนี้น่ะ”
     “ผมจะเล่าไรให้ฟังนะลุง ความจริงที่ต้นมันหลงรักผู้ชายคนนั้นเพราะมันโหยหาพ่อมาตลอดยังไงล่ะ ผู้ชายคนนั้นเป็นทั้งพ่อทั้งคนรักให้มัน ลุงไม่แปลกใจเลยเหรอว่าทำไมต้นมันถึงไปชอบผู้ชายที่แก่กว่าตัวเองแบบนั้น มันโหยหาพ่อจนเผลอมองตามผู้ชายแก่คราวพ่อคนที่อยู่ใกล้ตัวมันที่สุดไง นอกจากนี้ที่มันมาสนิทกับผมก็เพราะลุงนั่นแหละ ถึงผมกับต้นจะรู้จักกันอยู่แล้วแต่ถ้าไม่เพราะมันอยากประชดลุงต้นมันไม่มาอ่อยผมหรอก สิ่งที่ต้นมันต้องการไม่ใช่พ่อหรือการชดเชย แต่ต้นมันต้องการใครซักคนที่จะรักมัน ลุงถามตัวเองก่อนเถอะว่าลุงรักมันหรือแค่สงสารเพราะรู้สึกผิดรับผิดชอบตามหน้าที่!”
     “ทำไมผมจะไม่รักลูกผม!”
     เสียงที่ตวาดสวนกลับมาทำให้ผมตกใจ ผมไม่ได้ตกใจเสียงตวาดแต่ผมตกใจคำพูดของเขามากกว่า เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินคำๆ นั้นจากปากของเขา
     “ก็แค่นั้นแหละลุง”
     แม็กซ์กระชับอ้อมกอดผมก่อนจะบอกลา
     “แม็กซ์ไปรอข้างนอกนะต้น คุยกันให้เรียบร้อยล่ะ”
     แม็กซ์เดินจากไปทิ้งผมไว้ในห้องนั้นกับเขาสองต่อสอง ผมไม่รู้จะทำยังไงกับทั้งอารมณ์และน้ำตาของผมที่มันกำลังท่วมท้นอยู่ขณะนี้
     “ต้น พ่อขอโทษ อภัยให้พ่อนะ”
     ผู้ชายคนนั้นพูดพร้อมกับดึงผมไปกอด เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่ามันจะเกิดขึ้น ผมได้แต่ยืนนิ่งเพราะความ... ผมสับสนมั้งครับ?
     มันไม่อบอุ่นเหมือนอ้อมกอดของพี่ชัช แต่แรงกอดรัดจากผู้ชายคนนั้นก็สลักอยู่ในความทรงจำของผมไปอีกนาน น้ำตาของผมไหลเปื้อนไปหมด แต่ผมก็สัมผัสได้ถึงหยดน้ำเปียกๆ บนศีรษะของผมด้วยเช่นกัน
     บางครั้งมันก็ไม่ต้องมีอะไรมากมาย บางครั้งแค่การกระทำง่ายๆ บางอย่าง ผมก็พร้อมจะให้อภัยคนอื่นแล้ว เหมือนคำพูดเห็นแก่ตัวของพี่ชัชที่ขอให้ผมอดทนเขา เหมือนข้อความง่ายๆ ของแม็กซ์ที่บอกว่ามีแฟนใหม่แล้ว แค่อ้อมกอดของเขากับคำขอโทษแล้วก็เสียงร้องไห้ สิ่งที่ผมรอมาทั้งชีวิตได้รับการเติมเต็มแล้วครับ
     แต่มันอึดอัด ... คือถ้าคุณยังไม่ลืม ผมโดนน้ำร้อนลวกที่หลังนะครับ แล้วเขาก็ถูหลังผมแรงมากๆ ด้วย ผมเจ็บ! ผมก็เลยขืนตัวออกมานิดหน่อย
     “ผมเจ็บหลังครับ คุณต้น”
     กระดากปากเป็นบ้าเลยครับ ทำไมแม่น้ำต้องตั้งชื่อผมให้เหมือนชื่อเขาด้วยนะ!
     “ผมขอโทษ”
     เราดูขัดเขินกันทั้งคู่ ต่างฝ่ายต่างเงียบไปซักพัก ผมก็เลยตัดสินใจยื่นถุงใบนั้นคืนให้เขาไปอีกที
     “เอามันคืนไปเถอะครับ มูลค่ามันมากไปจริงๆ ผมรับไว้ไม่ได้”
     แต่ผู้ชายคนนั้นกลับล้วงเอากระเป๋าเงินที่ใส่เงินพวกนั้นออกมาจากในถุงแล้วยัดใส่มือผมครับ
     “รับมันไว้เถอะ ผมอยากให้คุณจริงๆ ผมเห็นกระเป๋าเงินคุณเก่าแล้วผมอยากให้อะไรคุณบ้าง ส่วนเงินพวกนั้นก็ถือซะว่าเป็นขวัญถุงเถอะ”
     ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรับมันไว้ แต่ผมก็เปิดกระเป๋าดึงแบงค์พวกนั้นออกมานับ แล้วพอถึงใบที่สิบแปดจนเหลืออีกสองใบผมก็ส่งคืนให้กับเขาครับ
     “งั้นผมขอรับไว้แค่นี้พอนะครับ มากกว่านี้ผมคิดว่ามันมากเกินไป”
     คราวนี้ผู้ชายคนนั้นยอมผมโดยง่าย เขารับเงินที่เหลือคืนไปแล้วก็เปิดปากพูดกับผม
     “คุณมีเพื่อนที่ดีนะต้นน้ำ ทั้งนายอนพัทย์ เด็กคนเมื่อกี้ แล้วก็คนที่เป็นกระเทยนั่นด้วย”
     “ครับ เพราะทุกคนเป็นคนดี นอกจากพวกเขาจะดีกับผมมากๆ แล้วพวกเขายังเข้าใจผม ผมถึงได้รักพวกเขามาก”
     “ดีแล้วล่ะ เพื่อนดีๆ ไม่ได้หาได้ง่ายๆ ยิ่งเพื่อนที่คอยช่วยเหลือกันแบบนี้”
     เขาดูลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะบอกต่อ
     “แต่ถ้าหากคุณมีเรื่องเดือดร้อนอะไร?”
     “ไม่เป็นไรหรอกครับ มีคนต่อคิวรออยู่เยอะเลย นอกจากพี่ชัชกับพวกเพื่อนๆ ของผมก็ยังมีเจ้าสัวกับพี่ๆ บ้านไนน์อยู่อีกครับ ผมเกรงว่าคงไม่ถึงมือ...คุณพ่อหรอกครับ”
     ท้ายประโยคผมแทบไม่ได้ยินเสียงตัวเอง ผมรู้สึกไม่ดีเลยครับ อากาศในห้องนี้มันต้องร้อนมากไปแน่ๆ ผมถึงรู้สึกว่าหน้าตัวเองมันร้อนมากๆ
     เราคุยกันอีกพอสมควรก่อนที่ผมจะออกมาจากห้อง แต่พอผมออกมาก็เห็นแต่แม็กซ์นั่งรออยู่ครับ ไม่เห็นอาร์มกับไปป์
     “อาร์มกับไปป์ล่ะแม็กซ์?”
     แม็กซ์ที่นั่งฟังเพลงอยู่หันมามองหน้าผม ผมเดินไปนั่งข้างๆ แม็กซ์จ้องหน้าผมอยู่ครู่นึงแล้วก็ยิ้มออกมา
     “สบายใจแล้วอ่ะดิ”
     “สบายใจอะไร?”
     “ช่างเหอะ ปากแข็งอย่างต้นอ่ะ แม็กซ์ไม่เซ้าซี้หรอก”
     “บ้า! ปากแข็งไร ตอบเรามาก่อน สองคนนั้นหายไปไหน?”
     “ไอ้อาร์มมันพาเพื่อนนายไปส่ง วางใจเหอะเราขู่มันไปละ ความลับต้นปลอดภัยแน่ เห็นอย่างนั้นแต่ไอ้อาร์มมันก็รู้นะว่าเรื่องไหนควรพูดเรื่องไหนไม่ควรพูด”
     “บ้า! ไปป์ไม่ใช่คนแบบนั้น”
     “เป็นคนแบบไอ้อาร์มแต่ซื่อบื่อกว่าใช่มั้ยล่ะ ฮ่าๆ ต้นนี่แพ้ทางคนแบบนี้เนอะ”
     “แพ้ไร? เปล่าซะหน่อย!”
     ผมเฉไฉสิครับ
     “งั้นถามจริง ในกลุ่มพวกเราสี่คนอ่ะ ต้นชอบใครมากที่สุด?”
     “ถามบ้าไร?”
     “แน่ะๆ ใจจริงชอบไอ้อาร์มมันอ่ะดี้ ถ้าตอนนั้นอาร์มมันไม่ได้มีแฟน ต้นจะยั่วมันแทนเราป่ะ?”
     “บ้า!”
     “เออน่า พูดมาเหอะ สนิทกันถึงขั้นนี้แล้วจะองจะอายไรอีก”
     ผมหน้าแดงนิดหน่อยก่อนจะสารภาพออกมา ก็บอกแล้วว่าพักหลังๆ ผมคุยกับแม็กซ์บ่อย แล้วก็เคยบอกไปตั้งแต่แรกแล้วนี่ครับว่าแม็กซ์เป็นคนที่ผมคุยด้วยเยอะสุดแล้ว แม็กซ์เป็นคนตรง มักจะกล้าถามคำถามแปลกๆ กับผม ซึ่งก็ไม่รู้ทำไมว่าผมถึง... กล้าบอกคำตอบพวกนั้นให้แม็กซ์ฟัง
     “เราคงไม่ยั่วอาร์มหรอก แต่... อาจจะแอบชอบมั้ง”
     ผมตอบแม็กซ์ออกไปแบบนั้น แล้วแม็กซ์ก็พูดในบางสิ่งที่ทำให้ผมอึ้ง
     “ว่าแล้ว มิน่าเมื่อก่อนเวลามีอะไรต้นชอบเข้าข้างไอ้อาร์มมันก่อนตลอดเลย แม็กซ์สังเกตมาตั้งแต่ตอนมอสี่ละ”
     “ก็อาร์มเป็นคนร่าเริง สนุกสนานเฮฮา ใครก็ชอบกันทั้งนั้นแหละ”
     ผมพยายามเฉไฉแม้จะรู้ตัวว่าผมคงหลอกแม็กซ์ไม่สำเร็จ
     “โหย! ชอบอาร์มแต่มาอ่อยแม็กซ์นะ ใจร้ายว่ะต้น! รับผิดชอบเลยนะมาทำคนอื่นเขารักหัวปักหัวปำอ่ะ เนี่ยต้นเป็นผู้ชายคนแรกที่แม็กซ์หลงรักเลย ทำคนอื่นเขาเบี่ยงเบนอ่ะ”
     “ก็มีคนมารักษาให้แล้วนี่ จะให้เรารับผิดชอบไรอีกอ่ะ”
     ไม่รู้ทำไมเวลาที่คนเราสบายใจเรื่องที่เคยทำให้อึดอัดพูดไม่ออกเป็นบาดแผลต้องห้ามก็กลายเป็นเรื่องขำๆ ที่เราเอามาพูดล้อกันได้สนุกปาก คงเพราะผมกำลังสบายใจมั้งครับ พอเรารู้สึกปลอดโปร่งอะไรๆ มันก็เลยโล่งตาม
     “เออ กับหญิงหนุกกว่าจริงๆ นั่นแหละ”
     “ทะลึ่ง!”
     “ทะลึ่งบ้าไรเรื่องธรรมชาติ ตัวเองอ่ะ? เดี๋ยวนี้เชี่ยวชาญอ่ะดิ ได้ทำบ้างป่ะหรือโดนเขาทำอย่างเดียว?”
     “บ้าแม็กซ์! พูดไรไม่รู้ไม่คุยด้วยแล้ว ไปเลยๆ เราหิวแล้ว”
     “แน่ะๆ ทำเขินแล้วเปลี่ยนเรื่อง โดนคนอื่นเอาเปรียบอย่างเดียวอ่ะดิ ตัวเองก็มีเหมือนกัน ไม่ลองดูมั่งว้า”
     “ไม่เห็นจำเป็น ปกติก็โอเคอยู่แล้ว”
     ผมพยายามเชิดหน้าตอบกลับไป เฮอะ! โลกนี้ไม่ได้มีแต่เขาคนเดียวซักหน่อยที่เก่งเรื่องอย่างว่า แม็กซ์ชอบหลงตัวเอง ทำมาเป็นสอนผม ฮึ๊!
     “ละโอเคนี่ฟินป่ะ? หรือต้องทำเองทีหลัง”
     “ก็ฟินตลอดทุกครั้งที่โดนแหละ”
     โอ้ยเขิน! ผมรู้สึกว่าตัวเองหน้าร้อนมากๆ เลยครับ แต่แบบ ... ใจจริงผมก็ไม่ได้อยากจะอวดแม็กซ์หรอกนะ แต่พี่ชัชของผมสุดๆ ไปเลยนี่นา ไม่อยากคุยว่าผมมีความสุขมาก
     “หึๆ โดนเสียบจนเสร็จงั้นอ่ะ? ต้นแม่ง... แฟนมึงเก่งหรือตูดมึงร่านวะ? เหอะๆ”
     ไอ้บ้าแม็กซ์เกรียนปากเสีย! มันหลอกด่าผม!
     “บ้า! หลอกให้เราพูดไรไม่เอาแล้ว ไม่คุยละ! แม็กซ์กวนอ่ะ”
     “โหยๆ หน้าแดงเถือกเลยต้น ฮ่าๆ”
     หลังจากนั้น อาร์มก็เดินไปรอพวกเราที่รถของแม็กซ์เลยครับ วันนั้นพวกเราไปกินชาบูกันโดยมีผมเป็นเจ้ามือ
     ครับ ฟังไม่ผิดหรอก ก็วันนี้ผมอารมณ์ดีนี่นา แถมยังเป็นเพราะเขาสองคน เราสามคนก็เลยไปนั่งกินชาบูด้วยกันสนุกสนาน โดยที่ผมไม่เข็ดกับหม้อซุปร้อนๆ เพราะมั่นใจว่าในกลุ่มพวกเราสามคนไม่มีใครซุ่มซ่ามครับ แถมแม็กซ์ยังให้ผมนั่งข้างในอีกด้วย ทำให้ผมไม่ต้องระแวงคนที่เดินผ่านไปผ่านมา แต่ก็มีข้อเสียนะครับ
     “ต้นๆ หยิบเนื้อให้แม็กซ์หน่อยดิ สัสอาร์มนั่นปลากู!”
     “ต้น ลวกไข่เส้นๆ ให้ที จะเอาไข่เป็นเส้นๆ อ่ะ”
     ทั้งมื้อครับ... แต่เอาเถอะ ก็ผมมีความสุขมากนี่นา วันนี้ยอมๆ ให้ก็ได้ครับ บริการเพื่อนรักของผมทั้งสองคนหน่อยจะเป็นไรไป

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



 :pighaun: อา... ความกวนตีนของแม็กซ์คนละสไตล์กับเฮียชัชเลย ถึงจะหื่นเหมือนกันแต่ระดับความรุนแรงทางคำพูดต่างกันนะ ความคมก็ต่าง
อย่างพี่ชัชจะลูกล่อลูกชนเยอะ เจ้าคารมหยอกแบบนิ่มๆ ให้เขิน แต่กับอิแม็กซ์ ถ้าไปจีบหญิงด้วยคำพูดแบบนี้ระวังมีตบกลับอ่ะ คือมันเกรียนไป หยาบโลนไป เล่นกับเพื่อนไม่เป็นไรนะ แค่เพื่อนคุยกัน คงไม่ถือสากันในหมู่เพื่อน แต่บางทีมันดูล่วงละเมิดเกินไปนิด เอ็งถึงได้จีบต้นไม่ติดไง ฮ่าๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-10-2014 16:55:53 โดย AI.NoR »

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
ไปป์

     อยากรู้มั้ย ว่าอาร์มหายไปไหน? อาร์มเดินกลับไปส่งไปป์ทำไม มีแรงจูงใจอะไร อ๊ะๆ อย่าเชียร์เลย ก็บอกแล้วว่าอาร์มน่ะ “นอมอล”
     มาสิไปป์จะเล่าให้ฟัง

 
     ต้นกับแม็กซ์เดินเข้าไปในห้องพักอาจารย์แล้ว ทำไงดี? ผมอยากรู้จัง แต่ผมไม่กล้าเข้าไปเสือก เพื่อนต้นคนนั้นโคตรน่ากลัวเลย เป็นเด็กที่อื่นแต่กล้าเข้าห้องพักที่ปรึกษาตามต้นเข้าไปติดๆ ผมว่าเพื่อนต้นต้องรู้จักอาจารย์ต้นตระการมาก่อนแน่ ไม่งั้นไม่ทำท่าแบบนั้นชัวร์
     อ้าวต้นเข้าไปแล้วออกมาเร็วจัง? แต่ต้นเดินไปทางห้องว่างห้องข้างๆ แทน เพื่อนต้นคนนั้นกับอาจารย์ต้นก็ตามออกมาแล้วเข้าไปในห้องนั้นด้วย ผมอ่ะอยากตามไปด้วยจริงๆ แต่พอหันไปมองคนที่ชื่ออาร์มที่นั่งรออยู่ตรงข้างๆ ผมแล้วก็...
     “นายไม่ตามไปเหรอ?”
     “ตามไปทำไม?”
     “ไม่เป็นห่วงต้นเหรอ?”
     “ห่วงทำไม?”
     “ก็ต้นชอบโมโหใส่อาจารย์”
     “มีแม็กซ์อยู่ด้วยแล้ว เราไม่ห่วงหรอก”
     “เพื่อนนายเป็นใครอ่ะ? ท่าทางสนิทกับต้นจัง เห็นมารับกันหลายทีแล้ว เพื่อนนายเป็นแฟนต้นเหรอ?”
     “ต้นมันก็บอกไม่ใช่เหรอว่าแม็กซ์เป็นเพื่อน”
     “งั้น เราเปลี่ยนเป็น เพื่อนนายคนนี้ใช่ป่ะที่นายบอกว่าเคยจีบต้น?”
     “เซนส์ดีนี่นา ใช้ได้เลย”
     “งั้นก็แปลว่านายรู้ทุกเรื่องของต้นจริงๆ ด้วย! เล่าหน่อยดิ?”
     “จะรู้ไปทำไม ไม่รอถามต้นเอาเองอ่ะ”
     “อย่างกับต้นจะบอก! นายก็รู้นิสัยต้น”
     “ถ้านายรู้นิสัยต้นนายก็ต้องรู้ดิว่าถ้าขืนเราพูดมาก ต้นต้องโกรธเราแน่ๆ”
     “แต่เราอยากรู้นี่ ต้นบอกนายแล้วทำไมไม่บอกเรามั่งว้า อยู่กันมาตั้งสองปีแล้ว”
     ผมเห็นคนชื่ออาร์มส่ายหัวก่อนนะตอบผม
     “ต้นไม่เคยบอกอะไรเราๆ รู้เอง”
     “จริงดิ งั้นต้นก็เป็นพวกเก็บเงียบกว่าที่คิด”
     “หึๆ ต้นเป็นคนแบบนั้นแหละ”
     “แล้วนายรู้ได้ไง?”
     “เราเดาเอา แล้วพอเดาถูกต้นก็ไม่ปฏิเสธก็เท่านั้นเอง”
     “จริงดิ? เจ๋งว่ะ! เรายังเดาไม่ถูกเลยว่าเรื่องเป็นไงมาไง พอรู้เรื่องนั้นก็ไม่แน่ใจเรื่องนี้ เล่นเกมยังเดาเนื้อเรื่องไม่ยากเท่านี้เลย”
     “ขนาดนั้นเลยนะ แล้วนายเดาอะไรได้แล้วมั่งอ่ะ?”
     “เราเดาว่า ต้นมีแฟนแล้ว และแฟนต้นน่าจะเป็นผู้ชาย แล้วก็... ต้นเป็นอะไรซักอย่างกับอาจารย์ ใช่ป่ะ?”
     ผมถามแต่เขาไม่ยอมตอบผม เอาแต่ยิ้มแล้วก็ส่ายหน้า
     “เราเดาผิดเหรอ?”
     “เปล่า เราหมายถึงเราบอกนายไม่ได้”
     ผมเห็นคนที่ชื่ออาร์มองเข้าไปในห้องที่สามคนนั้นคุยกันอยู่นิดหน่อย ก่อนจะลุกขึ้นยืน
     “กลับกันเหอะ เราจะเล่าไรให้นายฟัง”
     “ทำไมอ่ะ เล่าตรงนี้ไม่ได้เหรอ?”
     “อย่าเลย นายยังต้องกลับไปเล่าให้เพื่อนๆ นายฟังอีกไม่ใช่เหรอ เดินไปคุยไปเหอะ”
     “... ก็ได้”
     ก็พอเขาพูดมาแบบนี้ผมก็อยากรู้นี่ครับ ด้วยความอยากรู้ ผมก็เลยเดินตามเขาไป
     “เมื่อก่อนนะ เราชอบพูดไม่คิด ทำอะไรโดยไม่ทันระวัง”
     “แล้วไง?”
     “เราเคยทำเรื่องผิดพลาดครั้งนึงโดยไม่คิดให้ดีก่อน เราปากสว่างบอกอะไรบางอย่างกับเพื่อนเรา”
     “แล้ว...”
     “มันทำให้ต้นกับเพื่อนเราทะเลาะกัน แล้วต้นก็ไปทะเลาะกับแฟนต้นต่อ”
     “โห! ขนาดนั้นเลย เอ้ย! งี้ก็แปลว่าต้นมีแฟนมาตั้งแต่ตอนมอปลายแล้วดิ โห! ปิดเงียบไม่เคยมีใครรู้เลยอ่ะ ว่าแต่ต้นมีแฟนแล้วจริงๆ ด้วยแฮะ อ้าว? ไมนายเงียบไปอ่ะ?”
     ผมหันไปมองอาร์มที่อยู่ๆ ก็หยุดเดินและก็เงียบไป
     “เปล่า คือเรากำลังคิดอยู่ว่าเราหลุดปากไปแบบลืมคิดอีกแล้วรึเปล่าน่ะ... เอาเถอะ ยังไงนายก็เดาได้อยู่แล้วนี่ว่าต้นมีแฟน งั้นเล่าต่อนะ”
     แล้วหมอนี่ก็เดินตามมาทันผม แล้วก็เริ่มพูดต่อ
     “นายรู้มั้ยผลของมันเป็นยังไง เพื่อนเรากับต้นอ่ะเลิกคุยกันไปเป็นปีเลยนะ ต้นโกรธเพื่อนเรามากเลย เพื่อนเราเองก็โคตรเสียใจเลย พึ่งกลับมาดีกันตอนที่เพื่อนเราสอบได้ใหม่ในกรุงเทพฯ นี่แหละ เพราะต้นเองก็พึ่งให้อภัยเพื่อนเราได้”
     “โห! เพื่อนนายทำไรให้ต้นโกรธอ่ะ? ต้นโกรธโครตนานเลย”
     ผมถามเขาแต่เขาไม่ตอบ ดันถามผมแทน
     “นายก็คิดดูละกันว่าจะเสี่ยงทำให้ต้นโกรธมั้ย? ถ้านายอยากเข้าไปในโลกของต้นอ่ะ ไม่ต้องรีบหรอก อยู่ข้างๆ ต้นไปเรื่อยๆ เดี๋ยวนายก็รู้เอง ต้นอาจจะสร้างกำแพงขึ้นมาหนาแต่หาทางเข้าไม่ยากหรอก”

     คำถามนั้นมันยังวนเวียนอยู่ในหัวผมจนผมเดินกลับมาถึงโต๊ะที่มีเพื่อนๆ นั่งอยู่ อาร์มแยกไปตั้งแต่พูดประโยคนั้นเสร็จ แต่คำพูดของเขายังวนเวียนอยู่ในหัวผม
     ผมชอบต้นนะ เป็นเพื่อนกับต้นแล้วสนุกดี มีคนช่วยติวให้ด้วย แถมต้นไม่เรื่องมาก คบง่าย ผมจะเอาอะไรก็อ้อนได้หมด ต้นทำให้ผมมีความสุขมาก อืม... ผมไม่อยากโดนต้นโกรธแฮะ!
     “อิไปป์! ว่าไงๆ เล่ามาดิ๊เป็นไงมั่ง?”
     ป่านสะกิดผมยิกๆ ให้เล่า เอาละผมตัดสินใจแล้ว!
     “หึ ม่ายเล่าอ่ะ!”
     ผมส่ายหน้าปฏิเสธ เรื่องอะไรจะเสี่ยงทำให้ต้นโกรธผม ต้นโกรธน่ากลัวจะตาย ไม่เอาหรอก!
     “เฮ้ยไรวะ! อุตส่านั่งรอแกนะเนี่ย”
     “ก็ยังไม่รู้จะเล่าอะไรนี่นาต้นไม่ได้บอกอะไร แค่เอาของไปคืน”
     แล้วผมก็โดนคนอื่นโวยใส่นิดหน่อย แต่ผมตัดสินใจแล้วว่าจะไม่พูด ก็...ผมยังไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเลยนี่ครับ ต้นยังไม่ได้บอกอะไรผมเลยนี่นา เอาไว้ให้ผมรู้เรื่องให้ชัดๆ กว่านี้อีกหน่อยนึงเถอะ! ฮ่าๆ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



เอาพ่อหนุ่มทานตะวันมาเสิร์ฟแล้ว! :oni1: จับตาดูน้องไปป์ไว้ให้ดี เด็กคนนี้คือคนที่จะทำให้คนอ่านอยากปาหมอน ฮ่าๆ

เป็นคาแรคเตอร์แนวการ์ตูนที่พยายามใส่เข้าไป เป็นตัวเบรคเรื่องตลอด ฉากไหนมีน้องไปป์ฉากนั้นมีเขวี้ยงเม้า ฮ่าๆ ถือเป็นตัวฮาของเรื่องก็ว่าได้ แต่ตอนท้ายๆ ... อุ๊บส์!

ถ้าพี่ชัชคือพระเอกที่ทุกคนด่าว่าเลว แม็กซ์คือคนที่นักอ่านเชียร์ขาดใจ น้องไปป์ก็คือเด็กที่ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าน่าร๊าก! อ่านไปเรื่อยๆ แล้วคุณจะหลงรักจอมป่วนคนนี้โดยไม่รู้ตัว ฮ่าๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
ดราม่าควีนกับคิงซื่อบื้อ The story after that. # ตอนพิเศษ 3

บทสนทนาระหว่างแม็กซ์และกาย

     “ทำไรอยู่วะรับโคตรช้าเลย”
     “กูลงดันอยู่ มึงมีไรป่าววะ เดี๋ยวกูโทรกลับ”
     “เอาแต่เล่นเกมอีกแล้วอ่ะมึง น่าเบื่อว่ะ”
     “เหี้ยแม็กซ์! ตกลงมึงจะโทรมาด่ากูใช่ป่ะ? กูจะได้วาง”
     “เอ้ยๆ ฟังกูก่อน ห้ามวางนะมึง”
     “เออ แป็บๆ ถือสายรอกูก่อน ออกดันแป็บ ... โอเค ออกละ มึงมีไรว่ามา?”
     “พักนี้มึงติดเกมหนักไปป่าววะกาย”
     “ถ้ากูไม่เล่นเกมแล้วจะให้กูทำไรวะ แดกยาปาร์ตี้แบบมึงเหรอ?”
     “ไอ้สัส กูเลิกแล้ว!”
     “บ้านนอกแบบนี้มีเน็ทให้ใช้ก็บุญแล้ว กูแค่เล่นเกมแก้เซ็งนิดๆ หน่อยๆ เอง”
     “มึงเลิกเล่นเบสจริงอ่ะ?”
     “กูไม่ได้เลิก แต่มันไม่มีที่ให้กูเล่น พวกแม่งมีตัวยืนกันแล้ว ให้กูเข้าชมรมไปทำห่าไรอ่ะ เพลงก็เล่นกันคนละแนว”
     “สม! เสือกเลือกไปโน่นเอง กูบอกให้สอบใหม่เป็นเพื่อนกูก็ไม่ยอม”
     “บ้านกูไม่ได้รวยเหมือนมึงนี่หว่าแม็กซ์ เรียนไปตั้งปีนึงแล้วเกิดจะออกกลางคันแม่กูด่าตาย คะแนนกูดีเหมือนมึงซะที่ไหนได้เรียนมหาลัยรัฐก็บุญแล้ว แถมเกรดปีที่ผ่านมาก็ไม่ได้ทุเรศมากด้วยกูไม่อยากเสี่ยงอีก ตกลงมึงโทรมาทำไมวะ? ทะเลาะกับแฟนอีกเหรอไง”
     “กาย ... กูเลิกกับฟ้าแล้วว่ะ”
     “เออ กูคิดอยู่แล้วว่าคนนี้ก็ไม่รอดหรอก ยิ่งห่างกันแบบนี้ไงมึงก็ต้องเลิก”
     “ป่าว คราวนี้กูไม่ได้บอกเลิกเขา กูโดนบอกเลิกว่ะ”
     “ฮ่าๆ มึงโดนสาวทิ้งเลยเฮิร์ทว่างั้น ฮ่าๆ สมน้ำหน้าว่ะ”
     “ไม่ใช่เว้ย! กูไม่ได้โดนเขาทิ้ง มันห่างกันตั้งแต่กูลงมาอยู่กรุงเทพฯแล้ว พอล่าสุดที่กูโทรไปหาเขา ฟ้าเลยถามกูว่าเป็นเพื่อนกันดีกว่ามั้ย จากกันด้วยดีเว้ย!”
     “ก็ดีแล้วนี่หว่า ไม่ได้โดนผู้หญิงตบหน้า ไม่โดนด่า ไม่โดนมันพาผัวใหม่มากระทืบ แล้วจะโทรหามากูทำเหี้ยไร อย่าบอกนะว่ามึงเสียใจที่เลิกกัน เพราะกูรู้ว่ามึงก็ไม่ได้รักยัยฟ้าไรนี่เท่าไหร่หรอก”
     “เออ กูไม่เสียใจ กูก็แค่เสียดาย ฟ้าดีโคตรอ่ะ สำหรับกูนะ กูไม่เคยเจอใครดีเหมือนฟ้ามาก่อนเลย”
     “หลงเสน่ห์เด็กเรียนแล้วสิมึง ฮ่าๆ เป็นไงล่ะ ความบริสุทธิ์ของผู้หญิงเรียบร้อยมันอร่อยสู้พวกร่านๆ ที่มึงเคยเอาได้มั้ย”
     “เหี้ย! พูดถึงแฟนเก่าคนอื่นให้มันดีๆ หน่อย เงี่ยนนักรึไงมึง ยังซิงอ่ะดิ”
     “เออกูซิง กูซิงอย่างมีศักดิ์ศรีเว่ย! ทำเป็นพูดดีไปเหอะ ถ้ามึงรักเขาจริงมึงไม่ฟันเขาหรอก ต่อให้ดีขนาดไหนมึงก็ฟันแล้วทิ้งเหมือนเดิมแหละวะ กูไม่เคยเห็นมึงจริงใจกับใครซักคน”
     “กูไม่ได้เลวขนาดนั้น”
     “ถ้ามึงไม่เลวแล้วปล่อยเขาไปทำไมวะ ไมไม่รับผิดชอบเขาอ่ะ?”
     “กู...”
     “เห็นป่ะ ฟันได้มึงก็ฟัน พอเขาขอเลิกมึงก็ไม่ยื้อ ถ้ามึงรักเขาจริงดีกับเขาจริงเขาจะขอเลิกกับมึงเหรอวะ? ไม่ใช่พวกแรดๆ ซักหน่อยจะได้ร่านไปเรื่อย เขายอมให้มึงเปิดซิงเชียวนะเว้ย เรื่องอื่นๆ ก็ดีไม่ใช่เหรอ กูฟังกูยังว่าน่ารักเลย แต่มึงก็ยังทิ้งเขาลง ไม่คิดซักนิดอ่ะว่ามึงทำเขาไปแล้ว”
     “เรื่องแบบนี้เดี๋ยวนี้เขาไม่ถือกันแล้ว เป็นสุภาพบุรุษรึไงมึง กอดความซิงมึงเข้าโลงไปเหอะ”
     “เออ! สมัยนี้เขาไม่ถือ แต่กูถือคติว่ารักจริงรอได้เว้ย ถ้ามึงรักคนนี้จริงมึงทำเขาไม่ลงหรอก เพราะมึงไม่ได้รักอ่ะดิมึงเลยทำลง แล้วมึงก็เลิกกับเขาง่ายๆ ไม่ต่างไรกับพวกแรดที่มึงเคยๆ มา ที่มึงเสียดายก็เพราะเขาเป็นคนดี มึงไม่ได้คิดถึงความผูกพันไรพวกนั้นเลย มึงก็แค่เสียดายคนดีๆ ที่ไม่ค่อยโคจรมาเจอมึง เถียงกูดิ ถ้ากูเดาใจมึงผิดเลิกเรียกกูว่าเพื่อนได้เลย!”
     “เออ มึงพูดถูก พอใจยังวะ!”
     “เหี้ยแม็กซ์เอ้ย! เมื่อไหร่มึงจะเลิกเงี่ยนครับ เหลือผู้หญิงบริสุทธิ์ไว้ให้โลกเชยชมบ้างเหอะมึง!”
     “กูไม่ได้เอาใครมาเป็นชาติแล้วสัส!”
     “ฮ่าๆ สรุปที่โทรมาหากูนี่เพราะมึงเสียดายที่ไม่ได้สั่งลากับยัยฟ้าเหรอวะ?”
     “เออ นิดหน่อยว่ะ”
     “ฮ่าๆ กูว่าแล้ว ไอ้ขี้เอาเอ้ย!”
     “สัส! ว่ากู กูขี้เอาคนเดียวที่ไหน เดี๋ยวนี้ไอ้อาร์มก็ใช่ย่อยนะมึง”
     “อ้าว? ยังไงวะ มันอกหักอยู่ไม่ใช่เหรอ? หรืออาร์มมันสำส่อนตามมึงไปแล้ว?”
     “สาวให้ท่ามันโคตรเยอะอ่ะ แจ่มๆ กันทั้งนั้น แม่งเสือกโง่ตื้อแฟนเก่ามันอยู่ได้ เป็นกูอ่ะกูเหมาหมดแล้ว สับรางสนุกเลยมึงเอ้ย”
     “มันยังรักรุ่นพี่คนนั้นของมันมั้ง? ไอ้อาร์มมันรักใครรักจริงมาตั้งนานแล้วนี่หว่า”
     “รักหรือเงี่ยน? กูแปลกใจตั้งแต่เห็นรูปที่มันส่งให้ดูแล้ว ผู้หญิงแรดจะตายไอ้อาร์มเอาไม่อยู่หรอก ไม่ใช่อีนี่รึไงที่ทำให้อาร์มมันเลิกกับแนน มันสารภาพกับกูว่ามันเคยเผลอทั้งๆ ที่ยังคบกับแนนอยู่ด้วยซ้ำ แม่งโดยผู้หญิงหลอกอ่ะดิ พอหมดสนุกโดนเขาเบื่อก็ถูกทิ้ง แล้วก็เสือกโง่ไปตามตื้อกะหรี่อยู่ได้ เป็นกูๆ หาใหม่ดีกว่าว่ะ”
     “ก็เพราะแรดไง อาร์มมันถึงได้ติดใจ ไอ้อาร์มแม่งโง่จะตาย แล้วก็เสือกไปชอบแต่พวกตัวแม่ให้ผู้หญิงจูงจมูก นิสัยอย่างมันกูว่าเหมาะกับพวกหัวอ่อนมากกว่าว่ะ จำตอนมอสี่ได้ป่ะมึง แป้งห้องหกอ่ะ คนนั้นกูว่าโคตรเหมาะกับไอ้อาร์มเลย ชอบเขาแต่ก็ไม่ยอมเข้าไปจีบ มัวแต่เขิน เสร็จหมาคาบไปแดกเลย ยัยแป้งโดนไอ้พี่วุธเจาะซะพรุนแล้วก็ทิ้ง ทำไมพวกดีๆ แม่งต้องชอบแต่พวกร้ายๆ เลวๆ ด้วยวะ แทนที่จะปล่อยให้พวกคั่วกันเองเสือกไปโง่ให้เขาคั่วแล้วก็คายทิ้ง”
     “กูก็ว่างั้นว่ะ ที่จริงก็มีดีๆ หลายคนนะที่กูเห็นแอบชอบมันอยู่ แต่พวกที่เรียบร้อยๆ หน่อยก็เสือกจีบอาร์มไม่ติดอีก แม่งโง่จนไม่รู้ว่าสาวที่คุยด้วยแอบชอบอ่ะ แล้วพอรู้ว่ากูเป็นเพื่อนอาร์ม สาวพวกนั้นก็มาเข้าทางกูอีก กูก็ไม่รู้จะช่วยยังไง”
     “ว่าแต่รู้ดีจังมึง ไปหามันบ่อยเหรอ ไหนอาร์มมันบอกว่าไม่ค่อยได้เจอมึงไง?”
     “ก็ไม่ได้ไปเจอมัน...”
     “...อย่าบอกนะว่า?”
     “...”
     “อีกแล้วเหรอมึง”
     “... เออ กูกลับไปคุยกับต้นเหมือนเดิมแล้ว”
     “เหี้ย! เมื่อไหร่มึงจะเลิกยุ่งกับไอ้เหี้ยนั่นซะทีวะ มันมีผัวไปแล้วนะโว้ย!”
     “กูก็ไม่ได้หวังไรนี่หว่า ก็แค่คุยกันเฉยๆ”
     “คุยเหี้ยไรอ่ะ หน้าอย่างมึงนี่นะไม่คิดเรื่องใต้สะดือ!”
     “เออ กูไม่ได้คิด กับต้นกูไม่ได้คิดไรแล้ว”
     “กล้าสาบานกับกูมั้ยอ่ะ?”
     “...ทำไมวะกาย กูแค่ชอบต้นเฉยๆ ก็ไม่ได้เหรอมึง”
     “มันไม่ได้ก็ตรงที่ไอ้ต้นมันไม่ได้คิดอะไรกับมึงไง แล้วมึงจะไปชอบมันให้ได้อะไรขึ้นมา มึงจะรอให้มันเลิกกับแฟนรึไงวะ?”
     “ทีมึงยังรอไนน์ได้เลย แล้วทำไมกูจะยังรักต้นของกูไม่ได้!”
     “กูไม่ได้รอไนน์! กูแค่ยังไม่เจอใครที่ถูกใจมากกว่าไนน์ ถ้ามีคนอื่นโผล่ตรงหน้ากูๆ ก็พร้อมจะตัดใจจากไนน์แล้วเปิดใจ แต่มึงอ่ะ ยึดติดกับไอ้ต้นมากไปแล้ว ถามจริงเหอะ มันมีไรดีวะ? เอามึงก็ไม่เคยเอา มันทำดีกับมึงรึก็เปล่า ตอแหลจะตาย ทำไมมึงติดใจมันจัง”
     “...”
     “แม่งเอ้ย...”
     “กูไม่รู้ว่ะ... บอกตามตรงกูยังไม่เข้าใจตัวเองเลย ทุกวันนี้กูรู้แค่ว่าเวลาที่ได้อยู่กับมัน ได้ไปส่งมันกลับบ้าน ได้นั่งแดกข้าวด้วยกันกูโคตรมีความสุขอ่ะ ตอนที่คุยกับมันแล้วเห็นมันยิ้มให้กูแค่นี้กูก็พอใจละ กูไม่ขอไรแล้ว ไม่หวังอะไรจากมันแล้วด้วย แค่ได้อยู่กับมันสภาพนี้ไปเรื่อยๆ แลกกับไรกูก็ยอม”
     “มึงนี่เกินเยียวยาแล้วว่ะแม็กซ์”
     “เออ กูรู้ ละมึงรู้ป่ะ วันนั้นที่กูไปหาต้นครั้งแรกอ่ะ ตอนที่กูนั่งเมาอยู่ต้นมันเดินไปซื้อน้ำมาให้กูอ่ะ มันจำได้ด้วยนะมึง พอกูถามว่าจำได้ด้วยเหรอว่ากูชอบแดกอะไร มันตอบว่าไงรู้ป่ะ มันบอกว่าเพราะกูใช้มันไปซื้อบ่อยๆ กูรู้นะว่ามันแขวะกู แต่ในใจกูนี่โคตรปลื้มอ่ะ ขนาดแฟนเซอร์ไพรส์วันเกิดให้กูยังไม่ดีใจเท่านี้เลย ต้นมันจำเรื่องของกูได้ทุกเรื่องเชียวนะเว้ย ทั้งๆ ที่ห่างกันไปเป็นปีแล้วอ่ะ แล้วยิ่งตอนที่กูไปส่งมันนะ ต้นมันร้องไห้แล้วก็ขอโทษกูด้วยนะมึง กูอยากกอดมันชิบหาย แต่กูไม่กล้า”
     “ลองมึงทำงั้นดิ ผัวมันได้ต่อยมึงแน่”
     “ต่างคนต่างอยู่เว้ย! กูคบกับต้นในฐานะเพื่อน ไอ้เหี้ยนั่นไม่มีสิทธิ์มาทำไรกู”
     “เพื่อนมากเลยนะมึง รักหัวปักหัวปำขนาดนี้”
     “ความรักเก็บไว้ในใจกูก็พอ กูเป็นเพื่อนกับต้นแบบบริสุทธิ์ใจเว้ย! ไม่ได้ทำไรมากกว่าที่กูทำกับพวกมึง เพื่อนกันแดกข้าวด้วยกันผิดตรงไหน กูมีรถก็ไปส่งต้นกลับบ้านดิ”
     “แล้วมึงเคยมองพวกกูด้วยสายตาอยากจะแดกลงไปทั้งตัวเหมือนที่มึงมองมันมั้ยล่ะ? มีแต่ควายอ่ะที่เชื่อว่ามึงไม่ได้คิดอะไร ... ไง เถียงไม่ออกเลยดิมึง พวกมึงนี่ก็แปลก คนนึงก็รักอยู่ได้ทั้งๆ ที่รู้ว่ายังไงก็ไม่สมหวังได้แต่เป็นเพื่อนกันไปวันๆ อีกคนก็แกล้งโง่ทำเป็นไม่รู้ว่าคนอื่นคิดอะไรกับตัวเอง ใส่หน้ากากเก่งทั้งคู่ มึงจะทรมานตัวเองไปเพื่ออะไรวะแม็กซ์ กับคนนิสัยอย่างไอ้ต้นกูไม่สงสัยหรอก มันเป็นงี้อยู่แล้ว แต่มึงอ่ะ ยอมทรมานตัวเองขนาดนี้ทำไม”
     “กูไม่ได้ทรมาน จริงๆ นะกาย กูไม่ได้ทุกข์อะไรแม้แต่นิดเดียว มันเหมือนกับว่ากูปลงแล้วอ่ะ แค่เห็นต้นมีความสุขก็กูพอใจแล้ว แค่ได้รักมันไปเรื่อยๆ ไม่ได้ต้องการไรจากมัน”
     “แล้วผัวมันอนุญาตให้มึงแอบรักรึเปล่าวะ? ระวังไว้เหอะมึง อย่าทำให้คนที่มึงรักเดือดร้อนเพราะมาเป็นเพื่อนกับมึงก็แล้วกัน”
     “กู... กูว่าคงไม่มีไรหรอกมั้ง กูเคยเจอแฟนมันบางครั้งเวลากูไปส่งมันที่ห้องอ่ะ ก็ไม่เห็นต้นมันผิดปกติอะไร กูกับแฟนมันต่างคนต่างอยู่อ่ะ”
     “เออ ดีแล้ว กูไม่อยากเห็นมึงทำบาปอีก ถึงกูจะเกลียดไอ้ต้นแต่เรื่องนึงที่กูยอมรับก็คือเรื่องที่มันรักแฟนมันมากนี่แหละ ถ้ามีผู้หญิงมาทนกูขนาดที่ไอ้ต้นมันยอมแฟนมันนะ กูรักตายเลย”
     “เพราะงี้มั้ง กูเลยโคตรรักมันเลย ไม่เคยมีใครทำดีกับกูเท่าดีต้นเคยทำเลยนะมึง แต่แม้ฟ้ายังทำให้กูได้ไม่เท่าครึ่งที่ต้นเคยทำเลย เสียดายว่ะถ้าต้นเป็นผู้หญิงนะ กูจะทำให้ต้นท้องแล้วบอกป๋าให้จับแต่งแม่ง”
     “เป็นหนักนะมึง”
     “เออ กูรู้ ถึงได้โทรมาหามึงนี่ไง อึดอัดจะตายห่าแล้ว ไม่อยากคุยกับอาร์มมันเดี๋ยวแม่งก็เสือกพูดมากอีก”
     “ซวยกูต้องมานั่งฟังมึงเพ้อหาไอ้ต้นมันอีก สัส! ไม่ไปเมาล่ะมึง ไม่แดกเหล้าแล้วเหรอไง?”
     “พักนี้กูไม่ค่อยดื่มแล้วว่ะ ไม่อยาก”
     “ไมวะ?”
     “ต้นมันขอ มันบอกว่าเสียสุขภาพ”
     “ไอ้เหี้ย!”
     “ฮ่าๆ”

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


สองเพื่อนซี้แต่หนึ่งคู่อาฆาต! ฮ่าๆ บางทีก็รู้สึกว่าเวลาแม็กซ์อยู่กับกายมันมุ้งมิ้ง แต่สารพัดสัตว์หลุดออกมาอื้อเลย ขออภัยจริงๆ น้อ แต่เวลาสองคนนี้คุยกันมันก็เถื่อนแบบนี้แหละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-10-2014 11:16:10 โดย AI.NoR »

ออฟไลน์ bebe

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 672
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-5
ีวันนี้มาเต็มอีกแล้ว ชอบมากๆๆๆ  ฉากต้นกับพ่อคืออ่านแล้วน้ำตาไหลเลยย คือเหมือนต้นอึดอัดมานาน วันนี้มันได้ทลายไปหมด คือแบบอธิบายความรุ้สึกไม่ถูก แลัก็ฉากแม็กโทหากาย คือแบบเรียลมาก ชอบ เขียนได้ธรรมชาติมากเรยย

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
เมื่อเด็กเลี้ยงแกะไปทะเล

ไปป์

     พวกเรากำลังจะไปเที่ยวกันคับ ภาคของเรา ปีสองทั้งยี่สิบเอ็ดคนกำลังจะไปเที่ยวกัน ... แต่เอาเข้าจริงรวมตัวกันยังได้ไม่ถึงสิบห้าคนเลย แย่จัง แต่อย่างน้อยแก๊งผมก็มาครบนะ ทั้ง ป่าน แก้ว เมย์ โอม แล้วก็ต้นด้วย พวกเรานัดกันหลังสอบเสร็จ รถตู้สองคันราคาพิเศษโดยบ้านเป้มารับพวกเราที่ตึกภาค ถึงการไปเที่ยวหนนี้พวกเราจะไปกันเองในชั้นปีแต่รุ่นพี่บางคนที่สนิทกันขอไปด้วยก็มี แต่งานนี้จะรุ่นพี่หรือรุ่นน้องก็หารเท่ากัน ฮ่าๆ
     วันนี้พวกเราแอบอึ้งกันนิดหน่อย ต้นที่มารอตั้งแต่เช้าสะพายกระเป๋ากีต้าร์มาด้วย! ต้นเท่จัง
     “ต้น นายเอากีตาร์มาด้วยเหรอ?”
     “อ้าว ก็พัทบอกว่าใครมีกีตาร์ก็ให้เอามาด้วย... ไม่ใช่เหรอ?”
     ต้นพูดพร้อมๆ กับมองไปทางพัท คือที่ต้นพูดมันก็ใช่อยู่นา แต่ว่าต้นแบกกีตาร์มาให้เนี่ย ผมนึกไม่ถึงจริงๆ
     “นายมีกีตาร์ด้วยอ่ะ เจ๋งเป้ง!”
     เอ ผมพูดไรผิดเหรอคับ? ต้นทำหน้าเซ็งๆ ใส่ผมอีกแล้ว
     “ไปป์ เราอยู่ชมรมดนตรีนะ”
     อ้าวเดินหนีผมไปซะละ ต้นโกรธอะไรผมเนี่ย?
     พอถึงตอนขึ้นรถ พวกเราสิบสี่คนกับรถตู้สองคัน ที่ว่างเหลือเยอะเลยแฮะ แต่พอไปๆ มาๆ ก็มีคนโทรมาบอกว่าจะไปด้วยอีก ไอ้อัฐจอมตื่นสาย! พวกเราก็เลยต้องรอกันเกือบชั่วโมง แล้วก็มีพวกที่พึ่งรู้ข่าวแต่ขอติดไปด้วยเพิ่มอีก เสื้อผ้าไปหาเอาข้างหน้าประมาณพกแต่ใจไปทะเล พอขึ้นรถอีกทีไหงมันถึงกลายเป็นสิบเจ็ดคนได้ก็ไม่รู้?
     แก๊งพวกผมนั่งรถตู้คันเดียวกันหมดอยู่แล้ว พวกเราปล่อยให้สามสาวนั่งหลังสุดจะได้เป็นส่วนตัวไปเลย มีเอกกับนนมานั่งด้วยที่แถวหน้า ส่วนต้น ผม แล้วก็โอมนั่งอยู่แถวกลาง โดยที่ต้นเลือกนั่งตรงกลางส่วนโอมเลือกเบาะเดี่ยว
     ไม่รู้ว่าต้นไปทำอะไรมา พอขึ้นรถได้ก็หลับเลยแฮะ แถมหลับแบบไม่สนใจอะไรด้วย พวกสามสาวก็เลยคุยจุ๊กจิ๊กอยู่ข้างหลัง ส่วนโอม พอเห็นต้นหลับก็เลยหลับตาม ผมก็เลยหงอยๆ เพราะพอหันไปสะกิดไอ้พวกคู่หน้าพวกมันก็เอาแต่คุยกันเรื่องบอล ผมเซ็งๆ ก็เลยหลับตาม สรุปว่ารถคันพวกเราเลยหลับกันหมดเกือบทั้งคัน

     ผมรู้สึกตัวอีกทีตอนที่ต้นสะกิด
     “ไปป์ พี่เขาจอดแวะปั้ม ไปเข้าห้องน้ำมั้ย?”
     “หา อือ”
     แล้วผมก็เดินตามต้นไปเข้าห้องน้ำ พวกที่อยู่รถอีกคันคงมาถึงก่อนพวกเราเพราะผมเห็นแต่ละคนถือของกินจากร้านสะดวกซื้อในปั้มแล้ว ว่าแต่เมื่อกี้ผมลืมสังเกตสาวๆ กลุ่มผมกับโอมไปเลย
     “โอมล่ะต้น”
     “หลับอยู่”
     “อ้าว แล้วทำไมไม่ปลุกโอมล่ะ?”
     “โอมเขาไม่ได้ธุระเยอะเหมือนนาย ก่อนขึ้นรถนายกินน้ำไปตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ?”
     เอ... มันแปลว่าอะไรหว่า? ช่างเถอะ ผมควรจะตั้งสมาธิให้ดี ไม่งั้นการควบคุมมันจะไม่แม่นคับ เสร็จแล้วก็ต้องสะบัดปลายซะหน่อย เรียบร้อย
     “ล้างมือด้วยล่ะไปป์ อย่าซกมก!”
     “เออๆ รู้แล้ว”
     ผมหันไปตอบต้นที่ทำธุระเรียบร้อยแล้วและกำลังล้างมืออยู่ จุกจิกจังน้า
     แต่ต้นยิงกระต่ายเร็วชะมัด ผมว่าต้องเป็นเพราะผู้ชายคนที่ยืนตรงโถฉี่ข้างต้นแน่ๆ เลยคับ ผมเห็นมันแอบมองของต้นด้วยแหละ ผมก็เลยแอบมองของต้นบ้าง ของๆ ต้นขลิบออกหมดเลยไม่เหมือนกับของผมที่ขลิบออกครึ่งเดียวเลยยังมีหนังให้รูดอยู่นิดหน่อย ไว้วันหลังผมต้องถามต้นละว่ามันต่างกันมากมั้ยตอนทำอย่างว่า
     จะว่าไปวันนี้ต้นดูเท่ไปอีกแบบแฮะ ต้นใส่เสื้อยืดสีฟ้าขาวเป็นลายเพ้นท์เท่ๆ แล้วก็กางเกงเซิร์ฟสีขาวลายกราฟฟิคดำน้ำเงิน ถ้าไม่บอกผมก็ไม่รู้จริงๆ ว่าต้นเป็นเกย์ เพราะต้นดูไม่ได้ตุ้งติ้งหรือพยายามทำตัวแมนๆ เท่ๆ เล่นกล้ามไว้หนวดทำนองนั้น ต้นดูปกติเหมือนพวกเด็กสายวิทย์ทั่วไป เสียงของต้นเวลาพูดก็ปกติติดจะเย็นเฉียบด้วยซ้ำเวลาดุผม แม้แต่บางทีต่อให้ต้นกำลังแซวคนอื่นอยู่ต้นก็ชอบปล่อยมุขหน้าตาย ผมมักจะรู้ตัวช้าเสมอว่ากำลังโดนต้นหลอกด่า ไม่รู้ทำไมต้นถึงได้ชอบแกล้งผมจัง แต่ผมไม่โกรธต้นหรอกนะเพราะต้นเป็นเพื่อนผม
     แต่เรื่องที่ต้นเป็นเกย์ ผมแค่เดาเอานะคับ ยังไม่มีหลักฐานหรือว่าเคยไปถามต้นตรงๆ หรอก กลัวต้นโกรธเอา เพื่อนของต้นที่ชื่ออาร์มบอกว่า ต้นงอนน่ากลัวมากๆ
     พอออกมาจากห้องน้ำผมเห็นโอมกับต้นกำลังยืนคุยกันอยู่เลยเดินไปหาสองคนนั้น
     “อื้อ เอาน้ำไรมั้ย?”
     “เดี๋ยวเราไปดูเองดีกว่า หิวน้ำ”
     “คุยไรกันอ่ะ?”
     “จะเอาไรมั้ยไปป์? เรากับโอมจะไปมินิมาร์ท”
     “ไปด้วย”
     พวกเราเข้าไปในร้านแล้วก็เจอเข้ากับพวกรุ่นพี่กำลังกวาดเบียร์กับเหล้าลงตระกร้ากัน ผมก็เลยเดินไปคุยกับพวกรุ่นพี่ พี่โออายุเกินยี่สิบแล้ว ซื้อเบียร์ได้ แต่ผมยังไม่ถึงคับเลยยังซื้อไม่ได้ เสียดายจัง
     “โอ้โห! ตุนไว้ขนาดนี้เลยเหรอคับ”
     “เออ สนป่าว สนก็หยิบมาไอ้น้อง”
     “ไม่ดีมั้งครับพี่ ปล่อยไอ้เด็กนี่ไปเถอะครับ”
     อ้าวๆ ทำไมต้นมาขัดคอผมแบบนี้ล่ะ แถมยังลากผมหนีพวกพี่ๆ อีก เบียร์ของผม!
     “นายลากเราออกมาทำไม”
     “นายดื่มเป็นเหรอ?”
     “ไม่เป็น”
     “งั้นก็อย่าดื่ม ถ้าจะดื่มไว้ไปดื่มกับคนที่นายไว้ใจ มาข้างนอกแบบนี้ดื่มแล้วอันตราย เกิดไรขึ้นมาจะช่วยตัวเองลำบาก”
     ผมไม่ค่อยเข้าใจความหมายของต้นซักเท่าไหร่ แต่ก็เอาเถอะคับ อ้าว! นั่นพวกพัทนี่นา มันก็หยิบเบียร์เหมือนกัน
     “ต้น พวกนั้นยังซื้อเลย ใครๆ ก็ดื่มกัน”
     “ใครๆ ก็ดื่มไม่ได้แปลว่านายต้องดื่มตาม แล้วอีกอย่างระดับพัทกับนายน่ะคนละชั้น อย่างนายอย่าดื่มเลยไปป์”
     ผมหงุดหงิดหน่อยๆ นะ คนละระดับกันนี่หมายถึงอะไร? ผมงอนต้นแล้วจริงๆ นะ เรื่องอะไรมาว่าผมแบบนี้!
     “อย่าโกรธต้นเลยไปป์ ต้นคงเป็นห่วงนายจริงๆ ช้างมันหนักนะ คออ่อนไม่เคยดื่มจะเมาเอาง่ายๆ”
     “แล้วนายรู้ได้ไงอ่ะโอม”
     “เอ่อ...”
     “สองคนนั้นอ่ะ เสร็จยัง ถึงคิวจ่ายตังค์แล้ว”
     ต้นเร่งพวกเราให้ไปจ่ายเงิน ผมกับโอมก็เลยต้องไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์ เดี๋ยวค่อยไปแยกบิลกันทีหลังในรถเอาก็ได้ ไม่งั้นรอคิวอีกนานเลย
     พอขึ้นรถได้ พวกเราก็คุยกันสัพเพเหระเพราะต่างคนต่างพักเอาแรงแล้ว แต่เหมือนจะมีแต่ต้นที่หลับไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เพราะถนนที่ขรุขระมั้งคับทำให้ตัวของต้นเริ่มเอนไปเอนมาสุดท้ายก็พิงมาที่ไหล่ผมจนได้ ดูต้นเหนื่อยๆ ผมละสงสัยจริงๆ ว่าต้นไปทำอะไรมา
     คุยไปคุยมาก็ชักเริ่มง่วงเหมือนกันแฮะ อีกเกือบชั่วโมงกว่าจะถึง ผมขอหลับต่ออีกหน่อยละกัน
     พอรู้ตัวอีกที ต้นสะกิดปลุกผมอีกแล้ว ทำไมต้นถึงตื่นก่อนผมตลอดเลยนะ ทั้งๆ ที่ตอนหลับก็เห็นท่าทางเหนื่อยๆ แต่ต้นรู้ตัวตื่นเร็วชะมัด
     ที่พักของพวกเราเป็นบ้านบังกะโลสองชั้นหลังใหญ่ริมชายหาด คงเพราะพวกเรามีผู้หญิงน้อยแล้วก็ค่อนข้างสนิทกันมากเลยไม่ค่อยถือ ก็คนอยู่ตั้งเยอะคงไม่มีปัญหาอะไรหรอกคับเพราะในบ้านก็แบ่งเป็นหลายห้องนอนอยู่ แถมผมยังคิดว่าไม่มีใครกล้ายุ่งอะไรกับเมย์แน่ๆ ใครๆ ก็รู้ว่าเมย์ชอบต้น
     พวกเราเอาของไปเก็บแล้วเลือกห้องพักกัน สามสาวครองห้องนอนห้องเล็กไปตามระเบียบ ส่วนพวกเราที่เหลือก็แยกย้ายกันไป ต้นกับโอมเลือกห้องนอนใหญ่ที่นอนรวมกันบนฟูกที่ปูอยู่บนพื้น แล้วก็ยกห้องที่มีเตียงให้พวกรุ่นพี่ ผมก็คิดแบบต้นแหละ นอนกับพวกเราในรุ่นสบายใจกว่ากันเยอะ
     พอเก็บของเสร็จ พวกเราบางคนก็ขอนอน สามสาวบอกว่าจะถ่ายรูปเล่นกันก่อน ส่วนต้นโดนพัทดึงตัวไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ผมตามไม่ทัน
     “โอม เห็นต้นป่ะ?”
     “เมื่อกี้พัทมาตามอ่ะ เห็นบอกว่าจะเอากีต้าร์ ต้นเลยเอาไปให้ คงอยู่หน้าบ้านมั้ง”
     “พัทนี่ก็อารมณ์ศิลปินเนอะ พอคนเราอกหักแล้วทำไมต้องมาทะเลนั่งร้องเพลงด้วย นายรู้ป่ะ?”
     โอมทำหน้ายิ้มแห้งๆ ให้ผมอีกแล้ว
     “แล้วนายไม่ตามต้นไปเหรอ”
     “ยังน่ะ ว่าจะเปลี่ยนกางเกงก่อน”
     “แล้วไมไม่เปลี่ยนอ่ะ”
     “รอห้องน้ำอยู่ เป้ใช้อยู่น่ะ”
     “แค่เปลี่ยนกางเกง อายไร ผู้ชายด้วยกันทั้งนั้น”
     ผมเห็นโอมทำหน้าแดงนิดหน่อยแล้วก็ไม่พูดอะไร ผมว่ามันชักจะยังไงๆ แล้วนะ แต่ช่างโอม ผมไปหาต้นดีกว่า
     “โห มาร์ตินด้วยอ่ะต้น โคตรเจ๋ง! เท่าไหร่วะ?”
     “ไม่รู้สิ มีคนเขาซื้อให้อ่ะ”
     “เช๊ด! ยี่ห้อนี้แพงเป็นหมื่นเลยนะ มึงนี่โชคดีจัง มีคนซื้อให้ด้วย กูงี้ อ้อนขอแม่แทบตาย กว่าได้จะกีต้าร์ถูกๆ มาเนี่ย”
     “เป็นหมื่นเลยเหรอ...?”
     “อ้าว ทำไมมึงทำหน้าแบบนั้นวะต้น?”
     “เปล่า ไม่มีอะไร แค่คิดว่าจะกลับไปจัดการกับคนโกหกที่บ้านยังไงดี”
     “คุยไรกันอยู่เหรอ”
     ต้นกับพัทหันมามองผม อ้าว? ผมทำไรผิดไปป่าวเนี่ย ทำไมต้นทำหน้าน่ากลัวจัง
     “เอ่อ เราทำไรให้นายไม่พอใจเปล่าอ่ะต้น?”
     “เปล่า ไม่ใช่นายหรอก ช่างเหอะ แล้วโอมล่ะ”
     “โอมเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่”
     ผมตอบไปแบบนั้น แล้วสองคนนั้นก็กลับไปคุยเรื่องกีต้าร์กันต่อคับ เหลือเชื่อว่าติสท์ตัวพ่อของภาคฟิสิกส์เราอย่างพัทจะเล่นกีต้าร์สู้ต้นไม่ได้ ปกติผมไม่ค่อยเห็นต้นโชว์ฝีมือเท่าไหร่ แถมใครๆ ก็หาว่าพวกเราเด็กฟิสิกส์เป็นพวกเนิร์ด มีแต่พัทนี่แหละที่บ้าดนตรีหน่อย แต่พัทไปประกวดงานแข่งดนตรีของคณะวิทย์มาเมื่อปีที่แล้วละก็แพ้ไปตามระเบียบ ผมว่าถ้าให้ต้นไปไม่แน่ปีนั้นพวกเราอาจจะชนะก็ได้นะคับ แค่ท่าทางตอนเล่นต้นก็เท่กินขาดแล้ว เพราะต้นหล่อกว่าพัทแถมต้นยังเล่นเป็นเพลงเก่งกว่าด้วย ผมยังไม่ได้ยินต้นร้องเพลง มีแต่เสียงของพัทนะแหละคับ ร้องเสียงหลงแปลกๆ
     สามสาวเดินลงมาแล้วคับ ป่านแก้วเมย์เดินลงมาจอยกลุ่มกับพวกเรา อ้าว! โอมมานั่งอยู่ข้างๆ ผมตั้งแต่เมื่อไหร่?
     ป่านเริ่มแซวอยากเห็นต้นร้องเพลง แต่ต้นบอกว่าร้องไม่เป็นปกติเล่นอย่างเดียว ผมไม่เชื่ออ่ะ สุดท้ายพอเขินๆ ก็เลยอ้อมแอ้มร้องไปหนึ่งเพลง ต้นที่ปกติเวลาพูดมักจะเสียงดุๆ แต่พอร้องเพลงแล้วเพราะมากคับ เสียงของต้นไม่ได้ทุ้มต่ำติดจะแหลมหน่อยๆ ด้วยซ้ำ ไม่อยากจะเชื่อว่าต้นจะลากขึ้นเสียงสูงได้ยาวแบบไม่เพี้ยนด้วย
     ผมว่าต้นร้องเพลงเพราะกว่าพัทจริงๆ นั่นแหละ โอ๊ะ เมย์นั่งมองต้นตาเยิ้มเลย ขนาดรู้ชัวร์ๆ ว่าต้นมีแฟนแล้วยังไม่ตัดใจอีกนะนั่น นี่ถ้ารู้ว่าต้นเป็นเกย์ เมย์จะยอมตัดใจรึเปล่านะ?
     พวกเรานั่งเล่นกีต้าร์ร้องเพลงกันอยู่เป็นชั่วโมงจนกระทั่งมิวนิคมันตื่น ไอ้มิวนิคนี่ตัวจี๊ดเลย ชอบทำคนอื่นวงแตกอยู่เรื่อย
     “เฮ้ย! พวกมึงอ่ะ มาทะเลก็ต้องเล่นน้ำดิ มานั่งทำมิวสิคไรกับไอ้พัทมันวะ”
     “หุบปากไปเลย! มึงอ่ะไม่เข้าใจคนอกหักหรอก”
     “หักก็หาใหม่ว้อย เฮ่ยเป้ จับไอ้พัทโยนทะเลดิ๊”
     แล้วพวกมันก็จับพัทโยนทะเลจริงๆ แฮะ พวกเราก็เลยเฮโลกันไปเล่นน้ำ เออจริงด้วย! ผมหันไปมองต้น
     “ต้น แผลนายหายยัง จะเล่นน้ำทะเลได้ป่าว แสบป่าว?”
     “หายแล้ว เล่นได้แหละ”
     “ดี งั้นว่ายน้ำแข่งกันป่ะ?”
     “ท้า?”
     ผมเห็นต้นหันมายิ้มแบบกวนๆ ให้ผม บางเวลาต้นก็ไม่รู้ตัวหรอกว่าชอบยิ้มแบบหยิ่งๆ น่าหมั่นไส้แบบนี้ แต่ไม่รู้ทำไมผมเห็นแล้วไม่โกรธ กลับอยากท้าทายต้นต่อมากกว่า
     “กล้าป่ะ ใครแพ้คืนนี้ต้องปิ้งบาร์บีคิวเสิร์ฟอีกคน”
     ว่าแล้วผมก็ไปประกาศเรื่องแข่งว่ายน้ำ พวกเรารวบรวมคนมาแข่งได้เกือบสิบคน มีนันอาสาเป็นกรรมการจับเวลาให้ ปรากฏว่าทั้งผมและต้นต่างก็ต้องแพ้ไอ้พวกแรงควายอย่างมิวนิคน่ะสิคับ แล้วใครก็ไม่รู้เอาบอลลมมาก็เลยกลายเป็นลิงชิงบอลหมู่โคตรหนุกเลย พวกเราเล่นน้ำกันไปซักพักจนกระทั่งไอ้มิวนิคปากเสียขึ้นมานั่นแหละ
     “เฮ้ย! ต้น ทำไมมึงไม่ถอดเสื้อวะ เนี่ยทีมพวกกู ไอ้เป้ ไอ้เอก ไอ้นันถอดเสื้อกันหมดแล้ว มึงอยู่ทีมผู้หญิงเหรอ”
     คือพวกเราโอน้อยออกแบ่งทีมเล่นแชร์บอลกลางทะเลกันคับ แต่ผมดันได้อยู่ทีมกับป่านแล้วก็เมย์ นนกับพัท เพราะมีผู้หญิงอยู่ในทีม พวกเราเลยไม่ถอดเสื้อ แต่อีกทีมมีแต่พวกบ้าๆ นำโดยไอ้ขี้อวดชอบเบ่งกล้ามโชว์อย่างมิวนิค มันเลยชอบถอดเสื้อโชว์ล่ำ
     “เราไม่ล่ำแบบนาย ถอดไปก็ไม่มีไรจะโชว์หรอก”
     “เฮ้ยกูสั่งให้ถอดก็ถอด ไอ้เป้ก็กุ้งแห้งยิ่งกว่ามึงยังถอดเลย ถอดเดี๋ยวนี้ ยัยเมย์จะได้เสียสมาธิ”
     “เฮ้ยพาดพิงไรกู ถึงกูจะกุ้งแห้งก็อย่างดีโลละพันเว้ย!”
     “ไอ้บ้า!”
     ไปด่าเขาแต่ก็ทำหน้าแดงลุ้นให้ต้นถอดนะยัยเมย์ เอ้ย ไม่ดิ! ผมนึกออกละว่าทำต้นมันไม่ถอด เพราะรอยสักนั่นแน่ๆ ผมลุ้นจังแฮะ ต้นจะทำยังไงนะ อ๊ะ! มิวนิคมันชิงลงมือซะแล้ว
     “เฮ้ย สมุนของข้า จับไอ้ต้นมันแก้ผ้าดิ๊!”
     “ไม่เล่นนะ ฮ่ะๆ พวกแกเราไม่เล่น อ๊า! ฮ่าๆ เฮ้ย! ไอ้บ้า ไอ้นันอย่าดึงเสื้อเรา ฮ่าๆ
     ต้นมันดิ้นใหญ่เลยคับ เพราะพวกนั้นมันใช้แผนจับจั๊กกะจี้ให้ตั้งตัวไม่ติดก่อน ผมได้แต่ภาวนาให้ต้นโชคดีเสื้อไม่ขาด ต้นโดนนันกับมิวนิคช่วยกันจับถอดเสื้อใหญ่ พอเห็นแบบนี้ผมก็คิดอยู่ดีน่ะแหละว่าต้นนี่ขาวจริงๆ
     “ก็แค่เนี๊ยะ!”
     มิวนิคจอมเถื่อนมันหมุนเสื้อต้นในมือเยาะเย้ยใหญ่เลยคับ ต้นนี่หน้าแดงไปหมดแล้ว ตอนดิ้นนี่เล่นเอาซะทรายในน้ำที่พวกเรายืนอยู่กระจายเลยอ่ะ ล้มลงน้ำไปเมื่อกี้ด้วยไม่รู้สำลักรึเปล่า
     “ไอ้บ้า! เล่นบ้าไรฮะ แค่กๆ
     ต้นไอใหญ่ ตาแดงๆ จ้องหน้ามิวนิคอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อเลย
     “เอ้ยๆ ลุกขึ้นมา อย่าสำออย แค่สำลัก เร็วๆ กูอยากเอาชนะไอ้ทีมนั้นละ”
     ต้นลุกขึ้นมาได้ก็เดินไปต่อยไหล่มิวนิคเบาๆ ทีนึง ก่อนเสยผมเปียกๆ ให้ออกไปพ้นหน้าแล้วก็เดินเอาแว่นกับเสื้อไปฝากไว้ที่โอมก่อนจะวิ่งกลับมาประจำที่
     ผมนึกว่าต้นจะงอนหนีไปซะอีกอ่ะ สปิริต! ต้นอยู่เล่นต่อด้วย
     พวกเราเล่นบอลกันหนุกหนาน ซึ่งผลก็เป็นไปตามคาด ผมแพ้อีกแล้ว ทำไมพระเจ้าต้องส่งไอ้มิวนิคมาด้วยนะ ไอ้คนบ้าพลังนี่มันไม่น่ามาอยู่สายวิทย์แบบพวกผมเลยอ่ะ
     ผมก็คิดๆ อยู่นะว่าผมลืมอะไรไป ตอนที่พวกเราเล่นกันเสร็จแล้วละกำลังจะกลับบังกะโลไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้านั่นแหละถึงได้นึกออก
     “เฮ้ยต้น เห็นแว๊บๆ ว่าจะถามหลายทีละ ก้นมึงอ่ะ เป็นไรวะ อย่างกับรอยสัก สักมาเหรอ?”
     นั่นไง ผมก็ว่าละว่าผมลืมอะไร! ต้นหน้าถอดสีเลยคับ เอาล่ะสิ ยังไม่ได้ใส่เสื้อด้วย เสื้อก็อยู่กับโอมบนฝั่ง ต้นจะแถว่าอะไรน้า? ตื่นเต้นๆ
     “นายเห็นด้วยเหรอ?”
     “เออ เห็นดิ”
     “ไม่มีไรหรอก”
     “มึงว่าไงนะนัน? ต้นมันตูดดำเหรอ? ฮ่าๆ”
     “ก้นนายมากกว่ามั้งที่ดำ”
     ต้นหันไปยิ้มด่ามิวนิคด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ต้นนี่ชอบด่าคนอื่นทั้งๆ ที่ทำหน้ายิ้มจริงๆ เลย
     “เฮ้ยพวกมึงมาดู ไอ้ต้นแม่งสักด้วยเว้ย ที่ก้นอ่ะ”
     นันมันว่าพร้อมกับดึงกางเกงต้นลง ต้นปัดออกใหญ่เลย
     “เฮ้ย ทำบ้าไร!”
     “เอ้ยๆ ขอพวกกูดูหน่อย”
     พวกมันอย่างกับชายโฉดหื่นกระหายรุมลวนลามต้นเลยคับ ไอ้เป้กับนันช่วยกันจับแขนต้นไว้ ส่วนมิวนิคนี่ก็เกือบจะถอดกางเกงต้นแล้ว กางเกงเซิร์ฟของต้นที่เปียกน้ำผมว่ามันก็อยู่ต่ำมากแล้วนะ แต่ตอนนี้กางเกงของต้นโดนดึงลงไปจนเห็นครึ่งก้นของต้นอยู่แว๊บๆ แล้วอ่ะ ผมเห็นพวกผู้หญิงหน้าแดงกันใหญ่เลย
     “เฮ้ย ลายแม่งเจ๋งว่ะ!”
     “ต้นเฟี้ยวว่ะ แอบสักด้วย”
     “เอ้ย แปลว่าไรวะ CT?”
     พวกมันถกกางเกงต้นดูแล้ววิจารณ์กันแบบชิดใกล้ ต้นที่โดนฝูงแมงหื่นกอดล็อกตัวไว้แถมกางเกงยังถูกถลกลงไปเกือบครึ่งก้นหน้าแดงสุดๆ ผมเห็นต้นเม้มปากแล้วก็ตะคอกพวกบ้าซะเสียงดัง
     “ดูพอยังพวกนาย ปล่อยได้แล้ว!”
     อ้าว ต้นโกรธซะแล้ว เสียงเข้มเลย
     “เล่นบ้าอะไร! กางเกงเราจะขาดอยู่แล้ว”
     “โห ขอดูแค่นี้ทำหวง”
     มิวนิคพูดแล้วก็ปล่อยต้น
     “อยากดูก็บอกดีๆ ดิ บ้าเอ้ย!”
     “อ้าว ถ้ากูขอดูดีๆ แล้วมึงจะถอดให้กูดูเหรอ เห็นสะบัดสะบิ้งอย่างกับผู้หญิง”
     “เออ ถ้าขอดูดีๆ เราก็จะถอดให้ เราไม่ชอบโดนดึงแบบนี้นะ เสื้อผ้ายืดหมด”
     ต้นหน้ามุ่ยเลยคับ แต่พวกมิวนิคนี่หัวเราะเยาะใหญ่เลย
     “ไม่ขำนะ แถมล้มในน้ำมันแสบคอจะตาย ถ้าขอดูดีๆ เราก็ถอดให้แล้ว ไม่เชื่อถามไปป์ดูดิ”
     อ้าวทำไมโยนมาที่ผมล่ะ แต่ไม่ได้หรอกคับ ผมต้องช่วยเพื่อน
     “อื้อ ต้นเคยให้พวกเราดูแล้ว”
     “จริงดิวะ แล้ว CT หมายถึงอะไร?”
     เสือกต่อทันทีเลยนะไอ้พัท ผมหันไปมองต้น เอาล่ะสิ คราวนี้ต้นจะตอบว่าไง ผมเห็นต้นยักไหล่ก่อนจะทำสีหน้านิ่งๆ แล้วตอบหน้าตายว่า
     “ก็ไม่มีไร ชื่อแฟนกับชื่อเรา พอใจยัง?”
     “โห ต้นแม่งมีแฟนอ่ะ อุบเงียบเลยนะมึง”
     “เฮ่ยพัท เงียบๆ แบบไอ้ต้นมันมีแฟนด้วยว่ะ แต่มึงดันโดนหญิงทิ้ง!”
     “เฮ้ย เมย์! มึงได้ยินมั้ย ไอ้ต้นมีแฟนแล้วโว้ยยยยยยยยย”
     ปากเสียทันทีเลยนะมิวนิค พวกเรารุมยิงถามคำถามใส่ต้นใหญ่เลย แต่ไม่ทันซะแล้ว ต้นเดินหนีไปแล้วแฮะ ผมเห็นต้นเดินไปทางนั้นแล้วโอมกับแก้วก็ทักอะไรไม่รู้ พอพวกเราเดินกลับไปหน้าบ้าน ก็เกิดสงครามย่อมๆ ในการแย่งห้องน้ำคับ แต่ต้นหายไปไหนผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



 :m13: ตื่นเต้นแทนน้องต้น ไปทะเลกับเพื่อนในภาค โดนแกล้งด้วย น่าสงสาร

ออฟไลน์ bebe

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 672
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-5
เย้ มาแล้ววว กำลังรออยู่เลยย

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
ไปป์

     กว่าผมจะแย่งห้องน้ำได้เกือบตายแน่ะ ไอ้พวกนั้นบางคนก็อาบน้ำกันนานโคตร ผมก็เลยหนีไปรอคิวห้องน้ำในห้องนอนของพวกรุ่นพี่ ตรงนี้คนมาต่อคิวกันน้อยกว่า ฮ่าๆ ฉลาดจริงๆ เลยผมเนี่ย
     พอผมลงมาเห็นบางคนข้างล่างเริ่มปิ้งบาร์บีคิวกันแล้ว โอมกับแก้วช่วยกันย่างปูกันอยู่ ส่วนเมย์กำลังตีกับมิวนิค อ้าว? ผมว่าแก๊งค์ผมหายไปไหนสองคนนะ
     “ต้นอ่ะโอม?”
     “อ๋อ พึ่งขึ้นไปอาบน้ำเมื่อกี้เอง”
     “เหรอ ละป่านอ่ะหายไปไหน”
     “อยู่ข้างบนมั้ง ทำไรอยู่ไม่รู้”
     ผมไปหาต้นหน่อยดีกว่า ไม่รู้เป็นไงบ้าง จะหายโกรธพวกมิวนิครึยังน้า? เสียงอาบน้ำดังมาจากห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ที่พวกผมพักอยู่ กลิ่นหอมหวานๆ แบบนี้ ต้นแน่ๆ คับ เพราะเป็นกลิ่นแบบเดียวกับที่ผมได้จากตัวของต้นเวลาอยู่ใกล้ๆ กัน ตอนแรกผมนึกว่าน้ำหอมซะอีก กลิ่นสบู่หรอกเหรอเนี่ย หอมโคตรเลย ต้นอาบน้ำอยู่ งั้นผมแวะไปหาป่านดีกว่า
     ห้องของพวกผู้หญิงอยู่ชั้นสอง แต่แก้วกับเมย์อยู่ข้างล่างแล้ว เพราะงั้นคงเหลือแต่ป่านแหละครับ แต่ทำไมมันเงียบจัง
     “ดี ทำไรอยู่อ่ะ?”
     ป่านนั่งเช็ดผมอยู่หน้าจอโน้ตบุ๊ค รอบๆ ตัวบนเตียงมีกล้องวางเกลื่อนเลยแฮะ
     “อ้าวไปป์ ข้างล่างเค้าเริ่มกินกันยังอ่ะ?”
     “ยังเลย พึ่งเริ่มย่าง เตาพึ่งติดอ่ะ ละนี่ทำไรอยู่อ่ะ?”
     “แบคอัพรูปอ่ะสิ กลัวเมมไม่พอ คืนนี้ยังอีกยาวไกล”
     “ของใครบ้างอ่า?”
     “ของฉัน ของเมย์ แล้วก็ของต้นไง”
     “จะเสร็จยัง?”
     “ยัง เหลือของเมย์อีกสองนาทีแล้วก็ของต้น”
     “โห! เมย์มันถ่ายอะไรเยอะแยะ”
     ผมดูรูปที่อยู่ในกล้องเมย์อย่างสนุกสนาน มีวิจารณ์บ้างนิดหน่อย และแล้วก็ถึงคิวกล้องของต้น
     “รูปต้นน้อยจังแฮะ”
     “ก็มันโดนพวกแกแกล้งแบบนั้นแล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปถ่ายรูปวะ”
     “เอ้ย! มีคลิปไรด้วยอ่ะ”
     เพราะป่านไม่ได้ตั้งไฟล์ให้โชว์ไอค่อนแบบเห็นรูปพวกเราเลยเห็นเป็นแค่ไฟล์นามสกุลคลิป
     “รูปตอนต้นเล่นกีต้าร์ป่ะวะ คงมีใครอัดไว้มั้ง?”
     ป่านพูดแบบนั้นแล้วก็กดดูคลิปที่ว่า แต่ภาพที่พวกเราเห็นทำให้พวกเราอึ้งกันไปนิดหน่อย
     “ฉันว่านี่ไม่ใช่ภาพตอนเที่ยวทะเลแล้วแหละแก”
     ป่านพูดอ่อยๆ เพราะภาพที่พวกเราเห็นเป็นภาพของต้นที่ใส่ผ้ากันเปื้อนยืนหันหลังอยู่ในครัว
     “เอ้ยๆ ขอดูหน่อยดิ ต้นใส่ผ้ากันเปื้อน ยิ้มให้กล้องด้วยอ่ะ”
     “ถ่ายอะไรอยู่ได้ครับพี่ชัช”
     “อ้าว ก็ลองกล้องไง ไม่ลองจะรู้เหรอครับว่าใช้ได้จริงป่าว”
     “ละถ้ามันใช้ไม่ได้จะซื้อมาทำไมตั้งแต่ทีแรกล่ะครับ”

     ต้นพูดแบบนั้นพร้อมกับทำหน้ายิ้มๆ ผมไม่เคยเห็นต้นยิ้มแบบนี้มาก่อนเลยแฮะ
     “ไม่เอาครับ หยุดถ่ายได้แล้ว”
     ต้นพูดเดินมาที่หน้ากล้องแล้วเอามือปิดที่เลนส์
     “เอ้ย อย่าโดนเลนส์ดิ เดี๋ยวมัวหมด”
     เสียงผู้ชายอีกคนในคลิปพูดขึ้นพร้อมๆ กับภาพในกล้องวูบไปมา
     “หยุดถ่ายเลยครับ”
     “ไม่หยุดแล้วจะทำไมคร้าบ”
     “อุ่ย! พี่ชัช เล่นบ้าไรครับ!”

     พวกเราเห็นภาพของต้นในมุมใกล้ๆ คับ เอ่อ... ผมว่าสถานการณ์แบบนี้เหมือนต้นนั่งอยู่บนตักของคนที่ถ่ายเลยครับ เพราะเสียงก็ใกล้กันมาก แล้วพวกเราก็เห็นจริงๆ คับ ภาพแว๊บๆ ของขาผู้ชายที่ใส่กางเกงขายาวสีออกฟ้าๆ แล้วก็ก้นของต้นที่นั่งอยู่บนนั้น เพราะผมจำกางเกงของต้นได้
     “เลิกเล่นได้แล้วครับ คืนกล้องผมมา”
     “พี่หิวอ่ะ”

     ผมว่าสถานการณ์มันชักแปลกๆ แล้วแฮะ... เสียงของผู้ชายในคลิปแปร่งมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ผมรู้แน่แล้วล่ะว่าคนในคลิปนี้แฟนต้นแน่นอน
     “มาหิวอะไรตอนนี้ครับ”
     “นะ ขอพี่กินหน่อยน่า”
     “ลามกแล้วครับ ล้วงอะไรผมไม่ทราบ”
     “ก็พี่หิวน้ำ หึๆ”

     เสียงสนทนาหายไป แต่พวกเราได้ยินเสียงคนจูบกันแทน มีเสียงคนครางทุ้มต่ำๆ ในคลิปด้วย ภาพในกล้องไม่เห็นอะไรหรอกคับ เหมือนอุ้งมือของคนถ่ายจะกำมันไว้อยู่
     ผมเหลือบไปมองความยาวคลิป ราวๆ ยี่สิบเจ็ดนาทีแน่ะ!
     “ถ้าจะทานก็ทานดีๆ สิครับ คืนกล้องผมมาได้แล้ว เดี๋ยวตกเจ๊ง”
     “งั้น พี่ทานบนโต๊ะนี้เลยได้ป่ะ? โคตรหิวเลยครับที่รัก”

     ภาพในคลิปกลายเป็นภาพของวิวในห้องแทน มุมของกล้องทำให้พวกเราเดาว่ามันคงถูกวางไว้บนโต๊ะอาหารแน่ๆ
     เสียงในคลิปเป็นเสียงแบบที่ผมไม่สามารถอธิบายด้วยคำพูดได้
     ผมหันไปมองหน้าป่านเพื่อขอความเห็น
     “นายเห็นเหมือนที่เราเห็นป่าว P1”
     ผมเห็นป่านหันมาทางผมด้วยหน้าที่ซีดพอๆ กัน
     “ฉันก็เห็นเหมือนที่แกเห็นแหละ ไอไปป์ P2”
     แล้วป่านก็เอื้อมมือไปกดปุ่ม Play X2  ภาพในกล้องสั่นไหวในระดับรุนแรงเกินห้าริกเตอร์แน่ๆ ผมไม่อยากจะเดาว่าต้นกับแฟนทำอะไรกันบนโต๊ะเลยโต๊ะมันถึงได้สั่นจนภาพในกล้องเบลอกระตุกไปกระตุกมาแบบนั้น แต่เสียงร้องครวญครางดังลั่นกับเสียงคำรามทุ้มต่ำที่แทรกออกมาเป็นระยะๆ ก็ทำให้ผมอายทั้งๆ ที่ผมเป็นผู้ชาย
     คือ... ผมไม่รู้มาก่อนจริงๆ นะว่าต้นเป็นพวกแหกปากแบบนี้ คือนึกว่าต้นจะเป็นพวกเรียบร้อยหงิมๆ ติ๋มๆ ซะอีก ถึงผมจะพอเดาได้ว่าต้นเป็นเกย์ก็เถอะ แต่... เสียงต้นในคลิปมันช่าง...
     “อ๊า พี่ชัช ไม่ไหวแล้วครับ อื้อ... ฮ้า”
     เสียงที่ปรับเป็นปกติทำให้ผมหันไปมองป่าน
     “มันเหลืออีกนิดหน่อยน่ะแก ฉันนึกว่าหมดแล้ว”
     เสียงของป่านนิ่งมากครับ แต่หน้านี่แดงเถือกแล้ว
     ผมไม่อยากมานั่งฟังเสียงของเพื่อนตอนทำกิจกรรมลับๆ แบบนี้เลย ต้นคนนั้นเนี่ยนะ? ต้นคนที่บอกให้ผมล้างมือหลังเข้าห้องน้ำเนี่ยนะ!?!
     “พี่ชัช อ๊า เบาๆ อื้ม เบาครับ”
     “เบาของเราแปลว่าแรงๆ ใช่มั้ยครับ”
     “อ๊ะ”

     ทันทีที่ผู้ชายคนนั้นพูดจบต้นก็ร้องสวนออกมาลั่นเลย ผมว่าเสียงของผู้ชายคนนั้นฟังดูชั่วร้ายมากๆ มันหื่นที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยินมา ขนาดหนังโป๊ที่ผมเคยดูมายังไม่มีคนเสียงโรคจิตขนาดนี้ หรือเป็นเพราะว่าพวกเราได้ยินแต่เสียงกันแน่ มันถึงได้รู้สึกเขินมากแบบนี้
     “ชอบแบบเน้นๆ แบบนี้ใช่มั้ยครับ ต้นของพี่น่ารักที่สุด”
     “ฮ่า อื้อ”

     ต้นแหกปากครางไม่เป็นภาษาเลยครับ ผมเขินอ่ะ ป่านไม่เขินแต่ผมเขิน!
     “อ๊า พี่ชัช ผม”
     “แปปนึงนะครับ รอพี่ก่อนนะ”
     “อื้อ”

     แล้วก็มีเสียงเหมือนคนจูบกัน เสียงคนหอบหายใจใกล้กันมากๆ เสียงเนื้อกระทบเนื้อ แล้วก็เป็นภาพเหมือนกล้องโดนกระแทก เนื่องจากมุมภาพในกล้องเปลี่ยน แถมระดับความสั่นของภาพยังกระตุกถี่ๆ มากขึ้นเยอะเลย
     ผมงี้แทบต้องปิดหูตัวเองแล้ว ทนไม่ไหวละ จนในท้ายที่สุดก็มีเสียงต้นร้องยาวๆ ออกมาทีนึงแล้วก็เป็นเสียงหัวเราะของผู้ชายอีกคน
     “อร่อยมากครับ เมียพี่”
     ชัดแล้วครับ ผมรู้แล้วว่าแฟนต้นชื่ออะไร
     ผมได้ยินเหมือนเสียงตีดังเพี๊ยะเบาๆ ไปทีนึง
     “พี่ชัชบ้า ทำไมชอบทำในครัวจังครับ สกปรกอ่ะ”
     “ในครัวที่ไหน บนโต๊ะกินข้าวหรอก”
     “นั่นแหละครับ สกปรก ผมขี้เกียจเช็ด”
     “ก็เห็นใช้พี่ทุกทีอ่ะ โอ๋ๆ ไม่เอาน่า จะได้ลองดูยังไงครับว่าโต๊ะที่ซื้อมาแข็งแรงใช้ดีเปล่า หึๆ”
     “บ้าแล้วครับ! ลองแบบนี้ผมไม่เอาด้วยหรอก อ๊ะ! อย่าพึ่งเอาออกนะครับ”
     “หือ จะต่อเหรอต้น?”
     “บ้า! พี่ชัชไม่ยอมใส่ถุงอ่ะ เลอะหมด คว้าทิชชู่มาให้ผมก่อนเลยครับ”
     “คร้าบๆ”

     แล้วผมก็เห็นมือของผู้ชายคนนึงเอื้อมผ่านกล้องไป แต่แล้วก็กลับมาคว้าที่กล้อง ภาพที่เห็นทำให้เรารู้ว่าเขาพลิกกล้องไปมา แต่ถึงอย่างนั้นเราก็เห็นหน้าเขาไม่ชัดหรอก
     “เฮ้ยต้น กล้องมันยังอัดอยู่เลยว่ะ พี่ลืมปิด”
     “พี่ชัช!”

     เสียงต้นตกใจมาก ผมไม่อยากจะคิดเลยว่าต้นจะตกใจเพิ่มอีกแค่ไหนถ้ารู้ว่าพวกเรา... เห็นคลิปนี้แล้วเรียบร้อย
     “น่า ขอโทษนะครับ ว่าแต่ไม่ดีเหรอ อัดคลิปไว้ดูเล่นตอนแก่ไง ฮ่าๆ”
     ผมได้ยินพูดผู้ชายคนนั้นพูดแบบนั้นแล้วก็เห็นภาพของต้นเพื่อนของผม ผู้ชายคนนั้นคว้ากล้องไปถ่ายต้นต่อ
     ผมเห็นภาพของต้นที่ถูกถลกเสื้อยืดขึ้นไปถึงคอ ผมเห็นหน้าอกต้นแว๊บๆ เลยแหละ แล้วผมก็เห็นต้นนอนหน้าแดงยิ้มให้กับคนถือกล้อง สีหน้าของต้นดูเหนื่อยหอบแต่ก็ดูเซ็กซี่สุดๆ ต่างกับต้นที่พวกเราเห็นตามปกติที่ชอบทำแต่หน้านิ่งๆ ตลอดเวลา สายตาของต้นฉ่ำไปด้วยอารมณ์จนผมรู้สึกได้ถึงความรักที่ต้นมีให้กับผู้ชายในคลิป แล้วต้นก็เอามือเอื้อมมาปิดเลนส์ คำพูดสุดท้ายที่ผมได้ยินในคลิปคือ
     “บ้า! พอได้แล้วครับพี่ชัช ลบให้ผมด้วยเลยนะ”
     มันดังขึ้นพร้อมๆ กันกับเสียงต้นแบบตัวจริงเสียงจริง สดๆ ที่เปิดประตูเข้ามาในห้อง
     “พวกนายทำไรกันอยู่ ไม่ลงไปทานเหรอ?”
     ผมกับป่านสะดุ้งสุดตัวเลย ป่านรีบพับโน๊ตบุ๊คอย่างตกใจจนทำฝามันกระแทกกันเสียงดัง
     “พะ พะ พวกเรา พวกเราทำไรนะป่าน!”
     ผมหันไปขอความช่วยเหลือจากป่านเพราะทำอะไรไม่ถูก แต่ป่านดันเอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมตอบอะไรเลย ถ้าป่านจะดูแล้วมาเขินไอ้ต้นมันแบบนี้แล้วมันจะดูทำไมตั้งแต่ทีแรกคร้าบ ผมอ่ะอยากร้องไห้จริงๆ
     “เป็นไรกัน?”
     ต้นตัวจริงที่ยืนอยู่ต่อหน้าพวกเรานี่ดูนิ่งมาก ใบหน้าที่มักเรียบเฉยไม่ค่อยแสดงอารมณ์อะไรนอกจากทำหน้าบึ้งกับหงุดหงิด ตอนนี้กำลังแสดงสีหน้างงๆ
     “พวกเรากำลังก็อปรูปลงคอมกันอยู่ เดี๋ยวเรากับป่านลงไปเอง นายไปก่อนก็ได้”
     “อืม อย่าช้าล่ะ เดี๋ยวหมดละจะอดทาน เราตักแบ่งไว้ให้แล้วนิดหน่อยก็จริง แต่อยากได้ไรเพิ่มนายต้องลงไปเอาเองนะ”
     แล้วต้นก็ออกไป
     “เอ้ย! ทำไมนายไม่พูดไรบ้างอ่ะป่าน?”
     “ฉันพูดไม่ออก เขินต้นมัน”
     “แล้วนายจะดูทำไม?”
     “ก็อยากรู้อ่ะ”
     พวกเราสองคนเงียบกันไปพักนึงก่อนที่ผมจะถามป่านออกมา
     “นายว่า พวกเราควรทำไงกันดีอ่ะป่าน ต้นต้องไม่รู้แน่ๆ ว่ามีคลิปอยู่ในกล้อง ลบเลยดีป่ะ?”
     “แล้วถ้าเกิดแฟนมันถ่ายเก็บไว้จริงๆ อ่ะ?”
     “แต่ต้นเหมือนไม่รู้ตัวเลยนะ ถ้าเกิดมีใครมาเล่นกล้องมันอ่ะ?”
     แต่แล้วป่านก็ทำเสียงสูงใส่ผม
     “แก๊ ... ฉันพึ่งนึกไรได้!”
     “อะไรเหรอ?”
     “เมื่อกี้ไปนนมันก็มาขอรูปจากกล้องฉันไปเหมือนกัน ตอนฉันจะอาบน้ำ ฉันก็เลยบอกว่าถ้ามันอยากได้กล้องไหนก็ให้มันหยิบไปก็อปเอาเอง”
     “เวรแล้วไง ป่าน!”
     “ทำไงดีวะแก ต้นมันต้อง...”
     “สงสัยคงต้องไปบอกต้นแล้วอ่ะ...”
     “เออ รีบไปกัน”

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ต้นน้ำ

     ผมเดินออกมาจากห้องของพวกผู้หญิงด้วยความรู้สึกแปลกๆ ไปป์กับป่านสองคนนั้นดูแปลกไปมากๆ แต่ช่างเขาเถอะครับ เพราะผมไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านซักเท่าไหร่
     “ต้น ถ่านมันดับอ่ะ”
     “แล้วทำไงให้ถ่านดับ”
     “ก็มิวนิคอ่ะสิ เราบอกมันแล้วให้สะเด็ดน้ำปูก่อน มันไม่ฟังเอาขึ้นเลย น้ำเลยหยดใส่จนถ่านชื้นดับหมด”
     เมย์ฟ้องผมเป็นฉากๆ เลยครับ ผมไม่อยู่แค่แปปเดียวเองนะ เป็นเรื่องซะละ ผมจิกสายตาเย็นๆ ไปทางมิวนิคทันที
     “ก็กูหิวอ่ะ บอกให้ปิ้งเยอะๆ คนตั้งเยอะ ปิ้งได้ทีละสองตัว!”
     แหกตาดูเตาบาร์บีคิวที่ยืมมาได้หน่อยเถอะมิวนิค! ใจจริงผมอยากจะตอบกลับไปแบบนี้นะครับ ผมยังไม่ได้กินเลยซักตัว แถมยังต้องมายืนปิ้งให้พวกมันเนี่ย!
     “ก็ทานอย่างอื่นไปก่อนสิครับ อย่ายัดทะนานเยอะนัก เหลือให้เพื่อนคนอื่นเขาบ้าง”
     “ต้นปากเสียว่ะ”
     “จะทานไม่ทานครับ?”
     ผมถือไม้ที่คีบถ่านหันไปหามิวนิคทันที
     “กินคร๊าบ”
     “ก็แค่นั้น”
     ยังไงซะไอ้พวกนี้ก็ต้องพึ่งผมครับ ทั้งๆ ที่มีคนสูบบุหรี่ เอ่อ... ก็รุ่นพี่ กับเพื่อนบางคนนั่นแหละครับ แต่กลับไม่มีใครจุดถ่านเป็น อย่างดีก็แค่เผากระดาษให้ติดไฟ ติดถ่านแดงๆ ได้แค่ก้อนสองก้อน แต่ทำให้ถ่านทั้งกองติดไปไม่ได้ แล้วก็ดันอยากทำบาร์บีคิว ถึงที่บ้านพักจะมีเตาปิ้งให้ แต่ก็ไม่ได้มีคนมายืนจุดเตาถ่านยืนปิ้งให้หรอกนะครับ ก็ผมนี่แหละที่ต้องเป็นคนทำ
     จะจุดถ่านให้ติดทั้งกองใจร้อนไม่ได้หรอกครับ ใช่ว่าอาศัยเปลวไฟแรงๆ โหมเข้าไปแล้วไฟมันจะติด ถ่านไม่ระอุนะครับถ้าทำแบบนั้น ต้องค่อยๆ เริ่มจากจุดเชื้อให้ไปติดกับถ่านชิ้นเล็กๆ พัดให้ลมมันเข้า พอได้ที่แล้วถึงค่อยๆ เติมถ่านก้อนใหญ่ๆ ต่างหาก ซึ่งคนใจร้อนมักจะอาศัยกองถ่านสุมๆ จนลมไม่เดิน แล้วถ่านมันก็จะติดไฟยากครับ ผมบอกแล้วว่าการจุดถ่านเนี่ยต้องใจเย็นๆ
     ถามว่าผมจุดถ่านเป็นได้ยังไงน่ะเหรอครับ เฮอะ! ไปขอบคุณหลักสูตรลูกสะใภ้คุณนายรัตนาแม่ของพี่ชัชเถอะครับ ปีที่ผ่านมาผมถูกลากกลับบ้านนอกของพี่ชัชที่ลำปางอีกแล้วครับ และแน่นอน ผมถูก“สอน”มาหลายอย่างเลยแหละครับ หนึ่งในนั้นก็คือการที่ต้องนั่งจุดเตาถ่านก่อไฟจี่แอ็บแบบบ้านนอกของแท้! อาหารอะไรก็ไม่รู้ ให้ตายเหอะ! ดีนะครับที่ผมเป็นผู้ชายไม่อย่างนั้นคุณป้าแกคงสอนผมนุ่งผ้าถุงห่มสไบรำผีปู่ย่าไปแล้ว
     “ต้นเก่งจัง ทำไรก็เป็นไปหมดเลย”
     เมย์ยืนชมผมอยู่ข้างๆ ผมก็เลยหันไปยิ้มให้เมย์
     “ละป่านกับไปป์ละ สองคนนั้นไปไหน”
     “ขึ้นไปตามแล้ว แต่กำลังยุ่งอยู่มั้ง ไม่รู้ทำไรกันอยู่”
     เมย์รับคำผมไม่ได้พูดอะไรต่อ ผมก็ยืนร้อนอยู่หน้าเตาทำบาบีคิวปิ้งย่างซีฟูดไปเรื่อยแหละครับ จนกระทั่งไปป์มาสะกิดผม
     “ต้นๆ”
     “มีอะไรเหรอ?”
     “เอ่อ ขอคุยด้วยหน่อยดิ”
     “จะเอาไรเหรอ?”
     “เปล่าๆ คุยเรื่องอื่นอ่ะ”
     เสียงของไปป์ฟังดูแปลกๆ พยักเพยิดให้ผมเดินตามไปยังไงชอบกล ผมตัดสินใจวางมือจากการเป็นพ่อครัวหน้าเตาแล้วฝากให้แก้วช่วยดูแลแทน
     ไปป์ลากผมเข้าไปในบ้านแล้วตรงไปยังห้องนอนของพวกผู้หญิง ป่านก็รออยู่ในนั้นด้วย พอดูดีๆ ว่าไม่มีใครอยู่แล้ว ป่านก็ทำท่าพิลึกๆ สะกิดให้ไปป์เป็นคนพูด ผมไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ดูแล้วบรรยากาศไม่ดีเลยครับ ไปป์ดูอึกอักน้ำท่วมปากยังไงพิกล
     “มีอะไรเหรอ ลากเรามาถึงนี่ พวกนายไม่ลงไปทานอาหารเย็นเหรอ?”
     “เอ่อ ต้น ป่านเขาอยากคืนกล้องให้นาย”
     “อ้าว ก็อปรูปเสร็จแล้วเหรอ”
     ผมรับกล้องมาจากมือไปป์ไม่ได้คิดอะไร ตั้งใจว่าจะเอาไปเก็บก่อน แต่ประโยคถัดมาของไปป์นี่สิครับ ทำเอาผมชะงักไปนิดหน่อย
     “อืม ... นา... นายคงไม่รู้สินะว่าในนั้นมีภาพที่นายถ่ายก่อนที่จะมาเที่ยวนี่ด้วย”
     “เหรอ?”
     กล้องผมก็พึ่งจะซื้อใหม่นี่นา? ตอนแรกผมยังไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะคิดตามไม่ทัน ก็แค่งงๆ นิดหน่อย แต่ว่าพอตั้งสติได้แล้วมาลองนึกดูดีๆ  ผมชาวาบไปทั้งตัวเลยครับ ผมเดาได้แล้วว่าทำไมสองคนนี้ถึงได้ทำตัวผิดปกติกับผมแบบนี้
     “นายเห็นอะไรบ้าง?”
     ผมหลุดปากออกไปด้วยเสียงที่แทบเป็นโทนตะคอกหากแต่มันกลับเบาหวิวเพราะก้อนอะไรบางอย่างที่จุกขึ้นมาในลำคอ!
     “เอ้ย! พวกเราไม่เห็นอะไรนะ มันไม่มีภาพหรอกมีแต่เสียง!”
     “ไอ้บ้าไปป์ แกจะไปบอกต้นมันทำไม!”
     “พวกนายดู?”
     เสียงของผมเบาแทบไม่ต่างอะไรกับการกระซิบ ผมแทบล้มทั้งยืน เวลาดารามีข่าวภาพหลุดมันรู้สึกแบบนี้นี่เองครับ อย่างกับพื้นที่เรายืนอยู่มันหายไปในพริบตา!
     หมดกัน พวกเขาเห็น ผม... ผมพูดอะไรไม่ออกรู้แต่ว่าตอนนี้ผมโกรธพี่ชัชมากๆ อยากกลับไปตบซักสองสามทีครับ ผมบอกพี่ชัชแล้วแท้ๆ ว่าให้ลบออก พี่ชัชต้องลืมแน่ๆ!
     ผมพยายามแบกหน้ากากไว้เต็มที่ หวังว่าสีหน้าผมคงจะดูดีพอ หน้ากากใบที่หนาที่สุดถูกเรียกขึ้นมาสวมใส่กลบความอายของผมครับ ถึงผมจะไม่อายที่ผมเป็นเกย์ แต่ผมไม่ใช่พวกโรคจิตถึงจะได้ชอบโชว์ฉากอย่างว่าของตัวเองให้ใครดู!
     “ขอโทษเราไม่ได้ตั้งใจ เรานึกว่าเป็นคลิปที่นายเล่นกีต้าร์เมื่อตอนกลางวันกับพัท”
     ป่านรีบแก้ตัวกับผมทันที คงกลัวว่าผมจะโกรธมั้งครับ ผมไม่โกรธหรอก ถ้าจะมีใครที่ผมโกรธมากที่สุดก็ต้องเป็นแฟนงี่เง่าของผมนั่นแหละ!
     “ช่างเถอะ มันไม่สำคัญอะไรหรอก ขอบคุณพวกนายมากนะที่บอกให้เรารู้ตัว จะได้ลบมันทิ้งซะ”
     “งั้นตกลงนายเป็นเกย์จริงๆ ใช่ป่ะ? คนในคลิปนั่นอ่ะ แฟนนายใช่มั้ย?”
     “ไอ้ไปป์!”
     ทันทีที่ผมบอกว่าไม่เป็นไรจบประโยค ไปป์ก็แทรกขึ้นอย่างไม่ดูกาลเทศะ ส่งผลให้ป่านตบหัวไปป์ไปเบาๆ ทีนึง ผมว่ายังน้อยไปนะครับ จะมาถามอะไรเอาตอนนี้ ดูสีหน้าผมบ้างเถอะ! ถึงผมจะไม่เห็นหน้าตัวเองในกระจกแต่มันต้องแดงมากแน่ๆ ผมร้อนซู่ไปถึงใบหูเลยครับ
     ถามมาได้ว่าแฟนรึเปล่า? ถ้าไม่ใช่แฟนแล้วคนข้างบ้านรึยังไงครับ ผมไม่ได้มั่วพอที่จะทำอะไรแบบนั้นกับใครก็ได้นะ! ถึงพี่ชัชจะเคยเป็นพี่ชายห้องข้างๆ ของผมมาก่อนที่เราจะอยู่ด้วยกันก็เถอะ
     “ไหนว่าไม่เห็นไง”
     “ก็ไม่เห็นไง ได้ยินแต่เสียง เห็นนายแฟนนายไม่ชัดหรอก แต่ได้ยินเสียงนายร้องชัดมากๆ เห็นหน้านายด้วย”
     คำพูดตรงๆ ของไปป์ทำให้ผมอายมากยิ่งขึ้น ผมไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงดีครับ บางครั้งความซื่อของไปป์ที่ไม่มีพิษมีภัยก็มีอำนาจทำร้ายความรู้สึกของคนอื่นอย่างร้ายกาจ
     “ขอบคุณนะ แต่ทีหลังไม่ต้องบรรยายขนาดนั้นก็ได้ เราก็อายเป็นนะไปป์”
     “ต้นนี่ขี้อายจริงๆ ด้วยแฮะ เหมือนที่เพื่อนต้นบอกเลย”
     “ช่างเถอะ มีเรื่องแค่นี้ใช่มั้ยเราขอตัวก่อน”
     ผมไม่ไหวแล้วครับ ถ้าตัวเองมุดดินหนีได้คงอยากจะมุดหายไปตรงนี้เลย อายจนแทบเอาหน้าแทรกแผ่นดิน ผมอยากจะหนีไปตั้งสติตัวเองซักพักก่อน ไม่งั้นผมสู้หน้าสองคนนี้ไม่ไหวแน่ๆ ดีนะครับที่เป็นป่านกับไปป์ ถ้าเป็นคนอื่นคงเรื่องยุ่งมากกว่านี้
     แต่แล้วเสียงของป่านก็ดับความหวังผม
     “เอ่อ... ต้น คือเรายังมีเรื่องจะบอกอีกเรื่องนึงก่อน”
     “มีอะไรอีกเหรอ?”
     ผมตอบพร้อมกับเสมองหัวแม่โป้งตัวเองบนพื้น ผมไม่กล้าสู้หน้าสบตาสองคนนี้หรอกครับ แม้จะรู้สึกได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาอย่างมุ่งมั่นของไปป์ก็ตาม
     “คือ ก่อนหน้านี้อ่ะ เราไม่แน่ใจว่า... คือเมื่อกี้นนมันก็มาขอเซฟรูปไปเหมือนกัน เราบอกว่าอยากได้กล้องไหนก็หยิบไป คือเราไม่แน่ใจว่ามันจะเอาไฟล์ในกล้องแกไปด้วยมั้ย?”
     ผมอยากจะหลุดคำสบถแรงๆ อะไรก็ได้มาซักคำ อยากจะกรีดร้องอะไรก็ได้ออกมาซักประโยค ผม.... แต่ทำไมผมรู้สึกหน้ามืดแบบนี้นะ
     “เฮ้ย! ต้นๆ ระวังๆ”
     “ทำใจดีไว้นะต้น!”
     “ไอ้ไปป์! ต้นมันยังไม่ตาย มันแค่หน้ามืด!”
     2P คู่หูตัวป่วนช่วยกันพยุงผมไปนั่งบนเตียง ป่านรีบไปค้นหายาดมมาให้ผม แต่ผมรู้สึกแย่มากๆ ครับ พอๆ กับตอนที่ผมโดนประจานในห้องเรียนคราวก่อนเลย แต่ต่างกันตรงที่ว่าคราวนี้มันน่าอับอายกว่าและไม่ได้ดราม่าแบบคราวนั้น มิหนำซ้ำ ตัวผมยังไม่ได้เป็นลมขาดสติไปเลยต้องมานั่งมีสติรับรู้ความอับอายที่เกิดขึ้น
     ผมพยายามคิดทบทวนดูว่าผมควรจะทำอะไรก่อนเป็นอันดับแรก ผมพยายามนึกถึงนน ผมคิดหาข้อแก้ตัว สมมุติเหตุการณ์ต่างๆ นานา หาสมมุติฐานที่จะเกิดขึ้น แต่นึกอะไรไม่ออกเลยครับ นึกได้แต่... คำด่าชั่วร้ายที่ผมอยากด่าพี่ชัช! พี่ชัชบ้า ทำแบบนี้ได้ยังไง! พี่ชัชงี่เง่า!
     “แกใจเย็นๆ นะ นนมันอาจจะแค่ก็อปไปเฉยๆ แล้วยังไม่ได้ดูก็ได้ ไม่ก็มันอาจจะไม่ได้เอาไฟล์จากกล้องแกไปเลยก็ได้นะ”
     ป่านพยายามปลอบใจผม ผมเองก็พยายามคิดในแง่ดี พอนั่งตั้งสติได้ซักพัก ผมก็รู้สึกดีขึ้น ผมขอตัวกับสองคนนั้น
     “แกจะไปไหนอ่ะ?”
     “ไปคุยกับนน”
     “เอ้ย! เอาจริงเหรอแก?”
     “ก็คงดีกว่าให้ใครต่อใครมาดูล่ะ”
     ดูป่านเกร็งๆ คงเพราะตอนนี้ผมทำสีหน้าแบบอยากจะฆ่าคนเต็มที่มั้งครับ
     “นายอายที่เป็นเกย์ขนาดนั้นเลยเหรอต้น?”
     “เป็นเกย์กับถูกเห็นเวลาส่วนตัวมันคนละเรื่องกันนะไปป์ เราไม่ใช่ดาราหนังโป๊ เราไม่อายที่เป็นเกย์ แต่เราอายถ้าจะมีใครมาเห็นภาพไม่เหมาะสมของเราแบบนั้น แล้วมันก็เป็นเรื่องระหว่างคนสองคนด้วย ไม่ใช่เรื่องที่ควรเอาไปเปิดเผยให้คนนอกเข้ามายุ่ง”
     ผมตอบกลับไปแบบเรียบๆ โชคดีที่ผมบังคับน้ำเสียงของตัวเองได้แล้ว เสียงของผมเลยกลับมาสงบได้เหมือนเดิม พอไปป์เจอโหมดซีเรียสของผมเข้าไปแบบนี้ ไปป์ก็ไปป์เถอะครับ มีหงอเหมือนกัน
     “เราขอโทษ”
     “ช่างเถอะ นายไม่ใช่คนผิด เราขอตัวก่อนนะ”
     ถึงผมจะพูดแบบนั้น... แต่ผมจะจัดการกับนนยังไงดีล่ะ ความเป็นไปได้มันมีเยอะนะครับ ก่อนอื่นคงต้องลองเชิงดูก่อนละมั้งครับ ผมเดินไปทางโต๊ะอาหารหน้าบ้านพัก พวกเราส่วนมากก็ยืนกินอาหารปิ้งย่างนั่งเม้าท์กันอยู่ตรงนี้แหละครับ ผมมองหานน แต่ไม่เห็นครับ แม้แต่เอกเพื่อนสนิทของนนก็ไม่เห็น
     ผมตัดสินใจเดินไปถามมิวนิค
     “มิวนิค นายเห็นนนมั้ย?”
     “ไอ้นนเหรอ ทำไมอ่ะ มีไร?”
     “เปล่าไม่มีไร พอดีมีธุระนิดหน่อย”
     “ไม่รู้ดิ ไปเข้าห้องน้ำมั้ง มึงอ่ะมาปิ้งหอยแครงให้กูต่อเลย เมย์มันย่างไม่เป็น ออกมาไม่สุกซักตัว”
     ไอ้ยักษ์นี่ก็หวงแต่กิน!
     ผมยิ้มให้มิวนิคแล้วเดินไปหานนต่อในบ้าน นนเลือกนอนคนละห้องกับผมครับ พวกผมสามคน กับมิวนิค เป้ นัน โค่ อัฐ แล้วก็พัทเลือกนอนห้องใหญ่ครับ เป็นชั้นบนสุดใต้หลังคามีระเบียงสวยๆ แบบเปิดอยู่ใต้จั่วพอดี แค่ขึ้นบันไดไปก็เจอเลย ทั้งชั้นโล่งๆ ไม่มีแอร์มีแต่พัดลม ส่วนรุ่นพี่อีกสามคนแล้วก็เอกกับนน นอนห้องเล็กครับ เบียดกันหน่อยแต่มีแอร์ อยู่ชั้นสองชั้นเดียวกับห้องสามสาว ส่วนชั้นล่างเป็นห้องนั่งเล่นแล้วก็ครัวกับห้องน้ำครับ
     เมื่อกี้ตอนที่อยู่ตรงโต๊ะบาบีคิวนั้น ผมไม่เห็นพี่เบียร์เหมือนกัน ไม่แน่ใจว่าอยู่ในห้องรึเปล่า แต่พี่ณตกับพี่โอนั่งพ่นควันอยู่หลังบ้านกับพัท นอกนั้นพวกแก๊งมิวนิค ผมว่าน่าจะอยู่กันครบมั้งครับ ไม่ได้มอง
     ผมออกมาจากห้องของสามสาว เลยเลือกเดินไปดูในห้องตัวเองก่อน มีคนเข้าห้องน้ำอยู่ แต่เป็นอัฐครับ เหลืออยู่ห้องเดียวที่ผมจะไปดู ให้ตายสิ!
     ผมยืนขาสั่นอยู่หน้าห้องของพวกรุ่นพี่ ผมตัดสินใจยกมือขึ้นเคาะประตู สักพักหนึ่งก็มีคนเดินมาเปิดให้ผม
     “อ้าวต้น มีไรเหรอ?”
     “เอ่อ ผมมาหานนครับ นนอยู่ในห้องรึเปล่าครับพี่เบียร์”
     “เออ มันเข้าห้องน้ำอยู่ เข้ามาก่อนดิ”
     ผมเข้าไปนั่งรอในห้องครับ เอกก็อยู่ด้วย กำลังยุ่งอยู่กับสายชาร์ทโทรศัพท์อยู่ พี่เบียร์เปิดแอร์เย็นเจี๊ยบเลย ทำให้ผมที่ใส่เสื้อแขนสั้นกับกางเกงขาสั้นเริ่มรู้สึกหนาวๆ ขึ้นมานิดหน่อยจนต้องลูบผิว
     “หนาวเหรอ?”
     พี่เบียร์ถามยิ้มๆ พร้อมกับเดินไปกดลดแอร์ให้ ผมเลยส่งยิ้มตอบกลับไป ไม่นานนักนนก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ผมเหล่มองแขกร่วมห้องอย่างชั่งใจ พี่เบียร์เหมือนกำลังทำอะไรซักอย่าง เพราะโน้ตบุ๊คที่กำลังเปิดคาไว้มีเสียงเอฟเฟ็คออกมาด้วยครับ คงเล่นเกมอยู่มั้ง? แต่เอาเถอะครับในเมื่อมันจำเป็น!
     “มาหากูมีไรป่ะวะ? สงสัยกูจะท้องเสียว่ะ ปวดท้อง”
     “เอายามั้ย? เรามีติดมา”
     “เออมึงมีเหรอ เอามาหน่อยดิ”
     “อยู่ข้างบนในกระเป๋าอ่ะ นายไปเอากับเราสิ”
     นนมองหน้าผมแปปนึงก่อนจะบ่นออกมานิดหน่อยพลางเดินตามผมขึ้นไปยังชั้นสาม ผมหยิบยาให้นนแล้วก็เอ่ยปากถามในที่สุด
     “เอ่อ นน นาย... ป่านบอกว่านายก็อปรูปจากกล้องคนอื่นไปเก็บรวมไว้เหรอ? นายได้แบคอัพรูปจากกล้องเราไว้มั้ย?”
     “ถามทำไมวะ?”
     นนที่กำลังรับยาไปจากมือผมหันมามองหน้าผมด้วยสายตาแปลกๆ ปนสงสัย
     “เปล่า ก็ถ้านายเก็บไว้แล้วเราจะได้ลบในกล้องทิ้งไง เหมือนเราจะเอาเมมมาไม่พอน่ะ”
     นนทำหน้างงๆ อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้า
     “เปล่าว่ะ ตอนแรกกูว่าจะก็อปลงอยู่หรอก นึกว่าโน้ตบุคไอ้เอก ปรากฏว่าเป็นของพี่เบียร์ เลยไม่ได้เอาลง”
     ผมยิ้มออกมาทันที สบายใจแล้วครับ
     “เหรอ งั้นเดี๋ยวเราบอกให้ป่านแบคอัพให้เราเอาก็ได้”
     “ไม่ใช่ป่านมันทำไปให้ละเหรอ?”
     “อ้าวเหรอ ไม่รู้สิ ช่างมันเถอะ งั้นเราไปก่อนนะ พวกข้างล่างบ่นกันใหญ่แล้ว ไปช้าเดี๋ยวไม่มีไรเหลือให้กิน”
     ไม่มีอะไรน่ากลัวสำหรับผมแล้วครับ ผมสบายใจแล้ว ผมคว้ากล้องมาแล้วกดฟอร์แมททันที ถึงยังไงรูปส่วนนึงก็อยู่ในเครื่องป่านอยู่แล้ว จะไปขอเมื่อไหร่ก็ได้ครับ ตอนนี้ผมควรรีบกำจัดไฟล์อุบาทว์ในเมโมรี่นี้ไปให้เร็วที่สุดก่อนดีกว่า
     แล้วผมก็สนุกกับมื้อค่ำ ปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ริมหาดครับ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



เวลาพวกเน็ทไอเด้าเขามีคลิปหลุดนี่รู้สึกยังไงกันน้า? ทำอะไรไม่คิดก็งี้แหละ เหอะๆ  :katai2-1:

นิยายเรื่องนี้ชอบใช้มุกเชิงเสียดสีนะเออ คนเขียนชอบเอาเรื่องโน้นเรื่องนี้มาเขียนล้อล่ะ ฮ่าๆ :katai3:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-10-2014 04:59:23 โดย AI.NoR »

ออฟไลน์ bebe

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 672
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-5
จิมีคลิปหลุดมั้ยน้อออ

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
นน

     “เฮ้ยนน ต้นมันมาหามึงทำไมวะ? เมื่อกี้ข้างล่างก็ถามหามึงกับไอ้มิว”
     “กูจะไปรู้เหรอโค่”
     ผมจะไปรู้ใจไอ้ต้นได้ไง ไม่สนิทกับมันซะหน่อย พาผมไปแดกยาถึงชั้นสามเพื่อถามเรื่องกล้องเนี่ยนะ?
     “เฮ้ยเอก กล้องที่กูเอามาตอนเย็นอ่ะ ตกลงมึงได้ก็อปไฟล์ไว้ป่าววะ”
     ผมลองถามเอกดูเพราะผมไม่สนิทกับพี่เบียร์เท่าไหร่ ไม่กล้ายุ่งกับคอมพี่เขา แต่เอกมันสนิท มันบอกว่าเดี๋ยวมันทำเอง แต่ก็ไม่รู้ว่ามันได้ทำจริงๆ รึเปล่า
     “เออ อยู่ในเครื่องพี่เบียร์อ่ะ ทำไมวะ?”
     “ต้นมันทำท่าแปลกๆ กูเลยอยากดูว่าในกล้องมีไร”
     แล้วพวกเราสามคนก็ขอยืมคอมพี่เบียร์ แต่พี่เบียร์ติดเล่นเกมอยู่ เราเลยนัดกันว่าไว้พี่เขาเล่นเสร็จแล้วพวกเราค่อยมาดูอีกที
     พวกเราลงไปกินกันต่อ ถึงผมจะท้องเสียแต่อย่างอื่นนอกจากซีฟู๊ดผมก็กินได้นะ แค่ท้องเสียนี่ทำอะไรผมไม่ได้หรอก
     แน่นอนว่าพวกเราดื่ม ช่างหัวอายุมัน พวกเราซื้อเบียร์มาเป็นลังเพื่อการนี้! แต่ก็ลาภปากพวกแดกฟรีบางตัวอ่ะ แสรดตอนซื้อไม่ออกตังค์แต่หยิบกินหน้าตาเฉย มีแค่สองคนเท่านั้นที่ไม่แตะคือไอ้ต้นกับไอ้ไปป์ที่โดนห้ามแล้วก็พวกผู้หญิง
     ผมกินอยู่ซักพักพี่เบียร์ก็เดินมาสะกิด ผมกับเอกเลยมองตากันแล้วก็ถอยออกมาเงียบๆ กะขึ้นไปดูว่าไอ้ต้นมันมีความลับอะไร ไอ้นี่ความลับมันเยอะโคตรๆ
     “พวกมึงไปไหนกันวะ?”
     “กูจะไปเข้าห้องน้ำ”
     “ห้องน้ำข้างล่างก็มีขึ้นไปทำหอกไรข้างบน?”
     “เพื่อนโค่ครับ มึงไม่เสือกเรื่องของกูกับเอกซักวันได้มั้ยครับ”
     “เช็ดเข้ กูถามดีๆ นะมึง”
     “พวกกูร้อน จะไปนอนตากแอร์หน่อย เดี๋ยวลงมาใหม่”
     “เออ งั้นกูไปด้วย กูก็ร้อน รู้งี้น่าจะไปนอนห้องพวกมึง”
     มีตัวเสือกเพิ่มแล้วไง... ช่างมันเว้ย! ความลับไอ้ต้น
     ผมกับเอกเลยเดินขึ้นมากัน แต่พอเข้าห้องมาได้ อ้าว เหี้ยแล้ว! อยู่นี่กันเพียบเลยนี่หว่า นอกจากพี่ณตกับพี่โอที่ขึ้นมาอาบน้ำก่อนหน้านี้แล้วไอ้มิวนิคก็อยู่แถมพ่วงไอ้อัฐอีกหนึ่ง นอนตากแอร์สบายเลยนะมึง ผมไม่เข้าใจจริงๆ มันจะมาทะเลทำไมมาถึงก็เอาแต่นอน
     “มึงมาทำไรห้องกู?”
     “กูมายืมที่ชาร์ทพี่เบียร์ แบตกูหมด พวกมึงอ่ะ แห่มาทำไรกัน”
     “กูมาดูรูปในกล้องวันนี้”
     “เออดี เดี๋ยวมึงอย่าลืมเอากล้องลงไปกันด้วยอ่ะ แดกเสร็จละจะเล่นเกมพระราชากัน จะได้มีภาพฮาๆ ไว้”
     “เออ”
     ผมรับคำไปงั้นแล้วนั่งรอเอกที่เดินไปหยิบโน๊ตบุ๊คพี่เบียร์มาเปิด เอกมันเปิดรูปให้ผมดูแต่ก็มีตัวเสือกจนได้ ไอ้มิวนิคนั่นเอง มันยื่นหน้ามาดูด้วย
     “พวกมึงดูไรกัน?”
     “รูปกล้องไอ้ต้น”
     มิวนิคมันทำหน้าสงสัยเล็กน้อย ผมก็เลยอธิบายเพิ่มจากที่เอกมันพูด
     “ไอ้ต้นทำตัวน่าสงสัยสัสๆ อ่ะ เหมือนมีความลับ ถามกูว่าได้ก็อปไฟล์จากกล้องมันไว้รึเปล่า กูเลยโกหกไปก่อน ว่าจะแอบมาดูทีหลัง กูอยากรู้ว่ามันมีความลับไร”
     “แล้วมันมีความลับไรวะ?”
     “ก็อย่ากวนดิวะ สาส รูปรวมกันเป็นร้อยๆ กว่ารูป กล้องไอ้เมย์ก็โคตรเยอะอ่ะ เอกมันก็หาอยู่ ใจเย็น”
     “เจอแล้ว”
     สิ้นคำไอ้เอกพวกเราก็สุมหัวกันมุงอยู่หน้าจอโน๊ตบุ๊คพี่เบียร์ รูปในกล้องของไอ้ต้นที่ปรากฏออกมารูปแรกที่พวกเราเห็นเป็นรูปตอนต้นมันหลับ คือหลับที่ว่านี่หลับแบบหลับจริงๆ หลับตาพริ้มจนดูแล้วน่ารักเลย
     ต้นนอนหลับอยู่บนเตียงที่มีปลอกหมอนกับผ้าปูสีเข้มท่าทางไม่รู้เรื่องอะไร พวกเรารู้ว่าเป็นรูปแอบถ่ายแน่ๆ แต่ใครมันถ่ายไว้ล่ะ? ไอ้ต้นไม่ได้อยู่คนเดียวหรอกเหรอ? ไหนมันบอกว่าแม่มันอยู่เมืองนอก?
     รูปต่อๆ ไปก็ยังคงเป็นรูปไอ้ต้นหลับ มีตั้งแต่ถ่ายซูมแบบเต็มหน้าจนเห็นแก้มใสๆ ของไอ้ต้น รูประยะครึ่งตัว จนไปถึงรูปเต็มตัวที่ต้นนอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มดูท่าทางหลับสบายบนเตียงขนาดคิงไซส์ ไอ้เชี่ยนี่หน้าใสจริงๆ ผู้หญิงบางคนยังสู้มันไม่ได้เลย หน้ามันตอนหลับยังดูดีเห็นแล้วอิจฉาโว้ย!
     “ไม่เห็นมีไรเลยว่ะ ก็แค่รูปตอนหลับอ่ะ ต้นมันก็ไม่ได้หลับน้ำลายยืดซะหน่อย มึงอยากได้รูปต้นหลับไว้คืนนี้กูถ่ายให้ก็ได้”
     โค่ออกความเห็นแบบเซ็งๆ
     “เออ ดูไปก่อนน่า”
     แล้วรูปต่อไปก็ไม่ทำให้พวกเราผิดหวัง เป็นรูปตอนที่ต้นตื่นแล้ว เริ่มตั้งแต่นิ่วหน้ากระพริบตาจนถึงขั้นตื่นหันมาส่งยิ้มให้กับกล้องแล้วก็ เดินไปเข้าห้องน้ำ ชุดนอนต้นโคตรคุณหนูเลย โตป่านนี้มันยังใส่ชุดนอนลายการ์ตูนอยู่ได้ ปัญญาอ่อนชิบ!
     “สารคดีตอนตื่นนอนไอ้ต้นเหรอมึง?”
     “พนันกันป่ะ กูว่าคนถ่ายอ่ะ แฟนไอ้ต้น”
     “สุมหัวดูไรกันเนี่ย?”
     พี่ณตที่พึ่งอาบน้ำเสร็จเดินมารวมตัวกับพวกเรา พี่แกตีเนียนมาดูด้วยหน้าตาเฉย
     “รูปหลุดไอ้ต้นครับพี่ เอกกับนนมันไปขโมยไฟล์ในกล้องไอ้ต้นมา พวกเราเลยแอบมาดูกัน เผื่อเอาไว้หาเรื่องแกล้ง มันชอบเก็กดีนัก ฮ่าๆ”
     “แกล้งเพื่อนไม่ดีมั้ง”
     พี่ณตหัวเราะเรียบๆ ผมเห็นท่าไม่ดีเลยรีบอธิบาย
     “ความคิดชั่วๆ แบบนั้นปล่อยมิวนิคมันทำไปคนเดียวเหอะพี่ ผมแค่ดูรูปกันเฉยๆ อันไหนไม่เกี่ยวกับทริปจะได้ลบทิ้งไม่เปลืองฮาร์ดดิสพี่เบียร์ไงพี่”
     แหม ผมนี่ โม้เก่งจริงๆ หาข้ออ้างได้เทพขิงๆ
     “เหรอ นี่กล้องต้นเหรอ เฮ้ยๆ พี่ขอรูปพวกนี้ไว้หน่อยดิ เก็บใส่โทรศัพท์ให้พี่ที”
     พี่ณตรีบบอกทันทีที่เห็นรูปไอ้ต้นใส่ผ้ากันเปื้อนยืนอยู่หน้าครัวหันมายิ้มให้กล้อง อย่าว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลยนะ แต่พี่ณตนี่ก็มีข่าวว่าเคยตามจีบต้นมันตอนอยู่ปีหนึ่งอ่ะ ผมไม่สนิทกับพี่ณตเท่าไหร่ แต่ก็พอได้ข่าวอยู่ว่าแกเป็น...
     พวกเราดูรูปไปเรื่อยๆ จนถึงคลิปสุดท้ายที่คั่นระหว่างรูปต้นยืนยิ้นในครัวกับภาพที่พวกเรากำลังยืน รอรถตู้อยู่หน้าตึกภาค ห้องครัวต้นดูดีโคตรๆ อ่ะ คุณหนูชัดๆ คอนโดมันห้องโคตรสวย ภาพที่เห็นชวนให้ผมอิจฉามันชะมัด บ้านก็มีตังค์เสือกจะขอทุนทำซากไรวะ
     “ถ่ายอะไรอยู่ได้ครับพี่ชัช”
     “อ้าว ก็ลองกล้องไง ไม่ลองจะรู้เหรอครับว่าใช้ได้จริงป่าว”

     แล้วก็มีเสียงพูดดังขึ้น ไอ้มิวนิคมันเสือกกดเล่นคลิป
     “ละถ้ามันใช้ไม่ได้จะซื้อมาทำไมตั้งแต่ทีแรกละครับ”
     “ไม่เอาครับ หยุดถ่ายได้แล้ว”

     ต้นในคลิปโคตร... ผมไม่เคยเห็นอ่ะ มันทำเสียงเล็กเสียงน้อยโคตรแอ๊บ แล้วแถมยังยิ้มแบบ... ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาปีกว่าผมไม่เคยเห็นมันยิ้มแบบนี้ให้พวกผมเห็นซักวัน!
     มันเดินเข้ามาใกล้ๆ กล้องแล้วก็เอามือมาทำท่าจะปิดหน้าเลนส์ แต่คนถ่ายคงไหวตัวทันก่อน เพราะผมเห็นภาพไหวไปมา
     “เอ้ย อย่าโดนเลนส์ดิ เดี๋ยวมัวหมด”
     “หยุดถ่ายเลยครับ!”
     “ไม่หยุดแล้วจะทำไมคร้าบ”

     เสียงไอเหี้ยนี่กวนสัสๆ โคตรหื่นอ่ะ ว่าแต่ผมเพิ่งนึกได้ คนถ่ายคลิปเป็นผู้ชาย!
     “อุ่ย! พี่ชัช เล่นบ้าไรครับ!”
     ภาพมุมที่พวกเราเห็นชักจะแปลกๆ แล้ว ผมหันไปดูสีหน้าเพื่อนแต่ละคนแล้วแบบว่า แต่ละคนใบ้แดกสนิทอ่ะ
     “เลิกเล่นได้แล้วครับ คืนกล้องผมมา”
     “พี่หิวอ่ะ”
     “มาหิวอะไรตอนนี้ครับ”
     “นะ ขอพี่กินหน่อยน่า”
     “ลามกแล้วครับ ล้วงอะไรผมไม่ทราบ”
     “ก็พี่หิวน้ำ หึๆ”

     “เฮ่ยพวกมึง กูว่าชักจะแปลกๆ แล้วนะ พอเหอะ”
     ผมชักปอดไม่อยากดูต่อแล้ว เสียงดูดปากในคลิปกับเสียงครางเบาๆ แบบนั้นเหมือนในแผ่นหนังที่ผมแอบเก็บไว้ใต้เตียงเลย แต่ไม่ใช่แผ่นชายเหนือชายแบบหนังสดไอ้ต้นที่กำลังฉายอยู่ตอนนี้แน่ๆ
     “ถ้าจะทานก็ทานดีๆ สิครับ คืนกล้องผมมาได้แล้ว เดี๋ยวตกเจ๊ง”
     “งั้น พี่ทานบนโต๊ะนี้เลยได้ป่ะ โคตรหิวเลยครับที่รัก”
     “อื้อ ไม่เอานะครับพี่ชัช อื้ม อะ อย่าสิครับ อ๊า”
     “นะครับต้น พี่ไม่ไหวแล้ว”

     อย่าว่าแต่ไอ้เหี้ยนั่นเลยที่ไม่ไหว ผมก็ไม่ไหวละ แต่ไอ้พวกที่เหลือดิ
     “เอ้ยๆ ดูก่อนดิมึง ต้นแม่งจะเอากับแฟนบนโต๊ะอ่ะ โคตรเอ็กซ์”
     “ไอ้เหี้ยโค่ มึงจะดูคลิปเพื่อนมึงเหรอ!”
     ผมพูดพร้อมๆ กับหันไปมองหน้าไอ้เอก แต่ไอ้เอกไม่ได้มองผมเลย เอกมันเบือนหน้าหนีแล้วเดินไปนั่งตรงอื่นเพราะทำอะไรฝูงแมงหื่นที่กำลังมุงอยู่หน้าจอไม่ได้ คลิปก็เลยยังเล่นต่อไปได้ท่ามกลางสายตาฟิสิกส์มุง
     “ไปที่เตียงสิครับ พี่ชัช! อย่าครับ อื้อ”
     “อ้าวเฮ้ย! ภาพหายไปไหนวะ? มาแต่เสียงว่ะ ทำไมไม่ตั้งกล้องถ่ายดีๆ วะ เสียอารมณ์เลยกู”
     เสียงไอ้โค่บ่นขึ้นเพราะภาพในคลิปกลายเป็นภาพมุมอื่นในห้อง มีเสียงเบาๆ เหมือนผ้าตกลงบนพื้นกับเสียงดังกุกกักที่เดาไม่ถูก ตอนนี้ทุกคนกำลังจ้องภาพในจออย่างเอาเป็นเอาตาย ส่วนหูก็ตั้งสมาธิเงี่ยฟังเสียงในคลิปกันสุดๆ บางคนหน้าแดงแล้วอย่างไอ้มิวนิค ส่วนพี่ณตนี่อย่าให้ผมบรรยายเลย ไอ้โค่นี่ก็ทำท่าตื่นเต้นอย่างกับดูหนังโป๊ เอ่อ... ก็หนังโป๊จริงๆ อ่ะ ขนาดพี่โอที่ตอนแรกนอนเล่นโทรศัพท์อยู่อีกเตียงยังเขยิบมาดูเลย มีก็แต่ไอ้อัฐที่ยังเสือกนอนได้อีก มันนอนเล่นๆ หรือหลับจริงวะนั่น?
     “อะ พี่ชัช! อือ.. อย่าพึ่ อ๊า ใจเย็นๆ สิครับ อื้ม”
     “อ้าขาอีกนิดสิครับที่รัก พี่เข้าไม่ถนัดอ่ะ”
     “พี่ชัชบ้า! เบาๆ สิครับ อื้อ อ๊า อึ๊”
     “หึ หึ”

     แสรด! เสียงคุยในคลิปโคตรลามก แฟนไอ้ต้นหื่นโคตรๆ ผมฟังยังเขินแทนเลย ต้นมันทนได้ไงวะ! ปกติเห็นเรียบร้อยจะตาย แต่เสียงไอ้ต้นในคลิปนี่ก็ใช่ย่อยครางได้สยิวมากฟังดูยั่วสุดๆ ขนาดตอนผมมีอะไรกับแฟนๆ ผมยังไม่ขนาดนี้เลย โชคดีที่มันมาแต่เสียงไม่มีภาพ ไม่งั้นผมคงมองหน้าไอ้ต้นไม่ได้อีกแหง๋
     แค่ภาพสั่นๆ จากมุมบนโต๊ะ เสียงเนื้อกระแทกเนื้อ เสียงเนื้อกระทบโต๊ะ แค่เสียงพวกนี้ก็โคตรบิ้วแล้ว! ผมไม่ยักรู้มาก่อนว่าไอ้ต้นมนุษย์น้ำแข็งของพวกเราจะเอ่อ... แหกปากได้อารมณ์ขนาดนี้ ของขึ้นเลยอ่ะ เอ้ย! เมื่อกี้ถือว่าผมไม่ได้พูดไรออกไปนะ
     “เชรี่ย กูไม่รู้มาก่อนเลยว่าต้นแหกปากครางดังขนาดนี้”
     โค่มันพูดแบบลอยๆ แล้ว เสียงมันฟังดูสติหลุดไปไกลละ กู่ไม่กลับแล้วไอ้นี่
     “ลองมึงโดนกระแทกตูดดูแรงๆ แบบนั้นมึงจะหุบปากไหวมั้ยอ่ะ”
     ไอ้มิวนิคนี่ก็พูดตรงเกินไปละ แต่... ก็จริงของมัน
     “กูคิดว่าต้นนิ่มๆ มาตลอดอ่ะ แต่นี่ เช้ด... ล่อกันบนโต๊ะกินข้าว อย่างเอ็กซ์! เคลุกเลยอ่ะกู”
     “สาด พวกมึงปิดเหอะว่ะ กูเขิน”
     ผมรีบสกัดคำอุบาทว์จากปากไอ้หื่นโค่ ไอ้สัสนี่หื่นสุดในกลุ่มพวกผมแล้ว
     “ปิดทำไม กูกำลังดูมันๆ”
     “มันบ้านมึงดิ กูเขิน”
     “มึงไม่ดูมึงก็ไป คนอื่นเขาจะดูกัน”
     มิวนิคออกปากหยุดการโต้เถียงระหว่างผมกับโค่ ผมว่าตอนนี้พวกมันแต่ละตัวมีอารมณ์ชัวร์ๆ ตางี้เริ่มเคลิ้มแล้ว ดีเท่าไหร่ที่ไอ้หื่นโค่มันไม่ควักของตัวเองออกมารูด มันเคยรูดตอนดูคลิปโป๊ทั้งๆ ที่มีคนอื่นอยู่ด้วยมาแล้ว หื่นชะมัด!
     ผมไม่ได้คิดอะไรหรอกนะถ้าคนในคลิปไม่ใช่ไอ้ต้น แล้วผมจะลงไปมองหน้ามันได้ยังไงวะเนี่ย? ไอ้เอกมันจะทำใจได้มั้ยวะ มันยิ่ง... ผมไม่กล้าเข้าหน้ามันเลยวุ้ย!
     จนกระทั่งเสียงในคลิปเงียบหายไปเรียบร้อยแล้ว ผมก็เห็นเพื่อนแต่ละตัวทำหน้าเสียดายกันซะงั้น แต่แล้วแต่ละคนก็เริ่มส่งเสียงวิจารณ์ออกมา
     “เชรี่ยต้นแม่งโดนเย็-สดแตกในด้วยอ่ะ โคตรร่านเลย”
     “เฮ่ย! พูดให้มันดีๆ หน่อยโค่ นั่นเพื่อนนะเว้ย!”
     “มึงอ่ะตัวดีเลยสัสมิว! เพื่อนแล้วมึงก็นั่งดูเพื่อนโดนเยิบหน้าตาเฉยอ่ะ”
     ผมขอด่ามันหน่อยเหอะ ทำมาเป็นพูดดี ไอ้หื่นเอ้ย!
     “หน้าต้นโคตรได้ฟิลอ่ะ มึงเห็นภาพตอนท้ายป่ะ ทำกูแข็งเลย”
     ไอ้โค่ยังไม่จบ! ดูเหมือนมันจะฟินกับต้นมากๆ ผมมองไปทางพี่ณตกับพี่โอ พี่ๆ เขาไม่ได้พูดอะไร แต่พี่ณตเดินหนีไปเข้าห้องน้ำเป็นคนแรก ชัวร์แน่ๆ
     “มึงก็ลองไปบอกไอ้ต้นให้ทำหน้าแบบนั้นให้มึงดูดิ มันได้ฆ่ามึงแน่”
     เสียงไอ้เอกดับฝันของสัสโค่ซะแล้ว ตลอดเวลาที่นั่งอยู่มันไม่ได้พูดกะซักแอะ ถึงจะลุกหนีแต่ก็ไม่ยอมออกไปนอกห้องเหมือนกัน แต่จู่ๆ มันก็พูดขึ้นมา
     “กูสงสัยมาตั้งนานแล้วว่าต้นเป็นเกย์ ทีนี้ก็ชัดแล้ว”
     “เพื่อนเป็นเกย์แล้วมันแปลกตรงไหนวะ!”
     “ป่าน!”
     “เออฉันเอง!”
     พวกเราแตกฮือกันทันที โดยเฉพาะไอ้โค่ มันรีบหันหลังเลย ไอ้มิวนิคก็ใช่เล่น รีบคว้าหมอนมากอดบังไว้ เคลุกกันล่ะสิพวกมึง!
     “พวกแกเห็นแล้วใช่มั้ย?”
     “เห็นไร เปล่า ไม่มี๊!”
     “ฉันว่าแล้วว่ามันแปลกๆ ที่พวกแกหายไปกันแบบนี้ ที่แท้มานั่งสุมหัวกัน”
     ป่านกวาดตามองพวกเราอย่างดุดัน ส่วนพวกเราก็... ตัวใครตัวมันล่ะ ถึงป่านจะไม่ได้เป็นเจ้าแม่ขาวีนแบบยัยเมย์ แต่เวลาเอาเรื่องก็โหดน่ากลัวไม่แพ้ใครเหมือนกัน
     “ไหนแกบอกต้นมันว่าไม่ได้ก็อปไว้ไงนน!”
     อ้าว! ซวยเลยผม
     “เออ ก็กูไม่รู้ว่าเอกมันก็อปไว้แล้ว”
     “แล้วทำไมมึงไม่ลบ!”
     “ก็ใครจะไปรู้อ่ะว่าเป็นคลิปต้นเอากับแฟน”
     “พวกน้องใจเย็นๆ กันก่อนดีมั้ยครับ”
     แม้ป่านจะหันมาถลึงตาใส่พี่โอ แต่ก็ยังไม่กล้าวีนแตกให้
     “ลบเลยนะแก”
     “เออ ลบอยู่เนี่ย”
     เอกตัดปัญหาด้วยการลบไฟล์ทุกอย่างโชว์สดๆ แถมยังตามไปลบในถังขยะให้อีก ทีนี้ชัวร์แน่ๆ
     “แล้วก็ห้ามไปพูดไรกับต้นมันด้วย เก็บเป็นความลับไว้เลย ต้นมันไม่รู้เรื่องนี้ มันนึกว่ามีแต่ฉันกับไปป์ที่รู้”
     “เออ พวกเราไม่กล้าพูดไรหรอก”
     “แน่นะแก!”
     “เออๆ”
     พอป่านได้ยินมิวนิครับคำแล้วก็สบายใจ แต่ก็ยังพูดต่ออีกหนึ่งประโยคทิ้งท้ายไว้
     “จะทำไรก็คิดให้ดีละกัน ต้นมันดีกับพวกแกขนาดไหน ต่อให้มันเป็นเกย์แล้วไง มันก็ไม่เคยทำไรพวกแกไม่ใช่เหรอ เรื่องไรที่ต้นมันไม่อยากให้พูดก็อย่าไปพูดล่ะ ฉันไม่อยากให้ต้นมันเสียใจ ถ้าพวกแกจะรังเกียจมันไปแกล้งมันเพราะเรื่องนี้นะ เจอฉันแน่!”
     “จะบ้าเหรอวะป่าน ต้นมันก็เพื่อนพวกเรานะเว้ย!”
     ถึงมึงจะพูดแบบนั้นแต่เมื่อกี้กูเห็นมึงยังนั่งดูคลิปไอ้ต้นอยู่เลยนะสัสมิว กูบอกให้ปิดพวกมึงก็ไม่ปิด!
     พวกเราตกลงกันไว้ว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ พี่ณตกับพี่โอก็ด้วย พวกเราสัญญากันว่าจะไม่มีใครแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป ทุกคนไม่มีใครอยากโดนไอ้ป่านเอาเรื่องแน่และยิ่งไม่มีใครอยากโดนไอ้ต้นโกรธ ติวเตอร์ตัวพ่อแบบนั้นถ้ามันไร้เมตตากับพวกผมขึ้นมาพวกผมตายอย่างเขียดยกรัง แน่ๆ
     พวกเราต่างคนต่างแยกย้ายกัน ไอ้อัฐมันยังหลับเหมือนเดิม แต่ว่า .... ผมเห็นไอ้โค่กับมิวนิควิ่งไปแย่งห้องน้ำชั้นสาม อย่าบอกนะว่าพวกมัน... ช่างหัวเว้ย! ผมเองก็ต้องไปสงบสติอารมณ์ตัวเองเหมือนกัน ยังไม่รู้จะมองหน้าต้นมันยังไงเลย

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



อา... เอาแล้ว หลุดแล้ว... ต้นเอ้ย ไว้อาลัยให้ต้น  :m10: 
หลุดที่ไหนไม่หลุด ดันมาหลุดกลางดงตัวจี๊ด ซวยแน่ๆ คืนนี้ระวังนอนๆ อยู่ละโดนปล้ำนะต้น หึๆ

ออฟไลน์ Sbatandty

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 86
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-1
อยากอ่านต่อแล้ว

ออฟไลน์ bebe

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 672
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-5
กี๊ดดดด ๆ มีจริงๆด้วยย

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
ต้นน้ำ

     ตอนดึกพวกเราเล่นเกมกันแต่ระหว่างนั้นไม่รู้ทำไมผมรู้สึกขนลุกแปลกๆ พวกนนกับเอกดูแปลกไป เอกไม่ยอมมองหน้าผมเลย ส่วนสายตาของโค่ที่มองมาทางผมมันก็ดู... ผมขนลุกครับ! แม้แต่มิวนิคยังไม่ค่อยยอมสบตาผม เอาแต่แอบมองละพอสบตากันทีไรก็หันหน้าหนีผมซะงั้น เกิดอะไรขึ้น?
     พวกเราตกลงกันว่าจะเล่นไพ่ครับ มีคนเอาไพ่มา แต่พอเล่นไปนานๆ ก็ชักเบื่อเลยเปลี่ยนเป็นเล่นเกมพระราชา แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ... ผมมักจะซวยโดนพระราชาสั่งแกล้งตลอดเลยครับ
     “เอ่อ... โค่ ไม่ต้องใกล้ขนาดนี้ก็ได้”
     ผมที่ถือเลขแปดกำลังโดนโค่ที่ถือเลขห้าเอาแป้งประหน้าอยู่ครับ แถมด้วยลิปสติกเขียนแก้มอีกนิดหน่อย แต่... ใกล้เกินไปแล้ว สัมผัสจากมือของโค่ทำให้ผมรู้สึกขนลุกยังไงก็ไม่รู้ครับ
     “เอ้ยๆ มัดจุกไอ้ต้นด้วย”
     นันส่งเสียงเชียร์ใหญ่เลยครับ พวกมันเก็บกดอะไรมากันรึไง?
     “พอใจยัง?”
     ผมถามขึ้นหลังจากมีสภาพไม่ต่างอะไรกับวันรับน้อง หน้างี้เลอะเต็มเลยครับ ทั้งแป้งทั้งลิป
     “เออๆ”
     พวกมันยอมจนได้ครับ แต่เล่นๆ ไป ในที่สุด ผมก็ได้เป็นพระราชา หึๆ
     “เบอร์สอง กินวาซาบิก้อนนั้นให้หมดในคำเดียว”
     ก่อนหน้านี้ไปป์ซื้อซูชิมาทานครับ แต่ไม่ได้ทานวาซาบิ แล้วก็ไม่ยอมเอากล่องไปทิ้งด้วย ผมก็เลยปิ๊งไอเดียนี้ขึ้นมา
     “อ๊าก! ต้นโหดสัสอ่ะ”
     พัททิ้งไพ่ลงมาแบบเซ็งๆ ครับ ฮ่าๆ สมน้ำหน้า ผมนั่งอมยิ้มมองดูพัทน้ำตาไหลหน้าแดงเพราะวาซิบิมันฉุนขึ้นจมูกด้วยความสะใจที่ได้เอาคืน

     ใครมันคิดเกมบ้าๆ นี่นะ ให้ตายเหอะ! ผมเกลียดป็อกกี้! พวกเราอยู่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเราเลยไม่เคยต้องเจอกับการรับน้องทุเรศๆ ประเภทลูกอมร่วมสาบาน แต่ตอนนี้ผมต้องมาป้อนป็อกกี้โดยห้ามใช้มือให้กับคู่ของผม ให้ตายเหอะ! แต่เอาเถอะป็อกกี้ในมือผมก็คงดีกว่าเลย์แผ่นเรียบแตกๆ ในมือพี่เบียร์ ผมไม่น่ายกมือเล่นเกมนี้ด้วยเลย
     "ต้น ได้อะไรอ่า?"
     ไปป์มาสะกิดถามผมๆ เลยหันไปมองเขา ... ทาโร่แบบยาวพิเศษ ทำไมไปป์ถึงโชคดีแบบนี้นะ โค่ถือโอโจ้ ... มิวนิคถือ... ใครมันเอาปาร์ตี้มาเล่นครับ! ให้ตายเถอะ ไม่อยากจะคิดเลยว่าเขาจะเล่นยังไง อี๋ย! พัทได้กล้วยหอม แค่คิดก็สยองน้ำลายเขาแล้ว เกมนี้พวกเราจะใส่ขนมลงในกล่องเป็นคู่ๆ ครับ แล้วก็เขย่ากล่องเทขนมออกมาทีละชิ้น มีการเป่ายิ้งฉุบจัดลำดับก่อนว่าใครจะเป็นคนที่หนึ่งนับไปเรื่อยๆ ใครได้ของเหมือนกันต้องป้อนกันด้วยปากห้ามใช้มือ คู่ไหนเร็วสุดคู่นั้นชนะ แต่ว่า... เพราะมันน่าเกลียดเลยไม่มีผู้หญิงเล่น แล้วใครเป็นคู่ของผมล่ะ? ... อัฐ? จริงเหรอเนี่ย!
     "ได้ป็อกกี้ป่ะ?"
     "อืม..."
     "คู่ที่เท่าไหร่นะ? เอาคู่แรกเลยมั้ย?"
     "ขอทำใจก่อนนะ"
     "ฮ่าๆ ต้องทำใจเลยเหรอ เราแปรงฟันแล้ว"
     แล้วผมก็ดูพี่เบียร์ป้อนเลย์กับเป้
     "อี่! อันแตกอ่ะ!"
     "เฮ่ยๆ ไม่ได้นะเว้ย มึงต้องก้มลงไปเลียให้หมดนะไอ้เป้ ไม่งั้นเวลาไม่หยุด"
     นันไม่เล่นก็พูดได้สิครับ สงสารพี่เบียร์จัง เลย์มันก็แตกอยู่แล้วพอคาบแล้วเอาไปป้อนมันเลยร่วงกราวลงพื้น แต่ด้วยสปิริตพี่เบียร์ก้มลงไปเลียเลย์ที่พื้นจริงๆ ด้วยอ่ะ! รุ่นพี่ผมสุดยอด!
     คู่ต่อมา เอ่อ... พี่ณตกับพัท ผมจะอ้วก! คือกล้วยฝั่งที่พัทคาบมันชุ่มน้ำลายมากๆ ครับ นาทีนี้ผมเห็นใจพี่ณตสุดๆ
     "หืม พัท... มึงบ้วนปากบ้างนะ"
     แหวะ! ผมทนดูต่อไปไม่ไหวแล้วครับ แต่แล้วคู่ต่อมาก็ทำให้ผมอิจฉา โอมได้ทาโร่เหมือนไปป์ ... ทำไมมีแต่ผมที่ดวงตกนะ! โอมกับไปป์พอต่างฝ่ายต่างคาบทาโร่แบบยาวพิเศษไว้คนละด้านแล้วก็เริ่มทานกันสบายๆ ครับ แต่พอโอมขยับปากไปได้สามทีเท่านั้นแหละไปป์กระตุกเส้นจนขาดแล้วดูดเส้นเข้าปากจนหมด ใช้เวลาค่อนข้างเร็วทีเดียว... ผมก็อยากชมไปป์นะครับ แต่ทำไมมันละเหี่ยใจยังไงพิกล
     คู่ต่อมาเป็นคู่ของมิวนิคกับนน แต่ละคนมองปาร์ตี้เคลือบคาราเมลแล้วก็กุมขมับ
     "มึงเป็นคนใส่มาใช่มั้ยโค่ กูรู้ว่าของมึง มึงใส่มาทำเชรี่ยอะไรวะ!"
     "อย่ามาโทษกูเพื่อนฝูง โทษดวงพวกมึงซะ ฮ่าๆ"
     อึ๊ย! มิวนิคกับนนแทบจะดูดปากกันแล้ว ในที่สุดหลังจากปล่อยเวลาผ่านไปกับการปรึกษากันมิวนิคก็เสนอไอเดียให้นนเอาฟันกัดปาร์ตี้เลอะขี้มือชิ้นนั้นเอาไว้ แล้วเขาจะก้มไปงับเอง แต่พลาดครับ เศษปาร์ตี้กระเด็นลงพื้น ดีที่มันมีรอยงับตรงฝั่งนนไปแล้วนิดนึงนนเลยอ้างว่าตัวเองทานแล้วทิ้งให้มิวนิคต้องลงคาบไปปาร์ตี้ที่เหลือจากพื้นทานคนเดียว แหวะ... ผมหวังว่าผมคงไม่ทำป็อกกี้ตกพื้นนะ
     ผมยังไม่ทันได้เตรียมใจเลยแต่อัฐลากมือผมออกไปซะแล้ว
     แล้วทุกอย่างมันก็เกิดขึ้นเร็วมาก อัฐให้ผมคาบป็อกกี้ฝั่งขนมปังไว้แล้วเขาก็ก้มมางับป็อกกี้จากอีกด้าน กะให้ใกล้ตรงกลางแล้วก็กัดจนป็อกกี้หัก พวกเราผ่านเกมนี้แบบสบายๆ แต่ผมเหมือนรู้สึกว่าปากเราโดนกันนิดหน่อยเลยครับ ถ้าไม่ใช่ปากก็คงเป็นลมหายใจ ผมบอกไม่ถูก แต่รู้สึกมันเขินๆ ยังไงก็ไม่รู้ ก็นอกจากพี่ชัชแล้วผมไม่เคยใกล้ชิดกับใครมาก่อนนี่ครับ ... ผมหมายถึงถ้าไม่นับแม็กซ์นะ ผมแอบเขินจนลืมดูคู่สุดท้าย โค่กับพี่โอโวยวายเรื่องเศษโอโจ้ร่วงเสียงดังผมก็ฟังไม่ได้ศัพท์ ผมเขินอัฐ...

     พวกเราสรรหาเกมมาเล่นไปเรื่อยๆ จนถึงเกือบเที่ยงคืน มิวนิคก็เสนอว่าไหนๆ พวกเราอุตส่ามาเที่ยวด้วยกันแล้วน่าจะสนิทกันให้มากขึ้น เลยเสนอเกมที่ว่า“คายความลับ” ถ้าหมุนขวดเบียร์แล้วมันชี้ไปทางใครคนนั้นก็ต้องเล่าความลับออกมาหนึ่งเรื่อง แล้วก็หมุนต่อคนที่โดนชี้คนต่อไปก็เล่นต่อไปเรื่อยๆ ปรากฏว่าตาแรกไปป์เป็นคนซวยครับ
     “ความจริงแล้วเราแอบชอบน้องปีหนึ่งคนนึง เป็นน้องรหัสแถวๆ นี้แหละ”
     เท่านั้นแหละครับ แตกฮือกันทันทีแต่ละคนแย่งถามกันใหญ่เพราะตอนนี้ไปป์คบอยู่กับรุ่นพี่คณะบัญชี แต่กฏก็ต้องเป็นกฏครับ ความจริงผมไม่อยากเล่นเกมนี้เลย ก็ความลับผมน่ะ... เยอะ
     แล้วผมก็โดนจนได้ครับ รอบที่สิบ แต่ละคนกระเหี้ยนกระหือรือฟังความลับของผมมาก ตั้งหน้าตั้งตารอกันใหญ่เลย
     เอาเถอะ ยังไงเดี๋ยวคนอื่นก็ต้องสังเกตเห็นอยู่ดี พูดเรื่องที่เซฟที่สุดก็แล้วกันครับ
     “ความจริงแล้ว พ่อเรายังไม่ตาย พ่อเรากับแม่แค่แยกกันไปเฉยๆ เราไม่ได้มีแต่แม่คนเดียวเหมือนที่เคยบอกพวกนาย”
     “เฮ้ยไรวะ! ไม่เอาเรื่องนี้ เอาเรื่องแฟนมึงดิ”
     มิวนิคพูดแทรกผมขึ้นมาแบบนั้น ผมแปลกใจนะ ไม่คิดว่าเขาจะยังติดใจเรื่องรอยสักเมื่อตอนเย็นอยู่
     “แฟนอะไร? บ้าแล้ว แค่บอกให้พูดความลับไม่ได้บอกว่านายมีสิทธิ์ถาม”
     “ไรวะต้น ไม่แฟร์อ่ะ”
     “แต่นี่ก็ความลับเราเลยนะ”
     “ใครมันไปอยากรู้เรื่องพ่อมึงวะ กูอยากรู้เรื่องแฟนมึงที่เป็นเกย์อ่ะ”
     มิวนิครู้เรื่องนี้ได้ยังไครับ! ผมอึ้งพอสมควร ชักสังหรณ์ใจแปลกๆ
     “นายรู้ได้ยังไง แฟนเราอาจจะเป็นผู้หญิงก็ได้”
     “เอ่อ...”
     “ผู้ชายเขาไม่สักตรงนั้นกันหรอกต้น ส่วนใหญ่คนที่สักตรงนั้นมีแต่ผู้หญิงกับเกย์น่ะ”
     พี่ณตครับ ไม่ต้องแสดงความเชี่ยวชาญออกมาก็ได้ครับ! ผมรู้ว่าพี่เป็นเกย์ แต่ไม่ต้องแสดงความรอบรู้ของพี่ตอนนี้เลยครับขอร้อง!
     “ปกติผู้ชายเขาก็มีแฟนเป็นผู้หญิงทั้งนั้น มึงพลาดละเพื่อนต้น”
     “แต่นั่นมันเรื่องส่วนตัวเรา! แล้วก็หมดตาแล้วด้วย”
     “งั้นถ้ามึงได้อีกตาหน้าต้องบอกเรื่องแฟนนะ”
     “เอาสิ ถ้าเราโดนอีกน่ะนะ”
     ผมยิ้มอวดดีส่งไปให้พวกแมงเม่าชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน!
     “ต้นแม่งไม่แฟร์อ่ะ เรื่องพ่อยังอยู่แค่นี้เป็นความลับตรงไหนวะ คนอื่นก็พ่อแม่หย่ากันตั้งเยอะ”
     ยังมีบ่นนะมิวนิค ผมตัดสินใจทิ้งไพ่ตายลงไป
     “งั้น ถ้าเราบอกว่าความลับนี้เราหวงยิ่งกว่าเรื่องแฟนล่ะ ตอนที่ให้ดูรอยสักเรายังยอมรับง่ายๆ เลยว่าเรามีแฟนแล้ว แต่เราไม่เคยพูดเรื่องพ่อมาก่อนไม่ใช่เหรอ”
     “จริงดิ! แล้วมันสำคัญยังไงวะ? เรื่องพ่อมึงเนี่ย ความลับตรงไหน?”
     “ก็ความลับตรงที่ว่า พ่อเราเป็นใครคนนึงที่พวกนายทุกคนรู้จักน่ะสิ”
     “เฮ้ย! พ่อมึงเป็นดาราเหรอ? หรือนักการเมือง?”
     จินตนาการไปได้นะครับ ฮ่าๆ แต่ไม่เอาหรอก ผมไม่บอกละ
     “ไม่บอก หมดตาแล้ว ไว้เดี๋ยวอีกหน่อยถ้าพวกนายสังเกตก็รู้เองแหละ ฮ่าๆ”
     เรายังเล่นเกมกันต่ออีกราวๆ ชั่วโมงนึง แต่ผมรอดมาได้เกือบทุกครั้งหลังจากนั้นครับ บางคนยังนั่งทำมิวสิคกันต่อ แต่ผมไม่ไหวแล้วเลยขอตัวเพราะต้องขึ้นมาล้างหน้าล้างตาอีก ชั้นบนไม่มีแอร์นี่ร้อนจริงๆ แต่ก็ยังโชคดีที่ยุงไม่เยอะ ผมเลยกะว่าจะอาบน้ำอีกรอบก่อนนอน

     พอผมอาบน้ำเสร็จ กะจะนอน ... พวกมิวนิคกับโค่ที่เมื่อตะกี้ยังเห็นนั่งเฮฮากันอยู่กลับขึ้นมาทำท่าจะนอนซะงั้น ผมว่ามันชักแปลกๆ แล้วครับ ลางสังหรณ์ผมมันเตือนว่าสองคนนี้มีอะไรบางอย่างแปลกไป
     ผมตรงไปที่ฟูกอันที่สองถัดจากริมด้านนอกสุดติดระเบียง ผมวางกระเป๋าไว้ตรงนั้นเป็นการจองที่ตั้งแต่ตอนที่มาถึงแล้วครับ ส่วนอันนอกสุดเป็นของโอม คิดไปคิดมาเวลาที่ผมไปค่ายหรือไปค้างคืนกิจกรรมที่ไหนก็ตาม ผมกับโอมนอนข้างๆ กันตลอด
     ผมเก็บของหยิบโลชั่นออกมาทาตามปกติของผมไป เสร็จแล้วผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เห็นมีมิสคอลอยู่หนึ่งสายจากแม็กซ์ ผมดูเวลาแล้วยิ้มออกมา ดึกแบบนี้แม็กซ์ยังไม่นอนหรอกครับ พึ่งจะโทรหาผมเมื่อห้านาทีก่อน ยังไม่หลับง่ายๆ แน่
     ผมเลยเดินเลี่ยงออกไปตรงส่วนระเบียงเล็กๆ ด้านหน้าเพื่อคุยโทรศัพท์กับแม็กซ์ เสียงของแม็กซ์ที่รับโทรศัพท์ฟังดูหอบๆ
     “เป็นไรป่าวนั่น? เราโทรมากวนเหรอ?”
     “เปล่าๆ ไม่เลยต้น โทรมามีไรเหรอ”
     ผมเซ็งอยู่สามวิ! ก็แม็กซ์ต่างหากที่เป็นคนโทรหาผมก่อน ผมเลยย้ำเสียงเน้นทีละประโยคชัดๆ ใส่เขา
     “นายนั่นแหละ โทรหาเรา มีอะไร?”
     “โหต้นอ่ะ อย่าโกรธกันดิ แม็กซ์ก็แค่คิดถึง ไปเที่ยวไม่ชวนกันบ้างเลย”
     “ชวนได้ไง เรามากับเพื่อนเราที่มหาลัย นายก็ไปกับเพื่อนนายสิ”
     เสียงผู้หญิงร้องเรียกชื่อแม็กซ์ดังขึ้น! ผมคิดว่าแม็กซ์ไม่ได้อยู่เชียงใหม่แน่ๆ เพราะเมื่อสองวันก่อนยังบอกผมว่าอยู่กรุงเทพฯ อยู่เลย และแม็กซ์ก็บอกเองว่าแฟนยุ่งมาก ไม่มีเวลาลงมาหาเขาที่กรุงเทพฯ ส่วนแม็กซ์เองก็ยังไม่ได้จองตั๋วกลับไปเชียงใหม่หาแฟน แล้วนั่นมันใครกันครับ แม็กซ์ทำนิสัยแบบนี้อีกแล้ว!
     “นั่นไม่ใช่แฟนนายใช่มั้ย?”
     “เอ้ยต้นเข้าใจผิดแล้ว! นั่นแค่เพื่อน พอดีแม็กซ์มาเที่ยวบ้านเพื่อนนิดหน่อย มีปาร์ตี้กันอ่ะ”
     “ปาร์ตี้ที่ขาดเสียงเพลงเนี่ยนะ?”
     “ก็... จะได้คุยกับต้นรู้เรื่องไง เลยเดินมาอีกห้อง”
     “ประจำอ่ะแม็กซ์ หวังว่านายคงไม่นอนกับเพื่อนคนนั้นของนายหรอกนะ สงสารแฟนนาย”
     “โหยต้น เห็นแม็กซ์เป็นคนยังไงครับ แม็กซ์รักสนุกก็จริงแต่แม็กซ์ไม่เลวขนาดนอกใจแฟนนะ ถ้าแม็กซ์มีแฟนแล้วแม็กซ์ไม่ทำกับคนอื่นหรอก”
     ผมเงียบ ผมคบกับแม็กซ์มานานพอจะเห็นธาตุแท้ของแม็กซ์นะครับ เมื่อก่อนผมไม่เคยสน แต่ตอนนี้ผมสนครับ ผมสงสารผู้หญิงคนนั้น แม้ว่าแม็กซ์จะเป็นเพื่อนผมก็ตาม ไม่มีใครอยากเห็นแฟนตัวเองนอกใจหรอกครับ รวมทั้งตัวผมเองด้วย พอเห็นผมเงียบแม็กซ์ก็รีบพูดต่อทันที
     “ต้นเชื่อแม็กซ์นะ แม็กซ์ไม่ทำตัวแบบนั้นหรอก นี่แค่มาปาร์ตี้จริงๆ อยู่คนเดียวมันเหงาอ่ะ”
     “แม็กซ์ดื่มรึเปล่า?”
     “ก็นิดหน่อย”
     “ดื่มอย่างเดียวใช่มั้ย เรารู้ว่าแม็กซ์เลิกแล้ว แต่... แม็กซ์อย่าเล่นยานะ”
     “เฮ้ย ไปกันใหญ่แล้ว! ต้นก็รู้จักแม็กซ์ดีไม่ใช่เหรอ แม็กซ์เลิกแล้ว ไม่กลับไปเล่นหรอก ไม่งั้นพ่อแม็กซ์เอาตายเลย”
     “ก็ดีแล้วล่ะ”
     ผมพูดไม่ออก คือผมก็รู้นะครับว่าแม็กซ์เป็นยังไง แต่มันก็อดเป็นห่วงไม่ได้หรอกครับ ในสังคมเพื่อนฝูงแบบนั้น พวกเด็กไฮโซที่ชอบจัดปาร์ตี้มั่วสุมกัน ทั้งเหล้า ยา เซ็กส์ เรื่องพวกนั้นมันเรื่องปกติของแม็กซ์
     ผมเห็นมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว แม็กซ์มักชวนเพื่อนไปดื่มที่ห้องประจำ มีผู้หญิงเกือบทุกครั้ง แล้วก็เคยลองเสพยาไอซ์ด้วย แต่แม็กซ์ใจแข็งครับ โชคดีที่แม็กซ์ไม่ติด บุหรี่แม็กซ์ก็ไม่ได้สูบแล้ว ผมกลัวก็แต่ว่าแม็กซ์จะตกไปอยู่ในวังวนอุบาทว์แบบนั้นอีกนั่นแหละ
     “เชื่อใจแม็กซ์นะ แม็กซ์แค่มาปาร์ตี้ พึ่งดื่มไปสองแก้วเองกลัวขับกลับไม่ไหว จะว่าไปก็เพราะต้นหนีไปเที่ยวคนเดียวอ่ะแหละ”
     “ก็ไปชวนพวกอาร์มกับกายสิ”
     “รอกายมันขึ้นมาอยู่ ว่าจะไปเที่ยวกัน ขับรถไปเอง ต้นไปด้วยกันป่าว”
     “ไม่ดีมั้ง?”
     “ทำไมอ่ะ กลัวแฟนหึงเหรอ? ทีไปกับเพื่อนที่มหาลัยยังไปได้ ไปค้างคืนกับแม็กซ์ไม่ได้เหรอ”
     “จะบ้าเหรอ พี่ชัชไม่ใช่คนไร้เหตุผลแบบนั้นซักกะหน่อย!”
     “ฮ่าๆ ครับๆ แฟนต้นอ่ะมีเหตุผลที่สุดในโลกแล้ว”
     เรื่องอะไรมาว่าแฟนผมเนี่ย แม็กซ์เมาแล้วแน่ๆ
     “นายเมาแล้วแม็กซ์ ดึกแล้ว ละเราก็จะไปนอนแล้วด้วย”
     “คร้าบๆ ฝันดีนะต้น”
     “อืมฝันดี ขับรถกลับบ้านดีๆ นะ”
     ผมยิ้มให้กับเพื่อนปลายสายแม้รู้ดีว่าเขาไม่เห็นรอยยิ้มของผมหรอก แม็กซ์ยอมผมตลอดไม่ว่าเรื่องอะไร มันทำให้ผมรู้สึกดีนิดหน่อยนะ เหมือนตัวเองมีอำนาจเล็กๆ
     ผมเดินกลับเข้ามาในห้องเตรียมตัวนอนจริงๆ จังๆ แล้วครับ แต่แล้วก็ต้องแปลกใจ ไปป์กับโค่กำลังเถียงกันอยู่เรื่องที่นอน
     “กูร้อน กูอยากนอนใกล้ๆ ระเบียง”
     “อันนั้นของโอม มันจองไว้นานแล้ว”
     “ก็ใช่ไง กูเลยจะนอนถัดจากนั้น”
     “อันนั้นของต้น”
     “กูก็จะนอนถัดจากต้นแหละ มึงอ่ะเกะกะถอยไปเลยไปป์”
     “ก็ถัดจากต้นอ่ะของกู มึงอ่ะ ไปไกลๆ เลย อย่าคิดว่ากูไม่รู้ว่ามึงคิดไรนะสาด”
     “เถียงอะไรกันเหรอ?”
     “ไม่มีไรหรอกต้น โค่มันเรื่องมาก ไม่ยอมจองที่ไว้เองแล้วมาดิ้นอ่ะ”
     ผมมองหน้าไปป์ที่ยิ้มกวนๆ สลับกับหน้าโค่ที่ดู... ผมว่าโค่มีอะไรแปลกไปจริงๆ นั่นแหละครับ
     “ทีหลังก็จองที่ไว้แต่แรกสิโค่ ไม่ก็ไปถามโอมสิว่าจะสลับกับนายมั้ย”
     “ไม่ได้นะต้น!”
     ผมหันไปมองไปป์ที่ขึ้นเสียงสูง
     “ไอ้โค่มันนอนดิ้นจะตายไม่กลัวรำคาญมันเหรอให้มันมานอนติดๆ กัน”
     “ไม่เป็นไรหรอก เราชินแล้วกับการนอนข้างๆ คนนอนดิ้น ถีบมาก็ถีบกลับ รัดมาก็เอาศอกถอง”
     ผมพูดขำๆ ไปงั้นแหละครับ แต่ไม่รู้ว่ามุขผมแป๊กรึเปล่า โค่เลยเดินหนีผมทันที เฉไฉไปนอนซะไกลเลย เกือบสุดอีกฝั่ง เหลือแต่ไปป์นี่แหละยังพันแข้งพันขาผมอยู่
     ผมตบหมอนเบาๆ เตรียมตัวนอน ผมเป็นพวกหลับง่ายตื่นง่ายครับ สะดุ้งตื่นได้ง่ายมากๆ มักตื่นค่อนข้างเป็นเวลาด้วย ถ้าไม่ได้เจออะไรที่ทำให้ผมเพลียหรือไม่สบาย แต่... ไปป์ที่นอนตาแป๋วจ้องผมอยู่แบบนี้ ผมอึดอัดนะครับ นอนไม่หลับหรอก และในขณะที่ผมกำลังคิดว่าจะพลิกตะแคงหันไปอีกข้างฝั่งโอมดีรึเปล่า เพราะโอมยังไม่ขึ้นมานอน ไปป์ก็พูดขึ้นมาซะก่อน เสียงแจ๋วๆ ของไปป์ในตอนที่กระซิบกระซาบแบบนี้ยิ่งเหมือนเด็กเข้าไปใหญ่เลยครับ นี่ผมอยู่ในค่ายลูกเสือรึยังไงเนี่ย?
     “ต้น นายใช้ครีมอาบน้ำไรอ่ะ โคตรหอมเลย”
     “ไร? กลิ่นนี้เหร-”
     ผมยังพูดไม่ทันจบไปป์ก็คว้าแขนผมไปดม คือดมจริงๆ นะครับ ดมฟุดฟิดไม่ใช่หอมหรือจูบแต่เป็นการใช้จมูกสูดกลิ่นดม
     “อ้าว คนละกลิ่นกับตอนต้นอาบน้ำนี่หว่า ตอนนั้นเราอยู่หน้าห้องน้ำกลิ่นมันฟุ้งออกมาเลย”
     นายเป็นหมาเหรอไปป์?
     “นั่นกลิ่นสบู่มั้ง นี่เราทาโลชั่น”
     “ต้นตัวหอมจัง เราว่าสบู่หอมละนะ กลิ่นโลชั่นนี่หอมกว่าอีกอ่ะ ยืมใช้มั่งดิ”
     “ขอบใจที่ชมนะ แต่เราง่วง อยากใช้ไรก็หยิบเอาเองละกัน เราจะนอนละ”
     ว่าแล้วไปป์ก็ลุกไปรื้อกระเป๋าผมจริงๆ ด้วย ไอ้คนไร้ความเกรงใจเอ้ย! ผมตัดสินใจหันไปอีกด้านแล้วนอนหันหลังให้ไปป์ทันทีครับ ก่อนที่ผมจะโมโหจนไม่มีอารมณ์นอน!

     ผมตื่นตอนเช้ามืดตามปกติ เข็มพรายน้ำบนหน้าปัดนาฬิกาบอกผมว่าเป็นเวลาตีห้ากว่าๆ แล้ว ทั่วทั้งชั้นเงียบสงบไร้ซึ่งเสียงใดๆ ยกเว้นจากเสียงกรนของเพื่อนๆ ผมเอง ผมลุกขึ้นมาหยิบเสื้อผ้าที่กองเตรียมไว้แล้วเมื่อคืนเดินไปเข้าห้องน้ำอาบ น้ำอย่างเบาเสียงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เสร็จแล้วก็เดินลงไปยังชั้นล่าง ตั้งใจว่าจะออกไปดูพระอาทิตย์ขึ้น
     “พี่ณต พี่เบียร์”
     พี่สองคนที่ยังนั่งกันอยู่ที่ชั้นล่างหันมาทักผม ท่าทางไม่เหมือนคนพึ่งตื่นเลยครับ เหมือนคนไม่ได้นอนมากกว่า
     “อ้าว ดีต้น ตื่นเช้าจัง”
     “อย่าบอกนะครับว่าโต้รุ่ง?”
     “ฮ่าๆ”
     พี่ณตหัวเราะออกมานิดหน่อยส่วนพี่เบียร์ก็ยิ้มๆ ตามสไตล์ครับ
     “จะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นเหรอ?”
     “ครับ ก็ว่าจะไปเดินๆ ดูอะไรหน่อย แล้วก็จะไปดูด้วยว่าแถวนี้มีอะไรขายมั้ย เพราะถ้าพวกนั้นตื่นแล้วคงหิวกัน อาหารเช้าที่แถมมีแค่พวกกาแฟโอวัลตินกับขนมปังปิ้งใช่มั้ยครับ ไม่พอยาไส้พวกมันแน่ๆ แถมกลางวันกับเย็นนี้เราต้องหากินเอง?”
     ได้โอกาสแล้วก็ขอปรึกษาพี่เบียร์หน่อยล่ะครับ แกเหมือนเฮดของกลุ่มพวกเราเลย
     “อืม เพราะเมื่อวานเราสั่งเขาไว้ว่ามื้อเย็นอยากได้เซ็ทบาบีคิว เลยมีมา แต่พี่ว่ามันน้อยๆ ว่ะ คืนนี้เตาเราก็มีแล้ว ในครัวก็พอมีอุปกรณ์อยู่ เราน่าจะไปซื้อของสดมาลองทำกันเองดูนะ”
     “ครับ ผมว่าจะไปถามเรื่องรถด้วย เพราะที่นัดกันไว้กว่ารถตู้จะมาก็วันกลับเลย ช่วงสองวันนี้อยากหารถเช่ามาไว้ใช้ก่อน ไม่งั้นคงไม่สะดวก เผื่อต้องไปไหนมาไหน”
     “เออดี งั้นพวกพี่ไปด้วยคนดิ”
     “เอาสิครับ”
     แล้วผมกับพี่ณตพี่เบียร์ก็ออกไปเดินเล่นรับแสงตะวันยามเช้ากันครับ พวกเราเดินไปเรื่อยๆ จนไปถึงหน้าบ้านของเจ้าของบังกะโลที่พวกเราพักอยู่ ผมลองถามถึงเรื่องอาหาร คุณป้าบอกว่าถ้าเราจะทำอาหารก็สามารถไปซื้อของสดมาทำได้ เพราะบ้านพักหลังที่เราพักมีครัวเล็กๆ ไว้อยู่แล้ว ถึงจะเหมาะสำหรับการทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ มากกว่าแต่ถ้าหากขาดเหลืออะไรก็มีอุปกรณ์ให้ยืม ไม่คิดเงินเพิ่ม แต่ต้องทำเรื่องไว้ว่าจะยืมอุปกรณ์อะไรบ้างก็พอ
     บ้านพักแนวโฮมสเตย์มันก็ดีแบบนี้แหละครับ เรียบง่ายเป็นกันเอง แถมแกยังชี้ทางไปตลาดที่สามารถซื้อของสดให้พวกเราอีก แต่ตลาดใกล้ๆ ของแกพวกเราก็ต้องเดินกันไกลพอสมควรครับ เล่นเอาพี่เบียร์บ่นอุบ แต่ทำยังไงได้ ไปกันเกินครึ่งทางแล้วยังไงก็ต้องเดินครับ
     ตลาดที่พวกเราไปเป็นตลาดที่ขายของเกือบทั้งวันครับ พวกเราเลยเลือกที่จะซื้อเฉพาะอาหารเช้ากับอะไรง่ายๆ แบกกลับไปให้พวกลูกนกที่ป่านนี้น่าจะเริ่มตื่นกันแล้วก่อน ไม่กล้าซื้อเยอะครับ กลัวหิ้วหนัก แต่โชคดีที่พี่เบียร์ตาไว มองเห็นร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ซะก่อน พวกผมเลยไปติดต่อขอเช่ามอเตอร์ไซค์สองคันทันทีครับ ให้เดินกลับก็ไม่ไหวนะ
     พอมีรถแล้วผมกับพี่ๆ ก็เลยหอบของได้สบายขึ้นครับ แต่พี่ณตกลับเลือกนั่งซ้อนท้ายคันผมซะงั้น พี่แกอ้างว่าไม่อยากซ้อนท้ายพี่เบียร์เพราะกลัวพากันลงข้างทาง ซึ่งมันก็จริงนะครับ พี่เบียร์ยังไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำ ผมล่ะเป็นห่วงจริงๆ กลัวแกจะขับรถกลับแบบไม่สวัสดิภาพ เพราะใบเช่าที่ทำไว้มันใช้บัตรประชาชนผมค้ำไว้น่ะสิครับ!
     “เอ่อ... พี่ณตครับ ไม่ต้องกอดเอวผมแน่นขนาดนั้นก็ได้ครับ”
     ผมขนลุกนะ! พอพี่ณตขึ้นซ้อนท้ายผมได้พี่แกก็เกาะผมซะแน่นเลย
     “โทษทีๆ พี่กลัวตกว่ะ”
     “ไหวมั้ยครับ? ดูพี่สองคนเกือบจะฟุบอยู่แล้วนะครับ”
     “ไหวๆ ขับนำไปได้เลยต้น”
     พี่เบียร์ส่งเสียงแจ้งสถานะตัวเองทันทีที่ผมแสดงความเป็นห่วง แต่พี่ณตกลับปากเสียแซวเพื่อนตัวเองซะงั้น ผมไม่ขำนะนั่น ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ มันจะซวยผมเอา
     “หันไปดูมันด้วยอ่ะ เดี๋ยวไอ้เบียร์มันหายระหว่างทาง ฮ่าๆ”
     ผมส่ายหน้านิดหน่อยก่อนจะขับต่อ แต่ซักพักพี่ณตก็ชวนผมคุยครับ
     “ต้นขับมอเตอร์ไซค์นิ่มดีว่ะ พี่เคยหัดอยู่แต่ยังขับไม่แข็งเลย”
     “เพื่อนสนิทผมเคยสอนไว้น่ะครับ”
     “ต้นนี่ทำไรได้หลายอย่างเลยเนอะ เห็นเงียบๆ เอาแต่อ่านหนังสือ ใครจะไปนึกว่าเราทั้งเล่นกีต้าร์ได้ จุดเตาถ่านเป็น ขับมอเตอร์ไซค์ก็ยังได้ ยังมีไรอีกป่าวที่เราทำได้”
     คำพูดของพี่ณตทำให้ผมอมยิ้ม ผมเลยตอบไปแบบอวดดีนิดๆ ว่า
     “ยังมีอะไรอีกเยอะครับที่พี่ไม่รู้ว่าผมทำได้”
     แล้วผมก็ได้พิสูจน์ทันตาเห็นเลยครับ ในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา!
     เพราะพอพวกเรากลับไปถึงบ้านพักเจ้าพวกนั้นก็ทะยอยตื่นกันแล้วครับ โดยเฉพาะสามสาวที่ออกมานั่งแอคท่ารับแสงตะวันริมหาดกันสนุกสนาน
     โอมก็เช่นกันครับ ตื่นแล้วเหมือนกัน ผมไม่แน่ใจว่าเมื่อคืนโอมอยู่ถึงดึกขนาดไหนแต่โอมมักจะตื่นเช้าเป็นประจำ เวลาไปไหนด้วยกันผมไม่เคยต้องปลุกโอมเลย ผมชอบโอมก็ตรงนี้แหละครับคล้ายๆ ผมในหลายๆ เรื่อง
     “ต้น ไปไหนมาเหรอ โห ซื้อไรมาเยอะแยะอ่ะ?”
     เมย์ทักผมทันทีที่พวกเราขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาถึงหน้าบ้านพัก
     “ไปตลาดมา หิวยัง? เราซื้อน้ำเต้าหูกับปาท่องโก๋มาด้วยทานมั้ย?”
     นอกจากบรรดาแก๊งของผมที่กรูกันเข้ามาขอส่วนแบ่งแล้ว เหล่าบรรดาผีโหยที่เริ่มทยอยตื่นกันแล้วก็พากันมาขอส่วนบุญด้วยเหมือนกันครับ อย่างที่ผมคิดไว้เลยแค่ขนมปังปิ้งกับเนยและแยมชุดเล็กๆ แล้วก็โอวัลตินที่เป็นมื้อเช้าจากทางบ้านพักนั้นมันไม่พอยาไส้เพื่อนผมจริงๆ
     ยังไม่ทันจะเลยเก้าโมงดี ของกินที่ผมซื้อมาก็มีสภาพเหลือแต่ซากเท่านั้นแหละครับ พวกที่ยังไม่ตื่นก็อดไปตามระเบียบ เหลือแค่ขนมเล็กๆ น้อยๆ ไม่กี่ซองที่ยังไม่ได้แกะ พวกไม่เรื่องมากไม่บ่นอะไรหรอกครับ แต่ไอ้พวกเรื่องมากนี่สิ ทั้งขี้บ่นงอแง โวยวายหาว่าไม่เหลืออะไรไว้ให้พวกมันทาน ที่จริงมันก็เหลือนะครับ แต่ขนมปังปิ้งที่เย็นชืดแล้ววางตากลมจนแข็ง ใครมันจะไปอยากกินล่ะครับ
     คนที่ขับรถเป็นก็โชคดีหน่อยยืมมอเตอร์ไซค์ไปหาของกินกันตามสบาย บางคนก็เลือกที่จะไปเดินเล่นก็มี เรามาพักกันสี่วันสามคืนครับวันนี้เลยบรรยากาศชิลๆ ตามอัธยาศัย มีพวกที่ยังไม่ตื่นอย่างอัฐกับพัท แล้วก็พวกพี่เบียร์พี่ณตที่ขึ้นไปหลับต่อ ส่วนกลุ่มบ้าพลังอย่างพวกมิวนิค เป้ นัน วิ่งลงทะเลไปแล้วครับ เชื่อเขาเลย!
     ราวๆ สิบโมง เพื่อนร่วมแก๊งค์คนสุดท้ายของผมก็ตื่น เกือบไม่มีใครอยู่ในบ้านแล้วนอกจากพวกที่ขึ้นไปนอนต่อ ที่เหลือถ้าไม่เล่นน้ำก็นั่งชิลอยู่หน้าบ้าน ผมฝากให้โอมพาสามสาวไปตลาดครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้เลยไม่มีมอเตอร์ไซค์แล้ว ใครอยากไปไหนต้องเดินเอง ยังดีที่แก้วกับโอมขับมอเตอร์ไซค์เป็น เด็กต่างจังหวัดอย่างแก้วสบายๆ อยู่แล้วครับ พวกเธออาสาจะไปหาวัตถุดิบทำมื้อกลางวันมาให้ กระเป๋าเงินกองกลางโดนป่านยึดไปแล้ว ผมได้แต่หวังว่าพวกนั้นจะไม่ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายนะครับ ยังเหลืออีกหลายมื้อ
     “ต้น หิวจังเลย”
     มาถึงก็บ่น ผมมองไปป์ที่เดินลงมาจากชั้นบนด้วยหางตาบ่งบอกให้รู้ว่าเซ็งครับ ผมกำลังเก็บข้าวของเกลื่อนกลาดที่วางระเกะระกะตรงชั้นล่างนี่อยู่ แล้วไหนจะยังเศษทรายพวกนั้นอีก ไอ้พวกเพื่อนๆ ผมมันเดินเข้าบ้านไม่เช็ดเท้ากันเลย เลอะเทอะไปหมด ไม่เชิงว่าผมเป็นพวกรักความสะอาดหรอกนะครับ แต่พอเดินไปเดินมาแล้วเหยียบลงไปบนพื้นที่มีทรายเขรอะๆ อยู่ทั้งแบบแห้งและก็แบบคราบแฉะๆ เปียกๆ แล้วมันก็... อี๊! ทนไม่ไหวครับ
     “มีไรเหลือให้เรากินมั่งอ่า หิว”
     ผมชี้ไปบนโต๊ะแล้วก็บอกไปป์ด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ
     “มีเท่าที่เห็นนั่นแหละ ทีหลังตื่นเช้าๆ สิ ตื่นมากินก่อนก็ได้ ละค่อยไปนอน”
     “ไอ้พวกนั้นมันไม่เหลือไรไว้ให้เราเลยนี่หว่า”
     ไปป์มองดูซากของเหลือแล้วบ่นอุบทันทีครับ มันก็จริงนะ ของที่เหลือๆ อยู่นั้นหน้าตาไม่น่ากินสุดๆ ไปเลยครับ เห็นแล้วก็อดสงสารไปป์ไม่ได้ อ๊ะจริงสิ! ผมว่าผมเห็นทางออกแล้วนะ
     “ข้าวผัดมั้ย มีข้าวสวยเหลือนิดหน่อยจากเมื่อวาน ยังไม่บูด ผัดกับพวกหอยที่เหลือก็ได้ เมื่อเช้าเราซื้อไข่สดมาด้วย เดี๋ยวทำให้?”
     “จริงดิ ละจะกินได้เหรอ”
     โอ้โห! ถามกันแบบนี้ไม่ต้องกินก็ได้นะไปป์ ถ้าผมไม่มั่นใจว่าทำแล้วกินได้ผมคงไม่ถามแบบนี้หรอกครับ หน้าตาของผมคงออกอาการ เพราะไปป์รีบง้อผมทันที
    “เราแซวเล่นหน่อยเดียวเอง อย่าโกรธนะ”
     ก็ดีครับ รู้จักง้อขอโทษกันแบบนี้ ผมเองก็ใจกว้างพอ ผมให้อภัยครับ แค่เห็นหน้ายิ้มๆ ของไปป์ก็ใจอ่อนแล้ว
     “งั้นรอแปปนึงนะ ขอถูหน้าบ้านตรงนี้อีกรอบนึงก่อน ทรายเต็มเลย นายไปอาบน้ำก่อนก็ได้ แปรงฟันด้วยอ่ะ”
     “คร้าบ แม่ต้น”
     “ไปป์!”
     ไม่ทันแล้วครับ ไปป์เผ่นขึ้นบันไดไปแล้ว อย่างรวดเร็วซะด้วย ให้ตายสิ มาเรียกผมแบบนั้นได้ยังไงกัน!

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


จู่ๆ อารมณ์ไหนไม่รู้ มีแอบแต่งเพิ่มนิดหน่อย หึๆ  :katai4:  สกิลน่ารักของไปป์เริ่มทำงาน :m19:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-10-2014 22:44:23 โดย AI.NoR »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
ต้นน้ำ

     ไปป์อาบน้ำแปรงฟันเร็วมาก ผมยังถูหน้าบ้านไม่เสร็จเลยแต่ไปป์ลงมาซะแล้ว กลิ่นโลชั่นคุ้นจมูกบ่งบอกว่าไปป์ไร้ความเกรงใจแค่ไหน แต่เอาเถอะ เมื่อวานผมเป็นคนออกปากอนุญาตไปเองนี่นา
     ผมจัดการเอาของเหลือที่พอหาได้มาทำข้าวผัดให้ไปป์ครับ เราอยู่ในครัว ไปป์คอยช่วยหยิบโน่นหยิบนี่จนผมวุ่นมากกว่าเดิม เพราะเดี๋ยวก็มีคำถามจำพวก “เอาอันไหนต่อ” “ใส่นี่ด้วยดิ” มาให้ผมรำคาญเป็นระยะๆ
     แต่มือชั้นนี้แล้วไม่มีทางเสียเรื่องหรอกครับ ผมน่ะใช้มุขผัดข้าวผัดด้วยของเหลือในตู้เย็นให้พี่ชัชบ่อย อะไรใส่ด้วยกันแล้วกินได้ไม่ได้ผมรู้ดี ยิ่งถ้าคนเราหิวๆ แล้วละก็ยังไงก็อร่อยครับ โปะไข่ดาวลงไปซักใบ แค่นี้ก็อร่อยแบบเนียนๆ แล้ว
     โชคดีที่ผมซื้อพวกซอสขวดเล็กๆ ติดมาด้วย อย่างน้อยก็เหยาะใส่ข้าวผัดปรุงรสไม่ให้ชืดจนเกินไปได้ แถมยังเหยาะใส่ไข่ดาวได้อีกด้วยนะครับ นอกนั้นพวกเครื่องปรุงรสซองเล็กๆ ผมก็ซื้อติดมากับไข่โหลนึง แล้วก็น้ำมัน กะแล้วละครับว่าต้องได้ใช้แน่ๆ แล้วก็คิดไม่ผิดจริงๆ
     กลิ่นหอมๆ ของข้าวผัดชวนให้ไปป์น้ำลายสอใหญ่เลยครับ สะกิดผมยิกๆ ว่าเสร็จแล้วรึยังอยู่นั่นแหละ
     “ต้นเก่งจัง ทำอาหารบ่อยเหรอ? ในรูปก็เห็นใส่ผ้ากันเปื้อนอยู่หน้าเตา”
     จะพูดขึ้นมาทำไมนะไปป์! ผมอุตส่าลืมเรื่องนี้ไปแล้วเชียว ไอร้อนที่แผ่ซ่านอยู่บนหน้าผมนี่ไม่ได้มาจากเตาแน่ๆ ครับ ผมหวังว่าผมคงจะไม่หน้าแดงมากนะ โชคดีที่ผมยืนหันหลังให้ไปป์
     “อืม”
     “แฟนต้นนี่โชคดีเนาะ”
     “เหรอ?”
     คงเพราะผมไม่รู้ว่าควรจะตอบยังไงดีมั้งครับเลยได้แต่เออออไปตามเรื่อง
     “ต้นจะไม่ถามเราหน่อยเหรอว่าเราคิดยังไงกับเรื่องนั้น?”
     “แล้วเราควรจะถามอะไรล่ะ?”
     ผมหันมามองหน้าไปป์อยู่พักหนึ่งครับ ใช่ว่าผมไม่อาย ผมอาย แต่เพราะเพื่อนยังทำตัวเหมือนเดิมกับผมๆ ก็เลยไม่อยากคิดอะไรมาก ไม่อยากรื้อฟื้นอะไรไม่ว่าจะเรื่องที่ผมชอบผู้ชายหรือเรื่องคลิปหลุด ผมแค่อยากจะลืมทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็เท่านั้น เลยเลือกที่จะเงียบไว้ครับ
     “ก็ถามว่าเราคิดยังไงที่นายเป็นเกย์อะไรทำนองนี้”
     “ก็นายก็ทำตัวเหมือนเดิมนี่ ถ้ารังเกียจเราคงไม่มาอ้อนเราแบบนี้หรอกมั้ง?”
     ผมพูดพร้อมกับยกตะหลิวกับกระทะในมือให้ไปป์ดู ไปป์หัวเราะครับ ไปป์หัวเราะร่าเริงมากๆ แล้วก็ยิ้มออกมา
     “อื้อ เราเดาได้อยู่แล้วว่านายน่าจะเป็น”
     “ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
     ผมถามพลางตักข้าวผัดที่เสร็จแล้วใส่จานไว้ มีเยอะเหมือนกันครับ ตักได้พูนจานเลยแถมยังมีเหลือในกระทะอีก สงสัยเมื่อคืนพวกนั้นไม่ได้กินข้าวกันเยอะ หรือไม่ก็สั่งมาเยอะเกินจนเหลือ เปลืองของจริงๆ เลย
     “ก็ตั้งแต่แรก สัดส่วนคนมาจีบนายส่วนใหญ่มีแต่ผู้ชายเยอะกว่าผู้หญิง แต่เห็นนายนิ่งๆ เลยยังไม่แน่ใจ มาแน่ใจเอาก็ตอนที่เพื่อนนายมาหาบ่อยๆ อ่ะ คิดว่าคนนั้นคงเป็นแฟนนายด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่ใช่ๆ มั้ยล่ะ?”
     “ฉลาดนะไปป์”
     “แน่นอน!”
     “แต่เรากับคนนั้นก็เพื่อนกันธรรมดาๆ ทำไมนายถึงได้แน่ใจว่าเราเป็นเกย์ล่ะ ต่อให้มีผู้ชายมาจีบเรา แต่ก็ใช่ว่าเราต้องเป็นเกย์นี่”
     “เพราะผู้ชายคนนั้นแสดงออกว่ารักต้นชัดเจนมากอ่ะสิ ส่วนต้นเองก็ทำเหมือนรู้อยู่แล้วว่าคนอื่นคิดอะไรกับตัวเอง คนไหนที่ไม่ทำให้นายลำบากนายก็จะไม่ปฏิเสธ ไม่เหมือนเมย์กับโอม แต่กับคนนั้นนอกจากต้นจะไม่ปฏิเสธแล้วยังพิเศษด้วยอ่ะ”
     “ยังไง?”
     ผมถามต่อทันทีครับ ผมอยากรู้ว่าระหว่างผมกับแม็กซ์มีอะไรที่มันชัดเจนมากขนาดนั้น คราวหน้าผมจะได้ระวังตัว ไม่เผลอทำอะไรหลุดๆ แบบนั้นต่อหน้าใครอีก โดยเฉพาะต่อหน้าพี่ชัช!
     “ต้นอ้อน เหมือนที่อาร์มบอกเลย เรานึกว่าอาจจะเพราะคนนั้นเป็นแฟนเก่าหรืออะไรทำนองนั้นอ่ะ”
     ผมหันไปมองไปป์พลางล้างกระทะ เพราะผมยังต้องใช้มันทอดไข่ต่ออีก
     “แก้ข่าวนิดนึงนะ เรากับแม็กซ์ไม่เคยคบกัน”
     “แต่ก็เคยจีบต้นใช่ป่ะ? แล้วต้นก็ไม่ทำท่ารังเกียจด้วย ต้นจะยอมให้คนอื่นอ้อนไม่ก็เป็นฝ่ายอ้อนเองกับคนที่ต้นสนิทใจด้วยใช่มั้ยอ่ะ?”
     “ก็ทำนองนั้น เรื่องสมัยก่อนน่ะ ยังไงแม็กซ์ก็ถือว่าเป็นเพื่อนที่เรารักมากคนนึง ก็เลยสนิทกันละมั้ง”
     ผมไม่รู้จะใช้คำว่าอะไรดี ผมคิดไม่ออกจริงๆ นั่นแหละครับว่าผมทำอะไรพลาดไปตรงไหน ผมเวลาที่อยู่กับแม็กซ์ไม่เหมือนเวลาที่ผมอยู่กับอาร์มรึไง? ไปป์ถึงได้สังเกตได้ถึงขนาดนี้
     “แล้วนี่เราสนิทกันยังอ่ะ? เราสู้เพื่อนเก่านายได้ป่ะ?”
     ผมตวัดหางตาไปมองเหยียดๆ ถามมาได้ ถ้าไม่สนิทผมจะยอมเล่าอะไรแบบนี้ให้ฟังเหรอครับ!
     “ง่า ถามแค่นี้ไม่เห็นต้องค้อนเลยอ่ะต้น ก็แค่อยากได้ยินจากปากต้นเท่านั้นเอง เราสนิทกันยัง?”
     ให้ตายเถอะครับ ไปป์เป็นเด็กหกขวบรึยังไง!
     “อื้อ!”
     “งั้น! ถ้าเราสนิทกันแล้วเล่าเรื่องต้นให้ฟังหน่อยดิ เราอยากรู้เรื่องของต้นมากกว่านี้อ่ะ?”
     “จะให้เราเล่าอะไรล่ะ? นายอยากรู้อะไรก็ถามมาเถอะ เผลอๆ นายอาจจะรู้หมดแล้วก็ได้”
     “นายอยู่กับแฟนนายเหรอ?”
     ผมแปลกใจนะ คำถามแรกที่ไปป์ถามเป็นเรื่องนี้หรอกเหรอครับ? แต่อย่างว่าแหละ นี่คือไปป์ ผมเดาใจอะไรไปป์ไม่ถูกหรอก
     “ใช่ เราอยู่กับแฟน”
     “แฟนนายทำงานแล้วด้วยใช่ป่ะ? แม่นายไม่ว่าไรเหรอ? เห็นนายบอกว่าแม่นายแต่งงานใหม่ไปเมืองนอก แต่นายกลับไม่ไปแล้วก็เรียนที่นี่แถมยังอยู่กับแฟนอีก”
     “แม่รู้เรื่องเรากับพี่ชัชมาตั้งนานแล้ว แม่ไม่ว่าอะไรหรอก ยังบอกเลยว่าดีซะอีกจะได้มีคนคอยดูแลเราตอนที่เขาไม่อยู่”
     “เพราะเรื่องพ่อนายใช่ป่ะ? อาจารย์ต้นเป็นพ่อนายใช่ป่ะ? นายจงใจเข้าที่นี่เพราะพ่อนายใช่ป่ะต้น?”
     ผมชะงักมือที่กำลังจะตักไข่ดาวใส่จานให้ไปป์ทันที ไปป์นี่ฉลาดมากไปแล้ว! แค่เรื่องนิดๆ หน่อยๆ ก็สามารถปะติดปะต่อออกมาได้ถูกหมด นายเป็นโคนันรึยังไงไปป์!
     “นายรู้ได้ยังไง อาจจะเป็นแค่ญาติกันก็ได้นะ”
     “ก็อาจารย์เขาวุ่นวายกับนายมาตั้งแต่ตอนปีหนึ่งแล้ว ตอนแรกเรานึกว่าอาจารย์จะเลี้ยงต้อยนายซะอีก แต่พอดูไปดูมาแล้วนายกับอาจารย์หน้าคล้ายๆ กันอยู่นะ แถมนายยังไม่เคยพูดถึงเรื่องพ่ออีก ไม่ยอมให้ใครแตะหัวข้อนี้เลย นายไม่เคยพูดว่าหย่าหรือตายไปแล้วอะไรทำนองนั้นแค่บอกปัดๆ ไปว่าไม่มีพ่อ แล้วก็ยิ่งตอนที่นายเกิดเรื่องอ่ะ อาจารย์ดูห่วงนายมากแต่นายกลับต่อต้านอาจารย์ทั้งที่นายไม่เคยทำแบบนั้นกับใคร แสดงว่านายต้องเกลียดอาจารย์มากแน่ๆ เราเลยเดาเอา ยิ่งมาแน่ใจตอนที่นายกับเพื่อนไปหาอาจารย์รอบหลังสุดนี่แหละ แถมนายยังเป็นเด็กทุน แม่ไม่ได้อยู่ด้วย ถ้าไม่มีคนอื่นอยู่ด้วยนายก็อยู่เมืองไทยคนเดียวไม่รอดหรอก ถึงจะขอทุนแต่นายกลับใช้ชีวิตสบายๆ ไม่เหมือนคนไม่มีตังค์ แปลว่านายต้องมีคนเลี้ยงดูอยู่ แต่คนอย่างนายไม่ใช่พวกเด็กเสี่ยแน่ๆ เพราะนายไม่ใช่พวกมักง่าย แถมบางทีนายก็โคตรงกเลย เราเลยเดาเอาว่านายน่าจะอยู่กับแฟนที่ทำงานแล้วแล้วก็ส่งเสียนายอยู่ด้วย ถูกป่ะ?”
     “วันนั้นนายแอบฟังจริงๆ ด้วยสินะ เอาเถอะ นายเดาถูกทั้งหมดนั่นแหละไปป์”
     จะให้ผมปฏิเสธอะไรอีกละครับ หลักฐานมันแน่นหนาขนาดนี้ แล้วผมก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังเรื่องนี้แล้วด้วย เล่นเดามาซะขนาดนั้น ไม่เหลืออะไรให้ผมต้องตอบแล้วมั้งครับ ผมว่าไปป์เลิกเรียนฟิสิกส์ไปเปิดสำนักงานนักสืบดีกว่า น่าจะรุ่ง!
     “ต้นรักแฟนมากเลยดิ มีคนมาจีบนายตั้งเยอะนายก็ไม่หวั่นไหว”
     “อื้อ รักสิ ไม่รักจะคบเหรอ”
     “เล่าให้ฟังหน่อยดิ เรื่องนายกับแฟน”
     “นายก็รู้หมดแล้วนี่ ยังจะถามไรอีก”
     ผมดันจานข้าวผัดที่โป๊ะไข่ดาวแล้วไปให้ไปป์
     “ไม่เอา อยากรู้ คบกันได้ไงไรทำนองนี้อ่ะ เล่าหน่อยๆ”
     “ไม่มีไรน่าสนใจหรอก ออกไปกินข้าวเหอะ หิวไม่ใช่รึไง?”
     “บู่! ไหนต้นสัญญาแล้วไง”
     เอาละ เริ่มงอแงเป็นเด็กแล้วไปป์น้อย ผมคว้าฝรั่งที่ซื้อมาเมื่อเช้ากับมีดติดมือเดินนำออกไปนั่งที่หน้าบ้านโดยไม่รอ ไปป์ไม่มีทางเลือกเลยเดินถือจานข้าวมานั่งฝั่งตรงข้ามผมแล้วก้มหน้ากินด้วยอาการหงอยๆ เหมือนเด็กไม่ได้ของเล่น
     “เรากับพี่ชัชรู้จักกับได้ราวๆ สองปีแล้ว”
     ไปป์เงยหน้าจากจานข้าวผัดขึ้นมามองผม เหมือนแปลกใจที่ผมเริ่มเปิดปากเล่าซะอย่างนั้น
     “จริงดิ? ละรู้จักกันได้ไงอ่ะ?”
     “ก็อยู่คอนโดห้องข้างๆ กัน พอดีเราช่วยเขาเอาไว้ พี่เขาเมา เราเลยช่วยดูแลเขา”
     “โห ละเขาก็ปิ๊งต้นเลยงั้นเหรอ? เหมือนในมังงะเลย!”
     “เปล่า”
     “อ้าว?”
     “ความจริงเราปิ๊งพี่เขามาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว แล้วเราก็รู้จักแฟนเก่าพี่เขาด้วย พอพี่ชัชอกหักเลิกกับแฟนก็ทำตัวห่วยแตก เราเลยทนไม่ไหวอ่ะ”
     “ยังไงอ่ะ?”
     “พาผู้หญิงมาค้างไม่เลือกหน้า!”
     พูดแล้วยังแอบเคืองอยู่หน่อยๆ นะครับ นึกถึงพี่ชัชตอนนั้นแล้วมันหงุดหงิดจริงๆ เลย
     “อ้าว! แฟนต้นไม่ใช่เกย์หรอกเหรอ?”
     ผมส่ายหน้าเบาๆ แทนคำตอบ
     “แฟนเก่าพี่ชัชก็เป็นผู้หญิง พี่ฟ่างเขาดีกับเรามากๆ เพราะแม่เราเป็นแอร์ไง เราเลยต้องอยู่คนเดียวมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วพี่ฟ่างเขาสงสารเราเวลามีขนมหรืออะไรก็เอามาแบ่งให้เราบ่อยๆ แล้วบางทีพอได้นั่งคุยกันพี่เขาก็หลุดปากเรื่องแฟนบ้าง เราก็เลยรู้จักวีรกรรมพี่ชัชเยอะ ไปๆ มาๆ พอพี่เขาเลิกกัน มันก็... ไม่รู้สิ อารมณ์แบบทนไม่ได้ละมั้งที่เห็นผู้ชายที่เป็นไอดอลของตัวเองกลายเป็นไอ้ขี้เมาทำตัวห่วยแตกไปวันๆ”
     “ต้นชอบผู้ชายแก่กว่าเพราะปมเรื่องพ่อเหรอ?”
     โอ้ย! ไปป์ นายไม่ต้องถามตรงๆ ขนาดนี้ก็ได้นะ ผมจุกนะครับ เกือบทำมีดบาดนิ้วแน่ะ!
     “นายนี่ฉลาดเกินไปแล้วนะ”
     “อื้อ เห็นมั้ยอ่ะข้อดีของการอ่านการ์ตูนเยอะๆ”
     ไปป์ทำหน้าแป้นแล้นยิ้มใส่ผมซะน่าหมั่นไส้ ใช่สิไอ้พวกบ้าที่อ่านแต่การ์ตูนจนถึงวันสอบแต่กลับไม่เคยตกมีนเอ้ย!
     “เล่าต่อดิ ต่อๆ กำลังฟังเพลินๆ เลย”
     “เราก็ไม่รู้หรอกนะว่าเพราะปมเรื่องพ่อรึเปล่า แต่รู้สึกว่าพี่เขาอบอุ่นดี พี่เขาดีกับเรามากเราก็เลยปลื้มพี่เขาละมั้ง”
     “ละเป็นแฟนกันได้ไงอ่ะ แฟนต้นไม่ใช่เกย์แล้วมาชอบต้นได้ยังไง?”
     “ไม่รู้สิ พอเราช่วยพี่เขาแล้วก็เลยเริ่มสนิทกันมั้ง เราเลยชอบพี่เขาขึ้นมาจริงๆ พี่เขาเองก็ไม่มีใคร เขาคงเหงามั้ง แล้วพอพี่เขาขอเราเป็นแฟนก็เลยเป็นแฟนกัน แม่เรากับพี่เขาก็รู้จักกันอยู่แล้วเลยปิดเรื่องนี้ไม่ได้ แต่แม่เราก็ไม่ได้ว่าอะไร พอแม่เราไปอยู่เมืองนอกเราก็เลยย้ายไปอยู่ห้องแฟนก็แค่นั้น จบ”
     “ละพ่อนายไม่ว่าเอาเหรอ?”
     “เขาไม่มีสิทธิ์หรอกไปป์ เขาจะว่าอะไรได้ ถึงเราจะรู้ตัวว่าเราไม่มีพ่อเพราะเป็นเด็กที่เขาไม่ต้องการมาตั้งแต่เกิดก็เถอะ แต่เราก็พึ่งรู้ว่าพ่อเราเป็นใครเมื่อสี่ปีก่อนนี้เอง แม่เราไม่เคยบอกเราหรอกว่าพ่อเราเป็นใคร บอกแค่ว่าเราเกิดมาได้ยังไง แล้วบังเอิญเรากับแม่ไปเจอเขาในงานวันเกิดเพื่อนเราตอนมอห้านั่นแหละเราถึงรู้ว่าพ่อเราเป็นใคร”
     “อ้าว! งี้นายก็ลำบากแย่เลยดิ? อยู่กับแม่สองคน แถมแม่เป็นแอร์อีก ละพออาจารย์เขารู้เขาไม่ช่วยไรนายเลยเหรอ?”
     “ก็เขาก็พยายามนะ แต่ไงดีล่ะ ชีวิตคนเรามันไม่ได้สวยงามเหมือนนิยายนะ เขาเองก็มีหน้ามีตาในสังคม จะยอมรับเราอย่างเปิดเผยได้ไง มันก็เลย... ก็อย่างที่นายเห็นนั่นแหละ”
     “มิน่า นายถึงได้คอยหาเรื่องอาจารย์เขาตลอด”
     “บ้า! พูดดีๆ นะ ไปป์ เราหาเรื่องอาจารย์เขาที่ไหน”
     “ก็เห็นคอยท้าทายอยู่ตลอดนี่ แต่หลังๆ นี่ดีกันแล้วดิ นายไม่ค่อยวีนใส่อาจารย์แล้วนี่นา”
     พอถูกพูดแบบนี้ผมก็เขินขึ้นมานิดๆ แฮะ ไม่คิดว่าไปป์จะสังเกตเห็น
     “สังเกตด้วยเหรอ?”
     “อื้อ เพราะงี้ใช่ป่ะ พอแม่นายไม่อยู่นายถึงเลือกที่จะอยู่กับแฟนแล้วก็ขอทุน ไม่ยอมรับความช่วยเหลืออะไรจากอาจารย์”
     “อื้ม ก็ทำนองนั้นแหละ”
     “แล้วแฟนนายอ่ะ เขาว่าไงบ้าง?”
     “พี่ชัชเขาไม่ว่าอะไรหรอก เราเป็นแฟนเขา เขาก็ต้องซัพพอร์ทเราอยู่แล้ว เพราะตอนนี้เรายังเรียนอยู่ยังช่วยอะไรเขาไม่ได้ ก็เลยต้องประหยัดๆ ไงล่ะ ไม่ใช่ว่าเราอยากจะงกซักหน่อย”
     “ฮ่าๆ นายนี่ตลกชะมัดเลยอ่ะ”
     ไปป์หัวเราะอยู่ครู่นึงแล้วก็มองหน้าผม จ้องซะผมตัวแทบทะลุ
     “ถามเรื่องนั้นด้วยได้ป่าวอ่ะ?”
     “เรื่องไหน?”
     ผมงงๆ ก็เลยถามออกไป
     “เรื่องเซ็กส์ของนายกับแฟน”
     “บ้า! มาถามไรตอนกินข้าว”
     “ไม่เป็นไรเราไม่ถือ”
     ไปป์ไม่ถือแต่ผมถือ ผมอายนะครับ ให้มาคุยอะไรแบบนี้!
     “แฟนนายชอบผู้หญิงแล้วไม่มีปัญหาเหรอ?”
     “แล้วนายคิดว่ามีปัญหามั้ยล่ะ?”
     ผมตอบปัดๆ ไป ไปป์ไม่น่าถามอะไรแบบนี้เลย ก็ได้ยินเต็มสองหูแล้วแท้ๆ ผมเขินนะครับ
     “งั้นก็แปลว่านายยอมตลอดดิ ไม่เคยเป็นฝ่ายทำบ้างเลยเหรอ? ไม่รู้สึกว่าโดนแฟนเอาเปรียบบ้างเหรอ ผู้ชายเหมือนกันแท้ๆ”
     “ไม่รู้สิ มันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนี่ ก็ไม่ได้รู้สึกแย่ซักหน่อย ชินแล้วมั้ง เป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรกเราก็เลย.. เฉยๆ มั้ง”
     “งี้ก็แปลว่านายไม่เคยเลยอ่ะดิ?”
     ผมรู้สึกได้ว่าหน้าของผมต้องกำลังแดงอยู่มากๆ แน่เลยครับ
     “อืม ก็ตั้งแต่ครั้งแรกก็เป็นแบบนี้มาตลอดอ่ะ”
     “โห ต้นทนได้ไง สุดยอดอ่ะ!”
     “บ้า! มันไม่ได้แย่อะไรขนาดต้องอดทนนี่ เราก็ใช่ว่าจะไม่มีความสุขซักหน่อย เรารักพี่เขาอะไรที่ยอมได้เราก็เต็มใจแหละ เราพอใจกับความสุขแบบนี้แล้ว”
     ไปป์มองผมอย่างทึ่งๆ ก่อนจะตักข้าวทานต่ออีกสองสามคำแล้วก็เริ่มซักผมต่อ
     “แฟนนายเคยเอากับผู้ชายคนอื่นมาก่อนป่ะ?”
     ผมชะงักมือไปทันที
     “ไม่หรอก พี่เขามีแต่เราคนเดียว”
     “แต่แฟนนายเล่นประตูหลังเก่งแบบนั้นนายไม่แปลกใจเหรอ? แฟนนายอาจจะเป็นไบอยู่แล้วก็ได้ไรงี้อ่ะ?”
     “ไม่มั้ง ครั้งแรกที่ทำมันก็ไม่ได้ดีอะไรมากนักหรอกไปป์ แล้วพี่เขาก็เคยบอกเราด้วยว่าเราเป็นผู้ชายคนแรกที่ทำให้พี่เขามีอารมณ์”
     ผมอยากจะยืนยันอย่างมั่นใจแต่เสียงของผมเริ่มสั่นซะงั้น ไปป์ยักไหล่ไม่ใส่ใจก่อนจะยิงคำถามที่ทำให้ผมจุกมากกว่าเดิม
     “งั้นละถ้าพี่เขาปกติชอบผู้หญิงมาตลอดนายคิดว่าตัวเองจะหยุดเขาได้เหรอต้น ในเมื่อนายเป็นผู้ชาย”
     “เรา... ไม่รู้สิ หยุดได้ไม่ได้เราก็ไม่รู้ เรา...”
     คงเพราะผมอึ้งๆ ไป ไปป์เลยเริ่มรู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรที่ไม่ควรพูดออกมา
     “เอ้ย! อย่าคิดมากนะ เราแค่ถามไปงั้นๆ แฟนนายท่าทางรักนายจะตายคงไม่นอกใจนายหรอกมั้ง ละอีกอย่างอยู่กับนายแล้วก็คล้ายๆ กับอยู่กับผู้หญิงอยู่ละ นายไม่ต้องคิดมากหรอก”
     ถ้าจะปลอบกันแบบนี้ไม่ต้องปลอบกันเลยก็ได้นะไปป์
     “ไปป์! เราเป็นผู้ชายนะไม่ใช่ผู้หญิง”
     “ขอโทษๆ เราไม่ได้หมายความแบบนั้น”
     “ช่างเถอะ”
     ไปป์เหล่ตามองผมแล้วก็ถามคำถามงี่เง่าออกมาอีกแล้ว
     “ถามจริง ไม่มีซักนิดเลยเหรอ?”
     “อะไร?”
     “อยากเป็นผู้หญิงไง?”
     ผมถูกถามคำถามแบบนี้อีกแล้ว... ผมมองหน้าไปป์อยู่ครู่นึงก่อนจะเปิดปากพูดในสิ่งที่ผมคิด
     “ก็มีนะ ก็อย่างที่นายพูดไปเมื่อกี้แหละ เพราะเราเป็นผู้ชายมันไม่มีอะไรที่ยึดกันไว้ได้เลย แต่ถ้าเราเป็นผู้หญิง อย่างน้อยเราก็แต่งงาน จดทะเบียน มีลูกกับเขาได้ แล้ว... ไม่รู้สิ พี่ชัชเขาก็ทำให้เรามีความสุขมากๆ เราก็เลย คือบางทีน่ะนะ.. บางทีมันก็มีบ้าง แบบว่า ถ้าเราเป็นผู้หญิง เราคงแต่งงานสร้างครอบครัวมีลูกกับเขาได้ อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่าช่วยกันเลี้ยงหลานอะไรทำนองนั้นอ่ะ ถ้าเป็นแบบนั้นได้มันก็คงจะดี เราคงมีความสุขมากๆ แต่เราก็คิดนะว่าถ้าไม่ใช่เพราะเราเจอพี่เขาเราก็คงไม่ได้คิดแบบนี้ เพราะเรารักพี่ชัชเราเลยอยากมีลูกกับเขาละมั้ง ซึ่งเราทำแบบนั้นไม่ได้เพราะเราเป็นผู้ชาย เราก็เลยคิดทำนองว่าถ้าเราเกิดมาเป็นผู้หญิงคงจะดีกว่านี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเรารับร่างกายที่เป็นผู้ชายของตัวเองไม่ได้นะ เราไม่ได้รู้สึกรังเกียจหรือทนไม่ได้ที่ตัวเองเป็นผู้ชายซักหน่อย แล้วเราก็โตมาแบบนี้ด้วย จนถึงตอนนี้เราก็คิดอยู่ว่าเราเป็นผู้ชาย”
     “เข้าใจละ ต้นไม่ต้องคิดมากนะ เราถามไปงั้นแหละ ไม่ได้ตั้งใจทำให้นายไม่สบายใจ เราว่านายดีขนาดนี้อ่ะ แฟนนายไม่ทิ้งนายหรอก ต่อให้นายโดนทิ้ง เผลอๆ ก็มีคนต่อคิวจีบนายอีกเพียบ”
     “บ้า! ถ้าไม่ใช่พี่ชัชเราไม่รักใครหรอก”
     ผมยิ้มให้ไปป์ เจ้าคนขี้สงสัยประจำกลุ่ม แล้วก็เลื่อนจานใส่ฝรั่งที่ปลอกเสร็จแล้วไปให้ก่อนจะขอตัวเอามีดไปเก็บในครัว

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ไปป์

     “พวกมึงจะแอบฟังกันอีกนานป่ะ?”
     “พวกกูไม่ได้แอบ มึงแหละมานั่งคุยกันตรงนี้เองทำไมวะถ้าไม่อยากให้คนอื่นได้ยิน”
     เถียงกลับทันทีนะเชี่ยมิว
     “มึงได้ยินตั้งแต่ตอนไหน?”
     “ตอนที่มึงถามต้นว่าแฟนมันชอบผู้หญิง”
     “เออ แล้วไป”
     “ทำไมวะ มีความลับไรอีกรึไง?”
     “ถ้าต้นไม่ให้บอก กูก็ไม่พูด”
     “สัส รู้อยู่คนเดียวเลยนะมึง เล่ามามั่งดิวะ”
     มิวนิคมันมาเสือกผ่านทางผม แต่จะให้ผมพูดไรล่ะ นั่งกันครบแก๊งค์เลย ทั้งไอ้มิว ไอ้เป้ ไอ้นัน ผมว่าเชี่ยมิวแม่งต้องกระจายข่าวเรื่องที่ต้นชอบผู้ชายแล้วแน่ๆ ไอ้สองคนนั้นเลยดูไม่แตกตื่นเท่าไหร่ที่ได้ยินเรื่องที่ผมคุยกับต้น
     “มึงแหละ เสือกปากมาก บอกไอ้สองตัวนี่แล้วใช่มั้ย”
     “ไรอีกวะ ถึงไงไอ้สองตัวนี้มันก็เดาได้อยู่ดี เมื่อคืนพี่ณตก็พูดแล้วว่าต้นเป็นเกย์ กูบอกไม่บอกก็ไม่ต่างกันหรอก”
     ปัดสวะเชียวนะมึง!
     “ไม่ใช่เพราะมึงเหรอที่เสือกหลุดปากคนแรกอ่ะ ระวังไว้เหอะมึง ต้นรู้ขึ้นมา ชิบหายแน่”
     “ไรวะ เอาตัวรอดอ่ะ ทีมึงอ่ะ ยังถามต้นมันได้เลย ไม่เห็นต้นมันจะโกรธ”
     “ก็กูกับมึงมันต่างกันไง แล้วอย่าคิดนะว่ากูไม่รู้ว่ามึงคิดอะไร ต้นไม่ใช่คนที่มึงจะเล่นด้วยได้นะกูเตือนไว้ก่อน ไปบอกไอ้หื่นโค่ด้วยว่าเก็บหนอนมันไว้ให้ดี มาทำไรเพื่อนกูๆ เอาตายแน่!”
     “ไรว้า ทำหวงนะมึง มึงเองก็เนียนพอกันแหละ”
     “เพราะกูบริสุทธิ์ใจไม่คิดเชี่ยเหมือนมึงไง ต้นก็เลยไม่ได้ปฏิเสธกู พวกมึงดูให้ดีๆ แล้วกัน”
     ท้าทายมันไปงั้น เคืองอ่ะ เป็นเพื่อนกันมาตั้งปี พอรู้ว่าต้นไม่ปกติก็เห็นต้นเป็นของเล่นกันซะงั้น มันน่าโมโหแทนต้นที่มีเพื่อนเชี่ยๆ แบบนี้
     พอต้นเดินกลับออกมาก็ต้องแปลกใจเพราะที่นั่งตัวเองโดนยึดไปแล้ว ต้นเลยมานั่งข้างผมแทน เข้าแผนผม ผมกระแซะเอาไหล่ไปสะกิดต้นเบาๆ แล้วก็อ้อน
     “ต้น ข้าวติดคออ่ะ ขอน้ำหน่อยดิ เอาเป๊ปซี่ใส่น้ำแข็งด้วยนะ”
     ต้นมองหน้าผมเซ็งๆ แล้วก็เริ่มบ่นตามปกติ แต่ผมอ่ะไม่ได้ฟังหรอก หันไปยักคิ้วท้าทายเชี่ยมิวอยู่
     “แล้วทำไมไม่เดินไปหยิบอ่ะ ใช้คนอื่นนะไปป์”
     “ก็เดี๋ยวมีหมามาแย่งข้าวเราอ่ะ เลยต้องเฝ้าไว้”
     “สัส ว่ากู ต้นมึงอ่ะสองมาตราฐานว่ะ ทำให้ไปป์คนเดียวได้ไงวะ”
     นั่นไง ฮ่าๆ มึงพลาดแล้วมิวนิค
     “เราจำได้ว่านายเป็นคนแรกที่พุ่งมาหยิบปาท๋องโก๋กับน้ำเต้าหูไปนะมิวนิค แถมยังกินส่วนของคนอื่นไปด้วย”
     “แต่งั้นก็เหอะ มึงทำข้าวผัดให้ไปป์คนเดียวอ่ะ ไม่ยุติธรรมว่ะ เงินส่วนกลางนะว้อย”
     “ก็ไปป์เขาตื่นมาแล้วไม่มีไรกิน เราก็แค่เอาของเหลือเมื่อวานมาทำ”
     อึ้งไปเลยสิมึง อย่าแตะต้องเรื่องเงินกับต้นมันเชียว มึงพลาดละไอ้ยักษ์ แถมตอนนี้ผมเลื่อนขั้นในใจต้นแล้วด้วย ต้นเลยปกป้องผมเต็มที่ ฮ่าๆ
     “ก็... กูก็หิวไง กูกำลังโต ต้องกินเยอะๆ เมื่อเช้ามึงก็บ่นจนกูกินไม่อิ่ม พอมาเห็นไปป์มันจัดเต็ม กูก็หิวดิ”
     “อิจฉาว่างั้น? จะกินมั้ย ยังเหลืออีกนิดหน่อย”
     “เหลือ? จริงดิ?”
     “อืม แต่ไม่มาก จะเอามั้ย?”
     “เอาๆ กูเอาไข่ดาวแบบไปป์ด้วยได้ป่าว”
     ต้นหันมามองมิวนิคแบบเหยียดๆ นิดหน่อยก่อนจะเดินไปหยิบจานข้าวผัดมาให้มันแล้วก็ไม่ลืมหยิบน้ำติดมือมาให้ผมด้วย ผมเลยหันไปข่มมันต่อ
     “กูบอกแล้ว ต้นมันโอ๋กู”
     เห็นมิวนิคมองผมด้วยสายตาอิจฉาแล้วสะใจเป็นบ้าเลย ไอ้พวกนี้มันต้องเจอแบบนี้ซะมั่ง คิดไม่ดีกับต้นเหรอ ผมไม่ยอมหรอก ผมน่ะรักต้นเหมือนเป็นพี่แท้ๆ ของผมเลยนะ
     เมื่อก่อนผมมีพี่สาวที่รู้จักกันอยู่บ้านหลังข้างๆ เราสนิทกันเหมือนพี่น้องแท้ๆ เพราะเวลาที่พ่อแม่ผมไม่อยู่ไปทำงาน ผมก็จะไปนั่งเล่นบ้านพี่ตา พี่ตาคอยสอนการบ้านแล้วบางครั้งก็ยังทำของอร่อยๆ ให้ผมทานด้วย แต่พอช่วงที่ผมอยู่ ป. 6 พี่ตาก็เข้ามหาลัยเลยไม่ค่อยมีเวลาให้ผมเหมือนเดิม แถมพี่ตาถูกผู้ชายเลวๆ หลอกจนเสียคนแล้วก็คิดสั้น พี่ตาจากผมไปอย่างไม่มีวันกลับ พ่อกับแม่ของพี่ตาทนรับความเสียใจไม่ไหว จากเดิมที่ต่างคนต่างก็เอาแต่ทำงานไม่มีเวลาให้กันอยู่แล้วก็เลยเลิกกันไปในที่สุด ต่างคนต่างโทษกันเองว่าเป็นเพราะอีกฝ่ายไม่ดูแลพี่ตาให้ดีพี่ตาถึงได้โดนคนชั่วๆ หลอก
     ตั้งแต่ตอนนั้น ผมคิดว่าผมโชคดี ถึงพ่อกับแม่ผมจะทำงานหนักแต่พวกเขาก็รักผม นอกจากนี้ผมยังโชคดีที่มีพี่ตา แต่แล้วพี่ตาของผมก็ไม่อยู่บนโลกนี้อีกต่อไป จนกระทั่งผมได้เจอต้น ผมอาจจะคิดไปเองทั้งๆ ที่ต้นเป็นผู้ชาย แต่ผมกลับรู้สึกว่าต้นคล้ายกับพี่ตาในความทรงจำของผมมาก หรือคงเพราะแว่นกรอบสีดำสนิทเรียบๆ อันนั้น แต่แม้ต้นจะเปลี่ยนแบบแว่นไปแล้วก็ตาม ผมก็ยังคิดว่าต้นเหมือนพี่สาวคนนึงของผมอยู่ดี
     ต้นเป็นคนเดียวที่ยอมให้ผมอ้อน ถึงจะชอบเบ้หน้าใส่ผมแต่สุดท้ายต้นก็ยอมผมตลอด แม้แต่กับสามสาว ผมยังไม่กล้าอ้อนมากเท่าที่ผมทำกับต้น ผมกลัวโดนคนอื่นด่าว่าม่อ แล้วมันก็ไม่ดีด้วยถ้าผมจะไปทำแบบนั้นกับผู้หญิง รู้ตัวอีกทีผมก็โดนเมย์ข่ม เป็นลูกไล่ยัยป่าน ถึงแก้วจะดีกับผมแต่จะให้ผมไปอ้อนคนเรียบร้อยแบบแก้วก็เกรงใจ เพราะแก้วแอบชอบโอมอยู่ด้วย ต้นก็เลยเป็นคนในกลุ่มที่ผมอ้อนได้อย่างสบายใจมากที่สุด เพราะยังไงก็เป็นผู้ชายเหมือนๆ กัน แล้วผมก็รู้สึกได้ด้วยว่าต้นชอบให้ผมอ้อน
     ผมแอบยึดเอาต้นเป็นพี่สาวของผมมาตั้งแต่นั้น แต่เรื่องนี้ผมไม่กล้าบอกใครหรอกนะกลัวโดนคนอื่นล้อว่าเป็นซิสค่อน แถมต้นยังเป็นผู้ชายอีก ผมกลัวต้นโกรธเอา แต่ไปๆ มาๆ ตอนนี้ผมว่าบางที ต้นมันอาจจะเป็นประเภทคุณแม่มากกว่าพี่สาวซะแล้วสิ เพราะมันขี้บ่นสุดๆ ไปเลย
     แต่ไงก็ตาม ผมไม่ยอมให้ไอ้พวกเหลือบไรพวกนี้คิดอกุศลกับพี่สาวผมหรอก โดยเฉพาะแมงหื่นขอแค่มีรูกูเอาหมดแบบไอ้โค่ ฝันไปเหอะพวกมึง!

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



ว้ายๆ ที่แท้เป็นซิสค่อนนี่เอง หมาน้อยตัวนี้ท่าทางมาแรงแฮะ พ่อหนุ่มทานตะวันผู้สดใสร่าเริงมีคาแรคเตอร์แบบลูกหมา
มีมิวนิคเป็นพวกบ้าสมองกล้าม นี่มันเข้าฮาเรมรูทชัดๆ เราจะแอบเขียนนิยายดราม่าเป็นนิยายฮาเรมเนียนๆ ได้มั้ยน้อ?
หวังว่าคนอ่านคงสนุกกับคาแรคเตอร์บ้าๆ พวกนี้ ถ้าใครจำไม่ค่อยได้มีโปรไฟล์ให้ดูนะ ไปที่สารบัญหน้าแรกแล้วกดลิงค์ได้เลย
ป.ล. อย่าลืมนะ นี่มันนิยายดราม่า ไม่ใช่นิยายขายNC คนแต่งไม่หื่นเลยจริงจริ๊ง ฮ่าๆ  :-[

ออฟไลน์ bebe

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 672
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-5
รออยู่นะคะ วันนี้ไม่มาหรออ

ออฟไลน์ bebe

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 672
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-5
รออยู่นะคะ วันนี้มาป่าวว

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
ต้นน้ำ

     แค่เศษข้าวผัดไม่พอยาไส้ไอ้พวกผีโหยข้างนอกจริงๆ ครับ ตอนเช้าก็ซัดกันขนาดนั้นแท้ๆ ยังจะหิวอะไรกันอีก ผมมองจำนวนไข่ในแพ็คที่เหลืออยู่ไม่กี่ใบแล้วตัดสินใจโทรหาสาวๆ ผมฟังรายการของสดที่พวกนั้นซื้อมาแล้วก็สั่งเพิ่มไปเยอะเหมือนกัน เดาว่าอาจจะต้องเก็บกองกลางเพิ่มเพราะมีพวกกินล้างกินผลาญเยอะ ทำไงได้ ผู้ชายทั้งแก๊งค์นี่ครับ
     กว่าสามสาวจะกลับมาถึงก็เกือบบ่าย ไม่รู้ไปถึงไหนมาช้าจริงๆ เลยครับ ผมมองของที่สั่ง มื้อเที่ยงนี้คงต้องหาอะไรแบบด่วนๆ ให้พวกมันกันก่อน โชคดีที่ในกลุ่มมีคนทำอาหารเป็นอยู่บ้างเราเลยแบ่งหน้าที่กัน เมนูง่ายๆ กินกันตายอย่างผัดผัก ไก่ชุปแป้งทอด น้ำพริกกะปิกับผักชุบไข่ทอด ถูก ปรุงง่าย ได้คุณค่า ประหยัดเวลา เหมาะมากๆ กับสถานการณ์ครับ
     โชคดีนะครับที่ผมไปขอยืมครกมาแล้ว ป้าแกบอกว่าที่นี่มีคนมาพักแบบครอบครัวบ่อย บางคนก็ชอบโขลกพริกกระเทียมทำน้ำจิ้มซี้ฟู๊ดเอง แกเลยมีครกเล็กๆ ไว้ให้ ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมพี่โอถึงแนะนำมาพักที่นี่แม้จะไกลความสะดวกสบาย เดินตั้งไกลกว่าจะถึงที่เที่ยว หาดทรายก็ใช่ว่าจะสวย แต่มันสะดวกและราคาประหยัดครับ เหมาะกับแก๊งเรื่องมากแบบพวกเรา
     โอมช่วยผมหุงข้าวในขณะที่ป่านกับแก้วช่วยกันจัดการกับผัก ผมบอกสองสาวว่าอันไหนที่จะเอาชุบไข่ทอดให้พวกเธอแยกไว้เดี๋ยวผมจะทอดเอง ส่วนเมย์ก็กำลังหมักไก่กับแป้งชุบทอดอยู่ครับบอกว่ามีสูตรเด็ด ส่วนผมน่ะเหรอโขลกน้ำพริกสิครับ แล้วผมก็เขินมากๆ ด้วยเพราะมีคนแวะเวียนมาวุ่นวายในครัวพอสมควร คนที่พอมีประโยชน์ช่วยได้มันก็มีครับ แต่ไอ้พวกไร้ประโยชน์แล้วยังถ่วงแข้งถ่วงขาสิเยอะกว่า ก็พวกมันมาหาเรื่องแซวผมซะงั้น ผู้ชายทำกับข้าวมันประหลาดมากรึไงครับ แล้วใครเขาโขลกน้ำพริกบนโต๊ะกัน ผมก็ต้องนั่งกับพื้นโขลกสิ ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้นั่งพับเพียบซะหน่อย ทำไมต้องแซวกันขนาดนั้นก็ไม่รู้
     “เฮ้ยรำคาญว่ะ! เกะกะ! พวกแกออกไปก่อนเลย ครัวแคบจะตายมาอัดกันอยู่นั่นแหละ ไม่เคยเห็นคนทำกับข้าวเหรอ”
     ในที่สุดป่านก็ทนไม่ไหวครับ ไล่ตะเพิดไอ้พวกนั้นออกไปหมด แม้แต่โอมที่ไม่รู้จะช่วยอะไรแล้วยังออกไปเลยครับ เหลือแต่ผมนี่แหละ
     น้ำพริกกับผัดผักเสร็จแล้ว เหลือแต่ทอดผักชุบไข่กับทอดไก่ ผมล้างกระทะให้เมย์เพราะมีอยู่ใบเดียว แต่สงสัยเมย์คงใจร้อนเกินไป เช็ดกระทะยังไม่ทันแห้งดีก็เอาตั้งไฟใส่น้ำมัน มันก็ปะทุขึ้นมาสิครับ น้ำมันกระเด็นวี๊ดว๊ายได้แผลพองๆ ไปคนละตุ่มสองตุ่มกับป่าน
     “เมย์กับป่านไปหายาใส่เหอะ เดี๋ยวเราทำต่อเอง เหลือแต่ของทอดไม่กี่อย่าง นิดเดียว”
     “จะดีเหรอต้น นายไหวเหรอ? มันกระเด็นมากเลยนะเว้ย!”
     ป่านร้องเสียงหลงเลยครับ เฮ้อ... อนาคตขึ้นคานแน่ๆ สาวแว่นสุดห้าวเพื่อนผมคนนี้
     “อืม เราไม่เป็นไรหรอก รีบพาเมย์ไปทำแผลเหอะ”
     แล้วก็เหลือผมกับแก้วเป็นทัพหน้ารบกับน้ำมันเดือดๆ ในกระทะต่อครับ แย่ชะมัดวันนี้ผมใส่เสื้อไม่มีแขนด้วย แต่เอาเถอะ ผู้ชายนิดๆ หน่อยๆ คงไม่เป็นไรมาก ดีกว่าให้พวกผู้หญิงเจ็บตัว แล้วอีกอย่างผมชินกับน้ำมันกระเด็นพวกนี้แล้วครับ ตอนฝึกทำอาหารทานเองใหม่ๆ เจ็บกว่านี้เยอะ เพราะตอนนั้นผมยังเด็กยกกระทะไม่ค่อยไหวลำบากกว่านี้เยอะครับ
     ยังดีที่แก้วใจเย็นเราเลยช่วยกันทำเมนูที่เหลือได้ไม่ยาก ไม่นานนักไก่ทอดหอมๆ ก็สุก ส่วนสารพัดผักชุบไข่ทอดเครื่องเคียงน้ำพริกนั้นมีคนมายกไปเสิร์ฟนานแล้วครับ ตอนที่ผมยกจานไก่ทอดออกมาก็พบว่าไอ้พวกผีโหยมันตั้งวงโซ้ยกันแล้ว มันไม่รอผมเลยครับ
     พอพี่ณตเห็นผมทำหน้าเซ็งๆ ก็ยิ้มให้ผมทันที
     “เอ้าๆ แม่ครัวเอกมาแล้ว ขอที่ให้ต้นหน่อย”
     พี่ณตขยับที่ให้ผมนั่งข้างๆ พี่เขา แต่ไม่เอาหรอกครับ ผมแกล้งเดินไปวางจานตรงกลางโต๊ะก่อนจะรับจานข้าวจากไปป์ที่คงจะตักเผื่อไว้ให้ผมนานแล้วเพราะข้าวเย็นชืดมาก
     “ขอบคุณนะ”
     ผมพูดขอบคุณแล้วก็เนียนนั่งลงข้างๆ ไปป์
     “เฮ้ยต้น มึงทำอาหารอร่อยดีว่ะมาเป็นเมียกูป่าว มีแม่ศรีเรือนแบบมึงเป็นเมียคงสบายไปทั้งชาติ ทำไรก็เก่งมึงยังเป็นคนอยู่ป่าววะ?”
     จู่ๆ พัทก็แซวผม เล่นเอาขำไม่ออกกันรอบวงเลยครับ ผมรู้นะว่าพัทตั้งใจแซวเล่นๆ แต่ผมคงมีชนักปักหลังมั้งครับเลยรู้สึกข้าวมันฝืดคอพิกล
     “ขอบใจนะ แต่เรายังไม่คิดจะเปลี่ยนแฟน”
     ผมจำได้ว่าผมตอบไปแบบนั้นแล้วก็ยิ้มให้พัท หลังจากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาทานข้าวครับ พอทานเสร็จผมก็ขอตัวไปพักผ่อนบ้างล่ะ ผมมาเที่ยวนะไม่ได้มาเป็นคนใช้พวกมัน ให้พวกมันแบ่งเวรล้างจานเองบ้างเถอะครับ ผมตัดสินใจหนีไปเดินเล่นที่หาดเงียบๆ คนเดียว มันถึงเวลาแล้วรึเปล่านะที่ผมควรจะยอมรับกับเพื่อนคนอื่นๆ ว่าผมชอบผู้ชาย
     ใช่ว่าผมอายที่ตัวเองเป็นเกย์ เพียงแต่ผมไม่มั่นใจ ผมก็แค่กลัว ไม่รู้ว่าถ้าพูดออกไปแล้วเพื่อนๆ จะมีปฏิกิริยายังไง จะรับได้เหมือนไปป์รึเปล่า? หรือจะรังเกียจผม? บางคนอาจจะล้อเลียนเห็นผมเป็นตัวประหลาดก็ได้ แล้วไหนจะโอมอีก ผมไม่อยากให้ช่วงเวลาดีๆ ที่ผมมีเพื่อนแบบนี้จบลง ผมยังอยากมองหน้าเพื่อนๆ ทุกคนในกลุ่มของผมได้ ... ไม่สิ ผมยังอยากเป็นเพื่อนกับทุกๆ คนในภาคนั่นแหละ ถึงผมจะเคยชินกับความโดดเดี่ยว ถึงผมจะมีเมษ แม็กซ์ และอาร์ม แต่ผมก็กลัวที่จะไม่มีใคร ผมไม่ค่อยสนิทกับคนอื่นๆ มากนักแต่ถ้าวันนึงผมต้องเจอกับสายตาและท่าทีเย็นชาจากคนอื่นๆ แล้วผมคง...
     “ต้นอยู่นี่เอง”
     โอมเดินมาขัดจังหวะความคิดผม ทำให้ผมรู้สึกตัว ผมเดินมาไกลเหมือนกันแฮะ
     “ต้นหายมานาน เราเลยเป็นห่วง”
     “เดินเล่นน่ะ”
     ผมยิ้มตอบโอมแล้วก็เงียบ โอมเองก็ไม่ได้พูดอะไร เรานั่งมองทะเลกันเงียบๆ ได้พักหนึ่งเสียงโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น ไปป์โทรมาตามครับ ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องยุ่งๆ ที่บ้านพักอีกแล้ว ผมเลยชวนโอมเดินกลับบ้านพัก
     “มีไรเหรอไปป์?”
     “นันมันทำจานแตกอ่ะต้น”
     “ไอ้ขี้ฟ้อง!”
     เซ็งครับ
     “เลิกเถียงกันเป็นเด็กๆ ได้แล้วน่ะ เดี๋ยวตอนเช็คเอ้าท์ก็บอกป้าเขาละหักกองกลางละกัน”
     “ไรว้า กูไม่ได้ทำอ่ะ นี่ป่านก็บอกว่ามึงจะเก็บกองกลางเพิ่มอีกเพราะตังค์ค่ากับข้าวไม่พอ มึงใช้ไรไปนักหนาวะ แถมต้องไปจ่ายค่าจานให้นันมันอีก”
     ผมขึ้นทันทีเลย โมโหนะครับ ผมหันไปทางทางโค่แล้วก็สวนกลับแบบนิ่มๆ
     “ผมก็ไปซื้อของมาให้พวกคุณเขมือบไง ดูซะมั่งสิครับว่ามีกันกี่คน ค่ากองกลางที่ผมใช้ไปจนถึงตอนนี้นอกจากค่ารถแล้วก็มีแต่ค่าอาหารที่พวกคุณทานนั่นแหละ ของแถวนี้มันไม่ได้ถูกนะครับ ป่านก็ทำรายการอยู่ ถ้าคุณคาใจจะดูก็ได้พวกเราจดไว้หมด ส่วนขนมพวกนั้นกับเบียร์ที่คุณเห็นน่ะเงินพวกพี่ณตครับ ทีคุณยังกินไม่จ่ายเลย อย่าเห็นแก่ตัวให้มันมากนักเลยโค่!”
     “โดนเลยมึง เงียบๆ ก็ดีอยู่แล้ว”
     “ไม่ตลกครับมิวนิค มีใครมีปัญหาอะไรอีกมั้ยจะได้เคลียร์กันไปเลย  ใครไม่เต็มใจจ่ายก็ตามสบายครับ เพื่อนคนอื่นๆ ที่เต็มใจจ่ายเต็มใจจะควักเนื้อเผื่อเพื่อนที่มาเที่ยวด้วยกันอยู่แล้ว!”
     ผมโมโหนะ เรื่องเงินๆ ทองๆ ทำคนตีกันมาเยอะแล้ว คนเราจะแตกคอกันได้ง่ายที่สุดก็เรื่องนี้แหละครับ เงินมันทำให้เราเห็นธาตุแท้คน!
     “แรงไปแล้วต้น พวกมันก็แค่สงสัยว่าทำไมเงินมันหมดไว”
     อัฐพูดเตือนสติผม
     “ขอโทษ เราโมโหมากไปหน่อย เดี๋ยวเราไปเอาบัญชีมาให้พวกนายดู ป่านเธอเอาส่วนที่เธอใช้เมื่อตะกี้มาด้วยนะ”
     ผมบอกป่านไปแบบนั้นแล้วเราก็ไปชั้นสองกันครับ แต่พอดีทางที่ผมจะเดินมีเอกนั่งขวางอยู่ ผมก็เลยเอามือไปสะกิดบอกให้เอกขยับ แต่เอกกลับปัดมือผมออกอย่างแรง
     “เหี้ย! อย่ามาโดนตัวกู”
     ผมช็อก! เกิดความเงียบชั่วขณะ ผมไม่รู้หรอกนะว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีก! ช่างหัวมันเถอะครับ! สิ่งที่ผมควรทำตอนนี้คือเดินขึ้นไปหยิบใบรายการบัญชีรายรับรายจ่าย ผมพยายามบอกตัวเองแล้วก็ฝืนส่งยิ้มไปขอโทษเอก
     “โทษที ขอเดินผ่านหน่อย”
     พอผมเคลียร์เรื่องบัญชีเสร็จก็ขอตัวจากคนอื่น ผมรู้สึกแย่สุดๆ เลยหนีขึ้นไปชั้นสาม เพราะห้องข้างบนนี่ร้อนคนอื่นเลยนั่งเล่นกันหน้าบ้าน ไม่ก็คงสุมกันอยู่ห้องแอร์ชั้นสอง ไม่มีใครเข้าหน้าผมติดหรอกครับในเวลาแบบนี้ นิสัยแย่ๆ ที่ชอบโมโหแล้วพูดจาแรงๆ ยังแก้ไม่หายซักที ผมไม่น่าประชดเพื่อนไปแบบนั้นเลย แล้วไหนจะยังเอกที่... เขาต้องรู้แล้วแน่ๆ ถึงตะคอกผม
     “ร้องไห้ทำไมต้น?”
     “พี่ณต”
     “เครียดไร ขำๆ น่า พวกมันก็จ่ายกันครบแล้วนี่ ต้นไม่ต้องคิดมากหรอก”
     “เปล่าครับ”
     นี่ผมเผลอน้ำตาไหลอีกแล้วเหรอเนี่ย แถมยังโดนพี่ณตเห็นด้วย อุตส่าห์หลบมาอยู่บนนี้แล้วแท้ๆ ยังจะตามขึ้นมาอีก พี่ณตเดินมานั่งข้างๆ ผม แต่เพราะระเบียงเล็กเกินไปเราเลยต้องนั่งชิดกัน วันนี้ผมใส่เสื้อไม่มีแขนซะด้วย แขนของพี่ณตก็เลยแนบอยู่กับผิวผม ขนลุกครับ
     “ข้างบนนี่ร้อนเนอะ ไม่ไปนอนห้องแอร์กับพี่อ่ะ”
     “ไม่ดีกว่าครับ ห้องนั้นเล็ก อยู่กันตั้งเยอะแล้ว เบียดกันแย่”
     ผมตอบพี่ณตไปแบบนั้นแต่ในใจกำลังคิดหาทางออกว่าจะหนียังไงดี ผมไม่อยากอยู่กับพี่ณตสองต่อสองในสถานการณ์แบบนี้ครับ มันอึดอัด น่ารำคาญ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่อยากลงไปเจอคนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


โอม

     “มึงเป็นเหี้ยอะไรหมาเอก!”
     พอต้นขอตัวขึ้นไปข้างบนแล้วไปป์กับเอกก็ทะเลาะกัน เรื่องวันนี้คงทำให้ต้นไม่สบายใจมากเพราะทุกคนสงสัยเรื่องที่ต้นเป็นเกย์ มีแต่เรื่องน่าปวดหัวทั้งนั้น
     “สัส! มึงด่าใครหมา เหี้ยไปป์!”
     “มึงไง! เป็นเหี้ยอะไรวะถึงไปตะคอกใส่ต้นแบบนั้น มึงจะเกลียดอะไรก็เกลียดไปแต่ถ้ามึงไม่สำนึกบุญคุณต้นมึงก็สำรอกข้าวเที่ยงที่มึงแดกออกมา! ไหนจะยังชีทที่มึงมาขอมันอีก กูถามมึงหน่อยเหอะ ต้นมันเคยทำอะไรไม่ดีกับมึงมั้ย?”
     “ไปป์พอเหอะ แยกๆ”
     โชคดีที่ป่านยังอยู่เลยพอจะห้ามไปป์ไว้ได้ ผมไม่อยากให้พวกเราทะเลาะกันแบบนี้เลย
     “ทนไม่ไหวแล้วนะป่าน ดูที่ไอ้พวกนี่ทำกับต้นดิ ถ้ารู้ว่ามาแล้วต้นต้องเจอกับเรื่องแบบนี้เราไม่ชวนต้นมาหรอก!”
     “เอ้ย! พวกมึงใจเย็นๆ กันดิวะ ตกลงมันเกิดเชี่ยไรขึ้นวะเนี่ย? เคลียร์กันเป็นเรื่องๆ ดิ๊ คนกลางอย่างกูไม่สบายใจนะเว้ยเพราะกูเป็นคนชวนพวกมึงมา”
     “มึงอยู่เฉยๆ เหอะพัท เรื่องนี้มึงไม่เกี่ยว เฉพาะไอ้เอก ไอ้นน ไอ้โค่ ไอ้มิวเท่านั้นแหละ”
     เกิดเรื่องอะไรที่ผมไม่รู้เหรอครับ?
     “อ้าว! ด่ากูเฉย!”
     “พี่ว่าแค่เรื่องเงินเอง ทุกคนก็เคลียร์แล้วนี่ ไม่น่ามีปัญหาอะไรอีกนะ ใจเย็นๆ กันหน่อย”
     “ผมไม่ได้ด่าพวกมันเรื่องเงิน พี่ไปถามพี่โอกับพี่ณตดูดิว่าเมื่อวานไอ้พวกนั้นมันสุมหัวทำอะไรกัน!”
     มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกันแน่ ระหว่างป่านไปป์แล้วก็พวกนั้น เรื่องของต้นที่ผมไม่รู้ ผมเป็นห่วงต้นจัง
     “แล้วมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นละ? พี่ไม่รู้หรอกนะ ถ้าไปป์ไม่พูด”
     “ผมพูดไม่ได้หรอกพี่”
     “ต้นมันเป็นเกย์! แล้วกูเกลียดเกย์ มีปัญหาตรงไหนวะ? ทุเรศลูกตาจะตายมัวแต่แอ๊บแมนหลอกชาวบ้าน!”
     “เราไม่เคยแอ๊บ! เพียงแต่เราคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องจำเป็นที่ต้องป่าวประกาศบอกใครว่าเราเป็นอะไร!”
     ต้นพูดพร้อมกับเดินลงบันไดมา ต้นหน้าถอดสีแถมยังทำท่าเหมือนจะร้องไห้ ผมอยากเข้าไปปลอบต้นจัง แต่ตอนนี้คงไม่ใช่เวลาที่ผมจะไปให้กำลังใจต้น ไม่อยากเห็นเพื่อนทะเลาะกันเลย
     “ไม่แอ๊บเลยนะมึง! ตอนนั้นที่มีคนถามมึงก็ปฏิเสธ แถมมึงยังเอาเมย์บังหน้า ใครจะไปรู้ว่ามึงคิดอะไรกับพวกกู น่าขยะแขยงจะตาย”
     “อ๋อ! ตกลงที่โกรธเรา เกลียดเราเพราะเราเป็นเกย์หรือเพราะเราสนิทกับเมย์กันแน่เหรอเอก?”
     ต้นยิ้มแต่เสียงของต้นนั้นไม่ได้ยิ้มตามหน้าเลย ผมพึ่งเคยได้ยินน้ำเสียงถากถางของต้นเป็นครั้งแรก สถานการณ์แบบนี้แปลว่าต้นสุดทนแล้วแน่ๆ แย่แล้วสิ!
     “อยากให้เราไม่แอ๊บใช่มั้ย ได้! งั้นเราจะพูดในสิ่งที่เราคิดให้นายฟังก็แล้วกัน! ข้อแรกนะ การที่เราจะชอบผู้ชายหรือผู้หญิงมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเรา เรื่องที่เรามีแฟนแล้วก็ไม่จำเป็นต้องรายงานให้พวกนายรู้ พวกนายไม่ใช่พ่อไม่ใช่แม่เราซักหน่อยนี่ เรื่องอะไรที่แม้แต่แม่เรายังไม่ว่าพวกนายมีสิทธิ์อะไรมาวุ่นวาย กับเมย์หรือเพื่อนคนอื่นๆ เราก็ว่าเราวางตัวดีมาตลอดนะ เราไม่เคยให้ความหวังใครทั้งนั้นเพราะเรามีแฟนอยู่แล้วและเราก็รักแฟนเรามาก”
     ต้นไม่เคยแรงกับเพื่อนแบบนี้ แต่วันนี้ต้นประชดเพื่อนสองครั้งแล้ว น้ำเสียงของต้นเต็มไปด้วยอารมณ์ต่างจากปกติอย่างเห็นได้ชัด ผมเห็นต้นมองดูเอกด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม วันนี้ต้นแปลกไปจริงๆ
     “แล้วก่อนที่จะคิดว่าเราจะสนใจนายน่ะ ช่วยส่องกระจกดูตัวเองหน่อยเถอะ ถามหน่อยคนอย่างนายมีอะไรดีพอให้เรามองเหรอ?”
     “ไอ้ต้น!”
     “ทำไม? รับความจริงไม่ได้ อยากให้เราเลิกแอ๊บเราก็เลิกแล้วไง อยากให้เราพูดความจริงเราก็พูด แล้วยังจะเอาอะไรกับเราอีก!”
     ต้นกวาดสายตามองพวกเราทุกคนที่ยืนอึ้งกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของต้นครับ
     “ใช่! คนที่เรารักเป็นผู้ชาย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าขอแค่เป็นผู้ชายเราก็ได้หมดซักหน่อย ถึงเราจะเป็นเกย์แต่เราก็ไม่ได้ร่าน! แล้วถ้าเราจะเลือกนะ รับรองพวกนายทุกคนที่นี่ไม่มีใครมีชื่อติดลิสท์เราหรอก ไม่ว่าจะหน้าตาหรือฐานะไม่มีใครเทียบกับเพื่อนเราได้ซักคน! ขนาดคนแบบแม็กซ์เรายังไม่สนแล้วพวกนายล่ะมีอะไรเหนือกว่านั้น? เรื่องการเรียนก็ไม่ต้องพูดถึงเราเป็นคนที่เก่งที่สุดในรุ่น! ถึงนิสัยของเราจะไม่ได้ดีมากแต่อย่างน้อยตลอดเวลาที่ผ่านมาเราก็ยอมทนพวกนายมาตลอดเพราะเราเห็นพวกนายเป็นเพื่อน!”
     ต้นพูดประชดพวกเราทั้งๆ ที่น้ำตากำลังไหล ต้นที่เคยเคร่งขรึมคนนั้นหายไปแล้ว
     “แต่แล้วพวกนายก็รังเกียจเราเพราะเรื่องนี้ทั้งๆ ที่เราคบกับแฟนมาตั้งแต่ก่อนจะรู้จักพวกนายเนี่ยเหรอ? ที่ผ่านมาก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรนี่ แต่พอรู้เรื่องที่เราเป็นเกย์พวกนายก็ทำแบบนี้กับเรา ถามตัวเองสิว่าใครกันแน่ที่น่ารังเกียจมากกว่ากัน! เป็นเราแน่เหรอที่ทำตัวน่าเกลียด แล้วก็ขอบอกไว้เลยนะว่าพวกนายหายห่วงได้เลย เพราะเราไม่มีวันสนใจพวกนายเด็ดขาด เรารำคาญคนเซ้าซี้ เบื่อพวกที่ชอบทำให้อึดอัด แต่เกลียดที่สุดคือพวกพูดไม่รู้เรื่องแบบนายนี่แหละ!”
     ต้นร้องไห้ใหญ่แล้วครับ พวกเราได้แต่ยืนอึ้ง ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว ทุกคนแทบไม่กล้ามีใครมองหน้าต้น ยกเว้นแก้ว
     “ต้นไปกับแก้วนะจ้ะ”
     แก้วเดินไปหาต้นแล้วก็ดึงแขนต้นไปด้านบน และพอต้นเดินขึ้นไปแล้ว ไปป์ก็พุ่งเข้าไปต่อยเอกโดยไม่มีใครคาดคิด เดือดร้อนพี่เบียร์กับอัฐต้องจับสองคนนั้นแยกกัน
     “สัส! มึงทำเพื่อนกู ต้นไปทำอะไรให้มึง ไอ้เลวเอ้ย!”
     “กูทำอะไรมัน มีแต่มันแหละว่ายืนด่ากูปาวๆ”
     พวกเรากระจัดกระจายกันไปเป็นกลุ่ม เมย์กับป่านตามขึ้นไปดูต้น ต้นอยู่ในห้องของพวกผู้หญิง พวกนั้นล็อกห้องเงียบผมก็เลยนั่งอยู่กับไปป์ที่ชั้นบนสุดไม่กล้าไปรบกวนพวกผู้หญิง ส่วนนนกับเอกก็หนีเข้าห้องมีพี่โอตามไปดู ซักพักพี่เบียร์ก็ขึ้นมาตามไปป์ให้ลงไปเคลียร์ข้างล่างครับ
     “ตกลงมันเกิดอะไรขึ้น? ไปป์พร้อมจะเล่าให้พวกเราฟังแล้วรึยัง?”
     “ต้นก็พูดไปหมดแล้วไม่ใช่เหรอคับ”
     “นั่นก็ส่วนของต้น แต่ไปป์เองก็ผิดไม่ใช่เหรอ เราหาเรื่องเอกก่อนต้นจะลงมาอีก พี่อยากถามเราว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
     สมกับเป็นพี่เบียร์ครับ พี่เบียร์เป็นหัวหน้าในกลุ่มพี่ปีสาม เป็นคนคุมพวกเรารับน้อง พี่เบียร์ใจเย็นมากแล้วก็มีวิธีจัดการพวกเราด้วย
     “จะเงียบพี่ก็ไม่ว่านะ แต่พี่อยากบอกว่าพวกเราเหลือกันแค่นี้ กว่าจะถึงตอนจบก็ไม่รู้จะเหลือกันกี่คน ถ้าพวกเราไม่รักกันไว้ พี่ว่ามีหลายๆ คนนะที่จะไม่รอด เรื่องแบบนี้มันมีค่ามากพอที่ไปป์จะทนมองเพื่อนหายไปเลยเหรอ”
     “แล้วทีที่พวกมันไม่สำนึกบุญคุณต้นอ่ะคับ พี่ไม่ถามพวกมันเอาเองอ่ะว่าทำไรไว้”
     “พี่รู้คร่าวๆ แล้ว แต่เราเป็นคนที่สนิทกับต้นมากที่สุด แล้วก็เป็นคนก่อเรื่องด้วย พี่อยากฟังจากปากเรา พี่จะเปิดโอกาสให้ทุกคนได้พูด”
     เพราะสายตาของพี่เบียร์รึเปล่านะที่ทำให้พวกเราเถียงไม่ออก สายตาอบอุ่นบวกกับบุคลิกใจดี พวกเราเลยยอมสยบต่อหน้าพี่เบียร์ได้ไม่ยาก ไปป์อึกอักอยู่ครู่นึงก่อนจะเล่า
     “เมื่อวาน ผมกับป่านขอกล้องต้นมาแบ็คอัพรูปไว้ แต่ต้นไม่รู้ว่าในนั้นมีภาพที่แฟนมันถ่ายเล่นๆ ไว้อยู่ แล้วก็มีคลิปด้วย ถึงจะไม่เห็นอะไรแต่ก็น่าอายพอสมควรคับ ระหว่างนั้นนนมันมาขอกล้องไปแบ็คอัพรูปไว้เหมือนกัน ผมกับป่านเลยบอกต้นๆ ก็เลยไปถาม นนมันเสือกบอกว่าไม่ได้เก็บรูปไว้ แต่พอลับหลังพวกมันก็แอบไปสุมหัวดูคลิปกัน แล้วไอ้พวกนี้มันก็มาทำรุ่มร่ามกับต้น”
     “อ้าว! เอาดีเข้าตัวเชียวนะมึง มึงอ่ะตัวดีเลย อ้อนแตะอั๋งต้นมากกว่ากูอีก”
     “กูไม่ได้ทำเพราะคิดไม่ซื่อกับเพื่อนก็แล้วกัน กูก็เป็นของกูแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ต้นมันก็ไม่เคยว่าไรกู แต่มึงอ่ะโค่ มึงคิดอะไรกับต้นมีเหรอกูจะไม่รู้ ใครวะวิ่งไปเข้าห้องน้ำหลังดูคลิป!”
     “เฮ้ย! กูคนเดียวที่ไหน ไอ้มิวนิคก็ด้วย”
     “เอ้ย! กูแค่ปวดเยี่ยว”
     “หงี่ก็บอกมาเหอะพวกมึง เรื่องธรรมชาติ แต่ที่วิปริตคือมึงคิดแบบนั้นกับต้นได้ไง ต้นเป็นเพื่อนพวกมึงนะ!”
     “หรือมึงจะบอกว่ามึงไม่ได้คิดอะไรกับต้น คลิปโคตรเอ็กซ์ขนาดนั้นใครๆ ก็ต้องคิดวะ”
     “เออกูไม่คิด! ถ้ากูเหี้ยเหมือนพวกมึงกูคงทำกับป่านไปแล้ว พวกกูอยู่ด้วยกันสองคนในห้องสองต่อสองนะเว้ย กูไม่เคยคิดไรกับต้นมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ต่อให้กูเห็นมากกว่านี้ต่อให้กูของขึ้นกูก็ไม่คิดจะทำเพื่อนหรอก ต้นมันไม่ได้โง่นะพวกมึง ถึงมันไม่รู้ว่าพวกมึงเห็นคลิปแต่มันก็รู้ว่าพวกมึงเห็นมันเป็นของเล่น ที่พวกมึงเคยนินทามันไว้เรื่องที่มันเป็นเด็กจารย์ต้นมันก็รู้ ทั้งๆ ที่ต้นมันขยันอ่านหนังสือแต่พวกมึงยังเสือกหาว่ามันได้เกรดมาแบบสกปรก กูถามหน่อยเหอะถ้ามันไม่อ่านมาแล้วมันจะติวพวกมึงได้เหรอ มึงเห็นชีทมันแล้วไม่คิดบ้างรึไง ต้นมันรู้หมดแหละแค่มันไม่พูด ต้นมันไม่อยากมีปัญหากับใครมันเลยไม่พูด มันรู้ทุกเรื่องแหละแต่มันเงียบไว้”
     ท้ายประโยคนั้นไปป์หันมามองผม นี่เขารู้เรื่องที่ผมชอบต้นด้วยเหรอครับเนี่ย!
     “เอาล่ะๆ พอก่อน ไปป์ พี่ถามไปป์ได้มั้ยว่าทำไมไปป์ถึงปกป้องต้นขนาดนี้”
     “ก็ต้นเป็นเพื่อนผม ผมปกป้องเพื่อนมันผิดด้วยเหรอ”
     “งั้นถ้าพี่ถามว่าทำไมเราถึงรักต้นมากกว่าเพื่อนคนอื่นๆ ล่ะ? ต้นเป็นเพื่อนเราก็จริง แต่คนอื่นๆ ก็เพื่อนเราด้วยไม่ใช่เหรอ?”
     “ก็... ก็ต้นดีกับผมมากๆ แล้วก็นิสัยดีกว่าคนอื่นเยอะนี่คับ ผมเลยชอบต้นเป็นพิเศษ ที่ผมเป็นเดือดเป็นร้อนขนาดนี้ก็เพราะคนที่ผมรักถูกรังแก ไม่เห็นแปลก”
     “แล้วการที่เรามาปกป้องเพื่อนแบบนี้เจ้าตัวเขาเห็นด้วยรึเปล่ากับวิธีการของเรา?”
     “ผม...”
     “ไปป์ลองกลับไปคิดดูนะว่าการที่ไปป์ทำแบบนี้จะทำให้เพื่อนเข้าใจต้นมากขึ้นหรือทำให้ยิ่งมีรอยร้าวระหว่างต้นกับเพื่อนคนอื่นมากขึ้น”
     ไปป์จนคำพูดไปเลย แต่ผมก็เห็นด้วยกับพี่เบียร์นะ ไปป์ชอบใจร้อนเกินไปแล้วก็ติดนิสัยเด็กๆ อยู่เยอะมาก
     “ส่วนคนอื่นๆ พี่คิดว่าเรื่องที่เราจะคิดยังไงกับต้นเป็นสิทธิ์ของพวกเรานะ แต่ถ้าใครคิดว่าจะเล่นๆ กับต้น พี่ว่าคงได้ยินกันชัดแล้ว ต้นมันรักแฟนมันมากกก หึๆ”
     พี่เบียร์เล่นมุขลากเสียงซะจนพวกเราหลุดขำเลยครับ
     “ถ้าตัดเรื่องเป็นเกย์ออกไป พวกเราคิดว่าต้นเป็นยังไง?”
     “ขี้บ่นครับ ปากจัด กัดเจ็บ แล้วก็งก!”
     พัทแย่งคนอื่นตอบซะแล้ว
     “แล้วนิสัยอื่นๆ อ่ะ”
     “ก็ดีครับ แต่ดราม่าไปนิด”
     “ต้นมันเป็นคนดีจะตาย ถึงมันจะขี้บ่นไปหน่อยแล้วก็ชอบทำหน้าเบื่อโลกใส่พวกผม แต่มันก็คอยห่วงเทคแคร์พวกผมอยู่เสมอนะ ผมไม่ได้เกลียดต้นเพราะแค่มันเป็นเกย์หรอก”
     แม้แต่อัฐกับเป้ยังช่วยกันแสดงความเห็น เห็นแบบนี้แล้วผมก็สบายใจแทนต้นแล้วครับ
     “สรุปว่าพวกเราไม่ได้มีใครรังเกียจต้นกันใช่มั้ย?”
     “ผมอาจจะคิดเลยเถิดไปบ้าง แต่สาบานว่าผมไม่ได้รังเกียจมันนะครับ ต้นมันก็ดีกับพวกผมจะตาย ผมอาจจะแกล้งต้นหนักมือไปหน่อย ไม่คิดว่ามันจะเสียใจขนาดนี้”
     “แล้วคิดบ้างมั้ยว่าต้นเขาอาจจะกลัวเลยไม่กล้าบอกความจริงไง ถ้าต้นเปิดตัวตั้งแต่แรก พวกนายจะมองว่าต้นเป็นเพื่อนผู้ชายคนนึงได้มั้ย?”
     พี่ณตที่นั่งเงียบอยู่นานพูดขึ้นครับ พวกเราเลยอึ้งกันเล็กน้อย คือพวกเราพอจะรู้แล้วว่าพี่ณตชอบผู้ชาย เพียงแต่ไม่เคยมีใครได้ยินจากปากพี่เขาตรงๆ แต่ก็รู้เรื่องเพราะรุ่นพี่คนอื่นๆ ไม่มีใครปิดบัง ตอนแรกๆ ก็มีบางคนไม่สนิทใจกับพี่เขา แต่หลังๆ พวกเราก็เลิกระแวงพี่ณต
     “อย่างพวกเราเองก็เหอะ ตอนแรกที่มีคนพูดว่าพี่เป็นอะไร พวกเราบางคนก็ทำท่ากลัวพี่อยู่เลยไม่ใช่เหรอ ตั้งนานกว่าพวกเรากับพี่จะสนิทกัน ถ้าต้นเปิดตัวตั้งแต่แรก พวกนายจะสนิทกับต้นแบบนี้มั้ย? พวกนายจะมองต้นเป็นเพื่อนผู้ชายธรรมดาๆ คนนึงในกลุ่มมั้ย?”
     คำพูดของพี่ณตทำให้ผมได้คิด ผมเองก็กลัวครับ แล้วก็ยังไม่แน่ใจด้วย เลยยังไม่กล้าพูดอะไร
     “โหย! ถึงตอนนี้จะยังไม่ใครรู้ว่าต้นมันเป็นเกย์ผมว่าทุกคนก็ไม่มีใครรู้สึกว่าต้นมันเหมือนผู้ชายหรอก นิสัยอย่างกับผู้หญิงอ่ะพี่!”
     พัททะลุกลางป้องขึ้นมาแบบนั้นทำให้คนอื่นหลุดขำขึ้นมาอีกรอบ แม้แต่ผมยังเคยแอบคิดเลยนะครับว่าต้นนี่บางครั้งก็เจ้าระเบียบกว่าแม่ของผมอีก แล้วหลังจากนั้นก็มีคนผลัดกันนินทาต้นอย่างครึกครื้น จนกระทั่งพี่เบียร์พูดสรุป
     “ถ้าเข้าใจกันแล้วก็ไปขอโทษเพื่อนซะนะ ป่านนี้ต้นมันนั่งร้องไห้แย่แล้ว เดี๋ยวเย็นนี้ไม่มีคนทำข้าวเย็นให้กินนะพวกนาย สามสาวนั่นก็อยู่ข้างต้นทั้งนั้น ถ้าพวกแม่ครัวปฏิวัติขึ้นมาแล้วจะพากันซวยยกแก๊ง”
     “เออวะ เฮ้ย! ไปดูไอ้ต้นมันเหอะ”
     “ไม่เอาอ่ะ ส่งไปป์มันไปเป็นทัพหน้าดิมันสนิทกับต้น กูกลัวไปแล้วต้นมันยังเมนส์มาอยู่ เวลาวีนแตกโคตรน่ากลัวอ่ะ”
     มิวนิคที่ห่วงเรื่องกินพูดขึ้นแต่โค่กลับชะงัก ผมก็พอเข้าใจนะครับ เพราะว่าถึงมิวนิคจะแกล้งต้นแต่ใจจริงก็ไม่ได้คิดอะไร คงเข้าหน้าต้นได้ง่ายกว่าโค่ที่คิดจริงจัง ผมเองก็ไม่ชอบนิสัยแบบนั้นของโค่เหมือนกัน อะไรจะหื่นปานนั้น
     “พวกมึงพึ่งรู้กันรึไง อย่าแหยมต้นเด็ดขาด เวลาโมโหน่ากลัวมากๆ ขอบอก!”
     “เออ ตอนนี้พวกกูรู้ละ มึงอ่ะ ไปง้อไอ้ต้นมันเลย”
     แล้วพวกเราก็ส่งไปป์ไปเป็นทัพหน้า ไปป์เดินขึ้นไปเคาะห้องนอนของพวกผู้หญิง ป่านมาเปิดให้ไปป์เข้าไป ไปป์เข้าไปอยู่ครู่หนึ่งก็ออกมาบอกพวกเราให้เข้าไปครับ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



ก่อนอื่นเค้าขอโทษ เมื่อวานกะจะอัพแล้วนะ แต่หลับแหะๆ  :m17:
จะพยายามอัพรัวๆ ชดเชยให้น้า เพราะปลายอาทิตย์นี้จะไปโคราช ไม่แน่ใจว่าจะมีเน็ทใช้มั้ย คืนนี้จะพยายามให้จบบทเที่ยวทะเลเน้อ

ช่างเป็นนิยายวายที่แฝงพลังงานสายโชเน็นอยู่เต็มเปี่ยม(คนแต่งชอบอ่านโชเน็นแหละ)
ถ้าใครที่นิสัยเด็กหน่อยๆ ตอนเข้ามหาลัยต้องเจอเพื่อนๆ รุมสกรัมแบบนี้บ้างแหละ มันสนุกดีนะ เจอเพื่อนๆ พี่ๆ มาเปิดประชุมวิจารณ์เนี่ย
พระเอกของเรื่องพี่ชัชผัวน้องต้นหายไปไหน? ตอบ-ไปทำงานหาเงินให้เมียใช้สิ ฮ่าๆ ต้นเป็นเด็กมหาลัยมันต้องมีสังคมของเด็กบ้าง ไม่ใช่เอะอะวันๆ ก็มีแต่ปมรักๆ ใคร่ๆ อยู่กับปั๊ว
แปลกเนอะ นิยายวายบ้าอะไรมีฟีลแบบBromance(แท้)อย่างงี้ด้วย! คนแต่งมันบ้าเองแหละ อยากใส่กลิ่นอายฮาเรมนิดๆ ลงไป มีหนุ่มหลายๆ แบบราวกับเกมจีบหนุ่ม ไม่สิ! ในกรณีนี้มีหลายคาแรคเตอร์ให้ใช้จีบน้องต้นมากกว่า แต่ยกนี้ท่าทางน้องไปป์มาวิน!
คิดว่าคนอ่านคงเก็ทแล้วว่าทำไมหน้า Character มันถึงได้มีตัวละครเพียบ! ยังมีหนุ่มๆ รอเปิดตัวอีกหลายคนเลยนะเนี่ย ฮ่าๆ
อนุญาตให้ฮาปนหมั่นไส้น้องต้นตอนวีนแตกได้ คนอาไร๊ บทจะวีนยังหยิ่งหลงตัวเอง น้องต้นมั่นเรื่องเรียนมาก... ไม่หยิ่งนี่ทำไมได้นะ ฮ่าๆ

คำคมประจำตอน "ในดราม่าก็ยังมีความบ้าของไปป์!"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-10-2014 01:09:25 โดย AI.NoR »

ออฟไลน์ bebe

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 672
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-5
มาแล้ววว  ไม่เสียใจที่รอ  ตอนนี้บอกเลย เกลียดคนชื่อเอกมากก น่าถีบที่สุดผู้ชายแบบนี้

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
ไปป์

     “ต้น เป็นไงมั่ง?”
     “ไม่ได้เป็นไรนี่”
     ต้นที่ท่าทางดีขึ้นแล้วกำลังนั่งเล่นโน๊ตบุคของป่าน ส่วนแก้วกับเมย์ก็กำลังแต่งตัว ยัยเมย์แต่งหน้าด้วย! ผมงงไปหมดแล้วคับ?
     “พวกเราจะไปหาไรกินกันที่บาซ่า แกจะไปด้วยกันป่ะไปป์”
     “อ้าว? แล้ว... ของในตู้เย็นอ่ะ?”
     “เหลือไม่มากแล้วล่ะ”
     ต้นเงยหน้าขึ้นมาพูดกับผมด้วยน้ำเสียงปกติ ท่าทางนิ่งๆ สีหน้าราบเรียบ ต้นทำท่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนผมงง เจอแบบนี้ผมรับมือไม่ถูกเลยอ๊า
     “โอเค เสร็จแล้ว ไปกันได้ละ”
     พอเมย์หันมาบอกว่าเสร็จแล้ว ทุกคนก็ขยับตัวหยิบสัมภาระ ต้นปิดโน๊ตบุค เตรียมตัวออกไปด้วยกัน
     “เอ้ยๆ เดี๋ยวดิ แล้วพวกนายจะไปไงอ่ะ?”
     “ก็เดินไปเรียกรถรับจ้างไง แกนี่โง่เกินไปละอิไปป์ โอ๊ยอย่าถามมาก! แกจะไปรึไม่ไป ถ้าจะไปก็ตามมาเงียบๆ”
     “เอ้ยๆ แกจะทิ้งพวกมันจริงๆ เหรอต้น แล้วพวกที่เหลืออะ มันจะทำไงกัน”
     “พวกเราอยู่มหาวิทยาลัยกันแล้วนะไปป์ ไม่ใช่อนุบาล ถ้าเขารังเกียจเรา เราก็ไม่อยากไปยุ่งวุ่นวายอะไรกับเขาอีก”
     “เอ้ย เพื่อนกันทั้งนั้นน่ะต้น พวกมันผิดไปแล้ว”
     คำพูดของต้นทำให้ผมรู้ว่าต้นเจ็บมากจริงๆ แต่ถ้าผมปล่อยให้ต้นไปแบบนี้เรื่องก็จะไม่จบ ตอนนี้คนที่ผมต้องหยุดคือต้น ทิฐิในตัวต้นสูงจัง ผมมองหน้าป่านแล้วก็เข้าใจอะไรบางอย่าง ผมเปิดประตูห้องเรียกพวกนั้นให้เข้ามา มิวนิคชะโงกหน้านำเข้ามาก่อนเป็นคนแรก
     “อ้าว! มึงจะไปไหนกันวะ? แล้วข้าวเย็นพวกกูอ่ะ?”
     “หลีกไปเลยไอยักษ์ พวกฉันจะพาต้นไปไหนมันก็เรื่องของพวกฉัน!”
     เสียเรื่องเลยมั้ยละมึง! สัสมิวเอ้ย! ห่วงแต่กิน! ยัยเมย์เปิดศึกกับมิวนิคซะงั้น แถมรอบนี้ต้นไม่ยอมห้ามด้วย ต้นยืนอยู่เฉยๆ ไม่แม้แต่จะชายตาแล สมน้ำหน้าพวกมึงมั้ยอ่ะ รอบนี้คนกลางอย่างผมออกหน้าแทนไม่ได้ด้วย โอม ไม่ดิ! อย่างโอมก็มีแต่เดินตามต้นต้อยๆ แหละ ไม่เคยขัดใจ ผมต้องหาใครซักคนออกหน้าแทนผม ไอ้พัท!
     เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน ไอ้พัทนี่แหละเหมาะสุด! ผมตัดสินใจลากไอ้พัทถอยออกไปเงียบๆ ระหว่างที่ข้างในยังคงเถียงกันอยู่
     “พัท มึงมานี่”
     “หะ?”
     “มึงต้องเป็นคนไปง้อต้น”
     “อ้าว? แล้วทำไมมึงไม่ลุยเองอ่ะ”
     “กูลุยเองไม่ได้ ต้นมันไม่โกรธกูแต่ก็ไม่ฟังอะไรแล้วแบบนี้ งานนี้ผู้หญิงยังไม่กล้าพูดอะไรเลย ทุกคนตามใจต้นกันหมด ถ้ามึงปล่อยไว้นะต้นมันจะหายไปจากชีวิตพวกมึงแน่ๆ พวกกูอ่ะไม่ลำบากหรอก ไงก็เอาตัวรอดได้ อยู่กลุ่มเดียวกับต้นอยู่แล้วต้นมันคงไม่ทิ้งกู แต่พวกมึงลองคิดดูแล้วกันชีวิตพวกมึงที่จะไม่มีต้นอีกอะ มึงไม่เห็นเหรอ แม้แต่หน้าไอ้มิวต้นยังไม่มองเลย งานนี้ต้นโกรธจริงๆ ว่ะ”
     “แล้วทำไมต้องเป็นกูวะ?”
     “มีแต่มึงแล้วก็อัฐที่ไม่ได้ก่อเรื่อง ถึงเป้กับนันมันจะไม่ได้ดูแต่พวกมันก็อยู่กลุ่มมิวนิคด้วย ส่วนอัฐมันก็นิ่งๆ เหมาะเป็นคนตบปิดท้าย มึงอ่ะเหมาะเป็นคนรุก”
     “หมายความว่าไงวะ?”
     “มึงต้องอ้อนต้น”
     ทำหน้าตาตื่นเชียวนะมึง
     “เออ มึงฟังไม่ผิดหรอก มึงต้องเป็นคนอ้อนต้น วิชาที่มึงเคยเอาไว้ง้อขอคืนดีสาวอ่ะขุดมาให้หมด ถึงต้นมันจะชอบทิฐิแต่มันใจดีอยู่แล้ว แพ้ลูกอ้อนด้วย กูทำบ่อย แต่ตอนนี้กูไม่เหมาะจะเป็นทนายให้พวกมึงเพราะกูอยู่ข้างต้นอยู่แล้ว มึงต้องเป็นคนลงมือ”
     “จะดีเหรอวะ? ถ้าไอ้ต้นมันโกรธกูเพิ่มอ่ะ”
     เสียงเถียงกันในห้องดังขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ยัยเมย์แปดหลอดเอ้ย! ไอ้ยักษ์สมองกล้าม คนอื่นๆ มีผสมโรงอีกเล็กน้อย เดี๋ยวได้บานปลายอีกแน่ๆ
     “ไปเถอะเมย์ เราหิวแล้ว เมื่อตอนกลางวันทานไปนิดเดียว”
     นั่นไง! ต้นทนไม่ไหวเดินนำเมย์ออกมาละ พวกป่านกับแก้วก็ต้องตามมาด้วยอยู่แล้ว ผมเห็นโอมหันมาถามผมด้วยสายตาว่าจะเอายังไง ผมหันไปมองหน้าพัท สายตาพัทมันดูลังเลนิดหน่อยก่อนจะตอบผมว่า
     “เอาวะ! เพื่อคะแนนสอบกู ตายเป็นตาย!”
     ผมบอกให้มันง้อต้นแบบอ้อนๆ ก็จริงนะ แต่ใครจะไปคิดว่าพัทมันจะพุ่งเข้าไปกอดต้นแบบนั้น ไม่ดิ นี่มันท่าล็อคคอกันชัดๆ! แถมยังฟูมฟาย คือต้นเหวอไปแล้วอ่ะ หน้าต้นเหมือนจะงงๆ กับชีวิตมาก คงนึกไม่ออกว่าพัทจะมาไม้ไหน ขนาดผมเองยังนึกไม่ถึงเลย
     “ต้น มึงจะทิ้งกูเหรอ!”
     ต้นพยายามจะแกะแขนของพัทออกแต่สู้แรงไม่ได้ ถึงพัทมันจะสูงกว่าต้นนิดหน่อยแต่ล่ำกว่าต้นเยอะ ต้นแกะแขนมันไม่ออกหรอก
     “อย่าทิ้งกูไปดิวะ แฟนกูก็ทิ้งกูไปคนนึงแล้วนะเว้ย มึงเป็นเพื่อนกูก็ยังจะทิ้งกูไปอีกเหรอ”
     “เดี๋ยวนะพัท! ผมไปทิ้งอะไรคุณ?”
     ไม่ใช่แค่นายหรอกต้นที่เงิบ ขนาดผมยังเงิบเลย มุขน้ำเน่าแบบนี้นี่เองมันถึงง้อสาวไม่ได้ผล สมน้ำหน้าแล้วที่มันอกหักบ่อยๆ
     “ก็มึงจะหนีกูไปเดินเล่นกับยัยพวกนี้อ่ะ แล้วกูจะอยู่ยังไงวะ? จะเอาข้าวเย็นที่ไหนกิน? ใครจะนั่งดีดกีต้าร์เป็นเพื่อนกู? กูอกหักมาต้องการกำลังใจนะเว่ย! แถมพวกนั้นมันเล่นเพี้ยนจะตาย เกิดพวกมึงหนีกลับกรุงเทพไปแล้วใครจะจ่ายค่ารถ? เช่ามาตั้งสองคันนะเว้ย!”
     “ใครบอกคุณว่าผมจะหนีกลับกรุงเทพก่อน?”
     “ก็มึงเล่นล็อคห้องเงียบแบบนั้น แถมกูเห็นมึงเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแล้วด้วย กูก็นึกว่ามึงน้อยใจจนจะหนีกลับไปก่อนดิ”
     “ผมแค่เอาเสื้อผ้าใช้แล้วใส่กระเป๋าเฉยๆ จะให้ผมวางแผ่ทิ้งไว้เกะกะเหมือนพวกคุณรึไงครับ! แล้วที่ผมจะออกไปข้างนอกนี่ก็แค่จะไปเดินเล่นกันเฉยๆ ไม่ได้หนีกลับซักหน่อย!”
     ได้ผลด้วยเว้ยเฮ้ย! ต้นมันเริ่มทำหน้าเหม็นเบื่อไอ้พัทตามปกติละ แบบนี้แปลว่าเริ่มโอเคแล้ว
     “แต่มึงไม่ทำข้าวเย็นให้พวกกูอ่ะ”
     “แล้วพี่เบียร์ไม่ได้บอกพวกคุณเหรอครับว่าคืนนี้ตกลงกันว่าต่างคนต่างไปหาอะไรทานกันเอง เพราะของที่ผมซื้อมาเผื่อมื้อเย็นโดนพวกคุณซัดเรียบไปตั้งแต่มื้อกลางวัน?”
     “เออ ขอโทษที พี่ลืมบอกไปว่ะ ฮ่าๆ”
     เสียงพี่เบียร์ที่ดังขึ้นทำเอาพวกเราวงแตกกันนิดหน่อย ส่วนต้นนี่จิกสายตาใส่พี่เบียร์เต็มที่
     “เอาน่าๆ ก็มันมีเรื่องยุ่งๆ เกิดขึ้นมาซะก่อนนี่พี่เลยลืม แหะๆ”
     “แม่ง! ก็แค่เนี๊ยะ ก็บอกกันแต่แรกดิวะ พวกกูตกใจหมด นึกว่ามึงน้อยใจพวกกู”
     อ้าว! สัสมิวทำเสียเรื่องอีกแล้ว
     “ความรู้สึกของผมไม่สำคัญหรอกครับ คุณไม่ต้องเสียเวลามาใส่ใจก็ได้!”
     “อ้าว! เยอะละต้น เพื่อนกันไม่สนใจได้ไงวะ ถ้าพวกกูไม่ห่วงพวกกูไม่มาง้อมึงหรอก”
     “ดีใจจังครับที่พวกคุณยังเห็นผมเป็นเพื่อนอยู่!”
     เงิบกันทั้งแถบ ต้นไม่เคยประชดพวกเราแบบนี้ อย่างดีก็แค่จิกกัดบ้างเวลาคุยเล่นกันขำๆ แต่สีหน้านิ่งๆ กับรอยยิ้มที่มุมปากแล้วก็น้ำเสียงเหยียดๆ พวกนั้น ผมไม่เคยเห็นต้นใช้กับใครนอกจากอาจารย์ต้น และตอนนี้ต้นกำลังใช้มันกับพวกเรา!
     “เอ้ยๆ โหย ไม่ต้องไปสนใจมันหรอก ไอ้มิวมันก็ปากเสียไปงั้นแหละ อย่าไปเลยนะ ไม่มีมึงละกูจะกินอะไรอ่ะ?”
     “ก็หาทานเอาเองสิครับ ผมไม่ใช่ขี้ข้าพวกคุณนะ”
     “โหย ต้นอย่างอนดิ”
     “ผมไม่ได้งอน!”
     “มึงงอน! แล้วกูก็กำลังง้อมึงอยู่เนี่ย ไอ้พวกนั้นก็อยากง้อมึงแต่เสือกง้อไม่เป็น”
     คราวนี้ต้นอึ้งไปบ้าง ผมเห็นต้นเม้มปากขัดใจทำท่าเหมือนจะพูดอะไรซักอย่างแล้วก็เปลี่ยนใจ แต่แล้วต้นก็พูดต่อจนได้ ต้นนี่ชอบเถียงกว่าที่คิดอีกแฮะ
     “ทำไมผมจะต้องงอนพวกคุณด้วย”
     “ก็มึงเสียใจที่ไอ้เอกทำไม่ดีกับมึงไง แล้วก็น้อยใจที่พวกนั้นแกล้งมึงด้วย พวกกูเลยมาง้อมึงเนี่ย”
     อ้าว? ต้นหน้าแดงซะงั้น เฮ้ย! มึงจะกอดต้นทำไมวะสัสพัท ไอ้พัทมันกอดต้นหลวมๆ แล้วก็ตบหลังต้นสองสามทีแต่ผมหวง!
     “หายงอนพวกกูนะมึง กูหิวข้าว”
     “ปละ ปล่อยนะครับ! คุณมาง้อผมเพราะหิวข้าวเนี่ยนะ? ผมไม่ใช่คนใช้ของพวกคุณนะ”
     “มึงไม่ใช่คนใช้ แต่มึงเป็นเพื่อนกู แล้วเพื่อนก็ไม่ควรปล่อยให้เพื่อนหิวใช่มั้ยล่ะ”
     “แล้วคนที่เขาเป็นเพื่อนกันเขาควรทำร้ายความรู้สึกกันเหรอครับ?”
     ต้นถามแบบนิ่งมากๆ แต่ใครๆ ก็ฟังออกว่าต้นเจ็บ
     “ก็เพราะพวกเรารู้ตัวว่าผิดถึงได้มาขอโทษนายไงต้น”
     โห! อัฐปิดท้ายได้ดีมากๆ ต้นส่งสายตาไปทางอัฐ แต่ดูท่าคงยังนึกอะไรไม่ออก หน้ามุ่ยเชียว
     “นะ นะ หายโกรธพวกกูนะ เอ้ยพวกมึงอ่ะ! คลานมากราบขอโทษไอ้ต้นเรียงตัวเลย”
     “มากไปละเชี่ยพัท”
     ถึงปากมิวนิคจะพูดแบบนั้นแต่ก็เดินมากอดต้น มึงขอโทษเฉยๆ ก็ได้นะไม่ต้องแตะอั๋งเพื่อนกู ต้นดูตกใจเหวอๆ เล็กน้อย ก่อนจะขืนตัวออกมา
     “เอาเป็นว่าผมยกโทษให้พวกคุณ ไม่ต้องเข้ามาใกล้แบบนี้ก็ได้ครับ”
     “อ้าว? กูก็นึกว่ามึงจะชอบ จะได้หายโกรธกู เกย์ชอบผู้ชายล่ำๆ ไม่ใช่เหรอไง? กูเนี่ยหุ่นดีสุดในรุ่นละ ดูกล้ามกูซะก่อน”
     สัสมิวปากหมาเอ้ย! เสือกเบ่งกล้ามโชว์จริงๆ ด้วย ไอ้สมองกล้ามเนื้อ!
     “ผู้ชายที่มีแต่กล้ามเนื้อแล้วก็เหงื่อเหม็นๆ แบบคุณนะเหรอครับ? ถึงผมจะชอบผู้ชายด้วยกันแต่ผมก็เลือกนะ แล้วผมก็ไม่ชอบให้ใครมาถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้ด้วย”
     “เอาน่า ถ้ามึงหายโกรธพวกกูจริงต้องยอมให้พวกกูกอด ผู้ชายด้วยกันกอดกันนิดๆ หน่อยๆ เขาไม่ถือ”
     ไม่ได้การละผมต้องขวาง ผมรู้แผนพวกมันนะ ยังไงต้นก็ผิวนิ่มจะตายแถมหอมด้วย
     “เอ้ยๆ ลวนลามเพื่อนกู”
     ผมพยายามจับสัสมิวแยกออกจากต้น แต่มันก็มีไอ้พวกหน้าด้านตัวอื่นๆ รุมเข้ามาแทน กลายเป็นพากันแกล้งลวนลาม แถมยังมีพวกที่แกล้งจั๊กกะจี้ต้นอีก ต้นดิ้นไปดิ้นมาบิดตัวหนีไอ้พวกเชี่ยนี่ใหญ่เลย
     อ้าวเฮ้ย! ทำไมกลายเป็นเกมแกล้งต้นไปซะงั้นอ่ะ ไอ้พวกนี้มันควรเรียงคิวเข้ามาขอโทษต้นกันไม่ใช่เหรอไง?
     “แก้มมึงนี่หอมดีเนอะ นิ่มด้วย”
     ผมหันไปมองต้นที่น่าจะอยู่ด้านหลังผม ต้นโดนไอ้โค่โอบอยู่ ไอ้โค่ยืนอยู่หลังต้น ส่วนต้นก็หันหน้าไปมองโค่ ปากไอ้โค่อยู่แทบจะชิดติดหน้าต้น ต้นดูอึ้งๆ เหมือนจะช็อก
     “ไอ้บ้า!”
     ต้นมันหันไปต่อยโค่เสียงดังพลั่กเลยคับ โค่ถึงกับทรุด!
     “เฮ้ยเพื่อนกันแค่หอมแก้มแค่นี้ทำไมต้องต่อยกูด้วยวะ! ผู้ชายด้วยกันนิดๆ หน่อยๆ ไม่สึกหรอหรอก”
     “เออ ผมไม่ถือ! เพื่อนกันโดนตัวนิดๆ หน่อยๆ ผมไม่แคร์ แต่สิ่งที่คุณทำผมเรียกว่าการลวนลาม ลองถามตัวเองดูแล้วกันว่าถ้าโดนคนอื่นมาลวนลามทั้งๆ ที่ไม่ได้เต็มใจแล้วจะรู้สึกยังไง!”
     แล้วต้นก็เดินไปหาพี่เบียร์
     “พี่เบียร์ ถ้าผมหอมแก้มพี่ๆ จะว่าอะไรมั้ยครับ?”
     พี่เบียร์ดูงงๆ แต่ก็รับมุขด้วย
     “หือ? เอาดิ แต่พี่ขอหอมเราดีกว่ามั้ง? แก้มพี่สาก แก้มต้นน่าจะนุ่มกว่า”
     “งั้นตามสบายเลยครับ”
     แล้วพี่เบียร์ก็หอมต้นจริงๆ เล่นเอาไอ้โค่ยืนตาค้าง คนอื่นๆ นี่ใบ้แดกกันหมด ต้นนี่ชอบประชดประชันชะมัด แถมประชดแรงด้วย ต้นหันมาพูดถากถางเต็มที่
     “กับคนที่ไม่ได้มีจิตอกุศลผมไม่ถือครับ แต่กับพวกคิดไม่ซื่อผมรังเกียจสุดๆ ไปเลย ไปเหอะป่าน เมย์ แก้ว”
     สะใจผมจริงๆ เลย ฮ่าๆ ต้นนี่แสบจริงๆ มาดราชินีสุดๆ
     “เอ้ย! โอม ไปหาไรกินกัน”
     “เอ่อ เราขอขึ้นไปเอากระเป๋าเงินก่อนนะ”
     “อย่าช้านะ เดี๋ยวต้นรอนาน”
     “ได้”
     ผมสะใจจริงๆ
     “เฮ้ย! ละพวกกรูละ?”
     “พวกมึงจะตามไปด้วยก็ไม่มีใครห้ามนี่ ไงมื้อนี้ก็ตัวใครตัวมันอยู่แล้ว กูจะไปกับต้น พวกมึงจะเอาไงก็ตามใจมึง”
     “เอ้ยๆ ไปด้วยๆ รอกูด้วย”

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



ว้ายๆ ต้นโดนลวนลาม!
ประโยคง้อสุดแซ่บของพัท "กูหิวข้าว" และความน่ารักของพ่อหนุ่มกล้ามมิวนิค อา...ฮาเรมน้องต้น แต่ยังไงไปป์ก็น่ารักที่สุด ฮ่าๆ  :กอด1:
คนแต่งนิยายเรื่องนี้บ้าจริงๆ เลย ดราม่าแท้ๆ แต่ดันง้อด้วยวิธีรั่วๆ มีน้องไปป์ที่ไหน มีตัวเบรคอารมณ์ที่นั่น ฮ่าๆ

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
ต้นน้ำ

     ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ควรจะทำตัวอารมณ์ไหนดีครับ ผมไม่ชอบที่ถูกทำแบบนั้น ก็ไม่ใช่ว่าผมหวงเนื้อหวงตัวหรอกครับ แต่กับคนที่คิดอกุศลกับผมแบบนั้นผมแค่... ขยะแขยง แต่ก็เพราะรู้ดีว่าโค่น่ะนิสัยหื่นไปวันๆ นั่นแหละครับ หื่นบริสุทธิ์ไม่ได้คิดอะไร ผมถึงได้... สมเพช? ไม่สิ ขำด้วย ในสถานการณ์แบบนั้นยังจะฉวยโอกาสได้อีก น่ารังเกียจจริงๆ แต่ผมก็รู้ดีว่าถึงบ่นไปก็ใช่ว่าได้อะไรขึ้นมา เมย์เองยังเคยโดนโค่แกล้งจับหน้าอกมาแล้ว ไอ้บ้านี่ชอบลวนลามชาวบ้านเขาไปทั่ว แรกๆ พวกเรารังเกียจครับ แต่หลังๆ ก็เริ่มชิน แต่พอนึกถึงที่ตัวเองทำประชดไปแบบนั้นผมก็... ถ้าพี่ชัชรู้ต้องโกรธผมแน่ๆ 
     “ต้น นายไม่เป็นไรนะ”
     เมย์ถามผมระหว่างที่เรากำลังรอรถอยู่ สายตาของเมย์ดูเป็นห่วงผมมากๆ ตั้งแต่เกิดเรื่องผมกับเมย์ยังไม่ได้คุยอะไรกันเลยครับ
     “อื้อ เราไม่เป็นไรแล้ว”
     “นายยังโกรธพวกมันอยู่ป่ะ?”
     ป่านถามขึ้นพร้อมกับพยักเพยิดไปทางด้านหลังผม พวกนั้นก็ตามมาจนได้นั่นแหละครับ แน่ล่ะ ขืนไม่มาก็ไม่มีอะไรทาน เพียงแต่พวกนั้นไม่กล้าเข้ามาใกล้ผมก็เท่านั้นเอง
     “โกรธโค่ที่ทำบ้าๆ จนลืมอย่างอื่นไปหมดแล้ว”
     “อย่าถือมันเลยน่า มันก็หื่นงี้มาแต่ไหนแต่ไร มันยังแอบจับนมฉันมาแล้วเลย จับไม่พอยังมาบอกของฉันแบนอีก จะว่าไปมันก็แกล้งเปิดกระโปรงแก้วด้วยนี่ตอนปีหนึ่งอ่ะ แต่แกต่อยมันไปแบบนั้นคงไม่กล้ามาทำไรแกแล้วล่ะ”
     “โดนผู้ชายด้วยกันลวนลามอย่างกับเราเป็นผู้หญิงเนี่ยนะ? ให้มันไปลวนลามคนอื่นๆ ในภาคบ้างเหอะ!”
     ผมเบ้ปากพลางส่ายหน้าด้วยความรู้สึกขนลุก พอเห็นผมหงุดหงิดแบบนี้ ป่านเลยจงใจชวนผมคุยเรื่องอื่น ดูท่าผมคงต้องสงบสติอารมณ์ตัวเองซักหน่อยแล้ว และการนึกย้อนไปถึงเรื่องดีๆ ที่รอผมอยู่ก็ช่วยให้ผมรู้สึกดีขึ้น ผมนึกถึงเตอร์ครับ ไม่ได้เจอตั้งนานไม่รู้จะสูงขึ้นอีกกี่เซนฯ
     ตอนที่ผมถูกลากพาเข้าไปในห้องนั้นผมไม่ได้ร้องไห้เพียงแต่ผมหยุดน้ำตาที่มันไหลออกมาไม่ได้ก็แค่นั้น แก้วไม่ได้พูดอะไรเธอแค่วางมือบนไหล่ผมแล้วก็ปล่อยให้ผมสงบสติอารมณ์ เราคงนั่งกันอยู่แบบนั้นอีกนานถ้าหากว่าเสียงโทรศัพท์ของผมไม่ดังขึ้นซะก่อน ชื่อของคนที่โทรเข้ามาทำให้ผมต้องรีบเช็ดน้ำตาของตัวเองทันที
     ผมมองหน้าแก้วๆ ส่งทิชชู่ให้ผม ผมเช็ดน้ำตาของตัวเองแล้วก็เดินไปนั่งตรงมุมเตียงหันหลังให้แก้วก่อนจะรับโทรศัพท์
     “ฮัลโหล”
     “พี่ต้น ยะอะหยังเสียงเป็นตึงนั้นล่ะคับ?”
     “พี่คัดจมูกน่ะ สงสัยเป็นหวัด”
     “ไปทะเลละเป็นหวัดก๊ะ พี่ต้นนี่บ่าแข็งแฮงเลย จะอี้แหละบ่ายอมพาผมไปโตย”
     “พี่มากับเพื่อน”
     ทำไมตอนที่ผมพูดประโยคนั้นผมถึงคุมเสียงของตัวเองไม่อยู่นะ น้ำตาผมไหลอีกแล้ว ไหลจนทิชชู่แผ่นเดิมเอาไม่อยู่ต้องหันไปขอจากแก้วเพิ่มอีกแผ่น
     “พี่ต้นๆ ผมอยากไปทะเลโตย”
     “ก็เอาสิ บอกให้พี่ศักดิ์พาไปสิเตอร์”
     “บอกแล้วๆ ผมบอกฮื้อพ่อพาผมไปทะเลแล้วก็ไปแอ่วกรุงเทพฯ โตย ผมยังบ่อเคยไปคอนโดใหม่ของอาชัชเลย มีสระน้ำด้วยใช่กะ?”
     “ฮ่าๆ ตกลงนายอยากไปทะเลหรืออยากไปเล่นน้ำในสระ”
     “มันก็อยากตึงคู่ก่า ผมอยากไปห้างอยากดูหนังสามมิติละก็อยากไปกินขนมกรุงเทพแหม”
     “ขนมกรุงเทพ?”
     “ก่ะโดนัทที่คนไปต่อแถวเยอะๆ นั่นเลาะ”
     ความร่าเริงสดใสของเตอร์ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมากจริงๆ เตอร์อายุน้อยกว่าผมห้าปีและเป็นหลานแท้ๆ ของพี่ชัช จากการที่พี่ชัชพาผมไปเที่ยวสงกรานต์ที่บ้านเกิดนั้น ผลของมันก็คือนอกจากผมจะได้เป็นสะใภ้ชายออกหน้าของตาของบ้านแล้วผมยังมีน้องชายที่เป็นลูกของพี่ชายพี่ชัชและหลานสาววัยกำลังซนลูกของพี่สาวพี่ชัชเพิ่มขึ้นมา โดยเฉพาะเตอร์ที่ติดผมมาก ผมเองก็แอบขำอยู่นิดหน่อยนะครับ เป็นเด็กกรุงเทพฯ นี่มันเท่มากขนาดนั้นเลยเหรอ?
     “มันไม่อร่อยขนาดนั้นหรอกมั้งเตอร์? พี่ว่าก็แค่โดนัทธรรมดาๆ แหละ”
     “แต่ผมอยากกินเลาะ อยากไปแอ่วห้างโตย เพื่อนผมบอกว่าจอหนังที่นั่นสูงเท่าตึกสามชั้นเชียวหนา พี่ต้นพาผมไปโตยได้ก่อ”
     “พี่จะพาเราไปได้ยังไง? แล้วเราไม่อยากไปทะเลแล้วเหรอ?”
     “ก็ผมบอกพ่อแล้วเลาะ พ่อบอกว่าจะพาผมไปแอ่วทะเล แล้วก็จะชวนย่ากับอานันไปโตย เฮาว่าจะไปกันตึงหมด จะขับรถไปละไปแวะพักคอนโดอาชัชก่อนคืนนึง”
     “ก็เอาสิ ไม่โทรไปอ้อนอาชัชของเราดูล่ะ?”
     “ปี้ต้นอู้เหมือนอีป้อขนาด!”
     เตอร์เผลอสบถจนหลุดคำเมืองออกมา ผมขำนะครับ ผมเนี่ยนะเหมือนพี่ศักดิ์? แต่ตอนที่เตอร์พูดประโยคนี้ พวกเมย์กับแก้วก็เปิดประตูห้องเข้ามาพอดี เมย์อ้าปากทันทีที่เห็นหน้าผมแต่ผมเอานิ้วแตะริมฝีปากไว้ซะก่อน ผมส่งภาษาให้สองสาวอ่านปากเบาๆ ว่า “คุยกับญาติ” พวกเธอเลยเงียบแล้วไปเปิดโน๊ตบุ๊คเล่นแทน มีเสียงกระซิบกระซาบกันนิดหน่อย ส่วนเตอร์นั้นร่ายยาวไม่หยุดเลยครับ
     “พอผมบอกพ่อหนา พ่อก็ฮื้อโทรไปขออนุญาตอาชัช ละพี่ต้นฮู้ก่อ พอผมโทรไปหาอาชัช อาชัชเปิ้นบอกผมว่าฮื้อโทรมาขออนุญาตพี่ต้นแทน โดยเฉพาะถ้าผมจะขอค้างต่อจนกว่าจะเปิดเทอมผมต้องมาขอพี่ต้น อาชัชทำงานบ่อว่างดูแลผมๆ ต้องอยู่กับพี่ต้นสองคน พี่ต้นอนุญาตผมได้ก่อ ผมอยากไปจริงๆ หนา ผมยังบ่อเคยเห็นคอนโดสวยๆ ที่มีสระว่ายน้ำเลยเลาะ มันสวยเหมือนในทีวีก่อ? ผมอยากไปเที่ยวห้างโตย”
     “ขนาดนั้นเลย? แล้วเตอร์จะอยู่ยังไง? ถ้าเกิดบางวันที่พี่ไม่ว่างล่ะ? เตอร์ต้องอยู่คนเดียวนะ?”
     เป็นเรื่องจริงที่สุดครับ เพราะหลังจากที่ผมคืนดีกับพ่อเรียบร้อย ก็มีคำขอร้องจากอากงให้ผมไปหาท่านบ่อยๆ มากขึ้น บางครั้งผมก็ต้องไปค้าง บางทีท่านก็เกิดอุตริจะพาผมออกงาน แต่ผมยังปฏิเสธไว้ได้อยู่ครับ รวมทั้งมีบ้างบางครั้งที่พี่สาวคนละแม่ของผมจะขับรถมารับผมไปทานข้าวที่บ้านเธอ ใช่แล้วครับ ทานข้าวกับคุณพ่อและภรรยาของคุณพ่อนั่นแหละครับ!
     จริงอยู่ที่มันอึดอัด ไม่สิ แรกๆ ผมอึดอัดมาก มีแต่ความกระอักกระอ่วน แต่คุณป้าเธอก็เป็นผู้ใหญ่แล้วจึงวางตัวดีครับ เธอไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจอะไรผม แต่ก็ไม่ได้แสดงออกว่ารักหรือเอ็นดูผมเหมือนอากงกับพี่ษา เราก็เลยต่างคนต่างอยู่ต่างทำหน้าที่ของตัวเองครับ เธอเป็นเจ้าบ้านที่ดีส่วนผมก็เป็นแขกที่ดี
     “อยู่ได้ก่าอยู่ได้ พี่ต้นมีคอมพิวเตอร์เลาะ ผมอยู่ได้”
     “แน่ะ ไม่ได้นะ คอมพี่ไม่มีเกมอะไรหรอก แล้วก็ห้ามเราเล่นเกมทั้งวันด้วย เราเอาแต่เล่นเกมบ่อยๆ ไม่ใช่เหรอ พี่ได้ยินพี่ศักดิ์บอกนะ”
     “ไปเชื่อพ่อยะหยังเปิ้นจุ๊ไปเรื่อยก่า ผมเล่นเกมแต่ก็บ่อได้เสียการเรียนเลาะ นะ นะ ฮื้อผมไปอยู่โตยนะ”
     “แล้วเรามาอยู่กับพี่คนเดียวแล้วตอนขากลับจะกลับยังไง?”
     “ก็ฮื้อพ่อมารับก่ะ”
     “นายไม่สงสารพ่อนายเหรอ ต้องขับรถไปกลับมารับนายเนี่ย? ต้องปิดอู่อีก เสียการเสียงานหมด”
     ผมรู้มุขสองพี่น้องนั่นแล้วล่ะ ทั้งคู่อนุญาตเรื่องเที่ยวทะเล ผมว่าญาติพี่น้องพี่ชัชก็คงหาโอกาสตามมาดูชีวิตส่วนตัวพี่ชัชที่นี่นานแล้ว แน่ๆ แต่สมัยที่พี่ชัชยังคบกับพี่ฟ่างคงทำไม่ได้ แต่พี่ศักดิ์ไม่ชอบใจเรื่องที่เตอร์อยากอยู่เที่ยวต่อ ส่วนพี่ชัชรายนี้ผมว่าคงขี้เกียจมีเรื่องยุ่งยากละมั้งครับ เพราะเป็นน้องเล็กเลยมักจะถูกพี่ๆ ดุอยู่เสมอ ทุกคนก็เลยส่งไม้อ่อนดื้อๆ อย่างเตอร์มาให้ผมดัดแทน เพราะเตอร์เชื่อฟังผมมาก
     “จะอั้นก็ฮื้ออาชัชมาส่ง?”
     “บ้าน่าเตอร์! พี่ชัชต้องทำงาน ไม่มีเวลาหรอก”
     “พี่ต้นนั่งรถมาส่งผมก่ะ?”
     “พี่ก็ไม่ว่าง เห็นมั้ยว่ามันลำบาก นายมาเที่ยวได้ แต่จะอยู่ต่อคนเดียวมันลำบากนะ กลับพร้อมๆ กันนั่นแหละ”
     “แต่ผมอยากไปกรุงเทพเลาะ”
     “บอกพี่มาตามตรงก่อน ว่านายจะมากรุงเทพฯ ทำไม มีอะไรที่นายอยากทำบ้าง แล้วพี่จะคิดดูอีกที”
     เตอร์อึกอักอยู่นิดหน่อย แต่ในที่สุดก็ยอมสารภาพออกมาจนได้ครับว่าอยากไปงานเกม เฮอะ! งานเกมเนี่ยนะ? แล้วก็อยากไปพวกแหล่งขายเกมแถวๆ สะพานเหล็กอะไรนี่อีก แถมยังอยากนัดไปเจอเพื่อนในเกมอีกด้วย เด็กสมัยนี้นี่ดูถูกไม่ได้เลยจริงๆ ผมชักเป็นห่วงหลานผมแล้วสิ คือ... หลานแฟนก็เหมือนหลานตัวเองนั่นแหละครับ
     ผมฟังจบแล้วก็ยื่นข้อเสนอไป เตอร์สัญญากับผมทุกอย่างจนผมต้องยอมแพ้
     “โอเคๆ ถ้าเตอร์สัญญากับพี่ว่าจะเป็นเด็กดี ไม่ดื้อไม่ซน แล้วก็รับปากที่พี่บอกทั้งหมดระหว่างที่อยู่กับพี่ๆ จะยอมให้อยู่ด้วย แต่ถ้าเตอร์ดื้อละก็ พี่ส่งขึ้นรถทัวร์กลับบ้านเลยจริงๆ นะ”
     “ไชโย! พี่ต้นอนุญาตแล้ว ฮักพี่ต้นขนาด!”
     “รักแล้วต้องเชื่อฟังพี่ด้วยล่ะ”
     เตอร์ยังยอผมอีกนิดหน่อยก่อนจะวางสาย ผมถอนหายใจทั้งๆ ที่ยิ้ม เด็กหนอเด็ก ตอนผมอายุสิบสี่ผมก็เป็นแบบนี้รึเปล่านะ?
     “โห! ต้น ใครอ่ะ? น้องแกเหรอ?”
     “ระงับความสงสัยไว้บ้างก็ได้นะป่าน”
     ผมตอบพร้อมกับยิ้มแล้วเขยิบไปนั่งใกล้ๆ พวกสามสาว ป่านยังคงไม่ยอมแพ้ สมกับเป็นคู่หูตัวPจริงๆ ครับ
     “น้องเหรอ?”
     “เปล่าไม่ใช่หรอก หลานชายของแฟนน่ะ”
     “ต้นสนิทกับครอบครัวแฟนด้วยเหรอ?”
     เป็นเมย์ที่ถามขึ้น ผมแปลกใจนิดหน่อยนะ คือไม่คิดว่าเมย์จะยอมรับเรื่องที่ผมมีแฟนเป็นผู้ชายง่ายๆ แบบนี้
     “สนิทสิ พี่ชัชพาเรากลับไปเที่ยวที่บ้านเกิดทุกปีแหละ”
     “แหม น่าอิจฉาจังว่ะ ว่าแต่แล้วหลานแฟนมาอ้อนไรแกวะ?”
     “จะไปทะเลน่ะ ไม่รู้ๆ ข่าวจากไหนว่าเรามาเที่ยวทะเล เลยร้องอยากไปเที่ยวบ้าง”
     “อ้าว? เด็กมันอยากไปทะเลแล้วทำไมพ่อแม่มันไม่พาไปเองล่ะ มาอ้อนแกทำไม?”
     “ก็... เด็กมันติดเรามั้ง พ่อเขาเลยส่งมาให้เราปรามๆ ไว้บ้าง”
     “หา? ทั้งๆ ที่แกโคตรดุเนี่ยนะ ฉันฟังแล้วยังแอบขำเลยอ่ะ ฉันว่าแกดุอิไปป์เยอะละนะ แต่พอเห็นแกดุหลานแกแล้วแบบ... อย่างกับแม่อ่ะ”
     “บ้าป่านก็! เราไม่ได้ดุขนาดนั้น ก็แค่... เตือนๆ”
     หลังจากนั้นก็เลยโดนซักอะไรอีกนิดหน่อยครับ ผมก็เล่าบ้างไม่เล่าบ้างตามสไตล์ ผมฝังเรื่องยุ่งๆ ที่ทำให้ผมรู้สึกแย่ทั้งหมดไว้ แล้วก็นึกถึงแต่เรื่องดีๆ ที่รอผมอยู่แทน ได้โปรดอย่ามีใครรื้อฟื้นมันขึ้นมาอีกเลย ผมเจ็บ! จนเริ่มหิวพวกเราก็เลยตกลงกันว่าจะออกไปหาอะไรทานกันเพราะขี้เกียจทำ ยังไงของสดก็มีไม่พอสำหรับทำมื้อเย็นให้คนเกือบยี่สิบคน
     เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละครับ เพราะผมได้คุยกับเตอร์ก็เลยรู้สึกดีขึ้นเลยไม่อยากรื้อฟื้นอะไรอีก แต่ตอนที่พัทมาง้อผมก็เหวอไปเหมือนกันนะ ขอโทษได้งี่เง่ามากครับ ผมเกือบหลุดขำเลยแหละ ทั้งขำทั้งยังโกรธอยู่จนไม่รู้จะทำยังไง ยิ่งตอนที่อัฐพูดขึ้นมาโทสะผมลดฮวบเลย ผมก็รู้นะว่ามิวนิคพยายามง้อผมแล้ว แต่คงเพราะทิฐิในตัวผมมั้งครับ แก้ไม่หายซะที แต่ทุกอย่างก็มาพังตรงโค่น่ะแหละ! คนอะไรหื่นได้อีก ผมทั้งโกรธทั้งอายทั้งโมโหทั้งขำ โอ้ย! ไม่รู้จริงๆ ครับว่าควรจะอยู่ในอารมณ์ไหน!
 
     พวกเราขึ้นรถรับจ้างไปยังพลาซ่ากันครับ ผมเดินกับพวกสามสาว ส่วนไปป์กับโอมแน่นอนว่าเดินตามพวกผมมาอยู่แล้ว ที่เหลือก็ตามมาเหมือนกันครับ แต่ตามมาห่างๆ น่ะนะ ผมแอบเห็นหน้าโค่ช้ำพอดู ถือว่าหมัดผมยังแรงใช้ได้
     ไม่นานนักแผงขายของในบาซ่าก็ทำให้ผมอารมณ์ดีขึ้น ผมเดินดูของอย่างสนุกสนาน ก็แหมผมไม่ค่อยได้ไปไหนนี่ครับ ไหนๆ มาเที่ยวแล้วทั้งทีก็เลยไม่อยากมัวแต่โกรธจนลืมเที่ยว
     พวกสามสาวลากผมแวะหยุดตามบรรดาแผงขายเครื่องประดับบ่อยๆ โดนเฉพาะยัยเมย์ ชอบหันมาถามผมว่าอันนั้นน่ารักมั้ยอันนี้สวยรึเปล่า ผมก็พยักหน้าไปงั้นๆ แหละครับ เพราะสำหรับผมๆ คิดว่ามันสิ้นเปลืองมากกว่า แล้วผมก็เห็นแวะลองกันแทบทุกร้านแต่ก็ไม่ซื้อ ถ้าไม่คิดจะซื้อแล้วลองทำไม ไม่เข้าใจผู้หญิงจริงๆ เลยครับ ดีนะผมมีภูมิต้านทานจากการไปซื้อของกับเมษอยู่บ้างเลยพอทนไหว
     “ง่า หิวแล้วอ่า ไปหาไรกินเถอะ ช็อปนานเกินไปละ”
     นั่นไงไปป์โวยวายจนได้ แล้วพวกเราก็เลยไปหาอะไรทานกันครับ เลือกร้านแบบโอเพ่นแอร์แชร์โต๊ะกันจากร้านอาหารหลายๆ เจ้าแถวนั้น พวกเราหกคนนั่งเบียดกันก็พอดีกับจำนวนที่ผมก็เลยไม่ต้องร่วมโต๊ะกับคนที่ผมยังเหม็นหน้าอยู่ แต่พวกนั้นก็เนียนมานั่งใกล้ๆ กันนั่นแหละครับ แถมมิวนิคยังทุ่มทุนซื้อไข่นกกระทาทอดมาเสิร์ฟผมอีก ทุ่มทุนตั้งยี่สิบบาท! ค่าตัวผมมันมีค่าแค่นี้เองรึไง? ทั้งโกรธทั้งขำนะครับ
     “อ่ะ กูป้อน หายงอนพวกกูได้ละ”
     “คุณไม่อายแต่ผมอายครับ ผู้ชายบ้าไรมานั่งป้อนกันแบบนี้ แล้วถ้าซื้อมาให้ผมก็อย่าเนียนตักเข้าปากตัวเองสิครับ!”
     “ก็กูนึกว่ามึงไม่กิน กลัวเสียของดิ”
     สรุปว่าก็คงต้องหายโกรธใช่มั้ยครับ? ผมหันไปมองไปป์ แต่ดูเหมือนกุนซือประจำรุ่นจะร้อนตัว
     “เอ้ยๆ เราเปล่านะ เราไม่ได้ให้พวกมันใช้แผนนี้”
     “แล้วบอกให้ใช้แผนไหนไปล่ะ?”
     ผมยิ้มพร้อมกับถามเสียงเย็น ไปป์เหงื่อแตกเล็กน้อย ไม่รู้เพราะอากาศมันร้อน เพราะทานก๋วยเตี๋ยวน้ำ หรือเพราะร้อนตัว
     “ก็... ก็แค่... เราบอกพวกมันไปว่านายใจอ่อนกับลูกอ้อนแต่ไม่ชอบมุขขี้หลี”
     “รู้เยอะเกินไปแล้วนะไปป์ แต่เรื่องบางเรื่องรู้แล้วไม่ต้องพูดออกมาก็ได้”
     เสร็จจากมื้อเย็นพวกเราก็ไปเดินเล่นกันต่อ พวกนั้นยกขโยงเดินตามผมทั้งฝูงนั่นแหละครับ แต่พอจังหวะที่ผมกับสามสาวเดินผ่านร้านยาดองก็มีขี้เมาตะโกนแซวเมย์
     “น้องสาว! นมนั่นของจริงหรือของปลอมจ้ะ ขอพี่จับพิสูจน์หน่อยได้มั้ย”
     เขาตะโกนเสียงดังมากครับ คนที่ผ่านไปผ่านมาได้ยินกันหมด และผมคิดว่านั่นเป็นการกระทำที่ต่ำมากๆ ด้วย เมย์หน้าเสียทันที ป่านกับแก้วนี่หน้าถอดสีแล้วครับ โอมก็ดึงไปป์อยู่ ส่วนผมก็ยืนจับมือเมย์ไว้ครับ ยังไงซะเพื่อนผมคนนี้ก็ขาวีนพอกัน
     “ไปเหอะเมย์”
     ผมพยายามดันเมย์ให้เดินต่อไม่ต้องไปสนใจพวกมัน แต่ในจังหวะที่เมย์เสียเวลาไปแข่งจ้องตาแบบกินเลือดกินเนื้อกับคนพวกนั้นมันก็พลาดซะแล้ว มันพลาดที่ทำให้ไอ้พวกนั้นหันมาสนใจเมย์กับพวกเราที่มีสาวๆ อยู่ในกลุ่มถึงสามคน แล้วก็มีผมแค่คนเดียวที่อยู่ใกล้เพราะโอมกับไปป์ยืนอยู่แผงข้างหลังถัดไปอีกสองแผงเดินอยู่กับกลุ่มพวกมิวนิค
     “แฟนหึงซะด้วย”
     มันพูดพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วยืนล้อมเราสองคนไว้ พวกมันมีกันสองคนครับ กลิ่นเหล้ายาดองหึ่งออกมาทำให้ผมคิดว่าไม่ควรไปยุ่งกับมัน แก้วกับป่านจะเดินเข้ามารวมกลุ่มแต่ผมหันไปส่งสายตาให้ว่าอย่าเข้ามา จะให้เพื่อนผู้หญิงเข้ามาเสี่ยงอีกเหรอครับ? แค่เมย์คนเดียวผมก็เต็มกลืนแล้ว
     “ช่วยหลีกทางให้ผมกับเพื่อนด้วยครับ”
     ผมตั้งใจขอร้องมันดีๆ พูดสุภาพด้วย
     “โอะ ไม่ใช่แฟนงี้พี่ก็มีสิทธิ์สิจ้ะ มานั่งกับพี่มั้ยน้อง”
     ไวเท่ากับที่มันพูดมือของมันก็เอื้อมมาจะจับตัวเมย์ครับ ผมไม่รู้หรอกนะว่าตำแหน่งนั้นมันจะเป็นหน้า เป็นคาง หรือหน้าอก เพราะขาผมไวกว่า ผมยกขาขึ้นถีบมันลงไปกองกับพื้นทันทีพร้อมๆ กับที่ใช้มือดันไหล่เมย์ไปทางพวกแก้ว คนที่ยืนอยู่ข้างหลังดูงงๆ กว่าที่มันจะเงื้อหมัดมาต่อยผมก็หลบออกไปยืนอีกฝั่งแล้ว
     “สัด! มึงถีบกู”
     “เออ! ผมถีบ ก็คุณมาจับหน้าอกเพื่อนผมอ่ะ”
     โอมกับไปป์วิ่งมาถึงพวกเราแล้วครับ และเสียงตะโกนของผมก็ดังพอสมควรด้วย หวังว่าไอ้พวกนั้นมันจะได้ยินนะครับ มิวนิคจะได้ใช้กล้ามเนื้อที่เขาภูมิใจซะที!
     “ช่วยด้วยครับ เขาเมาแล้วลวนลามเพื่อนผม มันขู่จะทำร้ายผมกับเพื่อน ช่วยเรียกตำรวจให้พวกผมที!”
     เสียงของผมดังไม่แพ้ใครครับ พวกมันเองก็เกรงใจสายตาชาวบ้าน ไม่ถึงนาทีกำลังเสริมพวกผมก็มาถึงนำโดยมิวนิค
     “เฮ้ย ไหนๆ มีอะไร เกิดไรขึ้นวะต้น?”
     เป็นคุณๆ จะยังกล้าเอาเรื่องกับกลุ่มที่ดูแล้วมีผู้ชายมากกว่าสิบคนมั้ยครับ?
     “มิวนิค นายช่วยเรียกตำรวจที เรากับเมย์โดนทำร้าย!”
     “เฮ้ยไอ้น้อง พี่ว่าเรื่องแค่นี้ไม่ต้องถึงขั้นเรียกตำรวจหรอกมั้ง”
     เจ้าของร้านยาดองรีบออกมาขวางทันทีครับ ทีเมื่อกี้ตอนที่เพื่อนร่วมโต๊ะคุณเมาทำหยาบคายกับเพื่อนผมคุณยังนั่งเฉยๆ อยู่ที่โต๊ะเลยนะ!
     “ไม่ได้หรอกครับ เกิดผู้ชายสองคนนี้แค้นผมแล้วตามไปเอาเรื่องพวกผมล่ะ ยิ่งผมไม่ใช่คนในพื้นที่ เกิดอะไรขึ้นก็ตรวจสอบหลักฐานลำบาก ยังไงก็ต้องแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ครับ”
     “พอเหอะน้อง เอาเป็นว่าพี่ขอโทษแทนแล้วกันนะ แล้วๆ กันไปอย่ามีเรื่องกันเลย พี่ขอ”
     “แล้วผู้ชายคนนั้นเขาจะไม่ตามมาทำร้ายผมจริงๆ เหรอครับ?”
     “เออๆ มันเมา เดี๋ยวพรุ่งนี้มันตื่นมันก็จำอะไรไม่ได้แล้ว”
     “ถ้างั้นขอบัตรประชาชนด้วยครับ?”
     เจ้าของร้านเหล้าทำหน้าแปลกใจ ผมก็เลยพูดต่อ
     “ผมจะถ่ายรูปบัตรประชาชนพวกคุณไว้ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับผม ตำรวจจะได้ตามตัวได้ไม่ยาก”
     “เฮ้ย! พี่ว่ามันมากไปมั้งไอ้น้อง”
     “มิวนิค โทรเรียกตำรวจเลย”
     “เอาล่ะๆ น้องจะเอายังไงว่ามา แต่พี่ให้ดูบัตรพี่ไม่ได้หรอก เกิดน้องเอาไปทำไรไม่ดีล่ะ”
     “งั้นแบบนี้มั้ยล่ะครับ”
     ผมพูดพร้อมกับมองไปยังไอ้ขี้เหล้าคนนั้นที่ยังนั่งจุกอยู่บนพื้น
     “ไปป์ ถ่ายคลิปไว้ที ส่วนพวกพี่พูดตามผมนะครับ อันดับแรกบอกชื่อพวกพี่ แล้วก็พูดต่อว่า ขอโทษและสำนึกผิดที่ได้ล่วงเกินนายเมธัส สวัสดิ์ไพโรจกับเพื่อน และขอสัญญาว่าจะไม่ติดใจแค้นเคืองใดใด ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นนายเมธัสสามารถนำหลักฐานนี้ไปแจ้งความจับข้าพเจ้าได้ เอาแบบนี้ดีมั้ยครับ”
     “โห น้อง เล่นกันแบบนี้เลยเหรอ!”
     “ผมก็แค่ป้องกันตัว ถ้าเกิดพวกคุณแค้นตามไปเอาเรื่องผมล่ะ?”
     ผมยื้อไว้เต็มที่ครับ ใครจะรับประกับความปลอดภัยให้ผมละ โชคดีที่สายตรวจมาเร็ว ผมหันไปยิ้มให้กับโอม โอมโทรหาตำรวจตั้งแต่แรกแล้วครับ โชคดีที่ผมกับโอมคิดคล้ายๆ กัน
     แล้วตำรวจก็เข้ามาเคลียร์ให้ แต่ก็อย่างว่าครับ เข้าข้างเจ้าถิ่นอยู่วันยังค่ำ รับปากจะเคลียร์เรื่องให้ไปส่งๆ แต่ผมก็ยังมีไม้ตายอยู่ครับ ก็ชื่อเมธัส สวัสดิ์ไพโรจยังไงละครับ นามสกุลของแม็กซ์เป็นเกราะคุ้มกันผมอย่างดี และผมเชื่อว่าต่อให้ผมผลักภาระแจ้งความเท็จไปให้แม็กซ์ แม็กซ์ก็ไม่เดือดร้อนอยู่ดี
     เรื่องจบลงง่ายๆ ครับ แต่ก็ตรงใจผม พวกเรารอดปลอดภัย และอีกฝ่ายได้รับการเตือนว่าอย่ามายุ่งกับพวกผมอีก พวกเรากลับที่พักกันทันทีไม่มีใครมีอารมณ์เที่ยวต่อแล้ว
     “ต้น เมื่อกี้นายพูดชื่อใครอ่ะ?”
     “ไม่สงสัยซักเรื่องได้มั้ยไปป์”
     “ก็อยากรู้นี่ นามสกุลมันคุ้นๆ หูยังไงก็ไม่รู้”
     “ก็ต้องคุ้นมั่งแหละ นักธุรกิจระดับนั้น”
     “ว่าแต่นามสกุลใครอ่ะ?”
     “แม็กซ์ไง แม็กซ์ชื่อจริงว่าเมธัส สวัสดิ์ไพโรจ”
     “โห! งี้เพื่อนนายก็เป็นไฮโซดิ?”
     “อื้อ”
     “แล้วทำไมต้องทำแบบนั้นด้วยอ่ะ”
     “เผื่อพวกนั้นมันคุ้นหูแล้วจะได้เลิกยุ่งกับพวกเราไง นามสกุลออกข่าวบ่อยๆ คงพอขู่คนอื่นได้บ้าง ไม่งั้นเกิดพวกมันติดใจตามไปแก้แค้นพวกเราละจะทำไง”
     “นั่นดิ ก็นายดันไปถีบพวกมันนี่เนาะ”
     “แล้วถ้าไม่ถีบยัยเมย์จะโดนพวกมันทำไรบ้างก็ไม่รู้ เราถีบไว้ก่อนแหละ”

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



ขอบทให้น้องต้นโชว์แมนกับเขาบ้าง เท้าไปไวนะลูก
ในความคิดน้องต้นฮีจะคิดว่าตัวเองเป็นผู้ชายต้องปกป้องเพื่อนเนอะ ต้นก็เสียสละให้คนอื่นแบบนี้ตลอดเลยมีคนหลงรัก อิๆ
ว่าแต่ แล้วหนุ่มน้อยเตอร์นี่ใครอี๊ก! ยังคงใส่หนุ่มๆ เข้าฮาเรมอย่างต่อเนื่อง เหอะๆ

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
ต้นน้ำ

     แล้วพวกเราก็กลับถึงบ้านพักจนได้ครับ แต่ละคนไปพักผ่อนตามอัธยาศัย ผมเองก็เหนื่อยมากแล้วรู้สึกตัวรุมๆ ด้วยเลยทานยากันไว้ก่อนขึ้นไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน วันนี้มีเรื่องเกิดขึ้นเยอะจริงๆ แต่พออาบน้ำเสร็จแล้วเช็คโทรศัพท์ตามปกติ ก็มีข้อความส่งมาบอกว่าเมย์รอผมอยู่ที่ชายหาดครับ ผมเลยโทรกลับไป เมย์ไม่ยอมรับโทรศัพท์แต่ส่งข้อความมาว่าจะรอจนกว่าผมจะออกไปหา ทำให้ผมต้องออกไปเหนียวตัวกับลมทะเลอีกรอบจนได้
     “เรียกเรามาทำไมเหรอ? มีอะไรรึเปล่า?”
     “ชวนต้นมานั่งเล่นไง มาชายหาดทั้งที”
     “เมย์มันดึกแล้วนะ เราเหนื่อย ไม่ไหวแล้วอยากนอน”
     “นะ อยู่เป็นเพื่อนเราแป็บนึง ถือว่าเราขอร้องก็ได้ เราไม่เคยขอร้องอะไรนายมาก่อนเลย”
     เมย์ใช้น้ำเสียงอ้อนวอนกับผมเหรอเนี่ย ผมหูฝาดไปรึเปล่า?
     “อืม เธอไม่เคยขอร้อง เธอสั่งทุกครั้งอ่ะ”
     “เราคงแย่มากสินะในสายตานาย”
     “ไม่หรอก ช่างมันเถอะ ว่าแต่เรียกเรามานั่งดูดาวนี่มีธุระอะไรล่ะ?”
     “ก็เรายังไม่ได้ขอบคุณที่นายช่วยเราไว้เลย ขอบคุณนะ”
     “อืม”
     “ทำไมถึงช่วยเราไว้ล่ะ? คนพวกนั้นน่ากลัวออก”
     “ก็เพื่อนกัน แล้วอีกอย่าง การถูกสัมผัสโดยที่เราไม่เต็มใจมันทรมานนะ เมย์เป็นผู้หญิงเราไม่อยากให้เมย์เจอเรื่องน่ากลัวแบบนั้น ใครจะไปรู้ว่ามันจะทำอะไรเมย์ เกิดมันคว้าเมย์ได้แล้วดึงไปกอดหรือทำอะไรมากกว่านั้นล่ะ? เราก็เลย... ไม่รู้สิ เท้ามันไปเองมั้ง กันไว้ก่อน”
     “ต้นนี่เป็นคนดีจังเลยเนอะ”
     “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกเมย์”
     เมย์เงียบไปพักนึงแล้วจู่ๆ ก็ถามขึ้น เสียงของเมย์ที่เคยดังคราวนี้กลับเบาจนแทบโดนกลบด้วยเสียงคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง
     “ถามจริงๆ เถอะ ต้นเป็นเกย์จริงๆ เหรอ”
     “เมย์ก็ได้ยินแล้วนี่ เราชอบผู้ชาย”
     “แต่ต้นก็รักแค่แฟนต้นคนเดียว กับผู้ชายคนอื่นต้นก็ไม่รู้สึกอะไรนี่ ถ้าต้นเลิกกับแฟน”
     “มันเป็นไปไม่ได้หรอกเมย์ เพราะเราจะไม่มีวันเลิกรักพี่ชัชและจะไม่ยอมเลิกกับพี่เขาด้วย จริงอยู่เราอาจจะไม่รู้สึกอะไรกับผู้ชายคนอื่น แต่มันก็มีนะครั้งที่เราไม่ได้คิดรังเกียจผู้ชาย”
     “เป็นผู้หญิงไม่ได้จริงๆ เหรอ? เราจะไม่มีโอกาสเลยเหรอต้น”
     “เมย์ เราขอโทษนะ... แต่ต่อให้เป็นผู้หญิงได้ เธอก็ไม่ใช่คนที่เราจะเลือก”
     “ทำไมละ? ถ้างั้นก็แปลว่าต้นเองก็ชอบผู้หญิงเหมือนกันนี่ ทำไมอ่ะมีอะไรที่เราไม่ดีต้นบอกเราได้นะ เราจะได้ปรับปรุงตัว”
     “พอเหอะเมย์ มัน... เรื่องของเรามันซับซ้อน จริงอยู่ที่ถ้าเราไม่เจอแฟนเราบางทีในอนาคตเราอาจจะแต่งงานกับผู้หญิงโดยไม่คิดอะไร แต่ตอนนี้เรารักแฟนเรามาก และเราไม่คิดว่าเรา... เราจะสามารถกอดผู้หญิงคนไหนได้ เราเป็นฝ่ายถูกกอดมาตลอดเข้าใจมั้ยเมย์ ร่างกายเราเรียนรู้ที่จะถูกเติมเต็มแบบนั้นมาตั้งแต่แรก ส่วนหัวใจของเราก็มอบให้แฟนเราไปหมดแล้ว”
     “แล้วผู้หญิงคนนั้นละ? คนที่ต้นให้โอกาส”
     เมย์ยังคงพยายามต่อ ผมเองก็เข้าใจความรู้สึกของเมย์นะ ถึงจะสู้กับผู้ชายที่ผมรักไม่ได้ แต่อย่างน้อยๆ ถ้าเปรียบเทียบกับคนที่เป็นผู้หญิงเหมือนกันเมย์คงรู้สึกดีขึ้นกว่าเดิม
     “เป็นคนรู้จักของครอบครัวน่ะ ตอนแรกเป็นเพื่อนกันแต่ต่อมาถึงได้รู้ว่าจริงๆ แล้วครอบครัวพวกเราสนิทกัน เขามาชอบเรา ถึงเราจะคิดกับเขาแบบเพื่อน แต่เรา... เธอก็เห็นว่าเราไม่ค่อยเปิดใจ เราคิดว่าถ้าเราไม่ได้เจอแฟน เราก็คงใช้ชีวิตเรียนไปวันๆ สุดท้ายก็คงแต่งงานกับคนที่เข้ามาใกล้เราได้มากที่สุดนั่นแหละ หรือไม่ก็อาจจะไม่แต่งงานกับใครเลยก็ได้ ตามแม่ไปอยู่เมืองนอกมั้ง?”
     “นายยอมให้ผู้หญิงคนนั้นเข้าใกล้นายมากขนาดนั้นเลยเหรอ?”
     “อืม อย่างน้อยๆ เขาก็ตื้อเราได้เกือบทุกครั้งนั่นแหละ ถึงจะน่ารำคาญไปบ้าง โดนเราหลบหน้าบางครั้ง แต่เขาก็จะกลับมาหาเราใหม่เสมอๆ แล้วก็ท่าทางสำนึกผิดอ้อนๆ แบบนั้นมันก็ทำให้เราใจอ่อน แถมเขายังรู้จักเราดีมากจนรู้ดีว่าจังหวะไหนที่เขาเข้ามาหาเราแล้วเราจะไม่ปฏิเสธ เขาทำให้เรายอมตามใจเขาได้ละมั้ง?”
     “งั้นถามได้มั้ยอะไรที่ผู้หญิงคนนั้นมีแล้วเราไม่มี”
     “เธอขาดทุกอย่างที่ไนน์มี เมย์ และไนน์มีทุกอย่างที่เธอไม่เคยมีให้เรา ถึงไนน์จะทำให้เราเซ็งบางครั้งแต่ไม่รู้ว่าทำไมไนน์ถึงทำให้เราเอ็นดูได้ตลอด ถึงแม้บางครั้งไนน์จะเผลอทำเรื่องจนเข้าหน้าเราไม่ติด แต่เราก็ไม่เคยถือโทษโกรธไนน์ได้เลยซักครั้ง แต่เรายอมรับว่าเธอทำให้เราโมโหอยู่หลายครั้งเลยเมย์ ถึงเราจะอดทนไว้ได้ก็จริง แต่เธอคงเข้าใจใช่มั้ย อะไรที่มันไม่ต้องทนคงมีความสุขกว่า มิหนำซ้ำเธอยังไม่เคยทำให้เรายิ้มหรือรู้สึกดีๆ ได้เลยซักครั้ง ถึงเราจะหัวเราะเวลาที่อยู่กับพวกเธอ แต่ตอนที่เธออยู่กับเราสองคน เธอไม่เคยทำให้เรารู้สึกอะไรได้เลยไม่ใช่เหรอ?”
     เมย์เงียบไปเหมือนกันครับ
     “เราอาจจะพูดแรงไป ขอโทษด้วยละกัน”
     “ไม่หรอก ดีแล้วล่ะที่ต้นพูดกับเราตรงๆ แบบนี้เราจะได้ตัดใจ เลิกคิดไปเองซะที”
     “อืม”
     “ต้น เราชอบนายนะ ชอบมากๆ”
     “ขอบคุณนะ แต่ขอรับไว้แต่มิตรภาพก็แล้วกัน เรามีคนที่เรารักอยู่แล้ว”
     ผมตอบเมย์ไปแบบนั้นแล้วก็ลุกขึ้นยืนปัดทรายก่อนจะเดินหนีกลับเข้าบ้าน ผมไม่ได้ใจร้าย กลับกันผมกลับคิดว่าผมใจดีกับเมย์มากแล้ว กับคนอื่นๆ ผมเย็นชากว่านี้หลายเท่า อย่างน้อยๆ ผมก็ให้คำตอบกับเมย์ตรงๆ ซึ่งผมไม่เคยให้โอกาสใครแบบนี้มาก่อน
     เมื่อผมเดินกลับเข้าบ้านอีกครั้งก็เจอเข้ากับบรรดาฟิสิกส์มุง ดูท่าคงรู้เรื่องที่เมย์สารภาพรักกับผมกันหมดแล้ว
     “ต้นโหดว่ะ เป็นกูๆ ยังไม่กล้าพูดถึงผู้หญิงคนอื่นแบบนี้เลย”
     “เออดิ โดนพูดแบบนั้นมันเจ็บนะเว้ยต้น เหมือนโดนด่าเลย แกน่าจะบอกปฏิเสธเมย์มันดีๆ ไงเมย์มันก็รู้อยู่แล้วว่าไม่มีหวัง แค่อยากสารภาพความรู้สึกกับแก”
     มิวนิคกับพัทสอดปากเรื่องส่วนตัวของผมทันที พวกเขาได้ยินเรื่องที่ผมพูดกับเมย์ได้ไง?
     “แล้วไง? จะให้เราปลอบใจว่า เธอดีเกินไปนะเมย์ แต่เราชอบผู้ชาย เป็นเพื่อนกันเถอะ แบบนั้นน่ะเหรอ?”
     ผมพูดพร้อมกับเดินไปยึดโทรศัพท์ที่วางไว้บนโต๊ะ มิน่าเมื่อกี้ตอนผมเดินเข้าบ้านถึงสวนกับป่านและแก้วที่เดินออกไป
     “ความคิดใคร?”
     “เอ่อ... พวกกูก็แค่”
     “ช่างเถอะ ถ้าเมย์ยอม เราก็ไม่ว่าไรหรอก”
     “มึงนี่โคตรโหดเลย เห็นปกติเงียบๆ ยอมเมย์มันมาตลอดแท้ๆ”
     “ก็นี่แหละตัวจริงเรา แล้วเราไม่คิดว่าเราโหดด้วย กลับกันเราคิดว่าเราใจดีที่สุดแล้ว”
     “นี่นะใจดีของมึง”
     “อื้ม”
     “แล้วถ้าใจร้ายนี่จะขนาดไหนวะแม่ง”
     “แล้วนายเคยเห็นเรายอมรับฟังคำสารภาพของใครมั้ยล่ะ? นายเคยเห็นเราเปิดโอกาสให้ใครมั้ย? ใครจะคิดจะรู้สึกยังไงกับเราก็ช่าง ถ้าไม่ทำให้เรารำคาญเราไม่ใส่ใจหรอก แต่ใครที่ทำให้เราอึดอัดพวกนายก็เห็นนี่ว่าเราทำยังไง เมย์เป็นคนที่สองที่มีโอกาสพูดแบบนี้กับเรา ส่วนคนแรกที่พูดน่ะเราตอบกลับไปด้วยคำโกหกว่าเรายังไม่อยากมีแฟน เพราะเรากลัวจะเสียเพื่อนทั้งๆ ที่ตอนนั้นเราคบกับแฟนเราแล้ว ถึงจะเป็นคำโกหกสีขาวแต่มันก็เหมือนให้ความหวังกัน แถมเรายังหนีห่างจากเขาอีกไม่สนิทกันเหมือนเมื่อก่อน ปล่อยให้เขาทรมานอยู่กับความหวังจอมปลอม พวกนายว่าตอบปฏิเสธแบบนั้นมันดีกับคนอย่างเมย์มากกว่าจริงๆ น่ะเหรอ? ให้เมย์หวังลมๆ แล้งๆ ว่าซักวันเราอาจจะเลิกชอบผู้ชาย ซักวันเราอาจจะเห็นเมย์เป็นคนพิเศษ เราไม่อยากทำร้ายความรู้สึกใครแบบนั้นอีก บอกกันตรงๆ น่ะดีแล้ว เรามีบทเรียนจากการไม่พูดมาแล้ว และมันก็เจ็บมากเราไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก”
     พอพูดจบผมก็เดินหนีขึ้นชั้นสาม ง่วงอยากนอนเต็มที่แล้วครับ แต่มีตัวป่วนอีกจนได้ ไปป์วิ่งตามผมขึ้นมานอนตาแป๋วอยู่ข้างๆ
     “อะไรอีก?”
     “คนที่ต้นพูด หมายถึงแม็กซ์ใช่ป่ะ?”
     “รู้อยู่แล้วละจะถามทำไม”
     “ต้นได้บทเรียนอะไรเหรอ?”
     “ไม่รู้ซักเรื่องได้มั้ยไปป์ เราง่วงแล้วจะนอน”
     “นะๆ เล่าหน่อย เราเป็นเพื่อนสนิทกันไม่ใช่เหรอ”
     ผมแพ้ลูกอ้อนแบบนี้ทุกที ไปป์จับทางผมเก่งขึ้นทุกวันๆ
     “ก็ไม่มีอะไรมาก เขาไปรู้ทีหลังว่าเรามีแฟนแล้วก็เลยทะเลาะกัน แต่มันดันเป็นการทะเลาะกันกลางห้องเรียนน่ะไปป์ นายคงคิดออกว่าถ้าถูกแฉความลับต่อหน้าคนทั้งห้องมันจะรู้สึกยังไง เราเข้าหน้าใครไม่ติดเลยช่วงนั้นมีแต่ข่าวลืองี่เง่าถูกคนอื่นหัวเราะเยาะ แถมเรายังเสียเพื่อนเพียงคนเดียวไปอีก”
     “แต่นายก็ดีกับแม็กซ์แล้วนี่?”
     “อืมก็หลายอย่างนะ โชคที่แม็กซ์ทำใจได้แล้วเราเลยไม่อึดอัดอีก เลยกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม”
     “ฟังแล้วเหมือนแม็กซ์ต้องเป็นคนง้อนายเลย นายนี่ใจร้ายชะมัด”
     “ก็ทำนองนั้นแหละ เราถึงคิดไงว่าตอบไปตรงๆ กับเมย์แบบนั้นดีที่สุด เชื่อสิคนอย่างเมย์ เดี๋ยวก็ตั้งตัวได้”
     “แล้วโอมอ่ะ ต้นจะเอาไงกับโอม?”
     “ไม่รู้สิ มันขึ้นกับโอมจะเอาไงกับเรามากกว่า บางทีการที่โอมได้เห็นอะไรเกี่ยวกับตัวเรามากขึ้นแบบนี้โอมอาจจะเลิกชอบเราก็ได้นะ ตัวตนเราจริงๆ ไม่เหมือนกับที่แสดงออกนี่นา”
     “นั่นดิ ต้นเย็นชาชะมัด รู้ทั้งรู้แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ สงสารโอมว่ะ ต้นใจร้าย”
     “ก็แล้วจู่ๆ จะให้เราไปบอกกับโอมรึไงว่าเรารู้นะว่าโอมชอบเราที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่เราไม่ได้ชอบโอมเรามีแฟนแล้วแต่แฟนเราก็เป็นผู้ชาย บ้าสิ!”
     “มันก็จริง โอมคงกลัวเหมือนกันแหละ เลยไม่กล้าพูดไรกับต้นได้แต่เงียบๆ แต่ถึงมันจะรู้มันก็คงไม่กล้าพูดอะไรกับต้นแล้วล่ะ ต้นเล่นดักทางมันซะขนาดนั้น ตอนอยู่ข้างล่างอ่ะจงใจพูดใช่มั้ยล่ะ?”
     ไปป์นี่เดาใจผมเก่งเกินไปแล้วครับ ถ้าโอมคือคนที่คิดคล้ายๆ ผม ไปป์ก็คือคนที่เดาทางผมถูกทุกอย่าง ผมจงใจพูดแบบนั้นไปจริงๆ นั่นแหละ ใครเป็นต้นคิดนะครับว่าควรสารภาพรักที่ริมทะเล ยิ่งเรื่องที่ผมชอบผู้ชายก็รู้กันทั่วแล้ว ผมละกลัวจริงๆ ประเภท“ขอแค่ได้พูดออกไปก็พอ”พวกนี้ก็ทำให้ผมอึดอัดนะครับ เพราะบางคนไม่ใช่แค่พูด แต่พูดด้วยความหวังแล้วก็รุกหนักขึ้นด้วย ผมไม่ชอบครับ รำคาญ แต่ที่ผมเลือกจะฟังเมย์เพราะเมย์เป็นคนใจแข็งครับ ผมรู้ว่าเมย์จะตัดใจได้ผมถึงกล้าเสี่ยง ส่วนโอมผมกลัวว่าผมจะพูดแล้วก็ตามติดผมมากขึ้น แบบนั้นผมจะมองหน้าโอมไม่ติดแน่ๆ  ให้โอมตัดใจเงียบๆ จะดีที่สุดครับ โอมจะได้ทำตัวเหมือนเดิม ส่วนพี่ณต ผมได้แต่หวังว่าพี่เขาจะเลิกสนใจผมซักที
     “รู้อีกนะ”
     “รู้ดิ เราเป็นแฟนคลับต้นนะ”
     “บ้าแล้ว! แฟนคลับอะไร”
     “ฮ่าๆ เออ ว่าแต่บทเรียนจากการไม่พูดที่ต้นบอกว่าเจ็บนี่ มีแค่เรื่องแม็กซ์เหรอ?”
     “เดาเก่งเกินไปแล้วนะ”
     “เล่าต่อทีดิ”
     ผมมองไปทางบันไดดูว่ามีใครขึ้นมารึเปล่า แต่บนชั้นสามนอกจากผมกับไปป์ที่นอนคุยกันอยู่นั้นไม่มีคนอื่นครับ ผมเลยตัดสินใจเล่าให้ไปป์ฟัง นอกจากเมษแล้วไปป์เป็นคนที่สองที่ผมเล่าเรื่องนี้ให้ฟังอย่างหมดเปลือก
     “ก็... นายรู้เปล่า เซ็กส์ครั้งแรกในชีวิตของเราคือการถูกแฟนตัวเองข่มขืน”
     “เฮ้ย จริงดิ!”
     “อืม เราไปหาแม็กซ์ที่ห้อง ตั้งใจจะไปขอโทษแล้วก็คุยกันดีๆ แต่เผอิญทะเลาะกัน พี่ชัชแอบตามมาได้ยินพอดี พี่ชัชรู้เรื่องที่เราเคยจะนอนกับแม็กซ์เพื่อประชดพ่อ พี่ชัชโกรธมากก็เลยทำร้ายเราแบบนั้น”
     “โห อย่างกับในละคร! นายเป็นนางเอกรึไงต้น”
     “ไม่หรอก พอดีวันนั้นเป็นวันเกิดเราน่ะ พี่ชัชเลยกะจะมาเซอร์ไพรส์ เราไม่รู้ว่าพี่ชัชมารอรับเราเลยโกหกไปว่ากลับเอง แล้วมันก็เกิดเรื่องอย่างที่เล่าไปนั่นแหละ”
     “แล้วนายทำไงอ่ะ”
     “หนีออกจากบ้านสิ ห้องก็อยู่ติดกันแม่เราก็ไม่อยู่เราเลยไม่กล้ากลับบ้าน เราเสียใจมากเลยนะที่เขาทำแบบนั้นกับเรา เราเลยไม่อยากเห็นหน้าเขา”
     “แล้วนายสองคนคืนดีกันยังไงอ่ะ”
     “พอดีวันที่เขามาตามเรากลับ รถที่เรานั่งไปกับพี่เขาโดนชนน่ะ เราเกือบตาย แต่ว่านะ... แม้แต่ตอนที่เรากำลังจะตายเรายังนึกเลยว่ายังไม่ได้เคลียร์กับพี่ชัช ไม่อยากตายไปทั้งๆ แบบนั้น เรานึกถึงแต่พี่เขา เราก็เลยรู้ตัวละมั้งว่าเรารักเขามาก แล้วพอเราฟื้นขึ้นมาได้ พี่เขาก็มาขอโทษแล้วก็ขอให้เราให้อภัย เราก็เลยให้อภัยพี่เขาเพราะเราอยากใช้เวลาที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด เรากลัวตายกลัวจะเสียพี่เขาไปกลัวจะใช้เวลาในชีวิตไม่คุ้มค่าละมั้ง”
     “น่าสงสารว่ะ”
     “แล้วนายรู้มั้ย ทำไมอาร์มถึงได้คอยดูแลเราขนาดนั้น”
     “ทำไม? เรื่องนี้เกี่ยวไรกับอาร์มด้วยเหรอ?”
     “เกี่ยวสิ เพราะอาร์มเป็นคนที่บอกแม็กซ์ว่าเห็นเรากับแฟน อาร์มเลยโทษตัวเองมาตลอดว่าถ้าครั้งนั้นอาร์มไม่พูดมาก บางทีเรากับแม็กซ์ก็อาจจะไม่ได้ต้องทะเลาะกัน แล้วเรากับแฟนก็จะได้ไม่ต้องมีปัญหากัน อาร์มเลยรู้สึกผิดกับเรามาตลอดจนคอยดูแลเราอยู่แบบนั้น แล้วไปๆ มาๆ ก็ซี้กันอย่างที่นายเห็นนั่นแหละ เราแพ้ทางคนแบบอาร์มอยู่แล้ว”
     “แบบเราด้วยใช่ป่ะ?”
     “มั้ง แต่อาร์มเป็นผู้ใหญ่กว่านายเยอะ ส่วนนายก็เจ้าเล่ห์กว่าอาร์ม”
     “ขอบใจที่ชม ฮ่าๆ”
     ผมกับไปป์คุยกันอีกนิดหน่อยก่อนที่ผมจะเพลียง่วงแล้วก็หลับไป ไปป์นี่ช่างคุยจริงๆ เลยครับ ผมรู้เลยที่เขาบอกว่าพูดจนลิงหลับเป็นยังไง แต่ผมไม่ใช่ลิงหรอกนะครับ!
 
     รู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้วครับ โอมนั่งอยู่ข้างๆ ผม กำลังสะกิดผมอยู่
     “ต้นไหวมั้ย ป่านให้เรามาตามนาย”
     “กี่โมงแล้วโอม?”
     “สิบโมงกว่าแล้ว”
     “อ้าว! ทำไมเราไม่ปลุก แล้วนี่คนอื่นๆ”
     “เห็นไปป์บอกว่าเมื่อคืนนายดูเพลียๆ นายกินยาก่อนนอนด้วยนี่ พวกเราเลยไม่อยากปลุก เมื่อเช้าพวกนั้นมันกินอะไรรองท้องกันก่อนแล้ว แต่... เราเป็นห่วงต้นเลยมาดู”
     “เราดีขึ้นแล้วล่ะ ไม่เป็นไรมากแล้ว ขอบใจนะโอม”
     “อื้ม”
     โอมยิ้มให้ผมซื่อๆ ตามปกติ ผมคิดว่าโอมคงตัดใจจากผมแล้ว เห็นแบบนี้แล้วผมก็สบายใจครับ ผมไม่ห้ามถ้าโอมยังจะชอบผมต่อ แต่ผมสบายใจที่รู้ว่าโอมจะไม่รุกผมต่อก็แค่นั้น

     ผมจัดการอาบน้ำแต่งตัวลงมาข้างล่าง พวกเรากำลังเถียงกันเรื่องมื้อเที่ยงกับมื้อเย็นคืนสุดท้ายของการเที่ยวทะเลอยู่ จำนวนเงินกองกลางและค่าใช้จ่ายต่างๆ ทำให้พวกเราเซ็งนิดหน่อย แต่สุดท้ายพี่เบียร์ก็เป็นฮีโร่จนได้ครับ บริจาคเพิ่มให้พวกเรา โชคดีจริงๆ เลยที่มีพี่เบียร์มาด้วย เป็นผู้ใหญ่ สปอร์ต แล้วยังใจดีอีกต่างหาก
     ผมขอออกไปซื้อของทำกับข้าวเองโดยไปกันเฉพาะผู้ชายเนื่องจากไม่อยากให้สามสาวออกไป กลัวเจอคู่กรณีเมื่อคืนครับ ผมเลยได้ไอ้ยักษ์มิวนิคไปช่วยถือของโดยมีเป้กับนันตามไปด้วย
     “เมื่อคืนมึงคุยไรกับไอ้ไปป์?”
     “อ้าว ไปป์ไม่ได้เล่าเหรอ?”
     “ไม่อ่ะ ไอ้หมาไปป์กั๊ก”
     ผมยิ้มไม่ได้ตอบอะไรตามสไตล์ผม
     “ต้นยิ้มเจ้าเล่ห์ว่ะ”
     “เจ้าเล่ห์ยังไง?”
     ผมถามพร้อมกับเลือกกุ้ง
     “เฮ้ย! ซื้อกุ้งด้วยเหรอ แพงนะ”
     “อันนี้เราออกเอง”
     มิวนิคหันมามองหน้าผมขวับเลย แม้แต่เป้ยังอดไม่อยู่สอดปากแซวผม
     “โห ต้นเลิกงกว่ะ ฝนตกแน่ๆ ต้องเกิดสึนามิ!”
     “จะทานมั้ย?”
     “ถามจริง ไมจู่ๆ มึงใจดีงี้วะ”
     “ก็มาเที่ยวทั้งทีก็อยากทาน จะทำเลี้ยงพี่เบียร์ด้วย พี่เบียร์อุตส่าใจดีกับพวกเรา ไปป์เล่าให้ฟังแล้วนะเรื่องเมื่อวาน เราอยากขอบคุณพี่เบียร์”
     “เรื่องนั้นพวกกูก็มีส่วนผิด กูขอโทษนะ”
     เสียงอ่อยๆ ของมิวนิคทำให้ผมรู้สึกได้ถึงการสำนึกผิดจริงๆ ผมก็เลยหันไปยิ้มให้ สบายใจจังเลยครับ
     “เราหายโกรธพวกนายตั้งนานแล้ว”
     “เออค่อยยังชั่วหน่อย ถ้าไม่มีมึงกูตายแน่ๆ ใครจะเป็นติวเตอร์ตัวพ่อให้พวกกู”
     “ทำดีหวังผลนะ”
     “เออ ฮ่าๆ”
     “ว่าแต่มึงนี่คล่องจังว่ะ อยู่บ้านเดินตลาดบ่อยเหรอ?”
     “อืม เพื่อนพาไปละมั้ง เมื่อก่อนเราก็เดินแต่ซุปเปอร์มาเก็ต แต่เพื่อนสนิทเราบ้านเป็นร้านขายกับข้าว เขาก็เลยชอบพาเราเดินตลาดมากกว่า บอกของถูกกว่า แต่เราว่าบางอย่างก็ถูกบางอย่างก็แพง แต่อย่างน้อยๆ เราก็เลือกของสดเป็นต่อราคาเป็นเพราะเพื่อนเราสอนนั่นแหละ”
     “เพื่อนมึงสอนทำอาหารด้วยดิ?”
     “เออ นั่นดิ ปกติกูไม่ชอบกินน้ำพริกนะ แต่น้ำพริกเมื่อวานมึงทำอร่อยดีว่ะต้น”
     “กูชอบไก่ทอดนะ อร่อยดี”
     “ไก่ทอดนั่นสูตรเมย์เขา เรายืนทอดเฉยๆ”
     “แต่มึงก็ทอดเก่งดีนะ ไม่ไหม้ด้วย ขนาดกูเจียวไข่ยังไหม้อ่ะ”
     นันยังยอผมต่อไม่ยอมหยุด เจอแบบนี้ก็ตัวลอยนิดหน่อยแหละครับ
     “จะทำของทอดต้องใจเย็นน่ะแม่เราสอนมา แต่พวกสูตรอาหารไรพวกนั้นเราหาจากเน็ทเอา มีบ้างที่ๆ บ้านเพื่อนสอนมา ส่วนใหญ่เป็นเคล็ดลับอ่ะ เขาไม่บอกสูตรเราหมดหรอก อาศัยครูพักลักจำเอา”
     “โคตรเจ๋งอ่ะ วันหลังสอนกูมั่งดิ ผู้ชายทำอาหารได้เท่ดีว่ะ สาวๆ กรี๊ด แบบเชฟกระทะเหล็กไงมึง”
     ผมมองมิวนิคที่คิดอะไรแต่ละอย่างงี่เง่าทั้งนั้นแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ
     “อย่างนายน่ะ ทอดไข่ดาวให้ไข่แดงไม่แตก ไข่ไม่ไหม้ฟูกรอบทั้งใบก่อนดีกว่ามั้ง?”
     พอผมกัดไปแบบนั้นเจ้าตัวก็เริ่มเถียงผมทันที พวกเราเลยต่อปากต่อคำอีกนิดหน่อย พอผมได้ของครบแล้ว พวกเราก็กลับบ้านพัก พวกมันได้ไปพักแต่ผมยังต้องทำงานต่อ ผมทำอาหารกับพวกผู้หญิงเหมือนเดิมครับ แต่โชคดีคราวนี้ไม่มีของทอด
     “ต้นๆ ชิมต้มยำนี่หน่อยสิ นายว่ารสโอเครึยัง?”
     ผมมองต้มยำน้ำใสที่อุดมไปด้วยเห็ดมากกว่ากุ้งและปลาหมึกแล้วตอบ
     “เราว่าเปรี้ยวอีกนิดน่าจะดีกว่านะแก้ว”
     “ไปป์ มาเอาซี่โครงหมูนี่ไปเสิร์ฟ แล้วเฝ้าไว้ให้ดีด้วยนะแก ฉันนับชิ้นไว้ละ อย่าให้ใครมันแตะได้นะ ไม่งั้นแกอด”
     เสียงป่านเอ็ดตะโรเรียกทาสผู้ซื่อสัตย์ของตัวเอง ไปป์ประท้วงเล็กน้อย ผมก็เลยหัวเราะ แต่มือยังต้องหั่นผักอยู่ แน่นอนอยู่แล้วครับผัดผักนั่นเอง จะมีเมนูไหนทำได้ง่ายๆ และราคาถูกมากไปว่าผัดผักละครับ?
     อาหารมื้อเที่ยงวันนี้บรรยากาศดีกว่าเมื่อวานมาก คงเพราะผมสบายใจขึ้นละมั้งครับ นี่แหละครับที่เขาบอกว่า บรรยากาศช่วยเพิ่มรสชาติให้กับอาหาร เอกกับนนมาตักอาหารแล้วก็แยกไปนั่งทานกันตรงอื่น ถึงยังไงโต๊ะหน้าบ้านที่เรายกมาต่อกันนี้ก็มีจำนวนเก้าอี้ไม่พออยู่แล้ว บ้างคนก็เลยถือจานไปนั่งจับกลุ่มทานกันตรงอื่นอยู่ดี และผมก็ไม่ได้สนิทกับพวกเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว!
     จนกระทั่งช่วงบ่ายพวกพี่ณตมาชวนผมออกไปข้างนอก บอกจะไปซื้อของทานเล่นมาส่งท้ายคืนสุดท้ายที่พวกเราจะค้างด้วยกัน แต่ผมขี้เกียจไปครับก็เลยขอตัว ผมนั่งเล่นกีตาร์เป็นเพื่อนพัทอยู่ที่ริมหาด พวกมิวนิคกับโค่ออกไปซื้อของกับพี่ณต แก๊งของผมก็ออกไปกับเขาด้วยยกเว้นไปป์ เหลือพวกเราเฝ้าบ้านอยู่ไม่กี่คน
     ผมนั่งเล่นกีต้าร์เพลินๆ อยู่หน้าบ้านมีอัฐนั่งหลับอยู่ใกล้ๆ บนเปลยวน เห็นแล้วเชื่อเขาเลยครับ หลับได้หลับดีจริงๆ แต่อยู่ๆ ไปป์ก็สะกิดผม และเมื่อผมเงยหน้าขึ้นผมก็เห็นนนกับเอก
     “กูขอคุยกับมึงหน่อย”
     “มีอะไรจะคุยก็คุยกันตรงนี้แหละ”
     ผมบอกเอกไปแบบนั้น เอกดูอึดอัด ส่วนนนก็ยืนเฉยไม่พูดอะไร พัทมองหน้าผมสลับกับมองเอกไปมา เกิดความเงียบขึ้นจนในที่สุดไปป์ก็ทนไม่ได้
     “เฮ่ย! ถ้ามึงจะมาขอโทษต้นก็อย่าลีลา”
     “กูไม่ได้-”
     “ถ้านายไม่มีธุระอะไรก็อย่ามายุ่งกับเราเลยเอก เรารู้ว่านายเกลียดเรา ต่อไปนี้ต่างคนต่างอยู่ก็แล้วกัน”
     “ต้น ฟังเอกมันหน่อยเหอะ”
     ถึงนนจะพูดแบบนั้นแต่ถ้าเอกไม่ยอมพูดแล้วจะให้ผมฟังอะไรละครับ ผมหันหน้าหนีสนใจหนังสือเพลงในมือไปป์ต่อ พอเอกเห็นผมทำแบบนั้นก็สบถออกมาสองสามคำแล้วเดินหนีไป
     “ต้น มึงน่าจะฟังเอกมันหน่อยนะเว้ย มันอยากมาขอโทษมึงนะ”
     “เอกไม่เห็นจะพูดอะไรนี่”
     “ก็คนอยู่ตั้งเยอะ มันจะกล้าพูดได้ไง ตามมันไปหน่อยเหอะ”
     “ถ้าเราตามไปแล้วเอกโมโหจนทำอะไรเราล่ะนน? เอกอาจจะเกลียดเกย์จนอยากทำร้ายร่างกายเราก็ได้”
     ผมยอมรับนะว่าผมงี่เง่า บางทีรู้ทั้งรู้แต่ผมก็ห้ามทิฐิตัวเองไม่ได้ซักที
     “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกคิดมากไปแล้วต้น มันก็แค่อายเลยอยากจะขอโทษมึงตัวๆ ก็แค่นั้น”
     “ไม่หรอก คนบางคนก็เกลียดเพศที่สามมากจนทำอะไรร้ายๆ ได้นี่ แถมตรงนี้ก็อยู่กันแค่สามคน ไม่เยอะซักหน่อย ทีเมื่อวานอยู่กันตั้งเยอะ เอกยังไม่เห็นแคร์อะไร”
     “มึงโกรธที่เอกทำแบบนั้นกับมึงเหรอ?”
     “ไม่ได้โกรธ แต่เสียใจ เสียใจจนไม่อยากยุ่งเกี่ยวอะไรอีก”
     ผมตอบไปเรียบๆ ด้วยสีหน้านิ่งสนิทจนนนเดาใจผมไม่ถูก
     “ไม่ต้องห่วงหรอกนน ถ้าอยากได้ชีทเราก็มาขอไปได้เสมอแหละ แต่เราคงไม่อยากยุ่งเกี่ยวอะไรกับเอกอีกก็แค่นั้น ส่วนนายเราเฉยๆ”
     “นี่นะเฉยของมึง หน้ากูมึงยังไม่มองเลยต้น”
     พอนนพูดแบบนั้นผมก็เลยต้องหันไปแข่งจ้องตากับนน คิ้วที่เริ่มผูกโบว์ของผมทำให้นนยอมแพ้
     “เออ กูผิดๆ ไอ้เอกมันก็ผิด มึงพอใจยัง ที่เอกมันเกลียดเกย์มันก็มีเหตุผลนะเว้ย มันเคยเล่าว่าตอนเด็กๆ มันถูกเกย์ลวนลาม มันกลัวมากๆ ก็เลยฝังใจ แล้วเอกมันก็ค่อนข้างสนิทกับมึงไม่ใช่เหรอไง มันคุยกับมึงบ่อยกว่าคุยกับไปป์อีก มันเสียใจนะที่มึงหลอกมันแบบนั้น”
     “เราเนี่ยนะหลอก? เราไปหลอกอะไรเอก?”
     “ก็มึงก็รู้ว่าเอกมันชอบเมย์ แต่เมย์ชอบมึง แล้วแถมมึงยังไม่ยอมเปิดเผยว่ามึงเป็นเกย์ มันก็เลยสับสน โมโหมึง”
     “นั่นมันคนละเรื่องเลยนะ! แล้วเราไปแสดงออกตอนไหนว่าเราชอบเมย์ เรื่องที่เราเป็นอะไรมันก็เรื่องส่วนตัวของเราแท้ๆ พาลชัดๆ!”
     “เออ กูพาล พอใจยัง!”
     เอกเดินเข้ามานั่งลงข้างๆ นน เอกจ้องหน้าผม สีหน้าของเอกอึดอัดพอๆ กับความรู้สึกของผม ผมขยับตัวเตรียมจะลุกขึ้นหนี แต่ไปป์ดึงแขนผมไว้ก่อน
     “เฮ้ยๆ จะไปไหนต้น?”
     “ไปให้พ้นๆ หน้าคนที่เกลียดเรา”
     “มึงอย่าเรื่องมากน่ะ ทำตัวเป็นผู้หญิงไปได้”
     ถูกพูดแบบนี้ใส่จากคนพาลนี่มันโมโหนะครับ ผมหันกลับไปเอาเรื่องเอก ไม่ยอมแน่ๆ
     “อ๋อเหรอ! แต่นายลืมไปแล้วรึไง เราเป็นเกย์!”
     “ต้น เลิกประชดได้แล้ว นั่งลงก่อน”
     เสียงของอัฐที่ตื่นมาร่วมวงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ดังขึ้นห้ามผมพร้อมๆ กับแรงดึงจากไปป์ให้ผมนั่งจนผมล้ม
     “โอ้ยไปป์!”
     “โทษๆ นั่งดีๆ น่าต้น”
     ให้ตายเหอะ! แม้แต่อัฐยังลุกขึ้นมานั่งขนาบข้างผมไว้เลย ผมที่หนีไปไหนไม่ได้เลยได้แต่นั่งหันหน้าไปอีกทาง ไม่อยากมองหน้าเอก!
     “ต้นขี้งอนชะมัด เฮ้อ... ลืมถามวิธีง้อจากอาร์มแฮะ ตอนที่แฟนต้นง้อต้นเมื่อตอนรถคว่ำนี่เขาทำไงนะ”
     “ไปป์!”
     “โอ๊ะ! โทษที เผลอพูดมากไป”
     ถึงนายจะพูดแบบนั้นแต่หน้านายไม่ได้สำนึกเลยนะไปป์!
     “กูขอโทษที่กูทำไม่ดีกับมึง ให้อภัยกูนะต้น เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมเหอะ เรื่องเมื่อคืนกูก็เสียใจเหมือนกัน กูไม่น่าทำแบบนั้นกับมึงเลย”
     “จะดีเหรอครับ ผมเป็นเกย์นะ คุณเกลียดเกย์ไม่ใช่เหรอ”
     “ต้นดราม่าได้อีกอ่ะ เสียงโคตรเหมือนตัวอิจฉาเลย”
     “ไปป์!”
     ไม่ตลกนะครับ! ไปป์ทำเอาเรื่องซีเรียสของผมกลายเป็นตลกขำขันไปเลย แม้แต่อัฐยังแอบยิ้ม
     “ก็จริง กูเกลียดเกย์ มันฝังใจกูมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว แต่พอคิดดูดีๆ แล้วกูไม่ได้เกลียดมึง ตอนนั้นกูแค่โมโหเลยทำไม่ดีกับมึง แต่ตอนนี้กูสำนึกแล้ว มึงหายโกรธกูนะ”
     “ผมไม่ได้โกรธอะไรคุณ”
     “งั้นมึงให้อภัยกูยัง?”
     ผมยังไม่รู้สึกดีร้อยเปอเซ็นต์เพียงแค่คำขอโทษง่ายๆ แบบนี้หรอกนะครับ ผมยังไม่สามารถขจัดอารมณ์ขุ่นมัวพวกนั้นไปได้ แต่สายตารอลุ้นจำนวนสี่คู่ที่เอาใจช่วยเอกและกดดันผมอยู่นี่สิ เฮ้อ!
     “โอเค เราให้อภัยนาย แต่ความรู้สึกคนเรามันไม่ได้เปลี่ยนได้ง่ายๆ หรอกนะ สิ่งที่นายทำไว้มันไม่ได้หายทันทีที่นายเอ่ยปากขอโทษหรอก ขอโทษด้วยที่คงยิ้มให้นายตอนนี้ไม่ได้”
     “เออ ไม่เป็นไร กูรู้ว่ากูทำมึงเสียใจ กูผิดเอง”
     แล้วไปป์ก็เอาแขนมาพาดคอผมซะงั้นอ่ะ แถมยังส่งยิ้มกวนๆ มาให้ผมอีก
     “อะไรอีกล่ะ?”
     “เปล่า แค่คิดว่าต้นนี่ใจดีจริงๆ ด้วย แต่ขี้งอน แล้วก็ง้อยาก มิน่า อาร์มถึงบอกว่าห้ามทำให้ต้นเสียใจ ฮ่าๆ”
     “อย่าไปเชื่ออะไรอาร์มมาก มั่วประจำแหละ”
     “จริงอ่า? ต้นหน้าแดงด้วย”
     “บ้าแล้ว!”

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



เอามาเสิร์ฟอีกตอน ไม่ไหวแล้ว ตาจะปิด  o19

เป็นการง้อแบบเรียบๆ ไม่มีอะไรชวนฟินเล้ย ก็เอกเขาแมนๆ แบบนี้แหละ แต่น้องต้นดราม่าได้อีก เจอวาจาน้องต้นเข้าไปก็ของขึ้นนะ เดินหนีไปแล้วแต่สุดท้ายก็ยังอุตส่าห์กลับมา ถ้าไม่รักเขาไม่กลับมาง้อหรอก เจอความเยอะระดับต้นเข้าไปเป็นใครก็หงุดหงิด

ออฟไลน์ bebe

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 672
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-5
รออยู่น้าา วันนี้มามั้ยคะ

ออฟไลน์ AI.NoR

  • เกรียน&กวนตีน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-6
    • AzureIce
ไปป์

     ผมสบายใจละ ต้นคืนดีกับเพื่อนๆ เรียบร้อย ต้นของผมจะไม่มีเรื่องเศร้าแล้ว พอพวกนั้นกลับมาละรู้ข่าวก็เลยพากันแซวอย่างกับต้นเป็นเมียไอ้เอกแล้วพวกมันไม่หย่ากัน
     มื้อเย็นนั้นพวกเราเลยจัดเต็มทิ้งทวนคืนสุดท้ายด้วยอาหารทะเลที่ไปซื้อมาปิ้งเองสดมากๆ แถมยังมีกับข้าวอย่างอื่นอีกเพียบ พวกเราก็เลยโซ้ยแหลก แต่แล้วก็มีเรื่องจนได้ มิวนิคมันเสือกซื้อเหล้ามาด้วย คืนแรกมีแค่เบียร์แต่คืนนี้มีเหล้า พวกมันเลยโดนเตะให้ย้ายไปตั้งวงกันตรงอื่นห้ามมาเกะกะบนโต๊ะกินข้าวก็เลยหายกันไปค่อนโต๊ะ ผมล่ะอยากไปร่วมวงด้วยชะมัด แต่ต้นต้องไม่ยอมแน่ๆ
     “เฮ้ยต้น มาดื่มกับพวกกูป่าว?”
     พอไอ้ยักษ์เมามันก็หาเรื่องต้นอีกแล้ว พวกผมนั่งเล่นเกมกันอยู่ใกล้ๆ กับพวกมันนั่นแหละ
     “ไม่อ่ะ”
     “มึงดื่มไม่เป็นเหรอ มาๆ เดี๋ยวกูสอน ฮ่าๆ”
     “เรื่องเสื่อมๆ พรรณนั้นไม่ต้องสอนก็ได้นะครับ”
     ต้นพูดแบบนั้นพร้อมๆ กับทิ้งไพ่ ให้ตายดิ ตานี้ต้นชนะอีกแล้ว ต้นเล่นไพ่เก่งชิบเป้ง!
     “หยิ่งจังนะมึง พนันกันป่าว เล่นเกมแข่งกัน ใครแพ้ต้องดื่มหมดแก้วในรวดเดียว สามในห้า ใครชนะพรุ่งนี้ไม่ต้องจ่ายค่ากองกลาง”
     “ท้าเราเหรอ?”
     “เออ มึงกล้าป่ะ กูอุตส่าท้ามึงแข่งเกมก่อนละ ถ้ามึงเล่นเกมชนะมึงจะได้ไม่ต้องดื่ม มึงกล้าป่ะ ได้ข่าวว่าเล่นเกมเก่งนี่หว่า”
     “แล้วจะแข่งเกมอะไรล่ะ?”
     “Jenga!”
     โห ไอ้ควาย! มึงท้าไม่ดูเล้ย ต้นต้องชนะแหง๋ๆ อยู่แล้ว เทียบกันแล้วเกมใช้ความอดทนแบบนี้ต้นชนะใสๆ ผมหันไปมองต้น ท่าทางต้นก็คิดแบบเดียวกับผม
     “ผมรับคำท้าครับ”
     นั่นไงต้นรับคำท้า ตัวต่อไม้ถูกเอาออกมาวางกลางโต๊ะ ต้นกับไอ้ยักษ์เข้าประจำที่ มิวนิคมันดูมั่นใจมาก ชักเป็นห่วงต้นแล้วสิ
     พวกเราลุ้นกันใจจดใจจ่อเลย ต้นเป็นพวกเริ่มช้าจริงๆ ด้วย ต้นจะไม่เสี่ยงดึงไม้ตัวที่เสี่ยงและจะค่อยๆ วางอย่างเบามือ ส่วนมิวนิคมันเล่นดึงแบบเสี่ยงเป็นเสี่ยงกะให้ต้นลำบากตาต่อไปเต็มที่
     สีหน้าต้นชักแย่แล้วคิ้วขมวดกันแน่นเลย มิวนิคมันไม่ยอมพลาดซักที และแล้วต้นก็พลาดจนได้ พวกเราถึงกับอึ้ง ไอ้ยักษ์สมองกลวงชนะต้น!
     แก้วเหล้าที่ชงมาซะเข้มถูกไอ้โค่ส่งมาถึงหน้าต้น ต้นหน้าเหวอเลยคับ
     “กะจะมอมกันรึไง?”
     “เอ้ย กฏก็ต้องเป็นกฏ กูชงหนาๆ เพื่อความสนุกไง คนแพ้จะได้โดนลงโทษกินละมึนจะได้ไม่มีสมาธิ”
     สัสโค่! พวกมันวางแผนกะมอมเหล้าต้นตั้งแต่แรกแล้วนี่หว่า แต่ต้นยิ้ม! ผมเห็นต้นยิ้มแล้วก็รับแก้วเหล้าไปกระดกรวดเดียว คือซดเดียวจริงๆ นะ ไม่ใช่ค่อยๆ ดื่มอ่ะ
     “เดี๋ยวก็เมาหรอกต้น ช้าๆ”
     “ไม่เป็นไรหรอกไปป์ แค่นี้เองเราไม่เป็นไร”
     แค่นี้ของนายอ่ะหนาครึ่งแก้วเลยน้า! แต่ต้นไม่ฟังผมแล้ว เกมที่สองเริ่มต่อทันที ผมละกลัวจริงๆ ต้นจะไหวมั้ยเนี่ย แต่โชคดีที่ท่าทางต้นจะไหวจริงๆ ต้นไม่ได้มือสั่น แต่สีหน้ายุ่งยากใจกับคิ้วที่ผูกกันเป็นโบว์ของต้นก็บอกผมให้รู้ว่าไอ้ยักษ์มันไม่ธรรมดา
     “เฮ่ย กูมีอะไรจะบอก ตัวต่อนี่อ่ะ ของกู”
     “แล้วไงครับ ของคุณก็ใช่ว่าผมจะชนะคุณไม่ได้”
     ต้นยิ้มหวานเชียว เมาแล้วแหง๋ๆ ต้นดู... ดูแปลกๆ ยังไงพิกล
     นั่นไง! ต้นพลาดแล้ว อุตส่าดึงออกมาได้แล้วแท้ๆ แต่พอวางตัวต่อไม้กลับเข้าไปแล้วดันพลาด
     เหล้าแก้วที่สองถูกวางตรงหน้าต้น เสียงเยาะเย้ยถากถางดังขึ้นทันที
     “ไหวป่าว กูให้มึงค่อยๆ จิบก็ได้นะ ฮ่าๆ”
     “ไม่จำเป็นครับ”
     ต้นพูดแบบนั้นแล้วก็ยกแก้วขึ้นกระดกรวดเดียวเหมือนตอนแรก แต่คราวนี้อ่ะปริมาณมันมากกว่าเดิมอีก สีเข้มกว่าคราวที่แล้วเยอะ ต้นของผมจะไหวมั้ยเนี่ย?
     “ถ้าเกมมันจบภายในสามตาก็ไม่สนุกสิ จริงมั้ยครับ?”
     “ปากดีนักนะมึง แข่งต่อไหวป่าวเหอะ”
     นอกจากสายตาที่ดูแปลกไปของต้นแล้วทุกอย่างปกติมาก แม้แต่สีหน้ายิ้มเยาะหยิ่งๆ ตามปกตินั่นก็ด้วย แต่สายตาของต้นมันดู... ไม่นะ ผมคิดคำอื่นไม่ออกนอกจากคำว่าเซ็กซี่จริงๆ
     แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น ต้นชนะมิวนิคสองตารวด แถมยังขอเป็นคนไปผสมให้มิวนิคเองอีกต่างหาก ต้นเปิดขวดโซดาด้วยการเอาฝามางัดกันโคตรเท่ วิธีชงเหล้าของต้นเล่นเอาพี่ณตเอ่ยปากแซวว่าท่าทางคุ้นเคยเหมือนคนเคยดื่ม นอกจากนั้นต้นยังไม่มีอาการเดินเซให้เห็น ต้นดูปกติเหมือนไม่ได้ดื่มเหล้าชงหนักๆ ไปสองแก้ว
     ต้นวางเหล้าแก้วที่สองให้มิวนิคด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม สีหน้าต้นในตอนนี้เหมือนพวกตัวร้ายเลย ดูลึกลับสุดๆ
     “นี่มึงจงใจแพ้กูสองตาแรกป่ะวะ?”
     “ตาแรกไม่ใช่แต่ตาที่สองอาจจะครับ ก็ผมบอกแล้วไงว่าถ้ามันจบง่ายๆ ก็ไม่สนุก”
     ท่าทางต้นตอนเท้าแขนกับโต๊ะแล้วพูดยั่วมิวนิคโคตร... ผมชักรู้สึกว่าต้นน่ากลัวกว่าที่คิดซะแล้ว
     “เชรี่ย! มึงผสมยังไงวะ กูมึนแล้วนะนั่น”
     “ของแบบนี้เขาไม่บอกสูตรกันหรอกครับ อย่าลืมนะครับ ตามกฏรวดเดียว”
     ต้นยิ้มหวานตอบมิวนิค น่ากลัวโคตรๆ ต้นเป็นพวกลาสบอสแน่ๆ! มิวนิคทำหน้าแหยงๆ ก่อนจะจนใจยกบทลงโทษของตัวเองขึ้นดื่ม
     “เดี๋ยวแก้วหน้า มันจะหนักกว่าแก้วนี้แน่นอนครับผมสัญญา”
     มียั่วต่ออีกอ่ะ! ผมจะจำไว้เลยว่าห้ามทำอะไรให้ต้นแค้น ต้นเอาคืนคนอื่นโหดมาก
     “ชนะกูให้ได้ก่อนเหอะ”
     และแล้วมิวนิคก็แพ้ ตานี้ต้นแกล้งมิวนิคให้แพ้แบบไม่ทันตั้งตัวกันเลย
     “เฮ้ย ได้ไงว้า!”
     “ผมง่วงแล้วครับ อยากไปนอนแล้ว”
     ต้นพูดพร้อมกับลุกขึ้นไปชงเหล้ามาให้มิวนิค คือดูจากสีแล้ว น่ากลัวมากๆ มันต้องเข้มสุดๆ ไปเลยชัวร์ป๊าบ! นี่มันเพียวชัดๆ
     “กูยังมึนไม่หายเลยนะเว้ย!”
     “เอาน่า เงินคุณไม่ใช่เหรอครับขวดนี้ ก็ดื่มซะให้พอสิครับ”
     ต้นหัวเราะพร้อมๆ กับวางแก้วลงตรงหน้ามิวนิค นางร้ายผมเห็นนางร้าย! ไอ้ยักษ์หน้าซีดใหญ่เลย ผมว่างานนี้พวกเราคงเข็ดไม่กล้าแหยมกับต้นไปอีกนาน
     “เฮ่ย! กูถามจริงเถอะ มึงดื่มเป็นใช่ป่ะ? คนดื่มไม่เป็นปกติโดนแก้วแรกไปก็จอดแล้ว”
     “แล้วผมเคยบอกพวกคุณตอนไหนกันครับว่าผมดื่มไม่เป็น? ผมบอกแค่ว่าไม่ชอบดื่มไม่ใช่เหรอครับ”
     ต้นยิ้มหวานหยดย้อยทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินหนีทำท่าจะไปนอน
     “เอ้ย มึงจะหนีไปนอนจริงๆ เหรอ”
     “ก็ผมบอกแล้วนี่ครับว่าง่วง คุณจะทำไงกับเหล้าแก้วนั้นก็ตามใจนะครับ แต่สัญญาต้องเป็นสัญญา พรุ่งนี้จ่ายแทนผมด้วยล่ะ”
     “เฮ้ย! ไอ้ต้นกลับมาก่อนเลยนะมึง”
     “ไอ้ต้นไปหัดดื่มมาจากไหนวะ คอโคตรแข็งเลย กูผสมกะน็อคมันแล้วนะนั่น!”
     ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าต้นไปหัดดื่มมาจากไหน รู้แต่ว่าแทนที่จะสมน้ำหน้าหรือสะใจไอ้ยักษ์ผมชักกลัวต้นขึ้นมาแล้วสิ รู้แล้วว่าเวลาต้นเมาต้นร้าย ร้ายสุดๆ ทั้งๆ ที่หน้ายังยิ้มอยู่ด้วย ใครว่าต้นไม่เมาผมเถียงเลย ต้นเมาสุดๆ ไปเลยต่างหาก!
     ผมหนีไปนอนตามต้นดีกว่า

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



ต้นแอบร้าย แต่ทุกคนแฮปปี้กันละ
มิวนิคเป็นหนุ่มสมองกล้าม แต่ฮีหล่อนะ เป็นลูกครึ่ง หุ่นแซ่บ น่าเสียดายว่า "โง่" เลยไม่เข้าตาน้องต้น ฮ่าๆ
ชอบหนุ่มๆ คนไหนบอกกันได้น้า  :กอด1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด