[เรื่องสั้น]L@ve of festival รักเริ่มต้น 27/5/14 Moment P.3 จบแล้วย้ายได้เลยค่ะ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [เรื่องสั้น]L@ve of festival รักเริ่มต้น 27/5/14 Moment P.3 จบแล้วย้ายได้เลยค่ะ  (อ่าน 21190 ครั้ง)

magicz

  • บุคคลทั่วไป
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ด กรุณาอ่านทุกคน
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วย

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)


---------------------------------------------------------------------------------------------



             L@ve of festival จุดเริ่มต้นแห่งรัก






ผมมองภายในแผนกที่มีเก้าอี้ว่าง และเพื่อนร่วมงานบางคนที่กำลังเร่งรีบเก็บของใส่กระเป๋าเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านแม้ว่าจะยังไม่ถึงเวลาเลิกงานก็ตาม สาเหตุที่พวกเขารีบขนาดนี้ก็เพราะพรุ่งนี้เป็นวันสงกรานต์ไงครับ ทุกคนอยากกลับบ้านทุกคนมีครอบครัวมีคนรักที่ต้องกลับไปหา แต่ทำไมผมถึงยังนั่งอยู่หน้าคอมและคีย์รายการสั่งของจากลูกค้าเหมือนทุกๆวัน จ


ริงๆแล้วครอบครัวผมก็มีให้กลับไปหานะแต่พวกเขาไม่อยากให้ผมกลับไปหาน่ะสิก็ทุกคนเล่นพร้อมใจจูงมือบินไปเที่ยวต่างประเทศในวันหยุดยาวเพราะพี่ชายของผมได้โบนัสถ่มทลายเลยอาสาพาพ่อกับแม่ไปเที่ยวแล้วทิ้งน้องชายไว้ซะอย่างนั้น

แต่ไม่เป็นไรผมชินซะแล้วครับเพราะเกือบทุกปีผมก็อยู่แต่บ้านไม่ได้ออกไปเล่นน้ำกับใคร แค่ปีนี้ไม่มีพ่อแม่และพี่ชายอยู่ด้วยเท่านั้นเอง ส่วนคนรักที่จะให้ผมไปหาเหรอไม่มีหรอกครับ


ก่อนหน้านี้วันสงกรานต์สำหรับผมถือว่าเป็นวันหยุดธรรมดาไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่เมื่อสองปีที่แล้วมีคนคนหนึ่งมาทำให้ความรู้สึกนั้นของผมเปลี่ยนไปครับ เขาทำให้ผมยิ้มทุกครั้งเมื่อนึกถึงวันสำคัญวันนี้และมุมมองหลายๆอย่างในชีวิตของผมเปลี่ยนไป
สงกรานต์สองปีก่อน


“คะน้าๆออกไปซื้อของให้แม่หน่อย”

“ไม่เอาอ่ะ ผมไม่อยากเปียก” ผมตะโกนตอบแม่เสียงดัง จะให้ออกไปได้ไงครับการออกจากบ้านในวันสงกรานต์ถือว่าเป็นการเดินเข้าไปในสงครามสายน้ำชัดๆ ออกจากบ้านแต่ละทีผมต้องหลบๆซ่อนๆเพื่อให้ตัวเองไม่โดนสาดน้ำ

“ถ้าไม่ไปก็ไม่ต้องกินข้าวเย็น”แม่เล่นขู่ผมเลยครับ

“แม่อย่ามาขู่ผมซะให้ยาก แม่อยากได้อะไรก็ใช้พี่กวางไปซื้อดิ”ผมรีบเกี่ยงพี่ชายทันที พี่ผมชื่อกว้างตุ้งครับ แต่ผมชอบเรียกกวางเฉยๆ แม่บอกว่าที่ตั้งชื่อผมกับพี่เป็นผักก็เพราะพวกผมจะได้กินผักเยอะๆ โตขึ้นจะได้แข็งแรง แต่แม่จะรู้ไหมครับว่าชื่อที่แม่ตั้งทำให้ผมกับพี่โดนล้อมาจนถึงทุกวันนี้
“พี่แกอยู่ที่ไหนล่ะ เพื่อนมารับไปตั้งแต่เช้าแล้ว” แต่ตะโกนบอกผมอีกครั้งทำเอาผมเซ็งเลยครับ แม่งไปเที่ยวไม่ชวนน้องซักคำ
“แล้วแม่จะเอาอะไร ไว้หลังสงกรานต์ไม่ได้เหรอ” ผมปิดเกมส์ที่กำลังเล่นอยู่เดินลงจากบ้านเข้าไปหามาในครัว

“งั้นแกกินข้าวหลังสงกรานต์ได้ไหมล่ะ” แม่หันมาตอบหน้าบึงเลยครับ สงสัยชะตาจะขาดถ้าผมยังลีลาไม่ทำตามบัญชาของแม่

“เอาอะไรครับ” ผมถามเสียงเบาหน้าเศร้า

“เครื่องปรุงหมดไปซื้อให้หน่อยเดี๋ยวแม่จดรายการให้”แม่ว่าพร้อมเดินไปหยิบกระดาษและปากกาเริ่มจดรายการตามที่ตัวเองต้องการ ก่อนหยิบเงินและกระดาษแผ่นนั้นส่งให้ผม ผมรับมาถือก่อนทำใจว่าต้องออกไปจริงๆเหรอวะ

“หมดนี่เลยเหรอครับ เยอะอยู่นะ”ผมเงยหน้าถามหลังจากอ่านรายการเสร็จ มีเกือบ 10 รายการ

“หรือจะเดินไปซื้อทีละอย่างก็ได้นะ แม่รอได้ครบเมื่อไหร่ค่อยทำกับข้าว” อ้าวแม่กวนแล้วไง ผมมองแม่แบบกูไม่น่าถามเลย

“ครับๆ รอก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจัดมาให้ครบทุกรายการเลย” ผมรีบเดินออกจากห้องครัวก่อนที่จะโดนคุณแม่ที่เคารพเหวี่ยง
มากกว่านี้ แค่ผมไม่อยากออกจากบ้านช่วงนี้ดูเหมือนแม่ผมจะไม่เข้าใจเอาซะเลย


ผมเดินออกจากบ้านด้วยเสื้อยืดคอกลมกับกางเกงสามส่วนและรองเท้าหูคีบ เดินมาไม่ไกลจากบ้านผมก็เห็นเป้าหมายป้ายเซเว่นเด่นสง่าเลยครับ แต่ก่อนจะถึงเซเว่นสายตาผมดันไปเห็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์แป้งยืนกันเป็นกลุ่มใหญ่ก่อนจะสาดน้ำใส่รถที่แล่นผ่านไปมา เอาแล้วไงครับผมจะสามารถผ่านไปได้ยังไงโดยไม่ให้โดนแป้งหรือน้ำจากคนกลุ่มนี้


ในระหว่างที่ผมคิดหาวิธีเอาตัวรอดอยู่นั้น อยู่ๆก็มีรถกระบะคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดพร้อมด้วยกลุ่มคนบนรถ ที่ตัวเปียก สาดน้ำลงมาใส่กลุ่มที่ข้างล่าง คนข้างล่างก็สู่ดิครับ ผมเห็นแบบนี้ รีบอาศัยจังหวะช่วงชุลมุนวิ่งผ่านหลังกลุ่มมนุษย์แป้งไปได้อย่างหวุดหวิด คงไม่มีใครทันสังเกต ผมเดินเลือกซื้อของตามที่แม่ต้องการจนครบ ก่อนซื้อขนมและไอติมของตัวเองจากเงินของแม่ที่เหลือนั้นแหละครับ ก็ผมมันเพิ่งจะอยู่ปีสามยังไม่ทำงานจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ถ้าไม่ใช่ของแม่ล่ะ


หลังซื้อเสร็จผมเดินออกจากเซเว่นมายืนดูกลุ่มที่เล่นน้ำที่ผมเพิ่งผ่านมา และตอนนี้สถานการณ์กลับกันคือผมต้องผ่านไปยังจุดเดิมอีกครั้ง แต่ต้องไม่เปียกเหมือนเดิน ผมยืนมองพร้อมกินไอ้ติมรอให้มีรถซักคันมาจอดเมื่อครั้งแรก แต่ก็ไม่มีครับ มีแค่คนเดินผ่านไปมา หรือรถที่แล่นช้าให้สาดน้ำใส่กันเท่านั้นเอง ผมสังเกตคนที่เดินผ่านไม่มีใครรอดซักคนครับ กลุ่มที่เล่นอยู่มีซักประมาณ 20 คนเป็นผู้หญิงเยอะกว่าผู้ชาย และดูท่าแต่ละคนกำลังสนุกสุกเหวี่ยงทั้งร้องทั้งเต้น บางคนมีขันน้ำ บางคนมีถังแป้งในมือผมเห็นแล้วแทบอย่างหายตัวกลับบ้านเลยครับ


ผ่านไปเกือบ 15 นาทีที่ผมยืนอยู่หน้าเซเว่น ผมกินไอติมหมดไปนานแล้วแต่ก็ยังหาจังหวะไม่ได้ แต่แล้วเหมือนสวรรค์เห็นใจกลัวผมยืนขาแข็งตาย ท่านส่งรถกระบะบรรทุกคนและถังน้ำมาอีกแล้วครับ ผมเห็นโอกาสดีรีบเดินแอบไปทางข้างหลังกลุ่มที่กำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ในใจก็โล่งอกรอดแล้วครับสงกรานต์ปีนี้ถ้ารอดจากตรงนี้ไปได้ คือยังไงผมก็ไม่ออกมาอีกแล้ว
ช่วงที่ผมกำลังดีใจในชัยชนะเองตัวเอง เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นทำเอาผมขนหัวลุกเลยครับ


“เฮ้ยมึงทางนี้คนนึงๆ มาเร็ว”


โครม!!! เสียงยังไม่สิ้น กระแสน้ำเข้าปะทะร่างผมอย่างจัง

เมื่อมีขันแรกขันต่อๆมาก็ตามมาติดๆ พร้อมสายน้ำจากปืนฉีดน้ำที่พุ่งเข้าหาร่างกายผมอย่างไม่ปรานี

ในเมื่อการหลบไม่สำเร็จผมเลยยืนให้สาดให้ฉีดกันเต็มที่ พอผมรู้สึกว่าทุกคนคงสาดจนเป็นที่พอใจแล้วผมจึงเอามือลูบหน้าเพื่อให้หายแสบตาจากน้ำที่สาดเข้าหน้า


“เห้ยมึงหน้าใสมากเลยว่ะ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังใกล้

“ขอปะแป้งหน่อยนะคะ” ผมยังไม่ทันมองหน้า เสียงขออนุญาตของดังต่อเนื่องจากเสียงแรกแล้วผมก็รู้สึกถึงมือนับสิบที่กรูกันเข้ามาปะเคนแป้งดินสอพองใส่หน้าผม ผมบอกได้เลยว่ามันคือการละเลงครับไม่ใช่การปะธรรมดา เพราะแป้งมันถูกป้ายเข้ามาที่หน้าผมเต็มๆ ต่อด้วยปาก หัวและในรูหู

เมื่อทุกคนสะใจที่ได้ละเลงแป้งบนหน้าและเห็นแล้วว่าประติมากรรมที่พวกเธอสร้างมันดูดีแล้ว ความวุ่ยวายรอบตัวผมก็หายไปครับ ตอนนี้ผมรู้สึกลืมตาไม่ขึ้นมันหนักที่หนังตา ผมค่อยๆเอามือปาดแป้งที่หน้าออกเพื่อมองทางแต่ก็ยังรู้สึกแสบตาอยู่บ้าง


“เป็นอะไรมากไหมครับ” ผมได้ยินเสียงคนถามจึงหันไปมองทั้งที่แสบตา ปรากฏว่าตรงหน้าผมเป็นผู้ชายผิวขาว หน้าตาดีจมูกโด่งเหมือนลูกครึ่งเลยครับ ตอนแรกผมเห็นมันนั่งมองเพื่อนเล่นน้ำอยู่ใกล้ๆ คงกำลังนั่งพักเพราะตัวผู้ชายคนนี้ก็เปียกเหมือนกันครับ

“ไม่เป็นไรครับ” ผมตอบพร้อมทำท่าจะเดินต่อ ปากบอกไม่เป็นไรแต่ในใจอยากตะโกนใส่หน้ามันว่า บอกเพื่อนมึงด้วยที่หลังอย่าปะแป้งเข้าหูแม่งล้างยาก


“ล้างหน้าก่อนไหม เฮ้ยมึงเอาน้ำสะอาดมาให้กูถังดิ” มันถามผมก่อนจะตะโกนขอน้ำเพื่อน

“ไม่เป็นไรครับ บ้านอยู่แค่นี้”ผมรีบปฎิเสธ

“ยืนอยู่เฉยๆเถอะ เดี๋ยวล้างให้”ผมเลยได้แต่ยืนนิ่งๆให้มันล้างหน้าให้จนเสร็จ

“ขอบคุณครับ” ผมเอ่ยขอบคุณเมื่อรู้สึกว่าใบหน้าถูกล้างจนสะอาด ถึงจะไม่หมดก็เถอะแต่มันก็ยังดีกว่าเดินเหมือนมนุษย์ตกถึงดินสอพองกลับบ้านให้แม่ตกใจ


“ไม่เป็นไรพี่เต็มใจ หวังว่าเราคงได้เจอกันอีกนะ พี่ชื่อนายจำไว้ล่ะ” มันพูดยิ้มๆพร้อมเอามือลูบหน้าผมที่ยังเปียกอยู่อีกครั้ง เหมือนต้องการช่วยเช็ดจังหวะนั้นผมได้แต่ยืนอึ้งพูดอะไรไม่ออก และไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกใจเต้นตึกตักโดยไม่ทราบสาเหตุ

ตั้งสติได้ผมรีบจ้ำอ้าวกลับบ้านโดยไม่เหลียวหลังกลับไปมองอีกเลย พอกันทีสงกรานต์จากนี้ผมจะไม่มีวันออกจากบ้านจนกว่าจะผ่านวันหยุดยาวนี้ไปก่อน


-------------------------------------------------------------------------

ฝากเรื่องสั้น อีกเรื่องค่าาา  :o8: :กอด1:
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-05-2014 20:42:57 โดย Magicz »

Stephamenas

  • บุคคลทั่วไป
มาเฝ้ารอคอย F5รัวๆ  :katai4: :katai4: :katai4:

ออฟไลน์ JAROEN

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 317
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-9
 :mew1: :mew1: :mew1: :mew1: :mew1: :mew1: มารออออออออออออออออออออออ

ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4727
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +297/-3
 :L2: :L2:
เป็นกำลังใจให้จ้า

ออฟไลน์ krappom

  • 人は誰でもそれぞれに悩みを抱えて生きる
  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7469
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1182/-23

ออฟไลน์ nu-tarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 920
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-6
เนื้อเรื่องน่ารักดีค่ะ
ชอบมากเลยน้องคะน้าเนี่ย o13

ออฟไลน์ shikyu3211

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1844
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-1
เรื่องนี้คะน้าเล่าถึงเมื่อสองปีก่อน แล้วตอนนี้คะน้าบอกว่าไม่มีคนรัก แสดงว่ามันจะจบไม่แฮปอ่ะดิใช่ป่ะ

magicz

  • บุคคลทั่วไป
      L@ve of festival จุดเริ่มต้นแห่งรัก  ตอนที่ 2

“น้องๆ...น้องหยุดก่อน”ผมหันไปตามเสียงเรียกที่ดังตามหลังด้วยความแปลกใจ ไม่คิดว่าจะเป็นเสียงเรียกตัวเอง แต่พอเห็นคนเรียกรู้เลยครับ ไอ้น้องๆนี่หมายถึงผมแน่นอน

“มีอะไรครับ”แม่งกูรีบเดินขนาดนี้ยังจะตามมาอีก จะเป็นใครล่ะครับถ้าไม่ใช่ไอ้ผู้ชายที่นำเสนอตัวเองว่าชื่อนาย

“พี่เห็นเราถือของมาเยอะเลยจะมาช่วยถือ ส่งมาสิบ้านอยู่ไกลไหมเดี๋ยวไปส่ง” ผมมองคนพูดด้วยความรู้สึกไอ้นี่มันบ้าหรือป่าว คนรู้จักก็ไม่ใช่แค่มาล้างหน้าให้หน่อยเดียวจะไปส่งบ้านเลยเหรอวะ

“ไม่เป็นไรครับขอบคุณ”ผมตอบก่อนรีบเดินต่อไม่สนใจ

“เดี๋ยวสิน้องของเยอะขนาดนี้ให้พี่ช่วยเถอะ”มันพูดพร้อมแย่งถุงเซเว่นในมือผมไปถือหน้าตาเฉย

“พี่มาช่วยผมทำไม เราไม่ได้รู้จักกันซักหน่อย”

“พี่ชื่อนายไงจำได้ไหม”แทนที่จะตอบผม ดันถามกลับซะงั้น

“จำได้”ผมตอบอย่างจำใจเพราะพี่แกดันจ้องหน้ารอคำตอบ

“แล้วเราล่ะชื่ออะไร”

“....”จะอยากรู้ชื่อผมไปทำไมวะไม่เข้าใจ ไม่ตอบแม่งซะเลยครับ

“อ้าวไม่ตอบเหรอ น้องรู้ชื่อพี่แล้วตามมารยาทน้องต้องบอกชื่อน้องด้วยสิ”อยู่ๆ แม่งหลอกด่าผมไม่มีมารยาทอีกครับ

“คะน้า”ผมตอบแค่นั้นก่อนทำท่าจะแย่งถุงเซเว่นที่ภายในบรรจุสิ่งที่จะกลายมาเป็นอาหารมื้อเย็นของบ้านผม  ขืนเดินหนีไปเฉยๆโดยไม่มีมันไปด้วยถึงบ้านแม่แพ่นกระบาลผมแน่

   “ชื่อน่ากินจังนะครับ”ผมทำตาดุใส่ทันทีที่ได้ยินพี่แกพูดจบ

“ขอของผมคืนด้วยครับ”ผมทวงของคืนด้วยเสียงนิ่งๆ แต่จริงๆแล้วเสือกใจเต้นขึ้นมาได้ยังไงไม่รู้ครับตอนที่ไอ้พี่นายมันยื่นหน้าเข้ามายิ้มหวานพร้อมบอกว่าชื่อผมน่ากิน ถ้าเป็นผู้หญิงผมว่าป่านนี้คงโดนกินไปแล้วครับขนาดผมเป็นผู้ชายยังใจเต้นขนาดนี้

“อย่าทำเสียงดุสิครับ พี่แค่ชอบกินผักเท่านั้นเอง ว่าแต่ตอนนี้เราก็รู้จักกันแล้วเนอะ งั้นพี่คงไปส่งน้องคะน้าได้แล้วใช่ไหมครับ”ผมมองผู้ชายหน้าด้านตรงหน้าแบบอึ้งๆ แค่รู้จักชื่อนี่แปลว่ารู้จักกันแล้วเหรอวะ

แล้วมันเรื่องอะไรที่พี่แกต้องไปส่งผมด้วย จะว่าพี่แกจีบผมเหรอ คงไม่ใช่ในเมื่อผมเป็นผู้ชายแถมหน้าตาธรรมดา แต่หน้าอย่างพี่แกจะจีบผู้หญิงหรือผู้ชายที่ดีกว่าผมซักกี่คนก็ได้  ไม่เห็นต้องมาเสียเวลากับผมเลย

“พี่จะไปส่งผมทำไมครับ ไม่เล่นน้ำต่อเหรอ”

“พี่ก็แค่อยากรู้จักน้องเท่านั้นเองเห็นว่าอยู่แถวนี้ คนบ้านใกล้กันรู้จักกันไว้ไม่เห็นเป็นไร ส่วนน้ำเดี๋ยวค่อยกลับมาเล่นครับ”พี่แกตอบพร้อมรอยยิ้ม ทำไมยิ้มเก่งจังวะ มองผมรอยยิ้มพี่นายจนตาจะลายหมดแล้วเนี๊ยะขยันยิ้มจริงๆ

“บ้านผมเดินไปอีก 200 เมตร”ผมบอกพร้อมเดินนำ ในเมื่ออยากช่วยถือนักผมก็ปล่อยให้พี่แกถือซะให้สมอยาก ส่วนผมเดินตัวปลิวมาตลอดทาง ผมดูแล้วพี่นายก็ไม่ใช่คนไม่ดีอะไร ระหว่างที่เดินมาด้วยกันพี่แกก็ชวนคุยแต่ผมไม่ค่อยได้ตอบจนหลังๆกลายเป็นพี่แกเล่าเรื่องตัวเองให้ผมฟังซะงั้นครับ

“พรุ่งนี้มาเล่นน้ำด้วยกันไหม”เดินมาถึงหน้าบ้านพี่นายก็ชวนผมไปเล่นน้ำด้วย พรุ่งนี้ยังมีเล่นสงกรานต์อีกวันครับ

“ไม่เอาผมไม่อยากเปียก ถึงบ้านผมแล้วขอบคุณครับ”ผมตอบก่อนยื่นมือไปขอถุงที่พี่นายถืออยู่

“สงกรานต์ทั้งทีจะอยู่บ้านทำไม ออกไปสนุกกันเถอะ”

“ไม่เอาผมไม่ชอบ”ผมตอบพร้อมรับถุงมาถือไว้

“เป็นโรคกลัวน้ำเหรอ”อีกหนึ่งดอกภายในไม่ถึงชั่วโมงครับ ตั้งแต่คุยกันมาพี่นายแม่งหลอกด่าผมเนียนๆตลอด นี่ก็ว่าผมเป็นโรคพิษสุนัขบ้าอีกแล้วครับ

“พี่นายถ้าพูดแบบนี้ วันหลังเจอไม่ต้องทักผมเลยนะ”

“พี่ไม่กลัวหรอกโรคนี้ พี่ช่วยรักษาได้นะ” นอกจากจะไม่รู้สึกอะไรแล้วยังจะมายิ้มอีกครับ พี่นายนี่แม่งหน้าด้านจริงๆ

“ไม่ต้องครับขอบคุณ”ผมรับมุกแกก่อนทำท่าจะเปิดประตูรั่วเข้าบ้าน

“พี่ล้อเล่นครับ อย่าทำหน้าบึ้งสิ เออเกือบลืมพี่ขอไลน์หน่อยได้ไหมเอาไว้คุยกัน ยังไงก็รู้จักกันแล้วนี่เนอะ” ผมจะให้ดีไหมวะ แม่งโดนผู้ชายขอไลน์อีกแล้วครับ  เพื่อนรู้ผมต้องโดนล้อแน่ๆ  เพราะปกติผมก็โดนประจำอยู่แล้วครับ ทั้งผู้หญิงผู้ชายเข้ามาขอไลน์ผมแต่ส่วนมากจะเป็นผู้ชาย ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร

“ผมจำเป็นต้องให้ไหม”ผมถามกลับกวนๆ มือนึงถือถุงเซเว่นเจ้าปัญหา อีกมือเกาะประตูรั่วบ้านเตรียมเปิด

“จำเป็นครับ จำเป็นมาก”

“Ikana” ผมบอก

“มาจากไอแอมคะน้าหรือป่าวครับ”

“ป่าว มาจากไอ้คะน้านี่แหละ ผมต้องเข้าบ้านแล้วพี่ ขอบคุณที่มาส่งครับแต่ถ้าไม่มาจะดีมาก”ผมเห็นแม่เดินออกมามองๆหน้าบ้าน เลยรีบตอบพี่นายก่อนแอบกัดไปนิดหน่อย

“ด้วยความเต็มใจครับ เดี๋ยวพี่แอดไปหานะ”เสียงพี่นายดังตามหลังเมื่อผมเปิดประตูรั่วเข้าบ้าน พอหันกลับไปมองก็เห็นแต่หลังพี่แกที่กำลังเดินกลับไปทางเดิม

“ทำไมมันทั้งเปียกทั้งเลอะเทอะมาขนาดนี้ล่ะ”เป็นคำต้อนรับของแม่ผมเองครับ

“มันไม่ใช่เพราะแม่ใช้ผมไปซื้อของเหรอครับ ผมถึงกลับมาในสภาพนี้”ผมถามแม่แบบเซ็งๆ ตอนผมเดินผ่านประตูกระจกเข้ามาเห็นเงาตัวเองสะท้อนยังตกใจตัวเอง หัวเต็มไปด้วยแป้งขาวโพลน เสื้อผ้าทั้งเปียกทั้งขาว มีหน้านี่แหละครับที่ดีขึ้นมาหน่อยถึงจะมีคราบแป้งบ้างแต่ก็ยังพอมองออกมาเป็นหน้าคน

“อ้าวแม่ก็นึกว่าเราจะหลบพ้น เห็นหลบมาได้ทุกปี”

“นี่แม่จงใจแกล้งทดสอบผมเหรอ”

“ป๊าวเครื่องปรุงมันหมดจริงๆ” แม่ผมตอบเสียงสูงแถมหลบตาผมอีกครับ

“อย่าให้รู้นะแม่ว่านี่เป็นแผน ไม่งั้นปีหน้าต่อให้หมดทั้งครัวผมก็ไม่ออกไปซื้ออะไรให้เด็ดขาด” ผมบอกแม่

“จ้ะใจคอจะปล่อยให้คนแก่คนนี้อดตายก็เอาเถอะ”

“ยังไม่แก่หรอกครับ เพราะงั้นอีกนานกว่าจะตาย”ผมเดินอ้อมไปข้างหลังก่อนกอดแม่จนแน่น แล้วแกล้งหอมแก้มแรงๆ

“คะน้า!! ชุดแม่เลอะหมดแล้ว”แม่ดุผมเสียงดัง

“ผมไปอาบน้ำก่อนนะครับ”ผมพูดเร็วพร้อมรีบวิ่งหนีแม่ขึ้นห้องตัวเองที่อยู่ชั้นสองของบ้าน

อาบน้ำเสร็จกำลังจะเปิดคอมเล่นเกมส์ที่ค้างไว้
แต่เสียงไลน์จากโทรศัพท์ดังขึ้นเรียกความสนใจของผมซะก่อนหยิบขึ้นมาอ่านเป็นพี่นาย


Panay:หวัดดีครับ พี่นายเองนะ
Ikana :ครับ หวัดดีครับ
Panay: อาบน้ำรึยังครับ
Ikana : เรียบร้อยแล้วครับ พี่เอาน้ำจากบึงไหนมาเนี๊ยะ โครตคันเลย
Panay:น้ำใจพี่เองครับ
Ikana :จะอ้วกพี่ พอเถอะเสียดายของที่กินไป แล้วไม่เล่นน้ำแล้วเหรอ
Panay: เล่นครับแต่พักก่อน แล้วคะน้าจะทำอะไร
Ikana : เล่นเกมส์ เมื่อเช้าเล่นค้างไว้
Panay: งั้นคะน้าเล่นเกมส์เถอะ แล้วค่อยคุยกันไหมครับ
Ikana : ครับ


หลังจากคุยกับพี่นายเสร็จผมก็นั่งเกาะอยู่หน้าคอมเหมือนโดนดูด
จนเย็นแม่เรียกกินข้าวนั่นแหละครับผมถึงได้ลุกออกจากคอมได้

“อ้าวคะน้าจะไปเรียนเหรอ”ใครเรียกกูวะ หันไปพี่นายนั่นเองครับตั้งแต่หลังสงกรานต์ผมกับพี่นายไม่เคยเจอกันอีกเลยได้แต่คุยไลน์กันบ้างเวลาพี่นายทัก แต่ไม่แปลกใจที่เจอพี่นายแถวนี้เพราะบ้านพี่นายอยู่ไม่ไกลจากบ้านผมเท่าไหร่

“ครับวันนี้เรียนเช้ากำลังจะไปขึ้นรถไฟฟ้า แล้วพี่จะไปไหนเหรอ”ผมตอบก่อนถามกลับ

“ไปทำธุระหน่อยน่ะใกล้ๆมอคะน้าเลย”พี่นายคงรู้ว่าผมเรียนที่ไหนจากเข็มสถาบันที่ติดเน็คไทผมอยู่

“แล้วพี่ไปไงครับ”

“ไปรถไฟฟ้าเหมือนกัน”

เลยกลายเป็นว่าผมกับพี่นายเดินขึ้นรถไฟฟ้าด้วยกันก่อนจะถูกฝูงชนคนกะเช้าดันเข้าไปภายในโบกี้ผู้โดยสาร ตอนนี้คนแน่นมากเพราะเป็นช่วงเวลาเร่งด่วน ผมหาที่ให้ตัวเองก่อนพี่นายจะเดินมายืนใกล้ๆไม่นานรถไฟฟ้าก็เคลื่อนขบวน

“ขอโทษครับ”เสียงผู้ชายคนหนึ่งขอโทษผมหลังจากโดนเบียดมาชน

“ไม่เป็นไรครับ”ผมตอบก่อนยืนเกร็งเพราะรู้สึกเหมือนมีใครเอามือมาลูบก้น แค่แว๊บเดียวเท่านั้นครับหรือว่าผมจะคิดไปเอง

“คะน้ามายืนนี่มา” พี่นายพูดพร้อมจ้องข้างหลังผมตาดุแล้วดึงผมไปตรงที่ตัวเองยืนอยู่โดยหลังชนโบกี้แล้วพี่นายมายืนตรงที่ผมแทน

“ขอบคุณครับ”ผมเอ่ยขอบคุณเบาๆ

“ขอโทษนะ”ผมเงยหน้ามองพี่นายไม่เข้าใจว่าขอโทษทำไม แล้วผมก็ได้เห็นพี่นายเอาสองแขนดันตัวเองไว้กับโบกี้โดยมีผมอยู่ในวงแขนนั้น

จังหวะที่ประตูรถไฟฟ้าเปิดออกคนข้างในก็จะออกคนข้างนอกก็จะเข้ามา ดันกันวุ่นวายพี่นายก็คอยกันคนให้ผม โดยทิ้งช่องว่างระหว่างผมกับตัวเองไว้แค่ภายในวงแขนเล่นเอาผมใจเต้นกับสถานการณ์ตรงหน้าอีกแล้วครับ

“อีกสถานีเดียวก็ถึงแล้วทนหน่อยนะ”

“ครับ” ผมตอบก่อนหลบสายตามองแต่อกพี่นาย

“เรียนเวลานี้ทุกวันเลยเหรอ”

“ก็ไม่ทุกวันแค่วันจันทร์กับวันพุธ นอกนั้นเรียน 10 โมงบ้างบ่ายบ้าง”

“คนแน่นเลยเนอะเวลานี้ลำบากแย่”จริงครับผมขึ้นเวลานี้เหมือนช่วงเวลาเสียตัว คนแน่นจบแทบได้เสียเป็นผัวเมีย บางวันหนักหน่อยก็โดนลูบๆคลำๆเหมือนที่ผมตอนไปเมื้อกี้ แต่ยังไม่มีถึงขั้นล้วงนะครับอันนั้นก็เกินไป

“คะน้าเลิกเรียนกี่โมง”

“เที่ยงครับ”ผมตอบพร้อมเอาบัตรแตะเพื่อผ่านช่องเสียบบัตรขาออก

“พี่คงคุยธุระเสร็จแล้ว งั้นเดี๋ยวกลับพร้อมกันนะ”

“อ่อได้ครับ”ผมกับพี่นายแยกกันตรงทางออกรถไฟฟ้า ก่อนผมจะเดินต่อไปจนถึงมอ


“คะน้าเลิกเรียนไปดูหนังกัน”ไอ้หนิงเพื่อนผู้หญิงในกลุ่มชวนผม

“เออกูนัดจะไปดูหนังเรื่องใหม่กัน”ไอ้นิคพูดพร้อมเก็บสมุดเล็คเชอร์เข้ากระเป๋าสะพาย

“กูมีนัดแล้วว่ะ เอาไว้วันหลังนะ”ผมตอบก่อนมองนาฬิกาข้อมือ

“มึงนัดใครไว้วะ”ไอ้หนิงถามผมเสียงดัง ทำให้คนอื่นๆในคราสหันมามองเป็นตาเดียว

“มึงจะเสียงดังทำไมวะ กลัวเขาไม่รู้กันรึไง”

“มึงก็บอกกูมาดิมึงนัดใครไว้ ใช่พี่แบงค์เดือนวิทย์กีฬาป่าว”

“กูจะไปนัดอะไรกับพี่แบงค์แค่หน้ากูยังไม่อยากมอง”พี่แบงค์เป็นเดือนคณะวิทยาศาตร์การกีฬาที่มาจีบผมครับ แต่ผมไม่ได้เป็นเกย์ผมไม่ได้ชอบผู้ชาย ผมบอกแกหลายครั้งแล้วแต่พี่แบงค์แม่งก็ตื้ออยู่นั่นแหละครับ

“หรือน้องมุกเด็กบริหารวะ” ไอ้นิคเดามั่งครับ

น้องมุกนี่อีกคนไม่รู้อะไรดลใจให้เข้ามาจีบผมทั้งที่ตัวเองก็สวย มีใครหลายๆคนอยากเป็นแฟนแต่น้องก็ไม่สนใจมาตามจีบคนอย่างผมซะงั้นครับ ผมเคยถามว่าทำไมไม่สนใจคนที่มาจีบมัวตามผมอยู่ทำไม น้องดันตอบว่าน้องไม่ชอบให้ใครมาจีบถ้าสนใจเดี๋ยวน้องจีบเอง คำตอบน้องเล่นเอาผมอึ้งเลยครับ ผู้หญิงสมัยนี้มั่นใจตัวเองระดับแม็กซิมั่มจริงๆ

แค่พี่แบงค์ผมก็รับมือยากแล้วมาเจอน้องมุกอีกคนเล่นเอาผมจะเป็นโรคประสาทเลยครับ ที่สำคัญสองคนนี้เจอกันไม่ได้นะครับต้องหาเรื่องทะเลาะกันให้ผมห้ามอยู่ประจำ

“ไม่ใช่ทั้งสองคนนั้นแหละไม่ต้องเดา”

“อ้าวงั้นใครวะ”ไอ้หนิงถามหน้าตาจริงจัง

ผมเคยสงสัยไอ้หนิงแม่งต้องเป็นกระเทยแปลงเพศมาก่อนแน่เลยครับ นิสัยมันทำไมเหมือนผู้ชายเลยครับ เวลาอยู่กับคนอื่นก็เรียบร้อยดี แต่เวลาอยู่กับผมกับไอ้นิคขึ้นมึงขึ้นกูตลอดแล้วแมนเกินร้อยด้วย ตอนเจอมันครั้งแรกอยู่ๆก็เดินเข้ามาขอเป็นเพื่อนผมกับไอ้นิคเฉยเลยครับ

“พี่แถวบ้านน่ะ มึงไม่รู้จักหรอก เฮ้ยพี่เขามาแล้วกูไปแล้วนะ”ผมมองเห็นพี่นายเดินเข้ามาหน้าคณะเลยบอกลาไอ้หนิงกับไอ้นิค  ผมบอกพี่นายเองครับว่าอยู่คณะไหนตอนพี่เขาไลด์มาถาม

“คนนั้นเหรอวะ แม่งหน้าตาดีว่ะ”ไอ้นิคถามก่อนผมจะพยักหน้าแล้วเดินแยกออกมา เหมือนพี่นายจะเห็นผมแล้วครับ

“ไอ้เหี้ยคนหล่อๆนี่มึงจะแดกหมดเลยรึไง เก็บไว้ให้กูบ้างเถอะ”เสียงไอ้หนิงจะโกนไล่หลังแต่ผมไม่ได้หันกลับไปมอง พี่นายเดินตรงมาหาผมก่อนส่งยิ้มทักทายให้ไอ้หนิงกับไอ้นิค

“เพื่อนคะน้าเหรอ ท่าทางร่าเริงดีนะ”

“ครับ ไปเถอะพี่ผมอยากกลับบ้านแล้ว”ผมรีบชวนพี่นายกลับบ้านไม่อยากอยู่ตรงนี้นานไม่งั้นได้โดนไอ้หนิงกับไอ้นิคซักฟอกทั้งผมทั้งพี่นายแน่

“คะน้ากินข้าวมารึยัง”

“ยังครับผมเพิ่งเรียนเสร็จ” ผมตอบพร้อมเริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาทันที

“งั้นไปกินข้าวกันเดี๋ยวพี่เลี้ยง” ป๋ามาเลยครับ เอาไงดีวะ

“ผมกินเยอะนะพี่” ผมแกล้งถาม

“ตัวแค่นี้จะกินซักเท่าไหร่ พี่เลี้ยงไหวน่ะป่ะ” พูดเสร็จพี่นายเดินนำผมเข้าไปที่ห้างใกล้ๆ

“บุ๊ฟเฟ่ต์ไหมพี่ เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือน”ผมถามพี่นายหลังจากเดินเลือกร้านได้ซักพัก

“ดูถูกกันขนาดนี้ ไปกินไอ้ที่แพงที่สุดเลยดีกว่า”พี่นายพูดจบผมกับพี่นายก็หันมามองหน้ากันแล้วหัวเราะซะงั้นครับ
ในที่สุดผมก็เลือกกินเอ็มเค ผมสั่งไม่ยั้งจริงๆไม่มีหรอกความเกรงใจ แต่ผมก็คิดไว้แล้วว่าจะขอออกคนละครึ่งแต่กินเสร็จพี่นายออกคนเดียวโดยไม่ให้ผมออกซะงั้นครับ


“ขอบคุณนะครับพี่นายที่เลี้ยงอาหารกลางวันเด็กตาดำๆ”ผมขอบคุณพี่นายอีกครั้ง ไม่รู้ทำไมถึงมีเรื่องให้ต้องขอบคุณตลอดเลยก็ไม่รู้ครับ

“เลี้ยงทั้งชีวิตยังได้เลยครับ” ผมว่าไอ้พี่นายนี่แม่งจีบผมแล้วครับ ถ้าไม่จีบผมให้ถีบยอดหน้าได้เลย ก็เล่นหยอดผมบ่อยขนาดนี้ ผมไปต่อไม่เป็นเลย

“ผมเลี้ยงตัวเองได้ครับ เอาเป็นว่าครั้งหน้าผมเลี้ยงพี่คืนนะ”

“ครั้งหน้ามันนานไปนะพี่ว่า”

“แล้วพี่จะกินต่อเหรอครับ ผมไม่ไหวแล้วนะ” ผมรีบออกตัวแค่นี้ก็แทบจะมาจุกอยู่ที่คอแล้วครับ

“เลี้ยงหนังพี่สิ ไม่รีบกลับไปทำอะไรไม่ใช่เหรอ กลับไปก็เล่นเกมส์” ไอ้พี่นายนี่มันจะรู้พฤติกรรมผมเกินไปแล้วครับ ก็จะไม่ให้รู้

ได้ไงพี่แกเล่นทักไลน์มาบ่อยๆ แล้วส่วนมากผมก็เล่นเกมส์จริงๆนั่นแหละครับไม่ได้ทำอะไรหรอก

“เอาจริงดิ”ผมถามพร้อมเลิกคิ้วข้างนึง

“จริงครับ ไปดูโปรแกรมกัน”แล้วพี่นายก็เดินนำผมไปชั้นโรงหนัง ผมก็ต้องเดินตามไปโดยปริยาย

“เอาเรื่องนี้นะ”พี่นายชี้ให้ผมดูป้ายหนังไทยที่กำลังเข้าฉายเป็นเรื่องของเด็กๆ

“พี่อยากดูเหรอ” ผมถามกลับ

“อื้มมม...”

“งั้นเอาเรื่องนี้ก็ได้” ผมตอบก่อนเดินไปซื้อตั๋วมองเห็นพี่นายแยกไปซื้อน้ำ

จริงแล้วผมไม่อยากดูเรื่องนี้หรอกครับปกติผมไม่ค่อยดูหนังไทยแต่เห็นพี่นายอยากดูแถมผมเป็นคนเลี้ยงจะไปขัดคนอยากดูได้ไง

“เฮ้ยไอ้คะน้า” ทำไมวันนี้มีคนเรียกผมเยอะจังวะหันไปเป็นไอ้หนิงกับไอ้นิคควงคู่กันมาสวีทในโรง

“มึงมาทำอะไรที่นี่ไหนว่าจะกลับบ้าน”ไอ้หนิงถามตาเจ้าเล่ห์เลยครับ

“มึงอย่าบอกนะว่ามาดูหนังกับพี่คนนั้น” ไอ้นิคดักคอผมแล้วครับ

“กูว่าไม่ต้องเดาหรอกของมันแน่อยู่แล้ว ไหนเอามาดูดิเรื่องเดียวกันป่าว” ไอ้หนิงแย่งตั๋วจากมือผมไปดู

“ว๊าเสียดายคนละเรื่อง ไม่งั้นกูจะเข้าไปจับตาดูมึงกับพี่คนนั้นแทนหนังเลย”ไอ้หนิงพูดได้น่ากลัวมาครับ ผมรู้สึกดีใจที่พี่นายเลือกหนังเรื่องนี้แทนที่จะเป็นเรื่องเดียวกับพวกมันที่ผมเล็งไว้ตอนแรก

“มึงจะหักอกน้องมุกของกูเหรอ”ไอ้นิคถามพร้อมแกล้งทำหน้าเศร้าได้กวนส้นตีนมากครับ

“น้องเขาไปเป็นของมึงตั้งแต่เมื่อไหร่วะ”

“ตั้งแต่กูเห็นหน้าครั้งแรกเลยว่ะ”

“งั้นก็จีบดิ เสือกมาคร่ำครวญหาอะไร แล้วกูก็ไม่ได้คิดอะไรกับน้องมุกด้วย”ผมตอบไอ้นิค

“งั้นแปลว่ามึงคิดอะไรกับพี่คนนี้เหรอ ผู้ชายนะมึงมีหนอนนะมึง ว่าแต่พี่เขาชื่ออะไรวะ”

“เหี้ยกูไม่ได้ชอบ แค่พี่ชายเว้ย พี่เขาชื่อ”

“พี่ชื่อนายครับ”ผมกำลังจะตอบแต่พี่นายเดินมาข้างหลังผมแล้วตอบแทนซะงั้น

“สวัสดีครับผมนิค ไอ้นั่นชื่อหนิงเป็นกระเทย”ไอ้นิคทักทายก่อนแนะนำไอ้หนิงต่อ

“สัส! กูผู้หญิงทั้งดุ้น หวัดดีค่ะพี่นายอย่าไปเชื่อมันนะคะมันชอบใส่ร้ายเพื่อน”ไอ้หนิงแนะนำตัวเองก่อนว่าไอ้นิค

“ครับยินดีที่ได้รู้จักครับ”พี่นายหัวเราะก่อนทักทายพวกมันแล้วแยกย้ายกันไปดูหนัง หลังดูหนังเสร็จผมกับพี่นายก็กลับบ้านด้วยรถไฟฟ้าเหมือนเดิมครับ แต่ขากลับคนไม่แน่นเท่าขามา

หลังจากวันนั้นผมกับพี่นายก็คุยกันมาเรื่อยๆทั้งทางไลน์และโทรศัพท์   มีนัดกันไปเที่ยวหรือดูหนังบ้างเพราะพี่นายเป็นคนชอบดูหนังแต่ไม่บ่อย และไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรืออะไรผมเจอพี่นายช่วงเช้าวันที่มีเรียนตลอดเลยครับ แต่ถ้าเป็นเวลาอื่นผมไม่เคยเจอแกเลยนะ ผมว่าจะถามหลายครั้งแต่ก็ลืม


                 [ต่อด้านล่างค่ะ]  :katai5:

magicz

  • บุคคลทั่วไป
[ตอน 2 ต่อ]

ผมจำได้ว่าผมคุยกับพี่นายครั้งแรกคือวันสงกรานต์เมื่อ 6-7เดือนก่อนตอนผมจบปีสามใหม่ๆจนตอนนี้ขึ้นปี 4 เทอม 2แล้วครับ ผมกับพี่นายก็ยังติดต่อกันเหมือนเดิม ช่วงเวลาที่ได้รู้จักกันผมรู้ว่าพี่นายเพิ่งเรียนจบใหม่ๆด้านวิศวกรรมเคมีกำลังหางานทำ ตอนนี้ได้งานในโรงกลั่นน้ำมันแห่งหนึ่งไปแล้ว พอได้งานไม่นานพี่แกถอยรถป้ายแดงมาส่งผมที่มอวันที่ผมมีเรียนเช้าบอกว่าจะได้ไม่ต้องเบียดกับใครยังไงก็เป็นทางผ่าน

   “พี่นายจอดตรงนี้แหละครับเดี๋ยวผมเดินต่อเอง”ผมบอกพี่นายช่วงที่รถมาถึงหน้าคณะแต่พี่นายกำลังจะขับเข้าไปจอดใต้คณะบริเวณจุดจอดส่งคน

   “พี่เข้าไปส่งข้างในก็ได้”

   “ตรงนี้แหละครับ ข้างในคนเยอะเดี๋ยวพี่ขับออกมาลำบาก ขอบคุณมากนะครับ”ผมบอกขอบคุณหลังพี่นายจอดรถให้ผมลง
   “เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหม”

   “เงินผมไม่มีนะ”

   “แล้วหัวใจล่ะมีไหม” ตลอดครับเรื่องหยอดแกไม่เคยแพ้ใคร หยอดทุกวันจนผมเริ่มจะใจอ่อนกับแกแล้วนะเนี๊ยะ  จากที่ไม่ชอบผู้ชายตอนนี้ผมรู้สึกเริ่มเขวซะแล้วครับ

   “หัวใจน่ะมี แต่คนจองเต็มแล้วครับ”ผมแกล้งตอบ ถ้าผมสังเกตไม่ผิดพี่นายหน้าเศร้าไปเลยครับ

   “คงไม่มีให้พี่แล้วสินะ”

   “ครับ มันเป็นของแม่พ่อแล้วก็พี่ชายผมหมดแล้วครับ”

   “หัวใจคนเรามีตั้ง 4 ห้องครอบครัวคะน้ามีแค่ 3 อีกห้องก็ของพี่สิครับ” ได้ทีเอาเลยครับหน้าบานเป็นจานหลังจากผมพูดยังไม่ทันจบ

   “ผมไม่พูดกับพี่แล้วไร้สาระ” ผมว่าก่อนปิดประตูรถ เห็นพี่นายนั่งหัวเราะผมด้วยครับ มันมีอะไรน่าหัวเราะวะ

   “ไงผัวมาส่งเหรอ” ไอ้หนิงส่งเสียงเป็นชะนีมาแต่ไกลเลยครับ

   “ไม่มีโว๊ยผัวที่ไหน กูผู้ชายทั้งแท่งไม่เชื่อมึงพิสูจน์ไหม” ผมตอบก่อนทำท่าท้าไอ้หนิง

   “อีเหี้ยคะน้าเดี๋ยวมึงจะโดนตีนกู ผู้ชายมีเป็นร้อยกูไม่คิดน้อยเอามึงเป็นผัวหรอก” ดูมันครับความเป็นผู้หญิงหาไม่ได้จากตัวมันจริงๆ

   “อย่าปากดี ถึงกูจะประสบการณ์น้อย เอาไม่ร้องแต่ก็ท้องได้นะมึง”

   “อย่ามึงนะ เขาเรียกไม่มีประสบการณ์ไม่ใช่มีน้อยเข้าใจซะใหม่ด้วย” ไอ้หนิงแม่งชอบเอาเรื่องผมไม่มีประสบการณ์มาประจานครับ ผิดเหรอวะคนเรียนปี 4 แล้วยังไม่เคยมีอะไรกับใคร ตัวมันเองก็ไม่เคยเสือกมาว่าผมอยู่ได้แม่ง

   “อย่าให้กูมีก็แล้วกัน”

   “มึงจะมีกับใครค่ะ พี่แบงค์ น้องมุก หรือพี่นาย”พอมันพูดถึงประโยคนี้ผมอึ้งเลยครับ  ทำไมพอมันพูดแล้วหน้าพี่นายถึงลอยเข้ามาในหัวผมทันที ทั้งที่มันไม่ได้เอ่ยชื่อเป็นคนแรก และผมก็ไม่ได้คิดถึงหน้าคนอื่นๆเลยด้วยซ้ำครับ

   “คะน้าๆ”

   “อ๊ะ! ว่าไงวะ”

   “มึงเป็นอะไรอยู่ๆก็ทำหน้าเครียด กูเรียกก็ไม่ตอบ”

   “ป่าวไม่มีอะไร เข้าเรียนเถอะไอ้นิคมารึยัง”

   “โอ๊ยรายนั้นไม่เคยเข้าห้องก่อนอาจารย์หรอกไม่ต้องห่วง” ผมเดินตามเสียงบ่นของไอ้หนิงเข้าห้องเรียนด้วยสมองที่ยังมึนงงต่อไปว่าสิ่งที่เกิดกับผมตอนนี้มันคืออะไร แต่ผมก็ยังหาคำตอบไม่ได้ จนปล่อยให้เวลามันล่วงเลยไปเรื่อย โดยที่ความสัมพันธ์ของผมกับพี่นายก็ยังเป็นเหมือนเดิม พี่นายดีกับผมยังไงก็ยังคงเสมอต้นเสมอปลายแบบนั้น


   จนกระทั้งผมเรียนจบและวันสงกรานต์เวียนกลับมาครบอีกรอบ แต่สั่งที่เปลี่ยนไปคือปีนี้ผมไม่ได้นอนเล่นเกมส์อยู่บ้านอีกแล้วครับ ผมไม่ได้เป็นโรคกลัวน้ำอย่างที่พี่นายเคยว่าเพราะพี่นายชวนผมออกมาเล่นน้ำด้วยกัน ทั้งบังคับแต่ประเลาะเรียกว่าใช้ทุกวิธีจนผมต้องใจอ่อนยอมออกมาเล่นกับพี่นาย

   “คะน้าร้อนไหม”

“ร้อนดิถามได้” ผมตอบพี่นายที่นั่งกรอกน้ำใส่ปืนฉีดน้ำให้ผมอยู่

เรามาเล่นกันที่เดิมตรงที่เมื่อปีที่แล้วผมโดนเพื่อนๆแกประแป้งซะเละไม่เป็นคนนั่นแหละครับ พอผมได้มาเล่นแล้วก็สนุกดี เข้าใจความรู้สึกของความสะใจที่ได้สาดน้ำ ได้พอกแป้งใส่คนอื่น แถมต้องคอยหลบเวลาคนอื่นขอประแป้ง ส่วนพี่นายจะเล่นน้ำอยู่ใกล้ๆหรือไม่ก็ไปนั่งกินเหล้ากับเพื่อนตรงโต๊ะที่ผมเห็นแกนั่งครั้งแรก

การเล่นน้ำครั้งนี้ของผมทำให้ครอบครัวของผมตกใจผมสมควร โดยเฉพาะแม่ บอกผมว่าปีนี้จะต้องร้อนจัดหรือเกิดอาเพศอะไรแน่นอนที่ผมยอมออกมาเล่นน้ำในรอบร้อยปี ดูสิครับแม่ผมเหมือนคนอื่นซะที่ไหน


   “ร้อนก็ไปเข้าร่มก่อนเร็ว เดี๋ยวค่อยมาเล่นใหม่” เสียงพี่นายทำให้ผมหลุดจากภวังค์

   “แต่ผมอยากเล่นต่อ”

   “ได้เล่นหน่อยติดใจใหญ่เลยนะ”

   “ไอ้นายเด็กมึงเหรอวะ” เสียงพี่คนนึงที่ดูท่าทางจะเมาถามขึ้นจากโต๊ะใกล้ๆคงเป็นเพื่อนพี่นาย   “เปล่าน้อง”ทำไมผมต้องรู้สึกวูบๆในอกกับคำตอบของพี่นายด้วยวะ ทั้งที่เราก็เป็นแค่พี่น้องกันจริงๆ

   “อ้าวกูเห็นมึงไปไหนด้วยตลอด นึกว่าแฟนถ้าไม่ใช่กูขอได้ไหม”พี่คนนั้นพูดเสร็จลุกจากโต๊ะทำท่าจะเดินเข้ามากอดไหล่ผม

   “ไม่ได้ คนนี้กูหวงมึงอย่าแตะ” พี่นายปัดมือผู้ชายคนนั้นออกก่อนรวบเอวผมไว้

   “เฮ้ยไม่ใช่แฟนแล้วจะหวงทำไมวะ มึงก็รู้ว่ากูโสด”

   “ไม่ได้คือไม่ได้ ถ้าเมามึงกลับโต๊ะไปเถอะ กูไม่อยากเสียเพื่อน”พี่นายพูดเสียงดังก่อนจะมีเพื่อนอีกคนมาดึงพี่คนที่เมากลับไปนั่งโต๊ะ แกก็ตะโกนโวยวายว่าพี่นายไปเรื่อยเปื่อยแต่ผมไม่ได้สนใจ

   “พี่ขอโทษนะ เพื่อนพี่มันเมาอย่าไปสนใจเลย” พี่นายบอกก่อนหยิบปืนฉีดน้ำส่งให้ผม

   “ครับ” ผมตอบแล้วเดินไปเล่นกับคนอื่นๆที่กำลังเล่นน้ำอยู่

   สงกรานต์สามวันผมเล่นทั้งสามวันเลยครับ วันแรกพี่นายพาผมไปเล่นที่ข้าวสาร วันที่สองไปที่สีลม แต่ผมไม่ค่อยชอบที่นี่เท่าไหร่ก็อย่างที่เคยได้ยินข่าวมานั่นแหละครับว่าที่นี่เป็นแหล่งปาร์ตี้เกย์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ตามที่สำนักข่าวต่างประเทศเขารายงาน เข้าไปผมยังโดนลูบๆคลำเลยครับ แต่ดีที่พี่นายคอยกันให้แต่มันก็ไม่ได้ทั้งหมดก็รู้อยู่ครับ ว่าเยอะขนาดนี้ใครจะกันไหว สำหรับวันนี้วันสุดท้ายผมก็มาเล่นแถวบ้านนี่แหละครับ เรียกว่าเล่นสงกรานต์ปีแรกชดเชยที่ไม่เคยเล่นมาเกือบ 21 ปีได้เลยครับ ทั้งสนุกและมันส์สุดๆผมเล่นจนเย็นถึงได้กลับบ้าน

   “คะน้าพี่ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ”พี่นายเรียกผมไว้จังหวะที่ผมกำลังจะเข้าบ้าน

   “ครับมีอะไรเหรอ” ผมถามกลับงงๆ

   “พี่กับคะน้ารู้จักกันมาปีนึงแล้ว พี่คิดว่าคะน้าคงรู้ว่าพี่จีบคะน้าอยู่  พี่อาจจะทำเหมือนหยอกๆหรือพูดเล่นแต่ทุกครั้งที่จริงจัง และจริงใจเสมอ พี่อยากให้คะน้าลองพิจารณาพี่ดูอย่างจริงจังซักครั้ง เป็นแฟนกับพี่นะครับ” พอพี่นายพูดจบผมก็อึ้งซิครับ สิ่งที่กลัวมาตลอดว่าพี่นายจะไม่ได้แค่เล่นๆและคิดเป็นมากกว่าพี่น้องกับผมในที่สุดก็เป็นจริง

     ภาพความทรงจำตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผมกับพี่นายรู้จักกันมันค่อยๆไหลผ่านหัวผมมาเรื่อยๆ ความรู้สึกดีๆที่มีให้กันมันใช่ความรักไหมผมยังไม่แน่ใจ ผมไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีความรักทั้งผู้ชายและผู้หญิงแต่การตัดสินใจมีแฟนคนแรก และเป็นผู้ชายด้วยถือว่าเป็นเรื่องยากสำหรับผมเลยครับ

   การจะปฏิเสธพี่นายทันทีผมคิดว่าผมไม่ทำ และไม่มีทางทำได้แน่นอน พี่นายถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผมไปแล้วครับ ทุกวันผมต้องคุยไลน์ หรือไม่ก็คุยโทรศัพท์กับพี่เขาตลอด

   “ว่าไงครับ”เสียงพี่นายฉุดความคิดของผมให้กลับมาอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง

   “อ่อ...ผมขอเวลาตัดสินใจหน่อยได้ไหมครับ ไม่ใช่ว่าพี่ไม่ดี แต่พี่ก็รู้ว่าผมไม่ได้ชอบผู้ชาย การที่พี่มาบอกแล้วจะให้ผมตัดสินใจเลยผมทำไม่ได้” ผมบอกพี่นาย

   “ได้ครับ คะน้าไม่ตอบพี่ตอนนี้ไม่เป็นไร พี่มีเวลาให้คะน้าคิดทั้งชีวิต แต่ขอว่าระหว่างคิดคะน้าอย่าเพิ่งมีใครได้ไหม”พี่นายถามพร้อมจ้องตาผม ผมเห็นแววสั่นไหวในดวงตาคู่นั้น ไม่รู้อะไรทำให้พี่นายพูดอย่างนี้ อาจจะเพราะตลอดเวลาที่รู้จักกันพี่นายรับรู้ว่ามีคนมาชอบผมหลายคนหรือเพราะเรื่องอื่นผมก็ไม่แน่ใจ

   “ได้ครับ ผมรับปากและผมจะให้คำตอบพี่นายแน่นอน”พูดเสร็จตัวผมก็ถูกพี่นายดึงเข้าไปกอด มันเป็นกอดที่ผมรู้สึกว่าอบอุ่นและเต็มไปด้วยความรู้สึกของพี่นายที่ถ่ายทอดมาให้ผม

   “เอ่อ...ผมหายใจไม่ออก”ผมบอกพี่นายเสียงเบาหลังจากผ่านไปหลายนาทีแต่พี่นายก็ยังไม่คลายอ้อมกอด
   “ขอโทษครับ คะน้าเข้าบ้านเถอะพรุ่งนี้พี่มารับไปเรียนนะ”

   “ครับ ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆครับ” ผมบอกพี่นายก่อนพี่นายจะยิ้มให้แล้วเดินหันหลังกลับไปทางเดิม




   “เมื่อกี้คุยกับใคร” ผมสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงนิ่งๆดังขึ้นด้านหลัง เป็นเสียงพี่กวางครับ

   “เอ่อ...รุ่นพี่น่ะ” ผมตอบเลี่ยงๆ ยังไม่อยากให้พี่กวางรู้เรื่องนี้เพราะยังไงผมก็ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะตอบตกลงเป็นแฟนกับพี่นายหรือเปล่า

   “คุ้นๆ ใช่ไอ้นายหรือป่าว”

   “พี่รู้จักพี่นายด้วยเหรอ” ผมถามด้วยความงง

   “งั้นแปลว่าไอ้นายสินะ  มันมาจีบเรารึเปล่า”

   “เอ่ออ......เปล่าครับ”

   “งั้นก็ดีแล้วถ้ามันมาจีบก็อย่าไปยุ่งกับมัน ไอ้นี้มันเจ้าชู้ได้ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย โง่ๆอย่างมึงไม่ทันมันหรอก”อ้าวหรอกด่าน้องซะงั้นครับ แต่พี่กวางรู้ได้ไงวะ

   “พี่กวางรู้ได้ไง รู้จักกันเหรอ”

   “รู้ดิไอ้นายมันเป็นเพื่อนของเพื่อนพี่ เคยไปกินเหล้าด้วยกัน ถ้ามันเรียนวิศวะเคมีบ้านอยู่แถวนี้อ่ะคนเดียวกันแน่นอน” พี่ผมพูดขนาดนี้คงเป็นคนล่ะนายไม่ได้แล้วครับ

   แล้วความรู้สึกผมล่ะจะทำยังไง ผมจะเลือกเชื่อใครดีระหว่างพี่ชายแท้ๆ
กับผู้ชายที่รู้จักกันมา 1 ปี และกำลังคิดจะเปิดใจรับมาเป็นแฟน

------ โปรดติดตามตอนต่อไป------

ขอบคุณที่ติดตาม และเป็นกำลังใจค่ะ
ไม่ได้เขียนนาน ฝีมือตกไปเยอะ
แล้วเจอกันตอนจบคร่าา 

      :o8: :กอด1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-04-2014 15:04:36 โดย Magicz »

ออฟไลน์ krappom

  • 人は誰でもそれぞれに悩みを抱えて生きる
  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7469
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1182/-23

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ shikyu3211

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1844
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-1
พี่นายมาหลอกจริงหรอ

ออฟไลน์ IsDeer

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2735
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-8
 :hao7: บรรยากาศฟรุ้งฟริ้งทั้งตอนเลย
ยกเว้นก่อนจบอ่ะนะ  :mew5:

ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4727
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +297/-3
เอาล่ะซิ คะน้าจะตัดสินใจอย่างไร
 :ling3: :ling3: :ling3:

แต่ถ้าอ่านจากตอนต้นของบทที่แรก
รู้สึกว่า  มันจะไม่ค่อยแฮปปี้นะ

รอเมจิกมาต่อดีกว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-04-2014 10:25:54 โดย maemix »

ออฟไลน์ КίmY

  • สาววายจะครองโลก!!!!
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1951
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-3
ง่าา ทำไมพี่กวางถึงมาพูดตอนนี้ล้าาา น้องเขวเลยยย   :katai1:
รอนะฮะ  :')

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4751
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
อ้าววววพี่กวางน่าจะเตือนก่อนหน้านี้นะ

ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5288
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +378/-8
    • ช้อปออนไลน์ ได้เงินคืน
แย่แล้วล่ะสิ พี่นายจะทำอย่างไร แล้วน้องคะน้าจะตัดสินใจอย่างไร

รอๆ

ออฟไลน์ GETIIZ

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1386
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +90/-4
ไม่ได้ว่าพี่กวางโกหกนะ
แต่คนเรามันเปลี่ยนกันได้หนิ แล้วนี่ก็1ปีแล้วที่พี่นายจีบคะน้า
พี่นายอาจจะเลิกเจ้าชู้ตั้งแต่ชอบคะน้าแล้วก็ได้

ยัยหมูตัวกลม

  • บุคคลทั่วไป

magicz

  • บุคคลทั่วไป
  L@ve of festival จุดเริ่มต้นแห่งรัก  ตอนที่ 3



“คะน้าผัวมารับแล้วเสร็จยัง” ไอ้หนิงตะโกนเร่งผมที่กำลังลอกล็อกเชอร์ไอ้นิคอย่างเอาเป็นเอาตาย วันนี้อาจารย์พูดไวผมจดไม่ทันเลยต้องมานั่งลอกอยู่นี่แหละครับ ผมกับไอ้สองตัวตัดสินใจเรียนต่อป.โท สาขาบริหารธุรกิจภาคพิเศษ ตอนแรกผมจะยังไม่เรียนอยากหางานทำเอาประสบการณ์ก่อนแล้วค่อยมาเรียนภาคปกติแต่พวกมันก็ตื้นจนผมต้องมาลงเรียนพร้อมพวกมันนี่แหละครับ



“สัส! กูบอกกี่ครั้งแล้วว่าพี่นายไม่ใช่ผัว”ผมตอบพร้อมปิดสมุดส่งคืนไอ้นิค


“ตอนนี้ไม่ใช่ แต่อนาคตไม่แน่ใช่ไหมล่ะ”ไอ้นิคว่าพร้อมทำหน้ากวนตีนผมซะงั้นครับ ไม่รู้ไอ้พวกนี้รับเงินใต้โต๊ะพี่นายมารึไงถึงได้เชียร์เอาๆ


“คนดีๆมีมาให้เลือกเสือกไม่เอาทำเป็นกั๊ก ระวังสักวันหมาจะคาบไปแดกนะมึง”ไอ้หนิงยื่นหน้ายื่นตาเข้ามาว่าผม ผมก็ได้แต่ขึงตาใส่มันกลับไม่รู้จะว่าอะไรครับ เพราะผมก็ยังตัดสินใจไม่ได้จริงๆว่าจะเอายังไงดี


ตั้งแต่พี่กวางบอกว่าพี่นายเป็นคนเจ้าชู้ ผมก็ไม่รู้จะเชื่อใครในเมื่อตลอดระยะเวลาที่รู้จักกัน พี่นายไม่เคยทำตัวเจ้าชู้ให้ผมเห็นเลยซักครั้ง ส่วนพี่กวางผมคิดว่าไม่มีทางโกหกผมแน่นอนอยู่แล้วครับ


หลังคิดเรื่องนี้อยู่นานผมก็ยังหาทางออกไม่ได้เลยขอปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ถ้าพี่นายเป็นอย่างที่พี่กวางว่ายังไงผมก็ต้องรู้ซักวัน ไม่มีอะไรที่เป็นความลับในโลกหรอกครับ เพียงแต่ผมจะรู้ช้าหรือเร็วเท่านั้น


ตอนนี้ผมก็ได้แต่เฝ้าดูพี่นายไปเรื่อยๆพร้อมถามตัวเองว่าคนนี้คือคนที่ใช่ของผมหรือยัง  ใช่คนที่ผมพร้อมจะมอบหัวใจและฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆไปด้วยกันไหม มันไม่ใช่แค่ว่าเราสองคนรักกันจบเหมือนชายหญิงทั่วไป แต่ถ้าผมยอมรับพี่นายเป็นแฟนนั่นแปลว่าชีวิตของผมจะเปลี่ยนไปทันที


ผมต้องเจอทั้งครอบครัวและคนรอบข้างมองว่าชอบผู้ชายด้วยกัน ถ้าผมไม่หนักแน่นพอและผ่านมันไปไม่ได้ ความรักครั้งนี้ก็ไม่มีความหมาย ดังนั้นถ้าผมตอบตกลงหมายความว่าผมต้องพร้อมที่จะเผชิญปัญหาและมีความหนักแน่นพอที่จะผ่านมันไปได้


“คะน้ากลับรึยัง พี่มารับ”พี่นายถามหลังเดินมาถึงโต๊ะที่พวกผมนั่งอยู่


“กลับเลยครับ ผมทำงานเสร็จพอดี”ผมตอบพี่นายยิ้มๆ ผมมีเรียนแค่เสาร์อาทิตย์แต่เลิกเรียนดึก พี่นายจะอาสามารับมาส่งผมทุกวัน ยกเว้นวันไหนที่ไม่ว่างจะโทรมาบอกผมก่อน


“โอ๊ยอิจฉาจริงมีคนมารับมาส่งตลอด เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก”เสียงไอ้หนิงแซวเมื่อเห็นพี่นายคว้าสมุดผมไปถือให้
“มึงก็หาสิ เสือกเลือกมากทำไม”ไอ้นิคว่า


“กูไม่ได้เลือกมากค่ะแต่คนดีไม่มีสำหรับกู พี่นายสนใจเปลี่ยนมาคบกับผู้หญิงสวย รวยน้อย แต่ใช้สอยง่ายอย่างหนิงบ้างไหมค่ะ” ไอ้หนิงตอบไอ้นิคเสียงดังก่อนหันมาทำตาหวานเยิ้มใส่พี่นาย พี่นายก็ได้แต่หัวเราะกับไอ้หนิงเพราะรู้ว่ามันพูดเล่นไปอย่างนั้นเอง จริงๆมันมีคนมาจีบเยอะนะแต่มันชอบติโน่นตินี่ผู้ชายที่เข้ามาจีบ สุดท้ายก็ไม่มีใครสู้ถอยกันหมดเพราะปากมันนี่แหละครับ

“ไอ้หนิงมันอยากมีเมีย มึงก็ยอมๆเป็นเมียให้มันหน่อยดิ”ผมหันไปแซวไอ้นิคที่นั่งหัวเราะอยู่


“เห็นอย่างนี้กูก็เลือกนะมึง แล้วกูก็อยากมีเมียไม่ใช่อยากเป็นเมีย”ไอ้นิครีบโวยวายเลยครับ

“สัส! คะน้าเห็นอย่างนี้กูกุลสตรียังอาย เสือกมาหาว่ากูอยากมีเมียเดี๋ยวมึงจะโดน”

“อายที่มีคนอย่างมึงใช้นางสาวร่วมด้วย แทนนายนะเหรอ”ผมล้อมันไม่เลิกครับ เรื่องนิสัยที่แมนเกินหญิงของมันนี่ล้อเมื่อไหร่มันก็โวยวายทุกที แต่ผมกับไอ้นิคก็ชอบเอามาล้อ


“กวนตีนไม่เลิกนะมึง พี่นายคิดผิดคิดใหม่ได้นะคะ”ไอ้หนิงว่าผมก่อนหันไปทางพี่นาย


“ไม่ผิดหรอกครับ คนนี้แน่นอน” พี่นายตอบยิ้มๆ


“ฮิ้ววววววเพื่อนกูสงสัยไม่รอดแล้วเว้ยรุกขนาดนี้เตรียมรับให้ดีแล้วกัน”


“สัส! กูกลับแล้วเจอกันอาทิตย์หน้า”ผมรีบบอกพวกมันสองคนก่อนเดินออกมาจากโต๊ะ ไม่รู้จะตอบว่าไงอายดิครับ ได้ยินเสียงไอ้หนิงแซวไล่หลังไม่เลิกก่อนพวกมันจะล่ำลาพี่นาย


พี่นายเข้ากับเพื่อนผมได้ทุกคน ด้วยความที่พี่แกเป็นคนคุยสนุกและนิสัยดี ทำให้เพื่อนผมชอบพี่นายมากกว่าคนอื่นๆที่เข้ามาจีบผม อย่างพี่แบงค์หลังเรียนจบก็มีคุยกันบ้างแต่นานๆที ตอนนี้ผมได้ข่าวว่ามีแฟนไปแล้วครับ ส่วนน้องมุกตอนนี้เรียนอยู่ปี 4 กำลังน่ารักหนุ่มๆพอรู้ว่าผมจบรีบตามทำคะแนนไล่จีบน้องกันใหญ่ กับผมก็เจอกันบ้างช่วงที่มีเรียนน้องก็เข้ามาทักและจีบผมเหมือนเดิมครับ


สำหรับเพื่อนพี่นายผมมีโอกาสเจอบ้างนานครั้ง เพราะพี่นายทำงานเลยไม่ค่อยมีเวลาไปเจอเพื่อนส่วนมากก็เป็นเพื่อนที่เล่นน้ำด้วยกันช่วงสงกรานต์นั่นแหละครับ เวลาเจอเพื่อนพี่นายก็ชอบแซวผมให้อายได้ประจำ


“พี่นายกินข้าวมาหรือยังครับ”ผมถามระหว่างที่พี่นายกำลังขับรถ


“ยังไม่ได้กินครับ พี่รอกินพร้อมคะน้า”


“งั้นเดี๋ยวแวะกินร้านข้างหน้าเลยครับ ผมหิวแล้ว” ผมบอกก่อนพี่นายจะเลี้ยวรถเข้าร้านอาหารแห่งหนึ่งระหว่างทางกลับบ้าน


“คะน้าเอาอะไรสั่งเลย” พี่นายยื่นเมนูมาให้ผมเลือก ผมมองก่อนสั่งเมนูที่ตัวเองอยากกิน สั่งไปหลายอย่างเลยครับ วันนี้ผมหิวจริง


“พี่นายเอาอะไรครับ” ผมลดเมนูตรงหน้าลงก่อนหันไปถามพี่นายที่เอาแต่นั่งจ้องผมไม่ยอมสั่งอะไร


“พี่อยากกินคะน้าาาาา........หมูกรอบครับ”พี่นายยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนตอบแบบลากเสียงยาวและเว้นจังหวะไปนานกว่าจะบอกเมนูของตัวเองจบ ผมคิดไปไกลหน้าเริ่มร้อนขึ้นมาซะงั้นครับ


“พี่นายกินอย่างอื่นบ้างก็ได้ คะน้ามันมียาฆ่าแมลงเยอะกินมากตายไวไม่รู้นะครับ”ผมว่ากลับใบหน้ายังไม่หายร้อนเลยครับ ปีกว่าๆนี่พี่นายขยันหามุกเสี่ยวๆมาทำให้ผมเขินได้ตลอดสิน่า


“ถ้าพี่ต้องตายเพราะคะน้าพี่ก็ยอมครับ”


“เดี๋ยวพี่ได้ตายสมใจแน่ ไม่ใช่เพราะผักคะน้านะแต่เพราะผมทนมุกพี่ไม่ไหวเอาซ่อมเสียบพี่ตายนี่แหละ” ผมพูดจบพี่นายก็หัวเราะใหญ่เลยครับ


“ใจร้ายจังนะครับ ไม่รักไม่ว่านี่ยังคิดจะฆ่ากันอีก”


“แน่ะยังไม่เลิกอีก เดี๋ยวผมเผลอทำจริงขึ้นมาเถอะ” ผมว่าพร้อมยกซ่อมขึ้นมาถือทำท่าขู่


“อาหารมาแล้ว กินซะๆจะได้ใจเย็นๆ” พี่นายว่าพร้อมตักกับข้าวมาว่างในจานข้าวผม


“เห็นแก่อาหารผมจะปล่อยพี่ไปก่อนแล้วกัน” ผมแกล้งพูดหน้าตาจริงจัง พี่นายก็เอาแต่อมยิ้มไม่ได้ว่าอะไร ผมเริ่มลงมือกินพี่นายก็นั่งกินเงียบๆเช่นกัน


เวลาผมอยู่กับพี่นายผมรู้สึกว่าเป็นตัวเองได้โดยไม่ต้องกลัวใครจะว่า หรือต้องรักษาภาพลักษณ์เป็นคนดีเลยครับ อยู่ด้วยแล้วสบายใจแถมเวลามีปัญหาก็สามารถปรึกษาได้อีกด้วย


“เดี๋ยวพี่ต้องแวะเอาของไปให้เพื่อนก่อน คะน้ารีบกลับไหม”พี่นายถามผมหลังจากกินข้าวกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว


“ไม่รีบครับแวะเอาของให้เพื่อนพี่ก่อนก็ได้ ว่าแต่เพื่อนพี่คนไหนเหรอครับ”


“เพื่อนที่เล่นน้ำด้วยกันเมื่อตอนสงกรานต์ ไอ้คนที่เมาแล้วจะเข้ามาทำรุ่มร่ามกับคะน้าไงจำได้ไหม”


“อ่อ คนนั้นเองจำได้สิครับ ตอนนั้นถึงผมจะเล่นเยอะไปหน่อยแต่ผมก็จำเพื่อนพี่ได้ทุกคนนะ”


“แล้วสนุกไหม” พี่นายหัวเราะก่อนถาม


“สนุกมาก สงกรานต์ปีหน้าพี่นายพาผมไปเล่นอีกนะ” นึกถึงแล้วยังสนุกไม่หาย เลยครับถึงจะผ่านมาหลายเดือนแล้วแต่ผมก็ยังจำความรู้สึกที่พี่นายพาผมไปเล่นได้


“ได้สิถ้าคะน้าอยากเล่นพี่จะพาไปเล่น”


“อยากสิครับ สนุกจะตายรู้งี้ผมเล่นไปนานแล้ว”ไม่รู้ว่าผมสนุกเพราะได้เล่นกับคนเยอะๆหรือได้เล่นกับพี่นายก็ไม่รู้ครับ ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเพื่อนๆก็ชวนผมไปเล่นตลอดแต่ผมก็ไม่เคยไปซักครั้ง แต่ครั้งนี้พี่นายชวนแกมบังคับข่มขู่ผมเลยยอมเล่น สุดท้ายเหมือนเด็กใจแตกอยากเล่นเองเลยครับไม่ต้องรอให้ใครชวน


“พี่พาไปแล้วพี่ขอสาดน้ำคะน้าขันนึงนะ”พี่นายขอด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่มอีกแล้วครับ ทำแบบนี้ทีไรหัวใจผมเต้นผิดปกติทุกที นี่ผมเป็นเกย์ไปแล้วเหรอวะหรือแค่หลงรอยยิ้มของพี่นาย


“ทำไมแค่ขันเดียว”ผมถามพร้อมทำหน้างง ไม่เข้าใจจริงๆครับ


“แค่ ‘ขันถึงชิดจะ’ได้ ‘คิดถึงฉัน’ก็พอไง”พี่นายปล่อยมุกเสี่ยวๆใส่ผมอีกแล้วครับ จะอ้วกก็เสียดายข้าวที่เพิ่งกินเข้าไป


“ผมว่าพี่ต้องไปเช็คสมองแล้วนะ”ผมแกล้งว่าหน้านิ่งๆ แต่แทนที่พี่นายจะสลดไม่มีครับกลับหัวเราะซะงั้น


“ ฮ่าๆๆ เช็คไปก็เจอแต่คะน้าวิ่งวนไปวนมาอยู่ในสมองพี่นะสิ” เรื่องหน้าด้านกับมุกแป๊กๆนี่ไม่มีใครเกินพี่นายเลย  ขยันยิงจริงๆมุกเนี๊ยะ


“พี่แม่งเลิกเอามุกจีบสาวเลี่ยนๆมาเล่นกับผมได้ล่ะ ผมฟังจนจะเป็นเบาหวานอยู่แล้ว”


“ใครว่ามุกจีบสาว พี่กำลังจีบคะน้าต่างห่าง ไม่รู้เมื่อไหร่จะยอมใจอ่อนกับพี่ซะที”พี่นายว่าพร้อมตีหน้าเศร้า ไม่รู้ใครเอาไฟมาสุมใต้เก้าอี้ผมหรือเปล่าครับ อยู่ๆมันก็ร้อนขึ้นมาถึงหน้าวูบวาบไปหมด แถมในใจตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนลูกโป่งที่กำลังพองขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างที่ผมกำลังรู้สึกใจโปร่งพองกับการจีบแบบเสี่ยวๆของพี่นายอยู่นั้น คำพูดของพี่กวางก็ลอยเข้ามาในความคิด


“เป็นอะไรครับคะน้า อยู่ๆก็ทำหน้าเครียดเชียว”


“พี่นายครับ ผมถามอะไรหน่อยได้ไหม”


“ได้สิครับ” พี่นายอนุญาตพร้อมรอยยิ้มไม่คลาย


“พี่นายต้องรับปากผมก่อนว่าพี่นายจะไม่โกหกผม” ผมถามเพื่อความแน่ใจ


“ได้ครับพี่รับปาก อะไรน้าถึงทำให้คะน้าของพี่จริงจังได้ขนาดนี้”


“พี่นายชอบผมเหรอครับ”ผมเริ่มยิงคำถามแรก


“ตอนแรกพี่ก็ไม่แน่ใจคิดว่าชอบ แต่พอได้ใกล้ชิดคะน้าพี่ถึงรู้ว่าพี่ไม่ได้แค่ชอบแต่ตอนนี้พี่รักคะน้า”พี่นายเลิกยิ้มแล้วทำหน้าจริงจังก่อนตอบเสียงนิ่งๆ


“แล้วทำไมตอนแรกพี่นายถึงชอบผม”ผมรุกถามต่อ


“ไม่รู้เหมือนกันครับ ตอนแรกพี่กำลังนั่งพักอยู่ หันมาอีกทีเพื่อนมันรุมใครไม่รู้ ตัวเล็กๆทั้งตัวมีแต่แป้งและดินสอพองมองแทบไม่ออกว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย  เห็นท่าทางแสบตาเลยเอาน้ำไปล้างให้ พอล้างเสร็จได้สบตากับคะน้าพี่ก็รู้สึกเหมือนตัวเองถูกสระกดด้วยสายตาคู่นี้ที่กำลังจ้องพี่อยู่” พี่นายเล่ายาว เล่าไปยิ้มไปก่อนมาจบด้วยการจ้องตาผมไม่กระพริบเลยครับ ไม่คิดบ้างเหรอว่าผมก็เขินเป็นเหมือนกันนะ



“แล้วพี่เคยมีแฟนเป็นผู้ชายไหมครับ เคยจีบผู้ชายมาก่อนไหม”นี่เป็นคำถามที่ผมอยากถามมานาน

“ไม่เคยคะน้าเป็นคนแรกที่พี่จีบ และเป็นผู้ชายคนแรกที่พี่รัก”แล้วทำไมพี่กวางถึงบอกว่าพี่นายคบได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงล่ะ ผมเริ่มสับสนอีกแล้วครับว่าจะเลือกเชื่อใคร พี่นายกำลังโกหกผมอยู่เหรอ ผมเงียบไปนานพี่นายก็ไม่พูดอะไรเอาแต่จ้องหน้าผมอยู่แบบนั้น


“แล้วผู้หญิงล่ะครับ ตอนที่พี่นายจีบผมพี่นายไม่มีแฟนเหรอ”


“ทำไมถามอย่างนั้นล่ะครับ” พี่นายถามผมกลับหน้านิ่งแบบที่ผมไม่เคยเห็นพี่นายทำกับผมมาก่อน


“ก็ผมคิดว่าคนหน้าตาดีอย่างพี่นายไม่น่าจะอยู่เป็นโสด และตลอดเวลาปีกว่าๆ ที่พี่นายจีบผม พี่นายไม่มีคุยกับคนอื่นบ้างเหรอครับ บอกมาเถอะครับผมรับได้”


“ไม่มีครับ ก่อนเจอคะน้าพี่เพิ่งเลิกกับแฟนเก่า และพอพี่คิดจะจีบคะน้าอย่างจริงจังพี่ก็ไม่เคยมองคนอื่นอีกเลย” ทำไมคำตอบของพี่นายมันดูดีและเหมือนจะขัดกับข้อมูลที่ผมรู้มา ผมเปิดโอกาสให้พูดขนาดนี้แล้วถ้าพี่นายเลือกที่จะโกหก  วันไหนผมรู้ว่ามันไม่จริงขึ้นมาผมคงจะไม่มานั่งอยู่ตรงหน้าให้พี่นายได้อธิบายอะไรอีก



“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีครับ เกิดผมตอบตกลงขึ้นมาผมจะได้รู้ว่าไม่ได้แย่งของใคร”ผมว่าก่อนหันไปเรียกพนักงานร้านคิดเงิน


“แปลว่าคะน้าจะตอบตกลงเป็นแฟนกับพี่แล้วใช่ไหมครับ”พี่นายรีบถามด้วยเสียงตื่นเต้น


“ป่าวครับผมพูดเผื่อไว้เฉยๆ” ตอบเสร็จเหมือนเห็นสายพี่นายเศร้าลงไปวูบหนึ่งแต่แล้วก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมพร้อมรอยยิ้ม


“ไม่เป็นไรครับพี่รอได้ บอกแล้วไงนานเท่าไหร่พี่ก็จะรอ”พี่นายบอกพร้อมรอยยิ้มที่พยายามทำให้ดูร่าเริงแต่ผมสัมผัสได้ถึงความผิดหวังในรอยยิ้มนั้น


“ขอบคุณครับที่เข้าใจ” ผมตอบก่อนส่งยิ้มจริงใจไปให้


ผมรู้ว่าตอนนี้ตัวเองชอบพี่นายเข้าแล้วละครับ แต่มันมากพอที่จะเรียกว่ารักได้รึเปล่านี่สิ แถมผมยังต้องคอยคิดมากกับเรื่องที่พี่กวางบอกทำให้ผมยังตัดสินใจไม่ได้ซะที ว่าจะตอบพี่นายว่าอย่างไร


“ไปครับเรียบร้อยแล้ว”พี่นายเรียกผมลุกหลังจ่ายเงินเสร็จ


ผมเดินตามพี่นายมาขึ้นรถก่อนจะตรงไปบ้านเพื่อนพี่นายทันที มาถึงเพื่อนพี่นายวิ่งออกมารับของ จากพี่นายที่เปิดประตูเดินเอาลงไปให้ พี่เค้ามองผมนี่นั่งอยู่ในรถแล้วยิ้มให้ผมก็ยิ้มตอบตามมารยาท วันนี้ดูแกก็ปกติไม่ได้มีทีท่าสนใจผมเป็นพิเศษสงสัยวันนั้นพี่เขาจะเมาจริงครับ เอาของให้เพื่อนเสร็จพี่นายก็พาผมมาส่งบ้านแล้วขอตัวกลับทันที





“คะน้าวันนี้พี่ไปรับไม่ได้นะครับ พอดีพี่มีธุระนิดหน่อย” พี่นายโทรมาบอกผมช่วงพัก


“ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวผมนั่งแท็กซี่กลับเองได้”ผมตอบพี่นายพร้อมใจที่รู้สึกห่อเหี่ยว


วันนี้พี่นายมารับผมไม่ได้อีกแล้วครับ ช่วงนี้รู้สึกว่าพี่นายจะงานยุ่ง ตั้งแต่ผมเปิดใจถามความรู้สึกพี่นายวันนั้นพี่นายก็ยังทำตัวเหมือนเดิมจนสัปดาห์ถัดมาพี่นายเริ่มโทรหาผมน้อยลง ไลน์ก็คุยบ้างแต่น้อยกว่าปกติ  บางวันก็ไม่ได้มารับมาส่งผมเหมือนที่เคยทำ พี่นายบอกผมว่าช่วงนี้งานยุ่งทำให้ไม่ค่อยมีเวลาแถมต้องทำโอทีช่วงวันหยุดทำให้มารับมาส่งผมไม่ได้ ผมก็เข้าใจแต่อดรู้สึกวูบๆในอกทุกครั้งที่พี่นายโทรมาบอกว่าไม่ว่างไม่ได้ครับ


“พี่ขอโทษนะครับ เดี๋ยวเสร็จธุระแล้วพี่จะโทรหา”


“ครับไม่ต้องห่วงพี่นายทำธุระเถอะ”ผมบอกพี่นายไปตามสาย


“อย่าลืมกินข้าวนะครับพี่เป็นห่วง”พี่นายเป็นห่วงผมเสมอในเรื่องแบบนี้ บางวันผมเรียนหนักจนไม่ได้กินข้าวก็มีครับ


“ไม่ลืมครับผมกำลังจะไปกินกับเพื่อน”


“งั้นพี่ไม่กวนแล้ว พี่คิดถึงคะน้านะครับ” หลังคุยเสร็จผมกดตัดสายแล้วเดินตามเพื่อนเข้าโรงอาหารของคณะบริหาร



“อ้าวคะน้าวันนี้พี่นายไม่มารับอีกแล้วเหรอ”ไอ้นิคถามเมื่อเห็นผมเดินตามมันแทนที่จะนั่งรอพี่นายเหมือนทุกครั้ง


“อืมพี่นายมีธุระว่ะ เดี๋ยวกูจะไปเรียกแท็กซี่ข้างหน้า”


“พี่นายงานเยอะเหรอวะ ทำไมช่วงนี้กูไม่ค่อยเจอหน้าเลย”ไอ้หนิงถามบ้างครับ


“เห็นบอกว่างานยุ่ง วันนี้ก็ติดธุระเลยไม่ได้มารับ”ผมตอบไอ้หนิง


“แล้วมึงตกลงเป็นแฟนพี่เขายังวะ”


“ยังไม่ได้ตอบ”


“มึงมัวรออะไร กูนึกว่าตอบตกลงขึ้นสวรรค์ขั้นดาวดึงส์กันไปเรียบร้อยแล้ว  แม่งทำตัวยังกะผัวเมียสรุปแค่ตามจีบอีห่า”ไอ้หนิงว่าผมเป็นชุดเลยครับ


“ก็กูยังไม่แน่ใจ”


“มึงปล่อยให้พี่นายรอเป็นปีๆอย่างไม่มีความหวัง ระวังเถอะสักวันพี่เขาจะถอดใจ”ไอ้หนิงพูดก็ถูกครับผมเคยคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่ผมก็ยังไม่กล้าตัดสินใจ ผมยอมรับครับว่าผมมันเห็นแก่ตัวที่ดึงพี่นายไว้แบบนี้ ผมไม่รู้จะพูดอะไรเลยได้แต่เงียบ


“มึงจะไปบีบคั้นอะไรมันนักหนาวะ มันเป็นเรื่องของไอ้คะน้ากับพี่นายสองคนถ้ามันมั่นใจมันก็ยอมตกลงเองนั่นแหละเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจง่ายๆนะเว้ย เหมือนมึงที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเป็นผู้หญิง ทอม หรือกระเทย”ไอ้นิคกว่าไอ้หนิงเสียงดัง


“สัส! ว่ากูเสือกไม่พอยังมายุ่งเรื่องเพศกูอีกนะมึง”


“หรือไม่จริง”


“ของแบบนี้บางที่เจ้าตัวมันก็ตัดสินใจไม่ได้ซักที ต้องได้คนอย่างกูนี่แหละคอยกระตุ้น”


“กระตุ้นต่อมเสือกมึงนะสิ ถ้าเค้าไม่เอามึงจะเสียบใช่ไหม”


“รู้ดีนักนะมึง กูรอมานานล่ะไอ้คะน้าไม่เอากูเสียบแน่ กูจะอาสาเสียสละดามอกแน่นๆของพี่นายด้วยตัวเองเลยมึง”ไอ้หนิงว่าพร้อมทำตาลอยๆเคลิ้มฝันเลยครับ


“เกรงใจกูหน่อย กูยังไม่ได้บอกซักคำว่าไม่เอา”ผมว่าไอ้หนิงยิ้มๆ


“กรี๊ดดดดด อีเหี้ยคะน้ามึงจะตอบตกลงเหรอ”พูดยังไม่ทันจบมันร้องขึ้นแทรกเลยครับ


“มึงจะกรี๊ดทำไมกูแสบหูหมดแล้วเนี๊ยะหรือมึงเป็นสาววายวะ”ผมว่าก่อนถามมันล้อๆ เมื่อก่อนผมก็ไม่รู้จักหรอกครับสาววงสาววาย แต่พอพี่นายมาจีบไอ้หนิงมันเชียร์เลยขยันหาไอ้นู้นไอ้นี่มาให้ผมดูเกี่ยวกับผู้ชายที่คบผู้ชายด้วยกันว่าเป็นเรื่องธรรมดา แล้วจะมีผู้หญิงที่คอยสนับสนุนและเชียร์ให้ผู้ชายได้กันเหมือนไอ้หนิงนี่แหละครับ ผมว่ามันต้องแอบเป็นแน่นๆ


“ถ้าการที่กูเชียร์มึงให้ได้กับพี่นายแล้วเป็นสาววายกูก็คงเป็นว่ะ”ไอ้หนิงพูดพร้อมทำท่าคิด


“มึงเป็นมานานแล้วล่ะไม่ต้องมาทำท่าลังเล ไอ้คะน้าถ้าวันนี้พี่นายไม่มารับไปกินข้าวเย็นด้วยกันก่อนค่อยกลับ”ไอ้นิคว่าก่อนหันมาชวนผมกินข้าว


“เออ กูไม่รีบอยู่แล้ว”


“งั้นไปรถกู” แล้วผมกับไอ้สองตัวก็เดินทางมาห้างขนาดใหญ่ที่คนนิยมมาเดินเล่น






“กินอะไรดีวะ นานๆไอ้คะน้าจะเป็นเจ้ามือซะที”ไอ้นิคหันไปถามคู่หู

“ฟาย กูบอกตอนไหนว่าจะเลี้ยง”

“กูอยากกินปิ้งย่าง เลี้ยงกูหน่อย”ไอ้หนิงไม่ค่อยเห็นแก่กินเลยครับ แม่งเกาะแขนผมทำตาอ้อนเป็นลูกแมว พอทีนี้ไม่ด่ากูสักคำ


“ไม่ต้องเลยมึง อยากกินก็จ่ายเอง”


“กูเป็นผู้หญิงบอบบาง น่าถนุถนอมเพราะงั้นมึงเป็นสุภาพบุรุษหน่อยดิ”เอาแล้วครับมีเรื่องอ้างตลอดอะไรก็ได้กูอ้างไว้ก่อนขอแค่ให้ได้กินฟรีก็พอ


“ไอ้นิคผัวมึงอยากกินปิ้งย่างเลี้ยงดิ”ผมหันไปบอกไอ้นิคเสียงดัง


“ฟายให้มันเป็นผัว กูขออยู่เป็นโสดดีกว่า จะกินก็เลือกปิ้งย่างร้านไหน”ไอ้นิคหันมาว่าก่อนบอกไอ้หนิงเลือกร้าน


“สรุปมึงจะเลี้ยงกูเหรอ” ไอ้หนิงเปลี่ยนเป้าหมายครับ


“ป่าว กูแค่ให้เลือกไม่มีเงินก็รอข้างนอกกูกับไอ้คะน้าจะเข้าไปกินกันสองคน”


“สัส! น้ำใจมากแต่ละคน”


“ฮ่ะๆๆ ไปเร็วกูหิวแล้ว พูดมากนะมึงกูเลี้ยงก็ได้”ผมบอกพร้อมยกแขนขึ้นกอดคอไอ้หนิงแล้วลากมันเดิน มันก็ยอมเดินตามด้วยหน้าที่บานเป็นกระด้งไม่ด่าผมซักคำที่ลากมัน หลังเลือกร้านได้พวกเราก็นั่งกินกันไปคุยกันไปเรื่อยๆครับ นานๆจะได้มากินข้าวด้วยกันที่ไม่ใช่ในมอ


“เห้ยๆไอ้คะน้าดูนั่นดิ” ไอ้หนิงเรียกผมให้มองไปทางที่มันกำลังมองอยู่


“ใช่พี่นายหรือป่าววะ”ไอ้นิคพูดขึ้นลอยๆเหมือนไม่ต้องการคำตอบ


ภาพที่ผมเห็นคือพี่นายแน่นอนครับ วันนี้พี่นายแต่งตัวด้วยเสื้อโปโลสีเทากับกางเกงยีนส์สีดำ มีแว่นกันแดดเหน็บอกเสื้อ มองแล้วก็เท่ห์ดีเหมือนทุกวันแต่ที่ผมแปลกใจคือพี่นายแต่งตัวเหมือนไม่ได้ไปทำงาน ทั้งที่บอกผมว่ามีธุระอีกทั้งข้างกายยังมีผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาน่ารักกอดแขนพี่นายเดินผ่านร้านที่พวกผมนั่งอยู่


ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจของผมชาไปหมดเลยครับ ไม่รู้จะพูดอะไร ภาพตรงหน้าที่เห็นมันทำให้ผมอึ้งคำพูดของพี่นายที่บอกว่ามีแต่ผมไม่ได้มีคนอื่นลอยเข้ามาวนเวียนอยู่แบบนั้น ถ้าไม่มีแล้วสิ่งนี้คืออะไรไหนบอกว่ามีธุระแล้วทำไมมาอยู่ในห้าง ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ความสงสัยที่ไม่มีใครตอบได้นอกจากพี่นาย




        ----------  ขอเลื่อนตอนจบไปตอนหน้าค่ะ แต่ลงวันนี้แน่นอน --------------


                รักเสมอ เมจิก :กอด1: :กอด1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-04-2014 12:49:15 โดย Magicz »

ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4727
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +297/-3
มีคำอธิบายไหมพี่นาย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ GETIIZ

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1386
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +90/-4
ขอคำอธิบายดีๆสักข้อออออ!!!!
ทำไมพี่นายทำแบบนี้    คนเค้าอุส่าห์เชียร์ :katai3:

ออฟไลน์ shikyu3211

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1844
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-1
เชื่อพี่กวางเถอะคะน้า

ออฟไลน์ sine_saki

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 892
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-2
อย่าดีแตกเน้อ พี่นาย

ออฟไลน์ cross

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 341
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +42/-1
 :serius2:  :serius2:  :serius2:
รอนะเมจิก 55555555ได้ลุ้นตามที่บอกจริงๆ

ออฟไลน์ liza sarin

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2908
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-14

ออฟไลน์ saruttaya

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1023
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-6
พี่นายทำไมทำแบบนี้? :o12:

magicz

  • บุคคลทั่วไป
     


L@ve of festival จุดเริ่มต้นแห่งรัก ตอนที่ 4



“ไปคะน้า” อยู่ๆไอ้หนิงก็ลุกขึ้นคว้ามือผมให้ลุกตาม

“ไปไหน”ผมถามอย่างงงๆตอนนี้สติยังกลับมาไม่เต็มร้อยครับ

“ก็ตามไปดูให้เห็นกับตาไง มึงจะได้รู้ว่ามันอาจไม่ใช่อย่างที่เราคิด ไอ้นิคจ่ายเงินไปก่อนเดี๋ยวกูกลับมาเคลียร์ เสร็จแล้วโทรหากูนะไปล่ะ”ไอ้หนิงพูดเร็วก่อนหันไปสั่งไอ้นิคที่ทำหน้าเป็นหมางงจากนั้นมันก็ลากผมออกจากร้านเลยครับ


มันพาผมเดินแกมวิ่งไปทางเดียวกับที่พี่นายเดินไปพร้อมผู้หญิงคนนั้น ไม่นานเราก็ตามทันที่ร้านเครื่องประดับแห่งหนึ่ง ผมเห็นผู้หญิงกำลังเลือกสร้อยข้อมือแล้วเอามาให้พี่นายช่วยเลือก พี่นายก็ดูท่าทางจะเต็มใจช่วยเลือกซะด้วยครับ

“มึงลองโทรหาพี่นายดิ ถามว่าอยู่ไหนทำอะไรอยู่”ไอ้หนิงหันมาสะกิดบอกผม

“ตอนนี้เหรอ”

“เออดิ ไม่ใช่ตอนนี้จะเป็นตอนไหน” มันทำท่าขัดใจเมื่อผมดูเหมือนจะทำอะไรก็ไม่ถูกใจมันสักอย่าง

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกเบอร์พี่นาย ได้ยินสัญญาณรอสาย 
ช่วงเวลาแห่งการรอคอยพี่นายรับสาย ใจผมรู้สึกทรมานมากเลยครับ มันมีทั้งความกลัวและความสับสนปนกัน


พี่นายล้วงมือหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง
ผมแทบหยุดหายใจด้วยความตื่นเต้นไม่เคยทำอะไรแบบนี้สักทีครับ

“ครับคะน้า โทรมาคิดถึงพี่เหรอ”พี่นายทำเสียงสดใสมาตามสายเหมือนทุกครั้งที่คุยกัน

“ตอนนี้พี่นายอยู่ไหนครับ”ผมถามเสียงเบาแทบจะเรียกว่ากระซิบ

“พี่อยู่ห้างครับ กำลังทำธุระอยู่ คะน้าเป็นอะไรหรือป่าวทำไมเสียงแปลกๆ”พี่นายตอบก่อนถามกลับด้วยความห่วงใยเหมือนจับความรู้สึกในน้ำเสียงผมได้

“พี่นายค่ะอันนี้สวยไหมคะ”ผมยังไม่ทันตอบเสียงผู้หญิงคนนั้นก็ดังแทรกเข้ามาให้ผมได้ยินซะก่อน  ผมเห็นพี่นายเอามือปิดช่องไมค์ของโทรศัพท์แล้วหันไปพูดอะไรซักอย่างกับผู้หญิงคนนั้น

“ว่าไงครับคะน้าเป็นอะไรหรือป่าว แล้วโทรหาพี่มีอะไรครับ”ตอนนี้ในหัวผมรู้สึกว่างเปล่า แค่คำพูดซักคำที่จะกลั่นออกมาเพื่อตอบพี่นายผมยังทำไม่ได้เลยครับ มือผมที่กำลังจับโทรศัพท์เย็นแบบไม่มีเรี่ยวแรง ทั้งที่เคยเผื่อใจไว้แล้วแต่พอมาเห็นมาได้ยินกับหูทำไมมันเจ็บแบบนี้ครับ

“คะน้าๆ คะน้าครับ”

“ครับพี่ ว่าไงนะครับ” ผมถามพี่นายเหมือนคนเพิ่งหลุดจากภวังค์

“พี่ถามว่าคะน้าเป็นอะไรหรือป่าว”

“ไม่มีอะไรครับ ผมแค่ถามดูว่าพี่นายทำธุระเสร็จหรือยัง ตอนนี้กลับถึงบ้านรึยังเท่านั้นเอง”ผมเลือกที่จะโกหกแทนที่จะบอกว่าเห็นพี่นายที่ห้าง ผมยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับพี่นายตอนนี้ครับ

“อ๋อยังครับอีกซักพักนั่นแหละ คะน้ากลับถึงบ้านรึยังครับ”

“ยังครับผมมากินข้าวกับเพื่อน งั้นผมไม่กวนพี่แล้วพี่ทำธุระของพี่เถอะครับ”ผมตอบด้วยใจที่ปวดร้าวกับคำว่าธุระของพี่ พูดเองเจ็บเองครับ

“งั้นเดี๋ยวคืนนี้พี่โทรหานะครับ”

“ครับ” ผมตัดสายอย่างหมดแรง

“พี่นายว่าไงบ้าง”ไอ้หนิงถามทันทีที่ผมวางสายเมื่อกี้มันคงไม่ได้ฟังเพราะไอ้นิคโทรเข้ามา ตอนนี้มันเดินมาถึงที่พวกผมยืนอยู่แล้วครับ

“บอกว่าอยู่ห้างกำลังทำธุระ”

“เฮ้ย!ธุระอะไรวะ”ไอ้หนิงถามผมเสียงดังหน้านี่บึ้งไปแล้วครับ ผมไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรเลยได้แต่สายหน้าตอบ จะถามพี่นายว่าธุระอะไรก็ไม่กล้าถามกลัวเป็นการละลาบละล้วงจนเกินไป เพราะปกติผมไม่เคยถามพี่นายซักครั้ง

“พี่นายทำแบบนี้ได้ไงวะ” ไอ้นิคว่าหน้าเครียดตาก็จ้องไปที่พี่นายกับผู้หญิงคนนั้น

“เออกูก็ไม่นึกเลยว่าคนอย่างพี่นายจะทำแบบนี้ เสียแรงกูหลงไว้ใจ”ไอ้หนิงทำท่าโกรธพี่นายเหมือนเป็นแฟนพี่นายซะเองเลยครับ ผมรักมันก็ตรงนี้มันจะเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเพื่อนเสมอ

“แต่บางทีเขาสองคนอาจจะไม่ได้เป็นอะไรกันก็ได้นะ”ไอ้นิคออกความเห็นแต่ผมไม่รู้จะพูดหรือเสนอความคิดเห็นใดๆทั้งสิ้นตอนนี้มีแต่ความชาที่เข้ามาอยู่ในสมอง

“เฮ้ย พี่นายออกมาแล้วไปกัน” ไอ้หนิงดึงมือผมอีกแล้วครับ

“ไปไหนแค่นี้ก็พอแล้ว” ผมบอกเสียงสั่น

“ไม่ได้ต้องไปพิสูจน์ให้แน่ใจกว่านี้ ถ้ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิดมึงจะเสียใจไปตลอดนะเว้ย เราต้องตามไปดู”ไอ้หนิงไม่ยอมลากผมเดินตามพี่นายกับผู้หญิงผมยาวคนนั้นไปห่างๆ ตามด้วยไอ้นิค

“ขึ้นบันไดเลื่อนแล้วเอาไง”ไอ้นิคถาม


“ตามดิว่ะมาถึงขนาดนี้แล้ว”ไอ้หนิงตอบเสียงตื่นเต้นทำเหมือนเมียหลวงที่ตามหวงผัวไม่มีผิดครับ


“พอเถอะกูไม่อยากรู้มากกว่านี้แล้ว”ผมบอกมันสองคน


“ไม่ได้นะถ้ามึงถอยตอนนี้ แค่พี่นายมาพูดว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดมึงก็ต้องเชื่ออยู่แล้ว มึงต้องเข้มแข็งไว้รู้ตอนนี้ดีกว่ามารู้ที่หลังตอนมึงถลำลึกกับพี่เขาแล้ว”


“เออ” ผมตอบก่อนขึ้นบันไดเลื่อนตามไปเรื่อยๆ และสุดท้ายผมก็ได้รู้ว่าเขาสองคนมาดูหนังกันครับ


ตลอดทางที่มาผู้หญิงคนนั้นเดินเกาะแขนที่นายตลอด มันยังไม่เจ็บเท่าภาพที่ผมเห็นผู้หญิงคนนั้นดีใจที่พี่นายเดินไปซื้อตั๋วแล้วเอามายื่นให้ก่อนจะเอามือจับหัวผู้หญิงคนนั้นโยนไปโยนมาอย่างเอ็นดูในความน่ารักสดใสของผู้หญิงคนนั้น

การทำแบบนี้ของพี่นายมันสะท้อนภาพว่าครั้งนึงผมเคยอยู่ตรงนั้นเป็นคนที่พี่นายพูดว่าเวลาผมยิ้มแล้วน่ารัก อยากให้ผมยิ้มแบบนี้ให้ตลอด แต่วันนี้ผมรู้แล้วว่ายิ้มของผมคงไม่จำเป็นแล้วสำหรับพี่นาย ผมมองภาพนั้นนิ่งๆก่อนเดินหันหลังออกมา  ไม่รู้จะอยู่ดูต่อไปเพื่อให้ตัวเองเจ็บทำไมครับ


“คะน้ามึงไหวไหม”ไอ้หนิงไม่ได้รั้งให้ผมดูต่อ แต่มันสอดมือเข้ามาประสานกับมือผมแล้วบีบเบาๆ ผมรับรู้ได้ถึงกำลังใจที่มันส่งให้ ไอ้นิคก็เอามือตบไหล่ผมเบาๆเป็นกำลังใจ ผมรู้ว่าพวกมันทั้งสองคนห่วงผมโดยที่ไม่ต้องพูดอะไร


“ไหวเรื่องแค่นี้ไม่เจ็บถึงตายหรอก ขอบใจพวกมึงมาก” ผมบอกก่อนส่งยิ้มให้

“มีอะไรก็บอกพวกกูสองคนนะ อย่าเก็บไว้คนเดียว จะให้กูจัดการพี่นายให้ก็บอกได้เลย”

“ไม่เป็นไรว่ะขอบใจ  บางทีที่พี่นายทำแบบนี้เขาอาจจะไม่ได้หมดรักกูหรอก แต่เขาหมดแรงที่จะคอยคำตอบจากกู”ผมพูดเสียงเบาความรู้สึกหลายๆอย่างที่ประดังเข้ามายังไม่คลาย

“อย่าเพิ่งคิดมาก กูว่ามึงกลับไปคิดที่บ้านให้อารมณ์เย็นๆแล้วมีสติกว่านี้ก่อนค่อยคุยกับพี่นายดีไหม” ไอ้นิคว่า

“อืมงั้นกูกลับก่อนนะ”

“เฮ้ยเดี๋ยวกูไปส่ง”ไอ้นิคอาสามาส่งผมที่บ้านผมก็ไม่ได้ขัดอะไร เพราะตอนนี้ใครให้ผมทำอะไรผมก็ทำหมดแหละครับ





“อ้าวคะน้าใครมาส่งลูก เสียงรถเหมือนไม่ใช่ที่มาทุกวัน”แม่ถามเมื่อผมเดินผ่านห้องรับแขกที่แม่กำลังนั่งดูละครหลังข่าว แม่รู้ว่าผมไปกลับกับพี่นายเป็นประจำแต่รู้แค่ว่าเป็นรุ่นพี่ ไม่รู้ถึงรายละเอียดมากกว่านั้น และผมก็ยังไม่เคยพาพี่นายเข้ามาทำความรู้จักกับแม่ซักครั้ง

“ไอ้นิคน่ะแม่วันนี้ไปกินข้าวด้วยกันมา”

“อ่อ เพื่อนที่คณะเหรอ ทำไมไม่ชวนเข้าบ้านเราก่อน”

“มันรีบน่ะแม่ ผมรู้สึกปวดหัวขอขึ้นไปอาบน้ำนอนก่อนนะครับ” ผมบอกแม่ก่อนเอ่ยขอตัว

“เป็นอะไรมากรึเปล่า เอายาไปกินด้วยนะ”

“ครับแม่ ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ ผมรักแม่นะ”ผมพูดเสร็จเดินไปหอมแม่ครั้งหนึ่ง ไม่ว่าผมจะเจอเรื่องร้ายอะไรมาแค่ได้อยู่กับครอบครัวผมก็รู้สึกสบายใจแล้วครับ

“แม่ก็รักคะน้าครับ วันนี้มาแปลกทำไมอ้อนแม่ได้ไม่สบายมากรึเปล่า”แม่ว่าพร้อมเอามือลูบหน้าลูบแก้มผมเป็นการใหญ่

“ไม่เป็นไรครับแม่ แค่ปวดหัวผมขึ้นห้องแล้วนะครับ”

“จ้ะอย่าลืมกินยานะ”

“ครับ” ตอบเสร็จผมเดินขึ้นห้องตัวเองทันที

เมื่อได้อยู่คนเดียวสิ่งต่างๆมันเป็นภาพลอยเข้ามาในหัวผมทีละภาพ ตั้งแต่วันที่เจอพี่นายครั้งแรกตอนวันสงกรานต์ ตอนเดินทางด้วยกันบนรถไฟฟ้า ตอนพี่นายออกรถใหม่แล้วเอามาโชว์ผม  เวลาพี่นายไปเตะบอลกับเพื่อนแล้วพาผมไปด้วย หรือแม้แต่เวลาผมป่วยพี่นายจะเป็นคนสังเกตเห็นก่อนตัวผมเองซะอีกแล้วก็เป็นแกที่พาผมไปหาหมอ ทุกอย่างมันอยู่ในความทรงจำจนมาถึงภาพสุดท้ายที่พี่นายยืนหัวเราะกับผู้หญิงคนนั้น


ผมกับพี่นายจะไม่ได้ถูกจำกัดสิทธิด้วยคำว่าแฟน พี่นายมีสิทธิทุกอย่างที่จะพิจารณาคนอื่นที่ไม่ใช่ผมตราบใดที่ผมยังไม่ได้บอกว่าเป็นแฟน แต่ตลอดเวลาพี่นายกับผมถึงจะไม่ได้เป็นแฟนกันแต่การกระทำทุกอย่างของเราเหมือนเป็นแฟน และพี่นายเป็นคนบอกเองว่าไม่ได้มองคนอื่นนอกจากผมนี่เป็นสิ่งที่ทำให้ผมเสียใจ มันคือการหลอกลวงหรือไม่ซื่อสัตย์กับคำพูดของตัวเอง สิ่งนี้ทำให้ผมเสียใจมากกว่าการรู้ว่าพี่นายกำลังจีบหรือคบกับคนอื่นที่ไม่ใช่ผม






ครืด ครืด      ครืด ครืด


เสียงโทรศัพท์ของผมสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกง หยิบขึ้นมาดูเป็นชื่อพี่นายโทรเข้า  ผมมองชื่อนั้นนิ่งๆก่อนน้ำตาจะค่อยๆไหล  ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองควรรู้สึกอย่างไรควรคุยกับพี่นายแบบไหน ถามไปตรงๆหรือทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไร ผมปล่อยให้มือถือสั่นต่อไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ผมไม่ได้อยากร้องแต่พอผมเช็ดมันออกมันก็ไหลต่อโดยที่ผมไม่สามารถกลั้นไว้ได้   มันเป็นความหน่วงที่ผมไม่รู้จะแก้ปัญหานี้ยังไง


พี่นายโทรเข้ามาอีกหลายครั้งแต่ผมก็ปล่อยให้มันสั่นอยู่แบบนั้น จนเสียงไลน์ดังขึ้นผมรู้ว่าเป็นของพี่นายแน่นอนแต่ผมก็ไม่คิดจะเปิดดู เสียงไลน์ดังต่อเนื่องประมาณ 10 กว่าข้อความก่อนจะเงียบไป ผมนอนมองมือถือเงียบๆจนเผลอหลับไปทั้งที่ยังไม่ได้อาบน้ำ







   “ครับพี่นาย” ผมรับสายพี่นายในตอนเช้า วันนี้ผมต้องไปทำงานแต่รู้สึกว่าสภาพร่างกายของผมจะไม่พร้อมในการทำงานวันนี้เลยครับ

“คะน้าเป็นอะไรหรือเปล่าครับ พี่โทรไปตั้งหลายสายเมื่อคืนไม่มีคนรับ” พี่นายถามเสียงห่วงใย

นี่แหละครับเป็นสาเหตุที่ผมยังตัดใจจากพี่นายไม่ได้ทั้งที่รู้ว่าตัวเองโดนหลอก ถึงพี่นายจะหลอกผมแต่ทุกครั้งที่อยู่ด้วยกันพี่นายทำให้ผมมีความสุขเสมอ

“พอดีผมปวดหัวเลยหลับไปนะครับ ผมไม่ได้เปิดเสียงโทรศัพท์” ผมตอบพี่นายช้าเหมือนคนจะหมดแรง

“เป็นอะไรมากหรือเปล่า เสียงคะน้าฟังดูแย่มากเลยนะครับ”

“ไม่เป็นไรครับแค่ปวดหัว เดี๋ยวกินยาก็หายแล้ว” ผมตอบพี่นายโดยพยายามบังคับเสียงให้ร่าเริงขึ้นมาอีกหน่อย

“ไม่เป็นไรก็ดีแล้วครับ พี่เป็นห่วงนะครับรู้ไหม”แค่พี่นายพูดประโยคนี้น้ำตาที่แห้งไปแล้วของผมมันกลับไหลลงมาอีกครั้งอย่างง่ายดาย

“ครับ” ผมตอบพี่นายเสียงเบาพยายามไม่ให้รู้ว่าผมกำลังร้องไห้

“งั้นเดี๋ยวเย็นนี้พี่ไปรับที่ทำงานนะครับ”

“เย็นนี้ผมไม่ว่างครับ ไว้วันหลังแล้วกันนะครับ”

“อ้าวเหรอเสียดายจัง งั้นก็ได้ครับดูแลตัวเองแทนพี่ด้วยนะครับ”

“ครับ” ผมตอบรับเสร็จก็กดตัดสายพี่นายทันที 

ผมไม่มีงานหรือติดธุระอะไรทั้งนั้นแต่ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมจะยิ้มให้พี่นายเหมือนเดิม

ขอเวลาผมก่อนนะครับ ถ้าผมเข็มแข็งกว่านี้ได้เมื่อไหร่ผมจะยิ้มให้เหมือนเดิมแน่นอนแม้ว่าพี่นายจะไม่ต้องการมันก็ตาม






“คะน้าเป็นไงบ้าง คุยกับพี่นายรึยัง”ไอ้หนิงโทรมาหาผมในช่วงพัก

“ยังไม่ได้คุยเรื่องนั้น แต่สบายใจได้กูโอเค”

“ได้ยินมึงพูดแบบนี้กูก็สบายใจ”

“ขอบใจนะเว้ยที่เป็นห่วง” ผมบอกมัน ก่อนมันจะชวนคุยเรื่องอื่นเพื่อไม่ให้ผมคิดมาก

วางสายไอ้หนิงไม่นานไอ้นิคก็โทรเข้ามาอีกแล้วครับผมคุยกับมันไม่ถึง 5 นาทีก็วาง


ชีวิตผมวนเวียนอยู่กับบ้านและที่ทำงานโดยที่ผมยังไม่ได้เจอพี่นาย ผ่านไป 5 วันโดยที่ตลอด 5 วันนี้ชีวิตผมเริ่มเหมือนผีดิบเข้าไปทุกทีมันไม่มีความอยากกินอาหาร หรือเจอหน้าผู้คน งานที่ทำก็เรื่อยๆไม่ได้คืบหน้าไปเท่าที่ควร เรื่องของพี่นายยังคงรบกวนจิตใจของผมอยู่เสมอ  กลางคืนผมก็นอนไม่หลับเพราะทุกครั้งที่หลับตาภาพพี่นายก็จะเข้ามาให้เห็นตลอด


จนวันนี้ผมตัดสินใจแล้วครับว่าจะคุยกับพี่นายให้รู้เรื่อง ผมจะถามพี่นายและบอกความรู้สึกของตัวเอง ถ้าพี่นายยังอยากได้รอยยิ้มของผมเหมือนเดิม ผมก็จะขอให้มีแค่ผมคนเดียวเหมือนที่พี่นายเคยพูด แต่ถ้าไม่ใช่ผมก็จะขอถอยตัวเองออกมาจากชีวิตพี่นาย ยังไงผมก็ทนอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ได้หรอกครับ


ผมโทรหาพี่นายด้วยใจที่ลุ้นระทึกทุกครั้งที่เสียงรอสายดังขึ้น ผมรอจนเสียงรอสายตัดไปและกดโทรซ้ำอีกรอบ การรอที่ยาวนานสิ้นสุดลงตอนที่สายที่สองเกือบจะถูกตัดไปอีกครั้ง

“ครับคะน้า ว่าไงครับ”

   “เย็นนี้พี่นายว่างมารับผมไหมครับ” ผมถามเพราะวันนี้เป็นวันที่ผมต้องเรียนจนถึงเย็น เมื่อเช้าพี่นายส่งข้อความมาบอกว่ามารับไม่ได้ทั้งที่ผมเตรียมใจมาเต็มที่แล้วในการที่จะเจอกับพี่นายวันนี้ ถ้าหมดจากวันนี้ไปไม่รู้อีกนานไหมกว่าผมจะมีความกล้าแบบนี้อีกครั้ง

“เย็นนี้...พี่คงทำงานยังไม่เสร็จคิดว่าน่าจะดึก พี่ขอโทษนะครับ” เสียงพี่นายดังมาตามสาย มันทำให้ใจที่เต้นแรงของผมห่อเหี่ยวลงอีกครั้ง

“ไม่เป็นไรครับว่างเมื่อไหร่ก็มาหาผมบ้างนะครับ” ผมตอบพี่นายด้วยความตัดพ้อ

รู้ครับว่าพี่นายอาจจะทำงานจริงๆแต่ทำไมเวลาที่ผมไม่อยากเจอที่นายถึงจะมาหา เวลาที่ผมอยากเจอพี่นายกลับไม่ว่างซะอย่างนั้น

“พี่ขอโทษจริงๆครับ อย่าน้อยใจนะถ้าเคลียร์งานเสร็จพี่จะรีบไปหาคะน้าเลย”

“ครับ ผมจะรอครับ” ผมพูดทิ้งท้ายก่อนวางสาย

วันนี้ผมเข้าเรียนทุกคาบแต่เรียนไม่รู้เรื่องเลยครับ ผมก็ทนนั่งเรียนจนเลิกและไอ้นิคก็อาสามาส่งเหมือนเดิม





อาทิตย์ที่แล้วพี่คะน้าไม่ว่างมาหาผม แต่ไม่เป็นไรครับเวลามันทำให้เราเข้มแข็งขึ้น ตอนนี้ผมสามารถเจอพี่คะน้าและยิ้มให้ได้แล้วครับ วันนี้ผมนัดพี่คะน้ามากินข้าวที่ห้างแถวบ้านนี่แหละครับ ตอนแรกพี่คะน้าจะเข้าไปรับผมที่บ้าน แต่ผมอยากขอเวลาทำใจซักพักเลยขอมาเอง ผมมาถึงก่อนเวลาเกือบชั่วโมง ผมนั่งนิ่งๆเพื่อทำใจอยู่ตรงที่นั่งข้างบันไดเลื่อน รอถึงเวลานัดแล้วค่อยไปจุดที่นัดกันไว้


แล้วสิ่งที่ผมไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ผมมองเห็นพี่นายเดินจับมือมากับผู้หญิงคนนั้น ก่อนจะเดินหายไปจากสายตา ตัวผมเย็นไปหมดทั้งที่ทำใจได้แล้วแต่พอมาเห็นจังๆนี่ผมรู้เลยครับ ว่าที่ผ่านมาผมหลอกตัวเองว่ารับได้แต่ที่จริงไม่ใช่เลยครับ

ถึงใจผมจะอยากตามไปดูแต่เท้าของผมไม่ขยับตามที่สมองสั่ง ผมนั่งอยู่ตรงนั้นจนถึงเวลานัด ผมปล่อยเวลาให้ผ่านไปเกือบ 20 นาทีถึงได้ขยับตัวลุกขึ้นเพื่อเดินไปยังจุดนัดหมาย


ผมเห็นพี่นายนั่งรอผมอยู่ก่อนแล้ว พี่นายนั่งอยู่คนเดียวไร้เงาของคนที่เดินควงคู่กัน

“พี่นึกว่าคะน้าหลงซะแล้ว”พี่นายส่งยิ้มให้ก่อนเอ่ยแซวผมเป็นเรื่องปกติ

“ครับสงสัยผมจะหลงจริงๆนั่นแหละ เพราะผมชอบหลงอยู่บ่อยๆทั้งหลงทางและหลงเชื่อคนผิด”ผมตอบพี่นายยิ้มๆ แต่ในใจนี่มันเต็มไปด้วยน้ำตา

“วันนี้คะน้าพูดแปลกๆนะครับ ว่าแต่กินอะไรกันดี ไม่ได้เจอตั้งนานพี่คิดถึงคะน้านะครับ” พี่นายว่าพร้อมดึงมือผมที่ยืนอยู่ไปจับ

“อะไรก็ได้ครับแล้วแต่พี่นายเลย ผมไม่เจอพี่นายตั้งนานรู้ไหมผมคิดถึงพี่นายตลอดเวลาเลยนะครับ แม้แต่ตอนหลับก็ฝันถึง” ผมบอกตามที่ตัวเองรู้สึก เพราะช่วงเวลาที่ไม่ได้เจอกันมันเป็นแบบนั้นจริงๆ


“คะน้านี่น่ารักจริงๆนะครับ ป่ะเดี๋ยวพี่พาไปกินของอร่อย” พี่นายพูดก่อนจูงมือผมเดินไปร้านอาหารที่ตัวเองเล็งไว้แล้ว  เรากินข้าวและพูดคุยกันเหมือนเดิมบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เพราะครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะมากินข้าวกับพี่นาย ยังไงผมขอเก็บความทรงจำดีๆไว้ซักครั้งก่อนที่จะต้องจากกัน


“คะน้าครับ คะน้า”

“ครับว่าไงครับพี่นาย” ผมสะดุ้งเสียงเรียกชื่อตัวเองจากพี่นาย ผมเหม่ออีกแล้วเหรอเนี๊ยะช่วงนี้ผมเป็นบ่อยจนหลายๆคนทัก

“พี่บอกว่ามีอะไรจะบอกคะน้า” พี่นายพูดพร้อมทำหน้าเศร้าๆ  เหมือนลำบากใจที่จะพูด

“เรื่องอะไรเหรอครับ”

“เรื่อง...”พี่นายยังไม่ทันพูดเสียงโทรศัพท์ของพี่นายก็ดังขึ้น พี่นายขอรับโทรศัพท์ก่อนผมได้ยินพี่นายบอกว่าอยู่ร้านไหนก่อนจะวางสายไป

“เอ่อพี่จะบอกว่า” พี่นายทำท่าลำบากใจอีกครั้ง ผมเลยเลือกที่จะช่วยให้พี่นายหายลำบากใจเอง

“ไม่ต้องบอกก็ได้ครับ ผมรู้แล้วพี่นายไปเถอะ” ผมพูดยิ้มๆแต่ภายในรู้สึกเจ็บไปหมดทั้งใจเลยครับ ขืนรั้งไว้ก็ไม่มีความหมายในวันที่ผมตัดสินใจได้ว่าจะเป็นแฟนกับพี่นายและให้คำตอบซะที แต่วันนั้นคำตอบของผมกลับไม่เป็นที่ต้องการของพี่นายอีกต่อไป ดังนั้นคำว่าตกลงคงต้องเปลี่ยนเป็นคำอวยพรแทนซะแล้วครับ


“คะน้ารู้ได้ยังไง” พี่นายถามผมด้วยใบหน้างงๆ

“รู้ได้ยังไงไม่สำคัญหรอกครับ เอาเป็นว่าขอให้โชคดีนะครับ”ผมพูดเสร็จลุกเดินออกจากโต๊ะทันทีพี่นายเรียกผมไว้และจะเดินตามแต่ผมสวนกับผู้หญิงคนนั้นตรงหน้าประตูร้าน เธอเดินตรงเข้าไปหาพี่นายทันทีผมไม่อยากมองให้เสียความรู้สึกจึงเลือกที่จะเดินออกจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด




     --------------- โปรดติดตามตอนต่อไป  --------------

 
    :กอด1: :กอด1:


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-04-2014 12:53:22 โดย Magicz »

magicz

  • บุคคลทั่วไป
     L@ve of festival จุดเริ่มต้นแห่งรัก ตอนจบ



“คะน้า คะน้า เดี๋ยวก่อน”เสียงพี่นายดังไล่หลังมาเรื่อยๆ แต่ผมไม่คิดจะหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองเหมือนช่วงสงกรานต์ที่ผมหันกลับไปเพื่อรับพี่นายเข้ามาในชีวิต ครั้งนี้ผมจะไม่หันกลับไปเพื่อต้องการตัดพี่นายออกจากชีวิตเหมือนกันครับ



“กลับมาแล้วเหรอคะน้า กินข้าวอร่อยไหม” แม่ทักเมื่อผมเดินเข้าบ้าน

“อร่อยครับแม่” ผมเดินเข้าไปกอดแม่จากด้านหลังแล้วอยู่ๆน้ำตาของผมก็ไหลลงมาซะอย่างนั้น ผมไม่ได้ต้องการให้มันไหล แต่ทำไมถึงหยุดมันไม่ได้

“คะน้าเป็นอะไรลูก ใครทำอะไรคะน้าของแม่” แม่ถามเสียงตกใจคงรู้สึกเปียกจากหยดน้ำตาของผม

“ไม่มีอะไรครับ” ผมรีบตอบพร้อมพยายามเช็ดคราบน้ำตา แม่หมุนตัวหันหน้ามาเผชิญกับผม

“บอกแม่มาคะน้า แม่เลี้ยงเรามาตั้งแต่เล็กไม่มีซักครั้งที่แม่จะเห็นเราร้องไห้ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่จริงๆ” แม่คาดคั้นผม

“ผมอกหักน่ะแม่ ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกผมขอยืมอกแป๊บนึงนะครับ” ผมพูดพร้อมกอดแม่ไว้แล้วร้องไห้เงียบๆ

“โตเป็นหนุ่มจนอกหักเป็นเมื่อไหร่นะเรา แม่ยังนึกว่าเป็นเด็กเล็กๆอยู่เลย”แม่พูดไปลูบหัวผมไป

“อกหักมันเป็นเรื่องธรรมดา คะน้าต้องผ่านมันไปให้ได้”


“ครับแม่” ผมกอดแม่อยู่อย่างนั้นเกือบ 20 นาที จนรู้สึกดีขึ้นถึงลุกเดินขึ้นห้องตัวเอง 

ถึงห้องพอได้อยู่คนเดียวน้ำตาผมก็ไหลอีกแล้วครับ  เมื่อก่อนไม่มีพี่นายผมยังอยู่ได้แต่พอมีพี่นายเข้ามาทำไมชีวิตผมดูเปลี่ยนไปและสุดท้ายผมต้องอยู่ให้ได้โดยที่ไม่มีพี่นายอีกต่อไปแล้ว


เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของพี่นายหรอกครับ  เป็นความผิดของผมเองที่ไม่ยอมทำอะไรให้ชัดเจน เพราะอย่างนั้นคนที่ควรเดินออกมาก็สมควรแล้วที่จะเป็นผม


มีโทรศัพท์เข้าจากพี่นายหลายสายแต่ผมไม่ได้รับ  ไลน์ผมก็บล็อคไปแล้วครับไม่อยากรับการติดต่อใดๆจากพี่นายอีกไม่งั้นจะเป็นผมเองที่ตัดใจไม่ลง  พี่นายโทรหาผมอีกหลายครั้งในวันต่อมาแต่ผมก็ยังไม่รับเหมือนเดิม ข้อความที่ส่งมาผมก็ลบทิ้งโดยไม่เปิดอ่าน หลังจากวันนั้นที่มีข้อความเข้ามาตอน หกโมงเย็นก็ไม่มีการติดต่อใดๆจากพี่นายอีกเลย


ผมใช้ชีวิตทุกวันด้วยการทำงานให้หนักๆ และตั้งใจเรียนเพื่อจะได้ไม่มีเวลาคิดถึงพี่นายอีก

แต่ใครจะรู้สำหรับผมที่ไม่เคยมีความรัก การรักใครซักคนคิดว่าเป็นเรื่องยากแต่การที่จะลืมใครคนนั้นเป็นเรื่องยากยิ่งกว่า ผมคิดถึงพี่นายทุกวันทุกครั้งที่อยู่คนเดียวผมจะต้องเอาโทรศัพท์มาเปิดดูข้อความเก่าๆที่พี่นายเคยส่งให้ตอนที่ผมยังไม่รู้เรื่องอะไร รูปภาพที่เราถ่ายด้วยกันตลอดเวลาปีกว่าๆ ทุกอย่างมันเต็มไปด้วยความรักและความทรงจำดีๆที่ผมกับพี่นายมีร่วมกัน ผมยอมรับว่าบางครั้งที่เปิดดูรูปน้ำตาของผมมันก็ไหลออกมาซะอย่างนั้น


เพื่อนๆบอกผมว่าผมเหมือนหุ่นยนต์ที่ไม่ค่อยพูด เงียบ และไม่ร่าเริงเหมือนเก่าแต่ผมก็พยายามแล้วนะครับที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมแต่มันก็เหมือนบังคับตัวเองไม่ได้ เผลอเมื่อไหร่ผมจะคิดถึงพี่นายเสมอ


จากวันผ่านเป็นเดือน จนเกือบสองเดือนนั่นแหละครับผมถึงได้รู้ความจริงบางอย่างที่ทำให้ผมเสียใจที่สุดในการกระทำโง่ๆของตัวเอง เหตุการณ์มันเกิดขึ้นวันที่ผมกลับมาจากทำงานและเดินผ่านเซเว่นแถวบ้าน


“อ้าวน้องคะน้า เพิ่งเลิกงานเหรอครับ”ผมหันไปตามเสียงเรียกตอนแรกในใจแอบหวังให้เป็นพี่นายแต่เสียงที่เรียกมันไม่ใช่ เพราะผมจำเสียงพี่นายได้เป็นอย่างดี

“อ้าวหวัดดีครับพี่” เป็นเพื่อนพี่นายที่เคยจะมีเรื่องตอนวันสงกรานต์ครับ

“หวัดดีครับ พี่ดีใจนะที่เราจำพี่ได้ด้วย พี่อยากขอโทษคะน้ามาตลอดเลยสำหรับเรื่องตอนวันสงกรานต์แต่หาโอกาสไม่ได้ซักที ไอ้นายมันหวงของมันยิ่งกว่าไข่ในหิน พี่ขอโทษนะครับ”เพื่อนพี่นายพูดยาวก่อนขอโทษผมเป็นการใหญ่

“ไม่เป็นไรหรอกครับ พี่เมาแล้ววันนั้นก็ไม่มีอะไรด้วย”

“วันนั้นไม่มี แต่วันต่อมาไอ้นายมันมาต่อยพี่ซะเลือดกลบปากเลยดิครับ” พี่แกว่ายิ้มๆ

“จริงเหรอครับผมไม่เคยรู้เลย ขอโทษแทนพี่นายด้วยนะครับ”

   “โอ๊ยไม่เป็นไรหรอกน้องเรื่องเล็กน้อย ให้ไอ้นายเอาเลือดชั่วๆออกบ้างก็ดี แล้วคะน้าเป็นไงบ้างไอ้นายติดต่อกลับมาบ้างไหม”

“ไม่ได้ติดต่อครับ”อยู่ๆพี่แกก็ถามถึงพี่นาย  ผมเลยนึกว่าแกรู้เรื่องที่ผมเลิกติดต่อกับพี่นาย

“อ้าวเหรอ พี่นึกว่าเป็นแฟนมันแล้วมันจะติดต่อกลับมาบ้าง” พี่แกพูดพร้อมทำหน้าสงสัย

“ผมไม่ได้เป็นแฟนกับพี่นายครับ พี่พูดแบบนี้พี่นายเขามีแฟนแล้วจะเสียหาย” ผมบอกด้วยใบหน้านิ่งๆ

“เฮ้ย! แฟนมันก็คะน้าไงจะมีคนอื่นที่ไหนอีก มันหลงคะน้าขนาดขึ้นรถไฟไปนั่งเฝ้าคะน้าที่มอตั้งแต่ปี 4 ช่วงสงกรานต์ที่เจอกันครั้งแรกมันก็เอามาเพ้อหนักขนาดนั้น”

“ไปนั่งเฝ้าเหรอครับ”ผมถามกลับงงๆ เท่าที่รู้คือพี่นายจะไปส่งผมตอนเช้า และเที่ยงก็กลับพร้อมกันแต่พี่นายบอกว่าไปคุยธุระนี่น่า

“ใช่มันบอกตอนเช้ารถไฟคนแน่น มันห่วงคะน้าเลยตื่นเช้าไปส่งแล้วก็นั่งรอจนเที่ยงถึงกลับมาพร้อมกัน มันจะล็อคเวลาไว้เลยว่าวันไหนคะน้าเรียนเช้าบ้าง ส่วนวันอื่นหรือช่วงบ่ายมันจะไปทำงานกับญาติเพื่อเก็บเงินซื้อรถ มันบอกคะน้าจะได้นั่งสบายๆ ฟังดูแล้วก็ตลกดีเนอะกับแฟนเก่ามันไม่เคยทุ่มเทขนาดนี้จนเค้าทิ้งมันไปมีคนอื่น แต่กับคะน้ามันทุ่มเทเหมือนคนบ้า”

“ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยครับว่าพี่นายทำเพื่อผมขนาดนี้”

“ไม่รู้ก็ไม่แปลกหรอกครับ ไอ้นายมันไม่เคยบอกใครแต่พี่สังเกตและถามมันเองถึงได้รู้ เพราะพี่สงสัยว่ามันจะทำงานหนักไปทำไมทั้งที่อายุแค่นี้”

“แล้วพี่นายไม่มีผู้หญิงคนอื่นที่คบด้วยเหรอครับนอกจากแฟนเก่า”

“ไม่มีนะ เท่าที่รู้ก็มีคะน้าคนเดียว”

“อ้าวผมเคยได้ยินมาว่าพี่นายเจ้าชู้คบได้ทั้งผู้ชาย ผู้หญิงมันไม่จริงเหรอครับ” ผมถามเรื่องที่สงสัยมานานถึงยังไงผมกับพี่นายก็ไม่เกี่ยวข้องกันแล้วคงไม่มีใครปิดบังผมอีกแล้วครับ


“โอ๊ย!อย่าไปเชื่อเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ล้อกันขำๆ เรื่องมันเริ่มจากไอ้นายโดนแฟนเก่าทิ้งแล้วผู้หญิงก็ไปโพนทะนาซะทั่วว่าไอ้นายมันเจ้าชู้ถึงได้เลิกกัน แต่ความจริงแล้วเป็นคุณเธอมากกว่าที่หลอกเพื่อนพี่ พี่ก็ไม่อยากว่าผู้หญิงนะแต่คนนี้ร้ายจริงๆ

ส่วนผู้ชายก็ไม่มีหรอกนอกจากคะน้าไอ้พวกที่ล้อก็เพราะมันเห็นไอ้นายเพ้อถึงเราตั้งแต่ช่วงสงกรานต์แถมชวนไปไหนก็ไม่ไปเอาแต่อยู่กับคะน้า คนมันเลยล้อกันไปใหญ่  ปากคนมันก็พูดกันไปเรื่อย อย่าบอกนะว่าคะน้าที่อยู่กับไอ้นายตลอดจะเชื่อที่เค้าพูดกัน” เพื่อนพี่นายเล่ายาวก่อนหันมาถามผม ทำเอาผมอึ้งเลยครับตลอดเวลาผมไม่เชื่อคำพูดและการกระทำของพี่นาย เอาแต่สงสัยจนทำให้พี่นายทนไม่ไหวต้องหันไปสนใจคนอื่นแทนเหรอ คนที่ผิดคือผมเองความรู้สึกผิดเริ่มเกาะกินใจผมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใครทำไมผมไม่ถามพี่นายให้ชัดเจนไปเลยนะ


“แล้วตอนนี้พี่นายเป็นไงบ้างครับ สบายดีไหม” ผมตัดสินใจถามถึงพี่นาย

“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันได้ข่าวว่ามันย้ายไปทำงานที่อื่น ติดต่อไม่ได้มานานแล้ว”

“อ่อครับ ขอบคุณมากครับพี่ที่บอกผม”

“ครับ เจอที่ไหนทักทายพี่บ้างก็ได้นะ ถ้าไม่ใช่แฟนไอ้นายเผื่อพี่จะได้ทำคะแนนบ้าง”พี่แกพูดแล้วหัวเราะขำๆเหมือนเป็นการหยอกกันเล่นมากกว่าครับ ผมก็หัวเราะกลับก่อนล่ำลากันไป


การได้รู้ความจริงทำให้ผมรู้สึกผิดที่เคยสงสัยและไม่เชื่อคำพูดของพี่นาย ที่บอกว่ารักผมและไม่เคยมีใครนอกจากผม ถ้าพี่นายไม่ได้พูดโกหกอย่างนั้นแสดงว่าผู้หญิงคนนั้นอาจจะไม่ใช่แฟนของพี่นายอย่างที่ผมเข้าใจ


การที่เวลาผ่านไปใจเราเย็นลงก็ทำให้มองเห็นอะไรหลายๆอย่างที่เราเคยมองข้ามมา 

ผมอยากติดต่อพี่นายแต่พยามติดต่อทุกช่องทางก็ไม่สามารถติดต่อได้ 


จากวันนั้นผมรู้สึกผิดมาตลอด และอยากเจอพี่นายอีกซักครั้งเพื่อขอโทษด้วยตัวเอง ไม่ว่าตอนนี้พี่นายจะยังรักผมอยู่ไหมหรือว่ามีใครอยู่เคียงข้างแต่พี่นายจะอยู่ในใจผมตลอดไป







 ครืด ครืด... ครืด ครืด

“ว่าไง” ผมสะดุ้งตื่นจากการคิดถึงความหลังเมื่อสองปีก่อนที่ทำให้ผมได้เจอกับผู้ชายดีๆคนหนึ่งแล้วผมก็ไม่สามารถรักษาเขาไว้ได้

“สงกรานต์นี้มึงไปไหนไหมวะ ไปเล่นน้ำกัน” ไอ้หนิงชวนผมไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่กำลังจะเริ่มขึ้น

“เล่นที่ไหนวะ” ผมถาม

“ไปข้าวสารแล้วกัน ไปนะเว้ยไปนิคก็ไป”

“เออๆ ไปก็ได้วะแต่จริงๆแล้วกูก็ไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่ว่ะ”

“มึงยังคิดถึงพี่นายอีกเหรอวะ เรื่องมันผ่านมาตั้งเกือบปีแล้วนะโว้ย ลืมๆไปเถอะเดี๋ยวมึงก็เจอคนใหม่สงกรานต์นี้แหละ”

“กูคิดถึงพี่นายอยู่จริงๆว่ะ” ผมบอกไอ้หนิง

“เดี๋ยวกูพาไปหาใหม่เจ๋งกว่าเก่าไม่ต้องกลัว”เสียงไอ้หนิงดังออกมาจากโทรศัพท์

“เออแล้วเจอกันแค่นี้ก่อน กูเก็บของกลับบ้านก่อน แม่งทั้งแผนกเหลือกูคนเดียวแล้วเนี๊ยะ”

“เออเจอกันชุดพร้อมปืนพร้อม อย่าให้ต้องด่า”

“รับทราบ” ผมตอบก่อนวางสายแล้วหันมาปิดคอมเก็บของบนโต๊ะทำงานใส่กระเป๋า แล้วเดินมาที่รถของตัวเองก่อนขับกลับบ้าน ตอนนี้ผมซื้อรถแล้วครับก็ไม่มีใครไปรับไปส่งเหมือนเมื่อก่อนเลยต้องเก็บเงินซื้อเอง






“ไอ้เหี้ยนิคทำไมมึงมาช้า เค้าจะเลิกเล่นกันแล้วเนี๊ยะ”ไอ้หนิงตะโกนด่าไอ้นิคเสียงดัง

“กูไปซื้อซองใส่โทรศัพท์อยู่โว๊ยเลยมาช้าอย่าบ่น”

“มึงสองคนเมื่อไหร่ก็ตีกันตลอดเนอะ”

“ก็มันกวนส้นตีนกูทุกครั้งไง”

“เออๆอย่าทะเลาะกัน ไปเล่นน้ำกันดีกว่า” ผมเดินนำพวกมันไปตามถนนพร้อมฉีดน้ำใส่คนโน่นคนนี้ไปตลอดทาง

เล่นไปก็ได้ยินแต่เสียงหัวเราะของไอ้หนิงกับไอ้นิคดังไม่ห่าง

ปีนี้ผมมาเล่นน้ำแล้วนะครับพี่นาย ไม่ว่าพี่นายจะอยู่ที่ไหนผมอยากให้รู้ไว้ว่าผมไม่ได้กลัววันสงกรานต์อีกต่อไปแล้ว ผมกำลังมีความสุขกับวันสงกรานต์เหมือนที่พี่นายเคยบอกไว้

สุขสันต์วันสงกรานต์นะครับพี่นาย ผมรอพี่นายมาสาดน้ำหนึ่งขันตามที่ขออยู่นะครับ










“วันนี้โครตสนุกเลยหว่ะ พรุ่งนี้น่าเสียดายที่กูไม่ว่างไม่งั้นจะออกเล่นอีกวัน” ไอ้หนิงบ่นเสียดายมาตลอดทางที่พรุ่งนี้ต้องกลับไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัด ไม่ได้ไปเล่นสงกรานต์ต่อ ผมกับไอ้นิคสองคนก็ไม่ไปครับอยู่บ้านดีกว่า วันนี้ก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว

ผมเดินออกจากสถานีรถไฟฟ้าเพื่อจะเดินไปบ้าน วันนี้ไอ้นิคกับไอ้หนิงมาจอดรถที่บ้านผมเพราะกลัวเอาไปแล้วไม่มีที่จอดขึ้นรถไฟฟ้าไปดีกว่าครับ




โครม!! ซ่า!!!

"เห้ยทางนี้ๆ มาประเร็วอย่าให้รอด"

เสียงน้ำสาดพวกผมสามคน ก่อนมีกองทัพคนมารุมประแป้งผมกับเพื่อนเป็นการใหญ่เลยครับ พวกผมมั่วแต่คุยไม่ได้มองทางว่าตรงนี้มีคนกำลังเล่นสงกรานต์อยู่ ก็กลุ่มเพื่อนพี่นายที่เล่นตรงนี้ทุกปีนั่นแหละครับ

ตอนนี้เหมือนเหตุการณ์ย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อน ที่ผมโดนประแป้งเยอะแบบนี้เลยครับมองทางจนไม่เห็น เพียงแต่วันนี้ไม่มีคนเอาน้ำมาล้างหน้าให้ผมเท่านั้นเอง


“พี่ค่ะ ล้างหน้าก่อนไหม” ผมเอามือปาดแป้งบริเวณเปลือกตาออกเพื่อจะมองว่าใครเป็นคนเอาน้ำมาให้ แล้วผมก็ได้เห็นน้องผู้หญิงที่เดินควงแขนกับพี่นายเป็นคนเองมาให้พร้อมรอยยิ้ม ตอนแรกผมว่าจะไม่เอาแต่ก็รู้สึกแสบตามากเลยครับ เหมือนผมจะโดนแป้งเย็นเข้าตา

“ขอบคุณครับ”ผมตอบก่อนยื่นมือไปรับน้ำ

“ไม่ต้องเดี๋ยวพี่ล้างให้เอง” เสียงนี้ เสียงนี้มันเหมือนเสียงพี่นายมากๆเลยครับใจผมเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว จังหวะที่ผมกำลังจะเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง


“ก้มก่อนครับคะน้า เดี๋ยวพี่ล้างหน้าให้” เฮ้ย! แบบนี้เป็นใครไปไม่ได้นอกจากพี่นาย ในที่สุดผมก็จะได้เจอพี่นายแล้วครับ พี่นายที่ผมคิดถึงมาตลอด  น้ำเย็นถูกนำมาชะล้างแป้งออกไปจากหน้าผม ก่อนที่จะรู้สึกเหมือนโดนดึงให้เอาหน้าไปเช็ดกับผ้าอะไรซักอย่าง


“กรี๊ดดดดพี่นาย” เสียงเหมือนไอ้หนิงกับผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ครับมาร้องใกล้ๆ ผมพอลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่าตัวเองยืนเผชิญหน้ากับพี่นาย พร้อมกับแผงอกอุ่นที่ผมเพิ่งเอาหน้าตัวเองไปเช็ดคราบน้ำที่ล้างแป้งออก

“พี่นาย”ผมเผลอเรียกชื่อพี่นายพร้อมกางอ้อมแขนออกเพื่อนำไปโอบกอดพี่นายไว้ พี่นายก็ยืนนิ่งให้ผมกอดด้วยรอยยิ้มก่อนจะเอื้อมมือมากอดตอบผมจนแน่น

“สุขสันต์วันสงกรานต์ครับพี่คิดถึงคะน้าที่สุดเลย” พี่นายพูดพร้อมมองจ้องตาผมตาแดงๆ

“ผมก็คิดถึงพี่นายครับ พี่นายหายไปไหนมา แล้วไม่ได้เล่นน้ำเหรอทำไมตัวไม่เปียก” ผมถามพี่นายรัวเป็นชุดเลยครับ

“หวัดดีค่ะพี่นาย สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะหนิงฝากคะน้าด้วยนะคะ ไอ้คะน้ากูกลับก่อนนะไปไอ้นิค” เสียงไอ้หนิงทักทายพี่นายก่อนลากไอ้นิคเดินไปทางบ้านผม

“เพื่อนคะน้ายังน่ารักเหมือนเดิมนะ” พี่นายว่ายิ้มๆ

“ครับมีแต่ผมที่ไม่น่ารักเหมือนเดิม”

“ใครว่าคะน้าของพี่ยังน่ารักเหมือนเดิมเสมอนั่นแหละ เราไปหาที่คุยกันเถอะ”พี่นายพูดเสร็จจูงผมเดินมาเรื่อยๆ ผมก็เดินตามแรงจูงจนมาถึงหน้าบ้านพี่นาย

“เข้าบ้านพี่ก่อนนะ” พี่นายชวนยิ้มๆ

“ครับ” ผมตอบอย่างไม่คิดที่จะปฏิเสธใดๆ พี่นายพาผมเดินเข้ามาภายในบ้านที่ผมเคยเห็นแต่ด้านนอกแต่ไม่เคยเข้ามาด้านในเลยซักครั้ง

“ไปห้องพี่นะ” พี่นายพูดเสร็จจูงมือผมขึ้นห้องตัวเองโดยที่ไม่รอฟังผมซักคำ

   “อื้ออออพี่นายทำอะไร” ผมร้องเมื่อเดินมาถึงห้องพี่นายแล้วพี่นายกอดผมจนแน่นแทบหายใจไม่ออก

   “พี่คิดถึงคะน้า คิดถึงมาก ทุกวันพี่ได้แต่นั่งดูรูปคะน้าและรอเวลาที่จะได้กลับมาหาคะน้าซักที”พี่นายพูดเหมือนคนละเมอแถมกอดผมแน่นไม่ยอมคลาย

   “พี่นายหายไปไหนมาครับ ผมติดต่อพี่นายไม่ได้เลย” ผมถามอย่างสงสัย

   “พี่นึกว่าคะน้ารู้แล้วซะอีก ที่บอกพี่วันนั้นว่าคะน้ารู้แล้ว”

“ผมยังไม่รู้ครับ ไม่รู้อะไรเลยสิ่งที่รู้คือเรื่องทั้งหมดผมคิดไปเอง” ผมบอกพี่นายพร้อมกับความรู้สึกตอนนั้นเริ่มประดังเข้ามาอีกครั้ง


“พี่ถูกย้ายให้ไปทำงานที่แท่นขุดเจาะน้ำมันภาคใต้ เพราะเกิดน้ำมันรั่วแล้วพี่ต้องไปสำรวจน้ำมันและสารตกค้างที่รั่วออกมา ที่แท่นไม่มีสัญญาณโทรศัพท์หรืออะไรที่จะติดต่อคนทางนี้ได้เลย และเป็นเวลานานกว่าจะดำเนินการเรียบร้อย บริษัทเพิ่งส่งเรือไปรับพี่กลับมาจากแท่นเมื่อวาน และพี่ก็รีบนั่งเครื่องตรงกลับกรุงเทพมาหาคะน้าทันที พี่ส่งข้อความบอกคะน้าแล้วตั้งหลายครั้ง แต่คะน้าคงไม่ได้เปิดอ่าน พี่ไม่รู้ว่าคะน้าโกรธพี่เรื่องอะไร แต่พี่อยากขอโทษที่ทำให้คะน้าคิดมากและเสียใจ พี่อยู่ที่โน่นพี่คิดทุกวันว่าเป็นเพราะอะไรถึงทำให้คะน้าโกรธพี่ ถ้าเป็นเรื่องที่พี่ไม่ค่อยมีเวลาให้ เมื่อก่อนมากกว่านี้คะน้ายังไม่เคยโกรธพี่เลย รู้ไหมคะน้าจะทำให้พี่บ้าเพราะคิดถึงคะน้าทุกวัน” พี่นายพูดมาถึงตรงนี้ทำให้น้ำตาของผมค่อยๆไหลลงมาอีกแล้วครับ   

“ผมขอโทษครับพี่นาย ผมขอโทษเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะผมเอง” ผมพูดไปน้ำตาไหลไป

“ไม่เอาไม่ร้องครับคนดี พี่ไม่เคยโกรธคะน้าเลย”พี่นายเอามือเช็ดน้ำตาบนหน้าผมก่อนจูบซับเบาๆ


“ผมเห็นพี่นายเดินกับผู้หญิงคนหนึ่ง เข้าไปในร้านเครื่องประดับ แล้วก็ไปดูหนังกัน ผมก็เอามาคิดมาก เพราะก่อนหน้านี้ผมเคยได้ยินมาว่าพี่นายเป็นคนเจ้าชู้ คบได้ทั้งผู้ชายผู้หญิง  แล้ววันที่เรานัดกันพี่นายยังมาพร้อมผู้หญิงคนนั้นด้วย  เอ่อ...คนที่เขาเอาน้ำมาให้ผมล้างหน้าเมื่อกี้”ผมพูดไปพยายามกลั้นน้ำตาไป พี่นายก็จ้องหน้าผมนิ่งๆก่อนยิ้มเต็มใบหน้า


“นี่แสดงว่าโกรธเพราะหึงพี่ใช่ไหมครับ โอ๊ยพี่ดีใจมากเลย” พี่นายพูดก่อนดึงผมไปนั่งที่เตียง แล้วเดินไปหยิบอัลบั้มรูปมาให้ผมดู

“ผู้หญิงคนนั้นชื่อน้องแนนครับ เป็นน้องสาวของพี่เองเป็นลูกป้า พี่จำได้แล้ววันนั้นเป็นวันที่พี่บอกว่าไปทำธุระใช่ไหมครับ”

“ครับ” ผมตอบพร้อมพยักหน้าเบาๆ

“วันนั้นที่บ้านพี่ให้พาน้องแนนไม่เลือกเครื่องประดับที่จะใช้ใส่ในงานหมั้นของแนนกับแฟน พอดีแฟนแนนมันไปต่างจังหวัด แม่พี่เลยบังคับให้พี่ไปเป็นเพื่อนแนน ไม่เชื่อคะน้าดูรูปสิครับ" พี่นายพูดเสร็จเปิดอัลบั้มรูปให้ดูเป็นรูป น้องที่ชื่อแนนกับผู้ชายอีกคนกำลังอยู่ในพิธีหมั้นโดยมีพี่นายยืนอยู่ข้างหลังกับครอบครัว

“แล้ววันนั้นพี่ก็ไม่ได้ดูหนังด้วย พี่พาแนนไปส่งพร้อมเลี้ยงหนังแนนกับเพื่อน สงสัยคะน้าเห็นไม่หมดแน่เลยถึงเข้าใจแบบนี้ ไม่ได้อยู่รอจนเพื่อนแนนมาเหรอ”

“ผมขอโทษครับที่เข้าใจผิด” ผมเอ่ยขอโทษเสียงเบา

“พี่ไม่โกรธหรอกครับ แต่มีอะไรคุยกับพี่ดีๆถามพี่เลยก็ได้ อย่าคิดไปเองอีกนะครับ พี่บอกแล้วไงพี่มีคะน้าคนเดียว และรอคะน้าได้ทั้งชีวิตถ้าคะน้ายังไม่มีใคร พี่ก็จะอยู่กับคะน้าไปแบบนี้เรื่อยๆ” พี่นายว่าก่อนกอดผมอีกครั้ง

“แต่ผมไม่อยากอยู่แบบนี้แล้ว”

“หมายความว่าไงครับ” พี่นายถามพร้อมทำหน้างง

“ถ้าพี่นายเห็นว่าผมดีพอ และไม่โกรธผมไม่เรื่องที่ผ่านมา พี่นายพร้อมจะเป็นแฟนผมหรือยังครับ” ผมถามพี่นายยิ้มๆ แต่หน้านี่ร้อนไปหมดแล้วครับ ตอนนี้จะมามัวเขินไม่ได้ ต้องหน้าด้านเท่านั้นไม่งั้นพี่นายอาจจะไปเป็นของคนอื่นจริงๆก็ได้


“พร้อมครับพร้อมเสมอ พร้อมตลอดเวลา” พี่นายพูดเร็วพร้อมยิ้มแก้มแตก หน้าแดงแข่งกับผมซะงั้น

“งั้นพี่นายครับ เป็นแฟนกับผมนะครับ” ผมพูดเสร็จรู้สึกเหมือนหน้าตัวเองร้อนจนแทบระเบิด

“ครับๆ พี่จะเป็นแฟนที่ดีของคะน้านะครับ ของคุณครับที่เลือกพี่” พี่นายกอดผมนิ่งๆพร้อมน้ำตาไหล



“พี่นายจะร้องไห้ทำไมครับ”ผมถามพี่นายล้อๆ

“พี่ดีใจที่การรอคอยสองปีของพี่ไม่ได้สูญเปล่า ต่อไปนี้พี่ก็จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนของคะน้าแล้ว”

“ผมอาจจะไม่ได้ดีอย่างที่พี่คิดไว้ก็ได้นะครับ”

“พี่มีเวลาพิสูจน์ทั้งชีวิตครับคนดี พี่รักคะน้านะครับ”

“ผมก็รักพี่ครับ”

“พี่ขอจูบคะน้าได้ไหม” พี่นายขอแบบหน้าด้านๆเลยครับ


“เรื่องแบบนี้ไม่ต้องขอได้ไหม” ผมตอบกลับอายๆ ก่อนที่จะรู้สึกว่าหน้าพี่นายค่อยๆเคลื่อนเข้าหาหน้าผมแล้วความรู้สึกนุ่มเบาก็ค่อยๆกระทบริมฝีปาก จากนั้นก็เป็นความรู้สึกของจูบแรกที่หวานหอมและความทะนุถนอมที่พี่นายมีให้ผม




ขอบคุณครับวันสงกรานต์ที่มอบผู้ชายดีๆแบบนี้มาให้ผม อย่ามัวแต่เก็บตัวอยู่ในบ้านเลยครับ ถ้าคุณได้ออกมาเล่นน้ำแล้วอาจจะโชคดีได้เจอคนดีๆแบบผมก็ได้ สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ




              ------------ จบบริบูรณ์------------------


            ขอบคุณที่ติดตามเรื่องสั้นอีกเรื่องของเมจิกค่ะ   รักเสมอ  :กอด1: :กอด1:

            ขอบคุณเจ้าของเรื่องที่ทำให้เราได้ฟินกันเบาๆค่ะ 
           
            ใสๆไม่ NC เพราะเกรงใจเจ้าของ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ  นานๆเมจิกจะไร้ NC ซะทีก็ดีเหมือนกันนะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-04-2014 01:54:05 โดย Magicz »

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4751
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
คะน้าอาจจะเข้าใจผิด

อ่านจบแล้วเข้าใจผิดจริง ๆ ด้วย เย้ ๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-04-2014 23:19:12 โดย ♠DekDoy♠ »

ออฟไลน์ GETIIZ

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1386
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +90/-4
โอ้ยยยยย
ที่แท้มันก็เป็นเรื่องเข้าใจผิดดดดด
ดีแล้วที่เข้าใจกัน
สงกรานต์หวานชื่นอีกครั้งงงฃง

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด