...พี่เลี้ยง..THE DAY’ I was your man [15/05/57] The End.
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ...พี่เลี้ยง..THE DAY’ I was your man [15/05/57] The End.  (อ่าน 394803 ครั้ง)

ออฟไลน์ IsDeer

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2519
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +85/-8
 :z6: ไม่ว่ายังไงตอนนี้มันก็คือเด็กเปรตตตตตตตตตตตตตตต

ถ้ามันไม่ทำตัวให้ดีขึ้น ก็ไม่เชียร์เด็ดขาด

ออฟไลน์ whynotme

  • ♥ 09-07-2012 ♥
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 643
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-1
เด็กเอาแต่ใจ น่าสนใจ น่าติดตามมากค่ะ
อยากอ่านตอนต่อไปจัง ^^

janek_alo

  • บุคคลทั่วไป
เด็กเรียกร้องความสนใจ
น่าร้ากอ่ะ

ออฟไลน์ cowinsend

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 463
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
อะไรๆๆๆๆ มนเกิดอาร้ายยยยยยย :katai1:

เนื้อหาแนวนี้กลัวอย่างเดียวกลัวทรายเสียใจอ้ะ

ออฟไลน์ AMINOKOONG

  • ฝากติดตามนิยายด้วยนะคราฟฟฟฟ
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 860
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +183/-12
เมื่อไหร่จะมีคนกระโดดถีบปากธารให้ซักทีหมั่นไส้มันมาก
น่าจะเจอของจริงซักครั้งสองครั้ง แบบปากสุนัขเลยโดนคนหมั่นไส้
ประเคนเท้าฟาดปากอะไรงี้ ของซักฉากเถอะจะไม่สงสารเลย
แต่ใจจริงอยากให้ทรายตบปากมันหน่อยเด็กเชี่...ยอะไรนิสัยโคตรแย่อ่ะ :katai1:

ออฟไลน์ หยกกลม

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 99
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

ออฟไลน์ NOoTuNE

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3256
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +317/-15
ทำไมอ่านแล้ว เราไม่สงสารทรายหล่ะ

แบบสมน้ำหน้าอ่ะ คือ ทรายยอมให้เด็กมันถอนหงอก ดูถูกความเ็นคนเองด้วยแหละ ยอมมากไปในบางเรื่อง คือ ไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอปล่อยผ่าน ซะงั้น

คนแบบนี้เค้าเรียกอดทน หรือ อย่างที่ไอ้เด็กนรกมันว่า โง่ กันแน่





ออฟไลน์ coffeeQbread

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 337
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1218/-29
บทที่ 5 เด็กยียวน..กวนหัวใจ

“พี่ซีมาช่วยขนของเร็ว ทราย....”

วารินวิ่งเข้าไปที่หน้าร้านแหกปากตะโกนเรียกภูวดลแต่ต้องชะงักกึกกลางครันเมื่อเห็นว่าภูวดลกำลังจดจ่ออยู่กับการวาดรูปที่มีแบบเป็นคนจริง ๆ นอนโพสท่าอยู่บนโซฟาตัวเก่งของเขา

เด็กหนุ่มคนนั้นถอดเสื้อพาดไว้ที่พนักวางแขนของโซฟา แล้วทำท่านอนอ่านหนังสืออย่างสบายๆ ขณะที่วารินเดินเข้ามาถึงด้านหลังแต่ภูวดลยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำจนเด็กนั่นยิ้มกว้างชี้มือบอกนั่นแหละพี่ชายเขาจึงได้หันมามอง

“วันนี้พอแค่นี้ก่อนก็ได้ครับ ไว้วันหลังผมจะแวะมาใหม่แล้วเราค่อยมาต่อกัน”

เด็กหนุ่มตัวเล็กผิวขาวหยิบเสื้อเชิ้ตขึ้นมาสวม เขาเดินเข้ามาหาภูวดลเพื่อดูผลงานที่ยังวาดค้างอยู่แล้วยิ้มออกมาอย่างพอใจ ภูวดลกำลังจะลุกขึ้นเมื่อเห็นว่าคนข้าง ๆ ติดรังดุมผิดเม็ด ด้วยความเคยชินในการดูแลวาริน จึงติดกระดุมให้เองใหม่ทั้งหมด

วารินที่ยืนมองอยู่นานรู้สึกวาบโหวงขึ้นในอก เขาไม่เคยเห็นภูวดลทำแบบนี้กับใครมาก่อนนอกจากตัวเขาเอง ภูวดลไม่เคยติดกระดุมเสื้อให้ใครนอกจากเขา ไม่เคยรับวาดภาพนิ่งแบบนี้ ที่สำคัญเด็กนี่ถอดเสื้ออีกด้วย แม้จะเคยมีคนมาติดต่อหลายครั้งแต่ภูวดลก็ปฏิเสธมาโดยตลอด โดยให้เหตุผลว่าเขาอึดอัดเวลาที่ต้องอยู่กับคนแปลกหน้าเงียบๆสองต่อสองเป็นเวลานานๆ

...แล้วทำไม...

“ทราย..ทราย!  เหม่ออะไรครับ” ภูวดลโบกมือไปมาแถวใบหน้าน้องชายแล้วยิ้มตลกๆ “ไหนดูซิซื้ออะไรมากินบ้าง พี่ซีหุงแต่ข้าวไว้แต่ยังไม่ได้ทำกับข้าวเลยนะ”

ชายหนุ่มเดินมารื้อถุงออกดู

“ใครเหรอครับพี่ซีเด็กคนเมื่อกี้”  วารินถามเสียงแห้งเขาเดินไปลากโซฟากลับมาไว้ที่ตำแหน่งเดิม โซฟาที่เขาใช้นั่งมองดูภูวดลวาดภาพลงสีทุกๆคืน

“ลูกค้าน่ะ” ภูวดลตอบสั้นๆแล้วยกของเข้าไปไว้ในครัว

วารินรู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน คงเป็นเพราะวันนี้เขาสู้รบปรบมือกับธาราธารมาทั้งวันอาจจะทำให้อารมณ์เสียง่าย เห็นอะไรขัดใจไปเสียหมด

พี่ชายเขาแค่ทำงานวาดรูปให้ลูกค้าแต่เขาดันมาคิดมากคิดมายน้อยใจในเรื่องไม่เป็นเรื่อง

ภายนอกวารินดูเหมือนเป็นคนใจเย็นพูดง่ายทำตัวสบายๆ แต่จริงๆแล้วเขาเป็นคนคิดมากขี้วิตกและหุนหันพลันแล่นพอสมควร

การที่ภูวดลปล่อยให้เด็กคนนั้นเข้ามาเกินขอบเขตของลูกค้าทั้งหมดที่เคยมีมา

...ทำไมไม่อธิบาย...

วารินต้องการแค่คำอธิบาย เขาอยากรู้เรื่องราวของเด็กนั่นให้มากกว่านี้

ไม่ใช่แค่คำอธิบายสั้น ๆ ว่า ‘ลูกค้า’

 “ทรายมากินข้าวเร็วเข้าพี่ซีอุ่นเรียบร้อยแล้วครับ”

เสียงทุ้มเรียกออกมาจากในครัว ปลุกวารินออกจากความคิดทั้งหมด เขาสูดลมหายใจสลัดความคิดฟุ้งซ่าน อย่าว่าแต่ธาราธารตัวเขาเองก็หวงพี่ชายน่าดูเหมือนกัน

“ช่วงนี้เราได้วันหยุดยาวบ้างรึเปล่า” ภูวดลถามขึ้นขณะที่ตักอาหารใส่จานให้น้องชาย  “ทำไมครับพี่ซีอยากไปไหนเหรอ”
วารินอมยิ้มจะว่าไปเขาไม่ได้ไปเที่ยวกับภูวดลนานมากแล้วไม่รู้คราวนี้นึกยังไงถึงชวน สองคนถกเถียงกันอยู่นานไม่ลงตัวเพราะภูวดลอยากไปปีนภูที่เชียงใหม่ขณะที่วารินอยากลงใต้เที่ยวทะเล

“ทริปนี้พี่เป็นเจ้ามือเอง” ภูวดลพูดยักคิ้วขณะที่วารินทำตาโตส่อแววตื่นเต้นเต็มพิกัด “อะไรกันไปรวยมาจากไหนเนี่ย มีอะไรปิดบังทรายรึเปล่า”

“เรื่องอะไรจะบอก ทรายทำงานพิเศษได้พี่ซีก็หาแบบพิเศษๆได้บ้างสิ”

วารินใจหายวาบไม่รู้ทำไมเมื่อฟังคำพี่ชายบอก เขานึกไปถึงเด็กคนเมื่อกี้ทันที หรืองานพิเศษที่ภูวดลพูดจะหมายถึงรับจ้างวาดภาพนิ่งให้เด็กนั่น

แต่แบบนั้นมันได้เงินเยอะขนาดนั้นเลย?

“วันนี้ทรายขึ้นนอนก่อนพี่นะครับ พี่ซีขอแก้งานหน่อย อย่างอแงนะ”

ภูวดลยืนล้างจานที่หน้าซิ้งค์ วารินวางแก้วนมที่เพิ่งดื่มเสร็จลงแล้วเข้ามาสวมกอดเอวเขาอยู่ที่ด้านหลัง มือเล็กๆสอดเข้ามาก่อกวนอยู่ในอ่างไม่ให้ทำงานได้ถนัด

“ไม่เอาทรายจะรอ” วารินอ้อนพี่ชาย คางมนเกยลงที่ไหล่หนาขณะมือเล็กยังก่อกวนอยู่ไม่ยอมหยุด ความรู้สึกกลัวถูกแย่งความรักของพี่ไปยังเปี่ยมล้นอยู่ในใจ เพราะทรายเป็นเด็กกำพร้าเขาจึงยึดติดกับภูวดลมากกว่าใครคนอื่น

“พี่จะล้างเสร็จไหมเนี่ย หืมม”

เขาหันมาจูบลงที่ปลายจมูกรั้นเบาๆ กลิ่นนมที่ติดอยู่ริมฝีปากเล็กช่างดึงดูดให้ภูวดลโน้มเข้าหายิ่งนัก ภูวดลจูบซับรอบริมฝีปากตักตวงเอาความหอมหวานของกลิ่นนมจากปากนิ่มของวารินจนพอใจ พอละออกมาก็เห็นอีกฝ่ายหน้าแดงแป๊ด เขาจึงแกล้งยีศีรษะเล็กนั่นแล้วไล่วารินขึ้นบ้านไป


-หนึ่งอาทิตย์ถัดมาหลังจากนั้น-

“นี่มันอะไรกัน!”  ภัครจิราโยนเอกสารแสดงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของคอนโดหรูย่านศาลายา ใส่หน้าวาริน

“คอนโดมีเป็นร้อยๆพันๆแห่ง ทำไมต้องเป็นของที่นี่ด้วยฮึ! ทำไม!!” เธอยังขึ้นเสียงต่อ วารินหน้าหงอเหลือสองนิ้ว

“นี่ถ้าไม่ให้คนของเราไปตกแต่งฉันคงหน้าโง่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยใช่ไหม คิดท้าทายฉันเอาเงินฉันไปให้มันตั้งไม่รู้กี่ล้าน มันถูกต้องแน่แล้วเหรอวาริน?”

“ผะ...ผม....” วารินถึงกับอ้ำอึ้งไป

-ก๊อก ก๊อก-

“คุณแม่ครับ”  ธาราธารเดินเข้ามานั่งลงต่อหน้าคุณแม่ของเขา ปรายสายตามองเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะและวารินที่ยืนตัวลีบอยู่ข้าง ๆ ก็พอจะเดาได้ว่าเขาถูกเรียกตัวมาด่วนเพราะอะไร

“ผมบอกคุณแม่ไปแล้วนะ วันนั้นก็ไม่เห็นจะว่าอะไรนี่” เขาดูอารมณ์เสียนิดหน่อย เพิ่งกลับมาจากปราณบุรีเพราะธุระเรื่องที่ดินแทนคุณแม่ของเขา ยังนอนได้ไม่ทันถึง 3 ชั่วโมงด้วยซ้ำก็มีโทรศัพท์เรียกให้เข้ามาที่โรงแรม

“แต่ธารไม่ได้บอกแม่ว่าจะซื้อของๆมันนี่ลูก  ธารจะซื้อเท่าไหร่กี่ห้องแม่ไม่เคยว่าแต่ทำไมต้องเป็นที่นี่ด้วยทำแบบนี้มันหักหน้าแม่ชัดๆเลยนะ”

“ผมตัดสินใจไปแล้ว ขอโทษด้วยนะครับถ้าคุณแม่ไม่ชอบ”

“แม่ไม่ให้ธารไปอยู่ที่นั่นนะ”

เพราะธาราธารพูดตัดบทภัครจิราจึงรีบแทรกขึ้นเธอจ้องหน้าลูกชายจริงจัง ธาราธารเองก็มองกลับไปนิ่ง ๆ

“ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่เจ้าของโครงการนั้นหรอกครับคุณแม่สบายใจได้”

“ของๆเมียก็เหมือนของๆมันนั่นแหละ วันดีคืนดีเกิดมันเข้ามาดูแลแล้วรู้ว่าลูกอยู่ที่นั่นธารก็จะไปอยู่กับมันแล้วทิ้งแม่ใช่ไหม”

ภัครจิราเริ่มตะคอกเสียงใส่ เธอกำมือแน่นเมื่อพูดถึง ‘ทัตพล’ อดีตสามีที่ทิ้งเธอไปตั้งแต่ธาราธารเกิดได้แค่ปีเดียวเท่านั้น ทัตพลแต่งงานใหม่กับวิลาสินีลูกสาวเจ้าสัวตระกูลค้าขายตระกูลหนึ่ง และเหลือเชื่อที่เขามีลูกกับวิลาสินีทันทีที่เลิกกันกับภัครจิรา  เพราะอย่างนั้นลูกชายของวิลาสินี จึงอายุไล่ๆกันกับธาราธาร ภัครจิราสุดแสนจะแค้นใจนั่นแสดงให้เห็นว่าสามีเธอมีชู้ทั้งที่ยังอยู่กับเธอ 

“คุณแม่ครับ ผมไม่มีทางทำอย่างนั้น เชื่อใจผมได้ไหม” ธาราธารลุกขึ้นเดินเข้าไปหาภัครจิราใกล้ ๆ มือแข็งแกร่งคว้าเอามือที่มีริ้วรอยขึ้นมากอบกุม

“แต่แม่กลัว กลัวว่าจะต้องเสียธารไปอีกคนแม่ไม่เหลือใครแล้ว แม่ไม่ให้ธารไปอยู่ที่นั่นนะลูกนะ แม่ขอร้อง”

ภัครจิราพูดเสียงสั่นเครือ ขณะที่ธารธาราถอนใจยาวด้วยความเหนื่อยหน่าย

“ผมขอโทษนะครับ ครั้งนี้ผมทำให้คุณแม่ไม่ได้จริง ๆ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัว..อ้อ เรื่องที่ดินที่ปราณบุรีผมสนใจนะถ้าคุณแม่จะซื้อก็ซื้อเก็บไว้ได้เลย”

เด็กหนุ่มหันมองวารินแวบหนึ่งแล้วก้าวเดินไปที่ประตูทันที “แต่ถ้าลูกตัดสินใจอย่างนั้นลูกจะต้องพาวารินไปอยู่ด้วย!”

เสียงเด็ดขาดของภัครจิราดังขึ้นไล่หลังเขาเพียงไม่กี่ก้าว ธาราธารหยุดเท้าลงทันที ขณะที่วารินอึ้งจนขากรรไกรค้างเติ่ง

“อะไรนะครับ!?” เด็กหนุ่มหันกลับมาถามทันที สองแม่ลูกยืนเผชิญหน้ากันอยู่ภายใต้บรรยากาศแสนกดดันจนวารินไม่กล้าเอ่ยแทรก

“ลูกต้องพาวารินไปอยู่ด้วย แม่จะไม่ยอมปล่อยลูกไว้ที่นั่นคนเดียวแน่ๆ”

ภัครจิราคิดสรตะอย่างถี่ถ้วนการให้ธาราธารพาวารินไปอยู่ด้วยถือเป็นการปกป้องลูกชายของเธอจากคนในตระกูลนั้นเป็นอย่างดี วารินจะคอยปกป้องดูแลที่สำคัญจะรายงานเรื่องราวทุกๆอย่างของธาราธารให้เธอรู้อย่างไม่มีอะไรปิดบัง

วารินเป็นคนซื่อเป็นเด็กที่ทำงานอยู่กับเธอมานานซื่อสัตย์ภักดี ครั้งหนึ่งที่เธอเคยมีบุญคุณไถ่บ้านหลังเล็กๆของสองพี่น้องเมื่อเจ้าของที่คิดจะเข้ามายึด เศษเงินเพียงเล็กน้อยของภัครจิราซื้อใจวารินกับพี่ชายไว้ได้มหาศาล  ตั้งแต่นั้นมาเธอก็ได้ลูกน้องที่สุดแสนจะภักดีไว้ข้างกาย  ไม่ว่าจะมีบริษัทไหนๆเข้ามาทาบทามวารินไม่เคยคิดเปลี่ยนใจยังคงก้มหน้าก้มตารับใช้อยู่ข้างกายภัครจิราเสมอ  ไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสีย เป็นที่รักใคร่ของทุกคนในที่ทำงาน

เด็กแบบนี้แหละที่ควรจะดูแลเป็นพี่เลี้ยงให้ลูกชายของเธอที่สุด

“จะทำอะไรก็ตามใจ”

ธาราธารพูดนิ่งๆแล้วเดินหายออกไปทันที วารินมองแผ่นหลังกว้างเดินออกจากประตูไป เขาหันมาหาภัครจิราด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยการร้องขอให้เห็นใจ

“ไม่จำเป็นต้องไปอยู่ทุกวันก็ได้ ฉันรู้ครอบครัวเธอมีกันแค่สองคนมันออกจะเห็นแก่ตัวไปหน่อยถ้าฉันจะเอาเวลาทั้งหมดของเธอมาไว้กับลูกชายฉันแค่คนเดียว แต่ฉันอยากให้เธอเห็นใจฉันและช่วยสงสารธารเขาด้วย ฉันจะให้เงินเธอเพิ่มนะวาริน”

ภัครจิราพูดแล้วหยิบเช็คจากลิ้นชักขึ้นมากำลังจะลงตัวเลขแต่วารินรีบเข้าไปขวางไว้ก่อน “ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินครับคุณภัครไม่เกี่ยวกับเงิน คุณภัครมีบุญคุณกับผมและพี่  ผม...”

“ฉันตั้งใจจะให้ก็คือให้  เธอเป็นเด็กมีหน้าที่แค่รับไว้ก็พอ ถ้าหากเกรงใจคิดตอบแทนฉันล่ะก็ ดูแลลูกชายฉันให้ดีๆเป็นการตอบแทนก็แล้วกัน”

ภัครจิรายัดเช็คเงินสดใส่มือให้วารินก่อนที่จะลุกขึ้นหยิบผ้าคลุมไหล่แล้วก้าวออกจากห้องไป

วารินที่น่าสงสารยังคงยืนนิ่งก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเองอย่างถอดใจ

.....6 ปี..ทนแค่หกปีจนกว่าธาราธารจะเรียนจบ จนถึงตอนนั้นอะไรๆหลายอย่างคงจะดีขึ้น...

.
.

ในที่สุดวันปฐมนิเทศของธาราธารก็มาถึง  วารินระหกระเหินตื่นแต่เช้าขับรถเก่าๆคันเดิมออกไปที่โรงแรมทั้งที่ยังไม่ตื่นเต็มตาเสียด้วยซ้ำก่อนออกมาภูวดลยังยืนหัวเราะท่าทางตลกๆของน้องชายในความพยายามไขกุญแจรถเข้ารูทั้งที่ยังหลับตา

ธาราธารโทรบอกให้วารินมารอเขาที่หน้าโรงแรมตั้งแต่ตีห้า แต่กว่าเจ้าตัวจะโผล่หัวมาได้ โน่นปาเข้าไปเกือบ 6โมงเช้า คนตัวเล็กยืนหาวหวอดๆตบยุงแข่งกับยามเป็นร้อยรอบ

“อ้าวทำไมใส่ชุดนี้อ่ะ” ทันทีที่ขึ้นรถวารินถามขึ้นอย่างงงๆ ธาราธารใส่เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนกับยีนส์รัดรูปตามสไตล์ของเจ้าตัว

“เดี๋ยวไปเปลี่ยนก่อนแล้วค่อยเข้ามหา’ลัย”

วารินพยักหน้ารับ เขาหลับตาลงเพราะความง่วง คิดไปเองว่าเมื่อคืนเด็กนี่คงจะค้างที่บ้าน เพราะชุดนักศึกษาทั้งหมดวารินจัดเตรียมไว้ให้ที่คอนโดเท่านั้นคงเพราะอย่างนั้นถึงได้มาทั้งชุดแบบนี้ “ดีแล้วล่ะ ถ้าว่างก็ไปนอนค้างกับท่านบ้างคุณแม่จะได้ไม่เหงา พี่ว่าธารไปค้างทุกเสาร์เลยก็ยังได้นะ”

“ผมบอกเหรอว่าไปค้างที่บ้านมา?!”

วารินลืมตาขึ้นทันทีที่เด็กหนุ่มขัดคอขึ้น  “เลิกสักที่เหอะไอ้นิสัยคิดเองเออเองแบบนี้น่ะ”

“แล้วใครจะไปรู้ล่ะ”วารินสวนขึ้นบ้าง

“ไม่รู้ก็อย่าเดามั่ว”

“พี่ก็แค่ชวนคุย เห็นมันเช้ามืดกลัวธารง่วงนอนนี่”

ธาราธารไม่อยากจะโต้เถียงต่อเขาจึงเลือกที่จะเงียบปล่อยให้อีกคนยู่ปากบ่นโน่นนี่ไปเรื่อย ขณะที่วารินปรายสายตาดูคนข้าง ๆ ท่าทางวันนี้ธาราธารอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เขาได้แต่บ่นพึมพำกับตัวเองว่าไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวเลย

เด็กหนุ่มไม่ได้ขับรถเร็วเหมือนทุกวัน แต่ก็ไม่ได้ช้ามากมายอะไร พอรถจอดลงที่ช่องจอดรถส่วนตัวของคอนโดทั้งสองคนก็ตรงขึ้นห้องทันที

“ทำอะไรให้กินหน่อยเดี๋ยวออกมา”

วารินขมวดคิ้วมุ่นเดินตรงเข้าไปที่ครัว ตั้งแต่ขึ้นรถมาอีกฝ่ายยังไม่ยอมเรียกเขาว่าพี่สักคำพูดอะไรไปก็ไม่ถูกหู เขาได้ยินเสียงสายน้ำจากฝักบัวดังมาจากห้องนอนแสดงว่าอีกฝ่ายกำลังอาบน้ำอยู่วารินเปิดตู้เย็นสำรวจข้าวของซึ่งเขารู้อยู่แล้วว่ามันไม่มีอะไรเลยนอกจากเครื่องดื่มเพราะสองวันที่แล้วเขาเป็นคนจัดเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างในห้องนี้ด้วยตัวเอง

ธาราธารชอบหายไปตอนกลางคืน คุณภัครเองก็บอกว่าลูกชายไม่ค่อยชอบกลับมานอนบ้าน แต่ธาราธารมีห้องพักอยู่หลายที่วารินจึงคิดว่าเด็กหนุ่มอาจไปนอนอยู่ที่ใดที่หนึ่งก็เป็นได้

“ไง อาหารเสร็จรึยัง”

ธาราธารเดินออกมาในชุดนักศึกษาเรียบร้อย กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆลอยมาเตะจมูกวารินทันทีที่เขาแทรกตัวเข้ามานั่งลงใกล้ๆ วันนี้เป็นครั้งแรกที่วารินสังเกตธาราธารแบบชัดๆ เด็กคนนี้เป็นคนที่รูปร่างดีมาก ตัวสูงใหญ่ไหล่กว้าง รูปหล่อและมีผิวพรรณขาวสะอาด วารินถึงขนาดคิดไปว่า ‘คุณพ่อ’  ของธาราธารคงจะเป็นผู้ชายที่หล่อเหลาและดูดีเอามากๆเลย

“ไหนล่ะ อาหาร” ธาราธารถามซ้ำ

“หึ..ไม่มีอ่ะ  มันไม่มีอะไรจะให้ทำได้เลย กินนี่ไปก่อนนะ” วารินตอบหน้าจ๋อย ยื่นครัวซองสำเร็จรูปชิ้นเล็กๆที่ซื้อติดกระเป๋าไว้ส่งให้

“งั้นชงกาแฟมา  กาแฟดำน้ำตาลก้อนเดียวนะ” ธาราธารถอนใจรับขนมมาแต่ก็ไม่ได้โวยวาย

“ร้อนนะ ระวังด้วย” ดีที่วารินเสียบกระติกน้ำร้อนไว้แล้วเขาจึงชงให้ธาราธารกับตัวเองคนละแก้ว

“กินอะไรน่ะ อะไรสีขาวๆ” ธาราธารเหลือบมองที่แก้วของวาริน

“นมไง”

ทันทีที่วารินพูดจบธาราธารแทบสำลัก เขากลั้นหัวเราะจนไหล่ไหว  ส่วนวารินได้แต่นั่งกัดปาก

“อย่าหัวเราะนะคนเราชอบไม่เหมือนกัน”

“เปล่าๆโทษทีๆ”

เด็กหนุ่มโบกไม้โบกมือ รู้สึกตลกผู้ใหญ่ตัวเล็กที่นั่งอยู่ตรงหน้า วันนี้วารินใส่เสื้อสีชมพูอ่อนๆเหมือนกับผิวของเขา แต่เวลาที่ธาราธารแกล้งทำให้เขาโกรธแก้มป่องๆนั่นจะเปลี่ยนเป็นสีแดงแป๊ดทันที ปากเล็กๆจะยู่ออกมาบ่นนั่นบ่นนี่  อีกทั้งปลายจมูกรั้นนั่นมันช่างเข้ากับดวงตากลมใสแจ๋วเหมือนดวงตาของเด็กๆ

“แปลกนะเรานึกไงโทรหาพี่ตั้งแต่ตีสี่ ตื่นเช้าเป็นเหมือนกันเหรอ” วารินชวนคุย

“ตื่นอะไร ยังไม่ได้นอนต่างหาก” เขาตอบเรียบๆ

“อ้าวทำไมไม่นอนอ่ะ ไปค้างที่ไหนมาเนี่ย” เป็นเพราะธาราธารบอกว่าไม่ได้มาจากที่บ้านเพราะอย่างนั้นวารินจึงลองถามดูกลัวว่าเขาจะไปทำอะไรไม่ดี

“ค้างกับผู้ชายไง”

ค้างกับผู้ชาย!!  วารินตาโตนึกทวนคำในใจ แล้วคิดขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายเคยบอกเขาแล้วเป็นนัยน์ๆว่าตัวเองเป็นไบเซ็กชวล เขาจึงได้แต่พยักหน้ารับเบาๆ

แต่ก็เผลอพลั้งปาก

“ความจริงผู้หญิงสวยๆมีเยอะแยะไป ธารไม่ลอง.....”

“เกลียดผู้หญิง” เขายกกาแฟขึ้นจิบแล้วพูดแทรกขึ้น “แต่ความจริงก็ได้หมดล่ะนะ ช่วงนี้ชอบผู้ชายมากกว่าไม่รู้ทำไม”

“ธารครับ ธารยังเด็ก ถ้าไงต่อไป.....”

“พี่นี่ยุ่งเรื่องของผมจริงๆนะ ทำไม? อยากรู้อยากเห็นขนาดนั้นเหรอ ผมต้องอัดเป็นคลิปไว้ให้ดูป่ะเนี่ย หึหึ”

“พี่ก็แค่หวังดี”

“ไม่ต้องห่วงไปหรอก ผมไม่ใช่คนได้หลังแล้วจะลืมข้างหน้า ยังไงซะคนที่ผมจะเลือกมาเป็นแม่ของลูกผมก็ต้องเป็นผู้หญิงอยู่แล้ว” เด็กหนุ่มจิบกาแฟไปด้วยจ้องหน้าวารินไปด้วยอย่างหยั่งเชิง นานจนอีกฝ่ายต้องหลบสายตา

“มองอะไร ข้องใจอะไรพี่ ถามได้นะ” วารินจำต้องลุกขึ้นแล้วหยิบแก้วทั้งของเขาและของธาราธารไปล้างที่อ่าง

“ทำไมพี่ถึงคิดว่าผมมองพี่” เขาเดินเข้าไปหาวารินใกล้ ๆ กอดอกใช้สะโพกพิงขอบอ่างไว้

“อ้าว..ก็เห็นว่าเรามองน่ะสิถึงได้ถาม”

“ถ้าผมบอกไม่ได้มองพี่จะเชื่อไหม” วารินหันมองเขาทันที เจ้าของคำพูดกระตุกยิ้มร้ายใส่นิดๆ

“ไม่เชื่อ! ก็มองกันอยู่ชัดๆ มีอะไรข้องใจว่ามา”

ธาราธารนิ่งไปครู่หนึ่งเขาหรี่ตาเจ้าเล่ห์ก่อนก้าวเข้ามาประชิดโน้มตัวลงกระซิบเสียงแตกพร่า  “มองคนแก่!” เขาเน้นคำแล้วยิ้มเย้ยจนไหล่ไหว

“คำก็แก่สองคำก็แก่ เดี๋ยวพอธารเรียนจนถึงปีหกนะธารจะแก่กว่าพี่อีกคอยดู” วารินเหลืออดรีบย้อน ธาราธารเรียนหมอเคยได้ยินมาว่าบางคนแค่ปีสี่หัวก็เริ่มหงอกแล้ว สาธุของให้เด็กนี่เป็นอย่างนั้นด้วยเถ้อวารินแอบบ่นเบาๆ

“มันจะจริงเร้อ หึหึหึ ผมกินผักแล้วก็ออกกำลังกายตอนกลางคืน ฝึกหายใจทุกวี่ทุกวันรูปร่างถึงได้ดีแบบนี้ไง ไม่เหมือนคนบางคนนี่ แค่ขึ้นบันไดก็หอบแฮ่กๆแล้ว ถ้าโดนคนตัวใหญ่ๆแบบผมขึ้นทับคงได้เป็นลมกันพอดี หึหึหึ”

เขาแกล้งตีคิ้วใส่ คำพูดคำจายียวนกวนประสาท ไม่รู้ทำไมเขาถึงชอบแกล้งกระเซ้าวารินนัก ทั้งที่ก็รู้ว่าจะต้องโดนฝ่ามือเล็กๆนั่นฟาดลงมาจนต้นแขนแดงเถือก แต่เขาก็รู้สึกชอบใจทุกครั้งที่ได้แหย่อีกคน “โอ๊ยย..พอๆ..เจ็บๆ..” เขาลูบต้นแขนด้วยความรู้สึกเจ็บที่โดนฟาดแรงขนาดนั้นตั้งหลายที

“จัดการห้องให้ด้วยล่ะ เดี๋ยวกลับมาเย็นๆ”

ก่อนขับรถออกไปมหาวิทยาลัยธาราธารบอกเขาไว้แค่นั้น เหลือเพียงวารินคนโง่ที่เพิ่งจะรู้ตัวตอนนี้ว่าที่ธาราธารแวะไปรับเขามาด้วยก็เพื่อจะมาทำอาหารและทำความสะอาดห้องพัก  เขาจัดการดูแลเรื่องห้องหับจนเรียบร้อยโทรเรียกแม่บ้านให้ขึ้นมารับเสื้อไปซัก แล้วลงไปซื้ออาหารสำเร็จรูปแช่แข็งและน้ำดื่มมาเรียงเข้าตู้ไว้ให้ก่อนจะนั่งแท็กซี่ยาวกลับโรงแรม

.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-03-2014 15:53:46 โดย coffeeQbread »

ออฟไลน์ dahlia

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +695/-4
เมื่อไรถึงจะอ่านเจอความน่ารักของไอ้เด็กธารคนนี้ซะทีนะ อ่านมาก็หลายตอนแล้ว เด็กเปรตจริงๆๆ  :o

ออฟไลน์ nunda

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2975
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-2
เด็กร้ายๆนี่มันน่าจับมาฟัดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
555555555 บ้าไปแล้วตู ^^

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Serioz

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 265
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
วารินเองก็ดูมีใจให้กับพี่ซีอ่ะ จิ้นแปบ

ออฟไลน์ tsundere

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 118
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-1
ธารที่เลือกคอนโดนี้เพราะวางแผนไว้แบบนี้ใช่มั้ย  o18
ตกลงนี่ชื่อ ธาราธาร หรือ ธารธารา กันแน่คะ
พาทนี้ความรู้สึกต่อวาริาติดลบค่ะ

ออฟไลน์ My_yunho

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1684
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-5
เด็กขี้แกล้งๆๆๆ

ออฟไลน์ Pakbung Mazo

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 506
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-3
อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกไม่ดีกับความคิดของทรายเลยค่ะ เขาดูลังเลกับความรู้สึกที่มีต่อพี่ซี อ่านแล้วหน่วงแปลกๆ แต่ยังไงก็ติดตามตอนไปนะคะ

ออฟไลน์ หยกกลม

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 99
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

ออฟไลน์ NOoTuNE

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3256
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +317/-15
ทรายเธอก็ไม่ดีนะ ความไม่ชัดเจน เท่ากับทำร้ายคนที่รักทรายมากที่สุด

ออฟไลน์ IsDeer

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2519
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +85/-8
 :katai1: เจอตอนนี้เข้าไปเริ่ม รู้สึกว่าเรื่องนี้ตัวละครสีเทาๆทุกตัว

ออฟไลน์ AMINOKOONG

  • ฝากติดตามนิยายด้วยนะคราฟฟฟฟ
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 860
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +183/-12
อ่านไปอ่านมาเริ่มรำคาญทรายล่ะ
จะยอมอะไรนักหนา ไม่รู้จักสั่งสอนไอเด็กเปตรนั่นซักที
ก็สมควรปล่อยให้มันด่าให้มันแดกดันอยู่นั่นแหละ
คืออย่างน้อยน่าจะใช้ความเป็นผู้ใหญ่อบรมสั่งสอนมันบ้าง
นี่อะไรทนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แกโง่ซื่อบื้อขนาดนั้นก็สมควรให้เด็กมันถอนหงอกเหอะ
เซ็งกับตัวละครในเรื่องแต่ละตัวไม่สมประกอบซักคน :katai1:

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26

ออฟไลน์ coffeeQbread

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 337
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1218/-29
*ขอโทษนะคะที่ไม่มีเวลามาอัพให้เลย*

สำหรับท่านที่อยากอ่านต่อเนื่อง  เราอัพไว้ที่บล็อก  เข้าไปอ่านได้เลยนะคะ

http://www.onlyone-minnie.blogspot.com

ขอบคุณค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-03-2014 17:23:50 โดย coffeeQbread »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ acorntan

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +566/-34
ชอบมากคะ สู้ๆ นะ

ออฟไลน์ Pakarang

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ช่วยอัพในเล้าด้วยน้าา เค้าเล่นในมือถือเปิดบล็อกแล้วมันค้างง่า TT

ออฟไลน์ coffeeQbread

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 337
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1218/-29
บทที่ 6

ในที่สุดพิธีถวายสัตย์ต่อหน้าพระบิดาก็เสร็จสิ้น

ธาราธารเข้าร่วมพิธีปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองซ้ำยังก่อให้เกิดความภาคภูมิใจ พลังเสียงแห่งการปฏิญาณตนของนักศึกษากว่าสามพันคนทำให้เขารับรู้ได้ถึงความมุ่งมั่นและความมั่นคงของเพื่อนจากหลากหลายคณะภายใต้มหาวิทยาลัยเดียวกัน

กว่าพิธีจะเสร็จก็ค่ำมืดแต่งานแบบนี้ถือว่ามีครั้งเดียวในช่วงชีวิต แม้ว่าคณะของเขาปีสองจะต้องมีการย้ายไปเรียนอีกที่หนึ่งและจะมีการรับการอบรมจากพี่คณะที่แท้จริงอีกครั้งเพื่อรับรุ่นน้องข้ามฟากเข้าไปเรียนที่คณะแพทย์ฯ แต่เขาก็เต็มใจที่จะมาร่วมงานของที่นี่ด้วย   ช่วงเช้าตอนถูกจับแยกกลุ่มแยกเขาได้รู้จักเพื่อนๆต่างคณะที่น่าสนใจหลายคน ดังนั้นก่อนแยกย้ายกันกลับคนที่เขารู้จักจึงมีมาโบกมือล่ำลากันมากมาย

“น้องๆ น้องคะ น้องธารSI”

เสียงรุ่นพี่คนหนึ่งเรียกเขาไว้ขณะที่ธาราธารกำลังจะเดินกลับไปที่รถ เธอเป็นหนึ่งในคณะกรรมการสโมสรนักศึกษา ถ้าเขาจำไม่ผิดเพราะเห็นเธออยู่ร่วมในพิธีตลอดตั้งแต่เช้าถึงค่ำ

ไม่ใช่รุ่นพี่คณะเขาแน่เพราะคณะเขารุ่นพี่มาแค่ไม่กี่คนเท่านั้น น้อยยิ่งกว่าน้อย เขาจำหน้าได้หมดทุกคนแล้ว

“น้องธารอย่าเพิ่งกลับนะคะ ต้องไปรวมตัวกันที่ฝั่งโน้นก่อน” เพื่อนอีกคนที่วิ่งมาด้วยกันพูดขึ้นเธอหอบหนักเพราะอ้วนมาก

“เห็นพี่ต้านายกสโมฯบอกไว้ว่าจะให้น้องธารเป็นตัวแทนถือพานพุ่มให้พี่เขาที่งานศิริฯหน่อย แต่เห็นว่าพวกพี่คณะเล็งเราเอาไว้จะให้ถือของSI  ธารต้องไปคุยให้พี่นะครับนะ” พี่คนแรกพูดจาหว่านล้อมแล้วดึงแขนธาราธารให้เดินไปกับตน

เมื่อธาราธารเดินไปถึงกลุ่มพวกรุ่นพี่จากหลายคณะก็พาน้องใหม่ที่ตนเลือกให้มายืนรวมอยู่ด้วยเช่นกัน ต่างฝ่ายตกลงกันได้เรียบร้อยมีแต่ของธาราธารเท่านั้นที่ยังไม่ลงตัวเหตุเพราะรุ่นพี่รุมแย่งตัวเขาให้ไปทำทุกหน้าที่ที่จะเป็นหน้าเป็นตาของฝ่ายตน

“ผมไม่ทำเลยได้ไหม” ธาราธารแทรกขึ้นกลางวง ทำให้รุ่นพี่ที่ถกเถียงกันอยู่เงียบกริบ

“ไม่ทำไม่ได้ค่ะคุณน้องเราน่ะเป็นหน้าเป็นตาของคณะ เพราะงั้นอย่าได้ไปสนใจพวกสโมฯ น้องธารต้องทำให้คณะเรานะ พี่จองตัวไว้เลย ประกวดดาวเดือน ประกวดเฟรชชี่บอย  เต้นลีด ถือพานพุ่ม ถือป้าย  งานบายเนียร์ งานเฮลไนท์ละครเวที พี่จองเราไว้เลย!”  พี่คนที่พูดเป็นผู้ชายแต่ทำไมน้ำเสียงเป็นแบบนั้นธาราธารรู้สึกแปลกใจจึงเผลอมองหน้านานไปหน่อย  ส่วนรายละเอียดเรื่องที่พูด เขาไม่ได้ฟัง!

“ตายๆๆอย่ามองพี่แบบนั้นสิครับ พี่จะนิพพานแล้ว รู้ตัวไหมว่าเราน่ะหน้าตาดีม๊ากกกหลงมาที่นี่ได้ไงลูก”

“เบลพอเหอะมึงเดี๋ยวน้องเขากลัวก็หนีไปพอดีเลยจะไม่ได้อะไรสักอย่าง ตกลงน้องธารทำให้คณะเรานะคะ บอกปฏิเสธพวกสโมฯไปเลยค่ะน้อง”

ธาราธารถอนใจรู้สึกรำคาญขึ้นมาอย่างมาก ขณะกำลังจะพูดบางอย่างกับพวกรุ่นพี่สโมสรนักศึกษาเด็กสาวที่วิ่งไปเรียกเขาตั้งแต่ครั้งแรกก็ชิงพูดขึ้น

“ไม่เอาก็ได้วะ  งั้นฉันขอน้องคนนี้ละกัน” เธอหันไปดึงแขนนักศึกษาชายอีกคนให้ก้าวเข้ามายืนข้าง ๆ ธาราธาร “น้องชนาธิปSCCH โว๊ย ถึงไม่หล่อไม่เท่เท่าน้องธารแต่หน้าตาน่ารักกว่าเยอะแกดูน้องเขาใส่เหล็กดัดฟันสีชมพูพาสเทลน่ารักป่ะ”

ธาราธารจำได้ทันที เพื่อนคนนี้เขาเจอตอนแยกกลุ่มเมื่อเช้าชนาธิปเป็นคนผิวขาวตัวเล็ก และมีรอยยิ้มที่สดใส ธาราธารเห็นแล้วพลอยนึกไปถึงวาริน ป่านนี้จะกลับไปหรือยัง หรือว่ายังรอเขาอยู่ที่ห้อง แต่ก่อนออกมาเขากำชับไว้แล้วว่าจะกลับมาหา วารินคงต้องอยู่รอจนกว่าจะเจอเขาแน่

“เจอกันอีกแล้วนะ”  ชนาธิปพูดทักขึ้นส่งรอยยิ้มสดใสไปให้ ธาราธารจะไม่ใส่ใจเลยหากไม่ได้เห็นแววตาชื่นชมนั่นอีกครั้ง เมื่อเช้าชนาธิปเอาแต่นั่งมองเขาจนโดนรุ่นพี่แซว พวกเขาสองคนเลยโดนแกล้งให้จับคู่กันเสียอาน

“งั้นเอาเป็นว่าตามนี้นะคะ น้องธารจะทำกิจกรรมทุกอย่างให้กับคณะเรา ส่วนของสโมฯก็ให้น้องชนาธิปรับไป ส่วนคณะ......”รุ่นพี่ชายใจหญิงสรุปความยาวเหยียดด้วยน้ำเสียงที่ใส่จริตจกร้านเต็มที่

“ผมบอกเมื่อไหร่ว่าผมจะทำ”  สุดท้ายเขาก็ออกฤทธิ์จนได้  เพราะปล่อยให้อีกฝ่ายพล่ามไปคนเดียวนานมากแล้ว รุ่นพี่เบลถึงกับอ้าปากค้าง “หาคนอื่นเถอะ ผมไม่มีเวลา ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัว”

“ไม่ได้ๆๆน้องธาร เดี๋ยวสิครับ รอพี่ก่อน เดี๋ยวๆ”

เมื่อธารธาราเดินออกมาเด็กรุ่นพี่นั่นก็เดินตามมาพูดจาหว่านล้อมตะล่อมร่ายยาวจนถึงรถ ชนาธิปเองก็เดินมาทางเดียวกัน ธาราธารกดสวิทเปิดประตู “โอ้โหคุณน้องทั้งหล่อทั้งรวยแบบนี้จะให้พี่ปล่อยไปง่ายๆได้ยังไง  พี่ก็ต้องเอาตัวเรามาทำงานให้คณะจนได้นั่นแหละ คอยดูฝีมือหมอเบลเถอะ”

“นี่พี่เป็นหมอจริงป่ะเนี่ย อย่าทำให้ผมผิดหวังนักเลย”  ธาราธารไม่ใส่ใจเขาพูดใส่หน้ารุ่นพี่โดยไม่แคร์เลยสักนิดก่อนที่จะขับรถออกไปจากมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงชนาธิปกับเด็กรุ่นพี่นั่นยืนอยู่ด้วนกัน เบลขยี้เท้าอย่างไม่ได้ดั่งใจ ชนาธิปได้แต่หัวเราะเบา ๆ กับท่าทางตลกนั่นก่อนที่เขาเองจะรถขับออกไปในเส้นทางเดียวกันกับธาราธาร

.
.

“แล้วนี่กลับมาเมื่อไหร่ครับ” ภูวดลรับถุงของฝากถุงใหญ่จากขวัญข้าวเพื่อนสมัยเด็กที่นำมาฝากให้เกือบทุกครั้งที่เธอบินต่างประเทศ

“เพิ่งมาถึงก็รีบเอามาให้ซีเลย ขวัญรู้ว่าซีชอบขนมร้านนี้ ซีทานเยอะๆนะน้องทรายก็ด้วย นี่ๆมีเกมส์รุ่นใหม่พี่ซื้อมาฝากทรายไม่รู้ว่าจะเข้ากับเครื่องที่พี่ซื้อมาให้เราครั้งที่แล้วได้รึเปล่า”

“ขอบคุณมากนะครับพี่ขวัญ” วารินเสียงอ่อนรู้สึกเกรงใจเธอเต็มที่

ขวัญข้าวเป็นคนจีนลูกอาเจ็กข้างบ้านวัยเดียวกันกับภูวดล เธอทำงานเป็นนางฟ้าของสายการบินแห่งหนึ่ง และแอบรักภูวดลมาตั้งแต่เด็กๆ ทั้งภูวดลและวารินเองก็รู้ เธอเป็นผู้หญิงที่ดีไม่เคยมีข่าวเสียหายเรื่องผู้ชาย อายุอานามก็ไม่ใช่น้อยแต่ยังเฝ้ารอภูวดลแค่คนเดียวอย่างมีความหวัง

“ขวัญกินข้าวมาหรือยัง” ภูวดลถาม

“ยังเลยว่าจะมาหาอะไรกินที่นี่อ่ะ พอจะมีอาหารเหลือบ้างไหมเนี่ย” เธอเดินลูบท้องเข้าไปในครัว

“เดี๋ยวซีทอดไข่ให้กินดีไหม” เขากับทรายเพิ่งทานข้าวเย็นกันเสร็จ กำลังเก็บล้างเธอก็มาได้จังหวะ “จริงเหรอ กินสิกิน ให้ขวัญช่วยอะไรบ้าง”  วารินที่กำลังล้างจานมองดูภูวดลกับขวัญข้าวช่วยกันทอดไข่ทำอาหาร ดีที่ในหม้อยังมีข้าวสวยเหลืออยู่ขวัญข้าวจึงยังพอมีวาสนาได้ทานอาหารฝีมือภูวดล

“นึกยังไงวันนี้เรียกพี่ขวัญทานข้าวที่บ้านเราครับเนี่ย”

วารินถามขึ้นหลังจากอาบน้ำเสร็จ ปกติภูวดลไม่แม้แต่จะเคยชวนขวัญข้าวอยู่ต่อจนค่ำมืดแบบนี้  วารินยืนเช็ดผมอยู่ข้างๆ ภูวดลวางหนังสือในมือแล้วดึงแขนคนตัวเล็กให้นั่งลงบนตัก เขาเช็ดผมให้วารินอย่างที่เคยทำด้วยความเคยชิน

“เพราะเขาดีกับเราทั้งคู่ไงครับ ถ้าเขารักแค่พี่ซีคนเดียวแล้วไม่รักทราย พี่ซีไม่มีวันสนใจเขาหรอกนะ”
“พี่ซีชอบพี่ขวัญไหม” วารินหันหน้ามาถาม

“ทราย?” ภูวดลชะงักมือนิดหนึ่ง

“ถ้าเป็นพี่ขวัญทรายก็เต็มใจนะ พี่ขวัญรักพี่ซีมานานมากแล้ว แล้วก็ดีกับเราสองคนมากๆ ถ้าหากพี่ซีจะเลือกใครสักคนมาเป็นคู่ชีวิต ทรายว่าเป็นพี่ขวัญก็ดีนะครับ เพราะว่าเขาเป็นคนดี”

“เด็กโง่! คนเราเลือกกันที่ความรักต่างหาก ไม่ได้เลือกกันที่ความดีหรอกนะรู้ไหมครับ เข้านอนได้แล้ว” ภูวดลจิ้มหน้าผากเนียนไปทีแล้วดันตัววารินให้นอนลงห่มผ้าให้ ตัวเขาลุกขึ้นไปปิดไฟแล้วลงมาสอดตัวนอนในผ้าห่มผืนเดียวกัน ภูวดลตะแคงตัวไปกอดเอวน้องชายไว้หลวม ๆ

“เมื่อกลางวันอาเจ๊กพ่อของขวัญแวะมาบอกพี่ ว่าแกกับเมียจะย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดกับลูกชายคนโต แกเลยจะขายบ้าน แต่กลัวว่าขวัญจะไม่ยอมเพราะเห็นว่าขวัญติดที่นี่มากอยู่มาตั้งแต่เด็ก แกเลยอยากจะให้พี่แบ่งห้องให้ลูกแกเช่า แล้วขวัญบินบ่อยไม่ค่อยได้อยู่บ้าน ทรายคิดยังไงจะให้พี่เขามาอยู่ด้วยดีไหมครับ”

“ตามใจพี่ซีสิครับ ทรายยังไงก็ได้บอกแล้วถ้าเป็นพี่ขวัญทรายไม่ว่า” ภูวดลจ้องมองดวงตากลมนั่นอย่างลืมตัว ฝ่ามือใหญ่เฝ้าลูบไล้เรือนผมหอมอย่างทะนุถนอม

เขากดปลายจมูกโด่งลงที่แก้มขาวนวลจูบซับลงมาจนถึงซอกคอหอม สูดดมกลิ่นแป้งเด็กที่อีกฝ่ายชอบใช้เป็นประจำก่อนนอน ทั้งกลิ่นนมเจือจางที่ริมฝีปากนั่นอีก

ภูวดลแทบคลั่ง...เขาต้องหักห้ามใจทุกครั้งที่เผลอใกล้ชิดกับวารินแบบนี้

Rrrrrrrrr   Rrrrrrrrrrrrrr

วารินสะดุ้งจนตัวโยน  เสียงโทรศัพท์ปลุกสติสัมปชัญญะของภูวดลได้ทันก่อนที่เขาจะเผลอไผลมากไปกว่านี้ วารินคงไม่รู้ ปลายลิ้นของเขากำลังขยับเข้าไปใกล้เพียงนิด

....อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น....

“ธารครับใจเย็นๆ นี่มันดึกมากแล้วนะพี่จะออกไปหาเราได้ยังไง”

“จะมาหรือไม่มาแค่นั้นจบ” น้ำเสียงเด็ดขาดเอาแต่ใจดังลอดออกมาจากปลายสาย

“เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่เข้าไปแต่เช้าเลย ธาร.....” วารินยังพูดไม่ทันจบประโยคก็ได้ยินเสียงดังตึงตังจากปลายสายตามมาด้วยเสียงโครมครามคล้ายข้าวของถูกทำลายสักพักมีเสียงคล้ายกระจกแตกดังตามมา

“ธาร! เกิดอะไรขึ้นน่ะ” วารินอุทานขึ้นอย่างดังแต่ก็ไม่มีเสียงธาราธารตอบกลับมา เขายังคงได้ยินเสียงดังโครมครามอยู่ไม่ขาด

“โอเคๆพี่จะเข้าไปเดี๋ยวนี้ รอหน่อยละกันมันไม่ใช่ใกล้ๆ”

“มาคนเดียวไม่ต้องติดพี่ชายมาด้วยล่ะเดี๋ยวจะพาลกินข้าวไม่ลง” โทรศัพท์ถูกตัดสายไปแล้ว วารินลุกไปหยิบเสื้อผ้ามาเปลี่ยน ขณะที่ภูวดลนั่งหน้านิ่วเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

“คืนนี้อาจจะต้องค้างที่นั่นพี่ซีไม่ต้องรอทรายนะ”

“มันไม่เกินไปหน่อยเหรอทราย ต้องดูแลเขาขนาดนั้นเลย? พี่ว่ามันไม่ใช่แล้วนะ”

ภูวดลยืนมองจนรถเลี้ยวหายออกไป

“สวัสดีครับพี่ภูวดล” เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้ภูวดลที่กำลังจะก้าวเข้ารั้วบ้านต้องหยุดชะงัก

“ขอโทษด้วยวันนี้มาดึกเลย แต่เวลาช่วงอื่นผมไม่ว่างจริงๆ เรามาต่อกันตอนนี้เลยได้ไหมครับ พี่พอจะวาดให้ผมต่อได้หรือเปล่า”

‘ชนาธิป’ เด็กที่ภูวดลรับวาดภาพนิ่งให้ เขามาในชุดนักศึกษาแต่เปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะเรียบร้อย

“นี่มายังไง มันดึกแล้วนะพ่อแม่เราจะไม่ห่วงเหรอครับ” จะให้วาดตอนไหนภูวดลก็วาดได้ แต่ติดตรงที่ภาพแบบนี้มันต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงแล้ว นี่มันก็สามทุ่มกว่าแล้วด้วย

“พี่คงไม่ใจร้ายไล่ผมกลับหรอกนะครับ” ชนาธิปยิ้มกว้างโชว์เหล็กดัดฟันสีสดใส ภูวดลจึงเชิญเขาเข้ามาด้านใน “เอ๊ะวันนั้นผมพาดเสื้อไว้ตรงไหนนะ” เด็กหนุ่มจัดการถอดเสื้อออกแล้วพาดไว้ที่พนักของโซฟาตามคอนเซปเดิมของรูป

“ไม่เป็นไรครับพี่วาดส่วนนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เหลือแต่วาดส่วนของบอดี้”

ชนาธิปนอนลงที่โซฟาทำท่าทางให้เหมือนเดิมมากที่สุด อกบางเปลือยเปล่าประดับด้วยสร้อยเงินเส้นจิ๋วภูวดลเดินเข้ามาใกล้แล้วจับสร้อยเส้นเล็กที่สวมอยู่ให้ได้ตำแหน่งที่สวยงามพอดีตัว  “จะให้พี่วาดสร้อยเส้นนี้ด้วยรึเปล่าครับ” เด็กหนุ่มสะดุ้งรีบคว้าจับข้อมือของภูวดลทันที  “ข..ขอโทษครับผมตกใจ”

ภูวดลสังเกตเห็นแผ่นอกเล็กกระเพื่อมขึ้นลง เด็กหนุ่มคงจะตกใจจริงๆเขาจึงส่งยิ้มอบอุ่นจริงใจให้ไปก่อนจะเดินกลับไปนั่งประจำตำแหน่งของตน “จะหลับเลยก็ได้นะเดี๋ยวเสร็จแล้วจะเรียก”

ถึงภูวดลจะพูดอย่างนั้นแต่ชนาธิปกลับนอนจ้องเขาตาแป๋ว ภูวดลเผลอนึกไปถึงดวงตากลมของวารินแล้วระบายยิ้มบางออกมา ก่อนจะสะบัดศีรษะไล่ฟุ้งซ่านตั้งสติให้จดจ่อกับงานตรงหน้า

.
.

“ช้ามาก นึกว่าต้องรอถึงเที่ยงคืนซะก่อนถึงจะได้กินข้าวเย็น ช่างเป็นพี่เลี้ยงที่ดูแลดีมากๆเลย”   พอวารินมาถึงธาราธารก็ประชดประชันเขาทันที ดวงตากลมโตกวาดมองข้าวของรอบห้อง

แต่ทุกอย่างยังอยู่ในสภาพเดิม เรียบร้อย ปกติ วารินตรงรี่เข้าไปเปิดประตูห้องนอนทั้งสองห้องออกดู แต่ทุกอย่างก็ยังปกติ  นิ้วเล็กๆบดเบียดเข้าหากันอย่างโกรธจัด  “ธาร เมื่อกี้เสียงอะไรในโทรศัพท์” วารินเสียงสั่นเม้มปากรอฟังคำตอบ

“เสียง?” ธาราธารแสร้งทำหน้างง ก่อนกดโทรศัพท์แล้วโยนลงให้วารินฟัง “เสียงนี้นะเหรอ?”

เด็กยียวนกวนประสาท ช่วยไม่ได้ที่เจ้านี่เป็นเด็กมีปัญหา! พ่อทิ้ง! แม่ก็บ้างานจนไม่มีเวลาให้!  วารินพยายามปลอบใจตัวเองด้วยเหตุผลเหล่านั้นเพื่อข่มความโกรธที่พวยพุ่งเหมือนน้ำเดือดภายในตัวเขา

อุตส่าห์รีบขับรถมากลัวว่าอีกฝ่ายจะเป็นอะไร

ที่แท้...โดนหลอก...โดนเด็กหลอก

วารินข่มใจลงพยายามนับหนึ่งให้ถึงสิบ

“พี่อยู่สีลมนะ ธารคิดว่ามันใช้เวลานานเท่าไหร่กันล่ะกว่าจะมาถึงศาลายาเนี่ย”  ด้วยความสัตย์วารินเหยียบจนมิดจริงๆ เพราะเสียงโครมครามนั่นทำให้เขานึกกลัวว่าทางนี้จะเป็นอะไรหรือไม่นั่นเอง

“ทำอะไรให้กินดิ หิว” คนสั่งนั่งดูหนังสบายใจ อย่างกับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีอะไรทั้งนั้น

วารินสูดลมหายใจ เดินไปที่ตู้เย็นหยิบอาหารสำเร็จแช่แข็งที่เขาซี้อมาไว้เมื่อกลางวันเตรียมยัดเข้าไมโครเวฟ

“กินไม่เป็นนะ อาหารแบบนั้น” วารินชะงักทันที

“งั้นมาม่า กินได้ไหม” ลูกคนรวยเอาแต่ใจ! เด็กมีปัญหา!

“เดี๋ยวขับรถให้ ซุปเปอร์ใกล้ๆมีไปซื้อของเข้ามาทำให้กินหน่อย”

“นี่ห้าทุ่มแล้วนะธาร ถ้าจะทำอย่างนั้นกินข้างนอกเลยเหอะ”

ในที่สุดเด็กตัวโตกับผู้ใหญ่ตัวเล็กก็มานั่งอยู่ตรงข้ามกันในร้านข้าวต้มสไตล์ล้านนา “ทีหลังรู้จักหากินเองนะ จะมาหวังพึ่งคนอื่นตลอดไปได้ไง”

“อืม”

“แล้วเราทำอะไรอยู่จนป่านนี้ถึงยังไม่กินข้าว”

“เลิกดึก”

“พูดกับผู้ใหญ่ให้มันมีหางเสียงสิธาร ลงท้ายว่า‘ครับ’ แล้วก็เรียกพี่ว่า  ‘พี่ทราย’  แบบนี้จะน่ารักกว่านะ”

วารินได้ทีสอนมันเสียเลย ธาราธารคาบช้อนเงยหน้าขึ้นมองเขาทันที “ไม่สนอ่ะ ไม่ได้อยากน่ารักนี่”

“แต่มันควรจะพูดไม่ใช่เหรอ”

“พี่อยากให้ผมเรียกแบบนั้น?”

“ก็ธารเป็นเด็กพูดแบบนั้นกับพี่ พี่ก็ต้องชอบมากกว่าอยู่แล้ว แต่ถ้าธารรู้สึกว่ามันฝืนพี่จะไม่บังคับเราอีก..ยังไงก็ได้” วารินคีบสาหร่ายเส้นวางลงในชามข้าวของธาราธารแล้วส่งยิ้มกว้างให้แบบไม่จริงใจสุดๆ  เด็กหนุ่มนั่งก้มหน้าก้มตากินข้าวจนหมดถ้วยหลังจากนั้นเขาสองคนจึงเดินออกมาที่หน้าร้าน ลมยามดึกพัดโชยกลิ่นหอมอ่อนๆของต้นโมกกระจายฟุ้งไปทั่วทางเดิน

“ธารดูนี่สิ ปลาคาร์ฟเยอะเลย สวยจัง” วารินพูดอย่างตื่นเต้นดึงแขนธาราธารให้นั่งลงดูด้วยกัน

“มันจะหิวไหมนะ” มือเล็กๆดีดลงที่ผิวน้ำ

“พี่อย่าสิ เดี๋ยวน้ำเขาสกปรกมือพี่ยังไม่ได้ล้างเลยนะ”

วารินฟาดป๊าบลงที่ต้นแขนฟิตเปรี๊ยะนั่น ธาราธารหัวเราะในลำคอเบาๆก่อนฉุดมือวารินให้ลุกขึ้นพร้อมกัน

“ที่มหา’ลัยผมมีนะ สระใหญ่กว่านี้เยอะเดี๋ยววันหลังพาเข้าไปดู”

เขาสองคนเดินตรงไปที่ลานจอดรถ พอถึงรถธาราธารจึงกดสวิทปลดล๊อคแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเองเดินจับมือวารินไว้นานแล้ว  เขารีบชักมือกลับทันทีขณะที่วารินนั้นเดินเงียบมาตลอดทางแต่หน้าแดงแป๊ดไปถึงใบหู

“กลับเลยละกัน ดึกมากแล้ว”

.
.

“ธาร นี่เราไม่มีเสื้อยืดใส่นอนไว้ที่นี่เลยหรือไง”

วารินกำลังรื้อตู้เสื้อผ้า ความจริงแล้วก็เป็นเขาอีกนั่นแหละที่เป็นคนจัดเตรียมข้าวของทุกอย่างไว้ให้ เขาใส่ไว้แต่ชุดนักศึกษา คิดว่าธาราธารคงจะเอาชุดเล่นต่างๆมาจากที่บ้านเอง

“ไม่มีอ่ะ” ธาราธารเพิ่งอาบน้ำเสร็จเขาเดินนุ่งผ้าเช็ดตัวแล้วเช็ดหัวออกมา

“อ้าวแล้วจะใส่อะไรนอน”

“ไม่ใส่อ่ะ ไม่เคยใส่”

วารินหันกลับมาหาปากอ้าเพราะตกใจในคำตอบนั่น ธาราธารดึงเสื้อเชิ้ตตัวหนึ่งออกมาจากไม้แขวนเสื้อแล้วส่งให้วาริน “เอาตัวนี้ไปใส่ก่อน บ็อคเซอร์ตัวใหม่อยู่ในลิ้นชัก หยิบตามสบายเลย”  เขาว่าจบก็กระโดดขึ้นเตียงซ่อนตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา
วารินใช้เวลาล้างเนื้อล้างตัวไม่นาน “พี่จะไปไหนน่ะ” เสียงคนที่นอนอยู่บนเตียงดังขึ้น วารินในเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งกับบ๊อคเซอร์สั้นๆชะงักอยู่ที่หน้าประตู

“ไปนอนห้องโน้นไง ปิดไฟเลยไหมเดี๋ยวพี่ปิดให้เลย”

“นอนไม่ได้หรอกผมขนหนังสือไปไว้ที่ห้องนั้นยังไม่ได้จัดเลย”

 “อ้าว..”

“ถอดเสื้อผ้าแล้วขึ้นมานอนด้วยกันนี่แหละ”

“ถ...ถะ..ถอดทำไม”

“จะถอดหรือจะใส่ก็ตามใจ รีบขึ้นมานอนได้แล้วผมง่วง พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าอีก”

ธาราธารว่าแล้วก็หลับตานิ่ง วารินปิดไฟแล้วเดินเข้าดูใกล้ๆเขาเอื้อมมือไปหยิบหมอนอีกใบกะว่าจะเอาออกไปนอนที่โซฟาด้านนอก แต่แล้วจู่ๆธาราธารก็ดึงแขนเขาไว้แล้วกระชากตัวเขาลงบนที่นอนอีกฝั่ง

“นอน!” ร่างที่ใหญ่กว่าเอื้อมมาคว้ากอดเขาไว้ไม่ให้ลุกหนีไปไหนวารินยิ่งดิ้น “เฮ้ย..ร้อนปล่อย” เขาไม่เคยถูกใครกอดรัดนอกจากภูวดลร่างกายจึงรู้สึกต่อต้านมากๆ แต่เมื่ออีกคนจงใจรัดแน่นไม่ยอมให้หลุดวารินที่ดิ้นจนเหนื่อยจึงเริ่มนิ่ง  เด็กหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากอย่างสนุก ตอนแรกเขากะจะแกล้งวารินเล่นแต่ดันเผลอหลับไปจริง ๆ

“ทำไมตัวสั่น”ธาราธารรู้สึกตัวลืมตาในความมืด

“พี่ร้อน” วารินขยับตัวออกแต่อีกฝ่ายยังไม่ยอมคลายอ้อมกอดออกแม้แต่น้อย

“น้ำก็ไม่อาบเสื้อผ้าก็ไม่ถอด สมควรแล้ว”

เขาเอื้อมมือไปหยิบรีโมทแอร์ขึ้นมาปรับ วารินรีบขยับตัวลุกขึ้นตาม ธาราธารเดินโทงๆไปห้องน้ำวารินรีบหลับตาลงแล้วนอนดีๆเอาหมอนข้างที่มีแค่ใบเดียวมากั้นกลางไว้

เตียงยวบลงอีกครั้งวารินแอบลืมตาดูเห็นเขากลับมานอนลงข้างๆอย่างเรียบร้อยธาราธารหลับไปแล้ว ไม่นานนักวารินก็ผล็อยหลับไปเช่นกัน

.

“ฮ...อื้ออ”

พี่ซี? ทำอะไรน่ะครับ อย่านะทรายจักจี๋ พี่ซีจ๋าชอบแกล้งทรายแบบนี้ตลอดเลย  “คิคิ^” วารินอมยิ้มหันตัวหนีพร้อมปัดป่ายมือใหญ่ออกอย่างเอียงอาย ลำคอขาวตะแคงรับรอยจูบที่กำลังซุกไซ้ซอกซอน

ทำไมรู้สึกหนักหน่วงรุนแรงกว่าทุกครั้ง  เสียงจ๊วบจ๊าบสวบสาบแถวลำคอดังมาไม่ขาด สักพักลิ้นหนาก็เริ่มชอนไชเข้ามาแหย่ลงที่หูเล็กนั่นจนวารินขนลุกซู่ไปหมด เขาแอ่นอกขึ้นอย่างลืมตัว ลิ้นร้อนได้ใจลากเลื่อนเข้ามาถึงริมฝีปากสวยก่อนหยอกเย้าแล้วแทรกตัวลงไปรับความหอมหวานของรสจูบยามเช้า

“อืออ...” วารินครางทั้งที่ยังหลับตาพริ้มยกมือขึ้นโอบรอบลำคอหนาอย่างลืมตัว

แต่..ภูวดลไม่เคยจูบเขาแบบนี้! 

ปลายลิ้นร้อนไล่ต้อนลิ้นเล็กๆด้วยความชำนาญ วารินเคยคิดว่าเขาจะต่อต้านหากภูวดลทำกับเขาแบบนี้ แต่ตอนนี้มันกลับไม่ใช่เลยเขารู้สึกดีมาก ไม่อยากจะให้หยุดลงเลยด้วยซ้ำ

“อ๊ะ..” วารินสะดุ้งเมื่อมือแกร่งสอดเข้าไปบดบี้ยอดอกเล็กที่แข็งเป็นไตชูชันอยู่ใต้ร่มผ้าพร้อมๆกับที่อีกมือพยายามดึงกางเกงเขาลงแต่ก็ยังทำไม่ได้ วารินเริ่มปัดป่าย

ร่างสูงใหญ่ที่คร่อมอยู่ด้านบนจูบลงที่ปลายจมูกรั้นก่อนที่จะลงไปนั่งแทรกตัวอยู่ที่หว่างขาขาว วารินขยี้ตามองคนที่กำลังพยายามปลดดึงกางเกงเขาออกให้ชัดๆ

“ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก”

ตึง!!!

เสียงคนตกเตียงเพราะโดนวารินถีบเข้าที่ยอดอด  ธาราธารร้องโอดโอยอยู่บนพื้นวารินรีบลุกขึ้นนั่งแล้วถดตัวจนติดพนักหัวเตียง

“โอ๊ยยย อะไรกันวะเนี่ย!” เด็กหนุ่มสบถ ขยี้หัวอย่างเสียอารมณ์

วารินที่ตั้งสติได้ก่อนรีบลุกจากที่นอนเดินไปเปิดสวิทไฟ เมื่อเห็นชัดๆว่าเป็นธาราธารที่นั่งตัวเปลือยเปล่าอยู่บนพื้นโดยที่มีเจ้าธารน้อยชูคอค้างอยู่วารินก็เขวี้ยงผ้าเช็ดตัวลงไปให้ก่อนเดินออกจาห้องไปอย่างหัวเสีย ธาราธารเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เขาไม่ได้คิดสักนิดเลยว่าคนที่เขากำลัง....เอ้อ..นั่นแหละจะกลายเป็นวารินไปได้

“มีอะไรกินบ้างอ่ะ”

ในที่สุดเด็กหนุ่มเดินออกมาในชุดนักศึกษา แสร้งถามเหมือนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น วารินที่ใบหน้ายังแดงระเรื่อไม่หายก้มหน้าก้มตาจัดวางจานอาหารลงบนโต๊ะหลีกเลี่ยงไม่สบตากับอีกฝ่ายอย่างชัดเจน

ธาราธารนั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม เขาหยิบกาแฟขึ้นดื่มขณะสังเกตว่าอีกคนดื่มนมสีขาวเหมือนเดิมอีกแล้วไม่รู้ทำไมจู่ๆเขาถึงได้คิดไปว่า...มิน่าล่ะตัวพี่ถึงหอมกลิ่นนมอยู่ตลอด เขาไล่มองใบหน้าคนตัวเล็กโดยละเอียดตั้งแต่ไรผมเล็กๆนั่น แก้มเนียน ริมฝีปาก ปลายจมูก ซอกคอหอม ผิวพรรณที่ลื่นเนียนละเอียดคงเป็นเพราะดื่มนมทุกวันรึเปล่านะ..

“เดี๋ยวพี่จะกลับเลย ธารมีอะไรค่อยโทรไปละกันแต่วันนี้พี่ไม่เข้ามาแล้วนะ” วารินลุกขึ้นเอาแก้วตัวเองไปล้าง ธาราธารกัดแซนวิชไปแค่คำเดียวก็วางลง เขามองรูปร่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งกับบ็อคเซอร์ตัวเล็กแล้วต้องกลืนน้ำลายเอื๊อก

“ไปส่งผมที่มหาลัยแล้วเอารถไปสิ เดี๋ยวตอนเย็นพี่ค่อยมารับผมก็ได้”

“ไม่เอาหรอกแบบนั้นก็ต้องขับไปขับมาพี่เหนื่อย” วารินเดินเข้ามาหยิบจานกับแก้วของธาราธารไปล้างด้วย

“แต่รถพี่มันเก่าแล้ว ขับไปมาไกลๆแบบนี้มันอันตรายนะ หรือจะซื้อใหม่เดี๋ยวพาไปซื้อวันนี้เลยดีกว่า”

“หาเงินเองให้ได้ก่อนเหอะ ยังขอเงินคุณแม่ใช้แบบนี้มีหน้าจะมาซื้อโน่นซื้อนี่ให้คนอื่นอีกหรือ”

“พี่ทราย พี่โกรธผมใช่ไหม?” เขาเดินเข้ามาซ้อนด้านหลังยกสองมือจับไหล่เล็กไว้  มือที่กำลังล้างจานหยุดชะงักทันที

“ถ้าเป็นเรื่องเมื่อเช้า ขอโทษนะ ผมละเมอมันมืดผมไม่ทันมองจริงๆ”

กลิ่นนมลอยขึ้นมาแตะจมูก  ธาราธารมองเส้นผมที่เคลียระบ่าอยู่ที่ต้นคอขาวเนียนแล้วดันรู้สึกกลางลำตัวร้อนวูบวาบขึ้นมาอีก เขารีบถอยห่างออกมาอย่างรวดเร็ว

“ด...เดี๋ยวผมต้องไปเรียนแล้ว คืนนี้จะไปนอนที่อื่นพี่ไม่ต้องแวะมาล่ะ”

วารินมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินออกจากห้องไป เขาทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟานุ่มก่อนใบหน้าเล็กๆจะก้มนิ่งรู้สึกละอายใจระคนผิดหวังที่ตนเองดันพลั้งเผลอ..ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขารู้สึกดีมากจริงๆ ธาราธารคือจูบแรกของเขาสัมผัสที่ลึกซึ้งจากปลายลิ้นนั่น ช่วงเวลาสั้น ๆ แต่กลับดึงเอาความปรารถนาทั้งหมดของเขาออกมาได้

วารินถอนใจซบใบหน้าลงกับฝ่ามือเล็ก นี่เขาเป็นอะไรไปกันแน่ดันไปหวั่นไหวกับเจ้าเด็กบ้า ๆ แบบนั้น

.

.

ออฟไลน์ coffeeQbread

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 337
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1218/-29
“พี่ซีคราบทรายกลับมาแล้ว”

วารินเดินผ่านมู่ลี่ที่แขวนอยู่หน้าร้านเข้ามาด้านใน สายตาสะดุดกึกอยู่ที่ร่างบอบบางที่นอนห่มผ้าอยู่บนโซฟาตัวเก่งของเขา ไหล่เนียนโผล่พ้นขอบผ้าออกมาให้พอได้มองเห็นว่าภายใต้ผ้าห่มผืนบางนั่น คือร่างกายที่เปลือยเปล่า

“มาเช้าจังนะ กับข้าวเสร็จพอดีเลย”

“ทราย?”

“ขอโทษครับพี่ซี ทรายคงมาเช้าเกินไปจริงๆ ด..เดี๋ยวทรายออกไปก่อนแล้วจะแวะเข้ามาใหม่นะครับ”  วารินหมุนตัวกลับทันทีเขาก้าวเดินออกไปไม่รีรออะไรแล้ว  “เดี๋ยวก่อนทราย จะไปไหนครับ” ภูวดลรีบตามออกมาดึงแขนเล็กไว้ “จะไปไหนเพิ่งกลับมาถึงไม่ใช่เหรอ”

วารินยืนนิ่งไม่ยอมหันกลับมามองหน้าพี่ชาย เขาเองบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร ภูวดลไม่เคยพาใครมานอนค้างที่บ้านแม้แต่กับเพื่อนฝูงเขาที่วารินรู้จักก็ยังไม่เคยมีใครได้มาค้างที่บ้านนี้สักคน

 “พี่ซีครับ”

เสียงเรียกดังขึ้นจากด้านหลังทั้งภูวดลและวารินต่างหันกลับไปมอง วารินจำเด็กคนนี้ได้ทันทีเพราะเมื่อตะกี้ยังมองหน้าไม่ชัด เด็กคนที่ภูวดลรับวาดภาพนิ่งให้ คนนั้น!

“ขอโทษนะครับเผลอหลับจนเช้าเลย ไหนพี่ซีว่าเสร็จแล้วจะปลุกธิปไง...สวัสดีครับพี่” ชนาธิปพูดกับภูวดลแล้วหันมายกมือไหว้วาริน

....สนิทสนมถึงขั้นเรียก ‘พี่ซี’ .....

วารินรั้งแขนตัวเองออกจากภูวดล แล้วรับไหว้ชนาธิป

“ต้องขอโทษด้วยนะครับที่เมื่อคืนมารบกวนเสียดึกดื่น ผมขอตัวเลยแล้วกันไปนะครับพี่ซี ไปนะครับพี่” ชนาธิปโบกไม้โบกมือแล้วเดินออกไป

“อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนไหม”ภูวดลเรียกถาม แต่อีกฝ่ายเพียงหันมายิ้มให้แล้วขึ้นรถจากไป  สองพี่น้องเดินเข้าบ้านวารินวางกระเป๋าสะพายลงแล้วลากโซฟาของเขากลับมาไว้ที่เดิมอีกครั้ง

“วันนี้ทรายจะเข้าไปที่โรงแรมหรือเปล่า” ภูวดลถามขึ้นเขาวางแก้วนมสดร้อนให้วาริน

“ครับ” วารินตอบเรียบ ๆ ยกนมขึ้นดื่มไม่ต่อบทสนทนา จนภูวดลนึกแปลกใจ

“หวงโซฟาหรือไง เดี๋ยวพี่ซีซื้อตัวใหม่ไว้ให้ลูกค้านั่งดีกว่า ตัวนี้น้องชายหวงนั่งไม่ได้เนอะ” เขาทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ แกล้งจี้เอวกระเซ้าเพราะเห็นอีกฝ่ายท่าทางอารมณ์ไม่ดี

“บ้า พี่ซี! ทรายจะไปหวงโซฟาทำไม” วารินหน้างอผลักเขาไปหนึ่งที แต่ก็เผลอหลุดยิ้มออกมาจนได้เพราะภูวดลเล่นพูดเรื่องไม่เป็นเรื่อง ภูวดลจึงดึงคนตัวเล็กเข้ามากอดแล้วโยกเบา ๆ “เมื่อคืนนี้พอทรายออกไป ชนาธิปเขาก็รออยู่ที่หน้าบ้าน เห็นบอกวันอื่นไม่ว่างพี่ซีก็เลยต้องวาดให้ ทรายอย่าโกรธพี่ซีนะครับ”

“ไม่ใช่แบบนั้นครับ ทรายแค่รู้สึกแปลกใจ ทั้งที่พี่ซีไม่เคยให้ใครมาค้างที่บ้านเรา และพี่ซีก็ไม่เคยวาดภาพลักษณะนี้ให้กับใครเลย แต่ทำไมพี่ซีถึงได้รับวาดให้เด็กคนนั้น” วารินตัดสินใจถามออกไปตรง ๆ

“เมื่อคืนมันเป็นเรื่องสุดวิสัยจริง ๆ จะให้เขากลับตีสองตีสามมันก็อันตราย พี่ซีเลยปล่อยให้เขานอนต่อ ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมถึงต้องเป็นชนาธิป ความจริงแล้วไม่มีอะไรเลยครับทราย แค่พี่ซีตัดสินใจว่าจะรับวาดให้เขามันก็เท่านั้น ไม่มีอะไรนอกเหนือจากนั้นเลย”

ภูวดลอธิบายยาวเหยียด ลูบหัววารินเบา ๆ เพื่อปลอบใจไม่ให้คนตัวเล็กกังวล วารินเป็นคนช่างพูดถ้าหากจู่ๆเงียบไปแสดงว่าต้องมีบางอย่างอยู่ในใจแน่นอน เขาจึงเลือกที่จะบอกเล่าเหตุผลและเรื่องราวทุกอย่างให้อีกคนได้รู้ วารินพยักหน้ารับเบา ๆ อย่างเข้าใจพอดื่มนมจนหมดเขาก็ขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วตรงไปทำงานที่โรงแรมเลยทันที



บทที่7

“อ๊าา ธารๆ ฮ..อื้มม” เด็กหนุ่มใต้ร่างครางเสียงกระเส่า

“ธ...ธารเป็นอะไรอ่ะ วันนี้ท่าทางแปลก...นะ” สองมือบรรจงลูบไล้แนวสันกรามของใบหน้าคมเข้มของคนที่กำลังเคลื่อนกายเข้าออกอยู่บนร่างกายของเขา

ทุกครั้งที่ธาราธารทำเหมือนจะจูบแต่พอก้มลงมาแล้วกลับละออกไปเสียดื้อๆ ไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

“อ๊าา....ธารจูบเต้หน่อย จูบหน่อย..จูบ....”  เมื่อใกล้จะถึงปลายทางเตเต้ร้องขอ โน้มคอแกร่งลงมาใกล้ๆ ขณะที่ธาราธารกระแทกตัวถี่ยิบแต่ยังไม่ยอมก้มลงมอบจูบให้แก่คนด้านล่าง

“อ..อ๊าา..อ๊าาา.ธาร”

เมื่อส่งอีกฝ่ายจนถึงสวรรค์ ธาราธารกระแทกกายเข้าออกอีกไม่กี่ครั้งก็ตามเตเต้ไปติดๆ เขาละตัวออกทันทีลุกขึ้นปลดถุงยางอนามัยทิ้งถังขยะจากนั้นก้มลงหยิบเสื้อผ้าที่กองเรี่ยราดอยู่ตามพื้นขึ้นมาใส่ สายตาคมกริบมองดูคู่ขาตนเองนอนหอบอยู่ที่เตียง

“กลับแล้วนะ เดี๋ยวจะล๊อคห้องให้นอนไปเลยก็ได้”

เขาหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาวางใบพันไว้ให้จำนวนหนึ่งก่อนหยิบโทรศัพท์ยัดใส่กระเป๋ากางเกงขณะสายตากำลังมองหากุญแจรถ

“เดี๋ยวสิธาร เป็นอะไรน่ะ มานอนสิพรุ่งนี้ค่อยกลับนะ เหมือนทุกทีไง”  เต้ลุกขึ้นมาดึงแขนธาราธารไว้ เขาทั้งเหนื่อยทั้งงัวเงียแต่ก็สงสัยว่าอีกฝ่ายเป็นอะไรกันแน่

“เกิดอะไรขึ้นหรือไงเล่าให้เต้ฟังได้นะ วันนี้ธารแปลกไปจริงด้วย ”

“เปล่าหรอก” ธาราธารก้มลงหยิบพวงกุญแจที่ตกอยู่

“ไม่เชื่อ ธารไม่เคยเป็นแบบนี้ หรือว่าไปรักใครเข้าแล้วรู้สึกผิด ที่มานอนกับเต้แบบนี้”
ธาราธารหันขวับมองหน้าคนพูดทันที “ไร้สาระ! จะเอาไหมเงินถ้าพูดมากจะเก็บคืนนะ”

“เอาดิ! ไม่ถามแล้วก็ได้ คนอุตสาห์หวังดี” เสียงบ่นงึมงำไล่หลังของคนที่รีบคว้าใบพันปึกนั้นไว้กับตัว

“จะไม่มาสักพักนะ”  เขาพูดอย่างเย็นชาแล้วเดินออกไปทันที  เสียงเขวี้ยงอะไรสักอย่างหลังบานประตูนั่น แต่ธาราธารก็ไม่ได้ใส่ใจ
เด็กหนุ่มสตาร์ทรถแล้วถอนใจ ห้าทุ่มแล้วแต่เขายังอยู่ในชุดนักศึกษา เมื่อข่มตาลงนึกย้อนกลับไปขณะกำลังทำกิจกรรมร่วมรักกับคู่ขาเมื่อครู่ มีอย่างที่ไหนพอแทรกลิ้นจูบลงไปจิตใจดันนึกไปถึงช่วงเวลาที่จูบกับวารินเมื่อเช้าขึ้นมาเสียอย่างนั้น เขารีบถอนจูบออกมาแทบจะไม่ทัน พอตั้งสติใหม่คิดจะลองดูอีกครั้งความรู้สึกต่อต้านของร่างกายดันออกฤทธิ์พาลจะหมดอารมณ์ไปเสียดื้อๆ ทำเอาเขาต้องหลับหูหลับตาซอยถี่ยิบให้เสร็จไวๆอารงอารมณ์หายหมด

พอกลับมาถึงห้องเขาจัดการถอดเสื้อผ้าออกเกลี้ยงคว้าเอาผ้าเช็ดตัวมานุ่งแล้วหยิบโทรศัพท์มากดหาวารินทันที

“ครับธาร”เสียงใสดังขึ้นที่ปลายสาย

“พี่ใช้วีดีโอคอลดิ๊”

“ห๊ะ? อะไรทำไมอ่ะ” ถึงจะถามไปแบบนั้นวารินก็ยอมจิ้มโหมดวีดีโอคอลคุยกับเขาอยู่ดี

“ทำไมยังอยู่ที่โรงแรม” ธาราธารคิ้วขมวด วารินยิ่งตกใจเมื่อเห็นเขานั่งโชว์หน้าท้องตึงเปรี๊ยะอยู่ในจอโทรศัพท์มือถือ

“ทำงานดิ มีอะไร”

“หิวข้าว” เขาตอบไปเรียบ ๆ พร้อมปรับมุมกล้องใหม่ คราวนี้ให้เห็นแค่ใบหน้ากับหน้าอกของเขาเท่านั้น

“อ้าวทำไมยังไม่กินอ่ะ ไปทำให้ไม่ได้นะวันนี้ทำงาน ธารมีธุระอะไรรึเปล่า”

วารินชักสงสัยว่าอีกฝ่ายกำลังตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวมาคุยโทรศัพท์กับเขาเดี๋ยวโชว์ซิกแพ็ค เดี๋ยวโชว์ไหล่ เดี๋ยวโชว์หน้าอกฟิตๆนั่น 

“ไม่มีหรอกแค่นี้นะ อ้อ..ค่อยเจอกันวันศุกร์เลยช่วงนี้ผมเรียนตลอดพี่ไม่ต้องแวะมาก็ได้”

“ครับผม ช่วงนี้งานที่โรงแรมก็ยุ่งมีจัดเลี้ยงรับรองตลอดเลยพี่เองก็ไม่ค่อยจะว่าง ธารดูแลตัวเองไปก่อนนะครับ”  วารินส่งยิ้มแป้นแล๊นหน้าอย่างใหญ่ลงไปที่หน้าจอ ทำเอาธาราธารกลั้นขำอยู่คนเดียว พอวางสายเสร็จเขาก็เดินผิวปากอารมณ์ดีเข้าห้องน้ำไป
สายน้ำเย็นฉ่ำภายใต้ฝักบัวลาดรดลงบนศีรษะได้รูป  เขายันแขนข้างหนึ่งไว้กับผนังแล้วเริ่มคิดวนเวียนไปมา

เขาโทรหาวารินทำไม?

เขาบอกให้อีกฝ่ายใช้วีดีโอคอลทำไม?

เขาจัดมุมกล้องแบบนั้นทำไม?

แล้วเขาอารมณ์ดีเรื่องอะไร? แค่ได้ยินเสียงอีกฝ่ายอย่างนั้นหรือ?

“อ่าา....พี่ทราย...”

แทบไม่อยากเชื่อกับเสียงครวญครางของตนเองขณะที่มือขวารูดรั้งแก่นกายเร่าร้อนด้วยความรวดเร็วประหนึ่งไม่ได้เอาออกมาเป็นอาทิตย์ทั้งที่เพิ่งทำไปไม่ถึงสองชั่วโมงด้วยซ้ำ น้ำรักสีขาวขุ่นพุ่งเลอะเปรอะผนังมากมายเสียจนเขาตกใจ พอๆกับอารมณ์ที่พีคสุดขีดยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เมื่อนึกไปถึงช่วงเวลาที่ได้จูบไซ้ชอนไชซอกคอหอมหวานของวารินเมื่อเช้า 

“อาา..” ธาราธารแทบคลั่งสะโพกสอบเกร็งจัดขณะมือยังสาวแท่งร้อนเข้าออกไม่ยอมหยุด ดวงตาคมหลับตาพริ้มแล้วจินตนาการถึงใบหน้าเล็กนั่น รอยยิ้ม  เสียงหัวเราะ เรียวลิ้นนุ่มนิ่มที่หลบหลีกเขาไปมาอยู่ในโพรงปากอุ่นร้อนนั่น ริมฝีปากเล็กๆที่อ้าค้างเวลาที่เขาทำให้ตกใจ และเรียวปากนั่นกำลังเผยอรอรับการปลดปล่อยของเขาอยู่  เขาหลับตาแน่นแอ่นสะโพกเด้งเข้าเด้งออกขณะที่มือยังขยับสาวไม่ยอมหยุดเดี๋ยวช้าเดี๋ยวเร็วดึงเวลาเพื่อให้ร่างกายรับความสุขสมเต็มที่

“พี่ทรายยย....อืมม...อ่าา...”

เสียงทุ้มต่ำครางยาวเรียกชื่ออีกคนไม่ขาดปาก เขากระตุกสองสามทีก่อนทรุดตัวนั่งลงที่ขอบอ่าง ใบหน้าคมซบลงที่ฝ่ามืออย่างสิ้นเรี่ยวแรง

เขาจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้

เขาจะต้องจัดการความรู้สึกตัวเองให้จบก่อนที่วารินจะมาอีกครั้งในสุดสัปดาห์นี้

.
.

“นี่! ไม่คิดจะทักกันจริงอ่ะ”

แรงสะกิดเรียกจากด้านหลังทำให้ธาราธารหันกลับไปดู

“นั่งด้วยคนสิ” ชนาธิปเดินอ้อมลงมาอีกขั้นเพื่อจะมานั่งฟังบรรยายข้างกันกับธาราธาร

“ธาร นายเก่งรึเปล่า” ตากลมโตกวาดมองสมุดหนังสือที่อยู่บนโต๊ะของอีกฝ่ายอย่างประเมิน

“ไม่รู้สิ” ธาราธารตอบนิ่งๆ

“เราชอบนายนะเป็นตัวของตัวเองดี ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำอันไหนที่ไม่อยากทำก็กล้าที่จะปฏิเสธออกมาตรงๆ”

ชนาธิปส่งยิ้มกว้างขณะกำลังจะพูดต่ออาจารย์ประจำวิชาก็เดินเข้ามาพอดี พอถึงช่วงพักเบรกชนาธิปยังหาเรื่องคุยกับอีกฝ่ายไม่หยุดจนธาราธารทนไม่ไหวเขาขอให้ฟ่างเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ และเป็นรูมเมทในหอพักหลอกๆของเขาเข้ามาสลับนั่งแทน

“โหเบื่อเราขนาดนั้น?” ชนาธิปเบะปากแอบบ่น

“ธารมันเป็นคนเข้าใจยากน่ะ นายไม่ต้องไปสนใจมันหรอก”ฟ่างปลอบ

“งั้นเราคุยกับนายแทนก็ได้ เราชื่อธิป ชนาธิป SCCH นะนายอ่ะ”

“เราข้าวฟ่าง เรียกแค่ฟ่างก็ได้  SI เหมือนธาร เราคุยได้แต่ตอนนี้นะพอเริ่มเรียนแล้วเราไม่คุย”

“ครับๆทราบแล้วคราบคุณฟ่าง”

ชนาธิปคุยกับข้าวฟ่างแต่สายตายังคงแอบมองธาราธารเป็นระยะ ยิ่งเห็นอีกฝ่ายไม่สนใจเขายิ่งรู้สึกท้าทายขึ้น  หลังเรียนเสร็จชนาธิปรีบวิ่งตามธาราธารมาที่รถ

“นี่ธารเดี๋ยวก่อนสิ ขายาวจริง ๆ เราเดินตามไม่ทันนะเนี่ย แฮ่กๆๆ” เขาทั้งพูดทั้งหอบหายใจซ้ำร้ายหนังสือสมุดที่อยู่ในนั่นอีก

“ธารมีเรียนต่ออีกรึเปล่า”

“มีอีกทีตอนเย็น หมดธุระแล้วใช่ไหม หลีก!”ธาราธารทำท่าจะก้าวขึ้นรถแต่ชนาธิปรีบเข้ามาดึงแขนไว้

“พาเราไปด้วยสิ ธารจะไปไหนน่ะ”

ธาราธารใช้สายตามองดูชนาธิปอย่างพิจารณา คนๆนี้นั่งมองเขามาตั้งแต่วันปฐมนิเทศแม้กระทั่งตอนนั่งเรียนตากลมๆคู่นั้นยังเอาแต่จ้องมองเขาไม่ห่าง สายตาที่มองมาทำท่าทางอย่างกับรู้จักคุ้นเคยกันมานานอย่างไรอย่างนั้น

“ทำไม?”

เมื่ออีกฝ่ายถามขึ้นทั้งสั้นทั้งห้วน ชนาธิปรีบหลบสายตาคมนั่นทันที

“อ....อะไรเหรอ”

“ทำไมนายต้องมาตามติดฉัน เรารู้จักกัน?”

“ธารทำไมพูดแบบนี้ก็เราเป็นเพื่อนกันแล้วไงไม่รู้ล่ะวันนี้ธารไปไหนธิปไปด้วย”

ชนาธิปไม่พูดเปล่าเขาเปิดประตูรถสปอร์ตคันเล็กของธาราธารแล้วขึ้นไปนั่งรอทันที ธาราธารได้แต่ส่ายหัวก่อนก้าวขึ้นรถปิดประตูอย่างดังแล้วขับตรงออกไป

รถเลี้ยวเข้ามาจอดลงหน้าร้านอาหารในซอยเล็กด้านหลังมหาวิทยาลัย หอในของนักศึกษามากมายตั้งอยู่ในซอยแห่งนี้ ธาราธารเดินเข้าไปนั่งลงที่โต๊ะประจำทันที

“ว่าไงครับคุณหมอธาร วันนี้เปลี่ยนเด็กอีกแล้วดิ่”  แจ๊บEG เด็กหนุ่มเจ้าของร้านยังคงคอนเซปปากดีเหมือนเดิม เขายื่นเมนูให้กับชนาธิปที่เพิ่งนั่งลงข้างๆธาราธาร

“แหมๆวันก่อนเล่นวัยผู้ปกครอง วันนี้กลับมาควงรุ่นเดียวกันแล้วโว๊ย เจ๋งว่ะสมแล้วที่เป็นรุ่นน้องกู” แจ๊บลากเสียงกระซิบกระซาบแต่สายตาจดจ้องอยู่ที่คนตรงข้ามธาราธาร และเสียงพูดเขาดังมากจนชนาธิปยังเหล่มอง

“พูดมาก  พี่เหอะไม่ไปเรียนรึไงมากี่ทีก็เห็นอยู่เฝ้าร้านนะ หรือว่าลาออกแล้ว”

“ปากหมาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน กูไม่ได้ลาออกเว้ยแต่อาทิตย์แรก โดด! ตกลงมึงกินอะไร? แล้วเนี่ยๆเขากินไรอ่ะสั่งให้เขาดิมึงไอ้ธาร” แจ๊บชี้ๆไปที่ชนาธิป

“อะไรก็ได้เอามาเหอะ”

“เออไอ้อะไรก็ได้ของมึงเนี่ยมันยากยิ่งกว่ารายชื่ออาหารทั้งหมดในเมนูกูอีกนะ แล้วของน้องล่ะครับรับเป็นอะไรดี” แจ๊บแจกยิ้มการ
ค้าให้ชนาธิปเต็มที่

“เอาเหมือนของธารก็ได้ครับ”

“แหมๆหวานกันจังนะ ระวังไว้หน่อยล่ะไอ้ธารมันเจ้าชู้วันก่อนนะมันยังควง....”

“พี่แจ๊บไปได้แล้วผมหิว”

ธาราธารดักคอขึ้น เขาขยับเน็กไทด์คลายออกเล็กน้อย ชนาธิปเองก็พลอยทำตามไปด้วย เขาเองก็ร้อนเหมือนกันรู้สึกแอร์ร้านนี้ไม่เย็นเลยสักนิด

“นี่วันก่อนพาใครมาอ่ะ แฟนเหรอ” ชนาธิปชะโงกหน้าเข้ามาถามใกล้ ๆ ธาราธารเหลือบมองคนพูดนิดหน่อยแล้วหันหน้าไปทางอื่น
ไม่ตอบ

“อยากเห็นจังเลยน้า สวยป่ะ”

เขามองดูท่าทางลอยหน้าลอยตาของชนาธิปแล้วดันนึกไปถึงวาริน ดวงตากลมโตใสแจ๋วเหมือนเด็กๆ ปากเล็กๆขยับเอื้อนเอ่ยเดี๋ยวยู่เดี๋ยวเม้มแน่น ใบหน้าหลากหลายอารมณ์เวลาที่ต่อบทสนทนากับเขา

....ตลก....

“สวยอ่ะดิ ยิ้มใหญ่เชียวนะ” พอถูกแซวมาแบบนี้ธาราธารหุบยิ้มแทบไม่ทัน เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอยิ้มออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่

...นี่มันชักจะไปกันใหญ่แล้ว...

“นายมีเรียนอีกตอนไหน” หลังทานอาหารกันเสร็จธาราธารถามขึ้น

“พร้อมธารนั่นแหละ แล็บเคมีตอนเย็น ทำไมเหรอจะชวนไปไหนรึไง”

“เปล่า  ฉันจะไปส่งนายตอนนี้เลย”

“ไม่เอาๆ ธิปบอกแล้วไงวันนี้ธารไปไหนธิปไปด้วย” ชนาธิปรีบวิ่งขึ้นไปนั่งบนรถใส่เข็มขัดนิรภัยเรียบร้อยเมื่อเห็นว่าธาราธารจะทิ้งตนไว้

ธาราธารเดินเข้าไปลาเด็กหนุ่มเจ้าของร้านเขาก็เดินมานั่งในตำแหน่งคนขับทันที

“จะกลับไปนอน แน่ใจเหรอว่าจะไปด้วย”

“เอาดิ ธิปเองก็ง่วงเหมือนกันไปนอนที่ไหนกันดี ห้องธารเหรอ หรือจะไปห้องธิป”

เขาตีไฟเลี้ยวแล้วจอดลงข้างทางหันมามองชนาธิปอย่างจริงจัง “นายพูดแบบนี้รู้ไหมฉันตีความหมายว่าอะไร”

“อ...อะไร” ชนาธิปทำหน้างง

“ช่างเถอะ เดี๋ยวจะไปส่งนายก่อนละกัน”

ธาราธารถอนใจเฮือกใหญ่ เขายังไม่อยากมีสัมพันธ์พิเศษกับคนแปลกๆที่จู่ๆก็มาตามติดเขา ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนที่เพิ่งรู้จักกันแค่วันเดียวซ้ำยังต้องเรียนด้วยกันไปอีกเป็นปี ชายหนุ่มเลี้ยวรถกลับเข้าเขตอาคารเรียน

“ธารไม่เอานะก็บอกแล้วไงวันนี้ธารไปไหนเราจะไปด้วย ธารให้ธิปไปด้วยนะๆๆ ธิปยอมตามใจธารทุกอย่างเลย” คราวนี้ชนาธิปไม่พูดเปล่าแล้วเขาโน้มตัวเข้ามาซบต้นแขนธาราธารไว้แน่นตามประสาเด็กขี้อ้อน

“ก็ได้ๆธิปสารภาพแล้วธิปแค่อยากให้ธารสอน ธิปอยากเป็นให้ได้อย่างธารกล้าคิดกล้าทำกล้าที่จะปฏิเสธเวลาที่ชอบหรือไม่ชอบอะไร ธิปชื่นชมธารมาตั้งแต่วันที่เราเจอกันวันแรกแล้ว คิดว่าถ้าอยู่ใกล้ๆธารแล้วธิปอาจได้นิสัยแบบนี้มาไว้บ้างอยากจะกล้าที่จะปฏิเสธ....ใครต่อใครบ้าง”

ชนาธิปพูดเสียงอ่อนและเริ่มขาดหายในตอนท้าย  เขาอ่านสายตาที่อีกฝ่ายก้มมองลงดูเขาอย่างคลางใจออกเพราอย่างนั้นเขาจึงจำ
ใจสารภาพออกไป เพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่เขาชื่นชม

“ธารเป็นไอดอลของธิปเลยนะ ธิปน่ะ......”

“ลงไป”  รถจอดลงที่หน้าตึกเดิมธาราธารพูดเสียงเย็นชา และด้วยสีหน้านิ่งๆของเขาทำเอาชนาธิปกลืนน้ำลายอึกใหญ่ไม่กล้าต่อบทสนทนาอีก แต่ร่างเล็กกว่าก็ดื้อดึงจะนั่งอยู่บนรถต่ออยู่ดี

“ถ้านายยังพูดไม่รู้เรื่อง อย่ามาหาว่าฉันไม่เตือนนะ”

เขาทิ้งเวลาให้อีกฝ่ายนานถึงสิบนาทีชนาธิปก็ยังไม่ยอมก้าวลงไป ธาราธารกระชากเกียร์แล้วขับออกถนนใหญ่อย่างรวดเร็วอีกครั้ง

.....ในเมื่อพูดดีๆไม่ชอบ......

“จะอาบน้ำก่อนไหม” ทันทีที่ไขประตูห้องพักเข้ามาธาราธารก็พูดขึ้น ชนาธิปถึงกับยืนอ้าปากค้าง

“ท....ทำไมไม่ไปที่ห้องธารล่ะนี่มันโรงแรมไม่ใช่รึไง” หนำซ้ำยังเป็นโรงแรมจิ้งหรีดเล็กๆข้างทาง ชนาธิปมองดูธาราธารที่เริ่มดึงเนคไทออกแล้วปลดกระดุมเสื้อตัวเองลงทีละเม็ด ทีละเม็ด

“ล...แล้วทำไมต้องอาบน้ำ” เขาเริ่มหน้าเสียหันซ้ายหันขวามองกระจกแผ่นใหญ่บนฝ้าเพดานและผนัง

“งั้นก็ไม่ต้องอาบทำเลยแล้วกัน”

ธาราธารนั่งลงที่ปลายเตียงดึงแขนชนาธิปกระชากเข้าหาตัวแล้วกดลงที่เตียงใหญ่ “ไม่จูบนะ”เสียงทุ้มเรียบสนิท ชนาธิปตาตั้งเมื่อธาราธารเริ่มฝังปลายจมูกโด่งลงที่ซอกคอเขา มือขาวสะอาดสาละวนอยู่กับกระดุมเสื้อของคนตัวเล็กอย่างชำนาญ
“ธาร!” เด็กหนุ่มเสียงสั่นคว้าจับข้อมืออีกฝ่ายไว้แน่น ชนาธิปจ้องมองคนที่คร่อมอยู่บนร่างเขาอย่างไม่เข้าใจ

“จะทำอะไร? ธิปเป็นผู้ชาย ธารเองก็...”

“รู้อะไรไหม?  คนบางคนแค่มองก็รู้แล้วว่าเป็นประเภทไหน ยกตัวอย่างเช่น ‘นาย’ หลงรักฉันตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเลยสิท่า”
 เขาลากเสียงยิ้มๆที่ริมหูเล็กนั่น ตั้งใจส่งเสียงดูถูกเต็มที่ ขณะที่ตาก็หรี่มองอีกฝ่ายอย่างรู้ทัน

......คนอย่างนายมันดูง่ายชะมัด ชื่นชมฉันเสียขนาดนี้คงอยากนอนกับฉันจนตัวสั่นล่ะสิ.....

“ไหนบอกว่าอยากอยู่ใกล้ๆฉันไง ถ้าทำแบบนี้จะได้อยู่แนบชิดติดกันเลยนะ หรือว่าไม่อยากอยู่ใกล้ฉันแล้ว”

“ต...แต่เราเป็นเพื่อนกัน ธารเป็นเพื่อนธิป เรา....”

“เซ็กส์เฟรนไง จะเอาหรือไม่เอา นายเลือกเองเถอะ” ธาราธารเท้าแขนดันตัวให้สูงขึ้น

เซ็กส์เฟรน? ชนาธิปทวนคำในใจ 

ธาราธารพูดไม่ผิดเขาหลงรักชายหนุ่มตั้งแต่วันปฐมนิเทศนั่นแล้ว เพียงแต่เขาแค่ปลอบใจตัวเองว่าทุกอย่างที่เขาคิดเป็นเพียงแค่ความชื่นชม ปลาบปลื้มรูปกายภายนอกของอีกฝ่าย ถึงแม้ว่าจะรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ๆ เวลาที่มองเห็นใบหน้าคมคายเฉยเมยกับทุกสิ่งรอบตัวไม่ใยดีกับสิ่งที่คนอื่นๆหยิบยื่นให้ราวกับว่าไม่มีอะไรสำคัญมากไปกว่าสิ่งที่เจ้าตัวต้องการจริงๆเท่านั้น ชนาธิปรู้สึกว่าธาราธารเป็นคนที่มีเสน่ห์เอามากๆ

“ธาร....”  เขาเรียกอีกฝ่ายด้วยเสียงที่เบาหวิว ยกสองมือคล้องคอคนที่คร่อมทับตัวเขาเอาไว้

.....เขาตัดสินใจแล้ว....

ชนาธิปอยากจะเข้าใกล้คนๆนี้มากขึ้นไปอีก   เขาคิดว่าถ้าตนเองได้เป็นส่วนหนึ่งของธาราธารแล้วล่ะก็ ธาราธารจะเปิดใจให้เขาได้เข้าไปใกล้ตัวตนที่แท้จริงยิ่งขึ้นบ้างไหม

“ธาร...” เสียงเบาหวิวเรียกขึ้นอีกครั้ง ชนาธิปหลับตาลง เผยอปากคิดรอรับจูบด้วยความเต็มใจ

“นายนี่มันใจง่ายจริงๆนะ”

หัวใจดวงเล็กหล่นวูบ จู่ๆธาราธารผละออกจากตัวเขา แล้วก้มลงไปฉวยเอาเนคไทหยิบเอาพวงกุญแจที่อยู่บนโต๊ะเดินออกจากห้องไปเสียดื้อๆ

ชนาธิปรีบวิ่งตามออกมายังติดกระดุมเสื้อไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำ ธาราธารนั่งรออยู่บนรถก่อนแล้ว

“ท...ทำไม ทำไมถึงไม่ทำล่ะ” ถึงเขาจะอายแต่ก็อยากรู้

“ยังไม่คิดจะเอาเพื่อนตัวเองทำเมียหรอก”

ธาราธารตอบเรียบๆ เขาเลี้ยวรถเข้าเขตมหาวิทยาลัยอีกครั้งแล้วส่งชนาธิปลงในจุดที่อีกฝ่ายชี้บอก

.

Tbc.

ออฟไลน์ Serioz

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 265
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
อ๊ากกกธารอย่าเอาเพื่อนะเว้ย
เมียนายคือวาริน วารินนนนนน :m31: :m31:

ออฟไลน์ tsundere

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 118
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-1
ชนาธิปนี่ลูกคนละแม่กับธารปะ
ขวัญข้าวต้อวขอโทษเธอจริง
แต่เชียร์ซีกับธิปน่ะ
ธารกดเลยเถอะถ้าจะขนาดนี้ :katai4:

ออฟไลน์ whynotme

  • ♥ 09-07-2012 ♥
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 643
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-1
อืม... ธาร นายแรงได้ใจจริง ๆ .. แต่ก็มีสติเยี่ยมมาก ..  o13
ปล่อยนายธิปไว้งั้นแหละ 555
โทรหาพี่ทราย แล้วชวนไปหาอะไรอร่อย ๆ กินดีกว่านะ ..
คิดถึงพี่เค้าใช่มั้ยล่ะ .. พี่ทรายน่าร๊ากกกก น่าแกล้งที่สุด!! ..  :hao3:

ออฟไลน์ dahlia

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +695/-4
นี่นายธาร ช่วยสงวนเนื้อตัวเก็บไว้ให้ พี่ทรายเขาบ้างไรบ้างเถอะนะ

ออฟไลน์ Umiko

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0

ธารนายทำดีมาก....


ออฟไลน์ double9JH

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1810
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-7
นึกว่าจะทำจริงๆซะอีก  :hao3: :hao3:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด