คุณบุรุษไปรษณีย์ที่รัก (จบแล้ว) ตอนพิเศษ สัญญา 16-02-2561
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: คุณบุรุษไปรษณีย์ที่รัก (จบแล้ว) ตอนพิเศษ สัญญา 16-02-2561  (อ่าน 240277 ครั้ง)

ออฟไลน์ ถ้าเธอเป็นท้องฟ้า

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 376
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +466/-3
    • ถ้าเธอเป็นท้องฟ้า
สองสัปดาห์แรกของการทำงานผ่านไปอย่ารวดเร็ว เช้าวันนี้สำนักงานไปรษณีย์ดูเงียบเชียบผิดปกติเพราะย่างเข้าฤดูฝนอากาศที่เปลี่ยนแปลงกะทันหันทำให้หลายคนลาป่วยกันเป็นแถว วันนี้บัสจึงต้องออกไปทำหน้าที่นำจ่ายแทนพนักงานนำจ่ายตั้งแต่เช้า


“อ้าว จะไปไหนน่ะพี่นุ ฝนยังปรอยอยู่เลย” ชายหนุ่มที่นั่งประจำที่เคาน์เตอร์ถามคนไอค้อกแค้กที่กำลังเอื้อมหยิบหมวกกันน็อกสีแดงซึ่งวางอยู่บนหลังตู้เก็บเอกสาร


“ต้องออกไปส่งจดหมายว่ะ วันนี้ป่วยกันหลายคน ไอ้ซ้งก็ลาพาแม่ไปหาหมอ”


“อืม..ถ้าอย่างนั้นให้ผมไปดีกว่า พี่เองก็ยังไม่หายป่วยเลย”


“ไหวเหรอวะปุ่น”


“โธ่..แค่นี้เองพี่ ไอ้ซ้งมันพาผมทัวร์ทุกซอกทุกมุม ยังกับมันวางแผนมาแล้วว่าจะให้ผมเป็นตัวตายตัวแทน” คำพูดติดตลกของพนักงานรุ่นน้องเรียกรอยยิ้มบนหน้าซีด ๆ ของวิษณุกลับคืนมาอีกครั้ง 


“เออ งั้นพี่ฝากหน่อยแล้วกัน พอดีมันมีพัสดุ EMS ไม่ถึงปลายทางวันนี้โดนต่อว่าแย่เลย”


“สบายมากพี่” พูดจบก็รับหมวกกันน็อกกับกุญแจรถมาไว้ในมือ จากนั้นงานนำส่งจดหมายให้ถึงมือผู้รับก็เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางสายฝน


พัสดุรวมถึงจดหมายในกระเป๋าหนังท้ายรถมอเตอร์ไซค์ถูกทยอยส่งถึงมือผู้รับตามบ้านต่าง ๆ จนกระทั่งใกล้เที่ยงสายฝนที่โปรยปรายลงมาตั้งแต่เช้าจึงเริ่มขาดเม็ดลง ท้องฟ้ากลับมีแสงแดดอีกครั้ง พนักงานไปรษณีย์หนุ่มจอดมอเตอร์ไซค์หน้าบ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ท้ายซอยก่อนจะกดกริ่งรอจนเจ้าของบ้านออกมารับจดหมายกับมือแทนการใส่มันไว้ในกล่องรับที่ชุ่มไปด้วยน้ำฝน ในที่สุดจดหมายฉบับสุดท้ายก็ถูกส่งมือผู้รับ สิ่งที่พนักงานนำจ่ายทุกคนได้รับนอกจากคำขอบคุณแล้วก็คงเป็นการได้เห็นรอยยิ้มหลังได้รับจดหมายหรือพัสดุจากคนไกลของผู้รับปลายทาง มันเป็นสิ่งที่ทำให้เขานึกอิจฉาคนที่มักจะพูดเสมอว่าตัวเองเป็นบุรุษไปรษณีย์ที่หน้าตาดีที่สุดในลำปางไม่น้อย


ศิธาพัฒน์ถอดเสื้อกันฝนออกแต่เมื่อกำลังจะยัดมันใส่ไว้ที่ท้ายรถก็พบว่าที่ก้นกระเป๋าหนังยังคงเหลือโปสการ์ดหนึ่งใบ มือหนาเอื้อมหยิบกระดาษที่มีภาพของเรือหางยาวซึ่งกำลังมุ่งหน้าสู่ผืนน้ำกว้างใหญ่ที่โอบล้อมด้วยแนวเขาสลับซับซ้อนปกคลุมด้วยหมอกสีจาง ๆ ในบรรยากาศยามเช้าขึ้นมาดู มันดูสวยงามเสียจนอดนึกไม่ได้ว่าคนที่ได้รับโปสการ์ดใบนี้ต้องอยากไปที่นั่นแน่ ๆ เมื่อได้เห็น


ชายหนุ่มยิ้มกับตัวเองก่อนจะพลิกดูชื่อและที่อยู่ของผู้รับ


ตาม

ถนนตลาดเก่า
อ.เมือง
จ.ลำปาง
52000





ที่พื้นที่ข้าง ๆ ไม่ได้เขียนอะไรนอกจาก ‘พี่เต็ม’



“ท่าจะไม่เต็มแล้วละ เล่นไม่เขียนเลขที่แบบนี้จะส่งให้ถูกไหม แถมชื่อคนรับก็เขียนมาแต่ชื่อเล่น”



คิ้วหนาเริ่มขมวดเข้าหากัน งานง่าย ๆ จะกลายเป็นงานหินก็เพราะโปสการ์ดใบเล็ก ๆ ใบนี้...

 

       
 
...

สวัสดีค่ะ ต้องขอโทษที่หายไปนานนะคะ

เพิ่งจะมีเวลาเขียน รู้สึกว่าเขียนตอนนี้ใช้พลังงานมาก ๆ ยาวอีกต่างหาก

ขอบคุณผู้ให้ข้อมูลด้วยค่ะ ^^


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-03-2014 21:46:21 โดย ถ้าเธอเป็นท้องฟ้า »

ออฟไลน์ hembetaro

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1122
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +112/-1

ยาวมว๊ากกกก....

น้องเต็มน่ารักอ่ะ  ดูกวนนิดๆ อยากให้พี่ปุ่นมาส่งของแถวนี้บ้างจัง จะสั่งของให้มาส่งทุกวันเลยเชี่ยว  :hao3:

ปล.  เว้งน้ำ   ต้องเป็น  เวิ้งน้ำ    นะฮร้าฟฟ  :กอด1:

ออฟไลน์ Noi_Noi

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 41
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
เต็มมีแฟนแล้ว แล้ว แล้ว แล้วววว
แถมแฟนยังเป็น(ว่าที่)หมอด้ววยยย
แล้วจะเจอกับคุณไปรเมื่อไหร่  :ling1:

ออฟไลน์ Noi_Noi

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 41
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
เขียนมาแบบนี้คุณไปรจะส่งให้ถึงมือผู้รับได้ยังไงล่ะคะพี่เต็มมมมม
น้องตามีหวังคอยจดหมายพี่เต็มเก้อแน่ๆ เลย

ออฟไลน์ justonce

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เข้ามาตามอ่าน 2 ตอนรวดเลย
ในที่สุดก็เจออาจารย์จ้า >.<

น้องตามน่ารักอ่ะ
ว่าแต่...น้องตามจะได้รับโปสการ์ดจากพี่เต็มมั้ยน้ออออ
หรือคุณบุรุษไปรษณีย์ จะทำเนียนเก็บไว้อ่านเองคะ ^^

ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-3
พี่เต็มน้องตามจะได้รับไหม
ไม่มีบ้านเลขที่ผู้รับ

นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งสองคน
มารู้จักกันก็ได้

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
ลุ้น ๆ โปสการ์ดสื่อรักกำลังออกเดินทางแล้ว
เต็มฟ้าแข็งนอกอ่อนใน ที่จริงก็รักน้องใช่ไหมล่ะ

ออฟไลน์ Nemasis

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1
พ่อหนุ่มไปรษณีย์จะส่งโปสการ์ดถึงเจ้าของป่าวเนี่ยยย


ออฟไลน์ butter.juliet

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 200
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
สงสารน้องตามจัง อยากให้พี่เต็มเข้าใจไวไวว่าน้องไม่ผิด
คนเขียนอย่าทำร้ายน้องตามนานนักนะคะ  :hao5: :hao5:


ปล.พอดีเป็นคนลำปางค่ะ พอบรรยายถึงแยกหอนาฬกานี่ร้อง'อ๋อออออออออ'เลย
ปล2.นึกถึงไปรษณีย์ลำปางแล้วไม่ฟิน สภาพช่างย่ำแย่ 555  :hao7: :hao7:

ออฟไลน์ mahaki

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 338
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0
พระเอกมาแล้ว!!!

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






coloursal

  • บุคคลทั่วไป
พระเอกมาสักที
นี่ก็งงว่าใครเป็นพระเอกกันแน่
บทน้อยเกิน
แต่ต่อไปบทคงเยอะขึ้นหล่ะเนาะ

ออฟไลน์ sweetbasil

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 807
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-3
ภาษาสวยมาก อ่านเพลินเลย o13
หมอภูมิรอน้องตามโตล่ะกันเนอะ
ปล่อยเต็มให้พี่ปุ่นเถอะ :z1:

ออฟไลน์ LalaBam

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2864
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-2
ตลกคุณไปร คิดว่าพี่เต็มไม่เต็มซะงั้น  :hao3:

ออฟไลน์ แป้งข้าวหมาก

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 752
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-1
อ้าว....ละจะไปส่งถูกไหมนั่น สู้ๆนะคะพี่ปุ่น
 :3123:

ออฟไลน์ Zelsy

  • เพราะ "รัก" คำเดียวเท่านั้น
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1861
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +191/-2
งานเข้าไหมล่ะพี่ปุ่นน :hao7:

ออฟไลน์ sam3sam

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +247/-4
เต็มจำบ้านเลขที่ไม่ได้ซะงั้น
แล้วมันจะไปถึงน้องตามไหมละนั่น :m20:
แล้วปุ่นจะหาทางส่งให้ได้หรือเก็บไว้เองน๊อ
ที่ทำงานใหม่ปุ่นเป็นกันเองจริงๆ ท่าทางน่าสนุก
พูดถึงโปสการ์ดทีไรทำให้คิดถึงอาจารย์จ้ากับตังขึ้นมาทันทีเลย :-[

ออฟไลน์ lonesomeness

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-2
แอบตามไปทำควิซในเด็กดีมา คะแนนแบบไม่น่าดูมากค่ะ 5555
เรื่องนี้จะเป็นเรื่องอุ่นๆแบบเรื่องที่แล้วอีกมั้ยนะ
อ่านแล้วสบายใจมากๆเลยค่ะ ตอนนึงก็ยาวมากกกกกกก (ชอบ 55)

รอลุ้นตอนหน้านะคะว่าโปสการ์ดจะถึงมือน้องตามรึเปล่า

ออฟไลน์ liza sarin

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2549
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-14
ยาวมากๆ เต็มเขียนแบบนี้ เค้าจะส่งถูกไหม

ออฟไลน์ suck_love

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 780
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-1
ชอบมากเลยค่ะ  ติดตามแน่นอนค่ะ  :katai4:

ออฟไลน์ aiLime13

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 462
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1146/-11
    • twitter
ยาวมากกกกกกกกกก อ่านจุใจกันเลยทีเดียวค่ะ

ตอนนี้อ่านแล้วอยากได้เที่ยวใต้บ้าง พ่อหนุ่มเดรทร็อคพอจะเป็นไกด์ให้เราบ้างได้มั้ยจ้ะ? *จีบ* กร้ากกก
ชอบอ่ะ ชอบมากจริงๆ ยิ่งตอนนี้หน้าร้อน คนเขียนทำให้เราอยากไปนอนเล่นบนแพแล้วตื่นเช้ามาพาย
เรือเล่นบ้างเลยค่ะ บรรยากาศดีมากๆ จนอยากไปเที่ยวบ้างเลย >___<

ดูเหมือนว่าอุปสรรคระหว่างน้องเต็มกับเดือนคณะแพทย์นี่คงจะเป็นเรื่องเวลาสินะ ไม่แน่ใจด้วยสิว่า
นอกจากเวลาที่ไม่ค่อยจะมีให้กันแล้วจะรวมไปถึงระยะห่างรึเปล่า ชอบน้องเต็มตรงที่ถ้าจะหยุดก็หยุดตั้งแต่ตอนนี้ก่อนที่จะเสียใจ มันใช่อ่ะ โฮฮฮฮฮฮ

แต่เราชอบโมเม้นท์ของน้องเต็มกับพ่อหนุ่มเดรทร็อคมากเลย ฮ่าาาาา ชอบในความสัมพันธ์ค่ะ แต่เก้จะกั๊กเต็มไว้อย่างที่พี่ดุ่ยว่ารึเปล่าน้าาาาา???

ตอนนี้คุณบุรุษไปรศนีย์กับน้องเต็มเจอกันแล้ว เจอผ่านโปสการ์ดเนี้ยแหละ 5555
แต่เดี๋ยวอีกสักหน่อยโปสการ์ดใบนี้ก็คงจะทำให้รู้จักกันเองล้ะเนอะ

:'))

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ route rover

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2435
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +221/-7
ตายๆๆ ถ้าบุรุษไปรษณีย์ไม่เก่งจริง จะหาตามเจอมั้ยนั่น .. พรหมลิขิตละเนี่ย  :mew2:

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1938
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -
ละเมียดละไมมาก 
จะเจอกันแล้ว

ออฟไลน์ ถ้าเธอเป็นท้องฟ้า

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 376
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +466/-3
    • ถ้าเธอเป็นท้องฟ้า
ตอนที่ 5 : ข้าวผัดหมูไม่ใส่หอมใหญ่



มอเตอร์ไซค์เก่าคร่ำคร่าเลี้ยวจากถนนใหญ่เข้ามาในซอยที่เชื่อมกับถนนอีกสายซึ่งขนานกับลำน้ำวัง ป้าย ‘ถนนตลาดเก่า’ ทำให้มั่นใจว่ามาไม่ผิด แต่ทันทีที่มอเตอร์ไซค์ขี่พ้นซอยก็กลายเป็นว่ามีสองทางให้เลือก



ไม่ซ้ายก็ขวา



แต่สุดท้ายคุณบุรุษไปรณีย์ฝึกหัดก็เลือกที่ขี่ย้อนกลับออกไปเพื่อเริ่มต้นสำรวจมาตั้งแต่หัวถนน ซึ่งเป็นที่ตั้งของย่านชุมชนเก่าแก่ที่ชาวบ้านพากันเรียกติดปากว่ากาดกองต้าหรือตลาดจีน ถนนทั้งสายแวดล้อมไปด้วยอาคารสวย ๆ แปลกตา รูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นการผสมผสานระหว่างยุโรป จีน และพม่า มีทั้งที่เปิดเป็นเกสต์เฮาส์ หอศิลป์ ร้านอาหาร รวมไปถึงร้านขายของที่ระลึก และที่เป็นที่อยู่อาศัยจริง ๆ ชายหนุ่มตัดสินใจหยุดรถเมื่อมาสายตาสะดุดเข้ากับสะพานโค้งครึ่งวงกลมสีขาว ซึ่งเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กทอดข้ามแม่น้ำวัง ที่บริเวณสะพานมีเครื่องหมายไก่ขาวและครุฑประดับอยู่



“เริ่มจากตรงนี้ก็แล้วกัน” มือหนายกขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผมก่อนจะหยิบโปสการ์ดในกระเป๋าเสื้ออกมาพลิกดูที่อยู่ “อย่างน้อยก็แค่ถนนสายนี้”


มอเตอร์ไซค์เก่าค่อย ๆ เคลื่อนไปตามถนนที่ดูเงียบเหงาเพราะร้านรวงต่าง ๆ ยังไม่เปิดให้บริการ เสียงดังแต้ก ๆ ของมันฟังแล้วน่ารำคาญจนคุณลุงเจ้าของร้านขายยาจีนต้องแง้มประตูออกมาดู ทันทีที่ประตูบานพับซึ่งทำจากเหล็กถูกเปิดออก กลิ่นหอมของสมุนไพรหลายชนิดก็ฟุ้งกระจายสัมผัสเข้ากับปลายจมูกโด่ง บุรุษไปรษณีย์หนุ่มจึงถือโอกาสนี้จอดรถเพื่อถามหาเบาะแสของชื่อคนในโปสการ์ด



“สวัสดีครับลุง” ศิธาพัฒน์ทักทายอย่างมีไมตรี ดังนั้นชายวัยกลางคนจึงพับประตูไปรวมกันไว้ที่ด้านหนึ่งก่อนจะก้าวข้ามธรณีประตูออกมา


“ว่ายังไงหนุ่ม”


“คือ..ผมมีเรื่องจะรบกวนถามคุณลุงหน่อยน่ะครับ” ริมฝีปากอิ่มฝืนยิ้มแบบกล้า ๆ กลัว ๆ นั่นเพราะรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังทำมันช่างแปลกประหลาดนัก แต่ที่แปลกประหลาดกว่าก็คงไม่พ้นเจ้าของโปสการ์ดที่ไม่ยอมเขียนเลขที่บ้านของผู้รับใบนี้ “คุณลุงพอจะรู้จัก..คุณตามไหมครับ”

หน้าผากที่เต็มไปด้วยรอยย่นของคนถูกถามยิ่งย่นหนักเข้าไปอีก หัวคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด “นามสกุลอะไรล่ะ ลูกเต้าเหล่าใคร


“เอ่อ...คือ...ผมก็ไม่ทราบจริง ๆ ครับ ทราบแค่ว่าชื่อคุณตาม บ้านอยู่ถนนตลาดเก่า”


“ถนนตลาดเก่ามันก็ถนนสายนี้ทั้งสายนะหนุ่ม บ้านช่องก็มีเป็นร้อย ไม่มีรายละเอียดมากกว่านี้เรอะ”


“ผมก็ทราบแค่นี้จริง ๆ ครับ” ศิธาพัฒน์ยิ้มแหย ๆ


“ลุงไม่รู้หรอกถ้าบอกมาแค่นี้น่ะ ลองไปถามที่ร้านโชห่วยกลางตลาดดูก็แล้วกัน” พูดจบคุณลุงเจ้าของร้านก็หันกลับไปเปิดร้านต่อเล่นเอาไปรษณีย์จำเป็นถึงกับคอตก ขี่รถจากมาพร้อมกับสอดส่ายสายตามองหาคนที่พอจะให้ถามได้ ในที่สุดก็มาถึงร้านโชห่วยที่ว่า ซึ่งอาม่าเจ้าของร้านก็ไม่ได้ช่วยให้ความกระจ่าง แสงแดดที่เริ่มร้อนระอุขึ้นทำให้ศิธาพัฒน์ต้องยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู ทั้งเข็มยาวและเข็มสั้นต่างก็พร้อมใจเดินมาพบกันตรงจุดกึ่งกลางหน้าปัดพอดี มีเวลาเพียงแค่เพียง 60 วินาทีเท่านั้นในการทักทายกันก่อนจะต้องเดินจากกันไปในที่สุด


จากจุดนี้ก็เป็นจุดกึ่งกลางของถนนสายยาวพอดี ร้านต่าง ๆ เริ่มเปิดให้บริการ เกสต์เฮาส์มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินเข้าออกพอให้เห็นบ้าง ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีหรือสร้างความลำบากขึ้นกันแน่ ชายหนุ่มตัดสินใจจอดมอเตอร์ไซค์ที่ข้างทางก่อนจะใช้วิธีการเดินถามตามบ้านโดยไม่คิดจะย้อนกลับไปเริ่มที่จุดเริ่มต้นอีกแน่นนอน ไม่ใช่สมองที่สั่งให้ทำแบบนั้น แต่เสียงโครกครากในท้องต่างหากที่ทำให้เขาย้อนกลับไม่ได้



‘ฉันมาไกล...มาไกลเหลือเกิน ไม่คิดจะเดิน เดินกลับหลังไป’



อะไรมันจะพอดีขนาดนั้น..ศิธาพัฒน์อดคิดไม่ได้เมื่อเพลงดังของนักแสดงชาวฮ่องกงที่มาโด่งดังในประเทศไทยเมื่อสมัยเขายังเด็กดังขึ้นจากร้านขายของที่ระลึกที่ฝั่งตรงข้ามของถนน ซึ่งเป็นอาคารไม้สองชั้น ด้านหน้าเป็นบานเฟี้ยมแบบพับเก็บด้านข้าง ภายในร้านเต็มไปด้วยของที่ระลึกน่ารัก ๆ และโปสการ์ดมากมาย ไปรษณีย์หนุ่มไม่พูดพร่ำทำเพลงขอถือโอกาสนี้เข้าไปนั่งพักให้หายเหนื่อยหน่อยก็แล้วกัน


“โปสการ์ดสวยดีนะครับ” ศิธาพัฒน์เอ่ยกับคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดของอยู่หน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน ซึ่งถ้าคาดเดาไม่ผิดก็คงเป็นเจ้าของร้าน เพราะเท่าที่พยายามสอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ ในร้านก็ไม่ใครอีกแล้วนอกจากเขา


“ขอบคุณครับ” คนที่น่าจะอายุมากกว่าอยู่สัก 4-5 ปียิ้มให้พร้อมกับลอบสำรวจหนุ่มหน้ามนในชุดพนักงานไปรษณีย์ที่เพิ่งเข้ามาอย่างถ้วนถี่ “เพิ่งมาทำงานใหม่เหรอครับ ผมก็ไปทำธุระที่ไปรษณีย์บ่อยนะ แต่รู้สึกไม่คุ้นหน้าคุณเลย”


“เพิ่งย้ายมาน่ะครับ” 


คนถามพยักหน้าอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรนักก่อนจะก้มลงเรียงโปสการ์ดในกระบะ จนในที่สุดตัวเองก็เป็นฝ่ายโดนถามบ้าง ด้วยคำถามเดียวกันกับที่ศิธาพัฒน์ให้ถามคุณลุงเจ้าของร้านขายยาจีน

“อืม...ไม่เคยได้ยินนะ ตามอะไรล่ะ ตามใจ ตามลำพังหรือว่าตามสะดวก” หนุ่มเจ้าของร้านพูดไปหัวเราะไป แต่ดูเหมือนบุรุษไปรณีย์คนใหม่จะไม่มีอารมณ์ร่วมเอาเสียเลย จนคนที่กำลังหัวเราะร่วนรีบเม้มปากแทบไม่ทัน “มุกนี้ไม่ขำเหรอ”


ศิธาพัฒน์ส่ายหน้าช้า ๆ อย่างอ่อนใจ


“งั้นนั่งพักก่อนแล้วค่อยเดินหาต่อก็แล้วกันนะ” เดินไปหมุนเร่งเสียงลำโพงแต่ก็ยังไม่วายหันกลับมายิ้ม “ตาม..สบายนะ”


'เหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน มันเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน แม้เรี่ยวแรงจะเดินนั้นยังหมด...'



“เฮ้อ...ตามลำบากสิไม่ว่า” ศิธาพัฒน์พึมพำเมื่อเดินออกจากร้าน จากนั้นก็เดินเข้าบ้านโน้นออกบ้านนี้มาเรื่อย ๆ จนกระทั่งเกือบสุดถนน กลิ่นหอมจากกระทะผัดปลุกให้พยาธิที่เคยร้องระงมจนหมดแรงร้องตื่นขึ้นอีกครั้ง เสียงดังโครกครากในท้องทำให้ต้องตัดสินใจเดินตามกลิ่นผ่านรั้วไม้เข้าไปในเกสต์เฮาส์ซึ่งด้านหน้ามีป้ายติดว่าบริการอาหารตามสั่ง


“เชิญนั่งก่อนค่ะ” หญิงสาวผิวพรรณดีที่กำลังยกถาดอาหารไปเสิร์ฟให้แขกชาวต่างชาติเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นลูกค้าเดินเข้ามาในร้าน


“มาส่งจดหมายหรือมาทานข้าวคะ”


“ทานข้าวครับ” ศิธาพัฒน์ยิ้มให้เธอขณะนั่งลงที่โต๊ะริมระเบียงที่ยื่นออกสู่แม่น้ำ


“รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวไปเอาเมนูมาให้”


ชายหนุ่มละสายตาจากเจ้าของเกสต์เฮาส์หน้าหวานมองสำรวจไปรอบ ๆ ถัดจากระเบียงเป็นสนามหญ้ามีซุ้มประตูเปิดออกไปเป็นบันไดปูนเล็ก ๆ ที่ทอดตัวลงสู่แม่น้ำซึ่งตอนนี้ระดับน้ำยังคงไม่สูงมากนัก ส่วนที่เขานั่งอยู่เป็นส่วนของใต้ถุนของเรือนหลังใหญ่ซึ่งแวดล้อมไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับเขียวครึ้มให้ความรู้สึกเย็นสบายตั้งแต่ที่ได้ก้าวเท้าเข้ามา เว้นช่องตรงกลางเป็นโถง จัดเป็นสวนหย่อม ปลูกต้นปาล์มที่สูงขึ้นไปถึงชั้นสองของตัวบ้าน ดูแล้วอาณาบริเวณก็ไม่ได้กว้างใหญ่อะไรนักแต่ก็ถือว่าใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า เรือนหลักปลูกด้วยไม้ทั้งหลัง ซึ่งชั้นบนน่าจะประกอบด้วยห้องพักไม่ต่ำกว่า 5-6 ห้อง พื้นที่ที่เหลือถูกแบ่งเป็นสัดเป็นส่วนมีทั้งส่วนที่เป็นห้องพักและส่วนที่ให้คนงานอยู่ ฝั่งหน้าบ้านซึ่งติดถนนถูกจัดเป็นมุมสำหรับนั่งพักผ่อนดื่มน้ำชากาแฟ



“นี่ค่ะเมนู” หญิงสาวที่ศิธาพัฒน์คาดคะเนว่าน่าจะวัยไล่เลี่ยกับพี่สาวของเขาวางเมนูอาหารลงที่โต๊ะก่อนจะตั้งท่าจด


“ผมเอาข้าวผัดหมูไม่ใส่หอมใหญ่ แล้วก็น้ำเปล่าครับ” สั่งแบบไม่เหลียวแลเมนูจนคนรับออร์เดอร์อดขำไม่ได้


“ไม่ดูเมนูหน่อยเหรอคะ ร้านเราอาหารอร่อยหลายอย่างนะคะ”


“วันนี้เอาแบบนี้ก่อนแล้วกันครับ วันไหนหิวไม่มาก ผมจะอ่านให้ครบทุกรายการเลย” คำตอบของบุรุษไปรษณีย์หนุ่มเรียกรอยยิ้มบนใบหน้าหวานได้อีกครั้ง เธอจัดการจดสิ่งที่เขาสั่งลงสมุดฉีกก่อนจะเดินหายเข้าไปในครัว หลังจากนั้นครู่หนึ่งเธอก็กลับมาพร้อมกับน้ำเย็น ๆ หนึ่งแก้ว


กลิ่นหอมของอาหารทำให้ศิธาพัฒน์ลืมภารกิจของเขาไปเสียสนิท ไม่นานนักข้าวผัดหมูไม่ใส่หอมใหญ่ก็ถูกยกมาวางตรงหน้า และด้วยความหิวเขาก็ใช้เวลาไม่นานนักจัดการมันจนเกลี้ยง


“คิดเงินด้วยนะครับ”


“ทั้งหมดสามสิบห้าบาทค่ะ”


ไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับปริมาณ ส่วนคุณภาพและความอร่อยให้แปดจุดห้าเต็มสิบ ร้านนี้จะเป็นอีกหนึ่งร้านที่ถูกบันทึกเอาไว้ในลิสต์ร้านอร่อยของศิธาพัฒน์ ชายหนุ่มล้วงกระเป๋าสตางค์จากออกมาก่อนจะหยิบธนาบัตรใบแดงส่งให้


“รอเงินทอนสักครู่นะคะ” พูดจบสาวหน้าหวานก็เดินไปที่เคาน์เตอร์ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้น


“ชล ลุงตรัยมาหรือยังน่ะลูก” หญิงวัยกลางคนที่เดินหอบถุงใส่ของจากซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อดังที่เพิ่งเดินเข้ามาเอ่ยขึ้น


“ยังเลยจ้ะแม่” ชลธรกล่าวก่อนจะเดินถือเงินทอนมาให้ไปรษณีย์หนุ่มพร้อมกับกล่าวขอบคุณเขา


“อ้อ นั่นไงคะมาพอดีเลย” เธอกล่าวเมื่อรถขับเคลื่อนสี่ล้อคันหนึ่งแล่นมาจอดที่หน้าบ้าน ครู่หนึ่งหนุ่มใหญ่วัยใกล้ห้าสิบก็เปิดประตูลงมาจากรถ ทั้งการแต่งตัวรวมถึงท่วงท่าการเดินชวนให้นึกถึงพระเอกหนังคาวบอยย้อนยุคที่มักจะหยิบปืนขึ้นมาควงเท่ ๆ ก่อนจะยิงกันกระจายในที่สุด


“มารับน้องกลับบ้านเหรอคะลุง”


“ตอนแรกก็ว่าจะอย่างนั้นแหละ พอรู้ว่าไอ้พี่ชายตัวดีจะกลับมาก็โทรไปอ้อนให้มารับตั้งแต่เมื่อคืน” พ่อเลี้ยงตรัยกล่าว พลันสายตาก็ปะทะเข้ากับร่างสูงของชายหนุ่มในชุดพนักงานไปรษณย์ที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โต๊ะอาหารไม่ไกลนัก รู้สึกคุ้นหน้าแต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน หรืออาจจะเคยเจอที่ไปรษณีย์? พ่อเลี้ยงหนุ่มใหญ่หยุดความคิดเอาไว้แค่นั้นก่อนจะมองหาลูกชายคนเล็ก “แล้วนี่ไอ้เจ้าลูกชายลุงมันไปไหนเสียล่ะ ชลถึงต้องเสิร์ฟอาหารอยู่คนเดียว”


“อยู่ในห้องนั่งเล่นค่ะลุง ช่วยชลมาตั้งแต่เช้าแล้ว ก็เลยบอกให้ไปทำอย่างอื่นบ้าง งั้นเดี๋ยวชลเรียกให้นะคะ” พูดจบหญิงสาวก็เดินหายเข้าไปในทางเดินเล็ก ๆ ระหว่างห้องครัวกับห้องอีกห้องหนึ่ง จากนั้นเธอก็กลับมาพร้อมกับเด็กตัวเล็กที่สะพายเป้ใบโตที่หลัง 


“เตรียมพร้อมเลยนะจ๊ะพ่อหนุ่ม” ผู้เป็นน้าเอ่ยขึ้นในขณะที่หลานชายของเธอได้แต่อมยิ้ม จริงอย่างว่าเขาเตรียมเก็บเสื้อผ้าใส่เป้เอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืนที่รู้ว่าพี่ชายคนโตกำลังจะกลับมาบ้าน หลายปิดเทอมแล้วที่ไม่มีโอกาสได้เจอกันเลย


“เก็บของมาครบแล้วใช่ไหมจ๊ะ”


“ครบแล้วครับน้าเดือน”


“แล้วนี่พี่ตรัยมาเอาป่านนี้ รถไฟไม่ถึงสถานีไปแล้วเหรอคะ จะเที่ยงครึ่งแล้วนะ” เดือนดาราหันมาถามเมื่อนึกขึ้นได้ว่าหลานชายคนโตของเธอจะต้องมากับรถไฟซึ่งจะถึงนครลำปางตอนสิบโมงเศษ หากรถเสียเวลาก็ไม่น่าจะเกินหนึ่งชั่วโมง แต่นี่เที่ยงกว่าแล้วผู้เป็นพ่อยังดูมีทีท่าว่าจะรีบร้อน


“วันนี้ไม่ได้ไปรับเจ้าเต็มแล้วละ มันโทร.มาบอกว่าซื้อตั๋วได้เที่ยวที่จะมาถึงพรุ่งนี้เช้า บอกให้นั่งเครื่องมาก็ไม่เอา ไม่รู้จะอารมณ์ศิลปินอะไรนัก” ผู้เป็นพ่อถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนจะก้มลงมองดูลูกชายคนเล็กที่แสดงสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด


“เดี๋ยววันนี้ลูกคงต้องอยู่บ้านน้าเดือนไปก่อนนะ เพราะว่าพรุ่งนี้พ่อต้องไปเชียงใหม่” เมื่อสิ้นคำของพ่อเด็กชายตัวน้อยก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย


“อ้าว แล้วถ้าพรุ่งนี้พี่เต็มมาล่ะครับ”




‘พี่เต็ม?’




ไม่ได้แอบฟังแต่บังเอิญได้ยิน ศิธาพัฒน์พยายามเปิดหน้าหนังสือพิมพ์ให้เบาที่สุด เมื่อกี้เด็กผู้ชายคนนั้นพูดว่า ‘พี่เต็ม’



แล้ว ‘ตาม’ ล่ะ?


คำถามของลูกชายคนเล็กทำให้นึกขึ้นมาได้ พ่อเลี้ยงตรัยจึงหันไปกล่าวกับน้องสาวแท้ ๆ ของภรรยาผู้ล่วงลับ “พรุ่งนี้พี่คงต้องฝากเดือนช่วยรับเจ้าเต็มให้ด้วยนะ เพราะว่าพี่ต้องขึ้นไปงานศพเพื่อนที่เชียงใหม่ พี่บอกมันไว้แล้วละว่าให้มันกับน้องอยู่บ้านเดือนสัก 2-3 วันแล้วพี่จะมารับกลับไร่”


เดือนดารารับปากด้วยความเต็มใจก่อนจะขอตัวเอาของเข้าไปเก็บในบ้าน


“เดี๋ยววันนี้พ่อพาซื้อหนังสือเรียน แล้วเราไปกินไอติมแก้เซ็งไอ้พี่ชายตัวดีก็แล้วกันนะ” ผู้เป็นพ่อกล่าวก่อนจะใช้มือหนาโยกศีรษะของลูกชายเบา ๆ


“ถ้าอย่างนั้นตามเอากระเป๋าไปเก็บก่อนนะพ่อ” พูดจบหนุ่มน้อยก็หมุนตัววิ่งกลับเข้าไปในบ้านด้วยความรวดเร็ว แต่ก็ยังได้ยินคำที่พ่อตะโกนบอกว่าจะไปรอเขาที่รถ



‘ตาม?’



เด็กผู้ชายคนเมื่อกี้ชื่อตาม ศิธาพัฒน์คิดทบทวนให้แน่ใจว่าเขาได้ยินไม่ผิด คนที่พอจะให้ถามได้ก็สบายตัวกันไปหมด ชายหนุ่มวางหนังสือลงบนโต๊ะทันทีที่ได้ยินเสียงรองเท้าเตะกระทบกับพื้นปูนดังใกล้เข้ามา


ริมฝีปากที่เม้มแน่นค่อย ๆ คลายออก ตัดสินใจเปล่งเสียง “น้องครับน้อง” ทำให้เด็กชายที่กำลังจะวิ่งพ้นชายคาบ้านต้องชะงัก


“พี่เรียกผมเหรอครับ”


ศิธาพัฒน์พยักหน้า เขาเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับหยิบโปสการ์ดเจ้าปัญหาออกมาจากกระเป๋าเสื้อ “น้องชื่อตามใช่ไหม”


“ครับ”


ชายหนุ่มค่อย ๆ ย่อตัวลงก่อนจะยื่นโปสการ์ดใบนั้นให้ “พี่คิดว่านี่อาจจะเป็นของน้อง”


ตามตะวันรับมันมาก่อนจะอ่านข้อความทั้งหมด พลันรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหนุ่มน้อย


“พี่เต็มตอบจดหมายตามแล้ว” เสียงนั้นดังพอที่จะเรียกคนที่กำลังยืนคิดเงินอยู่ที่โต๊ะด้านในสุดให้หันกลับมามอง ชลธรเดินเข้ามาหาน้องชายด้วยความแปลกใจก่อนจะถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น ในที่สุดเรื่องราวทั้งหมดก็ถูกเฉลยโดยคุณบุรุษไปรณีย์ที่ยืนยิ้มชื่นชมผลงานชิ้นโบว์แดงของตัวเอง...



ตามตะวันนั่งรถออกไปกับพ่อของเขาพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้ม แม้วันนี้จะไม่ได้พบกับพี่ชาย แต่โปสการ์ดใบเล็ก ๆ ใบนี้ก็เหมือนเป็นตัวแทนที่ทำให้ยิ้มได้เมื่อได้เห็น



‘พี่เต็ม’




“คงเหนื่อยแย่เลยนะคะที่ต้องเดินตามหาตั้งแต่หัวถนนแบบนี้” ชลธรเอ่ยขึ้นขณะเดินออกมาส่งศิธาพัฒน์ที่หน้าบ้าน


“ไม่เป็นไรหรอกครับ ยังไงมันก็เป็นหน้าที่ของไปรษณีย์อยู่แล้วที่ต้องนำส่งจดหมายให้ถึงมือผู้รับ” ตาคมสะดุดเข้ากับมอเตอร์ไซค์คลาสิคสีฟ้าที่จอดอยู่หน้าบ้าน มันเป็นรถแบบที่เขาเคยคิดจะซื้อขี่ไปทำงานตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นนักการตลาด แต่ทุกคนในบ้านลงความเห็นว่ามันไม่น่าจะเหมาะกับสภาพการจราจรและสาพอากาศในกรุงเทพฯ สุดท้ายก็เลยนั่งรถไฟฟ้าเหมือนเดิม


“รถสวยจังครับ”


“อ๋อ ค่ะ พี่ก็เห็นมันสวยดี เลยยืมเจ้าของเขาไว้โชว์หน่อย เห็นไม่ค่อยได้ใช้”


“อ้าว ไม่ค่อยได้ใช้เหรอครับ แล้วเขาคิดจะขายหรือเปล่า”


“น้องปุ่นสนใจเหรอจ๊ะ”


“ก็เห็นว่าสวยดีน่ะครับ อีกอย่างมาอยู่ที่นี่ก็ยังไม่มีอะไรเลยทั้งจักรยานทั้งมอเตอร์ไซค์”


“อืม..ถ้าอย่างนั้นพี่จะลองถามเจ้าของเขาให้นะ ได้ความว่ายังไงจะบอกอีกทีก็แล้วกัน”


ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้พูดอะไรกันต่อ มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งก็แล่นผ่านมา คนขับก็คือ “บัส” พนักงานไปรษณีย์ที่ออกมานำส่งจดหมายตั้งแต่เช้านั่นเอง


“มาทำอะไรแถวนี้วะปุ่น”


“เอาจดหมายมาส่ง เลยแวะกินข้าวน่ะ”


“แล้วมายังไง”


“เอามอเตอร์ไซค์ประจำตำแหน่งไอ้ซ้งมา จอดอยู่กลางซอยโน่น”


“งั้นซ้อนท้ายเลย เดี๋ยวพาไปเอารถจะได้กลับกัน ร้อนจะแย่แล้ว”


ศิธาพัฒน์พยักหน้าก่อนจะหันไปลาชลธร จากนั้นจึงกระโดดขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ ระหว่างทางเขาก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้บัสฟังไปด้วย


“แหม่....มาทำงานไม่ถึงเดือนก็โดนรับน้องเสียแล้ว”


“เออ รับโหดด้วยนะ ให้เดินหาทั้งถนนเนี่ย”


“แล้วถ้าไม่เจอน้องเขาจะทำยังไง”


“อืม..ไม่รู้เหมือนกันว่ะ ไม่ได้คิดเลย คิดแต่ว่ายังไงก็ต้องหาให้เจอ” ศิธาพัฒน์ค่อย ๆ คลี่ยิ้ม นึกถึงเจ้าของโปสการ์ดใบนั้น เขาต้องเป็นเด็กผู้ชายอายุ 12-13 ขวบที่ไม่ตั้งใจฟังครูสอนในชั่วโมงการเขียนจดหมายแน่ ๆ



..มีต่อค่ะ..
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-03-2014 17:46:24 โดย ถ้าเธอเป็นท้องฟ้า »

ออฟไลน์ ถ้าเธอเป็นท้องฟ้า

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 376
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +466/-3
    • ถ้าเธอเป็นท้องฟ้า
จากการต้องออกไปนำส่งจดหมายท่ามกลางสายฝนเมื่อวันก่อนทำให้อาการหวัดเริ่มถามหา แต่พนักงานใหม่อย่างศิธาพัฒน์ก็ยังคงฝืนสังขารไปทำงานจนได้ วันนี้บรรดาหนุ่ม ๆ ไปรษณีย์พากันไปรับประทานอาหารเที่ยงกันที่เกสต์เฮาส์สุดถนนตลาดเก่าอีกครั้ง นั่นไม่ใช่เพราะคำบอกเล่าถึงความอร่อยของศิธาพัฒน์ แต่กลับเป็นเพราะคำอวดอ้างสรรพคุณของบัสที่เที่ยวเอามาพูดว่าลูกสาวเกสต์เฮาส์นั้นสวยจนหลาย ๆ คนอยากจะยลโฉม


“ไหนวะ ไหน ๆๆๆ” วิษณุชะเง้อจนคอยาวก็ไม่เห็นสาวสวยที่ว่า


“วันนี้ไม่อยู่มั้งพี่” บัสกล่าวทั้งที่ยังคงชะเง้อคอยาวไม่แพ้กัน


“ทานอะไรดีจ๊ะหนุ่ม ๆ” เดือนดารากล่าวอย่างอารมณ์ดีก่อนจะวางเมนูลงบนโต๊ะ


“ข้าวผัดหมูไม่ใสหอมใหญ่ครับ” ศิธาพัฒน์ก็ยังคงไม่เหลียวแลเมนูเหมือนเดิม


“เฮ้ย! รู้นะว่าเป็นคนกินง่าย แต่นี่มันง่ายไปไหมวะไอ้ปุ่น” บัสกล่าว


“ก็เมื่อวานมากินแล้วมันอร่อยดี วันนี้เลยอยากกินอีก ผมผิดเหรอครับคุณบัด”


“เดี๋ยวนี้มันเริ่มเถียงคำไว้ตกฟากวุ้ย” พี่ใหญ่ในโต๊ะหัวเราะก่อนจะสั่งอาหาร


“ก็ได้พวกพี่แหละครับที่เสี้ยมสอน”


“อ้าวไอ้นี่...”


“เหมือนโดนมันด่าเลยเนอะพี่นุเนอะ” ชายหนุ่มเจ้าของทรงผมเรียบกริ๊บสะกิด


“เออ ข้ารู้แล้ว เอ็งไม่ต้องย้ำ”


เสียงตะหลิวกระทบกระทบดังโป้กเป้กมาจากในครัวพร้อมกับกลิ่นหอม ๆ ของวัตถุดิบต่าง ๆ ในกระทะ ไม่นานอาหารก็ถูกยกออกมาเสิร์ฟ


“ของน้องคนนี้ ข้าวผัดหมูนะจ๊ะ” เดือนดาราเอ่ยขึ้นก่อนจะแสดงท่าทางลังเลขณะส่งจานให้ “น้าต้องขอโทษแทนน้องคนทำด้วยนะจ๊ะ เขาทำเพลินไปหน่อยเลยใส่หอมใหญ่มาด้วย พอดีมาแทนแม่ครัวคนเดิมเลยยังไม่คล่อง”


“ไม่เป็นไรครับคุณน้า เดี๋ยวผมเขี่ยออกก็ได้”  ศิธาพัฒน์กล่าว เขาจัดการเขี่ยหอมใหญ่ออกมากองไว้ที่ข้างจานอย่างที่ว่าจริง ๆ ถึงหน้าตาของข้าวผัดในวันนี้จะไม่เหมือนกับเมื่อวาน แถมยังมีอุปสรรคมาขัดขวางการกิน แต่ชายหนุ่มกลับรู้สึกว่ารสชาติของมันดีกว่าเมื่อวานจนอยากจะให้คะแนนสิบห้าเต็มสิบเสียด้วยซ้ำ แต่แค่สิบเต็มสิบก็คงคู่ควรกับความอร่อยในวันนี้แล้ว คิดได้ดังนั้นก็ไม่ปล่อยให้ความเย็นชืดมาพรากความอร่อย เหลังจากอาหารถูกทยอยยกออกมาเสิร์ฟได้เพียงไม่นาน เพียงไม่นานทุกจานบนโต๊ะก็กลายเป็นจานเปล่ายกเว้นก็แต่จานของคนที่ไม่ชอบในรสของหัวหอมใหญ่เท่านั้น
 



‘พ่อครัวจำเป็น’ ขมวดคิ้วทันทีที่เห็นหอมใหญ่ซอยเกือบครึ่งลูกถูกเขี่ยมากองรวมกันข้างจานที่ผู้เป็นน้าเพิ่งยกเข้ามาเก็บในครัว เขาเทมันใส่ถังขยะพร้อมกับบ่นกับตัวเอง “สงสัยตอนเด็ก ๆ ไม่ตั้งใจเรียนเลยไม่รู้ว่าผักมีปะโยชน์” จากนั้นจึงจัดการล้างภาชนะที่กองสุมอยู่ในอ่างจนสะอาดเอี่ยม



วันต่อมาเมื่ออาการป่วยไม่ดีขึ้นเพื่อน ๆ จึงบังคับให้ศิธาพัฒน์หยุดงานและไปหาหมอ จากนั้นเขาก็แวะไปที่เกสต์เฮาส์เพื่อฝากท้องในมื้อกลางวันเป็นวันที่สาม ชายหนุ่มเดินตรงไปหาหนุ่มน้อยที่พบกันเมื่อวันก่อนซึ่งกำลังนั่งเปิดหนังสือพลิกไปพลิกมาอยู่ที่โต๊ะริมระเบียง



“พี่นั่งด้วยคนได้ไหม” เจ้าของใบหน้าซีดเซียวเพราะอาการไข้กล่าว


“ได้เลยครับพี่ไปรษณีย์” หนุ่มน้อยยิ้มให้


“น้องตามเรียกพี่ปุ่นก็ได้”


“ครับพี่ปุ่น” ตามตะวันกล่าวก่อนจะหันไปให้ความสนใจหนังสือตรงหน้าอีกครั้ง มันเป็นหนังสือแบบเรียนที่พ่อเพิ่งพาไปซื้อเมื่อวันก่อนซึ่งจะต้องใช้เรียนในเทอมถัดไปนั่นเอง


“อ่านอะไรอยู่ครับ” ชายหนุ่มถามอย่างสนใจ


“เรื่องการเขียนจดหมายครับ”


“อืม...ดีเลย ตามจะได้ไปสอนพี่ชายให้เขียนจดหมาย คราวหลังจะได้เขียนถูก ไม่เป็นภาระกับไปรษณีย์”
ประโยคท้ายนั่นทำเอาคนที่เดินมารับออร์เดอร์แทบสำลักอากาศ เสียงกระแอมดังขึ้นก่อนที่เมนูอาหารจะถูกวางลงบนโต๊ะ “รับอะไรดีครับ”


ศิธาพัฒน์ไม่ได้สนใจเมนูตรงหน้า สายตาของเขายังคงจดจ่ออยู่กับตัวหนังสือในแบบเรียนของเด็กชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน กระนั้นปากอิ่มก็ยังอุตส่าห์ตอบคำถาม “ข้าวผัดหมูไม่ใส่หอมใหญ่แล้วก็น้ำเปล่าครับ”


“อย่าลืมนะน้องตาม อ่านจบแล้วไปสอนพี่ชายด้วย” พนักงานไปรษณีย์หนุ่มยังไม่วายกำชับซ้ำ


หนุ่มน้อยเงยหน้าขึ้นยิ้มแหย ๆ แอบสบตาคนที่กำลังยืนจดออร์เดอร์นิดหนึ่งก่อนจะกล่าวเบา ๆ “ตามไม่กล้าสอนพี่เต็มหรอกครับ เดี๋ยวพี่เต็มดุเอา”


ศิธาพัฒน์มองเด็กชายตรงหน้าอย่างแปลกใจ พี่ชายที่อายุห่างกันไม่กี่ปีจะมีอิทธิพลอะไรหนักหนา มันก็คงไม่ต่างอะไรไปจากเขาและน้องชายนัก



“ข้าวผัดหมูครับ”



จานที่มีข้าวผัดพูนจานถูกยกมาวางตรงหน้า เมื่อศิธาพัฒน์สังเกตดี ๆ เขาก็พบว่ามันเป็นข้าวผัดหมูไม่ธรรมดา แต่มันเป็นข้าวผัดหมูใส่หอมใหญ่ซอยละเอียดยิบ ละเอียดเสียจนความขยันที่มีในตัวไม่สามารถจะทำให้เขี่ยออกได้หมด



“พี่เต็ม พี่ปุ่นเขาสั่งข้าวผัดหมูไม่ใส่หอมใหญ่นะครับ”




‘พี่เต็ม’




ชื่อนี้ทำให้อดไม่ได้ที่ต้องเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของชื่อ ไม่ใช่หนุ่มน้อยม.ต้นอย่างที่คิดเอาไว้ แต่กลับกลายเป็นเด็กหนุ่มผิวขาวละเอียด คิ้วเข้มรับกับดวงตาแข็งกร้าว ปากนิดจมูกหน่อย



ไม่ใช่คนหล่อ แต่สาวกรี๊ดแน่นอน




น่ารัก?

ใช้คำนี้พอจะอธิบายทั้งหมดได้ไหม? ศิธาพัฒน์นึกในใจ










“อ้าว แล้วพี่ทำไม่ถูกตรงไหน นี่ไงข้าวผัดหมูไม่ใส่หอมใหญ่” เต็มฟ้าที่วันนี้เป็นทั้งพ่อครัวและพนักงานเสิร์ฟตอบหน้าตาเฉย “ใส่แต่หอมเล็ก” เน้นคำว่าเล็กเสียจนน่าหมั่นไส้ “เล็กมากด้วย” คิ้วหนาขยับยักให้คนที่นั่งงงเป็นไก่ตาแตกเล็กน้อยอย่างผู้มีชัย พูดจบก็เดินกลับเข้าไปในครัวโดยไม่รอให้ไก่ได้สติ



“งั้นเดี๋ยวตามไปเอาน้ำให้นะครับ” น้องชายเอ่ยขึ้นก่อนจะวิ่งตามหลังพี่ชายไปติด ๆ ทิ้งให้คนไม่กินหอมใหญ่นั่งเหวออยู่อย่างนั้น



“ไอ้เด็กบ้า...”




ศิธาพัฒน์ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันก่อนจะตักข้าวเข้าปาก จำใจกล้ำกลืนฝืนทนกิน ๆ ให้มันหมด ๆ ไป ‘ข้าวผัดหมูใส่หอมเล็ก’ 






....


ขอโทษด้วยนะคะ ยังไม่ได้อ่านทวนเลย


ไว้เดี๋ยวจะเข้ามาแก้คำผิดนะคะ  ^^



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-03-2014 17:53:55 โดย ถ้าเธอเป็นท้องฟ้า »

my manGo

  • บุคคลทั่วไป
เต็ม น่ารัก :mew1:
กวนซะด้วยนะ หอมเล็กเนี่ย คิดได้ไงอ่ะ  :katai2-1: o13 :laugh: :m20:
คุณไปรษณีย์ งานนี้ไม่หมูซะแล้ว  o18

ออฟไลน์ rainiefonnie

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 624
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +48/-2

ออฟไลน์ butter.juliet

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 200
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
กรี๊ดดดดดดด คิดถึงบรรยากาศกองต้าจัง ตั้งแต่มาเรียนมหาลัยก็ไม่ได้ไปเดินอีกเลย  :hao5: :hao5:
พี่ปุ่นดูอ่อนโยนมาก สงสัยจะเป็นตัวเชื่อมให้น้องตามกับพี่เต็มเป็นแน่แท้ อ่านไปยิ้มไปตอนน้องตามได้รับจดหมาย
และยิ่งยิ้มมมมมมจนแก้มจะระเบิดตอน 'ข้าวผัดหมูใส่หอมเล็ก' ของพี่เต็มนี่แหละ



.
บอกได้คำเดียวว่า น่าร้ากกกกกกกกกก

ออฟไลน์ Windyne

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 248
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-1
    • Windyne Page on Facebook
5555 ข้าวผัดหมูใส่หอมเล็ก (มากกกกกกก)

PS. เพลงไมเคิล หว่อง!!!!

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1938
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -
ขอบคุณที่มาต่ออย่างรวดเร็ว
ขิงก็ราข่าก็แรง  อิอิ
คนอ่านกับคนเขียน  น่าจะรุ่นเดียวกันป่าวหว่า  ทันเพลงไมเคิลหว่องด้วย 
ปล.อ่านแล้วอยากกินข้าวผัดไข่เลยอ่ะ  แต่เราชอบหอมใหญ่นะ
+1 จ้า

ออฟไลน์ Noi_Noi

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 41
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
พี่ปุ่นกับน้องเต็มเจอกันแล้ววววว
เจอกันครั้งแรกก็ป่วนพี่ปุ่นเลยน้าน้องเต็ม  :laugh: :laugh:
อร๊ายยยย ป่วนพี่ปุ่นแบบนี้ระวังจะเจอเอาคืนน้าาา

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด