ผมเป็นคนโรคจิต+ผมเปล่าโรคจิตนะ!+แฟนผมเป็นคนโรคจิตBYลูกหมู
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ผมเป็นคนโรคจิต+ผมเปล่าโรคจิตนะ!+แฟนผมเป็นคนโรคจิตBYลูกหมู  (อ่าน 367376 ครั้ง)

ออฟไลน์ Shumi

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

anna1234

  • บุคคลทั่วไป

playCardPlaYBoy

  • บุคคลทั่วไป
ผมเป็นคนโรคจิต 11
เสียงเครื่องปรับอากาศในห้อง นอนครางต่ำ อากาศเย็นฉ่ำแบบนี้ ซุกหาผ้านวมอุ่นยามเช้าวันหยุดเป็นความรู้สึกที่เกินบรรยายจริงๆ ...ถ้าไม่ติดแสงแดดที่แยงตาจากกระจกหน้าต่างโค้งบานใหญ่เปิดม่านเต็มพิกัด ล่ะก็นะ

“อืม~~” พลิกตัวบิดขี้เกียจไปได้ยกหนึ่งก็คว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาดูเวลา

‘เก้าโมงครึ่งงั้นเรอะ’ ในเมื่อตื่นแล้วก็คงข่มตานอนต่อไม่ได้แล้ว ลุกจากที่นอนเดินเข้าห้องน้ำอย่างงัวเงีย ‘สงสัยเมื่อคืนจะหนักไปหน่อย’ เมื่อคืน เขาปลดปล่อยไปหลายครั้ง จากอารมณ์ที่ไม่ยอมสงบง่ายๆ ทำให้เพลียต่อมาจนถึงวันนี้จนได้ โชคดีที่วันนี้เป็นวันเสาร์ ไม่ต้องไปเรียน แถมยังเป็นเสาร์ที่ว่างสุดๆเสียด้วย เพราะเพิ่งจะสอบเสร็จไปเมื่อวานนี้เอง

เข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว เสร็จ ก็เดินเข้าครัวหาของรองท้องที่กำลังครางโครกคราก เปิดตู้เย็นพบเพียงนมสดกล่องเดียว ...แถมบูดอีกต่างหาก...

โมโหหิว…

อารมณ์เสีย…

อยากแกล้งคน...

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เสียงนกในเมืองนี่มันน่ารำคาญจริงๆ ขนาดอยู่คอนโดตั้งชั้น 24 แล้วนะ ยังอุตสาห์ตามมาทำรังที่ระเบียงซะได้

พลขยับพลิกตัวอยู่บนเตียง หลังใหญ่อย่างหงุดหงิด วันนี้เป็นวันหยุด กะจะตื่นสายหน่อย หาอะไรกิน แล้วค่อยมานั่งดูหวานใจ เจ้านกพลัดถิ่นนี่ดันมารบกวนซะได้ คว้าโทรศัพท์มือถือจากหัวเตียงมามองเวลา

‘สิบเอ็ดโมง สายแล้วนี่หว่า ปอนด์ตื่นรึยังนะ’ ลุกขึ้นนั่งบนเตียงงัวเงียยังไม่ตื่นดีอยู่ซักพัก เกาหัวที่ยุ่งอยู่แล้วให้ยุ่งมากขึ้นอีก มองรอบห้องแบบคิดอะไรไม่ออกอีกสิบนาที ก่อนจะตัดสินใจเคลื่อนตัวออกจากเตียงหลังใหญ่ได้

ระหว่างรอคอมพิวเตอร์บู้ ตเครื่อง ก็เดินเขย่งก้าวกระโดดข้ามกองอุปกรณ์อีเล็คทรอนิกส์ที่วางระเกะระกะอยู่ตาม พื้นห้องเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว

เดินออกมาจากห้องน้ำได้เพียง ก้าวเดียวท้องก็เริ่มประท้วงโครก ‘ทำไงได้ คนมันวัยกำลังกินกำลังนอน’ คิดเข้าข้างตัวเองพลางเขย่งก้าวกระโดดกระย่องกระแย่งไปทางส่วนที่จัด เคาน์เตอร์กั้นไว้ใช้เป็นห้องครัว เป็นจุดเดียวที่ค่อยดูเป็น ‘บ้าน’ ขึ้นมาหน่อย เปิดตู้เย็นดูซักพัก ก้มลงค้นขนมปังแถวมาปอนด์หนึ่ง กับแซนวิชเสปรดในกระปุกแก้ว หาจานใส่ทากินอย่างตามมีตามเกิด

กินไปใจก็คิดถึงเรื่องเมื่อคืน

ปอนด์เร่าร้อนกว่าทุกวัน เขาไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร

เบียร์รึ ก็ไม่น่าใช่ เขาว่าเขาดื่มน้อยแล้วนะ เด็กหนุ่มยังดื่มน้อยกว่าเขาอีก ประมาณแค่จิบสองจิบเองล่ะมั้ง ที่เหลือก็ปล่อยแก้วค้างไว้รอให้ยุงมาไข่...

หรือเพราะอารมณ์ค้างจากที่จะถูกเขาจูบ ร่างบางเป็นคนห้ามไว้เองนี่นา หรือกำลังเล่นตัวอยู่กันนะ

ยังไงก็ตาม หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนแล้ว พลรู้อย่างหนึ่งคือ เขาอยากสัมผัสผิวขาวเนียนนั้นจนทนไม่ไหวแล้ว จะทำอย่างไรดีล่ะ เหมือนร่างบางจะไม่ได้เดือดร้อนอะไรในด้านการระบายอารมณ์

ในเมื่อปอนด์มีที่พี่งพิง สำหรับระบายออก เขาก็จะต้องตัดที่แห่งนั้นของเด็กหนุ่มออกซะ ...คงจะต้องเลิกโทรหาอย่างเด็ดขาดซักที ต่อไปนี้ควรจะมีเพียง ‘พี่พล’ คนเดียวเท่านั้น เขาจะต้องทำให้เด็กหนุ่มไร้ทางออก จนต้องมาขอร้องเขาให้ได้เลย

ด้วยความคิดถึง หรือจะเป็นความเคยชินก็ตาม ยังไม่ทันกินแซนวิชหมดชิ้นดี ร่างสูงก็ลุกจากเก้าอี้ในครัว เดินเคี้ยวตุ้ยๆ กระโดดกระย่องกระแย่งโยงโย่โยงหยกไปยังจอมอนิเตอร์ คิ้วเข้มขมวดมุ่น เลือกกล้องตัวที่ส่องไปทางเตียงนอนหลังใหญ่ พบว่าเตียงถูกพับผ้าเก็บอย่างเรียบร้อยแล้ว ไม่มีวี่แววของร่างบางนอนซุกอยู่เลย เขาคงจะตื่นสายเกินไปจริงๆ เปิดมุมกล้องอื่นจนทั่วห้องก็ไม่พบเด็กหนุ่ม คาดว่าน่าจะออกไปข้างนอก

เซ็ง...

หงุดหงิด...

อยากระบาย...

อ๊ะๆ อย่าเพิ่ง ยังไม่ได้ไปถึงสองอารมณ์หลังดี จอมอนิเตอร์ก็แสดงภาพปอนด์เดินหิ้วถุงซุปเปอร์มาเก็ตใบใหญ่เปิดประตูเดินเข้ามาในห้อง

‘โธ่...ที่แท้ก็ไปของ’ ไม่รู้เป็นอะไร เพียงแค่ตื่นมาได้เห็นร่างบางในจอมอนิเตอร์ เขาก็รู้สึกชื่นใจพร้อมรับเช้าวันใหม่แล้ว (เที่ยงแล้วเฮีย)

ทำอย่างกับเป็นเด็กที่เพิ่งมีความรักอย่างนั้นแหละ

 สายตาจับจ้องไปที่ร่างเด็ก หนุ่มในห้องครัว อา วันนี้ใส่ชุดไปรเวท น่ารักจริงๆ เสื้อแขนกุดแบบที่ผู้ชายทั่วไปใส่คงอวดกล้ามดูน่าขยะแขยงในสายตาผู้ชายด้วย กัน เข้ากันเหมือนมันถูกตัดมาเพื่อเทวดาน้อยของเขายังไงยังงั้น แขนขาวที่โผล่พ้นวงแขนเสื้อออกมาผอมบางแต่ก็อุดมด้วยกล้ามเนื้อ ดูไม่เละเผละเหมือนเนื้อผู้หญิง ยามยกแขนขึ้นเก็บน้ำแข็งในช่องแช่แข็ง วงแขนเสื้อที่ดูจะใหญ่เกินตัวทำให้สามารถมองลอดเข้าไปเห็นผิวเนื้อใต้ร่มผ้า ได้เลาๆ ท่อนขาที่เขย่งให้สูงเพื่อเก็บของบนชั้นลอยถูกปกคลุมด้วยกางเกงยีนส์รัดรูป สี่ส่วน เผยบั้นท้ายกลมกลึงน่าขยำขยี้

นั่งมองปอนด์เก็บของจนเสร็จ เปลี่ยนเสื้อเป็นเสื้ออยู่บ้านตัวเก่ง ... เสื้อกล้ามหลวมๆกับกางเกงขาสั้นจุ๊ดจู๋ คลุมด้วยผ้ากันเปื้อนพลาสติกใสขลิบมุมด้วยสีแดงเลือดนกตัดกับผิวขาวผ่อง ทอดใส้กรอกไข่ดาวอยู่ในครัวไปขยับตัวขยับสะโพกร้องเพลงไปอย่างมีความสุข ...อา...อยากเห็นเวลาน้องปอนด์ใส่ผ้ากันเปื้อนอย่างเดียวจัง...

มองไปมองมาก็ชักรู้สึกแปลกๆ ก็ท่าทางที่เทวดาน้อยของเขากำลังกินข้าวเช้านี่มัน…

ใส้กรอกเวียนนาสีส้มชิ้นใหญ่ กำลังร้อนๆ ถูกส้อมจิ้มกลางชิ้นพอดิบพอดี ทามายองเนสที่ปลายด้านหนึ่งจนชุ่ม ลิ้นเล็กแดงชื้นโผล่พ้นปากฉ่ำออกมาไล้เลียมายองเนสที่โดนความร้อนจนละลาย เยิ้มเล่นตั้งแต่ปลายไล่ไปจนถึงส่วนกลางชิ้นที่ถูกส้อมจิ้มอยู่ เท่านั้นยังไม่พอ เลียเสร็จก็เริ่มอมปลายไว้ ดูดดันอยู่พักใหญ่ก่อนจะกัดกิน จนมายองเนสสีขาวขุ่นเปื้อนพวงแก้มใส

พลรู้สึกว่าชักกลืนน้ำลาย ลำบากเสียแล้ว แก่นกลางลำตัวมันเริ่มร้อนขึ้น ทั้งๆที่เมื่อวานก็ปลดปล่อยไปตั้งหลายรอบ นัยน์ตาถลนจ้องมองจอมอนิเตอร์ไม่กระพริบ มุมที่เห็นนี่...มันพอเหมาะเหมือนจงใจยั่วให้ดูยังไงก็ไม่รู้แฮะ

นิ้วมือมันแผล่บจากขนมปัง แผ่นทาเนยสด ปาดเช็ดคราบมายองเนสที่ติดอยู่บนแก้มอิ่ม ป้ายจนเห็นคราบมันๆผสมกับคราบขาวๆเป็นทางไล่จากพวงแก้มลงมาถึงปลายคาง เหลือบมองปลายนิ้วเห็นเปื้อนๆก็ไม่คิดมาก ลงมือดูดเลียทั้งนิ้วทั้งฝ่ามือตัวเองจนสะอาด ก่อนจะดึงกระดาษทิชชู่เช็ดซ้ำอีกที กินจนเสร็จฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีพลางยกจานไปล้าง

‘โอย อยากตาย’

ร่างสูงเหลือบมองของเหลวขาว ขุ่นในอุ้งมือตัวเอง เพียงแต่มันไม่ใช่มายองเนสเหมือนที่อยู่ที่ปลายนิ้วเด็กหนุ่ม และเขาก็ไม่มีอารมณ์พิศวาสอยากเลียของของตัวเองซะด้วย...

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

เขาแน่ใจว่า’พี่พล’กำลังดู อยู่ ปอนด์คิดอย่างอารมณ์ดี สดใสจนอดฮัมเพลงหงุงหงิงในคอไม่ได้ เขามั่นใจเต็มร้อย...ก็เครื่องส่งสัญญาณกล้องมันกระพริบแว้บๆเข้าตา ทั้งๆที่เมื่อเช้ามันยังดับสนิทอยู่เลย

ไม่รู้ป่านนี้ พี่พลจะเป็นยังไงบ้างน้า

คว้าการ์ตูนอ่านบนเตียงอย่างอารมณ์ดี

เป็นวันหยุดที่มีความสุขจริงๆ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++



***ความจริงว่าจะลบแล้ว  แต่ให้ จขกท มาลบเองดีกว่า  ลงค้างไว้มันจะสับสนเอานา***
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-04-2008 17:55:02 โดย oaw_eang »

playCardPlaYBoy

  • บุคคลทั่วไป
ผมเป็นคนโรคจิต 12
.......................
ชีวิตยังคงเหมือนๆเดิมอยู่ ทุกวัน เช้าตื่นขึ้นมา แต่งตัวไปมหาวิทยาลัย จดเล็กเชอร์ยิก บ่ายแก่ๆเลิกเรียน นัดอ่านหนังสือที่หอสมุดกลางกับพี่พล เย็นหน่อยก็ไปทานอาหาร พอตกค่ำชายหนุ่มก็ขับรถมาส่งที่คอนโด จากวันที่ชายหนุ่มพยายามจูบเขา ผ่านมาสัปดาห์หนึ่งแล้ว ชายหนุ่มไม่มีท่าทีจะล่วงเกินเขาอีก สิ่งที่แตกต่างจากปกติไปมีเพียง

ไม่มีโทรศัพท์จากคนโรคจิตอีกเลยนับจากวันนั้น

หึ เขารู้ ว่าพี่พลต้องการให้นักถ้ำมองคนนี้หายไปอย่างเงียบๆ แล้วเรื่องทั้งหมดก็จะลงเอยด้วยดี ยังไงตอนนี้เขาสองคนก็เป็นแฟนกันแล้วนี่

ไม่มีทาง ตราบใดที่ยังไม่ได้ยินคำสารภาพบาปจากปากชายหนุ่มล่ะก็ เขาจะไม่มีวันยอมให้นักถ้ำมองหายไปอย่างไร้ความรับผิดชอบหรอก

++++++++++++++++++++++++++++++++++

รถจอดอยู่ที่ที่ประจำข้างคอน โด ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของค่ำคืน ปอนด์ถอดเข็มขัดนิรภัย บอกลาพลเหมือนทุกๆวัน “ขอบคุณที่มาส่งนะครับพี่พล” แต่ชีวิตมันก็ต้องมีการก้าวหน้าบ้าง ร่างบางเอื้อมตัวเข้าใกล้ที่นั่งคนขับ ริมฝีปากแดงนุ่มประทับจุมพิตอุ่นละมุนลงบนแก้มสาก ถอยออกมาก้มหน้าอย่างเขินอาย “ราตรีสวัสดิ์ครับ” ว่าพลางเปิดประตูรถ แต่ชายหนุ่มเร็วกว่า คว้าแขนเล็กไว้ทัน วงหน้าใสหันกลับมามองสบสายตาปรารถนา

“น้องปอนด์ คือ…” เหมือนลิ้นจุกปาก มันพูดไม่ออก ปอนด์เอียงคอมองอย่างสงสัย

“คือ...ขอพี่...เอ่อ...จูบน้องปอนด์บ้างได้มั้ย แบบ...จูบที่ปากน่ะ”

“อย่าเพิ่งเลยครับพี่ ผมยังไม่พร้อม ขอโทษนะครับ”

“ไม่เป็นไรครับ แต่...เราก็คบกันมานานแล้ว จะชวนพี่ขึ้นไปนั่งดื่มน้ำชาบนห้องซักหน่อยได้มั้ยครับ” เอาเลย! ไม่ให้จูบ เราก็จะจับกดแทน

ปอนด์เงียบไปนาน ท่าทางอึกอักลำบากใจ “พี่พลจำเรื่องที่ผมเคยเล่าได้มั้ยครับ โรคจิตถ้ำมองคนนั้นน่ะ ...เขาเคยขู่ผมไว้ เขาบอกว่า ...ถ้าผมพาใครก็ตามขึ้นไปบนห้องล่ะก็ เขาจะทำให้ผมเสียใจจนตายเลยครับ ผมไม่กล้าให้พี่ขึ้นไปบนห้องครับ ผมขอโทษ”

อยากฆ่าตัวเองจริงๆ เขาเกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าขู่อะไรเด็กหนุ่มไป

ไม่น่าเล้ย

ชายหนุ่มแสดงหน้าตาน่ากลัว ปล่อยรังสีอัมหิตออกมาเต็มที่จนร่างบางต้องรีบพูดต่อประโยค “ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากอยู่กับพี่พลตามลำพังนะครับ แต่ผมไม่กล้าจริงๆ เอางี้มั้ยครับ พาผมไปเที่ยวบ้านพี่พลดีกว่า ผมอยากลองไปหมู่บ้านจัดสรรนั้นดูซักครั้ง ได้ยินโฆษณาว่าทะเลสาบในหมู่บ้านตอนกลางคืนเค้าเปิดไฟสวยมากเลยใช่มั้ยครับ” พูดด้วยเสียงตื่นเต้น ดวงตาสีท้องฟ้ายามราตรีเป็นประกายเหมือนมีดาวกำลังส่องแสงวิบวับอยู่ภายใน

อยากฆ่าตัวเองอีกครั้ง จะพาไปได้ไงเล่า นั่นมันบ้านพ่อ! พูดใหม่ให้ถูกกว่าเดิม...บ้านอีหนูพ่อ!

เหงื่อซึมเต็มหลัง กระวนกระวายไม่รู้จะทำยังไงดี

ไม่น่าเล้ย

“ขอโทษนะครับน้องปอนด์ คือ ตอนนี้ไม่สะดวกจะพาไปน่ะครับ คือ ...”

“ไม่เป็นไรครับพี่พล ผมเข้าใจ พี่คงไม่อยากให้คนที่บ้านรู้เรื่องของผมเท่าไหร่หรอก ขนาดผู้หญิงที่พี่เคยคบยังไม่เห็นมีคนไหนเคยไปบ้านพี่เลย แล้วผู้ชายที่ไม่มีอะไรดีอย่างผม ...พี่จะพาไปทำไมให้เสียเวลา ผมขอโทษที่ขอไปโดยไม่ทันคิดนะครับ ลืมเรื่องนี้ไปซะเถอะ ...ราตรีสวัสดิ์ครับ”

ตะลึงจนไม่ทันได้คว้าแขนมา พูดอธิบายกันให้รู้เรื่อง พลมองตามหลังเด็กหนุ่มที่สะพายกระเป๋าวิ่งพลางยกแขนปาดหน้าไปพลางเข้าประตู คอนโดไป

เขาทำให้ปอนด์เจ็บอีกแล้ว

ไม่น่าเลย

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ผ่านไปอีกสองวันโดยที่ไร้เสียงโทรศัพท์จากเบอร์มือถือที่คุ้นเคย ท่าทางนักถ้ำมองคงจะตัดสินใจหายไปจากชีวิตเขาจริงๆ

เรื่องอะไรจะยอม กะอีแค่สารภาพออกมานี่มันยากนักหรือไง แค่แสดงความจริงใจให้เห็นแค่นี้ก็ทำไม่ได้ ทั้งๆที่ปากพร่ำบอกว่าชอบแท้ๆ

นิ้วโป้งป้อนเบอร์ที่จำได้ติดใจลงโทรศัพท์เครื่องจิ๋ว รอสัญญาณให้อีกฟากฝั่งรับสาย

“โทรมาทำไม” เสียงห้วนดังขึ้นทันทีที่รับ

“ทำไมคุณไม่โทรมาหาเลยล่ะครับ”

“เฮอะ คิดถึงรึไง รู้ไว้ซะด้วยนะว่า ฉัน – เบื่อ – เธอ – แล้ว ต่อไปนี้ ฉันจะไม่โทรไปหาอีกแล้ว อยากไประบายออกที่ไหนก็ไป” เน้นย้ำเสียงทีละพยางค์กรอกใส่โทรศัพท์มือถือทำร้ายจิตใจคนฟัง

“เดี๋ยวก่อน” เสียงเด็กหนุ่มดังแทรกขึ้นมาก่อนจะตัดสายทัน “แต่คุณยังมองผมอยู่ไม่ใช่เหรอ ผมรู้นะ ตัวส่งสัญญาณกล้องมันยังทำงานอยู่เลย ทำไม นึกจะเบื่อก็ทิ้งกันง่ายๆอย่างนี้เหรอ ฟังเอาไว้เลยนะ ถ้าคุณไม่โทรมาผมก็ไม่ว่าหรอก เพราะ ผม-จะ-โทร-ไป-หา-เอง!”

“ก็ลองซี่ ลองโทรมาอีกครั้ง รับรอง เธอได้เห็นตัวเองเป็นดาราหน้ากล้องในอินเตอร์เน็ตแน่”

“คุณไม่ทำหรอก ผมมั่นใจ ...แล้วก็นะ ฟังเอาไว้ซะ ถ้าคุณไม่ยอมรับสายหรือทิ้งเบอร์นี้ไปล่ะก็ คุณได้เจอผมนั่งรออยู่ที่หน้าห้องคุณทุกวันแน่นอน ให้มันรู้ไปเลย ว่าคุณเป็นใครกัน!”

+++++++++++++++++++++++++++++++++

จะเอายังไงกับเขาฟะเนี่ย! อุตส่าห์หักห้ามใจไม่โทรไปแทบตาย วันๆได้แต่ดูหนังใบ้ผ่านจอมอนิเตอร์ ได้เห็นแต่ชีวิตประจำวันซ้ำๆซากๆ กลับบ้าน อ่านหนังสือ แล้วก็นอน ชีวิตประจำวันที่ไม่รู้แต่ก่อนพอใจดูไปได้ยังไง อุตส่าห์ปล่อยไปขนาดนี้แล้ว ก็ยังไม่ยอมจากไป แล้วเมื่อไหร่พลในโลกแห่งความเป็นจริงจะได้แตะต้องปอนด์ฟะ ขนาดจูบยังไม่ยอมให้ทำเลย ชิ ทีนักถ้ำมองละยอมให้ ถึงขนาดโทรมาหาอย่างนี้มันจะมากเกินไปแล้ว หึงตัวเองว้อยยยย!

แต่คิดสะระตะกับคำขู่ของเด็ก หนุ่มแล้วมัน....ให้ตายสิ! นั่งรอหน้าห้อง เขามั่นใจว่าปอนด์ทำตามปากพูดจริงๆแน่ แถมคำขู่ที่ใช้มาตั้งนานยังไม่ได้ผลซะอีก จะให้เด็กหนุ่มรู้ได้ยังไงเล่า ว่าชายหนุ่มสุภาพบุรุษแฟนตัวเอง เป็นนักถ้ำมองโรคจิตน่ะ!

“...โอเค เธอชนะ” พูดทั้งๆที่กัดฟันกรอด ไม่น่าโทรไปตั้งแต่แรกเลยตู

“เข้าใจก็ดีแล้ว พรุ่งนี้ผมจะโทรไปหา”

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
ยามกลางคืนที่ลานจอดรถข้างคอนโด รถดับเครื่องสนิทแล้ว แต่ยังไม่มีท่าทีว่าคนข้างในจะเปิดประตูออกมาเลย

“ปอนด์ เราคบกันมาก็เดือนกว่าๆแล้ว ระหว่างเราทำไมถึงไม่คืบหน้าเลย ปอนด็ไม่พร้อมเพราะอะไรเหรอครับ ปอนด์มีปัญหาอะไรรึเปล่า เราไม่ไว้ใจพี่ใช่มั้ย เราคิดว่าพี่ไม่จริงใจใช่มั้ย ...พี่ดูเป็นคนอย่างนั้นในสายตาปอนด์รึเปล่าครับ”

“แล้วพี่คิดว่าตัวพี่เองจริง ใจรึเปล่าล่ะครับ พี่คบกับผมเพราะต้องการอะไรครับ ต้องการจูบ ต้องการสัมผัสจับต้อง หรือต้องการความรักจากผม”

“...พี่จะต้องทำอะไรพิสูจน์ความจริงใจที่มีให้เราเชื่อล่ะ”

“ผมคิดว่าพี่พลรู้คำตอบอยู่ แล้วครับ วันนี้ขอบคุณมากนะครับ” เอ่ยพลางเอื้อมตัวไปยังที่นั่งคนขับ แนบริมฝีปากนุ่มลงกับแก้มของชายหนุ่มอย่างที่ได้ทำมาหลายวันแล้ว และเหมือนจะรู้ทัน เด็กหนุ่มถอยตัวออกได้เร็วเหลือเชื่อ ...เร็วกว่าที่แขนแกร่งจะยกขึ้นโอบรอบตัวกักขังอิสรภาพได้ทัน “ราตรีสวัสดิ์ครับ”

ประตูปิดลงแล้ว แต่คนที่อยู่ในรถยังจมอยู่กับความคิดของตนเองอยู่นานกว่าจะสตาร์ทเครื่องยนต็

…พี่พลรู้คำตอบอยู่แล้วครับ… คำตอบอะไรล่ะ

หรือว่า ...ปอนด์จะรู้ตัวจริงของนักถ้ำมองแล้ว

... จะรู้ได้ยังไงล่ะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++

พลกลับถึงห้องพักได้ไม่นาน โทรศัพท์มือถือที่ทิ้งอยู่ในห้องนอนก็ดังขึ้น

...ปอนด์โทรมาหานักถ้ำมอง…

รับโทรศัพท์ เปิดจอมอนิเตอร์ ปรับหามุมของเด็กหนุ่มก็เจอตัวอยู่ที่ห้องน้ำ

โอย อยากร้องไห้ ตัวจริงแค่จูบยังไม่ได้ ทำไมนักถ้ำมองมันถึงได้ขนาดนี้วะ

ร่างขาวสว่างยืนหันหน้าเข้า หากล้องในห้องอาบน้ำ ทั้งตัวมีเพียงผ้าขนหนูผืนไม่ใหญ่นักเหน็บอยู่ที่เอวแบบจะหลุดมิหลุดแหล่ ฉากหลังเป็นอ่างอาบน้ำที่รองไว้จนเต็ม ผิวน้ำถูกปกคลุมไปด้วยฟองขาวฟอดพองฟูเต็มอ่าง

“ถูกใจฉากที่ผมจัดให้มั้ยครับ”

“ถูกใจสิ ถูกใจมาก” เค้นเสียงแทบไม่ออก ใช่ เขายอมรับตามตรงว่าฉากนี้มันถูกใจเขามาก ...ถ้าจะไม่ใช่ทำได้แค่มองล่ะก็นะ

“งั้นเหรอครับ ผมดีใจนะ ที่พอจะจับทางรสนิยมของคุณได้แล้ว อย่าชักช้าอยู่เลยครับ ผมจะทนไม่ไหวแล้ว ถอดกางเกงออกสิครับ หลับตาลงด้วย ผมจะใช้ปากให้” ทำตามที่ร่างบางสั่งทันที ตาดำเข้มหลับลงจินตนาการถึงปากแดงอิ่มอบอุ่นร้อนรุ่ม

“ผมจะเลียส่วนปลายแล้วนะครับ” มือหนาเคล้นคลึงส่วนปลายตนเองอย่างเสียวซ่าน ถึงฝ่ามือจะไม่ร้อนจัด แต่ก็พอกล้อมแกล้มไปได้

“อา มีอารมณ์แล้วสินะ แข็งแล้วนี่นา” ใช่ ตอนนี้อารมณ์มันพุ่งสูงเกินพิกัดแล้ว ทรมานเหลือเกิน ทำไมได้แต่ฟัง ทำไมไม่ได้ถูกสัมผัสโดยตรงนะ

“เอาล่ะ ต่อไปผมจะอมแล้วนะ ขยับให้เต็มที่เลยครับไม่ต้องเกรงใจ” มือใหญ่ขยับตามเสียงสั่ง ลมหายใจหอบหนัก ความต้องการมันรุนแรงจนแทบระเบิดออกมา จังหวะเร่งขึ้นเรื่อยๆไม่มีหยุด หูก็คอยฟังเสียงหอบของอีกฝั่งสัญญาณ

“อา~ ของคุณทั้งร้อนทั้งใหญ่จนเต็มปากผมเลย ใกล้ถึงแล้วใช่มั้ยครับ กระแทกเข้ามาแรงๆเลยครับ ปลดปล่อยเข้ามาในปากผมเลย” ความปรารถนาระเบิดออกอย่างรุนแรง ...ด้วยมือของเขาเอง เสียงปลายสายครางกระเส่าลากยาวเป็นเวลาเดียวกับที่เขาปลดปล่อย

“อืมม์ อย่าเพิ่งถอนออกนะครับ ขอผมดูดน้ำให้หมดก่อน เห็นรึเปล่า ผมกลืนลงไปไม่เหลือซักหยดเลย ร้อนคอไปหมดแล้ว” เสียงแหบพร่ายังพูดไม่หยุดเรียกอารมณ์ที่ยังไม่สงบดีให้พลุ่งพล่านขึ้นมา ใหม่

“เอาล่ะ...ลืมตาดูผมหน่อยซิ ครับ” เปลือกตาเปิดขึ้น มองปีศาจน้อยในจอมอนิเตอร์ที่ค่อยๆปล่อยผ้าเช็ดตัวเลื่อนหลุดระสะโพกขาว เนียนช้าๆ คราบความปรารถนาของเด็กหนุ่มเปรอะเปื้อนง่ามขาเพรียวทั้งสองข้าง

...แค่เห็น ...แค่ได้ยิน

...ทว่า…

...ไม่ได้สัมผัส ไม่ได้รับรู้ถึงอุณหภูมิที่แตกต่างเลยสักนิด

...ทรมานเหลือเกิน

คืนนั้นทั้งคืน เขาต้องทนกับภาพบาดตา ภาพที่เขาเคยชอบดู ท่าทางน่าอายของเด็กหนุ่มที่เขาเคยสั่งให้ทำด้วยความสนุกสนาน บัดนี้ เขาไม่จำเป็นต้องสั่ง ปอนด์ทำให้เขาเองทุกอย่าง แต่ความสนุกสนานมันกลับไม่เหลือแม้เศษเสี้ยว

และไม่ใช่คืนนั้นคืนเดียว ปีศาจน้อยของเขาไปเรียนรู้มาจากที่ไหนกันนะ วิธียั่วยวนไม่ซ้ำแบบให้ติดกับดักแสนหวานโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยงนี้น่ะ

ตั้งใจจะทรมานเขาไปอีกนานแค่ไหนกัน

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 

“……”

“………”

“…………”

“ปอนด์”

“ครับ พี่พล?”

“พี่มีเรื่องจะสารภาพ”

“พี่...พี่เองแหละ ที่เป็นคน...แอบดูแอบถ่ายเรามาตลอด”

“…..”

“คุณเป็นใครกันครับ”

“ปอนด์ พี่รู้ว่าพี่ทำผิดแต่...”

“คุณไม่ใช่พี่พลของผมซัก หน่อย คนนี้ต่างหากพี่พลของผม” ทอดสายตามองไปด้านหลังเด็กหนุ่ม สิ่งที่เห็นคือ ...ตัวเขา? ทำไมล่ะ? ก็เขาอยู่ตรงนี้นี่นา แต่...ปฏิเสธไม่ได้ว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงนั้นคือตัวเขาแน่ๆ

“ใช่มั้ยครับ พี่พล พี่พลของผมน่ะ ไม่มีวันทำเรื่องน่ารังเกียจแบบนั้นได้หรอก” เด็กหนุ่มโอบแขนทั้งสองข้างรอบเอว...พี่พล อย่างรักใคร่ ร่างสูงนั้นโอบกลับดูแล้วเหมือนคู่รักที่จะไม่มีวันพรากจากกัน เขาจ้องตรงไปในดวงตาดำเข้มของ...พี่พล ดวงตาที่ฉายแววดูถูกเหยียดหยาม ปากบางยกเหยียดเยาะเย้ย

“ใช่แล้วครับน้องปอนด์...คน ที่ทำเรื่องอย่างนี้ลงไปได้ ช่างเป็นคนที่น่ารังเกียจจริงๆ คนจำพวกนี้ไม่ควรได้เงยหน้าอ้าปากอยู่บนโลกนี้ด้วยซ้ำ”

“อ้าาาาาาาากกกกกก!!!”

ดวงตาสีดำสนิทลืมผึง ปากร้องโวยวายอย่างไร้สติ ตัวเด้งขึ้นจากนอนเป็นนั่ง มือขวายกขึ้นเหมือนจะคว้า...อะไรซักอย่างที่หลุดลอยไปโดยไม่มีวันได้กลับคืน มา เหงื่อเม็ดเล็กไหลจากขมับกลิ้งตามโค้งใบหน้ารวมกันเป็นเม็ดใหญ่อยู่ที่ปลาย คางก่อนจะหยดลงบนผ้านวม

‘เขาฝันร้าย…อีกแล้ว’ ยังหายใจหอบไม่หาย อุ้งมือทั้งสองข้างถูกยกขึ้นกุมใบหน้าอย่างเหนื่อยอ่อน

เขาจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว เขาอยากจบความสัมพันธ์งี่เง่านี้เหลือเกิน นักถ้ำมองคนนี้ไม่ควรจะมีอยู่ในโลกจริงอย่างที่เขาเคยประนาม

เขาเสียใจที่สร้างคนโรคจิตคนนี้ขึ้นมา

จากวันแรกที่เขาได้เจอปอนด์ ...วินาทีแรกที่ได้ยินเสียงร่าเริง วินาทีแรกที่เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าขาวใสกับดวงตากลมโตนั่น เขารู้ตัวทันทีว่า เขาหลงไหลเด็กหนุ่มมาก …มากเหลือเกิน

หลังจากวันที่เกิดอุบัติเหตุ เขามีโอกาสได้รู้จักพูดคุยกับปอนด์เป็นครั้งแรก การทานอาหารสองต่อสองมื้อแรกในวันถัดมา แม้เรื่องที่คุยจะเป็นเพียงเรื่องทั่วไปไม่มีอะไรสลักสำคัญ แต่มันก็ทำให้รู้สึก ...ชอบเด็กหนุ่มมากขึ้นกว่าเดิม

แล้วตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ที่คำว่า...ชอบ ถูกเปลี่ยนเป็น ...รัก

รัก ...รักมากจนกลัวจะสูญเสียไป

รัก ...รักมากจนไม่กล้าสารภาพความผิดใหญ่หลวงที่เคยก่อไว้กับเด็กหนุ่ม

รัก ...จนไม่รู้จะทำอย่างไรดี

...ตอนนี้เขากำลังถูกลงโทษ เมื่อไหร่ความทรมานนี้จะจบลงเสียทีนะ ถ้าเพียงแต่เขากล้าบอก ถ้าเพียงปอนด์จะไม่โกรธเกลียดเขา ไม่ไปจากเขา...

แต่

มันจะง่ายอย่างนั้นเชียวหรือ?

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 o7ตั้งใจจะรีบโพสแต่ดันแมงป่องไอ้ตัวเล็กๆอ่ะ นอนดีๆมานมุดเข้ามาต่อย ที่สำคัญโดนที่ต้นขากะใกล้ๆๆ..... o7 คิดแล้วเศร้านี้ยังปวดจี๊ดๆอยู่เลย สงสัยแมงป่องโรคจิต o2


***ความจริงว่าจะลบแล้ว  แต่ให้ จขกท มาลบเองดีกว่า  ลงค้างไว้มันจะสับสนเอานา***
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-04-2008 17:56:34 โดย oaw_eang »

graydragon

  • บุคคลทั่วไป
ขอถามนิดนึงนะ มาผิดตอนหรือเปล่า???  :o :o

playCardPlaYBoy

  • บุคคลทั่วไป
 o2gเบลอจนลงผิดอัน กำจิงๆเรา ขอโทดๆแก้ตัวใหม่
ผมเปล่าโรคจิตนะ! 11
...............................


ความหนาวเข้ารุมเร้าจนร่าง กายทุกส่วนสั่นระริก คอแห้งเป็นผงหากไร้เรี่ยวแรงจะลุกขึ้นหาน้ำดื่ม ความทรงจำเมื่อยังเยาว์วัยหวนกลับมาให้คิดถึงอีกครา

ตอนที่อายุ 10 ขวบก็เคยมีอาการอย่างนี้ บิดามารดาทำงานหนักจนไม่มีเวลาดูแล ผู้ที่อยู่เคียงกายมีเพียงพี่เลี้ยงหญิงวัยกลางคนเท่านั้น คนที่เลี้ยงเขาตั้งแต่ลืมตามองโลกกว้าง คนที่คิดว่าเป็นแม่คนที่สอง

‘ดื่มน้ำหน่อยนะจ๊ะ แน็ท’ หญิงสาวช้อนตัวเด็กชายหน้าแดงตัวร้อนผ่าวนอนแบ่บอยู่บนเตียงให้ลุกขึ้นอิง หมอนใบใหญ่ จ่อแก้วน้ำที่ปากให้ค่อยๆจิบ น้ำที่ดื่มอยู่ทุกวันกลับให้ความรู้สึกสดชื่นมากกว่าวันใดๆ

‘คุณป้า ผมหนาว’ เด็กชายพูดเสียงสั่นปากสั่น สิ่งที่ได้กลับมาเป็นความอบอุ่นในอ้อมกอดที่ไม่รู้ลืม ชวนันท์ซบอ้อมกอดนั้นอย่างสบายกาย ถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะจมสู่ห้วงนิทรา

...

...

“ดื่มน้ำหน่อยนะ คุณแน็ท” เสียงที่คุ้นเคยกระซิบท่ามกลางอนุสติรางเลือน มือของใครบางคนช้อนคอเขาขึ้นจากหมอน น้ำอุ่นๆแตะริมฝีปากที่เผยอรับ

“แค้กๆ!!!” ด้วยความไม่รู้สติทำให้สำลักไอของเหลวออกมา คอที่แห้งอยู่แล้วยิ่งรู้สึกแสบร้อนไปหมด

“เฮ้อ...“ เขาได้ยินเสียงถอนใจ ต้นคอถูกวางนาบหมอนนุ่มดังเดิม ปากถูกเปิดพร้อมกับเม็ดอะไรบางอย่างรสขมฝาดถูกหย่อนเข้ามา ยังไม่ทันได้ไอทิ้งก็รู้สึกถึงความอุ่นนุ่มแนบประทับริมฝีปาก ของเหลวอุ่นๆค่อยๆไหลลงคอช้าๆ น้ำอุ่นธรรมดาพลันให้รสชาดดั่งน้ำทิพย์

“...หนาว” เขาเพ้อเสียงสั่น ตัวคุดคู้อยู่ใต้ผ้าห่มที่ไม่ได้ช่วยบรรเทาความเยือกนี้เลยสักนิด

ผ้าห่มถูกเลิกขึ้นให้ไอเย็นของเครื่องปรับอากาศแทรกเข้าถึงกาย เขายกแขนเอื้อมตะกายทวงผ้าผืนใหญ่คืน

สิ่งที่คว้าได้กลายเป็นร่าง กายที่อุ่นนุ่ม ผ้าห่มผืนใหญ่ปกคลุมพวกเขาทั้งสองอีกคราหนึ่ง ในเวลานี้กลับรู้สึกอุ่นซ่านกายเข้าไปจนถึงหัวใจ ชวนันท์โอบรัดร่างที่กอดเขาไว้แน่น ซุกหน้าลงกับเรือนผมหอม ถอนหายใจดำดิ่งสู่ราตรีกาลอย่างเป็นสุข


++++++++++++++++++++++++++++


รู้สึกตัวอีกทีเมื่อแสงแดดจากกระจกบานใหญ่สาดส่องเข้าแยงตา ชวนันท์ลืมตาช้าๆ สติค่อยๆกลับคืน

“สายแล้ว!” ตั้งใจจะลุกขึ้นจากที่นอนอย่างเร่งรีบ หากแต่ชะงักเนื่องจากติดแขนที่คนนอนข้างๆโอบกอดเขาเอาไว้แน่นหนา

นี่เอง ความอบอุ่นในฝันเมื่อคืน

...ไม่ใช่ฝัน...มันเป็นความ อุ่นนุ่มที่สัมผัสได้จริงแม้ในเวลานี้ ชวนันท์มองใบหน้าขาวซีดที่นอนหลับตานิ่งอยู่ข้างกาย รู้สึกมีความสุขจนอยากยิ้มกว้างๆ

แปล๊บ!!

มุมปากเจ็บแสบทันทีที่ยกยิ้ม เขายกมือขึ้นแตะ พบว่าตอนนี้มีพลาสเตอร์ปิดแผลเรียบร้อยแล้ว คนที่ทำให้คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกซะจากคนที่ชกไม่ยั้งจนเกิดแผลนี้นั่นเอง

ลากมือไปยังจุดอื่นของใบหน้า พบว่ายังมีพลาสเตอร์แปะที่หัวคิ้วอีกแห่ง ตำแหน่งอื่นก็คงจะฟกช้ำด้วยล่ะมั้ง

...ก็สาสมกับที่ทำรุนแรงไว้ล่ะนะ...

สำรวจตัวเองอย่างแปลกใจ ผ้าเช็ดหน้าขนหนูลายโปชาโกะชื้นๆหล่นร่วงลงบนหมอน เดาว่าเมื่อคืนมันคงทำหน้าที่ลดความร้อนให้เขา ร่างกายลื่นมือก็คงเป็นฝีมือธณัติที่เช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อนอนให้

...ทั้งๆที่ธณัติน่าจะเจ็บปวดอ่อนเพลียด้วยฝีมือเขา แต่ชายหนุ่มก็ยังมีแก่ใจจัดการดูแลเขาจนเรียบร้อยได้...

ฝ่ามือใหญ่ลูบพวงแก้มใสอย่าง เบามือ ใบหน้านั้นถูไถกับฝ่ามือเขาเหมือนลูกแมวออดอ้อน เขาแนบจุมพิตลงที่หน้าผากเบาบางก่อนจะออกเสียงเรียกธณัติให้รู้สึกตัว

“อืม” แขนผอมที่กอดเขาอยู่ยกขึ้นบิดขี้เกียจ ...รู้สึกเสียดายความอบอุ่นนี้เหมือนกัน แต่งานต้องมาก่อน

ดูเหมือนธณัติจะเพิ่งรู้ตัว ว่านอนกอดคนตัวใหญ่จนถึงเช้า แก้มขาวๆฝาดสีเลือดขึ้นทันที ดันกายออกห่างจากเตียงหลังใหญ่เงอะงะ พูดกับเขาเสียงเบา

“ต...ตื่นแล้วเหรอ”

“อือ ขอบคุณที่ดูแลนะ” ชวนันท์ส่งยิ้มบางให้ ปัดผ้าห่มให้พ้นทางตั้งท่าจะลุกเดิน แต่ก็ต้องถูกกดนอนลงเหมือนเดิม ธณัติดึงผ้าห่มห่มให้ถึงช่วงคอ มองหน้าเขาอย่างดุๆ

“อย่าคิดไปทำงานเชียว ยังไม่หายดีซักหน่อย” มือผอมแนบหน้าผากวัดอุณหภูมิคร่าวๆ

“แต่...เอกสารยังไม่ได้เซ็น” เมื่อคืนก็กลับเร็วกว่าปกติแล้ว งานที่ค้างก็ยังทำไม่เสร็จดี
 
“ช่างงานมันสิ ช้าไปซักวันบริษัทไม่เจ๊งหรอกน่า” ธณัติยังสวมบทคุณแม่ได้สมบูรณ์แบบ คว้าผ้าโปชาโกะชุบน้ำในกะละมังข้างเตียงโปะลงบนหน้าผากกว้าง

“แต่...”

“เว้ย! แต่เต่ออะไรเล่า! บอกให้นอนก็นอนไป” พูดตัดบทรวดเร็วจนชวนันท์หน้าจ๋อย คนเราเวลาป่วยนี่อ่อนแอลงจริงๆด้วยแฮะ

“เอางี้ ถ้าวันนี้หยุดอยู่บ้านทั้งวัน เดี๋ยวตอนเย็นจะทำแพนเค้กคิตตี้ให้กิน” เลี้ยงเด็กดื้อก็ต้องเอาขนมเข้าล่อ

ชวนันท์ยิ้มหึ “ใครจะอยากกินแพนเค้กที่แป้งไม่ละลายจับเป็นก้อนกันเล่า” เออเฮอะ! แต่เวลาป่วยหมาในปากมันไม่ยักป่วยตามแฮะ

“แถมเคโระ เคโระอีกตัว ว่าไง? ...ราดน้ำผึ้งให้ด้วย เอ้า” กลั้นใจแผ่กุศล หยอดของล่อเพิ่มอีกอย่างสองอย่าง ชวนันท์ทำท่าคิดหนัก

“...ก็ได้” ถอนใจพร้อมหลับตานอนพักผ่อน





“นัท...” เสียงเรียกดังขึ้นจากเตียงนอนเรียกให้ธณัติละความสนใจจากโน้ตบุ๊ค

“มีอะไร หิวแล้วเหรอ?”

“แต่งชุดนางพยาบาลให้ดูหน่อย จะได้หายเร็วๆ” สงสัยเห็นวันนี้ใจดี เลยลามปามใหญ่

“นอนเงียบๆไปเลย ไอ้คิตตี้ เดี๋ยวพ่อเอาขี้เถ้ายัดปาก!”


+++++++++++++++++++++++++++++++


หลังจากวางชามข้าวต้มหมูกับยาลดไข้ไว้ข้างเตียงคนป่วยที่หลับไม่รู้ตัว ธณัติก็ลงจากคอนโดขี่มอเตอร์ไซค์ดิ่งไปยังบริษัท

เป็นเวลาเที่ยงกว่าแล้วจึง ไม่ค่อยมีพนักงานอยู่ในออฟฟิศ เป้าหมายแรกที่มุ่งหน้าไปจึงเป็นแผนกวางแผนระบบหมายจะไปเก็บงานที่ทำค้างไป นั่งทำระหว่างดูแลคนป่วย เดินเข้าแผนกเงียบๆกลับต้องเห็นภาพแปลกใจ

โย เด็กหนุ่มรุ่นน้องกำลังเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานของเขาอยู่ ท่าทางจะไม่รู้สึกถึงการมาของเจ้าของโต๊ะที่หยุดดูอยู่หน้าประตูเงียบๆ

“...พี่นัท...” โยกระซิบชื่อเขาเบาๆ มือถือผ้าเช็ดหน้าของเขาขึ้นแนบจมูกสูดดม ก่อนจะรีบเก็บเข้ากระเป๋าปิดลิ้นชักโดยเร็ว

หมุนตัวเตรียมหนีออกจากห้อง ก็ต้องตกตะลึงตาค้างที่เห็นคนที่เพ้อถึงยืนกอดอกพิงผนังมองเขานิ่งๆ ธณัติเดินผ่านโยไปไม่พูดอะไร เมื่อเดินเลยไปถึงโต๊ะของรุ่นน้องก็เปิดลิ้นชักโดยที่เด็กหนุ่มห้ามไว้ไม่ ทัน

“!!!”

พวงกุญแจ ปากกาด้ามสีดำที่เคยถามหา หลอดดูดน้ำ ยางลบ ของอื่นๆที่เคยหายไปมากมาย แม้กระทั่งผมสีน้ำตาลเข้มห่อในซองพลาสติก ทั้งหมดนี้ถูกซุกอยู่ที่มุมลึกของลิ้นชัก ธณัติค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองรุ่นน้องที่ยืนตัวเกร็งหน้าซีดเผือด

“อธิบายได้มั้ย?” ถามเสียงเย็น

“…” ไร้การตอบสนอง

“ของที่หายทั้งหมด นายเป็นคนเอาไป?” โยผงกหัวหงึกหงัก

“ทำไปทำไม ไม่เห็นว่าไอ้ที่เอาไปมันจะมีค่าตรงไหน”

“…”

“เกลียดฉันเหรอ ถึงแกล้งกันเป็นเด็กๆอย่างนี้?” ส่ายหัวปฏิเสธว่าไม่ใช่ แต่ก็ไม่ทำให้คำตอบมันกระจ่างขึ้นกว่าเดิมเลย

“งั้นทำทำไม...หรือว่า...นายมีงานอดิเรกชอบขโมยของคนไปทั่ว” เกินน้ำอดน้ำทน รุ่นพี่ของเขาช่างซื่อบื้อเหลือเกิน!

“ผมไม่ได้ขโมยของคนอื่นไป ทั่วซักหน่อย! ผม...แค่ของของพี่นัทคนเดียว” ท่าทางธณัติที่มองมางงๆทำให้คิดว่า ถ้าไม่พูดตรงๆคงจะเล่นยี่สิบคำถามไปอีกนาน โยหลับตาปี๋ดับเครื่องชน ตะโกนเสียงดังลั่น

“ผมก็แค่อยากได้ของของคนที่ชอบมาเก็บไว้ใกล้ตัว มันผิดตรงไหนเล่า!!??”

เหมือนถูกทุบด้วยสากกะเบือ ประโยคนี้เขาเคยพูดให้ชวนันท์ฟังมาแล้ว นี่มันหมายความว่า...โยชอบเขางั้นเหรอ

“นาย...”

“ใช่...ผมชอบพี่ ชอบมานานตั้งแต่ตอนเรียนแล้วด้วย!!”

แล้วอย่างนี้เขาจะเอาผิดเจ้า รุ่นน้องคนนี้ได้ยังไง? พวกเขามันหัวอกเดียวกัน! ธณัติคิดหนัก จะให้ยอมรับมันก็ยังไงอยู่ แต่เขาเข้าใจความรู้สึกของโยดี...ที่สำคัญเขารู้สึกนับถือโยซะด้วยที่กล้า บอกออกมาตรงๆอย่างนี้ ผิดกับเขาที่ขี้ขลาดกลัวหัวหดซะจนเสียคนที่ชอบไป

“พี่นัท...” โยเดินเข้าใกล้คว้าตัวเขากอดหมับ รู้สึกถึงความสั่นไหวของร่างกายเด็กหนุ่ม ธณัติจึงกอดตอบ มือวางบนผมนุ่มปลอบใจ

“อย่าคิดมาก...ฉัน...ไม่ได้ รังเกียจนาย...ฉัน...” นึกว่าจะได้รับการผลักไสแต่กลับกลายเป็นกอดตอบ โยเงยหน้าขึ้นมองน้ำตาคลอหน่วย ความหวังริบหรี่ถูกโหมแรงขึ้นกว่าเก่า

“พี่นัท…ชอบผมได้รึเปล่า?” มองอย่างมีความหวัง ธณัติอึกอักทำอะไรไม่ถูก

“...ฉัน...”

ทันใด โยสังเกตเห็นรอยบนต้นคอที่เขาทำไว้เมื่อวาน คิ้วขมวดมุ่น มันไม่ใช่รอยเดี่ยวๆ มันถูกบดบังจนเสียรูปด้วยรอยฟัน ด้านข้างปรากฏกลีบผีเสื้ออีกกลีบ แดงจัดกว่าที่เขาทำไว้ซะอีก... มือเล็กยกขึ้นลูบโดยที่ชายหนุ่มไม่ทันตั้งตัว

“พี่นัท...มีคนรักอยู่แล้ว?” เหมือนถูกช่วยขึ้นมาจากการจมน้ำ แล้วถูกโยนกลับลงไปใหม่ ตัวสั่นไหวมากกว่าเดิม

“ม...ไม่ใช่!!” ปากไปก่อนความคิด รู้แต่ว่าต้องปฏิเสธ

“งั้นก็...ถูกบังคับ?”

“ก็...นะ” ก็เมื่อคืนถูกบังคับจริงๆนี่นา

“’งั้นผมก็ยังมีหวังใช่มั้ย ผมไม่ยอมแพ้หรอกนะ” โยพูดอย่างมุ่งมั่น

“…”

…พระเจ้าช่วยกล้วยทอด! ท่านอยากให้ผมเป็นเกย์นักใช่มั้ย??!!


+++++++++++++++++++++++++++++++++


ประตูห้องถูกไขเปิด ธณัติหอบหิ้วเอกสารของชวนันท์ที่ไปรับจากเลขาแอนวางบนเคาน์เตอร์หน้าห้อง ร่างผอมรีบเดินไปดูสภาพคนป่วยในห้องนอนก่อน

“เป็นอะไรรึเปล่า ทำไมไม่นอน?” ชวนันท์นั่งซุกหน้ากับฝ่ามืออยู่ปลายเตียงทำให้รู้สึกเป็นห่วงว่าอาการจะหนักขึ้น

ชวนันท์เงยหน้าขึ้นมองธณัติ ดวงตาแห้งผาก เมื่อร่างผอมเดินเข้ามาใกล้นาบหลังมือกับหน้าผาก มือใหญ่ก็รวบเอวมาใกล้ แขนแกร่งโอบกอดแน่น ใบหน้าซุกลงช่วงท้องแบนราบ

“ฉัน...ฝัน...ว่าไม่เหลือใครเลย” ศีรษะที่ซุกอยู่สั่นไหว ทำให้ธณัติต้องวางมือลงสางผมดำปลอบโยน

“ผมแค่ไปเอาเอกสารมาให้คุณนั่งเซ็นเท่านั้นเอง ไม่ได้หนีไปไหนซักหน่อย”

“อย่า...ไปไหนไกล อยู่ข้างๆฉันตลอดไปได้มั้ย?” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นเว้าวอน ท่าทางเหมือนเด็กน้อยไร้ที่พึ่งพิงทำให้ธณัติตระหนัก…

นิสัยชอบจับชอบแตะ ชอบกอดเขาไว้แน่นไม่ยอมให้ห่าง หวงเขาเหมือนเด็กหวงของเล่น กลัวใครจะมาแย่งไป...ก็เพราะชวนันท์เป็นคนขี้เหงา...บางทีอาจจะเพราะฐานะ ตำแหน่ง หน้าตา ทำให้หาคนสนิทที่จริงใจได้ยาก

เพราะเหงา จึงอยากให้ใครก็ได้มาอยู่ใกล้ๆ

...ใครสักคน...ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นเขา?

...ใครก็ได้ที่ชวนันท์คว้าถึง...

...ก็แค่...เครื่องระบายความเหงา...

+++++++++++++++++++++++++++++++

playCardPlaYBoy

  • บุคคลทั่วไป
ผมเปล่าโรคจิตนะ! 12
................
‘อยู่ข้างๆฉันตลอดไปได้มั้ย?’

...คำถามเมื่อคืนไร้คำตอบ แม้จะมีกระแสเว้าวอนจากคนป่วยส่งมาก็ตาม สิ่งที่ธณัติทำได้ก็แค่อ้ำอึ้ง อ้ำอึ้ง แล้วก็อ้ำอึ้ง พออีกฝ่ายเปิดปากจะพูดเท่านั้น เขาก็รีบวิ่งหนีขอตัวไปทำแพนเค้กทันที ทุกอย่างจบลง ชวนันท์นั่งวิจารณ์แพนเค้กรูปแมงกระพรุนกับโถน้ำโบราณราดน้ำตาลไหม้อย่าง สนุกปากเหมือนไม่เคยมีเรื่องก่อนหน้านี้เกิดขึ้นมาก่อนยังไงยังงั้น

...ชวนันท์พยายามซ่อนความผิดหวังไว้ข้างใน เหมือนกับธณัติที่ซ่อนอารมณ์ดำมืดซึ่งตนเองไม่รู้ที่มาไว้ลึกๆ...

ตั้งแต่ที่เจอกันครั้งแรก ก็มีสาวสวยมาตามตื๊อถึงหน้าห้อง เขายังจำได้ดีถึงคำพูดจาหยาบคายทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้า พรหมของชวนันท์ ถึงจะมีแค่รายเดียวให้เห็นจะจะ แต่การที่อาศัยอยู่ด้วยกันมาหนึ่งเดือนทำให้รู้ว่าชายหนุ่มไม่ได้มีตัวเลือก แค่คนเดียว ชวนันท์พร้อมจะคบและเลิกโดยไม่รู้สึกเสียดายเลยสักนิดเดียว จำนวนสายที่เข้ามายังโทรศัพท์มือถือ จำนวนครั้งที่ชายหนุ่มบอกเลิกไป เขาได้รับรู้แต่ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว

...นี่ก็อีกเรื่องที่ไม่เข้าใจ ผู้หญิงมากมายต้องการอยู่ข้างๆก็ดันผลักไส ทีเขาจะต่อยกันตายทำไมต้องขอให้อยู่ด้วยนะ...

“พี่นัท”

ด้วยความที่กำลังจมอยู่ในโลกส่วนตัว เสียงเรียกพร้อมกับตาใสแจ๋วระยะประชิดทำให้ธณัติตกใจแทบตกเก้าอี้

...นี่ก็ปัญหาแก้ไม่ตกอีกเรื่อง...ชายหนุ่มถอนหายใจ

“ทำไมเหรอ โย?”

“หิวมั้ยครับ ผมซื้อเค้กมา พักงานกินด้วยกันซักแป๊บนึงมั้ย”

ธณัติมองนาฬิกาข้อมือ นึกได้ว่าทำไมถึงรู้สึกหิวนัก เขาทำงานติดต่อกันมาเจ็ดชั่วโมงแล้ว นับตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา จากการหยุดงานดูแลคนไข้เมื่อวาน ทำให้งานที่ควรจะเสร็จกลับไม่เสร็จตามเวลาที่กำหนด โอทีที่หยุดทำไปได้สองวันเลยกลับมาเยี่ยมเยือนอีกครา บรรยากาศเดิมๆกลับมาให้ชื่นชม...ออฟฟิศที่ไม่มีใครเลยนอกจากเขากับโย เมื่อก่อนก็รู้สึกอุ่นใจที่มีคนอยู่เป็นเพื่อนอยู่หรอก แต่หลังเหตุการณ์เมื่อวานมันก็เปลี่ยนเป็นความกระอักกระอ่วนแทน

“ก็ได้” ละมือจากเม้าส์ชั่วคราวก่อนเดินตามรุ่นน้องเจ้าปัญหาไปยังห้องพักพนักงาน กล่องเค้กสีลูกกวาดวางหราอยู่บนโต๊ะทานอาหาร ข้างในมีเค้กตกแต่งหน้าตาหรูหราน่าทานอยู่สองชิ้น บานอฟฟี่ในถ้วยพลาสติกใสอีกถ้วยหนึ่ง ด้วยความหิวประกอบกับภาพที่เห็นทำให้ธณัติพักเรื่องหนักใจไว้ก่อน คว้าส้อมพลาสติกที่ติดมาในถุงขึ้น ลงมือตักทานทันที

“ชอบมั้ยครับ” โยนั่งเท้าคางดูรุ่นพี่จ้วงเค้กชิ้นโตทานอย่างเอร็ดอร่อย ตัวเองถือส้อมพลาสติกตักชิมเพียงเล็กน้อย

“อื้อ! ชอบสุดๆเลยนะเนี่ย!!” คว้าน้ำผลไม้ดื่มแก้เลี่ยน ดื่มได้สองอึกก็ต้องสำลักพรวดเมื่อได้ยินเสียงพูดปนหัวเราะของโย

“เหรอครับ...ผมดีใจนะ...ที่พี่นัทชอบผม”

…มันไปเกี่ยวกันได้ยังไงฟะ?...

ธณัติมองหน้าเจ้ารุ่นน้อง อย่างระแวง...นี่มันจะเฮี้ยนอะไรขึ้นมารึเปล่าเนี่ย! แต่โยก็แค่หัวเราะเบาๆนั่งมองเขาอยู่อย่างเดิม “ทานต่อเถอะครับ ผมล้อเล่น”

เค้กถูกตักเข้าปากอีกครั้งแต่สปีดตกลงกว่าเดิม เริ่มรู้สึกว่าดวงตาที่ส่งประกายปิ๊งๆมามันฉ่ำเยิ้มพิกล

“เอ่อ...ถ้าไม่ลำบากอะไร...ช่วยเลิกจ้องกันก่อนได้เปล่า มองกันอย่างนี้กินไม่ลงว่ะ”

“ลำบากครับ…พี่นัทไม่ต้องเกรงใจผมหรอก กินต่อไปเถอะ”

...ไม่ได้เกรงใจเฟ้ย!!...

แต่ถ้าจะให้ละทิ้งเจ้าเค้ก ชิ้นน้อยที่อ้อนวอนขอให้เขาลองลิ้มชิมรสอยู่นี่ล่ะก็ ฝันไปเถอะ ธณัติหลับหูหลับตาโซ้ยต่อจนหมดเกลี้ยง ไม่สนใจโยที่นั่งลวนลามทางสายตา ยกน้ำขึ้นดื่มอึกๆจนหมดขวด

“ฮ้า! อร่อย” สะใจจริงๆ ไม่ได้กินของอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว

“รู้สึกอะไรมั้ยครับ” โยเก็บกล่องเค้กกับขวดน้ำใส่ถุงผูกปากแน่นเตรียมทิ้ง ปากก็พูดเนิบนาบชวนคุยไปเรื่อย แต่คำถามมันสะกิดหูจนต้องหันหน้ากลับไปมองอย่างหวาดๆ

“นายคงไม่ได้...ไอ้โย...แก ใส่อะไรลงไปฟะ!” คิดว่าเจ้าเด็กนี่อาจจะใส่ยาอะไรบางอย่างเข้าไปก็ได้ แต่จะให้อ้อกออกมาตอนนี้มันก็เสียดาย เอ๊ยไม่ใช่! มันทำไม่ได้...ก็กินเข้าไปแล้วนี่นา

ธณัติลุกขึ้นยืนเดินถอยหลัง ตั้งท่าระวังถั่ว ในใจก็นึกบทสวดส่งวิญญาณปีศาจร้ายที่เคยเห็นพวกพ่อมดหมอผีในหนังมันสวดกัน จะใช้ได้ผลรึเปล่าก็ไม่รู้ ท่องไว้ก่อนดีกว่า ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

โยลุกยืนขึ้นเดินเข้าหา ทำหน้าเสียอกเสียใจ “พี่นัทมองโลกในแง่ร้าย...ผมก็แค่ใส่ความรักลงไปเอง...หวานดีมั้ยครับ”

อ้วก!!! เสี่ยวสิ้นดี!!!

“นี่กำลังจีบฉันอยู่เหรอเนี่ย” ผู้ชายรักกันนี่มันต้องน้ำตาลเยิ้มมดขึ้นขนาดนี้เลยเชียวเรอะ

“ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอครับ” โยยิ้มหวาน แต่ในมุมมองของเขามันเหมือนแสยะยิ้มมากกว่า “ผมบอกแล้วไงว่าไม่ยอมแพ้”

“นาย...ชอบฉันตรงไหน?” โอ๊ย เขิล! ถามออกไปได้ยังไง

“…พี่นัทจำตอนแรกพบน้องใหม่รุ่นผมได้รึเปล่าครับ”

“เอ่อ...” โยอ่อนกว่าเขาสามปีแสดงว่าตอนนั้นเขากำลังจะขึ้นปีสี่ จำได้ว่าโดนเพื่อนลากไปทั้งๆที่ติดทำงานพิเศษ

“ตอนที่ให้น้องใหม่แนะนำตัว ทุกคนต้องซดเหล้าเพียว พวกผู้หญิงจะมีรุ่นพี่ผู้ชายอาสาให้น่ะครับ” มันก็ธรรมเนียมปกติของกลุ่มเขา ธณัติยังจำได้ว่าวันรับน้องตอนที่อยู่ปีหนึ่ง เขากะซดหมดขวดชิงรางวัลพันบาทจากรุ่นพี่จนหัวราน้ำต้องให้เพื่อนลากกลับด้วย ซ้ำ

“ตอนนั้นผมแนะนำตัว พอกำลังจะลุกออกไป พี่นัทก็อาสาซดให้แทนก่อน”

“จำผิดรึเปล่า?” เขาจำได้ว่าเขาซดแทนรุ่นน้องผู้หญิงนี่นา!

“ผมจำไม่ผิดหรอก…”





ภาพความทรงจำหวนกลับมา ตอนนั้นกลุ่มรับน้องจัดขึ้นที่สวนอาหารที่เขากับโยเพิ่งไปกินวันก่อน โต๊ะอาหารถูกจัดเรียงเป็นแถวยาวรองรับคนกว่าสี่สิบคน รุ่นพี่กลุ่มตั้งแต่ปีสองไล่ไปถึงปีสี่ยืนล้อมน้องใหม่ไว้ตรงกลาง ให้ปีหนึ่งลุกขึ้นแนะนำตัวทีละคน

น้องใหม่หน้าหวานคนหนึ่งลุก จากเก้าอี้ ตัวค่อมน้อยๆอย่างไม่ค่อยมั่นใจในตนเอง พูดแนะนำตัวเสียงเบาจนเสียงเจี๊ยวจ๊าวรอบข้างกลบมิด รุ่นพี่ที่ยืนด้านหลังก้มหน้ายื่นหูเข้าใกล้ก่อนตะโกนออกมาดังลั่น

‘เอ้า ต้อนรับน้องโยกันหน่อยโว้ย!!’ เสียงเพลงรับน้องดังขึ้นจากรุ่นพี่รอบข้างผสมกับเสียงตบมือเป่าปากมั่วไปหมด ขวดเหล้าขวดใหม่ถูกเปิดขึ้นวางรอให้น้องใหม่ยืนซดบนเก้าอี้ที่ตั้งไว้ด้าน หน้าแถวโต๊ะ โยกำลังจะเดินออกไปเขาก็อาสาออกมาก่อน

‘เฮ้ย! กรูเอง!!!’ ยังจำได้ว่าเพื่อนๆวี้ดวิ้วอย่างเมามันตอนที่เขาลุกไปยืนจังก้าถือขวดเหล้าบนเก้าอี้พลาสติก

ธณัติยกมือขึ้นเหนือศีรษะ เสียงจอแจเงียบหายไปเปิดโอกาสให้เขาตะโกนดังลั่น

‘กรูชื่อนัท! ธณัติ ปีสี่!! ขวดนี้ดื่มให้น้องโยโว้ย!!!’

ตามด้วยเสียงเฮ เสียงร้องเพลงเชียร์ เสียงเคาะขวดดังลั่นร้าน ธณัติดื่มหมดขวดจริงดังปากว่า แต่หลังจากนั้นก็ต้องให้เพื่อนรองรับตัวที่โงนเงนหล่นปุลงจากเก้าอี้ พากันลากจุ่มหัวลงในถุงดำ อ้อกหมดใส้หมดพุงก่อนจะสลบเหมือดไม่รู้เรื่องไป...

ใช่ เขาจำได้แล้ว เขาดื่มให้น้องใหม่ที่ชื่อโย เขามีน้องรหัสชื่อโย แล้วไอ้คนที่อยู่ข้างหน้าเขานี่ก็ไอ้โย! ทั้งหมดนี้มันก็โยเดียวกัน...โยที่เป็นผู้ชาย...โยที่เขาคิดว่าเป็นผู้หญิง ในวันแรกพบ!!!





“เหตุผลแค่นี้น่ะเหรอ นายก็รู้นี่ ว่ารุ่นพี่ดื่มให้ตามธรรมเนียม ไม่มีอะไรมากกว่านั้น” ธณัติเก็บความหน้าแตกไว้ในใจ ถามต่อไปอย่างสงสัยในความรักมั่นของโย

“ครับ เหตุผลมันแค่นิดเดียว แต่ยังไงผมก็ชอบพี่แล้วนี่นา” โยเดินเข้าใกล้ ธณัติก็เดินถอยหลัง

“แล้วยังชอบมาถึงตอนนี้เนี่ยนะ ไม่คิดจะมีแฟนหรือไง”

“ก็เคยมี แต่เปรียบเทียบทีไร พี่นัทก็ดีกว่าตลอด เลยเลือกเข้ามาทำงานที่นี่ หาโอกาสสนิทกับพี่ให้มากขึ้นไงครับ” ห้องก็ไม่ได้กว้างขวางนัก ธณัติถอยหลังได้ไม่กี่ก้าว หลังก็ชนกำแพง ต่างกับโยที่ยังย่างสามขุมเดินหาชายหนุ่มไม่หยุด

“ดีกว่าฉันเนี่ยนะ?” เทียบกับเขา...ก็แฟนผู้ชายอะดิ…เจ๊ย!!

“ครับ ก็พี่นัทน่ะ ตัวสูงเท่” ความมั่นใจเริ่มกลับมาหลังจากที่เปรียบเทียบส่วนสูงกับชวนันท์มานาน

“หุ่นก็ดี ถึงจะไม่ได้ล่ำแบบนักกีฬา แต่ก็สมาร์ท กล้ามเนื้อกำลังพอดีได้สัดส่วน” โอ้ ฟังแล้วชื่นใจ

“หน้าตาก็ดูดีน่ามอง ถึงจะแยกไม่ค่อยได้ว่าชายหรือหญิงก็เถอะ แต่หน้าตาแบบนี้กำลังอินเทรนด์เลย” เห็นไหมเล่า เจ้าคิตตี้! ฮ่าฮ่า!!

คิดภาพตัวเองกำลังเขวี้ยงคำ ดูถูกของชวนันท์ลงพื้นกระทืบซ้ำสองสามทีอย่างย่ามใจ ความฮึกเหิมทำให้ไม่สนใจริมฝีปากอิ่มที่ยื่นเข้าใกล้หมายมอบจุมพิต มือผอมที่ยกขึ้นกันโยเอาไว้ถูกอีกฝ่ายรวบไว้ในมือเรียบร้อยไร้ทางต่อต้าน

“สุดที่รัก ของชั้น น่าร้ากที่สุด เป็นมานุษย์ที่น่าเอ็นดู~” เสียงริงโทนไม่คุ้นหูดังลั่นห้อง เมื่อมองดูก็ต้องงงเต็กเพราะมันดังมาจากมือถือของเขาเอง ธณัติหลุดจากอุ้งมือมาร วิ่งสี่คูณร้อยคว้ามือถือหมับ แรงสั่นจากเครื่องสื่อสารยังไม่แรงเท่าแรงสั่นจากอุ้งมือที่กำโทรศัพท์แน่น

กล้าดียังไงมาเปลี่ยนริงโทนกันอย่างนี้!!

“ฮัลโหล!” กระแทกเสียงห้วนตึง

“นัท...ลืมเอกสารที่ต้องเซ็น ไว้ที่รถ ไปเอาให้หน่อย เอาขึ้นมาบนห้องเลยนะ” เสียงห้าวดังปลายสาย สั่งงานฉอดๆโดยไม่ฟังเสียงแย้ง ก่อนจะวางสายฉับ ธณัติจ้องโทรศัพท์มือถือตาเขียวปั้ด

...สั่งอีกแระ อะไรฟะ!!...

“เอ่อ...” เสียงโยเรียกร้องความสนใจ ทำให้รู้ตัวว่า หากไม่มีเสียงมือถือรบกวนล่ะก็ เรื่องมันคงจะเลยเถิดไปมากกว่านี้แน่นอน

“อ้า...โทษทีนะ เดี๋ยวฉันไปเอาของที่รถก่อนน่ะ” บอกรุ่นน้องได้ก็วิ่งปรู๊ดหยิบกุญแจรถหายแว๊บไปทันที


++++++++++++++++++++++++++++


เฮ้อ! เกือบแล้วเชียว... โยถอนใจออกมาเซ็งๆ นี่ถ้าไม่มีโทรศัพท์ดังขัดจังหวะ เขาก็จะได้จูบที่รอคอยมานานเสียที

เมื่ออยู่คนเดียวไร้วี่แวว ของธณัติ โยก็ค่อยๆคลายปมถุงหูหิ้วบรรจุกล่องเค้กที่ผูกไว้เมื่อกี้ออก หยิบส้อมพลาสติกที่ธณัติใช้กินเค้กขึ้นจูบเบาๆ

“หน้าตาก็ดีอยู่หรอก น่าเสียดายที่เป็นโรคจิต” เสียงห้าวที่ดังมาจากด้านหลังทำให้สะดุ้งสุดตัว ร่างบางหันไปมองผู้พูดอย่างตกตะลึง

“…ท่านรอง...”

ชวนันท์ยืนไขว้ขากอดอกมองร่างบางในห้องพักพนักงานอย่างเย็นชา “ว่าไง เพิ่งได้คุยกันนะ”

“มีธุระอะไรรึเปล่าครับ”

“หึ...ก็ไม่มีอะไรมาก ฉันจะไม่พูดอะไรอ้อมค้อมล่ะนะ” มือใหญ่เปิดกล่องเงินเกล็ดบุหรี่หนึ่งมวนคาบไว้ในปากก่อนจะจุดไฟ

“เลิกยุ่งกับนัทซะ”

โยนิ่งไปนานก่อนเบิกตากว้างอย่างตื่นตะลึง “หรือว่ารอยจูบที่คอนั่น...”

ชวนันท์คีบบุหรี่พ่นควัน ยกยิ้มเย็น “หึ ฉันเป็นคนทำเองล่ะ”

โยเริ่มประติดประต่อเรื่องราวได้ ร่างบางเอ่ยปากเถียง “นั่นน่ะ...คุณบังคับทำเอาไม่ใช่หรือไง”

“ทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะ?”

“ก็พี่นัทบอกเองนี่นา” เย้ยยิ้มอย่างเป็นต่อ

...สงสัยจะต้องลงโทษกันซักหน่อยแล้ว...

หันกลับมาสนใจคู่กรณีด้าน หน้า ชายหนุ่มอัดควันบุหรี่เข้าปอดก่อนพ่นควันฉุย ปากพูดเนิบ “โครงการออกแบบเครื่องกันขโมยติดรถรุ่นใหม่น่ะ ไอเดียเธอสินะ ฉันอ่านแล้วคิดว่าเหมาะสมดี”

“ขอบคุณครับ หวังว่าโครงการนี้จะได้รับอนุมัติในเร็ววัน”

“ฉันก็หวังว่าอย่างนั้นนะ...แต่ว่า...ถึงจะเก่งยังไง ฉันก็ไม่อยากเลี้ยงหัวขโมยไว้ในบริษัทหรอก”

“...เพิ่งรู้ว่าท่านรองมีหน้าที่ต้องคอยสอดส่องพนักงานตลอดเวลาด้วยนะครับ”

“อย่ามาเล่นลิ้น คิดว่าฉันไม่กล้าไล่เธอออกหรือไง!!” ชวนันท์ตวาดเสียงกร้าว โยกลับไม่มีทีท่าจะใส่ใจ...เขาจะสนใจทำไม เขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเงินเดือนอะไรซักหน่อย ถ้าอยากก้าวหน้าในการงานก็เข้าทำงานที่บริษัทของบิดาไปนานแล้ว ไม่ต้องมาเป็นลูกน้องใครอย่างนี้หรอก

“ผมไม่คิดว่าเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานจะเกี่ยวกันได้นะ คุณเป็นผู้บริหาร น่าจะรู้กฏข้อนี้ดีไม่ใช่หรือ”

“ไม่ต้องมาสอนฉัน! เดิมทีก็ไม่อยากใช้วิธีนี้นักหรอก แต่นายล้ำเส้นเองนะ“ ใช่ เขารู้มานานแล้วว่าเด็กหนุ่มทำตัวเป็นแมวขโมย จ้องจะคว้าปลาชิ้นมันเลิศรสของเขาอยู่ ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจมากนักเพราะคิดว่าธณัติคงการ์ดแข็งพอ แต่เขาเข้าใจผิดไป ‘คนของเขา’ชะล่าใจเกินไป ถึงได้ปล่อยให้เจ้าเด็กนี่ทะลึ่งทำร่องรอยทิ้งไว้บนต้นคอซะได้ แถมเมื่อกี้ยังยอมให้เจ้าเด็กนี่จูบอีก นี่ถ้าเขาไม่โทรมาขัดจังหวะก่อนล่ะก็...

“ผมล้ำเส้นอะไรกัน พี่นัทไม่ใช่ของคุณซักหน่อย”

ชวนันท์กัดฟันกรอด “อีกไม่นานเขาจะต้องเป็นของฉัน เธอนั่นแหละ รีบถอนตัวออกไปซะ นัทไม่มีทางกอดเธอได้หรอกน่า”

“พี่นัทไม่มีทางยอมให้คุณกอดหรอก เขามีความเป็นผู้ชายมากพอ” โยเชื่อมั่นอย่างนั้น

ชวนันท์ยิ้มเยาะ กดบุหรี่ลงกับที่เขี่ยจนเถ้าดำร่วงกราวบนจานใส “เธอต่างหากล่ะที่คิดผิด นัทน่ะไม่เหมาะกับเธอซักนิด”


++++++++++++++++++++++++++++++++++


นี่มันบ้าบออะไรกัน!! ธณัติคิดอย่างหัวเสีย มือจิ้มปุ่มเปิดประตูลิฟท์รัวๆ

เรียกให้เอาเอกสารไปให้ แต่พอไปถึงห้องทำงานของชวนันท์ ก็พบว่าไฟปิดมืดสนิททั้งชั้น ไม่มีวี่แววของร่างสูงเลย เขาจึงตัดสินใจกลับไปที่แผนกของตัวเองเพื่อเก็บของกลับบ้านเสียที

ประตูลิฟท์เปิดออก ธณัติเดินกระแทกส้นเท้าอย่างโมโห แต่พื้นพรมก็ไม่ได้ทำให้เกิดเสียงแต่อย่างใด กำลังจะเลี้ยวเข้าส่วนสำนักงานก็ได้ยินเสียงคนคุยมาจากห้องพักพนักงานที่ อยู่ประตูถัดไป ธณัติจึงเปลี่ยนจุดหมาย ก้าวไปทางห้องพักแทน กำลังจะเข้าไปถามก็ต้องชะงักเท้าเมื่อได้ยินเสียงห้าวที่คุ้นเคย

“นัทน่ะไม่เหมาะกับเธอซักนิด” เสียงชวนันท์แน่นอน กำลังพูดถึงเขาซะด้วย นี่มันเรื่องอะไรกัน!!??

“มีความเป็นผู้ชายมากพองั้น เหรอ หึ! เอาอะไรมาพูด เขาน่ะตัวก็ไม่เห็นจะสูงตรงไหน ตัวก็บอบบางขนาดนั้นจะกอดเธอได้ยังไง” ฮึ่ม! คุยอะไรกันไม่รู้ รู้แต่เขากำลังโดนดูถูก

“ไม่จริงหรอกพี่นัทเหมาะสม กับผมแน่นอน” กึก! เสียงเท้ากระทบกำแพงดังเบาๆในห้อง แอบมองดูเห็นภาพชวนันท์กำลังคร่อมรุ่นน้องของเขาติดกำแพง กระซิบเสียงเบา

“ช่างนัทไปเถอะ หาคนอื่นที่เหมาะกว่านี้ดีกว่ามั้ง”

หรือว่า...ธณัตินึกถึงเรื่อง คืนก่อน  ชายหนุ่มฉุนเฉียวเมื่อรู้ว่าเขาไปกินข้าวกับโย แถมยิ่งรุนแรงจัดเมื่อรู้ว่าโยเป็นคนฝากรอยจูบไว้ที่คอเขา

เมื่อกี้ที่โทรมาโกหกเรื่องเอกสาร ก็ตอนที่พวกเขากำลังจะจูบกันพอดี แล้วที่มาที่นี่ก็คงเพราะอยากคุยกับโยตามลำพัง

...ชวนันท์ชอบโย...

ทำไมหัวใจมันเจ็บจี๊ด เป็นเพราะรุ่นน้องของที่ชื่นชอบเขากำลังจะถูกชายหนุ่มจีบงั้นเหรอ เพราะรู้ว่าชวนันท์เป็นผู้ชายเจ้าชู้ กลัวจะทำให้โยต้องเสียใจ...เหมือนที่เขากำลังเสียใจอย่างนั้นหรือ

…ชวนันท์ได้ของเล่นแก้เหงาชิ้นใหม่แล้ว...

ธณัติกำเสื้อที่หน้าอกด้านซ้ายแน่น ขาสั่นๆก้าวออกเดิน กระแอมไอให้คนในห้องรับรู้ว่า...เขาอยู่ตรงนี้

โยเบิกตากว้างท่าทางตกตะลึง ทำให้ชวนันท์เอะใจหันกลับมามองหน้าประตู ทั้งสองแยกจากกันเหมือนกำลังทำความผิด ในห้องเงียบสงัด บรรยากาศอึดอัดจนต้องเปิดปากพูด

“คุณชวนันท์...มาทำอะไรที่นี่เหรอครับ”

“…”

“พี่นัท” ธณัติหันหน้าไปตามเสียงเรียก ร่างบางของโยสั่นไหว กำลังจะพูดเขาก็ชิงพูดก่อน

“โย...โทษทีนะ ฉันปวดหัวน่ะ เดี๋ยวจะกลับบ้านเลย” ว่าพลางหันหลังเดินไปโต๊ะทำงานหวังจะเก็บของกลับบ้าน

“นัท!!” เขาได้ยินเสียงชวนันท์เรียกตามมา แต่ก็ไม่ได้หันไปตามเสียงเรียก สิ่งที่ได้ยินตามหลังมาไวๆเป็นเรื่องที่ยิ่งทำให้เจ็บใจ ชวนันท์หันไปพูดกับโย

“โครงการของเธอฉันจะอนุมัติ พรุ่งนี้ หลังจากนี้ 1 เดือนส่งต้นแบบอย่างสมบูรณ์มาด้วย” โยยิ้มหน้าเครียดอย่างรู้ทัน คิดจะให้เขาทำโอทีจนไม่มีเวลาว่าง คิดจะแยกพี่นัทออกจากเขาหรือไง!

ธณัติยิ่งหน้าเครียดกว่า นี่ชอบขนาดอนุมัติโครงการให้เชียวหรือ!! รู้สึกเบ้าตาร้อนผ่าว เก็บโน้ตบุ้คลวกๆก่อนจะรีบเดินหนีไปกดลิฟท์ พลันอุ้งมือใหญ่ก็คว้าแขนเขาไว้ได้

“กลับพร้อมฉัน”

ขอร้องเถอะ...ปล่อยเขาไปได้แล้ว!


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
แก้ตัวแล้วน่า :laugh: :laugh: :laugh:

anna1234

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ Shumi

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
อ้าว เป็นงั้นไป  :a11:

ใครมาแอบดูตอนกำลังดิ้น  :a6:

modi

  • บุคคลทั่วไป
หนุกๆ

แต่ละตอนยาวสะจาย

ต่อเลยๆ

 :m4: :m4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






อาจารย์..สีฟ้า

  • บุคคลทั่วไป
1+  ให้กับความสนุก และความรับผิดชอบคนคนโพสต์ ลงได้แบบจุใจมากๆๆๆๆๆๆ


เป็นกำลังใจให้นะครับ
  :L2: :L2: :L2: :L2:




สวัสดีปี๋ใหม่เมือง

 :สงกรานต์1: :สงกรานต์2: :สงกรานต์2: :สงกรานต์2: :สงกรานต์1:

ออฟไลน์ uknowvry

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4438
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-6
ชอบมากกก
ฮาได้อีก แจ่หลังๆนี่แอบเศร้าจนลุ้น
แนวแปลกๆอย่างนี้ อยากอ่านบ่อยๆแฮะ

ออฟไลน์ Tifa

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1474
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +417/-2
โอ้ว ทำไมกลายเป็นเข้าใจแบบนั้นไป

ต้องตามง้อกันอีกแล้ว เง้อ............

ออฟไลน์ sin_no

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 318
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-1
กำลังสนุกเลย :oni2:

ตื่นเต้นๆ

รีบๆเข้าใจกันนะ

 :m1:

toonzaa

  • บุคคลทั่วไป
...ชวนันท์ชอบโย...ไอ่ประโยคนี้แหละ คิดไปได้งัย นู๋นัทเอ้ย

คิดจนจะออกทะเลอยู่แล้ว ที่เขาชอบนะตัวเองต่างหาก  เฮ้อ..จะเข้าใจผิดอีกนานไหมเนี่ย

คุณแน้ทจัดการลากกลับคอนโดไปซะ แล้วถ้ามันไม่ไหวที่จะเคลียร์ละก็ จับกดทำให้เสร็จสิ้นเรื่องสิ้นราวไปเลย

Tsukasa999

  • บุคคลทั่วไป
สนีดุกมากมายค่ะ  o13

:a12: นอนรอตอนต่อไป


Ackee

  • บุคคลทั่วไป
พล๊อตเรื่องสนุกดีอ่ะ ชอบๆๆๆๆๆๆๆ
อ่านรวดเดียวเลยสะใจดี  มาต่อเยอะๆ ยาวๆ อย่างนี้อีกน้า   o13

ออฟไลน์ Otaku

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 792
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +314/-1
เย้ๆๆ  ในที่สุดก็อ่านตามจนทัน :oni1:

ชอบเนื้อเรื่องอย่างนี้จัง

เอามาต่ออีกนะ

playCardPlaYBoy

  • บุคคลทั่วไป
ผมเปล่าโรคจิตนะ! 13
................



“ปล่อยผม!!!” เสียงธณัติดังก้องชั้นจอดรถใต้ดินของอาคารสำนักงาน ร่างผอมพยายามฝืนตัวต้านแรงดึง สองขายันพื้นจนตัวโก่ง แต่ก็ไม่อาจสู้แรงช้างสารของท่านรองประธานหนุ่มได้ ชวนันท์จับคอเสื้อลากถูลู่ถูกังมาจนถึงบริเวณที่รถซีตรองซ์สีควันบุหรี่จอด สงบอยู่ กดรีโมตปี๊ดเปิดล็อค เปิดประตูออกยัดตัวผอมๆกับแขนขาเก้งก้างที่ป่ายยุ่บยับเป็นแมงกระพรุนเข้าไป ที่นั่งข้างคนขับ ปิดประตูส่งท้ายดังปัง ตนเองเดินอ้อมรถไปยังฝั่งคนขับ กำลังจะเปิดประตูก็ต้องสบถออกมาดังลั่น วิ่งไล่กวดคนหัวดื้อที่เปิดประตูออกซอยเท้าหนีด้วยอัตราเร็วสี่คูณร้อยไปได้

“จะไปไหนเล่า ก็บอกแล้วว่าให้กลับด้วยกัน!!” แขนแกร่งกอดรัดร่างผอมของธณัติไว้แน่นจนรู้สึกเหมือนซี่โครงที่หอบบานอยู่ กำลังจะหักไปทิ่มชายปอด

“ปล่อยเซ่ ผมกลับเองได้!!”

“เป็นบ้าอะไรขึ้นมา...มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิด ฟังกันก่อนได้มั้ย!”

“ใครคิดอะไร ไม่ได้คิดอะไรซักหน่อย คุณจะจีบใครมันก็เรื่องของคุณ จะอนุมัติงานใครมันก็สิทธิ์ของคุณ แต่จำไว้นะ นั่นน่ะรุ่นน้องผม ถ้าทำเขาเสียใจล่ะก็ ผมต่อยคุณตายแน่!!!”

“บ้าเอ๊ย!!!” จนถึงขนาดนี้แล้ว ธณัติยังเอาแต่พูดถึงเจ้าเด็กบ้านั่นอยู่ได้

“เออเซ่!! ผมมันบ้า!! บ้าให้คุณหยอกเล่นแก้เหงามาได้เป็นเดือน แล้วไงตอนนี้เบื่อแล้วใช่มั้ย ถึงได้อุ๊บ…!!!”

หงุดหงิดเกินจะทน ชวนันท์ลงมือปิดปากช่างหาเรื่องนี้ทันที ธณัติหลับตาปี๋เม้มปากแน่นอย่างไม่ยอมให้ลิ้นอุ่นหนารุกรานอย่างทุกครั้งที่ ผ่านมา สองกำปั้นระดมทุบต้นแขนกำยำที่รวบเอวเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เมื่อเห็นว่าไม่ได้ผลก็เปลี่ยนวิธี ง้างสิบนิ้วกรีดเล็บข่วนแกรกกรากแทน

“โธ่เว้ย!! จะยอมสงบซักหน่อยไม่ได้หรือไง” ร่างสูงยอมปล่อยริมฝีปากบาง หันมาใช้เสียงเข้าข่มแทนในที่สุด

ผลัวะ!!

ไม่ทันตั้งตัวธณัติก็กำหมัด โหมตัวเข้าคลุกวงใน ตุ้ยท้องจนจุกอั้ก ตามด้วยรองเท้าขัดมันงามๆที่สอยเข้าเป้าอย่างแม่นยำ น้ำตาลูกผู้ชายเล็ดจากหางตาอย่างห้ามไม่อยู่ ชวนันท์ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะอหังการ ทิ้งตัวลงคุดคู้อยู่กับพื้น ไร้ลีลาปราศรัยโดยสิ้นเชิง

จนตั้งตัวได้เงยหน้าขึ้นก็พบธณัติใส่หมวกกันน็อคคร่อมมอเตอร์ไซค์คู่ใจบิดบรึ้มๆอยู่ต่อหน้าเขา

“ร่านนักก็ไปหาผู้หญิงมากกซะ!! คืนนี้ผมจะนอนที่ห้องผม ฝากเจมส์ด้วย ราตรีสวัสดิ์”

ยกล้อหน้าบิดแฮนด์เต็มพิกัดซิ่งจากไปทั้งไว้เพียงควันจากท่อไอเสียให้ชวนันท์สำลักอยู่คนเดียว


+++++++++++++++++++++


“แม่งเอ๊ย!!!” แก้วใบหนาถูกกระแทกบนเคาน์เตอร์อย่างแรงจนน้ำสีอำพันที่บรรจุอยู่ครึ่งๆ กระฉอกเลอะพื้นกระจกเป็นวง บาเทนเดอร์เพียงเหลือบมองนิดเดียวก่อนหันไปผสมเครื่องดื่มตามหน้าที่ต่อไป ผู้คนรอบข้างไม่ได้ให้ความสนใจชายหนุ่มที่นั่งหัวเสียอยู่คนเดียวเลย เสียงเพลงจากวงดนตรีร็อคที่เล่นสดอยู่บนเวทีแผดเสียงดังสนั่นปลดปล่อย สัญชาตญาณดิบเถื่อนของผู้คนให้โลดแล่นไปพร้อมๆกับปริมาณน้ำเมาในขวดที่พร่อง ลงเรื่อยๆ ชวนันท์สั่งเหล้าจากบาเทนเดอร์เพิ่ม กรอกดื่มอั้กๆจนหกไหลเลอะ ไม่ได้สนใจคำเตือนจากพนักงานแม้แต่น้อย ดวงตาเริ่มพร่าเลือนมากขึ้น รู้สึกหัวหนักจนต้องเท้าข้อศอกฟุบหน้าลงกับฝ่ามือ

“พี่แน็ทนี่นา ไม่เห็นมาตั้งนาน” นิ้วเรียวเย็นแตะวางที่แผ่นหลังก่อนจะลูบขึ้นลง เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็พบอดีตคู่ขาในชุดสีดำรัดรูปยืนยิ้มหว่านเสน่ห์

“ดื่มเยอะเกินไปรึเปล่าคะ อกหักมาเหรอ สุดหล่อ” เป็นคำทักทายที่ฟังแล้วจี๊ดถึงหัวใจ ชวนันท์ดวงตาแข็งกร้าว แค่นเสียงพูดลอดไรฟัน

“คนอย่างฉันเนี่ยนะ อกหัก” ว่าพลางดวดเพียวสุดซอยอีกหนึ่งแก้ว ยกมือขึ้นสั่งแก้วต่อไป

“’งั้นก็คงจะเบื่ออยู่ สนใจเพื่อนคู่คิดมิตรคู่เตียงคนนี้บ้างรึเปล่าล่ะคะ” หัวเราะคิกคักพูดจาติดตลก นิ้วเรียวทาเล็บสีแดงสดลูบไล้บนต้นคอหนา ริมผีปากที่แต่งแต้มลิปสติกสีเข้มประทับลงบนปากของชวนันท์อย่างยั่วเย้า สะโพกตึงขยับเบียดเข้าชิดอย่างเร่าร้อน

ชวนันท์ดีดนิ้วเรียกเช็คบิล ก่อนจะลุกเดินหายไปจากบรรยากาศวุ่นวาย...โดยมีหญิงสาวคอยพยุงให้เดินตรงทาง คว้ากุญแจรถส่งให้ขับ พร้อมกับหย่อนตัวเองลงที่นั่งข้างคนขับหลับตามึนๆ

“ไปห้องพี่แน็ทนะคะ?” ชายหนุ่มตอบอืออาส่งเดช...จะไปที่ไหนก็ช่างมัน ตอนนี้ขอระบายซักตั้งเหอะวะ!!


++++++++++++++++++++++++++


…ยังไม่กลับซักที...

ธณัตินั่งอยู่บนโซฟาข้าง หน้าต่างชมวิวในห้องนอนที่ไม่ได้กลับมานอนนานนับเดือน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจับจ้องหน้าต่างห้องคอนโดที่ยังปิดไฟมืดดำสนิท

...เหมือนคนบ้า มาแอบสำรวจคนอื่นอยู่อย่างนี้...

ยกยิ้มเยาะตัวเอง หลังจากที่กลับมานั่งเงียบๆในห้อง ทบทวนการกระทำที่เพิ่งแสดงออกไป...มันเหมือนกับอาการ ’หึง’ ของนางเอกในละครหลังข่าวยังกับแกละ

… ‘หึง’ ก็แปลว่า ‘ชอบ’ …

ชอบโดยที่ไม่ทันรู้ตัว ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?

ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะชอบคนคน นี้ได้ หวนคิดถึงอดีตที่ผ่านมา ระหว่างพวกเขาสองคน มีแต่การเถียงทะเลาะ ฝ่ายหนึ่งก็ชอบยั่วโมโห อีกฝ่ายก็ดีแต่ใช้กำลังรุนแรง

แต่ชวนันท์ก็มีช่วงเวลาที่ อ่อนโยน...คืนวันแรกที่เริ่มงานพ่อบ้านยังกระจ่างชัดในความทรงจำ ชายหนุ่มเรียกชื่อเล่นเป็นครั้งแรกพร้อมมอบจุมพิตราตรีสวัสดิ์...ซึ่งตอน นั้นเขาดันมองข้ามความอ่อนโยนที่ได้รับไป  วันที่เขาอกหักนั่นอีกเล่า ก็ชวนันท์อีกนั่นแหละที่คอยกอดพยุงเขาไม่ให้แหลกสลายไป

ยังเคยคิดเข้าข้างตัวเอง ว่าชวนันท์ชอบเขาด้วยซ้ำ

น่าสมเพชจริงๆ...ภาพวันนี้ก็บอกชัดเจนอยู่แล้ว การกระทำที่เขาได้รับมันไม่ได้วิเศษวิโสต่างจากที่คนอื่นได้เลย

ธณัติถอนหายใจเหนื่อยหน่าย ลุกจากโซฟาตัดสินใจเข้านอนเสียที

พลันหางตาก็ปรากฏแสงไฟสว่างวาบจากหน้าต่างห้องนอนที่นั่งเผ้ามองมาหลายชั่วโมง

...กลับมาแล้ว...ดึกขนาดนี้ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง…

แม้จะรู้ว่าผิด แต่หัวใจมันห้ามไม่ได้ มือผอมคว้ากล้องส่องทางไกลที่ไม่ได้ใช้มานานขึ้นแนบส่อง เป้าหมายไม่ใช่ห้องที่เคยแอบมองอีกต่อไป แต่เป็นห้องที่เหนือจากห้องเดิมขึ้นไปหนึ่งชั้น...ห้องของชายหนุ่มคนใหม่ที่ กุมหัวใจของเขาซะอยู่หมัด

กวาดสายตาส่ายหาร่างสูงคุ้น ตาอย่างเป็นห่วง แต่ภาพที่ผ่านเข้ามากลับทำให้ตัวแข็งค้าง ด้วยความที่ไม่คิดมาก่อนว่าจะมีสายสวยหุ่นเซ็กซี่ลงทุนพยุงชายหนุ่มเข้ามา ส่งถึงในห้องนอน…จุดประสงค์ที่มาก็รู้ๆกันอยู่

ท่าทางของชวนันท์ตอนนี้เมา มายไร้สติอย่างเห็นได้ชัด หน้าแดงแจ๋กับดวงตาที่เปิดครึ่งๆส่อแววฉ่ำเยิ้ม สองมือปาดป่ายทั่วสัดส่วนโค้งมนของหญิงสาวทำให้ธณัติรู้สึกเจ็บปวด ทั้งสองคนกำลังนั่งอยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่

...มันเป็นเตียงของเขากับชวนันท์! เตียงที่พวกเขานอนด้วยกันทุกคืน!!...

สองหนุ่มสาวสาละวนกับการประ กบปากอย่างดูดดื่ม มือขาวเรียวแต่งแต้มสีเล็บสวยสดกำลังปลดกระดุมเม็ดแรกของร่างสูง ก่อนจะหยุดชะงักหัวเราะคิกคักอย่างมีจริตเมื่อชายหนุ่มย้ายเป้าหมายจากริม ฝีปากไปจูบซับที่ต้นคอขาวระหงแทน

สองมือที่ถือกล้องส่องทางไกล อยู่สั่นระริก ใจหนึ่งอยากปิดหูปิดตาตัวเอง ลืมเรื่องในคืนนี้ไปซะ แล้วพรุ่งนี้ก็ทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หาทางคืนดีได้เรื่องทุกอย่างก็คงกลับเป็นเหมือนเดิม เขาจะได้อยู่กับชวนันท์ต่อไปจนกว่าอีกฝ่ายจะไม่ต้องการ

...แต่...

ความคิดที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ได้ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ดันวาบขึ้นมา ธณัติถลาออกจากห้อง กดเรียกลิฟท์รัว เมื่อลงมาถึงที่จอดรถได้ก็กระโดดขี่มอเตอร์ไซค์บิดซิ่งไปตามหัวใจเรียกร้อง ทั้งๆที่ยังอยู่ในชุดนอนกางเกงขายาว

...เมื่อเช้านี้ ถ้าจำไม่ผิด...

...ชวนันท์ใส่บ็อกเซอร์ลายคิตตี้!!...

…ล า ย คิ ต ตี้ ! ! !...

ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มารู้เห็นความลับที่เขาได้รับรู้เพียงคนเดียว…สิ่งเดียวที่ยังบ่งได้ว่าเขา ’พิเศษ’ กว่าคนอื่นๆ

ด้วยความหวงแหน ในฐานะที่อยากเป็น ’คนพิเศษ’ และในฐานะที่เป็น ‘พ่อบ้าน‘ เขาต้องปกป้องชวนันท์เอาไว้ให้ได้!!!

ท่ามกลางความเงียบสงัดของ ท้องถนนยามราตรี เครื่องยนต์แผดเสียงลั่นตามจังหวะการบิด วิ่งอย่างผงาดดั่งพาหนะของเรนเจอร์ผู้พิทักษ์ความสงบสุขและยุติธรรมของผอง เพื่อนมนุษยชาติ!!!

รอก่อนนะคิตตี้!! ธณัติกำลังจะไปช่วยแล้ว!!!


++++++++++++++++++


ปัง!!! เสียงเปิดประตูดังลั่นในการรับรู้ขาดๆเกินๆของชวนันท์ นิ้วของหญิงสาวที่กำลังไล้บนบนแผ่นอกพลางปลดกระดุมพลางชะงักกึก เสียงแหลมแสบแก้วหูดังรบกวนความฝันอย่างน่ารำคาญ

“แก!! แกเป็นใคร เข้ามาได้ยังไง” หญิงสาวยกผ้าห่มขึ้นปิดหน้าอกเปลือยเปล่าของตน

ธณัติหาได้สนใจฉากวาบหวิว เร้าอารมณ์ไม่ สองเท้าย่างสามขุมเข้าหาร่างทั้งสองอย่างรวดเร็ว คว้าแขนเรียวบางได้ก็กระชากให้ลุกยืน ดันหลังไล่ออกจากห้องพร้อมโยนบราเซียตามหลัง ยังไม่ทันปิดประตูก็โดนอีกฝ่ายดันสู้เอาไว้ก่อน

“ทำอะไรยะ มาไล่ฉันออกทำไม เปิดประตูเดี๋ยวนี้ พี่แน๊ท พี่แน๊ท~” หญิงสาวดันประตูโก่งคอเรียกคนเมาแอ๋คาเตียงหวังจะให้มาจัดการ แต่ไร้เสียงตอบรับใดๆนอกจากคำพูดห้วนๆของชายหนุ่มแปลกหน้า

“ออกไปได้แล้ว ขอบคุณที่พาคุณแน็ทมาส่ง ขอโทษที่ทำให้เสียเวลา”

“แกมีสิทธิ์อะไรมาไล่ฉันยะ ไอ้บ้า พี่แน็ทเป็นคนให้ฉันเข้ามาในนี้นะ!!”

“สิทธิ์ของพ่อบ้าน และสิทธิ์ของ...คนรัก!” ดวงตาดำสวยกับขนตายาวงอนปัดมาสคาร่าเบิกขึ้นกว้างอย่างตะลึง อ้าปากค้างชี้โบ๊ชี้เบ๊

“นาย...นาย...แต่พี่แน็ท...ผู้...ผู้...”

“ใช่...ผมเป็นผู้ชาย คุณแน็ทก็ผู้ชาย” ต่อให้อย่างใจดี

“งั้น...พวกนายก็...ป…เป็น...”

“ใช่...พวกเราเป็นเกย์” ยืดอกแถลงคำอย่างภูมิใจก่อนจะปิดประตูลงกลอน


+++++++++++++++++++++++++++

playCardPlaYBoy

  • บุคคลทั่วไป
ผมเปล่าโรคจิตนะ! 14

ท่ามกลางกลุ่มควันจางเจือ ชวนันท์เริ่มรับรู้ถึงสัมผัสจั๊กจี้ที่หยุดชะงักลงเมื่อครู่ มือใครสักคนกำลังแกะกระดุมเสื้อให้เขาอยู่ เม็ดแล้วเม็ดเล่า จวบจนกระดุมเม็ดสุดท้ายถูกแกะ ไอเย็นของเครื่องปรับอากาศก็กระทบกับแผ่นอกตึงแน่นจนรู้สึกหนาว มือใหญ่ยกขึ้นหวังคว้าใครคนนั้นมาแนบอกเพื่อแบ่งไออุ่นให้แก่กันและกัน หากเจ้าของมือนั้นกลับตีมือเขาดังเพี๊ยะจนต้องหดมือกลับ

“อยู่นิ่งๆซักที!!” เสียงที่ตวาดเขาเบาๆไม่ใช่เสียงแหลมเล็กของสตรีเพศอีกต่อไป กลับกลายเป็นเสียงทุ้มห้าวเจือแหบพร่าฟังแล้วชวนวาบหวิวยิ่งนัก เขาครางอืออารับคำในขณะที่นิ้วอุ่นนั้นไล่เรื่อยลงไปยังกระดุมกางเกง เรียวขาแกร่งถูกยกขึ้นทีละข้าง กางเกงขายาวถูกถอดออกให้ผิวเนื้อสัมผัสกับอากาศเย็นภายนอก ชวนันท์ขมวดคิ้วมุ่นอย่างขัดใจ มือหนาตั้งท่าจะไขว่คว้าอีกรอบ ก็ต้องชะงักเมื่อถูกรวบไว้เหนือหัวแน่น น่าแปลก เขาไร้แรงจะต่อต้าน ร่างกายมันหนักอึ้งเหมือนไม่ใช่ตัวของตัวเอง

“บอกให้อยู่นิ่งๆ” เสียงเดิมกระซิบห้วน จิตใต้สำนึกสั่งเขาให้ทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย ทันใดนั้นสัมผัสเปียกชื้นอุ่นสบายก็โลมไล้ทั่วใบหน้า เน้นที่ริมฝีปากอย่างแรง ก่อนจะไล่ลงมาตามคอ แผ่นอก ไปหยุดอยู่บริเวณท้องน้อย เว้นช่วงส่วนกลางลำตัวไว้หันไปสนใจต้นขาลามไปจนถึงปลายนิ้วเท้า กล้ามเนื้อที่ตึงเครียดมาทั้งวันผ่อนคลายอย่างไม่น่าเชื่อ ความร้อนนั้นวนเวียนลูบไล้ไปเรื่อยจนต้องถอนหายใจออกมาอย่างเป็นสุข

“เฮ้อ!” ธณัติกำผ้าขนหนูผืนเล็กไว้แน่น ต้นแขนยกขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผาก รู้สึกเหนื่อยกับการจัดท่าทางคนตัวใหญ่ “ใจคอจะไม่ช่วยกันเลยใช่มั้ยเนี่ย” พูดกับคนที่นอนหลับตาพริ้มปากยิ้มกริ่มอย่างยั๊วะๆ ไม่หวังคำตอบใดๆ...ก็คนเมาที่ไหนมันคุยรู้เรื่องบ้างเล่า!

ตอนเป็นไข้นั่นก็ครั้งหนึ่ง กว่าจะถอดเสื้อผ้า เช็ดตัว ใส่เสื้อนอนให้จนเสร็จ พลังชีวิตก็ลดฮวบฮาบ ดูแลเด็กโข่งนี่มันเหนื่อยแทบรากเลือด! แถมคราวนี้ยังยุ่งยากกว่าเดิมด้วยเจ้ามือยุ่บยั่บที่คอยจะยุ่งย่ามจับโน่น นี่ไปเรื่อยไม่รู้เรื่องจนเขาต้องเสียแรงกดไว้ไม่ให้แผงฤทธิ์นี่อีก

นัยน์ตาสีน้ำตาลกวาดมองความ เรียบร้อยของร่างกายชายหนุ่มบนเตียง ชวนันท์นอนไม่รู้เรื่อง จังหวะหายใจสม่ำเสมอบ่งว่าเจ้าตัวน่าจะจมอยู่ในห้วงฝันเรียบร้อยแล้ว ปล่อยให้เขาใช้สิทธิ์ตำแหน่งพ่อบ้านลงมือจัดการปรณนิบัติพัดวีเต็มที่ ผมดำขลับที่เสยเรียบโชว์หน้าผากยามทำงานที่บริษัท บัดนี้ถูกปัดหล่นบังใบหน้าหล่อเหลาบางส่วนทำให้หน้าตาดูอ่อนเยาว์ลงมาก ไรหนวดออกสีเขียวเข้มให้สัมผัสสากมือกว่ายามเช้า แผงอกอุดมด้วยกล้ามเนื้อสมส่วนสมชายชาตรี ท่อนขายาวแกร่งมีขนปกคลุมบางเบาดูน่าหลงไหล...ดูภาพต่อหน้าก็พอจะเข้าใจว่า ทำไมชายหนุ่มถึงได้มีสาวๆโทรศัพท์ตามง้อไม่เว้นวัน

เหลือบมองช่วงกลางลำตัว ส่วนเดียวที่ยังมือเครื่องแต่งกายชิ้นน้อยปิดบังอยู่

...คิตตี้จริงๆด้วย...

ธณัติก้มหน้าลงใกล้ลายพิมพ์ สีสดใส พิจารณาลวดลายแมวน้อยน่ารักตรงกลาง เอี๊ยมชมพูตัดกับพื้นหลังสีครีม ดอกไม้ในมือปุยบานอวดกลีบสีเหลืองสด ด้านหลังปรากฏสายรุ้งพาดจากพื้นขึ้นถึงก้อนเมฆรูปร่างเหมือนขนมปุยฝ้ายน่า ทาน

...ยังคงเป็นของเขา...

ปากบางยิ้มอย่างภูมิใจ เขารักษาความลับที่เป็นของเขาคนเดียวไว้ได้ในที่สุด เขายังคงความเป็น ‘คนพิเศษ’ ของชวนันท์ไว้ได้ใช่ไหม?

ยื่นใบหน้าเข้าใกล้ ใช้แสงไฟสีส้มหัวเตียงเพียงดวงเดียวเพ่งพิศราวเด็กน้อยชื่นชมของเล่นส่วนตัว ประสาทสัมผัสเริ่มรับรู้ถึงกลิ่นอายของความเป็นชายเจือมากับอุณหภูมิอุ่น ร้อนของร่างกาย ธณัติกลืนน้ำลายเอื๊อกจนลูกกระเดือกเคลื่อนขึ้นลง รู้สึกว่าคอแห้งจนต้องแลบลิ้นเลียริมฝีปาก หัวใจเต้นถี่รัวกับความคิดที่ก่อเกิด

...อยาก...

...อยากได้ชวนันท์มาเป็นของตัวเองเหลือเกิน เขาอยากทำให้ชายหนุ่มที่นอนแผ่ไร้ความระแวดระวังนึ้ได้รับความสุขโดยที่เขาเป็นผู้มอบให้

...ทีนี้จะได้รู้กันไป ว่าเขาเหมาะจะเป็นฝ่ายกอดขนาดไหน…

กระหยิ่มยิ้มย่อง เรียวปากบางบรรจงมอบจุมพิตลงตรงใบหน้าของแม่แมวสาว ส่งผ่านความร้อนไปยังร่างกายใต้เนื้อผ้านุ่มลื่นนี้ นวดเฟ้นถุงอุ่นนุ่มด้านล่างอย่างเบามือ รู้สึกถึงการถอนหายใจหนักๆจากร่างข้างใต้ ลิ้นร้อนแลบไล้เลียผ้าจนเปียกชื้น สะโพกหนาแกร่งเริ่มขยับเข้าหาความสุขสมโดยที่เจ้าตัวยังไร้สติ จวบจนธณัติรู้สึกลิ้นแห้งผากเนื่องจากถูกเนื้อผ้าชั้นดีดูดซับน้ำลายไป จึงเลื่อนมือขึ้นเกี่ยวของยางยืดลง เปิดเผยเนื้อแท้ที่ปะทุอารมณ์แห่งเพศรสจนแข็งเกร็ง

ธณัติยกศีรษะขึ้นสูง ก้มลงมองภาพประติมากรรมด้านล่างอย่างภาคภูมิใจ ...งานศิลปะชั้นดีที่ถูกก่อร่างโดยเขา และถูกควบคุมความเป็นไปโดยตัวเขาอีกเช่นกัน…

กอบกุมท่อนเนื้อแข็งแกร่ง อย่างเบามือ เสียงครางฮือจากคนข้างล่างทำให้ยิ่งฮึกเหิม ธณัติอ้าปากกว้าง รับความปรารถนาแห่งอารมณ์เข้าสู่โพรงปากร้อนผ่าว ขยับลิ้นไล้เลียส่วนปลายฉาบฉวย ปากเม้มแน่นก่อนขยับศีรษะขึ้นลง มือจับรูดเน้นตามจังหวะ รู้สึกถึงแรงดีดจากสะโพกแกร่งที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิมจนต้องใช้มืออีกข้างกด ไว้ให้นิ่งอยู่กับที่ หากแรงขับดันมีมากเกินมือเดียวจะควบคุมไหว จึงตัดสินใจยกตัวขึ้นคร่อม สองเข่าวางแนบลำตัวหนา ท่อนแขนกดเอวร่างสูงไว้แน่น สะโพกมนยกขึ้นสูงเพื่อปรับให้ช่วงศีรษะได้จ่อมจมลงดูดดุนความเร่าร้อนอย่าง เมามัน

ไล้ลิ้นไปตามเส้นเลือดปูดโปน รู้สึกถึงแรงขับดันของชีพจร ธณัติมอบห้วงอารมณ์สุขสมให้ชวนันท์อย่างต่อเนื่อง กลิ่นอาย จังหวะการขยับ และอุณหภูมิที่แล่นขึ้นสูงทำให้รู้สึกอยากปลดปล่อยความทรมานของตนเอง มือผอมข้างหนึ่งละจากเอวหนาเข้ามอบความสุขแก่ร่างกายตัวเองแทน จังหวะการขยับของสองมือสอดคล้องกันไม่มีขัด ความพึงใจไต่ระดับขึ้นสูงเรื่อยๆ ความเร็วของสองมือก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่

“อื้อ!!” อุทานอย่างตกใจเมื่อจู่ๆ สัมผัสเย็นจากนิ้วแกร่งก็สอดเข้าร่องเนินเนื้ออย่างถือวิสาสะ กำลังจะผงกสีรษะขึ้นฝ่ามือหนาใหญ่ก็กดเขาไว้แน่นโดยไม่ทันให้เวลาตั้งตัว สะโพกข้างใต้สวนขึ้นลงอย่างบ้าคลั่งจนท่อนแขนผอมคุมไว้ไม่อยู่ แรงอัดเข้าช่องปากรุนแรงจนแสบจมูกน้ำตาเล็ด รู้ตัวว่าเสียท่าชวนันท์เสียแล้ว บัดนี้เขาถูกอีกฝ่ายควบคุมไว้ซะอยู่หมัด ความเสียวซ่านเพิ่มขึ้นจากนิ้วมือที่ควานลึกผสมกับลิ้นอุ่นร้อนที่กำลังไล่ เลียต้นขาขาว มือผอมที่กุมแก่นกายกระชับแน่นเร่งจังหวะหนักหน่วงให้ตัวเองอย่างรัญจวนใจ ปากครางอืออาทั้งที่ยังครอบครองความร้อนไว้ภายใน น้ำใสไหลเล็ดมุมปากเลอะคางหยดลงย้อมผิวเนื้อเบื้องล่างจนมันวาว

ธณัติหอบหนักหลับตาเพ่งสมาธิ ไปยังกายสัมผัส ความทรมานใกล้สิ้นสุด ทุกส่วนเร่งเร้าให้ไต่เต้าขึ้นสูงสู่สรวงสวรรค์ เขาปลดปล่อยจนเปรอะเปื้อนหน้าอกอุดมกล้ามเนื้อด้านล่างจนรู้สึกหมดแรง มือหนาที่กดศีรษะไว้สั่นเกร็งกดให้รับแก่นกายเข้าลึกกว่าเดิมจนสุดความยาว ความร้อนที่พุ่งฉีดสู่ลำคออย่างแรงจนสำลักไอ  เรี่ยวแรงทั้งตัวหายวาบ ร่างผอมทิ้งตัวลงนอนพังพาบนาบร่างกำยำ หอบหนักอย่างคนขาดอากาศหายใจ เหงื่อกาฬไหลพลั่กหยดผสมกับของคนข้างล่างจนเป็นเนื้อเดียวกัน

สัมผัสเหนอะหนะที่ช่วงสะโพก ทำให้รู้สึกไม่สบายตัวจนอยากลุกหนี พยายามจะพลิกตัวขึ้นก็พบว่าช่วงเอวถูกท่อนแขนรัดไว้แน่นเสียแล้ว นิ้วที่ควานลึกยังคงทำหน้าที่ต่อไปไม่หยุดหย่อน จากหนึ่งเพิ่มเป็นสอง จากสองเพิ่มเป็นสาม ธณัติครางฮืออย่างอึดอัดในท้องน้อย แก่นกายอ่อนนุ่มที่เพิ่งปลดปล่อยไปเริ่มเข็งร้อนขึ้นอีกครา เป็นเวลาไล่เลี่ยกับความแข็งเกร็งที่ผงาดเงื้อร้อนฉ่านนาบแก้มขาวของเขาอยู่ ตอนนี้

“อ๊ะ~!!” อุทานอย่างร่านร้อนเมื่อทั้งตัวถูกลากขึ้นสูงพร้อมกับลิ้นอุ่นหนาจาบจ้วง เข้ายังช่องทางด้านหลังที่มีนิ้วแกร่งคอยนำทาง เมื่อเลื่อนเข้าลึกขึ้น นิ้วก็สวนออกครูดยังจุดกระสันจนต้องกรีดร้องออกมา สองมือจิกสะโพกหนาไว้แน่นอย่างซาบซ่านในอารมณ์

พลั่ก!

เสียงหลังกระทบเตียงนุ่มดัง ลั่น รู้ตัวอีกทีธณัติก็ถูกกดคร่อมไว้ใต้ร่างกำยำของชวนันท์แล้ว นัยน์ตาตื่นๆสีน้ำตาลเข้มจ้องเข้าไปยังสีดำมืดดังท้องฟ้าไร้ดาวอย่างหลงไหล ปากบางถูกจูบรัวเหมือนนกจิกก่อนที่จะแนบสนิทสอดลิ้นเข้ารุกรานอย่างดูดดื่ม แก่นกายถูกมือหนากุมแน่นรูดลงเน้นๆจนตัวสั่นเกร็ง สองคนอลวนอยู่กับการแลกลิ้นเมามันดังการต่อสู้ของลูกผู้ชาย

เมื่อแยกจากกันได้ ร่างสูงก็ยืดตัวขึ้นสูง อุ้งมือทั้งสองกำรอบข้อเท้าบางแน่น จับแยกออกกว้างดันขึ้นแนบหน้าอกข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งยกขึ้นพาดบ่าหนา เผยส่วนน่าอายให้เชยชมเต็มที่จนธณัติหน้าแดงก่ำ สองมือพยายามเอื้อมลงล่างเพื่อปกปิดส่วนลับ แต่ก็กลับโดนมือหนายึดแน่นไว้ทั้งคู่

ธณัติกลืนน้ำลายลงคอที่แห้ง ผาก ความหวาดกลัวเริ่มรุมเร้า ใจหวนนึกถึงคืนก่อน วันที่ชวนันท์พยายามบุกรุกเข้ามา เจ็บปวดจนรู้สึกเหมือนตัวจะฉีกขาดออกจากกัน ทั้งๆที่อีกฝ่ายสอดใส่เข้ามาเพียงส่วนปลาย วันนี้ชายหนุ่มคงตั้งใจเดินหน้าจนจบแน่ๆ ...แล้วเขาจะทนไหวหรือ?

“หยุดแค่นี้...ได้มั้ย?” กระซิบถามเสียงสั่นกระเส่า ใจหนึ่งนึกอยากกัดลิ้นตัวเองที่ถามคำถามนั้นออกไป ถ้าหยุดตอนนี้ไม่ใช่แต่ชวนันท์เท่านั้นที่ทรมาน ตัวเขาเองก็คงค้างเติ่งเหมือนกัน แต่อีกใจก็กลัว...กลัวความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้น นัยน์ตาสองสบกัน ต่างฝ่ายต่างส่งสายตาเว้าวอน

“...คิดจะฆ่าฉันทั้งเป็นหรือ ไง?” เสียงที่ส่งมานั้นอ้อนขอความเมตตาจนเขาไม่อาจตอบปฏิเสธออกไปได้ ธณัติหลับตาปี๋ยอมรับชะตากรรมที่กำลังจะบังเกิด

“อา...” มือหนารูดเน้นแก่นกายของเขาแรงกว่าเดิม เร่งจังหวะอย่างไร้ความอดทนจะรออีกต่อไป เมื่อลืมตาขึ้นเห็นสายตาดำมืดที่จ้องมองมาอย่างเร่าร้อน ก็ต้องทนไม่ไหวหลับตาปี๋หลบหนีดังเดิม ธณัติอ้าปากกร็งค้าง ของเหลวขาวขุ่นฉีดพุ่งอย่างรุนแรงประสานกับเสียงครางกระเส่ายาวนาน

เมื่อลืมตามาเห็นนิ้วแกร่ง ปาดของเหลวเหนอะจากหน้าท้องเขาจนเกลี้ยง ลงมือขโลมแก่นกายจนเปียกแฉะ หน้าก็แดงก่ำไปจนถึงใบหู ธณัติใช้สองแขนยันตัวช่วงบนขึ้นดูท่อนเนื้อหนาใหญ่กำลังจ่อวนหน้าปากทางเข้า อย่างหวาดๆ อีกฝ่ายคงเข้าใจ มือหนาจึงดันช่วงอกจนต้องนอนแบ่บลงตามเดิมพร้อมปิดตาไว้แน่น

“อย่าเพิ่งมอง...นัท... ฉัน...สัญญา...จะไม่ทำให้เธอเจ็บ” สิ้นคำพูดก็รู้สึกถึงแรงดันเข้ายังปากทาง สิ่งแปลกปลอมร้อนฉ่าค่อยๆบุกรุกเข้ามาช้าๆ จากความโค้งมนขยายใหญ่ของส่วนปลาย ไล่ลึกทีละนิ้วๆ จนสุดความยาว ธณัติถอนหายใจยาวรู้สึกคับแน่นไปจนถึงท้องน้อย แต่น่าแปลกที่ไม่รู้สึกถึงความเจ็บเสียดแบบคืนนั้นเลยสักนิด...ชวนันท์รักษา สัญญาไว้ได้จริงๆ

ความแข็งแกร่งในร่างกายเริ่ม ขยับเข้าออกหลังจากที่รอให้เขาปรับตัวชั่วเวลาหนึ่ง ส่วนปลายครูดกับผนังภายในจนต้องร้องครางออกมา สองคนหอบหายใจรุนแรงสอดประสานเข้ากับจังหวะการขยับกายสม่ำเสมอ สองมือขาวเอื้อมสูงตระกองใบหน้าหล่อเหลาของชวนันท์ไว้หลวมๆ ตาสองคู่สบสื่อภาษาใจก่อนที่จะหลับพริ้มก้มลงแนบริมฝีปากแลกจุมพิตหวามหวาน ชวนันท์ดันสะโพกเข้าจนสุดฟังเสียงครางในริมฝีปากของตัวเองอย่างพึงพอใจ

“อ๊ะ...อา...ฮ้า!!!” เมื่อแยกจากกันได้ก็หยัดกายขึ้นสูงจับสองมือให้โอบรอบหลังลำคอแกร่งแน่น ดันสะโพกคลุกเคล้าฮึกเหิมจนธณัติร้องไม่เป็นภาษา

“เรียกชื่อฉัน นัท!” ชวนันท์กัดฟันอดทนต่อความคับแน่นที่รัดร่างกายอยู่ รู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต ปรารถนาอยากได้ยินธณัติเรียกชื่อเขาเหลือเกิน

“คุณ...อือ” ...ไม่ไหว...มันรุนแรงจนพูดไม่รู้เรื่อง ในหัวขาวโพลนไปหมด

“บัดซบ! เรียกชื่อฉัน นัท!” พูดพลางหอบหลางอย่างกราดเกรี้ยว เขากำลังจะไปถึงจุดสูงสุดแล้ว ขอสักครั้งที่อยากได้ยิน

“ฮ้า!!! ไม่...ไม่ไหว...คุณ” ยิ่งกรีดร้องมากกว่าเดิมเมื่อมือใหญ่ร้อนกอบกุมความปรารถนาขยับเน้นย้ำให้เสียวซ่านรุนแรง

“นัท...ขอร้อง...” สะโพกยันเข้าสุดก่อนถอยออกอย่างรวดเร็ว รู้สึกถึงการเกร็งกระตุกของร่างข้างใต้ ธณัติตัวสั่นเทิ้ม ปากหอบหาอากาศหายใจ ครางฟังไม่รู้เรื่อง ก่อนปลดปล่อยความร้อนออกมาจนสุดตัว แรงรัดของช่องทางด้านหลังมากขึ้นจนชวนันท์รู้สึกว่าร่างกายกำลังจะแตกสลาย เขาค้อมตัวลงแนบหน้าผากชื้นเหงื่อลงกับหน้าผากมนของอีกฝ่าย กระซิบแผ่วลอดไรฟัน “นัท...ขอ...ร้อง...”

“คุณ...คุณแน็ท!!!” ธณัติกรีดร้องลั่น เป็นเวลาเดียวกับที่ชวนันท์ปลดปล่อยอารมณ์ปรารถนาสู่ช่องทางคับแคบอย่างสุ -สม ยันสะโพกอีกสองสามทีจนหมดแรง ฟุบตัวลงแนบอกขาวหมดสติไป


+++++++++++++++++++++++++


...ทำไปจนได้...

ธณัตินอนตาค้างรองรับน้ำหนัก ร่างกายสูงใหญ่ที่ทั้งเมาทั้งเหนื่อยจนหมดสติไปแล้ว ตัวเขาเองก็เหนื่อยแสนเหนื่อยแต่ความตื่นตัวยังคงฝังอยู่ในอนุสติเพียบพร้อม จนไม่สามารถข่มตาลงหลับได้

เมื่อเรื่องทั้งหมดผ่านไป ความกังวลก็หวนกลับมาตีกระเจิงอีกครั้ง

ใช่...เขากังวล สำหรับเขา เซ็กส์ครั้งแรกนี้ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เขาคิดอย่างที่เคยพูดกับชวนันท์จริงๆ

...เรื่องอย่างนี้...มันควรจะเกิดจากความรัก

เขารักชวนันท์!

แต่กับอีกฝ่ายเล่า ถ้าเขาไม่เข้ามาขวางไว้ ชายหนุ่มก็คงสุขสมอารมณ์หมายกับหญิงสาวสวยเซ็กซี่คนนั้นได้ เรื่องอย่างนี้...สำหรับชวนันท์ ก็คงเป็นเพียงเกมส์สนุกๆที่ชายหนุ่มลงเล่นเท่านั้นเอง

...เรื่องคืนนี้ ชวนันท์จะจำได้รึเปล่ายังไม่รู้ด้วยซ้ำ...

ถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม มือผอมค่อยๆประคองร่างสูงให้ลงจากตัวเขา จัดท่านอนหงายให้สบายตัวก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นคลุมกาย เหลือบมองนาฬิกาแขวนก็ต้องตกใจว่าเป็นเวลาใกล้เช้าแล้ว

“อูย” ด้วยความที่รีบเกินไปทำให้สะเทือนถึงส่วนสะโพก ถึงเมื่อกี้จะไม่เจ็บ แต่ก็ร้าวระบบไปทั้งแผ่นหลัง ค่อยๆเปลี่ยนที่เดินลงจากเตียงได้ก็เดินเข้าห้องน้ำชำระล้างเนื้อตัว เตรียมตัวสำหรับวันใหม่โดยเร็ว

...

...

เสียงมือถือแผดลั่นห้องเวลา เดียวกับที่ธณัติเดินห่มผ้าเช็ดตัวออกมาจากห้องน้ำ ชายหนุ่มรีบวิ่งไปยังกระเป๋าโดยเร็วด้วยกลัวว่าเสียงดังนี้จะรบกวนการนอนของ ชายหนุ่มที่อยู่บนเตียง

“ฮัลโหล...”


+++++++++++++++++++++++++++++


“อูย~” แดดส่องหน้า ชวนันท์เพิ่งรู้สึกตัวก็ต้องกุมหัวที่ปวดตุบ เมื่อคืนท่าทางจะดื่มหนักเกินไป ถึงได้เมาค้างอย่างนี้ เมื่อเหลือบมองนาฬิกาก็ต้องตกใจว่าสายมากแล้ว ชายหนุ่มจึงเลิกผ้าห่มขึ้นเตรียมลุกไปอาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน แต่ก็ต้องชะงักกับสภาพเปลือยเปล่าของตนเอง

...เมื่อคืนมันสับสนไปหมด...เท่าที่จำได้ เขาพบกับหญิงสาวคนหนึ่งในผับ จากนั้นก็มาที่ห้องนี้ด้วยกัน

...แล้วทำไมในความทรงจำถึงมีแต่หน้าธณัติกับเสียงทุ้มพร่าร้องครางกระเส่าอยู่ข้างหู???

ความสบายกายที่รู้สึกนี้เป็นตัวยืนยันแน่นอนว่า เมื่อคืนเขาได้ปลดปล่อยไป แต่กลับไม่มีใครนอนอยู่ข้างกายในเวลานี้

ถ้าเป็นผู้หญิงส่วนมากก็จะต้องนอนรอจนกว่าเขาจะตื่นอยู่แล้ว ก็ในเมื่อมีโอกาสเรียกคะแนนแล้วจะโง่หนีกลับก่อนทำไม

แสดงว่าคนที่เขากอดเมื่อคืน น่าจะเป็นธณัติจริงๆ...แต่...เป็นธณัติได้ยังไงเล่า แล้วร่างผอมหายไปไหน ทั้งๆที่ปกติขี้เซาจะตาย

กวาดตามองสภาพห้องก็ต้องตกใจเมื่อกรงนกของเจ้าเจมส์หายไป

...หายไปทั้งธณัติ ทั้งเจมส์...

คำสัญญาหวนกลับมาในห้วงนึกคิด

‘…อย่าทำอย่างนี้อีก...เรื่องอย่างนี้...มันควรจะเกิดจากความรัก...’

‘...จำไว้นะ เมื่อไหร่ที่คุณทำผิดสัญญา ...อย่าหวังจะเจอหน้ากันอีกต่อไป...’

...เมื่อคืนเขาทำผิดสัญญา!!!


+++++++++++++++++++++++++++++++++++


ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูห้องดังเบาๆ ด้วยใจจดจ่อทำให้ชวนันท์ก้าวยาวๆไปยังหน้าประตูเปิดผางออกทันที

“นัทอยู่กับเธอรึเปล่า” เปิดมาไม่มองหน้าค่าตา กรอกคำถามรดร่างบางของโยรวดเร็วจนร่างบางถึงกับผงะถอยหลัง

“คุณพูดอะไร?” จากคำสั่งเรียกด่วนของท่านรองประธาน ตอนแรกคิดว่าจะถูกหาเรื่อง ...ตอนนี้ก็กำลังถูกหาเรื่องจริงๆ...ข้อมูลที่เขาได้มาเมื่อเช้าคงจะใช้ ประโยชน์ได้มากโขอยู่

“อย่ามาทำไก๋ นัทหนีไปอยู่กับเธอใช่มั้ย!” เมื่อเช้าเขารีบแต่งตัว บุกไปหาที่คอนโดของธณัติ เมื่อลองเคาะห้องดูก็ไร้เสียงเรียก ลงทุนบุกผู้ดูแลขอกุญแจเปิดดู สุดท้ายก็ไม่พบทั้งคนทั้งนกอยู่ในห้องเลย มาที่บริษัทสอบถามทางแผนกก็พบว่าธณัติไม่มาทำงาน จึงต้องเรียกเจ้าเด็กเปรตนี่มาคั้นความจริงโดยด่วน

“แล้วทำไมผมต้องบอกคุณเล่า พี่นัทอยากจะอยู่ไหนมันก็สิทธิ์ของเค้าไม่ใช่เหรอ” โยตอบอย่างยียวน

“...กางเกงใน” ชวนันท์กัดฟันกรอดผืนใจไม่ให้ออกหมัดชกโยจนขึ้นโรงพัก พูดลอดไรฟัน

“…ครับ??” โยขมวดคิ้วอย่างงงๆ

“เอากางเกงในของนัทไปหนึ่ง ตัว บอกมาว่านัทอยู่กับเธอรึเปล่า? เขาติดต่อเธอรึเปล่า?” โยยิ้มกว้างกับข้อแลกเปลี่ยน สิ่งที่รู้นี่ใช้ประโยชน์ได้เกินคาด

“พี่นัทไม่ได้อยู่กับผม แต่เมื่อเช้าเขาโทรหาผมบอกว่า...” เว้นช่วงนาน ตามีประกายระริกจ้องหน้าชวนันท์อย่างน่าหมั่นใส้

“ว่าอะไรเล่า บอกมาเร็วๆ!!” ชวนันท์ตะคอกถามอย่างใจร้อน

โยแบมือทำท่าขอ มุมปากยิ้มอย่างได้เปรียบ “กางเกงในสองตัวครับ”

“เออ!! สองตัว!! บอกมาซักที!!” ต้องท่องแผ่เมตตาในใจ ตราบใดที่เขายังไม่รู้ว่าธณัติอยู่ไหน เขาจะฆ่าเจ้าบ้านี่ไม่ได้

“พี่นัทกลับบ้านครับ เขาฝากให้ส่งใบลากิจให้ แต่ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าบ้านพี่นัทอยู่ที่ไหน” โยยังพูดไม่จบ ชวนันท์ก็วิ่งสวนออกประตูไปแล้ว

“แอน!! เลื่อนประชุมให้หมด ฉันลางานสองวัน!!!”

ได้ยินเพียงเสียงตะโกนสั่งเลขาไกลๆ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++
มาต่อให้แล้วนะคับ  :o8: :o8:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ uknowvry

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4438
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-6
 :laugh:
สองตัว...คุ้มมั้ยเนี่ย
555555555555555

ออฟไลน์ sin_no

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 318
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-1
กกน. กางเกงใน ใส่แล้วมีพลังภายใน

 :m1: :m1:

totoken

  • บุคคลทั่วไป
ชอบเรื่องแนวนี้อ่ะ ชอบมากๆ เลย จะติดตามผลงานเรื่อยๆ นะครับ รีบๆ ปั่นนะครับ อยากอ่านต่อ  :m13:

Ackee

  • บุคคลทั่วไป
ไอ้เราก็นึกว่ารีบขับมอไซออกไปเพราะหึงหวง
ที่ไหนได้ไม่อยากให้ใครเห็น "คิตตี้" ของพระเอก     :laugh:

lettus_live

  • บุคคลทั่วไป
 :c5:  อยากอ่านตอนต่อไปแล้วงะรีบๆๆมาต่อนะจ้า :oni2: :oni2: อยากอ่านสุดๆเลย o13

anna1234

  • บุคคลทั่วไป
คิดถึงจังยังไม่ได้อ่านเลย :angry2:เด่ยวไปฆ่าไอ้swisscomก่อนเด่ยวกลับมาอ่าน

ltahset

  • บุคคลทั่วไป

modi

  • บุคคลทั่วไป
เหอๆ ของแลกเปลี่ยนก็..นะ

ว่าแต่สองตัวมันจะพอเร้อ

peggykung

  • บุคคลทั่วไป
 :m29:  ของแลกเปลี่ยนนี่สุดยอดจิง ว่าแต่เอาตัวซักแล้วหรือยังไม่ได้ซักหว่า
ยังไงก้อมาต่อเร็วๆนะงับ หนุกดีชอบๆ :pig4:

VitamiN

  • บุคคลทั่วไป
 :m1:
กรี๊ดดดดด
ชอบมั๊กมากกกกกกกกกกกกกกกกก :o8:

ฮากระจาย  นั่งบิดไปบิดมา ทุบโต๊ะ อายแทน แต่ละคน :laugh:

มาต่อนะค้า :oni1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด