[เรื่องสั้น]............(ตอนจบ)............จนวันสุดท้าย p.3 [9/06/13] [22.46]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [เรื่องสั้น]............(ตอนจบ)............จนวันสุดท้าย p.3 [9/06/13] [22.46]  (อ่าน 45646 ครั้ง)

ออฟไลน์ 403

  • 4 0 3 Forbidden
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 301
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-2
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



จนวันสุดท้าย


          ปิ๊ด ปิ๊ด ปิ๊ด!

          เสียงนกหวีดดังขึ้น เสียงวิ่งกรูตามมา ปิดท้ายด้วยเสียงตะคอกผ่านโทรโข่งว่า...

          “ทั้งหมดเข้าระเบียบ!”

          ไม่มีเสียงร้องขาน ได้ยินแต่เสียงพรึบพรับ ผมไม่ได้ลืมตามอง แต่เดาได้ว่าคงเป็นอาการสะบัดมือสะบัดแขนพร้อมกันแรงๆของคนหลายๆคน...เดาว่านะ…ตอนนี้คิ้วของผมกระตุกนิดๆ เสียงตะคอกผ่านโทรโข่งดังขึ้นไม่ขาดสาย และเสียงนั่น...กำลังรบกวนการงีบหลับของผม

          “ไอ้โอ้ตื่นเลยสัด เด็กปีหนึ่งมาแล้ว” ไอ้ยู...เพื่อนผม มันใช้ศอกกระทุ้งสีข้างของผมเบาๆ แม้จะอยากนอนต่อ แต่ด้วยความรำคาญเลยต้องเงยหน้าจากโต๊ะม้าหิน

          “จริงๆมึงไม่ต้องลากกูมาก็ได้นะ” ผมว่าเสียงเนือยๆพลางบิดขี้เกียจ เหตุผลของมันที่มานั่งดูเด็กปีหนึ่งทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ของปีห้าคือ...

          “มึงไม่อยากได้คนช่วยตัดโมเดลเหรอวะ”

          ผมส่ายหัวอย่างระอา ขี้เกียจพูด เพราะพูดไปเป็นพันล้านรอบแล้ว แม้ว่างานจะล้นมือก็จริง แต่ในเมื่อมันเป็นงานของผม ผมอยากทำด้วยตัวเองมากกว่า

          “ถุย อย่าให้กูเห็นว่าปลายเทอมมึงต้องวิ่งแจ้นหาคนช่วยงานนะ”

          ไอ้ยูว่าไล่หลังเมื่อมันเห็นผมเสหลบมองไปตรงลานรับน้อง ผมไม่ได้สนใจ เอาแต่มองหน้าเด็กปีหนึ่งแต่ละคนแล้วอ่านชื่อจากป้ายที่แขวนอยู่ตรงคอไปด้วย พยายามจำชื่อกับหน้าให้ได้มากที่สุด แต่เห็นทีจะยาก เว้นแต่ว่า...

          “เฮ้ย มองตาค้างเลยนะมึง” ไอ้ยูเอาศอกสะกิดผมอีกรอบ ผมกะพริบตาปริบๆ แต่ไม่ได้ละสายตาจากจุดที่มองอยู่

          “ชื่ออะไรวะ...อ้อ น้องเมือง กูถามจริง” ไอ้ยูขึ้นเสียงสูงตอนท้าย ตกใจเสียเต็มประดาเมื่อเห็นว่าผมมองน้องคนนั้น

          “เฮ้ย บ้า กูก็แค่มอง ไม่ได้คิดจะจีบหรือสนใจอะไรสักหน่อย” ผมว่า บ่ายเบี่ยงไปเรื่อย แต่ในใจนี่คิดไปถึงไหนต่อไหน

          “ถามจริง”

          “เออ”

          “ดีแล้ว กูไม่อยากให้มึงยุ่งกับเด็กคนนั้น” ไอ้ยูว่าเสียงเครียด หรือบางที...มันอาจจะสนใจน้องเมืองเหมือนกันกับผม

          “มึงชอบน้องเขาเหรอ” ผมถามลองใจ

          “พ่อมึงเถอะ ยับเยินขนาดนั้นกูกระเดือกไม่ลง” ไอ้ยูว่า แสดงสีหน้าโมโหแบบไม่ปิดบัง

          “เลวร้ายขนาดนั้นเลย” ผมถามอีกรอบ คนข้างตัวผมจ้องเขม็งไปยังคนที่นั่งก้มหน้าอยู่ในแถว

          “น้องเมือง...หรือน้องเมือกที่ใครๆเขาเรียกกัน” มันพูดแล้วหันหน้ามามองผมช้าๆ

          “มึงดูๆไปเดี๋ยวก็รู้เอง”

...
   
          ผมสลัดคำพูดของไอ้ยูออกจากหัว เพิ่งจะได้เจอ เพิ่งจะรู้จักกันวันนี้ มันจะรู้ดีไปกว่าผมได้ยังไง อีกอย่าง ท่าทางเรียบร้อยนั่น ไม่มีทางที่จะเป็นคนเลวร้ายอย่างที่ใครเขาบอกกันแน่ๆ

          ‘น้องเขาทำอะไรวะ’

          ‘กูไม่อยากพูด เพราะไม่มีหลักฐาน’


          พอผมถาม...ไอ้ยูมันก็เอาแต่พูดแบบนี้ แล้วบอกให้ผมอยู่ห่างๆน้องเมืองไว้ แต่ผม...คงทำไม่ได้

          “น้องครับ” ผมเรียกให้คนที่เดินผ่านหยุดฝีเท้า เจ้าตัวหยุดจริง แต่ไม่ได้หันมามอง เอาแต่ก้มหน้างุด ขนาดก้มหน้ายังน่ามองขนาดนี้ ถ้าได้เห็นเต็มตาจะน่ารักขนาดไหนนะ

          ผมสาวเท้าเข้าไปหา เห็นเจ้าตัวสะดุ้งตอนที่ได้ยินเสียงเดิน...หันมา...หันมามองหน้ากันหน่อยได้ไหม

          หมับ!

          ผมรีบคว้าข้อมือขาวเอาไว้เมื่อเห็นว่าน้องทำท่าว่าจะวิ่งหนี ผมตกใจในอาการดิ้นรนนั่น หรือว่า...น้องเขาคิดว่าผมจะมาลวนลามเขา เพราะที่ตรงนี้มันเปลี่ยวใช่ย่อย แถมท้องฟ้าก็มืดแล้วอีกต่างหาก

          “น้องครับ พี่ไม่ได้จะมาทำอะไร แค่เห็นว่ามันมืดมากแล้ว พี่จะพาไปส่งบ้านเท่านั้นเอง” ผมบอก น้องเมืองหยุดการกระทำ แต่ยังคงขืนแรงเพื่อที่จะให้ข้อมือของตัวเองหลุดจากการจับกุมของผม

          “มะ...ไม่เป็นไรครับ ปล่อยผมเถอะครับ” น้องพูด ผมยิ้มตามกับเสียงนุ่มๆนั่น...น่ารักชะมัด

          “รู้รึเปล่าว่าพี่เป็นรุ่นพี่ปีห้า ถ้าไม่ทำตามคำสั่งพรุ่งนี้จะเจออะไรบ้าง” ผมแกล้งว่าเสียงดุ น้องหยุดการกระทำทั้งหมดทันที เขาเอาแต่ยืนก้มหน้านิ่ง ผมรู้สึกสงสาร แต่ช่วยไม่ได้ ต้องวิธีนี้เท่านั้นถึงจะหายดื้อ

          “กลับบ้านกัน พี่ไปส่ง” ผมบอกแล้วถือวิสาสะเดินจูงมือน้องเสียเลย เจ้าตัวก็เดินตามผมต้อยๆอย่างเชื่อฟัง

...


          ผมจอดรถใต้หอของน้องเมือง ตลอดทางน้องเอาแต่นั่งก้มหน้า และจะไม่พูดอะไรออกมาถ้าผมไม่ได้ถามก่อน

          โครก...

          “หิวเหรอ” ผมยิ้มขำแล้วลอบมองเสี้ยวหน้าของคนที่พยักหน้าตอบน้อยๆอย่างเอ็นดู จะเอื้อมมือไปปลดสายรัดออกให้ พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นสมุดล่าลายเซ็นรุ่นพี่ที่อยู่ในมือของน้อง

          ผมเปลี่ยนเป้าหมาย แทนที่จะปลดสายรัด กลับกลายเป็นว่ามือของผมกำลังยื้อแย่งสมุดดังกล่าว...เมื่อแย่งมาได้ ผมกลับต้องขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเปิดสมุดแล้วเจอแต่กระดาษโล่งๆ

          “ทำไมไม่มีลายเซ็นใครเลยล่ะเมือง แสดงว่าวันนี้เราก็ไม่ได้ทานข้าวทั้งวันเลยนะสิ” ผมว่า...ตอนที่นั่งดูการรับน้องวันนี้ ผมจำคำสั่งของปีสองที่ทำหน้าที่นำกิจกรรมได้

          ...ใครที่รุ่นพี่เซ็นให้ไม่ถึงสิบ วันนี้ไม่ต้องกินข้าว...

          ผมมองน้องที่นั่งน้ำตาซึม มือที่วางอยู่บนตักกำเข้าหากันแน่น ผมหยิบปากกาที่วางอยู่หน้ารถ แล้วเขียนชื่อของผมลงไปในสมุดเล่มนั้น...สิบครั้ง...

          ‘พี่โอ้...โอฬาร’

...

          ผมหยิบมือถือที่แผดเสียงขึ้นมา เบอร์ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอเป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นตา ตอนแรก...ผมกะว่าจะกดตัดสาย เพราะตอนนี้ผมยุ่งกับการเขียนแบบอยู่ แต่เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อวานขึ้นมาได้...

          ‘พี่โอ้ จะให้ผมทำอะไรครับ’ น้องถามเสียงเบาอย่างกล้าๆกลัวๆ

          ‘หมายถึงอะไร’

          ‘พี่เซ็นให้ผม จะให้ผมทำอะไรครับ’

          ‘อยากไปทำท่าทางบ้าๆ หรือตะโกนกลางโรงอาหารไหมล่ะ’

          คนตัวเล็กกว่าส่ายหัวหวือ แน่ล่ะ ท่าทางเรียบร้อยแบบนี้ คงไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นได้แน่

          ‘สิ่งที่พี่จะให้ทำมันง่ายมาก เมืองแค่...เงยหน้า เวลาคุยกับพี่ แล้วก็โทรหาพี่ตอนเที่ยง’

          น้องพยักหน้ารัว แล้วเงยหน้าขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย

          ‘อ้อ...คอนโดของพี่อยู่ตรงข้ามหอเรา ตอนเช้าเราต้องลงมารอ จะได้ไปพร้อมกัน รวมถึงตอนเย็น ถ้าเรียนเสร็จก่อนก็ต้องนั่งรอพี่ที่คณะ ทำได้ไหม’


          และผมคงไม่ต้องบอก ว่าน้องเชื่อฟังขนาดไหน...

          “สวัสดีครับ” ผมกรอกเสียงลงไปตอนที่กดรับ คนปลายสายนิ่งเงียบไปสักพักจึงตอบกลับมาเสียงเบา

          “พะ...พี่โอ้ เมืองโทรมาแล้วนะครับ”

          เท่านั้น...เท่านั้นจริงๆ แล้วน้องก็กดตัดสายไป...แทนที่ผมจะโกรธเพราะโดนตัดสายใส่ แต่ผมกลับยิ้ม...ผมคงบ้าไปแล้วแน่ๆ

...

          “พี่โอ้ทานข้าวเที่ยงแล้วรึยังครับ” จากประโยคทักทายธรรมดา กลับกลายเป็นประโยคถามไถ่สารทุกข์สุขดิบแทน ผมเริ่มมีความสุข...กับการรอคอยโทรศัพท์ทุกพักกลางวัน

          “ยังครับ...พี่อยากทานข้าวกับเมือง” ผมบอกความรู้สึกออกไปไม่ปิดบัง

          “ตอนเย็นนะ” เมืองตอบกลับมา น้ำเสียงน่ารักนั่นทำให้ผมอิ่มเอม วันนี้ไม่ต้องกินข้าวเที่ยงเลยก็ยังได้

          “เย็นนี้เมืองจะทำอะไรให้พี่ทานครับ” ผมถาม หลายเดือนที่ผ่านมา...เราสนิทกันมากขึ้น เมืองเลยมักจะมาทำอาหารเย็นที่คอนโดให้ผมทานบ่อยๆ บางทีก็มาช่วยงาน บางทีก็มาดูหนังด้วยกันบ้าง...ยิ่งได้อยู่ใกล้กัน ผมยิ่งมองเห็นว่าเมืองน่ารักขึ้นทุกวัน

          “พี่โอ้อยากทานอะไร เมืองทำให้หมดเลย”

          “ถ้าอย่างนั้น ก่อนกลับเราแวะซื้อของที่ซุปเปอร์กันแล้วค่อยคิดดีไหม” ผมบอก ยิ้มรับกับคำตอบก่อนจะวางสายเมื่ออีกคนต้องเข้าเรียนช่วงบ่าย...ผมเองแทบจะรอให้ถึงเย็นนี้ไม่ไหวแล้ว 
   
...

          “ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอวะไอ้โอ้” ยูทักผมตอนที่มันเดินลงมาจากตึก ผมส่ายหัวตอบ แล้วมองไปที่ทางลงบันได อีกประมาณสิบห้านาที เมืองถึงจะลงมา...

          “สองสามเดือนมานี้มึงดูแปลกไปนะ ปกติเลิกเรียนทีไรรีบชิงกลับก่อนตลอดนี่หว่า” มันว่า ก่อนที่จะเดินหนีไปขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ของมัน...ไอ้ยูยังไม่รู้เรื่องของผม...กับน้องเมือง

          ทันทีที่ยูออกไป คนที่ผมรอก็ลงมาพอดี เรื่องที่ชอบเดินก้มหน้าของเมือง ทำยังไงก็คงแก้ไม่หาย คงมีแต่ช่วงเวลาที่อยู่กับผมคนเดียวเท่านั้น เมืองถึงจะยอมเงยหน้า

          น้องเงยหน้ามองมายังผม เพราะผมโทรบอกแล้วว่าจะมานั่งรอตรงไหน พอเห็นปุ๊บ เมืองก็อมยิ้มน้อยๆ แล้วรีบเดินเข้ามาหาผมทันที แต่ด้วยความรีบ ทำให้ขาดความระมัดระวัง ร่างเล็กๆนั่นชนกับใครคนหนึ่งที่เดินลงมาพร้อมกันเข้า...เดาว่าคงเป็นเด็กปีหนึ่งเหมือนกัน และก่อนที่ผมจะได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น เด็กปีหนึ่งคนที่ว่าก็ถีบเมืองจนเจ้าตัวล้มไปนอนกองที่พื้น

          พลั่ก!

          “มึงกล้าถูกตัวกูเหรอไอ้เมือก แม่งเอ้ย เสนียด สกปรกชิบหาย!”

          “พวกคุณ!” ผมตะโกนออกไป เมื่อเห็นว่าเด็กปีหนึ่งเกือบทั้งหมดจะเข้ามารุมทำร้ายน้อง คนพวกนั้นชะงัก ก่อนจะพากันถอยกรูดเมื่อเห็นว่าผมเป็นรุ่นพี่

          ผมค่อยๆประคองร่างของเมืองขึ้นจากพื้น เจ้าตัวแข็งขืน พยายามจะสะบัดตัวผมออก...

          “เมือง! อย่าดื้อกับพี่” ผมบอกแล้วจับร่างของน้องไว้แน่น

          “ไปทำแผลก่อนนะ” ผมลดเสียงลง จับข้อศอกพลิกดูรอยถลอกที่ลากเป็นทางยาว

          “พี่โอ้...ฮึก...ไม่รังเกียจเมืองเหรอ” น้องว่าปนเสียงสะอื้น

          “โง่น่า...พี่จะรังเกียจเราได้ยังไง” ผมว่าพลางคว้าตัวน้องมากอดเอาไว้แน่น ไม่อายสายตาของใครต่อใครที่มองมาทั้งนั้น

...


Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-06-2013 22:45:54 โดย 403 »

ออฟไลน์ Lovecartoon1996

  • ชอบกินมาม่า
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 385
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-2
    • -
ทำไมเมืองถึงถูกเรียกว่าอย่างน้านนนนนนนนนนนนน
(เดาว่าน้องเหมือก=เด็กที่เต็มไปด้วยน้ำขาวขุ่น อะจื๋ยยยย :katai5:)

รอตอนต่อไปจ้าคนเขียนสู้ๆ :mew1:

ออฟไลน์ Poes

  • คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต
  • Administrator
  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 11343
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2404/-22
ค้างอะ แล้วงัยต่อ  :ling1:

ออฟไลน์ 403

  • 4 0 3 Forbidden
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 301
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-2

          “ไอ้โอ้ มึงต้องอธิบายเรื่องนี้กับกู...กูบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ายุ่งกับเด็กที่ชื่อเมืองนั่น!” ยูตะโกนใส่ผมเสียงดัง พร้อมกับปารูปแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะของผม...มันเป็นรูปของผมกับเมืองยืนกอดกัน...เมื่อวานนี้   

          “ทำไมวะ” ผมถามกลับ ไม่ค่อยพอใจกับอคติของเพื่อนมากนัก มันคงฟังข่าวลือมากเกินไป...จริงอยู่...ผมเองก็เคยได้ยินข่าวลือเรื่องของเมือง แต่ผมไม่เห็นจะสัมผัสได้กับนิสัยอย่างว่าเลยสักนิด เมืองจะเรียบร้อย และน่ารักเสมอเวลาอยู่กับผม

          “ถ้าไม่มีหลักฐาน พูดอะไรมากูไม่เชื่อหรอกนะ” ผมพูดดักคอไอ้ยูเอาไว้ก่อน

          “ได้...ถ้าอย่างนั้นมึงดูนี่”

          ยูหยิบเอาโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าออกมา ทำอะไรกับเครื่องสักพักก่อนจะยื่นให้ ผมทำสีหน้าที่อธิบายไม่ถูก เมื่อเห็นว่ามันเอาคลิปอะไรให้ผมดู

          ผมเพ่งมองคนสองคนที่กำลังร่วมรักกันในคลิป ผมเงยหน้ามองไอ้ยู...เมื่อเห็นว่าหนึ่งในนั้นเป็นมัน ก่อนจะก้มลงมองดูอีกคนที่โดนกระทำ รู้สึกว่าใบหน้านั่น...เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

          ...อะ..อ้า...อือ...แรงๆเลยพี่... 

          ผมเบิกตาโพลง หน้าที่รู้สึกคุ้น บวกกับเสียงที่ได้ยิน คนที่ผมนึกฝันถึงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน...จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก...น้องเมือง

   
          ผมไม่เข้าใจ และไม่อยากยอมรับ...ทุกอย่างมันกำลังไปได้สวย ถ้าผมไม่ได้มารับรู้ความจริงเข้าเสียก่อน...ไม่เป็นไร เรื่องนั้นมันอาจจะเป็นอดีตของเมือง ทุกคนเคยมีอดีต และอาจจะทำผิดพลาดกันได้ มันเป็นเรื่องธรรมดา

          ผมหันหลังกลับไปนั่งรอเมืองที่โต๊ะม้าหินตัวเก่ง ตอนแรก...ผมยอมรับว่าตัวเองรับไม่ได้ เลยอยากหลบหน้าน้องสักระยะ แต่ท้ายที่สุดแล้ว ด้วยเหตุผลอะไรผมก็ไม่สามารถบอกได้...ผม...กลับมานั่งรอน้องตามเดิม

          ‘กูนอนกับเด็กนี่เมื่อปีที่แล้ว มึงต้องได้เห็นตอนที่มันเดินร่านไปทั่วในผับ...ไม่ใช่แค่กูหรอกนะที่ได้เอามัน คลิปในเน็ตที่มันเอากับผู้ชายมีอีกเป็นร้อย...’

          ตอนนั้นที่ได้ฟังไอ้ยูเล่า ผมแทบจะยั้งหมัดเอาไว้ไม่อยู่ ไม่ว่ายังไง ผมก็ไม่สามารถจินตนาการภาพน้องในทางแบบนั้นได้เลย

          ‘กูเพิ่งจะมาเห็นมันอีกครั้งตอนรับน้องนี่แหล่ะ ไม่น่ามาเป็นรุ่นน้องกูเลย เสนียดฉิบหาย อ้อ...แล้วไม่ต้องให้กูสาธยายนะว่าทำไมคนในคณะถึงเรียกมันว่าน้องเมือก เพราะมันชอบกินน้ำเมือกลื่นๆคาวๆยังไงล่ะ...’

          ‘ไอ้ยู!’

          ‘ตาสว่างสักทีเถอะมึง กูเตือนด้วยความหวังดี...’


          ผมถอนหายใจ ร่างกายและจิตใจรู้สึกเหนื่อยล้าที่ต้องมารับรู้เรื่องพวกนี้

          “พะ...พี่โอ้” ได้ยินเสียงน้องเรียกเบาๆ ผมจึงเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มให้เหมือนปกติ...แต่สิ่งที่ไม่ปกติคือ...รอยยิ้มที่ผมมีให้ มันไม่ได้ยิ้มออกมาจากใจอีกต่อไปแล้ว

...

          ผมจ้องมองจอทีวี แต่ภาพไม่ได้ซึบซับเข้าหัวสมองผมเลยแม้แต่น้อย เสียงหั่นผักที่อยู่ในครัว เมื่อก่อน...ผมเคยชอบมันมาก แต่ตอนนี้ มันกลับทำให้ผมรู้สึกรำคาญ

          “พี่โอ้...วันนี้เมืองเขียนเรือนไทยได้เอด้วยนะ” น้องพูดพร้อมกับยิ้มให้ผม แต่ผมกลับกระตุกยิ้มให้น้อยๆ

          เมื่อก่อน ผมต้องชวนน้องคุย น้องถึงจะพูด แต่ตอนนี้กลับกัน เมืองต้องเป็นคนเริ่มพูดก่อน แล้วผมถึงจะยอมปริปาก...และเหมือนเจ้าตัว ก็จับความผิดปกตินี้ได้

          “พี่โอ้...ไม่สบายเหรอครับ” น้องว่าพลางก้มหน้าลง ก้มหน้า...เหมือนที่เคยเจอกันในวันแรก

          “ถะ...ถ้ารำคาญ เมืองกลับก่อนนะ” เจ้าตัวพูดแล้วรีบลนลานเก็บสัมภาระ ก่อนจะเดินออกไป...ผมนอนนิ่ง ไม่ได้บอกลา ไม่ได้เดินไปส่งที่หอของน้องเหมือนที่เคย...เพราะตอนนี้ผมรู้สึกว่า...ใจของผม มันกำลังเปลี่ยนไป

...


          “ไอ้โอ้ วันนี้ไปแดกเหล้าไหม” ไอ้ยูเดินมาชวนผมที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะมาหิน มองไปด้านหลังของมันก็เห็นกลุ่มเพื่อนอีกเจ็ดแปดคนยืนรออยู่

          ผมมองไปยังบันไดอาคาร เด็กปีหนึ่งที่เรียนเสร็จแล้วค่อยๆพากันทยอยลงมา และสักพัก เมืองก็คงเดินลงมา…

          “นี่มึงยังไม่เลิกยุ่งกับไอ้เด็กเหี้ยนั่นอีกเหรอ” ไอ้ยูว่า และยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรไปมากกว่านั้น เมืองก็เดินลงมาพอดี...ยิ้มให้ผม แบบที่เคยทำ แล้วก็ยิ้มให้ไอ้ยู...แต่สีหน้าบึ้งตึงของไอ้ยู ทำให้น้องกลัว และก้มหน้าลงตามเดิม

          “สะ...สวัสดีครับ” เมืองยกมือไหว้ทั้งๆที่ก้มหน้าอยู่อย่างนั้น ไอ้ยูทำท่ารังเกียจ ก่อนจะเดินหนีไปสมทบกับกลุ่มเพื่อน

          “วันนี้...พี่ไม่ไปส่งเรานะ” ทันทีที่ผมพูดจบ น้องก็เงยหน้ามองผมฉับพลัน นัยน์ตาใสแวววาวกว่าเดิมเมื่อน้ำตามันรื้นขึ้นมา

          “ไม่เป็นไรครับ...” น้องก้มหน้าลงตามเดิม ผมถอนหายใจ ไม่ได้รู้สึกเอ็นดูกับการกระทำของคนตรงหน้าอีกแล้ว...ความรู้สึกรำคาญ...มันเข้ามาแทนที่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

          “พี่โอ้...!” น้องคว้ามือเข้ากับชายเสื้อของผม ผมหันกลับไปมอง...เมื่อไหร่มันจะจบลงสักที...

          “ถ้า...พี่ได้ยิน...ได้เห็นอะไรมา...พี่อย่าเชื่อเขานะ...พี่อย่าเชื่อเรื่องพวกนั้น...เมืองที่เป็นแบบนี้...มีแค่เมืองคนเดียว...ไม่มีคนอื่นอีกแล้ว...ถึงมีอีก...คนนั้นๆก็ไม่ใช่เมือง...ฮึก...พี่โอ้ต้องเชื่อเมืองนะ”

          ผมหันไปมองน้องตรงๆ ใบหน้าที่ก้มลง ทำให้ผมเห็นเพียงน้ำตาที่หยดลงบนพื้น ผมโอบร่างของน้องเข้ามากอด...และนั่น อาจเป็นครั้งสุดท้าย ที่ผมได้มอบอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นให้กับเมือง...

...

          ผมดื่มเหล้า และดื่มไปมาก...เพื่อให้ลืมภาพของเมือง...กับไอ้ยู...หรือกับผู้ชายหลายๆคนที่ยูมันอ้างขึ้นมา แต่ยิ่งดื่ม ผมก็ยิ่งจำ และใจมันก็เจ็บปวดทุกครั้ง ที่นึกถึงขึ้นมาได้

          ...คนหลอกลวง...

          ผมเกลียด...เกลียดคนแบบนี้ ต่อหน้าผม...เมืองอาจทำตัวเป็นคนใสซื่อ...แต่ลับหลัง เมืองแอบไปทำอะไรที่ไหน...ผมไม่อาจสามารถรับรู้ได้เลย

          “ไอ้โอ้ กูเจอเด็กมึงในห้องน้ำ รีบไปดูเลยสัด จะได้ตาสว่างสักที!” ไอ้ยูกับเพื่อนอีกสองคนเดินมาหิ้วปีกผม ผมงุนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะเริ่มเข้าใจ ว่าพวกมันหมายถึงอะไร…

          “อะ...อืม...แฮ่ก...เข้ามา...เข้ามาลึกกว่านี้...” เรียวขาขาวเกี่ยวกระหวัดอยู่ที่บั้นเอวของชายฉกรรจ์...ไม่ใช่แค่คนเดียว...แต่มีถึงสามคน...ที่รุมล้อมร่างที่ผมคุ้นเคยนั่น

          ผมค่อยๆทรุดตัวลงช้าๆ เมื่อคนที่ว่าส่งสายตามาแล้วยิ้มยั่วให้ผม เหมือนไม่ใช่คนๆเดียวกันกับที่ผมเคยรู้จัก...ตอนนี้ในหัวมันตีรวน มีแต่คำถาม...ว่าทำไม

          ...ทำไมต้องเป็นเมืองด้วย...

...
   
          หลังจากดื่มเสร็จ...ผมขับรถกลับคอนโดด้วยจิตใจที่ว่างเปล่า จะโทษเมืองคนเดียวคงไม่ได้ ต้องโทษตัวเองด้วย...ที่ไม่ยอมฟังคำเตือนของใคร

          ผมเปิดประตูเข้าไปในห้อง คลำหาสวิตช์ไฟ แสงที่สว่างวาบฉายร่างของใครบางคนที่นอนฟุบอยู่บนโต๊ะทานข้าว ผมขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะเดินไปวางพวกกุญแจลงบนโต๊ะให้เกิดเสียงดัง คนที่นอนอยู่จะได้รู้สึกตัว

          “อะ...พี่โอ้กลับมาแล้วเหรอครับ” เขาบอกพร้อมกับทำท่างัวเงีย เหมือนเพิ่งตื่นอย่างไงอย่างนั้น...แสดงละครเก่งจริงนะ

          “เราก็กลับมาเร็วเหมือนกันนี่” ผมมองท่าทีเอียงคออย่างงุนงงนั่น คงจะทำให้ดูน่ารักน่าเอ็นดูสินะ แต่เสียใจด้วย ผมไม่ใช่ไอ้โง่เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

          “พี่โอ้หิวไหม...เมืองทำอาหารไว้รอ เดี๋ยวเมืองไปอุ่นให้นะ” เมืองบอก ลุกขึ้นยืนและกำลังจะผละไปทางครัว แต่ผมคว้าข้อมือเอาไว้ก่อน

          “พอสักที!” ร่างของรุ่นน้องสะดุ้งสุดตัวกับเสียงของผม ก่อนจะหันมามองช้าๆด้วยใบหน้าที่ขาวซีดราวกับกระดาษ

          “พี่...โอ้”

          “เลิกแกล้งแสดงละครเป็นคนเรียบร้อยใสสื่อไร้เดียงสาได้แล้ว กูรำคาญ!” ผมตวาดแล้วผลักตัวของเมืองออกไปทางประตู

          “พี่โอ้เป็นอะ...”

          “หึ...กูรู้เรื่องหมดแล้ว ฉายาน้องเมือกของมึงน่ะ”

          “พี่โอ้ นั่นไม่ใช่เมือง นั่นพี่...”

          “ต้องให้ไล่ยังไงถึงจะไป! อ้อ หรือต้องให้กูสงเคราะห์ก่อน สามคนวันนี้คงไม่พอสำหรับมึงสินะ” ผมพูดเสียงขรมพร้อมกับกระชากร่างที่ถอยกรูดเข้าหาตัว ตอนนี้ผมมีอารมณ์โกรธมากกว่าอารมณ์ใคร่...เพราะฉะนั้นรสรักที่ผมจะมอบให้กับเมืองในวันนี้...มันต้องจำไปจนวันตาย!

          “อย่าครับพี่โอ้!”

          “หยุดดีดดิ้นได้แล้ว กูรู้ว่ามึงชอบ” ผมว่าก่อนจะก้มลงจาบจ้วงริมฝีปากของคนด้านล่าง พร้อมกับดึงทึ้งเสื้อออกจากตัวจนขาดวิ่นไม่มีชิ้นดี

          เมืองผลักไสเบี่ยงหน้าหลบผมเต็มที่...แน่ล่ะ แค่ผมจะจับมือหรือจะหอมแก้ม เมืองยังไม่ให้...แล้วทำไมกับคนอื่นเมืองถึงยอม!

          ผมแยกขาของรุ่นน้องออกกว้าง ก่อนจะเสือกไสร่างกายเข้าไป...มันเข้ายาก...กว่าที่คิด

          “ฮือๆ...เจ็บ...พี่โอ้...เมืองเจ็บ” ผมมองใบหน้าของคนที่ร้องทุรนทุรายอยู่ใต้ร่าง แล้วยังไง...เจ็บแล้วยังไง

          “เจ็บเหรอ...ถูกแล้ว...เพราะกูตั้งใจทำให้มึงเจ็บ” พูดจบในขณะที่อีกคนกำลังนิ่งค้าง ผมก็ดันร่างกายเข้าไปจนสุด...ก้มมองรอยเลือดที่ไหลรินออกมาตามช่องทาง...ยิ่งมากเท่าไหร่ ผมยิ่งสะใจเท่านั้น

          ร่างกายของผมรู้สึกตื่นตัวเต็มที่ เมื่อความอ่อนนุ่มโอบรัดทุกทาง...อารมณ์ใคร่เริ่มเข้ามาพัวพัน ลิ้นชิ้นของผมแตะสัมผัสลงกับผิวเนียน ซอกคอ ยอดอก...แตะมันไปทุกส่วนที่จะซอกซอนไปถึง และไม่ลืมที่จะฝากรอยเอาไว้

          “อะ...อ้า...” ผมครางออกมา รู้สึกเสียววาบ มีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...แน่นอน...ว่าผมมีความสุขเพียงคนเดียว...ไม่ว่าจะปลุกอารมณ์ให้คนที่อยู่ด้านล่างเท่าไหร่...เจ้าตัวก็ไม่ตอบสนอง

          ผมก้มลงทาบทับร่างของเมือง สะโพกยังคงทำหน้าที่กระแทกเข้าออกถี่รัว ผมโน้มริมฝีปากชิดกับริมฝีปากของคนที่นอนสั่นคลอนอยู่ด้านล่าง...อยากได้ยิน...เสียงครางที่น่ารักออกมาจากริมฝีปากนั่น

          “ร้องออกมาสิ...ถ้าเมืองไม่อยากเจ็บ ร้องออกมาให้พี่ได้ยิน”ผมกระซิบเสียงพร่า แต่แทนที่จะได้ยินเสียงคราง...เมืองกลับส่งเสียงสะอื้นมาให้ผมแทน...

...

          ผมนั่งมองแผ่นหลังเปลือยของคนที่นอนสลบไสลอยู่บนเตียง ตามร่างกายมีแต่ร่องรอยบอบช้ำ โดยเฉพาะช่องทางที่คอยรองรับความป่าเถื่อนของผม...จนตอนนี้ เลือดก็ยังคงไหลออกมาไม่หยุด

          ...แล้วจะไปสนใจมันทำไม...

          ถึงกระนั้นผมก็ยังอุตส่าห์ใจดี เอาผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้...ผมค่อยๆไล้ผ้าไปตามผิวเนียนช้าๆ...ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าร่างกายนี้ผ่านผู้ชายมาแล้วเท่าไหร่ ยิ่งผมได้เห็นท่าทีที่ไม่ประสากับเรื่องพรรณนี้ ผมคงคิดว่านี่คงเป็นครั้งแรกของเมือง...ถ้าไม่ได้เห็นเจ้าตัวในห้องน้ำที่ผับเสียก่อน...ผมคงคิดว่าคนที่นอนอยู่ตรงนี้...เป็นคนละคนกับคนที่อยู่ในห้องน้ำนั่น

          ...คนละคนอย่างนั้นเหรอ...

          ผมรีบพลิกร่างของคนที่นอนไม่ได้สติทันทีเมือฉุกคิดอะไรได้...ผมไล้นิ้วลงกับสะโพกของเมือง ถ้าเมืองเป็นคนๆเดียวกันกับในคลิปที่ไอ้ยูเอามาให้ผมดูจริงๆ เมืองจะต้องมีรอยสักเล็กๆตรงนี้...แต่ผมสำรวจทั่วร่างกายของคนตรงหน้าแล้ว ร่างกายขาวสะอาดไม่มีร่องรอยใดๆทั้งสิ้น หรือว่า...ผมจะตาฝาดไปเอง

          “ฮัลโหล ไอ้ยูเหรอ...มึงยังเก็บคลิปของมึงกับเมืองเอาไว้อยู่รึเปล่าวะ...”

...

          ผมรีบบึ่งรถไปที่คอนโดของไอ้ยู ใจกระวนกระวายร้อนรนถึงคำตอบ พร้อมกับหวนนึกถึงคนที่ผมทิ้งไว้ที่ห้อง...ผมกำลังกลัว...ลางสังหรณ์ของตัวเอง

          “มึงเลื่อนไปที่วินาทีก่อนหน้านี้แล้วหยุดภาพให้กูที” ผมบอกอย่างร้อนรน และภาพที่ได้เห็น ทำให้ผมนิ่งค้าง มันเป็น...อย่างที่ผมคิดไว้จริงๆ

          “ไอ้ยู...ตอนที่มึงมีอะไรกับเมือง น้องมี...รอยสักรึเปล่าวะ” ผมถามออกไป รู้สึกตีบตันในลำคอเหลือเกิน

          “มีสิวะ ก็อย่างในคลิปนี่แหล่ะ” ยูตอบ พร้อมกับมองหน้าผมงงๆ

          “มึงแน่ใจนะว่าเป็นรอยสัก ไม่ใช่ Tattoo หรืออะไรก็ตามที่มันคงอยู่ไม่ถาวร” ผมถามย้ำ ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว...และคำตอบของมัน ทำให้ผมตัวชา

          “ไม่นะ...รอยสัก สักลงบนผิวหนังของแท้แน่นอน มึงมีอะไรรึเปล่าวะ”

          โลกของผมดำมืดทันที เมื่อรู้ว่าตัวเองได้ทำพลาดไป...พลาด...อย่างไม่น่าให้อภัย...

          “คนที่นอนกับมึงในคลิป...กับน้องเมือง...เป็นคนละคนกัน”   

...

          ผมรีบหุนหันออกจากห้องของไอ้ยูทันที...ป่านนี้คนที่ผมทิ้งไว้จะเป็นยังไง เลือดยังไหลอยู่ไหม ไข้ขึ้นรึเปล่า ฟื้นแล้วหรือยัง และถ้าฟื้น...ผมควรจะทำยังไง

          ผมคิดคำขอโทษมากมายในระหว่างที่ขับรถ...เฝ้าอ้อนวอน...ภาวนาขอให้น้องหายโกรธผม อย่าให้ระหว่างเรามีเรื่องเลวร้ายไปมากกว่านี้เลย…

          ก้อนเนื้อในอกของผมเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อผมมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องนอนของตัวเอง ผมค่อยๆหมุนลูกบิด เปิดประตูออกให้เกิดเสียงเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้...แต่เมื่อเปิดเข้าไป...สิ่งที่เห็นทำให้เลือดในกายของผมร้อนรุ่ม

          “เมือง!...เมืองอยู่ไหน ออกมาเดี๋ยวนี้ พี่ไม่ตลกนะ!” ผมตะโกนแบบนี้ไปทั่วห้อง สำรวจแล้วทั้งในห้องน้ำ ห้องครัว แต่ไม่มีใครอยู่ที่นี่ นอกจากตัวผม...

          ผมขอร้องให้ รปภ. ทั้งทางฝั่งคอนโดของผม และฝั่งทางหอของเมืองช่วยกันตามหา จนเกือบรุ่งเช้า เราก็ยังไม่พบเจอเบาะแสของน้อง

          “เมือง...” ผมกลับมา ทรุดตัวลงข้างเตียงด้วยความอ่อนระโหย จ้องมองคราบเลือดที่กระจายเป็นวงกว้างบนผ้าปูขาว ผ้าปูที่เย็นชืด...บ่งบอกว่าคนที่เคยนอนลุกออกไปนานแล้ว

          “เมือง...พี่ขอโทษ” ความรู้สึกผิดที่เกาะกุมหัวใจพร่างพรูออกมาพร้อมกับหยดน้ำตา

          “เมือง...พี่...รักเมือง” ผมทำได้แค่เพียงพร่ำเพ้ออยู่อย่างนั้น

          …แต่จะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อเจ้าตัวไม่ได้อยู่เพื่อที่จะรับฟังอีกแล้ว...



http://www.youtube.com/v/p1t69Z4FiIo

ออฟไลน์ PapermintReal

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 556
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +48/-13
กรี๊ดดดดดดด เรื่องนี้คนเขียนดราม่าาาาาาาา :ling1:

แต่ยังคงเส้นคงวาในเรื่องพระเอก...โง่ กรากกกกกกกกก :laugh: เค้าล้อเล่น

ออฟไลน์ ~ณิมมานรฎี~

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1070
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-2
 :z3: :z3: :z3: :z3: :z3: :z3: :z3:
 :call: :call: :call: :call: :call: :call: :call: :call:

ได้โปรดมาต่อเถอะเจ้าค่ะ   !!!!!!!!!!! มันทรมานมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก  :katai1: :katai1: :katai1:
ถ้ามาต่อข้าน้อย จะกราบงามๆ ซักสามสี่ครั้ง   o1 o1 o1 o1

ออฟไลน์ raviiib❁

  • คนเขียนนิยาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 367
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1
แว๊กกกกกกกกกก ดราม่าง่าาาาา
เอาละสิๆๆๆ จบรึยังเนี้ย ทำเอางง :z3:

ออฟไลน์ TIKA_n

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +308/-4
ไอ้พี่โอ้ ไอ้คนใจร้าย ซาดิสก์ โง่มาก ฯลฯ  :m31: :m31: แง ๆ  สงสารน้องเมืองที่สุดเลย ฮือ  :m15: :m15: 
อย่าบอกว่าจบแค่นี้น้า ต้องให้ไอ้พี่โอ้มันได้สำนึกผิดมากๆๆ มากกว่านี้ก่อนสิ แง ๆ  :ling1: :ling1:

ออฟไลน์ MIkz_hotaru

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-4
 :mew6:
รีบตามหาน้องเมืองให้เจอนะ
สงสารน้องละเกิน

ออฟไลน์ วัวพันปี

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1311
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +540/-3
เราต้องขอบคุณรอยสักสินะ
แต่ว่า..เรื่องนี้ จบเลยหรือมีต่อคะ :hao5:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ 403

  • 4 0 3 Forbidden
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 301
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-2
เราต้องขอบคุณรอยสักสินะ
แต่ว่า..เรื่องนี้ จบเลยหรือมีต่อคะ :hao5:

มีต่อจ้า เข้ามาตอบเพราะเห็นถามหลายคนแล้ว  o7

พรุ่งนี้ถ้าไม่ติดอะไรจะเข้ามาต่อนะคะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาติดตามอ่านด้วยค่ะ  :กอด1:

ออฟไลน์ momo9476

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-2
มีต่อเย้ๆ เมืองดัดนิสัยให้เข็ดอย่าไปยอม

ออฟไลน์ Poes

  • คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต
  • Administrator
  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 11343
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2404/-22
แอร๊ยยยส์ ดีใจที่คนละคน แต่น้องเมืองไปไหนแล้วเนี่ย  :ling1:

ออฟไลน์ sukie_moo

  • ปัจจุบัน คือ อดีตของอนาคต
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3488
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +457/-14
สงสารน้องเมือง โดนคนที่คณะรังเกียจ ยังใจสลายได้ไม่เท่าคนที่รักทำร้ายได้

ออฟไลน์ ~ณิมมานรฎี~

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1070
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-2

ออฟไลน์ winndy

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
เอ้าใจช่วยน้องเมือง อย่าให้น้องเป็นอะไรไป ขอให้ปลอดภัยจนกลับมาเจอพี่โอ้นะค๊ะ
คนแต่งอย่าใจร้ายนะค๊ะ.....please

ออฟไลน์ BlueHoney

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 229
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ขอจบแบบไม่ดราม่าได้ไหม!!??  รอมาต่อ...

fernza2536

  • บุคคลทั่วไป
เรารออยู่น้า ><

ออฟไลน์ puppyluv

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2539
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2000/-20
ดูคอมเม้นต์แล้วเค้าไม่กล้าอ่านแหละ :katai1:
เรื่องเศร้าที่เขียนได้ดี
เห็นภาพ+ถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครชัดเจนจนตูอิน 
หน่วงทำอะไรไม่เป็นเช่นนี้...
เค้ามะอ่านได๋ปะ แต่กดบวกและเป็ดให้นะเออ
ไม่งอนนะ
ปล.ชื่นชม :mew1:


ออฟไลน์ Lovecartoon1996

  • ชอบกินมาม่า
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 385
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-2
    • -
 :hao7: :hao7: :hao7: :hao7:
ไม่รู้จะอธิบายยังไง~
แต่ที่แน่ๆเราชอบอะ หึหึ :katai2-1:
คนเขียนสู้ๆจ้า

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ BBChin JungBB

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 549
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-1
อยากอ่านต่อจังเลย เสพติดเรื่องนี้ซะแล้ว  :mew4:

สายหมอก

  • บุคคลทั่วไป
ฮืออออออออออออ สงสารน้องเมืองงงงงงง

ส่วนอีน้องเมือกนั่นคือพี่ชายฝาแฝดแน่ๆอะ ทำแบบนี้ทำไม!!!

มาต่อเร็วๆน้าาาา ขอให้จบแฮปปี้ด้วยเถอะ  :mew4:

ออฟไลน์ phakajira

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 324
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-0
ทุกคนมีปมกันทั้งนั้น. :)

ตอนแรกนึกว่ายูแอบชอบโอ้ซะอีก. 

น้องเมืิองสู้ๆ

ออฟไลน์ 2pmui

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1510
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-6

ออฟไลน์ heroza

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 307
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
 :a5: ไม่นะน้องเมืองหายไปไหน กลับมาหาโอ้ก่อน.................

ออฟไลน์ BBChin JungBB

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 549
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-1
สงสัยเมืองจะหนีไปไกล คนแต่งยังตามหาไม่เจอ หุหุ  :katai5:

ออฟไลน์ 403

  • 4 0 3 Forbidden
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 301
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-2
          เหม่อมองออกไปกลางสนามหญ้าที่ร้อนจัด...เห็นใบหน้าชื่นมื่นของบัณฑิตหลายต่อหลายคนแล้วผมก็อดยิ้มตามไม่ได้ กว่าจะฝ่าฝันกันมาจนถึงวันนี้ คงลำบากไม่น้อย...ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น...ทุกคืนและวันที่ผ่าน กว่าจะพาตัวเองให้ลุกขึ้นยืนใหม่อีกครั้ง...มันทรมาน...นานนับปี

          ‘ยินดีด้วยนะเมือง...สุดท้ายก็เรียนจบแล้วนะ’

          ผมวางปากกาลงหลังจากเขียนข้อความในสมุดบันทึกที่เก่าจนหน้ากระดาษเหลืองกรอบ ผมรู้ว่าการหลอกตัวเองไปวันๆแบบนี้มันไม่มีประโยชน์อะไร แต่ผมก็ทำไม่ได้...ผมยังลืมเมืองไม่ได้

          “ไอ้โอ้!”

          ผมเงยหน้ามองไปทางต้นเสียง คนเรียกทำหน้าอย่างกับเห็นผีเมื่อมองหน้าผม ผมยิ้มให้มันน้อยๆ แล้วโบกมือให้ไหวๆ

          “มึงจริงๆด้วย!”

          ไอ้ยูยิ้มแก้มแทบปริ เมื่อเดินเข้ามาใกล้ มันมองสำรวจตัวผมไปทั่ว

          “ไม่คิดเลยว่าจะเจอมึงที่นี่ หายหัวไปเป็นปีไม่ยอมติดต่อใคร แล้วทำไมมางานรับปริญญารุ่นน้องได้วะ” ไอ้ยูถาม และในขณะที่ถาม มันก็ยังไม่เลิกสำรวจตัวผม

          ผมระบายยิ้มให้มัน เหม่อมองออกไปทางสนามที่ผู้คนพลุกพล่าน แล้วตอบออกมาช้าๆ

          “กูมา...เพราะเป็นงานของเมือง”

          ยูนิ่งเงียบไปเมื่อได้ยินคำตอบนั้น ใช่...มันต้องเงียบอยู่แล้ว และไม่ว่าใครก็ตามที่ได้ยินชื่อเมืองจากปากของผม คนๆนั้นต้องมีอากัปกิริยาแบบที่ไอ้ยูกำลังเป็นอยู่ทุกราย

          “หกปีแล้วนะโอ้” น้ำเสียงร่าเริงแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง ผมไม่รู้ว่ามันทำหน้ายังไงตอนนี้ เพราะผมไม่ได้ละสายตาไปมอง

          “ใช่ หกปีแล้ว...ปีนี้เป็นปีที่เมืองเรียนจบ...ถ้าหากน้องยังอยู่”

          “กูหมายความว่า หกปีแล้ว...มันผ่านมาหกปีแล้วมึงยังไม่ลืมอีกเหรอ!”

          ผมชะงักกับเสียงตะคอกไปเพียงนิด...นิดเดียวจริงๆ

          “มึงจะให้กูลืมน้องได้ยังไง ในเมื่อกูทำร้ายเขาไปตั้งขนาดนั้น”

          “มึงก็เอาแต่โทษตัวเอง เรื่องนี้มึงไม่ผิด ไม่มีใครผิด ใครจะไปรู้ว่าแม่งมีฝาแฝดวะ!”

          “รู้สิ...ต้องมีคนรู้แน่ ถ้ามีคนถามน้องสักคำ...เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิด”

          เพราะฉะนั้น มันจึงเป็นความผิดของผม...ความผิดของผมแต่เพียงผู้เดียว...

...

          ‘วันนี้รับน้องวันแรก ผมตื่นเต้นและดีใจมากที่จะได้เจอเพื่อนใหม่ ผมหวังว่าพวกเขาจะเป็นเพื่อนที่ดี...ไม่รังเกียจผมเหมือนสมัยที่ผมเรียนม.ปลายนะ’

          ‘แต่ว่า ผมคงหวังมากเกินไป ทุกคนรังเกียจผมตั้งแต่แรกเห็น แถมยังตั้งฉายาให้ผมอีก...ผมไม่อยากโทษว่ามันเป็นความผิดของพี่มินที่ทำให้ผมต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ไม่อยากโทษเพื่อนๆที่เข้าใจผิดแม้ผมจะพยายามอธิบายแล้วก็ตาม...ผมคงต้องโทษตัวเอง และแก้ปัญหาด้วยตัวเอง...คนเดียว’

 
          ผมไล้มือลงบนตัวอักษรสีซีดที่แทบจางหายไปกับหน้าสมุด ซึมซับความโดดเดี่ยวที่ถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ...น่าใจหายที่คนพูดน้อยอย่างเมือง สามารถเขียนข้อความบรรยายความรู้สึกออกมาได้เป็นหน้าๆ...นั่นแสดงให้เห็นว่า...ที่ผ่านมาไม่มีใครรับฟังน้องเลย

          ‘วันนี้รุ่นพี่บอกว่าต้องล่าลายเซ็นของรุ่นพี่ให้ครบสิบคนก่อนถึงจะได้ทานข้าว...ผมถือสมุดร่อนไปทั่วคณะ แต่ไม่มีใครยอมเซ็นให้ผมเลย รุ่นพี่บางคนพูดจาดูถูกผม ขอมีอะไรกับผมแล้วบอกว่าจะเซ็นให้ทีหลัง...ถ้าเป็นแบบนั้นผมยอมอดข้าวทั้งวันดีกว่า’

          ผมอ่านแล้วกำหมัดแน่น อย่าให้รู้นะว่าใครพูดกับเมืองแบบนี้...

          ‘แต่มีรุ่นพี่คนหนึ่งใจดีมากเลย เขาพาผมมาส่งที่หอ เซ็นสมุดให้ผม แล้วยังพาผมไปทานข้าวอีก...แม้ว่าตอนแรกพี่เขาอาจจะดูน่ากลัวไปหน่อย แต่เขาคงไม่ใจร้ายกับผมเหมือนคนอื่นๆในคณะหรอกนะ ขอบคุณมากเลยครับ...พี่โอ้’

          ผมหลับตาลงช้าๆเมื่ออ่านมาจนถึงบรรทัดนี้...ท้ายที่สุดแล้วเป็นผมเองที่ใจร้ายกับเมืองมากกว่าใคร...

          ผมเปิดสมุดผ่านไปอีกหลายหน้า จรดปากกาลงบนสมุด เขียนต่อจากข้อความที่ผมเพิ่งเขียนไปเมื่อกลางวัน

          ‘คิดถึงนะ’




403 กำลังพิมพ์อยู่...

       

ออฟไลน์ nunnan

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2286
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-6
รอจ้าาา  :mew6: :mew6:

ออฟไลน์ ~ณิมมานรฎี~

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1070
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-2
สะบัดเสื่อรอกันเลยทีเดียววววว  :katai4:

เค้าอุตส่าห์ไม่คิดอ่ะ T^T    :o12:
V
v
v
v
v
v
v
v
v
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-06-2013 00:09:07 โดย kwangkoyha »

ออฟไลน์ raviiib❁

  • คนเขียนนิยาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 367
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1
ปูเสื่ออออออออออออออออออ
ไม่นะ ทำไมเค้าลางมันเหมือนน้องเมืองฆ่าตัวตาย....
#อีนี่จินตนาการล้ำเกิน
รอค่ะ กระซิกๆ :mew4:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด