♣Maybe...รักนี้อาจเป็นนาย♣
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ♣Maybe...รักนี้อาจเป็นนาย♣  (อ่าน 836729 ครั้ง)

ออฟไลน์ RiRi

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 569
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +595/-8
    • RiRiWorld
♣Maybe...รักนี้อาจเป็นนาย♣
« เมื่อ27-10-2012 16:29:01 »

ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


สรุปข้อสำคัญดังนี้

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้าม มิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์  และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด
โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอม

5.ขอ ให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่ นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.อย่า พูดคุย ทักทาย นักเขียน คนอ่่านโดยรีพลายดังกล่าวไม่เกี่ยวพันกับนิยายให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรคอมเม้นต์สักคอมเม้นต์เีดียวก็เพียงพอแล้ว ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และทำลิงค์โยงมายังนิยาย และให้นักเขียนทุกคนทำลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยเกี่ยวกับแฟนคลับนิยาย ในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

เวปไซต์ แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่าง ประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม



กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่

http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0


**********************************

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-08-2020 01:21:34 โดย RiRi »

ออฟไลน์ RiRi

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 569
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +595/-8
    • RiRiWorld


♣ Maybe...รักนี้อาจเป็นนาย ♣

บทนำ


‘รอ’
คุณเคยรอบ้างไหม?
รอใครสักคน...รอบางสิ่งบางอย่าง...
หรือ...รอสิ่งที่ไม่มีจริง
ผมเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่รอ...รอว่าสักวันผมจะได้ในสิ่งที่ผมอยากได้
ไม่...ผมไม่ได้เอาแต่นั่งรอโชคชะตา ผมไม่ได้ทำแบบนั้น
ผมตามหา...ใช่...ผมทำ
แต่ตอนนี้ผมก็ยังหาไม่เจอ...สิ่งที่ผมต้องการ ตอนนี้ผมยังหาไม่พบ
หลายคนบอกผมว่าวิธีการของผมผิด
หลายคนบอก...การกระทำของผมมันงี่เง่า
หลายคนกล่าวหาผม...ว่าร้ายผม...ถามว่าผมแคร์ไหม
ผมแคร์...แต่ผมพยายามไม่เอามันมาใส่ใจ
หลายคนบอกว่า...ผมไม่มีทางหาสิ่งที่ผมต้องการเจอ ถ้าผมยังทำแบบนี้
ผมถามเขาเหล่านั้นกลับ...ถ้าเป็นเขา...ถ้าเขาเป็นแบบผม...เขาจะทำยังไง
มันน่าขำ...พวกเขาตอบผมไม่ได้ พวกเขาทำได้แค่ขมวดคิ้วแล้วนิ่งงัน
แล้วเขาเหล่านั้นใช้สิทธิ์อะไรมาตัดสินการกระทำของผมกัน
ผมจะไม่แคร์...ผมทำได้แค่นี้ มันอาจจะไม่ดีเท่าใคร แต่มันคือสิ่งที่ผมทำได้
ไม่มีวิธีที่ดีที่สุดหรอก...มีแต่วิธีที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
แม้วิธีของผมมันอาจจะทำให้ผมเจ็บ...แต่ผมว่ามันเหมาะกับผม
และผมจะทำมันต่อไป...จนกว่าตัวผมเองนั้นจะหมดแรงลง
เมื่อถึงวันนั้น...วันที่ทุกอย่างสูญเปล่า
วันที่คำว่า ‘รอ’ หมดความหมาย...
วันนั้น....ผมจะเลือกคำว่า ‘หยุด’
...หยุดเพื่อต่อลมหายใจของตัวเอง...

“ต้นหอม...พี่ขอโทษ”
“ช่างเถอะครับ”
“พี่อยากอธิบาย”
“ไม่ต้องหรอกครับ ผมเข้าใจทุกอย่างดี ขอตัวนะครับ”
“ต้นหอม...”
ผมเดินจากมาไม่สนใจเสียงเรียกของคนที่เรียกชื่อผม มันก็เป็นแบบนี้เสมอ เรียกเพื่อให้ผมฟังคำแก้ตัว พวกเขาเคยถามผมบ้างไหมนะว่าผมเบื่อหรือเปล่า อยากฟังไหม และเคยไหมที่จะนึกถึงจิตใจผมบ้าง
ไม่หรอก...ถ้าพวกเขานึกถึงจิตใจของผม...เขาคงไม่ทำกับผมแบบนี้หรอก
“โดนทิ้งอีกแล้วสินะ ผ่านศึกมาเยอะขนาดนี้แล้วใครจะมาจริงใจ ถ้าจะฝัน”
เบื่อ
น่าเบื่อ
ไม่มีอะไรทำกันหรือไง วันๆเอาแต่นินทาชาวบ้าน เรื่องของตัวเองยังทำให้ดีไม่ได้และยังชอบมายุ่งเรื่องของชาวบ้านอีก ผมอยากพูดออกไป แต่ว่ามันคงไม่เหมาะ ผมเป็นผู้ชาย...เป็นเพศชาย...และนั่นคือเพศแม่...ที่ทำตัวไม่น่ายกย่องเลยสักนิด
สองเท้าของผมเดินไปข้างหน้าด้วยจังหวะที่หนักแน่นแต่ผมกลับรู้สึกว่ามันเบาหวิว พายุตีวนในท้อง อกเจ็บจนร้าว และหยาดน้ำตาที่ผมพยายามจะกลั้นเอาไว้ อีกนิดเดียว...อดทนหน่อยนะต้นหอม
ผมเร่งฝีเท้า เร็วขึ้น...เร็วขึ้น...และสุดท้าย ผมก็วิ่งเข้าไปกอดผู้ชายคนหนึ่งเมื่อถึงที่ที่ผมจะปลอดภัย เขาดูไม่ตกใจ ได้แต่กอดปลอบผมไว้แน่น ลูบหลังผมอย่างปลอบโยน
“แมท...ฮึก ฮือ”
“ร้องเถอะ”
เมื่อได้ยินคำอนุญาตจากปากเขา ผมก็ยิ่งปล่อยโฮออกมายิ่งกว่าเดิม
“เราเจ็บ”
“อืม”
“ฮือ...”
“เหนื่อยหรือยัง อยากหยุดไหม” เขาถามผมด้วยคำถามซ้ำๆซากๆ ที่เขาเองก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว
“เหนื่อย อึก แต่..แต่ไม่อยากหยุด ฮือ”
ใช่...ผมยังไหว วันนี้แค่เจ็บ พรุ่งนี้ผมจะดีขึ้น
มันก็แค่เหนื่อยเท่านั้น แต่ใครๆก็รู้ว่าเหนื่อยกายไม่เท่าเหนื่อยใจ
“คิดว่าตัวเองจะหาเจอไหม” เขาถามผมอีกครั้ง ผมจับน้ำเสียงที่เป็นห่วงเป็นใยผมได้
“ไม่รู้...แต่จะหา จะทำ”
“ดื้อ”
“รู้ ฮึก”
“เฮ้อ...ตามใจ”
นี่แหละแมท...เพื่อนรักของผม เพื่อนรักคนเดียวที่เข้าใจผมทุกอย่าง อย่างน้อยวันที่ผมเสียใจ ผมก็ไม่ได้อยู่คนเดียว แม้มันจะไม่พอ...แต่ก็ดีกว่าไม่มี
“ไม่ไหวก็บอก รู้ใช่ไหมว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว”
“อืม ขอบใจนะ”



-----------------

สารบัญ

Maybe...01   Maybe...02   Maybe...03   Maybe...04   Maybe...05

Maybe...06   Maybe...07   Maybe...08   Maybe...09   Maybe...10

Maybe...11   Maybe...12   Maybe...13   Maybe...14   Maybe...15

Maybe...16   Maybe...17   Maybe...18   Maybe...19   Maybe...20

Maybe...21   Maybe...22   Maybe...23   Maybe...24   Maybe...25

Maybe...26   Maybe...27   Maybe...28   Maybe...29   Maybe...30

Maybe...31   Maybe...32   Maybe...33   Maybe...34   Maybe...35

Maybe...36   Maybe...37



 :กอด1:
 :L2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-04-2014 19:59:52 โดย RiRi »

unboy

  • บุคคลทั่วไป
ต้อนรับเรื่องใหม่ค่าาาาา
 :L2: :L2:

เป็นกำลังใจให้นะคะ  :กอด1:

ออฟไลน์ nunnuns

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1999
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-3
เข้ามาเพราะเห็นชื่อคุณ RiRi

แฟนคลับตัวยงเลยล่ะ ปล.ชอบเค้ก (ได้ข่าวว่าคนละเรื่องนะ) 55555

ติดตามนะคะ เป็นกำลังใจให้ o13 o13

ออฟไลน์ Pigstar

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0
เปิดเรื่องได้น่าสนใจมากครับ
ผมจะช่วยลุ้น ขอให้ต้นหอมตามหาสิ่งนั้นเจอเร็วๆนะครับ

ปล. รอตอนต่อไปนะ :กอด1:

ออฟไลน์ udongjay

  • ความรัก...ไม่เคยจำกัดเพศ แต่เพศต่างหากที่จำกัด...ความรัก
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 464
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +235/-2
เป็นกำลังใจให้ค่ะ

ออฟไลน์ CarToonMiZa

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6356
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +820/-41
มาช้าอ่ะไม่ทันคนแรกเลยยยยย
ต้นหอมชื่อน่ารักจัง :L1:
บวกจ้าบวก

ออฟไลน์ RiRi

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 569
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +595/-8
    • RiRiWorld
♣Maybe...รักนี้อาจเป็นนาย♣
บทที่ 1
สวัสดี Faculty of Arts
[/size][/color][/b]


          “อ้าวน้อง รีบมาลงชื่อเร็ว จะเจ็ดโมงแล้ว” เสียงรุ่นพี่จากคณะวิศวะกรรมศาสตร์พูดผ่านไมค์ดังไปทั่วบริเวณ เป็นการเร่งเด็กปีหนึ่งให้รีบไปลงชื่อ เหมือนผมจะได้ยินมาว่าคณะนี้เขาเข้มงวดมาก สายไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว ดีนะผมไม่ได้อยากเรียนที่คณะนี้ ผมไม่ชอบการตวาดตะคอกเท่าไหร่ เรื่องว๊ากนี่ไม่ต้องพูดกับผมเลย ผมไม่ชอบจริงๆ
         “แมท ส่งแค่นี้ก็พอ เดี๋ยวเราเดินไปเอง” ผมหันไปบอกแมทที่ยืนอยู่ข้างๆ คณะผมก็อยู่ข้างๆคณะแมทเนี่ยแหละ ผมเรียนอักษรศาสตร์ ผมหลงใหลในภาษาเป็นอย่างมาก ส่วนแมทเรียนวิศวะโยธา
        “เดี๋ยวไปส่ง” แมทพูดก่อนจะจับมือผมแล้วทำท่าจะเดินไปยังคณะอักษรแต่ผมขืนตัวเอาไว้
        “ไม่เอา แมทรีบไปลงชื่อเถอะ เดี๋ยวโดนทำโทษหรอก” ผมรีบบอก
        “ต้นหอม อย่าดื้อ” แมทพูดเสียงเข้ม
        “เปล่าสักหน่อย แมทนั่นแหละดื้อ วิศวะเขานัดเจ็ดโมงไม่ใช่เหรอไง สายแล้วนะ รีบไปเถอะ ต้นหอมเดินไปเองได้ ใกล้แค่นี้เอง”
        “...” แมทมองหน้าผมนิ่ง ผมรู้ว่าแมทเป็นห่วงผมมาก ที่จริงผมก็กังวลเหมือนกัน อยากให้แมทเดินไปส่ง แต่ว่าถ้าทำแบบนั้นแมทต้องถูกทำโทษแน่ๆ
        “รีบไปเช็คชื่อเถอะ เราดูแลตัวเองได้จริงๆ” ผมรีบย้ำอีกครั้ง
        “ก็ได้ ดูแลตัวเองด้วยล่ะ ใครที่ดูแล้วไม่น่าคบก็ไม่ต้องไปคุย แล้วจะโทรหานะ” แมทสั่ง
        “ได้ๆ ไปเถอะ” ผมดันหลังแมทให้เดินเข้าคณะวิศวะฯ เมื่อแมทเดินไปแล้วผมก็รีบเดินไปที่คณะตัวเองทันที
        “มาทางนี้เลยค่ะน้อง รหัสอะไรคะ”
        “รหัส....ครับ”
        “น้องต้นหอมใช่ไหมคะ นี่ค่ะป้ายชื่อ ห้อยคอไว้เลยนะ แล้วก็ห้ามทำหายเด็ดขาด”
        “อ่อ ครับ”
        “เดินไปนั่งต่อแถวได้เลยจ้ะ ผู้ชายนั่งด้านหน้านะ” พี่ผู้หญิงที่หน้าตาน่ารักบอกพร้อมกับชี้มือบอกทางไปด้วย ผมพยักหน้ารับก่อนจะเดินตัวลีบไปด้านหน้า ไม่รู้สิ ผมไม่ชอบตกเป็นเป้าสายตาใคร ปกติจะหลบอยู่หลังแมทตลอด แมทตัวใหญ่จะตายเลยเป็นเกาะกำบังให้ผมได้มิด
        แต่ยิ่งตอนนี้เหมือนทุกคนจับจ้องมาที่ผมเป็นตาเดียว ผมรีบมองหาที่ว่างก่อนจะเดินไปนั่ง เหมือนว่าทุกอย่างจะดีขึ้นหรือเปล่า? ไม่เลย ตอนนี้คนที่นั่งข้างๆผมทั้งด้านซ้าย ด้านขวา แล้วก็ด้านหน้า หันมามองผมหมด ทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า ผมมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า
        “ตัวอย่างเล็กอ่ะ”
        “น่ารักโคตรๆเลยว่ะ”
        “เหมือนเคยเห็นที่ไหนวะ”
        “ดูตาดิ ใสได้อีก”
        ผมได้แต่นั่งฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ที่เริ่มดังขึ้น ผมไม่รู้หรอกว่าเขาหมายถึงใคร แต่ทำไมความรู้สึกผมถึงได้บอกว่าสิ่งที่พวกเขาพูดอยู่นั้นหมายถึงผม มันน่าอึดอัดยังไงไม่รู้ เหมือนถูกนินทาต่อหน้าเลย
        จึกๆ
        “หืม?” มีใครบางคนสะกิดแขนผม พอหันไปก็เจอผู้ชายคนหนึ่งยิ้มอวดฟันครบสามสิบสองซี่ให้ผม ผมไม่รู้จะทำอะไรก็เลยยิ้มตอบก่อนจะหันกลับมาก้มหน้ากดโทรศัพท์คุยกับแมทตามเดิม
        “นี่นาย ชื่ออะไรอ่ะ เราชื่ออาร์ม”
        ผมหันไปทางผู้ชายคนเดิมที่เอ่ยแนะนำตัวโดยไม่ต้องถาม
        “เราชื่อต้นหอม”
        “ชื่อน่ารักจัง”
        “อืม” ผมตอบแค่นั้น ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ หลายคนก็บอกว่าชื่อผมน่ารักแต่มันก็แค่ชื่อเท่านั้นแหละ
        “นายมาจากโรงเรียนอะไรอ่ะ อายุเท่าไหร่วะเนี่ย หน้าเด็กชะมัด”
        “มาจาก....แล้วนายล่ะ” ผมตอบและถามกลับโดยเลี่ยงไม่บอกอายุ
        “เรามาจาก....นายยังไม่บอกอายุเลยว่าเท่าไหร่”
        อาร์มยังคงซักไซ้ไม่หยุด พยายามจะรู้ให้ได้ว่าผมอายุเท่าไหร่ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องอยากรู้ อายุผมเอาไปแทงหวยไม่ได้หรอก เชื่อสิ แต่ด้วยความที่ผมทนสายตาที่รบเร้าไม่ไหวก็เลยบอกๆไป
        “สิบเจ็ด”
        “หืม อะไรนะ?”
        “สิบเจ็ด” ผมย้ำอีกที
        “สิบเจ็ด!” อาร์มตะโกนเสียงดังทำหน้าตกอกตกใจ หลายๆคนที่อยู่บริเวณนั้นหันมามองผมเป็นตาเดียว ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะ แค่บอกอายุเท่านั้นเอง มีอะไรน่าตกใจกัน
        “นายจะอ้าปากค้างอีกนานไหม” ผมถามพลางเอานิ้วชี้ไปที่ปากเขา หมอนั่นรีบหุบปากฉับก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนผมต้องรีบเอนตัวหนีไปชนกับคนทางด้านซ้าย ผมรีบหันไปขอโทษทันที
        “ขอโทษนะ เราไม่ได้ตั้งใจ”
        “ไม่เป็นไร” ผมเงยหน้ามองตามเสียง อืม...เป็นผู้ชายที่หน้าตาดีเลยทีเดียว
        “นี่ๆต้นหอม ทำไมนายอายุน้อยจังล่ะ” อาร์มสะกิดถามผมอีกรอบ
        “ก็...ฉันเกิดทีหลังนาย” ผมไขข้อสงสัยให้อาร์ม มันมีเหตุผลอื่นด้วยเหรอว่าทำไมผมถึงอายุน้อยกว่านอกจากผมจะเกิดทีหลังเขา
        “เออ เรื่องนั้นใครก็รู้ ที่อยากรู้ก็คือทำไมนายเข้ามหาวิทยาลัยตอนอายุสิบเจ็ดต่างหาก”
        อ้าว แล้วใครจะไปรู้ล่ะ คำถามก่อนหน้ากับเมื่อตะกี้มันเหมือนกันที่ไหน
        “ก็...ตอนเด็กๆสอบเลื่อนชั้นได้ เลยเรียนเร็วกว่าคนอื่น” ผมตอบ
        “โหย งั้นก็ต้องเรียนเก่งอะดิ”
        “ไม่หรอก พอเรียนได้”
        ผมไม่ได้เรียนเก่งมากนักหรอก ถ้าตอนเด็กๆอาจจะใช่ แต่เด็กอัจฉริยะที่ใครๆก็พูดถึงนั้นเขาจะมีช่วงเวลาของเขา พอช่วงเวลาของความอัจฉริยะหมดลง เขาผู้นั้นก็จะกลับมาเหมือนคนปกติทั่วไป อยากเรียนอยากรู้เท่าเดิม แต่ความสามารถในการจำกลับน้อยลง อาจเปรียบได้ว่าถ้าตอนเป็นเด็กอัจฉริยะอ่านหนังสือรอบเดียวก็จำได้หมด แต่ถ้าหมดช่วงเวลานั้นแล้ว อาจจะต้องอ่านสองถึงสามรอบถึงจะจำได้ ซึ่งก็แล้วบางคนนะในกรณีนี้ ใช่ว่าจะเป็นทุกคนเสมอไป แต่ถึงแม้ช่วงเวลาอันน่ามหัศจรรย์นั้นจะหมดลง แต่เราก็ไม่ได้ทิ้งความพยายามไป ถ้าต้องใช้เวลามากกว่าเดิม ก็แค่พยายามให้มากขึ้นเท่านั้น ไม่เห็นจะยากอะไร
        ส่วนตัวผมเองนั้นมีช่วงเวลาของความเป็นเด็กอัจฉริยะแค่ไม่กี่ปีเท่านั้น หลังจากนั้นผมก็เหมือนคนปกติทั่วไป ที่อาจจะยังหัวดีกว่าคนอื่นๆ แต่ระดับความอัจฉริยะมันลดต่ำลงก็แค่นั้น บางทีก็อดรู้สึกกดดันจากคำพูดของคนอื่นไม่ได้ ที่คิดว่าผมต้องทำได้ดีไปเสียทุกอย่าง ที่ผมทำได้ดีเพราะผมอยากทำต่างหาก ไม่เกี่ยวกับความอัจฉริยะอะไรนั่น
        “ดีจริง เราจะเกาะนายไว้ไม่ให้หลุดเลย เห็นทางรอดอยู่ร่ำไรแล้ว” อาร์มนั่งทำหน้าเพ้อเหมือนคนบ้าก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาคุยกับใครไม่รู้ ส่วนผมก็กลับมาสนใจโทรศัพท์ตัวเองต่อ

MATT S. >> ‘อยู่คนเดียวได้ใช่ไหม’
   ‘อยู่ได้ มีเพื่อนแล้วด้วย’ << TonHom :P
MATT S. >> ‘ใคร’
   ‘ชื่ออาร์ม ไว้จะแนะนำให้รู้จักนะ’ << TonHom :P
MATT S. >> ‘อืม ดูแลตัวเองด้วย’
   ‘ครับผม ^_^’ << TonHom :P
MATT S. >> ‘มีไรโทรมา ตอนนี้รุ่นพี่ด่าแล้ว’
   ‘อืม แล้วเจอกัน’ << TonHom :P

        ผมยิ้มน้อยๆก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า พอเงยหน้าขึ้นก็พบกับอาร์ม และผู้ชายอีกคนนั่งมองหน้าผมอยู่
        “คุยกับแฟนหรือไงถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่” อาร์มแซวพร้อมทำหน้าล้อเลียน
        “เปล่า คุยกับเพื่อน”
        “งั้นเหรอ นี่เพื่อนเราชื่อก้าน” อาร์มแนะนำเพื่อนของเขาให้ผมรู้จัก ผมก็ยิ้มให้นิดหน่อยและคิดว่าจะแนะนำตัวเองดีไหม
        “สวัสดีต้นหอม เราก้าน...ยินดีที่ได้รู้จัก”
        คงไม่ต้องแล้วแหละมั้ง อาร์มคงแนะนำผมกับก้านเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ชวนผมคุยไม่หยุด จนพี่ๆมาด่าเนื่องจากเสียงดังวุ่นวายมาก ถึงแม้ว่าคณะนี้จะมีผู้ชายแค่ไม่กี่ชีวิต แต่เสียงผู้หญิงก็ดังราวป่าช้าแตกได้
        วันนี้เป็น ‘วันแรกพบ’ เป็นกิจกรรมรับน้องก่อนเปิดเทอม ส่วนหลังเปิดเทอมก็จะเป็นกิจกรรมรับน้องไปตลอดทั้งเดือน ซึ่งวันนี้ก็ไม่มีอะไรมาก ส่วนใหญ่จะเป็นพี่ๆออกมาแนะนำตัวแล้วก็เล่าเรื่องตลกบ้างเรื่องผีบ้าง ที่เห็นจะหนักสุดก็คงเป็นเรื่องเรียนที่พี่ๆแต่ละคนช่วยกันไซโคจนหลายคนถึงกับออกปากบ่นว่า
        ‘กูจะซิ่ว’ หรือไม่ก็ ‘คิดผิดคิดถูกวะที่เลือกเรียนคณะนี้’
        อย่างตอนนี้เรื่องที่พวกพี่ๆกำลังพูดอยู่ก็คือเรื่องวิชาภาษาอังกฤษ ตอนแรกพี่เขาถามว่าน้องๆอยากจะเข้าเอกอะไร หลายคนเลือกเอกภาษาอังกฤษ ซึ่งก็รวมผมด้วย แต่พอฟังพี่แต่ละคนพูดหลายคนก็เริ่มเอนเอียงไปหาเอกอื่นแทน
        “ภาษาอังกฤษที่น้องเรียนกันมาตอนม.ปลายน่ะ ลืมไปได้เลย และคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือนี่อย่าได้คิดเข้าเชียวเอกอิ้งเนี่ย เพราะน้องๆต้องอ่านโนเวลกันเป็นเล่มๆ ให้ตายเถอะ ตอนพี่เข้าปีหนึ่งนะ ไม่ได้อยากจะเข้าแม่งเลยไอ้เอกโทอิ้งเนี่ย แต่ยังต้องมานั่งอ่านโนเวลอิ้งเป็นเล่มๆ นรกสุดๆ!”
        อืม...คงไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับผมนะ เพราะผมชอบอ่านนวนิยายภาษาอังกฤษอยู่แล้ว สบายๆ
        “อ่านอย่างเดียวไม่พอนะน้อง ต้องมานั่งวิเคราะห์ฉากวิเคราะห์ตัวละครอีก ว่ามันทำแบบนี้ไปทำไม แล้วกูจะรู้ไหม แค่อ่านยังอ่านไม่รู้เรื่องเลย”
        “แล้วพาร์ทการฟังภาษาอังกฤษนะน้อง เขาเรียกว่า Listening ตอนสอบนี่นิ่งจริงๆ นิ่งตายไปเลยเพราะฟังไม่รู้เรื่อง” พี่อีกคนเสริม ทำสีหน้าจริงจังกับสิ่งที่ตัวเองพูด
        “แล้ววิชาปรัชญานะน้อง อาจารย์เขาล้ำลึก มีอินเนอร์เป็นของตัวเอง เวลาเรียนไม่รู้เรื่องหรอก เพราะเราเข้าไม่ถึงเขา ส่วนอาจารย์นี่ก็ลอยออกไปในโลกของตัวเองจนกู่ไม่กลับ เวลาสอบก็...หึหึ ตาย!”
        “คณะเราเรียกได้ว่าเรียนครอบจักรวาล เรียนมันตั้งแต่สากเบือยังเรือรบ บางทียังนึกเลยว่านี่กูเรียนอักษรฯหรือวิทยาฯกันวะเนี่ย มาหมด ทั้งแมกม่า โซเดียมคลอไรน์ หินตะกอน แร่อะไรต่อแร่อะไรมาหมด...”
        บลาๆๆ
        พี่แต่ละคนก็เล่าไป ใส่ลีลาท่าทางเอ็ฟเฟคกันเสียยกใหญ่ ทำเอารุ่นน้องขำไปตามๆกันกับสิ่งที่พี่ๆเล่า บางทีพี่เขาก็เผากันเองไม่มีใครยอมใคร จนถึงเวลาทำกิจกรรมจริงๆ  พวกเราต้องแบ่งกลุ่มๆล่ะสิบห้าคนตามสีของป้ายชื่อ ผมได้สีแดง พี่ๆให้เวลาแค่สามนาทีในการรวบรวมสมาชิกในกลุ่มให้ครบ กลุ่มไหนไม่ครบตามเวลาที่กำหนดก็จะถูกทำโทษ
        ผมหันซ้ายหันขวาก่อนจะเห็นว่าคนหน้านิ่งที่นั่งข้างผมก็สีแดงเหมือนกัน เขามองผมแวบหนึ่งก่อนจะเดินไปไหนสักที่ ผมไม่รู้จะทำไงก็เลยเดินตามเขาไป ด้วยความที่เขาตัวสูงบวกกับหน้าตาที่โดดเด่นทำให้คนที่ได้ป้ายสีแดงเดินไปหาเขา เป็นเพราะว่าเขามายืนในจุดที่คนมองเห็นง่ายด้วยแหละ พอมาครบทุกคนแล้วเราก็นั่งลงเพื่อบอกให้รู้ว่าครบแล้ว
        ปี๊ดดด
        “หมดเวลาแล้วค่ะ ไหนกลุ่มไหนที่ยังไม่ครบบ้าง”
        มีอยู่สองกลุ่มที่คนยังไม่ครบเพราะวิ่งหากันไม่ทัน พี่ๆเลยจับไปยืนข้างหน้าแล้วก็ถามชื่อแต่ละคน จากนั้นก็ให้เต้นเพลงประหลาดๆ ดีนะที่ไม่ใช่ผม ไม่งั้นแย่แน่ เต้นเป็นเพลงตามสเต็ปผมถนัด แต่ให้ออกไปทำอะไรแบบนี้ผมไม่ชอบเอาเสียเลย
        “สวัสดี นายชื่ออะไรเหรอ” เพื่อนผู้หญิงในกลุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆผมเอ่ยทัก
        “ชื่อต้นหอม เธอล่ะ” ผมถามกลับ สำหรับผมเวลาคุยกับเพื่อนผู้หญิงจะไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่แต่ผมไม่ค่อยชอบคุยกับเพื่อนผู้ชาย เพราะพวกเขาชอบมองผมแปลกๆจนผมวางตัวไม่ถูก
        “ชื่อน่ารักจัง เราชื่อไข่ดาว”
        “ชื่อเธอก็น่ารัก”
        “น่ากินด้วยล่ะ” ไข่ดาวกัดปากทำหน้าเซ็กซี่แต่ดูตลกๆจนผมขำออกมา
        “ฮ่าๆ”
        “เอาล่ะน้องๆ เมื่อนั่งกันตามกลุ่มแล้วพี่จะให้แนะนำตัวกันภายในกลุ่ม ให้เวลายี่สิบนาทีโดยที่ต้องจำว่าเพื่อนทั้งสิบห้าคน ชื่อจริง นามสกุล ชื่อเล่น และมาจากโรงเรียนอะไรอยากเข้าเอกโทอะไรให้ได้ แล้วเดี๋ยวพี่ๆจะสุ่มตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมาพูดชื่อเพื่อนพร้อมรายละเอียดทั้งหมดด้านหน้านี้ ถ้าแนะนำได้เกินสิบคนถือว่าผ่าน”
        พอพูดจบแต่ละคนก็ส่งเสียงโหยหวนเพราะเวลาที่ให้นั้นน้อยบวกกับสิ่งที่ต้องจำมันเยอะเกินไป ไม่ใช่แค่จำเพียงสองสามคน แต่ต้องจำถึงสิบห้าคน แน่นอนว่าไม่มีใครทำได้หรอก
        “เงียบค่ะเงียบ เอาล่ะ เริ่มได้”
        พอสิ้นเสียงรุ่นพี่แต่ละคนก็ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวกันไปทั่ว ทุกคนต่างพร้อมใจกันแนะนำชื่อตัวเองพร้อมทั้งท่องชื่อคนอื่นไปด้วย
        “เราว่าเอาอย่างนี้นะ เรามีกระดาษ เดี๋ยวให้แต่ละคนแนะนำตัวแล้วทุกคนก็จดใส่กระดาษไว้ จะได้มีไว้ท่อง อ่ะเอาไปคนละแผ่น” ผู้หญิงในกลุ่มคนหนึ่งบอกแล้วก็แจกกระดาษให้กับทุกคนในกลุ่ม ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วยกับวิธีนี้ และเราก็เริ่มลงมือแนะนำตัวกัน
        “เราชื่อปลา ชื่อจริงชื่อ กนิษฐกา วงค์พินิจ มาจากโรงเรียน.......”
        “เราชื่อไข่ดาว ชื่อจริงชื่อ จิตรสินี ศรีทอง มาจากโรงเรียน......”
        “ชื่อราม ชื่อจริง ราเมศวร์ โชติปัญญาคุณ มาจากโรงเรียน....” ผมมองคนหน้านิ่งที่เอ่ยแนะนำตัวเองเรียบๆก่อนจะจดชื่อเขาลงกระดาษ
        “.......”
        “.......”
        “เราชื่อต้นหอม ชื่อจริงชื่อ คิรากร จารุโรจน์ มาจากโรงเรียน......”
        แล้วก็แนะนำตัวกันไปอย่างนี้จนครบสิบห้าคนด้วยความไวแสง จดทันบ้างไม่ทันบ้างก็มาตามลอกคนอื่นทีหลัง
        “ต้นหอม จดทันป่ะ ดูหน่อยสิ” ปลาถามผมที่กำลังนั่งท่องชื่อเพื่อนอยู่ ผมพยักหน้าก่อนจะส่งให้เพื่อนไปลอก
        “โหย ลายมือสวยอ่ะ จดทันด้วย ทำได้ไงเนี่ย”
        ผมไม่ตอบเอาแต่ยิ้ม ความจริงแล้วผมไม่อยากให้ใครรู้ว่าผมเคยเป็นเด็กอัจฉริยะมาก่อน ต้องบอกว่าเคยนะ ตอนนี้ความสามารถของผมลดน้อยลงแล้ว นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงไม่อยากบอกใครว่าตัวเองอายุเท่าไหร่ ไม่อยากพูดเรื่องสอบเลื่อนชั้นได้ มันจะทำให้ทุกคนคิดว่าผมเก่งเสียเต็มประดา ซึ่งมันไม่ใช่ความจริงทั้งหมด
        “เอาไหม”
        ผมหันไปมองคนที่ยื่นกระดาษมาให้ผม นั่นก็คือราม ผมอึ้งนิดหน่อยที่เขาแบ่งกระดาษจดชื่อเพื่อนให้ผมดู ท่าทางจะใจดีเหมือนกันแหะ
        “ไม่เป็นไร นายดูเถอะ”
        “พูดเพราะไปไหม” เขาถามผมอย่างแปลกใจ
        “ทำไมล่ะ” งงสิครับ ไม่เคยมีใครถามผมแบบนี้สักคนว่าทำไมผมถึงพูดเพราะ ก็มันเป็นเรื่องที่สมควรทำนี่น่า อีกอย่างผมไม่ชอบคนพูดไม่เพราะด้วย ยกเว้นแมทไว้คนหนึ่งนะ ห้ามไม่ได้หรอก เดี๋ยวโดนกินหัว ><
        “ก็ผู้ชายเขาต้องพูดมึงกูไง พูดหยาบๆมันแสดงว่าสนิทกัน” เขาอธิบายหน้านิ่ง
        “ไม่เห็นเกี่ยว” ผมเถียงเสียงเบา แม้จะรู้ว่ามันเรื่องจริงก็เถอะ
        “เออ เรื่องของมึงเถอะ”
        ผมหันไปมองเขาตาขวาง น้อยคนนักที่จะพูดไม่เพราะกับผม ไม่ใช่ผู้ดีอะไรหรอกนะ ก็แค่ไม่ชอบเท่านั้น แต่ดูเหมือนเขาจะไม่สะทกสะท้านกับสายตาของผม ผมเลยเลือกที่จะไม่ใส่ใจแล้วกลับมานั่งนึกชื่อเพื่อนต่อ จนหมดเวลาผมถึงจะได้กระดาษตัวเองคืน
        “โหย ยังจำไม่ได้เลยอ่ะ”
        “นั่นดิ ไอ้แชมป์ ชื่อมึงนี่จะอ่านยากไปไหนวะ” ปลาตะโกนด่าเพื่อนผู้ชายใจหญิงคนหนึ่งในกลุ่ม เพราะเขาดันชื่อ สัณหภาส แต่เอ๊ะ เพิ่งรู้จักกันนี่ขึ้นมึงกูกันแล้วเหรอ น่าแปลกดีแหะ
        “ชื่อกูเพราะไง”
        “เกี่ยวไหมมึง”
        แล้วเพื่อนในกลุ่มก็เริ่มเถียงกันอย่างออกรสออกชาติ ผมนั่งดูเงียบๆไม่คิดจะมีส่วนร่วมด้วยแต่อย่างใด
        “เอาล่ะน้องๆทุกคน พี่จะให้พี่ๆไปเดินเลือกตัวแทนแต่ละกลุ่มนะคะ อย่าอิดออด นี่เป็นกิจกรรมที่ทุกคนต้องทำ โดนชี้ตัวแล้วก็ออกมาเลย เข้าใจไหมคะ”
        “เข้าใจค่ะ/ครับ”
        “ดีมากค่ะ พี่ๆเดินไปเลือกน้องได้เลยค่ะ”
        แล้วก็ถึงเวลาอันแสนลุ้นระทึก คนที่โดนเลือกก็ทำสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ก่อนจะเดินออกไปด้วยความจำนน จนมาถึงกลุ่มผมที่พี่ผู้ชายคนหนึ่งชื่อว่าเติ้ลเดินรอบๆกลุ่มแล้วสองรอบ แต่ก็ยังไม่ตัดสินใจเลือก ปลากับไข่ดาวบีบมือกันแน่น ส่วนรามก็นั่งหน้านิ่ง แต่ผมว่าแววตาเขาน่ากลัวมาก เหมือนจะบอกว่า ‘เลือกกูมึงตาย!’ อะไรแบบนั้น และสุดท้ายพี่เติ้ลก็ฉีกยิ้มก่อนจะเดินตรงมาหาผมแล้วก็สะกิดผมให้ลุกขึ้น
        “น้องต้นหอม เชิญครับ”
        ผมมองหน้าพี่เขาที่ส่งสายตาเป็นประกายมาให้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพี่เขาเป็นอะไร ผมลุกขึ้นแต่โดยดีก่อนจะกวาดตามองเพื่อนในกลุ่มอีกครั้งแล้วก็เดินออกไปต่อท้ายแถวเป็นคนสุดท้าย
        กลุ่มแรกที่โดนคือคนที่ยืนหัวแถว เพื่อนๆสมาชิกในกลุ่มต้องออกมายืนที่ด้านข้างแล้วให้คนที่เป็นผู้โชคร้ายพูดแนะนำเพื่อนไปเรื่อยๆจนครบสิบสี่คนก่อนจะแนะนำตัวเองเป็นคนสุดท้าย ซึ่งผ่านมาหลายกลุ่มก็ไม่มีใครแนะนำได้หมด ยกเว้นแต่ชื่อเล่นเพราะสามารถอ่านได้จากป้ายชื่อนั่นเอง
        “เอาล่ะ มาถึงกลุ่มสุดท้ายแล้ว ที่ผ่านมาไม่มีกลุ่มไหนทำภารกิจผ่านสักกลุ่มเดียว”
        “พี่ มันยากนะ ตั้งสิบห้าคน”
        “ใช่ เวลาก็ให้น้อยเกินไปอ่ะพี่”
        “ไว้วันหลังค่อยจำก็ได้” แต่ละคนบ่นกันใหญ่ เสียงดังบ้างเบาบ้าง แต่แค่นี้ก็พอจะทำให้พี่ๆหน้าบึ้งกันชนิดที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย ตอนนี้ผมเห็นแววตานางมารเต็มไปหมด นางฟ้าหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ >.<
        “แล้วถ้าวันนี้น้องยังจำชื่อเพื่อนไม่ได้ แล้ววันไหนน้องจะจำได้ เรามาอยู่คณะเดียวกันแล้ว ได้ชื่อว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน หลังจากนี้โดยส่วนมากก็จะต่างคนต่างเรียน รู้จักกันแค่ในกลุ่มตัวเองเท่านั้น ที่พี่พูดจริงหรือเปล่า ระบบเราไม่ได้เคร่งเหมือนคณะวิศวะฯหรือวิทยาฯ เพราะพี่อยากให้น้องๆรู้สึกว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกันที่อบอุ่น กับอีแค่ชื่อเพื่อนแค่สิบกว่าคนน้องบอกว่าจำไม่ได้ พี่ก็ไม่ได้ว่าหรือจะฆ่าแกงอะไร แต่แทนที่จะมานั่งโอดครวญ ไปนั่งทำความรู้จักกับคนที่จะต้องอยู่ใต้ชายคาเดียวกันอีกสี่ปีต่อจากนี้ดีกว่าไหมคะ”
        “...” เงียบเชียบ
        “ที่จริงพี่ก็ไม่ได้อยากให้น้องจำชื่อเพื่อนได้ทุกคนภายในวันนี้หรอกนะ แต่แค่อยากเห็นว่าน้องกระตือรือร้นที่จะทำความรู้จักกับคนที่จะอยู่ร่วมกันอีกสี่ปีข้างหน้านี่หรือเปล่า ก็แค่นั้น จำไม่ได้ก็แค่พยายามใหม่ ไม่ใช่บ่นออกมา จริงไหมคะ” พี่คนหนึ่งออกมาพูด และนั่นทำให้เด็กปีหนึ่งทั้งหมดนั่งหน้าสลดกันเป็นแถว พี่เขาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆไม่ได้ตะโกนหรือพูดจารุนแรง แต่ทุกคำพูดล้วนแต่กระแทกใจคนฟังทั้งสิ้น
        “เอาล่ะ มาดูสิว่าคนสุดท้ายจะกู้ชื่อเสียงให้รุ่นนี้ได้หรือเปล่า สวัสดีจ้ะ กลุ่มน้องอยู่ตรงไหนคะลุกขึ้นยืนหน่อย” กลุ่มสีแดงของผมลุกขึ้นยืนพลางตะโกนเชียร์ผมกันยกใหญ่ ผมเลยได้แต่เอามือเกาท้ายทอยแก้เขิน
        “เริ่มเลยค่ะ”
        “เอ่อครับ คนแรกชื่อกนิษฐกา วงค์พินิจ ชื่อเล่นปลา จบจากโรงเรียน.....คนที่สองชื่อ สัณหภาส เกรียติก้องไกล ชื่อเล่น แชมป์ จบจากโรงเรียน...คนที่....คนที่สิบชื่อ ราม ชื่อจริงชื่อ ราเมศวร์ โชติปัญญาคุณ จบจากโรงเรียน...”
        ผู้คนเริ่มส่งเสียงดังมากขึ้นเมื่อผมเอ่ยมาถึงคนที่สิบ หลายคนเอ่ยปากชม หลายคนดูอึ้งและตกใจไม่คิดว่าผมจะทำได้ แม้แต่เพื่อนในกลุ่มตัวเองก็ตาม ผมพูดรายชื่อเพื่อนจนมาถึงคนสุดท้าย นั่นก็คือไข่ดาว
        “คนสุดท้ายชื่อ จิตรสินี ศรีทอง ชื่อเล่นไข่ดาว จบจากโรงเรียน.....และ ผมชื่อ คิรากร จารุโรจน์ ชื่อเล่นต้นหอม จบจากโรงเรียน..... ยินดีที่ได้รู้จักนะครับทุกคน” ผมพูดเสร็จก็ส่งไมค์ให้รุ่นพี่ที่ยืนมองผมตาโต ทันใดนั้นเสียงปรบมือก็ดังสนั่นไปทั่วโถงอาคารพร้อมกับเสียงร้องตะโกนโห่ด้วยความดีใจ พี่ๆหลายคนก็ปรบมือให้ผม พี่บางคนเอาพวงมาลัยมาคล้องคอผมด้วยความยินดี พร้อมกับคำชมจากหลายๆคน ผมเดินกลับมานั่งที่เดิมก่อนจะเริ่มกิจกรรมอื่นต่อไป
        “ต้นหอม ทำได้ไง โครตเก่งเลยอ่ะ” ปลาจับมือผมไปเขย่าแล้วก็เอ่ยชมไม่ขาดปาก
        “ก็...ไม่หรอก” ผมได้แต่ตอบอ้อมแอ้ม ไม่อยากจะพูดอะไรมาก
        “อัจฉริยะสุดๆ”
        “แดกไรเข้าไปวะ เก่งฉิบหาย”
        เอ่อ...เริ่มจะหยาบคายกันมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ผมก็ไม่ได้ถือสาเพราะเท่าที่ได้ยินส่วนมากก็พูดกันแบบนี้ แม้ว่าจะรู้สึกตะหงิดๆนิดๆก็เถอะ
        “ไม่ใช่เล่นเหมือนกันนิ” รามพูดกับผมก่อนจะยกยิ้มมุมปาก
        “แน่นอน” จะว่าไปหมอนี่ก็กวนประสาทใช่ย่อย เห็นนิ่งๆขรึมๆอย่างนี้คงจะประมาทไม่ได้สินะ

         

ต่อ
V
V
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-04-2014 20:09:52 โดย RiRi »

ออฟไลน์ RiRi

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 569
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +595/-8
    • RiRiWorld
      หลังจากทำกิจกรรมทั้งวันแล้ว เวลาสี่โมงเย็นรุ่นพี่ก็ปล่อยตัวเด็กปีหนึ่งให้แยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน เพราะคณะผมไม่ได้เคร่งเหมือนคณะอื่น ไม่ได้มีพิธีรีตองอะไรมากนักเลยปล่อยเร็ว ซึ่งทำให้ผมรักคณะนี้สุดๆไปเลย
        สำหรับผมแล้ว สิ่งที่น่ากลัวกว่าการเรียนก็คือสังคมและสภาพแวดล้อมรอบข้าง ผมเป็นคนเข้ากับคนยาก ไม่ชอบเสียงดังโวยวาย เกลียดการตวาดตะคอก ถ้าผมไปเรียนคณะวิศวะฯกับแมทผมต้องบ้าตายวันละหลายสิบรอบแน่ๆ หรือไม่ก็อาจจะรีบลาออกแทบไม่ทัน
        “ทำไมไม่รับโทรศัพท์นะ” ผมบ่นกับตัวเองพลางโทรหาแมทไปด้วย แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะรับสายแถมยังตัดสายอีก ผมขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แมทไม่เคยเป็นแบบนี้นี่น่า แต่แปบเดียวแมทก็ส่งข้อความกลับมา ผมรีบเปิดอ่านทันที
        ‘ยังไม่เสร็จ รับสายไม่ได้ มารอที่คณะได้ไหม’
        ผมอ่านเสร็จก็รีบพิมพ์กลับทันที
        ‘อืม รอแปบนะ เดี๋ยวเดินไปหา’
        ดีที่คณะผมอยู่ใกล้กับคณะวิศวะฯ เลยไม่ต้องเดินไกล พอเดินมาที่หน้าคณะก็เห็นคนกลุ่มใหญ่อยู่ไม่ไกลนัก ผมเลือกนั่งรออยู่ห่างๆ ม้าหินใต้ต้นประดู่ต้นใหญ่จึงเป็นที่นั่งพักของผม แดดตอนสี่โมงเย็นนี่แรงไม่ใช่เล่น จะนั่งตากแดดก็คงไม่ไหว แต่อย่างน้อยก็มีลมพัดเอื่อยๆพอให้รู้สึกเย็นสบาย
        ผมนั่งรอจนห้าโมงกว่า ทั้งเล่นเกมส์ ฟังเพลง เปิดหนังที่โหลดเก็บไว้ในไอแพดดู แต่ดูได้แปบๆก็เบื่อ ผมมองไปยังจุดที่เด็กวิศวะเขารับน้องกันก็ไม่เห็นว่าจะเลิกเลย เย็นมากแล้วนะ หิวข้าวแล้วด้วย ผมอยากจะเดินไปหาอะไรกิน แต่ถ้าแมทมาแล้วไม่เจอผมเดี๋ยวจะเป็นเรื่องเอาได้ ผมเลยได้แต่นั่งถอนหายใจฟุบหน้าลงกับโต๊ะด้วยความเซ็ง มือกดเปิดรูปภาพในโทรศัพท์ดูไปเรื่อยๆ
        “เมื่อไหร่จะเลิกสักทีเนี่ย จะรับน้องถึงพรุ่งนี้เช้าเลยไหม” ผมบ่นเบาๆกับตัวเอง อยากกลับบ้าน อาบน้ำกินข้าว นอนดูหนัง อ่านหนังสือ อะไรก็ว่ากันไป ดูสิเนี่ย เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์แท้ๆ
        “น้องครับ”
        ผมเงยหน้าตามเสียงเรียก เห็นผู้ชายคนหนึ่งดูท่าจะเป็นรุ่นพี่คณะวิศวะ เขามองผมก่อนจะยิ้มออกมาแล้วก็ถือวิสาสะนั่งโดยไม่ได้ถามผม แต่ช่างเถอะ นี่คณะเขานี่น่า ผมต่างหากที่เป็นคนนอก
        “ครับ”
        “มารอเพื่อนเหรอน้อง หรือรอแฟน”
        “รอเพื่อนครับ” ผมตอบก่อนจะก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ของตัวเอง แมทสั่งว่าไม่ให้คุยกับคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่น่าไว้ใจ ไม่ใช่ว่าพี่คนนี้หน้าตาไม่น่าไว้วางใจหรอกนะ แต่อย่างที่บอก ผมเข้ากับคนไม่เก่ง และการพูดคุยกับคนไม่รู้จักก็ไม่ใช่นิสัยของผมสักเท่าไหร่ด้วย
        “ไม่ไปนั่งที่ใต้ตึกละครับ ที่นี่มืดแล้วยุงเยอะนะ ไปไหม ไปกับพี่”
        “ไม่เป็นไรครับ”
        “งั้นเดี๋ยวพี่นั่งเป็นเพื่อน ว่าแต่น้องชื่ออะไรครับ”
        “เอ่อ...ชื่อต้นครับ” ผมเลือกจะบอกไปแค่นั้น อีกหน่อยก็ไม่ได้เจอกันหรอก จะบอกแค่ไหนก็คงไม่สำคัญ
        “พี่ชื่อเจมส์ แล้วน้องต้นเรียนคณะอะไรครับ”
        ผมนั่งนิ่งคิดแปบหนึ่งก่อนจะตอบ
        “อักษรฯ”
        ไม่รู้จะถามไปทำไม ผมรู้สึกอึดอัดยังไงไม่รู้ นั่งให้พี่เจมส์ถามนู่นนี่ไปเรื่อย ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง ก่อนที่ความอดทนจะหมดลงเสียงสวรรค์ก็มาโปรดผมได้อย่างหวุดหวิด
        “ต้นหอม ไป กลับบ้าน”
        ผมหันไปมองแมทที่มายืนอยู่ข้างหลังผม ผมรีบเก็บข้าวของที่ขนออกมาเล่นใส่กระเป๋าเป้แล้วสะพายไว้ที่หลัง ก่อนจะลุกขึ้นยืนข้างแมท เงยหน้ามองแมทที่ยืนมองหน้าพี่เจมส์นิ่งๆก่อนจะจับมือผมออกเดิน
        “นี่ ทำแบบนั้นจะไม่เป็นไรเหรอ” ผมถามแมท สองเท้าพยายามสาวให้ทันขายาวๆของแมท
        “ทำแบบไหน”
        “ก็...เขาเป็นรุ่นพี่นี่ ไม่เห็นแมทไหว้เลย”
        “มันมากวนใจหรือเปล่า” แมทไม่ตอบแต่ถามกลับมาแทน ผมจับน้ำเสียงได้ว่าแมทเป็นห่วง เขาจะเป็นอย่างนี้เสมอเมื่อมีคนเข้าหาผม
        “ก็..นิดหน่อย เขาก็แค่ถามนู่นนี่นั่นอ่ะ ไม่มีอะไรหรอก”
        “บอกว่าไม่ให้คุยกับคนแปลกหน้า”
        “โธ่ ใช่ว่าจะอยาก เขาเข้ามาเองต่างหาก”
        “ดื้อ”
        “แมท!”
        “เย็นนี้จะกินอะไร คาโบนาร่าไหม เดี๋ยวทำให้”
        อย่างนี้ทุกที เวลาผมจะโกรธก็จะยกเอาเรื่องอาหารมาง้อผมทุกที และผมก็ใจอ่อนทุกทีเลยให้ตายสิ!
        “ขอเบคอนเยอะๆนะ ^^”


---------------------------------------------------------------------------
 :bye2:
 :กอด1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-04-2014 20:11:23 โดย RiRi »

ออฟไลน์ AGALIGO

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 324
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-4

ชอบเรื่องนี้จังเลย

ออกมาสามคนแล้วยังมีอีกเหรอเนี่ย---แล้วจะเป็นใครน้อ

+ เป็ดจ้า

ปล. ลงให้จบน้าอย่าทิ้งกันกลางทาง

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ nunnuns

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1999
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-3
ความน่ารักของนายเอกยังคงอยู่เหมือนเดิม ต้นหอมใสซื่อดีอิอิ

ปล.ตัวละครอย่าเยอะมากน้า หนูสับสน

ออฟไลน์ nong PeePee

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 244
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-0
ติดตามค่าอยากรู้ใครจะเป็นพระเอกตัวจริง  :กอด1:

Giniz

  • บุคคลทั่วไป
เรื่องนี้ใช่เรื่องของพี่ครามรึป่าวหว่า
แต่จริงๆอ่านตอนนี้แล้วก็อยากจะเชียร์แมทต้นหอมไปเลยนะ
เพราะแมทดูแลต้นหอมดีมากๆอ่ะ น่ารัก  :-[

ออฟไลน์ biw43

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 87
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-2
ลุ้นพระเอกเหมือนกัน
ติดตามตอนต่อไปค่ะ
 o13

yayee2

  • บุคคลทั่วไป
มีทีท่าว่าจะสนุกอีกแล้ว ชื่อนายเอก"ต้นหอม" น่ารักน่า :จุ๊บๆ:จัง
ราม....ก็น่าใช่>>> ส่วนแมท คงเป็นคนดีที่อยู่ข้างๆต้นหอมเสมอ แล้วจะใช่รึเปล่านะ

ป.ล. "ตะวาด" เขียน >> "ตวาด" ไม่ประวิสรรชนีย์จ้ะ

ออฟไลน์ CarToonMiZa

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6356
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +820/-41
ตามติดชิดขอบเวที
มาช้าไม่เป็นไรรอได้ :L1:

ออฟไลน์ RiRi

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 569
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +595/-8
    • RiRiWorld
เรื่องนี้ใช่เรื่องของพี่ครามรึป่าวหว่า
แต่จริงๆอ่านตอนนี้แล้วก็อยากจะเชียร์แมทต้นหอมไปเลยนะ
เพราะแมทดูแลต้นหอมดีมากๆอ่ะ น่ารัก  :-[


เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของพี่ครามค่ะ เรื่องของพี่ครามอยู่ในเรื่อง Pretty Boy II ที่จะมาในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ค่ะ อันนี้เป็นเรื่องใหม่ ^_^
 :กอด1:

ออฟไลน์ Monkey D

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 722
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-0
ตามมาเชียร์ด้วยคนคร้าบบบบบบผม
ต้นหอมน่ารักอ่ะ   แต่ดูเหมือนเรื่องจะเศร้าๆป่ะเนี้ยคับ
ติดตามๆ

jiw

  • บุคคลทั่วไป
รออยู่นะค่ะ :call: :call: :call:

ออฟไลน์ PetitDragon

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +342/-5
จะเศร้ามั๊ยเนี่ย ? :z10:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Kissing

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 84
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-1
เรื่องใหม่ๆ   :mc4:

ต้นหอมน่ารักกกกกกกกก

 :pig4:

ออฟไลน์ didi

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1001
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +98/-8
ชอบแม็ทจัง :z2:เป็นเพื่อนที่ดีมากเลย
 :pig4:

ออฟไลน์ Lovecartoon1996

  • ชอบกินมาม่า
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 385
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-2
    • -
เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ :impress2:รึเปล่า

ใครพระเอกหว่า :z2:

ออฟไลน์ irksome

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 277
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
อ่านบทนำเเล้วรู้สึกว่าเรื่องนี้เศร้าแน่เลย  :z3:

jiw

  • บุคคลทั่วไป
คนแต่งค่ะเมื่อไหร่จะมาต่อค่ะ

ออฟไลน์ RiRi

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 569
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +595/-8
    • RiRiWorld
♣Maybe...รักนี้อาจเป็นนาย♣

บทที่ 2
You hit me like the sky fell on me


               
         
“ลืมอะไรหรือเปล่า”

 “เปล่า”

“อย่าลืมนะ ไม่ขับกลับมาเอาให้หรอก”

“เชอะ” ผมสะบัดหน้าใส่แมทที่นั่งจิบกาแฟดูผมกินข้าวเช้า ได้ข่าวว่าแมทก็เรียนปีหนึ่งเหมือนกัน แต่ดูทำท่าเข้าสิ อย่างกับพ่อคอยไปส่งลูกชายที่โรงเรียนอย่างนั้นแหละ ทำตัวแก่แดดจริงๆ ผมว่าแมทได้แค่ในใจนะ ขืนพูดออกไปหน้าผมได้จุ่มลงไปในชามข้าวต้มแน่ๆ ผมล้อเล่นน่า แมทไม่โหดขนาดนั้นหรอก ออกจะใจดีด้วยซ้ำไป แต่ชอบทำเป็นเข้ม

“มองอะไร” แมทถามเพราะเห็นผมจ้องเขาอยู่นาน

“เปล่า” ผมก้มหน้าก้มตากินข้าวต้มปลาร้อนๆที่รสชาติอร่อยสุดๆ รู้ไหมว่าใครทำ ผมทำเองนี่แหละ หึหึ ทำเองอวยตัวเอง

“รีบๆกินเข้า ไปสายรถจะติด”

“อย่าเร่งสิ เดี๋ยวติดคอ”

แล้วผมก็เร่งสปีดในการกินให้เร็วขึ้น ปกติแมทจะไม่เร่งผมหรอก แต่ว่าวันนี้เราทั้งคู่ดันตื่นสายเพราะเมื่อคืนเอาแต่ดูหนังเพลิน รู้ตัวอีกทีก็ตีสองกว่าเข้าไปแล้ว ทำให้วันเปิดเทอมวันแรกต้องมารีบเร่งอย่างนี้

“เสร็จแล้ว ต้นหอมเอาจานไปล้างก่อนนะ”

“ไม่ต้อง เอาไปวางไว้เฉยๆ เดี๋ยวแม่บ้านจะมาทำความสะอาด” แมทรีบเบรคผมไว้ ก่อนที่ผมจะวิ่งเอาจานเข้าไปล้างในครัว

“แมท”

“อะไร”

“เนคไทเบี้ยว มานี่สิ”

ผมจัดการผูกเนคไทให้แมทใหม่ พริบตาเดียวก็ออกมาสวยสมบูรณ์แบบ ไม่อยากจะบอกว่าผมผูกเนคไทเก่งมากๆ ส่วนแมทผูกได้แย่เอามากๆ

“หึหึ ขอบคุณครับ”

แมทขยี้หัวผมเบาๆก่อนจะเดินขึ้นรถ และแล้วรถก็ติดจริงๆ กว่าจะไปถึงมหาวิทยาลัยก็เกือบจะใกล้เข้าเรียนแล้ว แมทขับรถมาจอดไว้ที่คณะวิศวะฯ ทีแรกจะไปจอดที่คณะผม แต่ผมบอกว่าให้จอดที่คณะแมทดีกว่าเพราะที่จอดเยอะ แถมยังร่มด้วย เขาก็เลยทำตามที่ผมบอกอย่างเสียไม่ได้

“ตอนเที่ยงจะโทรหานะ”

“อืม ไม่ต้องเดินไปส่งหรอก โตแล้วน่าพ่อ”

“เดี๋ยวจะโดน ไปเร็วๆ รีบไปเข้าเรียนได้แล้ว”

“บาย แล้วเจอกัน” ผมโบกมือให้แมทก่อนจะเดินไปคณะอักษรศาสตร์ของตัวเอง เด็กปีหนึ่งทุกคนต้องแต่งกายให้ถูกระเบียบตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่สีผมจะทำยังไงก็ได้ตามใจชอบไม่บังคับ วันนี้เราเลยจะเห็นเด็กปีหนึ่งผู้หญิงใส่กระโปรงพลีทและสวมรองเท้าผ้าใบสีขาวถุงเท้าสีขาว ผมว่าแบบนี้น่ารักดีนะ ส่วนผู้ชายก็ผูกเนคไท กางเกงสแล็คถูกระเบียบ รองเท้าเป็นมันเงา นี่สินะ กลิ่นอายของคำว่านิสิตนักศึกษา

เช้านี้ผมมีเรียนสารสนเทศเบื้องต้น เป็นวิชาที่นักศึกษาปีหนึ่งต้องลงเรียนทุกคน เลยต้องเรียนที่หอประชุมใหญ่ของคณะ ซึ่งผมเคยไปมาแล้วครั้งหนึ่งตอนปฐมนิเทศ

“ต้นหอม! รอด้วย!”

ผมหันหลังกลับไปเมื่อได้ยินเสียงคนเรียก อาร์มวิ่งตรงมาทางผมหน้าตั้ง สภาพดูไม่ได้ ก่อนจะมาหยุดตรงหน้าผม ยืนค่อมตัวเอามือเท้าที่หัวเข่าพร้อมหายใจหอบรุนแรง ผมเลยต้องเอื้อมมือไปตบหลังของอาร์มเป็นการช่วยเหลือ

“ตื่นสายเหรอ”

“อืม แฮกๆๆ วิ่ง ... วิ่งมา แฮก จากหอ” อาร์มพูดพลางทำท่าชี้โน่นชี้นี่ ทำเอาผมหลุดขำออกมากับท่าทางตลกๆแบบนั้น

เมื่ออาร์มกลับมาหายใจได้เป็นปกติผมกับเขาก็เดินตรงไปยังหอประชุมที่อยู่ชั้นสองของตึกคณะ คณะของผมมีตึกทั้งหมดสามตึก ชื่อตึกมาจากอธิการบดีที่ดำรงตำแหน่งตอนที่อาคารเรียนถูกสร้างนั้นเป็นคนตั้ง อย่างตึกที่ผมกำลังจะไปนั้นเรียกว่า ตึกนวลอักษร อยู่ตรงกลางระหว่างอีกสองตึก ตึกด้านซ้ายชื่อว่าแสงสุวรรณ และตึกด้านขวาชื่อ มาลากุล

“ต้นหอม กูเรียบร้อยยังวะ”

ผมนิ่งอึ้งไปสามวิก่อนจะตอบ

“ไม่อ่ะ ดูไม่ได้สุดๆ” ผมบอกก่อนจะผลักประตูเข้าไป คงต้องทำใจสินะว่าจะต้องได้ยินคำหยาบตั้งแต่วันนี้ไป เอาเถอะ บางทีผมเองอาจจะเป็นคนผิดก็ได้ที่ทำตัวแปลกแยก เพราะเท่าที่ได้ยินมาใครๆก็พูดกัน แต่พอเอาไปปรึกษาแมท เขากลับพูดว่า...

‘บอกมันสิว่าไม่ชอบ ทำไมต้องทนฟัง’

พูดน่ะมันก็พูดง่าย แต่จะให้ผมไปพูดแบบนั้นจะไม่ถูกมองว่าเป็นตัวประหลาดหรอกเหรอ ก็ใครๆก็พูดกันนี่นา แต่ถึงคนอื่นจะพูดยังไงผมก็คงห้ามไม่ได้หรอก แค่ผมไม่พูดก็น่าจะโอเคแล้วเนอะ

“ใจร้ายวะต้นหอม โกหกก็ได้ คนฟังจะได้รู้สึกดี” อาร์มบ่นกระปอดกระแปดเดินมานั่งข้างผม

“ไม่ล่ะ เราชอบพูดความจริง” ผมตอบ

“อืม ถามอะไรหน่อยดิ”

“ว่า?”

“ทำไมแทนตัวเองว่าเราล่ะ ไม่พูดมึงกูเหรอ ไม่เคยได้ยินมะ...เออ ต้นหอมพูดเลยอ่ะ” อาร์มถามผมทำหน้าสงสัย ไม่ใช่อาร์มคนแรกหรอกที่ถามแบบนี้ หลายคนแล้วเหมือนกัน ตอนนี้ผมก็เลยชิน

“ก็มันไม่สุภาพไง อีกอย่างเพื่อนเราไม่ให้พูด แล้วเราเองก็ไม่ชอบด้วย” ผมตอบไปตามความจริง

จำได้ว่ามีครั้งหนึ่งผมเผลอหลุดพูดเพราะเห็นว่าใครๆก็พูดกัน ตอนนั้นผมอยู่แค่มอสองเอง แต่พอพูดออกไปแค่คำเดียวแมทตบปากผมทีเดียวเลือดออก จำได้ว่าผมร้องไห้เสียใจอยู่หลายชั่วโมง และก็รู้ว่าแมทไม่ชอบให้ผมพูด แต่ทำไมต้องตบด้วยล่ะ ผมถามเขา เขาบอกว่า น็อตหลุด มันไปเอง แล้วแมทก็ขอโทษผมยกใหญ่ ซื้อนู่นซื้อนี่มาไถ่โทษ หลังจากวันนั้นแมทไม่เคยทำให้ผมเจ็บตัวอีกเลย

เรื่องวันนั้นผมไม่โกรธแมทหรอก เพราะแมทเคยบอกผมแล้ว แต่วันนั้นผมหลุดปากจริงๆ เลยเผลอทำให้แมทหลุดมือไปด้วย ที่จริงแมทไม่ได้ตบแรงหรอก แต่จังหวะนั้นผมกัดปากตัวเองอยู่พอดี เลือดมันเลยออก แต่อย่าไปบอกแมทนะ ปล่อยให้เข้าใจผิดไปแบบนั้นแหละ คราวหลังจะได้ไม่กล้าหือกับผมอีก ฮ่าๆๆๆ

“งั้นเหรอ แสดงว่าเพื่อนนายก็ไม่พูดคำหยาบเลยล่ะสิ”

“น้อยไปสิ หมอนั่นน่ะตัวหยาบคายเลย”

“อ้าว ไหงงั้นล่ะ”

“ไม่รู้ พอๆ จะทำอัตชีวประวัติของเราหรือไง ถามเยอะจริง”

ผมหยิบสมุดเอาไว้จดเลคเชอร์ออกมาวางพร้อมทั้งกล่องดินสอกล่องใหญ่ที่มีปากกาดินสอหลากสีหลากยี่ห้อเต็มไปหมด ผมชอบเวลาจดแล้วให้สมุดมันมีหลายๆสี ตอนจดก็มีความสุข ตอนอ่านก็อ่านเข้าใจดี เพราะฉะนั้นเวลาว่างๆของผมเลยชอบไปเดินร้านขายเครื่องเขียน อย่างบีทูเอสที่มีของเยอะมาก ผมขลุกอยู่ที่นั่นได้เป็นวันๆโดยไม่เบื่อเลยแหละ พร้อมกับเสียเงินโดยไม่คิด >_<;

ป๊าบ!

“ไอ้อาร์ม กูโทรหาไม่รับวะสัด”

บุคคลมาใหม่ชื่อว่าก้านเดินมาตบหัวอาร์มแรงเต็มเหนี่ยวก่อนจะนั่งลงข้างอาร์มนั่นแหละ เพราะข้างๆผมเต็ม ไม่มีที่นั่ง

“ไม่ได้ยินไอ้เชี่ย ตบมาได้เต็มแรง เจ็บนะเว้ย!” อาร์มหันไปโวยวายใส่ก้านที่ดูจะชอบใจกับการทำให้เพื่อนเจ็บตัวได้ เหอะๆ อย่ามาตบหัวผมเป็นพอ ไม่งั้นผมจะ...วิ่งไปฟ้องแมท T_T

“นักศึกษา อยู่ในความสงบหน่อยค่ะ ได้เวลาเรียนแล้ว” อาจารย์ผู้หญิงที่มีอายุท่านยืนอยู่หน้าหอประชุมพูดใส่ไมค์เสียงดังทรงพลัง ทำให้เสียงที่ดังเซ็งแซ่เงียบลงไปถนัดตา

“ต้นหอมๆ” เสียงกระซิบดังมาจากข้างหลังผม พอหันไปก็เจอกับไข่ดาวและปลา ยังมีแชมป์อีกคน สามคนนี้กลายเป็นเพื่อนซี้กันไปแล้วเหรอเนี่ย ดีจัง

“ว่าไงเหรอ ผมเลยกระซิบกลับไป เพราะตอนนี้หอประชุมเงียบมาก

“ขอเบอร์หน่อยสิ” ไข่ดาวส่งโทรศัพท์ของเธอมาให้ผม ผมรับมากดเบอร์ตัวเองลงไปก่อนจะส่งคืน เธอเอ่ยขอบคุณเบาๆ ผมยิ้มแล้วหันกลับมาสนใจอาจารย์ที่ยืนอยู่ข้างหน้าแทน

การเรียนการสอนวันแรกไม่ได้สบายอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะถ้าเปรียบเทียบกับตอนมอปลายที่วันแรกของการเปิดเรียนจะไม่มีการสอน มีเพียงอาจารย์มาพูดรายละเอียดเกี่ยวกับวิชานิดหน่อย แต่การเรียนมหาวิทยาลัยนั่นเรียนกันตั้งแต่คาบแรก เดินไปซื้อหนังสือที่ด้านหน้าเสร็จก็เริ่มเรียนทันที

“ถ้าหนังสือจะหนาขนาดนี้ กูเอาไว้หนุนนอนดีกว่า” อาร์มบ่นเมื่อเห็นความหนาของหนังสือที่ก้านส่งให้ ก่อนจะเอาวางลงบนโต๊ะแล้วฟุบหน้าลงบนหนังสือ

“นี่ของต้นหอม” ก้านส่งหนังสือให้ผม

“ขอบใจ” ผมรับมาวางไว้บนโต๊ะ ลูบที่หน้าปกเบาๆอย่างที่ชอบทำก่อนจะเปิดไปหน้าแรก ลงมือเขียนชื่อของตัวเองลงไป

☀TonHom☀
Faculty of Arts #255106
08x-xxx-xxxx

โดยส่วนมากผมจะเขียนชื่อแล้วก็เบอร์โทรลงไปในชีทและหนังสือเรียน เพราะผมเคยทำหนังสือเรียนหาย ในนั้นมีแต่เนื้อหาที่ผมจดจากในห้องเรียนทั้งนั้น แต่คราวนั้นผมไม่ได้ใส่เบอร์โทรลงไปและผมก็ไม่ได้มันคืน ผมเลยต้องไปซื้อใหม่ แล้วลงมือจดใหม่ทั้งหมด ครบบ้างไม่ครบบ้าง เป็นอะไรที่น่าเสียดายมากสำหรับผม หลังจากนั้นผมเลยต้องใส่เบอร์โทรไว้ทุกครั้ง บางทีผมก็ไม่ได้ทำหายเองหรอก แต่ว่าโดนแกล้งซะส่วนใหญ่

เบอร์ที่ใส่ลงไปก็ไม่ใช่เบอร์ผมหรอก แต่เป็นเบอร์แมทต่างหาก เขาไม่ให้ผมใส่เบอร์ตัวเองเพราะกลัวว่าใครจะมายุ่งวุ่นวายกับผม ทำให้ผมรำคาญใจ แต่ผมคิดว่าผมย้ายมาอยู่ที่นี่แล้วผมคงไม่โดนแกล้งเหมือนแต่ก่อนแล้วล่ะ

“ต้นหอม ทำอะไรอ่ะ”

“...”

“ต้นหอม”

“แปบ...” ผมรีบจดคำพูดของอาจารย์เพราะเดี๋ยวจดตามไม่ทัน เมื่อจดเสร็จแล้วเห็นว่าอาจารย์พูดนอกเรื่องผมก็หันหน้าไปหาก้านที่มองผมอยู่

“มีอะไรเหรอก้าน”

“ถามว่าทำอะไร”

“จดเลคเชอร์ไง” น่าจะเห็นอยู่ ไม่น่าถามเลย แต่ผมสังเกตเห็นว่าอาร์มไปเฝ้าพระอินทร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนก้านก็นั่งเฉยๆ โดยมีหนังสือวางไว้อย่างเรียบร้อย ปากกาสักด้าม ดินสอสักแท่งก็ไม่มี นี่เขามาเรียนจริงหรือเปล่า

“นายไม่จดเหรอก้าน” ผมถามอย่างแปลกใจ

“ไม่ล่ะ ขี้เกียจ” ตอบง่ายไปไหมเนี่ย

“ไอ้อาร์มบอกไม่ชอบคนพูดไม่เพราะเหรอ” ก้านเท้าคางลงกับโต๊ะ ผมพยักหน้าตอบก่อนจะเริ่มลงมือจดอีกครั้งเมื่ออาจารย์เริ่มเข้าสู่เนื้อหาบทเรียน ปิดกั้นตัวเองจากคำถามของก้าน ขอผมเรียนก่อนนะ ไว้จะคุยด้วย

จนเวลาผ่านไปจนเกือบจะหมดคาบ ผมหันไปมองเพื่อนใหม่ทั้งสอง ตอนนี้สองคนนั้นสลบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมเลยหันไปข้างหลังที่ไข่ดาวและปลานั่งอยู่ ปรากฏว่าทั้งคู่ก็หลับเช่นกัน ทีนี้ผมเลยกวาดสายตาไปรอบๆห้องประชุม ไม่น่าเชื่อว่าเกือบครึ่งของนักศึกษาที่เขาเรียนฟุบหลับกันหมดเลย มีแค่บางส่วนเท่านั้นที่ตั้งใจเรียน

แน่ใจนะว่าพวกเขามาเรียนกันไม่ใช่มานอน ไม่จดแล้วจะสอบได้เหรอ น่าแปลกชะมัดเลย จนเมื่อจบคาบทุกคนก็พร้อมใจกันตื่นอย่างมิได้นัดหมาย หน้าตาแต่ละคนนี่ยับจนดูไม่ได้

“โอย ง่วงชะมัดเลยวะ หิวด้วย”

“เออ ไปกินไรดีวะ”

“ต้นหอม อยากกินไร” อาร์มถามผมที่กำลังเก็บข้าวของใส่กระเป๋า

“เดี๋ยวเราไปกินกับเพื่อน” ผมบอกแล้วก็หยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาแมท

“เพื่อนที่ไหนเหรอ” ปลาชะโงกหน้ามาถามผม

“เพื่อนที่วิศวะฯ” ผมตอบ

“แมท เลิกเรียนหรือยัง”

[เลิกแล้ว รอใต้คณะ เดี๋ยวเดินไปหา]

“อืม รีบมานะ”

ผมกดวางสายพร้อมกับมองหน้าเพื่อนทั้งสี่คนที่จ้องผมด้วยความใคร่รู้

“ต้นหอมจะไปกินกับเพื่อนใช่ไหม งั้นเอางี้ ไปด้วยกันหมดนี่แหละสนุกดี”

“เออ ความคิดดี ไปๆ”

ผมโดนเพื่อนๆดันหลังให้เดินออกจากหอประชุมแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ผมยังไม่ได้บอกแมทเลยว่าจะมีเพื่อนไปด้วย แต่คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง ให้แมทรู้จักกับเพื่อนของผมไว้ก็ดี

“แมท นี่ก้าน อาร์ม แล้วนี่ก็ไข่ดาว นี่ปลาและแชมป์” ผมแนะนำเพื่อนๆให้แมทรู้จัก แมทมองเพื่อนแต่ละคนของผมราวกับสายตาตำรวจมองผู้ร้ายยังไงยังงั้น ทำเอาแต่ละคนยื่นตัวเกร็งมองหน้ากันเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก

“อย่ามองเพื่อนเราอย่างนั้นสิแมท ไปๆ ไปกินข้าวกัน ว่าแต่จะกินที่ไหนล่ะ” ผมเอ็ดแมทให้เลิกจ้องเพื่อนผมสักทีก่อนจะเข้าไปลากแขนแมทให้ออกเดิน เพื่อนๆเลยเดินตามมา

“ไปกินที่โรงอาหารกลางละกัน” แมทตอบ

“อืม เดี๋ยวไปกินที่โรงอาหารกลางกันนะ” ผมรับคำแมทแล้วก็หันไปบอกเพื่อนๆที่อยู่ข้างหลัง พวกนั้นพยักหน้ารับก่อนจะยิ้มให้ผมแหยงๆ ผมเลยยิ้มตอบ พวกนั้นคงจะยังเกร็งไม่หายกับท่าทางของแมท เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเป็นธรรมดาจนผมชินไปแล้ว

เราเดินกันมาจนถึงโรงอาหารกลางของมหาวิทยาลัย อันที่จริงแต่ละคณะก็จะมีโรงอาหารของตัวเอง เพียงแต่จะไม่ใหญ่มากนัก และจะมีโรงอาหารกลางซึ่งอยู่ใกล้คณะผมกับคณะของแมท แต่รุ่นพี่บอกว่าทุกคนจะเรียกโรงอาหารกลางว่าโรงอาหารวิศวะฯ เพราะเด็กวิศวะฯจะมากินที่นี้เพราะเป็นคณะเดียวที่ไม่มีโรงอาหารเป็นของตัวเอง น่าสงสารจริงๆ

บรรยากาศในโรงอาหารดูครึกครื้นเต็มไปด้วยผู้คน และที่เห็นจะเยอะมากที่สุดก็คือนักศึกษาในเสื้อช็อปและชุดหมี เสียงโหวกเหวกโวยวายตามแบบฉบับผู้ชายเถื่อน ผู้หญิงห้าวของคณะวิศวะฯดังระงมไปทั่วพื้นที่

ผมกวาดสายตามองหาที่นั่ง ก่อนจะหันไปมองคนข้างๆ แมทมองไปยังที่ๆหนึ่งก่อนจะจับมือผมแล้วเดินจ้ำอ้าวไปยังโต๊ะที่อยู่ท้ายสุดและว่างพอดี

“คนเยอะจังเลย” ผมบ่นกับตัวเองเบาๆ เอากระเป๋าวางบนโต๊ะเป็นการจองที่ เพื่อนๆผมก็ทำแบบเดียวกัน ก่อนจะแยกย้ายกันไปหาอะไรกิน

“จะกินอะไร เดี๋ยวไปซื้อมาให้” แมทถามผม

“ไม่เอา เดี๋ยวไปเลือกเอง”

“คนมันเยอะ”

“ไม่เป็นไร”

แมทเห็นว่าผมไม่ยอมเลยเดินนำผมไป ผมเดินตามแมทไม่ให้ห่าง คนเยอะมากจนเดินเบียดเสียด ระหว่างทางที่เดินไปยังร้านอาหารที่อยู่ด้านหน้าสุดของโรงอาหาร สายตาหลายคู่มองมาที่ผม ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ส่วนมากจะเป็นสายตาของผู้ชาย บางคนมองแบบอึ้งๆ บางคนยิ้มให้ผม เจอแบบนี้ผมได้แต่เดินตัวลีบที่สุด บอกแล้วไงว่าผมไม่ชอบตกเป็นเป้าสายตาเท่าไหร่ ไม่รู้จะมองอะไรนักหนา ผมมีอะไรผิดปกติหรือไงกัน หรือว่าซิปไม่ได้รูด

เฮ้อออ น่าหงุดหงิดจริงๆนะแบบนี้ ไม่ชอบเอาเสียเลย

“ไปซื้อข้าวเองได้ใช่ไหม”

“ได้น่า แมทจะกินอะไรก็ไปซื้อเถอะ”

ผมเดินแยกออกมาเลือกร้านว่าจะกินอะไรดี สุดท้ายผมก็มาหยุดอยู่ที่ร้านข้าวหน้าเป็ดที่กลิ่นหอมเย้ายวนมากๆ แถวยาวไปหน่อยแต่ผมก็เลือกที่ต่อแถวซื้อ

“เย็นนี้ไปเปล่าวะไอ้ปืน”

“ไม่รู้ ดูก่อน”

“ไรวะ พี่นิ่มเขาอยากเจอมึงนะโว้ย ไปเถอะวะ กูสงสารพี่เขา”

“...”

เสียงสนทนาที่ดังอยู่ด้านหลังผมเงียบหายไป ผมไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทนะ ได้ยินเองหรอก

“ตามใจมึงละกัน เพราะที่จริงแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องของกู”

“มันก็ต้องอย่างนั้น”

เสียงของคนที่ตอบเพื่อนทุ้มน่าฟัง แข็งกร้าวนิดๆ ถ้าให้จินตนาการต้องเป็นผู้ชายที่เข้มมากๆเลย ผมอยากจะหันไปดูจังว่าหน้าตาคนพูดเป็นอย่างไร แต่ถ้าทำแบบนั้นเขาก็จะจับได้สิว่าผมแอบฟังอยู่

ปึก!

“อ๊ะ...!”

แรงกระแทกจาดคนด้านหน้าทำให้ตัวผมเซไปชนคนข้างหลังเต็มแรง แรงกดหนักที่บ่าดันตัวผมให้ยืนตรงได้ตามเดิม ผมหันไปมองก็เจอกับสายตานิ่งที่จ้องผมอยู่

“เอ่อ...ขอโทษครับ” ผมบอกเขาก่อนจะรีบหันกลับมาด้านหน้า คนที่ชนผมเอ่ยขอโทษก่อนจะหันไปว่าเพื่อนตัวเองที่กระแทกตัวเขาจนมาชนผม

สายตาแบบนั้น...

ผมใจเต้นแรงจนไม่เป็นตัวของตัวเอง จะว่าสายตาของเขานั้นน่ากลัวมันก็ใช่ แต่กลับแฝงไปด้วยอะไรบางอย่างที่ผมมองไม่ออก ถึงอย่างนั้นมันกลับดึงดูดผมได้อย่างไม่น่าเชื่อ แค่มองแวบเดียวผมก็สั่นแล้ว หน้านิ่งๆบวกสายตาคมเหมือนเหยี่ยวนั่นทำให้ผมวางตัวไม่ถูกเลย เขาไม่เอ่ยอะไรสักนิดที่ผมเซไปชนเขา แม้แต่ความเจ็บปวดก็ไม่ปรากฏบนใบหน้าให้ผมได้เห็น

“เอาอะไรดีจ๊ะพ่อหนุ่ม” เสียงของแม่ค้าเรียกสติผมกลับมาจากความคิด

“เอาข้าวหน้าเป็ดครับ ไม่เอาขิงดองกับหนังเป็ด”

เมื่อได้ข้าวแล้วผมก็หมุนตัวเดินออก แต่สายตาไม่รักดีดันมองไปยังคนที่ยืนต่อหลังผมอย่างไม่รู้ตัว แค่ซีกหน้าด้านข้างก็ทำเอาผมใจสั่นได้ไม่ยาก ก่อนที่เขาจะรู้ตัวว่าผมแอบมอง ผมก็รีบเดินกลับโต๊ะของตัวเองทันที ให้ตายเถอะ ทำไมใจผมถึงได้สั่นขนาดนี้นะ

“เป็นไรไป” แมทถามเมื่อเห็นว่าผมมีท่าทีผิดปกติ ถึงผมจะทำเนียนแค่ไหน แต่กับเพื่อนที่รู้จักกันมานาน มีเหรอที่แมทจะดูผมไม่ออก

“เปล่า”

แต่ผมไม่กล้าบอกความจริง จะให้พูดเหรอว่าอยู่ๆก็ใจเต้นแรงเพียงแค่เห็นหน้าผู้ชาย ขืนพูดไปแบบนั้นชีวิตดับแน่ๆ

“...” แมทจ้องหน้าผมนิ่ง ดูก็รู้ว่าเขาไม่เชื่อ แต่ดีที่แมทไม่ใช่คนถามซักไซ้ เขาจะรอให้ผมพร้อมแล้วเดินเข้าไปบอกเขาเอง

“คาบต่อไปขี้เกียจเรียนวะ” ก้านที่เดินมานั่งลงตรงข้ามผมเอ่ยขึ้นก่อนจะก้มหน้ากินข้าวอย่างเมามัน

“กูเห็นมึงขี้เกียจมาตั้งแต่มอปลายแล้ว” อาร์มพูดเหน็บ

“มึงก็ไม่ต่างจากกูหรอก ทำเป็นพูดดี ถุย”

ดีนะที่ก้านถุยลงจานข้าวตัวเอง ถ้าเผื่อแผ่มาถึงผมนี่โกรธจริงจังนะ กว่าจะได้ข้าวหน้าเป็ดแสนอร่อยมากินนี่ลำบากทั้งกายลำบากทั้งใจ >_<!

 “ทำเป็นบ่นไปได้ นี่เพิ่งจะเรียนวันแรก ดูท่าจะไม่รอด” ไข่ดาวเบ้ปากใส่ก้าน ทำเอาฮากันทั้งโต๊ะรวมถึงผมด้วย แต่เว้นแมทไว้คนหนึ่งนะ รายนี้กินอย่างเดียวไม่หือไม่อือไม่อออะไรกับใครทั้งสิ้น จะมีบ้างที่เงยหน้ามองผมเป็นระยะๆ

ผมนั่งกินข้าวไปคุยกับเพื่อนไป จังหวะหนึ่งที่เงยหน้ามองตรง ปากที่กำลังเคี้ยวข้าวเป็นต้องหยุดชะงัก หัวใจกลับมาเต้นผิดจังหวะอีกครั้งเมื่อพบว่าเขาคนนั้นนั่งอยู่ตรงข้ามผม เขามองมาที่ผมเพียงแค่เสี้ยวนาทีเดียวเท่านั้น แต่แค่นั้นผมก็แทบจะบ้าตายอยู่แล้ว...

เป็นบ้าอะไรของแกกันนะต้นหอม น่าอายจริง >//<

                 
--------------------------------------------------------------
:pig4:
:กอด1:[/size][/color]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-04-2014 20:18:51 โดย RiRi »

ออฟไลน์ nunnuns

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1999
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-3
ชอบอ้ะ


ออฟไลน์ arisa_sa

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 482
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-1
น่ารัก ต้นหอมจะคู่กับใครเนี่ย ใจเชียแมทอะ ไม่รู้เป็นไร อิอิ

ขอบคุณมากค่ะ

ออฟไลน์ Lovecartoon1996

  • ชอบกินมาม่า
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 385
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-2
    • -
ต๊ายยยยต้นหอมน่ารักจัง

แต่เชียร์แมทนะ o13

Giniz

  • บุคคลทั่วไป
น้องต้นหอมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม นูนารักหนูนะลูก!!!!!

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด