♣Maybe...รักนี้อาจเป็นนาย♣
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ♣Maybe...รักนี้อาจเป็นนาย♣  (อ่าน 835532 ครั้ง)

ออฟไลน์ popeye

  • umz
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-1
ต้นหอมน่ารัก ♥

ออฟไลน์ CarToonMiZa

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6356
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +820/-41
ต้นหอมจ๋าถึงกับใจเต้นแรงเลยหรอจ๊ะ :z1:
จะใช่พระเอกหรือป่าวคนที่ชื่อปืนอ่ะลุ้นๆๆๆ :z2:

ออฟไลน์ didi

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1001
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +98/-8
ต้นหอมคู่กับใครหว่า :z3:
 :pig4:

ออฟไลน์ Bowbonk

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +112/-4
รอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


 :L2: :L2:

ออฟไลน์ biw43

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 87
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-2
เค้าคนนั้นคือใคร ? อยากรู้
ใจสั่นตาเลบ  :z2: :z2: :z2:

ออฟไลน์ CarToonMiZa

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6356
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +820/-41
ดันดัน :3059:

ออฟไลน์ rubymoona

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 864
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-5
แอร๊กกกกกกกกกกกกกกกก น่ารักจังเลยค่า!!!ชอบจัง น้องต้นหอม~ แอบตื่นเต้นตามน้องต้นหอมจัง พ่อคนตาเหยี่ยว จงใจรึเปล่านะ มานั่งตรงข้ามกันเลย อั๊ย :-[

ออฟไลน์ CarToonMiZa

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6356
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +820/-41
รออยู่น๊า :z2:

ออฟไลน์ RiRi

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 569
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +595/-8
    • RiRiWorld
♣Maybe...รักนี้อาจเป็นนาย♣
บทที่ 3
I just wanna know you better, But all I know is your simple name



       

ก๊อกๆ

“ต้นหอม ตื่นหรือยัง”

ผมพลิกตัวลงจากเตียง ก่อนจะเดินไปเปิดประตูให้แมท แล้วเดินหันหลังกลับมานั่งที่เตียง นี่เพิ่งจะหกโมงเช้า ยังพอมีเวลาให้เอ้อระเหย ผมเลยไม่รีบร้อนอะไรเท่าไหร่นัก

“เป็นไรไป เมื่อกี้แม่บ้านเอาอาหารเช้ามาให้ ไม่ต้องทำเองนะ”

“อืม”

“ต้นหอม หันหน้ามาสิ”

ผมนั่งนิ่งไม่ทำตามที่แมทสั่ง จนเวลาผ่านไปสักครู่เดียว ตรงหน้าของผมก็ปรากฏคนร่างสูงที่มานั่งยองๆอยู่ตรงหน้าผม มือของแมทเอื้อมมาสัมผัสที่ตาของผมเบาๆก่อนจะถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ ผมทำให้คนตรงหน้าต้องเป็นห่วงอีกแล้วสินะ สัญญาเลยว่าคราวหลังผมจะเก็บซ่อนความอ่อนแอให้มิดกว่านี้

“ร้องไห้จนตาบวมอีกแล้วนะต้นหอม”

“...”

“เมื่อไหร่จะลืมมันซะที”

“พยายามอยู่ แต่...”

“ถ้ายังเป็นอย่างนี้ก็ต้องเจ็บไปเรื่อยๆ ชอบหรือไง”

“เปล่าชอบสักหน่อย มันร้องเองนิ ใช่ว่าอยากเสียหน่อย” ผมขึ้นเสียงใส่แมทนิดๆ อย่างไม่สบอารมณ์

ผมดื้อ ผมรู้ตัว เพราะแมทก็พูดกรอกหูผมอยู่บ่อยๆ แต่จะโทษใคร โทษเจ้าตัวเขาเถอะที่ตามใจผมแต่เล็กจนผมนิสัยเสียอย่างทุกวันนี้ อยากปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น แต่ความเคยชินกลับกลืนกินความพยายามของผมไปเสียหมด เวลาผมอยู่คนเดียวผมจะคิดฟุ้งซ่าน ต่างจากเวลาที่อยู่กับคนอื่นๆ ผมจะเป็นคนที่ร่าเริง ยิ้มง่าย แบบนี้ใครหลายๆคนก็เป็นไม่ใช่เหรอ แสร้งยิ้มบอกคนอื่นว่าไม่เป็นไร...ใครๆก็เป็น ผมก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น

เรื่องบางเรื่อง มันก็ยากที่จะลืม...

“เป็นแบบนี้แล้วมันจะมีอะไรดีขึ้น เจ็บก็จำไว้เป็นบทเรียน ยิ่งจมปรักอยู่กับมัน คนที่เจ็บก็มีแต่นายเอง ที่พูดเนี่ยเข้าใจไหม”

“...”ผมไม่ตอบแต่พยักหน้า แมทพูดกรอกหูผมมาหลายรอบแล้ว ทุกครั้งที่ผมล้ม แมทก็พูดอย่างนี้ตลอด แต่ทุกอย่างก็ต้องใช้เวลา

เรานั่งกันเงียบอยู่สักพักก่อนจะแยกย้ายกันไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปมหาวิทยาลัย พอได้อาบน้ำผมก็รู้สึกสดชื่นขึ้น สายน้ำเย็นฉ่ำช่วยชะล้างความเศร้าให้หลุดออกไปจากหัวใจผมได้ แต่ก็ไม่หมดเสียทีเดียว ผมต้องเตือนตัวเองว่า ผมต้องก้าวต่อไป จะมาจมอยู่กับความทุกข์อย่างนี้ไม่ได้

“แมท วันนี้น้องจะกลับไปนอนที่บ้านนะ” ผมบอกกับแมทตอนที่นั่งทานอาหารเช้าก่อนไปเรียนด้วยกัน

อย่างที่รู้ๆกันว่าผมอายุน้อยกว่าเพื่อนที่เรียนด้วยกันอยู่สองปี แต่ผมอายุน้อยกว่าแมทสามปี ตอนนี้ผมอายุสิบเจ็ดส่วนแมทก็ยี่สิบผมเข้าเรียนเร็วเพราะสอบเลื่อนชั้นได้ในตอนเด็กๆ ส่วนแมทขาดเรียนไปปีหนึ่งเพราะอะไรผมไม่รู้ แมทไม่เคยบอก แม้ว่าผมจะถามหลายต่อหลายครั้งก็ตาม ด้วยเหตุนี้ผมและแมทจึงเรียนอยู่ชั้นเดียวกันมาตลอด

ตอนเด็กๆผมเรียกแมทว่าพี่ตลอด และเรียกแทนตัวเองว่าน้อง เพราะกับที่บ้านผมแทนตัวเองแบบนี้ แต่ตอนนี้อะไรๆก็เปลี่ยนไป ผมกับแมทพูดคุยกันเหมือนเพื่อน จะมีบ้างที่ผมเรียกแมทว่าพี่และแทนตัวเองว่าน้อง อย่าไปบอกแมทนะ ผมน่ะ ทำแบบนี้ตอนที่จะอ้อนแมทเท่านั้นแหละ แค่พูดว่าน้องอย่างนั้นน้องอย่างนี้ หึหึ แมทก็แมทเถอะ เสร็จผมทุกครั้งไป ^^

“ทำไม”

มือที่เปิดหนังสือพิมพ์อยู่ชะงัก ก่อนจะละสายตามามองผมอย่างจับผิด เห็นผมเป็นผู้ร้ายหรือยังไงกัน ถึงได้หรี่ตามองมาอย่างนั้น หาเรื่องกันจริงๆ

“ไม่มีอะไร ก็แค่อยากกลับไปนอนที่บ้าน แล้วจะได้ไปเก็บทำความสะอาดบ้านด้วย”

“แม่บ้านก็มีจะกลับไปทำเองทำไม ไม่เข้าเรื่อง”

ผมเบ้หน้าใส่แมทที่เอาแต่ดุ บ้านของผม ผมก็อยากเก็บกวาดเอง พรุ่งนี้ไม่มีเรียนเช้าด้วย จะได้นอนตื่นสายได้ อีกอย่างก็แค่กลับไปเก็บกวาดนิดหน่อย แค่อยากกลับไปนอนที่บ้านบ้างก็เท่านั้น

“นะแมท เย็นนี้ไปส่งด้วย”

“ตามใจ แต่วันนี้ตอนเย็นต้องไปเลือกชมรมก่อนนะ จะลงชมรมอะไร”

แมทหยิบกระเป๋าสะพายของผมไปถือก่อนจะเดินนำไปขึ้นรถ

“ลงชมรมเดียวกับแมทนั่นแหละ แล้วแมทจะลงอะไรล่ะ ชมรมบาสเกตบอลหรือเปล่า” ผมถาม ถ้าแมทลงชมรมบาสเกตบอลผมต้องแย่แน่ๆ ถึงผมจะดูเป็นคนอัจฉริยะนะ แต่เรื่องกีฬานี่ผมบอดเอามากๆ ทำได้อย่างเดียวก็แค่เต้นนั่นแหละ

“ชมรมถ่ายภาพ”

“งั้นเหรอ”

ชมรมถ่ายภาพก็ไม่เลวนะ



“ลงชมรมอาสาฯดีไหม หรือว่าชมรมพระพุทธดี”

“ฉันว่าชมรมดนตรีสากลน่าสนใจนะ หนุ่มๆนักดนตรีน่าคลั่งจะตายไป”

“พวกผู้หญิงเป็นแบบนี้ทุกคนหรือเปล่าเนี่ย”

“ทำไมยะไอ้อาร์ม แกจะว่าอะไรฉัน”

“ก็จะว่าว่า...บ้าผู้ชายไง”

“ไอ้อาร์ม!”

ผมนั่งมองไข่ดาว ปลา แล้วก็อาร์มกัดกันไปมา ส่วนแชมป์กับก้านเดินไปซื้อขนมที่เซเว่นในมหาวิทยาลัย บ่ายนี้ผมว่างเพราะอาจารย์ไปประชุม เราเลยมานั่งตกลงกันว่าจะลงชมรมอะไรดี เพราะคณะผมบังคับให้เลือกชมรมด้วย ไม่ทราบว่าทำไม แต่พี่รหัสผมบอกมาว่าเด็กคณะอักษรฯไม่ค่อยทำกิจกรรมวันๆเอาแต่เรียน อยู่แต่กับตำรา เพราะการแข่งขันสูง ดังนั้นเลยมีกฎว่านักศึกษาทุกคนต้องมีชมรมอย่างน้อยหนึ่งชมรม และมีรายงานว่าได้เข้าร่วมชมรมที่ลงไว้อย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้พวกผมถึงได้มานั่งเถียงกันเรื่องชมรม เพราะอยากจะลงชมรมเดียวกัน

“อย่างพวกเธอฉันว่าไปลงชมรมหมอผีดีกว่า ถ้าจะรุ่ง” อาร์มยังคงไม่เลิกแหย่เพื่อนสาวทั้งสอง

“มันมีที่ไหนล่ะไอ้บ้า ลงไปคนเดียวเถอะ!” ไข่ดาวแหวใส่ แต่อาร์มกลับหัวเราะร่าเหมือนถูกใจอะไรสักอย่าง

เพื่อนแต่ละคนนี่เรียกว่าเปลี่ยนไปจากวันแรกที่เจอกันมากๆ ผมคิดว่าอาร์มจะดูสุขุมมากกว่านี้เสียอีกถ้าหากมองจากรูปลักษณ์ภายนอก และดูจากการที่ได้เจอกันในวันแรก ส่วนเพื่อนสาวไข่ดาวและปลาก็แก่นเซี้ยวเปรี้ยวซ่ากว่าที่คิด อย่างนี้สินะที่เขาเรียกว่า ดูคนแต่ภายนอกไม่ได้

“มาแล้วจ๊ะหนุ่มๆสาวๆของฉัน” แชมป์เดินถือถุงขนมมานั่งลงข้างๆผม หยิบชาเขียวส่งให้ผมขวดหนึ่งก่อนจะแจกจ่ายคนอื่น

“ใครเป็นหนุ่มๆของแกไอ้แชมป์” อาร์มดึงถุงขนมไปจากมือแชมป์ก่อนจะลงมือคุ้ยหาอะไรกิน

“ไม่ใช้แกแล้วกันไอ้อาร์ม ฉันหมายถึงต้นหอมของฉันต่างหากล่ะ แกอย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย” แชมป์สวนกลับ ทำเอาอาร์มอึ้ง หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มตบตีกัน(?)

“อ่ะ ซาลาเปาไส้ครีม” ก้านส่งซาลาเปาที่ผมฝากซื้อให้ ผมรับมาก่อนจะลงมือกิน รู้สึกหิวข้าวเพราะเมื่อตอนกลางวันได้กินข้าวไปนิดเดียว ตอนบ่ายนี้เลยหิว แต่จะไปกินข้าวอีกรอบก็คงไม่ดีเพราะอีกสองสามชั่วโมงก็จะเย็นแล้ว ไว้กินข้าวเย็นทีเดียวเลยดีกว่า

“ไอ้ราม!” อาร์มตะโกนเสียงดัง ผมเงยหน้ามองตามก็เจอกับรามที่เดินตรงมาโต๊ะผมด้วยท่าทีหงุดหงิด ก่อนจะทิ้งตัวนั่งตรงเก้าอี้ที่ว่างอยู่

“เรียกเบาๆไม่เป็นหรือไง” รามมองอาร์มเขม่น ผมเพิ่งรู้มาไม่นานมานี่ว่านายรามคนนี้ไม่ชอบคนพูดเสียงดัง ยิ่งตะโกนด้วยแล้วยิ่งไม่ชอบ

“ก็มึงอยู่ไกลนี่หว่า แล้วตกลงว่าไงวะ”

“ไม่ว่าไง มึงอยากได้ก็ไปขอเอง กูไม่ช่วย”

“ทำงี้ได้ไงวะ”

“อย่ามาทำให้กูเดือดร้อน กูไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน”

“แหม ทำตัวเป็นคนดีนะมึง”

ผมนั่งฟังอาร์มและรามคุยกันในเรื่องที่ผมไม่เข้าใจ แต่ไม่เป็นไร เพราะผมไม่ได้อยากรู้หรอก เพราะมันไม่เกี่ยวกับผม ไว้เขานินทาผมก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที

“ไอ้ต้น” รามเรียกผม เขาเรียกผมแบบนี้มาได้สักพักแล้ว แต่คนอื่นนี่ไม่กล้านะ

“อะไร” ผมถามกลับ

“ปากเลอะ เป็นเด็กหรือไงมึงเนี่ย”

ผมล้วงผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดปากให้เรียบร้อย แอบอายนิดๆเหมือนกันแหะ แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจกับความโก๊ะของผมเท่าไหร่ ดีแล้วๆ >_<

“ต้นหอม เลือกชมรมหรือยัง” ก้านถามผมพลางเคี้ยวแซนวิชในมือไปด้วย

“เราคงลงชมรมเดียวกับแมทน่ะ” ผมตอบแล้วลงมือกินซาลาเปาของตัวเองบ้าง อืมม ซาลาเปาใส้ครีมนี่ของโปรดผมเลย อร่อยๆสุด ยิ่งกินร้อนๆนะ ยิ่งสุดยอด

“ชมรมอะไรเหรอ” ไข่ดาวยื่นหน้ามาถามผม สายตาแพรวพราวเป็นประกายด้วยความอยากรู้ แต่เป็นอยากรู้เรื่องของแมทมากกว่านะผมว่า ก็ไข่ดาวน่ะ บอกผมว่าชอบแมทมาก ก็สมควรล่ะ เพื่อนผมหล่อจะตายไป การที่มีสาวๆมาชอบแมทนี่ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา

“ชมรมถ่ายภาพ” ผมตอบ

“ชมรมถ่ายภาพงั้นเหรอ แบบนี้ก็ต้องใช้กล้องอ่ะดิ ดูวุ่นวายจัง” ปลาทำหน้าคิดหนัก

“นั่นดิ กูไม่เก่งเรื่องเทคโนโลยีอะไรเถือกนี้ด้วยแม่ง ไปลงชมรมดนตรีสากลดีกว่า”

“เออ กูลงด้วย”

ก้านและอาร์มดูท่าจะได้ชมรมที่ตัวเองต้องการ ส่วนแชมป์เห็นว่าจะไปเข้าชมรมภาษาอังกฤษ เหลือแต่สองสาวที่ยังคงตกลงกันไม่ได้ว่าจะเข้าชมรมอะไรดี จนได้เวลาที่ต้องไปเลือกชมรม แมทโทรหาผมก่อนจะบอกว่ารออยู่ที่หน้าคณะแล้ว วางสายเสร็จผมก็เก็บข้าวของใส่กระเป๋าก่อนจะเอ่ยลาเพื่อน

“เราไปก่อนนะ ไว้เจอกัน”

“อืม บาย”

ผมโบกมือลาน้อยๆก่อนจะรีบเดินไปที่หน้าคณะ แดดร้อนๆอย่างนี้ผมไม่อยากให้แมทรอนาน ยิ่งเป็นคนขี้หงุดหงิดอยู่ด้วย

“รอนานไหม”

“ไม่ ไปกันเถอะ”

แมทเดินนำผมไปที่รถยนต์คันเก่งของเขาก่อนจะขับไปที่ตึกคณะนิเทศศาสตร์ เพราะชมรมถ่ายภาพเป็นของเด็กคณะนิเทศศาสตร์เอกภาพถ่าย เพราะฉะนั้นเราถึงต้องมาลงทะเบียนกันที่ห้องชมรมซึ่งอยู่ภายในคณะนิเทศศาสตร์แห่งนี้

“รู้เหรอว่าห้องชมรมอยู่ที่ไหน” ผมถามแมท

พอเดินเข้ามาในคณะนิเทศฯผมก็ต้องอุทานด้วยความอึ้งเบาๆ มีแต่คนดูดีทั้งนั้นเลย แอบเห็นแวบๆว่ามีดาราหลายคนเรียนคณะนี้ด้วย ไม่เหมือนคณะผมเลย คณะผมขึ้นชื่อว่าผู้หญิงเยอะมาก แต่ไม่ค่อยมีใครใส่ใจจะแต่งตัวเท่าไหร่ ทั้งๆที่หน้าตาดีก็เถอะ พอถามก็ได้คำตอบมาว่า

‘ในคณะมีผู้หญิงกับเก้งกวาง จะให้แต่งไปอวดใคร แค่ตื่นให้ทันมาเรียนก็บุญแล้ว’ นี่คือคำบอกเล่าจากพี่รหัสผมที่เรียนเอกภาษาอังกฤษ โทภาษาเยอรมัน วันๆเอาแต่นั่งอ่านโนเวลสองภาษาซะหัวแทบฟู

แต่พอมาเจอคณะนี้เข้า คนละอย่างเลยครับ แต่ละคนจัดเต็ม หน้าเป๊ะ ผมเป๊ะ ผู้ชายก็เนี๊ยบสุดๆ ผู้ชายแท้คณะผมที่มีไม่ถึงร้อยชีวิตรวมทุกชั้นปีนะครับไม่มีใครดูดีอย่างนี้สักคนเท่าที่ผมเห็น มีแต่ติสท์แตก ทำเหมือนกับว่าตัวเองอยู่คณะจิตรกรรมก็ไม่ปาน นึกทีไรก็ขำทุกที

“ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าห้องชมรมถ่ายภาพอยู่ที่ไหนครับ” แมทถามผู้หญิงคนหนึ่งที่แต่งตัวเหมือนจะเป็นอาจารย์และดูทรงคุณวุฒิในระดับหนึ่ง

“อยู่ตึกเพรชสามชั้นสอง เดินตรงไปทางนี้ เลี้ยวซ้ายก็จะเจอตึกเพชรสามแล้วจ้ะ”

“ขอบคุณครับ” แมทเอ่ยขอบคุณ ผมเองก็ก้มหัวเล็กน้อยเป็นการขอบคุณเช่นเดียวกันก่อนจะเดินไปตามทางที่อาจารย์บอก

ก๊อกๆๆ

แมทเคาะประตูห้องชมรมก่อนจะเปิดเข้าไป ผมเดินตามเข้าไปทีหลังพลางกวาดสายตาไปรอบๆห้องชมรมที่มีรูปติดเต็มฝาผนังไปหมด ก่อนที่สายตาจะมาหยุดลงที่ผู้ชายตัวสูงในเสื้อเชิ้ตสีดำสนิท นั่งอยู่บนโต๊ะชิดติดกำแพง เขาเงยหน้ามามองผมและแมทเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าสนใจกล้องในมือของตัวเอง

กึก!…

เท้าของผมชะงัก ก้าวไม่ออกไปชั่วขณะเพราะสายตาคู่นั้น...

เขา...คือคนที่ผมเจอในโรงอาหารวันนั้น

ผมคิดว่าเขาเรียนคณะวิศวะฯเสียอีก แต่ตั้งแต่วันนั้นผมก็ไม่เจอเขาอีกเลย ไม่คิดว่าจะเรียนอยู่คณะนิเทศศาตร์ ผมรู้สึกดีใจจนบอกไม่ถูกที่ได้มาเจอเขาอีกครั้ง หลังจากที่คอยชะเง้อหามาหลายวันราวกับคนบ้า หลายครั้งที่แมทถามว่าผมมองหาใคร แต่จะบอกได้ไงเล่าว่ามองหาผู้ชายอยู่ >_<!

ใจของผมสั่นระรัวอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่ ได้แต่ยื่นบีบมือตัวเอง ก้าวเดินไปยืนข้างๆแมท มองเขาสลับกับมองที่อื่น ไม่รู้ทำไมผมถึงไม่กล้าจ้องเขานานๆ ดูลึกลับ แต่ก็ดูน่ากลัวมากเช่นกัน

“ผมมาลงทะเบียนเข้าชมรมครับ” แมทเอ่ยกับคนที่นั่งอยู่ในห้องทั้งหมดสี่คนลอยๆ ไม่ได้เอ่ยกับใครเป็นพิเศษ

“ไอ้เวฟ” คนหน้านิ่งตรงหน้าเรียกเพื่อนตัวเองด้วยท่าทีและน้ำเสียงนิ่งๆ ก่อนจะชี้นิ้วมาทางพวกผม พี่เขาไม่ได้พูดอะไร แต่พี่อีกคนก็สามารถรับรู้ได้ พวกเขาอาจจะเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนผมกับแมทก็เป็นได้

“มาลงชื่อในแฟ้มนี้” ผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนโซฟากลางห้องเอ่ยขึ้น คนเดียวกับที่พี่คนหน้านิ่งที่ผมแอบมองเรียก ก่อนจะเลื่อนแฟ้มสีดำมาให้พวกผม

แมทเดินไปนั่งที่โซฟาตัวยาวที่ว่างอยู่ ผมเห็นดังนั้นเลยเดินไปนั่งข้างๆด้วย

“ชื่ออะไร” ผู้ชายคนเดิมเอ่ยถาม

“ชื่อแมท”

“แล้วเอ่อ...นายล่ะ” เขาหันมามองหน้าผมก่อนจะทำสีหน้างงๆแล้วจึงถาม

“ต้นหอมครับ” ผมตอบ ก่อนจะค่อยๆช้อนสายตามองคนที่ยังคงง่วนอยู่กับกล้องตัวใหญ่ไม่ได้สนใจโลกอะไรเลย

“พี่ชื่อเวฟ ไอ้หัวแดงนั่นชื่อ ก้อง คนที่นอนหลับอยู่มันชื่อ เหนือ แล้วคนชุดดำหน้านิ่งนั่นเป็นประธานชมรมชื่อปืน ส่วนพี่เป็นรองประธาน อยู่ๆไปเดี๋ยวก็รู้จักกันเอง คนในชมรมมีไม่เยอะเท่าไหร่หรอก” พี่เวฟเอ่ยแนะทำให้ผมรู้จัก คนที่ชื่อพี่ก้องหันมายิ้มให้ผม ก่อนจะหันไปคัดเลือกรูปในกองต่อ

“แมท เขียนให้ด้วย” ผมกระซิบบอกแมท แมทก็พยักหน้ารับ ก่อนจะลงมือเขียนชื่อของผมลงไป

แมทชอบเล่นกล้องมากๆ แต่ดันเลือกเรียนวิศวะฯ ทั้งๆที่ทีแรกผมคิดว่าแมทจะเลือกเรียนคณะนิเทศศาสตร์สาขาวิชาศิลปภาพถ่ายนี่เสียอีก

“ไอ้ปืน พรุ่งนี้ตกลงจะไปกี่โมง” พี่เวฟถามพี่ปืนที่ค่อยๆเงยหน้าจากกล้องขึ้นมามองพี่เวฟ

“ตอนเย็นๆ”

ใบหน้านิ่งๆกับคำพูดที่ติดจะแข็ง กลับมีเสน่ห์ดึงดูดผมได้อย่างดี ชื่อ “ปืน” ช่างเข้ากับบุคลิกแล้วก็หน้าตาอะไรได้อย่างนี้ ทั้งดุดัน ทั้งน่ากลัว จนไม่กล้าที่จะมองนานๆ

“เสร็จแล้วใช่ไหม ค่าเข้าชมรมก็หนึ่งร้อยบาท”

แมทควักเงินส่งให้พี่เวฟไปสองร้อย ผมที่เอาแต่มองพี่ปืนเลยหยิบไม่ทัน ไว้ค่อยให้ทีหลังแล้วกัน แต่เชื่อเถอะว่าแมทไม่มีทางเอาเงินของผมหรอก เป็นอยู่บ่อยๆไป ทะเลาะกันเพราะเรื่องนี้ก็หลายครั้ง ผมไม่อยากเอาเปรียบแมท แต่ก็ไม่เคยเถียงชนะเขาเลยสักครั้ง ผมก็เลยรู้สึกเหมือนตัวเองรวยตลอดเพราะวันๆแทบไม่เสียเงิน เมื่อมีโอกาสผมมักจะซื้อของมาทำขนมให้เขากินเสมอ ถือเป็นการตอบแทนไปในตัว

“วันที่ 22 นี้จะมีมีตติ้งชมรมที่ศาลากลางน้ำของคณะนิเทศฯตอนห้าโมงเย็น ถ้ายังไงก็มาร่วมกิจกรรมด้วยล่ะ”

“อืม/ครับ” ผมและแมทรับคำพร้อมกัน

“รายละเอียดเกี่ยวกับชมรมก็คงจะบอกในวันนั้น อย่าพลาดซะล่ะ ถ้ามีอะไรสงสัยก็โทรมาที่เบอร์พี่หรือไม่ก็เบอร์ไอ้ปืนแล้วกัน” พี่เวฟชี้นิ้วไปที่กำแพงที่มีเบอร์มือถือสองเบอร์เขียนไว้อย่างเป็นศิลปะติดอยู่ ผมหยิบมือถือขึ้นมาเซฟเบอร์ไว้ทันที

“เอ่อ ผมต้องการใบที่เข้าร่วมชมรมไปให้ทางคณะอ่ะครับ” ผมเอ่ย เพราะต้องมีหลักฐานไปให้ทางคณะเพื่อเป็นการยืนยันว่าผมมีชมรมอยู่จริงๆ ไม่ได้หลอกเล่นนะ

“อ่อ แปบนะ ไอ้ปืนหยิบใบคำร้องมาใบดิ” พี่เวฟหันไปสั่งพี่ปืน ที่ปรายมามองเพื่อนตัวเองแวบหนึ่งก่อนจะปรายตามามองผม ผมนี่ก้มหน้าหลบแทบไม่ทัน ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงได้กลัวผู้ชายคนนี้นัก

ถึงแม้ว่าผมจะกลัว แต่ผมก็รู้สึกดีกับเขามาก ไม่งั้นใจผมไม่เต้นแรงแบบนี้หรอก ผมนี่ท่าจะเป็นเอามาก

“เดี๋ยวจะทำมาให้แล้วกัน อยู่อักษรฯสินะ ไว้มาเอาวันที่ 22 ได้ไหม”

“ได้ครับ”

ก็อีกแค่สามสี่วันเท่านั้น ยังไม่หมดกำหนดส่งใบเลือกชมรม

“เรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ” แมทถาม

“อืม ไม่มีอะไรแล้ว”

“งั้นผมขอตัว” แมทลุกขึ้นเดินนำออกจากห้อง ผมมองไปยังพี่ปืนแวบหนึ่งก่อนจะเดินตามแมทออกไป แต่ด้วยความที่ผมเดินช้า เลยได้ยินเรื่องดีๆเข้า

“กูอยากกินราสเบอร์รี่พายวะ”

“ร้านนั้นอะนะ มันย้ายไปแล้วนี่ไอ้ปืน”

“เออ น่าเสียดาย”

“เสือกลิ้นทองไงมึง ร้านอื่นก็ไม่แดกด้วยนะ

“ไม่อร่อย กูไม่ชอบ”



“เป็นอะไรไป”

“...”

“ต้นหอม!”

“อ๊ะ! อะ..อะไรเหรอ” ผมสะดุ้งหลุดจากภวังค์ความคิด หันไปมองแมทที่กำลังขับรถไปส่งผมที่บ้าน

“นั่งใจลอยนึกถึงใครอยู่”

“ปะ...เปล่าสักหน่อย” นั่งทางในหรือยังไงกัน ถึงได้พูดราวกับมานั่งอยู่ในใจผมอย่างไงอย่างงั้น ประมาทไม่ได้เลยกับคนๆนี้ จับไต๋ผมได้ตลอด แถมไม่เคยโกหกแมทได้สักที แบบนี้มันขัดใจนะว่าไหม

แมทเงียบไป แต่ก็คอยมองผมสลับกับถนนตรงหน้า

“ชอบเหรอ” อยู่ดีๆแมทก็โพล่งขึ้นมา ไม่มีประธานและกรรม มีแต่คำกริยาคำเดียวเท่านั้น แต่เชื่อไหมว่าผมรู้ว่าแมทถามใครและเอ่ยถึงใครอยู่

ผมบอกแล้วว่าแมทน่ะร้ายกาจ หรือว่าผมร้อนตัวเองกันแน่นะ...>_<

“ใคร ชอบอะไร เปล่าสักหน่อย”

แต่อย่าคิดว่าผมจะยอมจำนนนะ ถ้ายังไม่มีหลักฐานมัดตัวเราก็ต้องตีหน้ามึนเล่าความเท็จไปก่อน เพราะเอาเข้าจริง ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าความจริงมันคืออะไร ผมชอบหรือไม่ชอบ ผมรู้สึกแค่ว่า...ผมรู้สึกดีที่ได้เห็นหน้าเขา มันก็เท่านั้นเอง






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-04-2014 20:25:35 โดย RiRi »

ออฟไลน์ nunnuns

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1999
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-3
ปืนหัดสนใจน้องต้นหอมของเราหน่อยเซ่ เดี๊ยะๆ
แมทรู้ทุกเรื่องของต้นหอมเลยอะ น่าจะเป็นพระเอกนะเนี่ย5555

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






jiw

  • บุคคลทั่วไป
ได้อ่านแย้ว

ออฟไลน์ didi

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1001
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +98/-8
ขอบคุณคะ :L1:

Giniz

  • บุคคลทั่วไป
โหดๆอย่างพี่ปืนนี่ต้องเจอความน่ารักของน้องต้นหอม หึหึ

ออฟไลน์ route rover

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +221/-7
อรั๋ยย น่ารัก  :impress3:

ออฟไลน์ Bowbonk

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +112/-4
อยากอ่านต่ออออออออออ

 :call: :call: :call:

ออฟไลน์ Lovecartoon1996

  • ชอบกินมาม่า
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 385
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-2
    • -
ใครพระเอกอ่าาาา
ปืนเหรอคะ
แต่ว่านะต้มหอมน่ารักมาก

ออฟไลน์ CarToonMiZa

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6356
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +820/-41
รักษาสุขภาพด้วยน๊า :L1:

ออฟไลน์ naisojill

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 82
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-1
ชอบอ่า

รอตอนต่อไปอยู่จร้า

อัฟลงเรื่อยๆน๊า จะติดตามตลอดเลยยยยย


ออฟไลน์ loveromance

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 188
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1

ออฟไลน์ CarToonMiZa

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6356
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +820/-41
คิดถึง :กอด1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ nongrak

  • ยังไงก็รักคาเมะจังที่สุด
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4207
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +912/-14
น้องต้นหอมน่ารักแต่อยากให้แมทเป็นพระเอกจัง ตามใจนายเอกทุกอย่าง

ออฟไลน์ RiRi

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 569
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +595/-8
    • RiRiWorld
♣Maybe...รักนี้อาจเป็นนาย♣
บทที่ 4
Sweet Pies


         



[Puen’s Side]

“รูปนี้ดูแข็งทื่อไปหน่อยว่ะ สื่ออารมณ์ได้ไม่ดีเท่าที่ควร”

“แต่รูปนี้พอโอเคนะเว้ย แสงกำลังดี องค์ประกอบก็ได้สัดส่วน”

“มึงเอาไปช่วยดูหน่อยดิไอ้ปืน”

ผมปรายตามองซองรูปในมือเพื่อนก่อนจะหยิบออกมาดูทีละใบ จนครบใบสุดท้าย สายตาของเพื่อนทั้งสามคนมองมาอย่างคาดหวัง ผมดูรูปอีกทีก่อนจะแยกรูปที่ใช้ได้ออกมา จากสามสิบกว่าใบเหลือแค่ไม่ถึงสิบใบเท่านั้น

“แค่นี้เองเหรอวะ” ไอ้เวฟจ้องมองภาพที่ถูกคัดทิ้งอย่างไม่เชื่อสายตา

“โหย แบบนี้ก็ต้องออกไปถ่ายใหม่ดิวะ” ไอ้ก้องบ่นหน้าเครียด พลางหยิบรูปขึ้นมาดูอย่างพินิจพิจารณาถึงข้อผิดพลาดบนรูปแต่ละใบ

งานที่อาจารย์สั่งมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วคือการถ่ายภาพแนว Life ซึ่งถือว่าเป็นงานที่ค่อนข้างยาก ภาพที่ต้องส่งจำนวนห้าสิบใบต่อคน ภายในหนึ่งอาทิตย์ถือว่าเป็นงานที่โหดพอตัว และนี่ก็เหลืออีกสองวันเท่านั้น ไม่แปลกที่เพื่อนผมแต่ละคนจะทำหน้าใกล้ตายได้ขนาดนี้ ส่วนผมน่ะเหรอ ส่งไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน

ภาพแนว Life มันก็มีอยู่ด้วยกันมากมายหลายรูปแบบ อย่างเช่นการถ่ายภาพชีวิตประจำวันทั่วไปของบุคคลทั่วๆไป โดยส่วนมากจะถ่ายเป็นรูปสะท้อนสังคม เป็นภาพที่ให้อารมณ์สะเทือนใจ ก่อให้เกิดการฉุกคิด การถ่ายภาพบันทึกเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในขณะนั้นๆ การถ่ายภาพวิถีชีวิตการทำมาหากิน หรือการทำงานของผู้คนทั่วไปที่แสดงถึงเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของผู้คน หรืออาจจะเป็นการถ่ายภาพของสิ่งของที่ทำให้เห็นถึงความเชื่อถือด้านศาสนาและความเจริญด้านอารยธรรม และการถ่ายภาพบันทึกยามสงครามก็เป็นได้

โดยส่วนตัวผมชอบการถ่ายภาพแนวนี้นะ เพราะถึงแม้ว่าแนวของการถ่ายภาพจะมีความแตกต่างกันและเป็นเหตุการณ์ที่ต่างกันออกไป แต่เพราะเป็นการถ่ายภาพแบบที่เรียกกันว่า Candid คือเป็นการถ่ายโดยฉับพลัน ไม่มีการจัดหรือโพสท่าใดๆทั้งสิ้น ในส่วนของสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ จะถ่ายแบบ straight คือเป็นการถ่ายมาตามที่เห็นเห็นปุ๊บก็ถ่ายปั๊บ ไม่มีการซักซ้อมกัน อารมณ์ของคนที่เราถ่ายก็จะได้ออกมาอย่างสมจริง ผมว่านี่คงเป็นเสน่ห์ของภาพแนวนี้

ผมชอบเดินไปตามท้องถนน ปลดปล่อยอารมณ์ของตัวเองกับกล้องตัวโปรด ไม่ต้องอยู่ในสตูดิโอที่แคบๆ ไม่ต้องเสียเงินค่าไฟหรือค่าจ้างนางแบบนายแบบ แค่มองไปข้างหน้า ภาพไหนที่ดึงดูดผม ผมก็ถ่ายตามอารมณ์ความรู้สึก แสงจากธรรมชาติที่ไม่ต้องปรุงแต่ง ความรู้สึกจริงของคนๆนั้น ชีวิตจริงที่ไม่ได้สวยหรู อาจเป็นเพราะสิ่งเหล่านี้ที่ทำให้ผมรักที่จะถ่ายภาพ

“มึงส่งไปแล้วนิไอ้ปืน ช่วยกูหน่อยดิ”

“ไม่ งานของมึง มึงต้องทำเอง”

ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะต้องช่วยเพื่อนทำงาน ถ้ามันไม่พยายามด้วยตัวเอง คำว่าพัฒนาก็จะไม่เกิดกับชีวิตมัน แม้ว่าดูยังไงมันก็ไม่น่าจะทำทัน แต่ผมไม่มีทางช่วยแน่ ถ้าช่วยครั้งนี้ ครั้งต่อไปก็จะตามมา นี่ก็ปีสามกันแล้ว ถ้ามันยังพัฒนาฝีมือไม่ได้ อนาคตมันจะลำบาก เรียนจบใครๆก็เรียนได้ แต่เรียนจบอย่างมีคุณภาพน่ะทำยาก และผมไม่อยากให้เพื่อนตัวเองเรียนจบแบบไร้ศักยภาพด้วย

“มึงจะไม่ช่วยมันหน่อยเหรอวะ เย็นนี้มึงก็ไปกับพวกกูนิ” ไอ้เวฟถามผม งานของมันก็ยังไม่เสร็จเหมือนกัน แต่ดีที่ว่ามันขาดอีกสิบกว่าใบเท่านั้น

“ไม่ ไอ้ก้อง กูหวังดี กูถึงไม่ช่วยมึง”

“เออ กูรู้” มันตอบผมเสียงเบา

“ไอ้เหนือไปไหนวะ” เวฟถามพลางกวาดสายตาไปทั่วคอนโดของผม

เมื่อคืนพวกมันมาเมาที่ห้องผม สาเหตุที่ต้องมารวมตัวกันทั้งๆที่แต่ละคนก็มีหน้าที่อื่นนอกจากเรียนก็เพราะไอ้เหนือมันทะเลาะกับโรส แฟนสาวของมัน

เวฟ ต้องช่วยที่บ้านดูแลกิจการร้านอาหารกึ่งผับในย่านธุรกิจ เพราะอย่างนั้นช่วงเย็นๆมันมักจะไม่ค่อยว่าง ไอ้ก้องก็ต้องไปทำงานที่ผับชื่อดังของคนรู้จัก มันเป็นบาร์เทนเดอร์อยู่ที่นั่น มันว่างานนี้เป็นงานที่มันรัก รักมากกว่าการถ่ายรูปเสียอีก มันจะรู้สึกดีทุกครั้งที่ทำให้คนที่ทุกข์เปลี่ยนมามีความสุขจากเครื่องดื่มที่มันทำ หรือทำให้คนที่มีความสุข มีความสุขมากขึ้นไปอีก ส่วนคนที่หายตัวไปตั้งแต่เช้านั่น วันๆก็คงไปนั่งเฝ้าแฟนสาว สวยระดับดาวมหาวิทยาลัยก็ต้องหวงเป็นธรรมดา จึงเป็นเหตุให้ทุกคนหยุดหน้าที่ของตัวเองมาดูใจเพื่อนที่กำลังใกล้จะขาดใจตายเพราะพิษรักแรงหึง

“ออกไปหาโรสมั้ง เชื่อมันเลย ขนาดเมาจะตายยังพยายามตื่นแต่เช้าออกไปหาแฟนได้”

“ความรักทำให้คนทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ คิดว่างั้นไหมไอ้ปืน”

“...” ผมไม่ตอบพวกมัน หยิบบุหรี่ออกมายืนสูบที่ระเบียง

ความรักงั้นเหรอ...ผมไม่มีความคิดเห็นในเรื่องนี้ จะว่าไม่เชื่อก็คงใช่ แต่ผมไม่ได้บอกว่าโลกนี้ไม่มีความรัก พ่อแม่ผมรักกัน เรื่องนั้นผมรู้ดี แต่ผมกลับรู้สึกว่าความรักนั้นไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคน ไม่อย่างนั้น คนๆนั้นคงสมหวังในความรักไปนานแล้ว ไม่มานั่งทุกข์ทรมานอย่างทุกวันนี้หรอก

เพราะรอบตัวมีแต่คนมีปัญหาในเรื่องรักๆใคร่ๆ ไม่แปลกถ้าคนอย่างผมจะหมดศรัทธา เรื่องชู้สาวผมไม่สนใจหรอก แต่ถึงผมจะไม่เชื่อในความรัก ไม่คบกับใคร ก็ไม่ใช่ว่าผมจะตายด้านไม่มีเรื่องผู้หญิงในชีวิต มันก็มีบ้างในช่วงวัยอย่างพวกผม แต่ก็แค่ข้ามคืนเท่านั้น ไม่ผูกมัด ไม่สร้างความรำคาญ แต่ถ้าสักวันหนึ่งที่ผมเจอคนที่ใช่ เจอความรักที่ผมคิดว่ามันจะอยู่กับผมจริงๆ ผมก็พร้อมจะยอมรับและรักคนๆ...สุดหัวใจ

“คืนนี้กูคงไปต่อไม่ได้นะ ถ้าไม่เสร็จภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนี้กูไม่เลิกแน่ๆ นี่กูก็ต้องลางาน เฮ้อ แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูกินเผื่อเอง”

“เออ ขอบใจ” ไอ้ก้องพูดแกมประชด

ผมบี้บุหรี่ลงในกระถางต้นไม้ที่พี่สาวผมเคยซื้อให้ ห้องผมมันมีแต่สีขาวดำ พี่สาวของผมจึงซื้อต้นไม้ประดับต้นเล็กๆมาไว้ที่ระเบียงให้ เวลาผมล้าๆ เดินมาดูต้นไม้พวกนี้ผมก็จะรู้สึกดีขึ้น เหมือนเป็นสถานที่พักใจเล็กๆ

“จะไปกันหรือยัง” ผมถามไอ้เวฟและก้องที่นอนเอกเขนกอยู่ที่โซฟา

“ไปดิ แวะไปที่ห้องชมรมก่อนด้วย กูลืมหนังสือเรียนไว้ที่นั่น” ไอ้ก้องว่า

“อืม”

“ขี้เกียจเรียนโว้ย” เวฟตะโกนลั่นห้อง ผมได้แต่ปรายตามองมันเท่านั้น

ออกจากห้องเราต่างก็แยกย้ายไปที่รถใครรถมัน BMW รุ่นใหม่ล่าสุดสีดำมันเงาที่ผ่านการแต่งเครื่องมาเรียบร้อยจอดอยู่ที่ช่องจอดรถประจำ ผมเพิ่งได้มาเป็นของขวัญวันเกิดที่เพิ่งมาผ่านได้เดือนกว่าๆ

“พี่ปืน สวัสดีครับ”

“...”

ผมพยักหน้ารับไหว้รุ่นน้องในสาขาก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปที่ห้องชมรม แต่ก็ต้องแปลกใจ ที่ลูกบิดประตูมีถุงผ้าใบหนึ่งแขวนอยู่ พอเปิดออกดูก็เจอกล่องกระดาษที่ดูปราดเดียวก็รู้ว่าทำเอง เพราะรูปร่างมันเหมือนกล่องขนม แต่อย่างที่บอกว่าดูก็รู้ว่ากล่องนี้ต้องทำเองไม่ได้ซื้อมาแน่ นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่าอะไรอยู่ในกล่อง และใครเป็นเจ้าของมัน

-ให้พี่ปืนครับ ผมทำเอง ทานให้อร่อยนะครับ ^_^-

ผมอ่านข้อความบนโพสอิทอีกรอบก่อนจะเปิดประตูเข้าห้อง ยังไม่มีใครมาถึง ผมทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา หยิบกล่องขนมนั่นมาเปิดดู หน้าตาน่ากิน กลิ่นก็ใช้ได้ ผมมองข้อความบนโพสอิทอีกครั้ง คงเป็นรุ่นน้องสักคนเอามาให้ แต่ที่น่าสนใจคือคำว่า ‘ผมทำเอง’ ผม...มันต้องใช้กับผู้ชายไม่ใช่เหรอ งั้นก็คงเป็นเกย์หรือตุ๊ดสักคนที่ชอบผม แต่ผู้ชายเนี่ยนะที่ทำขนมได้น่ากินขนาดนี้

“มาไวนี่หว่าไอ้ปืน”

“กลิ่นอะไรวะ หอมๆ”

ผมเงยหน้ามองไอ้ก้องและไอ้เวฟที่เดินเข้าห้องมาพร้อมกัน พวกมันนั่งลงที่โซฟาเดี่ยวคนล่ะตัว ก่อนจะทิ้งสายตามาที่ราสเบอร์รี่พายบนโต๊ะกระจก

“มึงซื้อมาเหรอ” ไอ้เวฟถามพลางก้มหน้ามาใกล้ๆกับกล่องขนม

“เปล่า”

“อ้าว แล้วของใครวะ” คราวนี้เป็นไอ้ก้องที่ถามบ้าง

“ของกู”

“ไหนมึงบอกว่าไม่ได้ซื้อมาไง”

“มีคนให้มา” ผมตอบก่อนจะใช้ช้อนที่ติดมาในถุงตักขนมขึ้นชิม

“ใครวะ ต้องเป็นคนที่มาชอบมึงแหงๆ โชคดีวะ กูอยากได้แบบนี้บ้าง”

ไม่น่าเชื่อว่าจะอร่อยเกินคาด อร่อยกว่าร้านประจำผมที่ปิดไปแล้วเสียอีก เห็นว่าโดนไล่ที่อะไรสักอย่าง ผมตักขึ้นกินอีกคำหนึ่งและแบ่งให้สองคนนั้นกินด้วย เพราะไม่ได้มีมาแค่ชิ้นเดียว แต่มาเป็นถาด

“หืม อร่อยวะ ร้านไหนวะเนี่ย” ไอ้เวฟหยิบกล่องไปพลิกดูหาชื่อร้าน แต่จ้างให้ก็หาไม่เจอหรอก เพราะคนให้เขาทำเองไม่ได้ซื้อมา

พูดถึงคนให้...ผู้ชายจริงเหรอวะ

ถ้าเป็นผู้หญิงผมก็พอจะพิจารณาหรอกนะ แต่เป็นผู้ชายนี่ไม่ใช่แนวจริงๆ ผมไม่ได้รังเกียจความรักแบบนี้ เพราะไม่ได้ทำให้ใครตาย แต่ผมชอบผู้หญิง และไม่เคยมีเรื่องรักเพศเดียวกันในหัว ชอบผมได้ผมไม่ว่า แต่อย่ามาวุ่นวายจนน่ารำคาญเป็นพอ ผู้ชายเหมือนกัน ถ้าทำอะไรให้ผมไม่พอใจ ผมซัดไม่เลี้ยงแน่

“ใครให้มาวะ มึงรู้ปะ” ไอ้ก้องถามทั้งๆที่ยังเคี้ยวไม่หมดดี

“...” ผมไม่ตอบแต่ส่ายหน้าแทน

พายทั้งถาดหมดลงในพริบตา อร่อยจนกินได้เรื่อยๆ รสชาติไม่หวานเกินไม่เลี่ยน กำลังดีมากๆ ผมเป็นคนที่ชอบกินของหวานมาก ซึ่งหลายคนลงความเห็นว่าโคตรไม่เหมาะกับผม ทำไม ผู้ชายแข็งๆอย่างผมชอบกินของหวานมันแปลกตรงไหน

ติ๊ด ติ๊ด

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูข้อความ ไอ้เหนือส่งมาบอกว่าวันนี้ไม่เข้าเรียนให้เช็คชื่อแทน บางทีมันคงจะทะเลาะกับแฟนจนเบลอไปว่าวิชาต่อไปเขาไม่เช็คชื่อ ใช้ระบบเข้าก็ได้คะแนน ไม่เข้าก็ไปตายในห้องสอบเอา ไม่มีเอกสารให้ ใครอยากได้ต้องจดและจำ ผมไม่ใช่คนชอบจด จะฟังและทำความเข้าใจเดี๋ยวนั้น แต่คนที่จดเอาเป็นเอาตายคือไอ้เหนือกับไอ้เวฟ

“ไอ้เหนือไม่เข้าเรียนวันนี้” ผมพูดให้เวฟและก้องรับรู้ พวกมันทำหน้างงเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ

เพราะอย่างนี้ไงผมถึงไม่อยากมีแฟน ยุ่งยาก วุ่นวาย และน่ารำคาญ

“เออ กูเกือบลืม” ไอ้เวฟพูดเสียงดังด้วยท่าทางตกใจก่อนจะลุกไปเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงาน คว้าใบอะไรสักอย่างออกมาก่อนจะยื่นให้ผม

“อะไร” ผมถาม

“เอาไปทำให้ที น้องเขาอยู่คณะอักษรศาสตร์ ต้องเอาใบยืนยันการเข้าร่วมชมรมไปให้ทางคณะ” มันว่า

“ไม่ใช่หน้าที่กูนิ”

หน้าที่ผมคือเป็นประธานชมรม ส่วนหน้าที่เดินเอกสารพวกนี้ควรเป็นของเลขาซึ่งก็คือไอ้เหนือ แล้วทำไมผมต้องทำงานนี้ด้วย ขี้เกียจไปติดต่องานกับอาจารย์ ไอ้หน้าที่ประธานอะไรนี่ผมก็ไม่ค่อยได้ทำอะไร แต่ที่เป็นเพราะไอ้เพื่อนตัวดีทั้งหลายเสือกเลือกผม จะคัดค้านก็ไม่ได้ เพราะหลายเสียงที่เลือก อีกอย่างประธานรุ่นก่อนก็เป็นพี่ที่ผมนับถือ ผมเลยต้องรับตำแหน่งประธานชมรมมาแบบไม่ได้ตั้งใจ และสุดท้ายผมก็โยนงานไปให้คนที่เป็นรองประธานทำเกือบทั้งหมด สมน้ำหน้ามัน อยากเป็นตัวตั้งตัวตีเลือกผมดีนัก

“มึงคิดว่าไอ้เหนือมันจะว่างพอมาทำให้มึงหรือไง ช่วยดูอาการมันด้วย อีกอย่างงานมึงก็ส่งไปแล้ว พวกกูนี่ยังไม่เสร็จ ว่างๆก็เอาไปช่วยทำหน่อยเถอะพ่อคู๊ณณ” มันลากเสียงประชดประชัน ผมมองเอกสารในมือ

...นาย คิรากร จารุโรจน์...

...คุ้น

ชื่อนี้คุ้นแปลกๆ เหมือนผมจะเคยรู้จักเคยเห็นชื่อนี้ พอลองนึกก็ได้แต่ความว่างเปล่า แต่มันเหมือนผมเคยอ่านชื่อนี้มาแล้ว เมื่อไหร่ที่ไหนกัน คิดยังไงก็คิดไม่ออก บางทีผมอาจจะบ้าไปเองก็ได้ คนชื่อนี้ใช่ว่าจะมีคนเดียวบนโลก

“จะเอาเมื่อไหร่” ผมเงยหน้าถามไอ้เวฟที่ตอนนี้หันไปสนใจกล้องตัวเก่งของผมแทนแล้ว

“ต้องให้น้องเขาวันมะรืน ตอนงานมีตติ้งนั่นแหละ”

“แล้วมึงเพิ่งจะให้กู”

“เออ กูลืมไง โทษที”

เอาเถอะ ทำให้มันเสร็จๆไป จะได้ไม่ต้องค้างคา มันก็ไม่ใช่งานใหญ่โตอะไรหรอก เพียงแต่ผมไม่ชอบงานเอกสารเท่านั้นเอง

พอได้เวลาเข้าเรียนพวกผมก็มุ่งตรงสู่ห้องเรียนที่ใครๆก็พูดว่าห้องเรียนคณะผมหรูสุด ดีสุด อาจจะใช่ เพราะเด็กเรียนคณะนิเทศศาสตร์โดยส่วนใหญ่คือพวกมีเงิน แต่ไม่ค่อยมีสมอง อาจจะรวมผมไปด้วยก็ได้ แต่ใครแคร์ ผมแค่เรียนถ่ายรูป ใช้แค่อารมณ์ความรู้สึก วิชาการไม่เก่งก็คงไม่แปลกอะไร

พอเรียนเสร็จผมก็แยกกับไอ้เวฟและไอ้ก้องไปทำเอกสารที่ยังค้างคาอยู่ น่าแปลกตรงที่ว่าฝ่ายกิจการนักศึกษากลับทำงานให้ผมอย่างรวดเร็ว แค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น เท่าที่ผมเคยได้ยินมาทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าช้าและก็ยุ่งยาก ขาดนั่นนิดนี่หน่อยก็ไม่ได้ มันเลยทำให้ผมแปลกใจไม่น้อย

“มึงอยู่ไหน” ผมต่อสายหาไอ้เวฟ เพราะเดี๋ยวต้องออกไปตระเวนถ่ายรูปกันก่อนในช่วงเย็นที่แสงกำลังดี และท้องถนนกำลังวุ่นวายได้ที่

[เสร็จแล้วเหรอวะ?]

“เออ”

[ไวมาก แต่กูก็กะไว้แล้วล่ะ หน้าหล่อๆอย่างมึงใครจะกล้าเรื่องมาก]

“ไม่เกี่ยว มึงอยู่ไหน”

[ร้านกาแฟในคณะ]

“เออ” ผมกดวางสายก่อนจะขับรถกลับคณะ บางทีมหาวิทยาลัยนี่ก็ใหญ่เกินไป แต่มันไม่เป็นอุปสรรคสำหรับผมเท่าไหร่ที่มีรถเป็นของตัวเอง ส่วนคนที่ไม่มีรถ ก็ต้องเดินตากแดดเอา ไม่ก็รอรถที่ทางมหาวิทยาลัยจัดไว้ให้นั่งฟรี แต่กว่าจะมาก็นาน พอๆกับความเร็วรถที่ช้าเอาโล่

หลังจากทำธุระอะไรเสร็จแล้ว ผม ไอ้เวฟและไอ้ก้องก็ออกไปถ่ายรูปกันตามสถานที่ต่างๆ ขับรถไปเรื่อย เจอวัดเจอวา แหล่งชุมชม ตลาด ผมก็แวะถ่าย เดินดูของไปด้วย รู้อีกทีก็ได้ของมาเต็มไม้เต็มมือ จนเวลาล่วงมาถึงช่วงเย็นพวกเราก็หาอะไรกินง่ายๆอย่างก๋วยเตี๋ยวเรือเจ้าเก่าจนอิ่ม จากนั้นก็ตระเวนถ่ายรูปกันต่อจนทุ่มกว่าๆก็แยกย้าย ผมและไอ้เวฟกลับไปอาบน้ำเตรียมตัวไปร้านเหล้าในคืนนี้ ส่วนไอ้ก้องน่าจะไปถ่ายรูปต่อหรืออะไรยังไง

“มาช้านะไอ้ปืน มัวไปทำอะไรอยู่วะ” พี่เจส พี่รหัสผมทักเมื่อเห็นผมเดินมานั่งที่โต๊ะที่ตอนนี้มากันครบหมดแล้วรวมทั้งเวฟด้วย

“แม่งมาหล่อทุกที กูล่ะอิจฉา” พี่คิมเพื่อนพี่เจสเอ่ยแซวเหมือนทุกครั้ง

ผมนั่งลงข้างไอ้เวฟ ตรงข้ามผมก็เป็นพี่รหัสผมเองที่วันนี้หิ้วแฟนสาวสุดสวยต่างมหาวิทยาลัยมาด้วย ปกติแล้วพี่เจสแกไม่ค่อยพามาเท่าไหร่

“เอาอะไรมึง เบียร์หรือเหล้า” ไอ้เวฟถามผม

“เหล้า”

เมื่อเหล้าเข้าปาก ทุกคนก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน แต่ไม่ใช่กับคนอย่างผม เพราะยังไม่เมา ปกติผมไม่ค่อยดื่มเหล้าอยู่แล้ว มีบ้างแค่เข้าสังคมกับเพื่อนฝูงและรุ่นพี่ เวลาดื่มก็ไม่ดื่มมากจนเมาไม่รู้เรื่อง

“อ้ายปืนน มึงเงียบทำมายว้า พูดบ้างเด้” พี่เจสพูดเสียงยานคาง ผมแค่จ้องพี่เขาที่ยืนแก้วมาตรงหน้าทำท่าเหมือนจะชน ผมยกแก้วชนก่อนจะยกขึ้นจิบ ต่างจากพี่เจสที่กระดกหมดแก้ว เมาแล้วไม่รู้จักพอ พูดไม่รู้เรื่องแล้วยังไม่เจียมอีก

เสียงเพลงช้าๆชิลๆไม่ได้ทำให้จังหวะการกระดกเหล้าเข้าปากช้าลงแม้แต่น้อย กลับกระดกกันเร็วยิ่งกว่าจรวด จากที่โต๊ะผมมีคนแค่ห้าหกคน ตอนนี้มีเป็นสิบ หลายคนชวนผมคุย ผมได้แต่อือออขี้เกียจพูดกับคนเมา ยิ่งพูดยิ่งไม่รู้เรื่อง คนรู้จักก็มีชนแก้วบ้าง แต่ถ้าคนไม่รู้จักก็อย่ามายุ่งกับผมดีกว่า ไม่ชอบ

“เห้ยน้อง พี่อยากชนด้วย ถือเมื่อยมือแล้วเนี่ย” ไอ้นี่ไม่รู้เป็นใครมาจากไหน เห็นว่ารู้จักกับพี่คิม แต่ขอโทษ...กูไม่รู้จักมึง!

“หยิ่งเหรอน้อง รู้เปล่าว่าพี่ลูกคราย”

ยัง...ยังไม่เลิกนะมึง

“ไอ้ป้อง พอเลยมึง” พี่คิมหันไปปราม แต่คนอย่างมันคงฟังไม่รู้เรื่อง ตัดความรำคาญ ผมคว้าแก้วขึ้นกระดกจนหมดก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะ ทุกคนมองผมเป็นตาเดียว ผมไม่สนใจแล้วเดินออกจากร้าน ขับรถกลับคอนโด มันก็แค่เนี่ยกับเรื่องในวงเหล้า พอเหล้าเข้าปากจากคนก็กลายเป็นหมา

เช้าวันต่อมาผมมีเรียนตอนสิบโมง เก้าโมงหน่อยๆขับรถมาถึงมหาวิทยาลัยก่อนจะเดินขึ้นห้องชมรม ทุกวันผมต้องแวะมาที่นี่ มันเป็นเหมือนห้องพักผ่อนส่วนตัว จะทำอะไรก็ได้ไม่มีใครรู้ใครเห็น ไม่มีสายตาน่ารำคาญที่มองอย่างกับว่าจะขย้ำผมเสียให้ได้ ยิ่งเห็นยิ่งน่ารำคาญจนพาลให้หงุดหงิดเกือบทั้งวัน จะเรียกว่าผมไม่ชอบตกเป็นเป้าสายตาเท่าไหร่ก็ไม่ผิด

“...!?” ผมลดความเร็วฝีเท้าลงเมื่อเห็นว่าที่ลูกบิดประตูห้องชมรมมีถุงบางอย่างแขวนไว้

ผมเดินเข้าไปใกล้ประตูห้อง หยุดยืนมองถุงที่แขวนอยู่ตรงหน้า ใบที่เหมือนกับเมื่อวานไม่มีผิด พอลองหันมองทางเดินซ้ายและขวาก็พบกับความว่างเปล่า เงียบเชียบราวกับป่าช้า ไม่มีวี่แววว่าจะเห็นคนที่เอามาแขวนไว้ ผมหยิบถุงใบนั้นมาไว้ในมือก่อนจะเปิดประตูเข้าห้อง วางถุงเจ้าปัญหาไว้บนโต๊ะกระจกก่อนจะเดินไปเปิดม่านให้ห้องทั้งห้องสว่าง แล้วเดินกลับมานั่งที่โซฟาจ้องถุงตรงหน้านิ่งราวกับจ้องแล้วมันจะบอกผมว่าใครเป็นคนเอามันมาแขวนไว้

“วันนี้จะเป็นอะไรอีก” ผมพึมพำเบาๆ มือเอื้อมไปคว้าถุงขึ้นมาเปิดดู กล่องแฮนด์เมดลายเดิม แต่รูปทรงแตกต่างกัน เมื่อวานเป็นทรงกลม วันนี้เป็นสี่เหลี่ยม พอเปิดออกมาก็ต้องอึ้ง...

สตรอเบอร์รี่พาย...

ผมหยิบโน๊ตขึ้นอ่าน               

-พอดีเห็นสตรอเบอร์รี่น่ากินมากๆ เลยทำมาเผื่อน่ะครับ หวังว่าพี่จะชอบ ^^-

หึหึ เด็กคนนี้คงเป็นคนที่เพ้อฝันมากสินะ ผมได้ยินมาแบบนั้นว่าผู้หญิงที่ชอบทำขนมหวานจะเป็นพวกชอบเพ้อฝันอยู่ในจินตนาการ แต่อาจจะเป็นข้อยกเว้นในผู้ชายบางคนก็ได้ เมื่อให้มาแล้วผมจะรับไว้และกินมัน เพราะผมถือว่าผมได้ผลประโยชน์ ไม่เสียหายอะไร แต่ถ้าอยากได้อะไรที่มากกว่านี้ ผมคงทำให้ไม่ได้

หวังว่านายจะเข้าใจนะ




 :mew1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-04-2014 20:29:35 โดย RiRi »

ออฟไลน์ CarToonMiZa

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6356
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +820/-41
นิ่งจริงอะไรจริงนะนายปืน :z2:

ออฟไลน์ nunnuns

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1999
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-3
พี่ปืนน ช่วยใจเต้นกับต้นหอมหน่อยเต้อะ นิ่งเกิ้น555555555

ออฟไลน์ Bowbonk

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +112/-4

ออฟไลน์ kangteuk1995

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 254
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-1
มาต่อเร็วๆนะ สนุกมากเลย

ออฟไลน์ kenghan

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-2
หวังว่า แมท จะไม่ได้แอบรัก ต้นหอมนะ ไม่งั้นจะเข้าตำราพระรองผู้แสนดี

ออฟไลน์ RiRi

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 569
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +595/-8
    • RiRiWorld
ระหว่างที่คิดงานที่ต้องเขียนส่งไม่ออก ก็ได้ไอ้นี่มา....^_^
ฝันดีค่ะ   :t3:



 :กอด1:

ออฟไลน์ Lovecartoon1996

  • ชอบกินมาม่า
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 385
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-2
    • -

krenr

  • บุคคลทั่วไป
อร๊ายยยย น้องต้นหอมน่ารักจัง อยากขโมยกลับบ้านนนน ^^
พี่ปืนนี่พระเอกใช่ไหมคะ ตอนแรกลุ้นแทบตาย คิดว่า เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ ซะแล้ว
ตอนนี้น้องแมทเลยว่าง มาหาเจ้ดีกว่าาา (อยากกินเด็กจ้า :impress2:)

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด