ขอโทษที่อัพช้าพึ่งถึงตอนสี่ทุ่ม
ปั่นแทบตาย เดี๋ยวมาอีกนะครับ
Lesson 33
( Show Part )
“ปี๊นๆๆๆๆ” เสียงแตรหน้าบ้านดังขึ้นทำให้ผมต้องชะโงกหน้าไปดู ก็เห็นว่าเป็นรถไอ้วินผมก็เลยอุ้มน้องลงไปด้วยเพื่อไปเปิดประตูบ้านให้
“โหย มึงต้องติดกันขนาดนั้นเลยหรอวะ” ไอ้วินถาม
“นั้นดิพี่ ผมว่ามันชักไปกันใหญ่แล้วนะ” คราวนี้เฟียร์บอกครับ
“ก็บอกแล้ว ห่างได้ที่ไหนล่ะ นี่ยังไม่กล้าขี้กล้าเยี่ยวเลยเนี่ย ตื่นมาก็เอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว กูเห็นแล้วก็สงสารว่ะ” เฮ้อ พูดแล้วก็ใจหาย ภาพของน้องร้องไห้จะเป็นจะตายยังคงติดตาผมไม่หายเลย
“เออๆ กูว่ามึงพาคิมขึ้นไปนอนบนห้องเถอะ จะได้นอนสบายๆ มากระเตงไปกระเตงมาอยู่เนี่ย คิมมันไม่สบายตัวหรอก” ผมทำตามที่ไอ้วินบอกครับผมก็พาน้องขึ้นมาทันที
“อื้ออออออ” น้องครางงัวเงียเมื่อผมวางน้องลงบนเตียง ผมก็เอามือลูบหัวน้องเผื่อน้องจะหลับต่อ...แต่เปล่าเลยน้องลืมตาขึ้นมาแล้วก็มองผมครับ
“...”
“หิวหรือเปล่าครับ” เมื่อเห็นน้องไม่พูดอะไรผมก็เลยเปิดฉากถามครับ เพราะว่าตั้งแต่เช้าน้องยังไม่ได้กินอะไรเลย
“...” น้องไม่ตอบผมแต่เหมือนน้องจะเหม่อๆลอยๆยังไงก็ไม่รู้ผมเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
“ฮัลโหลไอ้วิน” เหอะๆบ้านเป็นองค์การโทรศัพท์ครับโทรหาคนอยู่ข้างล่าง
(อะไรมึง อยู่กันแค่เนี่ยโทรมาหาพระแสงอะไร)
“ไอ้สัดบ้านกูรวยมีปัญญาจ่ายค่าโทร มึงมีปัญหาอะไร”
(เออกูมันเสือกเองแหละ...แล้วมึงมีเหี้ยอะไร)
“มึงกูกวนอะไรหน่อย” ผมบอกแล้วเว้นช่วง กำลังคิดว่าจะให้น้องกินอะไรดี
(มึงพูดมาเร็วๆดิ ลีลาจริงๆไอ้เหี้ย) มึงแม่งด่ากูทุกช็อตไอ้เพื่อนเวร
“กูกวนให้เมียมึงอ่ะทำข้าวต้มมาให้คิมหน่อย น้องตื่นแล้ว”
(เออ มึงรอแปปละกันเดี๋ยวกูบอกเฟียร์ให้) พูดจบมันก็วางสายไป ผมก็หันมาสนใจน้องต่อ
“หน้าเปอะน้ำตาไปหมดเลย เดี๋ยวพี่เช็ดหน้าให้ดีกว่านะ จะได้สบายขึ้น” พูดจบผมก็ลุกไปห้องน้ำแล้วเอาผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆเดินออกมา
“นิ่งๆนะ” ผมค่อยไล่เช็ดหน้าน้องไปเรื่อยๆจนทั่วไปหน้าน้องก็มองหน้าผมแต่ไม่พูดอะไร แต่แววตาน้องเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความหดหู่ เห็นแล้วผมก็หดหู่ตามเลยครับ
“ก็อกๆ...เข้าไปนะครับ” เสียงเฟียร์ครับ แล้วประตูห้องก็เปิดออก เฟียร์เป็นคนเปิดประตูแต่ไอ้วินเป็นคนถือชามข้าวต้ม
“มาเร็วดีนี่มึง” ผมบอกไอ้วิน
“งี้แหละเมียกูเก่ง” พูดไม่ทันขาดคำก็....
“ป๊าบบบบบ.....ไอ้พี่วินทะลึ่ง” เฟียร์ตบหลังเลยครับ เหอๆ รักดุจริงๆครับ แต่ก็น่าอิจฉาแหละหว้า ถึงจะดุแต่เค้าก็รักกันดี
“มาข้าวต้มมานี่ เดี๋ยวกูจะป้อนน้อง” ผมไปแย่งข้าวมาจากไอ้มือวินครับ แล้วก็เอามาจะป้อนน้อง
“...” แต่น้องไม่ยิมกินครับแล้วก็ไม่ยอมพูดอะไรด้วย
“กินหน่อยนะครับจะได้แกร่งขึ้น” ผมพูดหว่านล้อมน้อง
“...” แต่น้องก็ยังไม่ยอมพูดกับผม
“กินหน่อยเถอะนะ”
“…”
“คิม....พี่ขอร้องกินหน่อยนะครับ คนดี” เฮ้อ ทำไมมันยากเย็นยังงี้วะเนี่ย แต่น้องกำลังป่วยอยู่ผมจึงต้องใจเย็นๆ
“ผมไม่หิว” น้องตอบเสียงลอยๆ ฟังแล้วไม่สบายใจเลยครับ
“ไม่หิวก็กินหน่อยนะครับ”
“ผมจะรอกินพน้อมแม่” เฮ้อ น้องพูดแบบนี้อีกแล้ว ผมควรจะทำยังไงดีอ่ะครับ ผมพูดอะไรต่อไม่ได้เพราะพูดไปก็มีแต่จะกระทบกระเทือนจิตใจน้องครับ เลยได้แต่นั่งมองน้องต่อไปเรื่อยๆ
“คิม เราจะบอกอะไรให้” เฟียร์พูดขึ้นครับพร้อมกับเดินเข้ามาหาน้อง
“มี...อะไรหรอ....เราขอรอแม่ก่อนได้ไหม”
“คิม แม่คิมน่ะไปสวรรค์แล้วคอมต้องรับความจริงนะ” เฟียร์พูดเสียงจริงจังมากๆครับ มากจนเหมือนว่าเป็นน้ำเสียงดุ
“ฮึก...อึก” น้องเริ่มร้องไห้อีกแล้วครับผมเลยเอาหัวน้องมาซบอกผม เพราะว่าตอนนี้ผมก็นอนอยู่บนเตียงกับน้องครับ
“คิม...คิมอย่าหลอกตัวเองอีกเลยนะ คิมทำแบบนี้แม่คิมจะไม่สบายใจนะ” เฟียร์มีกลยุทธการพูดจาชั้นยอดเลยครับ ไม่ว่าจะด้านส่งเสริมหรือทำลาย (เอ๊ะอันหลังนี่เหมือนหลอกด่าเลย)
“แต่ว่าเรา...”
“ทำไม มีอะไรคิมบอกเราได้นะ”
“เราไม่เหลือใครแล้วเฟียร์ ทั้งชีวิตตั้งแต่พ่อเราตายเราก็เหลือแต่แม่ แล้วแม่ก็มาจากเราไปแบบนี้เราทำใจไม่ได้” เมื่อน้องพูดขึ้นแบบนี้ผมก็สวนขึ้นทันทีด้วยความโมโห
“ทำไมจะไม่เหลือใคร คิมยังมีพี่นะ พี่คอยคิมอยู่ตรงเสมอ....ทำไมไม่หันมามองพี่บ้างล่ะ” ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงบอีกครั้งครับ
“เอ่อ พวกกูไปรอข้างนอกนะ” พูดจบวินกับเฟียร์ก็พากันลุกออกไปข้างนอกครับ ในห้องจึงเหลือผมกับน้องสองคน
“คิมอย่าคิดอะไรแบบนี้อีกนะ อย่างน้อยคิมยังมีพี่ ถึงพี่จะเลวจะชั่วมาก่อนยังไงแต่พี่อยากให้คิมให้โอกาสพี่อีกครั้งนึง มีอาจจะขอมากไปแต่พี่อยากให้เวลามันเป็นตัวพิสูจน์ว่าพี่รักคิมจริงๆ” ผมพูดยาวเหยียดเลยครับ
“ฮึก....อึก พี่โชว์” น้องร้องไห้แล้วก็กระโดดกอดผมครับ ผมก็ลูบหัวปลอบน้องไป
“ถึงคิมจะเกลียดพี่ยังไง แต่พี่รักคิมเสมอนะ” เหอะๆ ขอกูหยอดหน่อยเถอะช่วงทำคะแนน อิอิ
“คิมมะ..ฮึก...ไม่เคยเกลียด....อึก....พี่โชว์” น้องพูดไปร้องไห้ไปครับ แต่น้องพูดมาแบบนี้ ผมก็ดีใจมากแล้วครับ
“ขอบคุณนะครับพี่ไม่เกลียดพี่” ผมบอกแล้วส่งยิ้มไปให้
“อาวล่ะ พี่ว่าหยุดร้องไห้ก่อนดีกว่านะเดี๋ยวจะปวดหัว...หนึ่ง สอง สาม อึ๊บ....ไม่ร้องแล้วนะครับ” น้องก็พยายามหยุดร้องครับแม้ว่าจะมีสะอื้นบ้างเป็นระยะ เหมือนเด็กเลยแฮะ นี่ผมกำลังเลี้ยงลูกอยู่หรือเปล่า
“ทีนี้กินข้าวซะนะครับ...จะได้กินยา...จำไว้นะคิมแม่คิมท่านไม่ได้ไปไหนเลย ท่านยังคอยมองดูคิมอยู่ในนี้” ผมชี้ไปตรงหน้าอกด้านซ้ายของคิมครับ
“จะทำอะไรก็คิดถึงท่านก่อน อย่าให้ท่านเป็นห่วงรู้ไหมครับ” ผมบอกน้อง น้องก็ก้มหน้านิ่งไปพักนึงแล้วก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ผม นี่แหละรอยยิ้มที่ไม่เห็นมานานแล้ว
“กินข้าวนะครับ แม่คิมจะได้ไม่เป็นห่วง” และผมก็ป้อนข้าวน้องจนหมดครับ แถมตอนนี้น้องเริ่มพูดเริ่มหัวเราะมากขึ้นแล้วด้วย เห้นแล้วก็สบายใจครับ