Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> ตอนพิเศษสุดท้าย เม้น 888 หน้า 30 20/6/2012 <<
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> ตอนพิเศษสุดท้าย เม้น 888 หน้า 30 20/6/2012 <<  (อ่าน 357876 ครั้ง)

ออฟไลน์ Karn12

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1253
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +165/-2
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 2 18/2/2012 <<
«ตอบ #30 เมื่อ18-02-2012 14:17:25 »

เหตุเกิดเพราะโทรศัพท์เครื่องเดียวล่ะสิ

silent_loner

  • บุคคลทั่วไป
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 2 18/2/2012 <<
«ตอบ #31 เมื่อ18-02-2012 17:04:18 »

เรื่องน่าติดตามมากค่ะ
ชีวิตกรณ์น่าสงสารมากเลย
+1 กับเรื่องใหม่จ้า

ออฟไลน์ P-o-r-m-u-h-M

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 132
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +209/-2
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 3 18/2/2012 <<
«ตอบ #32 เมื่อ18-02-2012 22:02:22 »




ตอนที่ 3






แสงยามเช้าที่ฉายเข้ามาผ่านหน้าต่างบานเก่าบานเดียวภายในห้องนอนเล็กๆที่มีร่างบางที่กำลังรู้สึกตัวตื่นเมื่อไออุ่นจากแสงสีส้มมาปะทะตัวโดยไม่ผ่านการกรองใดๆเนื่องจากห้องนี้ไม่มีผ้าม่านอยู่ซักผืน กรณ์ลุกขึ้นมาขยี้ตาแล้วบิดตัวไล่ความง่วงก่อนจะมองออกไปนอกห้องด้วยความผิดสังเกต ว่ามันเหมือนสายกว่าปรกติที่เขาตื่น

ชีวิตประจำวันของกรณ์มีอยู่ไม่มากเท่าใดนัก ตื่นเช้าขึ้นมาก็ต้องจัดการล้างห้องน้ำชั้นล่างที่เป็นห้องน้ำของร้านอาหารแล้วจึงขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว ภายในแปดโมงเช้าจะมีโทรศัพท์จากกรรณ์เข้ามาทุกวัน พอคุยกับกรรณ์เสร็จเรียบร้อยกรณ์จะออกไปรับอาหารสดที่ตลาดใกล้ๆร้านเพื่อเอามาเก็บก่อนจะออกไปเรียนที่มหาวิทยาลัย ถ้าวันไหนกรณ์มีเรียนบ่ายเขาจะอาสาช่วยพ่อครัวของร้านจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับขายของในช่วงบ่ายถึงตอนดึก

ซึ่งวันนี้เป็นวันที่เฮียกวงเจ้าของร้านสั่งให้ปิดร้านอีกหนึ่งวัน ภารกิจต่างๆของกรณ์จึงถูกระงับไปชั่วคราวด้วยเหมือนกัน กรณ์เดินเข้าห้องน้ำที่อยู่หน้าห้องนอนของตัวเองที่เฮียกวงเป็นคนต่อเติมให้เอง ชำระร่างกายไปพลางรอโทรศัพท์จากน้องชาย

แต่...จนอาบน้ำแต่งตัวเสร็จกรณ์ก็ยังไม่ได้ยินเสียงเรียกเข้าดังซักครั้ง...

นึกแปลกใจจนต้องเดินเข้ามาค้นหาโทรศัพท์เครื่องเก่าของตัวเองแต่กลับหาไม่เจอ มองดูเวลาก็เกือบจะแปดโมงแล้วยิ่งทำให้กรณ์กระวนกระวายเข้าไปกันใหญ่ เสื้อผ้าที่เคยเป็นระเบียบเรียบร้อยกลับกระจัดกระจายไม่เป็นที่เป็นทางเพราะเจ้าของลื้อค้นหาของชิ้นสำคัญที่ไม่รู้ไปว่าหายไปไหน

เวลาผ่านไปราวห้านาทีแต่ความรู้สึกในใจของกรณ์ราวกับมันคือห้าปี มือสองมือของเขายังคงลื้อกองผ้าที่ลื้อแล้วลื้ออีกแต่ก็ยังไม่เจอโทรศัพท์ จนทำให้ร่างบางต้องนึกย้อนไปถึงเมื่อวาน...

ปรกติกรณ์เป็นคนที่ไม่เคยสะเพร่าเรื่องอะไรเลยในชีวิตยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับกรรณ์ด้วยแล้วกรณ์ยิ่งจะระมัดระวังในทุกๆขั้นตอน แต่...เมื่อวาน กรณ์ลืมโทรศัพท์วางไว้บนโต๊ะจริงๆ นึกออกแล้วก็ทำให้เขาอยากเขกหัวกับกำแพงปูนให้เจ็บสมกับที่ตัวเองทำผิด ทว่ากรณ์ยังทำอะไรตอนนี้ไม่ได้ กรณ์เลือกที่จะวิ่งออกไปจากที่อยู่โดยไม่ลืมล็อคประตูหน้าร้าน

ในหัวที่กำลังกระวนกระวายมีแต่ภาพน้องชายที่คลุ้มคลั่งในครั้งแรกที่กรรณ์โทรหากรณ์ไม่ติด น้ำตาที่ไม่เคยไหลง่ายๆก็ไหลอาบแก้มอย่างง่ายได้ ผู้คนผ่านไปก็ได้แต่นึกสงสัยแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปทักคนที่กำลังวิ่งไปหารถแท็กซี่ด้วยน้ำตาที่นองหน้า

น้ำตาที่นั่นไหลไหนด้วยสองสาเหตุ เพราะว่ากลัวกรรณ์จะคลุ้มคลั่ง และเพราะ ‘สมเพช’ ตัวเอง

ถ้ากรรณ์เป็นอะไรไป...กรณ์คงไม่มีวันอภัยให้ตัวเองเพราะครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่กรณ์ ‘ละเลย’ น้องชายตัวเองเพียงแค่ได้เจอคนที่ตัวเองแอบชอบ


◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌



ภายใต้ท้องฟ้าเดียวกันแต่กลับมีอะไรแตกต่างมากมาย เสียงโทรศัพท์ที่เป็นเสียงแบบริงโทนเพราะความสามารถของเครื่องรองรับได้แค่นั้นดังจนรบกวนการนอนหลับของคนที่จมร่างอยู่ในเตียงใหญ่สีขาวผ้าห่มพื้นใหญ่ที่ทั้งนุ่มสบายและให้ความอบอุ่นกำลังดี

คิ้วเข้มของราชสีห์ขมวดเข้าหากันอย่างขัดใจที่มีเสียงรบกวนยามเช้าที่น่าจะเป็นเวลาพักผ่อนสำหรับเขา แม้วันนี้จะมีเรียนทั้งเช้าและบ่ายแต่คนอย่างราชสีห์ที่มีทั้งคอนโดใกล้กับมหาลัยไว้ใช้เวลาเบื่ออยู่ที่บ้านหรือเวลาอยากสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนและมีทั้งรถยนต์คันหรูเลยไม่จำเป็นต้องรีบตื่นแต่เช้าเพื่อจะรีบไปมหาวิทยาลัย

เวลานี้เจ็ดโมงสี่สิบห้าจึงเวลาสำหรับการพักผ่อนของราชสีห์ แต่ด้วยเสียงรบกวนที่ดังแทบบาดแก้วหูจึงต้องจำใจตื่นมาดูต้นเหตุของเสียง

มันก็แค่โทรศัพท์เครื่องเก่าๆของคนที่ได้เจอกันครั้งแรก หยิบขึ้นมาดูว่าใครโทรเข้ามาก็ไม่สามารถรู้ได้เพราะหน้าจอโทรศัพท์เครื่องนี้มันดับไม่สามารถแสดงผลอะไรได้อีกต่อไปเห็นแบบนั้นยิ่งทำให้สิงห์ที่ต้องตื่นนอนกดรับอารมณ์ที่หงุดหงิดขึ้นไปเท่าตัว

“ฮัลโหล! มีอะไรไว้ค่อยคุยได้มั้ย คนจะนอน!”

ราชสีห์กดรับแล้วพูดอย่างเร็วด้วยความอารมณ์ร้อน พร้อมกดวางสายทันทีแต่ไม่ถึงห้าวิฯก็มีสายเข้ามาเหมือนเดิมด้วยความที่ไม่รู้ว่าต้องปิดเครื่องยังไงเลยตัดสินใจดึงแบตฯออกเพื่อจบปัญหาก่อนจะล้มตัวลงนอนต่อเพราะเหลือเวลาให้เขาได้นอนอีกเกือบหนึ่งชั่วโมง


◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌



อาคารหลังใหญ่ที่ถูกต่อเติมขึ้นเรื่อยๆตามจำนวนสมาชิกที่ต้องรับเข้ามาใหม่อย่างไม่ขาดสาย สถานที่รับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้จะเลี้ยงดูเด็กกำพร้าจนกระทั้งเด็กคนนั้นจะหาเลี้ยงตัวเองได้ บ้างก็ออกไปเองเพื่อหาเส้นทางของตัวเอง บ้างก็ออกไปเพราะทนโดนดูถูกจากสังคมรอบข้างไม่ได้ บ้างก็ออกไปเพราะความหลงผิดมั่วเมากับสิ่งสกปรก

เด็กทุกคนที่อยู่ที่แห่งนี้ล้วนแต่เป็นเด็กกำพร้าในหลายๆสาเหตุ ทุกคนล้วนเข้าใจกันเป็นอย่างดีว่าการโดนทิ้งมันแสนจะเจ็บปวดขนาดไหน เพราะอาจารย์นภาคนที่ก่อตั้งสถานรับเลี้ยงฯก็เป็นเด็กกำพร้าเช่นกัน เพราะรู้ว่ามัน ‘เจ็บปวด’ เธอจึงอยากบรรเทาความเจ็บนี้กับเด็กคนอื่นๆ แม้จะรักษาไม่ได้แต่เธออยากจะทำให้ความเจ็บนั้นมันเบาบางลงไป

โชคดีที่เมื่อครั้งที่ยังเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง อาจารย์นภาสร้างความดีความชอบจนมีคนนับหน้าถือตาอยู่เยอะส่งผลบุญไปถึงเด็กๆที่อยู่ในการดูแลที่มีคนรู้จักของอาจารย์นภามาเป็นอาสาสมัครคอยดูแลเด็กๆและทำอาหารเลี้ยงเกือบทุกวัน
 
กรณ์ลงจากรถแท็กซี่ที่เรียกขึ้นมาแถวๆหน้าร้านเฮียกวงจ่ายค่ารถไปสามร้อยบาททั้งๆที่ค่ารถเพียงแค่สองร้อยกว่าบาทเท่านั้น กรณ์ไม่มีเวลาขนาดมารอรับเงินทอนถึงว่าเงินทอนนั้นจะสามารถทำให้กรณ์มีข้าวกินไปทั้งวันก็ตาม

ความวุ่นวายที่เกิดเบื้องหน้าทำให้จิตใจของกรณ์แทบจะแหลกสลาย ผู้คนที่เป็นอาสาสมัครและอาจารย์ที่อยู่ดูแลเป็นประจำกำลังวิ่งวุ่นอยู่หน้าห้องที่กรณ์จำได้ดีว่าเป็นห้องของน้องชาย ที่ใกล้ๆกันมีหญิงชราที่เป็นเจ้าของสถานรับเลี้ยงนั้งร้องไห้ราวกับจะขาดใจ

“กรณ์!!”

“คุณแม่...กรรณ์ล่ะครับ”กรณ์วิ่งเข้าไปหาแล้วถามนภาด้วยความร้อนรน นภาที่เห็นหน้ากรณ์ก็ยิ้มออกขึ้นมา หลังจากที่กรรณ์กำลังคลั่งเพราะติดต่อพี่ชายตัวเองไม่ได้ นภาก็รีบติดต่อกรณ์ทันทีแต่กลับกลายเป็นว่าติดต่อกรณ์ไม่ได้เช่นกันยิ่งทำให้เธอกังวลและกลัวจนต้องร่ำไห้ทำอะไรไม่ถูก โชคดีที่อาสาสมัครหลายคนที่คุ้นเคยกับกรรณ์เข้ามาช่วยกรรณ์ไม่ให้ทำร้ายตัวเอง

“แม่...ฮึก...แม่ขอโทษนะกรณ์ แต่เราต้องมัดกรรณ์ไว้ไม่อย่างนั้นกรรณ์จะทุบตีตัวเองอย่างคราวที่แล้วอีก”ก้อนสะอื้นที่หญิงชราเก็บไว้ไม่อยู่เมื่อคิดถึงสภาพเด็กน้อยคนหนึ่งที่อุ้มน้องชายที่ไม่ยอมเดินรอพ่อและแม่ที่สัญญาว่าจะมารับกลับอยู่ตรงที่ตัวเองโดนทิ้งเป็นอาทิตย์

เด็กที่มีหัวใจ ‘เข้มแข็ง’ จนนภารู้สึกชื่นชม

ความเข้มแข็งของกรณ์นั้นได้มาจากน้องชายคนพิเศษ ตราบใดที่ยังมีกรรณ์ตราบนั้นกรณ์ก็ยังคงเข้มแข็งและยื่นหยัดสู้ต่อไปได้ ทุกอย่างเพื่อน้องชายคนเดียวซึ่งกรณ์ได้ฝากฝังให้นภาช่วยดูแลกรณ์ในตอนที่ตัวเองไม่อยู่ แม้จะรู้ว่ากรรณ์เป็นภาระสำหรับคนอื่นแต่กรณ์เชื่อใจในนภา...เชื่อใจในคนที่ตัวเองเรียกว่าคุณแม่

เพราะอย่างนั้นนภาจึงร้องไห้ที่ต้องทำร้ายกรรณ์ทำร้ายความเชื่อใจทั้งๆที่เธอก่อตั้งที่นี่มาเพื่อช่วยเหลือเด็กพวกนี้แท้ๆ

“กรณ์เข้าใจครับคุณแม่...แต่พากรณ์ไปหากรรณ์ก่อนได้มั้ยครับ”กรณ์เห็นน้ำตาของนภาจึงสงบจิตใจลงได้ เขารู้ว่าการดูแลกรรณ์เป็นเรื่องยากถ้าเขายังทำร้อนใจและยังกังวลไปมากกว่านี้จะทำให้นภาเสียใจมากกว่าเดิม

นภาเดินนำกรณ์ไปยังห้องที่คนกำลังมุงกันอยู่ ทันทีที่กรณ์เดินเข้ามาน้ำตาที่หายไปแล้วก็ไหลเอ่อขึ้นมาอีกรอบ หัวใจที่บีบจนปวดที่อกซ้ายจนต้องกุมอกเอาไว้ ความรู้สึกสงสารกรรณ์จับใจ ตอนนี้คงร้องไห้จนหลับไปทั้งๆที่ตายังบวมแดง ข้อมือและข้อเท้าทั้งสองข้างมีผ้ามันมัดไว้ไม่ให้ขยับได้แม้คนที่มัดจะหาผ้าที่นุ่มแล้วแต่กรรณ์ก็ดิ้นขัดขืนจนทั้งข้อมือและข้อเท้าเป็นแดงคล้ายแผลถลอก ปากบางๆของกรรณ์เองก็ถูกยัดด้วยผ้าแบบเดียวกับข้อมือที่มุมปากมีเลือดไหลซิบๆอยู่

กรณ์เข้าใจดีว่าทุกคนต้องการช่วยน้องของตัวเอง เขาไม่โทษใคร...จะโทษต้องโทษ ‘ตัวเอง’ ที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา

ถึงตอนนี้เจ็บใจที่เป็นตัวต้นเหตุที่ทำร้ายกรรณ์จนอยากจะหายไปจากโลกนี้ก็ตามแต่กรณ์ทำได้แค่เดินเข้าไปกอดร่างที่ไร้สติของน้องชายเอาไว้ พรมจูบที่หน้าผากของกรรณ์เหมือนทุกครั้งที่จะบอกให้กรรณ์หลับ

ชีวิตของกรณ์ ‘ไม่ใช่’ ของของกรณ์

แต่กรณ์มีชีวิตอยู่ ‘เพื่อกรรณ์’

เขาสัญญากับน้องชายเอาไว้แล้วว่าจะไม่ยอมตายก่อนกรรณ์ แม้จะเหนื่อยจะล้าขนาดไหนกรณ์จะลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองเพื่อที่กรรณ์จะไม่ต้องอยู่ตัวคนเดียว กรรณ์ต้องไม่ ‘ถูกทิ้ง’ อีกครั้ง


◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌



โยรินกำลังนั่งคอยเพื่อนตามปรกติที่โรงอาหารประจำของพวกเขา พลางมองไปยังกลุ่มของคนที่เพื่อนสนิทของเธอแอบชอบ ความจริงโยรินเองก็รู้จักกับคนพวกนั้นดีแม้จะไม่สนิทกันมากแต่ก็เคยเห็นออกงานสังคมกันอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะราชสีห์ที่โยรินเคยปลื้มอยู่ไม่กี่วัน คิดไปก็อยากจะร้องไห้แทนเพื่อนสนิทที่ไปชอบผู้ชายแบบนี้ได้

ก็เป็นแค่คนที่คบหากันแค่ ‘เปลือกนอก’

โยรินเคยบอกให้กรณ์ลองเข้าไปจีบแต่ก็ได้รับแค่รอยยิ้มเศร้าๆกลับมา ที่โยรินแนะนำแบบนั้นก็เพราะแฟนของราชสีห์คือปริยาภัทรหรือภัทร ญาติฝ่ายแม่ของโยริน ทั้งคู่คบกันถึงขั้นที่เรียกว่าเป็นคู่หมั้นคู่หมายแม้จะไม่มีพิธีรีตองแต่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็ลั่นวาจาเอาไว้แล้ว แต่ความจริงที่โยรินรู้คือทั้งสองคนไม่ได้รักกัน ที่แสดงออกออกมาเป็นเหมือนละครฉากหนึ่งเพื่อตบตาผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย และภัทรที่โยรินรู้จักก็เป็นผู้หญิงที่ขี้กลัวเกินกว่าจะปฏิเสธคำสั่งของพ่อและแม่

โยรินเลยลองยุยงให้เพื่อนสนิทเธอจีบราชสีห์ เพราะมั่นใจว่าหน้าตาอย่างกรณ์แม้จะเป็นผู้ชายแท้ซักล้านเปอร์เซ็นต์ก็ยังมองว่ากรณ์เป็นผู้ชายที่ทั้งน่ารัก หน้าหวาน และสวยกว่าผู้หญิงซะอีก

“พี่โย สวัสดีค่ะ”ดาริกายิ้มทักทายก่อนเพื่อนๆกลุ่มเดิมที่เดินตามมาสมทบพร้อมไหว้โยรินตามดาริกาอย่างหวาดๆเช่นกันมีแค่เหมราชที่เจอกันตามงานสังคมบ้างและบังเอิญเข้ามาเป็นรุ่นน้องที่คณะ แถมเป็นเพื่อนสนิทกับรุ่นน้องคนสนิทจึงได้คุยกันมานิดหน่อย

ใช่ว่าโยรินจะไม่รู้ข่าวลือเกี่ยวกับตัวเองและเพื่อนสนิท สำหรับตัวเองแล้วไม่เครียดกับข่าวลือพวกนี้เลยซักนิดเพราะข่าวลือของโยรินมีแค่เรื่องเดียว ‘หยิ่ง’ แต่ที่กังวลคือกรณ์มากกว่า เพราะข่าวลือของกรณ์เหมือนกับมันต่อยอดไปเรื่อยๆแล้วแต่ละเรื่องก็เป็นเรื่องที่คงหนักหนาสาหัสมากสำหรับชื่อเสียงของคนคนหนึ่ง

“ไงดา เมื่อคืนสนุกมั้ย?

“ก็ดีค่ะ เมามากๆ วันเกิดไอ้เหมราชลูกมหาเศรษฐีทั้งที เลยหมดเบียร์ไปเกือบสองลังแน่ะ”

“ฮ่าฮ่า แล้วเป็นไงบ้างเหมเมื่อวานวันเกิด ดาโทรมาชวนพี่แต่พอดีพี่ติดธุระไปไม่ได้ สุขสันต์วันเกิดนะ”

“ขอบคุบครับพี่โยริน ”

“พี่โยไม่ได้ไป เสียดายมากๆค่ะ เพราะเมื่อวานดาลากพี่กรณ์ไปเปิดตัวได้ด้วย”

“จริง?”

“จริงๆค่ะ อ๊ะ! แล้วนี่พี่กรณ์ยังไม่มาอีกเหรอคะ”

“ยังเลย...ไปบังคับให้มันดื่มหรือเปล่าดา?”

“เปล่าค่ะเปล่า ดารู้ว่าพี่กรณ์ไม่ดื่มแค่ดาอยากพาไปให้เพื่อนๆรู้จักพี่กรณ์เฉยๆ แล้วพี่กรณ์ก็กลับก่อนตอนเที่ยงคืนด้วย”โยรินพยักหน้ารับคำของดาริกาแต่สีหน้าเป็นกังวลขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ก็หน้าตาของกรณ์ใช่ว่าดูดีน้อยซะเมื่อไรไหนจะรูปร่างที่บอบบางกว่าผู้ชายปรกติทำให้อดกังวลในความปลอดภัยไม่ได้

และสีหน้าที่กังวลยิ่งดูกังวลเข้าไปกันใหญ่เมื่อต่อสายหาเพื่อนสนิทของเธอไม่ได้ ดาริกาที่มองโยรินทำหน้าเครียดใส่โทรศัพท์ก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่กรณ์ของเธอ

“ทำไมปิดเครื่อง?”โยรินพูดกับตัวเองแต่ดาริกาและเพื่อนๆก็ได้ยิน

“พี่กรณ์ไม่รับโทรศัพท์เหรอคะพี่โย”

“อืม...เป็นอะไรเนี้ย ปรกติไม่เคยปิดเครื่องนะ”

“นั้นซิ ปรกติพี่กรณ์ไม่เคยมาสายแบบด้วยนี่พี่โย จะเกิดอะไรขึ้นรึเปล่า...อึ่ย! ดาไม่น่าพาพี่กรณ์ไปเลย ไม่สิๆ ดาน่าจะเดินกลับมาส่งพี่กรณ์ด้วยตัวเอง..”

“นี่ดาอย่าพึ่งโวยวายดิ บีว่าลองโทรหาพี่กรณ์เขาอีกรอบดีมั้ย”

“...เฮ้ยดา! พี่กรณ์ไม่ใช่เหรอที่ลืมโทรศัพท์ไว้อ่ะ”

“อะไรนะเหม!!!”

“เอ่อ..คือเมื่อวานพี่กรณ์ลืมโทรศัพท์ไว้ที่ร้านน่ะครับ พี่สิงห์เก็บไว้แล้วบอกว่าเดี๋ยวค่อยคืน...อ๊ะ จะไปไหนครับพี่โยริน”โยรินไม่รอจนเหมราชพูดจบก็เดินตรงไปยังกลุ่มของคนที่ตัวเองพึ่งมองเมื่อครู่ด้วยความโมโห นาทีนี้โยรินไม่สนว่าราชสีห์จะรู้ตัวหรือไม่ว่าโทรศัพท์ที่ตัวเองเก็บไว้มีความสำคัญขนาดไหน แต่ตอนนี้โยรินกำลังเป็นห่วงเพื่อนของตัวเองเท่านั้น

‘โกรธ’ ไอ้คนที่ยังยิ้มยังหัวเราะกับกลุ่มเพื่อนไม่มีท่าทีจะเอาโทรศัพท์มาคืนเจ้าของเลยซักนิด

เพี้ยะ!!!!!!!!!

“เฮ้ย!...โยรินตบไอ้สิงห์ทำไม?”

“เอาโทรศัพท์เพื่อนชั้นคืนมา!”

“โทรศัพท์?”

เพี้ยะ!!!! โยรินตบเข้าไปที่หน้าของคนที่กำลังอึ้งอีกครั้ง คนทั้งโรงอาหารยื่นงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่โยรินไม่สนใจเดินเข้าไปแย่งกระเป๋าหนังสะพายของสิงห์ค้นก็ไม่พบโทรศัพท์ของกรณ์ ค้นที่กระเป๋ากางเกงของสิงห์ก็ไม่เจอจึงมั่นใจว่าสิงห์ไม่ได้พกมาแน่ๆ

เพี้ยะ!!!! เพี้ยะ!!!!

“นายไม่รู้หรอกว่าจะต้องทำให้กรณ์เดือดร้อนขนาดไหน!!”โยรินตวาดใส่ก่อนที่จะวิ่งออกจากโรงอาหารเพื่อไปหากรณ์ปล่อยใหคนที่ยื่นนิ่งโดนตบฉาดใหญ่ยังคงงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง

คนที่ทำร้ายคือโยรินเป็นคนที่เคยเจอกันมาบ้าง แถมยังเป็นญาติของผู้หญิงที่ถูกเรียกว่าเหมาะสมกับคนอย่างราชสีห์มากที่สุดถึงจะไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัวกับโยรินแต่เท่าที่รู้โยรินเป็นผู้หญิงเรียบร้อยไม่วีนและเหวี่ยงแบบนี้แน่ๆ


◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌



โยรินเข้ามาในสถานที่ที่กรณ์เคยพามาสองสามครั้งแต่โยรินก็จำทางที่มาได้ดี ทันทีที่ลงจากรถโยรินตรงไปยังห้องเล็กๆของกรณ์และน้องชายที่ตอนนี้เงียบสงบราวกับไม่เคยเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมาอยู่เลย

ทันทีที่โยรินเข้ามาในห้องก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ภาพที่เพื่อนสนิทของตัวเองกอดอยู่กับเด็กผู้ชายหน้าตาคล้ายตัวเองแต่ดูจะบอบบางกว่าราวกับจะแตกสลายลงไปง่ายๆ กรณ์นั่งกอดกรรณ์อยู่บนเตียงเล็กๆแล้วหลับไปทั้งๆที่หน้ายังมีคราบน้ำตาติดเกรอะกรังเต็มใบหน้า รอบข้อมือและข้อเท้าของกรรณ์มีรอยถลอกเป็นเส้นๆรอบๆข้อ มุมปากบวมช้ำเป็นสีแดง

“...กลอน......กลอนจ๋า”กรณ์กระพริบตาตื่นมามองโยรินที่ยื่นเรียกเพื่อนด้วยน้ำตาที่ไหลตามแก้ม

“...โย”เสียงของกรณ์แหบพร้า แต่ยังคงยิ้มให้กับเพื่อนสนิทคนเดียวของเขา ความดีใจที่พุ่งเข้ามาในจิตใจที่กำลังป่นปี้ทำให้กรณ์รู้สึกมีแรงที่ช่วยพยุงตัวให้ยื่นขึ้น

“ไม่เป็นอะไรแล้วนะกลอน”

“ไม่...แต่กรรณ์ซิ กรณ์ทำให้น้องเจ็บ”

“ไม่กลอน ไม่ใช่กลอน มันเป็นอุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอกนะ”

“ไม่ใช่โย...เพราะกรณ์ กรณ์ทำให้กรรณ์ต้องเจ็บ กรณ์ทำร้ายน้อง ตอนนั้นกรณ์เจอพี่สิงห์...กรณ์ลืมกรรณ์...ทำไมกรรณ์ต้องมีพี่แย่ๆแบบกรณ์ด้วย...”น้ำตาที่คิดว่าแห้งไปไหลลงมาอีกครั้ง โยรินเดินไปโอบทั้งกรณ์และกรรณ์เอาไว้เป็นการปลอบใจเพียงอย่างเดียวที่โยรินสามารถทำได้









ถ้าถามว่าเศร้ามั้ย????

เอาเป็นว่า จบแฮปปี้ครับ ^^
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-02-2012 22:08:57 โดย P-o-r-m-u-h-M »

atblueann

  • บุคคลทั่วไป
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 3 18/2/2012 <<
«ตอบ #33 เมื่อ18-02-2012 22:17:42 »

อ่า ตอยไม่ตรงคำถามแฮะ แต่ ^_____^ ดีใจที่จบแฮบปี้ อยากบอกว่าดีใจทุกครั้งที่เห็นเรื่องนี้มีตอนต่อไปมาให้อ่าน
อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกอบอุ่น เหงา แต่ก็อบอุ่นนะ อยากอ่านต่ออ่ะ มันค้าง อยากรู้เมื่อไรสิงห์จะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับกรณ์มากขึ้นอ่ะ
สงสารกรรณ์จัง ชอบกรรณ์นะ ทั้งน่ารัก น่าสงสาร ใส ซื่อ บริสุทธิ์ ชอบอ่ะ ชอบอ่ะ มาต่อไวไวน้า บ่อยๆๆน้า อย่าหายน้าาาาาา

ขอบคุณมากค่ะ

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +844/-80
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 3 18/2/2012 <<
«ตอบ #34 เมื่อ18-02-2012 22:19:01 »

น้ำตาเล็ดเลยตอนนี้  อยากอ่านอีกง่ะ  ชอบตอนที่กรณ์โทร.คุยกับน้องกรรณ์ที่สุดเลย
มันรู้สึกถึงความคิดถึง  ห่วงใย  ความผูกพันธ์  ความรัก  หลาย ๆ อย่างเลย

ออฟไลน์ maio2000

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 203
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 3 18/2/2012 <<
«ตอบ #35 เมื่อ18-02-2012 22:19:14 »

 :sad4: เห็นชื่อเรื่องเข้ามาอ่านดู ไงทำเราร้องไห้ได้เนี่ย :z3:
สงสารกรณ์มากๆ ทั้งข่าวลือที่เข้าใจผิด ทั้งน้อง อยากให้มีความสุขบ้าง
ขอไม่มาม่ามากกว่านี้นะค่ะ  :pig4:

ออฟไลน์ fuku

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4482
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +462/-20
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 3 18/2/2012 <<
«ตอบ #36 เมื่อ18-02-2012 22:20:49 »

ฝากโยรินตบอีกหนึ่งฉาด แล้วกระโดดถีบเองอีก 1 รอบ

รักคนไม่ค่อยดีกรณ์ต้องซวยแน่เลย

GoonKGiinK

  • บุคคลทั่วไป
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 3 18/2/2012 <<
«ตอบ #37 เมื่อ18-02-2012 22:25:22 »

คำเดียวสั้นๆ อึดมาม่าอ่ะ  :m15:
เขียนได้ดีมากเลยค่ะ o13

ออฟไลน์ hotladyanyavee

  • ขึ้นจากเกาะ มาใช้ชีวิตบนอ่าวนาง มันก็อินดี้ไปอีกแบบ
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2384
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +191/-10
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 3 18/2/2012 <<
«ตอบ #38 เมื่อ18-02-2012 22:40:58 »

สิงห์ทำร้ายกรณ์โดยไม่รู้ตัว แต่ก็ทำร้ายไปแล้ว สงสารกรณ์อะ

YELLOWSTAR

  • บุคคลทั่วไป
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 3 18/2/2012 <<
«ตอบ #39 เมื่อ18-02-2012 22:45:46 »

 :m15: :m15: :m15: :m15: :m15:
พระเจ้ารีบช่วยอวยพรให้กรณ์มีความสุขซักทีเถอะ
คนดีๆอย่างนี้ไม่สมควรจะเจ็บปวดนานนักหรอกนะ  :o12: :o12:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 3 18/2/2012 <<
« ตอบ #39 เมื่อ: 18-02-2012 22:45:46 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Karn12

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1253
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +165/-2
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 3 18/2/2012 <<
«ตอบ #40 เมื่อ18-02-2012 22:48:53 »

เล่นเอาน้ำตาร่วงเลยตอนนี้

ออฟไลน์ gupalz

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4911
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +604/-20
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 3 18/2/2012 <<
«ตอบ #41 เมื่อ18-02-2012 22:56:08 »

ดีใจกับคำว่าจบแฮปปี้ จะดราม่าขนาดไหน เราก็จะตามอ่านมันไปเรื่อยๆจร้า

ออฟไลน์ Gokusan

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 797
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +269/-1
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 3 18/2/2012 <<
«ตอบ #42 เมื่อ18-02-2012 23:17:52 »

เอิ่ม...ว่าจะเข้ามาแอบอ่านลองเชิง
เจอไปสามตอนนี่แบบว่า...ไม่อ่านต่อคงไม่ได้ ^^

กรณ์น่าสงสาร...แม้เศร้า แต่เข้มแข็งมากมาย
โยรินไปอาละวาดไว้...จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปหนอ

หวังว่าพระเอกจะไม่งี่เง่าพอจะทำให้เกิดเรื่องแย่ๆ ตามมาค่ะ ^^

samsoon@doll

  • บุคคลทั่วไป
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 3 18/2/2012 <<
«ตอบ #43 เมื่อ18-02-2012 23:32:57 »

 :o12: :o12: :o12: :o12:

T0ffyAeung

  • บุคคลทั่วไป
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 3 18/2/2012 <<
«ตอบ #44 เมื่อ18-02-2012 23:38:07 »

ชอบเพื่อนอย่างโยรินจังเลย
นี้และเพื่อนแท้



ขอให้กรณ์สู้ๆนะครับ o13

chae

  • บุคคลทั่วไป
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 3 18/2/2012 <<
«ตอบ #45 เมื่อ19-02-2012 03:41:40 »

เจอไป 3 ตอน ตอนนี้น้ำตาร่วงแล้วอ่ะ

ออฟไลน์ roseen

  • เก็บความทรงจำที่ดีๆของวันวาน เพราะมันคือกำลังใจของวันนี้
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8646
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +947/-16
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 3 18/2/2012 <<
«ตอบ #46 เมื่อ19-02-2012 07:37:55 »

ก็เขาไม่รู้??


สงสารน้อง :กอด1:

silent_loner

  • บุคคลทั่วไป
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 3 18/2/2012 <<
«ตอบ #47 เมื่อ19-02-2012 09:59:09 »

น่าสงสารมากกกกกก  :monkeysad:
กรณ์เป็นพี่ที่ดีมากเลย รักกรรณ์มากกว่าตัวเองซะอีก
อายกรู้จริงว่าตอนต่อไปสิงห์จะทำอย่างไร
แต่อย่ามาลงที่กรณ์นะเฟ้ย  :angry2:

Moonmaid

  • บุคคลทั่วไป
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 3 18/2/2012 <<
«ตอบ #48 เมื่อ19-02-2012 10:32:08 »

น่าสงสารมากกกกกกก :sad4: :monkeysad:


สิงห์ไม่รู้แต่ถ้ารู้จะเป็นยังไงล่ะะะ????

ออฟไลน์ hotladyanyavee

  • ขึ้นจากเกาะ มาใช้ชีวิตบนอ่าวนาง มันก็อินดี้ไปอีกแบบ
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2384
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +191/-10
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 3 18/2/2012 <<
«ตอบ #49 เมื่อ19-02-2012 11:19:37 »

มารอลุ้นน้องกรณ์ต่อค่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 3 18/2/2012 <<
« ตอบ #49 เมื่อ: 19-02-2012 11:19:37 »





Mio

  • บุคคลทั่วไป
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 3 18/2/2012 <<
«ตอบ #50 เมื่อ19-02-2012 14:26:34 »

สามคำ>>>น่า สง สาร  :m15:

ออฟไลน์ Donaldye

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 563
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +69/-1
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 3 18/2/2012 <<
«ตอบ #51 เมื่อ19-02-2012 15:22:07 »

รักกรณ์ :กอด1:

LUCKY STAR

  • บุคคลทั่วไป
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 3 18/2/2012 <<
«ตอบ #52 เมื่อ19-02-2012 17:01:22 »


อิชั้นเป็นพวกสุดโต่งค่ะ
ดังนั้นไหนๆจะรันทดแล้วก็ขอสุดๆไปเลยนะคะ
อย่ารักกันง่ายเกินแค่เพียงเพราะรู้ว่ากรณ์มีปัญหามากมายแล้วสงสาร

จากความแตกต่างในทุกด้านของทั้งคู่
ท่าทางจะมีอะไรให้ต้องฝ่าฟันอีกเยอะเลยนะคะ

ดีค่ะ---ชอบบบบบบบบ

เพราะอะไรที่มันได้มาง่ายเกินไปมักจะไม่ค่อยมีค่าอะไรให้นึกถึงเท่าไหร่
ทำนอง---มาเร็ว---เคลมเร็ว---แล้วสุดท้ายก็หายไปอย่างรวดเร็ว
555

+ เป็ดค่ะ

ออฟไลน์ P-o-r-m-u-h-M

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 132
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +209/-2
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 4 19/2/2012 <<
«ตอบ #53 เมื่อ19-02-2012 17:02:53 »



ตอนที่4







กลิ่นของสีโปสเตอร์ที่ตีคละคลุ้งผสมปนเปกับกลิ่นของสีน้ำมันที่เป็นเพียงสองสีเท่านั้นที่ร่างเล็กของเด็กอายุสิบห้าจะสิบหกที่มีพัฒนาการช้าจะใช้ในการประดิษฐ์ศิลปะที่อยู่ในหัวของตัวเอง

กรรณ์ยิ้มอย่างสดใสเมื่อมองไปยังพี่ชายที่นั่งอยู่ริมห้องที่มองมาที่ตัวเองด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนแต่ในแววตากลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด กรณ์นั่งมองกรรณ์ลุกขึ้นมาวาดรูปเล่นได้อย่างไม่มีเรื่องค้างคาใจหรือกังวลใจใดๆทั้งสิ้น ผิดกับตัวกรณ์ที่ยังคงนั่งคิดมองบาดแผลของน้องชายที่ถึงตัวเองไม่ใช่คนทำแต่ก็เหมือนว่ากรณ์เป็นคนลงมือมัดกรรณ์ด้วยตัวเอง

ความรู้สึกผิดประเดประดังเข้ามาทับถมจนคราวนี้ยากเหลือเกินที่กรณ์จะลุกขึ้นยืนไหวภายในไม่กี่วัน

โยรินเดินเข้ามาในห้องศิลปะของสถานรับเลี้ยงฯแห่งนี้ที่เหมือนว่าเป็นแกลลอรี่ส่วนตัวของกรรณ์ไปแล้ว รูปภาพที่ลงได้อย่างสวยงามราวกับเป็นฝีมือของจิตรกรมือหนึ่ง ทั้งการลงสีและความสวยงามที่เหมือนจริง

แต่ว่า...หลายสิบหลายร้อยรูปที่ถูกเก็บไว้ ไม่มีเลยซักรูปที่ถูกวาดเสร็จโดยสมบูรณ์ บางรูปกรรณ์แค่วาดลงไปเล่นๆแค่ไม่ถึงครึ่งเฟรมก็เลิกวาดต่อแล้ว จึงไม่มีเลยซักรูปที่เป็นรูปภาพที่สมบูรณ์

โยรินมองไปยังกรณ์ที่มองน้องชายที่กำลังนั่งวาดรูปด้วยรอยยิ้มหม่นๆ ถ้าเป็นปรกติเธอจะเดินเข้าไปเขกกบาลเพื่อนรักซักทีที่มั่วแต่ทำหน้าเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ แต่เวลานี้คงไม่เหมาะเท่าไรที่จะทำแบบนั้น กรณ์ยังคงเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นปรกติกรณ์ก็ไม่ใช่คนที่พูดเรื่องตัวเองมากอยู่แล้ว จึงไม่แปลกเลยที่จะเห็นกรณ์นั่งเงียบๆอมความทุกข์ทั้งหมดเก็บไว้ที่ตัวเอง

การที่เพื่อนรักเป็นคนแบบนี้ใจหนึ่งโยรินก็นึก ‘สงสาร’ แต่อีกใจโยรินกลับรู้สึก ‘น้อยใจ’

น้อยใจเพราะกรณ์ไม่เคยบอกไม่เคยขอความช่วยเหลืออะไรโยรินเลยซักครั้ง ครั้งแรกที่โยรินและกรณ์ได้รู้จักกันคือเมื่อปีที่แล้วที่เข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยใหม่ๆ ทั้งคู่ก็แค่ได้นั่งใกล้กันในตอนเรียนวิชาแรกและบังเอิญที่กรณ์เป็นบัดดี้ของโยรินทั้งสองคนเลยสนิทสนมกันมากขึ้น แต่ไม่ทันไรข่าวลือเสียๆหายๆก็ถูกแพร่สะพัดออกมา โยรินไม่เคยเชื่อข่าวลือนั่นเลยแต่ก็แปลกใจว่าทำไมกรณ์ถึงไม่ค่อยคุยกับใคร มาเรียนและรีบกลับทันทีที่เรียนเสร็จ ไม่เข้ากิจกรรมอะไรทั้งสิ้น ไม่มีใครรู้เรื่องของกรณ์ซักคน เมื่อความสงสัยมันแน่นจนจุกอกโยรินตัดสินใจเข้าไปถามกรณ์ตรงๆ ซึ่งกรณ์ก็ยอมบอกเรื่องราวของชีวิตตัวเองส่วนหนึ่งให้โยรินรับรู้และคาดไว้ว่าเมื่อโยรินรู้แล้วก็จะเลิกยุ่งกับกรณ์เหมือนกับคนอื่นๆ

แต่คนอย่างโยรินไม่ใช่คนที่คบเพื่อนเพียงแค่ฐานะ

เพราะแบบนี้โยรินจึงนึกน้อยใจกรณ์อยู่บ่อยๆที่เมื่อมีความทุกข์อะไรกรณ์จะไม่ปริปากบอกเว้นแต่เสียว่าโยรินจะเป็นฝ่ายเอ่ยถามเอง อีกทั้งกรณ์ยังชอบทำเหมือนตัวเองเป็นแค่ ‘เด็กกำพร้าจนๆ’ คนหนึ่งซึ่งเป็นอะไรที่โยรินไม่ชอบความนี้มากๆ หลายครั้งที่ทั้งดุและต่อว่าให้เลิกคิดความคิดบ้าๆนั่น ถึงกรณ์จะรับปากแต่คนสั่งก็รู้ว่าคนที่รับปากไม่มีทางจะหยุดคิดเรื่องที่ห้ามได้แน่ๆ

“ดื่มน้ำเย็นๆก่อนนะกลอน”

“ขอบคุณนะโย”

“กินอะไรหน่อยมั้ย เดี๋ยวออกไปซื้อให้”

“เรายังไม่หิวเลย อยากนั่งดูกรรณ์อีกหน่อย โยหิวแล้วเหรอ”

“ไม่ล่ะ ช่วงนี้ลดหุ่นพอดี ชั้นห่วงกลอนมากกว่า เห็นสภาพแบบนี้แล้วอยากจับข้าวยัดปาก”

โยรินทำดุเพื่อนไปหน่อยๆ กรณ์ส่งยิ้มกลับมาแบบทุกทีแต่แบบนี้ถือว่าเบาใจขึ้นมาได้ในระดับหนึ่ง กรณ์ใช้คำแทนตัวเองแบบเดิมที่เคยใช้ ยิ้มแบบเดิมกับที่เคยยิ้มแม้จะดูเศร้าไปบ้าง

“กลอน...ชั้นพูดจริงๆนะ เรื่องที่จะให้คุณแม่รับอุปการะกลอนกับน้องกรรณ์ คุณแม่เองก็เอ็นดูกลอนมาก ชั้นก็เคยเล่าเรื่องของน้องกรรณ์ให้ท่านฟังไปสองสามครั้งแล้ว ท่านก็บอกว่าจะหาโอกาสมาพบให้ได้ เรื่องอุปการะที่ชั้นบอกคุณแม่ก็เป็นคนเอ่ยบอกเองนะ คุณพ่อก็เห็นดีเห็นงามด้วย”

“ไม่ไหวหรอกโย แค่นี้เราก็เป็นขี้ปากไปทั้งคณะแล้วถ้าให้คุณหญิงอุปการะจริงๆเราคงต้องใส่ปีบเดินในมหาลัยฯแล้วมั้ง”

“ไม่ต้องมาทำเป็นพูดตลกเลย...”

“ชู่วว...กรรณ์กำลังใช้สมาธิอย่าพูดเสียงดังสิโย”

“ย่ะ...เปลี่ยนเรื่องให้ได้ตลอดแล้วกัน ซักวันถ้ามีปัญหาอีกชั้นจะให้คุณแม่เป็นคนมาคุยกับอาจารย์นภาเอง”กรณ์ยิ้มรับอย่างเคย ไม่ตกลงหรือปฏิเสธอะไรแต่ในใจของเขารู้สึกวูบโหวง

กรณ์รู้ว่าที่โยรินพูดแบบนั้นเพราะว่าความเป็นห่วง ห่วงทั้งกรณ์และกรรณ์แต่ในความเป็นจริงแล้วคำพูดของโยรินกลับมาทำร้ายจิตใจของกรณ์โดยตรง การที่จะเกิด ‘ปัญหา’ อย่างที่โยรินบอกหมายความว่ากรณ์ต้องทำให้กรรณ์เจ็บอีก ถ้าทำให้กรรณ์เจ็บแล้วเขาจะเสียกรรณ์ไปอย่างนั้นหรือ?

ที่จริงกรณ์รู้อยู่เต็มอกว่าตัวเองไม่มีความสามารถจะดูแลน้องชายได้ดีเท่าคุณหญิงมณีรัตน์แม่ของโยริน แต่ด้วยความเป็นพี่ทำให้กรณ์ไม่ยอมรับข้อเสนอ เขาอยากดูแลน้องด้วยตัวเองแม้จะเหนื่อยขนาดไหนแต่กรณ์เชื่อว่ากรรณ์จะมีความสุขเสมอเมื่อได้อยู่ข้างๆพี่ชาย

“กรณ์...กรณ์”เสียงเรียกของกรรณ์ทำให้กรณ์หลุดจากภวังค์ ยกยิ้มตามปรกติส่งไปให้น้องชาย

“ว่าไงกรรณ์”

“...เบื่อแล้ว...ไปกินไอติมกัน”

“ไปซิ...โยไปกินไอติมกันกรรณ์คงจะหิวแล้ว”กรณ์หันมาชวนโยรินไปทานไอศกรีมตามที่กรรณ์ชวน คนฟังถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ที่เมื่อครู่กรณ์พึ่งบอกไปว่ายังไม่หิวแต่พอน้องชายร้องจะกินกลับตอบตกลงทันที ก็รู้ว่ารักกรรณ์มากแต่โยรินก็อยากให้กรณ์รักตัวเองบ้างเท่านั้น

“กรณ์ กรณ์...เร็วๆซิ...หิวนะ”

“ครับผมๆ มาแล้วนี่ไง แล้วไม่ชวนพี่โยรินไปทานด้วยกันแบบนี้พี่โยรินน้อยใจนะ”

“...กินติม”กรรณ์ทำหน้าลำบากใจเพราะสำหรับกรรณ์ โยรินคือคนที่ได้เจอหน้าเพียงไม่กี่ครั้ง ไม่คุ้นเคยไม่คุ้นชิน การจะให้กรรณ์ยอมพูดด้วยกับคนที่ไม่รู้จักเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับกรรณ์แต่ก็เขายอมพูดกับโยรินเพราะกรณ์เป็นคนบอก

“โย อย่าว่าอะไรกรรณ์เลยนะ กรรณ์เขาคิดอะไรก็แสดงออกทางสีหน้าหมดเลยน่ะ เราขอโทษแทนน้องด้วยนะที่ทำสีหน้าไม่ดีใส่โย”

“นี่กลอนจะบ้าหรือเปล่า ชั้นจะไปโกรธกับเรื่องแค่นี้ทำไมย่ะ ชั้นไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระยำนะ”

“ขอบคุณนะ”กรณ์ยิ้มอย่างจริงใจไปให้แทนทุกอย่าง ตอนนี้สิ่งที่กรณ์ตอบแทนมิตรภาพที่ดีสำหรับโยรินได้ก็คงมีแค่รอยยิ้ม...เท่านั้น

“กรณ์!”

“ไปแล้วๆๆ”


◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌


คอนโดมิเนียมโครงการใหญ่ บ่งบอกถึงระดับฐานะของแต่ละคนที่เข้ามาพักที่นี่ได้เป็นอย่างดีเพราะห้องราคาต่ำสุดของโครงการนี้ก็เริ่มต้นด้วยราคากว่าห้าล้านบาท ทำให้ระบบความปลอดภัยรวมถึงความสะดวกสบายในการพักอาศัยของแต่ละคนมีระดับที่ดีตามราคาที่ต้องจ่าย

ภายในห้องพักขนาดใหญ่ที่อยู่เกือบชั้นบนสุดของคอนโดฯ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครั้นการออกแบบที่เจ้าของลงทุนออกแบบใหม่เองทั้งหมด เฟอร์นิเจอร์ที่แถมมากับห้องก็ถูกสั่งโละออกไปอย่างไม่เสียดาย ด้วยความสนใจในภาพวาดและภาพถ่ายของเจ้าของห้องทำให้ห้องที่ถูกออกแบบใหม่นี้คล้ายกับห้องแสดงผลงานขนาดย่อมๆ มีภาพที่เป็นทั้งฝีมือตัวเองและที่ซื้อมาประดับใส่กรอบตามข้างผนังเรียงรายกันอย่างลงตัว

แสงสีขาวจากนีออนบนเพดานกระทบกับสีขาวมุกของห้องพักจนห้องดูสว่างเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดที่เป็นสีเอิร์ธโทน ทำให้บรรยากาศภายในคอนโดหรูจึงให้ความรู้สึกที่สงบและอบอุ่น ขัดกับสีหน้าของเจ้าของห้องที่นั่งทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่บนโซฟาสีน้ำตาลเข้ม

‘ราชสีห์’ ยังคงงงกลับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าไม่หาย ที่จู่ๆคนที่รู้จักกันเพียงแค่ชื่อ พบหน้ากันไม่ถึงสิบครั้งเดินเข้ามาตบหน้าเข้ากลางโรงอาหาร พูดเกี่ยวกับ ‘โทรศัพท์’ และคนที่ชื่อ ‘กรณ์’ หลังจากนั้นก็เดินออกไปทิ้งความสงสัยและอับอายไว้ให้คนเบื้องหลังจนแทบจะแทรกแผ่นดินหายไปตรงนั้น

ถ้าไม่ติดว่าอีกฝ่ายก็เป็นผู้หญิงแถมเป็นลูกของคนที่พ่อแม่คบหาสมาคมด้วยไม่มีทางที่คนอย่างราชสีห์จะปล่อยให้เดินเข้ามาตบหน้าแล้วหนีจากไปง่ายๆเป็นแน่

ชีวิตของราชสีห์จะเรียกว่าถูกเลี้ยงมาด้วยเงินก็ไม่ผิดเท่าไรนัก ปัญหาของครอบครัวมหาเศรษฐีหลายๆครอบครัวก็เป็นเรื่องเวลาและความรักของผู้เป็นพ่อและแม่ซึ่งครอบครัวของราชสีห์เองก็เป็นเช่นนั้น พ่อและแม่ของเขาไม่ได้รักกันจากใจจริงต่างคนต่างถูกผู้ใหญ่คลุมถุงชนเนื่องด้วยคำว่า ‘เหมาะสม’ ไม่แปลกอะไรที่ระหว่างทั้งสองคนจึงมีแค่ธุรกิจกับหน้าตาทางสังคมเท่านั้น แม้ตอนเด็กๆทั้งราชสีห์และเหมราชจะพยายามไขว้คว้าครอบครัวที่สมบูรณ์รักแบบครอบครัวอื่นๆ แต่พอเติบใหญ่มาทั้งสองคนจึงรู้ว่าถึงพ่อและแม่ของเขาจะไม่รักกันแต่อย่างน้อยพวกท่านก็รักลูกทั้งสองคน ทั้งราชสีห์และเหมราชจึงไม่เคยทำตัว ‘เลว’ เพื่อเรียกร้องความสนใจ

และเพราะราชสีห์ได้รับความรักจากทั้งพ่อและแม่มากเกินไปด้วยเพราะอยากชดเชยให้ลูก จนบางทีมันก็มากเกินไปลูกทั้งสองคนเลยโดนเลี้ยงดูมาแบบเคยตัว อยากได้อะไรก็ต้องได้ สุดท้ายก็กลายเป็นคนเอาแต่ใจถือตัวเองเป็นใหญ่ ผิดกับน้องชายอย่างเหมราชที่แม้จะเลี้ยงดูแบบเดียวกันแต่คนน้องกลับชอบอะไรที่ง่ายๆไม่วุ่นวาย ไม่ค่อยมีอีโก้เหมือนพี่ชายจนดูไม่เหมือนพี่น้องกันเลยซักนิด

ด้วยความที่อีโก้สูงจัดของราชสีห์เลยอยากจะรู้ที่มาที่ไปที่ตัวเองต้องโดนทำให้อายต่อหน้าผู้คนเป็นร้อยๆให้ได้

โทรศัพท์ตกรุ่นต้นเหตุของปัญหายังคงวางอยู่โต๊ะรับแขกเตี้ยๆโดยมีสิงห์มองมันอยู่อย่างรอคอย เขาตัดสินใจกลับมาที่ห้องตั้งแต่โยรินเดินหนีไปใครมันจะไปทนอายไหวเลยเลือกโดดเรียนกลับมานั่งเล่นอยู่ที่ห้อง คิดถึงสาเหตุที่โดนทำร้ายเลยนึกออกว่าโทรศัพท์เครื่องนี้อยู่กับตัวเอง

เพราะถอนแบตฯออกเลยไม่รู้ว่าใครติดต่อเข้ามาบ้าง แม้ตอนนี้จะสวมแบตฯเข้าไปเหมือนเดิมแล้วแต่เครื่องก็ยังเงียบสนิท จะกดโทรออกก็ไม่รู้ว่าต้องกดอย่างไรเพราะหน้าจอมันเลือนมองไม่เห็นอะไรซักอย่าง ทำได้แค่นั่งรอการติดต่อเข้ามาเงียบๆเท่านั้น

ในใจอยากจะรู้นักว่ากับ ‘แค่โทรศัพท์เก่าๆ’ เครื่องเดียวที่ออกแรงกำนิดหน่อยเครื่องคงแหลกคามือมันมีค่าอะไรถึงขนาดที่ตัวเองต้องโดนคนที่แทบจะไม่รู้จักกันตบแบบนี้ คิดไปถึงเจ้าของเครื่องหน้าหวานก็ยิ่งขัดใจทั้งๆที่วันนี้จะเข้าไปคุยและคืนให้แท้ๆแต่พลาดตรงที่ตื่นสายไปหน่อยจนลืมถือโทรศัพท์ติดมือไปด้วยไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงอยากหาโอกาสทำความรู้จัก...ได้แต่บอกตัวเองว่าอยากรู้ว่ากรณ์เป็นอย่างที่ข่าวลือหรือไม่?

นึกถึงรอยยิ้มที่สว่างเจิดจ้ากับดวงตากลมโตที่มองมายังสิงห์แล้วมุมปากอย่างไม่รู้ตัว หลายๆคนก็เคยมองมาที่สิงห์แบบนี้เพราะด้วยรูปร่างหน้าตาที่ไม่เป็นรองใครบวกด้วยฐานะที่ใครๆก็อยากเข้ามาทำความรู้จัก แต่ไม่มีซักคนที่จะทำให้คนที่ถูกมองสะดุดตาได้เท่ากับกรณ์มาก่อน ทั้งๆที่ก็มองด้วยความรู้สึกชื่นชมในหน้าตาเหมือนๆกับคนอื่นแต่ว่าคล้ายมีบางอย่างที่แตกต่างออกไป


◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌  ◌


ในร้านไอศกรีมชื่อดังภายในห้างหรู ร่างเล็กของเด็กที่ดูภายนอกเหมือนเด็กปรกติดีทุกอย่างกำลังเป็นที่สนใจเพราะเสียงหัวเราะชอบใจที่ได้ทานไอศกรีมหลากรส กรณ์ที่คอยเช็ดปากเช็ดหน้ากรรณ์ก็ต้องคอยหันไปยิ้มขอโทษขอโพยให้พนักงานบ่อยๆ โยรินที่นั่งทานไอศกรีมในแก้วตัวเองก็คอยหันไปขอโทษโต๊ะข้างๆกันพลางนึกโทษตัวเองที่เป็นคนลากกรณ์ให้พากรรณ์มาทานไอศกรีมแบรนด์แพงในห้างหรูนี้ขนาดกรณ์ปฏิเสธไปแต่โยรินก็ยังดึงดันพามาจนได้

แล้วก็ต้องคอยห่วงหน้าพะวงหลังกันแบบนี้ เกรงใจคนอื่นก็เกรงใจ แต่เห็นกรรณ์มีความสุขได้คนเป็นพี่อย่างกรณ์อย่างยิ้มอย่างสุขใจ

“กินเสร็จแล้วไปไหนต่อหรือเปล่า?”

“กลับเลยดีกว่าโย...”

“น้องกรรณ์อยากได้อะไรมั้ยจ้ะ เดี๋ยวพี่โยสุดสวยจะไปซื้อให้”

“สุดสวย...กรรณ์อยากกิน...สตอ...เบอรี่!”

“กรรณ์...เกรงใจพี่โยหน่อยซิ ไอติมเมื่อกี้พี่โยเขาก็เลี้ยงนะ”

“นี่พอเลยกลอน น้องกลอนก็เหมือนน้องชั้น น้องกรรณ์อยากกินก็ให้น้องกินไปเถอะนะ ใช่ว่าชั้นจะมาน้องกรรณ์ได้บ่อยๆ”

“เฮ้อ...ตามใจๆ กรรณ์ครับ ผู้ใหญ่จะให้ของต้องพูดว่ายังไงครับ?”

“ขอบคุณครับ...สุดสวย”กรรณ์พนมมือไหว้โยรินพร้อมยิ้มดีใจที่จะได้กินของโปรด เห็นแบบนี้โยรินยิ่งเอ็นดูเด็กคนนี้มากขึ้นไปอีก ภายนอกเหมือนเด็กน่ารักๆเพราะหน้าตาละม้ายพี่ชายอย่างกรณ์ และด้วยท่าทางที่ใสซื่อเพราะความพิเศษทางสมองทำให้โยรินอดไม่ได้ที่จะรักและเอ็นดูเด็กน่ารักตรงหน้า

“กรณ์....อากรณ์”เสียงเรียกทุ้มๆของผู้ชายร่างค่อนข้างอวบ อายุราวๆสามสิบห้าหน้าตาและสำเนียงบ่งบอกชัดว่ามีเชื้อสายจีน

“อ้าว...สวัสดีครับเฮียกวง กรรณ์ สวัสดีเฮียกวงซิครับ”

“...สวัสดีครับ”

“ฮ่าๆ สวัสดีๆ อั๊วแวะไปหาลื้อที่ร้านมาก็ไม่เจอที่แท้กลับมาเยี่ยมน้องแล้วนี่เอง”

“ครับ เฮียมาซื้อของให้ลูกสาวเหรอครับ”กรณ์ยิ้มแย้มทักทายแบบนั้นเพราะเห็นของใช้เด็กที่เฮียกวงถือเต็มไม้เต็มมือ เฮียกวงก็เป็นอีกคนที่รู้เรื่องของกรณ์เป็นอย่างดี และถือเป็นผู้มีพระคุณสำหรับกรณ์และกรรณ์อีกคนหนึ่งด้วย เพราะเฮียไม่ใช่แค่เป็นคนให้งานให้ที่พักกรณ์แต่ยังคอยแบ่งปันเสื้อผ้าของลูกชายคนโตที่อายุและรูปร่างพอๆกันกับกรณ์อีกด้วย

“ว่าแต่เฮียมีอะไรกับผมหรือเปล่าครับ?”

“อืมๆ อั๊วมีเรื่องจะคุยกับลื้อจริงๆนั้นแหละ...”เฮียกวงทำหน้าลำบากใจกรณ์จึงเข้าใจทันทีว่าอยากคุยกับเขาแค่สองคนเท่านั้น

“โยพากรรณ์ไปซื้อของกินก่อนนะเดี๋ยวเราตามไป...กรรณ์ตามพี่สุดสวยไปซื้อสตอเบอรี่กับพี่โยนะครับ”

“สตอเบอรี่..สตอเบอรี่!”กรณ์ยิ้มให้น้องชายลูบหัวอย่างรักใคร่ก่อนจะให้โยรินพาน้องชายออกไป

“เฮ้ออ...อั๊วไม่สบายใจเลยอากรณ์”ทันทีที่อยู่กันสองคนเฮียกวงก็ถอนหายใจพรืดใหญ่ออกมาทันที

“มีอะไรที่กรณ์พอจะช่วยได้หรือเปล่าครับเฮีย?”

“ก็มันเรื่องเกี่ยวกับลื้อเนี้ยแหละอั๊วเลยไม่สบายใจ”

“ทำไมเหรอครับเฮีย..ผมทำอะไรให้เฮียไม่สบายใจเหรอครับ”

“ไม่ใช่ๆ! ไม่ใช่อย่างนั้น เรื่องก็คือแม่ยายอั๊วซี อยากให้อั๊วกับเมียพาลูกคนเล็กไปอยู่ที่เชียงใหม่ ไอ้ตี๋มันก็ซิ่วไปอยู่ที่เชียงใหม่แล้วเขาเลยอยากให้อั๊วย้ายไปนู้นกันนะซี...จะห่วงก็ห่วงแต่ลื้อนี่แหละ”

“...เอ่อ..เฮียไม่ต้องห่วงกรณ์หรอกครับ กรณ์หาที่อยู่เองได้สบายมากครับ”

“ไม่ๆ ห้องแถวอั๊วไม่ขายหรอก อั๊วจะให้ลื้ออยู่เหมือนเดิม ค่าน้ำค่าไฟเดี๋ยวอั๊วจะให้หักจากบัญชี อั๊วรู้ว่าลื้อเป็นคนประหยัดอยู่แล้วไม่ต้องห่วงเรื่องที่พัก...แต่เรื่องงานนี่ซี ลื้อจะไปหางานที่ไหนทำ เดี๋ยวนี้หางานที่ได้เงินดีๆลำบากกว่างมเข็มอีกนะอากรณ์”

“กรณ์...สบายมากครับ แต่กรณ์เกรงใจเรื่องที่พักมากกว่า”

“จะมาเกรงใจอะไร! ลื้อเห็นอั๊วเป็นคนอย่างไง อั๊วคุยกับแม่อาตี๋แล้วเรื่องที่จะให้ลื้ออยู่เฝ้าห้องแถวต่อ อั๊วไม่คิดจะไปแล้วไปเลยหรอกนะเดี๋ยวอั๊วก็กลับมาฝากลื้อดูแลหน่อยแล้วกัน นี่อั๊วก็กำลังจะเข้าไปคุยกับอาจารย์นภาเรื่องหางานใหม่ของลื้อ บอกตรงๆว่าอั๊วห่วงเรื่องงานของลื้อนะ เด็กมหาลัยอย่าลื้อจะทำงานก็ต้องเป็นงานพวกร้านอาหารหรือไม่ก็งานกลางคืนแล้วหน้าตาอย่างลื้อไปที่ไหนก็อันตราย”

“กรณ์ดูแลตัวเองได้ครับเฮีย ไม่ต้องไปบอกอาจารย์นภาก็ได้ครับ”

“เอ๋ ลื้อนี่พูดไม่ฟังเลย ตามนี้แหละอากรณ์แค่นี้อั๊วก็เป็นห่วงลื้อจะแย่แล้ว เฮ้อออ”เฮียกวงตัดบทจนกรณ์ต้องทำสีหน้าหนักใจทุกวันนี้งานที่ทำไม่ได้ยากลำบากเกินไปสำหรับกรณ์เลยซักนิด แถมเงินเดือนที่เฮียกวงจ่ายให้ยังมีค่าที่กรณ์ไปรับของสดจากตลาดกับที่กรณ์ช่วยเตรียมวัตถุดิบด้วยเงินเดือนแต่ละเดือนจึงมีพอสำหรับใช้จ่ายของตัวเองและของกรรณ์

การจะให้หางานใหม่ที่ทั้งสบายใจและมีเงินพอใช้ไม่ใช่เรื่องงานๆอย่างที่เฮียกวงว่าเอาไว้ รู้ตัวดีว่าตัวเองหน้าตาเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายหากทำงานกลางคืน แต่ชีวิตนักศึกษาธรรมดาที่กลางวันจะต้องเล่าเรียนจึงจำเป็นต้องทำงานกลางคืนเท่านั้น

ที่ลำบากใจไม่ใช่แค่เพราะต้องเปลี่ยนงานแต่เป็นเรื่องที่เฮียกวงและครอบครัวของเฮียกวงดีกับกรณ์เหลือเกิน ทั้งๆที่จะย้ายไปแต่ยังอนุญาตให้กรณ์พักได้อยู่ หลายครั้งหลายคราวที่ได้รับการช่วยเหลือจากเฮียกวงและคนรอบข้าง...ชาตินี้ทั้งชาติกรณ์ก็ไม่รู้ว่าจะทดแทนบุญคุณผู้มีพระคุณเหล่านี้ได้อย่างไร


กรณ์ถอนหายใจเพื่อไล่ความกลุ้มใจเรื่องที่พึ่งรับรู้ปรับสีหน้ายิ้มแย้มเหมือนปรกติก่อนจะเดินเข้าตรงไปหากรรณ์ที่ยืนหัวเราะกับโยรินอย่างสนุกสนานในมือถือกล่องสตอเบอรี่สีแดงสดไว้ในมือ

ตอนนี้ต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อ ‘กรรณ์’ จะงานอะไรก็ช่าง จะ ‘อันตราย’ ขนาดไหนก็ไม่เป็นไร แค่ถ้าทำกรรณ์สบายกรณ์จะเหนื่อยไหลโทรมกายให้เป็นกรรมกรแบกหามอะไรก็จะไม่เกี่ยง แค่ไม่ผิดศีลธรรมเท่านั้นก็พอ









ตอนนี้ไม่เศร้า  :3123:


ปล อ่านคอมเม้นแล้วรู้สึกขอบคุณทุกคนที่ชอบมากเลยครับ

ขอบคุณที่ชมว่าเขียนดีเลย เขินๆยังไงไม่รู้ซิ  :o8:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-02-2012 17:14:26 โดย P-o-r-m-u-h-M »

atblueann

  • บุคคลทั่วไป
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 4 19/2/2012 <<
«ตอบ #54 เมื่อ19-02-2012 17:12:34 »

อยากอ่านต่ออ่ะ วันนี้เหมือนน้อยจัง แอบหลงรักกรรณ์เพิ่มทุกทีเลย น้องกรรณ์จะมีคู่ไหมอ่ะ
อยากบอกว่าวันนี้แอบนั่งรอเรื่องนี้น้าาา เป็นห่วงกรณ์จัง จะหางานใหม่ที่ดีได้ไหม จะปลอดภัยไหมเนี่ย
แล้วใครน้อช่างเลวปล่อยข่าวไม่ดีเกี่ยวกับกรณ์น่ะ เมื่อไรสิงห์จะรู้ความเป็นไปที่ถูกต้องเกี่ยวกับกรณ์น้าา
มาต่อไวไว เยอะๆๆน้า

ออฟไลน์ Donaldye

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 563
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +69/-1
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 4 19/2/2012 <<
«ตอบ #55 เมื่อ19-02-2012 17:38:29 »

โอ้ยยยยยอยากอ่านต่อ รักกรณ์มากๆ  :กอด1:

ออฟไลน์ gupalz

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4911
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +604/-20
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 4 19/2/2012 <<
«ตอบ #56 เมื่อ19-02-2012 17:42:24 »

กรณ์จะเป็นยังไงล่ะนิหลังจากนี้

ออฟไลน์ roseen

  • เก็บความทรงจำที่ดีๆของวันวาน เพราะมันคือกำลังใจของวันนี้
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8646
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +947/-16
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 4 19/2/2012 <<
«ตอบ #57 เมื่อ19-02-2012 17:53:40 »

คนดีๆมักเจอเหตุการณ์แบบนี้เสมอ


สงสารน้องและพี่คู่นี้จัง

yayee2

  • บุคคลทั่วไป
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 4 19/2/2012 <<
«ตอบ #58 เมื่อ19-02-2012 17:54:04 »

โทรศัพท์ตกยุคเครื่องเก่าเครื่องนี้ คงจะเป็นสื่อนำพาให้สิงห์ไปพบกับกรณ์ใช่ไหม
แต่จะเป็นการพบแบบไหนไม่อยากเดา เพราะภาพของกรณ์ในความคิดของสิงห์
มันเป็นภาพที่ไม่สวยงามเลย

santra

  • บุคคลทั่วไป
Re: Just Love...ก็แค่ 'รัก' >> Chapter 4 19/2/2012 <<
«ตอบ #59 เมื่อ19-02-2012 18:03:27 »

T^T อ่านแล้วน้ำตาไหลเลยอ่ะ
สงสารทั้งน้องกรณ์ น้องกรรณ์
ทำไมชีวิตต้องเป็นแบบนี้เนอะ
อยากให้เจอคนดีๆ พระเอกมัน
ก็ตั้งท่าเลวตั้งแต่ยังไม่ได้คุยกันเลย

สงสารน้องอ่ะ
ขอให้แฮปปี้ในวันข้างหน้านะคะ :o12:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด