มหาหงส์ บทที่ ๓๗ : คอย (ครึ่งหลัง๒๐%) [๒๔ ก.ย. ๒๕๖๒]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: มหาหงส์ บทที่ ๓๗ : คอย (ครึ่งหลัง๒๐%) [๒๔ ก.ย. ๒๕๖๒]  (อ่าน 644953 ครั้ง)

ออฟไลน์ lalitalx

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 327
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-3
เห้ออ เมื่อไหร่จ้อยจะหายสักที TT
เศร้าอะ พี่สิงห์จะทำไงละนี่

ออฟไลน์ nopkar

  • เป็ด indy
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2159
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +163/-3
ง่ะะะะ จ้อยยังเศร้าอยู่เลยย

ออฟไลน์ Maree

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 140
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
สงสารน้องจ้อย เฮ้อออออออ :เฮ้อ:
อ่านไปก็อยากต่อยหน้าพี่สิงห์กับลูกน้องไป  :m31: :m31:

รอตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณสำหรับนิยายสนุกๆค่ะ :L1:

ออฟไลน์ beamJ

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 166
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
สงสารจ้อย เมื่อไหร่จะสดใสเหมือนเดิมซักที อยากให้ดีกันกับสิงห์เร็วๆจัง
คุณชายกับอาจารย์น่ารักมากกกกกกกกกก ขอให้เป็นแบบนี้ไปตลอด อย่าได้มีอุปสรรคใดๆเลย
อยากอ่านต่ออีกเร็วๆ รีบมานะคะ

ออฟไลน์ pharm

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 242
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
รอ เมื่อไหร่คู่จ้อยจะลงเอยสะที  เหนื่อยลุ้นแล้ว

จ้อยยังกะคนบ้าละตอนนี้  ลอยๆตลอด

สวัสดีปีใหม่ :L1:

ออฟไลน์ greensoda

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 597
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
น้องจ้อยน่าสงสาร  :sad4:
คุณชายทำให้จ้อยกลับมาร่าเริงเร็วๆนะ

tanuki

  • บุคคลทั่วไป
คู่คุณชายหวานไม่สร่าง  :impress2:

ออฟไลน์ Millet

  • `ヅ
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1668
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +663/-5
มีคุณชายกับครูคนึงมาให้กระชุ่มกระชวยหัวใจ

แต่เรื่องจ้อยก็ยังน่าเศร้าอยู่ดี สงสารจ้อยจัง TvT

ออฟไลน์ ka[ze]na

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3807
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +192/-6
ค่าของคนอยู่ที่จิตใจ....ถ้าคิดไม่ดี ทำไม่ได้ ถึงจะสูงแค่ไหน ก็ร่วงหล่อนลงใต้พื้นได้เหมือนกัน....

ออฟไลน์ tuek

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3584
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +214/-3
เมื่อไหร่จ้อยจะหายสักทีสงสารมากๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ormn

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3938
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-8
    • http:///uc.exteenblog.com/riko-tomo/images/23213506_1208714389_3598161_Okane_ga_Nai_v01_ch01_pg002__Cover.jpg
:z13: :z13: :z13:รออออออออออครึ่งหลังจ้า :call: :call: :call:

ออฟไลน์ wargroup

  • Twitter/IG : @inaSSusani
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 455
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +52/-3
เหยียบย่ำซ้ำเติมตัวเองอยู่นั่น เงยหน้าซะทีนะจ้อย . . . เผื่อจะมองเห็นพี่สิงห์ / m15นะ จุดนี้
แถมปากกาก็ดันหมึกหมดอีก ไรว๊า อย่างเซ็ง, ซวยซ้ำซ้อน

เลอมานช่างเลอค่า กอดทีเดียว ส่งพลังเข้าตัวน้องจ้อยได้เลยจ้า

ออฟไลน์ iiam

  • อัยแอม Bulan
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 115
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-2
ไม่ใช่ไปๆมาๆ  จ้อยกับสิงห์เป็นพี่น้องพ่อเดียวกันนะ TT อย่านะ ไม่นะ

ออฟไลน์ The_Beggar

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 128
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
มาต่อเร็วๆนะ เพราะมันค้างงงงง~

ออฟไลน์ ดอกไม้

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +325/-1
บทที่ ๒๓

หวงรัก

(ครึ่งหลังจ้ะ :L2:)


การจะพานักเรียนครูออกไปเที่ยวนั้น  โตๆ เป็นหนุ่มกันแล้วไม่จำเป็นต้องขออนุญาตผู้ปกครองหรอก  แต่กรณีนี้คงต้องละเว้นจ้อยไว้คนหนึ่ง
 
คุณชายกับคนึงพาจ้อยไปขออนุญาตยายช้อย  ไปขออนุญาตกำนันด้วยตัวเองเสร็จสรรพ  ผู้ปกครองรายแรกนั้นไม่มีปัญหาหรอก  แต่รายที่สองนี่สิ 

กำนันเสริมยิ้มแย้มแจ่มใส  อนุญาตให้จ้อยไปอย่างยินดี  แต่คุณนายพูนทรัพย์กลับตีหน้าบอกบุญไม่รับ  อ้างนั่นอ้างนี่  สารพัดจะสรรหามาอ้าง  บอกว่าขาดจ้อยไปใครจะช่วยงานบ้างละ  ไปเที่ยวนอกเกาะเมืองต้องมีค่าใช้จ่ายบ้างละ  คุณนายอ้างที  กำนันก็ขัดคอเมียที  หวุดหวิดจะตีกันอยู่รอมร่อ  จนคนึงกับเลอมานถึงกับมองหน้ากัน  ว่ามาทำให้ผัวเมียเขาทะเลาะกันหรือเปล่าหนอ 

ลูกชายกำนันขึ้นเรือนมาตอนนั้นพอดี  นักเรียนครูตัวเล็กที่นั่งตัวลีบแปะกับพื้น  ยิ่งก้มหน้างุดตัวหดจนแทบจมหายลงไปกับพื้นกระดาน

นายสิงห์ สีตลาเพียงปรายตามอง  ก่อนเดินผ่านผู้มาเยือนไปโดยไม่ทักทายสักคำ  กำนันรีบขอโทษขอโพยแทนลูกชายมารยาททรามยกใหญ่

คนตัวโตเดินไปให้น้ำนกในกรงอยู่ไม่ไกล  ไม่ข้องแวะ ไม่ใส่ใจวงสนทนาสักนิด  แต่ก็แกร่วอยู่แถวนั้นไม่ยอมไปไหน
 
“ตกลงจะพาครูไปกี่วันละ” กำนันถามรวบรัด  ตะแกรำคาญเมียเต็มที
 
“ไปเช้าวันเสาร์  ค้างคืนที่บางบาลคืนหนึ่งก็กลับครับ” สิ้นเสียงอาจารย์คนึง  เสียงขันสาครใบน้อยตกพื้นดังเคร้งก็ตามมา  ทุกคนหันขวับตามต้นเสียง  เห็นนักเลงโตเลิ่กลั่กเก็บขันอยู่ข้างกรงนก  กระแอมไอแก้เก้อก่อนหันเหไปหาอ่างบัวแทน
 
จนฟ้าเริ่มมืด  คุณชายกับอาจารย์ขอตัวกลับโรงเรียน  โดยพาจ้อยกลับไปด้วย  ให้เหตุผลว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นมาเตรียมของแต่เช้ามืด  กำนันลงไปส่งขึ้นรถ  คล้อยหลังผู้มาเยือน  คนที่เอาแต่นั่งจ่อมปลิดใบบัวไม่เลิกราได้แต่เงยหน้ามองตามแผ่นหลังเล็กๆ ไปด้วยแววตาละห้อยหา   

คุณชายกับอาจารย์หารู้ไม่  คนที่เอาแต่ก้มๆ เงยๆ แถวอ่างบัวดั่งไม่ใส่ใจ  จับถ้อยความการสนทนาได้ทุกคำ 

*************************

คณะอาจารย์นักเรียนเตรียมออกเดินทางกันแต่เช้าตรู่  ท้องฟ้าผ่องใสเหมือนใบหน้าทุกคน  ต่างยิ้มแย้มเริงร่า ค่าที่นานทีปีหนจะได้ไปเที่ยวต่างอำเภอกันสักที  สง่ากับสันติแต่งตัวหล่อเฟี้ยว  ผมลงน้ำมันเรียบกริบแทบไม่กระดิกสักเส้น  จนอาจารย์ประพนธ์ร้องทักว่าโรงเรียนบางบาลเป็นโรงเรียนประถม  ไม่มีสาวน้อยมัธยมหน้าแฉล้มให้เกี้ยวหรอก 

จ้อยยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นสองสหายโอดครวญเซ็งแซ่  เลอมานลอบมองแล้วอดอมยิ้มไม่ได้  นานเท่าไรแล้วที่เขาไม่เห็นรอยยิ้มของจ้อย  อยากขอบคุณแสงตะวันเหลือเกินที่แต่งแต้มสองแก้มขาวซีดนั้นให้แดงเรื่อขึ้น 

นอกจากกลุ่มอาจารย์นักเรียนแล้วยังมีคนจากหน่วยหนังเร่อีก ๓-๔ คน  ต่างทยอยขนเครื่องทำไฟ เครื่องฉายหนัง ขึ้นรถจี๊ป ดอดจ์สีขาวอย่างขะมักเขม้น  จ้อยช่วยยกกระเป๋าฟิล์มหนังที่จะเอาไปฉายขึ้นรถด้วยอีกแรง 

หนักไม่ใช่เล่น  หนุ่มน้อยผอมกล้องแกล้งถึงกับเซแซ่ด 

“มา ข้าช่วย” เสียงทุ้มห้าวมาพร้อมมือแข็งแรงคว้ากระเป๋าหนังใบโตจากมือจ้อยไปอย่างง่ายดาย 

ไม่ต้องเงยหน้ามองจ้อยก็รู้ว่าใคร

ไอ้สิงห์!

คนตัวเล็กผงะหนีทันที  ตาเบิกกว้างอย่างกับเห็นผี  ยามนั้นคณะเดินทางจึงละมือจากสิ่งที่ทำ  หันมามอง ‘คนแปลกหน้า’ เป็นตาเดียว

เมฆดำทะมึนก้อนใดมาพร้อมกับชายหนุ่มคนนั้น  ไล่ต้อนแสงตะวันบนหน้าจ้อยหายเกลี้ยง 

จ้อยมือสั่นจนระงับไม่อยู่  สองขาถอยหลังกรูดไปยืนเบียดข้างหม่อมราชวงศ์เลอมานโดยไม่รู้ตัว 

นี่มันอะไรกัน!  ในหัวจ้อยมีแต่คำถามเต็มไปหมด  มันมาได้อย่างไร  มันมาทำไม  มันต้องการอะไร?!   

แววตานักเลงโตสลดวูบ  สายตาใครต่อใครที่มองมาอย่างไม่ต้อนรับ  ไม่อาจกร่อนใจเขาได้เท่าสายตาชิงชังของน้องเลย

สง่ากับสันติเดินอาดๆ เข้ามาขวางหน้า  มันแน่ละ.. พวกนั้นไม่มีวันลืมเหตุการณ์วิวาทที่เกิดขึ้นในโรงเหล้าคืนก่อนโน้นได้หรอก  คุณชายเลอมานกับอาจารย์คนึงก็เช่นกัน  ไม่มีสักคนที่จะมองเขาอย่างเป็นมิตร
 
เขารู้.. มันน่าอาย  มันน่าสมเพช  เหมือนคนหน้าด้านที่บังอาจเข้ามาเหยียบถิ่นคนที่เคยมีเรื่องกัน  ทั้งที่รู้แก่ใจว่าจะถูกต้อนรับแบบนี้  แต่เขาก็ยังจงใจจะมา

“มึงมาทำไม!” สง่าเลือดร้อนกว่าใคร  ตะคอกใส่หน้าด้วยสายตาแข็งกร้าว  ผลักไหล่หัวหน้าอันธพาลอย่างแรงจนเซ “ถ้าจะมาหาเรื่องกันก็กลับไปซะ!”

“ที่นี่ไม่ต้อนรับคนอย่างมึง!” สันติได้ทีขี่แพะไล่  ผลักอกกว้างๆ นั้นบ้างตามเพื่อน  ก่อนเตรียมตั้งการ์ดรับเผื่อเจอหมัดสวน

ทว่าคนถูกผลักไสไล่ส่งไม่โต้ตอบสักนิด  ไม่มีแม้สายตากราดเกรี้ยว  ชายหนุ่มมองหาคนที่มีสายตาชิงชังน้อยที่สุด  ซึ่งคืออาจารย์คนึง.. ไม่สิ.. เรียกว่าชิงชังน้อยที่สุดคงไม่ถูก  ดวงตาสีเข้มคู่นั้น.. ‘เรียบเฉย’ ที่สุดต่างหาก 

“คนนอกไปด้วยได้ไหม” เสียงทุ้มห้าวมั่นคงแน่วแน่  ใครต่อใครต่างมองมาอย่างประหลาดใจ  คนพวกนั้นจะรู้ไหมว่าประโยคสั้นๆ ที่เอ่ยจบลงในไม่กี่วินาที  ไอ้สิงห์ใช้เวลาเตรียมใจมาทั้งคืน 

เขาหันมองน้อง  เจ้าตัวเล็กจับมือคุณชายเลอมานไว้แน่น  ก้มหน้าก้มตา  ไม่ยอมมองหน้ากันเลย 

“ได้ไหม.. ครับ” เขาวิงวอนอาจารย์คนึงอีกครั้ง  เติมหางเสียงลงไปด้วยอย่างคนมีการศึกษาเขาพูดกัน 

ขั้นแรกอาจารย์หนุ่มตีสีหน้าประหลาดใจ  ตามมาด้วยความลำบากใจ  หันไปสบสายตาคุณชายที่ยืนอยู่เคียงกัน 

“ครูก็ไม่ได้อยากกีดกันอะไรนายสิงห์หรอกนะ” อาจารย์ถอนใจอึดอัด “แต่ว่า.. เรามีที่ไม่พอ”

สิ้นคำปฏิเสธกลายๆ นั้น  แววตานักเลงสลดวูบลงอย่างน่าสงสาร  แต่คนึงไม่ได้โกหกสักนิด  รถจี๊ปที่เขาทำหน้าที่เป็นคนขับ  แค่เลอมาน  สง่า สันติและจ้อย ก็นั่งกันเพียบคันแล้ว  ส่วนรถฉายหนังก็มีประพนธ์ และคนจากหน่วยฉายหนังอีก ๓ คน ไหนจะข้าวของอีก 

“แกจะเกาะหลังคาไปก็ได้นะ” สง่าเหยียดหยันเต็มที่ “ของถนัดไม่ใช่เรอะ  ปกติก็เกาะพ่อเกาะแม่กินอยู่แล้วนี่”

“สง่า” อาจารย์ปรามเสียงห้วน

“นู่น..ท้ายรถหนังยังมีที่  ไปนั่งกองกับเครื่องปั่นไฟเอาไหมล่ะ” สันติว่าเป็นเรื่องขัน
 
“ได้” แต่ที่น่าขันยิ่งกว่าคือสีหน้านักเลงโตที่พยักหน้าตกลงทันทีอย่างกระตือรือร้น  กระชับกระเป๋าเสื้อผ้าในมือแน่นขึ้น “ยังไงก็ได้ ขอแค่ได้ไปก็พอ”

สง่ากับสันติโห่ฮากันใหญ่ด้วยความสมเพชกึ่งขบขัน  ถ้อยคำหยามหมิ่นมากมายพรั่งพรูมา  ว่าเป็นกุ๊ยชั้นต่ำแต่ริอ่านอยากไปเที่ยวกับนักเรียนครูบ้างละ  ว่าพ่อแม่ไม่มีปัญญาพาไปนอกเกาะเมืองหรือไงบ้างละ  แต่สิงห์กลับปล่อยไปเป็นลมผ่านหู  สายตาจับจ้องอยู่ที่นักเรียนครูตัวเล็กที่เอาแต่ก้มหน้านิ่งเพียงคนเดียว

“เอ้า ไปก็ไป” เลอมานปรึกษากับอาจารย์อยู่ครู่หนึ่งก็ตอบตกลง “ไปกันหลายๆ คนก็น่าสนุกดี  เนอะจ้อย” คุณชายหันไปพยักพเยิดกับจ้อย  ซึ่งเอาแต่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก 

“มันจะไปด้วยทำไมว้า  เสียบรรยากาศฉิบ” สง่าโอดแว่วๆ  เตะปลายหญ้าไปเรื่อยอย่างเซ็งอารมณ์  ตรงข้ามกับลูกชายกำนันที่ยิ้มปากฉีกถึงรูหู  กระวีกระวาดขอบคุณอาจารย์และคุณชาย  ช่วยขนของขันแข็ง

สิ่งที่เขาทำมันโง่  สิงห์รู้ดี  แต่ชีวิตนี้เขาเคยทำเรื่องที่โง่บัดซบที่สุดมาแล้ว  จากนี้จึงไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไป  สารภาพเลยก็ได้  ว่าเมื่อวานตอนอาจารย์บอกว่าจะพาจ้อยไปค้างคืนที่อื่น  หัวใจไอ้สิงห์ระส่ำระส่ายไปด้วยพิษรักห่วงหวง  พะวงไปหมดทุกอย่าง  น้องจะกินอยู่อย่างไร จะนอนกับใคร  ไม่อยากปล่อยให้ห่างสายตา  แค่คืนเดียวที่จ้อยจะจากไป  ไอ้สิงห์ก็รู้สึกเหมือนมีไฟสุมในอก 

จนต้องแบกหน้ามาขอติดตามไปด้วยแบบนี้ 

แล้วดูน้องสิ  คนอื่นแต่งตัวกันหล่อเหลา  มีกระเป๋าเสื้อผ้าใส่สัมภาระกันคนละใบ  จ้อยกลับมีเพียงย่ามพระเก่าๆ  เห็นแล้วอดสะท้อนใจไม่ได้ 

กระเป๋าฟิล์มหนังใบโตวางบนพื้น ๕-๖ ใบ  สิงห์กุลีกุจอจะยกขึ้นรถให้  แต่คุณชายปรามไว้เสียก่อน  บอกให้เอาไปแค่เรื่องที่จะฉาย  ขืนเอาไปทั้งหมด  เขาได้เกาะหลังคาไปอย่างที่สง่าค่อนขอดแน่ 

“เอาเรื่องทรามวัยกับไอ้ตูบไปก็พอ” คุณชายบอกชื่อหนังที่จะเอาไปฉาย  สิงห์พยักหน้าแข็งขัน  ก่อนหันหาแนวกระเป๋าเรียงราย 

ว่าแต่.. มันใบไหนกันล่ะ? 

แต่ละใบมีกระดาษเขียนชื่อหนังติดอยู่  คุณชายบอกว่าเรื่อง ‘ทรามวัยกับไอ้ตูบ’ อย่างนั้นหรือ  หัวหน้าอันธพาลพึมพำชื่อหนังแผ่วเบา  สอดส่ายสายตาไปทีละใบๆ 

มองหาใบที่ขึ้นต้นด้วยตัว ‘ซ’

แปลก.. ไม่เห็นมีเลย

“เอ่อ.. ใบซ้ายสุดน่ะ” เสียงอาจารย์คนึงสงเคราะห์บอกให้  คนความรู้เท่าหางอึ่งมองตาม  คิ้วหนาขมวดมุ่น  นี่มันขึ้นต้นด้วย ท.ทหาร ไม่ใช่หรือ     

มัวแต่ยืนงง  สองสหายก็เดินมากระแทกไหล่  คว้ากระเป๋าใบนั้นไปเสียก่อน  ขุดด้วยปากถากด้วยตาเต็มที่

“ไอ้โง่เอ๊ย”

“ฮะๆๆ แค่นี้ก็อ่านไม่ออก”

เสียงหัวเราะเยาะดังแว่วมา  สิงห์เอาแต่ยืนทื่อ  เขาไม่โกรธ  ไม่โกรธเลยสักนิด  มันเป็นความจริง  เขามันโง่กินเกลือกินกะปิอย่างที่พวกนั้นพูด  ในแววตาดำดิ่งนิ่งลึก  มีเพียงความอดสูตนเองกัดกินใจ   


การเดินทางครั้งนี้อลวนอลเวงดีแท้  เลอมานอดคิดไม่ได้  ไหนจะเซอร์ไพร์สที่จู่ๆ ลูกชายกำนันก็มาขอเดินทางไปด้วย  กำลังจะออกเดินทางแล้วแท้ๆ  ก็เจอเรื่องเซอร์ไพร์สรอบสอง  เมื่อจ้อยมากระซิบบอกว่าไม่อยากไปด้วยแล้วเพราะรู้สึกไม่สบายขึ้นมาเฉยๆ  เล่นเอาสง่าโวยลั่น  แล้วคุณชายก็พบเรื่องเซอร์ไพร์สรอบที่สาม  เมื่อนายสิงห์ที่โดดขึ้นท้ายรถฉายหนังไปแล้วเกิดวิ่งตะบึงตะบอนมาแตะแก้มแตะหน้าผากจ้อยเป็นระวิง  ดูเป็นห่วงเป็นใยกันเกินเหตุอย่างไรพิกล 

พอจ้อยไม่ไป  นายสิงห์ก็จะไม่ไปบ้าง  พอนายสิงห์ไม่ไป  จ้อยก็นึกจะไปขึ้นมา  พอจ้อยจะไป  นายสิงห์ก็ร้องจะไปด้วยอีก  เถียงกันไปเถียงกันมา  น่าเวียนหัวที่สุด  จนอาจารย์คนึงต้องเอ็ดว่าเลิกเล่นเอาเถิดเจ้าล่อกันเสียที  ตะวันขึ้นสายโด่งแล้ว  นั่นล่ะถึงได้เลิกเถียงกัน 

สรุป.. ก็ไปกันทั้งคู่นั่นแหละ   


แสงแดดเดือนสิงหาคมแรงกล้า  จนทุกสิ่งทุกอย่างดูสีเผือดไปหมด  มองเห็นเปลวแดดยิบๆ ไหวระริกบนทางลูกรัง  ออกจากเกาะเมืองสัก ๑๐ กิโลเมตรก็ถึงโรงเรียนบางบาล  ตะวันเกือบตรงหัวแล้ว 

อาคารเรียนไม้เก่าซีดเพราะโดดฝนชะแดดเผา  เสาธงโดดเดี่ยวหน้าโรงเรียนก็เอนเอียงทำท่าจะหักมิหักแหล่  อาจารย์และนักเรียนครูก้าวลงจากรถด้วยท่าทีสง่างาม  มีเพียงลูกชายกำนันที่ตัวงอลงมาอย่างหมดมาดเพราะความเมื่อยขบ  ร่างใหญ่โตเป็นซุงค้ำเพนียดต้องนั่งงอก่องอขิงอยู่กับกองเครื่องปั่นไฟและเครื่องฉายหนังท้ายรถ  ตะคริวแทบกินตาย

มีครูหลายคนออกมาต้อนรับ  ต่างยกมือไหว้ทักทายกันอย่างคุ้นเคย  บ่งบอกว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่คนึงมาที่นี่  อาจารย์หนุ่มแนะนำหม่อมราชวงศ์เลอมานแก่ครูใหญ่ว่าเป็นอาสาสมัครจากอังกฤษ  แนะนำสง่า สันติและจ้อยว่าเป็นนักเรียนฝึกหัดครู  ครั้นพอถึงไอ้หนุ่มตัวโตที่ยืนนวดไหล่หน้ายุ่ง  เหล่าครูบางบาลต่างชะงักกึก  มองสารรูปเถื่อนถ่อยหัวจรดเท้า

ถ้าบอกว่าเป็นโจรก็เชื่อละ 

“นายสิงห์  ลูกชายกำนันเสริมน่ะครับ  เขาอยากมาด้วย” คนึงแนะนำไปแล้วเหล่าครูก็ทำหน้าแหยง  ก็กิตติศัพท์นักเลงหัวไม้กระฉ่อนเสียขนาดนั้น  สิงห์พนมมือไหว้โกกเกก  ครูน้อยครูใหญ่รับไหว้ทันที  ปากหัวเราะแหะๆ แต่ในใจคิดไปทางเดียวกัน

อย่ามามีเรื่องกับนักเลงถิ่นนี้ก็แล้วกันพ่อคุณ! 

เจ้าบ้านเชื้อเชิญคณะผู้มาเยือนขึ้นไปพักบนโรงเรียน  เด็กๆ ที่ยืนออกันเป็นกลุ่มใหญ่ใต้ร่มไม้  เดินตามหย็อยๆ ขึ้นไปถึงบนตึกเรียน  แอบหลบอยู่ตามขอบประตู  ในกลุ่มครูจากเกาะเมือง  ใครคนหนึ่งโดดเด่นกว่าใคร  ผิวผ่องดุจละอองทอง  นัยน์ตาสุกใสดั่งพลอยอำพัน  ร่างโปร่งบางสำอางสะโอดสะอง  ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านี่แหละ.. คุณชายสูงส่งเชื้อไขศักดินาที่เขาร่ำลือ  เด็กน้อยเนื้อตัวมอมแมมที่วันๆ ขลุกอยู่แต่กับกลิ่นโคลนสาบควายต่างจับจ้องเป็นตาเดียว 

“เด็กๆ ส่วนใหญ่ไปช่วยที่บ้านทำงาน  จนค่ำละกว่าจะมานี่  แล้วเราก็จะเริ่มฉายหนังให้เขาดู  แล้วทีนี้ก็จะมีการขอให้เล็กลุกขึ้นปราศรัยอย่างไรล่ะ” อาจารย์คนึงเล่าขั้นตอนคร่าวๆ ให้ฟัง  เลอมานถามว่าจะให้พูดเรื่องอะไร  คำตอบก็บอกว่าอยากจะพูดเรื่องอะไรก็ได้ 

คุณชายเหลือบมองกรอบประตู  เห็นหัวดำๆ ผลุบโผล่เป็นกระรอก  นัยน์ตาเล็กๆ นับสิบคู่มองมา  ยิ่งรู้ว่าถูกจับตามอง  คุณชายยิ่งระมัดกริยา  ท่วงท่าสง่าผ่าเผย  มุมปากแย้มยิ้มเพียงนิดอย่างไว้ตัวอยู่ในที 

หากพอเข้าโรงอาหารเพื่อรับประทานอาหารกลางวันตามคำเชื้อเชิญ  ‘ตัว’ ที่ถือไว้ก็หนักจนเผลอสลัดทิ้งไม่รู้ตัว 

ในโรงอาหาร  ผู้คนขวักไขว่  ส่วนมากเป็นผู้หญิง  และทุกคนกำลังทำงานกันขะมักเขม้น  แม่ครัววัยกลางคนเทแป้งที่ผสมจากข้าวเจ้าต้มสุกแล้วลงในถุงผ้าขาว  มีจานทองเจาะรูเอาไว้  เด็กหนุ่มสูงศักดิ์ปราดเข้าไปยืนตาโตอยู่ข้างหม้อใหญ่ที่มีไอขาวลอยกรุ่น  มองแป้งไหลเป็นเส้นสายลงในน้ำเดือดๆ ด้วยอาการเหมือนเด็กเห็นของเล่น  แล้วก็ครางว่า

“โอ้ สปาเกตตี้” 

อาจารย์คนึงยิ้มเอ็นดู  แม่ครัวปล่อยก๊าก  แก้ให้ใหม่ “ขนมจีนจ้า”

พอได้ยินว่า ‘ขนม’ คุณชายก็ตาลุกวาว  มาเริ่มไม่แน่ใจก็อีตอนร่วมสำรับ  จ้อยตักน้ำยากะทิสีส้มเนื้อปลาข้นคลั่กราด ‘ขนม’ เส้นขดๆ สีขาวให้  เห็นพวกสง่ากับสันติกินกันเอร็ดอร่อย  โดยเฉพาะนายสิงห์  ถึงจะเลี่ยงไปนั่งหลบกินลำพังอยู่มุมเสา  แต่ก็เห็นเดินมาเติมใหม่สองสามรอบ 

เลอมานเลยเอาส้อมม้วนเส้นยาวๆ เข้าปากบ้าง  แต่ทันใดก็แปล๊บซ่านประสาทจนเพดานแทบหด 

โอย! มันเผ็ดจนแทบพ่นไฟได้ 

คนึงหัวเราะ  มองหน้าขาวๆ ขึ้นสีเรื่อที่สองแก้ม  ปากแดงราวชาดจิ้มเจ่อจนหุบไม่ลง  น้ำตาคลอหน่วยราวกับจะไว้อาลัยให้ปลาช่อนในน้ำยา  อาจารย์เลยเปลี่ยนเมนูให้ใหม่เสร็จสรรพ

“นี่อะไร” น้ำลายจะยืด  สูดเก็บคืนปากแทบไม่ทัน  คุณชายมองน้ำแกงแดงๆ ที่ราด ‘ขนม’ อย่างเคลือบแคลง  ขอระแวงไว้ก่อน
 
“น้ำพริก”

“ไม่เอา!” แค่ ‘ยา’ ยังเผ็ดปากห้อย  แล้ว ‘พริก’ ล่ะจะขนาดไหน
 
“ไม่เผ็ดหรอก  หวานๆ  ลองดู  เอ้า” ผู้ใหญ่ปะเหลาะเสียงนุ่ม  ตักใส่ช้อนยื่นป้อนเอาใจ  ฝ่ายเด็กก็งอแงปั้นปึ่ง  ปฏิเสธหัวเด็ดตีนขาด

“ไม่!”

อาจารย์เสือกช้อนยัดใส่ปากดังกรึบ  เลอมานตาค้าง  รสหวานกลมกล่อมอวลซ่านอยู่ในปาก  เคี้ยวๆ ไปก็มีถั่วกรุบๆ  อืม.. อร่อยแฮะ 

สรุป.. มื้อนั้น  คุณชายซัดขนมจีนน้ำพริกเสียสองจาน  เล่นเอาแม่ครัวบางบาลยิ้มแต้ไปตามๆ กัน


(มีต่อจ้ะ)

ออฟไลน์ ดอกไม้

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +325/-1
จบมื้ออาหาร  ยังมีเวลาให้พักผ่อนกันตามอัธยาศัยอีกเยอะ  ประพนธ์,คนึงและเลอมานไปคุยกับครูใหญ่  สง่ากับสันติวิ่งโร่ไปตะลอนๆ ที่ชายทุ่ง  จ้อยอยากไปด้วยอยู่หรอก  แต่ครั้นจะให้ทิ้งสำรับเกลื่อนกลาดเต็มโต๊ะ  เห็นทีจะไม่ใช่วิสัยของจ้อย  ยายเคยสอนเสมอๆ ว่ากินแล้วให้เก็บทุกครั้ง  ถึงหนนี้จ้อยจะมาในฐานะแขกก็เถอะ

มือขาวเก็บจานชามวางซ้อนกันเรียบร้อย  ป้าคนหนึ่งปรูดเข้ามา “ไม่ต้องหรอกครู  เดี๋ยวป้าทำเอง”

“ไม่เป็นไรจ้ะ” จ้อยยิ้มอ่อนหวาน “ช่วยกัน  จะได้เสร็จไวๆ ไง”

ผู้มากวัยกว่าโบกไม้โบกมือใหญ่  แต่หนุ่มน้อยสนใจที่ไหน  เก็บจานชามวางใส่ถาดเรียบร้อย  หากพอจะยกออกมาก็มีมือใหญ่ๆ มาแย่งไป   

ของที่หนักจนจ้อยต้องเกร็งข้อมือ  แต่มันกลับถือสบายปร๋อ  เอาไปวางไว้ข้างวงล้างจานท้ายโรงครัว  ถลกแขนเสื้อขึ้นช่วยล้างแข็งขัน  จ้อยเม้มปากแน่น  ไม่อยากเฉียดเข้าไปใกล้เลย  แต่บอกป้าแกไว้แล้วว่าจะช่วยก็ต้องช่วย 

ตลอดเวลามันไม่ปริปากเลยสักคำ  ตั้งใจล้างจนน่าขัน  หากแค่มือเฉียดกันใต้น้ำสบู่กรด  จ้อยยังสะอิดสะเอียนเสียยิ่งกว่าแตะต้องอาจม  ได้แต่เก็บความชิงชังไว้ใต้ดวงตาเรียบนิ่ง  ยิ่งใกล้มัน จ้อยยิ่งเหมือนหายใจไม่ออกเข้าไปทุกที

นักเรียนครูละมือ  มันอยากล้างก็ให้มันล้างไป  จ้อยไปทำอย่างอื่นก็ได้ 


จ้อยแน่ใจ  มันจงใจกวนประสาทกันแน่แท้ 

น่ารำคาญ  จ้อยพยายามเดินหนีแต่มันยังตามติดแจ  เกาะแกะวอแวไม่เลิกรา  ราวกับมีสายตาไว้มองแต่จ้อยเพียงคนเดียว  จ้อยเลี่ยงไปช่วยป้าๆ ปอกหอมกระเทียม  มันยังหน้าด้านไปเบียดกระแซะ  คว้ามีดมาปอกกระเทียมด้วยมือเทอะทะเป็นใบพายนั่น  คิดหรือว่าจ้อยจะทนให้มันนั่งข้างๆ ได้  จ้อยเลยลุกไปช่วยคั้นน้ำมะนาวแทน  แน่ะ.. มันยังตามมาอีก  จ้อยยิ่งหนีมันยิ่งตาม  มันยิ่งตามจ้อยยิ่งหนี  หลากความรู้สึกปนเป  ชิงชัง ขยะแขยง.. กลัว..

จ้อยไม่อยากอยู่ในโรงครัวแล้ว  เดินออกไปหาสง่ากับสันติดีกว่า  อีกหน  ที่มันทำท่าจะวิ่งตามมา 

“พ่อหนุ่ม  ตัวใหญ่ตัวโตแบบนี้  ป้าขอแรงยกหม้อน้ำยาหน่อยเร้ว” ป้าคนหนึ่งร้องเรียก  กวักมือหย็อยๆ  เสียงสวรรค์มาโปรดจ้อยโดยแท้  เห็นมันทำหน้าอักอ่วน  มองมาทางจ้อยทีแล้วก็มองไปทางป้าที  ก่อนตัดใจเดินไปช่วยยกหม้อให้ในที่สุด   

เรื่องอะไรจ้อยจะอยู่ให้โง่ล่ะ

   
ที่หน้าโรงเรียน  เด็กๆ จับกลุ่มเล่นหยอดหลุม ทอยกอง ปั่นแปะอยู่ตามร่มไม้  เด็กนักเรียนหญิงบางคนหันมองจ้อยแล้วยิ้มเอียงอาย  ยิ่งจ้อยส่งยิ้มกลับไปให้ยิ่งพากันเขินม้วนต้วน  จ้อยพยายามมองหาเพื่อนซี้ ไม่รู้พากันไปเที่ยวเล่นที่ไหน  กลับพบเพียงคุณชายเลอมานกับอาจารย์คนึงเดินคุยกันไปใต้แนวต้นมะม่วงใบหนา เป็นหลังคาปกคลุมทางเกวียน 

หนุ่มน้อยตั้งท่าจะวิ่งตามไป  เกาะกลุ่มกันไว้อุ่นใจดี 

แต่อะไรบางอย่าง  ทำให้สองเท้าหยุดกึก
   
อะไรบางอย่าง.. สายตาที่พวกเขามองกัน  อาจารย์เอียงหูลงมา  คุณชายป้องปากกระซิบ  แล้วหัวร่อต่อกระซิกกัน  อาจารย์เกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากให้  ปลายนิ้วที่เกาะเกี่ยวกัน

ทำราวกับโลกนี้มีเพียงพวกเขาสองคน 

จ้อยกลืนน้ำลายฝืดคอ  เริ่มเอะใจถึงบางสิ่ง  ตัดสินใจไม่เข้าไปยุ่งดีกว่า  จ้อยหันหลังกลับ  ตกใจสะดุ้งโหยง  เด็กๆ เนื้อตัวมอมแมมเป็นสิบเดินตามมาตั้งแต่เมื่อไร 



ในโรงอาหาร  หัวหน้าอันธพาลโดนเรียกใช้งานหัวหมุน  ป้าๆ ทั้งหลายคิดว่าเขาเป็นคนงานที่ติดรถมากับคณะครู  ถึงได้ใช้งานไม่บันยะบันยัง  ชายหนุ่มเริ่มใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว  คอยมองแต่ทางออกโรงอาหารล่อกแล่ก  พอปลีกตัวออกมาได้ก็วิ่งหน้าตั้ง 

จ้อยหายไปไหนแล้ว!

สิงห์เหลียวซ้ายแลขวามองหากระสับกระส่าย  ความห่วงหวงตีขึ้นจนปั่นป่วนในหัวอก  เที่ยวเสาะหาเจ้าตัวเล็กไปทั่ว  ขึ้นไปดูบนอาคารเรียนก็แล้ว  เที่ยวหาตามร่มไม้ริมสนามหญ้าก็แล้ว  วกไปดูที่โรงอาหารอีกทีก็ยังไม่เห็นแม้เงา  ชายหนุ่มตัดสินใจเดินอ้อมไปหลังโรงเรียน  ได้ยินเสียงเด็กๆ หัวเราะแว่วมา  สองเท้าค่อยๆ ติดตามไป

และแล้ว.. เขาก็ได้เห็น

ที่ศาลาท่าน้ำหลังน้อย  แดดร่มลมตก  น้ำคลองใสเย็นไหลเอื่อย  จ้อยนั่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมเด็กๆ ร่วมสิบคน  ร่างสูงใหญ่เร้นกายหลังต้นมะม่วง  ลอบมองภาพงามงดนั้นไกลๆ  หมายจดจำไว้ในหัวใจนานเท่านาน 

นัยน์ตาเด็กๆ แวววามสุกใส  ครั้งหนึ่งจ้อยก็เคยมีแววตาแบบนั้น  บริสุทธิ์ ไร้เดียงสา ทว่าแฝงเร้นด้วยความเข้มแข็ง  แล้วใครหนอใคร  ใครพรากดาวดวงช่วงโชนในแววตาจ้อยไป

เขาเองไม่ใช่หรือ..

“เอ้า คนสุดท้ายแล้วนะ” วงหน้าเนียนผ่องแย้มยิ้ม  สายตายังจดจ่ออยู่กับปลายนิ้วจิ๋วหลิวในมือ  เสียงกรรไกรตัดเล็บดังแก้บๆ แข่งกับเสียงคุณครู “ทีหลังอย่าปล่อยให้เล็บดำล่ะ  มันสกปรก พอหยิบของกินใส่ปาก เชื้อโรคก็จะลงท้อง เข้าใจไหม”

เด็กๆ พยักหน้าหงึกหงัก  ใส่เสื้อบ้างไม่ใส่เสื้อบ้าง  ที่เป็นผู้หญิงก็ผมยุ่งกระเซิง  ที่เป็นผู้ชายก็ไว้จุกไว้แกละ ไม่ก็ไถเกรียนเป็นลานบิน  ใบหน้าเนื้อตัวมอมแมมด้วยคราบฝุ่นดิน  แต่อย่างน้อยเล็บมือทั้งสิบก็สะอาดขึ้นล่ะ  ก็พี่ครูเล่นจับมาตัดเล็บเสียหมด 

พี่คุณชายตัวขาวหน้าฝรั่ง แปลกตาน่ามองก็จริง แต่ดูสูงส่งเหมือนเดือนดวงเด่นฟ้า น่ามองเพียงใดก็คล้ายไกลเกินเอื้อม  แต่พี่ครูตัวเล็ก ตาหวานๆ ยิ้มสวยๆ เหมือนดอกไม้โน้มกิ่ง  เจริญตาเจริญใจ  จับต้องได้ เอื้อมถึงไหว
 
“เล่านิทาน!”

“พี่ครูบอกว่าถ้ายอมให้ตัดเล็บจะเล่านิทาน!”

ตัดเล็บเสร็จเด็กๆ ก็ร้องกันเซ็งแซ่  ‘พี่ครู’ หัวเราะร่วน  คล้ายเมฆหมอกที่สุมอยู่ในอกจากเกาะเมืองมาสลายลงที่นี่  รอยยิ้มของเด็กๆ ทำให้จ้อยชุ่มชื่นใจได้เสมอ 

“ก็ได้  อืม.. เรื่องจันทโครพเนอะ” จ้อยรู้จักนิทานไม่กี่เรื่องหรอก  ที่เลือกเรื่องนี้เพราะดูลิเกกับยายบ่อยจนจำได้  เด็กๆ พยักหน้าหงึกหงัก 

เรื่องราวจากปากนักเรียนครูดึงดูดเด็กๆ บ้านนาให้ฟังกันนิ่ง  จ้องมองคนเล่าตาแป๋ว  พี่ครูเสียงใสเสนาะเหมือนดนตรี  หารู้ไม่  มีเด็กโข่งอยู่คน  แอบฟังเงียบๆ ไกลๆ อยู่หลังต้นมะม่วง  ดวงตาคมเข้มนิ่งมอง  แสนรักแสนใคร่  หากแฝงความทอดอาลัยในแววตามิจาง..

“จากนั้น.. จันทโครพก็พานางโมราเดินทางต่อไป  แต่ระหว่างทางได้พบกับ..”

“โอ๊ย!” มดแดงเจ้ากรรมร่วงจากต้นมะม่วงลงหลังคอ  กัดหนึบเจ็บแปล๊บ  นักเลงโตสะดุ้งโหยงจากที่ซ่อน  ปัดเสื้อแสงเป็นพัลวัน  พอเงยหน้ามองอีกที  ก็เห็นเหล่าเด็กน้อยมองมาเป็นตาเดียว  บางคนชี้มือเขม็ง  ก่อนตะเบ็งเสียงพร้อมเพรียงกัน 

“โจรป่า!”

สิงห์ขบฟันกรอด  หนอย! ไอ้เด็กพวกนี้  แค่เมื่อเช้ารีบร้อนออกจากบ้านไปนิด  ไม่ทันได้โกน  หนวดเครามันก็เลยขึ้นเขียวพรืดไปหน่อยแค่นี้  มาโจรป่งโจรป่าอะไรกันละโว้ย!

และเป็นไปตามคาด  น้องมองมาอย่างตกตะลึง  รอยยิ้มบนหน้าหายวับ  ชายหนุ่มเป็นเดือดเป็นแค้นยิ่งนัก 

มดเฮงซวย!  อย่าให้กูเจอตัวนะมึง!

เห็นน้องทำหน้าเหมือนกลืนบอระเพ็ด  เขาเองก็ขื่นขมไม่ต่างกัน  เสียงเล่านิทานเจื้อยแจ้วเป็นอันจบสิ้นลง  เด็กๆ หันไปเขย่าแขนคนเล่าชุลมุน 

“พี่ครู  เล่าต่อสิ”

“จบแล้วจ้ะ” จ้อยบอกปัดเอาดื้อๆ  ไม่ยิ้มสักนิด   

“อ้าว” พ่อหนูแม่หนูงงกันใหญ่  “โจรป่าเพิ่งออกเอง”

“เหมือนลิเกไง  เล่นไม่เคยจบซักเรื่อง” สิ้นเหตุผลกำปั้นทุบดิน  นักเรียนครูตัวเล็กลุกขึ้นพรวด  เดินลิ่วๆ ออกจากศาลา  ทิ้งเด็กๆ มองตามด้วยความงงงวย

น้องเดินผ่านหน้า  ไม่แม้แต่จะมองกันสักนิด  สิงห์รั้งต้นแขนเล็กไว้ทันควัน  แต่เรี่ยวแรงคงเยอะไปหน่อยจึงดูเหมือนกระชาก  คนตัวบางปลิวหวือปะทะแผงอกแกร่ง 

“ปล่อย!” หน้าที่ขาวอยู่แล้วซีดเผือดเป็นกระดาษ  พยายามขืนตัวออก  สิงห์ยิ่งรวบกอดไว้  ทรมานเหลือเกินกับความไร้ตัวตน 

“จ้อย  มองพี่สักหน่อยได้ไหม” เสียงต่ำแหบเครือวิงวอน  สองแขนกำยำกอดรัดแน่น  กอดรัดดวงใจที่ทำหลุดลอย 

หินก้อนหนึ่งลอยหวือกระทบหัวดังก๊อก 

“หยุดนะโจรป่า!” เสียงเล็กแหวดแหวขึ้น  ตามมาด้วยก้อนหินก้อนกรวดระดมปาใส่อีกนับสิบ  เด็กๆ กลุ้มรุมกันเข้ามา  ส่งเสียงเซ็งแซ่ 

“โจรป่า! อย่าทำจันทโครพ!”

“นิฉัยไม่ยี” บางคนยังพูดไม่ชัดเลยเอ้า 

“โจรป่าไปไกลๆ เลย”

กำปั้นน้อยๆ รัวทุบเข้าใส่  แข้งขาเตี้ยตะแหมะแขะถีบเตะสะเปะสะปะ  ‘โจรป่า’ หลบหลีกพัลวัน  จ้อยอาศัยช่วงชุลมุนสะบัดหลุด  หลบหนีว่องไว  กว่าสิงห์จะหลุดจากฝูงเจ้าถิ่นตัวจิ๋วได้  น้องก็วิ่งเตลิดหายไปแล้ว 

คนตัวโตวิ่งตามมาที่สนามหน้าโรงเรียน  คนจากหน่วยฉายหนังกำลังช่วยกันกางจอผ้าใบ  โดยการผูกมุมผ้าขาวกับเสาไม้ไผ่ที่นอนนิ่งอยู่กับพื้น  แล้วช่วยกันยกเสาทั้งสองลงปักในหลุมที่ขุดไว้รอ  ขึงผ้าขาวผืนใหญ่ระหว่างเสาไม้ไผ่สูงลิ่ว ๒ ต้น 

แล้วนั่นอะไร.. ไอ้เด็กอวดเก่ง  ตัวเท่าลูกหมา  ยักแย่ยักยันไปตั้งเสาไม้ไผ่กับเขาด้วย  ลำใหญ่กว่าขามันเสียอีก 

ท่ามกลางคนมากมาย  สิงห์ไม่กล้ารุกรานโจ่งแจ้ง  ได้แต่เสนอหน้าเข้าไปช่วย  คราวนี้จ้อยจะเดินหนีก็ไม่ได้  เพราะหากปล่อยมือ  เท่ากับเสาไม้ไผ่ที่ช่วยกันเอาลงหลุมจะพังโค่นลงมา  น้องตีหน้ากระอักกระอ่วนจนตั้งเสาเสร็จ  ทันใดก็เดินหนีไม่แยแส  สิงห์รีบตามไปเร็วรี่

ลมแรงพัดวูบมา  ฝุ่นดินแห้งแดงคลุ้ง  จอผ้าที่ยังขึงไม่ตึงดีต้านลมจนโป่งพอง  เสาไม้ไผ่ลำหนาที่ยังไม่ทันกลบดินฝังแคลนคลอนโยกเยก   

เอนเอียงไปทางคนตัวเล็กที่เอาแต่เดินลิ่วๆ ไม่รู้ตัวสักนิด!   

พี่ปราดไปหาน้อง  ด้วยฝีเท้าที่หากจับสถิติกัน  เหรียญทองจะไปไหนเสีย  มือที่ก่อเรื่องเลวระยำมานักต่อนัก  คว้าร่างเล็กกอดรัดไว้แนบอก  เพียงเสี้ยววินาที  รวดเร็วแค่กะพริบตา  เสียงของแข็งกระทบกันดังสนั่นลั่นเปรี้ยงเข้ามาในโสตประสาท  เหมือนโลกถล่มทลาย 

ผู้คนต่างร้องลั่นด้วยความตกใจ  ในอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด  ผ้าขาวถูกกระชากตามลงมา  กองยับกลางลานดิน 

สิงห์ปิดตาแน่น  สองแขนยังรัดน้องแนบอกไม่ปล่อย  เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง  สิ่งแรกที่ห่วงพะวงรุนแรงก็เจ้าตัวเล็กในอ้อมกอด  ใบหน้าข้างใต้ซีดเผือด  ตัวสั่นเหมือนลูกนก 

เลือดแดงฉานหยดเป็นวงบนหน้าผากน้อง  เขาใจหล่นวูบ  ปากคอสั่นสะท้าน “จ้อย.. จ้อยของพี่.. จ้อยเจ็บไหม..”
   
มือใหญ่เทอะทะลนลานปาดเลือดออก  หากสุดท้าย.. ใต้คราบเลือดแดงเข้ม  มีเพียงผิวเนื้อขาวนวล  ไร้ซึ่งบาดแผลใดๆ 
   
   
แล้วเลือดใคร?

   
สติคืนมาทีละนิด  พร้อมความเจ็บร้าวที่หลังศีรษะ  คนโง่เง่าเพิ่งตระหนักรู้


เลือดกูเอง..



โปรดติดตามตอนต่อไป
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
*หวงรัก, สมศักดิ์ เทพานนท์ คำร้อง, ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ ขับร้อง


ขออนุญาตเปลี่ยนชื่อตอนนะคะ ตอนแรกตั้งใจจะเขียนให้ถึงฉากกลางคืน
แต่โควต้าหน้ากระดาษไม่พอ ก็เลยต้องตัดฉับ เปลี่ยนชื่อตอนใหม่ เพราะเดือนยังไม่ขึ้น กระต่ายก็เลยยังไม่เพ้อละเมอหา  :o8:

หายไปนานนนนนนน..เลยเนอะ เกือบเดือนแน่ะ  :sad4: ขอโทษคนอ่านด้วยนะคะ
ต้องเป็นเพราะย้ายที่อยู่แน่เลย บ้านใหม่ชานเมืองช่างเงียบเหงา คนเขียนก็เลยว้าเหว่ห่อเหี่ยว ซึมเศร้าหดหู่ ไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรเล้ย ห่างไกลห้าง ห่้่างไกลโรงหนัง ห่างไกลแหล่งของกิน ยิ่งตอนกลางคืนยิ่งเงี้ยบเงี้ยบ

โทษฟ้าโทษฝนไปเรื่อย โทษตัวคนเขียนเองเหอะ โธ่  :z6:

รักคนอ่านค่ะ

ดอกไม้
๒๔ ม.ค. ๕๖

hades

  • บุคคลทั่วไป
กรี๊ดดดดดดด มาแล้วววววววววว
ดีใจมากเลยค่ะะ คิดถึงพี่สิงห์กับน้องจ้อยจะแย่ :sad4:

สงสารสิงห์จับใจ น้อยจ้อยใจอ่อนเร็วๆน้าาาา  :-[ :-[

ออฟไลน์ HanATarO

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +132/-2
แล้วที่นี้ จ้อย จะยอมให้อภับ สิงห์ มั้ยน้า

 :กอด1: :กอด1:

ออฟไลน์ suck_love

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 789
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-1
สงสารสิงห์ ร้องไห้เลย  :sad4: จ้อย พี่สิงห์สำนึกละลูก ให้อภัยพี่สิงห์นะ

ออฟไลน์ 403

  • 4 0 3 Forbidden
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 301
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-2
สงสารสิงห์จับใจ  :o12:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2441
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +275/-12
สังเวชใจในวงเวียนชีวิตของพี่สิงห์น้องจ้อยมาก

น่าสงสารทั้งคู่เลย

อยากให้นาฏกรรมนี้เป็น สุขนาฏกรรมเร็วๆนะคะ


ออฟไลน์ jilantern

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 465
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-1
โฮฮฮฮ พี่สิงห์ ㅠㅡㅠ

ออฟไลน์ Millet

  • `ヅ
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1668
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +663/-5
โจรป่าทำคะแนนขนาดนี้ ยอมเจ็บตัวแทน จ้อยจะว่าอย่างไร


ครูกับคุณชายนี่หวานกันตลอดดด

ออฟไลน์ NOoTuNE

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3264
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +317/-15
 :o12: :o12:

พ่อสิงห์ของพี่ หวังว่าเหตุการณ์นี้ จะช่วยให้จ้อย หันมาเห็นพี่ในสายตาอีกครั้ง



ออฟไลน์ ormn

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3938
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-8
    • http:///uc.exteenblog.com/riko-tomo/images/23213506_1208714389_3598161_Okane_ga_Nai_v01_ch01_pg002__Cover.jpg
:m15: :m15:ทำขนาดนี้จ้อยจะใจอ่อนบ้างไหมอะเริ่มจะสงสารพี่สิงห์แล้วอะดิ :L2: :L2: :L2: :L2: :L2:



จะรออออออออออจ้า :bye2: :bye2: :bye2: :bye2: :bye2: :call: :call: :call: :call:

ออฟไลน์ tuek

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3584
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +214/-3
อยากให้จ้อยหายเศร้าไวๆจังเลย

ออฟไลน์ nutjisub

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +76/-0
อ่านเรื่องนี้แล้วเศร้าจังเลย แต่คนเขียน เขียนเก่งมากเลยนะค่ะ อยากเห็นตอนจ้อยกับสิงห์มีความสุขบ้าง ชีวิตจ้อยเศร้าเกินไป  ถ้าเรื่องนี้จบแล้วจะรวมเล่มเป็นหนังสือจะซื้อเก็บไว้เลย เพราะชอบมาก ๆๆๆๆ เป็นกำลังใจให้คนเขียน สู้ ๆๆ นะค่ะ 

ออฟไลน์ darling

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1743
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-7
อยากให้น้องจ้อยกับพี่สิงห์มีความสุขกันซะที Pleasssssssssssss :L2:

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7368
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
ความพยายามของพี่สิงห์ต้องสำเร็จในเร็ว ๆ นี้แน่ สู้ ๆ

ออฟไลน์ popeye

  • umz
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-1
น้องจ้อย เห็นใจพี่สิงห์ทีน๊ะ
สงสารพี่สิงห์แย่แล้ว

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด