Re: **เมื่อความกลัวมาเยือน * ตอนพิเศษ สอง กด ภูมิ จบแล้วจร้า 15/12/54 p.14
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

โพลล์

......คิดว่าใครโดนกด เอ่ย!

ภูมิ  กด  สอง
33 (43.4%)
สอง กด  ภูมิ
18 (23.7%)
ต่างคนต่างกด  ตามวาระและโอกาส......
25 (32.9%)

จำนวนผู้โหวตทั้งหมด: 59

ผู้เขียน หัวข้อ: Re: **เมื่อความกลัวมาเยือน * ตอนพิเศษ สอง กด ภูมิ จบแล้วจร้า 15/12/54 p.14  (อ่าน 107386 ครั้ง)

ออฟไลน์ LalaBam

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2864
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-2
สองเอ้ย ไม่รู้จะอธิบายยังไงว่ะ

ออฟไลน์ POPEA

  • Blood Type :: Y
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2010
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • http://writer.dek-d.com/popae/writer/view.php?id=794488
:a5: ภูมิทำขนาดนี้ก็ไม่ถูกนะ
สองยังมีมุมดีๆ อยู่นะ

หมวยเล็ก

  • บุคคลทั่วไป

เกลียด 3 แม่ลูกจัง  :fire:

หนูสองคงไม่เลวแต่กำเนิดมั้ง

ออฟไลน์ Vesi

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1795
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +204/-3
ขอ comment นิดนึงนะ

เราไม่ค่อยคิดมากอะไรเท่าไหร่หรอกนะค่ะ แต่เรารู้สึกสะดุดกับบางประโยคอ่ะคะ

แม้ว่าจะเป็นคณะแพทย์ศาสตร์ ที่เรียกว่าเป็นคณะของผู้มีปัญญาที่เจริญแล้ว

(นี่มันหมายความว่ายังไง แล้วคณะหนูละ  :monkeysad:) เจอแบบนี้ไปไม่ถูกกันเลยทีเดียว
อยากให้ลองปรับเปลี่ยนบางประโยคให้เป็นไปในทางที่ไม่เกิดความแบ่งแยก หรือเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจกัน
มันจะดีกว่านี้มากจริงๆนะค่ะ (เราอ่านเสร็จ เราจุกเลยอ่ะ T^T)

เข้าเรื่องบ้าง

เราเกลียด 3 แม่ลูกนรกส่งมาเกิดมากๆเลยอ่ะ ยังไม่เห็นเลยว่าจะสงสารตอนไหน คงอีกนานละมั้ง 555
(เราเกลียดคนนิสัยแบบนี้อ่ะ แย่ แย่ แย่)
สองนี่ก็แบบ แย่อ่ะ ด่าภูมิว่าเลวบ้าง ชั่วบ้าง อะไรก็ว่ากันไป . . . .
แต่ไม่เคยกลับมาดูตัวเองกับครอบครัวบ้างเลยเนาะ พ่อคนดีเลิศศศ   :m31:
มาอยู่บ้านเค้าก็มาแบบตัวเปล่า แทนที่จะเจียมตัว นี่ไม่มีอ่ะ เงินเขาก็คือเงินเรา บ้านเขาก็คือบ้านเรา ว่างั้น ????
เอาเงินพ่อภูมิมาถลุงเล่นยังไงก็มี ลอยหน้าลอยตาเป็นพญาหงส์ เฮอะ อารมณ์ขึ้น ณ จุดนี้ ขอสาปส่งเลยละกัน

คนพ่อก็นะ . . . เพลีย มีพ่อแบบนี้ขอไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า เชิญอยู่ต่อไปให้ 3 แม่ลูกนั่นปอกลอกต่อไปละกัน

ภูมิจ๋า (เสียงเริ่มเปลี่ยนละ) สู้ๆต่อไปนะ อย่าไปยอมแพ้พวกมัน สักวันชัยชนะจะตกเป็นของเรา
เมื่อถึงตอนนั้น จงเอาคืนอย่างสาสม 555

เป็นกำลังใจให้คนเขียนนะค่ะ เขียนได้น่าติดตาม ทำให้อยากรู้เรื่อยๆว่าตอนต่อไปจะเป็นยังไง 555
สู้ๆนะค่ะ คนเขียน เอามาลงเร็วๆเน้ออ รออยู่ๆ อิอิ  :bye2:

มันเป็นความคิดของตัวละครนี่คุณ แล้วมันก็ปฏิเสธไม่ได้ด้วยว่าคนที่คิดแบบนี้มีอยู่ในสังคมนี้จริงๆ ไม่ว่าจะเรื่องโรงเรียน มหาลัย คุณลองคิดดูดีๆ สิ ทำไมพ่อแม่หรือตัวเล็กเอง ถึงพยายามดิ้นรนเพื่อที่จะสอบเข้าหรือส่งลูกเข้าไปเรียน โรงเรียนดังๆ มหาลัยดังๆ ต่างๆ หรือแม้กระทั่งเด็กสายอาชีวะ หรือที่เราเรียกกันว่าเด็กช่าง คุณมองพวกเค้าอย่างไง คนส่วนมากมักจะมองพวกนี้ว่าด้อยว่าสายสามัญทั้งนั้น ซึ่งจริงๆ แต่ละสายมันก็ดีในตัวของมันเองนั่นแหละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-11-2011 19:50:10 โดย Vesi »

ออฟไลน์ moobarpalang

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1081
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +185/-6
ทำไมช่วงนี้มีแต่คนขายมาม่าหว่า
 :sad4: :sad4: :o12: :sad4: :o12: :o12: :o12: :L3: :sad4: :sad4:

JipPy

  • บุคคลทั่วไป
คำเดียว "เพลีย " มากก   อีหนึ่ง ขอกระทืบสักยก   

modYlove

  • บุคคลทั่วไป
ขอขอบคุณสำหรับทุกความเห็นจริงๆๆ  ค่ะ

แต่อย่าทำให้การอ่านหมดสนุกนะคะ  อย่าจริงจังมากนัก  เพราะมันเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งใดๆๆ เลย 

เราต้องการสื่อให้เห็นว่า คนที่เลว หรือนิสัยไม่ดี ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้  แม้จะไม่เต็ม 100 ก็ตาม


ปกติจะแต่งนิยามสั้นประมาณ รักหวานๆ งอนๆ กันเท่านั้น 

แต่เรื่องนี้เป็นนิยายสั้นที่เราแต่งเป็นครั้งแรก อาจมีการใช้ภาษาที่อ่านแล้วไม่รู้สึกดี

ต้องขอโทษจากใจจริงๆ  ค่ะ

ปล. ขอบคุณที่คำแนะนำ  ติ ชม นะคะ    เราดีใจที่มีคนอ่านนิยายสั้นที่เราแต่ง...


ขอบคุณค่ะ.............

ออฟไลน์ Satang_P

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 856
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-2
เกลียดหนึ่ง เลวและยังโง่อีก  :z6: :z6:

สงสารสองนะแต่ทำตัวเองแท้ๆ  :เฮ้อ: :เฮ้อ:

butajang

  • บุคคลทั่วไป
ขอบคุณนะคะ อ่านมาถึงตอนล่าสุด ความเป็น SM ยังมีเป็นไอ น้อยมากกกก(หรือเรามีมากเกินไปเลยไม่รู้สึกหว่า??) เเต่ความดราม่า สุโก้ยจัดเต็มมากเถอะ โฮก บวกให้คนเเต่งเลยเน้อออ

ออฟไลน์ momo9476

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-2
อ่านๆพอสนุกกันนะ อย่าเครียดเลย
         ถึงชอบนิยายดราม่า แต่ชีวิตอย่าดราม่านะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






modYlove

  • บุคคลทั่วไป
ตอน4



ผมกลับมาถึงบ้านด้วยรถแท็กซี่ ที่นั่งมาจากโรงพยาบาล   ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองบอกแท็กซี่อย่างไร
ให้มาถึงบ้านหลังนี้ได้.........

ผมจ่ายเงิน  แล้วลงมายังรถแท็กซี่     .......ผมรอให้รถแล่นออกไปก่อนที่จะก้าวขาเดินขึ้นบ้าน

ตุ๊บ!   “คุณสอง.....”  เสียงน้อยที่ผมได้ยิน

เหมือนตัวผมจะถูกพยุงโดยน้อยนั้นเอง  เหมือนผมจะหมดแรงจริงๆ   

การกระทำครั้งนี้โหดร้ายกว่าครั้งแรก ในความรู้สึกของผม 

เพราะครั้งแรกผมเจ็บแต่ไม่ค่อยเห็นอะไรมากนัก   แต่ครั้งนี้...แต่แม้จะไม่ได้เจ็บเท่าไหร่ แต่ภาพที่อยู่บนกระจกนั้น

ผมให้ผมกลัว  แต่เพราะผมหยิ่งเกินกว่าที่จะให้ไอภูมิเห็นได้ 

จึงต้องแบกสังขารมาที่บ้าน  และหมดแรงเอาตรงหน้าบ้านของตัวเอง



ผมถูกพยุงขึ้นห้องของตัวเอง  โดยมีน้อยเป็นคนพยุงมายังห้องนอน

“ขอบใจ  .นะ..” ผมบอกน้อยเมื่อเธอพามายังห้อง



ผมนั่งถอดเสื้อนักศึกษาที่ใส่อยู่ทั้งวัน  และที่ปกคอเสื้อรอยเลือดที่เป็นรูปเหมือนรอบฟันล่างฟันบน ปรากฏอยู่บนปกคอเสื้อ   ผม
ระบายแค้นโดยปาดเสื้อลงไปบนพื้น



ก๊อกๆๆ  ไม่นานนัก.......เสียงเคาะประตูก็ดัง

นมเดินเข้ามา  “ขอบคุณ...นะคะคุณสอง....ที่ช่วยคุณนายพาไปส่งโรงพยาบาล..”

“ออกไป..”  เสียงผมเบาเหมือนไม่ชัด

“คุณสองว่าอะไรนะคะ นมไม่ได้ยิน....” 

“บอกว่าให้ออกไป.........หือ   หือ  หือ...”  ผมตะโกนสุดเสียง เรียกว่าลั่นห้องเลยก็ว่าได้  แต่เสียงร้องไห้กลับไม่มีใครได้ยิน   



ผมนั่งร้องไห้เพื่อระบายความทุกข์ใจกับตัวเอง....เพียงผมคนเดียวเท่านั้น ที่รู้ว่าตัวเองแพ้ ไอภูมิ....



+++++++++++



วันรุ่งขึ้นเป็นวันน้องอีกวัน...ที่ทางมหาลัยจัดให้  แต่ที่คณะผมมีเพียงวันเดียวเท่านั้น

ดังนั้นวันนี้ผมจึงไม่ต้องไปมหาลัย 

เมื่อวานผมเหมือนคนโง่อย่างไงไม่รู้ ที่มานั่งร้องไห้  ทั้งที่บอกกับตัวเองแล้วว่า  ให้ทิ้งไอความคิดนั้นไป

มันไม่สามารถจะมาร้ายผมได้   

ตอนก่อนนอนผมก็จะล็อคประตูห้อง  เพื่อความสบายใจของผมอีกทางหนึ่งด้วย



“แม่  จะไปไหนอ่ะ....” ผมนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่ห้องรับแขก

“แกจะทำไม...”

“แม่เลิกไปเหอะ  ตอนนี้แม่ใช้เงิน......จนเงินที่พ่อให้แต่ละเดือนจะไม่มีแล้วนะ”

“แหมๆๆ  แกนี้นะตั้งแต่ได้เรียนในมหาลัย  ก็ทำมาเป็นสอนฉันหรอ..ฉันเลี้ยงดูแกไม่ดีหรือไง..”

“เปล่า..ผมแค่อยากให้แม่เพลา ๆ  ลงนะ..”

“จร้า...คุณหมอสอง...”  เหมือนเสียงประชดผมซะงั้น

“แม่จะประชัดผมทำไมเนี้ย.......ผมขึ้นไปดูพ่อ  เห็นพ่อถามถึงแม่ด้วย..”

“แกนี้รักพ่อเลี้ยง แกจริงๆ นะ...”

“แม่วันนี้ไม่ต้องไปหรอกนะ  อยู่กับสองนี้แหละ  เดี๋ยวพาไปเดินเที่ยว..”  ผมพยายามชักจูงแม่ ซึ่งสุดท้ายท่านก็ใจอ่านยอมอยู่
เป็นเพื่อนผม 1 วัน   

จะเรียกว่าเป็นวันครอบครัวก็ไม่ เพราะพี่หนึ่งตื่นสาย เลยโดนเรียนซะงั้น





“ไหนๆๆ วันนี้ก็อยู่กันครบแล้ว....ไปเที่ยวกันดีกว่า...พาพ่อไม่เดินเล่นที่ห้างม่ะ..”  ผมเสนอความคิด

“อย่าๆๆ คิดเอาพ่อไปเลย..ไอสอง แล้วใครจะคอยดูพ่อแก..”  พี่หนึ่งซึ่งจะปัดความรับผิดชอบ โพลงขึ้นมา

“ใช่สอง...วันนี้วันครอบครัว  ก็ไปกัน 3 คนสิ  เป็นครอบครัวไง”  แม่ผมก็เสริมทัพอีกคน



ผมเลยว่าตามนั้น.....เราสามคน แม่ลูก เดินเล่นซื้อของจับจ่ายเป็นว่าเล่น....

เหมือนนานแล้ว...ที่ผมไม่ได้มากับที่บ้านแบบนี้....  บัตรเครดิตถูกรูดอย่างได้ใจ

จนผมเริ่มสงสัยว่ามันจะมีหมดบ้างไหม.......

ผมได้ผ้ามาผืนหนึ่ง ซึ่งขายในร้านผ้าชื่อดัง  ผมตั้งใจจะเอาไปเยี่ยมน้าเพ็ญซะหน่อย



เรากลับมาถึงบ้านช่วงบ่ายๆ  พร้อมกับรถตู้ของชาติที่ไปรับน้าเพ็ญกลับมาจากโรงพยาบาล

ผมนึกว่าจะต้องอยู่อีกซักวันซะอีก....แต่ดูเหมือนจะอาการดีขึ้นหมอเลยให้กลับ...



“เดี๋ยว หยุดก่อน...” เสียงพี่หนึ่ง  สั่งให้นม และชาติ หยุด ซึ่งกำลังพาน้าเพ็ญกลับไปที่บ้าน

สีหน้าแม่ผม ถึงแม้จะไม่พูด ก็บอกได้ว่าไม่อยากเห็นหน้า น้าเพ็ญ



“พวกแกไปไหนกันมา....”  เสียงพี่หนึ่งถามถึง

“เออ  พวกผมไปรับคุณนาย กลับจากโรงพยาบาลครับ”  นายชาติตอบด้วยความซื่อ



คำว่าคุณนาย..ทำให้พี่หนึ่ง และแม่โกรธมากขึ้นไปอีก

พี่หนึ่งเดินไปผลักชาติ ออกไป  เหลือเพียงน้าเพ็ญ กับนมที่ยังช่วยกันประคับประคอง

“พี่หนึ่งเลิกเหอะ น้าเพ็ญแกไม่สบายจริงๆ  ปล่อยแกกลับบ้านเหอะ”  ผมพยายามห้ามทัพไว้

ปัญหาของพี่หนึ่งคือ  พี่เขาไม่กล้าทำน้าเพ็ญหรอก จะนมนะทำได้ 100% ชัวร์

พี่หนึ่งใช้วิธีการในการด่านม เพื่อกระทบน้าเพ็ญ...

โดยมีแม่ผมยืนมองอยู่.............  “ผมหันไปมองหน้าแม่เพื่อให้หยุดพี่หนึ่ง”  แต่สายตาที่ตอบกลับมีแววตาเยาะเย้ย



สุดท้ายคงเป็นผมนั้นแหละที่ต้องห้ามที่หนึ่ง.....  “นม ใครอนุญาตให้แกใช่รถบ้านใหญ่”

“ผมเอง พี่หนึ่ง..”  ผมตอบออกไปพร้อมกับเดินมายื่นเคียงข้างพี่หนึ่ง

ฝ่ามือพี่หนึ่งพลัวะลงไปที่หน้านม   “พี่หนึ่งทำไร..” ผมร้องห้ามแต่ไม่ทัน

“ฉันก็จะทำให้มันรู้จักสำนึกบ้าง..” 

และฝ่ามือที่สองกำลังตามมา  ซึ่งผมก็ขวางไหวทัน.... (อย่าทำคนแก่เลย..ผมขอร้อง..)

เพียะ!!  ทีที่สองซึ่งเป็นหน้าของผมเองที่รับ  เพราะผมรู้ว่าถ้าไปฉุดแขนพี่หนึ่งไว้ มีแต่จะยิ่งให้อยากตบตี  นมมากขึ้น

ผมไม่เคยโดนพี่สาวตัวเองตบให้ในชีวิต  นี้เป็นครั้งแรกที่โดนตบเต็ม ๆ

ผมเคยเห็นเขาตบมาก็หลายครั้งแต่ไม่คิดว่ามันจะเจ็บจนหน้าชาได้เพียงนี้

“พอใจยังพี่หนึ่ง....”  หน้าที่สะบัดหันด้วยแรงตบทำให้รอยกัดที่ต้นคอ

“สอง คอแก..”   พี่หนึ่งถามด้วยความตกใจ  มากกว่าที่ตบผมอีก

“ผมถามว่าพอใจยัง....ถ้าไม่ดีขึ้นก็ลงที่ผมนี้....ผมเบื่อแล้ว...”  นั้นเป็นเสียงบ่นกับความประพฤติของพี่สาว



“สอง คอแก”  พี่หนึ่งถามอีกครั้ง

“ผมเล่นกับหมา  หมามันเลยงับคอนะ...”  ผมตอบออกไปตามเรื่องที่คิดว่าเข้าท่าที่สุด

นั้นเป็นสิ่งที่ดึงดูความสนใจของ แม่และพี่สองได้เป็นอย่างดี

“นม พาน้าเพ็ญกลับไป..”  ผมสั่งนม

“สอง  แกไปฉีดยายัง “  ผมไม่รู้ว่าจะดีใจ หรือร้องไห้กับสติปัญญาของพี่สาวผมจริงๆ

ก็ถ้าเป็นหมาจริงๆ มันคงกระชากคอผมขาดไปแล้ว 

“ฉีด กันไว้เรียบร้อยแล้ว...ไป ขึ้นบ้านเหอะ.....”  ผมชวนทุกคนขึ้นบ้านเพื่อมาเชยชมของที่พวกเราซื้อกันวันนี้

ของแต่ละชิ้นถูกแยกไว้  และถูกนำเอาเข้าไปบนห้องของแต่ละคนโดนน้อย.....

อาหารเย็นวันนี้ถูกจัดเตรียมสำหรับ 3 คน ซึ่งนานแล้วที่ผมไม่ได้กินข้าวพร้อมกัน.......



++++++++++++



“ไง นายบำเรอ....”  เสียงไอภูมิที่เข้าห้องผมมาโดยไม่มีปีมีขลุ่ย  ที่ห้องผมยังไม่ล็อคเพราะยังไม่ถึงเวลานอนต่างหาก

ใช่ว่าผมลืม..... 

“นมบอกเรื่องเมื่อเย็นแล้ว.........”  อยู่ๆ ไอภูมิก็พูดเรื่องเมื่อตอนเย็นขึ้นมาซะงั้น

“ไหนดูหน่อยสิ...” 

“มึงจะดูอะไร...ออกไป  ก่อนที่กูหมดความอดทนกับมึง  กูยอมให้มากแล้ว..”  ผมก่นด่า

“กูอุตสาห์มาดี  มึงก็ยังไม่เคยเข็ดจำเลยนะ...สงสัยกูต้องมาเตือนความจำมึงทุกวันแหละ...”



มันคงหน้ากลัวถ้าผมต้องเจอกับมันทุกวันจริงๆๆ 

มันเดินเข้ามาหาผม  ผมมองหาของที่พอจะใช้ป้องกันตัวได้  ผมเห็นโคมไฟบนหัวเตียงซึ่งเปิดสว่างอยู่

ผมก้าว แล้วผมหยิมมันขึ้นมาไว้ในมือได้สำเร็จ

“มึงจะออก  หรือให้เอาโคมไฟทุบหัวก่อนถึงจะออก...” 

“มึงนี้ชอบซาดิสก็ไม่บอก..”  ไอภูมิพูดกวนตีนผมมาก

“มึงคิดว่ากูไม่กล้าหรอ...อย่างมึงนี้สิ ต้องเอาให้ตาย...” ผมพูดพร้อมกันเงื้อมือ ขึ้นหมายจะฟาดหัวมันจริง

แต่มันหลบได้แต่ก็เฉียดหัวไหล่เช่นกัน  พร้อมกับโคมไฟที่ตกลงไปบนที่นอน เพราะตีวืด....



มือผมถูกรวบไว้ทั้งสองข้าง แต่ที่ผมไม่สู้อีกเพราะ สายตาของมันไม่ได้น่ากลัวอย่างเมื่อวาน

“มันจับแก้มผม  เชิดขึ้นเล็กน้อย พร้อมทั้งบิดคางซ้ายขวา เหมือนหาอะไรบางอย่าง

ก่อนที่มันจะหยุดอยู่ด้านซ้ายมือ  สายตามันคงมองรอยมือที่พี่หนึ่งตั้งใจจะตบนมแต่ผมรับแทน...

ผมเคยบอกนมแล้วว่าอะไรที่ผมทำอย่าบอกใคร....แต่เรื่องนี้คงได้ยินจากน้าเพ็ญที่บอกแน่ๆ

รอยฝ่ามือที่เกิดจากฝีมือพี่สาว อยู่เหนือรอยแผลที่มันทำไว้เมื่อวานเล็กน้อย



มันลากผมนอนลงบนเตียงของตัวเอง  แล้วจับหัวผมกดเหมือนเป็นนักโทษ

แล้วหยิบยาฆ่าเชื้อ  มาล้างแผลที่ต้นคอให้  ซึ่งผมดิ้นเพรารู้สึกแสบ “อย่าขยับ...”

ก่อนที่จะใช้สำลีเสร็จบริเวณนั้นอีกรอบ.....ส่วนรอยแดง มันก็เอายานวดแก้ซ้ำมาให้

“มึงไม่ต้องมาทำดี...” ผมพูดออกไป

“ถึงไงกูไม่ลืมที่ถึงทำไว้กับกูหรอกไอภูมิ...”  ผมพูดต่อ



มันเพียงก้มลงมากระซิบที่หูแทน...  “แล้วใครจะยอมให้มึงลืม แค่นี้ยังไม่สมกับ 10 กว่าปีที่กูโดนหรอ...”

“มึงจะเอาไง ว่ามา...”  ผมถามออกไป

“กูก็จะให้พวกมึงค่อยๆ  หมดลมให้ใจไปช้าๆ  โดยเฉพาะพี่ถึง ที่ชอบใช้กำลังนัก...”

“จะทำอะไรพี่กู........”

“มึงจำไว้สอง  .....ตอนไปนี้ถ้าพี่มึง หรือมึง หรือแม่มึง ทำร้ายใครในบ้านนี้อีกแม้ซักคนเดียว  กูจะเอามันมาลงกับมึง...”

“ไอ...ไอ..”  ผมเริ่มดิ้นเมื่อคำขู่เกิดขึ้น

“ถ้ามึงไม่อยากโดนกู  มึงก็ต้องรับมือกับพี่มึงให้ได้ หรือไม่มึงก็โดนพี่มึงตบเอา...อย่างตอนเย็น..”

มันดันตัวเองขึ้นหลังจากส่งสารให้ผมเสร็จ   แล้วเดินออกไป



นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมไม่อยากให้ใครรู้ว่าผมทำอะไร 

ผมไม่รู้ว่ามันจะเป็นผลดี หรือ ผลเสียกับตัวเอง 

ถ้าน้าเพ็ญไม่บอกไอภูมิ ผมคงไม่โดนแบบนี้หรอก...



++++++++++++++








Warlock

  • บุคคลทั่วไป
อ่า...ไม่เข็ดจริงๆนั่นแหละสองหยิ่งเข้าไปเน้อ ภูมิจัดหนัก

ส่วนพี่สาวนี่ก็นะไม่ใหวจะเคลียอ่ะ

ออฟไลน์ momo9476

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-2
ใช้เงินคนอื่นยังกับเบี้ย แม่งมันhere จริง

ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
ลุ้นๆๆๆๆ
เมื่อไรจะผ่านไปแล้ว
รอตอนต่อไป

chaninta

  • บุคคลทั่วไป
ชอบเรื่องนี้จริงๆ โดยเฉพาะนิสัยของสองทั้งชอบทั้งน่าโมโห

ออฟไลน์ LalaBam

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2864
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-2
สอง...คิดได้เมื่อไหร่แล้วค่อยคุยกัน

ออฟไลน์ ต่ายน้อย

  • กระต่ายน้อยลอยคอ
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 816
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-3
    • http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=27719.0
ไม่อยากจะคิดต่อว่าสองจะเจอกับอะไรบ้าง

ออฟไลน์ POPEA

  • Blood Type :: Y
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2010
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • http://writer.dek-d.com/popae/writer/view.php?id=794488
แอบสงสารสองนิดๆ, คงอยู่ในภาวะกดดัน
ครอบครัวสองคนแม่กับพี่สาวนิสัยเลวมาก~ :m16:

ออฟไลน์ Vesi

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1795
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +204/-3
ขอโทษด้วยนะครับที่ชงมาม่า มันอดใจไม่ไหว - -
คือต้องการบอกว่า มันสะท้อนลักษณะการมองโลกของตัวละครอย่างสองได้ชัดเจนดี และมันก็เป็นสิ่งที่ยังผูกพันกับสังคมนี้ค่อนข้างเหนียวแน่นก็เท่านั้นเอง
ขอโทษอีกครั้งถ้ากระทบใจใครไปบ้าง

modYlove

  • บุคคลทั่วไป
ตอน 5




ผมไม่เคยคิดจะทำตามที่มันพูด หรือสั่งเลยสักนิด........

ดังนั้นผมจึงเลือกที่จะไม่ปฏิบัติตามที่มันบอก

ผมเลือกที่กลับบ้านให้น้อยลงและ อยู่ที่คอนโดแทน.....

ชีวิตให้รั่วมหาลัยปีหนึ่ง.....ทุกคนจะได้เรียนวิชาพื้นฐานก่อน ...และการเรียนก็ยังค่อนข้างเหมือน ม.ปลาย

ที่ต้องเรียนตั้งแต่เช้า.....ยังค่ำ (อาจจะหนักกว่าม.ปลายก็ได้)  ผมมีเรียนตอน 7 โมงทุกวัน

กว่าจะเลิกก็ค่ำ ยังดีที่มีบางวันเลิกแค่เย็น  แม้ว่าศูนย์การค้าจะอยู่ใกล้กับมหาลัย

แต่พวกเราคณะแพทย์ศาสตร์แทบไม่มีโอกาสไปเดินเที่ยวเล่นอยากคณะอื่น...เขาได้เลย



ช่วงอาทิตย์แรก  ที่คณะจัดกิจกรรมสำหรับสร้างสมาธิให้กับนักศึกษาโดยการไปนั่งวิปัสสนา...ที่วัดในต่างจังหวัด

และผมก็ต้องไปด้วยเช่นเดียวกันไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น.....

ผมยังจำได้ตอนเด็กๆ  พ่อเลี้ยงและแม่จะออกใส่บาตรกันทุกวันพระ

แต่ผมจำไม่ได้ว่าตอนไหนกันที่พวกเราเลิกทำ กลายเป็นให้นม กับน้อย ร่วมทั้งน้าเพ็ญออกมาใส่บาตร



ตอนนี้เพื่อนที่ผมคิดว่าสนิทและออกจะแปลกที่สุดตั้งแต่เคยมีเพื่อนมาคือ อุ้ม...คนที่เขามาทักผมตอนที่เรารับน้องกันนั้นแหละ

เธอไม่เคยโกรธที่ผมทำท่าทางไม่สนใจเธอ  ...........แต่ผมรู้สึกดีเมื่อเธอมาพูดคุยด้วย...

“สอง.....ดีเนอะที่คณะจะพาไปนั่งวิปัสสนาอ่ะ....จิตใจสงบ แถมยังได้ฟังธรรมอีก ...”  พูดพร้อมกับมองขึ้นฟ้าเหมือนกำลังจิตนา
การถึงอะไรสักอย่าง



ผมไม่เคยนั่งวิปัสสนา หรอกครับ  เลยรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อยที่จะได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำ

เราใช้เวลา 3 วันในวัดต่างจังหวัด...เป็นสถานที่ๆ สงบจริง  มีพระจำพรรษาอยู่ประมาณ 8 รูป เป็นวัดเล็กๆ

ที่แต่ละรูปจะช่วยกันทำวัด ไม่เกี่ยวแม้แต่เจ้าอาวาส......

ช่วงเวลาสามวันที่ผ่านไป......เหมือนทำให้ผมเห็นความจริงในชีวิต

มีช่วงหนึ่งที่ให้พวกเรานั่งสมาธิ พร้อมทั้งอโหสิกรรมให้กับเจ้ากรรมนายเวรด้วย.....ตอนนั้นน้ำตาผมไหลออกมา

เพราะสิ่งที่ผมเห็นคือผมของน้าเพ็ญ พ่อเลี้ยง  แม่ของผม พี่หนึ่ง และภูมิ.......

การนั่งสมาธิทำให้ใจผมสงบขึ้นมาก แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ



“สองมานั่งทำอะไรตรงนี้...” อุ้มถามขึ้น   เมื่อเห็นผมนั่งอยู่ในวัดที่เราใช้นั่งสมาธิตอนช่วงหัวค่ำ

“อุ้ม.......เราเหมือนทำอะไรบางอย่างผิด.....แต่เมื่อรู้ก็เหมือนจะสายไปแล้ว...” ผมพูดเปรยขึ้น

“สอง  อุ้มไม่รู้หรอกนะว่าอะไรทำให้สองคิด...แต่ไม่มีอะไรที่แก้ไขไม่ได้หรอก...”

ผมไม่เคยคิดหรือพูดอะไรที่ตรงกับความรู้สึกเลย.......

ผมไม่อยากแก้ตัวเรื่องในอดีตที่ผ่านมา.......เป็นเพราะการเทศน์ของพระวันนี้ทำให้ ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่แย่เอามากๆๆ

ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคนเราต้องมีสิ่งที่ยึดจิตใจไว้......ซึ่งผมไม่เคยมีเลย....

สิ่งที่ยึดผมคือ เงิน  ชื่อเสียง  และฐานะ ที่ทุกอย่างมันไม่ใช่ของผมตั้งแต่แรก

พระท่านเทศน์เรื่อง ของทุกอย่างเอาไปไม่ได้ แต่ความดีที่เราทำไว้จะทำให้ทุกคนจดจำเราไว้ในใจเสมอ

เมื่อผมนั่งสมาธิพร้อมกับฟังสิ่งที่พระเทศ    ผมเริ่มไม่เข้าใจตัวเอง......ว่าทำไมต้องมาเกลียดภูมิด้วยในเมื่อเขาเป็นผู้โดนกระทำ

หรือเป็นเพราะความคิดผม.....ที่ทำให้ตัวเองผิดปกติ......และทำไมผมจะต้องเกลียดภูมิคนเดียว..........

“สอง...สอง...”  อุ้มเขย่าให้ผมตื่นจากความคิดของตัวเอง

“อุ้ม....ถ้าเราอยากแก้ไขอดีต...ต้องทำไง..” เป็นคำถามโง่มาก....แต่ผมอยากให้อุ้มบอก....แม้ว่าจะเป็นการโกหก

“สอง  เราแก้ไขอดีตไม่ได้..” อุ้มไม่คิดจะโกหก หรือพูดเข้าข้างผม  เธอมักจะพูดในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ

แม้ผมกับอุ้มเราจะเป็นเพื่อน ที่เรียกว่าเพื่อนกันจริงๆ ได้ไม่นาน 

ลักษณะท่าทางของอุ้มแสดงออกถึงความจริงใจอย่างเห็นได้ชัด   

อุ้มมีเพื่อนหลายแบบ รวมทั้งผมด้วย....แต่เธอไม่เคยแบ่งแยก  ฐานะของเพื่อนๆ ไว้เป็นระดับเหมือนผม

ซึ่งนั้นทำผมให้ผมรู้สึกผิดในตอนแรกที่คิดกับอุ้มแบบนี้

“อุ้ม  ขอบใจมากนะที่ไม่โกหกเรา....”

“สอง แต่เราสามารถทำอนาคตได้...เพียงเราจริงใจนะ...” เหมือนเธอจะย้ำให้ผมฟัง

ผมว่าเธอคงรู้สึกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับผมแน่ๆ  หรืออาจเป็นความเห็นใจก็ได้....



3 วันนี้  ผมสบายใจมากที่ได้รู้ ได้เห็น  และได้ข้อคิดอะไรมากมายเกี่ยวกับชีวิต และการทำความดี.....

ผมอยากเปลี่ยนตัวเองจัง.......



+++++++++++++++++++++++++



วันนี้ผมเลิกเร็ว  เล็กตั้งใจจะกลับบ้านเพื่อไปดูความเรียบร้อยของบ้านหน่อย

ในใจก็เป็นห่วงพ่อที่ไม่สบายอยู่....เพราะตั้งแต่เริ่มเปิดเทอม แม้ว่าผมจะกลับบ้านแต่ก็ไม่ได้เข้าไปเยี่ยมเลย



ผมเดินขึ้นชั้นบนเพื่อเดินเข้าไปยังห้องที่อยู่สุดทางเดิน เป้าหมายของผมคือการไปเยี่ยมพ่อ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลัก

ผมเดินเข้ามาในห้อง ซึ่งเห็นพยาบาลกำลังเอาอะไรบางอย่างใส่ในข้าวต้ออยู่

เอ๊ะ...นั้นยาอะไร   ......................

“คุณพยาบาลเชิญข้างนอกหน่อย...”  ผมเรียกเขาออกมาเพื่อพาเดินไปยังห้องของผมเอง

“ผมเห็นคุณใส่อะไรไว้ในอาหารพ่อผม...” คำถามที่ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย  ทำให้สีหน้านางพยาบาลเปลี่ยนไปทันที

“ไม่มีอะไรนิค่ะ  คุณสอง..ดิฉันไม่ได้ใส่อะไรเลย...” คำปฏิเสธ....ทำให้ผม  ผลักตัวเขาเข้าหากำแพง

อีกมือก็ล้วงเข้าไปยังกระเป๋ากระโปรงที่นางพยาบาลใส่อยู่เป็นประจำ

“แล้วนี่มันอะไร....คุณทำอะไรพ่อผม...ถ้าคุณไม่บอกผมจะแจ้งความ...”

“ยะ....อย่านะคะ...แม่คุณให้ดิฉันทำ....ฉันเพียงแต่ทำตามคำสั่งเท่านั้น..”

“มันคืออะไรบอกผมมา..ก่อนที่ผมจะหมดความอดทน...”

“มันเป็นยาที่ทำให้ซึมเศร้า...แต่ดิฉันใส่สั่งนิดหน่อย..เท่านั้น.....”

“คุณผมมันมานานหรือยัง.........”

“...............”

“ผมถามว่าคุณทำมันมานานหรือยัง..........”

“ค่ะ.........ตั้งแต่คุณท่านเริ่มป่วยค่ะ........”

“ 5 ปี....  คุณทำอย่างนี้มาตลอด 5 ปี.....”  ความโกรธทำให้ผมตบเธอ

“คุณสอง....แม่คุณสั่งให้ฉันทำ.....”  นั้นเป็นเสียงเหมือนจะโยนความผิดให้แม่ผม...ซึ่งผมก็ไม่เคยคิดว่าแม่จะทำได้จริง

เพราะ พวกผมสามารถมาอยู่ที่นี่ได้ เพราะ พ่อกับแม่รักกัน  เรามีอยู่ทุกวันนี้ได้เพราะพ่อที่รักแม่



ผมยืนจมอยู่กับความคิดของตัวเอง  ถ้าผมสั่งให้หยุดก็จะต้องมีอะไรแบบอื่นที่ทำให้พ่อไม่สามารถฟื้นตัวได้

ผมจะทำอย่างไงดี............ความเป็นห่วงเกิดขึ้นเมื่อพูดถึงพ่อที่ไม่ใช่สายเลือดแท้ๆ  แต่ผมก็รักท่านเหมือนพ่อของผมคนหนึ่ง
จริงๆ

ถ้าไล่พยาบาลคนนี้ออกไป  แม่ก็ต้องจ้างมาใหม่  ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่านิสัยใจคอจะเลวเหมือนแบบนี้ หรือ ยิ่งกว่า





“คุณให้พ่อกินทุกวันเลยหรอ...” สีหน้าผมเรียบนิ่ง เหมือนกับตัวเองรับสภาพได้แล้ว

“มะ....ไม่ค่ะ  อาทิตย์หนึ่งก็จะให้กินวันเว้นวัน...”  เหมือนเธอจะยอมสารภาพแต่โดยดี

“นั้น.....ต่อไปนี้ คุณก็ทำเหมือนเดินนั้นแหละ  ใส่ลงไปเหมือนเดิม....แต่ผมจะเป็นคนป้อนพ่อเอง....หรือคุณอยากจะติดคุกโทษ
ฐานเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด...”  ผมแกมบังคับเธอ

มีเพียงสีหน้าระคนแปลกใจเกิดขึ้นบนใบหน้าของเธอเท่านั้น

หรือเธอคิดว่าผมยอมร่วมมือกับเธอจริงๆ

“จำไว้.....ว่าเรื่องนี้...อย่าให้แม่รู้เด็ดขาด....ผมเชื่อว่าถ้าแม่รู้  คุณอาจต้องถูกไล่ออก..โทษฐานทำงานพลาด..แต่ผมจะช่วยคุณ
เอง......”  ผมชักจูงเพื่อให้เธอเข้าใจในสิ่งที่ผมกำลังจะช่วยเธอ ให้เธอคิดว่าผมคิดจะฆ่าพ่อตัวเองเหมือนกัน



ข้อตกลงของเราสำเร็จด้วยดี......ผมจะเป็นคนป้อนอาหารนั้นให้กับพ่อผมเอง.....

และวันนั้นผมก็แสดงบทบาทนั้น  ผมที่ต้องกลั้นน้ำตาเอาไว้....อาหารมื้อนั้นผมเป็นคนป้อนเองต่อหน้าพยาบาล

และพ่อที่นอนป่วยอยู่.........

ผมกลับมาบ้านวันเว้นวัน  เพื่อมาป้อนมาหารให้ท่านได้ทาน  โดยมีนางพยาบาลเป็นคนใส่และยืนมองอยู่ห่าง

ยิ่งผมทำมากเท่าไหร่   หัวใจของผมยิ่งบีบคั้น เหมือนคนเป็นโรคหัวใจที่เจ็บปวดอยู่

ผมทำให้เธอไว้วางใจในตัวผม  ซึ่งใช้เวลานานอยู่เหมือนกันที่เธอเริ่มจะเชื่อว่าผมต้องการฆ่าพ่อเหมือนกับแม่ของผม

“ออกไปก่อน  ผมมีเรื่องจะคุยกับพ่อ....เดี๋ยวผมจะป้อนอาหารเอง...”  ผมสั่งพยาบาลที่ดูแลพ่อออกไป

ซึ่งเธอก็ยอมออกแต่โดยดี  ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ



ผมจัดการอาหารมื้อนั้นด้วยตัวเอง......อาหารถูกกินเข้าในปากผมด้วยมือคู่นี้

ภายในกระเป๋าที่ผมถือไปเรียน มีข้าวต้มอยู่ในนั้น ซึ่งเป็นอาหารประจำที่พ่อต้องกินเสมอ

ผมเปลี่ยนข้าวต้มเป็นของชุดใหม่ที่เตรียมมา....และป้อนพ่อผมเสียใหม่



ตอนนี้ผมใช้เวลากับพ่อมากขึ้นเพื่อจัดการอะไรบางอย่าง...  แถมยังต้องคอยดูแลเรื่องบ้านอีก



แม้ว่าตอนนี้แม่ผมจะไปบ่อน 5 วันต่อสัปดาห์ก็ตาม  แต่เหมือนท่านจะหยุดที่จะดูแลบ้านให้สวยใหม่ เหมือนเมื่อก่อนแล้ว

“อาการของพ่อค่อยดีขึ้น....ซึ่งมันจะเป็นปัญหาถ้านางพยาบาลสั่งเกต.....”

ช่วงหลังมานี้ ไม่ค่อยมีใครอยู่บ้าน ทำให้สิ่งที่.......ภูมิพูดไว้เรื่อง ....

ทำให้ผมยังปลอดภัยอยู่........แม้จะอยู่บ้านเดียวกันก็ตาม

ที่จริงต้องขอบคุณพี่หนึ่งมือตบของบ้าน  ที่ตอนนี้เปลี่ยนแฟนใหม่..เป็นนายแบบ ทำให้เธอต้องคอยตะล่อนๆ ออกไปกับแฟนเพื่อ
นั่งคุมแฟนตัวเองไม่ให้นอกลู่นอกทาง.........



!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!



ระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา จนกระทั่งใกล้ปิดเทอม  ผมมีชีวิตที่ปกติสุขดี

แม้บางครั้งภูมิมันจะขึ้นมาหาก็ตาม....แต่ไม่มีอะไรมากไปกว่าการบังคับจูบ..ซึ่งตอนแรกผมก็สู้หลังชนฝาเหมือนกัน..

แต่ตอนนี้กลายเป็นเรื่องเหมือนจะปกติสำหรับชีวิตที่ต้องโดนภูมิกดซะแล้ว 

ผมคิดว่าถ้าเรื่องแค่นี้ผมรับได้  เหมือนการบริจาคทานนั้นแหละ...ให้มันรีบทำ...แล้วออกไปจากห้องผมเร็วๆ

ซึ่งมันก็ไม่เคยทำมากไปกว่าการจูบ....

เป้าหมายของผมสำคัญกว่าที่จะต้องมานั่งคิดเรื่องของภูมิ......

ผมเพียงต้องการช่วยพ่อผมเท่านั้น.....ผมไม่อยากให้ตัวเองต้องติดอยู่กับไอคำว่า ...นรคุณ....ฆ่าพ่อ....

ผมเข้ามาป้อนอาหารพ่อตามปกติ  ซึ่งตอนนี้เหมือนสติท่านจะกลับมาบ้างนิดหน่อย แต่ก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ 

ซึ่งเป็นผลดีกับผม....ตอนนี้ผมต้องค่อยๆ หาทางให้พยาบาลไม่สังเกต 

ตอนนี้มันสมองของผมถูกขุดเอามาใช้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ..

“สะ...สอง”  นั้นเสียงพ่อผม

“พ่อ รู้ตัวแล้วหรอ....”  ผมถามอย่างตกใจเมื่อเห็นพ่อเรียกชื่อผม

“พ่อ.....รู้ตัวจริงๆ แล้วใช่ไหม....”

มีเพียงหน้าที่พยักตอบเท่านั้น...........

“มันอาจจะฟังดูแย่หน่อย....แต่ช่วยอะไรผมหน่อยได้ไหม....” ผมบอกออกไป

การพยักหน้าที่คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับตอนนี้

“นั้นช่วยทำเป็นไม่รู้สึกตัวอย่างเมื่อก่อนได้ไหม......ช่วยป่วยต่อไปอีกหน่อยได้ไหม...”  คำพูดผมทำให้พ่อซึ่งเพิ่งฟื้นไข้งง

แต่เขาก็ยังพยักหน้ารับ..... ซึ่งผมรู้ว่า เขาจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้อย่างแน่นอน  เพราะตอนเด็กเขาสัญญาอะไรเขาก็จะทำตาม
นั้น.......

+++++++++++++++

จากที่ผมเช่าคอนโดไว้เพื่อจะได้มาพักอาศัยตอนที่ไปเรียนบ้าง   กลับเป็นว่าผมกลับบ้านเหมือนเดิม

แต่อาจมีโอกาสได้มาพัก.....ถ้าวันไหนกลับไม่ไหวจริงๆ........ทั้งเรื่องเรียน  เรื่องที่บ้าน ทำให้สมองของผมเหนื่อยเหลือเกิน

ตอนนี้มีเพียงอุ้มที่คอยให้กำลังใจ....และคอยอยู่เป็นเพื่อน... 

ตอนนี้เราสนิดกันมาก....จนคนรอบข้างบอกว่าเราเป็นคู่รักกัน 

ซึ่งผมกับอุ้มรู้ว่ามันคืออะไร.....เราสองคนไม่เคยคิดในทำนองนี้เลย....แม้ว่าอุ้มจัดได้ว่าเป็นผู้หญิงที่นิสัยดีเป็นที่รักของเพื่อนๆ
ก็ตาม

แม้ว่าผมจะมีเรื่องปรึกษาอุ้มบ้าง แต่ไม่กล้าพอที่จะเอาเรื่องที่บ้านไปพูดด้วย....

ส่วนมากผมจะปรึกษาเรื่องการเรียน ซะเป็นส่วนใหญ่

“สอง...เรากลับก่อนนะ....”  เสียงอุ้มทักเมื่อเราทั้งคู่เลิกเรียนจากวิชาสุดท้ายของวันนี้ ทุกวัน พฤหัส

จะเป็นวันที่เราเลิกดึกที่สุด  ดังนั้นที่นอนของผมในวันพฤหัสคือคอนโดที่เช่าอยู่ใกล้ๆ กับโรงเรียน

เราเดินมาที่ลานจอดรถ  ผมยืนส่งอุ้มซึ่งขับรถออกไปจนสุดสายตา......ก่อนที่จะขึ้นรถตัวเองเหมือนกัน



เสียงสตาร์รถดังขึ้น เมื่อผมกำลังจะออกตัว    แกร๊ก!!... ปึก!! เสียงเปิดและปิดประตูรถของผม

“อะ  ไอ......ภูมิ......นายมา ทำอะไรที่คณะนี่....” ผมกำลังสงบสติ  ประมาณว่าท่องพุทโธ  ผมอยากเปลี่ยนนิสัยตัวเอง  ถึงแม้จะ
นิดหน่อยก็ตาม

“เรา...ถามว่า...นายมาทำอะไรที่คณะนี่...”  ผมถามไปอีกรอบ.....อย่างที่ว่าเขาไม่เคยก้าวเส้นคำว่าจูบ  ดังนั้นตอนนี้ผมเลย
สบายใจเวลาที่เจอเขา 

“อ้อ....ก็มารอนายบำเรอไง.....”  ผมงงกับคำพูด เพราะนานแล้วที่เขาไม่ได้พูดคำนี้ออกมา

“..........................”  ผมทำหน้างุนงงเล็กน้อย

“ไป....ขับรถไปสิ.......วันนี้นายจะนอนที่คอนโดไม่ใช่หรือ.....”  ผมตกใจที่เขาพูดคำนี้ออกมา

“นาย...คงไม่คิดอะไรใช่ไหม.......”  ผมกลืนน้ำลายก่อนที่จะถามออกไป

“ฉัน..บอกให้นายขับ ก็ขับไปสิ  หรือว่าอยากจะโดนมากนัก....”

ไม่มีเสียงตอบของผม  มีเพียงเสียงรถยนต์ที่ดังแฮ่มๆ เบาๆ ตลอดทาง

จนรถเลี้ยงเข้ามาจอดที่ใต้ตึกที่ผมมาเช่าอยู่



ผมถูกพาขึ้นมายังห้องพักของตัวเอง  โดยมีภูมิขนาบข้างอยู่

“นายจะทำอะไร......” ผมถามก่อนที่จะดึงกุญแจออกมาไข

“เปิดประตูสิ......”  เป็นเหมือนคำพูดแกมสั่ง

ผมต้องยอมเปิดประตู  เพราะถึงผมไม่เปิดเอง  เขาก็คงแย่งกุญแจนั้นจากผมแน่นอน

เราทั้งคู่เขามาอยู่ในห้อง.....ซึ่งไม่ได้ใหญ่นัก....มีเพียงห้องที่มีที่นอน และห้องน้ำเท่านั้น

“โอ๊ะ  ...ไม่คิดนะว่า....คนอย่างนายจะมาอยู่ที่แบบนี้ได้...” เหมือนเป็นคำพูดถากถางซะมากกว่า

“นายมีอะไรก็พูดมา...แล้วกลับไปซะ....” 

“โอ้โห้  เดี๋ยวนี้นายกล้าหืออีกแล้วหรอ....เห็นสงบมาตั้งนาน...”

“ภูมิ...นายมีอะไรก็พูดมา......”

“ได้...”  เขาเดินสำเร็จห้องของผมก่อนที่จะเดินมาหยุดอยู่หน้าผม

“ฉันคิดวิธีเอาคืนแบบใหม่กับนายได้แล้ว......ฉันเคยบอกใช่ไหมว่าถ้าพี่นายทำใครในบ้านอีกคนที่จะเจ็บคือนาย....แต่ฉันลืมส่วน
ของฉันไป....ฉันต้องอดทนกับนานมาตั้งกี่ปีไม่รู้...ฉันเลยว่าจะ.........”    ภูมิพูดเพียงเท่านี้ ก่อนที่จะควักบางอย่างออกจาก
กระเป๋าที่ถืออยู่



ผมผงะ เมื่อเห็นของให้มือมัน.......  “ไม่.....ไม่....”  ผมหันหลังเพื่อจะวิ่งไปยังประตู.....เพื่อจะหนีจากสิ่งที่เห็น

ผมจะพยายามเปลี่ยนตัวเอง  พยายามยอมรับที่สิ่งครอบครัวทำไม่ดีกับมัน  แต่แบบนี้ผมไม่เอา.....

มือผมเอื้อมไปจับลูกบิดประตู.....แต่ก่อนที่ผมจะได้ทันหมุน  คอเสื้อก็ถูกกระตุกจากด้านหลัง

ทำให้ผมต้องหงายหลัง ไปปะทะกับแขนของมัน.........
“ภูมิ.....อย่า.........”  ผมพยายามร้องบอกแต่เหมือนจะไม่ได้รับความสนใจใดๆ

ผมถูกลากมายังที่นอน   พร้อมเชือกที่อยู่ในมือของไอภูมิ.....ที่ถูกมัดมาที่ผม

เสื้อผ้าผมถูกไอภูมิถอดออกจนหมด  เตียงที่ทำด้วยเหล็กทำให้สามารถมัดมือผมโยงไว้กันหัวเตียงได้
ขาทั้งสองข้างถูกโยงไว้กับขาเตียง ทำให้ตอนนี้ร่างกายผม ถูกกางออก.....

มีผ้าก้อนหนึ่งอัดไว้ในปากผมเพื่อให้ไม่สามารถพูดอะไรได้.........



ไอภูมิหยุดเมื่อจัดการมัดผมไว้กับเตียงได้............ผมพยายามกระชากเชือกเพื่อให้ขาด  เพื่อมันก็ยิ่งรัดแน่นมากยิ่งขั้นเมื่อผม
พยายามกระตุกมัน

ผมเห็นไอภูมิค้นหาอะไรบางอย่างอยู่ในกระเป๋า  แล้วก็ต้องหัวใจแทบวาย....
เมื่อเห็นกล้องวีดีโอตัวเล็ก..............อยู่ที่มือของไอภูมิ

หัวผมสั่นไปมา...ทั้งแขนทั้งขาต่างพยายามกระตุกกันเป็นพลันวัน เพื่อให้หลุดจากการกระทำนี้



“สอง..นี้ถือยังน้อยไปสำหรับที่นายทำกับฉัน  นายจำได้ไหม พวกนายเคยกดหัวฉันจมน้ำ  ทำฉันเกือบตาย.....นี่แค่เบาะๆ
เท่านั้น...ฉันเคยบอกแล้วว่าพวกนายจะได้หมดลมหายใจอย่างช้าๆ แน่นอน....”  ขณะที่มันกำลังพูดเพื่อเตือนความจำในวัยเด็กของพวกผม ขาตั้งกล้องก็ถูกจัดวางพร้อมทั้งกล้องวีดีโอ..ในที่ๆ เหมาะสม

“สอง....ต่อไปนี้ถ้านายกล้าหืออีก....ภาพพวกนี้จะอยู่ในอินเตอร์เน็ตแบบไม่ต้องสงสัย...ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว.....จำไว้ต่อ
ไป...ฉันจะเป็นเจ้านายของนาย  แล้วนายจะเป็นทาสฉัน........” นิ้วมือที่ชี้เพื่อแสดงความหมายของคำพูดของไอภูมิ

“โอ๊ะ  วันนี้ฉันมีของเล่น..มาสอนทาสอย่างนายด้วย....”  ผมเห็นมันกำลังค้นหาของบางอยากให้กระเป๋าอีกครั้ง
และสิ่งที่มันควักออกมาเป็นเป็น  แท่งทรงไข่แต่ยาวกว่านิดหน่อยและมีสายคล้ายๆ เชือกยาวๆ อยู่ตรงปลาย.....






น้ำตาผมไหล.....เมื่อมันพยายามเอาไอแท่งไข่นั้น เข้ามาในตัวผม....  ผมทำได้เพียงส่ายหน้าไปมา พร้อมทั้งร่นร่างกายตัวเองให้
ห่างจากไอแท่งบ้าๆ นั้นมากที่สุด..........มันใช้น้ำลาย...เป็นเหมือนตัวช่วยทำให้แท่งนั้นลื่นขึ้น....ซึ่งทุกอย่างที่ทำถูกบันถึงด้วย
วีดีโอนั้น.......



ในที่สุดมันก็เอาไปแท่นนั้นใส่เข้ามาจนได้........... “เป็นไอสอง  นายคงกลัวมากหละซิ...” มือของไอภูมิบวดนวดเคล้าคลึงอยู่
บริเวณขาอ่อนของผม



ครืดๆๆๆ ครืดๆๆ  อะไรอะไร  ไอแท่นนั้นมันสั่นอยู่ในร่างกายของผม  แต่ผมไม่เห็นอะไรที่จะพอทำให้สั่นได้เลย

แล้วมันก็หยุดลง  ตอนนี้ร่างกายผมอ่อนปวกเปียก....แล้วตั้งแต่ไอเจ้าเครื่องนั้นสั่น แม้แค่เพียงแป๊ปเดียว

ไอภูมิเข้ามาเอาผ้าที่อุดอยู่ที่ปากออก  ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำลายที่ฉ่ำอยู่

“เป็นไงสอง...นายรู้สึกเป็นไงบ้าง......”   พร้อมทั้งหยิบสวิตท์จากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาชู

“ภูมิ....อย่าทำเลยผมขอร้อง...”  ผมพยายามร้องขอ

“อะไรแค่นี้ก็ไม่ไหวแล้ว.....แต่ทำไมฉันยังทนพวกนายอยู่นะ.”  ก่อนที่ไอภูมิจะกดสวิตท์อีกครั้ง..

ครืดๆ  ครืด  สั่งมอเตอร์ทำงานทำอยู่ร่างกายของผม  มันสั่นและเหมือนจะเคลื่อนไหวได้

ผมพยายามกัดฟัน..เพื่อไม่ให้ส่งเสียงอะไรออกมา  แต่ยิ่งผมเก็บไว้เท่าไหร่เหมือนร่างผมจะแตกเสียให้ได้

“ถ้านายไม่ร้องออกมา นายจะแย่เอานะ...”  เหมือนเป็นเสียงเตือน

ก่อนที่ผมจะรู้สึกว่าระดับการสั่งจะแรงขึ้น.....  “อึก   อึก”  เสียงที่เล็ดลอดออกมา ก่อนที่ผมจะสลบไปเพราะแรงสั่นที่เพิ่มขึ้น
เรื่อยๆๆ

++++++++++++++++

ผมตื่นมาอีกที่เกือบรุ่งสาง แต่ร่างกายยังถูกผู้ไว้เหมือนเดิมมีเพียงมือข้างหนึ่งที่ถูกแกะเอาไว้  ผมเห็นเขานอนหลับอยู่ข้าง

พร้อมกับกล้องที่ตั้งอยู่ปลายเตียง........

ผมหมายจะเอากล้องนั้นมาทำลายทิ้งจริง  ผมค่อยแกะเชือกที่ผูกมัดผมไว้

แต่เพราะเป็นเตียงแบบนุ่มให้ ไอภูมิรู้สึกตัว... “ไง..ตื่นได้แล้วหรอ....”

“ใช่...ปล่อยผม...” 

“แหม  พอมีแรงนี้ก็ตะหวาดใหญ่เลยนะ....”  เขาลุกขึ้นพร้อมกับเดินขึ้นไปเก็บกล้อง

“วันนี้นายมีเรียนนี้.........ฉันก็มีเรียน...นายไปอาบน้ำซะ แล้วเราจะได้ไปเรียนกัน..”

ผมทำตาที่ไอภูมิบอก  เราทั้งคู่อาบน้ำเสร็จแล้ว   “เอาไป...แล้วใส่มันไว้ซะ”  ไอภูมิส่งไม่แท่งนั้นมาให้ผม

“ไม่....”  ผมปฏิเสธโดยอัตโนมัติ 

“นายเป็นทาส..กล้าขัดเจ้านายหรอ...”

“ไม่...นายฆ่าฉันดีกว่า....ถ้าต้องเป็นแบบนี้..”

“ใครอยากจะให้นายตายตอนนี้แหละ.....ใส่มันซะไม่นั้น....นายก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น..” มันชูกล้องที่ถ่ายภาพเมื่อคืนไว้ให้ผมเตือน
ความจำ....
“ไอ.....ไอเลว...”  ผมด่าออกไปอย่างเหลืออด    ก่อนที่จะถอดกางเกงแล้วยัดแท่งบ้านี่ใส่เข้าไปในตัว



!!!!!!!!!!!!!!!!!!!



ผมมาเรียนด้วยสภาพไม่สู้ดีนัก    รถขับมาจอดที่ลานจอดรถตามปกติ ก่อนที่มันจะเดินออกไปแล้วข้ามฝั่งตรงไม่ยังคณะที่มันเรียน
อยู่

“สอง........หวัดดี...”  อุ้มเดินเข้ามาทักเธอให้มีตีที่หัวไหล่ผมเบาๆ

“อือ....ดี....”  ตอนนี้ความรู้สึกผมมันประหลาดมาก เหมือนตัวเองเป็นมนุษย์ต่างดาว ทำตัวไม่ถูก

และผมรู้สึกว่ามีคนมองผมแปลกๆ  ตรงลาดจอดรถของคณะ  นั้นยิ่งทำให้ผมเครียดมากกว่าเดิม

“ป่ะสอง....ไปตึกเรียนกัน....”  เธอชวนผมขึ้นตึกเพื่อไปยังห้องเรียนวิชาแรก

“อืม    อุ้มเดินไปก่อนนะ  เดี๋ยวเราตามไป...” ผมพยาบาลทำให้ตัวเองเป็นปกติ  และไม่รู้ว่าอุ้ม...รู้สึกว่าผมผิดปกติหรือเปล่า

นั้นเป็นเพราะไอภูมิ   ผมพยายามที่จะแก้ไขสิ่งที่เคยทำกับมัน แต่นี้เป็นนอกเหนือความคาดหมาย

ผมไม่เคยคิดเลยว่า มันจะคิดได้ถึงเพียงนี้...

.........กลางวันนายเดินมาหาที่คณะฉันด้วยนะ.....ถ้านายไม่มา ฉันจะไปหาเอง....  นั้นคือสิ่งที่มันพูดตอนที่พวกเราอยู่บนรถ
พร้อมมันยังกดสวิทต์เพื่อบอกว่าถ้าไม่ทำตามคงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น......

ตลอดช่วงเช้าที่นั่งเรียน.....สมาธิผมไม่อยู่กับตัวเอง ค่อยแต่กังวล และนั่งไม่ค่อยจะเต็มก้นซะเท่าไหร่ เพราะไอเครื่องบ้าๆ  นั้น
มันยังอยู่ในตัวผม....แม้ว่ามันจะสงบเสงี่ยมอยู่ก็ตาม.....



“สองเป็นอะไรไม่สบายหรือเปล่า...” 

“อย่าจับ......”  ผมหลุดปากออกไปเมื่ออุ้มจับไหล่ผมอีกครั้งตอนที่เราเลิกเรียนแล้ว 

แม้สีหน้าเธอจะบอกว่าเป็นห่วงผมจริงๆ ก็ตาม  แต่ในภาวะนี้ผมไม่สามารถทำดีได้

“ขอโทษ..... เราไม่ค่อยสบายนะ.....เราขอตัวกลับก่อนนะ....ฝากเลคเชอร์ด้วย..”

ผมพูดเสร็จพร้อมพยายามพาตัวเองเดินมาที่ลาดจอดรถ 

“อ่า   อ่า  อ่า.......”  เสียงผมเอง ผมพยายามผ่อนลมหายใจให้เป็นปกติ เพื่อที่ว่า    จะไม่ได้ไม่รู้สึกมีอารมณ์ขึ้นมา

แค่อุ้มโดนนิดหน่อยผมก็จะแย่แล้ว....ยิ่งผมต้องเดินไปหาไอภูมิให้มันเปิดสวิทต์ ต่อหน้าประชาชี…………..



ผมคงต้องไปทำอะไรที่หน้าเกลียดแน่นๆๆ  ผมตัดสินใจอยู่นานว่าจะกลับบ้านหรือไปคอนโด

สุดท้ายผมก็ต้องไปคอนโดก่อนเพื่อเอาไปของบ้าๆๆ นี่ออก และพักเพื่อเอาแรงก่อนที่จะกลับบ้าน


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






modYlove

  • บุคคลทั่วไป


ก๊อกๆๆ  ผมหันไปมองเสียงเคาะกระจกที่ดังอยู่ข้างๆ 

ประตูรถถูกเปิดออกโดยเจ้าของเสียงเคาะนั้น

“ฉันนึกอยู่แล้วว่านายต้องไม่ไปหาแน่นๆๆ  แต่ไม่นึกว่าจะโง่ขนาดหนีกลับ...” 

“ไอ   ไอ.......ฉันรู้สึกไม่ดีอยากกลับ....”


“อะไรแค่นี้ถึงกับทนไม่ไหวเชียวหรอ......ลงมาแล้วไปนั่งด้านนู้น...”  มันสั่งให้ผมลงจากรถ

ไม่...ผมพยายามปิดประตูอีกครั้ง   ครืดๆๆๆๆ  เสียงเครื่องบ้าเริ่มทำงาน

“ภูมิ...อย่า..”  ผมถึงกับต้องเกร็งตัว เมื่อมันเปิด.....เหมือนจะแกล้งที่ผมขัดคำสั่ง

เครื่องหยุดทำงาน  เมื่อผมยอมที่จะทำตามความต้องการของมัน

ผมพาตัวเองเดินอ้อมรถ เพื่อมายังที่นั่งฝั่งตรงข้าม  โดยมีไอภูมิเป็นคนขับ

รถมินิคูลเปอร์ถูกขับออกจากลาดจอดรถของมหาลัย....โดยไอภูมิ สีหน้าของมันไม่ส่อแววใดๆ ทั้งสิ้น

พวกเราขับรถออกมาได้สักพักก่อนที่มันจะเลี้ยงรถไปจอดข้างทาง





“สอง....กูนึกขึ้นได้แหละ.....ว่ามึงเคยปีนขึ้นต้นมะม่วง....แล้วกระโดดลงมาทับกูที่อยู่ใต้ต้น.....มันเจ็บนะเว้ย...”

อยู่มันก็พูดอะไรออกมาก็ไม่รู้  เรื่องในอดีตผมก็จำไม่ค่อยได้มากนักหรอก  รู้แต่กว่าคงจะเป็นแบบที่มันพูดจริง

มันพูดเสร็จพร้อมกับเปิดสวิทต์ที่ปิดเอาไว้นาน....แม้เจ้าเครื่องจะไม่ได้สั่นแรงก็ตาม 

แต่ผมก็ไม่สามารถต่อสู้กับมันในตอนนี้ได้ “ภูมิ......อย่าทำแบบนี้เลย..”  ผมตะแคงตัวเองหันหน้าเข้าหาภูมิ ซึ่งอยู่ข้างๆ

เพื่อไม่ให้แรงกดทับที่ผมนั่งทับอยู่แรงขึ้น  ดังนั้นการนอนตะแคงขึ้นทำให้เจ้าเครื่องเบาสั่นได้ในระดับที่เรียกว่าเบา...

“ทำไมจะทำไม่ได้....กูเกือบตายตอนมึงกระโดดลงมา.....แค่นี้ไม่ทำให้ตายได้หรอก.....อยู่อย่างนี้จนถึงบ้านแล้วกัน...”

มันพูดเสร็จพร้อมกับขับรถออกไปอีกครั้ง



ผมรู้สึกปวดท้องเจ็บจิ๊ดๆ  ขนแขนลุกตั้งชั้น.. และเหงื่อก็เริ่มซึมออกมา  แม้รถคันนี้จะเปิดแอร์แรงแค่ไหน

แต่ผมรู้สึกร้อน  อย่างบอกไม่ถูก.......ผมต้องเลื่อนตัวเองลงไปนั่งคลุกเข่าอยู่ด้านล่าง  และให้เบาะนั่งเป็นเหมือนโต๊ะที่คอยต้อง
เอาหน้าซบลง หรือไม่ก็ทุบที่เบาะ....เพื่อหยุดอาการแปลก ....มีเพียงสายตาของไอภูมิเท่านั้นที่มองมายังผม

สลับกับการมองกระจกด้านหน้าเพื่อขับรถไปด้วย.......ผมทนแบบนั้นจนกระทั่งรู้ว่าเครื่องที่เปิดนั้นอยู่หยุด

แต่ไม่ใช่เพราะมันใจดีปิด  แต่ถ่านมันหมดต่างหากและเหมือนตัวมันเองก็ไม่รู้ด้วยเช่นกัน

ส่วนผม....จะพยุงตัวขึ้นนั่งตามเดิมก็ไม่ไหวแล้ว  ผมเลยต้องอยู่อย่างนั้นจนหลับไป.........





มารู้ตัวอีกที่ก็ตอนมันจอดรถนั้นแหละ....รถติดไฟแดงอยู่ตรงแยกก่อนเข้าหมู่บ้าน..

“ภูมิซื้อข้าวต้มหน่อย...”  ผมบอกมามันเมื่อเห็นว่าตัวเองอยู่ที่ไหน

“ซื้อไหม  ให้นมทำให้ก็ได้...”  ดูเหมือนผมจะไม่รู้อะไรเลย...ซึ่งผมก็ไม่คิดจะบอกอยู่แล้ว

“ได้โปรด.....”  นั้นเป็นคำขอร้องที่ผมพูดกับมันดีๆ  ด้วยน้ำเสียงที่สุภาพในแบบที่ผมไม่เคยทำมาก่อน

น้ำเสียงที่ผมส่งออกไปทำให้ภูมิแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด....  เขายอมที่จะจอดรถเพื่อลงไปซื้อข้าวต้มมาให้ผมจริงๆ

ก่อนที่จะส่งมาให้ผมเพื่อเก็บเข้าไปในกระเป๋าของผม...........



ผมได้รถตัวเองคืนตอนที่เราอยู่ที่หน้าบ้าน  มันลงมาจากรถแล้วบอกให้ผมขับรถเข้าไปในบ้านเอง

ซึ่งนั้นทำให้ผมดีใจมากที่สุด  เพราะผมไม่ต้องการให้ใครเห็นว่าผมมากับภูมิ....

ผมพาตัวเองขึ้นห้อง  พร้อมทั้งเอาไอเครื่องบ้าๆ  นั้นออกจากร่างกาย

มีน้ำเมือกสีขาวขุ่นอยู่ที่เจ้าบนตัวเครื่องบ้าๆ  นั้น......... มีบางส่วนแห้ง  บางส่วนยังคงเปียกชื้น

ผมปามันทิ้งลงถังขยะ....ก่อนที่จะตัวเองนอนหลับพักเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกกระชุ่มกระช่วยมากขึ้น



++++++++++++



ผมตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ปลุก...........

ข้าวต้มทุกมื้อที่พ่อเลี้ยงทานจัดทำโดยนม ซึ่งไม่มีส่วนรู้เห็นอะไรด้วยเลย

และยาทุกซองที่ใส่ลงในข้าวต้ม ผมเป็นคนฉีดมันใส่เองกับมือ  ต่อหน้าพยาบาล

ก่อนที่เธอจะออกไปจากห้องเพื่อให้ผมใช้เวลานี้ป้อนข้าวพ่อผม  แม้จะเป็นช่วงเวลาไม่นานนัก

ที่เธอปล่อยให้ผมได้อยู่กับพ่อ...แต่ก็เพียงพอที่จะให้ผมทำให้สิ่งที่ผมต้องทำ....



ผมเคยได้ยินว่า  คนจีนมักจะเลี้ยงหมาเลี้ยงแมว เพราะมันเป็นสัตว์ที่ให้คุณแล้ว ยังรับเคราะห์กรรมแทนเจ้าของด้วย

นั้นทำให้ผมคิดว่า  พ่อเลี้ยงที่เลี้ยงผมมาด้วยความรักนั้น  ถึงเวลาที่ผมจะได้ช่วยเหลือท่านบ้าง

คืนท่านให้กับลูกที่เป็นลูกของท่านอย่างแท้จริง  ไม่ใช่ลูกบุญธรรมที่คอยแต่จะกอบโกย.....อย่างผม

สภาพที่ท่านต้องทนป่วยมา 5 ปี เพราะไอยาบ้าๆ นี้

แต่ผมเพิ่งไม่กี่เดือนเอง  .....ยัง  ยังได้อยู่......ผมรู้ตัวว่าตัวเองทนได้แค่ไหน....ถึงไงผมก็ไม่คิดจะตายเพราะไอยาบ้านี้หรอก

สภาพพ่อที่ผอม ซูบ เซียว นั้นทำให้ผมต้องทนกลั่นเอาไว้

เมื่อก่อนท่านเป็นคนที่จัดได้ว่าดูดี  มีสง่าราศีของคนที่เป็นผู้นำ...แต่พอมองในตอนนี้ไม่เหลือสิ่งเหล่านั้นเลย

ข้าวต้มชุดใหม่ถูกเทลงใส่ชามก่อนที่จะถูกป้อนให้พ่อที่นอนป่วยอยู่......

ผมออกมาจากห้องพ่อ  หลังจากที่ป้อนข้าวให้ท่านเสร็จ

+++++++++++++++



“ไอสอง....แกจะปรนนิบัติพ่อไปก็ไม่ได้สมบัติขึ้นมาหรอ...”  พี่หนึ่งที่เห็นผมเดินออกมาจากห้องพ่อ  ด่าก่อนที่จะปิดประตู ปัง! 
เข้าห้องไป

สงสัยคงทะเลาะกับแฟน.......ผมคิดก่อนที่จะเข้าห้องตัวเองเช่นกัน.......



ปล.อินจัด  เลยแต่งซะยาวเลย
ทำให้ลงกระทู้เดียวไม่สำเร็จ

ถ้าไงรบกวนช่วยอ่าน  กันต่อไปนะค่ะ




ออฟไลน์ Vesi

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1795
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +204/-3
อูยยยย ปฏิบัติการล้างแค้นเริ่มเข้มข้นขึ้นทุกที

ออฟไลน์ moobarpalang

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1081
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +185/-6
 :o12: :o12: :o12: :o12: :o12: :o12:
เรื่องมันเศร้า

ออฟไลน์ MiSS-U

  • {^o^} {^3^}
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2800/-11
ทำไมสองต้องกินข้าวต้มที่ใส่ยาด้วยอ่ะ

แค่เอาไปเททิ้งก็ได้นี่หน่า  กินทำไมๆๆๆๆ  งง :really2:

และจะดีแบบนี้ไปเพื่อไรอ่ะ 

ออฟไลน์ ต่ายน้อย

  • กระต่ายน้อยลอยคอ
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 816
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-3
    • http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=27719.0
สองสำนึกได้แล้ว  นี่แหละหนาชีวิต
แต่สองไม่ควรกินแทนนะ  แค่เอาข้าวเทลงชักโครกแล้วชักก็ได้
ทำอย่างนี้มีแต่เสียกับเสีย ดีไม่ดีกว่าจะจบ สองอาจจะกลายเป็นบ้าก็ได้นะครับ  :เฮ้อ:

Warlock

  • บุคคลทั่วไป
ตอนนี้ยาวววมากกอ่ะคับ เนื้อเรื่องเข้มข้นได้ใจจริงๆ สองเริ่มเป็นผู้เป็นคนละ

+1ให้จ้า

ปล.แอบถามเบาๆว่าตอนจบสมหวังป่ะอ่ะ

modYlove

  • บุคคลทั่วไป
เคยคิดจะให้ทิ้งซักโครกอยู่เหมือนกัน แต่ด้วยเหตุผลประการทั้งปวง
กินมันจะง่ายกว่าค่ะ......ก็อย่างที่บอกคนสุขภาพดีอย่างสองสบายมากๆ

ที่จริงเราคิดว่ากินนะดีแล้วจะได้ดับความบ้าของสองมั่ง  ไม่งั้นคงบ้ากว่านี้แน่น

แต่ที่แย่คือการเอาคืนของ ภูมิที่แหละ....เหมือนจะเล่นหนักไปหน่อยเนอะ...

ออฟไลน์ POPEA

  • Blood Type :: Y
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2010
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • http://writer.dek-d.com/popae/writer/view.php?id=794488
ภูมิแอบจิตอ่ะ 55.
สองเริ่มทำตัวดีขึ้น

ออฟไลน์ zaferianight

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 244
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
เริ่มสงสารสองแล้วอ่ะ ฮืออออ

ออฟไลน์ zaferianight

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 244
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
แต่ ถึงคนเขียนนะคะ เอ่อ พิมตกหล่นเยอะมาก พิมผิดด้วยเลยอ่านแล้วงงๆบ้าง แต่ก้ สู้ๆนะคะ เปนกำลังใจให้รอตอนต่อไปอยุ่สนุกดีค่ะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด