It's U, It's Me : กวนนัก แต่รักนะครับ (จบ) [21/7/59]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: It's U, It's Me : กวนนัก แต่รักนะครับ (จบ) [21/7/59]  (อ่าน 609594 ครั้ง)

ออฟไลน์ takara

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4145
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +379/-13
พี่ชมภู จะทำอารายยืนเนี้ย

mintny

  • บุคคลทั่วไป
มาแล้ววววววววววววววววววว



ใคร... ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร
ทำไมอยู่ในห้องน้ำห้องเดียวกับพี่กราฟ
สวยซะด้วยใช่ไหม เข้าไปทำอะไรก๊านนนนนนนนนนนน   :z1:
อยากรู้เป็นที่สุด ตกลงพี่กราฟจะแซงหน้าเพื่อนรักอย่างน้องยีนใช่ป่ะ
แล้วยิ่งทำตัวโคตรน่าสงสัย หายหัวไปแบบเพื่อนติดต่อไม่ได้



เอ๊ะๆ แต่จะรักน้องยีนเกินไปป่ะ
ใครโทรไม่รับสาย แต่ไม่เคยไม่รับสายน้องยีน
อะเจ้ยยยยย เพื่อนกูรักมึงอะเปล่าเนี่ย



พี่พู...พี่พูจะมาไม้ไหนเนี่ย
จู่ๆก็พาน้องเขาขึ้นรถ
จู่ๆก็พาน้องเขาเข้าห้อง
จู่ๆก็พูดดีกับน้องเขา
จู่ๆก็พูดอะไรกำกวน
จู่ๆมันก็จบตอนแบบค้างคาและลุ้นซะอย่างนั้น

แต่..แล้วน้องยีนตามเขาไปแต่โดยดีทำไมละหนู
เกิดโดนฆ่าปาดคอขึ้นมาจะทำไง
แต่..ถ้าพี่พูปู้ยี่ปู้ยำน้องแล้วไม่รับผิดชอบ
กรูจะฆ่าปาดคอพี่พูเอง   :m31:


มาเร็วๆน๊า คุณใต้ท้องฟ้า

sunshadow

  • บุคคลทั่วไป



    อ๊ายยยยยย เรื่องนี้น่ารักอ่า
    โดนล่อลวงเข้าห้องไปแล้ว น้องเกงยีนจะเป็นไรไหมอ่า






ออฟไลน์ undersky

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 234
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +128/-0
    • Undel2Sky's Facebook ♥
ตอนที่ 4 : แก้มนิ่มๆ กับปากแดงๆ (Chomphoo’s Part)



















ไอ้เกงยีนคงมองว่าผมไร้เหตุผล แต่ผมมีเหตุผลเหมือนกันที่ชอบหาเรื่องมันแบบนี้ ก็เห็นมันใส่แว่นหนาๆ มันรำคาญลูกตาจริงๆ แล้วยังหวีผมมาปรกๆ หน้าผากเหมือนทรงกะลาของเด็กอนุบาล ยังดีที่ปลายผมไม่ได้ตัดตรงด้วย ถ้าอย่างนั้นผมคงถีบมันออกจากคณะไปแล้ว

มันไม่แปลกไม่ใช่หรือครับที่มองใครแล้วจะรู้สึกว่าไม่ถูกชะตาเลยอยากหาเรื่อง ไม่อย่างนั้นคงไม่มีพวกที่มองหน้ากันหรือเพียงแค่ต่างสถาบันก็ควักปืนมายิง ไล่ฟัน ไล่กระทืบกันทั่วบ้านทั่วเมืองอย่างที่ออกข่าวครึกโครม มันคงเป็นสัญชาตญาณของตัวผู้มั้งครับที่ไม่ถูกชะตากันได้ง่ายๆ ผมเองก็ไม่ต่างจากคนเหล่านั้นเท่าไร

ไม่ถูกใจ ก็เลยหาเรื่องให้มันหายหงุดหงิดรำคาญ

แต่คงมีแค่ผมคนเดียวมั้งที่รู้สึกแบบนั้น เพราะไอ้เจ๋งได้เจอกับไอ้เกงยีนก็ไม่เห็นว่ามันจะรู้สึกอะไร แล้วมันยังมานั่งด่าผมอีกหลังจากที่เห็นมันซุบซิบกับไอ้น้องเกงยีนเมื่อหลายคืนก่อน

“มึงฟังที่กูพูดอยู่เปล่าเนี่ย”

“เออๆ กูฟัง”

ผมตอบมันไปอย่างรำคาญ แล้วก็โคตรๆ รำคาญด้วยที่มันยังพูดเรื่องเดิมๆ อยู่ได้ มือผมขยับไปตามแป้นคีย์บอร์ด รายงานที่ต้องส่งยังไม่เสร็จ กะเอาให้เสร็จวันนี้จะได้เคลียร์ๆ ไป แต่มันจะไม่เสร็จเพราะไอ้เหี้ยเจ๋งเนี่ยแหละ

“มึงฟังแต่มึงไม่เข้าใจ มึงอย่ามาตอแหลใส่กู”

“กูไม่ได้ตอแหล ก็กูไม่ทำ”

“ไอ้ภู มึงเป็นรุ่นพี่แต่มึงรังแกรุ่นน้องแบบนี้ไม่เหี้ยไปหน่อยเหรอวะ เป็นเฮดรับน้องของปีสามซะเปล่า แต่มึงคอยหาเรื่องรุ่นน้องแบบนี้ แมนเหรอวะ”

“แมน”

ผมตอบมันโดยไม่หันไปมองหน้าสักนิด เลยบิวท์ให้มันยิ่งไม่พอใจหนักขึ้นมั้ง มันปิดหน้าจอแล็ปท็อปของผมแบบไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมจนแทบจะทับมือผม ดีว่าผมชักมือออกทัน

ไอ้เหี้ยเจ๋ง มึงหาเรื่องกูเพราะไอ้เกงยีนอยู่นั่น ถูกใจอยากกิ๊กมันหรือไง

“ฮ่าๆ มึงแมนฉิบหายอะ แถวบ้านกูเรียกสถุน ไอ้เหี้ยภูแม่งโดนไอ้เจ๋งด่าเรื่องนี้มากี่วันแล้ววะ”

เสียงไอ้ปาล์มที่นั่งอยู่ด้วยกันที่โต๊ะประจำแทรกขึ้นมา มันย้อนผมแล้วก็หันไปมองไอ้ต้นผัวมัน มันก็ได้ฟังไอ้เจ๋งเทศน์ผมเรื่องนี้พอๆ กับผมนั่นแหละ แต่แม่งมองว่าเป็นเรื่องตลกมากกว่า

ไอ้ปาล์มเป็นกะเทยครับ ผ่าตัดทำนมมาเรียบร้อยแล้ว ตอนเปิดเทอมมาผมโคตรตกใจที่เจอมันนมโตแทบฟาดหน้า ผมรู้ว่ามันกับไอ้ต้นได้กันมาตั้งแต่ตอนปลายๆ ปีหนึ่ง แถมมันยังเคยพูดหยอกๆ ว่าจะทำนม ไม่คิดว่ามันจะทำจริง แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันทำช่วงล่างมาด้วยหรือเปล่า

“ส้นตีนติดคอหรือไง หัวเราะห่าอะไรของมึง”

ผมหันไปด่ามัน แต่มันก็ไม่ได้ทำหน้าสะทกสะท้านอะไรที่เสือกขึ้นมา แถมไอ้เหี้ยต้นยังเอาด้วยอีกคน

“กูก็ว่าไอ้เจ๋งมันถูก มึงนั่นแหละ ทำไมไม่ฟังมัน”

“หุบตูดมึงไปเลย ทั้งมึงทั้งเมียมึงนั่นแหละ”

“มึงนี่มันโลกแคบว่ะ”

ไอ้ต้นมันด่าซ้ำ ไอ้ปาล์มก็ขานเป็นลูกคู่รับอย่างเห็นดีเห็นงาม มันเลยยิ่งทำให้ผมรำคาญ

“สัตว์ มึงจะเอายังไง มึงบอกกูมา”

หมดความอดทนกับมันสักที ผมหันไปมองหน้าไอ้เจ๋งแบบเหวี่ยงๆ กูอารมณ์เสียเหี้ย มึงทำลายอารมณ์ทำงานกูหมดแล้ว ไอ้ต้นไอ้ปาล์มแม่งยังร่วมด้วยช่วยกันประณามกูอีก

“มึงเลิกหาเรื่องยีนไม่ได้หรือไงวะ จะกวนตีนมันให้ได้อะไร เด็กนะเว้ย มึงมองบ้างว่าเขาเป็นน้อง ชอบเหรอวะที่ให้พวกรุ่นน้องคนอื่นเอาไปพูดกันว่าพี่ปีสามแม่งชั่ว คอยแต่รังแกน้อง ไม่ดูแลน้อง”

พอให้โอกาสพูด มันก็ใส่เอาๆ ผมทำหน้าเซ็ง พยายามจะไม่อารมณ์ขึ้นกับไอ้เจ๋ง เพราะรู้อยู่ว่านิสัยมันเป็นยังไง เลือดแม่พิมพ์พ่อพิมพ์ของชาติไหลอยู่ในตัวมันเยอะ เพราะว่าพ่อแม่มันเป็นอาจารย์กันหมด แต่ที่มันเลือกเรียนนิเทศฯ แทนเรียนคุรุก็เพราะว่ามันบอกว่าสมัยนี้รายได้ดีกว่าเยอะ พ่อแม่มันเสี้ยมสอนลูกให้มีจรรยาบรรณ มีอุดมการณ์ เยอะเกินจนน่ารำคาญ แต่เพราะแบบนั้นเลยทำให้มันดูเป็นคนดีกว่าคนที่เอาอารมณ์ตัดสินในหลายๆ อย่างแบบผม

“มึงพูดกับกูแบบนี้มาเกือบอาทิตย์มึงไม่เบื่อมั่งหรือไงวะ กูยังเบื่อ”

“ก็ถ้ามึงเบื่อทำไมมึงไม่ทำอย่างที่กูว่าสักที ให้กูพูดอยู่ได้ นี่กูเป็นห่วงมึงหรอกนะ ไม่อยากให้ใครมาด่ามึง กูถึงได้เตือน แล้วมันจะไปยากอะไรที่มึงจะทำดีกับน้องบ้าง กูยังไม่เห็นว่ายีนจะทำอะไรให้มึงเกลียด หรือมึงชอบที่น้องเกลียดขี้หน้า ทั้งที่มึงก็ไม่ได้เหี้ยห่าอะไรมากมาย”

“สรุปมึงจะพูดให้กูทำดีกับไอ้เกงยีนให้ได้”

ผมสรุปความที่มีความหมายเดียว ไม่ว่ามันจะพูดเรื่องนี้มากี่วันแล้ว จุดประสงค์ก็ไม่เปลี่ยน แต่เอาจริงๆ ผมก็ไม่เคยเป็นแบบนี้กับใคร ไม่เคยไร้เหตุผลขนาดนี้ รุ่นน้องคนอื่นผมก็เทคแคร์บ้าง ช่วยเหลือมันบ้าง ที่ตบหัว ไล่ถีบก็เพราะหยอกๆ แต่ไม่รู้ว่ะ กับไอ้นี่มันไม่เหมือนกัน พอเห็นหน้าไอ้น้องเกงยีนเฉิ่มๆ แล้วตีนมันกระดิกทุกที

“แล้วมึงทำได้หรือเปล่าล่ะ”

ไอ้เจ๋งถามผมสั้นๆ แล้วมองหน้าผมค้างอยู่อย่างนั้น ผมก็มองหน้ามันกลับก่อนจะหันไปมองไอ้ต้นไอ้ปาล์ม สองตัวนั่นแม่งโคตรใจตรงกัน ยักคิ้วสลับข้างให้ผมซะงั้น เหมือนจะท้าทายว่าผมกล้าหรือเปล่า แล้วแบบนี้จะให้ผมเฉยได้ยังไง มึงดูถูกกันชัดๆ

“เออ กูจะทำให้พวกมึงดู”

เพราะแบบนั้นแหละผมเลยต้องเดินเข้าห้องคณะ (กรรมการนักศึกษา) พอเดินเข้าไปไอ้พวกคณะกรรมการทั้งปีสองปีสามก็หันมามองกันอย่างงงๆ เพราะหลังจบงานรับน้องเมื่อสองอาทิตย์ก่อนผมก็แทบไม่ได้เหยียบเข้าห้องคณะเลย ไม่เหมือนไอ้ปีสามบางคนที่มันหลบมานอนเล่นบ้าง

“อ้าว พี่ภู มาได้ยังไง”

“แล้วกูมาไม่ได้หรือไง”

ผมตอบไอ้แมนที่นั่งเล่นเกมในแล็ปท็อปอยู่ที่โต๊ะประชุม ไม่ได้สนใจว่ามันจะถามอะไรต่อก็เดินเลยไปถึงโต๊ะที่อยู่ด้านในของห้องซึ่งเป็นโต๊ะของประธานชั้นปี ไม่ได้ระบุว่าเป็นปีไหนเพราะว่าใช้ร่วมกัน

“ไอ้ต๊ะมึงดูอะไรของมึง”

เดินไปกะจะขอไอ้ต๊ะประธานปีสองใช้คอม ว่าจะเปิดดูรายชื่อนักศึกษาของแต่ละปีสักหน่อย เพราะว่ามันล็อกไอพีไว้ มีแค่คอมเครื่องนี้ที่เปิดเข้าไปดูได้เท่านั้น แต่ดันเห็นไอ้ต๊ะใช้คอมเปิดรูปโป๊อยู่ ห่า

“เฮ้ย พี่ภู!”

มันร้องออกมาอย่างตกใจ เงยหน้าขึ้นมองผมตาโต รีบปิดหน้าเว็บอย่างลนลาน แต่ไม่ทัน ผมเห็นทั้งหมดแล้ว ถ้าให้พูดตามจริง ผมก็ไม่ได้อะไรเท่าไร เพราะของจริงก็เห็นมาไม่น้อยตั้งแต่เข้ามหา’ลัย จะอะไรกับแค่รูปภาพที่จับต้องไม่ได้ เพียงแต่...

“สัตว์ มึงดูกูไม่ว่า แต่มึงไปใช้คอมเครื่องอื่น เครื่องนี้ข้อมูลเยอะมึงก็รู้ ถ้าไวรัสแดกมึงรับผิดชอบไหวไหม”

ตบป้าบเข้ากบาลมันไปหนึ่งที มันเลยรีบลุกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่แล้วละล่ำละลัก

“โทษทีพี่ ผมลืมตัว พี่จะใช้คอมใช่ป่ะ”

“เออ ถ้ากูไม่ใช้กูจะเดินมานี่หรือไง”

ผมบอกมันหน้าเบื่อๆ มันเลยทำหน้าแหยใส่ ค้อมตัวให้ผมน้อยๆ แล้วรีบขอตัว

“งั้นผมไปก่อน พี่ใช้ตามสบาย”

“มันก็ต้องอย่างนั้นอยู่แล้วสิวะ”

พอไอ้ต๊ะไป ผมก็นั่งลงเปิดรายชื่อนักศึกษา ไม่ใช่อะไรหรอกครับ จะหาข้อมูลไอ้น้องเกงยีนมัน ดูของมันก็เผื่อแผ่ไปถึงพี่รหัสมันทั้งหลาย ปีสองแม่งลาออกไปเรียนต่อเมืองนอกแล้ว ปีสามก็ซิ่วไปนานแล้ว ส่วนปีสี่ไม่ได้มาสนใจ งั้นถ้าผมเข้าหามันทางนี้คงจะพอโอเค



















หลังจากตัดสินใจแบบนั้นผมก็เดินไปหาไอ้เกงยีนที่โต๊ะประจำ แต่ยังเดินไม่ถึงก็เห็นมันกับไอ้เคไอ้กัสเดินมาพอดี แล้วดูมันยังทำท่าจะเดินหนีผมอีก ผมเลยลากตัวมันมาแล้วพาไปที่ห้องซะเลย หึ เห็นท่ามันตอนนี้ที่เกือบจะโดนผมคร่อมก็ตลกฉิบหาย มันดูตกใจจนแทบตาเหลือกที่เห็นผมเปลี่ยนจากหลังตีนเป็นหน้ามือ

“รู้หรือยังว่ากูจะทำอะไร”

ผมพูดเสียงแหบๆ อยู่ข้างหูมันเพราะเห็นมันยังไม่ตอบอะไร เอาแต่ทำตาโตใส่ ทั้งที่ขำอยู่ในใจแต่ผมก็ยังทำหน้านิ่งๆ

ไม่นึกว่าทำแบบนี้แล้วมึงจะไปไม่เป็นขนาดนี้ เห็นอวดเก่งปากดีฉิบหาย

“ทำอะไร ผมจะไปรู้เหรอ”

มันยังทำยียวน ลอยหน้าตอบมา เห็นแล้วแม่งอยากเอาหมัดลูบหน้าสักทีสองที แต่ในเมื่อผมรับคำท้าของเพื่อนไปแล้ว ก็ต้องทำให้มันเห็นให้ได้

“ไม่รู้แล้วมึงตัวสั่นทำไม”

ผมยื่นมือออกไป แกล้งเอาหลังมือถูแก้มมัน มันไม่ได้ตัวสั่นอย่างที่ผมบอกหรอก ผมก็อำมันไปงั้น หาวิธีระบายความหงุดหงิดเวลาเห็นหน้ามันด้วยวิธีอื่นที่ไม่ดูรุนแรง สถุนเหมือนที่ไอ้ปาล์มด่า แล้วก็ได้วิธีนี้มาซึ่งดูเหมือนว่าจะได้ผล อยู่หน่อยๆ เพราะมันทำให้ผมอารมณ์ดีขึ้นได้

“อะไร ทำไมผมต้องตัวสั่นด้วยครับพี่ชมพู”

“มึงกลัวกูไง”

“ผมไม่จำเป็นต้องกลัวพี่มั้งครับ”

คราวนี้มันเปลี่ยนสีหน้าเป็นทะเล้นกว่าเดิม แม่งเปลี่ยนหน้าเก่งฉิบหาย เดี๋ยวก็ทำหน้าเฉย หน้าแป้น หน้ายิ้ม แต่ทั้งหมดทั้งมวลคือมันต้องการกวนตีนผม ผมไม่ได้โง่ที่มองเจตนามันไม่ออก

“ถ้ามึงยืนยันว่ามึงไม่กลัว กูจะเชื่อมึงก็ได้”

ผมไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ แต่การกระทำผิดกัน ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้ไอ้เกงยีนมากขึ้น กะลองดีกับมันว่ามันจะปากกล้าได้ถึงขนาดไหน ยื่นหน้าเข้าไปใกล้มันเรื่อยๆ จนปากของผมแทบจะติดกับแก้มมันอยู่แล้ว หายใจทีลมหายใจก็กระทบกับแก้มขาวๆ ของมันจนสะท้อนกลับมาโดนหน้าผม เห็นมันพยายามเบิ่งตาก็ต้องอุดขำฉิบหาย

มึงไม่กลัวกูแล้วมึงทำหน้าประหลาดๆ ทำหอกอะไร ปากเก่งจริงๆ นะ

เห็นแล้วหมั่นไส้ผมเลยกดปากลงบนแก้มแม่งเลย แก้มมันนิ่มโคตรๆ ไม่คิดว่าจะนิ่มขนาดนี้ เกิดมาไม่เคยหอมแก้มผู้ชายมาก่อน แม้แต่ผู้หญิงที่เคยนอนด้วยยังไม่เคยด้วยซ้ำ ถ้าจะทำอะไรก็ทำๆ ไปเลย เพราะไอ้การมาหอมแก้มจูบแก้มตอนมีเซ็กส์กันนี่เป็นอะไรที่ผมว่ามันอ่อนโยนเกินไปสำหรับคนที่เป็นได้แค่ที่ระบายความใคร่หรือแค่การรักสนุก

ระหว่างที่คิดในใจแบบนั้นตัวผมก็กระเด้งออกมาจากไอ้เกงยีนด้วยความเร็ว เกือบตกโซฟาด้วยซ้ำ มันเร็วจนผมเกือบงงว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่รู้สึกจุกๆ ที่ท้อง

ไอ้เหี้ยน้องเกงยีนแม่งถีบผมมาเต็มท้องเลย สัตว์เอ๊ย!

“แรงนะมึง กล้าถีบกูเหรอ”

“แล้วพี่จะให้ผมจูบพี่กลับหรือไง”

“ก็ดูน่าสนใจดี มึงว่าป่ะ เปลี่ยนจากต่อยมาจูบกันไอ้เจ๋งคงดีใจ”

ว่าอย่างนั้นแล้วผมก็เริ่มเข้าไปคุกคามมันอีกครั้ง มันก็เตรียมยกขาขึ้นรอเลย แถมยังทำหน้าเหี้ยมใส่อีก แต่มึงคิดว่ากูกลัวมึงหรือไง

ผมจับขามันพลิกข้างแล้วรีบเอาตัวไปคร่อมไว้ นั่งทับตรงเอวแม่งเลย มันจะได้ยกตีนขึ้นมาถีบผมไม่ได้อีก ซึ่งคราวนี้มันเบิกตากว้างยกมือมาดันคางผมเอาไว้ หนำซ้ำยังโพล่งเสียงออกมาแบบไร้คำสุภาพต่างจากที่เคย ผมว่ามันน็อตหลุดแล้วว่ะ

“ไอ้เหี้ยพี่ชมพู มึงจะทำอะไร!!”

“โห ขึ้นเหี้ยขึ้นมึงเลยเหรอ ให้กูดูดปากมึงสักทีเลยดีไหม”

“สัตว์ มึงอย่ามาตลก”

มันทำตาดุอย่างกับจะอัดผมให้น่วมหายใจรวยรินให้ได้ แต่มันคงไม่มีทางได้ทำแบบนั้นหรอก เพราะผมไม่อยู่นิ่งๆ ให้มันอัดจนตายแน่

“งั้นมึงก็พูดกับกูดีๆ กูจะได้เลิกแกล้งมึงแล้วบอกสักทีว่ากูลากมึงมาทำไม”

มันเงียบไปเลยครับ แล้วก็มองผมอย่างสับสนงุนงง เหมือนกับไม่รู้จะอยู่อารมณ์ไหนดี จะโมโหที่ผมยังนั่งทับมันอยู่แบบนี้ หรือโกรธที่ผมบอกว่าแกล้งมัน หรือคิดได้ว่าคำพูดเมื่อกี้เป็นทางรอดของมัน

“เออ ก็ได้” แล้วมันก็ตัดสินใจ ยอมลดความอาฆาตจากแววตาของมันลง เลิกปล่อยจิตสังหารใส่ผมแล้วพูดเสียงอ่อนกว่าเดิมเยอะ “พี่ลงไปจากตัวผมได้หรือยังล่ะ”

“ทำไม มันล่อแหลมเกินไปจนกลัวว่าจะเสียตัวให้กูเหรอ”

“จะจบหรือไม่จบ”

มันทำเสียงแข็งขึ้นมาอีก แม่งบิวท์ง่ายชิบเป๋ง ผมกระตุกมุมปากเบาๆ กับท่าทางเอาเรื่องของมันก่อนจะยอมลุกจากตัวมันขึ้นมานั่งบนเบาะข้างตัวผอมๆ นั่นแทน แล้วพอผมลุกปุ๊บ มันก็รีบกระเด้งตัวขึ้นมานั่งเต็มตูดทันที ทำตัวตลกฉิบหาย มันกลัวผมปล้ำมันหรือไง กูไม่มีรสนิยมแบบนั้นหรอก

“ที่กูพามึงมาเนี่ย” พอได้ทีผมก็เกริ่นออกมา “กูจะให้มึงมาเอาชีทของปีหนึ่ง”

“ทำไมผมต้องเอาชีทจากพี่ด้วย”

“แล้วมึงมีพี่รหัสหรือไง นี่กูใจดีอนุเคราะห์ให้มึงเลยนะ”

ทั้งที่ผมเสนอให้แต่ดูเหมือนมันไม่ได้สนใจเท่าไร แล้วยังมีหน้ามาบอก

“ไม่มีก็ไม่เห็นเดือดร้อนอะไร ยังไงเดี๋ยวไอ้กราฟก็เอาของพี่เจ๋งมาให้ผมซีอยู่ดี”

แม่ง ไอ้เกงยีนมันแข็งจริงๆ ไม่เคยจะอ่อนให้ผมเลยสักที แบบนี้แหละผมถึงยิ่งอยากทำให้มันหน้าหงาย เด็กกว่าแล้วทำอวดดี

“แล้วมีเป็นของตัวเองมึงว่าไม่ดีกว่าหรือไง อาทิตย์หน้าจะสอบแล้วนี่”

“พี่แน่ใจเหรอว่าจะให้ผม”

ฟังเหตุผลที่เข้าท่าแล้วมันก็หรี่ตามองผมอย่างประเมินว่ามีจุดประสงค์แอบแฝงหรือเปล่า

ระแวงกูตลอด กูจะเป็นคนดีบ้างไม่ได้หรือไงวะ

“เออ กูให้มึงนั่นแหละ น้องกูไม่มีอยู่แล้ว”

ผมว่าอย่างนั้น เลิกต่อล้อต่อเถียงอะไรกับมันอีกแล้วเดินเข้าไปในห้อง หยิบชีทมาตั้งหนึ่ง ยกให้มันไปทั้งตั้งเลย เพราะเก็บไว้ก็ไม่ได้ใช้ ไม่รู้ทำไมน้องรหัสผมแม่งไม่มารายงานตัวสักคน เลยไม่มีทั้งน้องรหัสทั้งหลานรหัส

“ขอบคุณครับ” มันตอบกลับมา ไม่ได้มีทีท่ากวนผมเท่าไร ผมเลยมองว่าเป็นคำพูดจากใจของมัน แต่มันดันต่อประโยคอีกว่า “แต่ฝากพี่ไว้ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวผมจะไปหาไอ้กราฟ”

“มึงก็แบกชีทนี่กลับไปแล้วก็ไปหาไอ้กราฟดิ จะยากอะไร”

ผมเสนอ แต่มันไม่สนอง

“ไอ้กราฟไม่ได้ไปเรียน หายหัวไปไหนไม่รู้ ผมเลยจะไปหามันที่คอนโด ให้แบกของทั้งหมดขึ้นแท็กซี่ มันจะไล่ลงมาอะดิ”

“งั้นมึงแบกไปขึ้นรถกู เดี๋ยวกูไปส่งมึง”

“ไม่ต้องก็ได้มั้งครับ”

ไม่รู้ว่ามันตอบกวน หูผมเพี้ยน หรือมันเกรงใจจริงๆ กันแน่ แต่มันก็ปฏิเสธออกมา แต่มีหรือว่าอะไรที่ตั้งใจทำแล้ว นายชมภู บริวัตรสหการ คนนี้จะปล่อยให้มันล้มเลิก ผมพูดเป็นครั้งสุดท้ายหวังให้คนฟังเข้าใจ

“เอาไปขึ้นรถ กูจะไปส่งมึงเอง”

มันทำหน้ายู่ยี่เหมือนไม่พอใจนิดหน่อย แต่ก็ยอมแบกตั้งชีทไปแต่โดยดี

คอนโดไอ้กราฟอยู่ไม่ไกลจากคอนโดผมเท่าไร ความแตกต่างทางการตกแต่งก็ไม่ได้มีมากนัก แต่เหมือนห้องของไอ้กราฟจะเล็กกว่าของผมอยู่นิดหน่อย ผมกับไอ้เกงยีนลงจากรถมา ในอ้อมแขนของมันมีชีทที่ได้รับมาจากผม เพราะมันบอกว่าจะเอาชีทมาทิ้งไว้ที่นี่ ผมก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร ผมเดินตามมันขึ้นลิฟต์ไปชั้นที่เป็นห้องของไอ้กราฟ

“ฝากถือหน่อยครับ”

เกงยีนหันมาทางผมแล้วยื่นชีทที่มันถือมาตั้งแต่ลงรถให้ ผมก็รับมาตามคอนเซปต์รุ่นพี่ที่ดี ถ้ามันไม่กวนตีนผมก็ยังถือว่าพอรับได้กับการต้องพยายามข่มความหงุดหงิดตอนเห็นหน้ามันเอาไว้

มึงไม่เกะกะลูกตาเพราะแว่นของมึงมั่งหรือไง แถมยังเสื้อที่รัดคอจนถึงลูกกระเดือกนั่นอีก แค่เห็นกูก็อึดอัดแล้ว

คีย์การ์ดในกระเป๋าที่ไอ้เกงยีนหยิบออกมาถูกใช้เป็นใบเบิกทางเข้าไปด้านในห้องของไอ้กราฟ พอเข้าไปได้แทนที่ไอ้รุ่นน้องผมคนนี้จะหันมารับชีทกลับไป มันเสือกเดินเข้าไปในห้องที่ทำเหมือนเป็นเจ้าของเสียเอง เดินวนๆ มองหาในห้องที่จัดเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งให้ดูโล่งกว้าง แต่ของประดับประดาดูมีราคาไม่เบา

“ไอ้กราฟมึงอยู่ไหนวะ”

เสียงมันเรียกเพื่อน ระหว่างนั้นผมก็เอาชีทวางบนโต๊ะเตี้ยๆ สำหรับวางของที่ห้องนั่งเล่น จากนั้นเดินตามมันเพื่อหาเจ้าของห้องไปด้วย แต่พอหามาถึงห้องนอนเท่านั้นแหละ ไอ้เกงยีนแทบถลาตัวเข้าไปถึงเตียงเพราะคนที่ตามหานอนอยู่บนนั้น

“เฮ้ย ทำไมมึงตัวร้อนจังวะ” ไอ้เกงยีนเข้าไปใกล้ๆ ไอ้กราฟ วางมือบนหน้าผากของเพื่อนมันเหมือนวัดอุณหภูมิ “เมื่อเช้าตอนมึงโทรหากูเสียงมึงยังดีๆ อยู่เลย แล้วอยู่ๆ มึงเป็นอะไรเนี่ย ทำไมไข้ขึ้น”

ทั้งที่มันถามกึ่งว่าหน่อยๆ แต่ผมกลับรู้สึกได้ถึงความห่วงใยของมันที่มีต่อเพื่อน มันหย่อนตัวนั่งบนเตียงข้างไอ้กราฟที่เหงื่อซกเต็มหน้า หน้าแดงไปหมด ท่าทางไข้จะขึ้นหนักเอาการทีเดียว

“กราฟ มึงได้ยินกูไหม”

ยีนสะกิดเพื่อนมัน แต่กราฟก็ดูไม่รู้เรื่องอะไร ขยับตัวหน่อยๆ แล้วหลับตาแน่น เหมือนกับกำลังกลั้นความเจ็บปวดอะไรบางอย่างอยู่

“ไอ้กราฟ มึงตื่นก่อน มึงได้ยินกูไหม”

คราวนี้เกงยีนไม่สะกิดแล้ว มันเขย่าตัวเพื่อนมันเลย แต่ไอ้กราฟก็ยังดูไร้สติจะตอบ กลายเป็นไอ้เกงยีนแล้วที่หน้าเสียขึ้นมาแทน มันพยายามปลุกเพื่อนซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ว่าไอ้คนที่นอนอยู่กลับไม่มีอะไรตอบกลับมาเลยนอกจากหน้าที่แดงขึ้นและเหงื่อที่ไหลออกมากกว่าเดิม

“กราฟๆ ไอ้กราฟ มึงอย่าเพิ่งเป็นไรนะเว้ย ทำไงดีวะ” หน้ามันเหลือกลานตื่นตระหนกกว่าเมื่อกี้มาก ไอ้เกงยีนผุดตัวขึ้นจากเตียงแล้วเดินเป็นหนูติดจั่นอยู่สองสามรอบก่อนจะหลุดเสียงออกมา “เอ้อ ต้องเช็ดตัว กินยา”

บอกตัวเองอย่างนั้นแล้วมันก็เดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อหาผ้ามาเช็ดตัว อย่างที่ว่า ผมเลยมีโอกาสดูอาการของไอ้กราฟบ้าง แต่แค่อังมือกับหน้ามันก็แทบจะเอามือออกไม่ทัน ไอร้อนแผ่ออกมาจากหน้ามันจนรู้สึกได้ แม่งถึงได้หน้าแดงขนาดนี้

“ไม่ต้องเช็ดตัวมันนะ เอาแค่ผ้ามาซับๆ เหงื่อพอ ไข้ขึ้นขนาดนี้ เช็ดไปเดี๋ยวช็อก แล้วถ้ากินยาแต่ไข้มันไม่ลดก็ต้องพามันไปหาหมอ”

ผมขัดไอ้เกงยีนที่เดินกลับมาพร้อมกับขันที่มีน้ำอยู่ มันก็มองหน้าผมเหมือนจะถามอยู่กลายๆ ว่าเชื่อผมได้แค่ไหน ผมจึงมองมันกลับโดยไม่มีแววล้อเล่น มันเลยยอมใช้ผ้าขนหนูเช็ดเหงื่อให้ไอ้กราฟอย่างเดียว จนหน้าไอ้กราฟดูจะแห้งลงแล้ว ไอ้ยีนก็ไปหายาลดไข้มาให้ไอ้กราฟกิน

แต่ว่าไอ้กราฟดันไม่กินอย่างที่คิด พอเอายาให้กินมันก็คายออกมา ล้นออกมาจากปากทั้งยาทั้งน้ำที่ไอ้เกงยีนจับกรอกเข้าไป หน้าที่แสดงความกังวลของไอ้เกงยีนชัดขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว

“จับยาบดๆ ผสมน้ำแล้วให้มันกินไปเลย”

ผมเสนอ แต่ว่าช้าไป เพราะไอ้เกงยีนมันเอายาเม็ดใหม่ยัดปากไอ้กราฟแล้วมันก็แดกน้ำเข้าไป ก่อนจะประกบปากกับปากไอ้กราฟแล้วคายน้ำในปากมันให้เข้าไปในปากคนที่มันประกบด้วย ทำแบบนั้นสองครั้งจนไอ้กราฟกลืนยาลงไปจนหมด

ผมทั้งอึ้งทั้งมึนทั้งงง แทบจะอ้าปากค้างที่เห็นภาพเมื่อกี้ แม่งทำขนาดนี้เลยเหรอวะ เพื่อนมึง มึงเล่นป้อนยาทางปากเลยเนี่ยนะ เฮ้ย

แต่เหมือนว่ามันจะรับรู้ถึงสายตาผมที่มองมันไม่กะพริบ แม้กระทั่งตอนที่มันถอนปากออกมาจากปากไอ้กราฟแล้ว ผมมองหน้ามันแล้วเลื่อนสายตาไปที่ปากของมัน...

ปากแดงๆ และได้รูปสวยขนาดนี้

ยั่วยวนกว่าผู้หญิงอีก ห่า!

“มองอะไร”

มันถามผมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนกับสิ่งที่มันทำเมื่อกี้เป็นเรื่องปกติ ทั้งที่ผมว่ามันไม่ปกติสักนิด ให้ผมไปป้อนยาไอ้เจ๋งแบบนั้น คงต้องขอคิดดูยาวๆ หน่อยล่ะ อาจจะใช้เวลาคิดทั้งชาติ

“ก็เหมือนกับผายปอดนั่นแหละ”

เห็นผมไม่ได้พูดอะไร มันก็ตอบกลับมาอีก แต่คำพูดของมันดูห้วนๆ เหมือนไม่แยแสผมว่าจะคิดยังไง ผมก็เลยรวมสติได้หลังจากสมองชาไปพักหนึ่ง

“มึงพูดเหมือนเคยทำ”

“ก็เคย”

มันตอบแค่นั้นก็หยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมา

“ไอ้กัส ไอ้กราฟไข้ขึ้นว่ะ”

ผมได้ยินเสียงมันคุยโทรศัพท์แค่นั้นแล้วก็วางไป แต่ผมเดาได้เลยว่าอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงไอ้กัสไอ้เคเหาะมาแน่ๆ ซึ่งก็เป็นอย่างที่คิดไว้เป๊ะๆ ด้วยเวลาที่ไม่เกินไปจากที่คาดไว้

“ไอ้กราฟเป็นไงมั่งวะ”

ไอ้เคถลาเข้ามาหาไอ้ยีนที่นั่งอยู่บนเตียง เอนหลังพิงหัวเตียงเอาไว้ อยู่ข้างไอ้กราฟตลอดไม่ยอมขยับตัวไปไหน ส่วนผมก็ได้แต่ยืนมองพฤติกรรมแปลกๆ ของมัน

จะว่ายังไงดี ไอ้ห่วงเพื่อนก็รู้แต่ว่ามันแปลกไปไหมวะ ผมว่าไม่มีเพื่อนธรรมดาที่ไหนเขาทำกันแบบนี้

“ไข้ขึ้นสูงเลยว่ะ ตัวร้อนฉิบหาย”

“หาหมอเลยไหม”

ไอ้กัสถาม ผมว่าในบรรดาสี่คนนี้บุคลิกมันต่างกันเลย ไอ้กัสดูสุขุม ใจเย็น มีเหตุผล จะมีบางครั้งที่หลุดบ้า ไอ้เคก็ไม่ค่อยจริงจังกับอะไร มองเป็นเรื่องเล่นๆ สนุกๆ ไปหมด ไอ้กราฟเป็นพวกอะลุ่มอะล่วย ใส่ใจคนอื่น ส่วนไอ้เกงยีนอดีตอริผม (มั้ง) กวนตีน ปากกล้า โคตรพ่อโคตรแม่น่าถีบ

“กูว่าจะรอดูก่อน เดี๋ยวคงดีขึ้น กูให้มันกินยาแล้ว”

พูดจบก็หันไปมองไอ้กราฟ เห็นว่าคนที่นอนอยู่พยายามขดตัวเข้าหากันไอ้เกงยีนก็ถามเสียงนุ่ม

“มึงหนาวเหรอ”

ต่างกับตอนคุยกับกูลิบลับเลยนะมึง

“...”

ถึงไอ้กราฟจะไม่ตอบอะไร แต่ไอ้น้องเกงยีนก็ค่อยๆ มุดตัวลงไปใต้ผ้าห่มที่ห่มไอ้กราฟอยู่ แล้วก็นอนกอดไอ้กราฟหน้าตาเฉย ต่อหน้าเพื่อนมันอีกสองคนที่ดูท่าจะไม่ได้ติดใจอะไร แล้วก็ต่อหน้าผมที่โคตรสงสัย

ความสัมพันธ์ของมึงกับไอ้กราฟเป็นยังไงกันแน่วะ กูงงเหี้ย!

ผมมองมัน แต่มันก็ไม่แคร์ ลืมแล้วด้วยซ้ำว่าผมเป็นคนมาส่งมันที่นี่ เพราะมันปิดเปลือกตาลงทั้งที่ยังใส่แว่นอยู่แบบนั้น แขนสองข้างก็กอดไอ้กราฟไว้แน่นเหมือนพยายามจะถ่ายทอดความอบอุ่นของตัวเองไปให้ ผมเลยหันไปหาไอ้เคกับไอ้กัสแทน แต่ไอ้สองตัวนั้นก็เอาแต่มองสองคนบนเตียง

โว้ย อะไรของแม่งวะ นี่กูกลายเป็นไข่จิ้งจกที่หล่นอยู่บนพื้นแล้วหรือไง พวกมึงถึงไม่เห็นหัวกูเนี่ย

ผมทำหน้าเซ็งๆ แล้วเดินออกจากห้องนอนไป ตั้งใจจะกลับห้องตัวเองเลย แต่ยังไม่ทันออกจากประตูก็ต้องชะงักขาไว้ แล้วเดินย้อนกลับเข้าไปในครัว เปิดเช็คอุปกรณ์และวัตถุดิบที่มีอยู่ในครัว เห็นว่ามีพอก็ลงมือทำข้าวต้มให้พวกมันหม้อนึง

ถือว่ากูสงเคราะห์คนป่วยแล้วกัน

พอทำเสร็จเดินออกมาจากครัวผมก็เข้าไปในห้องนอนอีกครั้ง กะจะบอกพวกมันไว้ก่อนว่าผมทำข้าวต้มไว้ให้ ถ้าไอ้กราฟตื่นมาก็อุ่นแล้วตักให้มันแดกซะ แต่ว่าพอเปิดประตูเข้าไปเท่านั้นแหละ จากที่เคยประหลาดใจตอนออกจากห้องมันถูกแทนที่ด้วยเรื่องที่ประหลาดใจและ... ตลกกว่า

ไอ้เคกับไอ้กัสขึ้นไปนอนบนเตียงด้วย ช่วยกันกอดไอ้กราฟกันหมด เตียงก็ใหญ่อยู่หรอก แต่พวกมันสี่คนขึ้นไปกันหมดก็แทบจะล้นเตียง สูงน้อยเสียเมื่อไรพวกมึงน่ะ เฉลี่ยกันก็ร้อยแปดสิบไม่ขาดไม่เกิน

พวกมึงไม่กลัวติดไข้มันหรือไง

ผมมองพวกมันแล้วไม่รู้จะบอกว่าไงดี เป็นสภาพที่น่าสมเพช น่าชื่นชมกับความห่วงใย หรือว่าตลก มองไล่สายตาจากไอ้เคที่จะกอดไอ้กราฟแต่มีไอ้กัสขวางไว้ แล้วเลยมาถึงไอ้เกงยีนที่นอนอยู่อีกฟากนึง มันหลับไปทั้งที่ยังใส่แว่น ผมที่เคยปรกหน้าผากมันอยู่ตลอดถ้าผมไม่เอามือไปยี ลู่ไปตามด้านข้าง เผยให้เห็นหน้าขาวๆ ของมันมากขึ้น

ผมเดินเข้าไปใกล้ๆ ไอ้เกงยีน มองหน้ามันอย่างอยากรู้อยากเห็นหน้าตาจริงๆ ของมัน แล้วยิ่งมันหลับอยู่อย่างนี้ผมก็มีโอกาสได้จัดการกับไอ้แว่นเฉิ่มๆ ที่ขัดลูกตาผมเสียเหลือเกิน จึงคิดว่าจะทำอย่างที่คิดไว้ในใจเสียเลย

มือของผมยื่นออกไปตามคำสั่ง ค่อยๆ ขยับไปอยู่ตรงสันแว่น กะว่าจะเกี่ยวออกมาช้าๆ ไม่ให้คนที่หลับอยู่รู้สึกตัว แต่ว่าพอทำเข้าจริงมันกลับไม่ง่าย ผมต้องใช้ความระมัดระวังมากเพื่อไม่ให้มันตื่น แต่ว่าโชคดันไม่เข้าข้าง เพราะผมเลื่อนแว่นออกมาได้นิดหน่อย เปลือกตาที่ปิดอยู่ก็กะพริบแล้วเปิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หนำซ้ำมันยังถามผมทันควันแบบไม่ให้ทันได้เตรียมคำแก้ตัว

“พี่จะทำอะไร”













===================
ใครบอกว่าพี่ชมภูมีเหตุผล พี่ชมภูไม่มีเหตุผลนั่นแหละ ถูกต้องแล้ว
ก็ตรงกับมนุษย์เพศชายหลายๆ คน หรือแม้แต่ผู้หญิง ที่ไม่มีเหตุผลของการไม่ชอบหน้าใครบางคน

รู้สึกว่ากราฟยีนนี่มันแหม่งๆ ไงไม่รู้เนอะ ทำไมความสัมพันธ์มันดูประหลาดๆ
เคลมกับกัสก็ดูห่วงกราฟ แต่ก็ทำอะไรไม่เท่ายีนเลยเนอะ
เรื่องชักงงแล้ว ยังไงก็ติดตามกันต่อไปนเะคะ

คราวก่อนเอาน้องยีนมาฝากแล้ว คราวนี้เอาพี่ภูมาฝากบ้างค่ะ
หายากมาก หล่อไม่ถูกใจก็อย่าว่ากันนะคะ




Undel2Sky




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-09-2013 23:56:41 โดย undersky »

ออฟไลน์ PetitDragon

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4126
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +343/-5
 :impress2: ได้หอมแก้มด้วย

พี่ภูจะทำอะไรน้องเกงยีน?

ค้างโคตร o22

ออฟไลน์ Dakzy

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 224
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-3
ยีนจูบปากกับกราฟ กรี๊ดดดดดดดด ถึงจริงๆจะเป็นแค่การป้อนน้ำป้อนยาก็เถอะ แต่ทำไมล่ะ ก็ปากประกบปากอยู่ดี กรี๊ดดดดดดดดดดดด :pighaun:

เพื่อนแก๊งนี้รักกันแปลกๆดีเนอะ สุดยอดเลย ถ้าเป็นเพื่อนผู้ชายแก๊งอื่นจะทำแบบนี้กันมั้ยเนี่ย

เราเป็นพี่ภูก็คงงงไม่ต่างกัน

เกลียดขี้หน้าแบบไม่มีเหตุผลหรอ อืมมมม เรื่องปกติแหละค่ะเราว่า เพราะเราก็เป็น กร๊ากกกกกกกก :laugh:

แต่คอยดูจากไอคู่อริเหม็นขี้หน้ากัน มันจะได้กลายมาเป็นคู่รักกันก็คราวนี้แหละ เฝ้ารอต่อปายยย

รออ่านต่อนะค้า :กอด1:

sunshadow

  • บุคคลทั่วไป



   เฮ้ย!! เจ้าสี่คนนั้นมานทำอารายก๊านนนน
   เพื่อนเค้ารักกันขนาดนั้นเลยเรอะ
   หรือเคยมีความหลังอะไรไม่ดีกับเรื่องแบบนี้รึเปล่าหว่า
   ยังแถมด้วยเรื่องที่ยีนโดนแบนจากพ่ออีกตะหาก
   มันเกิดอะไรขึ้น




ออฟไลน์ CofFee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 98
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
ขอให้กราฟหายไวๆแล้วมาเฉลยด้วย หนุ่งน้อยหน้าสวยคนนั้นเป็นใคร หนูยีนส์คาใจ "กราฟ กูอยากรู้" อ้อนได้อีกอ่าาา

แหมๆ พี่ภู แก้มหนูยีนส์นุ่มใช่ไหมล่าา  ติดใจเชียว ริมฝีปากแดงๆ ยั่วยวนยิ่งกว่าผู้หญิง อู้ววว

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4478
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-6
มีปมให้ติดตามเยอะเลย

 :L2: :L2:

Rhythm

  • บุคคลทั่วไป

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ SuSaya

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2797
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +220/-9
เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ แต่เชียร์ให้ยีนพลาดเร็ว ๆ แฮะ

- คราส -

  • บุคคลทั่วไป
ยีนกราฟนี่ยังไง
 :pig4: รอค้าบ

ออฟไลน์ cocoaharry

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 619
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-2
    • cocoaharry_Demmy Chan_Otaku Y Girl
เกือบแล้ว เกือบจะได้เห็นหน้าแล้ววว

ออฟไลน์ naumi

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1086
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-2
ชื่นชมในความรักเพื่อนของสี่คนนี้  o13

ปล.ไอ้พี่ชมพู แม่งกวนตีนได้โล่ห์จริงๆ โดยเฉพาะประโยคนี้อ่ะ "ให้ผมไปป้อนยาไอ้เจ๋งแบบนั้น คงต้องขอคิดดูยาวๆ หน่อยล่ะ อาจจะใช้เวลาคิดทั้งชาติ"  :m20: ถ้าเราเป็นน้องเกงยีนก็คงอดตีนกระตุกไม่ได้เหมือนกัน หุหุ

dawnthesky

  • บุคคลทั่วไป

stupidchild

  • บุคคลทั่วไป
แสดงว่า เรื่องป่วยนี่มีปมมาจาก หนุ่มสวยคนนั้นมั้ย

ออฟไลน์ EVE910

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 550
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1

ออฟไลน์ Nus@nT@R@

  • Life is Investment
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5589
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +456/-11
เพื่อนแก็งค์นี้ แปลกๆเนาะ

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8

bryden

  • บุคคลทั่วไป
โถ๊ะ!! ไอ้เราก็เดาพลาด นึกว่าพี่พูจะแอบมีใจให้น้องยีน
ทีไหนได้ แค่สันดานผช.เฉยๆ
แถมทำดีกับน้องเพราะเพื่อนท้าอีกแต่ถึงอย่างนั้น...
แก้มน้องยีนนิ่มจนติดใจเลยไหมพี่ นึกยังไงถึงกล้า
ถ้าคนมันไม่มีใจแม้จะอยู่ลึกๆก็เถอะ จะคืดแกล้งหอมกันไหม ><


กราฟป่วย ก็เข้าใจ เพื่อนป่วย
ยอมเป็นห่วง อันนี้ก็เข้าใจ
แต่ที่งงงวย คือน้องยีนป้อนยาเพื่อนสยิวมากลูก
ชักจะยังไงๆ อยู่นา กราฟยีน ยีนกราฟอะป่าวเนี่ย



โอ้ยยยย น่าสงสัยไปซะหมด แล้วเมื่อไร
พี่ชมพูจะจีบน้องเกงยีนซะที
พี่พูจะได้รู้ว่าปากแดงๆนั่นอร่อยแค่ไหน >//<

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ whipcream

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 382
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-1
ลุ้น...เกือบจะได้เห็นหนังหน้าแย้ววววววววว

ออฟไลน์ undersky

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 234
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +128/-0
    • Undel2Sky's Facebook ♥
ตอนที่ 5 : กูรักมึงมากนะ



















ลืมตาขึ้นมาก็เจอหน้าไอ้พี่ชมพูทันที ผมตกใจจนเกือบสะดุ้ง ดีว่ายั้งตัวไว้ทัน จมูกของมันแทบจะชนกับจมูกของผมอยู่แล้วด้วยซ้ำ ผมเก๊กหน้านิ่งไว้แล้วพูดเสียงเรียบๆ ไม่ให้มันรู้ว่าผมตกใจที่เห็นหน้ามันอยู่ใกล้ๆ

“พี่จะทำอะไร”

มันหน้าเหวอไปหน่อยที่ผมตื่นมาเจอมันทำท่าประหลาดๆ โดยที่มันไม่ทันตั้งตัว อาการตกใจของผมหมดไปเพราะสีหน้าแบบนี้ของมันเนี่ยแหละ

“กูเห็นมึงนอน ก็เลยจะถอดแว่นให้ เกิดมึงพลิกไปมาแล้วทับแว่นหักเดี๋ยวก็ได้แผลพอดี”

ไอ้รุ่นพี่มันอ้างซะดิบดี แสดงความเป็นห่วงเป็นใยจนน่าปลาบปลื้ม ทว่าจุดประสงค์ของมันคือต้องการถอดแว่นผมอยู่ดี แต่มีหรือว่าผมจะยอม ยิ่งมันอยากถอดแว่นของผมเท่าไร ผมก็จะยิ่งปิดบัง

ช่วยไม่ได้ มันอยากทำให้ผมหมั่นไส้มันทำไม

“ไม่ต้องหวังดีขนาดนั้นหรอกครับ ผมดูแลตัวเองได้ ขอบคุณพี่มากที่ห่วงใย”

ผมพูดเหน็บๆ ไปนิดหน่อย มันเลยทำตาขวางใส่

“กูจะเป็นรุ่นพี่ที่ดีของมึงแล้ว แล้วทำไมมึงไม่เลิกพูดยอกย้อนกูสักที”

“ผมยอกย้อนตรงไหน”

ตีเบลอใส่มันซะเลย เห็นมันทำท่าฮึดฮัดขึ้นมาเชียวล่ะ

หึ มึงจะเป็นยังไงก็เรื่องของมึง ก็กูเป็นแบบนี้แล้วจะทำไม นิสัยกู มึงไม่มีสิทธิ์มาเปลี่ยนแปลง

“ตรงที่มึงพูดอยู่นี่ไง”

“แล้วยังไงถึงจะเป็นการพูดดีสำหรับพี่เหรอครับพี่ชมพู ผมก็พูดไพเราะฟังเสนาะหูตลอด แทบไม่เคยใช้คำหยาบคายกับพี่ แล้วผมยังต้องแก้ไขตรงไหน”

“ตรงเจตนามึงไง แค่มึงอ้าปาก กูก็เห็นไปถึงหัวใจมึงแล้ว”

“ถ้าพี่เห็นไปถึงหัวใจ พี่คงรู้ว่าผมเป็นยังไง จริงไหมครับ”

ผมฉีกยิ้มให้มัน แต่เป็นรอยยิ้มที่สำหรับคนมองแล้วคงจะกวนตีนอยู่สักหน่อย เพราะมันทำหน้าไม่พอใจเท่าไรแล้วขยี้หัวผม

ตลอดแหละมึง หัวกูไม่ใช่ผ้าเช็ดตีนมึงนะเว้ย ไอ้หอก!

“เจ้าคารมนักนะมึง”

“ขอบคุณครับ”

ผมขอบคุณหน้าตาย เล่นเอามันแทบลมขึ้น แต่เหมือนว่ามันจะพยายามเก็บกดอารมณ์ไว้ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทั้งที่ผมรู้ว่าจริงๆ แล้วมันคงอยากเตะผมให้กระเด็นออกนอกโลกเลยถ้าทำได้

“แล้วนี่ทำไมพวกมึงต้องขึ้นไปกอดไอ้กราฟกันเต็มเตียงด้วย เดี๋ยวมันก็หายใจไม่ออกพอดี ตลกฉิบหาย ผู้ชายตัวใหญ่ๆ สี่คนนอนกอดกันบนเตียงเดียว”

“แล้วมันเกี่ยวกับพี่ตรงไหนหรือครับที่พวกผมสี่คนจะนอนกอดกัน”

ผมเลิกคิ้วถาม จะว่ากวนก็กวน จะว่าไม่กวนก็ไม่กวน เพราะมันเป็นคำถามที่ผมไม่จำเป็นต้องตอบ มันเป็นสิทธิ์ของผมสี่คน และก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ไอ้พี่ชมพูจะต้องรู้

“ก็ไม่ได้เกี่ยวกับกู”

“แล้วพี่จะอยากรู้ไปทำไมเหรอครับ จำเป็นตรงไหน”

มันกลั้นลมหายใจเข้าไปหนึ่งเฮือก มองก็รู้ว่ามันพยายามระงับสติไม่ให้กระเด้งกระดอนไปไกลจนเป็นผลให้ลุกขึ้นมากระทืบผมจนตับม้ามกระจาย

“ไม่จำเป็น แต่กูเห็นแล้วสงสัย พวกมึงเป็นเพื่อนกันแน่ใช่ไหม”

เปลี่ยนเป็นผมที่ต้องทำหน้างุนงง ไอ้พี่ชมพูถามแบบนี้ทำไม ก็น่าจะเห็นอยู่ว่าผมกับไอ้พวกที่เหลือเป็นเพื่อนกันชัดๆ ท่าทางจะประสาท

“แล้วพวกผมไม่เหมือนเพื่อนกันหรือไง”

“คนอื่นๆ อาจจะเหมือน แต่...” มันหยุดเสียงไปแป๊บนึงแล้วเหลือบตา มองผมอย่างกับจะพิจารณาอะไรบางอย่าง “มึงกับไอ้กราฟ ไม่แน่”

“ถ้าผมกับมันไม่ได้เป็นเพื่อนกันแล้วจะเป็นอะไร”

“ก็กูกำลังถามมึงอยู่นี่ไง”

“งั้นผมก็ตอบพี่ได้คำเดียวว่าเพื่อน”

ผมตอบมันเต็มเสียงจนไอ้สองตัวที่นอนอยู่อีกฟากของไอ้กราฟครางเสียงอย่างรำคาญๆ แต่ก็หลับต่อ ไม่ได้ลุกขึ้นมาดูผมกับไอ้พี่ชมพูฉะฝีปากกัน

“มึงคิดว่าสิ่งที่มึงพูดน่าเชื่อหรือไง”

มันทำหน้าเนือยๆ ใส่ เหมือนไม่เชื่อผมเสียเต็มประดา

นั่นก็เรื่องของมึง มึงจะเชื่อไม่เชื่อก็ไม่เกี่ยวกับกับกู

“ผมไม่ได้บอกให้พี่เชื่อ ก็แค่ตอบคำถามที่พี่อยากรู้”

มันคงไม่จำเป็นหรอกมั้งครับที่ผมต้องไปโพทะนาบอกใครต่อใครว่าทำไมความสัมพันธ์ของผมกับไอ้กราฟหรือแม้แต่ไอ้กัสไอ้เคลมถึงได้เป็นอย่างทุกวันนี้

พวกเราก็แค่รักกัน และต้องการมีกันและกันครบทั้งสี่คนไม่ว่าเมื่อไร

ต้องไม่ขาดคนใดคนหนึ่งไป พวกเราหวังเพียงแค่นั้น

“เออๆ มึงนี่แม่ง”

มันทำหน้าไม่พอใจเท่าไร แถมยังพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น ผมว่ามันคงระงับอารมณ์น่าดูเวลาที่ต้องคุยกับผม ไม่รู้ทำไมมันถึงได้อารมณ์ขึ้นง่ายนัก

“งั้นกูกลับล่ะ กูทำข้าวต้มไว้ มันตื่นมามึงก็อุ่นให้มันแดกแล้วกัน”

ผมพยักหน้าเบาๆ ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปนอกจากนั้น มันเลยหมุนตัวกลับแล้วเดินไปที่ประตูโดยไม่พูดอะไรอีก ไม่ได้ทวงบุญคุณหรือคำขอบคุณอะไรจากผม ทั้งที่นิสัยอย่างไอ้พี่ชมพูน่าจะทำแบบนั้น ผมเลยได้แต่คิดอยู่ในใจว่าจะพูดออกไปดีไหม แต่สุดท้ายแล้วปากที่เม้มเข้าหากันระหว่างที่มันเดินห่างออกไปจนเกือบจะเลยประตู ก็ง้างออกจนได้

“เอ่อ...”

ทั้งที่เสียงของผมไม่ได้ดังเท่าไร แต่มันกลับได้ยินแล้วหันกลับมามอง ผมจึงสูดลมหายใจ กล้าๆ ที่จะพูดคำที่ไม่คิดว่าจะพูด

“ขอบคุณ”

“...”

มันไม่ตอบ แต่ยักไหล่ให้อย่างมีเชิง ก่อนจะเดินออกจากห้องไปจริงๆ แถมยังล็อกประตูให้เสียอีก เหมือนรู้ว่าผมอยากให้มันทำแบบนั้น แน่ล่ะ ถ้ามันไม่ล็อกเกิดโผล่พรวดเข้ามาตอนผมถอดแว่นออกก็จบกันพอดี ผมถือว่าเรื่องแว่นนี่เป็นเกมที่ผมต้องเอาชนะมันให้ได้ไปแล้ว

ในเมื่อพ้นจากสถานการณ์ไม่ปลอดภัยสำหรับ (แว่น) ตัวเองแล้ว ก็ถึงเวลาที่ผมจะได้กำจัดมันออกไปสักที ไม่ใช่ว่ามันไม่เกะกะ ผมรำคาญมันจะตาย แต่ก็ช่วยไม่ได้ หน้าตาหล่อๆ แบบผม ขืนเปิดเผยโฉมหน้าสู่สาธารณชนคงมีแต่หญิงวิ่งเข้าใส่จนวุ่นวาย ชีวิตเงียบสงบที่ผมพยายามทำให้สำเร็จคงจบลงพอดี ไหนจะคู่อริผมอีก

ถอดแว่นวางบนหัวเตียงแล้วผมก็หันไปดูอาการไอ้กราฟอีกครั้ง เอามือไปแตะบนหน้าผากของมันยังรู้สึกว่าร้อนๆ อยู่เลยมุดตัวลงไปในผ้าห่ม โอบแขนกอดมันเอาไว้พอประมาณไม่แน่นมากและไม่หลวมจนเกินไป ให้มันรับรู้ถึงความห่วงใยที่ผมส่งไปให้

กูรักมึงมากนะ กราฟ...

















เสียงปิดประตูดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ เรียกสติที่งัวเงียของผมให้กลับมาอีกครั้ง ผมเปิดตาขึ้นรับแสงจากหน้าต่างที่ลอดเข้ามา พระอาทิตย์เกือบตกดินแล้ว

นี่ผมนอนนานขนาดนั้นเชียว

มึนๆ กับตัวเองได้ไม่เท่าไรก็หันไปมองคนข้างๆ ที่นอนกอดมาทั้งวัน ยื่นมือไปวัดไข้มันอีกครั้งแล้วก็รู้สึกเบาใจขึ้นมาได้ ไข้สูงตอนนี้ลดลงไปค่อนข้างเยอะแล้ว ผมจึงหยิบผ้าขนหนูบนหัวเตียงที่เคยเปียกเพราะเหงื่อมันขึ้นมาซับอีกครั้งแล้วค่อยไปมองต้นตอของเสียงที่ปลุกให้ผมตื่น

“มึงเอามาซักผ้าหรือไงวะไอ้กัส”

เห็นชามใบใหญ่อย่างกับกะละมังที่ไอ้กัสถือมาแล้วก็อดถามมันไม่ได้ แม้จะเห็นว่ามีช้อนหลายคันวางอยู่ในนั้น

“กูขี้เกียจล้าง”

“มึงก็ให้ไอ้เคลมล้าง ไม่เห็นยาก”

“อะไร เกี่ยวอะไรกับกู”

เหมือนไอ้เหี้ยเคลมแม่งลืมตาโพลงขึ้นมาเลย ไอ้สัตว์ พูดถึงมึงขึ้นมาหน่อย หูกระดิกเชียวนะมึง

“แล้วนี่อะไร”

ไอ้เคลมถามต่อ แล้วก็พอทำให้ผมนึกได้รางๆ

“ข้าวต้ม”

“มึงทำ?”

“กูก็ว่าจะทำ แต่พอดีว่ามีคนเสกไว้ให้ว่ะ”

ไอ้กัสตอบกวนๆ แล้ววางชามข้าวต้มใบใหญ่ที่มันตักมาเผื่อให้กินสี่คนตามคอนเซปต์ขี้เกียจล้างของมันลงบนโต๊ะหัวเตียง

“ไอ้พี่ชมพูทำไว้ให้”

คนที่รู้ดีที่สุดว่าปัญหาที่พวกมันกำลังถกเถียงกันอยู่มาจากใครอย่างผมเป็นคนแฉความจริง พวกมันหันมามองผมเป็นตาเดียว

“พี่ภูทำให้เลยเหรอวะ”

“โอ้ววว เป็นบุญปากของกูจริงๆ”

ไอ้เคลมพร่ำเพ้ออย่างเว่อร์ๆ จนน่าถีบปาก ผมส่ายหัวใส่มันก่อนจะหันไปมองกราฟ มองมันไปสักพักแล้วก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“วันนี้วันที่เท่าไรวะ”

“วันนี้?”

“สิบหก ถามทำไมวะ”

ไอ้กัสไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร แต่ก็เหมือนว่ามันจะเก็ตๆ ขึ้นมาหน่อยหลังจากย้อนผมกลับมาแบบนั้น รวมทั้งไอ้เคลมด้วยที่เบิกตาโตขั้นโอเวอร์ตามประสาพวกปัญญาอ่อน

“สิบหกกรกฎา...”

พวกผมครางเสียงออกมาพร้อมกันแล้วก็ได้แต่มองหน้ากันสลับไปมา ความรู้สึกผิดค่อยๆ ก่อตัวขึ้นช้าๆ ในใจ ไม่ว่าจะเป็นผมหรือว่าอีกสองตัวที่เหลือ

“กูไม่น่าลืม ไม่น่าปล่อยให้มันอยู่คนเดียวเลย”

“กูก็ด้วย ลืมสนิท”

“กูก็เหมือนกัน”

แล้วปลายสายตาของพวกเราก็ไปหยุดที่ไอ้กราฟคนเดียว

“พวกมึงปลุกมันขึ้นมากินข้าวก่อนแล้วกัน มันจะได้กินยา เดี๋ยวกูไปโทรหาป๊าก่อน”

ไอ้กัสไอ้เคลมต่างพยักหน้าพอผมว่าอย่างนั้น ไม่ต้องอธิบายอะไรพวกมันก็เข้าใจได้ว่าผมจะทำอะไร ผมจึงสบายใจที่จะแยกตัวมาคนเดียว

ออกมาจากห้องนอนของไอ้กราฟแล้วผมก็เดินไปนั่งที่โซฟาของห้องนั่งเล่น สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พลางมองมือถือที่ล้วงออกมาจากกระเป๋ากางเกง เลื่อนนิ้วไปหาเบอร์โทรที่ผมไม่ค่อยได้โทรไปเท่าไร

ไม่ใช่ว่าผมกับป๊ามีเรื่องบาดหมางอะไรหรือว่าเข้ากันไม่ได้ เรายังรักกันดี เพียงแต่มีข้อตกลงร่วมกัน แล้วข้อตกลงนั้นดันไม่ค่อยถูกใจผมเท่าไร



‘มรดกมากมายกับการเลิกทำตัวเสเพล แล้วป๊าจะคืนเลพเพิร์ดให้’

‘เลพเพิร์ดเป็นของยีน ม้าซื้อให้ยีน ป๊าไม่มีสิทธิ์มายึดไป’

‘แล้วยีนพูดได้หรือไงว่าอะไหล่ทุกตัวที่ยีนเอาไปแต่งเพิ่มไม่ใช่ของป๊า ถ้ายีนไม่ทำ ป๊าจะแยกชิ้นส่วนแล้วเอาไปทำลายให้หมด ยีนอยากให้เป็นแบบนั้นไหม’



ผมไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธได้ในเมื่อเลพเพิร์ดเป็นรถที่ม้าซื้อให้ในวันเกิดก่อนม้าจะจากไปและไม่มีวันกลับมา

เป็นของล้ำค่าที่สุด... ของดูต่างหน้าม้า

[มีอะไรถึงโทรหาป๊าได้]

ประโยคแรกทักทายแบบนั้น แต่ผมต้องกลืนน้ำลายลงคอและเตรียมใจอยู่มากถึงจะกล้าบอกเหตุผลได้

“ยีนจะค้างกับกราฟนะครับป๊า”

[ทำไมต้องค้าง ไหนยีนรับปากป๊าแล้วว่าจะไม่กลับดึก และจะเลิกเที่ยวสำมะเลเทเมาอีก]

“ยีนไม่ได้ทำแบบนั้น ยีนยังรักษาสัญญา ป๊าก็รู้ว่ายีนไม่ทำโง่ๆ แบบนั้น”

ผมพูดด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ นิดหน่อยเมื่อนึกถึงรถสีแดงคันโปรด และคิดว่าป๊าก็รู้เหมือนกันว่าผมกำลังรู้สึกแบบไหน เพราะป๊ารู้ดีว่าผมรักเลพเพิร์ดมากถึงได้เอามาขู่ให้ผมเปลี่ยนนิสัย

“แต่กราฟไม่สบาย ยีนอยากอยู่กับกราฟ แล้วเดี๋ยวอาทิตย์หน้ายีนจะสอบแล้ว ยีนจะอยู่อ่านหนังสือกับกราฟด้วย”

[เรื่องกราฟไม่สบาย ยีนอยากอยู่ด้วยป๊าไม่ว่า แต่เรื่องอ่านหนังสือ ยีนแน่ใจหรือว่าจะไม่ออกนอกลู่นอกทางเหมือนเมื่อก่อน]

เรื่องผมกับกราฟป๊าก็รู้ หรือบอกว่าป๊ารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับผมคงไม่แปลก เพราะเมื่อก่อนเวลามีอะไรผมก็มักจะเล่าให้ป๊ากับม้าฟังตลอด จะมีแค่ช่วงก่อนหน้านี้ที่ผมกับป๊ามีปากเสียงกันเรื่องไลฟ์สไตล์ของผมที่ดูจะไม่เป็นที่พอใจของป๊าเท่าไร ป๊าบอกผมว่าป๊าให้ผมได้ใช้ชีวิตตามสบายมามากพอแล้ว ตอนนี้เข้ามหา’ลัย ก็ควรเริ่มเป็นผู้ใหญ่ได้แล้ว เลิกทำตัวไร้สาระไปวันๆ สักที

แล้วก็นั่นแหละที่ผมไม่เห็นด้วย เพราะคำว่าผู้ใหญ่ของผมมันต้องเป็นช่วงหลังจากจบมหา’ลัยไปแล้ว ผมสมควรมีเวลาใช้ชีวิตอย่างเต็มที่อีกสี่ปี

“ป๊าคิดว่ายีนโกหกป๊าได้เหรอ”

[ถ้ายีนแน่ใจ ป๊าจะยอมก็ได้ แล้วยีนจะค้างกี่วัน]

“ก็คงทั้งอาทิตย์แหละครับ”

[ถ้าอย่างนั้นก็ตั้งใจอ่านหนังสือล่ะ]

“ขอบคุณครับป๊า”

ผมวางสายลงด้วยความสบายใจมากกว่าเดิมที่ป๊าไม่คัดค้านอย่างที่คิด ตอนแรกนึกว่าป๊าจะไม่ยอมเพราะผมยอมที่จะทำตามใจป๊าแล้ว แต่ป๊าก็ยังเป็นป๊า ยังฟังเหตุผลของผมบ้าง ไม่ใช่สักแต่ค้านอย่างเดียว

คุยกับป๊าเสร็จผมก็เดินกลับไปในห้องอีกครั้ง เห็นไอ้พวกเพื่อนของผมนั่งตักข้าวต้มเข้าปากสลับกันแล้วก็อดยิ้มเบาๆ ไม่ได้ มันเป็นภาพที่น่าดูมาก แล้วก็ดูน่าเอ็นดูแบบแปลกๆ ผมชอบบรรยากาศแบบนี้ที่เรามีกันสี่คน

“ว่าไงวะ ข้าวต้มอร่อยไหม”

ผมตรงเข้าไปหาพวกมันก่อนจะนั่งลงบนเตียงตรงจุดที่พวกมันเว้นไว้ให้

“อร่อย ฝีมือพี่ภูแม่งเจ๋งว่ะ”

ไอ้เคลมชมทั้งที่เคี้ยวแก้มตุ่ย ดูจะภาคภูมิใจกับรุ่นพี่ของมันมาก ผมล่ะอยากรู้จริงๆ ว่ามันอร่อยอย่างคำว่าไหม เลยหันไปหาไอ้กราฟที่นั่งอยู่ข้างกัน

“กราฟ ป้อนยีนหน่อย”

ผมอ้าปากรอหลังจากบอกมันอย่างอ้อนๆ มันก็คลี่ยิ้มนิดๆ แม้ว่าจะดูฝืดกว่าทุกที แต่ก็ยอมตักข้าวขึ้นมาป้อนผมถึงปาก ผมก็เคี้ยวๆ หลังจากรับข้าวเข้าปากแล้ว เชื่อไอ้เคลมจริงๆ ว่าข้าวต้มฝีมือไอ้พี่ชมพูอร่อยจริง

“กราฟฟฟฟ ป้อนกูหน่อยครับ ป้อนกูหน่อย”

“ป้อนกูด้วย”

ไม่ใช่แค่ผมคนเดียว แต่ไอ้เคลมมันก็เอาด้วย หนำซ้ำยังไอ้กัสอีก เล่นเอาไอ้กราฟที่ยิ้มได้แค่นิดๆ ตอนนี้ยิ้มกว้างขึ้นแล้ว มันตักข้าวป้อนพวกผมทุกคนทั้งที่ปากมันยังยิ้ม

“กูรักพวกมึงจริงๆ”


















อาการของกราฟหายได้ไม่ยาก พอผ่านวันนั้นไปมันก็หายดี เพราะการป่วยของมันไม่ได้เกิดจากการเจ็บไข้ใดๆ แต่เป็นพิษทางใจที่มีมาแต่อดีตมากกว่า พวกผมต่างก็รู้ดีเพราะอยู่ในเหตุการณ์นั้นเหมือนกัน โดนผลกระทบไปตามๆ กัน แต่คนที่เลวร้ายที่สุดก็คือไอ้กราฟเพื่อนรักที่สุดของผม

หลังจากไอ้กราฟหายเป็นปกติก็ถึงเวลาเข้าสู่วิบากกรรมของจริง เพราะว่าเป็นครั้งแรกของการสอบในรั้วมหาวิทยาลัยที่ใครต่อใครคงรู้ว่ามันไม่ง่ายเหมือนตอนมัธยม ผมกับกราฟอ่านหนังสือด้วยกัน แม้จะมีบ้างที่แวบมาเล่นเกมคลายเครียด ตอนนี้ก็เหมือนกัน

“ไอ้สัตว์ มึงอย่าโกง”

ผมยกตีนขึ้นถีบสีข้างมันเพราะว่ามันดันแกล้งขับรถมาเบียดจนผมตกลงไปข้างทาง เขามีแต่แข่งกันเข้าเส้นชัย แต่ไอ้ห่ากราฟดันเสือกไล่บี้ผมจนรถจะกลายเป็นปลาหมึกแผ่นอยู่แล้ว เชี่ยเอ๊ยยยย

“กูโกงตรงไหน”

“ก็ตรงที่มึงทำเชี่ยๆ อยู่นี่ไง ห่าเอ๊ย ออกไปเลยนะมึง”

ผมบังคับรถกระแทกมันกลับ แต่รถคันที่มันเลือกเสือกคันใหญ่กว่า ไอ้ห่า ไอ้สัตว์กราฟ! กูไม่อยากแพ้มึงนะเว้ย

เมื่อไม่เห็นลู่ทางว่าจะเอาชนะมันได้ ผมก็เปลี่ยนจากเกมในจอเป็นเกมในชีวิตจริงซะเลย ตัวทั้งตัวของผมกระโจนใส่คนข้างๆ ที่สูงกว่าห้าเซนต์ มันเลยหงายหลังแล้วโดนผมทับไปเต็มๆ แม้ผมจะได้ยินเสียงร้องโอดโอยของมัน ผมก็ยังไม่หยุด กระทั่งเสียงบุคคลที่สามดังขึ้นนั่นแหละผมถึงได้ชะงัก

“เล่นอะไรของพวกมึง แขกมา”

ผมเงยหน้าขึ้นมองแขกคนที่ไอ้กัสว่า แต่ยังไม่ทันได้เห็น ไอ้กราฟก็ผลักหัวผมจนหน้าผมจมลงไปบนอกของมัน และแม้ว่าผมจะพยายามยื้อตัวออกมาแต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะว่ามันกดไว้แรงมาก

สัตว์! มึงจะฆาตกรรมกูหรือไง!

ผมร้องโวยในใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่สูดกลิ่นโคโลญจน์อ่อนๆ จากตัวมัน หอมดีครับ เป็นกลิ่นที่ดมแล้วรู้สึกสบายๆ แล้วก็เป็นกลิ่นเดียวกับผมด้วย แต่ก็แน่ล่ะ เพราะว่าผมมาค้างกับมันแล้วก็ใช้ของทุกอย่างของมัน แม้แต่กางเกงในผมยังใช้ของมันเลย แต่ก็แค่คืนเดียวเท่านั้นแหละ เพราะอีกวันผมก็กลับไปเอาเสื้อผ้าของตัวเองมา

ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจว่าไอ้กราฟจะกอดผมไว้ทำไม แต่พอไอ้กัสรู้งานหยิบแว่นจากบนโซฟาที่ผมถอดทิ้งไว้มาสวมให้ผมถึงได้เข้าใจเจตนาของมัน แล้วไอ้กราฟก็ยอมที่จะปล่อยผมออกมาให้สูดลมหายใจเข้าได้เต็มปอดอีกครั้ง

“หวัดดีครับพี่เจ๋ง พี่ภู”

ไอ้กราฟทักทายแขกที่บุกมาถึงที่ ผมก็หันไปมองรุ่นพี่สองคนด้วย เห็นพี่เจ๋งยิ้มให้ก็ยิ้มตอบกลับไป แต่ไอ้พี่ชมพูนี่มันยังไง มองผมด้วยแววตาที่ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไร

“พอดีกูเจอพี่เขาอยู่ข้างล่างกำลังจะขึ้นมาพอดี เลยชวนมาด้วยกัน”

ไอ้กัสอธิบายสถานกาณ์ที่เกิดขึ้นให้กระจ่างพอประมาณ ส่วนไอ้เคลมก็รีบเจ๋อ

“พี่ภูบอกว่าพาพี่เจ๋งมาเยี่ยมอาการมึงอะไอ้กราฟ”

“พอดีว่าไอ้เจ๋งมันไปรับจ๊อบที่เชียงใหม่มา เพิ่งกลับ เลยได้มาวันนี้”

ไอ้พี่ชมพูอธิบายต่อ เหมือนกับอยากให้รู้ว่าพี่เจ๋งไม่ได้ละเลยหลานรหัสแต่อย่างใด

“แล้วพี่เจ๋งรับจ๊อบอะไร”

ไอ้เคลมถาม แต่คนที่ตอบกลับเป็นพี่ชมพูแทนพี่เจ๋งที่สมควรตอบ เสือกจริงๆ เลยมึง

“ไอ้เจ๋งรับจ๊อบเทศน์มหาชาติ”

“พ่อมึงสิ” พี่เจ๋งย้อนกลับได้อย่างสะใจจนผมเผลอยิ้มอยู่ในใจ “กูไปเป็นเอ็มซีงานเปิดตัวรีสอร์ทให้ญาติมา แต่มาเยี่ยมแล้วเจอว่ากราฟหายดีกูก็พอใจแล้ว”

“อาจจะหายเร็วกว่าที่มึงคิด”

คนที่มักจะกวนบาทาและหาเรื่องผมอยู่ตลอดมองหน้าไอ้กราฟ ก่อนจะเบือนหน้ามามองผมแทน แถมยังทำตาขวางๆ ใส่เหมือนไม่พอใจอะไรเสียอีก

อะไรของมึงอีก กูยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง แค่พูดกูยังไม่ได้พูดเลย แล้วมึงจะมาไม่พอใจกูเรื่องอะไรวะ ไอ้สัตว์

“ถ้างั้นพี่ก็ไม่จำเป็นต้องเยี่ยมแล้วสิครับ โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ”

พอมันทำตาแบบนั้นใส่ผมไม่เลิก ผมเลยตอบกลับไปบ้าง ซึ่งมันก็รีบขยับตัวเข้ามาใกล้ผมมากขึ้นหลังจากที่ยืนคุยกันอยู่พักหนึ่ง

“แต่กูเปลี่ยนใจแล้วว่ะ ไม่ต้องเยี่ยมไอ้กราฟก็ได้ แต่กูจะเปลี่ยนมาติวหนังสือให้รุ่นน้องของกูเอง พวกมึงจะสอบกันวันมะรืนแล้วนี่”

มันเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ ผมแล้วย่อตัวลงจนความสูงเกือบเท่ากัน แต่ว่ามันก็ยังดูสูงกว่าอยู่ดี จากนั้นก็ยกแขนขึ้นพาดบ่าผมอย่างหน้าตาเฉย ไม่มีการขออนุญาตหรืออะไรใดๆ ทั้งสิ้น

ทรามตลอดอะมึง

“ไม่ต้องหรอกครับ ผมไม่อยากรบกวน  ไม่อยากทำให้พี่ชมพูเสียเวลา”

“ไม่ต้องเกรงใจกูหรอก มาๆ ไอ้เจ๋งก็คงอยากช่วยหลานรหัสเหมือนกัน ใช่ไหมวะ ไอ้เจ๋ง”

“เออๆ”

พี่เจ๋งหันมาตอบแบบส่งๆ พลางมองผมกับไอ้พี่ชมพูอีกต่างหาก คงสงสัยแหละว่ากูกับไอ้รุ่นพี่ห่านี่ญาติดีกันตอนไหน ผิดกับผมที่ไม่แน่ใจว่าสรุปแล้วไอ้พี่ชมพูมันไว้ใจได้หรือเปล่า มันจะแกล้งทำดีแล้วกระโดดถีบกลางหลังไหม แค่คิดก็เสียววาบขึ้นมา เพราะว่าฝ่าตีนมันก็ไม่ใช่เล็กๆ ถีบทีคงกระอักเลือดประหนึ่งธาตุไฟแตกซ่าน

“งั้นมึงมานี่” ไอ้พี่ชมพูดึงมือผมเลยครับ ผมยังไม่ได้พูดหรือร้องห้าม มันก็ฉุดให้ผมลุกขึ้นตาม หนำซ้ำยังหันไปบอกเพื่อนผมอีกสองคนที่เหลือ “กูจะพามันไปติวสอบ ส่วนพวกมึงที่อยู่คณะอื่นก็ไปหารุ่นพี่คณะมึงได้แล้ว ไอ้เจ๋ง มึงก็ดูหลานรหัสมึง น้องใครน้องมัน”

“เต็มปากเลยนะมึงว่าน้องใครน้องมัน มึงถามยีนหรือยังว่าเต็มใจจะเป็นน้องมึงหรือเปล่า”

พี่เจ๋งย้อน แต่ไอ้พี่ชมพูกลับไม่สะทกสะท้าน มันยังยักไหล่ใส่อีกต่างหาก ท่าทางแม่งโคตรกวนส้นตีนเลย

“แยกกันอ่านจะได้มีสมาธิดีกว่าไง หรือมึงไม่คิดงั้น”

พี่ชมพูตอบโดยที่มือยังจับข้อมือของผมเอาไว้ ทำอย่างกับผมเป็นสมบัติส่วนตัวของมัน ไม่พอแค่นั้น จากที่ฉุดผมให้ลุกขึ้นนั่ง มันยังพาผมเข้าไปในห้องนอนของไอ้กราฟเสียอีก

มึงพากูมาติวหรือพามาทำเชี่ยไรวะ ทำไมต้องเข้าห้องนอน กูไม่เข้าใจ!

ผมทำหน้างงๆ ใส่มัน แต่เหมือนมันไม่ได้สนใจ จับผมนั่งลงบนเก้าอี้ที่โต๊ะคอมของไอ้กราฟแล้วถามด้วยเสียงเรียบๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่มันเพิ่งลากผมมาเมื่อกี้

“วิชาแรกสอบอะไร”

“พีอาร์”

ผมตอบมันไปส่งๆ แต่ว่าการกระทำของมันไม่ส่งด้วย เพราะไอ้พี่ชมพูแม่งยืนซ้อนอยู่ด้านหลังผม แล้วมันก็โน้มตัวลงมาด้านหน้า ดันผมให้ต้องเอนตัวตามมันเพื่อเปิดคอมพิวเตอร์บนโต๊ะ แต่กดสวิตช์เปิดคอมแล้วแทนที่มันจะรั้งตัวกลับไป มันกลับไม่ทำแบบนั้น

“มึงใช้น้ำหอมอะไร”

รู้สึกงงๆ นิดหน่อยที่อยู่ๆ มันก็ถามแบบนี้ หนำซ้ำผมยังรู้สึกว่ามันเอาจมูกมาดมๆ แถวๆ ต้นคอผมเสียอีก

อย่าบอกนะว่าจริงๆ แล้วมึงเป็นแวมไพร์ แล้วกะจะดูดเลือดกูให้หมดตัวกลายเป็นศพแห้งเหี่ยว ไม่เอานะเว้ย ถึงจะตาย กูก็ขอศพหล่อ!

“ทำไม”

“ตัวมึงหอมดี”

มันว่าแล้วยังสูดกลิ่นไม่เลิก มันฟุดฟิดๆ อยู่ตรงซอกคอผมจนผมรู้สึกจั๊กจี้แปลกๆ เพราะมันดมที ลมร้อนๆ ก็เป่าตรงคอผมที มันดมหลายที ลมก็เป่าถี่ๆ จนอยากจะหดคอหนี แต่ไม่เอาหรอกครับ เสียฟอร์ม เรื่องอะไรคนอย่างไฮยีนจะทำ เรื่องที่ดูว่าแพ้ไอ้พี่ชมพูแบบนั้น

“ของไอ้กราฟ”

“กูขอดมหน่อยแล้วกัน กูชอบกลิ่นนี้ว่ะ”

เหมือนมันไม่ได้ฟังคำตอบผม เพราะพอพูดจบมันก็สวนขึ้นมาทันที

สัตว์ ประสาทเปล่าวะ มีที่ไหนแม่งมาขอดมเพราะชอบกลิ่น มึงเป็นหมาเหรอวะ แล้วนี่มึงจะดมจนจมูกหลุดออกมาแปะคอกูเลยไหม!

“ไปดมไอ้กราฟสิครับ กลิ่นมันหอมเหมือนกันนั่นแหละ เผลอๆ จะหอมกว่า”

ผมนึกไปถึงตอนที่ไอ้กราฟกอดผมไว้ กลิ่นมันหอมจริงๆ ก็พอทำให้ผมเข้าใจหรอกว่าทำไมไอ้พี่ชมพูถึงได้ชอบ เพราะผมเองก็ชอบเหมือนกัน ทีหลังซื้อแบบมันมาใช้มั่งดีกว่า

ไม่รู้ว่าคำพูดเมื่อกี้ของผมเป็นการเตะปากหมาหรือเตะหมาในปากของไอ้พี่ชมพู มันถึงได้หยุดอาการแบบนั้นไปชั่วครู่ ผมไม่ได้หันไปมองมันแต่เห็นเงาสะท้อนเป็นรูปหน้ามันจากจอคอมที่กำลังบูทวินโดว์ขึ้นมาพอดี

แม่งทำหน้าอย่างเหี้ย ถมึงฉิบหาย

มึงจะไปฆ่าใครตายเหรอวะ สาดดดด

















==============
หายไปหลายวันเลย รู้สึกช่วงนี้เหนื่อยๆ เพลียๆ ง่วงตลอดเลย
เดี๋ยวก็มีปวดหัวบ้างจนน่ารำคาญ เลยมาต่อให้ช้าหน่อย
แต่งไปหลับไปอีกต่างหาก แล้วยังรู้สึกหัวไม่แล่นด้วย
หวังว่าคนที่ตามอ่านอยู่จะยังไม่หายไปไหนนะคะ

เหตุผลของยีนคงเคลียร์แล้วเนอะ แต่ก็มีเรื่องของกราฟเข้ามาแทน
เหมือนว่ากราฟจะกลายเป็นตัวเอกแทนแล้วนะเนี่ย ^^


Undel2Sky

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-09-2013 23:59:51 โดย undersky »

Crossley

  • บุคคลทั่วไป
อ่านรวดเดียวเลยยย  :z2:
แอบชอบยีน-กราฟเล็กๆ :-[

ออฟไลน์ Nus@nT@R@

  • Life is Investment
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5589
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +456/-11
อืม ยังคาใจเรื่องกราฟกับยีน
ยีนคิดอะไรกับกราฟเกินเพื่อนป่าวนี่ หรือว่า รักแบบเพื่อนจริงๆแต่อาจจะมากกว่าคนอื่นๆ
เห้อ ปวดหัว ว่าแต่อิพี่ภูหึงน้องยีนใช่ป่าว อิอิ

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
พี่ภูหึงโดยไม่รู้ตัวรึเปล่า  ถ้าอิพี่ภูมัวแต่ซึนนะจะเชียร์กราฟแล้วนะ

อยากรู้เหตุผลที่ทำให้กราฟเป็นแบบนี้

 :กอด1:

ออฟไลน์ 111223

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 909
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +276/-5
สนุกมากๆ ชอบนิสัยของยีน กวนดี  :laugh:
แล้วเมื่อไรยีนจะกลับมาหล่อ (หรือหน้าหวาน) ได้ซะทีอ่ะ
อยากเห็นตอนยีนถอดรูปเงาะจริงๆ ทุกคนคงตะลึง
พี่ชมพูก็แอบหึงโดยไม่รู้ตัวนะนั้น ชอบเขาแล้วหล่ะซิ

ออฟไลน์ fuku

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +462/-20
พี่ชมพูนี่ หน้ามึนมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ซึนฯตัวพ่อชัดๆ เริ่มหลอกกระทั่งตัวเอง

ขอให้กินแห้วให้อร่อยด้วยเทิ้ดดดดดดด

ออฟไลน์ Dakzy

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 224
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-3
กรี๊ดดดดดดดด มาต่อแล้วววววว ยังตามอยู่ค่า

เราว่าบางทียีนก็ดูแข็งกับชมภูไปหน่อยนะคะ ถึงพี่แกจะกวนจริงๆก็เถอะ แต่ก็แอบสงสารที่อุตส่าห์ทำดีด้วยแต่ดันโดนกวนกลับใส่ซะนี่

เรื่องนี้มีปมที่อยากให้ไขเร็วๆมากค่า เกิดเรื่องอะร้ายยยยย เพราะอะไร ทำไม ยังไง อยากรู้ววววววววววว

จะว่าไปชมภูแอบหึงป่ะเนี่ย หรือว่าไง?

ชอบตอนกราฟกอดยีน กรี๊ดดดดดดดด จิ้นๆๆๆๆ
รออ่านต่อนะค้า รักษาสุขภาพด้วยค่า อย่าฝืนมากนะคะ ยังไงก็รอได้ค่ะ^^

ออฟไลน์ PetitDragon

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4126
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +343/-5
เห็นด้วยกับข้างบน ยีนดูอคติกับพี่ภูมาก  :เฮ้อ:

อะไรๆ ก็กราฟ สงสารพี่ภู  o1

- คราส -

  • บุคคลทั่วไป
ชอบยีนกราฟแฮะ
พี่ภูหึง?

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด