It's U, It's Me : กวนนัก แต่รักนะครับ (จบ) [21/7/59]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: It's U, It's Me : กวนนัก แต่รักนะครับ (จบ) [21/7/59]  (อ่าน 610824 ครั้ง)

ออฟไลน์ undersky

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 234
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +128/-0
    • Undel2Sky's Facebook ♥
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0


------------------------------------------------------------------------------------------------------------






It's U, It's Me : กวนนัก แต่รักนะครับ

บทนำ
ตอนที่ 1
ตอนที่ 2
ตอนที่ 3
ตอนที่ 4
ตอนที่ 5
ตอนที่ 6
ตอนที่ 7 1 // 2
ตอนที่ 8
ตอนที่ 9
ตอนที่ 10
ตอนที่ 11
ตอนที่ 12
ตอนที่ 13
ตอนที่ 14
ตอนที่ 15
ตอนที่ 16
ตอนที่ 17
ตอนที่ 18 1 // 2
ตอนที่ 19
ตอนที่ 20
ตอนที่ 21
ตอนที่ 22
ตอนที่ 23 1 // 2
ตอนที่ 24
ตอนที่ 25
ตอนที่ 26
ตอนที่ 27
ตอนที่ 28
ตอนที่ 29
ตอนที่ 30
ตอนที่ 31
ตอนที่ 32
ตอนที่ 33
ตอนที่ 34
ตอนที่ 35
บทส่งท้าย
(จบ)

ตอนพิเศษ : ความสวย คือ หายนะ 1 // 2 // 3
ตอนพิเศษ : เสม็ด เสร็จ ไม่เสร็จ 1 // 2
ตอนพิเศษ : ภาพวาดสีเทา
(จบบริบูรณ์)



อ่านคู่กราฟไนล์ได้ที่นี่ค่ะ
|||> It's U, It's Me : รุก - ไล่ - รัก <|||




ID ซื้อ-ขาย
TBL-692-241









บทนำ : พี่ชมพู VS น้องเกงยีน





























ในสถานศึกษาซึ่งเต็มไปด้วยลูกหลานคนฐานะดี มีอันจะกิน หนำซ้ำยังเป็นคณะนิเทศศาสตร์แบบนี้ คงไม่มีพวกชอบใช้กำลังและกระทำการป่าเถื่อนหรอก เพราะไม่ต้องออกแรงอะไร แค่เอาเงินฟาดไปทุกอย่างก็จบ

ผมคิดว่าเป็นแบบนั้นกระทั่งถึงตอนนี้แหละครับ

“เฮ้ย มึงอะ”

ผู้ชายคนนั้นดูท่าจะเป็นรุ่นพี่ เขาย่างสามขุมเข้ามาหาผมด้วยใบหน้ายุ่งๆ เหมือนกับไม่พอใจอะไรสักอย่าง จากนั้นก็ตบกบาลผมมาหนึ่งที ปรี๊ดเลยครับ

แม่งงงง มึงมาตบกูทำเชี่ยไร คิดว่าเป็นรุ่นพี่แล้วใหญ่หรือไงวะ

ผมอยากจะตะคอกมันกลับไปแบบนั้น แต่ว่าไอ้เหี้ยกราฟเพื่อนซี้ผมมาจับมือเอาไว้เสียก่อน มันรู้จักนิสัยผมดีว่าผมเป็นคนแบบไหน ผมก็เลยต้องระงับความเดือดดาลเอาไว้ในใจ ไม่ให้พุ่งออกมาแล้วปล่อยหมัดใส่ไอ้รุ่นพี่ตัวใหญ่ พยายามทำหน้าเหมือนกับว่าไม่ได้เจ็บอะไร ทั้งที่แม่งโคตรเจ็บเลย สัตว์เอ๊ย!

“มีอะไรเหรอครับ”

“กูเห็นหน้ามึงแล้ว เหี้ย หงุดหงิดว่ะ”

เอาแล้วครับ อยู่ดีๆ แม่งก็มอบสัตว์ประเสริฐให้ผมซะงั้น มันเอามือมายีหัวผมจนยุ่งเหยิงไปหมด

ห่า ผมเสียเวลาเซ็ตตั้งนานกว่ามันจะเรียบร้อยได้ขนาดนี้ ทั้งที่ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมไม่เคยหวีให้เรียบร้อยหรอกนะ แค่ขยี้ๆ ให้เข้าทรงเท่านั้นแหละ หล่อครับ ไม่ต้องทำอะไรมากก็ดูดี แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกัน แล้วไอ้เหี้ยนี่แม่ง ทำเอาความตั้งใจของผมพังหมด

“แล้วผมไปทำอะไรให้พี่หงุดหงิดล่ะครับ”

“มึงรู้หรือเปล่าว่าคณะเรานี่มันคณะอะไร”

เอ้า มึงโง่หรือเปล่า มึงเรียนคณะอะไรยังไม่รู้ ต้องมาถามเด็กปีหนึ่งแบบกูนี่

ผมอยากจะชักสีหน้าแล้วย้อนมันกลับไปจะตายห่าอยู่แล้ว แต่ก็ต้องห้ามใจของตัวเองเอาไว้

อดทน ท่องเอาไว้ว่าอดทน

“คณะนิเทศศาสตร์ไงครับ”

“เออ มึงรู้ดีแล้วมึงแต่งตัวเชี่ยอะไรมา มึงไม่รู้หรือไงว่าเด็กนิเทศฯ มีดีที่หน้าตา แล้วมึงเสือกใส่เสื้อติดกระดุมซะเกือบทุกเม็ด หวีผมเรียบติดหนังหัว แล้วยังใส่แว่นหนาแบบนี้อีก เฉิ่มเหี้ยเลยว่ะ มึงกำลังทำให้คณะกูตกต่ำนะเว้ยไอ้เด็กใหม่”

นอกจากมันจะบุกเดี่ยวมาที่โต๊ะประจำหน้าคณะของผมแล้ว มันยังกล้ามาวิจารณ์การแต่งตัวของผมอีก ก็แล้วไง ผมแต่งตัวถูกระเบียบ ใส่แว่นกรอบสี่เหลี่ยมสีดำหนาๆ หน่อย มันผิดตรงไหน ก็พอใจอะ

ฟังมันแล้วหงุดหงิดฉิบหาย ผมเลยย้อนกลับไปบ้าง เอาแค่เบาๆ ครับ ผมเป็นคนที่ (พยายามจะ) เรียบร้อย

“ผมรู้ครับว่าคณะนิเทศฯ เป็นหน้าเป็นตาของมหา’ลัย ใครๆ ก็ชื่นชมว่านิเทศฯ เราหน้าตาดี แต่พี่ก็อย่าทำตัวเหมือนหน้าตาดีอย่างเดียวสิครับ”

“ไอ้สัตว์ มึงว่าไงนะ”

“ผมแค่พูดไปตามสิ่งที่เห็นเท่านั้นแหละครับ”

ผมฉีกยิ้มให้มัน ยิ้มหวานๆ ด้วยนะ เห็นมันเหมือนคนความดันจะขึ้น กำหมัดเอาไว้เตรียมจะเสยปลายคางผมที่นั่งอยู่ต่อหน้ายังไงไม่รู้ แต่ถามว่ากลัวเหรอ ผมไม่กลัวหรอกครับ มันอัดผมมา ผมก็ต่อยมันกลับได้ ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวเอาไว้พรุ่งนี้ค่อยเริ่มเรียบร้อยใหม่ก็ได้ ผมไม่ถือ แต่ถ้ามีคนมาชกแล้วผมอยู่เฉยไม่ต่อสู้อะไร นั่นคงผิดคอนเซปต์ ‘ไฮยีน’ เกินไปหน่อย

“นี่มึงอยากโดนกูอัดใช่ไหม ฮะ ไอ้ปีหนึ่ง”

“เฮ้ยๆ พอๆ เหอะครับ ไอ้ยีนมันก็ปากหมาของมันไปแบบนั้นเอง พี่ภูอย่าถือสามันเลย เป็นพี่เป็นน้องกันแท้ๆ”

ยังไม่ทันให้ผมได้ตอบมันหรอก ไอ้กราฟก็ลุกขึ้นมาขัดตาทัพไว้ก่อน ผมเลยทำหน้าเบื่อๆ ใส่ แต่เหมือนไอ้รุ่นพี่คนนี้จะยิ่งทำหน้าหงุดหงิดกว่าเดิมเสียอีก มันมองหน้าผมที หน้าไอ้กราฟที ก่อนจะยอมทำหน้าดีๆ ไม่เหมือนคนปวดขี้จนตูดจะระเบิด

“เออ นี่กูเห็นแก่มึงหรอกนะไอ้กราฟ แต่มึงบอกให้เพื่อนมึงแต่งตัวดีๆ อย่าขัดลูกตากูแบบนี้อีก แม่ง เห็นแล้วอารมณ์เสียว่ะ”

พอมันบ่นตามใจตัวเองเสร็จ ก็เดินไปครับ ห่า อะไรของมึงเนี่ย มาตบหัวกู ด่ากู เสร็จแล้วมึงก็เดินไป นี่มันรุ่นพี่คณะผมจริงเหรอ สถุนสุดๆ

“มึงรู้จักมันด้วยเหรอ”

ผมหันไปถามไอ้กราฟหลังจากมองตามรุ่นพี่คนนั้นที่เดินไปไหนแล้วไม่รู้ ไอ้กราฟทำหน้าแหยใส่หนึ่งทีก่อนจะตอบกลับมา

“เออ เพื่อนพี่รหัสกู จริงๆ ต้องบอกว่าเพื่อนลุงรหัสว่ะ เขาอยู่ปีสามแล้ว ชื่อพี่ชมภู”

“ฮะ?” ผมร้องออกมาหลังจากฟังชื่อ “มึงว่าชื่ออะไรนะ ชมพู? ผู้ชายเหี้ยอะไรวะชื่อชมพู แต๋วฉิบหาย”

“มึงนี่” ไอ้กราฟทำท่าจะตบหัวผมหนึ่งที ผมเลยยกมือขึ้นกัน มันจึงชะงักไป ก็มันรู้นี่ว่ามันเล่นผมไม่ได้หรอก มันทำหนึ่งเท่า ผมคืนสองเท่า มันทำสิบเท่า ผมคืนร้อยเท่า “พี่เขาชื่อชมภู มาจากภูเขาเว้ย ภ.สำเภา ไม่ใช่สีชมพู”

“อ๋อเหรอ”

ผมตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจเท่าไร ไม่ได้อยากรู้จักมักจี่อะไรกับไอ้พี่ชมพูนั่น จะชื่ออะไรก็ไม่สำคัญหรอก แต่ผมคิดว่ามันคงหาเรื่องผมไม่เลิกแน่ๆ นอกจากผมจะควักลูกตามันออกมาให้ตาบอดจะได้ไม่ต้องทนเห็นความเนิร์ดของผม

“ว่าแต่คืนนี้มึงจะไปป่ะ”

“มึงถามอะไรกูอยู่ไอ้กราฟ สัตว์แม่ง อย่ามาให้กูเกิดกิเลส”

“เออๆ กูลืม แม่ง ก็มึงไม่เคยพลาด”

มันทำหน้าหงุดหงิดอยู่หน่อยๆ หลังจากที่ผมสวนกลับไปแบบนั้น ก็แน่ล่ะ งานสำคัญท้าทายแบบนี้มีหรือว่าผมจะพลาด แต่คราวนี้หรือคราวต่อๆ ไป คงไม่ได้จริงๆ แค่คิดผมก็อยากจะลงแดงแล้ว หักดิบตัวเองชัดๆ

“แล้วนี่ไอ้เหี้ยกัสกับไอ้เคลมไปไหน”

ผมถามถึงเพื่อนในกลุ่มที่เหลือ เรารู้จักกันมาตั้งแต่เรียน ม.ต้น แล้วครับ ซี้กันสุดๆ มาตั้งแต่เพิ่งรู้จัก จนเรียนมหา’ลัยด้วยกัน ไม่ใช่เพราะความเก่งหรอก แต่เพราะว่าเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน เงินหนาก็เข้าได้แบบสบายตัวนั่นแหละ แค่ไอ้สองตัวนั้นอยู่วิศวะฯ ไม่ได้อยู่นิเทศฯ เหมือนผมกับไอ้กราฟ

“ยังไม่ตื่นมั้ง เห็นเมื่อคืนแม่งหิ้วเด็กขึ้นคอนโดทั้งคู่”

“เหอะ”

ได้แต่พ่นลมออกมาอย่างเซ็งๆ อิจฉามันที่ได้ทำอะไรตามแต่ใจตัวเอง ผิดกับผมที่เวลาหมดลงแล้ว เคยป็นเพลย์บอยพ่วงแบดบอยมาหลายปี แต่ตอนนี้ กลายเป็นแค่เด็กเนิร์ดคนนึง ให้ใครรู้คงอายไปถึงชาติหน้า

...ไฮยีนสุดหล่อสิ้นลายตายคาตีนป๊า















ผมนัดกับพวกในแก๊งมากินข้าวกลางวันที่โรงอาหารกลาง ไอ้กราฟมากับผมแน่อยู่แล้ว ส่วนไอ้กัสกับไอ้เคลมตามมาทีหลัง กลายเป็นหนุ่มฮอตเลยทีเดียว ถ้าเสียงซุบซิบของผู้หญิงทั้งคณะเดียวกันและคณะอื่นไม่ดังประมาณว่า


“กลุ่มนี้โคตรหล่อเลย แต่ไม่น่ามีไอ้แว่นนั่นเลยว่ะ จุดอ่อนของกลุ่มหนุ่มหล่อชัดๆ”

“ทนอยู่ในกลุ่มนั้นได้ยังไงเนอะ มีแต่คนหล่อ ไม่รู้จักเจียมตัวมั่งเลย”



แล้วก็อื่นๆ อีกมากมายที่ผมคงสาธยายไม่หมด ทนฟังมาเป็นเดือนแล้วครับตั้งแต่เข้ามหา’ลัย ก็ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้เท่าไร แต่ไม่ทำก็ไม่ได้ ตั้งแต่เปิดเทอมเข้าปีหนึ่งมา ผมต้องกลายร่างมาเป็นขี้ปากชาวบ้านมากกว่าเดิม จากที่เคยมีแต่คนบอกว่า ‘พี่ยีนหล่อ พี่ยีนเท่สุดๆ หล่อที่สุดในกลุ่มเลย’ กลายเป็นว่า ‘ไอ้แว่น ไอ้แว่น แล้วก็ไอ้แว่น ไอ้แว่น!!’ เซ็งนะครับ ไม่ใช่ไม่เซ็ง

เอาจริงๆ ก็อายด้วยเหมือนกัน ที่หนุ่มสุดหล่อ เสน่ห์แรง มีชาติตระกูล แต่งตัวทันสมัยและดูดีอยู่ตลอดเวลากลายมาเป็นไอ้เฉิ่มแว่นหนา หน้าจืด หวีผมปรกหน้าแบบนี้

“ไอ้ยีน มึงจะกินอะไรวะ เดี๋ยวกูไปสั่งให้ มึงก็ไปซื้อน้ำ”

“กะเพราไก่ก็ได้ ไข่ดาวด้วยนะมึง”

ผมตอบไอ้กราฟกลับไป แต่เหมือนมีเสียงเอคโค่ตามมา


“กะเพราไก่ หน้าตาจืดๆ ก็ต้องกินแต่ของพื้นๆ แบบนี้แหละ”


ผมตวัดตาไปทางต้นเสียงเลยครับ กลุ่มผู้หญิงที่ดูแล้วก็ไม่ได้สวยไปกว่าผู้หญิงที่ผมเคยขึ้นเตียงด้วยสะดุ้งทั้งกลุ่ม

ก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเอากับไอ้แว่นหน้าจืดนี่สักที จะครางดังแค่ไหน

“งั้นมึงเอาโค้กให้กูขวดด้วยนะ”

ไอ้กราฟร้องสั่งก่อนจะเดินไป แต่ถึงมันจะเดินไปไกลแค่ไหน ผมก็มั่นใจว่าผมเห็นมันได้ง่ายๆ เพราะตัวมันสูงร้อยแปดสิบต้นๆ แถมยังทำผมสีบลอนด์ บลอนด์จนเกือบขาวเลยครับ ทั้งที่ตัวมันก็ขาวอยู่แล้ว ตอนแรกที่มันบอกว่าจะทำผมสีนี้ ผมนึกว่าจะไม่เข้ากับมันเสียอีก ที่ไหนได้ ทำออกมาแล้วแม่งหล่อไปอีกแบบ ส่วนตัวผมตอนนี้ ผมดำสนิทเลย จากที่เคยเป็นสีน้ำตาลแดงๆ นึกแล้วก็หงุดหงิดครับ

ผมเดินไปสั่งโค้กให้ไอ้กราฟ แล้วก็เป๊ปซี่ให้ตัวเอง ไม่ชอบกินอะไรหวานๆ เลยไม่ได้กินเหมือนมัน แต่ระหว่างที่รอป้าคนขายยกขวดมาจากตู้แช่ให้ เสียงทุ้มๆ จากคนที่มายืนอยู่ข้างๆ ก็ทำให้ผมต้องหันไปมอง

“ป้า เป๊ปซี่ขวด”

“เป๊ปซี่หมดแล้ว เหลือแต่ขวดลิตร จะเอาไหมพ่อหนุ่ม”

ป้าคนขายตอบกลับมาก่อนจะเอาโค้กและเป๊ปซี่มาให้ผม แล้วก็เหมือนเจ้าสองขวดนั้นเป็นตัวเรียกสายตาของไอ้คนที่ยืนข้างๆ ยังไงยังงั้น มันมองหน้าผมสลับกับเป๊ปซี่ในมือ ก่อนจะคำรามเสียงใส่แบบไม่พอใจ

“มึงแย่งเป๊ปซี่กูเหรอ ไอ้ปีหนึ่ง”

ผมหันไปมอง ไอ้คนตรงหน้าที่ตัวใหญ่กว่าผมคือไอ้พี่ชมพูนั่นแหละ

“ผมมาสั่งก่อน ผมได้ก่อน มันก็ถูกแล้วไม่ใช่หรือไงครับ”

“แต่เพราะมึงสั่งเหมือนกูไง มันเลยหมด”

เอ้า ประสาทแล้วมึง ใครๆ ก็สั่งได้ทั้งนั้นแหละ มึงกินเป๊ปซี่เป็นคนเดียวในมหา’ลัยหรือไง ผมอยากตอบกลับไปตามสไตล์ตัวเองนั่นแหละครับ แต่ก็ต้องยั้งปากตัวเอง

“พูดแบบนี้เขาเรียกพาลนะครับพี่ รังแกรุ่นน้องแบบนี้ไม่สมกับเป็นรุ่นพี่ปีสามเลย”

“มึงรู้จักกูแล้วงั้นสิ”

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ” ผมยิ้ม “แค่รู้ว่าพี่ชื่อชมภูเท่านั้นเอง สวัสดีครับ พี่ชมพู

ถึงเสียงจะออกเหมือนกัน แต่พี่ชมพูคงรู้ว่าผมหมายถึงสีชมพูมากกว่าชื่อจริงๆ ของมัน เพราะมันทำหน้าหงิกตั้งท่าจะเอาเรื่องผมอีกแล้ว

“กวนตีนนะมึง” มันชี้หน้าผม แต่ผมทำหน้าตายใส่ “มึงชื่อยีนใช่ไหม ถ้ามึงเรียกกูว่าชมพู กูจะเรียกมึงว่าเกงยีน ดีไหม น้องเกงยีน”

มันแสยะยิ้มเบาๆ เหมือนจะทำให้ผมกลัวงั้นแหละ แต่เปล่าเลย แค่นี้ผมไม่สะทกสะท้านหรอกครับ ชื่อเกงยีนก็เท่ไปอีกแบบ ผมเลยยิ้มตอบกลับไปบ้าง พลางพูดด้วยน้ำเสียงพออกพอใจใส่มันเสียด้วย

“ก็ไม่เดือดร้อนอะไรนี่ครับ ยินดีรับชื่อน้องเกงยีนครับ”

พอได้ยินมันก็ขึงตาดุใส่ผม หึ เป็นรุ่นพี่แต่อ่อนแบบนี้ก็สู้ผมไม่ได้หรอก

เรามองตากันเหมือนจะต่อสู้กันทางสายตาอยู่แบบนั้น มันไม่ยอม ผมก็ไม่ยอม มันจ้องผมตาดุ ผมก็ทำตาหวานใส่ กวนตีนมันเข้าไปครับ แล้วผมก็รู้ว่ามันเข้าใจเจตนาของผม

ผมกับมันอยู่ในสภาพนั้น แม้แต่ป้าเจ้าของร้านขายน้ำยังไม่กล้าขัด แต่เป็นคนอื่นที่ไม่ได้ตั้งใจขัด ที่ทำให้เราสองคนเบี่ยงสายตาไปยังเสียงนุ่มๆ นั้น

“ป้าคะ ขอเป๊ปซี่ขวดนึงค่ะ”

“เป๊ปซี่หมดจ้ะ เอาโค้กแทนไหม”

“เอาเป๊ปซี่ขวดนี้ไปก็ได้ครับ”

ไม่ใช่ผมหรอก แต่เป็นไอ้พี่ชมพูต่างหากที่คว้าเป๊ปซี่ในมือผมไปแล้วยื่นให้ผู้หญิงคนนั้นหน้าตาเฉย เหมือนมันเป็นคนจ่ายเงินไปงั้นแหละ ทั้งที่ผมต่างหากที่จ่ายเงินไปแล้ว

“อ้อ ขอบคุณค่ะ”

เธอรับไปแล้วส่งยิ้มให้ ยิ้มหวานเสียด้วย เห็นแล้วหงุดหงิดชะมัด เป๊ปซี่ของผม แต่มันเสือกขโมยไปจีบสาวซะงั้น แล้วดูท่าเจ้าหล่อนจะตกหลุมเสน่ห์มันเสียด้วย

ก็แน่ล่ะ มันหล่อ ตัวขาวแต่ไม่ซีด หล่อแบบเข้มๆ ตาคม แถมยังตัวสูง หุ่นดี บึกกว่าผม แต่ไม่ใช่ว่าผมไม่หล่อ ผมก็หล่อสูสีกับมันเนี่ยแหละ เพียงแต่สภาพผมตอนนี้มันไม่น่าให้หญิงส่งสายตาให้สักเท่าไร เลยโดนมองเมินไป เจ็บใจฉิบหาย!

“พี่เอาเป๊ปซี่ผมไปให้เธอได้ยังไง”

“ไม่รู้จักหรือไง เลดี้เฟิร์ส เป็นผู้ชายซะเปล่า ถ้าไม่สละให้ผู้หญิงก็หน้าตัวเมียเกินไป ว่างั้นไหม น้องเกงยีน”

เหมือนโดนมันด่าหน้าตัวเมียมาเต็มหน้าเลย ผมต้องกัดปากข่มอารมณ์โกรธเอาไว้ แต่เหมือนมันจะไม่มิดชิดเสียเท่าไร ไอ้พี่ชมพูถึงกระตุกมุมปากเหมือนจะยิ้มเย้ยผมยังไงไม่รู้

“ป้า ผมเอาเป๊ปซี่ขวดลิตรนั่นแหละ”

มันว่าแบบนั้นก่อนจะรับขวดเป๊ปซี่ที่ป้าคนขายส่งให้โดยเร็ว เหมือนกับจะรีบกำจัดยักษ์ปักหลั่นสองตนที่ยืนขวางหน้าร้านเอาไว้ให้พ้นทาง ไอ้พี่ชมพูก็รับมุกป้าเหมือนรู้ทัน ส่งเงินให้แล้วถือเป๊ปซี่ไว้มือนึง ส่วนอีกข้างใช้แขนล็อกคอผมเอาไว้ให้เดินไปพร้อมมัน

มึงจะลากกูไปไหนวะเนี่ย!














------------------

สวัสดีค่ะ เพิ่งเคยแต่งนิยายแบบนี้
ตอนนี้อาจจะสั้นหน่อย แต่ก็ขอฝากพี่ภูกับน้องยีนไว้ด้วยนะคะ


Undel2Sky



เรื่องอื่นๆ
- It's U, It's Me : รุก - ไล่ - รัก
- 「บ ล็ อ ก เ ก้ อ」
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-10-2016 22:09:13 โดย undersky »

- คราส -

  • บุคคลทั่วไป
ต้อนรับเรื่องใหม่

ลงชื่อติดตามจ้ะ

ออฟไลน์ suck_love

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 780
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-1
มาเจิมเรื่องใหม่ค่ะ  :mc4: :mc4:

 o13 เนื้อเรื่องดูน่าสนใจดีค่ะ  อยากรู้สาเหตุทำไมยีนต้องมาแต่งตัวเนิร์ด ๆ ละก็ ยีนนี้รับใช่ไหมเคอะ  :z1: 55 
จะติดตามแน่นอนค่ะ  :กอด1:

ปล  อย่าหายหรือลบเรื่องนี้นะค่ะ  สัญญาก่อน ๆ   o18
ปลล   เม้นแรกกกกกก  แอร๊ยยย ได้เปิดซิง   :oo1:   

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
รอพี่ภูถูกน้องเกงยีนกด เอ๊ะๆรึว่าาาาาา 555

Warlock

  • บุคคลทั่วไป
เรื่องใหม่ๆวู้ๆ ท่าจะฮานะรอตอนต่อไปจ้า

ออฟไลน์ Dakzy

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 224
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-3
วู้วววววว เนื้อเรื่องน่าติดตามค่า o13

แสบทั้งพระเอกนายเอก

ชมพู เอ้ย ชมภูเกรียนอ่ะ แกล้งเด็กนี่หว่า แกล้งเข้าไปเดี๋ยวจะหลงรักไม่รู้ตัว

กัดกันมันส์แน่คู่นี้  :z1:

แอบหลงกราฟไปแล้วหนุ่มหล่อผมบลอนด์ :man1:

อยากรู้สาเหตุอะไร ป๊าทำอะไรไฮยีนถึงสลัดคราบเพลย์บอยกลายเป็นเด็กเนิร์ดไปได้

รออ่านต่อค่า

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4478
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-6
ชมภูนิสัยไม่ดี

 :L2: :L2: :L2:

ออฟไลน์ JJHJJH

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3472
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +293/-2
รอติดตามจ้า

ออฟไลน์ undersky

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 234
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +128/-0
    • Undel2Sky's Facebook ♥
ตอนที่ 1 : กูชนะ มึงแพ้ แก้ผ้า


















“โต๊ะมึงอยู่ไหนวะ” มันล็อกคอและลากผมมาแล้วเพิ่งจะถาม แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบ มันก็สวนกลับมาก่อน “ไม่ต้องแล้ว กูเห็นหัวไอ้กราฟแล้ว”

ถึงจะบอกแบบนั้นแต่มันก็ยังไม่ยอมปล่อยแขนออกไปเสียที เหนื่อยให้ผมต้องกระชากแขนมันออกเพราะแขนมันก็ใช่ว่าจะเล็ก ล็อกทีคอผมจะหลุด

เราสองคนเดินมาที่โต๊ะที่มีไอ้กราฟนั่งรออยู่ก่อน คงเพราะผมเถียงกับไอ้พี่ชมพูนานมั้ง มันเลยซื้อข้าวเสร็จแล้ว พี่ชมพูเอาขวดเป๊ปซี่หนึ่งจุดห้าลิตรตั้งบนโต๊ะเรียกความสนใจจากไอ้กราฟให้หันไปมอง แล้วเพื่อนผมมันก็เบิกตาขึ้นหน่อยๆ แปลกใจที่ผมมากับคนที่เพิ่งจะมีเรื่องกันเมื่อเช้า

มึงเห็นหน้ากูไหม หน้ากูเต็มใจให้ไอ้พี่ชมพูมาด้วยงั้นสิ

“พี่จะนั่งด้วยเหรอ”

ไอ้กราฟถามโง่ๆ แต่ผมเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับมันแล้ว แถมจ้วงข้าวเข้าปากไม่รอมันด้วย

“มากินเป๊ปซี่” ไอ้พี่ตัวดีทิ้งตัวลงนั่งข้างกราฟหน้าตาเฉยโดยไม่มีใครเชิญ แล้วยังมีหน้าสั่งไอ้กราฟเสียอีก “มึงไปเอาน้ำแข็งมาให้กูสองแก้ว”

ผมไม่ช่วยขัดอะไรทั้งนั้น ปล่อยให้กราฟเดินไปตามคำสั่งของเพื่อนลุงรหัส เมื่อเช้ามันขัดผมเอง ถือว่าต้องชดใช้กรรมไปแล้วกัน

“อ้าว เฮ้ย ไอ้ยีน มึงกินไม่รอพวกกูเลยนะ”

ผมเคี้ยวข้าวงุบๆ อยู่ในปาก แต่เสียงของไอ้กัสก็ดังขึ้นมาให้ผมต้องหันไปมองมันที่เพิ่งเดินมาถึงพร้อมกับไอ้เคลม

“มึงมาช้าเอง มาโทษกูได้ไง”

“เออๆ แล้วนี่ใครเนี่ย มานั่งกับมึง”

ไอ้เคลมทัก แล้วยังชะโงกหน้าไปดูคนตัวใหญ่ที่นั่งหันหลังให้มัน ไอ้พี่ชมพูมันก็ดี หันหน้าไปให้ไอ้เคลมได้ดูเต็มๆ ผมเห็นไอ้เคลมกับไอ้กัสเบิกตากว้างอย่างกับตกใจอะไรงั้นแหละ

“ไง ไอ้เค ไอ้กัส”

“อ้าว พี่ภู มาได้ยังไง”

คิ้วของผมกระตุกเข้าหากันยังไงชอบกล ไอ้สองตัวนี้รู้จักรุ่นพี่นี่ด้วยหรือไง ยกมือไว้ซะแทบไม่ทัน แถมไอ้พี่ชมพูยังเรียกชื่อไอ้เคลมถูกด้วย

มันชื่อ เค อย่างที่ถูกเรียกแหละครับ แต่เพราะมันมีผู้หญิงเป็นคอลเลคชั่นให้สะสม ทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้อง รุ่นน้า รุ่นป้า รุ่นตา รุ่นยาย หึหึ สี่อันหลังผมพูดเล่น จริงๆ มันชอบแบบสวย ใส ลีลาเด็ด คนไหนตรงสเปกมันเป็นฟาดเรียบ ผมก็เลยเรียกมันว่า เคลม แทน

“พวกมึงรู้จักด้วยหรือไง”

“โห มึง กูไม่รู้จักก็แปลกล่ะ นี่พี่ภูประธานนักเรียนโรงเรียนเราไงครับคุณเพื่อน”

ใบ้แดกเลยครับ ประธานนักเรียนอะไร ผมไม่เห็นเคยได้ยินชื่อนี้ว่าเป็นประธานโรงเรียนผม หนำซ้ำไอ้กราฟยังไม่เห็นบอกเลย บอกแต่ว่าเป็นเพื่อนลุงรหัสมัน

“เออ เป็นพี่ชมรมบอลของกูด้วย”

ไอ้เคลมย้ำอีกเพราะกลัวว่าผมจะไม่เชื่อ แต่มันก็ไม่น่าเชื่อจริงๆ นี่หว่า สาบานได้ว่าผมไม่เคยได้ยินหรือรู้ว่ามีมนุษย์เพศชายชื่อชมภูอยู่ในโรงเรียนของผม

“แน่ะ มึงยังมาทำหน้าหมางงอีก ให้ไอ้กราฟยืนยันอีกคนก็ได้”

พอเห็นว่าไอ้กราฟกำลังเดินกลับมา ไอ้กัสมันก็หาคนสมทบ พลอยให้คนมาใหม่ทำหน้างงๆ

“ให้กูยืนยันอะไร”

“ก็ยืนยันว่าพี่ภูเป็นประธานนักเรียนโรงเรียนเราไง”

“อ๋อออออ” มันลากเสียงยาวจนผมอยากตบกบาลเลยทีเดียว เพราะร้องเสียงโหยหวนเหมือนคลอดลูกออกมาเก้าตัวแล้วมันยังมองหน้าผมไปด้วย “ไม่แปลกหรอกที่ไอ้ยีนจะไม่รู้ ก็มันเคยมาโรงเรียนทันเข้าแถวตอนเช้าที่ไหน แล้วพี่ภูก็มาเป็นประธานตอน ม.6 ด้วย”

“ก็คนมันไม่น่าสนใจ เลยไม่น่าจำ”

ผมพูดลอยๆ และค่อนข้างเบา แต่ไม่รู้ทำไมพวกเพื่อนของผมสามตัวกับไอ้พี่ภูของพวกมันถึงได้หันมามองผมกันเป็นตาเดียว ผมเลยเลิกคิ้วใส่ ไอ้พี่ชมพูก็กระตุกยิ้มคืนบ้าง

“ที่แท้คนไม่ใกล้ไม่ไกล”

“อย่าพูดเหมือนว่าผมเป็นคนใกล้ตัวเลยครับ ไม่อยากได้รับเกียรติ”

“แต่กูโคตรยินดีให้”

พอเห็นผมไม่อยากยุ่งกับมันเท่าไร มันก็เอาเลยครับ ฉีกยิ้มใส่ แถมยังลุกจากที่นั่งฝั่งตรงข้ามมานั่งข้างผมแทน แล้วยังเอาแขนมาพาดคอผมไว้อีก

คนจะกินข้าว มาพาดทำหอกอะไรเนี่ย

“พี่รู้หรือเปล่าครับ ทำแบบนี้เขาเรียกว่าอะไร”

ผมยุติการกินข้าวของตัวเองไว้เท่านี้ หันหน้าไปหามันที่อยู่ไม่ห่าง มองใกล้ๆ หน้ามันก็เนียนดี เห็นไรหนวดนิดๆ ดูมีเสน่ห์ ถ้าให้พูดตามตรงคนอย่างมันคงมีผู้หญิงรายล้อมรอบตัวอยู่ไม่น้อย

“เรียกว่าไง”

“กวนตีนครับ”

ผมเน้นคำว่า ‘ตีน’ ใส่หน้ามันหนักๆ ถ้าหากว่าเป็นหมัด คงเสยมันหน้าหงาย แต่เท่านั้นยังน็อคมันให้มึนไม่พอ เพราะว่ายังมีเสียงหัวเราะของเพื่อนเกลอทั้งสามดังตามมา

แหม พวกมึงนี่ช่างเข้าข้างกูเสียจริง

“มาหัวเราะกู เดี๋ยวเจอถีบเรียงตัว”

“โทษทีพี่ มันลืมตัว”

ไอ้สามคนนั้นรีบกระเด้งตัวออกจากโต๊ะทันที เหมือนว่าไอ้รุ่นพี่นี่จะแยกร่างออกไปถีบสามคนพร้อมกันได้ ปัญญาอ่อนฉิบหาย ผมเห็นแล้วก็ละเหี่ยใจ เลยกินข้าวต่อไป ช่างหัวพวกมัน



















แม้จะหมดช่วงเวลารับน้องไปแล้ว แต่ยังมีงานสำคัญสำหรับน้องใหม่ปีหนึ่งอยู่ นั่นก็คือ งานกีฬาเฟรชชี่ แต่มันไม่ได้สำคัญสำหรับผมหรอก เพราะพอหมดเวลาเรียนในวิชาสุดท้ายของวันนี้ ผมก็ลุกจากที่นั่ง เตรียมนั่งแท็กซี่กลับบ้าน กะว่าวันนี้จะกระโจนลงสระว่ายน้ำที่บ้านเสียหน่อย ไม่ได้แหวกว่ายนานแล้ว กลัวสระมันจะเหงา เปล่าเปลี่ยว และเสียวซ่านน่ะครับ

ทั้งที่วางแผนการเอาไว้ในใจ แต่เดินออกมาหน้าห้องปุ๊บ ก็เห็นไอ้กราฟยืนรออยู่หน้าประตู พอดีว่าวิชาที่เรียนไปเมื่อกี้เป็นแล็บคอมน่ะครับ เลยไม่ได้นั่งด้วยกันเหมือนตอนเรียนเลคเชอร์ เห็นไอ้กราฟยืนอยู่ผมไม่แปลกใจหรอก แต่ไอ้กัสกับไอ้เคลมมาได้ยังไง ประหลาดพิลึก

ปกติแล้วหลังเลิกเรียนเป็นช่วงเวลาที่หาตัวพวกมันได้ยาก เพราะตั้งแต่ผมไม่ได้ไปทำอะไรๆ กับพวกมันเหมือนอย่างที่เคย ก็เหมือนพวกมันจะเฉดหัวผมส่งยังไงไม่รู้ ยังดีที่มีเพื่อนกตัญญูอย่างไอ้กราฟ ผมเลยไม่ต้องเดียวดายสักเท่าไร

ผมมองหน้ามันงงๆ แล้วก็ยิ่งงงขึ้นอีกเมื่อมันส่งยิ้มแบบแปลกๆ ให้ จนอดไม่ได้ที่จะถามไปอย่างระแวงๆ

ไอ้พวกนี้ไม่เคยไว้ใจได้หรอกครับ เดี๋ยวก็ผีเข้าผีออก

“พวกมึงมีอะไร มองหน้ากูแบบนี้”

“แล้วมึงจะไปไหนล่ะ”

ไอ้เคลมถามกลับ ผมก็ยิ่งบรรลุความงงหนักขึ้น เทียบเท่าชั้นโสดาบรรณแล้วครับ

“กูก็จะกลับบ้านไง พวกมึงมีอะไรถึงมาดักรอกูเนี่ย”

“อ้าว นี่มึงยังไม่รู้เหรอ” ไอ้กัสทำหน้าเหวอๆ ไปนิดหน่อย มองหน้าผมก่อนจะหันไปมองกราฟที่ยืนอยู่ข้างกัน กลุ่มของพวกผมระดับความหล่อใกล้เคียงกัน แถมส่วนสูงยังหนีไม่พ้นกันไปไหนด้วย เลยไม่ต้องเบนสายตามากนัก แต่ถ้าพูดให้ถูก ผมก็เตี้ยกว่าคนอื่นนั่นแหละ แค่ร้อยเจ็ดสิบปลายๆ “มึงไม่ได้บอกมันเหรอวะ”

“แล้วมึงคิดว่ากูบอกมันได้?”

ไอ้กราฟสวนกลับด้วยประโยคง่ายๆ แต่ทำให้ไอ้กัสกับไอ้เคลมเก็ตทันที มันร้องเสียง ‘เออ’ อย่างเห็นพ้องต้องกัน ก่อนจะเป็นไอ้กัสที่หันมาบอกผมเอง

“วันนี้มึงต้องอยู่แข่งกีฬาเฟรชชี่ว่ะ”

“แข่งห่าเหวไรวะ กูไม่ได้ลงชื่อแข่งสักหน่อย”

“มึงไม่ได้ลง แต่คนอื่นลงวิ่งให้มึงว่ะ ร้อยเมตร สองร้อยเมตร แล้วก็สี่คูณร้อย”

กราฟอธิบายให้ผมเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง แต่มันก็ทำให้ผมชักจะคันตีนขึ้นมา อยากถีบยอดหน้าไอ้คนที่สาระแน

“หมาตัวไหนมันเสือกลงชื่อกูวะ กูไม่ได้พูดสักคำว่ากูจะลง”

“ไอ้หมาเคลม”

ไอ้กัสตอบด้วยเสียงนิ่งๆ แต่ก็เรียกสายตาของผมให้ตวัดไปมองไอ้เคลมได้ มันยิ้มๆ ให้ผมเหมือนจะเอาตัวรอดหนำซ้ำยังอธิบาย

“ก็กูเห็นมึงชอบความเร็วไง กูก็เลยช่วยลงชื่อให้มึง”

“สัตว์ มึงอยู่คนละคณะกับกูแล้วมึงมาเสือกเหี้ยอะไร มึงก็ไปลงชื่อให้คนคณะมึงดิวะ มายุ่งอะไรกับกู”

“มึงเป็นเพื่อนกูไง กูอยากเห็นเพื่อนลงแข่ง เท่จะตายนะมึง แข่งชนะเนี่ย”

มันยังตอบกลับหน้าตายเหมือนเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ

ใช่ดิ มึงไม่ได้เป็นคนแข่งนี่หว่า ไอ้ควาย!

“ถ้ามึงว่าเท่ มึงก็ไปลงแข่งเองดิไอ้เหี้ย แม่ง กูจะกลับบ้านแล้ว มึงไปหาคนอื่นแทนแล้วกัน”

ผมว่ามันอย่างนั้นก่อนจะกระชับกระเป๋าที่สะพายบนบ่าข้างหนึ่งของตัวเองให้เข้าที่มากขึ้น จากนั้นก็ย่างเท้าเดินออกจากกลุ่มเพื่อนรักที่ตอนนี้อยากรักด้วยลำแข้ง แต่มันไม่ง่าย เพราะไอ้เพื่อนประเสริฐทั้งหลายพร้อมใจกันคนละมือละไม้แบกผมขึ้นทั้งตัว ไอ้เหี้ยกราฟแบกหัว ไอ้กัสกับไอ้เคลมแบกขาคนละข้าง

“ไอ้สัตว์ พวกมึงจะทำอะไร”

“ก็เอามึงไปส่งที่สนามไง อีกชั่วโมงเขาก็จะแข่งแล้ว”

ไอ้กัสมันยังมีหน้ามาตอบผมอีก แล้วพอสิ้นเสียงของมัน ทั้งสามคนก็พากันออกเดินโดยไม่ยอมปล่อยผมลงมา แบกผมอย่างกับแห่นางแมวบูชายัญบั้งไฟพญานาค แม้ว่าผมจะดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองหล่นตุบลงมาอย่างไม่กลัวเจ็บ แต่พวกแม่งก็ช่วยกันประคองผมจนมาถึงสนามฟุตบอลจนได้

พอถึงที่หมาย ผมก็ถูกปล่อยลงมาสู่พื้นอีกครั้ง ตลอดทางมีแต่คนมอง น่าอายฉิบหาย แค่หน้าตาหล่อๆ นี่ก็เรียกสายตาจากคนได้แล้ว แม่งยังทำตัวเป็นจุดเด่นแบบนี้อีก ตกลงว่าเพื่อนผมมันหล่อ รวย มาดดี หรือว่าเป็นพวกสติฟั่นเฟือนกันแน่

ปล่อยผมเสร็จ ไอ้กราฟก็ถอดเสื้อออก เสียงกรี๊ด เสียงฮือฮานี่ดังระงมเลยทีเดียว เพราะว่ามีเด็กปีหนึ่งจากหลายคณะมานั่งที่อัฒจรรย์เพื่อเตรียมเชียร์การแข่งกีฬาแล้ว รวมถึงรุ่นพี่ที่มาคอยสอดส่องรุ่นน้องก็ยังหันมามองมันกันเป็นตาเดียว ผิวขาวๆ กับมัดกล้ามเนื้อที่มีแบบพอดีๆ ผู้หญิงที่ไหนเห็นจะไม่หลง ผมภูมิใจในตัวมันครับ แต่ไม่ใช่ตอนนี้

“มึงจะเสือกถอดเสื้อทำหอกอะไรวะ ไอ้กราฟ”

ผมลอบตุ๊ยท้องมันไปหนึ่งที กลัวคนเห็นครับ ข้อหาเรียกร้องสายตาร้อนแรงจากผู้หญิงไปทั่ว ยิ่งเหมือนกับเป็นการประจานว่า ไอ้คนที่ถูกแบกมาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผม

“ก็กูร้อน กว่าจะแบกมึงมาถึง เนี่ย มึงเอาเสื้อกูไปดมดูไหม”

ไม่พูดอย่างเดียว แต่มันยังขยุ้มเสื้อชื้นเหงื่อที่มันเพิ่งถอดออกมาโปะหน้าผมอีกต่างหาก แล้วแบบนี้ผมจะทำอะไรได้นอกจากเบี่ยงตัวหลบ

“ไอ้เหี้ย เอาเสื้อมึงออกไปเลย สัตว์ กูเหม็น”

“เออ มึงยังว่าเหม็น แล้วคนใส่แบบกูจะว่าหอมได้ไง”

มันยอมหดมือกลับไปพร้อมกับเอาเสื้อไปผึ่งไว้ตรงอัฒจรรย์ที่อยู่ใกล้ๆ แล้วหยิบเสื้อยืดที่มันเตรียมมาด้วยในกระเป๋าขึ้นมาใส่ เป็นเสื้อยืดสีขาวที่ดูไม่มีจุดเด่นอะไร ถ้าหากไม่มีรอยสกรีนสีดำตัวใหญ่เตะตาใครต่อใครที่มันภูมิใจนำเสนอจะใส่โชว์




คนดี



มันด้านสกรีนทั้งหน้าทั้งหลังเลยครับ ไอ้เหี้ยคนดีเนี่ย

“สัตว์ ฮ่าๆๆ กูฮาเสื้อมึงว่ะ มึงคิดได้ไงวะ”

ไอ้กัสแทบลงไปกลิ้งหัวเราะอยู่กับพื้นเมื่อเห็นเพื่อนรักใส่เสื้อตัวนั้นแล้ว ผมเองก็ทำหน้าเซ็งกับมันแต่ก็อดขำไม่ได้ ไอ้เคลมก็ไม่แพ้กัน มันฮาแตกไปแล้ว แถมยังมีเสียงชี้ชวนกันดูที่เสื้อไอ้กราฟจากจุดต่างๆ ของอัฒจรรย์ประหนึ่งเป็นเสียงจากวงมโหรีอีกด้วย



“อุ๊ย คนนั้นหล่อจัง เป็นคนดีด้วย”

“ฮิฮิ น้องคนนั้นน่ารักจริงๆ ใส่เสื้อแบบนี้ยิ่งถูกใจ”

“น่าหม่ำมากเลยค่ะน้องขา เป็นคนดีแบบนี้สเปกเจ๊เลยฮ้า”




“กูเห็นคนเขาใส่เสื้อคู่ไง กูเลยสั่งทำบ้าง เสื้อกูมีตัวเดียวในโลกนะมึง”

“เออ ถ้าเป็นกู กูก็ไม่ใส่เสื้อคนดีของมึงหรอก ห่า กูอายแทนมึงว่ะ” เคลมบอกอย่างอนาถใจหลังจากหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังไปพักใหญ่แล้ว หนำซ้ำยังเอามือตบบ่าไอ้กราฟปุๆ อย่างเห็นใจเสียด้วย แต่คำพูดจากความเห็นใจประโยคต่อไปของมันก็น่าถีบพอกัน “เป็นกู กูจะสกรีนว่าคนหล่อว่ะ”

“ส้นตีนเหอะมึง”

ผมกับไอ้กัสร้องออกมาเป็นเสียงเดียวกันแบบไม่ได้นัดหมาย มันคือความจริงที่รับรู้กันได้ด้วยสายสัมพันธ์ของคนหล่อกว่าครับ ก็ไอ้เคลมมันหล่อแบบตี๋ๆ ลีลาดีเหมาะกับสาวลีลาเด็ด ผมกับไอ้กัสเลยลงความเห็นว่าพวกเราหล่อกว่า

“พวกมึงนี่พูดมากกันจัง ไปแข่งเลยไป๊”

พอสู้ไม่ได้ เห็นว่าผมมีพวกมันก็ไล่ ไอ้เคลมผลักผมให้ไปรวมกลุ่มกับพวกที่คาดว่าจะเป็นตัวแทนของคณะเหมือนกัน แต่ว่าผลักของมันก็เล่นเอาผมเกือบหน้าคะมำ แว่นหล่นกระจายสะดุดยอดหญ้าแล้วตีลังกาไปอีกสามสิบแปดกระบวนท่า

ในเมื่อมันไล่ผมก็ขี้เกียจจะอยู่ให้มันหาอะไรมาสรรเสริญความดีงามที่เล่นตัวไม่ยอมเสียเหงื่อ เลยเดินมารวมกับคนอื่นๆ ฟังการแนะนำตัวจากคณะอื่นๆ ว่าใครจะมาเป็นคู่แข่งบ้างทั้งที่ไม่จำเป็นจะต้องสนใจกับไอ้เรื่องพวกนี้เลยสักนิด แต่มันก็มีพวกที่ทำให้ผมคิ้วกระตุกได้เหมือนกัน

ไอ้เด็กถาปัด เดี๋ยวเหอะมึงๆ

กูเห็นนะว่ามึงทำปากเบะใส่กูเหมือนกูเป็นก้อนขี้ที่ไปราดอยู่บนหัวมึง

หลังจากบอกตารางการแข่งขันเรียบร้อยแล้วพวกที่ถูกส่งมาเป็นตัวแทนคณะผม ซึ่งไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันมาด้วยความเต็มใจ หรือถูกส่งชื่อมาโดยไม่รู้ตัวแบบผมกันแน่ก็มารวมตัวกัน บอกตำแหน่งการรับไม้ในการแข่งขันเสร็จก็ทำให้ผมรู้สึกเส้นประสาทเบื้องต่ำมันปรี๊ดๆ ยังไงชอบกล

“มึงว่าไงนะ”

“กูบอกว่ามึงอยู่ไม้สองไง จะได้ไม่เป็นตัวถ่วง”

ไอ้คนที่มันได้เป็นไม้แรกเพราะคุยโวว่ามันฝีเท้าดี ออกตัวเยี่ยมตอบผมกลับมาจนอยากเอาตีนลูบหน้ามันสักทีสองที แต่ผมก็ต้องข่มความรู้สึกเอาไว้ ไม่แสดงอาการอะไรมากไปกว่าคำพูดที่เผลอหลุดออกมา

“แล้วมึงรู้ได้ยังไงว่ากูจะเป็นตัวถ่วง”

“ท่าทางต้วมเตี้ยมแบบมึง แค่มาลงแข่งนี่ก็เป็นตัวถ่วงมากแล้ว กูว่านะ ถ้ามึงถอนชื่อออกจากแข่งเดี่ยวร้อยเมตรกับสองร้อยเมตรแล้วให้กูแข่งแทนน่าจะดีกว่า เดี๋ยวเขาจะหาว่านิเทศฯ มีปัญญาหานักกีฬาได้แค่นี้ รังแกคนอ่อนแอ”

ผมกำมือแน่นพยายามระงับอารมณ์เอาไว้ บอกตัวเองได้เลยว่าถ้าเป็นไฮยีนคนเดิม มันไม่มีทางได้มาฝอยน้ำลายแตกฟองส่งกลิ่นเน่าๆ แบบนี้แน่ เพราะว่าเลือดจะกบปากมันก่อนที่มันจะได้พูดประโยคนี้

“ของแบบนี้ไม่ลองก็ไม่รู้ กูอยู่ไม้สองอย่างที่มึงว่าก็ได้ แต่ยังไงกูก็จะแข่งสองรายการนั้น เพราะงั้น...” มึงอย่าเสือก ผมพูดในใจพลางข่มคำพูดนั้นเอาไว้แล้วใช้คำที่มันดูดีกว่านั้นแทน “ไม่ต้องหาใครมาแทน”

“เหอะ กูจะรอดูว่าน้ำหน้าอย่างมึงจะเข้าที่โหล่หรือรองโหล่”

เส้นเอ็นขากระตุกฟึบเลยครับ แม่ง อย่าให้ถึงทีกูนะ เป็นเด็กเนิร์ดเจี๋ยมเจี้ยมนี่มันไม่ถนัดเลยครับ แต่ผมก็ยังต้องพยายามต่อไป

หลังจากหงุดหงิดไอ้เหี้ยไม้หนึ่งไปแล้ว ตัวแทนของคณะที่จะแข่งขันกรีฑาสี่คูณร้อยเมตรก็ถูกเรียกไปรวมตัว ผมเดินไปอย่างเซ็งๆ แต่ยังไม่ถึงจุดปล่อยตัวของไม้ที่สองตามตำแหน่งที่ถูกลากเส้นด้วยปูนขาวเอาไว้ ก็สะดุดตากับร่างใหญ่ๆ ของใครบางคนเสียก่อน

ไอ้พี่ชมพูมันกำลังยืนคุยกับเพื่อนของมันอยู่

คนอย่างมันก็มีคนคบด้วยแฮะ

เหมือนมันจะรู้ว่าตัวผมหันไปมอง มันถึงได้หันมาก่อนจะเดินตรงมาที่ผม ทิ้งเพื่อนมันไว้หลังจากพูดอะไรสองสามคำ

สัญชาตญาณสัตว์ป่าแม่งแรงฉิบหาย!

พอประจันหน้ากัน มันก็ใช้มือมาขยี้หัวผมอีกแล้ว ทรงผมที่เซ็ตมาอย่าง (เรียบร้อย) ดีถูกมันทำให้ยุ่งเหยิงตลอด

มึงมีปัญหาอะไรกับหัวกูมากป่ะเนี่ย

“ไงมึง ลงแข่งกับเขาด้วยเหรอวะ”

“แล้วผมจะแข่งไม่ได้หรือไงครับ”

ผมตอบกลับไปเซ็งๆ พลางเอามือจัดทรงผมให้เข้าที่เหมือนเดิม ที่หันไปมองมันเพราะว่าเผลอเห็น ไม่ได้จงใจแล้วอยากให้มันเดินเข้ามาหาเรื่องด้วย

“กูก็ไม่ได้ว่าอะไรมึง แต่กูจะรอดูว่ามึงจะแน่แค่ไหน”

กูว่ากูกำลังจะอารมณ์ดีขึ้นหน่อยๆ หลังจากฟังไอ้เหี้ยไม้หนึ่งพล่ามแล้ว มาเจอแบบนี้ มือมันอยากจะกระตุกใส่คนตรงหน้าอีกแล้ว

“ผมคงไม่แน่เท่าไรหรอกครับ พี่อย่ารอดูเลย เสียเวลา”

“มึงกลัวมึงแพ้ไม่เป็นท่าแล้วกูจะตราหน้ามึงว่าอ่อนใช่ไหมล่ะ โธ่”

วันนี้กูเจอประโยคแบบนี้กี่ทีแล้ววะ! เริ่มจะหงุดหงิดมากขึ้นแล้ว จริงๆ แค่เห็นหน้าไอ้พี่ชมพูผมก็รู้สึกว่าเส้นประสาทขมวดเป็นปมแล้ว ยิ่งมาคุยกับมัน ยิ่งแล้วใหญ่

“อยากจะคิดยังไงก็ตามสบายพี่ชมพูเถอะครับ น้องเกงยีนไม่มีสิทธิ์ไปโต้แย้งความคิดพี่ได้หรอก”

เหมือนผมจะเห็นมันกระตุกมุมปากนิดๆ ตอนผมเรียกชื่อตัวเองแบบนั้น ไม่รู้ว่าสันนิบาตแดกชั่วคราวหรือว่าอะไรของมันกันแน่

“กวนตีนกูอีกแล้วนะมึง”

“ผมไปกวนตีนอะไรพี่ตรงไหนครับ”

ผมทำหน้าเหลอหลา แต่จริงๆ แล้วไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลย

แม่งรู้ทันกูตลอดแหละไอ้พี่ชมพู

“ใช่ว่ามึงพูดเพราะๆ กับกูแล้วกูจะคิดว่ามึงเคารพกูหรอกนะ มึงรู้ตัวหรือเปล่าว่ามึงพูดเพราะ แต่หน้าตากับน้ำเสียงมึงโคตรกวนส้นตีนกูเลย”

“เหรอครับ ผมไม่รู้ตัวเลยจริงๆ พี่อาจจะอคติกับผมมากไป”

มันทำท่าอย่างกับจะถุยน้ำลายใส่หน้าผมทันทีที่ฟังประโยคเมื่อกี้ของผมจบ ผมมีอะไรตรงไหนที่ดูกวนตีนมั่งครับ ช่วยบอกหน่อย นอกจากความตั้งใจของผมน่ะ หึหึ

“อย่ามาย้อนกู”

ไอ้พี่ชมพูตบหัวผมหนึ่งที เหี้ยแม่ง มึงตบกูอีกแล้ว!

ผมตวัดตาดุใส่มัน ให้รู้ว่าไม่พอใจ ไม่เก็บอาการแม่งแล้วก็ได้ สัตว์เอ๊ย! มึงนึกว่ามือมึงเป็นแพมเพิร์สเบบี้ดรายด์แห้งสบายไม่ซึมเปื้อนหรือไง ตบแล้วกูถึงไม่เจ็บน่ะฮะ!

“แล้วนี่มึงไม่ถอดแว่นออกหรือไง วิ่งๆ ไป แว่นกระแทกดั้งตกแตกขึ้นมาจะว่ายังไง”

จริงๆ แล้วนี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ทำให้ผมไม่ค่อยอยากจะลงแข่งสักเท่าไร ถ้าไม่ถูกปรามาสเอาไว้จากไอ้ไม้หนึ่ง แถมด้วยคำประจานของไอ้เพื่อนเวรอีกสามคนที่พร้อมประณามผมล่ะก็

ไม่เคยลองใส่แว่นแล้ววิ่งดูสักที หวังว่ามันจะไม่ทรยศลงไปอาบแดดอยู่บนสนาม ถ้าเป็นแบบนั้นคงได้มีอะไรตามมาอีกเป็นพะเรอเกวียน

“แต่ถ้าถอดผมก็มองไม่เห็นอะไรอยู่ดี”

“มึงนี่ไม่ทิ้งลุคมึงจริงๆ ไปแข่งได้แล้วไป กูจะรอดู”

รุ่นพี่ที่ไม่มีอะไรให้นับถือว่าแบบนั้น ก่อนจะผลักหัวของผมให้เดินไปด้านหน้า หลังจากเห็นว่าพวกคณะอื่นประจำที่กันหมดแล้ว ส่วนมันก็เดินสวนผมไปอีกทางแทน

ถ้ามึงผลักกูแรงกว่านี้ กูจะหน้าทิ่มโชว์ให้มึงดูจริงๆ นะเว้ย ไอ้พี่ชมพู!



















เจ็บใจจนแทบจะเตะก้านคอไอ้เหี้ยไม้หนึ่งได้ แม่งโม้ว่าตัวเองเก่งงั้นงี้ แต่ที่ไหนได้ ดันเสือกส่งไม้พลาด แล้วไง ใครต้องรับผิดชอบถ้าไม่ใช่ผมที่ต้องไปวิ่งไล่เก็บไม้ให้มันแล้วสปีดตัวตามพวกคณะอื่นที่นำไปหลายช่วงตัว วิ่งจนหืดขึ้นคอ กว่าจะตีขึ้นมาเป็นที่สี่ได้ แต่ไอ้ไม้สามไม้สี่ที่มันควรจะวิ่งให้ตับออกมาแด๊นซ์กระจายดันเสือกอ่อนกว่าผมอีก

ไม่ต้องโทษว่าเป็นความผิดของผมเลยที่คณะต้องแพ้กรีฑาประเภทสี่คูณร้อย ผมเดินเตะทรายออกมาจากสนามอย่างเซ็งๆ เพื่อรอการแข่งขันในรอบต่อไป ซึ่งคงกินเวลาไปพักหนึ่งเพราะการแข่งแต่ละประเภทมีสองรอบเพราะมีจำนวนคณะมากกว่าลู่วิ่ง

“เอาน่ามึง ไม่ต้องเครียดๆ”

ไอ้กราฟตบหลังผมปลอบใจหลังจากมันเห็นว่าผมกำลังทำหน้าไม่สบอารมณ์แค่ไหน ไอ้กัสก็เอาแขนพาดคอผมไว้แล้วดึงเข้าไปปลอบเหมือนกัน

“ไม่ใช่ความผิดของมึงเลย มึงไม่ต้องไปสนใจหรอก”

“ใช่ ไอ้พวกนั้นแม่งมีแต่กระจอกๆ เทียบมึงไม่ได้ เดี๋ยวแข่งเดี่ยวมันก็ได้รู้กัน ว่ามึงน่ะเจ๋ง”

ไอ้เคลมก็เข้ามาลูบหัวผมด้วยอีกคน ทำเหมือนผมเป็นเด็กที่ยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ แต่ก็จริง ผมไม่ชอบถ้าอยากชนะแล้วไม่ชนะ คนที่ผมแพ้ในชีวิตนี้มีได้แค่คนเดียวเท่านั้น นั่นก็คือป๊า

“พวกมึงอย่ามาบิ๊ว”

ผมผลักมือผลักแขนพวกมันออกไปให้หมด อยากอยู่คนเดียวแบบไม่มีใครมาเกาะแกะ พอพวกมันเห็นว่าผมเป็นแบบนั้นก็ยอมปล่อยมือแต่โดยดี ให้ผมได้ทำใจแบบส่วนตัว

เดินหาน้ำดื่มมาจิบๆ ให้พอแก้หงุดหงิด ยังไม่บ้าพอที่จะเอาน้ำราดหัวตัวเองแล้วต้องมานั่งเซ็ตให้เสียเวลาหรอกครับ แล้วก็ไม่อยากจุกด้วย เดี๋ยวแพ้อีกคงได้เป็นจุดด่างพร้อยในชีวิตจนวันตาย แต่จิบน้ำไปได้ไม่เท่าไร ผมก็แทบสำลักเพราะแรงอัดจากทางด้านหลัง

แขนแข็งๆ ของคนตัวใหญ่ล็อกคอผมเอาไว้แล้วลากผมเข้าไปกระแทกกับอกมัน เสียงทุ้มที่กรอกอยู่ไม่ห่างจากหูเท่าไรทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่ามันเป็นใคร

“ไหนว่ามึงแน่ไง เพราะไอ้แว่นเวรของมึงนี่ไงที่ทำให้มึงแพ้”

ไม่รู้ว่ามันโผล่มาจากไหนเหมือนกัน แต่ไอ้พี่ชมพูก็โผล่มาได้ตลอด ผมงัดแขนมันออกจากคอของผม แต่ว่ามันก็ออกแรงมากกว่าเดิม แล้วคนที่ตัวเล็กกว่าถึงจะไม่มากนักอย่างผมจะสู้แรงหมีควายอย่างมันได้ยังไง

“จะแพ้หรือไม่แพ้แล้วมันเกี่ยวอะไรกับแว่นของผม”

“เพราะมันเกะกะลูกตากูไง แล้วมันก็เกะกะลูกตามึงด้วย กูเห็นนะว่าตอนวิ่งอยู่มึงกลัวว่าแว่นจะหลุดลงมา”

มันทำเหมือนลูกตามันติดกล้องดูดาวเอาไว้ มึงจะเห็นอะไรขนาดนั้น สนามก็ใช่ว่าจะเล็ก

“แต่ผมก็บอกพี่ไปแล้วไงว่าถ้าถอดผมก็มองไม่เห็น แบบนั้นมันแย่กว่าอีก” แหลสดเลยครับ แว่นนั่นก็แค่เลนส์ธรรมดาเหมือนแว่นแฟชั่นทั่วไป “แล้วอีกอย่าง ที่แข่งแพ้ก็ไม่ใช่เพราะผมสักหน่อย มีตาก็พอดูออกไม่ใช่หรือไงครับ”

“มึงจะบอกว่ารายการที่เหลือที่มึงลงแข่ง มึงจะเอาชัยชนะมาให้คณะได้งั้นสิ”

“ก็...”

“กูบอกมึงไว้ก่อนนะ ตั้งแต่รุ่นกูที่กูเป็นคนลงแข่งวิ่งร้อยเมตรกับสองร้อยเมตรอย่างที่มึงลง ก็ชนะมาทั้งสองรุ่น แล้วมึงรู้ไหมว่ากูคาดหวังอะไร”

เสียงทุ้มลงน้ำหนักให้แน่นกว่าเดิมพลางพูดประโยคที่ว่า ถามคำถามที่ผมพอจะรู้คำตอบได้เพียงเพราะน้ำเสียงของมัน

มึงอยากให้กูชนะให้ได้ว่างั้นเถอะ

ไอ้พี่ชมพูนี่แม่งโคตรจะคณะนิยมเลยว่ะ เลือดรักคณะมึงแรงมาก

เอะอะมึงก็เอาคณะมาพาดไว้บนคอกู กูเนิร์ดก็หาว่ากูทำให้ความหน้าตาดีของคณะตกต่ำ นี่กูแข่งแพ้ก็หาว่ากูทำคณะเสียชื่อ พ่อมึงเป็นคณบดีหรือไงวะ

“กูรู้ว่ามึงเข้าใจ”

มันยื่นมือมาดันข้างแก้มผมเอาไว้ ให้เบนหน้าไปทางมันแล้วตบเบาๆ สองสามครั้ง และใช้แววตาของมันข่มขู่ ทว่า...

“ไอ้ภู กูตามหามึงตั้งนาน มึงมัวแต่แกล้งเด็กเหรอวะ”

เสียงเพื่อนมันครับ ตะโกนมาจากอีกฝั่งหนึ่งของโรงอาหารที่แทบจะร้างผู้คน เพราะแห่ไปดูการแข่งขันกีฬาเฟรชชี่กันหมด แถมพ่วงมาด้วยไอ้กราฟที่ยืนอยู่ข้างๆ กัน เดาได้เลยว่าคนที่เรียกไอ้พี่ชมพูคงเป็นลุงรหัสของไอ้กราฟ ผมเลยถือโอกาสนี้ในการผลักตัวออกจากวงแขนหนาๆ แต่ว่ามันก็ดันรู้ตัวเสียก่อน จึงใช้แขนอีกข้างรวบเอวผมเอาไว้แล้วรัดไม่ให้หนีไปได้

“เฮ้ย แล้วพี่จะมาล็อกตัวผมทำไมอีก”

ผมพยายามกระเสือกกระสนออกจากกรงแขนของมัน แต่ว่ามันไม่สะทกสะท้านสักเท่าไร หนำซ้ำผมยังเหลือบไปเห็นไอ้กราฟกลั้นขำเพราะผมสู้เพื่อนลุงรหัสของมันไม่ได้

ไอ้เลว มึงไม่ช่วยกูเลยนะไอ้คนดี!!

“กูบอกมึงแล้วว่ากูมาเยี่ยว แล้วก็จะหาน้ำแดก”

พี่ชมพูทำหูทวนลมครับ ทำเป็นไม่ได้ยินเสียงผมที่ถามมันแล้วหันไปคุยกับเพื่อนมันแทน

สัตว์เอ๊ย แม่งกวนกูอีกแล้ว!

“งั้นมึงก็ไปได้แล้ว บอลจะแข่งแล้ว มึงจะไม่ไปเป็นกุนซือให้พวกปีหนึ่งหรือไง”

“เออๆ” ไอ้พี่ชมพูตอบเพื่อนมันกลับไปอย่างเซ็งๆ ก่อนจะหันหน้ากลับมาแล้วกระซิบริมหูผม เค้นเสียงหนักๆ ตามประสามันเวลาข่มขู่ผมที่ไม่มีความกลัวเลย “แข่งให้ชนะนะมึง”

“...”

“ถ้ามึงแพ้ กูจะจับมึงแก้ผ้าวิ่งรอบคณะกับไอ้ด่าง”








===============
ตอนนี้ยาวขึ้นกว่าเดิมแล้วนะคะ แต่พี่ภูกับน้องยีนก็ยังเข้าฉากด้วยกันนิดเดียว (?)
เมื่อตอนที่แล้วแอบมีคนจองกราฟด้วย งั้นลงชื่อจองคนดีไว้คู่กันเลยนะคะ ฮ่าๆ
แล้วสรุปพี่ภูกับน้องยีน ใครรุกใครรับล่ะเนี่ย เห็นมีบอกไม่เหมือนกันเลย
ส่วนเรื่องสัญญาว่าจะไม่หายต๋อมไป จะพยายามไม่ให้เป็นแบบนั้นค่ะ เพราะงั้นก็อย่าทิ้งกันเหมือนกันนะคะ
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่ะ :)

Undel2Sky



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-09-2013 23:42:28 โดย undersky »

ออฟไลน์ krappom

  • 人は誰でもそれぞれに悩みを抱えて生きる
  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7395
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1182/-23
สนุกๆ
อยากรู้ว่าทำไมยีนต้องกลายเป็นเด็กเนิร์ด
 o13


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ~MiKi~

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 134
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-0
สนุกดีค่ะ ว่าแต่พี่ภูมีอะไรกับน้องยีนป่าว เห็นหาเรื่องแกล้งจัง

ออฟไลน์ LalaBam

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2864
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-2
พี่ภูชอบยีนมาตั้งแต่มัธยมใช่ไหม แน่เลย :z1:

ออฟไลน์ POPEA

  • Blood Type :: Y
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2010
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • http://writer.dek-d.com/popae/writer/view.php?id=794488
พี่ภูรุกใช่ปะ
รอตอนใหม่นะ ติดตามๆ :กอด1:

ออฟไลน์ Nus@nT@R@

  • Life is Investment
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5589
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +456/-11
แหม,,,หล่อทั้งแก็งค์นี่เลือกลำบากนะ 5555
ว่าแต่พี่ภูทำไมต้องไปยุ่งวุ่นวายกับน้องแว่นมากมายขนาดนั้นคะ

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4478
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-6
ติดตามต่อกำลังสนุกเลย

 :L2: :L2:

ออฟไลน์ Bowbonk

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +112/-4
เออ


แพ้แก้ผ้าาาาาาาา


แต่กูค้างคับท่านนนนนนนนนนนนนนนน

- คราส -

  • บุคคลทั่วไป
พี่ชมพูแกล้งน้องจัง

อยากรู้ว่าทำไมยีนถึงต้องมาเป็นเด็กเนิร์ด

 :pig4:

Warlock

  • บุคคลทั่วไป
คู่นี้ท่าจะตีกันตลอดเวลานะนี่..ฮ่าๆ

+1ให้จ้า

ออฟไลน์ suck_love

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 780
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-1
แอร๊ยยยย  พี่ภูโหด แต่เค้าก็รักนะ  :impress2: 55

ปล  ถ้ายีนส์ได้วิ่งแก้ผ้าจริง  :z1: เค้าจะไปวิ่งด้วยนะ  (แต่เค้าไม่ใช่ไอ้ด่างตัวนั้นนะ อย่าเข้าใจผิด   :sad4:)

 :pig4: :pig4: :pig4:

mintny

  • บุคคลทั่วไป
พี่ภูแม่งกวนทีนสุดๆ อะไรๆน้องยีนโดนตลอด
แต่มันชักแม่งๆนะ เหมือนพี่ภูจะรู้จักน้องยีน
ทั้งๆที่น้องยีนไม่รู้จักพี่ภูเลย
น้องยีนหนูกำลังเสียเปรียบคู่ต่อสู้นะ
อุ้ยยยๆ แต่อีหรอบนี้ พี่ภูแอบปิ๊งน้องยีนมาตั้งนานแล้วแหงๆ
เอาเว้ยๆมีเฮ  :-[

อะคุๆ แพ้แก้ผ้า
ถ้าน้องโดนแก้จริงๆ พี่ภูจะยอมให้แก้ต่อหน้าคนอื่น?
แล้วถ้าน้องชนะ พี่ภูจะให้อะไรน้อง

ติดตามตามติด มาต่อเร็วๆนะคะ o13


ปล. คนดีของกราฟ ใครกันน๊า  :z1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-11-2011 16:45:21 โดย mintny »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ pizza2011

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 411
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-0
ทำไมต้องทำตัวเชยๆด้วยนะ อยากรู้งุงิ  รอลุ้นตอนต่อไปจ้าาาาา

ออฟไลน์ EVE910

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 550
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1

ออฟไลน์ oilzaza001

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 619
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
สู้ๆ น่าอ่านมาก อิอิ

แบบว่าน้องยีนทำไมต้องเนิร์ดอ่า

ชักสงสัยแล้ว....

รอต่อไปจ้ะ มาอัพเรื่อยๆน้า ติดตามๆ

ออฟไลน์ yogurtjung

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 739
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-11
พี่๓ นี่ชอบแกล้งพี่ยีนเนอะ

แอบชอบเค้าละสิ 5555

มาต่อไวไวนะค่ะ

ออฟไลน์ undersky

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 234
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +128/-0
    • Undel2Sky's Facebook ♥
ตอนที่ 2 : กวนตีนได้ แต่หยามไม่ได้














เพราะว่าผมเก่ง จึงไม่ยากที่จะเอาชนะในการแข่งขันที่เหลือ ไม่ใช่เพราะคำขู่ของไอ้พี่ชมพูมันหรอก แม้ว่าผมจะยังหอบแฮ่กๆ หลังจากการแข่งจบลงโดยมีผมเข้าเส้นชัยเป็นที่หนึ่งในการแข่งทั้งสองรอบ ไอ้เพื่อนตัวดีทั้งสามคนโห่ร้องแบบไม่กลัวเสียลุคหนุ่มหล่อ จับผมโยนขึ้นฟ้า รับลงมาแล้วก็โยนขึ้นไปใหม่ ดีใจโอเวอร์อย่างกับผมผ่านการคัดตัวทีมชาติ

กว่าผมจะบอกให้มันเอาผมลงให้ได้หายใจเต็มที่สักทีก็ผ่านไปหลายนาที ผมสูดลมหายใจพลางเกาะหลังไอ้เคลมเอาไว้ด้วย เพราะไอ้ต้นตอที่เล่นบ้าๆ แบบนี้ก็ไอ้เคลมเนี่ยแหละ ไม่ต้องเดาก็รู้ คนที่ทำให้เพื่อนเดือดร้อนเพราะความคิดแผลงๆ ก็มีแค่มันเท่านั้น มีที่ไหน เดินออกมาจากสนามยังไม่ทันหายเหนื่อยดีมันก็พุ่งเข้ามาชาร์ตกันหมด

ไอ้กัสที่ไม่รู้หาน้ำมาจากไหนส่งขวดน้ำที่มีหลอดให้ผมได้จิบให้หายเหนื่อย ส่วนไอ้กราฟไม่รู้ว่ามันหวังดีหรือต้องการอวดหุ่นแมนๆ ของมันกันแน่ มันเลยถกเสื้อคนดีของมันขึ้นมาพัดให้ โชว์พุงขาวๆ มีไรขนแถวสะดือเรียกสายตาสาวๆ ทั้งหลายได้ ผมกลัวว่าผู้หญิงหื่นกามทั้งหลายที่อยากมองต่ำลงไปจะเป็นลมมากกว่า เดี๋ยวจะกลายเป็นการทำบาปแบบไม่รู้ตัว กรรมมันยิ่งติดเทอร์โบอยู่ด้วยช่วงนี้ มาเร็วเคลมเร็วกันแน่ล่ะครับงานนี้

“กูนึกว่าจะได้จับมึงแก้ผ้าซะอีก”

เสียงของไอ้คนที่ข่มขู่ผมไว้ดังมาแต่ไกลตั้งแต่ตัวมันยังเดินมาไม่ถึง ผมเงยหน้าที่โซมด้วยเหงื่อมองมันเล็กน้อยเพื่อยืนยันว่าเสียงที่ดังอยู่เป็นไอ้พี่ชมพูไม่ผิดแน่ แต่... เชี่ย เหงื่อมันดันไหลเข้าตาผม ผมต้องหลังตาปี๋เพราะว่าแสบจนทนไม่ไหว

เวรเอ๊ย ไอ้กราฟมันทำบาปแล้วทำไมผมต้องชดใช้แทนมันเนี่ย!

มือเรียวที่ไม่ใหญ่มากยื่นออกไปคว้าเสื้อไอ้กราฟไว้ให้มันหยุดพัด ผมกระซิบบอกมันเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่กลุ่มพวกเรา ไม่อยากให้ไอ้พี่ชมพูปากวอนตีนรู้แล้วหาเรื่องอะไรผมอีก ถ้ามันรู้คงไม่แคล้วพุ่งเข้ามากระชากแว่นออกจากหน้าผมแล้วใจดีเอาตีนช่วยเช็ดแน่

“เหงื่อเข้าตากูว่ะ”

“อ๋อ งั้นมึงอยู่เฉยๆ”

มันพูดเสียงเรียบก่อนขยับตัวเข้ามาใกล้ผมอีกนิด จากนั้นยกชายเสื้อยืดของมันขึ้นสูงกว่าเมื่อกี้ ค่อยๆ สอดเสื้อสีขาวผ่านใต้แว่นเข้ามาเช็ดให้อย่างระมัด ระวัง แต่นั่นกลับทำให้เสียงกรี๊ดแว่วเข้ามาในหูของผมระลอกใหญ่



“กรี๊ดดดดดดดดด แก๊!! ดูสิๆๆ”

“ทำไมคนดีทำแบบนี้ กรี๊ดๆๆ”

“ไอ้หมอนั่นเป็นใคร ทำไมสุดหล่อต้องไปเช็ดหน้าให้ด้วย! ไม่ยอมๆๆ”




จะกรี๊ดทำห่าทำเหวอะไรวะ แค่เพื่อนมันเช็ดตาให้ ไม่ได้สาดน้ำมนต์ใส่สักหน่อย ไม่ต้องร้องขอส่วนบุญ

โคตรน่ารำคาญเลยที่ต้องมาได้ยินเสียงหวีดร้องอย่างกับโดนถอนขนในที่ลับทีละเส้น ถึงผมจะชอบผู้หญิงและเคยรายล้อมด้วยผู้หญิงมากมาย มีฉากบนเตียงกับผู้หญิงมาไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร แต่ยังไงผมก็เกลียดเสียงร้องกรี๊ดๆ ของผู้หญิงอยู่ดี ถ้าเป็นเสียงครางต่อให้ดังแค่ไหนผมจะไม่ว่าเลย

แต่ผมก็เข้าใจล่ะนะว่าเพื่อนผมมันหล่อ แถมคุณเธอคงหมั่นไส้ไอ้แว่นหน้าจืดที่อยู่ๆ ก็ได้รับการดูแลอย่างดีจากหนุ่มหล่อถึงสามคน แต่... ยัยพวกนั้นลืมไปหรือเปล่าว่าผมเป็นผู้ชาย จะกรี๊ดให้ตับไหลออกมาเพื่ออะไร

“เป็นไงมั่งมึง ดีขึ้นหรือยัง”

ไอ้กราฟจับหน้าผมเชยขึ้นหน่อยๆ เพื่อดูตาผ่านทางเลนส์แว่น ผมว่ามันทำดีทีเดียวนะที่ไม่ยอมถอดแว่นผมออก ช่างรู้หน้าที่ตัวเองดีจริงๆ กูจะยอมรับว่ามึงเป็นคนดีอย่างที่เสื้อมึงบอกก็ได้

“เออ ก็ดีแล้ว แต่ยังแสบๆ อยู่หน่อย”

“ไหนมึงๆ ให้กูดูมั่ง”

ไอ้เคลมเสนอตัวพร้อมยื่นหน้าเข้ามาใกล้กว่าไอ้คนดีเสียอีก แต่สีหน้าของมันที่ผมเห็นทำเอาผมไม่แน่ใจว่ามันแค่อยากเสือกหรือห่วงผมกันแน่ ในเมื่อมันทำหน้าเอ๋อๆ แล้วโยกหัวส่องตาผมไปมา

“ยุ่งน่ะมึง ให้ไอ้กราฟดูไป”

เพราะท่าทางแบบนั้นแหละ ไอ้เคลมถึงถูกไอ้กัสตบหัวเข้าไปฉาดใหญ่ สมน้ำหน้ามึง อยากเล่นดีนัก ผมกลั้วหัวเราะในลำคอเย้ยมัน มันเลยถลึงตาใส่ผม

กูกลัวตายแหละไอ้เคลมเอ๊ย ไอ้ปัญญาอ่อน!

“พวกมึงนี่แม่งดังจริงๆ”

ท่ามกลางเสียงกรี๊ดที่เบาสลับดังเป็นระลอกตามการเคลื่อนไหวของเพื่อนรัก เสียงไม่พึงปรารถนาก็ดังขึ้นอีกครั้งในระยะที่ใกล้กว่าเดิม ผมเหลือบตา มองคนที่เดินเข้ามาใหม่สองคนก็เห็นว่าเป็นไอ้พี่ชมพูกับเพื่อนของมันที่มาลากมันออกไปจากชีวิตผมเมื่อพักใหญ่

“ก็คนมันหล่ออะพี่ ทำไงได้”

ผมผละหน้าออกมาจากมือไอ้กราฟที่ช่วยดูตาให้แล้วหันไปทำหน้าเซ็งปนเอือมใส่ไอ้เคลมที่ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ สาดดด มึงหลงตัวเองตลอด

“อย่างกับแมงกุดจี่จมอยู่ในขี้ควาย”

“โหยยย เล่นแรงงงงง”

ไอ้เคลมร้องง้องแง้งอย่างกับเด็กหลังจากไอ้เหี้ยพี่ชมพูหาว่าผมเป็นขี้ควายแล้วพวกที่เหลือเป็นแมงกุดจี่ ผมชักสีหน้าใส่มันแบบไม่ปิดบัง แต่มันก็ลอยหน้าลอยตาใส่ ทั้งที่เพื่อนคนอื่นก็ไม่ได้ว่าอะไรไอ้รุ่นพี่ตัวดี

“แมงกุดจี่กับขี้ควายยังไงมันก็ของคู่กัน ก็ดีกว่าไอ้พวกลอยไปลอยมาแล้วก็มาจมกองขี้นั่นแหละ”

ผมตอกมันกลับ เพราะไม่ว่าจะเป็นที่ไหน มันก็ตามมาหาเรื่องผมได้ทุกที ไอ้เหี้ยนี่คงมีญาณวิเศษ ส่งสัญญาณปี๊บๆ เหมือนเรดาร์หาดราก้อนบอลมั้ง

“กูไม่ใช่กระสือ”

“แล้วผมบอกเหรอครับว่าพี่ชมพูเป็นกระสือ”

ผมลอยหน้าตอบมันมั่งก็เห็นมันเม้มปากขึงตาใส่ผม ผมเห็นเพื่อนมันกระตุกแขนมันเบาๆ พลางส่ายหัวเหมือนจะปราม มันถึงได้ผ่อนลมหายใจลง

“กูไม่ต่อปากต่อคำกับมึงก็ได้ กูไม่อยากรังแกเด็ก”

“เหรอครับ เป็นพระคุณมากจริงๆ ขอบคุณพี่ชมพูมากนะครับที่เมตตาน้องเกงยีนอย่างหาที่สุดไม่ได้ น้องเกงยีนรู้สึกปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง”

“ตกลงมึงอยากโดนตีนกูใช่ไหม”

จากที่พยายามระงับอารมณ์ให้เย็นลง มันก็เดือดขึ้นมาอีกครั้ง เพราะว่าผมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบร้อยแล้วจ้องตามันอย่างไม่เกรงกลัวแถมด้วยทำตาใสใส่อีกเล็กน้อยพอกรุบกริบ มันยกขาขึ้นมาทำท่าจะถีบผมจริงๆ แต่เพื่อนมันก็ดึงเอาไว้อีกเหมือนเดิม

แหม เพื่อนมึงนิสัยดีกว่าเยอะเลยว่ะ

“เออ ว่าแต่พี่มีอะไรกับพวกผมหรือเปล่า”

เห็นท่าไม่ดีไอ้กราฟก็กลายเป็นทัพหน้าเอาคอขึ้นมาพาดบนเขียง พี่คนนั้นเลยยิ้มๆ ให้มันหน่อยก่อนจะบอกจุดประสงค์

“ก็เห็นว่าน้องยีนทำได้ดี เลยว่าจะพาไปเลี้ยงสักหน่อย”

“แล้วทำไมต้องเลี้ยงผมด้วยล่ะครับ คนชนะให้คณะก็มีตั้งหลายคน”

ผมตอบกลับพลางเบือนหน้าไปทางอื่นๆ ที่มีตัวแทนคณะลงแข่งในกีฬาเฟรชชี่ เพราะนอกจากวิ่งร้อยเมตรและสองร้อยเมตรชายที่ผมชนะ ยังมีแปดร้อยเมตรชายที่นิเทศฯ ชนะอีกด้วย ไม่นับรวมการแข่งฟุตบอลรอบแรกที่เพิ่งเริ่มครึ่งหลังหลังจากที่เผื่อแผ่สนามให้พวกกรีฑาได้แข่งในช่วงพักครึ่งที่ดูมีวี่แววว่าจะชนะอยู่เยอะเหมือนกัน

“พี่เป็นลุงรหัสกราฟไง แล้วกราฟก็เป็นเพื่อนสนิทน้องยีน แถมไอ้ภูเพื่อนพี่ก็ทำไม่ดีกับน้องยีนไว้ พี่เลยว่าไหนๆ น้องยีนก็ชนะแล้ว พาไปเลี้ยงเลยดีกว่า”

พี่คนนี้พูดจาเป็นการเป็นงานมาก ตรงข้ามกับเพื่อนมันโดยสิ้นเชิงเลย

ผมก็อยากจะตอบรับเขาหรอกนะ แต่ว่าผมคงรับน้ำใจเขาไม่ได้ ถ้าไปได้ผมคงไม่ต้องทนอดอยากแรมเดือนรอพี่มาเลี้ยงแบบนี้หรอก

“ขอบคุณนะครับ แต่ผมคงไปไม่ได้”

ผมยิ้มแหยๆ ให้ลุงรหัสของไอ้กราฟที่ผมยังไม่รู้ชื่อ แต่ก็ดันมีคนปากหมาสอดเข้ามา

“อะไร นี่กูจะเลี้ยง มึงก็รีบทำตัวมีมารยาทไม่อยากไปเชียวเหรอ”

คำพูดของมันทำผมเส้นกระตุกได้ทุกที ผมจิกขากับพื้นไว้ก่อนจะเผลอลืมตัวแล้วยกมันขึ้นมาเตะก้านคอไอ้เหี้ยพี่ชมพู พลางพยายามฉีกยิ้มอย่างใจเย็นพร้อมท่องนะโมสามจบในใจ

“ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากไปหรอกนะครับ” ผมจ้องตาไอ้พี่ชมพูกลับ จ้องให้ลึก ให้มันอ่านสายตาของผมออกมา ถ้ากูไปกูจะถลุงมึงให้หมดตูดเลย “แต่ผมมีเหตุผลที่ไปไม่ได้จริงๆ”

“ใช่ครับ ไอ้ยีนไปไม่ได้จริงๆ เอาไว้เลี้ยงกันวันหลังหรือเป็นข้าวกลางวันแล้วกันพี่”

ไอ้กัส กูรักมึง! มึงช่างเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ มาออกหน้าแทนกูเนี่ย

ผมยิ้มหน่อยๆ ที่เพื่อนเข้าใจ แต่ก็แน่ล่ะเพราะมันรู้เหตุผลดีว่าทำไมผมถึงไปไม่ได้ หากเป็นเมื่อก่อนคงถึงไหนถึงกัน เมาเหล้า กลับเช้า หิ้วสาว ทำได้ทุกอย่าง

“อ๋อ หรือว่าเป็นลูกคุณหนู กลับบ้านดึกไม่ได้ อบายมุขไม่แตะ เดี๋ยวเสียคน โห สมัยนี้ยังมีคนแบบนี้อยู่อีกเหรอวะ เป็นผู้ชายซะเปล่า ถ้าไม่ใช้ชีวิตให้คุ้มแล้วมันจะเรียกว่าผู้ชายได้ยังไง เสียชาติเกิด”

ผมรู้สึกได้ยินเสียงลั่นเปรี๊ยะๆ อยู่ในหัว เหมือนเส้นประสาทกำลังจะขาด ไอ้กราฟก็หวังดีดึงมือผมที่กำแน่นเอาไว้ ไอ้เคลมก็ช่วยกู้หน้าให้อีกคน

“เอางี้ดีกว่า พวกผมไปแทนไอ้ยีนเอง ถึงไหนถึงกัน จะเมาหัวราน้ำหรือกินให้ท้องระเบิด ไม่คลานไม่กลับเลย ดีไหม”

“มึงไม่ต้องเสือก เค เพื่อนมึงเป็นคนแข่งชนะ กูก็ต้องเลี้ยงมันสิวะ” มันตอบเคลมโดยไม่คิดจะเอออออะไร แล้วหันมาจ้องหน้าผม “เอาไง จะให้กูคิดว่ามึงอ่อน ไร้น้ำยา ใส่กระโปรงคงดีกว่า เอางั้นเหรอ”

มันหยามผมมากไปแล้ว ผมกัดฟันกรอดจ้องหน้ามันอย่างเอาเรื่องแต่มันก็ลอยหน้าใส่ให้ยิ่งหมั่นไส้ สุดท้ายผมก็ต้องกระแทกเสียงออกไปอย่างอดกลั้นไม่ไหว แม่งเป็นรุ่นพี่ที่เหี้ยจริงๆ

“เออ ก็ได้ ไปก็ไป”

“เฮ้ย ไอ้ยีน!!!”

สามเสียงของเพื่อนซี้ประโคมออกมาพร้อมกัน ถึงขนาดว่าถ้าผมไม่เตรียมใจอยู่แล้วว่าต้องเห็นอาการแบบนี้ของพวกมันคงตกใจจนสะดุ้งเสียฟอร์มให้ไอ้พี่ชมพูเห็น ดีแล้วที่กูจิตไม่อ่อน

“มึงจะไปได้ไง แล้วปะ...”

“พอ กูจะไป มึงหยุดพูด”

ก่อนที่เหตุผลหลักของการปฏิเสธของผมจะหลุดออกมาให้เสียหน้า ผมก็รีบห้ามคำพูดของไอ้กัสก่อน มันหวังดี ผมรู้ แต่มันก็ควรจะจำได้เหมือนกันว่าผมเกลียดการถูกหยามแค่ไหน

ท่าทีขึงขังของผมคงจะทำให้ไอ้รุ่นพี่เวรตะไลมันย่ามใจ มันถึงได้กระตุกยิ้มร้ายๆ พลางมองหน้าผมแล้วพ่นคำที่น่าจับมันมากระทืบที่สุด

“ก็แค่เนี้ย เล่นตัวอยู่ได้”

ไอ้สัตว์ มึงอยากตายนักใช่ไหม!!

















รถยนต์หลายคันถูกขับตามกันเป็นขบวน โดยที่ผมมากับกราฟ นอกนั้นก็ขับกันมาคนละคันกันหมด ที่ที่เรามาเป็นผับที่อยู่ไม่ไกลจากมหา’ลัยนัก แม้ว่าจะมีกฎของกระทรวง ทบวง อะไรทั้งหลายแหล่ออกมาว่าไม่ให้เปิดสถานบันเทิงใกล้กับสถานศึกษา แต่เพราะรายได้มันล่อตาจึงมีผับบาร์ตั้งกันให้เกลื่อน

โถงใหญ่ดูแคบไปถนัดตาด้วยโต๊ะหลายสิบตัวถูกกางออกเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว แสงไฟที่ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพกลับเพียงพอต่อการสำเริงสำราญ กลิ่นนิโคตินลอยคลุ้งอยู่ในสถานที่อโคจร เสียงเพลงดังเสียดหูนั้นกลับทำให้ผู้คนภายในร้านสนุกสุดเหวี่ยง

บรรยากาศที่ไม่ได้สัมผัสมานานนับเดือนทำให้ผมรู้สึกว่าอะไรบางอย่างในร่างกายถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหล นิ้วมือซึ่งทิ้งอยู่ข้างลำตัวเคาะเบาๆ กับขากางเกงเป็นจังหวะ

ไม่แปลกนักที่ผมกับพวกไอ้กราฟจะเข้ามาได้ทั้งที่อายุยังไม่ถึงยี่สิบตามกฎหมาย เพราะถ้ามัวแต่สนใจ รายได้ก้อนใหญ่คงบินลอยไปจากร้านอย่างน่าเจ็บใจแน่ๆ

ไอ้พี่ชมพูเป็นคนเดินนำพวกเราไปที่โต๊ะหนึ่ง สั่งเครื่องดื่มรวมทั้งสอบถามคนอื่นๆ ว่าต้องการแอลกอฮอล์ชนิดไหนมากลั้วคอเล่นๆ ในคืนนี้ ซึ่งคำตอบก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากที่ผมเคยมาร่วมวงกับพวกมัน บรั่นดีดีกรีสูงถูกนำมาเสิร์ฟถึงที่ตามประสารสนิยมของผู้มีอันจะกิน

แก้วถูกส่งต่อให้จนครบทุกคน ยกเว้นผมที่ดูเหมือนว่าไอ้คนที่ทำตัวเป็นแกนนำโดยที่ไม่มีใครเอ่ยอนุญาตสักคำจะจงใจไว้สุดท้าย ซึ่งผมก็รับมาอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะวางมันลงตรงหน้า ผิดกับคนอื่นที่รับไปแล้วก็จิบลงคอในทันทีเหมือนเป็นการรักษามารยาทที่พึงมี

“ทำไมมึงไม่แดก”

เอาแล้วครับ พอผมทำแบบนั้นมันก็หาเรื่องกันอีกแล้ว ดีว่าทุกคนจับจองที่นั่งอย่างรู้หน้าที่ ตอนนี้ผมกับมันจึงอยู่ในตำแหน่งที่เยื้องกันเพื่อไม่ให้ใกล้กันเกินไป แต่ถึงยังไงก็เห็นหน้าและพฤติกรรมของอีกฝ่ายชัดเจนอยู่ดี

“ผมยังไม่อยากดื่ม พี่ดื่มไปเถอะครับ ตามสบาย”

“กูเลี้ยงมึง ไม่ได้เลี้ยงตัวเอง มึงก็แดกๆ ไป”

มันคะยั้นคะยอแถมยังจ้องผมไม่วางตา เหมือนกับว่าถ้าผมไม่ดื่มอย่างที่มันต้องการ มันจะไม่ยอมเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

อย่าทำให้ตีนกูกระดิกมากนัก กูไม่แน่ใจว่าจะห้ามตัวเองได้ตลอดนะ ไอ้คุณพี่ชมพู

“เออ พี่ยังไม่ได้แนะนำตัวเลยนี่นา”

ท่ามกลางความเงียบที่มึนตึง เสียงค่อยๆ จากอีกบุคคลหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา ผมหันไปมองหน้าเพื่อนของไอ้พี่ชมพูก่อนจะยิ้มให้ นึกขอบคุณที่เขาขัดขึ้นมาตอนที่สถานการณ์ไม่ค่อยดีเท่าไร

รอดตัวไปนะมึง

“พี่ชื่อเจ๋งนะ เป็นลุงรหัสของกราฟ พอดีพี่ไม่มีน้องรหัสน่ะ มันซิ่วออกไปแล้วก็เลยมาสนิทกับกราฟแทน”

“ครับ” ผมตอบรับอย่างว่าง่าย

คนเขาดีมา มีอะไรที่ผมต้องไปกวนเขากลับเหมือนคนบางคน จริงไหม

“ส่วนไอ้ภูก็เพื่อนพี่ ไม่มีทั้งน้องรหัสแล้วก็หลานรหัส เพราะงั้นไม่ต้องใส่ใจมันมากหรอกนะถ้าหากว่ามันจะเรียกร้องความสนใจจากพวกรุ่นน้องบ้าง”

“ไอ้เชี่ยเจ๋ง หุบตูดมึงไปเลย กูเรียกร้องความสนใจหอกอะไร!”

พอโดนแฉหรือเปล่าผมก็ไม่แน่ใจ ไอ้พี่ชมพูมันก็รีบจับแก้วเหล้าตัวเองกรอกปากพี่เจ๋งจนแทบสำลัก

แม่งป่าเถื่อนแบบนี้แหละ ถึงมีน้องรหัส น้องมันก็คงผูกคอตาย

“แล้วมึง เมื่อไรจะแดกๆ เหล้าของกูสักที”

จัดการกับเพื่อนมันได้ มันก็หันมาเอาเรื่องผมต่อทันที ผมจึงต้องคว้าแก้วเหล้ามาจิบๆ แต่โดยดีเพื่อให้มันเลิกยุ่งกับผมสักที โคตรรำคาญ มึงจะอะไรกับกูนักหนา มึงเยอะไปแล้ว! แต่ว่ามันก็ไม่พอใจแค่นั้น

“มึงจิบไปแค่นั้นเหล้าคงลงถึงกระเพาะมึงหรอก แดกไม่เป็นก็บอกกู กูจะสั่งน้ำส้มให้มึง”

แม่งหลิ่วตาเย้ยผมชัดๆ ไอ้สาดดด! เห็บหมา!

ผมต้องกระดกมันเข้าไปครึ่งแก้ว ทั้งที่มันเคยเป็นรสชาติที่ผมโปรดปราน แต่การดื่มในครั้งนี้กลับทำให้ผมรู้สึกขยาดและไม่อยากแตะต้องมันเลย พวกเพื่อนของผมก็ทำหน้าป่วยๆ มองมาตามๆ กัน ผมเลยตบบ่ามันเป็นการบอกว่า ไม่เป็นไร มันถึงได้หันไปสนใจสิ่งรอบข้างตัวเองได้ ผมเองก็ด้วย มองไปรอบๆ ตามสรีระของผู้หญิงมากมายที่กำลังเต้นไปตามจังหวะอย่างยั่วยวน บ้างก็มีเพศผู้เข้าไปวาดสเต็ปคู่แล้วสีร่างกันไปมา มันเป็นภาพที่ชินตาและผมก็ใช่ว่าไม่เคยทำ

นั่นแหละครับ ผมในอดีต

อดีตที่ยังเสเพลไม่ใช่เด็กเนิร์ดแบบนี้

“กราฟๆ สลับที่กับกูหน่อย”

เสียงจากพี่เจ๋งทำให้ผมหันไปมองอย่างงงๆ เพราะว่าไอ้กราฟนั่งข้างผมแล้วพี่เขาจะมาสลับทำไม แม้แต่ไอ้กราฟก็งงไม่แพ้กันแต่ก็ยอมสลับที่ให้ คงเพราะเกรงใจที่อีกฝ่ายเป็นลุงรหัส

“นี่น้องยีน”

“เรียกยีนเฉยๆ ก็ได้ครับ”

พี่เขาเรียกผมซะขนลุกเลย นอกจากม้ากับพี่กล้วยที่เป็นพี่เลี้ยงก็ไม่มีใครเรียกผมว่าน้องยีนสักคน พอได้ยินแล้วมันรู้สึกแปลกๆ ไงไม่รู้ หนำซ้ำอีกฝ่ายยังเป็นผู้ชายอีก บรึ๋ย ถ้าเรียกด้วยน้ำเสียงกวนส้นตีนเหมือนไอ้พี่ชมพูคงไม่ทำให้ผมรู้สึกแบบนี้ นี่ถือว่าเป็นข้อดีของมันหรือเปล่า หึ

“ยีนไม่ชอบขี้หน้าไอ้ภูมันเหรอ”

พี่เจ๋งยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ ผมก่อนจะกระซิบเสียงเบาๆ เหมือนกลัวใครได้ยิน ทั้งที่ภายในร้านก็เสียงดังจนคนอื่นนอกจากผมไม่มีทางจะได้ยินได้อยู่แล้ว

“เปล่าครับ”

“อืม ดีแล้วล่ะ”

“แต่เกลียดขี้หน้าครับ”

เหมือนว่าพี่เขาจะอยากพูดอะไรต่อ แต่ว่าผมสอดขึ้นมาก่อน ไม่อยากให้เข้าใจผิดว่าผมไม่ได้รู้สึกอะไร ก็มันออกจะกวนตีน ชอบหาเรื่องผมขนาดนี้ ให้ผมชื่นชมมันหรือไง ประสาทแดกแล้ว

“อ่า เหรอ” พี่แกหน้าซีดลงไปหน่อยพอเจอผมตอบกลับไปตรงๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังกระซิบต่ออยู่ดี “จริงๆ ไอ้ภูมันไม่มีอะไรหรอก มันก็บ้าๆ บอๆ ของมันแบบนี้”

พี่เรียกการกระทำเหี้ยๆ ของเพื่อนพี่ว่าบ้าบอเหรอครับ ผมเพิ่งรู้ว่า ‘เหี้ย’ มันมีชื่อเล่นว่า ‘บ้าบอ’ ดูน่ารักมากกก

ถึงจะคิดในใจแบบนั้นแต่ว่าผมก็ยังเงียบแล้วทนฟังพี่เจ๋งต่อไป อยากรู้เหมือนกันว่าพี่เขาต้องการอะไรกันแน่ถึงได้มาพูดกับผมแบบนี้

“ถึงมันจะดูโหด ดูบ้าอำนาจหรือชอบใช้กำลัง แล้วก็สถุนไปบ้าง แต่จริงๆ แล้วมีคนแบบมันก็ดีนะ”

ผมไม่แน่ใจว่าหูของผมเออเรอร์ตอนรับส่งสัญญาณอะไรหรือเปล่า ถึงได้ยินประโยคสุดท้ายแบบนั้น ผมเบี่ยงหน้าไปมองพี่เจ๋งแบบเต็มๆ ก่อนจะเหลือบตาไปมองไอ้คนที่ถูกนินทา ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะรู้ตัวอยู่เหมือนกัน ถึงได้มองมาอย่างกับจะเค้นอะไรจากผม

มึงคิดว่ากูจะบอกมึงเหรอ มึงลองขี่ดาวพลูโตมาหากูก่อน กูจะลองคิดดูอีกที

“มันเป็นรองประธานของปีสาม แล้วก็เป็นประธานศึกษาของคณะ คนที่ดูแลเรื่องการรับน้องที่พวกปีสองรับผิดชอบอยู่ทั้งหมดก็มันนี่ล่ะ”

“แล้วพี่มาบอกผมทำไม”

ประโยคเดียวจอดเลยครับ พี่เจ๋งถึงกับสะอึก ผมหันไปมองหน้าไอ้คนที่เป็นประธานนักศึกษาซึ่งหน้าตาไม่บอกยี่ห้อเลยว่ามีความรับผิดชอบขนาดนั้น พยายามคิดและนึกภาพมันทำกิจกรรมเพื่อรุ่นน้อง...

คิดไม่ออกว่ะ ถ้ามันเป็นพี่ว้าก วันๆ ไล่กระทืบชาวบ้าน เออ แบบนี้ค่อยน่าเป็นไปได้หน่อย

“พี่บอกเพราะรู้สึกว่ายีนไม่ค่อยชอบไอ้ภูมันเท่าไร” พี่แกดึงสติกลับมาได้ก็รีบบอก “อยากให้รักๆ กันไว้ ยังไงก็ต้องสนิทกัน”

“แล้วทำไมผมต้องสนิทกับมัน เอ้ย พี่ชมพูด้วยล่ะครับ”

“อย่างที่พี่บอกไง พี่สนิทกับกราฟ แล้วไอ้ภูก็เป็นเพื่อนพี่ ถ้าหากว่าเพื่อนพี่กับเพื่อนกราฟไม่ถูกกัน มันจะลำบากใจทั้งสองฝ่าย ใช่ไหมล่ะ”

ไอ้ที่พี่บอกมามันก็จริง แต่คนที่หาเรื่องก่อนน่ะ คือไอ้คนที่นั่งเยื้องกับผมไม่ใช่หรือไง มีแต่มันนั่นแหละที่เริ่มก่อน

“ผมจะพยายามแล้วกัน พี่บอกเพื่อนพี่เถอะครับ ผมอยู่ของผมดีๆ”

“อืมๆ พี่จะบอกมัน”

พอรับปากแบบนั้นแล้วพี่เจ๋งก็ตบบ่าผมเบาๆ สองทีก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ข้างๆ ไปกระซิบอะไรกับไอ้พี่ชมพูไม่รู้ คงเป็นเรื่องที่บอกกับผมไว้มั้งแล้วก็หันมาบอกเราทุกคน

“เดี๋ยวพี่ออกไปยืดแข้งยืดขาหน่อย ไปไอ้กราฟ ไปกับกู”

เพื่อนผมถูกลากออกไปเป็นลูกคู่แล้วก็ไปแดนซ์กระจายกันอยู่กลางฟลอร์อย่างเมามัน ส่วนผมก็ได้แต่นั่งมองมันโดยไม่ได้พูดอะไร สักพักไอ้กัสกับไอ้เคลมที่มอมเหล้าตัวเองได้ที่ก็ลุกไปด้วยกันอีก แต่ผมดึงมือไอ้กัสไว้

“มึงจะไปไหน”

“คึคึ”

แทนที่จะเป็นไอ้กัสตอบมา กลับเป็นไอ้เหี้ยเคลม มันทำเสียงหัวเราะแปลกๆ แต่ผมก็เข้าใจว่ามันจะทำอะไร ไอ้สัตว์เอ๊ย แม่ง พวกมึงจะทิ้งกูกันหมดใช่ไหม ผมมองไอ้กัสอย่างขอร้องหน่อยๆ แต่มันก็บอกกลับมาว่า...

“เดี๋ยวกูมา แป๊บเดียว”

ไอ้เหี้ย แป๊บนึงของมึงก็เช้าตลอดอะ สัตว์!

สุดท้ายผมก็ปล่อยมันไป ไม่ห้ามมันอีก รู้สึกเซ็งที่เพื่อนแต่ละคนไม่สนใจผมเลย ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงไม่เท่าไร เพราะผมหาทางไปของผมได้ แต่ตอนนี้สิ ทำอะไรไม่ได้สักอย่างนอกจากนั่งเฉยๆ แล้วเป็นเป้าสายตาของมารหัวขนสีน้ำตาลนี่

ไอ้พี่ชมพูยังไม่เลิกมองผมจนผมทนไม่ไหว มึงจะมองให้ลูกตามึงมาติดอยู่บนหน้ากูเลยไหม ไอ้สัตว์!

“หน้าผมเหมือนพ่อพี่มากหรือไง”

“ไม่หรอก หน้ามึงเหมือนปู่กูต่างหาก”

เหี้ย! ย้อนกูอีก

ผมเบนหน้าไปทางอื่นไม่มีอารมณ์กับอะไรทั้งสิ้น รอคอยให้ไอ้กราฟหรือไม่ก็พี่เจ๋งกลับมา เบื่อจะมองจะเห็นหน้าไอ้คนสันดานเสีย ไหนพี่เจ๋งว่าบอกเพื่อนแล้วไง ไม่เห็นเปลี่ยนสักนิด กวนตีนกูเหมือนเดิม

“หงอยเลยเหรอมึง เพื่อนไม่อยู่แค่นี้ ก็อย่างว่า เขาบอกว่าไอ้คนที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเองมักอยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องมีคนอยู่ด้วย แล้วมึงก็เก่งนี่ ทำให้เพื่อนมึงคอยเอาใจได้”

“ผมไม่ได้ทำให้มันมาเอาใจ”

จากที่หันไปมองอย่างอื่นผมก็ต้องเบนโฟกัสกลับมาหามันจนได้ ผมว่าหน้าหล่อๆ ของผมที่ซ่อนเอาไว้จะแก่ก่อนวัยเพราะต้องโต้ฝีปากกับไอ้เหี้ยพี่ชมพูนี่แหละ

“มึงจะบอกว่ามึงมีเสน่ห์ ทำให้ผู้ชายมาหลงมึงเองงั้นสิ”

มันเริ่มพูดไม่รู้เรื่องแล้วครับ หลงเสน่ห์เหี้ยอะไร ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่พลางยกแก้วเหล้าของตัวเองขึ้นมา แล้วเทน้ำสีอำพันลงในแก้วของมันจนหมดเกลี้ยง

“มีเหล้าก็แดกเข้าไปเถอะครับ ฆ่าเชื้อในปากบ้างก็ดี”

“สู้กูไม่ได้เลยเลี่ยงแบบนี้เหรอ”

“ผมไม่จำเป็นต้องสู้ ผมต้องสู้กับพี่ชมพูเรื่องอะไรเหรอครับ”

“ก็อืม...” มันทำท่าคิดพลางหรี่ตามองผมเหมือนกับจะประเมินอะไร จากนั้นก็ยื่นมือออกไปดึงแขนของผู้หญิงในชุดรัดรูปที่เดินผ่านมาพอดี “เรื่องนี้เป็นไง”

มันพูดกับผมเหมือนจะท้าทายก่อนหันไปปั้นหน้าหล่อใส่ผู้หญิงที่มันฉุดมา

“ดื่มด้วยกันสักแก้วได้ไหมครับ”

ผู้หญิงที่ถูกดึงมาแทบหล่นลงบนตักมัน ตอนแรกหล่อนทำท่าจะโวยวายที่อยู่ๆ ก็ถูกฉุดมา แต่ก็ต้องรูดซิปปากทันทีที่เห็นหน้าหล่อๆ หนำซ้ำยังโปรยยิ้มหวานแล้วรับแก้วนั้นไปดื่มอย่างไม่มีการเล่นตัวใดๆ ทั้งสิ้น เจ้าหล่อนทิ้งตัวลงบนตักและเอาแขนคล้องกับคอของไอ้พี่ชมพูไว้เสียด้วย

ง่ายจริงๆ ครับ ง่ายมาก ก็อย่างว่าคนมันหน้าตาดี ผู้หญิงที่ไหนก็อยากจะพลีกายให้ แต่ว่าผมรู้สึกคุ้นๆ หน้าผู้หญิงคนนี้ยังไงไม่รู้

ผมลอบมองผ่านเลนส์แว่นกับปลายผมที่ปรกลูกตาอยู่หน่อยๆ พิจารณาใบหน้าของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมถึงเลื่อนสายตมายังทรวดทรงองเอว มันดูคุ้นไปทุกสัดส่วน ยิ่งรอยยิ้มแบบนี้ ประกายตาแพรวพราวยั่วยวนแบบนี้....

รู้สึกหน้าซีดแล้วก็เหงื่อออกมือขึ้นมาทันทีเมื่อภาพบางอย่างหวนคืนกลับมา ฉากรักเร่าร้อนบนเตียงของโรงแรมแห่งหนึ่งค่อยๆ กรอกลับมาเหมือนเทปม้วนเก่า ผมก้มหน้าลงทันทีหลังจากนึกได้ เธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมเคยมีอะไรด้วยแล้วก็ร้อนแรงสุดๆ

ไม่อยากคิดว่าถ้าเธอจำหน้าผมได้จะเกิดอะไรขึ้น!







==================

มาต่อแล้วนะคะ หลังจากไม่สบายจนหมดแรงไปหลายวัน
ตอนนี้ไม่ค่อยมีมุก ไม่ค่อยมีอะไรฮาเท่าไหร่ ไม่เก่งเรื่องคิดมุกน่ะค่ะ
จริงๆ เรื่องก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องฮา แค่กวนเบาๆ
หวังว่าจะไม่ทำให้รู้สึกแย่นะคะ

ตอนนี้รู้สึกเหมือนตัวเองจะจิ้นกราฟยีนยังไงไม่รู้
แอบชอบกราฟเป็นการส่วนตัว >___<

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ ยินดีต้อนรับคนมาใหม่ด้วยค่ะ


Undel2Sky




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-09-2013 23:46:57 โดย undersky »

ออฟไลน์ Nus@nT@R@

  • Life is Investment
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5589
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +456/-11
เอาแล้ว เอาแล้ว
เค้าก็คิดว่ายีนเหมาะกับกราฟเหมือนกัน อิอิ

ออฟไลน์ pizza2011

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 411
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-0
อย่ามากราฟยีนสิ เดี๋ยวจิ้นคู่นี้เเล้วจะลำบากใจ 55+
เฮ้ออออ...พี่ภูทำไมปากดีอย่างนี้ล่ะคะ  :z3: :z3:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-11-2011 00:14:57 โดย pizza2011 »

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4478
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-6
พี่ชมพู  ปากหมาได้โล่เหมือนกันนะ

 :เฮ้อ: :เฮ้อ:

แล้วสาวคนนั้นจะจำยีนได้อะเปล่า

ออฟไลน์ powvera

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +75/-3
เฮ้ยยยยยยยยย

ความลับของยีนจะแตกไหมอ่ะ

แต่อย่างว่าความลับมันไม่มีในโลก

ออฟไลน์ Dakzy

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 224
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-3
กราฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ เค้าชอบกราฟฟฟฟฟฟ จะอาววววววววววววววววววว จองๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆ

แอบจิ้นกราฟยีนเหมือนกันค่าคนเขียน อ่านแล้วไม่รู้ทำไม้ทำไมชอบกราฟจังเลยอ่ะ

ชมภูขี้แกล้งอ่ะ กวนน้องตลอด เราว่าแอบชอบยีนชัวร์ป้าบเลยแบบนี้ เข้าหา วางตัวกับน้องไม่ถูก เลยหาเรื่องได้ใกล้ชิด(ก็จิ้นไปซะไกล เอิ๊กๆ)

ส่วนยีนปากร้ายดีแท้ สักวันคงโดนพี่ภูกำราบ

แต่อยากรู้ปมหลังยีนมากค่ะ ว่าเกิดไรขึ้น มันต้องเป็นเหตุมาจากผู้หญิงแน่นอน ทำไม? อะไร? อยากรู้มากมาย

ไว้รออ่านต่อนะคะ

ปล.มาต่อไว แถมยาวด้วย ปลื้มมากค่า

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด