DESTINY 'S SERIES : 1 Before The Rainy Season
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: DESTINY 'S SERIES : 1 Before The Rainy Season  (อ่าน 5866 ครั้ง)

kissazazel

  • บุคคลทั่วไป
DESTINY 'S SERIES : 1 Before The Rainy Season
« เมื่อ05-10-2007 16:16:04 »

DESTINY 'S SERIES :  1 Before The Rainy Season

"ถ้าอ๊อกซิเจนทำชีวิตนี้ดำรงอยู่ได้
  ความรักก็ทำให้การมีชีวิตนั้นมีความหมายมากยิ่งขึ้น"


ช่วงเวลาในอดีตของผมที่มีทั้งสุข เศร้า เหงา ปะปนกันไป  ทั้งๆ ที่มันก็ผ่านไปแล้วแต่มันก็ยังเป็นความทรงจำที่แจ่มชัดเสมอในความรู้สึก………….. 

วันหนึ่งในฤดูฝนที่เมฆครึ้มเหมือนฝนกำลังใกล้จะตก  ทุกๆวันที่ฝนใกล้จะตก ผมจะไปนั่งรับลมอยู่ที่สวนสาธารณะใกล้กับที่ผมอยู่  อากาศมันเย็นสบายดี ผมเลยนั่งไปเรื่อยๆ จนกระทั่งฝนเริ่มลงเม็ด แต่ผมก็ยังไม่ลุกไปไหน ผมนั่งหลับตารับน้ำที่ตกลงมาจากฟากฟ้า จนกระทั่งรู้สึกว่าไม่มีน้ำตกลงมาใส่หน้าตัวเอง เลยลืมตาขึ้นมามอง กลับเห็นคนถือร่มกางให้พร้อมกับรอยยิ้มสดใสเหมือนดั่งดวงอาทิตย์

" มานั่งตากฝนอย่างนี้ไม่กลัวเป็นหวัดเหรอ หรือว่ามานั่งทำมิวสิค "  เค้าคนนั้นถามพร้อมกับรอยยิ้ม

" ………………….. "   ผมได้แต่อึ้งเลยไม่พูดอะไรออกไป

" อ่าว นี่เป็นใบ้เหรอ " 

" ป่าว  "

" งั้นก็ดี  ชั้นเห็นนายมานั่งตากฝนที่นี่แทบทุกครั้งที่ฝนตก วันนี้ชั้นกลัวว่านายจะเป็นหวัดเลยมากางร่มให้น่ะ  "

" ขอบคุณนะ "    แล้วผมก็ลุกขึ้น

" อ่าวนี่จะไปแล้วเหรอ " 

" อื้ม ได้เวลาแล้วน่ะ  ชั้นไปก่อนล่ะนะ  ถ้าเรามีโอกาสคงได้พบกันใหม่  "

" งั้นก็ยินดีที่ได้รู้จัก กลับไปก็เปลี่ยนเสื้อผ้าซะนะ เดี๋ยวจะเป็นหวัด "

" อื้ม ขอบคุณ "     น่าแปลกเพียงแค่มีร่มมากางกับรอยยิ้มนั้น มันทำให้ผมรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาอย่างไม่น่าเชื่อเลยทั้งๆ ที่อยู่ท่ามกลางสายฝน……..

ผมเปิดสมุดไดอารี่แล้วนั่งเขียนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้

วันนี้ อากาศเหมาะกับการไปเดินเล่นเหมือนเดิม
ผมเดินไปยังที่เดิมของทุกๆ วัน  มันเป็นการกระทำที่เหมือนเดิมแทบจะทุกอย่าง
ผมก็นั่งเล่นไปเรื่อยๆ จนฝนเริ่มตก 
ผมหลับตาลงเพื่อซึมซับน้ำฝนที่หล่นมาบนใบหน้าสักพัก
ผมกลับเริ่มรู้สึกว่าฝนที่ตกลงมานั้นมาหายไป
ผมจึงลืมตาขึ้นมาพบกับร่มที่กางโดยคนที่มีรอยยิ้มเหมือนดวงอาทิตย์
ผมไม่รู้จักเค้าและเค้าก็คงไม่รู้จักผมเช่นเดียวกัน
แต่ชั่ววินาทีที่เราสบตากันนั้น ความอบอุ่นไปแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายผม
มันเป็นความรู้สึกที่ผมไม่ได้สัมผัสมานาน…….


 
ผมนั่งเขียนไปก็นึกถึงรอยยิ้มของคนนั้นไป  พอเขียนเสร็จก็ปิดสมุดแล้วเข้านอน…….

วันรุ่งขึ้นวันนี้รู้สึกว่าอากาศจะแจ่มใสมากมาย มันเป็นครั้งแรกที่ผมอยากไปสวนสาธารณะโดยที่ไม่มีเมฆครึ้ม  ผมอยากจะไปเจอคนนั้นจัง วันนี้จะมามั้ยนะ

ผมนั่งตรงที่เดิมที่เราเจอกัน นั่งรอไปเรื่อยๆ ………… . จนดวงอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าแล้วก็ยังไมเห็นแม้แต่เงาของคนๆ นั้น  เฮ้อ ….นั่นสินะ โอกาสเจอกันใช่ว่าจะง่ายๆ ซักหน่อย ผมนี่ก็ทำเป็นการ์ตูนไปได้  ผมลุกขึ้นปัดกางเกงแล้วเดินกลับสถานที่ที่เรียกว่าบ้านของผม และกลับมานั่งเขียนไดอารี่เหมือนเดิม

วันนี้อากาศแจ่มใส ผมที่ไม่เคยคิดจะไปเดินเล่นในวันที่อากาศอย่างนี้กลับที่จะคิดไป
หวังว่าคงจะได้เจอกับคนๆ นั้น
แต่พอไปถึงแล้ว….. กลับไม่ได้เจอ
ไม่โทษอะไรทั้งสิ้นเพียงแต่โทษตนเองที่หวังมากเกินไป
มันไม่ใช่เรื่องๆ ง่ายหรอกที่คนสองคนจะมาเจอกันง่ายๆ
แล้วอีกอย่างผมก็ไม่ได้ถามชื่อคนๆ นั้นไว้
แต่ก็อยากขอพรจากพระผู้เป็นเจ้า ได้โปรดช่วยให้ตัวผมนี้ได้เจอกับคนที่ผมหวังไว้ด้วยเถิด
ขอบคุณพระผู้เป็นเจ้า…..


แต่ทว่าผมไม่ได้ไปสวนสาธารณะนั้นอีกสองสัปดาห์เต็มๆ เพราะว่าตัวผมมีธุระที่ต้องทำ เลยทำให้ต้องหยุดการไปนั่งเล่นที่สวนสาธารณะตั้งนาน แล้วผมจะได้เจอคนๆ นั้นมั้ยล่ะเนี่ย ความหวังที่ดูเหมือนจะน้อยนิดอยู่แล้วก็ยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่ 

แต่ยังงัยวันนี้ผมก็ไปที่สวนสาธารณะแล้ว อากาศที่เต็มไปด้วยเมฆครึ้มอย่างนี้เหมาะกับการนั่งเล่นยิ่งนัก  ผมไปนั่งที่เดิม  อากาศที่เริ่มเย็นลงเรื่อยๆ และลมที่พัดมาประทะกับตัวผม ทำให้ผมเริ่มรู้สึกหนาวเล็กน้อย ผมจึงหลับตาเพื่อรอรับฝน

" หายไปนานเลยนะ "  เสียงที่ผมอยากได้ยินก็ดังข้างๆ หู ทำให้ผมลืมตาขึ้นมาทันที ผมก็ได้เห็นรอยยิ้มกับร่มคันเดิมที่ผมอยากเห็น

" พอดีมีธุระน่ะ เลยไม่ได้มานั่งรับฝนเลย เสียดาย  "

" งั้นเหรอ  ชั้นก็มานั่งรอนายที่นี่ ทุกครั้งที่มีเมฆครึ้มเลย แต่ก็ไม่เห็นเลย  ชั้นนึกว่านายจะย้ายไปไหนซะแล้ว "

" อย่างชั้นจะย้ายไปไหนได้   ทำไมวันนี้ฝนตกไม่ตกอีกนะ  "

" นั่นสิ  ปกติมันต้องตกแล้วนี่  แต่อย่างนี้ก็ดี นายจะได้ไม่ต้องเปียกไง  " 

" อืม……….  อีกเดือนนึงก็จะหมดช่วงฝนแล้ว "

" แล้วถ้าหมดแล้วนายจะมานั่งเล่นที่นี่อีกรึปล่าวล่ะ "

" ก็คงมาแหละเพราะชั้นก็ชอบฤดูหนาวพอๆกับฤดูฝนนี่แหละ "

" เหรอ….  ชั้นกลับชอบช่วงเวลาก่อนฤดูฝนมากกว่ามากกว่า  ช่วงนั้นดอกหางนกยูงจะบานสะพรั่งเต็มต้นเลยล่ะ  "

" ชั้นยังไม่เคยออกมาดูดอกหางนกยูงช่วงนั้นสักทีเลย "

" สวยนะ  มาดูกับชั้นมั้ยล่ะ เดี๋ยวชั้นจะพอไปดู "

" สัญญาแล้วนะ  "

" อื้ม สัญญา "  วันนั้นเรานั่งคุยกันจนดึก  ผมได้เล่าเรื่องราวของผมให้เค้าฟัง

ขอบคุณพระผู้เป็นเจ้าที่ทำให้ผมได้พบกับคนๆ นั้นอีกครั้ง
ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ ว่าผมจะได้เจออีกครั้ง
มันช่างเป็นความรู้สึกที่ดีจริงๆ
ทั้งผมและเค้าต่างพูดคุยกันถูกคอ
เรื่องราวของผมที่ผ่านมา ผมได้ถ่ายทอดให้เค้าฟัง
ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นใครมาจากไหน
แค่ทำให้ผมอบอุ่นได้ก็พอแล้ว…..
หลังจากนั้นทุกๆ วันไม่ว่าอากาศจะเป็นยังงัย ผมก็จะไปนั่งเล่นที่สวนสาธารณะ ผมก็ได้เจอกับคนๆ นั้นทุกๆ วันเช่นกัน  มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากสำหรับผม

" ชั้นเราก็คุยกันมาตั้งนานแล้ว ชั้นยังไม่รู้จักชื่อนายเลย "

" อีกไม่นานนายก็จะรู้เองแหละ  "

" เหรอ งั้นก็ได้  " เราทั้งสองคุยกันจนเวลาผ่านล่วงเลยมาถึงช่วงปลายฤดูหนาวแล้ว ผมยังจำสัญญาที่คนๆ นั้นมีให้ผมได้เสมอ ว่าจะมาดูหางนกยูงด้วยกัน ผมก็ได้แต่ภาวนาให้ถึงวันที่เราสัญญากันไว้เร็วๆ   พอกลับบ้านผมก็จะเขียนไดอารี่เหมือนเดิม แต่เรื่องราวในไดอารี่ของผมที่เมื่อก่อนมีแต่ตัวผมอยู่ในนั้นตอนนี้กลับมีใครบางคนเพิ่มเข้ามา ชีวิตของผมมีความสุขมาก ผมเริ่มรู้สึกว่าชอบคนๆ นั้นมากมาย ถึงแม้ว่าเค้าจะไม่ยอมบอกชื่อผมก็ตาม

" ชั้นมีอะไรจะบอก  " ผมเอ่ยขึ้นหลังจากที่เรานั่งคุยกันเหมือนเดิม

" มีอะไรเหรอ "

คือว่า………ชั้นชอบนายนะ ไม่..ไม่รู้สิ  ถึงแม้ว่าเราจะรู้จักกันแค่ช่วงเวลาที่สั้นแต่ชั้นก็รู้สึกผูกพันกับนาย "

" ชั้นก็เหมือนกัน  "   เราทั้งสองโผเข้ากอดกันท่ามกลางไอเย็นของฤดูหนาว การกอดกันครั้งนั้นมันทำให้ผมรู้สึกว่าช่องว่างระหว่างเราแคบลงมาก และมีความอบอุ่นอ่อนหวานแทรกผ่านเข้ามาแทน ความหนาวอยู่แค่ภายนอกร่างกายของเราทั้งสองเท่านั้น 

วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าชีวิตของผมเริ่มมีความหมายขึ้น
ผมได้เจอกับคนที่ผมอยู่ด้วยเฉย ๆ แล้วมีความสุข
คนที่ผมคิดถึงแม้ว่าผมไม่เหงาก็ตาม
คนที่ผมรู้ว่าจะช่วยให้ผมสบายใจได้
คนที่รับรู้ตัวตนที่แท้จริงของผม
คนจดจำความเป็นผมได้ทุกอย่าง
ขอบคุณพระผู้เป็นเจ้าอีกครั้ง………..


 หลังจากวันนั้นเราทั้งสองก็ยังคงมานั่งเล่นพูดคุยกันเหมือนเดิม ช่วงนี้ก็เข้าสู่ร้อนแล้ว ดอกไม้ต่าง ๆ เริ่มพากันเบ่งบานเพื่ออวดความสวยให้ใครต่อใครได้ชื่นชม 

" วันอังคารหน้า เราไปดูดอกหางนกยูงกันนะ  "

" บานแล้วเหรอ ที่ไหนล่ะ  "

" เอาน่าพอถึงเวลาก็รู้เองแหละ  "

" อื้ม  "    ผมได้แต่ภาวนาให้ถึงวันนั้นเร็วๆ  การรอคอยนี่มันทรมานจังเลยนะ  เมื่อมันมาถึงแล้วผมก็ดีใจเป็นอย่างมาก ผมนั่งไม่เป็นสุขเลยระหว่างที่เราคุยกันแป๊บนึง

" ไปกันรึยัง " คนๆ นั้นถามผมที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว

" อื้ม รีบไปเถอะชั้นอยากเห็น  จะไปดูที่ไหนกันล่ะ "

" เดินตามชั้นมาเรื่อยๆ นะ "  ปากก็พูดให้ผมเดินตาม แต่จริงๆ แล้วคนๆ นั้นกลับเดินจูงมือผม  ผมเดินไปพลางมองดอกไม้ไปพลาง  มันเป็นด้านหลังสวนสาธารณะที่มีป่าอยู่ ผมไม่เคยรู้เลยว่าด้านหลังสวนสาธารณะจะมีธรรมชาติที่ยังคงงดงามขนาดนี้  เค้าพาผมเดินมาเรื่อยๆ ผมไม่รู้สึกเหนื่อยเลย อาจเป็นเพราะธรรมชาติที่รายล้อมอยู่รอบตัวผมทำให้ผมเพลิดเพลิน

" ถึงแล้ว "  เค้าพาผมมาหยุดที่ลานกว้างแห่งหนึ่ง  ลานกว้างที่เต็มไปด้วยต้นหางนกยูง  มันเป็นภาพที่งดงามมาก  กลีบของดอกหางนกยูงที่บานและร่วงหล่นมาจากต้น  ปลิวไปทั่วบริเวณ  ผมยืนนิ่งและมองไปรอบๆ 

" มานี่สิ  "  เค้ากระตุกมือผมให้เดินตาม  จนไปถึงต้นหางนกยูงใหญ่ที่อยู่ท่ามกลางต้นหางนกยูงทั้งหลาย  ต้นหางนกยูงต้นนี้คงอยู่มานาน เพราะลำต้นของมันใหญ่มากและดอกหางนกยูงบานเต็มต้น 

" สวยเนาะ  "

" อื้ม ชั้นไม่นึกว่าจะสวยขนาดนี้ มันสวยจริงๆ ขอบคุณนะที่พาชั้นมาดู   "

" ……….. "  เค้าไม่พูดอะไรแต่ทิ้งตัวลงนอนบนลานหญ้าที่ปูด้วยกลีบดอกหางนกยูงสีสด เมื่อเห็นดังนั้นผมเลยนอนตามบ้าง  เราทั้งสองนอนดอกดูหางนกยูง โดยไม่พูดอะไรกันเลย  บรรยากาศแบบนี้ทำให้ผมนอนและเผลอหลับ  ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร แต่ตอนที่ผมหลับอยู่นั้นผมกลับได้ยินเสียงกระซิบที่ลอยมาตามสายลมที่พัดผ่านตัวผม
" ชั้นตามหาความหมายของทุกสิ่งมาตลอดชีวิต  แต่พอชั้นได้เจอกับนาย มันทำให้ชั้นรู้ว่าสิ่งที่ชั้นตามหามันกลับอยู่ใกล้ ๆ ที่หัวใจของชั้นนี่เอง ขอบคุณนะ"   ผมรู้สึกถึงริมฝีปากที่แผ่วเบาแตะบนริมฝีปากของผม  ผมลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งที่สถานที่ที่ผมเรียกว่าบ้านของผมแต่มันก็คือโรงพยาบาลนั่นเอง 

" ตื่นแล้วเหรอ ภัทร "  เสียงอ่อนโยนของคุณหมอปาริฉัตรเอ่ยถาม

" ผมกลับมาได้ยังงัยครับ คุณหมอ  "

" ก็มีคนไปพบเธอสลบอยู่ในป่ารกร้างนั่นน่ะสิ  ทำไมไปอยู่ที่นั่นได้ล่ะ หืม ? ทั้งที่ก็รู้ไม่ใช่ว่าอาการของเธอน่ะ ห้ามใช้กำลังมาก แต่ที่ๆ ไปเจอเธอมันไกลมากเลยนะ  "

" แล้วเพื่อนผมล่ะครับ "

" เพื่อนที่ไหนกันล่ะ เค้าเจอเธอนอนอยู่บนพื้นหญ้าแค่คนเดียวเท่านั้นแหละ ช่วงนี้ห้ามไปสวนสาธารณะ เพราะวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้เธอต้องผ่าตัดนะ  ชั้นได้หัวใจที่จะเปลี่ยนให้เธอมาแล้วล่ะ "

" จากใครเหรอครับ "

" ก็เด็กอายุเท่าๆ กับเธอเนี่ยแหละ พ่อเค้าเห็นลูกตัวเองเป็นเจ้าชายนิทรามานานเป็นสิบปีแล้ว เค้าเลยตัดใจและบริจาคหัวใจของเด็กให้กับเธอ "

" อย่างงั้นเหรอครับ "   ผมไม่ถามอะไรคุณหมอปาริฉัตรอีก เฝ้าแต่คิดถึงคนๆ นั้น  เค้าหายไปไหนนะ ทำไมปล่อยให้ผมนอนอยู่ที่นั่นคนเดียว  แล้วเสียงกระซิบนั่นอีก  ไม่ว่ายังงัยผมก็จะไปที่นั่นอีกให้ได้

หลังจากการผ่าตัดเสร็จสิ้นลง  ผมก็พักฟื้นอยู่บนเตียงเฉย 3 เดือนเต็มๆ  ไม่ว่าผมจะขอร้องคุณหมอยังงัยก็ไม่ให้ผมไปที่สวนสาธารณะ  ได้แต่พูดคำว่า รอให้เธอหายดีก่อนนะ

" ภัทร วันนี้อยากไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะรึป่าว  "

" ไปครับ "  ผมลุกขึ้นจากเตียงและไปที่สวนสาธารณะทันที  ผมนั่งรอคนๆ นั้น  เป็นเวลานานจนกระทั่งความมืดเริ่มเข้ามาแทนที่ ผมก็ยังคงนั่งรออยู่อย่างนั้น

"  ภัทร กลับได้แล้ว  "  แล้วคุณหมอก็มาตามผมกลับ  ทำไมไม่มานะ ผมไม่เข้าใจจริงๆ  ผมไปเฝ้าคอยเค้าคนนั้นทุกๆ วัน

นับตั้งแต่วันนั้นก็สองปีแล้วสินะ  วันนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขมากเพราะผมจะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว  คุณหมอปาริฉัตรบอกว่าผมแข็งแรงมากพอที่จะออกไปสู่โลกภายนอกได้แล้ว  แม้ว่าจะรู้สึกเหงาๆ ที่ต้องจากทุกคน แต่ผมก็ต้องไปตามหาคนๆ นั้นของผมให้ได้ สถานที่แรกที่ผมจะไปคือที่ๆ เราได้สัญญากันไว้

วันนี้เป็นวันครบรอบปีที่สองที่ผมได้ไปดูดอกหางนกยูงกับเค้าคนนั้น  ผมเดินเข้าไปในป่าท่ามกลางบรรยากาศที่เหมือนกับครั้งนั้น เพียงแต่ไม่มีคนที่จูงมือผมไปเท่านั้นเอง  ผมเดินเข้าไปลึกเรื่อยๆ จนกระทั่งผมก็ได้พบกับมัน ลานต้นหางนกยูงกว้าง  มันยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง  ผมยิ้มอย่างพอใจแล้วเดินไปยังต้นหางนกยูงใหญ่ ผมนั่งลงพิงลำต้นที่แข็งแรงของมันและหลับตาลง มือก็พลางจับต้นหางนกยูงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้เจอกับรอยอะไรสักอย่าง ทำให้ผมลืมตาขึ้นมาดู  รอยนั้นแม้เริ่มจะเลือนรางไปตามกาลเวลาแต่ก็ยังพออ่านได้  ผมพยายามเพ่งมอง  มันถูกคนสลักไว้ว่า

“ ชั้นจะตามหาจนกว่าจะได้เจอกับนาย
10 พฤษภาคม พุทธศักราช 2465
กานท์ “

" แล้วชั้นก็ได้รู้จักชื่อของนายแล้วนะ My Sunshine "  ผมมั่นใจว่าต้องเป็นเค้าคนนั้นของผมอย่างแน่นอน ผมค่อยๆ หลับตาลงอย่างช้าๆ ความรู้สึกของผมเหมือนล่องลอยอยู่บนปุยนุ่น แล้วการรอคอยของผมก็สิ้นสุดลง  เมื่อผมเห็นรอยยิ้มที่สดใสเหมือนดั่งดวงอาทิตย์นั้นอีกครั้ง

" ไม่ต้องรอแล้วนะ  เพราะชั้นอยู่ตรงนี้แล้ว ภัทร  "

" อื้ม …..  นายก็เหมือนกัน กานท์ นายก็ไม่ต้องตามหาอีก เพราะต่อจากนี้เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป "  เราทั้งสองประคองกอดกันท่ามกลางกลีบดอกหางนกยูงสีสดที่ปลิวไสวไปทั่วบริเวณ  ภาพแห่งความงดงามนั้นก็จะตราตรึงอยู่ในใจเราตลอดไป  ……………………………….

…………………………………………

………………………………..

…………………

………….

……..

…..



.
“ ความหมายของหัวใจ เราอาจจะหาความหมายของทุกสิ่งมาตลอดชีวิต
  แล้ววันหนึ่งเราก็พบว่า เพียงแค่มีบางสิ่ง ชีวิตก็มีความหมายแล้ว “


The end

ปล. กานท์กับเด็กที่บริจาคหัวใจให้กับภัทรอะ คนละคนกันนะ ที่บอกเพราะกลัวว่าจะเข้าใจผิดเพราะอ่านของตัวเองก็ยังคิดแบบนั้นเลย เอิ๊กๆๆๆ

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-10-2007 22:50:25 โดย Nakamaru Kazuya »

ออฟไลน์ Poes

  • คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต
  • Administrator
  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 11432
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2402/-22
Re: DESTINY 'S SERIES : 1 Before The Rainy Season
«ตอบ #1 เมื่อ05-10-2007 18:01:53 »

ตอนแรกอ่านก็คิดว่าคนเดียวกัน  :m23:

แต่ก็จบได้สวยงามจ้า  :m1: :m1:

@^_^@PeaZa@^_^@

  • บุคคลทั่วไป
Re: DESTINY 'S SERIES : 1 Before The Rainy Season
«ตอบ #2 เมื่อ05-10-2007 18:24:10 »

อ่านเรื่องนี้ แล้วอบอุ่นดีจังชอบๆๆๆ สงสัยนายเอกจะชอบหน้าฝน  :m1: :m1: :m1:

หน้าฝนเป็นหน้าของคนรักต้นไม้ ที่ไม่ต้องเหนื่อยกับการรดน้ำ แต่ต้นไม้ก็งามเอาๆ แค่เรานั่งมองมันเฉยๆ

"แต่ไม่มีหน้าฝนสำหรับหัวใจ เพราะไม่มีวันไหนไม่ต้องดูแล"

ปล.เอามาจากหนังสืออีกที  :m23:

ken_krub

  • บุคคลทั่วไป
Re: DESTINY 'S SERIES : 1 Before The Rainy Season
«ตอบ #3 เมื่อ05-10-2007 19:13:37 »

ขอบคุณครับ
เป็นกำลังใจให้ครับ

ออฟไลน์ ที่ปรึกษาไอทีขั้นต้น

  • Administrator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6879
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1319/-21
Re: DESTINY 'S SERIES : 1 Before The Rainy Season
«ตอบ #4 เมื่อ13-10-2007 11:35:29 »

เขียนได้อบอุ่นชวนฝันดีครับ
ตามหากันมาเนิ่นนาน จริงๆมันก็อาจจะเป็นเพียงแค่ใจเรารับรู้
 :m1:

ปล.เรื่องมันผูกให้คิดป่าว

 :m26:

ออฟไลน์ cargo

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 521
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-1
Re: DESTINY 'S SERIES : 1 Before The Rainy Season
«ตอบ #5 เมื่อ13-10-2007 18:59:08 »


              อิ่มเอมหัวใจ มาก เลยคับ ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดี  มันคลายเหงาได้ดีทีเดียว

jammy

  • บุคคลทั่วไป
Re: DESTINY 'S SERIES : 1 Before The Rainy Season
«ตอบ #6 เมื่อ17-10-2007 09:57:11 »

เเล้วเเต่งเรื่องดีๆให้อ่านอีกนะครับผม :m3:

wayu.tk

  • บุคคลทั่วไป
Re: DESTINY 'S SERIES : 1 Before The Rainy Season
«ตอบ #7 เมื่อ17-10-2007 12:12:36 »

ขนลุกเลยอะครับ ไม่ได้ขนลุกแบบกลัวนะ แต่ขนลุกแบบ... อธิบายไม่ถูก มันเหมือนคนที่เราตามหามาทั้งชีวิต แล้วอยู่ๆ ก้พบกัน แล้วก็จากกันไป ไม่รู้ อธิบายไม่ถูกกกกกกกก  :serius2: :serius2: :serius2: :serius2: :serius2: :serius2:

faceless!~

  • บุคคลทั่วไป
Re: DESTINY 'S SERIES : 1 Before The Rainy Season
«ตอบ #8 เมื่อ28-06-2008 18:06:45 »

โฮ่ววววว
 :serius2:
แอบเศร้านะเนี่ย อ่านแล้วซึ้ง ๆ ชอบกล (เอ๊ะยังไง)
ตอนแรกคิดว่าเป็นกานต์ที่บริจาคหัวใจให้
แต่ไม่ใช่ก็ดีน้า จะได้อยู่ด้วยกันไง
ในที่สุดก็เจอกัน
happy ending

Plabu

  • บุคคลทั่วไป
Re: DESTINY 'S SERIES : 1 Before The Rainy Season
«ตอบ #9 เมื่อ07-10-2008 21:25:04 »

สมหวังนะ
แต่เศร้าอ่ะ
แง
กว่าจะได้เจอกัน o7 o7
คนนึงก็ตายไปแล้ว
เศร้าาาาาาาา :sad2:
 :bye2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: DESTINY 'S SERIES : 1 Before The Rainy Season
« ตอบ #9 เมื่อ: 07-10-2008 21:25:04 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Sohso

  • You are my precious thing And I will always love you.
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1436
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-3
Re: DESTINY 'S SERIES : 1 Before The Rainy Season
«ตอบ #10 เมื่อ08-11-2011 13:10:43 »

นึกว่าคนเดียวกันซะอีก

เกือบเป็นเรื่องเศร้าแล้วไหมหละ  :monkeysad: :monkeysad:

ออฟไลน์ Number1_90

  • 넘버원~
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 733
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-0
Re: DESTINY 'S SERIES : 1 Before The Rainy Season
«ตอบ #11 เมื่อ09-11-2011 16:05:38 »

ชอบมากกก

มาเเนวอบอุ่นๆ

ขอบคุณค่ะ  :pig4:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด