[เรื่องสั้น]...ตำนานรักดอกไม้ ตอนพิเศษ 29 ธันวา (อัพ 29/12/2016) หน้า 33
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [เรื่องสั้น]...ตำนานรักดอกไม้ ตอนพิเศษ 29 ธันวา (อัพ 29/12/2016) หน้า 33  (อ่าน 356577 ครั้ง)

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1543/-8
Novel : ตำนานรักดอกจิก
Dezair
……………………..
ดอกที่ 1

   ผมน่ะ…ขาไพ่ระดับพระกาฬ…

เจ็ดสมุทร สิบแปดย่านน้ำ ไม่ว่าจะกี่ที่ต่อกี่ที่ผมก็กินเรียบ ในหมู่เพื่อนฝูงที่ไปเที่ยวหัวซุกหัวซุนมาด้วยกัน ไม่มีหมาตัวไหนกล้าแหยมหน้าเข้ามาเล่นไพ่วงเดียวกับผม พวกที่กล้าก็มีแต่พวกลองของ แล้วเป็นไง…สุดท้าย ‘ไอ้ติ่มซำ’ คนนี้ก็รับเละ นับเงินไม่หวาดไม่ไหวทุกที

และแล้ววันหนึ่ง ดูเหมือนสวรรค์จะเริ่มเห็นมนุษย์ตัวน้อยๆอย่างหนูติ่มซำคนนี้หลงระเริงกับพรสวรรค์ด้านอบายมุขมากเกินไป พระเจ้าจึงดลบันดาลให้บางสิ่งเกิดขึ้น

นั่นคือ…

…ดอกจิก...

…ดอกจิกเกิดก่อนผมหลายสิบหลายร้อยปี แต่นี่คือครั้งแรกที่ผมได้พบปะดอกจิกอย่างเจ็บปวดหัวใจเป็นที่สุด!!...

   …ไพ่ในมือของผมมีแต่ดอกจิก!!!!...แม่เจ้า!!! ใครจ้างมึงมาขึ้นในมือกู นังดอกจิก!!!!...

   …ผมจะไม่โวยวายเยี่ยงนี้เลย หากไม่ใช่ว่าไพ่ที่ผมเล่นอยู่นี้มีกติกาข้อสำคัญคือไพ่ตราดอกจิก เอ๊ย! ไพ่ที่มีสัญลักษณ์ประหลาดๆอันเรียกกันว่าดอกจิกคือไพ่อำลาวงการ เรียกง่ายๆว่าใครได้ไพ่ดอกจิกขึ้นมือแม้แต่ใบเดียวก็แทบไม่ต้องหวังชนะ แต่นี่ผม…นี่ผม!!!...ผมได้ดอกจิกทุกใบในมือ!!!

   แล้วหลังจากนั้นเป็นไง? ก็เกิดเป็นตำนานรักดอกจิกน่ะสิครับท่านผู้อ่าน!!!!

…………………..

   “ติ๋ม…” อุ๊ย!! พวกมีชนักปักหลังร้อนรัญจวนปานไฟแผดเผาก็เงี้ย แค่ถูกเรียกชื่อก็สะดุ้งไปถึงก้นกบ

   “เมื่อกี้ไอ้ภพถามหามึงแน่ะ นี่ยังจ่ายหนี้มันไม่ครบอีกเหรอวะ”

ไอ้ตุล หนุ่มหล่อหน้าไท้ ไทยแถมด้วยหุ่นทรมานใจชายอย่างผมให้อิจฉาซิกแพคของมัน เอ่ยปากแบบนั้น ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนโต๊ะม้าหินอันหลบหลืบซ่อนเร้นจากสายตาของมนุษย์ในคณะแทบทุกตัว

   “อย่าว่าแต่จ่ายไม่ครบเลย สักบาทเดียวกูก็ไม่ได้จ่าย” ผมบอกแล้วเหลือบตาซ้ายขวา กลัวไอ้ตุลไม่มาคนเดียว แต่ลาก ‘เจ้าหนี้’ ผมมาด้วยนี่มีหนาว

   “อ้าว…”

   “ไม่ต้องมาอ้าว กูจ่ายไม่ไหวเว้ย” ตำนานสงครามดอกจิกครั้งนั้น ผมต้องยอมศิโรราบให้ไอ้เพื่อนร่วมคณะ ร่วมภาควิชาที่ตั้งแต่คบกันมาสามปี ผมไม่เคยเห็นมันจับไพ่สักครั้ง พอมันมาจับครั้งเดียวเล่นเอาผมดับอนาถ หนี้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด

   “เฮ้อ…ก็มึงมันไม่เจียมกะลาหัว แพ้ครั้งเดียวยังพอว่า นี่เสือกเล่นต่อ แพ้รวดแม่งทุกตา เป็นไงล่ะ?...สมใจมั้ยคราวนี้”

   “กูไม่ได้แพ้!!!...” อย่ามาหาว่าขาไพ่ขั้นเทพอย่างนายติ่มซำแพ้นะเฟ้ย!!! กูไม่ได้แพ้!!!!

   “เออๆ มึงไม่ได้แพ้ แต่มึงไม่ชนะไอ้ภพ ถูกกินเรียบแถมยังติดหนี้มันมาอีก กูพูดถูกมั้ย” ย้ำอีก! ย้ำเข้าไป!! โธ่เว้ย!! ก็ใครจะไปรู้ล่ะวะว่าหลังจากไอ้ตาที่ได้ดอกจิกแม่งทุกใบแล้ว หลังจากนั้นทุกตา! ย้ำว่าทุกตา!! ต่อให้ได้ไพ่เทพแค่ไหนก็แพ้ไอ้ภพอยู่ดี!!! อ้ากกกกกกกกก…ม่ายยยยยย!! ไม่แพ้!!! กูไม่แพ้!!!!!!!

   “ไอ้ติ๋มนะไอ้ติ๋ม…”

   “แล้วกูก็ไม่ได้ชื่อติ๋ม!! กูชื่อติ่มซำ!!!” เรียกติ๋มอยู่ได้!! พ่อแม่ตั้งชื่อกูมาเพราะแล้ว ไม่ต้องหาเรื่องเปลี่ยน!!

   “เออ มึงชื่อติ่มซำ แล้วคุณติ่มซำคิดวิธีจะหาเงินมาใช้หนี้ไอ้ภพได้รึยังครับ หรือจะหนีไปตลอดแบบนี้ วันจันทร์หน้าคาบสันต์ มึงโดดไม่ได้นะเว้ย” ไอ้ตุลเตือนสติผมให้คิดถึงอนาคต วันจันทร์หน้ามีวิชาที่นิสิตปีสามคณะผม ภาควิชาของผมต้องเรียนด้วยกันทุกคน แถม ‘สันต์’ อาจารย์ประจำวิชาก็โคตรโหด มาสายสิบห้านาทีก็ปิดประตูลงกลอนเช็คขาดแล้ว ไอ้จะโดดก็ไม่ได้ เพราะว่าผมกะเอายอดโดดไปโปะตอนปลายเทอมจะได้มีเวลาปั่นรายงาน

   “คาบสันต์กูไม่โดดชัวร์” ยังไงๆก็ไม่โดด

   “แล้วมึงจะทำไง”

   “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย มันเป็นเจ้าหนี้ กูเป็นลูกหนี้ เพราะงั้นลูกหนี้คือคนตัดสินใจว่าจะจ่ายหรือไม่!!” ใช่!! อย่าไปยอมให้เจ้าหนี้มามีอำนาจเหนือกว่า!! ไอ้ติ่มซำ!!!

   “เออ น่าจะคิดได้แบบนี้ตั้งแต่แรกนะ” ใช่!! น่าจะคิดได้อย่างนี้ตั้งแต่แรก!!!...แต่…แต่…ถ้าไม่จ่ายจริงๆ…ถ้าไม่จ่ายไอ้ภพจริงๆ…ฮืออออออออ

   “อ้าว เป็นไรอีกล่ะ ไอ้น้องติ๋ม ไหนเมื่อกี้ปากเก่งไม่มี ไม่หนี ไม่จ่ายไง” ไอ้ตุลหันมาถามเมื่อเห็นผมเริ่มเบะปากเตรียมร้องไห้รอมร่อ

   “ปากเก่งได้ทุกเวลาอยู่แล้วมึง แต่จะทำได้รึเปล่านั่นอีกเรื่อง…มึงก็รู้ว่าไอ้ภพเอาจริงอ่ะ ถ้ากูไม่มีจ่าย มันไม่ฆ่ากูรึไง”

   “แล้วเวลาพนันทำไมไม่รู้จักคิด” ไอ้ตุลโวยเบาๆเอามือขยี้หัวตัวเองแรงๆ ผมอยากเถียงมันอยู่หรอกว่าถ้าคิดทุกครั้งที่พนันแล้วจะเป็นนักพนันได้ไงวะ! วู้!! ไม่เข้าใจหัวใจของขาไพ่ขั้นเทพซะบ้างเลย!!

   “ไหนมึงสรุปให้กูฟังซิ ว่ามึงติดหนี้อะไรไอ้ภพบ้าง” จะให้พูดจริงเหรอมึง…ถ้าให้พูดจริงๆ มึงจะตกใจนะ…

   “พูดมาไอ้น้องติ๋ม! มึงไม่พูดแล้วกูจะหาวิธีช่วยมึงได้ยังไง” พอไอ้ตุลเริ่มกระแทกเสียง ผมก็เลยต้องยอมบอก

   “รองเท้าสตัดคู่นึง เคาทน์เตอร์เพน 100 หลอด ไม่รู้มันจะเอามาทาหอยอะไรนักหนา…แล้วก็ให้กูไปเป็นกำแพงให้พวกชมรมฟุตบอลซ้อมเตะสิบที มีอะไรอีกวะ…” คือตอนที่พนันมันก็หน้ามืดตามัวอะนะท่านผู้อ่าน เพราะงั้นถ้าอะไรเอามาพนันได้ ผมก็เอามาหมดเลย แหะๆ

   “อ้อ มีเต้นระบำหน้าท้องสองรอบ กับยืนเชียร์ข้างสนามตอนแข่งทุกแมทช์ในปีนี้  วิ่งซื้อก๊วยเตี๋ยว 5 ครั้ง กับ...”

   “เดี๋ยวๆ” ไอ้ตุลรีบยกมือห้าม ทำเอาผมต้องยุติการลิสต์หนี้ทั้งหมดเอาไว้เพียงแค่นี้

   “ระบำหน้าท้องอะไรของมึง มึงทำเป็นเหรอ” ผมได้แต่ยิ้มแหยๆแล้วส่ายหน้าไปมา…ก็บอกแล้วไงว่าตอนพนันมันหน้ามืดตามัว พอตอนเป็นหนี้น่ะสิ เริ่มตาสว่าง…

   “กูถึงได้บอกไงว่าหนี้ของกูบานเบอะ…” พอไอ้ตุลพยักหน้ารับอย่างปลงตก ผมก็เลยเอ่ยปากต่อ

   “แล้วก็มี…เงินอีกสองแสน…”

   “ฮะ?!!! สองแสน!!!”

“…ไอ้ติ๋ม!!! มึงไปพนันทำบ้าอะไรตั้งสองแสน!!!!” ย้ำคำเดิมนะ ตอนพนันมันหน้ามืดตามัวจริงจริ๊ง!!!

   “ก็…ตอนนั้นกูคิดว่าจะได้ถอนทุนคืนนี่หว่า…” หนูติ่มซำได้แต่นั่งน้ำตาตกให้ไอ้ตุลสวดยับเรื่องพนันไม่ดูตาม้าตาเรือ นิสิตตัวเล็กๆวันๆไม่ทำมาหาเลี้ยงชีพเอาแต่เกาะพ่อเกาะแม่อย่างผมจะไปหาเงินจากไหนตั้งสองแสน…เอาง่ายๆ แค่เงินกินขนมกินข้าวที่พ่อแม่ให้มาเป็นรายเดือนยังชักซ้ายชักขวา ทุบกระปุกหมูจนไม่มีหมูให้ทุบแล้วก็ยังไม่พอใช้เลย

   “เวรเอ๊ย!!! ทำอะไรไม่คิด!!...”

   “แต่ตอนนี้กูคิดได้แล้วนะ ตุลเพื่อนรัก…กูรู้แล้วว่าการพนันเป็นสิ่งไม่ดี…และดอกจิกก็คือสัญลักษณ์แห่งความอัปมงคล…” เพิ่งมารู้เอาตอนนี้จริงๆนะ ก็ทุกทีเล่นเท่าไหร่ก็ได้ตลอด ไม่เคยเสียเลยสักครั้ง มาเจอไอ้ภพขัดตาเทพนั่นแหละ เล่นเอาติดหนี้ระนาว

   ไอ้ตุลทำหน้าระอาใจที่เห็นผมเพิ่งคิดได้เอาตอนนี้ มันนวดขมับตัวเองแรงๆก่อนจะเอ่ยปากเสนอแนะวิธีปลดหนี้

   “ไปเป็นเมียมันซะไป” อะไรนะ?

   “กูบอกว่าให้มึงไปเป็นเมียมันซะ! เวลามันขอนอนด้วย มึงก็บอกไปเลยว่าแลกกับหนี้ที่มึงก่อ…โอ๊ย!!” เอาลูกถีบกูไปกินซะเถอะ!!! พูดมาได้ว่าให้หน้าอย่างกูไปเป็นเมียไอ้ภพ!!!

   “กูอุตส่าห์แนะนำ มึงไม่ทำแบบนี้แล้วมึงจะทำยังไง คิดว่าตัวเองมีปัญญาจ่ายมันเหรอ ไอ้ระบำหน้าท้อง วิ่งซื้อก๊วยเตี๋ยวอะไรนั่นยังพอว่า แต่เงินตั้งสองแสนมึงจะไปหาจากไหน ถ้าไอ้ภพเอาเรื่องนี้ไปฟ้องพ่อแม่มึง มึงไม่ถูกไล่ออกจากบ้านรึไง” ผมได้แต่กัดปากเป็นนางเอกผู้ถูกกดดันรังแกจากเหล่าตัวร้ายทั้งหลาย ก่อนจะสะบัดหน้าพรืด

   “งอนอีก! นี่ใช่เวลาให้มึงงอนมั้ย ไอ้ภพเดินร่อนทั่วคณะตามหามึงอยู่นะเว้ย!!”

   “ตามหาแล้วไง! จะให้กูไปเป็นเมียมันเพื่อให้เลิกตามหางั้นสิ!!!” ผมโวยลั่น ณ จุดๆนี้ ต่อให้โต๊ะที่ผมนั่ง ตั้งอยู่ในสถานที่อันหลบหลืบมากแค่ไหน หมาที่เดินผ่านไปผ่านมาก็ต้องได้ยินอยู่ดี

   “แต่กูว่า…มึงสมควรทำตัวเป็นเมียไอ้ภพนะ” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำเอาทั้งผมทั้งไอ้ตุลต้องรีบหันมอง ไอ้แมค…ชายผู้ซึ่งมีหน้าตากวนส้นเป็นของแถมติดเวรติดกรรมมาเกิดในชาตินี้นั่นเอง แล้วนี่มันเวรกรรมอันใดของผมวะ? ถึงได้มันมาเป็นเพื่อนสนิทเนี่ย!

   “มึงอย่าเพิ่งด่ากู น้องติ๋ม…ฟังพี่แมคคนนี้อธิบายก่อน แล้วจากนั้นมึงจะตัดสินใจยังไงก็เรื่องของมึง โอเค้?...” ทำท่าโอเคด้วยการยกมือขึ้นเอานิ้วโป้งกับนิ้วชี้มาจิ้มกันได้อย่างแรดมาก ผมอยากจะเบ้ปากใส่มัน แต่คิดอีกที ไอ้แมคคงมีอะไรดีๆมาเสนอ ตอนนี้ผมไม่ควรทำใจแคบปิดบังข้อแนะนำใดๆทั้งสิ้น

   “ว่ามา…ถ้าอธิบายไม่ดี มึงโดนกูถีบแน่” ไอ้แมคทรุดตัวลงนั่งร่วมโต๊ะกับผม เอามือเสยผมหนึ่งทีทำตัวเหมือนหล่อมากมายเต็มประดา…อะโด่! ถ้าหน้าอย่างไอ้แมคหล่อ ผู้ชายทั้งโลกแม่งก็เอาตำแหน่ง ‘หนุ่มในฝัน’ ของสาวๆไปกันหมดแล้ว!!

   “…ฟังกูอยู่รึเปล่า! ไอ้ติ๋ม!!...กูบอกว่าการทำตัวเป็นเมียไอ้ภพน่ะ จะช่วยให้มึงลดหนี้ได้กึ่งหนึ่ง หรือไม่แน่…จากเงินสองแสน อาจจะเหลือแค่สองร้อยก็ได้!” แอบด่ามันในใจจนลืมฟังมันโม้ซะงั้น ผมเหลือบตามองไอ้คนพูดแล้วเกาหัวตัวเองแกรกๆอย่างไม่เข้าใจนัก

   “งงอีก งงเข้าไป…ไม่แปลกใจเลยที่มึงจะไม่รู้เรื่องนี้!!!” ผมกับไอ้ตุลหันมองหน้ากัน เพื่อนสนิทนิสัยดีที่ชื่อตุลยักไหล่หนึ่งทีทำนองว่าไม่รู้เรื่องใดๆที่ไอ้แมคพล่ามมาทั้งสิ้น พอเห็นว่าทั้งผมทั้งตุลต่างไม่เข้าใจคำพูดของมัน ไอ้แมคเลยถอนหายใจทีนึง

   “จริงๆเล้ย!!...ต้องให้กูทะลวงสมองให้อีกแล้ว ไอ้พวกมีแต่ตาหามีความรู้ไม่…” ไอ้แมคพึมพำเหมือนจะบ่นกับตัวเองแต่เสียงดังเข้าหูพวกผมได้ยินกันถ้วนหน้า มันเงียบไปแปบนึงเหมือนกำลังเรียบเรียงคำพูด ก่อนจะเอ่ยปากออกมา

   “…กูได้ยินมาว่า…ไอ้ภพมันแอบชอบมึงอยู่…น้องติ๋ม…”

ผมกะพริบตาปริบๆ ไอ้ตุลกะพริบตาปริบๆ ก่อนที่ป๊อกกี้ในมือผมจะหลุดจากมือลงกระแทกโต๊ะดัง   …ป๊อก!...

ป๊อกกี้หักเป็นสองท่อนเหมือนหัวใจน้องติ่มซำหักกลางดวง รู้สึกเหมือนถูกแทงข้างหลังทะลุถึงลำไส้ใหญ่ อะจิ๊วววววว…จึ้กๆๆๆๆๆ!!!

   ………………………..

   …หวิดเป็นลม พ่อแม่พี่น้อง…หวิดเป็นลม…

   “อย่าเพิ่งตาย…ไอ้ติ๋ม มึงยังไม่ได้ใช้หนี้ไอ้ภพเลยสักอย่าง ตายไปตอนนี้เกิดไอ้ภพยกหนี้มาให้พวกกูใช้แทนมึงทำไง มันไม่ได้ชอบพวกกูแบบที่มันชอบมึงนะเว้ย หน้าอย่างมึงไปอ่อยออเซาะขอประนอมหนี้อย่างน้อยมันก็ยังพอเห็นใจ แต่กับพวกกูที่มันไม่ได้ปรารถนาเนี่ย นอกจากจะไม่ใจดีอ่อนข้อแล้ว อาจจะสมเพชเวทนาพวกกูอีก…” ไอ้แมคพูดแล้วตบแก้มผมที่นั่งอ้าปากค้างเหมือนจะพยายามเรียกสติผมกลับมา หลังจากเมื่อกี้มันเตลิดไปอยู่วิมานที่ไหนไม่รู้

   …รู้แต่…รู้แต่…รู้แต่ไอ้ภพมันชอบผม…กิ๊วๆๆๆๆ…

   “ไอ้ภพมันชอบไอ้ติ๋มจริงๆเหรอวะ” คนถามไม่ใช่ผมแต่เป็นไอ้ตุล เห็นมั้ย? อย่าว่าแต่ผมอึ้งเลย ขนาดเพื่อนผมยังไม่คิดว่าหน้าหล่อๆอย่างนายติ๋มซำจะถูกผู้ชายมาหลงรัก…เอ่อ…นั่นสินะ…ถูกผู้ชายหลงรักเชียว…ผมนี่ก็เก่งใช้ได้นี่หว่า อยู่ดีๆก็ทำให้ผู้ชายมาชอบได้ นับว่าเป็นยอดชายจริงๆแฮะ

   “จริง”

   “มึงไปรู้มาได้ยังไง” ไอ้ตุลถามอีก

   “กูรู้แล้วกัน เอาเป็นว่าไอ้ภพมันชอบไอ้ติ๋มอยู่ และกูคิดว่าที่มันพยายามเล่นไพ่จนชนะไอ้ติ๋มแบบนี้ แสดงว่ามันคงจะ… คิดไม่ซื่อ”

   …คิดไม่ซื่อ!!!!...โอ้ว แม่เจ้า นี่ผมกำลังถูกไอ้ภพหมายมั่นจะขย้ำหยุบหยับถึงทรวงในใช่มั้ยเนี่ย!!!

   “หรือไม่อย่างนั้น มันก็คงอยากแก้แค้นที่มันชอบมึงมาตั้งนาน แต่มึงมันโง่ไม่รู้ตัวสักที” ว่าแล้วไอ้แมคก็จ้องหน้าผม เล่นเอาร้อนๆหนาวๆเหมือนจะจุกๆยังไงไม่รู้ วันดีคืนดีก็ติดหนี้ไอ้บ้าบางตัวตั้งสองแสน แถมยังต้องมารับรู้ว่านอกจากจะติดหนี้เป็นตัวเงินแล้ว ยังติดหนี้หัวใจอีกต่างหาก เน่าจริงจริ๊ง!!!

   “ว่าแล้วว่ามึงต้องอยู่ตรงนี้…” เสียงทุ้มเหี้ยมดังมาจากด้านหลัง ทำเอาขนลุกวาบไปทั้งตัวเพราะจำเสียงแบบนี้ได้ดี…

   …เสียงไอ้ภพ!!!...

   …อ้าก!!!! อยากตาย!!! กูอยากตาย!!!!!...

   สภาพที่เพื่อนสองหน่อพากันหันขวับไปมอง เหลือแต่ผมคนเดียวที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาไม่ยอมหันไปสบตาปิ๊งๆใส่มัน ทำเอาไอ้ภพเดินเข้ามาหาพร้อมตั้งคำถาม

   “มันเป็นอะไรน่ะ” คำถามแลดูห่วงใย แต่ผมก็ยังไม่กล้าสบตามันอยู่ดี แค่คิดว่าที่มันหาเรื่องชนะพนันผมเพราะมันแอบหลงรักผมอยู่ หัวใจของนายติ่มซำก็สั่นไหวราวกับเจ้าเข้า

   “ก็…ช็อคนิดหน่อย” ไอ้แมคว่าอย่างนั้น

   “ช็อคหรือว่าแกล้งตายเพราะไม่อยากจ่ายหนี้กูกันแน่…” ช็อคเพราะว่ากูรู้ว่ามึงชอบกูน่ะสิ!!

   “…นี่ไอ้ติ่มซำ…มึงรู้รึเปล่าว่ามึงหนีหนี้กูมากี่วันแล้ว” ไอ้ภพก้มหน้าลงมาพยายามจะมองสบดวงตาอันงดงามของผมให้ได้ แต่ผมหลบท่าเดียวจนมันต้องเอามือบีบหน้าผมให้เงยมองมัน

   “วันนี้ไม่มีเรียนแล้วใช่มั้ย งั้นไปซื้อของกับกู…”

   “ซื้อของอะไร…กูไม่ได้ติดหนี้มึงเรื่องนี้นะเว้ย” ไอ้ภพเลิกคิ้ว ก่อนจะยิ้มบาง

   “ไม่ได้ติดหนี้ แต่เป็นดอกเบี้ย…ริจะพนันกับใคร ก็หัดรู้ซะบ้างว่าถ้าไม่จ่ายหนี้…ดอกเบี้ยมันจะบาน”

   …แหม! ไอ้ปากหนัก!! จะหาเรื่องพากูไปเดทดีๆก็ไม่ได้ เอาเรื่องดอกเบี้ยบานมาเป็นข้ออ้าง ไอ้ไก่อ่อนเอ๊ย!...

………………………   

   ไอ้ภพ…ชื่อจริงๆชื่อ ณภพ อ่านว่า ‘นะ-พบ’ กรุณาจำชื่อมันให้แม่นเลยนะครับ แล้วอย่าไปติดหนี้มันเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะเป็นแบบผมนี่

   “เมื่อย…” นายติ่มซำผู้ชายหน้าตาดีลูกหลานผู้ดีตีนแดงแห่งเมืองไทยต้องมาตกระกำลำบาก เดินจนขาแทบขวิดแต่ก็ยังไม่หนำใจไอ้เจ้าหนี้รายใหญ่

   “เมื่อยอะไรของมึง เดินไม่ถึงสองชั่วโมง ยังไม่ได้ซื้ออะไรสักอย่าง…”

   …ซื้อของ…ไอ้ภพบอกผมแบบนั้น คุณผู้อ่านก็เห็นว่ามันพูดแบบนั้นจริงๆ จะคิดว่ามันหาเรื่องชวนผมมาเดทสองต่อสองก็ได้ แต่เอาจริงๆเหอะ…มีผู้ชายประเภทไหนในโลกที่เอาจตุจักรเป็นสถานที่เดทครั้งแรกวะ!! ไม่ประทับใจเอาซะเลย!!!

   “ก็กูเมื่อย กูร้อนด้วย” คิดสภาพจตุจักรนะครับ อย่าคิดไปถึง เจเจมอลล์ที่มีแอร์เย็นๆเดินกันฉ่ำอุรา จตุจักรก็คือจตุจักรพันธุ์แท้ คนเยอะ อากาศร้อนแถมถนนตรอกซอกซอยก็แยะ หลงกันทีก็ไปเจอกันที่บ้านโล้ด!!!

   “เรื่องมากจริง เดี๋ยวกูพามึงไปเดินตรงขายสัตว์ซะหรอก” แค่พูด ผมก็เหมือนจะได้กลิ่นสาบสัตว์ลอยเข้ามาในจมูก โอย…เวียนหัว!!!

   “มึงจะไปมึงก็ไป กูนั่งรอตรงนี้ กูเหนื่อยแล้ว” ผมพูดแล้วทรุดตัวลงนั่งตรงหอนาฬิกาที่พวกผมเดินมาถึงพอดี ก่อนจะใช้หลังมือปาดเหงื่อบนหน้า แล้วกระพือเสื้อนิสิตให้ลมเข้า ร้อนโว้ย!ประเทศไทย ร้อนอะไรขนาดนี้!!!

   “ไม่ได้! กูเอามึงมาเดินร้อนๆเพื่อขัดดอก ถ้าให้มึงมาแล้วนั่งสบายกูจะเอามึงมาทำไม ลุก! ไอ้ติ่มซำ!!” ไอ้ภพคว้าแขนผมแล้วฉุดให้ลุกขึ้นยืน ฉากนี้เหมือนผมจะเคยเห็นในละครรีเมคแปดล้านรอบอย่างจำเลยรักนะ ว่ามั้ย?...

   “ไอ้ติ่มซำ! อย่าทำตัวหนัก ลุกขึ้นมาดีๆ ไม่งั้นกูจะถือว่าที่มึงมากับกูวันนี้ไม่ได้ขัดดอกใดๆทั้งสิ้น! มึงคงไม่อยากให้หนี้จากสองแสนกลายเป็นสองล้านใช่มั้ย?” ผมจ้องหน้าไอ้เจ้าหนี้ช่างขู่ กัดปากตัวเองจนอยากจะกัดหัวมัน แล้วหันหน้าหนีอย่างอัดอั้น

   …มันไม่รู้รึไงว่าหนูติ่มซำเป็นที่รักของพ่อแม่พี่ป้าน้าอาในตระกูลมากแค่ไหน ไม่มีใครกล้าดุกล้าตี เอาง่ายๆว่าแค่ขึ้นเสียงก็ไม่มีใครกล้าทำแล้ว แต่นี่!! มันกล้าดียังไงมาขู่ผมเอา ขู่ผมเอา แถมยังพามาเดินจตุจักรที่ร้อนบรรลัยแบบนี้อีก! หน้าอย่างกูต้องเดินห้างฯเท่านั้น!! เข้าใจม้ายยยยย!!...

   “อย่ามาทำเป็นงอนกู มึงเองไม่ใช่รึไงที่เป็นคนวางเงินพนันแต่แรก กูบอกแล้วว่าไม่เล่นต่อ มึงก็ยังบังคับกูอยู่ได้” ไอ้ภพย้อนอดีตไปยังวันที่เกิดศึกสงครามดอกจิก ผมยอมรับก็ได้ว่าเพราะตาแรกที่แพ้ไอ้ภพ ทำให้คิดว่าจะชนะมันในอีกหลายๆตาในตอนหลัง จนบังคับให้มันวางเดิมพันเล่นต่อไม่จบไม่สิ้น…ผมยอมรับว่าหนี้ที่งอกขึ้นมามากขนาดนี้เป็นเพราะตัวเองติดนิสัย ‘แพ้ไม่เป็น’ ผมยอมรับแล้ว…ยอมรับก็ได้…เพราะงั้น…ภพจ๋า มึงลดหนี้ให้กูเถอะ!!!

   “ไป! ไม่ต้องมาตีหน้าเศร้าเคล้าน้ำตา กูไม่ใจอ่อนให้มึงหรอก! มานี่!!”

…ไอ้ใจดำ!! ไอ้อำมหิต!! ไอ้ภพเพื่อนชั่ว!!...

……………………..

กว่าจะกลับถึงบ้าน น้ำหนักก็ลดฮวบไปอีกสิบกิโลฯ แถมสภาพสะบักสะบอมสะโหลสะเหล และโปรดอย่าคิดว่าไอ้ภพมันจะมาส่งผมที่บ้าน เพราะมันแค่ถามว่าบ้านผมกลับทางไหนได้บ้าง พอบอกว่ากลับรถไฟใต้ดินได้ มันก็ถีบผมลงที่สถานีรถไฟนั่นแหละ

…ไอ้โหดเอ๊ย!! อย่าให้ถึงคราวกูถีบมึงได้บ้างนะ!!

“ติ่มซำ…ทำไมสภาพเป็นแบบนี้ล่ะ!” คุณนายแม่ผู้แสนน่ารักรีบถามอย่างห่วงใยทันทีที่ผมอาหน้าตาเน่าๆของตัวเองโผล่เข้ามาในห้องครัว พอแม่หันมาเห็นเท่านั้น คุณนายก็รีบทิ้งทัพพีถลาเข้ามาถามทันที

…บอกแล้ว…ติ่มซำเป็นที่รักของคนที่บ้านจะตาย…

“หิวอ่ะแม่ หิว…”

“อ้าว แล้วไปไหนมา ทำไมไม่รู้จักกินข้าว” ไปกับไอ้โหดภพน่ะสิแม่! ขนาดผมไปยืนทำหน้าละห้อยอยู่ตรงร้านขายลูกชิ้นปิ้ง แม่งยังไม่ยอมให้ซื้อเลย!! เงินที่จะซื้อก็เงินกู! ปากที่จะเคี้ยวก็ปากกู!! แต่มันไม่ยอม!!! อ้ากกกก!! ไอ้บ้า!!!

“ติ่มซำถูกเพื่อนทำร้าย…” คิดแล้วมันก็น่าเจ็บใจ เพราะงั้นขออ้อนแม่ซะหน่อยเถอะ!

“เออๆ ติ่มซำลูกแม่เป็นเด็กไม่สู้คนที่สุดเลย ถูกเพื่อนทำร้ายตลอด” …แม่…บางทีก็เข้าข้างลูกบ้างอะไรบ้าง ไม่ใช่กัดอย่างเดียว…ผมจ้องแม่บอกให้รู้ว่าถ้ากัดกันอีกคำเดียว ลูกชายคนนี้งอนยาว คุณนายแม่เลยได้แต่ถอนหายใจก่อนจะเปลี่ยนเรื่องพูด

“ไปๆ ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน เดี๋ยวจะหาอะไรให้กิน ให้มันได้อย่างนี้เถอะ ลูกชายฉัน…หิวก็ไม่รู้จักซื้อของกินเอง แล้วแบบนี้จะให้เงินค่าขนมไปทำไม…” แม่ผลักผมให้เดินออกจากครัว ผมก้าวขึ้นบันไดเงียบๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามีบางอย่างอยากจะถามแม่เลยหยุดเดินแล้วหันกลับไปมอง

“แม่…”

คุณนายนวลพรรณกำลังจะเดินกลับเข้าห้องครัวแล้ว แต่ดีว่าผมส่งเสียงออกไปก่อน

“…ถ้าลูกชายแม่มีผู้ชายมาชอบ แม่รู้สึกยังไงเหรอ”

…อ่า คำถามแบบนี้ ปกติแล้วลูกชายเอามาถามแม่กันมั้ยนะ?...

………………………..

“มึงเล่าให้แม่ฟังแล้ว?!!! ไอ้บ้าติ๋ม!!!” ไอ้แมคโวยวายเสียงดังลั่นจนผมต้องเอานิ้วแคะหูตัวเอง วันนี้ผมก็ยังสะเออะเอาหน้าหล่อๆมามหา’ลัย ไม่ใช่ไม่กลัวเจ้าหนี้รายใหญ่เป้งนั่นแล้ว แต่เพราะว่ามีเรื่องจะถามไอ้แมคตรงๆ เลยต้องถ่อออกจากบ้านให้เปลืองค่ารถเนี่ยแหละ

“อ้าว…ก็นี่มันเรื่องใหญ่นี่หว่า…”

“แล้วเรื่องที่มึงเป็นหนี้นี่เรื่องไม่ใหญ่ใช่มั้ย ถึงไม่เล่าให้พ่อแม่ฟัง” ไอ้ตุลแทรก ทำเอาผมเงียบ

 “เรื่องหนี้มันพูดยาก แต่เรื่องมีผู้ชายมาชอบมันพูดไม่ยากนี่หว่า แล้วอีกอย่าง…กูถูกผู้ชายมาชอบกับกูไปชอบผู้ชาย มันไม่เหมือนกันนะเว้ย” ผมให้เหตุผลแม้จะรู้ว่าเป็นเหตุผลข้างๆคูๆ

“…นั่นแหละ แม่กูไม่ว่าอะไรแล้วกัน…แล้วสรุปเรื่องที่ไอ้ภพมันชอบกูนี่เรื่องจริงรึเปล่าไอ้แมค มึงรู้มั้ยว่าเมื่อวานกูไปซื้อของกับมัน เหมือนกูเอาชีวิตไปทิ้งในสงคราม ทั้งร้อน ทั้งเหนื่อย ทั้งหิว กูร้อนก็ไม่ยอมให้กูเช็ดเหงื่อ กูเหนื่อยก็ไม่ให้กูพัก กูหิวยังไม่ยอมให้กูซื้อลูกชิ้นปิ้งอีก! นี่มันชอบกูจริงๆรึเปล่าวะ?!!” ไอ้แมคทำเป็นเกาหัวอย่างหงุดหงิด แล้วรับคำแบบลวกๆ

“เออหน่า!! กูบอกว่ามันชอบมึงก็คือชอบนั่นแหละ!!...”

“หลักฐาน?” ไอ้แมคเงียบไปแปบนึง ก่อนจะเหลือบตามองผม “แน่ใจว่าถ้ากูพูดไป มึงจะไม่หลงระเริง…” หน้าตาอย่างกูมีด้วยเหรอหลงระเริง ไม่มี้!!!

“หลักฐานก็คือ…ที่มันไม่ยอมให้มึงเช็ดเหงื่อ เพราะว่าท่าเช็ดเหงื่อของมึงเซ็กซี่ในสายตามัน มันเลยไม่อยากให้ใครเห็น ที่มึงเหนื่อยแล้วมันไม่ให้พักเพราะมันกลัวว่ากางเกงสุดที่รักของมึงจะเปื้อน ส่วนที่มึงหิวแล้วมันไม่ให้ซื้อลูกชิ้นปิ้ง เพราะมันกลัวมึงจะเป็นมะเร็งเพราะกินของปิ้งๆย่างๆมากเกินไป…ทีนี้เข้าใจแล้วใช่มั้ย ไอ้ติ๋ม” ฟังๆแล้วก็เขินนิดหน่อย ที่มันทำทุกอย่างเพราะมีเรื่องลับลมคมนัยแบบนี้นี่เอง แล้วไม่บอกแต่แรก เมื่อวานกลับบ้านไปด่ามึงในใจซะเยอะเชียว ไอ้ภพ…

“มึงนี่ดูรู้ดีนี่หว่า…ไม่ใช่เป็นเมียหลวงไอ้ภพแล้วมาตามล่าหาเมียน้อยให้ไอ้ภพเหรอวะ” ไอ้ตุลแซวหมาๆ แบบที่ทำเอาไอ้แมคยันโครมตกเก้าอี้

“กูมันพวกมีเส้นสายเยอะโว้ย!!”

“เส้นเยอะ? งั้นมึงบอกได้มั้ยว่ามีเรื่องอะไรในอนาคตที่ไอ้ภพจะทำให้ไอ้ติ๋มบ้าง?” ไอ้ตุลตอดถาม ทำเอาผมชักอยากรู้เหมือนกัน ไอ้แมคเงียบไปแปบนึง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ

“นี่กูไม่ได้อยากบอกหรอกนะ แต่ในเมื่อพวกมึงอยากรู้ กูจะบอกให้ก็ได้…กูได้ยินมาว่า…”

“…ไอ้ภพจะมาชวนไอ้น้องติ๋มไปงานวันเกิดแม่มัน…”

“เฮ้ย!! พูดเป็นเล่น!!!” ผมร้องลั่น…โอ้พ่อเจ้าพระคุณทูนหัว! นี่เล่นจะเปิดตัวผมกับพ่อแม่กันเลยทีเดียวเชียวหรือนี่!!!...

“ไม่ได้พูดเล่น…เอาหน่า เดี๋ยวมึงก็รู้เองแหละ ตอนนี้รู้แบบแซมเปิ้ลไปก่อนว่าไอ้ภพมันชอบมึง จะได้หัดทำตัวอ่อยเหยื่อให้เป็นประโยชน์ หนี้จะได้ลดๆลงบ้าง…อ้าว พูดถึงก็มาพอดี…วู้!! ไอ้ภพ!” แล้วไอ้เพื่อนชั่วนามว่าแมคก็หันไปเรียกบุคคลอื่นมาร่วมวงด้วย ผมรีบหันขวับไปมอง เห็นไอ้ภพกระตุกยิ้มร้ายก็เสียวสันหลังวูบ

…ยิ้มแบบนี้นี่มึงชอบกูแน่ๆใช่มั้ยภพ ทำไมยิ้มมึงถึงน่ากลัวแบบน้านนนนน…

“ไม่อ่อยงานนี้ แล้วจะอ่อยงานไหน” ไอ้ตุลกระตุ้นผมอีกแรง พอดีกับที่ไอ้ภพเดินเข้ามาที่โต๊ะม้าหิน มันจ้องผมแล้วยิ้มบางชั่วๆอีกที นี่ถ้าไม่ได้รู้ว่ามันแอบชอบผมอยู่ ผมกระโดดเตะก้านคอมันไปนานแล้ว ยิ้มโคตรชั่วแบบนี้แน่ใจว่ามึงกำลังใช้มันเพื่อจีบกู?

“เอาสิ!!” ไอ้ตุลกระซิบเบาๆ แล้วเตะขาผมใต้โต๊ะ หนูติ่มซำเลยเหมือนได้สติ ฉีกยิ้มใส่จึ้กนึงแล้วยกมือขึ้นพร้อมส่งเสียง

“ฮายยยยย…” ทักแบบฝรั่งขนาดนี้ ควรจะเห็นใจลดหนี้ให้กูบ้างนะ

ไอ้ภพหุบยิ้มทันควัน ก่อนจะส่ายหน้าแบบสะอิดสะเอียนแล้วดึงแขนผมให้ลุกขึ้นยืน

“ทำอะไรของมึง วันนี้ไปซื้อของกับกูอีกรอบด้วย”

“ก็เมื่อวาน…”

“เมื่อวานไม่ได้ซื้ออะไรสักอย่างเดียว! มึงอย่ามามั่ว! แล้วอย่าคิดหนี ไม่งั้นหนี้สองแสนกลายเป็นสองล้านแน่ คราวนี้กูทำจริง!”

“ใจเย็นๆ ไอ้ภพ แค่เงินสองแสนไอ้ติ๋มมันก็ไม่มีปัญญาคืนมึงแล้ว อย่าทำให้ถึงสองล้านเลยวะ กูว่า…บางทีสองแสนของมึง ลดเหลือสองพันจะดีมั้ย เรื่องพนันเล่นๆแบบนั้น มึงไม่น่าเอามาเป็นอารมณ์ขนาดจริงจัง ลงสองแสนก็ต้องจ่ายสองแสนนี่หว่า…” ไอ้ตุลช่วยพูด ในขณะที่ผมยังเป็นนางเอกคนงามยืนนิ่งให้ไอ้ภพจับแขน เดี๋ยวคอยดู…มันปล่อยแขนผมเมื่อไหร่ จะมีรอยช้ำปรากฏเพื่อแสดงให้เห็นถึงผิวพรรณอันบอบบางงงงงงงง…

“เรื่องพนันบ้าบอนั่นกูไม่ได้เอามาเป็นอารมณ์ แต่ที่กูทำอยู่นี่คือค่าเสียเวลากูที่ไอ้ติ่มซำมันบังคับให้กูเล่นไพ่กับมัน มึงรู้มั้ยว่าคืนนั้นกูไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะเพื่อนตัวดีของมึง ไอ้ตุล…” แหะๆ…ก็กูอยากถอนทุนคืนอ่ะ แต่เล่นเท่าไหร่ๆ มึงก็ชนะตลอด…

“แล้วอีกอย่าง…เวลาเล่นพนันน่ะ ตอนก่อนจะเล่นปากก็ว่าพนันสนุกๆ แต่พอเวลาพนันแล้วเสีย…เขาไม่เรียกว่าเล่นพนันสนุกๆแล้ว จริงมั้ย ไอ้ติ่มซำ…เลิกเรียนก็รอกูที่โต๊ะนี้ จะได้ไปซื้อของให้เสร็จๆ ถ้าคราวนี้ได้ของ กูลดหนี้ให้มึง 500…”

“500!!!! หนี้กูสองแสน มึงลดให้กูห้าร้อยเนี่ยนะ!!!”

“หรือมึงไม่เอา?”

“เอาๆๆๆๆ!!” ห้าร้อยกูก็เอา!...ก็ยังดีวะ เหลืออีก 199,500…

“ว่าง่ายดีมากมึง แต่นั่นก็ต่อเมื่อกูได้ของ แล้วตอนเย็นเจอกัน” แล้วไอ้ภพก็มาเพื่อสั่งก่อนจะเดินจากไปอย่างอาจหาญ ทิ้งผมเอาไว้กับคราบน้ำตาแห่งความอัปยศอดสู

“กูบอกแล้วให้มึงอ่อย…” ไอ้แมคว่าอย่างนั้นจนผมต้องหันไปมองมัน

“กูอ่อยทันที่ไหนเล่า…” มาถึงก็ใส่กูอย่างเดียวเลย…

“เก็บหอมรอมริบนะมึง วันนี้ห้าร้อย วันข้างหน้าคงจะเป็นสองแสนในไม่ช้า” ไอ้ตุลเอ่ยปากเหมือนจะปลอบประโลม แต่ทำไมผมรู้สึกว่ามันกำลังปลงตกกับเส้นทางลูกหนี้ของผมยังไงไม่รู้ เฮ้อ!!!!

………………………

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-11-2020 20:47:44 โดย Dezair »

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1543/-8

ไม่ค่อยน่าตื่นเต้น…กะอีแค่เดทรอบสองกับผู้ชายคนเดิม มันก็คงหาเรื่องพาผมไปสถานที่เริ่ดๆแบบเดียวกับสวนจตุจักรนั่นแหละ คราวนี้อาจจะเป็นตลาดสดตลาดนัดตามแต่ศรัทธาของมัน ไอ้ผมที่เป็นลูกหนี้ผู้แสนน่าสงสารจะไปทำอะไรมันได้!!! คิดแล้วมันก็น่าเวทนาจริงๆ

“เฮ้ย!” คิดเพลินๆ ก็ปรากฏว่ารถเลี้ยวเข้าห้างสรรพสินค้าสุดหรูใจกลางกรุงแบบที่ทำเอาผมสะดุ้งโหยง

“ตกใจอะไร” ผมไม่รู้ว่าไอ้ภพมันเป็นคุณชายตีนแดงแบบผมรึเปล่า แต่ยังไงก็ตามวันนี้มันไม่ได้พึ่งระบบคมนาคมสาธารณะ แต่อาศัยรถและใบขับขี่ของตัวเอง

“ก็…ก็…เอ่อ…มึงจะมาซื้อของที่นี่เหรอ?” รถไอ้ภพเลี้ยวเข้ารับบัตรจอดบอกให้รู้ว่ามันคงไม่ได้ขับเข้ามาวนเล่นผลาญน้ำมันแน่นอน

“หรือมึงอยากเดินร้อนๆที่สวนจุตจักร? เอามั้ยล่ะ กูจะได้ออก”

“อุ๊ยๆๆๆๆ เอาที่นี่แหละจ้ะ เอาที่นี่” มีจ๊ะมีจ๋ากันเลยทีเดียว กลัวมันเปลี่ยนใจและเป็นการอ่อยมันไปในตัว ไม่ยอมใจอ่อนเพราะความรักที่มีให้ผมบ้างก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วล่ะวะ!

“งั้นก็เงียบ พูดมากจริงมึงเนี่ย กูยิ่งเพิ่งหัดขับอยู่”

“เพิ่งหัดขับ!!!!”

“ก็เออน่ะสิ! ใบขับขี่กูเพิ่งทำเมื่อวานด้วยซ้ำ เงียบไปเลย กูต้องการสมาธิ” โอ้ว! แม่เจ้า นี่มึงพากูมาตายกับมึงชัดๆ!!!!

แล้วจากนั้นชีวิตผมก็เหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย ลานจอดรถกลายเป็นสมรภูมิเดือดระหว่างไอ้ภพ กับซองจอดรถ และยาม คนนึงหมุนพวงมาลัยแขนแทบพัน อีกคนโบกไม้โบกมือให้สัญญาณจนผมเวียนหัว ส่วนซองจอดรถ…กว้างขวางมากมาย แต่ไอ้ภพจอดไม่ได้ ฮ่วย! กว่ารถจะเข้าซองได้ ผมก็ถึงกับถอนหายใจเฮือก… แล้วได้แต่กระซิบบอกตัวเองในใจว่า ‘ภพ สกิลจอดรถของมึงด๋อยจริงๆ’

“มึงจะซื้ออะไรล่ะ” เข้าห้างมาได้แบบอวัยวะครบสามสิบสองประการนี่ก็ไม่รู้ว่าผมใช้บุญหมดไปกี่เข่ง

“ไม่รู้”

“ไม่รู้!!!! ไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรเนี่ยนะ! แต่มึงพากูเดินทั้งจตุจักร ทั้งห้างฯทั้งๆที่มึงไม่รู้!! เหนื่อยกูนะเว้ย!!” ไอ้ภพตวัดสายตาเย็นๆมาลงที่ผมทำเอาหุบปากสนิท

“มึงไม่มีสิทธิ์เหนื่อย เพราะกูเอามึงมาขัดดอก” เออ!! มึงมันเจ้าหนี้กูมันลูกหนี้!! แต่ก็ลูกหนี้ที่ชื่อติ่มซำไม่ใช่รึไง ที่ไอ้แมคบอกว่ามึงแอบรักอ่ะ!! ฮึ้ย! ใจดีกับกูหน่อยก็ได้ กูไม่ว่าหรอก!!!

เดินวนในห้างฯหลายรอบจนปลีน่องของคุณชายติ่มซำทนแรงโน้มถ่วงของโลกไม่ไหว สุดท้าย ในร้านเส้าผ้าแบรนด์ดังยี่ห้อหนึ่ง ผมก็เลยต้องทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา ทันทีที่ส่งไอ้ภพเข้าไปเลือกเสื้อผ้า

“อู้ย!! ปวด…” ว่าแล้วก็ขอบีบขาซะหน่อย เมื่อยจริงเมื่อยจังเมื่อยมหัศจรรย์อะไรแบบนี้!!

“เมื่อยรึไง” เสียงไอ้ภพดังขึ้น ทำเอาผมต้องเงยหน้ามอง ณ จุดๆนี้อยากกัดปากแล้วเมินหน้าหนีไม่ตอบมัน แต่คิดว่าถ้ายอมพูดมันอาจจะใจอ่อนยอมปล่อยผมกลับบ้านก็ได้

“เมื่อยดิ หิวด้วย นี่จะห้าโมงครึ่งอยู่แล้ว” เรื่องเมื่อยนี่เรื่องเล็กกว่าเรื่องหิวมากมายนะครับ

ไอ้ภพถอนหายใจเบาๆ แต่ผมก็ยังได้ยินละวะ ก่อนที่มันจะเอ่ยปากบอกในสิ่งที่ผมรอคอย

“งั้นไปหาข้าวกินไป เดี๋ยวกูเลี้ยง” มิจริง!!...นี่มึงจะเลี้ยงข้าวกูเหรอ

“ทำตาโตอีก! จะกินมั้ย กูจะเลี้ยงฟรีๆ ไม่ทบต้นทบดอกหนี้มึง เอารึเปล่า” มันถามแบบกวนๆ แต่ ณ จุดๆนี้บอกตามตรงว่าต่อให้มันจะเป็นยังไงก็ตามผมก็ปิติยินดีอย่างยิ่ง!!!

“มึงเลี้ยงกูจริงเหรอ?”

“จริง หน้ามึงออกหมดแล้วว่าอยากกินของฟรี ไปไป ไปหาข้าวกิน…” แล้วผมกับมันก็จบเดทแสนสวยงามด้วยมื้อค่ำในร้านอาหารสุดหรู อะฮุ อะฮุ อะฮุ…



จบเดท?...ผมคิดว่ากินข้าวแล้วก็ควรจะพากันกลับบ้านกลับช่องกันได้แล้วล่ะ…จริงมั้ยคุณผู้อ่านทั้งหลาย ทุกท่านเห็นด้วยรึเปล่าว่าเวลาทุ่มนิดๆคือเวลาที่ควรจะกลับถึงบ้านอาบน้ำเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับค่ำคืนที่มีละครไทยเด็ดสะระตี่ให้ชมกันได้แล้ว

…แต่…ไอ้ภพไม่ใช่คอละครแน่นอน เพราะมัน…

“ใครว่ากินเสร็จแล้วกูจะกลับ กูไม่กลับจนกว่ากูจะได้ของ เข้าใจมั้ย”

ฮืออออออออออออ สรุปว่าถูกมันหลอกให้กินของฟรีเพื่อยืดอายุการใช้งานผมเหรอเนี่ย!!

 “ตัวนี้มึงว่าไง” เดรสยาวสีน้ำเงินเข้มผ้ากำมะหยี่ดูหรูหราถูกไอ้ภพหยิบออกมาจากราวแขวน ผมมองแล้วได้แต่พยักหน้า ตอนนี้อิ่มแล้ว ควรจะรีบๆเดินให้มันเสร็จๆ ซื้อแล้วจะได้กลับบ้านกลับช่อง

   “งั้นมึงเข้าไปลอง”

   “เฮ้ย!!!” พูดเล่นแล้วไอ้ภพ กูเป็นผู้ชาย!!!

   ไอ้ภพไม่ได้สนใจหน้าตาไม่รับโลก ไม่รับสวรรค์ของผมเลย เพราะมันหันไปถามพนักงานประจำร้าน

   “ขอโทษนะครับ ชุดนี้ให้เพื่อนผมลองได้มั้ย จะซื้อให้แม่ แล้วแม่ผมก็ตัวประมาณนี้” มันชี้นิ้วมาที่ผมประมาณว่าตัวแม่มันกับตัวผมนี่ออกมาจากพิมพ์เดียวกัน! มันจะพิมพ์เดียวกันได้ยังไง!! ในเมื่อแม่มึงเป็นผู้หญิงและกูเป็นผู้ชาย!!!

   “เอ่อ…น่าจะได้นะคะ ไหล่คุณเขาก็ไม่ได้ใหญ่มาก เชิญทางนี้ค่ะ” พนักงานสาวยังคงให้บริการดีสมกับทำงานกับแบรนด์เสื้อผ้ายี่ห้อดัง ทั้งๆที่ ‘คุณลูกค้า’ ขออุตริขนาดนี้

   “ไปลองดิ เดี๋ยวกูจะดูว่าไซส์นี้ได้มั้ย” มันสั่งแล้วใช้สายตาจิกเหมือนจะบอกให้รู้ว่า…ข้าวเย็นที่เลี้ยง และหนี้มากมายมหาศาลที่ติดกูไว้ จงตอบแทนมาซะดีๆ!....

   เรื่องที่ว่าจะไม่น่าตื่นเต้น ไอ้ตอนนี้แหละครับ ตื่นเต้นนรกแตก!!!!

……………………..

   สะหยึมกึ๋ย กิ๊บกิ๊ว ฮาเล็มซิเอก้า!!

   …แปลกันไม่ออกใช่มั้ยครับ นั่นแหละ ความรู้สึกของผมตอนนี้เลย มันสุดแสนจะยากที่จะอธิบาย แต่เพื่อให้ทุกท่านเข้าใจถึงหัวอกลูกผู้ชายที่ถูกเพื่อนรังแก ผมจะเล่าภาพปัจจุบัน ณ ตอนนี้ให้ทุกท่านฟัง!

   กรุณานึกภาพเดรสยาวครึ่งเข่า แขนยาว คอปาด ทำด้วยผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม ดูเรียบๆแต่คลาสสิก และชุดแบบนั้นต้องมาอยู่บนร่างกายของติ่มซำ ผู้ชายสูง 175 แม้ไม่ถึกหนาหล่อล่ำกล้ามปู แต่เอาจริงๆ…มันอุจาดตามากเลยครับ!

   “พอดีเลยค่ะ! คุณใส่สวยอย่างกับผู้หญิงเลยนะคะ” เจ๊พนักงานรีบถลาเข้ามาอวย เล่นเอาผมแทบอ้วก

   “หันหลังดิ” ไอ้ภพสั่ง ผมก็ได้แต่ทำตามงกๆ ตอนนี้พยายามเข้าข้างตัวเองทุกขณะจิตว่าเป็นเพราะไอ้ภพมันแอบรักผมจนทนไม่ไหว อยากจะเห็นผมแบบสวยๆสักครั้ง ทำนอง ‘โฉมงาม’ อยากเห็นใบหน้าที่แท้จริงของ ‘เจ้าชายอสูร’ แต่มันก็มีวิธีอื่นนะไอ้ภพ ที่จะทำให้มึงได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเจ้าชายอสูรอย่างกูน่ะ

   “คุณแม่ของคุณหุ่นประมาณนี้เลยใช่มั้ยคะ ส่วนสูงประมาณนี้ด้วยรึเปล่าคะ”

   “ครับ ส่วนสูงประมาณนี้” แม่มึงนี่สูงเว่อร์ๆ…มิน่า ลูกอย่างมึงถึงได้ตัวโตขนาดนี้ มันตัวโตขนาดไหนน่ะเหรอครับ เอาเป็นว่าถ้าบอกว่า 175 ของผมเป็นมาตรฐานชายไทยแล้วล่ะก็ ของไอ้ภพก็มาตรฐานฝรั่งนั่นแหละ! พวกไม่รักชาติ!! เดินตามก้นฝรั่ง!! (คนละเรื่อง แต่หมั่นไส้มัน อยากด่าอ่ะ เรื่องอะไรให้ผมแต่งแต๋ววะ!!!)

   “จะลองชุดอื่นอีกมั้ยคะ ชุดสีครีมก็เหมาะนะคะ” ยัยเจ๊พนักงาน!!!! อย่าหาเรื่องได้ม้ายยยย!!!

   ผมรีบหันกลับไปส่งสายตาปิ๊งๆใส่ไอ้ภพ มึงไม่ใจอ่อนให้กูงานนี้ จะไม่มีงานหน้าอีกแล้วนะภพที่รัก กรุณาเถอะ เพื่อน!!

   ไอ้ภพมองหน้าผม เลิกคิ้วเหมือนจะถามว่าจะให้เอายังไง…ไม่เอายังไงทั้งนั้น! ยกเว้นให้กลับไปใส่ชุดนิสิต ‘ชาย’ ของกูตามเดิม!!!

   …ไม่!! ใส่!!!... ผมทำปากขมุบขมิบบอกมัน ไอ้ภพยิ้มให้ ก่อนจะหันบอกเจ๊พนักงาน

   “เอาสีครีมมาอีกตัวแล้วกันครับ เพื่อนผมยินดี” ยินดีบ้านแป๊ะมึงซิ!!! ผมอ้าปากกำลังจะโวย แต่ไอ้ภพพูดดักขึ้นมาก่อน

   “ข้าวเย็นเมื่อกี้” เป็นอันจบ…ชีวิตของติ่มซำมอดม้วยมรณา ณ จุดๆนี้!!!

………………………

   อย่าเพิ่ง!! อย่าคิดว่าไอ้ภพจะทวงบุญคุณข้าวเย็นที่มันเลี้ยงผมด้วยการให้ผมลองชุดแทนแม่มันเพียงแค่ชุดสีน้ำเงินกำมะหยี่กับชุดสีครีมเท่านั้น…แต่พ่อเจ้าประคุณแทบจะเหมาทั้งร้านมาให้ผมลอง ยัยเจ๊พนักงานก็ดูสนุกสนานมากมายกับการหยิบชุดนั้นชุดนี้มาเสนอ

   “ชุดนี้ก็สวยนะคะ แต่เดี๋ยวลองชุดสีฟ้าอีกชุดนะคะ” เจ๊พนักงานสีหน้าแช่มชื่นมากกกก… หล่อนคงไม่เคยมีความสุขแบบนี้มาก่อน มือน้อยๆข้างขวายื่นสุดสีฟ้ามาให้ผมเข้าไปลอง ส่วนมือซ้ายนั่นเต็มไปด้วยชุดสีดำ สีเขียวขี้ม้า สีเหลือง สีส้ม…เอาเป็นว่าโลกนี้มีกี่สี แบรนด์นี้ทำเสื้อผ้าออกมาครบทุกสีเลยล่ะครับ!

   “ภพ กูว่าลองแค่นี้ก็พอแล้วนะ มึงจะซื้อให้แม่มึงตัวเดียวไม่ใช่เหรอ” ผมโบ้ยไปที่กองเสื้อผ้าจำนวนมาก ซึ่งล้วนได้เข้ามาเชยชมร่างกายผมหมดแล้ว

   “เมื่อกี้เพิ่งโทร.หาพวกพี่ๆ พวกนั้นบอกว่าให้ซื้อมาเยอะๆเลย เดี๋ยวช่วยหาร…” ถ้าพี่น้องมึงมี 20 คนกูไม่ต้องลองแม่ง 20 ตัวเลยเหรอ

   “ลองไป อย่าบ่น อย่าลืมว่าถ้าวันนี้กูได้ของ หนี้มึงลดลง 500”

   …เออ!! มึงมันเจ้าหนี้!!!...

ผมชักเหวี่ยง เริ่มเหนื่อย เริ่มงอแง เริ่มหงุดหงิด ตวัดสายตาไปที่ยัยเจ๊พนักงานแล้วชี้นิ้วพรืดไปที่ชุดมากมายในมือข้างซ้าย ทั้งที่มือขวาของหล่อนเลือกตัวสีฟ้ามาให้ผมลองแล้ว

   “เอาสีดำมา!” ไอ้ภพยิ้มเหมือนถูกใจที่เห็นผมอ่อนข้อให้มัน ผมถอนหายใจแรงทีนึง ก่อนจะพูดกระแทก

   “กูจะไว้อาลัยตัวเอง!!!”

……………………….

   หลังจากไว้อาลัยตัวเองด้วยชุดสีดำ ก็เหมือนคุณพนักงานและคุณลูกค้าจะคิดว่าผมปลงตกกับชีวิตแล้ว ถึงได้หยิบชุดนั้นชุดนี้มาให้ผมลองอีก งานนี้อะไรที่ไม่เคยใส่ผมได้ใส่หมด จะบ่าเดี่ยว บ่าคู่ จะสายไขว้ สายไม่ไขว้ หรือสายไม่มีให้ไขว้ก็ลองมาแล้ว แบบแขนยาวแขนสั้น แบบกระโปรงสั้นกระโปรงยาว ผ่าหน้าผ่าหลัง ล้วนผ่านการสวมใส่ของผมทั้งสิ้น และในที่สุด ชีวิตของผมก็หลุดพ้นบ่วงกรรมนี่แล้วครับ…เอ้า! ปรบมือแสดงความยินดี!!!...

   “ขอบคุณนะคะ” ยัยเจ๊พนักงานแทบจะถลามาส่งถึงหน้าประตูร้าน ไม่รู้หล่อนมีความสุขเรื่องไหนมากกว่ากันระหว่างรังแกผมด้วยการหาชุดมาให้ลอง หรือการที่ไอ้ภพแทบจะเหมาเสื้อผ้าไปหมดร้าน ยอดซื้อวันนี้วันเดียวคงมากกว่ายอดซื้อตลอดเดือนที่ผ่านมาอีกละมั้ง!

   “แม่มึงคงดีใจเนอะ ได้ชุดออกงานมากขนาดนั้น!” ต่อให้ออกงาน 7 วันตลอดทั้งสัปดาห์ ก็ใส่ชุดไม่ซ้ำกันสักวันเดียว หรือต่อให้งานเลี้ยงมี 14 วันแม่ไอ้ภพก็ได้เปลี่ยนชุดทุกวันแหละครับ! หึ!!

   “แน่อยู่แล้ว แต่มึงนี่มีประโยชน์อย่างที่คิดไว้เลย”…มีประโยชน์อย่างที่คิดไว้? หมายความว่ามันคิดตั้งแต่แรกแล้วน่ะสิ!! ที่มันบังคับผมมาเลือกของขวัญเพราะมันเล็งเอาไว้แล้วว่าผมไซส์เดียวกับแม่มัน ไม่ใช่เพื่อมาเดทโดยเอาเรื่องลดหนี้ขัดดอกมาอ้าง!!

   …นี่มึง! นี่มึง!!!...

   “ไอ้ภพ! มึง…มึงหลอกใช้กูนี่หว่า!!!” ผมโวยวายดังลั่นห้างฯ จนไอ้ภพหน้าตื่น มองซ้ายมองขวาก็เห็นแต่คนที่เดินไปเดินมาหันมองมาที่พวกผมเป็นตาเดียว

   “เสียงดังหน่า! ติ่มซำ!!”

   “ไม่เสียงดังได้ไง!! ก็มึงหลอกใช้กู!!!” ผมร้องเสียงดังกว่าเดิม คราวนี้คำพูดของผมเริ่มทำให้พวกสนใจเรื่องชาวบ้านทั้งหลายเริ่มซุบซิบนินทา กำลังจะร้องอีกเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ แต่ไอ้ภพตวัดมือโอบรอบคอมาปิดปากผมเสียก่อนแล้วลากให้ออกเดิน

   “กูไม่ได้หลอกมึง”

   “อึงออกอู!!!!!” แปลว่ามึงหลอกกู…ปิดได้ปิดไป ตราบใดที่มึงไม่รัดเส้นเสียงกู กูก็ส่งเสียงได้ทั้งนั้นแหละ

   “เงียบ!! อยากให้หนี้บานใช่มั้ย!!!” ไอ้ภพลากผมมาที่ปลอดคน…อันได้แก่ลานจอดรถ มันยอมปล่อยแล้วถอนหายใจเฮือก

   “มึงหลอกกู ไอ้ชั่วภพ!!!” ไม่มีดราม่า ไม่มีน้ำตา งานนี้ด่าเพราะโกรธอย่างเดียว

   “กูไม่ได้หลอกมึง…กูก็บอกแล้วว่าให้มึงมาเดินซื้อของกับกูเป็นการลดหนี้ แล้วกูก็ลดหนี้ให้มึงแล้ว เหลือแสนเก้ากว่าๆ กูหลอกมึงตรงไหน” …ก็…ก็ใช่…แต่…แต่…แต่ยังไงมันก็บอกผมไม่หมดอยู่ดี!! อย่างงี้ก็เรียกหลอกเหมือนกันแหละ!!

   “แต่มึงไม่บอกกูแต่แรกนี่หว่าว่าจะให้กูมาลองชุดพวกนี้!!!” ไอ้ภพถอนหายใจอีกเฮือก ถ้าหน้ามันเหี่ยวสักหน่อย มีตีนกา รอยย่น หรือแก้มตอบ ผมคงคิดว่ามันถอนหายใจลาตายไปแล้ว

   “กูขอโทษ”

   “ไม่หายโกรธโว้ย!!!” ผมบอกแล้วเตะหน้าแข้งมันไปทีอย่างหงุดหงิด หงุดหงิดที่มันบอกผมไม่หมดด้วย และหงุดหงิดที่มันขอโทษผมง่ายๆด้วย บางทีการที่คนเราขอโทษอะไรง่ายๆ มันก็ไม่ดีต่อคนที่กำลังโกรธนะครับ เพราะจะทำให้รู้สึกว่าตัวเองต้องยอมหายโกรธเนื่องจากมันขอโทษแล้ว ทั้งๆที่ในใจกูยังเดือดพล่านนนนน…อ้ากกกกก…

   เตะขาไอ้ภพหนึ่งทีก็เดินดุ่มๆตรงไปที่รถ งานนี้แม้จะยังหงุดหงิดมัน แต่ก็ไม่บ้าพอจะออกค่ารถกลับบ้านเองหรอก เรื่องอะไรล่ะ! ค่ำๆอย่างงี้รถติดจะตาย กลับรถเพื่อนสบายสุด! ถึงเพื่อนคนนั้นจะเพิ่งได้ใบขับขี่ก็เหอะ

   “งั้นไปงานวันเกิดแม่กูมั้ยล่ะ”

เสียงตะโกนดังมาจากด้านหลัง ทำเอาชะงัก รองเท้าผ้าใบเก่าๆของผมที่กำลังก้าวไปข้างหน้าถึงกับต้องชักกลับมาวางที่เดิม แล้วหมุนตัวหันกลับไปมองไอ้คนพูด

   “อะไรนะ?”

   “ไปงานวันเกิดแม่กู…แล้วมึงจะฟ้องอะไรแม่กูก็ได้ทั้งนั้น”

   “….”

   “ทำหน้างงอีก กูถามว่ามึงจะไปงานวันเกิดแม่กูมั้ย มะรืนนี้”

   …ก…

   …กรรรรร…

   …กรี๊ดดดดดดดดดด!!!!…

…เหมือนเป๊ะ!! เหมือนที่ไอ้แมคบอกเอาไว้เป๊ะๆ!!!

   ‘…ไอ้ภพจะมาชวนมึงไปงานวันเกิดแม่มัน….’

   นี่หรือว่า…หรือว่าจะเป็นแผนมัน.!!!..ทำให้ผมโกรธและง้อด้วยการชวนไปงานวันเกิดโดยเอาเรื่อง ‘ฟ้องแม่’ มาอ้าง!!!

   ภพจ๋า…นี่มึงชอบกูจริงๆด้วย!!


ติดตามตอนต่อไปปปปปปป (วันอาทิตย์หน้านะคะ ^.^)
   วันนี้ยุ่งมากเลย เพราะว่าทำห้องใหม่ กรี๊ดดดด ไม่มีเวลาเม้า ขอไปจัดการสภาพห้องก่อนนะคะ ไม่งั้นคืนนี้ไม่ได้นอนแน่เลยอ่า

ขอบคุณมากๆสำหรับพื้นที่บอร์ด คนอ่าน คนเม้นท์ และทุกกำลังใจนะคะ ^.^


ออฟไลน์ พี่วันเสาร์

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +282/-3
 :z13:ขอไปอ่านเรื่องใหม่ก่อนจ้า :กอด1:

fffx

  • บุคคลทั่วไป
อ๊ากกก มาแล้ววววว รอทั้งวันเลย ฮ่าๆๆ :laugh: :laugh:
สรุปมันคือแผนจริงรึเปล่าเนี่ย กรั่กกกก
แต่น้องติ่มซำต้องโดนใจพี่ภพบ้างแหละน่า o18
ตอนหน้าวันเกิดคุณแม่ใช่ม๊ายยยย
พี่ภพให้ฟ้องได้อย่างนี้จัดไปเลยค่าาา :laugh:

ออฟไลน์ nongrak

  • ยังไงก็รักคาเมะจังที่สุด
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +912/-14
น้องติ่มซำเล่นจนเป็นหนี้ขนาดนี้ไม่ดีนะค่ะ
แต่ว่าภพนี่ชอบติ่มซำจริงๆเหรอ
แล้วแมครู้ล่วงหน้าได้ไง

จะรออาทิตย์หน้าค่ะ

lazewcielo

  • บุคคลทั่วไป
ตลก 555555555555555555
ติ่มซำฮามาก แต่รู้สึกเพื่อนติ่มซำจะ อืม...ทำนายได้จริงอ่ะ?

ออฟไลน์ คนริมคลอง

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 609
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +117/-1
เรื่องก่อนเหตุเกิดในวัด เรื่องใหม่ในวงไพ่

น้องติ๋มก็นะ แผนลับลวงพราง ของเพื่อนเปล่าน๊อ

ถ้าไม่ใช่แผนของเพื่อนแมค วันเกิดคุณแม่ก็วันเปิดตัวว่าที่ลูกสะใภ้หน่ะสิ

HappyMelon

  • บุคคลทั่วไป
แอร๊ยยยยยยย น่ารักกกกกกกกกกกกกกกก  :o8:
น้องติ่มซำฮามากกกกกก  :laugh:
ภพแผนเยอะจริงๆด้วยอะ น้องติ่มซำไปเลยค่ะ
ไปฟ้องคุณแม่เลย จะได้ฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกสะใภ้เต็มตัว อิอิ
รออ่านอาทิตย์หน้านะคะ 

ออฟไลน์ mayuree

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 443
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +52/-4
อ๊ายดอกจิกมาแบบเจ็บๆแสบๆคันๆได้อีก
เอิ๊ก ...เราชอบ  ฮี่ๆๆๆๆๆๆๆๆ
..เห็นไหมว่าการพนันเป็นสิ่งไม่ดีเด็กๆ...

ออฟไลน์ ขนมหวาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 540
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +190/-2
ชีวิตรันทดจริงติ่มซำเอ๊ย หาเรื่องให้ตัวเองชัด ๆ
เพื่อนฝูงก็รักกันดีจริง ว่าแต่ภพนี่รักติ่มซำจริงป่ะเนี่ย
หรือเพื่อนคิดกันไปเอง ดูมันโหด ๆ เนาะ
แหมแต่ก็แอบเดาถูกว่าจะชวนไปงานวันเกิดแม่
เหอ เหอ จะเกิดไรขึ้นกับติ่มซำหรือน้องติ๋มของเพื่อน ๆ หละเนี่ย
รออาทิตย์หน้าจ้า :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +844/-80
รู้สึกเหมือนทั้งติ่มซำทั้งภพโดนแม็คหลอกยังงัยก็ไม่รู้สิ

ออฟไลน์ kokikung

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-3
ดอกจิกอย่างนี้นี่เอง
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
โอ๊ยสนุกกกกสงสารติ่มซำ (ชื่อสะน่ากินเลย --*)

ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2426
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +275/-12
เข้ามารายงานตัวว่าอ่านค่ะ สนุกทั้งสองเรื่องเลย แต่เรื่องหลังนี่ออกแนวฮา

ชอบพระเอกซึน และนายเอกรั่ว  :laugh:

โจ๊กกุ้ง

  • บุคคลทั่วไป
สนุกกกกกกก  ว่าแต่เราว่านายแม็คนี่โม้แน่ๆ ภพมันชอบติ่มซำจริงๆดิ ไม่ใช่คิดไปเองน้า

ออฟไลน์ roseen

  • เก็บความทรงจำที่ดีๆของวันวาน เพราะมันคือกำลังใจของวันนี้
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8646
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +947/-16
งานหน้าก็น่าจะโดนหลอกอีก

ดูๆแล้วน่าจะโดนเพื่อนตัวเองรวมหัวกันหลอกด้วยซ้ำ

ออฟไลน์ pppp

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-0
โถ น้องติ๋ม หนีชะตาชีวิตในกำมือนายภพไม่รอดแน่ๆ
แอบฮาเรื่องสกิลการขับรถ ฮ่าๆ ลดความเท่ห์ของพระเอกไปได้กึ่งหนึ่งเลย

ออฟไลน์ Acacha

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1645
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-2
5555+ ทีละ500อย่างงี้ เมื่อไหร่หนี้จะหมดล่ะเนี่ย  :m20:

ออฟไลน์ Piaanie

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-2
ไอ้ติ๋มตายแน่....555+ :m20:

ออฟไลน์ Aimiya

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 211
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
รู้สึกว่าแม็คเนี่ยน่าสงสัยที่สุดแล้วแหะ (ฮา)
น่ารักๆ รออ่านตอนต่อไปนะคะ^^

ออฟไลน์ สมุนไพร

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1581
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +144/-3

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






stupidchild

  • บุคคลทั่วไป
เพื่อนภพ คงไม่ได้ชอบหรอกใช่ป่ะ?

ออฟไลน์ PEE-Pooh

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 91
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-1
น่ารักมากเลยอ้ะะะะะะะะะ

อ่านแล้วได้อารมณ์เด็กมหาลัยจริงเลย
ติ่มซำนี่ซ่าแสบสันต์น่าร้ากกกกกกกกกก

ชอบมากเลยจ้าาา

samsoon@doll

  • บุคคลทั่วไป
แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยสนุก

pigrabbit

  • บุคคลทั่วไป
 :laugh: ภพแสดงออกในการชอบแบบแปลกๆนะค่ะ
ซึนไปไหน หวานๆกับติ่มซำนิดหนึ่งซิคู๊นนน~

kenshinkenchu

  • บุคคลทั่วไป
สนุกจัง...............
ชอบๆ เรื่องแนวนี้แนวน้องถ้วยฝูเลย ชอบมากๆๆๆ   :L2:

แต่ทะแม่งๆ  อยู่นะเรื่องที่ตาภพชอบน้องติ่มซำเนี่ยะ  ดูไม่น่าเชื่อจริงๆ

ออฟไลน์ MiSS-U

  • {^o^} {^3^}
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2800/-11
ดอกจิกคือไพ่นี่เอง
ตอนนี้ยาวได้ใจมากๆค่ะอ่านจุใจเลย :pig4:
รอตอนต่อไป o13

ออฟไลน์ a_tapha

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4981
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +397/-1
อิเพื่อนน้องติ่มซำมันทะแม่งๆ อยู่นา   o18

ออฟไลน์ kinjikung

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2947
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +163/-8
ฮามากกกเริ่มมาอิชั้นก็ฮา เลยค่าาาา
ติ่มซ่ำดอกจิก เิอิ๊กกกกกก
นายเอกว่าฮาแล้วพระเอกฮากว่า ฮ่า ฮ่า
วิธีจีบของพี่แกสุดยอดจริง ว่าแต่เพื่อนแมครู้ได้ไง แสดงว่าต้องร่วมมือกับพระเอก
เพราะนายเอกเราท่าทางจะความรู้สึกช้า

ออฟไลน์ mutoo

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 589
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-37
เราว่าตอนนี้ ภพยังไม่ได้ชอบติ่ม
แต่ไอ้แมคมันวางแผนชั่วมากกว่า

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9405
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
เค้านี่โดนกินเรียบตลอดเลยอ่ะติ่มซำ เ้ข้าใจความรู้สึก  :กอด1:
แต่ว่าเป็นไปตามที่เพื่อนแมคบอกเลยอ่า เพื่อนภพแอบคิดไม่ซื่อกับติ่มซำจริงๆใช่ม้ายยย :z1:
แต่ชื่อน่ากินมากเลย ตัวก็คงน่ากินเหมือนกันอ่ะดิ :laugh:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด