ไฟรัก โดย Bboyseries
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ไฟรัก โดย Bboyseries  (อ่าน 308630 ครั้ง)

nanao

  • บุคคลทั่วไป
เยี่ยมมาก อย่าไปใจอ่อนง่าย ๆ

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
จัดการเลย  :angry2:   :a14:

gobgab

  • บุคคลทั่วไป

...........ถ้าเราไม่เข้มแข็งพอ.........

...........เราก็จะอยู่บนโลกนี้ไม่ได้............ :undecided: :undecided:

ออฟไลน์ pongsj

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6055
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +213/-9
แบบนี้ต้องเอาคืนให้สาสม คนแบบนี้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 555

niph

  • บุคคลทั่วไป
 :m1: :m1: :m1:
ดีจัง
ปักษ์เข้มแข็งขึ้นแล้ว
 :a9: :a1: :a2:

pueng1111

  • บุคคลทั่วไป
ปักษ์สู้ๆ เข้มแข็งเข้าไว้นะ  :m11:

อย่าไปสนผู้ชายโลเลเลย

maomao

  • บุคคลทั่วไป
สุดยอดเลยเพ่ ชอบๆ

อย่าไปอ่อนให้อีก o13

นางมารร้าย

  • บุคคลทั่วไป
ปักษ์ ต้องเข้มแข็งเข้าไว้นะ   

อย่าไปอ่อนแอให้คนเลวอย่างนายวิศรุตและอธิศร เห็น   :m16:

คนเลว ๆ อย่างนี้ ตัดใจได้ ก็เป็นโชคดีของเราแล้วล่ะ


ออฟไลน์ DeShiWa

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4379
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +150/-8
 :impress: :impress: :impress:

หายไปไหนแล้วคร้าบบผม

ทำให้อยากแล้วจากไปอิอิ

ติดตามอยู่นะครับผม

 :impress: :impress: :impress:

kYos

  • บุคคลทั่วไป
ไฟรัก ช่างร้อนแรงอะไรอย่างนี้  เปลี่ยนคนได้ทั้งคน หน้ามือเป็นหลังเท้ากันเลยทีเดียว

อ่านเรื่องนี้แล้วเครียดดีอ่ะ ชอบ 555  :m1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Junrai_Hyper™

  • พูห์น้อยกลอยใจ
  • Global Moderator
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4842
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +777/-50
ตอนที่ 7

“ว่าไง มีอะไรจะคุยกับผมก็คุย ถ้าไม่มีก็กลับไปซะ ผมจะพักผ่อน”
คนนึกสาบานเอ่ยตัดบท คนโดนตัดบทส่ายหน้าช้าๆอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าตนจะโดนเอ่ยไล่จากคนที่เคยเชื่อว่าเป็น...ของตาย!! หนุ่มใหญ่น้ำลายเหนียวฝืดคอ แต่ก็ฝืนพูดออกมาอย่างคนจุกในอก
“ถ้าวันนี้ปักษ์ไม่พร้อมที่จะฟังพี่อธิบายก็ไม่เป็นไร เหนื่อยก็พักเถอะ ไว้พี่จะโทรหา”
“ถ้าอยากให้ทุกอย่างมันจบลงด้วยดี อย่าติดต่อกับผมอีกจะดีกว่า”
ปรมินทร์เอ่ยสวนกลับก่อนที่คนเอ่ยประโยคเมื่อครู่จะหันหลังเดินจาก
...จบลงด้วยดี...วิศรุตทวนคำนี้ในใจ หมายความว่าไง ปรมินทร์ต้องการจบกับเขาจริงๆงั้นเหรอ
“จบลงด้วยดี...หมายความว่าไงหรือปักษ์”
หนุ่มใหญ่หันไปถามในสิ่งที่คิด
“คำพูดแค่นี้ไม่เข้าใจ ก็ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารใหญ่เถอะ”
ปรมินทร์ตอบยียวน คนจะเดินจากเปลี่ยนใจเดินไปชิดตัวคนพูดไล่ต้อนฝ่ายนั้นให้หลังพิงประตูห้องแล้วเอ่ย
“อย่าอวดดีกับพี่นะปักษ์ ความสัมพันธ์ของเราพี่เป็นคนเริ่ม ถ้ามันจะจบ มันก็ควรจะจบจากพี่ ไม่ใช่ปักษ์”
“ผมไม่ได้อวดดี ผมพูดจริง อย่าบังคับให้ผมทำอะไรที่ผมไม่อยากทำ”
“เช่นอะไรล่ะที่ปักษ์ไม่อยากทำ คนอย่างปักษ์เก็บความรู้สึกเป็นด้วยเหรอ ถ้าเก็บเป็นคงไม่คลั่งให้ตัวเองได้เลือดหรอกมั่ง”
ปรมินทร์หน้าชาในสิ่งที่ได้ยิน วิศรุตกำลังเริ่มดูถูกเขาชัดๆ ชายหนุ่มออกแรงผลักหนุ่มใหญ่ให้ออกห่างจากตัว ก่อนจะฟาดฝ่ามือลงไปบนใบหน้าคมเข้มนั่นอย่างโกรธจัด
วิศรุตหน้าชาไปทั้งแถบตามแรงตบก่อนความรู้สึกเจ็บจะเริ่มตามมา หนุ่มใหญ่ถือโอกาสที่คนตบกำลังชะงักงันตรงเข้าล็อคตัวไว้แล้วค้นหากุญแจห้องตามร่างกาย
“จะทำอะไร ปล่อยผมนะพี่วิชญ์”
ปรมินทร์ได้สติเริ่มดิ้น แต่ต้านแรงของคนที่ตัวใหญ่กว่าไม่ไหว ในที่สุดกุญแจห้องก็ไปอยู่ที่มือคนค้นตัวจนได้
วิศรุตจัดการไขกุญแจห้องด้วยมือข้างเดียว เพราะมืออีกข้างยังใช้ล็อคตัวคนดิ้นไว้ไม่ให้แผลงฤทธิ์ ในที่สุดประตู้ห้องก็ถูกเปิดออก หนุ่มใหญ่ผลักร่างคนดิ้นเข้าไปก่อน ก่อนตัวเองจะตามเข้าไป แล้วจัดการล็อคประตู หันไปเผชิญหน้ากับเจ้าของห้องที่ยืนหอบจ้องมองอย่างเอาเรื่อง
“เห็นหน้าพี่เป็นอะไร เอะอะตบ เอะอะตบ”
หนุ่มใหญ่ตวาดว่าเสียงดัง เมื่อเข้ามาในที่ที่เก็บเสียงได้มิดแล้ว
“ถ้าไม่เหลืออด ผมก็ไม่อยากที่จะให้มือตัวเองไปแปดเปื้อนบนเนื้อกายสกปรกของพี่หรอก”
คนโดนตวาดย้อนกลับอย่างแสบสัน พลันคว้าเอาแจกันแก้วที่อยู่ใกล้มือพอดีมาถือไว้อย่างฉับไว เมื่อเห็นฝ่ายที่ตัวเองเอ่ยสวนเดินตรงเข้าหา
“คิดจะทำอะไร”
วิศรุตหยุดเดินเข้าหาแล้วเอ่ยถาม เมื่อเห็นปรมินทร์ตั้งท่าพร้อมที่จะฟาดแจกันนั่นใส่เขาได้ทุกเมื่อ
“ก็ลองก้าวเข้ามาอีกก้าวสิพี่จะได้รู้ว่าผมจะทำอะไร”
ปรมินทร์เอ่ยน้ำเสียงจริงจัง
“กล้าทำพี่เหรอ”
วิศรุตท้า ก่อนจะก้าวเข้าไปหาอีกก้าวอย่างไม่หวั่น แจกันนั่นไม่ใช่เล็กๆ แถมยังเป็นแก้วอีก ปรมินทร์จะกล้าทำร้ายเขาก็ให้มันรู้ไปสิ
“บอกว่าอย่าเข้ามาไง ออกไปจากห้องผมซะ ห้องนี้ไม่ต้อนรับคนเลวๆ”
เจ้าของห้องตวาดขึ้นใหม่ พลางทำท่าที่จะฟาดแจกันแก้วใบนั้นใส่คนที่เดินเข้าหาจริง ๆแม้ตัวเองจะยอมถอยอีกก้าวสองก้าว เมื่อคนที่ไม่อยากต้อนรับยังรั้นที่จะก้าวเข้าหา
“บอกให้ออกไปไง!!”
ชายหนุ่มตวาดใหม่
“แน่จริงก็ฟาดสิ อย่าดีแต่ขู่”
วิศรุตเอ่ยท้า เป็นไงเป็นกันสิ ถ้าปรมินทร์เห็นเขาได้เลือดแล้วอารมณ์จะเบาลงเขาก็ยอม
“อยากเจ็บตัวนักใช่มั๊ย ได้!!”
ปรมินทร์เงื้อมือขึ้นสูงสุดแขนเมื่อดูท่าวิศรุตจะไม่เกรงกลัวต่อคำบอกของเขาจริงๆ ดูเอาเถอะ เขาเงื้อมือเตรียมฟาดขนาดนี้ ฝ่ายนั้นยังก้าวเข้ามาไม่ยอมหยุด ดี!! เลือดมันจะได้ล้างด้วยเลือดก็คราวนี้แหละ
แจกันแก้วในมือที่ยกสูงถูกเหวี่ยงลงมา เสียงลมจากแรงเหวี่ยงดัง วืดดดด!! และแล้ว....
.
.
.
.
ปรมินทร์เงื้อมือขึ้นสูงสุดแขนเมื่อดูท่าวิศรุตจะไม่เกรงกลัวต่อคำบอกของเขาจริงๆ ดูเอาเถอะ เขาเงื้อมือเตรียมฟาดขนาดนี้ ฝ่ายนั้นยังก้าวเข้ามาไม่ยอมหยุด ดี!! เลือดมันจะได้ล้างด้วยเลือดก็คราวนี้แหละ
แจกันแก้วในมือที่ยกสูงถูกเหวี่ยงลงมา เสียงลมจากแรงเหวี่ยงดัง วืดดดด!! และแล้ว คนกำลังจะโดนฟาดก็มือขึ้นขึ้นคว้าหมับที่ข้อมือคนฟาด ทำให้ทุกอย่างชะงักลง
วิศรุตมองสบตาปรมินทร์อย่างเจ็บปวด ถ้าเขาโดนแจกันแก้วนี่ฟาดเข้าที่หัว มันคงไม่ใช่แค่เลือดตกยางออก ประมาณจากแรงเหวี่ยงที่ฝ่ายนั้นเหวี่ยงแขนลงมา หนุ่มใหญ่ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะยืนอยู่ไหวหรือเปล่า ขนาดแรงต้านจากที่เขายกมือขึ้นรับยังแทบจะรั้งแรงเหวี่ยงนั้นไม่อยู่ นี่ปรมินทร์นึกชังเขาจนจะฆ่ากันได้ลงคอเลยเชียวหรือ
“โธ่เอ้ย นึกว่าจะแน่”
ปรมินทร์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าที่ซีดเผือดและแววตาตระหนกของคนที่ต้านแรงเหวี่ยงแจกันในมือตัวเองไว้ ก่อนจะรู้สึกเจ็บข้อมือข้างที่ถูกจับเมื่อฝ่ายนั้นออกแรงบีบอย่างไม่ปราณี พลันคนบีบรีบแย่งแจกันออกจากมือเขา เมื่อชายหนุ่มหมดแรงยึดไว้
วิศรุตจับแจกันไปวางไว้ที่เดิมแล้วหันมาเผชิญหน้ากับคน...คิดจะฆ่าเขา... เอ่ยตะคอก
“จะฆ่าพี่ได้ลงคอหรือไงปักษ์!!”
“อยากโดนเองไม่ใช่เหรอ ไหนบอกว่าอย่าแค่ขู่ไง กลัวตายเหมือนกันนี่”
ปรมินทร์ย้อนกลับ ก่อนจะกัดริมฝีปากข่มความเจ็บเมื่อคนที่ตนย้อนออกแรงบีบที่ข้อมือตัวเองแรงขึ้น ชายหนุ่มนึกหาวิธีที่จะโต้ตอบ แต่แล้วต้องตัวกระเด็นเซไปกลางห้องเมื่อโดนผลักเต็มแรง
คนผลักใจเสียเมื่อมองเห็นรอยช้ำรอบวงที่ข้อมือของคนที่ยืนจ้องหน้าเขาอยู่กลางห้อง
“พี่ไม่ได้ตั้งใจให้เหตุการณ์มันเป็นแบบนี้นะปักษ์ ถ้าปักษ์ไม่เป็นคนเริ่ม”
หนุ่มใหญ่ออกตัว คนฟังนึกสมเพช ความเกลียดชังมันเข้ามาบดบังความรู้สึกต่างๆไปซะแทบมิด ต่อให้ฝ่ายนั้นก้มลงกราบแทบเท้าแล้วบอกว่าไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเขา หัวใจมันก็คงจะไม่ฟัง
“นึกว่าผมจะใส่ใจเหรอกับเหตุการณ์แค่นี้ ที่ผ่านมาผมเจ็บจนไม่มีอะไรให้เจ็บได้อีก เลิกสำคัญตัวเองผิดๆเถอะ ความรู้สึกของผมที่มีให้พี่ตอนนี้มันมีด้านเดียวเท่านั้น คือเกลียดขยะแขยงจนไม่อยากจะเข้าใกล้ กลับไปหาความโสมม โสโครกของพี่ซะ ผมเข้าใจกิเลสคนเรามันไม่มีจักพออยู่แล้ว ต่อไปนี้พี่อยากมั่วอยากเริงร่ากับใครก็ขอให้เต็มที่ไปเลยละกัน แล้วก็ไม่ต้องสะเออะอยากให้ใครเขารับรู้ถึงความส่ำส่อนของตัวเอง มันดูไม่ดีนักหรอก สำหรับภาพลักษณ์ผู้บริหาร”
วิศรุตยืนอึ้งไปหลายนาที เมื่อฟังประโยคยืดยาวที่ออกจากปากคนที่ตัวเองรู้สึกผิดด้วยจบ สีหน้าและแววตาที่ฝ่ายนั้นแสดงออกขณะที่พูดมันช่างเยือกเย็นจนสะท้านไปทุกรูขุมขน หนำซ้ำถ้อยคำแต่ละคำที่ถูกเอ่ยออกมาราวกับคนเอ่ยตั้งใจที่จะทิ่มแทงเข็มนับร้อยนับพันเล่มให้ปักลงกลางใจเขาอย่างสุดลิ่ม
“ปักษ์ นี่ปักษ์เข้าใจว่าพี่เป็นคนโทรหาปักษ์ตอนที่ เอ่อ พี่อยู่กับอาร์มเหรอ”
หนุ่มใหญ่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโรย
“แล้วจะให้ผมเข้าใจว่ายังล่ะ”
คนถูกถามย้อนกลับเช่นเคย
“พี่ไม่ได้เป็นคนโทรนะ”
“จะต้องให้เก็บซากโทรศัพท์ผมมายืนยันมั๊ยว่าเบอร์ที่โทรเข้ามาหาผมคืนนั้น มันเบอร์ใคร”
“แต่พี่ยืนยันได้ว่าพี่ไม่ได้โทร”
“ยืนยันให้ใครฟังเหรอครับ ถ้าให้ผมฟัง เสียใจนะครับ ผม ไม่อยาก ฟัง !! “
“ถ้าพี่บอกว่าคืนนั้นอาร์มเป็นคนโทร ปักษ์จะเชื่อพี่มั๊ย”
“เชื่อแล้วได้อะไรล่ะครับ?”
“อย่างน้อยปักษ์ก็จะได้เข้าใจว่าพี่ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำร้ายจิตใจปักษ์”
“อ๋อ นี่พี่คิดว่าที่ผมสาปส่งพี่ออกไปจากชีวิตผมเนี่ย มีเรื่องนี้เรื่องเดียวเหรอครับ ดีเนาะ ความผิดท่วมหัว แต่ออกตัวรับแค่เรื่องเดียว”
“ก็แล้วอะไรที่พี่ทำผิดบ้างล่ะ บอกพี่มาตรงๆสิ พี่จะได้แก้ไข”
“แก้ไขชาติหน้าเถอะ ถ้าเราจะได้เกิดมาอาฆาตกันอีกจริงๆ”
“พี่ขอร้องล่ะปักษ์ เลิกใช้คำพูดเสียดแทงพี่ซะที ไม่คิดบ้างเหรอว่าพี่จะเจ็บปวดบ้าง”
“อย่างพี่เนี่ยนะ จะเจ็บปวดกับคำพูดผม ฟ้าเป็นพยานเถอะว่าวันนี้ คนอย่าง คุณวิศรุต...รู้สึก...กับคำพูดนายปรมินทร์”
“พอเถอะปักษ์ เลิกประชดพี่เสียที ถ้าพี่ไม่รู้สึกกับปักษ์พี่จะคบกับปักษ์ทำไม”
“อย่ามาขุดคุยอดีตพี่วิชญ์ ถ้ายังอยากให้ผมใช้ลมหายใจในอากาศเดียวกันกับพี่อยู่”
“ปักษ์”
วิศรุตแทบเซอีกครั้ง คำพูดของปรมินทร์แต่ละคำแต่ละประโยค ทำไมมันถึงทำร้ายเขาได้ขนาดนี้ เจ้าตัวจะรู้มั๊ยว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหนกับสิ่งที่ได้ยิน ที่ผ่านมาเขาทำตัวเลวร้ายถึงขนาดปรมินทร์นึกเกลียดนึกชังจนไม่อาจที่จะหายใจร่วมกับเขาเลยเชียวหรือ ไม่สิ เขาต้องไม่ถอดใจ ตราบใดที่เขายังมีลมหายใจอยู่ เขาต้องพิสูจน์ให้ปรมินทร์เห็นว่าวันนี้เขาไม่ได้มองว่าเจ้าตัวเป็นแค่..ของตาย..อีกต่อไปแล้ว ตรงกันข้าม หากปรมินทร์จะเป็นฝ่ายมองตัวเขาเองเป็นแบบนั้น เขาก็พร้อมจะก้มหน้ายอมรับ เขาจะไม่ไปจากคนๆนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
เริ่มต้น เขาขอบอกเล่าและอธิบายเรื่อง อธิศร ให้ชายหนุ่มรับรู้ก่อน
“ปักษ์ ปักษ์เคยถามพี่ใช่มั๊ยว่า อาร์มเป็นอะไรกับพี่”
ปรมินทร์เหยียดสายตาไปที่คนพูด ที่สุด วิศรุตก็ดึง อธิศรเข้ามาในเกมนี้จนได้
“เคยถาม แต่ไม่เคยได้คำตอบ และถ้าพี่คิดที่จะบอกเล่าความการกระทำมั่วๆของพี่ให้ผมฟังตอนนี้ เลิกคิดเถอะ หูของผมรับฟังได้เฉพาะเรื่องดีๆเท่านั้น”
“ก็ถ้าคิดว่าสิ่งที่พี่คิดจะบอกต่อไปนี้มันเลวร้ายมากนัก ก็ขอให้ฟังหูซ้ายแล้วทะลุออกหุขวาละกัน”
เป็นครั้งแรกที่วิศรุตขึ้นเสียงในเชิงประชด ปรมินทร์จะรู้มั๊ยว่าเขากำลังน้อยใจ ที่ไม่ว่าจะเอ่ยอะไร ทำอะไร ก็ดูจะขัดใจไปซะทุกเรื่อง
ปรมินทร์ยอมเงียบไม่โต้ตอบ เมื่อเห็นแววตาอีกฝ่ายที่ทอดมองตนอย่างคนตัดพ้อ
แค่ยอมเงียบ..ไม่ได้ยอมแพ้ใจตัวเอง!!
“จำได้มั๊ยครั้งแรกที่เราเจอกัน พี่เล่าอะไรให้ฟังบ้าง”
วิศรุตเอ่ยนำเมื่อเห็นคู่สนทนายอมสงบอารมณ์ แต่แววตาที่มองท้าทายเขา มันทำให้เขามองหาปรมินทร์คนเดิมไม่เจอเลยจริงๆ
“อาร์มคือ คนที่พี่บอกว่าทิ้งพี่ไปนั่นแหละ”
“แฟนเก่างั้นสิ”
ปรมินทร์พูดเสริมขึ้นทันควัน ที่แท้อธิศรก็ถ่านไฟเก่าที่กลับมาครุกรุ่นอีกครั้งนี่เอง
วิศรุตพยักหน้ารับอย่างยอมจำนน น่าแปลกที่วันนี้เขารู้สึกละอายใจจนยากที่จะหาคำใดมาอธิบายให้ปรมินทร์รับรู้ว่าเขาเสียใจกับสิ่งที่เขาทำแค่ไหน ช่วงเวลากว่าสัปดาห์ที่คนๆนี้หายไปจากชีวิตเขาอย่างไร้วี่แววที่เขาจะตามหาเจอ แม้มันจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่นั่นมันเป็นบทพิสูจน์ได้ดีไม่ใช่เหรอว่า จริงๆแล้วเขารักใครกันแน่ ระหว่างคนรักเก่า กับคนรักใหม่
อธิศรอาจทำให้เขาพึงใจในรสชาติของชีวิตในส่วนลึกที่จิตใจของปุถุชนยังต้องการ แต่สาบานได้ว่าวันนี้เขารู้สึกแล้วว่าสิ่งนั้นมันเป็นแค่ของฉาบฉวย ระยะเวลายาวนานที่ปรมินทร์เคยคอยดูแลใส่ใจเขา ช่วยลบรอยแผลใจให้ต่างหากที่มีค่าที่น่าจะจดจำกว่า แม้รอยแผลนั่นจะไม่หายไปซะทีเดียว แต่เขาก็เถียงไม่ได้ว่ามันจางลงจนแทบจะเลือนลาง แล้วอะไรกันนะที่ทำให้เขานึกเบื่อคนที่แสนดีคนนี้ขึ้นมา ใช่สิ เขาเคยมั่นใจว่าปรมินทร์คงไม่มีทางทิ้งเขาไป ประกอบกับคนของเมื่อวานได้ก้าวเข้ามาถูกจังหวะ ถูกเวลา กิเลสตัณหาที่ยังตัดไม่ขาดเลยทำให้หัวใจก้าวพลาดถลำลึกอย่างช่วยไม่ได้ สมแล้วล่ะที่คนตรงหน้าตราหน้าว่าเขา มั่วอย่างโสโครกโสมม แต่คนโสโครกโสมมคนนี้ก็พร้อมที่จะล้างกิเลสตัวเอง หากว่าคนคนตราหน้าจะให้โอกาสซักครั้ง
“หมดสิ่งที่จะบอกหรือยัง ถ้าหมดแล้วก็เชิญ”
ปรมินทร์ข่มเสียงเอ่ยขึ้นแล้วเดินไปทางโต๊ะริมประตูที่วิศรุตได้วางแจกันแก้วใบนั้นลงไปชายหนุ่มผายมือไปทางประตูเป็นเชิงไล่
“เข้าใจในสิ่งที่พี่ทำด้วยนะปักษ์”
คนถูกไล่รั้นที่จะอธิบายต่อ เมื่อเห็นคนไล่ลดมือลงและยอมเงียบอีกครั้งจึงตัดสินใจเดินเข้าไปหา
สองสายตามองสบกันเมื่อใบหน้าห่างกันแค่ไม่ถึงคืบ วิศรุตอยากที่จะรวบร่างสูงบางตรงหน้าเข้ามากอดเสียเหลือเกิน หนุ่มใหญ่รู้ว่าฝ่ายนั้นคงจะนึกเจ็บปวดเสียใจที่เขาเพิ่งมาเห็นค่าเอาตอนนี้ ก็ดูสิจากแววตาแข็งกร้าวที่เคยมองจ้องเขาในช่วงเวลาที่สนทนากันอยู่ถูกแทนที่ด้วยแววตาตัดพ้อ ความใกล้กันของแววตาทำให้เขาเห็นรอยรื้นระริกในแววตาอีกฝ่าย
“ปักษ์ พี่ขอโทษ”
หนุ่มใหญ่เอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกผิดเหลือล้น พลางคิดจะเอื้อมมือไปรวบฝ่ายนั้นเข้ามากอดเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เขาพูดเขาเอ่ยมันออกมาจากหัวใจที่พร้อมจะรับผิดจริงๆ แต่แล้วร่างสูงทั้งร่างถึงกับสะท้านขนลุกชันไปทุกเส้นเมื่อได้ยินเสียงวัตถุบางอย่างปะทะเข้าที่ขมับ หนุ่มใหญ่ร้องโอ้ยย!! ขึ้นสุดเสียง ก่อนความเจ็บปวดจะแล่นปรี๊ดขึ้นสมอง สายตาพร่ามัวไปชั่วขณะเมื่อรู้สึกถึงของเหลวบางอย่างซ่านกระเซ็นเข้าใส่เต็มใบหน้า ตาคู่คมจึงถูกหลับลงอัตโนมัติ กลิ่นคาวของของเหลวเมื่อครู่ทำให้คนหลับตาตกใจถึงขีดสุด ร่างสูงเซเล็กน้อย มือที่เอื้อมไปข้างหน้าถูกดึงกลับมาลูบที่ที่เปลือกตาตัวเองก่อนจะลืมตาขึ้นมองดู
เลือดสีแดงสดเปรอะเต็มนิ้วมือทั้งห้า แม้ในหัวจะมึนงง เซๆแต่คนเห็นเลือดตัวเองยังมีสติที่จะมองไปข้างหน้า
ตามเนื้อตัวและใบหน้าบางส่วนของปรมินทร์เปรอะไปด้วยเลือดเช่นกัน แน่ล่ะ มันไม่ใช่เลือดเจ้าตัว มันเป็นเลือดที่ซ่านกระเซ็นออกจากขมับข้างซ้ายของเขา ในมือข้างขวาของคนตรงหน้าที่วางต่ำลงมีแจกันแก้วที่เปื้อนเลือดติดอยู่
“บอกแล้วไง ว่าอย่าเข้าใกล้ผม”
คนถือแจกันเปื้อนเลือดเอ่ยเสียงสั่น ไม่ต่างกับร่างกายที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ไหวเมื่อเห็นเลือดแดงสดไหลย้อยออกจากขมับคนตรงหน้าไม่หยุด ชายหนุ่มหลบตาต่ำลงอย่างเร็ว เมื่อน้ำตาตัวเองพาลจะไหลออกมาดื้อๆ
จะสงสารเขาทำไมล่ะหัวใจ ทีกับเจ้า เขาเคยสงสารหรือไร?
วิศรุตยืนนิ่งไม่ไหวติง หนุ่มใหญ่ไร้เรี่ยวแรงที่จะขยับ ทุกอย่างที่มองเห็นเหมือนหมุนคว้าง นี่หรือเปล่าที่ใครๆเรียกกันว่าล้มทั้งยืน เลือดยังไหลไม่ยอมหยุด จากแรงปะทะของแจกันแก้วทั้งใบคงฉีกขมับเขาให้เป็นแผลกว้างได้อย่างไม่ต้องสงสัย หนุ่มใหญ่อดคิดไม่ได้ว่าหากแจกันในมือคนฟาดแตกกระจาย เศษแก้วคงทิ่มนัยน์ตาเขาอย่างหมดทางเลี่ยง ในใจคิดเข้าข้างตัวเองเงียบๆว่าคนฟาดคงยังไม่ต้องการให้เขาอยู่ในโลกมืด เขายังต้องอยู่เห็นและชดใช้การกระทำที่ผิดพลาดของตัวเองสินะ ถึงจะสาสม
ร่างสูงตรงหน้าทรุดฮวบลงแทบเท้า ก่อนจะราบไปกับพื้ห้องในที่สุด พร้อมๆกับน้ำตาหยดแรกของคนที่ยืนคุมสติตัวเองไหลรินตามหลัง
แม้น้ำตาจะไหลแต่ใช่ว่าทิฐิในใจจะลดลง อารมณ์ร้ายที่กำลังจะอ่อนโรย ถูกไฟแห่งความชิงชังรังเกียจพัดวีให้ให้ลุกโชนขึ้นมาอีก เมื่อนึกถึงถ้อยคำพรรณนาบอกรักของคนแทบเท้าที่พร่ำเพ้อบอกกับคนรักเก่าขณะเกี่ยวพันร่านสวาทกันอยู่
หยดน้ำตาถูกปาดออกจากสองแก้ม ปลายเท้าก้าวถอยออกห่างร่างที่นอนหมดสติจมลิ่มเลือดอยู่แทบพื้น
ชายหนุ่มเดินถอยออกมามองร่างนั้นห่างๆอย่างแววตาที่ไร้ความรู้สึก เมื่อมองจนหนำใจจึงเดินไปโทรหาคนรู้จัก เพื่อมาจัดการช่วยเอาร่างนี้ออกไปให้พ้นห้อง
ปรมินทร์ไม่เลือกที่จะโทรหาเพื่อนซี้อย่างอานนท์ คนที่ถูกเลือกโทรหาตอนนี้คือ ….
….เพื่อนใหม่อย่าง.....ธนู....
.
.
.
TBC

น้ำค้าง

  • บุคคลทั่วไป
ดีนะ ปักษ์ทำดีมาก เอาเลือดชั่วของวิศรุตออกมาซะมั่ง
เค้าเรียกว่าเลือดมันต้องล้างด้วยเลือด

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
ดีมากปักษ์ จัดการเลย  :m27:  :m27:  :m27:

ออฟไลน์ DeShiWa

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4379
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +150/-8
 :impress: :impress: :impress:

ปักท์ทำแรงไปนะครับ ยังไงก็สะใจดีครับผม

ธนู คือคนที่ฆ่าตัวตาย หรือป่าวครับ

สนุกมากครับผม แล้วจะติดตามเรื่อยๆๆนะครับ

ชอบมากเลย แต่มาต่อให้ช้าอะครับ ก็เข้าใจช่วงนี้

ช่วงกำลังจะสอบ ครับ อิอิ

 :impress: :impress: :impress:

nanao

  • บุคคลทั่วไป
โอ้ โหดอย่างแรงปักษ์เวอร์ชั่นใหม่  o22

jammy

  • บุคคลทั่วไป
โหดดี กลายเป็นว่าสงสารอีกฝ่ายเเทนงะเหอๆ  :m29:

ออฟไลน์ pongsj

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6055
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +213/-9
ปักษ์ไม่น่าใช้ความรุนแรงเลยอ่ะ

ให้เค้าทรมานกับความผิดที่เค้าทำไว้เอง สะใจกว่าเยอะเลย

pueng1111

  • บุคคลทั่วไป
สุดยอดเลยปักษ์ ดีแล้วคนแบบนั้น

ก็ต้องเจอแบบนี้แหละ :a14:

gobgab

  • บุคคลทั่วไป

............คนเรามักจะหลงตัณหามากกว่าค่าของความรัก............ :undecided: :undecided:

niph

  • บุคคลทั่วไป
 :m1:
เค้าม่ายช่ายคนซาดิสต์นะ
แต่ว่า สะจายยยยยยยย
อย่างแรง  :m4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






kYos

  • บุคคลทั่วไป
โฮะๆ เลือดตก ยางออกกันเลยทีเดียว  ไฟรักนี่มันน่ากลัวจริงๆ

เข้ามากระทู้นี้แล้ว ร้อนนนน มาก   อยู่นานไม่ได้

ต้องรีบไปก่อนล่ะ  อิอิ... :laugh: :laugh:

ออฟไลน์ ErosAmor

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 851
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-2
ไฟรักแปรแปลี่ยนเป็นไฟแค้น หึหึ

ได้ใจมากเลยค่ะ สุดยอดนั่งเชียร์ปักษ์

แรงมาก็แรงตอบ ให้สามสมกับที่มันทำ อย่าได้ยอมแพ้ อ๊ากๆ อินเกินพิกัด

อ่านตอนแรกเเล้วรู้สึกอยากฆ่าอาร์ม อยากตบเเล้วก็เขย่าหัวของวิศรุต

พออ่านมาตอนท้ายๆ สุดๆจะสะใจ อย่างนี้ล่ะ  o13 กลายเป็นคนซาดิสต์แล้วเรา

ออฟไลน์ Junrai_Hyper™

  • พูห์น้อยกลอยใจ
  • Global Moderator
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4842
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +777/-50

ตอนที่ 8

วิศรุตรู้สึกตัวขึ้นมาในสภาพที่ตัวเองถูกพันด้วยผ้าขาวไว้ที่ศีรษะ หนุ่มใหญ่มองไปรอบห้อง ใครกันพาเขามาส่งที่โรงพยาบาล ใช่สิ นาทีสุดท้ายก่อนที่เขาจะหมดสติ เขาอยู่กับปรมินทร์ ฝ่ายนั้นคงเป็นคนพาเขามาที่นี่
วิศรุตนึกใจชื้น อย่างน้อยปรมินทร์ก็ไม่ได้เย็นชา หรือร้ายกาจกับเขามากนัก
ประตูห้องถูกเปิด บุคคลสองคนก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้ม วิศรุตยันกายลุกขึ้นนั่งมองไปยังสองคนที่เดินมาหยุดข้างเตียง
คนหนึ่งเป็นนายแพทย์สูงวัย อีกคนเป็นพยาบาลสาว
“สวัสดีครับหมอ”
หนุ่มใหญ่ยกมือไหว้ชายสูงวัย ก่อนจะหันไปยิ้มทักทายพยาบาลสาว ที่เดินยิ้มเข้ามาแต่แรก
“ฟื้นแล้วเหรอครับ ยังเจ็บแผลอยู่หรือเปล่า”
นายแพทย์สูงวัยเอ่ยถามหลังจากรับไหว้เสร็จ วิศรุตพยักหน้ารับ ยิ้มให้เจื่อนๆ เพราะยังรู้สึกตึงๆมึนๆ ชาๆ ที่แผล ท่าทางเขาน่าจะโดนเย็บไปหลายเข็ม
“ถ้าอยากจะกลับบ้าน ก็แจ้งเรานะคะ เพราะอาการคุณไม่เป็นอะไรมาก แผลที่แตกมาคุณหมอได้ยิ้มให้แล้ว อีกไม่นานก็คงจะสนิท”
พยาบาลสาวเอ่ยบอกยิ้มๆตามแบบฉบับคนใจดี
“ขอบคุณครับ ผมว่าผมจะขอกลับเลยก็ดี”
วิศรุตตอบรับ พยาบาลสาวแค่ยิ้มรับรู้ ก่อนหมอใหญ่จะเอ่ยกับคนไข้
“แผลของคุณเหมือนโดนตีด้วยของแข็งมา ไม่ทราบว่าคุณวิศรุตจะให้เราเตรียมหลักฐานผลการตรวจร่างกายให้หรือเปล่าครับ เผื่อจะใช้ฟ้องร้องคู่กรณี”
“อ๋อ ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมาก ผมแค่หกล้มหัวฟาดพื้นมา ไม่ได้ไปมีเรื่องอะไรกับใคร ว่าแต่ คนที่พาผมมาที่นี่ยังอยู่มั๊ยครับ”
พยาบาลสาวกับนายแพทย์ใหญ่มองหน้ากันงงๆ เพราะต่างก็รู้ดีว่าแผลที่เพิ่งเย็บกันไป ยี่สิบกว่าเข็มเกิดจากอะไร แต่ในเมื่อคนเจ็บไม่มีประสงค์ที่จะเอาเรื่องคู่กรณี พวกเขาก็ไม่มีสิทธิไปวุ่นวายหรือก้าวก่าย
“คุณ ธนู กลับไปแล้วค่ะ”
พยาบาลสาวคนเดิมบอก วิศรุตฉงนขึ้นมา
“ธนู ธนูไหนครับ ไม่ใช่ปรมินทร์เหรอครับ ที่พาผมมาที่นี่”
หนุ่มใหญ่เอ่ยถาม
“เปล่านี่คะ ตามหลักฐานที่แจ้งทางเรา คุณธนู เป็นคนพาคุณวิศรุตมาที่นี่ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”
พยาบาลสาวยืนยันคำเดิม ก่อนจะถามถึงอาการฉงนของคนสงสัย
“ปะ เปล่าครับ”
วิศรุตบอก ก่อนจะยิ้มเจื่อนๆอีกรอบ ก้มหน้าต่ำลงอย่างคนใช้ความคิด
ธนู คือใคร?
.
.
.
.
.
.
.
ภายใต้แสงไฟนีออนริมถนนยามค่ำคืน ปรมินทร์เดินกอดอกเดินเหม่อด้วยท่าทางเลื่อนลอย คนที่เดินข้างกายสังเกตเห็นจึงอดถามขึ้นมาไม่ได้
“ท่าทางดูไม่สบายใจเลยนะครับ”
ปรมินทร์หันมองหน้าคนถาม รอยยิ้มเล็กๆผุดขึ้นบนใบหน้า แต่ทว่าสายตากลับไม่ยิ้มตาม
“ผมเข้าใจความรู้สึกคุณนะปักษ์”
ธนู เอ่ยขึ้นอีก พลางยิ้มให้กำลังใจคนเดินเหม่ออย่างคนเข้าใจความรู้สึก มันเป็นการยากที่ใครซักคนจะตัดใจจากคนที่ตัวเองเคยรักเคยผูกพันด้วยอย่างสุดหัวใจ
ปรมินทร์ระบายอะไรๆให้เขาฟังจนหมดตอนที่ต่างฝ่ายต่างนั่งปรับทุกข์ให้กันและกันฟังในคืนนั้นตอนอยู่ริมหาด แม้ตอนสุดท้ายภายใต้หมู่ดาวระยิบ คนระบายความอัดอั้นตันใจจะปาดน้ำตาออกจากแก้ม หลังร้องให้จนตัวโยน แล้วบอกกับเขาว่าต่อไปจะเป็นคนใหม่ ที่เข้มแข็ง และพร้อมที่จะทวงคืนความเจ็บปวดที่วิศรุตได้ฝากเอาไว้ เขาเห็นใจและเข้าใจ เป็นใคร ใครก็คงจะแค้นที่อยู่ดีๆได้รับรู้ว่าคนรักของตัวเอง พร่ำเพ้อรำพันบอกรักใครก็ไม่รู้ที่นอนกกกอดกัน โดยไม่สนใจว่าตัวจริงของตัวเองจะอยู่จะเป็นยังไง หรือถ้าจริงๆแล้ว คนที่เป็นตัวสำรองคือคนที่เล่าเรื่องราวให้เขา อย่างนั้นคนเล่าเรื่องราวก็คงจะเจ็บปวดไม่ต่างกัน แต่ยังไงก็คงจะเจ็บน้อยกว่ากับการเป็นตัวจริงที่ถูกลืม
“น่าอายเนาะ ผมน่าจะเป็นฝ่ายปลอบโยนคุณ แต่คุณกลับเป็นฝ่ายมาปลอบโยนผมซะเอง ทั้งๆที่ปัญหาของผมมันเทียบไม่ได้เลยกับปัญหาของคุณ”
ปรมินทร์เอ่ยออกมาอย่างรู้สึกละอายที่ซ่อนความอ่อนแอเอาไว้ไม่มิด ทำไมหนอหัวใจที่กล้าแกร่งตอนอยู่ต่อหน้าคนนึกแค้น กลับอ่อนล้าโรยรา หลังอยู่ห่างเจ้าตัว ยิ่งรับรู้ว่าฝ่ายนั้นโดนเย็บแผลไปมากกว่ายี่สิบเข็มจากฝีมือของตัวเอง ก็ยิ่งว้าวุ่นจนยากที่จะห้ามใจไม่ให้นึกห่วงไม่ได้
...แต่ยังไงก็ต้องห้าม!!
“อยากกลับไปเยี่ยมเขามั๊ย”
ธนูเอ่ยถามเมื่อเห็นอาการคนข้างกายเลื่อนลอยขึ้นไปอีก
“ป่านนี้ คนของเขาคงมาหากันแล้วมั้งครับ”
ปรมินทร์ตอบ หลอกตัวเองไม่ได้หรอกว่ารู้สึกเจ็บในใจขึ้นมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงว่า ป่านนี้วิศรุตคงกำลังถูกดูแลเอาใจใส่จากคนรักเก่าอย่างอธิศรอยู่อย่างแน่นอนที่สุด
“ตกลงปักษ์ได้คำตอบหรือยังว่า นายอาร์มนั่น คบกับพี่วิชญ์ของปักษ์แบบไหน”
ธนูถามถึงความเป็นไปจากสิ่งที่เคยได้ยิน แต่ยังคลุมเครือ เพราะคนเล่าตอนนั้นยังไม่รู้อะไรแน่ชัดเหมือนกัน เจ้าตัวรู้แค่ว่าสิ่งที่โดนรุมกระทำจากคนสองคนมันเจ็บปวดซะจนกระอัก
“รู้แล้วครับ”
ปรมินทร์ตอบ ก่อนจะยิ้มสมเพชตัวเอง ที่รับรู้ว่าจริงๆแล้วตัวเองก็เป็นแค่ส่วนเกินของชีวิตคนสองคนที่ยังตัดกันไม่ขาด มันเจ็บปวดซะยิ่งกว่าที่เคยคิดไว้เสียอีกว่า อธิศรเป็นแค่ของฉาบฉวย เป็นแค่ของเล่นระบายอารมณ์ใคร่ของคนไม่รู้จักพอ
เรื่องจริงที่รับรู้มันไม่ใช่อย่างนั้น อธิศร คงมีความสำคัญในใจวิศรุตมากกว่าเขา มันเป็นความจริงที่หัวใจต้องยอมรับ ยอมรับว่าตัวเองน่ะเองที่เป็นของเล่นชั่วครั้งชั่วคราวที่คนเล่นนึกเบื่อแล้วเหวี่ยงปาทิ้งลงถังขยะ ยิ่งตัวจริงของคนเหวี่ยงทิ้งกลับมา ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจว่าตัวเองไร้ค่ายิ่งถาโถมเข้ากระหน่ำให้ใจเจิ่งนองด้วยน้ำตา
“อธิศรเคยเป็นแฟนกับพี่วิชญ์มาก่อนหน้าผม”
ปรมินทร์บอกเสียงสั่นเมื่อเห็นคนเดินข้างกายตั้งใจฟัง
ธนูถึงกับถอนหายใจ หนุ่มใหญ่เอื้อมมือไปแตะไหล่คนเสียงสั่นแล้วตบเบาๆเป็นเชิงปลอบ
ขณะเดียวกันที่ทางด้านหลัง มีเสียงตะโกนโหวกเหวกและเสียงฝีเท้าวิ่งไล่กันมาอย่างกระชั้นชิด คนสองคนที่กำลังเดินคู่กันอยู่เอี้ยวตัวหันไปมอง
ปรมินทร์มองร่างคุ้นตาที่กำลังวิ่งตีคู่มากับใครอีกคนที่เขาไม่รู้จักมาทางที่เขากับธนูยืนอยู่ ข้างร่างที่กำลังวิ่งคู่กันมา เป็นกลุ่มชายฉกรรจ์สามสี่คนวิ่งตามมาอย่างท่าทางเอาเรื่อง
“ช่วยด้วย ครับช่วยด้วย”
คนที่ปรมินทร์ไม่รู้จักร้องเสียงดังเมื่อวิ่งมาถึงร่างเขา ปรมินทร์ไม่สนใจคนร้อง สายตาเจ้าตัวจ้องมองไปยังอีกคนที่เขารู้จักดี
วิ่งกระเซอะกระเซิงหนีใครกันมานะ นาย อธิศร
อธิศร ชะงักงัน ยืนนิ่งเหมือนโดนผีหลอก เมื่อเห็นแววตาวาวโรจน์ที่ปรมินทร์มองมาทางเขา สีหน้าเจ้าของแววตานั่นเรียบนิ่งสนิท แม้กิตติกรเพื่อเขาจะวิ่งไปเกาะตัวเข้าซ่อนด้านหลังร่างนั้นแล้วก็ตาม เจ้าของร่างยังยืนจ้องหน้าเขาอย่างไม่ไหวติง
“เฮ้ย คุณสองคนไม่เกี่ยวถอยไป”
หนึ่งในชายฉกรรจ์ทั้งสี่เอ่ยตวาดเสียงดังเมื่อวิ่งมาหยุดอยู่สมทบเผชิญหน้ากัน อธิศรได้สติหันไปมองอีกคนที่ยืนข้างๆมารเงินแสนอย่างปรมินทร์
..ไอ้เกย์ขี้วีนนี่มันคั่วใครได้ใหม่อีก ฝีมือใช้ได้นี่ ท่าทางจะคงคอนเซปหนุ่มใหญ่ ฐานะดี ดูสิ อีตาหน้าเข้มนี่ ดุภูมิฐานน้อยกว่าวิศรุตซะเมื่อไหร่...
เด็กหนุ่มนึกคิดในใจ ก่อนจะสะท้านไปทั้งร่างเมื่อได้มองสบตาคนที่ใช้สายตาพินิจ แววตาคมกริบนั่นช่างมีเสน่ห์ยั่วยวนเลือดในกายเขาซะเหลือเกิน
ปรมินทร์เหลือบมองธนูที่กำลังจ้องมองอธิศรตาไม่กระพริบ ท่าทางหนุ่มใหญ่รายนี้จะตกภวังค์ในรูปกายที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของหนุ่มวัยกลัดมันอย่างอธิศรเข้าอีกราย
“เฮ้ย พวกมึงสองคน ตามพวกกูไปซะดีๆ”
กลุ่มชายฉกรรจ์ตะคอกขึ้นใหม่ ทำให้ธนูละสายตาจากร่างกำยำในเสื้อผ้าแฟชั่นเข้ารูปของคนที่มองเขาตาไม่กระพริบ หนุ่มใหญ่หันไปสนใจกลุ่มคนตะคอกเอ่ยถามอย่างคนมีสติ ไม่ลนลาน
“มีอะไรกันเหรอครับ”
“บอกแล้วไง คุณสองคนไม่เกี่ยว ผมต้องการแค่ไอ้สองตัวนี่”
หนึ่งในนั้นเอ่ยตอบพลางตรงจะเข้าฉุดร่างอธิศรที่ยืนไร้คนกำบัง กิตติกรน่ะหรือ ซ่อนอยู่ข้างหลังปรมินทร์อย่างคนกลัวสุดขีด
“ช่วยพวกเราด้วยนะครับ ไอ้พวกนี้มันเป็นพวกอันธพาลครับ”
อธิศรตรงเข้าเกาะตัวคนภูมิฐาน ปรมินทร์มองดูพฤติกรรมเงียบๆ นึกระอาเมื่อเห็นอธิศรตั้งใจใช้ร่างกายบางส่วนเบียดเสียดหน้าขาธนูอย่างเนียบเนียน
ธนูหันมาสบตาปรมินทร์ คนถูกหันมองหลบตาหันไปมองกิติกรอย่างนึกรำคาญ ถ้าเป็นใครก็ตามที่ไม่ได้มากับอธิศรเขาคงจะเห็นใจกับอาการคนลนลานหน้าซีดซุกหลังเขาแบบนี้ แต่นายนี่ น่าจะเป็นเพื่อนคู่อริหัวใจ แต่ชายหนุ่มก็จำใจนิ่งเงียบไม่โวยวาย เลือกที่จะหันไปเอ่ยกับธนูแทน
“อย่าไปยุ่งกะพวกเขาเลยครับธนู”
....ไอ้นี่ หวงก้างใช้ได้นะมึง ท่าทางมันคงจะคั่วกันอยู่จริงๆ....
อธิศรนึกคิดประโยคนั่นในใจ สู้สายตาคนไม่อยากยุ่งเรื่องของเขากับเพื่อนไม่ถอย
“พี่ธนู ช่วยเราด้วยนะครับ พวกนี้มันจะฆ่าเรา”
เด็กหนุ่มหันมาอ้อนวอนคนที่ตัวเองตั้งใจเบียดเสียดร่างกายในวัยหนุ่มใส่เต็มที่หลังรู้ชื่อเจ้าตัวจากปากปรมินทร์
“ก็ตามใจครับ ถ้าคุณธนูอยากจะยุ่งเรื่องนี้ ผมก็ไม่มีสิทธิ์ห้าม แต่ผมขอตัวนะครับ”
ปรมินทร์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นธนูหันมามองหน้าขอความเห็น คนไม่อยากยุ่ง แกะมือคนที่ตัวไม่รู้จักออกจากกาย แล้วเดินหนีไปเงียบๆ ธนูชะงักคิดจะตามไป แต่ติดที่กิติกรโผเข้าเกาะอีกคน จึงยืนอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดอย่างเลี่ยงไม่ได้
.
.
.
.
.
.
.
ปรมินทร์เดินหนีมาเงียบๆจากตรงนั้น ทรุดนั่งตรงม้านั่งริมทางเดินเมื่อรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ แม้ตอนแรกจะเคยนึกเกลียดชิงชังอธิศรเท่าไร แต่วันนี้พอได้รู้ว่าอธิศรเป็นคนที่มาก่อนเขา ชายหนุ่มก็นึกปลงอย่างประหลาด จนไม่อยากที่จะยุ่งวุ่นวายกับเจ้าตัวอีก และจากสายตาที่อธิศรมองธนูเมื่อครู่ทำให้เขานึกถึงคนที่ได้แผลขึ้นมาจากฝีมือเขา
อธิศร ทำไมนายไม่ไปอยู่เฝ้าดูแลพี่วิชญ์ ตกลงนายเป็นคนยังไงกันแน่
“ปักษ์”
เสียงคุ้นหูดังขึ้นทางด้านหลัง คนถูกเรียกชื่อหันควับไปมองอย่างเร็ว ก่อนลุกขึ้นคิดจะเดินหนีเมื่อมองเห็นคนเรียกเป็นชายร่างสูงที่รอบศีรษะถูกพันไว้ด้วยผ้าขาว
“เดี๋ยวสิปักษ์ จะหนีพี่ไปไหนครับ”
วิศรุตร้องตามอย่างอ่อนโยนและสุภาพเมื่อเห็นว่าหัวใจตัวเองจะปลิวหนีไปอีกรอบ
ปรมินทร์ชะงัก ในใจวาบหวิวกับน้ำเสียงอ่อนโยนที่ส่งผ่านมาจากคนเรียก เมื่อก่อนวิศรุตก็เคยอ่อนโดยนกับเขาแบบนี้ อ่อนโยนจนเขาให้ใจไปหมดทั้งใจ
หนุ่มใหญ่เห็นหัวใจตัวเองนิ่งอยู่กับที่ จึงเดินไปเพื่อคิดจะเอื้อมมันมาไว้ในมือดังเดิม
และเขาก็ผ่านด่านแรกได้สำเร็จเมื่อมือนุ่มเอื้อมไปจับกุมสัมผัสมืออีกฝ่ายได้โดยที่ฝ่ายนั้นไม่มีอาการต่อต้าน หนำซ้ำเขายังรู้สึกได้ว่ามือข้างนั้นที่เขากุมอยู่เริ่มที่จะบีบกุมตอบรับมือเขา หนุ่มใหญ่รู้สึกตื้นในอกจนคิดจะรวบร่างคนสิ้นฤทธิ์เข้ามากอดโดยแคร์สายตาผู้คน แต่เขาก็ยังไม่ทันได้ลงมือทำอย่างที่คิด เมื่อเสียงเรียกชื่อเขาดังลั่นแหวกอากาศมาให้ได้ยิน
“พี่วิชญ์”
สองคนที่ยืนจับมือกันหันไปมองต้นเสียง คนสามคนที่เดินกันมา สองในนั่นปรมินทร์รู้จัก แต่วิศรุต รู้จักเพียงแค่คนเดียวคือคนที่เรียกชื่อเขาเมื่อครู่ อธิศรนั่นเอง
สองมือที่กำลังประสานหลุดออกจากกันโดยอัตโนมัติ ปรมินทร์เลือกที่จะเดินหนีโดยทันควัน เมื่อรู้สึกเกลียดใจตัวเองที่เผลอทำอะไรโง่ๆลงไป
“ปักษ์/ปักษ์”
สองเสียงเอ่ยเรียกตามหลังคนเดินหนีขึ้นพร้อมกัน ก่อนจะหันมองสบตากันเอง วิศรุตคุ้นหน้า คนใจตรงกันกับเขาซะเหลือเกิน แต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน
ธนูเลิกใส่ใจสายตาสงสัยวิศรุต หนุ่มใหญ่ออกตัววิ่งตามปรมินทร์ไป ท่ามกลางสายตาริษยา เกลียดชังของใครบางคน
อธิศรเก็บอาการริษยา อิจฉา และเคียดแค้นปรมินทร์ไว้ในอก ดูเอาเถอะ รูปกายเขาที่เหนือกว่ามันทุกอย่างกลับมัดใจใครไม่ได้เลย ซักวันเถอะ ซักวัน มันจะต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง จนยากที่จะเรียกร้องมันกลับคืน
“พี่วิชญ์จะไปไหนน่ะ”
คนนึกแค้นรีบถามขึ้นเมื่อจู่ๆ วิศรุตทำท่าจะผละหนีจากเขาไปอีกคน
“ไปตามปักษ์”
คนโดนถามตอบตรงๆ ไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องหลอกใจตัวเองได้อีก
“ไม่เห็นเหรอว่าคู่ขาเขาวิ่งตามกันไปแล้ว จะไปเป็นก้างเขาทำไมกัน”
อธิศรใส่ไฟ กิติกรที่ยืนฟังอยู่ด้วยทำหน้าเหรอหรา ก็เมื่อซักครู่ที่เดินด้วยกันมากับธนู หนุ่มใหญ่คนนั้นบอกแค่ว่าเป็นคนรู้จักกับนายปรมินทร์นั่นเฉยๆนี่นา นึกแล้วก็แค้นชิบ นี่ถ้ารู้ว่าคนที่ตัวเองซุกข้างหลังอยู๋ เป็นมารเงินแสนของเพื่อนนะ จะผลักมันให้ไอ้พวกที่ตามทวงหนี้จัดการซะให้น่วม มิน่าล่ะ ทำเย็นชาไม่ยินดียินร้ายกับพวกเขา ซักวันเถอะมึง จะตอบแทนความมีน้ำใจให้สาสมเชียว
“ผู้ชายคนนั้นเป็นใครนะอาร์ม”
..
..
..

jammy

  • บุคคลทั่วไป
ยังตามมาจองเวรอีกนะเนี่ยเหอๆ :a6:

ออฟไลน์ มูมู่น้อย

  • Global Moderator
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2623
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +468/-12
อดิศรกับพวก  ออกมาทีไร  อยากจับกดน้ำ จับตบๆๆๆๆๆๆ (อินโคดๆ)  :angry2:
ไอ้พี่วิชญ์นี่ก็ไม่น่าเชื่อจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือขนาดนี้  คนเรา 
อ่านๆ ไปเริ่มใจอ่อนเรยย  ไม่อยากบอกว่าก็ยังแอบเชียร์ให้ดีกันอยู่นะ 
แต่ขอแก้แค้นก่อน คึคึ

รออ่านต่อค้าบบ  :a2:

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
 :เฮ้อ: ตัดบัวยังเหลือใย  :เฮ้อ:

ออฟไลน์ pongsj

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6055
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +213/-9
อ้อาร์มนี้...........เลวได้คงเส้นคงวาจิงเลยเนี่ย

ออฟไลน์ Amamiya

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 100
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
เวรย่อมระงับด้วยการทำเวร...เฮ้ย...การไม่จองเวรดิ.. :m21:

แต่เจออย่างนี้จะเฉยๆไว้ก้อกะไรอยู่อ่ะนะ...

สู้ๆๆไปเลยปักษ์... :a2:

nanao

  • บุคคลทั่วไป
ไม่รู้จะเห็นใจใครดี  :undecided:

นางมารร้าย

  • บุคคลทั่วไป
อธิศร เลวได้เสมอต้นเสมอปลายจริงๆ   :เฮ้อ:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด