รักนี่7วัน..Rewrite เพิ่มเติม
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: รักนี่7วัน..Rewrite เพิ่มเติม  (อ่าน 30877 ครั้ง)

ออฟไลน์ หัวเเม่มือ

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 804
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-1
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้

1.ห้ามละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์  และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด
โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน

ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

6.อย่าพูดคุย ทักทาย นักเขียน คนอ่่านโดยรีพลายดังกล่าวไม่เกี่ยวพันกับนิยายให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรคอมเม้นต์สักคอมเม้นต์เีดียวก็เพียงพอแล้ว ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และทำลิงค์โยงมายังนิยาย และให้นักเขียนทุกคนทำลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยเกี่ยวกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วย เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-09-2022 22:59:58 โดย หัวเเม่มือ »

ออฟไลน์ หัวเเม่มือ

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 804
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-1
Rewrite รักนี้7 วัน
«ตอบ #1 เมื่อ05-01-2011 18:07:18 »

ผมไม่รู้ว่าคนเรามีชีวิตอยู่ได้นานมากแค่ไหน จริงๆ แล้วควรทำอะไรเพื่อใครสักคน ตอนมีชีวิตอยู่หรือไม่ เคยคิดทำหรือนึกถึงสิ่งที่ผ่านมาแต่นั่นไม่แปลกอะไรในเมื่อตัวเราเองก็นึกอยู่กับแค่ตัวเองเท่านั้น ต่อเมื่อใกล้ตายแล้วกับเห็นสิ่งที่เราละเลยและสิ่งที่เคยคิด สิ่งที่เคยอยากทำอะไรกับใครมันก็ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว ในเมื่อร่างกายนี่หากใกล้แล้วซึ่งร่างไร้วิญญาณ

แล้วนี่ผมพร่ำบ่นเพื่ออะไรก็ไม่รู้อาจเพราะเหตุการณ์เมื่อเช้าฝังใจผมละมั่ง เกือบทุกเช้าผมมักเดินออกจากหอที่อยู่หน้ามหาลัยเดินออกมาเช่นปกติ แต่ทว่าสิ่งที่เหมือนปกติในทุกวันกับมีบางอย่างที่ต่างออกไป

เอี๊ยดดดดดดด ตึง เสียงเศษเหล็กดังแกร๊ก กระเด้งกระดอนกระจายตามพื้นถนน กลิ่นไหม้ลอยออกมาจากห้องเครื่องยนต์ พร้อมกลิ่นเศษเหล็กไหม้ลอยคลุ้งขึ้นเหนืออากาศ เสียงร้องกรีดดังแซงแซ่อย่างตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าที่ ที่เกิดขึ้นกลางคัน

มีสองรถยนต์ประสานงากันอย่างพังยับเยินของอีกฟากฝั่งของมหาลัย ซึ่งผมยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งไม่ไกลนัก ผมเห็นร่างผู้บาดเจ็บไถลออกมานอกรถเลือดที่ออกแทบทำให้ผมล้มทั้งยืนผมเห็นไม่ชัดว่าหน้าตาเขาเป็นอย่างไรแต่เลือดสีแดงนั้นทำเอาผมอยากจะอาเจียนออกมา ผมรู้อย่างเดียวว่าเขาเป็นนักศึกษาคนหนึ่งในมหาลัยของผม ผมไม่รู้ว่าเขาตายไหมแต่ผมนี่สิจะตายอยู่แล้ว ผมรู้สึกหน้ามืดวิงเวียงเมื่อเห็นเลือดเหล่านั้น หลายคนที่อยู่รอบด้านแต่มุ่งไม่กล้าเข้าไป บางคนหยิบโทรศัพท์เรียกรถพยาบาล แต่ผมกับเลือกเดินหนีออกมาอย่างว่องไว

ผมคิดว่า ไม่ว่ารถมันจะราคาสูงเฉียดฟ้าหรือต่ำเตี้ยติดดิน ของคนขับอย่างไรก็ไม่สามารถทำให้เขาพ้นจากความเจ็บนี่ได้เลย

“เอ ไอ้ เอ” เสียงเรียกจากเพื่อนคนข้างๆ เรียกสติผมกลับมา ผมมองไปยังไอ้เพื่อนตัวตัวใหญ่ผิดวิสัยของมนุษยชาติซึ่งคงมีการตัดต่อพันธุ์จีเอ็มโอ คงต้องโทษพ่อแม่มัน

“อะ เออ มัน คือ” ผมพูดแทบไม่เป็นภาษาทีเดียวแต่ผมรู้ตัวน่ะว่าผมพูดเป็นภาษาออกเสียงของภาษาไทยถ้าอ่านไม่ออกก็ไปอ่าน กอ ขอ คอ งอ ใหม่น่ะ หมายถึงผมเนี้ย

“ไอ้ห่าหน้าซีดเป็นไข่ต้มเชียว” ไอ้เพื่อนที่เพิ่งเดินเข้ามาช่วยลากผมออกไปจากตรงที่ยืนอยู่ เออดีมากพากูไปจากที่นี่ที ขาเขาสั่นอ่อนจนเดินไม่ไหวแล้ว

“เป็นไงบ้างมึง หน้าซีดเลย อ่ะน้ำ” มันส่งน้ำมาให้ผมดื่ม ผมได้กลิ่นตรงขอบปากขวด อี้ขี้ฟัน มึงเพิ่งกินไปใช่ไหม

“ขอบใจว่ะไอ้เป้” ไงก็ต้องขอบใจมันแต่ไม่ต้องแถมขี้ฟันมาให้ก็ได้ แล้วผมก็ยกน้ำขึ้นดื่มอีกครั้งจนแทบหมดขวด ทำให้อาการสั่นของผมเย็นลงได้อย่างรวดเร็ว

“รู้สึกไงบ้าง” ต้องตอบไหมวะทำเป็นนักข่าว CNN ไปได้ ตกใจซิว่ะไอ้บ้านิ



“ตายไหมว่ะ” ผมอดนึกถามไม่ได้ เลือดออกมาซะขนาดนั้นนี่หว่า ขนลุกชะมัดถึงผมจะไม่เห็นคนขับทั้งสองฝ่ายก็เหอะแต่ผมเดาว่าคนหนึ่งอาจจะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเราก็ได้

“เฮอ ไอ้เอ กรูอยู่กะเมิงตลอดจะรู้มะ” เออรู้เว้ยแต่ถามไม่ได้หรือไง

“ไม่รู้ว่ะ” ขอบใจที่อุตส่าห์ตอบ แต่ทีหลังไม่ต้องกวนตีน!!

“แม่งเอ้ย แคลคูลัสมึงเป็นไงบ้างอ่ะ” เป้เลี่ยงประเด็นออกไปอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้เพื่อนตรงหน้าเอาแต่คิดเรื่องอุบติเหตุตรงหน้า แต่ผมเครียดกว่าเรื่องเมื่อกี้อีกอ่ะ เพราะนี่มันแป็นเรื่องความเป็นความตายเหมือนกัน เผลอๆ คงตายมากกว่า ถ้าพ่อกับแม่รู้เขาว่าเกรดผมต่ำเรี่ยดินขนาดนี้ได้ตัดเงินค่าขนมผมแน่ๆ เลย

“ไม่รอดว่ะ ลงเรียนใหม่เทอมนี่กะน้อง” ปีที่แล้วผมมีปัญหานิดหน่อย ไม่ใช่ผมโง่น่ะจริงๆ อ่ะโง่ก็ได้คุณไม่เคยเรียนวิชานี้หรอ มันยากมากเลยนะ

“แล้วมึงจะทำยังไง” อยากรู้อะไรจริงว่ะ

“นัดกับพี่ที่เรียนแพทย์เขาจะติวให้” ผมบอกหมดแล้วน่ะอย่าซักไซ้ ให้มากความไม่ชอบเว้ย

“แล้วไปรู้จักเด็กแพทย์ได้ไงว่ะ” ไอ้นี่หนิไม่เคารพผู้ใหญ่เรียกเด็กได้ไง

“เพื่อนพี่กรมันอ่ะ” พี่รหัสครับไม่ใช่พี่แท้นะ ผมลูกโทน หม่ากะป๋าทำอย่างไงก็ไม่ได้อีกคนเฮอ~เศร้าใจแทน

“อ้าวแล้วมันมีเวลาสอนหรอว่ะเด็กแพทย์เลยนะ” ก็ว่างั้นจะสอนได้กี่น้ำว่ะ เด็กแพทย์มันติ๋มๆ จะตาย (เกี่ยวไหม)

“แล้วไงว่ะ พี่แกรับคำไว้แล้วนี่พี่กรก็บอกว่าหาให้แล้วเรียนด้วย ไม่เรียนตัดรุ่น” ไม่รู้ไอ้พี่กรมันผลักไสจริงไม่ได้ขอซะหน่อยแค่เทอมนี่ผมลงเรียนก็ผ่านแหละอย่างที่บอกปีที่แล้วมีปัญหานิดหน่อยก็แค่นั้นดีที่วิชาอื่นผ่านไปได้

ตอนนี้ผมเรียนสถาปนิกอยู่มหาลัยทางตอนเหนือประเทศไทยนี่แหละ บ้านอยู่แถวๆ เนี้ยๆ ห่างไปแค่สองสามจังหวัด ตอนนี่ผมเป็นนักศึกษาปีสองแล้ว วันนี่กว่าจะเลิกเรียนก็เย็นแหละเฮอ วันนี้อดเข้าร้านเหล้าเลย ต้องมาติวกับเด็กแพทย์อีกให้ตาย



ผมมองนาฬิกาที่ข้อมือรุ่น 199 บาท ครับ ลายคิขุน่ารักที่แม่ซื้อมาจากห้างแถวๆ บ้าน คิ้วผมเริ่มขมวดเข้าหาเพราะไอ้ คนที่นัดไว้ยังไม่มาสักทีหนึ่ง มันสายไปเกือบ ยี่สิบนาทีแล้ว

“เอ” ใครมันพูดอักษรตัวแรกของพยัญชนะภาษาอังกฤษว่ะ ผมหันไปดู โอ้พระเจ้าหล่อ เอ้ยเก็บห่างๆ เอิ๊กๆ เดี๋ยวงูตื่น?

“ครับ” เอียงคอนิดๆ หน้าแอ๊บหน้าอีกหน่อย เอ่ยไม่ใช่ พร้อมส่งสายตาว่าผมเป็นเด็กดีและตั้งใจเรียนกับพี่เขาสุดๆ เลย



“น้องเอใช่ไหม พี่ขอโทษที” ไม่ต้องขอโทษครับสุดหล่อ ผมหายโกรธตั้งแต่เห็นหน้าพี่ เอ้ยหายโกรธตั้งแต่บอกขอโทษผมแล้ว ผมรู้ตัวน่ารักไม่ต้องมายิ้มหล่อใส่ไม่ตกหลุม (รัก) ง่ายๆ หรอกน่ะ

“ครับพี่อัครใช่ไหมครับ” ผมมองที่คนที่น่าจะชื่ออัคร อิมเมจหลุดออกมาจากคุณหมอ ผิดจากที่จินตนาการนิดหน่อยตรงที่ไม่ติ๋ม แต่ตัวสูงกว่าตัวหนาผิวคล้ำเหมือนคนเล่นกีฬากลางแจ้งเสมอและไม่ใส่แว่น เออพี่ครับไปเรียนวิศวะไหม ถ้าพี่เขาไม่ยิ้มเหมือนหมอใจดี หรือไม่ใส่เสื้อของเด็กแพทย์มาผมก็ไม่รู้น่ะเนี่ย

“เริ่มเรียนกันเลยไหม” เขาบอกผมแบบเกร็งเกร็ง เพราะรู้ว่าปล่อยผมรอนาน จึงไม่รอช้าที่จะเริ่มเข้าบทเรียนโดยทันที ผมขำนะเห็นคนหน้าตาเข้มๆ แต่ท่าทางเหมือนเกรงอกเกรงใจแบบนี้

“โฮพี่ยังมีหน้ามาถามก็ต้องเรียนเลยดิ” กวนวันล่ะนิดจิตแจ่มใส

“น้องนี้เหมือนที่กรมันบอกไว้เลย กวนตีนดี” นี้ชมหรือด่าผมเนี้ย เห็นลุคคุณชายแบบนี้ แต่แอบปากจัดนะเราน่ะ พวกเราสองคนเดินไปนั่งอยู่ตรงเก้าอืที่จัดมุมไว้เป็นอย่างดีในห้องสมุด ดีที่ว่าห้องสมุดที่นี่ปิดดึก แถมบรรยากาศวังเวงถ้าให้มาคนเดียวผมไม่กล้ามาหรอกบรึ๋ยขนลุก ทำให้เสร็จเลยละกันผีเฮ ไรที่เพราะแค่ค่าเหี้ย

“เหม่อไรเราทำข้อนี่ดูสิ” พี่อัครเรียก ทำให้ผมต้องที่มองหน้าเขาอย่างเคลิบเคลิ้มหยุดคิด และกลับเข้ามาสู่บทเรียน

ผมนั่งทำอยู่พักหนึ่งก็เงยหน้าแอบมองหน้าหล่อๆ ของพี่อัครปนอิจฉาเล็กๆ ผิวเค้มสีน้ำผึ้งแบบดูดี มือนี่ใหญ่หนาทำเอาเขาเห็นกระดูกโปนๆ ออกมา หน้าใหญ่เหลี่ยมคม คิ้วนี่ดกชะมัด อะไรแดงๆ เฮ้ย!!!

“เฮ้ยเลือดออก” ผมเห็นเลือดก็ตกใจสิครับอยู่ทำไมมันไหลออกมาว่ะ สงสัยวัยรุ่นวัยพุ่งพล่าน ไม่ใช่สิ ต้องนั้นมันเป็นหน้าผาก ทำไมหน้าผากถึงแตกเรา

พี่เขาเอามือมาแตะหน้าผากก่อนพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “ออ ซุ่มซ่ามนิดหน่อยอ่ะน้อง ช่วงนี้เบลอๆ เรียนหนักไปหน่อย เลยลืมทำแผล” โหคราวหลังคงไม่ลืมกรรไกรไว้ในท้องคนไข้หรือไงว่ะ (เขายังไม่ได้เป็นคุณหมอเว้ย)

“โหหมอเรียนหนักเนอะ จะสอนไหวหรอพี่” ผมว่าอย่างอดเป็นห่วงเล็กน้อยไม่ได้

“ไหวครับ เพื่อน้องเอคนเดี๋ยวเลยน่ะ” โหมีมาจีบเขินน่ะเนี้ยจีบผมป่ะเนี้ย เป็นแฟนหมอต้องอดทนเป็นแฟนผมต้องอดใจนะครับ

ผมหยิบผ้าเช็ดหน้า เช็ดเลือดที่อยู่บนหน้าผากซึ่งมันก็เยอะพอควร จนรู้สึกว่าพี่ไม่ต้องสอนแหละไปหาหมอเหอะก่อนส่งต่อห้องดับจิต ถึงพี่จะเป็นว่าที่คุณหมอในอนาคตแต่ช่วยดูเลือดตรงหน้าผากเถอะ



“ขอบใจน่ะ” พี่อัครยิ้มตาหยีเชียวน่ารักน่ะเรา โอ้ยยน่ารักเว้ยถึงมันจะหล่อมากไปก็เหอะ แต่หน้าเข้มพูดหวาน หน้าเข้มพูดหวาน ใจละลายน่ะขอบอก



“จีบผมป่ะเนี้ย ถ้าจีบจริงให้หมดทั้งตัวและหัวใจ” ผมถามเล่นๆ ออกไป แต่ถ้าพี่เขาเซย์เยสผมก็โอเคนะ



“เออ เอาจริงไหมล่ะน้อง พี่จีบจริงนะ” เอาจริงหรอเนี้ยนี่กรูล้อเล่นน่ะ ผมแค่แอบคิดเล่นง่ะผสมจริงอยู่บ้าง



“โหพี่อย่าอำว่ะฮ่าๆๆ” ผมคิดว่างั้นน่ะ ใครมันจะเจอครั้งแรกแล้วสปาร์คติดเร็วเคลมเร็วขนาดนี้



“พี่เอาจริงนะครับน้องเอ พอรู้ว่าไอ้กรให้พี่ไปสอนน้องเอพี่รีบตกลงทันทีเลยน่ะ” จริงดิอำเปล่าว่ะ เอ๊หรือว่าจริงเพราะไอ้พี่กรมันพลักไสผมจัง



“เออพี่” อยากเป็นเมียผมจนตัวสั่นขนาดนี่เลยหรือครับเพ่



“ตอนที่พี่เรียนเสร็จพี่รีบมาหาเอเลยน่ะ กลัวว่าจะไม่ได้เจอเอ พอเห็นเอยืนรออยู่พี่ก็...” ผมควรทำไงดึงสติกลับมาดีไหมดูจะเพ้อหนักเชียว



“เออ” ผมพูดไม่ออกอ่ะใครมันจะไปพูดออกว่ะพูดสะขนาดนี้แล้วอ่ะ



พรึบ!!



“เฮ้ย ชิบ มัน หายยแล้วว” ผมตกใจขวัญอ่อน อะไรที่คว้าได้คว้าหมด คุณไม่รู้หรอกเวลาดึกๆ ในมหาลัยมันน่ากลัวนะ ยิ่งเป็นห้องสมุดเก่าๆ ตั้งแต่สมัยมหาลัยก่อตั้งด้วยแล้ว



อยู่ไฟก็ดับผมรีบกระโจนสิ่งที่ผมคว้าจับได้คือพี่อัครจนเกือบลืมไปแล้วว่าเขากำลังสารภาพรักกับผม ไม่สนใจแล้วใครจะอยู่อารมณ์ไหนอ่ะ แต่เกิดบ้าอะไรวะอยู่ๆ ไฟก็ดับ

หลังผมยืนชิดอยู่กับเขา ผมมองไปรอบๆ บริเวณแต่ตายังไม่คุ้นชินกับความมืด แต่ทันใดนั้นมือหนาเข้ามาจับผมสะดุ้งจนสะดุดเก้าอี้นั่งลงไปบนตักของเขา



“อ่ะ ไอ้ พี่ อัค ร”

ความมืดจะปกคลุม ผมหันไปมองหน้าก็มองเห็นจมูกโด่งผ่านแสงจันทร์ที่ผ่านเข้ามา มือเขายังเกาะที่เอว ใจที่อยู่ตาตุ่มมันกลับมาอยู่ที่เดิมที่เคยเต้นด้วยความตกใจเมื่อกี้มันกลับกลายเปลี่ยนไปเพราะมันกับดังด้วยหัวใจ

มีเสียงหอบหายใจของปากต่อปากที่ต่างพ่นออกมาด้วยหายใจไม่ทั่วท้องปากอยู่ไกลเพียงแค่สัมผัส กลิ่นเลือดบนหน้าผาก ทำเอารู้สึกตื่นเต้นไปด้วย พี่อัครยื่นหน้ามาสัมผัสริมฝีปากของผม ความนุ่มลิ้นใหญ่ที่สอดใส่แทรกเข้ามา ทำเอาเขาลืมตัวไปด้วยกับสนองด้วยอีกเช่นกัน

“อืม อ่า อืม อื้ม” เสียงจูบแลกลิ้นกันไม่หยุด ต่างคนต่างพยายามโกยอากาศเข้าท้องแต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ยังคงไล่ลิ้นจูบของอีกฝ่าย ความเย็นจากผิวกายของพี่อัครกับร้อนรุ่มอย่างน่าประหลาดใจ

ครืน เสียงดังจากข้างล่าง ของตัวตึกทำเอาผมตกใจหันไปมองทางต้นเสียงนั้น

“ตายห่าแหละ” ผมหน้าซีดเพราะข้างล่างกำลังปิดประตูมิน่าสิไฟถึงดับตายแหละเผลอใจไปเต็มๆ ผมเร่งบอกให้เขาเก็บของ แล้ววิ่งลงมาข้างล่างก่อนที่ประตูจะปิด

“ว๊ากหยุดๆๆ หยุดก่อนครับลุง อย่าเพิ่งปิดคร๊าบผมยังไม่อยากถูกขัง” ผมรีบตะโกนบอกเห็นยามกำลังล็อคประตูจากข้างนอก



“เอ้า ไอ้พ่อหนุ่มนี่ ยังไม่กลับบ้านกลับช่องหรือ มาอ่านหนังสือที่นี่คนเดี๋ยวหรือ” เสียงเน้อๆ จากยามแก่ที่มักจะรอให้พนักงานกลับบ้านแล้วจึงมาปิดเอ่ยพูด



“ครับๆ พอดีมาติวหนังสือกับพี่อีกคนขอโทษน่ะครับ” ผมผงกหัวขอโทษ



“เอาหรอยังมีอีกคนหรอ เอารีบๆ ออกมาจะปิดแล้ว” ผมมองไปทางบันไดเห็นพี่อัครเดินลงมาพอดี พร้อมพงกหัวขอโทษลุงยาม

“งั้นผมกลับก่อนเลยน่ะครับ พี่เขามาพอดีกลับแล้วครับลุง” ผมลาลุงยามที่อยู่ด้านหน้า

“เออ โชคดี” ลุงเขาพูดกลับมา

“ตื่นเต้นเนอะเอ”



“ก็ใช่สิ เกือบถูกขังแล้วไหมล่ะ” ผมตอบเขากลับไป เกือบต้องนอนในห้องสมุดแล้วไหมล่ะ

“เปล่า” ผมทำหน้างงใส่พี่อัคร

“ตื่นเต้นดีเนอะจูบกันเนี้ย”

“ไอ้บ้า” ผมทุบไหล่เขาอย่างแรง พร้อมหน้าขวยเขิน

“เจ็บครับน้องเอ” ก็เจ็บสิไม่งั้นจะทุบให้เสียมือหรือไง



เขาเดินไปส่งผมถึงหอ ซึ่งไม่ไกลจากห้องสมุดเท่าไรนัก ไอ้หอผมมันก็ขึ้นชื่อว่าผีดุ เฮี้ยน อาฆาต แต่ก็แค่ข่าวลือ จะไม่ให้ลือได้อย่างไรในเมื่อตึกทั้งเก่าทั้งโทรม ลำเอียงกันสุดๆ ซึ่งไอ้ตึกข้างๆ ที่สร้างใหม่เนี้ยมันช่างหรูหรามี สไตร์ก็หอพี่อัครนี่แหละ นี่ไม่เรียกว่ามาส่งหรอกทางเดียวกันมากกว่า



“พรุ่งนี่ไม่มีเรียนเช้าใช่ไหม” พี่อัครถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

“อืมไม่มีอ่ะ”

“งั้นเดี๋ยว พรุ่งนี่เช้าเจอกันน่ะ”

“เอาพี่ไม่มีเรียนหรอ” นักเรียนแพทย์มันว่างขนาดนั้นเลยหรือ

“มีเรียนแล้วจะชวนหรอ” อ่ะหรอเดี๋ยวไม่ตกลงสะเลย

“โอๆ อย่าน่าหงิกดิ พรุ่งนี่ไม่มีเรียนครับ เจอกันตอนเก้าโมงน่ะ กู๊ดไนท์ครับ” พี่อัครรีบเข้ามาหอมแก้มโดยไวแล้วรีบวิ่งขึ้นไป

ผมด่าไม่ทัน จากนั้นก็เดินขึ้นไปบนตึก ถึงภายนอกจะเก่าร่วมหลายสิบปี แต่ข้างในปรับปรุงเหมือนใหม่ เอี่ยม

“เอ้า กะ มาสะทีเนอะ เพ่ รหัส เมิง โทรหา ม่ะ ติด เลย น่ะ เนะ ก็ เพิ่ง วาง สาย ไปเนี้ยเห็นรีบๆ ทำธุระอะไรสักอย่างก็ไม่ได้ถาม” เสียพูดติดๆ ขัดๆ ของเพื่อนร่วมห้อง ทำให้ผมต้องตั้งสติแปลภาษามันเล็กน้อยก่อนจะตอบ

“เออโทษทีกรูลืมเปิดเครื่องว่ะไอ้เสร็จ” ก่อนที่เพื่อนตัวดีปาหมอนมา

“กรู เช้อ เช้ง เว้ย” เออลืมไม่เรียกว่าสมเสร็จก็ดีนักหนาแล้ว

“นอนแหละ”



“เฮ้ย ไอ้ เน่า เอ้ย มรึง ยัง ไม่ อาบ น้ำ เลย ไอ้ นี่ หนิ” ผมไม่ได้ยินเสียงมันว่าหลังจากนั้นหรอก ผมหลับไปก่อนแล้วฝันดี๋ ฝันดี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-09-2022 10:01:42 โดย หัวเเม่มือ »

ออฟไลน์ roseen

  • เก็บความทรงจำที่ดีๆของวันวาน เพราะมันคือกำลังใจของวันนี้
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8646
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +947/-16

ออฟไลน์ •ไนท์คลุง•

  • Night ♥ .....
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 862
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
    • http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?action=profile
ว้าววว เรื่องใหม่ :mc4: :mc4: รอติดตามนะครับ ตอนนี้ไปอ่านก่อน

samsoon@doll

  • บุคคลทั่วไป
ทำไมต้องรักนี้ 7 วันด้วยอ่ะ ตอนนี้อ่านเรื่องไหน กลัวจบเศร้าไหมหดเลย 5555 จิตตกมากมาย 55


clubza

  • บุคคลทั่วไป
พี่อัครนี่เป็นคนที่อยู่ในรถที่ชนกันตอนเเรกใช่ไหม
รีบมาหาเอ จนเกิดอุบัติเหตุหรือเปล่า  :o12:

ออฟไลน์ EVE910

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 550
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1
ติดตา มม ม

Akad3ar

  • บุคคลทั่วไป
ช่ายพี่อัครนี่ ใช่คนที่รถชนกันแน่เลย

เหอๆ แอบหลอนนะ

ปล. รอตอนต่อไปค่ะ

donkyxx

  • บุคคลทั่วไป
แหวะหวานเบาๆๆห้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5386
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +381/-9
แบบไหนครับ?
หลอนหรือเปล่าเนี่ย?
อิอิ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ หัวเเม่มือ

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 804
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-1
แหม๋ -//-ติดตามกันไปน่ะ

ออฟไลน์ love2y

  • (′~‵)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2059
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +502/-11
อย่าจบเศร้านะ -*-

samsoon@doll

  • บุคคลทั่วไป
อยากอ่านอีกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ออฟไลน์ SoN

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2971
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +123/-15

littleFiNgeR

  • บุคคลทั่วไป
ก็จริงแฮะวันแรกยังดูดดื่มด๊วบด๊าบกันขนาดนี้ วันที่เหลือจะขนาดไหน ฟุดฟิดๆ หือ...แต่เรื่องนี้มันเหมือนมีกลิ่นเศร้าโชยมาไกลๆจัง

ออฟไลน์ หัวเเม่มือ

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 804
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-1
rewrite รักนี้...7วัน ตอนที่2
«ตอบ #15 เมื่อ06-01-2011 18:21:15 »

วันนี่ผมตื่นแต่เช้าอย่างสะลึมสะลือเพราะเมื่อคืนฝันไม่ค่อยดีเลย ก็เหตุการณ์ภาพอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวานมีนยังติดตามผมอยู่เลย แล้วดันเห็นเลือดจากพี่อัครซ้ำไปอีก เหมือนเห็นฝันซ้อนกันฝันอีก แค่คิดก็อดขนลุกไม่ได้

“คร๊อกก ๆๆ” เสียงไอ้เช้ง กรนดังไม่เกรงใจใครเลย สายจนตะวันโด่งแล้วยังไม่ตื่นอีก หึๆ เดี๋ยวๆ ได้เจอดีแน่ ผมหยิบที่หนีบเสื้อมาหนีบปากกับจมูกมัน ดิ้นทุรนทุรายไปสะ

“อือๆๆๆๆ” มันดิ้นทุรนทุรายเลย ผมว่ามันกำลังฝันว่ากำลังจมน้ำอยู่แน่เลยให้ตายสิ เพื่อนกูมีใครจะปัญญาอ่อนเท่ามันไหม ไม่ห่วงครับเชิญมาดูสัตว์ใกล้สูญพันธุ์

“เฮือก ไอ้เอตายยยย” มันลุกขึ้นมาโวยวายแล้วผมจะอยู่ให้มันเล่นงานได้ไงครับ ก็วิ่งสิครับ

ไม่ทันไรเมื่อผมเดินมาข้างล่างก็เจอกับพี่หมอที่ยืนรออยู่หน้าหอแล้ว นี้ถึงกับมายืนรอเลยหรอ

“น้องเอ” ไอ้พี่อัครครับฉีกยิ้มฟันขาวด้วยยาสีฟันสูตรเด็ด ยิ้มมาแต่ไกลเชียว หล่อมากหล่อสะเมื่อกี้ผมเห็นพี่แกโปร่งแสงจากที่เป็นคนผิวสีแทนๆ แต่ตอนนี้มีออร่าเพราะฟันพี่นี่

“ตื่นเช้าจังครับ” ก็มารอเจอเมียในอนาคตไงครับ

“งั้นกลับไปนอนต่อก็ได้น่ะเพ่” อ่ะเช้าไปหรือกลับไปนอนต่ออีกรอบก็ได้น่ะ

“กวนน่ะเราเดี๋ยวโดนดี” โดนไรพี่เหมือนหนังไทยป่ะ ตบจูบ ตบจูบ ผมยืนคุยได้สักพักรู้สึกเหมือนคนที่หน้าหอมองๆ มาทางเรา กูหล่ออ่ะดิไม่ต้องมอง อย่าเดินเลี่ยงอย่างนั้นสิน้องสาว ถ้าชอบก็เดินมาใกล้สิจ๊ะน้องจ๋าแต่กินพี่ไม่ได้น่ะจ๊ะ

“ไปกินข้าวกันครับ”

“ไม่เอาอ่ะ ไปกินโจ๊กหลังมหาลัยดีกว่า” ผมว่า ตอนเช้าไม่ชอบกินอะไรหนักๆ อ่ะขอเป็นอะไรเหลวขาวๆ ดีกว่า อย่างโจ๊กไม่ก็ข้าวต้มอะไรแบบนี้



ส่วนใหญ่ไม่ไกลจากบริเวณมหาลัย มักมีแหล่งตลาดตอนเช้าเยอะแยะไปหมด ส่วนใหญ่ก็เป็นนักศึกษานี่แหละที่มากินเป็นประจำ ส่วนตอนเย็นเยอะกว่านี้มากๆ โดยส่วนตัวผมเป็นคนกินจุก็ฟินๆ ไปเลย

“ดีเจ้เอาโจ๊กสองครับ ใส่ทุกอย่างอ่ะไม่เอากระเทียมน่ะ ใส่ตับเพิ่มด้วยเจ้”

“จ้าวันนี่มากับเพื่อนหรอ” เจ้ก็ทักตามปกติตามประสาคนกันเองก็เงี้ย เจ้น่ารักชอบยิ้มทั้งวัน รูปร่างแกอวบบวมๆ

“เปล่าเจ้วันนี่มากับรุ่นพี่น่ะ” ผมเอานิ้วโป้งชี้ไปด้านหลังโดยไม่หันไปมองมันเดี๋ยวความหล่อจะทำให้ผมตกหลุมรัก

“อ๋อๆ จ้ารอหน่อยน่ะ” แกบอกเพราะถึงจะสายแล้วก็ยังมีลูกค้าเต็มโต๊ะอยู่เลย สักพักแกถึงเอาโจ๊กมาให้ ผมชอบกินโจ๊กยิ่งกินตอนอากาศหนาวๆ ยิ่งอร่อย

“อะกินดิพี่ นั่งบื้อไร” หรือผมต้องอัญเชิญครับแต่พี่พ่อคนสำอาง หรือว่ากินอาหารข้างทางไม่ได้หรือไง เอ๊หรือต้องป้อน ให้ผัวป้อนไหมจ๊ะวายยยเขิน รู้สึกช่วงนี้จินตนาการเยอะไปแหละลามปามขึ้นแล้ว

“กินๆ วันนี่ผมเลี้ยงครับพี่ กินของข้างถนนเป็นปะ” ผมถามเพราะพี่แกดูเป็นผู้ดีจ๋าสะเหลือเกิน ถ้ากระแดะกินไม่ได้ก็ไม่อยากยุ่งด้วยแล้ว

“กินได้ดิครับ พี่เป็นคนติดดิน ติดใจ” หยอดมากๆ ระวังข้างหลังไว้น่ะพี่ เดี๋ยวเถอะจับปล้ำขึ้นมาแล้วจะหนาว

กินเสร็จพี่อัครควักตังค์ออกมาจากกระเป๋า ผมยกมือในเชิงปางห้ามญาติไว้ ผมอยากเลี้ยงมากกว่า แค่นี้ก็เกรงใจที่เขาสละเวลามาสอนหนังสือให้ผมแล้ว

“พี่ไม่ต้องเดี๋ยวน้องจ่ายเอง เลี้ยงขอบคุณที่พี่มาสอน (โดยไม่เก็บตังค์) เจ้เก็บตังค์” พี่อัครยอมเก็บเงินโดนดี โดยบอกว่าคราวหลังจะขอเป็นคนเลี้ยง

“สี่สิบบาทจ๊ะ” ผมหยิบแบงก์สีเขียวให้สองใบ

“อ่ะนี่เจ้ ปะพี่” ผมลุกขึ้นแล้วเรียกพี่อัครตามมา

“ไอ้หนูเอ เอ้ย” เหมือนเจ้จะพูดอะไร แต่ผมรีบเกินกว่าที่จะรอ ช่วงเช้าวันนี้ผมยังไม่มีคลาส กะว่าจะนั่งติวกับพี่อัครไปพลางๆ รอเข้าเรียนดีกว่า



พี่อัครบอกว่าไปเรียนหน้าคณะดีกว่า ตรงนั้นมีโต๊ะม้าหินอ่อน ผมก็เห็นด้วยช่วงนี้ไม่ดังเพราะเป็นเวลาที่นักศึกษาบางคนเข้าไปเรียนในห้องเลคเชอร์แล้ว อากาศตอนนี้ก็เย็นสบายไม่ร้อนแดดเท่าไร เพราะตรงโต๊ะม้าหินอ่อนที่เราสองคนนั่งกันปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่ ผมชอบพวกต้นไม้น่ะมีเยอะๆ แล้วรู้สึกดี แต่ไม่รู้ทำไมถึงเลือกเรียนทางนี่ก็ไม่รู้

“เหม่ออีกแล้วน่ะเรา” พี่อัครเอาหนังสือตีลงไปกลางกระหม่อม ตีเยอะๆ พี่จะได้เข้าสมอง

“ลมมันเย็นนี่ ง่วงแล้ว” เข้าหลักการนั่งท้องตึงหนังตาหย่อน

“งั้นลองทำสองข้อนี่ให้เสร็จก่อนแล้วกัน แล้วค่อยนอนน่ะครับเอ” โหยเสียงหวานขนาดนี้ยอมครับยอมหมดใจ



“ขอ hint หน่อยดิ” พี่อัครเขียนแนวคิดลงไปให้ตามคำขอ

กว่าผมจะเสร็จนี่สองข้อล่อไปตั้งยี่สิบนาที ไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไร ผมนั่งคุยกะพี่อัครไปเรี่อยแหละ มันเหมือนอยู่ในความฝัน เฮอฝันไปใช่ไหมเนี้ย ที่มีหนุ่มหล่อมาตกหลุมรักเนี้ย ดูดิยิ้มตาหยีเชียว มองไปมองมาผมก็สัปหงกลงไปอย่างไม่ตั้งใจ



“ปร๊าบบบ” ผมสะดุ้งมองไปข้างหน้าข้างตัวมีไอ้เป้อยู่ ผมมองซ้ายขวารู้สึกว่าพี่อัครไม่อยู่สะแล้ว เอาไปไหนของเขาล่ะเนี่ย

“ไอ้เป้ ตบหัวกูไมว่ะ” ผมมองหน้ากวนตีนๆ ของไอ้เป้

“จะเข้าเรียนแหละ มานอนเหี้ยไรตรงนี้” กวนตีนว่ะ ปลุกกูดีๆ ก็ได้ครับมึง

“แมร่งคอยดูต่อยปากแตกเลยว่ะ” ผมเหวี่ยงครับใครๆ ก็คงเป็นเวลาอยู่ๆ ใครประทุษร้ายตอนตื่นเนี้ย

“เออโทษว่ะปลุกเท่าไรก็ไม่ตื่น” เป้งงเห็นผมโกรธปกติมันเล่นแบบนี้ตลอด



แต่อารมณ์ตอนนั้นผมโกรธเลยเดินไปไม่พูดกับมันสะเลย ไม่อยากอยู่ใกล้ๆ เดี๋ยว ได้พาลใส่มันปกติไม่พาลใส่ใครด้วย แล้วไมพี่อัครไปก็ไม่บอกว่ะปัดโถ กำลังเคลิ้มๆ ก็หนีไปแล้ว สงสัยรีบกลับไปเรียนแล้ว



“รอด้วยไอ้เอ” เสียงไอ้เป้วิ่งมาติดๆ หลังจากเลิกเรียนคาบแรกไปไม่ทันไร

“โหไอ้เออย่างอนเลยน่ะๆ” มันอ้อนครับผมสะบัดหน้าหนี

“โหก็กูเห็นมึงนอนอยู่คนเดียวนี่หนา”

“น่าๆๆๆ เลิกโกรธดิว่ะ” ไม่โกรธเว้ยแค่ไม่อยากพาล

“เออๆ รู้แล้ว” ไอ้เป้ยิ้มหลาเชียว น่าเอาตีนหมาให้อม ไอ้ดำเอ๊ย

“เออแล้วทำไมมาเร็วว่ะปกติมาทีเกือบสาย”

“เรียนพิเศษอ่ะที่พี่กรให้เพื่อนพี่แกมาสอน”

“เอา อ๋อ อื้อๆ” ไอ้เป้พยักหน้าเข้าใจ



“แล้วเย็นนี่เรียนปะ”

“ไม่อ่ะ วันนี้พี่อัครเลิกเรียนดึก”

“เหรอ วันนี้ไปสวนปะไปออกกำลังกายกัน”

“อืมแต่ ไปเปลี่ยนชุดก่อนจะได้ไปวิ่งกัน” ผมเห็นดีด้วยอากาศดีๆ แบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ



ผมกับไอ้เป้กลับไปเปลี่ยนชุดที่หอ ไอ้เป้อยู่ชั้นสี่ ผมอยู่ชั้นสามห้องตรงกันพอดีเลยกลับมาก็เจอไอ้เช้งนอนอยู่เลยลากมันมาด้วยกันสะเลยขอหาโดดเรียนสองวันซ้อน

“โห อะ ไร ว่ะ เมิง” ไอ้เซ้งพูดเสียงเอะๆๆ อ่ะๆ บางครั้งผมฟังไม่รู้เรื่องสะเลยมันอ้างว่าเท่ดีแต่ผมว่ามันพยายามออกเสียงให้ชัดแล้ว แต่ลิ้นมันแข็งมากกว่าสงสารมันน่ะ บางครั้งมันก็พูดชัดน่ะแต่ต้องพูดช้าๆ



พวกผมมาถึงสวนเห็นไอ้เช้งวิ่งอย่างคนหมดแรงแล้วอดเอ่ยขึ้นมาไม่ได้ “วิ่งดีๆ ดิ” ผมบ่นๆ

“ก็ วิ่ง อยู่ เนี้ย” ไอ้เช้งกล่าวช้าๆ แต่เต็มไปด้วยอาการหมดแรง ส่วนไอ้เป้นู้นวิ่งไกลไปถึงดาวอังคารแล้ว

“แฮ๊กพอเหอะว่ะขอตัวไปสูบบุหรี่ เออ” ไอ้เซ้งรีบหุบปากเมื่อผมปรายตามองมาที่มัน ถึงมันเหี้ยๆ อย่างเนี้ยผมอดห่วงมันไม่ได้เหมือนกัน ตอนเข้าปี1แรกๆ มันติดเกมส์สะเกือบโดนรี พอเทอมสองผมต้องช่วยมันให้พยายามเลิกเล่นเกมส์มาหน่อย แต่เรื่องบุหรี่นี่ยังไม่เห็นมันเลิกสะทีเลยให้ตายสิ

“ไม่สูบก็ได้” แหม่พูดไม่มีเสียงติดอ่างเลยเชียว

“จะสูบก็ได้” ผมบอกเสียงเรียบมันทำหน้าดีใจใหญ่เชียว

“ร่างกายมึงนี้ มึงอยากทำอะไรก็ทำ จะเป็นจะตายก็เรื่องของมึงนี่ไม่เกี่ยวกับกู” ผมพูดประชดให้

“โหพูดสะขนาดนี่ใครจะไปกล้าสูบ” มันทำหน้าหมาหงอย

“เพราะเมิงรู้ไงว่ามันไม่ดี มึงถึงได้ไม่สูบน่ะ ถึงกรูด่าไงแต่เมิงคิดว่ามันดีมึงก็สูบ”

“ที่กูพูดเนี้ย เพราะตอนกูเขาไปในห้องได้กลิ่นบุหรี่ อย่าบอกน่ะว่าไม่สูบจมูกกูดีนะเว้ย แล้วมึงพูดเองว่าจะสูบวันล่ะม้วน ต่อหน้าหรือลับหลัง กูไม่รู้หรอกว่ามึงทำไง แต่ว่ามึงขอให้กูช่วยนะ กูก็พยายามเตือนทุกครั้งๆ ที่จะช่วยได้”

ผมเป็นพวกเกลียดบุหรี่เข้าไส้ทีเดียว มันมีเหตุผลหลายอย่างอ่ะขอไม่พูดแล้วกันแต่หลายคนก็ทราบกันเป็นเบื้องต้นอยู่แล้วว่ามันไม่ดี ผมว่ามันก็แค่รับรู้แค่สมอง ถ้าจะบอกให้เลิกคงยากมันเหมือนสิ่งสิ่งหนึ่งที่เราชอบมากๆ จนยากที่จะเลิก ประมาณว่าขาดเธอเหมือนจะขาดใจ~

“อือกูรู้แล้ว กูตั้งใจจะลดอยู่แล้ว แต่แหมบางทีก็ลืมตัวฮ่าๆๆๆ เดี๋ยวจะพยายามลดๆ แล้วกัน” ให้มันจริงเหอะสาธุ ลูกจะเอาเครื่องเซ่นไปบนศาลหลักเมืองเลย

“อ่ะ” เป้ส่งขวดน้ำให้ เหงื่อมันเต็มตัวเชียว “เดี๋ยวจะเหนื่อยปากเปล่าๆ สงสาร”

“กูกลัว” พูดไรมันว่ะอยู่ๆ ก็พูดแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่นขึ้นมาก่อน

“กลัวไรว่ะ” ผมก็ถามไปตามน้ำเดี๋ยวมันจะเก้อ

“กลัวสัตว์ในปากเมิงจะถึงอันแก่กรรม ดื่มน่ำเยอะน่ะครับแม่” ฮึยอีกแหละครั้งที่สองแล้วน่ะวันนี่เดี๋ยวเขวี้ยงขวดน้ำสะเลย

“ไอ้เป้เดี๋ยวโดนอีกคน” ผมฆาตโทษ

“แล้วเรื่องเรียนเป็นไงบ้างอ่ะ” เปลี่ยนเป็นเรื่องเรียนทุกทีให้ตายเถอะ มันจะมีอะไรนอกจากนี่บางว่ะ

“ก็ดีว่ะ พี่เขาสอนเก่ง” แถมหล่อด้วย

“สอนให้เอาม่ะ” มันแสดงน้ำใจ

“ถึงมึงเก่งกูคงไม่ให้สอนหรอกไอ้ดำ” มันทำสีหน้าสลดลง

“ไมว่ะ” ทำหน้าเอียงสี่สิบห้าองศาเป็นควายงง คิดว่าน่ารักนักหรือ

“ก็เมิงสอนคนอื่นรู้เรื่องสะทีไหน รู้แต่ตัวเองอ่ะดิ” ใช่ครับมันเก่งครับดีอย่างเดียวคือเวลาสอบ ผมต้องคอยแอบดูนิดหนึ่ง เอ้ยไม่ใช่ๆ ผมใช่สมองตัวเองล้วนๆ ส่วนไอ้เช้งนี่สิเรื่องปฏิบัติน่ะเก่งแต่มันดันตายตอนสอบต้องคอยช่วยมันติวทุกครั้ง แต่จะว่าไปทำไมมันสอบผ่านแคลได้ไงว่ะ



“กลับ ยัง หิว แล้ว เน้อ” เช้งอวดครวญ ไม่มีความอดทนสะเลย



“ปะหาไรกินที่ไนท์มาเก็ตกัน” พวกเรานั่งรถแดงไปกัน ลงหน้าตลาดซื้อเอาไปกินที่หอ ก็มีพวกข้าวแกง ที่หอมีหม้อหุงข้าวกับข้าวสารอยู่แล้ว



พอกินเสร็จก็นอนแผ่หลากันไปตามระเบียบตอนดึกๆ มีสายเข้าเป็นของไอ้พี่อัครโทรมากุ๊ดไนท์ ทำเอาผมยิ้มแก้มปริ



“หลับฝันดีน่ะครับ พรุ่งนี้เย็นเจอกันที่ห้องสมุดน่ะ” จะไม่ให้ยิ้มได้ไง แต่เอ๊ะรู้สึกว่าผมยังไม่ได้รับเขาเป็นแฟนเลยนะ เขินว่ะนี่เรายังรู้จักกันได้แค่ สี่สิบแปดชั่วโมงเองน่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-09-2022 10:05:41 โดย หัวเเม่มือ »

samsoon@doll

  • บุคคลทั่วไป
หวังว่าพี่เค้าคงไมไ่ด้เป็นผีนะคะ ที่คนมองที่หน้าหอ เค้ามอง ตัวเองพูดคนเดียวหรือป่าว เรื่องเจ้ร้านโจ๊กอีก เจ้แกจะทักอะไรนะ แล้วอยู่พี่แกก็หายไป

ขอร้องงอย่าให้พี่แกเป็นผีที่รถชนเลยนะแล้วอีก7วันที่ยังไม่ไปไหนก็มาตามนายเอกของเราเนี้ยถ้ามารู้ทีหลังเสณ้าแย่เลยอ่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-01-2011 19:34:41 โดย samsoon@doll »

ออฟไลน์ หัวเเม่มือ

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 804
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-1

samsoon@doll

  • บุคคลทั่วไป
^
^
^
วันนี้อัพมั้ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ปล.ว่าแต่พี่เค้าเป็นผีป่าวอ่ะ กรี๊ด ยังไม่เลิกคิด 555555


ออฟไลน์ roseen

  • เก็บความทรงจำที่ดีๆของวันวาน เพราะมันคือกำลังใจของวันนี้
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8646
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +947/-16

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ veeva

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 193
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-2
 o22 เหมือนพี่อัครจะตายแล้วเลยอ่ะ สงสัยตั้งกะยามแล้ว แล้วชื่อเรื่องก็ทะแม่งๆ 7 วันยังไงไม่รู้ อย่าให้เราจับทางถูกเลยนะ สมมุติถ้าตายแล้วเขียนให้เป็นสลบไปสัก 7 วันได้ป่ะ แบบวิญญาณออกจากร่างมาหาไรงี้แล้วกลับเข้าร่างได้อ่ะ นะนะนะ เค้าไม่อยากกินมาม่าอ่ะ แค่นี้ก็อืดเต็มกระเพราะแล้ว จะติดตามจ้าอย่าเศร้า

ออฟไลน์ SoN

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2971
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +123/-15

ออฟไลน์ หัวเเม่มือ

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 804
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-1
555+อ่านแต่ล่ะคนนี่ฮา  ทำกะเราเป็นเจ้าแม่เรื่องเศร้าเอิกๆๆ

ออฟไลน์ หัวเเม่มือ

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 804
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-1
Rewriteรักนี่7วัน ตอนที่3
«ตอบ #23 เมื่อ07-01-2011 18:07:40 »

วันนี่อาจารย์แกเข้ามาสอนๆ และสั่งมินิโปรเจคส่งภายในสองวันนี้ สั่งโหดไปไหมอาจารย์แค่สองวันอ่ะลองทำเองไหมครับ แต่ไม่กล้าพูดครับ กลัวจารย์แกสั่งงานเพิ่ม

ไอ้เช้งกับไอ้เป้ก็ไปหาพี่รหัส ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอกับพี่ๆ เท่าไรนักผมเองก็โทรหาไอ้พี่กรก็ไม่ติดสะนี่ จะว่าไปสองสามวันนี่ไม่เห็นเลยก็เข้าใจว่าเวลามันไม่ตรงกันแต่นี่ไร พี่คนอื่นเขาไปช่วยรุ่นน้องบ้างอะไรบ้างเห็นแต่ไอ้พี่กรผมเนี้ยตายห่าไปไหนวะ เอ๊หรือตายไปแล้วจริงๆ เดี๋ยวอุทิศกุศลไปให้น่ะพี่กรเพี้ยง

ช่วงบ่ายนี่ผมก็เลยไปนั่งเล่นฆ่าเวลาอยู่หอสมุด นั่งปั่นงานบ้าง นั่งเล่น นอนเล่น คิดแผนงานตามภาษาไป หาดูหนังสือรอไอ้พี่อัครมาหา แต่ส่วนใหญ่ผมงีบหลับไป ห้องสมุดถือว่าเป็นสถานที่โปรดที่ผมมาแอบนอนเป็นประจำ ทั้งเงียบทั้งเย็น

“เอ เอ” เสียงปลุกดังขึ้นในโสตประสาทหูผม” ผมสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาปาดน้ำลายที่ไหลย้อยออก โอ๊ยเสียภาพพจน์ที่เหลืออันน้อยนิดของผม

“หึๆ” เอาเหอะหัวเราะเข้าไป

“หัวเราะไรนักเนี้ยพี้ยามาหรอ หรือว่าเป็นหมอดมยาอ่ะเพ่”

“เปล่า ก็เอทำหน้าตาตลก เต็มหรือเปล่าเรา เดี๋ยวพี่พาไปตรวจคลื่นสมอง” คำพูดแลดูจริงจังแต่ไอ้ใบหน้ากลั้นหัวเราะนี่ดิ ฮึ่มมม

“งั้นก็ไม่ต้องมายุ่งดิ”

“โอ เป็นอะไรพี่ก็ชอบหมดเลย” ไอ้พี่อัครเอ้ย ไม่กี่วันก็บอกชอบสะแล้ว นี้สินะแรกๆ ผักขมก็ว่าหวาน

“มาช้าจังอ่ะ” ผมเปลี่ยนเรื่องทำท่างอนนิดนึง ขี้เกียจเอาคำพูดรักๆ ชอบๆ มาพูด

“โทษทีน่ะครับ พี่มาช้าไปหน่อย” พี่เขาบอกเสียงเหนื่อยๆ ผมก็พอรู้ว่าแพทย์มันเหนื่อย แต่ไม่คิดว่าสุดหล่อของผมจะหน้าซีดเหมือนผีสะขนาดนี่

“เหนื่อยมั้ยเดี๋ยวผมไปซื้อน้ำให้น่ะจะได้เย็นๆ ชื่นใจ”

“ไม่ต้องหรอกครับ น้องเอใจดีจัง” พี่ชอบชมให้ผมเคลิ้มทุกที แต่ผมมองหน้าพี่อัครเหมือนเหม่อ ตาก็ดูเศร้าๆ

“มีอะไรหรือเปล่าพี่บอกผมได้น่ะ” ผมแสดงน้ำใจยังไงพี่เขาก็ช่วยผมเรื่องเรียน ถึงจะเสียมารยาทเพราะเราเพิ่งรู้จักกันและไม่ได้สนิทสนมอะไรมากนัก

“ไม่มีอะไรหรอกครับ” ไม่มีอะไรได้ไงถอนหายใจสะขนาดนั้น

“พี่บอกผมมาเหอะหรือผมมันไว้ใจไม่ได้” ผมดื้อดึงอีกครั้งจะว่าเสือกก็ว่าเหอะ เวลามีอะไรค้างคาใจมันนอนไม่หลับนะครับ

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แต่ช่วงนี้เพื่อนพี่มันไม่คุยกับพี่เลย ไม่รู้ไปทำอะไรผิดเข้าให้ ถึงขนาดหนีไปทำงานกลุ่มอื่นเลย” ผมพอจับใจคำพูดได้ว่าพอแกพูดกับใครก็ทำเป็นไม่ได้ยิน แถมเดินหนีอีกตั้งหาก พอถึงช่วงทำงานเป็นกลุ่มพี่แกช่วยก็ไม่มีใครสนใจ เหมือนทำงานกลุ่มคนเดียวไป ยิ่งเพื่อนร่วมห้องก็ไม่ยอมพูดกับแกอีก เห็นว่ามาเก็บของแปบเดียวก็ออกไปนอนกับเพื่อน

“แล้วเพื่อนพี่ล่ะ” ผมถามถึงคนที่พอสนิทจริงๆ มันต้องคุยบ้างแหละว่ะ

“ก็เหมือนกัน” ผมว่าน่าพี่ดูแย่กว่าผมอีกน่ะ

“ช่วงนี้พี่โทรหาพี่กรได้หรือเปล่า” ผมถามเพราะเห็นพี่กรเคยบอกว่าเป็นเพื่อนรักกันน่าจะปรึกษาบ้าง



“ช่วงนี้โทรไม่ค่อยติดเลย สัญญาณก็ไม่ค่อยมี โทรไปอีกฝ่ายดันไม่ค่อยได้ยินเราพูดเลยครับ ไม่รู้มือถือเป็นอะไรสงสัยต้องซื้อใหม่แล้ว” อ่ามันก็จริงช่วงนี้ผมก็โทรหาไอ้พี่กรไม่ติด

“แต่โทรหาผมติดเนอะ”

“ก็หัวใจเรามันมีคลื่นจูนกันไงครับน้องเอ” เสี่ยวอีกแหละไม่หยอดสักวิจะตายไหมครับพี่

“ผมว่าพรุ่งนี้กับวันมะรืนจะไม่เรียนน่ะพี่อัคร” เดี๋ยวงานไม่เสร็จไม่เรียนสักวันสองวันคงไม่เป็นไร

“ทำไมละ” อย่าทำหน้าหมาหงอยอย่างนี้สิใจผมจะละลาย

“พอดีจารย์แกสั่งงานน่ะ กลัวไม่ทันอ่ะพี่ สงสัยผมจะไม่ได้นอนแน่ ติดต่อทั้งรุ่นพี่ทั้งรุ่นน้องไม่ได้เลยว่าจะให้มาช่วยสะหน่อย” ผมกล่าวถึงพวกไอ้สายรหัสเจ้าปัญหา

“ไว้พี่จะมาช่วยน่ะมาทำที่ห้องสมุดสิ มีข้อมูลให้ดูตั้งเยอะแยะไว้ตอนเย็นพี่มาช่วยนะครับ” คำว่าน่ะครับทำไมรู้สึกเป็นการบังคับกลายๆ ว่ะ แทบท่าทางแบบนี้เขาเองก็ไม่ใจร้ายที่จะปฏิเสธได้เลย แน่นอนว่าผมก็ตอบรับไป

“มาเรียนกันต่อเนอะ” เขาวางสมุดหนาเป็นตั้งๆ ด้านหน้าผม

“วันนี้ไม่ต้องเรียนหรอกพี่อัคร ไปขี่รถเล่นกันดีกว่า พี่จะได้อารมณ์ดีช่างเรื่องเพื่อนๆ พี่มันเถอะ” ผมชวนพี่อัครเพราะผมมีมอเตอร์ไซด์รุ่นเก๋าจนไอ้เป้อยากได้จนเนื้อตัวสั่น ซื้องมันนานมากแล้วมันเป็นของพ่อแล้วเขาให้ผม ผมเลี้ยงดูอย่างดีไม่ให้มีรอยขีดข่วน เอามาโชว์

“เอเป็นห่วงพี่หรอครับ” มีอัครทำตาเยิ้มเชียว

“เปล่าครับอยากโดด” นี่พูดจริงแค่ครึ่งหนึ่งน่ะ

“นึกว่าห่วงพี่สะอีกครับ” พี่อัครน่างอเชียว น่ารักอ่ะที่เห็นคนแบบหน้าตาอย่างพี่อัครแล้วทำหน้างอใส่แล้วมันอดจักจี้หัวใจไม่ได้

“ล้อเล่นคร๊าบบบ เนอะๆๆ ไปขี่รถเล่นกันน่ะ” ผมอ้อนพี่เขา ยิ้มใหญ่เลยเชียว คงชอบที่ผมอ้อน รู้ทางแหละอิอิ



ผมกับพี่เดินเข้าไปที่หอพี่อัครรอข้างล่าง ผมเปิดประตูเข้าไปไอ้เช้งตกใจใหญ่เชียว ทำอะไรผิดไว้ละซิมึงเดียวมาเคลียร์กันที่หลัง ผมไปหยิบเจ้าคุณปู่ออกมา รถมันคันใหญ่ไปสะหน่อยแต่มันสวยมากเลยน่ะผมขัดมันอย่างดี เครื่องยนต์นี่ตรวจทุกเดือนด้วยซ้ำ ไอ้พวกเพื่อนมันหัวเราะใหญ่เพราะรถคันออกจะใหญ่แต่ไอ้คนขับตัวเล็กนิดเดียว ถ้าเกิดล้มที นี่จะยกขึ้นหรือ ถามเหอะว่ะพวกมันพูดแล้วใครมันจะโง่ขับไปล้มล่ะครับผมเลี้ยงดูมันสะอย่างดีเชียวยิ่งกว่าลูกในไส้ผม

“โหไหวหรือครับ ให้พี่ขี่ให้ไหม” ถึงจะเป็นพี่อัครก็เถอะใครมันจะไปให้ขี่ว่ะของหวง

“ขับเองได้น่าขึ้นมา” พี่เขาขึ้นแบบเหย่งๆ กลัวผมรับน้ำหนักไม่ได้ ผมขี่รถรอบๆ เมืองก่อนลมเย็นสบาย สวนพี่อัครค่อยชี้นู้นชี้นี่ให้ดูโครตสุขอ่ะขอบอก อากาศเมืองเหนือช่วงเย็นบรรยากาศดีโครต

ผมขี่ไปเรื่อยจนมาจอดที่สวนสาธารณะยังพอมีคนประปราย ผมเดินเล่นไปเรื่อย อากาศกำลังสบายๆ พระอาทิตย์กำลังตกทำให้รอบๆ เป็นสีส้ม ดูเงียบสงบดี เราเดินเข้าไปนั่งบนศาลาอยู่บนกลางน้ำ ผมซื้ออาหารปลาโยนลงไปในน้ำปลาตัวใหญ่น่าดู นึกแล้วน่ากิน

“เอ ปลานั้นกินไม่ได้น่ะครับ” ไอ้พี่อัครถึงกับอดพูดออกมาไม่ได้

“เห็นขนาดนั้นเลยหรอพี่” ผมพูดพร้อมจับหน้าตัวเอง

“ก็เอคิดอะไรแสดงสีหน้าออกมาหมดเลยนี่ครับ น่ารักดี” อ่ะน่ะผมกำลังคิดว่าผมบาปหรือเปล่าเนี้ย ให้อาหารปลาแต่อยากกินมันแทน

“เอาไว้ว่างๆ เมื่อไรพี่จะพาไปเลี้ยงน่ะครับ”

เรานั่งเล่นไปเรื่อยจนรอบๆ ข้างแทบไม่มีคนแล้ว ตรงศาลาไม่มีไฟส่องสว่างมากนักจริงๆ แล้วแทบมืดด้วยซ้ำ พี่อัครโน้มจูบที่ต้นคอด้านหลัง ผมไม่ได้ว่าอะไรอาจเพราะบรรยากาศและความรู้สึกดีๆ บางอย่างที่ให้พี่เขาไป เราจูบกันอย่างตั้งใจจริงๆ ผมว่าโชคดีที่ไม่มีใครเห็น

“กลับกันเถอะเดี่ยวหอปิด” พี่อัครพูดขึ้นมา

“อื้ม” ผมเขินไม่กล้ามอง ผมยังไม่ได้เรียกมันว่าความรักหรอกน่ะ เพราะผมเองก็ว่างมานานอาจพลั้งเผลอรู้สึกดีๆ ด้วย จะว่าผมใจง่ายก็ได้ผมเองก็ทำตามใจ ที่ไม่มีเหตุผล

ผมกำลังเดินไปมีก็คนทัก “อ้าวไอ้เอทำไมมาคนเดียวว่ะ” ไอ้หินเพื่อนม.ปลายเรียนที่เดียวกะมหาลัยผมแต่คนล่ะคณะกัน

“เปล่ามากับพี่” ผมตกใจดิอยู่เจอคนรู้จักอยู่ที่นี่ กังวลกลัวว่าจะเห็นอะไรอ่ะเปล่า ผมไม่ได้ปิดบังตัวเองว่าเป็นอะไร แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ใครต้องเห็นต้องรับรู้หรือมีส่วนร่วม

“ทำไมหน้าแดงว่ะ” เขินเว้ยอย่าถามได้ไหม

“เปล่าเว้ยมันร้อน แล้วมากับใครอ่ะ” ผมรีบเฉไปเรื่องอื่น ดันเห็นไอ้หินที่มีผู้หญิงเดินตามหลังมา

“แฟนเว้ย” มันยิ้มๆ แหม่เปลี่ยนเชียวทีเมื่อก่อนยังตามจีบกูเลย ก็นะตามสไตล์เด็กชายล้วน

“โหน่ารักน่ะเนี้ย” ต่างราวฟ้ากับดิน ผมเชื่อแล้วว่าคนสวยมักคู่กับคนหน้าตาไม่ธรรมดา เออก็ว่าไปนั้นมันไม่ได้หล่ออะไรแต่มันอารมณ์ขันดี เป็นเพื่อนที่ดีมากคนนึ่ง

“ระดับนี่แล้ว” หือกร่างเชียวน่ะแค่มีเมียสวย แล้วสรุปมึงมากับใคร

“มากับพี่น่ะ”

“พี่ไหนว่ะ”

“พี่ที่มหาลัยนั้นแหละเป็นเพื่อนกับพี่รหัสอ่ะ”

“’ งั้นไปแหละ ไอ้พี่อัครนั่งดีๆ นะ” พี่อัครที่ขึ้นมานั่งเหมือนผมรับรู้แรงบีบจากหัวไหล่ ผมรีบขี่ออกมาจากตรงนั้น ผมก็อยากคุยกับมันต่อน่ะดูหน้าเหมือนอยากคุยอะไรกับผมอีกเยอะ แต่ผมกลัวยักษ์ชนักหลังผมเนี้ย

ผมกลับมาถึงหอเกือบไม่ทัน ยามเกือบปิดประตูแล้วผมรีบไปเก็บรถแล้วพี่อัครก็รีบขึ้นหอไปแต่ตอนกลางคืนเขาก็โทรมาฝันดี ผมคุยกับพี่อัครจนไอ้เช้งงหันมามองอย่างหมั่นไส้เพราะผมคุยไปยิ้มไปเขินไป

“มีแฟนแล้วหรอว่ะไอ้เอ” ไอ้เซ้งถามเมื่อผมว่างสาย

“เอ่อน่า จีบๆ กันอยู่” ผมเองก็ยังตอบได้ไม่เต็มปากหรอก

“ใครว่ะ” มันคลานมาที่เตียงผมอย่างอยากรู้อยากเห็น

“เอ่อน่า” ผมตัดบทแล้วก็นอนหลับไป วันนี่เป็นวันที่สามแล้ว ผมว่าความสัมพันธ์ของเราเริ่มขึ้นเร็วจริงๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-09-2022 11:25:39 โดย หัวเเม่มือ »

ออฟไลน์ หัวเเม่มือ

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 804
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-1
อัพวันล่ะวันเน้อ  ปล.พรุ่งนี่อาจมาลงให้ไม่ได้น่ะ

ออฟไลน์ roseen

  • เก็บความทรงจำที่ดีๆของวันวาน เพราะมันคือกำลังใจของวันนี้
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8646
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +947/-16

ออฟไลน์ Yunatsu

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3664
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +233/-5
ไม่เอาน่าาาาา

พี่อัรศ หรือ พี่กร ตายแล้ววว

แต่เหมือนจะเปนพี่หมอมากกว่านะ 


samsoon@doll

  • บุคคลทั่วไป
อ่านแล้วกลัวอ่ะ ความรู้สึกเหมือนเรื่อง คลิปรัก คลิปรักเลยอ่ะ ช่วงที่นายเอกไปทะเล แล้วไปเจอกับคนที่เคนรักตัวเองชื่อพี่บาสหรือเบสนี่หละ ไปเจอพี่แกที่นั้นก้เดินคุยกันมีจุ๊บเบาๆ พอจะกลับเข้านอนก็เจอป้ายซื้อตกตอนเช้าถึงรู้ว่าพี่แกตายไปแล้วต้องแต่ปีที่แล้วแต่ยังมารอเจอเลยอ่ะ ขนาดตายต้องเป็นปี ยังแรงขนาดนั้น นี่พึ่งชนสดๆร้อนๆจะมา ได้7วันก็คงไม่แปลก
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดไม่เอามาม่านะ


เออจะว่าไปถ้าจิตหลุดออกจากร่างมากนี้จะคล้ายๆกับเรื่องผู้มาเยือนยามวิกาลเลยอ่ะ พี่ต้นไม้ กับน้องน้ำหยด  ตอบจบเศร้าโคตร เฮ่ออออออออออออ


เรื่องนี้ตอ้งไม่เป็นเฉกเช่นนั้นนะคะ

ขอร้อง พลีสๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ เกริด้า(๐-*-๐)v

  • ไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้นแหละ
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3191
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +349/-29
ชื่อเรื่องน่าสนใจ ... ชื่อเหมือนนิยายแปลที่เคยอ่านเลย  ^^

ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5386
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +381/-9
เรื่องนี้พออ่านมาถึงตอนนี้แล้ว บวกกับชื่อเรื่องด้วยแล้ว ทำให้คิดไปว่า

พี่อัคร...ตายแล้ว

แต่ที่ยังเหมือนติดต่อกับน้องเอได้ก็อาจเพราะมีบางสิ่งติดค้างกันอยู่ เช่นว่า เรื่องที่ตั้งใจทำแต่ดันมาเกิดอุบัติเหตุเสียก่อน น้องเอ ก็เลยได้เห็นพี่อัครคนเดียว

อารมณ์ประมาณภาพยนต์เรื่อง Just Like Heaven

มีคนเห็นด้วยไหม? อิอิ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด